The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ประวัติและพระธรรมเทศนา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wonchai890, 2021-09-26 21:25:34

หลวงปู่ลี ตาณังกโร

ประวัติและพระธรรมเทศนา

ชีวประวตั ิ ปฏิปทา และปกณิ กธรรมของหลวงป่ลู ี ตาณกํ โร

วัดหวั ตลกุ วนาราม (วัดปา่ หวั ตลุก)
ตำ� บลสระแก้ว อำ� เภอลาดยาว
จงั หวดั นครสวรรค์

ชีวประวตั ิ ปฏปิ ทา
และปกิณกธรรมของหลวงป่ลู ี ตาณํกโร

คณะศษิ ยานุศษิ ย์ขอนอบน้อมบูชา ดว้ ยเศียรเกล้า
ถวายเปน็ พทุ ธบูชา ธรรมบูชา สงั ฆบชู า และอาจารยิ บชู า
แดห่ ลวงปลู่ ี ตาณํกโร ด้วยสำ� นึกในพระคณุ อย่างสูงสดุ
สงวนลขิ สทิ ธ์ใิ นการคดั ลอก ตัดตอน หรอื น�ำไปพมิ พ์จ�ำหนา่ ย

เลขมาตรฐานหนงั สอื : ๙๗๘-๖๑๖-๔๒๓-๘๕๗-๒
พิมพ์ครัง้ ท่ี ๑ : ธนั วาคม ๒๕๕๙
จ�ำนวนพมิ พ์ : ๒,๐๐๐ เลม่
ผูจ้ ดั พมิ พ์ : คณะศิษยานศุ ิษย์

พิมพท์ ี่ : บริษทั ศิลปส์ ยามบรรจภุ ณั ฑแ์ ละการพมิ พ์ จำ� กัด
๖๑ ถนนเลยี บคลองภาษีเจริญฝงั่ เหนอื ซอยเพชรเกษม​๖๙
แขวง/เขตหนองแขม กรงุ เทพฯ โทรศพั ท์ ๐-­­๒­ ๔๔๔-๓๓๕๑-๙
โทรสาร ๐-๒๔๔๔-๐๐๗๘ E-mail: [email protected]

ทา่ นหลวงป่เู สาร์ กนฺตสโี ล

ทา่ นหลวงป่มู ั่น ภรู ิทตโฺ ต

ทา่ นหลวงป่สู ิงห์ ขนฺตยาคโม

6

คดั ลอกจากลายมือของพระอุดมสงั วรวิสทุ ธเิ ถร (พระอาจารย์วนั อตุ ฺตโม)
ซ่งึ ท่านไดเ้ รียบเรียงไว้ สำ� หรับงานพระราชทานเพลงิ ศพ พระอาจารยฝ์ ั้น อาจาโร

7

8

ตาณกํ โรบชู า

โย โส สปุ ฏปิ นโฺ น ภควโต สาวกสงโฺ ฆ
สงฆ์สาวกของพระผมู้ ีพระภาคเจา้ หม่ใู ด ปฏบิ ัตดิ ีแลว้

อุชุปฏิปนโฺ น ภควโต สาวกสงฺโฆ
สงฆ์สาวกของพระผู้มพี ระภาคเจา้ หมใู่ ด ปฏิบัติตรงแล้ว

ญายปฏิปนฺโน ภควโต สาวกสงโฺ ฆ
สงฆ์สาวกของพระผูม้ ีพระภาคเจ้าหม่ใู ด ปฏบิ ตั ิเพอื่ ร้ธู รรม

เปน็ เคร่อื งออกจากทกุ ขแ์ ล้ว
สามีจปิ ฏิปนโฺ น ภควโต สาวกสงฺโฆ
สงฆส์ าวกของพระผมู้ พี ระภาคเจา้ หมู่ใด ปฏบิ ตั สิ มควรแล้ว

ตมหํ สงฺฆํ อภปิ ชู ยามิ
ข้าพเจ้าบูชายงิ่ เฉพาะพระสงฆห์ มูน่ ั้น

ตมหํ สงฺฆํ สิรสา นมามิ
ขา้ พเจ้าขอนอบนอ้ มพระสงฆห์ ม่นู ั้น ดว้ ยเศยี รเกลา้

9

ค�ำปรารภ

หลวงปลู่ ี ตาณกํ โร เปน็ พระสปุ ฏปิ นั โนผปู้ ฏบิ ตั ดิ ปี ฏบิ ตั ชิ อบ
และมอี าวโุ สพรรษาสงู รปู หนง่ึ ทมี่ งุ่ มนั่ เจรญิ ภาวนาตามแนวปฏปิ ทา
กรรมฐานสายทา่ นพระอาจารยม์ นั่ ภรู ทิ ตฺ ตมหาเถระ หรอื หลวงปมู่ นั่
ภรู ทิ ตฺโต พระอาจารยใ์ หญ่แห่งกองทัพธรรมภาคอสี าน ถึงแมว้ า่
หลวงปู่ลีจะไม่ได้เป็นศิษย์และรับค�ำสอนจากหลวงปู่ม่ันโดยตรง
ก็ตาม แต่ทว่าทา่ นได้ถวายตัวเปน็ ศิษย์หลวงพ่อทองสุข สริ ิจนฺโท
วดั ปา่ บา้ นหนองโน อำ� เภอกระนวน จงั หวดั ขอนแกน่ (ศษิ ยห์ ลวงปู่
ม่นั ภรู ทิ ตโฺ ต หลวงป่สู งิ ห์ ขนฺตยาคโม และหลวงปู่คำ� ดี ปภาโส
วดั ถำ�้ ผาปู่ อำ� เภอเมอื งฯ จงั หวดั เลย) ตง้ั แตไ่ ดบ้ รรพชาเปน็ สามเณร
เมอื่ ปี พ.ศ.๒๔๙๘ และไดศ้ กึ ษาวธิ ปี ฏบิ ตั กิ รรมฐานหรอื สมาธวิ ธิ ี
จากหนงั สอื พระไตรสรณคมณ์ และสมาธวิ ธิ ขี องพระญาณวศิ ษิ ฏ์
สมทิ ธวิ รี าจารย์ (พระอาจารยส์ งิ ห์ ขนตฺ ยาคโม) ซงึ่ เปน็ ศษิ ยร์ นุ่ แรก
ของหลวงปมู่ นั่ ภรู ทิ ตโฺ ต รวมทงั้ ไดศ้ กึ ษาวธิ กี ารกำ� หนดลมหายใจ
จากค�ำสอนหรือหนังสือของท่านพ่อลี ธมฺมธโร เช่นเดียวกัน
หลงั จากนน้ั หลวงปลู่ กี เ็ ดนิ ธดุ งคป์ ฏบิ ตั ธิ รรมตามปา่ เขาตา่ งๆ และ
ได้มีโอกาสถวายตัวเป็นศิษย์ และศึกษาธรรมจากครูอาจารย์ซ่ึง
เปน็ ศิษยห์ ลวงปูม่ นั่ ภรู ิทตฺโต อยา่ งตอ่ เน่อื งมาโดยตลอด

10

ดว้ ยปฏปิ ทาทหี่ ลวงปลู่ ชี อบอยสู่ งบเงยี บแตผ่ เู้ ดยี วมาเปน็ เวลา
ชา้ นานหลายสบิ ปี และไมเ่ คยเทศนเ์ ปน็ กณั ฑ์ หรอื แสดงธรรมเปน็
เรอื่ งยาวๆ ดงั นน้ั พระธรรมเทศนาหรอื โอวาทของหลวงปจู่ งึ เปน็ สงิ่
ทห่ี าไดย้ ากยงิ่ คงมแี ตเ่ พยี งกระดาษบนั ทกึ ลายมอื ทหี่ ลวงปเู่ ขยี น
ปรารภธรรม หรอื การสนทนา หรอื การกลา่ วตกั เตอื นลกู ศษิ ย์ ทแี่ ฝง
ดว้ ยแงค่ ดิ ตลอดจนคตธิ รรมตา่ งๆ ทพี่ อจะบนั ทกึ หรอื เกบ็ รวบรวม
ไดเ้ ทา่ นนั้ ซงึ่ ทกุ คำ� พดู หรอื การสนทนาของหลวงปลู่ ว้ นแตแ่ ฝงดว้ ย
ขอ้ อรรถข้อธรรมทงั้ สิ้น

เหตกุ ารณห์ รอื ลำ� ดบั การเดนิ ธดุ งคแ์ ละจำ� พรรษาสถานทต่ี า่ งๆ
ของหลวงปนู่ น้ั ไมส่ ามารถทจี่ ะบนั ทกึ ไดโ้ ดยละเอยี ดเนอื่ งจากหลวงปู่
เปน็ พระสงฆท์ พี่ ดู นอ้ ย แมล้ กู ศษิ ยก์ ราบขอโอกาสและขออนญุ าต
ใหท้ า่ นเลา่ ใหฟ้ งั ทา่ นเลา่ แตก่ ไ็ มไ่ ดเ้ ลา่ มากนกั บางครง้ั ทา่ นกพ็ ดู วา่
อดตี มนั ผา่ นไปนานแลว้ ไมม่ ปี ระโยชนอ์ ะไร หรอื บางครงั้ ทา่ นกพ็ ดู
วา่ นานมามากแลว้ จำ� ไม่ได้ เหล่าน้เี ปน็ ต้น ซึ่งลกู ศิษย์ทราบดวี า่
หลวงปู่ไม่ต้องการโอ้อวดหรือช่ือเสียงใดๆ ทั้งส้ิน จึงสามารถ
รวบรวมไดเ้ พยี งเบอื้ งตน้ โดยไดข้ อ้ มลู จากพอ่ ใหญว่ ธิ าน สชุ วี คปุ ต์
(โยมพชี่ ายของหลวงป)ู่ พอ่ ใหญส่ มงาม บญุ จำ� รญู (โยมทคี่ นุ้ เคยและ
อยหู่ มบู่ า้ นเดยี วกบั หลวงป)ู่ ซง่ึ ทง้ั ๒ ทา่ นนไี้ ดถ้ งึ แกก่ รรมไปแลว้

