การบรหิ ารงบประมาณและการคลงั สาธารณะ
Public Budgeting and Fiscal Administration
การบรหิ ารงบประมาณและการคลงั สาธารณะ
Public Budgeting and Fiscal Administration
ก
คำนำ
หนังสือการบริหารงบประมาณและการคลังสาธารณะ เป็นหนังสือที่ผู้เรียบเรียง
รวบรวมและเรียบเรียงข้ึนใหม่ ซึ่งในแต่ละบทท่ีนำเสนอในที่น้ีมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ขององค์ความรู้ในแต่ละทัศนะ ซ่ึงผู้เรียบเรียงได้นำเสนอไว้ว่าด้วยเรื่อง การบริหาร
งบประมาณ นโยบาย ขอบข่าย การจัดทำและเสนองบประมาณภาษีอากร หลักการจัดเก็บ
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและหลักการเร่งรัดจัดเก็บภาษีอากรค้างตามประมวลรัษฎากร
การจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา มาตรการในการเร่งรัดจัดเก็บภาษีอากรค้างตาม
ประมวลรัษฎากรของประเทศไทย การบริหารงานคลังสาธารณะ การกระจายอำนาจ
ทางการคลัง การคลังท้องถ่ิน และวินัยทางการคลัง กฎเกณฑ์ ทางการคลังหลักเกณฑ์และ
แนวทางปฏิบตั ติ ามมาตรฐานสากล
ผู้รวบรวมและเรียบเรียงขอขอบคุณ ผู้เป็ นเจ้าของผลงานวิชาการ
ทางดา้ นการบริหารงบประมาณและการคลังสาธารณะ และทุกแหล่งขอ้ มูล ซ่งึ ไดน้ ามา
อา้ งองิ ขอ้ มูลทางวชิ าการ และต้องขอขอบคุณผู้ทรงคุณวุฒิท่ีช่วยแนะนำและให้คำปรกึ ษา
ในเน้ือหาหัวข้อต่าง ๆ เป็นอย่างดีย่ิง หวงั ว่าการผลิตผลงานทางวิชาการครงั้ น้ี คงจะ
เออ้ื อานวยประโยชน์ต่อผสู้ นใจใหบ้ รรลตุ ามวตั ถุประสงคท์ ก่ี าหนดไว้ตอ่ ไป
สารบัญ ค
คำนำ หน้า
สารบญั ก
ค
บทท่ี ๑ การบริหารงบประมาณ
๑.๑ ความหมายของงบประมาณ ๑
๑.๒ ความสำคญั ของงานงบประมาณ ๑
๑.๓ หลกั การบรหิ ารงบประมาณ ๗
๑.๔ รูปแบบของงบประมาณ ๙
๑.๕ ลกั ษณะของงบประมาณทดี่ ี ๑๑
๑.๖ ข้อดีของงบประมาณ ๑๔
๑.๗ ขอ้ จำกดั ของงบประมาณ ๑๕
๑.๘ สรปุ ๑๖
๑๘
บทที่ ๒ นโยบาย ขอบข่าย การจดั ทำและเสนองบประมาณ
๒.๑ การแบ่งประเภทตามนโยบายงบประมาณ ๒๑
๒.๒ การแบ่งตามประเภทของงบประมาณ ๒๑
๒.๓ ขอบขา่ ยภารกิจการบริหารงานงบประมาณ ๒๓
๒.๔ การบรหิ ารงบประมาณประเภทต่าง ๆ ๒๘
๒.๕ การจดั ทำและเสนองบประมาณ ๒๙
๒.๖ สรุป ๓๑
๓๙
ง ๔๑
บทท่ี ๓ ภาษีอากร หลักการจดั เกบ็ ภาษีเงนิ ได้บคุ คลธรรมดาและหลักการ ๔๑
เร่งรัดจัดเกบ็ ภาษีอากรค้างตามประมวลรัษฎากร ๕๓
๓.๑ ความหมายของภาษีอากร ๔๕
๓.๒ แนวคิดเกย่ี วกับภาษีอากรท่ดี ี ๔๗
๓.๓ วตั ถปุ ระสงค์ของการจดั เกบ็ ภาษีอากร ๔๙
๓.๔ ประเภทของภาษีอากร ๕๒
๓.๕ ฐานภาษี ๕๗
๓.๖ หลักการจดั เก็บภาษอี ากรที่ดี
๓.๗ สรุป
บทท่ี ๔ การจดั เกบ็ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ๕๙
๔.๑ หลกั การจดั เกบ็ ภาษีเงนิ ไดบ้ คุ คลธรรมดา ๕๙
๔.๒ ผู้มีหนา้ ทเ่ี สียภาษีอากร ๖๐
๔.๓ ความหมายและแหลง่ ที่มาของเงนิ ได้ ๖๖
๔.๔ ประเภทของเงนิ ไดพ้ งึ ประเมนิ ๗๐
๔.๕ ฐานภาษแี ละอัตราภาษี ๗๗
๔.๖ สรุป ๘๑
บทที่ ๕ มาตรการในการเร่งรดั จัดเกบ็ ภาษอี ากรค้างตามประมวลรัษฎากร ๘๓
ของประเทศไทย
๕.๑ ประมวลรษั ฎากรและระเบยี บที่เก่ียวกับการเร่งรัดจดั เกบ็ ภาษี ๘๓
อากรค้าง ๘๔
๕.๒ การเตอื นใหช้ ำระภาษีอากรคา้ ง ๘๘
๕.๓ การผ่อนชำระภาษอี ากรค้าง ๙๒
๕.๔ การสบื หาทรัพยส์ ินของผคู้ ้างภาษีอากร ๙๕
๕.๕ การบังคบั ชำระหนีภ้ าษีอากรคา้ ง ๑๑๑
๕.๖ สรปุ
บทที่ ๖ การบริหารงานคลังสาธารณะ จ
๖.๑ ความหมายของการบรหิ ารงานคลงั
๖.๒ ประวตั ิการบรหิ ารงานคลงั ของประเทศไทย ๑๑๓
๖.๓ การบรหิ ารและการแบ่งส่วนราชการของกระทรวงการคลัง ๑๑๓
๖.๔ ท่มี ารายได้ของรฐั บาล ๑๑๕
๖.๕ ภาษีอากร (Taxation) ๑๒๐
๖.๖ หน้ีสาธารณะ (Public Debt) ๑๒๑
๖.๗ การงบประมาณแผ่นดนิ (Government Budgeting) ๑๒๒
๖.๘ การใชจ้ ่ายของรฐั บาล (Government Expenditures) ๑๒๕
๖.๙ นโยบายการคลงั (Fiscal Policy) ๑๒๕
๖.๑๐ สรุป ๑๒๘
๑๒๙
๑๓๐
บทที่ ๗ การกระจายอำนาจทางการคลัง ๑๓๓
๗.๑ การคลงั ท้องถ่นิ ๑๓๔
๗.๒ การพฒั นาศกั ยภาพการคลงั ท้องถนิ่ ๑๓๕
๗.๓ การกระจายอำนาจทางการคลงั ๑๓๘
๗.๔ แนวคดิ การกระจายอำนาจทางการคลงั ๑๔๐
๗.๖ ความหมายของการกระจายอำนาจทางการคลังและการบริหาร ๑๔๔
การคลงั ทอ้ งถ่ิน
๔.๗ ความสมั พันธร์ ะหวา่ งการกระจายอำนาจทางการคลงั กับการ ๑๔๖
จัดสรรและการกระจายสนิ คา้ และบรกิ ารสาธารณะ
๗.๘ สรปุ ๑๔๘
บทที่ ๘ การคลงั ทอ้ งถนิ่ ๑๕๑
๘.๑ ความหมายของการคลังทอ้ งถน่ิ ๑๕๑
๘.๒ วตั ถุประสงค์ของการคลังท้องถิ่น ๑๕๒
๘.๓ ประเภทรายได้ของท้องถิ่น ๑๕๒
ฉ
๘.๔ รายจ่ายทอ้ งถิน่ ๑๖๖
๘.๕ ปัจจัยท่ีมอี ิทธิพลต่อฐานะทางการคลงั ทอ้ งถ่ิน ๑๖๗
๘.๖ ปัญหาสำคญั ทางการคลงั ทอ้ งถนิ่ ๑๖๘
๘.๗ โครงสร้างรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน ตามกฎหมาย ๑๗๑
กำหนดแผนและ ข้ันตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครอง
สว่ นท้องถน่ิ ๑๗๓
๘.๘ สรปุ
บทท่ี ๙ วินยั ทางการคลัง กฎเกณฑ์ ทางการคลงั หลักเกณฑ์และแนวทาง ๑๗๕
ปฏิบตั ติ ามมาตรฐานสากล
๙.๑ ความหมายของวินยั ทางการคลงั ๑๗๕
๙.๒ วินัยทางการคลงั ตามแนวคิดทางเศรษฐศาสตร์สำนกั ต่างๆ ๑๗๙
๙.๓ เหตผุ ลความจำเป็นของการรกั ษาวนิ ัยทางการคลัง ๑๘๐
๙.๔ ประโยชนของการรกั ษาวินัยทางการคลงั ๑๘๓
๙.๕ ความหมายของกฎเกณฑ์นโยบายการคลัง (Fiscal Policy ๑๘๕
Rule)
๙.๖ วัตถปุ ระสงค์ของการกำหนดกฎเกณฑท์ างการคลงั ๑๘๖
๙.๗ องค์ประกอบท่สี ำคญั ของการกำหนดกฎเกณฑท์ างการคลงั ท่ดี ี ๑๘๘
๙.๘ ประเภทของกฎเกณฑท์ างการคลงั ๑๙๐
๙.๙ หลักเกณฑแ์ ละแนวทางการปฏบิ ัติ ตามมาตรฐานสากล ๑๙๓
๙ .๑ ๐ ก า ร บ ริ ห า ร จั ด ก า ร ท า งด้ า น ส ถ า บั น (Institution ๒๐๐
Arrangement)
๙.๑๑ สรุป ๒๐๕
บรรณานุกรม ๒๐๗
ประวัติ ๒๑๕
๑
บทท่ี ๑
การบรหิ ารงานงบประมาณ
การจดั ทำงบประมาณไดเ้ ริ่มข้ึนครั้งแรกในประเทศอังกฤษในราวคริสต์ศตวรรษ
ท่ี ๑๗-๑๘ ซึ่งเป็นสมัยท่ีสภาผู้แทนราษฎรได้ประสบความสำเร็จในการสงวนอำนาจท่ีจะ
อนมุ ตั ริ ายได้และรายจ่ายของรฐั บาลซึ่งจะเห็นไดว้ ่าการจัดทำงบประมาณในแบบปัจจุบันนี้
มีความสัมพันธ์กับวิวัฒนาการของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย เพราะในการ
ปกครองระบอบนี้ ประชาชนต้องการควบคุมการรับและการจ่ายเงินของรัฐบาล คือ
ต้องการทราบว่ารัฐบาลจะเก็บภาษีอะไรเท่าไร และจะนำเงินภาษีไปใช้จ่ายด้านใดบ้าง
คุ้มค่าหรือไม่ และศตวรรษที่ ๑๙ ประเทศในภาคพ้ืนยุโรปจึงได้มีการจัดทำงบประมาณ
แผ่นดนิ ซง่ึ การจดั ทำงบประมาณน้ันรัฐบาลกลางเป็นผจู้ ักทำข้ึนก่อน และต่อมาจึงได้ขยาย
ขอบเขตไปถึงรัฐบาลหรือองค์การบริหารส่วนท้องถ่ิน ละหน่วยงานธุรกิจใหญ่ ๆ ในเอกชน
ซึ่งวัตถุประสงค์ในการจัดทำงบประมาณในระยะแรกนั้น เพ่ือเป็นประโยชน์ทางการเมือง
และการคลังเท่าน้ัน กล่าวคือ เพื่อให้ฝ่ายนิติบัญญัติใช้เป็นเคร่ืองมือตรวจสอบและควบคุม
การบริหารงานของรัฐบาล และเพ่ือจัดระเบียบการใช้จ่ายเงินของรัฐบาล แต่ ในปัจจุบนั ได้
เป็นที่ยอมรับกันว่า นอกจากวัตถุประสงค์ทางการเมืองและการคลังแล้ว การจัด ทำ
งบประมาณแผ่นดินยังมีวัตถุประสงค์ทางเศรษฐกิจและสังคมด้วย สำหรับประเทศไทยนั้น
ได้มีการจัดทำ และแก้ไขปรับปรุงการจัดทำงบประมาณให้เหมาะสมกับสถานการณ์ของ
ประเทศเริ่มต้ังแต่ ยังไม่มีการใช้ระบบงบประมาณท่ีแน่นอน เป็นเพียงการรวมตัวเลข
ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ โดยกอง ๆ หนึ่งในกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลังต่อมาในปี พ.ศ.
๒๕๐๒ ได้ประกาศใช้ระบบงบประมาณแบบแสดงรายการขึ้นเป็นครั้งแรกและเปลี่ยนเป็น
ระบบงบประมาณแสดงแผนงานโครงการในปี พ.ศ. ๒๕๒๕
๒
๑.๑ ความหมายของงบประมาณ
คำว่า “งบประมาณ” ซึ่งในภาษาอังกฤษใช้คำว่า “budget” มาจากภาษา
ฝร่ังเศสโบราณว่า “bougette” รากศัพท์เดิม หมายถึง กระเป๋า หรือถุงของรัฐบาล
ซึ่งเสนาบดีคลัง (รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง) ของกษัตริย์ใช้บรรจุเอกสารต่าง ๆ ที่
แสดงถึงความต้องการของประเทศและทรัพยากรที่มีอยู่ และในปัจจุบัน คำว่า
“งบประมาณ” มีความหมายแตกต่างกันไปตามเวลา สถานการณ์ และลักษณะ
งบประมาณ โดยท่ัวไปจะมองในรูปของตัวเลขเป็นส่วนใหญ่ รัฐบาลถือว่างบประมาณเป็น
ส่วนสำคัญของการดำเนินงานตามเป้าหมายอย่างเห็นได้ชัดกว่าองค์การธุรกิจภาคเอกชน
อื่นๆ ด้วยความจำเป็นที่กล่าวมา งบประมาณจึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะนำองค์การไป
เผชิญกับเหตุการณ์ต่าง ๆ เพื่อให้รัดกุมรวบรดั ทันต่อเหตุการณเ์ ข้าเปา้ หมายท่ีกำหนดไว้ได้
เร็วย่ิงขึ้น ดังน้ันนักวิชาการ ซึ่งมีมุมมองต่างกันออกไป ได้ให้ความหมายของงบประมาณ
ดังนี้
อินสอน บัวเขียว๑ กล่าวว่า งบประมาณ หมายถึง แผนการดำเนินงานของ
กิจการใดกิจการหนึ่งที่เขียนไว้เป็นลายลักษณ์อักษรสำหรับระยะใดเวลาหนึ่งในอนาคต
งบประมาณเป็นการวางแผน การจัดหา และการใช้ทรัพยากรท่ีมีอยู่อย่างประหยัดแต่ เกิด
ผลประโยชน์อยา่ งสูงสุด ซึ่งตามปกติกำหนดแผนดังกล่าวออกเปน็ ตวั เลข เพื่อให้หนว่ ยงาน
สามารถดำเนินงานได้ผลสำเร็จ ตามเป้ าหมายงบประมาณอาจจะเป็นตวั กำหนดงบการเงิน
ของกิจการไว้ล่วงหน้าเพือ่ ควบคุมการดำเนินงาน โดยมีการวางแผนในระยะเวลาใด ช่วงใด
ช่วงหนึ่ง สว่ นใหญ่ อาจเป็น ๖ เดือน ๑ ปี ๓ ปี ๕ ปี ๑๐ ปี หรอื ๑๕ ปี
นงลักษณ์ สุทธิวัฒนพันธ์๒ ได้นิยามคำว่า งบประมาณ หมายถึง การวางแผน
การบริหารของรัฐบาลโดยแสดงถึงกิจกรรมโครงการที่จะจัดทำและหน่วยงานที่รับผิดชอบ
มกี ารประมาณค่าใช้จ่าย และทม่ี าของรายได้เพื่อการใช้จ่ายนั้น ๆ ตามระยะเวลาที่แน่นอน
๑อินสอน บวั เขียว, สาระสำคัญการบริหารชมชน, (กรุงเทพมหานคร : พริ าบสำนกั พิมพ์,
๒๕๓๗), หนา้ ๑๖๔-๑๖๗.
๒นงลักษณ์ สุทธิวัฒนพันธ์, การบริหารงานงบประมาณ หลักทฤษฎี และวิเคราะห์เชิง
ปฏิบัต,ิ พมิ พ์ครงั้ ที่ ๕, (กรงุ เทพมหานคร : หจก.เอมเทรดดง้ิ , ๒๕๔๔), หนา้ ๑๗.
๓
ที่เรียกว่าปีงบประมาณ และเป็นแผนบริหารท่ีฝ่ายบริหารจัดทำขึ้นเพื่อเสนอขออนุมัติจาก
รัฐสภา นอกจากนี้งบประมาณยังเป็นแผนเบ็ดเสร็จ ซึ่งแสดงออกในรูปของตัวเงิน แสดง
โครงการการดำเนินงานทั้งหมดในระยะเวลาหนึ่ง แผนนี้จะรวมถึงการกะประมาณ บริการ
กิจกรรม โครงการ และการใช้จ่าย ตลอดจนทรัพยากรท่ีจำเป็นในการสนับสนุนการ
ดำเนินงานให้บรรลุเป้ าหมายตามแผนนี้ ซึ่งประกอบด้วยการกระทำ ๓ ขั้นตอน คือ การ
จัดเตรียม การอนุมตั ิ และการบรหิ ารงบประมาณ
อารีลักษณ์ พงษ์โสภา๓ กล่าวว่า งบประมาณ หมายถึง แผนท่ีจัดทำขึ้นเพื่อ
เป็นเคร่ืองมือท่ีแสดงถึงนโยบายของผู้บริหารในการดำเนินงานและ ควบคุมเพื่อให้บรรลุ
วัตถุประสงค์
ทิพวรรณ หล่อสุวรรณรัตน์๔ กล่าวถึง งบประมาณว่า รวมถึงรายได้และ
รายจ่ายทั้งหมดของรัฐบาล ซึ่งไม่ว่าจะนำไปใช้ในโครงการอะไรหรือนำมาจากแหล่งใด
ก็ตาม
อรญั ธรรมโน๕ ได้ให้ความหมายงบประมาณว่า หมายถงึ แผนการดา้ นรายจ่าย
การหารายได้โดยกำหนดเป็นแผนประจำปี
พรชัย ลิขิตธรรมโรจน์๖ กลา่ ววา่ งบประมาณหมายถงึ แผนการเงินของรัฐบาลที่
จัดทำขึ้นเพื่อแสดงรายรับรายจ่ายของโครงการต่างๆ ที่กำหนดว่าจะทำในระยะเวลาท่ี
กำหนด โดยกำหนดเงินจำนวนเงินค่าใช้จ่ายของแต่ ละโครงการว่าจะต้องใช้จ่ายเงินเป็น
๓อารีลักษณ์ พงษ์โสภา, “กระบวนการงบประมาณทีÉมีความสัมพันธ์กับสัมฤทธิ์ผลของ
การบริหารงานงบประมาณ กรณีสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดชัยภูมิ ”, วิทยานิพนธ์ปริญญา
ศิลปศาสตรมหาบณั ฑิต, (บัณฑิตวทิ ยาลยั : มหาวิทยาลยั ขอนแก่น, ๒๕๔๕), หนา้ ๑๒.
