๔๒ ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู สาํ หรบั นกั เรียน ระดบั ประถมศึกษา ภาคเรยี นที่ ๑ (ภาษาไทย ป.๕)
ใบงานท่ี 2 เรื่อง การอา นออกเสยี งบทรอ ยกรองเรอื่ ง สงั ขทอง ตอนกําเนิดพระสังข
หนว ยการเรยี นรูท ี่ 2 เร่ือง สังขท อง ตอน กําเนิดพระสงั ข
แผนการจัดการเรยี นรูท่ี 2 เรอ่ื ง การอานออกเสียงบทรอยกรองเรอ่ื ง สังขทอง ตอน กาํ เนดิ พระสังข
รายวิชา ภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๕๑๐๑ ภาคเรียนที่ ๑ ชั้นประถมศึกษาปท่ี ๕
คาํ ชี้แจง ใหนักเรยี นอานออกเสียงบทรอยกรองเรือ่ ง สงั ขท อง ตอน กาํ เนิดพระสงั ข ใหถ ูกตอ ง
บทอาขยานเรอื่ ง สงั ขท อง ตอน กําเนดิ พระสงั ข
เม่ือนน้ั พระสังขซ อนอยกู ็รสู ิ้น
พระแมไปปาเปนอาจิณ ในจิตคดิ ถวิลทุกเวลา
จะใครอ อกชวยพระแมเ จา สงสารผานเกลาเปนหนกั หนา
เหนือ่ ยยากลาํ บากกายา กลับมาจนคาํ่ แลวรา่ํ ไร
ไมว า ลกู นอ ยเปน หอยปู อมุ ชชู มชิดพิสมัย
พระคุณลํ้าลบภพไตร จะออกใหเ หน็ ตัวก็กลัวการ
ไกป าพาฝงู มากินขา ว ของพระแมเ จาอยูฉาวฉาน
คยุ เข่ยี เรี่ยรายท้ังดนิ ดาน พระมารดามาเหน็ จะรา่ํ ไร
เยี่ยมลอดสอดดทู ้งั ซา ยขวา จะเหน็ ใครไปมากห็ าไม
ออกจากสังขพ ลนั ทันใด ฉวยจับไมไ ดไ ลตี
กอบเกบ็ ขาวหกทตี่ กดนิ ผันผนิ ลอบลบั ขยบั หนี
เหลยี วดผู คู นชนนี จะหนเี ขา สงั ขก ําบังตน
หงุ ขาวหาปลาไวทาแม ดแู ลจัดแจงทุกแหง หน
ชว ยขบั ไกป าประสาจน สาละวนเลน พลางไมห างดู
จากหนงั สือวรรณคดลี ํานํา
ช้นั ประถมศกึ ษาปที่ 5
หนว ยการเรียนรทู ่ี ๒ เร่อื ง สงั ขท อง ตอน กาํ เนิดพระสงั ข ๔๓
ใบความรูท่ี 3 เรอ่ื ง การจับใจความสาํ คัญจากเรอ่ื งทอ่ี า น
หนว ยการเรียนรทู ่ี 2 เรื่อง สังขทอง ตอนกาํ เนดิ พระสงั ข
แผนการจัดการเรียนรทู ่ี 3 เรอ่ื ง การจับใจความสาํ คัญจากเรอื่ งทีอ่ า น
รายวิชา ภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๕๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ช้นั ประถมศึกษาปที่ ๕
การอา นจบั ใจความสาํ คญั
การอานจับใจความเปนการอานเพอื่ จับใจความหรือขอ คิด ความคดิ หลกั ของขอ ความ หรอื เร่อื งทอี่ า น
เปนขอความท่คี รอบคลุมขอความอ่ืน ๆ ในยอหนา หน่ึง ๆ ไวท ้ังหมด
ใจความสําคัญ หมายถึง ใจความที่สําคัญ และเดนท่ีสุดในยอหนา เปนแกนของยอหนาท่ีสามารถ
ครอบคลมุ เนื้อความในประโยคอ่นื ๆ ในยอหนา นั้นหรือประโยคที่สามารถเปน หัวเร่อื งของยอ หนา นน้ั ได
ถา ตดั เนือ้ ความของประโยคอน่ื ออกหมด หรอื สามารถเปน ใจความหรือประโยคเด่ียว ๆ ได โดยไมตอ ง
มปี ระโยคอ่ืนประกอบ ซ่ึงในแตล ะยอหนาจะมีประโยคใจความสาํ คัญเพียงประโยคเดียว หรืออยา งมากไมเกิน
๒ ประโยค
ใจความรองหรือพลความ (พน-ละ-ความ) หมายถึง ใจความหรือประโยคที่ขยายความประโยค
ใจความสําคัญ เปนใจความสนับสนุนใจความสําคัญใหชัดเจนข้ึน อาจเปนการอธิบายใหรายละเอียด ใหคํา
จํากัดความ ยกตวั อยา ง เปรยี บเทียบ หรอื แสดงเหตุผลอยางถ่ีถวน เพ่ือสนบั สนุนความคิด สวนท่ีมใิ ชใจความ
สาํ คัญ และมิใชใจความรอง แตชว ยขยายความใหมากขน้ึ คือรายละเอยี ด
หลกั พื้นฐานการอา นจบั ใจความสําคญั
๑. ตง้ั จดุ มงุ หมายในการอานใหช ดั เจน
๒. อา นเร่ืองราวอยางครา ว ๆ พอเขา ใจ และเกบ็ ใจความสําคญั ของแตละยอหนา
๓. เม่ืออา นจบใหตัง้ คาํ ถามตนเองวา เรอื่ งท่อี า น มใี คร ทาํ อะไร ทไ่ี หน เม่อื ไร อยางไร
๔. นําสิ่งท่ีสรุปไดมาเรียบเรียงใจความสําคัญใหมดวยสํานวนของตนเองเพ่ือใหเกิดความ
สละสลวย
วิธีจับใจความสาํ คญั
วิธีการจับใจความมหี ลายอยาง ขึ้นอยกู บั ความชอบวาอยางไร เชน
- การขดี เสน ใต
- การใชส ตี า ง ๆ กนั เพือ่ แสดงความสําคัญมากนอยของขอความ
- การบนั ทึกยอ เปนสว นหนึง่ ของการอา นจบั ใจความสําคัญทด่ี ี แตผูท่ยี อควรยอ ดว ยสาํ นวนภาษาและ
สํานวนของตนเองไมควรยอดวยการตัดเอาขอความสําคัญมาเรียงตอกัน เพราะอาจทําใหผูอานพลาด
สาระสําคัญบางตอนไปอนั เปน เหตใุ หก ารตคี วามผดิ พลาดคลาดเคล่ือนได
๔๔ ชุดกจิ กรรมการเรียนรู สาํ หรบั นกั เรยี น ระดับประถมศกึ ษา ภาคเรียนท่ี ๑ (ภาษาไทย ป.๕)
วธิ ีจบั ใจความสาํ คญั
๑. อานพิจารณาเน้อื หาทลี ะยอ หนา และคน หาประโยคใจความสาํ คัญของแตล ะยอหนา
๒. ตัดสวนท่ีเปนรายละเอียดออก เชน ตัวอยาง สํานวนเปรียบเทียบ ตัวเลข สถิติ ตลอดจนคําถาม
หรือคําพดู ของผูเขียนซ่ึงเปนสวนขยาย
๓. สรุปใจความสําคัญดวยสํานวนภาษาของตนเอง โดยเขียนใหเขาใจใหมากที่สุด เพื่อใหเนื้อหา
กระชับ
การพิจารณาตาํ แหนง ของใจความสําคัญ
ใจความสาํ คญั ของขอความ แตล ะยอ หนาจะปรากฏ ดังนี้
๑. ประโยคใจความสาํ คัญอยูตอนตน ของยอ หนา
๒. ประโยคใจความสาํ คัญอยูตอนกลางของยอ หนา
๓. ประโยคใจความสาํ คัญอยูตอนทา ยของยอหนา
๔. ประโยคใจความสาํ คัญอยูตอนตนและตอนทา ยของยอ หนา
ขอสังเกต ในกรณีท่ีใจความสําคญั หรือความคดิ สําคญั นัน้ อาจอยูรวมในความคิดยอ ย ๆ โดยไมมี
ความคิดที่เปนประโยคหลัก หรือไมมีประโยคหลักอยูตอนตน ตอนกลาง และตอนทาย ผูอานอาจจะสรุป
ข้ึนเอง โดยการอานทงั้ ยอหนา แลว สรปุ
แหลง ทม่ี าขอ มลู : ปรบั ปรงุ และเรียบเรยี งมาจากเทคนิคการอานหนังสือใหเ ร็วและจบั ใจความได
https://www.sites.google.com/site/technicalreading
หนวยการเรยี นรูท่ี ๒ เรือ่ ง สังขท อง ตอน กาํ เนิดพระสงั ข ๔๕
ใบงานที่ 3 เรอ่ื ง การจบั ใจความสาํ คญั เรอ่ื ง สังขทอง ตอน กําเนดิ พระสังข
หนวยการเรียนรทู ี่ 2 เร่ือง สงั ขทอง ตอนกาํ เนดิ พระสงั ข
แผนการจัดการเรยี นรทู ่ี 3 เร่อื ง การจับใจความสําคัญจากเรื่องทอ่ี าน
รายวชิ า ภาษาไทย รหสั วิชา ท๑๕๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ ชน้ั ประถมศึกษาปที่ ๕
คําชี้แจง ใหนกั เรียนอานเรือ่ ง สงั ขท อง ตอน กาํ เนดิ พระสงั ข แลวตอบคําถามตามหัวขอทก่ี าํ หนด
๑. ใหนักเรยี นเขียนใจความสาํ คญั ของเรอ่ื ง สังขท อง ตอน กาํ เนิดพระสงั ข ความยาว ๓-๖ บรรทัด
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................. .
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
๒. ถานักเรียนเปนทา วยศวิมลจะขบั ไลนางจันทเ ทวีและพระสังขออกจากเมอื งหรอื ไม เพราะเหตใุ ด และทา ว
ยศวิมลควรทําอยา งไรตอไป
....................................................................................................................................................................... .......
............................................................................................................................................................................ ..
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
๔๖ ชุดกิจกรรมการเรียนรู สาํ หรบั นักเรียน ระดบั ประถมศกึ ษา ภาคเรียนท่ี ๑ (ภาษาไทย ป.๕)
๓. คร้นั ค่าํ ตักนาํ้ ตาํ ขาว ครัน้ รงุ เชาเจาเขา ปา
เก็บผักเทีย่ วหกั ฟน มา กลั ยาคา ขายไดเล้ยี งตัว
จากคําประพนั ธแ สดงใหเ ห็นวา นางจันทเทวีมลี กั ษณะนสิ ยั อยางไร
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
๔. เหตุใดนางจันทเ ทวีจึงทุบหอยสงั ขท ้งิ และเม่ือนางเลาเรอ่ื งพระสังขใหตายายฟง ทั้งสองคนวา อยางไร
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................ ..
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
๕. นักเรียนคดิ วาควรนาํ คณุ ธรรมใดของตัวละครในเร่ืองน้ี ไปเปนแบบอยางในการดาํ เนนิ ชีวิต เพราะเหตใุ ด
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ชือ่ .......................................................นามสกลุ .....................................................ช้ัน............เลขท่.ี ...........
หนว ยการเรียนรทู ่ี ๒ เร่ือง สังขท อง ตอน กาํ เนดิ พระสังข ๔๗
ใบความรทู ี่ 4 เรอื่ ง การถอดคําประพนั ธ
หนว ยการเรียนรูที่ 2 เร่ือง สงั ขทอง ตอน กําเนิดพระสงั ข
แผนการจดั การเรยี นรูท่ี 4 เรื่อง การถอดคาํ ประพนั ธจ ากเร่ือง สงั ขทอง ตอน กาํ เนิดพระสังข
รายวชิ า ภาษาไทย รหสั วิชา ท๑๕๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ ชน้ั ประถมศึกษาปท่ี ๕
ตามความหมายของพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน 2554 ใหความหมายไววา ถอดความ
หมายถงึ แปลใหเขาใจความไดง า ยขึ้น
การถอดความจากบทรอ ยกรอง คือ การอธิบายความหมายของคาํ และเคา โครงเดิมของบทรอยกรอง
โดยอาจอธิบายจากบทรอ ยกรองที่เปนบทบรรยายหรอื พรรณนาโวหาร ท้ังนี้ การถอดความมีประโยชนคือ ทํา
ใหเ ขา ใจบทรอยกรองบทนั้นไดง า ยยงิ่ ขึ้น
ในการเรียนภาษาไทย ทักษะดานการอานเปนส่ิงสําคัญ แตในบางคร้ังบทเรียนนอกจาก จะเปน
รอยแกวธรรมดาแลวยังมีรอยกรองอีกดวย ซ่ึงรอยกรองบางบทยังใชคําศัพทท่ียากและไมคุนเคยใน
ชวี ิตประจาํ วนั จึงทําใหยากตอการทาํ ความเขา ใจ ผจู ัดทาํ โครงงาน จงึ ไดน ํารอ ยกรองบทหนึง่ นํามาแยกคําศพั ท
ยาก หาความหมายของคําศัพทน้นั พรอมถอดความเปนรอ ยแกว เพื่อความสะดวกในการศกึ ษาตอ ไป
การถอดคําประพันธต อ งอาศยั หลกั การดังนี้
๑. รคู วามหมายของคาํ ศัพทใ นเร่ืองนั้น ๆ ถูกตอ งถองแท
๒. ศึกษาเนอ้ื หาโดยรวมของเรือ่ งนนั้ ๆ
๓. ถอดความทลี ะบรรทดั /หรือวรรค โดยคํานงึ ถงึ เร่ืองราวกอนหนานน้ั
๔. ทําความเขา ใจ กบั ขอความที่ถอดต้ังไว
๕. เรียบเรียงขอความใหมเ หมือนกําลงั จะพูดเลา เรือ่ งราวน้ันใหผ ูอนื่ ฟง
ตัวอยางการถอดความ
เมอ่ื นัน้ โฉมจันทก ัลยามารศรี
อยดู วยยายตาไดห าป ยากแคนแสนทวีทกุ เวลา
ถอดความไดวา ชวงที่นางจันทเทวีอาศัยอยูกับตายายในระยะเวลา 5 ป น้ัน มีแตความทุกขอยู
ตลอดเวลา
คร้ันคา่ํ ตกั น้ําตาํ ขาว ครนั้ รงุ เชาเจา เขาปา
เกบ็ ผกั เท่ียวหักฟน มา กลั ยาคา ขายไดเ ลย้ี งตวั
ถอดความไดวา กิจวัตรของนางจันทเทวีคือ ชวงค่ําจะตักนํ้า ตําขาว ชวงเชาเขาปาเพื่อไปเก็บผัก
หาฟนและคา ขายเพือ่ เลย้ี งชพี ตนเอง
๔๘ ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู สาํ หรบั นักเรยี น ระดับประถมศกึ ษา ภาคเรียนท่ี ๑ (ภาษาไทย ป.๕)
ใบงานท่ี 4 เรื่อง การถอดคาํ ประพนั ธจากเรื่อง สังขท อง ตอนกาํ เนิดพระสังข
หนว ยการเรียนรทู ี่ 2 เรื่อง สังขทอง ตอนกําเนิดพระสังข
แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ 4 เรื่อง การถอดคําประพนั ธจากเรือ่ ง สงั ขท อง ตอนกาํ เนิดพระสังข
รายวชิ า ภาษาไทย รหัสวิชา ท๑๕๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที่ ๕
คาํ ชแี้ จง ใหน ักเรยี นถอดคําประพันธจ ากเรอื่ ง สงั ขทอง ตอนกาํ เนิดพระสงั ข
เมือ่ น้ัน พระสังขซ อ นอยูก็รสู ้นิ
พระแมไปปาเปนอาจิณ ในจติ คิดถวลิ ทกุ เวลา
คาํ ศัพท สงสารผานเกลา เปนหนักหนา
ถอดความไดวา กลับมาจนคาํ่ แลว รา่ํ ไร
อมุ ชูชมชดิ พสิ มยั
จะใครออกชวยพระแมเ จา จะออกใหเห็นตวั กก็ ลวั การ
เหนือ่ ยยากลําบากกายา ของพระแมเจาอยูฉ าวฉาน
คาํ ศัพท พระมารดามาเห็นจะรํา่ ไร
ถอดความไดว า
ไมว าลูกนอยเปน หอยปู
พระคณุ ล้ําลบภพไตร
คําศัพท
ถอดความไดว า
ไกป า พาฝูงมากนิ ขา ว
คุย เขีย่ เรย่ี รายทั้งดนิ ดาน
คาํ ศพั ท
ถอดความไดว า
ชอ่ื .....................................................นามสกลุ .....................................................ชัน้ ...............เลขท.ี่ ..........
