37 หลังอาหารเที่ยง กิจกรรมธนาคารปูแล้วเสร็จ ทุกคนมารวมตัวกัน ต่างฝ่ ายต่างขอบคุณซึ่งกันและกัน “ขอบคุณคุณครูและเด็ก ๆ มากนะครับที่มาร่วมกิจกรรมของธนาคารปูม้า บ้านคลองตะเคียน หวังว่าเด็ก ๆ จะได้รับความรู้ไม่มากก็น้อย” หัวหน้า โครงการพูดพลางยิ้มอย่างเอ็นดู “ขอบคุณคุณป้ า คุณลุง ที่ช่วยสอนเด็ก ๆ เรื่องการอนุรักษ์ปูม้าและฟื้ นฟู ธรรมชาติ เด็ก ๆ ได้ความรู้และสนุกกันมากเลยครับ” ครูพัคจุนโฮขอบคุณตอบ “ขอบคุณคุณลุง คุณป้ าครับ” “ขอบคุณคุณลุง คุณป้ าค่ะ” เด็ก ๆ ประสาน เสียงขอบคุณพร้อมยกมือไหว้ ๒๒๕
38 ครูถาม “ใครจะอาสาสรุปประโยชน์ของกิจกรรมนี้ให้เพื่อน ๆ ฟังบ้างครับ” วายุยกมือตอบด้วยเสียงดังที่เป็ นเอกลักษณ์ “พวกเราได้มาเรียนรู้นอก ห้องเรียน และได้ปฏิบัติจริง สนุกมากครับ” แพรวพูดเสริมด้วยความตื่นเต้น “หนูพึ่งเคยมาธนาคารปูครั้งแรกเลยค่ะ ได้รู้ว่าเรามีส่วนช่วยเพิ่มประชากรปูลงทะเลได้ค่ะ” ท็อปพูดด้วยความภูมิใจว่า “ผมได้คุยกับคุณป้ าด้วยครับ ในหมู่บ้านนี้ วันหยุด เด็กจะมาช่วยงานที่นี่ และยังได้เรียนรู้อาชีพประมงด้วยครับ” ส่วนแนนนี่พูดด้วยความหงุดหงิดว่า “หนูได้เห็นธาตุแท้ของเพื่อนในเฟสบุ๊ค ที่มาคอมเมนท์เนี่ยแหละค่ะ และก็...ปูม้าที่นี่อร่อยมากเลยค่ะ” ครูพัคจุนโฮพูดด้วยความห่วงใย “ปัจจุบัน สื่อโซเชียลมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ดังนั้นต้องรู้จักใช้ให้เป็ นประโยชน์และถูกวิธี นักเรียนต้องรู้จักหน้าที่และความ รับผิดชอบของตนเองที่มีต่อส่วนรวม ขอให้แนนนี่ปรับปรุงตัวนะครับ” “ขอบคุณค่ะคุณครู” แนนนี่มีสีหน้าเศร้าเล็กน้อย ๒๒๖
39 “ได้เวลาเดินทางกลับกันแล้ว” ครูพัคจุนโฮบอกนักเรียน ทุกคนชูมือส่งเสียงดัง “เฮ้! เย้! เย้!” และแล้ว กิจกรรม “ธนาคารปูม้า” ของห้อง ม.5/5 ก็จบลง นอกจากเด็ก ๆ จะได้รับความสนุกสนาน ก็ยังได้ปฏิบัติตามขั้นตอน ประชาธิปไตยในห้องเรียน และยังมีส่วนร่วมกับชุมชนที่เป็ นการเรียนรู้ ประสบการณ์ดี ๆ นอกห้องเรียน ๒๒๗
40 ๒๒๘
41 สถานการณ์โลกร้อนได้ส่งผลกระทบท าให้เกิดความแห้งแล้ง ฝนไม่ตก ตามฤดูกาล ประชาชนในพื้นที่ต่างจังหวัดเดือดร้อนกันถ้วนหน้า ต าบลห้วยปลาดุก เป็ นชุมชนที่ราบเชิงเขา เดิมเคยเป็ นป่ าอุดมสมบูรณ์ มีล าห้วยที่ยาวกว่า 6 กิโลเมตรไหลผ่าน ฤดูร้อนปี นี้ ล าห้วยแห้งเร็วกว่าทุกปี บางหมู่บ้านเริ่มขาดแคลนน ้า ๒๒๙
42 ณ ที่ท าการก านันต าบลห้วยปลาดุก ก านันก าลังรับฟังความเดือดร้อน ของชาวบ้าน “พ่อก านัน ผมเป็ นตัวแทนของชาวบ้านหมู่ 1 และหมู่ 2 ที่อยู่ต้นล าห้วย ตอนนี้แล้งหนัก ห้วยไม่มีน ้าเลย” ทิดเดี่ยว หนุ่มวัย 30 ปี เล่าเรื่องราวด้วย สีหน้าเคร่งขรึม “ข้าก าลังคิดเรื่องนี้พอดี ปี นี้ภัยแล้งมาเร็ว ชาวบ้านจะอยู่กันยังไง” เสียงก านันตอบลูกบ้าน “พวกฉันคิดไม่ออกจริงๆ” ชายวัยกลางคนพูดขึ้น “ข้าจะรีบแจ้งข่าวไปยังอบต. ให้หาทางช่วยกัน” ก านันตอบชาวบ้าน อย่างหนักแน่น ๒๓๐
