The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wonchai890, 2022-03-02 20:30:03

หลักธรรมชุดศิลาจารึก

วัดป่าดานวิเวก

50

ศลิ าจารกึ วัดป่าดานวเิ วก

ก้อนหินสีน้ำ� เงนิ
บทสำ� นึกในพระมหากรณุ าธคิ ุณพระมหากษตั ริย์

ในมหามงคลสมัยท่ีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล-
อดลุ ยเดชฯ ทรงดำ� รงต�ำแหนง่ เป็นพระมหากษัตรยิ ์ เป็นองค์
พระประมขุ ปกครองประเทศไทยครบ ๖๐ ปี ยง่ั ยนื นานยง่ิ กวา่
พระมหากษัตริย์พระองค์ใดในประวัติศาสตร์ ทรงเป็น
พระธรรมิกมหาราชาที่สถิตอยู่ในดวงใจของชาวไทยท้ังชาติ
เป็นศูนย์รวมจิตใจ เป็นขวัญก�ำลังใจ และความรักในชาติ
บา้ นเมอื ง

ตลอดระยะเวลา ๖๐ ปที ี่ผา่ นมา ทรงอุทิศพระองค์เพื่อ
ประโยชนแ์ กป่ ระเทศและประชาชน ตามพระปฐมบรมราชโองการ
วา่ “เราจะครองแผน่ ดนิ โดยธรรม เพอ่ื ประโยชนส์ ขุ แหง่ มหาชน
ชาวสยาม” ตลอดมาโดยมิได้ทรงค�ำนึงถึงความยากล�ำบาก
ทรงมีพระอัจฉริยภาพในการพัฒนาต่างๆ และทรงทุ่มเท
พระวรกายตรากตรำ� มงุ่ มนั่ เพอื่ แกไ้ ขปญั หาความเดอื ดรอ้ นให้
แกป่ ระชาชนไมว่ า่ เชอ้ื ชาติศาสนาใด หรืออยู่หา่ งไกลเพยี งใด
ก็ทรงมิย่อท้อ เข้าไปช่วยเหลือราษฎรทั้งด้านสาธารณสุข
การศึกษา สาธารณูปโภคขัน้ พ้ืนฐาน การเกษตร การฟ้ืนฟู

51

ศิลาจารกึ วัดปา่ ดานวิเวก

ทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดล้อม ทงั้ ดนิ นำ้� ป่าไม้ และ
พลงั งาน หรอื แมก้ ระทงั่ การจราจร ทรงคดิ คน้ หาแนวทาง แกไ้ ข
ปญั หาไดอ้ ยา่ งแยบยล ทรงขจดั ปญั หาขดั ขอ้ งตา่ งๆ ในบา้ นเมอื ง
ให้สงบร่มเย็น ชาวไทยทุกคนจึงโชคดีท่ีมีพระมหากษัตริย์
ผู้ประเสริฐสุด เป็นพระประมุข ทรงปกป้องผองภัยทั้งมวล
ตามโบราณราชประเพณีของพระบูรพมหากษัตริยาธิราช
แหง่ บรมราชจกั รวี งศ์ ทไ่ี ดท้ ะนบุ ำ� รงุ และปกปอ้ งชาตบิ า้ นเมอื ง
ให้มีความปลอดภัย มีความผาสุก เป็นเหตุให้ประเทศชาติ
บา้ นเมอื ง พระศาสนา พสกนกิ ร และพระราชวงศด์ ำ� รงสถาพร
เจริญรุ่งเรืองต่อเนื่องมาได้ ก็ด้วยทุกพระองค์ทรงธ�ำรงมั่น
อยู่ในพระคุณธรรมเป็นแนวปฏิบัติ ดังเช่น พระบาทสมเด็จ
พระพทุ ธยอดฟา้ จฬุ าโลกมหาราช องคพ์ ระปฐมบรมราชจกั รวี งศ์
ทรงตง้ั พระราชปณธิ านไวว้ า่ “ตง้ั ใจจะอปุ ถมั ภก ยอยกพระพทุ ธ-
ศาสนา จะปอ้ งกนั ขอบขณั ฑสมี า รกั ษาประชาและมนตร”ี กท็ รง
ปฏิบัติตามพระราชปณิธานอันเป็นเสมือนสัจจวาจาน้ันด้วย
พระวิริยะอตุ สาหะสูงยง่ิ

พระมหากษัตริย์ในราชวงศ์จักรี ซ่ึงเป็นท่ีเคารพรักและ
บูชาของประชาชนอีกพระองค์หน่ึง คือ พระบาทสมเด็จ
พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อ

52

ศิลาจารกึ วัดปา่ ดานวเิ วก

ประชาชนดว้ ยการเลกิ ทาสและปรบั ปรงุ บา้ นเมอื ง การปกครอง
การทหาร ตามแบบอย่างอารยะประเทศ จนไดร้ ับการถวาย
พระนามวา่ สมเด็จพระปิยมหาราช

นับแต่โบราณกาลเร่ิมตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย เป็นราช-
อาณาจักรที่ปรากฏอยู่ในประวัติศาสตร์ อันมีพ่อขุนศรี-
อนิ ทราทติ ยท์ รงเปน็ ผกู้ อ่ ตง้ั พระมหากษตั รยิ ใ์ นราชวงศส์ โุ ขทยั
ทุกพระองค์ได้ทรงปกครองบ้านเมืองให้มีความเจริญรุ่งเรือง
และปลอดภยั มาโดยล�ำดบั โดยท่พี ระเจ้ารามคำ� แหงมหาราช
ได้ขยายพระราชอาณาเขตออกไปจนเป็นท่ีย�ำเกรงใน
สุวรรณภูมิ มีความเจริญทัง้ ดา้ นศลิ ปวฒั นธรรม ศาสนา และ
การตดิ ตอ่ คา้ ขาย ดำ� รงความเปน็ ปกึ แผน่ ตง้ั แตย่ คุ นน้ั เปน็ ตน้ มา
คร้นั ถงึ สมัยกรงุ ศรีอยุธยา ซึง่ ตง้ั อยใู่ นบรเิ วณที่เหมาะแก่การ
คมนาคมทางน้�ำ และการเกษตร ได้เจริญรุง่ เรืองขึ้น สมเดจ็
พระเจา้ อทู่ องจงึ ทรงสถาปนาราชอาณาจกั ร อนั เปน็ ทเี่ รยี กขาน
กันว่าราชอาณาจักรสยาม โดยมีกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี
เป็นที่ลือเลื่องถึงความงดงามของปราสาทราชมณเฑียร
ความเจรญิ รงุ่ เรืองในทุกๆ ดา้ น เป็นท่ีกล่าวขวญั ของชนชาติ
ตา่ งๆ ทม่ี าตดิ ตอ่ คา้ ขายในยคุ นน้ั พระมหากษตั รยิ ใ์ นสมยั อยธุ ยา
หลายพระองคท์ ท่ี รงปกปอ้ งบา้ นเมอื ง และสรา้ งสรรคค์ วามเจรญิ

53

ศลิ าจารึก วัดปา่ ดานวเิ วก

อันเป็นพระมหากรุณาธิคุณแก่พสกนิกร อาทิเช่น สมเด็จ
พระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระนารายณ์มหาราช อันเป็นที่
เคารพสักการะและระลกึ ถงึ พระมหากรุณาธิคุณอย่างมิรู้ลมื

ในยามที่อริราชศัตรูเข้ารุกราน ชาวไทยในปลายสมัย
กรุงศรีอยุธยาขาดความสามัคคีและอ่อนแอ จนไม่สามารถ
ตา้ นทานขา้ ศกึ ได้ กรงุ ศรอี ยธุ ยามาถงึ กาลลม่ สลายลงในทสี่ ดุ
สมเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ มหาราช ไดท้ รงรวบรวมผคู้ นเขา้ ต่อสู้
ขบั ไล่ข้าศกึ ออกไปนอกราชอาณาจักรและสถาปนากรงุ ธนบรุ ี
เปน็ นครหลวงอยรู่ ะยะหนง่ึ จนมกี ารเปลย่ี นแปลงเปน็ ราชวงศ์
จักรี และพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
ได้โปรดเกล้าใหส้ ร้างกรุงรตั นโกสินทรข์ น้ึ มาจนตราบทกุ วันนี้

ขา้ พระพทุ ธเจา้ ทง้ั หลายในฐานะปวงชนชาวไทย ตา่ งสำ� นกึ
ในพระมหากรณุ าธคิ ณุ ของพระมหากษตั รยิ าธริ าชทกุ พระองค์
โดยเฉพาะองค์พระธรรมิกมหาราชาอย่างมิรู้ลืม และใน
วาระอนั เป็นมหามงคลยิง่ น้ี ขออาราธนาคณุ พระศรีรตั นตรยั
ตลอดจนปวงเทพท้งั หลาย จงอภบิ าลรกั ษาประเทศชาติและ
พระมหากษตั รยิ ท์ ท่ี รงครองศลี ครองธรรม ใหว้ ฒั นาถาวรตราบ
ช่ัวนิรนั ดร์

