สือ่ การสอน
เวบ็ ไซต์ OBEC Content Center https://contentcenter.obec.go.th และ Application :
Content Center ของสำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน
ส่อื Application : เกมแผน่ ป้ายมาตราตัวสะกด
แบบรายงานผลการปฏิบัตทิ ่ีเป็นเลิศ(Best Practice)
ช่อื ผลงาน (Best Practice) การจดั การเรยี นการสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ 5 ข้นั ตอน เร่อื ง มาตรา
ตัวสะกด Obec Content Center ของนักเรียนชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๔ โรงเรียนบ้านทุ่งกลับ
ผูเ้ สนอผลงาน นางสาวบณุ ยาพร แรงเลอ้ื ย
ตำแหนง่ ครอู ตั ราจา้ ง
สถานศกึ ษา โรงเรียนบา้ นทุ่งกลับ
ความเป็นมาและความสำคัญ
ภาษาไทยเป็นเอกลักษณประจำชาติ เป็นสมบัติทางวัฒนธรรมอันกอใหเกิดความเป็นเอกภาพ และ
เสริมสร้างบุคลิกภาพของคนในชาติใหมีความเป็นไทย เปนเคร่ืองมือในการติดตอส่ือสารเพ่ือสร้างความเขาใจ
และความสัมพันธทด่ี ีตอกนั ทําใหสามารถประกอบธุรกจิ และดํารงชวี ติ รวมกัน ในสังคมประชาธิปไตยไดอยาง
สันตสิ ุข เปนเคร่ืองมือในการแสวงหาความรู ประสบการณจาก แหลงขอมลู สารสนเทศตางๆ เพื่อพฒั นาความรู
ความคิด วิเคราะห วิจารณและสรางสรรคใหทัน ตอการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและความกาวหนาทางวิทยา
ศาสตรเทคโนโลยี ตลอดจนใชใน การพัฒนาอาชีพใหมความม่ันคงทางสังคมและเศรษฐกิจ ภาษาไทยจึงมี
ความสําคัญจําเปนที่คนไทย ทุกคนจะตองศกึ ษาและฝกฝนจนเกิดทักษะเพื่อใชติดตอระหวางคนไทยไดอยางมี
ประสิทธิภาพ
แผนการจัดการเรยี นรู้ มีความสำคัญหลายประการเพื่อเปน็ แนวทางให้กบั ผู้สอนสอนด้วย ความมั่นใจ
ในการจัดการเรียนรู้นั้นจำเป็นต้องศึกษา วิเคราะห์ วางแผนและออกแบบกิจกรรมการ เรียนรู้มาใช้ในการ
จัดการชั้นเรยี นเพื่อให้ผูเ้ รียนได้รับประสบการณ์ที่หลากหลาย เกิดการเรียนรู้ท่ี เหมาะสมกับวัย คำนึงถึงความ
แตกต่างระหว่างผู้เรียนเป็นสำคัญ การจัดการเรียนรู้ตามแผนการ จัดการเรียนรู้ช่วยให้ผู้สอนจัดกิจกรรมได้
อย่างเปน็ ระบบ และสอดคลอ้ งกับความตอ้ งการของผ้เู รียน สรา้ งแนวทางการสอนทเี่ ป็นขั้นตอนและตอบสนอง
วัตถุประสงค์ของหลักสูตรด้วยเหตุผลดังกล่าวข้าพเจ้าจึงได้จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้สื่อเทคโนโลยี
ดิจิทลั Obec Content Center มาใชใ้ นกระบวนการจดั การเรยี นการสอน
วัตถปุ ระสงค์
1.เพ่ือยกระดบั ผลสมั ฤทธิท์ างการเรียนของผู้เรียนใหส้ ูงข้ึน
2. เพ่ือพัฒนาทกั ษะการคดิ ทักษะชวี ิตและทักษะการใช้เทคโนโลยี
3. เพื่อพฒั นาคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ของผู้เรียน
4. เพ่ือพฒั นาสมรรถนะทส่ี ำคัญของผ้เู รยี น
เป้าหมาย
เชงิ ปรมิ าณ
1. ผู้เรียนมผี ลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี นเพม่ิ ขน้ึ ร้อยละ 3
2. ผเู้ รยี นรอ้ ยละ 80 มีทักษะการคิด ทกั ษะชีวิต
3. ผูเ้ รียนรอ้ ยละ 100มีคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ของผูเ้ รียน
4. ผูเ้ รยี นร้อยละ 80 มีสมรรถนะทีส่ ำคญั ของผเู้ รียน
เชิงคณุ ภาพ
1. ครมู ีนวตั กรรมท่ีสง่ เสริมทักษะการคิด ทกั ษะชวี ติ และทักษะการใช้เทคโนโลยีอยู่ในระดับมาก
2. ผูเ้ รยี นมคี วามพงึ พอใจในการจัดการเรียนรู้ในระดับมาก
4. ขั้นตอนการดำเนนิ งาน
ขัน้ ตอนการวางแผน
1. ศกึ ษาสภาพปจั จบุ ันและความต้องการของผเู้ รียน
2. ศึกษารูปแบบการจัดกิจกรรมและดำเนินกิจกรรมการจัดการเรียนการสอนโครงสร้างรายวิชา
วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
3. วิเคราะความต้องการของผเู้ รียนในการจัดการเรียนรู้
4. วางแผนการจัดการเรยี นการสอนเพอื่ ตอบสนองความต้องการของผู้เรียน
5. จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้และออกแบบการจัดการเรียนรู้ที่ประกอบด้วย ความรู้ ทักษะ
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และสมรรถนะ ตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดที่กำหนดไว้ในหลักสูตร
สถานศกึ ษาโดยใชร้ ูปแบบการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขนั้ ตอน
6. จัดทำกำหนดการสอน
2.ข้นั ตอนการดำเนนิ งาน
ในการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนนั้นข้าพเจ้าได้จัดกิจกรรม การสอนมาตราตัวสะกดขั้นตอน
เรือ่ ง มาตราตวั สะกด Obec Content Center ดังนี้
กระบวนการสบื เสาะหาความรู้ 5 ขน้ั ตอน เป็นรูปแบบหนึ่งของการสบื เสาะหาความรคู้ ือ
1. การสร้างความสนใจ (Engagement) โดยผู้สอนควรสร้างความสนใจ สร้างความอยากรู้อยากเหน็
มกี ารต้ัง คําถามกระต้นุ ให้ผู้เรียนคดิ ดงึ เอาคาํ ตอบท่ียงั ไม่ครอบคลุมสิ่งท่ีผ้เู รียนรู้หรอื แนวคดิ หรือเน้ือหา
2. การสํารวจและค้นหา (Exploration) โดยผู้สอนส่งเสริมให้ผู้เรียนทํางานร่วมกันในการสํารวจ
ตรวจสอบ สังเกตและฟังการโต้ตอบกันระหว่างผู้เรียนกับผู้เรียน ทําการซักถามเพื่อนําไปสู่การสํารวจ
ตรวจสอบของผูเ้ รียน และให้ เวลาผู้เรียนในการคิดขอ้ สงสัยตลอดจนปัญหาตา่ ง ๆ และทําหน้าที่ใหค้ ําปรึกษา
แกผ่ ูเ้ รยี น
3. การอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) โดยผู้สอนส่งเสริมให้ผู้เรียนอธิบายแนวคิด หรือให้คํา
จํากัดความ ด้วยคําพูดของผู้เรียนเอง ให้ผู้เรียนแสดงหลักฐาน ให้เหตุผลและอธิบายให้กระจ่าง ให้ผู้เรียน
อธบิ าย ใหค้ าํ จาํ กดั ความและ ช้ีบอกส่วนตา่ งๆ ในแผนภาพให้ผู้เรียนใช้ประสบการณ์เดิมของตนเป็นพ้ืนฐานใน
การอธิบายแนวคดิ
4. การขยายความรู้ (Elaboration) โดยผู้สอนคาดหวังให้ผู้เรียนได้ใช้ประโยชน์จากการชี้บอก
ส่วนประกอบตา่ ง ๆ ในแผนภาพคาํ จาํ กัดความและอธบิ ายสิ่งท่เี รยี นรู้มาแล้ว สง่ เสริมใหผ้ ู้เรียนนาํ สงิ่ ที่ผเู้ รียนได้
เรียนรู้ไปประยุกต์ใช้หรือ ขยายความรู้และทักษะในสถานการณ์ใหม่ ให้ผู้เรียนอธิบายอย่างมีความหมาย
ให้ผู้เรียนอ้างอิงข้อมูลที่มีอยู่พร้อมทั้งแสดง หลักฐานและถามคําถามผู้เรียนว่าได้เรียนรู้อะไรบ้าง หรือได้
แนวคดิ อะไร
5. การประเมินผล (Evaluation) โดยผู้สอนสังเกตผู้เรียนในการนําแนวคิดและทักษะใหม่ไป
ประยุกต์ใช้ประเมิน ความรู้และทักษะผู้เรียน หาหลักฐานที่แสดงว่าผู้เรียนเปลี่ยนความคิดหรือพฤติกรรม
ให้ผู้เรียนประเมนิ การเรยี นรู้และ ทกั ษะกระบวนการกลมุ่ ถามคําถามปลายเปดิ เชน่ ทําไมผ้เู รยี นจงึ คดิ เชน่ น้ัน
3. ขน้ั ตอนการตรวจสอบ
วัดและประเมินผลการจดั การเรียนรู้
4. ขน้ั ตอนการปรบั ปรงุ และพัฒนา
สรปุ ผลการจดั การเรยี นรแู้ ละแลกเปลี่ยนการเรียนรู้
5. ผลการดำเนินงาน
1. ผเู้ รยี นมผี ลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพิ่มข้ึนร้อยละ 3.5
2. ผูเ้ รียนรอ้ ยละ 85 มีทักษะการคิด ทกั ษะชีวติ และทกั ษะการใชเ้ ทคโนโลยี
3. ผู้เรยี นรอ้ ยละ 100มคี ณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ของผเู้ รยี น
4. ผู้เรียนร้อยละ 85 มสี มรรถนะทีส่ ำคัญของผู้เรยี น
5. ผ้เู รียนมีความพึงพอใจในการจดั การเรยี นรอู้ ยู่ในระดับมาก
6.บทเรียนที่ไดร้ ับ
การจัดการเรียนการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ข้นั ตอน เร่ือง มาตราตวั สะกดโดยใชส้ ่ือเทคโนโลยี
ดิจทิ ลั Obec Content Center ทำให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพทั้งทางด้านทักษะการคิด
ทักษะชีวิตและทักษะการใช้เทคโนโลยี คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน สมรรถนะที่สำคัญของผู้เรียน
