The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

BOOK 03 วัดบ้านศาลเจ้า ศิลปกรรมและงานช่างโบรา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by tumweerapant, 2022-06-20 06:24:23

BOOK 03 วัดบ้านศาลเจ้า ศิลปกรรมและงานช่างโบรา

BOOK 03 วัดบ้านศาลเจ้า ศิลปกรรมและงานช่างโบรา

เจดียี ์ท์ รงระฆังั ขนาดใหญ่ท่ ี่่ม� ีคี วามสำำ�คัญั อีกี องค์ใ์ นเมือื งระยอง คือื
เจดีีย์ป์ ระธานของวัดั จันั ทอุดุ ม (วัดั เก๋ง๋ ) เป็น็ วัดั ร้า้ งตั้้ง� อยู่ภ่� ายในโรงพยาบาล
ระยองปััจจุุบััน ตามประวััติิกล่่าวว่่าวััดแห่่งนี้้�มีีความเกี่่�ยวข้้องกัับพระยา
ศรีีสมุุทรโภคชััยโชคชิิตสงคราม (เกตุุ ยมจิินดา)19 ซึ่่�งอาจสอดคล้้องกัับ
รููปแบบส่่วนใหญ่่ที่่�มีีความคล้้ายคลึึงกัับพระเจดีีย์์กลางน้ำ��ำ ระยอง แต่่มีี
รายละเอียี ดต่่างกัันไปบ้้างได้้แก่่ ส่ว่ นฐานประทักั ษิณิ อยู่่ใ� นผังั แปดเหลี่่�ยม
เจาะช่่องวงโค้้งยอดแหลมโดยรอบคล้า้ ยพระเจดีีย์ก์ ลางน้ำ�ำ� ส่ว่ นองค์์เจดียี ์์
ประกอบด้ว้ ยส่ว่ นล่า่ งสุดุ เป็น็ ฐานในเค้า้ โครงรููปบัวั คลุ่�มแต่ไ่ ม่ม่ ีลี ายกลีบี บัวั
ประดับั รองรับั ลวดบัวั เว้า้ ชันั มีสี ันั คล้า้ ยขาสิงิ ห์์ อันั เป็น็ ส่ว่ นประกอบที่่แ� ปลก
ตาของเจดียี ์ท์ รงระฆังั เหนือื ขึ้น� ไปคือื ชุดุ มาลัยั เถารองรับั องค์ร์ ะฆังั บัวั ปาก
ระฆัังเป็็นฐานบััวคว่ำ��ำ บััวหงายต่่อด้้วยองค์์ระฆััง ส่่วนบััลลัังก์์ซึ่่�งทำ�ำ ล้้อกัับ
ฐานประทัักษิิณเป็็นแปดเหลี่่�ยม จากนั้้�นเป็็นเสาหานและยอดทรงกรวยที่่�
หัักหายไปเล็็กน้้อย โดยรููปแบบที่่�กล่่าวมาจึึงน่่าจะเป็็นเจดีีย์์ที่่�สร้้างขึ้�น
ภายหลัังจากพระเจดีีย์์กลางน้ำ�ำ�เล็็กน้้อยเนื่่�องจากองค์์ประกอบคล้้ายคลึึง
กันั มากและมีเี พียี งบางส่ว่ นที่่เ� ปลี่่ย� นไปเช่น่ ฐานประทักั ษิณิ และบัลั ลังั ก์ก์ ลาย
เป็น็ ผังั แปดเหลี่่ย� ม
แต่เ่ ดิมิ วัดั จันั ทอุดุ ม (วัดั เก๋ง๋ ร้า้ ง) เป็น็ วัดั สำ�ำ คัญั ใจกลางเมือื งระยอง
ใช้ป้ ระกอบพิธิ ีที างราชการต่า่ งๆ20 ทว่า่ ได้ท้ิ้้ง� ร้า้ งไปโดยไม่ท่ ราบสาเหตุุ ข้อ้ มููล
ด้า้ นรููปแบบและขนาดที่่ใ� หญ่โ่ ตของเจดียี ์ป์ ระธานจึงึ สัมั พันั ธ์ก์ ับั ความสำ�ำ คัญั
ของวัดั นี้้ใ� นอดีตี ด้ว้ ย
เจดีีย์์ทรงระฆัังขนาดย่่อมในวััดต่่างๆ คงมีีอายุุการสร้้างช่่วงหลััง
ลงมาจากกลุ่�มเจดีีย์์ทรงระฆัังภายในตััวเมืืองระยอง รููปแบบที่่�คลี่่�คลาย
ผิิดสััดส่่วน คงมาจากการที่่�ช่่างพื้้�นถิ่่�นจดจำำ�รายละเอีียดแตกต่่างและขาด
ความชำ�ำ นาญในการกะสัดั ส่ว่ นองค์ป์ ระกอบสถาปัตั ยกรรมไปบ้า้ ง เช่น่ เจดีีย์์
วัดั นาตาขวัญั เจดีีย์ว์ ัดั สมมติเิ ทพฐาปนาราม (แหลมสน) อำ�ำ เภอแกลง ซึ่ง�
องค์ห์ ลัังมีปี ระวัตั ิิว่า่ ซ่อ่ มหรืือสร้้างขึ้น� ในช่่วงราวสมััยรััชกาลที่่� 5

50 ระยอง เลม่ 3

บน
เจดีีย์์วััดทัับมา
ซ้้าย-ล่่าง
เจดีีย์์รายวััดบ้้านแลง

วัด บา้ น ศาลเจา้ ศิลปกรรมและงานชา่ งโบราณ 2 — สถาปตั ยกรรมโบราณในระยอง 51

นอกจากนี้้เ� จดียี ์ท์ รงระฆังั พบที่่เ� มือื งระยองจะสัมั พันั ธ์ก์ ับั ความนิยิ ม
ในการสร้้างเจดีีย์์แบบนี้้�ตามหััวเมืืองชายฝั่่�งทะเลตะวัันออกในช่่วงราว
รัชั กาลที่่� 4-5 เช่น่ เจดียี ์ป์ ระธานวััดโยธานิิมิิต จัังหวัดั จัันทบุรุ ีี21

เจดีีย์์ทรงระฆัังแบบพิิเศษ

ที่่�ลุ่�มน้ำำ�� ระยองพบเจดีีย์์ทรงระฆัังอีีกแบบที่่�มีีองค์์ประกอบทาง
สถาปัตั ยกรรมผสมผสานกับั เจดียี ์ท์ รงเครื่อ�่ งซึ่่ง� มีคี วามสัมั พันั ธ์ก์ ับั พื้้น� ที่่ห� ัวั
เมืืองชายฝั่่ง� ทะเลอื่่น� ๆ ด้ว้ ย
เจดีีย์์ทรงระฆัังวััดทัับมา มีีขนาดย่่อม สร้้างไว้้ทางทิิศตะวัันออก
เฉีียงใต้้ของอุุโบสถเก่่าโดยไม่่มีีความสััมพัันธ์์กัับสิ่่�งก่่อสร้้างอื่่�นๆ สภาพ
ปัจั จุบุ ันั มีดี ินิ จอมปลวกทับั ถมที่่ส� ่ว่ นฐานล่า่ ง ส่ว่ นที่่โ� ผล่พ่ ้น้ ขึ้น� มาเป็น็ มาลัยั
เถาชั้้�นบนสุุด ต่่อด้้วยบััวคลุ่�ม เหนืือขึ้�นไปคืือชั้�นคอดเว้้าของบััวปากระฆััง
องค์์ระฆัังเพรีียวสููง บััลลัังก์์ในผัังกลม บััวฝาละมีีและบััวคลุ่�มเถา ส่่วน
ปลีียอดซึ่่ง� น่า่ จะเคยมีไี ด้ห้ ักั หายไปแล้ว้ ทั้้ง� หมดอยู่ใ�่ นผังั กลม สังั เกตได้ว้ ่า่
เจดีีย์อ์ งค์น์ ี้้ม� ีีส่ว่ นประกอบที่่ผ� สมผสานกัันระหว่า่ งเจดีีย์ท์ รงระฆังั กัับเจดียี ์์
ทรงเครื่่�อง นั่่�นคืือมีีการใช้้บััวคลุ่�มประดัับเหนืือมาลััยเถาและยอดเป็็นบััว
คลุ่�มเถาตามระเบีียบของเจดีีย์์ทรงเครื่่�อง ลายกลีีบบััวที่่�ประดัับบนบััว
คลุ่�มนี้้�เป็็นบััวกลีีบยาวแบบที่่�เรีียกว่่า บััวแวง ทำำ�ให้้กำำ�หนดอายุุได้้ในสมััย
รัตั นโกสินิ ทร์์ รููปแบบเช่น่ นี้้ย� ังั ปรากฏที่่เ� จดีีย์ร์ ายวัดั บ้า้ นแลง มีสี ่ว่ นมาลัยั
เถาอ้้วนใหญ่่จนสัังเกตได้้ เป็็นต้้น
เจดีีย์์ทรงระฆัังที่่�ผสมกัับเจดีีย์์ทรงเครื่่�องเช่่นนี้้� ได้้พบอยู่่�ตาม
หััวเมืืองชายฝั่่�งทะเลรอบๆ อ่่าวไทยตอนบน เช่น่ เพชรบุรุ ีี สมุุทรสงคราม
สมุุทรปราการ ชลบุุรีี ด้้วย ดัังนั้้�น เจดีีย์์วััดทัับมาและเจดีีย์์วััดบ้้านแลงจึึง
เป็็นรููปแบบพิิเศษที่่�แสดงการเชื่่�อมโยงระหว่่างเมืืองระยองกัับหััวเมืืองทั้้�ง
ตะวันั ตกและตะวันั ออกในสมัยั รัตั นโกสินิ ทร์์ ราวรัชั กาลที่่� 4-5 ลงมาอีกี ด้ว้ ย

52 ระยอง เลม่ 3

มณฑป

มณฑปในเมือื งระยองนั้้น� มีจี ำำ�นวนไม่่มาก พบจำ�ำ นวนเพียี ง 2 แห่ง่
คือื มณฑปวัดั บ้า้ นค่า่ ยและวััดหวายกรอง
มณฑปวััดบ้้านค่่าย เป็็นอาคารทรงสี่่�เหลี่่�ยมจััตุุรััส ส่่วนฐานของ
มณฑปเป็็นฐานเรีียบยกสููง โดยทำ�ำ ทางขึ้�น 2 ทางในด้้านทิิศตะวัันออก-
ตะวันั ตกของอาคาร ตััวอาคารมีีการทำำ�เสาพาไลรัับน้ำ�ำ�หนัักของชั้�นหลัังคา
ระหว่่างเสาทำำ�เป็น็ พนัักเตี้้�ยๆ เจาะช่อ่ งประดัับกระเบื้้�องปรุุลายจีนี ภายใน
ประดิิษฐานพระพุุทธบาท ซึ่่�งมีีประวััติิว่่าภายหลัังการก่่อสร้้างมณฑปใน
พ.ศ. 2454 หลวงพ่อ่ วงศ์์ได้อ้ ัญั เชิญิ พระพุุทธบาทและหลวงพ่อ่ ร.ศ. 130
มาประดิิษฐานภายในมณฑป22 โดยส่่วนหลัังคาเป็็นงานก่่ออิฐิ ถืือปููน ส่ว่ น
ยอดของมณฑปทำำ�เป็็นชั้�นหลัังคาลาดประดัับซุ้�มบัันแถลงขึ้�นไป โดยส่่วน
คอสองของหลัังคาชั้้�นแรกยืืดสููง ประดัับลายปููนปั้้�นรููปสััตว์์ระบายสีี และ
ประดับั รููปครุฑุ แบกไว้ท้ ี่่ม� ุมุ ของชั้น� คอสอง ถัดั ขึ้น� ไปทำ�ำ เป็น็ หลังั คาลาดซ้อ้ น
ชั้น� ถี่่� 3 ชั้น� ไม่่มีีคอสองทำำ�ให้ช้ั้�นหลังั คาดููเตี้้�ยและป้า้ นกว่่ามณฑปปกติิที่่�จะ
สููงชะลููด
มณฑปวัดั หวายกรอง เป็น็ อาคารทรงสี่่เ� หลี่่ย� มจัตั ุรุ ัสั ส่ว่ นตัวั อาคาร
ก่่ออิิฐถืือปููน โดยเจาะประตููทางเข้้า-ออกในด้้านทิิศตะวัันออกและทิิศ
ตะวัันตก 2 ประตูู เจาะช่อ่ งหน้า้ ต่า่ ง 2 ช่่อง กลางด้า้ นทิิศเหนือื และทิิศใต้้
ของอาคาร ส่่วนหลัังคาของอาคารเป็็นงานไม้้ โดยก่่อหลัังคาเป็็นหลัังคา
ลาดซ้อ้ นกันั ขึ้�นไปเป็็นทรงกระโจมสลัับคอสอง โดยส่ว่ นคอสองชั้�นแรกยืืด
สููง โดยมีกี ารประดับั ปููนปั้้น� รููปครุฑุ แบก เพื่่อ� ให้ร้ ับั กับั มุขุ ประเจิดิ ยืนื ออกมา
ทั้้�งสี่่�ด้้านของตััวอาคาร ส่่วนหน้้าบัันและเพดานของมุุขประเจิิดมีีการวาด
ภาพจิติ รกรรมประดับั ไว้้ เช่่น สิิงโตจีีน รููปพระอินิ ทร์์ทรงช้า้ งเอราวัณั และ
รููปหนุมุ าน เป็น็ ต้น้ นอกจากนี้้ส� ่ว่ นรองรับั มุขุ ยังั มีกี ารฉลุลุ วดลายโปร่ง่ ด้ว้ ย
ส่่วนยอดของมณฑปทำ�ำ ด้้วยไม้้ ภายในมณฑปก่่อเป็็นแท่่นกลางตััวอาคาร
เพื่่�อใช้ว้ างพระพุุทธบาทแต่่ได้ถ้ ููกย้้ายออกไปแล้ว้

