The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by tuahuay, 2023-05-08 01:39:12

รายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง แนวทางการส่งเสริมการปกครองระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ภายใต้บริบทการศึกษาของไทย

กมธ.2

๑๗๕ ส่วนแนวทางในการป้องกันการปฏิวัติรัฐประหาร คือ นักประชาธิปไตยจะต้องไม่ทะเลาะกัน อย่าแย่ง อำนาจหรือผลประโยชน์กันจนทำให้ประชาชนคนไทยแตกแยกเป็น ๒ ฝ่าย เกิดความโกรธ แค้น อาฆาต พยาบาทกันทั้งที่ไม่เคยรู้จักกัน มีการปลุกระดมให้แต่ละฝ่ายเข้าต่อสู้กันจนเกิดเป็นสงครามกลางเมือง นี่คือเงื่อนไขแรกที่สำคัญที่สุดของการปฏิวัติรัฐประหาร อันมีที่มาจากนักการเมืองประชาธิปไตยของเรา เงื่อนไขที่สองคือ นักการเมืองอย่าหิวกระหายโกงบ้านกินเมือง จนกระทั่งบ้านเมืองเสื่อมโทรมล่มสลาย แต่นักการเมืองกลับร่ำรวยกันทั้งตระกูลทั้งพรรค แต่ประเทศชาติชำรุดทรุดโทรมเหมือนกับคนที่เป็นโรค เงื่อนไขประการสุดท้ายคือ “อย่าชักน้ำเข้าลึก อย่าชักศึกเข้าบ้าน” คือ นักประชาธิปไตยอย่าทำตัวเหมือน ประธานาธิบดีของประเทศยูเครนที่ทำให้ประเทศและประชาชนต้องเดือดร้อน ทั้งหมด ๓ เงื่อนไขนี้จะส่งผล ให้การปฏิวัติรัฐประหารเกิดขึ้นเป็นผลสำเร็จ โดยนักประชาธิปไตยที่ไม่มีวุฒิภาวะพอที่จะรักษาของที่มีค่า ที่สุดให้กับประเทศชาติและประชาชนได้ แต่ในทางตรงกันข้าม ประชาธิปไตยที่เป็นผลผลิตต่อเนื่องหรือ เป็นผลพวงที่ได้มาจากการปฏิวัติรัฐประหารจะเป็นประชาธิปไตยของเผด็จการ และเมื่อประชาธิปไตย ที่แท้จริงกลับมาเฟื่องฟูอีกครั้ง จะทำให้มีการล้มล้างรัฐธรรมนูญโดยกระบวนการแก้ไขเพิ่มเติมทั้งฉบับ ซึ่งจะทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์อยู่ในสภาวะเสี่ยงตามที่ได้กล่าวมาแล้ว โดยมีเหตุผลที่สนับสนุนให้เกิด การล้มล้างรัฐธรรมนูญ ดังนี้ ๑. เกิดจากความโกรธแค้นความเกลียดชังที่มีต่อคณะปฏิวัติรัฐประหารทำให้ไม่ต้องการรัฐธรรมนูญ ที่ได้มาจากการปฏิวัติรัฐประหาร แต่ต้องการรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในแบบของตน ๒. ไม่ว่าประเทศใดในโลก เมื่อมีกรณีที่ต้องเปลี่ยนผ่านอำนาจจากคณะหนึ่งไปยังอีกคณะหนึ่ง จะต้องกำหนดหลักประกันเพื่อให้สามารถบริหารจัดการประเทศได้อย่างต่อเนื่องจึงมี“บทเฉพาะกาล” แต่ในมุมมองของฝ่ายประชาธิปไตยเห็นว่าบทเฉพาะกาลเป็นเพียงการสืบทอดอำนาจของคณะปฏิวัติ รัฐประหาร ทั้งที่โดยสภาพความเป็นจริงแล้วไม่ว่าประเทศใด ล้วนแล้วแต่จะต้องทำอย่างนี้ด้วยกันทั้งสิ้น อย่างไรก็ดี หากฝ่ายประชาธิปไตยไม่ต้องการบทเฉพาะกาลตามรัฐธรรมนูญของคณะปฏิวัติรัฐประหาร แค่เพียงทำการปฏิวัติโดยประชาชนซ้อนให้สำเร็จและไล่เขาออกจากประเทศก็สามารถเขียนรัฐธรรมนูญ ได้เอง แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่สามารถทำได้เช่นนั้น ผลที่เกิดขึ้นคือประเทศไทยยังไม่เคยมีรัฐธรรมนูญ ฉบับที่เป็นของประชาชนโดยแท้จริงเลย มีแต่รัฐธรรมนูญของฝ่ายปฏิวัติรัฐประหารที่พร้อมจะถูกล้มล้าง โดยฝ่ายประชาธิปไตย และเมื่อมีรัฐธรรมนูญของฝ่ายประชาธิปไตยก็เกิดปัญหาโกงบ้านกินเมืองและปล่อย ให้คนในชาติแตกสามัคคีกันจนชาติจะล่มสลาย จึงได้มีการทำปฏิวัติรัฐประหารวนกันไปอยู่แบบนี้ ดังนั้น ข้อเสนอที่จะเป็นทางออกของประเทศไทย คือ ขอให้เรามีรัฐธรรมนูญของประชาชนขึ้น ฉบับหนึ่งที่ไม่ใช่รัฐธรรมนูญของแกหรือของข้า ไม่ใช่รัฐธรรมนูญของเขาหรือของเรา แต่เป็นรัฐธรรมนูญ ของประเทศไทย และจะต้องไม่ให้มีการล้มล้างไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามเพราะเป็นสมบัติของประเทศชาติ ประชาชน หากรัฐสภาจะแก้ไขเพิ่มเติมให้ดำเนินการเป็นรายมาตราเหมือนในสหรัฐอเมริกา หากฝ่าย


