The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

BOOK 03 วัดบ้านศาลเจ้า ศิลปกรรมและงานช่างโบรา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by tumweerapant, 2022-06-20 06:24:23

BOOK 03 วัดบ้านศาลเจ้า ศิลปกรรมและงานช่างโบรา

BOOK 03 วัดบ้านศาลเจ้า ศิลปกรรมและงานช่างโบรา

ประเทศไทย

วััด บ้้าน ศาลเจ้้า
ศิิลปกรรมและงานช่่างโบราณ

3

ระยอง
วััด บ้้าน ศาลเจ้้า
ศิิลปกรรมและงานช่่างโบราณ

3

บริษทั พีทีที โกลบอล เคมิคอล จ�ำ กัด (มหาชน)
(GC)

สถานที่่�บนโลกใบนี้้� ไม่่ว่่าที่่�ใดก็็ตามมัักมีีประวััติิศาสตร์์ที่่�น่่าสนใจ
ซ่อ่ นอยู่เ�่ สมอ และประวัตั ิศิ าสตร์ส์ ่ว่ นใหญ่น่ ั้้น� ก็ม็ ักั มีที ี่่ม� าจากศิลิ ปวัฒั นธรรม
ในแต่ล่ ะยุคุ สมัยั ดังั เช่น่ จังั หวัดั ระยอง ที่่ไ� ม่เ่ พียี งแต่เ่ ป็น็ เมือื งอุตุ สาหกรรม
แต่่จัังหวััดแห่่งนี้้�ยัังมีีทั้้�งเสน่่ห์์และความหลากหลายทางประวััติิศาสตร์์
ศิลิ ปวัฒั นธรรม สถานที่่ท� ่อ่ งเที่่ย� ว อาหารพื้้น� ถิ่่น� และวิถิ ีชี ีวี ิติ ชุมุ ชนที่่น� ่า่ ค้น้ หา
ให้้นำ�ำ ไปศึกึ ษาเรียี นรู้�ได้อ้ ีีกมากมาย
ปััจจุุบัันประชากรจากหลายๆ จัังหวััดได้้เคลื่่�อนย้้ายสู่่�เมืืองใหญ่่
ความผููกพััน และความภาคภููมิิใจในอััตลัักษณ์์ท้้องถิ่่�นของตนจึึงลดเลืือน
หายไปตามกาลเวลา โครงการ ‘เส้้นทางแห่ง่ ความสุุข’ ด้้วยความร่ว่ มมือื
กับั มหาวิทิ ยาลัยั ศิลิ ปากร จึงึ จัดั ตั้้ง� ขึ้น� เพื่่อ� ค้น้ หาความเป็น็ มาและตัวั ตนของ
จังั หวัดั ระยอง พร้้อมเชื่อ่� มโยงมรดกทางวััฒนธรรมของจังั หวััดสู่่ป� ระชาชน
โดยมุ่่�งหวัังว่่าจัังหวััดระยองจะเป็็นเมืืองต้้นแบบที่่�ทำำ�ให้้เมืืองรองต่่าง ๆ
ทั่่�วประเทศไทยหัันกลัับมาสนใจความเป็น็ พื้้�นถิ่่น� และรากเหง้า้ จนเกิิดการ
พัฒั นาอย่่างยั่่ง� ยืนื และนำ�ำ ไปสู่ก�่ ารต่่อยอดเศรษฐกิิจสร้้างสรรค์์ได้้ในที่่ส� ุดุ
พวกเราได้อ้ ยู่่ใ� นจัังหวัดั ที่่�ดีี ต้้องถืือเป็็นความสุขุ แล้ว้ ความสุุขนั้้น�
คืือ ความสุุขที่่�ทุุกคนได้้ค้้นหาและเจอตััวตน พร้้อมความภาคภููมิิใจ
ในถิ่่น� ฐานของตัวั เอง

นายสุพุ ัฒั นพงษ์์ พันั ธ์์มีเี ชาว์์
รองนายกรััฐมนตรีีและรัฐั มนตรีีว่า่ การกระทรวงพลังั งาน
อดีตี ประธานเจ้้าหน้้าที่่�บริหิ ารและกรรมการผู้้�จัดั การใหญ่่

บริษิ ััท พีที ีที ีี โกลบอล เคมิคิ อล จำ�ำ กัดั (มหาชน)

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จ�ำ กดั (มหาชน)
(GC)

บริษิ ัทั พีที ีที ีี โกลบอล เคมิคิ อล จำ�ำ กัดั (มหาชน) (GC) ในฐานะแกนนำ�ำ
ธุุรกิิจเคมีีภััณฑ์์ของกลุ่�ม ปตท. มุ่�งมั่่�นในการผสานนวััตกรรมเคมีีภััณฑ์์
และเทคโนโลยีทีี่่เ� ป็น็ มิติ รต่อ่ สิ่ง� แวดล้อ้ ม เพื่่อ� พัฒั นาผลิติ ภัณั ฑ์ส์ ู่ก�่ ารสร้า้ งสรรค์์
ชีีวิิตความเป็็นอยู่�่ที่�ดีีขึ้�น นอกจากนี้้� ยัังมีีความเชื่�่อและดำ�ำ เนิินธุุรกิิจตาม
แนวทางความยั่่ง� ยืนื ด้้วยการสร้า้ งสมดุุล 3 ประการ คืือ ด้้านเศรษฐกิิจ
สัังคม และสิ่่�งแวดล้อ้ ม วัันนี้้� GC มีีความภาคภููมิใิ จเป็็นอย่่างยิ่่ง� ที่่�ได้เ้ ป็็น
ส่ว่ นหนึ่่ง� ในการพัฒั นาด้า้ นสังั คม ภายใต้้ “โครงการเส้น้ ทางแห่ง่ ความสุขุ ”
โครงการเส้น้ ทางแห่ง่ ความสุขุ ได้ย้ กระดับั และชููอัตั ลักั ษณ์ข์ องจังั หวัดั
ระยองให้น้ ่่าสนใจได้้เป็็นอย่า่ งดียี ิ่่ง� โดยการดึงึ รากเหง้้าของสิ่่�งที่่�ท้อ้ งถิ่่น� มีี
มาสู่ป�่ ระชาชน ซึ่ง� จุดุ เริ่ม� ต้น้ ของโครงการนี้้ม� าจากคุณุ สุพุ ัฒั นพงษ์์ พันั ธ์ม์ ีเี ชาว์์
ประธานเจ้้าหน้้าที่่�บริิหารและกรรมการผู้้�จััดการใหญ่่ในขณะนั้้�น (ปััจจุุบััน
ดำำ�รงตำ�ำ แหน่่ง รองนายกรััฐมนตรีีและรััฐมนตรีีว่่าการกระทรวงพลัังงาน)
ภายใต้้แนวคิิดที่่�ว่่าจัังหวััดระยองเป็็นบ้้านของ GC และเป็็นจัังหวััดที่่�
อุุดมไปด้้วยประวััติศิ าสตร์แ์ ละศิิลปวััฒนธรรม การศึกึ ษาความเป็น็ มาของ
ตนเองผ่่านสิ่่�งเหล่่านี้้� จึึงเป็็นสิ่่�งพื้้�นฐานที่่�จะทำำ�ให้้คนท้้องถิ่่�นได้้รู้้�จััก
และเข้้าใจตััวเอง นำำ�ไปสู่�่ความรัักถิ่่�นฐานบ้้านเกิิดและความภาคภููมิิใจ
อัันเป็็นที่่ม� าแห่่งความสุุขที่่แ� ท้จ้ ริิง
ท้า้ ยที่่ส� ุดุ นี้้� ขอขอบคุณุ คณะโบราณคดีี คณะมัณั ฑนศิลิ ป์์ มหาวิทิ ยาลัยั
ศิิลปากร และผู้�เกี่่�ยวข้้องทุุกท่่านที่่�ได้้ศึึกษารากเหง้้าทางประวััติิศาสตร์์
และศิิลปวััฒนธรรมของจัังหวััดระยองจนประสบความสำ�ำ เร็็จด้้วยดีีดัังที่่�
ปรากฏในหนัังสืือเล่่มนี้้�

ดร.คงกระพันั อิินทรแจ้ง้
ประธานเจ้า้ หน้้าที่่�บริหิ าร
บริิษัทั พีที ีีทีี โกลบอล เคมิคิ อล จำำ�กััด (มหาชน)

คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร

จังั หวัดั ระยองอุดุ มไปด้ว้ ยมรดกวัฒั นธรรมอันั ทรงคุณุ ค่า่ นานัปั การ
ศาสตร์แ์ ละศิลิ ป์ส์ ะท้อ้ นผ่า่ นภููมิปิ ัญั ญาอันั ทรงคุณุ ค่า่ แขนงต่า่ งๆ จากรุ่�นสู่�่รุ่�น
บริษิ ัทั พีีทีีทีี โกลบอล เคมิคิ อล จำำ�กััด (มหาชน) (GC) และมหาวิทิ ยาลััย
ศิลิ ปากร ตระหนักั ถึงึ ความสำ�ำ คัญั ของศิลิ ปวัฒั นธรรมดังั กล่า่ ว จึงึ ก่อ่ กำ�ำ เนิดิ
ความร่ว่ มมือื ในโครงการคลัังข้้อมููลสารสนเทศศิิลปวัฒั นธรรมระยอง
โครงการคลัังข้้อมููลสารสนเทศศิิลปวััฒนธรรมระยอง ระหว่่าง
พ.ศ. 2561–2563 โดยมหาวิิทยาลััยศิิลปากร ภายใต้้ความร่่วมมืือของ
บริษิ ัทั พีที ีที ีี โกลบอล เคมิคิ อล จำ�ำ กัดั (มหาชน) (GC) เป็น็ การค้น้ คว้า้ หาทุนุ
ทางวััฒนธรรมของจัังหวััดระยองซึ่่�งครอบคลุุมทั้้�งข้้อมููลมรดกวััฒนธรรม
และศิิลปวััฒนธรรมในพื้้�นที่่�ต่่าง ๆ ในจัังหวััดระยอง เพื่่�อเข้้าใจและรู้้�จััก
รากฐานความเป็น็ มาของจังั หวัดั ระยองอย่า่ งลุ่�มลึกึ อนุรุ ักั ษ์พ์ ัฒั นา ยกระดับั
หรืือต่่อยอดเพื่่�อเสริิมสร้้างมููลค่่าทางทางสัังคมและเศรษฐกิิจในพื้้�นที่่�ได้้
อย่่างสร้้างสรรค์แ์ ละยั่่ง� ยืนื
สารานุุกรมมรดกท้้องถิ่่�นระยองเป็็นการเรีียบเรีียงเนื้้�อหาสาระ
ในโครงการวิจิ ัยั ย่อ่ ยต่า่ ง ๆ เพื่่อ� เผยแพร่อ่ งค์ค์ วามรู้�สู่ส� าธารณะชน โดยเฉพาะ
ผู้�คนท้้องถิ่่�นจังั หวัดั ระยอง ประกอบไปด้้วยหนัังสือื 5 เล่่ม คืือ
ระยอง : ประวัตั ิวิ ัฒั นธรรม โบราณคดีี และเส้น้ ทางสายประวัตั ิศิ าสตร์์
ระยอง : สมุดุ ไทยและใบลาน
ระยอง : วััด บ้า้ น ศาลเจ้้า ศิิลปกรรมและงานช่่างโบราณ
ระยอง : คนจีีนโพ้น้ ทะเล ผู้�คนและวิิถีชี ีวี ิติ
ระยอง : ผลิติ ภัณั ฑ์์ท้อ้ งถิ่่น� ศิลิ ปะชุุมชนและสิ่่�งแวดล้อ้ ม

คณะโบราณคดีี ด้ว้ ยความร่ว่ มมือื กับั คณะมัณั ฑนศิลิ ป์์ มหาวิทิ ยาลัยั
ศิิลปากร มีีความเชื่่�อมั่่�นเป็็นอย่่างยิ่่�งว่่าองค์์ความรู้�ที่�ได้้ศึึกษาวิิจััยมรดก
ศิิลปวััฒนธรรมอัันทรงคุุณค่่าของจัังหวััดระยองในครั้�งนี้้� จะก่่อเกิิดความ
เข้้าใจ ตระหนักั ถึงึ หวงแหน อนุรุ ักั ษ์์ รากเหง้า้ ที่่�บรรพบุุรุษุ สั่่�งสมตลอดมา
ในพื้้�นที่่�จัังหวััดระยองรวมถึึงภููมิิภาคตะวัันออกของประเทศ และจะเกิิด
ประโยชน์์สููงสุุด หากใช้้เป็็นต้้นทุุนในการต่่อยอดสืืบสานศิิลปวััฒนธรรม
ระยองให้ค้ งอยู่�่ ต่อ่ ไป
ท้า้ ยที่่ส� ุดุ นี้้� ขอขอบพระคุณุ บริษิ ัทั พีที ีที ีี โกลบอล เคมิคิ อล จำ�ำ กัดั
(มหาชน) (GC) เป็็นอย่่างสููง ที่่�ให้้การสนัับสนุุนและให้้ความร่่วมมืือเป็็น
อย่่างดีียิ่่�ง และเป็็นส่่วนสำ�ำ คััญที่่�ทำำ�ให้้โครงการฯ สามารถดำำ�เนิินงานจน
สำำ�เร็จ็ ลุุล่่วงไปได้้ด้้วยดีี