หนว ยการเรียนรูที่ ๒ เร่อื ง สงั ขท อง ตอน กําเนิดพระสงั ข ๔๙
ใบความรูท ี่ 5 เรอื่ ง การเขียนแผนภาพโครงเร่อื ง
หนวยการเรยี นรทู ่ี 2 เร่ือง สังขท อง ตอน กําเนิดพระสงั ข
แผนการจดั การเรียนรูท ่ี 5 เร่ือง การเขยี นแผนภาพโครงเรือ่ ง
รายวชิ า ภาษาไทย รหัสวิชา ท๑๕๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปท่ี ๕
การเขียนแผนภาพโครงเรอ่ื ง
การเขียนแผนภาพโครงเรื่อง เปนการเขยี นเพอื่ แสดงใหเห็นโครงเรือ่ งโดยรวมท้ังเรอื่ ง
ทําใหจบั ใจความของเร่อื งท่อี านไดด ยี ่ิงข้นึ
การเขียนแผนภาพโครงเร่ือง ตองอาศัยการต้ังคําถาม และตอบคําถามจากเรื่องท่ี
อา นวา ตัวละครในเรื่องมีใครบา ง สถานท่ีเกดิ อยูท่ีไหน มีเหตกุ ารณอะไรเกิดขึ้น และผลของ
เหตกุ ารณน น้ั คืออะไร แลว จงึ เขียนเปน แผนภาพโครงเรอ่ื ง โดยลําดบั เหตุการณ ดังน้ี
- ใคร
- ทาํ อะไร
- ที่ไหน
- เหตกุ ารณเ ปนอยางไร
- ผลของเหตุการณ
- ขอ คดิ ที่ไดจากเรอ่ื ง
ประโยชนของของการเขยี นแผนโครงเรื่อง
- ทําใหรูจักรวบรวมความรูท ่ีไดจ ากการอา น
- จดจําไดงา ย และแมน ยํายิ่งขนึ้
- ใชจัดขอบเขตความรู ความคิด
- เพื่อกาํ หนดทิศทางของเร่อื งท่ีจะเขยี น
- ทําใหงานเขียนมปี ระเด็นที่ชัดเจน ไดความสมบูรณค รบถว น
ขนั้ ตอนการเขยี นแผนภาพโครงเรอื่ ง
๑. กําหนดช่ือเร่ือง หรือ ความคดิ รวบยอด
๒. หาสิ่งทีเ่ กย่ี วขอ งกับชื่อเรือ่ ง สาระสาํ คญั และจดบนั ทึกเปน กลมุ คาํ สั้น ๆ
๓. นาํ คาํ ทีจ่ ดบนั ทกึ ไวม าต้ังชื่อเปน หัวขอยอ ยและเรยี งลําดับตามความสําคัญ
๔. เลอื กรปู แบบแผนภาพความคดิ ใหเหมาะสมกบั การนําไปใช
๕๐ ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู สําหรบั นกั เรยี น ระดบั ประถมศึกษา ภาคเรียนท่ี ๑ (ภาษาไทย ป.๕)
แผนภาพโครงเรื่อง (สําหรับข้ันนําเขาสบู ทเรยี น)
แผนภาพโครงเร่อื ง
นิทานเรือ่ ง สนุ ขั กบั เงา
ตวั ละครในเรอ่ื ง .......ส..นุ..ขั.............................
สถานที่ .............บ...น..ส..ะ.พ...า.น...ข..า.ม..แ..ม..น...า้ํ .....................
เหตุการณท ีเ่ กดิ
...........ส..นุ...ัข..ต..ัว..ห..น..ง่ึ..ข..โ..ม..ย..เ.น..อ้ื..จ..า..ก..ต..ล..า..ด..แ..ล...ว ..ว..ง่ิ .ข..า..ม..ส..ะ..พ...า..น..ม..า.
.ม..ัน...ม..อ..ง..ล..ง..ไ..ป..ใ..น..น..ํ้า..เ.ห...็น..เ.น...้ือ..ก..อ ..น...ใ.ห..ญ....ก..ว..า ..ช..น้ิ..ท...มี่ ..นั..ค...า.บ...อ..ย..ู...
..จ..ึง..ท..้งิ ..ช..นิ้ ..เ..น..้ือ..ท...่ีค..า..บ..ไ.ว...ใ.น..ป...า..ก..ล..ง..ไ.ป...ใ.น...น..าํ้ ............................
ผลของเหตุการณ
...........เ.น..อื้ ..ช..ิ้น..ท..่ีส..ุน..ขั ..ค..า.บ...ม..า.จ..ม..ห..า..ย.ไ..ป..ใ.น..แ..ม..น..้าํ ..........................
....แ..ล..ะ.เ.ง..า.ข..อ..ง..เ.น..ื้อ..ก.็ห...า.ย..ไ.ป.....................................................
ขอคิด............โ.ล..ภ...น..กั ..ม..กั ..ล..า..ภ..ห...า..ย....โลภมากลาภหาย
หนว ยการเรยี นรูท ่ี ๒ เรือ่ ง สังขท อง ตอน กําเนดิ พระสังข ๕๑
ใบงานที่ 5 เรื่อง การเขียนแผนภาพโครงเรือ่ ง สงั ขท อง ตอน กําเนดิ พระสังข
หนวยการเรียนรทู ่ี 2 เร่ือง สงั ขท อง ตอน กาํ เนดิ พระสงั ข
แผนการจดั การเรียนรทู ี่ 5 เรือ่ ง การเขียนแผนภาพโครงเรื่อง
รายวิชา ภาษาไทย รหสั วิชา ท๑๕๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ชัน้ ประถมศึกษาปที่ ๕
คําช้ีแจง ใหน กั เรียนเขยี นแผนภาพโครงเรอ่ื ง สงั ขท อง ตอน กาํ เนดิ พระสังข
ชอ่ื เรื่อง
ตวั ละคร
สถานท่ี
เหตุการณ
ท่เี กดิ ขึ้น
ผลของเหตุการณ
ขอคดิ
ชือ่ .....................................................นามสกลุ .................................................ชน้ั ..............เลขท.ี่ ..............
๕๒ ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู สาํ หรบั นกั เรยี น ระดบั ประถมศกึ ษา ภาคเรยี นที่ ๑ (ภาษาไทย ป.๕)
ใบความรูท ี่ ๖ เรอ่ื ง การวิเคราะหคณุ คา และสรปุ ขอ คดิ จากเรือ่ งทอี่ า น
หนว ยการเรยี นรทู ี่ 2 เรื่อง สังขท อง ตอน กาํ เนิดพระสงั ข
แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ ๖ เรื่อง การวเิ คราะหคุณคาและสรุปขอ คิดจากเรื่องทอี่ าน
รายวิชา ภาษาไทย รหัสวชิ า ท๑๕๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ ชน้ั ประถมศึกษาปที่ ๕
การวิเคราะหเ รื่องท่อี า น
การวิเคราะหเร่ืองที่อาน หมายถึง การพิจารณารายละเอียดเพ่ือแยกองคประกอบ
ตาง ๆ ของเรื่องที่อาน เชน รูปแบบเปนแบบใด ผแู ตงคือใคร มีจดุ มุงหมายในการแตงอยา งไร
เปนเร่ืองเกี่ยวกับอะไร ใชภาษาอยางไร มีประโยชนอยางไร ตอใครบา ง ผูวิเคราะหมคี วามเห็น
อยา งไร เรอื่ งที่อานมคี ุณคาดานใด และแตละดานสามารถนําไปประยุกตใ หเกิดประโยชนตอ
ชวี ติ ประจาํ วันอยา งไรบา ง
การวิเคราะหค ุณคาจากเรอื่ งท่อี า น
การวิเคราะหคุณคาจากเร่ืองท่ีอาน เปนการวิเคราะหคุณคาลักษณะดีเดนในดาน
ตาง ๆ ของเร่ือง เชน คุณคาดานเน้ือหา คุณคาดานสังคมและวัฒนธรรม โดยใชความคิด
พิจารณาไตรตรอง กลั่นกรอง แยกแยะและแสวงหาเหตุผลเพื่อประเมินคุณคาของวรรณคดี
อยางมเี หตผุ ล
การอานหนังสือหรือเร่ืองราวตาง ๆ อยางพินิจพิเคราะหจะทําใหประจักษในคุณคา
ประเทืองปญญาไดรับประโยชนหลายประการ รวมทั้งสนุกสนานเพลิดเพลินจากการอาน
ยงิ่ ข้นึ
คุณคา ของเรื่องท่ีอานแบงกวาง ๆ ได ๔ ดา น ดังน้ี
1. คณุ คา ดานเนอ้ื หาสาระ
คือ การที่ผูอานจะไดรับความรู ความคิดเพ่ิมข้ึน ทําใหมีปญญาแตกฉานทั้งดาน
วิทยาการ ความรรู อบตวั ความรูเทาทันคนและอ่นื ๆ
2. คณุ คา ดา นวรรณศิลป
คือ ความพิถพี ิถันในการใชคาํ อยางประณีตทําใหเกดิ ความงาม ความไพเราะในการใช
ภาษา ผูอ า นสามารถไดรบั รสไพเราะของเสียง ซาบซ้ึงในความหมาย เห็นภาพเคลื่อนไหว เกิด
จินตนาการตามสัมผัสอารมณและความนึกคดิ ตา ง ๆ ทผ่ี ูแตงถายทอดออกมาเปนบทประพนั ธ
เชน ความรสู ึกโศกเศราสะเทือนใจ โกรธ ตลกขบขัน เปน ตน
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี ๒ เร่ือง สังข์ทอง ตอน กาํ เนดิ พระสังข์ ๕๓
๓. คณุ คา่ ด้านสังคมและวฒั นธรรม
คอื เร่อื งราวทีอ่ า่ นจะสะทอ้ นให้เหน็ สภาพสังคม วฒั นธรรมประเพณี คา่ นิยม คติชีวิต
คําสั่งสอน คุณธรรมและจริยธรรม ความเป็นอยู่ ประวัติศาสตร์ การเมือง อาหารการกิน
สอดแทรกไปกับการดําเนินเรื่อง ทําให้ผู้อ่านได้รับความรู้เก่ียวกับสังคมในอดีต ช่วยให้เข้าใจ
วิถชี วี ติ ความเปน็ ไทยมากยงิ่ ขน้ึ และงานเขียนทดี่ ีจะชว่ ยจรรโลงสงั คมได้ดว้ ย
๔. คณุ คา่ ด้านการนําไปประยุกตใ์ ช้ในชีวติ ประจาํ วัน
คือ ผู้การที่ผู้อ่านสามารถนําแนวคิดจากวรรณคดีและประสบการณ์จาก เร่ืองที่อ่าน
ไปประยุกต์ใชห้ รอื แก้ปัญหาในชีวิตประจาํ วนั ได้
หลักการวิเคราะหเ์ รือ่ งทีอ่ ่าน
การวิเคราะห์วรรณกรรมมีหลักเกณฑ์การปฏิบัติอย่างกว้าง ท้ังนี้เพื่อให้ครอบคลุม
งานเขียนทุกประเภท แต่ละประเภท ผู้วิเคราะห์ต้องนําแนวการวิเคราะห์ไปปรับใช้ ให้
เหมาะสมกับงานเขียนแต่ละชิ้นงานซึ่งมีลักษณะแตกต่างกันไป ซึ่งประพันธ์ เรืองณรงค์ และ
คณะ (๒๕๔๕ : ๑๒๘) ได้ให้หลกั เกณฑก์ วา้ ง ๆ ในการวิเคราะห์วรรณกรรม ดงั น้ี
๑. ความเป็นมาหรือประวัติของหนังสือและผู้แต่ง เพ่ือช่วยให้วิเคราะห์ในส่วนอ่ืน ๆ
๒. ลักษณะคาํ ประพนั ธ์
๓. เรอื่ งยอ่
๔. เนือ้ เร่อื ง ให้วิเคราะหเ์ รอ่ื งในหัวข้อตอ่ ไปนี้ตามลาํ ดับ โดยบางหัวข้ออาจจะมี หรือไม่มีก็ได้
ตามความจําเป็น เช่น โครงเร่ือง ตัวละคร ฉาก วิธีการแต่ง ลักษณะการเดินเรื่อง การใช้
ถ้อยคํา สํานวนในเร่ืองท่วงทํานองการแต่ง วิธีคิดสร้างสรรค์ ทัศนะหรือมุมมองของผู้เขียน
เป็นต้น
๕. แนวคิด จุดมุ่งหมาย เจตนาของผู้เขียนท่ีฝากไว้ในเร่ือง ซึ่งต้องวิเคราะห์ออกมาก
๖. คุณค่าของวรรณกรรม โดยปกติแบ่งออกเป็น ๕ ด้านใหญ่ ๆ และกว้าง ๆ เพื่อความ
ครอบคลุมในทุกประเด็น ซึ่งผู้วิเคราะห์ต้องไปแยกหัวข้อย่อยให้สอดคล้องกับลักษณะของ
หนังสือทจ่ี ะวิเคราะหน์ ้นั ๆ ตามความเหมาะสม
การหาข้อคิดจากเร่อื งทอ่ี ่าน
ขอ้ คิด หมายถงึ ประเดน็ ชวนคดิ คตทิ เ่ี ปน็ ประโยชน์
การหาข้อคิดจากเรื่องท่ีอ่าน เป็นการหาข้อคิดหรือคติสอนใจจากเร่ืองที่อ่านน้ัน ๆ ว่าให้
ขอ้ คดิ ทีเ่ ป็นประโยชนอ์ ะไรบา้ ง แล้วจงึ นาํ ข้อคดิ นน้ั มาประยุกตใ์ ช้ในชวี ติ ประจาํ วนั
การหาข้อคิดจากการอ่านหนังสือต่าง ๆ เช่น การอ่านนิทาน บทความ สารคดี ควร
อ่านตง้ั แตต่ น้ จนจบเรอื่ ง แลว้ ทําความเข้าใจเน้อื เรอ่ื ง จับใจความสําคัญ หรือประเด็นสําคัญท่ี
ผู้เขยี นต้องการให้ขอ้ คดิ กับผู้อา่ น
๕๔ ชุดกิจกรรมการเรียนรู สาํ หรบั นักเรยี น ระดับประถมศึกษา ภาคเรียนที่ ๑ (ภาษาไทย ป.๕)
ใบงานท่ี ๖ เรอื่ ง การวเิ คราะหค ณุ คา และสรปุ ขอคดิ จากเร่อื งทอ่ี าน
หนว ยการเรียนรทู ี่ 2 เรื่อง สังขท อง ตอนกําเนิดพระสังข
แผนการจัดการเรยี นรทู ่ี ๖ เรือ่ ง การวิเคราะหคณุ คา และสรปุ ขอคิดจากเรอ่ื งท่ีอา น
รายวชิ า ภาษาไทย รหสั วิชา ท๑๕๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ ชน้ั ประถมศึกษาปที่ ๕
คําช้ีแจง ใหนักเรียนอานเรื่อง สังขทอง ตอนกําเนิดพระสงั ข แลวเขียนอธบิ ายคุณคาตามหัวขอท่ีกาํ หนด
พรอมท้งั ยกตวั อยา งคาํ ประพันธประกอบใหชดั เจน
๑. คณุ คาดานวรรณศิลป
ตัวอยางคําประพนั ธ
๒. คุณคาดา นเนื้อหาสาระ
ตวั อยางคําประพันธ
๓. คุณคา ดานสงั คม
ตัวอยา งคาํ ประพนั ธ
๔. คุณคาดา นการนําไปประยกุ ตใชใ นชีวิตประจาํ วัน
ดงั คําประพันธว า
๕. ขอคดิ ท่ีได คอื
จะนําไปประยกุ ตใ ชในชวี ติ จริง โดย
ชอื่ ............................................................นามสกุล..................................................ช้ัน...........เลขที่..........
