The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wonchai890, 2022-03-02 20:30:03

หลักธรรมชุดศิลาจารึก

วัดป่าดานวิเวก

100

๓๙. การหนีไปจากภมู ิ์ประเทศ ผู้วเิ ศษคนใบ้ตา่ งกนั

อัศจรรย์คนซามถอ่ ยซ่า ไปเบอ้ื งหนา่ แสนยากเหลอื หลบ

เหมอื นดงั กบหนีฮหู นีถ�่ำ ไปสูก่ �้ำใกล้ปากเหยีย่ วกา

เจา้ โสภาบัณฑิตย์วิเศษ หนีจากเขตเมอื งบา้ นแหง่ ตน

บ่ขัดสนซา่ ลือคนย่อง เปนดงั ฆอ่ งแกว้ เพช็ รพ์ ลอยนลิ

หนีจากดนิ จากหนิ ท่ีอย ู่ เข้าไปสเู่ ปนสอ้ ยเปนแหวน

เปนของแขนเครือ่ งทรงพระราช ย่ิงสอาดเกนิ ถ่นิ ของตน

๔๐. จรดลการไปนกั ปราชญ์ บป่ ระมาทคึดหนา่ คึดหลัง

เหน็ สมหวงั จิงวางทางเก่า เห็นบ่เป่าจิงยา่ ยตนี ไป

๔๑. คนผใู้ ดจักไปจักอยู่ ละยงั คคู่ นหม่นั ห่วมใจ

หนีไปไกลคบคนต่างดา้ ว เม่อื มันลา่ วบ่หม่นั บค่ ง

ความประสงค์จักเสียจักขาด เหตบุ อ่ าจฮหู่ ่วมใจเขา

๔๒. ฟังส�ำเนาค�ำสอนใหแ้ น ่ ความเถา้ แก่ฆ่าฮูปงามตา

เจ้าตัณหาฆา่ สขุ บ่น้อย คบคนถ่อยฆ่าส่งิ เปนการ

เที่ยวขอทานฆ่าความย�ำย่าน โออ้ วดต้านฆ่าหอ่ มคณุ ตน

ใจกงั วลฆ่ากำ� ลังความฮ ู่ กายหดฮูเ่ สียฮูปควรชม

เลยประสมฆ่าความฮักใค่ กรรมแต่งใหช้ าวบา้ นเพิ่นชงั

๔๓. สาตรศิลปบ์ ่เฮียนเอาไว ้ บ่เขา้ ใกล้คบเสพบัณฑิตย์

ตาพาผิดสงั วรบไ่ ด ้ สามส่งิ น้เี ปนโทษจิบหาย

ของผูซ้ ายเกดิ มาในโลก พาเศร้าโศกจนแกจ่ นตาย

101

๓๙. การหนีไปจากถ่ินของตน ผู้ฉลาดกับคนโง่มีลักษณะต่างกัน
อศั จรรยค์ นโงเ่ ขลาคนตำ�่ ชา้ เหมอื นกบหนจี ากรจู ากถำ้� กลบั ไป
อยู่ใกล้ปากเหยี่ยวปากกา เจ้าโสภาบัณฑิตวิเศษหนีจากบ้าน
เมืองของตนไปก็ไม่ขัดสน คนร�่ำลือยกย่องนับถือเหมือน
ฆ้อง แกว้ เพชร พลอย นิล ซ่งึ ไปจากจมดินเป้ือนหนิ ทราย
ท่ีอยู่ คร้ันไปประดับเป็นสร้อยเป็นแหวน เป็นเครื่องทรง
พระมหากษตั ริย์ กลบั เด่นสง่ายง่ิ กวา่ ถ่ินของตน

๔๐. การย้ายจากถิ่นของนักปราชญ์ ท่านไม่ประมาทคิดอ่านให้
รอบคอบเป็นที่แนใ่ จ ถา้ เห็นสมหวังไมเ่ ปลา่ ประโยชนจ์ ึงค่อย
ย้ายถ่นิ ไป

๔๑. การจะไปหรอื จะอยู่ จะละทงิ้ คนทเี่ คยเปน็ ครู่ กั รใู้ จกนั หนไี ปไกล
ไปคบคนตา่ งดา้ ว เมอ่ื เกดิ ความรา้ วฉานไมม่ น่ั คง ไมส่ มประสงค์
เสยี ประโยชนเ์ ปลา่ เปน็ ผลรา้ ยเพราะไม่รใู้ จเขาจริง

๔๒. ฟังค�ำสอนให้แจม่ ใส ความเฒา่ แกฆ่ ่ารปู ไมง่ ามตา ความใคร่
อยากพาด้ินหาความสุขไม่พบ คบคนเลวท�ำให้มัวหมองเสีย
ประโยชน์ เที่ยวขอทานทำ� ให้คนไม่ย�ำเกรง มักคุยโม้โอ้อวด
ลดคา่ ความดขี องตน ใจฟงุ้ ซา่ นทำ� ลายกำ� ลงั ความรู้ กายหดหู่
ดไู ปรปู ไมง่ าม เลยรวมกำ� ลงั ฆา่ ความรกั ใคร่ ทำ� กรรมไมด่ ที ำ� ให้
คนอืน่ เกลียดชัง

๔๓. การไมเ่ รยี นศาสตรศ์ ลิ ป์ การไมค่ บหากบั บณั ฑติ การมองอะไร
ไมม่ สี ตสิ งั วร สามสงิ่ นเ้ี ปน็ โทษฉบิ หายของผชู้ ายเกดิ มาในโลก
พาเศรา้ โศกจนแกจ่ นตาย

102

๔๔. ท้าวพระยาจิบหายเพราะเหตุ บ่สมเพชไพร่ฟ้าคนผดิ

ลงอาชญากล้าแขง็ เกินโทษ บ่ผายโผดลดหย่อนตามควร

หน่ึงสงวนโถงยาโถงเหล้า โถงสาวนอ้ ยหมากแยกสกา

บ่ฮักษาค�ำคงหม่นั เทย่ี ง ใจขวำ้� เบีย่ งบ้ึนแป้จบิ หาย

ความจิบหายในคองนักบวช เหตบุ ่ปวดฮักห่อมสิกขา

ท้าวพระยาหลงกามเปนบา้ ลืมไพรฟ่ า้ เปนเหตเุ สยี เมือง

แม่คำ� ฮางความอายเปนเหตุ พาเขา้ เขตทางออ้ มจบิ หาย

ลูกผ้ซู ายตะกูลเชื้อชาติ มัวประมาทบ่ฮู่จักอาย

เกดิ จิบหายเส่ือมวงษ์เสอ่ื มญาต ิ คำ� นักปราชญจ์ �ำไว้ใส่ใจ

๔๕. ประเทศใดราชาอามาตย ์ คนฉลาดยศยง่ิ เสมอกนั

มมี ะหนั ต์เหลอื หลายในเขต ในประเทศเมอื งบา้ นแหง่ ใด

เปนนสิ ัยมานะกระด้าง มกั อวดอา้ งบเ่ ชื่อค�ำกนั

เกิดฆา่ ฟนั ผดิ เถียงหาเหต ุ ในประเทศเมอื งนนั้ สว่ ยแหลม

๔๖. อปุ มาดอกบัวในนำ้� ขนึ้ บไ่ ดอ้ าทติ ย์ ๗ ดวง

บ้านเมอื งหลวงอาชญามีมาก แสนลำ� บากไพรฟ่ า้ จบิ หาย

๔๗. บา้ นเมืองใดราชาอามาตย ์ คนฉลาดมีมากมีหลาย

บอ่ ุบายผดิ เถียงหาเหตุ นบั เขา้ เขตพกั พรอ้ มเพยี งกัน

คืนแลวนั ชมุ กันซมซื่น ข้าเศิกต่นื กลัวย่านท่วั แดน

อุปมัยมดแดงมดง่าม บ่แตกมา่ งเปนหมู่เปนชมุ

อาจจักกมุ ซ่างสารกนิ ซาก เปนทางยากคนฮา่ ยคดึ ปอง

103

๔๔. ทา้ วพระยาฉบิ หายเพราะเหตดุ ดู าย ไมส่ งสารไพรฟ่ า้ ผหู้ ลงผดิ
ลงพระราชอาญาทรี่ นุ แรงเกนิ โทษ ไมป่ รานโี ปรดลดหยอ่ นโทษ
ตามควร อกี ประการหนง่ึ คอื สนบั สนนุ นกั เลงฝน่ิ นกั เลงเหลา้
นักเลงผู้หญงิ นกั เลงพนัน ไมย่ ดึ มั่นวาจารกั ษาสัจจ์ จงึ วบิ ตั ิ
ด้วยใจกลับกลอกปล้ินปล้อน ความฉิบหายในคลองนักบวช
เหตุเพราะประมาทไม่รักษาสิกขาศีล ท้าวพระยาที่มักมาก
ในกาม จนลืมไพร่ฟ้าจะเป็นเหตุให้เสียเมือง หญิงงามเมือง
ขายตวั เพราะหมดอาย พาตวั ตำ�่ ลดกไ็ มพ่ น้ ความฉบิ หาย ลกู ผชู้ าย
ผมู้ ีวงศ์ตระกูล ถ้ามัวเมาประมาทไม่รู้จกั อาย จะเกดิ วิบตั ิท้งั
วงศ์ตระกูล ค�ำของนักปราชญ์นจ้ี งจำ� ใสใ่ จใหม้ ัน่ คง

๔๕. ประเทศใดมีพระราชา เสนาอำ� มาตย์ มีคนเฉลียวฉลาดมาก
มยี ศสูงเสมอกัน หากต่างถอื ทฐิ มิ านะหวงั เอาชนะกนั มักอวด
ไมเ่ ชอื่ ฟงั เหตผุ ลซง่ึ กนั และกนั เพราะมานะกระดา้ ง เกดิ ฆา่ ฟนั
ทะเลาะกัน เป็นเหตปุ ระเทศนนั้ มแี ตเ่ สื่อมลง

๔๖. เปรยี บไดก้ บั ดอกบวั ในนำ�้ ขึ้นไม่ไดถ้ ้ามีพระอาทติ ย์ ๗ ดวง
บ้านเมอื งท่มี ีอำ� นาจอาชญาหลายคน ถ้าขาดยุติธรรมไพร่ฟา้
ประชาชนกแ็ สนล�ำบากฉิบหาย

๔๗. บา้ นเมอื งใดมพี ระราชา เสนาอำ� มาตย์ เปน็ ผมู้ คี วามรดู้ ชี าญฉลาด
ไม่ทำ� อบุ ายเป็นเหตุใหท้ ะเลาะกันฟงั เหตผุ ลกัน ร่วมกันพรอ้ ม
เพรยี งสามัคคี ทุกวันทกุ คนื พรอ้ มกันหารือด้วยความชืน่ บาน
รำ่� ลอื ไปทำ� ใหข้ า้ ศกึ ตน่ื ยำ� เกรงทว่ั ดนิ แดน อปุ มาเหมอื นมดแดง
และมดงา่ ม ไมแ่ ตกแยกอยรู่ วมกนั เปน็ กลมุ่ อาจจะกดั ชา้ งสาร
ตวั ใหญ่ กนิ จนไมเ่ หลอื ซาก เปน็ การยากทใี่ ครจะมาปองรา้ ยได้