ผู้้�ช่่วยศาสตราจารย์์ชวลิติ ขาวเขียี ว
คณบดีีคณะโบราณคดีี

ค�ำ นำ�ผู้เขยี น

ระยองเป็น็ จังั หวัดั ที่่ม� ิไิ ด้ร้่ำ��รวยแต่ท่ รัพั ยากรด้า้ นธรรมชาติิ แต่ม่ รดก
ทางวััฒนธรรมก็็มีีอยู่�่เป็็นจำ�ำ นวนมากเช่่นกััน โดยเฉพาะแหล่่งศิิลปกรรม
และงานช่่างโบราณซึ่่�งมีีความสวยงามไม่่แพ้้ชายทะเล เกาะแก่่งและภููเขา
ของระยอง หากทว่่าศึึกษาวิิจััยทางด้้านประวััติิศาสตร์์ศิิลปะของระยอง
ยังั มีนี ้อ้ ยมากหากเทียี บกับั พื้้น� ที่่อ�ื่น� ๆ โดยรอบหลักั ฐานดังั กล่า่ วจึงึ ยังั ไม่ไ่ ด้ร้ ับั
ความสนใจมากพอ
คณะโบราณคดีภี ายใต้ก้ รอบความร่ว่ มมือื จากบริษิ ัทั พีที ีที ีี โกลบอล
เคมิิคอล จำ�ำ กััด (มหาชน) (GC) ได้้ทำำ�การศึึกษามรดกทางวััฒนธรรม
ของระยองในเขตพื้้น� ที่่ล�ุ่�มน้ำ��ำ ระยองและลุ่�มน้ำ��ำ ประแสได้พ้ บหลักั ฐานมากมาย
ที่่�ยืืนยัันว่่าในอดีีตนั้้�นพื้้�นที่่�จัังหวััดระยองเป็็นอีีกแห่่งที่่�มีีความโดดเด่่นทาง
ด้้านงานช่่าง มีีฝีีมืือการสร้้างศิิลปกรรมที่่�ชำ�ำ นาญ ทั้้�งงานเนื่่�องในศาสนา
และบ้า้ นเรืือนโรงร้า้ นที่่อ� ยู่อ�่ าศัยั แม้ว้ ่า่ กาลเวลาจะทำ�ำ ให้ร้ ะยองเปลี่่ย� นแปลง
ไปมากจากอดีตี ด้ว้ ยความเจริิญต่า่ ง ๆ แต่่ก็ไ็ ม่อ่ าจละทิ้้ง� ความเจริญิ เช่น่ นี้้�
ในอดีีตไปได้้เพราะเป็็นต้้นทุุนสำ�ำ คััญในการพััฒนาเมืืองระยองให้้ก้้าวหน้้า
ด้ว้ ยหลัักฐานจากอดีีต
คณะผู้้�วิจิ ัยั ด้า้ นศิลิ ปกรรมและงานช่า่ งเมือื งระยองขอขอบคุณุ คณะ
โบราณคดีี มหาวิิทยาลััยศิิลปากร และ บริิษััท พีีทีีทีี โกลบอล เคมิิคอล
จำ�ำ กััด (มหาชน) รวมไปถึึงพระภิิกษุุสงฆ์์ผู้้�ดููแลวััดอัันเป็็นแหล่่งศิิลปกรรม
สำ�ำ คัญั โรงเรียี นระยองวิทิ ยาคม โรงพยาบาลระยอง เจ้า้ ของบ้า้ นเรืือนต่า่ ง ๆ
ในย่า่ นเมือื งเก่า่ ระยองและชุมุ ชนปากน้ำ��ำ ประแสที่่ท�ี่่ส� นับั สนุนุ การศึกึ ษา สำ�ำ รวจ
และจัดั ทำำ�ขึ้น� เป็น็ หนังั สือื เผยแพร่ค่ วามรู้�เกี่่ย� วกับั ศิลิ ปวัฒั นธรรมของจังั หวัดั
ระยอง คาดหวังั ให้ห้ นังั สือื เล่ม่ นี้้จ� ะได้เ้ ป็น็ แรงขับั เคลื่่อ� นทางวิชิ าการสำำ�หรับั
งานด้้านวัฒั นธรรม ประวััติิศาสตร์ศ์ ิิลปะ โบราณคดีขี องเมือื งระยองต่่อไป

สารบััญ

1บทที่่�

008 บทนำ�ำ : ความสัมั พันั ธ์ท์ างภููมิิศาสตร์์กายภาพกัับ
ศิลิ ปกรรมในจัังหวัดั ระยอง

2บทที่่�

016 สถาปัตั ยกรรมโบราณในระยอง

3บทที่่�

060 ประติิมากรรมโบราณและพระพุทุ ธรููปในระยอง

4บทที่่�

088 จิิตรกรรมแบบประเพณีใี นระยอง

5บทที่่�

124 ศิลิ ปกรรมในชุมุ ชนย่า่ นเก่า่ ระยอง :
เรืือนพื้้น� ถิ่่�นและศาลเจ้า้

194 เชิิงอรรถ

199 บรรณานุกุ รม

1 — บทน�ำ :
ความสมั พนั ธท์ าง
ภูมศิ าสตรก์ ายภาพ
กับศลิ ปกรรมใน
จังหวัดระยอง

8 ระยอง เลม่ 3

วดั บ้าน ศาลเจา้ ศลิ ปกรรมและงานชา่ งโบราณ 1 — ความสมั พันธท์ างภมู ศิ าสตรก์ ายภาพกบั ศิลปกรรม 9

10 ระยอง เลม่ 3

จากการทำ�ำ งานเชิงิ ข้อ้ มููล และวิเิ คราะห์ห์ ลักั ฐานศิลิ ปกรรมที่่ไ� ด้พ้ บ
จากลุ่�มน้ำำ�� ระยอง (อ.เมืืองและ อ.บ้า้ นค่่าย) กับั ลุ่�มน้ำ��ำ ประแส (อ.แกลง) มีี
ข้้อมููลหลัักฐานสองส่่วน ได้้แก่่ ศิิลปกรรมแบบประเพณีีตามวััดวาอาราม
คืือสถาปััตยกรรมอาคารอุุโบสถแบบพื้้�นถิ่่�นของลุ่�มน้ำำ�� ระยองและลุ่�มน้ำ�ำ�
ประแส รวมถึงึ เจดียี ์์ พระพุทุ ธรููป จิติ รกรรม และงานประณีตี ศิลิ ป์อ์ ันั เป็น็ งาน
ศิลิ ปะแบบประเพณีี กับั ข้อ้ มููลศิลิ ปะ-สถาปัตั ยกรรมจากชุมุ ชนยมจินิ ดาและ
ชุุมชนปากน้ำำ�� ประแส คืือบ้า้ นเรืือนที่่�อยู่่�รุ่�นอายุสุ มััยต่า่ งๆ และศาลเจ้า้ จีนี
ในเขตสองลุ่�มน้ำ��ำ สำ�ำ คัญั ของจังั หวัดั ระยองมีผีู้�คนมาตั้้ง� หลักั แหล่ง่ และ
สร้า้ งงานศิลิ ปกรรมเป็น็ หลักั ฐานอยู่ไ�่ ม่น่ ้อ้ ยกว่า่ สมัยั อยุธุ ยาตอนปลายถึงึ ระยะ
แรกเริ่ม� ของสมัยั รัตั นโกสินิ ทร์์ โดยประวัตั ิศิ าสตร์ไ์ ด้ก้ ล่า่ วถึงึ การเป็น็ เส้น้ ทาง
ผ่า่ นของสมเด็จ็ พระเจ้า้ ตากสินิ ที่่ท� รงมาตั้้ง� มั่่น� อยู่�่ที่เ� มือื งระยองเป็น็ เวลานาน
ก่อ่ นจะทรงปราบปราม “ขุนุ ราม หมื่่น� ซ่อ่ ง” ซึ่ง� เชื่อ�่ ว่า่ เป็น็ หัวั หน้า้ ชุมุ นุมุ อยู่�่
บริเิ วณลุ่่�มน้ำ��ำ ประแส จากนั้้น� จึงึ ยาตราทัพั ไปยังั เมือื งจันั ทบุรุ ีี
อย่า่ งไรก็ด็ ีคี วามชัดั เจนของศิลิ ปกรรมได้เ้ ริ่ม� ขึ้น� เมื่่อ� ราวสมัยั รัชั กาล
ที่่� 3-5 ลงมา เนื่่อ� งจากเป็น็ พื้้น� ที่่ท�ี่่ใ� ช้ง้ านอยู่อ�่ ย่า่ งต่อ่ เนื่่อ� ง และงานศิลิ ปกรรม
รุ่�นก่อ่ นหน้า้ มักั ก่อ่ สร้า้ งด้ว้ ยไม้เ้ ป็น็ ส่ว่ นใหญ่จ่ ึงึ ผุพุ ังั ไม่เ่ หลือื หลักั ฐานให้เ้ ห็น็ แล้ว้
ในการศึึกษานี้้�ได้้พบว่่า ภููมิิศาสตร์์มีีบทบาทกัับความสััมพัันธ์์ของ
งานศิลิ ปกรรมในเขตสองลุ่�มน้ำ��ำ เป็น็ อันั มาก นั่่น� คือื ที่่ต� ั้้ง� ของศาสนสถานและ
ชุมุ ชนในอดีตี ต่า่ งยึดึ โยงเอาแม่น่ ้ำ��ำ ระยองและแม่น่ ้ำ�ำ� ประแสที่่ม� ีคี ููคลองสาขา
เป็็นหลััก กล่่าวคืือ ชุุมชนเก่่าแก่่ของระยองและประแสส่่วนหนึ่่�งมีีที่่�ตั้้�งอยู่�่
บนเนิินดิินหรืือแนวสัันทรายเก่่าที่่�เคยเป็็นชายฝั่่�งมาก่่อน จึึงมีีชื่�่อปรากฏ
เช่่น วัดั โขด วััดเนิิน บ้้านดอน เนินิ ฆ้้อ เนิินทราย บางส่ว่ นตั้้�งอยู่่�ชายขอบ
ที่่ล�ุ่�มจึงึ มีชี ื่อ�่ ในภาษาท้อ้ งถิ่่น� เดิมิ (ภาษาชอง?) เช่น่ วัดั ลุ่�ม สระหมู่�่ บ้า้ นจำ�ำ รุงุ
(แปลว่่าที่่ม� ีีน้ำ�ำ� ขััง) หนองแพงพวย เนินิ สระ ทะเลน้้อย ฯลฯ ที่่�ตั้้ง� เหล่่านี้้แ� ม้้
ปััจจุุบัันจะเห็็นว่่าอยู่�่ ห่่างไกลกัันและลึึกเข้้าไปจากแนวแม่่น้ำ��ำ มาก แต่่จาก
การตรวจสอบจากแผนที่่เ� ก่า่ ภาพถ่า่ ยทางดาวเทียี ม และภาคสนาม พบว่า่
ชุุมชนเหล่่านี้้�เคยมีีทางน้ำ�ำ�ที่่�เป็็นสาขาของแม่่น้ำ��ำ เข้้าไปจนถึึงตััวชุุมชนได้้
เกือื บทั้้ง� สิ้้น�

วัด บ้าน ศาลเจา้ ศลิ ปกรรมและงานช่างโบราณ 1 — ความสมั พันธ์ทางภมู ศิ าสตร์กายภาพกับศิลปกรรม 11

บน เลม่ 3
แม่่น้ำำ�� ระยองบริเิ วณ
อ.บ้า้ นค่า่ ย เป็น็ สายเลือื ดหลััก
ของชุุมชนในลุ่�มน้ำ�ำ� ระยอง
ล่า่ ง
ชุุมชนประมงบริิเวณ
ปากแม่น่ ้ำ�ำ� ประแส อ.แกลง
12 ระยอง

ชุุมชนที่่�พบงานศิิลปกรรมโบราณของลุ่�มน้ำ��ำ ระยองจากทางตอน
เหนือื สุุดคืือแถบวัดั ละหารไร่ล่ งมาตามสองฝั่่�งแม่น่ ้ำำ�� จนถึงึ อ.บ้า้ นค่่ายที่่�มีี
ชุมุ ชนหนาแน่น่ บริเิ วณบ้า้ นไผ่ล่ ้อ้ ม และมีรี ่อ่ งรอยชุมุ ชนโบราณคือื คันั ดินิ รููป
สี่่�เหลี่่�ยม บริิเวณบ้้านค่่ายนี้้�ได้้พบศิิลปกรรมที่่�เก่่าแก่่ที่่�สุุดคืือพระพุุทธรููป
ศิลิ ปะฟููนันั หรืือทวารวดีตี อนต้น้ ที่่ว� ัดั หนองกะบอก อายุรุ าวพุทุ ธศตวรรษที่่� 12
จากนั้้�นลงมาทางใต้้จะมีีวััดบ้้านค่่าย วััดบ้้านเก่่า ซึ่่�งมีีหลัักฐานเก่่าแก่่ถึึง
สมััยอยุุธยา และเมื่่�อถึึงบริิเวณตััวเมืืองระยองหรืือ ต.ท่่าประดู่�่ เป็็นย่่าน
ชุุมชน มีีวััดสำำ�คััญกระจายตััวอยู่่�ไม่่ไกลจากแม่่น้ำำ��ระยอง อายุุสมััยอยุุธยา
ตอนปลายถึงึ สมัยั รัตั นโกสินิ ทร์์ คือื วัดั ลุ่�ม วัดั เนินิ วัดั ป่า่ ประดู่�่ วัดั จันั ทอุดุ ม
(วัดั เก๋ง๋ ร้า้ ง) และวัดั โขดทิมิ ธาราม ขณะที่่ต� ัวั ย่า่ นชุมุ ชนเก่า่ หรืือชุมุ ชนยมจินิ ดา
นั้้�นตั้้�งอยู่่�ริิมฝั่่�งตามยาวของแม่่น้ำ��ำ ระยอง และมีีการตััดถนนยมจิินดากัับ
ถนนชุุมพลเป็็นเส้้นทางเพิ่่�มเติิมขึ้�นในสมัยั หลังั ทำ�ำ ให้ม้ ีีตึกึ แถวโบราณและ
เรืือนแถวพื้้น� ถิ่่น� สร้า้ งเรีียงรายสองฝั่่ง� ถนน
ในลุ่�มแม่่น้ำำ��ประแส นัับตั้้�งแต่่บ้้านกระแสร์์บนลงมามีีวััดวาอาราม
และชุมุ ชนขนาดเล็ก็ ๆ จนกระทั่่ง� ถึงึ บริเิ วณบริเิ วณวัดั โพธิ์ท� องพุทุ ธารามซึ่่ง�
เป็็นที่่�ตั้้�งเมืืองแกลงเก่่า มีีแนวคลองเก่่าที่่�ตื้้�นเขิินแล้้วมาถึึงหน้้าวััด โดย
คลองนี้้เ� ชื่อ�่ มกับั แม่น่ ้ำำ��ประแสตอนบนบริเิ วณบ้า้ นสามย่า่ น (อำ�ำ เภอแกลงใน
ปััจจุุบััน) ส่่วนแถบวััดหนองแพงพวยก็็มีีระยะไม่่ห่่างจากแนวคลองสาขา
ตอนบนของแม่่น้ำำ��ประแสเช่น่ กััน
ถัดั ลงมาทางใต้แ้ ถบบ้า้ นทะเลน้อ้ ย-ทุ่�งควายกินิ มีวี ัดั ราชบัลั ลังั ก์ท์ ี่่�
สร้า้ งบนเนินิ ชายที่่ล�ุ่�มและมีเี จดียี ์ข์ นาดใหญ่ส่ ร้า้ งไว้ท้ ี่่ร� ิมิ แม่น่ ้ำ��ำ ประแส ขณะ
ที่่�ฝั่่�งตรงข้้ามมีีวััดอุุดมธััญญาวาส (วััดทุ่�งควายกิิน) สร้้างห่่างออกไปจาก
ลำ�ำ น้ำำ��ประแสเพราะเป็น็ ทุ่�งที่่ล�ุ่�ม จากนั้้น� ทางฝั่่ง� ขวาของแม่น่ ้ำ��ำ ประแส มีเี นินิ
ดินิ และสันั ทรายเก่า่ ที่่เ� รียี งกันั ตามแนวเหนือื -ใต้้ เป็น็ ที่่ต� ั้้ง� ชุมุ ชน ได้แ้ ก่่ เนินิ
ทราย เนิินฆ้อ้ บ้า้ นหนองแพงพวย บ้า้ นจำ�ำ รุงุ หย่อ่ มย่่านเหล่่านี้้ม� ีรี ่อ่ งรอย
ทางน้ำ��ำ จากแม่น่ ้ำ��ำ ประแสไปถึงึ ในอดีตี คือื คลองท่า่ สีแี ก้ว้ คลองเนินิ ฆ้อ้ ซึ่่ง� มีี
สาขากระจายไปทั่่ว� ขณะที่่ท� างใต้ล้ งมากลายเป็น็ เนินิ สููงต่ำ��ำ ก่อ่ นจะถึงึ ชายฝั่่ง�
ทะเลเป็็นที่่�ตั้้�งของบ้้านกร่ำ�� อัันเป็็นชุุมชนใหญ่่มาแต่่โบราณ ไม่่น้้อยกว่่า
สมัยั แรกเริ่ม� กรุงุ รัตั นโกสินิ ทร์์

