แบบประเมินคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
คาชแี้ จง ให้ ครผู ู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี นแลว้ ขีด √ ลงในช่อง
ที่ตรงกบั ระดับคะแนน
คุณลักษณะ อนั พึง รายการประเมิน ระดับคะแนน
ประสงค์ด้าน ๓๒๑
๑. ม่งุ มั่นในการ ๑.๑ มคี วามตงั้ ใจและพยายามในการทางานที่ได้รับมอบหมาย
ทางาน
๑.๒ มีความอดทนและไมท่ ้อแท้ตอ่ อปุ สรรคเพื่อใหง้ านสาเร็จ
๒. ใฝเ่ รียนรู้ ๒.๑ แสวงหาขอ้ มูลจากแหลง่ การเรยี นรตู้ า่ งๆ
๒.๒ มีการจดบนั ทกึ ความร้อู ย่างเปน็ ระบบ
๒.๓ สรปุ ความรู้ได้อย่างมเี หตุผล
รวม
ลงชื่อ ................................................ผู้ประเมนิ
……………/…………………/……………………
เกณฑ์การตดั สินคุณภาพ
ปฏิบัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ ๓ คะแนน ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ ๒ คะแนน ๑๒ - ๑๕ ดี
ปฏิบัติหรือแสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ ๑ คะแนน ๘ - ๑๑
ต่ากวา่ ๘ พอใช้
ปรบั ปรงุ
แบบรายงานผลการปฏบิ ตั ทิ เี่ ปน็ เลศิ (Best Practice)
ชอื่ ผลงาน The paper of learning
ผเู้ สนอผลงาน นายรัชพล เออ้ื ประเสรฐิ
ตำแหนง่ ครู
สถานศึกษา โรงเรยี นวดั โบสถ์
ความเป็นมาและความสำคญั
การจัดการเรียนรู้ในปัจจุบันมีการนำเทคโนโลยีทางการศึกษามาใช้ในส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียน
เพื่อสนองตอบผู้เรียนที่มีความแตกต่างกันทั้งในด้านของความต้องการ ความสนใจ และวิธีการในการเรียนรู้
ของผู้เรียนแต่ละคน ซึ่งการเรียนรู้ในยุคปัจจุบันนี้ไม่ควรถูกจำกัดให้อยู่ในเฉพาะห้องเรียนอีกต่อไป ทั้งนี้ด้วย
อิทธิพลของอินเทอร์เน็ตที่ส่งผลตอ่ การเรียนรู้ของผู้เรียน โดยสามารถแสดงหาความรูไ้ ด้อย่างอิสระ ซึ่งหากครู
สามารถที่จะนำเทคโนโลยีต่าง ๆ และอินเทอร์เน็ตมาเป็นเครื่องมือสำหรับใช้ในการจัดการเรียนรู้ของผู้เรียน
ย่อมเป็นการเพิ่มโอกาสในการเรียนรูข้ องผ้เู รียนและเป็นการสง่ เสริมในการเรยี นรู้แบบต่อเนื่องได้ตลอดชีวิตอีก
ด้วย (ฐาปนยี ์ ธรรมเมธา, 2557)
ซึ่งคณิตศาสตร์มีความสำคัญต่อการพัฒนาความคิดของมนุษย์ ทำให้มนุษย์มีความคิดสร้างสรรค์ คิด
อย่างมีเหตผุ ล เปน็ ระบบ มีแบบแผน สามารถวิเคราะหป์ ัญหาหรอื สถานการณ์ได้อย่างถี่ถ้วน รอบคอบ ช่วยให้
คาดการณ์ วางแผน ตัดสินใจแก้ปัญหา และนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้องเหมาะสม
(กระทรวงศกึ ษาธกิ าร, 2560)
จากความสำคญั ดงั กลา่ ว จงึ ไดด้ ำเนินการพฒั นานวัตกรรมสำหรับในการจัดการเรียนรู้ The paper of
learning เรื่องเส้นขนาน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ขึ้น เพื่อให้ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชา
คณติ ศาสตรส์ ูงขึน้ และให้ผู้เรยี นมีความพงึ พอใจท่ีดีต่อวิชาคณิตศาสตร์ดว้ ยการจดั การเรยี นรู้ดว้ ย The paper
of learning เรื่อง เส้นขนาน ของนกั เรยี นชั้นประถมศึกษาปที ่ี 5
วตั ถปุ ระสงค์
1. เพ่ือพัฒนาการจดั การเรียนรู้ด้วย The paper of learning เร่ือง เสน้ ขนาน ของนักเรียนช้ัน
ประถมศึกษาปีท่ี 5 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80
2. เพ่ือเปรยี บเทยี บคะแนนก่อนเรียนกับคะแนนทดสอบหลังเรยี นจากการจัดการเรยี นรู้ดว้ ย The
paper of learning เรือ่ งเสน้ ขนาน ของนักเรียนชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 5
3. เพอ่ื ศึกษาความพึงพอใจท่ีดีต่อวชิ าคณติ ศาสตร์ด้วยการจัดการเรียนรู้ดว้ ย The paper of
learning เรื่องเสน้ ขนาน ของนกั เรยี นชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
เป้าหมาย
เชงิ ปรมิ าณ
นกั เรยี นช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 5 จำนวน 30 คน
เชงิ คณุ ภาพ
1. มนี วตั กรรมทีม่ ปี ระสิทธภิ าพตามเกณฑ์
2. นกั เรยี น มผี ลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี นวิชาคณติ ศาสตร์หลังเรยี นสูงกว่ากอ่ นเรยี น
