The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เล่มคู่มือสำหรับครู STEM

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by mr.archanai, 2022-06-22 00:03:51

เล่มคู่มือสำหรับครู STEM

เล่มคู่มือสำหรับครู STEM

185

ประเดน็ การ ระดบั คะแนน คะแนน

ประเมนิ 3 2 1 0 ท่ไี ด้

ข้นั ที่ 4 การ - ระบุหลักการและ - ระบุหลักการและ - ระบุหลักการและ - ไม่สามารถระบุ

ตรวจสอบผลลัพธ์ เ ห ต ุ ผ ล ข อ ง ก า ร เ ห ต ุ ผ ล ข อ ง ก า ร เ ห ต ุ ผ ล ข อ ง ก า ร ห ล ั ก ก า ร แ ล ะ

(ประเมนิ จาก ออกแบบบันไดใน ออกแบบบันไดใน ออกแบบบันไดใน เหตุผลของการ

การให้เหตผุ ลขอ้ แ ต ่ ล ะ ป ั จ จ ั ย ท่ี แ ต ่ ล ะ ป ั จ จ ั ย ที่ แ ต ่ ล ะ ป ั จ จ ั ย ที่ ออกแบบบันไดใน

2) เกี่ยวข้องได้ถูกต้อง เกี่ยวข้องได้ถูกต้อง เกี่ยวข้องได้ถูกต้อง แ ต ่ ล ะ ป ั จ จ ั ย ที่

ตามหลักการและ ตามหลักการและ ตามหลักการและ เกี่ยวข้องได้ถูกต้อง

ทฤษฎีครบท้ัง 5 ข้อ ทฤษฎีทุก 3-4 ข้อ ทฤษฎีน้อยกว่า 3 ตามหลักการและ

และ และ ข้อ หรอื ทฤษฎี

- ส ร ้ า ง บ ั น ไ ด - ส ร ้ า ง บ ั น ไ ด - ส ร ้ า ง บ ั น ไ ด - ไม่สามารถสร้าง

ต ้ น แ บ บ จ า ก ต ้ น แ บ บ จ า ก ต ้ น แ บ บ จ า ก บันไดต้นแบบจาก

อ ุ ป ก ร ณ ์ ท่ี อ ุ ป ก ร ณ ์ ที่ อ ุ ป ก ร ณ ์ ที่ อ ุ ป ก ร ณ ์ ที่

กำหนดให้ได้สำเร็จ กำหนดให้ได้ แต่มี กำหนดให้ไม่สำเร็จ กำหนดให้ไมส่ ำเร็จ

และมีสัดส่วนและ สัดส่วนและมาตรา หรือมีสัดส่วนและ หรือมีสัดส่วนและ

มาตราสว่ นถกู ต้อง ส่วนไม่สอดคล้อง ม า ต ร า ส ่ ว น ไ ม่ ม า ต ร า ส ่ ว น ไ ม่

กบั ภาพรา่ ง ถูกต้อง ถกู ต้อง

คะแนนรวม (19 คะแนน)

186

เกณฑ์การประเมนิ ความเข้าใจดิจทิ ัล
เรื่อง การออกแบบบันได

ประเด็นการ ระดับคะแนน คะแนนท่ี
ได้
ประเมนิ 3 2 1 0

1. การประเมิน บอกจุดเด่นของ บอกจุดเด่นของ บอกจุดเด่นของ

คณุ คา่ บันไดที่ออกแบบ บันไดที่ออกแบบ บันไดที่ออกแบบ

แ ล ะ ส ร ้ า ง ใ น แ ล ะ ส ร ้ า ง ใ น และสร้าง แต่ไม่

ป ร ะ เ ด ็ น ค ว า ม ป ร ะ เ ด ็ น ค ว า ม สอดคลอ้ งกับความ

เหมาะสมกับการ เหมาะสมกับการ เหมาะสมในการใช้

ใช้งาน แปลนของ ใช้งาน แปลนของ งาน แปลนของ

บ้าน และสมาชิก บ้าน และสมาชิก บ้าน และสมาชิก

ในบ้านได้อย่าง ในบา้ นไมค่ รบถว้ น ในบา้ น

ครบถ้วนและ

สมเหตุสมผล

2. ความสมบูรณ์ ภาพร่างและบันได ภาพร่างและบันได ภาพร่างหรือบันได

ของชิ้นงาน ต้นแบบมีคว าม ต้นแบบมีคว าม ต ้ น แ บ บ ย ั ง ไ ม่

สมบูรณ์ สอดคล้อง สมบูรณ์ สอดคลอ้ ง สมบรู ณ์

ทั้งในด้านรูปทรง ในด้านรูปทรง แต่

สัดส่วน และ สัดส่วน และ

มาตราส่วน ม า ต ร า ส ่ ว น ไ ม่

ถกู ต้อง

คะแนนรวม (6 คะแนน)

187

แบบประเมิน การออกแบบบันได

สมาชกิ กลุ่ม
1. ………………………………………………….
2. ………………………………………………….
3. ………………………………………………….
4. ………………………………………………….
5. ………………………………………………….

คำชแี้ จง พิจารณาผลงานของนักเรียน และประเมนิ ตามประเด็นการประเมินต่อไปนี้

ประเดน็ ประเมิน ระดบั การประเมิน 0 หมายเหตุ
54321

1. รปู แบบของบันได

2. ข้นั บนั ได

3. ราวบันไดและวสั ดุ

4. ภาพร่าง

5. การสรา้ งบนั ได

6. การทำงานเปน็ ทีม

รวม ..............................คะแนน

แปลผล 26 – 30 คะแนน ดีเย่ียม คะแนนรวม น้อยกว่า 16 คะแนน ปรับปรงุ
คะแนนรวม 21 – 25 คะแนน ดี
คะแนนรวม 16 – 20 คะแนน พอใช้
คะแนนรวม

188

เกณฑก์ ารประเมนิ

ประเดน็ 5 คะแนน 4 คะแนน 3 คะแนน 2 คะแนน 1 คะแนน 0 คะแนน
ประเมิน ทำไดเ้ พียง ทำได้เพยี ง ทำได้เพยี ง ทำไดเ้ พยี ง 1 ไม่สามารถเลือก
4 ประเดน็ 3 ประเดน็ 2 ประเดน็ ประเดน็ รูปแบบบันไดได้
1. รูปแ บบ เลือกรปู แบบบันได หรอื ทำไมไ่ ด้
ทำไดเ้ พียง ทำได้เพยี ง ทำได้เพยี ง ไม่สามารถ
ของบนั ได ได้ 4 ประเด็น 3 ประเด็น 2 ประเด็น ทำได้เพยี ง 1 กำหนดขั้นบันได
ประเด็น ได้
1.เหมาะสมกบั พื้นท่ี ทำได้เพียง ทำได้เพียง ทำไดเ้ พยี ง หรอื ทำไมไ่ ด้
4 ประเดน็ 3 ประเด็น 2 ประเดน็ ไม่สามารถ
2.เหมาะสมกับ ทำไดเ้ พยี ง 1 ออกแบบและ
ประเดน็ เลอื กใชว้ สั ดุใน
ความสูงของบ้าน หรือทำไม่ได้ การทำบนั ไดได้

3.มคี วามปลอดภยั

4.ความเอยี งมีความ

เหมาะสม

5.ให้เหตผุ ลท่ี

สมเหตุสมผล

2. ขน้ั บนั ได กำหนดขนั้ บนั ไดได้

1.ความสงู ของขนั้ ไม่

เกนิ 20 เซนตเิ มตร

2.ความกว้างไมเ่ กนิ

22 เซนติเมตร

3.ความยาวของแต่

ละขั้นไมน่ ้อยกวา่

80 เซนตเิ มตร

4.จำนวนข้นั มคี วาม

เหมาะสม

5.ให้เหตผุ ลที่

สมเหตสุ มผล

3. ราว 1.มีราวบันได

บนั ไดและ 2.ราวบันไดมคี วาม

วัสดุ สงู ทที่ ำใหเ้ กิดความ

ปลอดภยั

3.ใช้งานได้งา่ ยและ

สะดวก

189

4. ภาพร่าง 4.เลอื กใชว้ ัสดุท่ใี ช้ ทำไดเ้ พยี ง ทำไดเ้ พียง ทำได้เพยี ง ทำไดเ้ พียง 1 ไมส่ ามารถ.
ทำบนั ไดได้ 4 ประเด็น 3 ประเด็น 2 ประเด็น ประเด็น ออกแบบภาพร่าง
5. การสร้าง เหมาะสม หรอื ทำไมไ่ ด้ ได้
บันได 5.ใหเ้ หตุผลที่ ทำได้เพยี ง ทำได้เพียง ทำไดเ้ พยี ง
สมเหตสุ มผล 4 ประเดน็ 3 ประเด็น 2 ประเดน็ ทำได้เพียง 1 ไม่สามารถสร้าง
6. การ 1.ออกแบบภาพร่าง ประเดน็ บันไดต้นแบบได้
ทำงานเป็น สอดคลอ้ งกับท่ี ทำได้เพียง ทำได้เพยี ง ทำได้เพยี ง หรือทำไม่ได้
ทมี วางแผนไว้ 4 ประเดน็ 3 ประเดน็ 2 ประเดน็ ไม่สามารถทำงาน
2.สามารถนำภาพ ทำไดเ้ พยี ง 1 เปน็ ทมี ได้
ร่างไปสรา้ งตน้ แบบ ประเด็น
ไดจ้ รงิ หรอื ทำไม่ได้
3.ระบสุ ัดสว่ นและ
ขนาดทชี่ ัดเจน
4.มีมมุ มองทเ่ี ห็นได้
ชัดเจนเขา้ ใจง่าย
5.ใชม้ าตราสว่ นได้
ถกู ต้อง
1.สรา้ งบันได
ตน้ แบบได้
2.สรา้ งบนั ไดได้
สอดคลอ้ งกบั ภาพ
รา่ ง
3.บนั ไดเลอื กใชว้ ัสดุ
ไดเ้ หมาะสม
4.มคี วามแข็งแรง
5.มีสดั ส่วนท่ีถกู ต้อง
1.ทุกคนมสี ว่ นรว่ ม
2.มีการแบง่ หนา้ ที่
ชดั เจน
3.ทกุ คนร่วมกนั
แสดงความคดิ เห็น
และหาข้อสรปุ

190

4.รบั ฟงั ความ
คิดเหน็ และยอมรบั
เสียงสว่ นใหญ่
5.ทำงานไดป้ ระสบ
ความสำเร็จ

191

แบบประเมนิ ใบกิจกรรมท่ี 2
การทำงานรว่ มกนั ในกจิ กรรมบ้านของฉัน

สมาชิกกลุ่ม

1. ………………………………………………….

2. ………………………………………………….

3. ………………………………………………….

4. ………………………………………………….

5. ………………………………………………….

การประเมินการทำงานรว่ มกันของกลุ่ม

ข้อ ลักษณะการทำงานรว่ มกัน ระดบั คะแนน คะแนน
3 2 1 0 ท่ีได้

1 สมาชิกในกลมุ่ รเิ ริ่มกำหนดเป้าหมาย ของทมี

2 สมาชกิ ในกลมุ่ มีความรับผิดชอบตอ่ บทบาทและงานที่ไดร้ ับมอบหมาย

3 สมาชิกในกลมุ่ มีส่วนร่วมในการวางแผนและตัดสนิ ใจในการทำงาน

4 สมาชิกในกลมุ่ มีการจดั ระบบความคิดก่อนลงมือทำงานอย่างเป็นลำดบั

ขน้ั และปฏบิ ัติงานจนสำเรจ็

5 สมาชกิ ในกลุ่มมีการวิเคราะห์ สะท้อนการทำงานเพ่ือให้บรรลุเป้าหมาย

และสัมพันธภาพเชิงบวกของทีม

คะแนนรวม 15 คะแนน

เกณฑ์การใหค้ ะแนน
ระดับ 3 คะแนน (เหนือความคาดหวงั )
ระดบั 2 คะแนน (กำลังพฒั นา)
ระดับ 1 คะแนน (เรมิ่ ตน้ )

192

เกณฑ์การใหค้ ะแนนการนำเสนอแบบโปสเตอร์ (พกิ ัด แปลน และ บันไดบ้าน)
ใบกจิ กรรมท่ี 3

เรอ่ื ง กล่องรบั ความคิดเหน็

ประเดน็ การ ระดบั คะแนน คะแนนที่
ได้
ประเมิน 3 2 1 0

1. การนำเสนอ - รูปภาพแสดง/สอ่ื - รูปภาพแสดง/สอื่ - รูปภาพแสดง/สอื่ นกั เรียน

ดว้ ยรูปภาพ ค ว า ม ห ม า ย ค ว า ม ห ม า ย ค ว า ม ห ม า ย ไ ม ่ ส า ม า ร ถ

เกี่ยวกับพิกัดบ้าน เกี่ยวกับพิกัดบ้าน เกี่ยวกับพิกัดบ้าน น ำ เ ส น อ ด ้ ว ย

แปลนบ้าน และ แปลนบ้าน และ แปลนบ้าน และ รปู ภาพได้

บันไดบ้าน อย่าง บนั ไดบ้าน บ ั น ไ ด บ ้ า น ไ ม่

ชดั เจน เหมาะสม - มีการแบ่งสัดส่วน ชดั เจน

- มีการแบง่ สัดส่วน ของโปสเตอร์ท่ี - การแบ่งสัดส่วน

ของโปสเตอร์ท่ี เ ห ม า ะ ส ม ของโปสเตอร์ไม่

เหมาะสม มีจดุ เนน้ - เลือกใช้สีสื่อเพื่อ เ ห ม า ะ ส ม แ ล ะ

จุดเด่นในการสื่อ ดึงความสนใจ - มีการใช้สีในการ

ความหมาย และ นำเสนอ

- เ ล ื อ ก ใ ช ้ ส ี สื่ อ

ความหมายอย่าง

เหมาะสม ดงึ ดูดใจ

2. การนำเสนอ ภาพร่างและบันได ภาพร่างและบันได ภาพร่างหรือบันได นกั เรยี น

ด้านเนอื้ หา ต้นแบบมีคว าม ต้นแบบมีคว าม ต ้ น แ บ บ ย ั ง ไ ม่ ไ ม ่ ส า ม า ร ถ

สมบรู ณ์ สอดคลอ้ ง สมบรู ณ์ สอดคลอ้ ง สมบูรณ์ นำเสนอด้าน

ทั้งในด้านรูปทรง ในด้านรูปทรง แต่ เนอื้ หาได้

สัดส่วน และ สัดส่วน และ

มาตราส่วน ม า ต ร า ส ่ ว น ไ ม่

ถูกตอ้ ง

คะแนนรวม (6 คะแนน)

193

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนสมรรถนะพลเมอื งเข้มแข็ง
ใบกจิ กรรมท่ี 4

เรอ่ื ง สรปุ ข้อคิดเหน็

ประเดน็ 3 ระดบั คะแนน 1 คะแนน
การ 2 0 ท่ไี ด้
เขียนแสดงความ
ประเมิน คิดเห็นอย่าง เขยี นแสดงความ สามารถเขียนแสดง ไมส่ ามารถ
1.การ สอดคล้องกบั ข้อดี คดิ เห็นอยา่ ง ความคิดเห็นอย่าง เขียนแสดง
แสดง ข้อจำกัดท่ีไดร้ ับ สอดคล้องกับข้อดี สอดคลอ้ งกับข้อดี ความคดิ เห็น
ความ อย่างมเี หตผุ ล โดย ข้อจำกัดท่ีได้รบั ขอ้ จำกัดท่ีได้รบั อยา่ ง
คดิ เหน็ ปราศจากอคติได้ อยา่ งมเี หตุผล โดย อยา่ งมเี หตผุ ล โดย สอดคล้องกับ
และรับฟงั ครบถ้วน และ ปราศจากอคติ ปราศจากอคติได้ ขอ้ ดี ข้อจำกัด
ความ สามารถพจิ ารณา ไดบ้ างสว่ น และ บางสว่ น ท่ีได้รบั อย่างมี
คดิ เห็น ข้อคิดเห็นที่ไดร้ บั ไป สามารถพิจารณา และไมส่ ามารถ เหตุผล โดย
ของผู้อ่ืน ใชป้ ระโยชน์ เพอ่ื ขอ้ คิดเหน็ ท่ีได้รบั ไป พิจารณาขอ้ คิดเห็นที่ ปราศจากอคติ
การปรับปรงุ และ ใช้ประโยชน์ เพื่อการ ไดร้ บั ไปใชป้ ระโยชน์ ได้
พฒั นาผลงานของ ปรบั ปรงุ และพัฒนา เพื่อการปรับปรุงและ และไม่สามารถ
ตนเอง ผลงานของตนเอง พฒั นาผลงานของ พิจารณา
ตนเอง ขอ้ คิดเหน็ ที่
ได้รับไปใช้
ประโยชน์ เพื่อ
การปรบั ปรงุ
และพัฒนา
ผลงานของ
ตนเอง