104

๔๘. ความปองดองกมเกียวเปนแก่น คดึ ใหแ้ มน่ หญา่ แพกปา่ นปอ

หามาพอฝนั่ เกยี วเปนเชอื ก ผกู ชา้ งเผอื กชา้ งเอกชา้ งสาร

ช้างใจหาญหนไี ปบ่ได้ เพน่ิ เปรยี บไวค้ ณุ แหง่ สามคั คี

๔๙. คนผู้มเี ดชาสามารถ แสนองอาจแต่อยคู่ นเดยี ว

บ่มีเกย่ี วพอสองสามส ่ี คดึ ให้ถี่การสรา้ งการแปง

เฮด็ ใจแขงการเศิกการเจา้ บแ่ ข่งเวา่ คงมว้ ยอย่าแหนง

อย่าคางแคงคือไฟไหมป้ า่ ลมบพ่ รอ้ มไฟเหลา่ พลอยดบั

๕๐. ไฟหวนกลับไดล้ มเปนเสยี่ ว เทย่ี วไหมบ้ า้ นดงกวา้ งไฮน่ า

ลมหวนมาดบั ดวงประทีป ความขอ้ นี้ฟังแลว้ อยากหวั

คอื ตัวเฮาบม่ ีพวกพอ้ ง ยามขดั ขอ้ งยามยากยามจน

๕๑. สหายตนลูกเมียพ่ีนอ้ ง ยามขดั ขอ้ งหายหนา่ หายตา

ในโลกาเข้าของเปนเสย่ี ว บ่เชือ่ แท้เหลียวเบ่งิ คนมี

๕๒. สาตรศลิ ป์เปนเงนิ เปนทรัพย์ ไปสำ� หรับกบั ผตู้ กไกล

ปญั ญาไวเปนเงนิ ของฝาก ยามเมอ่ื ยากเกดิ เหตจุ บิ หาย

ธรรมท้งั หลายของดเี ฮากอ่ เปนของห่อตอ่ ไว้ยามตาย

ศีลทง้ั หลายเปนเงนิ เปนแกว้ บ่ฮู่แลว้ ทกุ เม่ือทกุ ยาม

105

๔๘. ความปรองดองกลมเกลียวสามัคคีเป็นส�ำคัญ จงพิจารณา
ดหู ญา้ แพรกปา่ นปอ หามาพอฟน่ั เกลยี วเปน็ เชอื ก ผกู ชา้ งเผอื ก
ชา้ งเอกชา้ งสาร ชา้ งใจหาญหนไี ปไมพ่ น้ ทา่ นเปรยี บไวค้ ณุ แหง่
ความสามคั คี

๔๙. ผู้มีก�ำลังความสามารถ องอาจแต่อยู่ล�ำพังคนเดียว ไม่มี
พวกพ้องแม้สองสามส่ีคนเช่นน้ี จงตรึกตรองให้ดีว่าในการ
สรา้ งบา้ นสรา้ งเมอื ง การศกึ การงานทำ� ถวาย แขง็ ใจทำ� ลำ� พงั
คนเดียวแม้ว่าจะองอาจท�ำเท่าใด ไม่แกลง้ กลา่ วคงตายอยา่ ง
ไม่มีเหลอื อยา่ สงสัยเหมือนไฟไหม้ปา่ ลมไมม่ ไี ฟกด็ ับ

๕๐. ไฟกลับติดใหม่เหตุได้ลมเป็นก�ำลัง โหมไหม้ทั้งเรือนดงกว้าง
และไร่นา ลมหวนกลบั ดับดวงไฟ ฟังดูให้น่าขันพลนั เร่ืองจรงิ
เปรียบเหมือนเราไม่มพี วกพ้องในยามขัดขอ้ งยากจน

๕๑. ลมคือเพื่อน ลูกเมีย พ่ีน้อง เวลาขัดข้องอาจหนีหน้าไปได้
ท้งั อาจมาซ้�ำเติม เหมือนลมหวนกลับมาดับไฟ จะวา่ ไปอยูใ่ น
โลกน้ีมขี ้าวของเป็นเพ่อื นแท้ หากไม่เช่อื มองดคู นมั่งมเี ถิด

๕๒. ความรู้ศาสตร์ศิลป์เป็นเงินเป็นทรัพย์ติดตัวเราไปส�ำหรับ
ผตู้ กยากในทหี่ า่ งไกล ผมู้ ปี ญั ญาไวเหมอื นมเี งนิ ฝากใชเ้ วลายาก
หรอื เกดิ เรอ่ื งฉบิ หาย กศุ ลทง้ั หลายทเี่ รากอ่ สรา้ งเกบ็ สะสมไวท้ ่ี
ใจเหมอื นตนู้ ริ ภยั เมอ่ื ถงึ เวลาจะตาย ผลของบญุ ชว่ ยเราตาย
อยา่ งมที พี่ ง่ึ ศลี ทง้ั หลายเปรยี บเหมอื นเงนิ เหมอื นแกว้ ไมร่ จู้ กั
หมดสน้ิ ทุกกาลเวลา

106

๕๓. ผู้ตดิ ตามเปนพ่ีเปนนอ้ ง บ่ขดั ขอ้ งมี ๖ ประการ

หน่ึงศลี ทานกุศลเฮาสร้าง บ่ละฮา่ งเปนแมม่ ารดา

หนึ่งปัญญาเฮาเฮยี นฉลาด บ่หอ่ นคาดคือพอ่ ตดิ ตาม

หนงึ่ ความงามความดีความชอบ เฮาประกอบบเ่ วน้ บ่กลาย

คอื พี่ซายติดตามบเ่ บ่อื หนงึ่ ความฮคู่ วามฮักกณุ า

เฮาเมตตาทว่ั ไปบเ่ คยี ด เพนิ่ บ่เกลยี ดเปนดงั สหาย

หนงึ่ เขา้ ของให้ทานบ่ขาด ย่งิ กวา่ ญาตเิ ปนดังเมียดี

หน่งึ ขนั ตอี ดใจพันผกู เปนดงั ลูกเกดิ หว่ มอทุ ร

๕๔. อยา่ อาวรณค์ นใดประกอบ ใหค้ วามชอบประโยชนแ์ ก่ตน

อยา่ ฉงนนบั เปนพ่นี อ้ ง ผเู้ พ่นิ ตอ้ งใหเ้ ข้าใหแ้ กง

อย่าคางแคงนบั เปนพ่อเลย้ี ง ตนอย่ใู กลว้ สิ าศคนใด

อยา่ สงสยั นับเปนมติ รญาติ ความเดอื ดฮอ่ นดบั หว่ มหญงิ ใด

เพิงเขา้ ใจเปนเมยี โดยแท้

๕๕. เพ่ิมกลา่ วแก้ทางห่อมศึกษา ฝงู โรคาป่วยคางเจ็บไข้

มนั อยูใ่ กล้เกดิ ขน้ึ ในโต บเ่ ปนโสฆา่ เศิกทกุ เมอื่

เฮาเพงิ เชอ่ื ต้นไมโ้ ดง พลอยประสงค์เปนยาแก้ไข้

เพ่ินเปรยี บไวค้ นอ่นื คนไกล พ้นวิสยั ทำ� คณุ แกเ่ จ้า

ควรจักเว่าเปนเผ่าพงษา ผเู้ กดิ มาแห่งเดยี วห่วมทอ้ ง

มนั บต่ ้องบ่ถืกผิดกนั คุณของมันบ่มจี ักดี้

เพิ่นกล่าวช้ีบอกวา่ คนไกล สุดวสิ ยั บค่ วรคดึ ฮอด

107

๕๓. สง่ิ ที่ติดตามเราเหมือนพ่ีเหมอื นนอ้ ง มี ๖ ประการ หน่งึ ทาน
ศลี กุศลทีเ่ ราสรา้ ง ติดตามเราไปไม่ละทง้ิ เหมือนแม่

หนึ่งปัญญาความฉลาดที่เราเรียนรู้มา เปรียบเหมือนพ่อ
ตดิ ตามเรา หนึ่งความงาม ความดี ความชอบ ทเ่ี รากระท�ำ
ไม่หลกี ไมเ่ ว้น เหมือนพช่ี ายคอยตดิ ตามไมเ่ บอื่ หนึ่งความรู้
ความรกั ความกรณุ า เรามีเมตตาทั่วไป ไม่คิดแค้น ก็เป็น
เหมือนเพื่อนสนิท หนึ่งการให้ทานข้าวของไม่ขาด ดียิ่งกว่า
ญาติเป็นดังภรรยาท่ีดี หนึ่งความอดทนอดกลนั้ ก็ปอ้ งกันเรา
เหมือนลูกที่เกดิ ในอทุ รเลอื ดเนื้อของเรา

๕๔. อยา่ คดิ กงั วลคนทก่ี ระทำ� คณุ และทำ� ประโยชนใ์ หแ้ กต่ น อยา่ สงสยั
ใหน้ บั เปน็ พี่นอ้ ง ผทู้ เี่ ลีย้ งดูใหข้ ้าวใหแ้ กงอยา่ สงสัยให้นับเป็น
ดังพ่อเล้ียง ตนอยู่ใกล้ผู้ใดที่มีคุณ อย่าสงสัยให้นับเป็นมิตร
เป็นญาติ หญงิ ใดท่ชี ว่ ยคลค่ี ลายความเดอื ดร้อนให้ เข้าใจว่า
ไดภ้ รรยาท่ีดีแล้ว

๕๕. ทา่ นพดู ถงึ อกี แนวหนงึ่ ควรศกึ ษาวา่ โรคภยั ไขเ้ จบ็ ตา่ งๆ มใิ ชไ่ กล
เกดิ ขน้ึ ในตวั เรา ไมต่ อ้ งกลา่ วมนั เปน็ ขา้ ศกึ ไดท้ กุ เมอื่ แตต่ น้ ไม้
ในดงในป่าห่างไกล กลับเป็นยาแก้ไข้ให้เรา เปรียบเหมือน
คนอนื่ คนไกล พน้ วสิ ยั ถา้ หากไดท้ ำ� คณุ ใหแ้ กเ่ รา ควรจะนบั เขา
เปน็ วงศญ์ าตพิ นี่ อ้ ง แตผ่ เู้ กดิ มาเปน็ สายเลอื ดรว่ มทอ้ งเดยี วกนั
กลบั ทะเลาะกนั ทา่ นชวี้ า่ ใหค้ ดิ เหมอื นอนื่ คนไกลสดุ วสิ ยั ไมค่ วร
คิดค�ำนึงถงึ

108

๕๖. คดึ ตลอดทางสตู รทางเฮียน ยามพากเพยี รฆ่าเศกิ ไปกอ่ น
หากจกั ผอ่ นเปนมติ รภายหลงั อนิจจงั การหลบั การค้าน
การหน่าด้านบ่สูตรบเ่ ฮียน ยามพากเพยี รเปนคุณเปนมติ ร
ไปเบือ้ งหน่ามนั ซิดมันซน มันใหจ้ นฆา่ เศิกบ่มวั่
คดึ ใหท้ ั่วเฮียนสาตรศลิ ป ์ อย่าถวิลยามเฮยี นมันยาก
แสนล�ำบากดังดม่ื ยาขม คันสะสมสูตรเฮยี นฉลาด
เปนนักปราชญภ์ ายหนา่ ซื่นซม การหลับนอนสตู รเฮียนขค้ี ้าน
อยแู่ ต่บา้ นยามคา้ นซ่นื ซม ปานเฮากนิ ของหวานของสม้
ตกเถิงท้องลงทอ้ งเกดิ ลม บม่ ีสมความสุขเขินขาด
ความประมาทคอื ง่วนกนิ ตาย คนทงั้ หลายอย่าลวนเกียจค้าน
๕๗. คนเกยี จคา้ นไฮ่สาตรศิลป์ สาตรศลิ ปบ์ ่มจี นยาก
ทรพั ยเ์ ขนิ ขาดมติ รญาตเิ สอ่ื มหาย มติ รเสอ่ื มหายความสขุ มนั ขาด
๕๘. คนประมาทโลภทรพั ยเ์ ข้าของ โลภเงินทองหาศีลบ่ได้
คนผู้ใบ้โลภชิ้นโลภปลา ขาดกณุ าเมตตาเปนเคา่
คนโลภเหลา้ โลภฝน่ิ กนั ชา ขาดสจั จาหาจรงิ บ่ได้
คนฮอ่ นไหมม้ กั โลภเสพกาม ขาดความงามหาอายบไ่ ด้
๕๙. เพ่นิ กล่าวไว้คนมืดใจดำ� คนอะธรรมท่ัวเมืองทั่วบา้ น
นกั ปราชญ์ค้านคนนนั้ บไ่ ป อุปมยั ชา่ งตัดชา่ งย้อม
บห่ ่อนอ้อมเข้าบ้านคนจน บม่ ีผลเดินไปเสียเปล่า

