The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

Best Practice obec content สพป.สิงห์บุรี

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ouixxx, 2022-09-28 03:21:42

Best Practice obec content

Best Practice obec content สพป.สิงห์บุรี

Keywords: obec content

ภาคผนวก ฉ
หลักฐานการเผยแพร่แผนการจดั การเรยี นรู้ฯ พรอ้ มแบบตอบรบั

ท่ี ศธ ๐๔๑๕๗.๐๒๔๑/154 โรงเรยี นวัดหนองสุม่
ตำบลห้วยชนั อำเภออนิ ทร์บุรี
จงั หวดั สิงห์บุรี ๑๖๑๑๐

26 สิงหาคม ๒๕๖5

เรื่อง ขอความอนุเคราะห์เผยแพรผ่ ลงาน

เรียน ......................................................

ส่งิ ท่ีสง่ มาด้วย 1. แบบตอบรบั การเผยแพรผ่ ลงาน จำนวน ๑ ฉบับ

2. แผนการจัดการเรยี นรู้ดว้ ยรปู แบบหอ้ งเรียนกลับด้าน

(Flipped Classroom) โดยใช้ OBEC Content Center เรอ่ื ง อาหารและสารอาหาร จำนวน ๑ ฉบับ

ด้วยโรงเรียนวัดหนองสุ่ม สังกัดสำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาสิงห์บุรี ได้จัดทำ

แผนการจัดการเรียนรู้ดว้ ยรูปแบบห้องเรียนกลับด้าน (Flipped Classroom) โดยใช้ OBEC Content Center

เร่อื ง อาหารและสารอาหาร นน้ั

ในการนี้ ทางโรงเรียนวัดหนองสุ่ม พิจารณาแล้วเห็นว่าผลงานดังกล่าว มีประโยชน์ในการ
บรหิ ารจัดการเรยี นร้แู ละการจัดกจิ กรรมการเรียนรูใ้ นศตวรรษที่ 21 ของครแู ละบุคลากรทางการศึกษา รวมถึง
การจัดการเรียนการสอน แบบ Active Learning จึงขอความอนุเคราะห์เผยแพร่ผลงานดงั กล่าว เพ่ือให้ผู้สนใจ
ศกึ ษาและนำไปประยุกตใ์ ชต้ ่อไป

จึงเรยี นมาเพอ่ื โปรดพจิ ารณา

ขอแสดงความนบั ถือ

(นางสาวศิโรรักษ์ เพช็ รเ์ ขยี ว)
ผ้อู ำนวยการโรงเรียนวัดหนองสุ่ม

โรงเรียนวดั หนองส่มุ
โทร ๐๙๑-๘๘๔๔๑๕๔

แบบตอบรับการเผยแพรแ่ ผนการจดั การเรยี นรู้ดว้ ยรปู แบบห้องเรยี นกลบั ด้าน
(Flipped Classroom) โดยใช้ OBEC Content Center เรอ่ื ง อาหารและสารอาหาร

ข้าพเจ้า นายขรรค์ชยั สวุ รรณ ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดปลาไหล
โรงเรียน วดั ปลาไหล อำเภอ อนิ ทร์บรุ ี จังหวดั สงิ ห์บรุ ี สำนกั งานเขตพนื้ ทีก่ ารศึกษาประถมศึกษาสิงหบ์ รุ ี

ได้รับเอกสารการเผยแพร่ผลงานแผนการจดั การเรียนรู้ด้วยรูปแบบหอ้ งเรียนกลับดา้ น
(Flipped Classroom) โดยใช้ OBEC Content Center เรอื่ ง อาหารและสารอาหาร

ขา้ พเจ้าได้ศึกษาเอกสารเผยแพร่ผลงานแผนการจดั การเรียนรู้ด้วยรูปแบบห้องเรียนกลับด้าน
(Flipped Classroom) โดยใช้ OBEC Content Center เร่ือง อาหารและสารอาหาร โดยละเอยี ดแล้วและได้
เผยแพร่ให้บุคลากรในหนว่ ยงานได้ทราบทวั่ กนั

จึงเรยี นมาเพ่อื ทราบและขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้

ลงชื่อ
( นายขรรค์ชัย สุวรรณ )

ผูอ้ ำนวยการโรงเรยี นวดั ปลาไหล

แบบตอบรบั การเผยแพรแ่ ผนการจัดการเรียนรู้ด้วยรปู แบบห้องเรยี นกลับดา้ น
(Flipped Classroom) โดยใช้ OBEC Content Center เรอ่ื ง อาหารและสารอาหาร

ข้าพเจ้า นางอษุ า ผาพิมพ์ ตำแหน่ง รักษาการในตำแหนง่ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดประศุก
โรงเรียน วดั ประศกุ อำเภอ อินทร์บรุ ี จงั หวดั สิงห์บรุ ี สำนักงานเขตพืน้ ทีก่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษาสิงห์บรุ ี

ไดร้ ับเอกสารการเผยแพร่ผลงานแผนการจดั การเรยี นรู้ดว้ ยรูปแบบหอ้ งเรยี นกลับดา้ น
(Flipped Classroom) โดยใช้ OBEC Content Center เร่อื ง อาหารและสารอาหาร

ข้าพเจ้าได้ศกึ ษาเอกสารเผยแพร่ผลงานแผนการจดั การเรยี นรู้ด้วยรปู แบบหอ้ งเรียนกลบั ด้าน
(Flipped Classroom) โดยใช้ OBEC Content Center เรื่อง อาหารและสารอาหาร โดยละเอยี ดแล้วและได้
เผยแพร่ให้บุคลากรในหนว่ ยงานไดท้ ราบทว่ั กนั

จึงเรียนมาเพ่ือทราบและขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้

ลงช่อื
( นางอษุ า ผาพิมพ์ )

รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรยี นวัดประศุก

แบบตอบรบั การเผยแพรแ่ ผนการจดั การเรยี นรู้ด้วยรูปแบบห้องเรยี นกลบั ด้าน
(Flipped Classroom) โดยใช้ OBEC Content Center เรอื่ ง อาหารและสารอาหาร

ข้าพเจา้ นายสมพร พิบูลย์ ตำแหนง่ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดยาง
โรงเรยี น วัดยาง อำเภอ อนิ ทร์บุรี จงั หวัด สิงห์บุรี สำนกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาสงิ ห์บุรี

ไดร้ ับเอกสารการเผยแพร่ผลงานแผนการจัดการเรยี นรู้ด้วยรปู แบบห้องเรยี นกลับดา้ น
(Flipped Classroom) โดยใช้ OBEC Content Center เรอ่ื ง อาหารและสารอาหาร

