The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

BOOK 03 วัดบ้านศาลเจ้า ศิลปกรรมและงานช่างโบรา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by tumweerapant, 2022-06-20 06:24:23

BOOK 03 วัดบ้านศาลเจ้า ศิลปกรรมและงานช่างโบรา

BOOK 03 วัดบ้านศาลเจ้า ศิลปกรรมและงานช่างโบรา

100 ระยอง เลม่ 3

จิิตรกรรมเรื่อ�่ งเตมียี ชาดก จิิตรกรรมฝาผนังั อุุโบสถเก่่าวััดทุ่่�งควายกิิน
ผนัังสกััดหลังั อุุโบสถเก่่า
วัดั ทุ่�งควายกินิ อำำ�เภอ จิติ รกรรมฝาผนังั ที่่พ� ระอุโุ บสถเก่า่ วัดั อุดุ มธัญั ญาวาส (ทุ่�งควายกินิ )
แกลง มีีจารึึกเขีียนไว้้ อ.แกลง ปรากฏการเขีียนภาพจิิตรกรรมฝาผนัังภายในพระอุุโบสถบริิเวณ
ระบุุ พ.ศ. 2463 เป็็นปีี ผนังั สกััดหน้า้ และหลังั , ผนังั แปทางด้้านทิศิ เหนือื และทิศิ ใต้้ โดยมีีลำ�ำ ดัับ
ที่่เ� ขีียนจิิตรกรรม เรื่�อ่ งเริ่ม� ต้้นจากผนังั สกัดั หลังั วนไปทางผนังั แปด้้านทิศิ เหนืือ (ซ้า้ ยมือื พระ
ประธาน) เวีียนไปทางขวาตามลำ�ำ ดัับ
จิิตรกรรมแต่่ละเรื่่�องมีีคำำ�บรรยายเขีียนอยู่่�ด้้านล่่าง แต่่เนื่่�องด้้วย
สภาพของจิิตรกรรมประกอบวิิสััยทััศน์์ในการมอง จึงึ ทำ�ำ ให้ไ้ ม่่สามารถถอด
ความประโยคทั้้ง� หมดได้อ้ ย่า่ งครบถ้้วนสมบููรณ์์ แต่พ่ อจะอนุมุ านได้ว้ ่า่ เป็น็
คำำ�บรรยายประกอบภาพจิิตรกรรมฝาผนัังทศชาติิชาดกในแต่่ละตอนและ
ชื่่�อของผู้�ให้้สร้้าง ทั้้ง� นี้้ผ�ู้�เขีียนจึึงเน้น้ การวิิเคราะห์ไ์ ปที่่�รููปแบบและลักั ษณะ
ของงานจิิตรกรรม
ช่า่ งเขียี นที่่ว� าดภาพทศชาติชิ าดกบนฝาผนังั อุโุ บสถวัดั ทุ่�งควายกินิ
แม้้ฝีีมืือเป็็นแบบช่่างพื้้�นถิ่่�น แต่่ก็็มีีมุุมมองต่่องานจิิตรกรรมไทยประเพณีี
แบบสมัยั ใหม่แ่ ล้ว้ นั่่น� คือื ความพยายามใช้ท้ ัศั นียี ภาพ (Perspective) เพื่่อ�
สร้้างมิิติิด้้วยการใช้้สีีอ่่อน-สีีแก่่ระบายลงไปให้้เกิิดแสงเงาบนวััตถุุและตััว
บุุคคล การเจืือสีขี าวลงในสีอี ื่่�นๆ ก็็เป็น็ อีีกวิธิ ีีที่่�พบสำ�ำ หรัับทำำ�ให้ภ้ าพวาดดูู
ตื้้น� ลึกึ หนาบาง มีรี ะยะ เช่น่ เดียี วกันั กับั การเน้น้ สีฟี ้า้ -น้ำ��ำ เงินิ ระบายเป็น็ ฉาก
หลังั ทำ�ำ ให้ภ้ าพมีโี ทนหม่น่ มืดื อันั น่า่ จะเป็น็ อิทิ ธิพิ ลจากจิติ รกรรมตะวันั ตกที่่�
ปรากฏในช่่วงรัชั กาลที่่� 4-5 เป็น็ ต้้นมา
อย่่างไรก็็ตามสิ่่�งที่่�ละเมิิดมิิได้้สำำ�หรัับช่่างเขีียนแบบไทยประเพณีี
คือื ต้อ้ งวาดตัวั ละครหลักั ในรููปร่า่ ง การแต่ง่ กายแบบทรงเครื่อ่� งและออกท่า่
อย่า่ งนาฏลักั ษณ์ซ์ ึ่่ง� ถือื เป็น็ ภาพครููที่่จ� ะต้อ้ งปรากฏในงานจิติ รกรรม ขณะที่่�
ตััวละครอื่่�นๆ ที่่เ� รีียกว่า่ ภาพกาก ช่่างเขีียนเปิิดโอกาสให้้แสดงออกในรููป
ของสามัญั ชนเสมือื นจริงิ แนวคิดิ เช่่นนี้้ม� ีมี าไม่น่ ้้อยกว่า่ ในสมัยั รััชกาลที่่� 3
ซึ่่�งสััจนิิยมเริ่�มเข้้ามาแทรกซึึมอยู่่�ในศิิลปวััฒนธรรมไทย และจากจารึึกบน
ผนังั อุโุ บสถบริเิ วณใต้ภ้ าพเรื่อ� งพระเตมียี กุมุ ารชาดกทำ�ำ ให้ท้ ราบว่า่ จิติ รกรรม

วดั บ้าน ศาลเจา้ ศิลปกรรมและงานชา่ งโบราณ 4 — จติ รกรรมแบบประเพณีในระยอง 101

102 ระยอง เลม่ 3

บน ชุดุ นี้้�ถููกวาดขึ้�นในราว พ.ศ. 2463 สมัยั รัชั กาลที่่� 6 และเป็น็ งานจิิตรกรรม
จิิตรกรรมฝาผนังั เรื่�อ่ ง ฝาผนัังเก่่าแก่่แห่่งเดีียวของลุ่�มน้ำ�ำ�ประแสที่่�คงเหลืือหลัักฐานอยู่�่ นอกนั้้�น
มหาชนกชาดกตอนเรืือ เป็น็ จิติ รกรรมฝาผนัังรุ่�นใหม่่อันั เป็็นที่่น� ิยิ มกัันในช่่วงหลังั พ.ศ. 2500
สำ�ำ เภาอัับปาง อุุโบสถเก่่า ภาพฉากเรืือที่่�เรืือบรรทุุกสิินค้้าของพระมหาชนกอัับปางลงใน
วัดั ทุ่�งควายกิิน มหาสมุทุ ร ลักั ษณะโดยรวมของห้อ้ งภาพนี้้ค� ่อ่ นข้า้ งลบเลือื น สีทีี่่ใ� ช้โ้ ดยส่ว่ นใหญ่่
ล่าง เป็น็ สีฟี ้า้ และสีนี ้ำ��ำ ตาลอ่อ่ น ใช้เ้ ส้น้ หยักั วาดเกลียี วคลื่่น� มีกี ารวาดเส้น้ ที่่ค� ล้า้ ย
ห้้องที่่� 5 เขีียนภาพ ขอบฟ้า้ และวาดภาพที่่ค� ล้า้ ยกับั ภููเขาหรืือโขดหินิ เพื่่อ� แสดงทัศั นียี ภาพ (Pers-
จิติ รกรรมเรื่่�องมโหสถ spective) แต่ข่ นาดของเรืือกับั ขนาดของบุุคคลที่่�เป็น็ ตัวั ละครหลัักยัังคงมีี
ชาดก อุโุ บสถเก่า่ วัดั ทุ่�ง ขนาดใกล้้เคีียงกััน เรืือมีีลัักษณะเป็็นเรืือสำำ�เภา ตััวละครหลัักสวมเครื่่�อง
ควายกิิน แต่ง่ กายอย่่างกษััตริิย์์ ส่ว่ นบุุคคลอื่่น� แต่ง่ กายอย่่างสามัญั ชนไม่่สวมเสื้้อ�
ฉากพระมโหสถกระโดดขึ้น� อากาศสููง 18 ศอก เงื้อ� ดาบขู่พ่� ระเจ้า้ จุลุ นีพี รหม
ทัตั ที่่ป� ากถ้ำ��ำ มีกี ษัตั ริยิ ์์ 101 คนถููกขังั ในถ้ำ�ำ� ลักั ษณะของการวาดภาพในห้อ้ ง
นี้้�เน้้นไปยัังโทนสีีเข้้มโดยใช้้สำ�ำ น้ำ��ำ ตาลเข้้ม ตััดเส้้นด้้วยสีีดำำ�ให้้ความรู้้�สึึก
มืืดมนเสมืือนอยู่่�ภายในถ้ำำ�� ทั้้�งยัังมีีการแซมด้้วยสีีฟ้้าลงในภาพด้้วย ถ้ำ��ำ มีี
ลักั ษณะคล้า้ ยกับั การวาดเขามอที่่น� ิยิ มเขียี นเป็น็ ลักั ษณะโขดเขาขนาดใหญ่่
ผสมผสานกับั การระบายสีตี ัดั เส้น้ ที่่โ� ดยใช้ส้ ีที ี่่เ� ข้ม้ กว่า่ ภาพบุคุ คลยังั คงแต่ง่
กายแบบกษััตริิย์์ตามแบบประเพณีแี สดงท่า่ ทางนาฏลัักษณ์6์ 1

จิติ รกรรมในเอกสารโบราณเมืืองระยอง : สมุดุ ไทย-สมุดุ พระมาลัยั

สมุุดไทย คืือ เอกสารโบราณในสมัยั โบราณคนไทยบัันทึึกเรื่อ่� งราว
ต่า่ งๆ ด้้วยสมุุดไทย โดยส่่วนมาทำำ�จากกระดาษข่่อยจึึงเรีียกว่า่ สมุดุ ข่่อย
ลัักษณะเด่่นของสมุุดข่่อยคืือเป็็นแผ่่นกระดาษที่่�พัับทบไปทบมา เขีียนได้้
ทั้้�ง 2 หน้้า เมื่่�อพัับเป็็นเล่่มจะมีีลัักษณะเป็็นแท่่งสี่่�เหลี่่�ยมขนาดยาวมีีปก
สมุดุ มัักได้ร้ ัับการเก็็บรักั ษาในห่อ่ ผ้า้ ผูกู อย่า่ งมิิดชิิด แล้้วเก็็บในตู้�หรืือหีบี
พระธรรม62

วัด บา้ น ศาลเจา้ ศิลปกรรมและงานช่างโบราณ 4 — จิตรกรรมแบบประเพณีในระยอง 103

ในจัังหวััดระยองทั้้�งบริิเวณลุ่่�มน้ำ�ำ� ระยองและลุ่�มน้ำ�ำ� ประแสได้้พบ
เอกสารโบราณสำำ�คััญจำำ�นวนมากมีีความโดดเด่่นทั้้�งในด้้านฝีีมืือการเขีียน
ภาพจิติ รกรรมและเนื้้อ� หาซึ่่ง� มีคี วามเก่า่ แก่่ ทั้้ง� ยังั มีกี ารระบุปุ ีศี ักั ราชที่่เ� ขียี น
ไว้้ทำำ�ให้้สมุุดข่่อยที่่�พบมีีความน่่าสนใจและมีีคุุณค่่าจึึงควรค่่าแก่่การศึึกษา
และเก็บ็ รัักษาไว้เ้ ป็น็ อย่่างมาก โดยสมุุดข่่อยที่่�มีีความโดดเด่่นและมีคี วาม
สวยงาม ที่่ผ� ู้้�ศึกึ ษาได้เ้ ลืือกมาศึึกษามีดี ังั นี้้�

จิติ รกรรมบนสมุดุ ไทยเรื่�องมหาชาติิ วัดั โขดทิมิ ธาราม (อย.1)

อาจารย์์ ดร.อุุเทน วงสถิติ ย์์ ได้ใ้ ห้้ข้อ้ มููลไว้้ว่า่ เป็็นเรื่่�องราวที่่เ� ขีียน
บนสมุดุ ข่อ่ ยเล่ม่ นี้้เ� ป็น็ เรื่อ่� งราวเกี่่ย� วกับั พระมาลัยั กลอนสวด จากการศึกึ ษา
พบว่่าพระมาลััยกลอนสวดนั้้�น เดิิมนิิยมสวดในงานมงคลบ่่าวสาว เพื่่�อ
เป็็นการสั่่�งสอนให้เ้ จ้า้ บ่่าวเจ้้าสาวรู้้�จัักบาป บุุญ คุุณ โทษ ต่อ่ มานำ�ำ มาใช้้
สำ�ำ หรัับสวดหน้า้ ศพเพีียงอย่่างเดียี ว63
ในส่่วนของเรื่�อ่ งราวของภาพจิิตรกรรมบนสมุุดข่อ่ ยนั้้น� พบว่่าเป็็น
เรื่�่องมหาชาติิ หรืือก็็คืือพระเวสสัันดรชาดกนั่่�นเอง โดยประกอบไปด้้วย
เนื้้อ� หาในกัณั ฑ์ต์ ่า่ งๆ ในเรื่อ่� งพระเวสสันั ดรชาดก ได้แ้ ก่่ กัณั ฑ์ท์ ศพร, กัณั ฑ์์
หิิมพานต์์, ทานกััณฑ์์, กัณั ฑ์ช์ ููชก, กัณั ฑ์์มหาพน, กัณั ฑ์์กุมุ าร, กััณฑ์์มััทรี,ี
กัณั ฑ์ส์ ักั บรรพ และกัณั ฑ์ฉ์ กษัตั ริยิ ์์ เขียี นอยู่ภ�่ ายในกรอบเส้น้ ตรงซึ่่ง� แบ่ง่ ส่ว่ น
ของภาพออกจากเนื้้อ� หาที่่�เป็็นตััวอักั ษรอย่า่ งชัดั เจน
จากการสัังเกตพบว่่า ลัักษณะตััวละครที่่�ปรากฏในภาพจิิตรกรรม
บนสมุุดข่่อยเล่่มนี้้� ตััวพระหรืือตััวนางจะทรงเครื่่�องแต่่งกายอย่่างกษััตริิย์์
ประกอบด้ว้ ย ศิริ าภรณ์์ กรองศอ ทองพระกร เป็็นต้น้ ส่่วนตัวั ละครอื่่�น เช่น่
ฤๅษีจี ะแต่ง่ กายนุ่่�มห่ม่ หนังั สัตั ว์แ์ บบโบราณและเกล้า้ มวยผม, พราหมณ์จ์ ะ
แต่่งกายนุ่่�งห่ม่ ขาว, ตััวละครชาวบ้้าน ผู้�หญิิงจะแต่่งกายนุ่่�งผ้า้ ยาว เปลืือย
ท่่อนบน มีผี ้า้ คาดคล้้องคอ ส่ว่ นผู้�ชายจะนุ่�งห่่มผ้้าและเปลืือยท่่อนบนเช่น่
เดียี วกันั