3. นักเรียนความพึงพอใจทด่ี ีตอ่ วิชาคณติ ศาสตร์
ข้นั ตอนการดำเนนิ งาน
1. ศึกษาโครงสรา้ งรายวิชา คำอธบิ ายรายวชิ า มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชว้ี ดั
2. ศึกษาเนื้อหาสาระ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน 2551 (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560)
3. ศกึ ษาเอกสาร แนวคิดท่เี กี่ยวข้อง และวิธีการสรา้ งสื่อนวตั กรรมทางด้านเทคโนโลยี
4. ดำเนนิ การออกแบบ และสร้างนวัตกรรม โดยขอคำแนะแนวจากกระบวนการกลมุ่ PLC กับคณุ ครู
กลุ่มสาระการเรียนร้คู ณิตศาสตร์
5. ตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือด้านความตรงตามเนื้อหาโดยผู้เชี่ยวชาญ นางวรรณวิมล อินชม
ฤทธิ์ นางสาวรุจิรา จารุฤทัยกานต์ และนางกฤษณา ทิชินพงศ์ เพื่อหาค่าดัชนีความสอดคล้องของเนื้อหากับ
วัตถปุ ระสงค์ (Item Objective Congruence Index: IOC) โดยค่า IOC ทค่ี ำนวณได้รายข้อ อยู่ระหวา่ ง 0.67
– 1.00
6. ปรบั ปรุงสือ่ และนวตั กรรมทจี่ ัดทำขึ้นตามขอ้ เสนอแนะของผเู้ ช่ียวชาญ
7. ดำเนนิ การทดลองใช้ส่ือ นวัตกรรมทีจ่ ดั ทำขึน้ กับกล่มุ ตวั อย่างจำนวน 30 คน เพอื่ หาประสิทธิภาพ
ของสอ่ื นวัตกรรมทีจ่ ัดทำขึน้
8. ผู้เรียนประเมินความพึงพอใจต่อสื่อ นวัตกรรมที่จัดทำข้ึน เพื่อนำไปปรับปรุง พัฒนา และเผยแพร่
ตอ่ ไป
ผลการดำเนนิ งาน
1. สอื่ นวตั กรรม The paper of learning มปี ระสทิ ธภิ าพ 89.20/86.33 ซง่ึ สงู กว่าเกณฑท์ ีก่ ำหนด
ตารางท่ี 1 แสดงประสิทธิภาพของส่อื นวตั กรรม The paper of learning ตามเกณฑ์ 80/80
คะแนน กลมุ่ คะแนนเต็ม คะแนนที่ได้ คะแนน รอ้ ยละ
ตวั อยา่ ง เฉลย่ี
89.20
แบบฝึกหัดระหวา่ งเรยี น (E1) 30 50 1,338 44.60 86.33
แบบทดสอบหลงั เรียน (E2) 30 10 259 8.63
2. การเปรียบเทยี บคะแนนก่อนเรยี นและหลงั เรยี นจากการจดั การเรียนรดู้ ้วย The paper of
learning พบว่า คะแนนหลังเรยี น สูงกวา่ คะแนนกอ่ นเรียน อยา่ งมนี ยั สำคัญทางสถิตทิ ีร่ ะดับ .01 แสดงดงั
ตารางท่ี 2
ตารางท่ี 2 แสดงผลคะแนนก่อนเรยี นและหลงั เรียนจากการจดั การเรยี นรู้ด้วย The paper of learning
การทดสอบ คะแนนเตม็ ̅ S.D. t df Sig
กอ่ นเรยี น 10 3.93 1.14 -23.671 29 .000*
หลังเรยี น 10 8.63 1.16
*นยั สำคญั ทางสถิตทิ ีร่ ะดบั .01
3. ความพงึ พอใจทีด่ ตี ่อวชิ าคณติ ศาสตร์ดว้ ยการจดั การเรียนรู้ด้วย The paper of learning เร่อื งเส้น
ขนาน ของนักเรยี นชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 5 พบวา่ ความพงึ พอใจทดี่ ตี ่อวิชาคณติ ศาสตร์ อย่ใู นระดับมาก (x̅ =
3.96, S.D. = 0.81) แสดงไว้ดงั ตารางที่ 3
ตารางที่ 3 แสดงความพึงพอใจท่ีดีต่อวชิ าคณิตศาสตร์ด้วยการจดั การเรยี นรดู้ ว้ ย The paper of learning
เรื่องเส้นขนาน ของนักเรยี นชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 5
ที่ รายการประเมนิ ̅ S.D. ระดบั
1 มีการชี้แจงจดุ ประสงค์การเรียนอยา่ งชัดเจน 3.53 0.82 มาก
2 การจัดแบง่ เน้ือหาเปน็ ลำดบั ต่อเนือ่ ง ชว่ ยใหเ้ ข้าใจได้งา่ ย 3.90 0.61 มาก
3 อธบิ ายเนอื้ หาทีจ่ ะสอนในแบบท่เี ข้าใจง่าย 4.07 0.74 มาก
4 สือ่ ทใ่ี ช้ เหมาะสมกบั เนื้อเรื่อง ทำใหเ้ ขา้ ใจเน้ือหาไดด้ ยี ง่ิ ขนึ้ 3.83 0.91 มาก
5 ส่อื ทใ่ี ชน้ ่าสนใจ ทำให้อยากเรียนรู้ 4.17 0.79 มาก
6 เปิดโอกาสใหน้ ักเรียนมีส่วนรว่ มในกิจกรรมการเรียนรู้ 4.10 0.88 มาก
7 แบบฝึกหัด และ กิจกรรม ช่วยใหเ้ ข้าใจเนื้อหาได้ดีย่งิ ขนึ้ 4.13 0.82 มาก
8 กจิ กรรมการเรียนรสู้ นกุ นา่ สนใจ ชว่ ยให้อยากเรียนรู้ 3.97 0.76 มาก
ภาพรวม 3.96 0.81 มาก
บทเรยี นทไ่ี ดร้ บั
การสร้างนวัตกรรมสำหรบั การจดั การเรียนรู้ The paper of learning เร่อื งเสน้ ขนาน ของนักเรียน
ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 5 ในครั้งนี้ พบวา่
1. สามารถนำมาใช้ในการจัดการเรียนรู้ สามารถสร้างความสนใจให้นกั เรียน โดยสามารถท่ีจะใช้ในการ
ผสมผสานในการจัดการเรยี นรู้ อีกทง้ั ผลการเรียรู้ของนักเรียนยังเปน็ ไปตามเปา้ หมายที่กำหนด ท้ังน้ีต้องอาศัย