วนั ที่ ๔ สงิ หาคม พุทธศกั ราช ๒๕๔๙

54

ศิลาจารึก วดั ป่าดานวิเวก

กอ้ นหินสีแดง
ค�ำอุทิศมหากุศลผลบญุ

มหากุศลผลบุญ ที่พวกข้าฯ ท้ังหลายได้อุตส่าห์บำ� เพ็ญ
เพยี รมาแลว้ ดว้ ยกายวาจาใจ ได้สร้างพระธาตมุ งคลแปดทิศ
ได้สร้างมหากุศลช่วยชาติในยามวิกฤติ สร้างหลักศิลาจารึก
ชุดยอดคำ� สอน พระสถปู บรรจุพระบรมสารรี กิ ธาตุ และวัตถุ
มหามงคล รวมมหากุศลผลบุญอันเกิดจากน้�ำใจใสศรัทธา
ทง้ั มวลของพวกขา้ ฯ ทง้ั หลาย ขอยกอทุ ศิ ใหแ้ กบ่ ดิ ามารดาหรอื
ผู้พลชี ีพเพื่อรักษาชาติ พระพุทธศาสนา พระมหากษตั รยิ ไ์ ทย
ปวงชนชาวไทยทั้งแผ่นดิน ได้พงึ่ พาอาศยั พระบารมี มีความ
สงบร่มเย็นเป็นสุข นับแต่บรรพบุรุษตลอดมาตลอดไป
ขอดวงวิญญาณของเหล่านักรบหรือผู้พลีชีพปกป้องเพ่ือ
แผ่นดินไทย จงได้รับและอนุโมทนามหากุศลผลบุญแผ่กว้าง
ไมม่ ีประมาณทว่ั แดนแห่งไตรภพ ในคร้ังนข้ี องข้าฯ ทงั้ หลาย

อนึ่งข้าฯ ขออัญเชิญเทพทั้งปวงทุกช้ันภูมิผู้มีตาทิพย์
สามารถรสู้ ตั วท์ งั้ หลายทำ� กรรมดที ำ� ชว่ั จงนำ� มหากศุ ลผลบญุ
ทงั้ หมดในการนไี้ ปแจง้ แกส่ รรพสตั วท์ ง้ั หลาย ผเู้ สยี สละพลชี พี
เพื่อแผ่นดินไทย ตลอดญาติมิตรหรือไม่ใช่ญาติ จงได้รับ

55

ศลิ าจารึก วดั ป่าดานวเิ วก

ส่วนกุศลผลบุญทขี่ ้าฯ ทงั้ หลายอทุ ิศให้ เมอ่ื ตกทกุ ขข์ อใหพ้ ้น
จากทุกข์ เม่อื มสี ุขขอใหม้ ีสขุ ย่ิงๆ ขึน้ ไป ตราบกา้ วเข้าสู่แดน
บรมสขุ เกษมสำ� ราญโดยทวั่ กนั ขอใหผ้ ไู้ ดม้ าพบเหน็ ทศ่ี ลิ าจารกึ
จงชว่ ยกนั อทุ ศิ สว่ นกศุ ลผลบญุ ถงึ ทา่ นผทู้ ล่ี ว่ งลบั ผมู้ บี ญุ มคี ณุ
ทงั้ หลาย เปน็ ประเพณขี องทา่ นผปู้ ระเสรฐิ มพี ระพทุ ธเจา้ ผเู้ ปน็
จอมปราชญท์ พ่ี าดำ� เนนิ มา ทรงชว่ ยสตั วโ์ ลกออกจากกองทกุ ข์
เต็มเปี่ยมด้วยพระมหาเมตตา มีแต่สาระคุณหนุนน�ำจิตใจให้
บริสทุ ธ์ิผอ่ งใสไม่ปราศจากประโยชนค์ วามสขุ โดยแท้

งานสร้างหลักธรรมชุดศิลาจารึกยอดค�ำสอนของ
สมณนกั ปราชญ์

พวกข้าฯ ฝ่ายพระสงฆเ์ ป็นผนู้ ำ� พา
ดร.วรพฒั น์ อรรถยกุ ติ ผู้ด�ำริใจใสศรทั ธาแผก่ ว้าง
คณุ บูรณจิ ฉ์ ค้มุ ไพโรจน์ ผู้ออกแบบ

พวกขา้ ฯ ทง้ั หลายฝา่ ยฆราวาส นบั จากผยู้ ากจนถงึ บคุ คล
ทกุ ชนชนั้ รว่ มนำ�้ ใจกำ� ลงั ใสศรทั ธา ไมเ่ หน็ แกค่ วามยากลำ� บาก
ใดๆ ในการสรา้ งมหากุศล

วนั ท่ี ๒๒ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๔๙



พระธาตมุ งคลแปดทศิ



เขตพทุ ธสถานรตนมหามงคลอยา่ งสงู

พระสถปู ศิลามหามงคล

ผงั บรรจุวตั ถุมงคล ทศิ เหนือ พระสถปู ศิลามหามงคล

ทิศตะวันตก ทศิ ตะวนั ออก

ทศิ ใต้

พระธาตพุ ทุ ธรตนมหามงคล



พระธาตธุ รรมรตนมหามงคล

ช้นั ที่ ๑ บรรจแุ รม่ งคล เหล็กเปยี ก เหลก็ ไหล ขา้ วสารดำ�

ช้นั ท่ี ๒ พระธาตุธรรมรตนมหามงคล

ช้นั ท่ี ๓ พระธาตุธรรมรตนมหามงคล

ช้นั ท่ี ๔ พระธาตุธรรมรตนมหามงคล

ช้นั ที่ ๕ ผอบทองค�ำนอ้ มบรรจพุ ระบรมสารรี ิกธาตุ

พระธาตพุ ทุ ธรตนมหามงคล พระธาตุธรรมรตนมหามงคล

ขันธะวิมุตสิ ะมังคีธรรมะ
บทประพันธ์ของทา่ นพระอาจารยม์ ่นั ภรู ทิ ัตโต (คัดลอกจากลายมือ)

ขันธะวิมตุ ิสะมังคธี รรมะ
บทประพนั ธข์ องทา่ นพระอาจารยม์ ั่น ภรู ิทัตโต (ถอดจากลายมอื )

กอ้ นหนิ สนี ้ำ� เงนิ บทส�ำนกึ ในพระมหากรุณาธคิ ณุ พระมหากษตั รยิ ์

73

หลักธรรมชดุ ศลิ าจารกึ



75

สารบัญ

พระอุบาลีคณุ ปู มาจารย์ (พระสิรจิ นโฺ ท จนั ทร)์ หนา้

โลกนติ ิ ค�ำกาพย์ภาษาไทยอีสาน ๘๐
โลกนิติ แปลเปน็ ภาษาไทยกลาง (ศ.ดร.ปราณี กลุ ละวณิชย)์ ๘๑

พระภรู ทิ ตฺตเถร หลวงปมู่ นั่ ๑๒๗
ทาน ศลี ภาวนา ๑๓๔
ศีล ๕ ๑๔๑
ขนั ธะวมิ ตุ ิสะมงั คธี รรมะ

พระสทุ ธธิ รรมรงั สคี มั ภรี เมธาจารย์ (พระธมมฺ ธโร ทา่ นพอ่ ล)ี
พระครูญาณทัสสี (พระปภาโส หลวงปคู่ ำ� ด)ี
จงมีพระรัตนตรัยเป็นทพี่ งึ่ ๑๗๕
วธิ ที ำ� สมาธิ (พระธมฺมธโร ท่านพอ่ ลี) ๑๘๐
ลกั ษณะของจิตรวม ๑๘๖
วธิ ีแก้นมิ ติ ๑๙๓

พระธรรมวสิ ทุ ธิมงคล ๒๐๕
(พระาณสมฺปนโฺ น หลวงตามหาบัว) ๒๑๓
วธิ เี ดินจงกรมภาวนา
สำ� หรับผู้ท่ียังตงั้ หลักไม่ได้