109

๕๖. คดิ ใหต้ ลอดการเรยี นสตู รคำ� สอน เรม่ิ เรยี นตอ้ งอตุ สา่ หเ์ พยี รให้
หนกั เหมอื นมอี ปุ สรรคศตั รู เรยี นรแู้ ลว้ จงึ เหน็ ความเพยี รเปน็ คณุ
เป็นมติ ร มัวติดความเกยี จครา้ นหนา้ ดา้ นไมร่ ำ�่ เรยี น ละความ
เพียรเอาความคร้านเป็นมิตร มีอุปสรรคมากล้นจนเซต้ังตัว
ไม่ติด คิดใคร่ครวญให้ดีการเรียนศาสตร์ศิลป์อย่าท้อถอย
ยามเรยี นมนั ยากแสนลำ� บากดงั ดม่ื ยาขม ครนั้ พยายามสง่ั สม
จนมคี วามรคู้ วามฉลาด เปน็ นกั ปราชญภ์ ายหนา้ ชน่ื ชม อยา่ มวั
เฉื่อยชาเกียจคร้านเอาแต่นอน อยู่แต่บ้านยินดีชื่นชมชอบ
ความขเ้ี กยี จ เปรยี บเหมอื นกนิ ของหวานของเปรยี้ ว พอตกถงึ
ทอ้ งทำ� ใหท้ ้องเกดิ ลม ความสขุ ไม่พอดี ความประมาทเปรยี บ
เหมอื นดม่ื ยาพษิ กนิ แลว้ ตาย คนทง้ั หลายอยา่ เกยี จครา้ นรวนเร

๕๗. คนเกียจคร้านไม่มศี าสตรศ์ ิลป์ ศาสตร์ศิลปไ์ ม่มยี ากจน ไมม่ ี
ทรัพย์ญาติมติ รหนีหาย ความสุขคลายเสอ่ื มหายไป

๕๘. คนประมาทละโมบทรัพย์ข้าวของ โลภเงินทองหาศีลไม่มี
คนเลวโลภเน้ือโลภปลา ขาดความเมตตากรุณาเป็นเหตุ
ไมร่ ม่ เย็น คนโลภเหลา้ มกั กนิ ฝน่ิ ตดิ กญั ชา พดู จาหาความจรงิ
ไมไ่ ด้ คนรอ้ นรนใครก่ ระหายในกาม หมดงามเพราะขาดความ
ละอาย

๕๙. ท่านกล่าวไว้หากมีแต่คนมืดใจด�ำ คนอธรรมทั่วบ้านทั่วเมือง
นักปราชญ์ท่านค้านไม่เข้าไปถิ่นนั้น เปรียบช่างตัดช่างย้อม
ไม่เข้าไปหางานในบ้านคนจน เพราะไม่มีผลอะไรเสียเวลา
เดนิ เปล่า

110

๖๐. บ้านเมืองเปา่ ของ ๕ ประการ หนงึ่ สถานเงินทองมมี าก

สองบ่ยากประเทศสำ� ฮาญ เปนสถานมสี มนักปราชญ์

สามพระราชตง้ั อยคู่ องธรรม สมี่ ีล�ำนทั ทีแมน่ �้ำ

หา้ มีซ�ำ้ หมอเวชหมอยา นะคะราเมอื งใดทกุ เทศ

ของวเิ ศษทงั้ ๕ บ่มี นักปราชญ์หนีบไ่ ปหลกี เวน้

๖๑. ให้ฮงุ่ ฮู่ทางหอ่ มท�ำคุณ ให้ท�ำบุญน�ำขุนนักปราชญ์

เพน่ิ ฉลาดท�ำน้อยบห่ าย ดงั เขยี นลายในหินบห่ ลา่

อย่าไดก้ ล้าบังอาจท�ำคุณ กระท�ำบญุ เกื้อกูลยกย่อง

ในพวกพอ้ งคนถอ่ ยคนพาล บ่มีนานคณุ หายคณุ ขาด

เปนดงั ปาดหลงั นำ�้ ขดี เขยี น บเ่ สถียรหม่นั คงพอมอ่ื

๖๒. คนฝงู ดือ้ ฝูงถอ่ ยฝงู พาล ไผใหท้ านเกอ้ื กลู เกิดโทษ

บ่ประโยชน์คอื นาคคืองู ไผอิดนู มงวั มาเลี้ยง

พิษยง่ิ ฮ่อนแฮงฮา่ ยกว่าหลัง ผใู้ ดฟังคำ� สอนฮำ่� ฮู่

๖๓. คดึ ฮ่�ำฮใู่ นเหตุ ๒ ประการ วัตถทุ านบ่เปนประโยชน์

เปนแต่โทษดดู งั มีคณุ ของเปนคุณเปนบุญห่างโทษ

มปี ระโยชน์ดดู ังของเสยี ดูบเ่ ถงิ จักเปนอบุ าทว์

ไผประมาทจะเกิดจบิ หาย ลกู ผ้ชู ายตรึกตรองให้แน่

111

๖๐. บา้ นเมืองใดไรข้ องวเิ ศษ ๕ ประการ หนึ่งเป็นแหลง่ ท่มี เี งนิ
ทองมาก สองประเทศนนั้ ไมล่ ำ� บาก มคี วามสำ� ราญ เปน็ สถาน
มีสมณนักปราชญ์ สามพระมหากษัตริย์ตั้งอยู่ในคลองธรรม
(ทศพธิ ราชธรรม) สมี่ แี มน่ ำ้� หา้ มหี มอเวชหมอยาพรอ้ ม นครใด
ประเทศใดไมม่ ขี องวเิ ศษทง้ั หา้ ประการนี้ นกั ปราชญท์ า่ นหลกี
เว้นไม่ไป

๖๑. จงรใู้ หแ้ จง้ ทางในการทำ� คณุ ทำ� บญุ ใหท้ ำ� บญุ ตามขนุ นกั ปราชญ์
ทา่ นฉลาดถงึ ทำ� นอ้ ยไมส่ ญู หาย ดงั เขยี นลายลงบนหนิ ไมล่ บเลอื น
อยา่ ไดก้ ลา้ ทำ� คณุ หนนุ ยกยอ่ ง ในพวกพอ้ งคนเลวคนพาล ไมน่ าน
บุญคุณหนีหาย เหมือนขดี เขยี นบนหลงั น�้ำ หาทงิ้ รอยม่นั คง
แมส้ ักอดึ ใจก็ไม่ได้

๖๒. พวกคนด้ือคนเลวหมพู่ าล ใครให้ทานเก้อื กูลเกิดโทษ ไมเ่ ปน็
ประโยชน์เหมือนนาคเหมือนงู ใครสงสารเล้ียงดูด้วยนมวัว
ยิ่งท�ำให้มีพิษร้ายแรงยิ่งกว่าเก่า จงฟังเอาค�ำสอนให้หมั่น
ไตร่ตรองเรียนรู้

๖๓. ใหไ้ ตรต่ รองในเหตุ ๒ ประการ คอื “วตั ถทุ าน” ไมเ่ ปน็ ประโยชน์
ของเปน็ โทษมภี ยั ทง้ั นนั้ ดลู ว้ นมแี ตค่ ณุ “บญุ ” ของเปน็ คณุ เปน็
ประโยชน์ท้ังดูว่าเป็นของเสียหาย ดูไม่รู้รอบด้วยปัญญาจัก
วอดวายแน่ ใครประมาทจะเกิดฉิบหาย ลูกผชู้ ายอยา่ นิง่ เฉย
ตรึกตรองให้รู้หนอ่ ย

112

๖๔. คึดให้แนจ่ ักฮหู่ ลายอนั คณุ มหนั ตอ์ นนั ตอ์ เนก

เปนของเอกทรัพย์สง่ิ เงินทอง ของอาจารยบ์ ณั ฑติ ยน์ กั ปราชญ์

เพน่ิ ฉลาดมนี ้อยจ่ายทาน เปนอาหารเกื้อกลู ตดิ ต่อ

ดงั น้ำ� บ่อน้ำ� ส่างกินหวาน บ่เปนการเขา้ ของคนใบ้

มนั เก็บไว้แวนมากแวนหลาย ความเสยี ดายกนิ ทานบไ่ ด้

ความฮอ่ นไหม้ตัวใชบ่ ล่ ง อานิสงส์บ่มีถ่อกอ้ ย

หลายเปนน้อยคือน�ำ้ ทะเล อปุ เทอาบกนิ บไ่ ด้

๖๕. เขา้ ของใซ่คนถอ่ ยคนหลง สมประสงค์คนพาลคนฮา่ ย

เพ่ินกลา่ วไวค้ อื หมากสะเดา รสขมเมาโผดกาพอได้

๖๖. เพน่ิ เปรียบไว้แม่น�้ำบึงหนอง บห่ อ่ นปองดดู กนิ ยงั น�ำ้

ความเปรียบซำ�้ ต้นไม้มีผล บ่ห่อนคนเคย้ี วกินลกู ไม้

ยังเปรียบไว้คอื ดังน้�ำฝน บ่ประจนเค้ยี วกินเขา้ กล้า

เปรยี บเมือหน่าคือดงั เงนิ ทอง ของบณั ฑิตยบ์ ป่ ิดบซ่ ่อน

บเ่ ดือดฮอ่ นกินได้ทว่ั ไป

๖๗. กรรมสำ� คัญคนทำ� ชาติน้ี มันจักช้ีผลให้ต่อไป

อุปมยั ดงั ผลของปลกู มันมลี ูกตามก่งิ ตามล�ำ

เหตุคนท�ำพวนดนิ หดน้ำ� คึดซ้�ำซ�ำ้ คำ� นี้ชอบกล

๖๘. เข้าของตนสร้างสมเกบ็ ไว้ ตามส่งได้ยามเมือ่ เฮาตาย

บไ่ ปไกลเพยี งเฮอื นเฮาอยู่ ฝูงเพอื่ นหม่มู ิตรญาตสิ หาย

ตามคนตายพาเถิงป่าซา่ บุญบาปกล้าเฮากอ่ เฮาท�ำ

จักไปน�ำทุกหนทุกแหง่ บแ่ ข่งเวา่ คำ� นแ่ี ม่นจริง

113

๖๔. คิดไตร่ตรองให้รอบคอบจะรู้หลายๆ อย่าง เป็นมหันตคุณ
อนั ทรพั ยส์ นิ เงนิ ทองของอาจารยบ์ ัณฑิตนกั ปราชญ์ ถงึ มีนอ้ ย
ทา่ นฉลาดใหท้ าน เปน็ อาหารเกอ้ื กลู ตอ่ เนอ่ื งเหมอื นนำ�้ บอ่ นำ�้ รนิ
กินหวาน ทรัพย์ข้าวของคนโง่ไม่เป็นการมีมากโขส่ังสม
ล้นหลามหลาย ไม่กล้ากินใช้ไม่ลงเพราะเสียดาย คงเก็บไว้
เพ่อื เผารนตน ทานไม่ใหอ้ านสิ งสไ์ ม่มีเทา่ นิว้ ก้อย เปรยี บน้ำ�
ทะเลมีมากเหมอื นมีนอ้ ย เพราะอาบกินไม่ได้

