๑๙๒ ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู สําหรบั นกั เรียน ระดบั ประถมศึกษา ภาคเรยี นที่ ๑ (ภาษาไทย ป.๕)
ตวั อยางท่ี ๑
หลังฤดูเก็บเกี่ยว เกษตรกรมักปลูกพืชอายุสนั้ และทนแลง พืชที่เหมาะสมไดแก ถ่ัวเขียว ถาปลูก
ถว่ั เขียวโดยวิธีหวา นจะมปี ญหามาก เพราะมหี ญา ขนึ้ แขง กับตน ถวั่ เขียว จึงยากตอการกําจดั ตนหญา ทําให
ไดผลผลิตตา่ํ
วิธีการสรุปความ
ใคร - เกษตรกร
ทาํ อะไร - ปลูกถั่วเขียว
เม่อื ไร - หลังฤดูเกบ็ เกี่ยว
อยา งไร - ใชวิธีหวาน
ผลเปนอยางไร - หญา ข้นึ แขง ไดผลผลติ ตาํ่
สรุปความไดวา
เกษตรกรปลกู ถ่วั เขียว หลงั ฤดเู ก็บเกี่ยว ถา ใชวิธหี วานทาํ ใหหญา ข้ึนแขง ไดผลผลิตต่ํา
ตัวอยา งที่ ๒ นิทานเรอื่ ง ปอู วดเกง
ครง้ั หน่ึงมีปูตัวหนึ่งอาศัยอยูในรู อยูม าวันหนึง่ มชี า งปา เดนิ ผา นมา ปูรสู กึ วาแผน ดินสะเทือนจงึ ออกมา
จากรู บงั เอิญชา งเหยยี บลงไปในรปู ูซงึ่ เปน ดนิ เหลว ปูจงึ จมลงไปในดิน เมื่อชางถอนเทาออกจากดนิ ปกู ว็ ิ่งไป
หาชา งและพดู วา “หยดุ กอ น” ชา งไดยินจึงหยุดและหันมาดูปู เห็นปูเอากา มชูขนึ้ จงึ ถามวา “เจา มีธุระอะไร
กับชาหรอื ” ปูตอบวา “ทา นบงั อาจเหยยี บเราจมดิน” ชา งจึงตอบวา “เราไมบังอาจเหยียบเจาหรอก เราไม
เหน็ จรงิ ๆ เราขอโทษดว ย” ปูไดยินชางพูดเชนนนั้ ก็ยงิ่ โกรธเปน กาํ ลัง ตรงเขา ใชก า มหนีบขาชาง ชางจงึ ยก
ขาสลัดปูออกไป ปกู ระเดน็ ไปกระทบหนิ กระดองแตกตาย
นทิ านเรอื่ งนีช้ ใ้ี หเ ห็นวา ความโกรธมีโทษมาก อาจเปน อันตรายตอตัวเองได
วิธสี รุปการสรปุ ความ
ใคร - ปู
ทําอะไร - โกรธชา ง
เมอ่ื ไร - ชา งเหยยี บรู
อยางไร - ปูใชกามหนบี ขาชาง
ผลเปนอยา งไร - ชา งสลดั ปไู ปกระทบกอ นหินตาย
สรุปความไดว า
ปูโกรธชางทเ่ี หยยี บรู จึงใชกา มหนบี ขาชาง ชา งสลัดปูไปกระทบกอนหินตาย
หนว ยการเรยี นรูท ่ี ๖ เรอ่ื ง นทิ านอา นสนกุ ๑๙๓
ขอ เสนอแนะ
เรื่องวรรณคดีและวรรณกรรมท่ีนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ ๕ ควรอาน ไดแก วรรณคดีและ
วรรณกรรมเร่อื ง
๑. สงั ขท อง ตอน กําเนดิ พระสงั ข
๒. กระเชา สดี า
๓. มะกะโท พอคาจากเมืองเมาะตะมะ
๔. วรรณกรรมเร่ือง มา กา นกลว ย
๕. วรรณกรรมเรอ่ื ง ความสขุ ของกะทิ
๖. นทิ านวรรณคดีเรื่อง แกว หนา มา ไกรทอง โคบตุ ร หลวชิ ัยคาวี เปนตน
๑๙๔ ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู สาํ หรบั นกั เรียน ระดบั ประถมศึกษา ภาคเรยี นท่ี ๑ (ภาษาไทย ป.๕)
ใบงานท่ี 4 เร่ือง การสรุปเรือ่ งจากวรรณคดแี ละวรรณกรรมทอี่ าน
หนว ยการเรยี นรูท่ี 6 เรื่อง นิทานอานสนกุ
แผนการจดั การเรียนรทู ี่ 4 เรอ่ื ง การสรุปเรื่องจากวรรณคดแี ละวรรณกรรมท่ีอา น
รายวิชา ภาษาไทย รหัสวชิ า ท๑๕๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที่ ๕
คําช้แี จง ใหนักเรยี นสรุปเร่ืองจากวรรณคดีหรือวรรณกรรมท่เี ลอื กอา น ๑ เร่ือง
เรอื่ ง..............................................................................................
สรปุ เร่อื ง วาดภาพประกอบเรือ่ ง
ขอ คดิ ทไ่ี ดจากเรอ่ื ง การนาํ ขอ คดิ ไปใชในชีวิตประจําวนั
ชอื่ ....................................................นามสกลุ ................................................ช้ัน.................เลขท.ี่ ..............
หนว ยการเรยี นรูท่ี ๖ เรอ่ื ง นทิ านอานสนกุ ๑๙๕
ใบความรูท่ี 5 เรอ่ื ง การยอ ความเรอ่ื งทอี่ าน
หนว ยการเรียนรูท ่ี 6 เรื่อง นทิ านอานสนุก
แผนการจดั การเรียนรูท่ี 5 เร่อื ง การยอความเร่ืองทอ่ี าน
รายวิชา ภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๕๑๐๑ ภาคเรียนที่ ๑ ช้ันประถมศึกษาปท่ี ๕
การเขียนยอ ความ
เปนการเขียนจากการอานเก็บใจความสําคัญเรื่องใดเรือ่ งหน่ึง แลวนํามาเรียบเรียงใหมเปนถอยคํา
สํานวนของผูเขียนเอง และเขยี นใหถูกตอ งตามรูปแบบของยอความ
การเขยี นยอความท่ีดี ผูเขียนจะตอ งอา นเรื่องใหเ ขาใจ ควรอา นเร่ืองโดยละเอียด และทําความเขา ใจ
เรื่องนั้น ๆ แลวนาํ มาเรยี บเรียงใหมเปนถอยคําทีส่ ละสลวย
หลักการเขียนยอความ
๑. อานเนื้อเรอ่ื งทจี่ ะยอใหต ลอดโดยละเอียดอยา งนอย ๒ คร้งั ครั้งแรกอานสํารวจอยา งครา ว ๆ อา น
เรว็ ๆ เพอื่ ใหรวู าเรื่องน้ันกลาวถึง “ใคร ทําอะไร กับใคร ท่ีไหน อยางไร เมื่อไร และผลเปน อยางไร” จากนั้น
จึงอา นอยา งละเอยี ดอกี ครง้ั เพอ่ื หาใจความสาํ คัญของเร่อื ง
๒. แยกวา เนอื้ หาท่ีนําเสนอเปนงานเขียนแบบใด ขอเทจ็ จริง ขอ คดิ เหน็ หรอื แสดงอารมณ
๓. บนั ทกึ ใจความสาํ คญั เปนถอยคําของผเู ขยี นยอความ ใชค ําสั้นทีส่ ดุ และเขา ใจงา ย
๔. ตัดเนือ้ หาทไ่ี มจ ําเปนออก เชน การยกตัวอยา ง รายละเอียด สวนผสม การเปรียบเทยี บ
๕. ถา มีเน้อื หาเกย่ี วกับคําพูด ตองเปลยี่ นสรรพนามบรุ ุษท่ี ๑ และ ๒ เปนสรรพนามบุรุษท่ี ๓
๖. ไมใ ชอกั ษรยอ หากมคี ําราชาศพั ทต อ งเขยี นใหถูกตอง
๗. การเลอื กใชค าํ
- ใชค าํ ท่คี รอบคลมุ เชน ชาวสวน ชาวนา ชาวไร ใหใชคําวา เกษตรกร แทน
- คาํ บางคําทต่ี องแปลความหมายควรเปลย่ี นเปนคาํ ที่อานงา ย เชน มวลบุปผาชาติสุมาลีสง กล่ิน
ขจรอบอวล ในไพรสณฑ ควรเขียนใหมวา เหลา ดอกไมใ นปาสง กล่นิ หอม
๘. เม่ือเขยี นยกรางยอความแลว ควรอานอกี ครั้งหนึ่งและแกไขใหสมบูรณ โดยตัดขอความทีซ่ ้ําซอน
ออก เพื่อใหเน้อื หากระชบั รดั กุมและเขียนขอความใหส ัมพันธกันตั้งแตตนจนจบ
๙. เขียนขน้ึ ตนตามรปู แบบของยอ ความกอ น เพื่อใหร ูท่มี าของเร่อื งทน่ี ํามายอ แลว จงึ เขยี นยอ ความให
สมบรู ณ
๑๙๖ ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู สาํ หรบั นักเรียน ระดบั ประถมศึกษา ภาคเรยี นท่ี ๑ (ภาษาไทย ป.๕)
รูปแบบของยอ ความ
ยอ เรอ่ื ง.....................................................ผูแ ตง ...................................................................
จากหนงั สอื ..........................................................................ความวา
(เนอ้ื เร่ืองทย่ี อ )......................................................................................................................
รูปแบบขึ้นยอความ
๑. ยอ ความเรียงรอยแกว ธรรมดาขน้ึ ตน ดงั นี้
ยอ เรอ่ื ง.............................ของ (ชื่อผแู ตง)......................จากหนงั สอื ..................................หนา............
ความวา…………………..…
๒. ยอ จดหมาย ข้ึนตน ดงั น้ี
จดหมายของ.............................ถึง...........................ลงวนั ท่.ี ...........เดอื น .....................พ.ศ. ..............
ความวา ..........................
๓. ยอ คาํ ประกาศ แถลงการณ คาํ สง่ั ระเบยี บ ขนึ้ ตน ดงั นี้
คาํ ประกาศของ.......................................แก. .................................ลงวันที่ ..........................................
ความวา ............................
๔. ยอคาํ ปราศรัย สนุ ทรพจน พระราชดํารัส ขึ้นตน ดังนี้
คําปราศรัยของ...................................แก................................เน่ืองใน ................................................
ทาง(สถานทสี่ อื่ ทกี่ ลา ว).......................................... ณ วันที.่ ...................................ความวา
๕. ยอปาฐกถา คําบรรยาย คาํ สอน ข้นึ ตน ดังน้ี
คาํ บรรยายของ...........................เรอ่ื ง.................................................แก. ..................ท่ี ......................
ณ..........................วนั ที่.......................เวลา..............................................ความวา...............
๖. ยอคาํ ประพนั ธ ขนึ้ ตนดงั นี้
คาํ ประพนั ธประเภท.......................เรอื่ ง.....................ของ ................................... ตอน.......................
ความวา................................
หนวยการเรยี นรูท ่ี ๖ เรือ่ ง นทิ านอานสนกุ ๑๙๗
ใบงานท่ี 5 เรื่อง การสรปุ หลกั การเขยี นยอความ
หนว ยการเรยี นรูท่ี 6 เรือ่ ง นทิ านอานสนุก
แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี 5 เรอ่ื ง การยอความเรื่องท่อี าน
รายวิชา ภาษาไทย รหัสวิชา ท๑๕๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ชัน้ ประถมศึกษาปท่ี ๕
คาํ ช้ีแจง ใหน กั เรียนสรุปความรูเกี่ยวกบั การเขียนยอ ความ เพอื่ ใชเ ปน แนวทางในการเขยี นยอความลาํ ดับ
ตอ ไป
การเขียนยอ ความ
ชือ่ .....................................................นามสกลุ ...............................................ชั้น.................เลขท.ี่ ..............