76 ๒๒๐
๒๒๘
สมาธ ิ ๒๓๑
ปญั ญาอบรมสมาธิ ๒๓๗
สมาธ ิ ๒๔๙
ปัญญา ๒๕๖
ติดสมาธ ิ ๒๖๕
จติ เสอื่ มทกุ ข์หนัก ๒๗๔
ปัญญาตอ้ งเปน็ ปจั จุบนั ไมใ่ ชส่ ัญญาอดีต ๒๘๒
ปัญหาเรื่องอวิชชา ๒๘๖
พิสจู น์ตายเกดิ ตายสญู ๒๘๘
พิสจู นต์ วั เราทางภาคปฏิบตั ิ ๒๙๐
ความดีรบี ท�ำเสยี วันน้ ี ๒๙๑
การท�ำบุญ ๒๙๖
กรรมใหผ้ ล ๒๙๙
คตธิ รรมค�ำสอน ๓๐๒
พระอบุ าลีคุณูปมาจารย์ (พระสิรจิ นโฺ ท จนั ทร)์ ๓๐๔
พระภูรทิ ตตฺ เถร หลวงปู่มนั่ ๓๐๗
พระราชวุฒาจารย์ (พระอตุโล หลวงปูด่ ลู ย์) ๓๐๙
พระโพธิญาณเถร (พระสภุ ทฺโท หลวงปชู่ า) ๓๑๑
พระจติ ฺตวโร หลวงพ่อมหาจติ ๓๑๓
พระ€ติ ธมฺโม หลวงปู่ค�ำตัน
คำ� อทุ ิศส่วนมหากุศลผลบุญ
ค�ำอทุ ิศมหากุศลผลบญุ อยา่ งพิสดาร

77

ธรรมชุดกล่าวส่ังสอนท้ังมวลที่ได้ลงหลักศิลาจารึก
ณ พุทธสถานทรพั ยากร วดั ปา่ ดานวิเวก ขา้ ฯ ทงั้ ปวง
เจตนาทำ� เพอ่ื ใหเ้ ปน็ ธรรมทาน ดว้ ยนำ�้ ใจใสศรทั ธาแผก่ วา้ ง
ไมม่ งุ่ หวงั วตั ถปุ จั จยั สงิ่ ตอบแทนใดๆ ในโลก ยง่ิ กวา่ บญุ กศุ ล
เพื่อประโยชนส์ ขุ ในเพือ่ นมนษุ ยด์ ว้ ยกัน
ไมอ่ นญุ าตใหบ้ คุ คลหรอื คณะบคุ คลใด ทำ� การเปลยี่ นแปลง
ปรบั ปรงุ แกไ้ ขขอ้ ความใดๆ หรอื ใชว้ ธิ กี ารใดๆ เพอ่ื จำ� หนา่ ย
ทกุ กาลเวลา ถา้ ผใู้ ดฝา่ ฝนื ไมป่ ฏบิ ตั ติ ามธรรมะ จะพาตวั ตน
ไม่พ้นความฉิบหาย

คณะผจู้ ัดทำ�
๑๘ พฤษภาคม พทุ ธศักราช ๒๕๔๙



79

หลกั ธรรมชดุ ศิลาจารกึ

พระอบุ าลีคณุ ูปมาจารย์ (พระสริ จิ นฺโท จนั ทร)์

โลกนติ ิ

ค�ำกาพย์ภาษาไทยอสี าน แปลเปน็ ภาษาไทยกลาง
ไดอ้ าศัยกาพย์กลอนภาษาไทยกลาง

ของ ศ.ดร.ปราณี กลุ ละวณิชย์ น�ำมาเป็นหลกั ในการแปล
ผดิ หรือถกู จงใชป้ ญั ญาตรองดู ให้รเู้ ถดิ

80

คำ� กาพย์ภาษาไทยอีสาน

นโมนมาวันทาวนั ถ่อง นอ้ มเกลา้ ก่องไหว้แกว้ ท้งั สาม

ไหว้อินทรพ์ รหมเทวาทุกหมู่ ขอไหวข้ ่คู รเู ค่าผูส้ อน

ไหว้บดิ ามารดรก่อเกษ คณุ วเิ ศษส่อยแตง่ คำ� สอน

ขอวิงวอนอนิ ทรพ์ รหมส่อยชี้ คุณพุน่ พีข่ า้ ไหว้ข้าวอน

สอ่ ยแตง่ กลอนบูฮานไว้แบบ บ่คับแคบมคธบาลี

หลายพนั ปีสดู เฮยี นมีนอ้ ย ความฮสู่ ่วยเสื่อมส้นิ สญู หาย

คนทง้ั หลายแปลธรรมบ่ได ้ ความทุกขไ์ ฮ่บงั เกิดกวมจติ

ท�ำการผดิ คำ� สอนนักปราชญ ์ บ่ฉลาดความฮู่บ่มี

บ่มศี รไี ปมาจักแหง่ เฮาจกั แตง่ แปลจากบาลี

ในคมั ภรี ช์ อ่ื โลกะนิติ ์ บใ่ ห้ผดิ ใจความฟงั งา่ ย

บซ่ ือ้ จา่ ยแตง่ ไว้เปนทาน สบื ลูกหลานตอ่ วงษ์เมือหน้า

ลูกหลานขา้ ฟังแล้วหิ่นตรอง เฮ็ดถืกคองฮงุ่ เฮืองใจกว้าง

เฮาผ้เู ว่าตนแต่งภาษิต ญาณรกั ขิตนามหลวงชื่อต้งั

สถิตยฮ์ ั้งอาวาสของหลวง นามกรบรมนิวาส

เปนนักปราชญเ์ หตุพระมหินทร ์ ปรมนิ ทรม์ กุฎกรงุ เทพฯ

บอ่ วดอา้ งเฮียนฮสู่ ู่เชงิ คดึ ฮ�่ำเพิงลูกหลานชาตเ์ิ กิด

นามแตเ่ ค่าเฮาช่อื มหาจนั ทร์ เกดิ อบุ ลหนองไหลบ้านเกา่

81

แปลเป็นภาษาไทยกลาง

ขอน้อมเกล้ากราบไหว้ คุณพระศรีรัตนตรัย ไหว้พระอินทร์
พระพรหมและเทพทง้ั ปวง ไหวค้ ณุ ครบู รู พาจารยผ์ สู้ อน ไหวค้ ณุ บดิ า
มารดรผู้ให้ก�ำเนิด ขอคุณพระศรีรัตนตรัยให้ช่วยแต่งค�ำสอน
ขอวงิ วอนพระอนิ ทร์พระพรหมช่วยช้ีทาง ข้าไหวข้ ้าวอนคณุ ทกุ ทิศ
ทกุ ทางทุกหนทกุ แหง่ ใหช้ ว่ ยแต่งบทกลอนโบราณ ให้ปรากฏเปน็
แบบอย่างเป็นบาลภี าษามคธ (ท่กี ว้างขวาง) ไมค่ ับแคบ อกี หลาย
พันปีข้างหน้าสูตรธรรมะค�ำสอนจะมีน้อย ความรู้จะเรียวลงสูญ
หายไป คนทงั้ หลายตรติ รองภาษาธรรมะไมเ่ ขา้ ใจ เพราะความทกุ ข์
และความจนเข้าครอบงำ� จะทำ� การผิดจากค�ำสอนของนักปราชญ์
เพราะความรคู้ วามฉลาดหามไี ม่ จะไปมาในทศิ ทางใดกไ็ มม่ ศี กั ดศิ์ รี
เราจะแตง่ แปลจากบาลี ในคมั ภรี ช์ อ่ื วา่ โลกนติ ิ ไมใ่ หผ้ ดิ ความหมาย
ฟังได้ง่าย ไม่มีการซื้อขายแต่งไว้เพื่อเป็นธรรมทาน ให้ลูกหลาน
เล่าเรียนสืบต่อกันในภายหน้า ลูกหลานของเราเมื่อได้ฟังแล้วให้
ตรกึ ตรองเอา ทำ� ดไี มม่ โี ทษทำ� ถกู หลกั ศลี ธรรมจะเกดิ ความรงุ่ เรอื ง
ใจกว้าง เราผู้พูดเป็นคนแต่งภาษิตน้ีได้นามตามสมณศักดิ์ว่า
พระญาณรกั ขติ เปน็ เจา้ อาวาสพระอารามหลวงชอื่ วา่ วดั บรมนวิ าส
เปน็ นกั ปราชญเ์ พราะพระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั ทรง
แตง่ ตงั้ การศกึ ษาเรยี นรรู้ อบดา้ นแตไ่ มใ่ ชอ่ วด คดิ รำ� พงึ ถงึ ลกู หลาน
ทเ่ี กดิ มา นามเดมิ เราชอื่ มหาจนั ทร์ เกดิ ทบี่ า้ นหนองไหล จงั หวดั อบุ ลฯ

