The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

Best Practice obec content สพป.สิงห์บุรี

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ouixxx, 2022-09-28 03:21:42

Best Practice obec content

Best Practice obec content สพป.สิงห์บุรี

Keywords: obec content

เกณฑ์การประเมนิ แผนทค่ี วามคดิ ตัวอย่างคำนามแต่ละชนดิ

ประเดน็ ระดบั คะแนน
การประเมนิ
1. หลกั การเขียน 54 3 2 1
แผนผงั ความคดิ
เส้นกระจายออกจาก เสน้ กระจายออกจาก เส้นกระจายออกจาก เส้นกระจายออกจาก ใช้เส้นไมถ่ กู ต้อง
2. เนอ้ื หา ความ
ถูกต้อง จดุ ศนู ยก์ ลาง ใช้เส้น จดุ ศนู ย์กลาง ใช้เส้น จุดศนู ยก์ ลาง จุดศูนย์กลาง ตามหลักการเขยี น

3. เชอ่ื มโยง ไดถ้ กู ตอ้ งตาม ไดถ้ ูกตอ้ งตาม ใช้เส้นไดถ้ กู ตอ้ ง ใชเ้ สน้ ไม่ถกู ต้อง Mind Mapping ไม่
ความคิดหลัก
ความคดิ รอง หลักการเขยี น Mind หลักการเขยี น Mind ตามหลกั การเขยี น ตามหลกั การเขยี น มเี ครอ่ื งหมาย

Mapping มี Mapping มี Mind Mapping มี Mind Mapping ไม่ สัญลักษณ์ สแี ละ

เคร่อื งหมาย เครื่องหมาย เครื่องหมาย มเี คร่ืองหมาย ภาพที่ส่อื ความเขา้ ใจ

สัญลกั ษณ์ สี ภาพ สัญลักษณ์ สี ภาพ สญั ลักษณ์ แตไ่ มม่ สี ี สญั ลกั ษณ์ สีและ

สอดคลอ้ งกบั เน้ือหา สอดคลอ้ งกบั เนื้อหา และภาพทส่ี อ่ื ความ ภาพท่สี ื่อความเข้าใจ

ดีมาก ดี เข้าใจ

การนำเสนอเปน็ ไป การนำเสนอเป็นไป การนำเสนอเปน็ ไป การนำเสนอไม่ การนำเสนอไม่

ตามลำดับขัน้ ตอน ตามลำดับขั้นตอน ตามลำดบั ข้ันตอน เป็นไปตามลำดับ เปน็ ไปตามลำดบั

ความถกู ต้องของ ความถกู ตอ้ งของ ความถูกต้องของ ข้นั ตอนความถูกต้อง ขั้นตอนความถกู ต้อง

เนอ้ื หาดมี ากและไม่ เนอ้ื หาดแี ละไม่ เน้ือหาแตเ่ ขียนทบั ของเนอ้ื หาและไม่ ของเนือ้ หาและ

เขียนทบั เส้น เขียนทับเสน้ เส้น เขียนทับเสน้ เขยี นทับเสน้

แสดงใหเ้ ห็นถึงการ แสดงใหเ้ ห็นถึงการ แสดงให้เห็นถึงการ แสดงใหเ้ หน็ ถึงการ แสดงให้เห็นถึงการ

เชื่อมโยงความคดิ เชื่อมโยงความคดิ เชอ่ื มโยงความคดิ เชอ่ื มโยงความคดิ เชอ่ื มโยงความคดิ

หลกั ความคดิ รองได้ หลัก ความคดิ รองได้ หลกั ความคดิ รองได้ หลกั ความคดิ รองได้ หลัก ความคดิ รองได้

ดมี าก ดีเป็นสว่ นมาก ดี บางสว่ น น้อย

4. ความสวยงาม สวยงามมาก น่าอา่ น สวยงามดี นา่ อา่ น มี สวยงามปานกลาง สวยงามพอใช้ นา่ ยงั ไมค่ อ่ ยสวยงาม
ความคดิ สรา้ งสรรค์ มีสีสัน ออกแบบ สีสนั ออกแบบแปลก น่าอ่าน มีสีสัน อา่ น มีสสี นั สีสันต้องปรับปรุง
แปลกใหม่ ใหม่ สรา้ งสรรค์ ออกแบบแปลกใหม่ ออกแบบไม่แปลก การออกแบบไม่
5.ความรบั ผิดชอบ สรา้ งสรรคส์ อดคลอ้ ง สอดคล้องกบั เนอื้ หา มคี วามสอดคลอ้ งกบั ใหม่ แต่มีความ สอดคล้องกบั เนือ้ หา
ตรงต่อเวลา ความ กับเนื้อหา ภาพประกอบใชส้ สี นั เนอ้ื หาแตย่ งั ไม่โดด สอดคล้องกับเนื้อหา และงานไมแ่ ปลก
ประณตี เรยี บร้อย ภาพประกอบใช้สสี นั หลากหลายดี เดน่ ในการสือ่ ภาพ บางสว่ น ใหม่
หลากหลายดมี าก และสี
ส่งงานตรงเวลา ส่งงานตรงเวลา ส่งงานตรงเวลา สง่ งานไม่ตรงเวลา ชน้ิ งานไมเ่ สรจ็
สะอาด อา่ นง่าย สะอาด อา่ นง่าย สะอาด อ่านงา่ ย ชนิ้ งานไม่ประณตี ไม่ สมบรู ณ์ เปน็
เรียบรอ้ ย ประณตี เรยี บรอ้ ย ประณตี เรยี บรอ้ ย แต่ขาด สะอาด ไมเ่ รยี บรอ้ ย ส่วนมาก
แสดงถงึ ความตั้งใจ แสดงถงึ ความตง้ั ใจ ความประณีตใน แสดงถึงความเร่งรบี
ทำงานดมี าก ทำงานดี รายละเอียดบางส่วน ในการทำงาน
ของชิน้ งาน

ภาพกจิ กรรมการเรียนการสอนในหอ้ งเรยี น









รายงานผลการปฏบิ ตั ิทีเ่ ปน็ เลิศ (Best Practice)

ประเภท ครูผู้สรา้ งและพัฒนาสื่อเทคโนโลยี OBEC Content Center

ช่อื ผลงาน การจัดการเรียนการสอนภายใตส้ ถานการณ์การแพรร่ ะบาดของโรคติดเช้อื ไวรัสโคโรนา 2019
โดยใช้แบบฝกึ เสริมทักษะทางคณติ ศาสตร์ และคลิปวดิ โี อรูปแบบออนไลน์ เรอ่ื ง มมุ ของนักเรียน
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4

ผเู้ สนอผลงาน นางสาววชิ ุดา มุมณี
ตาแหนง่ ครูผชู้ ่วย
สถานศึกษา โรงเรยี นบา้ นท่งุ กลับ

ความเป็นมาและความสาคัญ
การจัดการเรียนรู้ภายใต้สถานการณก์ ารแพร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 ของโรงเรียน

บ้านทุ่งกลับ สังกัดสานักงานเขตพื้นทก่ี ารศกึ ษาประถมศึกษาสิงห์บุรี ในภาคเรียนที่ 1 จนถึงต้นภาคเรยี นที่ 2
ปีการศกึ ษา 2564 นน้ั เปน็ การจัดการเรียนการสอนในสถานการณ์ที่ไม่สามารถจัดการเรียนการสอนแบบปกติ
ท่ีโรงเรียน (On-Site) ได้ แต่การเรียนรู้ยังต้องดาเนินอยู่เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ตามตัวช้ีวัดที่ควรรู้ และต้องรู้
โรงเรียนจึงได้ปรับเปล่ียนวิธีการจัดการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับสภาพความพร้อมของโรงเรียน ครูผู้สอน
และนกั เรียน โดยดาเนินการจดั การเรยี นการสอนในรูปแบบ On-hand, On-demand และ On-line

การจัดการเรียนการสอนในรูปแบบ On-Demand และ On-line ถือเป็นนวัตกรรมที่เปล่ียนแปลง
วิธีการเรียนจากการเรียนในห้องเรียนสู่การเรียนรู้ผ่านแอปพลิเคชันต่าง ๆ และเรียนรู้บนอินเตอร์เน็ตผ่าน
ช่องทางท่ีครูผู้สอนได้จัดทาขึ้น เพื่อท่ีนักเรียนสามารถเรียนได้จากท่ีบ้านและสามารถเลือกเวลาเรียนได้ด้วย
ตนเอง สามารถเรียนและทบทวนบทเรียนได้ตลอดเวลา โดยครูได้ออกแบบและพัฒนาบทเรียนด้วยสื่อ
อิเล็กทรอนิกส์ที่ทันสมัย เพื่อสร้างแรงจูงใจและกระตุ้นให้นักเรียนเกิดกระบวนการเรียนรู้ท่ีสามารถพัฒนาได้
ตามเป้าหมายหลักสูตร แต่จากการสารวจความพร้อมของนักเรียน พบว่า นักเรียนส่วนใหญ่มีความพร้อม
ในด้านอุปกรณ์ ICT และเครือข่ายสัญญาณอินเทอร์เน็ต แต่มีข้อจากัด คือ อุปกรณ์ในการเรียนรู้ส่วนใหญ่เป็น
ของส่วนตัวของผู้ปกครอง ซ่ึงเป็นอปุ กรณ์ท่ผี ูป้ กครองต้องพกติดตัวเพอื่ ใชใ้ นการติดต่อส่ือสาร จงึ ทาให้นักเรียน
ไมส่ ามารถเรยี นรใู้ นชว่ งเวลาตามตารางทก่ี าหนดได้

