กอ่ นและไดม้ โี อกาสอปุ ฏั ฐากหลวงปมู่ นั่ ภรู ทิ ตโฺ ต (หลวงปลู่ อี ยาก
ทราบเกีย่ วกบั หลวงปู่มั่นจงึ ไดส้ อบถามจากหลวงปู่ค�ำไพ) ต่อมา
ไดล้ าสกิ ขา (ขณะทส่ี อบถามขอ้ มลู นห้ี ลวงปคู่ ำ� ไพกลบั มาบวชเปน็
พระสงฆแ์ ลว้ ) ไดก้ ราบนมสั การถามหลวงปคู่ ำ� ไพ ทา่ นไดเ้ มตตา
เล่าใหฟ้ ัง ซ่งึ ได้บันทกึ เทปไว้เม่อื วนั ท่ี ๖ กันยายน ๒๕๕๑ ดังนี้
...สมยั เปน็ ผา้ ขาวอยกู่ ฏุ หิ ลงั
เต้ียๆ ประมาณ พ.ศ. ๒๕๒๑
หลวงพอ่ ลปี ระมาณ ๙ พรรษา (นา่
จะเริ่มนับตั้งแต่ญัตติใหม่เมื่อปี
พ.ศ. ๒๕๑๒) คยุ กนั เรอ่ื งธรรมะ
สวา่ งเลย นง่ั อยทู่ เี่ ดยี ว คยุ ธรรมะ
เร่ืองอะไรไม่ทราบ (จ�ำไม่ได้)
แต่ทา่ นพอใจคุยกับเรา เรากอ็ ธบิ าย เรอื่ งอะไรหลวงพ่อจ�ำไม่ได้
สาเหตหุ ลวงปคู่ ำ� ไพเคยอยกู่ บั หลวงปมู่ นั่ ประมาณ พ.ศ. ๒๔๘๗
อายุประมาณ ๒๗ ปี พรรษาที่ ๔ ไปอย่ชู ว่ งฤดูแลง้ ทบ่ี ้านนา
มน บา้ นโคก บวชเปน็ พระแล้ว มาเจอหลวงพอ่ ลี พ.ศ. ๒๕๒๑
หลวงพ่อลีสนใจปฏิบัติก็มาสนทนากับหลวงพ่อ สมัยนั้นหลวงปู่
เทสก์ เทสรงั สี ก็ยงั มีชวี ติ อยู่ หลวงปูค่ �ำไพก็อยกู่ ับหลวงป่เู ทสก์
ต้ังแต่ยังเป็นผ้าขาวยังไม่ได้อุปัฏฐากหลวงปู่เทสก์ หลวงปู่ค�ำไพ
ลาสิกขามารอบหน่ึงก่อนและมาขอเป็นนาคกับหลวงปู่เทสก์
หลวงพ่อลีมากราบหลวงปู่เทสก์ก็มาเจอหลวงปู่ค�ำไพ คุยกัน
ชอบนิสัยกนั คยุ ธรรมะกันประมาณค�่ำจนถงึ สวา่ งเลย
50
อาจารยร์ วมทา่ นมาจำ� พรรษาทนี่ ่ี อาจารยล์ จี ำ� ไมไ่ ดว้ า่ จำ� พรรษา
หรือเปล่าเพราะว่านานแล้ว ธรรมดาหลวงพ่อลีไม่ค่อยคุยกับ
พระองคอ์ ่ืน แตค่ ยุ กบั หลวงปูค่ ำ� ไพสนิทถูกคอ ตอนไปครง้ั แรกก็
ไมไ่ ดอ้ ปุ ฏั ฐากหลวงปมู่ นั่ ภรู ทิ ตโฺ ต แตท่ า่ นใหไ้ ปกบั พระองคห์ นง่ึ ชอ่ื
อาจารยเ์ นยี ม อาจารยเ์ นยี มกพ็ าไปทผ่ี ดี ุ บา้ นกดุ ผาไท (บา้ นโพน)
ไปอยู่ ๒ - ๓ วัน เขาทำ� ร้านให้นง่ั เอาขาหอ้ ยลงมา อาจารยเ์ นยี ม
ก็ลองใจ บอกว่าจะไปบ้านธวัช ให้หลวงปู่ค�ำไพอยู่องค์เดียวรอ
ทา่ นสกั คนื หนงึ่ ไดไ้ หม (อาจารยเ์ นยี มคนบา้ นนามน) หลวงปคู่ ำ� ไพ
กลัวเสือ กลัวผี แต่ก็ไม่กล้าบอกทา่ น เพราะกลัวท่านจะบอกว่า
อยา่ งนนั้ จะมาทำ� ไม พอตกกลางคนื กลวั มาก คดิ อะไร ไมอ่ อกนง่ั
หยอ่ นขาสดุ ทา้ ยกค็ ดิ วา่ กลวั อะไรๆๆ ถามตวั เอง พดู เรว็ เขา้ เรอื่ ยๆ
สดุ ทา้ ยมนั ตอบมาวา่ กลวั ตาย ไมใ่ ชก่ ลวั ผี กถ็ ามตอ่ อกี วา่ กลวั ตาย
แลว้ มาทำ� ไม กน็ งั่ กำ� หนดอกี วา่ กลวั ผี ผกี ก็ นิ ไมไ่ ด้ กนิ ไมไ่ ดเ้ พราะ
อะไร เพราะจติ เราบรสิ ทุ ธิ์ กถ็ ามอกี วา่ เสอื กนิ ไดไ้ หม เสอื กก็ นิ ไมไ่ ด้
กินแล้วหวั แตก จรงิ หรอื จริง มันกว็ ่าคนเดียว จิตมันก็บอกอกี วา่
เสอื เอยมากนิ พระองคน์ หี้ นอ่ ย จติ มนั กบ็ อกวา่ มนั กนิ ไมไ่ ด้ เสอื ก็
กินไมไ่ ด้ ผกี ก็ นิ ไม่ได้ อยา่ งไรก็กินไม่ได้ เพราะอะไร เพราะจิต
บรสิ ทุ ธ์ิ จติ ถามวา่ จรงิ หรอื จติ กต็ อบอกี วา่ จรงิ ไมม่ คี นบอกคนสอน
พอดกี น็ งั่ กำ� หนดอยู่ กเ็ หน็ คนเดนิ ถอื ใตม้ แี สงสวา่ ง ตอนแรกนกึ วา่
ผแี ตก่ ไ็ มก่ ลวั จติ กลบั ยนิ ดวี า่ จะไดเ้ หน็ ผี เสอื มากไ็ มก่ ลวั เหมอื นกนั
ตอนหลงั จงึ รวู้ า่ เปน็ คนเปน็ เดก็ พอ่ แมใ่ หม้ านอนกบั หลวงปู่ ถา้ ไมม่ ี
เดก็ มา คดิ วา่ คงไดธ้ รรมะมากกวา่ นี้ ไมไ่ ดน้ ง่ั หลบั ตานงั่ ลมื ตาอยา่ งนี้
51
หลวงปูม่ นั่ ภูริทตโฺ ต
ตอนเชา้ อาจารยเ์ นยี มมามองเหน็ หลวงปกู่ ย็ มิ้ หลวงปกู่ ค็ ดิ วา่
พระองคน์ ี้ร้เู ราจริงๆ ด้วย พอกราบเสร็จ อาจารย์เนียมกถ็ ามวา่
เปน็ อยา่ งไรหลวงปกู่ เ็ ลา่ ใหฟ้ งั ถงึ เหตกุ ารณต์ อนกลางคนื อาจารย์
กบ็ อกวา่ มนั ตอ้ งอยา่ งนี้ ทจ่ี รงิ ทา่ นทรมานทางออ้ มโดยอบุ าย อยู่
มากไ็ ดล้ งอโุ บสถกบั หลวงปมู่ ั่น ภรู ทิ ตโฺ ต ท่านกช็ ีห้ นา้ ใสถ่ ามวา่
เป็นอย่างไร ภาวนา หลวงปู่ค�ำไพไม่เคยสัมผัสกับหลวงปู่ม่ัน
ภูริทตฺโต ก็เลยกราบขอโอกาสเล่าถวาย ท่านก็บอกว่าถูกแล้ว
ถกู ทาง จติ ถกู ทางกอ่ น พจิ ารณาเดด็ เดยี่ ว จติ บรสิ ทุ ธม์ิ นั กนิ ไมไ่ ด้
52
ประมาณ พ.ศ. ๒๔๘๗ หลวงปมู่ นั่ ภูริทตฺโต ท่านกบ็ อกวา่
เรง่ เขา้ กส็ งสัยวา่ เร่งอะไร เขา้ พรรษาฤดแู ล้ง ทา่ นใหไ้ ปอยูก่ บั
พระอาจารยเ์ นยี ม อ.พรรณานคิ ม จ.สกลนคร หลวงปมู่ นั่ ภรู ทิ ตโฺ ต
อยู่บา้ นโคก ไมท่ ันมาบ้านหนองผอื ไปลงอโุ บสถวดั บ้านนาสีนวล
วัดร้างไมม่ ีพระจำ� พรรษากบั พระอาจารยเ์ นียม ๒ องค์ กภ็ าวนา
เปน็ ไข้ พอดจี ติ มนั แกเ้ วทนาได้ ครง้ั ทส่ี องหลวงปมู่ นั่ ทา่ นกถ็ ามตอ่
หนา้ พระรปู อนื่ อกี กก็ ราบเรยี นทา่ นวา่ เวทนาเรากำ� หนดแยกมนั
ออกได้ เวทนาเปน็ สว่ นหนง่ึ จติ มนั เปน็ สว่ นหนงึ่ แตถ่ า้ เรามสี ตมิ นั
เขา้ มาไมไ่ ด้ บอกมนั เขา้ มา มนั กไ็ มเ่ ขา้ หลวงปมู่ น่ั ภรู ทิ ตโฺ ต ทา่ นบอก
วา่ ถกู แลว้ หลวงปคู่ ำ� ไพเลา่ เรอ่ื งนใี้ หห้ ลวงพอ่ ลฟี งั จนสวา่ ง เปน็ เรอื่ ง
ทหี่ ลวงปคู่ ำ� ไพเคยอยกู่ บั หลวงปมู่ น่ั ภรู ทิ ตโฺ ต หลวงพอ่ ลชี อบฟงั มาก
หลวงพอ่ ลมี าจำ� พรรษาทวี่ ดั หนิ หมากเปง้ ๑ พรรษา พอออกพรรษา
กธ็ ดุ งคไ์ ป ทา่ นอยกู่ มุ ภวาปี จงั หวดั อดุ รธานี ญาตหิ ลวงพอ่ ลกี เ็ ปน็
แมช่ อี ยทู่ วี่ ดั แตห่ ลวงพอ่ ลกี ไ็ มไ่ ดค้ ยุ กนั กบั แมช่ ี ตอนนแี้ มช่ กี ต็ าย
ไปแลว้ พอออกพรรษา พ.ศ. ๒๔๘๗ หลวงปมู่ นั่ ภรู ทิ ตโฺ ต ออกจาก
บา้ นโคกไปอยบู่ า้ นหว้ ยแคน หลวงปคู่ ำ� ไพอยบู่ า้ นนาสนี วล อาจารย์
เนยี มกพ็ าไปอปุ ฏั ฐาก กราบถวายฝากใหห้ ลวงปคู่ ำ� ไพไดอ้ ปุ ฏั ฐาก
หลวงป่มู ั่น ...
