The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ชุดกิจกรรมการเรียนรู้(นักเรียน)วิชาภาษาไทย_ป.5_ภาคเรียนที่_1_ปีการศึกษา_2564-07181051

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by jakkapanposri03, 2021-08-26 08:42:33

ชุดกิจกรรมการเรียนรู้(นักเรียน)วิชาภาษาไทย_ป.5_ภาคเรียนที่_1_ปีการศึกษา_2564-07181051

ชุดกิจกรรมการเรียนรู้(นักเรียน)วิชาภาษาไทย_ป.5_ภาคเรียนที่_1_ปีการศึกษา_2564-07181051

Keywords: ชุดกิจกรรมการเรียนรู้(นักเรียน)วิชาภาษาไทย_ป.5_ภาคเรียนที่_1_ปีการศึกษา_2564-07181051

92 ชุดกิจกรรมการเรียนรู สําหรบั นกั เรียน ระดับประถมศึกษา ภาคเรียนท่ี ๑ (ภาษาไทย ป.๕)

ขนั้ ที่ 3 ข้ันวเิ คราะหส ว นประกอบของประโยค
1. เขยี นประโยคลงในชองประโยค
2. วเิ คราะหสว นประกอบของประโยค โดยการจาํ แนกและเขียนสว นประกอบตาง ๆ ลงในชองวางให
ถูกตองและสมั พันธก ัน เชน

ประโยค ภาคประธาน ภาคแสดง

ประธาน ขยาย กริยา กรรม ขยาย ขยาย

ประธาน กรรม กริยา

สมปองชอบกนิ ผลไมรสหวาน สมปอง - กิน ผลไม รสหวาน ชอบ

มานเี ปนเดก็ ดี มานี - เปน - - เด็กดี

แมค รัวคนนัน้ ทํากบั ขา วเกง มาก แมค รัว คนน้ัน ทาํ กบั ขาว - เกงมาก

ขั้นท่ี 4 ขนั้ ตรวจทาน
1. ตรวจทานสว นประกอบของประโยค

2. ตรวจทานการเขียนสะกดคาํ ใหถูกตอง

ข้ันท่ี 5 ชั้นนาํ เสนอและประเมินผล
1. นาํ เสนอผลงาน โดยใหเ พอื่ น ๆ ชวยดูกอ น จากนัน้ สงใหค รูผสู อนตรวจ
2. ตรวจสอบความถกู ตองและประเมนิ ผลใหคะแนน

ตัวอยางการวเิ คราะหสว นประกอบของประโยค

ประโยค ภาคประธาน กรยิ า ภาคแสดง ขยายกริยา
๑. นักดนตรเี ลนดนตรีไดไ พเราะ เลน
ประธาน ขยาย กรรม ขยาย ไดไพเราะ
ประธาน กรรม -

นกั ดนตรี - - ดนตรี จนตาย
ในตอนเชา
2. คณุ ตาของผมนิยมรถเกา ๆ คุณตา ของผม นยิ ม รถ เกา ๆ ใหห มด
กดั จนตาย
3. สนุ ขั ใหญก ดั แมวตัวนนั้ จนตาย สุนขั ใหญ กัด แมว ตวั น้ัน อยางดุเดือด
ไดย ากมาก
4. พอของฉนั วงิ่ ในตอนเชา พอ ของฉัน ว่งิ - - รสหวานมาก
จนสะอาด
5. แมค าตลาดนัดรบี ขายผลไมใหหมด แมค า ตลาดนัด รีบขาย ผลไม -

6. สุนขั ตวั นั้นไลก ดั แมวจนตาย สนุ ขั ตวั นัน้ ไล แมว -

7. ปลาใหญก ินปลาเล็กอยา งดเุ ดือด ปลา ใหญ กนิ ปลา เล็ก

8. ตํารวจคนนัน้ จบั ผรู ายไดย ากมาก ตาํ รวจ คนนนั้ จับ ผูร าย -

9. ชมพูสวนน้ีมีรสหวานมาก ชมพู สวนน้ี มี - -

10. พอลางรถยนตจ นสะอาด พอ - ลา ง รถยนต -

หนวยการเรียนรทู ี่ ๓ เรอื่ ง กระเชา สีดา 93

ใบงานที่ 10 เรอ่ื ง การจําแนกสว นประกอบของประโยค

หนว ยการเรยี นรทู ี่ 3 เรอ่ื ง กระเชา สีดา
แผนการจดั การเรียนรูท ่ี 10 เร่ือง ประโยคและสว นประกอบของประโยค
รายวิชา ภาษาไทย รหสั วิชา ท๑๕๑๐๑ ภาคเรียนที่ ๑ ช้ันประถมศึกษาปที่ ๕

คําช้ีแจง ใหนกั เรยี นเขยี นสวนประกอบของประโยคในชอ งภาคประธานและภาคแสดงใหถกู ตอง

ประโยค ภาคประธาน ภาคแสดง ขยายกรยิ า
ประธาน ขยาย กรยิ า กรรม ขยาย
ตัวอยา ง ทีอ่ ยูหลงั
คนสวนตัดตน ไมที่อยหู ลังบาน ประธาน กรรม บาน

คนสวน - ตัด - ตน ไม

๑. ตาํ รวจคนนั้นจับผรู าย

๒. นกั เรียนทําการบา นสง ครู

๓. คณุ ยายกินสมตาํ อรอ ยมาก

๔. แมวใหญว ่ิงไลจ ับหนูเล็ก

๕. ครูมาโรงเรียนแตเชา

๖. สุนขั เหาคนแปลกหนา

๗. ผูปกครองดบู ุตรหลานแสดง
ละคร
๘. นกั เรยี นรับประทานอาหาร
กลางวัน

๙. ดอกมะลสิ ขี าวมกี ล่ินหอม

๑๐. แมครวั ทํากบั ขา วอรอ ยมาก

ช่ือ.....................................................นามสกลุ ...............................................ชนั้ .................เลขที.่ ..............

94 ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู สําหรบั นกั เรยี น ระดบั ประถมศกึ ษา ภาคเรยี นที่ ๑ (ภาษาไทย ป.๕)

ใบความรทู ่ี ๑๐ เรอ่ื ง หลกั การเขียนเรียงความ

หนวยการเรยี นรูท ่ี 3 เร่อื ง กระเชาสีดา
แผนการจดั การเรียนรทู ี่ 11 เรือ่ ง หลักการเขียนเรยี งความ
รายวชิ า ภาษาไทย รหัสวิชา ท๑๕๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ชนั้ ประถมศึกษาปที่ ๕

ความหมายของเรียงความ
หนังสือบรรทดั ฐานภาษาไทย เลม 5 หนา 27 ไดใ หค วามหมายของเรียงความไววา
“เรียงความ หมายถึง งานเขียนที่มีการกําหนดช่ือเร่ืองข้ึน เปนงานเขียนท่ีเปนเร่ืองจริง เปน

ขอ เทจ็ จรงิ หรอื ความรทู ี่ผเู ขยี นศึกษาคน ควาจากแหลง ความรตู า ง ๆ หรอื จากประสบการณ มกั แทรกความรูสกึ
หรือความคิดเห็นที่แปลกใหม หรืออาจเขียนใหคิด โดยใชถอยคําภาษาที่ประณีต การใชสํานวนที่เหมาะสม
และลาํ ดับความคดิ อยา งสมเหตุสมผล ทง้ั นีเ้ นือ้ หาของเรียงความตอ งสมบรู ณในตวั เอง”