82

คึดเหล่าเหล่าเถิงลูกเถงิ หลาน เถงิ กมุ ารเกดิ มาภายซ่อย

ความฮนู่ อ้ ยขายหน่าบ่หาย ความจิบหายสบื วงษบ์ ่มว่ั

เฮาสืบพ่อความฮู่เพิ่นสอน เปนคำ� กลอนบาลีฟงั ยาก

ส้ลู �ำบากเพียรแกแ้ ตง่ สาร ใหล้ ูกหลานฮ่ำ� เฮยี นจ�ำไว้

ไผจ�ำไดว้ งษเ์ ชื้อสา่ ลอื ไผนับถือสูตรเฮยี นฮกั ใค่

ไผขาบไหวน้ อบนบบูชา เกดิ ปญั ญาฮุง่ เฮอื งคนย่อง

ใหพ้ ี่นอ้ งไผพ่อหม่นั ฟังพอ่ เนอ

83

คดิ แลว้ คดิ อกี ถงึ ลกู หลาน ถงึ กมุ ารทเ่ี กดิ ขน้ึ มาภายหลงั ความรนู้ อ้ ย
ขายหน้าไม่จบส้ิน ความฉิบหายจะอยู่กับวงศ์ตระกูลไม่สิ้นสุด
เราค้นพบความรู้ท่ีท่านสอน เป็นคำ� กลอนบาลีฟังยาก อุตส่าห์ทน
ล�ำบากประพนั ธใ์ หเ้ ปน็ คำ� กลอน ใหล้ กู หลานขยนั เรยี นจดจำ� ไว้ ใครที่
เรยี นจำ� ไดว้ งศต์ ระกูลมีชอ่ื เสยี ง ใครที่เช่ือถอื รกั ใคร่ชอบเล่าเรยี น
ศกึ ษา ใครทก่ี ราบไหวน้ อบนอ้ มบชู า เกดิ ปญั ญารงุ่ เรอื งคนสรรเสรญิ
ขอใหพ้ นี่ อ้ งผู้ใดที่มาพบเห็น (สูตรธรรมะคำ� สอนนี้) ใหข้ ยนั ฟงั เถดิ
พอ่ เอย

84

คำ� กาพย์ภาษาไทยอีสาน

๑. ตนผู้ขา้ พทุ ธโฆสา ไหว้วันทาพุทโธองคเ์ ลิศ

ประเสริฐพ้นนักปราชญบ์ ัณฑติ ย์ จักภาษิตคำ� สอนต่างๆ

มหี ลายอย่างต่างๆ คมั ภรี ์ ด้วยวิธภี าษามคธ

๒. แต่งเปนบทค�ำสอนสอ่ งโลก เปนประโยคส่องโลกท้ังสาม

ข้อดงี ามหามาตดิ ต่อ เปนดงั กอ่ ทางไว้ให้เดิน

๓. ปากใดเกินบม่ ีความฮ่ ู มักลบหลู่ค�ำหมว่ นจิบหาย

มีอบุ ายย้อมแดงด้วยหมาก ปากอนั น้ันนกั ปราชญ์นนิ ทา

มันเกดิ มามปี ากเสยี เปล่า เหมอื นปากเตา่ ปากกงุ้ ปากหอย

๔. ปากอนั ใดเฮยี นธรรมฮมู่ าก บล่ ำ� บากฟังหมว่ นเย็นใจ

ปากนำ� ไผเยอื กเย็นคือน้ำ� นกั ปราชญเ์ จ้ายอ่ ย่องวา่ ดี

ปากมศี รีฮุง่ เฮอื งวลิ าศ ปากสอาดคณุ ล่นบ่ซาม

๕. ของบ่งามมนี ามหลายอย่าง สระเปลา่ ว่างหานำ้� บม่ ี

เปนบรู หี าพระยาบไ่ ด้ เปนต้นไม้ใบเหีย่ นหล่าสม

เปนงัวนมฮีดน้�ำบ่ย้อย เปนสาวจ้อยปะไป่เปลือยโต

นะหโิ สบง่ ามความเปรียบ เพ่ินเทยี บไวค้ อื ดังวาจา

คำ� มษุ าโกธาสอ่ เสยี ด ใหเ้ พิน่ เคียดงามน้อยบม่ ี

85

แปลเป็นภาษาไทยกลาง

๑. ขา้ พเจา้ พระพทุ ธโฆษาจารย์ นอ้ มกราบไหวพ้ ระพทุ ธเจา้ ผเู้ ลศิ
ผปู้ ระเสรฐิ เหนอื นกั ปราชญบ์ ณั ฑติ ทง้ั หลาย ขา้ ฯ จกั แปลภาษติ
จากภาษาบาลีซึ่งจดจารึกค�ำสอนต่างๆ มีหลายอย่างหลาย
คมั ภรี ์ต่างๆ กนั

๒. เป็นธรรมะค�ำสอนส่องทางให้โลก เป็นข้อความที่บริสุทธิ์
สอนโลกทง้ั สาม ข้อธรรมะใดท่ีดงี ามมแี กน่ สาร หามาติดต่อ
เพม่ิ เตมิ เหมือนชบี้ อกวิถที างเดนิ ให้

๓. คนท่ีพูดมากขาดหลักเหตผุ ลหามคี วามรไู้ ม่ มักลบหลคู่ ำ� สอน
ที่ไพเราะของนักปราชญ์ผู้รู้ล้วนมีแต่คุณจะพาตนฉิบหาย
เจ้าเล่หพ์ ดู จาดีถึงจะเคย้ี วหมากพูดจนรมิ ฝปี ากแดง ปากน้ัน
นกั ปราชญไ์ มน่ ยิ ม เกดิ มาเหมอื นมปี ากเสยี เปลา่ เหมอื นปากเตา่
ปากกุง้ ปากหอย

๔. ผู้ใดที่เรียนรู้ฉลาดในธรรม พูดฟังไม่ล�ำบากไพเราะเย็นใจ
พดู กบั ใครพดู ดว้ ยใจเมตตาเยอื กเยน็ เหมอื นนำ้� ปากเชน่ นนั้ นกั
ปราชญท์ า่ นสรรเสรญิ วา่ มปี ากดี ปากมสี ัตย์มีศลี ท�ำใหเ้ จรญิ
รุ่งเรืองวิไล พูดดไี มม่ โี ทษมแี ตค่ ุณหาประมาณมไิ ด้

๕. ของทไี่ มง่ ามมชี อื่ หลายอยา่ ง สระทว่ี า่ งเปลา่ ไมม่ นี ำ�้ ไมง่ าม เปน็
ประเทศไมม่ พี ระมหากษตั รยิ ป์ กครองไมม่ ศี รสี งา่ เปน็ ตน้ ไมใ้ บกดุ
ใบดว้ นไมง่ าม เปน็ แมว่ วั ไมม่ นี ำ้� นมไมง่ าม เปน็ สาวบรสิ ทุ ธไิ์ มส่ งั วร
รกั ษาตนหรอื ทำ� ตวั ใหเ้ ลวทรามเทยี บความงามหามไี ม่ ความไมง่ าม
เหลา่ นเ้ี ปรยี บไดก้ บั คำ� โกหก พดู ดว้ ยอารมณโ์ กรธคำ� หยาบสอ่
เสียดท�ำให้ผอู้ นื่ โกรธลว้ นไมม่ ีความงาม

86

๖. เจ้ามะตบี ณั ฑติ ย์ฉลาด อยา่ ประมาทจำ� ยอดคำ� สอน
เปนอาภรณ์กลางคนหับปาก ดังค�ำหมากหบั ปากเพนิ่ เปน
๗. รสของเย็นเฮาเห็นมมี าก รสฟองนำ�้ รสแกน่ จนั ทรแ์ ดง
บค่ างแคงรสเงาฮม่ ไม้ รสหนงึ่ ได้แสงสอ่ งเดอื นดาว
เปนรสเย็นทวั่ กันคนฮู่ เยน็ บ่สเู้ สยี งหม่วนค�ำสอน
๘. รสของหวานชอบกนั บน่ ้อย รสหน่งึ อ้อยรสหน่ึงนารี
เปนรสดีกนิ หลายฮู่อม่ิ ของบ่อ่มิ รสยอดค�ำสอน
บ่ห่อนถอนย่งิ กนิ ยง่ิ แซบ บ่คบั แคบฟังไดย้ ่ิงหวาน
๙. รสสงสารกินเมาทั้งค่าย รสบ่ฮ่ายกนั แกเ่ จบ็ ตาย
อธบิ ายสองอันเพิน่ ช้ี รสหนึ่งนค้ี ำ� เถา่ สงั่ สอน
รสท่สี องค�ำสอนนกั ปราชญ์ เพ่นิ ฉลาดชีช้ ่องนีรพาน
๑๐. วชิ าการเฮียนเอาบไ่ ด ้ เพน่ิ กลา่ วไวม้ ี ๗ ประการ
เดียรฉานกับคนประมาท คนขคี้ รา้ นมกั หลับมักนอน
คนอาทรป่วยโซพยาธิ ์ คนอบุ าทวม์ ักงา่ ยในกจิ
คนเห็นผิดท�ำการบ่เบ่อื คนบเ่ ชอ่ื บ่ชอบวิชา
๑๑. เปนศษิ ยห์ าใหค้ รูเหน็ ชอบ ให้ประกอบคุณไว้ ๕ อัน
อยา่ ดอ้ื ดันนอนหลังตืน่ ก่อน อปุ ฐากอย่าผอ่ นเพยี รทำ�
อย่าเถยี งค�ำครูบาสอนงา่ ย อย่าเบ่ยี งบ่ายหลบหลีกการงาน
พระอาจารยส์ อนธรรมให้ฮู ่ อดสาสู่ใจนอ้ มหม่ันเพยี ร