๖๕. ข้าวของเครื่องใช้ของคนเลวคนหลง คนพาลคนร้ายใช้สอย
เหมาะสม ทา่ นกลา่ วไวเ้ หมอื นผลสะเดา รสขมเมาหลอกให้
อกี ากินถึงตายได้

๖๖. ท่านเปรียบแม่น�้ำหนองบึง ไม่ด่ืมกินยังน้�ำ ต้นไม้ท่ีมีลูกผล
ก็ไมส่ นใจกนิ ผลมันเอง น้�ำฝนตกจากฟา้ ไมม่ ุ่งทำ� ลายข้าวกลา้
แต่ท�ำให้ข้าวกล้างอกงามฉันใดเป็นดังเงินทองของบัณฑิต
ท่านเกบ็ เพื่อให้ไมต่ ระหน่ี คนทัว่ ไปได้อาศยั กนิ ใช้ไม่เดอื ดร้อน

๖๗. กรรมสำ� คัญผูใ้ ดท�ำในชาตินี้ กรรมนนั้ ชส้ี นองให้ต่อไป อปุ ไมย
เหมือนต้นไม้ที่เราปลูก มันออกลูกออกผลตามก่ิงตามต้น
เพราะเหตุคนปลูกรักษาพรวนดินรดน�้ำ เร่ืองกรรมนี้ลึกลับ
ซับซ้อนผู้ไมป่ ฏบิ ัตริ ไู้ ด้ยาก

๖๘. ข้าวของท่ีเราเฝา้ สะสมเกบ็ ไว้ ไปส่งเราได้ยามตาย ไม่ไปไกล
แคเ่ รอื นเราอยู่ พวกหมเู่ พอื่ นญาตมิ ติ รสหาย ตามไปสง่ เราได้
แคป่ า่ ชา้ แต่บญุ บาปท่ีเรากอ่ เราทำ� จะตดิ ตามเราไปทุกหน
ทุกแหง่ ไม่แกลง้ กล่าวค�ำนเี้ ปน็ จริงแท้

114

๖๙. สาตรศิลปใ์ นตนเปนทรัพย์ เขา้ ของมากนบั โกฏิบป่ าน

โรคไภยพาลฆา่ เศิกบเ่ ปรยี บ ฮกั ตนเทยี บฮักอ่ืนบม่ ี

กำ� ลังกามมเี หลือพันเขต มีฤทธิ์เดชแต่งไดท้ กุ อนั

๗๐. คณุ พอพันโทษเดยี วมันแพ้ พันแมน่ ำ�้ นอ้ ยใหญค่ งคา

สมธุ าแห่งเดยี วมนั มาก ดวงดาวหลากมีมากพอพัน

สูพ้ ระจันทร์ดวงเดยี วบ่ได้ เฮอื บไ่ ฮ่น้อยใหญ่พอพนั

สสู้ ำ� เภาเหลม่ เดียวยงั ยาก หนิ มีมากอเนกพอพัน

แกว้ ดวงเดยี วยังทนั หินมาก ของบ่ยากฟังให้เกดิ ผล

๗๑. กจิ ของคนข่อยท�ำอย่าฮบี อยา่ เล่งลบี มี ๕ ประการ

๑ วชิ าค่อยเฮยี นข่อยได้ ๑ ขน้ึ ไม้อยา่ ฟ่าวจากถอย

๑ ขน้ึ ดอยค่อยเดินซ่าซา่ ๑ ชายกล้าการเสพเมถุน

อย่าฉุนเฉียวขอ่ ยทำ� อยา่ โพด ๑ เมอื่ โกรธขอ่ ยห่ินข่อยตรอง

๗๒. คดึ ให้ถอ่ งคนพาลคนใบ้ ครูสอนให้ความฮบู่ จ่ ำ�

แตส่ �ำคญั ว่าตัวฉลาด มักบังอาจอยากเฮ็ดเทียมครู

หน่าอสุ ส์ ูวาศเชิงมันเก้อ เปนเพ่อเวอ่ ขายหนา้ ผู้ดี

๗๓. เมธาวชี าติซายฉลาด บป่ ระมาทมักใหย้ ังทาน

สาตรศิลป์ตนเฮียนอย่าเบ่ือ มักไขเพ่อื ฮักษาอนิ ทรยี ์

มีสตใิ นตวั อย่าขาด มกั ฉลาดโพธีปักขี

ให้ยนิ ดีหม่นั เพียรจำ� ไว้ มกั อยากให้พน้ โลกท้ังสาม

อย่าหลงงามมัวเมาการโลก เสอ่ื มประโยชนท์ างพระนพิ พาน

115

๖๙. ศาสตรศ์ ลิ ปม์ ใี นตวั เหมอื นมที รพั ย์ ขา้ วของนอกกายมมี ากหลาย
กส็ ้ไู มไ่ ด้ โรคภัยอนั ตรายขา้ ศึกทงั้ หลายกไ็ ม่หาญสู้ รกั อ่นื ใด
ไมเ่ ทา่ รักตนเอง ก�ำลงั กามเร่งมฤี ทธิ์รอ้ นแรง พาให้แต่งท�ำได้
ทุกอยา่ ง

๗๐. คุณมีถึงพนั โทษเดยี วเทา่ นน้ั ปดิ บังมองไมเ่ ห็น แมน่ �้ำนอ้ ยใหญ่
พันแห่ง รวมน�้ำแล้วก็ไม่เท่าน้�ำในมหาสมุทรหนึ่ง ดวงดาว
เกลื่อนฟ้าไม่สว่างเท่าพระจันทร์หนึ่งดวง เรือน้อยใหญ่เป็น
พันล�ำก็ไม่สู้ส�ำเภาหนึ่งล�ำ หินมีค่าอเนกอนันต์ มิอาจเทียบ
ดวงแก้วพระไตรรัตน์หนึ่งดวง ของไมย่ ากฟงั ให้เกดิ ผล

๗๑. กิจพึงคอ่ ยท�ำไมเ่ ร่งรีบมี ๕ ประการ
๑. วชิ าค่อยเรียนคอ่ ยร้ ู ๑. ขน้ึ ตน้ ไม้ขาลงอยา่ รีบ
๑. ข้ึนเขาตอ้ งค่อยๆ เดนิ ๑. การเสพเมถุนของชาย

ผู้มวี ยั ก�ำลงั กลา้ อยา่ รีบร้อนทำ� จนเกนิ ไป
๑. เวลาโกรธมสี ติคอ่ ยๆ ตรกึ ตรอง
๗๒. พจิ ารณาใหถ้ อ่ งแทค้ นพาลคนเลว ครสู อนใหไ้ มจ่ ดจำ� แตส่ ำ� คญั

ตัวว่าฉลาด มักบังอาจอยากท�ำเทียบครู น่าอดสูที่มันวาด
ลวดลายทำ� ท่าเก้อๆ เขนิ ๆ ขายหนา้ ผดู้ ี
๗๓. เมธาวชี าตชิ ายฉลาด ไมป่ ระมาทในการใหท้ าน การเรยี นรศู้ าสตร์
ศิลป์ไม่เบื่อ ไม่ประมาทในการรักษาสุขภาพ มีสติไม่ขาดตก
บกพร่อง ชอบฉลาดโพธิปักขยิ ธรรม ให้ยินดหี ม่นั เพยี รจดจำ�
และตงั้ ใจปฏบิ ตั ติ าม อยากยกตนใหพ้ น้ โลกทง้ั สาม อยา่ หลงงาม
มวั เมาในการสร้างโลก ท�ำเสียประโยชน์ในทางพระนิพพาน

116

๗๔. ชาติคนพาลบัณฑิตยเ์ พน่ิ เวน้ เหตมุ นั เล่นมนั หลอกเหลวไหล

เปนดงั ไหน้ำ� เตม็ บ่เพยี บ คนยกเทียบขึ้นใสบ่ นหวั

เดินกวยตวั เฟอื ดฟงกบั กอก เพนิ่ ชีบ้ อกคือปากคนพาล

๗๕. คนสามานใจคอชว่ั ฮา่ ย เขา้ เครอื่ งยอ่ งเฮยี นฮสู่ าตรศลิ ป์

ใจทมฬิ บัณฑิตย์บใ่ กล้ เพนิ่ เปรียบไวง้ ูเหา่ งูสา

ไผกณุ าประดบั ด้วยแก้ว พิษทแ่ี ข่วยงั ฮ่ายอย่างเดมิ

๗๖. ค�ำสอนเดิมพิษงูว่าฮา้ ย พษิ คนฮ่ายยังฮ่ายกวา่ งู

เหตพุ ษิ งูหวา่ นยาแกไ้ ด้ พิษคนฮา่ ยสังแก้บ่หาย

๗๗. เถงิ อุบายเฮียนธรรมฉลาด บม่ ีอาจลา้ งถอ่ ยคนพาล

มีประการสะเดาขมจ้อย เอานำ�้ อ้อยหดตน้ บห่ วาน

๗๘. ชาตคิ นพาลใจดำ� ใจถ่อย สอนแต่นอ้ ยจนเถ่าบห่ าย

อุปมาสะเดาขมฝาด แมน่ หดสาดนำ�้ เผิง่ นำ้� นม

แต่ปัดถมยังจาวยงั หนอ่ แต่มนั กอ่ ต้นน้อยขน้ึ ไป

สิน้ พนั ไหน�้ำสมน�้ำอ้อย ความหวานน้อยในตน้ บ่มี

๗๙. คนบ่ดีเปนวงษ์เปนญาติ เกดิ อุบาทว์พีน่ ้องจิบหาย

บวั จกั ตายใบบัวบอกเหงา่ คนจึงเข้าขุดเหง่าหัวบัว

๘๐. ชาติดอกบวั อบุ ลปลาเต่า ตมแลน�้ำแดนเกิดเดียวกนั

ตัวของมนั กลนิ่ ศรียังตา่ ง ความบ่หา่ งเปรยี บไวใ้ หเ้ ห็น

117

๗๔. ชาติคนพาลบณั ฑติ ทา่ นเวน้ ด้วยเหตมุ ันชอบเลน่ หลอกเหลว
ไหล เปน็ เหมอื นไหนำ้� ที่ใส่พร่องๆ คนยกใสบ่ นหัวแล้วเดินนำ้�
กระฉอกหันหวน ไม่ผดิ กับวาจาคนพาล

๗๕. คนสามานยใ์ จคอชวั่ รา้ ย ถงึ จะเขา้ ไปเรียนรศู้ าสตรศ์ ลิ ป์ ดนู ่า
ยกยอ่ งแตใ่ จยงั ครองความชวั่ บณั ฑติ ไมเ่ ขา้ ใกล้ ทา่ นเปรยี บไว้
เหมอื นงเู หา่ งสู า ถงึ ใครจะประดบั ดว้ ยแก้วงาม พิษท่เี ข้ียวก็
ยงั ร้ายเหมือนเดมิ

๗๖. คำ� สอนเกา่ ว่างูพษิ น้ันรา้ ย พษิ คนร้ายยง่ิ กว่าพษิ งู เพราะพษิ งู
วา่ นยารักษาได้ พษิ คนรา้ ยอะไรแกไ้ มห่ าย

๗๗. ถึงจะมีอุบายเรียนธรรมชาญฉลาด ไม่อาจสามารถลบล้าง
คนพาล อปุ มาสะเดาแสนขม เอานำ้� ออ้ ยไปรดตน้ เทา่ ใดไมห่ วาน

๗๘. ชาติคนพาลใจด�ำใจต่�ำช้า พร่�ำสอนมาแต่เด็กจนแก่ไม่แก้ไข
เหมอื นสะเดาขมฝาด แมจ้ ะรดสาดดว้ ยนำ�้ ผง้ึ นำ�้ นมเรม่ิ แตน่ อ้ ย
ขน้ึ ไปจนใหญ่ รดนำ้� นมนำ�้ ออ้ ยเปน็ พนั ไห หวานแตน่ อ้ ยหามไี ม่