๑๗๖ ปฏิวัติรัฐประหารต้องการทำปฏิวัติรัฐประหารจะมิใช่เพียงเป็นการแย่งอำนาจของรัฐบาล หากแต่เป็น การปล้น ทำลายรัฐธรรมนูญของประชาชน และทำให้สถาบันหลักคือชาติ ศาสนา และพระมหากษัติรย์ ให้ตกอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการล้มสลาย จึงจะเกิดขึ้นไม่ได้โดยง่าย หากใครก็ตามที่กล้าทำโดยไม่มี ความชอบธรรม ไม่มีความสุขงอมของสถานการณ์ ไม่มีเงื่อนไขเพียงพอย่อมจะต้องเจอกับข้อหากบฏ และมีโทษสถานเดียวคือ “การประหารชีวิต”


๑๗๗ ภาพถ่ายการสัมมนา เรื่อง “การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ในสังคมไทย” เมื่อวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๖๕


๑๗๘


ภาคผนวก ง. ภาพกิจกรรมการมีสวนรวมของนักเรียน นักศึกษา ในการจัดสัมมนา เพื่อเสริมสรางความรูระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปน ประมุข - การแสดงจินตลีลาประกอบเพลง ชุด “อัตลักษณธงชาติไทย” - การแสดงรองและเตนเพลงแร็พ - การกลาวสุนทรพจน ๕ ภาษา และ หนังสือการตูน “เมล็ดพันธุประชาธิปไตย”


๑๘๑


๑๘๒


๑๘๓


๑๘๔


๑๘๕ การแสดงจินตลีลาประกอบเพลง ชุด “อัตลักษณ์ธงชาติไทย”


๑๘๖ การแสดงร้องและเต้นเพลงแร็พ โรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา วิทยาลัยสงฆ์พุทธโสธร มจร. จังหวัดฉะเชิงเทรา


๑๘๗ การกล่าวสุนทรพจน์๕ ภาษา


๑๘๘


1 นายก าพล เลิศเกียรติด ารงค์ สมาชิกวุฒิสภา “ การสร้างความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้อง แก่เด็กและเยาวชนเป็ นพื้นฐานส าคัญ ของสังคมประชาธิปไตย ” ๑๘๙


2 ขอขอบค ุณผู้สนับสนุนใจดี ภาพการ์ตูนปกและภาพการ์ตูนประกอบเรื่องที่ 3 โดย นางสาว เกศกมล เจริญพันธ์ ภาพการ์ตูนประกอบเรื่องที่ 1 โดย นางสาว นภาพัฒน์ พรศิรศิริธนกุล ภาพการ์ตูนประกอบเรื่องที่ 2 โดย นางสาว อานันญา ดอเลาะ เนื้อเรื่องโดย ปุถุชน คนยอดแหลม และคณะ ภาพปกหลัง http://www.chachoengsao.go.th ๒๑. ดร.กิตติ เป้ าเปี่ ยมทรัพย์ (นายกไก่) ๒๒. นางสุรวดี เป้ าเปี่ยมทรัพย์ ๒๓. นายอิทธิ ศิริลัทธยากร ๒๔. นายวรรณา รอดพิทักษ์ ๒๕. จ่าเอกยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ ๒๖. นายธรรมชาติ พรหมพิทักษ์ ๒๗. นายมติชน ชูทับทิม ๒๘. โรงแรมใบหยก สกาย ๒๙. หอการค้าจังหวัดฉะเชิงเทรา ๓๐. บจก. เอเอจี อินเทลลิเจนท์ ๓๑. บจก. ไฮเทค เกลซเซอร์ ๓๒. บจก. ต.ธงชัย คอนกรีตบล็อก ๓๓. บจก. เอเชียโรลลิ่ง ๓๔. สมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัย ราชภัฎราชนครินทร์ ๓๕. สมาคมศิษย์เก่าเบญจมราชรังสฤษฎิ์ ๓๖. สมาคมผู้ปกครองและครู ๑. นายเสรี สุวรรณภานนท์ ๒. นายจรัญ ภักดีธนากุล ๓. นายบุญทอง เตียรประเสริฐ ๔. นายนิกร จันธรรมาพิทักษ์ ๕. นายโอกาส เตพละกุล ๖. นางพวงทอง วรรณีเวชศิลป์ ๗. นายชัยรัตน์ โสธรนพบุตร ๘. นายสมโภชน์ ตันเต๊ก ๙. นายสมศักดิ์ บุญญาเสนีย์กุล ๑๐. นายประโยชน์ โสรัจจกิจ ๑๑. ดร.รัฐสภา นพเกตุ ๑๒. นายณรงค์ศักด์ิ แก้วเมืองเพชร ๑๓. นายกิตติ ตรงไตรรัตน์ ๑๔. นายมนัส ตั๊นงาม ๑๕. พ.ต.อ.นิพนธ์ คล้ายสิงห์ ๑๖. นายคมศิลป์ ศิริวงค์ ๑๗. นายชาลี เจริญสุข ๑๘. นายชัยธัช เพราะสุนทร ๑๙. นายไชยกร เกียรติอาภาเดช ๒๐. นางสาวปาลาวดี เนื่องจ านงค์ โรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์ ๓๗. มูลนิธิโรงพยาบาลวัดสมานรัตนาราม ๓๘. กลุ่มผู้ปิ ดทองหลังพระ ๑๙๐