คะแนนรวม (3 คะแนน)

194

เฉลยใบกิจกรรมท่ี 5
เร่อื ง ไปเที่ยวกนั เถอะ

สถานการณ์
มานะและเพื่อนวางแผนจะไปเที่ยว จังหวัดเพชรบุรี ในช่วงวันหยุดยาว ซึ่งเดินทางจากจังหวัด

นครปฐม ไปยงั จังหวดั เพชรบุรี โดยใชร้ ถยนต์สว่ นตัว เพือ่ ไปถงึ ท่ีหมายกอ่ นเวลา 11.00 น. มานะจะขบั รถด้วย
อัตราเร็วเฉลี่ย 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงและไม่มีการแวะพักเลย และเนื่องด้วยสถานการณ์ตอนนี้ราคาน้ำมัน
ค่อนข้างแพง มานะและเพื่อนควรออกเดินทางจากจังหวัดนครปฐมไม่เกินกี่โมง เพื่อให้การเดินทางครั้งน้ี
ประหยัดเวลา และค่าใช้จ่ายในการเดนิ ทางมากทสี่ ุด

ตอนท่ี 1
คำช้ีแจง : จงตอบคำถามต่อไปนี้
1. จากสถานการณด์ งั กล่าวปัญหา/ประเด็น คืออะไร
.1..)...ม..า..น...ะ..แ..ล..ะ...เ.พ...่ือ..น...ค..ว..ร..ว..า..ง..แ..ผ...น..เ..ล..ือ..ก...เ.ส..้น...ท...า.ง..อ...ย..่า..ง..ไ.ร....เ.พ...ื่อ..ใ..ห..ไ้..ด..้ร..ะ..ย...ะ..ท..า..ง..ส..้ัน...ท...สี่ ..ุด..แ...ล..ะ..ป...ร..ะ..ห...ย..ัด...ค..า่..ใ.ช...จ้ ..่า..ย..ใ..ห..้ไ..ด..้....
.ม..า..ก...ท..สี่...ุด.....2..)..เ..ว..ล..า..ใ..น..ก...า..ร..อ..อ..ก...เ.ด..นิ...ท...า..ง.เ..พ..อ่ื...ใ.ห...้ถ..งึ..ท...่ีห..ม...า..ย..ต..า..ม...เ.ว..ล...า..ท..่ีต...้อ..ง..ก..า..ร...........................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

2. จากสถานการณ์ดังกลา่ วมีเงือ่ นไขมอี ะไรบา้ ง
.ม..า..น...ะ..แ..ล...ะ..เ.พ...ื่อ..น...จ..ะ..ต...อ้ ..ง..ว..า..ง..แ..ผ...น..ก...า..ร..เ.ด..นิ...ท..า..ง..ไ..ป..เ..ท..ี่ย...ว...จ..งั..ห...ว..ัด..เ.พ...ช...ร.บ...ุร..ี.โ..ด..ย...ป..ร..ะ...ห..ย..ดั...เ.ว..ล..า....แ..ล..ะ...ค..่า..ใ.ช...้จ..่า..ย..ใ..น...ก..า..ร......
.เ.ด...นิ ..ท...า..ง..ม..า..ก..ท...่สี..ุด....ร..ว..ม...ถ..ึง..เ.ง..ื่อ..น...ไ.ข...เ.ก..ี่ย...ว..ก..บั...เ.ว..ล...า.ใ..น...ก..า..ร..อ..อ...ก..เ.ด...ิน..ท...า..ง.......................................................... ...............
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

195

ตอนท่ี 2

คำชีแ้ จง : จงตอบคำถามตอ่ ไปน้ี

1. จงอธิบายเส้นทางจากอำเภอพุทธมณฑลไปยังอำเภอเมืองเพชรบุรี 5 เส้นทางบนแผนที่ที่เป็นไปได้

ถ้านักเรียนต้องเลือกเดินทาง 1 เสน้ ทางในการเดนิ ทาง แล้วนกั เรยี นจะเลอื กเสน้ ทางใด เพราะเหตใุ ด

หมายเหตุ การเดนิ ทางจะเดินทางโดยรถยนตเ์ ทา่ นัน้ เสน้ ทางทใี่ ช้คือถนนซงึ่ เป็นเสน้ สเี ทาบนแผนท่ี

เส้นทางท่ี 1 เสน้ ทางท่ี 2

เสน้ ทางที่ 3 เส้นทางที่ 4

เสน้ ทางที่ 5 เส้นทางท่ีลอื ก
(ตวั อยา่ งคำตอบท่เี ป็นไปได)้
เสน้ ทางที่ 2
เหตุผล คาดว่าจะมีระยะสั้นที่สุด เนื่องจากลากตัด
ตรงจากพุทธมณฑลไปสมุทรสาครก่อน แล้วจึงขับ
ตามถนนใหญ่ไปยงั เพชรบุรี

196
2. จงประมาณระยะทางจากบ้านเกมที่อำเภอพุทธมณฑลไปยงั อำเภอเมืองเพชรบุรี โดยใช้ไม้บรรทัดในการวัด
และมาตราสว่ นบนแผนทใ่ี นการคำนวณ

แนวคิด (ใช้แอปพลเิ คชัน FILES บนไอแพดเพอื่ เปิดไฟล์ PDF จะมเี ครอื่ งมือไมบ้ รรทัด)
ความยาวของมาตรส่วน 10 กิโลเมตร คอื 1.6 หนว่ ย
พจิ ารณาความยาวบนแผนที่จากอำเภอพุทธมณฑลไปยังอำเภอเมืองเพชรบรุ ี
เท่ากับ 1.7+2.8+2.5+0.6+2.6+0.2+0.8+1.8+1.2+1+1.4+1.6 = 18.2 หน่วย
คิดเปน็ ระยะทางจริง เท่ากบั 18.2*10/1.6 = 113.75 กิโลเมตร

197

3. จากระยะทางที่ประมาณได้ในข้อ 2. ใหน้ ักเรียนคำนวณคา่ ใช้จ่ายในการเดินทางจากอำเภอพทุ ธ
มณฑลไปยงั อำเภอเมืองเพชรบุรี กำหนดราคานำ้ มนั คดิ ตามระยะทาง ดังน้ี

น้ำมนั ราคาลิตรละ 39.48 บาท
ระยะทาง 18 กโิ ลเมตร ใชน้ ำ้ มัน 1 ลติ ร
แนวคดิ ...ร..ะ..ย..ะ..ท...า..ง..ท..ัง้..ห...ม..ด...ท..ใี่..ช..เ้..ด..นิ...ท..า..ง...เ..ท..่า..ก...ับ....1..1..3...7...5...ก...โิ .ล..เ..ม..ต..ร........................................................................
………………ใช…้น…้ำ…มัน…ท…ัง้ …ห…มด……………………1…1…3.…7…5/…1…8…=……6.…32……ลติ…ร…………..……………………………………………………
……………………………………………………ดร……างั ……คน……าัน้ น……คำ้ ……มา่ ……ในั ชร……้จา……่าคย……าใล……นติ ก……รา……ลระ……เด……3นิ 9……ท.4……า8ง……ทบ……้งั าห……ทม……ด……คเ……ดิ ทเ……่าปก……็นบั ……เง2……ิน4……39……9.5.……418….บ.*…า…6ท…...3……2……=……2……4……9…….5……1บ……า……ท…………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………..…………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………..………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………..………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………..………………………………………

4. ในวันที่ต้องเดินทาง มานะและเพื่อนจะต้องออกเดินทางจากบ้านที่อำเภอพุทธมณฑลไปถึงอำเภอเมือง
เพชรบรุ กี ่อนเวลา 11.00 น. ถา้ มานะขบั รถด้วยอัตราเร็วเฉล่ยี 100 กิโลเมตรตอ่ ชัว่ โมงและไม่มีการแวะพักเลย
แล้วมานะและเพ่อื นจะต้องเร่ิมออกเดนิ ทางจากบา้ นไมเ่ กนิ กโ่ี มง
แนวคิด ..ร.ะ...ย..ะ..ท...า..ง..ท..ัง้..ห...ม..ด...ท..่ใี..ช..้เ.ด...นิ ..ท...า..ง...เ.ท...า่..ก..ับ....1...1..3...7..5....ก..ิโ..ล..เ.ม...ต..ร.........................................................................
……………พ…อ่ …เก…ม…ข…ยั …รถ…ด…ว้ …ยอ…ตั …ร…าเ…รว็…เ…ฉล…ีย่ …1…0…0…ก…โิ ล…เ…มต…ร…ต…่อ…ช่วั…โ…มง…………..……………………………………………………
……………น…นั่ …ค…ือ…จ…ะ…ใช…้เว…ล…าเ…ด…นิ …ทา…ง…1…1…3.…7…5/…1…00……=…1….1…3…75…ช…่ัว…โ…มง…ห…ร…อื …1..…ชั่ว…โ…มง…0….…13…7…5…*6…0…=…8….…25…น…า…ท…ี …
……………ด…งั …น…น้ั …ม…าน…ะ…แ…ล…ะเ…พ…อ่ื น…จ…ะ…ต…อ้ …งอ…อ…ก…จา…ก…บ…้าน…ไ…ม…่เก…ิน…เว…ล…า …9…น…าฬ…ิก…า…5…1..5…7…น…า…ท…ี ………………………………
………………………………………………………………………………………………………………..…………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………..………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………..………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………..………………………………………

198
5. ใหน้ ักเรยี นใช้แอปพลเิ คชัน Maps เพื่อตรวจสอบระยะทางจากอำเภอพุทธมณฑลไปยงั อำเภอเมืองเพชรบุรี
ตามเสน้ ทางทน่ี กั เรียนเลอื กเทยี บกับระยะทางท่คี ำนวณไดใ้ นข้อ 2. (เลอื กเส้นทางทใ่ี กลเ้ คียงทีส่ ุด)

ภาพเสน้ ทางจากแอปพลเิ คชัน Maps
ระยะทางทค่ี ำนวณได้จากแอปพลิเคชัน เท่ากบั 119 กโิ ลเมตร
ระยะทางจากแอปพลิเคชันแตกตา่ งจากระยะทางที่นกั เรยี นคำนวณได้ในข้อ 2. หรือไม่ อย่างไร
ระยะทางท่คี ำนวณไดใ้ นขอ้ 2 มีค่าน้อยกว่าระยะทางจากแอปพลิเคชนั อยู่ 119-113.75 = 5.25 กโิ ลเมตร
จงอธบิ ายวา่ ความแตกต่างของระยะทางดังกล่าว มาจากเหตผุ ลใด
คา่ ความคาดเคล่อื นท่เี กิดขึน้ อาจะเกดิ มาจากเหตผุ ลดังต่อไปนี้
- ความคาดเคล่ือนจากการวดั มาตรส่วน 1.6 หน่วย เท่ากบั 10 กโิ ลเมตร ซ่งึ ความละเอยี ดอาจจะต้อง

มากกวา่ นี้
- ความคาดเคลื่อนจากการกะประมาณความยาวที่ไม่ใช่ส่วนของเส้นตรงด้วยความยาวส่วนของ

เสน้ ตรง ทำใหค้ ่าท่ไี ด้มีคา่ นนอ้ ยกวา่ ที่ควรจะเป็น

199

เกณฑก์ ารให้คะแนนใบกิจกรรมที่ 5

เร่ือง ไปเทีย่ วกนั เถอะ

กลมุ่ ท่ี .............................

รายชอื่ สมาชิก 1. ……………………………………………………………………………………………………………………………

2. ……………………………………………………………………………………………………………………………

3. ……………………………………………………………………………………………………………………………

4. ……………………………………………………………………………………………………………………………

คำชี้แจง ทำเครื่องหมาย  ลงในชอ่ งที่ตรงกับความจริงมากทสี่ ดุ

หวั ข้อการประเมนิ คะแนน

ตอนที่ 1

ข้อ 1. 2 1 0

ข้อ 2. 2 1 0

รวม (4 คะแนน)

ตอนที่ 2

ข้อ 1. 2 1.5 1 0.5 0

ขอ้ 2. 3 2 1 0

ข้อ 3. 1 0

ขอ้ 4. 1 0

ข้อ 5. 21 0

รวม (9 คะแนน)

รวมคะแนนทัง้ หมด (13 คะแนน)

เกณฑ์การผ่าน ต้ังแต่ 10.4 คะแนน (80%) ขึ้นไป  ผา่ น
น้อยกว่า 10.4 คะแนน (80%) ขึ้นไป  ไมผ่ า่ น

200

เกณฑก์ ารให้คะแนนใบกิจกรรมที่ 5
เร่อื ง ไปเทีย่ วกนั เถอะ

สว่ นท่ี 1 ระดบั คะแนน คะแนน
ที่ได้
ประเดน็ การ 1
ประเมิน 2 ระบปุ ัญหา /ประเด็นจาก 0
ระบุปญั หา /ประเด็น สถานการณ์ได้ถูกต้องเพยี ง ไม่สามารถระบุปัญหา /
1. การระบุ จากสถานการณ์ได้
ปัญหา / บางสว่ น ประเดน็ จาก
ประเดน็ ถกู ต้อง สถานการณ์ได้
ครบถ้วน ระบเุ งอื่ นไขจาก
2. การระบุ ระบเุ งอ่ื นไขจาก สถานการณ์ ไม่สามารถระบุเง่ือนไข
เงือ่ นไข สถานการณ์ จากสถานการณ์ได้
ได้ถูกตอ้ ง ครบถว้ น- ได้ถูกต้องเพียงบางสว่ น

201

ส่วนท่ี 2

ข้อ รายการประเมิน คะแนน คะแนนรวม
(คะแนนเต็ม)

ข้อที่ 1 จงอธิบายเส้นทางจากบ้านเกมท่ีอำเภอพุทธมณฑลไปยังอำเภอเมืองเพชรบุรี 3 เสน้ ทางบนแผนท่ีที่

เป็นไปได้ ถ้านักเรียนต้องเลือกเดินทาง 1 เส้นทางในการเดินทาง แล้วนักเรียนจะเลือกเส้นทางใด เพราะ

เหตุใด

(2 คะแนน) เงอ่ื นไข แสดงเสน้ ทางท่เี ปน็ ไปได้ 4-5 เส้นทาง 11

ตวั อย่างคำตอบ

เงื่อนไข แสดงเสน้ ทางทเ่ี ป็นไปได้ 2-3 เส้นทาง 0.5 1
เงื่อนไข แสดงเสน้ ทางทเ่ี ป็นไปได้ 1 เส้นทาง ไม่ตอบ 0
คำตอบไม่เกี่ยวข้อง หรือผดิ ทั้งหมด
เงอื่ นไข เลอื กเส้นทาง 1 เสน้ ทาง และแสดงเหตุผลท่ี 1
เหมาะสมและสอดคลอ้ งกับเส้นทางทีเ่ ลอื ก
ตวั อย่างคำตอบ
- เส้นทางท่ี 2 เหตผุ ล คาดว่าจะมรี ะยะสน้ั ท่สี ดุ เน่ืองจาก
ลากตดั ตรงจากพทุ ธมณฑลไปสมทุ รสาครก่อน แล้วจงึ ขบั
ตามถนนใหญ่ไปยงั เพชรบรุ ี
- เสน้ ทางท่ี 3 เหตุผล คาดวา่ จะมีระยะสน้ั และใชถ้ นน
ใหญ่ตลอดเสน้ ทาง

