วิชาการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ รหัส การหาคุณภาพเครื่องมือเพื่อการวัดและประเมินผล เรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เรื่อง ชื่อวันสําคัญทางพระพุทธศาสนา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1.นางสาวอังศุนิตย์ 2. นางสาวกรรณานุต 3. นางสาวเชษฐนุช 4.นางสาวพรทิพย์ 5.นางสาวเกณิกา นักศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพครู รายงานฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาวิชา การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ หลักสูตรประกาศนียบัตรบั คณะศึกษาศาสต วิทยาลัยนานาชาติเซนต์เทเรซา วิชาการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ รหัส 146 107 เรื่อง การหาคุณภาพเครื่องมือเพื่อการวัดและประเมินผล (แบบทดสอบ แบบปรนัย เรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เรื่อง ชื่อวันสําคัญทางพระพุทธศาสนา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนสารสาสน์วิเทศร่มเกล้า เสนอ ดร.นงนุช สุวรรณะรุจิ จัดทําโดย นางสาวอังศุนิตย์ อุดมพรสุขสันต์ รหัส 223511103 นางสาวกรรณานุต บํารุงพงษ์ รหัส 223511106 นางสาวเชษฐนุช พาเกลาะ รหัส 223511108 นางสาวพรทิพย์ เติมต่อ รหัส 223511116 เลขที่ 17 นางสาวเกณิกา ผาตินาวิน รหัส 223511122 นักศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพครู รุ่นที่ 9 ห้อง 4 รายงานฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาวิชา การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ หลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต สาขาวิชาชีพครู คณะศึกษาศาสตร์วิทยาลัยนานาชาติเซนต์เทเรซา ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 146 107 แบบทดสอบ แบบปรนัย) กลุ่มสาระการ เรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เรื่อง ชื่อวันสําคัญทางพระพุทธศาสนา รงเรียนสารสาสน์วิเทศร่มเกล้า เลขที่ 4 เลขที่ 7 เลขที่ 9 17 เลขที่ 23 4 รายงานฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาวิชา การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ฑิต สาขาวิชาชีพครู ร์วิทยาลัยนานาชาติเซนต์เทเรซา
สารบัญ กิตติกรรมประกาศ ก บทที่ 1 บทนํา 1 ภูมิหลัง 1 จุดมุ่งหมายในการวิจัย 3 ความสําคัญของการวิจัย 3 ขอบเขตการศึกษา 3 นิยามศัพท์เฉพาะ 4 สมมติฐานในการวิจัย 4 บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง 5 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 5 ทฤษฎี E-PLC การพัฒนาจรรยาบรรณวิชาชีพ 5 บทที่ 3 วิธีการดําเนินงาน 9 การกําหนดประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 9 การกําหนดเนื้อหาที่ใช้ในการวิจัย 9 การกําหนดระยะเวลาในการวิจัย 9 การสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 10 การกําหนดแบบแผนการวิจัย 12 การเก็บรวบรวมข้อมูล 12 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล 13 บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ 16 การวิเคราะห์แบบทดสอบ Test Blueprintตาม ทฤษฎี Bloom’s Taxonomy 1659, and Anderson and Krathwohl 2001 16 การวิเคราะห์หาค่า IOC 17 การวิเคราะห์ประสิทธิภาพของกระบวนการและประสิทธิภาพของผลผลิต 17 การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม 17 การวิเคราะห์ค่าประสิทธิภาพของการสอนและ E-PLC ครูแผนการเรียนรู้ที่ 1 18 การวิเคราะห์ผลการประเมิน E_PLC พฤติกรรมจิตพิสัยของนักเรียนในรายวิชาสังคม ศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม แผนการเรียนรู้ที่ 1 19
การวิเคราะห์ค่าประสิทธิภาพของการสอนและ E-PLC ครู แผนการเรียนรู้ที่ 2 20 การวิเคราะห์ผลการประเมิน E_PLC พฤติกรรมจิตพิสัยของนักเรียนในรายวิชาสังคม ศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม แผนการเรียนรู้ที่ 2 21 การวิเคราะห์ค่าประสิทธิภาพของการสอนและ E-PLC ครู แผนการเรียนรู้ที่ 3 21 การวิเคราะห์ผลการประเมิน E_PLC พฤติกรรมจิตพิสัยของนักเรียนในรายวิชาสังคม ศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม แผนการเรียนรู้ที่ 3 22 บทที่ 5 สรุปผลการศึกษา อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ 24 สรุปผลการวิจัย 26 อภิปรายผลการวิจัย 27 ข้อเสนอแนะ 28 บรรณานุกรม 29 ภาคผนวก 30
ก กิตติกรรมประกาศ รายงานวิจัยฉบับนี้สําเร็จลุล่วงได้เพราะได้รับความกรุณาและสนับสนุนจากโรงเรียนสารสาสน์วิเทศร่ม เกล้า รวมถึงท่านผู้เชี่ยวชาญในการตรวจสอบเครื่องมือได้แก่ คุณครูอรณัฐรดี เส็งประเสริฐ หัวหน้าระดับชั้น (โรงเรียนสารสาสน์วิเทศร่มเกล้า) คุณครูภมรรัตน์ ทาระเวท หัวหน้าหมวดสังคม (โรงเรียนสารสาสน์วิเทศร่มเกล้า) คุณครูยุพิน ธาตุมะณีครูหมวดสังคม (โรงเรียนสารสาสน์วิเทศร่มเกล้า) ขอขอบคุณความรู้จากการเรียนรู้ในรายวิชาการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ รวมถึงคําชี้แนะต่างๆ ในการดําเนินการทุกขั้นตอนจากอาจารย์ ดร. นงนุช สุวรรณรุจิ อาจารย์ประจําคณะศึกษาศาสตร์ วิทยาลัย นานาชาติเซนต์เทเรซา (กลุ่มครูสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม) ผู้วิจัย กุมภาพันธ์ 2566
บทที่ 1 บทนํา ภูมิหลัง พระพุทธศาสนาถือได้ว่าเป็นศาสนาประจําชาติ เพราะคนส่วนใหญ่ ร้อยละ 95 นับถือพระพุทธศาสนา และอยู่เคียงคู่กับชาติไทยมาโดยตลอด ดังนั้นพระพุทธศาสนาจึงมีความสําคัญต่อสังคมไทย เพราะ พระพุทธศาสนาเป็นหลักในการดําเนินชีวิตของคนไทย คนไทยจึงนําหลักธรรมมาประพฤติปฏิบัติใน ชีวิตประจําวัน ลักษณะนิสัยของคนไทยมีจิตใจที่ดีงามในทุก ๆด้าน มีความเป็นมิตรกับทุกคน พระพุทธศาสนา ยังเป็นหลักในการปกครองประเทศ กษัตริย์ทุกพระองค์ของไทยได้นําเอาหลักธรรมพระพุทธศาสนาไปใช้ในการ ปกครองประเทศ เช่นทศพิธราชธรรมตลอดมา หรือใช้หลัก “ธรรมาธิปไตย” และหลักอปาริหานิยธรรม เป็น หลักในการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อีกทั้งยังเป็นศูนย์รวมจิตใจ เนื่องจากหลักธรรมใน พระพุทธศาสนามุ่งเน้นให้เกิดความรักความสามัคคีกัน มีความเมตตากรุณาต่อกัน เป็นต้น จึงเป็นศูนย์รวม จิตใจของชนชาวไทยให้มีความเป็นหนึ่งเดียวกัน พระพุทธศาสนาเป็นที่มาของวัฒนธรรมไทย ด้วยวิถีชีวิตของ คนไทยผูกพันกับพระพุทธศาสนา จึงเป็นกรอบในการปฏิบัติตนตามหลักพิธีกรรมในพระพุทธศาสนาต่าง ๆ เช่น การบวช การแต่งงาน การทําบุญเนื่องในพิธีการต่างๆ การปฏิบัติตนตามประเพณีในวันสําคัญทาง พระพุทธศาสนา เป็นต้น ซึ่งเป็นส่วนที่ก่อให้เกิดวัฒนธรรมไทยจนถึงปัจจุบัน หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนานักเรียนให้เป็น คนดี มีปัญญา มีความสุข มีศักยภาพในการศึกษาต่อ และประกอบอาชีพโดยเมื่อจบการศึกษาขั้นพื้นฐานแล้ว นักเรียนจะต้องมีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์เห็นคุณค่าของตนเอง มีวินัยและปฏิบัติตนตาม หลักธรรมของพระพุทธศาสนา หรือศาสนาที่ตนนับถือ ยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มีความรู้ ความสามารถในการสื่อสาร การคิดการแก้ปัญหา การใช้เทคโนโลยี และมีทักษะชีวิต มีสุขภาพกายและ สุขภาพจิตที่ดี มีสุขนิสัย และรักการออกก าลังกาย มีความรักชาติ มีจิตสํานึกในความเป็นพลเมืองไทยและพล โลก ยึดมั่นในวิถีชีวิตและการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและมี จิตสํานึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย การอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม มีจิตสาธารณะที่มุ่งทําประโยชน์และ สร้างสิ่งที่ดีงามในสังคมและอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข การจัดการศึกษาระดับประถมศึกษาถือว่ามี ความสําคัญมาก เนื่องจากเป็นระดับการศึกษาที่จัดเตรียมเยาวชนของชาติ ซึ่งเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่า และมีความสามารถในการพัฒนาตนเองให้เป็นบุคคลในสังคมที่มีศักยภาพ อาจกล่าวได้ว่าเยาวชนในวัย ดังกล่าวเป็นวัยที่กําลังเจริญเติบโตและเปลี่ยนแปลงจากวัยเด็กไปสู่วัยผู้ใหญ่และยังเป็นวัยที่กําลังก้าวสู่ ตลาดแรงงานของประเทศดังนั้นการจัดการศึกษาในระดับนี้จึงมีความจําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้ความรู้ ประสบการณ์ทางด้านวิชาการ วิชาชีพควบคู่กันไปเพื่อให้เยาวชนเหล่านี้ได้มีความรู้ ความสามารถและทักษะ ในการดํารงชีวิตในสังคมไทยได้เป็นอย่างดี ตลอดจนสามารถประพฤติตนได้อย่างเหมาะสมในการดํารงชีวิต ประจําวัน (กระทรวงศึกษาธิการ, 2553)
2 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม เป็นหนึ่งใน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ที่ สถานศึกษา ต้องใช้เป็นหลักในการจัดการเรียนการสอน และเป็นกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่ผู้เรียนทุกคนต้องเรียน ตลอด 12 ปี การศึกษาตั้งแต่ระดับประถมศึกษาจนถึงระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ใน 5 สาระหลัก ดังนี้ สาระที่ 1 ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม สาระที่ 2 หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรมและการดําเนินชีวิตในสังคม สาระที่ 3 เศรษฐศาสตร์ สาระที่ 4 ประวัติศาสตร์ สาระที่ 5 ภูมิศาสตร์ เป็นสาระการเรียนรู้ที่ประกอบมาจากหลายแขนงวิชาจึงมีลักษณะเป็นสหวิทยาการโดยนําวิทยาการ จากแขนงวิชาต่าง ๆ ในสาขาสังคมศาสตร์มาหลอมรวมเข้าด้วยกัน ได้แก่ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ นิติศาสตร์ จริยธรรม ประชากรศึกษา สิ่งแวดล้อมศึกษา รัฐศาสตร์ สังคมวิทยาปรัชญา และ ศาสนา ในการอยู่ร่วมกันในสังคมที่มีความเชื่อมสัมพันธ์กัน และมีความแตกต่างกันอย่างหลากหลาย เพื่อช่วย ให้สามารถปรับตนเองกับบริบทสภาพแวดล้อม การจัดการเรียนรู้นอกจากจะช่วยให้นักเรียนมีความรู้ในเรื่อง ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อมทั้งทางธรรมชาติและสังคมวัฒนธรรมแล้ว ยังมีทักษะและกระบวนการต่าง ๆที่สามารถนํามาใช้ประกอบ ในการตัดสินใจได้อย่างรอบคอบในการดําเนินชีวิต และการมีส่วนร่วมในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลง ตลอดเวลาในฐานะพลเมืองดี ตลอดจนการนําความรู้ทางจริยธรรม หลักธรรมทางศาสนามาพัฒนาตนเองและ สังคม ทําให้นักเรียนสามารถดํารงชีวิตในสังคมได้อย่าง มีความสุขซึ่งได้กําหนดสาระการเรียนรู้ในสาระที่ 1 ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม เป็นแนวคิดพื้นฐานเกี่ยวกับศาสนาศีลธรรม จริยธรรม หลักธรรมของ พระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตนนับถือ ซึ่งมีมาตรฐาน ส 1.1 รู้และเข้าใจประวัติความสําคัญ ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนา หรือศาสนาที่ตนนับถือและศาสนาอื่นมีศรัทธาที่ถูกต้องยึดมั่น และปฏิบัติตาม หลักธรรมเพื่ออยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข มาตรฐาน ส 1.2 เข้าใจตระหนักและปฏิบัติตนเป็นศาสนิกชนที่ดี และ ธํารงรักษาพระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตนนับถือ และตัวชี้วัดได้กําหนดให้ผู้เรียนรู้และเข้าใจประวัติ ความสําคัญศาสนา หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตนนับถือ การนําหลักธรรมคําสอนไปปฏิบัติใน การพัฒนาตนเอง มีศรัทธาที่ถูกต้อง ยึดมั่น และปฏิบัติตามหลักธรรมเพื่ออยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข (กระทรวงศึกษาธิการ, 2553) ผู้วิจัยได้จัดทําวิจัยการหาคุณภาพเครื่องมือเพื่อการวัดและประเมินผล (แบบทดสอบ แบบปรนัย) กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เรื่อง วันสําคัญทางพระพุทธศาสนา ชั้นประถมศึกษาปี ที่ 1/9เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชา สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้น ประถมศึกษาปีที่ 1/9โรงเรียนสารสาสน์วิเทศร่มเกล้าประเวศกรุงเทพ