๔ ทิพวรรณ หล่อสุวรรณรัตน์, การปฏิรูประบบงานงบประมาณในประเทศไทย :
กรณีศึกษาเรื่องการจัดเตรียมงบประมาณในปี งบประมาณ ๒๕๔๖, (กรุงเทพมหานคร : ศูนย์
สง่ เสริม, ๒๕๔๖), หนา้ ๕๕.
๕ อรัญ ธรรมโน, ความรู้ทั่วไปทางการคลัง, (กรุงเทพมหานคร : อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์
พบั ลิชชิง่ , ๒๕๔๘), หน้า ๔๘.
๖ พรชัย ลิขิตธรรมโรจน์, การคลังรัฐบาลและการคลังท้องถิ่น, (กรุงเทพมหานคร :
โอเดยี นสโตร.์ ๒๕๕๐), หนา้ ๒๑.
๔
จำนวนเท่าใด และ จะหาเงินจากทางใดเพื่อนำมาใช้จ่ายตามโครงการนั้นๆ ยัง หมายถึง
แผนการเงินซึ่งแสดงวัตถุประสงค์และจำนวนของรายจ่ายและแหล่งท่ีมา และจำนวนของ
รายรับในระยะเวลาหน่ึงและอธิบายว่า งบประมาณเป็นเอกสารประมาณการรายได้ -
รายจา่ ยทมี่ รี ะยะเวลากำหนดจุดเริ่มต้นและสิ้นสุดทแี่ น่นอนโดยปกติ ๑ ปี
การบริหารงบประมาณ หมายถึง การจัดทำงบประมาณ การดำเนินงานด้าน
แผนพัฒนาการศึกษาและคำขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีการจัดสรรงบประมาณ
การบริหาร การใช้จ่ายงบประมาณและการควบคุมงบประมาณที่ไดรับให้เป็นไปตาม
วตั ถุประสงค์และเป้าหมายท่ตี ัง้ ไว้ให้เกิดประโยชนสงู สดุ ถกู ต้องตามระเยียบทนั เวลา อย่างมี
ประสทิ ธภิ าพและประสทิ ธผิ ลไดท้ังผลผลติ และผลลัพธ์ ตลอดจนตดิ ตามรายงานประเมนิ ผล
และรายงานส่วนการบริหารงบประมาณแบบมุ่งเน้นผลงาน (performance – based
budgeting) สืบเนอื่ งมาจากแนวคิดในการบริหารงานที่เน้นผลสมั ฤทธิ์ หรือทเ่ี รยี กว่า RBM
(Result-Based Management) ซึ่งภาครัฐไดนำมาใช้ปรับปรุง ปรับเปลี่ยน ภารกิจและ
วิธีการ บริหารงานของภาครัฐ ตามแผนการปรับเปลี่ยนบทบาท ภารกิจและวิธีการ
บริหารงานของภาครัฐในส่วนของการปฏิรูประบบงบประมาณ ซงึ่ เป็นกลไกขบั เคล่อื น RBM
ให้สัมฤทธิผล รัฐบาลไดเลือกใช้ระบบงบประมาณแบบมุ่งเน้นผลงาน (performance –
based budgeting) เป็นแกนหลักในการปฏิรูปครั้งนี้ โดยระบบบริหารงบประมาณแบบ
ม่งุ เน้นผลงานหรือ PBB จะกระจายอำนาจการบริหารจัดการงบประมาณให้หน่วยอิสระคล
องตวั ในการใช้งบประมาณให้คุ้มค่าแตต่ ้องรับผดิ ชอบผลงานตามภารกจิ ๗
ระบบงบประมาณมีการเปลี่ยนแนวทางการบริหารไปสูการบริหารที่มุ่งเน้น
ผลสัมฤทธิ์มีการกำหนดเป้าหมายการทำงานเป็นระบบ มีแผนกลยุทธ์ที่ชัดเจน สอดคลอง
กับสถาบันพฒั นาข้าราชการพลเรอื น ไดกล่าวว่าการบริหารงบประมาณแบบมุ่งเน้นผลงาน
ให้อิสระแกผู้บริหารในการบริหารจัดการและต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อความสำเร็จของงาน
ซึ่งพิจารณาไดจากผลงานที่เกิดขึ้นในลักษณะที่เป็นผลผลิต (output) และผลลัพธ์
๗กันตทัช บุตรคำ, “สภาพและปัญหาการบริหารงบประมาณตามระบบงบประมาณ
แบบมุ่งเน้นผลงานตามยุทธศาสตร์ในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชลบุรี
เขต ๓,” วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา (บัณฑิตวิทยาลัย :
มหาวิทยาลยั ราชภฏั ราชนครินทร, ๒๕๔๙), หน้า ๒๕.
๕
(outcome) ผลผลิต (output) เป็นผลทเ่ี กดิ ข้ึนโดยตรงจากกจิ กรรมทห่ี น่วยงานดำเนินการ
หรือจัดกิจกรรม เช่น จำนวนหนงั สือที่จัดซื้อ จำนวนครูท่ีเข้ารับการอบรม เป็นต้น ผลผลติ
อาจจะเป็นสิ่งของหรือการให้บริการที่ปรากฏชดั เจนและที่สำคัญกลุ่มเป้าหมายที่ไดรับการ
จดั กิจกรรมจะเป็นผู้ไดรับประโยชนจากผลผลิตโดยตรง และผลลพั ธ์ (outcome) เป็นผลที่
เกิดจากการนำผลผลิตที่ไดไปใช้ให้เกิดประโยชนจนเกิดผลตามเป้าหมายหรือนโยบายที่ได
กำหนดไว เชน่ ผลสัมฤทธท์ิ างการเรียนของนักเรยี น การมงี านทำของบัณฑิตท่ีจบการศึกษา
สภาพสังคมท่ีเป็นสังคมแหง่ การเรียนรู้ เปน็ ตน้ ซง่ึ ผลงานทเ่ี กิดข้ึนดังกลา่ วจะต้องสอดคลอง
กับนโยบายและจดุ หมายของหน่วยงานหรอื สถานศึกษาที่ไดกำหนดไว๘
ชัยสิทธิ์ เฉลิมมีประเสริฐ๙ ไดกล่าวถึง ระบบงบประมาณแบบมุ่งเน้นผลงาน
(performance – based budgeting) คือการปรับปรุงระบบงบประมาณ เพื่อมุ่งเน้นให้
การจดั สรรทรัพยากรภาครฐั เป็นไปอย่างมปี ระสิทธภิ าพ พอสรปุ ไดดงั นี้
๑. พัฒนาระบบงบประมาณที่มุ่งเน้นผลงานและผลลัพธ์สำหรับหน่วยงานนำ
ร่องจดั ทำแผนการปรบั เปลย่ี นขัน้ ตน้ เพ่ือไปสู่ ระบบงบประมาณทม่ี ุ่งเน้นผลงานและผลลัพธ์
ซ่งึ จะเชอ่ื มโยงกบั กระบวนการวางแผนกลยุทธ์ของภาครฐั โดยจะเร่ิมจากหน่วยงานทางด้าน
เศรษฐกิจและสังคมทม่ี ีความพร้อมก่อน
๒. พัฒนาระบบการรายงานผลทั้งด้านการเงินและผลการดำเนินงานที่โปร่งใส
สำหรับหน่วยงานนำร่องเพื่อส่งเสริมให้เกิดระบบความรับผิดชอบในการตัดสินใจและ
สนับสนนุ ให้มีโอกาสตรวจสอบการทำงานของภาครฐั
๓. พัฒนาระบบกระจายอำนาจการจัดการงบประมาณสำหรับหน่วยงานนำร่อง
โดยจะครอบคลมุ ถงึ การเสริมสร้างความสามารถในการจัดสรรงบประมาณของหน่วยงานนำ
ร ่ อ ง ร ะ บ บ ร า ยง า นผ ล ท ี่ เป รี ยบ เ ที ยบ ก ั บแ ผ น ง าน แ ล ะ ก า รท่ี ส ำ นั ก ง บป ระ ม า ณ แล ะ
กรมบัญชีกลางจะให้ความยืดหยุ่นในการจัดการงบประมาณแกหน่วยงานมากน้อยเพียงใด
๘สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน, การปฏิรูประบบราชการ : ทางออกของการ
แกปัญหาและฟนั ฝา่ วิกฤต, (กรงุ เทพมหานคร : กราฟฟคฟอรแมท ไทยแลนด จำกัด, ๒๕๔๔), หน้า ๑๔.
๙ชยั สทิ ธิ์ เฉลิมมปี ระเสรฐิ , มาตรฐานการจดั การทางการเงิน ๗ Hurdles กบั การจัดทำ
งบประมาณระบบใหม,่ (กรุงเทพมหานคร : ธีระฟลม แอน ไซเท็กซ, ๒๕๔๔), หน้า ๑๓-๑๕.
๖
นัน้ จะข้ึนอยู่กบั ลักษณะและความเข้มของมาตรฐานการควบคุมทางการเงินและระบบการ
รายงานผลการปฏิบัติงานของหน่วยงานนั้น ๆ ข้อกำหนดดังกล่าวจะถูกระบุไวในข้อตกลง
การใช้ทรัพยากรระหวา่ งหน่วยงานและสำนกั งบประมาณ
๔. เพิ่มขอบเขตความครอบคลุมของงบประมาณ เป็นการดำเนินการจัดระบบ
รายงานค่าใช้จ่ายการดำเนินงานของภาครัฐใหม ให้แสดงถึงค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
ทั้งสิ้นของรัฐบาล ทั้งนี้กิจกรรมของหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจและหน่วยงานอื่นที่ไดรับ
การสนับสนุนจากเงินกูและเงินช่วยเหลือทั้งหมด จะต้องรายงานไวในแผนการเงินของ
ภาครัฐดว้ ยโดยเริ่มแสดงขอ้ มลู เบือ้ งตน้ เป็นตวั อย่างภายในปีงบประมาณ ๒๕๔๓
๕. พฒั นาระบบบัญชีการเงินภาครฐั ท่เี ทียบเทามาตรฐานนานาชาตทิ ่ีกำหนดให้
International Federation of Accountants ท้งั นี้ระบบดงั กลา่ วจะรวมคา่ ใช้จา่ ยซึ่งจะ
เป็นภาระของรฐั ท่ีจะเกิดขน้ึ ในอนาคตไวในเอกสารงบประมาณดว้ ย
๖. พัฒนาระบบการจัดทำงบประมาณการงบประมาณรายจ่ายล่วงหน้าสำหรับ
หน่วยงานนำร่องซึ่งเป็นการพัฒนาประมาณการงบประมาณรายจ่ายล่วงหน้าที่สามารถ
แสดงให้เห็นถึงค่าใช้จ่ายในอนาคตภายใต้แผนงานโครงการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากการ
ตัดสินใจในปัจจุบัน การพัฒนาประมาณการรายจ่ายล่วงหน้านีจ้ ะเชื่อมโยงเข้ากับแผนการ
คลังระยะปานกลางที่จัดทำโดยสำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง สำนักงาน
คณะกรรมการพฒั นาการเศรษฐกจิ และสังคมแห่งชาติและธนาคารแหง่ ประเทศไทย
๗. กระจายอำนาจงบประมาณและการบริหารงบประมาณสู่องค์กรปกครอง
ส่วนท้องถิ่น ซึ่งจะเป็นการออกแบบวิธีการจัดสรรเงินอุดหนุนในรูปแบบใหม่ รวมทั้งการ
กำหนดมาตรการที่จะเสริมสร้างขีด ความสามารถในการจัดการทางการเงินให้แกองค์กร
ปกครองส่วนท้องถ่ินมากยงิ่ ข้ึน
๘. พัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับการจัดการทางการเงินในระดับ
มหภาคตลอดจนพัฒนาระบบบริหารการเงินในระดับมหภาคตลอดจนพัฒนาระบบบริหาร
การเงิน ในระดับหน่วยงานเพื่อสร้างความโปร่งใสให้แกการจัดสรรงบประมาณ โดยพัฒนา
ระบบฐานข้อมูลที่เชื่อมโยงข้อมูลทางด้านการจัดการและทางด้านการเงินเข้าด้วยกัน เพื่อ
ทำให้การตดั สนิ ใจของหน่วยงานอยูบนฐานขอ้ มูลทท่ี ันสมยั สมบรู ณ ครบถว้ นและเช่อื ถอื ได
๗
๙. ทบทวน ปรับปรุง แกไข เพิ่มเติมกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับระบบงบประมาณ
รายงานทางการเงนิ และการคลงั
๑๐. ปรับปรุงระบบการบริหารงานพัสดุ โดยพัฒนาระบบข้อมลู สารสนเทศด้าน
พัสดุและเนน้ ให้หน่วยงานภาครฐั มรี ะบบการจดั ซื้อจัดจ้าง ในราคาท่เี หมาะสมและทันเวลา
ทจี่ ะใช้รวมทง้ั ให้มีการดูแลบำรงุ รกั ษาให้อยู่ในสภาพท่ดี ีและใช้งานไดอย่างคุ้มค่า
๑๑. ขยายผลการปรับเปลี่ยนระบบงบประมาณ การเงินและการพัสดุต่อจาก
จากโครงการนำร่องให้ครอบคลมุ ทัว่ ท้งั ภาครัฐสำนักงบประมาณมีกลยุทธ์ในการดำเนินการ
ปรับปรุงระบบการจัดการงบประมาณโดยเริ่มจากการดำเนินโครงการนำร่อง (pilot
project) ในส่วนราชการที่มีความพรอมโดยคัดเลือกจากความสมัครใจของหน่วยงานและ
ผู้นำที่มีความตั้งใจ หลังจากสำนักงบประมาณไดคัดเลือกหน่วยงานนำร่องตามโครงการ
ปรับปรุงระบบการจัดการงบประมาณแลว กลยุทธ์ต่อไป คือ การใช้วิธีแบบมีเงื่อนไข
(hurdle approach) คือ การกำหนดเงื่อนไขให้หน่วยงานนำร่องดำเนินการ
ก่อนที่หน่วยงานนำร่องจะไดรับความคลองตัวทางการเงิน ทั้งนี้เพื่อเป็นการประกันความ
เสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการนำงบประมาณไปใช้อย่างไมมีประสิทธิภาพและไมมีประสิทธิผล
เง่อื นไขดังกล่าวคือ การลงนามบนั ทึกความเข้าใจ (memorandum of understanding)
ระหว่างสำนักงบประมาณและหน่วยงานนำร่องเกี่ยวกับมาตรฐานการจัดการทางการเงิน
และการลงนามในข้อตกลงการใช้ทรัพยากร (resource agreement หรือ output
agreement) โดยในปี ๒๕๔๒ สำนักงบประมาณไดคัดเลือกสำนักงานคณะกรรมการการ
ประถมศึกษาแห่งชาติและกรมสามัญศึกษา (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ในปัจจุบัน) เป็นหน่วยงานนำร่องในการปรับปรุงระบบงบประมาณของ
กระทรวงศึกษาธิการและได ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (memorandum of
understanding) การปรับระบบงบประมาณแบบมุ่งเน้นผลงาน (PBB) โดยไดมีการใช้
ทรัพยากรร่วมกันในการเตรียมความพรอมทางดา้ นการเงิน การบริหารและการรายงานผล
การใช้จ่ายงบประมาณในแต่ละปี บนกรอบพื้นฐานการพัฒนามาตรฐานการจัดการทาง
การเงิน ๗ ด้าน ประกอบไปด้วย การวางแผนงบประมาณ การคำนวณต้นทุนผลผลิต การ
จัดระบบการจดั ซ้ือจัดจ้าง การบริหารทางการเงินและการควบคุมงบประมาณ การรายงาน
ทางการเงินและผลการดำเนนิ งาน การบริหารสินทรพั ย์และการตรวจสอบภายในโดยไดเริ่ม
๘
โครงการในปีงบประมาณ ๒๕๔๕ และไดร่วมมือกับสถาบันพัฒนานโยบายและการจัดการ
จัดทำแผนกลยุทธ์ ของสำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตั้งแต่ปี ๒๕๔๕ – ๒๕๔๙ สำหรับ
คุณลักษณะของการจัดทำงบประมาณระบบเดิมและการจัดทำงบประมาณระบบใหม่
(งบประมาณแบบมุ่งเน้นผลงาน) จากทัศนะต่าง ๆ สรุปไดวา การบริหารงานงบประมาณ
หมายถึง การดำเนินการใช้เงินงบประมาณที่ไดรับอย่างเป็นระบบ ตรงตามวัตถุประสงค์
ถกู ตอ้ งตามระเบยี บ ทนั เวลาและเพอ่ื ประโยชนสงู สุดในการพฒั นา
สรุปได้ว่า งบประมาณ หมายถึง การกำหนดแผนการใช้จ่ายเงินหรือประมาณ
การรายรับ-รายจ่ายล่วงหน้า การจัดสรรทรพั ยากรท่ีมีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สงู สุด
ซึ่งแสดงในรูปตัวเงินมีระยะเวลากำหนดที่แน่นอน โดยแสดงกิจกรรมหรือโครงการที่จะ
ปฏิบัติ ซึ่งแผนน้ีจะรวมถึงการกะประมาณบริการ กิจกรรม/โครงการ และค่าใช้จ่าย
ตลอดจนทรัพยากรท่ีจำเป็นในการสนับสนนุ การดำเนนิ งานใหบ้ รรลตุ ามแผน
๑.๒ ความสำคญั ของงานงบประมาณ
จากความหมายของงบประมาณ จะเห็นได้ว่างานงบประมาณเปน็ เรือ่ งที่สำคัญ
ทผี่ ู้บรหิ ารตอ้ งเอาใจใส่ และดแู ลเป็นพิเศษ เน่อื งจากงบประมาณเปน็ เครือ่ งมอื สำคัญในการ
สนับสนุนใหก้ ารดำเนินงานหรือภารกิจอื่น ๆ ในองค์การสามารถบรรลุตามวัตถุประสงค์ได้
ด้วยดี ซง่ึ ไดม้ ีผู้กล่าวถึงความสำคัญ และประโยชน์ ของงบประมาณไวด้ งั นี้
อนิ สอน บัวเขียว๑๐ ได้กลา่ วถึงประโยชนข์ องงบประมาณไวด้ งั น้ี
๑) งบประมาณเป็นเครื่องมือท่ีผู้บริหารองค์การ หรือพนักงานเจ้าหน้าท่ีสร้าง
ขึ้นมาโดยการมองเห็นอนาคตอย่างคร่าวๆ โดยอาจจะได้จากการพยากรณ์ส่ิงต่างๆควบคู่
กันกับภาวะเศรษฐกิจตา่ ง ๆ ไปในตวั
๒) เพื่อควบคุมการปฏิบัติงานของตนเอง หรือของหน่วยงานให้เป็นไปตาม
แผนทกี่ ำหนดไว้ ซง่ึ ทกุ คนมีสว่ นร่วมในการปฏิบัตงิ านให้ถึงจดุ มุ่ง หมาย
๑๐อินสอน บวั เขียว, สาระสำคัญการบรหิ ารชมชน, (กรงุ เทพมหานคร : พิราบสำนกั พมิ พ์,
๒๕๓๗), หน้า ๑๖๗-๑๖๙.