202

เงือ่ นไข ไม่ตอบ คำตอบไม่เกี่ยวข้อง หรือผิดทั้งหมด 0

ข้อที่ 2 จงประมาณระยะทางจากอำเภอพุทธมณฑลไปยังอำเภอเมืองเพชรบุรี โดยใช้ไม้บรรทัดในการวัด

และมาตราสว่ นบนแผนที่ในการคำนวณ

(3 คะแนน) เง่อื นไข แสดงร่องรอยการคำนวณความยาวระยะทางท่ี 1 1

เลอื กบนแผนท่ี

ตัวอยา่ งคำตอบ

เงอ่ื นไข ไม่แสดงรอ่ งรอยการคำนวณระยะทางบนแผนที่ 0 1
เงื่อนไข แสดงความยาวของมาตรส่วนเปน็ หนว่ ยวัด 1 1
ตัวอย่างคำตอบ 0
ความยาวของมาตรส่วน 10 กิโลเมตร คือ 1.6 หนว่ ย 1
เง่อื นไข ไม่แสดงความยาวของมาตราส่วน
เงอื่ นไข แสดงการคำนวณความยาวบนแผนท่ีโดยใชม้ าตร 0
สว่ น และเทยี บบญั ญตั ิไตรยางศ์
ตัวอยา่ งคำตอบ

พจิ ารณาความยาวบนแผนทจ่ี ากอำเภอพุทธ
มณฑลไปยังอำเภอเมืองเพชรบรุ ี

เท่ากบั
1.7+2.8+2.5+0.6+2.6+0.2+0.8+1.8+1.2+1+1.4+1.6
= 18.2 หน่วย

คดิ เป็นระยะทางจรงิ เท่ากบั 18.2*10/1.6 =
113.75 กิโลเมตร
เงอ่ื นไข ไม่แสดงการคำนวณ หรอื วิธกี ารไม่ถกู ต้อง

203

ข้อที่ 3 จากระยะทางท่ปี ระมาณไดใ้ นข้อ 2. ให้นักเรยี นคำนวณค่าใช้จ่ายในการเดินทางจากที่อำเภอพทุ ธ

มณฑลไปยงั อำเภอเมืองเพชรบรุ ี กำหนดน้ำมันราคาลิตรละ 39.48 บาท , ระยะทาง 18 กิโลเมตร ใชน้ ้ำมนั

1ลติ ร

(1 คะแนน) เงื่อนไข แสดงการคำนวณคา่ ใชจ้ ่ายกำหนดราคาน้ำมนั 1 1

คิดตามระยะทาง ดังนี้

ตัวอยา่ งคำตอบ

ระยะทางทั้งหมดทใี่ ช้เดนิ ทาง เทา่ กับ 113.75 กโิ ลเมตร

ใช้นำ้ มนั ท้งั หมด 113.75/18 = 6.32 ลิตร

ราคาน้ำมนั ราคาลิตรละ 39.48 บาท คิดเปน็ เงิน

39.48*6.32 = 249.51บาท

ดังนั้น ค่าใช้จ่ายในการเดินทางทั้งหมด เท่ากับ

249.51บาท

เง่ือนไข ไม่แสดงรอ่ งรอยการคำนวณ 0

ข้อที่ 4 ในเดินทางจากอำเภอพุทธมณฑลไปถึงบ้านใหม่ที่อำเภอเมืองเพชรบุรีกอ่ นเวลา 11.00 น. ถ้ามานะ

ขับรถด้วยอัตราเร็วเฉลี่ย 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงและไม่มีการแวะพักเลย แล้วมานะและเพื่อนจะต้องเร่ิม

ออกเดินทางจากบ้านไมเ่ กนิ กโ่ี มง

(1 คะแนน) เง่อื นไข แสดงการคำนวณเวลาที่ใช้ในการเดินทาง และหา 1 1

เวลาเริม่ เดนิ ทาง

ตัวอยา่ งคำตอบ

ระยะทางท้ังหมดทใ่ี ช้เดินทาง เท่ากับ 113.75 กิโลเมตร

พอ่ เกมขัยรถด้วยอตั ราเรว็ เฉล่ีย 100 กโิ ลเมตร

ต่อชัว่ โมง

นั่นคอื จะใช้เวลาเดนิ ทาง 113.75/100 =

1.1375 ชวั่ โมง หรอื 1 ชวั่ โมง 0.1375*60 = 8.25 นาที

ดังน้นั เกมจะต้องออกจากบา้ นไม่เกินเวลา 9

นาฬิกา 51.57 นาที

เง่ือนไข ไม่แสดงร่องรอยการคำนวณ 0

ข้อที่ 5 ให้นักเรียนใชแ้ อปพลิเคชัน Maps เพื่อตรวจสอบระยะทางจากอำเภอพุทธมณฑลไปยังอำเภอเมือง

เพชรบรุ ี ตามเสน้ ทางท่ีนกั เรียนเลอื กเทยี บกบั ระยะทางท่ีคำนวณได้ในข้อ 3. (เลอื กเสน้ ทางทใี่ กลเ้ คยี งท่ีสุด)

(2 คะแนน) เงอื่ นไข แสดงภาพเส้นทางเดินทางจาก Maps หรือแอป 1 1

พลิเคชันอน่ื ท่ีใกล้เคยี ง

204

ตวั อยา่ งคำตอบ

เงือ่ นไข ไมภ่ าพเส้นทางจากแอปพลิเคชนั 0 1
เงอ่ื นไข แสดงความแตกตา่ งของระยะทางที่คำนวณได้กบั 1
จากแอปพลิเคชนั และอธิบายเหตุ
ตัวอยา่ งคำตอบ 0
ระยะทางท่ีคำนวณได้ในข้อ 2 มคี ่าน้อยกว่าระยะทางจาก
แอปพลิเคชันอยู่ 119-113.75 = 5.25 กโิ ลเมตร
ค่าความคาดเคลื่อนท่ีเกดิ ข้ึน อาจะเกิดมาจากเหตผุ ล
ดังต่อไปน้ี
- ความคาดเคล่ือนจากการวัดมาตรสว่ น 1.6 หนว่ ย
เท่ากับ 10 กิโลเมตร ซ่ึงความละเอยี ดอาจจะตอ้ งมากกว่า
น้ี
- ความคาดเคลื่อนจากการกะประมาณความยาวท่ีไมใ่ ช่
ส่วนของเส้นตรงด้วยความยาวส่วนของเส้นตรง ทำให้ค่าท่ี
ได้มคี ่านน้อยกว่าทีค่ วรจะเป็น
เงอ่ื นไข ไม่แสดงความแต่ต่างระยะทางหรอื ไมแ่ สดง
เหตุผล

205

เฉลยใบกจิ กรรมท่ี 6
เรอื่ ง แบ่งบ้านเป็นสัดสว่ น

สถานการณ์
มานี ต้องการซื้อบ้านหลังใหม่ เธอใช้เวลาในการค้นหาโครงการบ้านเดี่ยว ที่มีดีไซน์ทรงบ้านสวยๆ

ออกมาให้เลือกสรรมากมายแต่ก็ยังไม่เจอแปลนบ้านหลังที่ถูกใจสักที เนื่องจากเธอให้ความสำคัญในการ
คำนวณหาพื้นที่ใช้สอยจากแปลนบ้าน ที่จะต้องแบ่งพื้นที่ใช้สอยได้อย่างเหมาะสม และคุ้มค่าต่อสมาชิกใน
ครอบครัวของเธอเป็นหลัก โดยสมาชิกในครอบครัวประกอบไปด้วย พ่อและแม่ เป็นผู้สูงอายุ และลูกวัย 8-10 ปี
อีก 2 คน

ส่วนท่ี 1
คำชแี้ จง : จงตอบคำถามต่อไปน้ี
1. จากสถานการณด์ งั กล่าวปัญหา/ประเด็น คอื อะไร
...ก...า..ร..ค..ำ..น..ว...ณ...ห...า..พ..ืน้...ท..ีใ่..ช..้ส...อ..ย..จ...า..ก..แ..ป...ล..น...บ...า้ .น............................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
2. จากสถานการณ์ดงั กล่าวมเี งอื่ นไขมอี ะไรบา้ ง
..แ..ป..ล...น..บ...า้..น..จ...ะ..ต..้อ...ง..ม..ีพ...้ืน..ท...ใ่ี..ช..้ส..อ...ย..ไ.ด...้อ..ย...า่ ..ง.เ..ห..ม...า..ะ..ส..ม....แ..ล...ะ..ค..ุ้ม...ค..่า..ต...อ่ ..ส..ม...า..ช..กิ..ใ..น..ค...ร..อ..บ...ค..ร..ัว............................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

206

ส่วนท่ี 2
คำชแ้ี จง : จงตอบคำถามตอ่ ไปนี้
1. จากเส้นตรงดา้ น A และ B จงตอบคำถามต่อไปนี้

A - จากรูป ดา้ น A ยาว 4 (หนว่ ย cm หรือ ซม.)
B - จากรูป ดา้ น B ยาว 5 (หนว่ ย cm หรอื ซม.)
- เมอ่ื ทำการสรา้ งรูปสี่เหลีย่ มจากเส้นตรง 2 เสน้ ท่ตี งั้ ฉากกัน
ไดร้ ูปสเ่ี หลี่ยมทง้ั หมด 20 รูป (สรา้ งรูปดา้ นซ้ายมือ)
- รปู สีเ่ หลี่ยมเลก็ 1 รปู มีพนื้ ท่ี 1 (หนว่ ย cm2 หรือ ตร.ซม. )
**เพ่มิ เติม** หน่วยความยาว เมตร แทนด้วยสญั ลกั ษณ์ m
หนว่ ยของพนื้ ท่ี ทเ่ี กิดจากดา้ นกว้างคณู ด้านยาวจะเปน็ m x m
(เมตรคูณกนั 2 ครั้ง) ดังนั้นเขียนแทนสัน้ ได้ว่า m2
อ่านว่าเมตรยกกำลังสอง หรือเรียกว่าตารางเมตร

2. จากรูปจงตอบคำถามต่อไปน้ี พน้ื ท่ีแตล่ ะห้อง
- ห้องครัวมพี ้ืนที่ 4 (cm2)
- ห้องอาหารมีพ้ืนที่ 4 (cm2)
- ห้องนอน 1 มีพ้ืนที่ 12 (cm2)
- ห้องรับแขกมีพื้นท่ี 9 (cm2)
- ห้องนำ้ 1 มพี น้ื ท่ี 6 (cm2)
- ทางเดนิ มพี ้ืนที่ 5 (cm2)
- บันได มพี ้ืนท่ี 4 (cm2)
ช้ัน 1 พื้นทร่ี วมเท่าใด (แสดงวธิ หี าคำตอบ)
(แนวคำตอบเพ่ือพิจารณา)
1. ขดี เสน้ แบ่งพืน้ ทีเ่ ปน็ รูปสเี่ หลยี่ มเล็กๆ
2. นำพืน้ ที่แต่ละห้องมาบวกกัน 4+4+12+9+6+5+4 = 44 cm2
หรือ นำพ้ืนทร่ี ปู ส่เี หล่ยี มสองส่วนมารวมกัน (6x6)+(2x4) = 44 cm2
3. ตรวจคำตอบว่าจำนวนสีเ่ หลย่ี มเทา่ กันกบั ทค่ี ำนวณหรอื ไม่

207

3. พื้นทีแ่ ตล่ ะหอ้ ง
- หอ้ งนอน 2 มีพ้ืนท่ี 15 (cm2)
- ทางเดิน มพี น้ื ที่ 7 (cm2)
- ห้องนำ้ 2 มพี ื้นที่ 4 (cm2)
- บนั ได มีพ้ืนที่ 4 (cm2)
ชัน้ 2 มีพ้ืนทีร่ วมเท่าใด (แสดงวธิ หี าคำตอบ)
(แนวคำตอบเพ่ือพจิ ารณา)
1. ขีดเส้นแบง่ พน้ื ท่ีเป็นรปู ส่ีเหลย่ี มเล็กๆ
2. นำพ้ืนทีแ่ ตล่ ะห้องมาบวกกัน 15+7+4+4 = 30 cm2 หรอื
นำพ้ืนท่ีรปู สีเ่ หลี่ยมสองสว่ นมารวมกัน (8x3)+(2x3)=30 cm2
3. ตรวจคำตอบว่าจำนวนสเ่ี หลี่ยมเท่ากนั กับท่ีคำนวณหรอื ไม่

4. เพราะเหตใุ ดห้องครัวจึงอยู่ด้านลา่ ง
..เ.พ...ร..า..ะ...ห...้อ..ง..ค...ร..ัว..เ.ป...็น..ท...ส่ี ..ำ..ห...ร..บั ...ท..ำ..อ...า..ห..า..ร..บ...้า. ง..เ..พ..ื่อ...ร..ับ..แ...ข..ก......................................................................................
..ด..งั..น...นั้ ..ห...้อ..ง..ค...ร..ัว..จ..ึง..ค..ว..ร..เ..ป..น็...พ...้ืน..ท...่ที...แี่ ..ข..ก...เ.ข..้า..ถ...งึ .ไ..ด..้ง..า่..ย..ไ..ม..่ต...้อ..ง..ก..า..ร..ค...ว..า..ม..เ..ป..็น...ส..่ว..น...ต..วั..................................................
..ด..ัง..น...ั้น..ห...้อ..ง..ค...ร..วั ..จ..ึง..ไ.ม...จ่ ..ำ..เ.ป...น็...ต..้อ..ง..อ...ย..ู่ช..ั้น....2....ห...ร..อื ..ค..ำ..ต...อ..บ...อ..า..จ..เ..ป..็น...อ..ย...่า..ง.อ...น่ื ..ไ..ด..้.........................................................
...........................................................................................................................................................................
5. การออกแบบพนื้ ทภี่ ายในบ้าน นอกจากหอ้ งต่างๆ แลว้ มีส่ิงใดบา้ งท่ตี ้องคำนงึ ถึง
..ท...า..ง.เ..ด..นิ ...แ..ล..ะ...บ..ัน...ไ.ด...............................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..............................................
6. สัดส่วนของห้องต่างๆ ในแบบบ้านนี้มคี วามเหมาะสมตอ่ ครอบครวั ขนาดก่ีคน เพราะเหตุใด?
..แ..ป...ล..น...บ..้า..น...ห..ล..ัง..น...้ีเ.ห..ม...า..ะ..ส..ำ..ห...ร.ับ...ค..ร..อ...บ..ค...ร.ัว....4..-.5....ค..น....ซ..่งึ..ม..ี..3...เ.ห...ต..ุผ..ล...ห..ล...ัก....ไ..ด..้แ..ก...่ .เ.ห...ต.ุผ...ล..แ..ร..ก...ส..ว่ ..น..ข...อ..ง..ห..้อ...ง.น...อ..น..........
..ห..อ้...ง..น..อ..น...ด..้า..น...บ..น...ส..า..ม..า..ร..ถ..น...อ..น...ไ.ด...้ .2..-.3....ค..น....แ..ล..ะ...ห..้อ..ง..น...อ..น...ด..า้..น..ล...่า..ง.ส...า.ม...า..ร..ถ...น...อ..น...ไ.ด..้.2..-.3....ค..น....เ.ห...ต..ผุ..ล...ท..ี่ส...อ..ง...ห..้อ...ง..น..้ำ...
..2...ห...้อ..ง...ส..า..ม...า..ร..ถ..ท..ำ..ใ..ห..้ค...น..ใ..น..ค..ร..อ...บ..ค...ร..วั ..ส..ล..ับ...ใ.ช..ง้..า..น...ไ.ด..้..เ.ห..ต..ุผ...ล..ท...่ีส..า..ม...ห...้อ..ง..ค..ร..ัว..แ...ล..ะ..ห...้อ..ง..อ..า..ห..า..ร..ม...ีค..ว..า..ม..เ.ห...ม..า..ะ..ส...ม.........
..ถ..ูก..แ...บ..ง่..เ.ป...น็ ..ส...ัด..ส..ว่..น...อ..อ..ก...จ..า..ก..ห...้อ..ง..ร..บั ..แ...ข..ก..ท...ำ..ใ.ห...้ก..า..ร..ใ.ช..ง้..า..น...ไ.ม..่แ...อ..อ..ดั....ห...า.ก...ม..คี...น..พ...ัก..ผ..่อ...น..แ..ล..ะ..ท...า..น..อ...า.ห...า..ร......................
..ใ.น...เ.ว..ล..า..เ.ด...ีย..ว..ก..นั....ด..งั..น...น้ั ..ก...า.ร..แ...บ..่ง..ส..ัด...ส..ว่ ..น..ข...อ..ง..บ..า้..น...จ..งึ..เ.ห..ม...า..ะ..ส..ม...ก..ับ..ค...ร..อ..บ...ค..ร..ัว..ใ.ห...ญ...่.5....ค.น....ด...ัง.ท...่ีก..ล...่า.ว..ม...า.......................
...........................................................................................................................................................................

