29. ขอ้ ใดเป็นแนวโนม้ พฤติกรรมในการเตรีมการเพ่ือการทอ่ งเที่ยวของนกั ท่องเที่ยว
ก. คน้ หาขอ้ มลู เพื่อการท่องเท่ียวทางอินเตอร์เนต็ ก่อนเดินทางทอ่ งเที่ยว
ข. เตรียมตวั ใหพ้ ร้อมท้งั ดา้ นการเงิน ดา้ นสุขภาพก่อนเดินทางท่องเท่ียว
ค. ซ้ือบริการท่องเที่ยวและจ่ายเงินค่าบริการเพ่ือใหค้ วามสะดวกก่อนเดินทางทอ่ งเท่ียว
ง. ใหค้ วามสาคญั กบั ขอ้ มลู แสดงถึงความปลอดภยั ของแหล่งทอ่ งเท่ียวก่อนเดินทางท่องเที่ยว
30. พฤติกรรมนกั ท่องเที่ยวที่เกี่ยวกบั ราคาคา่ บริการมีแนวโนม้ เปล่ียนแปลงไปอยา่ งไร
ก. นิยมใชบ้ ริการท่องเท่ียวราคาถูกโดยไม่เนน้ คณุ ภาพ
ข. ซ้ือบริการท่องเที่ยวจากบริษทั ตวั แทนทอ่ งเท่ียวที่มีความน่าเช่ือถือ
ค. ตดั สินใจซ้ือบริการท่องเที่ยวท่ีราคาถกู กวา่ ในระดบั คณุ ภาพเดียวกนั
ง. ใหค้ วามสนใจเกี่ยวกบั ส่วนลดที่จะไดร้ ับจากรายการส่งเสริมการขาย
31. การรับมือกบั ปัญหาในการใหบ้ ริการนกั ท่องเที่ยวตอ้ งอาศยั ปัจจยั ใดเป็นสาคญั
ก. มคั คุเทศก์
ข. นกั ท่องเท่ียว
ค. เจา้ ของธุรกิจท่องเท่ียว
ง. ผใู้ หบ้ ริการท่ีเผชิญหนา้ กบั นกั ทอ่ งเท่ียว
32. การกาหนดแนวทางป้องกนั ปัญหามีความสาคญั อยา่ งไร
ก. ช่วยแกป้ ัญหาเร่งด่วน ข. ใชแ้ กป้ ัญหาระยะยาว
ค. ป้องกนั พฤติกรรมที่ไม่ดีของนกั ทอ่ งเท่ียว ง. ควบคุมการทางานของพนกั งานใหบ้ ริการ
33. ขอ้ ใดเป็นปัญหาที่เก่ียวขอ้ งกบั แหล่งทอ่ งเที่ยว
ก. วิธีปฏิบตั ิตนในแหล่งทอ่ งเที่ยว
ข. การเดินทางและการใชย้ านพาหนะ
ค. วตั ถุประสงคใ์ นการเขา้ ถึงแหล่งทอ่ งเท่ียว
ง. การเลือกมคั คุเทศกใ์ นการนาชมและบรรยาย
34. ขอ้ ใดเป็นปัญหาที่เกิดข้ึนในกิจกรรมการทอ่ งเท่ียวเชิงประวตั ิศาสตร์
ก. ความเส่ือมของวฒั นธรรม ข. ระยะเวลาในการชมแหลง่ ท่องเท่ียว
ค. การทาลายความศรัทธาประวตั ิศาสตร์ ง. นกั ท่องเท่ียวถกู หลอกใหซ้ ้ือวตั ถโุ บราณ
35. ขอ้ ใดเป็นความหมายท่ีถกู ตอ้ งที่สุดของการรับมือกบั ปัญหาในการใหบ้ ริการนกั ท่องเที่ยว
ก. การดูแลนกั ท่องเท่ียว
ข. วธิ ีการใหค้ วามช่วยเหลือนกั ท่องเท่ียว
ค. รูปแบบการป้องกนั ปัญหาในการบริการนกั ทอ่ งเที่ยว
ง. เป็นวธิ ีการจดั การกบั อุปสรรคหรือปัญหาที่เกิดข้ึนในการบริการ
36. ขอ้ ใดกล่าวถูกตอ้ งถึงการดูแลรักษาหนงั สือเดินทาง
ก. เก็บไวใ้ นกระเป๋ าเดินทาง ข. ฝากไวใ้ นตนู้ ิรภยั ของโรงแรม
ค. จดั ทาฉบบั สาเนาเกบ็ ไว้ ง. ฝากไวก้ บั มคั คเุ ทศกห์ รือผนู้ าเที่ยว
37. การปฏิบตั ิในขอ้ ใดถูกตอ้ งที่สุดในการป้องกนั นกั ท่องเที่ยวสูญหาย
ก. ทาป้ายช่ือใหก้ บั นกั ท่องเท่ียวติดตวั ไว้
ข. การนบั จานวนนกั ท่องเที่ยวทุกคร้ังที่เดินทาง
ค. ใหน้ กั ท่องเที่ยวเขา้ แถวและนบั จานวนก่อนข้นึ รถ
ง. ไม่นานกั ท่องเที่ยวลงไปในแหล่งท่องเที่ยวที่มีผคู้ นพลุกพล่าน
38. การใชภ้ าษากายในขอ้ ใดเหมาะสมท่ีสุดในระหวา่ งการรอแกป้ ัญหาการเจบ็ ป่ วยของนกั ทอ่ งเที่ยว