๙
๓) ในแง่ ของการบริหารงาน จะเห็นว่าประสิทธิภาพของการบริหารงานน้ัน
จะต้องใช้ความรู้ ความเข้าใจ ทักษะ หรือความชำนาญพิเศษของแต่ ละคนให้เห็น
ประโยชน์ของหนว่ ยงานเป็นทต่ี ้ัง
๔) เพื่อให้หน่วยงานมีประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานเม่ือพนักงานเจ้าหน้าที่
เข้าใจลักษณะงานและปฏิบัติงานต่อเนื่องกัน มีความชำนาญเฉพาะ ด้านท่ีเกี่ยวข้อง
ตลอดจนหาความรู้เพ่ิมเติมอยู่ตลอดเวลา ดังน้ันเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ตลอดจนผู้บรหิ าร
ได้เข้าใจในเรื่องงบประมาณอย่างดีแล้วก็ควรกำหนดเป้าหมายและวัตถุประสงค์ไว้อย่าง
ชดั เจนจะชว่ ยใหก้ ารดำเนนิ งานสัมฤทธิผลไดเ้ รว็ ยิ่งขนึ้
ณรงค์ สัจพันโรจน์๑๑ กล่าวสอดคล้องกันว่างบประมาณมีความสำคัญและเป็น
ประโยชน์ต่อประเทศชาติอยู่หลายประการ รัฐบาลสามารถนำ เอางบประมาณแผ่นดินมา
ใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารประเทศให้เจริญก้าวหน้า และเป็นประโยชน์ต่อประชาชน
พอสรปุ ได้ดงั น้ี
๑) ใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารประเทศ ให้มีการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกัน
ตามแผนงานทว่ี างไว้ เพอื่ ป้องกันการร่ัวไหลและการปฏบิ ัติงานท่ีไม่จำเป็นของหนว่ ยงานลด ลง
๒) ใชเ้ ปน็ เครือ่ งมือส่งเสริมเร่งรัดการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ โดยรฐั บาล
จะตอ้ งพยายามใชจ้ า่ ยและจัดสรรงบประมาณให้เกิดประสทิ ธผิ ลและไปสู่ โครงการทจ่ี ำเป็น
และเปน็ โครงการในด้านการลงทนุ เพื่อก่อให้เกิดความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจอย่างแท้จรงิ
๓) ใช้เป็นเคร่อื งมือในการจัดสรรทรพั ยากรท่ีมอี ยู่อยา่ งจำกัดให้มปี ระสิทธิภาพ
และเกดิ ประโยชน์สูงสดุ
๔) ใชเ้ ปน็ เครอ่ื งมือในการกระจายรายได้ประชาชาติทเี่ ปน็ ธรรม
๕) ใชเ้ ปน็ เครือ่ งมือในการรกั ษาเสถยี รภาพทางเศรษฐกิจและการเงนิ การคลงั
ของประเทศ
๖) ใช้เป็นเครื่องมือเพื่อประชาสัมพันธ์งาน และผลงานที่รัฐบาลดำเนินการ
ให้แก่ผู้ใชบ้ ริการเขา้ ใจถงึ กระบวนการและความก้าวหนา้ ของการดำเนินงาน
๑๑ณรงค์ สัจพันโรจน์, การจัดทำอนุมัติการบริหารงบประมาณแผ่นดิน : ทฤษฎีและ
ปฏิบัต,ิ (กรุงเทพมหานคร : บพิตรการพิมพ,์ ๒๕๔๓), หนา้ ๕๔.
๑๐
รุ่ง แก้วแดง๑๒ ได้กล่าวถึงการบริหารงบประมาณและการเงินแบบใหม่ว่า
โรงเรียนจะต้องให้ความสำคัญกับการวางแผนกำหนดเป้ าหมายและจัดลำดับความสำคัญ
ของการใช้เงินให้ชัดเจน กล่าวคือ ต้องให้ความสำคัญกับกิจกรรมการเรียนการสอน เป็น
อันดบั แรกและในการดำเนินงานก็ต้องแสดงใหเ้ ห็นว่า ไดใ้ ชง้ บประมาณท่ีสอดคล้องกับแผน
เป้ าหมายและวสิ ัยทศั น์ของสถานศกึ ษา
เสริมศักดิ วิศาลาภรณ์๑๓ กล่าวถึงความสำคัญของงบประมาณไว้ว่า เป็น
เครื่องมือในการบริหารงาน เพราะเป็นแผนงานการเงินท่ีมีการกำหนดรายรับและรายจ่าย
ของงาน / โครงการต่างๆไว้ล่วงหน้า จึงทำให้ผู้บริหารใช้งบประมาณเป็นเครื่องมือในการ
ควบคุมนโยบายของหน่วยงานในการดำเนินงานตามแผนงานและโครงการต่างๆของ
หน่วยงานเป็นเครื่องมือในการตรวจสอบการปฏิบัติงาน ว่าได้ดำเนินการตามแผนที่ต้ังไว้
หรอื ไม่ ซง่ึ เปน็ การวดั ความสามารถของผ้บู รหิ ารไปพร้อมกนั ดว้ ย
สรุปได้ว่างบประมาณมีประโยชน์โดยตรงต่อฝ่ายบริหาร ไม่ว่าจะเป็นในรูป
องค์การท้ังขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นองค์การด้านธุรกิจ หรือองค์การด้าน
การศึกษาก็ตาม เพราะว่างบประมาณมีส่วนสำคัญทำให้การทำงานสำเร็จ ไปสู่
วัตถุประสงค์หลักขององค์การส่งผลให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และยัง
สามารถเป็นเครื่องมือในการตรวจสอบ กำกับ ติดตาม และประเมินผลการปฏิบัติงานด้าน
อ่ืนทเี่ กยี่ วข้อง
๑.๓ หลักการบรหิ ารงบประมาณ
การบริหารงบประมาณ ได้มีการปรับปรุงระบบงบประมาณมาอย่างต่อเนื่อง
สำหรับประเทศไทยในระยะเริ่มแรก สำนักงบประมาณได้ใช้ระบบประมาณแบบแสดง
รายการ (Line Item Budgeting) ซึ่งเป็นแบบรวมศูนย์อำนาจที่ยึดการตัดสินใจจาก
๑๒รุ่ง แก้วแดง, โรงเรียนนิติบุคคล, (กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์วัฒนาพานิช จำกัด,
๒๕๔๖), หนา้ ๑๒๑-๑๒๒.
๑๓เสรมิ ศักดิ วิศาลาภรณ์, “ปญหาและแนวโนมเกย่ี วกบั การมสี วนรวมของประชาชนใน
การบริหารการศกึ ษา.” ประมวลชุดวิชาสัมมนาปญหาแนวโนมทางการบริหารการศึกษา หนวยท่ี ๗.
(นนทบุรี : มหาวิทยาลยั สโุ ขทัยธรรมาธิราช, ๒๕๓๗), หน้า ๘.
๑๑
ส่วนกลางเป็นหลัก ผู้บริหารส่วนกลาง เป็นผู้กำหนดแผนงาน /โครงการและจัดสรร
งบประมาณหน่วยปฏิบัติตามประเภทรายจ่ายจนกระท่ังปีงบประมาณ ๒๕๒๕ เมื่อมีการ
กระจายอำนาจจากส่วนกลางให้หน่วยปฏิบัติได้มีโอกาสตัดสินใจมากข้ึน จึงกำหนดให้มีการ
วางแผนมาจากหน่วยปฏิบัติซึ่งต้องเขียนแผนงานโครงการเสนอของบประมาณ เป็น
ลักษณะการวางแผนเชิงระบบ โดยส่วนกลางจะจัดสรรงบประมาณไปให้ตามแผนงานของ
หน่วยปฏิบัติ และแผนงานของส่วนกลาง ซึ่งเรียกการจัดทำแผนงบประมาณลักษณะนี้ว่า
ระบบงบประมาณแบบแผนโครงการ (Planning Programming Budgeting System :
PPBS)ในปจั จุบนั ได้มีการกระจายอำนาจให้หนว่ ยปฏิบัติได้ตัดสนิ ใจมากข้ึน การวางแผนจึง
เป็นลกั ษณะการวางแผนเชิงกลยุทธ์ต้องอาศยั ปัจจัยภายนอกมากข้ึน โดยเฉพาะชุมชนและ
องค์กรต่างๆจะต้องเข้ามามีส่วนร่วมกำหนดทิศทางของหน่วยงาน ดังน้ันจึงต้องใช้แผนกล
ยุทธ์เป็นแผนแม่บทในการวางแผนเพื่อให้หน่วยงานบรรลุเป้ าหมายงบประมาณเป็นแหล่ง
ทรัพยากรหลักเพื่อการจัดการศกึ ษาของเขตพ้ืนท่ีการศึกษาและสถานศึกษา ซึ่งมาจากการ
จัดเกบ็ ภาษีจากประชาชน จึงมใิ ช่ สมบัติของผู้หนง่ึ ผใู้ ด หรอื หนว่ ยงานใดโดยเฉพาะ ซึ่งแต่
ละหน่วยงานหรือผู้บริหารแต่ ละคนจะต้องมีส่วนรับผิดชอบต่องบประมาณท่ีได้รับจัดสรร
ทั้งที่เป็นตัวเงินและอื่น ๆ ด้วยการบริหารจัดการทรัพยากรของหน่วยงานให้เป็นไปอย่าง
ประหยัด คุมค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและ สงั คมซง่ึ เป็นเจ้าของงบประมาณ
โดยคำนงึ ถึงหลกั บรหิ ารจดั การ ดงั น้ี
๑) หลักการกระจายอำนาจไปยังเขตพ้ืนที่การศึกษาและสถานศึกษา เพื่อให้
ผู้บริหารมีอิสระและคล่องตวั ในการตัดสินใจ และบริหารทรัพยากรของสถานศึกษาเพื่อจัด
การศกึ ษาทส่ี นองตอบความต้องการของผู้เรียน
๒) หลักความโปร่งใสและความรับผิดชอบท่ีตรวจสอบได้ การที่ผู้บริหารมี
อิสระและความคล่องตัวในการบริหารจัดการทรัพยากรของสถานศึกษาจะต้องควบคู่ กับ
ความรับผดิ ชอบที่ โปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้
๓) หลักประสิทธภิ าพและประสทิ ธิผล ภายใต้การบริหารจัดการทรัพยากรทมี่ ี
อยู่อย่างจำกัด ผู้บริหารเขตพ้ืนที่การศึกษาและสถานศึกษาจะต้องพิจารณาตัดสินใจ และ
เลือกใช้ทรัพยากรท่ีมีอย่างประหยัด คุ้มค่า และบรรลุวัตถุประสงค์ตามเป้ าหมายและ
ภารกิจ ซึ่งจะต้องสามารถวิเคราะห์ ความเป็นไปได้ของแผนงาน งาน/โครงการ เพื่อ
๑๒
ตัดสินใจเลือกแผนงาน งาน/โครงการ ที่เกิดประสิทธิภาพ และประสิทธิผลสูงสุดภายใต้เป้
าหมายผลผลติ และผลลัพธ์ทช่ี ดั เจน สามารถวัดได้ประเมินได๑้ ๔
กติ ติมา ปรดี ดี ลิ ก๑๕ กล่าวถงึ หลกั งบประมาณทดี่ ไี ว้ ๒ ประเด็น คอื
๑) เป็นแหลง่ ทแ่ี สดงรายรบั รายจ่ายของรฐั บาลทุกรายการให้ได้มากท่ีสุดเท่าที่
จะทำได้เพราะจะช่วยให้รัฐบาลสามารถตดั สินใจในการใช้จ่ายเงินได้ถูกต้องตามความสำคัญ
มากน้อยกอ่ น หลัง และจะชว่ ยให้เกดิ การประหยัดด้วยแง่ ของการทำงานซ้ำซอ้ นกนั
๒) งบประมาณจะต้องทำให้เกิดความเจริญแก่ ประเทศ ชาติจากหลักการ
บริหารงบประมาณจะเห็นว่า ต้องการให้เกิดการ ใช้ระบบถ่วงดุล ความรับผิดชอบ โดยให้
ผบู้ ริหารระดบั เขตพ้ืนทกี่ ารศกึ ษา ระดับสถานศกึ ษาเปน็ ผู้ตดิ ตาม ตรวจสอบการดำเนนิ งาน
ทั้งนี้การท่ีจะบรรลุผลสำเร็จตามหลักการดังกล่าว ระบบและวิธีการงบประมาณที่มี
ประสทิ ธิภาพ โปร่งใสและต้ังอยู่บนพ้ืนฐานของข้อมลู ทค่ี รบถ้วนถือว่าเป็นเงื่อนไขที่สำคัญท่ี
จะชว่ ยใหก้ รอบหลักการดงั กลา่ วประสบผลสำเร็จ
๑.๕ รูปแบบของงบประมาณ
รูปแบบของงบประมาณมีหลายรูปแบบที่สำคัญได้แก่ งบประมาณคงที่และ
งบประมาณยืดหยุ่น งบประมาณฐานศูนย์ งบประมาณส่วนเพิ่ม งบประมาณตามงวด
ระยะเวลาและงบประมาณต่อเนื่อง งบประมาณ ตามกิจกรรม ทั้งนี้ การใช้งบประมาณ
แบบใดขึ้นอยกู่ บั ลกั ษณะและวตั ถปุ ระสงค์ในการจดั ทำ ดงั น้ี
๑.๕.๑ งบประมาณคงที่ และงบประมาณยืดหยุ่น งบประมาณคงที่ (Fixed
budget) คือ งบประมาณที่วางไว้ตายตัวสำหรับกิจกรรมใดๆ ถึงแม้ขนาดของ กิจกรรมนั้น
จะเปลี่ยนก็จะไม่เปลี่ยนแปลงงบประมาณ ในกรณีที่กิจกรรมไม่แตกต่างไปจากระดับ
กิจกรรมที่ได้ ประมาณไว้งบประมาณคงที่จะมีประโยชน์ถ้าหากต้นทุนที่เกิดขึ้นเป็นต้นทุน
๑๔ธงชัย สันติวงษ์, องค์การ ทฤษฎี และการออกแบบ, (กรุงเทพมหานคร : ไทยวัฒนา
พานชิ , ๒๕๕๐), หนา้ ๔๓.
๑๕กิติมา ปรีดดี ิลก, การบริหารและการนิเทศเบื้องต้น, (กรงุ เทพมหานคร : อักษรพิพัฒน์
จำกดั , ๒๕๕๑), หนา้ ๑๑.
๑๓
คงท่เี กือบทงั้ หมด เพราะตน้ ทนุ คงท่ี จะไม่เปลยี่ นแปลงแม้ระดับการผลิตจะเปลี่ยนแปลงไป
งบประมาณคงที่จะมีประโยชน์ในแง่การควบคุมต้นทุน เท่านั้น แต่ไม่ได้แสดงการกะ
ประมาณค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นเมื่อกิจการดำเนินกิจกรรมในระดับ ณ ระดับอื่น ดังนั้น ถ้า
กิจการคาดว่าจะมีการผลิตเกิดขึ้นในช่วงกว้างๆ ก็ควรจะใช้งบประมาณยืดหยุ่น ซึ่ง
งบประมาณยืดหยุ่น (Flexible budget) คือ งบประมาณที่เปลี่ยนแปลงได้ตามขนาดของ
กิจกรรม๑๖ การวางแผนงบประมาณ ต้องการวางระยะสั้นและระยะยาวให้สอดคล้องกัน
เนื่องจากการวางแผนระยะ ยาวเป็นการคาดหวังกำไรและการเติบโตในอนาคตโดยจะ
ประสบผลสำเรจ็ ไดต้ อ้ งมาจาก การบรรลุผลสำเร็จ อย่าง โดยปกติจะอยู่ ณ ระดับการผลติ
หรือการขาย ณ หน่วยที่ผลิตหรือขายที่เกิดขึ้นจริง ดังนั้นในการจัดทำงบประมาณยืดหยุ่น
จึงต้องศึกษาพฤติกรรม ต้นทุนอย่างละเอียด งบประมาณที่จัดทำจึงจะใช้ได้กับทุกระดับ
กิจกรรมเพราะเป็นงบประมาณที่ใช้ในการควบคุม เชิงเปลี่ยนแปลงมากกว่าจะคงท่ีจึงใช้ใน
การวางแผน ควบคุมและวัดผลการปฏิบัตงิ านจรงิ ไดอ้ ย่างมปี ระสิทธภิ าพ
๑.๕.๒ งบประมาณฐานศูนย์ งบประมาณฐานศูนย์ คือ งบประมาณที่จัดทำขนึ้
โดย มิไดค้ ำนึงถึงประมาณค่าใช้จ่ายเดิมของปีก่อนๆ แตจ่ ะเริ่มลงมือพจิ ารณาและวิเคราะห์
ข้อมูลใหม่ทั้งหมดซึ่ง ผู้เสนอของบประมาณต้องแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับ โครงการหรือ
กิจกรรมต่างๆ ที่กิจการต้องดำเนินการในปีงบประมาณอย่างชัดเจนพร้อมเหตุผลและ
วงเงินที่เสนอ โดยมีการ วิเคราะห์ ประเมินค่า และจัดลำดับความสำคัญของโครงการหรือ
กิจกรรมต่างๆ ก่อนหลังตาม ผลตอบแทนหรือประโยชน์ที่มีต่อกิจการ พร้อมจัดสรร
ทรัพยากรใหเ้ หมาะสมตามท่ไี ดว้ ิเคราะห์
๑.๕.๓ งบประมาณสว่ นเพ่ิม งบประมาณสว่ นเพมิ่ คอื งบประมาณทชี่ ว่ ยในการ
ตัดสินใจในกรณีที่มีทางเลือกตั้งแต่ ๒ ทางเลือก โดย งบประมาณส่วนเพิ่มนี้จะแสดงความ
แตกต่างของต้นทุนในระหว่างทางเลือก ๒ ทางเลือกถึงต้นทุนส่วนเพิ่มซึ่ง เป็นต้นทุนใน
อนาคตที่จะเกิดขึ้นหรือต้นทุนที่ประหยัดได้หรือลดลงจากต้นทุนรวมเนื่องจากรายได้ที่
เพิ่มขึ้น เมื่อ ระดับกิจกรรมเปลี่ยนแปลงไปหรือเมื่อมีการตัดสินใจกระทำการเปลีย่ นแปลง
๑๖สมาคมนักบัญชีและผู้สอบบัญชีรับอนุญาตแห่งประเทศไทย “ศัพท์บัญชี”,
(กรุงเทพมหานคร : บรษิ ัท พ.ี เอ.ลฟี วิง่ จำกัด, ๒๕๓๘), หน้า ๙๑.