ขา้ พเจ้าได้ศึกษาเอกสารเผยแพร่ผลงานแผนการจัดการเรยี นรู้ดว้ ยรูปแบบหอ้ งเรียนกลบั ด้าน
(Flipped Classroom) โดยใช้ OBEC Content Center เร่ือง อาหารและสารอาหาร โดยละเอียดแล้วและได้
เผยแพร่ใหบ้ ุคลากรในหนว่ ยงานได้ทราบท่วั กนั

จึงเรียนมาเพ่ือทราบและขอขอบคณุ มา ณ โอกาสนี้

ลงชอื่
( นายสมพร พบิ ูลย์ )

ผ้อู ำนวยการโรงเรียนวัดยาง

ภาคผนวก ช
ภาพถ่ายขณะจดั กจิ กรรมการเรียนรู้

ภาพถ่ายขณะจดั กจิ กรรมการเรียนรู้

นักเรียนศึกษาหาความร้ดู ้วยตนเองในเอกสารตาม link ท่ีครสู ่งให้โดยใช้ OBEC Content Center
ท่ีบา้ นของตนเอง

นกั เรียนทำขอ้ สอบกอ่ นเรียนผา่ นดจิ ทิ ลั แพลตฟอรม์ OBEC Content Center

ครูพูดคยุ เก่ยี วกับมโนทัศนท์ ่ีคลาดเคลือ่ นของนกั เรยี นก่อนเริ่มกจิ กรรมการเรยี นร้ใู นห้องเรียน

นักเรียนปฏิบัตกิ จิ กรรมการเรยี นรู้ร่วมกันโดยใชส้ ่อื “บอร์ดเกมการศกึ ษา เร่อื ง FOOD&FRUIT”ที่
ดาวน์โหลดจากดจิ ิทลั แพลตฟอรม์ OBEC Content Center

นักเรยี นทำใบงาน เรือ่ ง โภชนาการดี ชวี ีมีสขุ ท่ีดาวน์โหลดจากดจิ ิทัลแพลตฟอรม์ OBEC Content
Center รวมท้ังทำแบบสือ่ การเรยี นร้แู ละประเมินความพงึ พอใจในการจัดการเรียนรู้

นักเรียนทำข้อสอบหลงั เรยี นผ่านดิจทิ ลั แพลตฟอรม์ OBEC Content Center

นกั เรยี นนำช้ินงานคำขวญั รณรงคใ์ หค้ นไทยมโี ภชานาการท่ีดี ตดิ ตามจุดประชาสัมพันธ์ของโรงเรยี น
วัดหนองสุ่ม

ภาคผนวก ซ

ชิ้นงานคำขวญั รณรงค์ใหค้ นไทยมโี ภชนาการท่ดี ี





.

ภาคผนวก ฌ

ชิ้นงานจากใบงาน เรื่อง โภชนาการดี ชีวมี สี ขุ















ประเภท ครูผู้ใชส้ ่ือเทคโนโลยรี ะบบ OBEC Content Center
สานกั งานเขตพนื้ ทก่ี ารศึกษาประถมศึกษาสงง ห์ุุรี



คานา

เอกสารฉบบั นี้ได้จดั ทาข้นึ เพอ่ื เป็นการรายงานผลการปฏิบตั ิงานทเี่ ปน็ เลิศ (Best Practice) รายวิชา
วิทยาศาสตร์ (ว16101) ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 6 ซึง่ ได้รายงานถงึ ความเป็นมาของ Best Practice วตั ถปุ ระสงค์และ
เปา้ หมายของการดาเนินงาน กระบวนการปฏบิ ตั งิ านหรอื ข้ันตอนการดาเนินงาน ซึง่ ประยุกตใ์ ช้ การเรยี นรแู้ บบสืบ
เสาะหาความรู้ (5Es) รวมท้ังได้รายงานผลการดาเนินการ บทเรยี นท่ไี ด้รับ (Lesson Learned) ปัจจยั แห่ง
ความสาเร็จ การเผยแพรผ่ ลงาน บรรณานุกรม และภาพกิจกรรม เพ่ือเปน็ เอกสารประกอบกจิ กรรมคัดเลือก
ผลงานทป่ี ฏบิ ตั เิ ป็นเลิศ

ผู้จัดทาหวงั เปน็ อยา่ งยง่ิ วา่ Best Practice เรือ่ ง Application นาพาสขุ เรยี นสนุกรู้คิด รายวชิ า
วทิ ยาศาสตร์ (ว16101) ช้ันประถมศึกษาปที ี่ 6 จะเปน็ ประโยชน์ในการนาไปประยุกต์ใชใ้ นการจดั การเรียนรเู้ พ่ือ
พฒั นาผู้เรยี นของโรงเรียน และผ้ทู ี่เกยี่ วข้องต่อไป

นางสาวเบญจพร ปานเรือง
ครโู รงเรียนวดั ประสิทธิค์ ุณากร

แบบรายงานผลการปฏิบตั ทิ ีเ่ ปน็ เลิศ (Best Practice)
ชื่อผลงาน Application นาพาสุข เรยี นสนกุ รู้คิด
ผูเ้ สนอผลงาน นางสาวเบญจพร ปานเรอื ง
ตาแหน่ง ครู คศ.1
สถานศกึ ษา โรงเรยี นวัดประสิทธ์ิคณุ ากร

ความเปน็ มาและความสาคัญ
จากการศึกษาแผนการศกึ ษาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 พบว่าแผนการศึกษาชาติฉบับนี้ เป็นการวาง

กรอบเป้าหมายและทิศทางของการศกึ ษาของประเทศในการพฒั นาศักยภาพและขดี ความสามารถของคนไทยทุก
ช่วงวัยใหเ้ ต็มตามศักยภาพ สามารถแสวงหาความรูแ้ ละเรียนร้ดู ้วยตนเอง อยา่ งต่อเน่ืองตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ
ดารงชวี ิตอย่างมีความสุขสอดคล้องกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียง และการเปล่ยี นแปลงในศตวรรษท่ี 21
นวตั กรรมจึงเปน็ ส่ิงสาคัญทีจ่ ะพัฒนาประเทศชาติให้ เจรญิ รุง่ เรอื ง การจัดการศึกษาในยุคปจั จุบนั นจ้ี งึ จาเป็นท่ี
จะต้องใหค้ วามสาคญั กบั การพฒั นานวัตกรรมของผเู้ รยี น