208

เกณฑ์การใหค้ ะแนนใบกิจกรรมท่ี 6
เรอ่ื ง เแบง่ บ้านเป็นสดั ส่วน

สว่ นท่ี 1 ระดบั คะแนน คะแนน
ทีไ่ ด้
ประเด็นการ
ประเมนิ 21 0
ไม่สามารถระบปุ ัญหา /
1. การระบุ ระบุปญั หา /ประเดน็ ระบปุ ัญหา /ประเด็นจาก ประเด็นจากสถานการณ์
ปญั หา /
ประเด็น จากสถานการณ์ได้ สถานการณ์ได้ถูกต้องเพียง ได้

2. การระบุ ถกู ต้อง บางส่วน ไม่สามารถระบุเงื่อนไข
เงื่อนไข จากสถานการณ์ได้
ครบถว้ น-

ระบเุ ง่อื นไขจาก ระบเุ งอื่ นไขจากสถานการณ์

สถานการณ์ ได้ถูกตอ้ งเพยี งบางส่วน

ได้ถูกต้อง ครบถว้ น-

คะแนนรวม (4 คะแนน)

209

ส่วนที่ 2 3 ระดับคะแนน 0 คะแนนท่ไี ด้
ประเด็นการ ตอบถูกมากกว่า 21 คะแนน ตอบถูก
หรือเทา่ กับร้อย ตอบถูกมากกวา่ คะแนน ตอบถูก นอ้ ยกว่าหรอื
ประเมิน หรอื เท่ากับรอ้ ย มากกวา่ หรือ เท่ากบั ร้อยละ 30
1.การคำนวณ ละ 80 ละ 50 เทา่ กบั ร้อยละ 30
พื้นท่ีของรปู ไม่สามารถระบุ
สี่เหลย่ี มได้ ระบุสดั ส่วนของ ระบุสดั สว่ นของ ระบสุ ัดส่วนของ สัดส่วนของบ้าน
(ขอ้ ที่ 1-3) พรอ้ มให้เหตผุ ลที่
2. แบง่ สดั ส่วน บ้านพร้อมให้ บา้ นพรอ้ มให้ บ้านพรอ้ มให้ เหมาะสมได้ และ
ของบา้ นและให้ ไมส่ ามรถคำนงึ ถึง
เหตุผลประกอบ เหตผุ ลท่ี เหตผุ ลท่ี เหตผุ ลทเี่ หมาะสม ความเหมาะสม
(ข้อ 4 และ ข้อ ของสมาชิกใน
6) เหมาะสม โดย เหมาะสม โดย เพียงบางส่วน และ
ครอบครัว
คำนึงถึงความ คำนึงถึงความ คำนึงถงึ ความ

เหมาะสมของ เหมาะสมของ เหมาะสมของ

สมาชิกใน สมาชกิ ใน สมาชิกใน

ครอบครัวทั้ง 4-5 ครอบครวั เพียง ครอบครวั นอ้ ย

คน 2-3 คน กวา่ 2 คน

คะแนนรวม (15 คะแนน)

รวมคะแนนทง้ั หมด (19 คะแนน)

210

เฉลยใบกิจกรรมที่ 7
เร่ือง บันไดหรรษา

สถานการณ์
หลังจากที่มานีได้คำนวณหาพื้นที่ใช้สอยจากแปลนบ้านหลังหนึ่งแล้ว เธอค่อนข้างพอใจกับการแบ่ง

สัดสว่ น และพืน้ ท่ีใชส้ อยภายในบ้านดังกล่าวเป็นอย่างมาก แตเ่ ธอยังลังเลในการเลือกรูปแบบของบันไดบ้าน เธอจึง
อยากทราบว่า ลักษณะของบันไดแบบใดที่จะให้ความสะดวกและความปลอดภัย ในการใช้งานได้เหมาะสมต่อ
สมาชกิ ในครอบครวั เน่ืองจากสมาชกิ ในครอบครัวของเธอมีทง้ั เด็กและผู้สูงอายุ

ส่วนที่ 1
คำช้แี จง : จงตอบคำถามต่อไปนี้
1. จากสถานการณด์ งั กล่าวปญั หา/ประเด็น คอื อะไร
....ม..า..น..ีอ...ย..า..ก..ท..ร..า..บ...ว..่า...ล..ัก..ษ...ณ...ะ..ข...อ..ง.บ...ัน...ไ.ด..แ..บ...บ...ใ.ด..ท...จ่ี ..ะ..ใ.ห...้ค..ว..า..ม...ส..ะ..ด..ว..ก..แ...ล..ะ..ค..ว..า..ม..ป...ล..อ..ด...ภ..ัย....ใ.น...ก..า..ร..ใ.ช..ง้..า..น.........................
..................................................................................................................................................................... .........
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................... ...................

2. จากสถานการณด์ ังกลา่ วมีเงือ่ นไขมีอะไรบา้ ง
....ล..ัก..ษ...ณ...ะ..ข..อ...ง.บ...ัน..ไ..ด..แ..บ...บ..ใ..ด..จ..ะ..ใ..ห..้ค...ว..า.ม...ส..ะ..ด..ว..ก...แ..ล..ะ..ค..ว..า..ม..ป...ล..อ...ด..ภ..ัย...ใ.น...ก..า..ร..ใ.ช..้ง..า..น..ไ..ด..้เ.ห...ม..า..ะ..ส..ม..ต...่อ..ส..ม...า..ช..ิก..ใ..น..ค..ร..อ...บ..ค..ร..ัว.....
....เ.น..่ือ..ง..จ..า..ก...ส..ม..า..ช..ิก...ใ.น..ค...ร..อ..บ..ค...ร..วั ..ข..อ..ง..เ.ธ..อ..ม...ที ..้ัง..เ.ด...็ก..แ..ล..ะ..ผ...ู้ส..ูง..อ..า..ย..ุ...................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

211

สว่ นท่ี 2
คำชี้แจง : จงตอบคำถามตอ่ ไปน้ี

1. พิจารณารปู แบบของบันไดต่อไปน้ีแล้วตอบคำถาม

รปู แบบของบนั ได ลักษณะสำคัญของ ขอ้ ดี/ข้อจำกัด ลกั ษณะของบ้านท่ี
เหมาะสม
บันได ขอ้ ดี
- ใชง้ านงา่ ย บา้ นที่มคี วามสูงระหว่าง
เป็นทางตรงจากช้นั ขอ้ จำกดั ชั้นไม่มาก และมีพ้นื ท่ี
- ไมม่ ีชั้นพัก คอ่ นข้างกว้าง
ล่างขึน้ ไปชนั้ บน - อนั ตรายถ้าระยะหา่ ง
ระหวา่ งชัน้ สงู เกนิ ไป

มชี ัน้ พกั ทำใหข้ ้นึ ลงได้ ข้อดี บ้านที่มีพน้ื ทจี่ ำกัด หรอื มี

งา่ ยและสะดวก - มชี ั้นพัก ความสงู พอสมควร

- ใช้พื้นทม่ี าก

ขอ้ จำกดั

- ตอ้ งคำนงึ ถึงการ

ออกแบบ การจดั วาง

เพอื่ ให้เกดิ ความสวยงาม

และเหมาะสมกบั บ้าน

บนั ไดท่ีมจี ุดพักสองชนั้ ขอ้ ดี บ้านทม่ี พี น้ื ที่จำกัด หรอื

- สวย ต้องการความสวยงาม

ข้อจำกัด และมีความสูงระหวา่ งช้นั

- ใชง้ านยาก พอสมควร

- ใช้พนื้ ทม่ี าก

บนั ไดเกลียว มี ขอ้ ดี บา้ นท่ีมีพ้ืนทจ่ี ำกัด หรือ
ตอ้ งการความสวยงาม
ลักษณะเป็นเกลยี ว แต่ - ใชพ้ นื้ ทนี่ อ้ ย

ละข้ันของบนั ไดมี ขอ้ จำกดั

สดั ส่วนไม่เป็น - ใช้งานยาก

ส่เี หลยี่ มผนื ผ้า - อนั ตราย

212

2. พื้นที่ทใ่ี ชใ้ นการสร้างบนั ไดท่ีกำหนดไว้ มีขนาดเท่าใด และมีความสงู ระหว่างชนั้ 1 กับชั้น 2 เทา่ ใด
(พิจารณาคำตอบที่สอดคล้องกบั ความเปน็ จริง)
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
3. ปจั จัยทต่ี ้องคำนึงถึงในการออกแบบและสร้างบนั ไดคืออะไรบ้าง
รปู แบบ โครงสรา้ ง ราวบนั ได พ้นื ความเอียง ความสูง ขนาด
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

213

เกณฑ์การใหค้ ะแนนใบกิจกรรมท่ี 7
เรอ่ื ง บันไดหรรษา

สว่ นที่ 1 ระดับคะแนน คะแนน
ทไ่ี ด้
ประเด็นการ
ประเมนิ 21 0
ไมส่ ามารถระบุปัญหา /
1. การระบุ ระบปุ ัญหา /ประเดน็ ระบปุ ญั หา /ประเด็นจาก ประเด็นจากสถานการณ์
ปญั หา /
ประเด็น จากสถานการณไ์ ด้ สถานการณ์ไดถ้ ูกต้องเพยี ง ได้

2. การระบุ ถกู ต้อง บางสว่ น ไมส่ ามารถระบุเง่ือนไข
เง่อื นไข จากสถานการณ์
ครบถว้ น ได้

ระบเุ ง่อื นไขจาก ระบเุ งอ่ื นไขจากสถานการณ์

สถานการณ์ ได้ถูกต้องเพยี งบางสว่ น

ได้ถูกต้อง ครบถว้ น

คะแนนรวม (4 คะแนน)

214

ส่วนที่ 2

ข้อ ขอ้ ระดับคะแนน คะแนน
ย่อย ท่ีได้
1
2 ตอบถูกต้องบางสว่ น 0
ตอบถูกตอ้ งบางสว่ น ตอบไม่ถูกตอ้ ง
1.1 ตอบถูกต้องครบถ้วน ตอบถูกตอ้ งบางสว่ น
ตอบถูกต้องบางสว่ น ตอบไม่ถูกตอ้ ง
1 1.2 ตอบถูกต้องครบถว้ น ระบพุ ื้นทีท่ ่ีใชใ้ นการสรา้ ง ตอบไม่ถูกตอ้ ง
1.3 ตอบถูกต้องครบถว้ น บนั ไดที่กำหนดไว้ ตอบไมถ่ ูกตอ้ ง
ไดถ้ ูกตอ้ งบางสว่ น ไม่สามารถระบุพนื้ ที่ทใี่ ช้
1.4 ตอบถูกต้องครบถ้วน ในการสรา้ งบนั ไดท่ี

ระบพุ น้ื ทีท่ ใี่ ชใ้ นการ กำหนดไว้
ได้
2 สรา้ งบันไดท่ีกำหนดไว้
ไดถ้ ูกตอ้ งครบถว้ น ไม่สามารถระบุปัจจยั ที่
ตอ้ งคำนึงถงึ ในการ
ระบุปจั จยั ท่ีต้อง ระบปุ จั จัยทตี่ ้องคำนึงถงึ ใน ออกแบบและสร้างบันได
คำนึงถึงในการ การออกแบบและสร้าง
3 ออกแบบและสรา้ ง บนั ไดได้ถูกต้องบางสว่ น ได้

บันได
ได้ถูกตอ้ งครบถ้วน

คะแนนรวม (12 คะแนน)

215

แผนการจดั การเรยี นรู้สะเต็มศกึ ษา

กลุ่มสาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นที่ 1
ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 4 เวลา 7 ชั่วโมง
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 9 เรอื่ ง Electric Dough

กลมุ่ สาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
สาระท่ี 2 วทิ ยาศาสตรก์ ายภาพ

มาตรฐานการเรยี นรู้ ตัวชวี้ ดั
มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน

ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสสารและพลังงาน พลังงานในชีวิตประจำวัน ธรรมชาติของคลื่น ปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้อง
กับเสียง แสง และคลืน่ แมเ่ หลก็ ไฟฟ้ารวมท้ังนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

ป.6/1 ระบุส่วนประกอบและบรรยายหน้าที่ของวงจรไฟฟ้าอย่างง่ายจาก หลักฐาน
เชงิ ประจกั ษ์

ป.6/2 เขยี นแผนภาพและตอ่ วงจรไฟฟ้าอยา่ งง่าย
ป.6/3 ออกแบบการทดสอบการทดลองด้วยวิธีที่เหมาะสมในการอธิบายวิธีการและผลของ
การต่อไฟฟ้าแบบอนุกรม
ป.6/4 ตระหนักถึงประโยชน์ของความรู้ของการต่อไฟฟ้าแบบอนกุ รมโดยบอกประโยชนแ์ ละ
การประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ิตประจำวนั
ป.6/5 ออกแบบการทดลองและทดลองด้วยวิธีที่เหมาะสมในการอธิบายการต่อหลอดไฟฟ้า
แบบอนุกรมและแบบขนาน
ป.6/6 ตระหนักถึงประโยชน์ของความรู้ของการต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรมและแบบขนาน
โดยบอกประโยชน์ ขอ้ จำกดั และการประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจำวนั

สาระท่ี 4 เทคโนโลยี
มาตรฐานการเรยี นรู้ ตัวชีว้ ัด
มาตรฐาน 4.1 เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพื่อการดำรงชีวิตในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลง

อย่างรวดเร็ว ใช้ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตร์อื่น ๆ เพื่อแก้ปัญหาหรือ

216

พัฒนางานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยี
อย่างเหมาะสม โดยคำนึงถึงผลกระทบตอ่ ชีวติ สงั คม และส่งิ แวดลอ้ ม

ม.1/5 ใช้ความรู้และทักษะเกี่ยวกับวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ กลไก ไฟฟ้า หรืออิเล็กทรอนิกส์
เพื่อแกป้ ญั หาได้อยา่ งถูกต้อง เหมาะสมและปลอดภยั

กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
สาระท่ี 1 จำนวนและพีชคณิต

มาตรฐานการเรียนรู้ ตวั ชวี้ ัด
มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการ

ของจำนวน ผลท่เี กดิ ขึน้ จากการดำเนินการ สมบตั ขิ องการดำเนนิ การ และนำไปใช้
ป.6/7 หาผลลพั ธ์ของการบวกลบคณู หารระคนของเศษส่วนและจำนวนคละ

จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. อธิบายความสำคัญของไฟฟ้า วิเคราะห์ประโยชน์และโทษของการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงาน

ต่าง ๆเพื่อออกแบบโปสเตอร์รณรงค์การประหยัดไฟฟ้า และวิธีการใช้ไฟฟ้าอย่างรู้คุณค่าให้กับโรงเรียนและ
ชมุ ชนได้ (K, A)

2. อธิบายและประยุกต์ใช้ความรู้เกี่ยวกับไฟฟ้า และวงจรไฟฟ้า เพื่อต่อหลอดไฟให้สว่างตามเงื่อนไข
ทีก่ ำหนด มคี วามรับผดิ ชอบต่อหน้าท่ี และทำงานร่วมกับผอู้ ืน่ อยา่ งเปน็ มิตร (K, P, A)