ส่งผลให้ผู้เรียนเกิดกระบวนการเรียนรู้ที่เป็นกระบวนการและมองเห็นเนื้อหาที่เป็นรูปธรรมมมากยิ่งข้ึน
ซึ่งส่งผลต่อความรู้ความเข้าใจของผู้เรียนและยังเป็นการต่อยอดการสร้างสรรค์นวัตกรรมให้กับครูผู้สอนและ
การใช้วิธีการสอนแบบแบบสบื เสาะหาความรู้ 5 ขั้นตอนยังเป็นการสอนท่ีเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญเน้นการลงมือ
ทำด้วยตนเองทำให้ผ้เู รียนจดจำความรูไ้ ด้คงทน
7.ปจั จยั ความสำเรจ็
ปจั จยั แหง่ ความสำเร็จดา้ นผู้เรยี น
ผู้เรยี นมคี วามเข้าใจในเนื้อหาจากนามธรรมเป็นรูปธรรมมากขึ้นและรจู้ ักแสวงหาความรู้ด้วยตนเองให้
ความร่วมมอื ในการเรียนการสอนและรว่ มกันวางแผนดำเนินกจิ กรรมอยา่ งสรา้ งสรรค์
ปัจจยั แห่งความสำเร็จดา้ นครูผ้สู อน
ครูมีความรู้ความเข้าใจในการพัฒนานวัตกรรมที่จะสามารถนำมาใช้ในการจัดการเรียนการสอนโดย
การนำสื่อเทคโนโลยีดิจิทัล Obec Content Center มาประยุกต์ใช้ในการสอนซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจ
เนื้อหาได้มากขึ้นและยังเปน็ การพัฒนาตนเองในด้านการใช้เทคโนโลยีต่างๆมาใช้ในการสอนของตนเองซึ่งเป็น
การสอนทม่ี รี ูปแบบทหี่ ลากหลายเพอื่ กระตนุ้ การเรียนรูข้ องผเู้ รยี น
รายงานวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ
การขับเคลื่อนการเรียนรู้ด้วยสื่อ (OBEC Content Center)
การแก้ไขปัญหาการอ่านและเขียน ด้วยกระบวนการ เรียนรู้
บันไดทักษะ 5 ขั้น ด้วยแอปพลิเคชัน OBEC Content Center
ประเภท ครูผู้ใช้สื่อเทคโนโลยีระบบ
OBEC Content Center
นายณฐวัฒน์ จิรโชติพัฒนสิน
ตำแหน่ง ครู
โรงเรียนวัดข่อย
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสิงห์บุรี
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
กระทรวงศึกษาธิการ
24
คำนำ
รายงานผลการประกวดผลการปฏิบัติท่ีเปน เลิศ (Best Practice) เรื่อง การแกไขปญหาการอานและ
เขียน ดวยกระบวนการ เรียนรูบนั ไดทักษะ 5 ขั้น รวมกับสื่อการเรียนรูบัญชีคำพื้นฐาน ภาษาไทย ป.1 ผาน
แอปพลิเคชัน OBEC Content Center เปนเอกสารท่ีจัดทำขึ้นสำหรับการประเมินการคัดเลือกผลการปฏบิ ัติ
ทีเ่ ปนเลศิ (Best Practice) ประเภทครูผใู ชสอ่ื เทคโนโลยีระบบ OBEC Content Center สังกัดสำนกั งานเขต
พ้ืนท่กี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาสิงหบ ุรี ของนายณฐวฒั น จริ โชตพิ ฒั นสิน ตำแหนง ครู โรงเรียนวดั ขอ ย
รายละเอียดประกอบดวย วธิ ปี ฏบิ ตั ิท่ีเปน เลิศ BEST PRACTICE ซึง่ ไดน ำเสนอรายละเอียดตามตวั ช้ีวัด
หวงั วา เอกสารนี้ จะอำนวยความสะดวกตอการพจิ ารณาของคณะกรรมการการประเมนิ ในการคดั เลือกใหไดรับ
ผลการประกวดผลการปฏบิ ัตทิ ่ีเปนเลิศ (Best Practice) อยางดยี ่ิงครั้งนี้ จะเปนการสรางขวัญและกำลังใจให
ครมู พี ลังทจี่ ะรว มพัฒนาการศึกษาของชาติใหม ีคณุ ภาพยงิ่ ขนึ้ ตอไป
ณฐวฒั น จิรโชตพิ ฒั นสิน
ผจู ัดทำ
1
วิธปี ฏิบตั ทิ เ่ี ปน เลิศ BEST PRACTICE
ชอื่ ผลงาน : การแกไขปญหาการอา นและเขียน ดวยกระบวนการ เรยี นรบู ันไดทกั ษะ 5 ขั้น รวมกับ
สื่อการเรยี นรบู ญั ชีคำพ้ืนฐาน ภาษาไทย ป.1 ผา นแอปพลิเคชนั OBEC Content Center
ผนู ำเสนอผลงาน : นายณฐวัฒน จริ โชติพฒั นสิน
ตำแหนง : ครู
สถานศึกษา : โรงเรยี นวดั ขอย
ความเปนมาและความสำคญั
สภาพปญ หา
การอานเปน พื้นฐานท่สี ำคัญของการเรียนรแู ละพฒั นาสติปญญาของคนในสังคม การอา นการเขียนทำ
ใหเกิดการพัฒนาดานสติปญญา ความรู ความสามารถ พฤติกรรมและคานิยมตางๆรวมทั้งชวยในการ
เปลี่ยนแปลงการดำเนินชีวติ พัฒนาไปสสู ่งิ ทด่ี ที ส่ี ดุ ขแงชวี ิต การอานการเขยี นจึงมคี วามสำคญั ตอมนุษยอยางย่ิง
เชน การอาน การเขียน เปนสื่อกลางของการเรยี นรู ผูอานหรือเขียนมากยอมรูมากและถานำความรูนั้นไปใช
ประโยชนตอสงั คม สังคมยอ มมีประสิทธิภาพในการพัฒนาในการเรยี นรูอนา งตอ เนื่องตลอดชีวติ
พระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ 2542 (กระทรวงศึกษาธิการ, 2542) ไดกลาวไววา การจัดการ
ศึกษาตองยึดหลักวาผูเรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรูและพัฒนาตนเองได และถือวาผูเรียนมีความสำคัญ
ที่สดุ กระบวนการจัดการศกึ ษาตองสงเสริมใหผูเรียนสามามารถพฒั นาตามธรรมชาตแิ ละเปนศักยภาพ แตด วย
สถานการณใ นปจจุบันการแกไ ขปญหาการศึกษาของครูยังไมสามารถพัฒนาการเรียนรูของผูเรียนไดเต็มตาม
ศักยภาพ และกระบวนการจัดการเรียนการสอนยังไมมีวิธีการที่หลากหลายที่จะสามารถพัฒนาผูเรียนไดตรง
ตามวัตถุประสงคของหลักสูตร จึงทำใหเด็กในวัยแรกเริ่มในการจัดการเรียนการสอนและการพัฒนาดานการ
อานการเขียนของช้ันประถมศึกษาปที่ 1 ยังคงเปนปญหาที่สำคัญเพราะถานักเรียนมีความบกพรองดานการ
อานและการเขยี นแลว จะทำใหกระบวนการเรียนรูและเขาใจในบทเรยี นทุกๆวชิ านัน้ มีปญหาและทำใหนักเรียน
เบื่อหนาย ไมกระตือรือรนที่จะเรียน ดวยเหตุนี้นโยบายการศึกษาจึงเปนนโยบายสำคัญของ
กระทรวงศึกษาธิการที่ไดยกระดับการอานการเขียนนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปที่ 1 คือ ปการศึกษา
2558 จนถึงปจจุบัน เปนปปลอดนักเรียนอานไมอ อกเขยี นไมได ดังนัน้ การจัดการเรียนรูภ าษาไทยใหนักเรยี น
อานออกและเขียนได จึงเปนการวางรากฐานทีม่ ่ันคงของการศึกษาของชาติ โดยเพราะชน้ั ประถมศึกษาปท ี่ 1
ซึ่งเปนวยั ที่มปี ญหาดานการอานมากกวาระดับชั้นอื่น เพราะอยูใ นชวงวัยทีเ่ ร่ิมพัฒนาทักษะการอานและการ
เขียน ทักษะสองดานนี้จะสง เสริมใหเกิดทักษะการคดิ วิเคราะห แยกแยะ ประยุกตใชข อมูลที่เปนประโยชนต อ
ชีวติ หากผใู ดมคี วามบกพรองหรือขาดความสามารถในการอานและเขยี น กจ็ ะสง ผลใหเกิดความยากลำบากใน
การสื่อสารและการเรยี นรใู นระดบั ชนั้ ตอไป
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาชั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (กระทรวงศึกษาธิการ, 2553) การ
จัดการเรียนรูครูผูสอนตองวิเคราะหมาตรฐานการเรียนรู/ตัวชี้วัด สมรรถะสำคัญของผูเรียนในการจัดการ
เรียนรูตามกลุมสาระการเรียนรูและคุณลักษณะอันพึงประสงคโดยมีหลักการจัดการเรียนรูที่เนนผูเรียนเปน
สำคัญ การจัดการเรียนรู ที่คำนึงถึงความแตกตา งระหวางบุคคล การจดั การเรียนรูที่สอดคลองกบั พัฒนาการ
ทางสมองและการจัดการเรียนรูที่เนนคุณธรรม จริยธรรม ซึง่ เขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาอาจเพิ่มเติม
ขึ้นได ในการจัดการเรียนรู ที่เนนผูเรียนเปนสำคัญผูสอนตองจัดกระบวนการที่หลากหลาย (สำนักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, 2551)
กระบวนการเรียนรู บันไดทักษะ 5 ขั้น (อักษรเจริญทศั น อจท., 2565) สูการสรางความเขาใจ และ
แกป ญหาการอา นไมออก เขยี นไมได ครสู ามารถวางแผนการสอนแบบขน้ั บนั ได ฝกทกั ษะใหกับผูเรยี น จากงา ย
2
ไปสูยาก เพื่อชวยใหผูเรียน เรียนรู เขาใจ และฝกกิจกรรมซ้ำ ๆ บอย ๆ จนเกิดความชำนาญ โดยครูมีสวน
สนับสนุนใหกับผูเรียน ในการเลือกใชสื่อฯ ที่เหมาะสมกับวัย และความสามารถของผูเรียน และขั้นตอน
ดงั กลา ว ไดแ ก การนำเร่อื งใหส นุก แจกลูกสะกดคำ อานออกเสยี งไดช ัดเจน เขียนอักษรใหถูกวิธี และใชภาษา
สือ่ สารได (อักษรเจริญทศั น, 2562)
จากผลการประเมนิ ความสามารถดานการอานของผูเรียน ชั้นประถมศึกษาปที่ 1 ปการศึกษา 2563
ของนกั เรียนโรงเรียนวัดขอย สังกัด สพป.สงิ หบุรี ปการศึกษา 2563 มีผลคะแนนการประเมินความสามารถ
ดานการอานออกของผูเรียน (Reading Test : RT) แบงออกเปน 2 สมรรถนะ ไดแก การอานออกเสียงและ