3 จุดมุ่งหมายในการวิจัย ในการวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้กําหนดความมุ่งหมายไว้ดังนี้ 1. เพื่อหาประสิทธิภาพของเครื่องมือในการวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม แผนการจัดการเรียนรู้เรื่องวันสําคัญทางพระพุทธศาสนา โดยกําหนด (E1:E2 80:80) 2. เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม แผนการ จัดการเรียนรู้เรื่องวันสําคัญทางพระพุทธศาสนา โรงเรียนสารสาสน์วิเทศร่มเกล้า โดยใช้ t-test dependent 3. เพื่อพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนที่เรียนร่วมกันในชั้นเรียนของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนสารสาสน์วิเทศร่มเกล้า 4.เพื่อศึกษาความพึงพอใจต่อการสอนในสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม แผนการ จัดการเรียนรู้เรื่องวันสําคัญทางพระพุทธศาสนา ความสําคัญของการวิจัย การวิจัยครั้งนี้ทําให้ได้ทราบผลของการศึกษาการพัฒนาด้านสติปัญญาในสาระการเรียนรู้สาระการ เรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม แผนการจัดการเรียนรู้เรื่องวันสําคัญทางพระพุทธศาสนา ของ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1โรงเรียนสารสาสน์วิเทศร่มเกล้าและสามารถเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนก่อนและหลังการเรียนรู้จากการเรียนการสอนดังกล่าวได้เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาการจัดการเรียน การสอนต่อไป ขอบเขตของการวิจัย ประชากรที่ใช้ในการวิจัย การวิจัยในครั้งนี้ประชากรเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 โรงเรียนสารสาสน์วิเทศร่มเกล้า 28 คน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย การวิจัยครั้งนี้ใช้กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 โรงเรียนสารสาสน์วิเทศร่มเกล้า โดยใช้กลุ่มตัวอย่างแบบ 100% จํานวนนักเรียน 28 คน เนื้อหาที่ใช้ในการวิจัย การวิจัยครั้งนี้ใช้เนื้อหาในการจัดการเรียนการสอน สาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และ วัฒนธรรม แผนการจัดการเรียนรู้เรื่องวันสําคัญทางพระพุทธศาสนาระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนสาร สาสน์วิเทศร่มเกล้า
4 ระยะเวลาที่ใช้ในการวิจัย การวิจัยในครั้งนี้ดําเนินการทดลองในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 ตัวแปรที่ศึกษาได้แก่ 1.ตัวแปรอิสระได้แก่แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง “วันสําคัญทางพระพุทธศาสนา” 2.ตัวแปรตามได้แก่ - ประสิทธิภาพของเครื่องมือในการวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชา สังคมศึกษา ศาสนา และ วัฒนธรรม แผนการจัดการเรียนรู้เรื่องวันสําคัญทางพระพุทธศาสนา ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนสารสาสน์วิเทศร่มเกล้าโดยกําหนด (E1:E2 80:80) - ความพึงพอใจต่อการสอนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของครู (E-PLC) วิชา สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม แผนการจัดการเรียนรู้เรื่องวันสําคัญทางพระพุทธศาสนา ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนสารสาสน์วิเทศร่มเกล้า นิยามศัพท์เฉพาะ 1.กระบวนการการเรียนรู้ หมายถึง การเรียนการสอนในวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ตาม หลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 2. แบบฝึกทักษะ หมายถึง เอกสารที่จัดทําขึ้นเพื่อวัดความรู้ก่อนและหลังการสอน 3. ทักษะการเรียนรู้ของนักเรียน หมายถึง ผลการวัดเป็นคะแนน เปรียบเทียบระหว่างก่อนและหลัง สอนเป็นค่าร้อยละ 4. ประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะตามเกณฑ์80/80 หมายถึง ประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะ ที่ ได้มาจากกระบวนการและผลลัพธ์ของการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน มีค่าตามเกณฑ์ที่กําหนด ดังนี้ 80 ตัว แรกคือ ประสิทธิภาพของกระบวนการ (E1 )ที่คํานวณได้จากค่าเฉลี่ยร้อยละของคะแนนที่เก็บได้จากการแบบ วัดผลการเรียนรู้ในแบบฝึกทักษะระหว่างเรียน 80 ตัวหลังคือ ประสิทธิภาพของผลลัพธ์ (E2 ) ที่คํานวณได้จาก ค่าเฉลี่ยร้อยละของคะแนน ที่เก็บได้จากการแบบวัดผลการเรียนรู้ในแบบฝึกทักษะ หลังการเรียนที่ผู้ศึกษา สร้างขึ้น สมมติฐานในการวิจัย การพัฒนาด้านสติปัญญาในสาระการเรียนรู้สาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม แผนการจัดการเรียนรู้เรื่องวันสําคัญทางพระพุทธศาสนา ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนสาร สาสน์วิเทศร่มเกล้า หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน
บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง งานวิจัยการหาคุณภาพเครื่องมือเพื่อการวัดและประเมินผล (แบบทดสอบ แบบปรนัย) กลุ่มสาระการ เรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เรื่อง วันสําคัญทางพระพุทธศาสนา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1โรงเรียน สารสาสน์วิเทศร่มเกล้า ผู้วิจัยได้ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ ทฤษฎี E-PLC การพัฒนาจรรยาบรรณวิชาชีพ มีความหมายความสําคัญดังต่อไปนี้ ความหมายของคําว่า E-PLC การบูรณาการหลักการที่สําคัญ ร่วมกัน 3 ประการ ในโครงการ E-PLC การส่งเสริมกระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนา จรรยาบรรณวิชาชีพผ่านระบบเทคโนโลยี สารสนเทศ หรือ E-PLC ซึ่งย่อมาจากภาษาอังกฤษว่า Ethics in Professional Learning Community ตัว “E” ย่อมาจากภาษาอังกฤษว่า Ethics หมายถึง จรรยาบรรณ หรือจรรยาบรรณของวิชาชีพ ซึ่งเป็น มาตรฐาน การปฏิบัติตนที่กําหนดขึ้นเป็นแบบแผนในการประพฤติตนซึ่ง ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาต้องปฏิบัติตาม เพื่อรักษาและส่งเสริมเกียรติคุณชื่อเสียงและฐานะของผู้ ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาให้เป็นที่เชื่อถือศรัทธา แก่ผู้รับบริการและสังคมอันจะนํามาซึ่งเกียรติและ ศักดิ์ศรีแห่งวิชาชีพ ส่วนคําว่า“PLC” ย่อมาจากภาษาอังกฤษ ว่า Professional Learning Community คือ ชุมชน แห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ หมายถึง การที่กลุ่มนัก การศึกษาได้มาตกลงที่จะร่วมมือกันทํางาน โดยใช้ การสืบเสาะ และกระบวนการวิจัยปฏิบัติการเพื่อค้นหา วิธีการที่ดีที่สุดที่จะนํามาจัดให้กับผู้เรียน การทํางาน ดังกล่าวอยู่บนข้อตกลง เบื้องต้นที่ว่าจะกระทําอย่าง ต่อเนื่อง และทําให้นักการศึกษาเกิดการเรียนรู้และ เชี่ยวชาญจากการทํางานครั้งนี้ร่วมกัน (Richard DuFour สรุปความโดย มนตรี แย้มกสิกร, 2564) ดังนั้น E-PLC จึงเป็นเครื่องมือในการพัฒนาจรรยาบรรณวิชาชีพผ่านกระบวนการชุมชนแห่งการ เรียนรู้ทางวิชาชีพ โดยการรวมตัว ร่วมใจ ร่วมพลัง ร่วมทํา และร่วมเรียนรู้ร่วมกันของครู ผู้บริหาร และ นัก การศึกษา บนพื้นฐานวัฒนธรรมความสัมพันธ์แบบกัลยาณมิตร สู่คุณภาพการจัดการเรียนรู้ที่เน้น ความสําเร็จ หรือประสิทธิผลของ ผู้เรียนเป็นสําคัญ และความสุขของการทํางานร่วมกันของสมาชิกในชุมชน ด้วยความเชื่อ ว่าการเรียนรู้ของครูนําไปสู่การ เรียนรู้ของผู้เรียน แม้ว่าครูจะมีความแตกต่างกันเมื่อมี กระบวนการ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันก็จะสามารถพัฒนา ศักยภาพของผู้เรียนให้บรรลุเป้าหมายได้ การส่งเสริม กระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาจรรยาบรรณวิชาชีพผ่านระบบ เทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ E-PLC ซึ่งย่อมาจากภาษาอังกฤษว่า Ethics in Professional Learning Community ตัว “E” ย่อมา จากภาษาอังกฤษว่า Ethics หมายถึง จรรยาบรรณ หรือจรรยาบรรณของวิชาชีพ ซึ่งเป็น มาตรฐานการปฏิบัติ ตนที่กําหนดขึ้นเป็นแบบแผนในการประพฤติตนซึ่งผู้ประกอบวิชาชีพทางการ ศึกษาต้องปฏิบัติตาม เพื่อรักษา และส่งเสริมเกียรติคุณชื่อเสียงและฐานะของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ให้เป็นที่เชื่อถือศรัทธาแก่ ผู้รับบริการ และสังคมอันจะนํามาซึ่งเกียรติและศักดิ์ศรีแห่งวิชาชีพ ส่วนคําว่า “PLC” ย่อมาจากภาษาอังกฤษ ว่า Professional Learning Community คือ ชุมชนแห่ง การเรียนรู้ทางวิชาชีพ หมายถึง การที่กลุ่มนัก
6 การศึกษาได้มาตกลงที่จะร่วมมือกันทํางาน โดยใช้การสืบเสาะ และกระบวนการวิจัยปฏิบัติการเพื่อ ค้นหาวิธีการที่ดีที่สุดที่จะนํามาจัดให้กับผู้เรียน การทํางานดังกล่าวอยู่บนข้อตกลง เบื้องต้นที่ว่าจะกระทําอย่าง ต่อเนื่อง และทําให้นักการศึกษาเกิดการเรียนรู้และเชี่ยวชาญจากการ ทํางานครั้งนี้ร่วมกัน (Richard DuFour สรุปความโดย มนตรี แย้มกสิกร, 2564) ดังนั้น E-PLC จึงเป็น เครื่องมือในการพัฒนาจรรยาบรรณวิชาชีพผ่านกระบวนการชุมชนแห่งการ เรียนรู้ทางวิชาชีพโดยการรวมตัว ร่วมใจ ร่วมพลัง ร่วมทํา และร่วมเรียนรู้ร่วมกันของครู ผู้บริหาร และนักการ ศึกษา บนพื้นฐานวัฒนธรรม ความสัมพันธ์แบบกัลยาณมิตร สู่คุณภาพการจัดการเรียนรู้ที่เน้นความสําเร็จหรือ ประสิทธิผลของ ผู้เรียนเป็น สําคัญ และความสุขของการทํางานร่วมกันของสมาชิกในชุมชนด้วยความเชื่อว่า การเรียนรู้ของครูนําไปสู่การ เรียนรู้ของผู้เรียน แม้ว่าครูจะมีความแตกต่างกันเมื่อมีกระบวนการแลกเปลี่ยน เรียนรู้ร่วมกันก็จะสามารถ พัฒนา ศักยภาพของผู้เรียนให้บรรลุเป้าหมายได้การส่งเสริมกระบวนการชุมชนแห่ง การเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อ พัฒนาจรรยาบรรณวิชาชีพผ่านระบบ เทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ E-PLC จึงเป็น การนําหลักการที่สําคัญมา บูรณาการร่วมกัน 3 ประการ ดังนี้ 1. จรรยาบรรณของวิชาชีพ (Professional Ethics)ตามข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยจรรยาบรรณของ วิชาชีพ พ.ศ. 2556 ซึ่งเป็นมาตรฐานการปฏิบัติตนที่กําหนดขึ้นเป็นแบบแผนในการ ประพฤติตนซึ่งผู้ประกอบ วิชาชีพทางการ ศึกษาต้องปฏิบัติตาม เพื่อรักษาและส่งเสริมเกียรติคุณชื่อเสียงและ ฐานะของผู้ประกอบ วิชาชีพทางการศึกษาให้เป็นที่ เชื่อถือศรัทธาแก่ผู้รับบริการและสังคมอันจะนํามาซึ่งเกียรติ และศักดิ์ศรีแห่ง วิชาชีพ มี 5 ด้าน ดังต่อไปนี้ 1) จรรยาบรรณต่อตนเอง ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ต้อง มีวินัยในตนเอง พัฒนา ตนเองด้านวิชาชีพ บุคลิกภาพ และวิสัยทัศน์ ให้ทันต่อการพัฒนาทางวิทยาการ เศรษฐกิจ สังคม และ การเมืองอยู่เสมอ 4 ข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยจรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ. 2556,ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 130 4 ตุลาคม 2556, หน้า 73-74, แหล่งที่มา. https://www.ksp.or.th/ksp2018/2018/11/1811/ (สืบค้นเมื่อ วันที่ 1 ตุลาคม 2564) 2) จรรยาบรรณต่อวิชาชีพ ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ต้องรัก ศรัทธา ซื่อสัตย์สุจริต รับผิดชอบต่อ วิชาชีพ และเป็นสมาชิกที่ดีขององค์กรวิชาชีพ 3) จรรยาบรรณต่อผู้รับบริการ (1) ผู้ประกอบวิชาชีพทางการ ศึกษา ต้องรัก เมตตา เอาใจใส่ ช่วยเหลือ ส่งเสริมให้ กําลังใจ แก่ศิษย์ และผู้รับบริการ ตามบทบาทหน้าที่โดย เสมอหน้า (2) ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ต้องส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ ทักษะ และนิสัยที่ ถูกต้อง ดีงาม แก่ศิษย์ และผู้รับบริการ ตามบทบาทหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ ด้วยความ บริสุทธิ์ใจ (3) ผู้ประกอบวิชาชีพ ทางการศึกษา ต้องประพฤติปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี ทั้ง ทางกาย วาจา และจิตใจ