11

หนังสือเล่มน้เี กดิ ขึน้ ดว้ ยแรงใจ แรงศรทั ธา และด้วยความ
เคารพบูชาอย่างสูงสุดของคณะศิษยานุศิษย์ท่ีต้องการถวายเป็น
เครอื่ งสกั การบชู า และอาจารยิ บชู าแดห่ ลวงปู่ โดยพยายามรวบรวม
ประวตั ขิ องหลวงปเู่ ทา่ ทจ่ี ะรวบรวมและบนั ทกึ ได้ เพอื่ ใหท้ า่ นทส่ี นใจ
และชนรนุ่ หลงั ไดท้ ราบปฏปิ ทาและแนวการปฏบิ ตั ธิ รรมของหลวงปู่
ทห่ี ลายทา่ นไมม่ โี อกาสไดท้ ราบ รวมทง้ั ไดเ้ พมิ่ วธิ ปี ฏบิ ตั กิ รรมฐาน
หรือสมาธิวิธีจากหนังสือพระไตรสรณคมน์และสมาธิวิธีซ่ึงหา
ไดย้ ากอย่างยง่ิ ในปัจจุบนั และหลวงปไู่ ด้ปรารภว่าใช้เป็นหลัก
ในการปฏบิ ตั กิ รรมฐาน ตงั้ แตค่ รงั้ แรกทป่ี ฏบิ ตั เิ มอื่ เปน็ สามเณร
ตลอดมาและตามประวตั ไิ ดม้ กี ลา่ วไวว้ า่ หนงั สอื พระไตรสรณคมน์
และสมาธิวิธีน้ีได้กราบถวายหลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล พิจารณา
ตรวจทานแล้ว ซึ่งหนังสือพระไตรสรณคมน์และสมาธิวิธีนี้
พระอาจารยส์ งิ ห์ ขนฺตยาคโม และพระมหาปน่ิ ปญญฺ าพโล ได้
เรยี บเรยี งขนึ้ ครง้ั แรก เมอ่ื ปพี .ศ. ๒๔๗๔ ตอ่ มาพระอาจารยส์ งิ ห์
ขนตฺ ยาคโม ทา่ นไดแ้ กไ้ ขเพม่ิ เตมิ ขยายความใหก้ ระจา่ ง วางระเบยี บ
แบบแผนฝา่ ยพระปฏิบัติสัทธรรม ในปพี .ศ. ๒๔๙๔ และอีกครั้ง
เมอื่ พ.ศ. ๒๔๙๙ คราวเมอ่ื กอ่ สรา้ งอโุ บสถ วดั ปา่ สาลวนั นบั เปน็
หนังสือพระปฏิบัติสัทธรรมตามแบบพุทธประเพณีที่ทรงคุณค่า
อยา่ งสงู ยง่ิ ของนกั ปฏบิ ตั พิ ระพทุ ธศาสนา ประกอบกบั เปน็ คำ� สอน
ของบุพพาจารย์ท่ีไม่สามารถหาได้โดยท่ัวไปในยุคสมัยปัจจุบัน
และเพอ่ื มใิ หห้ นงั สอื คำ� สอนนสี้ ญู หายไป จงึ ไดจ้ ดั พมิ พไ์ วใ้ นโอกาส
น้ดี ว้ ย

12

หากมขี อ้ ความใดในหนงั สอื เลม่ นเ้ี ปน็ การไมเ่ หมาะสม อนั จะ
ทำ� ใหเ้ กดิ การกระทบกระเทอื นตอ่ ชอื่ เสยี ง เกยี รตคิ ณุ ของหลวงปู่
ผทู้ รงศลี วสิ ทุ ธหิ รอื หลวงปคู่ รอู าจารยท์ า่ นใดกต็ ามดว้ ยประการใด
แมเ้ พยี งเศษละอองธลุ ี ดว้ ยความเขลาเบาปญั ญาหรอื รเู้ ทา่ ไมถ่ งึ การณ์
คณะศษิ ยานศุ ษิ ยผ์ จู้ ดั ทำ� กราบขอขมาและกราบขออภยั มาณทนี่ ด้ี ว้ ย
รวมทงั้ ขอบพระคณุ ศษิ ยานศุ ษิ ยท์ กุ ทา่ นทใ่ี หค้ วามชว่ ยเหลอื เกยี่ วกบั
ขอ้ มลู ตรวจสอบความถกู ตอ้ งและอำ� นวยความสะดวกตา่ งๆ ในการ
จดั พมิ พห์ นงั สอื เลม่ นี้ ตลอดจนผมู้ จี ติ ศรทั ธาหลวงปทู่ ไี่ ดร้ ว่ มบรจิ าค
ทรพั ย์ในการจดั พมิ พ์หนังสือจนสำ� เร็จลลุ ว่ งด้วยดี
คณะศษิ ยานศุ ษิ ยห์ วงั วา่ ผอู้ า่ นทกุ ทา่ นคงไดร้ บั ประโยชนห์ รอื
คตธิ รรมจากหนงั สอื เลม่ นบี้ า้ งไมม่ ากกน็ อ้ ย หากมกี ศุ ลกรรมใดๆ
ทเ่ี กดิ จากหนงั สอื เลม่ น้ี คณะศษิ ยานศุ ษิ ยข์ อกราบนอ้ มถวายบชู า
พระคณุ แดห่ ลวงปลู่ ี ตาณกํ โร พระสปุ ฏปิ นั โน ผซู้ ง่ึ เปรยี บเสมอื น
เปน็ บดิ ามารดาและครอู าจารยท์ อี่ บรมสงั่ สอนและเปน็ รม่ โพธร์ิ ม่ ไทร
ของคณะศิษยานุศษิ ยต์ ลอดมา

คณะศษิ ยานุศิษย์
ธนั วาคม ๒๕๕๙

13

ครอู าจารย์

ของหลวงป่ลู ี

หลวงปลู่ ี ตาณกํ โร มคี วามเคารพเทอดทนู บชู าทา่ นพระอาจารย์
เสาร์ กนฺตสีโล ท่านพระอาจารย์มั่น ภูรทิ ตโฺ ต ท่านพระอาจารย์
สงิ ห์ ขนฺตยาคโม เปน็ อยา่ งสูงยิง่ หลวงปลู่ ีได้ปนั้ รปู เหมือนท่าน
พระอาจารยท์ งั้ ๓ ทา่ น ประดษิ ฐานไวท้ ว่ี ดั เปน็ เวลานานมากแลว้
นบั ตงั้ แตห่ ลวงปไู่ ดธ้ ดุ งคม์ าทปี่ า่ หวั ตลกุ ไมน่ าน ธรรมสถานทท่ี า่ น
พระอาจารยไ์ ดเ้ คยพกั อาศัย หรือเคยธดุ งค์ผ่านหรือเป็นสถานที่
จำ� พรรษา หลวงปกู่ ไ็ ดเ้ ดนิ ทางไปกราบสกั การะมาแลว้ ทงั้ สน้ิ แมก้ ระทงั่
วดั มหาอำ� มาตยาราม นครจำ� ปาศกั ดิ์ สถานทที่ ที่ า่ นพระอาจารยเ์ สาร์
กนตฺ สโี ล มรณภาพ หลวงปกู่ เ็ ดนิ ทางไปมาแลว้ หลายครง้ั สถานที่
ทท่ี ่านพระอาจารยม์ ัน่ ภูรทิ ตฺโต ไดบ้ รรพชาเป็นสามเณร ไดแ้ ก่
วดั คำ� บง (ปจั จบุ นั คอื วดั ศรบี ญุ เรอื ง) บา้ นคำ� บง ต.สงยาง อ.ศรเี มอื งใหม่
จ.อบุ ลราชธานี และสถานทเี่ กย่ี วขอ้ งเปน็ จำ� นวนมาก หลวงปลู่ กี ไ็ ด้
เดนิ ทางไปกราบ ธรรมสถานของทา่ นพระอาจารยส์ งิ ห์ ขนตฺ ยาคโม
กเ็ ชน่ เดยี วกัน

14

ในสว่ นธรรมสถานของพระสงฆซ์ ง่ึ เปน็ ศษิ ยข์ องทา่ นพระอาจารย์
ท้งั ๓ ทา่ น หลวงปู่ลจี ะเดินทางไปกราบสักการะตลอด ไมว่ ่าจะ
อยู่จังหวดั ไหน ภาคไหน ไกลหรือใกล้ ท่านจะชกั ชวนใหล้ กู ศิษย์
พาไป อาจกล่าวได้ว่าเกือบครบที่หลวงปู่ลีได้มีโอกาสไปกราบ
ธรรมสถานของพระปฏบิ ตั สิ ทั ธรรม ฝา่ ยอรญั วาสี ถงึ แมว้ า่ หลวงปู่
จะไม่มีโอกาสกราบและถวายตวั เป็นศษิ ย์ท่านพระอาจารย์ทัง้ ๓
ทา่ นโดยตรงกต็ าม แตท่ วา่ หลวงปกู่ ไ็ ดม้ โี อกาสกราบและศกึ ษาธรรม
กับหลวงปู่หลวงพ่อครูอาจารย์ท่ีเป็นศิษย์ของท่านพระอาจารย์
ทัง้ ๓ ทา่ น จ�ำนวนมากพอสมควรทีเดียว โดยทหี่ ลวงปไู่ มค่ ่อย
ไดก้ ลา่ วมากนกั เพยี งแตพ่ ดู ในวาระตา่ งๆ ทจี่ ำ� เปน็ ซง่ึ พอสรปุ เปน็
เบ้อื งต้น ดังน้ี
๑. หลวงพอ่ ทองสขุ สริ จิ นโฺ ท วดั ปา่ บา้ นหนองโน อ.กระนวน
จ.ขอนแกน่ ทา่ นเปน็ ศษิ ยท์ า่ นพระอาจารยม์ นั่ ภรู ทิ ตโฺ ต และทา่ น
พระอาจารย์สิงห์ ขนฺตยาคโม และหลวงปู่ค�ำดี ปภาโส
๒. พระครปู ญั ญาวรากร (ปญญฺ าวโร พทุ ธา) เจา้ คณะธรรมยตุ
อ.นำ�้ พอง จ.ขอนแกน่ ทา่ นเปน็ ศษิ ยท์ า่ นพระอาจารยม์ นั่ ภรู ทิ ตโฺ ต
และท่านพระอาจารยส์ ิงห์ ขนฺตยาคโม
๓. หลวงปู่ออ่ น ญาณสิริ วดั ปา่ นิโครธาราม อ.หนองวัวซอ
จ.อุดรธานี
๔. พระอาจารยท์ อง อโสโก วดั เกาะแกว้ อมั พวนั อ.ธาตพุ นม
จ.นครพนม

15

๕. พระญาณสทิ ธาจารย์ (หลวงปสู่ มิ พทุ ธฺ าจาโร) วดั ถำ้� ผาปลอ่ ง
อ.เชียงดาว จ.เชยี งใหม่
๖. พระครภู าวนาทัศนวิสุทธิ (หลวงปแู่ ว่น ธนปาโล) วดั ถ�ำ้
พระสบาย อ.แมท่ ะ จ.ลำ� ปาง
๗. พระราชนโิ รธรงั สคี มั ภรี ปญั ญาวศิ ษิ ฏ์ (หลวงปเู่ ทสก์ เทสรสํ )ี
วัดหนิ หมากเป้ง อ.ศรีเชยี งใหม่ จ.หนองคาย
๘. หลวงปขู่ าว อนาลโย วดั ถำ�้ กลองเพล อ.เมอื งฯ จ.หนองบวั ลำ� ภู
๙. พระธรรมวสิ ทุ ธมิ งคล (หลวงตามหาบวั ญาณสมปฺ นโฺ น)
วดั ปา่ บ้านตาด ต.บา้ นตาด อ.เมือง จ.อดุ รธานี
ฯลฯ
สำ� หรบั ทา่ นพระอาจารยส์ งิ ห์ ขนตฺ ยาคโม นนั้ เมอื่ ประมาณ
ปพี .ศ. ๒๔๕๘ ทา่ นพระอาจารยม์ น่ั ไดไ้ ปจำ� พรรษาทว่ี ดั บรู พาราม
จ.อบุ ลราชธานี ในชว่ งนน้ั พระอาจารยส์ งิ ห์ ขนตฺ ยาคโม ไดย้ นิ
กติ ตศิ พั ทว์ า่ ทา่ นพระอาจารยม์ น่ั เปน็ พระนกั ปฏบิ ตั ทิ เ่ี ครง่ ครดั มาก
จงึ ไดไ้ ปนมสั การทา่ นทว่ี ดั บรู พาราม หลงั จากกราบทา่ นพระอาจารย์
ม่ันแล้ว ท่านได้พูดกับท่านพระอาจารย์สิงห์ว่า “เราได้รอเธอ
มานานแลว้ ทีอ่ ยากจะพบและตอ้ งการชกั ชวนใหป้ ฏบิ ัติธรรม
ด้วยกัน” แล้วท่านได้อธิบายปัญจกกัมมัฏฐาน แนะน�ำวิธี
น่งั สมาธิรวมท้ังวธิ ีพจิ ารณากายให้ท่านพระอาจารยส์ งิ ห์ ซึ่งท่าน
พระอาจารย์สิงห์ได้พยายามน่ังสมาธิทกุ วนั การปฏบิ ตั กิ า้ วหนา้