การจัดการเรียนรูใ้ นปัจจุบนั และอนาคตจะตอ้ งมีการปรบั ตวั เพื่อใหท้ นั ตอ่ การเปล่ียนแปลง และ สอดคล้อง
กับความต้องการทางสังคมและโลกที่เปล่ียนไปอย่างรวดเร็ว นวัตกรรมการศึกษาไทย 4.0 ท่ีสาคัญ คือการนา
เทคโนโลยีมาผนวกเข้ากับการศึกษาสร้างเป็นเครื่องมือหรือสื่อทางการเรียนรู้ให้กับ นักเรียนสาหรับการศึกษา 4.0
และรับการเรียนรู้ในศตวรรษท่ี21 ช่วยให้ผู้เรียนมีความตื่นตัว กระตือรือร้นในการแสวงหาความรู้อยู่ตลอดเวลา มี
ลักษณะกระบวนการจดั การเรียนรทู้ ี่ผูเ้ รยี นได้ลงมอื กระทาแบบ Active Learning (ยืน ภ่วู รวรรณ, 2558)

ดังนั้นครูผู้สอนจึงต้องวางแผนการออกแบบการจัดการเรียนรู้ กาหนดรูปแบบการเรียนการสอนเทคนิค
วิธีการสอน วิธีจัดกิจกรรมการเรียนรู้และส่ือการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพ่ือจะนาผู้เรียนไปสู่
การสร้างช้ินงานหรือภาระงาน เกิดทักษะกระบวนการ และสมรรถนะสาคัญตามธรรมชาติวิชารวมทั้งคุณลักษณะ
อันพึงประสงค์ให้บรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด(ปรับปรุง พ.ศ. 2560) ที่เป็นเป้าหมายของหน่วยการ
เรียนรู้ตามลาดับข้ันตอนการเรียนรู้ที่กาหนดไว้ คือ การจัดกิจกรรมตามวัฏจักรการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้
(5Es)
วตั ถุประสงค์

เพื่อพัฒนานักเรียนให้มีความสามารถในการสร้างองค์ความรู้ มีทักษะชีวิตและคุณลักษณะอันพึงประสงค์
ของเด็กในศตวรรษที่ 21

เปา้ หมาย
เชงิ ปรมิ าณ
นกั เรียนช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ 6 จานวน 7 คน มีผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนสงู กวา่ เปา้ หมายของสถานศึกษา
เชิงคณุ ภาพ
1.นักเรยี นชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 6 มีผลสัมฤทธทิ์ างการเรียนสูงกวา่ เปา้ หมายของสถานศึกษา
2. นกั เรียนมที กั ษะการเรียนรู้ ทกั ษะการคดิ การแก้ปัญหา การส่ือสาร การทางานเปน็ ทีม

ข้ันตอนการดาเนินงาน
ขั้นที่ 1 กระตุ้นความคิด

เปน็ ขนั้ สร้างความตระหนักให้กับนักเรียน ท่ีครผู ูส้ อนตอ้ งทาใหน้ กั เรยี นเกิดความกระหายใคร่รู้ในสง่ิ ทจ่ี ะเรยี น

โดยการนาส่อื OBEC Content center ทีม่ เี นื้อหาสาระสอดคลอ้ งกับสาระการเรยี นรู้หลกั สตู ร โดยใชใ้ นการต้งั
คาถามกระตนุ้ ให้นักเรยี นมีกระบวนการคิดตามลาดับขนั้ อภิปรายอย่างกวา้ งขวางและสรุปตัดสินใจรว่ มกันอย่างมี
เหตุผล

ขน้ั ท่ี 2 สารวจและค้นหา (Exploration)
เปน็ ขัน้ ทผ่ี สู้ อนเปดิ โอกาสใหผ้ ู้เรียนลงมอื ศึกษา สังเกต หรอื รว่ มมอื กันสารวจ เพื่อใหเ้ ห็นขอบข่ายของปญั หา
รวมถึงวิธีการศกึ ษาค้นคว้า การรวบรวมข้อมลู ความรู้ทีจ่ ะนาไปสคู่ วามเข้าใจประเด็นปญั หานั้นๆ เมื่อผู้เรยี นทา
ความเข้าใจในประเดน็ หวั ข้อท่จี ะศึกษาคน้ คว้าอยา่ งถ่องแท้แลว้ ก็ลงมอื ปฏิบัติเพ่ือเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลความรู้
สารวจตรวจสอบ โดยวธิ ีการตา่ งๆ เช่น สมั ภาษณ์ ทดลองใช้Application จากสื่อ OBEC Content center
ไดข้ ้อมูลความรู้ตามที่ต้ังประเดน็ ศกึ ษาไว้

ข้ันที่ 3 อธิบายความรู้ (Explanation)
เปน็ ขั้นที่ผสู้ อนมีปฏิสัมพนั ธ์กับผู้เรยี น เชน่ ใหค้ วามรู้ใหม่การแนะนา ตั้งคาถามกระตนุ้ ใหค้ ดิ เพื่อให้ผ้เู รียนคน้ หา
คาตอบ และนาข้อมลู ความรู้จากการศกึ ษาค้นคว้าในขั้นที่ 2 มาวเิ คราะห์ สรปุ ผล และนาเสนอผลที่ไดศ้ ึกษาค้นคว้า
มาในรูปแบบสารสนเทศต่างๆ เช่น เขยี นแผนภมู ิ แผนผังแสดงมโนทศั น์ เขียนความ-เรียง เขียนรายงานเปน็ ต้น ใน
ข้นั ตอนน้ฝี กึ ให้ผู้เรียนใช้สมองคดิ วเิ คราะห์และสงั เคราะห์อยา่ งเปน็ ระบบ