ก. ยม้ิ แยม้ ร่าเริง
ข. จบั มือใหก้ าลงั ใจ
ค. ยนื ดูอยหู่ ่างๆเพ่ือไมใ้ หผ้ ปู้ ่ วยราคาญ
ง. มีนง่ั รอเป็นเพื่อนจนกวา่ รถพยาบาลจะมาถึง
39. ขอ้ ใดคอื วิธีการท่ีดีท่ีสุดในการป้องกนั กระเป๋ าเดินทางของนกั ท่องเท่ียวสูญหาย
ก. คน้ หาขอ้ มลู รูปแบบกระเป๋ าเพือ่ ป้องกนั การสบั เปลี่ยน
ข. นบั จานวนหรือตรวจสอบทุกคร้ังท่ีมีการเคลื่อนยา้ ยกระเป๋ า
ค. ใหน้ กั ทอ่ งเที่ยวตรวจสอบกระเป๋ าตนเองทุกคร้ังก่อนออกเดินทาง
ง. จดั ใหม้ ีผดู้ ูแลจดั การกบั กระเป๋ าพร้อมกบั บนั ทึกขอ้ มลู และรายงานเป็นประจาวนั
40. ขอ้ ใดเป็นวธิ ีการแกไ้ ขปัญหานกั ท่องเที่ยวที่ไม่อยากฟังคาบรรยายบนรถของมคั คเุ ทศก์
ก. แจกเป็นเอกสารที่เป็นเน้ือหาที่จะบรรยายแทน
ข. ใหน้ กั ท่องเที่ยวไดพ้ กั ผ่อนดว้ ยการฟังเพลงและนอนหลบั
ค. มคั คุเทศกต์ อ้ งปรับเน้ือหาใหส้ ้นั ลงและรีบพูดใหจ้ บโดยเร็ว
ง. ชกั ชวนใหน้ กั ทอ่ งเที่ยวออกมาเลน่ เกมหรือร้องเพลง เตน้ ราบนรถ
ขอ้ สอบหน่วยการเรียนร้ปู ลายภาคเรยี นท่ี ปี การศึกษา 2562
วิทยาลยั เทคนิคระยอง แผนกวิชาการโรงแรม ระดบั ชนั้ ปวช. 1
รายวิชา ศิลปวฒั นธรรมไทย รหสั วิชา 27000-1002
คำชแ้ี จงกอ่ นกำรทำขอ้ สอบและหลงั จำกกำรทำขอ้ สอบ
1.ขอ้ สอบฉบบั น้เี ป็นแบบปรนยั ทงั้ หมด 40 ขอ้ 20 คะแนน
2.เวลำในกำรทำขอ้ สอบทงั้ หมด 60 นำที
3.ใหน้ ักเรยี นทำเครอ่ื งหมำย Xขอ้ ทถ่ี ูกตอ้ งทส่ี ุดลงในกระดำษคำตอบ
………………………………………………………………………………………….
1.ขอ้ ใดอธบิ ำยควำมหมำยของศลิ ปะไดถ้ ูกตอ้ งทส่ี ดุ
ก.ศลิ ปะคอื สงิ่ ทม่ี นุษยส์ รำ้ งขน้ึ โดยอำศยั เลยี นแบบธรรมชำติ
ข.ศลิ ปะคอื กำรแสดงออกทำงอำรมณ์ของบคุ ลกิ ภำพมนุษย์
ค.ศลิ ปะคอื ควำมงำมทเ่ี กดิ จำกกำรสรำ้ งสรรคข์ องมนุษย์
ง.ศลิ ปะคอื ควำมคดิ สรำ้ งสรรคข์ องมนุษยท์ แ่ี สดงออกในรปู ลกั ษณะต่ำงๆก่อใหเ้ กดิ
สุนทรยี ภำพ
2.ขอ้ ใดไม่ใช่คุณลกั ษณะของศลิ ปกรรม
ก.คณุ ลกั ษณะทำงอำรมณ์ ข.คณุ ลกั ษณะทำงเน้ือหำสำระ
ค.คุณลกั ษณะทำงสรำ้ งสรรค์ ง.คณุ ลกั ษณะทำงควำมงำม
3.อทิ ธพิ ลทก่ี ่อใหเ้ กดิ ควำมงำม “ศลิ ปะประชำชน” คอื ขอ้ ใด
ก.สง่ิ แวดลอ้ ม ข.แนวคดิ และค่ำนยิ ม
ค.ควำมรู้ ง.ประสบกำรณ์
4.ขอ้ ใดไม่ใชศ่ ลิ ปกรรม
ก.พระอภยั มณี ข.อนุสำวรยี ป์ ระชำธปิ ไตย
ค.วดั พระศรรี ตั นศำสดำรำม ง.ตำรำวทิ ยำศำสตร์
5.ประยุกตศ์ ลิ ป์ คอื ศลิ ปะทม่ี ุ่งเน้นอะไรเป็นสำคญั
ก.ประโยชน์ใชส้ อย ข.อำรมณ์
ค.ประควำมรู้ ง.ควำมเพลดิ เพลนิ
6.ขอ้ ใดอธบิ ำยควำมแตกตำ่ งระหวำ่ งวรรณคดกี บั วรรณกรรมไดถ้ ูกตอ้ ง
ก.วรรณคดเี ป็นงำนเขยี นประเภทรอ้ ยกรอง วรรณกรรมเป็นงำนเขยี นรอ้ ยแกว้
ข.วรรณคดเี น้นอำรมณ์เป็นสำคญั วรรณกรรมเน้นสำระควำมรู้
ค.วรรณคดคี อื ผลงำนลำยลกั ษณ์ทไ่ี ดร้ บั กำรยกยอ่ งวำ่ แตง่ ดี วรรณกรรมคอื ผลงำนทกุ ชนดิ
ง.วรรณคดมี รี ะเบยี บแบบแผนในกำรแตง่ สว่ นวรรณกรรมไม่มแี บบแผน