3. ระบุและวิเคราะห์ปัญหา ออกแบบการทดลอง เพื่ออธิบายความสัมพันธ์ระหว่างอัตราส่วนของ
สารละลายอเิ ล็กโทรไลต์กบั ความสวา่ งของหลอดไฟ (K, P, A)

4. สร้างสิ่งประดิษฐ์ทางไฟฟ้าจากแป้งโดว์อย่างสร้างสรรค์ จากการเชื่อมโยงและประยุกต์ใช้ความรู้
และสามารถสื่อสาร และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นโดยปราศจากอคติ เกี่ยวกับการใช้ประโยชน์สิ่งประดิษฐ์
ท้ังตอ่ ตนเองและตอ่ กลมุ่ เป้าหมายได้ (K, P, A)

สาระสำคญั
นักเรียนศึกษาแหล่งผลิตพลังงานไฟฟ้า การจ่ายกระแสไฟฟ้าสำหรับการใช้งาน สามารถวิเคราะห์

ถงึ ความสำคัญ ประโยชน์ และโทษของการผลิตกระแสไฟฟา้ จากพลังงานต่าง ๆ เพือ่ ออกแบบโปสเตอร์รณรงค์
การประหยัดไฟฟ้า และวิธีการใช้ไฟฟ้าอย่างรู้คุณค่าให้กับโรงเรียนและชุมชน ศึกษาวงจรไฟฟ้าอย่างง่าย
ส่วนประกอบของวงจรไฟฟ้าเบื้องต้น วงจรปิดและวงจรเปิด การเขียนแผนภาพวงจรไฟฟ้าโดยใช้สัญลักษณ์
ทางไฟฟ้า การต่อวงจรไฟฟ้าแบบอนุกรมและแบบขนาน โดยสามารถอธิบายและประยุกต์ใช้ความรู้เกี่ยวกับ
ไฟฟ้า และวงจรไฟฟ้าดังกล่าวไปใช้เพื่อต่อหลอด LED จากการลงมือปฏิบัติ และต่อหลอดไฟด้วยโปรแกรม
Simulation PhET ให้สว่างจากสถานการณ์ที่กำหนด โดยทำงานร่วมกับผู้อื่นอย่างเป็นมิตร และมีความ
รบั ผดิ ชอบต่อหน้าทีท่ ี่ได้รับมอบหมายจากกลุ่มของตนเอง นอกจากนี้นกั เรยี นจะได้ศึกษาแหล่งพลังงานอื่นที่ใช้

217

ในการต่อหลอด LED ให้สว่าง โดยสามารถระบุและวิเคราะห์ปัญหา ออกแบบการทดลอง เพื่อสังเกต
และอธิบายถงึ ความสัมพันธร์ ะหว่างความสว่างของหลอด LED ทเ่ี กิดจากการแตกตัวของไอออน กบั สารละลาย
อิเล็กโทรไลต์ที่ความเข้มข้นต่างกัน รวมถึงนักเรียนจะต้องเชื่อมโยงและประยุกต์ใช้ความรู้เกี่ยวกับการต่อ
วงจรไฟฟ้าแบบอนุกรมและแบบขนาน โดยเลือกปริมาณเกลือแกงกับสัดส่วนของน้ำที่เหมาะสมในการทำ
แป้งโดว์นำไฟฟ้า เพื่อสร้างสิ่งประดิษฐ์ทางไฟฟ้าจากแป้งโดว์อย่างสร้างสรรค์ สามารถทดสอบประสิทธิภาพ
และบอกแนวทางในการปรับปรุงแก้ไข สื่อสาร และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์
สิง่ ประดษิ ฐ์ ทงั้ ต่อตนเองและตอ่ กลมุ่ เปา้ หมายโดยปราศจากอคติ

สาระการเรยี นรู้
1. องค์ประกอบของวงจรไฟฟา้
2. การเขยี นแผนภาพทางไฟฟา้
3. วงจรไฟฟ้าอยา่ งง่าย
4. การต่อวงจรไฟฟา้ แบบอนุกรมและแบบขนาน
5. สารละลายอเิ ล็กโทรไลต์ เชน่ การต่อหลอดไฟ LED แบบอนุกรมและแบบขนาน
6. การบวก การลบ การคณู การหารเศษส่วน
7. การสร้างสิ่งประดิษฐ์ทางไฟฟ้า ต้องใช้ความรู้ เรื่องกลไก ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์และ

เครื่องมอื ในการสร้างชิน้ งาน ตอ้ งเลือกใชใ้ ห้ถูกตอ้ ง เหมาะสม
8. การออกแบบสิง่ ประดิษฐ์ทางไฟฟา้ อย่างสร้างสรรค์จากแปง้ โดว์
9. การใช้ Application Safari, Books, and iMovie

จดุ เน้นสู้การพัฒนาคุณภาพผเู้ รียน ทกั ษะศตวรรษที่21 (การเรียนรู้ 3R×8C)
3R

 R1 - Beading (อ่านออก)
 R2 - Writing (เขยี นได้)
 R3 - Arithmetic (คิดเลขเป็น)
8C
 C1 - Critical Thinking and Problem Solving (ทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณและ

ทกั ษะ ในการแก้ปญั หา)
 C2 - Creativity and Innovation (ทกั ษะดา้ นการสรา้ งสรรค์และนวัตกรรรม)
 C3 - Cross-cultural Understanding (ทักษะด้านความเขา้ ใจต่างวฒั นธรรมต่างกระบวนทัศน)์
 C4 - Collaboration, Teamwork and Leadership (ทักษะด้านความร่วมมือการทำงานเป็น

ทีม และภาวะผูน้ ำ)

218

 C5 - Communications, Information and Media Literacy (ท ั ก ษ ะ ด ้ า น ก า ร ส ื ่ อ ส า ร
สารสนเทศ และรเู้ ทา่ ทนั ส่อื )

 C6 - Computing and ICT Literacy (ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและ
การสอื่ สาร)

 C7 - Career and Learning Skills (ทักษะอาชพี และทกั ษะการเรียนร้)ู
 C8 - Compassion (ความมีเมตตากรุณา วินยั คณุ ธรรม จริยธรรม)

สมรรถนะผเู้ รียน
 การจัดการตนเอง
 การส่ือสาร
 การรวมพลงั ทำงานเป็นทีม
 การเปน็ พลเมอื งทีแ่ ขง็ แรง
 การคดิ ขนั้ สูง

การจดั กิจกรรมการเรียนรู้
ข้ันที่ 1 ระบุปัญหา (Problem Identification) (1 ช่วั โมง)

1.1 นักเรียนและครูร่วมกันศึกษาและอภิปรายสถานการณ์ ใบกิจกรรมที่ 1 เรื่อง Electric Dough
ตอนท่ี 1 จาก Application Books โดยใช้ประเด็นคำถาม ดังนี้
สถานการณ์
“ณ หอ้ งเรียนแหง่ หน่ึง คุณครูมกี ารสนทนากับนักเรยี นว่า ในปจั จุบนั สถานการณ์การใช้พลังงานของโลก

อยูใ่ นขั้นวิกฤตเนื่องจากมกี ารใช้พลังงานมากขนึ้ ท้ังนี้เพื่อสนองตอบต่อความสะดวกสบายของมนุษย์ส่งผล
ให้แหล่งพลังงานสิ้นเปลือง หรือพลังงานที่มีอยู่อย่างจำกัด ไม่สามารถหามาทดแทนได้ เช่น ถ่านหิน
นิวเคลียร์ กำลังจะหมดไป เราจึงต้องช่วยกันประหยัดพลังงานไฟฟ้า ถ้าหากในหมู่บ้านของนักเรียนเกิด
วิกฤตที่ไม่มีพลังงานไฟฟ้าใช้ แต่เนื่องจากในเวลากลางคืนจะต้องใช้แสงสว่างในการดำรงชีวติ นักเรียนมี
วธิ ีการใดในการคดิ ส่ิงประดษิ ฐท์ ่ีทำจากแปง้ โดว์ ทำให้หลอดไฟ LED สว่างได้ และมอี ุปกรณไ์ ฟฟ้าครบทุกอย่าง
ยกเวน้ สายไฟ ซง่ึ นกั เรียนจะต้องหาวตั ถดุ บิ ในครัววา่ มสี งิ่ ใดท่จี ะสามารถทดแทนสายไฟได้บา้ ง”

คำถาม จากสถานการณป์ ัญหาคืออะไร
แนวคำตอบ หมู่บ้านเกิดวิกฤตที่ไม่มีพลังงานไฟฟ้าใช้ แต่เนื่องจากในเวลากลางคืนจะต้องใช้

แสงสว่างในการดำรงชีวติ
1.2 ครูชี้แจงเงื่อนไขในการออกแบบสิ่งประดิษฐ์ทางไฟฟ้าอย่างสร้างสรรค์จากแป้งโดว์ ใบกิจกรรมท่ี 1

เรอ่ื ง Electric Dough ตอนที่ 3 จาก Application Books โดยใช้ประเด็นคำถาม ดังนี้

219

ตอนท่ี 2 เงือ่ นไขในการออกแบบสงิ่ ประดิษฐท์ างไฟฟ้าอย่างสร้างสรรค์จากแป้งโดว์

เงอื่ นไข
ให้ออกแบบสิ่งประดิษฐ์ทางไฟฟ้าจากแป้งโดว์ โดยสิ่งประดิษฐ์ต้องมีแสงสว่างจากหลอดไฟ

LED อย่างสร้างสรรค์ มีการต่อวงจรไฟฟ้าอย่างหลากหลาย โดยไม่ใช้ลวดตัวนำ (สายไฟ) ซึ่งนักเรียน
สามารถเลือกใช้อุปกรณ์และสารเคมีที่กำหนดให้เท่านั้น ซึ่งนักเรียนสามารถร่วมกันวิเคราะห์และ
ออกแบบโดยใช้ความรู้ทีไ่ ด้เรียนร้ใู นแผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 1-4
ข้อจำกดั

1) สง่ิ ประดิษฐ์ตอ้ งมีความสรา้ งสรรค์และมสี ีสันจากแสงสวา่ งของหลอด LED
2) สิ่งประดิษฐ์จะต้องเสร็จทันเวลาที่กำหนด และมีองค์ประกอบของวงจรไฟฟ้าครบถ้วน

และถูกตอ้ ง

คำถาม จากเงื่อนไขดังกล่าวนักเรียนจะต้องออกแบบสิ่งประดิษฐ์ทางไฟฟ้าอย่างสร้างสรรค์จาก
แปง้ โดว์ อย่างไร
แนวคำตอบ ออกแบบสิ่งประดิษฐ์ทางไฟฟ้าจากแป้งโดว์ ให้กระแสไฟฟ้าไหลครบวงจรโดยใช้
วงจรไฟฟ้าอย่างหลากหลายและมีองค์ประกอบของวงจรไฟฟ้าที่ถูกต้อง และสิ่งประดิษฐ์ต้องมี
แสงสว่าง มีสสี นั จากหลอด LED
คำถาม ในการออกแบบสิ่งประดิษฐ์ทางไฟฟ้าจากแป้งโดว์ นักเรียนจะต้องใช้องค์ประกอบ
ทางไฟฟา้ ใดบา้ ง
แนวคำตอบ ถา่ นไฟฉาย (เซลลไ์ ฟฟา้ ) แปง้ โดว์ และหลอดไฟ LED

ข้ันท่ี 2 รวบรวมข้อมูลและแนวคดิ ท่ีเก่ียวข้องกับปญั หา (Related Information Search)
2.1 นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับความรู้ที่ใช้ในการออกแบบสิ่งประดิษฐ์ทางไฟฟ้าจาก
แป้งโดว์ โดยครูใช้ประเดน็ คำถาม ดงั นี้
คำถาม จากการเรียนรู้ในแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1- 3 นักเรียนจะนำความรู้เกี่ยวกับเรื่องใดบ้าง
มาชว่ ยในการออกแบบสงิ่ ประดษิ ฐท์ างไฟฟา้ จากแปง้ โดว์
แนวคำตอบ 1. สว่ นประกอบของวงจรไฟฟา้ เบ้อื งต้น
2. วงจรปิดและวงจรเปดิ
3. การวงจรไฟฟา้ แบบอนุกรมและแบบขนาน
4. กระแสไฟฟา้
5. สารละลายอิเลก็ โทรไลตก์ บั การทำแป้งโดว์

220

2.2 นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3-4 คน ตามความเหมาะสม ทำกิจกรรมเพื่อนำความรู้ แนวคิดมาใช้และ
ประยกุ ตใ์ ชใ้ นการออกแบบและสร้างสิ่งประดิษฐ์ทางไฟฟ้าจากแป้งโดว์ เชน่ ความรู้เบอ้ื งต้นเก่ียวกับ
ไฟฟา้ การตอ่ วงจรไฟฟ้า สารละลายอเิ ล็กโทรไลต์ และการผลติ กระแสไฟฟา้ และการใช้ไฟฟ้า โดยมี
กิจกรรม ดังตอ่ ไปน้ี

กจิ กรรมท่ี 1 เรื่อง ความสำคัญของไฟฟา้
2.3 นกั เรียนแบ่งเป็นกลุ่มกลมุ่ ละ 3-4 คน คละความสามารถและเพศ (กลมุ่ เดมิ จากคาบท่ี 1)
2.4 นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษาใบความรู้ที่ 1 เรื่อง แหล่งกำเนิดพลังงานไฟฟ้าและใบกิจกรรมที่ 1
เรอ่ื ง ความสำคญั ของไฟฟา้ จาก Application Books
2.5 นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายใบความรู้ที่ 1 เรื่อง แหล่งกำเนิดพลังงานไฟฟ้าและใบกิจกรรมที่ 1
เรอ่ื ง ความสำคญั ของไฟฟ้า จาก Application Books
2.6 นักเรียนแต่ละกลุ่มลงมือทำใบกิจกรรมที่ 2 ตอนที่ 1 เรื่อง ความสำคัญของไฟฟ้า กิจกรรมที่ 1.1
สำรวจการใชไ้ ฟฟา้ ในกจิ วตั รประจำวนั จาก Application Books
2.7 นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันออกแบบโปสเตอร์ กิจกรรมที่ 1.2 การรณรงค์การใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัด
เพื่อลดภาวะโลกร้อนลงใน Application Numbers โดยสามารถค้าหาข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก
Application Safari
2.8 ตัวแทนกลุม่ ออกมานำเสนอโปสเตอรร์ ณรงค์ลดการใช้ไฟฟา้
2.9 นักเรียนและครูร่วมกันสรุปเรื่อง แหล่งกำเนิดพลังงานไฟฟ้า จากใบกิจกรรมที่ 2 เรื่อง ไฟฟ้าน่ารู้
ตอนที่ 1 เรอื่ ง ความสำคญั ของไฟฟ้า ใน Application Books โดยใช้ประเด็นคำถามดังต่อไปน้ี
คำถาม หากในชีวติ ประจำวนั ของนกั เรยี นไมม่ ไี ฟฟา้ ใช้จะเกิดผลกระทบอยา่ งไรบ้าง
แนวคำตอบ มีความยุ่งยากในการใช้ชีวิต ขาดสิ่งอำนวยความสะดวกในหลาย ๆ ด้าน ส่งผลทำให้
เกดิ ความยุ่งยากและเสยี เวลาในการทำกิจวัตรและใช้ชวี ิตประจำวัน
คำถาม ยกตัวอย่างพลังงานไฟฟ้าที่ได้จากพลังงานธรรมชาติพร้อมทั้งระบุผลกระทบในเชิงลบและ
เชิงบวกต่อสงิ่ แวดล้อม
แนวคำตอบ โรงไฟฟ้าพลังน้ำ เขื่อนภูมิพล จังหวัดตาก มีผลกระทบในเชิงบวก คือ การมีส่วนช่วย
ในการลดปรมิ าณกา๊ ซเรอื นกระจกจากการสรา้ งกระแสไฟฟ้าชนดิ อ่นื ๆ และผลกระทบในเชงิ ลบ คือ
พ้นื ทีป่ า่ และปริมาณสตั ว์ป่ารอบเขอื่ น ทท่ี กุ คร้ังทีเ่ กิดการสรา้ งเข่อื นขน้ึ ตน้ ไม้หลายพันหลายหมน่ื ต้น
จะถกู ทำลายจากการจมลงในกระแสนำ้ หรือถูกโคน่ นนั้ เอง
คำถาม แนวทางในการแก้ไขปญั หาที่เปน็ ผลกระทบตอ่ สง่ิ แวดล้อมในการผลิตกระแสไฟฟ้า
แนวทางการแก้ปัญหา ช่วยกันปลูกป่าทดแทนต้นไม้ที่เกิดจากการสูญเสียในการสร้างเขื่อนผลิต
ไฟฟ้าพลงั งานน้ำ