16

จนทา่ นตดั สนิ ใจออกตดิ ตามทา่ นพระอาจารยม์ นั่ และในทส่ี ดุ ทา่ น
ไดเ้ ปน็ แมท่ พั ธรรมทา่ นแรกแหง่ กองทพั ธรรมสายทา่ นพระอาจารย์
เสาร์ กนตฺ สโี ล และทา่ นพระอาจารยม์ นั่ ภรู ทิ ตโฺ ต เปน็ กองทพั ธรรม
ทีม่ ุ่งม่ันต่อสูก้ บั กิเลสของตัวเองท่ีมงุ่ มัน่ กบั การแผข่ ยายอาณาเขต
เพอ่ื ใหป้ ระชาชนเปย่ี มไปดว้ ยธรรมะ ซงึ่ ทา่ นพระอาจารยส์ งิ ห์ ไดส้ รา้ ง
ศษิ ยานศุ ษิ ย์ และทายาททางธรรมทช่ี ว่ ยเผยแผพ่ ระธรรมค�ำสอน
ของพระบรมศาสดาเกิดขน้ึ เป็นจำ� นวนมาก
หลวงปู่ลีได้กล่าวอยู่เสมอๆ ว่าได้ปฏิบัติกัมมัฏฐานภาวนา
ตามแนวทางทที่ า่ นพระอาจารยส์ งิ ห์ ขนตฺ ยาคโม และทา่ นอาจารย์
พระมหาปิ่น ปญฺญาพโล ได้เรียบเรียงไว้ในหนังสือแบบถึง
พระไตรสรณคมนก์ บั แบบนงั่ สมาธภิ าวนา ตงั้ แตส่ มยั เปน็ สามเณรอยู่
ปา่ ชา้ วดั ปา่ บา้ นหนองโน ซงึ่ หนงั สอื ดงั กลา่ วนท้ี า่ นพระอาจารยส์ งิ ห์
ขนฺตยาคโม ไดแ้ กไ้ ขเพม่ิ เติม ขยายความใหก้ ระจา่ ง รวมทั้งวาง
ระเบยี บแบบแผนฝา่ ยพระปฏบิ ตั สิ ทั ธรรมตามแบบพทุ ธประเพณี
ถึง ๓ คร้ังด้วยกัน คร้ังสุดท้ายได้รวบรวมเม่ือปีพ.ศ. ๒๔๙๙
เกิดข้ึนเป็นหนังสือพระปฏิบัติสัทธรรมานุสรณ์ขึ้นมา เพื่อเป็น
หลักฐานแหง่ การประพฤติปฏบิ ตั พิ ระพทุ ธศาสนาสบื ไป

17

คำ� ปรารภ สารบญั ๑๐



ครูอาจารยข์ องหลวงป่ลู ี ตาณกํ โร ๑๔

ชวี ประวตั ิหลวงปู่ลี ตาณกํ โร ๑๙
ม่งุ สู่รม่ กาสาวพสั ตร ์ ๒๕
ปฏิปทาและวัตรปฏิบัติ ๖๔
ปกิณกธรรม ๗๙

หนงั สือพระไตรสรณคมณ์และสมาธิวธิ ี ๑๐๙

(พระปฏิบัติสทั ธรรมานสุ รณ์ บพุ พาจารย์ ฝา่ ยพระอรัญญวาสี)

(พระอาจารยส์ ิงห์ ขนฺตยาคโม)

18

ชวี ประวัติ

หลวงปู่ลี ตาณํกโร

19

พระราชาในกลดนอ้ ย
กลดหน่ึงคันนห้ี รือคือปรางค์มาศ
แม้เสือ่ ขาดเปรยี บทน่ี อนอันออ่ นนมุ่
มีมงุ้ ห้อยย้อยยานต่างมา่ นคลุม
มบี าตรอมุ้ เปรยี บเช่นเป็นโรงครวั

ภาพหลวงปู่ลีธุดงคม์ าปา่ หัวตลกุ พ.ศ. ๒๕๒๔

ชวี ประวตั ิ

หลวงป่ลู ี ตาณกํ โร

หลวงปู่ลี ตาณํกโร วัดหัวตลุกวนาราม (วัดป่าหัวตลุก)
ต.สระแกว้ อ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์ หลวงปมู่ นี ามเดมิ วา่ นายลี ถวุ ตั ถี
ทา่ นถอื กำ� เนดิ เมอื่ วนั เสารท์ ่ี ๖ เดอื นมกราคม พ.ศ. ๒๔๗๙ ปฉี ลู
ณ บ้านเลขที่ ๒๔ หมู่ที่ ๒ บ้านนาฝายเหนือ ต�ำบลบัวเงิน
อำ� เภอน�ำ้ พอง จงั หวดั ขอนแก่น
โยมบดิ า นามวา่ นายเคน ถวุ ตั ถี (ถงึ แกก่ รรมประมาณ พ.ศ.
๒๔๘๓)
โยมมารดา นามวา่ นางออ่ นจนั ทร์ ถวุ ตั ถี (ถงึ แกก่ รรมประมาณ
พ.ศ. ๒๕๑๕)
ท่านมีพน่ี ้องร่วมบดิ ามารดาท้ังหมด ๘ คน ได้เสียชีวิตไป
แลว้ ๖ คน ยงั มีชีวิตอยใู่ นปัจจบุ ันนี้ ๒ คน รวมทั้งหลวงปู่ ดงั น้ี

21

๑. นางอบมา บูรพันธ์ (ถวุ ัตถ)ี
ถึงแก่กรรม
๒. นายบญุ ตา ถวุ ตั ถี ถงึ แกก่ รรม
๓. นางคำ� ภา มอ่ งคำ� หมนื่ (ถวุ ตั ถ)ี
ถึงแก่กรรม
๔. นายบญุ เสง็ ถวุ ตั ถี ถงึ แกก่ รรม
๕. นายองั คาร ถุวตั ถี ถึงแกก่ รรม
(เปลี่ยนช่ือ – สกลุ เปน็ นายวธิ าน สุชีวคปุ ต)์
๖. หลวงปพู่ ุฒ ฐานสิ ฺสโร มรณภาพ
๗. หลวงปู่ลี ตาณํกโร วัดหวั ตลุกวนาราม (วัดปา่ หัวตลกุ )
๘. นางบญุ นาง ทองสงคราม อาชพี ทำ� นา (บา้ นนาฝายเหนอื )

ชวี ติ ฆราวาส

บรรพบรุ ษุ ของหลวงปอู่ พยพมาจากบา้ นแหเ่ หนอื ตำ� บลหวั ขวาง
อำ� เภอโกสมุ พสิ ยั จงั หวดั มหาสารคาม เนอ่ื งจากโยมบดิ าโยมมารดา
มอี าชพี ทำ� นา หมบู่ า้ นอยตู่ ดิ กบั ลำ� นำ้� ชจี งึ ถกู นำ้� ทว่ มนาเปน็ ประจำ�
การทำ� มาหากนิ ลำ� บาก จงึ ไดอ้ พยพครอบครวั มาปกั หลกั ทำ� มาหากนิ
ทบี่ า้ นนาฝายเหนอื ตำ� บลบวั เงนิ อำ� เภอนำ�้ พอง จงั หวดั ขอนแกน่

โยมบดิ าของหลวงปลู่ ถี งึ แกก่ รรมตงั้ แตห่ ลวงปยู่ งั เปน็ เดก็ เลก็
อายปุ ระมาณ ๓ ขวบ หลวงปลู่ จี งึ ตอ้ งอยภู่ ายใตก้ ารดแู ลของโยม
มารดาและพๆ่ี ซง่ึ ทา่ นทง้ั หลายเหลา่ นน้ั ไดท้ ำ� หนา้ ทรี่ บั ผดิ ชอบดแู ล

22

ครอบครัว และอบรมสั่งสอน
หลวงป่มู าโดยตลอด

สมัยเม่ือวัยเยาว์ท่านเป็น
เดก็ ทีช่ อบเล่นสนุก ชอบพูดจา
หยอกเย้าเพ่ือนฝูง ไม่ชอบ
พูดจาโอ้อวดและไม่เคยรังแก
เพื่อนหรือท�ำร้ายใคร เป็นเด็กที่กลัวบาปกรรม ชอบเล่านิทาน
เกยี่ วกบั บาปบญุ คณุ โทษใหเ้ พอื่ นๆ นกั เรยี นดว้ ยกนั ฟงั โดยเฉพาะ
การฆา่ สตั วต์ ดั ชวี ติ เปน็ บาป ทง้ั นห้ี ลวงปไู่ ดร้ บั ฟงั นทิ านสอดแทรก
ธรรมะคำ� สอนจากหลวงปวู่ นั ดี ซง่ึ มศี กั ดเ์ิ ปน็ ตาของหลวงปู่ (เปน็
บิดาของคุณแม่อ่อนจันทร์) ซึ่งหลวงปู่วันดีได้ออกบวชปฏิบัติ
กรรมฐานในสมัยน้ัน หลวงปู่ลีจึงได้ซึมซับธรรมะมาโดยไม่รู้ตัว
หล่อหลอมให้ท่านมีจิตใจที่ใฝ่ในทางธรรมและยังได้คอยช้ีแนะ
เพอ่ื นๆ ไมใ่ ห้ทำ� บาปอีกด้วย

เมอื่ อายุถึงเกณฑ์เขา้ เรยี นหลวงปลู่ ไี ด้เรม่ิ ตน้ เรียนหนังสอื ที่
โรงเรยี นประชาบาล ๑๙ วดั บา้ นนาฝายเหนอื หมทู่ ี่ ๒ ตำ� บลบวั เงนิ
อำ� เภอน้ำ� พอง จงั หวัดขอนแกน่ ซึ่งมีนายสมาน พินิจมนตรี เป็น
ครใู หญใ่ นขณะนน้ั

วนั หยดุ เรยี นวนั หนง่ึ เพอ่ื นๆ ไดช้ กั ชวนใหห้ ลวงปไู่ ปยงั ทงุ่ นา
เพอ่ื เทย่ี วเลน่ ตามประสาเดก็ และอาจจะไดก้ บหรอื เขยี ดไปประกอบ
อาหารเป็นของแถม ขณะทก่ี �ำลังเดนิ เลาะเลียบคนั นา หลวงปกู่ ็

23

เหลอื บไปเหน็ รบู นพน้ื ดนิ ดว้ ยความสงสยั วา่ จะมกี บหรอื เขยี ดอยใู่ นรู
หรอื ไม่ จงึ ไดใ้ ชม้ อื ขวาลว้ งลงไป แตแ่ ลว้ กเ็ กดิ เหตไุ มค่ าดคดิ เมอ่ื สตั ว์
ท่ีอยู่ในรูนั้นไม่ใช่กบหรือเขียดแต่เป็นงูเห่าที่ฉกกัดน้ิวกลางของ
หลวงปลู่ ที นั ที หลวงปเู่ จบ็ ปวดเพราะพษิ ของงเู หา่ มาก ในสมยั นน้ั
ยงั ไมม่ โี รงพยาบาล ครอบครวั ของหลวงปจู่ งึ ตอ้ งใหห้ มอยาพน้ื บา้ น
มาทำ� การรกั ษา ดว้ ยปาฏหิ ารยิ ห์ ลวงปมู่ อี าการทเุ ลาดขี นึ้ และหาย
เปน็ ปกตใิ นทสี่ ดุ เหลอื เพยี งนว้ิ กลางทงี่ อไมส่ ามารถเหยยี ดตรงได้
เหมือนน้วิ อื่น เป็นร่องรอยจนถึงปจั จบุ นั น้เี ท่านนั้ การรอดชีวติ
ดังกล่าวเปรยี บเสมือนบารมธี รรมท่หี ลวงปสู่ ร้างสมมา เพ่อื ใหไ้ ด้
บวชเรยี นในพระพทุ ธศาสนา ดงั ทอ่ี งคส์ มเดจ็ พระสมั มาสมั พทุ ธเจา้
ไดต้ รสั ไวว้ า่ “สตั วผ์ มู้ ภี พในทส่ี ดุ จะไมเ่ ปน็ อนั ตรายใดๆ ทง้ั สนิ้
ถ้ายังไมบ่ รรลมุ รรคผลนิพพานเสยี กอ่ น”