104 ระยอง เลม่ 3

บน 105
จิิตรกรรมบนสมุดุ ไทยเรื่อ่� ง
มหาชาติิ วััดโขดทิิมธาราม
(อย.1)
ล่า่ ง
จิิตรกรรมบนสมุดุ ไทยเรื่อ�่ ง
มหาชาติิ วัดั โขดทิมิ ธาราม
(อย.1)

วดั บ้าน ศาลเจา้ ศลิ ปกรรมและงานช่างโบราณ 4 — จิตรกรรมแบบประเพณีในระยอง

การฉากทิวิ ทัศั น์์ มีกี ารเขีียนต้น้ ไม้โ้ ดยทำำ�เป็็นลัักษณะเป็็นพุ่�มและ
มีีการตััดเส้้นขอบให้้ดููเป็็นใบไม้้ เป็็นลัักษณะของการเขีียนใบมิิใช่่การกระ
ทุ้�งฝีแี ปรง ภููเขามีีลักั ษณะเขามอขนาดใหญ่่ และเขียี นพื้้�นที่่�น้ำ��ำ ด้้วยเส้้นโค้้ง
สื่่อ� ถึึงคลื่่น� น้ำำ��
ตััวอาคารมีีลัักษณะเป็็นอาคารแบบประเพณีี มีีทั้้�งที่่�ก่่ออิิฐถืือปููน
และเป็็นอาคารโถง มีีเสาไม้้ด้้านหน้้า จะสัังเกตได้้ว่่าตััวอาคารมีีลัักษณะ
ของความพยายามทำ�ำ ให้้เกิิดทััศนีียภาพ (Perspective) นอกจากนั้้�นยัังมีี
การเขีียนภาพเรืือนไม้้ แต่่มิิได้้มีีรายละเอีียดมากนััก ช่่างเขีียนใช้้การวาด
เส้น้ แทนรายละเอียี ดของตัวั เรืือน
ภาพจิิตรกรรมในสมุุดไทยเล่่มนี้้�มีีการใช้้สีีวรรณะร้้อนอย่่างสีีแดง
และสีีส้้มเป็็นสีหี ลัักของภาพ ตััดเส้น้ ภาพหนา คมชััด แต่่ในขณะเดีียวกััน
ลายเส้้นของช่า่ งก็ม็ ีคี วามอ่อ่ นช้้อย มองดููแล้้วไม่แ่ ข็็งกระด้้าง
ลักั ษณะของตัวั บุคุ คลหรืือตัวั ละครหลัักนั้้น� จะมีีขนาดเท่่าๆ กัันกับั
อาคารหรืือทิิวทัศั น์์ จึึงแสดงให้เ้ ห็น็ เทคนิคิ ด้า้ นฝีีมือื ของช่่างว่่ายัังคงเขีียน
ภาพจิติ รกรรมในแบบอุดุ มคติิ ยังั มิไิ ด้ค้ ำำ�นึงึ ถึงึ หลักั ทัศั นียี ภาพมากนักั การ
แสดงฉากให้เ้ ห็น็ ว่า่ สถานที่่เ� ป็น็ ที่่ใ� ดนั้้น� ช่า่ งเขียี นได้ใ้ ช้ก้ ารตีกี รอบและเขียี น
เส้น้ น้ำ��ำ หรืือต้้นไม้้เพื่่�อแสดงให้เ้ ห็็นว่า่ เป็็นที่่�เกิดิ ขึ้น� นอกเมืือง
น. ณ ปากน้ำำ�� ได้้ให้้ความคิิดเห็็นเกี่่�ยวกัับสมุุดข่่อยเล่่มนี้้�ไว้้ว่่า
แม้้ฝีีมืือการเขีียนจะเป็็นแบบท้้องถิ่่�น แต่่ยัังคงใช้้สีีได้้งดงามแบบอยุุธยา
ตอนปลาย64 และจากการศึกึ ษาพบว่่า การแต่ง่ กายของตััวละครหลักั ยังั คง
เป็น็ แบบประเพณีี ษีีแต่ง่ กายนุ่่�งห่ม่ หนัังสัตั ว์์แบบโบราณ สีีหลักั ที่่ใ� ช้เ้ ป็น็
สีีแดงและสีีส้้มซึ่่�งเป็็นสีีที่่�มีีความนิิยมใช้้กัันในช่่วงสมััยอยุุธยาตอนปลาย
อีกี ทั้้ง� เทคนิคิ การวาดนั้้น� ยังั มิไิ ด้ค้ ำ�ำ นึงึ ถึงึ ความสมจริงิ มากนักั จึงึ สอดคล้อ้ ง
กับั ความคิิดเห็็นของ น. ณ ปากน้ำ�ำ� ว่า่ จิิตรกรรมบนสมุดุ ข่่อยเรื่อ่� งมหาชาติิ
วััดโขดทิิมธารามฉบัับนี้้� มีีอายุุสมััยอยู่่�ในช่่วงอยุุธยาตอนปลาย ราวพุุทธ
ศตวรรษที่่� 23-24 หรืือมิฉิ ะนั้้น� ก็็เป็็นระยะเริ่�มแรกของศิิลปะรัตั นโกสิินทร์์

106 ระยอง เล่ม 3

จิติ รกรรมบนสมุุดไทยเรื่�องจันั ทโครพ วััดโขดทิมิ ธาราม

ภาพจิติ รกรรมบนสมุดุ ไทยวาดเรื่อ่� งราวนิทิ านจันั ทโครพ ซึ่่ง� เป็น็ คติิ
ที่่แ� ปลกไปจากการวาดจิิตรกรรมบนสมุดุ ข่อ่ ยอื่่น� ๆ
เรื่อ่� งจันั ทโครพโดยย่อ่ มีอี ยู่ว�่ ่า่ ที่่ไ� ด้เ้ จ้า้ ชายจันั ทโครพซึ่่ง� มาศึกึ ษาเล่า่
เรียี นขอลาษีกี ลับั เมือื ง พระษีจี ึงึ ได้เ้ สกแววนกยููงเป็น็ สตรีรีููปงามคือื นาง
โมราใส่ผ่ อบ และกำำ�ชับั ให้จ้ ันั ทโครพเปิดิ เมื่่อ� กลับั ถึงึ เมือื ง แต่จ่ ันั ทโครพเปิดิ
ผอบเสีียก่่อนแล้้วพานางโมราเดิินทางไปด้้วย ระหว่่างทางก็็ได้้พบกัับโจร
500 คน จัันทโครพต่่อสู้�และสัังหารจนเหลืือแต่่นายโจร ขณะที่่�ต่่อสู้้�กััน
พระขรรค์ห์ ลุดุ จากมือื จันั ทโครพขอให้น้ างโมราส่ง่ พระขรรค์ใ์ ห้้ แต่น่ างพอใจ
นายโจร จึงึ ได้้โยนพระขรรค์ไ์ ปตรงกลางให้้ด้้ามอยู่่�ทางนายโจร จึงึ สัังหาร
จันั ทโครพได้้ เมื่่อ� นายโจรได้น้ างโมราเป็น็ ภรรยาแล้ว้ ก็น็ ึกึ ได้ว้ ่า่ นางมีใี จชั่ว�
จึึงทิ้้�งนางไป พระอิินทร์์แปลงเป็็นเหยี่่�ยวมาลองใจนางโมราและสาปนาง
เป็น็ ชะนีี แล้ว้ จึึงชุุบชีวี ิิตของจัันทโครพ65
ลัักษณะตััวละครที่่�ปรากฏในภาพจิิตรกรรมบนสมุุดไทยเล่่มนี้้�
ตัวั พระหรืือตัวั นางจะทรงเครื่อ� งแต่ง่ กายอย่า่ งกษัตั ริยิ ์์ ประกอบด้ว้ ย ศิริ าภรณ์์
กรองศอ ทองพระกร เป็็นต้้น แต่่มิิสวมเสื้้�อ ส่่วนตััวละครอื่่�น เช่่น ษีี
จะแต่ง่ กายนุ่่�มห่ม่ หนังั สัตั ว์แ์ ต่ม่ ิสิ วมเสื้อ� ตัวั ละครอื่น� เช่น่ พวกโจร จะนุ่�งห่ม่ ผ้า้
และเปลืือยท่่อนบนเช่น่ เดีียวกันั
การฉากทิิวทััศน์์ มีีการเขีียนต้้นไม้้มีีลัักษณะลำ�ำ ต้้นเรีียวและมีีการ
เขียี นใบไม้้และตััดเส้้นขอบชัดั เจน ภููเขามีลี ัักษณะเขามอขนาดใหญ่่
ตััวอาคารมีีลัักษณะเป็็นอาคารก่่ออิิฐถืือปููน หน้้าบัันเรีียบ สัังเกตได้้ว่่าตััว
อาคารมีลี ักั ษณะของความพยายามทำ�ำ ให้้เกิิดทัศั นียี ภาพ (Perspective)
ภาพจิิตรกรรมมีีการใช้้สีีร้้อนอย่่างสีีส้้มเป็็นสีีหลัักของภาพมีีการเขีียนเส้้น
ภาพหนา บริเิ วณที่่ต� ัดั เส้น้ จะใช้ส้ ีเี ข้ม้ เพื่่อ� ทำ�ำ ให้เ้ กิดิ แสงเงา ลายเส้น้ ของช่า่ ง
มีีความอ่อ่ นช้้อยมองดููแล้้วไม่แ่ ข็็งกระด้า้ ง

วดั บ้าน ศาลเจ้า ศลิ ปกรรมและงานช่างโบราณ 4 — จติ รกรรมแบบประเพณีในระยอง 107

จิิตรกรรมบนสมุดุ ไทย
เรื่่�องจันั ทโครพ
วัดั โขดทิิมธาราม

108 ระยอง เลม่ 3

จิติ รกรรมบนสมุุดไทย
เรื่�อ่ งจันั ทโครพ
วััดโขดทิมิ ธาราม

วัด บ้าน ศาลเจา้ ศิลปกรรมและงานชา่ งโบราณ 4 — จิตรกรรมแบบประเพณีในระยอง 109

บน
จิิตรกรรมบนสมุุดไหว้ค้ รูู
วััดโขดทิมิ ธาราม
ล่า่ ง
จิิตรกรรมบนสมุดุ ไหว้ค้ รูู
วัดั โขดทิิมธาราม ภาพ
เศียี รยัักษ์์ที่่�เชื่่อ� ว่่าเป็็นรููป
พิิเภก

110 ระยอง เลม่ 3

ในส่ว่ นองค์ป์ ระกอบภาพนั้้น� จะพบว่า่ ลักั ษณะของตัวั บุคุ คลหรืือตัวั
ละครหลัักนั้้�นจะมีีขนาดเล็็กกว่่าหรืือทิิวทััศน์์ จึึงแสดงให้้เห็็นเทคนิิคด้้าน
ฝีมี ืือของช่า่ งว่่ามีีการคำ�ำ นึงึ ถึงึ หลักั ทััศนีียภาพ มีีการแบ่่งฉากของเรื่อ่� งโดย
ใช้้แนวธรรมชาติิ โดยมิไิ ด้ใ้ ช้เ้ ส้น้ สิินเทาหยักั แหลม
จากลัักษณะของจิิตรกรรมที่่�ได้้กล่่าวไปข้้างต้้นนั้้�น ทำำ�ให้้สามารถ
กำำ�หนดช่ว่ งอายุุของจิติ รกรรมบนสมุดุ ไทยเล่่มนี้้ไ� ด้้ว่่า คงเป็น็ งานที่่�เกิิดขึ้�น
ในสมััยรัตั นโกสิินทร์์ ช่ว่ งรััชสมัยั ของรัชั กาลที่่� 3 เนื่่�องจากสามารถเปรียี บ
เทีียบกัับรููปแบบจิิตรกรรมฝาผนัังในช่่วงนั้้�นได้้

จิติ รกรรมบนสมุุดไหว้ค้ รูู วััดโขดทิมิ ธาราม

ภาพจิติ รกรรมบนสมุดุ ไหว้ค้ รููเล่ม่ นี้้� มีรี ่อ่ งรอยการปิดิ ทองที่่ต� ัวั พระ
เนื่่อ� งจากเป็น็ ตัวั ละครหลักั และตัวั ยักั ษ์ซ์ึ่ง� สันั นิษิ ฐานโดยอาจารย์์ ดร.อุเุ ทน
วงศ์ส์ ถิติ ว่่าเป็็นองค์์พิิเภก เนื่่อ� งจากพิิเภกเป็็นครููด้า้ นโหราศาสตร์์ ทั้้�งนี้้�
ยัังพิิจารณาลัักษณะของมงกุุฎซึ่่�งเป็็นมงกุุฎทรงน้ำำ��เต้้าของยัักษ์์ ลัักษณะ
คล้้ายกัันกัับภาพที่่�ปรากฏในสมุุดตำำ�ราลายไทย ซึ่่�งเขีียนโดยครููเลิิศ
พ่่วงพระเดช66 จึึงเป็น็ ข้อ้ สนับั สนุุนให้ก้ ับั การสัันนิิษฐานดัังกล่า่ ว