๑๔
ทางธุรกิจอย่างหนึ่ง การประมาณ ต้นทุนส่วนเพิ่มอาจวิเคราะห์เป็นต้นทุนต่อหน่วย หรือ
เปรยี บเทยี บตน้ ทุนต่างๆ เปน็ ยอดรวมก็ได้
๑.๕.๔ งบประมาณตามงวดระยะเวลาและงบประมาณต่อเนื่อง งบประมาณ
ตามงวดระยะเวลา คือ งบประมาณที่จัดทำขึ้นสำหรับช่วงระยะเวลาใดเวลาหนึ่งอาจเป็น
ระยะสั้นคือ ๖ เดือน หรือ ๑ ปี หรือระยะยาวคือ ๓ ปี ๕ ปี หรือมากกว่านั้น ในการ
วางแผนประจำงวดนั้นจะต้องมี การวางแผนทุกขั้นตอนของกิจกรรมที่ควรมี และคำนึงถึง
ค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นประจำในแต่ละงวด ส่วน งบประมาณต่อเนื่อง คือ งบประมาณท่ี
จัดทำข้ึนอย่างต่อเนื่องในเรื่องใดเรื่องหนึ่งเพื่อให้กิจการบรรลุวัตถุประสงค์ ที่ตั้งไว้และ
ดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป เช่น เมื่อได้มีการจัดทำงบประมาณในการจัดซื้อ
คอมพิวเตอร์ ต่อมาจะมีการตั้งประมาณการเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม บำรุงรักษา
และอัพเกรดคอมพวิ เตอร์ เป็นตน้
๑.๕.๕ งบประมาณตามกิจกรรม งบประมาณตามกิจกรรม คือ งบประมาณ
ที่เน้นกิจกรรมทีเ่ กิดขึ้นในองค์กร เป็นกระบวนการการ วางแผนและควบคุมกิจกรรมต่างๆ
ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในองค์กร เช่น การขาย การผลิต การกำหนดปริมาณสินค้า คงเหลือ
เป็นต้น เมื่อระบุกิจกรรมต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นได้แล้วจึงจะประมาณต้นทุนที่จะเกิดขึ้นสำหรับ
กิจกรรมนน้ั
๑.๕.๖ งบประมาณตามช่วงระยะเวลาการจัดทำงบประมาณเพื่อการวางแผน
และควบคุม ๕ ต่อเนื่องในระยะสั้น ช่วงเวลางบประมาณระยะสั้นหรือระยะยาวขึ้นอยู่กับ
ลักษณะของการประกอบธุรกิจและ รายละเอียดที่ต้องการซึ่งสัมพันธ์โดยตรงกับการ
วางแผนองค์กร (Corporate plan) ในภาพรวมทั้งหมด งบประมาณระยะสั้น เป็นชุด
งบประมาณที่สมบูรณ์เกย่ี วกับการ ดำเนินงาน ในปัจจบุ ัน โดยทั่วไปงบประมาณระยะสั้นมี
ระยะเวลาประมาณ ๑ ปีหรือน้อยกว่า ฝ่ายจัดการอาจจะจัดทำงบประมาณแบ่งทอนเวลา
ตลอดทั้งปีให้เป็นระยะเวลาสั้นๆ หลายช่วงเวลา เช่น งบประมาณ ๓ เดือน ๖ เดือน หรือ
อาจขยายเป็น ๑๘ เดือน โดย ๓ เดือนแรกเป็นงบประมาณของปีก่อน จัดทำงบประมาณ
๑๒ เดือนของปีปัจจุบัน และ ๓ เดือนหลังเป็น งบประมาณปีต่อไป การทำงบประมาณให้
คาบเกี่ยวช่วงเดือนกันสามารถปรับเปลี่ยนแผนงานและแก้ปัญหาในสถานการณ์ต่างๆ ได้
และเพื่อให้สัมพันธ์กับการ ควบคุมภายในควรจะกำหนดวัด ผลการดำเนินงาน ๓ เดือน ๖
๑๕
เดือนและ ๑๒ เดือนขึ้นอยู่กับลักษณะของธุรกิจและประสิทธิภาพในการวางแผน
กำหนดการผลิตให้เพียงพอในแต่ ละผลิตภัณฑ์ งบประมาณระยะยาว อาจแบ่งช่วงเวลา
งบประมาณเปน็ ระยะปานกลางมรี ะยะเวลาประมาณ ๒-๓ ปโี ดย พจิ ารณาถึงสิ่งทเี่ กดิ ขึ้นใน
ปัจจุบัน และมุ่งดำเนินโครงการเพื่อให้บรรลุจุดประสงค์ของกิจการในระยะยาว การ
วางแผนกำไรระยะยาวเป็นกระบวนการต่อเนื่องจากการตดั สินใจในปัจจุบันและคาดการณ์
สิ่งที่เกิดขึ้นในอนาคต ั อย่างดีที่สุดซึ่งแสดงในรูปการขาย การจ่ายลงทุน กิจกรรมการวิจัย
และพัฒนาและความต้องการเงินลงทุน ดังนั้น งบประมาณระยะยาวจึงมีระยะเวลา
ประมาณ ๓ ปีขึ้นไป เป็นโครงการลงทุนท่ีมีลักษณะเป็นการจ่ายเงินจำนวน มากโดยหวัง
ประโยชน์ทีธ่ รุ กจิ จะไดร้ ับเปน็ ระยะเวลานาน เช่น โครงการลงทุนเพ่ือซ้ือสินทรัพย์ใหม่แทน
สินทรพั ย์ เดิม โครงการซ้อื เครอ่ื งจักรใหม่ สรา้ งโรงงานหรอื สำนกั งานใหมเ่ พม่ิ เติมเพ่ือขยาย
กิจการ เป็นต้น งบประมาณ ระยะยาวเป็นการวางกรอบโดยกว้างและต้องอาศัย ความ
ต่อเนื่องในการปฏิบัติงาน ที่สอดคล้องกับแผนงานท่ี กำหนดไว้เพื่อสามารถจัดทำ
งบประมาณระยะปานกลางและระยะสน้ั ใหร้ องรบั แผนงานตามงบประมาณระยะยาว
๑.๔ ลกั ษณะของงบประมาณทด่ี ี
งบประมาณทีด่ แี ละเป็นประโยชนตอ่ หน่วยงาน ควรจะตอ้ งมีลกั ษณะดงั นี้๑๗
๑) เปน็ ศูนย์รวมของเงนิ งบประมาณท้ังหมดปกติการใช้จ่ายเงินงบประมาณควร
จะใช้จ่ายและพิจารณาจากศูนย์หรือแหล่งรวมเดียวกันทั้งหมด ทั้งนี้เพื่อจะไดมีการ
พิจารณาเปรียบเทียบการใช้จ่ายในแต่ละรายการ หรือทุกโครงการว่ารายการใดมี
ความสำคัญจำเป็นมากน้อยกว่ากันหากรายการใดมีความสำคัญและจำเป็นมาก ก็ควรได
รบั การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายมากทั้งนี้เพื่อความยุตธิ รรมในการจดั สรรเงินงบประมาณ
ทุกโครงการควรมีสิทธิเทาๆ กันในการเสนอเข้ารับการพิจารณาในการจัดสรรงบประมาณ
พรอมกัน เพื่อจะไดมีการประสานงานและโครงการเข้าด้วยกัน ป้องกันมิให้มีการทำงาน
หรอื โครงการซ้ำซ้อนอันจะเป็นการส้ินเปลอื งงบประมาณ ดังนนั้ จงึ ไมควรแยกการพจิ ารณา
๑๗ณรงค สจั พันโรจน, การจัดทำอนุมัตแิ ละบริหารงบประมาณแผนดนิ ทฤษฎแี ละปฏิบัติ,
(กรุงเทพมหานคร : บพธิ การพมิ พ์, ๒๕๓๘), หนา้ ๓๒.
๑๖
งบประมาณไวในหลาย ๆ จุด หรือหลายครั้ง ซึ่งจะก่อให้เกิดการพิจารณาท่ีต่างกันและ
ไมยุติธรรมแตอ่ ยา่ งไรกต็ าม ในบางโอกาสกย็ ังมีความจำเป็นที่จะตอ้ งแยกตั้งเงินไวต่างหาก
เป็นงบพเิ ศษ นอกเหนือจากงบประมาณ เช่น งบกลาง งบราชการลับ ซ่งึ ถา้ มจี ำนวนไมมาก
เกนิ ไปก็มักจะไมเป็นภัยทัง้ ยังช่วยให้เกิดความสะดวกบางอยา่ งด้วย แต่ถ้าการตง้ั งบพิเศษมี
มากเกินไปจะเกิดผลเสียต่อการบริหารงบประมาณ เพราะจะทำให้เกิดการ คือ โอกาส
แยกเงินมาใช้จ่ายไดง่ายขึ้นและยังทำให้การบริหารงบประมาณเป็นไปแบบไมมีแผนและ
เป้าหมายทีช่ ัดเจน
๒) มีลักษณะของการพัฒนาเป็นหลักงบประมาณที่ดีควรจะดำเนินการจัดสรร
โดยยึดหลักการพัฒนาเพื่อให้เกิดความก้าวหน้าเป็นหลัก ทั้งนี้เนื่องจากมีงบประมาณ
จำกัด จึงควรมีการพิจารณาจัดสรรงบประมาณตามหลักการพัฒนาที่ดีว่าด้านไหนควรมา
ก่อนหลงั ตามสถานการณและความจำเป็น
๓) การกำหนดเงินต้องสอดคลองกับปัจจัยในการทำงานการจัดงบประมาณใน
แผนงานต้องมีความเหมาะสมให้งานนั้น ๆ สามารถจัดทำกิจกรรมไดบรรลตุ ามเป้าหมาย
ที่ตั้งไวหรืออีกนัยหนึ่ง คือ การกำหนดเป้าหมายหรือผลที่จะไดรับต้องสอดคลองกับ
งบประมาณและความเป็นไปได
๔) มีลักษณะที่สามารถตรวจสอบได หรือเป็นเครื่องมือที่จะใช้ตรวจสอบการ
บริหารงานของหน่วยงานได การจัดงบประมาณในแผนงานต่างควรมีรายละเอียดของ
กจิ กรรมตา่ ง ๆ อยา่ งพอเพยี งและเกดิ ผลเป็นรปู ธรรม
๕) มีระยะการดำเนินงานทเี่ หมาะสม ตามปกติงบประมาณทีด่ ีควรมรี ะยะเวลา
เหมาะสมตามสถานการณ ไมสั้นไมยาวเกินไป โดยทั่วไปจะใช้ระยะเวลาประมาณ ๑ ป
การเริ่มต้นใช้งบประมาณจะเร่ิมในเดือนใด ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของแต่ละหน่วยงาน
เช่น งบประมาณแผนดิน เริ่มเดือนตุลาคมถึงเดือนกันยายนของปีต่อไป งบประมาณเงิน
รายไดของสถานศึกษาใช้ตามปกี ารศึกษาเป็นต้น
๖) มีลักษณะช่วยให้เกิดการประหยัด ในการทำงบประมาณ ควรพยายามให้
การใชจ้ า่ ยเงินตามโครงการตา่ ง ๆ ไดผลเตม็ เม็ดเต็มหน่วย โดยพยายามไมให้มกี ารใชจ้ ่าย
เกนิ ความจำเป็นฟมุ่ เฟอื ยหรือเป็นการใชจ้ า่ ยที่สูญเปลา ไมเกดิ ประโยชน์ค้มุ คา่
๑๗
๗) มีลักษณะชัดเจน งบประมาณที่ดีควรมีความชัดเจนเข้าใจง่ายเน้นถึง
ความสำคัญแต่ละโครงการไดดีไมคลุมเครือ ง่ายต่อการพิจารณาวิเคราะห์ และเป็น
ประโยชน์ตอ่ ผูน้ ำไปปฏบิ ตั ิดว้ ย
๘) มีความถูกต้องและเชื่อถือได งบประมาณที่ดีจะต้องเป็นงบประมาณที่มี
ความถูกต้องทั้งในรายละเอียดท้ังในด้านตัวเลขและรายละเอียดของโครงการตา่ ง ๆ หาก
งบประมาณมีข้อบกพรองในด้านความถูกต้อง ซึ่งอาจจะเกิดจากความผดิ พลาดหรือความ
ไมรอบคอบก็ตามอาจเกดิ ผลเสยี หายขน้ึ ได และตอ่ ไปงบประมาณอาจไมรบั ความเชือ่ ถือ
๙) จะต้องเปิดเผยได งบประมาณท่ดี จี ะตอ้ งมลี กั ษณะท่ีสามารถจะเปิดเผยแก
สาธารณะ หรือผู้เกี่ยวข้องทราบได ไมถือเป็นความลับ เพราะการเปิดเผยเป็นการแสดงถึง
ความบรสิ ทุ ธิ์และโปร่งใสในการบรหิ ารหน่วยงาน
๑๐) มีความยืดหยุ่นงบประมาณทด่ี ีควรจะยืดหยุ่นไดตามความจำเปน็ หากจัด
วางงบประมาณไวอย่างเคร่งครัดจนขยับไมได อาจจะก่อให้เกิดความไมคลองตัวในการ
ทำงาน เพราะลักษณะของการทำงบประมาณเป็นการวางแผนการทำงานในอนาคต
ซึ่งอาจมีปัจจุบันอื่นมากระทบทำให้การบริหารงบประมาณผิดพลาด และอย่างไรก็ตาม
ถา้ มคี วามยดื หยนุ่ มากก็อาจเกดิ ปัญหาการใช้งบประมาณท่ีไมมีประสิทธภิ าพ
๑๑) มีความเชื่อถือไดในแงความบริสุทธิ์ งบประมาณที่ดีต้องสามารถ
ตรวจสอบไดเพื่อป้องกนั การทุจริต ซึ่งจะช่วยให้เกิดความเช่ือถือได ประหยัด และตรงตาม
วัตถปุ ระสงค์
๑.๖ ข้อดีของงบประมาณ
งบประมาณขององค์การมีส่วนช่วยให้การดำเนินการสัมฤทธิผลตามเป้าหมาย
หรือวตั ถุประสงคท์ ตี่ ้งั ไวน้ ับวา่ มปี ระโยชนต์ อ่ องคก์ ารอย่างมากมาย อาทเิ ช่น
๑) ทำให้ผู้บริหารรู้ จักนำเอาการวางแผนมาเป็นเครื่องมือกำหนดงานแต่ ละ
ชนิด เพือ่ ให้สอดคล้องกบั วัตถุประสงค์ทกี่ ำหนดไว้
๒) งบประมาณจะกำหนดเปา้ หมายทแ่ี นน่ อน และเป็นไปได้
๓) มกี ารประสานงานกนั ในการปฏบิ ัติงาน ทำให้การปฏบิ ัตงิ านมีประสิทธภิ าพ
๑๘
๔) งบประมาณเป็นเครื่องมือชว่ ยชี้ว่ากิจกรรมน้ันๆมีความสามารถในระดบั ใด
เมอื่ เทียบกับการทำงานปีทผ่ี ่านมา
๕) งบประมาณช่วยให้พนักงานผู้ใต้บังคับบัญชาทราบแนวทางของตนที่จะ
ปฏิบตั ิงาน เกิดความรู้สกุ ว่าเขามสี ว่ นร่วม
๖) การใช้จ่ายของคนส่วนใหญ่ อาจขาดความรู้สึกทั้งน้ีเพราะอาจนึกว่าเรา
พยายามทำงานให้ดีที่สุดอยู่แล้ว หากเรามีงบประมาณมาเป็นเครื่องมือในการบังคับการ
จ่ายเงนิ ดังกล่าวจะชว่ ยให้ผู้ปฏิบตั ิหาเหตุผลเพื่อปฏเิ สธบางกรณีได้
๗) การทำงานบรรลุตามงบประมาณทใ่ี หไ้ วเ้ กิดความรู้สกึ ได้มีสว่ นร่วมเปน็ ผลดี
สรุปได้ว่า ข้อดีของงบประมาณ คือ ช่วยให้การดำเนินงานขององค์การหรือ
หนว่ ยงานดำเนนิ การสัมฤทธิผลตามเปา้ หมาย หรือวตั ถปุ ระสงค์ทว่ี างไว้
๑.๗ ขอ้ จำกัดของงบประมาณ
งบประมาณแม้จะมีประโยชน์และสามารถใช้เป็นเครื่องมือ ในการบริหาร
องค์กรใหบ้ รรลุวตั ถุประสงค์ตา่ งๆ และมีความสำคัญอย่างมากก็จริง แต่ งบประมาณก็ยังมี
ข้อจำกัดอยู่ในตัวของงบประมาณ ซึ่งข้อจำกัดเหล่านี้มิใช่ เป็นข้อเสียหายหรือทำให้
การงบประมาณด้อยค่าลงไป เพียงแต่ ประเด็นเหล่านี้จะต้องนำมาพิจารณาในการใช้
งบประมาณ เพื่อให้สามารถใช้งบประมาณอย่างเป็นประโยชน์สูงสุดและมีประสิทธิภาพ
อยา่ งแท้ จริง
อินสอน บัวเขยี ว๑๘ กล่าวถงึ ข้อจำกดั งบประมาณ ดังนี้
๑) หากผู้ปฏิบัติงานไม่เข้าใจเรื่องงบประมาณอย่างดีแล้ว อาจมีความคิดเห็น
ว่าผู้บริหารต้องการความสำเร็จเป็นที่ต้ัง การวางแผนงานต่างๆผู้บริหารเป็นผู้กำหนด
เมอื่ เปน็ เชน่ นี้ พนกั งานสว่ นใหญ่ จะเกิดขวัญเสยี ไม่ปฏิบัติตาม
๑๘อนิ สอน บวั เขยี ว, สาระสำคัญการบรหิ ารชมชน, (กรุงเทพมหานคร : พริ าบสำนักพิมพ์,
๒๕๓๗), หน้า ๑๗๓-๑๗๔.
๑๙
๒) หากการแบ่งหน่วยงานไม่เป็นระเบียบ ไม่มีหลักเกณฑ์ที่ดีแล้ว การใช้
งบประมาณมาเป็นเครื่องมือเพียงอย่างเดียวอาจจะยังไม่เพียงพอ เพราะหน่วยงานแต่ ละ
หนว่ ย อาจให้ผลตอบแทนทางดา้ นรายได้ไม่ทัดเทียมกัน
๓) การได้รับงบประมาณไม่เท่ากันอาจเป็นสาเหตุที่ทำหัวหน้าหน่วยงานมี
ขอ้ คดิ เห็นไม่เป็นไปในรปู เดียวกัน ซง่ึ อาจเกิดเปน็ ข้อพิพาทไดใ้ นอนาคต
๔) งบประมาณบางคร้ังนำมาวัดค่าของการทำงานของผู้ปฏิบัติ เพื่อพิจารณา
ความดีความชอบ ซง่ึ อาจทำใหเ้ กดิ ความไมย่ ุตธิ รรมข้ึนได้
๕) บางหน่วยงานการใช้จ่ายมีวงเงินจำกัด แต่เมื่อเห็นว่างบประมาณยัง
เหลืออยู่ก็พยายามใช้ให้มากที่สุด เผ่ือว่าปีหน้าหากของบประมาณมาแล้วอาจถูกตัดได้
เพราะเมอื่ มีแล้วไมใ่ ช้ เกดิ ผลเสยี ต่อกิจการในทสี่ ดุ
ณรงค์ สัจพันโรจน์๑๙ กล่าวถึงขอ้ กำหนดและข้อจำกดั ของงบประมาณโดยแบง่
ได้ ดงั น้ี
๑) ดา้ นการบรหิ าร
๑.๑) ผู้บริหาร บทบาทของผู้บริหาร ตอ้ งตระหนักและเห็นความสำคัญของ
งบประมาณว่าเป็นเครื่องมือสำคัญที่ใช้ในการบริหารงบประมาณให้มีประสิทธิภาพสูงต้อง
จัดองค์การและวางแผนการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับงบประมาณที่มีอยู่ และให้มีการ
ประสานงานในระหว่างหน่วยงานในองค์การ โดยเฉพาะหน่วยงานท่ีเป็นหน่วยข้อมูลกลาง
ในการบริหารงบประมาณขององค์การ จะตอ้ งจัดหน้าทรี่ ับผิดชอบเก่ียวกับงานงบประมาณ
ใหเ้ ป็นงานทต่ี ่อเนื่องและมีข้อมูลในด้านต่างๆ ไว้พร้อมจะต้องจดั เครื่องมืออุปกรณ์ที่จำเป็น
ในการบรหิ ารงานงบประมาณไว้ครบถว้ น เพื่อให้งบประมาณเปน็ ไปดว้ ยความรวดเรว็
๑.๒) ด้านองค์กร ต้องมีบทบาทในการจัดระบบงานและองค์กรให้มีสาย
บังคับบัญชาในองค์กรให้แน่ นอน จัดให้มีการประสานงานกันในหน่วยงาน ในการบริหาร
งบประมาณ โดยเฉพาะงานงบประมาณและงานบัญชี และจัดให้มีองคก์ รกลางเป็นศูนย์รวม
๑๙ณรงค์ สัจพันโรจน์, การจัดทำอนุมัติการบริหารงบประมาณแผ่นดิน : ทฤษฎีและ
ปฏบิ ตั ,ิ (กรงุ เทพมหานคร : บพิตรการพมิ พ์, ๒๕๔๓), หน้า ๙๗-๙๘.