วดั บ้าน ศาลเจา้ ศลิ ปกรรมและงานช่างโบราณ 1 — ความสมั พนั ธ์ทางภมู ิศาสตร์กายภาพกับศิลปกรรม 13

ชุุมชนขนาดใหญ่่คืือปากน้ำ��ำ ประแส สร้้างเป็็นเรืือนเสาสููงชายตลิ่่�ง
มีีชานริิมน้ำำ�� เพื่่�อการทำ�ำ ประมง และหน้้าบ้้านเป็็นเรืือนแถวสองฝั่่�งถนน
สำ�ำ หรัับเปิิดหน้้าบ้้านค้้าขาย เรืือนพื้้�นถิ่่�นมีีลัักษณะผสมผสานระหว่่าง
ไทย-จีนี -ตะวันั ตก และยังั มีศี าสนสถานที่่ส� ะท้อ้ นการเข้า้ มาของกลุ่�มชาวจีนี
นั่่น� คืือศาลเจ้า้ แบบจีนี ที่่ก� ระจายอยู่่�หลายแห่่งในชุุมชน
ความสัมั พันั ธ์ท์ างภูมู ิศิ าสตร์ข์ องชุมุ ชนเช่น่ นี้ท�้ ำ�ำ ให้พ้ บว่า่ งานช่า่ ง
ของลุ่�มน้ำ�ำ�ระยองและประแสมีีลักั ษณะร่ว่ มกันั บางประการ เช่น่ อุโุ บสถ
แบบพื้น�้ ถิ่่น� ลุ่�มน้ำ��ำ ระยอง อุโุ บสถพื้น�้ ถิ่่น� แบบลุ่�มน้ำ��ำ ประแส หรือื เจดีีย์ท์ รง
ระฆังั ที่่ส� ร้า้ งไว้เ้ ป็น็ จุดุ หมายตา (Landmark) บริเิ วณปากน้ำำ�� ระยอง และ
ริมิ น้ำ�ำ�ประแสก็็มีีรูปู แบบและวิธิ ีคี ิดิ ในการสร้้างที่่�เป็น็ ไปทางเดีียวกััน

14 ระยอง เล่ม 3

วดั บ้าน ศาลเจา้ ศลิ ปกรรมและงานชา่ งโบราณ 1 — ความสัมพนั ธท์ างภูมิศาสตรก์ ายภาพกบั ศลิ ปกรรม 15

2 — สถาปตั ยกรรม
โบราณ
ในระยอง

16 ระยอง เลม่ 3

วดั บ้าน ศาลเจ้า ศิลปกรรมและงานชา่ งโบราณ 2 — สถาปัตยกรรมโบราณในระยอง 17

18 ระยอง เลม่ 3

ระยองเป็น็ ชุมุ ชนขนาดเล็ก็ และกระจายตัวั กันั อยู่ต�่ ามสองฝั่่ง� ลำ�ำ น้ำ��ำ
และชายฝั่่�ง สิ่่�งก่่อสร้้างจึึงเป็็นงานขนาดเล็็กที่่�เพีียงพอใช้้สอยได้้ภายใน
ระดัับชุุมชน โดยรููปแบบโดยรวมนั้้�นสถาปััตยกรรมทั้้�งในศาสนสถานและ
อาคารโรงร้า้ นบ้า้ นเรืือนส่ว่ นใหญ่ไ่ ด้ร้ ับั อิทิ ธิพิ ลทางรููปแบบจากภายนอกเข้า้
มาและได้้ปรัับปรุงุ จนมีลี ัักษณะเป็น็ ของตนเองในที่่ส� ุุด

อุุโบสถแบบพื้น�้ ถิ่่น� ลุ่�มน้ำำ�� ระยอง

อาคารอุุโบสถของระยองมีีรููปแบบลัักษณะเฉพาะเป็็นของตนเอง
ลัักษณะของอาคารดัังกล่่าวได้้พบกระจายอยู่่�ทั่ �วไปในเขตลุ่ �มแม่่น้ำำ��ระยอง
คือื นิยิ มสร้า้ งให้ผ้ นังั อาคารสููง ทรงจั่ว� ยอดแหลมและมีจีั่น� หับั หรืือเพิงิ พาไล
ยื่่น� ออกมาด้้านหน้้าหลุุบต่ำ�ำ� มีีการทำำ�พนักั เตี้้�ยๆ ปิดิ ล้้อมโถงด้้านหน้้าและ
เจาะช่่องทางเข้้าด้้านข้้างทั้้�งสองด้้าน อาคารเช่่นนี้้�คงได้้รัับอิิทธิิพลจาก
สถาปัตั ยกรรมสมััยอยุธุ ยาตอนปลายและยัังสร้า้ งกันั มาเรื่อ่� ย ๆ จนถึงึ ช่ว่ ง
พ.ศ. 2500 เป็็นอย่า่ งน้อ้ ย
หลัักฐานสถาปััตยกรรมประเภทอุุโบสถในเมืืองระยองที่่�ได้้รัับรููป
แบบศิิลปะอยุุธยาตอนปลายและน่่าจะมีีอายุุเก่่าไปจนถึึงสมััยอยุุธยาตอน
ปลาย คืือ อุโุ บสถวัดั บ้า้ นแลง และอุโุ บสถวััดนาตาขวััญ
รููปแบบของอาคารอุุโบสถในสมััยอยุุธยาตอนปลายนั้้�น การทำำ�รููป
หลัังคามีีลัักษณะจั่�วบีีบเล็็กและสููง มีีการทำ�ำ หลัังคาให้้เชิิดโดยนิิยมทำำ�จั่�ว
ด้า้ นหน้า้ ของอาคารให้ม้ ีคี วามสููงใกล้เ้ คียี งกับั หลังั คาซ้อ้ นที่่ส� องของอาคาร
เมื่่�อมองดููด้้านข้้างของอาคารจะเห็็นเส้้นของสัันหลัังคาแอ่่นโค้้ง ลัักษณะ
ของสันั หลังั คาแอ่น่ โค้ง้ ตกท้อ้ งช้า้ ง ส่ว่ นการทำำ�ฐานของอาคารนั้้น� จะทำำ�ให้้
มีีลัักษณะตกท้้องช้้างหรืือท้้องสำ�ำ เภาเช่่นเดีียวกัันเพื่่�อให้้แนวเส้้นระหว่่าง
หลัังคาและฐานมีีความกลมกลืืนกััน การทำำ�ผนัังด้้านข้้างของอาคารให้้มีี
ลัักษณะเอีียงเข้้าหาจุุดศููนย์์กลางหรืือการทำ�ำ ให้้ผนัังสอบเข้้าหาตรงกลาง
เมื่่อ� มองจากด้า้ นสกัดั ของอาคาร (ทั้้ง� นี้้เ� พื่่อ� การรับั น้ำ��ำ หนักั โครงสร้า้ งหลังั คา)1

วดั บ้าน ศาลเจา้ ศลิ ปกรรมและงานช่างโบราณ 2 — สถาปตั ยกรรมโบราณในระยอง 19

อุโุ บสถ วััดบ้า้ นแลง

20 ระยอง เลม่ 3

อุุโบสถ วัดั นาตาขวััญ โดยเมื่่อ� ทำำ�การศึกึ ษาพบว่า่ อาคารอุโุ บสถเมือื งระยองนั้้น� เป็น็ อาคาร
ทรงตึึก ซึ่่�งเป็็นอาคารที่่�นำำ�รููปแบบของอาคารทรงไทยประเพณีีรวมกัันกัับ
อาคารที่่�ได้ร้ ัับอิิทธิพิ ลตะวัันตก เช่น่ อุโุ บสถวััดบ้้านแลง และอุโุ บสถวััดนา
ตาขวัญั โดยลัักษณะร่่วมกัันที่่�เห็็นได้ช้ ัดั เจนของอุโุ บสถทั้้�ง 2 หลัังนั้้น� คือื มีี
การทำำ�จั่�นหัับหรืือลัักษณะของหลัังคายื่่�นออกมาด้้านหน้้าหลุุบต่ำ��ำ มีี
พนักั เตี้้ย� ๆ ล้อ้ มโถงด้า้ นหน้้าไว้้ และชั้น� หลัังคายังั ลดหลั่่�นอย่า่ งมีีระเบีียบ
แบบแผน รวมถึึงการทำ�ำ หน้้าบัันที่่�ไม่่ค่่อยประดัับตกแต่่งลายหรืือประดัับ
ตกแต่่งเล็็กน้้อย ผนัังอาคารเอนสอบ รููปแบบที่่�กล่่าวมาข้้างต้้นไม่่ว่่าจะ
เป็็นการทำ�ำ จั่�นหัับยื่่�นออกมาหรืือการที่่�ทำำ�ผนัังอาคารเอนสอบล้้วนเป็็น
ลัักษณะของอาคารในศิิลปะอยุุธยาตอนปลาย เช่่น วััดครุุธาราม จัังหวััด
พระนครศรีีอยุุธยา เป็็นต้น้

วดั บา้ น ศาลเจ้า ศลิ ปกรรมและงานช่างโบราณ 2 — สถาปตั ยกรรมโบราณในระยอง 21

ในสมัยั อยุธุ ยาตอนปลายลักั ษณะโครงสร้า้ งของอาคารจะใช้ข้ ื่อ�่ และ
อะเส เป็็นตััวรองรัับน้ำำ��หนัักโครงสร้้างหลัังคาเพื่่�อถ่่ายน้ำ��ำ หนัักไปที่่�ผนััง
อาคารโดยตรง2 เมื่่อ� เป็น็ ดังั นั้้�นแล้ว้ ผนังั ที่่ใ� ช้ร้ ัับน้ำ�ำ� หนักั จึงึ มีขี นาดของผนังั
ที่่ห� นามาก หากแต่ว่ ่่าอุโุ บสถส่่วนใหญ่่ที่่�พบในเมืืองระยองนี้้จ� ะใช้้เสาไม้ใ้ น
การรองรับั ชั้น� หลังั คาอยู่แ�่ ละใช้ก้ ารฉาบผนังั บางๆ คลุมุ ทับั เสาไม้จ้ นเหมือื น
กัับว่่าใช้้ผนัังเป็็นที่่�รองรัับหลัังคา อีีกทั้้�งภายในตััวอาคารก็็ยัังปรากฏร่่อง
รอยของเสาไม้ท้ ี่่ใ� ช้ร้ องรับั ชั้น� หลังั คาให้เ้ ห็น็ อยู่่� ซึ่่ง� ทำ�ำ ให้โ้ ครงสร้า้ งรับั น้ำำ��หนักั
ชั้น� หลังั คาเป็น็ แบบพื้้น� ถิ่่น� ของระยองส่ง่ ต่อ่ ไปจนถึงึ ในอุโุ บสถในเมือื งระยอง
ในสมัยั ต่อ่ มา
ต่อ่ มาในสมัยั รัตั นโกสินิ ทร์ย์ ังั คงยึดึ รููปแบบเดิมิ ไว้ไ้ ด้้ คือื การทำ�ำ จั่น�
หับั และการทำำ�มีีพนักั เตี้้ย� ๆ ล้อ้ มโถงด้า้ นหน้า้ ไว้้ ด้้วยพบอุโุ บสถในกลุ่�มนี้้�
เป็็นจำ�ำ นวนมากจึงึ จะขอยกตััวอย่า่ งมาจำำ�นวนหนึ่่�ง
อุโุ บสถวัดั โขดทิมิ ธาราม บริเิ วณฐานของอุโุ บสถมีลี ักั ษณะเป็น็ ฐาน
บัวั ลููกแก้ว้ อกไก่่ ตัวั อาคารมีลี ักั ษณะก่อ่ ผนังั สููง มีขี นาด 5 ห้อ้ ง หลังั คาซ้อ้ น
กััน 2 ชั้�น หน้้าบัันประดัับตกแต่่งด้้วยปููนปั้้�นทำ�ำ เป็็นลายพัันธุ์�พฤกษาเป็็น
ลายก้า้ นแยกทั้้ง� ด้า้ นหน้า้ และด้า้ นหลังั ด้า้ นหน้า้ ของอาคารมีมี ุขุ ที่่ส� ร้า้ งด้ว้ ย
ไม้้ยื่่�นออกมาเป็็นทรงจั่�วป้้านมีีลายฉลุุไม้้แบบตะวัันตก สัันนิิษฐานว่่า
เป็น็ การต่อ่ เติมิ ขึ้น� มาใหม่ภ่ ายหลังั เนื่่อ� งจากบริเิ วณด้า้ นสกัดั หน้า้ มีรี ่อ่ งรอย
ของไม้้ที่่�ยื่่�นออกมาจากเต้้า นั่่�นแสดงให้้เห็็นว่่าก่่อนการบููรณะนั้้�น บริิเวณ
ด้า้ นหน้า้ ของอุุโบสถน่่าจะเคยมีกี ารทำำ�จั่น� หับั มาก่่อน
แม้้จากหลัักฐานเอกสารการก่่อตั้้�งวััดโขดทิิมธารามจะบัันทึึกไว้้ว่่า
วััดโขดทิิมธารามนั้้�นสร้้างขึ้�นในช่่วง พ.ศ. 20073 แต่่ว่่าจากรููปแบบทาง
สถาปัตั ยกรรมในปัจั จุบุ ันั นั้้น� สามารถอธิบิ ายอย่า่ งกว้า้ ง ๆ ว่า่ เป็น็ อาคารสมัยั
อยุธุ ยาตอนปลายจนถึงึ สมัยั รัตั นโกสินิ ทร์์
อุโุ บสถวัดั ลุ่�มมหาชัยั ชุมุ พล ก่อ่ ผนังั สููงรองรับั น้ำ��ำ หนักั เครื่อ� งบนโดยไม่ม่ ีี
เสาภายใน เป็น็ อาคารขนาด 5 ห้อ้ ง หน้า้ บันั ก่อ่ อิฐิ ฉาบปููนมีลี วดลายที่่ไ� ด้ร้ ับั
อิทิ ธิพิ ลจีนี ตกแต่ง่ ทั้้ง� ด้า้ นทิศิ ตะวันั ออกและทิศิ ตะวันั ตก อีกี ทั้้ง� ยังั มีจีั่น� หับั หรืือ
เพิงิ ยื่น� ออกมาด้า้ นหน้า้ ชายคาหลุบุ ต่ำ��ำ โดยก่อ่ พนักั เตี้้ย� ๆ ปิดิ ล้อ้ มหน้า้ โถงไว้้