ขน้ั ท่ี 4 ขยายความเข้าใจ (Elaboration)
เปน็ ขนั้ ทีผ่ ู้สอนเลือกใชเ้ ทคนิควิธีการสอนต่างๆ ที่สง่ เสรมิ ใหผ้ ู้เรยี นนาความรทู้ เี่ กิดขน้ึ ไปคิดค้น
สืบคน้ ต่อ ๆ ไป เพื่อพฒั นาทักษะการเรยี นรูแ้ ละการทางานรว่ มกันเปน็ กลมุ่ ระดมสมองเพ่ือคิดสร้างสรรค์
รว่ มกนั ผเู้ รยี นสามารถนาความรทู้ ่ีสรา้ งขนึ้ ใหมไ่ ปเชื่อมโยงกบั ประสบการณ์เดิมโดยนาข้อสรปุ ที่ไดจ้ ากการดูคลิป
วดิ โี อสอ่ื เสรมิ การเรยี นรโู้ ดยเข้าไปทเ่ี วบ็ ไซต์ OBEC Content Center ไปใชอ้ ธบิ ายเหตกุ ารณ์ตา่ งๆ หรือนาไป
ปฏบิ ตั ใิ นสถานการณ์ใหม่ๆ ท่ีเก่ยี วข้องกบั ชวี ติ ประจาวนั ของตนเอง เพื่อขยายความร้คู วามเข้าใจให้กวา้ งขวางย่ิงข้ึน
ในขนั้ ตอนนฝ้ี ึกสมองของผู้เรยี นให้สามารถคดิ รเิ ร่ิมสรา้ งสรรค์อย่างมีคุณภาพ เสรมิ สรา้ งวสิ ัยทัศนใ์ ห้กว้างไกล
ออกไป

ข้นั ท่ี 5 ตรวจสอบผล (Evaluation)
เป็นขั้นที่ผสู้ อนประเมนิ มโนทัศนข์ องผเู้ รียน โดยตรวจสอบจากความคิดทเ่ี ปลย่ี นไปและความคิดรวบยอดท่ี
เกดิ ข้นึ ใหม่ ตรวจสอบทักษะ กระบวนการปฏบิ ตั ิ การแก้ปัญหา การตอบคาถามรวบยอด และการเคารพ
ความคดิ หรือยอมรบั เหตุผลของคนอนื่ เพื่อการสรา้ งสรรค์ความรู้ร่วมกัน ผ้เู รียนสามารถประเมนิ ผลการเรียนรู้
ของตนเอง เพื่อสรปุ ผลว่ามีความรอู้ ะไรเพ่ิมข้นึ มาบ้าง เกิดความเขา้ ใจมากน้อยเพยี งใด และจะนาความรู้เหล่านัน้
ไปประยุกต์ใชใ้ นการเรียนรู้เรื่องอนื่ ๆ ได้อย่างไร ผ้เู รียนจะเกิดเจตคติและเหน็ คณุ ค่าของตนเองจากผลการเรียนรทู้ ่ี
เกิดข้ึน ซ่งึ เป็นการเรยี นรทู้ ี่มคี วามสขุ อย่างแทจ้ ริง

ผลการดาเนนิ งาน

การจดั การเรยี นการสอนโดยการใช้ส่อื OBEC Content Center นักเรยี นชั้นประถมศึกษาปที ่ี 6 จานวน 7
คน มผี ลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นสูงกวา่ เปา้ หมายของสถานศกึ ษา

บทเรยี นท่ไี ด้รบั

การจัดการเรียนการสอนโดยการใชส้ อ่ื OBEC Content Center เป็นการเรยี นรู้ดว้ ยการปฏิบัติจริงสง่ ผล
ให้นกั เรยี นพัฒนาด้านความรู้ เกิดทักษะกระบวนการและมีเจตคตทิ ่ีดตี ่อการเรียนวิทยาศาสตร์
ครคู วรใชส้ ือ่ OBEC Content Center ในการจัดการเรียนการสอนให้มาก เพื่อฝึกผู้เรยี นบ่อย ๆ

ปัจจยั แหง่ ความสาเรจ็

การสอื่ นาเสริมการเรียนรจู้ ากเว็บไซต์ OBEC Content Center มาประยุกต์ใชใ้ นกจิ กรรมการจัดการเรยี น
การสอนสง่ ผลใหน้ ักเรียนเรยี นรูจ้ ากการคิด และปฏิบตั ิจรงิ ตามลาดับขน้ั เปิดโอกาสใหผ้ ้เู รยี นไดร้ ู้จกั สือ่ สามารถ
ตอบโจทย์การเรยี นรู้ในยุคดิจิทลั ไดอ้ ย่างสมบูรณ์แบบเรยี นรู้ดว้ ยตนเองผา่ นกระบวนการคิดและการลงมือทา
รว่ มกบั เพื่อนในกลุ่ม โดยใช้กระบวนการทางเพ่ือการพฒั นาทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และทักษะการ
เรียนรแู้ หง่ ศตวรรษที่ 21

การเผยแพร่

-การจัดกจิ กรรมการเรียนการสอน

-เผยแพรผ่ ลงานโดยการให้ความรู้แก่คณะครภู ายในโรงเรยี น

-เผยแพร่ผลงานผา่ นเวบ็ ไซตโ์ รงเรียน

บรรณานุกรม

______. (2556). ทกั ษะแหงอนาคตใหม การศึกษาเพ่ือศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ : มลู นิธสิ ยาม

กมั มาจล.

______. (2560). แผนการศึกษาแหงชาติ พ.ศ.2560 - 2579. กรงุ เทพฯ : พริกหวานกราฟฟค.

ภาคผนวก

การจัดการเรียนการสอนประกอบการใช้ส่ือ
Application (OBEC Content Center)

แผนการจัดการเรียนรูป้ ระกอบการใช้ Application (OBEC Content Center)

รหสั วิชา ว 16101 เร่อื ง ระบบการย่อยอาหาร กลุ่มสาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์
รายวิชา วิทยาศาสตร์

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี ๓ ร่างกายมนุษย์ ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๖
เวลา ๑ ชว่ั โมง

๑. สาระ มาตรฐานการเรยี นรู้และตวั ชว้ี ัด
สาระที่ ๑ ส่ิงมีชีวติ กับกระบวนการดารงชวี ิต
มาตรฐาน ว ๑.๒ เข้าใจหน่วยพื้นฐานของส่ิงมีชีวิต ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ของระบบ

ต่าง ๆ ของสิ่งมีชีวิตท่ีทางานสัมพันธ์กัน มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ สื่อสารสิ่งท่ีเรียนรู้และนาความรู้ไปใช้
ในการดารงชวี ติ ของตนเองและดูแลสิ่งมีชวี ิต

ตวั ช้ีวดั
ว ๑.๒ ป.๖/๔ สร้างแบบจาลองระบบย่อยอาหาร และบรรยายหน้าที่ของอวัยวะในระบบย่อยอาหาร
รวมทง้ั อธบิ ายการย่อยอาหารและการดดู ซึมสารอาหาร
๒. สาระสาคัญ
1. การยอ่ ยอาหาร
๑.๑. การย่อยอาหารเชิงกล
๑.๒. การย่อยอาหารเชงิ เคมี
2. อวยั วะทีเ่ กีย่ วขอ้ งกับระบบย่อยอาหาร
2.1 ปาก
๒.๒ หลอดอาหาร
๒.๒ กระเพาะอาหาร
๒.๒ ลาไสเ้ ล็ก
๓. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
๓.๑ ด้านความรู้ (Knowledge)