๒๐
ข้อมูลงบประมาณขององค์กรเพื่อใช้ประโยชน์ในการวางแผนการบริหารงบประมาณ การ
งานอ่ืน ๆ ทเ่ี กย่ี วข้องใหส้ อดคล้องกนั ในด้านขอ้ มูลทใ่ี ช้
๑.๓) เจ้าหน้าที่ ต้องปฏิบัติดังนี้ คือ ต้องรู้ จักและเข้าใจบทบาทอำนาจ
หน้าท่ีของตนเองเป็นอย่างดี และเป็นคนมีเหตุผล ต้องมีประสบการณ์และความรอบคอบ
กว้างขวางในด้านต่างๆ อาทิ ด้านนโยบาย ด้านแผนงาน ด้านเศรษฐกิจ ฯลฯ ต้องรู้
จักปฏิบัติตัวกับหน่วยงานและส่วนราชการที่เก่ียวข้องให้มีบรรยากาศในการบริหาร
งบประมาณ ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลสูงสุดเป็นประโยชน์ต่อ
ประเทศชาติและสว่ นรวม
๒) ด้านนิติบัญญัติ กระบวนการงบประมาณ ต้องผ่านความเห็นชอบของ
ฝ่ายนิติบัญญัติแล้ว จึงประกาศกฎหมายหรือพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี
ได้ ฉะน้ันฝา่ ยนิติบญั ญตั จิ งึ มคี วามสำคัญต่อกระบวนการงบประมาณอย่างมาก หากฝ่ายนิติ
บัญญัติเป็นบุคคลที่มีความรอบรู้ ย่อมสามารถควบคุมเงินงบประมาณให้ใช้จ่ายไปอย่าง
ถูกต้อง มีประสิทธิภาพ ตรงกันข้ามหากฝ่ายนิติบัญญัติไม่มีความรอบรู้ รอบด้านแล้ว
งบประมาณย่อมจะต้องถูกกำหนดและจำกัดไปสู่ จุดที่ไม่ถึงไม่ปรารถนา และเป็นผลดีต่อ
ประเทศชาตแิ ละสว่ นรวมในทส่ี ุด
๓) ด้านเศรษฐกิจ งบประมาณย่อมถูกกำหนดและจำกัดโดยสภาพเศรษฐกิจ
ของประเทศในขณะน้ันเป็นสำคัญ เพราะเงินรายรับที่จะนำมาใช้จ่ายเป็นงบประมาณ
รายจ่ายนั้นย่อมขึ้นอยู่กับรายได้ประชาชาติหรือภาวะเศรษฐกิจดีหรือเลว ภาวะ
ประเทศชาติร่ำรวยหรอื ยากจนเป็นสำคญั
๔) ด้านสังคม ลักษณะของสังคมจะเป็นตัวกำหนดและจำกัดงบประมาณอีก
เช่นกัน อาทิ อัตราการว่างงาน อัตราการอ่านออกเขยี นได้ อตั ราโจรผู้รา้ ย ฯลฯ ยอ่ มเปน็ ตัว
กำหนดให้รัฐบาลตระหนักว่า ควรจะใช้งบประมาณเพื่อการน้ีเป็นจำนวนเท่าไร เพื่อให้
สอดคลอ้ งกับความต้องการของสงั คมดา้ นต่างๆ
๕) ด้านอื่น ๆ เช่น ข้อกำหนดและข้อจำกัดทางการศาสนาการต่างประเทศ
การเมอื ง กฎหมายและประวัตศิ าสตร์
สรุปได้ว่า งบประมาณเป็นแผนงานแสดงถึงความต้องการใช้จ่ายเงินและ
ทรัพยากรในการดำเนินกิจกรรม/โครงการต่างๆในอนาคตขององค์การหรือหน่วยงานท้ัง
๒๑
ภาครัฐและเอกชนซง่ึ งบประมาณเป็นการกะประมาณการรายรบั และรายจ่ายทจ่ี ะได้มาและ
จา่ ยไปในอนาคต
๑.๘ สรปุ
ความหมายของงบประมาณจะแตกต่างกันออกไปตามกาลเวลาและลักษณะ
การให้ความหมายของนักวิชาการแต่ละด้าน ซึ่งมองงบประมาณแต่ ละด้านไม่ เหมือนกัน
เชน่ นกั เศรษฐศาสตร์ มองงบประมาณในลักษณะของการใช้ทรัพยากรท่ี มอี ยู่ จำกัดให้เกิด
ประโยชนส์ งู สดุ นกั บริหาร จะมองงบประมาณในลกั ษณะของกระบวนการหรือการบริหาร
งบประมาณให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยบรรลุเป้าหมายของแผนงานที่วางไว้
นักการเมืองจะมองงบประมาณในลักษณะของการมุ่งให้รัฐสภาใช้อำนาจควบคุมการ
ปฏิบัติงานของรัฐบาลความหมายดั้งเดิม งบประมาณหรือ Budget ในความหมาย
ภาษาอังกฤษแต่เดิม หมายถึง กระเป๋ าหนังสือใบใหญ่ ที่เสนนาบดีคลังใช้บรรจุเอกสาร
ต่าง ๆ ที่แสดงถึงความต้องการของประเทศและทรัพยากรที่มีอยู่ในการแถลงต่อรัฐสภา
ตอ่ มาความหมายของ Budget กค็ อ่ ย ๆ เปลยี่ นจากตวั กระเป๋าเปน็ เอกสารต่าง ๆ ท่ีบรรจุ
ในกระเป๋านั้น ซึ่งแสดงออกในรูปตัวเงินแสดงโครงการดำเนินงานทั้งหมดในระยะหนึ่ง
รวมถึงการกะประมาณการบริหารกิจกรรม โครงการและค่าใช้จ่ายตลอดจนทรัพยากรที่
จำเปน็ ในการสนับสนนุ การดำเนินงานให้บรรลุตามแผนน้ีย่อมประกอบด้วยการทำงานเป็น
ขั้นตอน คือ การจดั เตรยี ม การอนุมตั ิ และการบริหาร
๒๑
บทท่ี ๒
นโยบาย ขอบขา่ ย การจัดทำและเสนองบประมาณ
นโยบายงบประมาณ คือการจัดการใส่สวนของรายได้ (ภาษี) และคา่ ใช้จ่ายของ
รฐั บาลในประเทศหรือรัฐ นโยบายงบประมาณ ยังรวมถงึ นโยบายภาษี ในแตล่ ะปีเจ้าหน้าท่ี
ผู้มีอำนาจจะลงคะแนนเสียงสำหรับงบประมาณตามรายได้จากการคาดการณ์ค่าใช้จ่ายซึ่ง
สามารถนำเสนอรูปแบบของงบประมาณแบบสมดุล (Balanced Budget Policy)
งบประมาณแบบสมดุล หมายถึงการจัดทำงบประมาณทอ่ี ยู่ในลักษณะงบประมาณรายรับมี
จำนวนเท่ากับงบประมาณรายจ่ายพอดี งบประมาณแบบเกินดุล (Surplus Policy)
งบประมาณแบบเกินดุล หมายถึง การประมาณการรายได้ (Income) มากกว่าประมาณ
การรายจ่าย (Expenditures) กล่าวคือ มี การประมาณการรายรับในจำนวนที่มากกว่า
ประมาณการค่าใช้จ่าย และงบประมาณแบบขาดดุล (Defecit Budget Policy)
งบประมาณแบบขาดดุล หมายถึง การประมาณรายจ่ายสูงกวา่ ประมาณการรายไดท้ ่ีคาดว่า
จะจดั หาได้
๒.๑ การแบ่งประเภทตามนโยบายงบประมาณ
การแบ่งประเภทของงบประมาณมีเกณฑ์ในการแบ่ง ๒ ลักษณะ คือแบ่งตาม
นโยบายงบประมาณ (budget policy) และแบ่งตามบทบาทของงบประมาณ (budget
roles) งบประมาณแต่ละประเภทมีรายละเอยี ดดังน้ี๑
๑. การแบ่งประเภทตามนโยบายงบประมาณ (budget policy) แบ่งได้เป็น
๓ ประเภท คือ
๑ ชัยสิทธิ์ เฉลมิ มปี ระเสริฐ, มาตรฐานการจดั การทางการเงนิ ๗ Hurdles กับการจัดทำ
งบประมาณระบบใหม,่ (กรงุ เทพมหานคร : ธรี ะฟลม แอน ไซเท็กซ, ๒๕๔๔), หนา้ ๑๓ – ๑๕.
๒๒
๑.๑ งบประมาณเกินดุล (surplus budget) ได้แก งบประมาณที่มีรายได้
สูงกว่ารายจ่าย การเลือกใช้นโยบายเกินดุลนี้เนื่องจากรัฐต้องแก้ปัญหาด้วยการเก็บภาษี
อากรเข้าคลังให้ไดม้ ากกว่างบประมาณทร่ี ฐั จา่ ยออกไป
๑.๒ งบประมาณขาดดุล (deficit budget) ได้แก งบประมาณที่มีรายจ่าย
สูงกว่ารายได้ งบประมาณประเภทนี้เนื่องจากรัฐใช้นโยบายแก้ปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำหรือ
ภาวะที่ รัฐจำต้องใช้จ่ายเงินเป็นจำนวนมาก เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของ
ประเทศ รัฐจึงจำเป็นต้องยอมใช้จ่ายเงินมากกว่าจำนวนภาษีอากรที่เก็บได้ ส่วนเงินที่ขาด
รัฐอาจใช้วธิ กี ูยมื จากสถาบันการเงินระหวา่ งประเทศหรือในประเทศก็ได้
๑.๓ งบประมาณสมดุล (balance budget) ได้แก งบประมาณที่มีรายได้
กับรายจ่ายเท่ากันงบประมาณประเภทนี้เป็นงบประมาณที่รัฐใช้นโยบายประหยัด ใช้จ่าย
เทา่ ทมี่ ีเงินใช้จา่ ยเทา่ ท่ีภาษีอากรเกบ็ ได้
๒. การแบ่งตามบทบาทของงบประมาณ (budget roles)
เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๒ ได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ
พ.ศ.๒๕๐๒ ขนึ้ ซงึ่ มสี าระสำคญั คอื การกำหนดหนา้ ท่ีการจดั การงบประมาณใหอ้ ยู่ในความ
รับผิดชอบของสำนักงบประมาณ โดยใช้ระบบงบประมาณแบบแสดงรายการ (lime-item
budgeting) ซึ่งเป็นระบบงบประมาณที่แสดงการใช้จ่ายเงินเป็นรายการวัตถุประสงค์ของ
การใช้จ่ายเงินและให้ความสำคัญกับการควบคุมปัจจัยนำเข้า (input) แต่ละรายการ
โดยแสดงให้เห็นแต่เพียงว่าในการบริหารงานนั้นจะมีการใช้จ่ายงบประมาณรายการ
ประเภทใด เช่น จ่ายเป็นรายเดือน ค่าสิ่งของ ค่าบริการอย่างละเท่าใด ซึ่งระบบ
งบประมาณแบบแสดงรายการนี้ ข้อดีคือ ช่วยในการควบคุมการใช้จ่ายของหน่วยงานได้ดี
เพราะมีการแสดงค่าใช้จ่ายไวอย่างชัดเจน จึงง่ายต่อการปฏิบัติในการปรับ เพิ่มหรือลด
รายการ แต่มีข้อบกพรองที่ไมสามารถวัดผลสำเร็จของงานได้เพราะการอนุมัติเงินประจำ
งวดจะอนุมตั ิตามหมวดรายจา่ ย มไิ ดอ้ นมุ ตั ติ ามแผนงาน งานหรือโครงการ ทำให้ไมสามารถ
มองเห็นความเชื่อมโยงระหว่างทรัพยากรที่จัดสรรให้แกงานหรือโครงการหนึ่ง ๆ กับผลที่
ต้องการให้เกิดขึ้นหรือวัตถุประสงค์ของงานหรือโครงการนั้น ๆ ซึ่งเป็นอุปสรรคในการ
ประเมนิ ผลสำเรจ็ ของการดำเนนิ การ นอกจากนกี้ ารควบคุมรายละเอียดของการใช้จ่ายเงิน
๒๓
ทำให้ผู้บริหารงานเท่าที่ควร จึงไมสามารถใช้งบประมาณเป็นเครื่องมือในการควบคุมการ
ดำเนินงานให้เปน็ ไปตามแผนที่กำหนดไวได้
จากข้อบกพรองของระบบงบประมาณดังกล่าวในปีงบประมาณ ๒๕๒๕ สำนัก
งบประมาณได้ปรับปรุงระบบงบประมาณ โดยนำหลักการและแนวทางการจัดทำ
งบประมาณแบบแผนงาน (program budgeting) มาใช้ผสมผสานกับระบบงบประมาณ
แบบแสดงรายการ ซึง่ ระบบทีม่ ีความมุ่งหมายให้มีการเช่ือมโยง การจดั สรรงบประมาณเข้า
กับการวางแผนและเพื่อการจัดสรรงบประมาณเป็นไปอย่างสมเหตุสมผล จึงได้แสดง
งบประมาณในลักษณะแผนงานไวในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีใน
ขณะเดียวกันได้จำแนกงบประมาณรายจ่ายของงานหรือโครงการ ออกเป็นหมวดราย
จา่ ยตา่ ง ๆ ในเอกสารงบประมารฉบับรายละเอยี ดประกอบงบประมาณรายจ่าย
อย่างไรก็ตามแม้ว่าระบบงบประมาณแบบแผนงานจะเป็นระบบที่ส่งเสริมการ
พัฒนาประเทศที่มีแผนรองรับ มีการวิเคราะห์การใช้ทรัพยากรที่มีอย่างจำกัดให้เป็นไป
อย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลและประหยัด แต่ในทางปฏิบัติยังมีเงื่อนไขและข้อจำกัด
เกย่ี วกบั เทคนคิ ทนี่ ำใช้ในการวเิ คราะห์ข้อมลู ท่ีใช้ตัดสินใจ ปจั จยั ทางการเมอื ง ทกั ษะของเจ
าหนา้ ที่ตลอดจนการวัดมาตรฐานของผลงาน
จากวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นเมื่อปีพ.ศ. ๒๕๔๐ รัฐบาลจำเป็นต้องมีการปฏิรูป
ระบบราชการในลักษณะองค์รวมเพื่อเปลี่ยนแปลงระบบบริหารภาครัฐไปสู “รูปแบบการ
บริหารภาครัฐแนวใหม่” ซึ่งเน้นการทำงานที่ยึดผลลัพธ์เป็นหลัก มีการวัดผลอย่างเป็น
รูปธรรม มีความโปร่งใสและมอบความรับผิดชอบต่อผู้ปฏิบัติ โดยยึดประชาชนเป็น
ศูนย์กลาง การปฏิรูประบบบริหารภาครัฐตามแนวทางดังกล่าวครอบคลุมถึงแผนการ
ปรบั เปลี่ยนระบบงบประมาณ การเงินและพัสดุ เพอ่ื ปรบั ปรุงระบบการจัดการงบประมาณ
ให้สามารถจัดสรรงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพมีความโปร่งใสและเป็นธรรม จึง
นบั เป็นการเปลีย่ นระบบงบประมาณ จากแบบเดิมท่ีม่งุ เน้นการควบคุมการใช้ทรัพยากร มา
เป็นระบบงบประมาณท่ีมุ่งเน้นผลงาน (performance based budgeting) ซึ่งมุ่งเน้น
ผลสำเร็จของผลผลิตและผลลัพธ์ มีการกำหนดเป้าหมายท่ีเป็นรูปธรรมมีแผนกลยุทธ์
ชัดเจน มีตัวชี้วัดผลสัมฤทธิ์ของงานและสามารถวัดประเมินผลการทำงานได้ โดยมีความ
๒๔
ยืดหยุ่นในกระบวนการทำงาน เพื่อให้สอดคลองกับสถานการณที่เปลี่ยนแปลงไปและเน้น
ความรับผดิ ชอบของผู้บรหิ ารแทนการควบคมุ แบบรายละเอียดในการเบิกจ่ายแบบปจั จุบัน
สรุปว่าระบบงบประมาณมีการปรับเปลี่ยนวิธีการจากระบบงบประมาณท่ีเน้น
การควบคุมการใช้ทรัพยากรมาเป็นระบบงบประมาณที่มุ่งเน้นผลงาน เพื่อให้การบริหาร
งบประมาณมีประสิทธิภาพ โปร่งใสและเป็นธรรม เน้นการควบคุมการใช้ทรัพยากร มุ่ง
ผลสำเร็จของผลผลิตและกำหนดเป้าหมายอย่างชัดเจนมีตัวชี้วัดผลสัมฤทธิ์ของงานและ
สามารถวดั ประเมนิ ผลการทำงานได้
๒.๒ การแบ่งตามประเภทของงบประมาณ
ณรงค สัจพันโรจน กล่าวว่างบประมาณที่ประเทศต่าง ๆ ใช้กันอยู่ในขณะน้มี ี
หลายประเภท แต่ท่ีสำคัญ ๆ และรูจักกันโดยทั่วไปมีอยู่ประมาณ ๕ – ๖ ประเภท ด้วยกัน
แตล่ ะประเภทจะมลี กั ษณะการใช้และการดำเนินการตา่ ง ๆ ทแี่ ตกตา่ งกนั ออกไปและมีข้อดี
ข้อเสียแตกต่างกัน แต่ละประเภทจะเหมาะสมกับประเทศใดประเทศหนึ่งนั้นขึ้นอยู่กับ
ปัจจัยหลายด้านไม่ว่าจะเป็นปัจจัยทางการบริหาร ความรูความสามารถ ปัจจัยด้าน
การเมือง กลุ่มประโยชนและปัจจัยอื่น ๆ เช่นปัจจัยด้านสงั คม เป็นต้น สำหรับงบประมาณ
แตล่ ะรปู แบบมดี ังน้ี๒
๓.๑ งบประมาณแบบแสดงรายการ ( line – item budgeting) ระบบ
งบประมาณนี้ มีวัตถุประสงค์ทีจ่ ะใช้เป็นเคร่ืองมือในการควบคุม มีรายการต่าง ๆ มากมาย
และกำหนดเอาไวตายตัว จะจา่ ยเปน็ รายการอน่ื ผดิ จากที่กำหนดไวไมได้ ถา้ จะผันแปรหรือ
จ่ายเกินวงเงินอย่างหนึ่งจะต้องทำความตกลงกับสำนักงบประมารหรือกระทรวงการคลัง
และหาเงินรายจ่ายมาเพิ่มให้พอจ่ายเสียก่อน ระบบงบประมาณนี้ ไมเน้นการวางแผน
วัตถปุ ระสงคแ์ ละเป้าหมายตลอดจนประสิทธิภาพของการบริหารงานเทา่ ใดนัก
ในช่วงก่อนปีพ.ศ.๒๕๒๕ ระบบงบประมาณของไทย เป็นระบบงบประมาณ
แบบแสดงรายการ ซึ่งการจัดทำงบประมาณในระบบดังกล่าวไมสามารถแสดงถึงผลสำเร็จ
๒ ณรงค สัจพันโรจน, การจัดทำอนุมัติและบริหารงบประมาณแผ่นดินทฤษฎีและปฏิบัติ
(กรงุ เทพฯ : บพิธการพิมพ, ๒๕๔๑), ๓๖.