7.ควำมงำมของวรรณคดที เ่ี หน็ เดน่ ชดั เป็นอนั ดบั แรกคอื ขอ้ ใด
ก.กำรใชภ้ ำษำ ข.กำรแสดงอำรมณ์
ค.ควำมคดิ สรำ้ งสรรค์ ง.ควำมรู้
8.ขอ้ ใดต่อไปน้ไี ม่ใช่วงดนตรไี ทย
ก.วงเครอ่ื งสำย ข.วงดุรยิ ำงค์
ค.วงป่ีพำทย์ ง.วงมโหรี
9.จำกผลกำรวจิ ยั ปัญหำกำรตดิ ยำเสพตดิ ของเยำวชนมสี ำเหตุใหญค่ อื อะไร
ก.ทศั นศลิ ป์ ข.นำฏศลิ ป์
ค.ประณีตศลิ ป์ ง.วรรณกรรม
10.พระพุทธรปู จดั เป็นศลิ ปกรรมแบบใด
ก.ประตมิ ำกรรม ข.สถำปัตยกรรม
ค.วรรณกรรม ง.จติ กรรม
11.ศลิ ปะสมยั ใดทไ่ี ดร้ บั อทิ ธพิ ลมำจำกคตขิ องศำสนำพทุ ธนกิ ำยมหำยำนและศำสนำฮนิ ดู
ก.ศลิ ปะศรวี ชิ ยั ข.ศลิ ปะทวำรวดี
ค.ศลิ ปะลพบรุ ี ง.ศลิ ปะสโุ ขทยั
12.วรรณกรรมเร่อื งใดทจ่ี ดั ว่ำเป็นวรรณกรรมเรอ่ื งแรกของไทย
ก.ศลิ ำจำรกึ หลกั ท1่ี ข.เสอื โคคำฉนั ท์
ค.จนิ ดำมณี ง.สำมกก๊
13.ลกั ษณะเด่นของพระพทุ ธรปู สมยั อทู่ อง มลี กั ษณะอยำ่ งไร
ก.พระพกั ตรเ์ หลย่ี ม ข.พระพกั ตรแ์ ป้น
ค.พระขนงเรยี วรี ง.พระโอษฐย์ ม้ิ
14.ลกั ษณะร่วมของวรรณกรรมสมยั อยุธยำคอื อะไร
ก.วรรณกรรมทงั้ หมดแต่งดว้ ยโคลงและฉนั ท์
ข. ผแู้ ตง่ วรรณกรรมเป็นคนชนั้ สงู มคี วำมเกย่ี วขอ้ งกบั รำชสำนัก
ค. เน้ือหำของวรรณกรรมเน้นควำมบนั เทงิ เรงิ รมณ์เพยี งอย่ำงเดยี ว
ง.วรรณกรรมสมยั น้ีทงั้ หมดมที ม่ี ำจำกศำสนำ
15.ขอ้ ใดไมใ่ ช่องคป์ ระกอบของกำรเล่นหนังใหญ่
ก.ใชก้ ำรพำกยแ์ ละกำรเจรจำเป็นทำนองเสนำะ
ข.ใชต้ วั หนงั ขนำดใหญเ่ ป็นตวั ละครมผี เู้ ชดิ เงำบนจอ
ค.ใชว้ งป่ีพำทยบ์ รรเลงประกอบเรอ่ื ง
ง.กำรแสดงหนังใหญน่ ิยมในหมสู่ ำมญั ชน
16.พระรำชวงั ใดทส่ี รำ้ งเลยี บแบบพระรำชวงั แวรซ์ ำยส์ ประเทศฝรงั่ เศส
ก.พระรำชวงั ไกลกงั วล ข.พระรำชวงั บำงประอนิ
ค.พระรำชวงั สนำมจนั ทร์ ง.พระรำชวงั พระยำไท
17.จติ รกรคนแรกของไทยทร่ี เิ รม่ิ เขยี นภำพแบบฝรงั่ คอื ใคร
ก.ศำสตรำจำรยศ์ ลิ ป์ พรี ะศรี ข.ขรวั อนิ โขง่
ค.หมอ่ มรำโชทยั ง.เจำ้ ฟ้ำกงุ้
18.วรรณกรรมไทยเร่อื งแรกทม่ี กี ำรซ้อื ขำยลขิ สทิ ธแิ์ ละตพี มิ พจ์ ำหน่ำยคอื วรรณกรรมเรอ่ื งใด
ก.นำรำศลอนดอน ข.นิรำศภูเขำทอง
ค.นิรำศวดั เจำ้ ฟ้ำ ง.นิรำศนรนิ ทร์
19.กำรแสดงทพ่ี ฒั นำมำจำกกำรเลน่ “ชกั นำคดกึ ดำบรรพ”์
ก.โขน ข.โนรำ
ค.หนังตะลงุ ง.ลเิ ก
20.ละครทแ่ี สดงในรำชสำนักมคี วำมประณตี งดงำม เรยี กวำ่ อะไร
ก.ละครนอก ข.ละครพนั ทำง
ค.ละครใน ง.ละครชำตรี
21.ศลิ ปะพน้ื บำ้ นหรอื ทเ่ี รยี กว่ำ “ศลิ ปหตั ถกรรม” คอื อะไร
ก.เป็นสง่ิ ทช่ี ำวบำ้ นหรอื คนในทอ้ งถนิ่ หน่ึงสรำ้ งขน้ึ โดยมวี ตั ถุประสงคเ์ พอ่ื ใชส้ อยใน
ชวี ติ ประจำวนั
ข.งำนศลิ ปะทเ่ี กดิ จำกชำ่ งฝีมอื ทต่ี อ้ งกำรแสดงออกทำงศลิ ปะ
ค.เป็นผลงำนทเ่ี กดิ จำกควำมคดิ สรำ้ งสรรคข์ น้ึ ใหมแ่ ตเ่ พยี งผเู้ ดยี ว
ง.เน้นควำมงดงำมทำงศลิ ปะมำกกว่ำควำมเป็นธรรมชำติ
22.ขอ้ ใดไมใ่ ชส่ ำเหตขุ องกำรกำเนิดศลิ ปะพน้ื บำ้ น
ก.เกดิ จำกควำมจำเป็นในกำรดำรงชวี ติ