หนว ยการเรียนรูท่ี ๒ เรื่อง สงั ขท อง ตอน กาํ เนิดพระสงั ข ๕๕
ใบงานที่ ๗ เรือ่ ง การวเิ คราะหค ณุ คา และสรปุ ขอ คดิ จากเรอ่ื ง สังขท อง ตอน กาํ เนดิ พระสงั ข
หนวยการเรยี นรทู ่ี 2 เร่ือง สงั ขทอง ตอนกาํ เนดิ พระสังข
แผนการจัดการเรียนรทู ี่ 7 เร่ือง การวเิ คราะหค ุณคาและสรุปขอคิดจากเรือ่ งท่ีอาน
รายวิชา ภาษาไทย รหัสวชิ า ท๑๕๑๐๑ ภาคเรียนที่ ๑ ชัน้ ประถมศึกษาปที่ ๕
คําช้แี จง ใหนกั เรียนจบั กลมุ รวมกันวเิ คราะหค ุณคา และสรปุ ขอคิดจากคาํ ประพันธท ี่กําหนดให
๑. ไมคิดถึงตัวกลวั กรรม เวรามาทาํ เองงายงาย
ถงึ ชั่วดเี ลาเจา เปนนาย จะทาํ ผดิ คิดรายกไ็ มดี
คําประพันธนม้ี ีคุณคา ดา น ของพระแมเ จา อยูฉ าวฉาน
พระมารดามาเห็นจะราํ่ ไร…
เพราะ
ครนั้ รุง เชา เจาเขาปา
ขอ คดิ ทไ่ี ด กัลยาคาขายไดเล้ียงตวั
นําไปใชในชวี ติ จรงิ โดย อุมชูชมชดิ พสิ มยั
๒. ไกปา พาฝงู มากนิ ขา ว
คยุ เขี่ยเรย่ี รายทั้งดินดาน
คําประพนั ธน้มี คี ณุ คา ดา น
เพราะ
ขอ คดิ ที่ได
นําไปใชในชวี ติ จริงโดย
๓. ครัน้ คาํ่ ตกั น้ําตําขาว
เก็บผกั เทย่ี วหกั ฟนมา
คําประพันธนี้มคี ณุ คาดาน
เพราะ
ขอคดิ ที่ได
นาํ ไปใชใ นชีวิตจริงโดย
๔. ไมว า ลกู นอ ยเปนหอยปู
คาํ ประพนั ธนีม้ คี ณุ คาดา น
เพราะ
ขอคิดทไ่ี ด
นาํ ไปใชในชีวติ จรงิ โดย
ช่ือ.....................................................นามสกุล...................................................ชน้ั .............เลขท่ี...............
๕๖ ชุดกิจกรรมการเรยี นรู้ สาํ หรบั นักเรยี น ระดับประถมศึกษา ภาคเรยี นที่ ๑ (ภาษาไทย ป.๕)
ใบความรูท้ ี่ ๗ เรื่อง การทอ่ งบทอาขยาน
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 2 เรื่อง สังขท์ อง ตอน กําเนดิ พระสงั ข์
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ ๘ เร่ือง การท่องจําบทอาขยาน
รายวิชา ภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๕๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๕
การทอ่ งบทอาขยาน
สาระสําคัญ
การทอ่ งจาํ หรือท่องบทอาขยาน เป็นการอ่านออกเสยี งที่อาศัยความจําโดยไม่
ดูบทอ่านต้องใช้ความสามารถในการจําบทท่องจํา อ่านให้ถูกต้องตามฉันทลักษณ์
และทํานองเสนาะของบทร้อยกรองน้ัน ๆ สอดคล้องกับอารมณ์ในบทอ่าน โดยอ่าน
ให้ไพเราะถูกต้องคลอ่ งแคล่วเกดิ ภาพพจน์ได้รสได้อารมณ์
๑. ความหมาย
บทอาขยานคือ บทท่องจํา การเล่า การสวด เร่ือง นิทาน ซ่ึงเป็นการท่องจํา
ข้อความหรือคําประพันธ์ท่ีชอบ บทร้อยกรองที่ไพเราะ โดยอาจตัดตอนมาจาก
หนังสือวรรณคดีเพื่อให้ผู้ท่องจําได้ เห็นความงามของบทร้อยกรองท้ังในด้าน
วรรณศิลป์ การใช้ภาษา เนื้อหา และวิธีการประพันธ์ สามารถนําไปใช้เป็น
แบบอย่างในการแต่งบทร้อยกรอง หรือนําไปใช้เป็นข้อมูล ในการอ้างอิงในการพูด
และการเขยี นได้เป็นอยา่ งดี
๒. หลักการท่องบทอาขยาน
การท่องบทอาขยานส่วนใหญ่เป็นการท่องออกเสียง คือ ผู้ท่องเปล่งเสียง
ออกมาดัง ๆ ในขณะที่ใช้สายตากวาดไปตามตัวอักษร ยึดหลักการออกเสียงเหมือน
หลกั การอา่ นทั่วไป เพือ่ ให้การออกเสียงมีประสิทธิภาพควรฝกึ ฝน ดังนี้
๑. ฝึกเปล่งเสียงให้ดังพอประมาณ ไม่ตะโกน ควรบังคับเสียง เน้นเสียง ปรับ
ระดับเสียงสูง - ต่ํา ให้สอดคล้องกับจังหวะลีลา ท่วงทํานอง และความหมายของ
เนือ้ หาท่ีอา่ น
๒. ท่อง ด้วยเสียงท่ีชัดเจน แจ่มใส ไพเราะ มีกระแสเสียงเดียว ไม่แตกพร่า
เปล่งเสยี งจากลําคอโดยตรงดว้ ยความมัน่ ใจ
๓. ท่อง ออกเสียงให้ถูกอักขรวิธีหรือความนิยม และต้องเข้าใจเนื้อหาของบท
อาขยานนี้กอ่ น
๔. ออกเสยี ง ร ล คาํ ควบกล้าํ ใหถ้ ูกต้องชดั เจน
๕. ทอ่ ง ให้ถูกจังหวะและวรรคตอน
๖. ทอ่ งให้ได้อารมณ์และความรู้สกึ ตามเน้อื หา
หนว ยการเรยี นรูที่ ๒ เรอื่ ง สังขท อง ตอน กาํ เนดิ พระสังข ๕๗
ใบงานท่ี 8 เร่ือง การทอ งบทอาขยานสงั ขทอง ตอน กาํ เนดิ พระสงั ข
หนว ยการเรยี นรทู ี่ 2 เร่ือง สงั ขทอง ตอนกาํ เนิดพระสงั ข
แผนการจดั การเรยี นรูที่ 8 เร่อื ง การทองจาํ บทอาขยาน
รายวชิ า ภาษาไทย รหัสวิชา ท๑๕๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ชน้ั ประถมศึกษาปท่ี ๕
คําชี้แจง ใหนกั เรียนแบงจังหวะการอานโดยใชเครื่องหมาย / และรวมกันทองจําบทอาขยาน
จากเรื่อง สังขท อง ตอน กาํ เนิดพระสงั ข
บทอาขยานจากเรอื่ ง สงั ขทอง ตอน กําเนดิ พระสงั ข
เม่อื นัน้ พระสังขซอ นอยกู ร็ ูส้นิ
พระแมไ ปปา เปนอาจิณ ในจิตคิดถวิลทกุ เวลา
จะใครออกชว ยพระแมเ จา สงสารผา นเกลาเปนหนกั หนา
เหน่อื ยยากลําบากกายา กลบั มาจนคาํ่ แลวรํ่าไร
ไมวาลกู นอยเปนหอยปู อมุ ชูชมชิดพิสมัย
พระคุณลํา้ ลบภพไตร จะออกใหเ ห็นตัวกก็ ลัวการ
ไกปา พาฝูงมากนิ ขาว ของพระแมเ จา อยูฉาวฉาน
คยุ เขยี่ เร่ยี รายทง้ั ดินดาน พระมารดามาเห็นจะร่าํ ไร
เยีย่ มลอดสอดดูทงั้ ซายขวา จะเหน็ ใครไปมากห็ าไม
ออกจากสังขพ ลนั ทันใด ฉวยจับไมไดไ ลต ี
กอบเกบ็ ขาวหกท่ีตกดิน ผนั ผนิ ลอยลับขยบั หนี
เหลียวดูผคู นชนนี จะหนีเขา สงั ขกําบังตน
หุงขาวหาปลาไวทา แม ดแู ลจัดแจงทุกแหงหน
ชวยขับไกปาประสาจน สาละวนเลน พลางไมห า งดู
(พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลศิ หลา นภาลยั )
ชอื่ .....................................................นามสกุล...............................................ชน้ั .................เลขท.่ี ..............
๕๘ ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู สาํ หรบั นกั เรยี น ระดับประถมศึกษา ภาคเรยี นท่ี ๑ (ภาษาไทย ป.๕)
ใบงานท่ี 9 เรอื่ ง คําราชาศัพทจากเรอื่ ง สงั ขท อง ตอนกาํ เนดิ พระสังข
หนวยการเรียนรูที่ 2 เรื่อง สงั ขทอง ตอน กําเนดิ พระสงั ข
แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ 9 เรือ่ ง คําราชาศพั ทจ ากเรอ่ื ง สงั ขทอง ตอน กําเนิดพระสงั ข
รายวิชา ภาษาไทย รหัสวิชา ท๑๕๑๐๑ ภาคเรียนที่ ๑ ชัน้ ประถมศึกษาปที่ ๕
ตอนท่ี ๑ ใหนักเรียนเขยี นคําราชาศัพท ความหมาย จากเรื่อง สังขทอง ตอนกําเนดิ พระสงั ข โดยแยกเปน
หมวด คาํ นามและคํากริยา และบอกความหมายใหถ ูกตอ ง
ท่ี คาํ นาม ความหมาย คาํ กริยา ความหมาย
1
2
3
4
5
ตอนท่ี ๒ ใหน กั เรียนแตงประโยคโดยใชคาํ ราชาศพั ท (ทงั้ ๕ ปะเภท) ๑๐ ประโยค
ขอ ประเภท คําราชาศพั ท ประโยค
๑ พระมหากษัตริย
๒ พระมหากษัตริย
๓ พระสงฆ
๔ สภุ าพชนทัว่ ไป
5 พระสงฆ
6 พระมหากษตั รยิ
7 สุภาพชนท่วั ไป
8 พระมหากษัตรยิ
9 พระบรมวงศานุวงศ
๑๐ พระบรมวงศานวุ งศ
ชื่อ........................................................นามสกลุ ..................................................ชนั้ ...............เลขที.่ ..........