3 เกริ่นน ำ การส่งเสริมการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็ นประมุขสามารถท าได้หลากหลายวิธี การที่จะท าให้ประสบผลส าเร็จนั้น ย่อมต้องอาศัยการปลูกฝัง การสร้างความรู้ ขยายความเข้าใจให้เด็กและ เยาวชนเป็ นพลเมืองดีของชาติ ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายของ บ้านเมือง เด็กและเยาวชนคือเมล็ดพันธ์ุจากครอบครัว เมื่อเติบโตเป็ นต้นกล้า ที่แข็งแรงแล้วก็พร้อมที่จะออกไปใช้ชีวิตในสังคมที่แวดล้อมไปด้วยเพื่อน คนที่รู้จักกันและคนไม่รู้จักกัน เมื่อทุกคนมีที่มาต่างกัน ย่อมมีความคิด ที่แตกต่างกันได้ ซึ่งการอยู่ร่วมกันในสังคมในวันนี้จะเห็นได้ว่า เด็กและเยาวชน มีความคิดแตกต่างอย่างสร้างสรรค์ที่มีประโยชน์ต่อตนเองและผู้อื่น สิ่งเหล่านี้ ท าให้สังคมและประเทศชาติของเราเกิดการเปลี่ยนแปลง เกิดการพัฒนาสิ่งดีๆ ได้อย่างไม่หยุดยั้ง “เมล็ดพันธ์ุประชาธิปไตย” เล่มนี้ เป็ นรูปแบบหนึ่งในการเรียนรู้ ผ่านการ์ตูนประกอบเรื่องสั้นที่เนื้อหาเรื่องราวมีความน่าสนใจ อ่านง่าย ท าความเข้าใจได้ง่าย และช่วยเสริมสร้างกระบวนการคิดให้กับเด็กและเยาวชน มุ่งหวังให้เกิดความศรัทธาในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็ นประมุข สิ่งที่น่าสนใจในเล่มนี้ - เรื่อง “รักนี้ (ของพ่อ) ... ยังมีหวัง” - เรื่อง “ปูม้า” - เรื่อง “ฝายหลวง” - ถามได้ตอบดีกับลุงก าพล ตอน “ตามไปดู ... สว. ท าอะไรกัน” ๑๙๑


4 ๑๙๒


5 เวลาเย็น ณ สวนสาธารณะของหมู่บ้านแห่งหนึ่งย่านชานเมืองกรุงเทพฯ หลังเลิกเรียนแล้ว เด็กชาย 3 คน ก าลังเล่นฟุตบอลอย่างสนุกสนาน ใกล้ ๆ กันนั้น บนม้านั่งริมสวนสาธารณะ มีเด็กหญิงวัยรุ่น 2 คน คือ ฟ้ าและเรนโบว์ ทั้งคู่เรียนอยู่มัธยมศึกษาปี ที่ 3 ของโรงเรียนรัฐบาลแห่งหนึ่ง ก าลังนั่งจดจ้องหน้าจอโทรศัพท์มือถืออย่างมุ่งมั่น ๑๙๓


6 ระหว่างความเงียบของทั้งสองคนนั้น เสียงโทรศัพท์ของเรนโบว์ดังขึ้น หน้าจอแสดงสายเรียกเข้าว่า ‘พ่อ’ “สวัสดีค่ะพ่อ” เรนโบว์รับสาย “อะไรนะคะ!!!” “ได้ค่ะ” “โบว์จะรีบพาน้องกลับบ้านค่ะ” เธอตอบรับพ่ออย่างเร่งรีบ ๑๙๔


7 หลังจากวางสาย เธอมีสีหน้าตกใจและหันไปยังกลุ่มเด็กชายที่ก าลังเล่น ฟุตบอล “ไมค์ ไมค์” เธอพูดอย่างรัว ๆ “กลับบ้านเร็วพ่อโทรมาบอกว่า คุณย่าเสียแล้ว” น้องชายได้ยินเสียงพี่สาวเรียก เท้าที่ก าลังจะเตะลูกฟุตบอลจึงหยุดลง เขาหันหน้าตามเสียงและรีบวิ่งกลับมาหาพี่สาวทันที เพื่อนคนหนึ่ง คือ หมูพี พูดตะโกนไล่หลังมาว่า “เฮ้ย! ไมค์! กลับมาเล่นกันก่อน เดี๋ยวค่อยไปก็ได้” หลังจากเรียกเพื่อน แล้วเพื่อนไม่กลับมา เด็กน้อยมีอารมณ์หงุดหงิด ไม่พอใจ ได้แต่บ่นพึมพ า และเขี่ยลูกฟุตบอลไปมา หมูพี เรียนอยู่เกรด 5 โรงเรียนนานาชาติชื่อดังแห่งหนึ่ง เขาเป็ นลูกคนเดียว มีพี่เลี้ยงคอยดูแลตั้งแต่ยังเล็ก เพราะพ่อแม่จะออกจากบ้านตอนเช้าไปท างาน และกลับบ้านหลังสามทุ่ม ๑๙๕