ความรว่ มของนกั เรียน และครเู พอื่ ใหก้ ารจัดการเรียนร้เู ป็นไปอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ
2. นกั เรียนใหค้ วามสนใจ ใหค้ วามรว่ ม และกระตอื รือร้นมากย่ิงข้ึนในการเรยี นรู้
3. แอพลิเคชั่นบางตัวนั้นมีข้อจำกัดในเรื่องของระยะเวลา หรือการมีฟังก์ชันเพิ่มเติมที่จะต้องเสีย
ค่าใชจ้ า่ ย ทำให้ในการทำงานบางส่วนน้ันมีขอ้ จำกดั
4. ระยะเวลาในการจัดการเรียนรู้ หรือในการศึกษาวีดีโอนั้น อยู่ในเวลา 10 – 15 นาที เนื่องจากถ้า
เวลานานเกินไปทำใหน้ ักเรียนนนั้ อาจเบ่อื และไม่มีสมาธิมากพอกบั สิง่ ท่ีเราจะสอนได้
5. การศึกษาการใช้แอพลเิ คช่ันเพิ่มเพื่อความหลากหลาย นา่ สนใจ เพ่ือเปน็ การกระตุ้นให้ผู้เรียนอยากรู้
อยากลองจนเกดิ การเรียนรู้ และเพือ่ เปน็ การปรบั หรือลดข้อจำกัดสำหรับบางแอพลิเคชน่ั
6. การเรียนรูแ้ บบผสมผสานเปน็ สง่ิ ที่น่าสนใจทส่ี ามารถนำมาบูรณาการในการสอนเพอื่ การจัดการเรียน
การสอนให้ประสบความสำเรจ็ และครอบคลุมนักเรยี นได้อย่างดี
7. ทำให้ผู้ปฏิบัติเกิดการเรียนรู้ และได้พัฒนาศักยภาพของตนเองได้อย่างมากขึ้น โดยเฉพาะทักษะใน
การใช้เทคโนโลยี จากที่ไม่เคยได้เรียนรู้ ไม่เคยได้ทดลองใช้ หรือการเข้าใจภาษาของโปรแกรม ซึ่งปัจจุบัน
สามารถใช้เทคโนโลยีได้อย่างดี และเข้าใจในภาษาของโปรแกรมมากขึ้น สามารถที่จะคิดเชื่อมโยง และนำมา
ประยุกตใ์ ช้ได้อยา่ งหลากหลาย
ปจั จยั แหง่ ความสำเรจ็
1. การได้การสนบั สนนุ จากผู้อำนวยการโรงเรยี นและทมี งานบรหิ ารวชิ าการของโรงเรียน
2. การแลกเปล่ยี นเรยี นรใู้ นกระบวนการ PLC ของคณุ ครูกลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์
3. ความพร้อมวสั ดุ อปุ กรณใ์ นการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
4. ความพรอ้ มและความตงั้ ใจของตนเองในการนำความรู้ ความสามารถ และประสบการณก์ ารทำงาน
มาพัฒนากิจกรรมอยา่ งต่อเน่ือง
5. ผู้มสี ว่ นเกีย่ วขอ้ งในการช่วยเหลือ อำนวยความสะดวก และใหค้ ำช้ีแนะ
6. ความร่วมมือของนักเรยี นในการทำกิจกรรม
การเผยแพร่
1. การแลกเปลยี่ นเรียนรู้ในกระบวนการ PLC ของคุณครูกลุม่ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
2. การเผยแพร่ผา่ นทางชอ่ งทาง Youtube
3. obec content center
บรรณานกุ รม
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. 2560. หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบบั
ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560). กรุงเทพฯ
ฐาปนีย์ ธรรมเมธา. 2557. อเี ลริ น์ นิง: จากทฤษฎส๊ กู่ ารปฏบิ ตั ิ e-Learning: from theory to
practice. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลยั ไซเบอร์ไทยสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
ภาคผนวก
คมู่ อื การผลติ สอื่
ชอ่ื สอ่ื The paper of learning
ชอื่ ผผู้ ลติ นายรชั พล เออื้ ประเสริฐ
สำหรับการเรยี นการสอนระดบั ชน้ั
ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 5 บทท่ี 6 เรือ่ ง เสน้ ขนาน
หลักการและเหตผุ ล
การจัดการเรียนรู้ในปัจจุบันมีการนำเทคโนโลยีทางการศึกษามาใช้ในส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียน
เพื่อสนองตอบผู้เรียนที่มีความแตกต่างกันทั้งในด้านของความต้องการ ความสนใจ และวิธีการในการเรียนรู้
ของผู้เรียนแต่ละคน ซึ่งการเรียนรู้ในยุคปัจจุบันนี้ไม่ควรถูกจำกัดให้อยู่ในเฉพาะห้องเรียนอีกต่อไป ทั้งนี้ด้วย
อิทธิพลของอินเทอร์เน็ตที่สง่ ผลต่อการเรียนรู้ของผู้เรียน โดยสามารถแสดงหาความรูไ้ ด้อย่างอิสระ ซึ่งหากครู
สามารถที่จะนำเทคโนโลยีต่าง ๆ และอินเทอร์เน็ตมาเป็นเครื่องมือสำหรับใช้ในการจัดการเรียนรู้ของผู้เรียน
ยอ่ มเป็นการเพ่ิมโอกาสในการเรียนรู้ของผ้เู รียนและเปน็ การสง่ เสริมในการเรียนรแู้ บบต่อเน่ืองได้ตลอดชีวิตอีก
ดว้ ย (ฐาปนีย์ ธรรมเมธา, 2557)
ซึ่งคณิตศาสตร์มีความสำคัญต่อการพัฒนาความคิดของมนุษย์ ทำให้มนุษย์มีความคิดสร้างสรรค์ คิด