หนงั สือเรยี น รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพอ่ื ชีวติ ชน้ั ประถมศึกษาปท ่ี 5 หนา 107 ไดให
ความหมายของเรยี งความไวว า

“เรียงความ เปนความเรยี งประเภทหนึ่งท่ีมีรูปแบบเฉพาะ คอื มีสวนนําของเรอื่ ง สวนเน้อื เรอ่ื ง และ
สวนสรุป มักใชในกรณที ี่ตอ งการเขียนเร่อื งใดเรอ่ื งหนึ่ง สวนใหญจะใหน ักเรยี นฝกเขียน หรือจัดประกวดตาม
วัตถุประสงค”

ดังน้ัน สรุปความหมายไดว า เรียงความ คือ การนําถอยคาํ มาแตงเปน เรือ่ งราว เพื่อใชเปน ขอเขยี นที่
แสดงความคิด ความรู ความรูสึก ความคิดเห็น และขอเสนอแนะตาง ๆ ที่ผูเขียนถายทอดสูผูอาน โดยมี
องคป ระกอบ 3 สวน คือ คํานาํ เนื้อเรือ่ ง และสรปุ จงึ จะเรยี กวา เรียงความอยางสมบรู ณ

จดุ ประสงคในการเขียนเรียงความ
กอนเขยี นเรียงความตอ งวางจดุ ประสงคใหชดั เจนวา
๑. เขยี นเรือ่ งนน้ั อยางไร
๒. เขยี นใหใครอาน
๓. เขียนไปในแนวใด เชน เขียนชกั จูง เขยี นใหค วามรู เขยี นแสดงความคดิ เห็น

รูปแบบการเขียนเรยี งความ
๑. คํานํา (ความนํา) เปนสวนเริ่มตน นําเรื่องเพ่ือเช่ือมโยงเขาสูเรื่อง ควรเขียนใหผูอานเกิดความ

สนใจ เราใจ นาติดตาม คํานําเปนยอ หนาแรกและควรมียอ หนาเดียว สง่ิ ทคี่ วรลีกเลีย่ งในการเขียนคาํ นาํ ไดแก
1.1 ไมเขียนออกนอกเรอ่ื ง
1.2 ไมค วรนาํ เรือ่ งราวประวตั ิศาสตรท ่คี นรจู กั ดีแลวมาเขยี น
1.3 ไมค วรนาํ ขอคดิ เห็นทก่ี วางเกนิ ไปมาเขียน เชน ภาษาไทยในรอบ 20 ป
1.4 ไมนําคํากลา วท่เี ปน ความจรงิ ในตวั เองอยูแลวมาเขยี น เชน “เปน ทกี่ ลาวกันวา สิง่ ที่แนน อน

ในชีวิตมนษุ ยมีอยางเดยี วเทานนั้ คือ ความไมแนน อน”

หนว ยการเรยี นรูท่ี ๓ เรือ่ ง กระเชา สีดา 95

๒. เน้ือเร่ือง เปน สว นทีแ่ สดงสาระสาํ คญั ของเรื่องราว ความรู ความคดิ ทต่ี รงกับช่ือเร่อื ง มีรายละเอยี ด
เนื้อหาที่ครอบคลุมช่ือเรือ่ ง เพ่ือตอบคําถามวาเปนเรอื่ งราวเกย่ี วกบั ใคร อะไร ทําอะไร เม่ือใด ที่ไหน อยางไร
เพราะเหตใุ ด สําคญั อยางไร เกย่ี วของกับใคร ฯลฯ อาจมหี ลายยอหนา แตล ะยอหนา มีความสมั พันธตอ เนอื่ งกนั

หรอื อาจกลาวไดวา เนือ้ เรื่องเปน ขอ ความที่ตอจากคาํ นํา ทําหนาท่ีขยายใจความของคํานําใหละเอียด
แจมแจง แตล ะยอหนา จะขยายความของเรอ่ื งตามแนวคดิ ทตี่ ัง้ ไว

๓. สรุป เปนขอความยอ หนาสุดทา ย เปนการปด เร่อื ง หรอื สรุปเน้ือหาสาํ คัญของเรอ่ื ง ควรมีเพยี ง ๑
ยอ หนา ซ่ึงอาจเปน คติสอนใจ ความประทับใจ ขอ คดิ แกผ ูอานเพ่ือใหน ําไปคิดหรอื ปฏิบัตเิ ม่อื มีโอกาส หรอื ท้งิ
คาํ ถามใหผูอา นใครครวญตอ ไปโดยไมจําเปนตอ งเสนอขอ ยุติ

แผนผังการจัดลําดบั องคประกอบของเรยี งความ

สว น คาํ นาํ ตน ตน่ื เตน

(คํานํา ความนาํ เปดเรื่อง)

สว น เนอ้ื เรื่อง กลาง กลมกลืน

ยอหนาที่ 1
ยอ หนาที่ 2
ยอ หนา ที่ 3

ฯลฯ

สวน สรุป จบ จบั ใจ

(สรปุ , ความสรุป, ปด เรอื่ ง)

96 ชุดกิจกรรมการเรยี นรู สาํ หรบั นกั เรียน ระดบั ประถมศกึ ษา ภาคเรียนท่ี ๑ (ภาษาไทย ป.๕)
ขนั้ ตอนในการเขียนเรียงความ

๑. การกาํ หนดหัวเรื่อง มี ๒ ลักษณะ การกาํ หนดหัวเรอ่ื งไวเรียบรอยแลว และเลือกเขยี นตามความ
สนใจ/พอใจ/มีความรูเรอ่ื งนัน้ มากทส่ี ดุ

๒. การกําหนดขอบเขตของหัวขอเร่ือง ไมควรกวางมากเกินไปจนเขียนไมจบ ควรมีจุดมุงหมายท่ี
เฉพาะเจาะจง ตวั อยางหวั ขอเรอ่ื งท่ีกวา ง “สมุนไพร” ถา นาํ มาทําใหเฉพาะเจาะจง เปน “สมนุ ไพรรักษาโรค”

๓. การรวบรวมขอมูลใชวางโครงเรื่อง ตองเปนขอมูลท่ีมีหลักฐานอางอิง มีเหตุผลนาเช่ือถือ โดย
พิจารณาวาหัวขอใดควรมากอ น หรือมาหลัง แลวจดั เรียงลําดับ

๔. การจัดกลุมความคิดในการวางโครงเร่ือง อาจจัดเปนพวก หมวดหมูเดียวกัน เปนหัวขอใหญ
หัวขอ ยอ ย โดยจัดใหต อ เน่ืองสอดคลอ งกัน

๕. วางโครงเร่ืองดวยการใชหัวขอหลกั หัวขอรอง และหัวขอยอย เชน
ตวั อยา ง โครงเรือ่ ง สัตวเ ลี้ยงของฉนั

สว นคาํ นํา : เปด เรอ่ื งดวยความหมายของสตั วเลย้ี ง
สว นเนอื้ เรือ่ ง : ๑. รปู รา งลักษณะ (ของสัตวเลี้ยงของฉนั )

๒. การเล้ยี งสัตวเลย้ี ง
๓. ประโยชนข องสตั วเลยี้ ง
สว นสรุป : ขอคดิ ของการเลีย้ งสัตว
(วิภา ตัณฑลุ พงษ. ๒๕๕๖. เอกสารนิเทศการศึกษา แนวทางการพัฒนาการเรียนการสอนเขียน
ภาษาไทยในระดบั ประถมศึกษา. กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พค ณะรัฐมนตรแี ละราชกจิ จานเุ บกษา.)