221

กจิ กรรมท่ี 2 วงจรไฟฟ้านา่ รู้
กจิ กรรมที่ 2.1 การตอ่ วงจรไฟฟ้าอย่างง่าย (1 ชั่วโมง)
2.10 นักเรยี นแบง่ กลุม่ กลุม่ ละ 3-4 คน คละเพศชายและเพศหญิง
2.11 นักเรียนศกึ ษาใบความรทู้ ี่ 2 เรื่อง วงจรไฟฟา้ นา่ รู้ จาก Application Books
2.12 นักเรียนและครูรว่ มกนั อภิปราย เรื่อง วงจรไฟฟ้าน่ารู้ จาก Application Books โดยครูใช้ประเดน็
คำถาม ดงั นี้
คำถาม วงจรไฟฟา้ อย่างงา่ ยที่ทำให้หลอดไฟสวา่ งได้ มีสว่ นประกอบอะไรบ้าง
แนวคำตอบ ถา่ นไฟฉาย สายไฟฟ้า และหลอดไฟฟา้
คำถาม วงจรและวงจรเปิดมีความแตกตา่ งกันอย่างไร
แนวคำตอบ วงจรปิด คือ วงจรที่มีการไหลของกระแสไฟฟ้าได้ครบวงจรและวงจรเปิด คือ วงจรที่มี
การไหลของกระแสไฟฟ้าไม่ครบวงจร
คำถาม การเขยี นแผนภาพวงจรไฟฟ้า มปี ระโยชนอ์ ยา่ งไร
แนวคำตอบ การเขียนแผนภาพวงจรไฟฟ้ามีประโยชน์ คือ ช่วยประหยัดเวลาในการสื่อสารการต่อ
อุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ ด้วยการใช้สัญลักษณ์แทนการวาดภาพ และสื่อความหมายให้เข้าใจตรงกันได้
ง่ายและรวดเรว็
2.13 นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษาวิธีการทดลอง ในใบกิจกรรมที่ 2 เรื่อง ไฟฟ้าน่ารู้ ตอนที่ 2 เรื่อง วงจรไฟฟ้า
น่ารู้ ใน Application Books
2.14 นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายวัสดุอุปกรณ์และวิธีการทดลอง เรื่อง การต่อวงจรไฟฟ้าอย่างง่าย
ในใบกจิ กรรมที่ 2 เร่ือง วงจรไฟฟา้ น่ารู้ ใน Application Books
2.15 นักเรียนแต่ละกลุ่มลงมือปฏิบัติการทดลอง สังเกตและบันทึกผลการทดลองลงในใบกิจกรรมที่ 2
เร่อื ง ไฟฟา้ น่ารู้ ตอนท่ี 2 เร่อื ง วงจรไฟฟา้ น่ารู้ ใน Application Books
2.16 นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายผลจากการทำกิจกรรมที่ 2.1 การทดลอง เรื่อง การต่อวงจรไฟฟ้า
อย่างง่ายจาก Application Keynote พร้อมคำถามหลังการทดลองลงในใบกิจกรรมที่ 2 เรื่อง ไฟฟ้า
น่ารู้ ตอนที่ 2 เรอ่ื ง วงจรไฟฟ้าน่ารู้ ใน Application Books
คำถาม จากการทดลองในวงจรไฟฟ้าประกอบดว้ ยอุปกรณใ์ ดบา้ ง
แนวคำตอบ ถา่ นไฟฉาย สายไฟ หลอดไฟ
คำถาม นักเรียนคดิ ว่าเพราะเหตใุ ดหลอดไฟฟ้าจงึ สวา่ ง
แนวคำตอบ กระแสไฟฟ้าเดินทางจากขั้วบวกของถ่านไฟฉายผ่านสายไฟฟ้าไปยังหลอดไฟฟ้าและ
ผ่านหลอดไฟฟา้ กลับไปยังข้ัวลบของถา่ นไฟฉาย หลอดไฟจงึ สว่าง กระแสไฟฟ้าเดินทางได้ครบวงจร
เรียกว่า “วงจรปิด”

222

คำถาม นักเรียนคิดว่าเพราะเหตุใด เมอื่ ปลดสายไฟฟา้ ออก 1 เส้น หลอดไฟฟ้าจึงไม่สวา่ ง
แนวคำตอบ เพราะเมื่อปลดสายไฟฟ้าออก 1 เส้น ทำให้กระแสไฟฟ้าเดินทางไม่ครบวงจร
หลอดไฟฟ้าจึงไม่สว่าง เรยี กวา่ “วงจรเปิด”
2.17 นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายและสรุปผลการทดลอง เรื่อง การต่อวงจรไฟฟ้าอย่างง่าย
ใน Application Keynote
แนวสรุป จากการทดลอง เรื่อง การต่อวงจรไฟฟ้าอย่างง่าย วงจรไฟฟ้าประกอบด้วย ถ่านไฟฉาย
หลอดไฟฟ้า สายไฟฟ้าเมื่อต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ ให้ เช่ือมต่อกันทั้งหมด ทำให้มีเส้นทางที่
กระแสไฟฟ้า ผ่านได้ครบรอบ หลอดไฟฟ้าจะสว่าง เมื่อต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ ไม่ต่อเชื่อมกัน
ทั้งหมด หลอดไฟฟ้าจะไม่สว่าง โดยการต่อวงจรไฟฟ้าแบบวงจรปิดหรือการต่อแบบที่ส่วนประกอบ
ต่าง ๆ เชื่อมต่อกันทั้งหมด จนทำให้มีเส้นทางให้กระแสไฟฟ้าเคลื่อนที่ในวงจรไฟฟ้าได้ครบรอบ
ทำให้หลอดไฟฟ้าสว่างได้ ส่วนการต่อวงจรไฟฟ้าแบบวงจรเปิดหรือการต่อแบบที่ส่วนประกอบต่าง ๆ
ไม่เชื่อมต่อกันทั้งหมด จะไม่มีกระแสไฟฟ้าในวงจรไฟฟ้า ทำให้หลอดไฟฟ้าไม่สว่าง การเขียน
แผนภาพวงจรไฟฟ้า จะใช้การเขียนแผนภาพวงจรไฟฟ้าแทนการวาดรูป ซึ่งทำได้โดยใช้สัญลักษณ์
แสดงส่วนประกอบของวงจรไฟฟ้า การเขียนแผนภาพวงจรไฟฟ้าโดยมีถ่านไฟฉายต่อเข้ากับ
สายไฟฟ้าและหลอดไฟฟ้า เราสามารถเขียนแผนภาพวงจรไฟฟ้าได้โดยนำสัญลักษณ์แสดงอุปกรณ์
ตา่ ง ๆ ของวงจรไฟฟ้ามาเขียนต่อกัน ให้ขีดยาวและขดี สั้นของสัญลักษณ์เซลล์ไฟฟา้ อยู่ในตำแหน่งท่ี
สอดคล้องกับขั้วบวกและขั้วลบของเซลล์ไฟฟ้าจริงแล้วเขียนเส้นแทนสายไฟฟ้าเชื่อมระหว่าง
สัญลักษณ์ของหลอดไฟฟ้าและเซลล์ไฟฟ้า ซึ่งการเขียนแผนภาพวงจรไฟฟ้ามีประโยชน์นอกจากจะ
ช่วยลดระยะเวลาการวาดรูปวงจรไฟฟ้า แล้วการใช้สัญลักษณท์ ี่เป็นสากลยังทำให้เราสามารถเข้าใจ
สง่ิ ทีต่ ้องการสือ่ สารไดต้ รงกนั )
กิจกรรมที่ 2.2 เรื่อง การต่อวงจรไฟฟ้าแบบอนกุ รมและแบบขนาน (1 ชัว่ โมง)
2.18 นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษา ใบความรู้ที่ 3 เรื่อง การต่อหลอดไฟแบบอนุกรมและแบบขนานจาก
Application Books
2.19 นักเรียนและครูร่วมกันอธิบายความแตกต่างของการต่อหลอดไฟแบบอนุกรมและแบบขนาน
จากใบความรู้ที่ 2 เรื่อง การต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรมและแบบขนาน จาก Application Books
แนวทางการอธิบาย การต่อหลอดไฟฟ้าทำได้ 2 แบบ คือ 1) การต่อหลอดไฟแบบอนุกรม เป็นการต่อ
หลอดไฟฟ้าแต่ละหลอดแบบวางเรียงกัน 2) การต่อหลอดไฟฟ้าแบบขนาน เป็นการต่อหลอดไฟแต่
ละหลอดแบบวางขนานกัน
2.20 นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษา ใบกิจกรรมที่ 2 เรื่อง ไฟฟ้าน่ารู้ ตอนที่ 2 เรื่อง วงจรไฟฟ้าน่ารู้
กจิ กรรมที่ 2.2 เรื่อง การตอ่ วงจรไฟฟา้ แบบอนุกรมและแบบขนาน ใน Application Books
2.21 นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมารับวัสดุอุปกรณ์การทดลองเรื่อง การต่อหลอดไฟแบบอนุกรมและแบบ
ขนาน

223

2.22 นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายขั้นตอนและวิธีการทดลองเรื่อง การต่อหลอดไฟแบบอนุกรมและ
แบบขนานจากใบกิจกรรมที่ 2 เรื่อง ไฟฟ้าน่ารู้ ตอนที่ 2 เรื่อง วงจรไฟฟ้าน่ารู้ กิจกรรมที่ 2.2
เรอ่ื ง การต่อวงจรไฟฟา้ แบบอนกุ รมและแบบขนาน ใน Application Books ทก่ี ำหนดให้ ดังน้ี
1) การตอ่ หลอดไฟแบบอนุกรม ใช้หลอดไฟ LED 3 ดวง และเมอื่ ถอดหลอดไฟ LED ออก 1 ดวง
2) การตอ่ หลอดไฟแบบขนาน ใชห้ ลอดไฟ LED 3 ดวง และเม่อื ถอดหลอดไฟ LED ออก 1 ดวง

2.23 นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ ลงมือปฏิบัติการทดลองเรอ่ื ง การตอ่ หลอดไฟแบบอนุกรมและแบบขนาน
2.24 นกั เรียน 1 กลุม่ เป็นตัวแทนออกมานำเสนอผลจากการทำกจิ กรรมหนา้ ชัน้ เรียน
2.25 นกั เรียนและครูรว่ มกันสรุปผลการทำกิจกรรมที่ 2.2 เรอื่ ง การตอ่ วงจรไฟฟา้ แบบอนุกรมและแบบขนาน

จาก Application Keynote
แนวสรุป 1)การต่อหลอดไฟ LED แบบอนุกรม เป็นการต่อหลอดไฟ LED แบบเรียงต่อกัน
โดยกระแสไฟฟ้าท่ีผ่านหลอดไฟ LED แตล่ ะดวงจะมีปริมาณเดียวกัน เมอื่ ถอดหลอดไฟ LED ดวงใด
ดวงหนึ่งออกจะทำใหห้ ลอดไฟ LED ที่เหลือดับทั้งหมด เพราะทำให้วงจรไฟฟ้าไมค่ รบวงจรและไมม่ ี
กระแสไฟฟ้าไหลผ่าน 2)การต่อหลอดไฟ LED แบบขนาน เป็นการต่อหลอดไฟ LED แต่ละดวงคร่อมกัน
ทำให้กระแสไฟฟ้าแยกผ่านแต่ละเส้นทางตามสายไฟฟ้าที่ผ่านหลอดไฟ LED แต่ละดวง เมื่อถอด
หลอดไฟ LED ดวงใดดวงหนึ่งจะไม่มีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านเส้นทางนั้น แต่เส้นทางอื่นยังมี
กระแสไฟฟา้ ไหลผ่านอยู่ ทำให้หลอดไฟ LED ท่เี หลือยังคงสวา่ งอยู่
กิจกรรมท่ี 2.3 เร่ือง Circuit Construction
2.26 นักเรียนทำกิจกรรมผ่าน Simulation PhET เรื่อง Circuit Construction เพื่อศึกษาการต่อ
หลอดไฟแบบอนกุ รมและแบบขนาน และกอ่ นทน่ี กั เรยี นทำงานมกี ารวางแผนการทำงานรว่ มกนั
2.27 นกั เรียนแต่ละกลุม่ ร่วมกนั วางแผนการทำงาน 5 นาที พรอ้ มท้ังบันทึกลงในแบบบันทกึ การทำงาน
2.28 นักเรยี นและครรู ่วมกันอธบิ ายวธิ กี าร ใช้ PhET เร่อื ง Circuit Construction ในใบความร้ทู ่ี 4 เรอ่ื ง
การตอ่ หลอดไฟจาก PhET จาก Application Books
2.29 นักเรียนแต่ละกลุ่มลงมือปฏิบัติทำการศึกษาโปรแกรม PhET เรื่อง Circuit Construction และ
บันทึกข้อมูลลงในใบกิจกรรมที่ 2 เรื่อง ไฟฟ้าน่ารู้ ตอนที่ 2 เรื่อง วงจรไฟฟ้าน่ารู้ กิจกรรมท่ี 2.3
เรื่อง Circuit Construction ใน Application Books โดยมีประเด็นในการศึกษาคือ การต่อหลอด
ไฟฟ้าแบบอนกุ รม และแบบขนาน โดยใชห้ ลอดไฟ 5 ดวง
2.28 นักเรียนและครูร่วมกันตอบคําถามพร้อมทั้งบันทึกลงใบกิจกรรมที่ 2 เรื่อง ไฟฟ้าน่ารู้ ตอนที่ 2
เร่อื ง วงจรไฟฟ้านา่ รู้ กิจกรรมที่ 2.3 เรือ่ ง Circuit Construction ใน Application Books
เมื่อต่อหลอดไฟจำนวนเท่ากันแบบอนุกรมและแบบขนาน ความสว่างของหลอดไฟเหมือนหรือ
ตา่ งกันอยา่ งไร
แนวคำตอบ แตกต่างกัน 1)การต่อหลอดไฟแบบอนุกรม กระแสไฟฟ้ารวมของวงจรอนุกรมจะมีค่า
เท่ากับกระแสไฟฟ้าที่ไหลจากแหล่งกำเนิด แรงดันไฟฟ้าตกคร่อมส่วนต่าง ๆ ของวงจรจะมีค่าน้อย