อยา่ งมเี หตผุ ล เป็นระบบ มีแบบแผน สามารถวเิ คราะหป์ ัญหาหรอื สถานการณ์ได้อย่างถ่ีถ้วน รอบคอบ ช่วยให้
คาดการณ์ วางแผน ตัดสินใจแก้ปัญหา และนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้องเหมาะสม
(กระทรวงศกึ ษาธกิ าร, 2560)
จากความสำคัญดังกล่าว จึงไดด้ ำเนนิ การพฒั นานวัตกรรมสำหรบั ในการจัดการเรียนรู้ The paper of
learning เรื่องเสน้ ขนาน ของนกั เรียนชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 5 ขน้ึ
ประโยชนท์ ผี่ เู้ รียนไดร้ บั
ผู้เรยี นสามารถระบุเส้นตรงค่ทู ีข่ นานกัน โดยพิจารณาจากระยะหา่ งระหว่างเส้นตรงได้ ผู้เรยี นสามารถ
ระบุเส้นตัดขวาง และมุมที่อยู่บนข้างเดียวกันของเส้นตัดขวางได้ ผู้เรียนสามารถระบุมุมภายใน และมุม
ภายนอกได้ และผู้เรียนสามารถระบุมุมแย้งภายใน และมุมแย้งภายนอกได้ ทั้งนี้ผู้เรียนจะได้มีส่วนร่วมในการ
แลกเปลี่ยนเรียนรู้กบั เพอ่ื น ได้สนุกกับการเรียนรผู้ า่ นเกม รวมทง้ั สามารถทจ่ี ะเรยี นร้ไู ด้ทุกที่ ทุกเวลา
วิธกี ารจดั ทำสอ่ื การจัดการเรยี นรู้
1. ศกึ ษาโครงสร้างรายวิชา คำอธิบายรายวิชา มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวช้วี ัด
2. ศกึ ษาเน้ือหาสาระ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พืน้ ฐาน 2551 (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. 2560)
3. ศึกษาเอกสาร แนวคิดทเี่ ก่ยี วข้อง และวิธีการสร้างสื่อนวตั กรรมทางดา้ นเทคโนโลยี ประกอบกด้วย
- การบันทึกวีดีโอ
- การนำวดี โี อลง youtube
- การใชง้ าน padlet
- การใชง้ าน wordwall
- การใช้งาน Liveworksheets
- การสร้าง QR CODE
4. ดำเนินการสื่อการจัดการเรียนรู้ตามจุดกิจกรรมที่วางแผนที่ใช้สำหรับในการเรียนรู้ โดยการสร้าง
วีดีโอการสอน แล้วลงใน youtube สร้างกิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันในหัวข้อ เส้นขนานใน
ชีวิตประจำวัน ผ่าน padlet การสร้างเมการศึกษา โดยใช้ wordwall และการสร้างใบงานด้วย
Liveworksheets จากนั้นนำทุกส่วนที่เกี่ยวข้องมาจัดทำเป็น QR CODE เพื่อสะดวกในการเข้าใช้ เพื่อการ
สแกนจากรปู ภาพ และแผน่ กระดาษใน 1 แผน่ ได้
ลกั ษณะ และวธิ กี ารใช้สอื่
The paper of learning มีลักษณะเปน็ เทมเพลตรูปภาพ หรือเป็นกระดาษ 1 แผ่น ทีส่ ามารถ
นำไปใช้ในการเรยี นรูไ้ ดท้ ุกที่ และทุกเวลา โดยใหผ้ ู้เรยี นเรียนรู้ตามจดุ กจิ กรรมทีละกจิ กรรม โดยแบ่งออกเป็น
10 จดุ กิจกรรม ดังนี้
จดุ ท่ี 1 ศึกษาวดี โี อ เร่อื งเสน้ ขนาน ผ่าน YouTube ทคี่ รูจดั ทำขึ้น
จดุ ท่ี 2 ทำใบงานท่ี 1 เร่อื งเส้นขนาน ผ่าน Liveworksheets
จดุ ที่ 3 เล่นเกมการศึกษา “ตามหาเสน้ ขนาน” ผ่าน Wordwall
จดุ ที่ 4 ทำกิจกรรมเส้นขนานในชวี ติ ประจำวัน ผา่ น padlet
จดุ ที่ 5 ศึกษาวีดโี อ เร่ืองเสน้ ตดั ขวาง และมุมท่ีอยบู่ นขา้ งเดียวกนั ของเสน้ ตัดขวาง ผา่ น
YouTube ท่คี รจู ดั ทำข้ึน
จดุ ท่ี 6 ทำใบงานท่ี 2 เรือ่ งเส้นตดั ขวาง และมุมที่อยู่บนข้างเดียวกันของเส้นตัดขวาง ผา่ น
Liveworksheets
จดุ ท่ี 7 ศกึ ษาวีดีโอ เรื่องมุมภายใน และมุมภายนอก ผ่าน YouTube ทคี่ รูจดั ทำขึ้น
จดุ ที่ 8 ทำใบงานที่ 3 เรื่องมุมภายใน และมุมภายนอก ผ่าน Liveworksheets
จดุ ท่ี 9 ศกึ ษาวดี ีโอ เร่ืองมุมแยง้ ภายใน และมมุ แยง้ ภายนอก ผ่าน YouTube ที่ครูจดั ทำขึ้น
จดุ ท่ี 10 ทำใบงานที่ 4 เรื่องมุมแยง้ ภายใน และมุมแยง้ ภายนอก ผา่ น Liveworksheets
ระยะเวลาในการจัดทำ
1 เดือน
งบประมาณท่ใี ช้
-
ผลการทดลองใช้
1. สอ่ื นวัตกรรม The paper of learning มีประสิทธิภาพ 89.20/86.33 ซง่ึ สงู กวา่ เกณฑท์ ีก่ ำหนด
2. การเปรียบเทียบคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียนจากการจัดการเรียนรู้ด้วย The paper of
learning พบว่า คะแนนหลังเรยี น สงู กวา่ คะแนนก่อนเรียน อยา่ งมนี ัยสำคญั ทางสถติ ิทรี่ ะดับ .01
3. ความพงึ พอใจทีด่ ีตอ่ วิชาคณิตศาสตร์ดว้ ยการจัดการเรยี นร้ดู ้วย The paper of learning เรื่องเส้น