วดั บา้ น ศาลเจา้ ศลิ ปกรรมและงานช่างโบราณ 4 — จติ รกรรมแบบประเพณีในระยอง 111

เมื่่อ� มองดููลายเส้น้ จะพบว่า่ ลายเส้น้ ของจิติ รกรรมมีคี วามอ่อ่ นช้อ้ ย
ไม่่แข็็งกระด้้าง และมีีรายละเอีียดค่่อนข้้างมาก จึึงเป็็นไปได้้ว่่าเป็็นฝีีมืือ
การเขีียนของครููช่่าง ช่่างเขีียนได้้เขีียนเส้้นสีีขาวลงบนกระดาษสมุุดไทย
สีีดำ�ำ ไม่่มีกี ารลงสีี แต่่ด้้วยสีขี องเส้น้ ที่่ต� ััดกัันกับั สีีกระดาษ ทำำ�ให้ล้ วดลายที่่�
เกิดิ ขึ้�นมีคี วามคมชัดั และละเอีียดเป็น็ อย่่างมาก
จากการศึึกษาและค้้นคว้้าข้้อมููลเกี่่�ยวกัับสมุุดไหว้้ครููเล่่มนี้้�นำำ�ไปสู่�่
ข้อ้ สัันนิิษฐานว่่า คงเป็น็ สมุดุ ไทยที่่อ� ยู่�่ในสมัยั รััตนโกสิินทร์์ โดยมีตี ััวอย่่าง
เปรีียบเทีียบกัับสมุุดลายไทยที่่�ครููช่่างรุ่�นหลัังเขีียนตามแบบประเพณีี คืือ
ครููเลิิศ พ่ว่ งพระเดช ซึ่่�งได้้เขียี นตำำ�ราภาพลายไทยขึ้้�นใน พ.ศ. 247267

จิิตรกรรมบนสมุุดพระมาลััยในระยอง

สมุดุ พระมาลัยั เป็น็ สมุุดที่่ม� ีีขนาดใหญ่ก่ ว่า่ สมุุดไทยทั่่ว� ไป มีเี นื้้อ� หา
สำ�ำ หรัับใช้ใ้ นการสวดพระอภิิธรรมเนื่่อ� งในงานพิธิ ีศี พ เรื่อ�่ งพระมาลััยเป็็นที่่�
รู้�จักกันั อย่า่ งแพร่ห่ ลายในทุกุ ภาคของไทย ในภาคกลางมีวี รรณคดีแี บบฉบับั
เรื่่�องพระมาลััยคำ�ำ หลวง ซึ่่�งเป็็นพระนิิพนธ์์ของเจ้้าฟ้้าธรรมาธิิเบศร
(เจ้า้ ฟ้า้ กุ้้�ง) และยัังมีีเรื่่อ� งพระมาลััยสำำ�นวนอื่่�นๆ ที่่�แตกต่่างกัันไปในแต่ล่ ะ
ท้้องถิ่่�น เพื่่อ� เป็็นการสั่่�งสอนอบรมผู้้�ฟังั ให้้รู้้�จัักบาป บุญุ คุุณ โทษ และให้้
สร้้างกรรมดีี เว้้นกรรมชั่�ว จึึงถืือกัันว่่าผู้้�สร้้างหนัังสืือพระมาลััยหรืือสมุุด
พระมาลัยั จะได้ร้ ับั กุศุ ลผลบุญุ อย่่างสููงในชาตินิ ี้้�68
สมุดุ พระมาลัยั นั้้น� มิไิ ด้ม้ ีเี พียี งเนื้้อ� หาของพระมาลัยั เพียี งเท่า่ นั้้น� ยังั
มีเี รื่่�องราวอื่่น� เช่น่ พระอภิธิ รรม ฯลฯ เช่น่ เดียี วกัันกับั จิติ รกรรมที่่�วาดนั้้น� ก็็
มีีเรื่อ�่ งอื่่�นๆ ด้้วย เช่น่ ทศชาติิชาดก ภาพวิิถีชี ีีวิติ เทพชุมุ นุุม ฯลฯ นอกจาก
นี้้เ� นื้้อ� หากัับภาพประกอบ บางครั้�งสอดคล้อ้ งกััน บางครั้�งไม่ส่ อดคล้้องกััน
ก็เ็ ขียี นเป็น็ ภาพที่่ม� ีลี ักั ษณะเป็น็ ภาพประกอบ (Illustrate) ที่่ใ� ห้พ้ ระผู้�สวดได้้
มองเป็็นจุดุ พัักสายตาจากความเมื่่�อยล้้า

112 ระยอง เลม่ 3

ในส่่วนของเนื้้�อหาของจิิตรกรรมนั้้�น กล่่าวถึึงพระมาลััยซึ่่�งเป็็น
พระอรหัันต์์ชาวโรหณะชนบทของลัังกา ผู้้�มีีฤทธิ์�สามารถไปยัังนรกและ
สวรรค์ไ์ ด้้ จนกระทั่่ง� ได้เ้ ข้า้ เฝ้า้ สนทนากับั พระศรีอี าริยิ เมตไตยและนำำ�ความ
ที่่พ� บเห็น็ มาเทศนาแก่ม่ นุษุ ย์์ และชี้น� ำ�ำ ทางให้ม้ นุษุ ย์พ์ ึงึ ทำ�ำ ความดีี สั่่ง� สมบุญุ
บารมีีเพื่่�อที่่จ� ะได้้ไปเกิดิ ในยุคุ ของพระศรีีอาริยิ เมตไตรย
รููปแบบและตำ�ำ แหน่่งของจิิตรกรรมเป็็นไปตามโครงสร้้างของตััว
เล่ม่ สมุดุ ส่ว่ นใหญ่ม่ ักั เว้น้ พื้้น� ที่่ต� อนกลางสำ�ำ หรับั บรรจุตุ ัวั หนังั สือื และเขียี น
ภาพอยู่�่ตอนปลายทั้้�งสองของกระดาษ แสดงภาพเป็็นคู่่� ๆ โดยภาพ
จิิตรกรรมแต่่ละคู่่�มัักมีีความสััมพัันธ์์กัันทั้้�งทางด้้านความต่่อเนื่่�องของ
เนื้้อ� หาการวางองค์์ประกอบของภาพ และการใช้ส้ ีที ี่่ม� ีคี วามคล้้ายคลึงึ กันั
สิ่่ง� ที่่น� ่า่ สังั เกตสำ�ำ หรับั จิติ รกรรมบนสมุดุ พระมาลัยั คือื พื้้น� ที่่ว� าดภาพ
มีีจำ�ำ กััดช่่างเขีียนจำำ�เป็็นต้้องคััดเลืือกภาพให้้เหมาะสมกัับกรอบช่่องที่่�มีีอยู่�่
ดังั นั้้น� จึงึ ขาดอิสิ ระในการออกแบบภาพให้เ้ ป็น็ ไปตามที่่ต� ้อ้ งการ การจัดั องค์์
ประกอบ (Composition) จึงึ ยังั คงมีลี ักั ษณะแบบประเพณีอี ยู่�่ เช่น่ ตัวั ละคร
หลักั มีขี นาดใหญ่่ ทิวิ ทัศั น์์เช่่นโขดเขา ต้น้ ไม้้ บ้้านเรืือนมีนี ้อ้ ยและขนาดยััง
ใกล้้เคียี งกัับตััวละคร
เทคนิคิ แบบตะวันั ตกคือื การตัดั เส้น้ ลงสีเี ข้ม้ ให้เ้ ป็น็ มิติ ิแิ สงเงาโดย
เฉพาะภาพทิิวทััศน์์และภาพกาก คืือตััวละครสามััญชนที่่�วาดแบบเสมืือน
จริงิ ขณะที่่ต� ัวั ละครเอกเช่น่ พระสงฆ์์ ตัวั พระหรืือเทวดายังั คงวาดแบบนาฏ
ลักั ษณ์์ มีกี ารปิดิ ทองบนเครื่อ�่ งทรง เป็น็ แบบที่่พ� บในจิติ รกรรมประเพณีสี มัยั
รััชกาลที่่� 3 ลงมา แต่ไ่ ด้พ้ บการลงสีกี ายของพระสงฆ์แ์ ละบุุคคลที่่แ� สดงผิิว
อ่อ่ นผิวิ คล้ำ��ำ ต่า่ งกันั นับั เป็น็ มุมุ มองเสมือื นจริงิ ที่่ช� ่า่ งเขียี นให้ค้ วามสำำ�คัญั กับั
สััจจนิิยมมากขึ้�นด้้วย นอกจากนี้้�ยัังมีีการวาดกลุ่�มเครื่่�องโต๊๊ะตั้้�งแบบจีีนที่่�
วาดแบบสมจริงิ มีแี จกันั ปักั ดอกไม้แ้ ละนาฬิกิ าอันั เป็น็ เครื่อ�่ งเรืือนแบบใหม่่
ในสมััยรััชกาลที่่� 4-5 เป็็นต้้นมา ก็็เป็็นประเด็็นสำ�ำ คััญของภาพวาดที่่�เน้้น
ความสมจริงิ มากยิ่่�งขึ้�น

วดั บ้าน ศาลเจา้ ศลิ ปกรรมและงานชา่ งโบราณ 4 — จิตรกรรมแบบประเพณใี นระยอง 113

สมุุดพระมาลัยั ฉบับั เลขที่่� 009 วัดั บ้้านแลง

ที่่ว� ัดั บ้า้ นแลง อำ�ำ เภอเมือื ง พบสมุดุ พระมาลัยั ที่่ม� ีจี ิติ รกรรมอยู่�่ จำ�ำ นวน
มาก โดยจิติ รกรรมบนสมุดุ พระมาลัยั เล่ม่ นี้้� จัดั ได้ว้ ่า่ เป็น็ จิติ รกรรมที่่ง� ดงาม
และสภาพสมบููรณ์์เป็็นอย่่างมาก รููปแบบของจิิตรกรรมปรากฏเป็็นภาพ
หลายเรื่อ�่ งราว ได้แ้ ก่่ ทศชาติชิ าดกซึ่่�งเริ่ม� ต้น้ จากพระเตมิยิ ชาดกไปจนถึงึ
พระเวสสันั ดรชาดก จากนั้้น� ก็ป็ รากฏเป็น็ ภาพการสวดพระอภิธิ รรม/การสวด
คฤหัสั ถ์์ จากนั้้น� จึงึ วาดเป็น็ เรื่อ่� งราวของพระมาลัยั ประกอบกับั มีจี ารึกึ เขียี น
ไว้ท้ ี่่ส� มุดุ ด้ว้ ยว่า่ สมุดุ เล่ม่ นี้้ไ� ด้ส้ ร้า้ งขึ้น� เมื่่อ� ร.ศ. 117 เมื่่อ� นำำ�ไปเทียี บศักั ราช
จึึงได้ท้ ราบว่า่ เขีียนขึ้น� ใน พ.ศ. 2442 ซึ่่ง� ตรงกับั ช่ว่ งปลายรัชั กาลที่่� 5
เทคนิคิ ของจิติ รกรรมที่่ป� รากฏบนสมุดุ ไทยเล่ม่ นี้้พ� บว่า่ มีกี ารใช้ส้ ีที ี่่�
หลากหลายในการวาด สีที ี่่ใ� ช้โ้ ดยส่ว่ นใหญ่จ่ ะเป็น็ สีนี ้ำ��ำ เงินิ ทำำ�ให้ภ้ าพที่่อ� อก
มามีีความเข้้มและมองดููสบายตามากกว่่าภาพสีีร้้อน การเขีียนภาพวิิว
ทิิศทััศน์์แสดงให้้เห็็นเทคนิิคของช่่างที่่�มีีความสามารถเป็็นอย่่างมาก ยก
ตัวั อย่า่ งเช่น่ การเขียี นภาพฉากทิวิ ทัศั น์ใ์ นเรื่อ�่ งพระมหาชนกชาดก ฉากเรืือ
ล่่มนั้้�น พบว่่า ช่่างมีีการใช้้สีีสัันที่่�หลากหลายในการวาดเส้้นที่่�บ่่งบอกถึึง
ท้้องฟ้้าที่่�ปั่่�นป่่วนจากพายุุในฉากที่่�นางมณีีเมขลาเหาะลงมาเพื่่�อช่่วยพระ
มหาชนก นอกจากนี้้�ยัังเขีียนเส้้นขอบฟ้้าเพื่่�อแสดงความสมจริิงของภาพ
ซึ่่�งแตกต่่างจากจิิตรกรรมในสมััยโบราณที่่�นิิยมเขีียนภาพบนสีีพื้้�นหลัังสีี
เดียี ว ไม่ม่ ีีการเขียี นเส้น้ ขอบฟ้้า จึงึ ทำ�ำ ให้ภ้ าพจิติ รกรรมบนสมุุดพระมาลััย
เล่่มนี้้ม� ีีความงดงามเป็็นอย่า่ งมาก

114 ระยอง เลม่ 3

บน
ภาพจากสมุุดพระมาลัยั
ฉบัับเลขที่่� 009 วัดั บ้า้ น
แลง เรื่�อ่ งเตมีียชาดก
ล่า่ ง
ภาพจากสมุุดพระมาลััย
ฉบัับเลขที่่� 009 วัดั บ้า้ น
แลง มหาชนกชาดก

วัด บ้าน ศาลเจา้ ศลิ ปกรรมและงานชา่ งโบราณ 4 — จติ รกรรมแบบประเพณีในระยอง 115

สมุดุ พระมาลัยั ฉบัับเลขที่่� 012 วัดั บ้า้ นแลง

จิติ รกรรมบนสมุดุ พระมาลัยั เล่ม่ นี้้� ปรากฏการวาดเรื่อ่� งราวของพระ
มาลััยที่่เ� ดิินทางไปโปรดยัังที่่�ต่่างๆ เช่่น เดินิ ทางไปเหล่า่ เทวดาบนสวรรค์์
และสัักการะเจดียี ์์จุฬุ ามณีี