ผู้จดั ทาจึงแก้ปัญหาโดยใชแ้ บบฝกึ เสริมทกั ษะทางคณิตศาสตร์ (On-hand) ร่วมกบั การสร้างคลิปวิดีโอ
รูปแบบออนไลน์ (On-demand) ซึ่งนักเรียนสามารถเรียนรู้ได้ท้ังอินเทอร์เน็ตบ้าน และอินเทอร์เน็ตโทรศัพท์
โดยมีข้อดี คือ ผู้สอนจัดการเรียนรู้ตรงตามตัวช้ีวัดที่ต้องรู้ และควรรู้ ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ได้ตรงกับ
บรบิ ท และความสามารถในการเรียนรขู้ องผู้เรียน และเนอ่ื งจากเปน็ คลิปวีดีโอการสอนทม่ี กี ารจัดทาไวล้ ่วงหน้า
และสามารถนาคลิปฝากไว้บนเว็บบราวเซอร์ต่าง ๆ ได้ จึงทาให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ทุกท่ี และทุกเวลา
ผู้เรียนสามารถศึกษาเรียนรู้ รับชมคลิปการสอนย้อนหลัง และชมซ้าได้ ไม่จากัดเวลา และสถานที่ ดังน้ัน
ผู้จัดทาจึงเลือกการจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีการดังกล่าว มาใช้ในการจัดการเรียนรู้ เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ และ
พัฒนาตามหลักสูตรอย่างต่อเนื่องภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และ
พรอ้ มทจ่ี ะเรยี นรเู้ นื้อหาทีส่ ูงข้นึ ในระดบั ช้ันต่อไป

วัตถปุ ระสงค์
1. เพ่ือให้นกั เรียนสามารถวัดขนาดของมมุ ที่กาหนดไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง
2. เพื่อเสริมทักษะทางคณิตศาสตร์ เรื่อง มุม ให้กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี 4 ได้เรียนรู้ และ

พัฒนาตามหลกั สตู รอยา่ งตอ่ เนอื่ ง ภายใต้สถานการณก์ ารแพรร่ ะบาดของโรคตดิ เชื้อไวรัสโคโรนา 2019

เปา้ หมาย
เชงิ ปริมาณ
นักเรียนช้ันประถมศึกษาปีท่ี 4 โรงเรียนบ้านทุ่งกลับร้อยละ 100 สามารถเข้าถึงการจัดการ

เรียนรูท้ ง้ั รปู แบบ On-hand และ On-demand
เชิงคุณภาพ
นักเรียนได้เรียนรู้ และพัฒนาตามหลักสูตรอย่างต่อเนื่องภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของ

โรคตดิ เชือ้ ไวรสั โคโรนา 2019

ขัน้ ตอนการดาเนินงาน
1. ศึกษาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 มาตรฐานการเรียนรู้และ

ตัวช้ีวัดฯ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ หน่วยการเรียนรู้ท่ี 8 มุม
เนอื้ หาทใ่ี ชส้ ร้างสื่อคอื

1.1 มุม สว่ นประกอบของมมุ และการเรียกช่ือมมุ
1.2 การวดั ขนาดของมมุ
2. ดาเนินการสร้างแบบฝึกเสริมทักษะทางคณิตศาสตร์ และคลิปวิดีโอรูปแบบออนไลน์ เรื่อง มุม
ซึง่ มีขัน้ ตอนในการดาเนินการดงั นี้

ข้นั ตอนในการดาเนินการ รูปภาพประกอบ

2.1 สร้างแบบฝกึ เสริมทกั ษะทางคณิตศาสตร์ เรื่อง มุม
ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 4 โดยใช้โปรแกรม Microsoft Word
และ Canva แลว้ จึงอพั โหลดลงใน OBEC Content
Center

ขัน้ ตอนในการดาเนินการ รูปภาพประกอบ

2.2 ออกแบบสื่อประกอบการเรียนรู้ โดยใชโ้ ปรแกรม
ActivInspire เพอื่ ใหน้ กั เรยี นไดเ้ หน็ ภาพวิธีการวัดมุมอย่าง
ชัดเจน และเข้าใจง่าย

คลิปวิดีโอใน OBEC Content Center

2.3 จดั ทาคลปิ วิดโี อ “การใช้ไมโ้ พรแทรกเตอร์
แบบครงึ่ วงกลม” และอพั โหลดใน YouTube และ OBEC คลิปวดิ ีโอใน YouTube
Content Center

3. ผสู้ อนใช้แบบฝึกเสริมทักษะทางคณิตศาสตร์ เร่ือง มุม ในจัดการเรียนการสอนรูปแบบ On-hand
โดยสามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ https://contentcenter.obec.go.th เข้าสู่ระบบ เลือกหมวดหนังสือ
และเลือกค้นหา “แบบฝึกเสริมทกั ษะทางคณิตศาสตร์ เรอื่ ง มุม”

4. ผู้สอนนาคลิปวีดีโอรูปแบบออนไลน์ เรื่อง มุม ในการจัดการเรียนการสอนรูปแบบ On-demand
โดยรับชมรูปแบบออนไลน์หรือเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ https://contentcenter.obec.go.th เข้าสู่ระบบเลือก
หมวดวิดีโอ และค้นหา “การใช้ไม้โพรแทรกเตอร์ แบบคร่ึงวงกลม” ส่งลิงค์คลิปวีดีโอเข้าสู่แอพลิเคชัน Line,
Messenger ของผูป้ กครอง และนักเรียน

5. ผ้เู รยี นทาการศึกษาเน้ือหาต่าง ๆ ผ่านลิงคค์ ลปิ วีดีโอจาก YouTube ได้ทกุ ท่ี ทุกเวลา และชมซ้าได้
ไม่จากดั

6. เม่ือจบเน้อื หา ให้ผ้เู รยี นทาแบบฝึกเสรมิ ทกั ษะทางคณติ ศาสตร์ เรื่อง มุม และนาสง่ คณุ ครู
7. ผสู้ อนวัดและประเมินผลการจัดการเรยี นรู้

ระหว่างเรยี น ใช้การตรวจสอบความถูกต้องของแบบฝกึ เสรมิ ทักษะทางคณติ ศาสตร์ เร่ือง มมุ
หลงั เรียน ใช้การทดสอบหลังเรียน

 ผลการดาเนนิ งาน
ผลการจัดการเรียนการสอน เร่ือง มุม โดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะทางคณิตศาสตร์ และคลิปวิดีโอ

รปู แบบออนไลน์ ปรากฏว่า
1. การจัดการเรียนการสอน เร่ือง มุม โดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะทางคณิตศาสตร์ และคลิป

วดิ โี อรูปแบบออนไลน์ มปี ระสทิ ธภิ าพเทา่ กับ 85.00/88.75 ซ่ึงสูงกวา่ เกณฑ์ 80/85 ท่ตี ้งั ไว้
2. นักเรียนได้เรียนรู้ และพัฒนาตามหลักสูตรอย่างต่อเนื่องภายใต้สถานการณ์การแพร่

ระบาดของโรคตดิ เชอ้ื ไวรัสโคโรนา 2019 รอ้ ยละ 100

 บทเรยี นทีไ่ ดร้ บั
การจัดการเรียนการสอน เรื่อง มุม โดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะทางคณิตศาสตร์ และคลิปวิดีโอรูปแบบ

ออนไลน์ ของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีท่ี 4 รูปแบบ On-hand และ On-demand นั้น ครูจะต้องจัดเตรียม
ส่ือการเรียนการสอนท้ังแบบฝึกเสริมทักษะและคลิปการสอนให้พร้อม โดยมีการนัดหมายนักเรียนไว้ล่วงหน้า
ชี้แจงแนวทางการจัดการเรียนการสอน เพ่ือให้นักเรียนสามารถช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ท่ีชัดเจน

เกิดประสบการณ์สามารถนาองค์ความรู้ท่ีได้จากการเรียนรู้ไปใช้ในการแก้ปัญหา อีกทั้งสามารถได้ทุกที่

ทุกเวลา และพัฒนาตนเองตามหลักสูตรอย่างต่อเนื่องภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส
โคโรนา 2019 และพร้อมทจ่ี ะเรียนรู้เนอ้ื หาที่สูงขนึ้ ในระดบั ช้นั ตอ่ ไป

 ปัจจัยความสาเรจ็
การจัดการเรียนการสอน เรื่อง มุม โดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะทางคณิตศาสตร์ และคลิปวิดีโอรูปแบบ

ออนไลน์ ของนกั เรียนช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี 4 โรงเรียนบ้านทุ่งกลับ สาเร็จลลุ ว่ งไปได้ดว้ ยดเี นือ่ งจากได้รับความ
กรุณาให้คาปรึกษา คาแนะนาที่เป็นประโยชน์ ตลอดจนคอยช่วยเหลือแก้ไขข้อบกพร่องซึ่งเป็นประโยชน์การ
ดาเนินการจัดการเรยี นการสอน

ผู้อานวยการโรงเรียน และเพ่ือนครูในโรงเรียนบ้านทุ่งกลับ คอยให้ความช่วยเหลือ สนับสนุน
การดาเนินการจัดการเรียนการสอนเป็นอย่างดี

ระบบ OBEC Content Center ที่เป็นโปรแกรมสาหรับให้บริการเผยแพร่เนื้อหาอิเล็กทรอนิกส์
แก่นักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา ถือเป็นคลังส่ือการเรียนรู้สาหรับเรียนออนไลน์ เป็นพ้ืนท่ีให้ครู
สามารถนาเข้าข้อมูลเพ่ือส่งถึงนักเรียน โดยมีระบบในการตรวจสอบและกลั่นกรองเน้ือหาอิเล็กทรอนิกส์ตาม
หมวดหมูเ่ น้ือหาอเิ ล็กทรอนิกส์

นักเรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านทุ่งกลับ ปีการศึกษา 2564 ให้ความร่วมมือในการ
จดั การเรยี นการสอน ส่งงาน และทาแบบทดสอบตรงตามเวลาท่กี าหนด

 การเผยแพรผ่ ลงาน
แบบฝึกเสรมิ ทักษะทางคณิตศาสตร์ เร่อื ง มุม

สามารถเขา้ ไปดาวน์โหลดได้ที่ https://contentcenter.obec.go.th โดยเข้าสู่ระบบ เลือกหมวด
หนังสอื และเลือกค้นหา “แบบฝกึ เสริมทักษะทางคณิตศาสตร์ เร่ือง มมุ ”

หรอื คลกิ ลงิ ค์ https://app.contentcenter.obec.go.th/#/detail/book/82850
คลปิ วดิ ีโอรูปแบบออนไลน์