ทั้งหมดน้ีเป็นค�ำบอกเล่าที่หลวงปู่ค�ำไพได้เล่าให้ลูกศิษย์
หลวงป่ลู ฟี ัง
53
พระอาจารยอ์ ทุ ยั ฌานตุ ตฺ โม(พระอาจารยต์ ก๊ิ )วดั ปา่ บา้ นหว้ ยลาด
อำ� เภอภเู รอื จงั หวดั เลย ไดเ้ มตตาเลา่ ประวตั กิ ารปฏบิ ตั ธิ รรมรว่ ม
กบั หลวงปู่ลี ตาณํกโร ใหล้ กู ศิษย์ได้ฟังวา่
ประมาณปี พ.ศ. ๒๕๒๐ หลวงปลู่ ไี ดป้ ฏบิ ตั ธิ รรมถวายตวั เปน็
ศษิ ยห์ ลวงปเู่ ทสก์ เทสรสํ ี วดั หนิ หมากเปง้ โดยไดศ้ กึ ษาปฏบิ ตั ธิ รรม
กอ่ นทพ่ี ระอาจารยอ์ ทุ ยั จะมาศกึ ษาปฏบิ ตั ธิ รรมถวายตวั เปน็ ศษิ ย์
หลวงปเู่ ทสก์ ช่วงทอี่ ยวู่ ดั หินหมากเปง้ หลวงปลู่ จี ะจารกิ ธดุ งค์ไป
สถานท่ีต่างๆ เชน่ วัดลมุ พนิ ี วงั นำ�้ มอก ถ�ำ้ ฮ้าน ถ�้ำพระบท ฯลฯ
ขณะทห่ี ลวงปเู่ ทสกจ์ ะรอ้ื ศาลาไมเ้ พอื่ กอ่ สรา้ งเปน็ ศาลาคอนกรตี
หลวงปลู่ ไี ดไ้ ปกราบลาขออนญุ าตออกเทยี่ วธดุ งคว์ เิ วกไปยงั ปา่ เขา
ตา่ งๆ ซง่ึ หลวงปเู่ ทสก์ กอ็ นญุ าต ตงั้ แตน่ นั้ มากไ็ มไ่ ดพ้ บเจอหลวงปลู่ ี
อีกเลย เทา่ ทีท่ ราบหลวงป่ลู ไี ดเ้ คยปฏิบตั ิธรรมถวายตวั เปน็ ศิษย์
หลวงป่ลู ี ตาณํกโร และพระอาจารย์อทุ ัย ฌานตุ ตฺ โม
54
หลวงปขู่ าว อนาลโย วดั ถำ้� กลองเพล
อ�ำเภอเมืองฯ จังหวัดหนองบัวล�ำภู
หลวงปสู่ มิ พทุ ธฺ าจาโร วดั ถำ้� ผาปลอ่ ง
อ�ำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่
หลวงปจู่ วน กลุ เชฏโฺ ฐ วดั เจตยิ าครี วี หิ าร
อำ� เภอศรวี ไิ ล จงั หวดั หนองคาย เปน็ ตน้
ปกติหลวงปู่ลี เป็นพระสงฆ์ที่
พูดน้อย ไม่ค่อยชอบเล่าเร่ืองอะไร
เยอื กเย็น ไมช่ อบมีปากเสยี งกับใคร
ไปเร็ว มาเร็ว ไมย่ ดึ ติด ชอบวเิ วก
ยนิ ดใี นทสี่ งดั สงบ สนั โดษ ไมช่ อบคลกุ คลหี มคู่ ณะ ไมส่ ะสม มงุ่ มน่ั
ปฏิบัติละกิเลส มุ่งเน้นพิจารณากายและจิต เพื่อความหลุดพ้น
จากวฏั สงสาร ช่วงที่ปฏบิ ัตธิ รรมรว่ มกับหลวงปลู่ ี เคยฉันข้าวลงิ
ด้วยกัน กลา่ วคอื มขี า้ วนิดเดยี วเท่านั้น ต้องนำ� นำ�้ เปล่าเทไปให้
ผสมกบั ขา้ วในบาตรใหข้ ้าวพองจะได้มปี รมิ าณมาก จะได้อิม่ ทอ้ ง
ไมเ่ กดิ ทกุ ขเวทนาขณะปฏบิ ตั ธิ รรม ทเี่ คยอยรู่ ว่ มกนั ตา่ งคนตา่ งอยู่
กฏุ ใิ ครกฏุ มิ นั ไมม่ กี ารพดู คยุ สงุ สงิ นนิ ทาใคร ตา่ งมงุ่ ปฏบิ ตั ริ บี เรง่
ความเพยี รแตเ่ พยี งอยา่ งเดยี ว สมยั นนั้ ไดฟ้ งั คำ� สอนของหลวงปเู่ ทสก์
จติ มนั อมิ่ เอบิ เกดิ ความฮกึ เหมิ เดนิ กลบั ทพ่ี กั เปน็ สบิ กโิ ล ตวั เบา
เงนิ ทองกองเทา่ ภเู ขาไมเ่ คยยนิ ดเี ลย มคี วามปตี อิ ยา่ งยง่ิ เดนิ เหมอื น
ตัวปลวิ จากกันไปนานเกือบ ๓๐ ปี มาพบกับหลวงปูล่ ีอีกคร้งั
เมื่อคราวก่อนสร้างศาลาใหญ่ วัดป่าบ้านห้วยลาด อ�ำเภอภูเรือ
จงั หวดั เลย เมือ่ ปี พ.ศ. ๒๕๔๙ นี้เอง
55
พ.ศ. ๒๕๒๓ หลวงปู่ลีธุดงค์กลับมาปฏิบัติธรรมท่ีป่าช้า
วดั ปา่ บา้ นหนองโนอกี ครงั้ และไดฝ้ นั ไปวา่ ไฟไหมพ้ ระพทุ ธรปู รงุ่ เชา้
ญาตโิ ยมทม่ี าทำ� บญุ และสารวตั รบญุ ศรไี ดน้ ำ� หนงั สอื พมิ พ์มาถวาย
จงึ ทราบเรอื่ งเกย่ี วกบั หลวงปบู่ ญุ มา ฐติ เปโม หลวงปจู่ วน กลุ เชฏโฺ ฐ
หลวงปู่วัน อุตฺตโม หลวงปู่สิงห์ทอง ธมฺมวโร และพระนวกะ
รวม ๗ รูป ประสบอุบัติเหตุเครอื่ งบนิ ตก และมรณภาพท่ีต�ำบล
คลองหลวง อ�ำเภอคลองหลวง จังหวัดปทมุ ธานี
56
หลวงปูบ่ ุญมา ฐิตเปโม หลวงปวู่ ัน อุตตฺ โม
หลวงปู่จวน กุลเชฏฺโฐ หลวงป่สู งิ หท์ อง ธมมฺ วโร
พระอาจารย์สพุ ฒั น์ สขุ กาโม
57
หลวงปู่เล่าว่าได้มีโอกาสไปกราบหลวงปู่จวน กุลเชฏฺโฐ
หลวงปวู่ นั อตุ ตฺ โม และหลวงปสู่ งิ หท์ อง ธมมฺ วโร ซงึ่ ทา่ นเคยไปที่
วดั หนิ หมากเปง้ เมอื่ ครงั้ ทหี่ ลวงปลู่ พี าลกู ศษิ ยไ์ ปทวี่ ดั ถำ้� กลองเพล
จงั หวดั หนองบวั ลำ� ภู กช็ ใี้ หล้ กู ศษิ ยด์ วู า่ หอ้ งนำ�้ นี้ ไดม้ โี อกาสสรงนำ้�
หลวงปขู่ าว อนาลโย หลวงปหู่ ลายทา่ นซง่ึ เปน็ ศษิ ยห์ ลวงปมู่ น่ั ภรู ทิ ตโฺ ต
หลวงปู่ลีก็ได้พาคณะศิษย์ไปกราบนมัสการเกือบทุกสถานท่ีที่
หลวงปรู่ จู้ กั จนไมส่ ามารถบนั ทกึ หรอื จดจำ� ไดห้ มด แมก้ ระทงั่ วดั
มหาอำ� มาตยาราม นครจำ� ปาศกั ด์ิ ประเทศลาว สถานทห่ี ลวงปเู่ สาร์
กนฺตสโี ล มรณภาพ พระอาจารยบ์ ุญมาก ฐิตปิ ญโฺ ญ วดั ภมู ะโรง
นครจำ� ปาศกั ดิ์ ประเทศลาว หลวงปลู่ กี พ็ าลกู ศษิ ยไ์ ปกราบนมสั การ
มาแลว้ เชน่ เดยี วกนั การพาลกู ศษิ ยไ์ ปกราบนมสั การธรรมสถาน
ทว่ั ภาคอสี านหรอื ทกุ แหง่ ในประเทศไทย หลวงปลู่ จี ะตง้ั ใจมงุ่ มนั่ มาก
การกราบนมสั การธรรมสถานของหลวงปคู่ รอู าจารยท์ กุ ทา่ นเปน็
ไปดว้ ยความเคารพนอบนอ้ มอยา่ งสงู ยงิ่ ทกุ คำ� พดู และการกระทำ�
ของหลวงป่ทู ่ีลกู ศิษย์ไดย้ นิ และไดเ้ ห็นตลอดมา หลวงปู่จะเคารพ
เทดิ ทนู หลวงปมู่ น่ั ภรู ทิ ตโฺ ต และหลวงปคู่ รอู าจารยศ์ ษิ ยห์ ลวงปมู่ นั่
ภูรทิ ตโฺ ต อยา่ งสูงยิ่งเช่นเดยี วกนั
ประมาณปี พ.ศ. ๒๕๒๓ – ๒๕๒๔ ร.ต.อ.กมั ปนาท ทองคำ� พนั ธ์
สภ.อ.ลานสกั จงั หวดั อทุ ยั ธานี (ยศและตำ� แหนง่ ขณะนน้ั ) ไดจ้ ดั ซอ้ื
ท่ีดิน ๑ แปลง เพ่ือสร้างวัดโดยได้ปรึกษากับพระเถระผู้ใหญ่
เกี่ยวกับการท่ีจะกราบนิมนต์พระสงฆ์ที่มีวัตรปฏิบัติดีงามมาอยู่
จำ� พรรษา ในทส่ี ดุ ก็ไดร้ บั ค�ำแนะนำ� ใหน้ มิ นตห์ ลวงปลู่ ี ตาณกํ โร
58
และหลวงปถู่ วลิ สจุ ณิ โฺ ณ (วดั ปา่
ศรอี ุดมรัตนาราม ต.ทมนางาม
อ.โนนสะอาด จ.อดุ รธาน)ี มาอยู่
จ�ำพรรษา โดย ร.ต.อ.กัมปนาท
ทองค�ำพันธ์ ได้เดินทางไป
นิมนต์ด้วยตนเอง ซึ่งหลวงปู่
ท้ัง ๒ ทา่ น ก็รับนมิ นต์และอยู่
จำ� พรรษาเพยี งปเี ดยี ว (ปจั จบุ นั
คอื วัดพรหมประทานพร)
หลวงปู่ลีเล่าว่าจากน้ันก็
ออกจากอ�ำเภอลานสักเดินธุดงค์มาอ�ำเภอลาดยาว จังหวัด
นครสวรรค์ หลวงปถู่ วลิ สจุ ณิ โฺ ณ และทา่ นอน่ื ๆ ไดช้ วนหลวงปลู่ ี
กลับอีสาน แต่ทว่าหลวงปู่ลีไม่กลับ ระหว่างทางหลวงปู่ถวิล
สุจิณฺโณ นิมิตว่าหลวงพ่อแนน สุภทฺโท วัดซ�ำขามถ้�ำยาวและ
สารวัตรลีมารับกลับอีสาน และไม่นานหลวงพ่อแนน สุภทฺโท
และโยมนำ� รถยนต์มารบั กลับอีสานจรงิ ๆ เพียงแต่โยมทมี่ าไมใ่ ช่
สารวัตรลเี ท่านนั้ หลวงปู่ลี และหลวงปถู่ วิล จงึ แยกย้ายกัน โดย
หลวงปู่ถวิลกลับอีสาน หลวงปู่ลีเดินธุดงค์มาอ�ำเภอลาดยาว
จังหวัดนครสวรรค์ ขณะเดินธุดงค์มาน้ันฝนตกแซะมาเร่ือยๆ
ใช้เวลาหลายวนั พอสมควร หลวงปลู่ ไี ดธ้ ดุ งคม์ าปกั กลดพกั อาศยั
ทป่ี า่ หวั ตลกุ อำ� เภอลาดยาว จงั หวัดนครสวรรค์ ก่อนเข้าพรรษา
๑๖ วนั ของปี พ.ศ. ๒๕๒๔ (ประมาณวนั ที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๒๔)
59
หลวงปู่ลเี ดนิ ธดุ งคเ์ มอ่ื ปีพ.ศ. ๒๕๒๔
60