ข.เกดิ จำกสภำพภูมศิ ำสตรเ์ ป็นสงิ่ แวดลอ้ ม
ค.เกดิ จำกควำมคดิ สรำ้ งสรรค์
ง.เกดิ จำกขนบประเพณี ควำมเช่อื และศำสนำ
23.เหตุผลทส่ี นบั สนุนคำกลำ่ วทว่ี ำ่ “ศลิ ปะพน้ื บำ้ นเป็นศลิ ปะประเพณี” ขอ้ ใดเหมำะสมทส่ี ดุ
ก.ศลิ ปะพน้ื บำ้ นมรี ปู แบบแนวคดิ ในกำรสรำ้ งสรรค์ ตลอดจนสบื ทอดตอ่ กนั มำเป็นเวลำนำนใน
สงั คมนัน้ ๆ
ข.ศลิ ปะพน้ื บำ้ นมรี ปู แบบอนั เป็นเอกลกั ษณ์เฉพำะสงั คมนัน้ ๆ
ค.ศลิ ปะพน้ื บำ้ นเป็นผลงำนทเ่ี กดิ จำกชำ่ งสำมญั ชนประจำทอ้ งถนิ่ นนั้ ๆ
ง.ศลิ ปะพน้ื บำ้ นมคี ณุ ค่ำทำงดำ้ นจติ ใจของคนในทอ้ งถนิ่ นนั้ ๆ
24.สมดุ ไทย เป็นทเ่ี กบ็ รวบรวมสรรพตำรำตำ่ งๆ เรยี กอกี อย่ำงหน่ึงว่ำอะไร
ก.แบบรยี น ข.แบบเขยี น
ค.บทเรยี น ง.บทเขยี น
25.ในอนิ เดยี ถอื วำ่ ธรรมจกั เป็นสง่ิ ทส่ี รำ้ งขน้ึ ตำมควำมมงุ่ หมำยทำงพุทธศำสนำ ควำมมงุ่ หมำยทว่ี ำ่ นัน้ คอื อะไร
ก.เป็นสงิ่ แทนพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจำ้ ทเ่ี รยี กว่ำ “ธมั มจกั กปั ปวตั ตนสตู ร”
ข.เป็นสงิ่ แทนพระพุทธองค์
ค.เป็นสง่ิ แทนควำมศรทั ธำของพุทธศำสนกิ ชน
ง.เป็นสงิ่ ทย่ี ดึ ถอื ปฏบิ ตั สิ บื ตอ่ กนั มำชำ้ นำน
26.ธงทใ่ี ชใ้ นกำรทอดกฐนิ เรยี กว่ำธงอะไร
ก.ธงจระเข้ ข.ธงฉำน
ค.ธงชยั ง.ธงไตรรงค์
27.ในอดตี ยำมมศี กึ สงครำม ประเทศไทยใชเ้ คร่อื งดนตรชี นดิ ใดในกำรสง่ สญั ญำณบอกขำ่ ว ปลุกใจหรอื บรรเลง
เพลง
ก.ฆอ้ ง ข.ฉำบ
ค.กลอง ง.ตะโพน
28.คตกิ ำรนำดอกบวั มำบชู ำพระในสงั คมไทยไดอ้ ทิ ธพิ ลมำจำกศำสนำใด
ก.ฮนิ ดู ข.พรำหมณ์
ค.อสิ ลำม ง.ครสิ ต์
29.ขอ้ ใดไม่ใชป่ ระเภทของศลิ ปะพน้ื บำ้ น
ก.เครอ่ื งเคลอื บดนิ เผำ งำนเครอ่ื งโลหะ งำนจติ รกรรม
ข.เคร่อื งจกั สำน งำนประตมิ ำกรรม งำนสถำปัตยกรรมพน้ื บำ้ น
ค.งำนแกะสลกั กำรทอผำ้ และกำรเยบ็ ปักถกั รอ้ ย งำนเคร่อื งกระดำษ
ง.ชำ่ งแกะสลกั ช่ำงมุก ชำ่ งทอง
30.หนงั สอื เรยี นในสมยั โบรำณกอ่ นหน้ำจะมโี รงพมิ พใ์ ชว้ ธิ ใี ดในกำรจดั ทำเผยแพร่
ก.ผทู้ ส่ี นใจศกึ ษำตอ้ งไปขอคดั ลอกจำกตน้ ฉบบั
ข.คนแต่งตอ้ งทำกำรเขยี นแจกจ่ำย
ค.จำ้ งคนเขยี นทำจำหน่ำย
ง.ตดิ ประกำศในทส่ี ำธำรณะแลว้ ไปคดั ลอกกนั เอำเอง
31.วตั ถุประสงคใ์ นกำรจดั กำรศกึ ษำตำม พรบ.กำรศกึ ษำแหง่ ชำติ 2542 คอื อะไร
ก.ปรบั ปรุงกำรศกึ ษำใหส้ อดคลอ้ งกบั ควำมเปลย่ี นแปลงของเศรษฐกจิ และสงั คม
ข.พฒั นำกำรศกึ ษำไทยใหท้ ดั เทยี มชำตติ ะวนั ตก
ค.กระจำยกำรศกึ ษำไทยใหเ้ ขำ้ ถงึ ชนบท
ง.ลดภำระคำ่ ใชจ้ ่ำยในกำรศกึ ษำ
32.กำรออกไปศกึ ษำนอกสถำนทค่ี วรเตรยี มกำรอะไรเป็นอนั ดบั แรก
ก.หำสถำนท่ี ข.กำหนดวตั ถุประสงค์
ค.สรุปผลกำรศกึ ษำนอกสถำนท่ี ง.ประเมนิ ผลกำรศกึ ษำนอกสถำนท่ี
33.ขอ้ ใดไม่ใช่วตั ถุประสงคข์ องกำรจดั ตงั้ หอ้ งสมุดประชำชน
ก.เพ่อื ใหก้ ำรศกึ ษำ ข.เพอ่ื วฒั นธรรม
ค.เพ่อื ใหบ้ รกิ ำรสำรสนเทศ ง.เพอ่ื หำรำยได้