หนวยการเรยี นรูที่ ๓ เรือ่ ง กระเชา สดี า 97

ใบงานที่ 11 เรอื่ ง การเขยี นแบบรา งเรยี งความ

หนวยการเรยี นรูท่ี 3 เรอ่ื ง กระเชา สีดา
แผนการจดั การเรียนรูท ่ี 11 เรอ่ื ง หลักการเขยี นเรยี งความ
รายวิชา ภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๕๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ ชนั้ ประถมศึกษาปท่ี ๕

คําชี้แจง ใหน ักเรียนเขยี นแบบรา งเรยี งความตามหัวขอทส่ี นใจ พรอ มต้งั ชือ่ เร่อื ง

เรยี งความเร่อื ง.............................................................................

สว น คาํ นาํ

เปด เรื่อง ดวย...................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................…………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..…………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………....

สวน เนอื้ เร่ือง

ยอ หนาที่ ๑..........................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..............................…………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………..………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………...............

ยอ หนาท่ี ๒........................................................................................................................................
........................................................................................................................................................... …….…….
…………………………………………………………………………………………………………………………………..……………….…
……………………………………………………………………………………………………………………………………………............

ยอ หนาที่ ๓.........................................................................................................................................
............................................................................................................................................................………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………..…….……………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………....ฯลฯ

สวน สรปุ

ปด เรื่องดว ย.....................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................

ชื่อ....................................................นามสกลุ ................................................ชัน้ .................เลขที.่ ..............

98 ชุดกิจกรรมการเรียนรู สาํ หรบั นกั เรียน ระดับประถมศึกษา ภาคเรียนท่ี ๑ (ภาษาไทย ป.๕)

ใบความรูที่ 1๑ เรอื่ ง ข้ันตอนในการเขยี นเรียงความ

หนวยการเรียนรทู ่ี 3 เรอ่ื ง กระเชา สดี า
แผนการจัดการเรยี นรูที่ 12 เรอื่ ง เรยี งรอ ยถอ ยความ
รายวชิ า ภาษาไทย รหัสวิชา ท๑๕๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ช้ันประถมศึกษาปท่ี ๕

เรียงความ คือ การนําถอยคํามาแตงเปนเร่ืองราว เพ่ือใชเปนขอเขียนท่ีแสดงความคิด ความรู
ความรูสึก ความคิดเห็น และขอเสนอแนะตาง ๆ ที่ผูเขียนถายทอดสูผูอาน โดยมีองคประกอบ 3 สวน คือ
คาํ นํา เนอื้ เร่ือง และสรุป จงึ จะเรียกวา เรยี งความอยางสมบูรณ

การเขยี นเรยี งความท่ดี ี มีข้ันตอน ดงั น้ี
๑. การกําหนดหัวเรื่อง มี ๒ ลักษณะ คือ หัวขอเรื่องท่ีกําหนดไวแลว และเร่ืองที่เขียนตามความ

สนใจ ท้ัง ๒ ลกั ษณะนี้ ผเู ขียนตองมีความรเู ร่ืองที่จะเขียนมากที่สดุ ชอื่ เรื่องควรครอบคลมุ ชัดเจน
๒. การกําหนดขอบขายของเร่ือง แตละเรื่องตองมรี ายละเอียดของแตละหวั เรื่องยอย มีการขยาย

ความอยา งแจมแจง และเจาะจง
๓. การรวบรวมขอมูลเพ่ือใชว างโครงเร่ือง ควรมีความนาเชื่อถือ และควรมีการวางเรียงลาํ ดับเนื้อ

เร่ืองกอน - หลัง แลวคัดเลอื กใหตรงประเดน็ จุดมงุ หมายในการเขยี น และความคิดหลกั ของเรอื่ งใหม ากที่สุด
โดยจดั เปน กลุมความคิด

๔. การจัดกลุมความคิดในการวางโครงเร่ือง โดยจัดเปนหัวขอใหญ หัวขอยอย แลวจัดลําดับ
ความคิดใหตอเนือ่ งสอดคลองกนั โดยใชแ ผนภาพโครงเร่ือง

ตัวอยาง เครื่องสาํ อางจากสมุนไพรไทย

ปลอดสารเคมี ผลตอการใช ประโยชนห ลายดาน

๑. สรางภูมิคมุ กันรางกาย ๑. ราคาถูก ๑. ดา นรางกาย
๒. ไมอันตรายตอ ผิวหนัง ๒. ลงทุนคมุ คา ๒. ดา นจิตใจ
๓. เสรมิ สรางสุขภาพจิต ๓. สง ขายตา งประเทศ
๓. ดา นวชิ าชีพ

๕. การเขียนเนื้อเร่ือง ควรเขียนตามโครงเร่ืองที่วางไว เขียนแตละหัวขอยางมีเหตุผล มีการลําดับ
ความสําคัญ มีการยกตัวอยาง ที่แสดงความรู ความคิด ซึ่งอาจมีหลายยอหนา แตละยอหนามีความสัมพันธ
สอดคลองกนั เขยี นในประเดน็ ของเรือ่ ง ไมออกนอกลูนอกทาง

หนวยการเรยี นรทู ่ี ๓ เรื่อง กระเชาสีดา 99

๖. การเขียนสรุป ควรเขียนท่ีสรางความรูส กึ ตอผูอา น “ทําใหผูอานเกิดความศรทั ธา ประทับใจตอ
ขอเขียน อานไมเบ่ือ” การเขียนสรุปเรื่องทําไดหลายวิธี เชน การเชิญชวนใหเกิดความรวมมือ การใชหลัก
ธรรมะ สาํ นวน สภุ าษติ บทกวี การแสดงความคดิ เห็น หรอื ขอเสนอแนะปด เร่อื ง

แผนผังการจดั ลําดบั องคประกอบของเรียงความ

สวน คาํ นํา ตน ตน่ื เตน

(คํานาํ ความนํา เปด เรอื่ ง)

สวน เนื้อเรอ่ื ง กลาง กลมกลนื

ยอ หนาที่ 1
ยอหนา ที่ 2
ยอ หนา ท่ี 3

ฯลฯ

สว น สรุป จบ จบั ใจ

(สรปุ , ความสรุป, ปด เรอื่ ง)

(กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. ๒๕๓๘. หนงั สือเรียนภาษาไทย ชดุ พื้นฐานภาษา ช้ันประถมศึกษาปท่ี ๕.
กรงุ เทพฯ: โรงพมิ พค ุรสุ ภาลาดพราว)

100 ชุดกิจกรรมการเรยี นรู สําหรบั นกั เรยี น ระดับประถมศึกษา ภาคเรียนที่ ๑ (ภาษาไทย ป.๕)

ใบงานที่ 12 เร่อื ง เรยี งรอ ยถอยความ

หนว ยการเรียนรูท ี่ 3 เร่ือง กระเชาสดี า
แผนการจัดการเรยี นรทู ี่ 12 เรื่อง เรียงรอ ยถอ ยความ
รายวชิ า ภาษาไทย รหัสวิชา ท๑๕๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที่ ๕

คําชี้แจง ใหเขยี นเรียงความตามหวั ขอทส่ี นใจ โดยใชแ นวทางจากแบบรางในใบงานท่ี ๑1 ใหถกู ตอ งสมบูรณ

เรียงความเรอื่ ง
…………………………………………………………………………………………………………..………………
…………………………………………………………………………………………...……………………………
……………………………………………………………………………..……………………………………………
……………………………………………………………..……………………………………………………………
……………………………………………..……………………………………………………………………………
……………………………..……………………………………………………………………………………………
……………..…………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………..………………
…………………………………………………………………………………………..………………………………
…………………………………………………………………………..………………………………………………
…………………………………………………………..………………………………………………………………
……………………………………………………………………..…………………….……………………………
………………………………………………………..………………………………….……………………………
…………………………………………..……………………................................................................
…………………………………………..……………………................................................................