43 ขณะนั้น มีมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งขับมุ่งตรงมายังกลุ่มชาวบ้าน “ลุงก านัน ไฟป่ าก าลังไหม้อยู่ท้ายหมู่บ้าน ไปช่วยกันดับหน่อย” เสียง ของหญิงสาวชื่อไพลิน ซึ่งเป็ นอสม. ของหมู่บ้านดังมาพร้อมกับเสียงรถ มอเตอร์ไซค์ “ข้าจะโทรไปที่หน่วยดับไฟป่ า” ก านันรีบตอบ “ฉันกับชาวบ้านจะไปช่วยกันดับไฟก่อน” ทิดเดี่ยวพูดและลุกขึ้นอย่าง รวดเร็ว ๒๓๑
44 ณ บริเวณป่ าชุมชนของหมู่บ้าน ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่หน่วยดับไฟป่ าก าลังช่วยกันดับไฟอย่างโกลาหล โชคดีที่ไฟยังไม่ลามไปมาก จึงดับได้ทัน “ขอบคุณทุกๆ คนที่ช่วยกันดูแลป่ าชุมชนแห่งนี้” เจ้าหน้าที่พูดกับ ชาวบ้าน “หมู่บ้านข้าไม่มีน ้า หมู่บ้านเอ็งมีไฟป่ า ปี นี้มันเกิดอะไรขึ้น” สีหน้า ทิดเดี่ยวเคร่งเครียดขณะพูดกับไพลิน “ขอให้ทุกคนช่วยกันเฝ้ าระวัง ห้วยที่อยู่ต้นน ้ามีน ้าเหลืออยู่น้อยมาก ป่ าขาดความชุ่มชื้น ไฟป่ าอาจจะปะทุขึ้นอีก” เจ้าหน้าที่ก าชับทุกคน หลังไฟสงบลง ทุกคนแยกย้ายกันกลับ ๒๓๒
45 ช่วงปลายเดือนเมษายน ชาวบ้านกลุ่มหนึ่งมาที่หน้าอบต. ห้วยปลาดุก “เมื่อวาน ชาวบ้านหมู่ 3 ทะเลาะแย่งน ้ากัน ฉันล่ะปวดหัวเลย” ผู้ใหญ่บ้านวัยหนุ่มเล่าปัญหาที่ตนเองพบมา “เมื่อเช้ามีชาวบ้านหลายคนมาบอกว่าจะไปหางานท าที่กรุงเทพฯ เพราะ ไม่มีน ้า ปลูกอะไรไม่ได้ ฉันบอกให้ใจเย็น อย่าเพิ่งไป” ก านันเล่าปัญหาให้สมาชิก อบต. ฟัง “ปี นี้ชาวบ้านที่เข้าไปหาเห็ดและหน่อไม้ในป่ าชุมชนก็ได้น้อย หลายหมู่บ้าน เดือดร้อนกันมาก เราจะช่วยชาวบ้านยังไงดี” สมาชิกอบต. คนหนึ่งพูดขึ้น ๒๓๓
46 “เอาล่ะทุกคน ผมคิดว่าพวกเราเป็ นตัวแทนที่ประชาชนเลือกมาให้ ท าหน้าที่ จะนิ่งดูดายไม่ได้” นายกอบต. พูดด้วยเสียงหนักแน่น “นายกมีวิธีแล้วหรือ” ผู้ใหญ่บ้านถามขึ้น “พวกเราคงจ าเรื่องฝายหลวงของโครงการพระราชด าริที่เคยไปดูงาน กันได้ ผมเสนอให้ต าบลเราท าโครงการนี้เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง” นายกอบต. พูดด้วยความมั่นใจ “เป็ นโครงการที่ดี แต่เราต้องอธิบายให้ชาวบ้านเข้าใจก่อนนะ ฉันจ าได้ ว่ามันท ายากพอควรและอีกอย่างใช้ทุนมาก” ผู้ใหญ่บ้านแสดงความคิดเห็น “ผมวางแผนไว้แล้ว ขอให้ทุกคนไปเตรียมการตามนี้” นายกอบต. สรุปจบพร้อมมอบกระดาษให้ทุกคน ๒๓๔
47 บริเวณศาลาเอนกประสงค์ประจ าต าบล ชาวบ้านมาเข้าร่วมประชุมกัน อย่างหนาแน่นเพื่อท าประชาคม “สวัสดีครับชาวต าบลห้วยปลาดุก วันนี้ขอบคุณที่ทุกคนสละเวลามา ประชุมเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน ้าของต าบลเรา โครงการที่จะจัดท า คือ การสร้างฝายหลวงเพื่อกักเก็บน ้าในล าห้วย จะเริ่มต้นท า 3 ฝาย คือ ที่หมู่ 2 หมู่ 4 และหมู่ 6” นายกอบต. อธิบายพร้อมแสดงภาพจ าลองการท าฝายกั้นน ้า ในล าห้วยแต่ละจุด ๒๓๕