ขนาน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 พบว่า ความพึงพอใจที่ดีต่อวิชาคณิตศาสตร์ อยู่ในระดับมาก (x̅ =
3.96, S.D. = 0.81)
เอกสารอา้ งอิง
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. 2560. หลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พ้นื ฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบบั
ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560). กรงุ เทพฯ
ฐาปนยี ์ ธรรมเมธา. 2557. อีเลริ น์ นิง: จากทฤษฎส๊ กู่ ารปฏบิ ตั ิ e-Learning: from theory to
practice. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลยั ไซเบอร์ไทยสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
ภาพตวั อย่าง ส่อื นวัตกรรมท่จี ัดทำข้นึ
ภาพตวั อยา่ งการใช้นวัตกรรม
ภาพตวั อยา่ งการใชน้ วัตกรรม
ภาพตวั อยา่ งการเผยแพร่ส่อื นวัตกรรมทใ่ี ช้
การเผยแพร่แลกเปลยี่ นเรยี นร้รู ่วมกบั เพื่อนครู
ภาพตัวอยา่ งการเผยแพรส่ ่ือ นวัตกรรมทีใ่ ช้
การเผยแพรแ่ ลกเปลย่ี นเรียนรู้ร่วมกลุ่ม PLC คณติ ศาสตรข์ องโรงเรยี นวดั โบสถ์
ภาพตวั อย่างการเผยแพร่สอื่ นวตั กรรมทใ่ี ช้
การเผยแพร่ลงใน OBEC content Center
แบบรายงานผลการปฏิบตั ิทเ่ี ป็นเลิศ
(Best Practice)
การพัฒนาการเรยี นการสอน เรือ่ ง คานาม
โดยใช้สื่อเทคโนโลยีระบบ OBEC Content Center
นางสาวนิภาวรรณ ใจกลา้
ครู วิทยฐานะ ครูชานาญการ
โรงเรยี นวดั ขอ่ ย สงั กัดสานกั งานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสิงหบ์ ุรี
แบบรายงานผลการปฏิบัติที่เปน็ เลศิ (Best Practice)
ประเภท ครูผู้ใช้สื่อเทคโนโลยรี ะบบ OBEC Content Center
ช่ือผลงาน การพัฒนาการเรียนการสอน เรือ่ ง คำนาม โดยใชส้ อ่ื เทคโนโลยีระบบ OBEC Content Center
ผเู้ สนอผลงาน นางสาวนภิ าวรรณ ใจกลา้
ตำแหนง่ ครชู ำนาญการ
สถานศกึ ษา โรงเรยี นวดั ขอ่ ย
ความเปน็ มาและความสำคัญของปัญหา
ภาษาไทยเป็นเอกลักษณข์ องชาติไทย เปน็ สมบัตทิ างวัฒนธรรมอันก่อใหเ้ กดิ ความเปน็ เอกภาพและ
เสรมิ สร้างบคุ ลิกภาพของคนในชาตใิ ห้มคี วามเปน็ ไทย เป็นเครื่องมือในการติดต่อสอื่ สารเพือ่ สรา้ งความเข้าใจ
และความสมั พนั ธท์ ีด่ ีต่อกัน เปน็ เคร่ืองมือในการแสวงหาความรู้ เพอ่ื พฒั นาความรู้ พัฒนากระบวนการคดิ
สอดคลอ้ งกับการจัดการศกึ ษา มงุ่ เนน้ การจดั การเรียนการสอนเพ่ือให้ผู้เรยี นมีทักษะในศตวรรษที่ 21 เพื่อให้
ได้ทงั้ ความรแู้ ละทักษะที่จำเป็นในการดำรงชวี ิต การสรา้ งกระบวนการเรยี นการสอนจงึ เปน็ กระบวนการทีช่ ว่ ย
ให้ผเู้ รียนประสบความสำเร็จ
ในการเรยี นการสอนในวชิ าภาษาไทยท่ผี ่านมา เรื่องคำนาม นกั เรยี นเกิดความสับสน ไมส่ ามารถจดจำ
หน้าท่ขี องคำนามแต่ละชนิดได้ จำแนกความแตกตา่ งของคำนามแต่ละชนิดไม่ได้ ยกตัวอย่างคำนามแตล่ ะชนดิ
ยังไมถ่ ูกต้อง ทำใหน้ ำชนิดและหน้าทข่ี องคำมาใช้ไมถ่ ูกต้อง เนอ่ื งจากไมท่ ราบหลักการใช้ การสอนยงั ไม่เนน้ ยำ้
ใหน้ กั เรยี นเขา้ ใจ ยงั ขาดส่ือการเรยี นการสอนทหี่ ลากหลาย และดึงดดู ความสนใจทจ่ี ะทำให้นกั เรยี นเกิดการ
เรียนร้ตู ามเปา้ หมาย
จากสภาพปัญหาดงั กล่าว จึงไดน้ ำสือ่ การสอน ส่อื เทคโนโลยรี ะบบ OBEC Content Center ทต่ี รง
กับเร่ืองคำนาม มาใช้เปน็ ส่อื ในการเรียนการสอน เพ่ือให้รปู แบบการเรยี นการสอนมีความหลากหลายมากขึน้
มีแหล่งเรียนรอู้ อนไลน์มากข้ึน ชว่ ยใหน้ กั เรียนเกิดการเรยี นรเู้ น้นย้ำมากขึน้ ซึ่งจะนำปสู่การเรยี นการสอนท่ี
นักเรียนเข้าใจและสามารถนำไปใชไ้ ด้อยา่ งถกู ต้อง
วัตถุประสงค์
๑. นักเรยี นบอกความหมายและชนดิ ของคาํ นามได
๒. นักเรยี นใชคํานามในการสอ่ื สารไดถกู ตอง
๓. เห็นความสำคญั ของการใชค้ ำนามให้ถูกตอ้ ง
เป้าหมาย
ตัวชี้วดั เชิงปริมาณ
นักเรยี นชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี ๖ ภาคเรยี นท่ี ๑ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๕
ตัวชวี้ ดั เชิงคุณภาพ
๑. นักเรียนบอกความหมายและชนิดของคำนามได้