๓.๑.๑ นักเรียนสามารถบง่ ชีอ้ วัยวะในระบบย่อยอาหารได้
๓.๑.๒ นกั เรียนสามารถอธิบายหน้าทีข่ องอวยั วะทเี่ กี่ยวขอ้ งในระบบย่อยอาหารได้
๓.๒ ดา้ นทักษะกระบวนการ (Process)
๓.๒.๑ นักเรียนสามารถนาความรู้เรื่องการกินอาหารให้ถูกหลักโภชนาการไปใช้ใน
ชวี ติ ประจาวัน
๓.๓ ด้านเจตคติ (Attitude)
๓.๓.๑ นกั เรียนแสดงความเป็นคนช่างสงั เกต ใฝเ่ รียนรู้ และมุง่ มนั่ ในการเสาะแสวงหาความรู้

๔. สาระการเรียนรู้
การยอ่ ยอาหาร คือ การเปลี่ยนแปลงขนาดโมเลกุลของสารอาหารให้เลก็ ลง เพ่ือให้รา่ งกายสามารถดูด

ซมึ ไปใชง้ านได้ รา่ งกายเราจะใชก้ ารยอ่ ยอาหาร 2 วิธคี ือ การย่อยอาหารเชงิ กล และการย่อยอาหารเชงิ เคมี
การยอ่ ยอาหารเชงิ กล คือ การเปล่ียนแปลงอาหารด้วยการบดเค้ียวของฟันหรือการบีบตัวของกล้ามเนื้อ

ทางเดนิ อาหาร การย่อยอาหารเชงิ เคมี คือ การเปลี่ยนแปลงขนาดโมเลกุลของสารอาหารใหเ้ ลก็ ลงโดยใช้เอนไซม์
หรือนา้ ย่อย

อวยั วะทเ่ี กย่ี วข้องกบั ระบบย่อยอาหาร ประกอบด้วย ทางเดินอาหารซ่ึงมีลักษณะเป็นท่อยาวติดตอ่ กัน
ต้งั แต่ ปาก คอหอย หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลาไสเ้ ล็ก ลาไสใหญ่ จนถึงทวารหนัก และอวัยวะอื่นๆ ที่ชว่ ย
ในการยอ่ ยอาหาร ได้แก่ ต่อมนา้ ลาย ตบั ตับออ่ น และถุงน้าดี

ปาก เปนอวยั วะสวนแรกของระบบย่อยอาหาร ซึ่งจะมีท้ังการย่อยอาหารเชิงกลและการย่อย
อาหารเชิงเคมี โดยภายในปากจะมีฟนั ทาหน้าทบี่ ดเคี้ยวอาหารให้มีขนาดเล็กลง ล้ินช่วยในการคลุกเคล้า
อาหารใหเ้ ข้ากบั นา้ ลาย ในระหว่างนนั้ ต่อมนา้ ลายกจ็ ะผลติ เอนไซมหรอื น้าย่อยที่มีชื่อว่าอะไมเลส ทาหนาท่ีใน
การยอ่ ยอาหารจาพวกคารโบไฮเดรตใหมโี มเลกลุ เลก็ ลง จดั เปน็ การย่อยอาหารทางเคมีนอกจากน้ี น้าลายยงั ช่วย
ใหอ้ าหารอ่อนตัวเพ่ือกลนื อาหารไดงา่ ยข้ึนอีกดวย

จากปาก อาหารจะลงสู่หลอดอาหาร ทมี่ ีความยาวประมาณ 25 เซนติเมตร โดยภายในหลอดอาหาร
จะมผี นังกลามเนอื้ ทีหดตัวและคลายตัวเปนช่วง ๆ ทาให้อาหารเคลื่อนไปตามหลอดอาหารลงสู่กระเพาะอาหาร

กระเพาะอาหาร ซึ่งสามารถขยายความจุไดถึง 500 -2,000 ลูกบาศกเซนติเมตร จะมีการย่อย
อาหารเชงิ กลโดยการหดตัวและคลายตวั ของกล้ามเนอื้ เซลลใ์ นกระเพาะอาหารจะสร้างน้าเมอ่ื กรดไฮโดรคลอริก
หรือกรดเกลือ และมกี ารย่อยอาหารเชิงเคมีโดยการผลติ เอนไซมเพปซินทาหนาทย่ี ่อยโปรตนี ใหเปนสารมขี นาด
โมเลกลุ เล็กลง โปรตีนบางส่วนจะมีการย่อยต่อทลี่ าไส้เล็ก

ลาไส้เลก็ มลี กั ษณะเป็นท่อยาวประมาณ 6-7 เมตร เป็นบริเวณที่มกี ารย่อยและการดดู ซึมอาหารมากท่ีสุด
โดยจะมกี ารย่อยอาหารเชิงกล คือ การหดตัวของลาไส ทาใหอาหารคลุกเคลากบั เอนไซมไ์ ด้ดี นอกจากนี้
ยังมีการย่อยอาหารเชิงเคมี โดยมีเอนไซมจากตับอ่อนและผนงั ลาไส้เล็กทาหนาทยี่ ่อยคารโบไฮเดรตไดนา้ ตาล

โมเลกลุ เด่ียว และมเี อนไซมท่ีสรางจากตบั อ่อนและผนังลาไสเล็กทาหนาทย่ี ่อยไขมนั แต่การยอ่ ยไขมนั ตองอาศัย
น้าดีจากตบั มาทาให้ไขมนั แตกตวั ก่อนจึงจะย่อยได ส่วนการย่อยโปรตีนมเี อนไซมจากตับออ่ นและผนังลาไสเ้ ล็ก
ยอ่ ยได้กรดอะมิโน

ในผนังดานในของลาไสเล็กมีลักษณะขรขุ ระคลายขนอยู่เรียกว่า วิลลัส ทาหนาทเ่ี พิ่มพืน้ ทผ่ี วิ ในการดดู
ซึมสารอาหาร เขาสู่หลอดเลือดฝอยและหลอดนา้ เหลอื งฝอยท่ีผนงั ลาไสเลก็ เพื่อลาเลยี งไปยังส่วนต่าง ๆ ของ
รา่ งกาย