๗๙. คนไมด่ หี ากเปน็ วงศเ์ ปน็ ญาติ ทำ� แตค่ วามชว่ั เกดิ อบุ าทวพ์ าให้
ญาตพิ ่ีนอ้ งฉิบหาย เหมือนกอบัวจะตายใบบวั บอกชี้ คนจึงลง
เข้าขดุ เอาเหงา้ หัวบวั

๘๐. พินจิ ดูดอกบวั อบุ ล ปลา เตา่ กด็ ี เกิดแตต่ มและน�ำ้ เหมือนกัน
แต่ตวั ของมนั มกี ลนิ่ และสยี งั แตกตา่ งกนั ไม่ห่างไกลเปรยี บไว้
ให้เห็น

118

๘๑. คนเปนเขญ็ จงั ไฮอุบาทว์ กับนักปราชญ์ห่วมทอ้ งเคยมี

คนอปั ปรีจงั ไฮนอกเขต กบั เสลด ๒ ส่งิ คอื กัน

เสลดตันคอตายบน่ ้อย คนผู้ถ่อยฆา่ ได้ดงั เดียว

ใหเ้ ฉลยี วขม่ เหงคนถ่อย เพยี รเวา่ ขอ่ ยคำ� หมว่ นคำ� หวาน

เสลดพานยาเผ็ดยาฮ่อน กนิ เคงิ่ ซอ่ นหายได้ดังหมาย

๘๒. ลมท้งั หลายเกิดเปนพยาธ์ิ หมอฉลาดแต่งแก้ยังหาย

คนบด่ บี ณั ฑติ ยป์ วั บ้า ด้วยคำ� กล้าคำ� ออ่ นคำ� แขง็

เปนดงั หมอแต่งยาแกโ้ รค หายเศรา้ โศกลงดว้ ยอุบาย

๘๓. คนท้ังหลายผซู้ ายผใู้ บ้ เพน่ิ เปรยี บไวอ้ ากาศเกิงกนั

เหตใุ จมันกวา้ งขวางมกั มาก อาไศรยยากมนั โลภมันหลง

มนั ประสงค์สมใจมนั เกยี ด มันบงั เบียดฆา่ ไดท้ ง้ั เมือง

๘๔. ชาตคิ นเคืองคนพาลคนใบ้ เพนิ่ เปรยี บไวห้ นามเกดิ ตามดนิ

ยา่ นปักตีนฟันหนามบแ่ พ้ ทางจักแก้เอาเกบิ สบุ ตีน

หนามตามดินปักตีนบ่ได้ เพนิ่ เปรยี บให้ตวั เจา้ หลกี เอง

๘๕. ดเู พงหมาเห็นหมายง่ิ แข่ว เข้าใกล้แล้วเคย่ี วคาบกัดกนั

คนอะธรรมใจด�ำใจโกรธ มกั หาโทษใสท่ ่านคนดี

๘๖. มกั ปีติยินดแี ต่โทษ คนสาโหดคือดังสกุ ร

มันออนซอนอาจมของเหนา่ นกั ปราชญ์เจ้าถอื แต่ทางคณุ

ปุนดังหงสช์ อบลงแตน่ ำ้�

119

๘๑. คนเลวจัญไรอุบาทว์ กับนักปราชญ์เกิดร่วมท้องกันเคยมี
คนอัปรีย์จัญไรนอกรีตนอกรอยกับเสลด ๒ สิ่งน้ีเหมือนกัน
เสลดพันคอคนตายได้ เหมือนกับคนชั่วฆ่าคนเป็นเร่ืองง่าย
จะปราบคนเลวร้ายให้อยู่มือ ต้องพยายามพูดหว่านด้วย
คำ� ไพเราะ มเี มตตาใชอ้ บุ ายพดู หวาน เสลดมาเจอกบั ยาเผด็ รอ้ น
ทานครึง่ ชอ้ นหายไดด้ ังหมาย

๘๒. ลมทั้งหลายพาให้เกิดความเจ็บไข้ หมอฉลาดปรุงยาแก้หาย
คนช่วั อาจคลายร้ายไดด้ ว้ ยบัณฑติ เพราะรู้ฉลาดดว้ ยค�ำกลา้
คำ� ออ่ นคำ� แขง็ เหมอื นดงั หมอปรงุ ยารกั ษาโรค ทกุ ขโ์ ศกโรครา้ ย
หายได้ด้วยอุบายปญั ญา

๘๓. คนท้ังหลายเอยผู้เป็นคนช่ัวเลวร้าย เหตุใจของมันโลภมาก
กวา้ งขวางดุจเดยี วกบั อากาศ พงึ่ พาอาศัยได้ยาก เพราะมนั
ท้งั โลภท้ังหลง หากมันประสงคส์ ิ่งใดไมไ่ ด้ด่ังใจ มันเคียดมัน
เบยี ดเบียนมันโกรธฆา่ ได้ท้ังเมือง

๘๔. ชาตคิ นเคอื งคนพาลคนใบ้ ทา่ นเปรยี บไวก้ บั หนามเกดิ ตามดนิ
กลวั หนามตำ� เทา้ ฟนั หนามทง้ิ ไมใ่ ชท่ างแก้ วธิ แี กใ้ หส้ วมรองเทา้
หนามตามดินปักเทา้ ไม่ได้ ทา่ นเปรียบไว้ตัวเจา้ หลกี เอง

๘๕. มองเหน็ หมาแยกเขยี้ วขหู่ มา แลว้ ไมช่ า้ กเ็ ขา้ ฟดั กนั ใหญ่ ไมต่ า่ ง
กบั คนพาลพบคนพาล คนอธรรมใจดำ� ใจโกรธมกั พอใจกลา่ วโทษ
ทา่ นคนดี

๘๖. คนโฉดมักพอใจยินดีแต่โทษ เหมือนดังสุกรมันชอบใจอาจม
ของเนา่ สว่ นนกั ปราชญเ์ จา้ ชอบถอื แตท่ างคณุ เหมอื นดงั หงส์
ชอบลงแต่นำ�้ สะอาด

120

๘๗. คนถ่อยซำ่� ชอบโทษสูอ่ ัน คอื แมงวนั ชอบแตข่ องเหนา่
คนถ่อยเหลา่ ชอบแต่ผดิ เถยี ง เพยี งดังหนอนชอบฝีชอบบาด
๘๘. นักปราชญเ์ จา้ ชอบแต่ความดี พระภูมชี อบเงินชอบทรัพย์
คนระงบั ชอบแตน่ ิพพาน มปี ระการแมงเผิ่งแมงผู่
ชอบแต่หมดู่ อกไม้ของหอม
๘๙. ให้ซอมดูคนพาลคนถอ่ ย ปากอรอ่ ยฟังหม่วนฟังใส
ภายในใจมนั ขมมนั เบือ่ คือหมากเด่อื ภายนอกสกุ ใส
สว่ นภายในแต่หนอนแมงหว่ี
๙๐. ชาติหมากมี่หมากเงาะทเุ รยี น เพยี รดไู ปแตห่ นามภายนอก
ผ่าออกแล้วหอมกลิ่นกินหวาน ควรเปรยี บปานใจคอนกั ปราชญ์
เพิ่นฉลาดใจสุ่มใจเย็น คนแลเห็นแต่ไกลหนา่ ยา่ น
๙๑. อย่าด้ือดา้ นคิดคบคนพาล มนั บน่ านพาลตดิ พาลต่อ
คอื หญ่าห่อปลาเหนา่ ปลาเหม็น ของเปนเข็ญเหม็นติดฮอดหญ่า
๙๒. คนช่ัวชา้ คบเสพบณั ฑิตย์ คุณบต่ ิดดงั กบดงั เขยี ด
นอนอย่เู บยี ดกับตน้ กอบวั อยูบ่ นหัวกน่ิ บวั บ่ตอ้ ง
ภุมมเรศบนิ ถ่องทางไกล มาเอาไปเกสรตดิ เน้อื
๙๓. พวกชาติเชือ้ คนถากคนตดั เว้นบรรทดั ความสอ่ื อย่าวอน
พวกช่างกลึงพมรเปนแบบ ผูฉ้ ลาดนักปราชญเ์ ปนครู

121

๘๗. คนเลวคนต�่ำช้าชอบโทษทุกอย่าง เหมือนแมลงวันชอบแต่
ของเน่า คนเลวคนตำ�่ ชา้ ชอบแต่ทะเลาะกนั เหมือนด่งั หนอน
ชอบฝชี อบบาดแผล

๘๘. นกั ปราชญเ์ จา้ นน้ั ชอบแตค่ วามดี พระราชาชอบเงนิ ชอบทรพั ย์
คนสงบชอบแตน่ ิพพาน เปรยี บดง่ั ผึง้ และแมลงภู่ ชอบแตห่ มู่
ดอกไมข้ องหอม

๘๙. ใหส้ งั เกตดคู นพาลคนตำ่� ชา้ ปากหวานพดู ไพเราะนา่ ฟงั แตจ่ งรู้
ภายในใจมนั ไหม้ขม เหมือนมะเด่ือภายนอกสุกใส แตภ่ ายใน
มแี ต่หนอนแมลงหวี่

๙๐. ธรรมชาติขนนุ เงาะ ทเุ รียน เพยี รดไู ปเห็นแตห่ นามภายนอก
ผ่าออก งามหอมกล่ินเนื้อกินหวาน ควรเปรียบปานใจคอ
นกั ปราชญ์ ทา่ นฉลาดใจชมุ่ ใจเยน็ คนแลเหน็ แตไ่ กลนา่ ยำ� เกรง

๙๑. อย่าด้อื ด้านคิดคบคนพาล คงไม่นานจะติดความพาลจากเขา
เหมือนใบไม้ห่อปลาเน่าปลาเหม็น ของเป็นเข็ญเหม็นติด
กระทัง่ หญา้ พัน

๙๒. คนช่วั ช้าถึงเอาตวั คบเสพบณั ฑติ คุณความดไี ม่ตดิ เหมือนกบ
เหมือนเขียด แม้นอนเบยี ดอยู่กบั ต้นกอบัว อยูบ่ นหัวกลิ่นบัว
ไม่ตดิ ตัวมนั แต่ภมุ เรศ (แมลงผ้งึ ) ผนั บนิ จากทางไกล กลบั
เอาเกสรดอกบวั ติดตวั ไป

๙๓. พวกที่เป็นช่างถากช่างตัด ถ้าไม่ขีดเส้นบรรทัดจะถากตัด
ไม่ตรง พวกช่างกลึงต้องมเี คร่ืองกลงึ เป็นแบบ คนฉลาดยึด
นกั ปราชญเ์ ป็นครูอบรมสง่ั สอน