สภาพปา่ หวั ตลกุ สมยั นน้ั เปน็ ปา่ มะพรา้ วจำ� นวนมาก หลวงปลู่ ี
บอกว่าจะอยู่ที่นี่และได้ปักกลดบริเวณต้นมะม่วงใหญ่ (ปัจจุบัน
ยังคงมีต้นมะม่วงต้นนี้เหลือเพียงต้นเดียวอยู่หลังกุฏิหลวงปู่ลี)
บริเวณดังกล่าวเป็นทีด่ นิ ของนายเลก็ ช่นื สขุ มุ ภายหลังญาตโิ ยม
ชาวบ้านทราบข่าวว่ามีพระธุดงค์มาปักกลดปฏิบัติธรรมเจริญ
วปิ สั สนากรรมฐาน จงึ ไดร้ ว่ มกนั ปลกู สรา้ งกระทอ่ มมงุ หลงั คาแฝก
ใหห้ ลวงปลู่ ไี ดพ้ กั อาศยั บรเิ วณใกลต้ น้ มะมว่ ง หลวงปเู่ คยเลา่ ใหฟ้ งั วา่
ชว่ งทป่ี กั กลดทใี่ ตต้ น้ มะมว่ ง ตอนกลางคนื ฝนตกหนกั ฟา้ คะนอง
ลมพดั กงิ่ มะมว่ งใหญเ่ ทา่ ตวั คนปลวิ ขา้ มกลดทพ่ี กั ไปตกกลางทงุ่ นา
ตอนเชา้ มคี นในตลาดมาถามหลวงปลู่ ี บอกวา่ นกึ วา่ เปน็ อะไรไปแลว้
เมื่อเห็นว่าหลวงพ่อไม่เป็นไร ไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็มีค�ำร่�ำลือว่ามี
พระธดุ งคม์ าพกั ใตต้ น้ มะมว่ งทนี่ าลงุ พวง ฝนตกครงั้ นนั้ ทำ� ใหใ้ บสทุ ธิ
หลวงพ่อเปยี กหมด
เม่ือคร้ังหลวงปู่มาอยู่ที่ป่าหัวตลุกช่วงแรกๆ ได้มีพระสงฆ์
ผปู้ กครองเขตตำ� บลลาดยาว ไดเ้ ดนิ ทางมาตรวจสอบ โดยสอบถาม
ชาวบา้ นวา่ หลวงปลู่ เี รย่ี ไรเงนิ ทองจากชาวบา้ นหรอื เปลา่ กระทำ� ผดิ
ใดๆ บา้ งหรอื ไม่ ซงึ่ ชาวบา้ นไดบ้ อกวา่ หลวงปไู่ มไ่ ดเ้ รยี่ ไรหรอื กระทำ�
ผดิ ใดๆ ทง้ั สน้ิ ทง้ั นเ้ี พราะวา่ สมยั นน้ั มผี ไู้ มป่ ระสงคด์ ตี อ่ ประเทศชาติ
แอบแฝงมาในรปู แบบตา่ งๆ เปน็ จำ� นวนมาก ซงึ่ พระสงฆผ์ ปู้ กครอง
เขตตำ� บลลาดยาว กไ็ มส่ ามารถหาความผดิ ใดๆ ของหลวงปลู่ ีได้
61
หลวงปลู่ เี คยบนั ทกึ ดว้ ยลายมอื ไวว้ า่ “การมาสรา้ งวดั ครง้ั แรก
ก็มปี ญั หามากมาย บางคนเขากว็ า่ อาตมาเป็นคอมมวิ นสิ ตก์ ็มี
พวกญาตโิ ยมเขากพ็ ดู ไปตามกเิ ลสของเขานน้ั เอง ญาตโิ ยมเขา
เหน็ วา่ เราเปน็ ของแปลก เปน็ คนแปลก เขาวา่ พระอะไรไปอยปู่ า่
พระตอ้ งอยวู่ ดั ตอนแรกๆ สถานทอี่ าตมาอยนู่ เ้ี ปน็ ปา่ ญาตโิ ยม
ปลูกกระท่อมให้อยู่ พอหลายปีไปญาติโยมเขาก็ค่อยรู้ไปเอง
ครั้งแรกญาติโยมเขายังไม่รู้ ถ้าเขารู้เขาก็มีความภูมิใจที่ได้
อปุ ฏั ฐากเรา เขาวา่ หลวงพอ่ อยทู่ างนเ้ี ปน็ โชคดขี องผม เปน็ โชคดี
ของฉนั คนเราจะรวู้ า่ คนรา้ ยหรอื คนดีตอ้ งอยไู่ ปนานๆจงึ รู้ครงั้ แรก
ก็ยอ่ มไมร่ ู้ คนเหน็ กนั ครัง้ แรกจะว่าดเี ลยใชไ้ มไ่ ด้”
ตอ่ มาหลวงปลู่ ไี ดต้ ง้ั สำ� นกั สงฆป์ า่ หวั ตลกุ ขน้ึ บนพน้ื ทป่ี ระมาณ
๒ ไร่ แตเ่ มื่อเวลาผา่ นไปจนถงึ ปัจจุบัน ญาติโยมศษิ ยานุศิษยไ์ ด้
รว่ มกนั ทำ� บญุ จดั ซอื้ ทด่ี นิ เพม่ิ เตมิ จนมพี น้ื ทร่ี วมทง้ั สน้ิ ๓๘ ไร่ ๑ งาน
๔๔ ตารางวา ซง่ึ ไดม้ กี ารขออนุญาตสร้างวัดและขอต้งั วดั โดยที่
มหาเถรสมาคมไดพ้ จิ ารณาเหน็ ชอบ และสำ� นกั งานพระพทุ ธศาสนา
แห่งชาติได้จัดท�ำประกาศต้ังเป็นวัดในราชกิจจานุเบกษาและข้ึน
ทะเบยี นเปน็ วดั เรยี บรอ้ ยแลว้ โดยใช้ชอ่ื วา่ วดั หวั ตลุกวนาราม
เปน็ ตน้ มา
62
63
ปฏิปทาและวัตรปฏบิ ัติ
หลวงปลู่ ี ตาณกํ โร เปน็ พระสปุ ฏปิ นั โนทม่ี ปี ฏปิ ทาและวตั รปฏบิ ตั ิ
ท่เี รียบงา่ ย สนั โดษ มลี กู ศิษย์หลายคนที่พบเห็นและได้เปน็ ศษิ ย์
ต้งั แตส่ มัยทีห่ ลวงปูธ่ ุดงค์มายังป่าหัวตลกุ กลา่ ววา่ หลวงปู่ไมเ่ คย
เปล่ียนยงั เหมอื นเดิมทกุ อยา่ ง ไปไวมาไว ไมห่ ่วงหน้าพะวงหลงั
ไม่ยึดติดต่อส่ิงท้ังปวง ไม่ยุ่งเก่ียวกับปัจจัยท้ังหลายท่ีโยมน�ำมา
ถวาย มเี มตตาตอ่ ผทู้ ่มี ากราบนมัสการเหมือนกนั หมด พูดน้อย
ไมโ่ ออ้ วด ไมเ่ คยไดย้ นิ หลวงปพู่ ดู คำ� วา่ “ไมด่ ”ี หลวงปจู่ ะพดู คำ� วา่
“ด”ี เสมอ หลวงปฉู่ นั อาหารเชา้ มอ้ื เดยี ว ซง่ึ หลวงปบู่ อกวา่ ฉนั สองมอื้
ช่วงเป็นสามเณรอยูว่ ัดบา้ น ๒ ปเี ท่านนั้ จากน้นั มาฉันม้อื เดยี ว
ตลอดจนถึงปัจจุบัน ในแต่ละวันหลวงปู่ฉันน้อยมากบางครั้งใน
อดตี ทผ่ี า่ นมาหลวงปกู่ ไ็ มล่ งมาฉนั เปน็ เวลาหลายวนั หลวงปจู่ ะนำ�
อาหารที่โยมมาถวายผสมลงในบาตรคลุกเคล้ากันหมด หลวงปู่
ผสมอาหารท้ังคาว หวาน และมีนำ้� รอ้ นใสภ่ ายในบาตร อาหารที่
เหลอื กน้ บาตรลกู ศษิ ยก์ จ็ ะนำ� มาแบง่ กนั ถอื วา่ เปน็ อาหารทหี่ ลวงปู่
เมตตาแบ่งใหล้ กู ศษิ ยเ์ ปน็ ของดี
หลวงปู่เคยเล่าให้ลูกศษิ ย์ฟงั ว่า หลวงปอู่ ยู่รปู เดยี วมาตลอด
เพ่ิงจะมีพระสงฆ์มาอยู่ร่วมด้วยท่ีวัดป่าหัวตลุกไม่ก่ีปีน้ีเอง และ
64
หลวงปกู่ เ็ คยกลา่ ววา่ อยทู่ ไ่ี หนไมน่ านกม็ วี ดั ปา่ หวั ตลกุ นแี่ หละทอ่ี ยู่
นานที่สดุ หลวงปู่ชอบความสงบ ยนิ ดีในท่ีสงดั ไม่ชอบคลกุ คลี
หมคู่ ณะ เครง่ ครดั ในพระธรรมวนิ ยั หลวงปเู่ ปน็ ผทู้ มี่ คี วามละเอยี ด
รอบคอบในการงานทุกอย่าง และมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย
อย่างยิง่ ศษิ ย์บางท่านเคยเดินทางไปกบั หลวงปู่ ไดเ้ คยกลา่ วว่า
หลวงปจู่ ะไมใ่ ชส้ งิ่ ของทโี่ ยมหรอื ศษิ ยไ์ มไ่ ดถ้ วายกอ่ น ซงึ่ ศษิ ยท์ กุ คน
ทราบดี และระมัดระวงั สำ� รวมกาย วาจา ใจ ตลอดเวลา เม่ือได้
อยใู่ กล้ชิดหรอื ดแู ลหลวงปู่
มอี ยวู่ นั หนง่ึ ลกู ศษิ ยท์ ค่ี อยเขน็ รถใหห้ ลวงปจู่ งกรมรอบโบสถ์
ตอนเชา้ ทกุ ครง้ั จะรบั ผดิ ชอบประเคนขวดนำ้� ดมื่ ทอี่ ยดู่ า้ นหลงั รถ
เขน็ หลงั จากเขน็ รถเสรจ็ แลว้ หลวงป่มู าสรงน้ำ� แต่ลกู ศิษย์ท่านนี้
มองไปทด่ี า้ นหลงั รถเขน็ ไมเ่ หน็ ขวดนำ้� จงึ ลงั เลสงสยั และกงั วลวา่
มใี ครประเคนขวดนำ้� หรอื ยงั หรอื วา่ พระสงฆน์ ำ� ไปถวายหลวงปแู่ ลว้
ซ่งึ ตวั เองยงั ไมไ่ ด้ประเคนเลย แคเ่ พยี งคิดเทา่ นั้นหลวงปู่กห็ นั มา
บอกว่าพระหยิบขวดนำ�้ มาให้หลวงปู่ หลวงปู่ให้น�ำไปเทใส่อ่างที่
สรงน�้ำแล้ว ซึ่งแสดงให้เห็นว่าหลวงปู่เคร่งครัดพระวินัยอย่างย่ิง
ลูกศิษย์อีกท่านหน่ึงได้มีโอกาสเดินทางไปอินเดียกับหลวงปู่
ครน้ั ถงึ ทพี่ กั หลวงปูบ่ อกว่าจะสรงน�ำ้ ดว้ ยความห่วงวา่ หลวงปู่จะ
หนาวเลยรบี เตรียมสบู่ น้�ำยาบ้วนปาก ฯลฯ ไปไวใ้ นห้องสรงนำ้�
แล้วกราบนิมนต์หลวงปู่ไปสรงน�้ำ ส่วนตัวเองออกมารอด้าน
นอก ขณะนนั้ ในหอ้ งพกั มเี พยี งลกู ศษิ ยก์ บั หลวงปเู่ ทา่ นน้ั แตส่ งิ่ ที่
65
ไดย้ นิ จากหลวงปทู่ ำ� ใหล้ กู ศษิ ยต์ ะลงึ กค็ อื หลวงปจู่ ะสรงไดอ้ ยา่ งไร
โยมยังไม่ได้ประเคนเลย ลูกศิษย์ถึงต้องกราบขอโทษหลวงปู่
ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และตระหนักว่าหลวงปู่เคร่งครัดใน
พระวินัยอย่างย่ิง ช่วงกลางคืนก็เป็นห่วงอีกว่าหลวงปู่ท�ำอะไร
จงึ เดนิ ไปดหู นา้ หอ้ ง ไดย้ นิ เสยี งหลวงปเู่ ดนิ ไปเดนิ มาเปน็ ครงึ่ ชว่ั โมง