ช่ือ.....................................................นามสกุล..................................................ช้ัน.................เลขท่.ี ...........

หนวยการเรยี นรทู ี่ ๓ เรอื่ ง กระเชา สดี า 101

ตัวอยางการเขียนเรยี งความ

เร่อื งพอ ของฉัน

พระคณุ พอยิ่งใหญห าใดเปรยี บ ถา จะเทยี บคงเทียมฟา นภากวา ง
รกั ของพอ ยงิ่ ใหญไมจ ืดจาง ทาํ ทกุ อยางเพอื่ ลกู รกั จักไดดี

คําวา “พอ” เปนคําส้ัน ๆ แตมีความหมายลึกซ้ึงมีคุณคาทางดานจติ ใจ เพราะพอคือผูใหกําเนิดให
ชีวติ แกผูทเ่ี ปน ลกู ทุกคน

พอของฉันช่ือนายนิรนั ดร จันทรเอียด อาชีพรับราชการ ครอบครัวของเราอบอนุ และมีความสขุ มาก
ไมเ คยมีปญ หาใด ๆ ใหค นในครอบครัวตองเดอื ดรอน พอของฉันเปนหัวหนาครอบครวั ที่มคี วามรับผดิ ชอบ เปน
เยย่ี มทั้งในฐานะสามีทีด่ ขี องภรรยาและพอ ทด่ี ีของลูก ดงั ท่ีกลา ววา “แหวนดีเพราะหัว ครอบครวั ดเี พราะผูน าํ ”

พอ เปน คนรักครอบครัวมาก พอบอกวา ความรกั และความอบอนุ ในครอบครวั เปน สงิ่ ทไ่ี มตองซือ้ ไมตอ ง
ลงทุน ทุกครอบครัวชวยกันทําใหเกิดขึ้นได เวลาที่วางจากหนาท่ีการงานของพอจึงเปนเวลาของครอบครัว
พอ คอยดแู ลเอาใจใสฉนั อยางใกลชิด เม่ือฉนั มีปญหาคนที่อยูเคียงขางชวยเหลอื ฉันไดค ือพอ พอ เปรยี บเสมือน
เทวดาประจําบานท่บี นั ดาลใหค วามทกุ ขห มดไป พอ พดู เสมอวาหากทกุ คนในครอบครัวรแู ละปฏิบตั ติ ามหนาท่ี
ของตนเองแลว ชีวิตครอบครัวก็จะราบรื่นสงบสุข ครอบครัวดีสังคมกจ็ ะดี และสงผลใหป ระเทศชาติดีตามไป
ดว ย

พอเปนแบบอยางท่ีดีในการดําเนินชีวิต พอมัธยัสถรูจักใชจาย สิ่งของท่ีพอซื้อลวนเปนของที่มี
ประโยชน ฉนั ทาํ ตามสิง่ ดี ๆ ท่ีพอปฏิบัตใิ หเหน็ จนกระทงั่ ทุกวันน้ี มีคนพดู วา “แบบดกี วาบอก” “ตวั อยา งทด่ี ี
มคี า ยงิ่ กวา คําสัง่ สอน” ฉนั เช่อื แลววาคําพูดนี้เปน ความจรงิ ในการทาํ งานพอไมเคยบกพรอ งในหนาที่ พอบอก
เสมอวา เพ่อื นรวมงานเปรยี บเสมือนบุคคลในครอบครวั ท่ีเราตอ งชวยเหลือ เสียสละ แบง ปน รูจักเอาใจเขามา
ใสใจเรา พอจึงเปนท่ีรักใครและช่ืนชมมาโดยตลอด ในชวงที่ครอบครัวของเรามีพอเปนเสาหลักบานมีแต
ความสุข พอ ยอมลาํ บากเหนด็ เหนื่อยเพอื่ ใหลกู ไดส ุขสบาย ยามที่ฉนั เจบ็ ไขไดปวยพอจะดูแลไมเ คยหา งสายตา
ดวยความรักความเปนหวง รักของพอเปนรักที่ยิ่งใหญ ในบั้นปลายชีวิตของพอเมื่อพอลมปวย พอพยายาม
ชวยเหลือตนเองไมทําตวั ใหเปน ภาระของคนในบา น ไมเคยยอทอตอ ความเจ็บปวย พอ สอนเสมอวาหากชีวติ ยงั
ไมส้ินก็ใหด นิ้ รนตอสจู นถึงท่สี ุด พอ เปน นักสูท ่ีฉนั ยกยองและเทดิ ทนู เพราะพอ สูจนลมหายใจสดุ ทายทพี่ อมีอยู

ณ วนั นเ้ี วลาน้ี พอ จากฉันและครอบครัวไปแลวอยางไมมีวนั กลับ แมรางกายของพอ จะดับสญู แตคุณ
งามความดีท่ีพอทําไวยังคงอยู ใหครอบครวั ใหเพ่ือนรว มงานระลกึ ถึง ทุกวันนี้ฉันอยูในสังคมไดอ ยางสงา งาม
เพราะฉันเปนลูกไมท่ีหลน ไมไกลตน ดงั คําคมที่วา “ลกู จะช่ัวจะดีอยูที่พอ แม” ฉนั เช่ือวาหากพอทุกคนปฏิบัติ
ไดเชนเดียวกับพอของฉัน ปญหาตาง ๆ ที่เกิดข้ึนในครอบครัวในสังคมท่ีเปนขาวใหเห็นอยูบอย ๆ ก็จะลด
นอยลงหรืออาจจะหมดไปในท่ีสุด ฉันม่ันใจวาขณะนี้คนดี ๆ เชนพอของฉันทานจะตองสูสุคติภพแลวอยาง
แนน อน

(เด็กหญิงกีรติกานต จันทรเ อียด โรงเรียนอนุบาลปต ตานี สํานักงานเขตพ้ืนทกี่ ารศึกษาปต ตานี เขต ๑)

102 ชุดกิจกรรมการเรียนรู สาํ หรบั นกั เรียน ระดบั ประถมศกึ ษา ภาคเรียนท่ี ๑ (ภาษาไทย ป.๕)

แบบประเมินตนเอง

ช่ือ : ____________________ สกลุ : ________________วัน____ เดือน____________พ.ศ. _____
หนวยการเรียนรทู ี่___๓___เรอ่ื ง กระเชา สดี า

๑. ประเมินการเรียนรูของตนเอง

กาเครื่องหมาย 9 ในชองระดับความสามารถของแตละกิจกรรมที่นักเรียนคิดวาทําไดตามระดับ

การประเมินเหลานี้ ระดับความสามารถ : ดมี าก คอ นขางดี ดี พอใช ปรับปรงุ

ที่ รายการ ระดบั ความสามารถ

ดีมาก คอ น ดี พอใช ปรับปรงุ

ขา งดี

๑ อา นจับใจความสําคญั เร่อื ง กระเชาสีดา ได

๒ ตั้งคาํ ถามและตอบคําถามเชิงเหตผุ ลได

๓ เขยี นแสดงความรสู กึ และความคิดเหน็ จากเรื่องทีอ่ า นได

๔ พูดแสดงความรสู กึ และความคิดเหน็ จากเรอ่ื งทฟ่ี งและดไู ด

๕ เขียนเรยี งความไดถ กู ตอ งตามหลกั การ

2. ส่งิ ทฉี่ ันยงั ไมเขา ใจ / ยงั ทําไดไ มด ี คอื …… (สามารถเขยี นไดม ากกวา 1 อยา ง)

……………………………………………................................................................................................
..................................................................................................................................................
...............…………………………………………….................................................................................
..................................................................................................................................................