122

๙๔. คนหาดเี วน้ ครูบช่ อบ ให้หมน่ั สอบหมนั่ เหล่าหมนั่ เฮยี น

อย่าติเตยี นครตู นยกย่อง เฮ็ดถกื ต้องคุณแตง่ คุณสม

๙๕. เปือะแลตมนำ้� สมใหเ้ กดิ เปอื ะตมเลศิ ดว้ ยน�ำ้ ใหเ้ ปน

บาปแลเวรหัวใจให้เกดิ บาปบเ่ กิดมไี ด้เพราะใจ

๙๖. บทตอ่ ไปบอกฝอยผู้แตง่ ค�ำเพน่ิ แบ่งออกไวบ้ ย่ าว

บอกคำ� ขาวคาถาฝูงน้ี ชคี้ วามฮทู่ างหอ่ มบณั ฑิตย์

พทุ ธโฆสะประดับตกแต่ง แบง่ ออกไวเ้ พียง ๑๐๐ คาถา

นิฏฐิตาจบลงถอ่ น้ี เฮาจกั ชตี้ น้ ขาดฉบบั หาย

แตเ่ ฮาบายแบบมาแต่งกาพย์ นบั ดูไดเ้ พียงเก้าสิบหก

หายขาดตกหาเอาบ่ได้ คิดใจ้ใจถ้ อยหนา่ ถอยหลงั

อนจิ จงั ขาดเสยี ๔ ข้อ ค้นบ่พอ่ แบบเกา่ หลายปี

ประมาณดวู ่าพนั ปีได้ ตงั้ แตน่ ้ีเมือ่ หนา่ นบั เอา

นบั แตเ่ ฮาแต่งเสรจ็ เปนกาพย์ เดือน ๕ ข้นึ ๖ ค�่ำ วนั จนั ทร์

วันที่ ๖ เมษา ปีวอก ชี้บอกไวฮ้ อ่ ยย่ีสิบเจด็

สำ� เรทธิศก ร.ศ. ศักราช นักปราชญ์พ่อเพียรช้สี อ่ ยสอน

แดเ่ นอ

123

๙๔. คนใฝห่ าทางดีเวน้ ครูไมไ่ ด้ ตอ้ งขยนั ถาม ขยันเล่าเรยี นศกึ ษา
อยา่ ดถู กู ตเิ ตยี นเคารพครขู องตน ใหส้ รรเสรญิ ประพฤตถิ กู ตอ้ ง
ดีไมม่ โี ทษ มแี ตค่ ุณหนนุ น�ำ

๙๕. ขโี้ คลนและข้ตี มจะเกิดไดด้ ้วยมนี �ำ้ ผสมให้เกดิ บาปและเวรมี
หวั ใจเป็นแดนเกิด ไมม่ ใี จเป็นเหตบุ าปเกิดไม่ได้

๙๖. บทต่อไปจะบอกเกี่ยวกับผู้แต่ง ค�ำท่านแบ่งออกไว้ไม่ยาว
เป็นคาถาขาวบริสุทธ์ิชุดกล่าวสั่งสอน ช้ีความรู้เป็นทางของ
บัณฑิต พระพุทธโฆษาจารย์เป็นผแู้ ต่ง แบ่งออกไวเ้ พียง ๑๐๐
คาถา นฏิ ฐติ าจบลงเทา่ น้ี เราอยากจะชถ้ี งึ ตน้ ฉบบั ทขี่ าดหายไป
แต่เราจับแบบขึ้นมาแต่งเป็นกาพย์ นับดูได้เพียงเก้าสิบหก
คาถา ทขี่ าดหายไปหาเพิ่มไมไ่ ด้ คดิ แล้วคิดเล่า ทวนกลับไป
กลับมา อนิจจังขาดไปเสยี ๔ ขอ้ คน้ หาไม่พบต้นฉบบั เดิม
แบบเก่าหลายปี ประมาณดูว่าหนึ่งพันปีคงจะได้ ตั้งแต่นี้ไป
ขา้ งหนา้ ใหน้ บั เอา นบั แตเ่ ราแตง่ เสรจ็ เปน็ กาพย์ เดอื น ๕ ขน้ึ
๖ คำ่� วนั จนั ทร์ วนั ที่ ๖ เมษายน ปวี อก ชบี้ อกไวร้ อ้ ยยสี่ บิ เจด็
(รตั นโกสนิ ทรศ์ ก) สำ� เรทธศิ ก ร.ศ. ศกั ราช นกั ปราชญพ์ บเหน็
เพยี รช่วยชส้ี ง่ั สอนดว้ ยเทอญ

124

คำ� กาพย์ภาษาไทยอสี าน
ฉบบั พทุ ธศกั ราช ๒๔๖๙ (ภาคลาว)
พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (พระสิรจิ นโฺ ท จนั ทร์)

ผแู้ ตง่ กาพย์

จากหนงั สือ สริ จิ ันทรนิพนธ์
ฉบบั วนั ที่ ๑๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๐๗

แปลเป็นภาษาไทยกลางเสร็จ
เดือน ๕ ข้ึน ๑๑ ค่�ำ

วนั อาทติ ย์ วันท่ี ๙ เมษายน ปจี อ พุทธศักราช ๒๕๔๙

ขออนุโมทนา
พระพุทธพจนวราภรณ์
วดั เจดีย์หลวง จังหวัดเชียงใหม่
๒๕ เมษายน ๒๕๔๙
ผู้ใจบุญมีใจใสศรัทธาใคร่ครวญช่วยกันแปลจากภาษาไทย
อสี านเปน็ ภาษาไทยกลาง ไดอ้ าศยั กาพยก์ ลอนภาษาไทยกลางของ
ดร.ปราณี กลุ ละวณชิ ย์ นำ� มาเปน็ หลกั ในการแปล ผดิ หรอื ถกู จงใช้
ปัญญาพจิ ารณาตรองดใู ห้ร้เู ถิด

125

หลักธรรมชุดศิลาจารึก

พระภรู ิทตโฺ ต หลวงปมู่ ั่น

ทาน ศีล ภาวนา
ศีล ๕
ขนั ธะวิมุติสะมังคธี รรมะ



127

ทาน

ทาน คือ เคร่ืองแสดงน�้ำใจของมนุษย์ผู้มีจิตใจสูง ผู้มี
เมตตาจิตต่อเพ่ือนมนุษย์และสัตว์ผู้อาภัพ ด้วยการให้การ
เสียสละแบ่งปันมากน้อยตามก�ำลังของวัตถุเครื่องสงเคราะห์
ท่ีมีอยู่ จะเปน็ วตั ถุทาน ธรรมทาน หรอื วิทยาทานแขนงต่างๆ
ก็ตาม ที่ให้เพ่ือสงเคราะห์ผู้อ่ืนโดยมิได้หวังค่าตอบแทนใดๆ
นอกจากกุศลคือความดีที่เกิดจากทานน้ัน ซึ่งจะเป็นส่ิง
ตอบแทนใหเ้ จา้ ของทานไดร้ บั อยโู่ ดยดเี ทา่ นนั้ ตลอดอภยั ทาน
ท่ีควรให้แก่กันในเวลาอีกฝ่ายหน่ึงผิดพลาดหรือล่วงเกิน
คนมที านหรอื คนทเี่ ดน่ ในการใหท้ าน ยอ่ มเปน็ ผสู้ งา่ ผา่ เผยและ
เดน่ ในปวงชนโดยไมน่ ยิ มรปู รา่ งลกั ษณะ ผเู้ ชน่ นม้ี นษุ ยแ์ ละสตั ว์
ตลอดเทวดาท่มี องไมเ่ หน็ กเ็ คารพรัก จะตกทิศใดแดนใดยอ่ ม
ไม่อดอยากขาดแคลน หากมีสง่ิ หรือผอู้ ุปถมั ภ์จนได้ ไม่อบั จน
ทนทกุ ข์ แมใ้ นแดนมนษุ ยเ์ รานก้ี พ็ อเหน็ ไดอ้ ยา่ งเตม็ ตารไู้ ดอ้ ยา่ ง
เต็มใจวา่ ผูม้ ีทานเป็นเครื่องประดบั ตัวย่อมเป็นคนไมล่ า้ สมยั
ในสังคม และบุคคลทุกช้ันไม่มีใครรังเกียจ แม้แต่คนท่ีม่ังมี
แต่แสนตระหนี่ถี่เหนียว ก็ยังหวังต่อการสงเคราะห์ช่วยเหลือ
จากผอู้ นื่ เชน่ เดยี วกบั มนษุ ยท์ วั่ ๆ ไป ไมต่ อ้ งพดู ถงึ คนทช่ี ว่ ยตวั เอง
ไมไ่ ด้ แต่ไม่หวงั ใหผ้ อู้ ื่นชว่ ยเหลอื จะไมม่ ใี นโลกเมอื งไทยเรา

128

อำ� นาจทานทำ� ใหผ้ มู้ ใี จชอบบรจิ าคเกดิ ความเคยชนิ ตอ่ นสิ ยั
จนกลายเปน็ ผมู้ ฤี ทธบิ์ นั ดาลไมใ่ หอ้ ดอยากในภพทเ่ี กดิ กำ� เนดิ
ทอี่ ยนู่ นั้ ๆ ฉะนนั้ ทานและคนทมี่ ใี จเปน็ นกั ใหท้ านการเสยี สละ
จึงเป็นเคร่ืองและเป็นผู้ค�้ำจุนหนุนโลกให้เฟื่องฟูตลอดไป
โลกทยี่ ังมีการสงเคราะห์กนั อยู่ ยังจดั เป็นโลกที่มีความหมาย
ตลอดไป ไม่เป็นโลกท่ีไร้ชาติขาดกระเจิงเหลือแต่ซากคือ
แผน่ ดนิ แน่ๆ

ทานจงึ เปน็ สาระสำ� คญั สำ� หรบั ตวั และโลกทว่ั ๆ ไป ผมู้ ที าน
ยอ่ มเปน็ ผอู้ บอนุ่ และหนนุ โลกใหช้ มุ่ เยน็ ไมเ่ ปน็ บคุ คลและโลก
ทีแ่ ห้งแลง้ แขง่ กับทกุ ข์ตลอดไป

ศลี

ศลี คอื รวั้ กน้ั ความเบยี ดเบยี นและทำ� ลายสมบตั ริ า่ งกาย
และจติ ใจของกนั และกนั ศลี คอื พชื แหง่ ความดอี นั ยอดเยย่ี ม
ท่คี วรมีประจ�ำชาตมิ นษุ ย์ ไม่ปล่อยให้สญู หายไปเสยี เพราะ
มนุษย์ที่ไม่มีศีลเป็นร้ัวก้ันและเป็นเครื่องประดับตัวเสียเลย
ก็คือกองเพลิงแห่งมนุษย์เราดีๆ นี่เอง การเบียดเบียนและ
ทำ� ลายกนั ยอ่ มมไี ปทกุ หยอ่ มหญา้ และทวั่ โลกดนิ แดน ไมม่ เี กาะ
มีดอนพอจะเอาศีรษะซุกนอนให้หลับสนิทได้โดยปลอดภัย

129

แม้โลกจะเจริญด้วยวัตถุจนกองสูงกว่าพระอาทิตย์บนท้องฟ้า
แตค่ วามรมุ่ รอ้ นแผดเผาจะทวคี ณู ยงิ่ กวา่ พระอาทติ ยเ์ ปน็ ไหนๆ
โลกจะไม่มีท่ีปลงใจได้เลยถ้ายังมัวคิดว่าวัตถุมีคุณค่ายิ่งกว่า
ศีลธรรมอยู่ เพราะศีลธรรมเป็นสมบัติของจอมมนุษย์ คือ
พระพทุ ธเจา้ ผคู้ น้ พบและนำ� มาประดบั โลกทกี่ ำ� ลงั มดื มวั กลวั ทกุ ข์
พอให้สว่างไสวร่มเย็นควรอาศัยได้บ้างด้วยอ�ำนาจศีลธรรม
เป็นเครือ่ งปดั เปา่ ก�ำจัด

ล�ำพังความคิดของมนุษย์ที่มีกิเลส คิดผลิตอะไรออกมา
ท�ำให้โลกรอ้ นจะบรรลยั อย่แู ลว้ ย่งิ จะปล่อยใหค้ ิดตามอ�ำนาจ
โดยไม่มีกล่ินแห่งศีลธรรมช่วยเป็นยาแก้และชโลมไว้บ้าง
ก็นา่ กลวั ความคิดนนั้ ๆ จะผลติ ยกั ษใ์ หญต่ ัวโหดรา้ ยทที่ รงพิษ
ขนึ้ มากแ่ี สนกล่ี า้ นตวั ออกเทย่ี วหากวา้ นกนิ มนษุ ยใ์ หฉ้ บิ หายกนั
ทั้งโลก ไม่มีอะไรเหลืออยู่บ้างเลย ความคิดของคนสิ้นกิเลส
ท่ีทรงคุณอย่างสูงสุดคือพระพุทธเจ้า มีผลให้โลกได้รับความ
รม่ เย็นซาบซงึ้ กบั ความคดิ ทเ่ี ป็นไปดว้ ยกิเลสที่มีผลใหต้ ัวเอง
และผอู้ น่ื ไดร้ บั ความเดอื ดรอ้ นจนจะคาดไมถ่ งึ นแ่ี ล เปน็ ความคดิ
ท่ีผิดกันอยู่มาก พอจะน�ำมาเทียบเคียงเพ่ือหาทางแก้ไข
ผ่อนหนักผ่อนเบาลงได้บ้าง ไม่จมไปกับความคิดประเภทน้ัน
จนหมดทางแก้ไข