116 ระยอง เลม่ 3

บน เทคนิคิ ของจิติ รกรรมที่่�ปรากฏบนสมุดุ ไทยเล่่มนี้้� พบว่่า มีกี ารใช้้สีี
ภาพจากสมุุดพระมาลััย ที่่ห� ลากหลายในการวาด มีกี ารใช้ส้ ีพี ื้้น� หลังั ทั้้ง� สีวี รรณะร้อ้ นและเย็น็ ทั้้ง� เนื้้อ�
ฉบับั เลขที่่� 012 สียี ังั มีคี วามสว่า่ งและสดเหมือื นได้ผ้ สมสีขี าวให้จ้ างลงแบบคล้า้ ยสีี Pastel
วัดั บ้้านแลง ทำ�ำ ให้้ภาพที่่�ออกมามองดููสบายตา การเขีียนภาพวิิวทิิศทััศน์์แสดงให้้เห็็น
เรื่อ่� งพระมาลัยั ตอนรัับ การคำ�ำ นึงึ ถึงึ ความสมจริิงมากขึ้�น มีกี ารเขีียนเส้น้ ขอบฟ้า้ ด้้วยเทคนิิคการ
ดอกไม้จ้ ากชายเข็ญ็ ใจ วาดและสีีที่่�ใช้้ในงานจิิตรกรรม จึึงนำ�ำ ไปสู่�่ ข้้อสัันนิิษฐานว่่าคงเขีียนขึ้�นใน
ล่่าง สมััยรัตั นโกสินิ ทร์์ ช่ว่ งเวลาประมาณรัชั กาลที่่� 5-6
ภาพจากสมุุดพระมาลัยั
ฉบัับเลขที่่� 012 สมุดุ พระมาลัยั ฉบัับเลขที่่� 015 วัดั บ้้านแลง
วัดั บ้า้ นแลง (ตััดภาพ)
เรื่�อ่ งพระมาลััยตอนสนทนา สมุุดเล่่มนี้้�มีีข้้อความว่่าได้ส้ ร้้างขึ้น� เมื่่อ� พ.ศ. 2419 จึึงทำำ�ให้ท้ ราบ
กัับพระศรีอี าริยิ ์์ ว่า่ มีอี ายุอุ ยู่ใ่� นช่ว่ งต้น้ รัชั กาลที่่� 5 จิติ รกรรมบนสมุดุ พระมาลัยั เล่ม่ นี้้� ปรากฏ
การวาดเรื่�อ่ งราวของพระมาลััยที่่�เดิินทางไปโปรดยังั ที่่�ต่า่ งๆ เช่่น เดิินทาง
ไปโปรดนรก, เดินิ ทางไปเหล่า่ เทวดาบนสวรรค์์และสักั การะเจดียี ์์จุฬุ ามณีี,
ตอนเกิิดยุุคมิคิ คสััญญีีเป็็นต้น้
เทคนิคิ ของจิติ รกรรมที่่ป� รากฏบนสมุุดไทยเล่ม่ นี้้� พบว่า่ มีีการใช้้สีี
ที่่�หลากหลายในการวาด มีีการใช้้สีีพื้้�นหลัังทั้้�งสีีวรรณะร้้อนและเย็็นทำำ�ให้้
เนื้้อ� สีมี ีคี วามสว่า่ งและอ่อ่ นเบาคล้า้ ยสีแี บบ Pastel ทำ�ำ ให้ภ้ าพที่่อ� อกมามองดูู
สบายตา การเขีียนภาพวิิวทิิศทััศน์์แสดงให้้เห็็นการคำำ�นึึงถึึงความสมจริิง
มากขึ้�น สีีผิิวของบุุคคลมีีการระบายให้้แตกต่่างกััน ลัักษณะของท้้องฟ้้าที่่�
ปรากฏมีกี ารไล่่สีีเพื่่�อแสดงเวลา
องค์ป์ ระกอบของภาพส่ว่ นใหญ่อ่ ยู่บ�่ ริเิ วณด้า้ นล่า่ ง ตัวั รููปบุคุ คลและ
ฉากมีนี ้้อย ปล่่อยพื้้น� ที่่�ว่า่ งและปรากฏการวาดองค์์ประกอบอื่่�น เช่น่ ต้้นไม้้
การเขียี นภาพต้น้ ไม้ม้ ีลี ักั ษณะของการใช้ฝ้ ีแี ปรงแบบหยาบๆ ไม่ใ่ ช่ก่ ารวาด
ภาพใบไม้แ้ ล้ว้ ตััดเส้้น ด้้วยเทคนิิคที่่ใ� ช้้ในการวาดภาพ

วดั บา้ น ศาลเจ้า ศิลปกรรมและงานช่างโบราณ 4 — จิตรกรรมแบบประเพณีในระยอง 117

บน จิติ รกรรมบนสมุุดพระมาลัยั วัดั ราชบััลลัังก์์ อำำ�เภอแกลง
ภาพจากสมุดุ พระมาลััย
ฉบัับเลขที่่� 015 วััดราชบััลลัังก์์เป็็นวััดโบราณของชุุมชนทะเลน้้อยในลุ่ �มน้ำำ��ประแส
วััดบ้า้ นแลง พบสมุุดไทยเป็็นจำ�ำ นวนมาก แต่่เล่่มที่่�ปรากฏการเขีียนภาพจิิตรกรรมนั้้�น
ล่่าง พบเพีียงจำ�ำ นวน 4 เล่่ม ซึ่่�งจากการศึึกษาผ่่านงานจิิตรกรรมบนสมุุด
ภาพจากสมุดุ พระมาลัยั พระมาลััย พบว่่า เรื่่�องราวที่่�ปรากฏในภาพมีีทั้้�งเรื่่�องราวของพระมาลััย
ฉบัับเลขที่่� 015 ภาพเทวดา ทศชาติิชาดก ฯลฯ ลัักษณะของงานจิิตรกรรมโดยส่่วนใหญ่่
วััดบ้า้ นแลง มีอี ายุอุ ยู่�ใ่ นช่ว่ งราวสมััยรัชั กาลที่่� 5 ลงมา

118 ระยอง เล่ม 3

สมุุดพระมาลััยจากวัดั ราชบัลั ลังั ก์์ เล่่ม OBK_001

สมุดุ พระมาลัยั จากวัดั ราชบัลั ลังั ก์เ์ ล่ม่ นี้้บ� ันั ทึกึ ด้ว้ ยตัวั อักั ษรขอมไทย
แบ่่งช่่องสำ�ำ หรัับเขีียนตััวอัักษรและภาพจิิตรกรรมอย่่างชััดเจนด้้วยเส้้น
ขนาดใหญ่่ ด้า้ นบนวาดเป็น็ พระสงฆ์ถ์ ือื ตาลปัตั ร เป็น็ ที่่น� ่า่ สังั เกตว่า่ ช่า่ งได้้
ให้้รายละเอีียดเรื่่อ� งสีผี ิวิ ของพระสงฆ์ด์ ้้วยการใช้้สีเี ข้้ม ซึ่่ง� สะท้้อนให้้เห็น็ ว่า่
คงเป็น็ มุมุ มองใหม่ท่ ี่่ช� ่า่ งเน้น้ ให้เ้ ห็น็ จริงิ ว่า่ ผู้้�คนมีสี ีผี ิวิ ที่่ต� ่า่ งกันั ด้า้ นล่า่ งวาด
เป็น็ เครื่�อ่ งตั้้ง� แบบจีนี ผสมผสานกัับตะวัันตกคืือนาฬิกิ า
เทคนิิคของจิิตรกรรมที่่�ปรากฏบนสมุุดพระมาลััยเล่่มนี้้� พบว่่า มีี
การใช้ส้ ีทีี่่ห� ลากหลายในการวาด ทั้้ง� เนื้้อ� สียี ังั มีคี วามสว่า่ งและสด มีกี ารเขียี น
รายละเอีียดของวััตถุุแสดงให้้เห็็นการคำำ�นึึงถึึงความสมจริิงมากขึ้�น มีีการ
ระบายสีีพื้้�นหลัังและเขีียนลายดอกไม้้ร่่วง แตกต่่างจากจิิตรกรรมในสมััย
โบราณที่่�นิิยมเขีียนภาพบนสีีพื้้�นหลัังสีีเดีียว จึึงนำำ�ไปสู่่�ข้้อสัันนิิษฐานว่่าคง
เขียี นขึ้น� ในสมััยรััตนโกสินิ ทร์์ประมาณรััชกาลที่่� 5 ลงมา
ฉากตอนชายเข็็ญใจถวายดอกบััวแก่่พระมาลััย ก่่อนที่่�จะเดิินทาง
ไปยังั สวรรค์ช์ั้น� ดาวดึงึ ส์เ์ พื่่อ� สักั การะเจดียี ์จ์ ุฬุ ามณี6ี 9 มีกี ารใช้ส้ ีที ี่่ห� ลากหลาย
ในการวาด การเขียี นภาพวิวิ ทิวิ ทัศั น์แ์ สดงให้ก้ ารคำ�ำ นึงึ ถึงึ ความสมจริงิ มาก
ขึ้น� โดยการเขีียนสิ่่ง� ที่่อ� ยู่่�ใกล้ม้ ีขี นาดใหญ่ส่ ่่วนสิ่่ง� ที่่อ� ยู่�ไ่ กลออกเป็น็ มีีขนาด
เล็ก็ ลง แต่ย่ ังั แลดููไม่ส่ มจริงิ นักั มีเี ส้น้ ขอบฟ้า้ และไล่ส่ ีอี ่อ่ นไปเข้ม้ เพื่่อ� แสดง
ช่่วงเวลา ทั้้�งยังั มีกี ารใช้ส้ ีอี ่่อนตััดขอบด้้วยสีีเข้ม้ เพื่่�อทำำ�ให้้เกิิดแสงเงา การ
วาดใบไม้ใ้ ช้้เทคนิคิ การกระทุ้�งสีดี ้้วยแปรงและตัดั เส้้นเป็็นใบไม้้

วัด บา้ น ศาลเจา้ ศลิ ปกรรมและงานชา่ งโบราณ 4 — จติ รกรรมแบบประเพณีในระยอง 119

บน ล่า่ ง
ภาพพระสงฆ์ถ์ ือื ตาลปััตร ภาพพระมาลััยรัับดอกไม้้
และเครื่�อ่ งตั้้�งแบบจีนี ที่่ม� ีี จากชายเข็็ญใจสมุดุ พระ
นาฬิิกา สมุุดพระมาลัยั มาลััย วััดราชบััลลัังก์์
วัดั ราชบััลลัังก์์

120 ระยอง เลม่ 3

จิิตรกรรมบนสมุดุ พระมาลัยั วัดั สมมติเิ ทพฐาปนาราม (วััดแหลมสน)

ที่่ว� ัดั สมมติิเทพฐาปนาราม (วััดแหลมสน) พบสมุุดไทยเป็็นจำ�ำ นวน
มาก แต่เ่ ล่่มที่่ป� รากฏการเขียี นภาพจิติ รกรรมนั้้�น พบเพีียงจำำ�นวน 2 เล่ม่
ซึ่่�งจากการศึึกษาผ่่านงานจิิตรกรรมบนสมุุดพระมาลััย พบว่่า เรื่�่องราวที่่�
ปรากฏในภาพมีีทั้้ง� เรื่อ�่ งราวของพระมาลัยั ภาพเทพนม ทศชาติชิ าดก ฯลฯ
ลักั ษณะของงานจิิตรกรรมโดยส่่วนใหญ่ม่ ีีอายุอุ ยู่ใ่� นช่ว่ งราวสมัยั รััชกาลที่่� 5
ลงมา
ภาพจิิตรกรรมใช้้สีีหลัักเป็็นสีีน้ำ�ำ�เงิิน ทำำ�ให้้ภาพที่่�ออกมาดููสีีหม่่น
เทคนิิคในการเขีียนภาพท้้องฟ้้าเพื่่�อให้้เกิิดความสมจริิงโดยไล่่สีีท้้องฟ้้า
เขีียนก้้อนเมฆด้้วยสีีสว่่างระบายเป็็นวงกลมโดยไม่่ตััดเส้้น และทำำ�ให้้เกิิด
แสงเงาด้้วยการใช้้สีีอ่่อนตััดขอบด้้วยสีีเข้้ม รููปบุุคคลซึ่่�งเป็็นเหล่่าเทวดา
นางฟ้้า นางสวรรค์์ แต่่งกายทรงเครื่่�องแบบประเพณีี อยู่่�ในอากััปกิิริิยา
ท่ว่ งท่า่ เหาะแบบนาฏลักั ษณ์์ ถือื ดอกไม้แ้ บบจีนี โดยลักั ษณะของภาพเทวดา
เหาะชุมุ นุมุ ในกลีบี เมฆแบบสมจริงิ เช่น่ นี้้น�ั้้น� เป็น็ วิธิ ีกี ารวาดในสมัยั รัชั กาลที่่� 4
ลงมา
ภาพจิติ รกรรมที่่ป� รากฏอยู่ใ�่ นสมุดุ พระมาลัยั บางหน้า้ มีคี วามพิเิ ศษ
คืือวาดภาพทั้้�งหน้้าสมุุดโดยไม่่มีีตััวอัักษรสำ�ำ หรัับเขีียนบทสวด ด้้านซ้้าย
เขีียนภาพพระมาลััยสนทนาธรรมกับั ท้้าวสัักกเทวราช มีฉี ากหลัังเป็็นเจดีีย์์
จุฬุ ามณีี มืือข้า้ งหนึ่่ง� ชี้�ไปยังั เหล่่าเทพยาดาที่่เ� หาะอยู่�่ในอากาศ
ภาพด้า้ นขวาวาดเป็น็ ภาพของพระศรีอี ริยิ เมตไตรยที่่เ� สด็จ็ มาพร้อ้ ม
ด้้วยเหล่่าเทพบริิวารเพื่่�อมาสัักการบููชาพระเจดีีย์์จุุฬามณีี ช่่างระบายสีีพื้้�น
หลังั ด้ว้ ยสีนี ้ำ��ำ ตาล เนื้้อ� สีมี ีคี วามสว่า่ งและสด การเขียี นภาพวิวิ ทิวิ ทัศั น์แ์ สดง
ให้เ้ ห็น็ การคำำ�นึงึ ถึงึ ความสมจริงิ มีกี ารใช้ส้ ีสี ว่า่ งระบายเป็น็ ก้อ้ นเมฆโดยใช้้
ฝีีแปรงทำ�ำ ให้้เกิดิ ริ้�วสีอี ่่อนแก่่ ให้้ความรู้้�สึกึ คล้้ายกัับเป็น็ ก้อ้ นเมฆจริงิ ๆ

วดั บา้ น ศาลเจ้า ศลิ ปกรรมและงานชา่ งโบราณ 4 — จติ รกรรมแบบประเพณใี นระยอง 121

บน เล่ม 3
ภาพเทวดาเหาะ สมุดุ
พระมาลััยวัดั สมมติเิ ทพ
ฐาปนาราม (วััดแหลมสน)
ล่่าง
ฉากพระมาลัยั สนทนาธรรม
ท้า้ วสัักกเทวราช สมุดุ
พระมาลััยวััดสมมติิเทพ
ฐาปนาราม (วััดแหลมสน)