34.หอสมดุ แหง่ ชำตสิ รำ้ งขน้ึ ในรชั สมยั ใด
ก.พระบำทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟ้ำจฬุ ำโลกมหำรำช
ข.พระบำทสมเดจ็ พระนัง่ เกลำ้ เจำ้ อยหู่ วั
ค.พระบำทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลำ้ เจำ้ อยหู่ วั
ง.พระบำทสมเดจ็ พระปกเกลำ้ เจำ้ อยหู่ วั
35.ขอ้ ใดไมจ่ ดั เป็นพพิ ธิ ภณั ฑสถำน
ก.พพิ ธิ ภณั ฑเ์ จำ้ สำมพระยำ ข.พพิ ธิ ภณั ฑห์ ุ่นขผ้ี ง้ึ
ค.อุทยำนประวตั ศิ ำสตรพ์ ระนครศรอี ยุธยำ ง.สนำมกฬี ำแหง่ ชำติ
36.อทุ ยำนแห่งชำตแิ ห่งแรกของไทยคอื ทใ่ี ด
ก.ภกู ระดงึ ข.เขำใหญ่
ค.แกง่ กระจำน ง.ทบั ลำน
37.สวนรุกชำตจิ ดั ขน้ึ เพ่อื อะไร
ก.เพอ่ื รวบรวมพนั ธุไ์ มต้ ำ่ งๆทม่ี คี ำ่ ทำงเศรษฐกจิ ข.เพอ่ื อนุรกั ษพ์ นั ธสุ์ ตั วส์ งวน
ค.เพ่อื อนุรกั ษพ์ นั ธสุ์ ตั ว์น้ำ ง.เพอ่ื เป็นศูนยก์ ลำงในกำรแลกเปลย่ี นพนั ธไุ์ ม้
38.ขอ้ ใดถูกตอ้ งเกย่ี วกบั สวนพฤกษศำสตร์
ก.เป็นสถำนทพ่ี กั ผอ่ นหย่อนใจ
ข.เป็นสถำนทท่ี ร่ี วบรวมพนั ธุไ์ มไ้ วท้ กุ ชนดิ
ค.สวนพฤกษศำสตรม์ ขี นำดเลก็ กวำ่ สวนรุกขชำติ
ง.เป็นสถำนทอ่ี นุรกั ษ์สตั วส์ งวน
39.กำรเรยี นรใู้ นปัจจุบนั เน้นอะไรเป็นสำคญั
ก.ผสู้ อน ข.ผเู้ รยี น
ค.สอ่ื กำรเรยี นกำรสอน ง.สถำนทเ่ี รยี น
40.ขอ้ ใดไม่ใชว่ ธิ กี ำรสรปุ ผลกำรเรยี นรู้
ก.กำรอภปิ รำยร่วมกนั ข.ทำรำยงำน
ค.จดั บอรด์ และนทิ รรศกำร ง.กำรโตว้ ำที
ข้อสอบหน่วยการเรียนรู้ปลายภาคเรียนท่ี 1 ปี การศึกษา 2561
วิทยาลยั เทคนคิ ระยอง แผนกวชิ าการโรงแรม ระดบั ช้ัน ปวช. 1
รายวชิ า ศิลปะการให้บริการ รหสั วิชา 2700-1003
คาชีแ้ จงก่อนการทาข้อสอบและหลงั จากการทาข้อสอบ
1.ขอ้ สอบฉบบั น้ีเป็นแบบปรนยั ท้งั หมด 40 ขอ้ 20 คะแนน
2.เวลาในการทาขอ้ สอบท้งั หมด 60 นาที
3.ใหน้ กั เรียนทาเครื่องหมาย Xขอ้ ท่ีถกู ตอ้ งที่สุดลงในกระดาษคาตอบ
1. ขอ้ ใดอธิบายความหมายของคาวา่ “การบริการ(Service)” ได้ 6. ขอ้ ใดเป็นธุรกิจท่ีมีบริการหลงั การขาย
ถกู ตอ้ งที่สุด ก. สปา
ก. การนาส่งสินคา้ ใหล้ กู คา้ ข. ขนส่ง
ข. กิจกรรมที่ทาเพอ่ื การขายสินคา้ ค. ยานยนต์
ค. การอานวยความสะดวกแก่ลกู คา้ เพ่ือใหเ้ กิดความพอใจ ง. การท่องเท่ียว
ง. กระบวนการท่ีให้ความดูแลและช่วยเหลือลูกคา้ อย่าง
ใกลช้ ิด
2. ขอ้ ใดให้ความหมายของคาว่า “ธุรกิจบริการ” ได้ชัดเจน 7. ขอ้ ใดคือคณุ สมบตั ิท่ีดีของพนกั งานบริการ
ที่สุด ก. หนา้ ตาดี
ก. เป็นกิจกรรมการบริการของภาคเอกชน ข. ชอบทางานอิสระ
ข. องคก์ รท่ีประกอบธุรกิจดา้ นการใหบ้ ริการ ค. มีศิลปะการพูดท่ีดี
ค. หน่วยงานภาครัฐท่ีใหบ้ ริการโดยไม่หวงั ผลกาไร ง. มีความเป็นตวั ของตวั เองสูง
ง. การประกอบธุรกิจท่ีเนน้ การบริการเพยี งอยา่ งเดียว
3. ขอ้ ใด ไม่ใช่ ความสาคญั ของการบริการต่อผปู้ ระกอบการ 8. “คณุ ลกั ษณะภายใน” ของผใู้ หบ้ ริการหมายถึงขอ้ ใด