วดั บ้าน ศาลเจา้ ศลิ ปกรรมและงานช่างโบราณ 2 — สถาปัตยกรรมโบราณในระยอง 53

บน-ขวา เลม่ 3
มณฑปวัดั บ้า้ นค่่าย
ล่่าง
มณฑปวัดั หวายกรอง

54 ระยอง

หอไตรเมืืองระยอง

หอพระไตรปิฎิ กหรืือหอไตรคือื อาคารสำ�ำ หรัับเก็บ็ พระไตรปิฎิ ก ซึ่่�ง
เป็็นคัมั ภีีร์์สำ�ำ คััญในทางพุุทธศาสนา พระไตรปิิฎกส่ว่ นใหญ่่จะตั้้ง� อยู่่�ในเขต
สัังฆาวาส
หอไตรที่่พ� บในเมือื งระยองนั้้น� สร้า้ งขึ้น� ในสมัยั รัตั นโกสินิ ทร์์ ซึ่่ง� เป็น็
หอไตรแบบไทยประเพณีีตามแบบลุ่�มน้ำำ��เจ้้าพระยา เป็น็ อาคารเครื่�่องไม้้ที่่�
ยกเสาสููงสร้า้ งไว้ก้ ลางสระน้ำ��ำ เพื่่อ� ป้อ้ งกันั พวกแมลง มด ปลวก ทำ�ำ ลายพระ
ไตรปิฎิ ก ผังั พื้้น� จะสร้า้ งห้อ้ งตรงกลางเพื่่อ� เก็บ็ คัมั ภีรี ์แ์ ละมีพี าไลชายคาโดย
รอบ หลังั คาซ้้อนชั้�นประดับั เครื่่�องลำ�ำ ยองที่่�มีหี น้้าบันั ช่่อฟ้้า ใบระกา หาง
หงส์์ นาคและคันั ทวยหรืือเท้า้ แขนรองรับั ชายคา23 โดยเปรียี บเทียี บรููปแบบ
ได้ก้ ับั หอไตรรุ่�นเดียี วกันั เช่น่ หอไตรวัดั อัปั สรสวรรค์ซ์ึ่่ง� สร้า้ งขึ้น� ในช่ว่ งรัชั กาล
ที่่� 3 และเนื่่�องจากเป็็นงานที่่�ปรากฏอยู่�่ในหััวเมืืองจึึงลดทอนการประดัับ
ตกแต่ง่ ออกไป เช่่น การประดับั กระจกหรืือการเขียี นลายรดน้ำ��ำ เป็น็ ต้้น
หอไตรที่่�พบในเมืืองระยองนั้้�นปััจจุุบัันเหลืืออยู่�่ไม่่มากนััก ปรากฏ
อยู่�่ 3 แห่่งคืือ หอไตรวัดั บ้า้ นแลง หอไตรวัดั บ้้านเก่า่ และหอไตรที่่ว� ัดั หนอง
สะพาน
หอไตรวัดั บ้า้ นแลง อาคารไม้แ้ บบไทยประเพณีสี ร้า้ งบนเสาสููงกลาง
สระน้ำำ�� หลัังคามุุงกระเบื้้อ� งซ้้อนชั้�นประดับั เครื่�่องลำำ�ยอง
หอไตรวััดบ้้านเก่่า เป็็นอาคารไม้้ทั้้�งหลััง ตััวอาคารประกอบจาก
เสาไม้ข้ นาดยาวรองรับั ตัวั หอไตรจำ�ำ นวนหลายต้น้ โดยเสาดังั กล่า่ วมีหี น้า้ ที่่�
ยึึดห้้องกลางไว้้ด้้วย ส่่วนหลัังคาทำ�ำ เป็็นทรงโรง หน้้าบัันทั้้�งสองด้้านสลััก
ลวดลายประดัับเป็็นรููปเทพนมกลางหน้า้ บันั ด้้านข้า้ งแตกลายเป็็นก้า้ นขด
ซึ่่�งการสลัักลายเทพพนมนี้้� นิิยมทำ�ำ กัันในสมััยรััตนโกสิินทร์์ ตััวอย่่างเช่่น
หน้้าบัันวิหิ ารนาค วััดพระศรีีรัตั นศาสดาราม
ส่ว่ นหอไตรวัดั หนองสะพานนั้้น� เป็น็ หอไตรยอดมณฑปคือื หลังั คาลาด
สี่ด� ้า้ นซ้อ้ นกันั ทรงสููงเป็น็ กระโจม ซึ่ง� เป็น็ หอไตรพื้้น� ถิ่่น� ที่่อ� ยู่ก�่ ลางน้ำ��ำ ตัวั อาคาร
สร้้างจากไม้ท้ ั้้�งหลััง หลังั คามุงุ สังั กะสีี ซึ่่ง� ปัจั จุุบัันสภาพทรุดุ โทรมมาก

วดั บ้าน ศาลเจา้ ศลิ ปกรรมและงานช่างโบราณ 2 — สถาปัตยกรรมโบราณในระยอง 55

บน เล่ม 3
หอไตรวัดั บ้า้ นแลง
ล่่าง
หอไตรวััดบ้า้ นเก่า่

56 ระยอง

บน
หน้า้ บัันหอไตรวัดั บ้้านเก่่า
แกะสลัักเป็น็ รููปเทพพนม
ล่่าง
หอไตร วััดหนองสะพาน
ปัจั จุบุ ันั อยู่ใ�่ นสภาพทรุดุ
โทรม

วัด บา้ น ศาลเจ้า ศลิ ปกรรมและงานชา่ งโบราณ 2 — สถาปตั ยกรรมโบราณในระยอง 57

ตู้้�พระธรรมวัดั บ้า้ นเก่า่ พ.ศ. 2332 ข้อ้ มูลู ใหม่ข่ องศิลิ ปกรรมเมืืองระยอง

ข้อ้ มููลสำ�ำ คัญั เกี่่ย� วเนื่่อ� งกับั หอไตรที่่ค� วรกล่า่ วถึงึ ในที่่น�ี้้ค� ือื ตู้�พระธรรม
ลายรดน้ำ�ำ� ของวััดบ้้านเก่่า เป็็นตู้�ขาหมูู มีีลายรดน้ำ��ำ ลงรัักปิิดทองสามด้้าน
ระหว่า่ งขาตู้้�ด้้านห้า้ มีีแผ่น่ ไม้ก้ ระทงปิดิ ที่่ม� ุุม
บานตู้้�ด้้านหน้้าเขีียนภาพเล่่าเรื่�่องทศชาติิชาดก เริ่�มจากด้้านล่่าง
บานฝั่่�งซ้้ายเป็็นเรื่�่องเตมีียชาดกขึ้�นไปถึึงมโหสถชาดก และกลัับลงมาเริ่�ม
ที่่ภ� ููริิทัตั ตชาดกด้้านล่า่ งบนขวามืือขึ้น� ไปจนสุุดที่่�เวสสันั ดรชาดก แสดงเป็็น
ฉากสำำ�คััญของชาดกเรื่่�องนั้้�นๆ ฉากเดีียวแต่่ต่อ่ เนื่่อ� งกัับเรื่อ�่ งอื่่�นๆ โดยใช้้
ทิวิ ทัศั น์ใ์ นภาพเป็น็ ตัวั แบ่ง่ คั่่น� คล้า้ ยมองจากมุมุ สููงขึ้น� ไปเรื่อ�่ ยๆ (Bird eye
view) ฉากธรรมชาติิ เช่น่ โขดเขา ต้น้ ไม้้ วาดแบบประเพณีคี ือื ดููคล้า้ ยไม้ด้ ัดั
ตััดเส้้นใบไม้้เป็็นใบรวมกัันเป็็นพุ่�ม ส่่วนอาคารในภาพมีีการวาดแนวเฉีียง
แสดงความลึกึ
ผนังั ตู้�ฝั่ง� ซ้า้ ยเป็น็ ภาพป่า่ หิมิ พานต์์ เต็ม็ ไปด้ว้ ยภาพธรรมชาติิ และ
สััตว์ป์ ่่า มีีต้น้ นารีผี ลซึ่่ง� เหล่า่ คนธรรพ์เ์ หาะมาปลิิดเอาไป และด้า้ นล่า่ งเป็็น
อาศรมของษีีนักั บวช
ผนัังตู้�ฝั่ �งขวาเป็็นภาพการปลงอศุุภกรรมฐานในแบบต่่างๆ เช่่น
ศพที่่�พองอืืด ศพที่่�เหลืือแต่่กระดููก โดยมีีการแบ่่งภาพแต่่ละประเภทออก
เป็น็ ชั้น� ๆ ซ้อ้ นกันั โดยใช้้พื้้�นดิินที่่เ� ขียี นเป็น็ ขอบคล้า้ ยตลิ่่�งน้ำ�ำ� แบ่ง่ คั่่น� แต่ล่ ะ
ชั้ �นออกจากกััน
ความสำำ�คััญของตู้�พระธรรมใบนี้้� คือื การปรากฏจารึกึ ที่่ฐ� านตู้�ว่า่

“ตููใบนี้�้ฃองทารสมพานบานเก่่ามีีใจสทาสางตููไว้้ในพระสาศหนา
ขอเปนประใจแก่พ่ ระนิิพาน...แล้ว้ พระพุุทศัักราชใดแล้ว้ ๒๓๓๒ พระวษา
เสดเดอิินไดแลว ๘ เดอิิน เสดวัันไดแลว ๒๖ วััน แลวแตณวััน ๔
๓ คำำ�ปีรี กาเอกศกเสดแลว ฯI”

58 ระยอง เล่ม 3

ซ้า้ ย ข้้อความดัังกล่่าวหมายถึึงเจ้้าอาวาสวััดบ้้านเก่่าได้้มีีศรััทธาสร้้าง
ตู้ �พระธรรมลายรดน้ำ��ำ ตู้�พระธรรมนี้้�ขึ้�นไว้้ในปีี พ.ศ. 2332 เดืือน 8 และแล้้วเสร็็จเมื่่�อวัันพุุธขึ้�น
วััดบ้้านเก่่า บานตู้้�ด้า้ นหน้า้ 12 ค่ำ�ำ�เดืือนสาม เป็น็ ปีรี ะกาเอกศก เมื่่อ� เทียี บวันั ปฏิิทินิ จะตรงกัันพอดีีกัับ
เขียี นลายทองเรื่่อ� ง วันั พุธุ ที่่� 27 มกราคม พ.ศ. 2333 คือื สมัยั รัชั กาลที่่� 1 แห่ง่ กรุงุ รัตั นโกสินิ ทร์์
ทศชาติชิ าดก ตู้้�พระธรรมวัดั บ้า้ นเก่า่ นี้้จ� ึงึ เป็น็ งานศิลิ ปกรรมที่่ม� ีวี ันั เวลาการสร้า้ ง
ขวา ระบุุไว้้ชััดเจนมาก และเป็็นหลัักฐานของแบบอย่่างงานประณีีตศิิลป์์และ
จารกึ ฐานตพู้ ระธรรม จิิตรกรรมในยุุคแรกเริ่�มของรััตนโกสิินทร์์ได้้เป็็นอย่่างดีี นอกจากนั้้�นยััง
วัดบ้านเก่า สะท้้อนให้้เห็็นว่่าเมืืองระยองในระยะนั้้�นมีีความเจริิญขึ้้�นมาก ด้้วยฝีีมืือ
ระบุปี พ.ศ. 2332 การต่่อตู้�และวาดภาพลายรดน้ำ��ำ อย่า่ งประณีีต ถืือเป็น็ มรดกทางศิิลปกรรม
ที่่�ล้ำ��ำ ค่่าของเมือื งระยองชิ้น� หนึ่่�ง

วดั บ้าน ศาลเจ้า ศิลปกรรมและงานชา่ งโบราณ 2 — สถาปัตยกรรมโบราณในระยอง 59

3 — ประติมากรรมโบราณ
และพระพุทธรปู
ในระยอง

60 ระยอง เล่ม 3

วดั บ้าน ศาลเจา้ ศลิ ปกรรมและงานชา่ งโบราณ 3 — ประตมิ ากรรมโบราณและพระพทุ ธรูปในระยอง 61

62 ระยอง เลม่ 3

ประติมิ ากรรมค้น้ พบในจังั หวัดั ระยองที่่ส� ำำ�คัญั สามารแบ่ง่ ได้เ้ ป็น็ 2
กลุ่�ม นั่่น� คืือกลุ่�มประติิมากรรมที่่�มีีอายุสุ มัยั ก่อ่ น พ.ศ. 1800 ขึ้น� ไป กัับกลุ่�ม
พระพุทุ ธรููปที่่ม� ีพี ุทุ ธศิลิ ป์ส์ ำำ�คัญั ในช่ว่ งสมัยั อยุธุ ยาถึงึ รัตั นโกสินิ ทร์์ นอกจาก
ความสวยงามแล้้ว ประติิมากรรมเหล่่านี้้�ยัังเป็็นหลัักฐานทางโบราณคดีีที่่�
แสดงถึึงอายุุสมััยของชุุมชนที่่�เก่่าแก่่และการติิดต่่อระหว่่างพื้้�นที่่�ระยองกัับ
ภายนอกในอดีีตได้้อย่า่ งมีนี ััยยะสำำ�คััญ

ประติมิ ากรรมก่่อนพุทุ ธศตวรรษที่่� 19 ที่่�พบในลุ่�มน้ำำ��ระยอง

ในพื้้�นที่่�ลุ่�มน้ำ�ำ�ระยองได้้มีีการค้้นพบหลัักฐานประติิมากรรมก่่อน
พุุทธศตวรรษที่่� 19 อยู่�่ จำำ�นวนหนึ่่�งและมีีความสำำ�คััญต่่อการตีีความทาง
ประวัตั ิศิ าสตร์์เมือื งระยองเป็็นอัันมาก
ประติมิ ากรรมที่่ม� ีอี ายุุก่อ่ นพุุทธศตวรรษที่่� 19 ที่่ม� ีีประวััติิว่่าค้้นพบ
ในเมืืองระยองทั้้ง� สิ้้�น มีจี ำ�ำ นวนทั้้ง� หมด 4 ชิ้�นสำำ�คััญดัังนี้้�
1.  พระพุทุ ธรููประทัับนั่่ง� หิินทราย แสดงปางสมาธิิ ศิลิ ปะทวารวดีี
ตอนต้น้ หรืือศิิลปะแบบฟููนันั (Fou-Nan Art) กำำ�หนดอายุรุ าวพุทุ ธศตวรรษ
ที่่� 12 มีีประวััติิว่่าแต่่เดิิมพบที่่�วััดกะซััง ริิมแม่่น้ำ��ำ ระยอง อำ�ำ เภอบ้้านค่่าย
ต่อ่ มาตัวั วัดั กะซังั ถููกน้ำำ�� กัดั เซาะทำ�ำ ลายจนทำำ�ให้พ้ ื้้น� ที่่ว� ัดั เล็ก็ ลง ศาสนสถาน
ต่่างๆ ถููกน้ำำ�� กััดเซาะจนกระทั่่�งล่่มลงแม่่น้ำำ��ระยองไปหมด จึึงมีีการย้้าย
วััดกะซัังมาสร้้างขึ้�นใหม่่เป็็นวััดหนองกะบอก โดยย้้ายพระพุุทธรููปองค์์
ดังั กล่่าวมาไว้ย้ ัังวัดั หนองกะบอกด้ว้ ยจนกระทั่่�งปัจั จุบุ ันั 24

วดั บ้าน ศาลเจา้ ศลิ ปกรรมและงานช่างโบราณ 3 — ประติมากรรมโบราณและพระพทุ ธรปู ในระยอง 63

จากรููปแบบขององค์พ์ ระพุทุ ธรููปสามารถเทียี บเคียี งได้ก้ ับั พระพุทุ ธ
รููปในศิิลปะอมราวดีีกัับศิิลปะคุุปตะสกุุลช่่างสารนาถในศิิลปะอิินเดีีย
รวมไปถึึงศิิลปะลัังกา ผนวกกัับรููปแบบอย่่างท้้องถิ่่�น กล่่าวคืือ ส่่วนของ
พระพัักตร์์แสดงอาการคล้้ายคลึึงกัับพระพุุทธรููปในศิิลปะทวารวดีี ได้้แก่่
พระขนงขององค์พ์ ระซึ่่ง� ต่อ่ กันั เป็น็ ปีกี กา พระเนตรที่่ค� ่อ่ นข้า้ งโปน พระนาสิกิ
ค่อ่ นข้า้ งใหญ่่ พระโอษฐ์ค์ ่่อนข้้างแบะ รวมไปถึึงการทำำ�เม็็ดพระศกเป็็นเม็ด็
ขนาดใหญ่่ ซึ่่�งนิิยมในศิิลปะทวารวดีีเป็น็ อย่่างมาก25
ถึึงอย่่างไร ลัักษณะการครองจีีวรห่่มเฉีียงแบบจีีวรเรีียบ ไม่่มีีริ้�ว
อาจจะเป็น็ ลักั ษณะที่่ป� ระสมประสานระหว่า่ งศิลิ ปะอมราวดีี ซึ่่ง� นิยิ มการห่ม่
จีวี รเฉียี งกับั ศิลิ ปะคุปุ ตะสกุลุ ช่า่ งสารนาถ ซึ่่ง� นิยิ มการครองจีวี รห่ม่ คลุมุ แต่่
จีีวรเป็็นแบบเรีียบไม่่มีีริ้ว� 26 เข้้าด้้วยกัันแล้ว้ ก็เ็ ป็น็ ได้้
อนึ่่�ง พระพุุทธรููปองค์์นี้้�ควรมีีความเกี่่�ยวเนื่่�องกัับศิิลปะลัังกาด้้วย
สัังเกตได้้จากการประทัับนั่่�งขััดสมาธิิราบแบบกระซัับซึ่่�งนิิยมขึ้ �นก่่อนใน
ศิิลปะลัังกาตั้้ง� แต่ส่ มัยั อนุรุ าธปุุระ รวมไปถึงึ การทำ�ำ ปางสมาธิซิ ึ่่�งไม่่นิยิ มใน
ศิลิ ปะอมราวดีแี ละคุุปตะ แต่ก่ ลัับนิยิ มในศิลิ ปะลัังกาด้้วยเช่่นกััน27 รููปแบบ
ดัังนี้้�ถููกเรีียกในทางวิิชาการว่่า พระพุุทธรููปศิิลปะฟููนััน หรืืออยู่�่ในช่่วงต้้น
ของศิลิ ปะทวารวดีี
ตัวั อย่า่ งพระพุุทธรููปที่่ส� ามารถเทีียบเคียี งได้้ เช่่นพระพุทุ ธรููปที่่พ� บ
ที่่เ� ซินิ โถ (Son Tho) บริเิ วณปากแม่น่ ้ำำ��โขง ประเทศเวียี ดนาม หรืือพระพุทุ ธ
รููปปางสมาธิิพบในบริิเวณบ่่อน้ำ�ำ�ด้้านหน้้าโบราณสถานรอยพระพุุทธบาท
โบราณสถานสระมรกต อำ�ำ เภอศรีมี โหสถ จังั หวัดั ปราจีนี บุรุ ีี ปัจั จุบุ ันั เก็บ็ รักั ษา
อยู่�่ที่พ� ิพิ ิธิ ภัณั ฑสถานแห่ง่ ชาติิ ปราจีนี บุรุ ีี หรืือ กำ�ำ หนดอายุรุ าวพุทุ ธศตวรรษ
ที่่� 12 เช่น่ กันั 28
พระพุุทธรููปที่่�พบจากวััดหนองกะบอกองค์์นี้้�เป็็นหลัักฐานทาง
โบราณคดีีและศิิลปกรรมสำำ�คััญที่่�บ่่งว่่ามีีชุุมชนอยู่�่บริิเวณลุ่่�มน้ำ�ำ� ระยองแล้้ว
ตั้้�งแต่่สมััยแรกเริ่ �มประวััติิศาสตร์์ซึ่่�งเป็็นข้้อมููลใหม่่ที่่�ยัังไม่่เคยถููกกล่่าวถึึง
มาก่่อน