ยงั ไมห่ ยดุ ตอ่ มาจงึ รวู้ า่ หลวงปเู่ ดนิ จงกรม ทงั้ ๆ ทห่ี อ้ งพกั ไมก่ วา้ ง
หรอื ยาวมากนัก
หลวงปไู่ มเ่ คยวา่ กลา่ วใหร้ า้ ยหรอื ตำ� หนหิ รอื นนิ ทาผใู้ ดทงั้ สนิ้
มีแต่กล่าวชมเชยสรรเสริญผู้ท่ีท�ำดี ถ้าหากลูกศิษย์ท�ำผิดพลาด
หลวงปกู่ จ็ ะเมตตาบอกวา่ อยา่ ทำ� อยา่ งนน้ั หลวงปวู่ างตวั เปน็ กลาง
เสมอ ไม่เขา้ ขา้ งฝ่ายใดฝา่ ยหนงึ่ หลวงปเู่ คยพดู ว่าหลวงปู่เข้าได้
กบั ทกุ ฝา่ ย หลวงปอู่ ยตู่ รงกลางเฉยๆ หลวงปมู่ กั จะกลา่ ววา่ ผชู้ นะ
ย่อมก่อเวร ผู้แพ้ย่อมเป็นทุกข์ ผู้ละความแพ้และความชนะได้
ยอ่ มอยเู่ ปน็ สขุ หลวงปกู่ ลา่ วสอนศษิ ยเ์ สมอวา่ มโี งก่ อ่ นจงึ มฉี ลาด
มีผดิ ก่อนจงึ มีถูก หลวงปจู่ ะคอยใหก้ �ำลังใจแกศ่ ิษย์ ความเมตตา
ของหลวงปูไ่ ม่มปี ระมาณ ขณะท่ีมโี อกาสไปกราบหลวงปู่จะรบั รู้
ได้ถึงกระแสเมตตาของหลวงปู่ที่มีต่อทุกคนตลอดมา ญาติโยม
ที่มาวัดมากราบหลวงปู่จะให้หลวงปู่อธิษฐานจิตหรือเป่าหัวหรือ
ทำ� นำ้� มนต์ หลวงป่เู มตตาท�ำให้ทั้งน้ัน ไม่เลอื กช้ันวรรณะ
หลวงปมู่ กั จะใหล้ กู ศษิ ยพ์ าไปยงั ธรรมสถานหรอื สถานทต่ี า่ งๆ
หรือวัดที่มีหลวงปู่หลวงพ่อศิษย์หลวงปู่ม่ัน ภูริทตฺโต ได้เคยอยู่
สถานท่ีแห่งน้ันเป็นประจ�ำ ไม่ว่าอยู่ไกลหรือใกล้ ไม่ว่ากลางวัน
66
หรือกลางคนื หลวงปจู่ ะเดินทางไปกราบนมัสการดว้ ยกริยาความ
เคารพนอบนอ้ มอยา่ งสงู ยง่ิ ถา้ หากจำ� เปน็ ตอ้ งพกั คา้ งคนื หลวงปกู่ ็
จะพกั คา้ งคนื สงิ่ ทล่ี กู ศษิ ยจ์ ะพบเหน็ วตั รปฏบิ ตั ขิ องหลวงปจู่ นชนิ
กค็ อื ดกึ ดนื่ หรอื เชา้ มดื หรอื อากาศจะหนาวเยน็ ขนาดไหน หลวงปู่
ก็จะเดนิ จงกรมชว่ งดึก และเช้ามดื ประมาณตี ๔ หรือ ตี ๕ เปน็
ประจำ� หลวงปอู่ ยทู่ วี่ ดั กเ็ ชน่ เดยี วกนั ลกู ศษิ ยจ์ ะพบเหน็ หลวงปเู่ ดนิ
จงกรมตลอดท่ีมีช่วงเวลาไม่มีผู้คน มีอยู่คร้ังหนึ่งที่หลวงปู่นอน
พักรักษาตัวที่โรงพยาบาล กลางดึกหลวงปู่ยังลุกข้ึนมาน่ังสมาธิ
ภาวนา ลูกศษิ ยท์ ่เี ฝ้าดแู ลหลวงปไู่ ดจ้ ับเวลาทหี่ ลวงปนู่ ัง่ สมาธิบน
เตยี งผปู้ ว่ ยเกอื บชวั่ โมง การสวดมนตก์ เ็ ชน่ เดยี วกนั หลวงปยู่ งั ลกุ
จากเตยี งนอนทโ่ี รงพยาบาล มานงั่ สวดมนตท์ โี่ ซฟารบั แขกในหอ้ ง
ผูป้ ่วย แทบจะกลา่ วได้วา่ หลวงปไู่ มเ่ คยขาดการสวดมนตภ์ าวนา
กว็ า่ ได้ หลวงปู่จะปฏิบัตติ นให้เปน็ ตวั อย่างแกศ่ ษิ ย์ ถา้ หากมกี าร
67
งานที่ต้องท�ำหลวงปู่จะเป็นก�ำลังใจให้พระลูกวัดหรือลูกศิษย์ได้
ท�ำงานจนส�ำเร็จ เวลาจะดึกมากขนาดไหน หลวงปู่ก็จะเมตตา
อยู่ดว้ ยตลอด หรอื เป็นการงานทีห่ ลวงปู่ตอ้ งท�ำผู้เดียว เช่น เยบ็
ผา้ สบง หรอื อังสะ หรืองานอ่ืนๆ หลวงปจู่ ะทำ� ด้วยความสงบน่งิ
เงียบผู้เดียวจนงานเสร็จ ถึงแมว้ า่ จะใชเ้ วลาเป็นวันหรอื คนื ก็ตาม
หลวงปจู่ ะไมป่ ลอ่ ยใหง้ าน คงั่ คา้ งไว้ หลวงปสู่ อนตลอดวา่ กจิ การ
งานใดให้ต้ังใจทำ� เลย อยา่ ผดั วนั ประกนั พรงุ่ และยกมงคลสูตร
สอนลูกศษิ ย์วา่ อะนากุลา จะ กัมมันตา ซ่งึ หมายถงึ การงานไม่
สับสนยุง่ เหยิงเปน็ มงคลย่ิง
หลวงปจู่ ะลงมาจากกฏุ ปิ ระมาณหกโมงเชา้ ถงึ แมว้ า่ หลวงปู่
จะกลับมาดึกหรือเกือบสว่างก็ตาม (ยกเว้นท่ีหลวงปู่อาพาธ)
หลวงปู่ก็จะลงมาฉันเช้าท่ีลูกศิษย์น�ำมาถวาย ถา้ อยวู่ ดั โดยปกติ
ไมไ่ ปไหน หลวงปจู่ ะนง่ั รถเขน็ จงกรมรอบโบสถก์ อ่ นฉนั เชา้ เปน็ ประจำ�
ทกุ วนั ชว่ งเวลาเยน็ กเ็ ชน่ เดยี วกนั และสง่ิ หนง่ึ ทห่ี ลวงปกู่ ระทำ� เปน็
ประจำ� ขณะทีจ่ งกรมรอบโบสถ์ กค็ อื การสวดท่องธัมมจักกปั ป-
วัตตนสตู ร อนตั ตลักขณสูตร และมหาสมัยสูตร รวมท้งั พดู หรอื
เลา่ เร่ืองต่างๆ ที่มีธรรมะสอดแทรก หรอื กลา่ วสรรเสรญิ หลวงปู่
หลวงพอ่ ครอู าจารยต์ า่ งๆ เปน็ ตน้ ระยะหลงั ทลี่ กู ศษิ ยน์ ำ� ปลามา
ปลอ่ ยท่ีสระน้ำ� ภายในวัด ซึ่งมอี ยู่ ๒ แห่ง หลวงป่จู ะไปใหอ้ าหาร
ปลาทส่ี ระนำ�้ ทงั้ ๒ แห่ง เปน็ ประจ�ำในเวลาเย็น กิจวตั รเหล่าน้ี
ลูกศิษย์จะทราบและคอยปฏิบัติโดยน�ำอาหารปลาหรือขนมปัง
เตรียมไวใ้ ห้หลวงปไู่ ดเ้ ลยี้ งปลาเปน็ ประจ�ำทกุ วนั
68
การเดนิ ทางไปยงั สถานทตี่ า่ งๆ ซง่ึ ปกตหิ ลวงปจู่ ะเดนิ ทางไป
ยังวัดที่มีหรือเคยมีหลวงปู่ หลวงพ่อ ครูอาจารย์ปฏิบัติดีปฏิบัติ
ชอบพกั อาศยั อยถู่ งึ แมว้ า่ จะไกลแสนไกลขนาดไหนกต็ าม หลวงปู่
กจ็ ะไปอย่เู สมอๆ หลวงปูจ่ ะสวดมนต์ในรถเป็นประจำ� บทสวดก็
เปน็ ธมั มจกั กปั ปวตั ตนสตู ร อนตั ตลกั ขณสตู ร และมหาสมยั สตู ร
เชน่ เดมิ นอ้ ยครง้ั ทจี่ ะเหน็ หลวงปหู่ ลบั ในรถ ถา้ ไมส่ วดมนตห์ ลวงปู่
ก็จะชวนลูกศิษย์คุยเก่ียวกับหลวงปู่หลวงพ่อครูอาจารย์ และ
สอดแทรกธรรมะสอนศิษย์อย่างต่อเน่ือง การไปไหนมาไหน
ไม่แน่นอน บางครั้งหลวงปู่ก็จะไม่บอกล่วงหน้า บางคร้ังไปเช้า
กลับสว่างของอีกวันหน่ึง บางคร้ังไปหลายวนั จงึ กลบั โดยไปพกั
ยงั วดั ตา่ งๆ ในแตล่ ะสถานทท่ี เ่ี ดนิ ทางไป ส่ิงเหล่านี้เป็นท่ีทราบ
กันดีในหมู่ศิษย์ท่เี ดินทางไปกบั หลวงปู่
กลา่ วโดยท่ัวไปวัตรปฏบิ ัติของหลวงปู่ ในชว่ งหลงั ท่ีอายขุ อง
หลวงปปู่ ระมาณ ๘๐ ปี หลวงปจู่ ะลงจากกฏุ ปิ ระมาณ ๖ โมงเชา้
ลกู ศษิ ยจ์ ะเตรยี มรถเขน็ สำ� หรบั หลวงปู่ จะไปวนรอบโบสถ์ ซงึ่ การ
วนรอบโบสถห์ ลวงป่กู จ็ ะสวดมนตไ์ ปด้วยเป็นเวลา ๓๐-๖๐ นาที
ไม่แน่นอน เสร็จแล้วก็จะไปสรงน้�ำ ซึ่งพระสงฆ์และลูกศิษย์ได้
จดั เตรยี มไว้ จากนน้ั ประมาณ ๗ โมงเชา้ - ๘ โมงเชา้ หลวงปกู่ จ็ ะ
เข้ากุฏิเพื่อฉันอาหารเช้า เสร็จแล้วก็จะพูดคุยกับลูกศิษย์หรือ
ญาติโยม จนถึงประมาณ ๙ โมงเช้า หรือ ๑๐ โมงเชา้ กจ็ ะขนึ้ กฏุ ิ
หลวงปู่จะลงจากกุฏิอกี ครง้ั ประมาณบา่ ยสามโมงเยน็ เพอ่ื สรงนำ�้
69
เสรจ็ แลว้ จงกรมรอบโบสถห์ รอื องคพ์ ระใหญ่ ตรวจดงู านหรอื บรเิ วณ
ทว่ั ไปในวดั เลย้ี งปลาในสระ ๒ แหง่ แลว้ กเ็ ขา้ กฏุ ปิ ระมาณ ๕ หรอื
๖ โมงเย็น ไม่แนน่ อน กจิ กรรมตา่ งๆ เหลา่ นส้ี ดุ แลว้ แต่หลวงปู่
หลวงปจู่ ะไมก่ ำ� หนดกฎเกณฑแ์ นน่ อน แลว้ แตส่ ถานการณท์ เ่ี ปน็
ปจั จบุ นั ท้ังส้นิ
ในช่วงเวลาเยน็ ภายหลงั สนทนากบั โยมเสรจ็ แลว้ ประมาณ
๑ ทมุ่ หลวงปกู่ จ็ ะเปดิ โอกาสใหพ้ ระสงฆล์ กู วดั ไดเ้ ขา้ ไปดแู ลถวาย
การนวดและหลวงปกู่ จ็ ะใหโ้ อวาทสอนธรรมะไปดว้ ย พระสงฆร์ ปู ไหน
มปี ญั หากจ็ ะกราบถามหลวงปู่ ซง่ึ หลวงปกู่ จ็ ะพจิ ารณาเมตตาตอบ
ตามทพี่ ระลกู พระหลานไดก้ ราบถาม จนเวลาเหมาะสม หลวงปกู่ ็
จะข้ึนพกั ผ่อนดา้ นบนกุฏิตอ่ ไป
70
71
สังเวชนียสถาน
พระอานนทก์ ราบทลู ถามพระบรมศาสดาวา่ “พระองคผ์ เู้ จรญิ !