รบั ชมรูปแบบออนไลน์หรอื เข้าไปดาวน์โหลดไดท้ ี่ https://contentcenter.obec.go.th เข้าสรู่ ะบบ
เลอื กหมวดวดิ ีโอ และคน้ หา “การใช้ไมโ้ พรแทรกเตอร์ แบบครง่ึ วงกลม”

หรอื คลิกลิงค์ https://app.contentcenter.obec.go.th/#/detail/book/82775

ภาคผนวก

แบบฝกึ เสรมิ ทกั ษะทางคณิตศาสตร์

เรื่อง มุม

ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4

 มมุ สว่ นประกอบของมมุ และการเรยี กชอื่ มุม
 การวดั ขนาดของมมุ

คณุ ครูวชิ ดุ า มมุ ณี

ตาแหนง่ ครผู ู้ชว่ ย โรงเรยี นบา้ นทงุ่ กลบั

สงั กดั สานกั งานเขตพน้ื ทกี่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษาสิงหบ์ รุ ี

มมุ สว่ นประกอบของมมุ และการเรยี กชอื่ มมุ

กาหนดจุด A จุด B และ จดุ C บนระนาบ ดงั รูป

A

B C

ลาก BA และ BC จะได้ ดงั รปู

A

BC

จะพบวา่ รังสที ง้ั 2 เสน้ นน้ั มจี ดุ ปลายเดยี วกนั คอื จดุ B รปู ที่ไดน้ ี้เรียกวา่ มุม

โดยรังสี 2 เสน้ น้ี เรยี กวา่ แขนของมมุ แขนของมมุ แขนของมมุ
และจดุ ปลายทเ่ี ปน็ จุดเดยี วกัน เรยี กวา่ จุดยอดมมุ จุดยอดมุม

ก จากรปู จุด ข เปน็ จุดปลายของ ขก และ ขค

จะไดว้ า่ จดุ ข เป็นจุดยอดมมุ ขก และ ขค เป็นแขนของมุม

ค เรยี กรูปน้วี า่ มุม กขค เขียนแทนดว้ ย กขค หรือ กขค
ข หรือ มมุ คขก เขยี นแทนดว้ ย คขก หรือ คขก

การเรียกช่อื มุม ใชพ้ ยญั ชนะไทยหรือองั กฤษตัวพิมพ์ใหญ่ 3 ตวั โดยใหช้ ื่อจดุ ยอดมุมอย่ตู รงกลาง

แบบฝกึ ทกั ษะ บอกชอื่ มมุ จดุ ยอดมุม และแขนของมมุ ตอ่ ไปนใ้ี หถ้ กู ตอ้ ง

1.1

ตัวอยา่ ง ชื่อมุม KRU หรอื URK
ชอ่ื จดุ ยอดมมุ จดุ R
K ชอ่ื แขนของมุม
RK หรอื RU
R U

1) A

B ช่ือมุม
ชอื่ จดุ ยอดมมุ
2) ชื่อแขนของมมุ

ม C

ส ชอ่ื มุม

ท ล ชอ่ื จดุ ยอดมุม
ส ส ชื่อแขนของมมุ

สส

3) G ช่ือมุม
ช่ือจุดยอดมุม
D
P ชอ่ื แขนของมมุ
4) X

Y
ช่อื มมุ
5) บ ชื่อจุดยอดมมุ
บ ชื่อแขนของมุม

Z
6) M

P
ชอ่ื มมุ
ชื่อจุดยอดมุม

ส ชือ่ แขนของมมุ

ชอ่ื มมุ
ชอ่ื จุดยอดมุม
T ชอ่ื แขนของมุม

การวดั ขนาดของมุม

ขนาดของมมุ เป็นปรมิ าณทเ่ี กิดจากการหมุนแขนของมุมแขนใดแขนหนึง่ ไปทับแขนของมมุ อีกแขนหน่งึ

โดยมจี ุดยอดมมุ เปน็ จุดหมนุ หนว่ ยทใ่ี ช้ในการวัดขนาดของมมุ คือ องศา เขียนแทนดว้ ย o

ส่วนโคง้ ของวงกลมทเี่ ขยี นไว้บริเวณใกลจ้ ดุ ยอดมุม เขยี นไวเ้ พ่อื แสดงการหมุนแขนของมมุ และเมื่อหมนุ
แขนของมุมครบ 1 รอบ จะได้มมุ ท่มี ขี นาด 4 มุมฉาก ซึ่งกาหนดใหเ้ ทา่ กบั 360 องศา หรอื 360o

ก จากรูป มุม กขค เปน็ มมุ ฉาก เมือ่ หมนุ ขค ซึ่งเปน็ แขนของมุมแขนหน่ึง

ไปทับ ขก ซ่ึงเป็นแขนของมุมแขนหนึ่ง โดยให้จดุ ข เป็นจุดหมนุ

ขนาดของมุม กขค จะเปน็ 1 ใน 4 ของการหมนุ ครบ 1 รอบ

ข ค ซ่ึงมีขนาด 360 องศา จะไดว้ า่ กขค มขี นาด 360 ÷ 4 = 90 องศา
เขียนแทนด้วย m(กขค) = 90o ดังน้ัน มมุ ฉาก มขี นาด 90 องศา

ขนาดของ กขค เขียนแทนด้วย m(กขค) อา่ นว่า ขนาดของมุม กขค

ไมโ้ พรแทรกเตอร์ เปน็ เครื่องมอื สาหรับวัดขนาดของมมุ หรอื สรา้ งมมุ ใหม้ ขี นาดตามท่ีต้องการ

ไมโ้ พรแทรกเตอรช์ นดิ ครงึ่ วงกลม

เส้นศนู ย์องศา

จุดกึ่งกลาง

วธิ ีการวดั ขนาดของมมุ มขี ั้นตอนดังน้ี

(1) ให้จุดกึง่ กลางของไมโ้ พรแทรกเตอรท์ บั กับจดุ ยอดมุมของมุมทต่ี อ้ งการวดั
(2) ให้เสน้ ศนู ยอ์ งศาของไมโ้ พรแทรกเตอร์ทาบไปบนแขนใดแขนหนง่ึ ของมุม
(3) อ่านค่าของมุม โดยนบั จาก 0 องศา ทต่ี รงกบั แขนที่ไมโ้ พรแทรกเตอร์ทาบอยู่

ไปยงั อีกแขนของมุมอีกแขนหน่ึง สังเกตรอยขีดบอกองศาท่ีตรงกบั แขนของมุม
อีกแขนหนึง่ รอยขดี นน้ั จะบอกขนาดของมุมทต่ี อ้ งการวดั

สิ้นสุดที่ 120 องศา PBN มขี นาด 120 องศา
หรือ m(PBN) = 120o
P

BN

นับจาก 0 องศา

แบบฝกึ ทกั ษะ บอกชอื่ มมุ และหาขนาดของมมุ โดยใชไ้ มโ้ พรแทรกเตอร์

1.2 ต ตลก หรอื ตลก
m(ตลก) = 50o
ตวั อยา่ ง ชอื่ มุม
ขนาดของมุม



1) ชื่อมมุ
ขนาดของมมุ
S
V
T

2)
ชื่อมุม

ถ ขนาดของมุม

3)

ช่อื มมุ

ส ร ป ขนาดของมมุ

4) M ชอ่ื มมุ
T ขนาดของมุม
P
ชื่อมมุ
5) H ขนาดของมุม

R C

6) ส

ว ช่ือมมุ
บย ขนาดของมมุ



แบบรายงานผลการปฏบิ ัติท่เี ป็ นเลศิ (Best Practice)

ช่ือผลงาน (Best Practice) การจดั การเรียนการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ข้นั ตอน เรื่อง วฏั จกั รชีวิต
ของผีเส้ือโดยใชส้ ื่อเทคโนโลยดี ิจิทลั Obec Content Center ของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 3
โรงเรียนบา้ นทงุ่ กลบั
ผู้เสนอผลงาน นางสาวปิ ยนุช น่ิมทอง
ตาแหน่ง ครูอตั ราจา้ ง
สถานศึกษา โรงเรียนบา้ นทุ่งกลบั

ความเป็ นมาและความสาคญั
หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 ไดม้ งุ่ เนน้ พฒั นาผเู้ รียนทกุ คน ซ่ึงเป็น

กาลงั ของชาติ โดยมุ่งเนน้ ผูเ้ รียนเป็นสาคญั บนพ้ืนฐานความเช่ือวา่ ทุกคนสามารถเรียนรู้และ พฒั นาตนเองได้
เตม็ ศกั ยภาพในการพฒั นาผเู้ รียนตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน ที่มุ่ง พฒั นาผเู้ รียนใหม้ ี
สมรรถนะในดา้ นความสามารถในการส่ือสารความสามารถในการคิด ความสามารถ ในการแกป้ ัญหา
ความสามารถในการใชท้ กั ษะความคดิ และความสามารถในการใช้ เทคโนโลยี (กระทรวงศึกษาธิการ, 2552)

วชิ าวิทยาศาสตร์จึงมีบทบาทสาคญั อยา่ งยงิ่ เพราะทาใหค้ นได้ พฒั นาวิธีคิด ท้งั ความคิด
เป็นเหตเุ ป็นผล คิดสร้างสรรค์ คิดวิเคราะหว์ จิ ารณ์ มีทกั ษะท่ีสาคญั ในการ คน้ หาความรู้
มีความสามารถในการแกป้ ัญหาอยา่ งเป็นระบบ สามารถตดั สินใจโดยใชข้ อ้ มลู หลากหลายและ
ประจกั ษพ์ ยานท่ีตรวจสอบไดท้ กุ คนจึงจาเป็นตอ้ งไดร้ ับการพฒั นาใหร้ ู้ วิทยาศาสตร์เพ่ือใหม้ ีความรู้
ความเขา้ ใจโลกธรรมชาติ พฒั นาคุณภาพชีวิตท่ีดีตลอดจนการพฒั นา ส่ิงแวดลอ้ มและ
ทรัพยากรธรรมชาติอยา่ งสมดุลและยง่ั ยนื การเรียนรู้วิทยาศาสตร์เป็นการเรียนรู้ ตลอดชีวติ เนื่องจาก
ความรู้วทิ ยาศาสตร์เป็นเรื่องราวเก่ียวกบั โลกธรรมชาติซ่ึงมีการเปล่ียนแปลง ตลอดเวลา ทุกคนตอ้ ง
เรียนรู้เพ่ือนาผลการเรียนรู้ไปใชใ้ นชีวิตและการประกอบอาชีพเมื่อผเู้ รียนได้ ปัญหา มีการร่วมกนั คิด
ลงมือปฏิบตั ิจริงก็จะเขา้ ใจและเห็นความเชื่อมโยงของวทิ ยาศาสตร์ อ่ืนและชีวิต ทาใหส้ ามารถอธิบาย
ทานายคาดการณ์ส่ิงตา่ ง ๆ ไดอ้ ยา่ งมีเหตุผล (กรมวชิ าการ กระทรวงศึกษาธิการ, 2546)