64 ระยอง เล่ม 3

ซ้า้ ย 2. ชิ้้�นส่่วนประติิมากรรมหิินทราย ประทัับนั่่�ง สัันนิิษฐานว่่าเป็็น
พระพุุทธรููปในศิิลปะฟููนันั พระพิิฆเนศ (?) ในศิลิ ปะเขมรแบบเกาะแกร์์ ราวพุทุ ธศตวรรษที่่� 15 ประวััติิ
หรืือศิลิ ปะทวารวดีีตอนต้น้ ของประติิมากรรมชิ้�นนี้้�ได้้มาจากบริิเวณสระหมู่่� บ้า้ นดอน ซึ่่ง� อยู่่ใ� กล้เ้ คีียง
วัดั หนองกะบอก อำำ�เภอ กับั บริเิ วณวัดั บ้า้ นดอนในปัจั จุบุ ันั โดยปัจั จุบุ ันั เก็บ็ รักั ษาอยู่่�ที่ศ� ููนย์ว์ ัฒั นธรรม
บ้า้ นค่่ายสังั เกตได้ว้ ่า่ ส่ว่ น โรงเรียี นระยองวิทิ ยาคม จังั หวัดั ระยอง
ฐานขององค์พ์ ระพุุทธรููป โดยปััจจุุบัันชิ้�นส่่วนดัังกล่่าวคงเหลืือแต่่บริิเวณหน้้าตัักเสี้้�ยวหนึ่่�ง
คงมีกี ารสลัักลวดลายเพิ่่�ม ด้า้ นขวาของรููปประติมิ ากรรม อยู่ใ�่ นท่า่ ทางการนั่่ง� ขัดั สมาธิริ าบ มือื ด้า้ นขวา
เติิมในสมััยหลังั ระบุุ กำ�ำ ผลกลมคืือขนมโมทกะ ส่่วนเอวของประติิมากรรมคงเหลืือแถบวงโค้้ง
พ.ศ. 2466 ซึ่่ง� อาจจะเป็น็ ชายผ้า้ วงโค้ง้ หน้า้ อุทุ รขนาดใหญ่ต่ ามแบบรููปแบบศิลิ ปกรรม
ขวา เขมร รุ่�นเมือื งพระนคร ราวพุทุ ธศตวรรษที่่� 15 ลงมา29 ประทับั นั่่ง� บนฐานเรียี บ
ชิ้ �นส่่วนประติิมากรรม โดยด้า้ นใต้ค้ งเหลือื ส่ว่ นเดือื ยฐานเสียี บของประติมิ ากรรมอยู่บ�่ างส่ว่ น
หิินทราย ประทัับนั่่�ง 3. ชิ้้น� ส่ว่ นประติมิ ากรรมหินิ ทราย คงเหลือื แต่ส่ ่ว่ นเท้า้ สันั นิษิ ฐาน
สันั นิิษฐานว่่าเป็น็ พระ ว่า่ อาจเป็น็ รููปเคารพในศาสนาพุทุ ธหรืืออาจเป็น็ เทวรููปในศาสนาพราหมณ์-์
พิฆิ เนศ (?) ในศิลิ ปะเขมร ฮิินดูู ประวัตั ิกิ ารพบระบุุว่่าพบจากบริเิ วณสระหมู่�่ บ้้านดอน ใกล้้บริเิ วณวััด
ราวพุทุ ธศตวรรษที่่� 15 บ้้านดอนในปััจจุุบััน โดยปััจจุุบัันเก็็บรัักษาอยู่�่ที่�ศููนย์์วััฒนธรรม โรงเรีียน
โดยปัจั จุบุ ันั เก็บ็ รัักษาอยู่�่ที่� ระยองวิิทยาคมจังั หวัดั ระยอง
ศููนย์ว์ ัฒั นธรรม โรงเรียี น
ระยองวิิทยาคม

วดั บ้าน ศาลเจ้า ศิลปกรรมและงานช่างโบราณ 3 — ประตมิ ากรรมโบราณและพระพุทธรูปในระยอง 65

ส่ว่ นเท้้าของประติิมากรรม
รุ่�นก่่อนพุทุ ธศตวรรษที่่� 19
พบในบริเิ วณสระหมู่่�
บ้้านดอน ปัจั จุบุ ันั เก็บ็
รัักษาอยู่่�ที่ศ� ููนย์ว์ ัฒั นธรรม
โรงเรียี นระยองวิิทยาคม
จัังหวัดั ระยอง

จากสภาพปัจั จุบุ ันั คงเหลือื แต่ฝ่ ่า่ เท้า้ บางส่ว่ น โดยส่ว่ นส้น้ เท้า้ ด้า้ น
หลัังชำำ�รุุดหัักหายไป นอกจากนี้้�ยัังคงเหลืือส่่วนเดืือยของฐานซึ่่�งมีีขนาด
ยาวคล้้ายคลึึงกัับเทวรููปโบราณในรุ่�นก่่อนพุุทธศตวรรษที่่� 19 ซึ่่�งมัักจะใช้้
เสียี บกัับฐานรููปเคารพ ถึงึ อย่า่ งไร จากสภาพปัจั จุบุ ัันก็็เป็็นการยากต่่อการ
กำ�ำ หนดอายุุสมัยั ของตัวั ประติิมากรรม จึึงอาจกำ�ำ หนดอายุไุ ว้้อย่า่ งคร่า่ ว ๆ
ว่า่ ควรเป็น็ โบราณวัตั ถุใุ นรุ่�นก่อ่ นพุทุ ธศตวรรษที่่� 19 เป็น็ อย่า่ งน้อ้ ย
ประติมิ ากรรมที่่ม� ีอี ายุสุ มัยั ก่อ่ นพุทุ ธศตวรรษที่่� 19 ซึ่่ง� พบในเขตลุ่�ม
น้ำ�ำ�ระยองในครั้ �งนี้้�เป็็นการค้้นพบหลัักฐานใหม่่และตีีความได้้ว่่าแท้้จริิงนั้้�น
พื้้�นที่่�บริิเวณที่่�จะกลายเป็็นจัังหวััดระยองในปััจจุุบัันมีีผู้ �คนเข้้ามาอยู่�่อาศััย
นับั พันั ปีแี ล้ว้ ตั้้ง� แต่ช่ ่ว่ งสมัยั แรกเริ่ม� ประวัตั ิศิ าสตร์-์ ทวารวดีี จนเข้า้ สู่�่ อิทิ ธิพิ ล
วัฒั นธรรมแบบเขมร ก่่อนที่่�เมื่่�อหลััง พ.ศ. 1800 จะกลายเป็น็ ชุมุ ชนชายฝั่่ง�
ทะเลตะวัันออกที่่�ขึ้�นกัับกรุุงศรีีอยุุธยาและกรุุงรััตนโกสิินทร์์ในที่่�สุุด อนึ่่�ง
การขาดข้้อมููลทางโบราณคดีีมาสนัับสนุุนจึึงยัังทำำ�ให้้ไม่่สามารถตีีความ
บริบิ ทด้า้ นอื่่�นๆ ของศิิลปกรรมสำำ�คััญเหล่่านี้้เ� ข้า้ กัับความเป็น็ มาของเมือื ง
ระยองได้้ชัดั เจนนักั

66 ระยอง เล่ม 3

พระพุุทธรูปู สำำ�คััญเมืืองระยองสมััยอยุุธยา-รััตนโกสินิ ทร์์

พระพุุทธรููปเป็็นงานประติิมากรรมที่่�แสดงถึึงความเชื่�่อในฐานะรููป
เคารพหลัักทางพุุทธศาสนาสำำ�คัญั อันั มีพี ุทุ ธศิลิ ป์ง์ ดงามซึ่่ง� ล้ว้ นสัมั พันั ธ์์กับั
ความเป็็นมาทางประวััติิศาสตร์์ โดยพระพุุทธรููปที่่�พบในเขตลุ่�มน้ำำ�� ระยอง
และลุ่�มน้ำ��ำ ประแส สามารถจำำ�แนกออกได้้ 4 กลุ่�มงานศิลิ ปกรรม ดัังนี้้�
1.  พระพุุทธรููปศิิลปะอยุธุ ยา
2.  พระพุทุ ธรููปศิิลปะรััตนโกสินิ ทร์์ รััชกาลที่่� 1-4
3.  พระพุทุ ธรููปศิิลปะรััตนโกสินิ ทร์์ สกุลุ บ้า้ นช่า่ งหล่อ่ ช่ว่ งรัชั กาล
 ที่่� 5 ลงมา
4.  พระพุทุ ธรููปฝีีมืือช่า่ งพื้้�นถิ่่�น
5.  กลุ่�มพระพุุทธรููปสมััยใหม่่ ทศวรรษ 2500 ลงมา
อนึ่่�ง การแบ่่งพระพุุทธรููปออกมาเป็็น 5 กลุ่�มข้้างต้้น ได้้แบ่่งขึ้�น
ตามอายุุสมััยของพระพุุทธรููปในกลุ่�มนั้้�นๆ แต่่อาจมีีบางกลุ่�มซึ่่�งอาจจะมีี
ความพิเิ ศษกว่่ากลุ่�มอื่่น� เช่น่ พระพุุทธรููปแบบพื้้น� ถิ่่�นที่่�ค่่าอายุุของพระพุทุ ธ
รููปอาจจะมีีหลากหลายและยากต่อ่ การกำ�ำ หนดอายุใุ ห้้แน่ช่ ััด

วดั บ้าน ศาลเจา้ ศลิ ปกรรมและงานชา่ งโบราณ 3 — ประตมิ ากรรมโบราณและพระพุทธรปู ในระยอง 67

1. พระพุุทธรููปศิลิ ปะอยุธุ ยา

ซ้้าย พบพระพุุทธรููป ศิิลปะอยุุธยาในลุ่�มน้ำำ��ระยองที่่�ชััดเจนคืือชิ้�นส่่วน
ท่อ่ นพระองค์์ส่ว่ นบนของ พระพุุทธรููปและพระสาวก สลัักจากหิินทรายสีีแดงที่่�วััดบ้้านค่่าย อำำ�เภอ
พระพุทุ ธรููปทรงเครื่่�องน้้อย บ้้านค่่าย ชิ้�นที่่�สำำ�คััญคืือท่่อนพระองค์์ส่่วนบนของพระพุุทธรููปทรงเครื่่�อง
ศิลิ ปะอยุธุ ยาตอนกลาง และพระเพลาประทับั นั่่ง� ขัดั สมาธิิ รวมถึงึ เศีียรพระพุทุ ธรููปอีกี จำ�ำ นวนหนึ่่ง� ที่่�
วััดบ้้านค่า่ ย พบภายในพิพิ ิิธภััณฑ์์ของวััด
ขวา จากรููปแบบของชิ้�นส่่วนพระพุุทธรููปบางชิ้�น ยัังมีีเค้้าว่่าเป็็น
ชิ้น� ส่ว่ นพระเพลาพระพุุทธ ประติิมากรรมหิินทรายสมัยั อยุุธยาตอนต้น้ ถึึงตอนกลางอายุพุ ุทุ ธศตวรรษ
รููปหินิ ทรายสมัยั อยุุธยา ที่่� 19-20 ได้้อยู่่� กล่่าวคือื ลัักษณะของวััสดุซุ ึ่่ง� ทำ�ำ จากหินิ ทรายหลายๆ ชิ้น�
ตอนต้น้ -ตอนกลาง ซึ่่�งสามารถนำำ�เข้้าประกอบกัันเป็็นองค์์พระสมบููรณ์์หรืือสามารถถอดแยก
วััดบ้้านค่า่ ย ออกจากกันั ได้้ เป็น็ ลัักษณะที่่ป� รากฏมาตั้้ง� แต่ส่ มััยอยุธุ ยาตอนต้้นและเป็็น
ที่่�นิิยมอย่่างมากในช่ว่ งเวลานั้้�น30

68 ระยอง เลม่ 3

ส่่วนท่่อนบนองค์์พระพุุทธรููปทรงเครื่�่อง มีีพระเศีียรทรงศิิราภรณ์์
แบบกระบังั หน้้า-รัดั เกล้้า สวมกรองศอห้้อยตาบทัับทรวง ส่่วนพระกรและ
ท่่อนล่่างหัักหายไปแล้้วคาดว่่าอาจเป็็นพระพุุทธรููปประทัับยืืนปางประทาน
อภัยั สองพระหัตั ถ์์ จากรููปแบบเครื่อ�่ งทรงนั้้น� เป็น็ พระพุทุ ธรููปทรงเครื่อ่� งน้อ้ ย
ที่่�นิิยมกัันในสมััยอยุุธยาตอนกลางราวพุุทธศตวรรษที่่� 20-21 ส่่วนเศีียร
พระพุทุ ธรููปมีีเค้้าโครงแบบอยุธุ ยาตอนต้น้ -ตอนกลางเช่่นเดียี วกันั
การค้้นพบพระพุุทธรููปหิินทรายศิิลปะอยุุธยาสััมพัันธ์์กัับหลัักฐาน
เอกสารประวััติิศาสตร์์อย่่างพระอััยการตำ�ำ แหน่่งนาทหารหััวเมืือง ตราขึ้้�น
สมััยพระบรมไตรโลกนาถ กล่่าวถึึงเมืืองระยอง มีีเจ้้าเมืือง ทิิมนามว่่า
“ออกพระราชภักั ดีศี รีสี งคราม” 31และในรัชั สมัยั พระมหาธรรมราชา พ.ศ. 2100
พงศาสวดารระบุคุ วามว่า่ “พระยาละแวก แต่ง่ พลมาลาดตระเวนทั้้ง� ทางบก
และทางเรืือหลายครั้�ง และเสีียชาวจัันทบููร ชาวระยอง ชาวฉะเชิิงเทรา
ชาวนาเริ่�ง ไปแก่่ข้า้ ศึึกละแวกเป็น็ อันั มาก”32
สะท้อ้ นว่า่ เมือื งระยองในระยะเวลานั้้น� ได้ม้ ีชี ุมุ ชนก่อ่ กำ�ำ เนิดิ ขึ้น� แล้ว้
แต่่บริิเวณที่่�เป็็นชุุมชนเมืืองอาจอยู่่�ในพื้้�นที่่�บริิเวณอำำ�เภอบ้้านค่่ายปััจจุุบััน
ซึ่่ง� เป็น็ พื้้น� ที่่เ� มือื งเก่า่ ของชุมุ ชนลุ่�มน้ำ�ำ�ระยองสมัยั อยุธุ ยาตอนต้น้ -ตอนกลาง
ก่อ่ นมีกี ารเคลื่่อ� นย้า้ ยชุมุ ชนเมือื งลงไปอยู่บ่� ริเิ วณอำำ�เภอเมือื ง จังั หวัดั ระยอง
ในเวลาต่่อมา และคงเป็็นเมือื งขนาดเล็ก็ เนื่่�องมาจากเจ้า้ เมือื งระยองเป็็น
ขุุนนาง ตำ�ำ แหน่ง่ “ออกพระ” ซึ่่�งเป็น็ ตำำ�แหน่่งเพิ่่ม� ขึ้�นใหม่ร่ าวพุทุ ธศตวรรษ
ที่่� 21 เท่า่ นั้้�น ซึ่่�งมิไิ ด้้ใหญ่โ่ ตเฉกเช่น่ ยศ “ออกพระยา”33