ก. ยอมรับพฤติกรรมของลูกคา้ หรือผใู้ ชบ้ ริการ ก. เขา้ ใจบุคคลอ่ืน
ข. การสร้างเอกลกั ษณ์ในการบริการที่ประทบั ใจ ข. ความกระตือรือร้น
ค. ประสิทธิภาพ ความถูกตอ้ ง และความสวยงาม ค. ความสุภาพออ่ นนอ้ ม
ง. เห็นความสาคญั ของบคุ ลากรท่ีปฏิบตั ิงานบริการ ง. การแตง่ กายสะอาดเรียบร้อย
4. ขอ้ ใดหมายถึง “สภาพแวดลอ้ ม” ของการบริการ 9. ทศั นคติมีความสาคญั อยา่ งไร
ก. รสชาติของอาหาร ก. องคก์ รสามารถบริหารงานไดง้ ่ายข้นึ
ข. รอยยมิ้ ของพนกั งาน ข. ช่วยใหพ้ นกั งานมีความตระหนกั ในหนา้ ที่
ค. บรรยากาศของหอ้ งสปา ค. ช่วยใหพ้ นกั งานมีความสามารถในงานมากข้ึน
ง. ข้นั ตอนในการใหบ้ ริการ ง. ช่วยประหยดั เวลาและงบประมาณในการอบรม
พนกั งาน
5. ธุรกิจตอ่ ไปน้ีจดั อยใู่ นประเภท “เนน้ บริการอยา่ งแทจ้ ริง” 10. ขอ้ ใดคอื ความหมายของคาวา่ “Service Mind”
ก. ประกนั ภยั ก. การปลูกฝังจิตสานึกในการบริการที่ดี
ข. ร้านอาหาร ข. การใหค้ วามรู้ดา้ นพฤติกรรมของลกู คา้
ค. คอมพิวเตอร์ ค. การมอบหมายหนา้ ท่ีและตอ้ นรับลูกคา้
ง. หา้ งสรรพสินคา้ ง. ความตระหนกั ถึงความสาคญั ขององคก์ ร
11. ขอ้ ใดแสดงวา่ ผใู้ หบ้ ริการมีมารยาทและจรรยาบรรณตอ่ 16 ขอ้ ใดกล่าวถูกตอ้ งเก่ียวกบั การแตง่ กายของผใู้ หบ้ ริการ
องคก์ ร ก. เส้ือผา้ ตอ้ งมีสีสันสดใส
ก. เพียงดาวปฏิบตั ิงานดว้ ยจิตสาธารณะ ข. ควรแตง่ ตวั ดว้ ยเส้ือผา้ ที่ทนั สมยั ที่สุด
ข. ปลายฝนแต่งกายไดส้ ภาพเรียบร้อย ค. เป็นเครื่องแสดงเอกลกั ษณ์ขององคก์ ร
ค. ฟ้าใสตอบคาถามลกู คา้ อยา่ งตรงไปตรงมา ง. การแตง่ กายของผใู้ หบ้ ริการเนน้ ราคาประหยดั
ง. ทอฝันเขา้ ทางานก่อนเวลาและจดั เตรียมพ้นื ที่บริการ
17 ขอ้ ใดเหมาะสมสาหรับการแตง่ หนา้ ของผใู้ หบ้ ริการ
12. ขอ้ ใดคือเหตผุ ลสาคญั ที่พนกั งานควรมีมารยาทและ ก. แต่งบางๆไมเ่ นน้ ฉูดฉาด
จรรยาบรรณ ข. ใชล้ ิปสติกที่มีสีสนั ชดั เจน
ก. เพื่อเล่ือนตาแหน่ง ค. ใชอ้ ายแชโดวท์ ี่มีสีสันสดใส
ข. เพื่อความสมั พนั ธอ์ นั ดี ง. ควรกนั คว้ิ ใหเ้ ป็นแนวก่อนวาด
ค. เพอ่ื ใหอ้ งคก์ รมีภาพลกั ษณ์ที่ดี
ง. เพื่อใชใ้ นการประเมินผลการทางาน 18 ขอ้ ใดแสดงถึง “การมีมนุษยสัมพนั ธ์ที่ดี” กับผูใ้ ช้บริการ
ไดเ้ หมาะสม
13 ขอ้ ใด ไมไ่ ดห้ มายถึงคาวา่ “บุคลิกภาพ” ก. ปอฟางยมิ้ และไหวล้ ูกคา้
ก. เอกลกั ษณ์เฉพาะตวั ข. ปูนป้ันใหบ้ ริการเม่ือลูกคา้ เรียก
ข. ความสวยงามของรูปร่างหนา้ ตา ค. สายป่ านจบั มือลกู คา้ อยา่ งสนิทสนม
ค. พฤติกรรมการแสดงออกของบุคคล ง. ปันปันทกั ทายลกู คา้ ประจาดว้ ยการเรียกช่ือ
ง. ลกั ษณะนิสัย สติปัญญา ความสามารถ
19 เม่ือผู้ใช้บริการมีกิริยา “ถอนหายใจ” ผู้ให้บริการควร
14 ข้นั ตอนแรกของการปรับปรุงบุคลิกภาพคือขอ้ ใด ปฏิบตั ิอยา่ งไรใหเ้ หมาะสม
ก. การสารวจตนเอง ก. รอใหผ้ ใู้ ชบ้ ริการใจเยน็ ก่อน
ข. การดาเนินการปรับปรุง ข. ปลอ่ ยใหล้ ูกคา้ อยตู่ ามลาพงั