8 หลังจากน้องชายวิ่งมาหา เธอหันมาบอกกับเพื่อนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ว่า “ฟ้ า เราพาน้องกลับบ้านก่อนนะ” ในขณะที่เพื่อนยังไม่ละสายตาจากโทรศัพท์มือถือ เธอจึงพูดต่อว่า “วันพรุ่งนี้ กิจกรรมที่สวนลุม เราไปไม่ได้แล้วนะ” ฟ้ าได้ยินดังนั้นก็พูดว่า “เรนโบว์ เธอไม่ไปไม่ได้นะ กิจกรรมส าคัญซะด้วย เดี๋ยวพี่ ๆ เขาจะโกรธเอา” “นี่เธอ! คุณย่าของฉันเสียนะ พ่อของฉันคงไม่ให้ฉันไปร่วมงานกับพวกเธอ แน่ ๆ และฉันก็มีคุณย่าคนเดียว และท่านก็รักฉันกับน้องมาก” เมื่อฟ้ าได้ยินเรนโบว์ปฏิเสธอย่างหนักแน่น จึงยอม และต่างคนต่างแยกย้าย กันไป ไมค์ยืนฟังพี่สาวและเพื่อนโต้เถียงกันด้วยความสงสัย ๑๙๖


9 ในระหว่างทางเดินกลับบ้าน ไมค์จึงถามพี่สาวว่า “กิจกรรมส าคัญอะไรครับพี่โบว์ ถ้าไม่ไปเพื่อนถึงต้องโกรธ” เธอตอบน้องชายอย่างใจเย็นว่า “กลุ่มสภานักเรียนมีการจัดงานชื่อว่า ‘เสรีภาพของเราในรั้วโรงเรียน’ เป็ นงานของเครือข่ายสภานักเรียน รุ่นพี่ที่โรงเรียนเลยอยากให้ทุกคนไปร่วมชุมนุมกันมาก ๆ” ไมค์ยังถามพี่สาวต่อว่า “มันจะดีเหรอครับพี่ ไปชุมนุมกันแบบนั้น” ไม่ทันที่พี่สาวจะตอบ ทั้งสองคนเดินกลับมาถึงหน้าบ้านพอดี ๑๙๗


10 พ่อมายืนรอลูก ๆ อยู่หน้าบ้าน เมื่อเรนโบว์และไมค์เห็นพ่อ เด็กสองคน ก็โผเข้ากอด พ่อโอบลูกทั้งสอง ทั้ง 3 คนกอดกันร้องไห้ ๑๙๘


11 เวลาผ่านไป 7 วัน ครอบครัวของเรนโบว์และไมค์จัดงานศพให้กับคุณย่าเรียบร้อยแล้ว และพ่อได้น ารูปของคุณย่ามาแขวนไว้ข้างรูปคุณป่ ูที่ผนังบ้านสวน ขณะก าลังแขวนรูป พ่อพูดว่า “กลับมาถึงบ้านแล้วนะแม่” ๑๙๙


12 บ้านสวนของป่ ูกับย่า ผนังของบ้านด้านหนึ่ง บนสุดเป็ นภาพพระพุทธโสธรจากวัดโสธรวรวิหาร จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็ นวัดที่ครอบครัวไปท าบุญอยู่บ่อย ๆ ถัดลงมาเป็ นภาพพระมหากษัตริย์ไทยในราชวงศ์จักรีทั้ง 10 รัชกาล ถัดลงมาอีกจะเป็ นรูปภาพหมู่ครอบครัว ๒๐๐


13 พ่อเล่าความทรงจ าในอดีตของตนเองให้ลูก ๆ ฟัง “สมัยก่อนป่ ูและย่า ท่านจะไปกราบหลวงพ่อโสธรทุกวันพระ ตอนพ่อเด็ก ๆ จะขอตามไปด้วยเสมอ” “รูปพระมหากษัตริย์ไทยทั้ง 10 รัชกาลนี้ พ่อซื้อให้ย่าเป็ นของขวัญวันเกิด ย่าดีใจมาก ครอบครัวของเรารักและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์เสมอมา” ๒๐๑


14 หลังจากนั้น พ่อชี้ไปที่รูปหมู่ แล้วถามว่า “จ าได้ไหมว่าในรูปนี้มีใครบ้าง” เด็กทั้งสองต่างมองหน้ากันและมองกลับไปที่รูป เรนโบว์บอกพ่อว่า “หนูจ าได้ว่า สมัยหนูเป็ นเด็ก เวลามาบ้านสวน จะได้พบกับคุณลุง คุณอา และน้อง ๆ ในภาพนี้ค่ะ” ส่วนไมค์ก็บอกพ่อว่า “ผมจ าได้ครับ ภาพนี้ถ่ายเมื่อ 3 ปี ที่แล้ว เป็ นงานวันเกิดของย่า ครอบครัวคุณลุงที่อยู่ต่างประเทศก็กลับมาเยี่ยมย่าด้วย ผมนับดูแล้ว คนในรูปมี 17 คนเลยนะครับ” พ่อคิดถึงค าสอนของย่าจึงเล่าให้ฟังว่า “ครอบครัวของเรามีป่ ูกับย่า คอยสั่งสอน โดยเฉพาะย่า ท่านเป็ นครูสอนวิชาสังคม ท่านกวดขันเรื่องระเบียบ วินัยกับลูกหลานมาก แม้บางครั้งพ่อจะดื้อ แต่ย่ามักพูดด้วยเหตุผลเสมอ” ๒๐๒