๒๕
ของงานได้ อีกทั้งมีความเชื่อมโยงกับแผนงานโครงการต่าง ๆ ของรัฐบาลและเน้นประเภท
รายจ่ายเป็นสำคัญและมีการควบคุมรายละเอียดของการใช้จ่ายมาก ส่งผลให้ผู้บริหารทุก
ระดบั ไมมีความคลองตัวในการบริหารงาน ดว้ ยเหตผุ ลนี้รฐั บาลจึงไมสามารถใช้งบประมาณ
เป็นเครื่องมือในการบริหารและควบคุมการปฏิบัติตามนโยบายที่กำหนดได้ สถาบันพัฒนา
ขา้ ราชการพลเรือน สำนักงาน ก.พ.๓
๓.๒ งบประมาณแบบแสดงผลงาน (performance budgeting) เป็นระบบ
งบประมาณทใี่ ช้เครื่องมือในการควบคุมและตรวจสอบการดำเนินงาน ให้ไดผ้ ลตามความมุ่ง
หมายที่ตั้งงบประมาณรายจ่ายไว โดยมีการติดตามและประเมินผลโครงการต่าง ๆ อย่าง
ใกล้ชิดและมีการวัดผลงานในลักษณะวัดประสิทธิภาพในการ ทำงานว่างานท่ีได้แต่ละ
หน่วยงานนั้นจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ เช่นนักเรียนเสียค่าใช้จ่ายในการให้การศึกษา
เทา่ ไรต่อหัว เปน็ ตน้
๓.๓ งบประมาณแบบแผนงาน (planning programming budgeting) เพ่ือ
แก้ไข ขอ้ บกพรองของระบบงบประมาณแบบแสดงรายการ (line – item budgeting) ใน
ปีงบประมาณพ.ศ.๒๕๒๕ สำนักงบประมาณจึงได้ปรับปรุงงบประมาณเป็นระบบ
งบประมาณแบบแผนงาน (planning programming budgeting) โดยนำมาใช้ผสมผสาน
กับระบบงบประมาณแบบแสดงรายการ (line – item budgeting) ทัง้ น้ีสำนักงบประมาณ
ได้ปรับปรุงกระบวนการงบประมาณให้สอดคลองกับแนวคิดของระบบงบประมาณแบบ
แผนงานและมีความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ คือ ในด้านการจัดทำงบประมาณ ได้มีการ
กำหนดแนวทางและหลักเกณฑ์การจัดทำงบประมาณแบบกำหนดสัดส่วนของวงเงิน
งบประมาณรายจ่ายแต่ละด้านและแต่ละกระทรวงในลักษณะของการวางแผนมหภาค
ผสมผสานกับการวิเคราะห์รายละเอียดคำขอตั้งงบประมาณขององค์กรภาครัฐโดยให้สอด
คลองกับนโยบายของรัฐบาลและแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ ในด้านการบริหาร
งบประมาณได้เปลี่ยนแปลงระบบอนุมัติเงินประจำงวดให้มีความคลองตัวมากยิ่งขึ้นโดยได้
๓ สถาบันพัฒนาข้าราชการพลเรือน สำนักงาน ก.พ.,Accessed ๒ April, ๒๐๑๓.
Available from http://www.ocsc.go.th/ocsc/th/uploads/file/intcgration.pdf
๒๖
จัดสรรเงินงบประมาณไปตั้งจ่ายในส่วนภูมิภาค ตั้งแต่การอนุมัติเงินประจำงวดและให้หัว
หนาองคก์ รภาครฐั เจาของงบประมาณ ไดร้ ับมอบอำนาจในการบรหิ ารงบประมาณมากข้นึ
รวมทงั้ การมอบอำนาจการจดั ซอ้ื จดั จ้างตามระเบียบสำนักนายกรฐั มนตรีวา่ ดว้ ยการพัสดุให้
แกผู้ว่าราชการจังหวัดดำเนนิ การแทน๔
ลักษณะของงบประมาณนี้คือ ๑) เลิกการควบคุมรายละเอียด ๒) ให้กระทรวง
ทบวง กรม กำหนดแผนงาน ๓) สำนักงบประมาณจะอนุมัติงบประมาณรายจ่ายให้แต่ละ
แผนงานโดยอิสระ ๔) สำนักงบประมาณจะควบคุมโดยการตรวจสอบและประเมินผลของ
งานแต่ละแผนงานวา่ จะบรรลุเป้าหมายตามแผนงานเพียงใด
กระบวนการในการดำเนินการ ดังนี้ ๑) ให้มีการจัดแผนงาน งานหรือโครงการ
เป็นระบบข้ึนมา โดยจัดเป็นโครงสร้างแผนงาน งานหรอื โครงงาน ๒) ให้มกี ารระบุเป้าหมาย
หรือวัตถุประสงค์ของแผนงานให้มีความชัดเจน ๓) ให้แสดงค่าใช้จ่ายทั้งหมดของแผนงาน
งานหรือโครงการ ๔) ให้แสดงถึงผลท่ีได้รับจากแผนงาน งานหรือโครงการเมื่อสำเร็จเสร็จ
เรยี บร้อย ๕) ให้มีการวเิ คราะห์เลือกแผนงาน งานหรอื โครงการใดว่าจะมีความเหมาะสม ที่
จะดำเนินการกอ่ นหรือหลงั อยา่ งไร
ในทางปฏิบตั ิของระบบงบประมาณแบบแผนงาน มีข้อจำกดั ซึ่งเป็นอุปสรรคอยู่
หลายประการ ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการจดั ทำงบประมาณ ซ่งึ ต้องเกีย่ วขอ้ งกบั กระบวนการ
ทางการเมือง ทักษะของเจาหน้าที่สำนักงบประมาณและหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องอย่าง
มากหากไมเข้าแนวคิดและกระบวนการวิเคราะห์เชิงระบบ (system analysis) จะเป็น
อปุ สรรคท่ีสำคัญในการจดั สรรงบประมาณ ซ่ึงการปฏบิ ตั งิ านภายใต้ระบบงบประมาณแบบ
แผนงานท่ีผ่านมามีปญั หาสำคัญ คือ ๑) เน้นรายการการใชจ้ า่ ยมากกว่ามุ่งความสำเร็จของ
งาน ๒) ขาดความเชื่อมโยงในการวางแผนทุกระดับ ๓) ขาดความเชื่อมโยงระหว่าง
แผนปฏิบัติงานกับการจัดสรรงบประมาณ ๔) ขาดการวางแผนการเงินล่วงหน้า ๕) ขาด
ความครอบคลุมครบถ้วนทุกแหล่งเงิน ๖) ขาดความคลองตัวในการบริหารจัดการด้าน
งบประมาณ ๗) ไมคำนงึ ถงึ ประสิทธภิ าพในการบรหิ ารสนิ ทรัพย์
๔ เรื่องเดยี วกนั
๒๗
ดังนั้น จึงมีแรงผลักดันให้มีการปฏิรูประบบงบประมาณของประเทศอย่าง
จรงิ จังเพอื่ ให้งบประมาณเป็นเครื่องมือในการพฒั นาเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การบริหาร
เทคโนโลยี สง่ิ แวดลอ้ มฯลฯ โดยสอดคลองกบั นโยบายรัฐบาลที่ต้องการปฏิรูประบบบริหาร
ภาครัฐไปสูรูปแบบการบริหารการจัดการภาครัฐแนวใหม่ ท่ีเน้นการทำงานโดยยึดหลัก
ผลผลิตและผลลัพธ์เป็นหลัก รัฐจึงปรับเปลี่ยนงบประมาณ จากระบบงบประมาณแบบ
แผนงาน (planning programming Budgeting) เป็นระบบงบประมาณแบบมงุ่ เนน้ ผลงาน
(performance – based budgeting)
๓.๔ งบประมาณแบบฐานศูนย์ (zero – based budgeting system) เป็น
ระบบงบประมาณที่จะพิจารณางบประมาณทุกปีอย่างละเอียดทุกประการ โดยไมคำนึงว่า
รายการหรอื แผนนน้ั จะเป็นรายการหรือแผนงานเดิมหรือไม ถึงแม้รายการหรอื แผนงานเดิม
จะไดร้ บั งบประมาณไปแล้วในปีทแี่ ลว้ แตอ่ าจจะถกู พิจารณาอกี ครง้ั และอาจเป็นไดว้ ่าในปีน้ี
อาจจะถกู ตัดงบประมาณลงก็ได้
๓.๕ ระบบงบประมาณแบบมุ่งเน้นผลงาน (performance – based
budgeting system)ให้ความสำคัญกับผลผลิต (outcome) ของการดำเนินงานผลผลิตที่
เกิดขึ้น จะต้องเป็นระบบที่แสดงความเชื่อมโยงระหว่างทรัพยากรที่ใช้ไปกับผลตอบแทนที่
จะได้รับ ระบบงบประมาณนี้มีความเชื่อว่าการใช้ระบบงบประมาณเป็นเงื่อนไขในการ
บริหารจัดการโดยให้มุ่งเนน้ ผลงาน จะทำให้ผู้บริหารของหนว่ ยงานนำทีมงานปฏบิ ตั ิงานให้
บรรลุผลสำเร็จ ตามนโยบายระบบงบประมาณแบบมุ่งเน้นผลงานนี้ จะมีการเชื่อมโยงกับ
ผลลพั ธ์และผลลพั ธ์จะต้องมีการสอดคลองกับเป้าหมายและนโยบายของรฐั บาล โดยการให้
อำนาจผู้บริหารของหน่วยงานในการตัดสินใจและมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ในการใช้จ่าย
งบประมาณ เน้นเร่ืองประสิทธภิ าพและประสิทธิผลของการดำเนินงาน ซง่ึ ประสทิ ธิภาพนั้น
จะพิจารณาจากผลผลิตที่ได้รับจาก การดำเนินงานเทียบกับทรัพยากรที่ใช้ไป การ
ดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพนั้นจะต้องได้ผลผลิตที่มากที่สุด โดยใช้ทรัพยากรที่น้อยที่สุด
ส่วนประสิทธิผลนั้นมุ่งเน้นผลตามท่ีต้องการซึ่งกำหนดไวในนโยบายและจุดหมายโดยผลที่
เกดิ ขึ้นตอ้ งสอดคลองกับนโยบายและจดุ มงุ่ หมายของรัฐบาล
๓.๖ ระบบงบประมาณแบบมุ่งเน้นผลงานตามยุทธศาสตร์ (strategic
performance – based budgeting system) ในการนำระบบงบประมาณแบบมุ่งเน้น
๒๘
ผลงานตามยุทธศาสตร์มาใช้ มีความเป็นมาดังนี้ ๑) ในระยะเริ่มแรกของการจัดการทำ
งบประมาณนั้น สำนักงบประมาณ ได้ใช้ระบบงบประมาณแบบแสดงรายการ (line –
item budgeting) จนถึงปีงบประมาณ ๒๕๒๔ ๒) ในปีงบประมาณ ๒๕๒๕ สำนัก
งบประมาณ ไดน้ ำระบบงบประมาณแบบแผนงาน (planning programming budgeting
system) มาใช้โดยไมได้นำมาใช้อย่างเต็มรูปแบบ แต่ได้ผสมผสานกับระบบงบประมาณ
แบบแสดงรายการ (line item budgeting) ซึ่งได้ใช้ตลอดมาจนถึงปีงบประมาณ ๒๕๔๕
ซึ่งมีข้อจำกัด คือ เน้นการใช้จ่ายมากกว่ามุ่งความสำเร็จของงาน มีกฎระเบียบควบคุม
ค่อนข้างเคร่งครัด ขาดความคลองตัวในการบริหารจัดการขาดการวางแผนงบประมาณ
ล่วงหน้า ๓) ด้วยข้อจำกัดข้างต้นสำนักงบประมาณจึงดำเนินการพัฒนาระบบงบประมาณ
มาเป็นรูปแบบการจัดทำงบประมาณแบบมุ่งเน้นผลงาน (performance – based
budgeting system) ใช้ในปีงบประมาณ ๒๕๔๖ แตย่ งั ไมเตม็ รปู แบบ ๔) ในปีงบประมาณ
๒๕๔๗ รัฐบาลมีนโยบายให้ปรับปรุงระบบงบประมาณแบบมุ่งเน้นผลงาน ไปเป็นระบบ
งบประมาณแบบมุ่งเน้นผลงานตามยุทธศาสตร์(strategic performance - based
budgeting system)
ระบบงบประมาณแบบมุ่งเน้นผลงาน มีองค์ประกอบท่ีสำคัญ ดังนี้ ๑) มุ่งเน้น
ผลสำเร็จตามเปา้ หมายเชิงยทุ ธศาสตร์๒) เนน้ หลกั ธรรมาภบิ าล ๓) เน้นการมอบอำนาจการ
บริหารการจัดงบประมาณ ๔) เพิ่มขอบเขต ความครอบคลุมของงบประมาณ ๕) จัดทำ
กรอบงบประมาณรายจ่ายล่วงหนาระยะปานกลาง (medium terms expenditure
framework)ระบบงบประมาณแบบมุ่งเน้นผลงานตามยุทธศาสตร์มีแนวคิดและหลักการ
สำคัญ ๓ ประการ คือ ๑) การปรับปรุงให้รัฐบาลสามารถใช้วิธีการและกระบวนการ
งบประมาณให้เป็นเครื่องมือในการจัดสรรทรัพยากรให้เกิดผลสำเร็จตามนโยบายและเห็น
ผลท่ปี ระชาชนจะได้รับจากรัฐบาล ๒) การม่งุ เนน้ ให้เกิดการใช้งบประมาณ โดยคำนึงความ
โปร่งใสมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ๓) การตรวจสอบความคลองตัวในการจัดทำและ
บริหารงบประมาณให้กับผู้ปฎิบัติ (Devolution) ในขณะเดียวกันหน่วยปฏิบตั ิจะต้องแสดง
ถึงความรับผิดชอบ (accountability) จากการนำงบประมาณไปใช้ให้เกิดผลงานตาม
ยุทธศาสตร์และสอดคลองกับความต้องการของประชาชน โดยผ่านกระบวนการตรวจสอบ
ผลการปฏบิ ัติงานและผลทางการเงินท่รี วดเร็ว ทนั สมัย
๒๙
กล่าวโดยสรุป งบประมาณเป็นเครื่องมือในการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมและ
การเมือง ดังนั้นเพื่อให้การบริหารงบประมาณเกิดประโยชนสูงสุด เกิดประสิทธิภาพตาม
เป้าหมายต่อการบริหารประเทศ จึงเป็นเหตุให้ประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงงบประมาณ
เรื่อยมา โดยเน้นผลผลิตและผลลัพธ์เป็นหลักตั้งแต่ปีงบประมาณ ๒๕๔๖ ได้ใช้ระบบ
งบประมาณแบบมงุ่ เน้นผลงานตามยทุ ธศาสตร์
๒.๓ ขอบข่ายภารกิจการบริหารงานงบประมาณ
การบริหารงานงบประมาณของสถานศึกษามุ่งเน้นความเป็นอิสระในการ
บริหารจัดการมีความคลองตัว โปร่งใส ตรวจสอบได้ ยึดหลักบริหารมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์และ
บริหารงบประมาณแบบมุ่งเน้นผลงาน ให้มีการจัดหาผลประโยชน จากทรัพย์สินของ
สถานศึกษา สง่ ผลให้เกดิ คุณภาพท่ดี ีขน้ึ ต่อผู้เรยี น๕
วัตถุประสงค์ ๑) เพื่อให้สถานศึกษาบริหารงานด้านงบประมาณ มีความเป็น
อิสระ คลองตัว โปร่งใสตรวจสอบได้ ๒) เพื่อให้ได้ผลผลิต ผลลัพธ์เป็นไปตามข้อตกลงการ
ให้บริการ ๓) เพื่อให้สถานศึกษาสามารถบริหารจัดการทรัพยากรที่ได้อย่างเพียงพอและมี
ประสทิ ธภิ าพ
๑. การจดั ทำและเสนอของบประมาณ
๑.๑ การวเิ คราะห์และพฒั นานโยบายทางการศึกษา
๑.๒ การจดั ทำแผนกลยทุ ธ์หรอื แผนพัฒนาการศึกษา
๑.๓ การวิเคราะห์ความเหมาะสมการเสนอของบประมาณ
๒. การจัดสรรงบประมาณ
๒.๑ การจัดสรรงบประมาณในสถานศึกษา
๒.๒ การเบกิ จา่ ยและการอนุมัตงิ บประมาณ
๒.๓ การโอนเงินงบประมาณ
๕กระทรวงศึกษาธิการ, พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ
พ.ศ.๒๕๔๖ และกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการ (กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์องค์กรรับส่งสินค้าและพัสดุ
ภณั ฑ,์ ๒๕๔๖), หนา้ ๓๙ – ๕๐.