การอานรูเรื่อง พบวา คะแนนการอานออกเสียง รอยละ 74.14 และคะแนนการอานรูเรื่อง รอยละ 71.86
คะแนน รวมทั้ง 2 ดาน มีคะแนนเฉลี่ยรอยละ 73.02 (โรงเรียนวัดขอ ย, 2563) ซึ่งมีคะแนนอยูต่ำกวารอยละ
75 โดยโรงเรยี นวดั ขอย มีการต้ังเปาหมายในการพัฒนานวัตกรรมการจดั การเรยี นการรู เพ่ือพัฒนาผลสัมฤทธิ์
ใหน ักเรยี นสามารถการอา นออกของผเู รียน (Reading Test : RT) ใหสงู กวา รอยละ 75 และในสถานการณการ
แพรระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 ทำใหนักเรยี นเกดิ ภาวะถดถอยทางการเรยี นรูในเด็ก (Learning
Loss) ทำใหเกิดปญหาการอานออกเขียนไดของนักเรียนในชั้นเรียนที่ขาพเจารับผิดชอบ ดังน้ันขาพเจา จึงได
พัฒนาวิธีปฏิบัติที่เปนเลิศ (BEST PRACTICE) การแกไขปญหาการอานและเขียน ดวยกระบวนการ เรียนรู
บันไดทักษะ 5 ขั้น รวมกับ สื่อการเรียนรูบัญชีคำพืน้ ฐาน ภาษาไทย ป.1 ผานแอปพลเิ คชัน OBEC Content
Center เพื่อใหนักเรียนสามารถอานออกและเขียนไดและยกระดับผลสัมฤทธิ์การประเมนิ ความสามารถดาน
การอานออกของผูเรียน (Reading Test:RT) ใหมากกวารอยละ 75 ตามที่รงเรียนไดกำหนดและผลสัมฤทธ์ิ
ทางการเรยี นในรายวชิ าอนื่ ๆไดส ูงขนึ้
หลักการในการดำเนนิ การ
จากปญหาขางตนขาพเจาจึงไดศ ึกษาขอมูล คน หากระบวนการแกไขปญหาเพิ่มเติมโดยใชหลักการ
กระบวนการเรยี นรู บนั ไดทกั ษะ 5 ขั้นรวมกับแอปพลเิ คชันคำพน้ื ฐาน นักเรยี นชน้ั ประถมศกึ ษาปท ี่ 1 โรงเรยี น
วัดขอย และสื่อการเรียนรู บัญชีคำพ้ืนฐาน ภาษาไทย ป.1 ผานแอปพลิเคชัน OBEC Content Center เปน
การใชความรู ความเขาใจที่เกี่ยวซองดานการอานและการเขียนโดยครูจะไดจัดกระบวนการเรียนการสอน
Active Learning โดยใชกิจกรรมการฝกฝน 5 ขั้นตอน ซึ่งครูผูสอนจำเปนตองใชกลวิธีและเทคนิคท่ี
หลากหลายเพือ่ กระตุนสมองของนกั เรียน โดยใชเ ทคนคิ การสอนท่หี ลากลาย ดังนัน้ การสอนทีด่ ี ตองสอดคลอง
กับการที่จะทำใหผูเรียนเกิดการเรยี นรูตามเปา หมายของการศึกษาน้ัน ขึ้นอยูกับการจัดกิจกรรมการเรียนการ
สอนทีเ่ อื้อตอการเรียนรู
ดังนัน้ ขั้นตอนท่นี ำมาเปน กระบวนการสอนน้ันจะสอนตามหลักการ Active Learning การใหผูเรยี นมี
บทบาทในการแสวงหาความรแู ละเรยี นรูอ ยางมีปฏสิ มั พันธจนเกดิ ความรู ความเขาใจนำไปประยุกตใ ชสามารถ
วิเคราะห สังเคราะห ประเมินคา หรอื สรา งสรรคสิ่งตา งๆ และพัฒนาตนเองเตม็ ความสามารถ รวมถึงการจัด
ประสบการณการเรียนรูใหเขาไดมีโอกาสรวมอภิปรายใหมีโอกาสฝกทักษะการสื่อสาร ทำใหผลการเรียนรู
เพิ่มขึ้น 70% การนำเสนองานทางวิชาการ เรียนรใู นสถานการณจำลอง ทั้งมกี ารฝกปฏบิ ัตใิ นสภาพจรงิ มีการ
เชื่อมโยงกับสถานการณตางๆ ซึ่งจะทำใหผลการเรียนรูเกิดขึ้นถึง 90% เพื่อใหผูเรียนมีความสนุกสนานเกิด
ความสุขในการเรียนรูตามรูปแบบทีต่ นถนดั รวมทั้งยังมีโอกาสพัฒนาความสามารถดานอืน่ ๆ ที่ตนเองไมถนัด
ดว ยวิธีการหลากหลายอีกดว ย โดยอาจเร่ิมจากรูจักผูเรียนเปน รายบุคคลแลว วางแผนจดั กิจกรรมการเรียนรูให
สอดคลอ งกบั ลกั ษณะของผเู รยี นรวมทั้งสรา งโอกาสใหเ ขาไดพฒั นาตนเองอยางตอเนอื่ ง
นวตั กรรมและแนวปฏิบตั ทิ นี่ ำมาดำเนนิ การ
จากแนวสภาพปญหา หลักการ แนวคิดและทฤษฎีตางๆที่ขาพเจาไดกลาวมาขางตนนั้น ขาพเจา
ตระหนักและเรียนรูท่ีจะแกไขปญหาดา นการอา นการเขยี นของนกั เรยี นชัน้ ประถมศึกษาปท ่ี 1 ใหสามารถอาน
3
ออกเซียนไดท ุกคน โดยการใช นวัตกรรมวิธปี ฏิบัติท่ีเปนเลิศ (Best Practice) “การแกไขปญหาการอานและ
เขียน ดวยกระบวนการ เรียนรูบันไดทักษะ 5 ขั้น รวมกับ สื่อการเรียนรูบัญชีคำพ้ืนฐาน ภาษาไทย ป.1 ผาน
แอปพลิเคชนั OBEC Content Center”
นวัตกรรมนี้ใชกระบวนการดำเนินงานวงจรบริหารที่มีคุณภาพ PDCA คือ วงจรการบริหารงาน
คุณภาพยอมาจาก 4 คำ ไดแก Plan (วางแผน), Do (ปฏิบัติ), Check (ตรวจสอบ) และ Action (การ
ดำเนินการใหเหมาะสม) ซ่ึงวงจร PDCA สามารถประยุกตีใชไดกับทกุ ๆ เรื่อง นบั ตัง้ แตกิจกรรมสวนตัว เชน
การปรงุ อาหาร การเดินทางไปทำงานในแตล ะวัน การตัง้ เปา หมายชีวิต และการดำเนินงานในระดับบริษัท ซึ่ง
รายละเอียดในแตละข้นั ตอนมีดงั นี้
1. P = Plan ( ขั้นตอนการวางแผน)
ขั้นตอนการวางแผนครอบคลมุ ถึงการกำหนดกรอบหัวขอที่ตองการปรับปรุงเปลยี่ นแปลง ซึง่ รวมถงึ
การพฒั นาสง่ิ ใหม ๆ การแกปญหาทเ่ี กิดข้ึนจากการปฏบิ ตั ิงาน
2. D = Do ขั้นตอนการปฏิบัติ ( ข้ันตอนการปฏิบตั ิ )
ขั้นตอนการปฏิบตั ิ คือ การลงมือปรับปรุงเปล่ยี นแปลงตามทางเลือกทีไ่ ดกำหนดไวใ นขน้ั ตอนการ
วางแผนซึ่งในขน้ั ตอนนี้ตองมีการตรวจสอบระหวา งการปฏบิ ตั ดิ ว ยวา ไดด ำเนนิ ไปในทิศทางที่ตง้ั ใจหรือไม เพื่อ
ทำการปรับปรงุ เปลยี่ นแปลงใหเปนไปตามแผนการท่ีไดว างไว
3. C = Check ( ขัน้ ตอนการตรวจสอบ )
ขั้นตอนการตรวจสอบ คือ การประเมินผลที่ไดร ับจากการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง เพื่อใหทราบวา
ในขนั้ ตอนการปฏิบัติงานสามารถบรรลุเปาหมายหรือวัตถุประสงคที่ไดกำหนดไวห รือไม แตส ่งิ สำคัญก็คือ ตอง
รูวาจะตรวจสอบอะไรบางและบอยครั้งแคไหน เพื่อใหขอมูลที่ไดจากการตรวจสอบเปนประโยชนสำหรับ
ขัน้ ตอนถดั ไป
4. A = Action ขนั้ ตอนการดำเนนิ งานใหเหมาะสม
ขัน้ ตอนการดำเนินงานใหเ หมาะสมจะพิจารณาผลที่ไดจ ากการตรวจสอบ คือ ผลที่เกิดขึ้นเปนไป
ตามแผนทว่ี างไว หรอื ไมเปน ไปตามแผนทว่ี างไว หากเปน กรณแี รก กใ็ หน ำแนวทางหรอื กระบวนการปฏิบัตินั้น
มาจัดทำใหเปนมาตรฐาน พรอมทั้งหาวิธีการที่จะปรับปรุงใหดียิ่งขึ้นไปอีก ซึ่งอาจหมายถึงสามารถบรรลุ
เปาหมายไดเ รว็ กวา เดิม
สำหรับกระบวนการเรียนรู บนั ไดทกั ษะ 5 ขน้ั ท่นี ำมาใชในการแกป ญ หาประกอบไปดวย
เขยี นอกั ษรให ใชภ าษา
ถูกวธิ ี ส่ือสารได
แจกลกู สะกด อา นออกเสียง
คาํ ไดช ดั เจน
นําเร่อื งให
สนกุ
1. นำเร่อื งใหส นกุ โดยครูจะใชกจิ กรรมในการนำเขา สูบทเรียนดวยเพลง, เกม, นิทาน หรอื ของใกลตัว
เพอื่ กระตนุ ใหผ เู รยี นมีความพรอ มกอนเขาสบู ทเรยี น
4
2. แจกลูกสะกดคำ โดยครูสอนอานออกเสียงโดยเนนการแจกลกู สะกดคำ ผันเสยี งวรรณยุกต เพ่ือให
ผูเรยี นเขาใจหลกั การออกเสียงของพยัญชนะตาง ๆ และสงผลตอ การเขียนสะกดคำไดเขาใจยิง่ ขึน้ โดยใชแอป
พลเิ คชันคำพืน้ ฐานที่ครผู สู อนพฒั นาขึ้น
3. อานออกเสียงไดชัดเจน โดยใหนักเรียนเปรงเสียงอานตาม ทั้งคำเดี่ยว คำประสม ประโยคสั้น ๆ
โดยใชแ อปพลเิ คชนั คำพื้นฐานท่ีครูผูสอนพัฒนาขน้ึ เพ่อื ทบทวนหลกั การอา นและสะกดคำไดอ ยางถูกตอ ง
4. เขยี นอักษรใหถูกวธิ ี ฝก คดั ลายมอื ใหสวยงามและถูกตอ ง ตามรูปแบบตัวอกั ษรทก่ี ำหนด โดยเขียน
ลงในแบบฝก หัดเขียนคำพ้ืนฐานทคี่ รผู ูสอนพฒั นาขึ้น
5. ใหภาษาสื่อสารได ใหนักเรียนทบทวนการฝกอานออกเสียง และฝกเขียนอยางสม่ำเสมอจน
สามารถนำไปส่ือสารไดอ ยา งมปี ระสทิ ธภิ าพย่งิ ข้นึ
ซ่ึงกระบวนการดำเนินงานวงจรบริหารท่ีมีคณุ ภาพ PDCA และกระบวนการเรยี นรู บนั ไดทักษะ 5 ข้ัน
นี้ จะเปนนวัตกรรมนี้จะใชแนวทางการขับเคลื่อนตามหลักการ เขามาพัฒนาดานการอานการเขียนของ
นักเรยี นช้นั ประถมศกึ ษาปที่ 1 เพ่ือพัฒนาความสามารถในการอานและการเขยี นของนักเรียนชั้นประถมศึกษา
ปท่ี 1 ใหบ รรลุวตั ถปุ ระสงค
วตั ถปุ ระสงค
1. เพื่อแกป ญหาการอานและเขียนนกั เรียนชนั้ ประถมศึกษาปที่ 1 ภาวะความรูถ ดถอย (Learning Loss)
2. เพอ่ื พัฒนาความสามารถดานการอานและเขยี นของนักเรียนชน้ั ประถมศึกษาปที่ 1