15 ไมค์เล่าถึงย่าด้วยความประทับใจ “มีวันหนึ่ง ตอนปิ ดเทอมซัมเมอร์ เมื่อปี ที่แล้ว ผมเปิ ดเพลงแร็พเสียงดัง ย่าก็บอกให้เบา ๆ หน่อยเจ้าไมค์ เดี๋ยวข้างบ้านเขาจะบ่นเอา ผมตอบย่าว่า ผมมีสิทธิ์ครับ เพราะผมเปิ ดอยู่ใน บ้านของเรา แล้วผมก็เต้นต่อไป ย่ายืนมองผมอยู่ครู่หนึ่งแล้วถามผมว่า ถ้าบ้านข้าง ๆ เขาเปิ ดเพลงไทยเดิม เสียงดังข้ามมาบ้านเรา ไมค์จะไปบอก เขาว่าอย่างไร ตอนนั้นผมไม่ทันคิดเลยพูดสวนท่านไปว่า ผมก็จะไปบอกเขาว่า พี่ครับช่วยเบา ๆ หน่อยครับ ย่าฟังแล้วหัวเราะแล้วพูดว่า นั่นไง ท าไมไม่บอกล่ะ ว่าเป็ นสิทธิ์ของเขา เพราะเขาเปิ ดอยู่บ้านเขา จ าไว้นะ! แต่ละคนมีสิทธิ์ ของตัวเอง แต่ต้องไม่รบกวนคนอื่น” ๒๐๓


16 พ่อฟังลูก ๆ แล้วอมยิ้มด้วยความภูมิใจ และจับไหล่ลูกทั้งสองหันมา ตรงหน้า และมองลูก ๆ ด้วยน ้าตาคลอเบ้า “พ่อดีใจที่โบว์กับไมค์มีความทรงจ าเหล่านี้” แล้วพูดต่อว่า “คนเรา กว่าจะโตเป็ นผู้ใหญ่ได้ ทุกคนมีครอบครัว มีบรรพบุรุษ ป่ ูย่าตายาย พ่อแม่ ลุงป้ าน้าอา จนถึงพี่กับน้อง และมีค าสอน ให้แต่ละคนมีหน้าที่และความรับผิดชอบในครอบครัว เราต้องรู้จักเด็ก รู้จักผู้ใหญ่” เรนโบว์ฟังพ่ออย่างตั้งใจและบอกพ่อว่า “ป่ ูย่าเลี้ยงดูลุง พ่อ และอา พ่อเลี้ยงดูหนูกับน้องอย่างดี แม้แม่จะไม่อยู่แล้ว หนูรู้ว่าหนูต้องดูแลน้องให้ดี” ๒๐๔


17 ระหว่างนั้นน้องอีก 2 คนซึ่งเป็ นลูกของอาเดินมาพอดี พ่อจึงถามขึ้นว่า “เอาล่ะทุกคน เย็นนี้เราจะกินอะไรกันดี” อาก็เดินมาถามเช่นกันว่า “หนู ๆ เย็นนี้จะกินเมนูอะไรดี” ไมค์ตอบคนแรก “ผมขอข้าวผัดไส้กรอกครับ” เรนโบว์ “หนูขอข้าวต้มค่ะ” เสียงลูก ๆ อีก 2 คนของอาดังขึ้นมาว่า “หนูอยากกินก๋วยเตี๋ยวราดหน้าค่ะ” “ผมจะกินต้มย าครับ” พ่อบอกว่า “พี่ว่าต้มย าก็ดีนะ” อาได้ฟังก็ถอนใจเฮือกใหญ่ “เฮ้อ! ฉันไม่ได้เปิ ดร้านอาหารตามสั่งนะ โหวต มาว่าจะเอาอะไร เลือกมาสองอย่าง พี่ใหญ่เรนโบว์สรุปมาให้อานะ” ๒๐๕


18 เรนโบว์ท าหน้าที่สอบถามและนับเสียงจากสมาชิกในครอบครัว “ตามวิถีประชาธิปไตย ตอนนี้ที่บ้านไม่มีเส้นก๋วยเตี๋ยว เพราะฉะนั้น เมนูราดหน้าตัดทิ้งไปก่อน หนูว่าเมนูแรกคือต้มย า เพราะมีแล้ว 2 เสียง อีกเมนูจะเลือกอะไรดีให้กินกับต้มย าได้” ไมค์รีบตอบ “ข้าวผัดไส้กรอกของผมไงครับ” ๒๐๖


19 เรนโบว์พูดต่อ “เป็ นข้าวผัดไส้กรอก ใครเห็นด้วยยกมือขึ้น” ไมค์รีบยกมือขึ้นทันที เรนโบว์ถามน้องอีกสองคนที่ยังลังเล “ตัดสินใจได้หรือยัง” “ข้าวผัดก็ได้ครับ” “ตามนั้นค่ะ” น้องทั้งสองคนตอบ ๒๐๗


20 เรนโบว์สรุปและบอกอาว่า “เสียงส่วนใหญ่เลือกข้าวผัดไส้กรอกกับต้มย าค่ะคุณอา” “ในตู้เย็นมีกุ้งอยู่ อาท าต้มย ากุ้งแล้วกันนะ” อาพูดจบแล้วเดินเข้าครัวไป ๒๐๘


21 บนโต๊ะอาหารตัวเดิมที่บ้านสวน แม้วันนี้สมาชิกในครอบครัวจะเหลืออยู่น้อยลง แต่อาหารมื้อเย็นยังอบอุ่น เช่นเคย เพราะทุกคนรู้จักหน้าที่ของตนเอง รู้จักกฎกติกาในการอยู่ร่วมกัน ด้วยความปรองดอง ยอมรับเสียงข้างมากอย่างมีเหตุผล เคารพสิทธิของผู้อื่น ปฏิบัติต่อกันด้วยความรักใคร่ ห่วงใยซึ่งกันและกัน พ่อต้องท าหน้าที่เป็ นผู้อาวุโสของบ้าน เขามองดูเด็ก ๆ เหล่านี้ด้วยความรัก และหวังให้เด็กน าสิ่งดี ๆ ที่ได้รับการปลูกฝังและอบรมจากครอบครัวไปใช้ เมื่อพวกเขาเติบโตขึ้นและอยู่ร่วมกับคนอื่น ๆ ในสังคม ๒๐๙