7 (4) ผู้ประกอบวิชาชีพ ทางการศึกษา ต้องไม่กระทําตนเป็นปฏิปักษ์ต่อความเจริญ ทางกาย สติปัญญา จิตใจ อารมณ์ และสังคมของ ศิษย์ และผู้รับบริการ (5) ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ต้องให้บริการด้วยความจริงใจและเสมอภาค โดยไม่ เรียกรับ หรือยอมรับผลประโยชน์จากการใช้ตําแหน่งหน้าที่โดยมิชอบ 4) จรรยาบรรณต่อผู้ร่วมประกอบ วิชาชีพ ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา พึงช่วยเหลือ เกื้อกูลซึ่งกันและกันอย่างสร้างสรรค์โดยยึดมั่น ในระบบ คุณธรรม สร้างความสามัคคีในหมู่คณะ 5) จรรยาบรรณต่อสังคม ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา พึงประพฤติ ปฏิบัติตนเป็นผู้นํา ในการอนุรักษ์ และพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญา สิ่งแวดล้อม รักษาผลประโยชน์ ของส่วนรวมและยึดมั่นในการปกครอง ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมุข 2. หลักการชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (Professional Learning Community : PLC) โดย คณะกรรมการพัฒนาเครือข่ายวิชาชีพ สํานักงานเลขาธิการคุรุสภา ได้กําหนดลักษณะที่สําคัญของชุมชน แห่ง การเรียนรู้ทางวิชาชีพ มี 5 ประการ คือ (1) การสร้างบรรทัดฐานและค่านิยมร่วมกัน (Shared values and norms) (2) การปฏิบัติที่มีเป้าหมายร่วมกัน คือ การเรียนรู้ของผู้เรียน (Collective focus on students learning) (3) การร่วมมือรวมพลังของสมาชิกชุมชนวิชาชีพ (Collaboration) (4) การเปิดรับการชี้แนะการ ปฏิบัติงาน (Expert advice and study visit) (5) การสนทนาที่มุ่งสะท้อนผลการปฏิบัติงาน (Reflection dialogue) สํานักงานเลขาธิการคุรุสภา, ประกาศสํานักงานเลขาธิการคุรุสภา เรื่อง แนวทางการส่งเสริม สนับสนุนเครือข่ายพัฒนา วิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษา ประจําปี 2559, หน้า 2 3. การปฏิบัติการ ผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Information and Communication Technology: ICT) โดยการส่งเสริมและพัฒนาจรรยาบรรณของวิชาชีพครูผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารจะ สามารถสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงระหว่างผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาให้ตระหนักในจรรยาบรรณ ของ วิชาชีพครูได้อย่างกว้างขวาง ครอบคลุมครูในทุกสังกัดและทุกกลุ่มเป้าหมาย ประหยัดทรัพยากร และเป็นการ สร้าง ทักษะการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศที่สอดคล้องกับทักษะในศตวรรษที่ 21 ทุกคนสามารถเรียนรู้ได้ทุก เวลา และทุกสถานที่ (Learn for all : anyone, anywhere and anytime) ภาพแสดงการบูรณาการ หลักการสําคัญร่วมกัน 3 ประการ ในโครงการ E-PLC ด้วยหลักการดังกล่าว สํานักงานเลขาธิการคุรุสภาจึงได้ พัฒนา PLC มาใช้ในการส่งเสริมจรรยาบรรณ ของวิชาชีพครูผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โดยที่ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาจะต้องประพฤติปฏิบัติตามจรรยาบรรณของวิชาชีพ พัฒนาสู่ กระบวนการส่งเสริมให้ผู้เตรียมเข้าสู่วิชาชีพครู (นิสิต นักศึกษาครู) และครูประจําการ ได้มีโอกาสนําประเด็น การปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณของวิชาชีพครู นํามาบูรณาการกับการออกแบบกิจกรรมการจัดการ เรียนรู้ และมีกระบวนการพัฒนาการจัดกิจกรรมด้วยกระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (Professional
8 Learning Community) จะเป็นการสร้างประสบการณ์ที่มีความหมายให้นิสิต นักศึกษาครู และผู้ประกอบ วิชาชีพครู และนําการเรียนรู้ร่วมกันนําเสนอผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อเป็นการลดการใช้กระดาษให้ น้อยที่สุด และเป็นการสร้างทักษะ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศที่สอดคล้องกับทักษะในศตวรรษที่ 21 โดย กระบวนการดังกล่าวดําเนินการเพื่อพัฒนา ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ด้านคุณธรรมจริยธรรม และตาม จรรยาบรรณของวิชาชีพครูพร้อมทั้งพัฒนาผู้เตรียม เข้าสู่วิชาชีพครูได้เรียนรู้จากต้นแบบของความเป็นครูที่ดี จากครูพี่เลี้ยง เสมือนเป็นการเตรียมความพร้อมสู่การปฏิบัติวิชาชีพอย่างผู้มีจรรยาบรรณ มุ่งเน้นไปสู่การ นําไปใช้ปฏิบัติในวิถีชีวิตประจําวันได้ เพื่อสร้างประสบการณ์และมีการบูรณาการหลักจรรยาบรรณของ วิชาชีพครูสู่การปฏิบัติการสอน โดยยึดการปฏิบัติจริงให้เกิดเป็นตัวอย่าง และเกิดเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ ร่วมกัน โดยมีครูประจําการเป็นผู้นําและกํากับดูแลเป็นแบบอย่าง ซึ่งหลักการ E-PLC (Ethics in Professional Learning Community) มีดังนี้ 1. เป็นกระบวนการบูรณาการระหว่างกระบวนการผลิตครูและ กระบวนการพัฒนาครู ให้ส่งเสริม สนับสนุน ซึ่งกันและกันอย่างกลมกลืน 2. เป็นการบูรณาการเทคโนโลยี สารสนเทศมาเป็นเครื่องมือในการทํางานอย่างเป็นระบบและ ประหยัด ทรัพยากร 3. ตอบสนองต่อการปฏิรูป การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ห้องเรียนเป็นฐาน 4. สร้างสรรค์วัฒนธรรมการท างานร่วมกันระหว่างครูที่ เป็นผู้ประกอบวิชาชีพ กับนิสิต นักศึกษาครูที่ กําลังจะเข้าสู่วิชาชีพ 5. เป็นกระบวนการพัฒนาจรรยาบรรณ วิชาชีพโดยใช้ปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับมนุษย์โดยมี เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นเครื่องมือบันทึกร่องรอยอย่าง เป็นวิทยาศาสตร์เมื่อมีการนําหลักการและ กระบวนการ PLC มาพัฒนาจรรยาบรรณของวิชาชีพครูผ่านระบบ เทคโนโลยีสารสนเทศ คุรุสภาในฐานะ องค์กรวิชาชีพได้เห็นความสําคัญของการพัฒนาวิชาชีพครู โดยมุ่ง พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มี การพัฒนาตนเองพร้อมด้วยวิชาชีพเป็นการพัฒนาวิชาชีพที่เน้นให้ทุก ฝ่ายร่วมมือกันทําความเข้าใจ และมีการ พัฒนาต่อยอดด้วยระบบ E-PLC เพื่อเสริมสร้างจรรยาบรรณของ วิชาชีพให้แก่ผู้ประกอบวิชาชีพที่มีจิต วิญญาณ ความเป็นครูอย่างแท้จริง ซึ่งจะทําให้การจัดการเรียนรู้ของครู ส่งผลต่อการพัฒนาผู้เรียนให้มี สมรรถนะทั้งด้านความรู้คุณธรรมจริยธรรม ตามจรรยาบรรณของวิชาชีพครู
บทที่ 3 วิธีดําเนินการวิจัย งานวิจัยการหาคุณภาพเครื่องมือเพื่อการวัดและประเมินผล (แบบทดสอบ แบบปรนัย) กลุ่มสาระ การเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เรื่อง วันสําคัญทางพระพุทธศาสนา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนสารสาสน์วิเทศร่มเกล้า ผู้วิจัยได้ดําเนินการตามลําดับขั้นตอน ดังนี้ 1. การกําหนดประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 2. การกําหนดเนื้อหาที่ใช้ในการวิจัย 3. การกําหนดระยะเวลาในการวิจัย 4. การสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 5. การกําหนดแบบแผนการวิจัย 6. การเก็บรวบรวมข้อมูล 7. สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล 1. การกําหนดประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ประชากรที่ใช้ในการวิจัย การวิจัยในครั้งนี้ประชากรเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 โรงเรียนสารสาสน์วิเทศร่มเกล้า 28 คน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย การวิจัยครั้งนี้ใช้กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 โรงเรียนสารสาสน์วิเทศร่มเกล้า 28 คน 2. การกําหนดเนื้อหาที่ใช้ในการวิจัย การวิจัยครั้งนี้ใช้เนื้อหาในการจัดการเรียนการสอนสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และ วัฒนธรรม แผนการจัดการเรียนรู้เรื่องวันสําคัญทางพระพุทธศาสนาระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1โรงเรียนสาร สาสน์วิเทศร่มเกล้า 3. การกําหนดระยะเวลาในการวิจัย การวิจัยในครั้งนี้ดําเนินการทดลองในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565
10 4. การสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1.แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่องวันสําคัญทางพระพุทธศาสนา 2. แบบทดสอบวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เรื่องวันสําคัญทางพระพุทธศาสนา แบบปรนัย 3 ตัวเลือก จํานวน 30 ข้อ 3. แบบสอบถามความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนการสอน วิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม มีขั้นตอนการสร้างดังนี้ 3.1 ขั้นเตรียม 3.1.1 ศึกษาหลักสูตร จุดมุ่งหมายของหลักสูตร จุดประสงค์สาระการเรียนรู้และขอบข่าย เนื้อหากลุ่มสาระการเรียนรู้และมาตรฐานการเรียนรู้ ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระดับประถมศึกษา 3.1.2 ศึกษารายละเอียดหลักการและแนวคิด รูปแบบการจัดการเรียนรู้ 3.1.3 ศึกษารายละเอียดเนื้อหา วิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เรื่อง วันสําคัญ ทางพระพุทธศาสนา 3.1.4 วิเคราะห์เนื้อหาและจุดประสงค์ และกิจกรรมการจัดการเรียนการสอน 3.2 ขั้นสร้าง 3.2.1 ศึกษาเอกสารเกี่ยวกับการวัดผลประเมินผล และการสร้างข้อสอบ 3.2.2ศึกษาจุดประสงค์ และเนื้อหาและมาตรฐานการเรียนรู้ 3.2.3 สร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชา เรื่อง วันสําคัญทาง พระพุทธศาสนา ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1โรงเรียนสารสาสน์วิเทศร่มเกล้า ซึ่งใช้ทดสอบนักเรียนก่อนและ หลังการจัดการเรียนรู้ใช้เป็นแบบทดสอบชนิดเลือกตอบมี 3 ตัวเลือก 3.2.4 ตรวจสอบคุณภาพด้านความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาโดยให้ผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน ตรวจ เพื่อพิจารณาว่าข้อสอบมีความสอดคล้องกับผลการเรียนรู้ที่คาดหวังหรือไม่โดยใช้เกณฑ์กําหนดคะแนนความ คิดเห็น นําผลการพิจารณาจากผู้เชี่ยวชาญมาคํานวณแต่ละข้อ ได้ค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อสอบกับ จุดประสงค์(IOC) 3.2.5 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชา เรื่อง วันสําคัญทางพระพุทธศาสนา ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนสารสาสน์วิเทศร่มเกล้า ซึ่งใช้ทดสอบนักเรียนก่อนและหลังการจัดการ เรียนรู้ใช้เป็นแบบทดสอบชนิดเลือกตอบมี 3 ตัวเลือกไปเก็บข้อมูลกับกลุ่มตัวอย่างจริง 5. การทดสอบเครื่องมือ 5.1 สร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนให้สอดคล้องกับตารางวิเคราะห์หลักสูตรโดย แบบทดสอบที่สร้างเป็นแบบปรนัย 3 ตัวเลือก ทําการวิเคราะห์แบบทดสอบ Test Blue Printตามทฤษฎี