เมื่อก่อนนี้ออกพรรษาแล้ว ภิกษุทั้งหลายต่างพากันเดินทางมา
จากทศิ านทุ ศิ เพอ่ื เฝา้ พระองค์ ฟงั โอวาทจากพระองค์ บดั นพี้ ระองค์
จะปรินพิ พานแลว้ ภกิ ษุท้ังหลายจะพงึ ไป ณ ทใี่ ด”
พระบรมศาสดาตรสั ตอบวา่ “อานนท!์ สถานทอี่ นั เปน็ เหตุ
ใหร้ ะลกึ ถงึ เรากม็ อี ยคู่ อื สถานทท่ี เ่ี ราประสตู แิ ลว้ คอื ลมุ พนิ วี นั
สถาน สถานที่ที่เราต้ังอาณาจักรแห่งธรรมเป็นคร้ังแรก คือ
ปา่ อสิ ิปตนมิคทายะแขวงเมืองพาราณสี สถานทที่ เี่ ราตรสั รู้อนุ
ตตรสมั มาโพธญิ าณ บรรลคุ วามรอู้ นั ประเสรฐิ ท�ำกเิ ลสใหส้ นิ้ ไป
คอื โพธิมณฑล ต�ำบลอุรเุ วลาเสนานิคม และสถานทีท่ ่ีเราจะ
ปรนิ พิ พาน ณ บดั นี้ คอื ปา่ ไมส้ าละ ณ นครกสุ นิ ารา อานนทเ์ อย๋ !
สถานทีท่ ้งั สีแ่ ห่งนีเ้ ป็นสงั เวชนยี สถาน สารานยี สถาน ส�ำหรบั
ให้ระลึกถงึ เราและเดินตามรอยพระบาทแห่งเรา”
หลวงปู่ลีมีความปรารถนาที่จะเดินทางไปกราบนมัสการ
สงั เวชนยี สถานเชน่ เดยี วกนั ซงึ่ หลวงปไู่ ดม้ โี อกาสเดนิ ทางไปกราบ
นมสั การสงั เวชนยี สถานครง้ั แรก เมอ่ื ปี พ.ศ. ๒๕๔๔ และไดเ้ ดนิ ทาง
ไปกราบนมัสการเป็นประจ�ำทุกปี บางปีก็เดินทางไป ๒ ครั้ง
หากนบั ถึงปจั จุบัน (เดือนธันวาคม ๒๕๕๙) หลวงปไู่ ดเ้ ดินทาง
ไปกราบนมัสการสงั เวชนียสถานมาแล้ว จำ� นวน ๑๔ ครง้ั หลวง
ปูล่ ไี ด้บันทกึ การเดนิ ทางไปคร้ังแรกดว้ ยลายมือดงั นี้
72
“ขอสรรเสรญิ ญาตโิ ยมทพี่ าหลวงพอ่ ไปทปี่ ระเทศอนิ เดยี ไปดู
ไปชมสถานทตี่ า่ งๆ ในอนิ เดยี ฉะนนั้ ขอใหท้ า่ นทงั้ หลายปรารถนา
สิ่งใด ขอใหส้ มปรารถนา ตลอดกาล
การไปอนิ เดยี มคี วามรแู้ ปลกๆ ใหม่ เพมิ่ เตมิ ไดด้ มี าก ทกุ คน
เกิดมากรรมพาอยู่ กรรมพาไป สังขารท้ังหลายมีความเกิดขึ้น
และมีความเสอ่ื มไปเปน็ ธรรมดาตลอดอนันตกาล
ขอบใจญาตโิ ยมทม่ี าสง่ อาตมาทส่ี นามบนิ ดอนเมอื งเปน็ ทสี่ ดุ กอ่ น
ทเ่ี ครอ่ื งบนิ จะขนึ้ สอู่ ากาศ กล็ ำ� บากลำ� บนพอสมควร พวกเจา้ หนา้ ที่
ตรวจทน่ี น้ั ทน่ี ี่ รงุ รงั ไปหมด เขามเี ครอ่ื งเอก็ ซเรย์ ตรวจสอบอยา่ ง
ถี่ถ้วนแต่อย่างไรก็อดทนเอาไม่เป็นไร เพราะอาตมาต้องการไป
อินเดียอยู่แล้ว ๑๕ นาฬิกาเครื่องออกจากดอนเมอื ง แตอ่ าตมา
ประทบั ใจตอนทเี่ ครอื่ งบนิ ขน้ึ สอู่ ากาศ มองเหน็ กลมุ่ เมฆเปน็ กลมุ่
ชา่ งงามตาเสยี จรงิ เครอ่ื งบนิ ถงึ กลั กตั ตามดื พอดี รงุ รงั พอสมควร
เขาใหไ้ ปตรงนนั้ ตรงนบี้ า้ ง แตอ่ ดเอา ตอ่ ไปกข็ นึ้ รถบสั ไปทพ่ี ทุ ธคยา
ต่อรถไฟ ๔ ทุ่มอินเดีย ไปเจอชาวอนิ เดยี มนั นา่ สงสารเสยี จริงๆ
ตอนทเี่ หน็ นนั้ เขานอนขา้ งถนน รปู รา่ งมอมแมม บางทอี าตมาคดิ
เอะ๊ คนเราเกดิ มาทำ� ไมตอ้ งเปน็ แบบนแี้ ตพ่ อไปถงึ วดั ไทยพทุ ธคยา
ก็ดใี จ
ไปชมแม่น�้ำเนรญั ชรา ไปชมบ้านนางสุชาดา ไปไหว้ต้นโพธิ์
ทพ่ี ระพทุ ธเจา้ ตรสั รู้ ขนหวั ลกุ อาตมากด็ ใี จ ไมน่ า่ จะเปน็ กเ็ ปน็ ได้
73
ถา้ เราไมอ่ อกจากบา้ น เรากไ็ มร่ ทู้ างทจี่ ะเทย่ี ว แตถ่ า้ ไมเ่ รยี น
วชิ าดี กไ็ มม่ คี วามรู้ และโบราณทา่ นวา่ เกดิ เปน็ ลกู ผชู้ ายอยา่ ไดต้ าย
ร่วมป่าช้าคล้ายว่าไปเรียนวิชาที่อ่ืนเสริมความรู้ อยู่แต่ท่ีเดียว
ความรไู้ มอ่ อก ไมม่ ปี ญั ญา เพราะฉะนน้ั พระธดุ งคก์ รรมฐานทา่ นจงึ
ชอบไปที่โนน้ บา้ งทนี่ ้ีบ้าง ธรรมะธรรมโมจึงเกดิ ขน้ึ บอ่ ยๆ ปัญญา
ไมท่ ไู่ มห่ ดตวั มวั่ สมุ เปลา่ ๆ เหมอื นเตา่ ลงหมอ้ นำ้� รอ้ นไมม่ ที างออก
การไปประเทศอนิ เดยี ทำ� ใหข้ า้ พเจา้ หตู าสวา่ งดมี าก เพราะได้
ประสบการณห์ ลายสงิ่ หลายอยา่ ง ของทไ่ี มเ่ คยเหน็ กไ็ ดเ้ หน็ ของท่ี
ไม่เคยรู้ก็ได้รวู้ า่ คนเรามกี รรมตา่ งๆ กัน
ประเทศอนิ เดยี เปน็ ประเทศทมี่ ปี ระโยชนม์ ากทสี่ ดุ ถา้ ใครไมม่ า
เรยี นรกู้ จ็ ะไมไ่ ดเ้ หน็ เราเหน็ คนอนิ เดยี เราสงสารเขา บางทเี ราคดิ
ไปว่า เขาเกดิ มาทำ� ไมจงึ เป็นเชน่ นี้
การมาทอ่ี นิ เดียมปี ระโยชนม์ าก มคี วามปติ ดิ ว้ ย มคี วามสลด
สังเวชดว้ ยเหมอื นกับวา่ ยงิ ปืนครัง้ เดยี วได้นก ๒ ตัว”
นอกจากน้ีแล้วหลวงปู่ลียังได้บันทึกเป็นลายมือเก่ียวกับ
สงั เวชนียสถาน ดงั น้ี
74
ลุมพนิ ีร�ำลึก
ลุมพินแี วน่ แคว้นแดนประสตู ิ อยู่ประเทศเนปาลดา่ นสงิ ขร
ระหว่างกรงุ กบลิ พัสดถุ์ ดั อดุ ร กบั เทวทหะนครคู่เคียงกัน
พระพุทธองคท์ รงประสตู ิ ณ ท่ีน้ ี ชนนีสิรมิ ายามหาสวรรค์
พระยนื คลอดแสนสบายคลายจากครรภ ์ ไดเ้ จด็ วันพระมารดาสุราลัย
ปโุ รหิตพิศพิสจู น์สิทธตั ถะ จะเปน็ พระศาสดาอนั ย่ิงใหญ่
เจา้ อโศกสร้างเสาศิลาไว้ เป็นหลกั ชยั ทป่ี ระสตู ิพระศาสดา
แม้เดินทางทกุ ขย์ ากมากประเทศ ยอมก้มเกศกราบไหว้ไร้โทสา
ดว้ ยใจจริงทกุ สิ่งสดุ พรรณนา ขอบชู าอภวิ ันทน์ ริ ันดร์เทอญ
75
ตรัสรู้ร�ำลกึ
ณ พระศรีมหาโพธพิ์ ทุ ธคยา อรุ ุเวลาเสนานคิ มสมยั
แมน่ ำ้� เนรัญชราหาอยู่ไกล สถูปใหญส่ งู สง่าพาทรงจ�ำ
พระพุทธองคท์ รงประทับ ณ ทน่ี ้ ี ยามราตรเี พญ็ เดอื นหกศกเลศิ ลำ้�
ตรัสรูอ้ ริยสจั จธรรม ยดึ ถอื ธรรมค�ำสอนพระศาสดา
อนั พระเจ้าอโศกมหาราช ไดป้ ระกาศสถานพระพทุ ธศาสนา
อีกสงฆไ์ ทยไดป้ ระจำ� พทุ ธคยา เพอ่ื รักษาต้นพระศรีมหาโพธิ์
ศิโรราบกราบสถานอนั ศักด์สิ ิทธ ์ิ กายวาจาจิตบชู าแสนอักโข
ขอต้ังจติ อธษิ ฐานงานภญิ โญ ตัง้ มโนปรารถนาชวั่ ฟ้าดนิ
76
77
อสิ ิปตนมฤคทายวันร�ำลกึ
ปา่ อสิ ปิ ตนมฤคทายวัน อยูเ่ ขตตข์ นั ธ์มรรคาพาราณสี
ณ ตำ� บลสารนารถสะอาดดี สถปู มีมองตระหง่านโบราณมา
ปูชนยี สถานอนั ศักดสิ์ ทิ ธ์ิ สมั ฤทธข์ิ องพระพทุ ธศาสนา
พระพทุ ธองค์ทรงปฐมเทศนา แกบ่ รรดาปัญจวัคคีย์ให้มีญาณ
พระธัมมจักกัปปวตั นสูตร พระทรงพดู สอนไวเ้ ปน็ หลกั ฐาน
เจา้ อโศกสรา้ งสถูปครัง้ โบราณ ณ สถานพระปฐมเทศนา
เบญจางคประดษิ ฐอ์ ธษิ ฐาน นมสั การสถปู บาทพระศาสนา
แมล้ �ำบากยังพากเพยี รด้วยปญั ญา นอ้ มชวี าอทุ ศิ องค์พระทรงคณุ
78
ปกิณกธรรม
หลวงปู่ลี ตาณํกโร
79
ปกณิ กธรรม
โอวาทธรรมคำ� สอนของหลวงปนู่ นั้ สว่ นมากหลวงปจู่ ะเขยี นดว้ ย
ลายมอื บนกระดาษ แลว้ ยนื่ ใหล้ กู ศษิ ยห์ รอื ญาตโิ ยมอา่ น สว่ นใหญ่
อ่านแลว้ ก็จะขออนญุ าตเก็บไว้ หลวงป่กู จ็ ะเมตตาใหไ้ ป หลวงปู่
จะไม่สอนหรือเทศนาตรงๆ แต่มักจะสอนโดยกล่าวถึง และยก
ตวั อยา่ งของพระธรรมคำ� สงั่ สอนของพระพทุ ธเจา้ หรอื คำ� สง่ั สอน
ของหลวงปหู่ ลวงพอ่ ครอู าจารย์ ซง่ึ หลวงปกู่ จ็ ะพจิ ารณาตามความ
เหมาะสมในโอกาสต่างๆ แต่ละครั้งไป หลวงปู่เคยพูดว่าก่อน
หลวงปู่จะพูดอะไร หลวงปู่จะพิจารณากอ่ นพดู ทุกครั้ง ซงึ่ แสดง
ให้เห็นถึงหลวงปู่มีสติทุกอิริยาบท แสดงเป็นตัวอย่างให้ศิษย์ได้
เห็นอยู่เสมอ
โอวาทธรรมของหลวงปู่น้ันมีเรื่อยๆ แต่ทว่าบางช่วงโอกาส
ไม่สามารถบันทึกหรือจดจ�ำได้หมด จึงน�ำมาทยอยพิมพ์เฉพาะ
บางส่วนเท่านั้น
80
ความเมตตาของหลวงปู่
หลวงพอ่ เถอื่ น กนตฺ สโี ล วดั พระธาตหุ นิ เทนิ อ.แมว่ งก์ จ.นครสวรรค์
สมยั ยงั มชี วี ติ อยไู่ ด้เล่าให้ลูกศิษย์หลวงปู่ลีฟังว่า ประมาณปีพ.ศ.