เมอื่ จบชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๔ หลวงปจู่ งึ ไดอ้ อกจากโรงเรยี น
แลว้ มาชว่ ยครอบครวั ทำ� นา สดุ แตก่ ำ� ลงั จะทำ� ไดใ้ นสมยั นนั้ ของชวี ติ
ชาวนาในชนบท หลวงปู่เคยเล่าไว้ว่าหลวงปู่ไม่ชอบทะเลาะหรือ
เถยี งกบั ใคร ไมเ่ คยมเี รอื่ งกบั ใคร ยอมแพค้ น มอี ยคู่ รง้ั หนง่ึ หลวงปู่
ไดช้ ว่ ยพชี่ าย (นายบญุ เสง็ ฯ) ทำ� นาและไดข้ ม่ี า้ จากบา้ นโนนแดงซงึ่
อยใู่ กลๆ้ บา้ นนาฝาย ขากลบั ไดแ้ วะไปยงั บา้ นหลงั หนงึ่ ซงึ่ ชาวบา้ น
กำ� ลงั ตำ� ครกกระเดอ่ื งอยู่ หลวงปไู่ ดข้ มี่ า้ เขา้ ไปโดยไมร่ ะวงั จงึ โดน
ครกกระเดือ่ งตีบริเวณหนา้ ผากเปน็ รอยแผลเป็นจนถึงทุกวนั น้ี

24

มุ่งส่รู ่มกาสาวพสั ตร์

เม่ือเจรญิ วยั เติบโตจนอายสุ มควร ประมาณ ๑๙ ปี (พ.ศ.
๒๔๙๘) หลวงปไู่ ดพ้ จิ ารณาถงึ เปา้ หมายของชวี ติ วา่ จะเปน็ เชน่ ไร
และจะดำ� เนนิ ไปอยา่ งไรในการเกดิ มานี้ ไดพ้ จิ ารณาไตรต่ รองดแี ลว้
จงึ ไดข้ ออนญุ าตโยมแมแ่ ละญาตพิ นี่ อ้ งเพอ่ื บรรพชาเปน็ สามเณร
ศกึ ษาพระธรรมและไดต้ ดั สนิ ใจบรรพชาเปน็ สามเณร ณ วดั โพธชิ์ ยั
(มหานิกาย) บา้ นนาฝายเหนอื ซงึ่ เป็นวดั ประจำ� หมูบ่ า้ น โดยมี
พระอาจารยบ์ ญุ มา กลยฺ าโณ น.ธ.เอก เปน็ เจา้ อาวาส และมพี ระสมยั
น.ธ.เอก เปน็ ครผู สู้ อนปรยิ ตั ธิ รรม หลวงปไู่ ดศ้ กึ ษาเลา่ เรยี นจนจบ
หลกั สตู รนักธรรมชนั้ ตรีท่ีวดั แหง่ น้ี

25

หลวงพ่อทองสุข สิริจนโฺ ท หลวงปู่ค�ำดี ปภาโส

ในชว่ งเวลาทห่ี ลวงปเู่ รยี นนกั ธรรมชนั้ ตรที วี่ ดั โพธช์ิ ยั ประมาณ
พ.ศ. ๒๔๙๙ พระอาจารยบ์ ญุ มา (เจา้ อาวาส) มธี รุ ะจะไปเยย่ี ม
หลวงพอ่ ทองสขุ สริ จิ นโฺ ท วดั ปา่ บา้ นหนองโน (ธรรมยตุ กิ นกิ าย)
ต�ำบลหว้ ยโจด อำ� เภอกระนวน จงั หวัดขอนแกน่ ซง่ึ อยหู่ า่ งจาก
วดั โพธช์ิ ยั ประมาณ ๓ กโิ ลเมตรเศษ หลวงพอ่ ทองสขุ เปน็ พระสปุ ฏปิ นั โน
เปน็ ศษิ ยห์ ลวงปมู่ น่ั ภรู ทิ ตโฺ ต หลวงปสู่ งิ ห์ ขนตฺ ยาคโม และหลวงปู่
คำ� ดี ปภาโส (วดั ถำ้� ผาปู่ อำ� เภอเมอื งฯ จงั หวดั เลย) ฯลฯ ทา่ นเปน็
พระเครง่ ครดั ในทางวปิ ัสสนากรรมฐาน ฉันเอกา (ฉนั มอ้ื เดียว)
เป็นพระสงฆ์ซ่ึงเป็นที่เคารพเล่ือมใส ศรัทธาของญาติโยมใน
บรเิ วณหมู่บา้ นต�ำบลใกลเ้ คียงเป็นอยา่ งมาก พระอาจารย์บุญมา
จงึ ไดช้ วนหลวงปซู่ ง่ึ เปน็ สามเณรในสมยั นน้ั ตดิ ตามไปดว้ ย ปฏปิ ทา
และวตั รปฏบิ ตั ขิ องหลวงพอ่ ทองสขุ ซง่ึ เปน็ พระสงฆท์ ปี่ ฏบิ ตั ธิ รรม
กรรมฐานสายหลวงป่มู น่ั ภรู ทิ ตโฺ ต เป็นท่ีประทับใจ และเป็นท่ี

26

ศรัทธาตอ่ หลวงปูล่ ีเปน็ อยา่ งมาก (หลวงปูล่ ีเคยเลา่ ว่าต้ังแต่บวช
มาหลวงปู่ฉันอาหารขณะที่เป็นสามเณรตอนอยู่วัดบ้าน ๒ ม้ือ
เปน็ เวลา ๒ ปเี ทา่ นน้ั หลงั จากไดบ้ วชเปน็ พระสงฆแ์ ลว้ ฉนั มอ้ื เดยี ว
มาตลอดจนถงึ ทกุ วนั น้ี เปน็ เวลามากกวา่ ๕๖ ป)ี เมอ่ื พระอาจารย์
บุญมาเสร็จธุระกับหลวงพ่อทองสุขแล้ว จึงได้เดินทางกลับวัด
พร้อมด้วยหลวงปู่ซึ่งเป็นสามเณร เส้นทางกลับวัดต้องเดินผ่าน
ทอ้ งทงุ่ นา กไ็ ปพบญาตโิ ยมทว่ี ดิ ปลาจากสระนำ้� กลางทงุ่ เสรจ็ แลว้
เวลาขณะนนั้ กโ็ พลเ้ พลด้ วงอาทติ ยใ์ กลจ้ ะตกดนิ โยมทร่ี จู้ กั คนุ้ เคย
กบั พระอาจารยบ์ ญุ มาไดน้ ำ� เถาวลั ยร์ อ้ ยปากปลาจำ� นวนหลายตวั
เปน็ พวงหวิ้ ใสม่ อื หลวงปใู่ หน้ ำ� ไปเปน็ อาหารทว่ี ดั หลวงปจู่ งึ จำ� เปน็
ตอ้ งหว้ิ พวงปลาเดนิ ตามหลงั พระอาจารยบ์ ญุ มากลบั วดั ขณะเดนิ
เลยี บคนั นาผา่ นสระนำ้� ปลากด็ นิ้ หลวงปจู่ งึ ถอื โอกาสนนั้ ปลอ่ ยปลา
หมดท้ังพวงลงสระน้�ำซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของปลา แล้วจึงเดินทาง
กลบั วดั พรอ้ มพระอาจารยบ์ ุญมา พอมาถงึ วดั กเ็ ดนิ ขน้ึ บนั ไดกุฏิ
พระอาจารยบ์ ญุ มาเหน็ หลวงปเู่ ดนิ มอื เปลา่ ไมเ่ หน็ มพี วงปลากถ็ าม
หลวงปดู่ งั ตอ่ ไปนี้ (คำ� พดู โตต้ อบนพ้ี อ่ ใหญส่ มงาม บญุ จำ� รญู ไดอ้ ยู่
ในเหตกุ ารณแ์ ละไดบ้ อกเลา่ ใหล้ กู ศษิ ยห์ ลวงปไู่ ดฟ้ งั เมอ่ื วนั ที่ ๑๘
กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๔๔)
พระอาจารยบ์ ุญมา : เณรลีเอาปลาไว้ไส (ท่ีไหน)
สามเณรลี : ผมปล่อยมันลงน้�ำใหม้ ันไปหาหม ู่ ( เ พ่ื อ น )
มนั แลว้ ครบั มนั เหน็ นำ้� มนั ดนิ้ คดึ ฮอดหมู่ (คดิ ถงึ เพอ่ื น) ผมปลอ่ ย
มันทุกตวั เลยครับ ผมเองก็กลวั บาปด้วยครบั

27

อโุ บสถวดั มหาชัย อำ� เภอนำ้� พอง จังหวดั ขอนแก่น

พระอาจารยบ์ ุญมา : เณรนกั บุญ
สามเณรน่งิ เฉยไม่โตต้ อบพระอาจารย์แต่อยา่ งใด
ต่อมาพระมหาอังคาร โชติปาโล พระพี่ชายของหลวงปู่ลี
ท่านเรียนอยู่ที่กรุงเทพฯ กลับมาเย่ียมบ้านซึ่งพระพี่ชายรูปนี้
ท่านได้บวชที่วัดโพธิสมภรณ์ จ.อุดรธานี โดยมีท่านเจ้าคุณ
พระธรรมเจดยี ์ (หลวงป่จู มู พนธฺ โุ ล ศษิ ย์หลวงปมู่ ัน่ ภรู ทิ ตโฺ ต)
เปน็ พระอปุ ชั ฌาย์ ทา่ นไดแ้ นะนำ� ใหห้ ลวงปแู่ ละสามเณรแสงเดอื น
บุญจ�ำรูญ (นอ้ งชายของพอ่ ใหญส่ มงาม บุญจำ� รูญ) ไปเรียนต่อ
นกั ธรรมชน้ั โท ทส่ี ำ� นกั เรยี นวดั มหาชยั บา้ นโคกกลาง ตำ� บลวงั ชยั
อำ� เภอนำ้� พอง จงั หวดั ขอนแกน่ ซงึ่ เปน็ สำ� นกั เรยี นสงั กดั ธรรมยตุ กิ