3. สิ่งท่ฉี ันต้งั ใจจะทาํ ใหดขี ้ึนในการเรียนหนวยตอ ไป (สามารถเขยี นไดมากกวา 1 อยาง)

………………………………..…………….............................................................................................
..................................................................................................................................................
...............…………………………………………….................................................................................
..................................................................................................................................................

หนว ยการเรียนรูท่ี ๔ เร่อื ง ภาษาพัฒนาชวี ิติ ๑๐๓

หนว ยการเรยี นรูที่ ๔
ภาษาพฒั นาชีวติ

๑๐๔ ชดุ กิจกรรมการเรียนรู สาํ หรบั นกั เรยี น ระดับประถมศกึ ษา ภาคเรียนที่ ๑ (ภาษาไทย ป.๕)

ใบความรูที่ 1 เรอ่ื ง ภาษาพดู ภาษาเขยี น

หนวยการเรยี นรทู ่ี 4 เรอื่ ง ภาษาพฒั นาชีวิต
แผนการจดั การเรยี นรูท่ี 1 เรอ่ื ง ภาษาพูด ภาษาเขยี น
รายวชิ า ภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๕๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ ช้นั ประถมศึกษาปท่ี ๕

ภาษาพดู และภาษาเขียน

ภาษาพูด หมายถงึ ภาษาที่ใชสอื่ สารดว ยเสียง มีลักษณะใชในการพูดสนทนาทั่วไป ภาษาพูดของไทย
มลี กั ษณะเดน ไดแก

๑. การพูดซ้าํ เชน นง่ิ ๆ เฉย ๆ หนังสอื หนงั หา หลายสงิ่ หลายอยา ง
๒. ใชคาํ ทีไ่ มช ัดเจน เชน อะไรตออะไร อะไรพวกนี้
๓. ใชค ําลงทาย เชน ครบั คะ
๔. ใชประโยคทีไ่ มมีประธาน เชน ทาํ เสรจ็ แลว นกึ วาไมมา
๕. ใชประโยคที่ไมมกี ริยา เชน วันนี้วันจันทร คนนนั้ เพือ่ นฉนั
ภาษาเขียน หมายถึง ภาษาเขียนใชสื่อสารโดยลายลักษณอักษร เขียนบรรยายหรือพรรณนาท่ี

ลกั ษณะเครงครัดในหลักทางภาษา เรียกวา ภาษาแบบแผน

ภาษาพดู ภาษาเขยี น
๑. เปน ภาษาเฉพาะกลมุ หรอื เฉพาะวยั
วัยโจ วยั รุน
เจง เยีย่ มมาก
แหว ผดิ หวัง

๒. เปนภาษาไทยแท คือ ภาษาชาวบาน เขาใจงาย

ผัวเมีย สามี ภรรยา
ดาราหนัง ดาราภาพยนตร

๓. เปลี่ยนแปลงเสยี งสระ-เสยี งพยัญชนะ ตัดคาํ สั้นลง
จงิ อะปา ว จริงหรือเปลา

๔. ยมื คาํ ภาษาตางประเทศ และตดั คาํ ใหส ้ันลง
เวอ ร (Over) เกินควร เกินกาํ หนด
จอย (Enjoy) สนกุ เพลดิ เพลนิ
กอ บ(Coppy) สาํ เนา ตนฉบับ

หนว ยการเรยี นรทู ่ี ๔ เร่อื ง ภาษาพฒั นาชวี ติ ิ ๑๐๕

ความแตกตางระหวางภาษาพดู กบั ภาษาเขียน
การทจ่ี ะตัดสินวาคําใดเปนภาษาพูด คาํ ใดเปน ภาษาเขียน ขึน้ อยูกับกาลเทศะในการใชคาํ นั้น บางคํา

ใชเปนภาษาเขียนอยางเดียว บางคําใชพูดอยางเดียว แตบางคําอาจเปนท้ังภาษาพูดและภาษาเขียนก็ได
ความแตกตา งระหวา งภาษาพดู กับภาษาเขยี น มีดงั น้ี

๑. ภาษาเขียนไมใ ชถอยคาํ หลายคาํ ท่ีเราใชใ นภาษาพูดเทา นน้ั เชน เยอะแยะ โอโ ฮ
๒. ภาษาเขียนไมม ีสํานวนเปรยี บเทยี บ เชน ชักดาบ พลกิ ล็อก โดดรม
๓. ภาษาเขยี นมกี ารเรยี บเรยี งถอ ยคาํ ทส่ี ละสลวยชัดเจน
๔. ภาษาเขยี นเม่อื เขยี นเสรจ็ เรียบรอยแลว ผูเ ขยี นไมม โี อกาสแกไ ขเปล่ียนแปลงได

ตวั อยางภาษาพดู และภาษาเขียน

ภาษาพดู ภาษาเขยี น

คาํ นาม หมอ แพทย
เรอื บนิ เคร่ืองบิน
คําซอน ควาย กระบอื
คาํ สรรพนาม
คํากรยิ า มือไม มอื
ทองหยอง ทอง
คําซํ้า
คําลงทาย เด๊ยี น ดฉิ นั
เคา เขา / ฉัน

ชกั ดาบ ไมคืนเงนิ
โดดรม ไมเขา เรียน ไมเ ขาทาํ งาน
หวัดดี สวัสดี

ดี๊ดี ดี / ดีมาก
ฮอ มหอม หอมมาก

เยอะแยะ มากมาย
ยังไง อยางไร

เทา ไหร เทา ไร
ทาํ ไง ทาํ อยางไร

คณะครุศาสตร จุฬาลงกรณลงกรณม หาวิทยาลัย. ๒๕๓๗. ภาษาไทยระดบั ประถมศึกษา. กรงุ เทพฯ :

โรงพมิ พจ ุฬาลงกรณล งกรณมหาวิทยาลัย.

๑๐๖ ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู สาํ หรบั นักเรียน ระดบั ประถมศกึ ษา ภาคเรยี นท่ี ๑ (ภาษาไทย ป.๕)

ใบงานท่ี 1 เรื่อง เปรียบเทยี บภาษาพดู กบั ภาษาเขยี น

หนวยการเรียนรทู ่ี 4 เรอื่ ง ภาษาพัฒนาชวี ิต
แผนการจัดการเรียนรทู ี่ 1 เรอ่ื ง ภาษาพูด ภาษาเขยี น
รายวชิ า ภาษาไทย รหัสวิชา ท๑๕๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ชัน้ ประถมศึกษาปท่ี ๕

คาํ ช้ีแจง ใหนกั เรยี นสืบคน เก่ียวกบั ภาษาพูดและภาษาเขยี น แลว เขียนเปรยี บเทยี บกนั ลงในตาราง

ภาษาพดู ภาษาพดู
ตัวอยา ง
ตวั อยาง
เปนยงั ไงบาง เปนอยางไรบา ง

1.