22 ๒๑๐


23 ณ โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง ตอนเช้าของวันเปิ ดภาคเรียนปี การศึกษาใหม่ หลังเพลงชาติจบลง ผู้อ านวยการโรงเรียนมาดขรึม ขึ้นมาบนเวทีหน้าเสาธง และพูดด้วยเสียงอันนุ่มเย็น “สวัสดีค่ะนักเรียน ขอต้อนรับทุกคนในปี การศึกษาใหม่นี้ ครูขอให้นักเรียน ตั้งใจเรียนมากขึ้นนะคะ ในภาคเรียนนี้โรงเรียนของเรามีนโยบายส่งเสริม กิจกรรมนอกห้องเรียน เพื่อให้เกิดการเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง ทุกคนจะได้มีประสบการณ์มากขึ้น ส่วนเรื่องรายละเอียดต่างๆ คุณครู ฝ่ ายกิจกรรมจะคอยให้ค าแนะน า แยกย้ายกันเข้าห้องเรียนได้ค่ะ” หลังจากผู้อ านวยการกล่าวจบ นักเรียนก็แยกย้ายเข้าห้องเรียน ๒๑๑


24 ในชั่วโมงกิจกรรม นักเรียนห้อง ม. 5/5 ได้พบกับคุณครูคนใหม่ เขาแนะน า ตัวกับเด็ก ๆ ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “สวัสดีครับ อันยองฮาเซโย ครูชื่อ พัคจุนโฮ ครับ” ในมือของเขาถือรายชื่อ ของนักเรียนห้อง ม. 5/5 วายุ ซึ่งนั่งอยู่แถวหน้าสุด พูดกับทุกคนด้วยเสียงดังว่า “นักเรียน ท าความเคารพ” ทุกคนลุกขึ้นยืน “สวัสดีครับคุณครู” “สวัสดีค่ะคุณครู” พร้อมยกมือไหว้ ๒๑๒


๙๑ 25 กลุ่มนักเรียนเห็นครูคนใหม่มีหน้าตาสไตล์เกาหลี ต่างตื่นเต้น ส่งเสียงกัน พึมพ า “ครูใหม่หล่อจัง” “ครูมาสอนวิชาอะไร” “ฉันก็ยังไม่รู้ แต่ชั่วโมงนี้เป็ นชั่วโมงกิจกรรมนะ” “พวกเธอหยุดคุยกันได้แล้ว” วายุห้ามปรามเพื่อน ๆ “นักเรียนครับ สงสัยอะไร ถามครูได้นะครับ” น ้าเสียงของครูกระตุ้น ให้นักเรียนตั้งค าถาม แล้วบรรยากาศในห้องเรียนก็เงียบลงครู่หนึ่ง ๒๑๓


26 ครูพัคจุนโฮถามต่อ “หัวหน้าห้องชื่ออะไรครับ” “ผมชื่อวายุ หัวหน้าห้อง ม. 5/5 ครับ” เขายกมือและยืนขึ้นตอบครู ครูพัคจุนโฮถาม “ในห้องของเรานี้เคยมีการจัดกิจกรรมอะไรมาบ้าง” วายุตอบครูอย่างแข็งขัน “ยังไม่มีครับครู ส่วนใหญ่พวกเราจะเน้น เรียนในวิชาและติวเพื่อสอบเป็ นหลักครับ” คนอื่น ๆ ก็นั่งฟังอย่างสนใจ ครูเหลือบไปเห็นนักเรียนหญิงที่นั่งอยู่ แถวหลังสุดก าลังก้มหน้าเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่ ครูจึงถามขึ้นว่า “นักเรียนแถวหลังสุดท าอะไรอยู่ครับ ครูก าลังถามเพื่อน ๆ ตั้งใจฟังหน่อยครับ” แนนนี่ถูกครูดุ ก็มีสีหน้าเศร้า และรีบเก็บโทรศัพท์ทันที ๒๑๔


๙๑ 27 “ชั่วโมงนี้ ครูอยากให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการเสนอกิจกรรมที่สนใจและ เป็ นประโยชน์ต่อส่วนรวม ถ้าพวกเธอยังไม่เคยท ากิจกรรมนอกห้องเรียน ครูจะเสนอหัวข้อให้โหวตกัน กิจกรรมที่ 1 เรียนรู้ธนาคารปูม้า เพื่อฟื้ นฟูธรรมชาติและอนุรักษ์พันธ์ุปูม้า กิจกรรมที่ 2 ฝึ กท าอาหารและเบเกอรี่ โดยเชิญวิทยากรพิเศษมาสอนใน โรงเรียน” ท็อป นักเรียนชายคนหนึ่งถามขึ้น “ครูครับ น่าสนใจทั้งสองกิจกรรมเลย ห้องผมต้องไปกันหมดเลยใช่ไหมครับ” ครูพัคจุนโฮยังไม่ทันตอบ แนนนี่ เพื่อนนักเรียนหญิงที่นั่งข้าง ๆ พูดว่า “ท็อป ครูบอกแล้วว่าให้เราโหวตกัน ถ้าเสียงส่วนใหญ่เลือกกิจกรรมไหน ก็ต้องท ากันทั้งหมด เข้าใจไหม เสียงข้างมากน่ะ” ๒๑๕