122 ระยอง

สรุปุ

หลัักฐานงานจิิตรกรรมทั้้�งที่่�เป็็นจิิตรกรรมฝาผนััง และจิิตรกรรม
วาดบนเอกสารโบราณที่่�พบในเมืืองระยองทั้้�งในตััวอำำ�เภอเมืือง บ้้านค่่าย
และลุ่�มน้ำ��ำ ประแสนั้้น� เป็น็ การพบใหม่ท่ างโบราณคดีแี ละประวัตั ิศิ าสตร์ศ์ ิลิ ปะ
ที่่แ� สดงให้เ้ ห็น็ ว่า่ เมือื งระยองเป็น็ เมือื งที่่ม� ีชี ่า่ งเขียี นแบบประเพณีที ี่่ม� ีฝี ีมี ือื
ในอดีีตเมืืองหนึ่่�ง ทั้้�งยัังเป็็นแหล่่งที่่�เต็็มไปด้้วยงานศิิลปกรรมที่่�มีีอิิทธิิพล
จากงานช่า่ งหลวงผสมผสานคลี่่ค� ลายไปกับั ความเป็น็ พื้้น� ถิ่่น� จนเกิดิ เป็น็ งาน
ศิิลปกรรมที่่�ทรงคุุณค่่าและด้้วยหลัักฐานที่่�เหลืืออยู่่�ไม่่มากนัักจึึงควรคู่�่แก่่
การศึึกษาและอนุรุ ักั ษ์ไ์ ว้ส้ ืบื ไป

วดั บา้ น ศาลเจา้ ศลิ ปกรรมและงานช่างโบราณ 4 — จิตรกรรมแบบประเพณใี นระยอง 123

5 — ศิลปกรรมในชุมชน
ยา่ นเก่าระยอง :
เรอื นพืน้ ถิน่
และศาลเจ้า

124 ระยอง เล่ม 3

วดั บ้าน ศาลเจา้ ศิลปกรรมและงานชา่ งโบราณ 5 — ศลิ ปกรรมในชมุ ชนยา่ นเก่าระยอง 125

126 ระยอง เลม่ 3

ชุุมชนเก่่าแก่่ในจัังหวััดระยองนั้้�นเป็็นหมุุดหมายสำำ�คััญที่่�แสดงให้้
เห็น็ การเลืือกตั้้ง� ถิ่่น� ฐานริมิ แม่่น้ำ�ำ� ลำ�ำ คลอง ลำำ�ห้ว้ ย หนอง บึึง ส่่งผลต่อ่
เนื่่อ� งเมื่่อ� สังั คมการค้า้ ขยายตัวั ย่า่ นการค้า้ ในยุคุ เริ่ม� แรกจึงึ มักั อยู่�่ ติดิ แม่น่ ้ำ�ำ�
เช่่นกััน เนื่่�องด้้วยการคมนาคมทางน้ำ�ำ� เป็็นหลััก สามารถขนส่่งสิินค้้าทาง
เรืือได้ส้ ะดวก ตลาดและย่า่ นการค้า้ เก่า่ แก่เ่ กือื บทุกุ แห่ง่ ทั้้ง� หมดจึงึ มักั เรียี ง
รายตามลำำ�น้ำ��ำ 70
ชาวจีีนซึ่่�งเป็็นผู้�ที่�มีีบทบาทมากในการค้้าอพยพเข้้ามาตั้้�งถิ่่�นฐาน
เป็็นชุุมชนในดิินแดนสยามนั้้�นเริ่�มชััดเจนอย่่างมากในสมััยรััชกาลที่่� 3
เป็็นต้้นมา ศรีีศัักร วััลลิิโภดม ได้้ให้้ความเห็็นว่่าความนิิยมในการสร้้าง
อาคารบ้้านเรืือนของชาวจีีนที่่�เกิิดขึ้�นในไทย รวมถึึงการที่่�ชาวจีีนอพยพมา
อยู่�ใ่ นไทยมากขึ้�น ปีีหนึ่่�งๆ ประมาณ 15,000 คน ในสมััยรััชกาลที่่� 2 และ
3 ชาวจีีนยัังได้้เข้้ามารัับราชการกัับชนชั้�นปกครองของไทย เป็็นเจ้้าภาษีี
เป็น็ พ่่อค้้า เป็็นช่่าง และดำำ�เนินิ การค้้าทางเรืือ71
ชาวจีนี ที่่เ� ข้า้ ไปตั้้ง� ถิ่่น� ฐานและเกิดิ การผสมผสานทางชาติพิ ันั ธุ์์�ผ่า่ น
การแต่่งงานกัับคนในท้้องถิ่่�น72 กลุ่�มคนจีีนทำำ�ให้้เกิิดชุุมชนย่่านตลาดซึ่่�ง
เป็็นพื้้�นฐานนำำ�ไปสู่�่ความเป็็นเมืือง เกิิดการปฏิิสััมพัันธ์์ทางเศรษฐกิิจและ
สัังคมอย่่างเป็็นระบบมากขึ้ �นแสดงให้้เห็็นว่่าคนจีีนเป็็นปััจจััยที่่�เข้้ามามีี
บทบาทสำ�ำ คัญั อย่า่ งมากต่อ่ ความเจริญิ ของชุมุ ชน ทั้้ง� การตั้้ง� โรงสีขี ้า้ วในย่า่ น
ที่่อ� าศัยั อยู่�่ การขยายพรมแดนทางเศรษฐกิจิ เกิดิ การซื้อ� ข้า้ ว สีขี ้า้ ว เกิดิ เรืือน
ใหญ่่ เรืือนแถวร้า้ นโรงขึ้น� และการแต่ง่ งานระหว่า่ งคนจีนี และคนพื้้น� ถิ่่น� 73
พััฒนาการของชุุมชนค้้าขายแบบพื้้�นถิ่่�นนี้้� อธิิบายง่่าย ๆ ด้้วย
ลัักษณะของการสร้้างบ้้านเรืือนเพื่่�อใช้้ประโยชน์์ในการค้้าขายและการอยู่�่
อาศัยั ควบคู่่�กันั ไป ทำำ�ให้ว้ งจรชีวี ิติ ของชาวบ้า้ นที่่ต� ั้้ง� ถิ่่น� ฐานในลักั ษณะนี้้เ� ป็น็
ชีีวิติ ที่่�ใช้้ในบ้า้ นเรืือนที่่�ต่่อเนื่่อ� ง 24 ชั่�วโมง เกิดิ เป็น็ ลักั ษณะเรืือนค้้าขายกึ่่ง�
พักั อาศัยั สร้า้ งรายล้อ้ มตลาด อาจเป็น็ เรืือนแถวไม้ท้ ั้้ง� แบบชั้น� เดียี วหรืือสอง
ชั้น� ลักั ษณะเรืือนพักั อาศัยั กึ่่ง� ร้า้ นค้า้ นี้้ม� ักั มีรี ููปแบบการก่อ่ สร้า้ งขึ้น� กับั ความ
พึงึ พอใจของเจ้้าของอาคาร

วัด บ้าน ศาลเจา้ ศลิ ปกรรมและงานชา่ งโบราณ 5 — ศิลปกรรมในชมุ ชนย่านเกา่ ระยอง 127

ในจังั หวัดั ระยองมีชี ุมุ ชนค้า้ ขายขนาดใหญ่เ่ ช่น่ นี้้อ� ย่า่ งน้อ้ ยสองแห่ง่
ในสองลุ่�มน้ำ��ำ นั่่น� คือื ชุมุ ชนยมจินิ ดา ริมิ แม่น่ ้ำ��ำ ระยอง และชุมุ ชนปากน้ำ��ำ ประแส
ริิมแม่่น้ำ�ำ� ประแส ซึ่่�งทั้้�งสองแห่่งยัังมีีมรดกทางศิิลปะ-สถาปััตยกรรมของ
อาคารบ้้านเรืือนและศาสนสถานที่่ส� ำ�ำ คัญั เช่น่ ศาลเจ้้าแบบจีนี อยู่�่

ชุุมชนยมจินิ ดา

บริเิ วณที่่เ� ป็น็ ชุมุ ชนยมจินิ ดาปัจั จุบุ ันั นี้้� เป็น็ ศููนย์ก์ ลางกิจิ การต่า่ งๆ
ของจังั หวััดระยองมาตั้้ง� แต่่สมััยรััชกาลที่่� 574 นับั ตั้้ง� แต่่สมััยของพระยาศรีี
สมุทุ โภคชัยั โชคชิติ สงคราม (เกตุุ ยมจินิ ดา พ.ศ. ๒๔๐๔-๒๔๓๖) ได้ม้ ีกี าร
ตััดถนนแนวเดีียวกัับชุุมชนที่่�ตั้้�งขนานกัับแม่่น้ำำ�� ระยอง ซึ่่�งเป็็นเส้้นทาง
คมนาคมที่่ส� ำ�ำ คัญั ของเมือื งระยองในอดีตี ถููกตั้้ง� ชื่อ่� ว่า่ ถนนยมจินิ ดาเพื่่อ� เป็น็
เกียี รติิแก่่พระยาศรีีสมุทุ โภคชััยโชคชิติ สงครามเจ้้าเมืืองระยองคนแรก
ใน พ.ศ. 2433 พระบาทสมเด็็จพระจุุลจอมเกล้้าเจ้้าอยู่�่ หัวั เสด็็จ
ทอดพระเนตรวัดั เก๋ง๋ โดยผ่า่ นเส้น้ ทางที่่เ� ป็น็ ถนนยมจินิ ดาแห่ง่ นี้้� นับั แต่ช่ ่ว่ ง
เวลานั้้�นเป็็นต้้นมาชุุมชนยมจิินดาจึึงกลายเป็็นชุุมชนขนาดใหญ่่ใจกลาง
เมือื งระยอง ถือื เป็น็ ย่า่ นเศรษฐกิจิ ย่า่ นแรกที่่เ� จริญิ รุ่่�งเรืืองอย่า่ งมากในอดีตี
ของเมือื งระยอง หลักั ฐานการเป็น็ ศููนย์ก์ ลางความเจริญิ รุ่่�งเรืืองในด้า้ นการ
ค้า้ ของยมจินิ ดาที่่ห� ลงเหลือื อยู่่� ไม่ว่ ่า่ จะเป็น็ โรงภาพยนตร์์ โรงสีี ร้า้ นค้า้ หรืือ
กระทั่่�งตึึกแห่่งแรกของจัังหวััดระยอง บ้้านเรืือนและสถาปััตยกรรมเก่่าแก่่
มากมายที่่ย� ัังคงหลงเหลืือหลัักฐานค่อ่ นข้้างสมบููรณ์์ให้้ได้้เห็น็
นอกจากถนนยมจิินดาแล้้วยัังมีีถนนชุุมพลที่่�วางตััวในแนวขนาน
กับั ถนนยมจินิ ดา โดยเชื่อ่� มด้ว้ ยถนนพระศรีสี มุทุ โภค เชื่อ�่ มกับั ถนนยมจินิ ดา
ด้้วยถนนถนนหลัักเมืือง ถนนชุุมพลตััดขึ้�นในสมััยของพระศรีีสมุุทรโภคฯ
(อิ่่�ม ยมจิินดา) ใน พ.ศ. 2450 ในสมััยรััชกาลที่่� 575 ถนนนี้้�เริ่�มต้้นตั้้�งแต่่
สี่่แ� ยกของถนนไปวัดั ลุ่�มกับั ถนนหลักั เมือื งมุ่�งตรงไปด้า้ นตะวันั ตก เลี้้ย� วซ้า้ ย
ร่ว่ มกับั ถนนยมจินิ ดา จุุดเริ่�มต้น้ ที่่�สี่่แ� ยกด้า้ นใต้้

128 ระยอง เล่ม 3

จากหลัักฐานการตั้้�งถิ่่�นฐานของกลุ่�มคนจีีนและความสำำ�คััญของ
บริิเวณชุุมชนยมจิินดาในฐานะศููนย์์กลางเศรษฐกิิจและการปกครองของ
เมือื งระยอง ส่ง่ ผลต่อ่ รููปแบบสถาปัตั ยกรรมของบ้า้ นเรืือนที่่พ� ักั อาศัยั ภายใน
ชุุมชน มีีลัักษณะดัังที่่�ได้้ทำำ�การลงพื้้�นที่่�สำ�ำ รวจและเก็็บข้้อมููลมาแล้้ว แบ่่ง
ออกเป็น็ 3 ประเภท ดัังนี้้�

1.  อาคารประเภทตึกึ เก่า่ ที่่ไ� ด้ร้ ับั อิทิ ธิพิ ลจากรูปู แบบสถาปัตั ยกรรมของ
ต่า่ งประเทศ

อาคารประเภทนี้้พ� บกระจายอยู่�่ทั้ง� ในบริเิ วณถนนยมจินิ ดาและถนน
ชุุมพล แต่ม่ ีจี ำำ�นวนไม่่มาก อายุุสมัยั เบื้้อ� งต้น้ ของอาคารรููปแบบดังั กล่่าวที่่�
ระบุุไว้จ้ ากคำ�ำ บอกเล่่าหรืือเอกสาร ในช่่วง พ.ศ. 2456 เป็็นต้น้ มา ในสมัยั
รััชกาลที่่� 6 มีหี ลักั ฐานของการตั้้�งถิ่่น� ฐานและการสร้า้ งบ้า้ นเรืือนของผู้�คน
รวมถึงึ การเป็น็ ศููนย์ก์ ลางการเมือื งการปกครองของเมือื งระยองในขณะนั้้น�
โดยหลัักฐานทางศิิลปกรรมที่่�สำ�ำ คััญคืือ บ้้านเจ้้าเมืืองระยอง หรืือบ้้านยม
จินิ ดาในปัจั จุบุ ันั จากการเป็น็ ศููนย์ก์ ลางการเมือื งการปกครองที่่ส� ำ�ำ คัญั และ
อยู่่�ใกล้้เส้้นทางคมนาคมสายสำ�ำ คััญในขณะนั้้�นคืือแม่่น้ำ�ำ�ระยอง ทำำ�ให้้เกิิด
การตั้้ง� ถิ่่น� ฐานและทำำ�การค้า้ ขายของผู้�คน โดยเฉพาะชาวจีนี ที่่ม� าตั้้ง� ถิ่่น� ฐาน
และประกอบกิจิ การต่า่ งๆ จนเจริิญรุ่่�งเรืืองในเมืืองระยอง เช่น่ นายกี่่พ� ง
แซ่่ตั๋๋�น และขุุนพาณิชิ ย์์ชลาสิินธุ์� เจ้้าของอาคารแบบตึึกแห่ง่ แรก และแห่่งที่่�
สองในเมือื งระยองตามลำำ�ดับั
การสร้้างตึึกโดยใช้้วิิทยาการการสร้้างที่่�ได้้รัับมาจากต่่างประเทศ
นั้้น� จึงึ เป็น็ หลักั ฐานสำ�ำ คัญั ที่่แ� สดงให้เ้ ห็น็ ความเจริญิ ก้า้ วหน้า้ ทางเศรษฐกิจิ
ของระยอง และจุุดที่่�น่่าสัังเกตประการหนึ่่�งคืือหลัักฐานสถาปััตยกรรมที่่�มีี
ความเก่่าแก่่โดยสืืบจากคำ�ำ บอกเล่่าและเอกสารของคนในชุุมชนพบว่่าเป็็น
อาคารประเภทตึึกซึ่่�งมีีวิิทยาการในการสร้้างที่่�ซัับซ้้อนแปลกใหม่่ ชุุมชน
ยมจินิ ดามีศี ักั ยภาพที่่ท� ำ�ำ ให้เ้ กิดิ การสร้า้ งอาคารที่่ไ� ด้ร้ ับั รููปแบบจากต่า่ งชาติิ
ได้้อย่า่ งชััดเจน