48 เสียงชาวบ้านผู้สูงอายุคนหนึ่งพูดขึ้น “ท าแบบนี้หมู่ไหนอยู่ท้ายล าห้วย ก็ไม่มีน ้าใช้น่ะสิ” “ฝายกั้นน ้าที่หมู่ 4 แบบนี้ น ้าจะไม่ท่วมสวนล าไยฉันหรือ” หญิงวัยกลางคน ถามด้วยความสงสัย “โครงการใหญ่อย่างนี้จะเอางบมาจากไหน” ชายวัยกลางคนพูดเสริมขึ้น ทิดเดี่ยวซึ่งอยู่ในที่ประชุมฟังเสียงจากชาวบ้านที่แสดงความคิดเห็นและพูด “ลุง ป้ า ใจเย็นๆ พวกเราเห็นต่างกันได้ ลองฟังเหตุผลของทางราชการ และคนอื่นๆ ก่อน” ๒๓๖
๙ 49 “ฉันดูจาก YouTube เห็นชาวบ้านที่ล าปางเขาท าฝายกันหลายแห่ง ถ้าหมู่บ้านของเราท าได้ ฉันกับน้องจะไม่ไปหางานท าที่กรุงเทพฯ” ไพลินพูดด้วย ความหวัง “ฝาย นอกจากกักเก็บน ้าได้แล้ว ยังท าให้ป่ าชุ่มชื้น ลดปัญหาไฟป่ าได้” เสียงจากเจ้าหน้าที่หน่วยดับไฟป่ าประจ าต าบล ก านันซึ่งเป็ นผู้น าที่มีอาวุโสที่สุดในที่ประชุมลุกขึ้นพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “ฉันเห็นด้วยที่ต าบลของเราจะท าโครงการฝายตามแนวทางพระราชด าริ ถ้าช่วยกันแก้ปัญหาได้ ต าบลเราจะมีน ้ากินน ้าใช้ ท าไร่ท านากันทุกหมู่บ้าน” หลังจากก านันแสดงความคิดเห็น ชาวบ้านต่างพูดเป็ นเสียงเดียวกัน “ข้าเห็นด้วย” “ฉันก็เห็นด้วย” “เห็นด้วย” “เห็นด้วยจ้า” ๒๓๗
๙๑ 50 นายกอบต. เห็นบรรยากาศก าลังไปได้ด้วยดี จึงลุกขึ้นพูดว่า “ผมขอให้ ทุกคนมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นเพื่อเป็ นมติของต าบลเรา ใครเห็นด้วยกับ โครงการฝายหลวงนี้ยกมือขึ้น” ทุกคนยกมือสนับสนุนอย่างพร้อมเพรียง “เราจะเริ่มงานในสัปดาห์หน้า ผมจะเชิญปราชญ์ชาวบ้านมาสอนพวกเรา ท าฝายกัน” นายกอบต. ให้สัญญากับชาวบ้าน และมอบหมายงานแก่ผู้ใหญ่บ้าน “พี่ผู้ใหญ่หมู่ 2 ช่วยจัดชาวบ้านผลัดเวรมาสร้างฝายวันละ 20 คน เราจะใช้วัสดุ ในพื้นที่ ได้แก่ ไม้ไผ่ ทราย หิน ส่วนปูน ร้านวัสดุก่อสร้างในจังหวัดสนับสนุน มาให้” ๒๓๘
51 เมื่อถึงวันเริ่มสร้างฝาย ปราชญ์ชาวบ้านเดินทางมาถึง เขาพูดกับทุกคนว่า “ฉันยินดีที่จะสอนให้ทุกคนท าฝายหลวงให้ส าเร็จ” ในมือของเขาถือพระบรม ฉายาลักษณ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 และรัชกาลที่ 10 ขณะทรงงานร่วมกัน เขาพูดถึงในหลวงทั้ง 2 พระองค์ด้วยความเทิดทูนว่า “พ่อหลวงรัชกาล ที่ 9 ได้ให้แนวทางพึ่งพาตนเอง และในหลวงรัชกาลที่ 10 ท่านให้เราสืบสาน รักษา ต่อยอด สิ่งดีงามเพื่อพัฒนาบ้านเมืองและให้ประชาชนอยู่ดีมีสุข” “ได้เวลาฤกษ์ดี พวกเราเริ่มงานกันได้เลย ใช้เวลาไม่เกิน 20 วัน” ๒๓๙
52 วันที่ 7 ของการก่อสร้างฝายของหมู่ที่ 2 ชาวบ้านก าลังช่วยกันอย่างขันแข็ง ๒๔๐