3. เพอ่ื ปลกู ฝงเจตคติท่ดี ีในดา นการอา นและการเขยี นของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปท่ี 1
เปา หมาย
เปา หมายเชงิ ปรมิ าณ
1. นกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปท่ี 1 จำนวน 8 คน สามารถพัฒนาดา นการอานเพ่ิมข้นึ รอยละ 75
2. นกั เรียนชัน้ ประถมศึกษาปที่ 1 จำนวน 8 คน สามารถพัฒนาดานการเขยี นเพ่ิมขน้ึ รอ ยละ 75
3.นักเรยี นชนั้ ประถมศึกษาปท่ี 1 จำนวน 8 คน ที่มีเจตคติท่ดี ใี นการอานและการเขียนเพิม่ ขึ้นรอยละ 75
เปาหมายเชิงคณุ ภาพ
1. รอยละ 80 นักเรยี นช้นั ประถมศึกษาปท่ี 1 จำนวน 8 คน มีผลสมั ฤทธท์ิ างดานการอานที่สูงข้นึ
2. รอยละ 80 นักเรียนชน้ั ประถมศกึ ษาปท่ี 1 จำนวน 8 คน มีผลสมั ฤทธิ์ทางดา นการเขียนท่สี ูงขึ้น
3. รอ ยละ 80 นักเรยี นชน้ั ประถมศกึ ษาปท ี่ 1 จำนวน 8 คน มเี จตคตทิ ่ดี ีในดานการอา นและการเขยี นที่สงู ขน้ึ
ขอบเขตในการดำเนนิ งาน
1. กลุมเปาหมาย
นกั เรยี นโรงเรียนวดั ขอย ระดับชัน้ ประถมศึกษาปท่ี 1 ภาคเรียนท่ี 2 ปการศึกษา 2564 จำนวน 8 คน
2. เน้ือหาท่ีใชในการศกึ ษาคนควา
- บัญชคี ำพื้นฐาน ภาษาไทย ป.1
- การพฒั นาการอานโดยใชแอปพลเิ คชันเรื่องคำพืน้ ฐาน
- การพัฒนาการเขยี นโดยแบบฝก ทกั ษะการเขยี น
3. เครอื่ งมือทใ่ี ชใ นการดำเนนิ งาน
1. สอื่ การเรียนรู บญั ชีคำพนื้ ฐาน ภาษาไทย ป.1 ผานแอปพลิเคชนั OBEC Content Center
2. แบบฝก ทกั ษะการอา น-เขยี นและสะกดคำพน้ื ฐาน ภาษาไทย ชัน้ ป.1
3. แอปพลเิ คชัน ฝกอานออกเสยี งคำพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชนั้ ป.1
5
4. ระยะเวลาในการดำเนนิ งาน ภาคเรียนท่ี 2 ปการศกึ ษา 2564
ขน้ั ตอนการดำเนินงาน
ขา พเจา ไดด ำเนนิ การพัฒนา การแกไขปญ หาการอา นและเขียน ดว ยกระบวนการ เรยี นรูบนั ไดทักษะ
5 ขั้น รวมกบั สอื่ การเรียนรูบัญชคี ำพืน้ ฐาน ภาษาไทย ป.1 ผา นแอปพลิเคชัน OBEC Content Center โดย
ใชกระบวนการดำเนนิ งานวงจรบริหารที่มีคุณภาพ PDCA (วงจรการบรหิ ารงานคุณภาพ (PDCA: Deming
Cycle), 2555) ดังน้ี
การออกแบบผลงาน
A P D
สง เสรมิ ใหน ักเรียนอา นคลอง เขียน ออกแบบการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู ศกึ ษาผเู รยี นรายบคุ คล ปญ หาในดาน
คลอง ทบทวนการอา นดว ยแอปพลเิ ค ดวยกระบวนการเรยี นรู บนั ไดทกั ษะ การอาน, การเขยี น,และเจตคติดวย
กระบวนการเรยี นรู บันไดทกั ษะ 5 ข้นั
ชันคำพืน้ ฐาน 5 ข้ัน
โดยใชสอื่ จาก OBEC Content
“การแกไ ขปญ หาการอา นและเขยี น ดวย Center
กระบวนการ เรียนรูบนั ไดทกั ษะ 5 ขน้ั
รวมกับสอ่ื การเรยี นรบู ัญชคี ำพ้นื ฐาน
ภาษาไทย ป.1 ผา นแอปพลิเคชัน OBEC
Content Center ”
สรุปผลการแกไ ขปญ หาการอานไม
ออกเขยี นไมไ ด
C
แผนภาพ “การแกไ ขปญหาการอา นและเขียน ดวยกระบวนการ เรยี นรบู ันไดทักษะ 5 ข้นั รวมกบั สอ่ื การเรยี นรบู ญั ชคี ำ
พนื้ ฐาน ภาษาไทย ป.1 ผา นแอปพลเิ คชนั OBEC Content Center” ดว ยกระบวนการดำเนินงาน วงจรบริหารท่ีมีคณุ ภาพ
PDCA
1. ขนั้ วางแผน (Plan) ขัน้ ตอนนเ้ี ปน ข้ันตอนในการวางแผนท่จี ะพัฒนา การแกไขปญ หาการอานและ
เขียน ดวยกระบวนการ เรยี นรูบนั ไดทักษะ 5 ข้นั รวมกับส่อื การเรียนรบู ญั ชคี ำพืน้ ฐาน ภาษาไทย ป.1 ผาน
แอปพลเิ คชนั OBEC Content Center
1.1 ผลสมั ฤทธก์ิ ารประเมินความสามารถดานการอา นออกของผูเ รยี น (Reading Test:RT) ตาม
เปา หมายปก ารศกึ ษา 2564
1.2. ศึกษาหลกั สูตรสถานศกึ ษามาตรฐานการศึกษาและตวั ชี้วดั แนวคิดทฤษฎที ่ีเกี่ยวของ
6
1.3. การจดั กิจกรรมการเรียนรู “การแกไขปญหาการอา นและเขียน ดว ยกระบวนการ เรียนรู
บนั ไดทักษะ 5 ขั้น รว มกบั สื่อการเรียนรูบ ัญชคี ำพ้นื ฐาน ภาษาไทย ป.1 ผานแอปพลเิ คชนั OBEC Content
Center”
1.4 ออกแบบการจัดกิจกรรมการเรยี นรูดวยกระบวนการเรียนรู บนั ไดทักษะ 5 ข้นั รวมกบั ส่ือการ
เรียนรบู ญั ชคี ำพ้ืนฐาน ภาษาไทย ป.1 ผา นแอปพลเิ คชนั OBEC Content Center ในการขับเคลือ่ นการ
พัฒนาการอานการเขยี นของนักเรียนชนั้ ประถมศึกษาปท่ี 1 โรงเรยี นวดั ขอ ย สพป.สิงหบ รุ ี
2. ข้ันดำเนนิ การตามแผน (DO) ข้ันตอนนี้ เปนขัน้ ตอนศกึ ษาผูเรียนรายบคุ คล คันพบปญหาและ
ความตองการของนักเรียนขั้นน้ีเปน ขนั้ ตอนการจำลองสถานการณใ หการอา นไมออก เขียนไมค ลอ ง
เปรยี บเสมือนโรคทต่ี อ งการไดรบั การรักษาอยา งเรงดวน โดยขัน้ ตอนในการรักษาจะคลา ยกบั การรักษาโรคใน
คลนิ กิ หรอื โรงพยาบาลโดยแบงไดท ง้ั หมด 4 ขั้นตอน ดังน้ี
คัดกรองดว ยวธิ ีการ คนั หาสาเหตกุ ารอา น จดั การเรยี นรโู ดยใช สรุปผลการแกไข
ทดสอบโดยใช ไมอ อกเขียนไมค ลอ ง เทคนิคบนั ไดทักษะ 5 ปญ หาการอา นไมออก
เครอ่ื งมือการประเมิน เขียนไมไ ด
การ ัคดกรอง
การ ิว ินจ ัฉยปญหา
จัดการเรียนการสอน
การประเมินผล
แผนภาพ ขนั้ ตอนการแกปญ หา การอานและเขียน ดว ยกระบวนการ เรยี นรบู ันไดทกั ษะ 5 ขัน้
รว มกบั แอปพลิเคชนั คำพ้นื ฐาน นกั เรยี นชัน้ ประถมศึกษาปท ่ี 1 โรงเรียนวดั ขอย
2.1. ข้ันตอนการคดั กรอง เปน การคดั กรองดว ยวธิ ีการทดสอบโดยใชเ ครื่องมอื การประเมนิ เพื่อคัด
กรองนักเรยี นอานไมอ อกเขยี นไมไดต ่ำกวาเกณฑ มีจำนวน 4 ชุด ถา ผลการทดสอบมีคะแนนต่ำกวา เกณฑ
ตง้ั แต2 ชดุ ขนึ้ ไป ถอื วาไมผ า นเกณฑ
2.2. วนิ ิจฉัยปญ หา ขั้นตอนน้จี ะเปนการคนั หาสาเหตุการอานไมอ อกเขียนไมคลอ ง โดยสรุปการ
วนิ จิ ฉยั ปญ หาดา นการอานการเขยี นและการมเี จตคตทิ ่ดี ีในดานการอานและการเขียนได ดังนี้
ปญหา สาเหตุ
1. ดา นการอา น 1. นักเขยี นไมเ ขาใจวิธกี ารจำ พยัญชนะ สระ
พยญั ชนะ ตวั สะกด และ
วรรณยุกต
2. นักเรยี นสะกดคำและแจกลูกไมได
3. นักเรยี นอานคำพน้ื ฐานและอา นนิทานไมไ ด
2.ดา นการเขยี น 1. นักเรียนเขยี นพยญั ชนะ สระและตวั สะกดและ
วรรณยกุ ตไ มได
2. นกั เรยี นเขียนตามคำบอกคำพน้ื ฐานไมได
3.นักเรียนแตงประโยคและเขียนเลาเร่อื งจากภาพ
ไมได
7
ปญ หา สาเหตุ
3.ดานเจตคติ
1. ผูปกครองไมใ หความรวมมอื ในการฝกนกั เรียนทำ
การบา น ฝกฝนและพัฒนานักเรยี นในดา นการอาน
อยา งตอเนื่องจากโรงเรยี น
2. สื่อในการจดั การเรียนการสอนยังไมทนั สมัยใน
การทำการเรียนรู
3. วิธกี ารสอนของครูยงั ไมห ลากหลายในการจัด
กระบวนการเรียนการสอน ทำใหผ เู รยี นน้นั เกิดการ
เบือ่ หนา ยในการเรียน
จากท่ีท่ีไดว ินิจฉัยปญหาดานการอา นจึงทำใหค ณุ ครูเขา ใจความแตกตางของนักเรยี นแตละบคุ คล
นกั เรยี นท่ีมีปญ หาไดกำหนดสาเหตุของปญ หาไว 3 อันดับ ทม่ี ปี ญ หาดา นการอานการเขียนมากทสี่ ดุ ผล
ปรากฏวาปญหาดา นการอาน ไดแ ก นักเขยี นขาดความรูและทักษะดา นการจำ สระพยญั ชนะ และการสะกด
คำแจกลูก ปญ หาดานการเขียน ไดแก นักเรยี นเขียนพยัญชนะ สระและตัวสะกดและวรรณยกุ ตไ มไ ด ปญ หา
ดา นเจตคติ ไดแก ผูปกครองไมใหความรว มมือในการฝกนักเรียนทำการบา น ฝกฝนและพัฒนานักเรียนในดาน
การอา นอยา งตอ เน่ืองจากโรงเรยี น จากปญหาดงั กลาวจงึ ทำใหค รหู าวธิ กี ารจัดการเรียนการสอนหรอื รปู แบบ
การสอนท่สี อดคลองกบั ความตองการของนกั เรยี น
2.3 จัดการเรยี นการสอน ข้นั ตอนนีจ้ ะเปนการดำเนินการจดั กิจกรรมตามรูปแบบ ตามข้ันตอน
การแกไขปญหาการอานและเขยี น ดว ยกระบวนการ เรียนรูบนั ไดทกั ษะ 5 ขั้น รวมกับส่ือการเรยี นรบู ญั ชคี ำ
พืน้ ฐาน ภาษาไทย ป.1 ผา นแอปพลิเคชนั OBEC Content Center ขน้ั ตอนนี้จะเปนขั้นตอนการสอนตาม
หลกั การ Active Learning การใหผ ูเรยี นมบี ทบาทในการแสวงหาความรูแ ละเรยี นรูอยางมปี ฏิสัมพันธจนเกดิ
ความรู มีทงั้ หมด 4 กจิ กรรม โดยใชก ระบวนการเรยี นรู บนั ไดทกั ษะ 5 ขัน้ ตามข้ันตอนตอไปน้ี