11 Bloom’s Taxonomy 1659 ,and Anderson and Krathwohl 2001 ที่วัดพฤติกรรม 6 ด้าน คือ ความรู้ ความจํา ความเข้าใจ ประยุกต์ใช้ วิเคราะห์สังเคราะห์ การประเมิน และความคิดสร้างสรรค์จํานวน 30 ข้อ แล้วนําแบบทดสอบที่สร้างขึ้นไปปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่เป็นครูผู้สอนมากกว่า 10 ปีที่สอนในระดับชั้น ประถมศึกษา 5.2 วิเคราะห์ความคิดเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิต่อนวัตกรรม (IOC) โดยผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน เกณฑ์ 3 ระดับ +1 เหมาะสม 0 ไม่แน่ใจ -1 ไม่เหมาะสม โดยค่าความเหมาะสมมีค่าเฉลี่ย 0.5 ขึ้นไปเป็นเกณฑ์ตัดสินถือว่าเป็นแผนการจัดการ เรียนรู้ที่มีความเหมาะสมและใช้ได้ 5.3 การวิเคราะห์ความก้าวหน้าทางการเรียน ก่อนและหลังการจัดการเรียนการสอน 5.4 การวิเคราะห์การออกแบบการสร้างข้อสอบ test blueprint เพื่อกําหนดจุดมุ่งหมายการสอบ วิเคราะห์สาระการเรียนรู้ตามมาตรฐานและตัวชี้วัดตามหลักสูตรแกนกลาง โดยใช้ข้อสอบทั้งหมด 30 ข้อ โดย วิเคราะห์ในเรื่องความรู้ความจํา ความเข้าใจ ประยุกต์ใช้วิเคราะห์สังเคราะห์การประเมิน และความคิด สร้างสรรค์ 5.5 การหาค่าความเชื่อมั่น Reliability ความเชื่อมั่นของแบบทดสอบ วัดค่าคงที่ของคะแนนที่วัดได้ จากการทดสอบกลุ่มเดียวกัน 2 ครั้ง และนําคะแนนที่ได้มาวักค่าความคงที่ โดยมีการนําสูตรมาคํานวณ โดย ตามเกณฑ์ การแปลผล ค่าความเชื่อมั่นของเครื่องมืออยู่ระหว่าง 0.00 – 1.00 ยิ่งใกล้ 1.00 ยิ่งมีความเชื่อมั่น สูง 0.00-0.20 ความเชื่อมั่นต่ํามากหรือไม่มีเลย 0.21-0.40 ความเชื่อมั่นต่ํา 0.41-0.70 ความเชื่อมั่นปานกลาง 0.71-1.00 ความเชื่อมั่นสูง 5.6 การวิเคราะห์หาค่าความยากง่าย (P) เป็นการพิจารณาความยากง่ายของข้อสอบตาม รายข้อ โดยมีจํานวนของผู้ตอบคําถามตอบถูกหรือผิด มากหรือน้อย ถ้ามีผู้ตอบสามารถตอบได้มาก แสดงว่า ข้อสอบนั้นเป็นข้อสอบที่ง่าย และหากมีผู้ตอบคําถามตอบผิด แสดงว่าข้อสอบนั้นยาก โดยค่าความยากง่ายของ ข้อสอบ เป็นสัดส่วนของผู้ที่ตอบคําถามถูก ให้แทนค่า “P” มีค่าตั้งแต่ 0 – 1.00 ค่าการวิเคราะห์แปลผลของ ข้อสอบหาค่า P โดย 0.00-0.12 ค่า P ยากมาก ควรปรับปรุงให้ง่ายขึ้น 0.48 ค่า P ยากง่ายปานกลาง เป็นข้อสอบที่ดี 0.70 ค่า P ค่อนข้างง่าย เป็นข้อสอบที่ดี
12 0.95 ค่าP ง่ายมาก ควรปรับปรุงให้ยากขึ้น และค่าอํานาจจําแนก(R) โดยการจําแนกผู้สอบระดับเก่ง-อ่อนได้ โดยคนตอบถูกเป็นคนเก่ง และคนที่อ่อนจะตอบผิด โดยคํานวณแทนค่าr มีค่าอยู่ระหว่าง -1.00 ถึง +1.00 5.7 การวิเคราะห์การหาประสิทธิภาพของนวัตกรรม การตรวจสอบคุณภาพของนวัตกรรมการเรียน การสอนทําได้หลายวิธี วิธีหนึ่งคือการหาประสิทธิภาพของนวัตกรรมการเรียนการสอนตามเกณฑ์ E1/ E2 (80/80) ที่ตั้งไว้ 5.8 การวิเคราะห์การหาความเชื่อมั่นของแบบทดสอบ เป็นความคงเส้นคงวาของคะแนนในการวัดแต่ ละครั้ง หรือ ความคงที่ของ ผลการวัด ผลของการวัดไม่ว่าจะเป็นคะแนนหรืออันดับที่ก็ตาม เมื่อวัดได้ผลออก มาแล้วสามารถเชื่อถือได้ในระดับสูง จนสามารถประกันได้ว่า ถ้ามีการตรวจสอบผลซ้ําอีกไม่ว่า กี่ครั้งก็จะได้ผล ใกล้เคียงและ สอดคล้องกับผลการวัดเดิม นั่นเอง 5.9 สรุปผลความพึงพอใจของนักเรียนต่อการจัดการเรียนการสอน 5. การกําหนดแบบแผนการวิจัย การวิจัยครั้งนี้เป็นการหาคุณภาพเครื่องมือเพื่อการวัดและประเมินผล (แบบทดสอบ แบบปรนัย) กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เรื่อง วันสําคัญทางพระพุทธศาสนา ชั้นประถมศึกษาปี ที่ 1 โรงเรียนสารสาสน์วิเทศร่มเกล้า ซึ่งผู้วิจัยได้ดําเนินการตามแบบแผนการวิจัย One Group Pretest - Posstest Design ดังแสดงในตาราง 1 ตารางที่ 1 แบบแผนการวิจัย One Group Pretest - Posstest Design ก่อนเรียน ทดลอง หลังเรียน Pr X Po Pr แทน การทดสอบก่อนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน Po แทน การทดสอบหลังการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน X แทน แผนการจัดการเรียนการสอนเรื่อง ส่วนประกอบของพืช 6. การเก็บรวบรวมข้อมูล การเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยการสังเกตกลุ่มเป้าหมายได้แก่ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1โรงเรียนสารสาสน์ วิเทศร่มเกล้า จํานวน 28 คนภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 1.ทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง วันสําคัญทางพระพุทธศาสนา โดยชุดแบบฝึกทักษะ ก่อนเรียน (Pre – test) ด้วยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ที่สร้างขึ้น จํานวน 30 ข้อ
13 2. ดําเนินการสอนตามแผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง วันสําคัญทางพระพุทธศาสนา ระหว่างภาคเรียน ที่ 2 ประจําปีการศึกษา 2565 3. เมื่อดําเนินการสอนครบทุกหน่วยการเรียนรู้แล้ว ทําการทดสอบ วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลัง เรียน (Post – test) โดยใช้แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนชุดเดียวโดยทําการสลับข้อกับที่ใช้ทดสอบ ก่อนเรียน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล 7. สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล 7.1 การวิเคราะห์หาคุณภาพของแบบประเมินพัฒนาทักษะการสื่อสารของนักเรียนประถมศึกษาโดย การหาค่าความเที่ยงตรง (Validity) ของแบบประเมินพัฒนาทักษะการสื่อสารของนักเรียนประถมศึกษาโดยใช้ สูตรดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ซึ่งมีค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ดังนี้ +1 หมายถึง ข้อคําถามมีความสอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ 0 หมายถึง แน่ใจว่าข้อคําถามนั้นสอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ -1 หมายถึง แน่ใจว่าข้อคําถามไม่สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ การหาค่าความเที่ยงตรง (Validity) ของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้สูตรค่า ความสอดคล้อง IOC ดังนี้ N R IOC ∑ = เมื่อ IOC แทน ดัชนีความสอดคล้องระหว่างจุดประสงค์กับข้อสอบ ∑ R แทน ผลรวมคะแนนความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญทั้งหมด N แทน จํานวนผู้เชี่ยวชาญทั้งหมด 7.2 การเปรียบเทียบแบบประเมินพัฒนาทักษะการสื่อสารของนักเรียนประถมศึกษาโดยใช้ค่าเฉลี่ย (X) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) นําคะแนนของแบบประเมินพัฒนาทักษะการสื่อสารของนักเรียน ประถมศึกษาและหลังการจัดประสบการณ์ มาเปรียบเทียบความแตกต่างค่าเฉลี่ย โดยการทดสอบค่าที (ttest) การหาร้อยละ (Percent) ของคะแนนประเมินพัฒนาทักษะการสื่อสารของนักเรียนประถมศึกษา เพื่อเปรียบเทียบผลประเมินพัฒนาทักษะการสื่อสารของนักเรียนประถมศึกษาและหลังการจัดประสบการณ์ โดยใช้สูตร ดังนี้ ร้อยละ = สัดส่วน × 100
14 การหาค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ของคะแนนประเมินพัฒนาทักษะการ สื่อสารของนักเรียนประถมศึกษาและหลังการจัดประสบการณ์ เพื่อเปรียบเทียบผลประเมินพัฒนาทักษะการ สื่อสารของนักเรียนประถมศึกษาและหลังการจัดประสบการณ์ โดยใช้สูตร ดังนี้ 2 2 n ( X) X S.D. n(n 1) ∑ ∑ − = − เมื่อ S.D. แทน ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ∑X แทน ผลรวมทั้งหมดของคะแนน 2 ∑X แทน ผลรวมทั้งหมดของคะแนนแต่ละตัวยกกําลังสอง n แทน จํานวนนักเรียนในกลุ่มตัวอย่าง การทดสอบหาความแตกต่างของการประเมินพัฒนาทักษะการสื่อสารของนักเรียนประถมศึกษา และหลังการจัดประสบการณ์ โดยใช้สูตร t-test ดังนี้ 2 2 D t n D ( D) n 1 ∑ = ∑ ∑ − − เมื่อ D แทน ผลต่างระหว่างข้อมูลแต่ละคู่ ∑D แทน ผลรวมทั้งหมดของผลต่างระหว่างข้อมูลแต่ละคู่ 2 ∑D แทน ผลรวมทั้งหมดของผลต่างระหว่างข้อมูลแต่ละคู่ยกกําลังสอง n แทน จํานวนกลุ่มตัวอย่างหรือจํานวนคู่ การคํานวณหาประสิทธิภาพของกระบวนการและประสิทธิภาพผลิตผล E1: E2 ในการหาประสิทธิภาพของชุดการสอนโดยใช้เกณฑ์ E1/E2 เป็นวิธีการที่สามารถชี้วัดประสิทธิภาพ ของชุดการเรียนการสอน ได้ทั้งภาพรวมในลักษณะกว้าง และวัดส่วนย่อยเป็นรายจุดประสงค์ทําให้ได้ผลการวัด ที่ชัดเจน นําข้อมูลที่ได้มาเป็นเครื่องตัดสินใจได้โดยไม่ต้องใช้วิธีการอื่นมาประกอบให้เกิดการซ้ําซ้อนอีก เกณฑ์ที่ใช้คือ E1/E2 อาจเท่ากับ 80/80 แต่ถ้ากําหนดเกณฑ์ไว้ต่ําเกินไปอาจทําให้ผู้ใช้บทเรียนไม่ เชื่อถือคุณภาพของบทเรียน การหาค่า E1 และ E2 มีวิธีการคํานวณหาค่าร้อยละ โดยใช้สูตรต่อไปนี้ E1 = ∑ X 100 โดยE1 คือประสิทธิภาพของกระบวนการที่จัดไว้ในชุดการสอนคิดเป็นร้อยละจากการทําแบบฝึกหัด และหรือประกอบด้วยกิจกรรมการเรียนระหว่างเรียน
15 ∑X คือ คะแนนจากการทําแบบฝึกหัดและหรือการประกอบกิจกรรมการเรียน ระหว่างเรียน A คือ คะแนนเต็มของแบบฝึกหัดและหรือกิจกรรมการเรียน N คือ จํานวนผู้เรียน E2 = ∑ X 100 โดยที่ E2 คือ ประสิทธิภาพของผลลัพธ์ (พฤติกรรมที่เปลี่ยนในตัวผู้เรียนหลังการเรียนด้วยชุดการ เรียนการสอน) คิดเป็นอัตราส่วนจากการทําแบบทดสอบหลังเรียนและหรือประกอบกิจกรรมหลังเรียน ∑F คือ คะแนนรวมของผู้เรียนจากการทําแบบทดสอบหลังเรียนและหรือการประกอบกิจกรรม หลังเรียน B คือ คะแนนเต็มของการสอบหลังเรียนและหรือกิจกรรมหลังเรียน N คือ จํานวนผู้เรียน
บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล งานวิจัยการหาคุณภาพเครื่องมือเพื่อการวัดและประเมินผล (แบบทดสอบ แบบปรนัย) กลุ่มสาระการ เรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เรื่อง ชื่อวันสําคัญทางพระพุทธศาสนา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนสารสาสน์วิเทศร่มเกล้า ในครั้งนี้ผู้วิจัยได้ทําการดําเนินการวิจัยตามขั้นตอนการวิจัย และได้ใช้สถิติใน การวิจัยตามหลักการวิจัยต่าง ๆ โดยมีผลการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติดังต่อไปนี้ 1.การวิเคราะห์แบบทดสอบ Test Blueprintตาม ทฤษฎี Bloom’s Taxonomy 1659, and Anderson and Krathwohl 2001 โดยแบบทดสอบ เรื่อง ชื่อวันสําคัญทางพระพุทธศาสนา เป็นแบบ 3 ตัวเลือก จํานวน ทั้งสิ้น 30 ข้อ โดยผลการวิเคราะห์มีผลดังตารางที่ 1 ดังนี้ ความรู้ ความ เข้าใจ การ ประยุกต์ ใช้ การ สังเคราะห์ การ ประเมิน ผล ความคิด สร้าง สรรค์ รวม (ข้อ) 30 14 10 20 20 3 ร้อยละของการใช้ตามทฤษฎีBloom’s Taxonomy 100 46.67 33.33 66.67 66.67 10 ลําดับความสําคัญของข้อสอบแยกตาม ทฤษฎีของ Bloom ความรู้ /ความเข้าใจ / การประยุกต์ใช้ /การสังเคราะห์ / การประเมินผล และความคิดสร้างสรรค์ ตารางที่ 1 แสดงผลการวิเคราะห์แบบทดสอบ Test Blueprint ตามทฤษฎี Bloom’s Taxonomy 1659 และคณะ จากตารางที่ 1 พบว่าแบบทดสอบเรื่อง ชื่อวันสําคัญทางพระพุทธศาสนา ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนสารสาสน์วิเทศร่มเกล้า มีการจัดลําดับความสําคัญของข้อสอบแยกตามทฤษฏีของ Bloom คือ ความรู้ 100% ความเข้าใจ 46.67% การประยุกต์ใช้33.33% การสังเคราะห์66.67% การประเมินผล66.67% ความคิดสร้างสรรค์10%
17 2.การวิเคราะห์หาค่า IOC สรุป IOC ผู้เชี่ยวชาญคนที่ 1 สรุป IOC ผู้เชี่ยวชาญคนที่ 2 สรุป IOC ผู้เชี่ยวชาญคนที่ 3 ค่าเฉลี่ย 1.0 0.83 0.87 0.9 ตารางที่ 2 ตารางสรุปการวิเคราะห์หาค่าความสอดคล้องหรือค่าความเที่ยงตรง จากตารางที่ 2 การหาค่า IOC ของแบบทดสอบเรื่อง ชื่อวันสําคัญทางพระพุทธศาสนา ของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนสารสาสน์วิเทศร่มเกล้า โดยผู้เชี่ยวชาญ 3 คน ได้ค่าความเที่ยงตรงหรือค่าความ สอดคล้องในแต่ละข้อผ่านเกณฑ์ร้อยละ 50 และคํานวณหาเฉลี่ยเท่ากับ 0.9 ดังตารางที่ 2 3.การวิเคราะห์ประสิทธิภาพของกระบวนการและประสิทธิภาพของผลผลิต สรุปคะแนนกระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน(E1) สรุปคะแนน ประสิทธิภาพ ของผลลัพธ์(E2) สรุปคะแนน จากใบงานที่ 1 สรุปคะแนน จากใบงานที่ 2 ร้อยละ 241 ร้อยละ 280 รวมคะแนน 556 คิดเป็นร้อยละ 93.05 รวม 66.2 ตารางที่ 3 วิเคราะห์ประสิทธิภาพของกระบวนการและประสิทธิภาพของผลผลิต(E1:E2)จากกลุ่มทดลองจํานวน 28 คน สรุปคะแนนการวิเคราะห์ประสิทธิภาพของกระบวนการและประสิทธิภาพของผลผลิต(E1:E2)จากกลุ่มทดลอง จํานวน 28 คนเท่ากับ คะแนน E1= 93.05และคะแนน E2 = 66.2 ซึ่งต่ํากว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ 80:80 4. การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เรื่อง ชื่อวันสําคัญทาง พระพุทธศาสนา ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนสารสาสน์วิเทศร่มเกล้า จํานวน 28 คน