ปัจจุบนั ขา้ พเจา้ สอนวชิ าวทิ ยาศาสตร์ ในระดบั ช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 3 ไดส้ งั เกตพฤติกรรม
การเรียนวิชาวทิ ยาศาสตร์ของนกั เรียน ทาใหท้ ราบวา่ นกั เรียนไมช่ อบเรียนวิทยาศาสตร์ คิดวา่ เป็น
วชิ าที่ยาก และมีเจตคติที่ไมด่ ีตอ่ วิชาวิทยาศาสตร์ ซ่ึงส่งผลใหผ้ ลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนวิทยาศาสตร์
ของนกั เรียนซ่ึงอยใู่ นเกณฑค์ ่อนขา้ งต่า ครูผสู้ อนจึงมีแนวคิดวา่ จะทาอยา่ งไรให้นกั เรียนชอบเรียน
วทิ ยาศาสตร์และสนุกกบั การเรียนวทิ ยาศาสตร์ จึงไดท้ าสื่อวฏั จกั รชีวิตของผเี ส้ือ เพอ่ื ควบคู่ไปกบั การสอน
เพราะสื่อวฏั จกั รชีวติ ของผีเส้ืออาจทาให้นกั เรียนเกิดความสนใจ อีกท้งั ยงั ส่งผลใหน้ กั เรียนมี
ความกระตือรือร้นในการเรียนมากข้นึ และการจดั การช้นั เรียนเพ่ือใหผ้ เู้ รียนไดร้ ับประสบการณ์ที่หลากหลาย
เกิดการเรียนรู้ท่ี เหมาะสมกบั วยั คานึงถึงความแตกต่างระหวา่ งผเู้ รียนเป็นสาคญั การจดั การเรียนรู้ตาม

แผนการ จดั การเรียนรู้ช่วยใหผ้ สู้ อนจดั กิจกรรมไดอ้ ยา่ งเป็นระบบ และสอดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการของ
ผเู้ รียน สร้างแนวทางการสอนที่เป็นข้นั ตอนและตอบสนองวตั ถปุ ระสงคข์ องหลกั สูตรดว้ ยเหตผุ ลดงั กล่าว
ขา้ พเจา้ จึงไดจ้ ดั ทาแผนการจดั การเรียนรู้โดยใชส้ ื่อเทคโนโลยดี ิจิทลั Obec Content Center มาใชใ้ น
กระบวนการจดั การเรียนการสอน

จากปัญหาดงั กล่าว ครูผสู้ อนตอ้ งการให้นกั เรียนมีเจตคติท่ีดีตอ่ วชิ าวทิ ยาศาสตร์ มีความรู้
ทกั ษะกระบวนการวทิ ยาศาสตร์ท่ียง่ั ยนื ควบคู่กบั มีคุณธรรม ความซื่อสัตยส์ ุจริต จึงไดจ้ ดั ทา “ส่ือวฏั จกั ร
ชีวติ ของผีเส้ือ และ ใชส้ ่ือเทคโนโลยดี ิจิทลั Obec Content Center” มาเป็นนวตั กรรมประกอบการเรียนการ
สอน เพ่อื ให้นกั เรียนมีเจตคติที่ดีตอ่ วชิ าวิทยาศาสตร์ มีความสนุกในการเรียนวิทยาศาสตร์ และสอดแทรก
คณุ ธรรมจริยธรรมใหก้ บั นกั เรียน โดยกลมุ่ เป้าหมาย คอื นกั เรียนระดบั ช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 3 จานวน 12 คน
สาระการเรียนรู้เรื่อง วฏั จกั รชีวิตของสตั ว์

วตั ถปุ ระสงค์
1) อธิบายวฏั จกั รชีวิตของผเี ส้ือได้
2) มีความสนใจใฝ่รู้หรืออยากรู้อยากเห็น
3) พอใจในประสบการณ์การเรียนรู้ท่ีเกี่ยวกบั วิทยาศาสตร์
4) ทางานร่วมกบั ผอู้ ื่นอยา่ งสร้างสรรค์
5) ส่ือสารและนาความรู้เร่ืองวฏั จกั รชีวิตของผีเส้ือไปใชใ้ นชีวิตประจาวนั ได้

เป้าหมาย

เชิงปริมาณ
1. นกั เรียนระดบั ช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 3 ร้อยละ 80 อธิบายวฏั จกั รชีวติ ของผีเส้ือได้
2. นกั เรียนระดบั ช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 3 ร้อยละ80 มีความสนใจใฝ่รู้หรืออยากรู้อยากเห็น
3. นกั เรียนระดบั ช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 3 ร้อยละ80 พอใจในประสบการณ์การเรียนรู้ท่ีเกี่ยวกบั

วทิ ยาศาสตร์
4.นกั เรียนระดบั ช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 3 ร้อยละ80 ทางานร่วมกบั ผอู้ ่ืนอยา่ งสร้างสรรค์
5.นกั เรียนระดบั ช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 3 ร้อยละ 80 ส่ือสารและนาความรู้เรื่องวฏั จกั รชีวิตของผีเส้ือ

ไปใชใ้ นชีวติ ประจาวนั ได้

เชิงคุณภาพ
1. นกั เรียนระดบั ช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 3 มีความพงึ พอใจในการจดั การเรียนรู้ในระดบั มาก

ข้นั ตอนการดาเนินงาน

1.ข้นั ตอนการวางแผน
1. ศึกษาสภาพปัจจุบนั และความตอ้ งการของผเู้ รียน
2. ศึกษารูปแบบการจดั กิจกรรมและดาเนินกิจกรรมการจดั การเรียนการสอนโครงสร้างรายวชิ า

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

3. วเิ คราะความตอ้ งการของผเู้ รียนในการจดั การเรียนรู้
4. วางแผนการจดั การเรียนการสอนเพ่อื ตอบสนองความตอ้ งการของผูเ้ รียน
5. จดั ทาแผนการจดั การเรียนรู้และออกแบบการจดั การเรียนรู้ท่ีประกอบดว้ ย ความรู้ ทกั ษะ
คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ และสมรรถนะ ตามมาตรฐานการเรียนรู้และตวั ช้ีวดั ที่กาหนดไวใ้ นหลกั สูตร
สถานศึกษาโดยใชร้ ูปแบบการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ข้นั ตอน
6. จดั ทากาหนดการสอน

2.ข้นั ตอนการดาเนนิ งาน
ในการยกระดบั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนน้นั ขา้ พเจา้ ไดจ้ ดั กิจกรรมการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5

ข้นั ตอน เรื่อง วฏั จกั รชีวิตของผเี ส้ือ โดยใชส้ ื่อเทคโนโลยดี ิจิทลั Obec Content Center ดงั น้ี
กระบวนการสืบเสาะหาความรู้5 ขน้ ั ตอน เป็นรูปแบบหน่ึงของการสืบเสาะหาความรู้คอื

1. การสร้างความสนใจ (Engagement) โดยผสู้ อนควรสร้างความสนใจ สร้างความอยากรู้อยากเห็น มีการ
ต้งั คาถามกระตนุ้ ใหผ้ เู้ รียนคิดดึงเอาคาตอบที่ยงั ไม่ครอบคลุมส่ิงท่ีผเู้ รียนรู้หรือแนวคดิ หรือเน้ือหา

2. การสารวจและคน้ หา (Exploration) โดยผสู้ อนส่งเสริมใหผ้ เู้ รียนทางานร่วมกนั ในการสารวจ
ตรวจสอบ สงั เกตและฟังการโตต้ อบกนั ระหวา่ งผเู้ รียนกบั ผเู้ รียน ทาการซกั ถามเพื่อนาไปสู่การสารวจ
ตรวจสอบของผเู้ รียน และให้ เวลาผเู้ รียนในการคดิ ขอ้ สงสัยตลอดจนปัญหาตา่ ง ๆ และทาหนา้ ท่ีให้
คาปรึกษาแก่ผเู้ รียน

3. การอธิบายและลงขอ้ สรุป (Explanation) โดยผสู้ อนส่งเสริมใหผ้ เู้ รียนอธิบายแนวคิด หรือใหค้ าจากดั
ความ ดว้ ยคาพดู ของผเู้ รียนเอง ใหผ้ เู้ รียนแสดงหลกั ฐาน ใหเ้ หตุผลและอธิบายใหก้ ระจ่าง ใหผ้ เู้ รียนอธิบาย
ใหค้ าจากดั ความและ ช้ีบอกส่วนต่างๆ ในแผนภาพใหผ้ เู้ รียนใชป้ ระสบการณ์เดิมของตนเป็นพ้นื ฐานในการ
อธิบายแนวคิด

4. การขยายความรู้ (Elaboration) โดยผสู้ อนคาดหวงั ใหผ้ ู้ ูเรียนไดใ้ ชป้ ระโยชน์จากการช้ีบอก
ส่วนประกอบต่าง ๆ ในแผนภาพคาจากดั ความและอธิบายส่ิงท่ีเรียนรู้มาแลว้ ส่งเสริมใหผ้ เู้ รียนนาส่ิงท่ี
ผเู้ รียนไดเ้ รียนรู้ไปประยกุ ตใ์ ชห้ รือ ขยายความรู้และทกั ษะในสถานการณ์ใหม่ ใหผ้ เู้ รียนอธิบายอยา่ งมี
ความหมาย ใหผ้ เู้ รียนอา้ งอิงขอ้ มูลที่มีอยพู่ ร้อมท้งั แสดง หลกั ฐานและถามคาถามผเู้ รียนวา่ ไดเ้ รียนรู้
อะไรบา้ ง หรือไดแ้ นวคิดอะไร