1. นำเร่อื งใหสนกุ โดยครจู ะใชก จิ กรรมในการนำเขาสูบทเรยี นดว ยเพลง, เกม, นทิ าน หรือของใกลตัว
เพอ่ื กระตนุ ใหผูเ รยี นมีความพรอ มกอนเขา สูบ ทเรียน
2. แจกลกู สะกดคำ โดยครูสอนอานออกเสียงโดยเนน การแจกลูกสะกดคำ ผันเสียงวรรณยกุ ต เพื่อให
ผูเรียนเขาใจหลักการออกเสียงของพยัญชนะตาง ๆ และสงผลตอการเขียนสะกดคำไดเขาใจยิ่งขึ้น โดยใชส ื่อ
การเรียนรูบญั ชคี ำพนื้ ฐาน ภาษาไทย ป.1 ผานแอปพลิเคชนั OBEC Content Center
3. อานออกเสียงไดชัดเจน โดยใหนักเรียนเปรงเสียงอานตาม ทั้งคำเดี่ยว คำประสม ประโยคสั้น ๆ
โดยใชแ อปพลเิ คชันคำพ้ืนฐานทคี่ รผู ูสอนพฒั นาข้นึ เพอื่ ทบทวนหลกั การอา นและสะกดคำไดอ ยางถูกตอง
4. เขยี นอกั ษรใหถูกวธิ ี ฝกคดั ลายมือใหสวยงามและถูกตอ ง ตามรูปแบบตัวอักษรท่ีกำหนด โดยเขียน
ลงในแบบฝกหดั เขียนคำพื้นฐานท่คี รูผสู อนพัฒนาขึ้น
5. ใหภ าษาสื่อสารได ใหนกั เรยี นทบทวนการฝกอา นออกเสยี ง และฝก เขยี นอยา งสมำ่ เสมอจนสามารถ
นำไปสอ่ื สารไดอยา งมีประสทิ ธิภาพย่งิ ข้นึ
2.4 การประเมนิ ผล การสรปุ ผลการแกไ ขปญหาการอานไมอ อกเขยี นไมได โดยเราจะใชชุดการ
ทดสอบแบบคัดกรองการอา นการเขยี น ตามวตั ถุประสงค ไดแ ก ความสามารถดา นการอาน ความสามารถดาน
การเขยี น และเจตคติทีด่ ใี นดานการอานและการเขยี น ของนักเรียน
3. สรุปผลและติดตาม (Check) ขนั้ ตอนนจี้ ะเปนขนั้ ตอนในการสรุปผลการแกไขปญหาการอา นไม
ออกเขยี นไมได โดยเราจะใชช ุดการทดสอบแบบคัดกรองการอา นการเขียน ผลปรากฏวา จากการดำเนินงาน
8
นกั เรยี นจำนวน 8 คน ผา นการทดสอบอยูท่ี รอยละ 75 ของการทดสอบ สงผลใหนกั เรยี นมผี ลการทดสอบ
ความสามารถการอาน ออกของผเู รยี น (Reading Test RT) ชั้นประถมศกึ ษาปท ่ี 1 ปก ารศกึ ษา 2564 คะแนน
การอานออกเสียง 74.25 คะแนน คะแนนการอานรูเร่ือง 79.75 คะแนน รวมความสามารถทัง้ สองดาน 77.00
คะแนน ซึง่ ผลสมั ฤทธ์ิ ทางดานการอา นการเขยี นของนักเรียนช้ันประถมศกึ ษาปท ่ี สูงกวาเปา หมายท่ตี ้ังไว รอย
ละ 75 ผลปรากฎวาการ ใชก ิจกรรมการเรยี นรโู ดยใช “นวัตกรรม แกไขปญหาอา นไมออก ดว ยกระบวนการ
เรยี นรู บนั ไดทกั ษะ 5 ขั้นรว มกบั แอปพลิเคชันคำพนื้ ฐาน นกั เรยี นช้ันประถมศึกษาปท่ี 1 โรงเรียนวัดขอย”
ประสบผลสำเร็จและนกั เรียนมีเจตคตทิ ีด่ ีขึน้ ในการเรียน การสอนในทกุ รายวชิ า สำรวจไดจ าก แบบประเมิน
ความคิดเห็นในการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู
4. ข้ันตอนการดำเนินงานใหเหมาะสม (Action) นกั เรยี นท่ีเขา รวมกิจกรรมนี้สามารถอานออกและ
เขียนไดพ รอ มมีเจตคตทิ ่ีดีในการเรยี นรู ผปู กครองมีความพงึ พอใจในการจัดกิจกรรมดำเนินงาน เมอ่ื จัด
กระบวนการเสร็จส้นิ นกั เรียนมีความกลา แสดงออกและมั่นใจในการเรียนมากยิ่งขึ้น โดยมคี วามใฝร ูไผเ รียนใน
แตล ะกจิ กรรมท่ีคุณครไู ดใ หน ักเรียนทำและฝกความกล้ำแสดงออกในหลายๆกิจกรรม เชน นำเสนอภาษาไทย
วันละคำ อา นเร่ืองสั้น เลา นิทานใหเพ่ือนฟง เปน ตน
ประสทิ ธิภาพของผลงาน
ขนั้ ตอนการประเมินและแกไขบทเรยี น (Evaluate and Revise) ในการประเมินและแกไข
บทเรียน มขี น้ั ตอนดงั น้ี
(1) การประเมินแอปลเิ คชันเพอ่ื การเรยี นรู โดยผทู รงคณุ วฒุ ิตรวจสอบกอนทดสอบ
ประสิทธภิ าพ ผูวิจัยไดน ำแอปลิเคชันทส่ี รางข้ึนให ผทู รงคุณวุฒิ จำนวน 3 ทาน ประกอบดวย ผูทรงคณุ วุฒิ
ดา นเน้อื หา จำนวน 1 ทาน ผูทรงคณุ วฒุ ิดานเทคโนโลยีการศึกษา จำนวน 1 ทา น และผูทรงคณุ วฒุ ดิ านวัด
และประเมินผล จำนวน 1 ทาน ตรวจสอบคณุ ภาพของแอปลเิ คชนั จากแบบประเมินคณุ ภาพบทเรยี นท่ีผวู จิ ยั
สรางขนึ้ พบวา ผลการประเมินคุณภาพของทั้ง 3 ดา น อยูใ นระดับ
(2) การแกไขแอปลิเคชัน ผูวิจัยไดทำการปรับปรุงแกไขบทเรียนแอปลิเคชัน จัดวางปุม
เช่ือมโยงเนือ้ หาและแบบฝก ปฏิบตั ิ เพอ่ื ใหน ักเรียนสามารถเชอื่ มโยงไปยงั กิจกรรมในลำดบั ตอไป ทำใหน กั เรียน
มคี วามสะดวกมากขึน้
(3) ทดสอบประสทิ ธิภาพของแอปลเิ คชัน หลังจากทำการปรบั ปรงุ แอปลเิ คชนั แลว จงึ นำไป
ทดสอบหาประสทิ ธิภาพแบบเดยี่ ว แบบกลุม และแบบภาคสนาม
ผลการดำเนินงาน
ผลท่เี กดิ ตามวัตถปุ ระสงค
1. นักเรียนชน้ั ประถมศกึ ษาปที่ 1 มีความสามารถดานการอานเพิ่มขึ้น รอยละ 74.25
2. นักเรียนช้นั ประถมศกึ ษาปท่ี 1 มีความสามารถดา นการเขียนเพิ่มขึ้น รอยละ 79.75
3. นักเรียนชน้ั ประถมศกึ ษาปท่ี 1 มีเจตคติท่ีดีในดานการอา นและการเขยี น
ผลสมั ฤทธ์ิของงาน
นักเรียนมีผลการทดสอบสามารถการอานออกของผูเรียน (Reading Test : RT) ช้ัน
ประถมศึกษาปท ี่ 1 ปก ารศึกษา 2564 คะแนนการอานออกเสยี ง 74.25 คะแนน คะแนนการอานรเู ร่ือง 79.75
คะแนน รวมความสามารถทง้ั สองดาน 77.00 คะแนน ซึง่ ผลสมั ฤทธิท์ างดา นการอานการเขียนของนักเรียนชั้น
ประถมศึกษาปที่ สงู กวา เปาหมายทต่ี ั้งไว รอยละ 75
9
ประโยชนท่ีไดรับ
1) ผลที่เกิดกับโรงเรียน โรงเรียนวัดขอย มีนักเรียนมีผลการทดสอบสามารถการอานออกของ
ผูเรียน (Reading Test : RT) ชั้นประถมศึกษาปที่ 1 ปการศึกษา 2564 คะแนนการอานออกเสียง 74.25
คะแนน คะแนนการอานรูเรื่อง 79.75 คะแนน รวมความสามารถทั้งสองดาน 77.00 คะแนน ซึ่งผลสัมฤทธิ์
ทางดา นการอา นการเขยี นของนกั เรยี นชนั้ ประถมศึกษาปที่ สูงกวา เปา หมายท่ตี งั้ ไว รอยละ 75
2) ผลทเ่ี กิดกบั ครู คือ จากการทำ นวตั กรรมวิธปี ฏบิ ตั ิทเ่ี ปนเลศิ (Best Practice) ชื่อ “นวตั กรรม
แกไขปญหาอา นไมอ อก ดวยกระบวนการเรียนรู บนั ไดทกั ษะ 5 ข้นั รว มกบั แอปพลิเคชนั คำพืน้ ฐาน นักเรยี นชน้ั
ประถมศึกษาปท่ี 1 โรงเรยี นวดั ขอ ย” เปน นวตั กรรมที่ครสู ามารถนำมาใชจ ัดกระบวนการจัดกิจกรรมการเรียน
การสอน ชั้นประถมศึกษาปที่ 1 และนวัตกรรมนี้สามารถนำไปเผยแพรใหคุณครูชั้นอื่นไดนำเอาวิธีการปละ
หลกั การในนวัตกรรมน้ีไปแกไขปญหาเด็กอานไมออก เขียนไมไ ด ในแตละชั้นได จะทำใหแตล ะชั้นนั้นจะเปน
ชั้นทปี่ ลอดนักเรียนอา นไมอ อกและเขียนไมได และสงผลให ผลสมั ฤทธ์ิทางดานการเรียนในแตล ะวิชาเพิม่ สูงข้ึน
3) ผลที่เกิดกับนักเรียน คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาบที ี่ 1 มีความสามารถดานการอานและการ
เขียนอยูในระดับที่สูงมาก และจากผลการทดสอบความสามารถดานการอานและการเขียน หรือ RT อยูใน
ระดบั ท่สี ูงกวา ระดับประเทศ รวมไปถึงผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของรายวิชาภาษาไทยและวิชาอื่นๆอยูในระดับ
ที่สงู ขึน้ เปนท่ีนา พอใจของผบู ริหาร คณะครูและผูปกครองเปน อยา งมาก รวมไปถึงผูเ รียนมคี วามสุขในการเรียน
ในทุกๆรายวิชา
บทเรยี นท่ไี ดรับ (Lesson Learned)
1. การดำเนนิ งานท่เี ปนระบบจะสง ผลดีตอการพัฒนาคณุ ภาพของผูเรียนท่ยี ั่งยืน
2. การดำเนินกจิ กรรมการเรยี นการสอนตอ งอาศัยปจจัยหลายประการท่ีสำคัญคือ ปจจัยดานบุคลากร
ในโรงเรยี นและผเู รียน
3. การดำเนนิ กิจกรรมจะบรรลุตามวัตถุประสงคตองอาศยั ความรว มมือของบุคลากรทกุ ฝา ย
4. ผูปกครองนบั เปน เครอื ขายการพฒั นาที่สำคญั ในการพฒั นาคุณภาพผูเ รียน
ปจจัยความสำเร็จ
จากการดำเนินงานพฒั นาการอานการเขียนนกั เรียนชน้ั ประถมศึกษาปท่ี 1 โรงเรยี นวัดขอ ย สำนักงาน
เขตพนื้ ทกี่ ารศึกษาประถมศกึ ษาสงิ หบรุ ี โดยใชน วตั กรรมวธิ ปี ฏิบตั ิทีเ่ ปน เลศิ (Best Practice) ชอ่ื “นวัตกรรม
แกไ ขปญ หาการอานและเขยี น ดวยกระบวนการ เรยี นรบู ันไดทกั ษะ 5 ขนั้ รวมกับแอปพลิเคชนั คำพื้นฐาน