๑๙๘ ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู สําหรบั นกั เรียน ระดับประถมศกึ ษา ภาคเรยี นท่ี ๑ (ภาษาไทย ป.๕)
ใบความรูที่ 6 เรอื่ ง การเขียนยอความเรอื่ งที่อาน
หนว ยการเรยี นรทู ี่ 6 เรอื่ ง นิทานอานสนุก
แผนการจดั การเรยี นรูท ่ี 6 เรอ่ื ง การเขยี นยอความเร่อื งท่ีอา น
รายวิชา ภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๕๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ชน้ั ประถมศึกษาปท่ี ๕
ตวั อยางการยอความ
ระวังอนั ตรายจากแอลกอฮอลเ ช็ดแผล
ตามทองตลาดในขณะนี้ มีการขายแอลกอฮอลก นั โดยเสรี ทงั้ เมทิลแอลกอฮอลและเอทลิ แอลกอฮอล
เม่ือมีผูบริโภคไปซ้ือแอลกอฮอลเช็ดแผลจากรานขายยา ผูขายมักจะหยิบแอลกอฮอลมาใหเลือกท้ัง ๒ ชนิด
ราคาเอทิลแอลกอฮอลจ ะสงู กวา เมทลิ แอลกอฮอลเ ลก็ นอ ย เพราะฉะนนั้ ผบู ริโภคสวนใหญและโดยเฉพาะผูทไี่ ม
รูคณุ สมบตั ิทีแ่ ทจ ริง ของแอลกอฮอลทง้ั ๒ ชนิด มักจะเลือกชนิดท่รี าคาถูกกวา เพราะประหยัดเงนิ และเขาใจ
วามีคุณสมบัติเช็ดแผลไดเหมือนกัน แตอันที่จริงแลวคุณสมบัติของเอทิลแอลกอฮอลตางกันมาก คือ
เอทิลแอลกอฮอล เปนแอลกอฮอลที่ใชกับรางกายมนุษยได เชน ผสมในยารับประทาน ผสมในสุรา
หรือเครือ่ งด่ืมประเภทของมึนเมา หรือใชท าภายนอกรา งกาย เชน ลางแผล ผาเย็น กระดาษเชด็ หนา สเปรย
เปน ตน เมทิลแอลกอฮอล เปนแอลกอฮอลช นิดมพี ิษ ใชสําหรับอตุ สาหกรรมตา ง ๆ เชน ใชเปน เชือ้ เพลิงจดุ ให
แสงสวา ง หรือปนกับทนิ เนอร สาํ หรบั ผสมแลคเกอร แตห า มใชก ับรางกาย
จากคณุ สมบัติของเมทิลแอลกอฮอลด ังกลาว จะเห็นไดวา ผูผลิตหรือผูขายไมควรนําเอาแอลกอฮอล
ทัง้ ๒ ชนิด มาใชแ ทนกัน เพราะจะทาํ ใหผบู รโิ ภคไดรบั อนั ตรายได เนือ่ งจากเมทิลแอลกอฮอลหากนาํ มาใชลา ง
แผล แอลกอฮอลจะซมึ เขาไปมาก ๆ อาจทําใหผ ดู มื่ ตาบอดหรอื ถงึ ตายได
ถึงแมว า ทางราชการและหนว ยงานท่เี กยี่ วของจะควบคมุ และตกั เตือนผผู ลิต และผูขายใหร ะมัดระวัง
การนําเมทิลแอลกอฮอลมาใชไมให ผิดจากคุณลักษณะประจําของตัวมันแลว แตยังมีการใช หรือขายผิด
ประเภทอยูบาง
ทางสํานักงานคณะกรรมการคุมครองผูบริโภค จึงใครขอเตือนผูผลิตและผูขาย ขอใหใชความ
ระมัดระวังในการขายเมทิลแอลกอฮอล ซึ่งจะเปนพิษตอผูบริโภคได และขอใหแนะนําผูบริโภควา กอนซื้อ
แอลกอฮอลเชด็ แผล ทุกครั้งควรตรวจดฉู ลาก ใหล ะเอยี ดและเลือกชนิดท่เี ปนเอทลิ แอลกอฮอลเทานั้น และ
ทางที่ดีถาทานไมแนใจกค็ วรซื้อแอลกอฮอลส ําหรับฆา เช้อื ท่ีกระทรวงสาธารณสุขรับรอง หรือซื้อจากรา นคาที่
เชอ่ื ถือได ทงั้ น้เี พ่อื ความปลอดภัยของทานและครอบครัว
(ไทยรัฐ ฉบบั วนั ที่ ๗ มนี าคม ๒๕๔๖ หนา ๖)
ยอเร่ือง ระวังอันตรายจากแอลกอฮอลเช็ดแผล จากหนังสือพิมพไทยรัฐ ฉบับวันจันทรท่ี
๗ มีนาคม ๒๕๔๖ หนา ๖ ความวา
ตามทองตลาดในขณะน้ีมีการขายแอลกอฮอลกัน โดยเสรี ทั้งเมทิลแอลกอฮอลและ
เอทิลแอลกอฮอล เอทิลแอลกอฮอลน้ันเปนแอลกอฮอลท่ีใชกับรางกายมนุษยได สวน
เมทิลแอลกอฮอลเปนแอลกอฮอลชนิดมพี ิษ ใชสําหรบั อุตสาหกรรมตา ง ๆ ซง่ึ ผูผลิตและผูขายไมค วร
นําแอลกอฮอลท้ัง 2 ชนิด มาใชแทนกัน เพราะจะทําใหผูบริโภคไดรับอันตรายได ถึงแมวาทาง
ราชการและหนว ยงานทเ่ี กีย่ วของจะควบคุม แตก ย็ งั มกี ารใชหรือขายผดิ
หนว ยการเรียนรทู ี่ ๖ เร่อื ง นทิ านอานสนกุ ๑๙๙
ใบงานที่ 6 เรอ่ื ง การเขียนยอ ความเรอื่ งทอ่ี า น
หนวยการเรยี นรูที่ 6 เรื่อง นิทานอานสนกุ
แผนการจัดการเรียนรทู ี่ 6 เรอ่ื ง การเขียนยอความเรอ่ื งทอ่ี าน
รายวชิ า ภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๕๑๐๑ ภาคเรียนที่ ๑ ชนั้ ประถมศึกษาปที่ ๕
คําช้ีแจง ใหอานเรื่องสัน้ ตอไปน้ี แลว เขียนยอความจากเรื่องทอ่ี า น
อยากใหบ านน้ีมแี ตร ัก
อรวีเปนสาวนอยรางโปรงผิวขาวและเปนลูกสาวคนเดียวของนักธุรกิจช่ือดัง เธอเกิดใน
ครอบครัวท่ีมีฐานะความเปน อยดู ีแตเธอไมมีความสุขสบายดงั ฐานะของเธอเลย ชวี ติ ของอรวจี งึ เปน
ชีวติ แบบหน่งึ ในสังคมปจจบุ นั ตอนนีอ้ รวีเรียนอยชู ้นั มธั ยมศกึ ษาปท ี่ 4 เขานอยอกนอ ยใจตลอดเวลา
ถาคิดถึงเร่ืองภายในครอบครัวของเขาเพราะพอแม ของอรวีไมเคยมีเวลาใหเขาเลยแมแตวันหยุด
เรียนกย็ ังตองออกไปพบปะสงั คมภายนอก ปลอ ยใหเธออยบู า นตามลาํ พงั คนเดียวไมมีคนทจ่ี ะปรึกษา
ไมม คี นคอยถามขาวการเรยี นของเขาเลย อรวีตนื่ แตเ ชาออกจากบา นเพื่อจะไปเรียนหนังสอื โดยทีแ่ ม
กบั พอของเขายังไมต่นื นอนเลย พอกลบั มาถึงบานก็ไมมใี ครอยู มีแตคนใชเ พราะพอ กับแมไปทํางาน
กวาจะกลับอรวกี เ็ ขานอนแลว ชีวิตของอรวเี ปน อยา งนที้ ุกวันจนบางคร้ังทาํ ใหอ รวไี มอยากกลับบาน
เลย เขาไมเคยมคี วามสุข เขาอยากมีชวี ติ เหมอื นคนปกติ ถงึ แมจะมฐี านะไมร ํ่ารวยแตเขาขอแคพอ แม
ลกู อยูพรอมหนากินขาวดวยกัน แคนี้ก็พอใจแลว วันหน่ึงเขาไปเรียนตามปกติก็มีเพ่ือนของเขาคน
หนึ่งมาคุยกับอรวีบอกวาเขาเสียตัวใหก ับผูชายท่ีพึ่งรูจักจากการไปเที่ยวผับกลางคืน อรวีตกใจมาก
จากเร่ืองท่ีไดฟง ทําใหอรวคี ิดไดว าไมมที ี่ไหนจะปลอดภยั และอบอนุ เทาบา นของเขาเอง ไมมใี ครทีจ่ ะ
ใหค วามรกั กับเราเทา พอ กับแม
ช่ือผแู ตง ประภาศรี เทยี นประเสริฐ
ท่ีมา แหลงรวมเร่ืองส้ัน
ชื่อ....................................................นามสกลุ ................................................ช้นั .................เลขที.่ ..............
๒๐๐ ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู สําหรบั นักเรยี น ระดบั ประถมศกึ ษา ภาคเรียนท่ี ๑ (ภาษาไทย ป.๕)
ใบความรูที่ 7 เรอ่ื ง การเขยี นเรือ่ งตามจินตนาการ
หนวยการเรยี นรทู ี่ 6 เรอื่ ง นิทานอา นสนกุ
แผนการจดั การเรยี นรูท ี่ 7 เร่อื ง การเขยี นเรือ่ งตามจนิ ตนาการ
รายวิชา ภาษาไทย รหัสวชิ า ท๑๕๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ช้นั ประถมศึกษาปที่ ๕
ความหมายของจนิ ตนาการ
เปนความคิดคํานึงถึงที่เกิดข้นึ ในจิตใจ อาจจะเปนการวาดภาพข้ึนมา ตามความคดิ ฝนหรือความคิด
คํานึงนั้นอาจจะมาจากประสบการณ แลวสรางภาพใหมใหกวางและวิจิตรบรรจงกวาประสบการณเดิม
การเขียนเรยี งความจากจนิ ตนาการจะตอ งอาศยั ศลิ ปะเฉพาะตัวของผูเ ขยี นและไดรบั การฝกฝนอยเู สมอ
การเขยี นเร่อื งตามจนิ ตนาการ
การเขียนเรอ่ื งตามจินตนาการ เปน ความคดิ ที่เช่อื มโยงประสบการณและความจรงิ ในชีวติ จากอดีตไปสู
อนาคต หรือเชื่อมโยงเรื่องราวและเหตุการณตาง ๆ ในปจจุบันโดยผูกเปนเรื่องราวข้ึนมา จากความคิดของ
นักเรียน การเขียนเลาเรื่องจากภาพ เปนการใชประสบการณรวมกับจินตนาการของแตละคน โดยดู
รายละเอียดตาง ๆ จากภาพเปนพืน้ ฐานในการจนิ ตนาการ เขียนเปน เร่อื งราวทน่ี า สนใจหรือใหค วามสนกุ สนาน
เพลิดเพลินแกผูอาน การเขียนเรื่องจากภาพตองเรียบเรียงเร่ืองราวตาง ๆ จากภาพใหมีความ เก่ียวเน่ือง
สัมพนั ธกัน
หลักการเขียนเรอื่ งจากภาพ
๑. ดภู าพ พจิ ารณาภาพรายละเอียดตา ง ๆ ใหค รบถว น
๒. จินตนาการผูกเรื่องราวยอนไปในอดีต คิดไปในอนาคต หรือเชื่อมโยงเหตกุ ารณใ ด เหตกุ ารณหนึ่ง
ในปจ จบุ ัน
๓. สรางความคิดคํานงึ โดยใชค วามเปน จริงหรอื เหตกุ ารณทส่ี มจรงิ เปน พื้นฐาน
๔. ลําดับเรอ่ื งราวใหตอเนื่องตงั้ แตต น จนจบ
๕. เขียนเลา ความใหตอ เน่ือง
๖. ต้ังชอื่ เรอื่ งใหนาสนใจ
๗. เขยี นลายมือใหอ า นงา ย จบประโยคเวนวรรคใหช ัดเจน
แหลง ท่ีมา : จากใบความรสู อื่ 60 พรรษา
หนวยการเรียนรูท่ี ๖ เรอื่ ง นทิ านอานสนกุ ๒๐๑
สรุปหลกั การเขียนเรอื่ งตามจนิ ตนาการ
- คิดแนวเร่อื งทต่ี องการจะเขียน - คิดเรื่องตามจินตนาการของผเู ขยี น
- ศึกษาหาความรูเพิ่มเติมใน เร่ืองที่ วา จะมใี ครทําอะไร ทไี่ หน อยางไร
จะเขยี น บาง
- วางแผนและศึกษาหลักการเขียน - วางโครงเรอ่ื ง ลําดับเหตกุ ารณ
เร่อื งจินตนาการ กอ นหลัง
หลักการเขียนเรอื่ งตามจินตนาการ
- เขยี นเวนวรรคตอนใหถ ูกตอ ง - รกั ษาความสะอาดในการเขียน - เรยี บเรียงเนือ้ หาหรอื เรอ่ื งราว
- วางรปู สระ วรรณยกุ ต และ - เลอื กใชภาษาทสี่ ุภาพ ถกู ตอ ง ใหต อเนือ่ งกนั
เคร่ืองหมายตา ง ๆ ใหถ ูกตอ ง ตามกาลเทศะ - ในการตงั้ ชือ่ เรือ่ งควรต้งั ชอ่ื
ตามรูปแบบของอักษรไทย - เขียนสะกดคาํ ใหถูกตอง เร่อื งใหน า สนใจและสอดคลอง
- ตรวจทานการเขียนสะกดคํา - ชวยเสรมิ สรางจนิ ตนาการ กับเนอ้ื เรอื่ ง
- ชว ยฝก ความคิดสรางสรรค - เขยี นดวยลายมอื บรรจง
เรยี บรอย
๒๐๒ ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู สําหรบั นกั เรียน ระดับประถมศึกษา ภาคเรียนท่ี ๑ (ภาษาไทย ป.๕)
ใบงานท่ี 7 เรอื่ ง การเขยี นเรอื่ งตามจินตนาการ
หนว ยการเรียนรูที่ 6 เร่อื ง นทิ านอา นสนกุ
แผนการจดั การเรียนรูท ี่ 7 เรือ่ ง การเขยี นเรอื่ งตามจินตนาการ
รายวชิ า ภาษาไทย รหสั วิชา ท๑๕๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ชัน้ ประถมศึกษาปท่ี ๕
คําชี้แจง ใหน ักเรียนเขยี นเร่อื งตามจินตนาการอยางสรางสรรคความยาว 5–8 บรรทดั พรอ มต้งั ชื่อเรอื่ ง
เรื่อง......................................................................................................................
............................................................................................................................
............................................................................................................................
............................................................................................................................
............................................................................................................................
............................................................................................................................
............................................................................................................................
............................................................................................................................
............................................................................................................................
............................................................................................................................
............................................................................................................................
ชือ่ ........................................................นามสกลุ ..............................................ช้นั ................เลขที่..............
หนว ยการเรียนรทู ี่ ๖ เรื่อง นทิ านอา นสนกุ ๒๐๓
ใบความรูท ่ี 8 เรอื่ ง บทรอ ยกรองทีม่ คี ุณคา
หนวยเรียนรูท่ี 6 เรอื่ ง นิทานอานสนกุ
แผนการจัดการเรยี นรูท่ี 9 เร่ือง บทรอ ยกรองท่ีมีคุณคา
รายวชิ า ภาษาไทย รหัสวชิ า ท๑๕๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ช้นั ประถมศึกษาปที่ ๕
บทรอยกรอง
หมายถึง คําประพันธที่แตงขึ้นโดยมีขอบังคับหรอื ฉันทลักษณ จํากัดคําและวรรคตอนให
สัมผัสกันไพเราะตามเกณฑท่ีไดวางไวในฉันทลักษณ เชน กลอนสุภาพ โคลงส่ีสุภาพ กาพยยานี
11 และกาพยฉบับ 16 ฯลฯ
คําวา “บทรอยกรอง” มีคําท่ีใชเรียกแตกตางกันหลาย ๆ อยาง เชน คําประพันธ คําประพันธ
รอ ยกรอง กาพยกลอน กวนี ิพนธ หรอื บทกวี ซึง่ มีคุณคาตอ ผูอา น
คุณคา ของบทรอยกรอง
๑. ชว ยใหเขาถึงรสและเห็นความงามของบทรอ ยกรองทอี่ าน
๒. ชวยใหไดรบั ความไพเราะและเกดิ ความซาบซึง้
๓. ชว ยใหเกิดความสนุกสนานเพลดิ เพลิน
๔. ชว ยใหจําบทรอยกรองไดร วดเร็วและแมน ยาํ
๕. ชวยกลอ มเกลาจติ ใจใหเปนคนออ นโยนและเยอื กเย็น
๖. ชว ยสบื สานศิลปวัฒนธรรมในการอา นทํานองเสนาะไวเ ปนมรดกของ
๒๐๔ ชุดกจิ กรรมการเรียนรู สําหรบั นักเรยี น ระดบั ประถมศกึ ษา ภาคเรียนท่ี ๑ (ภาษาไทย ป.๕)
ใบงานท่ี 8 เร่อื ง เขยี นสรปุ ความรแู ละขอ คดิ จากบทรอ ยกรองที่มคี ณุ คา
หนวยการเรียนรูท ่ี 6 เร่อื ง นิทานอา นสนกุ
แผนการจัดการเรยี นรทู ่ี 8 เร่อื ง บทรอยกรองทมี่ ีคณุ คา
รายวชิ า ภาษาไทย รหสั วิชา ท๑๕๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ชนั้ ประถมศึกษาปท่ี ๕
คาํ ช้ีแจง ใหน กั เรียนอานบทรอ ยกรอง แลว เขยี นสรุปความรูและขอ คิดของบทรอ ยกรอง
วิชาเหมือนสินคา
วิชาเหมือนสินคา อันมีคา อยูเมอื งไกล
ตอ งยากลําบากไป จงึ จะไดส ินคามา
จงตั้งเอากายเจา เปน สาํ เภาอันโสภา
ความเพยี รเปนโยธา แขนซา ยขวาเปนเสาใบ
น้วิ เปนสายระยาง สองเทา ตางสมอใหญ
ปากเปน นายงานไป อชั ฌาสัยเปน เสบียง
สตเิ ปนหางเสอื ถือทายเรอื ไวใหเ ทยี่ ง
ถือไวอ ยาใหเ อยี ง ตดั แลน เล่ยี งขามคงคา
ปญ ญาเปน กลองแกว สองดแู ถวแนวหนิ ผา
เจาจงเอาหตู า เปนลา ตา ฟงดลู ม
ขเี้ กยี จคอื ปลารา ย จะทําลายใหเ รือจม
เอาใจเปน ปน คม ยงิ ระดมใหจมไป
จงึ จะไดสินคา มา คอื วิชาอนั พสิ มัย
จงหมัน่ มน่ั หมายใจ อยาไดครา นการวิชา
จากหนังสอื เรยี นวรรณคดลี ํานาํ ชน้ั ป.5 หนา 43
สรปุ ความรู................................................. ขอ คดิ ..........................................................
.................................................................... ....................................................................
.................................................................... ....................................................................
.................................................................... ....................................................................
................................................................ ....................................................................
หนวยการเรียนรทู ่ี ๖ เรื่อง นิทานอา นสนกุ ๒๐๕
เราเกิดมาทั้งทีชีวิตหนึง่ อยา หมายพ่งึ ผูใ ดใหเขาหยัน
ควรคะนึงพง่ึ ตนทนกดั ฟน คิดบากบ่ันมุงหนามานะนํา
กสิกิจพณิชยการงานมีเกียรติ อยา หยามเหยียดพาลหาวางานตํา่
หรือจะชอบวชิ าอตุ สาหกรรม เชญิ เลือกทําตามถนดั อยา ผัดวนั
เอาดวงใจเปน ทุนหนุนนาํ หนา เอาปญ ญาเปน แรงมุง แขง ขัน
เอาความเพียรเปนยานประสานกนั ผลจะบรรลสุ ูประตชู ยั
เงินและทองกองอยปู ระตูหนา คอยเปด อาย้ิมรับไมขบั ไส
ทรัพยใ นดนิ สินในนํา้ ออกคลาํ่ ไป แหลมทองไทยพรอ มจะชวยอาํ นวยเอย
จาก หนังสอื วรรณคดีลาํ นาํ ป.5 หนา 70
สรปุ ความรู................................................ ขอคดิ ........................................................