2. พระพุุทธรูปู ศิลิ ปะรััตนโกสิินทร์์ รััชกาลที่่� 1-4

พระพุทุ ธรููปในศิลิ ปะรัตั นโกสินิ ทร์ท์ ี่่พ� บในชุมุ ชนบริเิ วณลุ่่�มน้ำ��ำ ระยอง
และลุ่�มน้ำ��ำ ประแสกลุ่�มนี้้� ถึึงมีีจำำ�นวนไม่่มากแต่่เป็็นพระพุุทธรููปสำ�ำ คััญที่่�
แสดงถึึงพััฒนาการของจัังหวััดระยองได้้อย่่างชััดเจน เนื่่�องจากน่่าจะเป็็น
เป็็นกลุ่�มประติิมากรรมของวััดสำ�ำ คััญซึ่่�งถููกสร้้างขึ้�นโดยกลุ่�มเจ้้าเมืืองและ
บุุคคลสำ�ำ คัญั ในท้้องถิ่่�น

วดั บา้ น ศาลเจา้ ศิลปกรรมและงานชา่ งโบราณ 3 — ประติมากรรมโบราณและพระพทุ ธรปู ในระยอง 69

จุุดสัังเกตของรููปแบบพระพุุทธรููปกลุ่ �มนี้้�ดููได้้จากพระพัักตร์์ที่่�ค่่อน
ข้า้ งกลม พระพักั ตร์แ์ สดงพระอาการสงบนิ่่ง� ลักั ษณะโดยรวมคล้า้ ยคลึงึ กับั
พระพัักตร์พ์ ระพุุทธรููปอย่า่ งหุ่�นตามแบบพระพุุทธรููปในช่่วงรััชกาลที่่� 3 เช่น่
พระโอษฐ์ท์ ี่่ม� ีลี ักั ษณะโค้ง้ เป็น็ แผ่น่ เรียี บ เป็น็ ต้น้ เปรียี บเทียี บได้ก้ ับั พระพุทุ ธ
มหาโลกาภิินัันทปฏิิมากร พระพุุทธรููปประธานของวััดเฉลิิมพระเกีียรติิ
จัังหวััดนนทบุุรีี และพระพุุทธเสรฏฐมุุนีี พระประธานในศาลาการเปรีียญ
วัดั สุุทัศั น์์เทพวราราม ซึ่่�งโปรดให้ห้ ล่่อขึ้�นในรััชกาลที่่� 334
พระพุุทธรููปประธานในอุุโบสถวััดตรีีมิิตร อำำ�เภอเมืืองระยองมีี
ประวััติิว่่าเคยเป็็นพระพุุทธรููปประธานของวััดเก๋๋ง (ร้้าง) หรืือวััดจัันทอุุดม
(ปัจั จุบุ ัันอยู่่�ในบริเิ วณโรงพยาบาลระยอง) ต่่อมาเมื่่�อวััดเก๋๋งเสื่่อ� มโทรมและ
ร้า้ งลง จึงึ มีกี ารเคลื่่อ� นย้า้ ยพระพุทุ ธรููปประธานของวัดั เก๋ง๋ มายังั วัดั ตรีมี ิติ รฯ
ในวันั ที่่� 10 มิถิ ุนุ ายน 250135 เป็น็ พระพุทุ ธรููปประทับั นั่่�งขััดสมาธิิราบ ปาง
มารวิชิ ััย ถึงึ อย่า่ งไร น่า่ สัังเกตว่่าโครงพระพักั ตร์ข์ องพระพุทุ ธรููปองค์น์ ี้้� มีี
ลัักษณะที่่�ค่่อนข้้างอวบอ้้วนมากขึ้ �นกว่่าพระพุุทธรููปตามพระราชนิิยมอย่่าง
รัชั กาลที่่� 3 จนมีคี วามคล้า้ ยคลึงึ กับั พระพักั ตร์ข์ องพระพุทุ ธรููปในช่ว่ งรัชั กาล
ที่่� 4 บางองค์์ เช่น่ พระสัมั พุทุ ธสิริ ิิ พระพุุทธรููปประธาน วัดั โสมนััส เป็็นต้้น
ดัังนั้้�นจึึงอาจกำ�ำ หนดอายุุของพระพุุทธรููปองค์์นี้้�อยู่�่ในราวช่่วงรััชกาลที่่� 3
ตอนปลาย ถึงึ ราวรัชั กาลที่่� 4 ก็เ็ ป็น็ ได้้
อนึ่่�ง น่่าสัังเกตอีีกว่่าพระพุุทธรููปองค์์นี้้�เป็็นพระพุุทธรููปสำำ�ริิดที่่�มีี
ขนาดใหญ่ก่ ว่่าพระพุทุ ธรููปสำำ�ริดิ องค์อ์ ื่่�นๆ ในจัังหวัดั ระยอง ดัังนั้้น� ย่่อมบ่่ง
ชี้ว� ่า่ แต่เ่ ดิมิ พระอุโุ บสถหรืือสถานที่่ป� ระดิษิ ฐานพระพุทุ ธรููปองค์น์ ี้้ก� ็ค็ วรจะมีี
ขนาดใหญ่ด่ ้้วยเช่น่ กััน ซึ่่ง� เมื่่อ� เปรียี บเทีียบกับั พระพุทุ ธรููปประธานในวิิหาร
หรืือพระอุโุ บสถวัดั อื่่น� ๆ ในจังั หวัดั ระยองจะพบว่า่ มีขี นาดที่่เ� ล็ก็ กว่า่ มากและ
มัักประดิิษฐานอยู่�่ในพระวิิหารและพระอุุโบสถที่่�มีีขนาดไม่่ใหญ่่มาก แม้้ว่่า
จากคำำ�บอกเล่า่ ระบุวุ ่า่ พระอุโุ บสถวัดั เก๋ง๋ เดิมิ มิไิ ด้ม้ ีขี นาดใหญ่แ่ ละทรวดทรง
คล้้ายคลึึงกัับอุุโบสถวััดโขดและวัดั ป่่าประดู่�่ ก็็ตาม36

70 ระยอง เลม่ 3

ซ้้าย นอกจากนี้้� ภายในวัดั ตรีีมิติ รยัังปรากฏพระพุทุ ธรููปยืนื แสดงปาง
พระพุทุ ธรููปประธาน ห้า้ มสมุทุ รอีกี องค์น์ ี้้� โดยมีจี ารึกึ ที่่ฐ� านออกนามบุคุ คลว่า่ “พรสังั วรวิมิ ล” ซึ่่ง�
ของวััดเก๋ง๋ (ร้า้ ง) หรืือ อาจจะหมายถึึง พระสัังวรวิิมล แม้้อาจจะมิิใช่่คนเดีียวกััน แต่่นามนี้้�เคย
วัดั จัันทอุดุ ม ศิลิ ปะ ปรากฏมาก่อ่ นในรายชื่อ�่ สมณศักั ดิ์์ซ�ึ่่ง� จารึกึ ด้ว้ ยการทำ�ำ ลายรดน้ำ��ำ ไว้ต้ ามบาน
รัตั นโกสิินทร์์ ราวรััชกาลที่่� หน้า้ ต่า่ งพระอุโุ บสถ วัดั พระเชตุพุ นฯ37 อันั เป็น็ จารึกึ ที่่ท� ำ�ำ ขึ้น� สมัยั รัชั กาลที่่� 3
3-4 ปััจจุบุ ันั ประดิิษฐานอยู่�่ รวมไปถึึงปรากฏนามในทำ�ำ เนีียบพระสมณศัักดิ์์� ซึ่�งแต่่งขึ้�นโดยพระยา
ณ วัดั ตรีมี ิติ รประดิษิ ฐาราม พฤฒาธิิบดีี ระบุุถึึง “พระสัังวรวิิมล ร.3” เป็็นพระราชาคณะยก38 ดัังนั้้�น
ขวา พระพุทุ ธรููปองค์น์ี้้อ� าจจะเป็น็ พระพุทุ ธรููปที่่� “พระสังั วรวิมิ ล” โปรดให้ห้ ล่อ่ ขึ้น�
พระพุทุ ธรููปยืืน แล้้วนำ�ำ มาประดิิษฐานยัังวััดเก๋๋งหรืือจัันทอุุดมก็็เป็็นได้้ สอดรัับกัับรููปแบบ
ปางห้า้ มสมุทุ ร ทางศิิลปกรรมขององค์์พระพุุทธรููปซึ่ �งมีีลัักษณะแบบพระพุุทธรููปในศิิลปะ
ในศิลิ ปะรัตั นโกสิินทร์์ รัตั นโกสินิ ทร์ร์ าวรัชั กาลที่่� 3-4 กล่า่ วคือื การทำ�ำ พระวรกายที่่ค� ่อ่ นข้า้ งเพรียี ว
วัดั ตรีีมิติ รประดิษิ ฐาราม บาง รวมไปถึึงการทำ�ำ พระพัักตร์์ที่่�แสดงอาการสงบนิ่่�ง เส้้นพระโอษฐ์์โค้้ง
มีีจารึกึ ระบุุพระนามที่่� เพียี งเล็ก็ น้อ้ ย ลักั ษณะพระพักั ตร์ค์ ล้า้ ยอย่า่ งหุ่�น39
ฐานพระว่า่ “พรสัังวรวิิมล”

วัด บา้ น ศาลเจา้ ศลิ ปกรรมและงานชา่ งโบราณ 3 — ประตมิ ากรรมโบราณและพระพุทธรปู ในระยอง 71

ซ้้าย ส่ว่ นในเขตลุ่�มน้ำ��ำ ประแสไม่พ่ บพระพุทุ ธรููปศิลิ ปะรัตั นโกสินิ ทร์ท์ ี่่เ� ก่า่
หลวงพ่่อโรจนฤทธ์์ ไปกว่า่ สมัยั รัชั กาลที่่� 3-5 คงเนื่่อ� งจากวัดั วาอารามแต่เ่ ดิมิ นั้้น� สร้า้ งด้ว้ ยวัสั ดุุ
วัดั โพธิ์�ทองพุทุ ธาราม ไม่ค่ งทนและย้า้ ยไปมาหลายครั้ง� ประวัตั ิวิ ัดั ส่ว่ นใหญ่เ่ พิ่่ง� มาตั้้ง� เป็น็ วัดั อย่า่ ง
อำำ�เภอแกลง เป็น็ หลักั แหล่่งก็็ช่ว่ งรััชกาลที่่� 5-6 ลงมาแล้ว้ ดังั นั้้น� พระพุทุ ธรููปกลุ่�มนี้้จ� ึึง
ขวา เป็็นพระพุุทธรููปที่่�หล่่อขึ้ �นด้้วยฝีีมืือช่่างในช่่วงหลัังจากงานแบบประเพณีี
พระพุทุ ธรููปประธาน สืืบทอดลงมา จึึงมัักมีีลัักษณะซ้ำำ�� ๆ กััน และบางครั้�งมีีการเลีียนแบบ
อุุโบสถเก่า่ วัดั หนอง พระพุุทธรููปเก่า่ ด้้วย40
แพงพวย อำ�ำ เภอแกลง หลวงพ่อ่ โรจนฤทธิ์� วิิหารวัดั โพธิ์ท� องพุทุ ธาราม ตามประวัตั ิิกล่่าว
ว่่าสร้้างขึ้�นใน พ.ศ. 237941 ตรงกัับสมััยรััชกาลที่่� 3 ซึ่่�งก็็สอดคล้้องกัับ
พุทุ ธศิิลป์ท์ ี่่พ� ระวรกายเพรีียวบาง พระพักั ตร์ค์ ่อ่ นข้้างกลม ขมวดพระเกศา
เล็็ก รััศมีเี ป็น็ เปลวยอดแหลม พระขนงโก่ง่ เส้น้ ขอบเปลือื กพระเนตรป้า้ ย
เป็น็ แผ่น่ โค้ง้ พระเนตรเปิดิ มองตรงหรี่ล� งเล็ก็ น้อ้ ย พระนาสิกิ เล็ก็ โด่ง่ พระโอษฐ์์
เล็็กแย้้มพระโอษฐ์์เล็็กน้้อยเป็็นรููปเรืือประทุุน รููปพระพัักตร์์เช่่นนี้้�เรีียกกััน

72 ระยอง เลม่ 3

พระพุทุ ธรููปประธาน ว่่าพระพัักตร์แ์ บบ “หน้า้ หุ่่�น” หมายถึึงหน้า้ คล้้ายกับั หุ่�นละคร นิ้้ว� พระหััตถ์์
องค์เ์ ดิิมจากอุุโบสถเก่า่ เท่่ากััน ในภาพรวมแล้้วพระพุุทธรููปองค์์นี้้�เทีียบได้้กัับพระตรีีโลกเชษฐ์์
วัดั สมมติเิ ทพฐาปนาราม ประธานในอุโุ บสถวัดั สุทุ ัศั นเทพวราราม ซึ่่ง� หล่อ่ ใน พ.ศ. 2375-238442 ร่ว่ ม
(แหลมสน) ปากน้ำ�ำ� ประแส สมััยกัับประวััติิที่่�กล่่าวไว้้ด้้วย หลวงพ่่อโรจนฤทธิ์�จึึงเป็็นพระพุุทธรููปที่่�อาจ
กำ�ำ หนดอายุุจากรููปแบบทางศิิลปกรรมได้้เก่่าแก่่ที่่�สุุดที่่�พบในลุ่�มน้ำ��ำ ประแส


วดั บ้าน ศาลเจ้า ศิลปกรรมและงานชา่ งโบราณ 3 — ประติมากรรมโบราณและพระพุทธรปู ในระยอง 73

3. พระพุทุ ธรูปู ในศิิลปะรััตนโกสินิ ทร์์ สกุุลบ้า้ นช่า่ งหล่่อ กรุุงเทพฯ
ช่่วงรััชกาลที่่� 5 ลงมา

พระพุุทธรููปกลุ่�มนี้้�เป็็นพระพุุทธรููปที่่�พบมากที่่�สุุดในเขตชุุมชนเก่่า
แก่่ของจัังหวััดระยองนัับตั้้�งแต่่ลุ่�มน้ำ�ำ�ระยองจนถึึงลุ่�มน้ำ��ำ ประแส โดยมัักจะ
ประดิิษฐานเป็็นพระพุุทธรููปประธานของพระอุุโบสถหลัังเก่่า ทั้้�งนี้้�การกระ
จายตัวั ของพระพุทุ ธรููปกลุ่�มนี้้เ� มื่่อ� เทียี บสองกลุ่�มข้า้ งต้น้ อาจจะสามารถบอก
ได้้ว่่ามีีมากกว่่าหลายเท่่าตััว โดยในที่่�นี้้จ� ะขอยกตัวั อย่า่ งและกล่่าวถึงึ เพีียง
บางองค์์เท่่านั้้น� โดยเลืือกเฉพาะองค์ท์ ี่่�มีปี ระเด็็นพิิเศษหรืือเชื่อ�่ มโยงไปยััง
ประเด็็นอื่่�นๆ ได้้เป็น็ หลักั
เชื่�่อว่่าแหล่่งที่่�ผลิิตพระพุุทธรููปกลุ่�มนี้้�คืือบริิเวณชุุมชนบ้้านช่่าง
หล่อ่ 46 ฝั่่ง� ธนบุรุ ีี กรุุงเทพฯ ซึ่่�งมีปี ระวััติิความเป็น็ มาของชุุมชนหล่อ่ พระมา
นัับร้อ้ ยปีี และมีรี ููปแบบที่่เ� ป็็นพิิมพ์เ์ ดีียวกัันโดยตลอด บางครั้ง� ก็พ็ บจารึึก
ที่่�ส่่วนฐาน ดัังนั้้�นพระพุุทธรููปกลุ่�มนี้้�ที่่�พบในเมืืองระยองก็็ควรจะหล่่อจาก
บ้า้ นช่า่ งหล่อ่ กรุงุ เทพฯ อันั แสดงถึงึ ความสัมั พันั ธ์ท์ างเศรษฐกิจิ และศาสนา
ระหว่า่ งศููนย์ก์ ลางที่่�กรุงุ เทพและชนบทอย่า่ งระยอง