2.

3.

4.

5.

6.

7.

8.

9.

10.

ชื่อ.........................................................นามสกลุ ....................................................ช้ัน............เลขที่...........

หนว ยการเรยี นรูท ี่ ๔ เร่ือง ภาษาพฒั นาชีวติ ิ ๑๐๗

ใบความรทู ี่ 2 เรอ่ื ง ภาษาไทยมาตรฐานและภาษาถิน่

หนวยเรียนรูที่ 4 เร่ือง ภาษาพฒั นาชีวติ
แผนการจดั การเรยี นรูท ่ี 2 เรอ่ื ง ภาษาไทยมาตรฐานและภาษาถน่ิ
รายวิชา ภาษาไทย รหสั วิชา ท๑๕๑๐๑ ภาคเรียนที่ ๑ ช้นั ประถมศึกษาปที่ ๕

ภาษาไทยมาตรฐาน

ภาษาไทยมาตรฐาน หมายถึง ภาษาไทยซึง่ เปนทย่ี อมรับใหใ ชเปนภาษากลางในการติดตอสื่อสารทาง
ราชการและในการศกึ ษาทวั่ ประเทศ

อันทจ่ี รงิ ภาษาไทยกรงุ เทพ ก็นับเปน อีกภาษาไทยถิน่ หนึ่งในภาคกลาง แตเน่อื งจากกรุงเทพฯ มฐี านะ
เปนเมืองหลวง ภาษาไทยถ่ินกรุงเทพจึงถูกกําหนดใหเปนภาษาไทยมาตรฐาน และใชเ ปนภาษากลางสําหรับ
การตดิ ตอ ราชการ เปน สื่อในการศึกษาและเปนภาษาที่สอนใหแ กผทู ่ีเรยี นภาษาไทย

ลักษณะของภาษาไทยมาตรฐาน

ภาษาไทยมาตรฐานหรอื ภาษาทางการ ใชในการสื่อสารและเปนทย่ี อมรบั กนั ทวั่ ไป มลี ักษณะดังนี้
๑. ใชเปน ภาษาราชการ ใชใ นโอกาสทเี่ ปนทางการตาง ๆ
๒. ใชในการเรียนการสอนในโรงเรียน
๓. เปน ภาษาท่สี ื่อสารมวลชนตาง ๆ ใช เชน การอา นขาว การเขียนรายงาน ความรู
๔. มีความแตกตางไปจากภาษาพูด

ภาษาถิน่

ภาษาถิ่น หมายถึง ภาษายอยของภาษาไทยที่ใชสื่อสารกันในทองถิ่นตาง ๆ ในประเทศไทย และมี
ความแตกตา งกันไปตามทองถิ่น เปนภาษาท่ีใชพ ูดจากันในทองถ่ินตาง ๆ เพื่อการส่ือความหมาย ความเขาใจ
กันระหวา งผูคนที่อาศัยอยูตามทองถิ่นนั้น ๆ แตกตางไปจากมาตรฐานหรอื ภาษาที่คนสวนใหญของประเทศ
ใช

ลักษณะของภาษาถ่นิ

ภาษาถ่ินมีความเฉพาะ คือ ท้ังถอยคําและสําเนียง แสดงถึงเอกลักษณ ลักษณะความเปนอยูและวิถี
ชีวติ ของผูค นในทองถิ่นของแตละภาคของประเทศไทย ซงึ่ บางทีจะเรียกวา ภาษาทองถิน่ เชน ภาษาถ่ินใต ก็มี
ภาษา สงขลา ภาษานคร ฯลฯ

ภาษาถ่ินเปนภาษาท่ีสําคัญในสงั คมไทย เปน ภาษาท่บี ันทึกเรื่องราว ประสบการณ และวฒั นธรรมทุก
แขนงของทองถน่ิ เราจึงควรรกั ษาภาษาถิ่นทุกถ่ินไวใ ชใหถกู ตอง เพ่ือเปนสมบัตมิ รดกของชาติตอไป ซึ่งภาษา
ถ่นิ จะเปน ภาษาพูดหรอื ภาษาทา ทางมากกวาภาษาเขยี น

ภาษาถิ่นของไทยจะแบง ตามภูมิศาสตรห รอื ทอ งถน่ิ ที่ผูพูดภาษาน้ันอาศัยอยใู นภาคตา ง ๆ แบงไดเ ปน
4 ถน่ิ ใหญ ๆ คอื ภาษาถิน่ กลาง ภาษาถน่ิ เหนือ ภาษาถ่ินอสี าน และภาษาถ่ินใต

๑๐๘ ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู สาํ หรบั นักเรียน ระดบั ประถมศกึ ษา ภาคเรยี นท่ี ๑ (ภาษาไทย ป.๕)

ตารางเปรียบเทียบภาษาไทยมาตรฐานกบั คาํ ภาษาถิ่น

ประโยชนของการศกึ ษาภาษาถนิ่

ภาษาถิ่นมีประโยชนสําหรับเยาวชนที่เปนคนในทองถ่ินอยางยิ่ง ความรูภาษาไทยถิ่นจะชวยใหมี
ความรูความเขาใจ สามารถสืบทอดและพัฒนาภูมิปญญาทองถ่ินที่สืบทอดกันมาแตโบราณใหคงอยูอยาง
เหมาะสมกับสังคมปจ จบุ ันและอนาคตได นอกจากน้กี ารศกึ ษาภาษาไทยถิน่ ยังเปน ประโยชนต อผูที่สนใจท่ัวไป
เชน

- ทาํ ใหสามารถติดตอสอ่ื สารกับผูคนในทอ งถนิ่ ตา ง ๆ ไดอยางถูกตองและสะดวกขึ้น
- ทําใหเ ขาใจวฒั นธรรมของทอ งถน่ิ นั้น ๆ ไดดยี งิ่ ขน้ึ
- ทําใหเขา ใจความหมายของคําโบราณบางคาํ ที่อยใู นวรรณกรรมทอ งถ่นิ
- ทาํ ใหสามารถรับรูแ ละเขาใจบรบิ ทแวดลอมของทอ งถ่นิ นั้น ๆ ไดด ีอีกดวย

หนว ยการเรยี นรทู ี่ ๔ เรอื่ ง ภาษาพฒั นาชีวติ ิ ๑๐๙

ใบงานท่ี 2 เรื่อง ภาษาไทยมาตรฐานและภาษาถ่นิ

หนว ยการเรียนรทู ่ี 4 เรื่อง ภาษาพฒั นาชีวิต
แผนการจัดการเรียนรทู ่ี 2 เร่ือง ภาษาไทยมาตรฐานและภาษาถ่ิน
รายวชิ า ภาษาไทย รหสั วิชา ท๑๕๑๐๑ ภาคเรียนที่ ๑ ชน้ั ประถมศึกษาปท่ี ๕

ตอนท่ี 1 ใหน ักเรียนเลือกคําทก่ี าํ หนดให เตมิ ลงในชองวา งใหต รงกับภาษาถนิ่

๑๑๐ ชุดกิจกรรมการเรยี นรู้ สาหรับนกั เรยี น ระดับประถมศึกษา ภาคเรยี นท่ี ๑ (ภาษาไทย ป.๕)

ตอนที่ 2 ใหน้ ักเรยี นเปรยี บเทยี บภาษาไทยมาตรฐานกบั ภาษาถนิ่ โดยการเตมิ คาลงในช่องวา่ งทัง 5 ช่อง
ใหม้ ีความหมายสัมพันธ์กนั

ขอ้ ภาคกลาง ภาคเหนอื ภาคอสี าน ภาคใต้ ความหมาย

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

ชื่อ.........................................................นามสกุล...................................................ช้นั ............เลขท.่ี ..........