กากอาหารจากลาไส้เลก็ จะเคล่ือนที่เข้าสู่ลาไสใหญ่ ซ่งึ ไม่มกี ารย่อยอาหารแต่สามารถดูดซึมน้า แร่ธาตุ
วติ ามิน และน้าตาลจากกากอาหารเขา้ สู่หลอดเลือดในระบบหมุนเวยี นเลอื ดเพื่อลาเลยี งไปใช้ประโยชนตอ่ ไป

กากอาหารทเี่ หลือรวมกับน้าเมอื ก เอนไซมและของเสียอ่ืน ๆ จะถูกขับ ออกจากร่างกายทางทวารหนัก
ถารับประทานอาหารพวกผกั ผลไมทกุ วันและด่ืมน้ามากๆ จะทาให้ขับกากอาหารออกจากร่างกายไดง้ า่ ยขึน้

๕. สมรรถนะที่สาคญั
 ความสามารถในการสือ่ สาร
 ความสามารถในการแกป้ ัญหา

๖. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

 มุ่งมนั่ ในการทางาน  ใฝเ่ รียนรู้

๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้

ข้นั ท่ี ๑ ขน้ั นาเขา้ สูบ่ ทเรยี น

 ครูนาเข้าสบู่ ทเรียน ครูกล่าวทักทายนักเรยี นและเตรียมความพร้อมของนักเรียนดว้ ยการเช็คชื่อ
ผ่านชอ่ งทางออนไลน์ด้วย line ช่ือกลุม่ นักเรียนชน้ั ป.6โดยใหนกั เรียนสแกน
QR Code

 ครูนาเขาสู่บทเรยี น โดยใช้ภาพของร่างกายมนุษย์และช้ีให้เห็นถึงความสาคญั ของอวัยวะ ดังน้ี
 ในร่างกายของมนุษยม์ ีอวัยวะที่แตกต่างกัน ซ่ึงอวยั วะแต่ละส่วนก็ทาหน้าทีต่ า่ งกันโดย
รา่ งกายของมนุษย์ไมส่ ามารถขาดส่วนใดไปได เน่ืองจากทุกอวยั วะล้วนมีความสมั พันธก์ ัน

ขั้นท่ี ๒ ขนั้ แสวงหาความรู้ใหม่
 ครนู าอภิปรายเรอ่ื งอวยั วะท่ีเก่ยี วข้องกับ ระบบย่อยอาหาร โดยใชส่ือเสริมเร่ืองระบบย่อย
อาหารในหวั ข้ออวัยวะในการย่อยอาหาร ทวารหนัก
 ครนู าอภิปรายสรุปเร่ืองอวัยวะที่เกยี่ วของกับระบบย่อยอาหาร โดยใชรปู ภาพ ดงั น้ี

 อวัยวะที่เกยี่ วของกบั ระบบย่อยอาหาร ประกอบด้วย ทางเดินอาหารซึ่งมีลักษณะ
เปนทอ่ ยาวติดต่อกันต้ังแต่ ปาก คอหอย หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลาไส้เล็ก

ลาไสใหญ่ จนถึงทวารหนัก และอวัยวะอ่ืน ๆ ท่ีชว่ ยในการย่อยอาหาร ไดแ้ ก่

ต่อมนา้ ลาย ตบั ตับอ่อน และถุงนา้ ดี

ข้นั ที่ ๓ ขนั้ ศึกษาทาความเข้าใจความร้ใู หม่
 ครูให้นักเรยี นดคู ลปิ วิดีโอส่ือเสรมิ การเรยี นรโู้ ดยเขา้ ไปท่ีเวบ็ ไซต์ OBEC Content Center
https://contentcenter.obec.go.th ค้นหาวิดีโอคลปิ ระบบยอ่ ยอาหาร หรอื ใช้ QR Code

ดา้ นลา่ ง และครกู ระต้นุ ด้วยคาถาม “นกั เรยี นได้เรยี นรเู้ รอื่ งอะไรดูคลปิ วิดโี อระบบการย่อย
อาหาร”?

 ครแู ละนักเรียนร่วมกันวเิ คราะหส์ ง่ิ ท่ีไดเ้ รยี นร้จู ากคลิปวิดโี อระบบยอ่ ยอาหารและ ส่งิ ท่ี
นกั เรียนอยากเรยี นรู้ มีความสมั พนั ธ์เก่ยี วข้องกันอย่างไรบา้ ง?

 ครูนาอภิปรายเรื่องหนาท่ีของอวัยวะที่เกยี่ วของกับระบบย่อยอาหาร ดังน้ี
 ปาก ปากเปนอวยั วะส่วนแรกของระบบย่อยอาหาร ซ่ึงจะมีทั้งการย่อยอาหารเชิงกล
และการย่อยอาหารเชงิ เคมี โดยภายในปากจะมฟี นทาหนาทบ่ี ดเคีย้ วอาหารให้มี
ขนาดเล็กลง ลิ้นช่วยในการคลุกเคลาอาหารใหเขากับนา้ ลาย ในระหว่างนนั้ ต่อม
นา้ ลายกจ็ ะผลติ เอนไซม์หรือน้ายอ่ ยท่ีมชี ่ือว่าอะไมเลส ทาหนาทใ่ี นการย่อยอาหาร