74 ระยอง เล่ม 3

ซ้้าย รููปแบบโดยทั่่ว� ไปของพระพุทุ ธรููปกลุ่�มนี้้� แบ่ง่ ได้เ้ ป็น็ 2 ลักั ษณะใหญ่ๆ่
พระพุทุ ธรููปครองจีีวรลาย คือื
ดอกพิกิ ุลุ เป็น็ พระประธาน กลุ่�มที่่� 1 เป็น็ พระพุทุ ธรููปนั่่ง� ขัดั สมาธิริ าบ ปางมารวิิชัยั บนฐานเว้า้
ในพระอุุโบสถหลังั เดิิม ออก ซึ่่�งตัวั ฐานมักั ประดับั ด้ว้ ยลายเกสรบัวั ลายช่่องสี่่เ� หลี่่ย� ม ลายประดัับ
ของวัดั หนองสะพาน ต่า่ งๆ บางองค์อ์ าจมีชี ุดุ ฐานสิงิ ห์เ์ สียี บรับั กับั ฐานเว้า้ ออก ซึ่่ง� ชุดุ ฐานที่่เ� สียี บ
อายุุราวรััชกาลที่่� 4 ลงมา ดัังกล่่าว ส่่วนมากมัักเว้้นช่่องว่่างส่่วนล่่างสุุดของฐานเป็็นแผ่่นเรีียบ
อาจเป็็นฝีมี ืือของกลุ่�มบ้้าน สัันนิิษฐานว่่าคงเว้้นไว้้ให้้จารึึกชื่่�อหรืือนามผู้�สร้้าง องค์์พระพุุทธรููปมัักจะ
ช่า่ งหล่่อ ครองจีวี รห่่มเฉียี ง สัังฆาฏิเิ ป็็นแผ่่นใหญ่แ่ ละหนา อนึ่่�งลักั ษณะที่่�สำำ�คััญอีีก
ขวา อย่่างหนึ่่�งของกลุ่�มที่่� 1 คือื การที่่�พระพุทุ ธรููปกลุ่�มนี้้ค� รองจีีวรลายดอกพิกิ ุลุ
พระพุทุ ธรููปประธานใน ซึ่่�งเริ่ม� นิิยมมาตั้้ง� แต่ร่ ััชกาลที่่� 3 เป็็นต้น้ มา47 พระพักั ตร์์ของพระพุทุ ธรููปที่่�
พระอุโุ บสถเดิมิ วัดั ตะพงใน ค่่อนข้้างกลมและอวบอิ่่�ม พระเกศาที่่�มีีลัักษณะเป็็นหนามแหลมขนาดเล็็ก

วดั บา้ น ศาลเจา้ ศลิ ปกรรมและงานชา่ งโบราณ 3 — ประติมากรรมโบราณและพระพุทธรูปในระยอง 75

ซ้า้ ย และพระรัศั มีที ี่่ม� ีลี ักั ษณะเป็น็ เปลว โดยตัวั อย่า่ งสำำ�คัญั ของพระพุทุ ธรููปกลุ่�ม
พระพุทุ ธรููปประธานใน แรก ได้แ้ ก่่ พระพุทุ ธรููปประธานเดิิมของวััดหนองสะพาน วััดตะพงใน
พระอุโุ บสถหลัังเดิิม กลุ่�มที่่� 2 คืือ เป็็นกลุ่�มที่่�มีลี ักั ษณะเด่่น คืือ กลุ่�มพระพุุทธรููปซึ่่ง� ห่่ม
ปัจั จุบุ ันั ประดิิษฐานอยู่่� จีวี รเรียี บ ไม่ม่ ีลี าย มีที ั้้ง� กลุ่�มพระพุุทธรููปซึ่่�งนั่่ง� ขััดสมาธิิเพชรและราบ โดย
ณ พระวิหิ ารหลังั ใหม่่ กลุ่�มที่่น� ั่่ง� ขัดั สมาธิริ าบมีจี ำำ�นวนมากกว่า่ พระพักั ตร์ข์ องแต่ล่ ะองค์ม์ ีรี ููปแบบ
วัดั ป่า่ ประดู่่� ที่่�หลากหลาย แต่่โดยภาพรวมมัักจะเป็็นกลุ่�มที่่�ทรงครองจีีวรห่่มเฉีียง ทำำ�
ขวา ปางมารวิชิ ัยั ประทับั นั่่ง� อยู่บ่� นฐานกลีบี บัวั คล้า้ ยฐานพระพุทุ ธรููปล้า้ นนาหรืือ
พระพุุทธรููปในมณฑป บางครั้�งประทัับนั่่�งบนฐานเว้้าออกเช่่นกััน ถึึงอย่่างไร ยัังคงมีีลัักษณะที่่�
วััดเภตราสุขุ าราม สำำ�คััญอยู่่�คืือการเว้้นช่่องเรีียบบริิเวณส่่วนฐานสำำ�หรัับจารึึกชื่�่อผู้ �ศรััทธา
บ้า้ นเพ อำ�ำ เภอเมืือง บริิจาค ซึ่่�งลัักษณะดัังกล่่าวคงสััมพัันธ์์กัับกลุ่�มช่่างพระ บ้้านช่่างหล่่อ
กรุุงเทพฯ ซึ่่�งบางครั้�งจะนิิยมหล่่อพระพุุทธรููปศิิลปะแบบโบราณ โดย
ตััวอย่า่ งสำ�ำ คัญั ของพระพุุทธรููปกลุ่�มที่่�สอง ได้้แก่่ พระพุทุ ธรููปประธานเดิิม
วััดป่่าประดู่่� วัดั เภตราสุขุ าราม เป็น็ ต้น้

76 ระยอง เลม่ 3

พระพุทุ ธรููปประธานอุโุ บสถเก่า่ วัดั หนองแพงพวย มีปี ระวัตั ิกิ ารสร้า้ ง
วััดขึ้�นในระหว่่าง พ.ศ. 2427-2432 อัันเป็็นกลางสมััยรััชกาลที่่� 5 องค์์
พระพุทุ ธรููปทรวดทรงทะมัดั ทะแมง ประทับั นั่่ง� ขัดั สมาธิเิ พชรแสดงปางสมาธิิ
พระพักั ตร์ค์ ่อ่ นข้า้ งกลม พระเนตรมองตรง เม็ด็ พระศกเล็ก็ รัศั มีรีููปเปลวไฟ
ครองจีวี รห่ม่ เฉียี งชายสังั ฆาฎิเิ ป็น็ แผ่น่ ยาวปลายตัดั ตกลงตรงกลางพระอุรุ ะ
แม้พ้ ุทุ ธศิลิ ป์จ์ ะดููคล้า้ ยคลึงึ กับั พระพุทุ ธรููปทั่่ว� ไปที่่ส� ืบื ลงมาจากสมัยั
รััชกาลที่่� 3 แต่่การประทัับนั่่�งขััดสมาธิิเพชรพร้้อมแสดงปางสมาธิิทำ�ำ ให้้
นึึกถึึง “พระนิิรัันตราย” ซึ่่�งหล่่อขึ้�นในสมััยรััชกาลที่่� 443 แต่่ก็็มีีลัักษณะที่่�
ต่่างไปบ้้างเช่่นทำ�ำ จีีวรเรีียบไม่่เป็็นริ้�วธรรมชาติิ มีีพระเกตุุมาลาซึ่่�งในสมััย
รััชกาลที่่� 5 กลัับมาทำ�ำ กัันอีีกครั้�ง44 จึึงช่่วยกำ�ำ หนดอายุุได้้ว่่าพระพุุทธรููป
ในอุโุ บสถเก่า่ ของวัดั หนองแพงพวยหล่อ่ สอดคล้อ้ งกับั ระยะเวลาสร้า้ งวัดั ใน
ช่่วงต้น้ -กลางรััชกาลที่่� 5
พระพุุทธรููปจากอุุโบสถหลัังเก่่าวััดสมมติิเทพฐาปนาราม รููปแบบ
ทั่่�วไปคล้้ายกระพุุทธรููปแบบรััตนโกสิินทร์์สมััยรััชกาลที่่� 3 ลงมา เช่่น
พระพัักตร์์กลม พระเนตรมองตรงเม็็ดพระศกเล็็ก ชายสัังฆาฏิิเป็็นแผ่่น
ตกลงลงมากลางพระอุรุ ะ นิ้้ว� พระหัตั ถ์เ์ ท่า่ กันั แต่จ่ ากประวัตั ิขิ องวัดั ที่่ก� ล่า่ ว
ว่า่ สร้้างขึ้�นเมื่่�อ พ.ศ. 242745 จึึงควรเป็็นพระพุุทธรููปที่่ม� ีีอายุุในสมััยรััชกาล
ที่่� 5 แล้ว้
แต่่ในที่่�นี้้� การกำำ�หนดอายุุพระพุุทธรููปทั้้�งสองกลุ่�มดัังกล่่าวอาจจะ
ทำ�ำ ได้้โดยยากเนื่่�องจากเป็็นพระพุุทธรููปกลุ่�มที่่�อาจทำ�ำ สืืบเนื่่�องกัันหลาก
หลายสมัยั ตั้้ง� แต่ร่ าวหลัังสมััยรััชกาลที่่� 3 ถึึงรัชั กาลที่่� 7 ประเด็็นสำำ�คัญั ที่่�
ตามมาจากรููปแบบ คือื การที่่พ� ระพุทุ ธรููปกลุ่�มนี้้บ� างองค์ม์ ีฐี านเสียี บรับั และ
ตััวฐานมีีแผ่่นว่่างให้้สามารถจารึึกชื่�่อได้้ซึ่่�งบางองค์์อาจจะมีีจารึึกหรืือไม่่มีี
ก็ไ็ ด้้ ย่อ่ มสะท้อ้ นว่า่ พระพุทุ ธรููปกลุ่�มนี้้�อาจจะเป็็นกลุ่�มที่่�มีกี ารนำำ�เข้้ามาจาก
กรุงุ เทพฯ โดยเช่า่ มาตั้้ง� ไว้เ้ ป็น็ พระประธานก็เ็ ป็น็ ได้้

วดั บ้าน ศาลเจา้ ศลิ ปกรรมและงานชา่ งโบราณ 3 — ประตมิ ากรรมโบราณและพระพุทธรูปในระยอง 77

อนึ่่ง� การขยายและกระจายตัวั อย่า่ งมากของพระพุทุ ธรููปกลุ่�มนี้้อ� าจ
สัมั พันั ธ์ก์ ับั สังั คม เศรษฐกิจิ และการเมือื ง สมัยั ใหม่ท่ ี่่ก� ่อ่ ตัวั ขึ้้น� แล้ว้ หลังั ราว
พ.ศ. 2400 เป็็นต้น้ มา กล่่าวคืือ การก่่อตัวั ขึ้้น� ของสังั คมชาวนารายย่่อย ซึ่่�ง
เฟื่่อ� งฟูอู ย่่างมากในราวรัชั กาลที่่� 4 ตอนปลาย ถึงึ ช่ว่ งรััชกาลที่่� 5 เป็็นต้น้
มา48 ในระยะเวลาดังั กล่า่ ว เกิดิ การกระจายตัวั ของผู้�คนจากพื้้น� ที่่เ� มือื งหรืือ
กลุ่�มคนในสังั กัดั มููลนายตามระบบไพร่เ่ ดิมิ ออกสู่�่ สังั คมแบบชาวนาใหม่่ ซึ่่ง�
ส่ง่ ผลให้ก้ ารเกิดิ ตั้้ง� ถิ่่น� ฐานบ้า้ นเรืือนมากยิ่่�งขึ้น� เกิดิ การกระจายตัวั ของวััด
ในจำ�ำ นวนมากขึ้�นจากการสนัับสนุุนของกลุ่�มชาวบ้้านทั่่�วไป สัังเกตได้้จาก
ประวััติิของวััดต่่างๆ ที่่�พบพระพุุทธรููปกลุ่�มเหล่่านี้้�มัักจะถููกสนัับสนุุนหรืือ
สถาปนาขึ้้�นโดยชาวบ้า้ นในท้้องที่่เ� ช่่นกััน

4. พระพุทุ ธรูปู ฝีมี ืือช่า่ งพื้้น� ถิ่่น�

กลุ่�มพระพุทุ ธรููปปููนปั้้�น ลุ่�มน้ำำ�� ระยอง ได้้สะท้้อนฝีมี ือื ทางเชิิงช่่างที่่�
หลากหลายในพื้้�นถิ่่�นอย่่างชััดเจน เนื่่�องจากว่่าเป็็นมรดกตกทอดจากช่่าง
หลากหลายสมััยในเมืืองระยองได้้ร่่วมกัันสร้้างขึ้ �นจากฝีีมืือของท้้องถิ่่�น
พระพุุทธรููปกลุ่�มนี้้�จะเป็็นงานที่่�ผ่่านการซ่่อมแซมมาแล้้ว แต่่จากลัักษณะ
โดยรวมก็็สามารถระบุุได้้ว่่าเป็็นกลุ่ �มพระพุุทธรููปอย่่างท้้องถิ่่�นเมืืองระยอง
ซึ่่�งไม่่อาจกำำ�หนดอายุไุ ด้ช้ ััดเจนร่ว่ มกัับกลุ่�มอื่่�น ๆ ที่่�กล่า่ วมา
พระพุุทธรููปท้้องถิ่่�นอิิริิยาบถนั่่�งมัักเป็็นพระพุุทธรููปที่่�ทำำ�จากปููนปั้้�น
มีสี ่ว่ นน้อ้ ยซึ่่ง� ทำ�ำ มาจากไม้แ้ ละมักั จะเป็น็ พระพุทุ ธรููปขนาดเล็ก็ โดยพระพุทุ ธ
รููปปููนปั้้�นดัังกล่่าวมัักประดิิษฐานเป็็นพระประธานในพระอุุโบสถ ตััวอย่่าง
ได้้แก่่ พระพุุทธรููปประธานในพระอุุโบสถ วััดบ้้านแลง วััดนาตาขวััญ
วัดั บ้า้ นเก่่า เป็น็ ต้้น

78 ระยอง เลม่ 3

ซ้้าย ส่ว่ นรููปแบบโดยพื้้น� ฐานของพระพุทุ ธรููปปููนปั้้น� มักั จะเป็น็ พระพุทุ ธ
พระพุุทธรููปประธานปููนปั้้�น รููปที่่�มีีสััดส่่วนสููงชะลููด ประทับั นั่่ง� ขัดั สมาธิริ าบ ปางมารวิชิ ัยั ครองจีวี รห่่ม
ฝีมี ือื ช่่างอย่า่ งท้้องถิ่่�นใน เฉีียง มีีสัังฆาฏิิเป็็นแผ่่นใหญ่่หนา พระหััตถ์์ข้้างซ้้ายของที่่�วางบนพระชงฆ์์
พระอุุโบสถ วััดบ้า้ นแลง มักั จะหักั เป็น็ มุมุ รวมไปถึงึ สัดั ส่ว่ นของพระหัตั ถ์ท์ ี่่ม� ักั จะมีขี นาดใหญ่่ พระกร
ขวา เป็น็ แท่ง่ ค่อ่ นข้า้ งแข็ง็ กระด้า้ ง พระกรขวามักั ทิ้้ง� ลงในแนวดิ่่ง� ลงเป็น็ เส้น้ ตรง
พระพุุทธรููปประธานปููนปั้้น� สัดั ส่ว่ นของพระเศียี รมักั จะมีขี นาดใหญ่่ เมื่่อ� เทียี บกับั ส่ว่ นลำ�ำ ตัวั โดยพระพักั ตร์์
ในพระอุโุ บสถ ค่อ่ นข้า้ งแป้น้ พระโอษฐ์เ์ ป็น็ วงโค้ง้ หรืือบางองค์ท์ ำ�ำ ขอบพระโอษฐ์ย์ื่น� ออกมา
วััดนาตาขวัญั คล้า้ ยปากนก พระนาสิกิ โด่ง่ เป็น็ สันั พระกรรณเป็น็ แผ่น่ ใหญ่่ ค่อ่ นข้า้ งกางออก
พระขนงเป็็นแผ่น่ ใหญ่ห่ นา เส้้นสัันของพระขนงต่่อกันั เป็็นปีกี กา พระเกศา
เล็ก็ เป็็นหนาม บางองค์์มีีการทำ�ำ ไรพระศกด้้วย พระรัศั มีเี ป็น็ เปลวเพลิิง ใน
ภาพรวมนั้้น� สััดส่ว่ นแลดููคล้้ายหุ่่�นกระบอก