นักเรยี นชั้นประถมศึกษาปท่ี 1 โรงเรียนวัดขอ ย” น้นั ขาพเจาไดนำหลกั การและทฤษฎีท่ีคิดคน ข้นึ มา
นอกจากนนั้ ขา พเจา ไดรับการสนับสนุนและใหค วามรว มมอื กับบุคคล หนวยงาน และภาคเี ครอื ขา ย ดังนี้
หนวยงานตนสังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมสิงหบุรีไดสงเสริมใหความรูเกี่ยวกับการ
พัฒนาโรงเรียนและไดคัดเลือกขาพเจาใหเปนวทิ ยากรในการจัดทำผูบริหาร ครู และนกั เรียนโรงเรียนวดั ขอย
เปนแรงขับเคลื่อนในการดำเนินการพัฒนานวตั กรรมเพื่อแกไขปญหาดานการอานและการเขียน มีการปรึกษา
ประชุมและวางแผนการรวมกิจกรรมสรางชุมชนการเรยี นรูทางวิชาชีพ (PLC) มีการสนับสนนุ ดานส่ือ อุปกรณ
งบประมาณบางสวนในการจัดกิจกรรมพัฒนาดานการอานการเขียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 1 เพ่ือ
แกไขปญหาการอานไมออก เขียนไมได และยงั มีการนิเทศติดตาม ประเมินผลทุกภาคเรียนเพื่อนำผลมาถอด
บทเรยี นและวางแผนรว มกนั ในภาคเรยี นตอไป ทำใหเ กดิ การพัฒนาอยางยง่ั ยนื
10
ภาคเครือขายผูปกครอง ผูปกครองมีการสนับสนุนและมีการเขารวมประชุมวางแผนในการจัด
กระบวนการเรียนการสอนที่แกไขปญหานักเรียนอานไมออกเขียนไมได มีการเขารวมพูดคุยและหาแนว
ทางแกไขรวมไปถึงรับทราบแนวทางในการปฏิบัติและใหความรวมมือกับคุณครูอยางเต็มที่ เมื่อเด็กๆเลิก
โรงเรียนกลับถึงบานผูป กครองจะตองใสใจเด็กกลุมนี้เปนพิเศษตองไดใกลช ิด เห็นพฒั นาการของเด็กๆ และ
ผูปกครองมีความมุงมั่นตั้งใจ ใสใจในการพัฒนาพรอมๆกับคุณครูเปนอยางมาก ทำใหการดำเนินงานพัฒนา
นวตั กรรมการอานไมออกเขยี นไมไ ดเ ปนไปอยา งตอเนอื่ งและยง่ั ยนื
การเผยแพร /การไดร ับการยอมรบั หรอื รางวัลทีไ่ ดรับ
1. เผยแพรผลงานใหคณุ ครูหรอื ผูส นใจผานเว็บไซตค รอู าชีพดอทคอม
https://www.kruachieve.com/?p=57346
2. จัดนิทรรศการเผยแพรแกนักเรียน ครใู นโรงเรียน
3. ประชาสัมพันธในรูปแบบของสารสัมพนั ธข องโรงเรียนใหผูปกครองทราบ
4. แจง คณะกรรมการสถานศึกษาในทปี่ ระชมุ ผูป กครองนกั เรียน
5. ผลสัมฤทธ์ขิ องวชิ าภาษาไทยสงู กวา เปา หมาย
6. สง ผลงานนวัตกรรมเขา รวมประกวดรางวัล รางวลั ทรงคุณคา สพฐ. OBEC AWARDS ปการศกึ ษา
2564
บรรณานุกรม
กระทรวงศกึ ษาธิการ. (2542). พระราชบัญญัติการศึกษาแหง ชาติ พทุ ธศกั ราช 2542. กรุงเทพ.
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. (2553). ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาช้นั พ้ืนฐาน พทุ ธศักราช 2551. กรงุ เทพฯ: โรง
พมิ พช มุ นมุ สหกรณการเกษตรแหงประเทศไทย จำกดั .
โรงเรียนวดั ขอ ย. (2564). รายงานผลการประเมนิ ตนเองของสถานศกึ ษา ปการศกึ ษา 2563. สงิ หบ ุร:ี โรงเรียน
วดั ขอย.
โรงเรยี นวดั ขอ ย. (2565). รายงานผลการประเมนิ ตนเองของสถานศกึ ษา ปก ารศกึ ษา 2564. สิงหบรุ ี: โรงเรยี น
วดั ขอ ย.
วงจรการบรหิ ารงานคณุ ภาพ (PDCA: Deming Cycle). (1 ตุลาคม 2555). เรียกใชเมอ่ื 25 พฤษภาคม 2565
จาก http://colacooper.blogspot.com/2012/09/pdca.html
อักษรเจรญิ ทศั น อจท. (25 พฤษภาคม 2565). บันได 5 ข้ัน สูก ารสรา งความเขาใจ และแกป ญ หาการอา นไม
ออก เขยี นไมได. เขาถงึ ไดจ าก
https://www.facebook.com/AksornACT/posts/2262255887193748
11
ภาคผนวก
12
การเผยแพรผ ลงาน
13
14
แอปพลเิ คชนั
ฝก อานออกเสยี ง ภาษาไทย ป.๑
15
วิธใี ชงาน
1. เขาใชง านแอปพลเิ คชนั โดยสแกน QR Code ทีล่ งิ กด านลาง
https://winged-fact-1734.glideapp.io/
2. จะพบกบั เมนู 3 เมนู ไดแก หนาหลกั คำอา น และผูจัดทำ ดังภาพ
16
3. คลิกเมนู “คำอา น” เพื่อฝก อาน
3.1 เลอื กคำที่ตอ งการอา น 3.2 อานคำตามท่เี หน็ พรอมสะกด
4. คลกิ เมนู “ผูจดั ทำ” เพื่อแสดงผพู ัฒนาโปรแกรม คลกิ ฟงเสยี งอา นเพ่ือตรวจสอบความถูกตอง
17
แบบฝก ทักษะ
การอานและการเขียนคำพ้ืนฐาน ช้ัน ป.๑
แบบฝกึ ทกั ษะ
การอา่ น-เขยี น และสะกดคาพ้นื ฐาน
ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๑
ชุดที่ ๑
ครูณฐวัฒน์ จริ โชตพิ ฒั นสนิ
ครโู รงเรยี นวดั ข่อย
ชื่อ................................................................
ชือ่ เล่น.............................. เลขท่ี.....................
โรงเรียนวัดขอ่ ย สพป.สิงหบ์ รุ ี
แบบฝึกทกั ษะ
การอ่าน-เขียน และสะกดคาพ้นื ฐาน
ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ ๑
ชุดท่ี ๑
ครูณฐวฒั น์ จิรโชตพิ ฒั นสนิ
ครโู รงเรียนวัดข่อย
แบบฝกึ ทักษะ ห๑นา้
การอา่ น-เขียน และสะกดคาพ้ืนฐาน
คาชแี้ จง ให้นกั เรียนฝกึ อ่านและคัดคาตอ่ ไปนี้
ที่ คำ เขียนสะกด ฝกึ คัด
๑ ก็ กอ - เอาะ - เกาะ - ไมโ้ ท - ก็ ……………………..
……………………...
๒ กบ กอ - โอะ - บอ - กบ ……………………..
๓ กระจก ……………………...
กอ - รอ - อะ - กระ
จอ - โอะ - กอ - จก ……………………..
……………………...
๔ กระจุย กอ - รอ - อะ - กระ ……………………..
จอ - อุ - ยอ - จุย ……………………...
๕ กระดิ่ง กอ - รอ - อะ - กระ ……………………..
ดอ - อิ - งอ - ดงิ - ไม้เอก - ด่ิง ……………………...
๖ กระดมุ กอ - รอ - อะ - กระ ……………………..
ดอ - อุ - มอ - ดุม ……………………...
๗ กระโดด กอ - รอ - อะ - กระ ……………………..
ดอ- โอ - ดอ - โดด ……………………...
๘ กระตา่ ย กอ - รอ - อะ - กระ ……………………..
ตอ - อา - ยอ - ตาย - ไมเ้ อก - ต่าย ……………………...
๙ กระถิน กอ - รอ - อะ - กระ ……………………..
ถอ - อิ - นอ - ถิน ……………………...
๑๐ กระเทียม กอ - รอ - อะ - กระ ……………………..
ทอ - เอยี - มอ - เทียม ……………………...
แบบฝึกทกั ษะ ห๒น้า
การอ่าน-เขียน และสะกดคาพื้นฐาน
คาช้ีแจง ให้นักเรยี นฝึกอา่ นและคดั คาตอ่ ไปน้ี
ท่ี คำ เขียนสะกด ฝกึ คัด
๑ ข้า ขอ - อา - ขา -ไม้โท - ข้า ……………………..
……………………...
๒ ไข้ ขอ - ไอ - ไข - ไม้โท - ไข้ ……………………..
……………………...
๓ คด คอ - โอะ - ดอ - คด ……………………..
……………………...
๔ ครู คอ - รอ - อู - ครู ……………………..
……………………...
๕ คว้ิ คอ - อิ - วอ - ควิ -ไม้โท - คว้ิ ……………………..
……………………...
๖ งาน งอ -อา - นอ - งาน ……………………..
……………………...
๗ เงาะ งอ -เอาะ - เงาะ ……………………..
……………………...
๘ ง่าย งอ - อา - ยอ - งาย - ไมเ้ อก ……………………..
- ง่าย ……………………...
๙ เงอื ก งอ- เออื - กอ- เงือก ……………………..
……………………...
๑๐ จน จอ - โอะ - นอ - จน ……………………..
……………………...
แบบฝึกทกั ษะ ห๓น้า
การอา่ น-เขียน และสะกดคาพืน้ ฐาน
คาชี้แจง ใหน้ ักเรยี นฝกึ อ่านและคัดคาตอ่ ไปนี้
ที่ คำ เขียนสะกด ฝกึ คดั
๑ จอก จอ - ออ - กอ - จอก ……………………..
๒ จอบ ……………………...
จอ - ออ - บอ - จอบ ……………………..
……………………...
๓ จัด จอ - อะ - ดอ - จัด ……………………..
……………………...
๔ เจบ็ จอ - เอะ - บอ - เจ็บ ……………………..
……………………...
๕ ชน ชอ -โอะ - นอ - ชน ……………………..
……………………...
๖ ชว่ ย ชอ - อวั - ยอ- ชวย -ไมเ้ อก - ……………………..
ชว่ ย ……………………...
๗ ชอ้ น ชอ - ออ - นอ - ชอน - ไม้โท- ……………………..
ช้อน ……………………...
๘ ชว่ั ชอ - อัว - ชวั - ไม้เอก - ชว่ั ……………………..
……………………...
๙ ชอ - อา - งอ - ชาง - ไมโ้ ท ……………………..
ชา้ ง - ชา้ ง ……………………...
๑๐ ชื่อ ชอ - อือ - ชือ - ไมเ้ อก - ชือ่ ……………………..
……………………...
แบบฝึกทกั ษะ ห๔น้า
การอา่ น-เขียน และสะกดคาพื้นฐาน
คาชแ้ี จง ให้นักเรยี นฝกึ อา่ นและคดั คาต่อไปน้ี
ที่ คำ เขยี นสะกด ฝึกคดั
๑ เชือก ชอ - เออื - กอ - เชอื ก ……………………..
……………………...
๒ ใช้ ชอ - ไอ - ใช - ไมโ้ ท -ใช้ ……………………..
……………………...
๓ ซ่อน ซอ - ออ - นอ - ซอน - ไมเ้ อก ……………………..
- ซ่อน ……………………...
๔ ซ้าย ซอ่ -อา -ยอ - ซาย - ไม้โท - ……………………..