๒. นกั เรยี นใชคาํ นามในการส่อื สารไดถกู ตอง
๓. เหน็ ความสำคัญของการใชค้ ำนามให้ถูกต้อง
ข้นั ตอนการดำเนนิ งาน
ขน้ั นำ
ครใู หน้ กั เรยี นยกตวั อย่างช่ือบุคคล สัตว์ สิง่ ของ สถานท่ี แล้วใหน้ ักเรยี นบอกว่าชื่อใดเจาะจง
ถงึ สงิ่ นั้นเพียงส่ิงเดยี ว ชอื่ ใดเปน็ การกลา่ วรวมและส่ิงนัน้ มีมากกว่าหนึ่ง
ข้ันสอน
๑. ครูใหน้ กั เรียนดวู ิดีโอ เรื่อง ชนิดของคำในภาษาไทย ตอนท่ี ๑ คำนาม จากส่ือเทคโนโลยี
ระบบ OBEC Content Center พร้อมกับอธบิ ายเพ่มิ เติม ยกตวั อยา่ งประกอบ
๒. ครูให้นักเรียนดตู ัวอย่างคำนาม จากสือ่ เทคโนโลยรี ะบบ OBEC Content Center
๓. ครใู หน้ ักเรยี นแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๓ คน เลน่ เกมเศรษฐคี ำนาม จากสือ่ เทคโนโลยรี ะบบ
OBEC Content Center โดยครอู ธบิ ายวธิ กี ารเล่น ดังนี้
๑) วางตวั ผูเ้ ลน่ บนจุดเรม่ิ ต้น
๒) โยนลกู เต๋าและเคล่ือนย้ายตวั ผู้เลน่ ไปตามผลลัพธ์ทีโ่ ยนได้
๓) ถ้าหยุดเลน่ บนพ้นื ทท่ี ม่ี ีคะแนนระบุด้านล่างของช่อง ต้องตอบคำถามให้ถกู ต้อง (บอก
ชนดิ ของคำนามในช่องนนั้ ๆ)
๔) ถ้าตอบถกู ให้บวกคะแนนตามคะแนนในชอ่ งน้นั ๆ และถา้ ตอบผดิ ให้ลบคะแนนตาม
ช่องน้ัน ๆ เช่นกนั
๕) ถา้ ตกบนพืน้ ท่ีทา้ ทายให้เปิดบตั รท้าทาย หากตอบถูกจึงจะบวกคะแนน
๖) ถา้ ตกบนพน้ื ที่เสยี่ งดวงให้เปดิ บัตรเสี่ยงดวง
๗) บนั ทกึ คะแนนทกุ คร้ังท่ีไดห้ รอื ลดคะแนน
๘) ผู้เล่นใดได้คะแนนถึง ๕๐ คะแนนก่อน เปน็ ผ้ชู นะ
ครสู งั เกตการเลน่ เกมของนักเรยี น และให้คำแนะนำในการเลน่ ทถี่ ูกตอ้ ง
๔. ครูให้นกั เรียนแตล่ ะคนศึกษาใบความรู้จากจากสื่อเทคโนโลยรี ะบบ OBEC Content
Center และตอบคำถามในใบงาน อา่ นจำแนก แยกคำนาม
๕. ครูให้นักเรียนเขา้ หอ้ งคอมพิวเตอร์ สบื คน้ เรื่องคำนาม หาความหมายของคำนามแตล่ ะ
ชนดิ และยกตวั อย่างคำนามแต่ละชนดิ อยา่ งน้อย ๓ คำ เสร็จแล้วให้นักเรยี นออกแบบทำเป็นแผนผงั
ความคิด (Mind Map) ในโปรแกรม Microsoft Word
๖. ครูใหน้ กั เรยี นนำเสนอแผนผังความคดิ ท่ีไดท้ ำ
๗. ครแู ละนักเรยี นร่วมกนั ตรวจสอบความถูกต้อง
ข้นั สรปุ
๑. ครูและนกั เรียนร่วมกันอภิปรายสรุปสรปุ เก่ียวกบั คำนามวา “คํานาม คอื คําท่ใี ชเรียกช่ือ
คน สัตว สิ่งของเครื่องใช สามานยนาม คือ คำนามสามัญที่ใช้เรียกชื่อสิ่งของต่าง ๆ โดยไม่เจาะจง
หรือชี้เฉพาะ วิสามานยนาม คือ คำนามที่ใช้เรียกชื่อเฉพาะของคน สัตว์ สิ่งของ หรือคำเรียกบุคคล
สถานท่ี เพ่อื เจาะจง สวนคําท่ีบอกลกั ษณะ อาการ สัณฐาน รูปหรือขนาดของคํานามสามัญ เรียกวา
“คําลักษณนาม” นามที่บอกความเปนหมวดหมู หรือ กลุม เรียกวา “สมุหนาม” นามที่บอกอาการ
ซึง่ จะมคี ําวา การ หรอื ความ นาํ หนา เรียกวา “อาการนาม” คํานามชนดิ ตางๆ จะทาํ หนาทต่ี า่ งๆ
ในประโยค อาจทาํ หนาที่เปนประธานของประโยค ทาํ หนาที่เปนกรรมของประโยคก็ได้
๒. นักเรียนสะทอ้ นผลการเรยี นรู้วนั นี้ โดยใช้ Exit Ticket
ผลการดำเนินงาน
๑. นักเรยี นบอกความหมายและชนิดของคาํ นามได
๒. นักเรยี นใชคาํ นามในการส่อื สารไดถูกตอง
๓. เหน็ ความสำคัญของการใช้คำนามให้ถูกตอ้ ง
บทเรียนท่ีได้รบั
การใช้สอ่ื การสอนที่มคี วามหลากหลายช่วยเพ่ิมการเรียนรู้ของผเู้ รยี นได้
ปัจจัยแหง่ ความสำเรจ็
การจดั การเรียนการสอนอย่างเป็นขัน้ ตอนจากการนำเขา้ สู่บทเรียน ส่ขู นั้ การสอนอยา่ งเปน็ ลำดบั และการทำ
กิจกรรมหลากหลาย การใชส้ ือ่ ทดี่ ึงดูดความสนใจ เนน้ ยำ้ ด้วยการปฏิบัตดิ ว้ ยตนเอง การคดิ และการสืบค้น
และสรุปผลสิ่งทีไ่ ด้เรยี น ทำให้เกิดความรูม้ ากยง่ิ ขน้ึ
การเผยแพร่
เผยแพรแ่ ก่คณะครใู นโรงเรียน และเผยแพรใ่ นกล่มุ ไลนข์ องนักเรยี น
บรรณานกุ รม
https://contentcenter.obec.go.th
ภาคผนวก
แผนการจัดการเรยี นรูท่ี ๕
กลมุ สาระการเรยี นรภู าษาไทย ชน้ั ประถมศึกษาปท่ี ๖
หนวยการเรียนรูที่ ๔ เรื่อง กทลีตานี เวลา ๑๓ ชวั่ โมง
เรื่อง คาํ นาม เวลา ๒ ช่ัวโมง
............................................................................