.................................................................. ..................................................................
.................................................................. ..................................................................
.................................................................. ..................................................................
.................................................................. ..................................................................
.................................................................. ..................................................................
.................................................................. ..................................................................
.................................................................. ..................................................................
.................................................................. ..................................................................
ชอ่ื ....................................................นามสกลุ ................................................ชั้น.................เลขท่.ี ..............
๒๐๖ ชุดกิจกรรมการเรียนรู สาํ หรบั นักเรยี น ระดับประถมศึกษา ภาคเรยี นที่ ๑ (ภาษาไทย ป.๕)
ใบความรทู ี่ 9 เรอ่ื ง คํายืมภาษาจนี และภาษาอังกฤษ
หนว ยการเรียนรูท ี่ ๖ เรอ่ื ง นิทานอานสนุก
แผนการจดั การเรียนรทู ี่ ๙ เรอ่ื ง คําภาษาตา งประเทศในภาษาไทย (๑)
รายวชิ า ภาษาไทย รหัสวิชา ท๑๕๑๐๑ ภาคเรียนที่ ๑ ช้นั ประถมศึกษาปท่ี ๕
การยมื คาํ ภาษาตางประเทศ
การยมื คําจากภาษาหน่ึงไปใชอีกภาษาหนึ่ง เปนลักษณะของทุกภาษา ทุกภาษาในโลกนี้ยอมมีการใช
คําภาษาอื่นปะปนกันเปนเร่ืองธรรมดา เน่ืองจากแตละชาติจําเปนตองมีการติดตอสัมพันธกันมาตั้งแตอดีต
จนถึงปจจบุ นั จงึ เกดิ การนาํ คําภาษาอื่นเขา มาใชในภาษาของตนเอง
สาเหตุการยืมคําภาษาอ่ืน ๆ มาใชในภาษาไทย
1. การตง้ั ถิ่นฐาน ประเทศไทยมพี ื้นทตี่ ิดตอ กบั เพอื่ นบาน ทาํ ใหค นไทยนาํ คาํ ของภาษาน้ัน ๆ มาใช
2. การคาขาย ประเทศไทยตดิ ตอคา ขายกับตางประเทศ ทําใหม ีการแลกเปลี่ยนสินคา
3. ศาสนาและวัฒนธรรม การเผยแผศาสนา การรับเอาศาสนา ทําใหเราใชค าํ ของศาสนานนั้
4. การศึกษาและการกีฬา ท้ังในหนงั สือเรยี น และขา วสาวตาง ๆ
5. ปจ จัยอื่น ๆ เชน การแตง งาน การเขา รีต การสงคราม การทูต ฯลฯ
คาํ ภาษาตางประเทศทใ่ี ชใ นภาษาไทย
๑. คาํ ยมื ภาษาจนี
๑.๑ ที่มาของการยืมคาํ ภาษาจีน
ไทยกับจีนมีการติดตอสัมพันธทางการทูตมาตั้งแตอดีต ผลของการที่ชาวจีนอพยพมาต้ัง
รกรากถ่ินฐานทํามาหากนิ ในเมอื งไทย มกี ารประกอบอาชพี ตาง ๆ ทําใหม กี ารผสมผสานกันทางวัฒนธรรมและ
ประเพณีตาง ๆ การยืมคําจีนบางคําเขามาใชในภาษาไทยสวนใหญเปนสําเนียงภาษาแตจิ๋ว และมักเปนคํา
เรียกชื่อสง่ิ ของเคร่อื งใช อาหาร พืช ผัก ผลไม รวมทั้งคําท่ีเกย่ี วกบั วฒั นธรรมจนี เรานยิ มใชคาํ จนี เปน ภาษาพูด
แตไมน ยิ มใชเปน ภาษาเขียน
๑.๒ หลกั การสังเกตคาํ ภาษาจนี
คํายืมภาษาจีน สวนมากเปนคําโดดและน้ําเสียงฟงดูแลวจะมีเอกลักษณเฉพาะ ใชเสียง
วรรณยกุ ตต รีและจตั วา ซ่ึงมีหลกั สังเกตดงั น้ี
๑. นาํ มาเปนชือ่ อาหารการกิน เชน กวยเต๋ียว เตาทึง แปะซะ เฉากว ย จบั ฉาย เปน ตน
๒. เปนคําที่เก่ียวกับสิ่งของเคร่ืองใชที่เรารับมาจากชาวจีน เชน ตะหลิว ตึก เกาอี้ เกง
ฮวงซุย เปน ตน
๓. เปนคาํ ทีเ่ กยี่ วกบั การคา และการจัดระบบทางการคา เชน เจง หุน หาง เปน ตน
๔. เปน คาํ ท่ีใชวรรณยกุ ตต รี จตั วา เปนสวนมาก เชน กวยจ๊ับ กุย เก เกก กง ตนุ เปนตน
หนว ยการเรียนรูท ่ี ๖ เรื่อง นิทานอา นสนกุ ๒๐๗
ตัวอยางคาํ ภาษาจนี หมวดอาหารการกิน
คํายมื ภาษาจีน ความหมาย
เตาหู ถว่ั ทีโ่ มเ ปน แปงแลวทาํ เปนแผน ๆ
เตา เจีย้ ว ถว่ั เหลืองหมักเกลือ ใชป รุงอาหาร
เตาสวน ขนมหวานทําดวยแปง เปย กกวนกบั ถวั่ เขยี วที่เปลือกออก แลว ราดดว ยกะทิ
เตาฮวย ขนมหวานทาํ ดว ยน้ําถว่ั เหลอื งแขง็ ตัว ปรงุ ดวยนาํ้ ขิงตมน้าํ ตาล
กวยเตย๋ี ว ของกินชนดิ หน่งึ ทาํ ดว ยแปง ขา วเจา เปนเสน ๆ ปรงุ อาหารทงั้ แหงและนํ้า
กวยจับ๊ ชื่อของกนิ ทาํ ดว ยแปงขา วเจา หัน่ เปน ช้นิ ใหญ ๆ
เกาเหลา แกงมีลกั ษณะอยา งแกงจดื ปรุงรสได ไมใชแกงเผด็ แกงสม
เก้ียมอ๋ี ของกินทําดว ยแปง ขาวเจา เปนเสนสน้ั ๆ กลม ๆ สองปลายแหลมปรงุ แบบกว ยเตีย๋ ว
พะโล ชื่ออาหารรสเคม็ หวาน ทีม่ ไี ขตมปอกเปลอื ก เตาหู หมู ใสเครอ่ื งปรุงทเ่ี รียกวา เคร่อื งพะโล
ซาลาเปา ขนมชนดิ หนึ่งของจนี ทําดวยแปง สาลปี นเปนลูกกลมมีทงั้ ไสห วานและไสเ ค็ม
บะชอ เน้อื หมูสบั ละเอยี ด มกั ใสในแกงจืด
บะหมี่ แปง ซง่ึ ทาํ เปนเสนเล็ก ๆ แลว ตากแหง
เฉากวย ชื่อขนมชนดิ หนึง่ คลา ยวุน ทําจากเมือกของพนั ธไุ มช นิดหนง่ึ มีสีดํา
เปาะเปยะ อาหารทําเปน แผน ทําจากแปงสาลหี อ ไสตาง ๆ
โอเลีย้ ง กาแฟเย็นไมใ สนม
กุนเชยี ง ไสก รอกจนี
เกี๊ยว ของกินทําดวยแปง เปน แผน บาง ๆ ทอดกรอบ หรอื หอหมแู ลวนงึ่
เจ อาหารทท่ี ําจากพชื ผักผลไม ยกเวนผลไมก ลน่ิ ฉนุ และไมม เี นอ้ื สัตว
โจก ขา วตมแบบละเอยี ด ทําจากขาว
แปะ ซะ ชือ่ อาหารใชป ลาน่ึงจิ้มนํา้ สม กนิ กบั ผกั
ปาทอ งโก อาหารทําจากแปงสาลี ตัดเปนทอ น ๆ จบั คูตดิ กัน ทอดนาํ้ มนั ใหพอง
เยน็ ตาโฟ อาหารคลา ยกว ยเตยี๋ ว ใสผักบุง เตาหู ปลาหมกึ
จบั ฉา ย ชื่อตมอยา งหนงึ่ ใสผ กั หลายชนิด
๒๐๘ ชุดกจิ กรรมการเรียนรู สาํ หรบั นกั เรยี น ระดบั ประถมศึกษา ภาคเรยี นที่ ๑ (ภาษาไทย ป.๕)
ตัวอยา งคาํ ภาษาจนี หมวดพืช ผกั ผลไม
คํายมื ภาษาจนี ความหมาย
แปะกวย เมล็ดของตนแปะกว ย ใชตม น้ําตาลรบั ประทาน แปะกวย ก็ใช
เกก ฮวย ดอกเบญจมาศหนู ใชเปน ยารกั ษาโรคไดหลายอยา ง หรอื ตม เปน นํ้าดมื่ กนิ ได
ตัง้ โอ ผักจีนชนดิ หน่ึง ใบเลก็ หนามีกล่นิ หอม
กุยชาย ผักชนิดหนึง่ คลา ยตนหอมหอมหรือกระเทียมใบแบน ๆ มีกลน่ิ หอมฉยุ , กยุ ชา ย ก็ใช
กะหลาํ่ ชอ่ื ไมลมลกุ มีหลายพันธุ
เกาลดั ไมต นขนาดเลก็ เปลอื กผลหนา ไมมหี นาม เมล็ดเกล้ยี ง
ลนิ้ จี่ ไมผ ล ผลกลมสีแดง รสเปร้ียวอมหวาน
ลันเตา ถั่วชนิดหนงึ่ เปนไมเถามมี ือเกาะเปน ยอดและฝก ออ นสามารถกนิ ได
สาลี่ ไมผล มเี น้ือกรอบ รสหวานอมเปร้ียว กล่นิ หอม
ตวั อยางคาํ ภาษาจนี หมวดกรยิ า
คาํ ยืมภาษาจนี ความหมาย
เกก วางทา
เก งานเขาที
เจา เลิกกนั ไป หายกัน
เจี๊ยบ จัดหนัก มาก ยิง่ นกั
แฉ แบ ตีแผ เปด เผย
ซวย เคราะหร าย อบั โชค
เซยี น ชํานาญ
ตนุ การเกบ็ หรอื กันสงิ่ ของเอาไวในยามขาดแคลน
ตนุ การปรงุ อาหาร
เอย่ี ว มีสว นรว ม
โละ ไมเ อา ท้ิง
เฮง ดี เจริญ
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๖ เรอื่ ง นิทานอา่ นสนุก ๒๐๙
ตวั อยา่ งคาํ ภาษาจนี เกี่ยวกบั การคา้ ขาย
คํายืมภาษาจนี ความหมาย
หนุ้ ส่วนทลี่ งทนุ ในการค้าขาย เช่น เล่นหุ้น ลงหุ้น จาํ หน่ายห้นุ
หา้ ง สถานท่ีขายของขนาดใหญ่
หมึก นํา้ หรือแท่งสําหรับเขยี น ปกตเิ ป็นสีดาํ
เหลา ร้านอาหาร ภัตตาคาร
โสหยุ้ ค่าใช้จา่ ย
แป๊ะเจีย เงนิ กนิ เปล่า
เจ๊ง ลม้ เลกิ กิจการเพราะทนุ หมด
ยหี่ ้อ เครื่องหมายการคา้
ตัวอยา่ งคาํ ภาษาจนี เก่ยี วกบั เครอื ญาติ บคุ คล
คาํ ยมื ภาษาจนี ความหมาย
กง๋ ปู่ ตา
อามา่ ยา่ ยาย
ซ้อ พสี่ ะใภ้ คาํ เรียกผู้หญงิ เพอ่ื ยกย่อง
ต๋ี เดก็ ผ้ชู ายจีน
เตยี่ พอ่
แปะ สรรพนามใชเ้ รยี กคนแกช่ ายชาวจนี มคี วามหมายวา่ ลุง
หมวย เดก็ หญงิ หรอื หญงิ สาวลูกจนี ม่วยกใ็ ช่
เฮยี พช่ี าย, คือที่ใช้เรยี กผู้ชายเพอื่ ยกยอ่ ง
เจ๊ พส่ี าว, คําเรยี กผ้หู ญงิ เพื่อยกย่อง
ป๋า พ่อ หรือชายสูงวยั ทมี่ กี ําลังทรพั ยป์ รนเปรอผหู้ ญงิ
๒๑๐ ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู สําหรบั นกั เรียน ระดบั ประถมศกึ ษา ภาคเรียนที่ ๑ (ภาษาไทย ป.๕)
ตวั อยางคําภาษาจนี หมวดทั่วไป
คํายมื ภาษาจนี ความหมาย
กก หมู เหลา พวก
กงเตก การทําบญุ ใหผ ตู าย โดยการสวดและเผากระดาษรปู ตา ง ๆ เชน บา น รถ เงิน ของใช
กังฟู ศิลปะการตอสอู ยา งหน่ึง
กุย คนเลว นกั เลง
เกา อี้ ทนี่ ่งั มีขา ยกยายไดมหี ลายรปู แบบ
โตะ ที่เขยี น ท่ีวางของ ใชค ูกบั เกา อี้
ง้วิ ละครจีนโบราณ
เขง ภาชนะสานมีรปู แบบตาง ๆ
จบั กงั กรรมกร ผูใชแรงงาน
เซียน ผสู ําเรจ็ ผทู เี่ กง
ตะหลวิ เคร่อื งมือใชแ ซะหรือตักของทอก หรอื ใชผัด
ตว๋ั บตั รบางอยางแสดงสทิ ธิ์ของผูใช
แตะเอีย เงนิ ท่ีใชใ นโอกาสพเิ ศษ
ไตฝ ุน พายุหมนุ กาํ ลังแรง 120 กม./ชม.