53 ห่างจากจุดนั้นไม่ไกล ครูพากลุ่มนักเรียนมาเรียนรู้การสร้างฝาย ครูแนะน าว่า “เด็กๆ ชาวบ้านก าลังสร้างฝายหลวงจากวัสดุที่มีอยู่ใน หมู่บ้านเรา ทุกๆ คนมาช่วยกันท าคนละหน้าที่” เด็กเหล่านั้นจ้องมองอย่าง สนใจ ขณะนั้นนายกอบต. เดินทางมาถึงและยืนอยู่ใกล้กับกลุ่มของนักเรียน เขาแจ้งข่าวดีให้กับชาวบ้านทันที “โครงการฝายหลวงนี้ มติสภาอบต. อนุมัติงบประมาณให้ 100,000 บาท” ชาวบ้านต่างปรบมือร้องเฮเสียงดังก้องไปทั้งพื้นที่ ๒๔๑
54 นักเรียนได้ยินจึงเกิดความสงสัย “ครูคะ มติสภาหมายถึงอะไรคะ” ครูยิ้มและอธิบายว่า “มติสภา หมายถึง ความคิดเห็นของทุกคนที่เห็น ตรงกันในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เช่น อบต. ห้วยปลาดุกเป็ นหน่วยงานส่วนท้องถิ่นที่ มีสมาชิกสภาอบต. มาจากการเลือกตั้ง เมื่อจะท าโครงการใดๆ ต้องได้รับความ เห็นชอบจากเสียงส่วนใหญ่ ซึ่งเป็ นหลักส าคัญของการปกครองระบอบ ประชาธิปไตย” “ประชาธิปไตยของประเทศไทยต่างกับชาติอื่นไหมคะ” นักเรียนหญิงถาม ต่อด้วยความสงสัย ๒๔๒
55 นายกอบต. ยืนอยู่ใกล้กลุ่มนักเรียนและฟังเรื่องราวโดยตลอด “ผมขออนุญาตอธิบายให้นักเรียนฟังได้ไหมครับ” นายกอบต. พูดกับครู “ได้สิคะ ยินดีมากค่ะ”ครูตอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “ประเทศไทยใช้การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็ นประมุข ซึ่งประเทศอื่นๆ ไม่มี คนไทยโชคดีที่มีสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่ใส่ใจดูแลประชาชนเหมือนพ่อกับลูกและฝายที่เด็กๆ ก าลังเห็นอยู่นี้คือโครงการ อันเนื่องมาจากพระราชด าริที่ช่วยให้ประชาชนได้มีน ้าในฤดูแล้ง” ๒๔๓
56 “ครูครับ ผมเป็ นชาวบ้านหมู่ที่ 1 อยากมีส่วนร่วมบ้าง” นักเรียนชาย คนหนึ่งถามขึ้น “ดีมาก นี่คือจุดเด่นของสังคมไทย อยู่ร่วมกันด้วยความสามัคคี ช่วยเหลือ เกื้อกูลกัน” “ผมด้วยครับ เห็นลุงผูกไม้ไผ่เป็ นแนวผมอยากลองท าบ้าง” นักเรียนอีก คนพูดด้วยแววตาสดใส ครูตอบ “ได้สิ ถ้าทุกคนต้องการมีส่วนร่วม วันเสาร์นี้ครูจะพาทุกคนมา เด็กๆ ขอบคุณนายกอบต. ที่ให้ความรู้” “ขอบคุณครับ” “ขอบคุณค่ะ” นายกอบต. ยิ้มตอบรับเด็ก ๆ ๒๔๔
57 หลังจากสร้างฝายตัวแรกสร้างเสร็จแล้วประมาณ 10 วัน กลางดึกคืน หนึ่งเกิดฝนตกอย่างหนัก พอรุ่งเช้ากลุ่มชาวบ้านรีบมุ่งหน้าไปดูฝายกัน ภาพที่ เห็นอยู่ตรงหน้าคือฝายกักน ้าได้จ านวนมาก สีหน้าของทุกคนเต็มไปด้วย รอยยิ้ม “พวกเราท าส าเร็จแล้ว ฝายเก็บน ้าได้จริง ๆ” เสียงจากชาวบ้านพูดขึ้นด้วย ความดีใจ “ฝายหลวงนี้สอนให้คนในต าบลรับฟังความคิดต่างอย่างมีเหตุผล รู้จัก หน้าที่และความรับผิดชอบต่อส่วนรวม รวมถึงชุมชนเราสามารถพึ่งพาตนเอง ได้” ก านันพูดด้วยเสียงอันนุ่มเย็นกับทุกคน ๒๔๕