87

๖. เจ้ามะตีบัณฑิตผู้รู้ฉลาด อย่าประมาทให้จ�ำยอดค�ำสอน
ทา่ มกลางฝงู ชนไมพ่ ูดเป็นอาภรณ์ ดงั ค�ำหมากเป็นธรรมชาติ
รกั ษาปากท่านไว้

๗. รสของเย็นที่เราเห็นมีอยู่มาก ฟองน้�ำและแก่นจันทน์แดง
ท่วี ่าเย็น ยังเย็นสู้รสเงารม่ ไมไ้ มไ่ ด้ อกี อย่างหนึ่งแสงส่องจาก
ดาวเดอื นรสเย็นตา รสของเย็นทงั้ หลายท่คี นรู้ หาเยน็ สเู้ สยี ง
ค�ำสอนท่ีไพเราะจากผู้ร้ธู รรมไม่ได้

๘. รสของหวานคนส่วนมากชอบกัน เป็นต้นว่ารสอ้อยรสนารี
เปน็ รสดีกนิ มากยังรู้อิม่ แต่รสแหง่ ธรรมกนิ เทา่ ไรไมร่ ู้อมิ่ ยิง่
ฟงั ยงิ่ ร้ฉู ลาดไพเราะละเอยี ดซาบซึ้งเย็นใจ

๙. คนทง้ั หลายหลงมวั เมาตดิ อยใู่ นรสวฏั สงสาร รสพอดไี มม่ พี ษิ มี
ภัยทีจ่ ะกันตนออกจากแก่เจบ็ ตาย ท้ังสองเรื่องนท้ี ่านชีไ้ วเ้ ป็น
สองรส รสแรกค�ำสอนของผู้เฒ่าผมู้ คี ณุ ธรรม รสท่ีสองเป็น
คำ� สอนของนักปราชญ์ ท่านผ้รู ฉู้ ลาดช้ีสอ่ งทางนพิ พานให้

๑๐. ผทู้ เี่ รยี นวชิ าไมส่ ำ� เรจ็ ทา่ นกลา่ วไวม้ อี ยู่ ๗ จำ� พวก เดยี รฉาน
คนประมาท คนเกียจคร้านเห็นแก่นอน คนอาภัพป่วย
ไม่รู้จักหาย คนช่ัวมักง่ายในการท�ำงาน คนเห็นผิดแต่ขยัน
ท�ำงานคนทไ่ี ม่เชื่อและไม่ชอบเรียนวชิ า

๑๑. เปน็ ศษิ ยอ์ ยากจะใหค้ รชู อบใหป้ ระกอบคณุ ๕ ประการ อยา่ ดอ้ื
ดนั นอนหลงั ตน่ื กอ่ น อปุ ฏั ฐากอยา่ ทอ้ ถอย อยา่ เถยี งคำ� ครบู า
เปน็ คนสอนงา่ ย อยา่ หลกี เลย่ี งการงาน เมอ่ื พระอาจารยส์ อน
ธรรมะใหอ้ ดทนสูน้ อ้ มรบั ใส่ใจและขยันหมั่นเพียร

88

๑๒. อุสาห์เฮยี นอย่าหลงมักมาก เฮียนสมอยากความฮบู่ จ่ ำ�

ศิษย์อธรรมดงั คนปากกึก ฝันเห็นถกื มันแก้บ่เปน

อปุ มาคนเฮยี นธรรมมาก เฮยี นแต่ปากคำ� ฮ่บู ่สิง

ฝงู ชายหญิงถามหาความเว่า เฮด็ เค่าเมา่ ขายหน่าทัว่ ดนิ

๑๓. สาตรศิลป์คือตัวความฮู่ อย่ใู นตูใ้ นพบั ในลาน

บแ่ ก่นสารต้องการบไ่ ด้ คือเฮาไวฝ้ ากทรัพย์เงนิ ค�ำ

วางประจำ� ในมือคนอนื่ ยากพน้ หลื่นคาวฮ่อนแลน่ หา

๑๔. ปฤษณาสองอันฟังยาก พากหนึง่ น้นั ยกยอ่ งยอคณุ

แหง่ สตั รูตนซงั เคอื งเคยี ด พากหน่งึ น้นั ด่าเสยี ดครตู น

กรรมใหผ้ ลเกิง่ กนั เสมอพาก ใจกบั ปากบิดเลี้ยวตา่ งกนั

๑๕. ความสำ� คญั กระจกวา่ แกว้ ค้นพบแกว้ กับวา่ กระจก

สัตว์นาฮกหาศลี บไ่ ด้ เพ่นิ กล่าวไวฝ้ งู น้ันใช่คน

ผู้เปนคนบัณฑิตย์นกั ปราชญ์ เพ่นิ องอาจยืนไว้ถ้อยคำ�

เห็นกระจกกระจกบ่แคว่ เหน็ หนว่ ยแกว้ ยนื แกว้ บว่ าง

๑๖. ธรรมเปนกลางชี้ทางนักปราชญ์ ความฉลาดสามส่ิงเทียมตน

หน่ึงบฮ่ นนำ� ของหายาก สองบห่ ่อนนำ� สงิ่ จบิ หาย

สามจักตายสตบิ ่หลา่ บ่ตั้งว่าชายนนั้ แก่นคน

89

๑๒. อุตส่าห์เรียนอย่าโลภมาก เรียนไปตามความอยากมากไปก็
จำ� ไมไ่ ด้ ศษิ ยอ์ ธรรมเปรยี บไดก้ บั คนใบท้ เี่ ลา่ ความฝนั ใหใ้ ครฟงั
ไมไ่ ด้ อปุ มาเหมอื นกบั ผเู้ รยี นธรรมมาก ไมจ่ ดจอ่ เรยี นแตป่ าก
ความรู้ติดตัวไม่มี ฝูงชายหญิงถามหาความรู้ความฉลาด
ท�ำเหมอื นคนสิน้ คิดขายหนา้ ทว่ั แผน่ ดนิ

๑๓. ศาสตร์ศิลป์ท้ังมวลเป็นตัวความรู้ หากเพียงเก็บไว้ในตู้จด
จารึกใส่หนังสือหรือในใบลาน จะไม่เป็นประโยชน์แก่นสาร
อนั ใด เวลาตอ้ งการนกึ ใชไ้ มไ่ ด้ เปรียบเหมือนเราฝากทรพั ย์
เงนิ ทองไว้ในมือคนอื่น เมือ่ ถึงคราวแตกตนื่ เดือดรอ้ นใชย้ าก
ตอ้ งว่ิงไปหาเขา

๑๔. ปฤษณาสองอยา่ งฟงั ยากดสู บั สน อยา่ งหนง่ึ นน้ั พดู ยกยอ่ งศตั รู
ท้ังท่ีตนเกลียดชังขัดเคืองใจกัน อีกอย่างหน่ึงนั้นพูดเสียดสี
ครูของตน กรรมสองอย่างน้ีให้ผลเสมอกัน เพราะใจคิด
อยา่ งปากพูดอยา่ งไมต่ รงกนั

๑๕. หากส�ำคัญกระจกเป็นแก้ว คร้ันเห็นแก้วกลับเรียกกระจก
สตั วน์ รกไมม่ ศี ลี ทา่ นกลา่ วไวห้ าใชค่ น ผเู้ ปน็ คนบณั ฑติ นกั ปราชญ์
ทา่ นองอาจยนื ยนั ถอ้ ยคำ� เหน็ กระจกวา่ กระจก เหน็ แกว้ ยนื ยนั
วา่ แกว้ ตามความจรงิ ไม่กลบั กลอก

๑๖. ธรรมเปน็ กลางชี้ทางของนกั ปราชญ์ผูร้ ู้ยึด ๓ อยา่ งนไ้ี ว้เพอื่
เปน็ ทางปฏบิ ตั ิ หนง่ึ ไมแ่ สวงหาของทหี่ าไดย้ าก สอง ไมแ่ สวงหา
สง่ิ ทนี่ ำ� ความพนิ าศฉบิ หายมาให้ สามเวลาจะตายสตดิ ไี มเ่ ผลอ
ไมต่ อ้ งกลา่ วผ้เู ชน่ น้ันชายแท้ยอดคน