บวย สดุ ทาย ทีหลงั
เปย ผมท่ีถักหอยลงมาอยา งเปนระเบยี บ
โปะ ทุนสําหรบั ทอดสะพาน
โพย บญั ชี ทะเบยี น
หวย การพนันอยา งหนง่ึ
อง้ั โล เตาไฟแบบจนี ใชถานกบั ฟน
ฮวงซุย ที่บรรจศุ พของชาวจนี
ฮวงจุย ลมและน้ํา ศาสตรในการกําหนดทต่ี ง้ั ใหเ หมาะสม
ปุงกี๋ เครอ่ื งสาน รปู คลายหอยแครงใชโ กยดิน
เตา เรียกลูกบาศกสาํ หรบั ทอดหรือเขยา นับแตมเลนการพนัน วา ลกู เตา
หนวยการเรียนรทู ่ี ๖ เรื่อง นิทานอานสนกุ ๒๑๑
๒. คาํ ยืมภาษาอังกฤษ
๒.๑ ที่มาของการยมื คาํ ภาษาองั กฤษ
อังกฤษมีการติดตอกับไทยมาตั้งแตสมัยอยุธยา โดยเขามาคาขาย และภาษาอังกฤษเริ่มมี
บทบาทในไทยมากขึ้นในสมัยพระบาทสมเดจ็ พระน่ังเกลา เจาอยูหัว (รัชกาลที่ ๓) เน่ืองจาก สหรัฐอเมริกาเขา
มาเผยแผคริสตศาสนานิกายโปรเตสแตนตในไทย และในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมกลาเจาอยูหัว
(รัชกาลที่ ๔) ไทยไดม ีการติดตอกับฝร่ังชาติองั กฤษและอเมรกิ ันมากขึ้น อีกทัง้ พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา
เจาอยูหัว มีความสนพระราชหฤทัยในการศึกษาภาษาอังกฤษจน ทําใหศึกษาภาษาอังกฤษไดอยางแตกฉาน
คาํ ยมื จากภาษาอังกฤษจงึ ไดมจี าํ นวนเพ่มิ มากขึ้น
๒.๒ หลกั การสงั เกตคาํ ภาษาอังกฤษในภาษาไทย
คาํ ยืมภาษาอังกฤษท่ีนาํ มาใชในภาษาไทย มีลกั ษณะและหลกั การสงั เกต ดงั น้ี
- คํายืมภาษาอังกฤษสวนใหญเปนคําหลายพยางค เชน ช็อกโกแลต แคปซูล โฟกัส
เทรนเนอร คอมพิวเตอร ไวโอลนิ เทคโนโลยี อิเล็กทรอนกิ ส เปน ตน
- คํายืมภาษาองั กฤษสวนใหญเปนคาํ ทบั ศพั ท เชน
คาํ ทไ่ี ทยใช คําองั กฤษ
กลโู คส glucose
ออกซเิ จน oxygen
เคก cake
คุกก้ี cookie
ครมี cream
ชีส cheese
สลดั salad
โซดา soda
เบียร beer
ฟุตบอล football
โซฟา
ไมโครโฟน sofa
วิดโี อ microphone
กตี าร
video
guitar
- คํายืมภาษาอังกฤษสวนใหญเปนคําที่มีตัวสะกดหลายตัว และมีเครอ่ื งหมาย ทัณฑฆาต
กํากับอยูบนตัวสะกดตัวแรก หรือตัวสะกดตัวสุดทาย เชน ฟลม การด ปาลม มารค ชอลก ฟารม คอรส
ฟอรม เบยี ร ออกไซด ไวน ฟว ส กตี าร
- คํายืมภาษาองั กฤษสวนใหญเปนคาํ ท่ใี ชใ นกรณีท่ไี มเปนทางการ เชน
๒๑๒ ชุดกิจกรรมการเรียนรู สําหรบั นกั เรียน ระดับประถมศกึ ษา ภาคเรยี นที่ ๑ (ภาษาไทย ป.๕)
คําท่ไี ทยใช คาํ องั กฤษ
แอร air-conditionner
แอร (แอรโฮสเตส) air-hostess
แบด (แบดมินตัน) badminton
แบต (แบตเตอรี่)
คอม (คอมพิวเตอร) battery
มอไซค (มอเตอรไซค) computer
motercycle
- คํายืมภาษาอังกฤษสวนใหญเปนคําที่มีเสียงพยัญชนะควบกลํ้า บล บร ดร ฟล ฟร
ทร เชน บล็อก เบรก บร็อกโคลี บรอนซ ดรัมเมเยอร ดร็อป แอดเดรส แฟลต ฟลุก ฟรี เฟรม
แฟรนไชส ทรมั เปต เทรน อเิ ลก็ ทรอนิกส
- คํายืมภาษาอังกฤษสวนใหญเปนคําท่ีสะกดดวยพยัญชนะ ฟ ล ส ศ ต เชน กราฟ
กอลฟ บอล อีเมล โบนัส โฟกสั แกส ชอกโกแลต รสี อรต แครอต โดนตั
๒.๓ ตวั อยางคาํ ภาษาองั กฤษที่ใชในภาษาไทย
คาํ ภาษาอังกฤษทไี่ ทยนาํ มาใชในวงการตา ง ๆ เชน
- คําศัพทใ นวงการการชา ง เชน คลัตซ คารบูเรเตอร โซลา ดีเซล ไดนาโมแทรกเตอร นอ็ ต
ปม ปารเกต แปบ มอเตอร สปริง สวิตซ คอนกรตี ฯลฯ
- คาํ ศพั ทในวงการกฬี า เชน กอลฟ เทนนสิ ฟุตบอล มาราธอน ยมิ นาสตกิ วอลเลยบอล สกี
สเกต็ สนกุ เกอร เสริ ฟ สเตเดียม สปอรต เกม ฯลฯ
- คําศพั ทในวงการแพทย เชน กอซ เกาต คลนิ กิ โคมา เซรุม วคั ซีน ไวรัส ปรสติ
- คําศัพทในวงการวิทยาศาสตร เชน กลูโคส กาซ แกส คลอรีน แคลเซียม แคลอรี เซลล
โซดา ตะก่ัว ไนลอน โปรตีน โฟกัส ฟลม ยิปซัม โมเลกุล เลเซอร ออกซิเจน อิเล็กทรอนิกส แอลกอฮอล
ฟส กิ ส ฯลฯ
- คําศพั ทใ นวงการศกึ ษา เชน ชอลก เทอม ฟง กช ัน สถติ ิ ฯลฯ
- คําศัพทในวงการเศรษฐกิจ เชน เครดิต เคานเตอร แค็ตตาล็อก เช็ค แชร สต็อค สโตร
อีเมล สเตชัน เฮลิคอปเตอร แอรโ ฮสเตส ฯลฯ
- คาํ ศัพทเกี่ยวกับอาหาร ผลไม และเครือ่ งดืม่ เชน กาแฟ เคก แซนดวิช ทูนา สตรอเบอร่ี
ไอศกรีม ไวน วสิ ก้ี ซอส ซปุ ฯลฯ
- คาํ ศพั ทเกีย่ วกบั เคร่อื งใชต า ง ๆ เชน คลิป คตั เตอร โซฟา เนก็ ไท เชิ้ต โนตบุก
- คําศัพทอื่น ๆ เชน กัปตัน แกป คิว โจก เซ็น ซิป เต็นท ปารตี้ โปสเตอร เฟอรนิเจอร
แฟลต แฟชนั แฟนซี มะกะโรนี เมนู รบิ บิ้น สติ๊กเกอร สไตล แอร ฮันนมี ูน กกุ กอปป แฮปป ฯลฯ
หนว ยการเรยี นรทู ี่ ๖ เรื่อง นทิ านอานสนกุ ๒๑๓
ใบงานท่ี 9 เร่อื ง การระบุคาํ ภาษาจีนและภาษาองั กฤษ
หนวยการเรยี นรูที่ ๖ เรือ่ ง นิทานอา นสนกุ
แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ ๙ เรื่อง คาํ ภาษาตางประเทศในภาษาไทย (๑)
รายวชิ า ภาษาไทย รหัสวชิ า ท๑๕๑๐๑ ภาคเรียนที่ ๑ ชน้ั ประถมศึกษาปท่ี ๕
ตอนท่ี 1 ใหน ักเรียนอานประโยคทกี่ าํ หนดให แลว คน หาคําภาษาจีนและคาํ ภาษาองั กฤษ จากนั้นขีดเสน ใต
และนําไปเตมิ ลงในชองวางใหถ กู ตอง
ขอ ประโยค คาํ ภาษา
บาสเกตบอล อังกฤษ
ตัวอยา ง
นักบาสเกตบอลกําลังฝกซอมทสี่ นาม
1 พอ ของฉันชอบกินบะหมีน่ าํ้ ใส เพราะรสชาตกิ ลาง ๆ ดี
2 โรคโควดิ ระบาดหนกั เชนน้ี เราควรงดการเดนิ ทางนอก
สถานท่ี
3 พายไุ ตฝุนกระหนํ่าตอนใตของจนี ทาํ ใหเ กิดความ
เสียหายหนัก
4 คณุ ปา นัง่ เขยาเซียมซีลุนจนตัวส่นั วาจะไดห มายเลขอะไร
5 คุณครูใชคลิปหนบี กระดาษ เพอ่ื ใหแ นนไมหลุดรวง
6 ตาหมายแกชอบนุงกางเกงขากว ย เพราะใสสบาย
7 ควรปด กอ กนํา้ ทกุ คร้งั หลงั จากใชง านเสรจ็
8 ถนนคอนกรีตสายนี้ ยาวไปจนถึงทา ยหมูบ าน
9 แพทยใชแคปซลู บรรจยุ าชนิดผง
10 สงสัยบา นหลงั นีฮ้ วงจุยไมดี เพราะคนในครอบครัวปว ยบอ ย
๒๑๔ ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู สําหรบั นกั เรียน ระดบั ประถมศึกษา ภาคเรยี นท่ี ๑ (ภาษาไทย ป.๕)
ตอนท่ี 2 ใหน ักเรียนยกตัวอยา งคาํ ภาษาจีนและคาํ ภาษาองั กฤษ อยา งละ 10 คาํ
ขอที่ คําภาษาจนี คําภาษาองั กฤษ
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
ชื่อ....................................................นามสกลุ ....................................................ชนั้ .................เลขท.ี่ ............
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ ๖ เรอื่ ง นิทานอ่านสนกุ ๒๑๕
ใบความรู้ที่ 10 เรื่อง คาํ ยมื ภาษาเขมร ภาษาบาลี และสนั สกฤต
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี ๖ เรือ่ ง นทิ านอ่านสนกุ
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 10 เร่อื ง คาํ ภาษาตา่ งประเทศในภาษาไทย (2)
รายวิชา ภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๕๑๐๑ ภาคเรียนที่ ๑ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๕
การยืมคาํ ภาษาตา่ งประเทศ
การยืมคําจากภาษาหน่ึงไปใช้อีกภาษาหนึ่ง เป็นลักษณะของทุกภาษา ทุกภาษาในโลกน้ีย่อมมีการใช้
คําภาษาอ่ืนปะปนกันเป็นเรื่องธรรมดา เน่ืองจากแต่ละชาติจําเป็นต้องมีการติดต่อสัมพันธ์กันมาต้ังแต่อดีต
จนถึงปจั จบุ นั จงึ เกิดการนาํ คําภาษาอ่ืนเขา้ มาใช้ในภาษาของตนเอง
สาเหตกุ ารยมื คําภาษาอน่ื ๆ มาใชใ้ นภาษาไทย
1. การตง้ั ถน่ิ ฐาน ประเทศไทยมพี นื้ ทต่ี ดิ ต่อกบั เพอื่ นบ้าน ทําใหค้ นไทยนาํ คําของภาษาน้ัน ๆ มาใช้
2. การค้าขาย ประเทศไทยตดิ ต่อค้าขายกบั ตา่ งประเทศ ทาํ ให้มีการแลกเปลย่ี นสนิ คา้
3. ศาสนาและวัฒนธรรม การเผยแผศ่ าสนา การรับเอาศาสนา ทําใหเ้ ราใช้คาํ ของศาสนาน้นั
4. การศึกษาและการกฬี า ทัง้ ในหนังสือเรียน และขา่ วสาวตา่ ง ๆ
5. ปัจจยั อืน่ ๆ เช่น การแต่งงาน การเขา้ รตี การสงคราม การทตู ฯลฯ
คาํ ภาษาตา่ งประเทศทีใ่ ชใ้ นภาษาไทย
1. คาํ ยมื ภาษาเขมร
เขมรเป็นชาติท่ีมีความสัมพันธ์มานานทั้งการค้า การสงคราม การเมือง การปกครอง และวัฒนธรรม
เขมรมีอิทธิพลเหนือดินแดนสุวรรณภูมิก่อนกรุงสุโขทัยและกรุงศรีอยุธยาจะเรืองอํานาจ ทําให้ภาษาเขมรเข้า
มาปะปนในภาษาไทยเปน็ เวลาชา้ นาน
ลักษณะคําภาษาเขมรในภาษาไทย
1. มักเป็นคําที่มักสะกดด้วย จ ญ ร ล เช่น เสด็จ เผด็จ อาจ อํานาจ บําเพ็ญ สราญ กําจร จราจร
ตาํ บล บนั ดาล
๒. มกั เป็นคําควบกลํา้ เชน่ ไกร ขลงั ปรงุ ปรบั ปรํา ปรอง
๓. มักข้ึนต้นด้วยคําท่ีใช้ บัง บัน บรร บํา นําหน้า เช่น บังคับ บังคม บังเกิด บังอาจ บันได บันดาล
บนั ลอื บําเพญ็ บาํ บดั บําเหน็จ
4. มกั ขน้ึ ต้นด้วยคาํ ว่า กาํ ดาํ ตาํ จาํ ชาํ สาํ บาํ รํา เช่น
กาํ = กาํ เดา กาํ แพง กาํ ลงั กาํ ไร กําจัด กาํ จร กาํ ธร กําพรา้ กาํ สรวล กําเนดิ
ดํา = ดาํ เนนิ ดาํ ริ ดาํ รู ดํารง (ดาํ รี ดําไร แปลว่า ชา้ ง)
ตาํ = ตํานาน ตาํ รวจ ตาํ บล ตํารา ตาํ ลึง ตําหนกั ตาํ หนิ
จาํ = จํานํา จํานอง จําหนา่ ย จําแนก
ชาํ = ชํานิ ชาํ นาญ ชาํ รว่ ย ชําระ ชําแหละ ชาํ รุด
๒๑๖ ชุดกิจกรรมการเรียนรู สําหรบั นักเรียน ระดบั ประถมศึกษา ภาคเรยี นที่ ๑ (ภาษาไทย ป.๕)
สาํ = สําราญ สาํ รวย สําเริง สาํ เนา สําเภา
บาํ = บําเรอ บาํ ราบ บํานาญ บาํ เหน็จ บํารงุ บาํ เพญ็
รํา = รําคาญ รําไร
5. นิยมเปน คาํ ทน่ี ิยมใชอ กั ษรนํา เชน สนกุ สนาน สมคั ร สมาน เสดจ็ สมอ ถนน เฉลยี ว
6. คาํ เขมรสว นมากใชเ ปนคาํ ราชาศพั ท เชน เสวย ผนวช บรรทม เสด็จ โปรด ขนง เขนย สรวล
7. เปนคําแผลง เชน ครบ > คํารบ, ขดาน > กระดาน, จาย > จาํ หนา ย, แจก > จาํ แนก,
ชาญ > ชาํ นาญ, เดิน > ดาํ เนนิ , เรียบ > ระเบยี บ, รํา > ระบาํ , ตริ > ดําริ, ตรวจ > ตํารวจ
2. คาํ ภาษาบาลี สันสกฤต
ขอ สังเกต คาํ ยมื ทีม่ าจากภาษาบาลีและภาษาสันสกฤต ดังนี้
คาํ ภาษาบาลี คาํ บาลีสันสกฤต
1. ไมใ ชพยญั ชนะ “ศ” และ “ษ” 1. ใช “ศ” และ “ษ” เชน ปก ษา ปก ษี ศาสนา
กษตั รยิ ตรุษ ศาสตรา ศัพท อักษร ศรี เศยี ร
2. ไมใช “รร” แตนิยมใช “ริ” เชน จริยา ภริยา 2. ใช รร เชน จรรยา สบุ รรณ สวุ รรณ สพุ รรณ
กรยิ า ภรรยา ครรภ ธรรม บรรพต วรรค ขรรค
3. นยิ มใชพยญั ชนะ 2 ตัวตดิ กัน 3. ใชคําทพ่ี ยัญชนะขา มวรรค ไมต ิดกนั
เชน นพิ พาน ปญญา บคุ คล ปจ จัย ภัตตา อัคคี เชน จันทรา มนตรี อุทยาน พสิ ดาร วทิ ยา พัสดุ
วญิ ญาณ มธั ยม ดสั กร อาตมา
4. ไมใ ช ฤ ฤๅ 4. ใชต ัว ฤ ฤๅ เชน ฤๅษี ฤทธ์ิ ฤกษ ฤทยั กฤษณา
หนวยการเรียนรูท ่ี ๖ เร่ือง นิทานอา นสนกุ ๒๑๗
ใบงานที่ 10 เรือ่ ง การระบคุ าํ ยมื ภาษาเขมร ภาษาบาลี และสนั สกฤต
หนวยการเรียนรทู ี่ ๖ เรอ่ื ง นทิ านอานสนุก
แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ ๙ เร่อื ง คาํ ภาษาตางประเทศในภาษาไทย (๑)
รายวชิ า ภาษาไทย รหสั วิชา ท๑๕๑๐๑ ภาคเรียนที่ ๑ ชัน้ ประถมศึกษาปท่ี ๕
ตอนที่ 1 ใหน กั เรยี นนาํ คาํ ในกรอบสเี่ หล่ียม ไปเติมลงในชองวา งใหตรงกับภาษาทีก่ าํ หนดให
ศาสนา ตํานาน อคั คี ฤๅษี
อาํ นาจ บุคคล เขนย ภริยา
นพิ พาน ดาํ เนนิ ตรวจ ศาสนา
ปก ษา ภรรยา วิญญาณ เสด็จ
คํายืมภาษาเขมร คํายืมภาษาบาลี คํายืมภาษาสนั สกฤต
ชื่อ....................................................นามสกลุ ....................................................ชั้น.................เลขที.่ .............