ซา้ ย ……………………...
๕ ซอื้ ซอ - อือ - ซือ - ไมโ้ ท - ซ้อื ……………………..
……………………...
๖ ดอก ดอ - ออ - กอ - ดอก ……………………..
……………………...
๗ ดม ดอ - โอะ - มอ - ดม ……………………..
……………………...
๘ ดิน ดอ - อิ - นอ - ดนิ ……………………..
……………………...
๙ ดอ้ื ดอ - ออื - ดอื - ไม่โท - ดอ้ื ……………………..
๑๐ เดี๋ยว ……………………...
ดอ - เอยี - วอ - เดยี ว -
ไมจ้ ตั วา - เดย๋ี ว ……………………..
……………………...
แบบฝึกทกั ษะ ห๕น้า
การอา่ น-เขียน และสะกดคาพื้นฐาน
คาช้ีแจง ใหน้ กั เรยี นฝึกอา่ นและคดั คาต่อไปนี้
ท่ี คำ เขยี นสะกด ฝกึ คดั
๑ เดก็ ดอ - เอะ - กอ - เด็ก ……………………..
……………………...
๒ ต่อย ตอ - ออ - ยอ - ตอย - ไม้เอก - ……………………..
ตอ่ ย ……………………...
๓ ตะกร้า ตอ - อะ ตะ ……………………..
กอ - รอ - อา - กรา - ไม้โท - กรา้ ……………………...
๔ ตะวัน ตอ - อะ - ตะ ……………………..
วอ - อะ - นอ - วัน ……………………...
๕ ต้งั ตอ - อะ - งอ - ตงั - ไม้โท - ต้ัง ……………………..
……………………...
๖ ใตถ้ ุน ตอ - ใอ - ใต ไม้โท - ใต้ ……………………..
ถอ - อุ - นอ - ถนุ ……………………...
๗ ถว้ ย ถอ - อัว - ยอ - ถวย - ไม้โท - ……………………..
ถ้วย ……………………...
๘ ถม ถอ -โอะ - มอ - ถม ……………………..
๙ ถกู ถอ - อู - กอ - ถูก ……………………...
๑๐ ไถ ……………………..
ถอ - ไอ - ไถ ……………………...
……………………..
……………………...
แบบฝกึ ทกั ษะ ห๖นา้
การอ่าน-เขียน และสะกดคาพื้นฐาน
คาชี้แจง ให้นกั เรียนฝึกอา่ นและคัดคาตอ่ ไปนี้
ที่ คำ เขยี นสะกด ฝกึ คัด
๑ ท่วม ทอ -ววั - มอ - ทวม - ไมเ้ อก - ……………………..
ท่วม ……………………...
๒ ทอง ทอ - ออ - งอ - ทอง ……………………..
……………………...
๓ ทง้ั ทอ - อะ - งอ - ทัง - ไมโ้ ท - ทง้ั ……………………..
……………………...
๔ ทา่ น ทอ - อา - นอ - ทาน - ไมเ้ อก - ……………………..
ทา่ น ……………………...
๕ เท่ยี ว ทอ - เอยี - วอ - เทยี ว - ไม้เอก - ……………………..
เท่ียว ……………………...
๖ นก นอ - โอะ - กอ - นก ……………………..
……………………...
๗ นอ้ ง นอ - ออ - งอ - นอง - ไม้โท - ……………………..
นอ้ ง ……………………...
๘ นัก นอ - อะ - กอ - นัก ……………………..
๙ นาย ……………………...
นอ - อา - ยอ - นาย ……………………..
๑๐ นทิ าน ……………………...
นอ - อิ - นิ
ทอ - อา - นอ - ทาน ……………………..
……………………...
แบบฝึกทักษะ ห๗นา้
การอ่าน-เขียน และสะกดคาพนื้ ฐาน
คาชแี้ จง ใหน้ ักเรยี นฝึกอ่านและคัดคาต่อไปน้ี
ท่ี คำ เขียนสะกด ฝึกคัด
๑ นาฬิกา นอ - อา - นา ……………………..
ลอ - อิ - ลิ ……………………...
กอ - อา - กา
๒ นสิ ัย นอ - อิ - นิ ……………………..
สอ - อะ - ยอ - สยั ……………………...
๓ บน บอ - โอะ - นอ - บน ……………………..
……………………...
๔ บ่อน บอ - ออ - นอ - บอน - ไม้เอก - บอ่ น ……………………..
……………………...
๕ บันได บอ - อะ - นอ - บัน ……………………..
ดอ - ไอ- ได ……………………...
๖ บุ้ง บอ - อุ - งอ - บงุ - ไม้โท - บุ้ง ……………………..
……………………...
๗ ประตู ปอ - รอ - อะ - ประ ……………………..
ตอ - อู - ตู ……………………...
๘ ป่วย ปอ - อวั - ยอ - ปวย - ไมเ้ อก - ป่วย ……………………..
……………………...
๙ แปรง ปอ - รอ - แอ - งอ - แปรง ……………………..
……………………...
๑๐ ผม ผอ - โอะ - มอ - ผม ……………………..
……………………...
แบบฝึกทกั ษะ ห๘นา้
การอ่าน-เขียน และสะกดคาพน้ื ฐาน
คาช้แี จง ใหน้ กั เรยี นฝกึ อ่านและคดั คาต่อไปนี้
ท่ี คำ เขยี นสะกด ฝึกคัด
๑ ผ่าน ผอ - อา - นอ - ผาน - ไม้เอก - ……………………..
ผ่าน ……………………...
๒ เผื่อ ผอ - เออื - เผอื - ไมเ้ อก - เผอ่ื ……………………..
……………………...
๓ ฝน ฝอ - โอะ - นอ - ฝน ……………………..
……………………...
๔ ฝา่ ย ฝอ - อา - ยอ - ฝาย - ไมเ้ อก - ……………………..
ฝา่ ย ……………………...
๕ พระ พอ - รอ - อะ - พระ ……………………..
……………………...
๖ พ่อ พอ- ออ - พอ - ไมเ้ อก - พอ่ ……………………..
……………………...
๗ พืน้ พอ - ฮอื - นอ - พนื - ไม้โท - ……………………..
พื้น ……………………...
๘ ฟงุ้ ฟอ - อุ - งอ - ฟุง - ไม้โท - ฟ้งุ ……………………..
……………………...
๙ มะเขอื มอ - อะ - มะ ……………………..
ขอ - เออื - เขือ ……………………...
๑๐ มัน มอ - อะ - นอ - มนั ……………………..
……………………...
แบบฝึกทกั ษะ ห๙น้า
การอา่ น-เขียน และสะกดคาพืน้ ฐาน
คาชีแ้ จง ให้นักเรยี นฝึกอ่านและคดั คาตอ่ ไปน้ี
ที่ คำ เขยี นสะกด ฝกึ คัด
๑ ม้า มอ - อา - มา - ไมโ้ ท - มา้ ……………………..
……………………...
๒ ยอ่ ม ยอ - ออ- มอ -ยอม -ไม้เอก - ……………………..
ยอ่ ม ……………………...
๓ ย่าง ยอ - อา - งอ - ยาง - ไมเ้ อก - ยา่ ง ……………………..
……………………...
๔ ยิม้ ยอ - อิ - มอ - ยมิ - ไม้โท- ยม้ิ ……………………..
……………………...
๕ เยอะ ยอ - เออะ - เยอะ ……………………..
……………………...
๖ รอ้ ง รอ - ออ - งอ - รอง - ไม้โท - ……………………..
ร้อง ……………………...
๗ ราคา รอ - อา - รา ……………………..
คอ - อา - คา ……………………...
๘ ลม้ ลอ - โอะ - มอ - ลม - ไมโ้ ท - ……………………..
ลม้ ……………………...
๙ ล่นื ลอ - อือ - นอ - ลืน - ไม้เอก - ……………………..
ล่นื ……………………...
๑๐ วาด วอ - อา - ดอ - วาด ……………………..
……………………...
แบบฝึกทักษะ ห๑น๐้า
การอา่ น-เขยี น และสะกดคาพ้ืนฐาน
คาชแ้ี จง ให้นักเรยี นฝึกอา่ นและคัดคาตอ่ ไปน้ี
ที่ คำ เขียนสะกด ฝึกคัด
๑ เวยี น วอ - เอีย - นอ - เวียน ……………………..
๒ ศาลา ……………………...
ศอ - อา - ศา
ลอ - อา - ลา ……………………..
……………………...
๓ สวน สอ - อวั - นอ - สวน ……………………..
๔ สะพาน ……………………...
สอ - อะ - สะ
พอ - อา - นอ - พาน ……………………..
……………………...
๕ หนา้ หอ - นอ - อา - หนา - ไม้โท - หนา้ ……………………..
……………………...
๖ ห้อง หอ - ออ - งอ - หอง - ไม้โท - ……………………..
หอ้ ง ……………………...
๗ ไหว้ หอ - วอ - ไอ - ไหว - ไม้โท - ……………………..
ไหว้ ……………………...
๘ อาเภอ ออ - อา - อา ……………………..
ภอ - เออ - เภอ ……………………...
๙ โอ่ง ออ - โอ - งอ - โอง - ไมเ้ อก - โอ่ง ……………………..
……………………...
๑๐ อ่นุ ออ - อุ - นอ - อุน - ไม้เอก - อุ่น ……………………..
……………………...