90

๑๗. อนสุ นธช์ิ ้ที างช้ีเหต ุ อุปเทษคนใบ้คนพาล

สามประการจอ่ื จำ� เอาไว้

หน่งึ ข้ใี ฮ่หลงโลภแตก่ าม สองใจหาญก�ำลงั ตวั น้อย

อยากเกี่ยวกอ้ ยถีบปล้ำ� เถยี งแขง แก่คนแฮงกวา่ ตนควรยา่ น

สามขีค้ รา้ นเฮยี นน้อยบ่จ�ำ มกั ขืนค�ำเถียงคนฮู่มาก

๑๘. ดพู ื้นพากคนถ่อยเลวทราม สามประการดงั เดียวเพิงฮู่

หนึ่งสูหลเู่ ที่ยวข้ึนตามเฮือน เขาบเ่ ตือนเชญิ ตนขึ้นบ้าน

สองหน่าด้านอวดฮ่อู วดงาม เขาบ่ถามอวดตายแต่เวา่

ข้อสามเจ้ายอยอ่ งแต่โต คนโมโหหามโตคือบ้า

เร่ืองถอ่ ยซา่ ฟงั แจง้ จื่อเอา

๑๙. ชายมีเคาหนวดคางฮมิ ปาก แมน่ หายากในพ้นื แผน่ ดิน

อยา่ ถวิลคบคนปากเกยี้ ง ให้หลกี เลยี่ งนอนลผ้ี ู้เดยี ว

๒๐. ผเู้ ฉลยี วหิ่นตรองค�ำปราชญ ์ มารยาทบอกส่อตระกลู

เสียงเปนมูลบอกทางประเทศ ไปสเู่ ขตเคยคุ้นแหวห่ า

บอกสองขาฮกั กนั เพยี งญาต ิ เนื้ออ่มิ อาจเตม็ อว้ นบ่ผอม

บอกอาหารของกินบไ่ ฮ่ จ�ำเอาไว้ทางห่อมบณั ฑิตย์

๒๑. พระอาจารยย์ กความมาเทยี บ มาเปรยี บใหน้ าฮกนาจี

มหี ลายๆ ในธรรมะเทศ ชี้ในเขตคนยากคนจน

กรรมให้ผลจิบหายทกุ ข์ยาก แสนล�ำบากนาฮกตอ่ ตา

เวทนาเหลือทนฮ่องไห ้ ทา่ นเปรยี บไว้นาฮกตาเห็น

91

๑๗. คนโง่หรือคนพาล ๓ ประการให้จดจ�ำไว้ หน่ึง ขดั สนเปน็ คน
มกั มากในกาม สอง ใจกลา้ แตก่ �ำลังมีนอ้ ย อยากส้ถู บี ปล�้ำ
โต้เถียงกับคนที่มีก�ำลังมากกว่า สาม คนข้ีเกียจเรียนน้อย
ไม่จดจำ� แตช่ อบเถยี งค�ำผรู้ ูม้ คี วามฉลาดเหนือกว่า

๑๘. ดูนิสัยคนต่�ำช้าเลวทราม มี ๓ ประการเหมือนกันพึงรู้
หนงึ่ ถอื วสิ าสะเทยี่ วขนึ้ ตามเรอื น เขาไมเ่ ตอื นเชญิ ตนขนึ้ เรอื น
สอง หนา้ ดา้ นอวดความรอู้ วดงาม ไมม่ ใี ครถามมกั อวดดแี ตพ่ ดู
สาม ยกย่องแต่ตนเอง คนโมหะหลงตวั เองเหมือนบา้

๑๙. ชายที่มีหนวดเคราปลายคางริมปาก แม้ว่าจะหายากใน
พนื้ แผน่ ดนิ กไ็ มน่ า่ คบ อยา่ ไปถวลิ คบคนทป่ี ระจบสอพลอ ยงิ่ เลว
กวา่ คนทม่ี หี นวดเครารมิ ปาก ใหห้ ลกี เลย่ี งไปอยคู่ นเดยี วดกี วา่

๒๐. ผู้ที่เฉลียวตริตรองค�ำสอนของนักปราชญ์ มารยาทชี้บอก
ตระกลู สำ� เนยี งพดู บอกชาติ ไปทค่ี นุ้ เคยรจู้ กั กนั ใหแ้ วะเยยี่ มเยยี น
บอกเขาวา่ เราทง้ั สองรกั สนทิ กนั เหมอื นญาติ ทใี่ ดสว่ นมากมแี ต่
คนอว้ นไมผ่ อม แสดงถงึ บา้ นเมอื งถนิ่ นนั้ อดุ มสมบรู ณ์ ไมข่ าดแคลน
ในเร่อื งอาหาร เรือ่ งเหลา่ นจ้ี งฟังเสยี งทางบณั ฑิตผ้รู ู้

๒๑. พระอาจารยย์ กคำ� มาสง่ั สอน มาเปรยี บใหด้ นู รกอเวจมี หี ลายๆ
ในธรรมเทศนา ชใ้ี หเ้ หน็ วา่ ในเขตคนยากไรค้ นจน เพราะผลกรรม
ทท่ี ำ� ไมด่ เี ปน็ สาเหตุ แสนลำ� บากเหมอื นตกนรกทตี่ าเหน็ รอ้ งไห้
ดนู า่ เวทนาเหลอื เกนิ ทา่ นเปรยี บไวเ้ หมอื นตกนรกทเ่ี หน็ ทนั ตา

92

๒๒. กรรมแลเวรตนท�ำเพนิ่ เคียด เพน่ิ บังเบียดยกโทษตเิ ตียน
กจิ ตนเพียรหาผลบ่ได ้ กรรมสร้างไวน้ าฮกเปนเฮอื น
ท่านผีเฝอื นยกตนบ่ใกล ้ ท่านจงิ ไดเ้ ฮือกชอื่ บณั ฑติ ย์
๒๓. เปนบัณฑิตย์ดคู นเพ่งิ ฮ่ ู อย่าลบหลู่ผดิ พากคนดี
คนมีศรี ๑๕ จ�ำพวก พวก ๑ นนั้ พอ่ แม่ลุงอา
พวกท่ี ๒ หมอยาวิเศษ พวกที่ ๓ หมอเลขคูณหาร
พวกที่ ๔ นายด่านประต ู พวกที่ ๕ คนฮหู่ นังสือ
พวกที่ ๖ คนลอื พอ่ คา้ พวกท่ี ๗ คนส่าเศรษฐี
พวกที่ ๘ คนดีพ่อบา้ น พวกท่ี ๙ คนเผ่าราชา
๒๔. พวกท่ี ๑๐ เสนาอำ� มาตย ์ ท่ี ๑๑ องอาจราชา
ที่ ๑๒ สมณานักบวช ที่ ๑๓ คนยวดมคี ณุ
ที่ ๑๔ คนบุญนักปราชญ์ ท่ี ๑๕ คนฉลาดครูตน
ใหป้ ะปนคบหาเขา้ ใกล้ เปนมิตรไว้พาฮ่งุ พาเฮอื ง
๒๕. ซายโสภาใจเย็นนกั ปราชญ ์ ซายฉลาดหลีกเวน้ คนผดิ
คนใชม่ ิตรผูกจอ่ งกรรมเวร คนมเี ข็ญหาคณุ บไ่ ด้
คนทุกข์ใฮเ่ ก่ยี วหญ่าหาฟนื บ่ฝา่ ฝืนผิดเถียงดหู มน่ิ

93

๒๒. กรรมและเวรเราท�ำทา่ นโกรธ ท่านเบยี ดเบียนยกโทษติเตยี น

(ถา้ ถกู ดา่ แลว้ ยงั โกรธ ทกุ ขโ์ ทษกจ็ ะตามมา ถา้ ถกู ดา่ แลว้ ไมโ่ กรธ

ทกุ ข์โทษหามีไม่) กิจที่ตนเพียรท�ำหาผลไม่ได้ เหตุทก่ี อ่ กรรม

ชั่วไว้ ผลยังไม่ปรากฏในปัจจุบัน จะปรากฏผลในเมืองนรก

ท่านตรองดูรู้ชัดว่าไม่ใช่ทาง ท่านให้ยกตัวตนให้ห่างไกล

ไม่พบพา จงึ ไดเ้ รียกชอื่ วา่ บณั ฑติ

๒๓. ผู้เปน็ บณั ฑติ ดคู นรู้ อย่าดูหมนิ่ ดถู ูกผิดพวกคนดี

คนมีศรี ๑๕ จำ� พวก

พวก ๑ นั้น บรรพบรุ ุษ พวกที่ ๒ หมอยาวิเศษ

พวกท่ี ๓ หมอเลขคูณหาร (โหร)