28

นกิ าย มพี ระภกิ ษุ สามเณร ศกึ ษาหลกั สตู รนกั ธรรมและบาลไี วยากรณ์
ประมาณ ๒๐๐ รูป โดยท่ีพระพ่ีชายหลวงปู่เป็นเพ่ือนกับพระ
อาจารย์ปรีชา ซง่ึ เป็นอาจารย์สอนที่วัดมหาชยั
วดั มหาชยั ในสมยั นน้ั มที า่ นพระครปู ญั ญาวรากร (ปญญฺ าวโร
พทุ ธา เจา้ คณะธรรมยตุ อ�ำเภอน้�ำพอง จงั หวัดขอนแก่น) เปน็
เจ้าอาวาส ท่านเป็นพระเถรานุเถระท่านหน่ึงที่ปรากฏในภาพ
ลำ� ดบั ท่ี ๓๖ งานถวายเพลงิ สรรี ะหลวงปมู่ นั่ ภรู ทิ ตโฺ ต เมอ่ื วนั ท่ี ๓๑
มกราคม พ.ศ. ๒๔๙๓ และพระครปู ญั ญาวรากร เปน็ ผลู้ งนามใน
ใบสทุ ธขิ องหลวงพอ่ ขณะบรรพชาเปน็ สามเณรและอปุ สมบทเปน็
พระภกิ ษทุ วี่ ดั มหาชยั แหง่ นี้ ซง่ึ พระครปู ญั ญาวรากร ทา่ นเปน็ ศษิ ย์
ของหลวงปมู่ นั่ ภรู ทิ ตโฺ ต และหลวงปสู่ งิ ห์ ขนตฺ ยาคโม จงึ กลา่ ว
ไดว้ า่ หลวงปลู่ ี ตาณกํ โร เป็นหลานศษิ ยข์ องหลวงปู่ม่ัน ภูรทิ ตฺโต
และหลวงปูส่ งิ ห์ ขนตฺ ยาคโม ตง้ั แตเ่ มอ่ื ยงั เปน็ สามเณร (หลวงปู่
ไดญ้ ตั ตเิ ปน็ ธรรมยตุ กิ นกิ าย)

29

พระเถรานุเถระ ตลอดบรรดาศิษยานศุ ษิ ย์

ในงานถวายเพลิงพระอาจารยม์ น่ั ภรู ิทตั โต ณ วัดปา่ สุทธาวาส จังหวดั สกลนคร
ในวันอังคารท่ี ๓๑ มกราคม ๒๔๙๓

จากหลงั ซา้ ย
๑. สมเด็จพระมหาวรี วงศ์ (พิมพ์ ธมมฺ ธโร)
๒. พระพรหมมนุ ี (ผนิ สุวโจ)
๓. พระธรรมเจดีย์ (จมู พนฺธุโล)
๔. พระเทพวรคณุ (อำ่� ภทฺราวโุ ธ)
๕. พระครปู ระจักษอ์ ุบลคณุ (พระมหาสธุ รี ์ ภททฺ ิโย)

30

๖. พระเทพญาณวิศษิ ฏ์ (เตมิ โกสลโฺ ล)
๗. พระอรยิ คุณาธาร (เสง็ ปสุ โฺ ส)
๘. พระธรรมบัณฑิต (ญาณ ญาณชาโล)
๙. พระญาณวิศษิ ฏ์ (สงิ ห์ ขนตฺ ยาคโม)
๑๐. พระเทพบัณฑิต (อินทร์ ถิรเสว)ี
๑๔. พระราชสทุ ธาจารย์ (พรหมา โชตโิ ก)
๑๕. พระอาจารยเ์ ทสก์ เทสรํสี
๑๗. พระอาจารยฝ์ ้นั อาจาโร
๑๘. พระอาจารย์กวา่ สุมโน
๑๙. หลวงตาพระมหาบวั ญาณสมปฺ นฺโน
๒๐. หลวงพ่อขุนศักดิ์
๒๑. หลวงพ่อทองสกุ
๒๔. พระครูอดุ มธรรมคณุ (มหาทองสกุ สจุ ติ โฺ ต)
๒๕. พระราชคุณาภรณ์ (ไพบลู ย์ อภวิ ณโฺ ณ)
๒๖. พระอาจารยบ์ ญุ มา ฐติ เปโม
๒๗. พระอาจารยก์ งมา จริ ปญุ ฺโญ
๒๘. พระอาจารย์อว้ น
๒๙. พระอาจารยส์ าม อกญิ ฺจโน
๓๐. พระราชวุฒาจารย์ (ดลู ย์ อตุโล)
๓๓. พระอาจารยเ์ กตุ วณฺ ณโก
๓๔. พระราชสังวรญาณ (พุธ ฐานโิ ย)
๓๕. พระสุธรรมคณาจารย์ (แดง ธมฺมรกฺขิโต)
๓๖. พระครปู ญั ญาวรากร
๓๗. พระวินยั สุนทรเมธี (สพุ จน์ อนุตตฺ โร)
๓๘. พระอาจารย์กู่ ธัมมทนิ โน
๓๙. พระครพู ุฒิวราคม (พฒุ ยโส)
๔๐. พระอาจารย์ออ่ นสา สขุ กาโร

31

หลวงปไู่ ดเ้ รยี นจนจบหลกั สตู รนกั ธรรมชน้ั โท ประมาณปี พ.ศ.
๒๕๐๑ เมอ่ื เสรจ็ สน้ิ การเรยี นการสอนและมชี ว่ งเวลาวา่ งหลวงปกู่ ็
กลบั มาเยย่ี มญาตทิ บ่ี า้ น ครนั้ ไปถงึ บา้ นไมพ่ บโยมพสี่ าว โยมพเ่ี ขย
บอกวา่ โยมพสี่ าวนน้ั คลอดบตุ รถงึ แกค่ วามตายไปแลว้ โดยญาตพิ นี่ อ้ ง
ไม่ส่งข่าวให้หลวงปู่ทราบเลย เหตุการณ์ครั้งน้ีเป็นจุดเปล่ียน
ครัง้ ส�ำคัญท่ีสุดในชีวติ ของหลวงปู่

หลวงปเู่ กดิ ความรสู้ กึ สลดใจเปน็ อยา่ งยงิ่ หลงั จากคยุ กบั ญาติ
พนี่ อ้ งสมควรแกเ่ วลา หลวงปกู่ บ็ อกลาญาตพิ นี่ อ้ งเดนิ ทางกลบั วดั
เมอ่ื เดนิ ทางจากหมบู่ า้ นนาฝายเหนอื ถงึ ถนนใหญ่ หลวงปไู่ ดถ้ อด
รองเทา้ วางไวท้ กี่ องฟางขา้ งทางรมิ ถนน และเดนิ ดว้ ยเทา้ เปลา่ กลบั
ส�ำนักเรียนวดั มหาชัย ระยะทางประมาณ ๑๖ กิโลเมตร

หลังจากนั้นประมาณเดือนเศษอาจเป็นด้วยเหตุสลดใจกับ
การทราบขา่ วการเสยี ชวี ติ ของโยมพสี่ าว และบารมธี รรมทสี่ รา้ งสม
มารวมทั้งความศรัทธายิ่งท่ีได้พบเห็นและได้ยินชื่อเสียงของ
หลวงพอ่ ทองสขุ ในการปฏบิ ตั กิ รรมฐานตามแนวทางของหลวงปมู่ นั่
ภูรทิ ตฺโต

หลวงป่ลู จี ึงออกธดุ งคเ์ ขา้ ป่า โดยทไี่ มม่ ใี ครทราบเลยวา่ ไปท่ี
แหง่ ใดและไปอยา่ งไร ภายหลงั ทหี่ ลวงปอู่ อกธุดงค์ จึงได้ขา่ ววา่
หลวงปไู่ ปอยทู่ ว่ี ดั ปา่ บา้ นหนองโน ตำ� บลหว้ ยโจด อำ� เภอกระนวน
จงั หวดั ขอนแกน่ โดยมาปฏบิ ตั ธิ รรมกบั หลวงพอ่ ทองสขุ เหตกุ ารณน์ ้ี
พ่อใหญ่สมงาม บุญจ�ำรูญ ได้เล่าใหฟ้ งั วา่ ไดต้ ามไปเยยี่ มหลวงปู่

32

สภาพปา่ ช้าท่ีชาวบา้ น
๓ หมู่บ้านน�ำศพไปฝงั และเผา

ไดแ้ ก่ หม่บู า้ นนาฝายเหนอื
หมบู่ ้านปา่ ติ้ว

และหมบู่ ้านกดุ โง่ง

และกราบถามหลวงพอ่ ทองสขุ วา่ สามเณรลี (หลวงปลู่ )ี อยทู่ ไ่ี หน
หลวงพอ่ ทองสขุ กต็ อบวา่ ไปนอนเปน็ หมู่ (เพอ่ื น) กบั ศพในปา่ ชา้
ทศิ ตะวันตกศาลาโนน้ พ่อใหญ่สมงามก็เดนิ ไปพบหลวงปู่พกั อยู่
ในปา่ ชา้ ปากหลมุ ฝงั ศพ มปี า่ ปกคลมุ เลก็ นอ้ ย กเ็ ลยไดพ้ ดู คยุ ถาม
ข่าวคราวกับหลวงปู่ท่ปี ่าชา้ น้ันเอง

หลวงปู่ลี : ไม่เจอกนั หลายปี เจอกันคราวนี้พ่สี มแกแ่ ลว้

พ่อใหญ่สมงาม : เวลาไม่เคยคอยใคร ทุกคนต้องแก่ไป
เรื่อยๆ ผมนั่งลงท่นี ี่ประมาณ ๑๕ นาที สามเณรลีก็แก่ไปแลว้
๑๕ นาทเี หมือนกนั ทุกคนแกไ่ ปตามวันเวลาทงั้ นน้ั

33

สนทนากันไปก็หัวเราะกัน ใช้เวลาพอสมควร แต่พ่อใหญ่
สมงามบอกวา่ จ�ำไม่ได้ว่าคุยถงึ เรอ่ื งอะไรบา้ ง

หลวงปเู่ คยเลา่ ให้ฟงั ว่าไดป้ ฏิบัตกิ รรมฐานภาวนาครัง้ แรกท่ี
ปา่ ชา้ วดั ปา่ บา้ นหนองโน มหี ลวงพอ่ ทองสขุ สริ จิ นโฺ ท เปน็ เจา้ อาวาส
(ทา่ นเปน็ ลกู ศษิ ยห์ ลวงปมู่ น่ั ภรู ทิ ตโฺ ต และหลวงปสู่ งิ ห์ ขนตฺ ยาคโม)
ขณะนนั้ หลวงป่อู ายปุ ระมาณ ๒๒ ปี ภาวนาอยทู่ ี่ป่าชา้ รูปเดียว
หลวงปู่ได้เก็บกระโถน เส่ือ หมอน ผ้าท่ีอยู่ในป่าช้าน�ำมาเป็น
ของใช้ และเคยสรงนำ้� ชำ� ระลา้ งรา่ งกายโดยใชน้ ำ้� ทข่ี งั อยตู่ ามหลมุ
ฝังศพในป่าช้าน่ันเอง หลวงปู่ได้ปฏิบัติกรรมฐานภาวนาตาม
แนวทางจากหนงั สอื พระไตรสรณคมณแ์ ละสมาธวิ ธิ ี ซง่ึ เรยี บเรยี ง
โดยพระญาณวศิ ษิ ฏส์ มทิ ธวิ รี าจารย์ (พระอาจารยส์ งิ ห์ ขนตฺ ยาคโม)
และพระมหาปน่ิ ปญญฺ าพโล (ศษิ ยร์ นุ่ แรกของหลวงปมู่ นั่ ภรู ทิ ตโฺ ต)
ตลอดจนหนงั สอื การภาวนาโดยดลู มหายใจของทา่ นพอ่ ลี ธมมฺ ธโร
ซง่ึ เปน็ ศษิ ยห์ ลวงปมู่ นั่ ภรู ทิ ตฺ โต เชน่ กนั โดยเปน็ หนงั สอื เลม่ เลก็ ๆ
อยู่ที่วัดป่าบ้านหนองโน ท่ีวัดนี้พระสงฆ์ส่วนใหญ่จะมีอายุมาก
ประมาณ ๗๐ ปีขึน้ ไป มหี ลวงปู่รปู เดยี วเทา่ นั้นท่อี ายุน้อยท่ีสุด
กฏุ ทิ พ่ี กั กอ็ ยหู่ า่ งๆ กนั หลวงปเู่ ลา่ วา่ ไดย้ นิ แมข่ าวนอ้ ยซงึ่ เปน็ ลกู ศษิ ย์
หลวงปสู่ งิ ห์ ทว่ี ัดป่าบา้ นหนองโน เรียกหลวงปู่สิงห์ ขนตฺ ยาคโม
วา่ เจา้ คณุ ญาณฯ ชอ่ื เตม็ ทา่ น พระญาณวศิ ษิ ฏส์ มทิ ธวิ รี าจารย์ หลวงปู่
กส็ งสยั วา่ เจา้ คณุ ญาณฯ คอื ทา่ นใดเหมอื นกนั ชอื่ เสยี งเกยี รตคิ ณุ
ของพระสงฆ์ที่ปฏิบัติกรรมฐานภาวนาสายหลวงปู่ม่ัน ภูริทตฺโต