5. การประเมินผล (Evaluation) โดยผสู้ อนสังเกตผเู้ รียนในการนาแนวคดิ และทกั ษะใหม่ไปประยกุ ตใ์ ช้
ประเมิน ความรู้และทกั ษะผเู้ รียน หาหลกั ฐานท่ีแสดงวา่ ผเู้ รียนเปล่ียนความคิดหรือพฤติกรรม ใหผ้ เู้ รียน
ประเมินการเรียนรู้และ ทกั ษะกระบวนการกลุ่ม ถามคาถามปลายเปิ ด เช่น ทาไมผเู้ รียนจึงคิดเช่นน้นั
3. ข้ันตอนการตรวจสอบ

วดั และประเมินผลการจดั การเรียนรู้

4. ข้ันตอนการปรับปรุงและพฒั นา
สรุปผลการจดั การเรียนรู้และแลกเปลี่ยนการเรียนรู้

5. ผลการดาเนนิ งาน
1. นกั เรียนระดบั ช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 3 ร้อยละ 90 อธิบายวฏั จกั รชีวติ ของผเี ส้ือได้
2. นกั เรียนระดบั ช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 3 ร้อยละ 95 มีความสนใจใฝ่รู้หรืออยากรู้อยากเห็น
3. นกั เรียนระดบั ช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 3 ร้อยละ 85 พอใจในประสบการณ์การเรียนรู้ที่เกี่ยวกบั

วทิ ยาศาสตร์
4.นกั เรียนระดบั ช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 3 ร้อยละ 90 ทางานร่วมกบั ผอู้ ่ืนอยา่ งสร้างสรรค์
5.นกั เรียนระดบั ช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 3 ร้อยละ 85 ส่ือสารและนาความรู้เรื่องวฏั จกั รชีวิตของผีเส้ือ

ไปใชใ้ นชีวิตประจาวนั ได้

6.บทเรียนที่ได้รับ
การจดั การเรียนการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ข้นั ตอน เร่ืองวฏั จกั รชีวติ ของผีเส้ือ โดยใชส้ ่ือ

เทคโนโลยดี ิจิทลั Obec Content Center ทาใหผ้ เู้ รียนไดร้ ับการพฒั นาอยา่ งเตม็ ศกั ยภาพท้งั ทางดา้ นทกั ษะ
การคิด ทกั ษะชีวิตและทกั ษะการใชเ้ ทคโนโลยี คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องผเู้ รียน สมรรถนะที่สาคญั
ของผเู้ รียนส่งผลใหผ้ เู้ รียนเกิดกระบวนการเรียนรู้ที่เป็ นกระบวนการและมองเห็นเน้ือหาที่เป็นรูปธรรมมมาก
ยงิ่ ข้นึ ซ่ึงส่งผลตอ่ ความรู้ความเขา้ ใจของผูเ้ รียนและยงั เป็นการต่อยอดการสร้างสรรคน์ วตั กรรมใหก้ บั
ครูผสู้ อนและการใชว้ ธิ ีการสอนแบบแบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ข้นั ตอนยงั เป็นการสอนที่เนน้ ผเู้ รียนเป็น
สาคญั เนน้ การลงมือทาดว้ ยตนเองทาใหผ้ เู้ รียนจดจาความรู้ไดค้ งทน

7.ปัจจัยความสาเร็จ

ปัจจัยแห่งความสาเร็จด้านผ้เู รียน
ผเู้ รียนมีความเขา้ ใจในเน้ือหาจากนามธรรมเป็นรูปธรรมมากข้ึนและรู้จกั แสวงหาความรู้ดว้ ยตนเอง

ใหค้ วามร่วมมือในการเรียนการสอนและร่วมกนั วางแผนดาเนินกิจกรรมอยา่ งสร้างสรรค์

ปัจจัยแห่งความสาเร็จด้านครูผ้สู อน
ครูมีความรู้ความเขา้ ใจในการพฒั นานวตั กรรมท่ีจะสามารถนามาใชใ้ นการจดั การเรียนการสอนโดยการนา
ส่ือเทคโนโลยดี ิจิทลั Obec Content Center มาประยกุ ตใ์ ชใ้ นการสอนซ่ึงจะช่วยใหผ้ เู้ รียนเขา้ ใจเน้ือหาไดม้ าก
ข้นึ และยงั เป็นการพฒั นาตนเองในดา้ นการใชเ้ ทคโนโลยตี ่างๆมาใชใ้ นการสอนของตนเองซ่ึงเป็นการสอนที่
มีรูปแบบที่หลากหลายเพอ่ื กระตุน้ การเรียนรู้ของผเู้ รียน

ภาคผนวก

รูปภาพ แบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์ สาระการเรียนรู้เรื่อง วฏั จกั รชีวติ ของผเี ส้ือ และส่ือเทคโนโลยดี ิจิทลั Obec
Content Center ที่ใชป้ ระกอบ การจดั การเรียนการสอน

รูปภาพ การใชส้ ื่อวฏั จกั รชีวิตผีเส้ือ สื่อเทคโนโลยดี ิจิทลั Obec Content Center ประกอบการจดั การเรียการ
สอน

เพลง ผีเส้ือ จากเวบ็ obec
(https://app.contentcenter.obec.go.th/#/detail/book/10481)

สื่อเร่ือง ไขเ้ ลือดออก ภยั ร้ายจากยงุ ลาย จากเวบ็ boec
https://app.contentcenter.obec.go.th/#/detail/book/80058

ใบงานเร่ือง วฏั จกั รผีเส้ือ ใบงานจากเวบ็ boec
https://app.contentcenter.obec.go.th/#/detail/images/73041

รูปภาพ ตวั อยา่ งสื่อเทคโนโลยดี ิจิทลั Obec Content Center ประกอบการจดั การเรียนการสอ



สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวชิ า วิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว13101

ช้ันประถมศึกษาปี ที่ 3 ภาคเรียนท่ี 1 ปี การศึกษา 2565

หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง วัฏจกั รชีวิตของผีเสื้อ เวลา 1 ช่ัวโมง

วันที่................เดือน..........................พ.ศ.............. ครูผู้สอน นางสาวปิ ยนุช น่ิมทอง

**********************************************************************************

1. มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ว 1.2 เขา้ ใจสมบตั ิของสิ่งมีชีวติ หน่วยพ้ืนฐานของสิ่งมีชีวิต การลาเลียงสารเขา้ และออก

จากเซลล์ ความสมั พนั ธข์ องโครงสร้างและหนา้ ที่ของระบบต่างๆ ของสตั วแ์ ละมนุษยท์ ี่ทางานสมั พนั ธ์กนั

ความสมั พนั ธข์ องโครงสร้างและหนา้ ที่ของอวยั วะตา่ งๆ ของพืชท่ีทางานสัมพนั ธ์กนั รวมท้งั นาความรู้ไปใช้

ประโยชน์

2. ตวั ชี้วัดช้ันปี

สร้างแบบจาลองท่ีบรรยายวฏั จกั รชีวิตของสัตวแ์ ละเปรียบเทียบวฏั จกั รชีวติ ของสตั วบ์ างชนิด (ว

1.2 ป.3/3)

3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้

1) อธิบายวฏั จกั รชีวิตของผเี ส้ือได้ (K)

2) มีความสนใจใฝ่รู้หรืออยากรู้อยากเห็น (A)

3) พอใจในประสบการณ์การเรียนรู้ท่ีเก่ียวกบั วิทยาศาสตร์ (A)

4) ทางานร่วมกบั ผอู้ ่ืนอยา่ งสร้างสรรค์ (A)

5) ส่ือสารและนาความรู้เรื่องวฏั จกั รชีวิตของผีเส้ือไปใชใ้ นชีวติ ประจาวนั ได้ (P)

4. สาระสาคญั

ผีเส้ือมีการเปล่ียนแปลงรูปร่างในระยะต่างๆ ของวฏั จกั รชีวิตจนเป็นตวั เตม็ วยั โดยมีการ

เปลี่ยนแปลงของวฏั จกั รชีวิต 4 ระยะ คอื ไข่ หนอนหรือตวั อ่อนแมลง ดกั แด้ และตวั เตม็ วยั

5. สาระการเรียนรู้

วฏั จกั รชีวิตของสัตว์

– วฏั จกั รชีวติ ของแมลง

6. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

1) มีวนิ ยั

2) ใฝ่เรียนรู้

3) มงุ่ มนั่ ในการทางาน

4) มีจิตวทิ ยาศาสตร์

7. สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน

1) ความสามารถในการสื่อสาร

2) ความสามารถในการคิด
3) ความสามารถในการแกป้ ัญหา
4) ความสามารถในการใชท้ กั ษะ/กระบวนการและทกั ษะในการดาเนินชีวิต

8. ชิน้ งานหรือภาระงาน
1) สังเกตวฏั จกั รชีวติ ของผีเส้ือ
2) ใบงานเร่ือง วฏั จกั รผีเส้ือ ใบงานจากเวบ็ boec

( https://app.contentcenter.obec.go.th/#/detail/images/73041 )

9. การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้

1) ข้นั สร้างความสนใจ (Engagement)
(1) ครูให้นกั เรียนฟังเพลงผเี ส้ือ จากเวบ็ boec

( https://app.contentcenter.obec.go.th/#/detail/book/10481 )
(2) ครูถามคาถามนกั เรียนเพื่อกระตุน้ ความสนใจ เช่น
– ผเี ส้ือมีวฏั จกั รชีวิตกี่ระยะ อะไรบา้ ง (แนวคาตอบ 4 ระยะไดแ้ ก่ ไข่ หนอนหรือตวั ออ่ น

แมลง ดกั แด้ และตวั เตม็ วยั )
– สัตวช์ นิดใดมีวฏั จกั รชีวติ เหมือนกบั ผีเส้ือ (แนวคาตอบ มดและยงุ )