วดั บา้ น ศาลเจ้า ศิลปกรรมและงานช่างโบราณ 3 — ประติมากรรมโบราณและพระพุทธรูปในระยอง 79

ซ้้าย ในลุ่�มน้ำ�ำ� ประแส ที่่�วััดราชบัลั ลัังก์ป์ ระดิิษฐวราราม พบพระพุุทธรููป
พระพุทุ ธรููปประธานเดิิม ฝีีมืือสร้้างโดยวััสดุุพื้้�นถิ่่�นที่่�พิิเศษคืือ หลวงพ่่อหวาย พระพุุทธรููปประธาน
เคยประดิษิ ฐานในพระ ภายในอุุโบสถเก่่า ประวััติิของวััดนั้้�นกล่่าวว่่าสมเด็็จพระเจ้้าตากสิินทรง
อุโุ บสถเก่า่ วััดบ้้านเก่า่ พระราชทานให้้กัับวััด49 แต่่เดิิมนั้้�นสภาพชำ�ำ รุุดจึึงมีีการซ่่อมแซมขึ้�นใหม่่
ปัจั จุบุ ัันเคลื่่อ� นย้า้ ยมา ทั้้ง� หมดทำำ�ให้ไ้ ม่ส่ ามารถตรวจสอบพุุทธศิิลป์์ดั้้�งเดิิมได้้ชัดั เจน
ประดิิษฐาน ณ พระพุุทธรููปปางมารวิชิ ััย เค้า้ พระพัักตร์อ์ อกกลม เม็็ดพระศกเล็็ก
ศาลาการเปรียี ญ รััศมีีเป็็นเปลวแหลม ครองจีีวรเรีียบห่่มเฉีียง นิ้้�วพระหััตถ์์เสมอกัันทำำ�ให้้
ขวา นึกึ ถึงึ รููปแบบของพระพุทุ ธรููปในศิลิ ปะรัตั นโกสินิ ทร์ช์ ่ว่ งรัชั กาลที่่� 2 ลงมา50
หลวงพ่่อหวาย ส่่วนฐานกลีีบบััวรองรัับองค์์พระมีีแถบลายหน้้ากระดานเป็็นลายดอกจอก
วััดราชบััลลังั ก์์ ก้้านเฉีียง (หน้้ากระดานบน) และดอกสี่่�กลีีบ (หน้้ากระดานล่่าง) ซึ่่�งเป็็น
ประดิษิ ฐวราราม ลวดลายที่่น� ิิยมในสมัยั รััตนโกสิินทร์์
การใช้้วััสดุเุ ป็น็ หวายหรืือไม้้ ถือื เป็น็ วัสั ดุุท้อ้ งถิ่่�นที่่พ� บกับั การสร้า้ ง
พระพุุทธรููปพื้้�นถิ่่�นอื่่�นๆ ด้้วยเช่่นพระไม้้ในอีีสานและภาคเหนืือ51 แต่่หาก

80 ระยอง เลม่ 3

ซ้า้ ย พระพุุทธรููปองค์์นี้้�สร้้างจากการสานโครงหวายและลงรัักปิิดทองก็็จะ
พระพุทุ ธรููปในอุุโบสถเก่า่ คล้า้ ยคลึงึ กับั การสร้า้ งประติมิ ากรรมแบบจีนี ด้ว้ ย โครงหวายสานมีนี ้ำ��ำ หนักั
วััดโพธิ์ �ทองพุุทธาราม เบาจึึงสัันนิิษฐานได้้ว่่ามีีจุุดประสงค์์เพื่่�อให้้สามารถยกแห่่ได้้ ซึ่่�งส่่วนล่่าง
อำำ�เภอแกลง ของฐานก็็มีีห่ว่ งเหล็็กที่่น� ่า่ จะใช้ส้ ำำ�หรัับสอดคานหามด้้วย
ขวา พระพุุทธรููปประธานภายในอุุโบสถเก่่าของวััดโพธิ์�ทองพุุทธาราม
พระพุทุ ธรููปในอุุโบสถเก่่า และวััดพลงช้้างเผืือก เป็น็ พระพุทุ ธรููปปููนปั้้น� ขนาดใหญ่่ พุุทธศิลิ ป์ท์ ั้้ง� สอง
ถููกย้้ายมาในวิหิ าร องค์์คล้้ายคลึึงกันั คือื พระพัักตร์์ยาวคางเสี้้�ยม พระกรรณงอน เม็็ดพระศก
วัดั พลงช้า้ งเผือื ก เล็็ก รััศมีรี ููปเปลวยอดสููง ครองจีวี รเรีียบห่่มเฉียี งชายสัังฆาฏิิเป็็นแผ่น่ ยาว
อำำ�เภอแกลง ตกลงมากึ่่�งกลางพระนาภีี พระบาทซ้้ายที่่�ประทัับนั่่�งขััดสมาธิิราบมีีนิ้้�ว
พระบาทโผล่่ตะแคงออกมาสองนิ้้ว� น่า่ สัังเกตว่า่ พระพัักตร์ค์ ล้้ายคนจริิงๆ
มากขึ้ �นซึ่่�งเป็็นแบบอย่่างที่่�นิิยมกัันในการสร้้างประติิมากรรมหรืือพระพุุทธ
รููปในช่่วงหลังั รััชกาลที่่� 5 ลงมา52

วดั บ้าน ศาลเจ้า ศิลปกรรมและงานชา่ งโบราณ 3 — ประตมิ ากรรมโบราณและพระพทุ ธรปู ในระยอง 81

ซ้า้ ย ประวััติิของพระพุุทธรููปสององค์์นี้้�ถููกสร้้างในระยะใกล้้เคีียงกัันคืือ
พระพุทุ ธรููปขนาดเล็ก็ พร้อ้ ม พระพุุทธรููปวััดโพธิ์�ทองสร้้าง พ.ศ. 246453 และพระพุุทธรููปวััดพลงช้้าง
ฐานสลัักไม้้ งานศิลิ ปะ เผืือกสร้้างระหว่่าง พ.ศ. 2470-247354 จึึงถืือเป็็นฝีีมืือช่่างพื้้�นถิ่่�นอย่่าง
พื้้�นถิ่่�นสมััยรััตนโกสินิ ทร์์ แท้้จริิง
วััดบ้้านแลง นอกจากนี้้ย� ังั มีพี ระพุทุ ธรููปขนาดเล็ก็ ซึ่่�งมีีความน่่าสนใจ เนื่่�องมา
ขวา จากมัักจะประดิิษฐานอยู่�่บนฐานแกะสลัักลวดลายหรืือเขีียนสีีอย่่างงดงาม
พระพุทุ ธรููปปางปาลิไิ ลยก์์ ประกอบไปด้ว้ ยฐานสิิงห์์ มีผี ้า้ ทิิพย์ต์ กลงมาเป็็นแผ่่นหนาและบััวคลุ่�มด้า้ น
วััดป่่าประดู่่� บน มัักทำ�ำ เป็็นลายดอกสี่่�กลีีบวางชนกันั 4 ดอก อย่่างเป็น็ ระเบีียบ โดยดูู
จากภาพรวมแล้้วคล้้ายคลึึงกัับลายตารางหรืือลายแผงซึ่่�งนิิยมในศิิลปะ
รัตั นโกสินิ ทร์เ์ ช่น่ กันั นอกจากนี้้ย� ังั มีเี ขียี นสีหี รืือสลักั ลายในส่ว่ นของฐานสิงิ ห์์
ด้ว้ ย การกำำ�หนดอายุุของพระพุุทธรููปนั่่ง� ฝีีมืือท้อ้ งถิ่่น� ขนาดเล็ก็ นี้้�จึึงควรอยู่�่
ในราวรััชกาลที่่� 4-5 เป็็นต้้นมาด้้วยเช่่นกััน โดยตััวอย่่างของพระพุุทธรููป
เหล่า่ นี้้� ได้แ้ ก่่ พระพุุทธรููปที่่ว� ัดั บ้้านแลง

82 ระยอง เลม่ 3

ซ้้าย ความหลากหลายของรููปแบบพระพุุทธรููปในอิิริิยาบถนั่่�งมีีอยู่่�เป็็น
พระพุทุ ธรููป จำำ�นวนมาก เนื่่�องจากในพื้้�นที่่�ลุ่�มน้ำ�ำ�ระยองยัังสามารถพบพระพุุทธรููปปาง
ปางปาลิิไลยก์ส์ ลัักไม้้ ปาลิไิ ลยก์ไ์ ด้ด้ ้ว้ ย โดยมีที ั้้ง� งานปููนปั้้น� และงานไม้้ ตัวั อย่า่ งของกลุ่�มนี้้� ได้แ้ ก่่
ศิิลปะรััตนโกสิินทร์์ พระพุุทธรููปปางปาลิไิ ลยก์์ของวัดั ป่า่ ประดู่่� นอกจากนี้้� ยัังมีีการทำำ�พระพุุทธ
วััดเกาะอรััญญิิกาวาส รููปสลัักไม้้ ปางปาลิิไลยก์์ ดัังพบที่่�วััดเกาะหรืือวััดเกาะแก้้วอรััญญิิกาวาส
ขวา เพีียงวััดเดีียว ซึ่่�งนัับว่่ามีีเอกลัักษณ์์อัันแสดงถึึงความเป็็นท้้องถิ่่�นเช่่นกััน
พระพุทุ ธไสยาสน์์ขนาด สังั เกตได้้จากการทำ�ำ องค์์พระพุุทธรููปในเค้้าโครงที่่ย� ืืดสููง ผิดิ สัดั ส่ว่ น องค์์
ใหญ่ข่ องวัดั ป่า่ ประดู่่� ความ พระพุุทธรููปประทัับนั่่�งบนโขดหินิ ซึ่่�งด้้านล่า่ งของโขดหิินสลัักเป็น็ ช่่องคููหา
พิิเศษคืือประทับั สีหี และภาพสััตว์์ประสมต่่างๆ คล้้ายบรรยากาศของป่่าหิิมพานต์์ โดยส่่วน
ไสยาสน์ห์ ันั พระพักั ตร์์ไป พนัักหลัังทำำ�เป็็นแผ่่นไม้้รููปร่่างคล้้ายกัับใบไม้้ที่่�งอกขึ้ �นมาจากแนวโขดหิิน
ทางทิศิ ใต้้ซึ่่ง� อาจหมายถึงึ กำ�ำ หนดอายุุราวพุทุ ธศตวรรษที่่� 24 ตอนปลาย ถึึงราวพุทุ ธศตวรรษที่่� 25
ปางปริินิพิ พานก็็ได้้ พระพุุทธรููปไสยาสน์์ ที่่ว� ัดั ป่่าประดู่�่ จากรููปแบบทางศิิลปกรรมก็อ็ าจจัดั เข้้า
สู่�่รูปแบบพระพุุทธรููปอย่า่ งท้้องถิ่่น� ได้้เช่น่ กันั เช่น่ การทำำ�พระพักั ตร์์ที่่�ค่่อน
ข้้างรีีแต่่แป้้น คล้้ายคลึึงกัับพระพัักตร์์พระพุุทธรููปในศิิลปะรััตนโกสิินทร์์
ขอบพระโอษฐ์ย์ื่น� ออกแต่ต่ ัวั พระโอษฐ์เ์ ป็น็ เส้น้ โค้ง้ พระเนตรที่่ร�ี่เ� ล็ก็ พระกรรณ
ที่่ก� างออกอย่า่ งชัดั เจน เม็ด็ พระเกศาเล็ก็ เป็น็ หนาม มีอี ุษุ ณีษี ะเป็น็ ต่อ่ มนููน

วัด บา้ น ศาลเจา้ ศลิ ปกรรมและงานชา่ งโบราณ 3 — ประตมิ ากรรมโบราณและพระพุทธรปู ในระยอง 83

บนซ้้าย เรีียบ ไม่่มีีส่่วนพระเกศาคลุุมเหมืือนปกติิซึ่่�งทำำ�ให้้เกิิดความก้ำ��ำ กึ่่�งระหว่่าง
พระพุุทธรููปที่่ม� ณฑปเนินิ ความเป็น็ อุษุ ณีษี ะกับั ส่ว่ นโคนของพระรัศั มีี ส่ว่ นตัวั พระรัศั มีเี ป็น็ เปลวเพลิงิ
ฆ้้อ รวมไปถึงึ การครองจีวี รห่ม่ เฉียี ง สังั ฆาฏิเิ ป็น็ แผ่น่ ยาวทะลุสุ ่ว่ นบั้้น� พระองค์์
ล่า่ งซ้า้ ย ขององค์พ์ ระพุทุ ธรููปลงไปในทิิศทางเดีียวกัับชายผ้า้ หน้า้ นาง โดยไม่่มีกี าร
ฐานพระพุุทธรููปมณฑป ทำ�ำ รััดประคด ซึ่่�งลัักษณะเช่่นนี้้�ผิิดแปลกออกจากความเป็็นงานช่่างหลวง
เนิินฆ้อ้ ย้า้ ยมาจาก ส่ว่ นของพระเขนยหนุนุ เป็น็ ทรงสามเหลี่่ย� มอยู่บ�่ ริเิ วณพระกัจั ฉะ
วััดเนิินทราย มีจี ารึกึ สร้า้ ง นอกจากนี้้ท� ิศิ ทางการหันั ของพระเศียี รไปทางทิศิ ตะวันั ออกและพระ
ใน พ.ศ. 2500 พัักตร์์บ่่ายหน้้าลงมายัังทิิศใต้้ ทิิศทางดัังกล่่าวสอดรัับกัับคััมภีีร์์มหาวงศ์์
ขวา ตอนที่่�กล่่าวถึึงการปริินิิพพานของพระพุุทธเจ้้าเช่่นกััน ดัังนั้้�นพระพุุทธรููป
พระพุทุ ธรููปประธานใน องค์์นี้้จ� ึึงมีคี วามหมายอยู่�่ในปางปริินิพิ พาน55
อุโุ บสถ (ใหม่)่ วััดดอน
มะกอก

5. กลุ่�มพระพุุทธรููปสมััยใหม่่ ทศวรรษ 2500 ลงมา

หลััง พ.ศ. 2475 กระแสการเปลี่่�ยนแปลงทางศิิลปวััฒนธรรมใน
ประเทศไทยมีีเป็็นอัันมาก โดยงานสร้้างศิิลปกรรมแบบประเพณีียัังคง
สืบื ทอดลงมาโดยไม่ไ่ ด้เ้ กี่่ย� วข้อ้ งกับั การเปลี่่ย� นแปลงระบบอบการปกครอง56
แต่ถ่ ููกสร้า้ งโดยแนวคิดิ ใหม่ๆ่ เช่น่ การเปลี่่ย� นวัสั ดุจุ ากไม้้ ปููนปั้้น� สำำ�ริดิ มา
เป็็นปููนซีเี มนต์์ เหล็็ก และวัสั ดุุจากภาคอุตุ สาหกรรมเป็น็ ต้น้ ในส่่วนของ
พระพุุทธรููปนั้้�น ความนิิยมในการสร้้างเลีียนแบบพุุทธศิิลป์์สุุโขทััยยัังคงมีี
อยู่เ�่ ป็น็ สำ�ำ คัญั เห็น็ ได้จ้ ากการจำำ�ลองพระพุทุ ธชินิ ราชไปเป็น็ ประธานตามวัดั
ต่า่ งๆ หรืือการปั้้น� หล่อ่ พระศรีศี ากยทศพลญาณ พุทุ ธมณฑลที่่ม� ีแี รงบันั ดาล
ใจจากพระพุทุ ธรููปลีีลาสมััยสุุโขทััย57
ในที่่�นี้้�ขอยกตััวอย่่างเพีียงสององค์์ที่่�มีีจารึึกระบุุเวลาสร้้างชััดเจน
คือื พระพุทุ ธรููปจากมณฑปเนินิ ฆ้อ้ ซึ่่ง� เคลื่่�อนย้า้ ยมาจากวััดเนินิ ทราย และ
พระพุทุ ธรููปในอุโุ บสถวัดั ดอนมะกอก อำ�ำ เภอแกลง เพราะช่ว่ งหลังั จาก พ.ศ.
2500 เป็น็ ต้น้ มา พระพุุทธรููปตามวััดต่่างๆ จะกลายเป็น็ งานพุทุ ธพาณิิชย์์
ที่่เ� น้น้ การหล่อ่ และขายเช่า่ แจกจ่า่ ยไปตามวัดั ต่า่ งๆ และมักั มีตี ้น้ แบบสำ�ำ คัญั
ที่่�ทำำ�ซ้ำำ��กันั มากคือื พระพุทุ ธชิินราช