34

วัดปา่ บา้ นหนองโน

หรอื สายพระปา่ วดั ปา่ นน้ั แพรห่ ลายไปไกลมาก หลวงปไู่ ดเ้ ลา่ อกี
วา่ สมยั นน้ั หลวงปไู่ มม่ กี ลด ไมม่ ที พี่ กั กไ็ ดส้ ารวตั รบญุ ศรี (สารวตั ร
หมายถงึ ผดู้ แู ลผลประโยชนข์ องวดั ) นำ� กลด นำ� เตยี งมาใหข้ ณะอยู่
ทวี่ ดั ปา่ บา้ นหนองโน ซง่ึ พระสงฆแ์ ละแมข่ าวทว่ี ดั ปา่ บา้ นหนองโน
แหง่ นี้ ไดป้ ฏบิ ตั กิ รรมฐานตามแนวทางหลวงปมู่ นั่ และหลวงปสู่ งิ ห์
ทั้งสน้ิ

ชว่ งทอี่ ยวู่ ดั ปา่ บา้ นหนองโน หลวงพอ่ ทองสขุ ไดเ้ คยมาทวี่ ดั ปา่
เหลา่ งา (ปจั จบุ นั คอื วดั ปา่ วเิ วกธรรมวทิ ยาราม อำ� เภอเมอื งฯ จงั หวดั
ขอนแก่น) ซึ่งวัดป่าเหล่างาน้ีนับว่าเป็นธรรมสถานที่ส�ำคัญของ
การเผยแผธ่ รรมของหลวงป่สู งิ ห์ ขนตฺ ยาคโม และคณะพระสงฆ์
ธรรมยตุ กิ นกิ ายเปน็ อยา่ งยงิ่ มหี ลวงปหู่ ลายทา่ นทเ่ี คยจำ� พรรษาท่ี

35

หลวงปหู่ ลยุ จนฺทสาโร

วดั ปา่ เหลา่ งาน้ี เชน่ หลวงปสู่ งิ ห์ ขนตฺ ยาตโม หลวงปอู่ อ่ น ญาณสริ ิ
หลวงปหู่ ลยุ จนทฺ สาโร หลวงปกู่ งมา จริ ปญุ โฺ ญ ฯลฯ ชว่ งทห่ี ลวงปู่
เป็นสามเณรอยูว่ ดั โพธิช์ ยั ก็เช่นกนั ได้ยินเขาคยุ กันวา่ มีพระองค์
หน่ึงปฏิบัตดิ ีมาก ชอื่ ว่าพระอาจารย์ประเทอื ง ฐานุตตฺ โม ไปอยู่
ถ�้ำยาว (ปัจจุบนั คือวดั ซำ� ขามถำ้� ยาว บ้านดงเยน็ อำ� เภอนำ�้ พอง
จังหวดั ขอนแก่น พระอาจารย์ประเทอื งท่านเป็นศิษย์หลวงป่ขู าว
อนาลโย หลวงปคู่ ำ� ดี ปภาโส และหลวงตามหาบวั ญาณสมปฺ นโฺ น)
ทา่ นเปน็ ผ้บู กุ เบกิ ไม่มีพระสงฆร์ ปู ใดไปอยู่ ซ่งึ พระอาจารย์สว่าง
โอภาโส กไ็ ดศ้ กึ ษาขอ้ วตั รปฏบิ ตั ทิ างพระธรรมวนิ ยั และธดุ งควตั ร

36

หลวงปู่ถวลิ สุจิณฺโณ หลวงปสู่ วา่ ง โอภาโส

จากพระอาจารยป์ ระเทอื ง ฐานตุ ฺตโม และได้บุกเบกิ สรา้ งวดั ปา่
ทมนางามขนึ้ มา (ปัจจบุ ันคือวดั ศรอี ดุ มรัตนาราม ต�ำบลบงุ่ แกว้
อำ� เภอโนนสะอาด จังหวัดอดุ รธานี) พระอาจารย์ถวิล สุจณิ โฺ ณ
กธ็ ดุ งคม์ าพบและพกั อยทู่ ว่ี ดั ปา่ ทมนางามเชน่ กนั (หลวงปลู่ ี ไดร้ จู้ กั
คนุ้ เคยกบั หลวงปสู่ วา่ ง โอภาโส และหลวงปถู่ วลิ สจุ ณิ โฺ ณ มานาน
มากแล้ว) หลวงปู่ลีกล่าวต่อว่า ก็เลยร่วมปฏิบัติไปด้วยกันเลย
(หลวงปลู่ ไี ดเ้ ดนิ จากวดั ปา่ บา้ นหนองโนมาวดั ปา่ ทมนางาม) เหตกุ ารณ์
ตา่ งๆ เหลา่ นล้ี ว้ นแลว้ แตท่ ำ� ใหห้ ลวงปลู่ มี คี วามศรทั ธามน่ั คงหนกั แนน่
ฝักใฝ่การปฏิบัติธรรมกรรมฐานและเคารพเทอดทูนหลวงปู่มั่น
ภรู ทิ ตโฺ ต เปน็ อยา่ งสงู ยงิ่ และไดอ้ อกวเิ วกตามปา่ เขาฝกึ จติ ปฏบิ ตั ิ
ภาวนากรรมฐานสบื ตอ่ มา

37

หลงั จากนน้ั หลวงปลู่ กี ข็ าดการตดิ ตอ่ กบั ญาตพิ นี่ อ้ ง ซง่ึ ญาติ
พนี่ อ้ งกม็ ไิ ดเ้ ปน็ หว่ งเนอื่ งจากเหน็ วา่ หลวงปเู่ ดนิ ไปในทางทถ่ี กู ตอ้ งแลว้
โดยกอ่ นทห่ี ลวงปจู่ ะออกเดนิ ทางไปนน้ั ไดก้ ลา่ วกบั โยมมารดาและ
ญาตพิ น่ี อ้ งอยา่ งเดด็ เดยี่ ววา่ “เบงิ่ ดหู นา้ ขอ้ ยใหค้ กั ๆ เดอ้ ครนั้ ขอ้ ย
บ่ได้เห็นธรรม สิบ่มาให้พวกเจ้าเห็นหน้าอีก (ดูหน้าให้ชัดๆ
นะ ถ้าไม่ไดเ้ หน็ ธรรม จะไมก่ ลับมาให้เห็นหน้าอีก)” ค�ำพดู นี้
เปรียบเสมือนการให้สัจจะปฏิญาณท่ีจะเริ่มต้นศึกษาและปฏิบัติ
ธรรมอยา่ งสละชวี ิตเขา้ แลกของหลวงปู่

หลวงปู่ออกเดินธดุ งคว์ ิเวกไปยังสถานทีต่ ่างๆ อยหู่ ลายแหง่
ทง้ั ในจังหวดั อุดรธานี สกลนคร และนครพนม ซึ่งหลวงปเู่ คยเล่า
เหตกุ ารณ์ บางชว่ งให้ลูกศษิ ย์ฟงั แตไ่ มม่ ากนกั ดังน้ี

พ.ศ. ๒๕๐๓ เดนิ ธดุ งคว์ เิ วกศกึ ษาธรรม และวตั รปฏบิ ตั กิ บั
ครอู าจารยห์ ลวงปอู่ อ่ น ญาณสริ ิ วดั ปา่ นโิ ครธาราม บา้ นหนองบวั บาน
ต�ำบลหมากหญ้า อ�ำเภอหนองววั ซอ จังหวดั อุดรธานี สมยั น้ัน
หลวงปู่ออ่ น ญาณสริ ิ มอี ายปุ ระมาณ ๕๙ ปี ส่วนหลวงปูอ่ ายุ
๒๔ ปี หลวงปเู่ ลา่ วา่ เหน็ หลวงปอู่ อ่ นเอาผา้ คลมุ ศรี ษะเดนิ จงกรม
ในป่าไผ่ จากนั้นเดินทางไปกราบนมัสการพระธาตุพนม และ
พระอาจารยท์ อง อโสโก วดั เกาะแกว้ อัมพวนั อำ� เภอธาตพุ นม
จงั หวดั นครพนม (พระอาจารยท์ อง อายปุ ระมาณ ๖๐ ปี และ
เป็นศิษย์รุ่นใหญ่ของหลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล) หลวงปู่เล่าว่า
พระอาจารยท์ อง ทา่ นยังนำ� สวดมนต์ท�ำวตั รอกี ดว้ ย

38

หลวงปู่อ่อน ญาณสิริ หลวงปู่ทอง อโสโก

จากจังหวัดนครพนมมาหลวงปู่ลีก็เดินทางต่อไปยังอ�ำเภอ
โคกสำ� โรง จงั หวดั ลพบรุ ี โยมศรทั ธาสรา้ งกระทอ่ มเปน็ ทพี่ กั ชว่ั คราว
สมยั นนั้ ถนนเปน็ ลกู รงั กอ้ นใหญๆ่ ปี พ.ศ. ๒๕๐๓ พกั จำ� พรรษา
ทโี่ คกสำ� โรง
ก่อนหน้าที่จะมาพักที่โคกส�ำโรงนี้ ไม่ทราบว่าหลวงปู่เดิน
ธุดงคม์ าอย่างไร เนือ่ งจากหลวงปู่ไมไ่ ด้เล่าให้ลกู ศิษย์ฟัง
พ.ศ.๒๕๐๔ เดินธุดงคถ์ ึงอำ� เภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์
มีโยมถวายเงินให้แต่หลวงปู่มีปฏิปทาไม่จับเงินทอง โยมจึง
ถวายเป็นต๋ัวรถไฟไปอุตรดิตถ์ หลวงปู่ลีขึ้นรถไฟไปถึงจังหวัด
อตุ รดติ ถเ์ ทา่ นน้ั จงึ เดนิ ธดุ งคต์ อ่ ตามปา่ เขาผา่ นถำ�้ ทรี่ ถไฟวงิ่ ผา่ น
ไปแลว้ ๑ แหง่ กำ� ลงั จะเดนิ ตอ่ ไป มโี ยมซงึ่ เปน็ นายสถานรี ถไฟขนุ ตาน
นิมนต์พักค้างคืนท่ีสถานีรถไฟ และบอกว่าเดินผ่านถ้�ำขุนตาน