22 ระยอง เล่ม 3

อุุโบสถเก่่าวััดป่า่ ประดู่่� เป็็นอาคารก่่ออิฐิ ถืือปููนก่อ่ ผนัังสููง ขนาด 5
ห้อ้ ง หลังั คาซ้อ้ น 2 ชั้น� 3 ตับั หน้า้ บันั ด้า้ นทิศิ ตะวันั ออกเป็น็ รููปพระพุทุ ธเจ้า้
ผุุดขึ้�นเหนืือดอกบััวกลางสระ ส่่วนด้้านทิิศตะวัันตกปั้้�นปููนเป็็นลายพัันธุ์�
พฤกษายกช่่อดอกไม้้เป็็นกลีีบ มีีสิิงโตกำ�ำ ลัังเล่่นลููกแก้้วขนาบข้้างละตััว
มีีจั่ �นหัับหรืือเพิิงยื่่�นออกมาด้้านหน้้าชายคาหลุุบต่ำำ��โดยก่่อพนัักเตี้้�ยๆ
ปิดิ ล้อ้ มไว้้ ส่ว่ นใบเสมานั้้น� ถููกถอดและนำำ�ไปเก็บ็ ไว้ใ้ ต้โ้ บสถ์์ ที่่ก� รอบซุ้�มประตูู
ทำำ�เป็็นลายพัันธุ์�พฤกษาเขียี นสีีและได้้เขียี นเป็น็ อักั ษรจีีน

บน
อุุโบสถวััดโขดทิมิ ธาราม
ล่่างซ้้าย
อุุโบสถ วััดลุ่�มมหาชััย
ชุมุ พล
ล่างขวา
อโุ บสถเกา่ วดั ป่าประดู่

วดั บา้ น ศาลเจา้ ศิลปกรรมและงานช่างโบราณ 2 — สถาปัตยกรรมโบราณในระยอง 23

อุโุ บสถเก่า่ วัดั ป่า่ ประดู่ส่� ะท้อ้ นให้เ้ ห็น็ รููปแบบศิลิ ปกรรมจีนี มากกว่า่
วัดั ลุ่�ม ทั้้ง� การทำ�ำ หน้า้ บันั แบบลายจีนี และการเขียี นอักั ษรจีนี ตรงประตููทางเข้้า
อันั แสดงความสัมั พันั ธ์ก์ ับั ตระกููลชั้น� ผู้�ใหญ่ใ่ นเมือื งซึ่่ง� ต้อ้ งเป็น็ ใหญ่ใ่ นสังั คม
จีนี สะท้อ้ นให้เ้ ห็น็ ถึงึ การเป็น็ ชุมุ ชนเมือื งท่า่ เนื่่อ� งจากคนจีนี มีบี ทบาทสููงใน
การติิดต่่อค้้าขาย อีีกทั้้�งวััดป่่าประดู่่�เองยัังเป็็นวััดที่่�อยู่่�ใกล้้กัับชุุมชนยม
จินิ ดาซึ่่ง� ผู้�คนที่่อ� าศัยั อยู่ใ�่ นชุมุ ชนนั้้น� ส่ว่ นใหญ่ล่ ้ว้ นเป็น็ ชาวจีนี จึงึ เป็น็ ลักั ษณะ
ที่่�มีอี ายุุในช่ว่ งรััชกาลที่่� 3 ลงมาซึ่่�งมีพี ระราชนิยิ มในศิิลปะจีีน
ต่่อมาภายในช่่วง พ.ศ. 2500 ก็็ยัังพบการทำำ�อุุโบสถรููปแบบนี้้�
พร้อ้ มทั้้ง� ระบุศุ ักั ราชที่่ส� ร้า้ งชัดั เจน เช่น่ อุโุ บสถวัดั ทับั มา ตัวั อาคารมีจีั่น� หับั
ยื่่�นออกมาด้้านหน้้า ชายคามีีลัักษณะลาดลงต่ำำ�� มีีกำำ�แพงก่่อเป็็นลัักษณะ
เตี้้ย� ๆ ปิดิ ด้า้ นหน้า้ โถง บริเิ วณผนังั ระหว่า่ งประตููทางเข้า้ อุโุ บสถมีขี ้อ้ ความ
เขียี นไว้ว้ ่่า “20 มิ.ิ ย. 2500” ระบุศุ ัักราชการสร้้างไว้ช้ ััดเจน นอกจากนี้้�ยัังมีี
อุุโบสถวััดเขาโบสถ์์ ซึ่่�งน่่าจะสร้้างในระหว่่าง พ.ศ. 2450 ลงมาจนถึึง
พ.ศ. 2500 ปััจจุุบัันอยู่�่ในสภาพชำ�ำ รุุดทรุุดโทรม อุุโบสถวััดมาบตาพุุด
บนหลัังคามีีการเรีียงกระเบื้้�องสีีเป็็นข้้อความว่่า พ.ศ. 2503 ซึ่่�งสันั นิษิ ฐาน
ว่า่ น่า่ จะเป็น็ ศักั ราชที่่�สร้า้ งวััดมาบตาพุดุ

อุุโบสถเดิิม วััดทับั มา

24 ระยอง เล่ม 3

บน
อุุโบสถวััดเขาโบสถ์์
ล่่าง
อุุโบสถเดิิม วัดั มาบตาพุุด

วดั บา้ น ศาลเจ้า ศลิ ปกรรมและงานชา่ งโบราณ 2 — สถาปตั ยกรรมโบราณในระยอง 25

จึงึ มีคี วามชัดั เจนว่า่ เมื่่อ� ในช่ว่ ง พ.ศ. 2500 บริเิ วณพื้้น� ที่่เ� มือื งระยอง
ยังั คงมีกี ารสร้า้ งอุโุ บสถแบบพื้้น� ถิ่่น� ที่่ม� ีจีั่น� หับั หรืือเพิงิ ด้า้ นหน้า้ อยู่�่ แสดงให้้
เห็น็ ว่า่ เอกลักั ษณ์ท์ างด้า้ นสถาปัตั ยกรรมอย่า่ งหนึ่่ง� คือื อุโุ บสถแบบพื้้น� ถิ่่น� ลุ่�ม
น้ำ��ำ ระยองยังั แสดงกระแสท้อ้ งถิ่่น� นิยิ มไว้ไ้ ด้น้ านหลายร้อ้ ยปีี ในขณะที่่ช� ่ว่ งเวลา
เดียี วกันั นั้้น� พื้้น� ที่่อ�ื่น� ได้เ้ ปลี่ย� นแปลงความนิยิ มรููปแบบอุโุ บสถไปแล้ว้

อุุโบสถแบบพื้�้นถิ่่�นลุ่�มน้ำำ�� ประแส

ที่่�ลุ่�มน้ำำ��ประแส อำำ�เภอแกลง เป็็นย่่านชุุมชนสำำ�คััญและเก่่าแก่่
จนถึึงสมััยอยุุธยาตอนปลายเป็็นอย่่างน้้อย อุุโบสถแบบพื้้�นถิ่่�นที่่�พบใน
พื้้น� ที่่ล�ุ่�มน้ำ��ำ ประแสนั้้น� พบว่า่ มีกี ารสร้า้ งหลายวัดั ในพื้้น� ที่่� ได้แ้ ก่่ วัดั ราชบัลั ลัังก์์
วัดั หนองแพงพวย วัดั สมมติเิ ทพฐาปนาราม วัดั โพธิ์ท� อง วัดั จำ�ำ รุงุ วัดั เนินิ ยาง
วััดอุุดมธััญญาวาส (ทุ่�งควายกิิน) วััดตะเคีียนงาม เป็็นต้้น โดยลัักษณะ
ของอุุโบสถพื้้น� ถิ่่�นนี้้� มีีลัักษณะร่ว่ มกััน คืือ ด้า้ นหน้า้ ของอาคารมีกี ารทำำ�มุขุ
ขวางด้้านหน้้าอาคาร บางแห่่งพบว่่ามีีการใช้้โครงสร้้างเชื่่�อมต่่อติิดไปกัับ
ผนัังด้้านหน้า้ ของอาคาร และโครงใช้้เครื่่�องหลัังคาเป็น็ เครื่อ�่ งไม้้

ลัักษณะรููปแบบของผัังอาคาร

อาคารที่่�เป็็นศาสนสถานโดยเฉพาะอุุโบสถที่่�สร้้างขึ้�นนั้้�นก็็เพื่่�อใช้้
พื้้น� ที่่ภ� ายในสำำ�หรับั ประกอบกิจิ กรรมต่า่ งๆ ขนาดของพื้้น� ที่่ข�ึ้น� อยู่�่ กับั จำ�ำ นวน
และปริมิ าณของกิิจกรรมนั้้น� ๆ ส่่วนรููปแบบลักั ษณะของผังั พื้้�นจะขึ้�นอยู่่�กับั
คตินิ ิยิ มและวิถิ ีที างในการก่อ่ สร้า้ ง พบรููปแบบลักั ษณะของผังั อาคารเป็น็ 3
แบบ คืือ
ผัังอาคารแบบธรรมดา หมายถึึง ผัังอาคารที่่�มีีลัักษณะรููปแบบ
สี่่�เหลี่่�ยมผืืนผ้้ามีีประตููทางเข้้าเพีียงด้้านหน้้าด้้านเดีียวไม่่มีีมุุขโถง เฉลีียง
พาไล มีีขนาดค่อ่ นข้้างเล็ก็ จึึงไม่่มีีเสาร่่วมใน พบที่่�วัดั วัดั ราชบััลลังั ก์์ วัดั
ตะเคีียนงาม วัดั โพธิ์�ทอง
ในกรณีีของวััดราชบัลั ลัังก์์ ซึ่่�งปััจจุุบันั ด้า้ นหน้า้ เป็น็ เพิงิ จั่น� หับั แบบ
ระยอง เกิดิ จากการซ่อ่ มสมัยั หลังั มีภี าพถ่า่ ยเก่า่ แสดงว่า่ เคยเป็น็ ศาลาขวางอยู่�่

26 ระยอง เล่ม 3

ผังั อาคารแบบมีพี าไลรอบ หมายถึงึ อาคารที่่�ภายนอกยกระดัับพื้้�น
เพื่่�อทำำ�ทางเดิินรอบ มีีเสาตั้้�งรัับหลัังคาที่่�คลุมุ ลงมา ภายในอาคารอาจมีี
หรืือไม่่มีีเสาร่่วมใน พาไลรอบ คืืออาคารที่่�พาไลคลุุมรอบผังั ลัักษณะนี้้พ� บ
ที่่ว� ัดั หนองแพงพวย วััดอุดุ มธััญญาวาสหรืือวัดั ทุ่�งควายกินิ และวััดบ้า้ นนา

บน
อุโุ บสถเก่า่ วััดราชบัลั ลังั ก์์
ล่่างซ้า้ ย
อุุโบสถวััดตะเคียี นงาม
ล่า่ งขวา
อุโุ บสถวัดั โพธิ์ท� อง

วดั บ้าน ศาลเจ้า ศลิ ปกรรมและงานช่างโบราณ 2 — สถาปตั ยกรรมโบราณในระยอง 27

บน
อุุโบสถวััดทุ่ �งควายกิิน
ล่่าง
อุุโบสถวััดบ้้านนา

28 ระยอง เลม่ 3

อุโุ บสถวัดั จำำ�รุุง

วดั บา้ น ศาลเจา้ ศลิ ปกรรมและงานชา่ งโบราณ 2 — สถาปตั ยกรรมโบราณในระยอง 29

อุุโบสถวััดเนินิ ยาง ผังั อาคารแบบมีีเสาร่่วมใน คือื อาคารที่่ป� รากฎเสาภายในอุโุ บสถ
ที่่ต� ั้้ง� เป็น็ คู่ๆ่� แบ่ง่ พื้้น� ที่่ร� ะหว่า่ งเสาเป็น็ ห้อ้ งๆ ตั้้ง� ขึ้น� ไปรับั โครงสร้า้ งหลังั คา
มีีทั้้�งเสากลม เสาเหลี่่�ยม บ้้างก็็เรีียกเสาในประธาน หรืือ เสาประธาน
ลัักษณะพบว่่าเป็็นผัังอาคารของวััดจำำ�รุุง และวััดเนิินยาง

