The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลวงปู่อว้าน เขมโก

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wonchai890, 2021-03-07 23:26:52

หนังสือ ปญฺญารตนํ

หลวงปู่อว้าน เขมโก

Keywords: ชีวประวัติ หลวงปู่อว้าน

คำ� นำ�

“ประวตั ขิ องเรากไ็ มไ่ ดม้ อี ะไรมากมายหรอก เราเปน็ ลกู กำ� พรา้ อยใู่ นครรภ์ ๕ เดอื น
พอ่ กต็ าย เกดิ ออกมาก็ไมไ่ ดเ้ ห็นหนา้ พ่อ

ความจรงิ ทเี่ ราตงั้ ใจไวค้ อื ไมอ่ ยากใหอ้ อก อยากใหอ้ อกตอนเราตายแลว้ เพราะถา้
ออกไปตอนน้ีแล้วคนจะรู้จัก สังขารร่างกายของเราจะรับไม่ไหว เราไม่สะดวก
นิสยั เราอยากอยแู่ บบอนาถาเงยี บๆ ไม่มีอะไรแหละ อยู่แบบอนาถานะ่ มันสบาย
ไมม่ ใี ครมายงุ่ แตถ่ า้ เหน็ วา่ ประวตั แิ ละธรรมะของเรานนั้ จะพอเปน็ ประโยชนต์ อ่ คน
ท่สี นใจอยบู่ ้างแล้ว จะท�ำออกมาก็แล้วแต่จะพากนั ท�ำ เราอนญุ าต”

ชวี ประวตั ิ ปฏปิ ทา และพระธรรมเทศนา ของพอ่ แมค่ รอู าจารยผ์ ทู้ ผี่ า่ นการประพฤติ
ปฏบิ ตั มิ าอยา่ งโชกโชนจนชำ� นาญรแู้ จง้ เหน็ จรงิ ในอรยิ สจั ธรรมนน้ั นบั วนั ยง่ิ มจี ำ� นวน
น้อยลงไปทุกที หลวงปู่อว้าน เขมโก เป็นหนึ่งในพ่อแม่ครูอาจารย์ที่มีปกติต้ังอยู่
ในกายวิเวก รกั สงบ ปรารภความเพียร ต้ังมั่นในธรรม ทา่ นพยายามเทศนาส่ังสอน
และนำ� พาหมลู่ กู ศษิ ยใ์ หร้ กั ษาและสบื สานไวซ้ ง่ึ ธดุ งควตั ร อนั เปน็ มรดกทคี่ รบู าอาจารย์
ร่นุ ก่อนๆ ไดว้ างเอาไวด้ ้วยดีเสมอมา เพ่อื ม่งุ หวังให้เปน็ แนวทางอนั จะก่อประโยชน์
ใหแ้ กบ่ คุ คลผสู้ นใจใฝศ่ กึ ษาในการประพฤตปิ ฏิบัติธรรมตอ่ ไป

ด้วยเหตุฉะน้ี คณะศิษยานุศิษย์จึงได้กราบขออนุญาตจัดพิมพ์หนังสือชีวประวัติ
ปฏิปทา และพระธรรมเทศนา ขององค์หลวงปขู่ ้นึ เพ่ือบชู าพระคุณและรกั ษามรดก
ธรรมขององค์ท่านไว้ใหอ้ ยู่ตราบนานเท่านาน

ในท้ายท่ีสุดน้ี หากการจัดท�ำหนังสือเกิดความผิดพลาด บกพร่อง หรือประมาท
พลาดพล้ังด้วยประการใดๆ คณะผู้จัดท�ำกราบขอขมาต่อองค์หลวงปู่อว้าน เขมโก
มา ณ โอกาสน้ดี ว้ ยเทอญ

คณะศิษยห์ ลวงปู่อว้าน เขมโก

สารบญั

ชีวประวตั ิและปฏิปทาค�ำสอน ๗ มลู กรรมฐานค�ำสอนของพระอุปชั ฌาย ์ ๔๗
ไม่ใช่เรื่องงา่ ย
ถือก�ำเนิด ๘ ทางลดั คอื ทางหลง ๔๘
โยมพ่อ
โยมแม่ ๑๐ ทุกอยา่ งตอ้ งอาศยั ความเพียร ๕๑
กมฺมพนฺธุ
ชาตปิ ิ ทกุ ขฺ า ๑๑ ปัจจยั ๔ สำ� หรบั เพศบรรพชติ ๕๒
เปน็ ลูกเปน็ หลานเพ่นิ
ผปี อบเข้า ๑๒ ข้อปฏิบตั คิ อื การขัดเกลาฟอกฝนจติ ๕๕
อาหารทพิ ย ์
เสนาสนะป่าบ้านนามน ๑๓ เทวดาอนุโมทนาผู้มขี อ้ วตั รด ี ๕๗
กราบหลวงปู่ม่ันท่ีบา้ นหนองผอื
นายช่างเหลก็ ๑๔ ใหส้ ร้างไวใ้ นใจ ๕๘
ไม่หวง ไม่กัด
ทุกอย่างมีความหมาย ๑๖ เพียรสร้างตัวของเราให้เป็นพระ ๖๐
บวชเณร
หลวงป่บู ญุ หนา ๑๗ ตอบแทนคุณชาวบา้ น ๖๑
ผา่ นมาเหมอื นกัน
ใหเ้ คารพของสงฆ ์ ๑๙ สอนใจตวั เอง ๖๒
ท่านรทู้ ่านเห็น
ขอให้ไดก้ ลบั มาบวชอกี ๒๐ กลัวอะไร ๖๔
รบั ใช้ชาต ิ
เขมโก ภิกขฺ ุ ๒๓ ภาวนาดดู ด่มื กว่า ๖๖
อทุ ศิ แดพ่ ระศาสนา
๒๗ หลวงตาสงา่ ๖๘

๒๘ เท่ียววิเวกกบั หลวงป่กู งมา ๗๑

๒๙ ผบี ้า ผปี อบ ๗๒

๓๒ เพิ่นให้ระวงั ๗๓

๓๓ ยาของพระพทุ ธเจ้าเปน็ อย่างน้ี ๗๖

๓๔ พระพทุ ธเจ้าทรงบัญญัติธรรมะ

๓๕ ออกจากกายและจิต ๘๐

๓๖ ราคจริต ๘๒

๓๘ ถา้ เป็นปัจจัยเพ่อื รูแ้ ลว้ ไม่ผดิ ทาง ๘๔

๔๐ เทย่ี วภายในกายนคร ๘๖

๔๒ ค�ำว่ากาย ๘๘

๔๖ ธรรมท้งั ปวงมารวมอยู่ในไตรลักษณ์ ๙๑

พจิ ารณาให้ชำ� นิช�ำนาญ ๙๔ หลวงพอ่ แบนมาสร้างให้ ๑๔๑

หลวงปกู่ งมาละขันธ์ ๙๖ ปรากฏให้ร ู้ ๑๔๒

อยวู่ ัดดอยฯ ๙๘ นมิ ติ มีทัง้ จรงิ ทั้งหลอก ๑๔๕

ในหลวงเสดจ็ ๑๐๐ ธรรมไม่ได้อยู่ในต�ำรา ๑๔๗

คูหา (ถ�้ำ) ของนกั ปฏิบัต ิ ๑๐๑ รเู้ ห็นทางดบั ทุกข์จงึ เรียกวา่ มาถกู ทาง ๑๔๙

ไม่มีนิสยั ไปทางน้นั ๑๐๕ ปญฺารตนํ ๑๕๐

องค์อน่ื บ่มี ๑๐๘ กง่ิ กา้ นดอกใบ ประมวลพระธรรมเทศนา

หลวงปอู่ ่อน ๑๐๙ (อบรมพระ) ๑๕๓

อบุ ายทรมานลูกศิษยข์ องหลวงปู่มนั่ ๑๑๑ อย่าถือตามประเพณี ประมวลพระธรรมเทศนา

เจา้ คณุ อาจารยส์ งิ ห์ ๑๑๒ (อบรมฆราวาส) ๑๗๗

ญาณสริ ิ ๑๑๔ พระอโุ บสถ ๒๐๔

เพิน่ พาทำ� ๑๑๕ มองดคู รู ๒๐๖

ให้จติ ตน่ื ตวั ๑๑๖ หลวงปมู่ ัน่ พาทำ� ๒๐๘

ไม่ใช่วชิ าน�ำออกจากทุกข์ ๑๑๙ ผา้ กฐนิ เพื่อบรวิ าร ผ้าปา่ เพื่อพน้ ทกุ ข์ ๒๑๐

เบ้อื งต้นดีแลว้ ท่ามกลางก็ดี ช่วยพ่อชว่ ยแมเ่ รา ๒๑๔

ทสี่ ดุ กด็ ี ๑๒๐ วดั บา้ นนามน เราไม่ลืม ๒๑๕

เฝา้ ไขห้ ลวงปขู่ าว ๑๒๒ บุญสามแดนโลกธาตุ ๒๑๖

เทศน์อยา่ งนี้มเี พยี งคร้งั เดยี ว ๑๒๔ มรดกของครบู าอาจารย์ ๒๑๘

มงคลสถานของเรา ๑๒๗ พระมหาธาตุเจดีย์ ๒๒๐

วดั ป่านาคนมิ ติ ต์ ๑๓๐ ผ้าปา่ ทองค�ำ ใจทองค�ำ ๒๒๔

ไวค้ ู่กับวัดปา่ สุทธาวาส ๑๓๑ ประมวลภาพ หลวงปูอ่ วา้ น เขมโก ๒๒๙

เราจะก้คู นื มาให้หมด ๑๓๒ ล�ำดับการจำ� พรรษา

ใชข้ ันตธิ รรมเป็นเคร่อื งต่อส ู้ ๑๓๔ หลวงป่อู วา้ น เขมโก ๒๓๙

เราองคเ์ ดียว ๑๓๖



ชีวประวตั แิ ละปฏิปทาคำ� สอน

หลวงปอู่ ว้าน เขมโก

วดั ปา่ นาคนมิ ิตต์ จงั หวัดสกลนคร

7

ชวี ประวัตแิ ละปฏิปทาคำ� สอน

ไมใ่ ชเ่ รอื่ งง่าย

กวา่ พวกเราจะไดส้ งั ขารรา่ งกายมาเกดิ เปน็ มนษุ ยน์ มี้ นั ยากแสนยาก ในเมอื่ ไดม้ าเกดิ
เป็นมนุษย์แล้วท่านจึงไม่ให้ประมาท ถ้าประมาทแล้วมันก็จะรักษาไว้ไม่ได้แหละ
ความเปน็ มนษุ ยน์ ะ่ มนั จะเปลยี่ นไป มนั จะเขา้ ไปเกดิ ในสงั ขารรา่ งกายของสตั วอ์ ะไร
ต่างๆ ได้ทั้งน้นั แหละ

ทุกๆ คนมีอานิสงส์ของทานและศีลแต่เก่ามา จึงได้มาเกิดเป็นมนุษย์ในปัจจุบันนี้
นแ่ี หละเปน็ สง่ิ ทเี่ ราจะไดพ้ ง่ึ อาศยั นะ ลว้ นแตเ่ ปน็ ของเกา่ ทง้ั หมด เปน็ ของเกา่ ทเี่ ราได้
สรา้ งมาไวแ้ ตอ่ ดตี ปพุ เพฯ โนน้ ของเกา่ นท้ี งิ้ ไมไ่ ด้ ของเกา่ มแี ลว้ ทา่ นใหเ้ คารพรกั ษาไว้
ไมใ่ หม้ นั เสอ่ื มไป และถา้ ของใหมย่ งั ไมเ่ กดิ ไมม่ กี ด็ ี ทา่ นกใ็ หแ้ สวงหาเอาใหเ้ กดิ ใหม้ ขี น้ึ
ถา้ เราไม่แสวงหาเอา เราจะกลายเปน็ มนษุ ยส์ ญู เปล่านะ สมบตั ใิ นโลกมนษุ ย์มเี ตม็
ไปหมด แตเ่ รากไ็ มส่ ามารถควา้ เอาสมบตั อิ ะไรทจ่ี ะตดิ ตวั เราไปไดเ้ ลย เรากไ็ ปตวั เปลา่
กลับมาเกิดอีกกม็ าตวั เปลา่ มาตัวเปลา่ นั่นแหละไม่มีทพ่ี ึ่งนะ ทกุ คนเกิดมากพ็ ่งึ ทาน
พงึ่ ศลี ของตวั เรานน่ั แหละ พงึ่ ของเกา่ ทงั้ หมด ของเกา่ ไมม่ ไี มไ่ ด้ พวกเรามที านแลว้ ก็
ต้องเคารพในศลี ศีลทางกาย ศลี ทางวาจา ศีลทางใจ สรา้ งใหส้ ะอาดบรสิ ทุ ธ์ไิ ม่ให้มี
เครือ่ งมัวหมอง

ศีลเป็นธรรมท่ีพระพุทธเจ้าท่านห้ามเอาไว้ เป็นข้อห้ามเป็นเคร่ืองก้ันไม่ให้ตกไปใน
ท่ชี ่ัวทีพ่ ระพทุ ธเจ้าประทานไว้กว็ า่ ได้