พวกที่ ๔ นายดา่ นประตู พวกที่ ๕ คนร้หู นงั สอื

พวกท่ี ๖ พ่อคา้ ทีม่ ีชื่อเสียง พวกที่ ๗ เศรษฐคี นรำ่� ลอื

พวกที่ ๘ นายบา้ นท่ีดี พวกที่ ๙ พระราชวงค์

๒๔. พวกท่ี ๑๐ เสนาอ�ำมาตย์ ท่ี ๑๑ พระราชาผอู้ งอาจ

ที่ ๑๒ สมณะนักบวชผูม้ คี ุณธรรม ท่ี ๑๓ คนที่มบี ุญคณุ

ที่ ๑๔ นกั ปราชญผ์ ู้มีบญุ ญาธกิ าร ท่ี ๑๕ คนผ้ฉู ลาดเป็นครู

ของตน ใหเ้ ข้าใกล้ชิดสนทิ เปน็ มิตรไว้จะพาให้เจริญรงุ่ เรอื ง

๒๕. ผู้เป็นปราชญ์คนงามใจคอเยือกเย็น ผู้ฉลาดรู้จักหลีกเลี่ยง

คนพาล คนทไี่ มใ่ ชม่ ติ รคอยจองเวรจองกรรม คนทมี่ ที กุ ขเ์ ขญ็

ไม่ใช่ผู้มีคุณ คนที่ทุกข์ยากท่ีหาเช้ากินค�่ำเกี่ยวหญ้าหาฟืน

ไมค่ วรเอารดั เอาเปรยี บ หรือผดิ เถยี งดหู ม่ินดูถกู

94

๒๖. คดึ สถู่ ่นิ ท่วั โลกโลกา กะปูนาหาหวั บ่ได้
ไผหาให้เล้ียงท่องเขาเอง พวกสัปโปงเู ขยี วงูเห่า
ขึ้นต้นไม้เสือกแลน่ ตามดนิ ตีนบม่ แี ลน่ ไวปานม้า
แม่ไก่กา้ นมจอู้ ยใู่ ส แมน่ ผใู้ ดส่อยมนั เลยี้ งลูก
อยา่ ดูถูกชาตลิ กู คนซาย คราวจิบหายดูแคนบ่ชอบ
๒๗. ให้ประกอบสงเคราะห์สงหา ในเวลาเขาจนเขายาก
เขาลำ� บากทุกขย์ ากแลน่ เถิง อยา่ เหงิ สาความหลงั ความเกา่
ชาติงเู หา่ คนถ่อยคนพาล ใหส้ งสารสา่ งมนั ยามฮา่ ย
ส่อยดับฮ่อนยามเมือ่ ไฟเผา หวงั เอาบุญชาติซายใจกวา้ ง
๒๘. คึดให้ฮู่ตัวเปรียบแผน่ ดิน ชาตแิ ผน่ ดนิ แหนน่ หนาบค่ าด
คนพลาดลม้ ลงเลื่อยบ่เซา คนใจเบาชังดนิ ด่าป้อย
คนใจน้อยตวั ลม้ ดา่ ดิน ด่าแผน่ ดินบห่ นีดินได้
เพิ่นเปรยี บไว้นักปราชญใ์ จบุญ ไผท�ำบุญทำ� กรรมทำ� โทษ
บโ่ กรธใหย้ ามฮ่อนแลน่ หา บถ่ อื สาคนผดิ คนพลาด
๒๙. นกั ปราชญ์เจ้ายังเปรยี บข�ำข�ำ หมาตวั ดำ� ตัวแดงตวั ด่าง
เห็นคนยา่ งเต้นไลก่ ัดขา บ่ควรหาอุบายกัดตอบ
บ่ควรลอบลงแห่นขาหมา อุปมาบณั ฑติ ยผ์ ้ฮู ู่
บ่หอ่ นสโู้ ตต้ อบคนพาล เห็นเสยี การดังหมาตัวใบ้
๓๐. เพิ่นเปรียบไวเ้ ปนขอ่ ดีดี น้�ำนทั ทที ะเลกว้างใหญ่
อยากให้ฮ่อนมดั หญ่าลงสมุ เอาไฟลุมใหท้ ะเลมันฮ่อน
น�ำ้ บ่ฮ่อนเหมอื นดังใจหมาย อธบิ ายเปรยี บใจนักปราชญ์
ไผห่อนอาจป้อยดา่ ให้เคอื ง ไผห่อนเถยี งโต้ท่านใหเ้ คียด
เพ่ินอดได้โตฮอ่ นฝา่ ยเดยี ว

95

๒๖. ลองคิดดูทุกถ่ินท่ัวโลก ปูนาไม่มีหัว ใครหาให้มันกิน มันก็
หากนิ ดว้ ยตวั มนั เอง สตั วพ์ วกงเู ขยี วงเู หา่ ไมม่ ขี าขนึ้ ตน้ ไมเ้ ลอ้ื ย
คลานตามดนิ แตม่ นั ไปไดเ้ รว็ ราวกบั มา้ แมไ่ กไ่ มม่ นี ม ใครชว่ ย
มันเลีย้ งลกู เพราะฉะนน้ั อย่าได้ดถู กู ชาตลิ กู ผชู้ าย ถงึ คราว
ฉิบหายดูแคลนก็ไมค่ วร

๒๗. ใหป้ ระกอบการเกอ้ื กลู อนเุ คราะหส์ งเคราะหใ์ นเวลาเขาลำ� บาก
ยากจนเดอื ดรอ้ นวงิ่ เขา้ หา อยา่ ไปคำ� นงึ ถงึ ความหลงั ความเกา่
ชาตงิ เู หา่ คนเลวคนพาล ใหส้ งสารในยามเคราะหร์ า้ ย ชว่ ยดบั
ร้อนเม่ือเวลาไฟเผา หวังเอาบญุ ชาตลิ กู ผู้ชายใจกว้าง

๒๘. จงเปรยี บเทยี บตวั เองกบั แผน่ ดนิ ธรรมชาตแิ ผน่ ดนิ นน้ั หนกั แนน่
มน่ั คงปานหนิ คนพลาดลม้ ลงบอ่ ย ถา้ เปน็ คนใจเบาดา่ ทอแผน่ ดนิ
คนที่ใจนอ้ ยล้มแล้วดา่ แผน่ ดนิ ด่าแผน่ ดินก็หนแี ผ่นดินไมพ่ น้
ท่านเปรียบไว้นักปราชญ์ใจบุญ ใครท�ำบุญท�ำกรรมท�ำโทษ
ไมโ่ กรธใหเ้ วลาเขาเดอื ดรอ้ นวงิ่ เขา้ มาหา ไมถ่ อื สาคนผดิ คนพลาด

๒๙. นกั ปราชญท์ า่ นเปรยี บไวข้ ำ� ๆ หมาตวั ดำ� ตวั แดง ตวั ดา่ ง เหน็
คนเดนิ วงิ่ ไลก่ ดั ขา คนไมค่ วรหาทางกดั ตอบมนั อปุ มาบณั ฑติ ผรู้ ู้
ไมเ่ ปลืองตัวไปตอบโต้คนพาล เหน็ เสียการไม่เกิดประโยชน์

๓๐. มคี ตดิ ที ท่ี า่ นเปรยี บเปรยไวอ้ ยา่ งนา่ ฟงั วา่ ใครไมส่ ามารถเอาไฟ
เผาน้�ำทะเลอันกว้างใหญ่ให้ร้อนได้ เปรียบใจนักปราชญ์
ใครไมอ่ าจดา่ ทา่ นใหข้ ดั เคอื ง หรอื สามารถโตเ้ ถยี งใหท้ า่ นโกรธ
ทา่ นอดไดต้ ัวร้อนฝ่ายเดียว

96

๓๑. เฉลยี วเถงิ คองนกั ปราชญ ์ ผูฉ้ ลาดคือเจา้ เตเม
ละโภเคความสุขบ่เอ้ือ เพน่ิ เปนเชอ้ื นกั ปราชญใ์ จเยน็
เพิ่นแลเหน็ ความสุขเมืองฟา้ จงิ ก้มหน้าอดไว้เกดิ คุณ
๓๒. เจา้ ใจบญุ ดคู นมันยาก แสนล�ำบากจำ� แบบค�ำสอน
บอ่ าทรเบ่ิงไปคงฮู ่ เฮาเพงิ ฮนู่ กั ปราชญอ์ าจารย์
ฟังโวหารวาจาเพิน่ ว่า จกั ฮู่เคา่ ศลี หม่นั เทีย่ งคง
ตอ้ งประสงค์อยูน่ �ำหลายมื่อ จกั ฮ่ดู ือ้ ถอ่ ยช่ัวคนดี
สามัคคกี ินนอนฮ่วมถ่ิน จักฮกู่ ลิ่นคนฮอ่ นคนเย็น
คนมีเข็ญใจคอมนั ซา่ น
๓๓. จกั ฮ่คู า่ นฮู่หม่ันคนงาน ยามทำ� การท�ำงานมันบอก
จักฮพู่ วกพี่นอ้ งฮกั ตน ยามขดั สนโภยภยั มาตอ้ ง
จกั ฮู่หอ่ มความฮกั สหาย ยามจักตายเกดิ ความมีโทษ
ฮู่สันโดษเมียฮักเพ่ือนสอง ยามเขา้ ของสนิ้ มือจนยาก
๓๔. จักกล่าวพากของฮ่งุ เปนศร ี รถภมู ีธงุ ไชยพายอาด
อัคคชี าติควนั ขึน้ สอ่ งศรี บา้ นเมอื งมีราชาเปนยอด
ญิงสาวปอดผัวแก้วเปนเถา