2) ข้นั สารวจและค้นหา (Exploration)
(1) ครูให้นกั เรียนศึกษาเร่ืองวฏั จกั รชีวิตของผเี ส้ือจากสื่อการสอน โดยครูช่วยอธิบายใหน้ กั เรียนเขา้ ใจ

วา่ ผเี ส้ือมีวฏั จกั รชีวิต 4 ระยะ คือ ไข่ หนอนหรือตวั อ่อนแมลง ดกั แด้ และตวั เตม็ วยั แมลงที่มีวฏั จกั รชีวิต
เช่นเดียวกบั ผีเส้ือ เช่น มดและยงุ

(2) ครูแบ่งนกั เรียนกลมุ่ ละ 3 – 4 คน ปฏิบตั ิกิจกรรม สงั เกตวฏั จกั รชีวิตของผีเส้ือ ตามข้นั ตอน ดงั น้ี
– นาหนอนผเี ส้ือวางบนกระดาษทิชชู แลว้ ใชแ้ วน่ ขยายสังเกตสิ่งที่มองเห็นและวาดรูปสิ่งที่สังเกต

ได้
– นาใบพุดใส่ลงในแกว้ พลาสติกใส แลว้ ใชช้ อ้ นพลาสติกตกั หนอนผีเส้ือวางบนใบพดุ อยา่ ง

ระมดั ระวงั
– ใชผ้ า้ ขาวบางปิ ดปากแกว้ พลาสติกใส ยดึ ใหแ้ น่น ดว้ ยเทปกาว แลว้ วางไวใ้ นบริเวณท่ีไม่โดน

แสงแดดโดยตรง
– สงั เกตหนอนผีเส้ือทุกวนั และเติมใบพุดสัปดาห์ละ 2 คร้ัง
– เมื่อเวลาผา่ นไป 3 สัปดาห์ จะเห็นหนอนกลายเป็นดกั แด้ ใชแ้ วน่ ขยายสงั เกตส่ิงท่ีมองเห็นและวาด

รูปสิ่งที่สงั เกตได้
– เม่ือเวลาผา่ นไปอีก 2 สัปดาห์ จะเห็นตวั เตม็ วยั ของผีเส้ือในแกว้ พลาสติกใส ใชแ้ วน่ ขยายสังเกตส่ิง

ที่มองเห็นและวาดรูปสิ่งท่ีสังเกตได้

3) ข้ันอธบิ ายและลงข้อสรุป (Explanation)
(1) นกั เรียนแต่ละกลุม่ นาเสนอผลการปฏิบตั ิกิจกรรมหนา้ หอ้ งเรียน
(2) ครูและนกั เรียนร่วมกนั อภิปรายผลจากการปฏิบตั ิกิจกรรม โดยใชแ้ นวคาถาม เช่น
– หนอนมีการเปล่ียนแปลงรูปร่างในระยะต่างๆ ของวฏั จกั รชีวิตนานเทา่ ใด (แนวคาตอบ หนอน

→ ดกั แด้ ใชเ้ วลาประมาณ 3 สัปดาห์ และดกั แด้ → ตวั เตม็ วยั ใชเ้ วลาประมาณ 2 สัปดาห)์
– รูปร่างของผเี ส้ือแต่ละระยะของวฏั จกั รชีวิตเหมือนหรือแตกตา่ งกนั อยา่ งไร (แนวคาตอบ

แตกตา่ งกนั คือ ระยะหนอนมีลาตวั ยาว เคล่ือนที่โดยใชก้ ลา้ มเน้ือที่ลาตวั ระยะดกั แดม้ ีสิ่งห่อหุม้ ร่างกายไว้
และไมก่ ินอาหาร ส่วนระยะตวั เตม็ วยั มีขา มีหนวด และมีปี ก)

– ระยะใดในวฏั จกั รชีวติ ของผเี ส้ือท่ีนกั เรียนไม่ไดศ้ ึกษา เพราะอะไร (แนวคาตอบ ไข่ เพราะมี
ขนาดเลก็ มากและยากตอ่ การสังเกต)

(3) ครูและนกั เรียนร่วมกนั สรุปผลจากการปฏิบตั ิกิจกรรม โดยครูเนน้ ใหน้ กั เรียนเขา้ ใจว่า หนอนมีการ
เปลี่ยนแปลงรูปร่างในระยะต่างๆ ของวฏั จกั รชีวิตจนเป็นตวั เตม็ วยั โดยมีการเปล่ียนแปลงจากหนอน →
ดกั แด้ → ตวั เตม็ วยั

4) ข้ันขยายความรู้ (Elaboration)
(1) ครูอธิบายเร่ืองน่ารู้ เร่ือง วฏั จกั รชีวิตของยงุ ใหน้ กั เรียนเขา้ ใจวา่ ยงุ มีวฏั จกั รชีวิตเช่นเดียวกบั ผีเส้ือ

แตม่ ีการเรียกชื่อในแต่ละระยะของวฏั จกั รชีวิตแตกต่างกนั
วฏั จกั รชีวติ ของยงุ คอื

(2) ครูเชื่อมโยงความรู้เขา้ กบั บรู ณาการอาเซียน โดยใหน้ กั เรียนดูส่ือจากเวบ็ boec เรื่อง ไขเ้ ลือดออก
ภยั ร้ายจากยงุ ลาย ( https://app.contentcenter.obec.go.th/#/detail/book/80058 )โดยถามนกั เรียนวา่ ทราบ
หรือไมว่ า่ ยงุ ลายมีวฏั จกั รชีวิตลกั ษณะใด จากน้นั ครูอธิบายวา่ ยงุ ลายเป็นยงุ ท่ีก่อใหเ้ กิดไขเ้ ลือดออกซ่ึงสร้าง
ปัญหาทางสาธารณสุขอยา่ งมาก ในประเทศสมาชิกอาเซียนพบผปู้ ่ วยที่เป็นโรคไขเ้ ลือดออกไมต่ ่ากวา่ ปี ละ 2
แสนราย ดงั น้นั ประเทศสมาชิกอาเซียนจึงมีมติร่วมกนั กาหนดใหท้ กุ วนั ท่ี 15 มิถนุ ายนของทุกปี เป็นวนั
ไขเ้ ลือดออกอาเซียน (ASEN Dengue Day) เพอื่ ร่วมมือรณรงคใ์ หป้ ระชาชนไดต้ ระหนกั ถึงการป้องกนั และ
ร่วมกนั แกป้ ัญหา

จากน้นั ครูเชื่อมโยงเกี่ยวกบั เศรษฐกิจพอเพยี ง โดยช้ีใหน้ กั เรียนเห็นวา่ เมื่อเราป่ วยเป็นโรค
ไขเ้ ลือดออกทาใหเ้ ราตอ้ งสูญเสียเงินมากในการรักษา บางรายอาจตอ้ งเขา้ หอ้ งฉุกเฉิน ดงั น้นั การทาลาย
แหลง่ เพาะพนั ธุ์ยงุ ลายจึงเป็นวธิ ีที่ดีท่ีสุดในการป้องกนั โรคไขเ้ ลือดออก จากการเรียนรู้เรื่องวฏั จกั รชีวิตของ

ยงุ ลาย นกั เรียนจะสงั เกตไดว้ ่ายงุ ลายมีช่วงชีวติ อยใู่ นน้าถึง 3 ระยะ ดงั น้นั การกาจดั ยงุ ลายในช่วงน้ีถือวา่ เป็น
ระยะท่ีดีท่ีสุด โดยกระทรวงสาธารณสุขไดอ้ อกมาตรการปราบยงุ ลาย 5 ป. ไดแ้ ก่ ปิ ดฝาตุ่มน้า เปล่ียนน้าใน
ภาชนะทกุ 7 วนั ปล่อยปลากินลกู น้า ปรับปรุงสภาพแวดลอ้ ม และปฏิบตั ิเป็นประจา5)

5) ข้นั ประเมินผล (Evaluation)
(1) ครูให้นกั เรียนแตล่ ะคนพิจารณาวา่ จากหวั ขอ้ ที่เรียนมาและการปฏิบตั ิกิจกรรม มีจุดใดบา้ งท่ียงั ไม่

เขา้ ใจหรือยงั มีขอ้ สงสยั ถา้ มี ครูช่วยอธิบายเพิ่มเติมใหน้ กั เรียนเขา้ ใจ
(2) นกั เรียนร่วมกนั ประเมินการปฏิบตั ิกิจกรรมกล่มุ วา่ มีปัญหาหรืออปุ สรรคใด และไดม้ ีการแกไ้ ข

อยา่ งไรบา้ ง
(3) ครูและนกั เรียนร่วมกนั แสดงความคดิ เห็นเกี่ยวกบั ประโยชนท์ ่ีไดร้ ับจากการปฏิบตั ิกิจกรรม และ

การนาความรู้ท่ีไดไ้ ปใชป้ ระโยชน์
(4) ครูทดสอบความเขา้ ใจของนกั เรียนโดยการให้ทาใบงานเร่ือง วฏั จกั รผีเส้ือ ใบงานจากเวบ็ boec

( https://app.contentcenter.obec.go.th/#/detail/images/73041 )

10. ส่ือการเรียนรู้
1) เพลงผเี ส้ือ จากเวบ็ boec ( https://app.contentcenter.obec.go.th/#/detail/book/10481 )
2) สื่อการสอนวฏั จกั รผีเส้ือ
3) สื่อจากเวบ็ boec เร่ือง ไขเ้ ลือดออก ภยั ร้ายจากยงุ ลาย

( https://app.contentcenter.obec.go.th/#/detail/book/80058 )
4) ใบงานเรื่อง วฏั จกั รผีเส้ือ ใบงานจากเวบ็ boec

( https://app.contentcenter.obec.go.th/#/detail/images/73041 )
5) ใบกิจกรรม สงั เกตวฏั จกั รชีวติ ของผีเส้ือ

11. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรมและ ด้านทักษะ/กระบวนการ (P)

จติ วทิ ยาศาสตร์ (A)

1) ซกั ถามความรู้เรื่องวฏั จกั รชีวิต 1) ประเมินเจตคติทาง 1) ประเมินทกั ษะการคดิ โดยการ
สงั เกตการทางานกล่มุ
ของผีเส้ือ วทิ ยาศาสตร์เป็นรายบคุ คลโดย 2) ประเมินทกั ษะการแกป้ ัญหา
โดยการสงั เกตการทางานกลุ่ม
2) ตรวจชิ้นงานหรือภาระงาน การสังเกตและใชแ้ บบวดั เจตคติ 3) ประเมินพฤติกรรมในการ
ปฏิบตั ิกิจกรรมเป็นรายบุคคล
ของกิจกรรมฝึกทกั ษะระหวา่ ง ทางวิทยาศาสตร์ หรือรายกล่มุ โดยการสงั เกตการ
ทางานกลมุ่
เรียน 2) ประเมินเจตคติตอ่

วทิ ยาศาสตร์เป็นรายบุคคลโดย

การสังเกตและใชแ้ บบวดั เจตคติ

ตอ่ วิทยาศาสตร์

12. บนั ทกึ ผลหลงั การจดั การเรียนรู้

12.1 สรุปผลหลงั การจดั การเรียนรู้

1) นกั เรียนจานวน..................คน

ผา่ นจุดประสงคก์ ารเรียนรู้......................คน คิดเป็ นร้อยละ..................