39

บรเิ วณถ้�ำปากเปยี ง จงั หวัดเชียงใหม่

ไปไม่ได้ พร้อมซ้ือต๋ัวรถไฟถวายหลวงปู่ให้เดินทางจนถึงจังหวัด
เชยี งใหม่ หลวงปพู่ กั ทว่ี ดั ตวั เมอื งเชยี งใหมช่ ว่ั คราว จงึ ออกเดนิ ทาง
ตอ่ ไปยงั ถำ้� ปากเปยี ง ซง่ึ อยใู่ กลๆ้ กบั ถำ�้ ผาปลอ่ ง อำ� เภอเชยี งดาว
จังหวัดเชียงใหม่ ความส�ำคัญของถ�้ำปากเปียงน้ี ในหนังสือ
บรู พาจารยไ์ ดบ้ นั ทกึ ไวว้ า่ “เมอื่ ทา่ นพระอาจารยม์ น่ั ภรู ทิ ตโฺ ต
ไดพ้ กั บ�ำเพญ็ ธรรมทถ่ี ำ�้ เชยี งดาวพอควรแล้ว ทา่ นได้จาริกผา่ น
ถำ้� ปากเปยี ง ตอ่ มาทา่ นปรารภกบั หลวงปแู่ หวนวา่ ถำ้� ปากเปยี ง
เป็นถ�้ำท่เี ป็นมงคล มพี ระอรหันต์มาดับขนั ธ์ที่น”ี้ ลูกศิษย์ได้มี
โอกาสคยุ กบั พระสงฆท์ ถ่ี ำ้� ปากเปยี ง ซง่ึ ไดฟ้ งั จากหลวงปหู่ ลวงพอ่
ท่ีเคยปฏิบัติธรรมกับหลวงปู่ลี เม่ือปี พ.ศ.๒๕๐๔ สมัยนั้นว่า
หลวงปู่ลีจ�ำพรรษารูปเดียว สภาพแวดล้อมเป็นป่าเขาสงบเงียบ
เหมาะสมตอ่ การภาวนาย่งิ นัก

40

หลวงปสู่ มิ พุทฺธาจาโร หลวงปู่แว่น ธนปาโล

หลวงปลู่ เี ล่าใหฟ้ ังวา่ สมยั นน้ั หลวงปู่สิม พุทธฺ าจาโร อยวู่ ดั
สนั ตธิ รรม ตวั เมอื งเชยี งใหม่ หลวงปแู่ วน่ ธนปาโล (วดั ถำ�้ พระสบาย
อำ� เภอแมท่ ะ จงั หวดั ลำ� ปาง) กอ็ ยดู่ ว้ ย หลวงปลู่ ไี ดม้ โี อกาสถวายตวั
เปน็ ศษิ ยห์ ลวงปสู่ มิ พทุ ธาจาโร และหลวงปแู่ วน่ ธนปาโล ชว่ งนนั้
หลวงปมู่ อี ายปุ ระมาณ ๒๔ ปี สว่ นหลวงปสู่ มิ มอี ายปุ ระมาณ ๕๙ ปี
และหลวงปแู่ วน่ มอี ายปุ ระมาณ ๕๐ ปเี ศษ หลวงปสู่ มิ ทา่ นไปๆ มาๆ
ทถ่ี ำ้� ปากเปียงไดพ้ บท่านบ่อยๆ หลวงปูล่ ีจ�ำพรรษาทถ่ี �ำ้ ปากเปยี ง
๑ พรรษา สมยั นนั้ กเ็ หน็ ครบู าเรอื งศรี และหลวงปเู่ ปลยี่ น ปญญฺ าปทโี ป
(วดั ปา่ อรญั ญวเิ วก ต.อนิ ทขลิ อ.แมแ่ ตง จ.เชยี งใหม)่ มาสง่ หลวงปสู่ มิ
เวลาทห่ี ลวงปสู่ มิ จะกลบั วดั สนั ตธิ รรมกจ็ ะเอาผา้ มดั ตนี บาตรเหมอื น
รวบหวั รวบทา้ ยใหเ้ รยี บรอ้ ย จะมลี กู ศษิ ยน์ ำ� รถยนตม์ ารบั กลบั ไป

41

หลวงปูเ่ ปล่ยี น ปญญฺ าปทีโป หลวงปบู่ ญุ หนา ธมฺมทนิ โฺ น

ยังมีเตียงผ้าใบของหลวงปู่สิมอยู่ที่ถ้�ำปากเปียงไว้ให้หลวงปู่สิม
ไดพ้ กั ผอ่ น บางครงั้ หลวงปสู่ มิ กไ็ ปอยวู่ ดั อโศการาม อำ� เภอเมอื งฯ
จงั หวดั สมทุ รปราการ (วดั ของทา่ นพอ่ ลี ธมธฺ โร) พระสงฆท์ เ่ี คยเหน็
ชว่ งทอ่ี ยถู่ ำ้� ปากเปยี งกม็ หี ลวงปบู่ ญุ หนา ธมมฺ ทนิ โน (วดั ปา่ โสตถผิ ล
ต.ช้างม่งิ อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร)

หลวงปลู่ ไี ดม้ โี อกาสศกึ ษาธรรมและวตั รปฏบิ ตั จิ ากหลวงปสู่ มิ
พทุ ธฺ าจาโร สมยั นนั้ ทางขน้ึ ถำ้� ผาปลอ่ งไมส่ ะดวกสบายอยา่ งทกุ วนั น้ี
การขนึ้ ไปบนถำ้� ตอ้ งปนี ปา่ ยเชงิ เขา ถา้ ฝนตกกล็ นื่ ไถลลงมา ไมม่ ี
ไฟฟ้า แสงสวา่ ง ไมม่ ที างเดนิ หรอื บนั ไดคอนกรตี อยา่ งปจั จบุ นั นี้
เพอื่ นพระสงฆท์ ไี่ ปนงั่ สมาธภิ าวนาในถำ้� บางรปู พอออกจากสมาธิ
ภาวนา ปรากฏวา่ มงี เู หา่ ไปนอนขดอยบู่ รเิ วณตกั ทน่ี งั่ สมาธิ ตอ้ งคอ่ ยๆ
อมุ้ เอางเู หา่ มาปลอ่ ยนอกถำ้� หลวงปสู่ มิ ไดเ้ คยกลา่ วสอนหลวงปลู่ วี า่
“คณุ ลี ภาวนาใหด้ ๆี ปฏบิ ตั ติ วั ใหเ้ หมอื นพระพทุ ธรปู ” และเคย

42

เขียนด้วยลายมือสอนหลวงปู่ลีว่า “ตัง้ แต่นต้ี ่อไป เราจะปฏิบตั ิ
ใหไ้ ดต้ ลอดชวี ติ ” หลวงปลู่ เี ลา่ วา่ หลวงปสู่ มิ เขยี นใหห้ ลวงปแู่ วน่ วา่
“จงละสงั โยชนใ์ หห้ มด” และเขยี นสอนพระบางรปู วา่ “สอนตนเอง
ดีกว่าสอนคนอน่ื ”
ลูกศิษยเ์ คยถามหลวงป่ลู ีวา่ ไดก้ ราบหลวงปู่แหวน สุจิณโฺ ณ
หรอื ไม่ หลวงปลู่ เี ลา่ วา่ ไมเ่ คย ชว่ งนนั้ หลวงปแู่ หวนอยทู่ หี่ ว้ ยนำ�้ รนิ
อ�ำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ แต่ทว่าหลวงปู่แหวนให้ลูกศิษย์
(โยมสกี ยุ วบิ ลู ยภ์ ณั ฑ)์ ซง่ึ เปน็ โยมอปุ ฏั ฐากหลวงปตู่ อื้ อจลธมโฺ ม
และหลวงปแู่ หวน สจุ ณิ โฺ ณ นำ� ผา้ ไตรจวี ร สง่ิ ของตา่ งๆ มาถวาย
หลวงปสู่ มิ ทว่ี ดั ถำ้� ผาปลอ่ งอยเู่ นอื งๆ หลวงปไู่ ดจ้ ำ� พรรษาทถ่ี ำ้� ปาก
เปยี ง ๑ พรรษา หลงั จากออกพรรษาแลว้ หลวงปธู่ ดุ งคม์ าอยทู่ เี่ ขา
ชอ่ งลม (วัดทุ่งสิงห์โต บา้ นไผ่ขวาง ต�ำบลเขาพระงาม อ�ำเภอ
เมอื งฯ จังหวดั ลพบุร)ี บรเิ วณเขาชอ่ งลมน้เี คยเป็นธรรมสถานที่
หลวงปมู่ น่ั ภรู ทิ ตโฺ ต และทา่ นเจา้ คณุ อบุ าลคี ณุ ปู มาจารย์ (สริ จิ นโฺ ท
จันทร์) วัดบรมนิวาส กรุงเทพฯ ได้จาริกบ�ำเพ็ญสมณธรรม
มาก่อน ณ สถานท่ีเขาช่องลมนี้ หลวงปู่ลีเล่าใหฟ้ งั วา่ ไดพ้ บกบั
พันเอกน่ิม ชโยดม ผู้ซึ่งมีประวัติบันทึกไว้ในหนังสือ ร�ำลึกวัน
วาน (จดั พมิ พโ์ ดยกองทนุ แสงตะวนั วดั ปทมุ วนาราม) พนั เอก
นมิ่ ชโยดม เปน็ ผทู้ เี่ คารพศรทั ธา หลวงปมู่ น่ั ภรู ทิ ตโฺ ต อยา่ งยง่ิ
และไดม้ โี อกาสกราบหลวงปูม่ ัน่ ภูริทตฺโต ที่วดั ป่าบา้ นหนองผือ
สมยั เมอื่ ทำ� สงครามยดึ นครจำ� ปาศกั ดเิ์ สรจ็ สน้ิ ลง ทา่ นพนั เอกนม่ิ ฯ
ไดเ้ คยปฏบิ ัตธิ รรมกบั หลวงปแู่ หวน สจุ ิณฺโณ หลวงป่ฝู น้ั อาจาโร

43

ฯลฯ ชว่ งนน้ั พนั เอกนมิ่ ฯ มาปฏบิ ตั ธิ รรมเปน็ ศษิ ยพ์ ระอาจารยธ์ งชยั
(วดั พทุ ธมงคลนมิ ติ จงั หวดั นครสวรรค)์ ซง่ึ เปน็ ศษิ ยส์ ายหลวงปมู่ นั่
ภรู ทิ ตโฺ ต เชน่ เดยี วกนั หลงั จากทา่ นกลบั กรงุ เทพฯ แลว้ ทา่ นมจี ดหมาย
พร้อมส่ิงของมาถวายหลวงปู่ลี และพระที่ปฏิบัติธรรมด้วยกัน
ในจดหมายเขยี นวา่ “ขอนมสั การทา่ นอาจารยพ์ งษส์ นิ อรยิ ธมโฺ ม
และขอนมสั การอาจารยท์ ่ีผมไม่รูจ้ ัก (หลวงป่ลู )ี ” ส่ิงของทมี่ า
ถวายเปน็ สบวู่ กิ ตอเรยี และสกี ลกั สมยั นนั้ ใครใชส้ บวู่ กิ ตอเรยี นบั วา่
เปน็ ผมู้ ฐี านะดี หลวงปลู่ เี ลา่ ใหฟ้ งั วา่ พอ่ แมข่ องพระอาจารยพ์ งษส์ นิ
ทา่ นเปน็ คนเวียงจนั ทน์ ประเทศลาว (สาธารณรฐั ประชาธปิ ไตย
ประชาชนลาว) ขณะปฏบิ ตั ธิ รรมทเี่ ขาชอ่ งลมกม็ โี ยมทเ่ี ปน็ ทหาร
ปนื ใหญม่ าทำ� บุญกันมาก