หนว ยการเรยี นรทู ี่ ๒ เรือ่ ง สังขท อง ตอน กําเนิดพระสงั ข ๕๙
ใบความรูท่ี ๘ เรอื่ ง คําบพุ บท บอกความสัมพันธ
หนว ยการเรียนรทู ่ี 2 เร่ือง สงั ขท อง ตอน กาํ เนิดพระสังข
แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี 10 เรอ่ื ง คําบุพบท บอกความสมั พันธ
รายวชิ า ภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๕๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ชั้นประถมศึกษาปท่ี ๕
ความหมายของคําบพุ บท
คําบุพบท หมายถึง คําท่ีใชนําหนาคํานาม คําสรรพนาม คํากรยิ า หรือคําวิเศษณ
ซง่ึ ทาํ หนาที่เชือ่ มคําหรอื กลมุ คํานั้นใหตอ เน่ืองสมั พนั ธก ัน
ชนิดของคําบุพบท
หลกั ภาษาไทยไดแบงคาํ บุพบทออกเปน ๖ ชนดิ ดังนี้
๑. คาํ บพุ บทบอกสถานที่ ไดแ กคําวา ใต บน ริม ชดิ ใกล ไกล ท่ี นอก ใน เชน
เสือ้ สีขาวอยูในตูเสื้อผา
เขาขายสม ตําอยูใกลสถานตี ํารวจ
๒. คําบพุ บทบอกเวลา ไดแกคาํ วา แต ตง้ั แต ณ เมอื่ จน จนกระทง่ั เชน
เขาอา นหนงั สือจนดึก
คณุ พอไปทาํ งานแตเชา
๓. คําบุพบทบอกความเปนเจาของ ไดแ กคําวา แหง ของ เชน
เขาทาํ งานอยูว ทิ ยกุ ระจายเสียงแหง ประเทศไทย
เงินของฉันหาย
๔. คาํ บพุ บทบอกทม่ี าหรอื สาเหตุ ไดแกค าํ วา แต จาก กวา เหตุ ตั้งแต เชน
คณุ แมซ ื้อผักมาจากตลาด
ชาวนาเดินมาต้ังแตทีน่ าถงึ บาน
๕. คําบพุ บทบอกฐานะเปนผรู ับ ไดแกคําวา เพอ่ื ตอ แก แด เฉพาะ สาํ หรับ
เชน
ฉันทาํ ทกุ อยา งเพือ่ แม
เขาถวายปจ จัยแดพระสงฆ
๖. คาํ บพุ บทบอกฐานะเครื่องใช หรอื ติดตอกัน ไดแ กคําวา โดย ดวย อนั ตาม กับ
เชน
เขาเดินทางโดยสวัสดภิ าพ
เขาทาํ ตามคาํ สง่ั
๖๐ ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู สําหรบั นกั เรยี น ระดบั ประถมศกึ ษา ภาคเรยี นที่ ๑ (ภาษาไทย ป.๕)
หนา ทีข่ องคําบพุ บท
๑. นาํ หนาคํานาม เชน
นกั เรยี นอยูในโรงเรียน
= ใน เปน คําบุพบท นําหนาคํานาม โรงเรยี น
๒. นาํ หนาคาํ สรรพนาม เชน
ฉันจะไปกับเธอ
= กับ เปน คําบพุ บท นําหนา สรรพนาม เธอ
๓. นําหนาคาํ กริยา เชน
เขาหยุดพักทาํ งานเพอ่ื นอน
= เพ่ือ เปนคําบุพบท นาํ หนากริยา นอน
๔. นําหนาคําวเิ ศษณ เชน
เธอตองพูดไปตามจรงิ
= ตาม เปนคาํ บพุ บท นาํ หนา วิเศษณ จริง
๕. นําหนาประโยค เชน
ครูลบกระดานเพือ่ ลอกโจทยข อใหม
= เพือ่ เปนคาํ บุพบท นาํ หนาประโยค ครลู อกโจทยขอ ใหม
หนว ยการเรยี นรูที่ ๒ เร่ือง สงั ขท อง ตอน กําเนดิ พระสังข ๖๑
ใบงานท่ี 10 เร่ือง คําบพุ บท บอกความสัมพันธ
หนวยเรยี นรูที่ 2 เร่อื ง สงั ขท อง ตอน กาํ เนิดพระสงั ข
แผนการจัดการเรียนรทู ่ี 10 เรื่อง คําบุพบท บอกความสมั พันธ
รายวชิ า ภาษาไทย รหัสวชิ า ท๑๕๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ชั้นประถมศึกษาปที่ ๕
ตอนที่ ๑ ใหน ักเรยี นอา นประโยคท่กี าํ หนดให เขยี นคาํ บพุ บท แลว บอกชนิดและหนา ทข่ี องคาํ บพุ บท
ประโยค คําบพุ บท ชนดิ ของคําบพุ บท หนาทขี่ องคําบพุ บท
ตวั อยา ง ดว ย บพุ บทบอกฐานะ นําหนาคาํ นาม
คุณแมซักผาดวยมือ เครอ่ื งใช หรอื ติดตอ กัน
๑. นักเรยี นมาโรงเรยี น
แตเชา ๆ หนอยนะคะ
๒. เขาเปน ศลิ ปน แหง ชาติ
สาขาเพลงพื้นบา น
๓. โตะ ในหองนจ้ี ดั ไว
สําหรบั อภิปราย
๔. พวกเราเดนิ มาเรอ่ื ย ๆ
ตามทางรถไฟ
๕. ผกั ในตเู ย็นเนา เสยี หาย
ไปหลายถงุ
๖. พอแมทาํ งานหนักเพ่ือ
เธอคนเดียวรบู างไหม
๗. โรงเรียนปด เมอ่ื ไหรฉนั จะ
ไปเท่ียวเชยี งใหมกบั พอแม
๘. นักเรียนทน่ี งั่ รมิ หนาตา ง
โปรดยืนขึน้
๙. ดอกไมชอนีม้ อบใหแด
เธอผูท ฉี่ ันรกั ทสี่ ุด
๑๐. ทุกคนตอ งรบี กลับบา น
โดยเรว็
ชอ่ื .....................................................นามสกลุ .................................................ชั้น..............เลขท.ี่ ..............
๖๒ ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้ สาหรบั นกั เรียน ระดับประถมศึกษา ภาคเรียนที่ ๑ (ภาษาไทย ป.๕)
ตอนที่ ๒ ให้นักเรียนแต่งประโยคโดยใชค้ าบุพบทใหส้ มั พนั ธ์กับรูปภาพท่ีกาหนดให้
1.
2.
1.
2.
1.
2.
หนว ยการเรยี นรูที่ ๒ เรื่อง สังขท อง ตอน กําเนิดพระสังข ๖๓
แบบประเมินตนเอง
ช่ือ : ___________________ สกลุ : _________________วนั ____ เดอื น___________พ.ศ. ____
หนวยการเรยี นรทู ่ี___๒___เรื่อง สังขท อง ตอน กาํ เนิดพระสงั ข
๑. ประเมนิ การเรียนรูของตนเอง
กาเคร่ืองหมาย 9 ในชองระดับความสามารถของแตละกิจกรรมที่นักเรียนคิดวาทําไดตามระดับ
การประเมนิ เหลา น้ี ระดบั ความสามารถ : ดีมาก คอนขา งดี ดี พอใช ปรับปรงุ
ที่ รายการ ระดับความสามารถ
ดีมาก คอ น ดี พอใช ปรบั ปรงุ
๑ อา นออกเสียงบทรอ ยกรองเปนทํานองเสนาะได
๒ จบั ใจความของเร่อื ง สงั ขทอง ตอน กาํ เนดิ พระสังข ได ขา งดี
๓ เขียนแผนภาพโครงเร่ืองทอี่ านได
๔ วเิ คราะหคณุ คา และขอคดิ จากเรื่อง สังขท อง ได
๕ ทองจําบทอาขยานไดถ กู ตอง
2. สิง่ ที่ฉันยังไมเ ขา ใจ / ยังทําไดไมด ี คอื …… (สามารถเขยี นไดม ากกวา 1 อยาง)
……………………………………………...............................................................................................
.................................................................................................................................................
……………………………………………...............................................................................................
.................................................................................................................................................
3. สง่ิ ท่ีฉันตั้งใจจะทําใหดขี น้ึ ในการเรียนหนวยตอไป (สามารถเขียนไดม ากกวา 1 อยา ง)
……………………………………………...............................................................................................
.................................................................................................................................................
……………………………………………...............................................................................................
.................................................................................................................................................
๖๔ ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู สาํ หรบั นักเรียน ระดบั ประถมศึกษา ภาคเรยี นที่ ๑ (ภาษาไทย ป.๕)
หนว ยการเรียนรูท่ี ๓
กระเชาสีดา
หนว ยการเรียนรูท่ี ๓ เรื่อง กระเชา สีดา ๖๕
ใบความรูท่ี 1 เรอื่ ง การอานจบั ใจความสําคัญจากเรอ่ื งทอ่ี าน
หนว ยการเรียนรูท ี่ 3 เรื่อง กระเชาสดี า
แผนการจดั การเรียนรูที่ 1 เร่อื ง การอานจับใจความสําคัญจากเรือ่ งท่ีอา น
รายวิชา ภาษาไทย รหัสวิชา ท๑๕๑๐๑ ภาคเรียนที่ ๑ ชั้นประถมศึกษาปท่ี ๕
ความหมายของการอานจบั ใจความสาํ คญั
การอานจบั ใจความสําคัญ คือ การอานเพือ่ จับใจความหรือขอคิด ความคิดสาํ คัญหลกั ของ
ขอ ความหรือเรื่องที่อาน เปนขอความท่คี ลุมขอความอนื่ ๆ ในยอ หนาหนึ่ง ๆ ไวทั้งหมด
ใจความสําคัญ หมายถึง ใจความท่ีสําคัญและเดนท่ีสุดในยอหนา เปนแกนของยอหนา
ครอบคลุมเน้ือความในยอหนาน้ัน หรือเปนประโยคที่เปนหัวเร่ืองของยอหนาน้ัน เปนใจความหรือ
ประโยคเดี่ยว ๆ โดยไมตองมีประโยคอ่ืนประกอบ ในแตละยอหนาจะมีประโยคใจความสําคัญเพยี ง
ประโยคเดยี ว หรืออยา งมากไมเ กนิ 2 ประโยค
ใจความรอง หรือพลความ (พน-ละ-ความ) หมายถึง ใจความหรือประโยคที่ขยายความ
ประโยคใจความสําคัญ เปนความสนับสนุนใจความสําคัญใหชัดเจนข้ึน อาจเปนการอธิบายให
รายละเอียด ใหคาํ จํากดั ความ ยกตัวอยาง เปรยี บเทียบ หรือแสดงเหตผุ ล เพือ่ สนบั สนนุ ความคิด
สว นท่มี ิใชใ จความสําคัญ และมิใชใ จความรอง แตชว ยขยายความใหมากข้ึน คือ รายละเอยี ด
หลักพนื้ ฐานการจบั ใจความสําคัญ
๑. ตงั้ จุดมุงหมายในการอานใหชัดเจน
๒. อา นเรื่องราวอยางคราว ๆ พอเขา ใจ และเกบ็ ใจความสาํ คญั ของแตละยอ หนา
๓. เมื่ออา นจบใหตั้งคาํ ถามตนเองวา เรอ่ื งทอ่ี าน มีใคร ทาํ อะไร ท่ไี หน เม่อื ไหร อยางไร
๔. นําส่ิงท่ีสรุปไดมาเรียบเรียงใจความสําคัญใหมดวยสํานวนของตนเองเพื่อใหเกิดความ
สละสลวย
วธิ จี ับใจความสาํ คัญ
วิธีการจบั ใจความสาํ คญั มีหลายอยาง เชน การขดี เสน ใต การใชสีตา ง ๆ กนั แสดงความสาํ คญั
มากนอยของขอ ความ การบันทกึ ยอเปน สว นหนงึ่ ของการอา นจบั ใจความสําคญั ท่ดี ี มีหลกั จับใจความ
สําคญั ดงั นี้
๑. พิจารณาทีละยอหนา หาประโยคใจความสําคัญของแตล ะยอหนา
๒. ตัดสวนที่เปนรายละเอียดออกได เชน ตัวอยาง สํานวนโวหาร อุปมาอุปไมย (การ
เปรยี บเทยี บ) ตัวเลข สถิติ ตลอดจนคําถามหรือคาํ พดู ของผูเขียนซง่ึ เปน สวนขยายใจความสําคญั
๓. สรปุ ใจความสําคัญดวยสํานวนภาษาของตนเอง
ทม่ี าของขอมลู : เรยี บเรียงมาจาก https://sites.google.com/site/technicalreadingyvc2016
๖๖ ชุดกิจกรรมการเรยี นรู สําหรบั นกั เรยี น ระดบั ประถมศึกษา ภาคเรียนท่ี ๑ (ภาษาไทย ป.๕)
ใบงานท่ี 1 เรอื่ ง การอานจับใจความสาํ คญั เรื่อง กระเชาสดี า
หนวยการเรียนรูท ี่ 3 เรือ่ ง กระเชา สีดา
แผนการจดั การเรียนรทู ่ี 1 เรอ่ื ง การอา นจบั ใจความสําคัญจากเร่ืองทีอ่ า น
รายวชิ า ภาษาไทย รหัสวชิ า ท๑๕๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ชัน้ ประถมศึกษาปที่ ๕
ตอนท่ี ๑ ใหนกั เรยี นสรุปหลกั พน้ื ฐานในการจบั ใจความสําคัญ เปนแผนผงั ความคดิ
ตอนท่ี 2 ใหน กั เรยี นอา นเรื่อง กระเชา สดี า ในหนังสอื วรรณคดีลํานํา ชนั้ ประถมศึกษาปท่ี 5 แลวตอบคาํ ถาม
1. เรอ่ื ง กระเชาสีดา แตงดวยคาํ ประพนั ธป ระเภทใด...........................................................................................
..............................................................................................................................................................................
2. กระเชา สดี ามลี กั ษณะเนอื้ หาอยางไร................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
3. ขอคดิ ทไ่ี ดจากเรอื่ ง กระเชา สีดาคอื อะไร..........................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................…………………………………………….
4. นกั เรยี นสามารถนาํ ขอ คิดทไี่ ดไ ปปรบั ใชในชวี ิตประจําวันไดห รือไม เพราะอะไร จงยกตัวอยา งมา 2 ขอ
.........................เพราะ...........................................................................................................................................
เชน ........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................…………………………………………….
ชอื่ ......................................................นามสกลุ ................................................ชัน้ .................เลขท่ี............
หนวยการเรียนรูท่ี ๓ เรื่อง กระเชาสดี า ๖๗
ใบงานที่ 2 เรอ่ื ง การจบั คูขอ ความใหส ัมพนั ธก บั ความคิดสาํ คญั ของเรอื่ งท่อี าน
หนวยการเรยี นรูท่ี 3 เร่ือง กระเชาสีดา
แผนการจัดการเรยี นรูท่ี 2 เรือ่ ง การอา นจบั ใจความสําคญั จากเรอ่ื ง กระเชา สดี า (2)
รายวิชา ภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๕๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ชนั้ ประถมศึกษาปที่ ๕
คําช้แี จง ใหน กั เรียนอานเร่อื ง กระเชาสดี า แลวจบั คูข อ ความทางซายมอื ใหสัมพันธกับความคิดสําคัญทอี่ ยู
ทางขวามอื ใหถ ูกตอ ง
..........กระเชาสดี าเปน นิทานเก่ยี วกับเด็กท่มี จี ติ ใจดงี ามและประพฤติดี ก. ความเสียสละ
..........พอ แมยอมดีใจและภมู ใิ จหากลูกเปนคนดี ข. ความซ่ือสตั ย
..........นทิ านใหค วามรูต า ง ๆ ค. ความเกรงใจ
..........ขนั ทองชวยพรายนํา้ เกบ็ กระเชา ไปรวมกนั ง. ความเชอ่ื ม่นั ในตนเอง
..........เรอื่ ง กระเชา สดี า ใหข อคิดในการเปน คนดี จ. ความมรี ะเบียบวนิ ัย
ฉ. ความมนี า้ํ ใจเออ้ื เฟอ
ซงึ่ เดก็ ๆ ควรประพฤตปิ ฏบิ ตั ิตาม ช. การเช่ือฟงผูใหญ
..........ขันทองอยากไดก ระเชา ไปเลนบาง แตไมก ลา หยิบฉวย ซ. ขอ คิดเร่อื ง
..........ขนั ทองตัง้ ใจประพฤติตามท่ีแมส อนทกุ ประการอยา งสมํ่าเสมอ
กระเชาสดี า
จนเปน นสิ ัย ฌ. สาระสาํ คัญของเร่อื ง
...........พรายนาํ้ อนญุ าตใหขันทองหยบิ กระเชาสีดาไปตามความพอใจ ญ. คณุ คา ดานปญ ญา
ฎ. คุณคาดานอารมณ
แตข นั ทองหยบิ มาเพียงใบเดียว ฏ. คุณคา ดา นสงั คม
..........พรายน้าํ ชวยกนั เก็บกระเชา ท่กี ลิ้งเกลือ่ นกลาดกระจัดกระจาย
มารวมกนั เพื่อมิใหร กที่
..........เรอ่ื ง กระเชาสีดา ใหความสนกุ สนานเพลดิ เพลนิ
สงเสริมจนิ ตนาการแกผ ูอา น
สรุปใจความสาํ คญั ของเรือ่ งได ดงั น้ี
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
ชอ่ื .......................................................นามสกุล................................................ชัน้ .................เลขท.ี่ ...........