58 ที่มาภาพ: https://www.parliament.go.th/ewtadmin/ewt/parliament_parcy/images/gallery/ g20191126105850_g.jpg ๒๔๖
59 สวัสดีครับลุงก าพล วันนี้ผมมีค าถาม ขอมาถามคุณลุงครับ เมื่อวานที่บ้านเพื่อนผมน ้าท่วม เขาเล่าว่า มี สว. ไปดูน ้าท่วมด้วย ผมมีข้อสงสัยครับ สว. มีหน้าที่ไปดูน ้าท่วมด้วยหรอครับ ช่างถามจริงนะ! สมาชิกวุฒิสภา หรือ สว. ก็คือตัวแทนที่มาจาก การคัดเลือกประชาชนหลากหลายอาชีพทั่วประเทศ และมาจากการสรรหา มีหน้าที่ (1) พิจารณา และกลั่นกรองกฎหมาย (2) ควบคุมการบริหาร ราชการแผ่นดิน (3) ให้ค าแนะน าหรือให้ความ เห็นชอบให้บุคคลด ารงต าแหน่ง และ (4) ติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศด้วย พอน ้าท่วม ประชาชนเดือดร้อน ที่ สว. ลงพื้นที่ไปดู ก็คืออ านาจหน้าที่ตามข้อ 4 นี่แหละ สวัสดีจ้า เจอกันอีกแล้วนะ วันนี้จะถามเรื่องอะไรล่ะ ๒๔๗
60 อ๋อ! ผมก็พึ่งรู้นะครับ เพราะที่ผ่านมา เห็นแต่ สส. ทั้ง สว. และ สส. เป็ นฝ่ ายนิติบัญญัติ ในระบบรัฐสภาของประเทศไทย ต่างฝ่ าย ต่างท าหน้าที่ของตนเอง และดูแลความ เป็ นอยู่ ความเดือดร้อนของประชาชน เก่งนะ! รู้จักคิด รู้จักเปรียบเทียบด้วย ผมยังมีค าถามอีกครับ เมื่อวันก่อนผมเห็นพ่อนั่งดูประชุมสภาทางทีวี พ่อบอกว่ามี สว. และ สส. รวมกัน 750 คน ผมอยากรู้ ประชุมกันเพื่ออะไรครับ ที่เธอเห็นนั้นคือวิธีการท างานของตัวแทน ประชาชนในการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็ นประมุข สว. และ สส. ประชุมร่วมกันเพื่อพิจารณา กฎหมายที่ใช้ในการปกครองประเทศไทยเรา ๒๔๘
61 แล้ว สว. กับ สส. ประชุมกันที่ไหนครับ ผมเห็นห้องประชุมใหญ่มาก อยากเข้าไปเห็นของจริงบ้างครับ ห้องประชุมที่เธอเห็น คือ ห้องสุริยัน อยู่ในอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ที่เรียกว่า ‘สัปปายะสภาสถาน’ ส่วนห้องประชุม ที่ สว. ใช้ประชุมกัน คือ ห้องจันทรา เวลาที่มีการประชุมสภา จะเปิ ดโอกาสให้ ประชาชนเข้ามาร่วมฟังได้ เด็ก ๆ อย่างพวกผมเข้าไปได้ไหมครับ ได้สิ ถ้ามีโอกาส ลุงจะจัดให้เด็กๆ เข้ามาเยี่ยมชม ๒๔๙
62 จริงหรอครับ ผมตื่นเต้นเลยครับ ตอนที่จัดให้เยี่ยมชม เธอก็มาให้ได้นะ ยังมีค าถามอะไรอีกไหม ไม่มีแล้วครับ วันนี้ผมเหมือนได้ตามไปดู สว. ท างานเลยครับ ขอบคุณครับลุงก าพล ๒๕๐
63 บันทึกท้ำยเล่ม ประชาธิปไตยในครอบครัว คือ ฐานรากของสังคม ประชาธิปไตย การปลูกเมล็ดพันธุ์ประชาธิปไตยคือการสร้าง พลเมืองให้เป็ นก าลังส าคัญของชาติและการมีส่วนร่วมของ ประชาชนที่ยอมรับทั้งความคิดเหมือนและความคิดต่าง น าไปสู่ การสร้างชุมชนและสังคมที่เข้มแข็งภายใต้การปกครองระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็ นประมุข (นายก าพล เลิศเกียรติด ารงค์) ๒๕๑