สาระสำคญั
คาํ นาม คอื คําที่ใชเรียกชอื่ คน สัตว ส่งิ ของ สภาพธรรมชาติ สถานทต่ี างๆ ทง้ั ทเ่ี ปนส่ิงมีชีวิต
และไมมี ชีวติ ทั้งที่เปนรูปธรรมและนามธรรม
มาตรฐานการเรยี นรู้
ท ๔.๑ เขาใจธรรมชาติของภาษาและหลกั การใชภาษา การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลังของ
ภาษา ภมู ปิ ญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเปนสมบัตขิ องชาติ
ตัวชี้วัด
ป.๖/๑ วิเคราะหชนดิ และหนาที่ของคาํ ในประโยค
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
๑. นักเรยี นบอกความหมายและชนดิ ของคํานามได (K)
๒. นกั เรยี นใชคํานามในการสอื่ สารไดถูกตอง (P)
๓. เห็นความสำคัญของการใชค้ ำนามใหถ้ ูกตอ้ ง (A)
สมรรถนะสาํ คญั ของผูเรียน
๑. ความสามารถในการส่อื สาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการแกปญหา
๔. ความสามารถในการใชทักษะชวี ติ
คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
N
๑. รักความเปนไทย
๒. ใฝเรยี นรู
๓. มีจติ สาธารณะ
๔. มีวินัย
๕. อยอู ยางพอเพียง
สาระการเรียนรู้
- ความหมายและชนดิ ของคํานาม
กิจกรรมการเรยี นรู้
ขนั้ นำ
ครใู หน้ ักเรยี นยกตวั อย่างช่ือบุคคล สตั ว์ สิ่งของ สถานที่ แลว้ ใหน้ ักเรียนบอกวา่ ชื่อใดเจาะจง
ถึงส่งิ น้นั เพียงส่ิงเดียว ช่ือใดเปน็ การกลา่ วรวมและสิ่งนน้ั มีมากกว่าหนึ่ง
ขั้นสอน
๑. ครใู หน้ กั เรยี นดูวิดีโอ เรื่อง ชนิดของคำในภาษาไทย ตอนท่ี ๑ คำนาม จากส่ือเทคโนโลยี
ระบบ OBEC Content Center พรอ้ มกับอธบิ ายเพ่มิ เติม ยกตวั อยา่ งประกอบ
๒. ครูใหน้ ักเรยี นดูตัวอยา่ งคำนาม จากสือ่ เทคโนโลยีระบบ OBEC Content Center
๓. ครใู หน้ ักเรยี นแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๓ คน เลน่ เกมเศรษฐคี ำนาม จากส่ือเทคโนโลยรี ะบบ
OBEC Content Center โดยครอู ธิบายวธิ ีการเลน่ ดังน้ี
๑) วางตัวผูเ้ ล่นบนจดุ เริม่ ต้น
๒) โยนลูกเตา๋ และเคลื่อนย้ายตัวผู้เลน่ ไปตามผลลัพธ์ท่ีโยนได้
๓) ถา้ หยดุ เล่นบนพ้ืนทีท่ ่มี ีคะแนนระบดุ ้านลา่ งของชอ่ ง ตอ้ งตอบคำถามให้ถูกต้อง (บอก
ชนดิ ของคำนามในช่องนั้น ๆ)
๔) ถ้าตอบถกู ให้บวกคะแนนตามคะแนนในช่องนนั้ ๆ และถา้ ตอบผดิ ให้ลบคะแนนตาม
ช่องนั้น ๆ เชน่ กนั
๕) ถา้ ตกบนพืน้ ท่ีทา้ ทายให้เปิดบัตรทา้ ทาย หากตอบถูกจึงจะบวกคะแนน
๖) ถ้าตกบนพื้นทเี่ สี่ยงดวงใหเ้ ปดิ บตั รเสย่ี งดวง
๗) บันทึกคะแนนทกุ ครง้ั ท่ีได้หรอื ลดคะแนน
๘) ผเู้ ล่นใดได้คะแนนถึง ๕๐ คะแนนก่อน เปน็ ผ้ชู นะ
ครสู ังเกตการเล่นเกมของนักเรยี น และให้คำแนะนำในการเลน่ ที่ถูกต้อง
๔. ครใู ห้นกั เรียนแตล่ ะคนศกึ ษาใบความรู้จากจากส่ือเทคโนโลยีระบบ OBEC Content
Center และตอบคำถามในใบงาน อา่ นจำแนก แยกคำนาม
๕. ครูใหน้ กั เรยี นเข้าห้องคอมพวิ เตอร์ สบื ค้นเรื่องคำนาม หาความหมายของคำนามแตล่ ะ
ชนิด และยกตวั อยา่ งคำนามแตล่ ะชนิด อย่างน้อย ๓ คำ เสรจ็ แล้วใหน้ ักเรยี นออกแบบทำเปน็ แผนผงั
ความคิด (Mind Map) ในโปรแกรม Microsoft Word
๖. ครูให้นกั เรยี นนำเสนอแผนผังความคิดที่ได้ทำ
๗. ครแู ละนกั เรยี นร่วมกันตรวจสอบความถกู ต้อง
ขนั้ สรปุ
๑. ครูและนักเรียนรว่ มกนั อภิปรายสรุปสรุปเก่ียวกบั คำนามวา “คํานาม คือ คาํ ที่ใชเรียกชื่อ
คน สัตว ส่งิ ของเคร่ืองใช สามานยนาม คอื คำนามสามัญท่ใี ช้เรียกชือ่ สง่ิ ของต่าง ๆ โดยไม่เจาะจง
หรอื ชี้เฉพาะ วิสามานยนาม คอื คำนามทใ่ี ชเ้ รยี กชอ่ื เฉพาะของคน สัตว์ สง่ิ ของ หรือคำเรยี กบุคคล
สถานที่ เพื่อเจาะจง สวนคาํ ที่บอกลักษณะ อาการ สัณฐาน รูปหรือขนาดของคาํ นามสามัญ เรียกวา
“คําลกั ษณนาม” นามท่บี อกความเปนหมวดหมู หรือ กลมุ เรยี กวา “สมหุ นาม” นามท่ีบอกอาการ
ซง่ึ จะมีคาํ วา การ หรอื ความ นําหนา เรยี กวา “อาการนาม” คํานามชนดิ ตางๆ จะทาํ หนาที่ตางๆ
ในประโยค อาจทาํ หนาท่ีเปนประธานของประโยค ทําหนาทีเ่ ปนกรรมของประโยคก็ได้
๒. นักเรยี นสะท้อนผลการเรยี นรู้วันน้ี โดยใช้ Exit Ticket
สอ่ื / แหลงเรยี นรู
๑. วดิ โี อ เรือ่ ง ชนิดของคำในภาษาไทย ตอนท่ี 1 คำนาม จากสื่อเทคโนโลยรี ะบบ OBEC Content
๒. ตวั อยา่ งคำนาม จากส่ือเทคโนโลยรี ะบบ OBEC Content Center
๓. เกมเศรษฐคี ำนาม จากส่อื เทคโนโลยีระบบ OBEC Content Center