18 คนที่ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 ก่อน เรียน 11 18 10 11 9 12 14 12 19 12 12 19 17 11 12 11 11 13 17 20 10 21 9 13 16 18 16 19 393 หลัง เรียน 16 26 16 16 15 21 23 21 27 16 15 25 24 15 15 14 15 15 23 26 15 26 15 21 24 28 18 24 556 D 5 8 6 5 6 9 9 9 8 4 3 6 7 4 3 4 4 2 6 6 5 5 6 6 8 10 2 5 = 163 D 2 15 64 36 25 36 81 81 81 64 16 9 36 49 16 9 16 16 4 36 36 25 25 36 36 64 100 4 25 2= 1079 ตารางที่ 4 การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เรื่อง ชื่อวันสําคัญทาง พระพุทธศาสนา ตารางเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างก่อนใช้ชุดฝึกและหลังการใช้ชุดฝึก นักเรียน N X ∑D ∑ D2 t ก่อนใช้ชุดฝึก 28 14.04 163 1079 14.07 หลังใช้ชุดฝึก 28 19.86 ขั้นที่ 6สรุปตัดสินใจ เปิดตารางวิกฤติแบบ t ที่df ที่ n-1 = 28-1 = 27 @ 0.01= 2.7707ค่า t –test ที่คํานวณเท่ากับ14.07ซึ่งผลที่ คํานวณได้สูงกว่าในตารางวิกฤติแบบที่ จึงยอมรับH1แต่ปฏิเสธ H0 แสดงว่าคะแนนหลังเรียนสูงกว่าคะแนนก่อน เรียนอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ 0.01 5.การวิเคราะห์ค่าประสิทธิภาพของการสอนและ E-PLC ครู แผนการเรียนรู้ที่ 1 ลําดับ รายการประเมิน ค่าเฉลี่ย แปรผล 1 ด้านกระบวนการเรียนการสอน 4.34 ดีมาก 2 ด้านการใช้สื่อการสอน 4.5 ดีมาก 3 บุคลิกภาพความเป็นครู 4.51 ดีมาก
19 4 การเรียนการสอนนักเรียน 4.46 ดีมาก 5 จรรณยาบรรณวิชาชีพครูในการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม (E-PLC สําหรับครู) 4.54 ดีมาก ค่าเฉลี่ยรวมทุกด้าน 4.48 ดีมาก ตารางที่ 5 การวิเคราะห์ค่าประสิทธิภาพการสอนและ E-PLC ครู เรื่อง ชื่อวันสําคัญทางพระพุทธศาสนา จากตาราง ที่ 5 การวิเคราะห์ค่าประสิทธิภาพการสอนและ E-PLC ครู เรื่อง ชื่อวันสําคัญทาง พระพุทธศาสนาได้แบ่งออกเป็น ด้าน โดยมีผลการวิเคราะห์ดังนี้ ด้านกระบวนการเรียนการสอนค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.34 ด้านการใช้สื่อการสอนค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.5 ด้านบุคลิกภาพความเป็นครูค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.51 ด้านการ เรียนการสอนนักเรียนค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.46 และด้านจรรณยาบรรณวิชาชีพครูในการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม (E-PLC สําหรับครู) ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.54 เมื่อวิเคราะห์ผลรวมค่าเฉลี่ยประสิทธิภาพการสอนแล้วพบว่าทุกด้าน อยู่ในระดับดีมาก มีค่าเฉลี่ยรวมทุกด้านเท่ากับ 4.48 6.การวิเคราะห์ผลการประเมิน E_PLC พฤติกรรมจิตพิสัยของนักเรียนในรายวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและ วัฒนธรรม แผนการเรียนรู้ที่ 1 การวิเคราะห์ผลการประเมิน E_PLC พฤติกรรมจิตพิสัยของนักเรียนในรายวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและ วัฒนธรรม แบ่งออกเป็น 4 ด้าน ได้แก่ 1.รักชาติ ศาสน์กษัตริย์ 2.มีวินัย 3.ใฝ่เรียนรู้ 4.มุ่งมั่นในการทํางาน ลําดับ รายการประเมิน ค่าเฉลี่ย แปรผล 1 รักชาติ ศาสน์กษัตริย์ 4.5 ดีมาก 2 มีวินัย 4.61 ดีมาก 3 ใฝ่เรียนรู้ 4.82 ดีมาก 4 มุ่งมั่นในการทํางาน 4.5 ดีมาก ค่าเฉลี่ยรวมทุกด้าน 4.61 ดีมาก ตารางที่ 6 การวิเคราะห์ผลการประเมิน E_PLC พฤติกรรมจิตพิสัยของนักเรียนในรายวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและ วัฒนธรรม
20 จากตารางที่ 6 การวิเคราะห์ผลการประเมิน E_PLC พฤติกรรมจิตพิสัยของนักเรียนในรายวิชาสังคม ศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เรื่อง ชื่อวันสําคัญทางพระพุทธศาสนา ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียน สารสาสน์วิเทศร่มเกล้า ใน 4 ด้าน พบว่าด้านรักชาติ ศาสน์กษัตริย์ มีคะแนนเฉลี่ย เท่ากับ4.5 ด้านมีวินัย มีคะแนน เฉลี่ย เท่ากับ 4.61 ด้านใฝ่เรียนรู้ มีคะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 4.82และด้านมุ่งมั่นในการทํางาน มีคะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 4.5 ซึ่งวิเคราะห์ผลคะแนนเฉลี่ยรวมทุกด้านพบว่า ผลการประเมิน E-PLC ของนักเรียนอยู่ในระดับดีมาก โดยมี ค่าเฉลี่ยรวมทุกด้านเท่ากับ4.61 7.การวิเคราะห์ค่าประสิทธิภาพของการสอนและ E-PLC ครู แผนการเรียนรู้ที่ 2 ลําดับ รายการประเมิน ค่าเฉลี่ย แปรผล 1 ด้านกระบวนการเรียนการสอน 4.5 ดีมาก 2 ด้านการใช้สื่อการสอน 4.5 ดีมาก 3 บุคลิกภาพความเป็นครู 4.48 ดีมาก 4 การเรียนการสอนนักเรียน 4.47 ดีมาก 5 จรรณยาบรรณวิชาชีพครูในการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม (E-PLC สําหรับครู) 4.59 ดีมาก ค่าเฉลี่ยรวมทุกด้าน 4.51 ดีมาก ตารางที่ 7 การวิเคราะห์ค่าประสิทธิภาพการสอนและ E-PLC ครู เรื่อง ชื่อวันสําคัญทางพระพุทธศาสนา จากตาราง ที่ 7 การวิเคราะห์ค่าประสิทธิภาพการสอนและ E-PLC ครู เรื่อง ชื่อวันสําคัญทาง พระพุทธศาสนาได้แบ่งออกเป็น ด้าน โดยมีผลการวิเคราะห์ดังนี้ ด้านกระบวนการเรียนการสอนค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.5 ด้านการใช้สื่อการสอนค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.5 ด้านบุคลิกภาพความเป็นครูค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.48 ด้านการเรียน การสอนนักเรียนค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.47 และด้านจรรณยาบรรณวิชาชีพครูในการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม (EPLC สําหรับครู) ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.59 เมื่อวิเคราะห์ผลรวมค่าเฉลี่ยประสิทธิภาพการสอนแล้วพบว่าทุกด้านอยู่ ในระดับดีมาก มีค่าเฉลี่ยรวมทุกด้านเท่ากับ 4.51
21 8.การวิเคราะห์ผลการประเมิน E_PLC พฤติกรรมจิตพิสัยของนักเรียนในรายวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและ วัฒนธรรม แผนการเรียนรู้ที่ 2 การวิเคราะห์ผลการประเมิน E_PLC พฤติกรรมจิตพิสัยของนักเรียนในรายวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและ วัฒนธรรม แบ่งออกเป็น 4 ด้าน ได้แก่ 1.รักชาติ ศาสน์กษัตริย์ 2.มีวินัย 3.ใฝ่เรียนรู้ 4.มุ่งมั่นในการทํางาน ลําดับ รายการประเมิน ค่าเฉลี่ย แปรผล 1 รักชาติ ศาสน์กษัตริย์ 4.57 ดีมาก 2 มีวินัย 4.64 ดีมาก 3 ใฝ่เรียนรู้ 4.93 ดีมาก 4 มุ่งมั่นในการทํางาน 4.71 ดีมาก ค่าเฉลี่ยรวมทุกด้าน 4.71 ดีมาก ตารางที่ 8 การวิเคราะห์ผลการประเมิน E_PLC พฤติกรรมจิตพิสัยของนักเรียนในรายวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและ วัฒนธรรม จากตารางที่ 8 การวิเคราะห์ผลการประเมิน E_PLC พฤติกรรมจิตพิสัยของนักเรียนในรายวิชาสังคม ศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เรื่อง ชื่อวันสําคัญทางพระพุทธศาสนา ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียน สารสาสน์วิเทศร่มเกล้า ใน 4 ด้าน พบว่าด้านรักชาติ ศาสน์กษัตริย์ มีคะแนนเฉลี่ย เท่ากับ4.57 ด้านมีวินัย มี คะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 4.64 ด้านใฝ่เรียนรู้ มีคะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 4.93และด้านมุ่งมั่นในการทํางาน มีคะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 4.71 ซึ่งวิเคราะห์ผลคะแนนเฉลี่ยรวมทุกด้านพบว่า ผลการประเมิน E-PLC ของนักเรียนอยู่ในระดับดีมาก โดยมีค่าเฉลี่ยรวมทุกด้านเท่ากับ4.71 9.การวิเคราะห์ค่าประสิทธิภาพของการสอนและ E-PLC ครู แผนการเรียนรู้ที่ 3 ลําดับ รายการประเมิน ค่าเฉลี่ย แปรผล 1 ด้านกระบวนการเรียนการสอน 4.55 ดีมาก 2 ด้านการใช้สื่อการสอน 4.54 ดีมาก
22 3 บุคลิกภาพความเป็นครู 4.57 ดีมาก 4 การเรียนการสอนนักเรียน 4.5 ดีมาก 5 จรรณยาบรรณวิชาชีพครูในการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม (E-PLC สําหรับครู) 4.59 ดีมาก ค่าเฉลี่ยรวมทุกด้าน 4.55 ดีมาก ตารางที่ 9 การวิเคราะห์ค่าประสิทธิภาพการสอนและ E-PLC ครู เรื่อง ชื่อวันสําคัญทางพระพุทธศาสนา จากตาราง ที่ 9 การวิเคราะห์ค่าประสิทธิภาพการสอนและ E-PLC ครู เรื่อง ชื่อวันสําคัญทาง พระพุทธศาสนาได้แบ่งออกเป็น ด้าน โดยมีผลการวิเคราะห์ดังนี้ ด้านกระบวนการเรียนการสอนค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.55 ด้านการใช้สื่อการสอนค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.54 ด้านบุคลิกภาพความเป็นครูค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.57 ด้านการ เรียนการสอนนักเรียนค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.5 และด้านจรรณยาบรรณวิชาชีพครูในการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม (E-PLC สําหรับครู) ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.59 เมื่อวิเคราะห์ผลรวมค่าเฉลี่ยประสิทธิภาพการสอนแล้วพบว่าทุกด้าน อยู่ในระดับดีมาก มีค่าเฉลี่ยรวมทุกด้านเท่ากับ 4.55 10.การวิเคราะห์ผลการประเมิน E_PLC พฤติกรรมจิตพิสัยของนักเรียนในรายวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและ วัฒนธรรม แผนการเรียนรู้ที่ 3 การวิเคราะห์ผลการประเมิน E_PLC พฤติกรรมจิตพิสัยของนักเรียนในรายวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและ วัฒนธรรม แบ่งออกเป็น 4 ด้าน ได้แก่ 1.รักชาติ ศาสน์กษัตริย์ 2.มีวินัย 3.ใฝ่เรียนรู้ 4.มุ่งมั่นในการทํางาน ลําดับ รายการประเมิน ค่าเฉลี่ย แปรผล 1 รักชาติ ศาสน์กษัตริย์ 4.64 ดีมาก 2 มีวินัย 4.86 ดีมาก 3 ใฝ่เรียนรู้ 4.86 ดีมาก 4 มุ่งมั่นในการทํางาน 4.61 ดีมาก ค่าเฉลี่ยรวมทุกด้าน 4.74 ดีมาก ตารางที่ 10 การวิเคราะห์ผลการประเมิน E_PLC พฤติกรรมจิตพิสัยของนักเรียนในรายวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
23 จากตารางที่ 10 การวิเคราะห์ผลการประเมิน E_PLC พฤติกรรมจิตพิสัยของนักเรียนในรายวิชาสังคม ศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เรื่อง ชื่อวันสําคัญทางพระพุทธศาสนา ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียน สารสาสน์วิเทศร่มเกล้า ใน 4 ด้าน พบว่าด้านรักชาติ ศาสน์กษัตริย์ มีคะแนนเฉลี่ย เท่ากับ4.64 ด้านมีวินัย มี คะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 4.86 ด้านใฝ่เรียนรู้ มีคะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 4.86และด้านมุ่งมั่นในการทํางาน มีคะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 4.61 ซึ่งวิเคราะห์ผลคะแนนเฉลี่ยรวมทุกด้านพบว่า ผลการประเมิน E-PLC ของนักเรียนอยู่ในระดับดีมาก โดยมีค่าเฉลี่ยรวมทุกด้านเท่ากับ4.74