๓๐
๓. การตรวจสอบ ติดตามประเมินผลและรายงานผลการใช้เงินและผลการ
ดำเนนิ งาน
๓.๑ การตรวจสอบติดตามการใช้เงินและผลการดำเนินงาน
๓.๒ การประเมินผลการใช้เงนิ และผลการดำเนินงาน
๔. การระดมทรพั ยากรและการลงทนุ เพื่อการศึกษา
๔.๑ การจัดการทรพั ยากร
๔.๒ การระดมทรพั ยากร
๔.๓ การจดั หารายไดแ้ ละผลประโยชน
๔.๔ กองทุนกูยืมเพื่อการศึกษา
๔.๕ กองทุนสวสั ดิการเพ่อื การศกึ ษา
๕. การบรหิ ารการเงนิ
๕.๑ การเบิกเงินคงคลงั
๕.๒ การรับเงนิ
๕.๓ การเกบ็ รักษาเงิน
๕.๔ การจ่ายเงิน
๕.๕ การนำส่งเงนิ
๕.๖ การกนั เงินไวเบิกเหล่ือมปี
๖. การบรหิ ารบัญชี
๖.๑ การจัดทำบัญชกี ารเงนิ
๖.๒ การจดั ทำรายงานทางการเงนิ และงบการเงิน
๖.๓ การจัดทำและจดั หาแบบพิมพ์บญั ชี ทะเบยี นและรายงาน
๗. การบรหิ ารพสั ดุและสนิ ทรัพย์
๗.๑ การจดั ทำระบบฐานข้อมูลสินทรพั ย์ของสถานศึกษา
๗.๒ การจัดหาพัสดุ
๗.๓ การกำหนดแบบรปู รายการหรือคณุ ลักษณะเฉพาะและจดั ซ้อื จดั จ้าง
๗.๔ การควบคุมดแู ล บำรงุ และจำหนา่ ยพสั ดุ
๓๑
๒.๔ การบรหิ ารงบประมาณประเภทต่าง ๆ
แหล่งที่มาของงบประมาณในการบริหารสถานศึกษา มี ๒ แหล่งคือ
เงินงบประมาณที่รัฐบาลสนับสนุน ซึ่งเป็นกฎหมายเรียกว่า พระราชบัญญัติงบประมาณ
รายจ่ายประจำปีและเงินนอกงบประมาณที่สถานศึกษาหามาได้จากผู้มีจิตศรัทธาบริจาค
หรือการจดั กจิ กรรมของการศึกษามีรายละเอียด ดังน้ี๖
๑. เงินงบประมาณ เงินงบประมาณของสถานศึกษา หมายถึง เงินงบประมาณ
ตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีที่สถานศึกษาได้รับการพิจารณาจาก
หน่วยงานตน้ สังกดั จัดสรรให้ ซึง่ จะตอ้ งใช้จ่ายให้เสร็จส้ินภายในปีงบประมาณนนั้ ๆ ยกเว้น
ครุภัณฑ์สิ่งกอ่ สร้าง ค่าตอบแทนใช้สอยและวัสดุ วงเงินสัญญาครั้งหน่ึงตั้งแต่ ๕,๐๐๐ บาท
ข้นึ ไป สามารถขอกันเงินไวเบิกจา่ ยเหลื่อมปีได้อกี ๖ เดือนจนถงึ เดือนมนี าคมและหากยังไม
เสร็จก็ขอขยายเวลาเบิกจ่ายอีก ๖ เดอื นจนถงึ เดอื นกนั ยายน รวมท้ังส้ินไมเกนิ ๒ ป
งบประมาณรายจา่ ยประจำปีของทุกสว่ นราชการ ตามหลกั การจำแนกประเภท
รายจา่ ยตามงบประมาณท่ีสำนกั งบประมาณกำหนดให้ใช้ต้งั แตว่ ันท่ี ๑ ตลุ าคม ๒๕๔๕ เป็น
ต้น ไป ตามระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณ พ.ศ.๒๕๔๕ ได้จำแนกเป็น ๕ ประเภท
ดังนี้ ๑) งบบุคลากร ๒) งบดำเนินการ ๓) งบเงินอุดหนุน ๔) งบลงทุน ๕) งบรายจ่ายอื่น
งบประมาณที่จัดสรรให้แกสถานศึกษาและสถานศึกษามีส่วนในการเบิกจ่ายในฐานะ
หนว่ ยงานยอ่ ยมีดงั น๗ี้
๑. งบบุคลากร ไดแ้ ก เงินเดอื น คา่ จา้ งประจำและค่าจา้ งช่ัวคราว
๑.๑ เงินเดือน ได้แก เงินเดือนและเงินเพิ่มพิเศษอื่น ๆ ที่จ่ายควบกับ
เงินเดือน เช่นเงินเบี้ยกันดาร เงินเบี้ยเสี่ยงภัย เงินเพิ่มพิเศษภาษามลายู (พ.ภ.ม.) และเงิน
เพิ่มพิเศษสำหรับครูการศึกษา (พ.ค.ศ.) เงินเพิ่มพิเศษสำหรับการสูรบ (พ.ส.ร.) และเงิน
ประจำตำแหนง เปน็ ตน้
๖กระทรวงศึกษาธิการ, คูมอื การใช้จ่ายเงนิ อดุ หนนุ ของสถานศึกษา (กรุงเทพมหานคร :
โรงพมิ พช์ ุมนุมสหกรณ์การเกษตรแหประเทศไทย จำกดั , ๒๕๕๒), หน้า ๖ – ๗.
๗สำนักงานนโยบายแผนและงบประมาณ, “แนวทางการบริหารงบประมาณรายจ่าย
ประจำปี พ.ศ.๒๕๔๖,” (กรุงเทพมหานคร : สำนักงานนโยบายแผนและงบประมาณ, ๒๕๔๖), หน้า ๕.
๓๒
๑.๒ ค่าจ้างประจำ ได้แก ค่าจ้างลูกจ้างประจำประเภทต่าง ๆ เช่นค่าจ้าง
นักการภารโรง ยาม คนครัว คนงาน พนกั งานขับรถยนต์และเงนิ เพ่ิมพิเศษอืน่ ๆ ที่จา่ ยควบ
กับค่าจ้างประจำ เช่นเงินเบี้ยกันดาร เงินเบี้ยเสี่ยงภัย เงินเพิ่มพิเศษสำหรับการสูรบ
(พ.ส.ร.) เปน็ ตน้
๑.๓ ค่าจ้างชั่วคราว เป็นเงินท่ีจ่ายเป็นค่าจ้างชั่วคราวครูรายเดือนซึ่งจัดให้
สำหรับโรงเรียนทีข่ าดแคลนครู ซึง่ ไมสามารถตั้งอัตราเงินเดือนใหม่สำหรบั บรรจุข้าราชการ
ครไู ดจ้ ึงแกป้ ัญหาโดยจ้างเป็นลกู จ้างชั่วคราวครรู ายเดือนหรือครอู ตั ราจ้างชว่ั คราว
๒. งบดำเนนิ การ ไดแ้ ก ค่าตอบแทนใช้สอยและวัสดุและคา่ สาธารณูปโภค
๒.๑ ค่าตอบแทน ได้แก ค่าเช่าบ้าน ค่าตอบแทนวิทยากรสอนกลุ่มวิชาต่าง
ๆคา่ ตอบแทนวทิ ยากรสอนวิชาชีพ เป็นต้น
๒.๒ ค่าใช้สอย ได้แก ค่าซ่อมแซมครุภัณฑ์ค่าซ่อมแซมสิ่งก่อสร้าง ค่าเบี้ย
เลี้ยงที่พักและค่าพาหนะในการเดินทางไปราชการ ค่าพาหนะนักเรียนเดินทางไปแหล่ง
เรียนรู ค่าใช้จ่ายในการแข่งขันกีฬา ค่าใช้จ่ายในการประชุมคณะกรรมการสถานศึกษาขั้น
พน้ื ฐาน เป็นตน้
๒.๓ ค่าวัสดุ ได้แก ค่าวัสดุประจำห้องเรียน ค่าวัสดุสำนักงาน ค่าวัสดุ
เชื้อเพลิงและหล่อลื่น ค่าวัสดุกีฬา ค่าวัสดุฝึกทักษะพัฒนาอาชีพ ค่าหนังสือห้องสมุด
ค่าวัสดุสื่อการสอนตามหลักสูตร ค่าวัสดุโปรแกรมกลุ่มประสบการณ ค่าวัสดุคอมพิวเตอร์
ค่าหนังสือแบบเรียน ค่าหนังสือ สื่อวัสดุหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ค่าวัสดุจัดทำระบบ
ประกนั คุณภาพสถานศึกษา ค่าวสั ดเุ วชภัณฑ์ คา่ วัสดุซ่อมแซมสิ่งก่อสรา้ งและกำจดั ปลวก
๒.๔ ค่าสาธารณูปโภค ได้แก ค่าน้ำประปา ค่ากระแสไฟฟ้า ค่าโทรศัพท์
ไปรษณยี แ์ ละคา่ เช่าเวลาอินเตอรเน็ตเปน็ ต้น
๓. งบเงินอุดหนุน ได้แก เงินอุดหนุนช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการศึกษาของ
นักเรียนห่างไกลและขาดแคลน เงินอุดหนุนเป็นค่าเครื่องแบบสำหรับนักเรียนขาดแคลน
เงินอุดหนุนให้บริการสุขภาพนักเรียน (ค่าพาหนะ) เงินอุดหนุนค่าอาหารสำหรับนักเรียน
ประจำ เงินอุดหนุนเป็นค่าเครื่องเขียน เงินอุดหนุนค่าวัสดุการศึกษา เงินอุดหนุนชดเชย
บำรงุ การศกึ ษา เงนิ อุดหนนุ การวิจัย เงนิ ทนุ สง่ เสริมการศกึ ษา เป็นต้น
๓๓
๔. งบลงทุน ได้แก ค่าครุภัณฑ์ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง รายการต่าง ๆ ที่
สถานศึกษาได้รับการกระจายอำนาจให้เป็นผู้จัดจ้างได้เองเงินงบประมาณ หมายถึง เงิน
ทุกประเภทที่เป็นรายได้ของสถานศึกษา ซึ่งสถานศึกษาใช้ความสามารถหามาได้
นอกเหนือจากการได้รับจัดสรรตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีเงินนอก
ระบบงบประมาณนี้มีกฎหมายและระเบียบปฏิบัติต่าง ๆ รองรับ เพื่อให้สามารถใช้ใน
กจิ กรรมตา่ ง ๆ ของโรงเรยี นตามวัตถุประสงคข์ องเงนิ แตล่ ะประเภท โดยไมตอ้ งนำสง่ รายได้
แผ่นดิน เงินนอกงบประมาณของสถานศึกษามีดังนี้ ๑) เงินรายได้สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
๒) เงินจากภาคเอกชนผู้มีศรัทธาบริจาค ทีมีวัตถุประสงค์แน่นอน ๓) เงินลูกเสือ
๔) เงินยุวกาชาด ๕) เงินเนตรนารี ๖) เงินผู้บำเพ็ญประโยชน ๗) เงินโครงการอาหาร
กลางวัน ๘) เงนิ การจดั กิจกรรมของโรงเรยี น เช่นการขายผลผลติ ของโรงเรยี น จัดงานศิษย์
เกา เปน็ ตน้ ๙) เงินรายไดอ้ ื่น ๆ เชน่ ค่าเชา่ สถานท่ขี ายอาหารกลางวันและเครอื่ งดืม่ คา่
เช่าสถานที่จัดงานต่าง ๆ ค่าถ่ายเอกสาร ค่าส่วนลดจากการขายอุปกรณ์การศึกษาให้
นกั เรยี น คา่ สว่ นลดจากการประกนั อบุ ตั ิเหตุให้นักเรยี นและบุคลากรของโรงเรียน
กล่าวโดยสรุป งบประมาณของสถานศึกษาได้แก เงินงบประมาณที่จัดสรรให้
และเงินนอกงบประมาณซึ่งสถานศึกษา สามารถใช้เงินได้ตามประเภทของเงินและการ
ระดมทรพั ยากรจากชมุ ชนหรือรายอื่น ๆ มาใช้ในการจดั การศึกษา
๒.๕ การจดั ทำและเสนองบประมาณ
การจัดทำและเสนองบประมาณแบงออกเป็น ๑) การวิเคราะห์และพัฒนา
นโยบายทางการศึกษา ๒) การจดั สรรงบประมาณ ๓) การตรวจสอบ ติดตาม ประเมินผล
และรายงานผลการใช้เงนิ และผลการดำเนินงาน ๔) การระดมทรัพยากรและการลงทุนเพ่ือ
การศกึ ษา ๕) การบริหารการเงนิ ๖) การบรหิ ารบัญชี ๗) การบรหิ ารพัสดุและสินทรพั ย์๘
๑. การวิเคราะห์และพัฒนานโยบายทางการศกึ ษา
๘ กระทรวงศึกษาธิการ, พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ
พ.ศ.๒๕๔๖ และกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการ, (กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์องค์กรรบั ส่งสินคา้ และ
พัสดภุ ณั ฑ์), หนา้ ๒๓ - ๒๔.
๓๔
๑.๑ วิเคราะห์ทศิ ทางและยุทธศาสตร์ของหนว่ ยงานระดบั เหนือโรงเรียน ได้
แก เปา้ หมายยทุ ธศาสตร์ระดบั ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสงั คมแหง่ ชาติ แผนการศึกษา
แห่งชาติ แผนปฏิบตั ริ าชการของกระทรวงศกึ ษาธิการและแผนพฒั นาการศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน
๑.๒ ศึกษาข้อตกลงผลการปฏิบัตงิ านและเป้าหมายการให้บริการสาธารณะ
ทุกระดับ ได้แก เป้าหมายการให้บริการสาธารณะ (public service agreement)
ข้อตกลงการจัดทำผลผลิต (service delivery agreement) ข้อตกลงผลการปฏิบัติงาน
ของเขตพื้นที่และผลการดำเนินงานของโรงเรียนท่ีต้องดำเนินการ เพื่อให้บรรลุข้อตกลงที่
โรงเรียนทำกับเขตพืน้ ท่ีการศึกษา
๑.๓ ศึกษาวิเคราะห์ วิจัยการจัดและพัฒนาการศึกษาของโรงเรียนตาม
กรอบทศิ ทางของเขตพื้นที่การศึกษาและตามความต้องการของโรงเรยี น
๑.๔ วิเคราะห์ผลการดำเนนิ งานของโรงเรยี นตามข้อตกลง ท่ีทำกับเขตพื้นที่
การศึกษาด้านปริมาณ คุณภาพ เวลา ตลอดจนต้นทุน ซึ่งต้องคำนวณต้นทุนผลผลิตของ
องคก์ รและผลผลิต งานและโครงการ
๑.๕ จัดทำข้อมูลสารสนเทศผลการวิเคราะห์ วิจัย เพื่อใช้ในการวิเคราะห์
สภาพแวดลอ้ มทมี่ ผี ลกระทบตอ่ การจัดการศึกษาของโรงเรยี น
๑.๖ เผยแพรข้อมูลข่าวสารสนเทศในเขตพื้นที่การศึกษาและสาธารณชน
รบั ทราบ
๒. การจัดสรรงบประมาณ
๒.๑ การจัดสรรงบประมาณภายในสถานศึกษา
๒.๑.๑ จัดทำข้อตกลงบริการผลผลิตของสถานศึกษากับเขตพื้นที่
การศกึ ษา เมื่อไดร้ ับงบประมาณ
๒.๑.๒ ศึกษาข้อมูลการจัดสรรงบประมาณท่ีสำนักงานคณะกรรมการ
การศึกษาขั้นพื้นฐานแจ้งผ่านเขตพื้นที่การศึกษาแจ้งให้โรงเรียนทราบในเรื่องนโยบาย
แผนพัฒนามาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน หลักเกณฑ์ ขั้นตอนและวิธีการจัดสรร
งบประมาณ
๓๕
๒.๑.๓ ตรวจสอบกรอบวงเงินงบประมาณท่ีได้รับ จากหลักเกณฑ์และ
วิธีการจัดสรรท่ีเขตพื้นที่การศึกษาแจ้ง ตลอดจนตรวจสอบวงเงินนอกงบประมาณที่ได้จาก
แผนการระดมทรัพยากร
๒.๑.๔ วิเคราะห์กิจกรรมตามภารกิจ ที่จะต้องดำเนินการตาม
มาตรฐานโครงสร้างสายงานและตามแผนงาน งาน โครงการของโรงเรียน เพื่อจัดลำดับ
ความสำคัญและกำหนดงบประมาณ ทรัพยากรของแต่ละสายงาน งาน โครงการ ให้เป็นไป
ตามกรอบวงเงนิ งบประมาณทไ่ี ดร้ บั และวงเงนิ นอกงบประมาณตามแผนระดมทรัพยากร
๒.๑.๕ ปรับปรุงกรอบงบประมาณรายจ่ายระยะปานกลางให้สอดคล
องกบั กรอบวงเงนิ ทไ่ี ด้รบั
๒.๑.๖ จัดทำรายละเอียดแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณซึ่งระบุ
แผนงาน งาน โครงการที่สอดคลองวงเงินงบประมาณท่ีได้รับและวงเงินนอกงบประมาณท่ี
ตามแผนระดมทรัพยากร
๒.๑.๗ จัดทำข้อร่างตกลงผลผลิตของหน่วยงานภายในโรงเรียนและ
กำหนดผู้รับผิดชอบ
๒.๑.๘ นำเสนอแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณและร่างข้อตกลง
ผลผลติ ขอความเห็นชอบคณะกรรมการสถานศกึ ษา
๒.๑.๙ แจ้งจัดสรรวงเงินและจัดทำข้อตกลงผลผลิตให้หน่วยงาน
ภายในโรงเรยี นรบั ไปดำเนินการตามแผนปฏบิ ัติการประจำปีงบประมาณ
๒.๒ การเบกิ จา่ ยและการอนมุ ัตงิ บประมาณ
๒.๒.๑ จัดทำแผนการใช้งบประมาณไตรมาสโดยกำหนดปฏิทิน
ปฏิบัติงานรายเดือน ให้เป็นไปตามแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณแล้วสรุปแยกเป็น
รายไตรมาสเป็นงบบุคลากร งบอุดหนุน งบลงทุน (แยกเป็นค่าครุภัณฑ์และค่าก่อสร้าง)
และงบดำเนนิ การ(ตามนโยบายพิเศษ)
๒.๒.๒ เสนอแผนการใช้งบประมาณวงเงินรวม เพื่อขออนุมัติเงิน
ประจำงวดเป็นไตรมาส ผ่านเขตพื้นที่การศึกษาไปยังคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
รวบรวมเสนอต่อสำนักงบประมาณ
๓๖
๒.๒.๓ เบิกจ่ายงบประมาณประเภทต่าง ๆ ให้เป็นไปตามแผนปฏิบัติ
การประจำปีและอนุมัติการใช้งบประมาณของโรงเรียนตามประเภทและรายการตามที่
ไดร้ ับงบประมาณ
๒.๓ การโอนเงินงบประมาณ การโอนเงินให้เป็นไปตามขั้นตอนและวิธีการ
ที่กระทรวงการคลังกำหนด
๓. การตรวจสอบ ติดตาม ประเมินผลและรายงานผลการใช้เงินและผลการ
ดำเนนิ งาน
๓.๑ การตรวจสอบ ติดตามการใช้เงินและผลการดำเนินงาน
๓.๑.๑ จัดทำแผนการตรวจสอบติดตามการใช้เงินทั้งเงินงบประมาณ
และเงินนอกงบประมาณของโรงเรียน ให้เป็นไปตามแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ
และแผนการใช้งบประมาณรายไตรมาส
๓.๑.๒ จัดทำแผนการตรวจสอบ ติดตามผลการดำเนินงานตาม
ข้อตกลงการให้บริการผลผลิตของโรงเรียนให้เป็นไปตามแผนปฏิบัติการประจำปี
งบประมาณและแผนการใช้งบประมาณรายไตรมาส
๓.๑.๓ จัดทำแผนการกำกับตรวจสอบติดตามและป้องกันความเสี่ยง