30 ระยอง เล่ม 3

ผนัังและโครงสร้้างรัับน้ำำ��หนััก

ในสมัยั อยุธุ ยาตอนปลายลักั ษณะโครงสร้า้ งของอาคารจะใช้ข้ ื่อ�่ และ
อะเสเป็็นตััวรองรัับน้ำ��ำ หนัักโครงสร้้างหลัังคาเพื่่�อถ่่ายน้ำ�ำ�หนัักไปที่่�ผนััง
อาคารโดยตรง4 เมื่่�อเป็็นดังั นั้้น� แล้้วผนังั จึงึ หนามาก แต่อ่ ุุโบสถส่่วนใหญ่ท่ ี่่�
พบในเมืืองระยองนี้้�จะใช้้เสาไม้้ในการรองรัับชั้ �นหลัังคาอยู่�่และใช้้การฉาบ
ผนังั บางๆ คลุมุ ทับั เสาไม้จ้ นเหมือื นกับั ว่า่ ใช้ผ้ นังั เป็น็ ที่่ร� องรับั หลังั คา อีกี ทั้้ง�
ภายในตััวอาคารก็็ยัังปรากฏร่่องรอยของเสาไม้้ให้้เห็็น หรืือภายในอุุโบสถ
จะใช้้โครงสร้้างทั้้�งหมดเป็็นไม้้รองรัับน้ำำ��หนัักชั้ �นหลัังคา ดัังที่่�ปรากฏเสา
ร่่วมในเช่่นที่่�วััดจำ�ำ รุุง หรืือวััดเนินิ ยาง ซึ่่ง� แสดงให้้เห็น็ ว่า่ ในพื้้�นที่่ป� ระแสนั้้�น
มีคี วามชำ�ำ นาญในเรื่อ�่ งของโครงสร้า้ งไม้แ้ ม้ว้ ่า่ จะรับั เทคนิคิ อื่น� ๆ เข้า้ มาแล้ว้
แต่่ก็็นำ�ำ มาปรับั ใช้้ให้้เข้้ากัับพื้้�นที่่ข� องตน
ภายในอุโุ บสถวัดั โพธิ์ท� องยังั คงเห็น็ ร่อ่ งรอยของเสาไม้ท้ ี่่ย�ื่่น� ออกมา
จากผนังั ซึ่่ง� แสดงให้เ้ ห็น็ ว่า่ ถึงึ แม้จ้ ะมีกี ารก่อ่ ผนังั ขึ้น� มาแต่ต่ ัวั ผนังั เองก็็ไม่่
ได้้ใช้้รัับน้ำำ��หนัักอย่่างแท้้จริิง แต่่ใช้้เสาไม้้ที่่�ถููกผนัังก่่อทัับไปครึ่�งหนึ่่�งแล้้ว
เป็็นตััวรัับน้ำำ��หนัักของโครงหลัังคานั่่�นเอง ส่่วนฝาก็็ตีีปิิดทำำ�ไม่่เห็็น
โครงสร้า้ งของหลังั คามากนักั การก่อ่ สร้า้ งแบบนี้้ย� ังั พบที่่ว� ัดั หนองแพงพวย
อีีกด้้วย ซึ่่�งวิิธีีการก่่อสร้้างในลัักษณะนี้้�น่่าจะเป็็นการใช้้อยู่่�ในท้้องถิ่่�นและ
ในพื้้�นที่่�จัังหวััดระยองในหลายๆ วััด แสดงให้้เห็็นถึึงความเชี่ �ยวชาญใน
งานไม้้ของช่า่ งเมืืองระยองหรืือลุ่�มน้ำำ�� ประแส
ภายในอุุโบสถวััดเน�นยางอาคารทั้้�งหลัังใช้้เครื่�่องไม้้เป็็นส่่วน
ประกอบ และส่ว่ นเพดานไม่่ได้ต้ ีฝี ้้าปิิดเหมือื นกับั วััดอื่่น� ๆ แสดงให้้เห็น็ ถึึง
โครงสร้า้ งของหลังั คา อุโุ บสถเก่า่ วัดั เนินิ ยางนั้้น� พบว่า่ โครงสร้า้ งของหลัังคา
นั้้�นใช้้ไม้้เป็็นส่่วนประกอบ ซึ่่�งเป็็นโครงสร้้างแบบจัันทัันยาวยึึดยัันส่่วนดั้้�ง
และปลายขื่่�อ และมีีการใช้้วิิธีีการตั้้�งเสาร่่วมในขึ้ �นไปรัับใต้้เชิิงจั่ �วประธาน
เพื่่�อรัับน้ำำ��หนัักที่่�ถ่่ายลงมาโดยตรง ทั้้�งยัังเป็็นหลัักยึึดสำำ�หรัับโครงของตัับ
หลัังคาชั้้น� ซ้อ้ น

วัด บ้าน ศาลเจา้ ศิลปกรรมและงานช่างโบราณ 2 — สถาปตั ยกรรมโบราณในระยอง 31

ภายในอุโุ บสถวััดเนินิ ยาง

หลัังคา

หลังั คานั้้น� สามารถมีไี ด้ห้ ลายรููปแบบหรืือรููปทรงขึ้น� อยู่�่ กับั โครงสร้า้ ง
ของอาคารหรืือรููปแบบของอาคาร อาคารที่่ม� ีผี ังั เหมือื นกันั อาจจะมีรี ููปแบบ
หลังั คาที่่�แตกต่่างหรืือเหมือื นกันั ก็ไ็ ด้้
อาทิหิ ลังั คาทรงโรง แบบอุโุ บสถเก่า่ วัดั จำ�ำ รุงุ จะมีลี ักั ษณะเป็น็ หลังั คา
จั่ �วมีีปีีกนกรอบใช้้สัันตะเข้้รวมอยู่�่ในโครงสร้้างเพื่่�อรองรัับการชัักหลัังคา
ปีกี นกคลุมุ อาคารโดยรอบ ซึ่่�งหลัังคาในลัักษณะนี้้จ� ะต้อ้ งมีีเสาร่ว่ มใน เพื่่�อ
มารองรับั หลัังคาจั่่ว� ด้้านบนสุดุ
หลังั คาทรงจั่ว� ซ้อ้ นชั้น� แบบวัดั หนองแพงพวย มีลี ักั ษณะเป็น็ หลังั คา
ทรงหน้้าจั่่�วซ้้อนชั้น� ทำ�ำ ให้้เกิิดหลัังคาในแนวยาวซ้อ้ นกัันขึ้น� ไป เรียี กว่า่ ตับั
และส่่วนหลัังคาที่่�ยื่ �นออกมานอกตััวอาคารยาวกว่่าปกติิจนต้้องมีีเสาไม้้
มารองรับั ทำ�ำ ให้เ้ กิดิ ทางคล้า้ ยระเบียี งด้า้ นข้า้ งอาคารเรียี กว่า่ พาไล

32 ระยอง เลม่ 3

อุโุ บสถเก่่าวัดั หนอง
แพงพวย
ใช้ร้ ููปแบบหลังั คาซ้อ้ นชั้�น
แบบไทยประเพณีี

วัด บ้าน ศาลเจ้า ศิลปกรรมและงานช่างโบราณ 2 — สถาปัตยกรรมโบราณในระยอง 33

ลักั ษณะสำ�ำ คัญั อันั เป็น็ ลักั ษณะร่ว่ มกันั ของอุโุ บสถพื้้น� ถิ่่น� ลุ่�มน้ำ��ำ ประแส
คือื การสร้า้ งศาลามุขุ ขวางด้า้ นหน้า้ อุโุ บสถ ซึ่ง� อาคารอุโุ บสถในลักั ษณะนี้้จ� ะ
แตกต่า่ งไปจากแบบแผนทางสถาปัตั ยกรรมไทยที่่เ� คยมีมี า เพราะรููปลักั ษณ์์
อาคารคล้า้ ยกับั การเอาเรืือนสองหรืือสามหลังั มาประกบเข้า้ กลุ่�มกันั มีเี รืือน
หลังั ใหญ่เ่ ป็น็ ประธาน ส่ว่ นศาลาหลังั เล็ก็ เป็น็ เรืือนประกบเข้า้ กับั เรืือนประธาน
ในแนวขวาง ดังั นั้้น� เมื่่อ� มองทางด้า้ นหน้า้ จะเห็น็ หลังั คาอาคารด้า้ นยาวของ
ศาลา (มุขุ ขวาง) และส่ว่ นหน้า้ บันั ของอาคารประธานแต่เ่ มื่่อ� มองจากด้า้ นข้า้ ง
จะเห็น็ ส่ว่ นด้า้ นข้า้ งของอาคารประธาน มีดี ้า้ นหน้า้ ของศาลาขวางประกบทาง
ด้า้ นหน้า้ และหลังั มุขุ ดังั กล่า่ วมีปี ระโยชน์ใ์ ช้ส้ อยพื้้น� ที่่ใ� นเชิงิ เดียี วกันั กับั เฉลียี ง
อาคารประเภทนี้้ย� ังั แบ่ง่ ได้เ้ ป็น็ 3 ประเภท ได้แ้ ก่่ มุขุ ขวางเต็ม็ คือื การสร้า้ ง
มุขุ ขวางทั้้ง� หน้า้ หน้า้ และด้า้ นหลังั และมีคี วามยาวเรืือนเท่า่ กับั ความกว้า้ งของ
อาคารประธาน มุขุ ขวางสั้น� คือื การสร้า้ งมุขุ ขวางหน้า้ หลังั ที่่ม� ีคี วามยาวเรืือน
สั้น� กว่า่ อาคารประธาน และมุขุ ขวางเดี่่ย� ว คือื การสร้า้ งมุขุ เฉพาะด้า้ นหน้า้ ของ
อาคารประธานเพียี งด้า้ นเดียี ว5
การเพิ่่ม� พื้้น� ที่่ก� ารใช้ง้ านด้า้ นหน้า้ นอกเหนือื จากพื้้น� ที่่ภ� ายในอุโุ บสถ
ของศาลามุขุ ขวาองของอุโุ บสถพื้้น� ถิ่่น� ระยองนั้้น� จะเป็น็ อาคารมุขุ ขวางเดี่่ย� ว
คือื สร้้างมุขุ ขวางเฉพาะด้า้ นหน้า้ ของเรืือนประธานเพียี งด้้านเดีียว และตั้้ง�
อยู่แ�่ ยกกับั อุโุ บสถไม่ไ่ ด้เ้ ป็น็ โครงสร้า้ งที่่ต� ่อ่ เชื่อ่� มกันั โดยรููปแบบของอาคาร
หลังั คามุขุ ขวางนั้้น� จะทั้้ง� แบบหลังั คาทรงจตุรุ มุขุ และหลังั คาทรงปั้้น� หยา แต่่
ไม่่ว่า่ จะเป็็นมุขุ ขวางทรงใดต้้องมีีการสร้า้ งที่่ส� ััมพัันธ์์กับั ตััวอุโุ บสถคือื ส่่วน
ของศาลามุขุ ขวางจะต้อ้ งมีคี วามยาวเท่า่ กับั ความกว้า้ งของอุโุ บสถพอดีี และ
มีรี างน้ำ��ำ เชื่�่อมหลัังคาของศาลาและหลังั คาของอุุโบสถ
การกำ�ำ หนดอายุรุููปแบบของอุโุ บสถแบบพื้้น� ถิ่่น� ลุ่�มน้ำ��ำ ประแส ดููได้จ้ าก
การสร้า้ งศาลามุขุ ขวาง ซึ่ง� พบว่า่ ปรากฏขึ้น� ในสถาปัตั ยกรรมสมัยั รัชั กาลที่่� 4
เป็น็ อย่า่ งมาก เช่น่ อุโุ บสถวัดั มหาสมณาราม จังั หวัดั เพชรบุรุ ีี ดังั นั้้น� อุโุ บสถ
แบบลุ่�มน้ำำ��ประเเสจึึงน่่าจะมีีอายุุราวสมััยรัชั กาลที่่� 4-5 เป็น็ ต้้นมา

34 ระยอง เล่ม 3

อุุโบสถแบบไทยประเพณีีสมััยใหม่่ (พ.ศ. 2475-2510) ในลุ่�ม
น้ำ��ำ ประแส

หลังั พ.ศ. 2475 การขยายตััวทางเศรษฐกิจิ และภาคอุตุ สาหกรรม
ขึ้�นอย่่างมากทำ�ำ ให้้งานก่่อสร้้างแบบไทยประเพณีีเปลี่่�ยนจากทััพสััมภาระ
แบบเก่่าคืือไม้้ อิฐิ ปููนตำ�ำ มาสู่�่ วััสดุุก่อ่ สร้า้ งใหม่่คืือปููนซีเี มนต์์ ซึ่่ง� มีที ั้้�งจุุด
แข็็งและข้้อจำ�ำ กััด โดยจะเห็็นได้้ว่่างานประดัับประดาด้้วยเครื่�่องไม้้เช่่น
ช่อ่ ฟ้้าใบระกาหางหงส์ล์ ดความซัับซ้อ้ นลง ความอ่่อนช้อ้ ยของตััวกระหนก
ที่่�พลิ้้�วจากไม้้สลัักหรืือปููนปั้้�นกลายมาเป็็นกระหนกหััวแข็็งเพราะเป็็นการ
หล่อ่ ด้ว้ ยปููนซีเี มนต์์ โครงสร้า้ งที่่ส� ามารถทำ�ำ ให้ใ้ หญ่โ่ ตขึ้น� ได้เ้ องจากใช้ร้ ะบบ
คานคอนกรีีตเสริิมเหล็็ก สะท้้อนการเน้้นหน้้าที่่�ใช้้งานมากกว่่าตามแบบ
แนวคิิดสถาปัตั ยกรรมสมัยั ใหม่่
อุโุ บสถแบบนี้้ส� ร้า้ งทั่่ว� ไปในทศวรรษ 2490-2510 โดยในพื้้น� ที่่ร� ะยอง
อัันน่่าจะสััมพัันธ์์กัับเส้้นทางใหม่่ที่่�เชื่่�อมโยงลุ่ �มน้ำำ��ประแสกัับเมืืองหลวง
โดยตรงคืือถนนสุุขุุมวิิท เพราะเห็็นได้้ว่่าอุุโบสถบางแห่่งสร้้างขึ้�นสััมพัันธ์์
กับั แนวถนนด้้วย และหลัังจากยุคุ นี้้� อาคารไทยประเพณีีแบบ ก ข ค ซึ่่�งมีี
พิิมพ์์เดีียวกัันจึึงค่่อยเริ่�มเป็น็ ที่่�นิยิ มกัันหลังั ทศวรรษ 2510 ลงมา