๒๕๔๗ ได้นิมิตถึงหลวงปู่ลีหลายคร้ัง ซ่ึงขณะน้ันไม่เคยรู้จัก
หลวงปู่ลีมาก่อน
ในนมิ ติ ปรากฏไปเจอพระรปู รา่ งสงู สผี วิ ขาว เดนิ จงกรมอยู่
รอบเขา เดนิ ไปเดนิ มากห็ ายไปในกอ้ นหนิ เขา้ ไปนงั่ สมาธใิ นกอ้ นหนิ
81
หายไปหายมา ก็เลยเกดิ ศรทั ธาเข้าไปกราบหลวงปู่ กราบถามวา่
หลวงปอู่ ยทู่ ไี่ หน หลวงปกู่ บ็ อกวา่ เปน็ คนขอนแกน่ กราบถามอกี วา่
อยวู่ ดั ไหน หลวงปกู่ บ็ อกวา่ อยวู่ ดั หวั ตลกุ นนั่ แหละ มาดเู ธอทวี่ ดั ทงุ่
หนิ เทนิ และหลวงปกู่ พ็ ดู สอนธรรมะหลายอยา่ ง เชน่ สภาพสงั ขาร
ร่างกาย เราไม่มีอ�ำนาจเหนือมัน หลวงปู่อยู่สบายๆ ไม่ยึดม่ัน
ในสังขาร เป็นต้น
หลวงพอ่ เถอื่ นไดม้ โี อกาสไปกราบหลวงปสู่ มยั ยงั อยกู่ ฏุ หิ ลงั เกา่
โดยโยมพาไปกราบ นง่ั รออยปู่ ระมาณ ๑-๒ ชว่ั โมง หลวงปจู่ งึ ออก
มาจากกุฏิ หลวงพอ่ เถ่อื นกก็ ราบหลวงปู่ และพบว่าเปน็ หลวงปู่
ทา่ นเดยี วกบั ทป่ี รากฏและสอนธรรมะใหใ้ นนมิ ติ ทกุ อยา่ ง หลวงพอ่
เถื่อนกราบบอกหลวงปู่ว่าจะมาปฏิบัติธรรมกับหลวงปู่ และเล่า
นิมิตให้หลวงปู่ฟัง หลวงปู่ก็ไม่ได้ว่าอะไร เพียงแต่บอกว่าไม่มี
ใครพดู อยา่ งหลวงพอ่ เถอ่ื น แลว้ กบ็ อกวา่ พดู ถกู แลว้ หลวงปไู่ มไ่ ด้
สอนอะไรมาก
ความเมตตาของหลวงปู่ไม่มีประมาณ แม้กระทั่งพระสงฆ์
ทอ่ี ยูห่ ่างไกล ไมเ่ คยมากราบที่วัดและไม่เคยร้จู กั หลวงปมู่ าก่อน
หลวงปู่ยังเมตตาไปสอนธรรมะในนิมิตให้ สิ่งเหล่านี้เป็นเร่ือง
อศั จรรย์อยา่ งยิง่ ทีไ่ มส่ ามารถพสิ จู น์ได้ทางวิทยาศาสตร์
82
กรรมดีและกรรมช่วั
ชว่ งระหวา่ งการสรา้ งโบสถ์ มโี ยมกราบถามหลวงปเู่ กย่ี วกบั
การปฏิบตั ิธรรมที่ถูกต้อง เพอ่ื ไม่ตอ้ งมาเวยี นวา่ ยตายเกดิ อกี ใน
วฏั สงสาร หลวงปไู่ มพ่ ดู อะไร เพยี งแตย่ ม้ิ และสง่ กระดาษลายมอื
เขียนไวว้ า่
กรรมดีและกรรมชั่ว อยทู่ ต่ี ัวเราน้ี
ใช่ใครลขิ ติ ชีวี ตัวเรานีล้ ิขติ เอง
กรรมเปน็ คำ� กลาง มสี องทางทัง้ ดแี ละชั่ว
หากผใู้ ดรตู้ วั อยา่ ท�ำชั่ว จงทำ� กรรมดี
จงทำ� กรรมดี จงทำ� กรรมดี
และหลวงปู่เขียนเพิ่มเติมอีกว่า เราเที่ยวไปทั่วทุกทิศแล้ว
ก็ไม่เจอคนอื่นเป็นท่ีรักย่ิงกว่าตนในที่ไหนๆ ผู้รักตนจึงควรท�ำ
ความดีให้แก่ตน เพราะตนแลเปน็ ทร่ี ักย่ิง
83
อัฏฐังคกิ มรรค
หลวงปเู่ ดนิ ทางไปวดั หลวงปสู่ งั วาลย์ เขมโก (วดั ทงุ่ สามคั คธี รรม)
อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี ซึ่งหลวงปู่เดินทางไปกราบหลายครั้ง
หลวงปู่กล่าวถึงเรื่องท่ีหลวงปู่สังวาลย์สร้างเรือเป็นอาคารใหญ่
เพื่อใช้เป็นสถานที่สอนธรรมะ ปฏิบัติภาวนา ปฏิบัติกรรมฐาน
อุปมาเสมือนเรือทีพ่ าข้ามมหาสมุทรแหง่ วัฏสงสาร ไปส่ฝู ่งั ไดแ้ ก่
พระนิพพาน การเดนิ ทางข้ามไปน้ันตอ้ งอาศยั เรอื ขา้ ม เรือกค็ ือ
อัฏฐงั คกิ มรรค (อริยมรรคมีองค์ ๘) ซง่ึ จะต้องปฏบิ ตั ิตามมรรค
๘ เทา่ น้ัน จึงจะเข้าสู่พระนพิ พานได้
อนุ นฺ ฬสสฺ ปมตฺตสสฺ พาหิราสสสฺ ภกิ ฺขโุ น
สลี ํ สมาธิ ปญฺญา จ ปาริปูรึ น คจฺฉติฯ
เม่ือภิกษมุ มี านะ ประมาทแล้ว มคี วามหวังในภายนอก ศลี
สมาธิ และปัญญา ย่อมไม่ถึงความบริบรู ณ์
84
สงครามใตด้ นิ
มพี ระลกู วดั มากราบปรารภกบั หลวงปวู่ า่ จะลาสกิ ขา หลวงปู่
มักจะไม่พูดอะไรมาก แต่ได้กล่าวสอนญาติโยมว่า มนุษย์เรา
ถ้าหากไม่มีโรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียน ก็มักจะมองเห็นว่าโลกน้ีมี
ความสขุ จรงิ ๆ แลว้ มแี ตค่ วามทกุ ขท์ ง้ั นนั้ โรคภยั ไขเ้ จบ็ ความแก่
ความตาย เปรยี บเสมอื นสงครามใตด้ นิ มนั บกุ รกุ คบื หนา้ มาหาเรา
ตลอดเวลา ไม่เคยหยุดนิ่ง สุดท้ายมันก็ยึดเมืองจับตัวเราได้ใน
ทส่ี ดุ
สพฺเพ สตตฺ า มรสิ สฺ นฺติ มรณนฺตํ หิ ชวี ติ ํ
ชรมฺปิ ปตฺวา มรณํ เอวํ ธมมฺ า หิ ปาณโิ น
สตั วท์ ง้ั ปวงจกั ตอ้ งตายดว้ ยกนั ทง้ั สนิ้ เพราะชวี ติ มคี วามตาย
เป็นที่สดุ แมอ้ ย่ไู ด้ถึงชรากต็ ้องตายเพราะสัตวท์ ัง้ หลายมีอย่างน้ี
เป็นธรรมดา
85
โลกหมุนรอบตวั เอง
หลวงปู่ได้ปรารภสอนธรรมะในขณะน่ังรถยนต์ไปฉันเช้า
ที่ที่พักสงฆ์เขาป่าซาง อ�าเภอแม่เปิน จังหวัดนครสวรรค์ ไว้ว่า
หลวงปเู่ ขา้ ใจแลว้ วา่ โลกหมนุ รอบตวั เองเปน็ อยา่ งไร ลกู ศษิ ยก์ ไ็ ม่
เข้าใจ หลวงปูไ่ ดอ้ ธิบายว่า โลกหมนุ รอบตวั เอง ได้แก ่ เกิดแล้ว
ก็แก ่ แกแ่ ล้วก็เจบ็ เจบ็ แล้วก็ตาย ตายแลว้ ก็เกดิ เกดิ แล้วกแ็ ก ่
วนไปแบบนเ้ี หมอื นเดมิ ไมส่ น้ิ สดุ ในวฏั สงสาร หมนุ รอบไปเรอ่ื ยๆ
วฏั สงสารท�าหนา้ ท่ตี ลอด ไมเ่ คยวา่ ง
เรอ่ื งความตายนน้ั หลวงปบู่ อกวา่ หลวงปพู่ จิ ารณาความตาย
ทุกวนั เพราะว่าความตายเป็นสถานีสุดท้ายของคนเรา
“มรณาไมเ่ ลอื กวา่ หน่มุ แก่
ตอ้ งตายแท ้ เด็กหนุ่ม ทง้ั กลมุ่ สาว
อยา่ คิดว่าร้อยปช ีวยี าว
ไมค่ วรกลา่ ววา่ โลกน้มี สี ุขพอ”
86
ธรรมและอธรรม
หลวงปูก่ ล่าวสอนวา่
ธรรมะและอธรรมย่อมใหผ้ ลตา่ งกนั
ธรรมะและอธรรมให้ผลเหมือนกันหามไี ม่
การปฏบิ ตั ธิ รรมตอ้ งเรม่ิ จาก ทาน ศลี ภาวนา เหมอื นกบั ตน้ ไม้
ก็ตอ้ งมรี าก ล�าต้น กิง่ ก้าน ใบ ไปเร่อื ยๆ จงึ เปน็ ตน้ ไมท้ ่สี มบูรณ์
อันความสุขที่พบในโลกนี้เป็นความสุขส่วนน้อยเท่านั้น ยังมี
ความสขุ ทมี่ ากกวา่ น ้ี คอื ความสขุ ทไี่ มต่ อ้ งมาเวยี นวา่ ยตายเกดิ ใน
วฏั สงสาร เปน็ ความสขุ ทสี่ มบรู ณไ์ มต่ อ้ งการสง่ิ ใดๆ อกี เลย ดงั คา� พดู
ท่ีหลวงปู่กลา่ วไวว้ า่ “ผหู้ วงั สขุ อนั ไพบลู ย ์ พงึ สละสขุ สว่ นนอ้ ย
ในโลกนเ้ี สยี "
น ห ิ ธมโฺ ม อธมโฺ ม จ อโุ ภ สมวปิ ากโิ น
อธมโฺ ม นริ ยํ เนติ ธมโฺ ม ปาเปติ สคุ ต.ึ
ธรรมความชอบ อธรรมความชว่ั ทง้ั ๒ อยา่ งนม้ี ผี ลไมเ่ สมอกนั
อธรรมย่อมน�าสตั ว์ไปสนู่ รก ส่วนธรรมนา� สตั วไ์ ปสสู่ วรรค์
87
ขันตแิ ละเมตตา
ภายหลงั ฉนั อาหารเชา้ วนั หนง่ึ หลวงปกู่ ลา่ วสอนญาตโิ ยมวา่
คนเราเกดิ แกเ่ จบ็ ตายเหมอื นกนั ทกุ คน ไมเ่ หน็ จะเอาอะไรไปไดเ้ ลย
หลวงปู่เคยกล่าวเกี่ยวกับขันติ (ความอดทน) และเมตตาไว้ว่า
“ถ้าบุคคลใดมีขันติ และเมตตา ไปที่ใดเทวดาก็สรรเสริญ”
นอกจากนหี้ ลวงปยู่ งั กลา่ วอกี วา่ “การไมพ่ ดู นนิ ทาใคร ทำ� ใหจ้ ติ ใจ
เราสงู ขึ้น”
เรอื่ งความโลภ ความโกรธ ความหลง หลวงปเู่ คยกลา่ วไวว้ า่
เคยเห็นกิ้งก่ามนั กัดกนั ในปา่ ชา้ ทงั้ ๆ ทแี่ ผน่ ดนิ กวา้ งใหญไ่ พศาล
ทห่ี ากนิ เยอะแยะ ทำ� ไมตอ้ งมาแยง่ อาหารกนั ดว้ ย แลว้ กลา่ วตอ่ วา่
แมแ้ ตส่ ตั วเ์ ดรจั ฉานมนั กย็ งั มโี ลภ โกรธ หลง มนษุ ยเ์ รากเ็ หมอื นกนั
โลภ โกรธ หลง เยอะมาก คนเราถา้ ทง้ิ หนา้ ท่ี ไมร่ จู้ กั หนา้ ที่ กท็ ะเลาะ
กันเท่านั้นเอง พระเณรท่ีวัดก็เหมือนกัน เกิดเป็นคนต้องรู้จัก
หน้าทข่ี องตัวเอง
มนาโป โหติ ขนฺตโิ ก
ผู้มคี วามอดทน...ยอ่ มเป็นท่ชี อบใจของบุคคลอื่น
โลโก ปตถฺ มภฺ ิกา เมตฺตา
เมตตาเป็นเครอ่ื งค�ำ้ จนุ โลก
88
หลวงปู่เขียนค�ำสอนลงบนกระดาษ
ให้ลกู ศษิ ย์ ญาตโิ ยม
เรามคี วามดี แต่ถ้าไมร่ ักษาความดี
ก็หมดความดีลงไดเ้ ช่นกนั
จติ ทต่ี ั้งไวถ้ ูกแล้ว ยอ่ มเปน็ สขุ ยงิ่ กวา่ เหตใุ ดๆ