๖๘ ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู สําหรบั นักเรียน ระดับประถมศกึ ษา ภาคเรียนท่ี ๑ (ภาษาไทย ป.๕)
ใบความรูที่ ๒ เรอื่ ง การสรปุ ความรู ขอ คดิ และคณุ คา จากเรอื่ งทอ่ี าน
หนว ยการเรยี นรทู ่ี 3 เรื่อง กระเชาสีดา
แผนการจดั การเรียนรทู ี่ 3 เรอ่ื ง การสรุปความรู ขอ คดิ และคณุ คาจากเร่ืองทอี่ าน
รายวิชา ภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๕๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ช้ันประถมศกึ ษาปท ่ี ๕
การสรุปความรู
การสรปุ ความรู เปนการสรุปความรูหรอื ทฤษฎีที่ปรากฏอยูในเร่อื งทอ่ี าน โดยเขียนสรปุ เปน ประโยค
ส้นั ๆ หรือขอความสน้ั ๆ เพ่อื ขยายความเขาใจใหชดั เจนมากขน้ึ
การสรุปขอคดิ
การสรุปขอคิด เปน การคนหาขอคดิ จากเรื่องท่ีอาน ซงึ่ ขอ คิดอาจแฝงอยใู นเน้ือเรอ่ื ง หรืออยูสวนทา ย
ของเรื่องท่ีอาน โดยผอู า นอาจเขยี นสรุปขอ คิดเปน ประโยคหรอื ขอความสนั้ ๆ ได หรือเปนคาํ คมกไ็ ด
ดงั นั้น การสรปุ ความรูและขอคิดจากเรอ่ื งท่ีอา น คอื การคนหาขอคดิ หรือคติสอนใจจากเร่ืองที่อานวา
เรื่องน้ัน ๆ ใหขอคิดท่ีเปนประโยชนอะไรบา งแกผูอาน แลวจึงนําขอคิดนั้นมาประยกุ ตใชในชีวิตประจําวันได
การหาขอคิดจากการอานหนังสือตาง ๆ เชน นิทาน โดยอานจนจบเรื่องแลวจับใจความสําคัญหรอื ประเดน็
สําคญั ที่ผูเขยี นตองการใหข อ คดิ กับผอู า น
การสรปุ ความรูและขอ คิดมีหลักพ้ืนฐานการปฏบิ ัติ ดังนี้
๑. อานรอบแรกเพ่อื ดชู อ่ื เรอ่ื งกอ น แลว อา นโดยมีคําถามในใจวา ใคร ทาํ อะไร ท่ีไหน เมอ่ื ไร อยา งไร
ผลเปนอยางไร ขอความใดสาํ คัญใหข ีดเสนใตไ ว
๒. อานอกี ครั้ง โดยดูรายละเอียดของเนอื้ หา เพ่ือคน หาความรูสําคญั และขอคิด
๓. สามารถอา นเพิ่มไดจนกวาจะเขา ใจเนอ้ื หา
๔. ใหส รปุ ใจความสาํ คัญของแตล ะยอหนาไว
๔. นําใจความสาํ คัญทร่ี วบรวมไวมาเขียนเรยี บเรียงใหมอ ยา งละเอยี ดและสละสลวย โดยใชสาํ นวนภาษา
ของตนเอง
๕. ทบทวนการสรปุ ความรอู กี ครง้ั เพอ่ื พจิ ารณาหาสวนท่ตี องแกไ ขหรือตอ งการเพมิ่ เตมิ หลกั การสรปุ
ความจากเรือ่ งทอ่ี าน
การบอกคุณคา ของเร่อื งท่ีอาน เปน การอธบิ ายประโยชนห รอื ส่ิงทเี่ รยี กวา “ขอด”ี โดยเขยี นสรปุ เปน
ประโยคหรือขอ ความสนั้ ๆ เพื่อบอกใหรูวาเรอื่ งนน้ั มคี ุณคา แกผ ูอา นอยา งไร เชน คณุ คาดา นเนื้อหา คณุ คา ดาน
วรรณศิลป คณุ คาสังคมและวฒั นธรรม เปน ตน
หนว ยการเรยี นรทู ่ี ๓ เร่ือง กระเชา สดี า ๖๙
ใบงานท่ี 3 เร่ือง การสรุปความรู ขอคิด และคณุ คา ของเรอื่ ง กระเชาสีดา
หนว ยการเรยี นรูท ี่ 3 เรอ่ื ง กระเชา สดี า
แผนการจดั การเรียนรูที่ 3 เรื่อง การสรปุ ความรู ขอ คดิ และคุณคา จากเรอ่ื งทีอ่ าน
รายวชิ า ภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๕๑๐๑ ภาคเรียนที่ ๑ ชน้ั ประถมศึกษาปที่ ๕
คาํ ช้แี จง ใหน กั เรยี นสรุปความรู ขอ คดิ และคณุ คาจากการอานเรื่อง กระเชา สดี า
สรุปความรูไ ดวา
สรปุ ขอ คิดไดวา
สรปุ คณุ คาไดว า
ชื่อ.....................................................นามสกลุ ...............................................ชัน้ .................เลขท.่ี ..............
๗๐ ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู สาํ หรบั นักเรียน ระดบั ประถมศกึ ษา ภาคเรยี นที่ ๑ (ภาษาไทย ป.๕)
ใบความรูที่ ๓ เรอ่ื ง การเขียนแสดงความรสู กึ และความคดิ เหน็
หนวยการเรยี นรูท่ี 3 เร่อื ง กระเชาสดี า
แผนการจัดการเรยี นรูท่ี 4 เรือ่ ง การเขยี นแสดงความรูสึกและความคดิ เห็น
รายวิชา ภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๕๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ช้ันประถมศกึ ษาปท ่ี ๕
การเขียนแสดงความรูสึก เปนการถายทอดความรูสึกนึกคิดที่มีอยูใหผูอ่ืนไดรับรู
โดยการเขียน ซึ่งสะทอนจากความรูสึกท่ีไดพบเห็นภาพ เหตุการณ สถานที่ หรือส่ิงของ
ตาง ๆ แทนการพดู ใหผ อู ื่นฟง
การเขียนแสดงความคิดเห็น เปนการเขียนขยายความจากเรื่องใดเร่ืองหนึ่ง โดย
อธิบายหรือแสดงความคิดเหน็ ประกอบเร่อื งน้นั อยา งมเี หตุผล
ดังน้ัน การเขียนแสดงความรสู กึ และความคิดเห็น เปนการเขียนแสดงความรูส ึก
และความคิดเหน็ ตอเรอ่ื งใดเรื่องหนึ่ง ควรพิจารณาอยางรอบคอบ ผูเ ขียนจะตองตรวจสอบ
ขอ เท็จจริงวาถูกตองหรอื ไม แลวเขียนใหกระจางชัด โดยใชเ หตผุ ลประกอบหรือ มีหลักฐาน
อางองิ
หลักการเขยี นแสดงความรูสึกและความคดิ เหน็
1. ศกึ ษาเร่ืองทสี่ นใจจะเขียนใหเ ขา ใจ ชัดเจน แจมแจง
2. กลาวถึงขอ มูลหรอื ขอ เท็จจริงกอน แลวจงึ กลาวความรูสึกหรอื ความคิดเหน็ โดย
ใชเ หตผุ ลหรือหลกั ฐานประกอบ
3. ควรเขียนในเชงิ สรางสรรค และมีขอ เสนอแนะ
4. มมี ารยาทในการเขียน เขียนดวยภาษาท่ีสภุ าพ ไมใ ชถ อยคาํ รนุ แรง
5. ควรเขยี นแบบรา งกอ น ตรวจสอบปรบั ปรงุ สาํ นวนภาษา รวมทง้ั เขียนสะกดคําให
ถกู ตอ ง
ตัวอยา งการเขียนแสดงความคดิ เห็น
ความแหงแลงเกิดขึ้นจากการท่ีมนุษยตัดตนไม ทําลายปา จึงเปนสาเหตุทําใหเกิด
ภาวะโลกรอน ทรัพยากรธรรมชาติก็สูญหายไป แตเดิมโลกของเรามีทรัพยากรธรรมชาตทิ ี่
สมบูรณ แตตอนนี้โลกเราเปล่ียนไปมาก ทรัพยากรที่เราเหน็ กันอยนู ั้นคอย ๆ ลดนอยลงไป
เร่ือย ๆ ถามนุษยทุกคนหมั่นอนุรักษน ํ้า อนุรักษปาไม และอนุรักษท รพั ยากร ภัยแลงก็ยาก
จะมาเยือน มนุษยทุกคนสามารถเปลี่ยนแปลงโลก โดยแยกขยะรีไซเคิล ปลูกตนไม ไมท้ิง
ขยะลงในลําธาร ไมฆ าสตั ว สิ่งเหลา นกี้ ็พอจะชวยโลกของเราได
หนวยการเรียนรูท่ี ๓ เรื่อง กระเชา สดี า ๗๑
ใบงานท่ี 4 เร่ือง การเขยี นแสดงความรสู กึ และความคดิ เหน็
หนวยการเรยี นรูที่ 3 เร่อื ง กระเชา สีดา
แผนการจัดการเรียนรูที่ 4 เรอื่ ง การเขยี นแสดงความรสู ึกและความคิดเห็น
รายวชิ า ภาษาไทย รหสั วิชา ท๑๕๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปท ี่ ๕
คาํ ชีแ้ จง ใหเขียนแสดงความรสู กึ และความคดิ เหน็ เกี่ยวกบั ภาพ อยา งนอย 4 บรรทดั
(ภาพ : ส่ือ 60 พรรษาเฉลมิ พระเกียรต)ิ
ขอ ความการเขยี นแสดงความรสู ึกและความคดิ เห็น
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
ชือ่ .....................................................นามสกุล...............................................ชนั้ .................เลขท่ี...............
๗๒ ชุดกิจกรรมการเรยี นรู สาํ หรบั นกั เรยี น ระดับประถมศกึ ษา ภาคเรยี นที่ ๑ (ภาษาไทย ป.๕)
ใบความรูที่ ๔ เรอื่ ง การตง้ั คาํ ถามและตอบคําถามเชงิ เหตผุ ล
หนวยการเรยี นรทู ่ี 3 เร่ือง กระเชาสีดา
แผนการจดั การเรียนรทู ่ี 5 เรอ่ื ง การต้งั คําถามและตอบคําถามเชิงเหตผุ ล
รายวิชา ภาษาไทย รหสั วิชา ท๑๕๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปท ่ี ๕
การตง้ั คําถามคืออะไร
การต้ังคําถาม เปนการตั้งประเด็นหรือขอสงสัยเกี่ยวกับเร่ืองราวตาง ๆ ท่ีเกิดจากการอาน การดู
การสังเกต การฟงและการดู หรือการรบั รู แลวตั้งคําถามเปนขอหรืออาจต้ังเปนประโยค ซ่ึงการตั้งคาํ ถามท่ดี ี
ควรเปน คาํ ถามทม่ี เี หตุผล เพ่ือใหผ ูฟง เกดิ กระบวนการคิด วเิ คราะห และการแกปญ หา
ลักษณะของคาํ ถามเชิงเหตผุ ล
คําถามที่ดีควรเปนคําถามเชิงเหตุผลและคิดวิเคราะห มักใชคําวา “เพราะเหตุใด เพราะอะไร ทําไม
อะไร อยางไร สาเหตุใด” เพ่ือเปนการใชความคิดอยางเปนเหตุเปนผล รูจักวิเคราะหขอความ และคิดหา
หลักฐานและเหตุผลมาเขยี นประกอบ
หลักท่วั ไปของการตง้ั คาํ ถามและตอบคําถามจากการฟง การดู และการอา น
1. กอนตง้ั คาํ ถาม เราควรต้งั ใจฟง ตัง้ ใจดู หรือต้ังใจอา น เพ่อื ทาํ ความเขา ใจกบั เร่อื งนนั้ ๆ
2. จดบนั ทึกระหวา งการฟง การดู การอาน ในเรอื่ งท่สี นใจหรือมขี อสงสัย
ไดแก “ใคร ทําอะไร ที่ไหน เมือ่ ไร อยา งไร ผลเปน อยางไร”
3. จบั ใจความหรือประเด็นสําคญั ของเร่ืองท่ีฟง ดู หรอื อาน ใหไ ด
4. ตงั้ คําถามที่ ชัดเจนตรงประเด็นไมก ํากวม ใหเ หมาะสม ถกู กาลเทศะ
5. ใชภาษาท่ีสุภาพ เขา ใจงาย และใชเหตผุ ลมากกวาอารมณห รอื อคติ
6. มีความคดิ สรางสรรค รจู ักคดิ หลายแงม มุ เพอ่ื จะไดคําถามท่หี ลากแนวคดิ
แนวการตงั้ คําถามเชิงเหตผุ ล
1. เร่มิ จากการตั้งคําถาม “ทําไม อะไร เพราะเหตุใด”
๒. ในเร่ืองกลาวถงึ อะไรบา ง
๓. เรอื่ งนม้ี จี ุดประสงคอ ยางไร
๔. ขอเท็จจรงิ คืออะไร และขอ คดิ เห็นคืออะไร
๕. ขอความนา เชอ่ื ถอื มากนอ ยเพยี งใด
๖. ขอ คิดหรอื ความรทู ่จี ะนําไปใชประโยชนค อื อะไร
หนวยการเรียนรูที่ ๓ เรือ่ ง กระเชา สดี า ๗๓
ตวั อยางคาํ ถามเชงิ เหตผุ ล
- ตัวละครในเรอ่ื งมีนิสยั อยา งไร นสิ ยั น้นั สงผลตอชวี ติ เขาหรอื ไม เพราะอะไร
- เพราะเหตุใดเราตอ งประหยดั น้าํ ในหนาแลง
- เพราะเหตุใดฝนจงึ ตกหนักในชว งฤดูฝน
- สาเหตทุ เี่ ราตอ งปฏบิ ตั ิตามกฎจราจรในการขบั ขร่ี ถยนตคอื อะไร
- ผลกระทบจากการเกิดโรคระบาดโควิด 19 มอี ะไรบา ง เพราะอะไรจงึ เปน เชนนัน้
การตอบคําถามอธบิ ายเหตผุ ล
เปน การเขยี นตอบทตี่ องใชค วามคิดอยางเปนเหตเุ ปนผล ตองรูจกั วิเคราะหข อความ และคดิ หาเหตผุ ล
มาเขียนประกอบ
๗๔ ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู สาํ หรบั นักเรียน ระดับประถมศกึ ษา ภาคเรียนที่ ๑ (ภาษาไทย ป.๕)
ใบงานที่ 5 เรอ่ื ง การตั้งคาํ ถามและตอบคาํ ถามเชิงเหตผุ ล
หนวยการเรยี นรทู ่ี 3 เรื่อง กระเชาสดี า
แผนการจัดการเรียนรูท ี่ 5 เร่อื ง การตัง้ คาํ ถามและตอบคําถามเชงิ เหตผุ ล
รายวิชา ภาษาไทย รหัสวชิ า ท๑๕๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ช้ันประถมศกึ ษาปที่ ๕
ตอนที่ 1 ใหนกั เรียนตงั้ คําถามและตอบคาํ ถามจากการฟงและดเู รื่อง กระเชา สดี า จาํ นวน 5 ขอ
1 คาํ ถาม : ............................................................................................................................................