130

ศีลจึงเป็นเหมือนยาปราบโรค ทั้งโรคระบาดและโรค
เร้ือรัง อยา่ งนอ้ ยก็พอใหค้ นไขท้ ่ีสมุ ดว้ ยกเิ ลสกินอยู่หลบั นอน
ได้บ้าง ไม่ถูกบีบคั้นด้วยโรคที่เกิดแล้วไม่ยอมหายนี้ตลอดไป
มากกวา่ นน้ั กห็ ายขาดอยสู่ บาย ทา่ นพระอาจารยม์ นั่ ทา่ นเมตตา
สงั่ สอนฆราวาสใหร้ คู้ ณุ ของศลี และใหร้ โู้ ทษของความไมม่ ศี ลี
อยา่ งถงึ ใจจรงิ ๆ ฟงั แลว้ จบั ใจไพเราะ แมผ้ เู้ ขยี นเองพอไดท้ ราบวา่
ท่าน (พระอาจารยม์ ั่น) ส่ังสอนประชาชนให้เหน็ โทษเห็นคุณ
ในศลี อยา่ งซาบซง้ึ จบั ใจเชน่ นน้ั ยงั เผลอตวั ไปวา่ “อยากมศี ลี ๕
กบั เขาบา้ ง” ทงั้ ๆ ทขี่ ณะนนั้ ตนกม็ ศี ลี อยถู่ งึ ๒๒๗ ศลี อยแู่ ลว้
เพราะความปตี ผิ าดโผนไปบา้ ง เวลานัน้ จึงขาดสติไปพกั หนง่ึ
พอไดส้ ตขิ น้ึ มาเลยนกึ อายตวั เองและไมก่ ลา้ บอกใคร กลวั ทา่ น
เหลา่ นนั้ จะหาวา่ เราบา้ ซำ�้ เขา้ ไปอกี เพราะขณะนนั้ เรากช็ กั จะ
บา้ ๆ อยบู่ า้ งแลว้ ทค่ี ดิ วา่ อยากมศี ลี ๕ กบั ฆราวาสเขาโดยไมค่ ลำ�
ดูศีรษะบา้ งเลย อย่างนีแ้ ล คนเราเวลาคดิ ไปทางชวั่ จนถงึ กบั
ท�ำชั่วตามความคิดจริงๆ ก็คงเป็นไปในลักษณะดังกล่าวมา
จึงควรส�ำเหนียกในความคิดของตนไปทุกระยะ ว่าคิดไปใน
ทางดหี รอื ชวั่ ถกู หรอื ผดิ ตอ้ งคอยชกั บงั เหยี นไวเ้ สมอ ไมเ่ ชน่ นนั้
มหี วงั เลยเถดิ ไดแ้ น่นอน

131

ภาวนา

ภาวนา คือ การอบรมใจให้ฉลาดเท่ียงตรงต่อเหตุผล
อรรถธรรม รู้จักวิธีปฏิบัติต่อตัวเองและสิ่งทั้งหลาย ไม่ให้
จิตผาดโผนโลดเต้นแบบไม่มีฝั่งมีฝา ยึดการภาวนาเป็นร้ัว
กั้นความคิดฟุ้งของใจให้อยู่ในเหตุผลอันจะเป็นทางแห่งความ
สงบสุข ใจท่ียงั มไิ ดร้ ับการอบรมจากภาวนาจงึ ยังเป็นเหมือน
สัตว์ที่ยังมิได้รับการฝึกหัดให้ท�ำหน้าท่ีของตนอย่างสมบูรณ์
มจี ำ� นวนมากนอ้ ยกย็ งั มไิ ดร้ บั ประโยชนจ์ ากมนั เทา่ ทค่ี วร จำ� ตอ้ ง
ฝึกหัดให้ท�ำประโยชน์ตามประเภทของมันก่อนถึงจะได้รับ
ประโยชน์ตามควร ใจจึงควรได้รับการอบรมใหร้ ้เู ร่ืองของตวั
เสียบา้ ง จะเปน็ ผู้ควรแกก่ ารงานท้ังหลาย ท้งั ส่วนหยาบสว่ น
ละเอียด ทั้งส่วนเลก็ สว่ นใหญ่ ทง้ั ภายในภายนอก ผ้มู ภี าวนา
เปน็ หลกั ใจจะทำ� อะไรชอบใชค้ วามคดิ อา่ นเสมอ ไมค่ อ่ ยเอาตวั
เขา้ ไปเส่ยี งต่อการกระทำ� ท่ีไมแ่ นใ่ จ ซ่ึงอาจเกดิ ความเสียหาย
แก่ตนและผเู้ กี่ยวข้องตลอดสว่ นรวมเมอื่ ผดิ พลาดลงไป

การภาวนาจงึ เปน็ งานเพอ่ื ผลในปจั จบุ นั และอนาคต ไมเ่ สยี
ประโยชนท์ งั้ สองทาง ประโยชนส์ ำ� คญั คอื ประโยชนเ์ ฉพาะหนา้
ที่เรยี กว่า ทฏิ ฐธรรมมกิ ัตถประโยชน์ การงานทกุ ชนดิ ทท่ี ำ�

132

ดว้ ยใจของผมู้ ภี าวนาจะสำ� เรจ็ ลงดว้ ยความเรยี บรอ้ ย ขณะทท่ี ำ�
ก็ไม่ท�ำแบบขอไปที แต่ท�ำด้วยความใคร่ครวญและเล็งถึง
ประโยชน์ท่ีจะได้รับจากงานเมื่อส�ำเร็จลงไปแล้ว จะไปมาใน
ทศิ ทางใด จะทำ� อะไร ยอ่ มเลง็ ถงึ ผลไดเ้ สยี เกย่ี วกบั การนน้ั ๆ เสมอ
การปกครองตนกส็ ะดวก ไมฝ่ า่ ฝนื ตวั เอง ซง่ึ เปน็ ผมู้ หี ลกั เหตผุ ล
อยู่แล้ว ถือหลักความถูกต้องเป็นเข็มทิศทางเดินของกาย
วาจา ใจ ประจำ� ตวั ไมย่ อมเปดิ ชอ่ งใหค้ วามอยากอนั ไมม่ ขี อบเขต
เข้ามาเก่ียวข้อง เพราะความอยากไป อยากมา อยากท�ำ
อยากพดู อยากคดิ ทเ่ี คยเปน็ มาดง้ั เดมิ เปน็ ไปตามอำ� นาจของ
กเิ ลสตณั หา ซงึ่ ไมเ่ คยสนใจตอ่ ความผดิ ถกู ดชี ว่ั เสยี มากตอ่ มาก
และพาเราเสยี ไปจนนบั ไมถ่ ว้ นประมาณไมถ่ กู จะเอาโทษกบั มนั
ก็ไมไ่ ด้ นอกจากยอมให้เสียไปอยา่ งนา่ เสียดาย แล้วพยายาม
แกต้ วั ใหมเ่ ทา่ นน้ั เมอื่ ยงั มสี ตอิ ยบู่ า้ งพอจะหกั ลา้ งกนั ได้ ถา้ ไมม่ ี
สตพิ อระลกึ บา้ งเลยแลว้ ทง้ั ของเกา่ กเ็ สยี ไป ทง้ั ของใหมก่ พ็ ลอย
จมไปด้วย ไม่มีวันกลับฟื้นคืนตัวได้เลย นี่แลเรื่องของกิเลส
ต้องพาให้เสยี หายเรือ่ ยไป

ฉะน้ัน การภาวนาจึงเป็นเคร่ืองหักล้างความลามกไม่มี
เหตุผลของตนไดด้ ี แต่วิธภี าวนานน้ั รูส้ ึกล�ำบากอยูบ่ า้ งเพราะ

133

เปน็ การบงั คบั ใจ ซงึ่ เหมอื นบงั คบั ลงิ ใหอ้ ยเู่ ชอ่ื งๆ พองามตาบา้ ง
ย่อมเป็นของลำ� บากฉะนัน้

พระภูรทิ ตั โต (หลวงป่มู ่นั )
จดจารกึ โดย พระธรรมวิสทุ ธิมงคล
(พระาณสมฺปนฺโน หลวงตามหาบวั )

ตุลาคม พทุ ธศกั ราช ๒๕๑๔

134

ศลี ๕

คำ� วา่ ศลี ได้แกส่ ภาพเชน่ ไร ศลี อยา่ งแท้จรงิ เปน็ ไปดว้ ย
ความมีสติ รู้สิ่งท่ีควรหรือไม่ควร ระวังการระบายออกทาง
ทวารทั้งสาม คอยบงั คับกาย วาจา ใจ ใหเ้ ป็นไปในขอบเขต
ของศีลท่ีเป็นสภาพปกติ ศีลท่ีเกิดจากการรักษามีสภาพปกติ
ไมค่ ะนองทางกาย วาจา ใจ ใหเ้ ปน็ ทเี่ กลยี ด นอกจากความปกติ
งดงามทางกาย วาจา ใจ ของผู้มีศีลวา่ เป็นศลี เป็นธรรม

เราควรรกั ษาศลี ๕

๑. สงิ่ ทม่ี ชี วี ติ เปน็ สงิ่ ทมี่ คี ณุ คา่ จงึ ไมค่ วรเบยี ดเบยี น ขม่ เหง
และท�ำลายคณุ คา่ แห่งความเปน็ อยู่ของเขาใหต้ กไป

๒. สงิ่ ของของใคร ใครกร็ กั และสงวน ไมค่ วรทำ� ลาย ฉก ลกั
ปล้น จ้ี เปน็ ตน้ อันเป็นการทำ� ลายสมบตั ิและทำ� ลายจติ ใจกนั

๓. ลูก หลาน สามี ภรรยา ใครๆ กร็ กั สงวนอยา่ งยิง่
ไมป่ รารถนาใหใ้ ครมาอาจเอื้อมล่วงเกิน เปน็ การทำ� ลายจิตใจ
ของผอู้ ืน่ อยา่ งหนกั และเปน็ บาปไม่มีประมาณ

๔. มสุ า การโกหกพกลม เปน็ สงิ่ ทำ� ลายความเชอื่ ถอื ของ
ผู้อื่นให้ขาดสะบ้ันลงอย่างไม่มีดี แม้เดรัจฉานเขาก็ไม่พอใจ
ค�ำหลอกลวง จงึ ไมค่ วรโกหกหลอกลวงใหผ้ อู้ ่ืนเสียหาย

135

๕. สุรา ยาเสพติด เป็นของมนึ เมาและให้โทษ ดมื่ เข้าไป
ยอ่ มท�ำให้คนดๆี กลายเปน็ คนบา้ ได้ ลดคณุ ค่าลงโดยลำ� ดบั
ผู้ต้องการเป็นคนดีมีสติปกครองตัวอย่างมนุษย์ จึงไม่ควร
ด่ืมสุรา เคร่ืองท�ำลายสุขภาพทางร่างกายและใจอย่างยิ่ง
เปน็ การทำ� ลายตัวเองและผอู้ ่นื ไปด้วยในขณะเดยี วกนั