รููปแบบทางสถาปัตั ยกรรม

สถาปััตยกรรมไทยเครื่่อ� งคอนกรีีต อาจกล่่าวในภาพรวมกว้า้ งๆ ได้ว้ ่า่ เป็น็
งานที่่�ขึ้�นด้้วยเสาและคานคอนกรีีตเสริิมเหล็็ก โดยมีีลัักษณะรููปทรงและ
จัังหวะการออกแบบที่่�เน้้นความเรีียบง่่าย ดููเข้้มแข็็งและสง่่างาม เป็็น
สถาปััตยกรรมที่่�เห็็นชััดว่่าแบบใหม่่ทั้้�งรููปแบบและวััสดุุ และแนวความคิิด
ที่่ส� ร้า้ งสรรค์์ ซึ่ง� ออกแบบโดยพระพรหมพิจิ ิติ ร ในช่ว่ งเวลา พ.ศ. 2475–2490
เป็็นช่่วงที่่ถ� ือื ว่า่ มีีนััยยะสำำ�คัญั ทางประวัตั ิศิ าสต์์ กล่า่ วคือื ในทางการเมืืองมีี
การเปลี่่�ยนแปลงการปกครองแผ่่นดิินจากระบอบสมบููรณาญาสิิทธิิราช
มาแบบระบอบประชาธิปิ ไตย6

วดั บ้าน ศาลเจ้า ศลิ ปกรรมและงานชา่ งโบราณ 2 — สถาปัตยกรรมโบราณในระยอง 35

บน
วััดเนินิ ฆ้อ้
ล่า่ ง
วััดหนองกะพ้้อ

36 ระยอง เลม่ 3

เนื่่�องจากอาคารทรงไทยประเพณีีสมััยใหม่่นี้้�มีีรููปแบบที่่�ค่่อนข้้าง
แน่น่ อนจึงึ ขอยกตัวั อย่า่ งมาเพียี งบางวัดั เพื่่อ� การทำ�ำ ความเข้า้ ใจในการศึกึ ษา
ในครั้ง� นี้้อ� ีกี ทั้้ง� ยังั มีศี ักั ราชระบุปุ ีที ี่่ส� ร้า้ งชัดั เจนเพื่่อ� ใช้เ้ ป็น็ ตัวั กำำ�หนดอายุขุ อง
อุโุ บสถแบบนี้้อ� ีกี ด้ว้ ย เช่น่ อุโุ บสถวัดั เนินิ ฆ้อ้ เป็น็ อาคารแบบประเพณีี ขนาด
5 ห้อ้ ง รองรับั เครื่อ� งบนอันั ได้แ้ ก่่ ช่อ่ ฟ้า้ ใบระกา หางหงส์์ เป็น็ ต้น้ หลังั คาของ
อุุโบสถซ้้อนกัันสองชั้�น ในส่่วนของหน้้าบัันทำ�ำ เป็็นลายพรรณพฤกษา
มีมี ุขุ โถงยื่่น� ออกมาทั้้ง� ด้า้ นหน้า้ และด้า้ นหลังั ส่ว่ นบริเิ วณมุขุ โถงมีพี นักั ที่่ท� ำำ�
เป็็นลููกกรงคอนกรีีต ประตููทางเข้้าทั้้�งมีีทั้้�งด้้านหน้้าและด้้านหลััง รวม 4
ประตูู รวงผึ้้�งทำำ�เป็็นซุ้�มหน้้านาง บริิเวณใกล้้ๆ ประตูู มีีแผ่่นจารึึกเขีียน
ข้้อความว่า่ ‘อุุโบสถหลัังนี้�้ สร้้างขึ้้น� เมื่่�อ ปีี พ.ศ. 2495 บููรณะด้ว้ ยเงิินทอด
กฐิินสามัคั คีี ปีี พ.ศ. 2545 จำ�ำ นวนเงินิ 670,000 บาท’ อุุโบสถมีีใบเสมา
ประดิิษฐานอยู่่�ภายในซุ้�ม ปัักล้้อมรอบอยู่�่ทั้�ง 8 ทิิศ ใบเสมามีีการสลััก
ลวดลาย ทำ�ำ เป็็นลายธรรมจักั รตรงกลาง ถัดั ลงมาด้้านล่่างของธรรมจักั รมีี
จารึึกเขีียนปีี พ.ศ. ‘2506’
อุุโบสถวััดหนองกะพ้้อ เป็็นอาคารไทยประเพณีี ขนาด 4 ห้้อง
หลัังคาซ้้อนกััน 3 ชั้�น มีีมุุขโถงยื่่�นออกมาทั้้�งด้้านหน้้าและด้้านหลััง ตรง
ส่ว่ นบริเิ วณมุขุ โถงมีพี นักั ที่่ท� ำ�ำ เป็น็ ลููกกรงคอนกรีตี หน้า้ บันั ทำ�ำ เป็น็ ลวดลาย
ปููนปั้้�นทำ�ำ ลายพรรณพฤกษาตรงกลางมีีเทพพนมอุุโบสถมีีประตููทางเข้้าทำ�ำ
เป็็นซุ้�มทรงบัันแถลงด้า้ นหน้า้ 2 ประตูู ด้า้ นหลังั 2 ประตูู อุุโบสถมีีใบเสมา
ประดิษิ ฐานอยู่�่ภายในซุ้�ม ทำ�ำ เป็็นลัักษณะคล้า้ ยธรรมจัักร ล้้อมรอบอุุโบสถ
ทั้้�ง 8 ทิิศ
อาคารทรงไทยประเพณีสี มัยั ใหม่ท่ี่่ม� ีรีููปแบบคล้า้ ยกับั สถาปัตั ยกรรม
ไทยแบบจารีตี ทุกุ ประการ ไม่ว่ ่า่ จะเป็น็ ลักั ษณะของผังั อาคาร เสา ซุ้�มประตูู
หน้้าต่่าง เพีียงแต่่มีีการนำ�ำ เปลี่่�ยนวััสดุุจากไม้้มาเป็็นคอนกรีีต จนมีีการ
พัฒั นาสัดั ส่ว่ นรููปทรงตลอดจนลายละเอีียดต่า่ งๆ ของงานสถาปัตั ยกรรม
ไทยให้ส้ อดคล้อ้ งกับั คุณุ สมบัตั ิคิ อนกรีตี ซึ่่ง� เห็น็ ได้จ้ ากสิ่่ง� ตกแต่ง่ ของเครื่อ่� ง
เปิิด เครื่�อ่ งมุุง รวยระกา เครื่�อ่ งลำ�ำ ยอง ช่่อฟ้า้ หางหงส์์ จะมีีสััดส่่วนสั้้น� ลง
ลวดลายหรืือการสะบัดั ของปลายยอดของตัวั ลายจะน้อ้ ยลง ปลายของลาย

วดั บา้ น ศาลเจ้า ศลิ ปกรรมและงานช่างโบราณ 2 — สถาปัตยกรรมโบราณในระยอง 37

ไม่เ่ รียี วเล็ก็ แบบที่่ท� ำ�ำ ด้ว้ ยวัสั ดุไุ ม้้ เนื่่อ� งจากคอนกรีตี มีขี ้อ้ จำ�ำ กัดั คือื ไม่ส่ ามารถ
ทำ�ำ ให้อ้ ่อ่ นช้อ้ ยได้เ้ หมือื นไม้้ ซึ่ง� วิธิ ีกี ารก่อ่ สร้า้ งในลักั ษณะนี้้ม� ีตี ้น้ แบบมาจาก
วัดั พระศรีมี หาธาตุุ บางเขน กรุงุ เทพมหานคร7
ดัังที่่�กล่่าวไปแล้้วในข้้างต้้นว่่างานที่่�ทำ�ำ จากคอนกรีีตมีีข้้อจำ�ำ กััด
ในเรื่�่องของความอ่่อนช้้อยที่่�ไม่่สามารถทำำ�ให้้เหมืือนอาคารเครื่่�องไม้้ได้้
ทำ�ำ ให้อ้ งค์ป์ ระกอบสถาปัตั ยกรรมต้อ้ งถููกทำำ�ให้ต้ ้อ้ งมีสี ัดั ส่ว่ นที่่ส�ั้้น� ลง และมีี
การลดทอนลายละเอียี ดให้น้ ้อ้ ยลงเหลือื เพียี งเส้น้ กรอบนอกทางเลขาคณิติ
ลวดลายต่่างๆ ถููกลดทอนจนเหลืือเพีียงเส้้นกรอบนอกที่่�ยัังคงอ้้างอิิง
ทรวดทรงแบบจารีีตเท่า่ นั้้น� ซึ่่�งงานสถาปัตั ยกรรมเครื่อ่� งคอนกรีตี ดัังกล่า่ ว
สืืบทอดต่่อเนื่่�องมาจากผลงานฝีีพระหััตถ์์ของสมเด็็จฯ กรมพระยานริิศรา
นุุวััดติิวงศ์์ (ซึ่่�งเป็็นครููของพระพรหมพิิจิิตร) เช่่นอุุโบสถวััดพระปฐมเจดีีย์์
จังั หวัดั นครปฐม ซึ่่ง� รููปทรงและแนวคิดิ ของอาคารเริ่ม� ลดทอดลายละเอียี ด
และองค์์ประกอบทางประเพณีอี ย่่างชัดั เจน
อาคารอุุโบสถแบบประเพณีีเดิิมในจัังหวััดระยองทั้้�งกลุ่�มลุ่�มน้ำ��ำ
ระยอง ลุ่�มน้ำำ��ประแสแสดงการรัับเอารููปแบบสถาปััตยกรรมจากภายนอก
คืือศิิลปะอยุุธยาและรััตนโกสิินทร์์เข้้ามา และได้้ปรัับปรุุงให้้เข้้ากัับสภาพ
ปัจั จัยั ในพื้้น� ถิ่่น� เช่น่ การยังั เน้น้ โครงสร้า้ งเครื่อ�่ งไม้เ้ ป็น็ หลักั การคงอยู่อ�่ ย่า่ ง
ยาวนานของรููปแบบนั้้น� สะท้้อนให้เ้ ห็น็ ว่่าท้อ้ งถิ่่น� ระยองมีกี ารติิดต่อ่ กันั เอง
ภายในอยู่่�ตลอดเวลา ขณะที่่�อุุโบสถแบบไทยประเพณีีสมััยใหม่่ที่่�มาพร้้อม
วิทิ ยาการและการคมนาคมแสดงถึงึ การติดิ ต่อ่ กับั ศููนย์ก์ ลางอย่า่ งกรุงุ เทพฯ
โดยตรงในช่ว่ งที่่ป� ระเทศไทยพััฒนาเข้้าสู่�่ ยุคุ สมัยั ใหม่่เมื่่อ� ราว 80 ปีีมาแล้้ว

เจดีีย์์เมืืองระยอง

พื้้�นที่่�ลุ่�มน้ำำ��ระยองพบวััดวาอารามจำ�ำ นวนมากซึ่่�งมีีสถาปััตยกรรม
เจดียี ์ก์ ่อ่ สร้า้ งไว้เ้ พื่่อ� เป็น็ ปููชนียี สถาน โดยตามคติทิ างพุทุ ธศาสนาอาจเพื่่อ�
บรรจุุพระบรมสารีีริิกธาตุุ อััฐิิธาตุุของพระเถระหรืือสามััญชน และด้้วยจุุด
ประสงค์์อื่่�นๆ อัันมีปี ระเด็็นศึึกษาที่่�น่่าสนใจทั้้�งด้า้ นรููปแบบ อายุุสมัยั คติิ

38 ระยอง เลม่ 3

ปรางค์์วัดั บ้้านแลง และความเป็น็ พื้้�นถิ่่�น ส่่วนใหญ่่ของเจดีีย์์เมือื งระยองถููกสร้้างขึ้น� เป็็นเจดียี ์์
ราย-เจดีีย์์บริิวารขนาดเล็็กภายในวััด มีีบางแห่่งที่่�ถููกเน้้นให้้เป็็นประธาน
ของศาสนสถาน
การศึกึ ษานี้้เ� น้น้ จัดั กลุ่�มทางด้า้ นรูปแบบของเจดียี ์อ์ อกเป็น็ แบบต่า่ งๆ
คือื เจดียี ์ท์ รงปรางค์์ เจดียี ์ท์ รงเครื่อ� ง และเจดียี ์ท์ รงระฆังั เพื่่อ� ให้เ้ ห็น็ ความ
ชััดเจนด้้านรููปแบบและวิิวััฒนาการที่่�เกี่่�ยวข้้องและคลี่ �คลายจากงานแบบ
ประเพณีี รวมถึงึ ประเด็น็ อื่น� ด้า้ นประวัตั ิศิ าสตร์ศ์ ิลิ ปะด้ว้ ย