บทที่ 5 สรุปผลการวิจัย อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลองเพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เรื่อง ชื่อวันสําคัญทางพระพุทธศาสนา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนสารสาสน์วิเทศร่มเกล้า สรุปสาระสําคัญได้ ดังนี้ จุดมุ่งหมายในการวิจัย ในการวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้กําหนดความมุ่งหมายไว้ดังนี้ 1.ประสิทธิภาพของเครื่องมือในการวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เรื่อง ชื่อวันสําคัญทางพระพุทธศาสนา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1โดยกําหนด (E1:E2 80:80) และผลการหา ประสิทธิภาพเท่ากับ 93.05:66.2และถือว่าไม่ผ่านเกณฑ์ 2.พัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เรื่อง ชื่อวันสําคัญทาง พระพุทธศาสนา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1โดยใช้ t-test dependent ผลการวิเคราะห์เท่ากับ 14.07ซึ่งสูงกว่า คะแนนก่อนเรียนอย่างแท้จริง 3.แผนการเรียนรู้ที่ 1การวิเคราะห์ผลการประเมิน E_PLC พฤติกรรมจิตพิสัยของนักเรียนโดยใช้เทคนิค การสอนการเรียนรู้แบบลงมือทําของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/9 โรงเรียนสารสาสน์วิเทศร่มเกล้าประเวศ กรุงเทพ ได้ค่าเฉลี่ย (X) รายได้ดังต่อไปนี้ ด้านรักชาติ ศาสน์กษัตริย์ ได้ระดับดีมาก ค่าเฉลี่ย เท่ากับ4.5 ด้านมีวินัย ได้ระดับดีมาก ค่าเฉลี่ย เท่ากับ 4.61 ด้านใฝ่เรียนรู้ ได้ระดับดีมาก ค่าเฉลี่ย เท่ากับ 4.82และด้านมุ่งมั่นในการ ทํางาน ได้ระดับดีมาก ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.5 ซึ่งวิเคราะห์ผลคะแนนเฉลี่ยรวมทุกด้านพบว่า ผลการประเมิน E-PLC ของนักเรียนอยู่ในระดับดีมาก โดยมีค่าเฉลี่ยรวมทุกด้านเท่ากับ4.61 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน(S.D)เท่ากับแบบผล ระดับคุณภาพ 10% 4.แผนการเรียนรู้ที่ 2 การวิเคราะห์ผลการประเมิน E_PLC พฤติกรรมจิตพิสัยของนักเรียนโดยใช้เทคนิค การสอนการเรียนรู้แบบลงมือทําของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1โรงเรียนสารสาสน์วิเทศร่มเกล้า ได้ค่าเฉลี่ย (X) รายได้ดังต่อไปนี้ ด้านรักชาติ ศาสน์กษัตริย์ ได้ระดับดีมาก ค่าเฉลี่ย เท่ากับ4.57 ด้านมีวินัย ได้ระดับดีมาก ค่าเฉลี่ย เท่ากับ 4.64 ด้านใฝ่เรียนรู้ ได้ระดับดีมาก ค่าเฉลี่ย เท่ากับ 4.93และด้านมุ่งมั่นในการทํางาน ได้ระดับดี มาก ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.71 ซึ่งวิเคราะห์ผลคะแนนเฉลี่ยรวมทุกด้านพบว่า ผลการประเมิน E-PLC ของนักเรียนอยู่ ในระดับดีมาก โดยมีค่าเฉลี่ยรวมทุกด้านเท่ากับ4.71 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน(S.D)เท่ากับแบบผลระดับคุณภาพ 9% 5.แผนการเรียนรู้ที่ 3 การวิเคราะห์ผลการประเมิน E_PLC พฤติกรรมจิตพิสัยของนักเรียนโดยใช้เทคนิค การสอนการเรียนรู้แบบลงมือทําของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1โรงเรียนสารสาสน์วิเทศร่มเกล้า ได้ค่าเฉลี่ย (X)
25 รายได้ดังต่อไปนี้ ด้านรักชาติ ศาสน์กษัตริย์ ได้ระดับดีมาก ค่าเฉลี่ย เท่ากับ4.64 ด้านมีวินัย ได้ระดับดีมาก ค่าเฉลี่ย เท่ากับ 4.86 ด้านใฝ่เรียนรู้ ได้ระดับดีมาก ค่าเฉลี่ย เท่ากับ 4.86และด้านมุ่งมั่นในการทํางาน ได้ระดับดี มาก ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.61 ซึ่งวิเคราะห์ผลคะแนนเฉลี่ยรวมทุกด้านพบว่า ผลการประเมิน E-PLC ของนักเรียนอยู่ ในระดับดีมาก โดยมีค่าเฉลี่ยรวมทุกด้านเท่ากับ4.74 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน(S.D)เท่ากับแบบผลระดับคุณภาพ 8% 6.แผนการเรียนรู้ที่ 1 เพื่อศึกษาความพึงพอใจต่อการสอนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของครู(E-PLE) วิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เรื่อง ชื่อวันสําคัญทางพระพุทธศาสนา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1ได้ค่าเฉลี่ย (X) เท่ากับ 4.48 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D) เท่ากับแบบผลระดับคุณภาพ 14% 7.แผนการเรียนรู้ที่ 2 เพื่อศึกษาความพึงพอใจต่อการสอนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของครู(E-PLE) วิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เรื่อง ชื่อวันสําคัญทางพระพุทธศาสนา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1ได้ค่าเฉลี่ย (X) เท่ากับ 4.51 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D) เท่ากับแบบผลระดับคุณภาพ 13% 8.แผนการเรียนรู้ที่ 1 เพื่อศึกษาความพึงพอใจต่อการสอนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของครู(E-PLE) วิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เรื่อง ชื่อวันสําคัญทางพระพุทธศาสนา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1ได้ค่าเฉลี่ย (X) เท่ากับ 4.55 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D) เท่ากับแบบผลระดับคุณภาพ 13% ขอบเขตของการวิจัย ประชากรที่ใช้ในการวิจัย การวิจัยในครั้งนี้ประชากรเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 โรงเรียน สารสาสน์วิเทศร่มเกล้า 28 คน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย การวิจัยครั้งนี้ใช้กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 โรงเรียนสารสาสน์วิเทศร่มเกล้า โดยใช้กลุ่มตัวอย่างแบบ 100% จํานวนนักเรียน 28 คน เนื้อหาที่ใช้ในการวิจัย การวิจัยครั้งนี้ใช้เนื้อหาในการจัดการเรียนการสอน สาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม แผนการจัดการเรียนรู้เรื่องวันสําคัญทางพระพุทธศาสนาระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนสารสาสน์วิเทศร่ม เกล้า เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย
26 1. แบบฝึกทักษะวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม แผนการจัดการเรียนรู้เรื่องวันสําคัญทาง พระพุทธศาสนา 2. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน การเก็บรวบรวมข้อมูล ในการวิจัยครั้งนี้ ดําเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลตามลําดับดังนี้ 1. ทดสอบก่อนเรียน โดยใช้แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 2. ดําเนินการจัดการเรียนรู้กับกลุ่มตัวอย่างโดยใช้แบบฝึกทักษะวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม แผนการจัดการเรียนรู้เรื่องวันสําคัญทางพระพุทธศาสนา 3. เมื่อเสร็จสิ้นการจัดการเรียนรู้แล้วทําการทดสอบหลังเรียนโดยใช้แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียน 4. นําผลคะแนนจากการตรวจแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนมาวิเคราะห์โดยใช้วิธีการทางสถิติ เพื่อตรวจสอบสมมติฐานต่อไป การจัดกระทําข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูล เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม แผนการจัดการเรียนรู้เรื่อง วันสําคัญทางพระพุทธศาสนาระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1โรงเรียนสารสาสน์วิเทศร่มเกล้า ก่อนและหลังการทํา แบบทดสอบโดยการหาค่า t - test Dependent สรุปผลการวิจัย การฝึกทักษะกระบวนการคิดทางการเรียนวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่องวันสําคัญทางพระพุทธศาสนาระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/9 โรงเรียนสารสาสน์วิเทศร่มเกล้า ภาคเรียนที่ 2 ปี การศึกษา 2565โรงเรียนสารสาสน์วิเทศร่มเกล้าสรุปผลได้ดังนี้ 1. คะแนนเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และ วัฒนธรรม แผนการจัดการเรียนรู้เรื่องวันสําคัญทางพระพุทธศาสนาระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1ภาคเรียนที่ 2 ปี การศึกษา 2565โรงเรียนสารสาสน์วิเทศร่มเกล้าก่อนเรียนมีค่าเท่ากับ 14.04ส่วนหลังเรียนมีค่าเท่ากับ 19.86 ตามลําดับ 2. คะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่องวันสําคัญทางพระพุทธศาสนาระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 ภาคเรียนที่ 2 ปี การศึกษา 2565โรงเรียนสารสาสน์วิเทศร่มเกล้า หลังการเรียนสูงกว่าก่อนการเรียนรู้เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์
27 ทางการเรียนวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม แผนการจัดการเรียนรู้เรื่องวันสําคัญทางพระพุทธศาสนา ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนสารสาสน์วิเทศร่มเกล้าก่อนและหลังการทําแบบทดสอบt - test Dependent = 14.07อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ 0.01 3. จากการสอนวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1ระดับชั้นประถมศึกษา ปีที่ 1ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565โรงเรียนสารสาสน์วิเทศร่มเกล้าเพื่อวัดประเมินประสิทธิภาพการสอนของครู ได้ค่า C.V = 14%ซึ่งต่ํากว่า 15% ดังนั้นแสดงว่าคุณภาพการสอนของครูผู้สอนดีมาก 4. จากการสอนวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 ระดับชั้นประถมศึกษา ปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565โรงเรียนสารสาสน์วิเทศร่มเกล้าเพื่อวัดประเมินประสิทธิภาพการสอนของ ครู ได้ค่า C.V = 13%ซึ่งต่ํากว่า 15% ดังนั้นแสดงว่าคุณภาพการสอนของครูผู้สอนดีมาก 5. จากการสอนวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 ระดับชั้นประถมศึกษา ปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565โรงเรียนสารสาสน์วิเทศร่มเกล้าเพื่อวัดประเมินประสิทธิภาพการสอนของ ครู ได้ค่า C.V = 13%ซึ่งต่ํากว่า 15% ดังนั้นแสดงว่าคุณภาพการสอนของครูผู้สอนดีมาก 6. จากการสอนวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1ระดับชั้นประถมศึกษา ปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565โรงเรียนสารสาสน์วิเทศร่มเกล้าเพื่อศึกษาความพึงพอใจต่อการสอน เมื่อ นํามาคํานวณ Rating Scale พบว่านักเรียนมีความพึงพอใจต่อครูผู้สอน อยู่ที่ระดับ 5.09+ 3.18ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ ดี 7. จากการสอนวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2ระดับชั้นประถมศึกษา ปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565โรงเรียนสารสาสน์วิเทศร่มเกล้าเพื่อศึกษาความพึงพอใจต่อการสอน เมื่อ นํามาคํานวณ Rating Scale พบว่านักเรียนมีความพึงพอใจต่อครูผู้สอน อยู่ที่ระดับ 5.06+ 3.84ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ ดี 8. จากการสอนวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3ระดับชั้นประถมศึกษา ปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565โรงเรียนสารสาสน์วิเทศร่มเกล้าเพื่อศึกษาความพึงพอใจต่อการสอน เมื่อ นํามาคํานวณ Rating Scale พบว่านักเรียนมีความพึงพอใจต่อครูผู้สอน อยู่ที่ระดับ 5.06+ 3.84ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ ดี อภิปรายผลการวิจัย จากการศึกษาการฝึกทักษะกระบวนการคิดทางการเรียนวิชาวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม แผนการจัดการเรียนรู้เรื่องวันสําคัญทางพระพุทธศาสนาระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565โรงเรียนสารสาสน์วิเทศร่มเกล้าพบว่านักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนเหตุที่เป็น เช่นนี้เพราะมุ่งเน้นกระบวนการเรียนรู้ที่ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง ประกอบกับการจัดกระบวนการเรียนรู้ กลุ่มให้นักเรียนได้มีโอกาสศึกษาและลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่เรียนและ ได้ลงมือ ปฏิบัติกิจกรรมและเห็นผลลัพธ์ด้วยตนเองรวมถึงการจัดกิจกรรมให้มีการทํางานกลุ่มทําให้เด็กได้แสดงความคิดเห็น และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของเพื่อนในกลุ่มและการมีส่วนร่วมในการเรียนตลอดจนนักเรียน ได้นําเสนอความคิด และผลงานของตนเองด้วยการสร้างสรรค์ผลงานจากองค์ความรู้ที่ศึกษาในห้องเรียน ซึ่งสอดคล้องกับพุ่มพฤกษ์ กา