จิตทตี่ ัง้ ไว้ผิดแล้ว ยอ่ มพนิ าศยิ่งกว่าเหตุใดๆ
ฆ่าความโกรธได้ ยอ่ มอยู่เป็นสขุ
พ้นจากความโศกได้ ย่อมอยู่เปน็ สุข
ความพรอ้ มเพยี งของหมู่ ใหเ้ กิดสขุ
โกธํ ฆตวฺ า สุขํ เสติ
ฆา่ ความโกรธได้ ย่อมอยเู่ ปน็ สขุ
สขุ า สงฺฆสสฺ สามคคฺ ี สมคคฺ านํ ตโป สุโข สพฺเพสํ สงฆฺ
ภตู านํ สามคฺคี วุฑฒฺ ิสาธกิ าติ
ความสามัคคีของหมู่ท�ำให้เกิดสุข ความเพียรของหมู่ชน
ผพู้ รอ้ มเพรยี งกนั ทำ� ใหเ้ กดิ สขุ ความพรอ้ มเพรยี งของปวงชน ผเู้ ปน็
หมยู่ งั ความเจรญิ ให้ส�ำเรจ็
89
บณั ฑิต
หลวงปู่มกั กล่าวเก่ียวกบั การเป็นบณั ฑิตไวเ้ สมอวา่
คนที่ชอบหาเรอ่ื งคน เขาคดิ วา่ เขาเป็นบณั ฑิต
คนทเี่ ถยี งกนั ใครทสี่ ามารถหยดุ เถยี งไดก้ อ่ น ไมว่ า่ คนๆ นน้ั
จะใหเ้ หตผุ ลถกู หรอื ผดิ กต็ าม คนทห่ี ยดุ เถยี งได้ เรยี กวา่ บณั ฑติ ที่
แทจ้ ริง
บณั ฑติ คอื ผู้ทีท่ ำ� ในส่ิงท่ผี ู้อ่นื ทำ� ไดย้ าก
บัณฑิต คือ ผู้ให้ในสงิ่ ที่ผู้อื่นใหไ้ ด้ยาก
คนพาล รู้ตัววา่ ตวั เองพาล ย่อมเปน็ บัณฑติ
คนพาล คิดว่าตัวเองเป็นบัณฑิต นั่นแหละคนพาล
และกล่าวสรุปว่า บัณฑิต ยอ่ มรักษาอนิ ทรยี ์ของตัวเอง
ปริโยทเปยยฺ อตตฺ านํ จิตตฺ เกฺลเสหิ ปณฑฺ โิ ต
บัณฑิตพงึ ทำ� ตนให้ผ่องแผว้ จากเคร่ืองเศรา้ หมองของจิต
90
วัตถุมงคล
มีผู้สอบถามหลวงปู่เกี่ยวกับความศักด์ิสิทธิ์ของวัตถุมงคล
หลวงปตู่ อบวา่ วตั ถมุ งคลจะศกั ดส์ิ ทิ ธหิ์ รอื ไมข่ น้ึ กบั บคุ คลทม่ี วี ตั ถุ
มงคลนั้นๆ ต้องเคารพศรัทธา ต้องท�ำกรรมดี สร้างบุญกุศล
ไมเ่ บยี ดเบยี นผอู้ นื่ และยงั ไมถ่ งึ เวลาทหี่ มดอายขุ ยั วตั ถมุ งคลนน้ั ๆ
จึงศักด์ิสทิ ธิ์
มีลูกศิษย์ญาติโยมจ�ำนวนมากมากราบหลวงปู่ และบอก
หลวงปู่ว่าได้รอดพ้นอันตรายต่างๆ มาได้เพราะวัตถุมงคลของ
หลวงปู่ หลวงปจู่ ะนงิ่ ไมพ่ ดู เกย่ี วกบั สง่ิ เหลา่ นเี้ ลย ถา้ มผี สู้ อบถาม
บอ่ ยๆ หลวงปกู่ จ็ ะตอบวา่ บญุ และมลี กู ศษิ ยท์ า่ นหนง่ึ เหน็ ผอู้ น่ื มี
วตั ถมุ งคลทห่ี ลวงปเู่ ขยี นจารไว้ และมคี วามคดิ อยากไดบ้ า้ ง จงึ ไป
ซอื้ เหลก็ จารเตรยี มไวพ้ รอ้ มเหรยี ญวตั ถมุ งคล หากมชี ว่ งเวลาเหมาะ
สมจะขอโอกาสหลวงปจู่ ารวตั ถมุ งคลให้ เมอ่ื ไดโ้ อกาสอยกู่ บั หลวงปู่
จงึ คดิ ทจี่ ะนำ� เหลก็ จารและวตั ถมุ งคลออกมาใหห้ ลวงปจู่ าร ยงั ไมท่ นั
ทจ่ี ะเดนิ ออกไป หลวงปกู่ ลา่ วกบั ลกู ศษิ ยท์ า่ นนวี้ า่ “พระพทุ ธเจา้ ตรสั
สอนภกิ ษวุ า่ เธอทง้ั หลายจงมตี นเปน็ เกาะ มตี นเปน็ ทพ่ี ง่ึ อยา่ มี
สง่ิ อนื่ เปน็ ทพี่ ง่ึ คอื มธี รรมเปน็ เกาะ มธี รรมเปน็ ทพี่ งึ่ อยา่ มสี งิ่
อนื่ เปน็ ทพี่ ง่ึ เลย” และหลวงปกู่ ลา่ วเนน้ และหนกั แนน่ ตอ่ ไปอกี วา่
ธรรมคอื อะไร ธรรมคอื ใจ พอลกู ศษิ ยไ์ ดย้ นิ คำ� สอนจงึ ยกมอื ขน้ึ สาธุ
และไมก่ ลา้ นำ� วตั ถมุ งคลและเหลก็ จารออกมาอกี เลย
91
โสฬสปัญหา
ลกู ศษิ ยไ์ ดก้ ราบขอโอกาสถามเกย่ี วกบั โสฬสปญั หา ซงึ่ เปน็
ธรรมชั้นสูงในพระพุทธศาสนามีความละเอียดลึกซ้ึงทั้งในด้าน
อรรถะ คอื ความหมาย ทัง้ ในด้านพยญั ชนะ คือถอ้ ยค�ำส�ำนวน
หลวงปู่ได้เมตตากล่าวว่า หลวงปู่ชอบใจติสสเมตเตยยมาณพ
ปญั หาทกี่ ลา่ ววา่ “ใครชอื่ วา่ เปน็ ผสู้ นั โดษ เตม็ ความประสงคใ์ น
โลกน้ี ความหวัน่ ไหวของใครไมม่ ี ใครรู้ที่สดุ ทง้ั ๒ ด้วยปญั ญา
ไม่ติดอยู่ในท่ามกลาง พระองค์ตรัสเรียกใครว่าเป็นมหาบุรุษ
ใครลว่ งเครอ่ื งผกู ร้อยรดั ใจหรือเย็บรอ้ ยใจได”้ ดงั นี้
พระบรมศาสดาไดต้ รสั ตอบปญั หานี้ มคี ำ� แปลโดยใจความวา่
“ภกิ ษคุ อื ผทู้ �ำลายกเิ ลส ซงึ่ มพี รหมจรรยป์ ระพฤตพิ รหมจรรย์
ส�ำรวมในกามทงั้ หลาย ปราศจากความดน้ิ รนทะยานอยาก มสี ติ
ทกุ เมอื่ พจิ ารณาเหน็ ตามความเปน็ จรงิ จงึ ดบั เครอ่ื งเศรา้ หมอง
ดับทุกขเ์ สียได้ ชอ่ื ว่าเป็นผูส้ นั โดษ เต็มความประสงค์ในโลกน้ี
เป็นผู้ไมม่ คี วามหว่นั ไหว เปน็ ผู้รูท้ ส่ี ดุ ทง้ั ๒ ด้วยปัญญา ไมต่ ดิ
อยใู่ นทา่ มกลาง เราเรยี กวา่ เปน็ มหาบรุ ษุ ลว่ งเครอื่ งผกู เยบ็ รอ้ ย
ใจได้” ดังน้ี
92
ความดยี ่อมไมด่ ับสญู
ชว่ งวนั หยดุ เสาร์ – อาทติ ย์ กลมุ่ ลกู ศษิ ยไ์ ดม้ าชว่ ยกนั ทำ� ความ
สะอาดบรเิ วณหนา้ กฏุ หิ ลวงปู่ เกบ็ กวาดหยากไยผ่ นงั เพดาน เชด็ ถู
พนื้ ลกู กรง ผนงั กฏุ ิ ทกุ คนตงั้ ใจชว่ ยกนั ทำ� อยา่ งขะมกั เขมน้ ไมใ่ ห้
เสยี งดงั รบกวนหลวงปู่ ลกู ศษิ ยอ์ กี ชดุ หนง่ึ ไปรอื้ ตใู้ สร่ องเทา้ คอ่ ยๆ
เชด็ ทำ� ความสะอาดภายในตแู้ ละรองเทา้ ของหลวงปู่ พลนั สายตาก็
เหน็ เศษกระดาษอยดู่ า้ นในตู้ กเ็ ลยหยบิ มาดเู หน็ เปน็ ลายมอื กจ็ ำ� ได้
ทนั ทวี า่ เป็นลายมอื หลวงปกู่ ระดาษยังใหมอ่ ยู่ เขียนไวว้ ่าความดี
ยอ่ มไมด่ บั ศนุ ย์ (สญู ) ทกุ คนตะลงึ ตนื้ ตนั ใจและอศั จรรยใ์ จมากวา่
กระดาษแผน่ นม้ี าอยใู่ นตใู้ สร่ องเทา้ ไดอ้ ยา่ งไรเหมอื นกบั วา่ หลวงปู่
จะตงั้ ใจสอนใหล้ กู ศษิ ยท์ กุ คนหมนั่ ทำ� ความดี อยา่ งเชน่ รว่ มใจกนั
มาทำ� ความสะอาดกฏุ ิครัง้ นี้
ต่อมาได้มอบกระดาษค�ำสอนแผ่นนี้แก่ลูกศิษย์ที่มาจาก
กรงุ เทพฯ และเคารพศรทั ธาหลวงปู่ ลกู ศษิ ยท์ า่ นนไ้ี ดม้ โี อกาสกราบ
หลวงปู่คร้ังแรกที่ปั๊มน้�ำมันจังหวัดมหาสารคามโดยรู้จักหลวงปู่
ทางโซเชียลมีเดียที่บอกว่าหลวงปู่เป็นพระปฏิบัติดีอยู่จังหวัด
นครสวรรค์ ทราบเพียงชื่อและรูปภาพที่เห็นเท่าน้ัน คราวเมื่อ
หลวงปู่เดินทางไปงานพระราชทานเพลิงศพพระเทพวิสุทธิมงคล
หรอื หลวงปศู่ รี มหาวโี ร พระเถระฝา่ ยวปิ สั สนาธรุ ะ วดั ประชาคม
วนาราม จงั หวดั รอ้ ยเอด็ ซง่ึ ลกู ศษิ ยท์ า่ นนแ้ี ละครอบครวั ญาตพิ นี่ อ้ ง
93
ได้เดินทางมากราบและร่วมท�ำบุญเป็นเจ้าภาพกฐินที่วัดหลวงปู่
และไดม้ โี อกาสมากราบหลวงปเู่ ปน็ ระยะๆ จนถงึ ปจั จบุ นั ทา่ นได้
กลา่ วถงึ หลวงปดู่ ว้ ยความเคารพไวว้ า่ ไดม้ ากราบหลวงปคู่ รง้ั แรก
ท่ีวัดก่อนงานกฐิน ในเวลาเย็นได้เดินชมโบสถ์ท่ีก�ำลังก่อสร้าง
ได้เห็นหลวงปู่นั่งอยู่บนเก้าอ้ีเหล็ก เล็กๆ เก่าๆ คุยกับช่าง
บนลานพื้นที่ปรับปรุงมีท้ังฝุ่น ทราย และเศษดิน พอทราบว่า
เป็นหลวงปู่เท่านั้นคณะท่ีเดินทางมาด้วยกันก็ตรงร่ีเข้าไปกราบ
หลวงปู่ เหมือนหมู่ผ้ึงรุมบินเข้าไปล้อมหลวงปู่จนเต็มไปหมด
ทุกคนน่ังบนพื้นที่มีฝุ่น ทราย และเศษดิน ด้วยความเต็มใจ
และดใี จ ไดม้ โี อกาสนงั่ คยุ และฟงั ธรรมะจากหลวงปอู่ ยา่ งมคี วามสขุ
นำ้� เสยี งของหลวงปรู่ า่ เรงิ ยงิ่ ตอนทห่ี ลวงปหู่ วั เราะ ดวงตาหลวงปู่
เปน็ ประกายแสดงใหเ้ หน็ ถงึ ความเมตตาของหลวงปอู่ ยตู่ ลอดเวลา
ระยะเวลาหลายปผี า่ นมา หลวงปยู่ งั คงมวี ตั รปฏบิ ตั แิ บบเรยี บงา่ ย
และอดทนเหมอื นเดมิ ถงึ แมว้ า่ ธาตขุ นั ธห์ ลวงปจู่ ะแปรปรวนตาม
อายุ แตจ่ ิตใจของหลวงปเู่ ปรยี บเหมอื นเพชร ได้แสดงความเป็น
ปกติที่เหนือความเป็นปกติได้อย่างอัศจรรย์ใจ เชื่อว่าเป็นผลท่ี
จริงจังในข้อวัตรปฏิบัติของหลวงปู่ท่ีแสดงให้ศิษย์เห็น จนม่ันใจ
แลว้ วา่ ... ความดยี ่อมไมด่ บั ศุนย์ (สูญ) ...