วัด บ้าน ศาลเจา้ ศลิ ปกรรมและงานช่างโบราณ 2 — สถาปตั ยกรรมโบราณในระยอง 39

เจดีีย์์ทรงปรางค์์

ปรางค์์เป็น็ เจดียี ์์ที่่ส� ร้้างขึ้น� ตามแบบแผนที่่ส� ืืบทอดจากศิลิ ปะเขมร
โบราณมาสู่�่ ศิลิ ปะไทย โดยผ่า่ นวิวิ ัฒั นาการจากสมัยั อยุธุ ยาที่่น� ิยิ มสร้า้ งเป็น็
ปรางค์์ประธานขนาดใหญ่่ลงมาจนถึึงสมััยรััตนโกสิินทร์์ที่่�กลายรููปเป็็น
ปรางค์บ์ ริวิ ารขนาดเล็ก็ ภายในวัดั 8 องค์์ประกอบสำ�ำ คััญของปรางค์์คืือส่่วน
ฐาน ส่ว่ นเรืือนธาตุุซึ่่�งเป็น็ ห้อ้ งมีจี ระนำ�ำ สี่่ท� ิิศ และส่่วนยอดชั้�นซ้อ้ นทรงฝััก
ข้า้ วโพด
เจดีีย์์ทรงปรางค์์ที่่�พบในระยองมีีจำ�ำ นวนน้้อยมาก ตััวอย่่างสำำ�คััญ
คือื ปรางค์ท์ ี่่ว� ัดั บ้้านแลง อำ�ำ เภอเมืือง
ปรางค์์วััดบ้้านแลง เป็็นเจดีีย์์รายตั้้�งอยู่�่ทางทิิศตะวัันออกของ
อุุโบสถเก่่า ทรวดทรงค่อ่ นข้า้ งยืืดสููง ประกอบไปด้้วยฐานเขีียงรองรัับฐาน
ประทักั ษิณิ ในรููปฐานสิงิ ห์ผ์ ังั สี่่เ� หลี่่ย� ม ลานประทักั ษิณิ แคบเล็ก็ มีพี นักั เตี้้ย� ๆ
โดยรอบ ถััดขึ้�นไปในผัังย่่อมุุมไม้้ยี่่�สิิบคืือมุุมประธานขนาดใหญ่่แตกมุุมฅ
ย่อ่ ยเล็ก็ ๆ ออกมา คือื แท่ง่ ทรงยืดื สููงคล้า้ ยเรืือนธาตุแุ ต่ไ่ ม่ม่ ีจี ระนำำ�ทั้้ง� สี่่ด� ้า้ น
รองรับั ฐานสิิงห์์อีีกหนึ่่ง� ฐาน มีีชั้น� เอวขัันประดัับพลแบกอยู่�่เหนืือขึ้�นไปก่่อน
จะเป็น็ ยอดหรืือชั้น� รัดั ประคดที่่ป� ระดับั กลับั ขนุนุ -บันั แถลงในทรงฝักั ข้า้ วโพด
มีีจระนำำ�ขนาดเล็็กประดัับอยู่่�ที่�ส่ว่ นล่า่ งของชั้�นรััดประคดนี้้�ด้ว้ ย
เห็น็ ได้ว้ ่า่ องค์ป์ ระกอบของปรางค์ว์ ัดั บ้า้ นแลงนั้้น� มีรี ะเบียี บผิดิ แผก
ไปจากเจดีีย์ท์ รงปรางค์โ์ ดยทั่่�วไป กล่่าวคือื ไม่่ปรากฏเรืือนธาตุุ แต่่เอาฐาน
สิงิ ห์์ซึ่่ง� ควรเป็็นฐานรองรับั เรืือนธาตุตุ ่อ่ ด้้วยชั้้น� ซ้้อนที่่เ� ป็น็ ยอดไปเลย ขณะ
เดียี วกันั “แท่ง่ ” ที่่ค� ล้า้ ยกับั เรืือนธาตุกุ ลับั ไม่ม่ ีชี ่อ่ งจระนำ�ำ และกลายเป็น็ ส่ว่ น
รองรับั ฐานสิิงห์เ์ อาไว้้ ซุ้�มจระนำำ�นั้้น� กลับั ไปติิดไว้ท้ ี่่�ฐานของชั้น� ซ้อ้ น
พิจิ ารณาจากองค์ป์ ระกอบทางศิลิ ปกรรมแล้ว้ เชื่อ่� ว่า่ ปรางค์ว์ ัดั บ้า้ น
แลงมีกี ารคลี่่ค� ลายมาจาก “มณฑปยอดปรางค์”์ อันั มีตี ัวั อย่า่ งอยู่่�ที่ว� ัดั พลับั
จังั หวัดั จันั ทบุรุ ีี ซึ่ง� ใช้ร้ ะบบฐานประทักั ษิณิ แคบๆ ที่่เ� ป็น็ ฐานสิงิ ห์์ รองรับั ส่ว่ น
ห้อ้ งมณฑปและมีปี รางค์ท์ ี่่ต� ั้้ง� อยู่�่ ด้า้ นบน สันั นิษิ ฐานว่า่ ช่า่ งผู้�สร้า้ งปรางค์ว์ ัดั

40 ระยอง เล่ม 3

บ้้านแลงคงจดจำ�ำ เฉพาะรููปแบบบางอย่่างของมณฑปยอดปรางค์์นำำ�มา
สร้้างขึ้�น โดยสลัับลดรููปส่่วนห้้องมณฑปกลายเป็็น “แท่่ง” ตั้้�งไว้้บนฐาน
ประทัักษิิณจากนั้้�นใช้้ฐานสิิงห์์รองรัับยอดทรงฝัักข้้าวโพดโดยไม่่ปรากฏ
เรืือนธาตุุ แต่่ยัังพบว่่าด้้านล่่างสุุดของชั้�นซ้้อนยอดนี้้�มีีการทำำ�จระนำ�ำ เล็็กๆ
ติดิ ไว้ซ้ึ่่ง� น่า่ จะมาจากส่ว่ นบันั แถลงชั้น� ล่า่ งสุดุ หรืือมิฉิ ะนั้้น� ก็เ็ ป็น็ ความเข้า้ ใจ
ผิดิ ในการสลับั ตำำ�แหน่่งของจระนำำ�
การคลี่่�คลายองค์์ประกอบต่่างๆ ที่่�เชื่่�อว่่ามีีที่่�มาจากมณฑปยอด
ปรางค์์นี้้� ทำำ�ให้้สามารถวิิเคราะห์์ได้้ว่่าคงเป็็นเจดีีย์์ที่่�สร้้างขึ้�นในสมััย
รััตนโกสินิ ทร์์ ราวรััชกาลที่่� 4-5 ลงมา โดยแสดงความสััมพัันธ์ก์ ับั งานช่่าง
ของทางจัันทบุุรีีแต่่ก็็ได้้คลี่่�คลายรููปแบบไปจนมีีลัักษณะพิิเศษแตกต่่างไป
จากระเบียี บของงานทั่่ว� ไป จึงึ เรียี กได้ว้ ่า่ ปรางค์ว์ ัดั บ้า้ นแลงเป็น็ สถาปัตั ยกรรม
ที่่พ� ิเิ ศษแห่ง่ เดียี วที่่พ� บในเขตลุ่�มน้ำ��ำ ระยอง

เจดีีย์ท์ รงเครื่�อง

เจดีีย์์แบบนี้้�แพร่่หลายขึ้้�นในศิิลปะไทยช่่วงตั้้�งแต่่สมััยอยุุธยาตอน
ปลายและนิิยมลงมาถึึงสมััยรััตนโกสิินทร์์ช่่วงรััชกาลที่่� 1-39 แต่่อย่่างไร
ก็ต็ ามในงานพื้้น� ถิ่่น� ยังั คงพบว่า่ เจดียี ์ท์ รงเครื่อ่� งได้ร้ ับั ความนิยิ มในการสร้า้ ง
โดยทั่่�วไปแม้จ้ ะล่่วงเข้า้ สู่�่ ช่ว่ งหลังั จากนั้้�นมากแล้้วก็ต็ าม
วัดั ในเขตลุ่�มน้ำ��ำ ระยองที่่ม� ีเี จดียี ์ท์ รงเครื่อ� ง สร้า้ งไว้เ้ ป็น็ เจดียี ์ร์ ายหรืือ
บริิวาร มีีขนาดเล็็ก ส่่วนใหญ่่ไม่่มีีประวััติิการสร้้างขึ้ �น การวิิเคราะห์์ด้้าน
รููปแบบจึงึ เป็็นวิิธีที ราบถึงึ อายุสุ มัยั และประเด็น็ ด้า้ นการคลี่่�คลายรููปแบบ
เจดียี ์ท์ รงเครื่อ� งที่่พ� บในเขตลุ่�มน้ำ��ำ ระยอง หากเป็น็ เจดียี ์ร์ ายขนาดเล็ก็ ก็็จะมีีรููป
แบบคล้า้ ยๆ กัันดังั นี้้�
ส่ว่ นฐาน ฐานเขียี งเป็็นส่่วนล่า่ งสุดุ ต่อ่ ด้ว้ ยชุดุ ฐานสิงิ ห์ซ์ ึ่่�งซ้้อนลด
หลั่่�นกััน 2-3 ฐาน เพื่่�อรองรัับบััวคลุ่�ม อยู่ใ�่ นผังั ย่่อมุมุ ส่ว่ นใหญ่่เป็น็ ย่่อมุุม
ไม้้สิบิ สอง

วดั บ้าน ศาลเจา้ ศลิ ปกรรมและงานช่างโบราณ 2 — สถาปตั ยกรรมโบราณในระยอง 41

เจดีีย์์ทรงเครื่�่อง ส่่วนกลาง บััวคลุ่�ม เป็็นส่่วนประกอบคล้้ายทรงตะลุ่�มหรืือบาตร
วัดั บ้้านเก่่า อ.บ้า้ นค่า่ ย ประดับั ด้ว้ ยกลีีบบัวั มีีส่่วนคอดเว้้าด้้านบนเป็็นฐานองค์์ระฆังั ต่อ่ ด้้วยองค์์
สภาพชำ�ำ รุดุ ระฆัังเหลี่่ย� มย่อ่ มุมุ เช่น่ กันั
หัักพัังลงมาเหลือื เพีียงส่ว่ น ส่ว่ นยอด บัลั ลังั ก์ใ์ นผังั เหลี่่ย� มย่อ่ มุมุ ต่อ่ ขึ้น� มาจากองค์ร์ ะฆังั มีแี กน
รองรับั องค์ร์ ะฆังั ที่่บ� ััวคลุ่�ม ต่่อขึ้�นไปเป็็นส่่วนยอด อัันประกอบด้้วยบััวคลุ่�มที่่�ซ้้อนลดหลั่่�นกัันขึ้�นไป
เรีียกว่่าบััวคลุ่�มเถา จากนั้้�นจึึงเป็็นแท่่งกลมเรีียบเรีียกว่่าปลีี บางองค์์ที่่�มีี
ทรวดทรงยืืดสููงจะมีีลููกแก้้วที่่�แบ่่งคั่่�นออกเป็็นปลีียอดอยู่�่ ด้้านบน มีีเม็็ด
น้ำ�ำ� ค้า้ งมักั ประดับั ส่ว่ นบนสุดุ และเนื่่อ� งจากส่ว่ นยอดนี้้ม� ีที รวดทรงสููงเรียี วจึงึ
เปราะบาง มักั จะหักั ชำ�ำ รุดุ และซ่อ่ มเปลี่่ย� นได้ง้ ่า่ ยกว่่าส่ว่ นอื่่�น

42 ระยอง เล่ม 3

บน
ขาสิงิ ห์์ของเจดีีย์ท์ รงเครื่�อ่ ง
วััดบ้า้ นเก่า่
ลา่ ง
เจดีีย์์รายทรงเครื่อ�่ ง
วัดั โขดทิิมธาราม

วดั บ้าน ศาลเจ้า ศลิ ปกรรมและงานชา่ งโบราณ 2 — สถาปัตยกรรมโบราณในระยอง 43

เจดีีย์ท์ รงเครื่อ่� งขนาดใหญ่ว่ ัดั บ้า้ นเก่า่ อำำ�เภอบ้า้ นค่า่ ย สภาพชำ�ำ รุดุ
หัักพััง ใน พ.ศ. 2561 กรมศิิลปากรได้้ทำ�ำ การขุุดแต่่งและบููรณะ โดยยััง
หลงเหลืือรายละเอีียดของส่่วนฐานที่่�ควรเป็็นฐานสิิงห์์ซ้้อนลดหลั่่�นจำ�ำ นวน
สองฐานครึ่ง� ขึ้น� ไปจนถึงึ บัวั ทรงคลุ่�มที่่�เหลืืออยู่่�
ขาสิิงห์์ที่่�พบปั้้�นปููนโดยปาดแต่่งเนื้้�อปููนตื้้�นๆ มีีกาบเท้้าสิิงห์์เป็็น
แผ่น่ สามเหลี่่ย� มปิดิ ที่่ต� ีนี สิงิ ห์์ ท้อ้ งสิงิ ห์โ์ ค้ง้ หย่อ่ น มีสี ันั แบ่ง่ ระหว่า่ งแข้ง้ สิงิ ห์์
และบััวหลังั สิงิ ห์์ ซึ่่�งกำำ�หนดเป็็นรููปแบบหลัังสมััยสมเด็็จพระนารายณ์์ (ต้น้
พุุทธศตวรรษที่่� 23) ลงมา10 ท้้องไม้้และลวดบัวั ของชุุดฐานดัังกล่า่ วยืืดสููง
แปลกตาอันั น่า่ จะเป็น็ ลักั ษณะท้อ้ งถิ่่น� ขณะเดียี วกันั สังั เกตได้ว้ ่า่ ผังั ของเจดียี ์์
มีกี ารทำำ�มุมุ ประธานขนาดใหญ่แ่ ละแตกมุมุ ย่อ่ ยขนาดเล็ก็ ขนาบข้า้ งอีกี สอง
มุุมรวมเป็น็ สามมุมุ หรืือย่่อมุมุ ไม้้สิบิ สอง เป็็นแบบแผนที่่�พบในเจดีีย์์ศิิลปะ
อยุธุ ยาก่่อนพุทุ ธศตวรรษที่่� 23 อย่่างไรก็ด็ ีีหากพิจิ ารณาจากรููปแบบที่่เ� ป็น็
เจดีีย์์ทรงเครื่อ�่ งซึ่่�งนิยิ มสร้้างกัันตั้้�งแต่พ่ ุุทธศตวรรษที่่� 23 ลงมา รวมทั้้�งรููป
แบบขาสิิงห์ท์ ี่่�ไม่่เก่่าไปกว่่าระยะนั้้�น การแตกมุุมเล็็กขนาบมุมุ ประธานของ
เจดียี ์ท์ รงเครื่อ�่ งวัดั บ้า้ นเก่า่ จึงึ คงมีคี วามเป็น็ ท้อ้ งถิ่่น� อยู่ม�่ ากกว่า่ จะเกี่่ย� วข้อ้ ง
กัับวิิวััฒนาการจึึงเคยมีีการกำำ�หนดอายุุสมััยของเจดีีย์์วััดบ้้านเก่่าให้้อยู่่�ใน
สมัยั อยุธุ ยา11 อย่า่ งไรก็ต็ ามเจดียี ์ท์ รงเครื่อ� งวัดั บ้า้ นเก่า่ สามารถกำ�ำ หนดอายุไุ ด้้
จากส่ว่ นบัวั ทรงคลุ่�มในผังั ย่อ่ มุมุ แบบในสมัยั รัตั นโกสินิ ทร์แ์ ล้ว้ เช่น่ พระเจดียี ์์
ศรีสี รรเพชญดาญาณ วัดั พระเชตุพุ นฯ กรุงุ เทพฯ สร้า้ งในสมัยั รัชั กาลที่่� 1
อนึ่่ง� เจดียี ์ท์ รงเครื่อ� งมักั สร้า้ งไว้เ้ ป็น็ เจดียี ์บ์ ริวิ ารขนาดเล็ก็ แต่ท่ ี่่ว� ัดั
บ้้านเก่่าสร้้างไว้้ในตำ�ำ แหน่่งที่่�สััมพัันธ์์กัับอุุโบสถตามแนวแกนทิิศเดีียวกััน
คล้า้ ยกับั เป็น็ เจดียี ์ป์ ระธานทำ�ำ ให้น้ ึกึ ถึงึ ช่ว่ งรัชั กาลที่่� 1-3 ของกรุงุ รัตั นโกสินิ ทร์์
ซึ่�งเจดีีย์์แบบนี้้�ถููกสร้้างขึ้�นขนาดใหญ่่เป็็นหลัักของวััด เช่่น พระเจดีีย์์ศรีี
สรรเพชญดาญาณ วัดั พระเชตุพุ นฯ12 กรุงุ เทพฯ เป็น็ ต้น้ แต่ส่ ำ�ำ หรับั การสร้า้ ง
ไว้้บนแกนทิิศเดีียวกัับอุุโบสถคล้้ายผัังวััดในสมััยอยุุธยาตอนต้้น-กลางนี้้�
อาจกล่า่ วได้ว้ ่า่ คงเป็น็ สิ่ง� ตกค้า้ งลงมาในท้อ้ งถิ่่น� เอง ข้อ้ มููลดังั ที่่ไ� ด้ก้ ล่า่ วมา
จึึงสัันนิิษฐานว่่าเจดีีย์์ประธานวััดบ้้านเก่่าคงสร้้างขึ้ �นในสมััยรััตนโกสิินทร์์
ช่ว่ งราวรััชกาลที่่� 1-3 (พ.ศ. 2325-2397)