คาํ ตอบ : ...........................................................................................................................................
2 คําถาม : ............................................................................................................................................
คาํ ตอบ : ............................................................................................................................................
3 คาํ ถาม : ............................................................................................................................................
คําตอบ : ............................................................................................................................................
4 คําถาม : ............................................................................................................................................
คาํ ตอบ : ............................................................................................................................................
5 คาํ ถาม : ............................................................................................................................................
คําตอบ : ............................................................................................................................................
ช่ือ...................................................นามสกุล.................................................ชั้น.................เลขท.่ี ..............
หนว ยการเรยี นรูท่ี ๓ เรอ่ื ง กระเชา สดี า ๗๕
ตอนท่ี 2 ใหน กั เรียนอา นเรอ่ื ง แลวเขียนตอบสัน้ ๆ อธิบายเหตผุ ลจากเรื่อง
๑.
ฉนั มสี ่ีขา เที่ยวหาจบั หนู
ชอบกนิ ปลาทู แสนรปู ราดเปรยี ว
คําถาม : เรอ่ื งน้กี ลา วถงึ อะไร
คาํ ตอบ : ........................................................................................................................................................
คาํ ถาม : ถานักเรยี นเลีย้ งสัตวช นดิ นี้ จะสงผลอยางไรตอ นกั เรียน
คาํ ตอบ : ........................................................................................................................................................
๒. มีสลึงพงึ ประจบใหค รบบาท อยาใหข าดส่งิ ของตองประสงค
จงมกั นอ ยกนิ นอยคอยบรรจง อยา จายลงใหม ากจะยากนาน
คาํ ถาม : บทรอ ยกรองนใี้ หข อคดิ อะไร
คําตอบ : ........................................................................................................................................................
คําถาม : เพราะเหตุใดเราจงึ ตอ งปฏบิ ตั ติ ามขอคิดน้ี
คาํ ตอบ : ........................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
๓. กลาอยูกบั แมเพยี งลําพงั แมทํานาเพอื่ สงกลาเรียนหนังสอื วันหน่ึงแมล ม ปว ยไมมเี งนิ สงเสียกลา
เรียนตอได กลาจึงขาดเรียนบอยเพราะตองทํางานพิเศษและดูแลแม เม่ือครูทราบเรื่องก็เห็นใจจึง
เสนอเรอื่ งใหโรงเรียนมอบทนุ การศกึ ษาใหก ลาเรยี นตอ จนจบ กลาตั้งใจเรยี นและสอบไดคะแนนสงู สดุ
กระทรวงศกึ ษาธิการมอบทนุ เรียนดมี ีคณุ ธรรมใหก ลาไดเรียนจนจบชนั้ มัธยมศกึ ษาตอนปลาย
คําถาม : การทแี่ มป ว ย สงผลอยา งไรตอ ชวี ิตกลา
คาํ ตอบ : ...........................................................................................................................................................
คําถาม : ใครมอบทุนการศกึ ษาใหก ลา เพราะเหตใุ ด
คาํ ตอบ : ...........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
คําถาม : นสิ ัยของกลาเปนอยางไร และสง ผลตอ ชวี ติ ในอนาคตของกลาอยา งไร
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
ชือ่ ....................................................นามสกลุ ................................................ชั้น.................เลขท่ี...............
๗๖ ชดุ กิจกรรมการเรียนรู สาํ หรบั นกั เรยี น ระดบั ประถมศึกษา ภาคเรยี นท่ี ๑ (ภาษาไทย ป.๕)
ใบความรูท่ี ๕ เรอื่ ง การพดู แสดงความรสู กึ และความคิดเหน็
หนวยการเรียนรทู ่ี 3 เรื่อง กระเชาสีดา
แผนการจัดการเรยี นรูที่ 6 เรอื่ ง การพูดแสดงความรสู กึ และความคดิ เห็น
รายวิชา ภาษาไทย รหัสวชิ า ท๑๕๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที่ ๕
การพูดแสดงความรูส กึ
การพูดแสดงความรูสึก เปนการถายทอดความรูสึกนึกคิดที่มีอยูใหผูอ่ืนไดรับรโู ดยการพูด ซึ่ง
สะทอนจากความรสู ึกที่ไดพ บเห็นภาพ เหตุการณ สถานท่ี หรอื สง่ิ ของตาง ๆ ดวยการพูดใหผ ูอ ่นื ฟง
การพดู แสดงความคดิ เห็น
การพูดแสดงความคิดเห็น เปนการพูดขยายความจากเรอ่ื งใดเรื่องหน่ึง โดยอธิบายหรือแสดง
ความคดิ เหน็ ประกอบเร่อื งน้นั อยางมเี หตุผล
ดังน้นั การพูดแสดงความรสู กึ และความคิดเหน็ จึงเปนการพูดแสดงความรสู กึ และความคิดเหน็
ตอเรอื่ งใดเรอ่ื งหน่งึ ควรพิจารณาอยางรอบคอบ ผพู ดู จะตอ งตรวจสอบขอเท็จจรงิ วาถูกตอ งหรือไม แลว
พดู ใหกระจา งชดั โดยใชเ หตุผลประกอบหรอื มหี ลักฐานอางอิง และมมี ารยาทในการพูด
หลักการพูดแสดงความรูสกึ และความคิดเหน็
1. ศกึ ษาเรือ่ งทีส่ นใจจะพดู ใหเ ขา ใจ ชดั เจน แจม แจง
2. กลาวถึงขอมูลหรือขอเท็จจรงิ กอ น แลวจึงกลาวความรูสึกหรอื ความคิดเหน็ โดยใชเหตุผล
หรือหลกั ฐานประกอบ
3. ควรพูดในเชงิ สรางสรรค และมขี อ เสนอแนะ
4. มีมารยาทในการพูด พดู ดว ยภาษาที่สุภาพ ไมใชถอยคํารนุ แรง
5. ควรเขียนแบบรางกอนพูด แลว ตรวจสอบปรับปรงุ สาํ นวนภาษาใหถ กู ตอง
มารยาทในการพดู
๑. พดู จาไพเราะ
๒. ไมแ ยงกนั พูด
๓. พูดดว ยคําสุภาพไมหยาบคาย
๔. พูดดว ยน้าํ เสียงท่ีไพเราะนมุ นวล
๕. ไมพูดแทรกจังหวะผูอ่ืน
๖. พดู ดว ยหนาตายิม้ แยม แจมใส
๗. ใชความดงั ของเสยี งใหพอเหมาะ ไมเ สียงเบาหรือดังเกนิ ไป
๘. ไมพ ูดนนิ ทาวารา ยผอู ่ืน
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี ๓ เรือ่ ง กระเช้าสดี า ๗๗
จากการดภู าพเกี่ยวกบั การปลกู ต้นไม้ในชมุ ชน
ตวั อย่างที่ ๑ การพูดแสดงความรู้ (การปลกู ต้นไมช้ ว่ ยลดโลกร้อน)
การปลกู ต้นไม้ ชว่ ยรกั ษาอณุ หภูมขิ องโลกใหค้ งท่ี ต้นไม้ช่วยปล่อยไอน้าสู่บรรยากาศและเพิ่มความชื้น
ต้นไม้ช่วยปกคลุมพื้นดินจากแสงแดด เป็นการช่วยลดอุณหภูมิความร้อนของโลกได้ เราจึงควรช่วยกันอนุรักษ์
สิ่งแวดลอ้ ม เช่น ช่วยกันปลูกต้นไม้ ไม่ตัดไม้ทาลายป่า ไม่ใช้ถุงพลาสติก ซ่ึงเราก็ทราบกันอยู่แล้วว่าภาวะโลก
ร้อนทาให้เกิดผลร้ายต่าง ๆ ต่อโลกของเรา เช่นการเกิดพายุที่แรงขึ้น ดินถล่ม น้าท่วม ไฟไหม้ป่า ทาให้สัตว์
บางชนดิ เรมิ่ สญู พนั ธอุ์ กี ด้วย
ตัวอยา่ งที่ ๒ การพูดแสดงความรูส้ ึก (ความสามคั ค)ี
ความสามคั คี เป็นคุณสมบัตปิ ระจาตวั ของคนไทย ที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ เพราะคนไทยรู้ว่า ถ้าคน
ในชุมชนมีความสามคั คี ยอ่ มมกี าลังกลา้ แข็งทงั้ ในการคดิ และการทางาน
ตวั อยา่ งท่ี ๓ การพดู แสดงความคดิ เหน็ (การมีส่วนรว่ มในการรักษาปา่ )
ป่าไม้เป็นทรัพยากรธรรมชาติท่ีมีความสาคัญ แต่ทุกวันน้ีผืนป่าท่ัวโลกเหลือน้อยเต็มที จนถึงขนาดมี
คนพูดว่า ทุกวินาทีจะมีต้นไม้หายไปจากโลกของเรา 1 พื้นท่ีสนามฟุตบอล ประเทศไทยมี การทาลายป่าสูง
หากไม่หาแนวทางป้องกัน หยุดย้ัง และอนุรักษ์ป่าไว้ เช่ือว่าอนาคตประเทศไทยคงจะไม่มีป่าหลงเหลือ
การปลูกตน้ ไม้วนั ละต้นเสมือนการเสรมิ มงคลแก่ชวี ติ ถ้าปลกู แล้วงอกงามบ่งบอกวา่ ชวี ิตจะเจริญรุง่ เรือง
(วิภา ตณั ฑลุ พงษ์. ๒๕๕๖. เอกสารนเิ ทศการศึกษา แนวทางการพฒั นาการเรียนการสอนเขียน
ภาษาไทยในระดบั ประถมศกึ ษา. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คณะรัฐมนตรีและราชกจิ จานุเบกษา.)
๗๘ ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู สําหรบั นักเรียน ระดับประถมศกึ ษา ภาคเรียนที่ ๑ (ภาษาไทย ป.๕)
ตวั อยาง การเขยี นแบบรา งการพดู แสดงความรู
ความคดิ เห็น และความรสู ึก จากรปู ภาพทกี่ ําหนดให
(ภาพ : ส่ือ 60 พรรษาเฉลิมพระเกยี รต)ิ
บทพูดแสดงความรู
พระบาทสมเด็จพระเจา อยูหวั เปน พระมหากษตั ริยล ําดบั ท่ี 9 ในราชวงศจักรี ทรงข้นึ ครองเมอ่ื
วันที่ 9 มิถุนายน 2489 ทรงกอตัง้ โครงการตามแนวพระราชดําริเพ่อื ชวยเหลือประชาชนใหม ีชีวิตทีด่ ี
บทพูดแสดงความคิดเห็น
พระองคทรงเหน็ดเหน่ือยและทรงงานอยางลําบากตรากตรําเปนอยางยิ่ง ทรงชวยเหลือ
ประชาชนของพระองคทกุ หมเู หลา โดยไมแ บงแยกรวยจน และยงั ทรงมพี ระราชหฤทยั ทง่ี ดงามเปยมลน
ดวยความดี
บทพดู แสดงความรูสึก
ฉันรูสกึ ภมู ิใจเปน อยา งยิง่ ที่ไดเ กิดในผืนแผนดินไทยทีม่ ีพระมหากษัตริยไทยทที่ รงรักและหวงใย
ประชาชนเสมอื นลูกของพระองคเอง ฉันรกั และเคารพเทดิ ทูนสรรเสรญิ พระองคย งิ่
หนวยการเรียนรูที่ ๓ เร่อื ง กระเชาสดี า 79
ใบงานที่ 6 เรื่อง การพดู แสดงความรสู กึ และความคิดเหน็ จากเรอื่ งทฟี่ ง และดู
หนวยการเรียนรทู ่ี 3 เร่ือง กระเชา สีดา
แผนการจัดการเรียนรูท ี่ 6 เรอื่ ง การพูดแสดงความรูส ึกและความคิดเหน็
รายวชิ า ภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๕๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ช้ันประถมศกึ ษาปที่ ๕
คําชี้แจง ใหน กั เรียนเขยี นบทพดู แสดงความรูส กึ และความคดิ เหน็ จากการฟงและดูโฆษณา
เร่ือง พอ ลูกสชู ีวิต ตามรูปแบบท่กี าํ หนดให แลว ออกมาพดู นาํ เสนอหนาชนั้ เรียน
แหลง ทมี่ าของรูปภาพ : www.youtube.com ไทยประกนั ชีวติ Life purpose.
แบบรา งการพดู แสดงความรูสึกและความคิดเหน็
ชื่อ....................................................นามสกลุ ................................................ชั้น.................เลขที่...............