จาพวกคาร์โบไฮเดรตใหมโี มเลกลุ เล็กลง จดั เปนการย่อยอาหารทางเคมนี อกจากนี้
น้าลายยงั ชว่ ยให้อาหารออ่ นตัวเพ่ือกลนื อาหารได้งา่ ยขึน้ อีกด้วย
 หลอดอาหารเปนอวัยวะที่ไมม่ ีการย่อย มีความยาวประมาณ 25 เซนตเิ มตร โดย
ภายในหลอดอาหาร จะมผี นงั กล้ามเนื้อ ทห่ี ดตวั และคลายตัวเป็นช่วง ๆ ทาให้อาหาร
เคลอ่ื นไปตามหลอดอาหารลงสู่กระเพาะอาหาร
 กระเพาะอาหาร มีลักษณะเปนถงุ กลามเนื้อทโี่ ปรง ซึ่งสามารถขยายความจุไดถ้ ึง
500-2,000 ลกู บาศกเซนตเิ มตร จะมกี ารย่อยอาหารเชิงกลโดยการหดตวั และ
คลายตัวของกลามเนื้อ เซลล์ในกระเพาะอาหารจะสร้างนา้ เมอื ก กรดไฮโดรคลอริก
หรือกรดเกลอื และมีการย่อยอาหารเชงิ เคมโี ดยการผลติ เอนไซมเพปซินทาหนาที่
ย่อยโปรตีนใหเปนสารที่มีขนาดโมเลกุลเลก็ ลง โปรตีนบางส่วนจะมกี ารย่อยต่อทล่ี าไสเล็ก
 ลาไสเล็ก มลี กั ษณะเป็นท่อยาวประมาณ 6-7 เมตร เปนบริเวณท่ีมกี ารย่อยและการ
ดดู ซมึ อาหารมากที่สุด โดยจะมกี ารยอ่ ยอาหารเชิงกล คือ การหดตัวของลาไส ทาให้
อาหาร ปาก หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลาไส ตบั ลาไสใหญ่ ตบั อ่อน ต่อม
น้าลาย คอหอย ทวารหนัก ถุงน้าดี คลุกเคลา้ กับเอนไซม์ไดดี นอกจากน้ียังมกี าร
ย่อยอาหารเชิงเคมี โดยมเี อนไซมจากตับออ่ นและผนังลาไสเล็กทาหนาทยี่ ่อย
คารโบไฮเดรตไดนา้ ตาลโมเลกลุ เด่ียว และมเี อนไซมไลเปสที่สรางจากตับอ่อนและ
ผนังลาไสเล็กทาหน้าทย่ี ่อยไขมัน แต่การย่อยไขมันตองอาศยั น้าดีจากตบั มาทาให้
ไขมันแตกตัวก่อนจงึ จะย่อยได ส่วนการย่อยโปรตนี มเี อนไซมจากตบั อ่อนและผนัง
ลาไสเล็กย่อยได้กรดอะมิโน
 กากอาหารจากลาไส้เลก็ จะเคลื่อนที่เข้า สู่ลาไสใหญซ่ ่ึงเปนส่วนสุดทา้ ยของระบบ
ทางเดนิ อาหาร ไม่มีการย่อยอาหารแต่สามารถดดู ซึมนา้ แร่ธาตุ วติ ามนิ และน้าตาล
จากกากอาหารเขาสู่หลอดเลอื ดในระบบหมุนเวยี นเลือดเพ่ือลาเลยี งไปใช้ประโยชน์
 ตบั ทาหนาทส่ี ่งน้าดีไปยงั ลาไสเล็ก ซ่ึงเปน็ สว่ นชว่ ยในการยอ่ ยไขมนั
 ตบั ออ่ น ทาหนาทส่ี รางน้าย่อยหลายชนิด เพ่ือส่งไปยังลาไสเลก็

ข้ันท่ี ๔ ขน้ั แลกเปลีย่ นความรู้ความเข้าใจ
 ครูนาอภิปรายสรุปเรื่องอวัยวะท่เี กี่ยวขอ้ งกบั ระบบย่อยอาหาร หน้าทข่ี องอวัยวะในการยอ่ ย

อาหาร

ขั้นที่ ๕ ข้นั สรปุ

 ครนู าสรุปเรื่องระบบย่อยอาหาร โดยชี้ให้เห็นถงึ ความสาคญั ของหน้าทท่ี เ่ี กย่ี วขอ้ งกบั ระบบ

ยอ่ ยอาหาร โดยเข้า ไปทเ่ี ว็บไซต OBEC Content Center

https://contentcenter.obec.go.th คนหา Application Animal world

๘. การวดั และประเมินผลการเรยี นรู้ เคร่อื งมือประเมิน เกณฑก์ ารวัด

ดา้ น วิธกี ารวัด -แบบทดสอบ นักเรยี นต้องได้คะแนนไม่น้อยกว่า
ความรู้ (K) ทดสอบ -ใบงาน ร้อยละ ๗๐

ทักษะ (P) -การทดลอง - แบบประเมนิ การนาเสนอ นกั เรียนตอ้ งได้คะแนนไมน่ ้อยกว่า

- การนาเสนอผลการสบื ค้น ช้นิ งาน รอ้ ยละ ๗๐

เจตคติ (A) การสังเกต - แบบสังเกตพฤตกิ รรมของ นักเรยี นผ่านเกณฑ์การประเมิน
นักเรยี นด้านมุ่งมนั่ ในการ
ทางานและใฝ่เรยี นรู้

๙. สอ่ื /แหลง่ การเรียนรู้

๙.๑ ส่อื เสรมิ การเรียนรู้ Application เรอื่ ง ปจั จยั บางประการท่ีมีผลต่อการเจรญิ เติบโตของพชื
๙.๒ Line Group นักเรียนช้นั ป.6
๙.๓ หนังสือเรียนรายวิชาวทิ ยาศาสตร์ ๖ กล่มุ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี ๖
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาชนั้ พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐)

๑๐. บนั ทกึ หลงั การจดั การเรียนรู้
๑๐.๑ สรปุ ผลการจัดการเรยี นรู้

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๑๐.๒ ปัญหาอุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………...

๑๐.๓ แนวทางแก้ปัญหาและข้อเสนอแนะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอื่ ........................................................(ผู้สอน)
(นางสาวเบญจพร ปานเรือง)
ตาแหน่ง ครู

วนั ท่ี........... เดือน ........................ พ.ศ...................

ความคดิ เห็น/ขอ้ เสนอแนะของผู้อานวยการ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่ือ………………………………………………………..
(นางสาวแกว้ ตา โพธอ์ิ ้น)

ตาแหน่งครู รักษาการในตาแหน่ง
ผอู้ านวยการโรงเรยี นวัดประสิทธคิ์ ุณากร

ใบงาน
เรื่อง ระบบย่อยอาหาร
สารสนเทศประจากลุ่ม ..................................................
รายชื่อสมาชกิ ประจากลุ่ม
1. .......................................................................... ชนั้ ประถมศึกษาปีท.ี่ .................. เลขที่ .......................
๒. .......................................................................... ชั้นประถมศึกษาปีท.ี่ .................. เลขที่ .......................
๓. .......................................................................... ชั้นประถมศึกษาปีท.่ี .................. เลขที่ .......................
๔. .......................................................................... ช้นั ประถมศึกษาปีท.่ี .................. เลขท่ี .......................