หนว ยการเรียนรทู ี่ ๔ เร่ือง ภาษาพฒั นาชวี ิติ ๑๑๑

ใบความรทู ี่ 3 เรอื่ ง ระดบั ของภาษา

หนว ยเรียนรูท่ี 4 เรือ่ ง ภาษาพัฒนาชวี ิต
แผนการจดั การเรยี นรูท่ี 3 เรือ่ ง ระดบั ของภาษา
รายวชิ า ภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๕๑๐๑ ภาคเรียนที่ ๑ ช้นั ประถมศึกษาปที่ ๕

ระดับของภาษา

การใชภาษาเพ่ือการส่ือสารนอกจากผูใชจะคํานึงถึงการใชใหถูกตองและเหมาะสมกับสถานการณ
กาลเทศะ สภาวะแวดลอม และสัมพันธภาพระหวางบุคคล ส่ิงทตี่ องคํานึงถงึ อีกประการหนึ่งคอื ระดับภาษา
ซึ่งอาจแบงภาษาเปน ระดบั ตา ง ๆ ไดหลายลกั ษณะ เปน 3 ระดับ ดังน้ี

คํานาม เราจะใชเฉพาะในภาษาระดับกึ่งทางการและระดับไมเปนทางการเทาน้ัน หากนําไปใชเปน
เชน โรงจาํ นํา > สถานธนานเุ คราะห, โรงพกั > สถานตี ํารวจ, หมู > สุกร, ควาย > กระบอื , หมา > สนุ ขั ฯลฯ

คาํ กริยา คาํ กริยาทีแ่ สดงระดับภาษาตา ง ๆ ทีเ่ ห็นไดชัด เชน ตาย > ถึงแกก รรม เสีย ลม , กิน > ทาน
รบั ประทาน บริโภค ฯลฯ

คําวิเศษณ บางคาํ ใชคาํ ขยายกริยา มักใชในระดบั ภาษาไมเ ปนทางการและระดบั กันเองหรอื อาจใชใน
ภาระดับก่ึงราชการกไ็ ด คําวเิ ศษณเหลานี้มักเปนมักเปนคําบอกลักษณะหรือแสดงความรูสึก เชน เปรี้ยวจ๊ีด
เย็นเจยี๊ บ วิ่งเต็มเหยยี ด ฟาดเต็มเหน่ยี ว เยอะแยะ ฯลฯ

ระดับภาษา โอกาสและสถานท่ี ลักษณะภาษาที่ใช
1. ภาษาระดับทางการ ๑. การเขียนหนงั สอื ราชการ เปนภาษาทมี่ ีแบบแผน
๒. การประชมุ ทางวิชาการ ใชใ นภาษาราชการ/ทางการ เชน ประกาศ
2. ภาษาระดับกึง่ ๓. การประกาศของราชการ เอกสารทางราชการ งานวิชาการตาง ๆ
ทางการ 4. งานวิชาการตาง ๆ งานวิจยั
๑. การประชุมกลมุ ยอ ย ระดับภาษาลดความเปนทางการลงจาก
3. ภาษาระดบั ไมเปน ๒. การประชุมในโรงเรียน ระดบั ทางการ เน้ือหามักเปน เรือ่ งท่ี
ทางการ (ภาษาระดบั ๓. การประชมุ กลุมนักศกึ ษา/ เกี่ยวของกบั ความรูท ว่ั ไป และพดู รายงาน
กันเอง/ระดบั ปาก) นกั เรยี น ขาวตา ง ๆ ยกเวน ขา วในพระราชสํานกั
4. การพดู กบั บุคคลทั่วไป เพราะใชภาษาระดบั ทางการ
5. การพูดรายงานขาว
๑. สนทนากบั บคุ คลทส่ี นิทสนม ภาษาทใ่ี ชจะเปนลักษณะของ
2. การพูดในเฉพาะกลมุ คําชี้แจงหรือเปน คําท่เี ขาใจ
3. การสนทนาทางเฟซบุก ความหมายตรงกนั ระหวา งกลุม
4. การสนทนาในครอบครวั บางคาํ เปน คาํ คะนองที่ไมค อยสภุ าพ
5. การสนทนาในกลมุ เพ่ือน เปน คาํ สแลง มกั มีคําอทุ านขานรับ

๑๑๒ ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู สําหรบั นักเรียน ระดบั ประถมศกึ ษา ภาคเรยี นท่ี ๑ (ภาษาไทย ป.๕)

ตวั อยาง

๑. ระดบั ทางการ - บา นเมืองไทยเรา ดํารงม่ันคงมาชานาน เพราะคนไทยทุกคนมคี วามพรอมเพรียง
อันเขมแข็ง
- ปจจุบันประเทศไทยเกิดปญหาการทุจริตคดโกงจากนักการเมือง ซ่ึงตองไดรับ
การแกไขอยา งเรงดวน

2. ระดบั กงึ่ ทางการ - คนไทยสว นใหญเคารพผูท อ่ี าวุโสกวา เพราะเชื่อวามปี ระสบการณม ากอน
- การขนสง ทางบกชากวาทางนํ้า เพราะรถตดิ

3. ระดับไมเปนทางการ - เทา ทพ่ี บมาคือ การทาํ งานของนกั เรยี น มีความตงั้ ใจเรียนและทาํ งานดพี อสมควร
- สมศรเี ธอควรตั้งใจเรยี นมากกวา นนี้ ะ พอ แมส งใหม าเรยี นไมใ ชใหม านงั่ เลนไปวัน ๆ

หนวยการเรียนรูท ี่ ๔ เรอื่ ง ภาษาพัฒนาชวี ติ ิ ๑๑๓

ใบงานท่ี 3 เรื่อง ระดบั ของภาษา

หนวยเรยี นรูท่ี 4 เร่อื ง ภาษาพัฒนาชวี ติ
แผนการจัดการเรียนรทู ี่ 3 เร่อื ง ระดับของภาษา
รายวิชา ภาษาไทย รหัสวชิ า ท๑๕๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ช้ันประถมศึกษาปท่ี ๕

ตอนที่ 1 ใหนกั เรยี นวิเคราะหข อ ความตอ ไปนี้ แลว เลือกใสร ะดับภาษาใหเหมาะสม

ระดบั ทางการ ระดับกง่ึ ทางการ ระดับไมเ ปนทางการ

๑. “ขอพระบรมเดชานุภาพแหง สมเด็จพระบรุ พมหากษัตริยาธิราช คุมครองประเทศชาติและประชาชาวไทย
ใหผานพนพิบตั ิทงั้ ปวง บนั ดาลความสุขความมั่นคงใหบ ังเกิดท่ัวมณฑล บันดาลความรมเยน็ แกอเนกนิกรชน
ครบคามเขตขอบขณั ฑสมี าประเทศไทย”
.......................................................................................................................................................................