๒๑๘ ชดุ กิจกรรมการเรียนรู สาํ หรบั นกั เรียน ระดบั ประถมศกึ ษา ภาคเรยี นท่ี ๑ (ภาษาไทย ป.๕)
แบบประเมินตนเอง
ช่ือ : ____________________สกุล : __________________วัน____ เดือน____________พ.ศ. ____
หนวยการเรียนรทู ี่___๖___เรือ่ ง นทิ านอา นสนกุ
๑. ประเมนิ การเรยี นรขู องตนเอง
กาเครือ่ งหมาย 9 ในชองระดบั ความสามารถของแตละกจิ กรรมที่นกั เรียนคดิ วา ทําไดตามระดบั
การประเมินเหลานี้ ระดับความสามารถ : ดีมาก คอนขา งดี ดี พอใช ปรับปรงุ
ที่ รายการ ระดบั ความสามารถ
๑ สรปุ ความรูแ ละขอ คดิ จากการอา นนทิ านพืน้ บา นได ดมี าก คอ น ดี พอใช ปรับปรงุ
๒ เขียนยอความจากเร่ืองที่อา นได ขางดี
๓ เขยี นเรอื่ งตามจนิ ตนาการได
๔ อธิบายคุณคา ของบทรอ ยกรองทอี่ านได
๕ จาํ แนกคําภาษาองั กฤษและภาษาจนี ได
2. ส่ิงท่ีฉนั ยังไมเขาใจ / ยังทาํ ไดไ มดี คอื …… (สามารถเขียนไดม ากกวา 1 อยา ง)
……………………………………………................................................................................................
..................................................................................................................................................
..............……………………………………………..................................................................................
..................................................................................................................................................
3. ส่ิงที่ฉันตงั้ ใจจะทําใหด ีขึน้ ในการเรยี นหนวยตอ ไป (สามารถเขยี นไดมากกวา 1 อยา ง)
……………………………………………................................................................................................
..................................................................................................................................................
..............……………………………………………..................................................................................
..................................................................................................................................................
หนว ยการเรยี นรทู ่ี ๗ เร่อื ง ราชาธิราช ตอน กาํ เนดิ มะกะโท ๒๑๙
หนว ยการเรียนรทู ี่ ๗
ราชาธริ าช ตอน กําเนดิ มะกะโท
๒๒๐ ชุดกิจกรรมการเรยี นรู สาํ หรบั นักเรียน ระดบั ประถมศึกษา ภาคเรยี นที่ ๑ (ภาษาไทย ป.๕)
ใบความรูท ่ี ๑ เรอื่ ง การอานขอความทเี่ ปน การบรรยายและพรรณนา
หนว ยการเรยี นรทู ี่ 7 เรื่อง ราชาธิราช ตอน กําเนิดมะกะโท
แผนการจดั การเรียนรูท่ี ๑ เร่อื ง การขอ ความทเ่ี ปนการบรรยายหรือพรรณนา
รายวิชา ภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๕๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ชัน้ ประถมศึกษาปที่ ๕
การบรรยาย คือ การเลาเร่ือง การกลาวถึงเหตุการณที่ตอเน่ืองกัน โดยช้ีใหเห็นฉาก สถานท่ี เวลา
เหตุการณสาเหตุท่ีกอ ใหเ กิด สภาพแวดลอ ม บุคคลทเี่ กี่ยวขอ งตลอดจนผลที่เกิดจากเหตุการณน้นั ๆ เนือ้ หาใน
การบรรยายอาจเปนเรือ่ งจริง เชน ประวตั ิบุคคล เร่ืองเลาจากประสบการณหรือเปนเรื่องสมมติ เชน นิทาน
นิยาย เรอ่ื งสั้นที่มีการเลาเรอื่ ง
การพรรณนา คือ การใหรายละเอียดของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ส่ิงนั้นอาจจะเปนบุคคล วัตถุ สถานที่หรือ
เหตุการณช วงใดชว งหนึง่ โดยพรรณนาสว นประกอบแตละสว นใหแ จมแจง หรือชี้ใหเหน็ ลกั ษณะเดนของสิ่งน้ัน ๆ
ขอความทเ่ี ปนการบรรยาย คอื ขอความทเ่ี ปนการเลา เร่ือง การกลาวถึงเหตกุ ารณท่ีตอ เน่ืองกัน โดย
ชใี้ หเห็นฉาก สถานที่ เวลาเหตกุ ารณสาเหตทุ ก่ี อ ใหเกดิ สภาพแวดลอม บคุ คลทีเ่ ก่ียวขอ งตลอดจนผลท่เี กดิ จาก
เหตุการณน นั้ ๆ เน้อื หาในการบรรยายอาจเปน เรอ่ื งจรงิ เชน ประวัตบิ คุ คล เร่ืองเลาจากประสบการณห รือเปน
เร่อื งสมมตุ ิ เชน นิทาน นยิ าย เรอ่ื งสน้ั ท่ีมกี ารเลาเรื่อง
ขอความทีเ่ ปน การพรรณนา คือ ขอ ความทเี่ ปน การใหรายละเอียดของสิ่งใดสิง่ หน่ึง สงิ่ นั้นอาจจะเปน
บุคคล วัตถุ สถานที่หรือเหตุการณชวงใดชวงหนึ่ง โดยยกพรรณนาสวนประกอบแตละสวนใหแจมแจงหรือ
ช้ีใหเ ห็นลักษณะเดนของส่งิ นน้ั ๆ
ตวั อยา งการบรรยาย
“ผมเกิดที่บานสวน ธนบุรี หนาบานติดคลองวัดดอกไมไมไ กลจากสถานตี ํารวจบุปผารามปจจุบัน
มากนัก สถานีตํารวจแหงนีส้ รางมากอนผมเกดิ แตไมไดม รี ปู รา งหนาตาอยางท่เี ปน อยทู กุ วนั น้ี เดิมเปน เรอื น
ไมสงู พ้ืนชั้นลา งลาดซเี มนต มีเรือนพักตํารวจเปนเรือนแถวเกา ๆ ไมกี่หอ ง หนาโรงพักมีถนนผานกลาง ฝง
ตรงขามคอื วดั ดอกไม ซง่ึ เปนศพั ทช าวบาน ภาษาราชการเรยี กวา วดั บุปผาราม”
เดก็ บา นสวน ของ พ.เนตรรังษี
ตัวอยา งการพรรณนา
“ออมผานไมใหญขนาดสองโอบ กองธงท้ังสี่พบเห็นพญาลอหมอบซุกอยูกลางกอหญาเหลือง
เกรยี มหนาแดงสดใสดงั สนี าํ้ คร่ํา ขนปก เล่ือมระยับจับแดดเปน สเี ขยี วก่ําแกมคราม แลวทาทับดว ยทองแจม
จนสวา งไสว ขนหางออนโคงราวแกลงดัด เหลือบแรรุงรว ง กลมกลืนออนแกดูเรียวระหง ขนอกออนนุมดู
นวลเนียนราวไมเ คยคลุกฝุน เผา ละอองดนิ ”
หบุ เขากนิ คน ของ มาลา คําจนั ทร
หนวยการเรียนรทู ่ี ๗ เรื่อง ราชาธริ าช ตอน กําเนดิ มะกะโท ๒๒๑
ใบงานที่ ๑ เร่ือง การอา นขอความท่ีเปน การบรรยายและพรรณนา
หนว ยการเรียนรูท ่ี 7 เร่ือง ราชาธริ าช ตอน กาํ เนิดมะกะโท
แผนการจัดการเรียนรทู ่ี ๑ เร่ือง การขอความทเี่ ปนการบรรยายหรอื พรรณนา
รายวิชา ภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๕๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ชน้ั ประถมศึกษาปที่ ๕
คําช้แี จง ใหน กั เรยี นจบั กลมุ รวมกนั อานออกเสยี งขอ ความทีเ่ ปน การบรรยายหรอื พรรณนา ตามทกี่ ําหนดให
แลว ออกมาอา นหนา ชน้ั เรยี น
“เสียมเรียบเปนเมืองเล็กนิดเดียว แตเรารูสึกวาพอไดเดินในเมืองเสียมเรียบสักสองสามรอบ
เราก็รจู กั เขมร และเมืองเขมรขึ้นมากเอาการอยู เราขา มแมนํา้ เสียมเรียบไปเดนิ เลนกันตามชายฝง แมน ํ้า
ตรงขามกบั ตวั เมือง ทน่ี ่ันมีวดั ใหญอยูว ดั หนงึ่ มีกําแพงคอนกรีต มลี านวดั โรยทรายสะอาดสะอาน มีโบสถ
คอนกรีตประดับกระจกแวววาว มีกุฏติ ึกมกี ารเปรียญตึกโอโถง มอี ะไรเปนตกึ ที่คงไมพ ลาดจากโรงเรยี น
นักธรรม ความจริงวัดนมี้ ีอะไรทุกอยา งทจี่ ะ ถูกใจสมภารบา นนอก เราเหน็ วัดนี้สะอาดสะอานรมเย็นดีก็
เดินเขาไปเท่ียวชวนกนั หยุดไหวพระทห่ี นาโบสถหนอยหน่ึง แลวกเ็ ดินตอไป เสยี งพระหลายองคกําลังวา
คาถาอะไรซ้ํา ๆ เปน ทํานองอยู เรากค็ ิดวาทานกาํ ลังทองสวด มนต พวกเราสามคนเคยบวชมาแลวคือครู
กบั ผมบวชวัดบวรฯ คุณประหยดั บวชวัดประยูรวงศ คุณประยูรคนเดียวที่ยังเปน คนดิบ ฉะน้ันเสียงขาง
มากของเราเมื่อไดยินเสียงพระสวดมนตกอ็ ดไมได อยากจะฟง วาทานสวดอะไรกันจึง ชวนกนั ยองไปยืน
ใกล ๆ ตกึ อะไรท่ีหนา ตาเหมือนโรงเรยี นนกั ธรรมน่นั เพราะทา นกาํ ลงั ทองกนั อยใู นนั้น เรายืนอยูเปนนาน
พยายามจับคําวา ทา นทอ งคาถาอะไรกันแน พอจบั คาํ ไดแ ลว เราก็เดินกลับ
พระวดั นัน้ ทา นกําลงั ทอ งสตู รคูณ เปนภาษาฝร่งั เศส”
ขอความขางตน คัดมาจากหนังสือ “ถกเขมร” ของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ทานเขียนเรื่องนี้
เมอ่ื ครง้ั ไปเทีย่ วเมอื งเขมรเมอื่ 40 ปก อน กอ นหนา ท่เี ขมรจะมสี งครามภายในและรบกนั จนบานเมืองพัง
พินาศ อา นแลว ใหค วามรสู ึกเพลิดเพลินเหมอื นไดไ ปเทยี่ วเมืองเขมรกับทานผเู ขียนดว ย ผเู รียนสังเกตไหม
วา ม.ร.ว.คึกฤทธ์ิ ทานมวี ิธีการเลาเรือ่ งการไปเท่ยี วธรรมดา ๆ ใหนาอาน ชวนใหติดตาม เพลิดเพลนิ ไมรู
เบ่ือ การเขียนเรื่องทํานองน้ีแหละที่เรียกวา เลาเร่ืองใหรื่นรมย หรือการเขียนบรรยายเรื่องราว หรือ
การเลาเหตกุ ารณ
สูงระหงทรงเพรียวเรียวรูด งาม ละมา ยคลาย อฐู กะหลาปา
พิศแตห วั ตลอดเทา ขาวแตตา ท้งั สองแกมกลั ยา ดัง ลกู ยอ
คิ้วกง เหมือน กงเขาดีดฝา ย จมูก ละมายคลา ย พราขอ
หกู ลวงดวงพกั ตรห กั งอ ลําคอโตตันสั้นกลม
ระเดนลันได – พระมหามนตรี (ทรัพย)
๒๒๒ ชุดกิจกรรมการเรียนรู สาํ หรบั นกั เรยี น ระดบั ประถมศกึ ษา ภาคเรียนที่ ๑ (ภาษาไทย ป.๕)
ใบความรทู ่ี 2 เรอ่ื ง การอา นจบั ใจความสําคัญ
หนว ยการเรยี นรูท่ี 7 เรื่อง ราชาธริ าช ตอน กาํ เนิดมะกะโท
แผนการจัดการเรียนรทู ี่ 2 เรือ่ ง การอานจบั ใจความเรื่อง ราชาธริ าช ตอน กาํ เนิดมะกะโท
รายวิชา ภาษาไทย รหัสวชิ า ท๑๕๑๐๑ ภาคเรียนที่ ๑ ช้ันประถมศึกษาปที่ ๕
การอานจับใจความสําคัญ
การอานจบั ใจความเปนการอานเพอ่ื จบั ใจความหรือขอคิด ความคิดหลักของขอความ หรือเรือ่ งท่อี า น
เปน ขอความท่คี รอบคลมุ ขอ ความอน่ื ๆ ในยอหนาหนึ่ง ๆ ไวท ง้ั หมด
ใจความสําคัญ หมายถึง ใจความท่ีสําคัญ และเดนท่ีสุดในยอหนา เปนแกนของยอหนาที่สามารถ
ครอบคลุมเนอื้ ความในประโยคอน่ื ๆ ในยอ หนานน้ั หรือประโยคทีส่ ามารถเปน หัวเรื่องของยอ หนา นั้นได
ถา ตัดเน้อื ความของประโยคอ่นื ออกหมด หรือสามารถเปนใจความหรือประโยคเดีย่ ว ๆ ได โดยไมต อง
มีประโยคอื่นประกอบ ซ่งึ ในแตล ะยอหนาจะมีประโยคใจความสําคัญเพยี งประโยคเดยี ว หรืออยางมากไมเ กิน
๒ ประโยค
ใจความรองหรือพลความ (พน-ละ-ความ) หมายถึง ใจความหรือประโยคที่ขยายความประโยค
ใจความสําคัญ เปนใจความสนับสนุนใจความสําคัญใหชัดเจนข้ึน อาจเปนการอธิบายใหรายละเอียด ใหคํา
จาํ กัดความ ยกตัวอยาง เปรยี บเทียบ หรือแสดงเหตุผลอยางถี่ถวน เพอ่ื สนบั สนุนความคดิ สวนที่มิใชใจความ
สําคญั และมใิ ชใ จความรอง แตช วยขยายความใหม ากขึน้ คือรายละเอียด
หลกั พ้นื ฐานการอานจบั ใจความสําคญั
๑. ตั้งจดุ มงุ หมายในการอานใหช ัดเจน
๒. อานเรอ่ื งราวอยางครา วๆ พอเขาใจ และเกบ็ ใจความสาํ คัญของแตละยอหนา
๓. เมือ่ อานจบใหต ัง้ คาํ ถามตนเองวา เรอื่ งที่อาน มใี คร ทําอะไร ท่ไี หน เมอื่ ไร อยา งไร
๔. นําสง่ิ ทสี่ รปุ ไดมาเรียบเรียงใจความสําคัญใหมดวยสํานวนของตนเองเพอ่ื ใหเกิดความสละสลวย
วิธีจับใจความสาํ คญั
วิธีการจบั ใจความมหี ลายอยา ง ขนึ้ อยกู บั ความชอบวา อยา งไร เชน
- การขดี เสนใต
- การใชส ีตา ง ๆ กัน เพือ่ แสดงความสําคญั มากนอ ยของขอ ความ
- การบนั ทึกยอ เปนสว นหน่งึ ของการอานจบั ใจความสําคญั ที่ดี แตผ ทู ี่ยอ ควรยอดวยสํานวนภาษา
และสํานวนของตนเองไมควรยอดวยการตัดเอาขอความสําคัญมาเรียงตอกัน เพราะอาจทําใหผูอานพลาด
สาระสําคญั บางตอนไปอันเปนเหตใุ หการตีความผดิ พลาดคลาดเคลื่อนได
หนวยการเรยี นรทู ี่ ๗ เรอ่ื ง ราชาธริ าช ตอน กาํ เนิดมะกะโท ๒๒๓
วิธจี บั ใจความสาํ คัญ
๑. อานพิจารณาเนอื้ หาทีละยอหนา และคนหาประโยคใจความสาํ คัญของแตล ะยอหนา
๒. ตัดสวนท่ีเปนรายละเอียดออก เชน ตัวอยาง สํานวนเปรยี บเทียบ) ตัวเลข สถิติ ตลอดจนคําถาม
หรือคาํ พดู ของผูเ ขียนซงึ่ เปน สวนขยาย
๓. สรุปใจความสําคัญดวยสํานวนภาษาของตนเอง โดยเขียนใหเขาใจใหมากท่ีสุด เพ่ือใหเนื้อหา
กระชบั
การพิจารณาตําแหนงของใจความสาํ คัญ
ใจความสําคญั ของขอ ความ แตล ะยอหนาจะปรากฏ ดังนี้
๑. ประโยคใจความสําคัญอยูตอนตนของยอ หนา
๒. ประโยคใจความสําคัญอยูตอนกลางของยอหนา
๓. ประโยคใจความสําคญั อยูตอนทายของยอ หนา
๔. ประโยคใจความสาํ คญั อยูตอนตน และตอนทายของยอหนา
ขอ สงั เกต ในกรณีท่ีใจความสําคัญหรอื ความคดิ สําคัญนั้น อาจอยูรวมในความคิดยอ ย ๆ โดยไมมี
ความคดิ ที่เปนประโยคหลัก หรือไมมีประโยคหลักอยูตอนตน ตอนกลาง และตอนทาย ผอู านอาจจะสรปุ ขึ้น
เอง โดยการอา นทง้ั ยอ หนา แลวสรุป
แหลงทม่ี าขอมลู : ปรบั ปรุงและเรียบเรียงมาจากเทคนิคการอา นหนงั สือใหเ รว็ และจบั ใจความได
https://www.sites.google.com/site/technicalreading
๒๒๔ ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้ สาํ หรบั นักเรยี น ระดับประถมศึกษา ภาคเรยี นที่ ๑ (ภาษาไทย ป.๕)
ใบงานท่ี 2 เรื่อง การอา่ นจบั ใจความเรือ่ ง ราชาธริ าช ตอน กําเนดิ มะกะโท
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 7 เร่อื ง ราชาธริ าช ตอน กาํ เนดิ มะกะโท
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 2 เรอื่ ง การอ่านจับใจความเรอื่ ง ราชาธิราช ตอน กาํ เนดิ มะกะโท
รายวิชา ภาษาไทย รหสั วิชา ท๑๕๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๕
คาํ ชแี้ จง ใหน้ ักเรยี นจบั กลมุ่ รว่ มกนั อ่านจับใจความเรื่อง ราชาธิราช ตอน กําเนดิ มะกะโท
แลว้ ตอบคาํ ถามใหถ้ กู ต้อง
1. เรือ่ ง ราชาธริ าช ตอน กําเนดิ มะกะโท เปน็ เรื่องเกย่ี วกับชนชาตใิ ด ทราบได้อย่างไร
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
2. นักเรยี นคดิ วา่ เร่ือง ราชาธริ าช ตอน กาํ เนิดมะกะโท เป็นเรอ่ื งจริงหรือไม่ อย่างไร
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
3. มะกะโทเชื่อคาํ ทาํ นายและหาชอ่ งทางท่ีกา้ วหน้า มยี ศถาบรรดาศักดิ์ แสดงวา่ มะกะโทเปน็
คนที่ทะเยอทะยานใฝ่หาความเจรญิ หรอื ไม่ เพราะเหตใุ ด
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
4. นักเรยี นควรนําลกั ษณะนิสยั เรื่องใดของมะกะโทมาเปน็ แนวปฏิบตั ิในการดําเนนิ ชวี ิต
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
5. ให้นักเรยี นสรปุ ใจความสาํ คัญจากการอา่ นเร่ือง ราชาธิราช ตอน กําเนิดมะกะโท
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
ช่ือ.......................................................นามสกลุ .................................................ชนั้ ............เลขท.่ี ..........
หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ ๗ เร่ือง ราชาธริ าช ตอน กาํ เนดิ มะกะโท 225
ใบความร้ทู ี่ 3 เร่อื ง การระบุความรแู้ ละขอ้ คดิ จากเรอ่ื งท่ีอา่ น
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 7 เรื่อง ราชาธริ าช ตอน กําเนดิ มะกะโท
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 3 เร่ือง การระบคุ วามรแู้ ละขอ้ คดิ จากเรอื่ งทอ่ี า่ น
รายวิชา ภาษาไทย รหสั วิชา ท๑๕๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๕
การสรปุ ความรูแ้ ละข้อคิดจากเรื่องทอ่ี ่าน
คือ การหาข้อคิดหรือคติสอนใจจากเรื่องท่ีอ่านว่าเร่ืองนั้น ๆ ให้ข้อคิดที่เป็นประโยชน์อะไรบ้าง
แก่ผู้อ่านแล้วจึงนําข้อคิดน้ันมาประยุกต์ ใช้ในชีวิตประจําวัน การหาข้อคิดจากการอ่านหนังสือต่าง ๆ เช่น
นิทาน โดยอ่านจนจบเรอ่ื งแลว้ จับใจความสาํ คัญหรือประเดน็ สําคญั ทผี่ เู้ ขียนต้องการให้ข้อคิดกับผูอ้ า่ น
วธิ กี ารอ่านสรุปความรู้
๑. อ่านรอบแรกดูช่ือเรื่องก่อน แล้วอ่านโดยมีคําถามในใจว่า ใคร ทําอะไร ท่ีไหน เม่ือไร อย่างไร ผล
เป็นอยา่ งไร ขอ้ ความใดสาํ คญั ให้ขีดเสน้ ใต้ไว้
๒. อ่านอีกคร้งั ดรู ายละเอียดของเนื้อหา
๓. สามารถอ่านเพม่ิ ไดจ้ นกว่าจะเข้าใจเนื้อหามากยิ่งขึ้น
๔. ใหส้ รปุ ใจความสาํ คญั เพยี งใจความเดยี วของแต่ละย่อหนา้ ไว้
๕. นาํ ใจความสาํ คญั ท่รี วบรวมไว้มาเขียนเรียบเรียงใหม่อย่างละเอียดและสละสลวยโดยใช้สํานวนของ
ตนเอง
๖. ทบทวนการสรุปความอีกครั้งเพ่ือพจิ ารณาหาสว่ นทต่ี อ้ งแกไ้ ขหรือต้องการเพ่ิมเตมิ
หลกั การสรุปความรูจ้ ากเรื่องทีอ่ ่าน
๑. อ่านเนื้อเร่ืองที่จะสรุปความโดยให้ความสําคัญกับชื่อเรื่อง ควรใช้เทคนิคการตั้งคําถาม เช่น ใคร
ทําอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ อยา่ งไร ผลเป็นอย่างไร หลงั จากทีอ่ ่านจบแล้ว
๒. หาใจความสําคญั ของแตล่ ะย่อหนา้
๓. นําใจความสําคัญท่ีได้มาเรียบเรียงให้ต่อเน่ืองกัน โดยควรรักษาเนื้อความเดิมของแต่ละย่อหน้าไว้
แตอ่ าศยั การใช้คําเชือ่ มเพื่อความสละสลวย และตอ่ เน่อื งสัมพันธ์กนั
๔. อ่านทบทวนและแกไ้ ขหากพบว่าเนอื้ ความยังไม่มีความต่อเน่ืองสัมพันธ์กัน หากพบใจความซํ้าซ้อน
ควรตัดออก
๕. การสรปุ ความสามารถนาํ เสนอได้ทั้งในรปู แบบของการเขียนและการพูด
226 ชุดกิจกรรมการเรยี นรู สําหรบั นกั เรียน ระดบั ประถมศึกษา ภาคเรียนที่ ๑ (ภาษาไทย ป.๕)
ตวั อยา งการสรปุ ความ
เรื่อง ลดอวน (ได) โดยไมพงึ่ ยา ยคุ ปจจุบัน
มีผลิตภัณฑอาหารเสรมิ ยาลดความอวน ท่ีโฆษณาเกินจรงิ วากินแลว ทําใหหุนดี นํ้าหนักลดซ่ึงทําให
ประชาชนบางคนหลงเชอ่ื แบบผดิ ๆ จนสง ผลกระทบตอสุขภาพตามมา ทง้ั ๆ ทจี่ ริง ๆ แลว การลดนํา้ หนกั เพอ่ื
แกปญหาโรคอวนที่ดที ี่สุด ควรเนนวิธกี ารทางธรรมชาติซ่งึ เปน วิธีทเ่ี หมาะสมกับทุกคน คือ การปรับเปลี่ยน
พฤติกรรมการกนิ ดวยการควบคุมปรมิ าณและชนดิ ของอาหาร ควบคูก ับการออกกาํ ลงั กาย
(ท่มี า : นิตยสารกลุ สตรฉี บับที่ ๑๑๑๘ ปท ่ี ๔๘ มิถุนายน ๒๕๖๑ หนา ๑๔)
วิธีสรุปความ
ใคร : ผลิตภณั ฑอาหารเสรมิ
ทาํ อะไร : ยาลดความอวน
เมื่อไร : ยุคปจ จุบัน
อยา งไร : โฆษณาเกนิ จรงิ
ผลเปน อยา งไร : ประชาชนบางคนหลงเชอ่ื แบบผดิ ๆ
สรุปความไดดังนี้ ผลิตภัณฑอาหารเสริมยาลดความอวน ในยุคปจจุบันไดโฆษณาเกินจริง ทําให
ประชาชนบางคน หลงเชื่อแบบผิด ๆ
ตัวอยา ง การวเิ คราะหคณุ คา จากเรอ่ื ง ราชาธริ าช ตอน กาํ เนิดมะกะโท
1. คุณคาดานวรรณศลิ ป
เรือ่ ง ราชาธริ าช ตอนกําเนดิ มะกะโท มีความโดดเดน ในดา นวรรณศลิ ป ดงั น้ี
๑. การใชค ํามาบรรยายเลา เร่อื งทําใหเห็นจนิ ตภาพ ดังที่วา
“เมื่อข้ึนไปถึงยอดเขานั้นมิใชฤดูฝน ก็บังเกิดเปนพายุใหญแลวฝนตกฟารอง อสนีผาลงมาถูกคาน”
ซ่ึงขอความดังกลาวทําใหผูอานไดจินตนาการถึงเหตุการณดังกลาว และทําใหเขาใจเนื้อเรื่องไดดีขึ้น
2. การแทรกคําศัพทนารูควรคาแกการศึกษาเรียนรูเขาไปในเนื้อเร่ือง เชนคําวา “บูรพาทิศ, อรุณ,
วมิ าน, ปราสาทราชมนเทยี ร, มหัศจรรย, นิมติ , สกั การบชู า, อสนี” เปน ตน
3. การใชขอความที่เปนการบรรยายและพรรณนาในการเลาเรื่อง ทําใหเน้ือเรื่องสนุกสนานและ
นา ติดตาม ผูอา นเกดิ ความเพลิดเพลนิ ในการอาน และเขาใจเร่อื งไดด ี
4. การใชคาํ ภาษาของชนชาติมอญมาเลา เรอ่ื งและใชเ ปนชื่อของตัวละคร เชน
ช่ือตัวละคร ไดแ ก มะกะโท มะปะนาย มกั กะตา
ชือ่ สถานที่ ไดแ ก ภเู ขาปะเตวะ เมอื งเมาะตะมะ ตาํ บลบานมะเตวะ
คุณคาดานเนอ้ื หาสาระ
เรื่อง ราชาธริ าช ตอนกําเนิดมะกะโท ใหค ณุ คา ดานเน้อื หาสาระ ดังน้ี
1. ไดร ูประวัตศิ าสตรข องชนชาตมิ อญ มศี ูนยก ลางอํานาจการปกครองอยทู ี่เมืองเมาะตะมะในสมัยน้ัน
2. ไดร เู กีย่ วกบั การเลือกเมล็ดพนั ธุผักกาดและการเพาะปลูกผักกาดเพ่อื ใหไดผ ลผลิตทง่ี อกงาม
3. ไดรบั ความเพลิดเพลินจากการอาน ดาํ เนนิ เรอ่ื งไดนาสนใจ และใหข อคิดในการดําเนินชีวิตจริงได
หนว ยการเรยี นรูที่ ๗ เร่อื ง ราชาธริ าช ตอน กําเนดิ มะกะโท 227
คุณคาดานสงั คม
เรอื่ ง ราชาธริ าช ตอนกาํ เนิดมะกะโท ใหคณุ คา ดา นสังคม ดงั น้ี
1. สะทอนสภาพสงั คมและวิถีชวี ติ ของชนชาติมอญ และยังทราบถึงวฒั นธรรมของชาวมอญ
2. ทําใหมองเห็นระบบศักดินา ชนชั้นในสมัยน้ันวามีความแตกตางกันอยางไรบาง เชน ชนช้ัน
ปกครองมักมีความสะดวกสบาย มอี าํ นาจ มีเงนิ ทอง สว นชนชน้ั ถูกปกครอง(หรอื ชาวบาน) จะลําบากยากจน
การนําไปประยุกตใ ชในชีวิตประจาํ วัน
เปนผทู ่มี คี วามขยันหม่ันเพยี รในการศึกษาเลาเรียน ตั้งใจมุงม่นั ในการทํางาน ซอ่ื สตั ยตอ ผมู พี ระคณุ มี
ความอตุ สาหะในการทาํ งาน แกป ญหาดวยสตปิ ญญา
228 ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู สําหรบั นกั เรียน ระดับประถมศึกษา ภาคเรยี นท่ี ๑ (ภาษาไทย ป.๕)
ใบงานท่ี 3 เรื่อง การระบคุ วามรูและขอ คดิ จากเรื่อง ราชาธริ าช ตอน กาํ เนดิ มะกะโท
หนว ยการเรยี นรูที่ 7 เรื่อง ราชาธริ าช ตอน กาํ เนิดมะกะโท
แผนการจดั การเรียนรทู ี่ 3 เรอ่ื ง การระบคุ วามรแู ละขอคิดจากเร่ืองที่อา น
รายวิชา ภาษาไทย รหัสวิชา ท๑๕๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ช้ันประถมศึกษาปท่ี ๕
คาํ ช้ีแจง ใหนักเรียนอานบทความตอไปนี้ แลวสรปุ ความรแู ละขอคิดใหถกู ตอง
ตอนท่ี 1 ใหนกั เรียนสรุปความรแู ละขอคิดจากการอานบทความทีก่ าํ หนด
“นอนไมหลับ นอนนอย ปญหาของคนทาํ งานกะกลางคืน”
คนท่ีทํางานตอนกลางคืนพยายามท่ีจะนอนในตอนกลางวัน และชวงเวลาการนอนหลับจะสั้น
กวาและหลับไมสนิท กลางคืนเปนชวงเวลาท่ีรางกายเตรียมพรอมที่จะพัก ความกระตือรือรนและ
ประสทิ ธภิ าพการทํางานลดลง ดังนนั้ คนทํางานกะกลางคืน จงึ เปนคนทีฝ่ น ทํางานตอนทง่ี วงนอน และฝน
นอนตอนท่รี างกายตืน่ ตวั
คนท่ีมีปญหาการนอนหลับจากผลกระทบของการทํางานกลางคืน ทําใหสงผลเสียตอสุขภาพ
ถึงแมจะเกดิ ขึ้นไมก่ีวัน ก็ยังสงผลเสียตออารมณและระบบการเรียนรูได สวนคนท่ีไดรับผลกระทบเปน
เวลานานๆ ก็จะเพมิ่ ความเส่ียงของการเปน โรคมะเรง็ และโรคหวั ใจ
การทาํ งานกะกลางคนื มีผลตอโรคหวั ใจ ภาวะอวน ความเครยี ด คนท่ีทาํ งานดกึ หรือตองทาํ งาน
กลางคนื เปน เวลานานถงึ 10 ป จะสง ผลทาํ ใหค วามสามารถในการเรยี นรแู ละจดจาํ ลดนอยลง เมื่อเทยี บ
กับกลมุ คนท่ีทาํ งานตอนกลางวนั
สรปุ ความรจู ากเรอ่ื งไดวา
.........................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
ขอคดิ ทไ่ี ดจ ากการอาน
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.