28 ครูพัคจุนโฮสังเกตเห็นบรรยากาศในห้องเรียนเริ่มคึกคักขึ้น จึงเรียก “วายุครับ ช่วยมาท าหน้าที่นับเสียงโหวตเพื่อน ๆ” “ครับ” วายุได้ยินดังนั้นจึงลุกขึ้นทันทีและเดินไปที่หน้าชั้นเรียน “เพื่อน ๆ ให้ทุกคนตัดสินใจว่าชอบกิจกรรมไหน ให้ยกมือสนับสนุน เราจะเริ่มนับแล้วนะ! กิจกรรมที่ 1 ธนาคารปูม้า ใครเลือกอันนี้ ยกมือขึ้น” วายุเริ่มนับ 1 2 3 4 5 ... ได้ 20 คน เขาหันไปหาครูพัคจุนโฮ “ครูครับ เพื่อน ๆ เลือกกิจกรรมธนาคารปูม้า 20 คน ได้เสียงโหวตเกินครึ่งห้อง สรุปว่าเลือกกิจกรรมนี้ครับ” ๒๑๖


29 “อ้าว! แล้วกิจกรรมที่ 2 ไม่ให้เพื่อนยกมือสนับสนุนเหรอ” ครูถามด้วย ความประหลาดใจ วายุตอบครูด้วยความมั่นใจ “ถึงจะให้เพื่อน ๆ ที่เหลือยกมือ เสียงโหวต ก็จะได้น้อยกว่าอยู่ดีครับ” ๒๑๗


30 ครูพัคจุนโฮอธิบายอย่างใจเย็นให้ทุกคนฟังว่า “เราอยู่ในสังคมประชาธิปไตย ควรจะให้ทุกคนได้มีโอกาสแสดงออกถึงความคิดของเขา ซึ่งเพื่อนที่เหลืออาจจะ อยากเลือกกิจกรรมที่ 2 และอาจจะมีบางส่วนไม่อยากเลือกเลยทั้งสองกิจกรรม ก็เป็ นได้” วายุฟังครูอย่างตั้งใจและเข้าใจในสิ่งที่ครูสอน เขาจึงหันกลับไปที่เพื่อน ๆ อีกครั้ง “เพื่อนที่เลือกกิจกรรมที่ 2 ฝึ กท าอาหารยกมือขึ้น” เขาก็นับ 1 2 3 4 ... “ได้ 10 คนครับ” ๒๑๘


31 “แล้วอีก 5 คนที่ไม่ยกมือ ตัดสินใจอย่างไรครับ” ครูถามนักเรียนที่เหลือ 1 ใน 5 คนนั้นตอบว่า “ไม่ขอออกความคิดเห็นครับ อะไรก็ได้” วายุสรุปผลโหวตของเพื่อน ๆ “กิจกรรมที่ 1 มีผู้เห็นด้วย 20 คน กิจกรรมที่ 2 มีผู้เห็นด้วย 10 คน และมีอยู่ 5 คนไม่แสดงความคิดเห็น” ครูพัคจุนโฮชมวายุ “ท าถูกต้องแล้ว” “ห้อง ม. 5/5 จะไปเรียนรู้ธนาคารปูม้ากันในสัปดาห์หน้านะครับ” กลุ่มนักเรียนปรบมือส่งเสียงดีใจอย่างมีความสุขที่จะได้ออกไปท ากิจกรรม นอกห้องเรียน ๒๑๙


32 เมื่อวันท ากิจกรรมมาถึง ท้องฟ้ าสดใส มีเมฆช่วยบดบังแสงแดด มีลมทะเลพัดมา ท าให้รู้สึกไม่ร้อนมากนัก ครูพัคจุนโฮ นักเรียนห้อง ม. 5/5 และชาวบ้านในชุมชน มารวมตัวกัน บริเวณจุดรวมพล หัวหน้าโครงการธนาคารปูม้าบ้านคลองตะเคียน ทักทายครูและ คณะนักเรียน “สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับคุณครูและเด็ก ๆ สู่ธนาคารปูม้าบ้านคลอง ตะเคียน โครงการของเราจะรับซื้อแม่ปูม้าที่มีไข่แก่ติดหน้าท้องมาไว้ในถังน ้า ในโรงเรือน รอให้แม่ปูเขี่ยไข่ออก พอไข่ฟักเป็ นตัวอ่อนที่แข็งแรง ก็น าไปปล่อย ลงสู่ทะเล ในถังที่เด็ก ๆ เห็นกันนี้คือลูกปูม้าที่พร้อมจะปล่อยกลับสู่ทะเล ทุกคนช่วยกันหิ้วถังลูกปูแล้วตามผมมาครับ” เด็ก ๆ ฟังอย่างตั้งใจและตื่นเต้น เมื่อเห็นลูกปูที่อยู่ในถังอนุบาล ๒๒๐