28 สมุทร (2551) ที่ได้ทําการการศึกษาเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้กระบวนการเรียนรู้จากประสบการณ์รวมไปถึงสุทัศน์ ภูมิภาค (2562) ได้ให้ความหมายของการเรียนรู้โดยการลงมือปฏิบัติโดย ความรู้ที่ได้เกิดจากการจัดกิจกรรมการ เรียนรู้ที่ผู้เรียนต้องได้มีโอกาสลงมือกระทํามากกว่าการฟังเพียงอย่างเดียวเกิดการเรียนรู้จากการอ่านการเขียนการ โต้ตอบและการวิเคราะห์ปัญหาจากกระบวนการต่าง ๆ ข้างต้นส่งเสริมให้ผู้เรียนมีคุณลักษณะที่ดีในการเรียนรู้การ บริหารจัดการการวางแผนความรับผิดชอบและทักษะการทางานร่วมกับผู้อื่นเพื่อบรรลุเป้าหมายร่วมกันซึ่ง สอดคล้องกับวิจารณ์พานิช (2555) ที่ได้กล่าว กว่า7 เรื่องซึ่งทุกคนต้องตระหนักที่จะนําไปสู่เหตุผลและประเด็น การการปรับเปลี่ยนบทบาทครูวิธีการเรียนของนักเรียนการจัดหลักสูตรสถานศึกษาและพัฒนาแหล่งเรียนรู้และ บทบาทชองชุมชนท้องถิ่นและอดทน ทํางานหนัก ทํางานได้เป็นทีมรับผิดชอบต่อส่วนรวม คํานึงถึงสังคมมี คุณธรรมยึดมั่นในสันติ 8 แนวทางจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ธรรมและมีความเป็นไทย (ไพฑูรย์สินลารัตน์ (2557) ข้อเสนอแนะ 1.จากการจัดประสบการณ์การเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมเป็นพื้นฐานในการเรียนรู้Active Learning นอกจาก ทําให้เด็กนักเรียนเกิดความตื่นตัวในการเรียนแล้วยังส่งผลให้เกิดทักษะ ความรู้ความเข้าใจและการนําไป ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจําวันของเด็กนักเรียนได้ดังนั้นในหมวดวิชาหรือการเรียนรู้ในหน่วยการเรียนรู้เรื่องอื่นก็ สามารถนําวิธีการ แนวทางการจัดการเรียนการสอนลักษณะดังในรายงานการวิจัยนี้ไปประยุกต์ใช้ในหัวข้อ อื่นๆได้ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการเรียนรู้ 2. ในการเลือกสื่อการสอนผู้สอนมีความจําเป็นอย่างมากที่จะต้องเลือกสื่อที่เหมาะสมกับ วัยของนักเรียน ในกลุ่มเป้าหมายและต้องเลือกเนื้อหาและรูปแบบที่ดึงดูดความสนใจของนักเรียนเพื่อ สนับสนุนการเรียนรู้ให้มี ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 3.การเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้นําเสนอความคิดและผลงาน/ชิ้นงานเมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการถือเป็นสิ่งที่ ผู้สอนต้องส่งเสริมและให้ความสําคัญ ข้อเสนอแนะเพื่อการวิจัยครั้งต่อไป 1.ศึกษาพัฒนาทักษะวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม โดยใช้ทักษะการปฏิบัติจริงในรูปแบบของทีม หรือกลุ่ม
บรรณานุกรม คณะทํางานมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระบรมราชูปถัมภ์. คู่มือครูและแผนการจัดการเรียนรู้ (สําหรับครูผู้สอน). ฉบับบปรับปรุงครั้งที่ 2 : มูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระบรม ราชูปถัมภ์, 2563. พงศ์เทพ จิระโร. 2562. หลักการวิจัยทางการศึกษา (พิมพ์ครั้งที่ 9). ชลบุรี: ร้านบัณฑิตเอกสาร. วิจารณ์ พานิช. วิถีสร้างการเรียนรู้เพื่อศิษย์ในศตวรรษที่ ๒๑.-- กรุงเทพฯ : มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์, ๒๕๕๕.
ภาคผนวก
31 ภาคผนวก ก แผนการจัดการเรียนรู้
32 แผนการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ “จรรยาบรรณวิชาชีพครู ในการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม” กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม รายวิชา พระพุทธศาสนา รหัสวิชา ส11101 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 เรื่อง วันสําคัญทางพระพุทธศาสนาและศาสนพิธี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง วันสําคัญทางพระพุทธศาสนา จํานวน 1 ชั่วโมง ผู้จัดทําแผนการจัดการเรียนรู้ นางสาวอังศุนิตย์ อุดมพรสุขสันต์ 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐาน ส 1.1 รู้และเข้าใจประวัติ ความสําคัญ ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ ตนเองนับถือและศาสนาอื่น มีศรัทธาที่ถูกต้อง ยึดมั่น และปฏิบัติตามหลักธรรม เพื่ออยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข มาตรฐาน ส 1.2 เข้าใจ ตระหนักและปฏิบัติตนเป็นศาสนิกชนที่ดี และธํารงรักษาพระพุทธศาสนาหรือ ศาสนาที่ตนนับถือ ตัวชี้วัด ส1.2 ป.1/3 ปฏิบัติตนในศาสนพิธี พิธีกรรม และวันสําคัญทางศาสนาตามที่กําหนด ได้ถูกต้อง 2. จุดประสงค์การเรียนรู้(จากตัวชี้วัด) 2.1 ด้านความรู้ ( Knowledge) นักเรียนสามารถอธิบายความหมายและความสําคัญทางพระพุทธศาสนาได้ 2.2 ด้านทักษะกระบวนการ ( Process) นักเรียนปฏิบัติตนในวันสําคัญทางพระพุทธศาสนาต่าง ๆ และนําเสนองานเป็นกลุ่มได้ 2.3 ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ( Attitude ) คุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 2.3.1 รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2.3.2 มีวินัย 2.3.3 ใฝ่เรียนรู้ 2.3.4 มุ่งมั่นในการทํางาน 3. สาระสําคัญ/ความคิดรวบยอด การศึกษาประวัติความเป็นมา และความสําคัญของวันสําคัญทางพระพุทธศาสนา ถือเป็นการธํารงไว้ซึ่ง พระพุทธศาสนา
33 4. สมรรถนะสําคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 2.1 ทักษะการรวบรวมข้อมูล 2.2 ทักษะการจัดระเบียบ 2.3ทักษะการนําความรู้ไปใช้ 3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5. สาระการเรียนรู้ 5.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง ประวัติโดยสังเขปของวันสําคัญทางพระพุทธศาสนา - วันมาฆบูชา - วันวิสาขบูชา - วันอาสาฬหบูชา - วันอัฏฐมีบูชา 5.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น (พิจารณาตามหลักสูตรสถานศึกษา) 6. กิจกรรมการเรียนรู้(เชื่อมโยงในเรื่องที่บูรณาการด้วย Active Learning) วิธีสอนแบบ สืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Method : 5E) ขั้นนํา ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ 1. ครูสนทนากับนักเรียน โดยถามนักเรียนว่า “นักเรียนทราบหรือไม่ว่า วันนี้จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับเรื่อง อะไร”(What will we study for today ?) แล้วให้นักเรียนช่วยกันตอบคําถาม จากนั้นครูแจ้งเรื่องที่ จะสอนในวันนี้ให้นักเรียนทราบ“เรื่อง วันสําคัญทางพระพุทธศาสนา” (The buddhist important day) 2. ครูนําภาพเหตุการณ์ในวันสําคัญทางพระพุทธศาสนา มาให้นักเรียนดู แล้วให้นักเรียนช่วยกัน บอกว่า ภาพดังกล่าวเป็นวันสําคัญทางพระพุทธศาสนาวันใดบ้าง และวันดังกล่าวมีความสําคัญ อย่างไร โดยครูคอยกระตุ้นให้นักเรียนทุกคนมีส่วนร่วมในการตอบคําถาม เพื่อนําเข้าสู่บทเรียน รูปที่ 1 รูปที่ 2 รูปที่ 3 รูปที่ 4 1.วันมาฆบูชา Makha Bucha Day 2.วันวิสาขบูชา Visakha Bucha Day
34 3.วันอาสาฬหบูชา Asarnha Bucha Day 4.วันอัฏฐมีบูชา Atthamee Puja Day 3. ครูเริ่มสนทนากับนักเรียน เรื่องให้นักเรียนชมวิดีทัศน์ เรื่อง วันสําคัญทางพระพุทธศาสนา จาก YouTubehttps://youtu.be/jNdi0MCOY04 4. ครูดําเนินการแจกบททดสอบก่อนเรียนให้นักเรียนทํา ขั้นสอน ขั้นที่ 2 สํารวจค้นหา 1. ให้นักเรียนร่วมกันตอบคําถามเกี่ยวกับความสําคัญของวันสําคัญทางพระพุทธศาสนา ดังนี้ ครูให้นักเรียนดูภาพในหนังสือเรียน แล้วสนทนาซักถามในประเด็นต่อไปนี้ - วันสําคัญทางพระพุทธศาสนาแต่ละภาพเป็นวันใด มีความสําคัญอย่างไร แนวตอบ1.วันมาฆบูชา (วัน - มา - คะ - บู - ชา) Makha Bucha Day 2.วันวิสาขบูชา (วัน - วิ -สา - ขะ - บู - ชา) Visakha Bucha Day 3.วันอาสาฬหบูชา ( วัน - อา - สาน - ละ - หะ – บู - ชา )Asarnha Bucha Day 4.วันอัฏฐมีบูชา ( วัน - อัด - ถะ - มี - บู -ชา) Atthamee Puja Day 2. ให้นักเรียนทั้งหมด 28 คน แบ่งกลุ่ม ออกเป็น 7 กลุ่ม กลุ่มละ 4 คน คละกันตามความ สามารถ คือ เก่ง ปาน กลางค่อนข้างเก่ง ปานกลางค่อนข้างอ่อน และอ่อน แล้วให้แต่ละกลุ่มกําหนดหมายเลขประจําตัวให้สมาชิกแต่ละ คน เป็นหมายเลข 1-7 ตามลําดับ 3.นักเรียนแต่ละหมายเลขศึกษาความรู้เรื่อง วันสําคัญทางพระพุทธศาสนา จากใบงานที่ 6.1 ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้ 4. นักเรียนผลัดกันนําความรู้ที่ได้จากการศึกษามาเล่าให้เพื่อนในกลุ่มฟัง ซักถามหากมีข้อสงสัย และอธิบายจนทุก คนมีความเข้าใจชัดเจนตรงกัน 5. ครูอธิบายความรู้เกี่ยวกับวันสําคัญทางพระพุทธศาสนา ให้นักเรียนฟังเพิ่มเติม พร้อมเปิดโอกาสให้นักเรียน ซักถาม หากมีข้อสงสัย แล้วครูอธิบายจนนักเรียนมีความเข้าใจชัดเจน ขั้นสรุป ขั้นที่ 4ขยายความเข้าใจ 6. นักเรียนแต่ละคนทําใบงานที่ 6.1 เรื่อง วันสําคัญทางพระพุทธศาสนา เมื่อทําเสร็จแล้วผลัดกันนําเสนอ ผลงานในใบงานของตนให้เพื่อนฟัง ผลัดกันซักถามข้อสงสัยและสรุปเป็นผลงานของกลุ่ม 7. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับความสําคัญของวันสําคัญทางพระพุทธศาสนาในแต่ละวัน ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล 8. ครูตรวจสอบผลนักเรียนจากการทําใบงานที่ 6.1
35 9. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เกี่ยวกับประวัติโดยสังเขปและความสําคัญของวันสําคัญทาง พระพุทธศาสนาในแต่ละวัน 10. นักเรียนแต่ละคนทําแบบฝึกกิจกรรมที่ 1 ข้อ 2 จากแบบวัดฯ เป็นการบ้าน เสร็จแล้วนําส่งครูตรวจตาม กําหนดเวลาที่ตกลงกัน 7.การวัดและประเมินผล วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 (ประเมินตามสภาพจริง) ตรวจใบงานที่ 6.1 ใบงานที่ 6.1 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคล แบบสังเกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคล ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมการทํางานกลุ่ม แบบสังเกตพฤติกรรมการทํางานกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ สังเกตความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่นในการทํางาน แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 8. ภาระ / ชิ้นงาน / ร่องรอย /หลักฐานการเรียนรู้ 1. ใบงานกลุ่ม ใบงานที่ 6.1 วันสําคัญทางพระพุทธศาสนา 2. แบบประเมินการทดสอบ/หลังเรียน 9.สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 8.1 สื่อการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียน พระพุทธศาสนา ป.1 2) ดูวิดีทัศน์ เรื่อง วันสําคัญทางพระพุทธศาสนา จาก YouTubehttps://youtu.be/jNdi0MCOY04 3) แบบวัดและบันทึกผลการเรียนรู้ พระพุทธศาสนา ป.1 4) ใบงานที่ 6.1 เรื่อง วันสําคัญทางพระพุทธศาสนา 8.2 แหล่งการเรียนรู้ -
36 กลุ่มที่.................... ใบงานที่ 6.1 วันสําคัญทางพระพุทธศาสนา ตอนที่ 1 คําชี้แจง ให้นักเรียนเขียนชื่อวันสําคัญทางพระพุทธศาสนาลงในช่องว่างให้สัมพันธ์กับเหตุการณ์ วัน มาฆบูชาวันวิสาขบูชาวันอาสาฬหบูชาวันอัฏฐมีบูชา 1. ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ํา เดือน 3 2. ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ํา เดือน 6 3. ตรงกับวันแรม 8 ค่ํา เดือน 6 4. ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ํา เดือน 8 5. พระพุทธเจ้าประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน 6. พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนา 7. มีพระรัตนตรัยครบองค์สามครั้งแรกในโลก 8. พระพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข์ 9. เกิดเหตุการณ์สําคัญที่เรียกว่า จาตุรงคสันนิบาต 10. ถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ
37 ตอนที่ 2 คําชี้แจง ให้นักเรียนตอบคําถามต่อไปนี้ นักเรียนคิดว่า วันสําคัญทางพระพุทธศาสนา มีความสําคัญต่อพุทธศาสนิกชนอย่างไรบ้าง ………………………………………………………………………………………………………………..……………………………………………… ………………………………………………………………..……………………………………………………………………………………………… ………………..……………………………………………………………………………………………………………….................................... ....................................................................................................................................................................................