วดั บา้ น ศาลเจ้า ศลิ ปกรรมและงานชา่ งโบราณ 5 — ศิลปกรรมในชุมชนย่านเกา่ ระยอง 129

ตััวอย่่างกลุ่ �มอาคารประเภทตึึกเก่่าที่่�ได้้รัับอิิทธิิพลจากรููปแบบ
สถาปััตยกรรมต่่างประเทศนั้้�น ได้แ้ ก่่

ตึกึ กี่่�พง

ตึึกกี่่�พง เป็็นอาคารตึึกหลัังแรกของเมืืองระยอง สร้้างขึ้�นเมื่่�อ
พ.ศ. 2456 มีที ั้้ง� สิ้้�น 12 คููหา เจ้า้ ของอาคารแห่่งนี้้�คือื นายกี่่พ� ง แซ่่ตั่่น� กับั
คุุณยายสััมฤทธิ์� เป็็นชาวจีีนไหหลำ�ำ ที่่�มาทำ�ำ กิิจการค้้าขายในเมืืองระยอง
รููปแบบอาคารวางตััวในแนวตั้้�งฉากกัับแม่่น้ำำ��ระยอง อาคารทอดตััวตาม
ความยาวของถนนศรีสี มุทุ โภคไปจรดกับั ถนนชุมุ พล เป็น็ อาคารก่อ่ อิฐิ ถือื ปููน
สองชั้น� หลัังใหญ่่ มีีทั้้�งสิ้้�น 12 คููหา ลักั ษณะอาคารที่่�ได้ร้ ัับอิิทธิิพลการทำำ�ตึกึ
จากตะวันั ตกชััดเจน
ลัักษณะเด่่นประการหนึ่่�ง คืือบริิเวณชั้้�นสอง มีีการประดัับไม้้แกะ
สลัักที่่�น่่าจะได้้รัับอิิทธิิพลจากเรืือนขนมปัังขิิงของตะวัันตกที่่�บริิเวณเหนืือ
ส่ว่ นที่่เ� ป็็นหน้า้ ต่า่ งและบริเิ วณเหนืือระเบีียง ใช้ป้ ระตููแบบบานเฟี้้�ยม บาน
ประตููเป็็นลููกฟัักบานเกล็็ดไม้้ เป็็นรููปแบบอาคารที่่�ได้้รัับความนิิยมอย่่าง
ยิ่่ง� ในสมัยั รัชั กาลที่่� 6 ตึกึ กี่่พ� งเป็น็ งานโดยช่า่ งจีนี ไหหลำ�ำ จากภููเก็ต็ และวัสั ดุุ
ก่อ่ สร้้างทั้้�งหมดเป็น็ ของสั่่�งมาจากกรุุงเทพฯ ทั้้ง� สิ้้น� 76

130 ระยอง เลม่ 3

บน
ตึกึ กี่่�พง
(ถ่่ายจากฝั่่ง� ถนนชุมุ พล)
ล่่าง
ไม้ฉ้ ลุุลายประดัับตกแต่ง่
ที่่�ได้ร้ ับั อิทิ ธิพิ ลจากเรืือน
แบบขนมปังั ขิิง

วดั บา้ น ศาลเจ้า ศิลปกรรมและงานชา่ งโบราณ 5 — ศลิ ปกรรมในชมุ ชนยา่ นเกา่ ระยอง 131

บน
วิิกเถ้า้ แก่เ่ ทีียน โรงหนังั
เก่า่ แก่แ่ ห่่งหนึ่่�งของชุุมชน
ยมจินิ ดา
ล่า่ ง
หน้า้ จั่่�วแบบศิลิ ปะตะวันั ตก
สลัักลายพัันธุ์ �พฤกษาแบบ
จีีน

132 ระยอง เล่ม 3

วิกิ เถ้า้ แก่่เทีียน

ตึกึ เถ้้าแก่่เทีียน สร้้างขึ้น� เมื่่อ� พ.ศ. 2460 เจ้้าของคืือ ขุุนพาณิิชย์์
ชลาสิินธุ์� หรืือเถ้้าแก่เ่ ทีียน พ่่อค้้าคหบดีชี าวไหหลำำ�ที่่�มาตั้้�งถิ่่น� ฐานภายใน
ชุมุ ชนแห่ง่ นี้้� อาคารมีีรููปแบบโดดเด่่นที่่�สุดุ ในชุุมชนยมจินิ ดา ด้้วยลัักษณะ
อาคารแบบที่่�เกิิดจากการผสมผสานระหว่่างรููปแบบศิิลปะจีีนและศิิลปะ
ตะวัันตก ความโดดเด่่นคืืองานประดัับปููนปั้้�นลวดลายพัันธุ์�พฤกษาที่่�อยู่�่
บริเิ วณหน้า้ จั่่ว� อันั เป็น็ ส่ว่ นผสมที่่ล� งตัวั เอกลักั ษณ์อ์ ย่า่ งหนึ่่ง� ของอาคารแบบ
ชิโิ น-ปอร์์ตุกุ ิิส

2.  เรืือนไม้พ้ ื้�้นถิ่่น� ผสมผสานกับั รููปแบบสถาปัตั ยกรรมตะวัันตก

ลักั ษณะรููปแบบสถาปัตั ยกรรมเป็น็ เรืือนไม้ม้ ีทีั้้ง� รููปแบบชั้น� เดียี วและ
สองชั้น� ตีไี ม้ฝ้ าแบบบานเกล็ด็ มีีประตููเป็น็ บานเฟี้้ย� ม ซึ่่ง� เป็็นประตููไม้แ้ บบ
เก่า่ ที่่ม� ีบี านพับั เชื่อ�่ มแผ่น่ ไม้ท้ ุกุ แผ่น่ ทำ�ำ ให้ส้ ามารถพับั เปิดิ ปิดิ ได้้ นิยิ มในบ้า้ น
เรืือนหรืือร้า้ นค้า้ ของคนจีนี หรืือประตููหน้า้ ต่า่ งแบบบานไม้ค้ ู่�่ บานประตููมีที ั้้ง�
ชนิดิ ลููกฟักั ไม้ก้ ระดานดุนุ ด้า้ นเดียี วหรืือสองด้า้ น และแบบลููกฟักั บานเกล็ด็
ไม้้ หรืือแบบผสมทั้้ง� สองชนิิดไว้ใ้ นบานเดีียวกััน เป็็นต้น้ ชั้�นบนมีีทั้้ง� แบบที่่�
ทำำ�ระเบีียงและไม่่มีีการทำำ�ระเบีียง และบางส่่วนของบ้้านได้้รัับอิิทธิิพลรููป
แบบทางสถาปััตยกรรมจากต่่างประเทศที่่�โดดเด่่น เช่่น หลัังคาเป็็นแบบ
หลังั คาปั้้น� หยา
เรืือนปั้้�นหยานั้้�น เป็็นเรืือนไม้้มุุงหลัังคาด้้วยกระเบื้้�องว่่าว ทรง
หลัังคาสอบเข้้าหากัันแบบทรงพีีระมิิด ไม่่มีีหน้้าจั่่�ว หลัังคาปั้้�นหยาและ
หลัังคาแบนนี้้ไ� ด้ร้ ับั อิทิ ธิิพลจากสมัยั ล่่าอาณานิคิ มของชาวตะวันั ตก77 งาน
ประดับั เป็น็ การแกะสลักั ไม้ห้ รืือการฉลุไุ ม้ใ้ ห้ไ้ ด้ล้ วดลายที่่ส� วยงาม ลวดลาย
ที่่�เป็็นที่่�นิิยมมัักเป็็นลวดลายพัันธุ์�พฤกษา ซึ่่�งได้้รัับอิิทธิิพลลวดลายจาก
ศิลิ ปะตะวัันตกหรืือศิิลปะจีนี

วดั บ้าน ศาลเจา้ ศิลปกรรมและงานชา่ งโบราณ 5 — ศลิ ปกรรมในชมุ ชนย่านเกา่ ระยอง 133

บ้้านยมจินิ ดา

บ้า้ นเจ้า้ เมืืองยมจิินดา บ้า้ นเจ้า้ เมือื งระยอง สร้า้ งขึ้น� เมื่่อ� พ.ศ. 2475 โดยพระศรีสี มุทุ โภคฯ
ศููนย์ก์ ลางการปกครองและ (อิ่่ม� ยมจินิ ดา) เจ้า้ เมือื งระยองคนสุดุ ท้า้ ยเป็น็ ผู้�ออกแบบ บ้า้ นยมจินิ ดาเป็น็
ความเจริญิ รุ่่�งเรื่่อ� งของ หลักั ฐานความนิยิ มในเรืือนปั้้น� หยาซึ่่ง� เป็น็ รููปแบบอาคารที่่ไ� ด้ร้ ับั อิทิ ธิพิ ลจาก
ระยองในสมััยก่่อน ศิิลปะตะวัันตก นิิยมสร้้างอาคารบ้้านเรืือนเช่่นนี้้�อย่่างมากในสมััยรััชกาล
ที่่� 6 เป็น็ ต้้นมา บ้้านยมจินิ ดาจึึงไม่่เพียี งเป็็นศููนย์ก์ ลางเมืืองระยองในอดีีต
แต่่ยังั เป็น็ บ้า้ นเรืือนที่่ม� ีีคุณุ ค่า่ เชิิงศิิลปกรรมอย่่างมาก

134 ระยอง เลม่ 3

บ้า้ นบุญุ ศิริ ิิ บ้า้ นบุุญศิิริิ

บ้า้ นบุญุ ศิริ ิเิ ดิมิ เป็น็ บ้า้ นของพููน บุญุ ศิริ ิิ ซึ่ง� เป็น็ ลููกชายเจ้า้ เมือื งแกลง
ได้ส้ มรสกับั นางสาวตุ้้�ย ยมจิินดา บุตุ รสาวคนหนึ่่�งของพระศรีีสมุุทรโภคฯ
(อิ่่ม� ยมจินิ ดา) และได้ป้ ลููกสร้า้ งบ้้านหลังั นี้้�ขึ้�นในที่่�ดินิ ของตระกููลยมจินิ ดา
เป็็นเรืือนหอ ใน พ.ศ. 2474 ลักั ษณะเป็น็ บ้า้ นไม้้ 2 ชั้�น ผนังั ตีีฝาแบบซ้้อน
เกล็็ดซึ่่�งเป็็นรููปแบบที่่�นิิยมใช้้สืืบต่่อมาของบ้้านเรืือนไม้้ในสมััยก่่อน ไม้้ฝา
มีีขนาดใหญ่่ มีีช่่องระบายอากาศที่่�เป็็นไม้้ฉลุุลาย ปนกัับรููปแบบไม้้ตีีเป็็น
ช่่องถี่่�ๆ ตามระเบีียบของเรืือนไม้้ทั่่ว� ไป หลังั คามุงุ ด้ว้ ยกระเบื้้อ� งว่่าว

วดั บา้ น ศาลเจ้า ศลิ ปกรรมและงานชา่ งโบราณ 5 — ศิลปกรรมในชมุ ชนย่านเกา่ ระยอง 135

3.  เรืือนไม้้ค้้าขายกึ่่ง� ที่่อ� ยู่�อาศัยั

เรืือนชนิดิ นี้้ถ� ือื เป็น็ บ้า้ นเรืือนเอกลักั ษณ์ข์ องชุมุ ชนยมจินิ ดา ลักั ษณะ
เป็็นเรืือนไม้ท้ ี่่ต� ีฝี าสองแบบ แบบที่่�พบมากคือื ตีีไม้้ฝาแบบซ้้อนเกล็็ด และ
อีกี แบบคืือตีีไม้ฝ้ าปะกน เป็็นแผ่น่ ไม้ด้ ุนุ ลููกฟัักนููน ประตููโดยมากเป็็นแผ่น่
ไม้ต้ ิดิ บานพับั ที่่เ� รียี กว่า่ บานเฟี้้ย� ม เป็น็ ที่่น� ิยิ มในเรืือนไม้เ้ พราะสามารถเปิดิ
ปิดิ ได้ส้ ะดวกเหมาะกับั การใช้ใ้ นเรืือนค้า้ ขาย หรืือมีกี ารใช้ช้ ุดุ ประตููหน้า้ ต่า่ ง
เป็น็ แบบบานไม้เ้ ปิดิ คู่�่ บานประตููมีที ั้้ง� ชนิดิ ลููกฟักั ไม้แ้ ละลููกฟักั บานเกล็ด็ ไม้้
มีชี ่อ่ งลมระบายอากาศที่่ม� ักั อยู่เ�่ หนือื บานประตููหน้า้ ต่า่ ง หรืืออยู่เ่� หนือื ระดับั
หน้้าต่่างขึ้�นไปยาวตลอดทั้้�งฝาห้้องตามขนบของเรืือนไม้้ ซึ่่�งรููปแบบของ
บ้า้ นเรืือนส่่วนใหญ่ใ่ นชุุมชนยมจิินดาและถนนชุุมพลนั้้น� เป็น็ ร้า้ นค้า้ กึ่่ง� ที่่อ� ยู่่�
อาศัยั เกือื บทั้้�งหมด
จุดุ เด่น่ ของเรืือนร้า้ นค้า้ กึ่่ง� ที่่อ� ยู่อ่� าศัยั นั้้น� จึงึ เป็น็ พัฒั นาการที่่ส� ำ�ำ คัญั
ของการสร้้างเรืือนที่่�ได้้รัับอิิทธิิพลจากการที่่�คนจีีนจำ�ำ นวนมากซึ่่�งประกอบ
อาชีพี ค้า้ ขายได้เ้ ข้า้ มาตั้้ง� ถิ่่น� ฐานในบริเิ วณนั้้น� ๆ เรืือนร้า้ นค้า้ กึ่่ง� ที่่อ� ยู่�่นั้น� นิยิ ม
ปลููกเป็็นเรืือนชั้�นเดียี ว ฝาหน้า้ ถังั เหมือื นกับั เรืือนพักั อาศััยต่่อเติิมเป็น็ ร้า้ น
ค้้า แบ่่งส่ว่ นหน้า้ เป็น็ ที่่ค� ้า้ ขาย ส่ว่ นหลังั เป็น็ ที่่พ� ักั อาศัยั 78 อาคารปลููกเป็น็
เรืือนติิดพื้้�นหัันหน้้าออกสู่�่ถนน ด้้านหน้้าบ้้านสามารถเปิิดโล่่งเพื่่�อใช้้เป็็น
พื้้น� ที่่ท� ำ�ำ การค้า้ ขายได้้ บ้า้ นเรืือนที่่�พื้้�นติดิ ดินิ ไม่่ตั้้ง� บนเสาสููงเช่่นเรืือนไทย
มักั เป็น็ เรื่อ� งของคนจีนี ที่่เ� ข้า้ มาทำ�ำ การค้า้ ขาย โดยเปิดิ หน้า้ เรืือนเป็น็ ร้า้ นค้า้
ขายของ ส่ว่ นด้า้ นหลังั เป็น็ ที่่อ� ยู่อ�่ าศัยั เมื่่อ� ตั้้ง� เรียี งรายกันั ก็ก็ ลายเป็น็ ห้อ้ งแถว
อัันเป็็นลัักษณะของบ้า้ นเรืือนส่่วนใหญ่ใ่ นชุมุ ชนยมจินิ ดา
จากการสำ�ำ รวจกลุ่�มบ้้านเรืือนประเภทเรืือนไม้้พื้้�นถิ่่�นในชุุมชนยม
จิินดาและถนนชุมุ พลนั้้�น มีีตััวอย่า่ งบ้า้ น ดังั นี้้�

136 ระยอง เล่ม 3

บ้า้ นมาลีีวณิิชย์์

เจ้้าของบ้า้ นมาลีีวณิิชย์ร์ุ่�นแรก คือื คุณุ ยาย มาลีี สวัสั ดิิพาณิชิ แต่่
เดิมิ ขายที่่�นอน หมอนและเครื่�่องบวชนาค ปัจั จุบุ ัันเป็็นร้้านค้า้ เช่่นเดิมิ แต่่
ขายหมอนและหนัังสืือเปรียี ญธรรมสำำ�หรัับพระสงฆ์์ สามเณร ถืือเป็็นร้า้ น
ที่่�ค่่อนข้้างทำ�ำ กิิจการมายาวนาน ลัักษณะเป็็นบ้้านไม้้ 2 ชั้�นขนาดใหญ่่ มีี
ลวดลายไม้้ฉลุุเป็็นช่่องระบายอากาศอยู่่�เหนืือกรอบหน้้าต่่างและการตีีไม้้
เป็็นซีกี เพื่่อ� ระบายอากาศ ผนัังตีีฝาแบบซ้้อนเกล็็ด ประตููยัังคงเป็็นประตูู
แบบบานเฟี้้ย� ม หน้้าต่า่ งเป็็นแบบบานไม้ค้ ู่�่ ลููกฟัักฝาปะกน ซึ่่ง� เป็น็ รููปแบบ
ประตููเรืือนค้้าขายในอดีีต ประตููบานเฟี้้�ยมลัักษณะนี้้�พบได้้ทั่่�วไปในบ้้าน
เรืือนเกือื บทุุกหลัังในชุมุ ชนยมจิินดา และพบว่า่ มีกี ารใช้้งานประตููลัักษณะ
นี้้ม� าแล้้วไม่ต่ ่ำำ�� กว่่า 40 ปีี จากหลักั ฐานภาพถ่่ายเก่่า

บริิเวณหน้้าบ้้านมาลีวี ณิชิ ย์์
ประตููบานฟี้้ย� มเปิดิ ได้้
ตลอดแนวเป็็นร้้านค้า้ ขาย

วดั บา้ น ศาลเจ้า ศลิ ปกรรมและงานชา่ งโบราณ 5 — ศิลปกรรมในชุมชนยา่ นเก่าระยอง 137

บน
ร้า้ นมาลีวี ณิชิ ย์์เรืือนไม้้
สองชั้น� ขนาดใหญ่ท่ ี่่�เห็็น
เด่่นชััดอยู่่บ� ริเิ วณกลาง
ชุุมชนยมจินิ ดา
ล่า่ ง
ลวดลายไม้ฉ้ ลุุเป็็นช่อ่ ง
ระบายอากาศอยู่เ�่ หนืือ
กรอบหน้า้ ต่า่ งและการตีไี ม้้
เป็็นซีกี เพื่่อ� ระบายอากาศ

138 ระยอง เลม่ 3

บน
ภาพถ่า่ ยเก่่าบริเิ วณหน้้า
บ้้านมาลีวี ณิชิ ย์์เมื่่�ประมาณ
30-40 ปีี ที่่�แล้ว้ แสดงให้้
เห็็นบ้า้ นไม้ฝ้ ั่่�งตรงข้้ามที่่�ยังั
คงสภาพเดิิม เป็น็ หลัักฐาน
อีกี ชิ้�นที่่แ� สดงให้เ้ ห็น็ ว่่า
บ้า้ นเรืือนในชุุมชนยมจิินดา
ยัังสามารถรัักษารููปแบบ
ดั้้ง� เดิิมไว้ไ้ ด้้ ค่อ่ นข้า้ งครบ
ถ้้วน (เอื้้�อเฟื้้�อภาพถ่่ายโดย
คุณุ พงศ์์ศัักดิ์์� สวัสั ดิพิ าณิชิ
เจ้้าของบ้้านมาลีีวณิชิ ย์์)
กลาง
ภาพถ่่ายเก่า่ โรงฝิ่่น�
บุุญอาภา
ที่่ม� า : พิพิ ิธิ ภัณั ฑ์ย์ มจิินดา
ล่า่ ง
ภาพถ่า่ ยเก่า่ โรงฝิ่่�น
บุุญอาภา
ที่่ม� า : พิพิ ิธิ ภััณฑ์ย์ มจิินดา
ภาพที่่� 105 สภาพปัจั จุบุ ััน
ของโรงฝิ่่น� บุญุ อาภา

วัด บ้าน ศาลเจ้า ศลิ ปกรรมและงานชา่ งโบราณ 5 — ศิลปกรรมในชมุ ชนยา่ นเก่าระยอง 139

บ้้านโรงฝิ่่�นนายเฮง บุุญอาภา

ลัักษณะเป็็นเรืือนไม้้แถวต่่อกัันยาวขนานกัับแนวถนนข้้างศาลเจ้้า
แม่่ทัับทิิม จากข้้อมููลการสััมภาษณ์์ อายุขุ องบ้้านนั้้�นเรีียงตามลำำ�ดัับความ
เก่า่ แก่่ โดยเริ่ม� ตั้้�งแต่่บ้้านจากริิมถนนเรีียงรายมาในแนวตั้้�งฉากกัับแม่่น้ำ��ำ
ระยองจนมาจรดริิมฝั่่ง� แม่น่ ้ำ��ำ เป็็นบ้า้ นที่่�อายุุร่ว่ ม 100 ปีี จากการสััมภาษณ์์
คนในรุ่�นอายุุ 90 ปีีเห็น็ บ้้านหลัังนี้้�มาตั้้ง� แต่่ยังั เด็็ก สอดคล้อ้ งกับั หลักั ฐาน
ภาพถ่่ายเก่่าของโรงฝิ่่�นแห่่งนี้้�ที่่�น่่าจะมีีอายุุไม่่ต่ำ��ำ กว่่า 60-70 ปีี ส่่วนบ้้าน
หลัังถััดๆ ลงมานั้้�น ตามคำ�ำ บอกเล่า่ ของทายาทรุ่�นที่่� 2 ในรุ่�นอายุุ 40-60 ปีี
ก็เ็ ห็น็ มาตั้้ง� แต่ย่ ังั เด็ก็ ตามคำ�ำ บอกเล่า่ บ้า้ นชุดุ นี้้ข� องโรงฝิ่่น� นั้้น� มีอี ายุเุ รียี งกันั
จากบ้้านริิมถนนลงมายัังบ้้านที่่�อยู่�่ ติิดแม่่น้ำ��ำ ระยองที่่�สุุด ลัักษณะของบ้้าน
เรืือนซึ่่�งเคยประกอบกิิจการโรงฝิ่่�นบุุญอาภานั้้�นถืือว่่าเปลี่่�ยนแปลงไม่่มาก
ตามคำำ�บอกเล่า่ ของเจ้า้ ของบ้า้ นรุ่�นปัจั จุบุ ันั ได้ม้ ีกี ารซ่อ่ มแซมเปลี่่ย� นแปลง
บางส่่วนที่่�ผุพุ ังั แต่ย่ ัังคงรููปแบบและสภาพดั้้ง� เดิิมไว้้ได้อ้ ย่า่ งชััดเจน

บ้า้ นสััตย์์อุุดม

เจ้้าของเดิิมคืือ ขุุนศรีีย์์อุุทััยเขต (โป้้ง สััตย์์อุุดม) ต้้นตระกููล
สััตย์์อุุดม ซึ่่�งเป็็นตระกููลเก่า่ แก่อ่ ีกี ตระกููลของชุมุ ชนยมจินิ ดา สร้า้ งขึ้น� ใน
พ.ศ. 2462 ตามอักั ษรที่่ร� ะบุไุ ว้ท้ี่่ห� น้า้ บ้า้ น ปัจั จุบุ ันั ทายาทได้ด้ ููแลสืบื ต่อ่ และ
อุทุ ิศิ พื้้น� ที่่บ� ้า้ นสัตั ย์อ์ ุดุ มเป็น็ พื้้น� ที่่ข� องพิพิ ิธิ ภัณั ฑ์เ์ มือื งระยอง ลักั ษณะเป็น็ บ้า้ น
ไม้้ 2 ชั้�น ขนาดใหญ่่ ลักั ษณะไม้้ฝาผสมกัันระหว่า่ งรููปแบบฝาปะกนและฝา
แบบซ้อ้ นเกล็ด็ ลักั ษณะเด่น่ ที่่ส� วยงามคือื แผ่น่ ไม้ส้ ลักั เป็น็ ช่อ่ งลมที่่ช�ั้น� สองนั้้น�
สลักั เป็น็ คำ�ำ ว่า่ “เจริญิ ” หน้า้ ต่า่ งเป็น็ รููปแบบบานไม้แ้ บบลููกฟักั ฝาปะกนผสม
กับั ลููกฟักั บานเกล็็ด

140 ระยอง เลม่ 3

บน
บ้้านสััตย์อ์ ุุดม
ล่าง
ไม้ฉลุลายทำ�เป็นช่องลม
เป็นค�ำ ว่าเจรญิ จุดเดน่ ของ
บา้ นสัตยอ์ ุดม

วดั บา้ น ศาลเจ้า ศลิ ปกรรมและงานช่างโบราณ 5 — ศิลปกรรมในชมุ ชนย่านเกา่ ระยอง 141

ซ้า้ ย ร้้านศรีปี ระดิษิ ฐ์์
ร้า้ นศรีปี ระดิิษฐ์์
ขวา ร้้านศรีีประดิิษฐ์์ เดิิมขายอุุปกรณ์์เย็็บปัักถัักร้้อย ข้้อมููลจากการ
สภาพปัจั จุบุ ันั ของโรงแรม สััมภาษณ์์คนในชุุมชนพบว่่า คนดั้้�งเดิิมในชุุมชนรุ่�นอายุุ 60-70 ปีีเห็็นร้้าน
ศิิริโิ รจน์์ เหลือื เป็น็ เพีียง ศรีปี ระดิษิ ฐ์ม์ าตั้้ง� แต่จ่ ำ�ำ ความได้้ ลักั ษณะเรืือนไม้ค้ ้า้ ขายของร้า้ นเป็น็ รููปแบบ
เรืือนไม้้ชั้น� เดียี วที่่�เปิดิ ตามขนบเรืือนไม้้ที่่�นิิยมในชุุมชนยมจิินดา ผนัังตีีไม้้ฝาแบบซ้้อนเกล็็ด
กิจิ การขายของชำ�ำ เล็็กๆ มีีการทำ�ำ ช่่องระบายอากาศเป็็นช่่องซี่�ถี่่�ๆ ประตููหน้้าต่่างไม้้บานคู่�เ่ ป็็นแบบ
เนื่่�องจากเศรษฐกิจิ ใน ลููกฟัักฝาปะกน องค์์ประกอบของเรืือนไม้้ร้้านศรีีประดิิษฐ์์ค่่อนข้้างคงเดิิม
ชุมุ ชน ยมจินิ ดาซบเซาลง ไม่่มีกี ารเปลี่่ย� นแปลงมาก
เรื่�่อยๆ

โรงแรมศิิริิโรจน์์ และเรืือนแถวไม้้ของแขกโนรีี (เดชา ศรีีจัันทร์์งาม)