หนว ยการเรียนรูท่ี ๗ เร่ือง ราชาธริ าช ตอน กําเนิดมะกะโท 229
ตอนท่ี 2 ใหนกั เรียนสรปุ ความรแู ละขอ คิดจากเร่ือง ราชาธริ าช ตอน กําเนดิ มะกะโท
สรุปความรูจากเรอ่ื งไดว า
............................................................................................................................. .....................................
..................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................................
.................................................................................................................................... ..............................
..................................................................................................................................................................
ขอ คิดท่ไี ดจากการอาน
............................................................................................................................. ......................................
............................................................................................................................... ....................................
...................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ......................................
.................................................................................................................................................... ...............
ชื่อ.........................................................นามสกุล...................................................ชั้น............เลขที.่ ...........
230 ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู สําหรบั นกั เรยี น ระดบั ประถมศกึ ษา ภาคเรยี นท่ี ๑ (ภาษาไทย ป.๕)
ใบความรูท ่ี 4 เรอื่ ง การอธิบายคณุ คาของเรอื่ งทอี่ าน
หนวยการเรียนรูที่ 7 เรื่อง ราชาธริ าช ตอน กาํ เนิดมะกะโท
แผนการจัดการเรยี นรูท ี่ 4 เรื่อง การอธิบายคุณคาของเร่ืองทีอ่ าน
รายวชิ า ภาษาไทย รหสั วิชา ท๑๕๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ชน้ั ประถมศึกษาปท่ี ๕
การวเิ คราะหและเขยี นอธบิ ายคุณคา จากเรอ่ื งทอี่ าน
การวิเคราะห หมายถึง การพิจารณาตรวจตรา แยกแยะและประเมินคา ซึ่งจะเกิดประโยชนตอ
ผูวิเคราะหในการนําไปแสดงความคิดเห็น อภิปรายขอเท็จจริงใหผูอื่นทราบ ดวยวาใครเปนผูแตง เปนเร่ือง
เก่ียวกับอะไร มีประโยชนอยา งไร ตอใครบาง ผูวิเคราะห มีความเห็นอยางไร เร่ืองท่ีอานมีคุณคาดานใดบาง
และแตล ะดา น สามารถนําไปประยุกต ใหเ กดิ ประโยชนต อ ชีวติ ประจาํ วนั อยา งไรบา ง
แนวทางในการวิเคราะหวรรณกรรม
การวิเคราะหวรรณกรรมมีหลักเกณฑการปฏิบัติอยางกวาง ท้ังนี้เพื่อใหครอบคลุมงานเขียนทุก
ประเภท แตละประเภท ผวู เิ คราะหตองนําแนวการวิเคราะหไปปรบั ใช ใหเหมาะสมกบั งานเขียนแตละชิ้นงาน
ซึ่งมีลกั ษณะ แตกตางกันไป ซึ่งประพนธ เรอื งณรงค และคณะ (๒๕๔๕ : ๑๒๘) ไดใหหลักเกณฑกวาง ๆ ใน
การวเิ คราะหวรรณกรรม ดังนี้
๑. ความเปน มาหรือประวัตขิ องหนงั สือและผูแ ตง เพอ่ื ชวยใหว เิ คราะหในสว นอน่ื ๆ
๒. ลกั ษณะคําประพนั ธ
๓. เร่ืองยอ
๔. เนื้อเรื่อง ใหวิเคราะหเรื่องในหัวขอตอไปนี้ตามลําดับ โดยบางหัวขออาจจะมี หรือไมมีก็ไดตาม
ความ จําเปน เชน โครงเร่ือง ตัวละคร ฉาก วิธีการแตง ลักษณะการเดินเร่ือง การใชถอยคํา สาํ นวนในเรื่อง
ทว งทํานองการแตง วิธีคดิ สรา งสรรค ทัศนะหรือมุมมองของผเู ขียน เปน ตน
๕. แนวคดิ จดุ มงุ หมาย เจตนาของผเู ขยี นที่ฝากไวใ นเรื่อง ซง่ึ ตองวเิ คราะหออกมาก
คณุ คา ของวรรณกรรม โดยปกตจิ ะวิเคราะหต ามหัวขอตอไปนี้
๑) คณุ คาดา นวรรณศิลป คือ ความไพเราะของบทประพนั ธ ซงึ่ อาจทําใหผูอานเกดิ อารมณ ความรูสึก
และจินตนาการตามรส ความหมายของถอยคําและภาษาท่ีผแู ตง เลอื กใชเพ่อื ใหมีความหมายกระทบใจผูอาน
แนวการวิเคราะหค ณุ คา
๒) คุณคาดานเนอ้ื หาสาระ แนวความคิดและกลวธิ ีนําเสนอ
๓) คุณคาดานสังคม วรรณคดีและวรรณกรรมจะสะทอนใหเห็นสภาพของสังคมและวรรณคดีที่ดี
สามารถจรรโลงสังคมไดอ กี ดวย
๔) การนําไปประยกุ ตใ ชใ นชวี ติ ประจําวนั ผูอานสามารถนําแนวคิดและประสบการณจากเรื่องท่ีอา น
ไปประยกุ ตใ ชห รือแกปญหาในชีวิตประจําวนั ได
หนว ยการเรียนรูท ่ี ๗ เรื่อง ราชาธริ าช ตอน กาํ เนิดมะกะโท 231
ใบงานท่ี 4 เร่ือง การอธิบายคณุ คา ของเร่อื ง ราชาธริ าช ตอน กําเนดิ มะกะโท
หนว ยการเรียนรูท ี่ 7 เรื่อง ราชาธริ าช ตอน กําเนดิ มะกะโท
แผนการจัดการเรยี นรทู ี่ 4 เร่ือง การอธิบายคุณคาของเร่ืองท่ีอา น
รายวชิ า ภาษาไทย รหัสวชิ า ท๑๕๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ชนั้ ประถมศึกษาปท่ี ๕
คาํ ชแี้ จง ใหน ักเรยี นเขยี นอธิบายคุณคาทไี่ ดจ ากการอา นเรอื่ ง ราชาธริ าช ตอน กาํ เนดิ มะกะโท ใหถกู ตอง
๑) คณุ คา ดา นวรรณศลิ ป
ดา นการแตง.........................................................................................................................................
ดา นการใชภาษา..................................................................................................................................
ดา นการใชคาํ .......................................................................................................................................
๒) คุณคา ดา นเนื้อหาสาระ
ดานขอคิด............................................................................................................................................
ดานการลาํ ดบั เรอื่ ง.............................................................................................................................
ดา นการสรุปเร่อื ง.................................................................................................................................
๓) คณุ คาดานสงั คม
ใหขอคดิ อะไรแกส ังคม........................................................................................................................
ดานการสะทอ นภาพสงั คม..................................................................................................................
มีการสอดแทรกวฒั นธรรมอยางไร......................................................................................................
๔) การนําไปประยุกตใชในชีวติ ประจาํ วนั
ช่ือ....................................................นามสกลุ ..................................................ช้นั ...............เลขท่ี.............
232 ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู สาํ หรบั นักเรียน ระดับประถมศกึ ษา ภาคเรยี นที่ ๑ (ภาษาไทย ป.๕)
ใบความรูท่ี 5 เรอื่ ง การเขยี นคําแนะนาํ และคาํ อธบิ ายแสดงขนั้ ตอน
หนว ยการเรียนรูท่ี 7 เร่ือง ราชาธริ าช ตอน กาํ เนดิ มะกะโท
แผนการจัดการเรียนรูท่ี 5 เร่อื ง การเขยี นคําแนะนาํ และคําอธิบายแสดงข้นั ตอน
รายวิชา ภาษาไทย รหัสวิชา ท๑๕๑๐๑ ภาคเรียนที่ ๑ ช้นั ประถมศึกษาปท่ี ๕
การเขยี นอธิบาย
การเขียนอธบิ าย เปน การเขยี นเพื่อใหผอู านไดร บั ความรแู ละความเขาใจเรือ่ งราวตาง ๆ อยา งละเอยี ด
และถกู ตอง ดว ยกลวิธที ห่ี ลากหลายและเหมาะสมกบั เนอื้ หา
1. ความหมายของคําวา “อธบิ าย”
คําวา “อธบิ าย” พจนานกุ รม ฉบบั ราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 ( 2546 : 1324 ) ไดให
ความหมายไววา ก. ไขความ , ขยายความ , ชี้แจง
ฉะนั้น จึงพอสรุปไดวาการเขียนอธิบาย คือ การเขียนไขความ การเขียนขยายความ หรือการเขียน
ชีแ้ จงน่ันเอง ซงึ่ เปน การเขียนท่ีมุงใหผอู า นเขาใจเร่อื งราวใดเรื่องราวหนึง่ อยางถูกตองชดั เจน โดยมุงท่จี ะบอก
วา สิ่งน้ัน ๆ มีลกั ษณะมสี ภาพหรือขอ เท็จจริงเปนอยา งไร ซึ่งผเู ขยี นใหรายละเอยี ด เหตุผล ท่ีชัดเจนนา เช่ือถอื
2. วตั ถปุ ระสงคข องการเขยี นอธิบาย
เพ่ือใหผูอานไดรับความรูและความเขาใจ ในเรื่องท่ีอธิบายอยา งละเอยี ด ชดั เจน ถกู ตอง ตรงตามที่
ผเู ขียน อธบิ ายตอ งการ
3. ความสาํ คญั ของการเขยี นอธบิ าย
1. ชว ยใหผ ูอ านไดร บั ความรแู ละเขา ใจความหมายของคําไดอ ยา งถกู ตอง
2. ชวยใหผูอานเขา ใจเร่อื งราวตาง ๆ ไดชัดเจน และกวา งขวางมากขน้ึ
3. ชว ยใหผูอานเขาใจสาระสําคญั อันเกยี่ วขอ งกบั สงั คมและวฒั นธรรมไดอยางถกู ตอง
4. ชวยใหผ อู า นเกดิ องคค วามรใู หมแ ละมีประโยชนตอ การเรยี นการสอน
4. หลักการเขยี นอธบิ าย
การเขยี นอธบิ ายท่ดี ีควรมีหลกั การเขยี น ดงั น้ี
4.1) กาํ หนดวตั ถปุ ระสงคในการเขยี นใหชดั เจนวา ตองการเขยี นอธบิ ายเรื่องอะไร และมีวัตถุประสงค
ใน การเขยี นอยางไร เพอ่ื จะไดเ ลือกวธิ เี ขียนอธิบายไดอ ยา งเหมาะสม
4.2) เตรียมเน้ือเรอ่ื งหรือขอมูล โดยศึกษาคนควาจากหนังสือหรือส่ืออื่น ๆ เชน หนังสือ คมู ือ ตํารา
นิตยสาร วารสาร วทิ ยุ โทรทัศน และอนิ เทอรเน็ต เปนตน
4.3) กาํ หนดโครงเร่ืองท่ีจะเขยี น เพ่อื เรยี บเรียงความคิดและขอมูลใหม ีความตอ เนื่องและนา สนใจ
4.4) เลือกวิธีการอธิบายใหเหมาะสมสอดคลองกับเร่ือง ในบางครั้งอาจจะตองใชวิธีอธิบาย
มากกวา 1 วิธใี นการเขียนอธิบายก็ได
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๗ เรอ่ื ง ราชาธริ าช ตอน กําเนดิ มะกะโท 233
4.5) ควรใช้ภาษาท่ีเข้าใจง่าย กระชับ รัดกุม และตรงไปตรงมา เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจเร่ืองได้อย่าง
ชัดเจน
5. ลกั ษณะของการเขยี นอธบิ าย
การเขียนอธิบายที่ใช้สื่อสารในชีวิตประจําวันน้ันมีหลายลักษณะ มีทั้งเขียนอธิบายในเอกสาร ตํารา
ตลอดจนในเว็บไซต์ต่าง ๆ ท่ีปรากฏในอินเทอร์เน็ต ซ่ึงลักษณะของการอธิบายเรื่องราวต่าง ๆ มีวิธีการเขียน
โดยสรปุ ดังนี้
5.1 การเขยี นอธิบายโดยการนยิ าม
การเขียนอธิบายโดยการนิยาม หรือให้คําจํากัดความเป็นการอธิบายความหมายของคํา สํานวน
ต่าง ๆ ให้ผอู้ ่านเขา้ ใจความหมายไดถ้ กู ต้อง เชน่
ตัวอยา่ ง การอธิบายความหมายคาํ ในพจนานกุ รมฉบบั ราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542
ชีปะขาว (น.) ชอ่ื แมลงทเี่ ป็นผีเส้อื ของหนอนกอข้าว
ถกึ (ว.) เปลยี่ ว, หนุม่ (ใชแ้ ก่ควายตวั ผ)ู้ เชน่ ควายถกึ
5.2 การเขียนอธบิ ายโดยยกตัวอยา่ ง
การเขียนอธิบายโดยยกตัวอย่างเป็นการเขียนอธิบายเร่ืองราวต่าง ๆ ซึ่งอาจจะเป็นเร่ืองโบราณ หรือ
เร่ืองที่คนในสมัยปัจจุบันอาจจะไม่เคยรู้จัก หรืออาจเป็นองค์ความรู้ใหม่ท่ีเป็นนามธรรม เข้าใจยาก จึงเขียน
อธิบายโดยยกตวั อยา่ งด้วยรูปภาพ หรือยกตวั อยา่ งประโยคเหตกุ ารณ์เพื่อช่วยให้ผอู้ า่ นเขา้ ใจไดง้ ่ายและเร็วขึน้
ตวั อย่าง
ผักสดที่คุณแม่บ้านจะเลือกมาทําสลัดน้ัน หาได้ไม่ยากเลยท้ังจากตลาดสดใกล้บ้านหรือแม้กระทั่งใน
ซูเปอร์มาร์เก็ตก็มีผักมากมายให้คุณแม่บ้านได้เลือกสรรตามชอบใจ ไม่ว่าจะเป็นผักไทย ๆ อย่าง
แตงกวา มะเขือเทศ หอมหัวใหญ่ กะหล่ําปลี และผักกาดหอม หรือผักของฝรั่ง อย่างแคร์รอต แชลาร่ี ผักกาด
แกว้ กะหลํา่ ปลสี มี ่วง แรดชิ และบีทรทู เปน็ ต้น
5.3 การอธบิ ายตามลาํ ดับข้ันตอน
การอธิบายตามลําดับขั้นคือ การเขียนอธิบายที่แสดงขั้นตอนไปตามลําดับการเขียนอธิบายวิธีน้ีมักใช้
กับการอธิบายกระบวนการ กิจกรรม หรือการเปลี่ยนแปลงท่ีมีขั้นตอน เช่น วิธีทําอาหาร การทดลองทาง
วิทยาศาสตร์ การออกกายบรหิ าร และการเจริญเตบิ โตของพืช เป็นต้น