64 พิมพ์ที่ บริษัท เอ็มเอ็น คอมพิวออฟเซท จ ำกัด จังหวัดฉะเชิงเทรำ ปี ที่พิมพ์ พ.ศ. 2565 ๒๕๒
ภาคผนวก จ. - รายนามที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการดานวิชาการ และเสริมสรางการใหความรู ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข - รายชื่อคณะทํางานพิจารณาศึกษาแนวทางสงเสริมการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข ภายใตบริบทการศึกษาของไทย - รายชื่อวิทยากรและหนวยงานที่เขารวมสัมมนา ในวันพฤหัสบดีที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๖๕ วันพฤหัสบดีที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๕ และวันพฤหัสบดีที่ ๑ กันยายน ๒๕๖๕
๒๕๕ รายนามที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการดานวิชาการ และเสริมสรางการใหความรูระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข ๑. นายจเด็จ อินสวาง ๒. นายออน กาจกระโทก ๓. พันตํารวจเอก จรุงวิทย ภุมภา ๔. นายจรินทร จักกะพาก ๕. นายณรงค ออนสะอาด ๖. นางสาววิไลลักษณ อรินทมะพงษ ๗. ศาสตราจารยพิเศษจรัญ ภักดีธนากุล ๘. นายเกษม สรศักดิ์เกษม ๙. รองศาสตราจารยอรสา จรูญธรรม ๑๐. นางสาวปาลาวดี เนื่องจํานงค ๑๑. นายปรีชา จิตรสิงห ๑๒. นายโสภณวิชญ เสกขุนทด ๑๓. รองศาสตราจารยธัชพนธ ยอดทอง ๑๔. นายวีระชัย ตนานนทชัย ๑๕. นายพยัพ อนันนิล ๑๖. นายชาลี เจริญสุข ๑๗. นายณรงคศักดิ์ แกวเมืองเพชร ๑๘. นายไพศิษฐ ชาครานนท ๑๙. รองศาสตราจารยอรปภา ชุติกรทวีสิน ๒๐. รองศาสตราจารยเริงรณ ลอมลาย ๒๑. นายธนบดี ฐานะชาลา ๒๒. นายสุกฤษฎิ์ รักษธนอนันต ๒๓. นางสาวพรพรรณ วรวนิชย ๒๔. นายสมเจตต เลิศวิลัย ๒๕. นางสาวพฤติกา วงศกัญญา
๒๕๖ รายชื่อคณะทํางานพิจารณาศึกษาแนวทางสงเสริมการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข ภายใตบริบทการศึกษาของไทย ๑. ผูชวยศาสตราจารยเชษฐา ทรัพยเย็น ประธานคณะทํางาน ๒. รองศาสตราจารยเริงรณ ลอมลาย รองประธานคณะทํางาน ๓. รองศาสตราจารยอรสา จรูญธรรม คณะทํางาน ๔. ผูชวยศาสตราจารยภิศักดิ์ กัลยาณมิตร คณะทํางาน ๕. ผูชวยศาสตราจารยสุวัฒน วิวัฒนานนท คณะทํางาน ๖. นายบุญรักษ ยอดเพชร คณะทํางาน ๗. นางสาวปาลาวดี เนื่องจํานงค คณะทํางาน ๘. นายโสภณวิชญ เสกขุนทด คณะทํางาน ๙. นายทศพล เชี่ยวชาญประพันธ คณะทํางาน ๑๐. นายเทวฤทธิ์ วิญญา คณะทํางาน ๑๑. นายประโยชน โสรัจจกิจ คณะทํางาน ๑๒. นายสุกฤษฏิ์ รักษธนอนันต คณะทํางาน ๑๓. นายสัมฤทธิ์ ล้ําเลิศ คณะทํางาน ๑๔. นายวีระชัย ตนานนทชัย คณะทํางาน ๑๕. นางสุรวดี เปาเปยมทรัพย คณะทํางาน ๑๖. นายคมศิลป ศิริวงศ คณะทํางาน ๑๗. นายจิตรกร เผด็จศึก คณะทํางาน ๑๘. นายจีรทัศน แจมไพบูลย คณะทํางาน ๑๙. นายพยัพ อนันนิล คณะทํางาน ๒๐. นางสาววิชุดา พรายยงค ๒๑. ผูชวยศาสตราจารยศิวริน แสงอาวุธ คณะทํางานและเลขานุการ คณะทํางานและผูชวยเลขานุการ คณะกรรมาธิการไดรับความอนุเคราะหขอมูลใชในการพิจารณาศึกษาจากหนวยงาน ดังนี้ (๑) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร วิจัยและนวัตกรรม (๒) คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (๓) คณะกรรมการการอาชีวศึกษา (๔) กรมสงเสริมการปกครองทองถิ่น (๕) จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย (๖) มหาวิทยาลัยราชภัฏบานสมเด็จเจาพระยา คณะกรรมาธิการไดรับความอนุเคราะหขอมูลใชในการพิจารณาศึกษาจากหนวยงาน ดังนี้ (๑) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร วิจัยและนวัตกรรม (๒) คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (๓) คณะกรรมการการอาชีวศึกษา (๔) กรมสงเสริมการปกครองทองถิ่น (๕) จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย (๖) มหาวิทยาลัยราชภัฏบานสมเด็จเจาพระยา วิทยากรและหนวยงานที่เขารวมสัมมนาเรื่อง "แนวทางการสงเสริมการปกครองระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุขภายใตบริบทการศึกษาของไทย" ในวันพฤหัสบดีที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๖๕
๒๕๗ วิทยากร ๑. ศาสตราจารยพิเศษจรัญ ภักดีธนากุล อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ๒. ศาสตราจารย นายแพทย สิริฤกษ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร วิจัย และนวัตกรรม ๓. นายอัมพร พินะสา เลขาธิการสํานักงานการศึกษาขึ้นพื้นฐาน หนวยงาน ๑. สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต ๑ (โรงเรียนโยธินบูรณะ) ๒. สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต ๒ (โรงเรียนบดินทรเดชา โรงเรียนสตรีวิทยา ๒ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษานอมเกลา โรงเรียนหอวัง และโรงเรียนวัดสุทธิวนาราม) ๓. โรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์จังหวัดฉะเชิงเทรา ๔. โรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์๒ จังหวัดฉะเชิงเทรา ๕. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ๖. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร ๗. คณะนิติศาสตร มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ๘. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ๙. มหาวิทยาลัยบูรพา ๑๐. มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี ๑๑. มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ วิทยากรและหนวยงานที่เขารวมสัมมนา เรื่อง “การสรางเสริมความรูระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริยทรงเปนประมุข ในสถานศึกษา” วันพฤหัสบดีที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๕ วิทยากร วิจัยและนวัตกรรม หนวยงาน ๑. มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทรจังหวัดฉะเชิงเทรา ๒. โรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์ ๓. โรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์ ๒ ๔. โรงเรียนวัดบางปรง ๕. โรงเรียนวัดโสธรวรารามวรวิหาร ๖. โรงเรียนบานวนทาแครง ๗. โรงเรียนวัดทาเกวียน ๘. โรงเรียนวัดดอนทอง ๙. โรงเรียนโพธาราม ๑๐. วิทยาลัยเทคนิคฉะเชิงเทรา ๑๑. วิทยาลัยสงฆพุทธโสธร - ศาสตราจารยพิเศษอเนก เหลาธรรมทัศน รัฐมนตรีการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร
๒๕๘ ๑๒. สภานักวิชาการประจําคณะกรรมการสมัชชามวลชนเพื่อความมั่นคงภายในกองอํานวยการ รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (สช.มน.กอ.รมน.) ๑๓. หอการคาจังหวัดฉะเชิงเทรา วิทยากรและหนวยงานเขารวมสัมมนา เรื่อง “การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริยทรงเปนประมุขในสังคมไทย” วันพฤหัสบดีที่ ๑ กันยายน ๒๕๖๕ วิทยากร - พลเอก ประวิตร วงษสุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี หนวยงาน ๑. คณะจังหวัดฉะเชิงเทรา ๒. คณะองคการบริหารสวนจังหวัดฉะเชิงเทรา ๓. คณะกรรมการบริหารชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมูบานจังหวัดฉะเชิงเทรา ๔. คณะหอการคาจังหวัดฉะเชิงเทรา ๕. คณะสภาเกษตรกรจังหวัดฉะเชิงเทรา ๖. คณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัดฉะเชิงเทรา ๗. คณะสาขาสมาคมสภาผูสูงอายุแหงประเทศไทยในพระราชูปถัมภสมเด็จพระศรีนครินทร ทราบรมราชชนนี ประจําจังหวัดฉะเชิงเทรา ๘. คณะสมาชิกสภาจังหวัด นายกเทศมนตรี นายกองคการบริหารสวนตําบลในเขตอําเภอเมือง และอําเภอแปลงยาว จังหวัดฉะเชิงเทรา ๙. คณะนายกเทศมนตรี นายกองคการบริหารสวนตําบลในเขตอําเภอบางปะกง ๑๐. คณะนายกเทศมนตรี นายกองคการบริหารสวนตําบลในเขตอําเภอบานโพธิ์ ๑๑. คณะกํานันอําเภอบานโพธิ์ ๑๒. คณะสมาชิกสภาจังหวัด นายกเทศมนตรี นายกองคการบริหารสวนตําบลในเขตอําเภอ พนมสารคาม ๑๓. คณะสมาคมธุรกิจการอาหารจังหวัดฉะเชิงเทรา ๑๔. คณะชมรมบางตีนเปดกาวหนา ๑๕. คณะผูปดทองหลังพระ ๑๖. สํานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจําจังหวัดฉะเชิงเทรา ๑๗. กองบังคับการตํารวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา ๑๘. สถานีตํารวจภูธรเมืองจังหวัดฉะเชิงเทรา ๑๙. โรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์ ๒๐. โรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์ ๒ หนวยงานที่เอื้อเฟอดานสถานที่ในการจัดงาน - มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทรจังหวัดฉะเชิงเทรา