บน
ตึึกเลขที่่� 048 ตััวอย่่างของ
ตึกึ รููปแบบสมัยั ใหม่่ที่่�เกิิด
ขึ้�นหลััง พ.ศ. 2500 ซึ่่�งเป็็น
ช่ว่ งเวลาที่่�ชุมุ ชนยมจินิ ดา
เกิดิ ความเปลี่่ย� นแปลง
อย่า่ งมาก
ล่่าง
ร้้านศรีีเจริิญ
150 ระยอง เล่ม 3
ชุมุ ชนยมจินิ ดาเป็น็ ชุมุ ชนย่า่ นตลาดโบราณที่่ย� ังั หลงเหลือื หลักั ฐาน
ของสถาปััตยกรรมบ้้านเรืือนที่่�อยู่�่อาศััยเก่่าแก่่ ทำ�ำ ให้้เห็็นร่่องรอยการตั้้�ง
ถิ่่น� ฐานรวมถึงึ วิถิ ีชี ีวี ิติ ความเป็น็ อยู่ข�่ องผู้�คน ที่่ส� อดคล้อ้ งไปกับั รููปแบบของ
บ้า้ นเรืือนร้้านค้า้ ที่่�เป็น็ เอกลักั ษณ์์ของชุมุ ชนย่่านค้า้ ขายของชาวจีีน
ปัจั จัยั หลากหลายที่่เ� กิดิ ขึ้น� นั้้น� ทำำ�ให้ช้ ุมุ ชนยมจินิ ดาสููญเสียี ความต่อ่
เนื่่อ� งของการดำ�ำ รงอยู่เ่� ป็น็ ชุมุ ชนโบราณ ของผู้�คนและศิลิ ปกรรม ทำำ�ให้บ้ ้า้ น
เรืือนในชุุมชนไม่่เกาะกลุ่�มกัันและ แต่่หลัักฐานศิิลปกรรมที่่�เหลืืออยู่่�ทั้�งใน
เรื่�่องของบ้้านเรืือนและโบราณสถานนั้้�นก็็ยัังคงทำ�ำ ให้้ทำำ�ให้้ชุุมชนยมจิินดา
เป็็นชุุมชนที่่�มีีคุุณค่่าทางด้้านศิิลปวััฒนธรรมควรค่่าแก่่การศึึกษาและหา
แนวทางในการทำำ�งานอนุรุ ักั ษ์์พััฒนาพื้้น� ที่่�แห่่งนี้้ต� ่อ่ ไป
ศาลเจ้้าจีนี ในชุุมชนยมจิินดา
ภายในชุมุ ชนยมจินิ ดาปรากฏศาลเจ้า้ จีนี อยู่�่ทั้ง� หมด 3 แห่ง่ ด้ว้ ยกันั
เนื่่อ� งจากการเป็น็ ย่า่ นค้า้ ขายของคนจีนี มาตั้้ง� แต่โ่ บราณ การปรากฏขึ้น� ของ
ศาลเจ้า้ จีนี นั้้น� จึงึ สอดคล้อ้ งกับั ลักั ษณะความเชื่อ่� และเป็น็ หลักั ฐานทางด้า้ น
ศิลิ ปกรรมของชุมุ ชนยมจินิ ดา ที่่อ� าจเก่า่ แก่ไ่ ปถึงึ สมัยั รัชั กาลที่่� 5 ตามประวัตั ิิ
ความเป็็นมาของศาลเจ้้าแม่่ทัับทิิม หรืือศาลเจ้้าแม่่จุ้้�ยบุ้้�ยเหนี่่�ยว อัันเป็็น
ศาสนสถานที่่ม� ีีความสำำ�คัญั ยิ่่�งของชุุมชนยมจินิ ดามาตั้้�งแต่อ่ ดีตี รวมไปถึึง
ศาลเจ้า้ อื่่�นๆ ที่่อ� ยู่ใ�่ นชุมุ ชนยมจิินดา
ศิลิ ปกรรมของศาลเจ้า้ จีนี ในประเทศไทย ส่ว่ นใหญ่ไ่ ด้ร้ ับั อิทิ ธิพิ ลมา
จากสถาปััตยกรรมแบบเฉาซ่า่ น หรืือเตี่่ย� ซััวที่่ป� รากฏในจีนี ภาคใต้้ นั่่�นคืือ
การก่่ออาคารประดัับด้้วยปููนปั้้�นระบายสีีและเครื่่�องเคลืือบตััดเป็็นชิ้ �น
ประกอบเป็็นลวดลายต่่างๆ ซึ่่�งสะท้้อนถึึงกลุ่�มคนจีีนที่่�เข้้ามาว่่าเป็็นกลุ่�ม
จีีนตอนใต้้ เช่่น ไหหลำ�ำ แต้้จิ๋ว�
วดั บ้าน ศาลเจา้ ศลิ ปกรรมและงานช่างโบราณ 5 — ศิลปกรรมในชมุ ชนยา่ นเกา่ ระยอง 151
ศาลเจ้า้ แม่่ทัับทิมิ (ศาลเจ้้าแม่จุ่้�ยบุ้�ยเหนี่่ย� ว)
ศาลเจ้้าแม่่ทัับทิิมแห่่งนี้้�เป็็นศาลเจ้้าเก่่าแก่่ของชาวจีีนไหหลำำ�ที่่�อยู่่�
คู่�่ ชุุมชนยมจิินดามานาน ตามประวััติิระบุุไว้้ว่่าสร้้างขึ้�นใน พ.ศ. 2421
ภายในศาลเจ้า้ ประดิิษฐานองค์เ์ จ้้าแม่ท่ ัับทิิมหรืือเทพจุ้้�ยบุ้้�ยเหนี่่ย� ว ซึ่่�งเป็น็
เทพเจ้า้ องค์์สำ�ำ คััญของชาวจีีนไหหลำำ� เดิมิ นายกุ่่�ยยวด แซ่อ่ ุ้้�ย และนายกุยุ
ตง แซ่่ตั้้น� และผู้้�มีีจิิตศรัทั ธาได้ร้ ่่วมกัันสร้า้ งศาลทำ�ำ จากไม้ม้ ีีหลัังคาเตี้้�ย ต่่อ
มาใน พ.ศ. 2448 เกิิดการบููรณะศาลเจ้า้ ครั้ง� ใหญ่่ นำ�ำ โดย นายเด็็ดกััง แซ่่
โง้ว้ นายมู่่�ยง แซ่หุ่่�น โดยทำำ�การก่อ่ สร้า้ งอาคารใหม่เ่ ป็น็ อาคารก่อ่ อิฐิ ถือื ปููน
และมอบหมายให้้ขุุนพาณิิชย์์ชลาสิินธุ์� (หรืือนายเทีียน แซ่่โง้้ว หรืือเทีียน
สินิ ธุุวณิชิ ย์)์ เป็น็ ประธานศาลเจ้า้ ในขณะนั้้น� 79
ต่อ่ มาใน พ.ศ. 2510 นายซีหี ยก แซ่่หงั่น� นายบู้้�กี้้� แซ่ล่ ิ้้�ม พร้้อมทั้้ง�
คณะกรรมการและผู้้�มีจี ิติ ศรัทั ธาได้ร้ ่ว่ มกันั บููรณะปรับั ปรุงุ อาคารหลังั เดิมิ ให้้
แข็็งแรงขึ้�น และใน พ.ศ. 2530 จึึงได้ม้ ีีการก่อ่ สร้้างศาลาอเนกประสงค์์ชื่อ่�
ศาลาร่ว่ มใจขึ้น� ที่่�ด้้านทิิศใต้ข้ องศาลเจ้า้
อาคารประธานศาลเจ้้าแม่่ทัับทิิม ลัักษณะเป็็นอาคารประธานศาล
เจ้้าแบบจีีนขนาดใหญ่่ในผัังสี่่�เหลี่่�ยม เป็็นอาคารแบบก่่ออิิฐถืือปููน ภายใน
ตััวศาลเจ้้า ปรากฏเป็็นภาพวาดรููปมัังกรและเสืือ อยู่่�ทิิศฝั่่�งตรงข้้ามกััน
โดยมัังกรเป็็นเทพเจ้้าประจำำ�ทิิศตะวัันออกและรููปเสืือประจำำ�ทิิศตะวัันตก
ตามคติเิ ทพเจ้า้ ประจำำ�ทิศิ ทั้้ง� สี่่ข� องจีีน
ภายในศาลเจ้้าประดิิษฐานเทพเจ้้าประจำำ�ศาลมากมายประกอบ
ไปด้้วย เทพเจ้้าประธานคืือ เจ้้าแม่่ทัับทิิมอยู่่�ตรงกลาง เจ้้าแม่่ทัับทิิมหรืือ
จุ้้�ยบุ้้�ยเหนี่่ย� ว มีคี วามสำ�ำ คัญั ในฐานะเทพเจ้า้ ที่่ช� าวจีนี ไหหลำ�ำ นิยิ มบููชาเพื่่อ� ให้้
แคล้ว้ คลาดปลอดภัยั จากการเดินิ ทางในทะเล ด้า้ นล่า่ งเป็น็ เจ้า้ ที่่ห� รืือตี่่จ� ู่เ�่ อี้้�ย
ตามทิิศต่่างๆ ที่่�เหลืือประดิิษฐานเทพชั้ �นรอง โดยเริ่ �มจากบริิเวณด้้าน
ทิิศตะวันั ตก ประดิษิ ฐานเจ้า้ แม่เ่ ทียี นโหวและเจ้า้ แม่ก่ วนอิมิ ด้า้ นทิศิ ตะวันั ตก
ประดิษิ ฐานแท่น่ บููชาเจ้า้ แม่ไ่ ท้ฮ้ ัวั ถัดั ออกไปด้า้ นข้า้ งประดิษิ ฐาน เจ้า้ พ่อ่ เสือื
เทพเจ้้า ๑๐๘ และเทพไฉ่่ซิิงเอี้้�ย
152 ระยอง เลม่ 3
บน
ศาลเจ้า้ แม่ท่ ัับทิมิ และ
เทพเจ้้าประธานภายใน
ศาล
ล่า่ ง
ศาลเจ้า้ แม่ท่ ัับทิิมและ
เทพเจ้้าประธานภายใน
ศาล
วัด บา้ น ศาลเจา้ ศิลปกรรมและงานช่างโบราณ 5 — ศิลปกรรมในชมุ ชนยา่ นเกา่ ระยอง 153
ศาลาอเนกประสงค์์
ศาลาอเนกประสงค์์ (ศาลาร่่วมใจ) ตั้้ง� อยู่�่ ด้้านนอกศาลเจ้้าทางทิศิ
ใต้้ชื่�่อศาลาร่่วมใจ เป็็นศาลาสร้้างใหม่่เปิิดโล่่งหัันหน้้าเข้้าหาริิมฝั่่�งแม่่น้ำ��ำ
ระยองที่่ต� ั้้ง� ตามแบบโรงงิ้ว� ของศาลเจ้า้ จีนี เสารองรับั หลังั คาทั้้ง� สี่่ต� ้น้ ประดับั
ด้ว้ ยภาพเขียี นสีลี ายมังั กร หลังั คาแบบจีนี ระดับั ด้ว้ ยประติมิ ากรรมมังั กรบน
สันั หลัังคา
ศาลเจ้า้ พ่อ่ โจวซืือกง
ศาลเจ้้าพ่่อโจวซืือกงเป็็นศาลเจ้้าเก่่าแก่่อีีกแห่่งบริิเวณถนน
ยมจิินดา-ถนนชุุมพล ศาลเจ้้าตั้้�งอยู่่�บริิเวณถนนบุุญศิิริิ โดยเชื่�่อมต่่อกัับ
ชุมุ ชนยมจินิ ดาผ่า่ นทางถนนศรีสี มุทุ รโภค ศาลเจ้า้ พ่อ่ โจวซืือกง ในช่ว่ งสมัยั
รัชั กาลที่่� 5 ชาวจีนี ที่่ม� าตั้้ง� รกรากค้า้ ขายในจังั หวัดั ระยอง ปลููกเพิงิ มุงุ หลังั คา
ด้้วยหญ้้าแฝก ต่่อมาเมื่่�อมีีผู้�มากราบไหว้้บููชาเป็็นจำำ�นวนมากศาลเจ้้าแห่่ง
นี้้�ก็็ได้้รัับการปลููกสร้้างใหม่่เป็็นอาคารไม้้ถาวรมาจนถึึงราว พ.ศ. 2514 จึึง
ได้้สร้้างเป็็นอาคารคอนกรีีตใช้้งานมาจนถึึงปััจจุุบััน จากคำำ�บอกเล่่าของ
ประชาชนในชุุมชนนั้้�นศาลเจ้้าพ่่อโจวซืือกงน่่าจะเป็็นศาลเจ้้าของคนจีีน
แต้้จิ๋�ว ศาลเจ้้าจีีนแห่่งนี้้�จึึงเป็็นหลัักฐานศิิลปกรรมที่่�สำำ�คััญที่่�แสดงให้้เห็็น
ความเชื่่�อที่่�หลากหลายในชุุมชนชาวจีนี ที่่�มาตั้้ง� รกรากในพื้้น� ที่่�แห่่งนี้้แ� ละยััง
คงอยู่ม่� าจนปััจจุบุ ััน
154 ระยอง เล่ม 3
บน
อาคารประธานศาลเจ้า้ พ่อ่
โจวซืือกง หัันหน้า้ ออกไป
ทางแม่น่ ้ำ�ำ� ระยอง
ลา่ ง
เทพเจ้้าประธานเจ้้าพ่่อ
โจวซืือกง
วัด บ้าน ศาลเจ้า ศลิ ปกรรมและงานชา่ งโบราณ 5 — ศิลปกรรมในชมุ ชนยา่ นเก่าระยอง 155
อาคารประธานศาลเจ้้าโจวซืือกง มีีลัักษณะอาคารศาลเจ้้าแบบ
ศิิลปะจีีนขนาดใหญ่่ในผัังสี่่�เหลี่่�ยม เป็็นอาคารก่่ออิิฐถืือปููน ปรากฏรููปปั้้�น
สิิงห์์แบบจีีนที่่�บริิเวณด้้านหน้้าทางเข้้าศาลเจ้้าทั้้�งสองฝั่่�ง มีีภาพเขีียนเล่่า
เรื่อ�่ งประดับั ตั้้�งแต่่บริิเวณผนังั ด้า้ นนอกอาคาร บานประตููทางเข้้าสองบาน
และตามบริิเวณคาน ตามระเบีียบของศาลเจ้า้ จีีน
ภายในประดิษิ ฐานเทพเจ้า้ ประธานอยู่บ�่ ริเิ วณกลางศาลเจ้า้ คือื เทพ
เจ้้าโจวซืือกง ตามตำำ�นานเชื่�่อว่่าครั้�งยัังมีีชีีวิิตนั้้�นเป็็นภิิกษุุที่่�ได้้ทำำ�ความดีี
มากมาย นอกจากเผยแผ่ธ่ รรมะแก่ส่ าธุชุ นไว้ม้ ากแล้ว้ ยังั ช่ว่ ยเหลือื ชาวบ้า้ น
และรัักษาคนเจ็็บป่่วยจึึงถููกนัับถืือให้้เป็็นเทพเจ้้าแห่่งการดลบัันดาลสิ่่�งที่่�
ปรารถนาให้้เป็็นความจริิง
มีีเทพเจ้้ากวนอููเทพเจ้้าแห่่งความซื่่�อสััตย์์อยู่�่ ด้้านทิิศตะวัันตกของ
เทพเจ้้าโจวซืือกงและทางด้้านทิิศตะวัันออกเป็็นเทพเจ้้าปึึงเถ้้ากง ซึ่่�งเชื่่�อ
ว่า่ เป็็นเทพเจ้้าที่่�คอยรักั ษาคุ้้�มครองชาวจีีนโพ้้นทะเล
ศาลเจ้้าพ่อ่ หลักั เมืือง (ศาลเจ้า้ พ่อ่ ปึึงเถ้้ากง)
ศาลเจ้า้ พ่อ่ หลักั เมือื งเป็น็ ศาสนสถานสำ�ำ คัญั ที่่แ� สดงให้เ้ ห็น็ การควบ
รวมของความเชื้�อพื้้�นถิ่่น� ในการเคารพบููชาหลักั เมืือง และความเชื่อ�่ ในการ
นัับถืือเทพเจ้้าของคนจีีนในพื้้�นที่่�แห่่งเดีียวกััน ภายในบริิเวณศาลเจ้้าพ่่อ
หลัักเมือื งนั้้น� ประกอบไปด้้วย 2 ส่่วน โดยมีีอาคารศาลเจ้้าพ่่อหลักั เมือื งอยู่�่
ทางด้้านทิิศตะวัันตกเฉีียงใต้้ของศาลเจ้้าพ่่อปึึงเถ้้ากง เป็็นอาคารมณฑป
โปร่่ง หลัังคาทรงยอด ซุ้�มประตููแบบไทยประเพณีี ภายในประดิิษฐาน
หลัักเมืือง เป็็นเสาตั้้ง� อยู่ต�่ รงกลางอาคารประดิิษฐาน
ส่่วนอาคารศาลเจ้้าแบบจีีน มีีการประดัับประติิมากรรมมัังกรคู่�่ไว้้
บนสันั หลังั คา ภายในประดิษิ ฐานเทพเจ้า้ ประธานคือื เทพเจ้า้ ปึงึ เถ้า้ กง ทาง
ด้้านทิิศเหนือื ของเทพเจ้า้ ประธานเป็็นเทพชั้�นรองได้้แก่เ่ ทพเจ้า้ ที่่� (ตี่่จ� ู่เ่� อี้้ย� )
156 ระยอง เล่ม 3
บนซ้้าย
อาคารประธาน
ศาลเจ้้าพ่อ่ หลัักเมือื ง
บนขวา
เสาหลัักเมืือง
ล่่างซ้า้ ย
อาคารประธาน
ศาลเจ้้าพ่อ่ ปึงึ เถ้า้ กง
ล่า่ งขวา
เทพเจ้้าประธาน
เจ้้าพ่อ่ ปึึงเถ้้ากง
วดั บ้าน ศาลเจ้า ศิลปกรรมและงานช่างโบราณ 5 — ศลิ ปกรรมในชมุ ชนยา่ นเกา่ ระยอง 157
ชุมุ ชนปากน้ำ�ำ�ประแส
ชุมุ ชนปากน้ำ��ำ ประแส ชุมุ ชนที่่ม� ีคี วามสำำ�คัญั ในฐานะพื้้น� ที่่ย� ุทุ ธศาสตร์์
มาตั้้�งแต่่อดีตี ไม่ว่ ่่าจะเป็น็ เมืืองท่่าสำ�ำ คัญั ด้้านการคมนาคมติิดต่่อทางเรืือ
ทั้้ง� ยังั เป็น็ ท่า่ เรืือสำำ�คัญั ในการค้า้ ขายสินิ ค้า้ และเป็น็ แหล่ง่ ทำ�ำ ประมงที่่ส� ำ�ำ คัญั
ผลิิตและจำำ�หน่า่ ยสินิ ค้า้ ทางทะเล หรืือสิินค้า้ แปรรููป เช่่นกะปิิ น้ำำ��ปลา และ
ปลาเค็ม็ เป็น็ ต้น้
ชุุมชนปากน้ำ�ำ� ประแสตั้้�งอยู่่�บนชายฝั่่�งทางทิิศตะวัันตกเฉีียงใต้้ของ
อำ�ำ เภอแกลง จัังหวััดระยอง ชุุมชนวางตััวขนานกัับแม่่น้ำ��ำ ประแสไปจนสุุด
ปากแม่่น้ำ�ำ�ทางฝั่่�งตะวัันออกเป็็นชุมุ ชนใหญ่่ที่่ม� ีีบ้า้ นเรืือนหนาแน่่น ตรงกับั
เนื้้อ� ความในพระราชหัตั ถเลขาครั้ง� พระบาทสมเด็จ็ พระจุลุ จอมเกล้า้ เจ้า้ อยู่�่ หัวั
เสด็จ็ เยือื นปากน้ำ��ำ ประแส
“รุ่�งขึ้�น้ วันั 1ฯ 3 ค่ำ��ำ ออกเรืือมาทอดที่่ต� รงปากน้ำ��ำ พแส ซึ่่�งเป็็นที่่�
พระแกลงแกล้ว้ กล้า้ อยู่่� ลงเรืือเล็ก็ เรืือกลไฟลากเข้า้ ไปดูลู ำ�ำ น้ำำ��พแส จนตลอด
พ้น้ หมู่่�บ้า้ นคนมีีมีีบ้า้ นเรืือนติดิ ๆ กันั ประมาณร้อ้ ยหลังั เรืือน ต่อ่ เข้า้ ไปข้า้ ง
ในเขาว่า่ ยัังมีีบ้้านเรืือนอีีกมาก แต่่เป็น็ หนทางไกลหาได้้ไปไม่่...” 80
หลักั ฐานสำ�ำ คัญั ที่่ย� ัังคงหลงเหลือื พอจะบอกเล่า่ เรื่�อ่ งราวความเป็น็
มาในอดีีตที่่�เจริิญรุ่่�งเรืืองของชุุมชนปากน้ำำ��ประแสคืือสถาปััตยกรรมบ้้าน
เรืือนพื้้�นถิ่่�นที่่�ยัังคงสภาพดั้้�งเดิิมและให้้บรรยากาศของการเป็็นย่่านตลาด
เก่า่ ที่่ส� ำ�ำ คัญั ลักั ษณะของบ้า้ นเรืือนภายในชุมุ ชนปากน้ำำ��ประแสนั้้น� เป็น็ เรืือน
ไม้้ชั้�นเดีียวและสองชั้�นเรีียงรายกัันทั้้�งสองข้้างทาง โดยลัักษณะบ้้านเรืือน
เก่่าที่่�สำำ�คััญในชุุมชนปากน้ำ��ำ ประแสมีีรููปแบบที่่�แตกต่่างหลากหลายและ
แสดงเอกลัักษณ์์ รวมถึึงการเป็็นศููนย์์กลางเศรษฐกิิจและการคมนาคม
สำ�ำ คัญั ที่่เ� ป็น็ ประตููเปิดิ สู่ภ่� ายนอกและสามารถเดินิ ทางมาติดิ ต่อ่ ค้า้ ขายและ
รัับเอาความเจริิญจากกรุุงเทพฯ มาได้้ รููปแบบบ้้านเรืือนในชุุมชนปากน้ำ��ำ
ประแส สามารถแบ่่งออกได้เ้ ป็น็ 3 กลุ่�มใหญ่่ ดังั นี้้�
158 ระยอง เลม่ 3
กลุ่�มที่่� 1 เรือื นไม้้ที่่�ได้ร้ ับั อิิทธิิพลรููปแบบจากต่่างประเทศ
การตั้้�งถิ่่�นฐานและทำำ�การค้้าขายของผู้�คน โดยเฉพาะชาวจีีนที่่�มา
ตั้้�งถิ่่�นฐานและประกอบกิิจการต่่างๆ จนเจริิญรุ่่�งเรืือง และเข้้ารัับราชการ
เป็น็ จำำ�นวนมาก ทำำ�ให้ส้ ถานะของผู้�คนในชุมุ ชนกลุ่�มหนึ่่ง� ขยับั ขยายจากการ
เป็็นกลุ่�มพ่่อค้้าหรืือชาวประมง มาเป็็นขุุนนางและข้้าราชการ จึึงเกิิดเป็็น
ปััจจััยหนึ่่�งที่่�ทำ�ำ ให้้ปรากฏหลัักฐานสถาปััตยกรรมที่่�ผสมผสานของเรืือนไม้้
จากต่า่ งประเทศ ซึ่่ง� เป็น็ รููปแบบที่่เ� จริญิ รุ่่�งเรืืองอย่า่ งมากในช่ว่ งปลายรัชั กาล
ที่่� 5 ถึงึ ต้้นรัชั กาลที่่� 6 ขึ้�นภายในชุมุ ชนปากน้ำ�ำ� ประแส
แม้้ว่่าในช่่วงสมััยรััชกาลที่่� 5 เรืือนไม้้ที่่�ได้้รัับอิิทธิิพลจากรููปแบบ
ศิิลปะตะวัันตก เช่่น เรืือนไม้้มะนิิลา เรืือนขนมปัังขิิงนั้้�นไม่่ใช่่สิ่่�งที่่�ราษฎร
สามััญจะปลููกสร้้างแต่่บ้้านเหล่่านี้้�มัักเป็็นของผู้�ฐานะรองๆ จากชนชั้�นสููง
ของสังั คม เช่น่ บรรดา ข้า้ ราชการ คหบดีรี ะดับั กลางในยุคุ นั้้น� 81 แต่ใ่ นปลาย
สมััยรััชกาลที่่� 6 ก็เ็ กิิดลักั ษณะการทำ�ำ เรืือนอีีกรููปแบบที่่ห� รููหราจะคลี่่ค� ลาย
ลง กลัับมีีเรืือนไม้้ที่่�ทำำ�หลัังคาที่่�มีีหน้้าจั่่�วโผล่่เป็็นชายคาของเรืือนปั้้�นหยา
อีกี ทีหี นึ่่ง� และมีกี ารทำ�ำ เป็็นจั่�วยอดแหลมหรืือยอดตัดั ก็ม็ ีีปรากฏเช่่นกันั 82
เรืือนปั้้�นหยา เป็็นเรืือนไม้้แบบยุุโรป มุุงหลัังคาด้้วยกระเบื้้�อง
หลังั คาทุกุ ด้า้ นชนกันั เป็น็ ทรงพีรี ะมิดิ ไม่ม่ ีหี น้า้ จั่่ว� โดยหลักั ฐานแล้ว้ พบเรืือน
ปั้้�นหยามาตั้้�งแต่่สมััยรััชกาลที่่� 4 ย่่อมแสดงว่่ามีีมาก่่อนบ้้านเรืือนของ
ราษฎร83 หน้้าจั่่�วผายออกกว้้างไม่่มีีลายฉลุุที่่�หน้้าจั่่�ว แต่่อาจมีีเรืือนเช่่นนี้้�
บางแห่่งที่่�มีีลายฉลุุที่่�ใต้้มุุมแหลมของปั้้�นลมกัับมีีครีีบย้้อยออกมาสองข้้าง
เรืือนปั้้น� หยานั้้น� ภายหลังั จะวิวิ ัฒั นาการมาเป็น็ เรืือนไม้ม้ ะนิลิ า คือื การที่่บ� าง
ส่่วนของเรืือนมีีหลัังคาปั้้�นหยาแต่่เปิิดหลัังคาบางส่่วนทำำ�หน้้าจั่่�ว ซึ่่�งน่่าจะ
เป็น็ รููปแบบเรืือนที่่ม� าจากทางสิงิ คโปร์์
วัด บา้ น ศาลเจา้ ศลิ ปกรรมและงานช่างโบราณ 5 — ศิลปกรรมในชมุ ชนยา่ นเกา่ ระยอง 159
ขณะเดียี วกันั สถาปััตยกรรมแบบเรืือนขนมปัังขิงิ (Ginger Bread)
จากทางฝั่่�งยุุโรปก็แ็ พร่่หลายเข้า้ มาด้้วย ลักั ษณะเรืือนขนมปัังขิิงนั้้�นมีีที่่�มา
จากขนมปังั ขิงิ สมัยั โบราณของชาวตะวันั ตก ซึ่ง� ตกแต่ง่ ครีบี ระบายแพรวพราว
เรืือนไม้้มะนิิลาหรืือขนมปัังขิิงนอกจากเป็็นอาคารหรืือคฤหาสน์์ที่่�อยู่�่อาศััย
แล้ว้ ยังั ทำ�ำ เป็น็ เรืือนร้า้ นริมิ ถนนเป็น็ อาคารสองชั้น� มักั สร้า้ งขึ้น� ในช่ว่ งปลาย
รััชกาลที่่� 5 คาบเกี่่ย� วกับั ต้้นรัชั กาลที่่� 684
สืบื เนื่่�องมาจนถึงึ เรืือนไม้ใ้ นสมััยรัชั กาลที่่� 7 ผังั อาคารหลักั ยังั เป็น็
สี่่�เหลี่่�ยมผืืนผ้้าหรืือสี่่�เหลี่่�ยมจััตุุรััส แต่่รููปแบบอาคารมีีความเรีียบง่่ายขึ้้�น
หลัังคาบ้้านยัังเน้้นเป็็นทรงจั่�วอยู่�่ แต่่การตกแต่่งด้้วยลายฉลุุที่่�หน้้าบััน
ปั้้�นลมอย่า่ งแพรวพราวในสมัยั รััชกาลที่่� 6 นั้้�นแทบจะหมดไป การประดัับ
ประดาบริเิ วณช่อ่ งแสงและราวบันั ไดเปลี่่ย� นจากการนิยิ มลายฉลุทุ ี่่ส� วยงาม
แบบลายพันั ธุ์�พฤกษามาเป็น็ แบบเรขาคณิติ ตามอิทิ ธิพิ ลของอาร์์ต เดคโค
Art Deco85 ลักั ษณะเรืือนไม้้ฝาตีีตามแนวตั้้ง� แนวนอน เป็็นเรืือนไม้ท้ ี่่พ� บ
มากที่่�สุุดในช่่วง 50 ปีีที่่�ผ่่านมา สืืบเนื่่�องจากระบบการแปรรููปไม้้ที่่�เป็็น
อุุตสาหกรรมมีจี ำำ�นวนมากขึ้น� เครื่่อ� งไม้เ้ ครื่�อ่ งมือื สำ�ำ หรับั การก่อ่ สร้า้ งเรืือน
ประเภทนี้้�ทำ�ำ ได้้ง่่าย ไม่่จำ�ำ เป็็นต้้องเป็็นเทคนิิคการก่่อสร้้างเรืือนประเภท
เรืือนไทยประเพณีพี วกเรืือนเครื่อ� งสับั ที่่ต� ้อ้ งใช้เ้ ทคนิคิ ที่่ซ� ับั ซ้อ้ นกว่า่ ผลที่่ไ� ด้้
คืือ เรืือนประเภทนี้้จ� ึึงเกิดิ ขึ้น� เป็น็ จำำ�นวนมากในเวลาที่่ผ� ่า่ นมา86
ภายในชุมุ ชนปากน้ำ��ำ ประแสบ้า้ นเรืือนลักั ษณะนี้้ม� ีจี ำำ�นวนไม่ม่ าก แต่่
การปรากฏของเรืือนไม้้ที่่�ได้้รัับอิิทธิิพลจากตะวัันตกภายในชุุมชนนั้้�นก็็เป็็น
หลัักฐานความเจริิญรุ่่�งเรืืองทางด้้านศิิลปกรรมในบริิเวณนี้้� พบว่่าเจ้้าของ
บ้า้ นเรืือนในกลุ่�มนี้้เ� ป็น็ ข้า้ ราชการ คหบดีที ี่่ม� ีฐี านะในชุมุ ชนตั้้ง� แต่ส่ มัยั รัชั กาล
ที่่� 5-6
160 ระยอง เลม่ 3
บ้้านหลวงอินิ ทร์อ์ าวุุธ
บ้้านหลวงอิินทร์์อาวุุธเป็็นหนึ่่�งในบ้้านเรืือนในกลุ่ �มที่่�ได้้รัับอิิทธิิพล
จากตะวัันตก ซึ่่�งเป็็นเรืือนของกลุ่�มคหบดีี หรืือข้้าราชการในสมััยนั้้�น ซึ่่�ง
เป็็นกลุ่�มคนที่่�มีีฐานะและมีีความสำ�ำ คััญในชุุมชน ลัักษณะเด่่นของบ้้านคืือ
เรืือนไม้ส้ องชั้น� ชั้น� ล่่างเป็น็ ผัังสี่่เ� หลี่่�ยมชั้น� บนเห็น็ เป็็นผังั รููปตัวั L ชััดเจน87
มุขุ หน้า้ จั่่ว� จัดั วางอยู่ต่� รงมุมุ ใดมุมุ หนึ่่ง� ของบ้า้ น ซึ่่ง� ก็ค็ ือื ส่ว่ นแขนของผังั รููป
ตััว L ยื่่�นออกมาจากตััวบ้้านเล็็กน้้อย มีีหน้้าจั่่ว� ตััดที่่�นิิยมอย่า่ งมากในสมัยั
รััชกาลที่่� 6 เป็น็ ต้น้ มา หลังั คามุงุ ด้้วยกระเบื้้�องว่่าว ชั้น� ล่า่ งปล่อ่ ยให้้พื้้น� ที่่�
ด้้านหน้้าเป็็นระเบีียงโล่่งหน้้าบ้้านที่่�มีีกัันสาดหลัังคาคลุุม ประตููเป็็นบาน
เฟี้้ย� มทำ�ำ จากไม้้เรีียบๆ
บน
บ้้านหลวงอินิ ทร์์อาวุุธ
เรืือนไม้ห้ ลัังใหญ่่โดดเด่น่
เป็็นเอกลัักษณ์์ที่่�สุดุ หลััง
หนึ่่ง� ในชุมุ ชนปากน้ำ��ำ ประแส
วัด บ้าน ศาลเจ้า ศิลปกรรมและงานชา่ งโบราณ 5 — ศิลปกรรมในชมุ ชนยา่ นเกา่ ระยอง 161
เรืือนไม้้อีกี หลังั ที่่ไ� ด้้รับั
อิทิ ธิพิ ลจากรููปแบบอาคาร
ตะวัันตก แม้ว้ ่่าจะทรุดุ
โทรมและไม่่ได้้รับั การดููแล
บููรณะซ่่อมแซมเท่า่ ที่่ค� วร
แต่ก่ ็็ยังั คงรักั ษารููปแบบ
ดั้้�งเดิมิ ที่่�อาจแสดงให้เ้ ห็น็
ว่า่ เป็น็ เรืือนไม้ห้ ลังั สำำ�คัญั
อีกี หลังั ในอดีตี
เรืือนหลังั คาปั้้น� หยาขนาดใหญ่อ่ ีกี หลังั ที่่อ� ยู่ใ�่ นชุมุ ชนปากน้ำ��ำ ประแส
อยู่ใ่� กล้ๆ้ กับั ร้า้ นกาแฟเจ๊ก๊ เลี้้ย� ง ซึ่่ง� ในอดีตี เป็น็ สภากาแฟศููนย์ก์ ลางชุมุ ชน
แม้้ว่่าปััจจุุบัันจะชำ�ำ รุุดเสีียหายไปมากแต่่ก็็ยัังหลงเหลืือความสวยงามและ
ลักั ษณะเฉพาะของการเป็น็ เรืือนผสมผสานรููปแบบตะวันั ตก หลังั คาทุกุ ด้า้ น
ประกอบเป็็นทรงพีีระมิิดไม่่มีีหน้้าจั่่�ว เป็็นลัักษณะเด่่นของหลัังคาแบบปั้้�น
หยา มุงุ ด้ว้ ยกระเบื้้อ� งว่า่ ว ผนังั ตีไี ม้ฝ้ าสลับั แผ่น่ กว้า้ งแผ่น่ แคบ ภายในบ้า้ น
บริเิ วณชั้้น� สองมีรี ะเบียี งเล่า่ เต๊ง๊ (ชั้น� สอง) เป็น็ ลููกกรงไม้้ เป็น็ ตัวั อย่า่ งเรืือน
ปั้้น� หยาอีีกแห่ง่ ในชุุมชนที่่ห� ลงเหลืืออยู่�่ ค่่อนข้า้ งชััดเจน
เรืือนไม้้พิิพิิธภััณฑ์์ชุุมชนปากน้ำ�ำ� ประแส (บ้้านคุุณพ่่อช้้วน คุุณแม่่แหวน
ทรััพย์์เจริิญ)
คุณุ พ่อ่ ช้้วน คุณุ แม่่แหวน ทรััพย์์เจริญิ อดีตี คหบดีใี นชุมุ ชนปากน้ำ��ำ
ประแส เป็น็ ชาวจีนี แต้จ้ิ๋ว� ที่่เ� ป็น็ คนประแสแต่ด่ ั้้ง� เดิมิ ที่่เ� ริ่ม� ชีวี ิติ ตั้้ง� แต่ก่ ารทำ�ำ
ประมง หาปลา เอากะปิิ น้ำำ�� ปลาไปแลกข้้าวสารของชาวนา เอาข้้าวสารมา
สีีเอง โดยเริ่�มจากการเป็็นโรงสีีเล็็กๆ หลัังจากนั้้�นจึึงรัับซื้้�อข้้าวสารจาก
ชาวนามาสีเี องเป็็นประจำำ�แล้้วจึึงขยายกิิจการเป็็นร้า้ นยาสมุนุ ไพร ยาแผน
162 ระยอง เล่ม 3
ปัจั จุุบัันในยุคุ ต่่อมา เมื่่อ� ยัังไม่ม่ ีีกระแสไฟฟ้า้ ใช้้ จึึงริิเริ่�มปั่่�นกระแสไฟฟ้า้ ใช้้
ในชุมุ ชนปากน้ำ�ำ� ประแส
บ้้านไม้้สองชั้ �นขนาดใหญ่่ที่่�มีีลัักษณะการก่่อสร้้างที่่�เป็็นเอกลัักษณ์์
มีีการทำ�ำ ระเบีียงในรููปแบบที่่�แปลกตา โดยเป็็นการเจาะช่่องเว้้าเข้้าไปใน
เรืือนชั้น� สอง ทำำ�เป็น็ ระเบียี งแทนที่่จ� ะทำ�ำ ราวระเบียี งยื่่น� ออกมาจากเรืือนชั้น�
สอง ประตููเฟี้้ย� มปรากฏแผ่น่ ไม้ล้ ููกฟักั เรียี งกันั ในแนวขวาง ถัดั ขึ้น� ไปจึงึ เป็น็
ช่อ่ งลมที่่ใ� ช้ไ้ ม้ซ้ ีกี เล็ก็ ขัดั ตามแนวขวางแนวนอนเกิดิ เป็น็ ลวดลายเรขาคณิติ
กลุ่�มที่่� 2 เรือื นพื้�้นถิ่่น� แบบเรือื นริิมน้ำ�ำ� หรือื เรืือนริมิ ทะเล
เรืือนริมิ ทะเล เป็น็ เรืือนประเภทหนึ่่ง� ที่่ม� ีลี ักั ษณะพิเิ ศษซึ่่ง� ออกแบบ
มาให้ส้ ัมั พันั ธ์ก์ ับั สภาพพื้้น� ที่่ใ� ช้ง้ าน เรืือนริมิ ทะเลจึงึ เป็น็ เรืือนที่่ป� ลููกในทะเล
สร้า้ งอยู่่ใ� นน้ำ��ำ ไม่ไ่ กลจากริมิ ฝั่่ง� ทะเลมากนักั ลักั ษณะสำำ�คัญั อีกี ประการหนึ่่ง�
คืือมีีการทำำ�สะพานเชื่่�อมติิดต่่อถึึงฝั่่�งได้้ เมื่่�อศึึกษาถึึงสาเหตุุที่่�ต้้องสร้้าง
เรืือนในทะเลนั้้�น พบว่่ามีเี หตุุผลต่่างๆ กันั สาเหตุุสำ�ำ คัญั เกี่่ย� วกับั ลัักษณะ
ของอาชีีพ และข้อ้ จำ�ำ กัดั ของสภาพภููมิปิ ระเทศ88
ลัักษณะของเรืือนทะเล เป็็นเรืือนไม้้ไผ่่หรืือไม้้จริิงขนาดเล็็ก เช่่น
ไม้้สน ไม้้หมาก ตลอดจนไม้้ยููคาลิิปตััส มีีการยกพื้้�นสููงเป็็นพิิเศษเพื่่�อให้้
ห่่างจากระดัับน้ำ��ำ ทะเล ฝาผนัังมัักสร้้างด้้วยไม้้ไผ่่หรืือตัับจาก หลัังคามุุง
ด้ว้ ยวััสดุุที่่ม� ีีน้ำ�ำ� หนัักเบา หาได้้ง่่าย เช่่น สังั กะสีี ตัับจาก เรืือนทะเลจะสร้้าง
อยู่ร�่ วมกัันเป็็นกลุ่�ม การสร้้างเรืือนริิมทะเลจะมีีการปัักเสาลงในน้ำ�ำ� ยกพื้้น�
เรืือนให้พ้ ้น้ น้ำำ�� สร้า้ งทางเดินิ หรืือสะพานไม้เ้ ดินิ ติดิ ต่อ่ กันั ไปมา รููปแบบของ
เรืือนไม่่ซัับซ้้อนมากนััก เนื่่�องจากสร้้างริิมน้ำ�ำ�จึึงหัันหน้้าเรืือนไปทางริิมน้ำ��ำ
ตัวั เรืือนแบ่ง่ เป็น็ เรืือนชานนอกอาคาร ภายในอาคารประกอบด้ว้ ยห้อ้ งนอน
ด้า้ นหนึ่่ง� อีกี ด้า้ นหนึ่่ง� เป็น็ ห้อ้ งโถงอเนกประสงค์แ์ ละทางเดินิ ระหว่า่ งเรืือน
รููปแบบเรืือนริมิ น้ำ��ำ มีสี ามแบบ คือื แบบมีรี ะเบียี งหน้า้ เรืือน มีีหลังั คาคลุมุ
สองแบบมีนี อกชานหน้้าเรืือนทำ�ำ ทางเดินิ ไปขึ้น� ฝั่่�งข้้างเรืือน สามแบบมีีเพิงิ
จอดเรืือทำ�ำ นอกชานด้้านข้้าง89 ลัักษณะเด่่นที่่�สำ�ำ คััญอีีกประการของเรืือน
วดั บ้าน ศาลเจา้ ศิลปกรรมและงานชา่ งโบราณ 5 — ศลิ ปกรรมในชมุ ชนยา่ นเกา่ ระยอง 163
ริมิ ทะเลในชุมุ ชนประแสนั้้น� คือื เรืือนที่่ม� ีีการต่่อพื้้�นที่่�ยื่่น� ออกไปริิมน้ำำ�� ทำำ�ให้้
บ้า้ นเรืือนในชุุมชนประแสเป็น็ บ้้านที่่�มีีความยาวลึกึ เข้้าไปจากหน้้าบ้้านเป็น็
พิเิ ศษ
เอกลัักษณ์์สำำ�คััญของบ้้านเรืือนพื้้�นถิ่่�นในชุุมชนประแสที่่�สำำ�คััญอีีก
ประการนั้้�นก็็คืือการผสมผสานความเป็็นเรืือนริิมทะเลเข้้ากัับรููปแบบของ
เรืือนแถวที่่เ� ป็น็ รููปแบบสถาปัตั ยกรรมที่่ม� าจากกลุ่�มคนจีนี ที่่ม� าตั้้ง� ถิ่่น� ฐานใน
พื้้�นที่่อ� ื่่�นๆ โดยห้้องแถวน่่าจะเข้า้ มาสู่่�สัังคมไทยโดยผู้้�มีีอาชีพี ค้้าขาย ซึ่่�งไม่่
น่่าจะเป็็นคนไทย เพราะพื้้�นฐานคนไทยถนััดทำำ�อาชีพี เกษตรกรรมมากกว่า่
อาชีพี อื่่น� ใด ในสมัยั กรุงุ ศรีอี ยุธุ ยามีหี ลักั ฐานว่า่ มีหี ้อ้ งแถวของเจ้า้ สัวั ซีี สร้า้ ง
เป็น็ ตึกึ สููงถึึงสามชั้�น90 การสร้้างตึกึ แถวห้อ้ งแถวขึ้้�นครั้�งแรกมีีการบัันทึกึ ไว้้
ในสมัยั รัชั กาลที่่� 4 ว่า่ มีปี ระวัตั ิกิ ารรื้อ� ทิ้้ง� วังั หลายวังั บริเิ วณแพร่ง่ สรรพศาสตร์์
เพื่่อ� วางผังั เมือื งใหม่่ เอาที่่ด� ินิ มาร้า้ งถนนสายสำ�ำ คัญั ขึ้้น� หลายสาย เช่น่ ถนน
เจริญิ กรุงุ บำำ�รุงุ เมืือง เฟื่อ�่ งนคร และสร้้างห้อ้ งแถวไม้้และตึึกแถวขึ้้�นสอง
ข้า้ งถนน มีที ั้้ง� ห้อ้ งแถวไม้แ้ ละตึกึ แถว แต่ห่ ้อ้ งแถวรุ่่�นแรกนั้้น� เป็น็ เพียี งห้อ้ ง
เรืือนไม้ท้ ี่่ป� ัจั จุบุ ัันถููกใช้เ้ ป็็น
พิพิ ิธิ ภััณฑ์์ชุมุ ชนปากน้ำ��ำ
ประแส
164 ระยอง เลม่ 3
แถวไม้้ชั้�นเดีียว ลัักษณะโดยรวมสืืบทอดมายัังห้้องแถวที่่�ก่่อสร้้างรุ่�นต่่อๆ
ไป แต่่ละห้้องมีีความยาวความกว้า้ งเท่่าๆ กััน มุุงสัังกะสีีหรืือกระเบื้้อ� งดินิ
เผา ทางด้้านหน้้าออกแบบเป็็นประตููบานเฟี้้�ยมหรืือประตููไม้้ถอดเก็็บได้้
ระบบแสงสว่่างและการระบายอากาศด้้านหน้้าอาศััยจากช่่องประตููพร้้อม
กับั ทำ�ำ ช่อ่ งระบายอากาศเหนือื ประตููกับั การสร้า้ งช่อ่ งแสงและระบายอากาศ
บนหลังั คา91
เรืือนไม้น้ ั้้น� มีลี ักั ษณะเป็น็ เรืือนไม้ท้ ี่่ต� ีฝี าได้ส้ องแบบ แบบที่่พ� บมาก
คืือตีีไม้้ฝาแบบซ้้อนเกล็็ดในแนวนอน และอีีกแบบคืือตีีไม้้ฝาปะกน เป็็น
แผ่่นไม้้ดุุนลููกฟัักนููน ประตููโดยมากเป็็นแผ่่นไม้้ติิดบานพัับที่่�เรีียกว่่าบาน
เฟี้้ย� มที่่เ� ป็น็ ที่่น� ิยิ มในเรืือนไม้เ้ พราะสามารถเปิดิ ปิดิ ได้ส้ ะดวกเหมาะกับั การ
ใช้ใ้ นเรืือนค้า้ ขาย หรืือมีกี ารใช้ช้ ุดุ ประตููหน้า้ ต่า่ งเป็น็ แบบบานไม้เ้ ปิดิ คู่่� บาน
ประตููมีีทั้้�งชนิิดลููกฟัักไม้้และลููกฟัักบานเกล็็ดไม้้ หรืือเป็็นไม้้แผ่่นเรีียบ มีี
ช่่องลมระบายอากาศที่่ม� ักั อยู่�่เหนือื บานประตููหน้า้ ต่า่ ง หรืืออยู่่�เหนือื ระดับั
หน้า้ ต่า่ งขึ้น� ไปยาวตลอดทั้้�งฝาห้อ้ งตามขนบของเรืือนไม้้
จุุดเด่่นของเรืือนแถวที่่�มัักอยู่�่ในรููปแบบเรืือนค้้าขายกึ่่�งที่่�อยู่�่อาศััย
นั้้�นจึึงเป็็นพััฒนาการที่่�สำำ�คััญของการสร้้างเรืือนที่่�ได้้รัับอิิทธิิพลจากการที่่�
คนจีีนจำ�ำ นวนมากซึ่่�งประกอบอาชีีพค้้าขายได้้เข้้ามาตั้้�งถิ่่�นฐานในบริิเวณ
นั้้น� ๆ มีฝี าหน้า้ ถังั เหมือื นกับั เรืือนพักั อาศัยั ต่อ่ เติมิ เป็น็ ร้า้ นค้า้ แบ่ง่ ส่ว่ นหน้า้
เป็็นที่่�ค้้าขาย ส่่วนหลัังเป็็นที่่�พัักอาศััย92 อาคารจึึงถููกออกแบบมาให้้
สอดคล้้องกัับสภาพแวดล้้อม โดยให้้อาคารวางเรีียงยาวไปตามถนนหรืือ
ทางสััญจร เรืือนแถวที่่�ผสมผสานกัับรููปแบบของเรืือนริิมทะเลจึงึ เป็น็ เรืือน
ที่่�มีีลัักษณะเฉพาะตััวที่่�สำ�ำ คััญที่่�เกิิดขึ้�นในชุุมชนปากน้ำำ�� ประแส โดยพื้้�นที่่�ใช้้
งานภายในบ้้านนั้้�นแบ่ง่ ออกเป็น็ 3 ส่ว่ นใหญ่ๆ่ คือื
1. พื้้น� ที่่�ประกอบอาชีพี ค้้าขาย มักั เป็็นบริิเวณหน้า้ บ้้านในปัจั จุบุ ันั
(ด้า้ นที่่อ� ยู่่�ติดิ กับั ถนน หรืือในอดีตี เป็น็ สะพานไม้้)
2. พื้้น� ที่่�อยู่�อ่ าศัยั มัักเป็็นบริิเวณกลางบ้้าน เป็็นโถงโล่่งใช้ร้ ัับแขก
หรืือมีกี ารกั้้น� ห้อ้ งทำ�ำ เป็น็ ห้อ้ งนอน ห้อ้ งครัวั หากเป็น็ เรืือนสองชั้น� ห้อ้ งนอน
มักั จะอยู่�่ ด้า้ นบน
วดั บ้าน ศาลเจ้า ศลิ ปกรรมและงานชา่ งโบราณ 5 — ศิลปกรรมในชุมชนย่านเก่าระยอง 165
3. พื้้น� ที่่ใ� นการประกอบอาชีพี ที่่เ� กี่่ย� วข้อ้ งกับั ประมง คือื พื้้น� ที่่ต� ิดิ ริมิ
ทะเล หรืือริมิ แม่่น้ำำ�� ลำ�ำ คลองที่่เ� ชื่�อ่ มต่อ่ กัับไปถึึงทะเล แม่น่ ้ำ��ำ สำำ�คััญในที่่น� ี้้�
คือื แม่น่ ้ำ�ำ�ประแส บริเิ วณลานที่่ม� ีกี ารต่อ่ ยื่่น� ออกไปนั้้น� ใช้ง้ านในการซ่อ่ มแซม
เรืือ ใช้้ในการ ตากปลา ทำ�ำ กะปิิ หมัักน้ำำ��ปลา หรืือเป็็นพื้้�นที่่�ในการวางยอ
เพื่่�อหาเคยตััวเล็็กๆมาทำ�ำ กะปิิ เป็น็ ต้้น
ร้า้ นกาแฟเจ๊๊กเลี้�้ยง
ร้า้ นกาแฟเจ๊ก๊ เลี้้ย� ง สภากาแฟศููนย์ก์ ลางชุมุ ชนปากน้ำ�ำ� ประแส เปิดิ
กิจิ การเป็น็ ร้า้ นกาแฟและร้า้ นก๋ว๋ ยเตี๋๋ย� วในอดีตี ปัจั จุบุ ันั ก็ย็ ังั ประกอบกิจิ การ
ร้า้ นกาแฟอยู่่� ร้้านเปิดิ ในบ้้านเรืือนไม้เ้ ก่า่ ที่่�ยัังคงรููปแบบดั้้ง� เดิมิ ไว้ค้ ่อ่ นข้้าง
สมบููรณ์์ เป็็นเรืือนสองชั้�น ชั้�นบนมีีระเบีียงไม้้ ล้้อมรอบด้้วยราวระเบีียง
ลููกกรงทำำ�จากไม้้กลึงึ ผนัังตีไี ม้้ฝาแบบซ้้อนเกล็็ดในแนวนอน มีปี ระตููบาน
เฟี้้�ยมขนาดเล็็กที่่�ชั้�นบน ช่่องลมเป็็นไม้้แผ่่นเล็็กที่่�เรีียงกัันในแนวตั้้�งอย่่าง
เรีียบง่่าย ชั้�นล่่างมีีการใช้้ประตููแบบานเฟี้้�ยมยาวตลอดแนวเพื่่�อเปิิดออก
เป็็นร้า้ นค้า้ ได้ท้ ั้้ง� หมด
ร้้านกาแฟเจ๊ก๊ เลี้้ย� งหรืือ
ที่่ป� ัจั จุบุ ัันรู้้�จักั กันั ในชื่�่อร้า้ น
น้้อยกาแฟโบราณ ยังั คง
เป็น็ ร้้านกาแฟโบราณ
ศููนย์ก์ ลางชุุมชนปากน้ำำ��
ประแสที่่ค� นในพื้้น� ที่่ห� รืือนักั
ท่่องเที่่�ยวอดไม่่ได้ท้ ี่่�จะต้อ้ ง
แวะมาซื้้�อกาแฟ นั่่ง� ทานใน
บรรยากาศที่่ช� วนให้้นึกึ ถึงึ
อดีีต
166 ระยอง เล่ม 3
ร้า้ นยาหมอเต้า้ มณีกี รณ์์
ร้า้ นยาหมอเต้้า
ร้า้ นยาหมอเต้า้ หรืือร้า้ นสมบููรณ์โ์ อสถเป็น็ เรืือนไม้ท้ ี่่เ� ปิดิ กิจิ การร้า้ น
ขายยาร้้านหนึ่่�งที่่�สำำ�คััญในชุุมชนปากน้ำ�ำ�ประแสมาตั้้�งแต่่อดีีต เปิิดกิิจการ
มาแล้้วตั้้ง� แต่่ พ.ศ. 2484 แสดงลักั ษณะของเรืือนไม้้ค้้าขายกึ่่�งที่่�อยู่อ�่ าศััย
ประตููบานเฟี้้�ยมยาวตลอดหน้้าบ้้าน เปิิดออกเพื่่�อประโยชน์์ในการค้้าขาย
ทางด้้านหลัังของเรืือนติิดริิมแม่่น้ำ�ำ�ประแส ซึ่่�งเป็็นเส้้นทางคมนาคมสาย
หลัักในอดีีต
โรงกลึึงเรืือนไม้้แถวสองชั้�นเก่่าแก่่ มีีระเบีียงไม้้ที่่�ยื่่�นออกมาล้้อม
รอบด้ว้ ยเสาไม้ล้ ููกกรงเรียี งราย ประตููบานเฟี้้ย� มที่่เ� ปิดิ แง้ม้ เล็ก็ น้อ้ ย ภายใน
ใช้้เก็็บรัักษาอุุปกรณ์์ในการเดิินเรืือทำ�ำ กิิจการประมงที่่�ยัังคงดำ�ำ เนิินการมา
ตั้้�งแต่อ่ ดีตี จนถึงึ ปััจจุบุ ันั ด้้านหลังั เรืือนเปิิดออกไปเห็็นแม่น่ ้ำ��ำ ประแส และ
เรืือที่่จ� อดอยู่แ�่ สดงให้เ้ ห็น็ รููปแบบการใช้ช้ ีวี ิติ แต่ด่ ั้้ง� เดิมิ ที่่ม� ีกี ารทำ�ำ ประมงเป็น็
อาชีีพหลักั ของคนในชุุมชน
วัด บา้ น ศาลเจ้า ศลิ ปกรรมและงานชา่ งโบราณ 5 — ศลิ ปกรรมในชุมชนยา่ นเกา่ ระยอง 167
บน
เรืือนไม้้โรงกลึึง
ล่า่ ง
เรืือนไม้้แถวร้้างที่่ป� ััจจุบุ ันั
หลงเหลือื ไว้เ้ พียี งโครงสร้า้ ง
ภายนอกที่่�แสดงให้เ้ ห็็นรููป
แบบของ façade ของ
เรืือนไม้แ้ ถวค้้าขายใน
สมััยก่อ่ น
168 ระยอง เลม่ 3
เรืือนไม้้แถวร้า้ ง เจ้้าของดั้้ง� เดิิมคืือคุุณพ่่อของคุุณป้้าจุไุ ร ช่า่ งทอง
ปััจจุุบัันอาศััยอยู่�่ในบ้้านฝั่่�งตรงข้้ามกัับเรืือนไม้้แถวแห่่งนี้้� แต่่เห็็นลัักษณะ
เด่่นของเรืือนไม้้แถว ประตููบานเฟี้้�ยมยาวตลอดแนว ช่่องลมใช้้ไม้้กระดาน
ซี่่เ� ล็ก็ ตีเี รียี งกันั ในแนวตั้้ง� บนกรอบประตูู ถือื เป็น็ เรืือนไม้แ้ ถวขนาดยาวที่่ส� ุดุ
แห่ง่ หนึ่่ง� ในชุุมชนปากน้ำ�ำ�ประแส
เรืือนไม้้แถวที่่�ปััจจุุบัันให้้เช่่าเป็็นพื้้�นที่่�ค้้าขาย หรืือประกอบกิิจการ
ต่า่ งๆ ของคนในชุมุ ชน ลัักษณะของไม้ฝ้ าแผ่่นยาวที่่เ� กิดิ จากอุตุ สาหกรรม
โรงเลื่่�อยไม้้ที่่ข� ยายตััวอย่่างมากในช่่วงปลายรัชั กาลที่่� 6-7 ทำำ�ให้้การสร้้าง
เรืือนแถวเป็็นที่่�แพร่่หลายอย่่างมาก เพราะนอกจากใช้้งบประมาณในการ
ก่่อสร้้างน้อ้ ยแล้้วยัังเป็็นประโยชน์ต์ ่่อกิิจการค้า้ ขายและผู้�คนที่่�หลั่่ง� ไหลเข้้า
มาตั้้�งถิ่่�นฐานอยู่่อ� าศััยในชุมุ ชนอย่่างหนาแน่่นมากขึ้�น
เรืือนไม้เ้ ดี่่ย� วชั้้น� เดียี วบ้า้ นเลขที่่� 34 หมู่่� 1 อยู่่�บริเิ วณท้้ายชุมุ ชน ก็็
ยัังคงมีีลัักษณะเป็็นเรืือนไม้้ทั้้�งหลััง ประตููบานเฟี้้�ยมที่่�ยาวตลอดด้้านหน้้า
บ้า้ นสามารถพับั เปิดิ ปิดิ ได้้ เพื่่อ� ประโยชน์ใ์ นการค้า้ ขายและเชื่อ�่ มต่อ่ ยังั ทาง
สัญั จรหลักั ในชุุมชน ภายในใช้้เป็็นที่่�อยู่อ่� าศัยั ไม่ไ่ ด้้ทำ�ำ กิิจการการค้้าใดเป็น็
พิเิ ศษ
ส่่วนประกอบสำำ�คััญนอกบริิเวณด้้านหน้้าที่่�ขาดไม่่ได้้ก็็คืือช่่องลม
ช่อ่ งแสง ตัวั อย่า่ งที่่�บ้้านเลขที่่� 34 หมู่่� 1 มีีการทำ�ำ ช่่องลม ช่อ่ งแสงทั้้ง� สอง
แบบคืือแบบซี่่�ลููกกรง โดยปกติิรููปแบบดังั กล่า่ วมักั ใช้ไ้ ม้้แผ่่นเล็ก็ ๆ ตีีเรียี ง
กันั ในแนวตั้้ง� หรืือในสมัยั หลังั ๆ มีกี ารใช้เ้ หล็ก็ เส้น้ เล็ก็ แทน อีกี รููปแบบหนึ่่ง�
ที่่น� ิยิ มทำำ�ก็็คือื การใช้้ไม้ฉ้ ลุุลายพรรณพฤกษานำ�ำ มาทำำ�เป็็นช่อ่ งแสง ช่อ่ งลม
แทนเพื่่�อความสวยงามน่า่ ดููยิ่่�งขึ้น�
พื้้น� ที่่ใ� ช้ส้ อยภายในบ้า้ น ด้า้ นหน้า้ เปิดิ เป็น็ ร้า้ นค้า้ บริเิ วณกลางบ้า้ น
ใช้ใ้ นการอยู่�อ่ าศัยั มีีลัักษณะเป็น็ โถงโล่ง่ หากเป็น็ บ้า้ นชั้น� เดียี วจะมีกี ารกั้้�น
ห้้องไว้ใ้ ช้ง้ านเพิ่่�มเติมิ ถ้า้ เป็็นเรืือนไม้ส้ องชั้น� ก็ม็ ักั มีกี ารใช้ง้ านด้า้ นบนเป็น็
ห้อ้ งนอนหรืือห้อ้ งเก็บ็ ของ เป็็นต้น้ พื้้น� ที่่�บริเิ วณด้้านหลังั บ้า้ นนั้้น� ในอดีตี
เคยมีีลำำ�คลองเล็็กๆ จึึงมัักมีีชานบ้้านที่่�ยื่่�นออกไปด้้านหลัังจึึงเป็็นพื้้�นที่่�ไว้้
เก็บ็ เรืือ และสามารถพายเรืือสัญั จรผ่า่ นลำ�ำ คลองออกไปยังั แม่น่ ้ำำ�� ประแสได้้
วัด บ้าน ศาลเจา้ ศลิ ปกรรมและงานช่างโบราณ 5 — ศลิ ปกรรมในชมุ ชนยา่ นเกา่ ระยอง 169
บน
เรืือนไม้้แถวภายในชุุมชน
ที่่�ยัังเปิดิ กิิจการและใช้อ้ ยู่�่
อาศััยจนถึงึ ทุุกวันั นี้้�
ล่่าง
เรืือนไม้ช้ั้น� เดียี วที่่ม� ีีรููปแบบ
สวยงามเป็น็ เอกลัักษณ์อ์ ยู่่�
บริเิ วณหน้า้ ศาลเจ้้ากื้้อ� อี่่�
ไทรย้อ้ ย
170 ระยอง เลม่ 3
บริเิ วณที่่เ� ป็น็ ลำำ�คลองสายเล็ก็ สายน้อ้ ยที่่ไ� หลผ่า่ นบ้า้ นเรืือนในชุมุ ชน
ก่อ่ นจะไปออกยังั แม่่น้ำ��ำ ประแส ซึ่่ง� เป็น็ แม่น่ ้ำำ��เส้น้ ทางคมนาคมสายหลักั ใน
อดีตี ปััจจุบุ ัันยังั คงเหลือื ร่อ่ งรอยลัักษณะนี้้�ให้้ได้เ้ ห็็นอยู่�่ บ้้าง บ้้านเรืือนไม้้ที่่�
อยู่�่ ติิดกััน มีีชานข้้างบ้้านยื่่�นออกมาเพื่่�อใช้้เป็็นพื้้�นที่่�จอดเรืือ หรืือออกเรืือ
เดินิ ทางไปมาหาสู่่�กััน
แม้้ว่่ารููปแบบบ้้านเรืือนจะเปลี่่�ยนแปลงไปบ้้างตามยุุคสมััยแต่่
ลักั ษณะสำำ�คัญั ที่่�ยังั คงมีอี ยู่่�คือื ลัักษณะบ้้านที่่�มีีความลึกึ มีพี ื้้น� ที่่�ประมาณ 3
ส่่วน ผนัังยัังคงตีีไม้้ฝาแบบซ้้อนเกล็็ดในแนวนอน โดยตีีกิินเนื้้�อไม้้เข้้ามา
ราว 1-3 เซนติิเมตร ไม้้จริิงหรืือไม้้ฝาแผ่่นเล็็กยาวเช่่นนี้้�สะท้้อนให้้เห็็น
อุุตสาหกรรมการเลื่่�อยไม้้ที่่�พััฒนาขึ้้�น มิิใช่่การถากไม้้ด้้วยมืือเช่่นในอดีีตที่่�
จะได้้แผ่่นไม้้ขนาดเล็็กบ้้างใหญ่่บ้้าง แลเห็็นการใช้้ประตููบานเฟี้้�ยมไม้้และ
ช่่องลมช่อ่ งแสงแบบเรขาคณิิตเรียี บง่่าย และร่อ่ งรอยของชานข้า้ งบ้า้ น ซึ่่ง�
ปัจั จุุบัันเทปููนทำำ�เป็น็ ทางเดินิ ที่่แ� ข็ง็ แรง นอกจากนั้้น� ด้ว้ ยลัักษณะของพื้้น� ที่่�
ที่่เ� ปลี่่ย� นแปลงไป จึงึ มีกี ารถมพื้้น� ที่่ด� ้า้ นข้า้ งทำำ�เป็น็ พื้้น� ที่่ใ� ช้ส้ อยเพิ่่ม� เติมิ เป็น็
ทางเลือื กใหม่ท่ ี่่�เดิิมอาจเคยเป็็นคลองเส้น้ เล็็กๆ
ร่อ่ งรอยของสะพานไม้ท้ี่่ต� ่อ่ ออกไปยังั พื้้น� น้ำ��ำ เป็น็ ร่อ่ งรอยความเป็น็ อยู่�่
ที่่�สำำ�คััญในอดีีตอีีกจุุดที่่�น่่าสนใจ ก่่อนที่่�จะมีีการเทปููนทำ�ำ เป็็นถนน ชุุมชน
ปากน้ำ�ำ� ประแสใช้้ทางสััญจรผ่่านสะพานไม้้ที่่�ตีีเป็็นทางยาวบริิเวณหน้้าบ้้าน
ของคนในชุุมชน สะพานไม้้ยาวต่่อไปชายน้ำ�ำ�อาจเป็็นร่่องรอยของการมีีอยู่่�
ของบ้า้ นเรืือนที่่ป� ักั เสาสููงอยู่ใ�่ นแม่น่ ้ำำ�� ประแสตามรููปแบบเรืือนริมิ ทะเลที่่อ� าจ
ถููกรื้อ� ออกไปแล้้ว
เรืือนไม้้เดี่่�ยวบริิเวณด้้านข้้างปััจจุุบัันเทปููนเป็็นทางเดิินเชื่�่อมกัับ
บ้้านหลัังข้้างๆ เดิิมเป็น็ สะพานไม้้ หรืือนอกชานที่่ต� ่่อออกมาด้า้ นข้า้ ง เพื่่�อ
ประโยชน์ใ์ นการคมนาคมทางเรืือ โดยสัญั จรผ่า่ นคลองลำ�ำ เล็ก็ ๆ ที่่ไ� หลออก
สู่�่แม่่น้ำำ��ประแส เพื่่�อเดิินทางคมนาคมไปสู่่�พื้�นที่่�อื่่�นๆ หรืือออกเรืือไปทำ�ำ
ประมงยัังลำ�ำ น้ำ��ำ สายใหญ่่ๆ
วดั บา้ น ศาลเจา้ ศิลปกรรมและงานชา่ งโบราณ 5 — ศิลปกรรมในชุมชนย่านเก่าระยอง 171
ภายในบริิเวณบ้้านเรืือน
นอกจากจะเปิิดเป็น็ ร้้านค้า้
แล้ว้ ยัังถููกใช้ส้ อยในการ
อยู่อ่� าศััยใช้ช้ ีวี ิิตของผู้�คน
ในชุุมชน
ภาพที่่เ� ป็น็ ที่่ค�ุ้�นตากันั ดีคี งเป็น็ ภาพเรืือประมงที่่จ� อดอยู่่�ท้า้ ยบ้า้ นใน
แม่่น้ำำ�� ประแส ซึ่่�งของเกืือบทุุกครััวเรืือนในปากน้ำ�ำ� ประแสประกอบอาชีีพ
ประมงมาก่อ่ น บริเิ วณท้้ายบ้า้ นซึ่่�งเคยเป็็นพื้้น� ที่่�สำำ�หรับั การทำ�ำ ประมงไม่่ว่่า
จะเป็็นการเก็็บอุุปกรณ์์ พื้้�นที่่�ตากปลา ทำำ�น้ำำ��ปลา บริิเวณที่่�ใช้้เป็็นพื้้�นที่่�
หมัักเคยไว้้ทำำ�กะปิิ จึงึ เป็็นพื้้�นที่่�ใช้้สอยในบ้า้ นที่่�สำ�ำ คัญั ต่่อวิิถีชี ีวี ิติ ริิมน้ำ��ำ ของ
ผู้�คนในชุุมชนปากน้ำำ��ประแส ในปััจจุุบัันจะมีีการพััฒนาพื้้�นที่่�เหล่่านี้้�เพื่่�อ
การท่่องเที่่�ยว การจััดการพื้้�นที่่�เป็็นโฮมสเตย์์เพื่่�อให้้นัักท่่องเที่่�ยวมาเที่่�ยว
พัักผ่่อนแต่่ก็็ยัังสามารถสััมผััสกัับรููปแบบวิิถีีชีีวิิตดั้้�งเดิิมที่่�ยัังหลงเหลืืออยู่่�
ในชุุมชนได้้
172 ระยอง เล่ม 3
บน
บริิเวณระหว่า่ งบ้า้ นแต่่ละ
หลังั บางจุดุ มีีลำำ�คลอง
เล็็กๆ ตััดผ่า่ น ซึ่่�งแสดงให้้
เห็น็ เส้้นทางที่่�ลำ�ำ คลองไหล
มาจากแม่่น้ำ��ำ ประแสและ
กลายเป็น็ เส้น้ ทางคมนาคม
สายเล็ก็ ๆ ที่่�เชื่อ�่ มต่่อผู้�คน
ในชุมุ ชนปากน้ำ��ำ ประแส
ในอดีตี
ล่่าง
ร่่องรอยสะพานที่่เ� คยถููก
ใช้ง้ านเป็็นเส้้นทาง
คมนาคมมาก่่อนที่่�
จะมีถี นนตััดผ่า่ น
วดั บา้ น ศาลเจ้า ศิลปกรรมและงานช่างโบราณ 5 — ศลิ ปกรรมในชมุ ชนยา่ นเกา่ ระยอง 173
บน
รููปแบบของเรืือนไม้้ที่่�ต่อ่ ยื่่น�
ออกไปจนถึงึ แม่่น้ำ��ำ ประแส
รููปแบบอันั เป็็นเอกลัักษณ์์
ของเรืือนไม้้ริมิ น้ำำ��
ล่า่ ง
เรืือประมงที่่จ� อดริมิ น้ำำ�� เป็็น
ภาพที่่ค�ุ้�นตาในทุกุ บ้า้ น
เรืือนที่่ป� ระกอบอาชีีพ
ประมงในชุมุ ชนยมจิินดา
174 ระยอง เลม่ 3
กลุ่�มที่่� 3 บ้้านเรืือนสมััยใหม่่
บริบิ ทของการเกิดิ บ้า้ นเรืือนสมัยั ใหม่น่ั้้น� เกิดิ ขึ้น� ในช่ว่ งเวลาประมาณ
พ.ศ. 2490-2520 เป็น็ ต้น้ มา ความเปลี่ย� นของสภาพสังั คม, การกระจุกุ ตัวั
ของประชาชนในเมืืองขนาดใหญ่่หรืือเมืืองทางเศรษฐกิิจนั้้�นทำ�ำ ให้้เกิิด
การขยายจำ�ำ นวนการอยู่อ�่ าศัยั ด้ว้ ย ส่ง่ ผลต่อ่ รููปแบบของสถาปัตั ยกรรมบ้า้ น
เรืือน
ภายในชุุมชนปากน้ำ�ำ�ประแสก็็เกิิดความเปลี่่�ยนแปลงมากมาย
ในช่่วงระยะเวลานี้้� เช่่น เกิิดเหตุไุ ฟไหม้ค้ รั้�งใหญ่ข่ึ้น� ในชุุมชนบริเิ วณตลาด
ตอนกลาง ทำ�ำ ให้้บ้า้ นเรืือนบริิเวณนี้้� มีีการเปลี่่ย� นแปลงเป็็นอาคารหรืือตึกึ
สมััยใหม่ต่ ามยุคุ สมััย บ้้านเรืือนที่่�ทำ�ำ จากไม้้ไม่่ได้ร้ ับั ความนิยิ มเช่น่ แต่ก่ ่่อน
การดููแลรักั ษาหรืือการจัดั หาวัสั ดุเุ พื่่อ� การก่อ่ สร้า้ งเป็น็ เรื่อ่� งยากมากขึ้น� การ
สร้้างบ้า้ นเป็น็ ตึกึ สมััยใหม่่ใช้้วัสั ดุุใหม่แ่ ละสามารถดููแลรัักษาได้ง้ ่่ายจึงึ เป็็น
ทางเลือื กที่่ค� นในชุมุ ชนบางส่ว่ นเลือื ก จึงึ เกิดิ ความเปลี่่ย� นแปลงของลักั ษณะ
รููปแบบบ้้านเรืือนขึ้�นอย่่างต่่อเนื่่�อง บริิเวณที่่�เกิิดความเปลี่่�ยนแปลงของ
รููปแบบบ้า้ นเรืือนอย่า่ งชัดั เจน คือื บริเิ วณตลาดตอนกลาง (กลุ่�มบ้า้ นบริเิ วณ
ตลาดสดประแสลงมาจนถึงึ ศาลเจ้า้ แสงมณี)ี ซึ่่ง� เป็น็ บริเิ วณที่่ร� ะบุใุ นคำ�ำ บอก
เล่่าของชาวบ้้านเรื่�่องเหตุุไฟไหม้้ที่่เ� กิดิ ขึ้�น
นอกจากนั้้�นชุุมชนปากน้ำ�ำ� ประแสได้้เริ่�มซบเซาลง เนื่่�องจากการ
ตัดั ถนนสุุขุุมวิิทใน พ.ศ. 2490 ทำำ�ให้้เกิดิ ความเจริิญทางบกมากขึ้น� เส้้น
ทางการสัญั จรเปลี่่ย� นจากทางน้ำ��ำ เป็น็ ทางบก เมื่่อ� คนให้ค้ วามสำำ�คัญั กับั การ
สััญจรทางน้ำ��ำ ลดลงรวมทั้้�งแรงงานในการทำ�ำ ประมงลดน้้อยลง ชาวบ้้าน
ดั้้�งเดิิมเปลี่่�ยนอาชีีพและมีีการอพยพย้้ายถิ่่�นฐานไปอยู่�่ที่�อื่่�น จากปััจจััย
หลายๆ ข้้อนี้้�ทำำ�ให้้ชุุมชนปากน้ำ��ำ ประแสค่่อยๆ หมดบทบาทของการเป็็น
เมือื งยุุทธศาสตร์์สำ�ำ คััญทางทะเล ที่่�มีคี วามสำำ�คััญทางเศรษฐกิจิ อย่่างมาก
ในอดีีต
วัด บา้ น ศาลเจา้ ศิลปกรรมและงานชา่ งโบราณ 5 — ศลิ ปกรรมในชมุ ชนยา่ นเกา่ ระยอง 175
ตึึกแถวสมััยใหม่่ที่่โ� ดดเด่น่
ภายในชุมุ ชนตลาดเก่า่
ปากน้ำำ�� ประแส
บ้้านเรืือนบริิเวณตลาดตอนกลางที่่�เปลี่่�ยนแปลงเป็็นตึึกสมััยใหม่่
ประตููบานเฟี้้ย� มไม้ไ้ ด้้รัับการเปลี่่ย� นเป็น็ ประตููเหล็็กยืืด อาคารก่อ่ อิิฐถืือปููน
เป็น็ รููปแบบการก่อ่ สร้า้ งอาคารสมัยั ใหม่อ่ ย่า่ งเต็ม็ รููปแบบที่่เ� กิดิ ขึ้น� ในชุมุ ชน
ในช่ว่ งเวลาตั้้ง� แต่่ราว พ.ศ. 2500 เป็น็ ต้้นมา
ศาลเจ้้าจีนี ในชุุมชนปากน้ำำ�� ประแส
การเข้้ามาตั้้�งถิ่่�นฐานของคนจีีนจำ�ำ นวนมากทำำ�ให้้เกิิดศาสนสถาน
ตามความเชื่อ่� ชาวจีนี คือื ศาลเจ้า้ หลายแห่ง่ ภายในชุมุ ชนปากน้ำำ��ประแสพบ
ศาลเจ้้าจากกลุ่�มคนจีีน 2 กลุ่�มที่่ช� ัดั เจน คือื กลุ่�มคนจีีนแต้จ้ิ๋ว� และชาวจีีน
ไหหลำ�ำ รวมถึงึ ศาลเจ้า้ ประจำำ�ตระกููล ศาลเจ้า้ ขนาดเล็็กและโรงเจ มากถึงึ
6 ศาลเจ้า้ ในปัจั จุบุ ันั เป็น็ หลักั ฐานสนับั สนุนุ ว่า่ มีกี ลุ่�มของชาวจีนี จำ�ำ นวนมาก
ในชุมุ ชนปากน้ำำ�� ประแส
176 ระยอง เลม่ 3
คนจีีนเมื่่�อเข้้ามาตั้้�งหลัักปัักฐานในดิินแดนแห่่งใหม่่ก็็ได้้นำ�ำ พาเอา
ความเชื่่�อดั้้�งเดิิมของตนเข้้ามาด้้วย นั่่�นคืือการบููชาเทพเจ้้าต่่างๆ อาจมีี
การนำำ�ประติิมากรรมแทนเทพเจ้้าเหล่่านี้้�ติิดตััวมา หรืือมาสร้้างขึ้�นในดิิน
แดนแห่่งใหม่่ อย่่างไรก็็ตามเมื่่อ� มีกี ารบููชารููปเคารพ จึึงมีีความจำำ�เป็็นต้อ้ ง
สร้้างศาสนสถานเพื่่�อประดิิษฐานรููปเคารพ ซึ่่�งเรีียกกัันว่่าศาลเจ้้า93 เมื่่�อ
คนจีีนรวมตััวกัันได้้เป็็นปึึกแผ่่นก็็จะมีีการสร้้างศาลเจ้้าตามความเชื่�่อของ
ท้อ้ งถิ่่�นเดิิมขึ้น� มา เช่่น ชาวจีีนแต้้จิ๋ว� ก็ม็ ักั สร้้างศาลเจ้า้ บููชาเทพเจ้้าของคน
แต้้จิ๋�วคนจีีนไหหลำ�ำ ก็็สร้้างศาลเจ้้าบููชาเทพเจ้้าของคนจีีนไหหลำำ� เป็็นต้้น
ความหลากหลายนี้้ห� ากดููในเบื้้อ� งต้น้ ก็ไ็ ม่เ่ ห็น็ ความแตกต่า่ ง แต่ห่ ากศึกึ ษา
เพิ่่ม� เติมิ จะเห็น็ ความแตกต่า่ งอันั เป็น็ เอกลักั ษณ์ข์ องแต่ล่ ะกลุ่�มคนจีนี ค่อ่ น
ข้า้ งชัดั เจน ศาลเจ้า้ จีนี นั้้น� สร้า้ งขึ้น� ด้ว้ ยเหตุผุ ลหลายประการ ไม่ใ่ ช่เ่ พียี งเพื่่อ�
เป็น็ ที่่�เคารพสัักการะอย่า่ งเดียี วเท่่านั้้น� แต่บ่ างแห่ง่ เป็็นศาลประจำ�ำ ตระกููล
บางแห่่งสร้้างเพื่่อ� การแก้บ้ น เพื่่�อให้ก้ ารค้้าเจริิญรุ่่�งเรืือง เป็็นต้น้ 94
กลุ่�มที่่� 1 ศาลเจ้า้ ขนาดใหญ่่
ภายในชุมุ ชนปากน้ำ��ำ ประแสมีศี าลเจ้า้ ขนาดใหญ่ซ่ึ่่ง� เป็น็ ที่่เ� คารพของ
คนในชุุมชน ลักั ษณะเด่น่ คืือแผนผังั ของอาคารที่่�ซัับซ้้อนกว่า่ ศาลเจ้้าขนาด
เล็ก็ อาคารประธานขนาดใหญ่เ่ ป็น็ ที่่ป� ระดิษิ ฐานเทพเจ้า้ ประธานและเทพเจ้า้
ชั้น� รองไว้้ และมีอี าคารขนาบสองข้า้ ง ซึ่่ง� ใช้ป้ ระดิษิ ฐานเทพชั้น� รองเพิ่่ม� เติมิ
หรืือเป็็นอาคารที่่ใ� ช้เ้ ก็บ็ ข้้าวของสำำ�หรัับการสักั การะบููชา ประกอบด้้วยศาล
เจ้า้ ของชาวจีนี แต้จ้ิ๋ว� คือื ศาลจ้า้ วพ่อ่ ประแสร์์ ศาลเจ้า้ ของชาวจีนี ไหหลำำ� คือื
ศาลเจ้า้ กื้้�ออี่่ไ� ทรย้อ้ ย และโรงเจเซงจุ้้�ยโจวซืือกง ความสำ�ำ คััญของศาลเจ้า้
ขนาดใหญ่่ ที่่�วางตัวั กระจายอยู่�่ภายในชุุมชนปากน้ำำ��ประแสนี้้�เป็็นหลักั ฐาน
สำำ�คััญที่่�แสดงให้้เห็็นว่่าชุุมชนชาวจีีนในปากน้ำ��ำ ประแสนั้้�นเป็็นชุุมชนขนาด
ใหญ่่ นอกจากนั้้�นยังั มีีการกระจายตัวั อยู่�บ่ ริเิ วณชุุมชนอย่า่ งทั่่�วถึงึ
แผนผังั มีลี ักั ษณะคล้า้ ยคลึงึ กันั คือื มีซีุ้�มประตููทางเข้า้ มาจนถึงึ ลาน
กว้า้ งด้า้ นหน้า้ อาคารประธาน แล้ว้ จึงึ เป็น็ กลุ่�มอาคารสำำ�คัญั ภายในศาลเจ้้า
วดั บ้าน ศาลเจา้ ศิลปกรรมและงานชา่ งโบราณ 5 — ศิลปกรรมในชมุ ชนยา่ นเกา่ ระยอง 177
อาคารประธานของ ได้้แก่่ อาคารภายในบริิเวณศาลเจ้้ามีีอาคารประธานและอาคารขนาบ ซึ่่ง�
ศาลจ้้าวพ่อ่ ประแสร์์ อาคารประธานอยู่�่ในลัักษณะแผนผัังอาคารหัันแนวนอนออกเป็็นทางเข้้า
อาคารขนาบหัันด้้านกว้้างออกเป็็นด้้านหน้้า ด้้านยาวหัันด้้านข้้างเข้้าหา
178 อาคารประธานในลัักษณะประกบสองข้้าง ส่่วนใหญ่่เป็็นอาคารที่่�ใช้้ในการ
ประดิษิ ฐานเทพชั้น� รองหรืือเป็น็ อาคารที่่ใ� ช้เ้ ก็บ็ ของสำำ�หรับั ประกอบพิธิ ีกี รรม
จุุดที่่�น่่าสัังเกตคืือศาลเจ้้าหลายแห่่งหัันหน้้าเข้้าหาทิิศที่่�เป็็นแม่่น้ำ�ำ�ประแส
หรืือแม้้กระทั่่�งลำ�ำ คลองเล็ก็ ๆ ที่่ไ� หลไปออกยัังแม่น่ ้ำำ��ประแส สันั นิิษฐานว่่า
เป็็นเพราะเรื่�่องการเป็็นเส้้นทางคมนาคมเป็็นหลััก ศาลเจ้้าฝั่่�งริิมแม่่น้ำ��ำ
ประแสก็ไ็ ม่ไ่ ด้ห้ ัันหน้้าเข้า้ หาถนนแต่่หัันหน้้าเข้า้ หาแม่่น้ำำ�� ประแส
อาคารประธานของศาลจ้้าวพ่่อประแสร์์ (เขีียนตามป้้ายศาลเจ้้า)
หัันไปทางทิิศตะวัันออกเฉีียงเหนืือ ซึ่่�งเป็็นทิิศที่่�ตรงกัับแม่่น้ำ��ำ ประแส
ลัักษณะแผนผัังเป็็นอาคารประธานที่่�ขนาบด้้วยอาคารชั้ �นรองสองหลัังทั้้�ง
ระยอง เล่ม 3
ซ้้าย สองข้้าง บริิเวณด้้านหน้้าเป็็นลานโล่่งและมีีแท่่นบููชาเทพเจ้้าฟ้้าดิิน เป็็น
อาคารประธานศาลเจ้้ากื้้อ� อี่่� ศาลเจ้า้ ที่่ม� ีขี นาดใหญ่่ที่่�สุุดแห่่งหนึ่่ง� ในชุมุ ชนปากน้ำ��ำ ประแส
ไทรย้้อย ศาลเจ้า้ พ่อ่ กื้้อ� อี่่ไ� ทรย้อ้ ยเป็น็ ศาลเจ้า้ อีกี แห่ง่ ในชุมุ ชนปากน้ำำ��ประแส
ขวา ที่่�มีีขนาดใหญ่่ นอกจากอาคารประธานที่่�หัันหน้้าไปทางทิิศตะวัันออก ซึ่่�ง
ศาลพ่อ่ ปู่่�สักั กะลัักกื้้อ� ที่่�ซ้้อน เป็็นทิิศทางเดีียวกัับแม่่น้ำ�ำ� ประแสแล้้วยัังมีีอาคารชั้�นรองตั้้�งขนาบอาคาร
อยู่�ภ่ ายในด้า้ นทิศิ ใต้้ของ ประธานทั้้ง� สองด้า้ น ทางปีกี ซ้า้ ยของศาลเจ้า้ แห่ง่ นี้้ม� ีคี วามพิเิ ศษคือื มีอี าคาร
อาคารประธานศาลเจ้้า ขนาบสองหลัังตั้้�งเชื่�่อมกััน โดยอาคารทางด้้านทิิศตะวัันออกเป็็นอาคารที่่�
กื้้�ออี่่ไ� ทรย้้อย ใช้ใ้ นการเก็็บของประกอบพิิธีกี รรม และมีีศาลขนาดเล็็กซ้อ้ นอยู่่ภ� ายในคือื
ศาลเจ้า้ พ่อ่ สักั กะลักั กื้้อ� ซึ่่ง� ตรงกับั ชื่อ�่ ประติมิ ากรรมเทพเจ้า้ ประธานอีกี องค์์
หนึ่่�งที่่�ตั้้ง� อยู่�่ ข้้างๆ เจ้้าพ่อ่ อี่่ไ� ทรย้อ้ ย (เจ้้าพ่่อต้้นไทร) เทพเจ้า้ ประธานของ
ศาลจ้า้ วพ่อ่ กื้้อ� อี่่ไ� ทรย้อ้ ย จากคำ�ำ บอกเล่า่ ของชาวบ้า้ น เทพสององค์น์ ี้้แ� ท้จ้ ริงิ
เป็น็ เทพเจ้า้ องค์เ์ ดียี วกันั เดิมิ เป็น็ เจ้า้ พ่อ่ อี่่ไ� ทรย้อ้ ย หรืือเจ้า้ พ่อ่ ต้น้ ไทร เป็น็
เทพของชาวไหหลำำ� ในภายหลังั ได้ช้ ื่�่อจริงิ ของเทพเจ้้าองค์์นี้้ม� าจากการเข้้า
ทรงเจ้า้ พ่อ่ ได้้แจ้้งว่า่ ชื่�่อจริิงคือื จ้้าวพ่อ่ สัักกะลักั กื้้�อ95 การหันั หน้า้ ศาลลงไป
ยัังทิศิ ใต้้เชื่�่อว่่าเพื่่อ� ให้้เจ้้าพ่อ่ ดููแลคนเดิินเรืือในทะเล
วัด บา้ น ศาลเจา้ ศิลปกรรมและงานช่างโบราณ 5 — ศิลปกรรมในชุมชนยา่ นเกา่ ระยอง 179
อาคารประธานโรงเจ
เชงจุ้้�ยโจวซืือกง
โรงเจเชงจุ้้�ยโจวซืือกงเป็็นโรงเจเพีียงแห่่งเดีียวในชุุมชนปากน้ำำ��
ประแส เป็็นโรงเจขนาดใหญ่่แต่่อยู่�่แผนผัังเรีียบง่่าย สร้้างขึ้�นใหม่่โดยลด
ทอนองค์ป์ ระกอบในสถาปััตยกรรมจีนี ลง เช่่น งานประดับั หลังั คา อาคาร
ประธานปกติิใช้้งานเป็็นอาคารสำ�ำ หรัับบููชาเทพเจ้้าประธานคืือเชงจุ้้�ยโจว
ซืือกง และใช้พ้ ื้้�นที่่บ� ริเิ วณศาลเจ้า้ ในช่่วงเทศกาลกิินเจเป็น็ ส่ว่ นใหญ่่
กลุ่�มที่่� 2 กลุ่�มศาลขนาดเล็ก็
ศาลเจ้้าขนาดเล็็กในชุุมชนปากน้ำำ��ประแส เป็็นกลุ่�มศาลเจ้้าที่่�มีี
เอกลัักษณ์์เฉพาะตััวแตกต่่างจากกลุ่�มศาลเจ้้าขนาดใหญ่่ เป็็นศาลเจ้้าที่่�มีี
ความสำ�ำ คััญในฐานะเป็็นศาลเจ้้าประจำำ�ตระกููลและศาลเจ้้าที่่�ทำ�ำ หน้้าที่่�เป็็น
ศาลพระภููมิิ ลัักษณะแผนผัังไม่่ซัับซ้้อน ในบริิเวณศาลเจ้้ามีีเพีียงอาคาร
ประธานของศาลเจ้า้ เป็น็ อาคารขนาดเล็ก็ ไม่ม่ ีซีุ้�มประตููทางเข้า้ อาจสัมั พันั ธ์์
กับั รููปแบบของการเป็น็ ศาลพระภููมิขิ องไทย ภายในชุมุ ชนก็เ็ ป็็นส่ว่ นหนึ่่�งที่่�
แสดงให้้เห็็นแล้้วว่่าชุุมชนชาวจีีนที่่�ปากน้ำ�ำ� ประแสแห่่งนี้้�เป็็นชุุมชนหนึ่่�งที่่�มีี
ขนาดใหญ่่และมีคี วามหลากหลายชุมุ ชนหนึ่่ง� ตั้้�งแต่อ่ ดีีต
180 ระยอง เลม่ 3
บน
อาคารประธานขนาดเล็ก็
ของศาลเจ้้าพ่อ่ กลาง
ถิ่่น� ทอง
ล่า่ ง
อาคารประธานศาลเจ้้า
แซ่่ตั๋๋�น
วัด บ้าน ศาลเจา้ ศิลปกรรมและงานช่างโบราณ 5 — ศลิ ปกรรมในชมุ ชนยา่ นเกา่ ระยอง 181
การนับั ถือื เทพเจ้า้ ที่่ม� ีคี วามเกี่่ย� วข้อ้ งกับั วิถิ ีชี ีวี ิติ ของคนในชุมุ ชนใน
การประกอบอาชีพี ประมงและอาชีพี ที่่เ� กี่่ย� วข้อ้ งกับั การเดินิ เรืือ เช่น่ จ้า้ วพ่อ่
ประแสร์์ เจ้้าพ่่ออี่่�ไทรย้้อย เจ้า้ พ่่อสักั กะลัักกื้้�อ ล้ว้ นแล้ว้ แต่ถ่ ููกเรื่�่องเล่า่ สืืบ
ต่อ่ กันั ตั้้ง� แต่อ่ ดีตี ของผู้�คนในชุมุ ชน ทำำ�ให้ก้ ลายสภาพจากเทพเจ้า้ ของกลุ่�ม
คนจีีนอพยพเป็็นเทพพื้้�นถิ่่�นที่่�เกิิดขึ้ �นในบริิเวณแห่่งนี้้�และเป็็นที่่�เคารพบููชา
ของชาวประมง รวมถึงึ คนในชุมุ ชนปากน้ำำ�� ประแส ซึ่่ง� เกิดิ จากเรื่อ่� งเล่า่ เกี่่ย� ว
กับั เทพเจ้า้ ในบริเิ วณนี้้เ� ป็น็ ที่่ม� าของการสร้า้ งศาลบููชาเทพเจ้า้ ที่่ม� าจากทะเล
บรรพบุรุ ุุษที่่เ� สียี ชีีวิิตจากการออกทะเล เป็น็ ต้น้
แผนผังั ของศาลเจ้า้ ขนาดเล็ก็ อย่า่ งศาลเจ้า้ พ่อ่ กลางถิ่่น� ทองนั้้น� ใน
บริิเวณศาลเจ้้ามีีเพีียงอาคารประธานขนาดเล็็กที่่�ไว้้ใช้้ประดิิษฐานเทพเจ้้า
ประธาน แท่่นบููชาเทพเจ้้าฟ้้าดิินและเตาเผากงเต็็กอยู่�่บริิเวณด้้านหน้้า
อาคารประธาน โดยตัวั อาคารหันั หน้า้ ไปทางทิิศที่่�เป็น็ แม่่น้ำำ��ประแส คือื ทิิศ
ตะวัันออก
ศาลจ้า้ วแซ่ต่ ั๋๋น� เป็น็ ศาลเจ้า้ ประจำำ�ตระกููลแซ่ต่ ั๋๋น� ซึ่่ง� เป็น็ กลุ่�มคนจีนี
แต้้จิ๋�วกลุ่�มใหญ่่ที่่�สุุดกลุ่�มหนึ่่�งในชุุมชนปากน้ำ�ำ� ประแส แผนผัังของศาลเจ้้า
ยังั คงเรีียบง่่าย ประกอบด้้วยอาคารประธานที่่�หัันหน้้าไปทางทิศิ ตะวันั ออก
ซึ่่�งเป็็นทิิศเดีียวกัับแม่่น้ำ�ำ� ประแส เอกลัักษณ์์โดดเด่่นของแผนผัังศาลเจ้้า
หลายๆ แห่ง่ ในชุุมชนปากน้ำ�ำ� ประแสคืือการมีลี านโล่ง่ บริเิ วณด้า้ นหน้้าศาล
เจ้า้ ที่่ห� ันั หน้า้ ออกสู่�่ ทิศิ ที่่เ� ป็น็ แม่น่ ้ำ��ำ ประแส และมีที างเดินิ เชื่อ�่ มต่อ่ ไปยังั ริมิ น้ำ��ำ
ทำำ�ให้้เกิดิ เป็น็ จุุดชมวิิวขึ้้�นมาในปััจจุบุ ััน
ศาลแสงมณีี สร้า้ งโดยนายจินิ ต์แ์ ละนางกรอง แสงมณีี ใน พ.ศ. 2521
ตามจารึึกที่่�ระบุุที่่�ผนัังของศาล ศาลแสงมณีีเป็็นศาลขนาดเล็็กที่่�สุุดในหมู่�่
ศาลเจ้้าทั้้�งหมดที่่�ค้้นพบในชุุมชนประแส โดยมีีลัักษณะคล้้ายศาลเพีียงตา
ที่่�มากกว่่าการเป็็นศาลเจ้้าจีีนขนาดใหญ่่ ปรากฏเพีียงอาคารประธาน
ที่่�ประดิิษฐานประติิมากรรมเทพเจ้้าประธาน
182 ระยอง เล่ม 3
ศาลเจ้า้ แสงมณีี
เอกลัักษณ์์ของเทพเจ้้าพื้�น้ ถิ่่น� ในชุุมชนปากน้ำ��ำ ประแส
การกราบไหว้บ้ ููชาเทพเจ้า้ ของคนจีนี จึงึ สอดคล้อ้ งกับั ชีวี ิติ ความเป็น็
อยู่่�ของผู้้�นัับถืือ ผู้้�นัับถืือประสงค์์ให้้เทพเจ้้านั้้�นคุ้�มครองหรืืออำ�ำ นวยพรใน
เรื่�่องใด ด้้วยเหตุุผลดัังกล่่าวจึึงทำ�ำ ให้้การเคารพบููชาเทพเจ้้าของคนจีีนใน
ประเทศไทยและจีนี แผ่่นดินิ ใหญ่่มีที ั้้�งส่่วนที่่ค� ล้้ายคลึึงและแตกต่่างกััน
ศาลเจ้้านั้้�นสร้้างขึ้�นด้้วยเหตุุผลหลายประการ ไม่่ใช่่เพีียงเพื่่�อเป็็น
ที่่เ� คารพสักั การะ แต่บ่ างแห่ง่ เป็น็ ศาลประจำำ�ตระกููล บางแห่ง่ สร้า้ งเพื่่อ� การ
แก้บ้ น เพื่่อ� ให้ก้ ารค้า้ เจริิญรุ่่�งเรืือง เป็น็ ต้น้ 96
วัด บา้ น ศาลเจา้ ศลิ ปกรรมและงานช่างโบราณ 5 — ศิลปกรรมในชุมชนย่านเกา่ ระยอง 183
ในปัจั จุบุ ันั ชุมุ ชนปากน้ำ��ำ ประแสจึงึ เป็น็ ชุมุ ชนจีนี ริมิ แม่น่ ้ำำ�� ขนาดใหญ่่
แห่่งหนึ่่ง� ที่่�ไม่่ได้้มีกี ารแบ่ง่ กลุ่�มคนจีีนเช่น่ ในอดีตี แต่่ทุุกศาลเจ้้านั้้น� ได้้รับั
การเคารพ สัักการะจากผู้�คนในชุมุ ชนหรืือผู้�คนจากภายนอกที่่เ� ข้า้ มากราบ
ไหว้้ แต่ย่ ัังคงความเป็็นเอกลักั ษณ์ข์ องศาลเจ้า้ แต่่ละกลุ่�มคนจีนี ไว้ไ้ ด้้อย่า่ ง
ชััดเจน ชุุมชนชาวจีีนปากน้ำ��ำ ประแสจึึงมีีเอกลัักษณ์์ทางความเชื่�่อที่่�สำ�ำ คััญ
เรื่่อ� งหนึ่่ง� นั่่น� คืือ สืืบเนื่่อ� งจากเรื่�อ่ งของภููมิิศาสตร์์ที่่ต� ั้้ง� ติดิ ริิมแม่น่ ้ำำ�� และใกล้้
ทะเล ดัังนั้้�นเรื่่�องของเทพเจ้้าที่่�นัับถืือกัันในชุุมชนชาวจีีนดั้้�งเดิิมจึึงมีีไว้้สััก
การะบููชาในฐานะเทพเจ้า้ ประจำ�ำ ท้อ้ งถิ่่น� ที่่ช� ่ว่ ยดููแลชีวี ิติ ของผู้�คนในชุมุ ชนริมิ
น้ำำ�� และการออกเรืือประมงนั้้น� ให้เ้ ป็น็ ไปอย่า่ งแคล้ว้ คลาดปลอดภัยั ตามคำ�ำ
บอกเล่่าของผู้�คนในชุุมชนตั้้�งแต่่อดีีต เกิิดเป็็นภาพสะท้้อนวััฒนธรรมของ
ชาติพิ ันั ธุ์�ชาวจีนี จากศิลิ ปกรรมและความเชื่อ�่ ที่่ป� รากฏในศาลเจ้้าจีีนภายใน
ชุุมชนปากน้ำำ��ประแส
จ้า้ วพ่อ่ ประแสร์์ หรืือเจ้า้ พ่อ่ หัวั โขด เป็น็ เทพเจ้า้ ประธานในศาลจ้า้ ว
พ่อ่ ประแสร์์ ที่่�อยู่�่บริเิ วณท้า้ ยชุมุ ชน หรืือบริิเวณที่่�ชาวบ้้านเรีียกกันั ติดิ ปาก
ว่่าหััวโขด จ้้าวพ่่อประแสร์์นั้้�นเป็็นเทพเจ้้าสำำ�คััญเป็็นที่่�นัับถืือบููชาของชาว
ประมงมาตั้้�งแต่่อดีีต ทั้้�งยัังปกป้้องรัักษาให้้แคล้้วคลาดปลอดภััยจากการ
เดิินทางทางเรืือ จึึงถืือเป็็นเทพเจ้้าองค์์สำ�ำ คััญต่่อวิิถีีชีีวิิตความเป็็นอยู่�่ของ
ผู้�คนในชุุมชนปากน้ำ��ำ ประแส ชื่�่อเรีียกเทพเจ้า้ องค์์นี้้�จากภาษาจีีนเดิมิ นั้้น� ไม่่
เป็น็ ที่่แ� น่ช่ ัดั แต่ไ่ ด้ถ้ ููกนับั ถือื ในฐานะเทพเจ้า้ พื้้น� ถิ่่น� ที่่ป� กป้อ้ งดููแลชาวประมง
และคนในชุมุ ชนปากน้ำ�ำ� ประแส ในชื่�อ่ จ้้าวพ่่อประแสร์์
จ้้าวพ่่ออี่่�ไทรย้้อย หรืือเจ้้าพ่่อต้้นไทรนั้้�นเป็็นเทพเจ้้าประธานของ
ศาลเจ้า้ พ่่อกื้้�ออี่่�ไทรย้้อย เทพเจ้า้ 42 หรืือเทพเจ้้า 108 เทพเจ้า้ เฉพาะใน
สัังคมชาวจีนี ในไทยเท่่านั้้�น ความเป็น็ มามีี 2 กลุ่�ม กลุ่�มแรกเชื่�อ่ ว่า่ เดิมิ เทพ
กลุ่�มนี้้�เป็็นคนจีีนโพ้น้ ทะเล 42 คน และ 108 คน โดยสารเรืือสำำ�เภาเข้า้ มา
ในประเทศไทย และเกิิดเรืือล่่มจมน้ำ��ำ ตายกลายเป็็นเทพเจ้้า กลุ่�มที่่� 2 เล่า่
ว่า่ เป็น็ กลุ่�มชาวจีนี ที่่ร� ่ว่ มสู้�รบกับั กำ�ำ ลังั ฝ่า่ ยจีนี ของสมาคมต่า่ งๆ และตายใน
การสู้�รบ ราชวงศ์ช์ ิิงแต่ง่ ตั้้�งให้ม้ ีียศทางราชการ นับั ถืือกัันมากในแถบภาค
ใต้้ของไทย97
184 ระยอง เล่ม 3
บน
จ้า้ วพ่่อประแสร์์ หรืือ
เจ้้าพ่่อหัวั โขด
ล่า่ ง
เทพเจ้า้ ประธาน
ศาลเจ้า้ พ่่อกื้้�ออี่่ไ� ทรย้อ้ ย
วดั บา้ น ศาลเจ้า ศลิ ปกรรมและงานชา่ งโบราณ 5 — ศิลปกรรมในชมุ ชนยา่ นเกา่ ระยอง 185
ในขณะที่่ศ� าลเจ้า้ พ่อ่ สักั กะลักั กื้้อ� ที่่อ� ยู่ใ�่ นศาลจ้า้ วพ่อ่ กื้้อ� อี่่ไ� ทรย้อ้ ยนั้้น�
ในเก๋ง๋ ประธานของศาลเจ้า้ มีเี พียี งแผ่น่ ป้า้ ยซึ่่ง� สันั นิษิ ฐานว่า่ น่า่ จะเป็น็ แผ่น่
ป้า้ ยตัวั แทนของเจ้า้ พ่อ่ สักั กะลักั กื้้อ� และได้ถ้ ููกประดิษิ ฐานในอาคารศาลเจ้า้
พ่่อสัักกะลัักกื้้�อที่่�อยู่�่บริิเวณอาคารปีีกซ้้ายของอาคารประธานศาลเจ้้าพ่่อกื้้�
ออี่่ไ� ทรย้อ้ ย ซึ่่ง� ต้อ้ งเดินิ ผ่า่ นอาคารประธานของศาลเข้า้ ไปจึงึ จะพบศาลเจ้า้
พ่่อสัักกะลักั กื้้อ�
เปิ่่�นโถวกง หรืือ ปุุนเถ้้ากงเป็น็ เทพผู้�ชาย หน้า้ ตาเหมือื นเศรษฐีใี น
ชนบทสมัยั โบราณของจีนี ผมและหนวดสีขี าวเสื้้อ� คลุมุ ยาว ถือื ไม้เ้ ท้า้ แสดง
ความเมตตา98 เป็็นที่่น� ัับถืือของแต้จ้ิ๋ว� และแคะในไทย99 โดยปกติิปุนุ เถ้า้ กง
นั้้�นเป็็นเทพที่่�นัับถืือกัันในฐานะเทพเจ้้าที่่�คุ้ �มครองพื้้�นที่่�ที่่�มีีการสร้้างศาล
เทพเจ้้าปุุนเถ้้ากงในศาลเจ้้าพ่่อกลางถิ่่�นทองนี้้�เป็็นที่่�รู้้�จัักในชื่�่อเจ้้าพ่่อแขก
ซึ่่�งได้้ชื่่�อมาจากตำำ�นานเรื่�่องเล่่าเรื่่�องมีีหมููมาตายที่่�หน้้าศาล จึึงเชื่่�อว่่าเจ้้า
พ่อ่ อาจจะเป็น็ แขก ชาวบ้า้ นในชุมุ ชนปากน้ำำ��ประแสนับั ถือื และหากต้อ้ งการ
ขอลููกชายก็จ็ ะมาขอกับั เจ้้าพ่่อแขก ลัักษณะเด่่นของเทพเจ้า้ เปิ่่�นโถวกงนั้้�น
เป็็นเทพที่่ไ� ม่่เคยปรากฏหลักั ฐานในจีีนมาก่่อน แต่่ปรากฏในชุุมชนชาวจีีน
ที่่�อพยพมาตั้้ง� รกรากในภููมิิภาคเอเชียี ตะวัันออกเฉียี งใต้้ มีีรููปแบบที่่ห� ลาก
หลาย เช่่น ปรากฏในรููปขุุนนางฝ่า่ ยบุ๋๋�น รููปขุุนนางฝ่า่ ยบู๊๊� เทวดาอย่่างไทย
เป็็นต้้น เปิ่่�นโถวกง หมายถึึงผู้�อาวุุโส หรืือหััวหน้้าของพื้้�นที่่�แห่่งนี้้� หรืือ
บริิเวณนี้้�ได้้ เมื่่อ� พิิจารณาจากคำำ�ภาษาจีีน จะเห็็นได้ว้ ่่าการนัับถืือเทพเปิ่่�น
โถวกงนั้้�นเป็็นแนวคิดิ เดีียวกัับของเทพพระภููมิขิ องไทย100
เชงจุ้้�ยโจวซืือกง คืือพระสงฆ์์ในนิิกายมหายานของจีีน มีีผิิวสีีดำ�ำ
หน้า้ ดำำ� จมููกงองุ้�ม เชื่อ่� กันั ว่า่ เป็น็ พระสงฆ์ม์ าจากอินิ เดียี เป็น็ ภิกิ ษุทุ ี่่ม� ีคี วาม
สามารถและความเมตตา เชี่�ยวชาญการรัักษาโรคภััยไข้้เจ็็บ รวมถึึงจาริิก
เผยแผ่ธ่ รรมขณะรัักษาผู้้�เจ็บ็ ป่่วยไปด้ว้ ย101 เมื่่อ� สิ้้น� อายุุขััยจึงึ ถููกนัับถือื เป็น็
เทพเจ้้า ปรากฏในลัักษณะของประติิมากรรม เทพเพศชายแต่่งกายแบบ
พระสงฆ์์นิกิ ายมหายาน มีผี ิิวสีดี ำำ� ตรงตามตำำ�นาน
186 ระยอง เล่ม 3
บนซ้า้ ย
เจ้า้ พ่อ่ แขกหรืือเทพเจ้า้
เปิ่่น� โถวกง
บนขวา
แผ่่นป้า้ ยวิญิ ญาณตััวแทน
ของเจ้้าพ่อ่ สักั กะลักั กื้้�อ
ล่า่ ง
เทพเจ้้าโจ้ว้ ซืือกง
วดั บา้ น ศาลเจา้ ศลิ ปกรรมและงานช่างโบราณ 5 — ศลิ ปกรรมในชมุ ชนย่านเกา่ ระยอง 187
ซ้า้ ย
เทพเจ้้าประธานศาลจ้า้ ว
แซ่ต่ ั๋๋�น
ขวา
เทพเจ้้าประธานศาล
แสงมณีี
เทพเจ้้าประธานในศาลจ้า้ วแซ่ต่ ั๋๋น� เป็็นเทพเพศชาย เป็น็ ที่่ร� ู้้�จักั กััน
ในชื่่อ� เจ้า้ พ่่อแซ่่ตั๋๋�น เนื่่�องจากการเป็็นศาลเจ้า้ ประจำ�ำ ตระกููล จึงึ มีีความเป็็น
ไปได้ท้ ี่่เ� ทพเจ้า้ ประธานองค์น์ ี้้อ� าจเป็น็ ตัวั แทนของบรรพบุรุ ุษุ ที่่ล� ่ว่ งลับั ไปแล้ว้
ของคนตระกููลแซ่่ตั๋๋�นที่่�เป็็นตระกููลคนจีีนที่่�ใหญ่่เป็็นอัันดัับต้้นๆ ในชุุมชน
ปากน้ำ��ำ ประแส
เทพเจ้า้ ในศาลแสงมณีี ศาลขนาดเล็ก็ ที่่ม� ีลี ักั ษณะใกล้เ้ คียี งกับั การ
เป็น็ ศาลเจ้า้ ที่่�นั้้�น เป็น็ เทพเพศชายที่่ม� ีลี ักั ษณะแสดงความเมตตา สวมเสื้้อ�
คลุุมยาวและไว้้หนวดเครา ไม่่ทราบแน่่ชััดว่่าคืือเทพเจ้้าอะไร หรืือมีีการ
เรียี กด้ว้ ยชื่อ่� ใด แต่จ่ ากการสำ�ำ รวจพบว่า่ ก็ม็ ีชี าวบ้า้ นบางส่ว่ นที่่ก� ราบไหว้เ้ มื่่อ�
สัญั จรผ่า่ นศาล จึงึ น่่าจะมีลี ักั ษณะเป็็นเทพเจ้้าที่่อ� ีกี แห่ง่ ที่่ด� ููแลบริิเวณนี้้�
งานประดับั ตกแต่่งและความหมายของสัญั ลักั ษณ์ม์ งคลต่่างๆ
องค์์ประกอบในเรื่่�องงานประดัับภายในศาลเจ้้าจีีนนั้้�นถืือว่่าเป็็น
ประเด็น็ ที่่ม� ีคี วามสำ�ำ คัญั ซึ่่ง� ช่ว่ ยบ่ง่ บอกให้ท้ ราบว่า่ ศาลเจ้า้ จีนี แห่ง่ นั้้น� ๆ เป็น็
ของคนจีีนกลุ่�มใด เนื่่�องจากชุุมชนปากน้ำ��ำ ประแสเป็็นชุุมชนชาวจีีนขนาด
ใหญ่่แห่่งหนึ่่�ง ซึ่่�งปรากฏหลัักฐานจากคำ�ำ บอกเล่่าในอดีีตว่่ามีีกลุ่�มชาวจีีน
มากมายทั้้�ง แต้จ้ิ๋�ว ไหหลำำ� ฮกเกี้้ย� น ฯลฯ มาตั้้ง� ถิ่่�นฐานอาศััยบริเิ วณนี้้� การ
188 ระยอง เลม่ 3
ศึกึ ษารููปแบบของศาลเจ้า้ และการประดับั ตกแต่ง่ รวมถึงึ การหาความหมาย
ของสััญลักั ษณ์์ต่า่ งๆ ที่่ป� ระดับั ตกแต่ง่ อาคารศาลเจ้า้ นั้้น� จึึงเป็น็ ปัจั จัยั หนึ่่�ง
ที่่�มีีความสำำ�คััญในการศึึกษาเอกลัักษณ์์ทางความเชื่�่อของชุุมชนชาวจีีน
ความหมายต่่างๆ ที่่�เกิิดขึ้น� ในแต่ล่ ะศาลเจ้า้ นั้้�นสำำ�คััญต่่อผู้�คนที่่ม� าสัักการ
บููชาตั้้�งแต่่ในอดีีตจนถึึงปัจั จุุบััน
งานประดัับตกแต่่งสถาปัตั ยกรรมศาลเจ้า้ ในชุุมชนปากน้ำ�ำ�ประเเส
สถาปััตยกรรมภายในศาลเจ้้าแต้้จิ๋�วที่่�พบในชุุมชนมัักมีีการประดัับ
ตกแต่ง่ หนาตากว่า่ ศาลเจ้า้ ไหหลำ�ำ บริเิ วณ façade ของศาลเจ้า้ จากทั้้ง� สอง
กลุ่�มคนจีีนนั้้�นมีีเอกลัักษณ์์ที่่�แตกต่่างกััน นอกจากบริิเวณด้้านหน้้าอาคาร
แล้ว้ การประดัับตกแต่ง่ บริเิ วณหลัังคา ประตูู หน้้าต่่างก็็มีีลัักษณะที่่�เฉพาะ
เนื่่อ� งจากศาลเจ้า้ ทุกุ ๆ หลังั ในชุมุ ชนปากน้ำ��ำ ประแสถููกใช้ง้ านในหลากหลาย
บทบาทต่า่ งกันั รููปแบบและการประดับั ตกแต่ง่ ศาลเจ้า้ จึงึ มีคี วามต่า่ งกันั ดังั นี้้�
ประติิมากรรมประดับั ส่ว่ นสัันหลังั คา
บนสัันหลัังคาศาลเจ้้าเป็็นงานประติิมากรรมมัังกรคู่่�ล่่อแก้้วและ
กิิเลนคู่�่ ซึ่่�งเป็็นสััตว์์มงคลในตำ�ำ นานของจีีนที่่�นิิยมทำำ�เป็็นงานประดัับใน
อาคารศาลเจ้้าจีีน ลัักษณะแบบที่่�พบในศาลจ้้าวพ่่อประแสร์์ เป็็นลัักษณะ
งานประดับั ด้ว้ ยกระเบื้้อ� งเคลือื บแบบเทคนิคิ เชี่ย� นฉือื 102 ซึ่่ง� เป็น็ ลักั ษณะงาน
ประดัับที่่เ� ป็น็ เอกลัักษณ์์ของศาลเจ้า้ แบบจีีนแต้จ้ิ๋�ว หน้า้ จั่่ว� ของศาลจ้า้ วพ่่อ
ประแสร์เ์ ป็น็ หน้า้ จั่่ว� ธาตุไุ ม้อ้ ันั เป็น็ ที่่น� ิยิ มในเป็น็ ศาลเจ้า้ จีนี แต้จ้ิ๋ว� และไหหลำำ�
และเป็็นที่่�พบในประเทศไทยเป็น็ ส่ว่ นใหญ่่
บนสัันหลัังคาศาลจ้้าวกื้้�ออี่่�ไทรย้้อยเป็็นงานประติิมากรรมมัังกรคู่�่
ล่อ่ แก้ว้ ซึ่่�งพบเป็น็ ปกติิบริเิ วณสันั หลัังคาของศาลเจ้า้ ประธาน หน้้าจั่่ว� ของ
ศาลเจ้้าแห่่งนี้้�ก็็ยัังคงเป็็นหน้้าจั่่�วธาตุุไม้้อัันเป็็นที่่�นิิยมในเป็็นศาลเจ้้าจีีน
แต้้จิ๋�วและไหหลำ�ำ และเป็็นที่่พ� บในประเทศไทยเป็็นส่ว่ นใหญ่่
วดั บา้ น ศาลเจ้า ศลิ ปกรรมและงานชา่ งโบราณ 5 — ศิลปกรรมในชมุ ชนย่านเกา่ ระยอง 189
บน เล่ม 3
การตกแต่ง่ บริเิ วณสันั
หลัังคาและ façade ของ
อาคารประธานศาลจ้า้ วพ่่อ
ประแสร์์
ล่่าง
การประดับั ตกแต่่งสันั
หลัังคาของศาลเจ้า้ พ่อ่ กื้้อ� อี่่�
ไทรย้้อย
190 ระยอง
การตกแต่่งบริิเวณสััน
หลัังคาของศาลเจ้า้ พ่่อ
กลางถิ่่น� ทอง
ลัักษณะสำำ�คััญที่่�พบบนสัันหลัังคาของอาคารชั้ �นรองที่่�ตั้้�งขนาบ
อาคารประธานศาลจ้า้ วพ่่อกื้้�ออี่่�ไทรย้้อย คือื การทำำ�ประติิมากรรมหงส์์หรืือ
นกฟีีนิิกซ์์ ซึ่่�งเป็น็ สััตว์์มงคลของจีีนเช่น่ กันั ทั้้�งยัังเป็็นสัตั ว์ป์ ระจำ�ำ ทิศิ ใต้้ ซึ่่ง�
ประดับั อยู่บ่� นสัันหลังั คาของอาคารชั้�นรองที่่�ตั้้ง� อยู่�ท่ างทิศิ ใต้้ ตรงตามหลักั
ประติมิ านวิิทยา จากมุุมนี้้จ� ะเห็็นหน้า้ จั่่ว� ธาตุุไม้้ของอาคารได้ช้ ัดั เจน
อาคารประธานของศาลเจ้้าพ่่อกลางถิ่่�นทองบริิเวณสัันหลัังคายััง
คงประดับั ด้ว้ ยประติมิ ากรรมมังั กรคู่�่ ล่อ่ แก้ว้ เช่น่ กันั แต่ล่ ักั ษณะที่่ไ� ม่พ่ บที่่ศ� าล
เจ้า้ แห่ง่ นี้้ค� ือื การทำ�ำ หน้้าจั่่ว� ตามธาตุุต่า่ งๆ ตามรููปแบบของอาคารศาลเจ้้า
จีนี โดยทั่่ว� ไป อาจเกิดิ จากการลดรููปของอาคารประธานศาลเจ้า้ ให้ม้ ีขี นาด
เล็ก็ มาก
ศาลแสงมณีีเป็็นศาลขนาดเล็็กที่่�สุุดในชุุมชนปากน้ำำ��ประแสที่่�มีี
ลักั ษณะคล้า้ ยคลึงึ กับั ศาลพระภููมิขิ องไทย แต่ม่ ีอี งค์ป์ ระกอบของการประดับั
หลังั คาที่่ค� รบถ้ว้ น ปรากฏทั้้ง� การทำ�ำ ประติมิ ากรรมมังั กรคู่�่ ล่อ่ แก้ว้ บนสันั หลังั คา
และหน้า้ จั่่ว� ธาตุไุ ม้ท้ี่่เ� ป็น็ ที่่น� ิยิ มในศาลเจ้า้ จีนี ภายในชุมุ ชนปากน้ำ��ำ ประแส
อาคารประธานศาลจ้า้ วแซ่ต่ั๋๋น� กลับั ไม่ป่ รากฏการประดับั ประติมิ ากรรม
บนสัันหลัังคา เหลืือเพีียงการทำ�ำ หน้้าจั่่�วธาตุุไม้้เช่่นเดีียวกัับศาลเจ้้าอื่่�นๆ
ในชุมุ ชนปากน้ำ��ำ ประแส ทำำ�ให้เ้ ป็น็ ศาลเจ้า้ แห่ง่ หนึ่่ง� ที่่ม� ีกี ารประดับั ตกแต่ง่ ที่่�
เรีียบง่่ายที่่�สุุดในชุมุ ชน
วัด บา้ น ศาลเจา้ ศลิ ปกรรมและงานชา่ งโบราณ 5 — ศลิ ปกรรมในชุมชนย่านเกา่ ระยอง 191
ประตูู หน้า้ ต่่าง และการประดับั ตกแต่่งผนังั ของศาลเจ้า้
การประดับั ตกแต่ง่ ภายนอกของศาลจ้า้ วพ่่อประแสร์์ มีีการประดับั
ตกแต่่งเต็็มพื้้�นที่่� ซึ่่�งเป็็นลัักษณะเด่่นของศาลเจ้้าจีีนแต้้จิ๋�ว ประกอบด้้วย
ภาพเขีียนสีีเล่่าเรื่่�องในสีีสัันสดใส และประติิมากรรมมัังกรประดัับบริิเวณ
เสาสองต้้นหน้้าประตููทางเข้้า หน้้าต่่างกลมทั้้�งสองฝั่่�งประดัับด้้วย
ประติมิ ากรรมสัตั ว์ม์ งคล ทางด้า้ นขวาเป็น็ รููปมัังกร ทางด้า้ นซ้า้ ยเป็น็ หงส์์
ซึ่่ง� เป็น็ สััตว์ท์ ี่่น� ิยิ มทำำ�เป็็นประติมิ ากรรมประดัับในศาลเจ้้าจีนี
การประดับั ตกแต่ง่ ประตููและหน้า้ ต่า่ งของศาลเจ้า้ กื้้อ� อี่่ไ� ทรย้อ้ ย เป็น็
แบบเรียี บง่า่ ยตามรููปแบบของศาลเจ้า้ จีนี ไหหลำ�ำ หน้า้ ต่า่ งเป็น็ หน้า้ ต่า่ งกลม
ที่่�มีีการสลัักภาษาจีีนคำ�ำ ที่่�มีีความหมายถึึงความมั่่�งคั่่�งร่ำ��รวยไว้้ ซึ่่�งเป็็นคำำ�
อวยพรที่่ม� งคล ที่่ป� ระตููทางเข้า้ มีกี ารเขียี นภาพทวารบาลไว้ต้ ามปกติิ ที่่ผ� นังั
ไม่ไ่ ด้้มีีการประดัับตกแต่่งด้้วยประติิมากรรมจำำ�นวนมาก แต่่เน้น้ การเขียี น
ภาพเล่า่ เรื่อ่� ง ภาพสััตว์์มงคล เช่่น มังั กร และโคลงกลอนอวยพรในบริเิ วณ
ด้้านหน้า้ ศาลเจ้้า
การประดัับตกแต่่งบริิเวณประตูู หน้้าต่่างของศาลจ้้าวแซ่่ตั๋๋�นนั้้�น
เรียี บง่า่ ยที่่�สุดุ ไม่ม่ ีลี วดลายประดัับ หน้้าต่า่ งกลมทั้้ง� สองด้้านเป็น็ หน้า้ ต่่าง
เรีียบที่่�ใช้้ถาดเงิินประดัับ ที่่�ประตููทางเข้้ามีีภาพเขีียนสีีทวารบาลตามปกติิ
การประดัับตกแต่่งภายนอกเรีียบง่่าย ไม่่มีีภาพเขีียนสีีหรืือประติิมากรรม
ประดับั อาจเพราะเป็น็ ศาลเจ้า้ ประจำำ�ตระกููล จึงึ ไม่ไ่ ด้ม้ ีกี ารประดัับตกแต่ง่
ยิ่่�งใหญ่่เหมือื นศาลเจ้้าที่่ป� ระดิิษฐานเทพเจ้า้ สำ�ำ คััญ
โรงเจเชงจุ้้�ยโจวซืือกงประดัับอาคารประธานอย่่างเรีียบง่่ายด้้วย
ภาพเขียี นสีี หน้า้ ต่า่ งกลมเจาะช่อ่ งไม่ไ่ ด้ม้ ีกี ารประดับั ตกแต่ง่ อาจเป็น็ เพราะ
โรงเจเชงจุ้้�ยโจวซืือกงเป็็นสถานที่่�ประกอบพิิธีีกรรมสำำ�คััญในช่่วงเทศกาล
กินิ เจ จึงึ ไม่ไ่ ด้ม้ ีกี ารประดับั ตกแต่ง่ อาคารตามระเบียี บของศาลเจ้า้ จีนี มากนักั
192 ระยอง เลม่ 3
ซ้า้ ย บริเิ วณด้า้ นหน้า้ ศาลเจ้า้ พ่อ่ กลางถิ่่น� ทอง ตกแต่ง่ อย่า่ งเรียี บง่า่ ยด้ว้ ย
ศาลแสงมณีีที่่�มีลี ัักษณะ ภาพเขียี นสีี ส่ว่ นใหญ่เ่ ป็น็ ภาพธรรมชาติแิ ละโคลงกลอนอวยพร หน้า้ ต่า่ งกลม
คล้้ายศาลเจ้า้ ที่่� ทั้้ง� สองฝั่่ง� ของอาคารเป็น็ หน้า้ ต่า่ งเจาะช่อ่ งโล่ง่ ๆ มีกี ารวาดลวดลายประแจ
ขวา จีนี ล้อ้ มกรอบหน้า้ ต่า่ ง ประตููทางเข้า้ ไม่ม่ ีกี ารทำ�ำ บานประตูู จึงึ ไม่ป่ รากฏภาพ
การตกแต่่งอันั เรีียบง่่าย เขียี นสีที วารบาลที่่พ� บโดยปกติทิี่่ป� ระตููทางเข้า้ ศาลเจ้า้
ของศาลเจ้้าพ่่อแซ่่ตั๋๋น� ซึ่่ง�
เป็น็ ศาลเจ้้าประจำ�ำ ตระกููล สรุปุ
ในปัจั จุบุ ันั ชุมุ ชนปากน้ำ�ำ�ประแสจึงึ เป็น็ ชุมุ ชนจีนี ริมิ แม่น่ ้ำ��ำ ขนาดใหญ่่
แห่ง่ หนึ่่�ง ที่่ไ� ม่่ได้ม้ ีกี ารแบ่่งกลุ่�มคนจีีนเช่น่ ในอดีตี แต่ท่ ุกุ ศาลเจ้้านั้้น� ได้้รับั
การเคารพ สัักการะจากผู้�คนในชุมุ ชนหรืือผู้�คนจากภายนอกที่่เ� ข้า้ มากราบ
ไหว้้ แต่่ยังั คงความเป็น็ เอกลัักษณ์์ของศาลเจ้า้ แต่ล่ ะกลุ่�มคนจีีนไว้ไ้ ด้้อย่่าง
ชััดเจน ชุุมชนชาวจีีนปากน้ำ��ำ ประแสจึึงมีีเอกลัักษณ์์ทางความเชื่�่อที่่�สำ�ำ คััญ
เรื่�่องหนึ่่ง� นั่่น� คืือ สืบื เนื่่�องจากเรื่่�องของภููมิศิ าสตร์์ที่่ต� ั้้ง� ติดิ ริิมแม่น่ ้ำำ��และใกล้้
ทะเล ดัังนั้้�นเรื่�่องของเทพเจ้้าที่่�นัับถืือกัันในชุุมชนชาวจีีนดั้้�งเดิิมจึึงมีีไว้้สััก
การะบููชาในฐานะเทพเจ้า้ ประจำ�ำ ท้อ้ งถิ่่น� ที่่ช� ่ว่ ยดููแลชีวี ิติ ของผู้�คนในชุมุ ชนริมิ
น้ำ��ำ และการออกเรืือประมงนั้้�นให้้เป็น็ ไปอย่า่ งแคล้้วคลาดปลอดภัยั
วดั บ้าน ศาลเจ้า ศลิ ปกรรมและงานช่างโบราณ 5 — ศิลปกรรมในชุมชนย่านเก่าระยอง 193
เชิงอรรถ
1จุมุ พล เพิ่่ม� แสงสุวุ รรณ, “พระอุโุ บสถและพระวิหิ ารที่่ไ� ด้ร้ ับั 9สัันติิ เล็็กสุุขุุม, เจดีีย์์เพิ่่�มมุุม เจดีีย์์ย่่อมุุมสมััยอยุุธยา
อิิทธิิพลตะวัันตก สมััยอยุุธยาตอนปลาย (พ.ศ. 2199– (กรุุงเทพฯ: มููลนิธิ ิิ เจมส์์ ทอมป์์สััน, 2529), หน้า้ 77.
2310)” วิทิ ยานิพิ นธ์ศ์ ิลิ ปศาสตรบัณั ฑิติ สาขาประวัตั ิศิ าสตร์์ 10เรื่อ�่ งเดียี วกันั , หน้า้ 75-76.
สถาปัตั ยกรรม บัณั ฑิติ วิทิ ยาลัยั มหาวิทิ ยาลัยั ศิลิ ปากร, 2545, 11จารึกึ วิไิ ลแก้ว้ , แหล่ง่ โบราณคดีีที่เ� กี่่ย� วเนื่่อ� งกับั เส้น้ ทาง
หน้า้ 91. เดิินทััพและเส้้นทางติิดต่่อค้้าขายแลกเปลี่่�ยนในเขต
2จุมุ พล เพิ่่ม� แสงสุวุ รรณ พระอุโุ บสถและพระวิหิ ารที่่ไ� ด้ร้ ับั อิทิ ธิพิ ล จังั หวัดั พระนครศรีอี ยุธุ ยา สระบุรุ ีี นครนายก ปราจีนี บุรุ ีี
ตะวันั ตก สมัยั อยุธุ ยาตอนปลาย (พ.ศ. 2199– 2310) วิทิ ยานิพิ นธ์์ สระแก้ว้ ฉะเชิงิ เทรา ชลบุรุ ีี ระยองและจันั ทบุรุ ีี (กรุงุ เทพฯ:
ศิลิ ปศาสตรบัณั ฑิติ สาขาประวัตั ิศิ าสตร์ส์ ถาปัตั ยกรรม บัณั ฑิติ กรมศิิลปากร, 2538), หน้า้ 305.
วิทิ ยาลัยั มหาวิทิ ยาลัยั ศิลิ ปากร, 2545, หน้า้ 84. 12ศักั ดิ์์ช� ัยั สายสิงิ ห์,์ เจดีีย์ใ์ นประเทศไทย รูปู แบบพัฒั นาการ
3คณะสงฆ์์จัังหวััดระยอง ศููนย์์เผยแพร่่พระพุุทธศาสนา และพลัังศรัทั ธา, หน้า้ 679.
จัังหวััดระยอง, ประวััติิวััดจัังหวััดระยอง พ.ศ. ๒๕๔๐ 13เรื่อ� งเดีียวกััน, หน้า้ 266.
(ระยอง: ม.ป.ท, 2540), หน้้า 12. 14สัังเกตได้้จากเจดีีย์์ทรงเครื่่�องที่่�กำำ�หนดอายุุได้้ในสมััย
4จุมุ พล เพิ่่ม� แสงสุวุ รรณ, “พระอุโุ บสถและพระวิหิ ารที่่ไ� ด้ร้ ัับ อยุธุ ยานั้้น� มีบี ัวั คลุ่�มในผังั กลมเสมอ ดูู สันั ติิ เล็ก็ สุขุ ุมุ , เจดีีย์์
อิิทธิิพลตะวัันตก สมััยอยุุธยาตอนปลาย (พ.ศ. 2199– เพิ่่�มมุุม เจดีีย์์ย่่อมุุมสมััยอยุุธยา, หน้า้ 68-77 ขณะ
2310)” วิทิ ยานิิพนธ์ศ์ ิลิ ปศาสตรบััณฑิติ สาขาประวัตั ิิศาสตร์์ เดีียวกัันกัับที่่�เจดีีย์์ทรงเครื่�่องสร้้างในสมััยรััตนโกสิินทร์์
สถาปััตยกรรม บััณฑิิตวิิทยาลััย มหาวิิทยาลััยศิิลปากร, ส่่วนเดีียวกัันนี้้�จะอยู่่�ในผัังย่่อมุุมรัับกัันระหว่่างส่่วนฐานกัับ
2545, หน้้า 91. องค์ร์ ะฆังั เช่น่ เจดียี ์ท์ องสององค์ว์ ัดั พระศรีรี ัตั นศาสดาราม
5สมคิดิ จิริ ะทัศั นกุลุ , รูปู แบบพระอุโุ บสถและพระวิหิ ารใน ดูู ศักั ดิ์์ช� ัยั สายสิงิ ห์,์ เจดีีย์ใ์ นประเทศไทย รูปู แบบ พัฒั นาการ
สมััยพระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว (กรุุงเทพฯ: และพลัังศรัทั ธา, หน้า้ 676.
เมือื งโบราณ, 2547), หน้า้ 98. 15ต่่อมาวััดปากน้ำำ��ได้้ย้้ายไปอยู่่�ในบริิเวณที่่�ตั้้�งปััจจุุบััน ดูู
6สมชาติิ จึึงสิิริิอารัักษ์์, “ผลงานสถาปััตยกรรมแบบ คณะสงฆ์์จัังหวััดระยอง ศููนย์์เผยแผ่่พุุทธศาสนาจัังหวััด
Modernism ของพระพรหมพิจิ ิติ ร”, หน้า้ จั่ว� (มกราคม– ระยอง, ประวััติวิ ัดั จัังหวััดระยอง, หน้า้ 8.
มีีนาคม 2544) ปีีที่่� 17 ,หน้า้ 19-20. 16เรื่อ� งเดียี วกันั และดูู ประวัตั ิมิ หาดไทยส่ว่ นภูมู ิภิ าค จังั หวัดั
7สมใจ นิ่่�มเล็็ก, “ศาสตราจารย์์พระพรหมพิิจิิตรกัับงาน ระยอง (ระยอง : ธนชาติกิ ารพิมิ พ์,์ 2525), หน้า้ 52-53.
คอนกรีตี ในสถาปัตั ยกรรมไทย”, ประวัตั ิแิ ละผลงานสำ�ำ คัญั 17ศัักดิ์์�ชััย สายสิิงห์์, เจดีีย์์ในประเทศไทย รููปแบบ
ของพระพหรมพิจิ ิติ ร เนื่่อ� งในวาระครบรอบ 100 ปีี อาจารย์์ พััฒนาการและพลังั ศรัทั ธา, หน้า้ 704.
พระพรหมพิิจิิตร (กรุงุ เทพฯ: คณะสถาปัตั ยกรรมศาสตร์,์ 18ภััททวิกิ รม์์ นิ่่�มนวล, “เจดีีย์ท์ รงระฆัังสมััยรัตั นโกสิินทร์์
2533), หน้้า 39. ในจัังหวััดจัันทบุุรีี พุุทธศตวรรษที่่� 24-25” การค้้นคว้้า
8ศักั ดิ์์ช� ัยั สายสิงิ ห์,์ เจดีีย์ใ์ นประเทศไทย รูปู แบบ พัฒั นาการ อิิสระเป็็นส่่วนหนึ่่�งของการศึึกษาหลัักสููตรศิิลปศาสตร
และพลัังศรััทธา (กรุงุ เทพฯ: เมือื งโบราณ, 2560), หน้้า มหาบัณั ฑิติ สาขาวิชิ าประวัตั ิศิ าสตร์ศ์ ิลิ ปะ บัณั ฑิติ วิทิ ยาลัยั
655-673. มหาวิิทยาลััยศิลิ ปากร, 2558, หน้า้ 37.
194 ระยอง เล่ม 3
19กรมศิลิ ปากร สำ�ำ นักั โบราณคดีแี ละพิพิ ิธิ ภัณั ฑสถานแห่ง่ ชาติ,ิ 30ศัักดิ์์ช� ัยั สายสิิงห์์, พุุทธปฏิิมา งานช่่างพลังั แห่่งศรัทั ธา,
ทะเบีียนโบราณสถานทั่่�วราชอาณาจัักร เล่่ม 3 (พ.ศ. ที่่�ระลึึกงานฌาปนกิิจ นายหวล สายสิิงห์์ ณ วััดบ่่อเงิิน
2534-2539) (กรุงุ เทพฯ: กรมศิลิ ปากร, 2540), หน้า้ 281. เจริิญสุุข ตำำ�บลโพธิ์ �เก้้าต้้น อำำ�เภอเมืือง จัังหวััดลพบุุรีี
20พัฒั นาการทางประวัตั ิศิ าสตร์์ เอกลักั ษณ์แ์ ละภููมิิปัญั ญา วัันอาทิิตย์์ที่่� 25 กุุมภาพัันธ์์ 2561 (กรุุงเทพฯ: มติิชน,
จัังหวััดระยอง (กรุุงเทพฯ: โรงพิิมพ์์คุุรุุสภาลาดพร้้าว, 2561), หน้า้ 101.
2542), หน้า้ 50. 31กฎหมายตราสามดวง (พระนคร: องค์ก์ ารค้า้ คุรุ ุสุ ภา, 2505),
21ภัทั ทวิิกรม์์ นิ่่ม� นวล, “เจดีีย์์ทรงระฆัังสมัยั รััตนโกสินิ ทร์์ใน หน้า้ 326.
จัังหวััดจัันทบุุรีี พุุทธศตวรรษที่่� 24-25”, การค้้นคว้้า 32กรมศิิลปากร, ประชุุมพงศาวดารฉบัับกาญจนาภิิเษก
อิิสระเป็็นส่่วนหนึ่่�งของการศึึกษาหลัักสููตรศิิลปศาสตร เล่่ม ๓ (กรุุงเทพฯ: กองวรรณกรรมและประวััติิศาสตร์์
มหาบััณฑิิต สาขาวิชิ าประวััติศิ าสตร์ศ์ ิิลปะ บััณฑิิตวิิทยาลััย กรมศิลิ ปากร, 2542), หน้า้ 274.
มหาวิทิ ยาลััยศิลิ ปากร, 2558, หน้า้ 37. 33มานพ ถาวรวััฒน์์สกุุล, ขุุนนางอยุุธยา, พิิมพ์์ครั้�งที่่� 2
22จารึกึ วิไิ ลแก้ว้ , แหล่ง่ โบราณคดีีที่เ� กี่่ย� วเนื่่อ� งกับั เส้น้ ทาง (กรุงุ เทพฯ: สำำ�นักั พิมิ พ์์มหาวิิทยาลััยธรรมศาสตร์์, 2547),
เดิินทััพ และเส้้นทางติิดต่่อค้้าขายแลกเปลี่่�ยนในเขต หน้า้ 122.
จัังหวััดพระนครศรีีอยุุธยา สระบุุรีี ปราจีีนบุุรีี สระแก้้ว 34ศักั ดิ์์ช� ัยั สายสิงิ ห์,์ พระพุทุ ธรูปู สำ�ำ คัญั และพุทุ ธศิลิ ป์ใ์ นดินิ
ฉะเชิงิ เทรา ชลบุรุ ีี ระยอง และจัันทบุรุ ีี (กรุุงเทพฯ: กรม แดนไทย (กรุงุ เทพฯ: เมือื งโบราณ, 2554), หน้า้ 334-343.
ศิิลปากร, 2538), หน้้า 189. 35คณะสงฆ์์จัังหวััดระยอง ศููนย์์เผยแพร่่พระพุุทธศาสนา
23ศักั ดิ์์ช� ัยั สายสิงิ ห์,์ พุทุ ธศิลิ ป์ส์ มัยั รัตั นโกสินิ ทร์:์ พัฒั นาการ จัังหวััดระยอง, ประวััติิวััดจัังหวััดระยอง พ.ศ. ๒๕๔๐
ของงานช่่างและแนวคิิดที่่�ปรัับเปลี่่�ยน (กรุุงเทพฯ: เมืือง (ระยอง: ม.ป.ท, 2540), หน้า้ 68-69.
โบราณ, 2556), หน้้า 242. 36อำำ�นาจ มณีีแสง, “เจดีีย์์วััดเก๋๋ง (วััดจัันทอุุดม)” ใน
24คณะสงฆ์์จัังหวััดระยอง ศููนย์์เผยแผ่่พุุทธศาสนาจัังหวััด วััฒนมงคล (ระยอง: สหสิินการพิมิ พ์,์ ม.ป.ป), หน้า้ 22-23.
ระยอง, ประวัตั ิวิ ัดั จังั หวัดั ระยอง (ม.ป.ท., 2540), หน้า้ 198. 37ประชุุมจารึกึ วัดั พระเชตุุพน, พิิมพ์์ครั้ง� ที่่� 5, พิมิ พ์์ในงาน
25สุุภััทรดิิศ ดิิศกุุล, หม่่อมเจ้้า, ศิิลปะในประเทศไทย พระราชทานเพลิงิ ศพ สมเด็จ็ พระอริยิ วงศาคตญาณ สมเด็็จ
พิิมพ์์ครั้�งที่่� 13 (กรุงุ เทพฯ: มติชิ น, 2550), หน้า้ 33. พระสังั ฆราช (ปุ่�น ปุณุ ณสิริ ิ)ิ ณ เมรุหุ น้า้ พลับั พลาอิศิ ริยิ าภรณ์์
26เชษฐ์์ ติิงสัญั ชลี,ี พระพุทุ ธรูปู อินิ เดียี (กรุุงเทพฯ: เมืือง วััดเทพศิิรินิ ทราวาส วันั ที่่� 23 เมษายน พุุทธศักั ราช 2517
โบราณ, 2554), หน้า้ 146-147. (กรุงุ เทพฯ: ศิิวพร, 2517), หน้า้ 181.
27เรื่อ� งเดิิม, หน้า้ 55 กับั 63. 38วิชิ ิติ วงษ์ว์ ุฒุ ิิ และพฤฒาธิบิ ดีี (อ่อ่ น โกมลวรรธนะ เปรียี ญ),
28บััณฑิิต ลิ่่�วชััยชาญ (เรีียบเรีียง), ศรีีมโหสถ จัังหวััด ตำำ�นานพระอารามแลทำำ�เนีียบสมณศัักดิ์์� (กรุุงเทพฯ:
ปราจีนี บุรุ ีี (กรุงุ เทพฯ: ยููเนียี นอุลุ ตร้า้ ไวโอเร็ต็ , 2549), หน้า้ 49. อมริินทร์์พริ้น� ติ้้ง� แอนด์พ์ ัับลิชิ ชิ่�ง, 2542), หน้า้ 189-190.
29สุภุ ัทั รดิศิ ดิศิ กุลุ , หม่อ่ มเจ้า้ , ศิลิ ปะขอม (กรุงุ เทพฯ: คุรุ ุสุ ภา, 39ศักั ดิ์์ช� ัยั สายสิงิ ห์,์ งานช่่าง พระนั่่ง� เกล้า้ (กรุงุ เทพฯ:
2539), หน้า้ 281. มติิชน, 2551), หน้า้ 223-224.
วดั บา้ น ศาลเจ้า ศิลปกรรมและงานช่างโบราณ เชิงอรรถ 195
40ศัักดิ์์�ชััย สายสิิงห์์, พระพุุทธรููปในประเทศไทย รููปแบบ 56ศักั ดิ์์ช� ัยั สายสิิงห์์, พระพุุทธรูปู ในประเทศไทย รููปแบบ
พัฒั นาการ และความเชื่อ� ของคนไทย (กรุงุ เทพฯ: สมาพันั ธ์,์ พัฒั นาการ และความเชื่อ� ของคนไทย, หน้า้ 581.
2556), หน้า้ 572-573. 57เรื่�องเดีียวกััน, หน้า้ 585.
41คณะสงฆ์์จัังหวััดระยอง ศููนย์์เผยแผ่่พุุทธศาสนาจัังหวััด 58เรื่�องเดีียวกันั , หน้า้ 582.
ระยอง, ประวัตั ิวิ ัดั จังั หวัดั ระยอง (ม.ป.ท., 2540), หน้า้ 353. 59เรื่อ� งเดีียวกััน, หน้า้ 581.
42ศัักดิ์์ช� ัยั สายสิิงห์์, พระพุทุ ธรููปในประเทศไทย รูปู แบบ 60วัฒั นธรรม พัฒั นาการทางประวััติศิ าสตร์์ เอกลัักษณ์์
พัฒั นาการ และความเชื่�อของคนไทย, หน้า้ 527-528. และภููมิิปััญญา จัังหวััดระยอง (กรุุงเทพฯ: กระทรวง
43ศัักดิ์์�ชััย สายสิิงห์์, พระพุุทธรููปในประเทศไทย รููปแบบ มหาดไทย, กระทรวงศึึกษาธิิการ และกรมศิลิ ปากร, 2542),
พัฒั นาการ และความเชื่อ� ของคนไทย, หน้า้ 559. หน้า้ 73.
44สมเกีียรติิ โล่่เพชรััตน์์, พระพุุทธรููปสมััยรััตนโกสิินทร์์ 61เนื้้�ออ่่อน ขรััวทองเขีียว, ความเข้้าใจในจิิตรกรรมไทย
(กรุุงเทพฯ: โรงพิมิ พ์ต์ ะวันั ออก, 2540), หน้า้ 45. ประเพณีี (กรุุงเทพฯ: จุุฬาลงกรณ์์มหาวิิทยาลััย, 2556),
45คณะสงฆ์์จัังหวััดระยอง ศููนย์์เผยแผ่่พุุทธศาสนาจัังหวััด หน้้า 7.
ระยอง, ประวััติวิ ััดจังั หวัดั ระยอง, หน้า้ 509-510. 62ประยููร อุุลุุชาฎะ, จิิตรกรรมสมััยอยุุธยาจากสมุุดข่อ่ ย
46ประยุกุ ต์์ บุนุ นาค, “บ้้านช่า่ งหล่่อ หล่อ่ พระประติิมา” ใน (กรุุงเทพฯ: เมืืองโบราณ, 2528), หน้า้ 9.
เวียี งวังั ฝั่่ง� ธน ชุมุ ชนชาวสยาม (กรุงุ เทพฯ: มติชิ น, 2545), 63เด่น่ ดาว ศิลิ ปานนท์,์ พระมาลัยั ในศิลิ ปกรรมไทย (กรุงุ เทพฯ:
หน้า้ 259. อมรินิ ทร์พ์ ริ้น� ติ้้�งแอนด์์พัับลิชิ ชิ่ง� , 2546), หน้า้ 10.
47ศักั ดิ์์ช� ัยั สายสิงิ ห์,์ พุทุ ธศิลิ ป์ส์ มัยั รัตั นโกสินิ ทร์์ : พัฒั นาการ 64ประยููร อุุลุุชาฎะ, จิิตรกรรมสมุุดข่่อยเรื่ �องมหาชาติิ
ของงานช่า่ งและแนวคิดิ ที่่�ปรับั เปลี่่�ยน (กรุุงเทพฯ: เมืือง วััดโขดทิมิ ธาราม จังั หวัดั ระยอง (กรุงุ เทพฯ: เมืืองโบราณ
โบราณ, 2556), หน้า้ 294-295. ปีทีี่่� 21 ฉบับั 1-4 มกราคม-ธันั วาคม 2538), หน้า้ 205-216.
48คริสิ เบเคอร์์ และ ผาสุกุ พงษ์ไ์ พจิติ ร, ประวัตั ิศิ าสตร์ไ์ ทยร่ว่ ม 65สยาม ภััทรานุุประวััติิ, จัันทโครพ (ออนไลน์์), เข้้าถึึงเมื่่�อ
สมัยั , พิมิ พ์ค์ รั้ง� ที่่� 7 (กรุงุ เทพฯ: มติชิ น, 2561), หน้า้ 118-121. วันั ที่่� 25 พฤศจิิกายน 2561, เข้้าถึึงได้้จาก: http://www.
49คณะสงฆ์์จัังหวััดระยอง ศููนย์์เผยแผ่่พุุทธศาสนาจัังหวััด sac.or.th/databases/thailitdir/detail.php?meta_
ระยอง, ประวััติวิ ััดจัังหวัดั ระยอง, หน้า้ 356. id=322
50ศัักดิ์์�ชััย สายสิิงห์์, พระพุุทธรููปในประเทศไทย รููปแบบ 66เลิิศ พ่่วงพระเดช, ศิิลปไทย ชุุด ตำำ�ราภาพลายไทย
พััฒนาการ และความเชื่อ� ของคนไทย, หน้า้ 514. (กรุงุ เทพฯ: วาดศิลิ ป์,์ 2542), หน้า้ 21.
51เรื่�องเดีียวกันั , หน้า้ 6. 67เรื่�องเดียี วกันั .
52ศัักดิ์์�ชััย สายสิิงห์์, พระพุุทธรููปในประเทศไทย รููปแบบ 68ประทีปี ชุมุ พล, จิติ รกรรมฝาผนังั ภาคกลาง ศึกึ ษากรณีี
พัฒั นาการ และความเชื่อ� ของคนไทย, หน้า้ 575-576. ความสััมพัันธ์์กัับวรรณคดีีและอิิทธิิพลที่่�มีีต่่อความเชื่ �อ
53คณะสงฆ์์จัังหวััดระยอง ศููนย์์เผยแผ่่พุุทธศาสนาจัังหวััด ประเพณีีและวัฒั นธรรม (งานวิจิ ัยั ได้ร้ ับั ทุนุ สนับั สนุนุ ประเภท
ระยอง, ประวัตั ิิวัดั จังั หวััดระยอง, หน้า้ 353. ทั่่�วไป ประจำำ�ปีี 2539 จากสำำ�นัักงานคณะกรรมการวิิจััย
54เรื่อ� งเดียี วกััน, หน้า้ 348. แห่่งชาติ)ิ , หน้า้ 181.
55กรมศิลิ ปากร กองโบราณคดี,ี ทำ�ำ เนีียบพระพุทุ ธรูปู ไสยาสน์์ 69เด่่นดาว ศิิลปานนท์์, แกะรอยพระมาลััย (กรุุงเทพฯ:
ในภาคตะวันั ออก (กรุงุ เทพฯ: กองโบราณคดีี กรมศิลิ ปากร, มิวิ เซีียมเพรส, 2553), หน้า้ 49.
2559), หน้า้ 123-126.
196 ระยอง เลม่ 3
70อรศิริ ิิ ปาณินิ ท์์ และสมคิดิ จิริ ะทัศั นะกุลุ . เรือื นค้า้ ขายพื้น�้ ถิ่่น� 82น ณ ปากน้ำำ��, แบบแผนบ้้านเรืือนในสยาม เรืือนไทย
ในชุุมชนเมืือง (กรุุงเทพฯ: คณะสถาปััตยกรรมศาสตร์์ เรืือนปั้้�นหยา เรืือนมะนิิลา เรืือนขนมปัังขิิง (กรุุงเทพฯ:
มหาวิทิ ยาลัยั ศิลิ ปากร, 2544), หน้า้ 73. เมือื งโบราณ, 2535), หน้า้ 16.
71ผุสุ ดีี ทิพิ ทัสั , บ้า้ นในรัตั นโกสินิ ทร์์ 3 รัชั กาลที่่� 6 พ.ศ. 2453- 83เรื่อ� งเดีียวกััน, หน้า้ 13.
2468 (กรุุงเทพฯ: โรงพิิมพ์์แห่่งจุุฬาลงกรณ์์มหาวิิทยาลััย, 84เรื่�องเดียี วกััน, หน้า้ 15.
2545-2546), หน้้า 173. 85สมชาติิ จึงึ สิริ ิอิ ารักั ษ์,์ สถาปัตั ยกรรมแบบตะวันั ตกในสมัยั
72ศรีศี ักั ร วัลั ลิโิ ภดม, อารยธรรมฝั่่ง� ทะเลตะวันั ออก (กรุงุ เทพฯ รัชั กาลที่่�4–พ.ศ.2480 (กรุงุ เทพฯ: คณะสถาปัตั ยกรรมศาสตร์์
มติชิ น, 2545), หน้า้ 45. มหาวิิทยาลัยั ศิลิ ปากร, 2553), หน้้า 534.
73ศรีีศัักร วััลลิโิ ภดม, เรือื นไทย บ้้านไทย (กรุุงเทพฯ: เมืือง 86สุพุ ัฒั น์์ บุณุ ยฤทธิกิ ิจิ , รองศาสตราจารย์.์ , บ้า้ นไม้เ้ รือื นไทย:
โบราณ, 2552), หน้้า 99-100. บ้า้ นเรือื นที่่ส� ร้า้ งด้ว้ ยไม้ใ้ นประเทศไทย (กรุงุ เทพฯ: ทริปิ เพิ้้ล�
74Bangkok Post Outlook, An Historical Oasis ฉบับั กรุ๊�ป, 2561), หน้้า 122.
วัันที่่� 10 มีีนาคม พ.ศ. 2550. 87สมชาติิ จึงึ สิริ ิอิ ารักั ษ์,์ สถาปัตั ยกรรมแบบตะวันั ตกในสมัยั
75หน่่วยอนุุรัักษ์์สิ่่�งแวดล้้อมธรรมชาติิและศิิลปกรรมท้้องถิ่่�น รัชั กาลที่่� 4–พ.ศ. 2480 (กรุงุ เทพฯ: คณะสถาปัตั ยกรรมศาสตร์์
จัังหวััดระยองสำำ�นัักงานนโยบายแผนทรััพยากรธรรมชาติิ มหาวิทิ ยาลัยั ศิลิ ปากร, 2553), หน้า้ 163.
และสิ่ง� แวดล้อ้ ม, หนังั สืือแผนที่่ส� ิ่่ง� แวดล้อ้ มศิลิ ปกรรมย่า่ น 88สุพุ ัฒั น์์ บุณุ ยฤทธิกิ ิจิ , รองศาสตราจารย์.์ , บ้า้ นไม้เ้ รือื นไทย:
ชุุมชนเก่า่ ถนนยมจิินดา จัังหวัดั ระยอง (ระยอง: ไม่ท่ ราบ บ้า้ นเรือื นที่่ส� ร้า้ งด้ว้ ยไม้ใ้ นประเทศไทย (กรุงุ เทพฯ: ทริปิ เพิ้้ล�
ที่่จ� ััดพิมิ พ์)์ , หน้้า 5. กรุ๊�ป, 2561), หน้้า 188.
76เฉลีียว ราชบุุรีี, ประวััติิศาสตร์์เมืืองระยอง (ระยอง: 89เรื่อ� งเดียี วกันั , หน้า้ 216.
ระยองกัันเอง, 2549), หน้้า 122. 90คำ�ำ ให้้การขุนุ หลวงวัดั ประดู่�ทรงธรรม (กรุุงเทพฯ: สำ�ำ นักั
77เรื่อ� งเดีียวกันั , หน้้า 81. เลขาธิกิ าร นายกรััฐมนตรีี, 2538), หน้า้ 3.
78ชินิ ศักั ดิ์์� ตัณั ฑิกิ ุลุ , ความหลากหลายของเรือื นพื้น�้ ถิ่่น� ไทย 91สุพุ ัฒั น์์ บุณุ ยฤทธิกิ ิจิ , รองศาสตราจารย์.์ , บ้า้ นไม้เ้ รือื นไทย:
(กรุงุ เทพฯ: คณะสถาปัตั ยกรรมศาสตร์์ มหาวิทิ ยาลัยั ศิลิ ปากร, บ้า้ นเรือื นที่่ส� ร้า้ งด้ว้ ยไม้ใ้ นประเทศไทย (กรุงุ เทพฯ: ทริปิ เพิ้้ล�
2544), หน้้า 39. กรุ๊�ป, 2561), หน้้า 188.
79ข้้อมููลรวบรวมและจััดทำำ�โดยคณะกรรมการศาลเจ้้า 92ชินิ ศักั ดิ์์� ตัณั ฑิกิ ุลุ , ความหลากหลายของเรือื นพื้น�้ ถิ่่น� ไทย
แม่ท่ ัับทิมิ (จุ้�ยบุ้�ยเหนี่่ย� ว) (กรุงุ เทพฯ: คณะสถาปัตั ยกรรมศาสตร์์ มหาวิทิ ยาลัยั ศิลิ ปากร,
80พระราชหััตถเลขาพระบาทสมเด็็จพระจุุลจอมเกล้้า 2544), หน้้า 39.
เจ้้าอยู่่�หััวเมื่่�อเสด็็จประพาสหััวเมืืองชายทะเลตะวัันออก 93อชิริ ัชั ญ์์ ไชยพจน์พ์ านิชิ , ศาลเจ้า้ จีนี ในกรุงุ เทพฯ (กรุงุ เทพฯ:
ในปีมี ะเมีีย พ.ศ. 2425 กับั ปีมี ะเมีีย พ.ศ. 2462 และปีวี อก มติชิ น, 2561), หน้้า 3.
พ.ศ. 2427 รวม 3 คราว (กรุงุ เทพฯ: โสภณพิพิ รรฒนากร, 94เนตรนภา แก้ว้ แสงธรรม ยาเนซโกวา, ไหว้เ้ ทพเจ้า้ 9 ศาล
2470), หน้้า 9-12. จีนี มงคล (กรุงุ เทพฯ: อมริินทร์,์ 2548), หน้้า 7.
81สมชาติิ จึงึ สิริ ิอิ ารักั ษ์,์ สถาปัตั ยกรรมแบบตะวันั ตกในสมัยั 95กาญจนา เหล่่าโชคชััยกุุล, ปากน้ำ��ำ ประแสในสายธาร
รัชั กาลที่่�4–พ.ศ.2480 (กรุงุ เทพฯ: คณะสถาปัตั ยกรรมศาสตร์์ ประวัตั ิศิ าสตร์์ (กรุงุ เทพฯ: โรงพิมิ พ์ม์ หาวิทิ ยาลัยั ธรรมศาสตร์,์
มหาวิิทยาลััยศิิลปากร, 2553), หน้า้ 159. 2562), หน้า้ 42.
วัด บา้ น ศาลเจา้ ศลิ ปกรรมและงานช่างโบราณ เชิงอรรถ 197
96เนตรนภา แก้้วแสงธรรม ยาเนซโกวา, ไหว้้เทพเจ้้า 9
ศาลจีนี มงคล (กรุงุ เทพฯ : อมรินิ ทร์,์ 2548), หน้้า 7.
97ต้้วน ลี่่� เซิงิ และ บุุญยิ่่�ง ไร่ส่ ุขุ สิริ ิ,ิ ความเป็น็ มาของวััดจีนี
และศาลเจ้้าจีีนในประเทศไทย (กรุุงเทพฯ: ศพพ, 2543),
หน้า้ 23.
98เรื่�องเดีียวกััน, หน้้า 20.
99G. William Skinner, สังั คมจีนี ในไทย (Chinese Society
in Thailand) (กรุุงเทพฯ: มููลนิิธิิโครงการตำำ�ราฯ, 2542),
หน้้า 139.
100อชิิรััชญ์์ ไชยพจน์์พานิิช, เทพเจ้้าในศาลเจ้้าจีีน
กรุุงเทพมหานคร: รูปู แบบคติกิ ารสร้า้ งและความสัมั พันั ธ์์
กับั ชุมุ ชนชาวจีนี (กรุงุ เทพฯ: มหาวิทิ ยาลัยั ศิลิ ปากร, 2557),
หน้า้ 149.
101เนตรนภา แก้้วแสงธรรม ยาเนซโกวา, ไหว้้เทพเจ้้า 9
ศาลจีนี มงคล (กรุุงเทพฯ: อมริินทร์,์ 2548), หน้้า 197.
102อชิิรััชญ์์ ไชยพจน์์พานิิช, เทพเจ้้าในศาลเจ้้าจีีน
กรุงุ เทพมหานคร: รูปู แบบคติกิ ารสร้า้ งและความสัมั พันั ธ์์
กับั ชุมุ ชนชาวจีนี (กรุงุ เทพฯ: มหาวิทิ ยาลัยั ศิลิ ปากร, 2557),
หน้า้ 95.
198 ระยอง เลม่ 3
บรรณานุุกรม
กฎหมายตราสามดวง. พระนคร: องค์ก์ ารค้า้ คุรุ ุสุ ภา, 2505. จารึึก วิไิ ลแก้้ว. แหล่่งโบราณคดีีที่เ� กี่่�ยวเนื่่อ� งกัับเส้น้ ทาง
กรมศิลิ ปากร กองโบราณคดี.ี ทำ�ำ เนีียบพระพุทุ ธรูปู ไสยาสน์์ เดิินทััพและเส้้นทางติิดต่่อค้้าขายแลกเปลี่่�ยนใน
เขตจัังหวััดพระนครศรีีอยุุธยา สระบุุรีี นครนายก
ในภาคตะวัันออก. กรุุงเทพฯ: กองโบราณคดีี กรม ปราจีีนบุรุ ีี สระแก้ว้ ฉะเชิงิ เทรา ชลบุุรีี ระยอง และ
ศิลิ ปากร, 2559. จันั ทบุุรีี. กรุงุ เทพฯ: กรมศิลิ ปากร, 2538.
กรมศิลิ ปากร. ชุมุ นุมุ เรื่อ� งจันั ทบุรุ ี.ี เนื่่อ� งในงานพระราชทาน
เพลิิงศพ นางวรรณ จัันทวิิมล. กรุุงเทพฯ: โรงพิิมพ์์ ชาญ วงศ์์อยู่่�. “สระหมู่่� บ้้านดอน” ใน รััตนะเมืืองระยอง.
คุรุ ุสุ ภา, 2514. ม.ป.ท: หน่่วยอนุุรัักษ์์สิ่่�งแวดล้้อมศิิลปกรรม ศููนย์์
. นำำ�ชมพิิพิิธภััณฑสถานแห่่งชาติิ อุุบลราชธานีี. วััฒนธรรมจัังหวััดระยอง โรงเรีียนระยองวิิทยาคม,
อุบุ ลราชธานี:ี อุบุ ลกิิจออฟเซทการพิมิ พ์์, 2542. 2539.
. ประชุุมพงศาวดารฉบัับกาญจนาภิิเษกเล่่ม ๓.
กรุุงเทพฯ: กองวรรณกรรมแลประวััติิศาสตร์์ กรม คณะสงฆ์์จัังหวััดระยอง ศููนย์์เผยแผ่่พุุทธศาสนาจัังหวััด
ศิลิ ปากร, 2542. ระยอง. ประวัตั ิิวัดั จังั หวัดั ระยอง. ม.ป.ท., 2540.
กรมศิลิ ปากร สำ�ำ นักั โบราณคดีแี ละพิพิ ิธิ ภัณั ฑสถานแห่ง่ ชาติ,ิ
ทะเบีียนโบราณสถานทั่่�วราชอาณาจัักร เล่่ม 3 จุมุ พล เพิ่่ม� แสงสุวุ รรณ. “พระอุโุ บสถและพระวิหิ ารที่่ไ� ด้ร้ ับั
(พ.ศ. 2534-2539). กรุงุ เทพฯ: กรมศิิลปากร, 2540. อิทิ ธิพิ ลตะวันั ตก สมัยั อยุธุ ยาตอนปลาย (พ.ศ. 2199–
กลางกระแสแห่่งความสุุขที่่�ปากน้ำำ��ประแส. จุุลสาร 2310)” วิิทยานิิพนธ์์ศิิลปศาสตรมหาบััณฑิิต สาขา
ธรรมศาสตร์,์ กุมุ ภาพัันธ์์ 2558, ปีีที่่�48 ฉบับั ที่่� 2. ประวััติิศาสตร์์ สถาปััตยกรรม บััณฑิิตวิิทยาลััย
ก่อ่ งแก้้ว วีรี ะประจัักษ์์ และ นิยิ ะดา ทาสุคุ นธ์์ (เรีียบเรียี ง). มหาวิทิ ยาลััยศิลิ ปากร, 2545.
ตู้้�ลายทอง ภาค ๒ (สมััยรััตนโกสิินทร์์ ตอนที่่� ๑
กท. ๑ – กท. ๙๕). กรุุงเทพฯ: หอสมุุดแห่่งชาติิ เฉลียี ว ราชบุรุ ี.ี ประวัตั ิศิ าสตร์เ์ มืืองระยอง. ระยอง: ระยอง
กรมศิิลปากร, 2529. กันั เอง, 2549
. ตู้้�ลายทอง ภาค 1 (สมััยอยุุธยา และสมััยธนบุุรีี). . เมืืองแกลงของเรา เมืืองเก่่าของบรรพชน. ระยอง:
กรุุงเทพฯ: หอสมุดุ แห่ง่ ชาติิ กรมศิลิ ปากร, 2523. เทศบาลเมือื งแกลง , 2546.
กิจิ ชัยั จิติ ขจรวาณิชิ . การศึกึ ษาสภาวะสบายและการปรับั ตััว . ระยองจากอดีตี ถึงึ ปัจั ุบุ ันั . ระยอง: ไม่ท่ ราบที่่จ� ัดั พิมิ พ์,์
เพื่่�ออยู่�แบบสบายของคนในท้้องถิ่่�น. นครปฐม: 2559.
สถาบัันวิิจััยและพััฒนามหาวิทิ ยาลััยศิิลปากร, 2550.
คณะสงฆ์จ์ ังั หวัดั ระยอง ศููนย์เ์ ผยแพร่พ่ ระพุทุ ธศาสนาจังั หวัดั ชาตรีี ประกิิตนนทการ. การเมืืองและสัังคมในศิิลปะ
ระยอง. ประวััติิวััดจัังหวััดระยอง พ.ศ. ๒๕๔๐. สถาปััตยกรรม สยามสมัยั ไทยประยุกุ ต์์ ชาตินิ ิยิ ม.
ระยอง: ม.ป.ท, 2540. กรุุงเทพฯ: มติชิ น, 2547.
คริิส เบเคอร์์ และผาสุุก พงษ์์ไพจิิตร. ประวััติิศาสตร์์ไทย
ร่่วมสมัยั . พิมิ พ์ค์ รั้�งที่่� 7. กรุุงเทพฯ: มติิชน, 2561. ชินิ ศักั ดิ์์� ตัณั ฑิิกุุล. ความหลากหลายของเรืือนพื้น้� ถิ่่น� ไทย.
กรุงุ เทพฯ: คณะสถาปัตั ยกรรมศาสตร์์ มหาวิทิ ยาลัยั
ศิลิ ปากร, 2544.
เชษฐ์์ ติิงสััญชลีี. พระพุุทธรููปอิินเดีีย. กรุุงเทพฯ: เมืือง
โบราณ, 2554.
ดำำ�รงราชานุุภาพ, สมเด็็จฯ กรมพระยา. ชีีวิิตและงานของ
สุุนทรภู่่�, พิิมพ์์ครั้�งที่่� 10. กรุุงเทพฯ: เสริิมวิิทย์์
บรรณาคาร, 2518.
วัด บา้ น ศาลเจ้า ศลิ ปกรรมและงานช่างโบราณ บรรณานกุ รม 199