แผนการจดั การเรยี นรู้ Active Learning
การใช้ Application
เรอ่ื ง การแจกลูกสะกดคำ วิชาภาษาไทย ป.๑
แผนการจัดการเรียนรู้ประกอบการใช้ Application
เรอื่ ง การแจกลกู สะกดคำ
รหัส/รายวิชา ภาษาไทย กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย
หน่วยการเรียนรูท้ ี่ ๙ เร่อื ง สรรคส์ ร้างความรู้ เวลา ๑ ชวั่ โมง
ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๑
๑. ตวั ชวี้ ัดและสาระการเรียนรูแกนกลาง
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลังของ
ภาษาภูมปิ ญั ญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบัติของชาติ
ตวั ชว้ี ัด ท ๔.๑ ป.๑/๒ เขยี นสะกดคำและบอกความหมายของคำ
๒. สาระการเรียนรู้
๓.๑ สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
- การแจกลูกสะกดคำ
๓.๒ สาระการเรียนรู้ท้องถน่ิ
- (พจิ ารณาตามหลักสูตรสถานศึกษา)
๓. สาระสำคัญ / ความคิดรวบยอด
การอ่านแจกลกู และสะกดคำ เป็นกระบวนการขน้ั พื้นฐานของการนำ เสียงพยญั ชนะตน้ สระ
วรรณยุกต์ และเสยี งตวั สะกดมาประสมสยี งกนั ทำให้ออกเสยี งคำต่าง ๆ ทม่ี ีความหมายในภาษาไทย
๔. จุดประสงค์การเรียนรู้
ด้านความรู้ : Knowledge ( K )
นักเรียนสามารถบอกความหมายของการแจกลกู สะกดคำได้
ด้านทกั ษะกระบวนการ : Process ( P )
. นักเรยี นสามารถอา่ นแจกลูกสะกดคำได้
ดา้ นเจตคติ : Affective Domain ( A )
นักเรียนมีความรบั ผิดต่องานทไ่ี ดร้ บั มอบหมายได้
๕.สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น
๑. ความสามารถในการส่ือสาร
ทกั ษะการอาน
ทักษะการเขยี น
ทกั ษะการฟง การดู และการพดู
๒. ความสามารถในการคิด
การวิเคราะห
การสรุปความรู
๖. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค
๑. มุ่งมั่นในการทำงาน
๒. รักความเปน็ ไทย
๗. กิจกรรมการเรียนรู้
ข้ันที่ ๑ ข้นั นำเข้าสูบ่ ทเรียน (๕ นาท)ี
. ๑. ครูกลาวทักทายนกั เรยี นและเตรียมความพรอมของนักเรยี นดวยการเชค็ ชอื่ ผาน Class Dojo ชั้นเรียน
ภาษาไทย ป.๑
๒. ครใู หน้ กั เรยี นเลน่ เกมบอกชื่ออวัยวะ โดยมีวิธีการทำกจิ กรรมดังนี้
https://youtu.be/XJqL0eR3K0Y
- ครูชีม้ ือไปที่อวัยวะสว่ นไหนของร่างกายใหน้ ักเรยี นตอบปากเปลา่
ครู : ชไ้ี ปท่ตี า
ครู : ครชู ี้ศีรษะ
- ครูชี้มอื ไปที่อวัยวะสว่ นไหนของร่างกายให้นักเรยี นเขียนตอบ
ครู : ชีไ้ ปทีข่ า
ครู : ครูชมี้ ือ
๒. ครูใช้คำถามกระต้นุ ความคิดนกั เรียนดังนี้
- นกั เรียนคดิ ว่า "ตา" มหี น้าท่ีทำอะไร
- นกั เรียนคิดว่า "ขา" มหี น้าที่อะไร
๓. ครกู ล่าวชน่ื ชมนกั เรยี น (โดยใช้คำพดู ท่ีสร้างสรรค์ เพื่อให้กำลงั ใจนักเรยี นที่ตอบคำถามได้และสรา้ งแรง
เสริมให้นกั เรยี นทต่ี อบไม่ได)้
ขนั้ ท่ี ๒ ข้นั กิจกรรม (๒๐ นาที)
๑. ครอู ธิบายวธิ กี ารแจกลกู สะกดคำ โดยครเู ปน็ ผนู้ ำอา่ นแจกลกู สะกดคำ โดยใชน้ ้ำเสยี งที่ชดั เจน
และถูกต้อง โดยใช้สือ่ การเรียนรู้บัญชีคำพ้ืนฐาน ภาษาไทย ป.1 ผ่านแอปพลิเคชนั OBEC Content Center
พฒั นาโดย Krumim EDU (เข้าถึงได้ท่ี https://app.contentcenter.obec.go.th/#/detail/vdo/55042)
ฝึกอา่ นออกเสยี งคำพืน้ ฐาน ภาษาไทย ป.๑ ดังน้ี
QR Code
สอื่ VDO บัญชีคำ
พื้นฐาน ภาษาไทย ป.1
โดย Krumim EDU
- ตา (ตอ-อา-ตา)
- ขา (ขอ-อา-ขา)
- กาแฟ (กอ-อา-กา-ฟอ-แอ-แฟ-กาแฟ)
- กระโดด (กอ-รอ-อะ-กระ-ดอ-โอ-ดอ-โดด-กระโดด)
- กนิ (กอ-อิ-นอ-กิน)
- เกเร (กอ-เอ-เก-รอ-เอ-เร-เกเร)
- ขุด (ขอ-อุ-ดอ-ขุด)
- ขีด (ขอ-อี-ดอ-ขีด)
- ครัว (คอ-รอ-อัว-ครวั )
-จำปี (จอ-อำ-จำ-ปอ-อ-ี ป-ี จำป)ี
๒. ครูกล่าวชืน่ ชมนักเรียนและกระตนุ้ ใหน้ ักเรยี นต้องการอ่านแจกลกู สะกดคำดว้ ยตนเอง โดยครทู ำหนา้ ท่ี
เป็นผตู้ รวจสอบความถูกต้องในการอ่านแจกลูกของนักเรยี น
ขนั้ ที่ ๓ ขน้ั ปฏิบตั ิ (๒๐ นาท)ี
๑. นักเรียนทำกิจกรรม "แจกลกู สะกดคำ" โดยมวี ธิ ีการทำกิจกรรม ดงั นี้
- นักเรยี นทำใบงานที่ ๑ เรอื่ งการแจกลูกสะกดคำ
- ครูและนักเรียนตรวจสอบความถูกต้องของใบงานที่ ๑ เรื่อง การแจกลูกสะกดคำ
๒. ครูใหน้ ักเรยี นร่วมกนั อา่ นแจกลกู สะกดคำคำตา่ ง ๆ ใบงานที่ ๑ เรื่อง การแจกลกู สะกดคำ
๓. ครูกล่าวชน่ื ชมนกั เรยี น
ขนั้ ที่ ๔ ขน้ั สรปุ (๕ นาท)ี
๑. ครูใหน้ กั เรยี นร่วมกนั พิจารณาการแจกลูกสะกดคำ แลว้ ถามคำถามนักเรียนดงั นี้
- นักเรียนคิดว่าการแจกลูกสะกดคำ ประกอบด้วยอะไรบ้าง
- นกั เรียนคดิ ว่าการแจกลกู ของคำมีความหมายหรือไม่
๒. ครสู ่ง QR Code และ ช่องทางการเขา้ ถึงแอปพลเิ คชนั ฝึกอา่ นออกเสียง ภาษาไทย ป.๑ ผา่ น
ชอ่ งทางไลน์ หอ้ งเรยี นชน้ั ป.๑ เพอ่ื ทบทวนการอ่านและหม่ันฝึกฝน
ขน้ั ท่ี ๕ ขนั้ ประเมินผล
๑. นกั เรียนแต่ละคนจบั คู่กับเพ่ือนในกลุม่ ชว่ ยกันตรวจสอบความถกู ต้องของใบงาน
๒. ครูเฉลยคำตอบในใบงาน ให้สมาชกิ แตล่ ะกล่มุ ผลดั กันตรวจคำตอบและใหค้ ะแนน
๘. ส่ือการเรียนรู้
๑. สื่อการเรียนรู้ บญั ชีคำพ้นื ฐาน ภาษาไทย ป.1 ผ่าน OBEC Content Center
https://app.contentcenter.obec.go.th/#/detail/vdo/55042
๒. แอปพลเิ คชันบญั ชคี ำพ้นื ฐาน ภาษาไทย ป.1
๓. ใบงานท่ี ๑ เรื่องการแจกลกู สะกดคำ
๔. Class Dojo ภาษาไทย ป.๑
๕. ส่ือ YouTube เกมทายอวัยวัในรา่ งกาย
๙. ภาระงาน
นกั เรยี นทำใบงาน เรื่องการแจกลูกสะกดคำ
๑๐. แหลง่ การเรยี นรู้
๑) หนงั สือเรียน ภาษาไทย ป.๑
๒) ส่ือการเรยี นรู้ บญั ชีคำพ้นื ฐาน ภาษาไทย ป.1 ผา่ น OBEC Content Center
๓) แอปพลิเคชัน ฝึกอ่านออกเสยี ง ภาษาไทย ป.๑
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ วธิ กี ารวัด เคร่อื งมอื วัดผล เกณฑ์การประเมนิ
ความรู - การถาม-ตอบ - แบบประเมิน การถาม- ผ่านเกณฑ การประเมนิ
- บอกความหมายของการ - การสังเกตพฤตกิ รรม ตอบ ร้อยละ ๖๐
แจกลูกสะกดคํา - แบบสงั เกตพฤติกรรม
ทกั ษะและกระบวนการ - การทำใบงานท่ี ๑ - แบบประเมินการทำ ผา่ นเกณฑ์
-อา่ นแจกลูกสะกดคํา เรอื่ ง การแจกลูกสะกด
คาํ ใบงานที่ ๑ เรอื่ ง การแจก การประเมนิ
คุณลกั ษณะ เจตคติ คา่ นยิ ม
- ต้ังใจทำงานที่ไดร้ บั - การสังเกตพฤตกิ รรม ลกู สะกดคำ ร้อยละ ๖๐ ข้ึนไป
มอบหมาย
- การสงั เกตพฤติกรรม ผ่านเกณฑ การประเมิน
ระดบั คุณภาพผ่าน
คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ - การสังเกตพฤติกรรม - การสังเกตพฤตกิ รรม ผ่านเกณฑ การประเมนิ
๑. ใฝ่เรียนรู้ ระดบั คุณภาพผ่าน
๒. มงุ่ มนั่ ในการทำงาน ๑) การประเมนิ ๑) แบบประเมนิ
ความสามารถในการ ความสามารถในการ ผ่านเกณฑ การประเมิน
สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น สื่อสาร สื่อสาร ร้อยละ ๖๐
๑. ความสามารถในการ ๒) การประเมนิ ๒) แบบประเมนิ
สือ่ สาร ความสามารถในการคิด ความสามารถในการคดิ
๒. ความสามารถในการคิด
เกณฑ์การประเมินผลขึ้นงานและภาระงาน
ประเด็น ระดบั คุณภาพ ๑ (ปรับปรุง)
การประเมิน ๔ (ดมี าก) ๓(ด)ี ๒ (พอใช้)
๑. ความถกู ตอ้ ง แจกลกู สะกดคำได้ แจกลูกสะกดคำได้ แจกลูกสะกดคำได้ แจกลกู สะกดคำได้
ของเน้ือหา ถูกต้อง ๙ - ๑๐ ขอ้ ถกู ต้อง ๗ - ๘ ขอ้ ถกู ต้อง ๕ - ๖ ข้อ ถกู ต้อง น้อยกวา่ ๕
ข้อ
๒. การเขียน - เขียนลายมือ
สวยงาม - เขียนลายมอื
- ตัวบรรจงเต็ม คอ่ นข้างสวยงาม
บรรทัดยา่ ง - ตวั หนังสอื ไมค่ ่อน
สม่ำเสมอ บรรจง ไม่เต็ม
- หัวหนงั สือเทา่ กัน บรรทดั
อยา่ งสม่ำเสมอ
- หวั ไม่ค่อยเท่ากนั
๓. ความสวยงาม ระบายสี ตกแต่ง มรี อยลบคำผิด มีรอยลบคำผิด ไม่ระบายสี ไม่
๔. ความสะอาด สวยงาม ๓ จดุ ๔ จดุ ตกแต่ง
มีรอยลบคำผิด มีรอยลบคำผิด
๑ - ๒ จดุ มากกว่า ๕ จุด
เกณฑก์ ารตดั สิน หมายถึง ดมี าก
คะแนน ๑๓ - ๑๖ คะแนน หมายถึง ดี
คะแนน ๙ - ๑๒ คะแนน หมายถึง พอใช้
คะแนน ๕ - ๘ คะแนน หมายถึง ปรบั ปรุง
คะแนน ๑ -๔ คะแนน
เกณฑ์การผา่ น ต้ังแต่ระดับ พอใช้ ขนึ้ ไป
บนั ทึกผลการเรยี นรู้
๑. ผลการจดั การเรยี นรู้
ดา้ นความรู้ : Knowledge ( k )
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
ด้านทักษะกระบวนการ : Process ( P )
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
ดา้ นเจตคติ : Affective Domain ( A )
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………….
๒. ปัญหา / อุปสรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
๓. ข้อเสนอแนะ / แนวทางแก้ไข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
ลงชอื่ …………………………………………..ครูผู้สอน
(นายณฐวัฒน์ จิรโชติพฒั นสิน)
…..…../…………../………..
ความคิดเหน็ /ขอ้ เสนอแนะของผู้อำนวยการ
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
ขอ้ เสนอแนะ
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
ลงช่ือ................................................
(..........................................)
ผู้อำนวยการโรงเรยี น
ใบงานท่ี ๑ เร่ือง การแจกลูกสะกดคำ
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ ๙ เรอื่ ง สรรค์สร้างความรู้
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี ๑ เร่ือง การแจกลูกสะกดคำ
รายวชิ า ภาษาไทย รหสั วิชา ท๑๑๑.๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี ๑
คำชแี้ จง นักเรยี นเขยี นแจกลกู สะกดคำของคำต่อไปนี้ แล้วอา่ นออกเสยี งคำ
๑. กบ
๒. กอด
๓. งาน
๔. ครู
๕. ถกู
๖. ชา้ ง
๗. ดี
๘. วัน
๙. แตง
๑๐. ทอง
ชอ่ื ...............................................นามสกลุ ................................เลขที.่ ...........