ยาทสิ ํ วปเต พีช ํ ตาทสิ ํ ลภเต ผลํ
กลฺยาณการี กลฺยาณ ํ ปาปการี จ ปาปกํ.
บคุ คลหว่านพืชเช่นใด ย่อมได้ผลเชน่ นั้น ผู้ทำ� กรรมดี ย่อม
ไดผ้ ลดี ผ้ทู �ำกรรมชว่ั ย่อมไดผ้ ลชั่ว.
94
ทันหลวงปหู่ ลวงพ่อรนุ่ เกา่
นานๆ คร้ังหลวงปู่จะได้กล่าวเล่าให้ลูกศิษย์ฟังถึงหลวงปู่
หลวงพ่อครอู าจารยร์ นุ่ เก่า หลวงปู่เคยกลา่ ววา่ หลวงปูห่ วนคิดถึง
ครง้ั หลงั เรากท็ นั คนรนุ่ เกา่ เชน่ หลวงพอ่ ทองสขุ สจุ ติ โฺ ต (พระครู
อดุ มธรรมคณุ ) วดั ปา่ สทุ ธาวาส จงั หวดั สกลนคร ซงึ่ หลวงพอ่ ทองสขุ
เจา้ อาวาสวดั ปา่ สทุ ธาวาส เปน็ บคุ คลสำ� คญั ในการจดั งานศพของ
ท่านพระอาจารย์ม่ัน ภูริทตฺโต เมื่อปลายเดือนมกราคม พ.ศ.
๒๔๙๓ ภายหลงั ทที่ ่านไดม้ รณภาพเมอ่ื เดือนพฤศจกิ ายน พ.ศ.
๒๔๙๒ ซงึ่ บรเิ วณสถานทถ่ี วายเพลงิ ศพพระอาจารยม์ นั่ ภรู ทิ ตโฺ ต
ต่อมาได้ก่อสร้างเป็นพระอุโบสถขึ้นมา หลวงปู่ลีกล่าวว่าได้มี
โอกาสกราบหลวงพอ่ ทองสขุ ชว่ งระหวา่ งการสรา้ งอโุ บสถ ซงึ่ คาด
95
วา่ น่าจะเปน็ ช่วงประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๓ ก่อนทห่ี ลวงปู่ลี จะเดนิ
ธดุ งค์ต่อไปยังอ�ำเภอโคกสำ� โรง จงั หวัดลพบรุ ี
หลวงปลู่ ไี ดเ้ คยกลา่ วอกี วา่ ไดม้ โี อกาสไปชว่ ยหลวงปเู่ มตตาหลวง
(หลวงปู่สิงห์ สุนทโร) ซ่ึงท่านเป็นลูกศิษย์ท่านพ่อลี ธมฺมธโร
และหลวงปขู่ าว อนาลโย หลวงปเู่ มตตาหลวงทา่ นเคยอยวู่ ดั ปา่ มหาวนั
อ�ำเภอน�้ำพอง จงั หวดั ขอนแก่น สมยั นน้ั หลวงปลู่ ีเป็นสามเณรได้
ไปช่วยหาฟืนมาหลอ่ พระพทุ ธรูป หลวงปูเ่ มตตาหลวง ท่านเปา่
นกหวีดเวลาท�ำงาน
หลวงปลู่ ไี ดพ้ าลกู ศษิ ยไ์ ปกราบพระเจดยี ห์ ลวงปขู่ าว อนาลโย
วดั ถำ้� กลองเพล จงั หวดั หนองบวั ลำ� ภู ซง่ึ ไดม้ โี อกาสเดนิ ดสู ถานท่ี
ตา่ งๆ ภายในวดั หลวงปูล่ ีก็ช้ใี หล้ กู ศิษยด์ ูหอ้ งสรงน�ำ้ วา่ คร้ังหนึ่ง
ได้มโี อกาสถวายสรงนำ�้ หลวงปู่ขาวท่หี ้องนำ้� น้ี
หลวงปลู่ ี ไดเ้ คยกลา่ วอกี วา่ เคยนงั่ รถไฟและไดเ้ หน็ พระสงฆ์
ทอ่ี ยูบ่ นรถไฟขบวนนั้น คิดว่าน่าจะเป็นท่านพ่อลี ธมฺมธโร (ท่าน
พ่อลี ธมฺมธโร มรณภาพ พ.ศ. ๒๕๐๔)
.....ฯลฯ....
96
ความเปน็ มิตร
ครั้งหน่ึงมีคณะศิษย์หลวงปู่มาปรึกษา วางแผนเรื่องงานที่
จะท�ำในวดั พรอ้ มหนา้ พรอ้ มตากันหลายคน หลวงปูไ่ ด้กล่าวเร่ือง
ความเปน็ มติ รต่อหนา้ คณะศิษย์ ดังน้ี
สหายยอ่ มเป็นมิตรของคนทม่ี ีธุรกจิ เกิดขึ้น
หม่เู กวยี นเป็นมติ รของคนเดนิ ทางไกล
บญุ เป็นมิตรตดิ ตัวไปในภพหน้าเม่ือยามตายไป
ความเปน็ มติ รจะมขี น้ึ ไดด้ ว้ ยไมตรจี ติ ความรกั ใครห่ วงั ดตี อ่ กนั
ไมตรีน้ีเป็นคุณธรรมส�ำคัญ ไม่เพียงแต่ท�ำบุคคลผู้เกี่ยวข้องกัน
ให้เป็นมิตรกันเท่านั้น แม้คนอื่นต่อคนอ่ืนก็สามารถผูกพันจูงใจ
ให้เป็นมิตรกันได้ หลวงปู่มักจะยกพุทธพจน์หรือค�ำสอนของ
พระพุทธเจ้ามากล่าวเสมอ โดยจะยกค�ำสอนตามแต่เหตุการณ์
ท่ีปรากฏ บางครั้งน่ังรถยนต์ไปกับหลวงปู่ท่านก็จะชี้ให้ดูต้น
มะละกอซง่ึ ตน้ มนั เลก็ มาก แตม่ ลี กู ประมาณ ๑๐ กวา่ ลกู หลวงปู่
กพ็ ดู วา่ ถงึ ลกู มนั จะเยอะแตม่ นั กไ็ มท่ งิ้ ลกู มนั แมแ้ ตล่ กู เดยี ว นา่ รกั
ดนี ะ หลวงปพู่ ดู อยา่ งนนั้ ซงึ่ พระสงฆท์ ต่ี ดิ ตามไปกไ็ ดพ้ จิ ารณาวา่
หลวงปสู่ อนใหม้ เี มตตา โดยทคี่ วามเมตตาของหลวงปนู่ น้ั เสมอกนั
หมด ไมว่ า่ จะเปน็ พระสงฆห์ รอื ฆราวาส บางครงั้ ลกู ศษิ ยม์ ปี ญั หา
ไมเ่ ขา้ ใจกนั เถยี งกนั หลวงปกู่ จ็ ะพดู วา่ ดตู น้ มะมว่ งหลงั กฏุ มิ นั ใหญ่
แสนใหญแ่ ต่ลูกมันก็เล็กทกุ ลูกเลย ไมส่ มส่วนกัน หลวงปมู่ ักจะ
97
สอนใหล้ กู ศษิ ยพ์ จิ ารณาแกป้ ญั หาตา่ งๆ โดยใชป้ ญั ญา และหลวงปู่
เคยกลา่ วไว้วา่ คนเราแตล่ ะคนไมเ่ หมือนกัน บางคนก็ผอม บาง
คนกอ็ ้วน บางคนผอมอยากอ้วน บางคนอ้วนอยากผอม หลวง
ปู่บอกวา่ มนั เปน็ อยา่ งน้เี อง โลกเรานี้มนั ไมส่ มดลุ เปรยี บเราน�ำ
กอ้ นหนิ ไปทงิ้ ลงมหาสมทุ รไมม่ วี นั เตม็ ไดฉ้ นั ใด เรากไ็ มอ่ าจทำ� ให้
ทกุ คนเหมอื นกันไดฉ้ นั นั้น
ปุญฺญานิ ปรโลกสมฺ ึ ปติฏฐา โหนตฺ ิ ปาณินํ
บุญเปน็ ทพ่ี ึ่งของสตั ว์ในโลกหน้า.....
98
ถา้ รู้จกั ให้อภัย ความโกรธกห็ ายไป
มชี ายคนหนงึ่ เลา่ ใหล้ กู ศษิ ยห์ ลวงปฟู่ งั วา่ โกรธเคอื งคนผหู้ นง่ึ
และความโกรธความไมพ่ อใจกย็ งั อยทู่ ใ่ี จไมห่ ายสกั ที เมอื่ มโี อกาส
กเ็ ดนิ ทางจะมากราบหลวงปู่ ในใจกพ็ จิ ารณาถงึ ความขนุ่ เคอื งของ
อารมณ์โกรธ บังเอิญวันนั้นก็มาเจอคนท่ีท�ำให้ตัวเองโกรธและ
ไม่พอใจที่วัดบริเวณหน้ากฏิหลวงปู่พอดี ทันใดท่ีเจอกันต่างคน
กต็ ่างขอโทษและใหอ้ ภยั ซ่งึ กนั และกัน บงั เอญิ เหมอื นกันหลวงปู่
เปิดประตูกุฏิออกมาพอดี พอได้กราบนมัสการหลวงปู่ หลวงปู่
ก็พูดว่าหลวงปู่มีน้�ำพริกอยู่ถ้วยหน่ึงมีต้นหญ้าอยู่ในถ้วยน�้ำพริก
ถ้าน�ำน้�ำพริกไปท้ิงทั้งถ้วยก็ไม่ได้กิน แต่ถ้าหยิบต้นหญ้าออกท้ิง
ไป นำ�้ พรกิ ในถว้ ยนน้ั กย็ งั กนิ ไดอ้ ยู่ หลวงปจู่ ะสอนเปรยี บเทยี บให้
99