33 จุดปล่อยลูกปูม้าเป็ นสะพานไม้ยาวยื่นลงไปในทะเล ขณะที่คนอื่น ๆ ก าลังจะปล่อยลูกปูม้า แนนนี่เดินตามมาเป็ นคนสุดท้าย เธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายเซลฟี่ และโพสต์ภาพลงในเฟสบุ๊ค เธออ่าน คอมเมนต์ใต้ภาพที่เธอโพสต์ให้เพื่อนฟัง จนเลื่อนลงมาเจอคอมเมนท์ว่า ‘แนนนี่ วันนี้เธอไปสร้างภาพที่ไหนล่ะ’ แนนนี่รู้สึกโกรธและตอบคอมเมนท์กลับอย่างรัว ๆ จนเพื่อนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ร้องตะโกนว่า “แนนนี่ เธอหยุดได้แล้ว ระวังจะตกน ้า! รีบถือถังตามมาได้แล้ว” ครูพัคจุนโฮเดินมาถามว่า “นักเรียน เกิดอะไรขึ้น” แนนนี่มองหน้าครู แต่ไม่กล้าจะเล่าความจริง แพรวยืนอยู่ข้าง ๆ เลยเล่าเหตุการณ์ให้ครูฟัง “ครูเข้าใจแล้ว เอาอย่างนี้นะ ขอให้พวกเธอหยุดเรื่องตรงนี้ไว้ก่อน และท าหน้าที่ของตนเองให้เรียบร้อย” ทุกคนรับปากครู “ได้ค่ะ” “ได้ครับ” ค าพูดของครูท าให้ทุกคนผ่อนคลายลง ๒๒๑


34 ครูพัคจุนโฮเดินมาที่กลุ่มของวายุ ถามว่า “เป็ นยังไงกันบ้างครับ สนุกไหม” เด็ก ๆ ตอบว่า “สนุกครับ” “สนุกดีค่ะครู” วายุถามครูด้วยสีหน้าสงสัย “ครูครับ ท าไมถึงเลือกพาพวกผมมาที่นี่ครับ” ครูพัคจุนโฮยิ้มแล้วตอบว่า “นึกว่าจะไม่มีใครถามเหตุผลครูซะแล้ว ที่ครูเลือกมาที่นี่ เพราะจันทบุรีเป็ นบ้านเกิดของครูเอง ช่วงมหาวิทยาลัยครูไปเรียนต่อที่เกาหลีใต้ เพราะ คุณพ่อกลับไปท างานที่นั่น” เด็กนักเรียนหญิงคนหนึ่งถามขึ้น “ท าไมครูไม่อยู่ที่เกาหลีใต้ แล้วท าไมถึงกลับมาอยู่ เมืองไทยคะ” “ครูบอกกับครอบครัวไว้ว่า ตั้งใจจะมาเป็ นครูที่นี่ เพราะเมืองไทยน่าอยู่ มีการ ปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็ นประมุขของแผ่นดินที่พัฒนา บ้านเมืองให้มีความอุดมสมบูรณ์ และอีกอย่าง เรามีสิทธิเสรีภาพ สังคมไทยก็อยู่ อย่างเกื้อกูลช่วยเหลือกัน ครูคิดว่าตรงนี้ส าคัญมากนะ” เขาอธิบายด้วยความภาคภูมิใจ “นักเรียนลองถามชาวบ้านที่มาร่วมกิจกรรมสิ เขารู้สึกอย่างไรกับชุมชนของเขา” ครูพัคจุนโฮบอก ๒๒๒


35 ท็อปไม่รอช้า เดินไปถามหญิงวัยกลางคนคนหนึ่ง “คุณป้ าครับ ผมขอถามหน่อย ได้ไหมครับ” “อ้าว! ไอ้หนู จะถามเรื่องอะไร รู้จักเรียกฉันว่าป้ าด้วย ดีจังฮิ!” “คุณแม่ผมสอน ถ้าเจอผู้ใหญ่ ให้แสดงความเคารพ แล้วคุณป้ าอยู่ที่นี่มานาน หรือยังครับ” ท็อปถามด้วยแววตาสดใส “อยู่มาตั้งแต่เกิด ตอนนี้ก็ 60 ปี แล้ว” คุณป้ าตอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “ผมเห็นว่าคนในชุมชนนี้ช่วยเหลือกันดีจังเลยครับ” ป้ าตอบว่า “ใช่แล้ว หมู่บ้านของเราเป็ นหมู่บ้านประมง ชาวบ้านอยู่กันอย่าง สามัคคี ยึดมั่นในชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และยังเป็ นหมู่บ้านศีล 5 เวลามี โครงการต่าง ๆ จะมีการเรียกประชุมให้ทุกคนมีส่วนร่วม และเสาร์-อาทิตย์ จะให้ เด็กมาช่วยงานของชุมชน เช่น ถ้ามาช่วยงานที่นี่ เด็กก็จะได้แม่ปูที่เขี่ยไข่แล้วไป ท าอาหาร สอนให้เขารู้จักท ามาหากิน รู้จักท าประโยชน์เพื่อส่วนรวมตั้งแต่เล็ก” ท็อปยิ้มกว้างและตอบคุณป้ าว่า “ดีจังเลยครับ ไม่เหมือนในกรุงเทพฯ เลย” ๒๒๓


36 “อ้าว! เที่ยงแล้ว ป้ าจะไปเตรียมอาหารกลางวันให้พวกหนู ๆ ไปก่อนนะ” “ขอบคุณครับคุณป้ า” “ขอบคุณค่ะคุณป้ า” ในขณะที่นักเรียนและคุณป้ าพูดคุยกัน ครูพัคจุนโฮที่ยืนอยู่ห่าง ๆ ฟังการพูดคุยด้วยความดีใจที่นักเรียนมีสัมมาคารวะ รู้จักที่จะเรียนรู้ จากผู้มีประสบการณ์ในชุมชน ๒๒๔


Click to View FlipBook Version