ถา้ คนไหนประมาทไมเ่ คารพในศีลแล้ว กเ็ ทา่ กบั ว่าไมร่ กั ษาความเป็นมนษุ ย์ของตน
ประมาทในสังขารของความเป็นมนุษย์ของเราเสียแหละ แล้วเราจะได้สังขารอะไร
ในอนาคตข้างหน้าน่ะ มันจะไม่ได้สังขารร่างกายความเป็นมนุษย์อีกนะ
สัตว์ทุกประเภทเขาก็สามารถจะหมุนมาเกิดเป็นมนุษย์ได้เหมือนกันทั้งหมด เราก็
สามารถหมุนไปเกิดในสังขารร่างกายของสัตว์ต่างๆ ได้ทั้งหมดเหมือนกันน่ันแหละ
ฉะน้นั ศลี จงึ มคี วามสำ� คัญตอ่ มนุษยม์ าก

8

หลวงปอู่ วา้ น เขมโก

9

ชีวประวตั แิ ละปฏปิ ทาค�ำสอน

ถอื กำ� เนดิ

หลวงปอู่ วา้ น เขมโก ทา่ นถอื กำ� เนดิ ในสกลุ ศรบี ญุ โฮม เมอื่ วนั จนั ทรท์ ี่ ๒๗ พฤษภาคม
พ.ศ. ๒๔๗๘ ตรงกบั วันแรม ๑๐ ค่ำ� เดอื น ๖ ปีกุน ณ บา้ นนามน ตำ� บลตองโขบ
อำ� เภอโคกศรีสพุ รรณ จงั หวัดสกลนคร
บดิ าชอ่ื นายออ ศรีบุญโฮม มารดาชือ่ นางค�ำตา ศรบี ญุ โฮม ทา่ นมีพีน่ อ้ งรว่ มบดิ า
มารดาเดยี วกัน ๕ คน โดยหลวงปเู่ ปน็ คนสุดท้อง
หลวงปู่อ่าง ญาณุตตโม (มรณภาพ) นายโอม ศรีบุญโฮม (เสยี ชวี ิตแล้ว)
นางเอยี น สิงห์ค�ำมา (เสยี ชีวิตแล้ว) นายอว่ ม ศรบี ุญโฮม (เสยี ชีวิตแล้ว)
หลวงป่อู ว้าน เขมโก

10

หลวงปู่อว้าน เขมโก

หลวงปเู่ สาร์ กนั ตสโี ล

โยมพ่อ

หลวงปเู่ สาร์ (กนั ตสโี ล) ทา่ นไปวเิ วกทไี่ หน ภายหลงั หลวงปมู่ น่ั (ภรู ทิ ตั โต) จะตามไป
ทน่ี นั่ บา้ นนามนน้ี หลวงปเู่ สารเ์ ทย่ี วรกุ ขมลู มากอ่ น หลวงปมู่ นั่ คอ่ ยตามมาจำ� พรรษา
ทีหลัง แต่ก่อนมีแต่ดงมีแต่ป่าหมดแหละแถวนี้ หลวงปู่เสาร์ได้มาปักกลดตรง
ใตต้ น้ มะมว่ งปา่ (บรเิ วณทส่ี รา้ งพระเจดยี )์ ภายหลงั หลวงปมู่ น่ั ตามมา เหน็ วา่ มนั ใกล้
กบั วดั บา้ นเกนิ ไป เพน่ิ เลยยา้ ยมาอยตู่ รงน้ี (บรเิ วณพระอโุ บสถ) พอ่ นะ่ ตามทเ่ี ขาเลา่
ใหเ้ ราฟงั สว้ มอนั นเ้ี ปน็ สว้ มทหี่ ลวงปเู่ สาร์ หลวงปมู่ น่ั เพน่ิ ใช้ เขาวา่ “พอ่ ครบู าผเู้ ดยี ว
เปน็ คนทำ� ขดุ ลกึ ถงึ หกศอกพนู้ นะ่ สว้ มนะบไ่ ดแ้ มน่ ตนื้ ๆ” มแี ตพ่ อ่ ละ่ มาอปุ ฏั ฐากมา
รบั ใช้หลวงปเู่ สาร์ หลวงปูม่ ่ัน ชาวบ้านคนอ่ืนเขากลวั เขาบ่มาใกลด้ อก แตพ่ อ่ บ่กลัว
สว้ มเกา่ นะ่ อยขู่ า้ งๆ กฏุ เิ บอร์ ๒ นแ่ี หละ เมอื่ กอ่ นเปน็ สว้ มปลอ่ ย ทงั้ วดั มสี ว้ มหอ้ งเดยี ว
ตอนหลวงปเู่ สารอ์ ยวู่ ดั ปา่ สทุ ธาวาส อา้ ยชายใหญเ่ ลา่ วา่ พอ่ เอาลกู ชายลกู สาวนงั่ เกวยี น
ไปกราบหลวงป่เู สาร์อย่วู ัดปา่ สทุ ธาวาส มีแต่พอ่ นน่ั แหละอปุ ฏั ฐาก

11

ชวี ประวตั แิ ละปฏปิ ทาคำ� สอน

นางค�ำตา ศรีบุญโฮม มารดาของหลวงปู่ พธิ ีประชมุ เพลิงศพ คุณแม่ค�ำตา ศรบี ุญโฮม
เสียชวี ิตอายุ ๙๓ ปี วันที่ ๕ ตลุ าคม พ.ศ. ๒๕๓๐ ณ วดั ปา่ นาคนมิ ติ ต์

โยมแม่

โยมแม่น่ะ เวลาใส่บาตรจะต้องใส่อาหารใส่กับพร้อมทุกวันนั่นแหละ ถ้าไม่มีแกง
กห็ าผกั ต�ำแจ่วแทนล่ะ ใสบ่ าตรไม่มีใสข่ ้าวเปลา่ ๆ อย่างเดียวหรอก ตอ้ งมีกบั ถ้าไมม่ ี
อะไรเลยกต็ ้องหาเก็บผักมาต้มมานง่ึ มผี กั แลว้ ก็ตอ้ งมีพริก ตำ� น้�ำพริกหอ่ ใส่ใบตอง
เพราะสมยั ก่อนไม่มีถงุ พลาสตกิ

หลวงปหู่ ลยุ (จนั ทสาโร) ทา่ นเปน็ คนเมอื งเลย ถา้ วนั ไหนโยมแมต่ ำ� พรกิ ใสบ่ าตรเนย่ี
ท่านฉันไม่เหลือเลยนะ ฉันหมดเลย ท่านชอบ ต�ำพริกใส่บาตรวันไหนไม่เหลือ
สกั ครง้ั เลย อะไรๆ กม็ เี หลือออกมาอยู่ แตว่ ่าตำ� พริกนีจ้ ะหมดเกือบทกุ องคน์ ะ

12

หลวงปอู่ ว้าน เขมโก

กมมฺ พนฺธุ

เราเกดิ มากเ็ ปน็ กำ� พรา้ พอ่ บเ่ หน็ หนา้ พอ่ อยใู่ นครรภ์ ๕ เดอื น พอ่ ตาย พอ่ เปน็ คนยงั ไง
ไมเ่ คยเหน็ แหละ ทเ่ี ราเปน็ กำ� พรา้ นะ่ เปน็ มาจากกรรม กรรมทพ่ี รากลกู นกลกู หนเู อามา
เลยี้ งชพี นะ่ นกเขาทำ� เรอื นทำ� รงั ตวั เมยี ฟกั ไข่ ตวั ผวั ไปหาอาหารมาเลย้ี ง เรากไ็ ปจบั
ตัวผัวมันมาท�ำเป็นอาหารซะ ตัวเมียที่ฟักไข่เลี้ยงลูกเลยอยู่เป็นทุกข์ล่ะ สังเกตดู
กรรมนนั่ แหละทที่ ำ� ใหเ้ รามาเกดิ เปน็ ลกู กำ� พรา้ เปน็ ทกุ ขน์ ะ่ กรรมพรากพอ่ พรากแมเ่ ขา
การเลย้ี งสัตว์กกั ขังนะ่ พระพุทธเจา้ หา้ ม มันเป็นมาจากกรรม กรรมเรามี

ฉะนน้ั รเู้ หน็ แลว้ จงึ ไดเ้ ขด็ หลาบ รแู้ ลว้ มนั กไ็ มอ่ ยากทำ� อกี แหละ เวลาเหน็ คนอน่ื เขาทำ�
กม็ แี ต่อยากจะใหเ้ ขาปล่อย

ฉะนั้นพระพุทธเจ้าจึงสอนให้แสวงหาสัมมาอาชีโว หาเล้ียงชีพ ทางที่ไม่ชอบธรรม
ถา้ ไมช่ อบทางธรรมแลว้ มนั จะเปน็ กรรม กรรมจำ� แนก กรรมตกแตง่ ไป สตั วโ์ ลกกต็ อ้ ง
ไปตามกรรม กรรมดกี รรมช่วั ดูเอา กรรมดีเราตอ้ งสนใจศกึ ษา กรรมดีตอ้ งสรา้ งเอา
ให้ไดใ้ หม้ ี กรรมชัว่ นะ่ มันไมด่ ี เรากค็ วรหลีกเวน้ เอา จะไปโทษใครกโ็ ทษไม่ได้เพราะ
ตวั เราท�ำเอาไวอ้ ย่างน้นั เอง สรา้ งเอาไว้อย่างนน้ั เราก็ตอ้ งไดอ้ ย่างนน้ั ตอ้ งมาโทษ
ตัวเอง เพราะตัวเองหลง ตัวเองไม่รู้ ความไม่รนู้ ้ีมันจงึ มีโทษมาก

กรรม ดเู อานะ เปน็ ของควรกลวั นะ กมฺมพนฺธุ มันเปน็ เผา่ พนั ธุ์ไปแล้ว กรรมท่ีเป็น
เผา่ พนั ธ์ุ หมอกร็ กั ษาไมห่ าย ตอ้ งรบั ผลของกรรมนน้ั ไป เมอื่ ไรละ่ จะสน้ิ กรรม กต็ อ่ เมอื่
รู้เหน็ เขด็ หลาบนน่ั แหละ

13

ชวี ประวัติและปฏิปทาค�ำสอน

ชาติปิ ทกุ ฺขา

เกิดมามันก็ทกุ ข์ เหลือแม่คนเดียวหาเลยี้ งลกู ลูกกเ็ ป็นทกุ ขล์ ะ่ ต้ังแต่เด็ก
ตงั้ แตน่ อ้ ยมากท็ ำ� เองหมดทกุ อยา่ ง ตกั นำ�้ ตำ� ขา้ ว เลยี้ งหมู เลยี้ งไก่ ปลกู ผกั
ปลกู ยา เอาหมดทกุ อยา่ ง พช่ี ายเราเพน่ิ กท็ ำ� เหมอื นกนั หนา้ หนาวกบ็ ไ่ ดห้ ยดุ
ตอ้ งรดผกั รดยา บไ่ ดผ้ งิ ไฟนำ� เขาละ่ หนา้ หนาวกท็ ำ� ทกุ มอ้ื ปลกู ผกั ปลกู พรกิ
พริกนี่ ตอ้ งเอาเมด็ พริกหยอดลงในแปลงก่อน เม็ดพริกน่ะ ใหม้ นั เกดิ เปน็
เบ้ียเลก็ ๆ ก่อน แล้วแยกตน้ เบีย้ เอาไปปลูก โตขนึ้ มาก็รักษาเอา โอ้ย พรกิ ก็
บ่อดละ่ มันงาม ผกั กง็ าม พี่นอ้ งเรอื นใกล้เคียงเขาบม่ ี เขาก็มาขอ ก็ไดแ้ บ่ง
ไดป้ ันไป

เรอ่ื งการขดี เขยี นน้ี เราเกดิ มาทกุ ขย์ ากทำ� งานหนกั จบั แตด่ า้ มพรา้ ดา้ มขวาน
จอบเสยี ม ทำ� แตง่ าน พอจะมาเขยี นหนงั สอื มนั ไมไ่ ด้ มอื มนั แขง็ แลว้ หนา้ อก
มนั กป็ วดไปหมด มานงั่ เขยี นหนงั สอื นไี่ มไ่ ดเ้ ลย มอื มนั สนั่ มนั เกรง็ เราทำ� งาน
เบาไมไ่ ด้ แตง่ านหนกั นมี่ นั สไู้ ดต้ ลอด เราคนเดยี วเลอื่ ยไมก้ ด็ ี แตพ่ ช่ี ายน่ี ๒ คน
เราคนเดยี วสู้ทงั้ วนั น่ันแหละ

ถงึ ครอบครวั จะเปน็ คนทกุ ขค์ นจนยงั ไงกด็ ี บเ่ คยลกั ขโมยเขาดอก มแี ตห่ าเอง
ท�ำเองอยา่ งนั้นล่ะ บไ่ ดว้ า่ งทั้งแลง้ ทั้งฝน

ดเู อาธรรมะ ชาตคิ วามเกดิ เปน็ ทกุ ข์ ความแกเ่ ปน็ ทกุ ข์ ความเจบ็ ความตาย
เปน็ ทกุ ข์ หาดเู อาตวั ธรรมะ ทกุ ขท์ ง้ั หลายทง้ั ปวงเหลา่ นเี้ ขามอี ยใู่ นโลก เราก็
มาเกดิ รว่ มกบั เขา ฉะนนั้ แลว้ ทกุ ขเ์ หลา่ นก้ี ล็ ว้ นตอ้ งเปน็ ของๆ เรา เราตอ้ งได้
ประสบพบเห็นทั้งหมดน่ันแหละ หากชาติความเกิดของเรามีน่ะ ถ้าชาติ
ความเกดิ ของเราไมม่ ี ทกุ ขเ์ หลา่ นน้ั กไ็ มม่ แี หละ ทกุ ขท์ ง้ั หลายทง้ั ปวงมาจาก
ชาตคิ วามเกดิ อะไรทเี่ ปน็ ปจั จยั เพอื่ ทกุ ข์ มนั กต็ อ้ งเปน็ ของๆ เราทง้ั หมด ถา้ เรา
ไม่พน้ ทกุ ข์ เรายังเวยี นตายเวียนเกิดอยู่

14

หลวงปอู่ วา้ น เขมโก

ในเมื่อมันทุกข์อย่างน้ีแล้ว สมควรหรือล่ะ เรานะ ถา้ ชาตคิ วามเกดิ ของเรามอี กี เรากจ็ ะ
ทเ่ี ราจะตอ้ งมาเวยี นตายเวยี นเกดิ อกี หรอื เรา ไม่เป็นอย่างนน้ั อกี หรือ ตรวจดเู อา นอ้ มจิต
ควรจะหาทางข้ามพ้นให้ได้ เราจะข้ามพ้น ไปเทย่ี วหาดเู อา ทกุ ข์ ในโลกนเี้ ปน็ ของมอี ยู่
ไปไดอ้ ยา่ งไรล่ะ เราตอ้ งศึกษา มนั เปน็ ของ ในโลก เราเกิดมารว่ มกบั เขา ทุกขก์ ย็ อ่ มจะ
ทกุ คน เกดิ มาแลว้ กต็ ้องแก่ ใครล่ะจะไม่แก่ เป็นของๆ เรา
คนแก่ก็มีแต่ทุกข์มีแต่โรคอย่างนี้แหละ
ในทสี่ ดุ มนั กต็ าย ตรวจดู ทกุ ขแ์ มม้ เี ลก็ นอ้ ย นี่แหละท่านจึงสอนไม่ให้มัวเมาประมาท
ก็มีอยู่ในโลก ทุกข์เจ็บปวดร้องครวญคราง ถา้ ประมาทแลว้ เรากจ็ ะมาเวยี นตายเวยี นเกดิ
อยา่ งนั้นก็ดี มันมีมาจากชาติความเกดิ ของ จมอยูใ่ นกองทุกขน์ ัน่ แหละ

15

ชีวประวัตแิ ละปฏิปทาคำ� สอน

หลวงปู่กงมา จิรปญุ โญ

เปน็ ลูกเป็นหลานเพ่นิ

หลวงปกู่ งมา (จริ ปญุ โญ) เปน็ คนบา้ นโคก ญาตพิ นี่ อ้ งสว่ นใหญข่ องเพนิ่ กอ็ ยบู่ า้ นโคกนนู้
แลว้ นอ้ งสาวของพอ่ เรากเ็ ปน็ เมยี ของเพนิ่ พอเมยี ของเพน่ิ คลอดลกู ออกมาแลว้ กต็ าย
ทงั้ ลกู ท้ังเมีย เพน่ิ กส็ ลดสังเวช แล้วกเ็ ลยได้บวช
ตอนเพนิ่ มาอยบู่ า้ นโคก โยมแมจ่ ะไปจงั หนั เพน่ิ ทกุ วนั พระ เพนิ่ กถ็ อื วา่ เราเปน็ ลกู เปน็
หลานของเพ่ินนัน่ แหละ

16

หลวงปอู่ ว้าน เขมโก

ผปี อบเขา้

ตอนเดก็ เราไมค่ อ่ ยแขง็ แรง เปน็ ไขท้ กุ ฤดู ฤดรู อ้ น ฤดหู นาว ฤดฝู น ไข้ ๒ วนั ไข้ ๓ วนั
ไข้ ๗ วนั ก็มี ไขแ้ ล้วอาเจียน อาเจียนออกมาแลว้ ผอม ไข้คราวไหนก็ดี ไมไ่ ด้คิดว่า
จะรอดแหละ แตก่ ็รอดมาได้ ไมต่ าย เมือ่ ก่อนยาอะไรก็ไมม่ ี เวลาเปน็ ไขอ้ ยา่ งนน้ั นะ่
ยาควนิ นิ ยงั ไม่มี มีแต่ยารากไม้ แลว้ พอหายไข้ เอา้ ลกุ มาหาอะไรกิน มีแต่อยากๆ
ถ้าไปกินโดนของแสลงกห็ นกั อีกแหละ จมหนัก ไข้รอดเป็นรอดตาย ถา้ เห็นอาหาร
แลว้ มันเบื่อ กินอาหารก็ไม่ได้ นนั่ อาการหนกั นะ จะห้ามเขาไม่ใหเ้ ขาเป็นกไ็ มไ่ ด้

มคี รงั้ หนง่ึ เราเคยปว่ ยแลว้ ผปี อบมาเขา้ แตก่ ไ็ มต่ าย คอื เรานอนปว่ ยอยู่ บา้ นเรอื นมนั มี
ปลอ่ ง (ชอ่ ง) เดะ๊ ส่องลงไปในปล่องเห็นหมาว้อลาย (หมาบ้า) ๒ ตัว ตวั ผูต้ วั เมีย
อา้ ปากแหงนหนา้ ใสเ่ ราอยู่ เรากร็ อ้ ง “ยา่ นๆ” (กลวั ) “ยา่ นหยงั ละ่ ” แมว่ า่ “หมาวอ้ ลาย
๒ ตวั อยู่ขา้ งล่างบา้ นเราน”้ี ไม่มีหมาแหละ เราเห็นคนเดยี ว เขากเ็ ลยไปเอาหมอมา
ไล่ปอบ

พอหมอมาไล่ เราก็กลัวหมอ หมอเขาจะเอาขใ้ี หก้ นิ เกลอื กกลิ้งใหญล่ ่ะเรา “ยา่ นๆ”
หมอเขาวา่ “ยา่ นกใ็ หห้ นไี ป” หมอเขาจม่ คาถาถม่ นำ้� ลายใสฝ่ า่ มอื แลว้ บอกวา่ “ขน้ี ะเนยี่ ”
เขาจะเอาขใ้ี หเ้ รากนิ จม่ คาถาถม่ นำ�้ ลายใสม่ อื แลว้ เอามาทาทค่ี อเรา แตเ่ รามนั ปรากฏ
เห็นว่าเป็นข้ี “ย่านๆ” กลวั เขาจะเอาขี้ใหก้ ิน “ยา่ น มงึ กห็ นไี ป” ปอบมันก็เลยหนีไป

วนั นนั้ เปน็ วนั พระ หลวงปกู่ งมายงั อยทู่ ว่ี ดั บา้ นโคก เมอื่ กอ่ นทกุ วนั พระ แมจ่ ะไปจงั หนั
แต่วันนั้นแมไ่ ม่ไดไ้ ป คนท่เี ขาไปเขากไ็ ปเล่าให้หลวงป่กู งมาฟงั ว่าลูกป่วย ผีปอบเขา้
หลวงปกู่ งมาก็ไม่มีใครนมิ นตแ์ หละ เพิ่นมาเอง มาเย่ียม มาถึงเรอื น

17

ชวี ประวัตแิ ละปฏปิ ทาคำ� สอน

18

หลวงปอู่ ว้าน เขมโก

อาหารทพิ ย์

ตอนหลวงปู่มั่นจ�ำพรรษาอยู่ที่นี่
(บา้ นนามน พ.ศ.​๒๔๘๖) เรายัง
เปน็ เดก็ อยู่ แตเ่ ราไดใ้ สบ่ าตรทกุ วนั
บางทกี ใ็ สก่ ลว้ ยแลว้ ใสข่ า้ วใสอ่ หี ยงั
อกี ละ่ ใสบ่ าตรกับโยมแม่

เวลาเพน่ิ เดนิ มา เรากน็ บั พระทกุ วนั วนั ละกอ่ี งค์ เพนิ่ เดนิ ไปทางโนน้ แลว้ กว็ กเดนิ กลบั
มาหน้าบา้ นเรา มกี ี่องคก์ ็ต้องเตรียมห่ออาหารใหพ้ อ ถ้าพระมาเพ่ิม ห่อกไ็ ม่พอละ่
วันหลังก็ต้องเพิ่มห่ออาหารข้ึนอีกให้พอ ถ้าพระออกไปท่ีอ่ืน ห่ออาหารก็เหลือ
หอ่ ทเ่ี หลอื กห็ ยบิ ออก แลว้ เอาเฉพาะทจ่ี ะใสบ่ าตรไป ใสบ่ าตรเสรจ็ แลว้ กก็ ลบั มาแกะหอ่
อาหารทเ่ี หลอื นนั่ แหละกนิ แลว้ กไ็ ปโรงเรยี น โอว้ รสู้ กึ วา่ มนั อรอ่ ยนะ มนั แซบ่ หอ่ เดยี ว
มนั กไ็ มพ่ ออม่ิ แหละ เพราะมนั เปน็ หอ่ นอ้ ยๆ ไปตกั เอาแกงในหมอ้ มาเพม่ิ กลบั ไมแ่ ซบ่
เหมอื นในห่อนะ ท้งั ๆ ทีเ่ ป็นอาหารในหมอ้ เดยี วกันอนั เดียวกันนน่ั แหละ

เราอา่ นในหนงั สอื ของคณุ สรุ ยี พ์ นั ธุ์ เขาวา่ อยภู่ ทู อกเขาไดอ้ าหารทพิ ย์ เขาวา่ นะ ในหนงั สอื
เขาเขยี นนะ่ โอย้ เรอื่ งอาหารทพิ ยเ์ รากเ็ คย อาหารในหอ่ นแี่ หละคอื อาหารทพิ ย์ มนั แซบ่
เอรด็ อรอ่ ยดี เรากเ็ คยเราวา่ บม่ ไี ผไดก้ นิ นำ� ดอกเพราะมนั เปน็ หอ่ เลก็ ๆ เอง กนิ คนเดยี ว
กบ็ อ่ ม่ิ มนั แซบ่ ทงั้ ๆ ทม่ี นั เปน็ แกงหมอ้ เดยี วกนั นะ แตพ่ อไปตกั เอามาจากหมอ้ มาเพม่ิ
มนั กลบั บแ่ ซบ่ เหมอื นกบั อยใู่ นหอ่ ในหอ่ นนั้ มนั เหลอื จากการถวายใสบ่ าตร เราเตรยี ม
เอาไวจ้ ะใสบ่ าตร พอมันเหลือแลว้ จึงได้กิน

เมอ่ื กอ่ นเรากไ็ มเ่ คยคดิ หรอกเรอื่ งอาหารทพิ ย์ พอไดอ้ า่ นหนงั สอื ของคณุ สรุ ยี พ์ นั ธเุ์ ขยี น
เขาวา่ เขาอยภู่ ทู อกเขาไดอ้ าหารทพิ ย์ เขาวา่ เวลาใสบ่ าตรไมเ่ หน็ มหี นอ่ ไมอ้ ะไร แตเ่ วลา
กนิ ขา้ วกลบั มหี นอ่ ไม้ โอว้ แซบ่ เขาวา่ อาหารทพิ ย์ เราจงึ มานกึ วา่ ตอนเปน็ เดก็ เวลาใส่
บาตรหลวงปู่ม่ัน ในห่อน้ันกเ็ หมือนอาหารทิพย์น่แี หละ รสมันดี

19

ชีวประวัติและปฏปิ ทาค�ำสอน

เสนาสนะป่าบา้ นนามน

ตอนทห่ี ลวงปมู่ น่ั มาพกั จำ� พรรษาอยทู่ วี่ ดั ปา่ บา้ นนามน กม็ พี ระผใู้ หญไ่ ดเ้ ขา้ มาศกึ ษา
อยู่รว่ มกับท่านหลายองค์ เรากจ็ �ำไมไ่ ดแ้ หละวา่ เป็นองคไ์ หนบา้ งเพราะเรายังเด็กอยู่
ได้ยนิ มาวา่ หลวงตา (มหาบวั ญาณสัมปนั โน) ทา่ นก็อยู่ด้วยในปีนนั้ ครูบาอาจารย์
แทบทกุ องคน์ น่ั แหละเคยมาศกึ ษากบั หลวงปมู่ น่ั ทนี่ นี่ ะ่ และกม็ พี ระทกี่ ระจายอยรู่ อบๆ
วดั ปา่ บา้ นนามนน้ี อยา่ งหลวงปกู่ งมากอ็ ยบู่ า้ นโคก เจา้ คณุ วริ ยิ งั ค์ (สริ นิ ธโร) อยบู่ า้ น
หว้ ยแคน พระครอู ดุ มฯ (ทองสกุ สจุ ติ โต) และหลวงปหู่ ลยุ อยบู่ า้ นหว้ ยหบี แตก่ ไ็ ปๆ มาๆ
ถงึ วนั พระใหญก่ ม็ ารวมกนั ทำ� อโุ บสถทนี่ แี่ หละ รบั ฟงั โอวาทธรรมจากเพน่ิ แลว้ กพ็ ากนั
เดนิ กลบั วดั เดย๋ี วกม็ พี ระเขา้ พระออกอยนู่ นั่ แหละ แตก่ อ่ นวดั ปา่ บา้ นนามนนจ้ี ะเรยี กวา่
เปน็ ศนู ย์กลางของพระกรรมฐานก็ไดแ้ หละ กอ่ นที่เพิ่นจะยา้ ยไปท่ีอ่นื นะ่

หลวงปทู่ องรตั น์ (กนั ตสโี ล) กเ็ คยมาจำ� พรรษาทนี่ อ่ี ยหู่ นงึ่ พรรษา หลวงปทู่ องรตั นท์ า่ น
พดู เกง่ เราเคยไปกบั แมใ่ นวนั พระนะ่ ไปฟงั เทศนเ์ พนิ่ เพนิ่ ยกเอาชาดกมาเทศนใ์ หฟ้ งั
พรรษาปนี ัน้ รู้สกึ วา่ จะมพี ระ ๔-๕ องคน์ ะอยู่ร่วมกับเพน่ิ น่ะ

พอหลวงปมู่ นั่ ไป หลวงปกู่ งมานนั่ แหละเปน็ ผดู้ แู ลตรงนน้ี ะ่ วดั ปา่ บา้ นนามนอยใู่ นความ
ดแู ลของทา่ น เมอื่ กอ่ นอาณาเขตวดั นมี้ นั กก็ วา้ งแหละ แตพ่ อหลวงปมู่ นั่ ไปอยทู่ วี่ ดั ปา่
บา้ นหนองผอื แลว้ ชาวบา้ นก็รุกลำ�้ เข้ามาเอาเกือบหมดนะ เขาเหลือไว้เพยี ง ๕ ไร่
เมอื่ กอ่ นสว้ มกต็ ง้ั อยใู่ นวดั ตอ่ มากลายเปน็ วา่ สว้ มวดั ไปตงั้ อยกู่ ลางไรข่ องเขา ทนี เี้ วลา
พระจะไปสว้ ม กจ็ ะตอ้ งขน้ึ บนั ไดลงบนั ไดขา้ มรว้ั ไปเขา้ สว้ มนะ หลวงปกู่ งมากด็ ี เมอ่ื กอ่ น
ก็เคยมาพูดกบั เขา เมอ่ื ก่อนนัน้ น่ะมันตัง้ อยู่ภายในเขตของวัด โอ้ย เขามาตอ่ ว่าทา่ น
ใหญเ่ ลย เขาถงึ ขนาดวา่ ทา่ นเปน็ ผา้ เหลอื งหม่ ตอนนู้ แหละ นน่ั แหละหลวงปกู่ งมาทา่ น
จงึ สละทต่ี รงน้ี “เขาอยากไดก้ ใ็ หเ้ ขาไปซะ พวกเรามาอยบู่ นนดี้ กี วา่ ” (วดั ดอยธรรมเจดยี )์
ท่านก็เลยข้นึ ไปอย่วู ัดดอยฯ “ภเู ขามนั มแี ตก่ ้อนหนิ ไม่มีใครอยากไดด้ อก” ทา่ นว่า
หลวงปกู่ งมาก็เลยท้ิงไป

20

หลวงปู่อวา้ น เขมโก

วดั ป่านาคนิมติ ต์ จ.สกลนคร
21

ชวี ประวตั แิ ละปฏิปทาคำ� สอน

หลวงป่มู ั่น ภูริทัตโต
22

หลวงป่อู ว้าน เขมโก

กราบหลวงปมู่ นั่ ท่ีบ้านหนองผือ

เราออกโรงเรียนแ ล้วอายุ ๑๒-๑๓ ปีน่ีแหละ หลวงปู่กงมาพาไปกราบหลวงปู่ม่ัน
เพน่ิ เอาเราไปด้วย มีโยม ๓ คน เราเปน็ เด็กนอ้ ย พระมี ๔ องคบ์ ้อ ไปแวะท่ีเมอื ง
สกลฯ กอ่ น เรากไ็ ดน้ มตราหมหี นง่ึ กระปอ๋ ง ซอื้ ทตี่ ลาดเมอื งสกลฯ นนู้ ตามบา้ นนอก
ไมม่ ขี ายแหละ

ตอนขาไป หลวงปู่กงมาพาไปพักกับหลวงปู่อ่อน (ญาณสิริ) ท่ีวัดป่าบ้านม่วงไข่
(อ.พรรณานิคม) ฉันจงั หันแล้วจงึ ได้เดนิ ทางขา้ มภอู า่ งกบ ขา้ มภูไปบา้ นหนองผอื

หลวงปูก่ งมาเพน่ิ ถามเราว่า “ไดห้ ยงั ล่ะ” “ไดน้ มตราหมีกระปอ๋ งหนง่ึ ” เราตอบเพิน่
ไดน้ มตราหมีกระป๋องหน่งึ ไปถวายหลวงปูม่ ่นั

พอไปถึงบ้านหนองผือ หลวงปู่ม่นั เพน่ิ กะถาม “เป็นลกู หลานไผ” หลวงปู่กงมาก็ได้
กราบเรยี นเล่าใหห้ ลวงปูม่ ่ันฟัง

คนื แรกหลวงปมู่ น่ั เพน่ิ เทศนเ์ รอ่ื งหลวงพอ่ ถวลิ (จณิ ณธมั โม) ทำ� ปนู หมุ้ ตน้ เสา เฮด็ รอ่ งนำ�้
กันมดขึ้นกุฏเิ พิน่ “มนั ไม่ดีๆ” เพ่นิ ตำ� หนิแล้วต�ำหนิเลา่ เชา้ มาหลวงปู่กงมาได้พาหมู่
ไปทุบแล้วท�ำใหม่ หลวงพ่อถวลิ ก็มาช่วยหลวงปูก่ งมาทำ� หลวงพ่อถวลิ ทำ� เป็นกรอบ
สเ่ี หลย่ี ม ทำ� อย่างดี หลวงปู่มน่ั เพ่ินมองลงไปเหน็ แลว้ กว็ ่า “ท่านถวิล มนั เฮด็ หยงั คอื
ไกเ่ ขยี่ น่”ี

หลวงพ่อถวิลก็เงียบ แล้วย้ายไปท�ำเสาต้นอ่ืนอีก หลวงพ่อถวิลไปท�ำอยู่ด้านใด
หลวงปู่มั่นก็จะตะโกนลงไปใส่อย่างนั้นตลอด “ท่านถวิล มันเฮ็ดหยังคือไก่เข่ียนี่”
ทกุ ดา้ นนัน่ ละ่ ท่านส่องลงไปดู

นน่ั แหละท่หี ลวงปูม่ ัน่ เพ่นิ เทศนว์ ่าอยา่ งนัน้ ต้องดู ท�ำไมเพน่ิ ถงึ เทศน์ว่าอย่างนนั้ ล่ะ
การทำ� อหี ยงั กด็ เี พอื่ ถวายใหห้ ลวงปมู่ น่ั นนั้ เราจะทำ� เพอ่ื ความสวยความงามเพอื่ อวด

23

ชีวประวตั ิและปฏปิ ทาค�ำสอน

กุฏิหลวงปูม่ ั่น ภูริทตั โต วัดปา่ บ้านหนองผอื จ.สกลนคร

อย่างน้ไี มไ่ ดน้ ะ จะท�ำดเี ทา่ ใดก็ตามไม่ไดท้ งั้ นั้น แต่ถ้าเราต้งั ใจวา่ ท�ำอยา่ งนี้เพื่อความแข็งแรง
ทนทานตงั้ อยไู่ ดน้ าน อยา่ งนท้ี ำ� ได้ ถงึ จะทำ� แบบเดยี วกนั กต็ าม แตถ่ า้ เราทำ� เพอื่ ความสวยงาม
เพอื่ อวดอย่างนีไ้ มไ่ ดน้ ะ เพนิ่ ดเุ พิน่ ตำ� หนิกเิ ลสของเรานนู้ กิเลสมันอยากอวด
หลวงพ่อถวิลเพิ่นเป็นคนเมืองจันทบุรี ปูกระเบ้ืองเพิ่นก็เก่ง งานปูนเพ่ินก็เก่ง ที่วัดดอยฯ
กเ็ หมือนกันนะ มแี ต่หลวงพอ่ ถวลิ นแ่ี หละท่ีท�ำเปน็ นอกน้นั บม่ ไี ผทำ� เปน็ ละ่
หลวงปมู่ น่ั เพน่ิ มองดจู ติ ดใู จนนู้ ทำ� อยา่ งนสี้ วยงาม แมน่ ไผละ่ เปน็ ชา่ ง คนมาเหน็ กจ็ ะถามหาชา่ ง
“ไผเป็นช่างคือท�ำดีแท้” ส่งจิตไปอย่างน้ันเพื่ออวดไม่ได้ล่ะกับหลวงปู่ม่ัน ท�ำอย่างนี้ท�ำเพื่อ
ความแข็งแรงทนทานต้งั อยู่ได้นาน อย่างน้ีทำ� ได้ แตห่ ากว่าเราท�ำเพือ่ อวด เจตนาเพือ่ จะอวด
อยา่ งนั้นล่ะไม่ได้
เราเปน็ เดก็ ตอนไป หลวงปกู่ งมาทำ� อะไร เรากช็ ว่ ยเพนิ่ ทำ� ถงึ จะเปน็ เดก็ กต็ าม หลวงปมู่ นั่ เพน่ิ
ตะโกนออกมากไ็ ด้ยินทกุ คำ� นั่นแหละ

24

หลวงปู่อวา้ น เขมโก

คนื ทสี่ องมพี ระมาจากกรงุ เทพฯ พระรปู นน้ั แกแ่ ลว้ พรรษากม็ ากแลว้ เจตนาของเพน่ิ อยากจะ
มาแสวงหามรรคหาผล เพน่ิ วา่ “เทยี่ วมาสกลฯ หนองคาย นครพนม ถา้ บไ่ ดม้ รรคจะกลบั เขา้
กรงุ เทพฯ” เพน่ิ กป็ ฏบิ ตั เิ ครง่ ฉนั วนั เวน้ วนั หลวงตาองคน์ นั้ พรรษาเพน่ิ กม็ ากแลว้ นงั่ รองจาก
หลวงปมู่ ั่น องค์ท่ี ๑ หรอื ท่ี ๒ น่ีแหละ

หลวงปู่มัน่ วา่ “เที่ยวแสวงหามรรคหาผล หาจนกระดกู เข้าหมอ้ นนู้ มนั ก็บเ่ หน็ ดอก มรรคผล
มนั บไ่ ด้อยูท่ โี่ น่นท่ีน่ี มคั โค มัคคะ แปลว่า หนทาง ถ้าจติ เดินถกู ทางก็จะพบเห็นได้ทงั้ มรรค
ท้ังผลนะ ถา้ เดนิ ผดิ ทางมันจะพบเหน็ อีหยงั ละนี”่

กลางคนื กด็ ี หลวงตาองคน์ นั้ กถ็ ามเรอ่ื งมรรคเรอ่ื งผลอกี หลวงปมู่ น่ั กอ็ ธบิ าย หลวงตาองคน์ นั้
กย็ งั ถามตอ่ อกี หลวงปมู่ น่ั ใชม้ ือตบแผ่นกระดาน “ต้ึงๆ” เสยี งดัง ดงั ก้องกังวาน

เชา้ มาหลวงตาองคน์ น้ั จงึ กราบคารวะ หลวงปมู่ นั่ เพนิ่ รบั ขนั แลว้ กใ็ หโ้ อวาท “ไปเทย่ี วหามรรค
หาผล หาจนกระดกู เข้าหมอ้ นู้น มนั ก็บ่เหน็ ดอก มรรคผลมนั บ่ได้อย่ทู ่ีน่ันทนี่ ”่ี

หลวงตาเพนิ่ จะเขา้ ใจหรือบเ่ ขา้ ใจก็บร่ จู้ ัก หลวงตานั่นพกั อยู่ ๓ คนื

บรรดาพระที่อยูใ่ นวดั จะไดพ้ ดู ไดค้ ุยกันเฉพาะเวลาหามนำ�้ ไปเท่านั้น อยากพดู อีหยังก็พูดใน
เวลาหามนำ�้ นี่แหละ หามน้ำ� น่ีหลวงพ่อถวลิ แข็งแรง หามไมค้ าน ผู้เอา ๒ คุถังก็มี ๓ คถุ งั ก็มี
หามไปใส่โอง่ หยอกกันเด้ “โอ้ย หาบกว๋ ยเต๋ียวขายหนักกวา่ นี้” เพิน่ หยอกกนั เท่านน้ั แลว้
ตกั น้ำ� เสร็จแลว้ สรงน้�ำก็เงยี บกนั เหมือนกับบม่ ีคนละ่ ภายในวดั ตา่ งคนต่างส�ำรวม

หลวงตา (มหาบวั ) สมยั นัน้ เพ่ินก็อยทู่ ว่ี ัดหนองผอื นน่ั แหละ เพนิ่ เหน็ เราไปกับหลวงปู่กงมา
เพนิ่ คงจะจำ� เราได้ เพราะตอนเพนิ่ จำ� พรรษาอยบู่ า้ นนามน เรากใ็ สบ่ าตรอยทู่ กุ วนั เพน่ิ เลยใชเ้ รา
ใหไ้ ปเก็บหมากพลเู พอื่ เตรียมที่จะถวายหลวงปูม่ ่ัน

25

ชวี ประวตั แิ ละปฏิปทาคำ� สอน

หลวงป่มู ั่น ภูริทัตโต
26

หลวงปู่อวา้ น เขมโก

นายชา่ งเหลก็

เวลาคำ่� หลงั จากหลวงปมู่ น่ั เลกิ จากเดนิ จงกรมแลว้ เพน่ิ กข็ นึ้ กฏุ เิ ขา้ หอ้ งทำ� กจิ สว่ นตวั
ของเพนิ่ ท�ำวตั รสวดมนตข์ องเพิ่น เสร็จแล้วเพ่นิ ก็ออกมาจดุ โคมนอกห้อง พอเหน็
แสงไฟแลว้ หมพู่ ระเณรกท็ ยอยขน้ึ ไป พระบางองคก์ เ็ ดนิ สำ� รวม บางองคก์ น็ งั่ สำ� รวม
ส่งจติ ไปนอกไมไ่ ด้ เพิน่ รเู้ พ่นิ เห็น ถ้าส่งจติ ไปนอก เอาละ่ นะทีนี้ เพิ่นกจ็ ะเทศนเ์ อา
หนกั ละ่ “จติ บไ่ ปตามทาง เดนิ บไ่ ปตามทาง มนั จะพอ้ ดงเสอื ฮา้ ย ดงเสอื ฮา้ ยเสอื ดเุ ปน็
จังใดล๋ ะ่ ” เนน้ หนักอนั นี้ ออกนอกทางทเี่ พิ่นสอนไม่ได้

หลวงปู่มั่นเพ่ินร้บู รรดาลกู ศิษย์ทมี่ าปฏบิ ัตริ ่วมกบั เพ่นิ เพิน่ อปุ มาเปรียบตัวของเพ่ิน
เหมอื นนายชา่ งเหลก็ นายชา่ งเหลก็ นะ่ รวู้ า่ เหลก็ นดี้ หี รอื ไมด่ ี จะตยี งั ไง หลวงปมู่ นั่ สอน
ลกู ศษิ ยก์ ส็ อนอยา่ งนนั้ แหละ ตเี หลก็ ถา้ ไมเ่ ผาไฟใหม้ นั แดงมนั รอ้ นกต็ ไี มไ่ ด้ ตอ้ งเผา
ไฟใหม้ นั รอ้ นมนั แดงกอ่ นจงึ เอามาตี เอาคอ้ น ๘ ปอนดต์ แี รงๆ แตง่ ใหเ้ ปน็ รปู เปน็ รา่ ง
แลว้ เอาคอ้ นนอ้ ยมาเคาะมาแตง่ อกี ใหม้ นั สวยมนั งาม แลว้ กย็ งั ไมพ่ อ กต็ อ้ งเอามาขดั
มาฝนใหม้ นั เรยี บแลว้ จงึ เอาไปชบุ ชบุ แลว้ กเ็ อามาฝน เอามาลอง ถา้ ยงั บา่ น​(แตกรา้ ว
บิน่ ) ยงั เป้ (เบยี้ ว) อยู่ กย็ ังไม่ดี เอาไปชบุ ใหม่ ตใี หม่ เอาไปทดลองอกี ถ้ายังแตก
ยงั เบี้ยวอีก เรยี กว่าเหล็กนัน้ ไมด่ ี ทา่ นก็ทงิ้

บรรดาลกู ศษิ ยก์ เ็ หมอื นกนั ศษิ ยห์ ลวงปมู่ นั่ ตอ้ งผา่ นการเขน่ การตี การกรอง ถา้ ไมแ่ ตก
ไมเ่ บยี้ ว เรยี กวา่ ดี ความคดิ ของเพน่ิ นน้ั ถา้ ยงั มแี ตกอยู่ ชบุ ทไี่ หนกม็ แี ตแ่ ตกแตเ่ บยี้ ว
เพนิ่ กท็ งิ้ เพนิ่ ไมส่ อน เพน่ิ เนน้ ควบคมุ สติ ทกุ อยา่ งใหม้ สี ติ ทกุ อริ ยิ าบถสตคิ วบคมุ จติ
จติ ของเราเวลานมี้ นั คดิ ไปยงั ไง เอยี งไปยงั ไงกใ็ หร้ ู้ ถา้ ไมร่ มู้ นั แกไ้ มท่ นั ถา้ รเู้ รากแ็ กท้ นั

หลวงปกู่ งมาเพ่นิ พาพักนอนอย่วู ดั ป่าบา้ นหนองผอื ๓ คืน จึงคอ่ ยลาหลวงปมู่ นั่ กลบั
ขากลบั ออกมานนั้ หลวงปกู่ งมาพามาพกั กบั หลวงปฝู่ น้ั (อาจาโร) ทวี่ ดั ปา่ ภธู รพทิ กั ษ์
๑ คนื ตน่ื เชา้ บณิ ฑบาตฉนั จงั หนั เสรจ็ แลว้ นนู้ แหละจงึ คอ่ ยไดอ้ อกจากวดั หลวงปฝู่ น้ั นะ่

27

ชีวประวตั แิ ละปฏปิ ทาค�ำสอน

ไมห่ วง ไม่กดั

สมัยเป็นเด็กน้อยนี่ข้ึนไปวัดดอยฯ ประจ�ำนั่นแหละทุกวันส�ำคัญๆ วันมาฆบูชา
วนั วสิ าขบชู า วนั อาสาฬหบชู า กม็ แี ตไ่ ปนงั่ ตลอดทง้ั คนื หลวงปกู่ งมาเพน่ิ พานงั่ กอ่ นนง่ั
เพน่ิ กพ็ าไหวพ้ ระสวดมนต์ สวดมนตแ์ ลว้ ทา่ นกเ็ ทศนใ์ หฟ้ งั พอฟงั เทศนจ์ บแลว้ กพ็ ากนั
น่งั ตอ่

ตอนที่เพง่ิ ตั้งวดั ดอยฯ ใหม่ๆ วนั วสิ าขบชู าไปเวียนเทียน เราไปเรากน็ ่งุ กางเกงขาสัน้
นั่งภาวนายามเดือนหกเพ็ง วันวิสาขะน่ะ ยุงมันมาก ไม่มีผ้าอะไรมาปิดท่ีขาทีนี้
ทำ� อยา่ งไรละ่ กม็ านกึ ถงึ ครง้ั พทุ ธกาลนนู้ เพนิ่ วา่ มพี ระไปภาวนาในปา่ แลว้ มเี สอื มากดั
กนิ เพนิ่ กดั หมดเทา้ เพน่ิ บรรลพุ ระโสดา กนิ มาถงึ เขา่ ไดส้ ำ� เรจ็ พระสกทิ าคา กนิ หมด
ทัง้ ขาได้สำ� เรจ็ พระอนาคา กนิ ถงึ ซ่โี ครงทา่ นได้สำ� เร็จเป็นพระอรหนั ต์

เรามานกึ ถงึ พระครง้ั พทุ ธกาลนนู้ เสอื กนิ มนั หนกั กวา่ น้ี เรามนั แคย่ งุ กนิ มนั บห่ นกั เทา่
เสอื กนิ กเ็ ลยตง้ั อยใู่ นอเุ บกขา ปล่อยวางละทนี ้ี นั่งอยู่นน่ั แหละจนถึงสว่าง คืนนัน้
ไม่รู้สึกว่ายุงมันมากัดมาตอมอะไรแหละ จิตมันสงบน่ะ พอสว่างมาแล้วรู้สึกว่า
รา่ งกายนม้ี ันคนั คายไปหมด ได้ลงไปห้วยไปเอาน�้ำล้างออก จกั มันสกิ ัดหรอื มนั กนิ
หรือจังใด๋ก็บ่รู้จัก เราบ่รู้สึกว่ายุงมันกัดมันกินอะไร เพราะจิตมันสงบมันรวมน่ะ
ปลอ่ ยวางเลย กน็ กึ ถงึ พระครง้ั พทุ ธกาลนนู้ แหละ เสอื กนิ มนั หนกั กวา่ นี้ ยงุ กนิ มนั บเ่ ทา่
เสือกิน เอา้ มนั จะกนิ กใ็ ห้มันกนิ พอเราปลอ่ ยวางแล้ว ยุงมนั กค็ งจะบ่อยากละมงั้
มันคงจะมาจับมาไต่มาตอมเฉยๆ น่ะ ก็บ่เห็นมีตุ่มมีหยังนะตามแข้งตามขาเราก็ดี
แต่รู้สึกคนั คาย

28

หลวงปู่อวา้ น เขมโก

ทกุ อย่างมีความหมาย

หลวงปอู่ ่อนเพนิ่ จะมางานทวี่ ัดป่าสทุ ธาวาส เพ่ินก็เลยมาพกั ทีว่ ดั ป่าบา้ นนามนกอ่ น
นแ่ี หละ ทางบา้ นเหน็ เพน่ิ มากเ็ ลยจะทำ� บญุ บา้ น นมิ นตเ์ พนิ่ ไปสวดมนตใ์ นบา้ น ตอนมา
ทีบ่ ้านเพน่ิ กเ็ ลยถามเราว่า “บวชบ่” “บวช” เราตอบเพิน่ กเ็ ลยไดต้ ามเพิ่นไปละ่ ทีน้ี
ออกจากบ้านนามนก็ไปวัดป่าสุทธาวาส ออกจากวัดป่าสุทธาวาสก็นั่งรถโดยสารไป
นครพนม เพน่ิ พาไปพกั อยวู่ ดั เกาะแกว้ งานฉลองอโุ บสถ ออกจากวดั เกาะแกว้ แลว้ ก็
มาพกั วดั อรญั ฯ นครพนม แลว้ กร็ องานวนั ครบรอบหลวงปมู่ นั่ ตอนเดอื น ๓ นะ่ พอใกล้
วนั งานเขา้ มากเ็ ลยไดย้ ้อนกลับมาทว่ี ดั ปา่ สุทธาวาสอกี

ตอนตดิ ตามเพนิ่ ไปกเ็ รยี นครองนาคไปพรอ้ ม ถงึ ธาตพุ นมกท็ อ่ งละ่ มาพกั อยวู่ ดั อรญั ฯ
นครพนมนีก่ ็ท่อง แล้วมาวดั ป่าสุทธาวาสก็ท่อง ฝึกค�ำครองนาคนะ่ ตัว ค.ควาย นี้
วา่ ยาก กงฺ ะ กงฺ ะ (ออกเสยี งเปน็ กะ ควบ งะ) สรณงฺ คจฺ เราว่าไม่ได้สักที มีแตว่ ่า
“คดั ๆ” ละ่ หลวงป่อู ่อนวา่ “บ่แม่น ‘คัด’ ตอ้ ง ‘กฺงัด’ นะ่ ” กว็ า่ ไมไ่ ด้ จนทอ้ หมด
หลวงปอู่ อ่ นเพนิ่ รวู้ า่ เราไมไ่ ดแ้ ลว้ เพนิ่ กใ็ หอ้ อกไปหดั เองกอ่ น เวลากวาดตาดกเ็ อามา
ฝึกวา่ ด้วยตนเอง ว่าเสียงดัง ว่าคนเดยี ว อยใู่ นวัดป่าสุทธาวาส ตอนนนั้ พระกเ็ ยอะ
เพน่ิ อยู่กฏุ เิ พนิ่ กไ็ ด้ยนิ ว่าฝกึ ซอ้ ม เพิน่ กบ็ ด่ ุ

อานสิ งสข์ องการทอ่ งบน่ กเ็ พอ่ื ฝกึ ฝนจติ ของเรานแี่ หละ อยา่ งภาษามคธ ภาษาบาลกี ด็ ี
ท่านเอาอาการ ๓๒ มาลงต้งั นะ แมท้ ่องจ�ำไดแ้ ลว้ กต็ ้องมาฝกึ ออกเสยี ง ภาษามคธ
ภาษาบาลี นี่คืออาการ ๓๒ สร้างจากอาการ ๓๒ ของเราน่ีแหละ ถ้าออกเสียง
ภาษามคธ ภาษาบาลี ไมไ่ ดไ้ มถ่ กู ตอ้ ง อาการ ๓๒ ของเรากไ็ มส่ มบรู ณ์ ถา้ เราออกเสยี ง
ภาษามคธ ภาษาบาลี ไดช้ ดั เจน อาการ ๓๒ ของเรากจ็ ะสมบรู ณน์ ะ ตอนนเี้ ราสรา้ ง
เพือ่ อนาคตข้างหน้านนู้ อย่าเหน็ ว่าเปน็ ของไมส่ ำ� คญั นะ มันสำ� คัญภาคปฏบิ ัตินะ่

การฝกึ ออกเสยี งนต้ี อ้ งเอาใจจดจอ่ นะ อยา่ งเชน่ ตง้ั นะโมนแี่ หละ ภะกงฺ ะ (ภาษามคธ
ตัว ค ตอ้ งออกเสียงเป็น กงฺ (ก ควบ ง) ยงั ออกเสียงเป็น ภะคะ อยู่ กย็ งั ไม่ผ่านนะ

29

ชีวประวตั แิ ละปฏิปทาค�ำสอน

หลวงปู่ออ่ น ญาณสิริ
30

หลวงปอู่ ว้าน เขมโก

ต้องออกเสียง ‘ภะกงฺ ะ’ ‘สะระณัง กฺงจั ฉาม’ิ อย่าไปออกเสียงวา่ ‘คจั ’ ตอ้ งออกเสยี งว่า ‘กงฺ จั ’
ฝกึ ออกเสยี งชา้ ออกเสยี งเรว็ นะ่ เราออกเสยี งถกู ตอ้ งไหมละ่ ฝกึ ทกุ อริ ยิ าบถแหละอนั นม้ี นั จงึ
จะออกเสยี งได้ ตวั ไหนมันออกเสยี งหนักเสียงเบากใ็ ห้มนั ชดั เจนนะ ตัว “ธ” “ภ” ทา่ นให้ออก
เสยี งหนกั น่นั ท่านหมายถงึ จติ ใจของเราน่ะ ถา้ ออกเสยี งเตม็ หมายถึงจติ ใจของเรามีความ
หนักแน่นไม่หว่ันไหวเวลามีอะไรมาสัมผัสกระทบก็ดี ถ้าออกเสียงไม่เต็ม หมายถึงจิตใจ
ไมห่ นกั แนน่ อะไรมากระทบกห็ วน่ั ไหวได้ ทกุ อยา่ งมคี วามหมาย ตวั ไหนออกจากไรฟนั ขนึ้ จมกู
กต็ ้องฝึกออกเสยี งใหไ้ ดน้ ะ ภาษามคธ ภาษาบาลีนะ่ ฝึกดว้ ยตนเองนะมนั จงึ ไดน้ ะ่ ฝกึ ดว้ ย
ตนเองได้แลว้ กม็ าออกเสยี งกับครูบาอาจารยผ์ ฝู้ ึกสอนมนั กไ็ ด้ ถา้ เราไมฝ่ ึกดว้ ยตนเอง มนั ก็
อยา่ งเกา่ นแ่ี หละ มนั ไมด่ ยี งั ไงมนั กจ็ ะไมด่ อี ยอู่ ยา่ งนน้ั หรอื จะแยก่ วา่ เกา่ กไ็ ดน้ ะ ถา้ ฝกึ ออกเสยี ง
ได้แลว้ มันก็กลับท้ังหมด ไมด่ ีก็กลับเปน็ ดไี ด้

31

ชีวประวัตแิ ละปฏิปทาค�ำสอน

บวชเณร

บวชเณรกบั พระครอู ดุ มฯ (ทองสกุ สจุ ติ โต) วดั ปา่ สทุ ธาวาสนนั่ แหละ
บวชปี ๒๔๙๗ บวชที่อุโบสถหลังพระปางเลไลย์ (อุโบสถหลังเก่า)
เปน็ อโุ บสถไม้ เพนิ่ รอ้ื แลว้ หลงั จากหลวงปมู่ น่ั ละสงั ขารแลว้ เพน่ิ คอ่ ยเฮด็
อโุ บสถหลังทุกวนั นข้ี ึ้นมาใหม่
บวชแล้วกต็ ามหลวงปูอ่ ่อนไปวัดหนองโดก พักอย่วู ดั หนองโดกจนถึง
วนั วสิ าขะ ออกจากวดั หนองโดกแลว้ กไ็ ปอดุ รฯ ละทนี ้ี อยกู่ บั หลวงปอู่ อ่ น
พรรษาหนึง่
ตอนเรมิ่ สรา้ งวดั ปา่ บา้ นหนองบวั บานกม็ ใี ครละ่ มหี ลวงปสู่ มยั (ทฆี ายโุ ก)
กบั หลวงปบู่ ญุ หนา (ธมั มทนิ โน) ไมใ่ ชเ่ หรอทต่ี ดิ ตามหลวงปอู่ อ่ น ดเู หมอื น
จะเปน็ ทา่ น ๒ รปู นแี้ หละ ปที เ่ี ราไปจำ� พรรษาทบี่ า้ นหนองบวั บานกพ็ กั
อยทู่ ก่ี ฏุ หิ ลงั เกา่ ของหลวงปสู่ มยั นแี่ หละ ปที เ่ี ราเขา้ ไป เพน่ิ ออกมาแลว้
กฏุ หิ ลงั นน้ั หลวงปูอ่ อ่ นใหเ้ ร่งท�ำใหเ้ สรจ็ ในวนั เดียว “เอา้ ตีตะปู ลงมอื
เอาใหแ้ ล้ว เอา้ ตีๆ” หลวงป่อู อ่ นทา่ นวา่


32

หลวงป่อู วา้ น เขมโก

หลวงปู่บญุ หนา หลวงปบู่ ญุ หนา ธมั มทนิ โน

หลวงปูบ่ ุญหนาเพิน่ แกก่ ว่าเรานะ เพนิ่ ตดิ ตามหลวงปู่ออ่ นตง้ั แต่เปน็ เณร

สมยั ทเ่ี พน่ิ ตดิ ตามหลวงปอู่ อ่ นไปวดั ปา่ อดุ มสมพร ตอนนน้ั ยงั ไมส่ รา้ งเปน็ วดั ทนี่ นั่ มนั มี
หนองนำ้� อยู่ (หนองแวง) โยมเขาไปใสเ่ บด็ ทห่ี นองนำ�้ นนั้ หลวงปบู่ ญุ หนายงั เปน็ เณรอยู่
เขามาใสเ่ บ็ด เณรบุญหนาเดนิ เลาะดูเบด็ เห็นปลามาติดเบด็ เขา สงสารปลา เพนิ่ ก็
จบั ไปปล่อย กลบั มาหลวงป่อู อ่ นรู้ ท่านกว็ า่ “เณรปาราชิก ฮบิ หนีๆ” (ให้รีบหนไี ป)
หลวงปบู่ ญุ หนาเพน่ิ กอ็ ดทน หลวงปอู่ อ่ นกไ็ มพ่ ดู จาดว้ ย ไลห่ นี หลวงปบู่ ญุ หนากบ็ ห่ นี
อยนู่ นั่ แหละ อยมู่ า ๒ วนั ๓ วนั เพนิ่ จงึ คอ่ ยเวา่ นำ� “โอย้ มแี ฮงหลาย” หลวงปบู่ ญุ หนาวา่
หลวงป่บู ุญหนาน่ะ ถงึ หลวงป่อู อ่ นเพิน่ จะตรี บทบซ้ายใสย่ ังไง ทา่ นกอ็ ดทน บห่ นลี ะ่

เราไปเจอกนั กบั เพน่ิ ทบ่ี า้ นหนองบวั บาน เพน่ิ บวชเปน็ พระแลว้ ตอนนนั้ พระมี ๔ หรอื
๕ องคน์ แ่ี หละ หลวงปบู่ ญุ หนาเปน็ ผสู้ วดปาฏโิ มกข์ ออกพรรษาแลว้ เพน่ิ กไ็ ปเทยี่ วกบั
หลวงป่ชู อบ

33

ชวี ประวตั แิ ละปฏิปทาค�ำสอน

ผา่ นมาเหมอื นกนั

กำ� ลงั ของหลวงปอู่ อ่ นนะ่ กำ� ลงั ขององคลุ มิ าล วงิ่ ไลแ่ ขง่ กบั ววั กบั ควายนที่ า่ นชนะ วงิ่ ไล่
แข่งกับม้าน่ีเพิ่นวง่ิ ทันนะ กำ� ลังเพ่นิ น่ะ ก�ำลังมากหลวงปู่ออ่ นน่ะ ฉีดยากลา้ มเน้อื น่ี
ยาไมเ่ ข้าเสน้ แหละ หมอเขาฉดี ยาเขา้ ท่ีกล้ามเน้ือของเพ่นิ นีไ่ ซรงิ คห์ ลดุ ออกจากเข็ม
เลยนะ ยาหกออกหมด กลิ่นเหม็นด้วยยาน่ะ มันไม่เข้า ไซริงค์หลุดจากเข็มเป็น
อยา่ งนั้นแหละ หลวงปู่อ่อนนี่กล้ามเน้ือเพน่ิ ตันหมดเลย กล้ามเนอื้ เพน่ิ แนน่ อหี ลี
สมยั นั้นวาระปฏิบตั ิหลวงปอู่ ่อน เพน่ิ ได้แบ่งกนั องคล์ ะ ๗ วัน มพี ระเณรอยู่กบั เพ่นิ
บม่ มี าก ประมาณ ๔ หรือ ๕ องคเ์ ทา่ น้นั แหละ
ตอนเป็นเณรน่ีเวลาจับเส้นถวายท่าน เราต้องใช้ก�ำลังมากนะ ขาข้างหนึ่งน่ีต้องยัน
ฝาผนงั ไว้ แลว้ ใชข้ อ้ ศอกเรานก่ี ดลงไป ทำ� อยา่ งนนั้ แหละมนั จงึ คอ่ ยถงึ เสน้ เพนิ่ ไมท่ ำ�
อยา่ งนน้ั ไมถ่ งึ หรอก ตอนนน้ั ขอ้ ศอกเรานถ่ี ลอกหมดแหละ ตอ้ งเปลยี่ นขา้ งนะ สมมตุ วิ า่
ใชศ้ อกขวายนั กย็ นั จนหนังถลอกลอก เจบ็ พอง แลว้ กม็ าใชข้ า้ งซา้ ยแทน ขา้ งซา้ ยก็
แตกพองอกี แหละทนี ้ี พอขา้ งขวาหายเจบ็ กใ็ ชข้ า้ งขวากดเสน้ อกี อยา่ งนแ้ี หละ สลบั กนั
อย่างน้ไี ปมาทั้งซา้ ยทั้งขวา ไมง่ นั้ ไม่ไหวหรอก
ตอนหลงั หลวงปบู่ ญุ หนาเวลาเหน็ เราแลว้ เพน่ิ จะหวั เราะรกิ ๆ แลว้ กเ็ ขา้ มาลบู ทศี่ อกเรา
หมายความวา่ ตา่ งองคต์ า่ งกผ็ า่ นการปฏบิ ตั อิ ปุ ฏั ฐากหลวงปอู่ อ่ นมาเหมอื นกนั ขอ้ ศอก
แตกมาเหมือนกนั

34

หลวงปอู่ วา้ น เขมโก

ใหเ้ คารพของสงฆ์

หลวงปอู่ อ่ นเพนิ่ เนน้ สอนพระวนิ ยั ดเู หมอื นองคอ์ นื่ ๆ ไมป่ รากฏนะ ทา่ นกส็ อนใหเ้ ราไดร้ ู้
ไดเ้ คารพนนั่ แหละ จะไดไ้ มป่ ระมาท เพน่ิ วา่ “พระสตู ร พระวนิ ยั พระปรมตั ถ์ พวกเรา
ฝา่ ยปฏบิ ตั จิ ะตอ้ งเปน็ ผทู้ รงไวร้ กั ษาไว้ ถา้ ไมท่ รงไวร้ กั ษาไวแ้ ลว้ จะใหใ้ ครละ่ เปน็ ผทู้ รงไว้
รักษาไว้ เราจะปลอ่ ยให้เส่ือมสูญไปหรอื ละ่ ”
เราเปน็ เณรไปซอ่ มทสี่ รงนำ�้ ของหลวงปอู่ อ่ น ทนี แี้ ดดกร็ อ้ น ตอ้ งวงิ่ เขา้ วงิ่ ออก ไปตตี ะปู
พอเสรจ็ แลว้ กเ็ กบ็ เครอ่ื งไมเ้ ครอื่ งมอื แตต่ ะปงู อไมไ่ ดเ้ กบ็ หลวงปอู่ อ่ นปดั ตาดมาเจอ
ตะปงู อเขา้ ทนี ้ี โอย้ กเ็ ลยหยบิ มาเทศนเ์ รอื่ งของสงฆล์ ะ่ เวลาฉนั ปานะทา่ นกเ็ ทศนแ์ ต่
เรอื่ งของสงฆ์ละ่ ทนี ้ี นานกวา่ จะได้กวาดตาด กวา่ จะไดส้ รงน�้ำนี่คำ่� ทุกวนั ท่านเทศน์
แตเ่ รอื่ งของสงฆล์ ะ่ เพนิ่ ใหร้ กั ษา พระพทุ ธเจา้ ใหร้ กั ษาของสงฆ์ ไมใ่ หท้ ำ� ลายของสงฆ์
ของสงฆเ์ จรญิ เรากเ็ จรญิ ของสงฆเ์ พนิ่ ใหเ้ กบ็ เพน่ิ บใ่ หป้ ระมาทแมส้ ง่ิ ของเลก็ ๆ นอ้ ยๆ กด็ ี
เทศนอ์ ยหู่ ลายวนั กวา่ เพนิ่ จะหยุด

35

ชวี ประวตั ิและปฏิปทาคำ� สอน

ทา่ นร้ทู า่ นเหน็

ทว่ี า่ หลวงปอู่ อ่ นดๆุ นน้ั ถา้ เราเดนิ ผดิ ทาง ทา่ นจงึ คอ่ ยดุ ถา้ เราไมผ่ ดิ ธรรม ทา่ นกไ็ มด่ หุ รอก
หลวงป่อู อ่ นน่ะทา่ นรเู้ ห็นจติ ทา่ นรูเ้ ห็นจิตคนท่านจึงดูออกหมด
หลวงปอู่ อ่ นเพน่ิ รเู้ หน็ จรติ นสิ ยั ของเรา ตอนเปน็ เณรทา่ นจงึ ใหค้ าถาเสกใสน่ ำ�้ ลา้ งหนา้
ตบหวั ในเวลาเชา้ ตอนเราจะล้างหน้าลา้ งตานะ่ ใหเ้ สกคาถานใี้ ส่น้�ำลา้ งหน้า “สงั วิ
ธา ปุ กะ ยะ ปะ” เพน่ิ ใหค้ าถาตอนเปน็ เณร ตน่ื ขนึ้ มายามเชา้ กอ่ นลา้ งหนา้ เพนิ่ ใหจ้ ม่
คาถาเปา่ ใสน่ ำ้� แลว้ ลา้ งหนา้ ตบหวั นะ่ เพราะเมอื่ กอ่ นเรามนั กอ็ ยา่ งวา่ นน่ั แหละ มนั ยงั
ปึกอยู่ เพน่ิ เลยใหค้ าถา
จริตนิสัยของเรามันไม่ไปทางเรียน หลวงปู่อ่อนท่านก็ไม่ส่งเสริมการเรียนปริยัตินะ
หลวงปู่มั่นท่านก็ไม่ส่งเสริม เพ่ินว่าการศึกษาเล่าเรียนนั้นมันเรียนออก เรียนออก
จากธรรม แต่การปฏิบัติน่ะเป็นการปฏิบัติเข้าหาธรรม ท่านจึงส่งเสริมให้ปฏิบัติ
ปริยัติเป็นการเรียนออกจากธรรม แต่ถ้าเรียนรู้แล้วน�ำมาปฏิบัตินั้นมันก็ดีแหละ
สว่ นมากเมอ่ื เรยี นรแู้ ลว้ มกั จะไปทางโลกเสยี หมดอนั น้ี มนั ไมด่ ี ถา้ ปฏบิ ตั นิ ะ่ เปน็ การ
เขา้ หาธรรม เอากายวาจาใจของเราเขา้ หาธรรม เพน่ิ สง่ เสรมิ การปฏบิ ตั ิ แตป่ รยิ ตั ทิ า่ น
กไ็ มใ่ หป้ ระมาท ถา้ เรยี นรแู้ ลว้ นำ� มาปฏบิ ตั ิ มนั กจ็ ะเจรญิ ละ่ ศาสนา แตส่ ว่ นใหญร่ แู้ ลว้
ไม่น�ำมาปฏบิ ัติ เพน่ิ กเ็ ลยไมส่ ง่ เสริม

36

หลวงปอู่ วา้ น เขมโก

37

ขอให้ไดก้ ลับมาบวชอีก

บวชเณรไดพ้ รรษาหนงึ่ ตอ้ งกลบั บา้ นมาคดั เลอื ก
ทหาร กเ็ ลยตดิ ทหาร ไปเปน็ ทหารอยู่ ๒ ปี กอ่ นจะ
สึกก็ดี ตนื่ แต่ดึกแลว้ ไปจุดธปู จุดเทยี นที่หนา้ พระ
ปางเลไลย์ ที่วัดป่าสุทธาวาส ได้อธิษฐานว่า
“ขอใหไ้ ดก้ ลบั มาบวชอกี ” เพราะมนั ยงั มคี วามอาลยั
ในการบวชน่ันแหละ ก่อนสกึ จึงได้ไปอธิษฐานให้
ได้กลับมาบวชอีกอย่างนั้น ทุกวันน้ีพระพุทธรูป
ปางพระเลไลย์ เขารื้อไปแล้วละ่

38

“ขอใหไ้ ดก้ ลบั มาบวชอีก”

39

ชีวประวัตแิ ละปฏปิ ทาคำ� สอน

รบั ใช้ชาติ หนังสอื สำ� คญั (แบบ สด.๘) ของหลวงปอู่ วา้ น
สมยั เปน็ ทหารนอกกองประจ�ำการ

โอย้ ทหารสมยั กอ่ น เขาเลยี้ งอาหารเจด็ โมงเชา้ กบั หา้ โมงเยน็ เทา่ นนั้
ตอนเที่ยงเขาไมเ่ ลยี้ ง มแี กงสายบัวใสป่ ลา แกงอะไรอกี ละ่ ใสแ่ ตง
ใส่มะเขือ กินรวมกันทุกคนนั่นแหละ แต่กินไม่อ่ิมหรอกอาหาร
ที่เขาเล้ียงน่ะ บางทีถ้าเป็นปลาทูก็ปลาทูตัวเล็กๆ ปลาทูเปื่อย
นน่ั แหละทเ่ี ลย้ี งทหารนะ่ ของทเ่ี ขาเอามาทำ� อาหารเลยี้ งทหารนะ่
ซอ้ื มาจากตลาดในเมอื งอุดรฯ นั่นแหละ เปน็ ของท่ขี ายไมไ่ ดแ้ ลว้
ทง้ั ช�้ำและขนึ้ ราหมดแล้ว นัน่ แหละทีเ่ ขาซ้ือเอามา เป็นของเหลอื
ตลาดเอามาเลย้ี งทหาร สมยั กอ่ นยงั ไมม่ ตี เู้ ยน็ ของมนั กเ็ ลยเสยี ละ่

40

หลวงป่อู วา้ น เขมโก

เปน็ ทหารกเ็ คยปว่ ย เราเอาขา้ วเกบ็ ไว้ ปกติ เป็นทหารก็ดี เหมือนกับอยู่ในกรง มันก็
เกบ็ ขา้ วใสห่ มอ้ ไว้ วนั นน้ั กเ็ กบ็ ขา้ วกบั กลว้ ย เหมอื นเราเลยี้ งนกขงั ไวใ้ นกรง นกอยใู่ นกรง
๒ ลูกไวก้ ินตอนเท่ยี ง แต่กไ็ มไ่ ดก้ ินหรอก ก็ดี เลยี้ งเขา เขากินไปพอไมต่ าย เขาเลย้ี ง
พอดีป่วยแล้วไปนอนโรงพยาบาลตั้งเดือน ทหารกเ็ ชน่ เดยี วกนั นั่นแหละ เปน็ ผลมาแต่
จึงได้ออกมา ไม่ร้วู ่าป่วยเปน็ อะไร ช่วงน้นั กรรมทั้งหมด
เขาให้ยาเป็นน�้ำมันตับปลา น�้ำมันตับปลา
เมอื่ กอ่ นมนั เทใสแ่ กว้ ไมเ่ ปน็ แคปซลู เหมอื น ช่วงเป็นทหารกลับมาเย่ียมบ้านแต่ละครั้งนี้
ทุกวันน้ี มันก็เลยคาวน้�ำมันตับปลา และ ถงึ บา้ นนีก่ ็มืดคำ่� แล้ว เรานัง่ รถโดยสารจาก
เป็นไข้มันก็ไม่หายสักที พอได้เวลาก็ไข้ เมืองอุดรฯ มาถึงเมืองสกลฯ มืดค�่ำพอดี
ถึงเวลาก็ไข้ วันนั้นเขาให้ยาเพราะไข้ข้ึนสูง แล้วก็เดินต่อ มาถึงบ้านนายอน้ีเขาจุดไฟ
หมอเขามาดแู ลว้ ไมไ่ ดใ้ ห้ยาทาน แตเ่ ขามา จุดตะเกียงแล้ว เดินถนนคนเดียวไม่มีใคร
ฉดี ยาให้กเ็ ลยหาย ออกจากโรงพยาบาลได้ เลยนะ รถก็ไม่มี ไม่พบใครสวนทางเดิน
กลับมาเปิดตู้ดูอาหารท่ีเก็บเอาไว้ตอนนั้น เงยี บมากเมอื่ กอ่ นนะ่ สองขา้ งทางนมี้ แี ตป่ า่
โอย้ มนั กลายเปน็ นำ�้ หมดแลว้ กลว้ ยกเ็ หลอื บ้านโพนยางค�ำนี่ยังเป็นดงเป็นป่าอยู่เลย
แตเ่ ปลอื กดำ� ๆ นน่ั แหละ กลน่ิ เหมอื นกบั เหลา้ เดนิ ถงึ ดงโพนยางคำ� น่ี โอย้ เยน็ จอ้ ยๆ เดนิ จน
กลน่ิ เหลา้ ไมถ่ กู กบั ธาตเุ รา กนิ กจ็ ะไมเ่ มาดอก มาถึงสะพานน้�ำพุงค่อยพ้นดงนะ ค่อยจ�ำ
แตก่ ลนิ่ เหมอื นกบั ของเมา เพราะเชอื้ เมาไมม่ ี ทางได้ เพราะมนั มดื มาก แถวนน้ั ไมม่ บี า้ นคน
มแี ต่ข้าวสุกกบั กลว้ ยเทา่ นน้ั แตก่ ่อนมีแตเ่ ดินเท้าทงั้ นั้นแหละ

ตอนเป็นทหารนั่นแหละ น่ังคิดคนเดียว สมดุ ประจำ� ตวั ทหารนอกกองประจำ� การ
กรรมอะไรหนอทำ� ใหเ้ ราไดจ้ ากบา้ นจากชอ่ ง ประเภทท่ี ๑ ของหลวงปู่
มาเป็นทุกข์อยอู่ ย่างน้ี พิจารณาไปก็เหน็ ว่า
กรรมเอาลกู นกมาเลยี้ ง พรากพอ่ กบั แมเ่ อา
มาเล้ียง ให้เขาอยใู่ นกรง ทหารก็เหมอื นกับ
สตั วอ์ ยใู่ นกรงนนั่ แหละ ออกนอกกรงกไ็ มไ่ ด้
เขาขังเอาไว้ไม่ให้ออกนอกกรง น่ีแหละ
อะไรทุกอย่างเป็นผลมาแต่กรรมท้ังนั้นนะ

41

เขมโก ภกิ ขฺ ุ ชวี ประวตั แิ ละปฏปิ ทาค�ำสอน

พระครอู ดุ มธรรมคณุ ออกจากทหารเดอื นเมษายน ปี ๒๕๐๐ ออกมาแลว้
(หลวงพ่อมหาทองสุก สจุ ิตโต) เรากม็ าชว่ ยพชี่ ายซ่อมบ้านใหแ้ ม่ล่ะทีนี้ ๓ ปีเศษ
เสรจ็ แล้วจึงไดข้ อลาไปบวช

หลวงปู่กงมาเพ่ินถามวันท่ีเราไปจังหัน “บวชบ่”
“บวช” เราตอบเพนิ่ แลว้ กอ็ ยวู่ ดั เลย ขา้ วของอหิ ยงั
กด็ ี ไดฝ้ ากเพอื่ นกลบั มาที่บา้ น เข้านาคตอนบวช
พระอยู่วัดดอยฯ บ่นานนะ ประมาณเดือนหน่ึง
นีแ่ หละ ตอนบวชกม็ ลี งุ ใหญ่อยบู่ ้านหนองแขน้ ู้น
มาเปน็ เจา้ ภาพบวช บวชกะบม่ หี ยงั ละ่ บวชทสี่ มิ นำ้�
บ้านโคก ส่วนมากแต่ละหมบู่ า้ นถ้าเขามีหนองน�ำ้
ก็มักจะท�ำสิมน�้ำเอาไว้ที่หนองน�้ำนั้น เม่ือก่อน
ยังไม่มีพระอุโบสถ ตอนน้ันก็บวชพร้อมกันแม่น
๓ คนบอ้ แต่ตอนนลี้ าสกิ ขาหมดแล้ว เหลอื เรา
คนเดยี วนแ่ี หละ

อาจารย์ทองค�ำท่ีสึกไปแล้วก็กลับมาบวชใหม่
อีกรูปหนึ่งก็อาจารย์พรหมา วัดป่าสุทธาวาส
คนบา้ นโคก เปน็ คู่สวด

บวชแล้วก็กลับมาท่วี ดั ดอยฯ อยู่กบั หลวงปู่กงมา

(หลวงปอู่ วา้ น เขมโก อปุ สมบท เมอื่ อายไุ ด้ ๒๕ ปี
บรบิ รู ณ์ วนั ท่ี ๓ กรกฎาคม พ.ศ.​๒๕๐๓ เวลา
๑๒.๕๐ น. โดยมพี ระครอู ดุ มธรรมคณุ (หลวงพอ่
มหาทองสกุ สจุ ติ โต) เปน็ พระอปุ ชั ฌาย์ พระทองคำ�
ญาโณภาโส เปน็ พระกรรมวาจาจารย์ พระพรหมา
อตุ ตมธมั โม เปน็ พระอนุสาวนาจารย)์