84 ระยอง เล่ม 3

วดั บ้าน ศาลเจา้ ศลิ ปกรรมและงานชา่ งโบราณ 3 — ประตมิ ากรรมโบราณและพระพทุ ธรูปในระยอง 85

พระพุุทธรููปที่่�มณฑปเนิินฆ้้อ ซึ่่�งเคลื่่�อนย้้ายมาจากอุุโบสถวััดเนิิน
ทราย พุทุ ธศิลิ ป์์โดยรวมเป็น็ แบบสุโุ ขทัยั คือื ทรวดทรงเพรียี วอวบอิ่่ม� พระ
พัักตร์์รููปไข่่ เม็็ดพระศกใหญ่่รััศมีีรููปเปลว ครองจีีวรห่่มเฉีียงชายสัังฆาฏิิ
เป็็นเส้้นยาวปลายแฉก ประทัับนั่่�งขััดสมาธิิราบปางมารวิิชััยบนฐานเขีียง
เรียี บ ซึ่่ง� มีีจารึึกติดิ ที่่�ฐานว่่า
“สร้า้ ง ณ บ้า้ นสามมิติ ร ๑๓ กรกฎาคม ๒๔๙๙ ถึงึ ๑๓ เมษายน
๒๕๐๐ รวม ๑๑๓ องค์์ ทองห่่อเช็ง็ สุุทธาถวายประจำำ�พระอุโุ บสถ
จารึกึ นี้้ช� ่่วยกำำ�หนดได้ว้ ่า่ พระพุทุ ธรููปองค์น์ ี้้�เป็น็ หนึ่่�งในจำำ�นวน 113
องค์์ที่่ห� ล่่อขึ้น� ในช่่วง พ.ศ. 2499-2500 โดยผู้้�มีีศรัทั ธาเพื่่อ� ถวายแก่อ่ าราม
ต่า่ งๆ แต่ไ่ ม่ท่ ราบว่า่ ที่่ไ� หนบ้า้ ง และคงเป็น็ ตัวั อย่า่ งสำ�ำ คัญั ของพระพุทุ ธรููป
ในช่่วงแรกสุุดของทศวรรษ 2500 ที่่�มีีความนิิยมสร้้างพระพุุทธรููปที่่�มีีรููป
แบบศิิลปะสุโุ ขทัยั หมวดใหญ่อ่ ย่่างแพร่ห่ ลาย58 ด้้วยความนิยิ มว่า่ เป็น็ พุุทธ
ศิิลป์์ที่่�สวยงามที่่ส� ุุด
พระพุทุ ธรููปประธานในอุโุ บสถ (ใหม่)่ วัดั ดอนมะกอก เป็น็ พระพุทุ ธ
รููปหล่่อเลีียนแบบพระพุุทธชิินราช โดยมีีพุุทธลัักษณะคืือพระพัักตร์์แป้้น
เม็็ดพระศกใหญ่่ มีีรัศั มีีรููปเปลวไฟ ประทัับนั่่ง� ปางมารวิชิ ัยั บนฐานกลีีบบััว
คว่ำ��ำ บัวั หงาย ที่่ส� ำ�ำ คัญั อันั เป็น็ สัญั ลักั ษณ์ข์ องพระพุทุ ธชินิ ราชคือื ซุ้�มเรืือนแก้ว้
ปลายกรอบซุ้�มเป็น็ ตััวเหรา-มกร มีจี ารึกึ แผ่่นหินิ อ่อ่ นที่่ฐ� านว่า่
“เส-วกตรีี ผ่อ่ ง ศรีวี รรณเจริญิ แม่่กิิมฮวด ใบเงินิ , สร้้างพระ ๑
ม.ค.๐๙ ๑๒,๕๐๐.บ.”
พระพุทุ ธรููปองค์น์ ี้้ส� ะท้อ้ นความนิยิ มการจำ�ำ ลองพระพุทุ ธชินิ ราชต่อ่
เนื่่�องจากช่ว่ งสมััยปลายรััชกาลที่่� 5 ลงมาจนถึงึ สมัยั หลััง พ.ศ. 2500 ตาม
อุุโบสถสร้า้ งใหม่่ของวัดั ต่่างๆ ทั้้�งในกรุุงเทพฯและหััวเมือื งทั่่�วประเทศ59

86 ระยอง เล่ม 3

สรุปุ

จากภาพรวมที่่�กล่า่ วมาจะเห็น็ ได้ว้ ่่าพุทุ ธศิลิ ป์์ของพระพุทุ ธรููปที่่พ� บ
ในจัังหวััดระยองมีีความหลากหลายเป็็นอย่่างมาก หลัักฐานสำำ�คััญคืือ
พระพุุทธรููปศิิลปะฟููนัันหรืือทวารวดีีตอนต้้นที่่�เป็็นหลัักฐานทางโบราณคดีี
เก่่าแก่่ที่่�สุุดของระยองที่่�พบในช่่วงก่่อนพุุทธศตวรรษที่่� 19 และมาถึึง
พระพุุทธรููปในศิิลปะอยุุธยาและศิิลปะรััตนโกสิินทร์์มาจนกระทั่่�งราว
พ.ศ. 2500 ทางหนึ่่�งย่่อมบ่่งชี้�ได้้ว่่าชุุมชนเก่่าแก่่ในจัังหวััดน้ำำ�� ระยองทั้้�ง
ในลุ่�มน้ำ�ำ� ระยองและลุ่�มน้ำ��ำ ประแสเองมิิได้้แปลกแยกออกจากความเป็็น
ส่่วนกลางอย่่างชััดเจน ดัังเห็็นได้้จากกรณีีพระพุุทธรููปกลุ่�มบ้้านช่่างหล่่อ
ขณะเดียี วกันั ก็ก็ ลับั ให้ค้ วามสำ�ำ คัญั กับั พัฒั นาการหรืือฝีมี ือื ช่า่ งอย่า่ งท้อ้ งถิ่่น�
โดยมิไิ ด้ล้ ดละลงแต่ป่ ระการใด ดังั เห็น็ ได้จ้ ากกรณีพี ระพุทุ ธรููปแบบท้อ้ งถิ่่น�
อัันบ่่งชี้ �ได้้ว่่าชุุมชนโบราณเมืืองระยองเองก็็ล้้วนแล้้วแต่่มีีพััฒนาการทั้้�ง
ภายในและภายนอกในทางรููปแบบทางศิลิ ปกรรมเช่น่ กันั อันั มีเี หตุผุ ลกลไก
และปัจั จัยั สนับั สนุนุ ให้เ้ กิดิ ทั้้ง� จากภายในและภายนอกด้ว้ ยเฉกเช่น่ เดียี วกันั

พระพุุทธรููปดัังที่่�ได้้กล่่าวมานี้�้จึึงเป็็นหลัักฐานที่่�สามารถบอก
กล่่าวความเป็็นมาและพััฒนการทางสัังคมของรวมถึึงความเชื่ �อและ
ศรััทธาด้้วย พื้�้นที่่�ในจัังหวัดั ระยองได้้อีีกทางหนึ่่ง�

วดั บ้าน ศาลเจ้า ศลิ ปกรรมและงานชา่ งโบราณ 3 — ประตมิ ากรรมโบราณและพระพทุ ธรูปในระยอง 87

4 — จติ รกรรม
แบบประเพณี
ในระยอง



90 ระยอง เลม่ 3

แม้้ระยองเป็น็ หัวั เมืืองชายทะเลขนาดเล็ก็ และไม่เ่ ป็น็ ที่่ร� ู้้�จักั ในด้า้ น
งานศิลิ ปวัฒั นธรรมเท่า่ ใดนักั แต่่หลัักฐานของงานช่่างเขีียนหรืือจิติ รกรรม
ยัังมีีหลงเหลืือให้้เห็็นมากพอสมควรและมีีฝีีมืือในระดัับสููง โดยจิิตรกรรม
ในจังั หวัดั ระยองได้พ้ บทั้้ง� ที่่เ� ป็น็ จิติ รกรรมฝาผนังั และจิติ รกรรมที่่ว� าดลงบน
เอกสารโบราณคือื สมุดุ พระมาลัยั หรืือสมุดุ ไทยต่า่ งๆ นับั ได้ว้ ่า่ เป็น็ ข้อ้ มููลน่า่
สนใจที่่ย� ัังไม่ม่ ีีผู้�ใดได้้กล่า่ วถึึงมาก่่อน

จิิตรกรรมฝาผนังั ในระยอง

ในจังั หวัดั ระยองพบจิติ รกรรมฝาผนังั โบราณอยู่เ่� พียี งแห่ง่ เดียี วคือื
อุโุ บสถเก่า่ วัดั โขดทิมิ ธาราม อำำ�เภอเมือื ง และที่่อ� ำำ�เภอแกลงเขตลุ่�มน้ำ�ำ�ประ
แสมีีจิิตรกรรมในอุุโบสถเก่่าวััดทุ่�งควายกิิน (วััดอุุดมธััญญาวาส) ซึ่่�งทั้้�งคู่�่
มีคี ุณุ ค่า่ ในฐานะมรดกงานช่่างเขีียนโบราณแบบประเพณีขี องระยอง

จิิตรกรรมฝาผนััง วัดั โขดทิมิ ธาราม

อุโุ บสถเก่า่ วัดั โขดทิมิ ธาราม มีขี นาดเล็ก็ ก่อ่ ผนังั สููง มีภี าพจิติ รกรรม
ฝาผนังั บริเิ วณผนังั สกัดั หน้า้ ทั้้ง� ภายนอกและภายในพระอุโุ บสถ, ผนัังแป
ทางด้า้ นทิศิ เหนือื และทิศิ ใต้้ โดยอาจแบ่ง่ เนื้้อ� หาจิติ รกรรมที่่ป� รากฏอยู่ไ�่ ด้ด้ ังั นี้้�
ผนังั สกัดั ด้า้ นหน้า้ บริเิ วณประตููทางเข้า้ เขียี นภาพจิติ รกรรมฝาผนังั
ทั้้�งสองฝั่่�งของบานประตูู แม้้ว่่าภาพนั้้�นจะดููลบเลืือนคงเหลืือแต่่เค้้ารอย
เพีียงเล็็กน้้อยเท่่านั้้�น แต่่ก็็เพีียงพอที่่�จะทำ�ำ ให้้สัันนิิษฐานได้้ว่่าเป็็นภาพ
รามเกีียรติ์์� ฉากยกรบ มากกว่่าที่่�จะเป็็นภาพพุุทธประวััติิในฉากมารผจญ
ตามที่่�มีีผู้�เคยกล่่าวไว้้ เพราะโดยทั่่�วไปภาพมารผจญนิิยมเขีียนกัันที่่�ผนััง
สกััดหน้้าหน้้าฝั่่�งตรงข้้ามพระประธานภายในพระอุุโบสถ60 และในฉากนี้้�
ปรากฏภาพตัวั พระและตััวยักั ษ์ป์ ระทัับบนรถรบซึ่่ง� ไม่่มีใี นตอนมารผจญ

วดั บ้าน ศาลเจ้า ศลิ ปกรรมและงานชา่ งโบราณ 4 — จติ รกรรมแบบประเพณใี นระยอง 91

จิิตรกรรมฝาผนังั ที่่ผ� นััง
สกัดั หน้้าด้า้ นนอ
กพระอุโุ บสถเก่่า
วัดั โขดทิมิ ธาราม

ภายในอุุโบสถปรากฏการเขีียนภาพจิิตรกรรมผนัังด้้านสกััดหน้้า
และด้้านแปทั้้�งสองฝั่่�งคืือฝั่่�งทิิศเหนืือและฝั่่�งทิิศใต้้ ส่่วนผนัังสกััดหลัังไม่่
ปรากฏร่่องรอยจิติ รกรรมแล้ว้
ผนัังสกัดั หน้้า เขีียนภาพแบ่่งเป็น็ 2 ส่่วน โดยมีีบานประตููเป็น็ ตัวั
ช่ว่ ยในการแบ่่งภาพ
ฝั่่�งด้้านขวามืือของพระประธานเขีียนภาพกิินนร/กิินรีีขนาดใหญ่่
ด้า้ นล่า่ งของกินิ นร/กินิ รีี ปรากฏภาพเรืือสำ�ำ เภาจีีน ภาพนี้้�เขียี นต่อ่ ไปยัังมุุม
อีีกด้้านหนึ่่�งซึ่่�งหลงเหลืือภาพต้้นไม้้ที่่�มีีลัักษณะการตััดเส้้นใบไม้้เป็็นใบๆ
นอกจากนี้้� ยังั มีกี ารผสมระหว่า่ งภาพแบบสมจริงิ กับั ภาพแบบอุดุ มคติิ ภาพ
อาจจะมีกี ารเขียี นซ่่อม โดยที่่�ฉากเรืืออาจเป็็นฉากที่่�มีีอยู่่�เดิิม ส่ว่ นฉากกิินรีี
เป็น็ ฉากที่่�เขียี นทัับในภายหลััง ในส่่วนภาพเรืือนั้้�น อาจเพราะเมืืองระยอง
เป็็นเมืืองท่่าจึึงมีีการรายละเอีียดของเรืือที่่�สมจริิง ยัังไม่่ทราบเรื่�่องราวที่่�
เขีียนบนผนังั ด้า้ นนี้้เ� นื่่อ� งจากไม่ม่ ีีภาพบ่่งชี้� และบางส่ว่ นถููกซ่่อมไปด้ว้ ย
ฝั่่ง� ซ้า้ ยมือื ของพระประธานเขียี นภาพจิติ รกรรมทศชาติชิ าดก เรื่อ�่ ง
พระเวสสันั ดรชาดก กััณฑ์ม์ หาราชซึ่่�งเชื่่�อมต่อ่ มาจากผนัังแปฝั่่ง� ทิิศเหนืือ

92 ระยอง เล่ม 3

จิิตรกรรมฝาผนัังที่่�
ผนังั สกัดั ฝั่่�งตรงข้้าม
พระประธาน ห้อ้ งภาพด้า้ น
ขวามือื ของพระประธาน
ภายในพระอุุโบสถเก่า่
วััดโขดทิิมธาราม

ในส่ว่ นของผนังั แปนั้้น� เขียี นภาพจิติ รกรรมเกี่่ย� วกับั ทศชาติชิ าดก โดย
เรียี งลำ�ำ ดับั จากทางด้า้ นทิศิ ใต้้ (ขวามือื ของพระประทาน) วนไปทางจนถึงึ ผนังั
แปด้า้ นทิศิ เหนือื (ซ้า้ ยมือื ของพระประธาน) แต่ค่ วามพิเิ ศษอยู่�่ที่ห� ้อ้ งที่่ห� นึ่่ง� นั้้น�
เขียี นภาพจิติ รกรรมฝาผนังั เกี่่ย� วกับั พระมาลัยั ฉากโปรดสัตั ว์น์ รก