โรงแรมศิริ ิโิ รจน์์ เจ้า้ ของ คือื นายเดชา ศรีจี ันั ทร์ง์ าม หรืือ แขกโนรีี
มีีชีีวิิตอยู่่�ในสมััยรััชกาลที่่� 6-7 และได้้ทำำ�กิิจการมากมาย โรงแรมศิิริิโรจน์์
นั้้�นเดิิมมีีสามชั้�นจากคำำ�บอกเล่่าของผู้�ที่ �อยู่่�อาศััยในละแวกนั้้�น แต่่ปััจจุุบััน
เหลืือเป็็นเพีียงห้้องแถวชั้้�นเดีียวเพราะถููกรื้�อ และตอนนี้้�ทำำ�กิิจการค้้าขาย
เปิดิ ร้้านชำ�ำ แทน
ส่ว่ นเรืือนแถวไม้้ อดีตี เป็น็ ร้า้ นขายของลิ้้ม� มู้�กี้� ปัจั จุบุ ันั เป็น็ ร้า้ นขาย
ของชำ�ำ จุุดเด่่นของอาคารชุดุ นี้้ค� ือื ลักั ษณะการทำ�ำ ระเบียี งที่่ช�ั้น� สอง ซึ่ง� เป็น็ รููป
แบบบ้า้ นเรืือนที่่�นิิยมสร้า้ งกัันจำ�ำ นวนหนึ่่ง� ในชุมุ ชนยมจิินดา

142 ระยอง เลม่ 3

เรืือนไม้ท้ ี่่ท� ำำ�กิจิ การ
ร้้านทองตั้้�งโต๊ะ๊ กังั เดิิม

ร้้านบ้้านสะพานไม้้

ร้า้ นบ้า้ นสะพานไม้บ้ ริเิ วณหัวั มุมุ ถนนยมจินิ ดา ตรงบริเิ วณแยกเลี้ย� วไป
ทางถนนชุมุ พล ปััจจุบุ ันั เปิดิ กิิจการค้า้ ขาย ลัักษณะเด่่นคืือเป็น็ บ้้านสองชั้�น
ตีไี ม้้ผาแบบซ้้อนเกล็็ดในแนวนอน ประตููบานเฟี้้�ยมปกติิจะเปิิดออกได้ร้ อบ
ทั้้ง� สามด้า้ นเพื่่อ� ใช้เ้ ป็น็ พื้้น� ที่่ต� ั้้ง� โต๊ะ๊ สำ�ำ หรับั ลููกค้า้ ร้า้ นก๋ว๋ ยเตี๋๋ย� วและเครื่อ� งดื่่ม�
เป็็นหนึ่่�งในบ้้านที่่�ลุุงตุ๋๋�ย (ลุุงตุ๋๋�ยสอนศิิลปะ) ซื้้�อไว้้เพื่่�ออนุุรัักษ์์และทำำ�ให้้มีี
ชีวี ิติ ชีีวาเพื่่�อเป็็นอีกี หนึ่่�งจุดุ ที่่�น่า่ สนใจของชุุมชนยมจินิ ดา

วัด บา้ น ศาลเจา้ ศิลปกรรมและงานช่างโบราณ 5 — ศลิ ปกรรมในชมุ ชนย่านเก่าระยอง 143

บน
ร้า้ นบ้้านสะพานไม้้ แลเห็็น
ร้า้ นข้า้ งๆ ที่่เ� ปิิดกิิจการ
ล่า่ ง
เรืือนไม้แ้ ถวของแขกโนรีี

144 ระยอง เล่ม 3

เรืือนไม้้แถวอื่�่นๆ ภายในบริิเวณถนนชุมุ พล มีีแนวขนานกัับถนนยมจิินดา
แต่ข่ ยัับขึ้น�้ มาสูงู จากริิมน้ำ��ำ ระยองอีีก เป็น็ ย่่านที่่ม� ีีอาคารเก่า่ จำ�ำ นวนมากอยู่่�
ด้ว้ ย เรืือนไม้้อู่่�รับั ซ่่อมจัักรยานและจักั รยานยนต์์

บ้า้ นหลังั ใหญ่โ่ ดดเด่น่ ที่่ต� ั้้ง� อยู่บ�่ ริเิ วณหัวั มุมุ ถนนชุมุ พลบริเิ วณแยก
ที่่เ� ชื่่อ� มระหว่า่ งถนนยมจินิ ดากับั ถนนชุมุ พล เป็น็ บ้า้ นไม้ร้ ููปแบบเก่า่ ที่่ย� ัังคง
รัักษารููปแบบดั้้�งเดิิมไว้้ได้้สมบููรณ์์ หลัังคายัังปููด้้วยกระเบื้้�องว่่าว ประตูู
บานเฟี้้�ยมยาวตลอดแนวเพื่่�อใช้้ประโยชน์์ในการเปิิดเป็็นหน้้าร้้านค้้าขาย
ตามรููปแบบเรืือนไม้้ค้้าขายกึ่่�งอยู่่�อาศััย ปััจจุุบัันประกอบอาชีีพรัับซ่่อม
จัักรยาน จักั รยานยนต์์

อู่่�ซ่อ่ มเครื่่�องยนต์์
ไม่ว่ ่า่ จะเป็น็ จักั รยาน หรืือ
จัักรยานยนต์ใ์ นรููปแบบ
ของเรืือนไม้้เก่า่ แก่่
เป็็นเรืือนไม้้ขนาดใหญ่ท่ ี่่�อยู่่�
บริิเวณหัวั ถนนชุุมพล
บริิเวณสามแยกตััดไป
ถนนยมจิินดาและ
ถนนหลักั เมือื ง

วดั บ้าน ศาลเจ้า ศลิ ปกรรมและงานชา่ งโบราณ 5 — ศลิ ปกรรมในชมุ ชนย่านเก่าระยอง 145

ซ้้าย ร้้านแต่ง่ ้้วนหยูู
ร้า้ นแต้ง้ ้้วนหยูู
ขวา เรืือนไม้ค้ ้้าขายเก่่าแก่่อีีกแห่่งบริเิ วณถนนชุมุ พล เรืือนไม้ต้ ีฝี าแบบ
บ้า้ นไม้ส้ องชั้�น ร้้านลุุงตุ๋๋�ย ซ้อ้ นเกล็ด็ แผ่น่ ไม้เ้ ป็น็ แผ่น่ เล็ก็ ขนาดเท่า่ กันั ใช้ป้ ระตููแบบบานเฟี้้ย� มเปิดิ ปิดิ
ซึ่่ง� เป็็นเรืือนไม้้ที่่ม� ีลี ักั ษณะ สะดวกแบบเรืือนไม้ค้ ้า้ ขายของชาวจีนี และรููปแบบของการเป็น็ เรืือนฝาถังั
โดดเด่น่ อย่่างมากในถนน เห็น็ ชััดเจน
ชุมุ พล

บ้า้ นลุงุ ตุ๋�ยสอนศิิลปะ

เรืือนไม้้ของลุุงตุ๋๋�ย ผู้�เป็็นเจ้้าของเป็็นคนดั้้�งเดิิมอยู่่�ภายในบริิเวณ
ชุมุ ชนยมจินิ ดาและแถบถนนชุมุ พล ลักั ษณะเด่น่ ของเรืือนไม้แ้ ห่ง่ นี้้น� อกจาก
การทำำ�ระเบีียงโดยใช้้ไม้้ฉลุุเป็็นลวดลายสวยงาม ทั้้�งยัังปรากฏการทำำ�ไม้้
ฉลุลุ วดลายเหนือื ระเบียี งที่่ช� วนให้น้ ึกึ ถึงึ รููปแบบของไม้ฉ้ ลุปุ ระดับั จากเรืือน
ขนมปัังขิิง มีีลัักษณะของเรืือนที่่�พบในพื้้�นที่่�บริิเวณถนนชุุมพลที่่�มีีรููป
แบบตามอย่่างเรืือนไม้้ค้้าขายทั่่�วไป แต่่ที่่�น่่าสนใจเช่่น การทำำ�ระเบีียงบน
ชั้น� สอง โดยลักั ษณะของระเบียี งเป็น็ ระเบียี งไม้้ ที่่ใ� ช้แ้ ผ่น่ ไม้ต้ ีเี รียี งกันั ทำำ�ให้้
เกิดิ ช่่อง หรืือลักั ษณะหน้า้ ต่า่ งสองตอน

146 ระยอง เล่ม 3

ล่่าง
ร้า้ นปิิยะเวชโอสถ

ร้า้ นขายยาปิิยะเวชโอสถ

เป็็นร้้านขายยาโบราณในถนนชุุมพลโดยดำ�ำ เนิินกิิจการมาแล้้วถึึง
สามรุ่�น ปััจจุบุ ัันยัังทำ�ำ กิิจการอยู่่� ลัักษณะของร้้านค้้าเป็น็ เรืือนไม้แ้ ถว

เรืือนไม้้แถวบริเิ วณถนนชุุมพล ใกล้้กัับร้า้ นเจ๊ก๊ เชยเดิมิ

ลัักษณะทั่่�วไปของเรืือนไม้้แถวค้้าขาย จุดุ เด่น่ ก็ค็ ืือการตีไี ม้ฝ้ าแบบ
ซ้้อนเกล็็ดที่่�ใช้้แผ่่นไม้้ขนาดใหญ่่ ช่่องระบายอากาศเป็็นไม้้ซีีกตีีเรีียงกััน
เว้้นเป็็นช่่องเพื่่�อใช้้ระบายอากาศ ใช้้ประตููไม้้บานเฟี้้�ยม ตามระเบีียบของ
เรืือนไม้้ค้้าขาย ลัักษณะของเรืือนไม้้แถวนี้้�คืือการทำำ�หลัังคาจั่่�วโดยหััน
ด้้านยาวออกเป็็นด้้านหน้้าร้้านค้้า จั่ �วสามเหลี่่�ยมจะอยู่่�บริิเวณด้้านกว้้าง
ของบ้้านลัักษณะชวนให้้นึึกถึึงวิิกเถ้้าแก่่เทีียน ซึ่่�งก็็พบว่่าเป็็นบ้้านที่่�วางตััว
ขนานกัันกัับวิิกเถ้้าแก่่เทียี นที่่อ� ยู่บ�่ ริเิ วณถนนยมจินิ ดา

วดั บา้ น ศาลเจ้า ศลิ ปกรรมและงานชา่ งโบราณ 5 — ศลิ ปกรรมในชมุ ชนยา่ นเกา่ ระยอง 147

บน เลม่ 3
เรืือนไม้แ้ ถวเปิิดร้า้ นค้า้ ขาย
บริเิ วณถนนชุมุ พล
ล่า่ ง
จั่�วสามเหลี่่�ยมจะอยู่บ�่ ริิเวณ
ด้้านกว้้างของบ้า้ นลัักษณะ
อาคารชุดุ เดียี วกัับ
วิิกเถ้้าแก่เ่ ทีียน

148 ระยอง

4.  เรือื นไม้ก้ ึ่่ง� ปููนและตึกึ สมััยใหม่่

ลักั ษณะอาคารเช่น่ นี้้พ� บกระจายอยู่�่ทั่ว� ไปในถนนยมจินิ ดาและถนน
ชุมุ พล สืบื เนื่่อ� งจากเทคนิคิ การก่อ่ สร้า้ งอาคารที่่เ� ปลี่่ย� นไปได้ร้ ับั อิทิ ธิพิ ลจาก
การก่อ่ สร้า้ งแบบสมัยั ใหม่ค่ ือื ใช้ค้ อนกรีตี แทนไม้้ ทำำ�ให้เ้ กิดิ การสร้า้ งตึกึ แถว
สมัยั ใหม่ข่ึ้น� แทรกอยู่ใ�่ นเรืือนแถวไม้ข้ องชุมุ ชน นอกจากความเปลี่่ย� นแปลง
ที่่ว� ่า่ แล้ว้ ยังั รวมถึงึ ธรรมชาติขิ องห้อ้ งแถวไม้ท้ ี่่ต� ั้้ง� เรียี งรายกันั นั้้น� ง่า่ ยต่อ่ การ
เกิิดไฟไหม้้ ชุุมชนยมจินิ ดาจึงึ เกิดิ เหตุไุ ฟไหม้้หลายครั้ง� การเกิดิ เพลิิงไหม้้
ครั้�งใหญ่่นั้้�นพบหลัักฐานทั้้�งใน พ.ศ. 2463 ที่่�ไหม้้บ้้านเจ๊๊กกี๋๋�ตี๋๋� และ พ.ศ.
2507 ที่่ไ� หม้ต้ ลาดเทศบาลนั้้น� ทำ�ำ ให้เ้ กิดิ การเปลี่่ย� นแปลงของบ้า้ นเรืือนครั้ง�
ใหญ่่ภายในชุมุ ชนยมจินิ ดา

ตึกึ เลขที่่� 048 ริมิ ถนนยมจินิ ดา ฝั่�ง่ ตรงข้า้ มศาลเจ้า้ แม่่ทับั ทิิม

ลัักษณะของตึึกสมััยใหม่่ภายในชุุมชนยมจิินดา ใช้้วิิธีีการก่่อสร้้าง
สมััยใหม่่โดยการก่่ออิิฐถืือปููน และมีีการใช้้เหล็็กดััดเป็็นองค์์ประกอบใน
การสร้า้ งตึกึ

ร้้านศรีเี จริญิ ถนนชุุมพล

ผังั ตึกึ ทรงโค้ง้ รับั กับั ทางแยกตัดั ระหว่า่ งถนนชุมุ พลและถนนออกไป
สู่ถ�่ นนสุขุ ุมุ วิทิ ชวนให้น้ ึกึ ถึงึ อาคารบริเิ วณถนนราชดำ�ำ เนินิ กรุงุ เทพมหานคร
อันั เป็น็ ศิลิ ปะแบบอาร์ต์ เดโค (Art Deco) ที่่น� ิยิ มกันั ในช่ว่ งทศวรรษ 2480
ลงมา อาคารร้้านศรีีเจริิญมีีร้้านค้้าอื่่�นๆ ตั้้�งอยู่�่ ร่่วมกััน เป็็นกลุ่�มร้้านค้้า
ตึกึ แห่ง่ นี้้ใ� ช้เ้ ทคนิคิ การก่อ่ สร้า้ งแบบใหม่ท่ี่่ใ� ช้ค้ อนกรีตี โดยสร้า้ งขึ้น� เพื่่อ� รองรับั
การพััฒนารอบบริิเวณถนนสุุขุุมวิิทนครระยอง ปััจจุุบัันร้้านศรีีเจริิญยัังทำ�ำ
กิจิ การค้า้ ขายสืบื มา

วดั บา้ น ศาลเจ้า ศลิ ปกรรมและงานชา่ งโบราณ 5 — ศลิ ปกรรมในชมุ ชนยา่ นเก่าระยอง 149


Click to View FlipBook Version