ไม่ผา่ นจุดประสงคก์ ารเรียนรู้..................คน คิดเป็ นร้อยละ..................

นกั เรียนน่ีไม่ผา่ น มีดงั น้ี

1............................................................ 2............................................................

3............................................................ 4............................................................

5............................................................ 6.............................................................

แนวทางแกไ้ ขนกั เรียนท่ีไม่ผา่ นจุดประสงคก์ ารเรียนรู้

..........................................................................................................................................................................

..........................................................................................................................................................................

2) บนั ทึกหลงั การสอน

..........................................................................................................................................................................

..........................................................................................................................................................................

..........................................................................................................................................................................

.........................................................................................................................................................................

..........................................................................................................................................................................

.........................................................................................................................................................................

..........................................................................................................................................................................

.........................................................................................................................................................................

3) ปัญหา อุปสรรค และแนวทางแกไ้ ข

..........................................................................................................................................................................

.........................................................................................................................................................................

..........................................................................................................................................................................

.........................................................................................................................................................................

ลงชื่อ..................................................
(.................................................)
ตาแหน่ง.....................................

13. ความเห็นของหวั หน้าสถานศึกษา/ผู้ท่ีได้รับมอบหมาย
ไดท้ าการตรวจแผนการจดั การเรียนรู้ของ................................................................แลว้ มีความเห็น

ดงั น้ี
เป็ นแผนการจดั การเรียนรู้ท่ี

ดีมาก
ดี
พอใช้
ควรปรับปรุง
การจัดกจิ กรรมได้นาเอากระบวนการเรียนรู้
เนน้ ผเู้ รียนเป็นสาคญั มาใชใ้ นการสอนไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
ยงั ไมเ่ นน้ ผเู้ รียนเป็นสาคญั ควรปรับปรุงพฒั นาต่อไป
เป็ นแผนการจดั การเรียนรู้ที่
นาไปใชไ้ ดจ้ ริง
ควรปรับปรุงก่อนนาไปใช้
ข้อเสนอแนะอ่ืนๆ
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................

ลงชื่อ..................................................
(.................................................)

ตาแหน่ง............................................

ส่ือการสอน

อปุ กรณ์ ใบกจิ กรรม
1. หนอนผเี ส้ือ สังเกตวัฏจักรชีวิตของผเี สื้อ
2. กระดาษทิชชู
3. แวน่ ขยาย 1 ตวั
4. ชอ้ นพลาสติก 4–5 แผน่
5. ใบพดุ 1 อนั
6. แกว้ พลาสติกใส 1 คนั
7. ผา้ ขาวบาง 1 ถุง
8. เทปกาว 1 ใบ
9. กรรไกร 1 ผนื
1 มว้ น
ปัญหา 1 เลม่

ข้นั ตอน
1. นาหนอนผีเส้ือวางบนกระดาษทิชชู แลว้ ใชแ้ วน่ ขยายสงั เกตส่ิงท่ีมองเห็นและวาดรูปส่ิงท่ีสงั เกตได้
2. นาใบพุดใส่ลงในแกว้ พลาสติกใส แลว้ ใชช้ อ้ นพลาสติกตกั หนอนผีเส้ือวางบนใบพดุ อยา่ งระมดั ระวงั
3. ใชผ้ า้ ขาวบางปิ ดปากแกว้ พลาสติกใส ยดึ ใหแ้ น่นดว้ ยเทปกาว ดงั รูป แลว้ วางไวใ้ นบริเวณที่ไมโ่ ดน

แสงแดดโดยตรง

4. สังเกตหนอนผีเส้ือทกุ วนั และเติมใบพดุ สปั ดาหล์ ะ 2 คร้ัง
5. เมื่อเวลาผา่ นไป 3 สปั ดาห์ จะเห็นหนอนผีเส้ือกลายเป็นดกั แด้ ใชแ้ วน่ ขยายสงั เกตสิ่งที่มองเห็นและ
วาดรูปสิ่งที่สงั เกตได้

6. เมื่อเวลาผา่ นไปอีก 2 สัปดาห์ จะเห็นตวั เตม็ วยั ของผีเส้ือในแกว้ พลาสติกใส ใชแ้ วน่ ขยายสังเกตสิ่งที่
มองเห็นและวาดรูปส่ิงที่สงั เกตได้

หมายเหตุ : เมื่อปฏิบตั ิกจิ กรรมสังเกตวัฏจกั รชีวติ ของผเี สื้อเสร็จแล้ว นักเรียนควรนาผีเสื้อไปปล่อย
กลบั สู่ธรรมชาติ
บนั ทกึ ผล

ระยะ วนั /เดือน/ปี ทีส่ ังเกต ผลการสังเกต

หนอน

ดกั แด้

ตัวเต็มวยั

สรุป

คาถามประกอบกจิ กรรม
1. หนอนมีการเปล่ียนแปลงรูปร่างในระยะต่างๆ ของวฏั จกั รชีวติ นานเท่าใด

2. รูปร่างของผีเส้ือแตล่ ะระยะของวฏั จกั รชีวิตเหมือนหรือแตกต่างกนั อยา่ งไร

3. ระยะใดในวฏั จกั รชีวิตของผีเส้ือที่นกั เรียนไมไ่ ดศ้ ึกษา เพราะอะไร

เพลง ผีเส้ือ จากเวบ็ obec
https://app.contentcenter.obec.go.th/#/detail/book/10481

เนื้อเพลง
ผเี ส้ือตวั นอ้ ยๆ บินล่องลอยในสายลม ผีเส้ือตวั สวยๆ ใหฉ้ นั บินไปดว้ ยไดไ้ หมเธอ
ผีเส้ือมีหลายสี มีมากมายหลากหลายพนั ธุ์ ผเี ส้ือตวั นอ้ ยนน่ั พวกฉนั รักมนั ทุกๆตวั
ผีเส้ือตวั นอ้ ยนนั่ พวกมนั ช่างน่าสงสาร จากหนอนนอ้ ยที่คอยคบื คลานเปล่ียนเป็นดกั แดต้ วั เตม็ วยั
สายลมยงั พริ้วไหว ผีเส้ือบินไปในทอ้ งฟ้า แมกไมม้ วลพฤกษาอยากใหร้ ู้วา่ ฉนั รักเธอ

ล้นั ลา ล้นั ลา

ส่ือเร่ือง ไขเ้ ลือดออก ภยั ร้ายจากยงุ ลาย จากเวบ็ boec
https://app.contentcenter.obec.go.th/#/detail/book/80058

ใบงานเร่ือง วฏั จกั รผีเส้ือ ใบงานจากเวบ็ boec

https://app.contentcenter.obec.go.th/#/detail/images/73041

ส่ือการสอนวฏั จกั รผเี ส้ือ

แผนจัดการเรียนรู้ด้วยสอ่ื เทคโนโลยดี จิ ิทัล
(OBEC Content Center)

นางสาวบุณยาพร แรงเลอ้ื ย

โรงเรียนบ้านท่งุ กลบั
สำนกั งานเขตพืน้ ทกี่ ารศกึ ษาประถมศึกษาสิงห์บุรี

บันทกึ ข้อความ

ส่วนราชการ โรงเรยี นบ้านท่งุ กลับ ตำบลพักทัน อำเภอบางระจัน จงั หวัดสงิ ห์บรุ ี

ท่ี ......./.............. วันที่ 23 สิงหาคม 2565

เรือ่ ง ขออนุมัตใิ ช้แผนการจัดการเรียนรู้ ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๔ ภาคเรียนที่ 1 / 2565

เรยี น ผูอ้ ำนวยการโรงเรียนบา้ นทุ่งกลับ

สิ่งท่สี ง่ มาด้วย แผนการจดั การเรียนรู้วชิ าไทยชนั้ ประถมศึกษาปีที่ ๔ จำนวน 1 แผน
ตามทขี่ า้ พเจ้านางสาวบณุ ยาพร แรงเล้อื ย ตำแหน่งครอู ัตราจา้ ง ไดร้ ับมอบหมายให้จดั การเรยี นการสอนระดบั

ประถมศึกษาปที ี่ ๔ ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศึกษา 2565 ตามหลกั สูตรการศึกษาปฐมวยั พุทธศักราช 2560)
บัดนี้ข้าพเจ้าได้จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ในรายวิชาดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงขออนุมัติ

ใชแ้ ผนการจัดการเรยี นรู้ที่รายละเอียด ดังเอกสารแนบ

จงึ เรยี นมาเพ่ือโปรดทราบและพจิ ารณา

ความคดิ เห็นหวั หน้าฝ่ายวิชาการ

…………………………………………………………………… …………….…………………………………………………………..
……………………………………………………………………
( นางสาวบณุ ยาพร แรงเลือ้ ย )
ตำแหนง่ ครโู รงเรยี นบา้ นทงุ่ กลับ

ลงช่อื ……………………………………………..

(นางสาววิชุดา มมุ ณ)ี
ความคิดเห็นผู้อำนหววัยหกนารา้ โฝรา่ งยเรวียชิ นากบาา้ รนท่งุ กลบั

............................................................................................................................... ..............................................................
...................................................................................................................................................................