44 ระยอง เลม่ 3

ซ้้าย เจดียี ์ท์ รงเครื่อ� งองค์อ์ื่น� ๆ ที่่อ� าจกำ�ำ หนดอายุทุ างรููปแบบได้ค้ ่อ่ นข้า้ ง
เจดีีย์์รายทรงเครื่่�อง แน่่นอนว่่าเป็็นงานสมััยรััตนโกสิินทร์์ เช่่น เจดีีย์์บริิวารวััดโขดทิิมธาราม
วััดป่่าประดู่�่ เหลือื อยู่เ�่ พียี งองค์เ์ ดียี วทางทิศิ ตะวันั ตกเฉียี งใต้ข้ องอุโุ บสถเก่า่ มีฐี านเขียี ง
ขวา ใหญ่ร่ องรับั ฐานสิงิ ห์จ์ ำ�ำ นวนสองฐานครึ่ง� ต่อ่ ด้ว้ ยบัวั คลุ่�มในผังั ย่อ่ มุมุ องค์ร์ ะฆังั
เจดียี ์์รายทรงเครื่�่อง ตั้้�งแต่่บััลลัังก์์หัักหายไป ระเบีียบคล้้ายคลึึงกัับเจดีีย์์รายวััดพระเชตุุพนฯ
วัดั บ้า้ นแลง กรุงุ เทพฯ สมัยั รัชั กาลที่่� 313
เจดีีย์ร์ ายทรงเครื่อ�่ ง วัดั ป่า่ ประดู่� ตั้้ง� อยู่บ�่ นฐานสี่่เ� หลี่่ย� มสููง ประกอบ
ด้ว้ ยฐานสิงิ ห์ใ์ นผังั ย่อ่ มุมุ ซ้อ้ นลดหลั่น� จำ�ำ นวนสองฐาน มีบี ัวั ทรงคลุ่�มในผังั กลม
ซึ่ง� สังั เกตว่า่ คล้า้ ยคลึงึ กับั แบบแผนของเจดียี ์ท์ รงเครื่อ� งในสมัยั อยุธุ ยา14 แต่่
อาจเป็น็ การสร้า้ งขึ้น� ในสมัยั รัตั นโกสินิ ทร์แ์ ล้ว้ ก็ไ็ ด้แ้ สดงให้เ้ ห็น็ ถึงึ การตกค้า้ ง
รููปแบบเก่า่ ภายในท้อ้ งถิ่่น�

วดั บ้าน ศาลเจา้ ศลิ ปกรรมและงานช่างโบราณ 2 — สถาปัตยกรรมโบราณในระยอง 45

เจดีีย์ร์ ายทรงเครื่อ�่ งวัดั บ้า้ นแลง สร้า้ งไว้เ้ ป็น็ บริวิ ารร่ว่ มกับั เจดียี ์อ์ื่่น�
ทางทิศิ ตะวันั ตกอุโุ บสถเก่า่ ทรวดทรงแปลกตาที่่ส� ่ว่ นฐานผายออกมากเกิดิ
จากการลดเหลื่่�อมของชั้�นฐานที่่�มีีความกว้้างต่่างกััน ฐานสิิงห์์จำ�ำ นวนสอง
ฐานที่่�มีีขาสิิงห์เ์ ชิดิ ชันั รองรับั บััวคลุ่�มมีีท้้องไม้ย้ ืืดสููง องค์ร์ ะฆังั เพรียี วผอม
ผัังของเจดีีย์์ดููเหมืือนจะทำำ�ให้้เป็็นผัังสี่่�เหลี่่�ยมจััตุุรััสแต่่มีีแตกมุุมเล็็กออก
มาเป็็นเก็็จ ในภาพรวมนัับเป็็นลัักษณะพื้้�นถิ่่�นซึ่่�งได้้สร้้างขึ้�นจากการ
กะสัดั ส่่วนที่่�ผิิดแผกออกไปจึงึ มีที รงที่่�ไม่ก่ ลมกลืืนกันั
เจดียี ์ท์ รงเครื่อ� งองค์อ์ื่น� ๆ สร้า้ งไว้เ้ ป็น็ บริวิ ารในเขตพุทุ ธาวาสของ
วัดั ในระยอง ซึ่ง� ส่ว่ นใหญ่บ่ ููรณะจนมีสี ภาพใหม่ห่ มด แต่ใ่ นภาพรวมกำ�ำ หนดไว้้
ว่่าคงเป็็นงานในช่่วงรััตนโกสิินทร์์ซึ่่�งรายละเอีียดบางอย่่างที่่�แตกต่่างออก
ไปคงเกิิดจากการซ่่อมในสมััยหลังั หรืือมิฉิ ะนั้้�นก็เ็ ป็น็ การพลิกิ แพลงด้ว้ ยวิธิ ีี
คิดิ ของช่า่ งในท้อ้ งถิ่่น� นั่่น� เอง อายุสุ มัยั ของเจดียี ์ท์ รงเครื่อ่� งเมือื งระยองอาจ
กล่า่ วได้ว้ ่า่ คงสร้้างขึ้น� ประมาณสมัยั รัตั นโกสินิ ทร์ช์ ่่วงรัชั กาลที่่� 1-3 ซึ่่�งเป็น็
ช่่วงที่่�งานในแบบแผนยัังนิิยมเจดีีย์์ทรงเครื่่�องอยู่�่ ก่่อนจะเปลี่่�ยนไปนิิยม
สร้า้ งเจดีีย์์ทรงระฆัังในสมััยรัชั กาลที่่� 4-5 ลงมา

เจดีีย์์ทรงระฆััง

เจดียี ์ท์ รงระฆังั นับั เป็น็ แบบอย่า่ งที่่น� ิยิ มกันั มากในเขตชายฝั่่ง� ทะเล
ตะวัันออกคืือ ชลบุุรีี จัันทบุุรีี ตราดและระยองก็็เป็็นพื้้�นที่่�ที่่�พบเจดีีย์์ทรง
ระฆังั สร้า้ งไว้ท้ ั่่ว� ไป ทั้้ง� ที่่เ� ป็น็ เจดียี ์ห์ ลักั และเจดียี ์ร์ ายของวัดั เจดียี ์ท์ รงระฆััง
ที่่�พบในลุ่�มน้ำำ��ระยองอาจแบ่่งออกตามรููปแบบได้้สองกลุ่�ม คืือกลุ่�มเจดีีย์์
ทรงระฆังั แบบมาตรฐานและเจดียี ์ท์ รงระฆังั แบบพิิเศษ

เจดีีย์ท์ รงระฆัังแบบมาตรฐาน
รููปแบบของเจดียี ์ท์ รงระฆังั โดยรวมคือื มักั มีฐี านบัวั คว่ำ�ำ�บัวั หงาย ต่อ่
ด้ว้ ยชุดุ รองรับั องค์ร์ ะฆังั ที่่เ� ป็น็ มาลัยั เถา คือื ลวดบัวั ลููกแก้ว้ กลมขนาดใหญ่ซ่ ้อ้ น
กันั จำำ�นวน 3 วงคล้้ายพวงมาลััยซ้้อนกััน จากนั้้�นเป็น็ บััวปากระฆังั ซึ่่ง� เป็็น

46 ระยอง เล่ม 3

พระเจดีีย์์กลางน้ำ��ำ บััวคว่ำำ�� บััวหงายคอดเว้้า องค์์ระฆััง บััลลัังก์์เหนืือองค์์ระฆัังในผัังสี่่�เหลี่่�ยม
ปากน้ำ��ำ ระยอง แกนปล้้องไฉนที่่�มีีเสาหานประดัับโดยรอบ ส่่วนยอดทรงกรวยแหลม
คือื ปล้อ้ งไฉนและปลีี
เจดียี ์ท์ รงระฆังั ที่่ส� ำำ�คัญั ที่่ส� ุดุ ของระยองซึ่่ง� ควรกล่า่ วถึงึ คือื พระเจดีีย์์
กลางน้ำำ�� ตั้้�งอยู่่�บนเกาะกลางแม่่น้ำ��ำ ระยองบริิเวณที่่�ไหลลงสู่�่ทะเล ตาม
ประวัตั ิกิ ล่า่ วว่า่ เดิมิ นั้้น� เจดียี ์เ์ ป็น็ ส่ว่ นหนึ่่ง� ของวัดั ปากน้ำ�ำ� 15ซึ่่ง� พระยาศรีสี มุทุ ร
โภคชัยั โชคชิติ สงคราม (เกตุุ ยมจินิ ดา) เจ้า้ เมือื งระยองสร้า้ งขึ้น� ใน พ.ศ. 2416
เพื่่�อให้้เหมืือนกัับพระสมุุทรเจดีีย์์ที่่�ปากน้ำ��ำ เจ้้าพระยา เป็็นจุุดหมายตา
สำ�ำ หรัับการเดิินทางในอดีีต16

วัด บ้าน ศาลเจา้ ศิลปกรรมและงานช่างโบราณ 2 — สถาปัตยกรรมโบราณในระยอง 47

เจดีีย์์วัดั จัันทอุดุ ม องค์ป์ ระกอบคืือฐานประทัักษิิณยกสููงมีีพนัักเตี้้�ยๆ โดยรอบ ฐาน
(วััดเก๋ง๋ ร้้าง) สร้้างราวสมััย ประทักั ษิณิ นี้้ม� ีชี ่อ่ งวงโค้ง้ ยอดแหลมเจาะอยู่เ่� ป็น็ คู่ต�่ รงด้า้ นที่่ไ� ม่ม่ ีบี ันั ไดทาง
รัชั กาลที่่� 4-5 ปัจั จุบุ ัันอยู่่� ขึ้�น ทำ�ำ ให้้นึึกถึึงส่่วนฐานประทัักษิิณของพระสมุุทรเจดีีย์์ซึ่่�งมีีช่่องวงโค้้ง
ภายในโรงพยาบาลระยอง ประดับั รููปช้า้ งออกมาโดยรอบ ต่อ่ จากฐานประทักั ษิณิ คือื องค์เ์ จดียี ์ท์ รงระฆังั
ทรวดทรงค่่อนข้้างสููงบีบี ให้ส้ ่ว่ นมาลััยเถาที่่�รองรับั องค์ร์ ะฆัังยืดื สููงไปด้้วย
ดัังนั้้�นอายุุสมััยการสร้้างเบื้้�องต้้นจึึงกำ�ำ หนดได้้จากระยะเวลาที่่�พระยาศรีี
สมุทุ รโภคชััยโชคชิิตสงคราม (เกตุุ ยมจินิ ดา) ดำ�ำ รงตำำ�แหน่ง่ เป็็นเจ้้าเมือื ง
ระยองและหลังั จากงานบููรณะพระสมุทุ รเจดียี ์์ จ.สมุทุ รปราการให้ม้ ีรี ููปแบบ
เป็น็ เจดียี ์ท์ รงระฆังั ในสมัยั รัชั กาลที่่� 4 แล้ว้ 17

48 ระยอง เล่ม 3

ซ้้าย ในภาพรวมจึึงมีีองค์์ประกอบหลัักๆ นี้้� พระเจดีีย์์กลางน้ำำ��ระยอง
เจดียี ์์ทรงระฆััง จึงึ คล้า้ ยกับั พระสมุทุ รเจดียี ์์ สมุทุ รปราการ เพียี งแต่ไ่ ด้ล้ ดความซับั ซ้อ้ นลง
วััดนาตาขวัญั เพราะสร้า้ งเป็น็ เจดียี ์ข์ นาดเล็ก็ กว่า่ มาก และเป็น็ ธรรมเนียี มของการสร้า้ งเจดียี ์์
ขวา ไว้ท้ี่่ป� ากน้ำ��ำ ดังั เช่น่ เจดียี ์อ์ ิสิ รภาพบนยอดเขาปากน้ำ��ำ แหลมสิงิ ห์์ จังั หวัดั จันั ทบุรุ ีี
เจดียี ์ท์ รงระฆังั วััดสมมติิ ซึ่ง� น่า่ จะสร้า้ งขึ้น� ในระยะไล่เ่ ลี่ย� กันั และมีรีููปแบบคล้า้ ยคลึงึ กับั พระเจดียี ์ก์ ลาง
เทพฐาปนาราม ปากแม่่น้ำ�ำ� น้ำ��ำ ระยอง18
ประแส

วัด บา้ น ศาลเจา้ ศลิ ปกรรมและงานช่างโบราณ 2 — สถาปตั ยกรรมโบราณในระยอง 49


Click to View FlipBook Version