80 ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู สาํ หรบั นกั เรยี น ระดับประถมศกึ ษา ภาคเรยี นที่ ๑ (ภาษาไทย ป.๕)
ใบความรูท่ี ๖ เรอ่ื ง คาํ เชือ่ มประสานความหมาย
หนว ยการเรยี นรูที่ 3 เรือ่ ง กระเชา สีดา
แผนการจัดการเรียนรทู ี่ 7 เรือ่ ง คําเชื่อม ประสานความหมาย
รายวิชา ภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๕๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปท ่ี ๕
ความหมายของคาํ เชือ่ ม
คําเชอื่ ม คือ คําทใ่ี ชเชื่อมคํา วลี ประโยค หรือขอ ความเขา ดว ยกัน ใหตดิ ตอเปน เร่ืองเดยี วกัน เพอื่ ให
มีใจความสมบรู ณและสละสลวยมากขึ้น (เรยี บเรียงจากหนงั สือภาษาพาที ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ี่ 5, หนา 70)
ชนิดของคาํ เช่ือม
คาํ เชอ่ื มมที ง้ั หมด 4 ชนดิ ไดแ ก
๑. คลอ ยตามกนั
๒. ขัดแยง กัน
๓. เลอื กอยา งใดอยางหน่ึง
๔. เปน เหตุเปนผลกนั
๑. คาํ เช่อื มทเี่ ช่อื มใจความคลอ ยตามกนั ไดแกค าํ วา “กับ และ ก็ เมอ่ื ...ก็ พอ...ก”็
ตัวอยางเชน
พอแมกลับถึงบานก็ไปอาบนํ้าทันที นองกับพ่ีเดินทางไปโรงเรียนดวยกนั
พอและแมเ ดินทางไปเทีย่ วเชยี งราย เมือ่ เธอไมม าก็แลว แตเ ขา
ทงั้ หมดตรงและเดินอยางเปนระเบยี บ
๒. คําเช่ือมทเี่ ช่ือมใจความขดั แยง กัน ไดแกคาํ วา “แต แตทวา ถงึ ...ก็ แม...ก”็
ตวั อยา งเชน
พ่ีดกู ารตูนแตนอ งดูภาพยนตร ณชิ าจะกนิ ผกั แตแ พรวจะกนิ ผลไม
ถึงเขาจะยากจนแตเ ขากม็ คี วามสุข เขาวง่ิ เร็วมากแตท วาไมเ หนอ่ื ยเลย
แมงานจะยากก็ไมใ ชอปุ สรรคสาํ หรบั เขา
3. คาํ เช่อื มทเ่ี ชื่อมใจความใหเ ลอื กอยางใดอยา งหน่ึง ไดแกค ําวา หรือ มิฉะน้ัน ไมเชน นั้น
ตัวอยางเชน
พ่ีจะกนิ ผกั หรือเธอจะไปกินผลไม นองจะกินขาวหรือจะดูการตูน
เธอจะดูโทรทัศนหรอื จะฟงฉันพูด เราควรออกกําลงั กายมฉิ ะนน้ั จะไมแข็งแรง
เราตอ งตง้ั ใจเรยี นไมเชน นั้นจะไมเ ขาใจ
หนวยการเรียนรทู ่ี ๓ เร่อื ง กระเชาสดี า 81
4. คําเช่ือมท่ีเชื่อมใจความเปนเหตุเปนผลกัน ไดแกคําวา “ดังน้ัน เพราะฉะน้ัน เพราะ...
จึง ดังนนั้ ดงั น้นั ...จึง จึง ดว ย เหตุเพราะ ฉะนัน้ ”
ตัวอยา งเชน
เพราะเขาขยนั อา นหนงั สอื เขาจึงสอบผาน เขาเกียจครานจึงสอบตก
มานะเปนคนดีดงั น้นั เพ่อื นจงึ รักเขา แมเล้ียงดมู าเพราะฉะนน้ั เราควรบูชาแม
พอ แมท ํางานหนกั เพราะตอ งเล้ียงดลู กู
เชือ่ มประโยคกบั ประโยค
หนาทีข่ องคาํ เชือ่ ม เช่ือมคํากบั คาํ หรือกลมุ คาํ
เชือ่ มขอความหรอื ขอความ
หนา ทีข่ องคาํ เชอ่ื ม คือ การทค่ี าํ เชอ่ื มทําหนา ทอี่ ยางใดอยางหนง่ึ กบั คํา กลมุ คํา ประโยค หรอื ขอความ
เขาดวยกัน เพอ่ื ใหม คี วามหมายชดั เจนข้นึ
1. เชื่อมประโยคกบั ประโยค เชน
- เขามเี งินจํานวนมากแตเ ขากห็ าความสุขไมได
- พอแมทาํ งานหนกั เพ่ือสง เสียใหล ูก ๆ ไดเรียนหนงั สอื
- ฉนั อยากไดกระเปาทร่ี าคาถูกและใชง านไดดี
- แมเดนิ ทางไปเท่ียวทะเลและรวมงานสงั สรรคกบั เพือ่ น ๆ
๒. เช่อื มคาํ กับคํา หรือกลมุ คํา เชน
- ถา ตงั้ ใจเก็บเงินเสียต้งั แตต อนนี้ อนาคตจะสบายเมือ่ แก
- เธอจะสูต อ หรือถอดใจ
- ฉันเห็นคุณสมชายและภรรยา
3. เช่ือมขอความกบั ขอ ความ เชน
- มนุษยทุกคนลวนตองการปจจัยสี่ ไดแก อาหาร เคร่ืองนุงหม ท่ีอยูอาศัยและยารกั ษาโรค
ดวยเหตนุ ี้มนุษยจ งึ จาํ เปนตองประกอบอาชีพเพ่ือใหไดเงินมาซอื้ สงิ่ จาํ เปน เหลานี้และประทงั ชีวติ
82 ชุดกจิ กรรมการเรียนรู สาํ หรับนกั เรียน ระดบั ประถมศกึ ษา ภาคเรยี นท่ี ๑ (ภาษาไทย ป.๕)
ใบงานที่ 7 เรื่อง คําเชอ่ื มประสานความหมาย
หนวยการเรียนรทู ่ี 3 เรอื่ ง กระเชาสีดา
แผนการจดั การเรียนรทู ี่ 7 เรอื่ ง คาํ เชอ่ื ม ประสานความหมาย
รายวชิ า ภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๕๑๐๑ ภาคเรียนที่ ๑ ชั้นประถมศึกษาปท่ี ๕
คําชี้แจง ใหนักเรียนเตมิ คาํ และขอความในชองวางใหถูกตอ ง
๑. คณุ ยายซอื้ ผกั กาด.....................................ผลไมมาจากตลาด จาํ นวน 2 ตะกรา
คาํ เชื่อมคือคําวา.......................ชนดิ ของคําเชือ่ ม คือ....................................................
๒. นอ งชายจะทําการบาน..............................จะชวยแมทาํ งานบา นกอ น
คาํ เชือ่ มคือคาํ วา .......................ชนดิ ของคําเช่ือม คอื ....................................................
๓. ...................ฝนหยุดตก เขา..................รบี เดนิ ทางกลบั บานทนั ที
คาํ เชอ่ื มคือคําวา .......................ชนดิ ของคาํ เช่อื ม คอื ....................................................
๔. ..................งานชิ้นน้ียากมาก เขา...................ตง้ั ใจทําเปน พิเศษ
คําเชอื่ มคือคาํ วา .......................ชนิดของคําเช่ือม คือ....................................................
๕. ...................เธอต้ังใจเรยี น.........................สอบไดคะแนนสงู
คาํ เชือ่ มคอื คําวา.......................ชนิดของคําเช่อื ม คือ....................................................
๖. เธอตองรบี รบั ประทานอาหาร.............................จะไปโรงเรียนสาย
คําเชอื่ มคือคาํ วา.......................ชนดิ ของคําเชือ่ ม คือ....................................................
๗. พี่ชายจะดสู ารคดี..........................นอ งสาวจะดกู ารตนู
คาํ เชอ่ื มคอื คาํ วา .......................ชนิดของคาํ เชือ่ ม คอื ....................................................
๘. .......................เขาปลกู ผักสวนครัว เขา..........................มผี กั สดรับประทานอยเู สมอ
คําเชอื่ มคือคําวา .......................ชนดิ ของคาํ เช่ือม คือ....................................................
๙. เขามีกิริยามารยาททง่ี ดงาม..........................ครจู ึงเลือกเขาเปนตัวแทนไปรับรางวัล
คําเชอื่ มคือคําวา.......................ชนิดของคําเชื่อม คือ....................................................
๑๐......................ถ่ัวจะสกุ งา.......................ไหมเสียกอน
คําเชอื่ มคอื คาํ วา .......................ชนิดของคาํ เช่อื ม คือ....................................................
ชื่อ.....................................................นามสกุล...................................................ช้นั ................เลขที.่ ..........
หนวยการเรียนรทู ่ี ๓ เรื่อง กระเชาสดี า 83
ใบความรูท ่ี ๗ เรอ่ื ง กลมุ คําหรอื วลี
หนว ยการเรียนรทู ี่ 3 เรือ่ ง กระเชา สดี า
แผนการจัดการเรียนรูท ่ี 8 เรื่อง กลมุ คาํ หรอื วลี
รายวชิ า ภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๕๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ ชน้ั ประถมศึกษาปท่ี ๕
1. ความหมายของกลุมคาํ หรือวลี
1. หนงั สอื บรรทัดฐานภาษาไทย เลม 3 ไดใ หค วามหมายของวลี ไววา
“วลี หมายถึง หนวยทางภาษาท่ีใชเปนสวนประกอบของประโยค เมื่อประกอบเขา ไปใช
ประโยคแลว วลียอมทําหนาท่ีใดหนาท่ีหน่ึง ไดแก ภาคประธาน ภาคแสดง หรือสวนขยาย วลีอาจ
ประกอบดว ยคาํ 1 คํา หรือคาํ หลายคาํ กไ็ ด”
2. หนังสืออุเทศภาษาไทย หลักภาษาไทย : เร่อื งทีค่ รภู าษาไทยตอ งรู ไดใ หค วามหมายของกลุมคํา
ไวว า
“กลุมคํา คือ คําหลายคําท่ีมาประกอบกัน มีความสัมพันธกัน แตไมปรากฏชัดและไม
สมบรู ณถ ึงข้นั ทจ่ี ะจดั เปน ประโยคหรอื เปนวลไี ด
ดังนั้น สรุปความหมายไดวา กลุมคําหรือวลี คือ การนําคําต้ังแต ๒ คําขึ้นไปมาเรียงตอ กนั โดยไม
เกิดคําใหม มีความหมาย แตยงั ไมเปนประโยค
2. ชนดิ ของกลมุ คาํ หรอื วลี
จากการศกึ ษาเก่ยี วกับชนิดของคาํ ทง้ั 7 ชนดิ ไดแ ก
1. คํานาม 2. คาํ สรรพนาม
3. คํากรยิ า 4. คําวิเศษณ
5. คําบุพบท 6. คําสันธานหรือคาํ เชือ่ ม
7. คาํ อทุ าน
ดงั นั้น เมอื่ จดั กลมุ คาํ แลว สามารถแบงได ๗ ชนดิ โดยเรียกตามชนดิ ของคําท่ีข้นึ ตน กลมุ คาํ นั้น ๆ ดงั น้ี
1. กลมุ คํานามหรือนามวลี
เชน โรงเรียนของเรา เด็กทั้งหลาย
พอ คา ปลาหมกึ นกั เรียนโรงเรยี นวงั ไกลกงั วล
สัตวปา จาํ นวนมาก ลุงปานา อาปูยาตายาย
๒. กลุม คําสรรพนามหรือสรรพนามวลี
เชน พวกเราชาวไทย พระคณุ เจา
พวกเธอท้ังหลาย ทา นอาจารยยอด
๓. กลมุ คาํ กริยาหรือกริยาวลี ข้ึนตนดวยคํากรยิ า
เชน ทํามาหากิน เดนิ อยา งรวดเรว็
สงงานเรยี บรอ ยแลว ไมช อบละครเรอ่ื งนเี้ ลย
84 ชุดกิจกรรมการเรยี นรู สาํ หรบั นกั เรียน ระดับประถมศกึ ษา ภาคเรยี นที่ ๑ (ภาษาไทย ป.๕)
๔. กลมุ คาํ วเิ ศษณหรือวิเศษณวลี สงู ลบิ ล่ิว
เชน หอมช่นื ใจจังเลย มากเลยทเี ดยี ว
เหลอื เกนิ จรงิ ๆ เชยี ว มากจงั เลย
ทสี่ ดุ ในโลก ดวยนํ้าใจ
เหนือใตอ อกตก
๕. กลมุ คําบพุ บทหรือบพุ บทวลี ดว ยเหตุผลนี้
เชน บนโตะทํางาน หรือไมก ็
ใตข อบสะพาน
ในทา มกลาง ชา งกระไรหนอ !
พระเจา ชวยกลว ยทอด !
๖. กลมุ คําสันธานหรือสนั ธานวลี
เชน ถึงอยา งไรกต็ าม
เพราะฉะน้นั แลว
หากมฉิ ะนัน้ แลว
๗. กลุมคาํ อทุ านหรืออุทานวลี
เชน อะไรกันนี่ !
วายตายแลว !