ค. การกาหนดระยะเวลา ค. เขา้ ไปสอบถามความตอ้ งการ
ง. การต้งั เป้าหมายของบคุ ลิกภาพที่ตอ้ งการ ง. รอสังเกตพฤติกรรมของผใู้ ชบ้ ริการก่อน
15 บคุ ลิกภาพของผใู้ หบ้ ริการในขอ้ ใด ไม่เหมาะสม 20 ขอ้ ใดเป็นลูกคา้ ที่มีความตอ้ งการดูแลแบบพิเศษ
ก. หวนั สบตาลูกคา้ ก. VIP
ข. หวานยมิ้ ใหล้ ูกคา้ ข. Family
ค. หวา้ หวั เราะลกู คา้ ค. Backpacker
ง. แหวนทกั ทายลูกคา้ ง. Government
21. ขอ้ ใดหมายถึงความคุม้ คา่ ของการซ้ือสินคา้ ของลกู คา้ 26. ในช่วงการรับบริการ ผใู้ หบ้ ริการมีหนา้ ท่ีอยา่ งไรต่อ
ก. สินคา้ ที่ไดร้ ับมีมลู ค่าเทา่ กบั เงินที่จ่าย ผใู้ ชบ้ ริการ
ข. ลูกคา้ ท่ีไดร้ ับสินคา้ ภายในเวลาที่กาหนด ก. เสนอทางเลือกแก่ผใู้ ชบ้ ริการ
ค. ลกู คา้ ท่ีไดร้ ับสินคา้ หรือบริการตามที่ตอ้ งการ ข. นาเสนอขอ้ มูลสินคา้ และบริการ
ง. ลูกคา้ ที่ไดร้ ับสินคา้ มากกวา่ จานวนเงินที่จ่ายไป ค. ใหบ้ ริการมากกวา่ ความคาดหวงั
ง. สอบถามความพึงพอใจของผใู้ ชบ้ ริการ
22. ขอ้ ใดคือส่ิงแรกท่ีเกิดข้ึนถา้ ลูกคา้ ไดร้ ับคุณภาพการบริการ 27. ขอ้ ใดกลา่ วถูกตอ้ งเก่ียวกบั ลกั ษณะของคณุ ภาพการบริการ
เกินกวา่ ท่ีคาดหวงั ก. ความสามารถเขา้ ถึงการบริการไดท้ นั ที
ก. ลูกคา้ จะบอกต่อ ข. คุณภาพการบริการไม่สามารถวดั ได้
ข. ลูกคา้ กลบั มาใชซ้ ้า ค. พิจารณาไดจ้ ากความพร้อมของผรู้ ับบริการ
ค. ลูกคา้ เกิดความพึงพอใจ ง. คณุ ภาพของการบริการจดั ทาโดยผใู้ หบ้ ริการ
ง. ลูกคา้ เห็นความสาคญั ขององคก์ ร
23. ขอ้ ใด ไม่ใช่ ความคาดหวงั ของผใู้ ชบ้ ริการในการซ้ือสินคา้ 28. ขอ้ ใดคือการบริการท่ีสามารถสร้างความประทบั ใจคร้ัง
และบริการ แรก (First Impression) ไดด้ ีที่สุด
ก. ความอดทน ก. การยมิ้ และสบตาลกู คา้
ข. ความทนั สมยั ข. การทกั ทายผใู้ ชบ้ ริการดว้ ยการเอย่ ช่ือ
ค. ความมนั่ คงปลอดภยั ค. การแสดงความสนิทสนมและเป็นกนั เอง
ง. การยอมรับนบั ถือจากคนอ่ืน ง. การสอบถามรายละเอียดความตอ้ งการจาก
ผใู้ ชบ้ ริการอยา่ งชดั เจน
24. ลกั ษณะพฤติกรรมผใู้ ชบ้ ริการที่เปรียบเทียบราคาของสินคา้ 29. ขอ้ ใด ไม่ใช่ ส่ิงท่ีพึงปฏิบตั ิในขณะที่กาลงั ให้บริการแก่
ก่อนตดั สินใจซ้ือคอื กลุ่มใด ผใู้ ชบ้ ริการ
ก. ซ้ือเพราะจาเป็น ก. การรับฟังผใู้ ชบ้ ริการ
ข. ซ้ือเพราะสงสาร ข. การตอ้ นรับและทกั ทาย
ค. ซ้ือเพราะประหยดั ค. การสอบถามความพงึ พอใจ
ง. ซ้ือเพราะความออ่ นไหว ง. การประเมินผลการใหบ้ ริการ
25. วงจรการใหบ้ ริการ (Cycle Of Service) ขอ้ ใดถูกตอ้ ง 30. การรับฟังผใู้ ชบ้ ริการแสดงให้เห็นถึงการใหบ้ ริการในขอ้
ก. เป็นกระบวนการที่ต่อเน่ืองเป็นลาดบั ใด
ข. วงจรการบริการเริ่มตน้ เมื่อลูกคา้ รับบริการ ก. ความเกรงกลวั
ค. ผลของการบริการลกู คา้ จะเกิดความพึงพอใจ ข. ความเห็นอกเห็นใจ
ง. เป็นปฏิสัมพนั ธ์ระหวา่ งผใู้ หบ้ ริการและผใู้ ชบ้ ริการ ค. แสดงความสนิทสนม
ง. สนใจและใหเ้ กียรติต่อผใู้ ชบ้ ริการ