คาชีแ้ จง : จากการสืบคน้ ข้อมลู และศกึ ษาสื่อเสริมการเรียนรู้ เร่ือง ระบบย่อยอาหาร นักเรียนสรุปเป็น
สารสนเทศ ดงั น้ี
๑. การยอ่ ยอาหารคืออะไร มีกว่ี ิธี อะไรบา้ ง
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๒. อวยั วะท่เี กยี่ วขอ้ งกับการย่อยอาหารมีอะไรบ้าง

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

3. จงเตมิ ส่วนประกอบที่หายไป ใหถ้ ูกตอ้ ง

4. ต่อมน้าลายและนา้ ลายในปาก ทาหนา้ ท่ีอะไร

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๕. กระเพาะอาหาร มีการย่อยเชิงกลและเชงิ เคมี อย่างไร
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
............................................................................................................................. ..................................................
๖. ลาไส้เล็ก มีการยอ่ ยเชงิ กลและเชงิ เคมี อยา่ งไร
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

เฉลย

ใบงาน
เรื่อง ระบบย่อยอาหาร
สารสนเทศประจากล่มุ ..................................................
รายชื่อสมาชิกประจากลมุ่
1. .......................................................................... ช้นั ประถมศึกษาปีท.่ี .................. เลขที่ .......................
๒. .......................................................................... ชั้นประถมศึกษาปีท.่ี .................. เลขท่ี .......................
๓. .......................................................................... ชน้ั ประถมศึกษาปีท.ี่ .................. เลขที่ .......................
๔. .......................................................................... ชั้นประถมศึกษาปีท.่ี .................. เลขท่ี .......................

คาชีแ้ จง : จากการสืบค้นข้อมลู และศกึ ษาสื่อเสริมการเรียนรู้ เร่ือง ระบบย่อยอาหาร นักเรยี นสรปุ เป็น
สารสนเทศ ดงั นี้
๑. การยอ่ ยอาหารคอื อะไร มีกว่ี ธิ ี อะไรบา้ ง

การย่อยอาหาร คือ การเปล่ยี นแปลงขนาดโมเลกุลของสารอาหารให้เลก็ ลง เพ่ือให้ร่างกายสามารถดูด
ซึมไปใช้งานได้ รา่ งกายเราจะใชก้ ารย่อยอาหาร 2 วิธีคือ การยอ่ ยอาหารเชิงกล และการย่อยอาหารเชิงเคมี
๒. อวยั วะทีเ่ กยี่ วข้องกับการย่อยอาหารมีอะไรบ้าง

อวยั วะท่เี ก่ียวข้องกบั ระบบย่อยอาหาร ประกอบด้วย ทางเดินอาหารซง่ึ มลี ักษณะเป็นทอ่ ยาวติดตอ่ กนั

ต้ังแต่ ปาก คอหอย หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลาไส้เล็ก ลาไส้ใหญ่ จนถงึ ทวารหนกั และอวัยวะอ่ืน ๆ ที่

ช่วยในการยอ่ ยอาหาร ไดแ้ ก่ ตอ่ มนา้ ลาย ตบั ตบั ออ่ น และถุงนา้ ดี

3. จงเตมิ สว่ นประกอบท่หี ายไป ให้ถกู ตอ้ ง

4. ตอ่ มนา้ ลายและนา้ ลายในปาก ทาหน้าที่อะไร
ตอ่ มนา้ ลายกจ็ ะผลิตเอนไซม์หรอื น้ายอ่ ยท่มี ชี ื่อว่าอะไมเลส ทาหนา้ ทใี่ นการย่อยอาหารจาพวก

คารโ์ บไฮเดรตใหม้ ีโมเลกุลเลก็ ลง จัดเป็นการย่อยอาหารทางเคมนี อกจากน้ี น้าลายยังชว่ ยให้อาหารอ่อนตัวเพื่อ
กลืนอาหารได้ง่ายขน้ึ อกี ด้วย

๕. กระเพาะอาหาร มกี ารยอ่ ยเชิงกลและเชิงเคมี อยา่ งไร
กระเพาะอาหาร จะมีการยอ่ ยอาหารเชงิ กลโดยการหดตัวและคลายตัวของกลา้ มเนอ้ื เซลล์ใน

กระเพาะอาหารจะสรา้ งน้าเมือก กรดไฮโดรคลอริกหรอื กรดเกลือ และมกี ารยอ่ ยอาหารเชงิ เคมีโดยการผลติ
เอนไซม์เพปซินทาหนา้ ท่ยี อ่ ยโปรตีนให้เปน็ สารทม่ี ีขนาดโมเลกุลเลก็ ลง โปรตีนบางส่วนจะมกี ารย่อยตอ่ ทีล่ าไส้เลก็

๖. ลาไสเ้ ล็ก มกี ารยอ่ ยเชงิ กลและเชงิ เคมี อยา่ งไร
ลาไส้เล็ก จะมีการยอ่ ยอาหารเชงิ กล คอื การหดตัวของลาไส้ ทาให้อาหารคลกุ เคลา้ กับเอนไซมไ์ ดด้ ี

นอกจากนีย้ งั มกี ารยอ่ ยอาหารเชิงเคมี โดยมีเอนไซมจ์ ากตับอ่อนและผนังลาไสเ้ ลก็ ทาหนา้ ที่ย่อยคาร์โบไฮเดรต
ได้น้าตาลโมเลกลุ เดีย่ ว และมีเอนไซม์ทสี่ ร้างจากตับอ่อนและผนงั ลาไสเ้ ลก็ ทาหนา้ ท่ีย่อยไขมัน แต่การย่อย
ไขมนั ตอ้ งอาศัยนา้ ดีจากตบั มาทาใหไ้ ขมันแตกตวั ก่อนจงึ จะย่อยได้ สว่ นการย่อยโปรตนี มีเอนไซม์จากตบั ออ่ น
และผนังลาไส้เล็กยอ่ ยไดก้ รดอะมโิ น

แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานกลุม่

ช่ือกลมุ่ .......................................................ชน้ั ...........................

คาชีแ้ จง ให้ ครผู ู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียนแล้วขดี √ ลงในชอ่ ง
ทตี่ รงกบั ระดับคะแนน

ลาดบั ท่ี รายการประเมิน ระดบั คะแนน
๓๒๑

๑ การแบ่งหนา้ ที่กันอย่างเหมาะสม
๒ ความร่วมมือกนั ทางาน
๓ การแสดงความคดิ เห็น
๔ การรับฟงั ความคดิ เห็น
๕ ความมีนา้ ใจช่วยเหลอื กนั

รวม

ลงชอ่ื ................................................ผปู้ ระเมนิ

เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ์การตดั สินคุณภาพ

ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ ๓ คะแนน ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ
ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครง้ั ให้ ๒ คะแนน ๑๐ - ๑๒ ดี
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้ัง ให้ ๑ คะแนน ๖–๙
ตา่ กวา่ ๖ พอใช้
ปรับปรุง


Click to View FlipBook Version