วดั บา้ น ศาลเจ้า ศิลปกรรมและงานช่างโบราณ 4 — จิตรกรรมแบบประเพณีในระยอง 93

จิติ รกรรมฝาผนังั ที่่ผ� นังั แป
ด้้านขวามือื ของ
พระประธาน ห้้องภาพที่่� 1
เขีียนเรื่�อ่ งพระมาลัยั โปรด
สัตั ว์น์ รก

ตั้้�งแต่่ห้้องที่่� 2 เป็็นต้้นไปนั้้�นเป็็นภาพทศชาติิชาดก เขีียนแบบ
ไทยประเพณีี ตัวั ละครหลักั แต่ง่ กายอย่า่ งกษัตั ริยิ ์์ เน้น้ ฉากเล่า่ เรื่อ�่ งเป็น็ หลักั
ตัวั ภาพกาก/ภาพประกอบมีนี ้อ้ ย การแบ่ง่ ภาพมีที ั้้ง� การแบ่ง่ ภาพที่่แ� บ่ง่ เป็น็
สัดั ส่ว่ นของภาพชัดั เจนโดยใช้เ้ ส้น้ สินิ เทาในการแบ่ง่ ภาพ ใช้แ้ นวฉากธรรมชาติิ
ในการแบ่ง่ ภาพที่่เ� ขียี นในห้อ้ งเดียี วกันั และการเขียี นภาพจิติ รกรรมเต็ม็ ทั้้ง�
ห้อ้ งภาพ โดยมีเี รื่อ�่ งและลำ�ำ ดับั ดังั นี้้�

94 ระยอง เล่ม 3

จิติ รกรรมฝาผนังั ที่่ผ� นัังแป ห้อ้ งที่่� 2 ด้า้ นบนเขียี นภาพเตมิยิ ชาดก ด้า้ นล่า่ งเขียี นภาพมหาชนก
ด้้านขวามือื ของพระ ชาดกตอนออกเรืือสำำ�เภา
ประธาน ห้้องภาพที่่� 2 ห้้องที่่� 3 เขีียนภาพมหาชนกชาดก ตอนราชรถมาเกยอััญเชิิญ
เรื่อ�่ งเตมีียชาดก พระมหาชนกไปเป็็นกษัตั ริิย์์
ห้้องที่่� 4 เขียี นภาพสุวุ รรณสามชาดก ฉากพระราชากบิิลยัักขราช
พาพ่อ่ และแม่ข่ องสุวุ รรณสามไปดููร่่างของสุุวรรณสาม
ห้้องที่่� 5 ด้า้ นบนเขีียนภาพเนมิริ าชชาดก ตอนเสด็็จไปนรก ภาพ
ครึ่�งล่า่ งเขีียนเรื่�่องมโหสถชาดก
ห้้องที่่� 6 ภาพจิิตรกรรมเรีียงลำำ�ดัับจากด้้านล่่างขึ้�นด้้านบน โดย
ภาพส่ว่ นล่า่ งเขียี นเรื่อ�่ งภููริทิ ัตั ตชาดก ส่ว่ นภาพส่ว่ นบนเขียี นภาพจันั ทกุมุ าร
ชาดก ฉากที่่พ� ระอินิ ทร์์ลงมาทำำ�ลายปะรำ��พิิธีีบููชายััญ

วดั บ้าน ศาลเจา้ ศิลปกรรมและงานชา่ งโบราณ 4 — จิตรกรรมแบบประเพณใี นระยอง 95

ซ้า้ ย ห้อ้ งที่่� 7 ภาพจิติ รกรรมเรียี งลำ�ำ ดับั จากด้า้ นล่า่ งขึ้น� ด้า้ นบน โดยภาพ
จิติ รกรรมฝาผนังั ที่่�ผนัังแป ส่ว่ นล่า่ งเขียี นเรื่อ� งนารทชาดก ฉากที่่พ� ระนารทะทรงนิริ มิติ กาย หาบสาแหรก
ด้้านซ้้ายมืือของ ทองคำ�ำ เหาะมายังั ปราสาทของพระเจ้า้ อังั คติริ าช ส่ว่ นบนเขียี นภาพวิธิ ุรุ ชาดก
พระประธาน ห้อ้ งภาพที่่� 6 ฉากท้า้ วปุณุ กยักั ษ์ใ์ ห้พ้ ระวิธิ ููรบัณั ฑิติ เกาะหางม้า้ แล้ว้ พาเหาะไปเพื่่อ� ทรมาน
เรื่อ�่ งภููริทิ ัตั ตชาดก (ล่า่ ง) ห้้องที่่� 8 เขีียนภาพพระเวสสัันดรชาดกเต็็มทั้้�งห้้องภาพ โดย
และจันั ทกุุมารชาดก (บน) ประกอบด้ว้ ยด้้านบนเป็น็ กััณฑ์์มัทั รีี ถััดมาลงมาเป็็นกัณั ฑ์ก์ ุมุ าร
ขวา เทคนิิคการวาดภาพจิิตรกรรมฝาผนัังวััดโขดทิิมธารามนั้้�น เมื่่�อดูู
จิติ รกรรมฝาผนัังที่่ผ� นังั แป ภาพรวมจะพบว่่าทั้้�งการวาดและการใช้้สีีเป็็นแบบพื้้�นถิ่่�น ตััวละครหลัักดูู
ด้้านซ้า้ ยมืือของ กลมกลืนื กันั กับั ฉาก ไม่ไ่ ด้ม้ ีกี ารปิดิ ทองหรืือลงสีใี ห้ต้ ัวั ละครหลักั ดููเด่น่ ขึ้น� มา
พระประธาน ห้อ้ งภาพที่่� 7 แต่รูู่ปแบบการเลือื กฉากหรืือลักั ษณะของตัวั ละคร ทั้้ง� ในเรื่อ� งของการแต่ง่ กาย
เรื่่อ� งพรหมนารทชาดก และกิริ ิยิ าท่า่ ทางนั้้น� ยังั คงเป็น็ แบบประเพณีนี ิยิ มอยู่�่
(ล่า่ ง) และวิิธุุรบัณั ฑิติ ชาดก
(บน)

96 ระยอง เล่ม 3

ในส่่วนของภาพทิิวทััศน์์แวดล้้อมต่่างๆ เห็็นได้้ถึึงความพยายาม
ของช่า่ งที่่ต� ้อ้ งการวาดให้ด้ ููสมจริงิ ฉากธรรมชาติไิ ม่ว่ ่า่ จะเป็น็ ภููเขาหรืือต้น้ ไม้้
ช่่างจะวาดให้้มีีขนาดใหญ่่ ตััดเส้้นหนา ใบส่่วนของใบไม้้ช่่างจะบางใน
ลัักษณะเป็็นใบๆ ไม่่ใช่่การกระทุ้�งฝีีแปรงเพื่่�อให้้เกิิดลัักษณะของพุ่�มไม้้
นอกจากนี้้�ยัังมีีการเขีียนภาพต้้นไม้้อยู่�่ภายในวงกลม ซึ่่�งคล้้ายกัับเป็็นการ
ทำำ�ให้้ผู้�ชมเข้้าใจว่่าฉากนี้้�เป็น็ ฉากนอกเมือื งหรืือฉากป่า่ นั่่�นเอง
ในส่ว่ นของฉากอื่่�นๆ อย่่างบ้า้ นเรืือนหรืือปราสาทรราชวังั นั้้�น พบ
การวาดบ้า้ นเรืือนน้อ้ ยมาก แต่ท่ ี่่บ� นจะมีลี ักั ษณะเป็น็ อาคารที่่ม� ีหี ลังั คาหน้า้
จั่�ว แต่่ภาพนั้้�นค่่อนข้้างลบเลืือนจึึงทำ�ำ ให้้ไม่่สามารถมองเห็็นรายละเอีียด
ของตัวั อาคารได้้ ส่ว่ นภาพปราสาทราชวังั ยังั คงเป็็นแบบอุดุ มคติิ นอกจาก
นี้้ย� ังั พบอาคารที่่ม� ีพี าไล ซ้อ้ นชั้น� ที่่ท� ำำ�ให้ส้ ันั นิษิ ฐานได้ว้ ่า่ คงเป็น็ เทคนิคิ ของ
ช่า่ งเขียี นที่่พ� ยายามทำ�ำ ให้ภ้ าพดููมีมี ิติ ิมิ ากยิ่่ง� ขึ้น� และเพื่่อ� สื่่อ� ให้ผู้้�ชมเข้า้ ใจได้้
ว่า่ อาคารจริงิ นั้้น� คงเป็น็ อาคารขนาดใหญ่่ แต่เ่ นื่่อ� งด้ว้ ยพื้้น� ที่่ท� ี่่จ� ำ�ำ กัดั จึงึ ทำ�ำ ให้้
ช่า่ งเลือื กเขียี นภาพอาคารที่่ล� ดรููปลงมา เช่่น ภาพปราสาทของพระเจ้้าอััง
คติริ าชในเรื่อ่� งพรหมนารทชาดก การที่่ช� ่า่ งเขียี นวาดอาคารที่่ม� ีพี าไลแต่ก่ ลับั
ไม่่วาดอาคารที่่�มีีเพิิงจั่�นหัับซึ่่�งพบทั่่�วไปในระยอง มีีความเป็็นไปได้้ว่่าอาจ
เป็็นงานคััดลอกหรืือช่่างจดจำำ�รููปแบบมา นอกจากนี้้�ยัังพบว่่าช่่างเขีียนมีี
ความพยายามเขียี นภาพโดยใช้้ทััศนียี วิทิ ยา เพื่่อ� ให้้เกิิดความสมจริิง เช่่น
แนวกำ�ำ แพง
การแบ่่งภาพของจิิตรกรรมฝาผนััง วััดโขดทิิมธาราม มีีการแบ่่ง
ห้อ้ งภาพโดยใช้บ้ านหน้า้ ต่า่ ง บานประตูู เป็น็ ตัวั คั่่น� แบ่ง่ เรื่อ่� งราวแต่ล่ ะเรื่อ่� ง
ออกจากกัันด้ว้ ยเส้น้ สิินเทาขนาดใหญ่่ที่่�มีีทั้้ง� แบบเส้้นตรงและแบบฟันั ปลา
ส่่วนการแบ่่งฉากในเรื่่�องเดีียวกัันนั้้�นช่่างเขีียนได้้ใช้้แนวธรรมชาติิในการ
แบ่ง่ เช่น่ เขามอ แนวพุ่่�มไม้้ ฯลฯ นอกจากนี้้ย� ังั มีกี ารเชื่อ่� มเรื่อ่� งราวด้ว้ ยการ
ใช้้เส้้นนำำ�สายตา ในส่่วนของการลำำ�ดัับเรื่�่องราว การลำ�ำ ดัับเรื่�่องราวภาพ
จิิตรกรรมที่่�ไม่่เป็็นระเบีียบนััก ปรากฏทั้้�งการลำำ�ดัับเรื่�่องจากด้้านบนลงมา
ด้้านล่า่ ง และจากด้้านล่า่ งขึ้�นไปด้้านบน สัันนิิษฐานว่่าอาจจะเป็น็ การเรียี ง
ลำำ�ดัับเรื่�่องให้้มีีความน่า่ สนใจ ไม่น่ ่า่ เบื่่อ�

วดั บ้าน ศาลเจา้ ศิลปกรรมและงานชา่ งโบราณ 4 — จติ รกรรมแบบประเพณีในระยอง 97

98 ระยอง เลม่ 3

จิติ รกรรมฝาผนัังที่่ผ� นังั แป นอกจากนี้้ก� ารเลือื กฉากมาเขียี นภาพจิติ รกรรมฝาผนังั นั้้น� บางเรื่อ�่ ง
ด้้านซ้้ายมืือของพระ ช่า่ งได้น้ ำ�ำ เอาภาพฉากที่่�เป็็นแบบประเพณีีมาเขียี น เช่่น เรื่�อ่ งภููริิทัตั ตชาดก
ประธาน ห้้องภาพที่่� 8 โดยเป็น็ ฉากที่่�อาลััมพายนพราหมณ์ร์ ่่ายมนตร์แ์ ล้ว้ จัับหางพระภููริทิ ััตต์์ แต่่
เรื่่อ� งเวสสันั ดรชาดก ก็็มีีบางฉากที่่ไ� ม่ใ่ ช่แ่ บบประเพณีนี ิยิ ม เช่น่ มโหสถชาดก ซึ่่�งช่า่ งเขียี นเลืือก
ฉากราชรถมาเกย มาเขียี นเต็็มห้อ้ งภาพ
เทคนิิคด้้านสีีที่่�ใช้้และวิิธีีในการวาด จิิตรกรรมฝาผนัังภายในพระ
อุุโบสถเก่่า วััดโขดทิิมธาราม เขีียนด้้วยสีีฝุ่�นผสมกาว ลงบนพื้้น� หลังั ที่่ท� า
ด้้วยสีีขาวจางๆ สีีที่่�นิิยมใช้้นั้้�น ส่่วนใหญ่่จะเป็็นสีีเขีียว แตกต่่างจาก
จิิตรกรรมแบบไทยประเพณีี โดยทั่่�วไปที่่�ช่่างจะนิิยมใช้้สีีแดง ขาว ดำำ�
เป็็นส่่วนใหญ่่ จึึงทำำ�ให้้เกิิดข้้อสัังเกตว่่า งานช่่างที่่�เกิิดขึ้�นนั้้�นเป็็นงานช่่าง
แบบพื้้�นถิ่่น� เนื่่อ� งจากการใช้้พื้้น� หลัังเป็น็ สีีขาวที่่จ� าง
จากข้อ้ มููลที่่ไ� ด้ก้ ล่า่ วมาทั้้ง� หมด พบว่า่ จิติ รกรรมฝาผนััง วัดั โขดทิมิ
ธาราม น่า่ จะมีอี ายุอุ ยู่ใ่� นช่่วงรัตั นโกสิินทร์์ รััชกาลที่่� 3-4 โดยพิจิ ารณาจาก
การใช้้สีีที่่�เน้้นไปทางสีีวรรณะเย็็นอย่่างสีีเขีียวมากกว่่าสีีวรรณะร้้อนอย่่างสีี
แดง ขาว ดำำ� ที่่น� ิิยมกัันในช่ว่ งสมััยอยุธุ ยาตอนปลาย นอกจากนี้้�ลัักษณะ
ของการเขีียนภาพอาคารยัังมีีการพยายามใช้้ทััศนีียวิิทยาเพื่่�อทำำ�ให้้เกิิด
ความสมจริงิ ของอาคาร ทั้้ง� ในเรื่อ�่ งของการแบ่ง่ ภาพที่่ใ� ช้้แนวธรรมชาติเิ ข้า้
มาแบ่ง่ ฉากของภาพในแต่ล่ ะฉากออกจากกันั มากกว่า่ จะใช้เ้ ส้น้ สินิ เทาแบ่ง่
ภาพ ทั้้�งหมดจึึงเป็็นข้้อสนัับสนุุนการสัันนิิษฐานเรื่่�องอายุุของจิิตรกรรมว่่า
จิติ รกรรมฝาผนังั ที่่ว� ัดั โขดทิมิ ธารามแห่ง่ นี้้� คงเป็น็ จิติ รกรรมฝาผนังั ที่่อ� ยู่ใ่� น
ศิิลปะรััตนโกสินิ ทร์ช์ ่ว่ งรััชกาลที่่� 3-4 โดยสัังเกตว่่าการวาดลำำ�ดัับเรื่�่องราว
ต่า่ ง ๆ นั้้น� ไม่ม่ ีคี วามเป็น็ ระบบระเบียี บเหมือื นจิติ รกรรมฝาผนังั ในกรุงุ เทพ ฯ
จึงึ เป็็นลักั ษณะที่่�คลี่่ค� ลายของท้้องถิ่่น� เอง อัันได้้พบอยู่ใ�่ นจิติ รกรรมฝาผนััง
กลุ่�มหัวั เมือื งทางชายทะเลตะวันั ออกด้ว้ ย เช่น่ จิติ รกรรมฝาผนังั วัดั ตะปอนน้อ้ ย
จังั หวัดั จัันทบุรุ ีี เป็็นต้้น

วัด บา้ น ศาลเจ้า ศิลปกรรมและงานชา่ งโบราณ 4 — จิตรกรรมแบบประเพณีในระยอง 99


Click to View FlipBook Version