224

แต่ว่าแรงดันที่ตกคร่อมละชิ้นเมื่อรวมกัน จะมีแรงดันเท่ากับแรงดันไฟฟ้าที่แหล่งกำเนิด
ความต้านทานรวมของวงจร จะมีค่ามากกว่าความต้านทานตัวที่น้อยที่สุดที่ต่ออยู่ในวงจร
ความสว่างของหลอดไฟจึงมีน้อย 2)การต่อหลอดไฟแบบขนานกระแสไฟฟ้ารวมของวงจรขนาน
จะมีค่าเท่ากับกระแสในแต่ละสาขาของวงจรรวมกัน แรงดันไฟฟ้าตกคร่อมส่วนต่าง ๆ ของวงจร
จะเท่ากบั แรงดนั ไฟฟ้าท่ีแหลง่ กำเนิด ความตา้ นทานรวมของวงจร ความสว่างของหลอดไฟจึงมมี าก
คำถาม เมื่อถอดหลอดไฟออก 1 ดวง ความสว่างของหลอดไฟ เมื่อต่อแบบอนุกรมและแบบขนาน
เป็นอย่างไร
แนวคำตอบ 1) การตอ่ หลอดไฟแบบอนุกรม เม่ือถอดหลอดไฟฟ้าดวงใดดวงหนึ่งออก หลอดไฟฟ้าท่ี
เหลือจะดับหมด เพราะทำให้วงจรไฟฟ้าไม่ครบวงจรหรือเป็นวงจรเปิด จึงไม่มีกระแสไฟฟ้าใน
วงจรไฟฟ้า 2) การต่อหลอดไฟแบบขนาน เมื่อถอดหลอดไฟฟ้าดวงใดดวงหนึ่งออก หลอดไฟฟ้าที่
เหลอื ยังคงสว่าง เพราะมเี ส้นทางอ่นื ทีท่ ำให้กระแสไฟฟ้าสามารถผ่านครบวงจรได้
กจิ กรรมที่ 3 เรอ่ื ง ผลิตไฟฟา้ จากนำ้ เกลอื (1 ช่ัวโมง)
2.29 นักเรยี นแบ่งเปน็ กล่มุ กลมุ่ ละ 3-4 คน คละความสามารถและเพศ (กล่มุ เดิมจากคาบท่ี 1)
2.30 นักเรยี นแต่ละกลุ่มศึกษาใบความรทู้ ี่ 5 เร่อื ง สารละลายอิเล็กโทรไลตแ์ ละนอนอิโทรไลต์
2.31 นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายใบความรู้ที่ 5 เรื่อง สารละลายอิเล็กโทรไลต์และนอนอิโทรไลต์
ตัวแทนกลมุ่ มารับอุปกรณก์ ารทดลอง เรอ่ื ง ผลิตไฟฟา้ จากน้ำเกลอื
2.32 นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายวิธีการทำการทดลองจากใบกิจกรรมที่ 2 เรื่อง ไฟฟ้าน่ารู้ ตอนที่ 3
เรื่อง วงจรไฟฟา้ น่ารู้ เรอ่ื ง ผลติ ไฟฟ้าจากน้ำเกลอื ใน Application Books
2.33 นักเรียน 1 กลุ่ม เป็นตัวแทนออกมานำเสนอผลจากการทำกิจกรรมเรื่อง ผลิตไฟฟ้าจากน้ำเกลือ
หนา้ ชัน้ เรียน
2.34 นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายผลการทดลอง จากใบกิจกรรมที่ 2 เรื่อง ไฟฟ้าน่ารู้ ตอนที่ 3
เรื่อง วงจรไฟฟ้าน่ารู้ กจิ กรรมที่ 3 เร่ือง ผลิตไฟฟ้าจากน้ำเกลือใน Application Books
แนวการอภิปราย เนื่องจาก เกลือหรือโซเดียมคลอไรด์ (NaCl) ที่เป็นสารประกอบไอออนิก
เมอ่ื ละลายกบั น้ำจะแตกตวั เปน็ สารละลายอิเลก็ ทรอไลท์ (Electrolyte) ซง่ึ มีคุณสมบัติท่ีสามารถนำ
ไฟฟ้าได้ ดังนั้น เมื่อเรานำเกลือละลายในน้ำตามอัตราส่วนตามตารางบันทึกผล โดยเพิ่มปริมาณ
เกลือขึ้นหลอดไฟ LED ของจึงสว่างขึ้น ตามปริมาณความเข้มข้นของสารละลายน้ำเกลือ
ในการทดลองหากเกลือไมส่ ามารถละลายได้แลว้ เกิดจากสารละลายน้ำเกลือเข้มข้น เป็นสารละลาย
ที่มีปริมาณของตัวละลายอยู่มากในสารละลาย เมื่อน้ำเกลือประกอบด้วยน้ำเป็นตัวทำละลายและ
เกลอื เป็นตวั ละลาย เมือ่ เราคอ่ ยๆ เติมเกลอื ครัง้ ละ 10 กรมั ไปเรอ่ื ย ๆ พบว่าเกลอื จะละลายได้หมด
แต่เมื่อเติมเกลือเรื่อย ๆ แล้วเกลือละลายได้ไม่หมด เพราะว่าสารละลายอิ่มตัวหรือตัวทำละลาย
ไมส่ ามารถละลายตัวละลายได้อีก

225

2.35 นักเรียนแต่ละกลุ่มลงมือทำกิจกรรมการทดลองที่ 3 เรื่อง ผลิตไฟฟ้าจากน้ำเกลือ พร้อมทั้งบันทึก
ผลการทดลองและตอบคำถามหลังการทดลองลงในใบกิจกรรมที่ 2 เรื่อง ไฟฟ้าน่ารู้ ตอนที่ 3
เรอ่ื ง วงจรไฟฟ้านา่ รู้ กิจกรรมท่ี 3 เร่อื ง ผลิตไฟฟ้าจากนำ้ เกลอื ใน Application Books

2.36 นกั เรยี นตอบคำถามหลังการทดลอง โดยใชป้ ระเด็นคำถาม ดงั น้ี
คำถาม เมือ่ ปริมาณเกลอื แกงในนำ้ มากขึ้น หลอดไฟสว่างมากขึ้นหรอื ไม่ เพราะเหตใุ ด
แนวคำตอบ เนื่องจากถ้าปริมาณเกลือแกงในน้ำมากขึ้น ความสว่างของหลอดไฟจะมากขึ้นด้วย
เพราะเมื่อเติมเกลือแกงที่เป็นสารละลายอิเล็กโทรไลต์ในอัตราที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้มีการเพิ่มจำนวน
ของไอออนเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นความสามารถในการนำไฟฟ้าก็จะเพิ่มขึ้นและทำให้หลอดไฟมี
ความสว่างเพิม่ มากข้ึน

ขัน้ ที่ 3 ออกแบบวธิ ีการแกป้ ัญหา (Solution Design) (1 ชัว่ โมง)
3.1 ตัวแทนนักเรียนรับใบกิจกรรมที่ 1 เรื่อง Electric Dough ตอนที่ 2 เรื่อง Get to Know your
Conductive Dough
3.2 ชี้แจงจดุ ประสงค์ของกจิ กรรมวา่ นักเรียนจะต้องทำแปง้ โดวท์ ส่ี ามารถนำไฟฟ้าได้จากวัสดุ ท่กี ำหนดให้
ดังน้ี (สารเคมี 1. เกลือแกง 2. แปง้ สาลี 3. น้ำกล่นั 4. สีผสมอาหาร วสั ดแุ ละอปุ กรณ์ 1. หลอด LED
ขนาดเลก็ (1.5V) 2. สายไฟ ท่ีต่อกับคลิปปากจระเข้ 3. ถา่ นไฟฉาย 1.5 V 4. ภาชนะสำหรับผสม)
3.3 นกั เรยี นทบทวนความรู้ที่เรียนจากใบความรู้ผา่ น Application keynote เรอ่ื ง (1) ส่วนประกอบของ
วงจรไฟฟ้าเบื้องต้น (2) วงจรปิดและวงจรเปิด (3) การวงจรไฟฟ้าแบบอนุกรมและแบบขนาน
(4) กระแสไฟฟ้า และ (5) สารละลายอิเล็กโทรไลต์กับการทำแป้งโดว์ หรือสามารถสืบค้นข้อมูล
เพิ่มเติม ผ่าน Application Safari และให้นักเรียนแต่ละกลุ่มสรุปรายละเอียดขององค์ความรู้ที่จะ
นำไปใชใ้ นการออกแบบสง่ิ ประดษิ ฐ์ทางไฟฟ้าจากแปง้ โดว์ผา่ น Application Note
3.4 นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอสรุปองค์ความรู้ที่จะนำมาใช้ในการออกแบบสิ่งประดิษฐ์ทางไฟฟ้าจาก
แปง้ โดว์ ผ่าน Padlet เพ่ือให้นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ ไดแ้ ลกเปลย่ี นเรยี นรู้และอภปิ รายรว่ มกนั
ตอนที่ 1 เรือ่ ง Get to Know your Conductive Dough
3.5 นักเรียนศึกษาและสืบค้นส่วนผสม และวิธีการทำแป้งโดว์ที่สามารถนำไฟฟ้าได้โดยการใช้ภาษาไทย
และภาษาอังกฤษโดยการใช้ Application Safari พร้อมทั้งบันทึกผลการค้นหาลงใน Application
Books
3.6 นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอข้อมูลการสืบค้นส่วนผสม และวิธีการทำแป้งโดว์ท่ีสามารถนำไฟฟ้าได้ได้
หน้าชั้นเรียน โดยการใช้ Application keynote
3.7 นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายให้ความรู้เพิ่มเติมเกีย่ วกับ ส่วนผสม วิธีการทำแปง้ โดว์ ที่สามารถนำ
ไฟฟา้ ไดจ้ าก Application keynote
3.8 นกั เรียนแตก่ ลุ่มร่วมกันตอบคำถามใน Application Numbers โดยมีประเด็นคำถาม ดงั น้ี

226

คำถาม นกั เรยี นคิดว่าส่วนผสมใดท่ที ำใหแ้ ป้งโดว์สามารถนำไฟฟ้าได้
แนวคำตอบ สว่ นผสมของเกลอื
3.9 นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มส่งตัวแทนมารบั วสั ดุอุปกรณ์ในการทำแป้งโดวก์ ล่มุ ละ 1 ชดุ

227

3.10 นักเรียนแต่ละกลุ่มลงมือปฏิบัติกิจกรรมตอนท่ี 2 เรื่อง Get to Know your Conductive Dough
พร้อมกับบันทึกผลการทำกจิ กรรมลง Application Books

3.11 นักเรียนแต่ละกลุ่มนำแป้งโดว์ที่ได้ มาต่อวงจรไฟฟ้าแบบอย่างง่าย แบบอนุกรมและแบบขนาน
เพื่อทดสอบประสิทธิภาพการนำไฟฟ้าของแป้งโดว์ พร้อมกับบันทึกผลการทำกิจกรรม
ลง Application Books

3.12 ครูและนักเรียนเชื่อมโยงความรู้ที่ได้จากการทำกิจกรรมตอนท่ี 2 เรื่อง Get to Know your
Conductive Dough และรว่ มกันสรุปการทำแปง้ โดว์ทสี่ ามารถนำไฟฟ้าได้ ดังนี้
คำถาม สตู รแป้งโดวท์ ีใ่ ชแ้ ละความเขม้ ข้นของสารอเิ ล็กโทรไลตท์ ี่เหมาะสมสำหรบั การต่อวงจรไฟฟ้า
แนวคำตอบ ข้นึ อยู่กบั คำตอบของนักเรยี น
คำถาม การต่อวงจรไฟฟา้ แบบใดทที่ ำให้หลอดไฟสว่างเพราะเหตุใด
แนวคำตอบ การต่อวงจรแบบปิดโดยต่อสายไฟกับขั้วบวกของแหล่งกำเนิดไฟฟ้าปลายอีกด้านหนึ่ง
ของสายไฟต่อเข้ากับหลอดไฟในขณะที่สายไฟอีกเส้นหนึ่งต่อกับขั้วลบของแหล่งกำเนิดไฟฟ้าปลาย
อกี ด้านหนงึ่ ตอ่ เขา้ กบั หลอดไฟทำใหม้ ีเส้นทางครบวงจรกระแสไฟฟา้ ไหลผา่ นได้ครบรอ

3.13 นักเรียนแต่ละกลุ่มทำตอนที่ 3 เรื่อง สิ่งประดิษฐ์ทางไฟฟ้าจากแป้งโดว์ โดยออกแบบและอธิบาย
การต่อวงจรไฟฟา้ ลงใน ใบกจิ กรรมท่ี 1 เร่ือง Electric Dough ตอนที่ 3 เร่ือง ส่งิ ประดิษฐท์ างไฟฟ้า
จากแปง้ โดว์

3.14 นักเรียนและครูร่วมกันสรปุ แนวทางในการออกแบบ โดยใช้องค์ความรู้ เรื่อง แป้งโดว์ไฟฟ้า การต่อ
วงจรอย่างงา่ ย วงจรไฟฟา้ แบบขนานและอนกุ รม ลงใน Application Numbers

3.15 นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มส่งตัวแทนออกมานำเสนอสิ่งประดิษฐ์ทางไฟฟ้าจากแป้งโดว์ หนา้ ชั้นเรียนโดยใช้
Application Numbers

ขน้ั ที่ 4 วางแผนและดำเนินการแก้ปัญหา (Planning and Development) (1 ชั่วโมง)
4.1. นักเรียนทำกิจกรรมตอนที่ 3 ออกแบบสิ่งประดิษฐ์ทางไฟฟ้าอย่างสร้างสรรค์จากแป้งโดว์
โดยใช้ Application keynote โดยมีองค์ประกอบของการออกแบบ ดังนี้
1) ชื่อของสิ่งประดิษฐ์ ออกแบบเพื่อกลุ่มเป้าหมายใด เหตุผลในการออกแบบสิ่งประดิษฐ์
และประโยชนข์ องสิง่ ประดษิ ฐ์
2) ใชว้ งจรไฟฟ้าแบบใดในการสรา้ งสิ่งประดิษฐ์ และให้ระบอุ งคป์ ระกอบของวงจรไฟฟา้
3) รปู ภาพของส่งิ ประดิษฐท์ นี่ ักเรียนออกแบบ
4.2. นักเรียนแต่ละกลุ่มดำเนินการสร้างสิง่ ประดิษฐ์ทางไฟฟ้าจากแป้งโดว์ ตามที่ได้ออกแบบไว้พร้อมกบั
บันทกึ ผลการทำกิจกรรมลง Application Books

228

ข้นั ท่ี 5 ทดสอบ ประเมนิ ผล และปรับปรุงแก้ไขวธิ กี ารแก้ไขปญั หาหรือแกไ้ ขช้ินงาน (Testing,
Evaluation and Design Improvement)

5.1 นักเรียนทดสอบประสิทธิกาพการทำงานของสิ่งประดิษฐ์ทางไฟฟ้าจากแป้งโดว์ ว่าหลอดไฟมี
ความสวา่ งและมสี สี ันหรือไม่ และบันทึกผลการทดสอบลงใน Application Books

5.2 นักเรยี นนำผลการทดสอบประสทิ ธภิ าพการทำงานของสิ่งประดิษฐ์ทางไฟฟ้าจากแปง้ โดว์ หาแนวทาง
ในการปรบั ปรุงเพ่ือให้หลอดไฟสว่าง แลว้ นำไปทดสอบการทำงานอีกคร้ัง และบันทึกผลการทดสอบ
ลงใบกจิ กรรมที่ 1 เร่ือง Electric Dough ตอนที่ 3 เรื่อง สง่ิ ประดิษฐท์ างไฟฟา้ จากแปง้ โดว์

5.3 นักเรียนบันทึกผลการทดสอบและแนวทางการปรับปรุงแก้ไขลงในและบันทึกผลการทดสอบ
ลงนำใบกจิ กรรมที่ 1 เรอื่ ง Electric Dough ตอนท่ี 3 เรือ่ ง สง่ิ ประดษิ ฐท์ างไฟฟ้าจากแป้งโดว์