ลงช่อื ...................................................
( นายฐานวฒั น์ ชินบตุ ร )

ผอู้ ำนวยการโรงเรยี นบา้ นทุง่ กลับ

แผนการจดั การเรยี นรูประกอบการใช้ Application
เรื่องมาตราตวั สะกด

รายวชิ าภาษาไทย กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ มาตราตวั สะกดพาเพลิน

ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ ๔ เวลา ๑ ช่ัวโมง

……………………………………………………………………………………………………...…………..

๑. ตัวชีว้ ัดและสาระการเรยี นรแู้ กนกลาง

มาตรฐาน ท ๔.๑ เขาใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลีย่ นแปลงของภาษาและ

พลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเปนสมบตั ขิ องชาติ

ตวั ชว้ี ัด ท ๔.๑ ป.๔/๑ สะกดคำและบอกความหมายของคำในบริบทตา่ ง ๆ

๒. สาระสำคัญ / ความคดิ รวบยอด
การอา่ นและการเขียนสะกดคำให้ถูกต้อง จะต้องมีความรู้เรอ่ื งมาตราตัวสะกดและจำแนกตัวสะกด

ในแตล่ ะมาตรา

๓. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
๑. นักเรียนสามารถบอกมาตราตวั สะกดในแต่ละมาตราได้
๒. นักเรยี นสามารถจำแนกตวั สะกดในแต่ละมาตราได้
๓. นกั เรยี นสามารถบอกความหมายของคำในบริบทตา่ ง ๆ ได้

๔. สาระการเรียนรู้
มาตราตวั สะกด

๕. สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น
๕.๑ ความสามารถในการสื่อสาร
๕.๑.๑ ทกั ษะการอา่ น
๕.๑.๒ ทกั ษะการเขยี น
๕.๑.๓ ทกั ษะการฟงั การดู และการพูด
๕.๒ ความสามารถในการคดิ

๕.๒.๑ ทกั ษะการจำแนกประเภท

๕.๒.๒ ทกั ษะการสรุปลงความเหน็

๕.๒.๓ ทกั ษะกระบวนการคดิ สร้างสรรค์

๖. คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
๑. ใฝ่เรียนรู้
๒. มุง่ มั่นในการทำงาน

๗. กิจกรรมการเรียนรู้
วธิ กี ารสอนโดยการจดั การเรียนรแู้ บบร่วมมือ : เทคนิคคคู่ ดิ สส่ี หาย
ขัน้ นำเขา้ สู่บทเรียน
๑. ครูกล่าวทักทายนกั เรียนและเตรียมความพร้อมของนักเรียนด้วยการเช็คชื่อนกั เรยี น
๒. นักเรยี นทำแบบทดสอบกอ่ นเรียน หนว่ ยการเรียนรู้ที่ ๑
๓. ครูแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม โดยคละกันตามความสามารถ คือ เก่ง ปานกลางค่อนข้างเก่ง

ปาน กลางค่อนข้างอ่อน และอ่อน จากนนั้ ครแู จกแผน่ เกมนกั สบื ภาษาตามหาตัวสะกด
๔. สมาชกิ กลุ่มตรวจสอบความถูกต้องของตวั สะกด จากนั้นรว่ มกนั เฉลยคำตอบที่ถูกต้อง
๕. ครูให้นักเรียนสังเกตตัวอักษรที่เป็นตัวสะกดในช่องว่างที่เติมแล้วช่วยกันบอกว่า เป็น

ตวั อกั ษรท่อี ยใู่ นมาตราตัวสะกดใด
๖. นกั เรยี นตอบคำถามกระตุ้นความคดิ

นักเรยี นช่วยกนั สงั เกตตวั อกั ษร
สิวา่ ควรเตมิ อะไรดี ?

ขนั้ สอน
๑. ครูใหน้ ักเรียนแตล่ ะกล่มุ ร่วมกันวางแผนศึกษาความร้เู รื่อง มาตราตวั สะกด จากหนังสอื เรียน
เพ่อื อธบิ ายความรู้ในประเดน็ ท่ีกำหนด ดังน้ี

๑) มาตราตวั สะกดมีกี่มาตรา และมมี าตราใดบ้าง
๒) พยญั ชนะทใี่ ชเ้ ปน็ ตัวสะกดในแต่ละมาตรามตี ัวสะกดใดบา้ ง
๓) ตัวอยา่ งคำทีใ่ ช้พยญั ชนะในมาตรานนั้ ๆ เปน็ ตวั สะกดมีคำใดบา้ ง
๒. สมาชิกในแต่ละกลุม่ รว่ มกนั ศกึ ษาความรเู้ รื่อง มาตราตัวสะกด ตามแผนทวี่ างไว้ จากนนั้
รว่ มกนั อธิบายในประเด็นความรจู้ นเกดิ ความรู้ความเข้าใจแลว้ สรปุ ผล

ขนั้ สรปุ

๑. ครแู ละนกั เรียนรว่ มกนั สรุปความรูเ้ รื่อง มาตราตัวสะกด

๒. ครูใหน้ กั เรียนโหลดและตดิ ต้งั Application : Content Center ลงในสมารท์

โฟนหรือคอมพวิ เตอร์ จากนน้ั ตดิ ตัง้ Applicationเกมแผ่นป้ายมาตราตัวสะกด และใหน้ กั เรียนเล่มเกม

เพ่ือเปน็ การทบทวนความรู้ความเขา้ ใจ จากนัน้ ใหน้ กั เรียนถ่ายภาพหนา้ จอของตนเองและส่งให้ครูในกลมุ่

Facebook Group ภาษาไทยป.๔

QR Code Application :
Content Center

QR Code Application :
เกมแผน่ ป้ายมาตราตวั สะกด

๘. ส่ือการเรยี นรู้
๑. หนังสอื เรยี นหลกั ภาษาไทยป.๔
๒. Application : เกมแผน่ ป้ายมาตราตวั สะกด

๙. การวดั และประเมินผลการเรยี นรู้

วธิ กี าร เคร่อื งมอื เกณฑ์
ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรียน หนว่ ยการ (ประเมนิ ตามสภาพจรงิ )
เรียนรทู้ ่ี ๑ แบบทดสอบก่อนเรียน หนว่ ยการ
สังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล เรียนรูท้ ี่ ๑ ระดบั คุณภาพ ๒ ผา่ น
เกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลมุ่ แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงาน ระดับคุณภาพ ๒ ผ่าน
รายบุคคล เกณฑ์
สงั เกตการใฝเ่ รียนรู้ มีความรับผดิ ชอบ ระดับคุณภาพ ๒ ผ่าน
และม่งุ ม่ันในการทำงาน แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงาน เกณฑ์
กลมุ่

แบบประเมินคณุ ลักษณะอนั พึง
ประสงค์

๑๐. แหลง่ การเรยี นรู้
๑. เวบ็ ไซต์ OBEC Content Center https://contentcenter.obec.go.th และ

Application : Content Center ของสำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พ้ืนฐาน
๒. หนังสอื เรยี นภาษาพาที ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๔
๓. Application : เกมแผ่นป้ายมาตราตัวสะกด

๔. Facebook Group ภาษาไทยป.๔

บันทกึ หลงั สอน

๑. ผลการจดั การเรยี นรู้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๒. ปัญหาและอุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๓. ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่ือ ............................................
(………………………………………..)
ครผู ู้สอน

…………./……………………../………

บนั ทกึ หลงั สอน

ความคดิ เหน็ / ขอ้ เสนอแนะของผู้อำนวยการ
เป็นแผนการสอนท่ี
ดมี าก
ดี
พอใช้
ควรปรบั ปรงุ
การจดั กจิ กรรมไดน้ ำเอากระบวนการเรยี นรู้
ทีเ่ นน้ ผ้เู รยี นเป็นสำคญั มาใช้ในการเรยี นการสอนได้อย่างเหมาะสม
ท่ยี ังไมเ่ นน้ ผเู้ รียนเป็นสำคญั ควรปรบั ปรุงและพัฒนาตอ่ ไป
เปน็ แผนการสอนที่
นำไปใชไ้ ดจ้ รงิ
ควรปรบั ปรุงกอ่ นนำไปใช้
ขอ้ เสนอแนะ

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่อื ...................................................
(……………………………………………)
ผูอ้ ำนวยการโรงเรยี น

ภาคผนวก

แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม

ชื่อกลมุ่ .................................................................................................................... .............ชน้ั .....................

คำชแี้ จง ผู้สอนสงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด √ ลงในช่องที่ตรงกบั

ระดบั คะแนน

ระดับคะแนน

ลำดับท่ี รายการประเมิน ๓๒๑

๑ การแบง่ หน้าท่ีกนั อยา่ งเหมาะสม

๒ ความรว่ มมือกนั ทำงาน

๓ การแสดงความคิดเหน็

๔ การรับฟงั ความคิดเหน็

๕ ความมนี ำ้ ใจชว่ ยเหลือกนั

รวม

ลงชื่อ.................................................ผู้ประเมิน

…………./……………………../………

เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ
ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤติกรรมอยา่ งสม่ำเสมอ ให้ ๓ คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมบ่อยคร้ัง ให้ ๒ คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมบางครง้ั ให้ ๑ คะแนน
๑๒ - ๑๕ ดี

๘ - ๑๑ พอใช้

ตำ่ กว่า ๘ ปรับปรุง

แบบประเมินคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์

คำช้แี จง ผสู้ อนสังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด √ ลงในช่องทต่ี รงกบั

ระดบั คะแนน

คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ รายการประเมนิ ระดับคะแนน

ดา้ น ๓ ๒ ๑

๑. ใฝเ่ รยี นรู้

๒. มุ่งม่ันในการ
ทำงาน

รวม

ลงชื่อ.................................................ผู้ประเมิน

…………./……………………../………

เกณฑ์การใหค้ ะแนน เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ ๓ คะแนน
ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมบ่อยคร้ัง ให้ ๒ คะแนน ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครง้ั ให้ ๑ คะแนน
๑๐ - ๑๒ ดี

๖ - ๙ พอใช้

ต่ำกว่า ๖ ปรับปรุง


Click to View FlipBook Version