พ.ศ.๒๕๐๕หลวงปลู่ ไี ดเ้ ดนิ ธดุ งคจ์ ารกิ จากเขาชอ่ งลมมาเรอ่ื ยๆ
หลังจากเหน็ดเหน่ือยจากการเดินทางไกล จนมืดค่�ำแล้วไม่พบ
หมบู่ า้ น จงึ ปกั กลดพกั แรมขา้ งทางซงึ่ เปน็ ปา่ ทบึ พอรงุ่ เชา้ ไดย้ นิ เสยี ง
ไกข่ นั จงึ รวู้ า่ มหี มบู่ า้ นอยใู่ กลๆ้ และไดอ้ อกบณิ ฑบาต ถามชาวบา้ น
ถึงสถานท่ีแห่งนั้น จึงได้รู้ว่าเป็นหมู่บ้านบริเวณหนองบัวโคก
อ�ำเภอจัตรุ สั จังหวัดชัยภมู ิ ชาวบา้ นบรเิ วณน้นั ศรทั ธาหลวงปจู่ งึ
ไดก้ ราบนมิ นตใ์ หห้ ลวงปจู่ ำ� พรรษาทนี่ ้ี หลวงปรู่ บั นมิ นตจ์ ำ� พรรษา
ทหี่ นองบัวโคกนีห้ ลายปพี อควร จึงเดินธุดงค์ต่อไป

พ.ศ. ๒๕๐๙ หลวงป่ลู จี �ำพรรษาท่วี ัดบา้ นแห่เหนือ ต�ำบล
หวั ขวาง อำ� เภอโกสมุ พสิ ยั จงั หวดั มหาสารคาม เพอื่ โปรดญาตโิ ยม

44

ตน้ ตระกลู ของหลวงปกู่ อ่ นทจ่ี ะอพยพถนิ่ ฐานมาอยทู่ บี่ า้ นนาฝายเหนอื
การจำ� พรรษาปนี ห้ี ลวงปถู่ กู กลา่ วหาวา่ เปน็ คอมมวิ นสิ ต์ เนอื่ งจาก
หลวงปู่เป็นพระป่ามีวัตรปฏิบัติที่ต่างจากพระสงฆ์วัดบ้านท่ัวไป
หลวงปถู่ กู ใหไ้ ปจำ� พรรษาทปี่ า่ ไผซ่ งึ่ บรเิ วณปา่ กอไผน่ เ้ี ปน็ สถานท่ี
แรงมาก กลา่ วคอื ชาวบ้านไม่กลา้ เขา้ ไปและหากมีววั ควายหลุด
เข้าไป ก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปตาม แต่ทว่าหลวงปู่ลีก็ไม่ได้ขัดขืน
ขอให้โยมไปท�ำกระท่อมโดยน�ำไม้ไผ่มาท�ำกระท่อมพอพักอาศัย
และปฏิบัติธรรมโดยหลวงปู่ได้น่ังภาวนาและเดินจงกรมปรารภ
ความเพยี รตลอดวนั ฉนั อาหารมอื้ เดยี ว มกั นอ้ ย อยอู่ ยา่ งสนั โดษ
ไมร่ ะคนดว้ ย หมคู่ ณะ ตลอดพรรษาทอี่ ยใู่ นปา่ ไผน่ น้ั หลวงปกู่ อ็ ยู่
โดยสงบสขุ ไมม่ เี หตกุ ารณไ์ มด่ เี กดิ ขนึ้ เลย พอออกพรรษาหลวงปกู่ ็
ออกธดุ งคไ์ ปทแี่ หง่ ใหมก่ อ่ นไปกบ็ อกญาตโิ ยมวา่ ผใู้ ดตอ้ งการไมไ้ ผ่
ไปทำ� ประโยชนก์ ส็ ามารถตดั ไปใชไ้ ด้ ตอ่ มาตน้ ไผก่ ถ็ กู ตดั ไปเรอ่ื ยๆ
จนไมเ่ หลอื ซงึ่ เหตกุ ารณน์ สี้ รา้ งความประหลาดใจแกญ่ าตโิ ยมเปน็
อยา่ งมาก

หลังจากนั้นก็ไม่ทราบว่าหลวงปู่เดินธุดงค์วิเวกไปสถานท่ี
แห่งใดเนื่องจากปกติหลวงปู่ไม่ได้อธิบายประวัติส่วนตัวมากนัก
ดังค�ำสอนที่หลวงปู่มักพูดเสมอว่า “เรื่องเก่าๆ อย่าเอาไปคิด
ให้อยกู่ บั ปจั จุบนั เทา่ นนั้ ”

ประมาณปี พ.ศ. ๒๕๑๑ – ๒๕๑๒ หลวงปู่ไดไ้ ปหาพระ
พีช่ าย (พระมหาอังคาร โชตปิ าโล ต่อมาได้ลาสกิ ขาเปลีย่ นชอื่

45

46

นามสกลุ เปน็ วธิ าน สชุ วี คุปต์) ซึ่งอย่ทู วี่ ดั โพธสิ มภรณ์ จงั หวดั
อุดรธานี โดยได้ปรึกษาเกี่ยวกับการขอญัตติใหม่อีกคร้ัง ซ่ึง
พระพี่ชายได้แนะน�ำให้ไปญัตติท่ีวัดสุรพิมพาราม ต�ำบลตูมใต้
อำ� เภอกมุ ภวาปี จังหวดั อุดรธานี เนือ่ งจากมญี าตผิ ูใ้ หญ่ฝ่ายโยม
แมไ่ ดแ้ กค่ ณุ นา้ อาจารยโ์ ฮม ไดอ้ ปุ ถมั ภว์ ดั สรุ พมิ พารามอยู่ รวมทงั้
มพี ระอปุ ชั ฌายท์ เี่ ครง่ ครดั เคารพพระธรรมวนิ ยั ปฏบิ ตั ดิ ปี ฏบิ ตั ชิ อบ
ดังนั้นหลวงปู่ลีจึงได้ขอญัตติใหม่เป็นพระสงฆ์ธรรมยุติกนิกาย
อกี ครง้ั ทวี่ ดั สรุ พมิ พาราม โดยมพี ระครสู ารเมธากร เปน็ พระอปุ ชั ฌาย์
(ท่านเป็นศิษย์ของท่านเจ้าคุณประสาทสารคุณ วัดนิเวศธรรม-
ประวตั ิ จงั หวดั พระนครศรอี ยธุ ยา) พระครสู มหุ ช์ น เปน็ พระกรรม-
วาจาจารย์ และพระครูคุณสารวิจิตรเป็นพระอนุสาวนาจารย์
ในวนั ท่ี ๑๘ มนี าคม ๒๕๑๒ ขณะนน้ั หลวงปอู่ ายไุ ด้ ๓๑ ปี และไดร้ บั
ฉายาวา่ ตาณกํ โร ซึง่ มคี วามหมายว่า ผู้ตอ่ สเู้ อาชนะซึ่งกเิ ลส

47

พ่อใหญ่วิธาน สุชีวคุปต์ (อดีตพระมหาอังคาร โชติปาโล
พระพชี่ ายหลวงปลู่ )ี ไดก้ ลา่ ววา่ เมอ่ื ปพี .ศ. ๒๕๔๗ ไดม้ โี อกาสมา
กราบเยี่ยมหลวงปู่ท่ีวัดป่าหัวตลุก ได้พบเห็นรูปภาพและรูปปั้น
หลวงปมู่ นั่ ภรู ทิ ตโฺ ต และหลวงปคู่ รอู าจารยศ์ ษิ ยห์ ลวงปมู่ น่ั ภรู ทิ ตโฺ ต
ซ่ึงหลวงปู่ลีได้กราบบูชาและเทิดทูนด้วยความเคารพอย่างย่ิง
จึงมั่นใจได้ว่าพระน้องชายได้ปฏิบัติถูกทางแล้ว โดยช่วงเวลา
ท่ีผ่านมานั้นหลวงปู่ลีได้มุ่งประพฤติดีปฏิบัติชอบมาโดยตลอด
แต่หลวงปมู่ ักไมค่ ่อยสอนผู้อ่ืน เนื่องจากเป็นผู้ท่พี ดู น้อย ถ้าผูอ้ ่นื
จะไดป้ ระโยชนบ์ า้ งกโ็ ดยเอาทา่ นเปน็ แบบอยา่ งในการดำ� เนนิ ชวี ติ
และหลวงปู่ลีได้เคยเตือนพ่อใหญ่วิธานหลังจากลาสิกขามามี
ครอบครัวและเป็นอาจารย์สอนท่ีมหาวิทยาลัยรามค�ำแหง ไว้ว่า
“พี่ก�ำลังหลงระเริงไปตามวิถีของโลก” พ่อใหญ่วิธานกล่าวว่า
จดจ�ำค�ำสอนนีไ้ ม่ลมื
พ.ศ. ๒๕๑๖ - พ.ศ. ๒๕๑๙ หลวงปูล่ ีปฏิบัติธรรมที่จงั หวดั
อดุ รธานี จงั หวดั หนองคาย ฯลฯ สมยั นนั้ เปน็ พนื้ ทส่ี แี ดงซงึ่ รฐั บาล
กำ� ลังปราบปรามผู้นยิ มลัทธคิ อมมิวนสิ ต์
พ.ศ. ๒๕๒๐ หลวงปู่ลีถวายตัวเป็นศิษย์หลวงปู่เทสก์
เทสรสํ ี วดั หนิ หมากเปง้ อำ� เภอศรเี ชียงใหม่ จงั หวัดหนองคาย
หลวงปู่ได้ปฏิบัติธรรมบรเิ วณสถานที่ต่างๆ ละแวกใกล้เคียง เช่น
วัดถ�้ำพระบท ซึ่งเป็นสาขาวัดหินหมากเป้ง ถ้�ำฮ้าน วัดลุมพินี
วงั นำ�้ มอก ฯลฯ พอถงึ วนั ลงอโุ บสถกม็ าลงอโุ บสถทวี่ ดั หนิ หมากเปง้
หลวงปเู่ ลา่ ใหล้ กู ศษิ ยฟ์ งั วา่ กอ็ ยตู่ ามถำ�้ ตามเชงิ เขา มกี ระทอ่ มแครไ่ ม้
กนั แดดกนั ฝนเทา่ นนั้ ไมม่ ไี ฟฟา้ แสงสวา่ งใชเ้ หมอื นทกุ วนั นี้

48

หลวงปู่คำ� ไพ รกฺขิตฺตจิตฺโต
เดนิ ถือบาตรตดิ ตาม
หลวงปเู่ ทสก์ เทสรสํ ี

บางช่วงเวลาหลวงปู่ได้เดินทางไป
กราบนมสั การและปฏบิ ตั ธิ รรมถวายตวั
เปน็ ศษิ ยห์ ลวงตามหาบวั ญาณสมปฺ นโฺ น
วัดปา่ บา้ นตาด ตำ� บลบา้ นตาด อำ� เภอ
เมืองฯ จังหวัดอุดรธานี ซึ่งหลวงปู่ได้
เลา่ ใหล้ กู ศษิ ย์ฟังวา่ สมยั นั้นกม็ หี ลวงปลู่ ี
กสุ ลธโร อยทู่ ว่ี ดั ปา่ บา้ นตาดดว้ ย หลวงปไู่ ดพ้ าลกู ศษิ ยไ์ ปดสู ถานที่
ท่ีเคยไปตกั นำ้� และสรงนำ�้ หลวงตามหาบวั ในครัง้ นั้น

ชว่ งทอี่ ยู่วัดหนิ หมากเปง้ หลวงปไู่ ดม้ ีโอกาสพูดคยุ กับหลวง
ปู่ คำ� ไพ รกฺขิตฺตจิตโต (ประมาณปีพ.ศ. ๒๕๒๑ หลวงปู่ค�ำไพ
ยังเป็นโยมผ้าขาวอยู่วัดหินหมากเป้ง) หลวงปู่ค�ำไพเคยบวชมา

49


Click to View FlipBook Version