42

หลวงป่อู ว้าน เขมโก

หนงั สอื สุทธขิ องหลวงปูอ่ ว้าน เขมโก
43

ชีวประวัติและปฏปิ ทาค�ำสอน

หลวงปู่กงมา จริ ปญุ โญ
44

“การทเ่ี ราต้องการอยากพ้นจากทกุ ข์
เราต้องเข้าหาทุกข์
ถา้ เรากลวั ทกุ ข์

~เรากพ็ ้นจากทกุ ขไ์ มไ่ ด”้
หลวงปูก่ งมา จิรปญุ โญ

45

ชวี ประวัติและปฏปิ ทาค�ำสอน

อทุ ศิ แดพ่ ระศาสนา

เม่ือพวกเรามีศรัทธาเข้ามาบวชแล้ว ต้องศึกษาให้มากนะ เร่ืองศีล เรื่องพระวินัย
พวกขอ้ ปฏบิ ตั ทิ ง้ั หลาย ใหร้ วู้ า่ อนั ไหนมนั ควรหรอื ไมค่ วร สง่ิ ทค่ี วรทำ� เราตอ้ งทำ� สง่ิ ที่
ไม่ควรท�ำเราก็จะไม่ท�ำ ถ้าสิ่งท่ีควรท�ำแล้วเราไม่ท�ำ แต่กลับไปท�ำส่ิงท่ีไม่ควรท�ำ
น่ันแหละมันจะเป็นบาปนะอันนี้ เวลาบวชเข้ามามันก็ไม่ได้บุญแหละ เราจะได้บุญ
เตม็ เปย่ี มถา้ หากพวกเรารู้ รจู้ กั อะไรละ่ รจู้ กั ธรรมเนยี มแลว้ ปฏบิ ตั ถิ กู ตามธรรมเนยี ม
จงึ บเ่ สียที แมจ้ ะบวชชว่ั ครู่ชว่ั ยามกย็ งั เปน็ บญุ เพราะเราบวชมาเพ่อื รกั ษาพระพุทธ-
ศาสนา กค็ อื รกั ษาตวั ของเรานแี่ หละใหม้ นั เจรญิ ในพระพทุ ธศาสนา เราไมไ่ ดม้ าบวช
เพอ่ื เหยยี บยำ�่ ทำ� ลายพระพทุ ธศาสนา การเหยยี บยำ่� ทำ� ลายพระพทุ ธศาสนากเ็ ทา่ กบั
เหยยี บย�ำ่ ทำ� ลายตวั เอง พระพุทธเจ้าท่านวางศาสนาไวก้ ็วางไว้ในตัวของเรานีแ่ หละ
อยา่ ใหม้ นั เสยี ที บวชเขา้ มากใ็ หม้ นั ไดบ้ ญุ อนั ไหนควรละควรทง้ิ เอา้ เรากจ็ ะเพยี รละ
เพยี รทง้ิ อยนู่ แี่ หละ อนั ไหนควรสรา้ งใหม้ ี เรากจ็ ะเรง่ สรา้ งใหเ้ กดิ ใหม้ ขี นึ้ นอ้ มอทุ ศิ
ทกุ อยา่ งมอบใหพ้ ระศาสนา เราเขา้ มาบวชเขา้ มารกั ษาพระศาสนา ใหน้ อ้ มจติ เพอื่
รักษาพระศาสนา รกั ษาธรรมคำ� สอนของพระพุทธเจา้
เมอื่ บวชเขา้ มาแลว้ กต็ อ้ งใหม้ นั พรอ้ ม พรอ้ มทง้ั กาย พรอ้ มทงั้ วาจา ทง้ั ใจ ของเรา พรอ้ มท่ี
จะปฏิบตั ทิ �ำความพากความเพียร พร้อมทจ่ี ะศึกษา ถา้ เราไม่ศึกษาใหร้ ู้มันกจ็ ะหลง
ตามๆ กันไปแหละนะ กุลบตุ รสดุ ท้ายภายหลังก็จะหลงตามเราไปอกี

46

หลวงปู่อวา้ น เขมโก

มลู กรรมฐานคำ� สอนของพระอุปัชฌาย์

อปุ ชั ฌายท์ า่ นสอนใหพ้ จิ ารณานะ มอี ยดู่ ว้ ยกนั ทกุ คนทกุ รปู ทกุ นาม จะเปน็ นกั บวชหรอื
ไมไ่ ดเ้ ปน็ นกั บวชกม็ กี รรมฐานดว้ ยกนั ทงั้ นน้ั ใหเ้ จรญิ ไดก้ รรมฐานนะ่ เกสา โลมา นขา
ทนั ตา ตโจ นแ่ี หละ เกสา กไ็ ด้แก่ผมอยบู่ นศีรษะ ใครๆ กม็ ผี ม โลมา ก็ไดแ้ ก่ขน
ขนก็มีท่ัวร่างกาย นขา ก็ได้แก่เล็บท่ีงอกออกมาตามปลายมือปลายเท้า ทันตา
ก็ได้แก่ฟัน ฟันอยู่ในปากข้างบนและข้างล่างไว้เค้ียวบดอาหาร ตโจ ก็ได้แก่หนัง
หนงั มนั หมุ้ หอ่ อะไรไวล้ ะ่ ภายในหนงั มอี ะไรละ่ เจรญิ กรรมฐานพจิ ารณาเขา้ ไปภายใน
หนงั หมุ้ หอ่ นนั่ นะ่ พจิ ารณาเขา้ ไปแหวกเขา้ ไปดู นอ้ มจติ แหวกเขา้ ไปดภู ายในโนน้ ถา้ รู้
เหน็ กรรมฐานแจง้ ชดั แลว้ มนั กไ็ มห่ ลง เปน็ สภาพอยา่ งเดยี วกนั ทง้ั หมด ปฏกิ ลู กป็ ฏกิ ลู
อยา่ งเดยี วกนั ทงั้ หมด ไมเ่ ทยี่ งกไ็ มเ่ ทย่ี งอยา่ งเดยี วกนั ทงั้ หมด หนงั หมุ้ หอ่ กห็ มุ้ หอ่ ของ
ปฏกิ ลู ถ้าเอาหนงั ออกแลว้ ก็ไม่มอี ะไรแหละทจี่ ะน่าดนู ่ะ เปน็ ของปฏกิ ูลไปทัง้ หมด

การปฏบิ ตั ธิ รรม เราจะขา้ มมลู กรรมฐานไปไมไ่ ดน้ ะ คำ� วา่ รปู กม็ หี นงั หมุ้ หอ่ หนงั หมุ้ หอ่
อะไรละ่ พจิ ารณาดู เราจะดไู ลท่ ง้ั หมดในอาการ ๓๒ เบอ้ื งบนแตพ่ น้ื เทา้ ขนึ้ มา เบอื้ งตำ่�
แตป่ ลายผมลงไป ภายในหนังหุ้มหอ่ มอี ะไรก็เขา้ ไปดู ดทู ้งั หมดน่ันแหละ ตบั ไต ไส้
ปอด อาหารเกา่ อาหารใหม่ นำ�้ เลอื ด นำ้� เหลอื ง นำ้� ดี นำ้� เสลด อะไรกด็ ใี หด้ ไู ปทงั้ หมด
แลว้ จงึ คอ่ ยนอ้ มเขา้ มา กายของเรากม็ หี นงั หมุ้ หอ่ ภายในหนงั หมุ้ หอ่ ของเรามอี ะไรละ่
แตกต่างจากภายนอก มนั มคี วามส�ำคญั นะกรรมฐาน กลุ บตุ รเข้ามาบวช อปุ ัชฌาย์
กส็ อนกรรมฐานใหก้ ่อน เรยี นกรรมฐานกับอปุ ัชฌายะ เรยี นแลว้ กน็ �ำไปเจริญต่อ

คำ� วา่ กรรมฐานนี้ มนั เปน็ ฐานรองรบั เขาจะสรา้ งอะไรขน้ึ มา ภายนอกกต็ าม ตอ้ งมี
ฐานรองรบั มนั จงึ จะไมล่ ม้ ถา้ ไมม่ ฐี านรองรบั เวลาสรา้ งอะไรขนึ้ มนั กจ็ ะลม้ เมอื่ มี
หลักฐานทม่ี ัน่ คงแล้วมันก็ไม่ลม้ ล่ะ ถงึ แม้สรา้ งใหญ่สร้างโตก็ไมล่ ม้ ในทางธรรม
กเ็ ชน่ เดยี วกนั กรรมฐานนแ่ี หละเปน็ หลกั เปน็ ฐาน ถา้ ประมาทกรรมฐานแลว้ ใจกไ็ ม่
ม่นั คงละ่ เด๋ียวกล็ ม้ ภายหลงั

47

ชวี ประวัตแิ ละปฏปิ ทาคำ� สอน

ทางลดั คือทางหลง

ครง้ั พทุ ธกาลทา่ นกส็ อนกรรมฐานกนั ปจั จบุ นั พวกเราเวลาปฏบิ ตั นิ น้ั มกั จะมองขา้ ม
กรรมฐานไปแลว้ วา่ มนั เปน็ ธรรมขน้ั ตำ�่ วา่ เดนิ ตามกรรมฐานแลว้ จะบรรลธุ รรมชา้ นะ่
แลว้ กอ็ ยากเดนิ ทางลดั กนั แลว้ ทางไหนละ่ เปน็ ทางลดั ทางทวี่ า่ เปน็ ทางลดั นน้ั มนั ไมใ่ ช่
ทางหลงหรอื ละ่ มนั จะขา้ มกรรมฐานไปไมไ่ ดน้ ะการปฏบิ ตั ธิ รรมนะ่ พระพทุ ธเจา้ องค์
ตอ่ ไปทจ่ี ะมาตรสั รใู้ นโลกนี้ ทา่ นกจ็ ะสอนกรรมฐานเดยี วกนั นแ้ี หละ ทา่ นรเู้ หน็ ธรรม
กร็ เู้ หน็ อยา่ งเดยี วกนั นแ้ี หละ พระพทุ ธเจา้ รเู้ หน็ ยงั ไงกส็ อนสาวกใหร้ ตู้ ามเหน็ ตาม
อยา่ งนนั้ เมอื่ ทา่ นรูต้ ามเหน็ ตามทง้ั หมดจงึ เรียกวา่ เป็นสาวก จะเปน็ นักบวชหรือ
ไมไ่ ดเ้ ปน็ นกั บวชกม็ กี รรมฐานเหมอื นกนั ทงั้ หมด ถา้ มหี นงั หมุ้ หอ่ อยู่ ไมว่ า่ คนวา่ สตั ว์
ก็ลว้ นแตม่ หี นังหุ้มหอ่ ท้งั หมด มีกรรมฐานเหมอื นกันทัง้ หมด

เรากด็ ทู งั้ หมดนนั่ แหละใหเ้ ปน็ ในอารมณอ์ นั เดยี ว จะมอี ยใู่ กลอ้ ยไู่ กล เรากน็ อ้ มออกไป
ดไู ด้ อยไู่ กลๆ กน็ อ้ มเขา้ มาไวใ้ กลๆ้ นอ้ มเขา้ มาไวต้ อ่ หนา้ เรา เรานง่ั อยกู่ น็ อ้ มมาไวอ้ ยู่
ต่อหนา้ เราน้ี เราจะน่ังกด็ ีหรือเราจะเดนิ ภาวนาก็ดี เราก็จะก�ำหนดจิตของเราดทู ุก
อิริยาบถในกรรมฐาน เพราะกรรมฐานเป็นฐานรองรับนะ ผู้ปฏิบัติถ้ามองข้าม
กรรมฐานไปแลว้ กจ็ ะไปหาความหลงเทา่ นนั้ แหละ สว่ นผใู้ ดทเี่ จรญิ กรรมฐาน ผนู้ น้ั
เปน็ ผเู้ ดนิ ตามรอยพระพทุ ธเจา้ เพราะบรรดาสาวกนน้ั ทา่ นเดนิ ตามรอยพระพทุ ธเจา้
มาแต่อดีตชาติโน้น ถ้าองค์ไหนของเก่ามีมากก็รู้ได้ง่ายล่ะ อย่างพระปัญจวัคคีย์
พระพุทธเจ้าแสดงปฐมเทศนาโปรดปัญจวัคคีย์ พระอัญญาโกณฑัญญะก็ได้ส�ำเร็จ
เปน็ พระโสดาบนั ในเทศนก์ ณั ฑเ์ ดยี วกนั อกี ๔ องคก์ ถ็ งึ พระไตรสรณคมน์ ยดึ มน่ั ใน
คณุ ของพระพทุ ธเจา้ พระธรรม พระสงฆ์ เปน็ สรณะเปน็ ทพ่ี งึ่ เทศนก์ ณั ฑท์ ่ี ๒ อนตั ต-
ปรยิ ายสูตร ท่านกร็ ู้เห็นแจ้งท้งั หมด ได้สำ� เร็จเปน็ พระอรหันต์ข้นึ มาละ่

น่ันแหละของเก่าท่านมีมากท่านก็เลยรู้ได้ง่าย ส่วนองค์ท่ีของเก่าไม่มีมากท่านก็รู้
ได้ยาก ถึงว่าจะยากท่านก็ไม่ได้ละความเพียร อย่างเช่นพระจักขุบาล เข้าพรรษา
ทา่ นกต็ งั้ สจั อธษิ ฐานวา่ ในพรรษา ๓ เดอื นนเี้ ราจะไมเ่ อนตวั ลงนอน จะอยใู่ นอริ ยิ าบถ ๓

48

หลวงปอู่ ว้าน เขมโก

49


Click to View FlipBook Version