38 กลุ่มที่.................... ใบงานที่ 6.1 วันสําคัญทางพระพุทธศาสนา เฉลย ตอนที่ 1 คําชี้แจง ให้นักเรียนเขียนชื่อวันสําคัญทางพระพุทธศาสนาลงในช่องว่างให้สัมพันธ์กับเหตุการณ์ วันมาฆบูชาวันวิสาขบูชาวันอาสาฬหบูชาวันอัฏฐมีบูชา วันมาฆบูชา 1. ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ํา เดือน 3 วันวิสาขบูชา 2. ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ํา เดือน 6 วันอัฏฐมีบูชา 3. ตรงกับวันแรม 8 ค่ํา เดือน 6 วันอาสาฬหบูชา 4. ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ํา เดือน 8 วันวิสาขบูชา 5. พระพุทธเจ้าประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน วันอาสาฬหบูชา 6. พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนา วันอาสาฬหบูชา 7. มีพระรัตนตรัยครบองค์สามครั้งแรกในโลก วันมาฆบูชา 8. พระพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข์ วันมาฆบูชา 9. เกิดเหตุการณ์สําคัญที่เรียกว่า จาตุรงคสันนิบาต วันอัฏฐมีบูชา 10. ถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ ตอนที่ 2 คําชี้แจง ให้นักเรียนตอบคําถามต่อไปนี้ นักเรียนคิดว่า วันสําคัญทางพระพุทธศาสนา มีความสําคัญต่อพุทธศาสนิกชนอย่างไรบ้าง ………………………………………………………………………………………………………………..……………………………………………… ………………………………………………………………..……………………………………………………………………………………………… ………………..……………………………………………………………………………………………………………….................................... ...........................................(พิจารณาตามคําตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน).......................................
39 แบบบันทึกหลังแผนการสอน ด้านความรู้ ด้านสมรรถนะสําคัญของผู้เรียน ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ด้านอื่นๆ (พฤติกรรมเด่น หรือพฤติกรรมที่มีปัญหาของนักเรียนเป็นรายบุคคล (ถ้ามี)) ปัญหา/อุปสรรค แนวทางการแก้ไข ความเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ข้อเสนอแนะ ลงชื่อ........................................................ (.........................................................) ตําแหน่ง....................................................
40 โรงเรียนสารสาสน์วิเทศร่มเกล้าประเวศกรุงเทพ แบบทดสอบก่อนเรียน สาระการเรียนรู้ พระพุทธศาสนา เรื่อง วันสําคัญทางพระพุทธศาสนา ระดับชั้น ป.1/9 คําสั่ง ให้นักเรียนเลือกคําตอบที่ถูกต้องที่สุดพียงคําตอบเดียว 1.ข้อใดเป็นวันที่มีพระรัตนตรัยครบองค์สาม ก. วันวิสาขบูชา ข. วันมาฆบูชา ค. วันอาสาฬหบูชา 2.ข้อใดคือวันที่พระสงฆ์มาประชุมกันโดยมิได้ นัดหมาย ก.วันวิสาขบูชา ข.วันมาฆบูชา ค.วันอาสาฬหบูชา 3.ข้อใดเป็นวันที่พระพุทธเจ้าแสดงโอวาท ปาฏิโมกข์ ก.วันมาฆบูชา ข.วันวิสาขบูชา ค.วันอาสาฬหบูชา 4.ข้อใดคือความสําคัญของโอวาทปาฏิโมกข์ ก.การไม่ทําบาป ข.การทําความดี ค.การทําดี ละเว้นความชั่ว ทําจิตใจให้ บริสุทธิ์ 5.ข้อใดคือหลักธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ปัญจ วัคคีย์ ก.อิทธิบาท 4 ข.อริยสัจ 4 ค.พรหมวิหาร 4 6.ข้อใดเป็นวันที่พระพุทธเจ้าแสดงธรรมแก่ ปัญจวัคคีย์ ก.วันวิสาขบูชา ข.วันมาฆบูชา ค.วันอาสาฬหบูชา 7.ข้อใดเป็นวันคล้ายวันถวายพระเพลิงพระพุทธ สรีระของพระพุทธเจ้า ก.วันวิสาขบูชา ข.วันอัฏฐมีบูชา ค.วันมาฆบูชา 8.ข้อใดเป็นวันที่พระสงฆ์สามารถว่ากล่าวตักเตือน กันได้ ก.วันออกพรรษา ข.วันวิสาขบูชา ค.วันเข้าพรรษา 9.ข้อใดเป็นวันที่พระสงฆ์อยู่จําพรรษาที่วัด ตลอดเวลา 3 เดือน ก.วันออกพรรษา ข.วันวิสาขบูชา ค.วันเข้าพรรษา 10.ข้อใดเป็นวันที่นิยมเรียกว่าวันพระพุทธเจ้า ก. วันวิสาขบูชา ข. วันมาฆบูชา ค. วันอาสาฬหบูชา
41 โรงเรียนสารสาสน์วิเทศร่มเกล้าประเวศกรุงเทพ แบบทดสอบก่อนเรียน สาระการเรียนรู้ พระพุทธศาสนา เรื่อง วันสําคัญทางพระพุทธศาสนา ระดับชั้น ป.1/9 คําสั่ง ให้นักเรียนเลือกคําตอบที่ถูกต้องที่สุดพียงคําตอบเดียว(เฉลย) 1.ข้อใดเป็นวันที่มีพระรัตนตรัยครบองค์สาม ก. วันวิสาขบูชา ข. วันมาฆบูชา ค. วันอาสาฬหบูชา 2.ข้อใดคือวันที่พระสงฆ์มาประชุมกันโดยมิได้ นัดหมาย ก.วันวิสาขบูชา ข.วันมาฆบูชา ค.วันอาสาฬหบูชา 3.ข้อใดเป็นวันที่พระพุทธเจ้าแสดงโอวาท ปาฏิโมกข์ ก.วันมาฆบูชา ข.วันวิสาขบูชา ค.วันอาสาฬหบูชา 4.ข้อใดคือความสําคัญของโอวาทปาฏิโมกข์ ก.การไม่ทําบาป ข.การทําความดี ค.การทําดี ละเว้นความชั่ว ทําจิตใจให้ บริสุทธิ์ 5.ข้อใดคือหลักธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงแสดง แก่ปัญจวัคคีย์ ก.อิทธิบาท 4 ข.อริยสัจ 4 ค.พรหมวิหาร 4 6.ข้อใดเป็นวันที่พระพุทธเจ้าแสดงธรรมแก่ ปัญจวัคคีย์ ก.วันวิสาขบูชา ข.วันมาฆบูชา ค.วันอาสาฬหบูชา 7.ข้อใดเป็นวันคล้ายวันถวายพระเพลิงพระพุทธ สรีระของพระพุทธเจ้า ก.วันวิสาขบูชา ข.วันอัฏฐมีบูชา ค.วันมาฆบูชา 8.ข้อใดเป็นวันที่พระสงฆ์สามารถว่ากล่าวตักเตือน กันได้ ก.วันออกพรรษา ข.วันวิสาขบูชา ค.วันเข้าพรรษา 9.ข้อใดเป็นวันที่พระสงฆ์อยู่จําพรรษาที่วัด ตลอดเวลา 3 เดือน ก.วันออกพรรษา ข.วันวิสาขบูชา ค.วันเข้าพรรษา 10.ข้อใดเป็นวันที่นิยมเรียกว่าวันพระพุทธเจ้า ก. วันวิสาขบูชา ข. วันมาฆบูชา ค. วันอาสาฬหบ
42 แบบประเมินผลงานนักเรียน ชื่อ - นามสกุล.......................................................เลขที่ ........ คําชี้แจง: ให้ครูผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียน ใส่เครื่องหมาย ลงในช่องที่ตรงกับระดับ คะแนน รายการประเมิน ระดับคะแนน 5 4 3 2 1 1. การคิดวิเคราะห์ 2. การเขียนสื่อความ 3. มีความคิดสร้างสรรค์ 4. ประโยชน์ของการนําข้อมูลไปใช้ รวม รวมคะแนนสุทธิ ระดับเกณฑ์คุณภาพ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างดีเยี่ยม 5 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างดีมาก 4 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง 1 คะแนน เกณฑ์การประเมิน ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 17 - 20 ดีเยี่ยม 13 - 16 ดีมาก 9 - 12 ดี 5 - 8 พอใช้ ต่ํากว่า 4 ปรับปรุง ลงชื่อ ................................................ครูผู้สอน (นางสาวอังศุนิตย์ อุดมพรสุขสันต์)
43 แบบประเมินกิจกรรมกลุ่ม กลุ่มที่ .............. สมาชิก 1 .................................................................. เลขที่ ........ 2 ..................................................................เลขที่ ........ 3 ..................................................................เลขที่ ........ 4 ..................................................................เลขที่ ........ คําชี้แจง: ให้ครูผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียน ใส่เครื่องหมาย ลงในช่องที่ตรงกับระดับ คะแนน รายการประเมิน ระดับคะแนน 5 4 3 2 1 5. ตั้งใจและมีความสามัคคีกันในกลุ่ม 6. ร่วมมือกันในการหาคําตอบภายในกลุ่ม 7. มีความรอบคอบในการทํางาน 8. มีความละเอียดในการทํางาน 9. เกิดทักษะกระบวนการ 10. ช่วยกันคิด แก้ไขปัญหาที่ได้รับมอบหมาย 11. กระตือรือร้นในการทํางาน 12. ช่วยกันแสดงความคิดเห็นภายในกลุ่ม 13. สนุกสนาน เพลิดเพลิน ในการทํางานกลุ่ม 14. รู้จักปรับปรุงผลงานภายในกลุ่ม รวม รวมคะแนนสุทธิ ระดับเกณฑ์คุณภาพ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างดีเยี่ยม 5 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างดีมาก 4 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง 2 คะแนน
44 ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง 1 คะแนน เกณฑ์การประเมิน ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 45 - 50 ดีเยี่ยม 39 –44 ดีมาก 33 - 38 ดี 25 - 32 พอใช้ ต่ํากว่า 25 ปรับปรุง ลงชื่อ.............................................. (นางสาวอังศุนิตย์ อุดมพรสุขสันต์) ครูผู้สอน
45 แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ชื่อ - นามสกุล.......................................................................... เลขที่ ........ คําชี้แจง: ให้ครูผู้สอนสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียน (E-PLC) ในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน ใส่ เครื่องหมาย ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน เกณฑ์การให้คะแนน คุณลักษณะอันพึง ประสงค์ด้าน รายการประเมิน ระดับคะแนน 5 4 3 2 1 1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 1.1มีความรักและภูมิใจในความเป็นชาติ 1.2 ปฏิบัติตนตามหลักธรรมของศาสนา 1.3 แสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ 2. มีวินัย 1. ปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของครอบครัว และโรงเรียน มีความตรงต่อเวลาในการปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ใน ชีวิตประจําวัน มีความรับผิดชอบ 3. ใฝ่เรียนรู้ 1. ตั้งใจเรียน เอาใจใส่ในการเรียน และมีความเพียรพยายามใน การเรียน 2. เข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ต่างๆ 1. ศึกษาค้นคว้า หาความรู้จากหนังสือ เอกสาร สิ่งพิมพ์ สื่อ เทคโนโลยีต่างๆ แหล่งการเรียนรู้ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน และเลือกใช้สื่อได้อย่างเหมาะสม 2. บันทึกความรู้ วิเคราะห์ สรุปเป็นองค์ความรู้ 5. แลกเปลี่ยนความรู้ ด้วยวิธีการต่างๆ และนําไปใช้ใน ชีวิตประจําวัน 4. มุ่งมั่นในการ ทํางาน 1. มีความตั้งใจและพยายามในการทํางานที่ได้รับมอบหมาย 2. มีความอดทนและไม่ท้อแท้ต่ออุปสรรคเพื่อให้งานสําเร็จ รวม รวมคะแนนสุทธิ ระดับเกณฑ์คุณภาพ
46 ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างดีเยี่ยม 5 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างดีมาก 4 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง 1 คะแนน เกณฑ์การประเมิน ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 45 - 50 ดีเยี่ยม 39 –44 ดีมาก 33 - 38 ดี 25 - 32 พอใช้ ต่ํากว่า 25 ปรับปรุง ลงชื่อ........................................................ (นางสาวอังศุนิตย์ อุดมพรสุขสันต์) ครูผู้สอน