๔. ใบความรู้ เรื่อง คำนาม จากจากสือ่ เทคโนโลยรี ะบบ OBEC Content Center
๕. ใบงาน อา่ นจำแนก แยกคำนาม
๖. หนงั สอื เรียน รายวชิ าพนื้ ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพือ่ ชวี ิต ภาษาพาที ชนั้ ประถมศึกษาปท่ี ๖
๗. หอ้ งคอมพวิ เตอร์
การวดั ผลและประเมินผล
๑) วธิ ีประเมิน
- สงั เกตพฤติกรรมการเล่นเกม
- สังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุม่
- ตรวจใบงาน อา่ นจำแนก แยกคำนาม
- ตรวจแผนท่คี วามคดิ ตัวอย่างคำนามแต่ละชนดิ
๒) เครอื่ งมอื ประเมิน
- แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม
- เฉลยใบงาน อ่านจำแนก แยกคำนาม
- แบบประเมินแผนที่ความคิด ตัวอย่างคำนามแต่ละชนิด
๓) เกณฑก์ ารประเมิน
- นักเรียนผ่านเกณฑก์ ารสังเกตพฤติกรรม ๑๐ คะแนน ขน้ึ ไป
- นกั เรียนผา่ นเกณฑ์การทำใบงาน อ่านจำแนก แยกคำนาม ๑๓ คะแนน ขน้ึ ไป
- นกั เรยี นผ่านเกณฑ์แผนท่คี วามคิด ตวั อย่างคำนามแต่ละชนดิ ๑๓ คะแนน ข้นึ ไป
3. ria muo rrus^rutyr.l.ruri'-lr
วดิ โี อ เร่อื ง ชนิดของคำในภาษาไทย ตอนที่ 1 คำนาม จากสื่อเทคโนโลยรี ะบบ OBEC Content
ผเู้ ขยี น ศิรมิ า เรอื งโรจน์
ตวั อยา่ งคำนาม จากส่ือเทคโนโลยรี ะบบ OBEC Content Center
ผเู้ ขียน นางสาวสุภาพร สิทธิ
เกมเศรษฐคี ำนาม จากสอ่ื เทคโนโลยีระบบ OBEC Content Center
ผู้เขียน ชนิกานต์ โฉมชัย
ใบความรู้ เรื่อง คำนาม จากจากสือ่ เทคโนโลยรี ะบบ OBEC Content Center
ผ้เู ขยี น สมหมาย แซ่อึ้ง
ใบงาน อา่ นจำแนก แยกคำนาม
ชื่อ……………………………………………………………………………………….…………ชนั้ ...........................เลขที่..................
ใหน้ ักเรยี นจำแนกคำนามที่กำหนดให้ตอ่ ไปนี้ตามชนดิ ของคำนาม
วัดภเู ขาทอง ไฟฟา้ ดวงจันทร์ คณะรฐั มนตรี
มหาวทิ ยาลัย การเดนิ ฉบับ ปทุมธานี
ความอ้วน หมบู่ า้ น ฟอง
เส้น วงดนตรี ตกึ แถว
เรือรบ กอไผ่ การประปา ถนน
ปื้น การนอนหลบั
ความรกั เลา พหลโยธิน ตลาดมิตรไมตรี
การคดิ ฝงู ปลา
สามานยนาม วสิ ามานยนาม สมุหนาม ลกั ษณนาม อาการนาม
EXIT TICKET
ความรู้ท่นี ักเรียนไดเ้ รียนรูใ้ นวนั นี้
ปัญหาในการเรียนวนั นี้
จะนำความรูท้ ีเ่ รียนรู้ไปประยุกต์ใชอ้ ยา่ งไร
นักเรียนอยากรู้อะไรเพิม่ เติมอีก
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุม่
ลำดบั ที่ ชอ่ื – สกุล ความรว่ มมือ การแสดง การรับฟงั การตัง้ ใจ การร่วม รวม
ของผรู้ ับ ความคดิ เหน็ ความคดิ เห็น ทำงาน 20
การประเมิน กนั ทำ ปรบั ปรงุ คะแนน
4321 4321 4321
กจิ กรรม ผลงานกลุ่ม
4321 4321
ลงช่ือ...................................................ผ้ปู ระเมนิ
............../.................../................
เกณฑ์การใหค้ ะแนน เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ
ดีมาก =
ดี = 4 ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
พอใช้ = 3
ปรับปรุง = 2 18-20 ดีมาก
1 14-17 ดี
10-13
ตำ่ กวา่ 10 พอใช้
ปรบั ปรงุ
เฉลยใบงาน อ่านจำแนก แยกคำนาม
ช่ือ……………………………………………………………………………………….…………ช้นั ...........................เลขท.่ี .................
ใหน้ ักเรียนจำแนกคำนามทก่ี ำหนดใหต้ ่อไปนี้ตามชนิดของคำนาม
วดั ภเู ขาทอง ไฟฟ้า ดวงจนั ทร์ คณะรฐั มนตรี
มหาวิทยาลยั การเดนิ ฉบับ ปทุมธานี
ความอว้ น หมบู่ ้าน ฟอง
เสน้ วงดนตรี ตึกแถว
เรือรบ กอไผ่ การประปา ถนน
ปื้น การนอนหลบั
ความรัก เลา พหลโยธนิ ตลาดมิตรไมตรี
การคดิ ฝงู ปลา
สามานยนาม วิสามานยนาม สมหุ นาม ลักษณนาม อาการนาม
ไฟฟา้ วดั ภูเขาทอง คณะรฐั มนตรี ฉบับ การเดนิ
ดวงจันทร์ เสน้ ความอ้วน
มหาวิทยาลัย ปทมุ ธานี หมบู่ ้าน ฟอง การนอนหลบั
เรอื รบ พหลโยธนิ วงดนตรี ปื้น ความรัก
ตลาดมติ รไมตรี กอไผ่ เลา การคดิ
การประปา ฝงู ปลา
ตกึ แถว
ถนน
แบบประเมนิ แผนทคี่ วามคดิ ตัวอยา่ งคำนามแตล่ ะชนดิ
รายการประเมนิ คะแนนประเมิน
54321
1. หลกั การเขียนแผนผงั ความคิด
2. เนื้อหา ความถกู ตอ้ ง คะแนนท่ีได.้ ............................คะแนน
3. เช่อื มโยงความคิดหลกั ความคิดรอง
4. ความสวยงาม ความคดิ สร้างสรรค์
5. ความรับผดิ ชอบ ตรงต่อเวลา ความประณตี เรียบร้อย
คะแนนเต็ม 25 คะแนน
เกณฑก์ ารประเมิน นักเรยี นตอ้ งมีคะแนนตั้งแต่ 13 คะแนนขน้ึ ไป