ตัวอยา่ ง
ไขต่ ุ๋นว้นุ เสน้ ตน้ ทุนต่ําทาํ กินแก้จน สตู รในการทํา “ไขต่ นุ๋ ” ท่เี จ็กจุ่นขายในราคาโถละ 30 บาท จะใช้
ไข่ไก่ 2 ฟอง หมูสับ 50 กรัม วุ้นเส้น เห็นทอดห่ัน กระเทียมเจียว ผักชี พริกช้ีฟ้าสุก (แดง) เขามีเทคนิคใน
การทําหรือปรุง โดยเอาไข่ไก่ตีเข้ากับน้ําซุป (นํ้าต้มกระดูกหมูหรือกระดูกไก่ก็ได้) โดยใช้สูตรนํ้าซุปคร่ึงแก้ว
ต่อไข่ไก่ 2 ฟอง (มากไปไข่ตุ๋นเหลว น้อยไปไข่ตุ๋นแข็งกระด้างไม่ดี) ตีจนเข้ากัน จากน้ันก็ใส่ซอส ซีอ๊ิวขาว
พริกไทย (ไม่ใส่นํ้าปลาจะทําให้เกิดกล่ินคาว) เมื่อเคร่ืองปรุงไข่ตุ๋นเสร็จแล้วเอาวุ้นเส้นใส่เข้าไปคนให้เข้ากัน
แล้วเอาเห็ดหอม พริกชี้ฟ้า ใส่เข้าไปคล้าย ๆ กับโรยหน้าแล้วนําไปน่ึงในซ้ึงนานประมาณ 20 นาที ไข่ตุ๋นก็จะ
สุกพอดีรับประทานพอยกออกมาจากซ้ึงแล้วโรยด้วยผักชี ตักกินร้อน ๆ อร่อยเป็นอาหารเสริมสุขภาพ ตาม
คําขวัญที่ว่าบรโิ ภคไข่ไก่ พลานามยั สมบูรณ์ (ขอ้ สาํ คัญอยา่ ใสผ่ งชูรส)
ทมี่ า : ปญั ญา เจริญวงศ.์ “ทําได้ไมจ่ น.” ไทยรัฐ, 21 กมุ ภาพันธ์ 2546, หนา้ 7
234 ชุดกิจกรรมการเรยี นรู สําหรบั นักเรียน ระดบั ประถมศึกษา ภาคเรียนท่ี ๑ (ภาษาไทย ป.๕)
5.4 การอธิบายดว ยการเปรยี บเทียบ
การอธบิ ายดว ยการเปรียบเทยี บ คือ การเขียนอธิบายที่ชี้ใหเหน็ ถงึ ความเหมอื นและความแตกตางของ
สิ่งท่ีผูเขยี นนาํ มาเปรยี บเทียบกนั เชน
ตวั อยาง
การจะดูแลตน สมที่รักสักตนใหผลิดอกออกผลไดดั่งใจไมตางอะไรกับการอุมชดู ูแลเดก็ ออน ใชเพียง
เพราะตนสมใชเวลาต้ังทอง นบั แตว นั ท่ผี ลดิ อกจนถึงวันทเ่ี ก็บผลไดก นิ เวลาราวเกา เดือนเหมือนกับคน แตส ม ยงั
มีความละเอียดออ นกับนํ้า ดนิ อากาศ รวมไปถงึ แมลงจึงตองทะนุถนอมดุจเดียวกบั ทารก
(ทมี่ า : ธรี ภาพ โลหิตกุล)
5.5 การอธิบายดว ยการแสดงเหตแุ ละผล
การอธิบายดวยการแสดงเหตุและผลคือ การเขียนอธิบายที่ช้ีใหเห็นถึงความสมั พันธวา สาเหตุนั้น ๆ
จะกอ ใหเกิดผลอะไรตามมา หรือผลลัพธน้นั ๆ เกิดจากสาเหตุอะไร เชน
ตัวอยาง
ความเครียดในชีวิตประจําวันไมวาจะเปนเครียดเรื่องงาน เรื่องเงิน หรือเรื่องสวนตัวและการ
รบั ประทานอาหารไมตรงเวลา อีกทัง้ ยังรับประทานอาหารท่ีมีรสเปร้ยี วจัด และเผ็ดจัด ลวนเปน สาเหตทุ ที่ าํ ให
เกดิ โรคกระเพาะอาหารได อาการเบื้องตน คือ ปวดทอ งท้ังกอนและหลังรับประทานอาหาร บางรายก็คลน่ื ไส
และ อาเจียน หากไมไ ดร บั การรักษาท่ถี ูกตอ งอาจทาํ ใหปวดทองขั้นรนุ แรงจนถงึ กระเพาะอาหารทะลไุ ด
6. การเขยี นอธิบายโดยการขยายความ
การเขียนอธิบายโดยการขยายความ เปนการเขียนอธิบายความหมายของคําโดยขยายความ และ
เสนอรายละเอียดจากการศึกษาคนควาสวนที่เก่ียวของกับคํา แลวนํามาเรียบเรียงเปนเรื่องราวอันเปน
องคความรูที่กวางขวางและครบสมบูรณ จนสามารถนําไปใชอางอิงได ดังจะเห็นไดจากการเขียนอธิบายใน
สารานุกรมตา ง ๆ เชน สารานกุ รมวัฒนธรรมไทยภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคอสี าน ภาคใต สารานุกรมสําหรับ
เยาวชน และสารานกุ รมแนะนําหนังสือดี ๑๐๐ เลม เปนตน
7. การเขยี นอธบิ ายเปรยี บเทียบ
การเขียนอธิบายเปรียบเทียบเปน การเขียนเพ่ืออธิบายเรอื่ งราวตาง ๆ ใหผูอานเขาใจงายข้ึนโดยการ
เปรยี บเทียบสง่ิ ของสองสงิ่ เหตุการณหรอื ความเปล่ียนแปลงของสังคมที่ตางยุคสมัยกนั เพอ่ื ใหผ อู านเขาใจถึง
ความเหมอื นความแตกตา งและความเปลี่ยนแปลงท่เี กิดขึ้น
หนว ยการเรยี นรทู ่ี ๗ เรอ่ื ง ราชาธริ าช ตอน กําเนิดมะกะโท 235
ตวั อยาง แผนภาพการเขียนอธบิ ายโครงเรื่อง งานวันเดก็
วาดรปู การประกวด การเลน เลนเกม
รอ งเพลง ความสามารถ บันเทงิ จับสลาก
ตอบปญหา
การแสดง มายากล
งานวันเดก็ รําไทย
สวนสตั ว การชมสถานท่ี
สนามบนิ
เรอ่ื ง งานวันเด็ก
งานวันเด็กของอําเภอปน้ี จัดท่ีสวนสัตว และสนามบิน ในงานจัดใหมีการประกวด
ความสามารถ ไดแก การวาดรปู ระบายสี การรอ งเพลง และการตอบปญหา มีบรเิ วณที่จดั ใหพอ แม
ผปู กครองพาบตุ รหลานมาเลนบันเทิง ไดแกก ารเลนเกมและจับสลากของเลน นอกจากนแี้ ลว ยังจัด
เวทกี ารแสดงเพอื่ สง เสริมความสามารถดานการแสดงของนักเรียน โดยใหแ สดงมายากลและราํ ไทย
236 ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู สําหรบั นักเรยี น ระดับประถมศึกษา ภาคเรยี นที่ ๑ (ภาษาไทย ป.๕)
ตัวอยา งแผนภาพโครงเรอ่ื ง การทํานํ้าพรกิ กะป
https://sites.google.com/site/aommznemoshop/xahar-phakh-klang/na-phrik-pla-thu
วิธกี ารทาํ นํ้าพรกิ กะป
๑. โขลกพรกิ กบั กระเทียม ตําใหเ ขากนั
๒. ใสก ุงแหง กะป นํ้าตาลปบ มะเขอื พวง ตําเบา ๆ พอใหมะเขอื แตก
๓. ปรุงดว ยนํา้ ปลา นา้ํ มะนาว คนใหเขา กนั ตกั ใสถ วย
วิธีทาํ นาํ้ พริกกะป
นาํ้ พรกิ กะปของแตล ะบานมีผสมหลักเหมอื น ๆ กัน แตวิธีทาํ และการปรุงรสจะแตกตา งกันไปตามบาน
ตามแตละพน้ื ที่ มวี ิธกี ารทําดงั น้ี
๑. โขลกพริกขี้หนูกับกระเทียมใหละเอียด ระหวางตาํ ใหใชมอื ปอ งที่ปากครกเพ่อื ปองกันไมใหพรกิ กับ
กระเทียมกระเด็นออกมา
๒. ใสกุง แหง ปน กะป กับนํา้ ตาลปบลงไป ใชสากขยี้ คลุกเคลาใหเ ขากัน แลวใสม ะเขอื พวงลงไป ใชสาก
บุบใหพอแตก
๓. ปรงุ รสดวยนํา้ ปลา นํ้ามะนาว และคนใหเ ขา กนั แลวตักใสถ ว ย แคนีก้ ไ็ ดน ้าํ พรกิ กะปร สเด็ดแลว
วภิ า ตัณฑุลพงษ. ๒๕๕๔. แนวการพฒั นาการเรยี นการสอนภาษาไทยในระดับประถมศึกษา. กรงุ เทพฯ :
สาํ นกั พมิ พค ณะรฐั มนตรีและราชกจิ จานเุ บกษา.
หนว ยการเรยี นรทู ่ี ๗ เรื่อง ราชาธิราช ตอน กาํ เนิดมะกะโท 237
ใบงานท่ี 5 เรอื่ ง การเขียนคําแนะนาํ และคาํ อธบิ ายแสดงขนั้ ตอน
หนว ยการเรียนรูท ่ี 7 เร่ือง ราชาธริ าช ตอน กาํ เนิดมะกะโท
แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ 5 เรื่อง การเขยี นคําแนะนาํ และคําอธิบายแสดงขน้ั ตอน
รายวชิ า ภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๕๑๐๑ ภาคเรียนที่ ๑ ชัน้ ประถมศึกษาปที่ ๕
คําชแ้ี จง ใหนักเรยี นเขียนคาํ แนะนาํ หรอื การอธบิ ายขั้นตอนเรอื่ งใดเร่อื งหน่งึ ที่สนใจ
แผนภาพโครงเรอื่ งการเขยี นคาํ แนะนาํ /อธบิ ายแสดงขน้ั ตอน
ช่อื เรอ่ื ง
จุดประสงค
ข้นั ตอนวิธกี ารทํางาน
......................................................................................
......................................................................................
......................................................................................
......................................................................................
238 ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู สําหรบั นักเรียน ระดับประถมศกึ ษา ภาคเรียนที่ ๑ (ภาษาไทย ป.๕)
......................................................................................
......................................................................................
......................................................................................
......................................................................................
......................................................................................
......................................................................................
......................................................................................
......................................................................................
สรุปการทํางาน
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
ชอื่ .....................................................นามสกลุ ...............................................ชั้น.................เลขที่...............
หนว ยการเรยี นรทู ่ี ๗ เร่อื ง ราชาธริ าช ตอน กาํ เนดิ มะกะโท 239
ใบความรูท่ี 6 เรอื่ ง การพูดรายงานลาํ ดับขน้ั ตอนการปฏบิ ัติงาน
หนว ยการเรียนรูท่ี 7 เรื่อง ราชาธริ าช ตอน กาํ เนดิ มะกะโท
แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี 6 เร่ือง การพูดลาํ ดบั ขัน้ ตอนการปฏิบตั ิงาน
รายวชิ า ภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๕๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ชัน้ ประถมศึกษาปที่ ๕
การพดู รายงานลําดับขั้นตอนการปฏบิ ตั ิงาน
การพูดลําดับขั้นตอนการปฏิบัติงาน เปน การพูดเรือ่ งหรอื ประเด็นที่ศกึ ษาคน ควา จากการฟง การดู
และการสนทนา เปนวิธีการท่ีเหมาะสําหรับแลกเปล่ียนความรู การพูดรายงานอาจพูดเพ่ือนําเสนอทฤษฎี
นาํ เสนอวิธกี าร นําเสนอเรอื่ งราวตา ง ๆ
หลักการพูดรายงานลาํ ดับข้นั ตอนการปฏบิ ตั ิงาน
๑. เริ่มพูดรายงานดว ยการกลา วนํา เชน ผรู วมงาน จดุ ประสงค แหลงขอ มูล
๒. ในขณะเร่ิมรายงานควรพดู ใหชดั เจน ออกเสยี งถกู ตอง เสียงดงั พอประมาณ นํ้าเสยี งนมุ นวลนาฟง
๓. รายงานเร่ืองตามลําดับเน้ือหา ลําดับข้ันตอน หรือลําดับเหตุการณ ใหถูกตอง และ
ตอ เนื่องสัมพนั ธกนั
๔. มบี คุ ลิกภาพท่ดี ี ยืนหรือนงั่ อยางสํารวม
๕. รักษาเวลาในการพดู ตามท่ีกาํ หนด ไมพูดยดื เยอื้ ไมพ ดู วกวนไปมา
๖. เมอ่ื พูดรายงานจบ ควรเปดโอกาสใหผฟู งวักถามหรอื แสดงความคดิ เห็น
๗. กลาวขอบคุณเมอ่ื ไดรับคําชมเชย หรอื ขอ คดิ เห็นเรื่องตา ง ๆ
มารยาทในการพดู ทด่ี ี มีดงั นี้
๑. พดู จาไพเราะ
๒. ไมแยง กันพูด ควรแบง บทพดู ใหพ อดแี ละเหมาะสม
๓. พดู ดว ยคาํ สภุ าพ ไมย าบคาย
๔. พูดดว ยนํ้าเสียงท่นี มุ นวล
๕. ไมพดู แทรกจงั หวะผอู นื่
๖. พูดดวยหนาตายมิ้ แยมแจมใส
๗. ใชความดังของเสยี งใหพอเหมาะ ไมเ สยี งเบาหรือดงั เกนิ ไป
๘. ไมพ ดู นนิ ทาวา รายผอู ืน่
มารยาทในการดูท่ดี ี มดี ังนี้
๑. ดูอยา งสงบเรยี บรอ ยไมส งเสยี งดงั รบกวนผูอืน่
๒. ดอู ยางตง้ั ใจ
๓. ไมคุยหรอื เลน ในขณะที่ดู ไมสงเสียงดงั รบกวนผูอ่นื
๔. ปรบมอื เมือ่ จบการพดู
๕. ไปถึงสถานท่ที ม่ี ีการแสดงกอ นเวลา ประมาณ ๑๕ นาที
240 ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู สําหรบั นักเรียน ระดบั ประถมศกึ ษา ภาคเรยี นท่ี ๑ (ภาษาไทย ป.๕)
๖. ไมนาํ อาหาร-เครอื่ งดมื่ เขา ไปในงาน
๗. ไมล ุกเดนิ ไปมาและสรา งความรําคาญ
มารยาทในการฟงท่ีดี มีดงั นี้
๑. ฟงดายความสงบ
๒. ฟงดวยความตั้งใจ
๓. ปรบมือเม่ือชอบใจ
๔. มองหนา สบตาผพู ดู
๕. เม่ือมขี อสงสยั ควรถาม เมื่อผพู ดู เปดโอกาสใหถ าม ไมควรถามแทรกขณะทผ่ี ูพดู กําลังพูดอยู
๖. ไมสงเสยี งรบกวนผอู ่ืน
๗. ไมควรแสดงทาทางไมพ อใจเม่ือไมช อบใจ
๘. ตัง้ ใจฟง ตงั แตตนจนจบ
๙. ไมควรแสดงกริ ยิ าที่ไมเ หมาะสม เชน โหรอ ง
๑๐. ไมค วรเดินเขาเดนิ ออกขณะทีผ่ พู ดู กาํ ลงั พดู หากมคี วามจาํ เปนควรทาํ ความเคารพกอ น
หนว ยการเรียนรูท ่ี ๗ เรือ่ ง ราชาธริ าช ตอน กําเนิดมะกะโท 241
ใบงานที่ 6 เร่ือง การเขยี นแบบรา งการพูดนําเสนอลําดับขนั้ ตอนการปฏิบตั ิงาน
หนว ยการเรยี นรูที่ 7 เร่ือง ราชาธริ าช ตอน กาํ เนดิ มะกะโท
แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี 6 เรื่อง การพูดลาํ ดบั ขน้ั ตอนการปฏิบัตงิ าน
รายวชิ า ภาษาไทย รหสั วิชา ท๑๕๑๐๑ ภาคเรียนที่ ๑ ชน้ั ประถมศึกษาปที่ ๕
คําชแี้ จง ใหน กั เรียนเขียนแบบรา งการพูดนําเสนอลาํ ดบั ขน้ั ตอนการปฏิบัตงิ าน
แบบรา งการพดู เร่ือง......................................................................................................................................
……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
ชื่อ.....................................................นามสกุล...............................................ชน้ั .................เลขท.ี่ ..............