ขนั้ ที่ 6 นําเสนอวธิ ีการแกป้ ัญหา ผลการแก้ปญั หาหรอื ชิ้นงาน (Presentation) (1 ช่ัวโมง)
6.1 นักเรียนและครูร่วมกันสรุปประเด็นและความรู้ที่ได้จากการสร้างสิ่งประดิษฐ์ทางไฟฟ้าจากแป้งโดว์
โดยใชป้ ระเด็นคำถาม ดังน้ี
คำถาม ในการสร้างสิง่ ประดษิ ฐท์ างไฟฟ้าจากแปง้ โดว์ นกั เรียนจะต้องใช้สว่ นประกอบ อะไรบ้าง
แนวคำตอบ: แบตเตอร่ี แป้งโดว์ หลอดไฟ LED
คำถาม การต่อวงจรไฟฟา้ ในสงิ่ ประดษิ ฐ์ทางไฟฟ้าจากแป้งโดว์ นกั เรยี นคดิ ว่าแปง้ โดวท์ ำหน้าที่อะไร
แนวคำตอบ: แป้งโดว์ ทำหน้าที่เป็นตัวนำไฟฟ้า (สายไฟ) จากนั้นนำหลอดไฟ LED มาต่อเข้า
แป้งโดว์และนำถ่านไฟฉายที่เป็นแหล่งกำเนิดไฟฟ้าต่อเข้ากับตัวนำไฟฟ้าให้ครบวงจร (วงจรปิด)
และหลอดไฟจะสวา่ ง
คำถาม แป้งโดว์จะนำไฟฟ้าได้ดีจะต้องเลือกสารเคมีชนิดใด เพราะเหตุใดจึงเลือกสารเคมีชนิดนั้น
แนวคำตอบ: เลือกใช้เกลือแกงละลายในน้ำแล้วเติมลงในแป้งโดว์ เนื่องจาก NaCI และ NaHCO3
เป็นสารประกอบไอออนิกที่ละลายน้ำแล้วแตกตัวให้สารละลายอิเล็กโทรไลต์ซึ่งสามารถนำไฟฟ้าได้
แต่ NaCI ที่แตกตัวให้ Na+ และ CI- มีประจุต่อมวลของสารสูงกว่า NaHCO3 ที่แตกตัวให้ Na+ และ
HCO3- ดังนั้น จึงน่าจะใช้เกลือแกงในปริมาณที่น้อยกว่าเบกกิ๊งโซดาในการทำให้แป้งโดว์นำไฟฟ้า
สว่ นนำ้ ตาลทรายเม่อื ละลายน้ำแลว้ ไม่แตกตัวได้สารละลายอิเล็กโทรไลต์
คำถาม นักเรยี นเลือกใชก้ ารตอ่ วงจรไฟฟา้ แบบใด เพราะเหตใุ ด
แนวคำตอบ: การต่อวงจรไฟฟ้าแบบขนาน เพราะ การต่อวงจรไฟฟ้าแบบขนานและอนุกรมมีผลต่อ
ความสว่างของหลอด LED โดยหากหลอด LED แบบขนานจะทำให้มีความสว่างมากกวา่ การต่อแบบ
อนุกรม เนื่องจากการต่อแบบขนานจะทำให้หลอด LED ทั้งสองหลอดมีความต่างศักย์เท่ากับ
ความต่างศักย์ของแหล่งกำเนิดไฟฟ้า ส่วนการต่อแบบอนุกรม ความต่างศักย์ของแหล่งกำเนิดไฟฟา้
จะถกู แบ่งออกใหแ้ ตล่ ะหลอด ทำใหค้ วามสว่างนอ้ ยลง

229

6.2 นกั เรียนและครูร่วมกนั สรุปแนวคิดวทิ ยาศาสตรท์ ่ีเก่ยี วขอ้ งได้ ดังน้ี
แนวคำตอบ: ในการสร้างสิ่งประดิษฐ์ทางไฟฟ้าจากแป้งโดว์ มีการใช้ความรู้เกี่ยวกับวิชาเคมีใน
เรื่อง สารละลายอิเล็กโทรไลต์ การแตกตัวของสารเมื่อละลายน้ำและมวลต่อโมลของสาร เพื่อใช้ใน
การเลือกสารที่คาดว่าจะใช้น้อยที่สุดในการทำให้แป้งโดว์นำไฟฟ้า นอกจากนี้ยังมีการใช้ความรู้
เกี่ยวกับการต่อวงจรไฟฟ้าเพื่อทำให้ครบวงจรและหลอด LED สว่าง โดยวงจรไฟฟ้าเป็นเส้นทางที่
กระแสไฟฟ้าผ่านได้ครบรอบประกอบด้วยแหล่งกำเนิดไฟฟ้าสายไฟฟ้าและเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือ
อุปกรณ์ไฟฟ้าแหล่งกำเนิดไฟฟ้าเช่นถ่ายไฟฉายหรือแบตเตอรี่ทำหน้าที่ให้พลังงานไฟฟ้าสายไฟฟ้า
เป็นตัวนำไฟฟ้าทำหน้าที่เชื่อมต่อระหว่างแหล่งกำเนิดไฟฟ้าและเครื่องใช้ไฟฟ้าเข้าด้วยกัน
เครื่องใช้ไฟฟ้ามีหน้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานอื่นการต่อวงจรไฟฟ้าวงจรไฟฟ้าที่
กระแสไฟฟา้ ไหลได้ครบวงจรทำให้โหลดหรือเครื่องใชไ้ ฟฟ้าทตี่ ่ออยใู่ นวงจรนนั้ ๆ ทำงานคือวงจรปิด
การต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรมเป็น การต่อเซลล์ไฟฟ้าขั้วบวกกับขั้วลบเรียงกันไปตามลำดับเพื่อให้
กระแสไฟฟ้าเดินทางเดินทางเดียวหลอดไฟฟ้าจะสว่างกว่าการต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบขนาน
แต่ระยะเวลาในการใชง้ านสัน้ กว่า

6.3 นักเรียนตอบคำถามการสะท้อนความรู้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์และ
คณติ ศาสตร์ (STEM) ท่ีไดจ้ ากการทำกจิ กรรมลงในใน Application Numbers
แนวคำตอบ: S : วิทยาศาสตร์ วงจรไฟฟ้าแบบอนุกรมและแบบขนาน และสารละลายอิเล็กโทรไลต์
T : เทคโนโลยี การออกแบบวงจรไฟฟ้าและการเลือกใช้วัสดใุ นการทำแป้งโดว์ไฟฟา้
E : วศิ วกรรมศาสตร์ ทดสอบประเมนิ ประสิทธิภาพและปรับแก้ไขตน้ แบบ
M : คณติ ศาสตร์ การบวก ลบ คูณ หาร)

230

สือ่ /แหลง่ เรียนรู้
1. ใบความรู้ เร่อื ง Electric Dough
(1) ใบความรทู้ ี่ 1 เรือ่ ง แหล่งกำเนดิ พลงั งานไฟฟา้
(2) ใบความรูท้ ่ี 2 เรื่อง วงจรไฟฟ้านา่ รู้
(3) ใบความรู้ท่ี 3 เรอ่ื ง การต่อหลอดไฟแบบอนุกรมและแบบขนาน
(4) ใบความรู้ที่ 4 เร่ือง การต่อหลอดไฟจาก PhET
(5) ใบความรู้ท่ี 5 เรอ่ื ง สารละลายอิเลก็ โทรไลตแ์ ละนอนอิโทรไลต์ ใน Application Books
2. ใบกิจกรรม เร่ือง Electric Dough
- ใบกจิ กรรมที่ 1 Electric Dough แบง่ ออกเป็น 3 ตอนย่อย ไดแ้ ก่
ตอนท่ี 1 เรื่อง ประเด็นปัญหา
ตอนที่ 2 เรื่อง Get to Know your Conductive Dough
ตอนที่ 3 เร่ือง การออกแบบสงิ่ ประดษิ ฐท์ างไฟฟา้ อยา่ งสร้างสรรคจ์ ากแป้งโดว์
- ใบกิจกรรมท่ี 2 เรอื่ ง ไฟฟ้าน่ารู้ แบ่งออกเป็น 3 ตอนยอ่ ย ได้แก่
ตอนที่ 1 เร่ือง ความสำคัญของไฟฟ้า
ตอนที่ 2 เร่ือง วงจรไฟฟา้ น่ารู้
ตอนที่ 3 เรื่อง ผลิตไฟฟา้ จากนำ้ เกลอื
3. Application
(1) Keynote เร่ือง วงจรไฟฟ้าน่ารู้
(2) Application Safari, Books, Keynote, and iMovie
4. PhET เรอ่ื ง Circuit Construction

231

การวดั และประเมินผล

จุดประสงค์ เคร่ืองมือ เกณฑ์การให้
คะแนน

1. อธิบายความสำคัญของไฟฟ้า วิเคราะห์ - ใบกิจกรรมที่ 2 เรื่อง ไฟฟ้าน่ารู้ ตอนที่ 1 รอ้ ยละ 80

ประโยชน์และโทษของการผลิตกระแสไฟฟ้า เรื่อง ความสำคญั ของไฟฟา้ ผ่านเกณฑ์

จากพลังงานต่าง ๆ เพื่อออกแบบโปสเตอร์ - แบบประเมินสมรรถนะการสอื่ สาร

รณรงค์การประหยัดไฟฟ้า และวิธีการใช้ไฟฟ้า

อย่างร้คู ณุ ค่าใหก้ บั โรงเรยี นและชมุ ชนได้ (K, A)

2. อธิบายและประยุกต์ใช้ความรู้เกี่ยวกับไฟฟ้า - ใบกิจกรรมที่ 2 เรื่อง ไฟฟ้าน่ารู้ ตอนที่ 2 ร้อยละ 80

และวงจรไฟฟ้า เพื่อต่อหลอดไฟให้สว่างตาม เรื่อง วงจรไฟฟ้าน่ารู้ และตอนที่ 3 เรื่อง ผา่ นเกณฑ์

เงื่อนไข ที่กำหนด มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ ผลิตไฟฟา้ จากนำ้ เกลอื

และทำงานรว่ มกบั ผู้อนื่ อยา่ งเป็นมติ ร (K, P, A)

3. ระบุและวิเคราะห์ปัญหา ออกแบบการ - ใบกิจกรรมที่ 1 Electric Dough ตอนท่ี 1 รอ้ ยละ 80

ทดลอง เพื่ออธิบายความสัมพันธ์ระหว่าง เรือ่ ง ประเด็นปญั หา, ตอนที่ 2 เรื่อง Get to ผ่านเกณฑ์

อัตราสว่ นของสารละลายอิเล็กโทรไลต์กับความ Know your Conductive Dough แ ล ะ

สว่างของหลอดไฟ (K, P, A) ตอนท่ี 3 เรอ่ื ง การออกแบบสงิ่ ประดิษฐ์ทาง

ไฟฟา้ อยา่ งสร้างสรรค์จากแป้งโดว์

- แบบประเมนิ สมรรถนะความคดิ สรา้ งสรรค์

4. สร้างสิ่งประดิษฐท์ างไฟฟ้าจากแป้งโดว์อย่าง - ใบกิจกรรมที่ 1 Electric Dough ตอนท่ี 2 รอ้ ยละ 80

สร้างสรรค์ จากการเชื่อมโยงและประยุกต์ใช้ เ ร ื ่ อ ง Get to Know your Conductive ผ่านเกณฑ์

ความรู้ และสามารถสื่อสาร และแลกเปลี่ยน Dough และตอนที่ 3 เรื่อง การออกแบบ

ความคิดเห็นโดยปราศจากอคติ เกี่ยวกับการใช้ สิ่งประดิษฐ์ทางไฟฟ้าอย่างสร้างสรรค์จาก

ประโยชน์สิ่งประดิษฐ์ทั้งต่อตนเองและต่อ แป้งโดว์

กลุม่ เป้าหมายได้ (K, P, A) - แบบประเมินสมรรถนะความคดิ สรา้ งสรรค์

232

ใบความรทู้ ่ี 1
เรอ่ื ง แหลง่ พลงั งาน

แหลง่ พลังงาน คอื แหล่งพลงั งานท่ีเกิดขน้ึ หรอื มีอยู่แลว้ ตามธรรมชาตสิ ามารถนำมา ใช้ประโยชน์ได้
โดยตรง

แหล่งพลังงานทใ่ี ชใ้ นการผลิตกระแสไฟฟา้
แหล่งพลังงานที่ใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้า คือ แหล่งพลังงานที่ใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าแบ่งได้

เปน็ 2ประเภท คือแหล่งพลังงานหมนุ เวียน คือพลังงานท่ีใช้แล้วไมห่ มดไปหามาทดแทนได้ เช่น กังหันลมผลิต
ไฟฟ้า พลังงานงานผลิตกระแสไฟฟ้าจากเขื่อน พลังงานลม และพลังงานแสงอาทิตย์เป็นต้น ส่วนพลังงานที่มี
จำกัด คือ พลังงานใช้แลว้ หมดไป ไม่สามารถหามาทดแทนได้ เชน่ ถ่านหิน นิวเคลยี ร์ เปน็ ตน้

แหล่งพลังงาน
1.กงั หนั ลมผลิตไฟฟ้า

เมื่อมีลมพัดผ่านใบกังหัน พลังงานจลน์ที่เกิดจากลมจะ ทำให้ใบพัดของกังหันเกิดการหมุน และได้เป็น
พลังงานกลออกมา พลังงานกลจากแกนหมุนของกังหันลมจะถูกเปลี่ยนรูปไปเป็นพลังงานไฟฟ้า
โดยเครื่อง กำเนิดไฟฟ้าที่เชื่อมต่ออยู่กับแกนหมุนของกังหันลม จ่ายกระแสไฟฟ้าผ่านระบบ ควบคุมไฟฟ้า
และจา่ ยกระแสไฟฟา้ เขา้ สู่ระบบต่อไป

233

2. เขือ่ น

หลกั การกำเนิดไฟฟ้าของเขื่อน คอื ใช้แรงดนั น้ำท่ปี ล่อยลงมาจากเข่ือนไปหมุนกังหัน พลังงานกลจาก
แกนหมนุ ของกังหันจะถูกเปลี่ยนรูปไปเปน็ พลงั งานไฟฟ้า โดยเคร่อื งกำเนดิ ไฟฟ้าทเี่ ชื่อมต่ออยู่กับแกนหมุนของ
กงั หนั กระแสไฟฟา้ ผ่านระบบควบคุมไฟฟา้ และจา่ ยกระแสไฟฟา้ เข้าสรู่ ะบบเชน่ กนั

3. ถ่านหิน (Coal)

ถา่ นหนิ คอื หินชนดิ หนึ่งทสี่ ามารถติดไฟได้ โดยเปน็ ตะกอนที่เกดิ จากการสะสมทับถมกันของซากพืช
ในลุ่มน้ำหรือแอ่งตะกอนน้ำตื้นตามธรรมชาติเป็นเวลาหลายร้อยล้านปี จนเมื่อมีการทับถมของตะกอนมากขึ้น
หรือผิวโลกเกิดการเปล่ียนแปลง เช่น เกิดแผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด ก็จะทำให้ความกดดันและความร้อนจน
ทำให้ซากพืชเหล่าน้นั เปลย่ี นแปลงกลายเป็นถ่านหินชนิดต่าง ๆ เชน่ พตี ลิกไนต์ ซับบิทูมินัส บทิ มู ินสั แอนทราไซต์
เป็นตน้ ในถ่านหินประกอบด้วยธาตุหลัก ๆ คอื คาร์บอน ไฮโดรเจน ไนโตรเจน และออกซเิ จน ถอื เปน็ เชือ้ เพลิง
หลักในการผลติ ไฟฟา้ ของโลก และเปน็ แหลง่ พลังงานความร้อนท่ีมบี ทบาทสำคัญในภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ

234

4. นิวเคลียร์ (Nuclear Energy)

นวิ เคลียรเ์ ปน็ พลังงานทปี่ ระกอบด้วยอนุภาคโปรตรอนและนิวตรอน เกิดขึน้ จากการแตกตัว (Fission)
หรือการรวมตัว (Fusion) ของนิวเคลียสภายในอะตอมและถูกปลดปล่อยออกมาในรูปของพลังงานความร้อน
และพลังงานรังสี ซึ่งสามารถนำมาแปรรูปเป็นพลังงานความร้อนและพลังงานไฟฟ้าได้ ส่วนประโยชน์ของ
พลังงานนิวเคลียร์นั้นสามารถนำไปใช้งานได้อย่างหลากหลาย ทั้งเป็นพลังงานที่ใช้ขับเคลื่อนเรือเดินสมุทร
ยานอวกาศ ด้านการแพทย์ที่ใช้ในการตรวจ รักษา และวินิจฉัยโรค ด้านอุตสาหกรรมที่ใช้ในเหนี่ยวนำให้เกิด
การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ ทางเคมี และทางชีวภาพ และการเกษตรที่สามารถใช้ในการปรับปรุงและ
ขยายพันธุพ์ ืช กำจัดแมลง เป็นต้น


Click to View FlipBook Version