สำหรับโครงการท่มี ีความเส่ยี งสงู
๓.๑.๔ ประสานแผนและดำเนินการตรวจสอบ ติดตามและนิเทศให้
เป็นไปตามแผนการตรวจสอบ ติดตามโรงเรยี น โดยเฉพาะโครงการที่มีความเสีย่ งสูง
๓.๑.๕ จัดทำข้อสรุปผลการตรวจสอบ ติดตามและนิเทศ พรอมทั้ง
เสนอข้อปัญหาที่อาจทำให้การดำเนินงานไมประสบผลสำเร็จ เพื่อให้โรงเรียนเร่งแก้ปัญหา
ทนั สถานการณ
๓.๑.๖ รายงานผลการดำเนินการตรวจสอบต่อคณะกรรมการ
สถานศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน
๓.๑.๗ สรุปข้อมูลสารสนเทศและจัดรายงานข้อมูลการใช้งบประมาณ
ผลการดำเนนิ งานของโรงเรยี นเป็นรายไตรมาสต่อเขตพื้นทก่ี ารศกึ ษา
๓.๒ การประเมินผลการใช้เงินและผลการดำเนนิ งาน
๓๗
๓.๒.๑ กำหนดตวั ชีว้ ัดความสำเรจ็ (key performance indicators)
ของสถานศกึ ษา
๓.๒.๒ จัดทำตัวชี้วัดความสำเร็จของผลผลิตท่ีกำหนดตามข้อตกลง
การให้บริการผลผลติ ของโรงเรยี น
๓.๓.๓ สร้างเครื่องมือเพื่อการประเมินผลผลผลิต ตามตัวชี้วัด
ความสำเรจ็ ท่ีกำหนดไวตามข้อตกลงการให้บรกิ ารผลผลิตของสถานศึกษา
๓.๓.๔ ประเมนิ แผนกลยุทธ์ แผนปฏบิ ัติการประจำปีของโรงเรียนและ
จดั ทำรายงานประจำปี
๓.๓.๕ รายงาผลการประเมินต่อคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพืน้ ฐาน
และเขตพนื้ ที่การศึกษา
๔. การระดมทรพั ยากรและการลงทนุ เพื่อการศกึ ษา
๔.๑ การจัดทรัพยากร
๔.๑.๑ ประชาสมั พนั ธ์ใหห้ นว่ ยงานภายในโรงเรียนและโรงเรียนในเขต
พนื้ ทกี่ ารศึกษาทราบรายการสินทรพั ย์ของโรงเรยี น เพอ่ื ใช้ทรพั ยากรรว่ มกนั
๔.๑.๒ วางระบบการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ร่วมกับบุคคล
หนว่ ยงานทงั้ ภาครฐั และเอกชน
๔.๑.๓ สนับสนุนให้บุคลากรและโรงเรียน ร่วมมือกันใช้ทรัพยากรใน
ชุมชนใหเ้ กิดประโยชนตอกระบวนการจดั การเรียนการสอนของโรงเรยี น
๔.๒ การระดมทรพั ยากร
๔.๒.๑ ศึกษาวิเคราะห์กิจกรรมและภารกิจงานหรือโครงการตาม
กรอบงบประมาณการระยะปานกลางและแผนปฏิบัติการประจำปีที่มีความจำเป็นต้องใช้
วงเงินเพิ่มเติมจากงบประมาณการรายได้เพื่อจัดลำดับความสำคัญของกิจกรรมให้เป็นไป
ตามความเร่งดวน
๔.๒.๒ สำรวจข้อมูลนักเรียน ที่มีความต้องการได้รับการสนับสนุน
ทนุ การศึกษาตามเกณฑ์การรบั ทุนทุกประเภท ตง้ั กรรมการพจิ ารณาคัดเลือกนักเรียนได้รับ
ทุนการศึกษาโดยตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกพรอมกับให้มีการจัดทำข้อมูลสารสนเทศให้เป็น
ปจั จุบนั
๓๘
๔.๒.๓ ศกึ ษา วเิ คราะห์แหล่งทรัพยากร บคุ คล หนว่ ยงาน องค์กรและ
ทอ้ งถ่ินทม่ี ศี กั ยภาพให้การสนับสนุนการจัดการศึกษา ตลอดจนตดิ ต่อประสานความร่วมมือ
อยา่ งเปน็ รปู ธรรม
๔.๒.๔ จัดทำแผนการระดมทรัพยากรทางการศึกษาและทุนการศึกษา
โดยกำหนดวธิ กี าร แหล่งการสนับสนุน เปา้ หมาย เวลาดำเนนิ การและผู้รบั ผดิ ชอบ
๔.๒.๕ เสนอแผนการระดมทรัพยากรทางการศึกษาและทุนการศกึ ษา
ตอ่ คณะกรรมการสถานศึกษาเพื่อขอความเหน็ ชอบและดำเนนิ การในรูปคณะกรรมการ
๔.๒.๖ เก็บรักษาเงินและเบิกจ่ายไปใช้ตามแผนปฏิบัติการประจำปีท่ี
ต้องใช้วงเงินเพิ่มเติมให้เป็นไปตามระเบียบเชิงทุนการศึกษาและระเบียบว่าด้วยเงินนอก
งบประมาณทั้งตามวตั ถปุ ระสงคแ์ ละไมกำหนดวตั ถุประสงค์
๔.๓ การจัดหารายไดแ้ ละผลประโยชน
๔.๓.๑ วิเคราะห์ศักยภาพของโรงเรียนที่ดำเนินการจัดหารายได้และ
สนิ ทรพั ย์ในส่วนทีจ่ ะนำมาซึ่งรายไดแ้ ละผลประโยชนของโรงเรยี น เพอื่ จัดทำทะเบยี นข้อมูล
๔.๓.๒ จัดทำแนวปฏิบัติหรือระเบียบของโรงเรียนเพื่อจัดหารายได้
และบริหารรายได้และผลประโยชน ตามแต่สภาพของโรงเรียน โดยไมขัดต่อกฎหมายและ
ระเบยี บทเ่ี ก่ียวขอ้ ง
๔.๓.๓ จดั หารายได้ ผลประโยชนและจัดทำทะเบยี นคุม เก็บรักษาเงิน
และเบกิ จา่ ยให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบท่เี กีย่ วข้อง
๔.๔ กองทุนกูยมื เพอ่ื การศกึ ษา
๔.๔.๑ สำรวจประเภทกองทุนและจัดทำข้อมูลยอดวงเงินและ
หลกั เกณฑข์ องแตล่ ะกองทนุ
๔.๔.๒ สำรวจความต้องการของนักเรียนและคัดเลือกเสนอกูยืมตาม
หลกั เกณฑท์ ก่ี ำหนด
๔.๔.๓ ประสานการกยู ืมกบั หน่วยปฏิบตั ทิ เ่ี ก่ียวข้อง
๔.๔.๔ สรา้ งความตระหนกั แกผู้กูยืม
๔.๔.๕ ติดตามตรวจสอบประเมินผลและรายงานผลการดำเนินงาน
๔.๕ กองทนุ สวสั ดกิ ารเพื่อการศกึ ษา
๓๙
๔.๕.๑ จัดระบบสวัสดิการเพื่อการศกึ ษาของโรงเรยี นให้สอดคลองและ
เป็นไปตามกฎหมายทั้งการจัดหาและการใช้สวสั ดกิ ารเพ่ือการศึกษา
๔.๕.๒ วางระเบียบการใช้เงนิ สวสั ดกิ าร
๔.๕.๓ ดำเนินการจดั สวัสดิการให้เป็นไปตามระเบยี บ
๔.๕.๔ กำกบั ติดตาม ตรวจสอบให้เปน็ ไปตามระเบียบ
๕. การบริหารการเงิน การเบิกเงินจากคลัง การรับเงิน การเก็บรักษาเงิน
การจา่ ยเงิน การนำส่งเงิน การโอนเงิน การกันเงนิ ไวเบิกเหลือ่ มปีให้เปน็ ไปตามขั้นตอนและ
วธิ กี ารท่ีกระทรวงการคลงั กำหนด
๖. การบริหารบัญชี
๖.๑ การจัดทำบัญชกี ารเงนิ
๖.๑.๑ ตั้งยอดบัญชีระหว่างปีงบประมาณทั้งการตั้งยอดภายหลัง
การปิดบัญชงี บประมาณปีกอ่ นและการตั้งยอดก่อนปิดบัญชปี ีงบประมาณปกี ่อน
๖.๑.๒ จัดทำกระดาษทำการ โดยปรับปรุงบัญชีเงินงบประมาณโอน
ปิดบัญชีนอกงบประมาณเข้าบัญชีทุนและบัญชีเงินรับฝากและเงินประกัน ตั้งยอดบัญชี
สินทรัพย์ที่เป็นบัญชีวัสดุหรือ (บัญชีสินค้าคงเหลือ) และบัญชีสินทรัพย์ไมหมุนเวียนพรอม
ทง้ั จัดทำใบสำคัญการลงบัญชีทัว่ ไปโดยใชจ้ ำนวนเงินตามรายการหลังการปรบั ปรุง
๖.๑.๓ บันทึกเปิดบัญชีคงค้าง (พึงรับพึงจ่าย : accrual basis) โดย
บันทึกรายการดา้ นเดบดิ ในบญั ชีแยกประเภท (สินทรัพย์และค่าใช้จา่ ย) และบันทึกรายการ
ดา้ นเครดติ ในบญั ชีแยกประเภท (หน้สี ิน ทนุ รายได)้
๖.๑.๔ บันทึกบัญชีประจำวันให้ครอบคลุมการรับเงินงบประมาณการ
รับรายได้จากการขายสินคาหรือการให้บริการ การรับเงินรายได้ การจ่ายเงินงบประมาณ
การจ่ายเงนิ งบประมาณให้ยืม การซื้อวัสดหุ รอื สนิ คา้ คงเหลือ เงนิ ทดรองจ่าย เงนิ มัดจำและ
ค่าปรับ รายไดจ้ ากเงนิ กูของรฐั สินทรพั ย์ไมหมุนเวียน การรับเงนิ บรจิ าค การรับเงินรายได้
แผ่นดิน การถอนเงินรายได้แผ่นดิน การเบิกเงินงบประมาณแทนกัน การจ่ายเงินให้
หน่วยงานทป่ี ฏบิ ัติตามระบบควบคุมการเงนิ การรบั เงินความรับผิดทางละเมดิ
๖.๑.๕ สรุปรายการบันทึกบัญชีทุกวันทำการ สรุปรายการรับหรือ
จ่ายเงินผ่านไปบัญชีแยกประเภทเงินสด เงินฝากธนาคารและเงินฝากคงคลัง สำหรับ
๔๐
รายการอื่นและรายการในสมุดรายวันทั่วไปให้ผ่านรายการเข้าบัญชีแยกประเภท ณ วันทำ
การสดุ ทา้ ยของเดอื น
๖.๑.๖ ปรบั ปรงุ บัญชีเม่อื ส้ินปงี บประมาณโดยปรบั รายการบญั ชีรายได้
จากงบประมาณค้างรับ ค่าใช้จ่ายหรือรับท่ีได้ล่วงหน้าค่าใช้จ่ายล่วงหนาหรือรายได้ค้างรบั
วัสดุหรือสินค้าที่ใช้ไประหว่างงวดบัญชี ค่าเสื่อมราคาหรือค่าตัดจำหน่าย ค่าเผื่อหนี้สงสัย
จะสูญและหนสี้ ูญ
๖.๑.๗ ปิดบัญชรี ายไดแ้ ละคา่ ใช้จ่าย เพอื่ บนั ทึกบญั ชรี ายไดส้ ูงกว่า (ต่ำ
กว่า) ค่าใช้จ่ายในงวดบัญชีและปิดรายการรายได้สงู (ต่ำ) กว่าค่าใช้จ่ายงวดบัญชี เข้าบัญชี
รายได้สูง (ต่ำ) กว่าค่าใช้จ่ายสะสม แล้วให้โอนบัญชีรายได้แผ่นดินนำส่งคลัง เข้าบัญชี
รายได้แผน่ ดนิ หากมียอดคงเหลือให้ถอนเข้าบัญชรี ายได้แผน่ ดนิ รอนำสง่ คลัง
๖.๑.๘ ตรวจสอบความถูกต้องของตัวเงินสดและเงินฝากธนาคารตาม
รายงานคงเหลือประจำวันและงบพิสูจน์ยอดฝากธนาคาร ตลอดจนตรวจสอบความถูกต้อง
ของบัญชีแยกประเภทท่ัวไปและการตรวจสอบความถูกต้องของบญั ชีย่อยและทะเบยี น
๖.๑.๙ แก้ไขข้อผิดพลาดจากการบนั ทกึ รายการผิดบัญชีจากการเขยี น
ขอ้ ความผดิ หรอื ตัวเลขผิด จากการบันทกึ ตวั เลขผิดช่องบัญชียอ่ ยแต่ยอดรวมถูกโดยการขีด
ฆ่าขอ้ ความหรือตวั เลขผิด ลงลายมือช่ือย่อกำกับพรอมวันเดือนปีแล้วเขยี นข้อความหรือตัว
เลขท่ถี ูกตอ้ ง
๖.๒ การจัดทำรายงานทางการเงนิ และงบประมาณ
๖.๒.๑ จัดทำรายงานประจำเดือนส่งหน่วยงานต้นสังกัด สำนักงาน
ตรวจเงินแผ่นดินและกรมบัญชีกลาง ภายในวันที่ ๑๕ ของเดือนถัดไป โดยจัดทำรายงาน
รายไดแ้ ผน่ ดนิ รายงานรายไดแ้ ละคา่ ใช้จ่าย รายงานเงนิ ประจำงวด
๖.๒.๒ จดั ทำรายงานประจำปีโดยจดั ทำงบแสดงฐานะการเงนิ จัดทำงบ
แสดงผลการดำเนินงานทางการเงิน งบกระแสเงินสดจัดทำโดยวิธีตรง จัดทำหมายเหตุ
ประกอบงบการเงินและจัดส่งรายงานประจำปีให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น
พื้นฐานผ่านเขตพื้นที่การศึกษาและจัดส่งสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินและกรมบัญชีกลาง
ตามกำหนดระยะเวลาท่ีกำหนด
๔๑
๖.๓ การจัดทำและจัดหาแบบพิมพ์บัญชี ทะเบียนและรายงานจัดทำและ
จัดหาแบบพมิ พ์ขนึ้ ใช้เอง เว้นแตเ่ ป็นแบบพิมพ์กลางทเ่ี ขตพนื้ ท่ีการศึกษาหรือหน่วยงานต้น
สังกดั หรอื ส่วนราชการท่เี ก่ยี วขอ้ งจัดทำขน้ึ เพ่ือจำหนา่ ยจ่ายแจก
๗. การบรหิ ารพสั ดุและสินทรพั ย์
๗.๑ การจัดทำระบบฐานข้อมลู สินทรพั ย์ของโรงเรียน
๗.๑.๑ ตั้งคณะกรรมการหรือบุคลากรขึ้นสำรวจวัสดุ ครุภัณฑ์ที่ดิน
อาคารและสิ่งกอ่ สรา้ งทัง้ หมดเพ่อื ทราบสภาพการใช้งาน
๗.๑.๒ จำหน่าย บริจาคหรือขายทอดตลาดให้เป็นไปตามระเบียบใน
กรณที ีห่ มดสภาพหรอื ไมไดใ้ ช้ประโยชน
๗.๑.๓ จัดทำทะเบียนคุมทรัพย์สินที่เป็นวัสดุครุภัณฑ์ให้เป็นปัจจุบัน
ทั้งที่ซื้อหรือจัดหาจากเงินงบประมาณและเงินนอกงบประมาณ ตลอดจนที่ได้จากการ
บริจาคทย่ี งั ไมไดบ้ ันทกึ คุมไว โดยบนั ทึกทะเบยี นคุมราคา วนั เวลาที่ไดร้ บั สนิ ทรัพย์
๗.๑.๔ จดทะเบียนเป็นที่ราชพัสดุสำหรับที่ดิน อาคารและส่งก่อสร้าง
ในกรณีที่ยังไมดำเนินการและที่ยังไมสมบูรณให้ประสานกับกรมธนารักษ์ หรือสำนักงาน
ธนารักษ์จังหวัดเพื่อดำเนนิ การให้เป็นปัจจุบันและให้จัดทำทะเบียนคุมในส่วนของโรงเรียน
ใหเ้ ป็นปัจจบุ นั
๗.๑.๕ จัดระบบฐานข้อมูลทรัพย์สินของโรงเรียน ซึ่งอาจใช้โปรแกรม
ระบบทะเบียนคมุ สินทรัพย์ก็ได้ ถา้ โรงเรยี นมคี วามพรอม
๗.๑.๖ จัดทำระเบียบการใช้ทรัพย์สินที่ได้จากการจัดหาของโรงเรียน
โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสถานศึกษาข้นั พืน้ ฐาน
๗.๒ การจดั หาพสั ดุ
๗.๒.๑ วเิ คราะห์แผนงาน งานและโครงการ ทจี่ ัดทำกรอบรายจ่ายล่วง
หนาระยะปานกลาง เพื่อตรวจดูกิจกรรมท่ีต้องใช้พัสดุที่ยังไมมีตามทะเบียนคุมทรัพย์สิน
และเป็นไปตามเกณฑค์ วามขาดทก่ี ำหนดตามมาตรฐานกลาง
๗.๒.๒ จัดทำแผนระยะปานกลางและจัดหาพัสดุทั้งในส่วนที่โรงเรียน
จดั หาเองและทร่ี ่วมมอื กับโรงเรยี นหรือหน่วยงานอ่ืนจดั หา
๗.๓ การกำหนดแบบรปู รายการหรอื คุณลักษณะเฉพาะและจัดซื้อจัดจ้าง
๔๒
๗.๓.๑ จัดทำเอกสารแบบรูปรายการหรือคุณลักษณะเฉพาะของ
ครภุ ัณฑ์ส่ิงก่อสรา้ งในกรณีท่ีเป็นแบบมาตรฐาน
๗.๓.๒ ตั้งคณะกรรมการขึ้นกำหนดคุณลักษณะเฉพาะหรือแบบรูป
รายการในกรณที ไ่ี มเป็นแบบมาตรฐานโดยดำเนินการให้เป็นไปตามระเบยี บ
๗.๓.๓ จัดซื้อจัดจ้าง โดยการตรวจสอบงบประมาณ รายละเอียดเกณฑ์
คุณลักษณะ ประกาศจ่ายหรือขายแบบรูปรายการ หรือคุณลักษณะเฉพาะ พิจารณาซอง
โดยคณะกรรมการ จัดทำสัญญาและเมื่อตรวจรับงานให้มอบเรื่องแกเจาหน้าที่การเงินวาง
ฎีกาเบกิ เงินเพื่อจา่ ยแกผู้ขายหรือผู้จา้ ง
๗.๔ การควบคุม ดูแล บำรงุ รักษาและจำหน่ายพัสดุ
๗.๔.๑ จดั ทำทะเบียนคุมทรพั ย์สินให้เปน็ ปจั จุบัน
๗.๔.๒ กำหนดระเบียบและแนวปฏบิ ัติเกี่ยวกบั การใช้ทรัพย์สนิ
๗.๔.๓ กำหนดให้มีผู้รับผิดชอบในการจัดเก็บควบคุมและเบิกจ่ายให้
เป็นไปตามระบบและแต่งต้ังคณะกรรมการตรวจสอบพสั ดุประจำปีอยา่ งสม่ำเสมอทุกปี
๗.๔.๔ ตรวจสอบสภาพและบำรุงรักษาและซ่อมแซมทั้งก่อนและหลัง
การใช้งาน สำหรับทรัพย์สินที่มีสภาพไมสามารถใช้งานได้ให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นพิจารณา
และทำจำหนา่ ยหรอื ขอร้อื ถอนกรณเี ป็นสิง่ กอ่ สรา้ ง
สรุป ขอบข่ายภารกิจด้านงบประมาณที่กำหนดขึ้นใหม่กับขอบข่าย
ภารกิจเดิมพบว่า ขอบข่ายภารกิจท่ีกำหนดขึ้นใหม่คือ การจัดทำและเสนอของบประมาณ
การจัดสรรงบประมาณ การตรวจสอบ ติดตาม ประเมินผลและรายงานผลการใช้เงินและ
ผลการดำเนนิ การระดมทรพั ยากรและการลงทุนเพ่ือการศึกษา การบริหารสนิ ทรพั ย์
๒.๖ สรปุ
นโยบาย ขอบข่าย การจัดทำและเสนองบประมาณ เป็นนโยบายงบประมาณ คือ
การจัดการใส่สวนของรายได้ (ภาษี) และค่าใช้จ่ายของรัฐบาลในประเทศหรือรัฐ นโยบาย
งบประมาณ ยังรวมถึงนโยบายภาษีในแต่ละปี ซึ่งมีความสำคัญต่อการบริหารจัดการและ
จากการกระจายอำนาจมาให้สถานศึกษา หรอื หน่วยงานต่าง ๆ ทำให้การบรหิ ารนิติบุคคล
มคี วามสะดวกคลองตัวมากข้ึน การบริหารงบประมาณ จำตอ้ งมคี วามคุ้มค่า มคี วามโปร่งใส