อานสิ งสข์ องการรักษาศลี ๕

๑. ท�ำใหอ้ ายุยนื ปราศจากโรคภยั เบยี ดเบียน

๒. ทรัพย์สมบัติที่อยู่ในความปกครอง มีความปลอดภัย
จากโจรผรู้ ้ายมาราวีเบียดเบียนทำ� ลาย

๓. ระหวา่ ง ลกู หลาน สามี ภรรยา อยดู่ ว้ ยกนั เปน็ ผาสกุ
ไมม่ ผี คู้ อยลว่ งลำ�้ กลำ�้ กราย ตา่ งครองกนั อยดู่ ว้ ยความเปน็ สขุ

๔. พูดอะไรมีผเู้ คารพเชอื่ ถอื ค�ำพดู ที่มเี สน่หเ์ ป็นทจ่ี บั ใจ
ไพเราะดว้ ยสัตย์ ดว้ ยศลี

๕. เป็นผู้มีสติปัญญาดี และเฉลียวฉลาด ไม่หลงหน้า
หลงหลงั จบั โนน่ ชนนเ่ี หมอื นคนบา้ คนบอหาสตไิ มไ่ ด้ ผมู้ ศี ลี เปน็
ผปู้ ลกู และสง่ เสรมิ สขุ บนหวั ใจคนและสตั วท์ ว่ั โลกใหม้ แี ตค่ วาม
อบอนุ่ ใจ ไมเ่ ปน็ ทรี่ ะแวงสงสยั ผไู้ มม่ ศี ลี เปน็ ผทู้ ำ� ลายหวั ใจคน
และสตั วใ์ ห้ได้รบั ความทกุ ขเ์ ดอื ดร้อนทุกหยอ่ มหญ้า

136

ศีลน้ันอยู่ท่ีไหน มีตัวตนเป็นอย่างไร ใครเป็นผู้รักษา
แล้วก็รู้ว่าผู้น้ันเป็นตัวศีล ศีลก็อยู่ที่ตนนี้ เจตนาเป็นตัวศีล
เจตนาคอื จิตใจ คนเราถ้าจติ ใจไม่มีก็ไมเ่ รียกวา่ คน มแี ตก่ าย
จะทำ� อะไรได้ ร่างกายกบั จติ ต้องอาศัยซง่ึ กันและกัน เมือ่ จติ
ไม่เป็นศีล กายก็ประพฤติไปต่างๆ มีโทษต่างๆ ผู้มีศีลแล้ว
ไมม่ ีโทษ จะเป็นปกตแิ นบเนยี นไมห่ ว่ันไหว ไม่มเี รอื่ ง หลงหา
หลงขอ คนที่หา คนท่ีขอต้องเป็นทุกข์ ขอเท่าไรยิ่งไม่มี
ยงิ่ อดอยากยากเข็ญ

กายกับจิตเราได้มาแล้ว มีอยู่แล้ว ได้จากบิดามารดา
พรอ้ มบรบิ รู ณแ์ ลว้ จะทำ� ใหเ้ ปน็ ศลี กร็ บี ทำ� ศลี มอี ยทู่ เ่ี รานแ้ี ลว้
รักษาได้ไม่มีกาล ไดผ้ ลไมม่ กี าล

ผู้มีศีลย่อมเป็นผู้องอาจกล้าหาญ ผู้มีศีลย่อมมีความสุข
ผูจ้ กั ม่งั คัง่ บรบิ ูรณส์ มบูรณ์ ไม่อด ไมอ่ ยาก ไมจ่ น กเ็ พราะ
รกั ษาศลี ไดส้ มบรู ณ์ จติ ดวงเดยี วเปน็ ศลี เปน็ สมาธิ เปน็ ปญั ญา
ผมู้ ีศีลแท้เป็นผหู้ มดเวรหมดภัย.

137

วธิ เี ดินจงกรม

วธิ เี ดนิ จงกรม ตอ้ งใหอ้ ยใู่ นทา่ สำ� รวมทงั้ กายและใจ ตงั้ จติ
และสตไิ วท้ จ่ี ดุ หมายของงานทตี่ นกำ� ลงั ทำ� อยู่ คอื กำ� ลงั กำ� หนด
ธรรมบทใดอยู่ พิจารณาขันธ์ใดอยู่ อาการแห่งกายใดอยู่
พึงมสี ตอิ ยูก่ ับธรรมหรอื อาการนน้ั ๆ ไมพ่ งึ ส่งใจและสติไปอ่ืน
อนั เปน็ ลกั ษณะของคนไมม่ หี ลกั ยดึ ไมม่ คี วามแนน่ อนในตวั เอง

การเคลอื่ นไหวไปมาในทศิ ทางใด ควรมคี วามรสู้ กึ ดว้ ยสติ
พาเคลือ่ นไหว ไมพ่ ึงทำ� เหมือนคนนอนหลบั ไมม่ ีสตติ ามรักษา
ความกระดกุ กระดกิ ของกาย และความละเมอเพ้อฝันของใจ
ในเวลาหลบั ของตน การบิณฑบาต การขบฉัน การขบั ถา่ ย
ควรถอื อรยิ ประเพณเี ปน็ กจิ วตั รประจำ� ตวั ไมค่ วรทำ� เหมอื นคน
ผไู้ มเ่ คยอบรมศลี ธรรมมาเลย พงึ ทำ� เหมอื นสมณะคอื เพศของ
นักบวชอันเป็นเพศท่ีสงบเยือกเย็น มีสติปัญญาเครื่องกำ� จัด
โทษทีฝ่ ังลกึ อยภู่ ายใน อยู่ทกุ อริ ิยาบถ

การขบฉนั พงึ พจิ ารณาอาหารทกุ ประเภทดว้ ยดี อยา่ ปลอ่ ย
ใหอ้ าหารทมี่ รี สเอรด็ อรอ่ ยตามชวิ หาประสาทนยิ มกลายมาเปน็
ยาพษิ แผดเผาใจ แมร้ า่ งกายจะมกี ำ� ลงั เพราะอาหารทข่ี าดการ

138

พจิ ารณาเขา้ ไปหลอ่ เลย้ี ง แตใ่ จจะอาภพั เพราะรสอาหารเขา้ ไป
ทำ� ลาย จะกลายเปน็ การทำ� ลายตนดว้ ยการบำ� รงุ คอื ทำ� ลายใจ
เพราะการบำ� รงุ รา่ งกายด้วยอาหารโดยความไมม่ สี ติ

สมณะไปทใี่ ด อยทู่ ใี่ ด ไมพ่ งึ กอ่ ความเปน็ ภยั แกต่ วั เองและ
ผู้อื่น คือไม่ส่ังสมกิเลสส่ิงน่ากลัวแก่ตัวเองและระบาดสาด
กระจายไปเผาลนผู้อ่ืน ค�ำว่า กิเลส อริยธรรมถือเป็นสิ่งท่ี
นา่ กลวั อยา่ งยงิ่ พงึ ใชค้ วามระมดั ระวงั ดว้ ยความจงใจ ไมป่ ระมาท
ต่อกระแสของกิเลสทกุ ๆ กระแส เพราะเป็นเหมอื นกระแสไฟ
ทจี่ ะสังหารหรอื ทำ� ลายได้ทกุ ๆ กระแสไป

การยืน เดนิ นงั่ นอน การขบฉัน การขับถา่ ย การพดู จา
ปราศรยั กบั ผมู้ าเกี่ยวข้องทกุ ๆ ราย และทุกๆ คร้ังด้วยความ
ส�ำรวม น่ีแลคืออรยิ ธรรม เพราะพระอริยบคุ คลทกุ ประเภท
ท่านด�ำเนินอย่างน้ีกันท้ังนั้น ความไม่มีสติ ไม่มีการส�ำรวม
เป็นทางของกิเลสและบาปธรรม เป็นทางของวัฏฏะล้วนๆ
ผู้จะออกจากวัฏฏะจึงไม่ควรสนใจกับทางอันลามกตกเหว
เช่นนน้ั เพราะจะพาให้เปน็ สมณะทีเ่ ลว ไมเ่ ป็นผู้อันใครๆ พงึ
ปรารถนา

139

อาหารเลว ไมม่ ใี ครอยากรบั ประทาน สถานทบี่ า้ นเรอื นเลว
ไมม่ ใี ครอยากอยอู่ าศยั เครอื่ งนงุ่ หม่ ใชส้ อยเลว ไมม่ ใี ครอยาก
นุ่งห่มใชส้ อยและเหลือบมอง ทุกสง่ิ ที่ “เลว” ไมม่ ีใครสนใจ
เพราะความรงั เกยี จโดยประการทงั้ ปวง คนเลว ใจเลว ยงิ่ เปน็
บอ่ แหง่ ความรงั เกยี จของโลกผดู้ ที งั้ หลาย ยง่ิ สมณะคอื นกั บวช
เราเลวด้วยแล้ว ก็ยิ่งเป็นจุดท่ิมแทงจิตใจของท้ังคนดีคนช่ัว
สมณะชีพราหมณ์ เทวบุตรเทวดาอินทร์พรหมไม่เลือกหน้า
จึงควรสำ� รวมระวังนกั หนา

การบำ� รงุ รกั ษาสงิ่ ใดๆ ในโลก การบำ� รงุ รกั ษาตนคอื ใจ
เปน็ เยยี่ ม จดุ ทเ่ี ยยี่ มยอดของโลกคอื ใจ ควรบำ� รงุ รกั ษาดว้ ยดี
ไดใ้ จแล้วคือไดธ้ รรม เหน็ ใจตนแล้วคือเห็นธรรม รใู้ จแล้ว
คอื รธู้ รรมทงั้ มวล ถงึ ใจตนแลว้ คอื ถงึ พระนพิ พาน ใจนแ่ี ลคอื
สมบตั อิ นั ลน้ คา่ จงึ ไมค่ วรอยา่ งยงิ่ ทจี่ ะมองขา้ มไป คนพลาดใจ
คอื ไมส่ นใจปฏบิ ตั ติ อ่ ใจดวงวเิ ศษในรา่ งน้ี แมจ้ ะเกดิ สกั รอ้ ยชาติ
พนั ชาติกค็ ือผเู้ กิดผดิ พลาดนัน่ เอง

เมื่อทราบแล้วว่าใจเป็นส่ิงประเสริฐในตัวเรา จึงไม่ควร
ใหพ้ ลาดทงั้ รๆู้ จะเสยี ใจภายหลงั ความเสยี ใจทำ� นองนไ้ี มค่ วร
ใหเ้ กดิ ไดเ้ มอื่ ทราบอยอู่ ยา่ งเตม็ ใจ มนษุ ยเ์ ปน็ ชาตทิ ฉี่ ลาดในโลก

140

แตอ่ ยา่ ใหเ้ ราทีเ่ ปน็ มนุษยท์ ง้ั คน โง่เต็มตวั จะเลวเตม็ ทนและ
หาความสุขไมเ่ จอ

พระภูริทตตฺ เถร (หลวงปู่มั่น)
จดจารึกโดย

พระธรรมวิสทุ ธิมงคล
(พระาณสมฺปนโฺ น หลวงตามหาบวั )

ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๑๔

141

ขันธะวมิ ตุ สิ ะมงั คธี รรมะ

บทประพนั ธ์ของ

ทา่ นพระอาจารย์ม่นั ภูริทัตโต

จากหนังสือเพชรน�้ำหนึ่ง และขันธะวมิ ตุ สิ ะมังคธี รรมะ
ถอดจากลายมือท่านพระอาจารยม์ นั่
โดยคณะสงฆว์ ัดปา่ ดานวิเวก
วนั เสาร์ ขึ้น ๖ ค�ำ่ เดอื น ๕ ปขี าล
วนั ที่ ๙ เมษายน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๔



143

144

145

146

147

148

149


Click to View FlipBook Version