3. การนาํ กลุม คํามาแตง ประโยค
ตามหลกั ภาษาไทย เราสามารถนํากลมุ คําหรอื วลมี าแตง ประโยค เพ่อื ใหมคี วามใจความสมบรู ณ โดย
ประกอบขึ้นตามโครงสรางของประโยค ไดด งั น้ี
1. ภาคประธาน เชน กลุมคํานาม กลมุ คําสรรพนาม
2. ภาคแสดง เชน กลุมคํากรยิ า
3. สวนขยาย เชน กลมุ คาํ วิเศษณ
4. ประกอบประโยค เชน กลุม คาํ บุพบท กลุมคําสันธาน และกลุมคาํ อุทาน
คาํ นามวลี กรยิ าวลี ประโยค
นกั เรยี น จํานวนมาก
เด็ก เดก็ นอยคนนั้น ชอบเรยี นวิชาศิลปะ นกั เรียนจํานวนมากชอบเรยี นวิชาศิลปะ
โรงงาน อุตสาหกรรม
ตลาด การคา ผักผลไม ตั้งใจเรียนมาก เด็กนอยคนน้นั ตง้ั ใจเรียนมาก
สนุ ขั สดี ําตัวนัน้
ปลาทู แมนาํ้ แมก ลอง เพิม่ โบนสั ใหแกพ นักงาน 5 % โรงงานอตุ สาหกรรมเพิ่มโบนัสใหแกพนักงาน 5 %
รถ บรรทุกสินคา
เปด เวลา 01.00 น. ตลาดการคา ผกั ผลไมเ ปด เวลาตี 1
วงิ่ ไลกดั แมว สนุ ขั สดี ําตัวนน้ั วงิ่ ไลกดั แมว
มรี สชาติอรอ ย ปลาทูแมน ้าํ แมก ลองมรี สชาติอรอย
แลน บนถนนอยา งชา ๆ รถบรรทกุ สินคาแลนบนถนนอยางชา ๆ
หนว ยการเรยี นรูท่ี ๓ เรือ่ ง กระเชา สดี า 85
4. กลมุ คาํ กับหนาทใี่ นประโยค
กลมุ คําที่ทําหนาท่เี ปน ประธานในประโยค
1. กลมุ คํานาม
เชน พอคา ปลาหมกึ ปก หลักขายปลาหมกึ อยทู ่ตี ลาดนดั
สตั วปา จาํ นวนมากอาศยั อยใู นปาที่อุดมสมบูรณ
โรงเรยี นของเราเปน โรงเรยี นสีเขียว
เดก็ ๆ ทงั้ หลายชวยกันพฒั นาโรงเรียนดวยการทาํ ความสะอาด
2. กลุมคาํ สรรพนาม
เชน พวกเราชาวไทยรวมกันทําความดเี พื่อถวายเปน พระราชกศุ ล
พระคณุ เจา จะทาํ วตั รเม่ือไหรค รับ
พวกเธอท้ังหลายจงชว ยกนั ดแู ลรกั ษาความสะอาดของโรงเรียน
กลุม คําท่ีทาํ หนาทเ่ี ปนกรยิ าในประโยค
1. กลุมคาํ กรยิ า
เชน ชาวบานท่ีทาํ มาหากินบนเขาสงู สว นใหญเ ปน ชาวดอย
นักเรียนเดินอยางรวดเร็วเมอ่ื ครปู ลอยกลบั บา น
ผมสง งานเรียบรอยแลว เมือ่ เชานี้
แกว ตาไมชอบละครเรือ่ งน้เี ลย
กลมุ คําที่ทาํ หนาที่ประกอบประโยคเพ่ือใหใจความสมบูรณข น้ึ
1. กลุมคําวเิ ศษณ เชน อาหารรานน้อี รอยมากเลยทีเดียว
เขารกั เธอมากเหลือเกิน
2. กลุม คาํ บพุ บท เชน แมร บี ว่งิ เขาบานในทามกลางสายฝนท่ีตกแรง
พลอยวางกบั ขาวไวบนโตะอาหาร
3. กลุมคําสันธาน เชน ถงึ อยา งไรก็ตามเขาก็ตอ งไปใหท นั วันแขง
เพราะเขาเปน คนสะเพรา ดว ยเหตุผลนง้ี านของเขาจงึ ผิดพลาด
4. กลุมคําอุทาน เชน วายตายแลว ! รถชนกนั เสียงดงั โครม
อะไรกันนี่ ! พวกเธอนํ้าสีหกเลอะเทอะใสรูปไดอยางไร
แหลง ท่ีมา : เรียบเรียงมาจากหนังสือบรรทัดฐานภาษาไทย เลม 3 หนา 65 - 90
และหนงั สืออเุ ทศภาษาไทย หลกั ภาษาไทย : เรอ่ื งทค่ี รภู าษาไทยตอ งรู หนา 93 - 101
86 ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู สําหรับนกั เรียน ระดับประถมศกึ ษา ภาคเรยี นที่ ๑ (ภาษาไทย ป.๕)
ใบงานท่ี 8 เรอื่ ง การจาํ แนกกลุมคาํ และแตง ประโยค
หนวยการเรยี นรทู ี่ 3 เรือ่ ง กระเชา สดี า
แผนการจัดการเรียนรูที่ 8 เรอ่ื ง กลุมคําหรือวลี
รายวชิ า ภาษาไทย รหัสวชิ า ท๑๕๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ชนั้ ประถมศึกษาปท่ี ๕
ตอนที่ 1 ใหนักเรยี นนํากลุมคําทีอ่ ยใู นกรอบสเ่ี หลี่ยมไปเติมในชองวา งใหส มั พันธกัน
พี่ปานาอาปูยาตายาย ถามิฉะนนั้ ทามกลางขา งใน
วิง่ ออกกาํ ลังกาย พทุ โธเอย นา เวทนาจรงิ ๆ มากมายเลยทเี ดยี ว
ถงึ อยา งไรกแ็ ลว แต พวกเราทง้ั หลาย ราเรงิ สนกุ สนาน
1. กลมุ คาํ นาม ไดแก. ..................................................................................................................
2. กลมุ คําสรรพนาม ไดแ ก...................................................................................................................
3. กลมุ คํากรยิ า ไดแ ก. ..................................................................................................................
4. กลมุ คาํ วิเศษณ ไดแก...................................................................................................................
5. กลุมคาํ บพุ บท ไดแ ก...................................................................................................................
6. กลุม คาํ สนั ธาน ไดแก...................................................................................................................
7. กลมุ คาํ อทุ าน ไดแ ก. ..................................................................................................................
ตอนที่ 2 ใหนักเรยี นแตงประโยค โดยนาํ กลมุ คาํ จากตอนที่ 1 มาแตงประโยค อยา งนอย 5 ประโยค
พรอมขดี เสน ใตกลมุ คํานน้ั ดว ย
ขอ ท่ี ประโยค
๑.
๒.
๓.
๔.
๕.
ชื่อ....................................................นามสกลุ .................................................ชน้ั .............เลขท.ี่ .................
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี ๓ เรือ่ ง กระเชา้ สดี า 87
ใบความรูท้ ่ี 8 เร่ือง ประโยคน้นั สาคัญไฉน
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 3 เรือ่ ง กระเชา้ สีดา
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 9 เรื่อง ประโยคนน้ั สาคญั ไฉน
รายวิชา ภาษาไทย รหัสวิชา ท๑๕๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี ๕
ความหมายของประโยค
ประโยค คือ คาหรือกลุ่มคาท่ีเรียงต่อกันและมีความหมายสมบูรณ์ สามารถสื่อความได้ว่า ใคร ทา
อะไร ท่ีไหน อย่างไร หรือมีสภาพอย่างไร มีความกระจ่างชัดเจนในการสื่อสารประโยคหนึ่ง ๆ ประโยค
ประกอบด้วย ๒ ส่วน ดงั นี้
1. ภาคประธาน คือ ส่วนที่เป็นผู้กระทาหรือผู้ที่แสดงอาการ เป็นคานาม คาสรรพนาม แบ่งเป็น ๒
สว่ น คอื บทประธาน และบทขยายประธาน เช่น แมว – แมวดา บ้าน – บา้ นหลงั ใหญ่
2. ภาคแสดง คือ ส่วนท่ีแสดงอาการของภาคประธานให้ได้ความครบถ้วนว่าแสดงอาการอย่างไร
แบ่งเป็น ๔ ส่วน คือ บทกริยา บทขยายกริยา บทกรรม และบทขยายกรรม เช่น ว่ิง – ว่ิงเร็ว กิน – กินจุ
เหลอื เกิน ต้นไม้ – ตน้ ไม้ต้นน้นั ปลา – ปลาตัวเลก็
ตัวอย่างประโยคทว่ั ๆ ไป ภาคประธาน ภาคแสดง
ประโยค
ประธาน บทขยาย กรยิ า บทขยาย กรรม บทขยาย
๑. เดก็ อ้วนกินเกง่
เด็ก อ้วน กนิ เกง่ - -
๒. ชาวสวนกาลังเกบ็ ผลไม้ ชาวสวน - เกบ็ กาลงั ผลไม้ -
๓. คนขยันจะสอบไดค้ ะแนนดี คน ขยนั สอบได้ จะ คะแนน ดี
ประโยคพนื้ ฐานในภาษาไทย
1. ประโยค 2 สว่ น คือ ประโยคที่มีสว่ นประกอบ ดงั น้ี
ประโยค 2 ส่วน = ประธาน + กริยา
หรือ = ประธาน + ขยายประธาน + กรยิ า + ขยายกริยา
(หรอื มสี ว่ นขยายอยา่ งใดอยา่ งหน่ึงก็ได้)
ตวั อย่างเชน่ 1. นอ้ งรอ้ งไห้
2. พ่ชี ายตัง้ ใจเรียน
3. นกตวั นัน้ บนิ อย่างเร็วไว
4. รถยนตค์ นั สแี ดงจอดบนถนนฝัง่ โนน้
88 ชุดกิจกรรมการเรยี นรู สาํ หรบั นกั เรยี น ระดับประถมศึกษา ภาคเรียนที่ ๑ (ภาษาไทย ป.๕)
ประโยคสามญั หรอื ประโยคพื้นฐาน ประกอบดว ยสวนสําคญั 2 สว น คือ ประธานและภาคแสดง
บางประโยค ประธานอาจเปนคํานามหรอื คําสรรพนาม และภาคแสดงเปนคํากริยาทเี่ รยี กวา กริยา
อกรรม (กรยิ าท่ีไมตองการกรรม) เชน
คํานาม ประธาน ภาคแสดง
นักเรียน คําสรรพนาม คาํ กรยิ าอกรรม
-
- ฉัน ดีใจ
วิง่ เลน
1. ประโยค 3 สวน คอื ประโยคที่มสี วนประกอบ ดงั นี้
ประโยค 3 สวน = ประธาน + กริยา + กรรม
หรอื = ประธาน + ขยายประธาน + กรยิ า + กรรม + ขยายกรรม + ขยายกรยิ า
(หรือมีสว นขยายอยางใดอยา งหนึ่งก็ได)
ตัวอยา งเชน 1. นักดนตรีเลน ดนตรีไดไพเราะ
2. คณุ ตาของผมนิยมรถเกา ๆ
3. สนุ ัขใหญก ดั แมวตวั นน้ั จนตาย
ประโยค ภาคประธาน ภาคแสดง
ประธาน ขยาย กริยา กรรม ขยายกรรม ขยายกรยิ า
ประธาน
๑. นักดนตรีเลนดนตรีไดไพเราะ นักดนตรี - เลน - ดนตรี ไดไ พเราะ
2. คณุ ตาของผมนยิ มรถเกา ๆ คณุ ตา ของผม นยิ ม รถ เกา ๆ -
3. สุนขั ใหญกดั แมวตวั นั้นจนตาย สุนขั ใหญ กดั แมว ตวั น้นั จนตาย
หมายเหตุ การวางสวนขยายกริยาไวดานหลงั ของตาราง เพราะตอ งการอธิบายใหต รงกบั
ตําแหนงของสวนประกอบของประโยค
บางประโยค ภาคแสดงอาจมีคํานามหรือคําสรรพนามอยหู ลังคาํ กรยิ าทเ่ี รียกวา กรยิ าสกรรม
(กรยิ าทตี่ อ งการกรรม) เชน
ประธาน คํากริยาสกรรม ภาคแสดง คําสรรพนาม
คํานาม คําสรรพนาม จบั คํานาม -
ตํารวจ - เตอื น ผูร าย ฉนั
-
- เขา
หนวยการเรียนรูท่ี ๓ เรอื่ ง กระเชาสดี า 89
สรปุ ไดวา ชนิดและหนา ทีข่ องคํา จะชวยใหแตง ประโยคใหม ีใจความครบสมบรู ณ และมีความกระจา ง
ชดั เจนในการสอ่ื สาร ประโยคหนึง่ ๆ ประกอบดวย ๒ สว น คอื ภาคประธานและภาคแสดง
แผนผังสรุปเรื่อง สวนประกอบของประโยค
ประโยค
ภาคประธาน ภาคแสดง
ประธาน ขยายประธาน กรยิ า กรรม ขยายกรรม ขยายกริยา
ประโยคอาจกลาวไดวา เปนถอยคําท่ีมีความเกี่ยวของกันถูกตองตามระเบียบของภาษาและมี
เน้ือความที่สมบูรณ ประกอบดวยประธานและกริยา อาจมีกรรมหรือไมมีกรรมก็ได ซ่ึงสวนประกอบของ
ประโยคน้นั จะขาดอยา งใดอยางหน่ึงไมไ ด เพราะจะทําใหใ จความสมบรู ณไมเ พียงพอ
เรียบเรียงจาก หนังสอื บรรทดั ฐานภาษาไทย เลม 3 เร่ือง ประโยค หนา 91
หนงั สอื อเุ ทศภาษาไทย เร่อื ง ประโยค หนา 102
หนงั สือเรียนภาษาไทย ชดุ พนื้ ฐานภาษา ชน้ั ประถมศกึ ษาปที่ ๕ เรอ่ื ง ประโยค หนา 51
90 ชุดกิจกรรมการเรยี นรู สําหรับนกั เรยี น ระดบั ประถมศกึ ษา ภาคเรียนที่ ๑ (ภาษาไทย ป.๕)
ใบงานท่ี 9 เรือ่ ง การแตงประโยค
หนวยการเรยี นรทู ่ี 3 เรือ่ ง กระเชา สีดา
แผนการจดั การเรียนรูท่ี 9 เร่อื ง ประโยคน้ันสําคัญไฉน
รายวชิ า ภาษาไทย รหัสวิชา ท๑๕๑๐๑ ภาคเรียนที่ ๑ ชนั้ ประถมศึกษาปที่ ๕
คาํ ชีแ้ จง ใหนกั เรียนแตงประโยค 2 สวนและประโยค 3 สวน ใหถ กู ตองตามหลักภาษาไทย
แตงประโยค 2 สว น ไดด ังน้ี
1) ……………………………………………………………………………………………………….…………
2) .…………………………………………………………………………………………………………………
3) ………………………………………………………………………………………………….………………
4) ………………………………………………………………………………………………….………………
5) ………………………………………………………………………………………………….………………
แตง ประโยค 2 สวน ไดด ังนี้
1) ……………………………………………………………………………………………………….…………
2) .…………………………………………………………………………………………………………………
3) ………………………………………………………………………………………………….………………
4) ………………………………………………………………………………………………….………………
5) ………………………………………………………………………………………………….………………
ชอ่ื ....................................................นามสกลุ .................................................ชั้น.............เลขที่..............
หนว ยการเรยี นรูท่ี ๓ เรือ่ ง กระเชาสีดา 91
ใบความรูท่ี ๙ เรอื่ ง ประโยคและสว นประกอบของประโยค
หนวยการเรยี นรูท่ี 3 เร่อื ง กระเชา สดี า
แผนการจัดการเรียนรทู ่ี 10 เร่ือง ประโยคและสว นประกอบของประโยค
รายวชิ า ภาษาไทย รหัสวิชา ท๑๕๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ ช้ันประถมศึกษาปท่ี ๕
ความหมายของประโยค
ประโยค คือ คําหรือกลุมคําท่ีเรียงตอกันและมีความหมายสมบูรณ สามารถส่ือความไดวา ใคร ทํา
อะไร ที่ไหน อยางไร หรอื มสี ภาพอยา งไร มีความกระจางชดั เจนในการสือ่ สารประโยคหนงึ่ ๆ
แผนผังสรุปเรอ่ื ง สว นประกอบของประโยค
ประโยค
ภาคประธาน ภาคแสดง
ประธาน ขยายประธาน กริยา กรรม ขยายกรรม ขยายกริยา
หลกั การจาํ แนกสวนประกอบของประโยค มี 4 ขั้นดงั น้ี
ขั้นที่ 1 ข้ันอานทําความเขาใจประโยค
1. อา นประโยคใหเ ขาใจวา ใคร ทําอะไร ท่ีไหน อยางไร
2. สังเกตบรบิ ทของประโยควา ประโยคนั้นมสี ภาพอยางไร
ขน้ั ท่ี 2 ข้ันสรางตาราง
1. สรา งตารางวิเคราะหส วนประกอบของประโยค ดังนี้
ประโยค ภาคประธาน กริยา ภาคแสดง ขยาย
ประธาน ขยาย กรรม ขยาย กรยิ า
ประธาน กรรม