31. ขอ้ ใดเป็นการใชค้ าพูดเชิงสร้างสรรคก์ รณีที่ตอ้ งให้ 36 ขอ้ ใดคือปัญหาเฉพาะหนา้ ที่มีสาเหตุมาจากผใู้ ชบ้ ริการ
ผใู้ ชบ้ ริการรอคิวนาน ก. แขกไมพ่ อใจร้องเรียนผจู้ ดั การหอ้ งอาหารวา่ อาหาร
ก. กรุณาปฏิบตั ิตามควิ ดว้ ยคะ่ เคม็ เกินไป
ข. เพื่อความรวดเร็วขอใหท้ ุกท่านใชบ้ ตั รคิวดว้ ยนะคะ ข. พนกั งานขายเครื่องสาอางรับขอ้ ร้องเรียนวา่ สินคา้
ค. เป็นนโยบายของบริษทั ขอใหท้ ุกทา่ นเขา้ คิวนะคะ ไมม่ ีคุณภาพ
ง. ลูกคา้ มีจานวนมากขอความกรุณาใหท้ า่ นรับบริการ ค. พนกั งานตอ้ นรับของโรงแรมรับร้องเรียนจากแขก
ตามคิวนะคะ วา่ หอ้ งน้าชารุด
ง. แอร์โฮสเตสใหบ้ ริการอาหารและเครื่องดื่มชา้ เพราะ
มีผโู้ ดยสารเตม็ ทกุ ท่ีนงั่
32. การสร้างความพึงพอใจให้กับผู้ใช้บริการในข้อใดไม่ 37 ในขณะรับขอ้ ร้องเรียนผใู้ หบ้ ริการควรหลีกเล่ียงการ
เหมาะสม ปฏิบตั ิตนตามขอ้ ใด
ก. การพดู จา ยกยอปอป้ัน ก. การทาเรื่องใหใ้ หญ่โต
ข. การใหค้ วามสะดวกรวดเร็ว ข. แจง้ ใหผ้ บู้ งั คบั บญั ชาทราบ
ค. การใหข้ อ้ มลู ทวั่ ไปเก่ียวกบั การบริการ ค. ใหผ้ ใู้ ชบ้ ริการแนะนาการแกไ้ ขปัญหา
ง. การใหบ้ ริการดว้ ยคุณภาพของการบริการ ง. รวบรวมขอ้ มูลและขอ้ เทจ็ จริงก่อนแกไ้ ขปัญหา
33 ขอ้ ใดคอื วธิ ีการใชโ้ ทรศพั ทใ์ นงานบริการที่สามารถสร้าง 38 วธิ ีการแกไ้ ขปัญหาเม่ือผใู้ ชบ้ ริการไดร้ ับการบริการที่
ความประทบั ใจได้ ผดิ พลาด ขอ้ ใดเหมาะสมที่สุด
ก. ทกั ทายดว้ ยคาวา่ สวสั ดคี ่ะ/ครับ ก. ขอโทษผใู้ ชบ้ ริการ
ข. แนะนาสถานที่และแจง้ ชื่อของผรู้ ับสาย ข. ใหผ้ ใู้ ชบ้ ริการมารับบริการใหม่
ค. สอบถามความตอ้ งการและจดบนั ทึกขอ้ มูลการ ค. ตาหนิผใู้ หบ้ ริการใหผ้ ใู้ ชบ้ ริการทราบ
ติดต่อ ง. ใหผ้ ใู้ ชบ้ ริการอารมณ์เยน็ จึงค่อยอธิบาย
ง. สร้างความคุน้ เคยกบั ผโู้ ทรเขา้ มาดว้ ยการใชค้ าพูด
เป็นกนั เอง
34 ขอ้ ใดคอื ลกั ษณะของปัญหาเฉพาะหนา้ 39 กรณีที่ใชบ้ ริการไม่ไดป้ ฏิบตั ิตามกฎระเบียบหรือข้นั ตอน
ก. เป็นปัญหาท่ีตอ้ งแกไ้ ขทนั ที การรับบริการควรแกไ้ ขปัญหาอยา่ งไร
ข. สามารถคาดเดาไดก้ ่อนล่วงหนา้ ก. ตอ้ งยกยอ่ ง ใหเ้ กียรติ
ค. เป็นเหตกุ ารณ์เฉพาะหนา้ ที่เกิดข้ึนซ้าๆ ข. งดการบริการผใู้ ชบ้ ริการ
ง. เป็นปัญหาที่ไมส่ ามารถแกไ้ ขใหส้ าเร็จทนั ที ค. เตือนผใู้ ชบ้ ริการดว้ ยวาจา
ง. ทาความเขา้ ใจกบั ผใู้ ชบ้ ริการก่อน
35 ขอ้ ใดคือปัญหาเฉพาะหนา้ ในงานบริการ 40 การกระทาในขอ้ ใด ไม่ควร นามาใชใ้ นการแกไ้ ขปัญหา
ก. บริษทั สายการบินจดั เที่ยวบินเสริมในช่วงเทศกาล ก. การแกต้ วั
ข. ผใู้ ชบ้ ริการมีอาการแพเ้ คร่ืองสาอางในขณะที่นวด ข. การสอบถามขอ้ เทจ็ จริง
หนา้ ค. การหาสาเหตุของปัญหา
ค. บริษทั นาเท่ียวยกเลิกการจองหอ้ งพกั ล่วงหนา้ 1 ง. การยอมรับผิดและพยายามแกไ้ ข
เดือน
ง. โรงแรมปรับลดราคาเน่ืองจากมีการแข่งขนั สูงในช่วง
ฤดูฝน