97

๓๑. เฉลียวคิดถึงคลองนักปราชญ์ผู้มีปรีชาญาณคือพระเจ้าเตมีย์
ละโภคะสมบตั คิ วามสขุ ในโลก ท่านเปน็ วงศ์นักปราชญ์ใจเยน็
ทา่ นมองเหน็ ความสขุ เหนอื โลก ทา่ นจงึ กม้ หนา้ นงิ่ อดทนไวจ้ น
เกดิ คณุ

๓๒. เจ้าใจกุศลเอย การดูคนที่จะปฏิบัติให้ถูกหลักศีลธรรมน้ัน
แสนล�ำบากให้อุตส่าห์จดจ�ำค�ำสอนไปก่อน อย่าใจร้อน
พยายามดูไปคงรู้เอง เราเองพึงเข้าใจนักปราชญ์อาจารย์
ฟังโวหารวาจาท่านพูด อยากรู้เหตุความมั่นคงแห่งศีลต้อง
ปฏิบัตติ ามอยดู่ ว้ ยหลายวนั จะรูจ้ ักคนด้อื คนเลวคนดี ใหอ้ ยู่
กินนอนร่วมถิ่นกัน อยากรู้ว่าผู้ใดร้อนผู้ใดเย็นให้ดูว่าคนร้อน
ทุกขใ์ จมกั ฟุ้งซ่าน

๓๓. จะรู้ว่าคนข้ีเกียจหรือคนขยัน เวลาท�ำงานท�ำการมันบอก
อยากร้ญู าติพ่ีนอ้ งรกั ตน ยามขดั สนเม่อื มีภัยมาถึง จะรเู้ พ่ือน
สหายรักจริง ให้ดเู วลาจะตายหรอื เกิดเรื่องมโี ทษ จะรจู้ ักวา่
ภรรยารักตนต้องรู้จักสันโดษดุจเดียว และให้ดูเวลาเงินทอง
ขาดมอื ยากจน

๓๔. จะกลา่ วถึงของท่ีมีสงา่ ราศี คอื
- ราชรถมธี งชัยนำ� พาองอาจ
- ไฟมีควนั ขน้ึ ส่องสนี ่าเกรงขาม
- บ้านเมืองมพี ระมหากษตั ริย์เปน็ หลักชัยเป็นศรีสง่า
- หญิงสาวบริสุทธ์ิปฏิบัติตนให้มีสัตย์ศีลมีคู่สามีคนดีพาให้มี

ศักดิศ์ รี

98

๓๕. นกตาเวาเสยี งดีเปนฮูป ญิงผ้ฮู า้ ยคองวตั รพางาม

ซายฮูปซามวชิ าพาฮ่งุ นกั บวชฮู่อดเคยี ดซา่ ลือ

๓๖. ดอกทองกวาวศรงี ามไฮ่กล่นิ โลกดูหมน่ิ เหตกุ ล่ินมนั หาย

อธบิ ายดังซายโสภาพ ฮปู เกลีย้ งฮาบยงั หน่มุ งามตา

เขาเกิดมาตะกลู ใชไ่ พล ่ ของบ่ไฮค่ วามฮ่บู ม่ ี

นกั ปราชญต์ ิเกดิ มาเสยี ชาต ิ บส่ อาดคือดอกกลน่ิ หาย

๓๗. อธบิ ายแสงจนั ทร์แสงแดด บ่ห่อนแผดเกดิ ห่วมดอมกัน

อศั จรรยท์ ุกข์สุขสองภาค มันแสนยากเกดิ พ่อมบเ่ ปน

อปุ มาดงั คนในโลก มีประโยชน์หาห่อมทางสขุ

ละวิชาสตู รเฮยี นจำ� คา่ น นอนอยบู่ า้ นอยวู่ ัดคือกัน

คนื แลวันหากินหาเลน่ สขุ บ่เวน้ ความฮู่เส่อื มหาย

ลูกผู้ชายละสุขบ่เอ้อื คบชาตเิ ชอ้ื นกั ปราชญฮ์ ำ่� เฮยี น

ตัง้ ความเพียรความสขุ บ่เวา่ ทกุ ค่ำ� เชา้ เพียรถ่องเพียรจ�ำ

เพียรกระท�ำจนเปนนกั ปราชญ์ ฮู่ฉลาดความทกุ ขแ์ ลน่ หนี

อยเู่ ปนศรนี ่งั นอนจว้ ยก้วย สขุ อย่ดู ว้ ยความฮแู่ ห่งตน

๓๘. อนสุ นธิค์ ำ� สอนจอื่ ไว้ ไผจอ่ื ได้เมือหนา่ เกดิ คณุ

ของเปนบุญเกิดคุณความชอบ ควรนบนอบคือแก้วท้ังสาม

ของพางามทานศลี ซมซื่น ของสิง่ อน่ื วงษญ์ าตเิ ผ่าพนั ธุ์

ของสำ� คัญวชิ าความฮ ู่ ของหมนู่ ้สี ูญเสยี่ งบม่ ี

ในบูรีแดนใดทกุ เทศ ผู้วิเศษควรเวน้ หา่ งไกล

99

๓๕. นกกาเหวา่ มีเสียงดีแทนรปู สมบตั ิ หญงิ รปู ไม่งามประพฤติตน
ใหม้ สี ตั ยม์ ศี ลี ดพี าใหง้ าม ชายรปู ทรามแตม่ วี ชิ าความรดู้ พี าให้
รุง่ เรือง นกั บวชรูจ้ กั อดทนต่อความโกรธได้คนร�่ำลอื

๓๖. ดอกทองกวาวสีงามแต่ไร้กลิ่น โลกดูหม่ินเพราะกล่ินมันหาย
อธบิ ายเฉกเชน่ บรุ ษุ รปู เกลยี้ งบรสิ ทุ ธย์ิ งั หนมุ่ งามตา เขาเกดิ มา
ในตระกลู มสี มบตั มิ ากหลาย ไมใ่ ชไ่ พรแ่ ตค่ วามรหู้ ามไี ม่ นกั ปราชญ์
ตำ� หนิเกิดมาเสียชาตไิ มเ่ กดิ ประโยชน์เหมือนดอกไม้ไร้กลนิ่

๓๗. อธิบายแสงจันทร์แสงแดดไม่เกิดพร้อมกันฉันใด อัศจรรย์
ความสขุ หรอื ความทกุ ขข์ องคนเราเหมอื นกนั ฉนั นน้ั อปุ มาดงั คน
ในโลกมปี ระโยชน์ ควรแสวงหาทางความสขุ ไมอ่ ตุ สา่ หห์ าวชิ า
ความรู้ เกยี จครา้ นไมห่ มัน่ เพียร นอนอยู่บา้ นอยูว่ ัดก็เทา่ กัน
คนื และวนั หากนิ หาเลน่ มคี วามสขุ ไมว่ า่ งเวน้ ความรเู้ สอ่ื มหมด
ลูกผู้ชายไม่เห็นแก่ความสุข รู้จักคบหานักปราชญ์ร่�ำเรียน
ตง้ั ความเพยี ร ทกุ เชา้ ทกุ เยน็ เพยี รทอ่ งเพยี รจำ� เพยี รไมท่ อ้ ถอย
จนกลายเปน็ นักปราชญ์ รฉู้ ลาดความทุกข์หนีหาย อยูเ่ ปน็ ศรี
นงั่ นอนร่มเยน็ สขุ อยู่ด้วยความร้แู ห่งตน

๓๘. ขอใหจ้ ดจำ� คำ� สอนนไ้ี ว้ ใครจำ� ไดจ้ ะเกดิ คณุ ในเบอ้ื งหนา้ ของที่
พาให้เป็นบุญให้คุณความชอบ ที่ควรนอบน้อมคือแก้วท้ัง
สาม ของทพ่ี าใหง้ ามเยน็ ใจนา่ ชน่ื ชมใหป้ ฏบิ ตั ติ ามทานและศลี
ของส่ิงหนึ่งคือญาติเผ่าพันธุ์ ของที่ส�ำคัญคือวิชาความรู้
ของเหล่านีไ้ ม่ร้จู กั สน้ิ สญู ท่ไี หนๆ แดนใดทกุ ประเทศ ถา้ ของ
สำ� คัญเหลา่ น้ีไมม่ ี นกั ปราชญค์ วรเว้นใหห้ า่ งไกล


Click to View FlipBook Version