๒. “ชวงเรียนอยใู นระดับมัธยมศึกษา ผูที่มีความขยันมงุ มั่นจะเขามหาวิทยาลัย จะไมสนใจส่ิงแวดลอมรอบ
กายทั้งสิ้น ยกเวนส่ิงท่ีจะสามารถทําใหเขาสอบเขา มหาวทิ ยาลยั ได ชีวิตนักเรียนมัธยมจงึ มีแตติว กฬี าไม
เลน กิจกรรมไมทาํ เพราะเวลาท้งั หมดจะตอ งใชท อ งตาํ ราอยางเดียว”
.......................................................................................................................................................................

๓. “เฮย! ใครเอาหนตู ายมาโยนไวในวัดวะ เหม็นวายรายเลย” อีกคนหนึ่งคานวา “ขา ไมเ ห็นมีหนูนี่หวา”
แหงนหนาข้ึนทาํ จมกู ยน “ปบู ุญแกคงทํากับขา วทิง้ ไวจนบดู เหม็นเนา ละม้งั ”
.......................................................................................................................................................................

๔. “บทละครไทยเปน วรรณกรรมที่ประพนั ธขน้ึ เพือ่ อานและแสดงรปู แบบทน่ี ยิ มกนั มาแตเดมิ คอื บทละครรํา
ตอมามีการปรับปรุงละครรําใหทันสมัยขึ้นตามความนิยมแบบตะวันตก จึงมีรูปแบบใหมเกิดข้ึน ไดแก
ละครดกึ ดําบรรพ ละครพนั ทาง เปน ตน”
.......................................................................................................................................................................

5. “สมชายพาพอ เดินทางไปทาํ ใบขับขรี่ ถยนตท่สี าํ นักงานขนสงจังหวดั ประจวบครี ีขันธ สาขาอําเภอปราณบุรี
เมื่อวันศกุ รท่ี 15 กันยายน 2563 ท่ีผานมานเี้ อง”
.......................................................................................................................................................................

๑๑๔ ชดุ กิจกรรมการเรียนรู สาํ หรบั นกั เรียน ระดบั ประถมศึกษา ภาคเรยี นที่ ๑ (ภาษาไทย ป.๕)
ตอนที่ 2 ใหนักเรียนเปลย่ี นคาํ จากภาษาไมเ ปนทางการตอ ไปนใ้ี หเปน ภาษาทางการใหถ ูกตอง

ขอ ที่ ภาษาไมเปน ทางการ ภาษาทางการ
1 โรงหนัง
2 ผวั เมีย
3 ตาย
4 รถเมล
5 พดู โกหก
6 งานแตง
7 หอ งแอร
8 ตตี รา
9 แสตมป
10 ใบขบั ข่ี

ชือ่ ....................................................นามสกลุ ...................................................ช้นั .............เลขที่............

หนว ยการเรยี นรทู ี่ ๔ เรอื่ ง ภาษาพฒั นาชีวติ ิ ๑๑๕

ใบความรทู ่ี 4 เรอื่ ง การใชระดบั ภาษาเพอ่ื การสือ่ สาร

หนว ยการเรียนรทู ี่ 4 เร่ือง ภาษาพฒั นาชวี ิต
แผนการจัดการเรยี นรทู ี่ 4 เร่ือง การใชร ะดับภาษาเพื่อการสื่อสาร
รายวชิ า ภาษาไทย รหสั วิชา ท๑๕๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ชนั้ ประถมศึกษาปที่ ๕

การใชร ะดบั ภาษาเพอ่ื การส่ือสาร

เปนการสื่อสารในชีวิตประจําวัน ท่ีตองใชระดับภาษาในการสื่อสาร โดยใชถอยคําภาษาใหถูกตอง
เหมาะสมกบั ระดับบุคคล โอกาส กาลเทศะ

๑. การใชภาษาระดบั ทางการและระดบั กึง่ ทางการ คาํ สรรพนามทใ่ี ชแ ทนตนเอง (สรรพนามบรุ ษุ ท่ี ๑)
มักใช กระผม ผม ดิฉัน ขาพเจา คําสรรพนามท่ีใชแทนผูรับสาร (สรรพนามบุรุษที่ ๒) มักจะใช ทาน ทาน
ท้งั หลาย สวนภาษาระดับที่ไมเ ปน ทางการและระดับกนั เอง ผสู งสารจะใช สรรพนาม ผม ฉนั ดฉิ ัน กัน เรา หนู
ฯลฯ หรอื อาจใชคาํ นามแทน เชน นดิ ครู หมอ แม พอ พี่ ปา ฯลฯ

๒. คํานาม คํานามหลายคําเราใชเฉพาะในภาษาระดับกึ่งทางการ ระดับไมเปนทางการและระดับ
กันเองเทา น้นั หากนาํ ไปใชเปนภาษาระดบั ทางการจะตางกันออกไป เชน

โรงจาํ นาํ > สถานธนานุเคราะห
โรงพัก > สถานตี ํารวจ
หมู > สกุ ร
ควาย > กระบือ
รถเมล > รถประจําทาง
หมา > สุนัข
๓. คาํ กริยา คํากริยาที่แสดงระดับภาษาตาง ๆ อยางเห็นไดชัด เชน ตาย อาจใช ถึงแกกรรม เสยี ลม
กนิ อาจใช รบั ประทาน บริโภค
๔. คําวิเศษณ บางคําใชคําขยายกริยา มกั ใชในระดบั ภาษาไมเปนทางการและระดับกันเอง หรืออาจ
ใชใ นภาระดบั กงึ่ ราชการก็ได คําวเิ ศษณเหลา น้ีมักเปนมกั เปนคําบอกลกั ษณะหรอื แสดงความรสู ึก เชน เปรย้ี ว
จดี๊ เยน็ เจย๊ี บ วงิ่ เต็มเหยยี ด ฟาดเตม็ เหนี่ยว เยอะแยะ ภาษาระดับทางการขึน้ มีใชบ าง เชน เปน อนั มาก มาก

การเขียนบทสนทนาจากสถานการณตาง ๆ

การสนทนา คือ การพูดคุยกัน พูดจาหารือกัน แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันระหวาง ๒ คน หรือ
มากกวา ๒ คนกไ็ ด

จุดมงุ หมายของการสนทนา ไดแก เพ่ือความสนกุ สนาน แลกเปล่ียนความรสู กึ นึกคดิ
บทสนทนา เปนการเขียนขอความท่ีคูสนทนา หรือสมาชิกท่ีรวมกลมุ สนทนาจะพูดกนั โดยเขียนเปน
ลายลักษณอักษร
การที่จะเขียนบทสนทนาไดถูกตองตามจุดมุงหมายตาง ๆ นั้น จําเปนอยางย่ิงท่ีจะตองทราบ
สถานการณท ที่ าํ ใหเกิดการสนทนาน้นั ๆ กอ น เชน

๑๑๖ ชุดกิจกรรมการเรยี นรู สําหรบั นกั เรยี น ระดบั ประถมศกึ ษา ภาคเรียนที่ ๑ (ภาษาไทย ป.๕)
๑) แมส่ังใหล กู สาวไปเชิญปามารับประทานอาหารทบี่ านในวนั อาทิตย
๒) พอไปแจงความท่ีสถานตี าํ รวจวารถจักยานยนตรถูกขโมย
๓) แมบ า น ๒ คนไปพบกันท่ตี ลาดสด แลว ยนื สนทนากันเรื่องของแพง
ตัวอยางบทสนทนา (ภาษาระดบั กันเอง)

สถานการณที่ ๑ แมบอกใหล กู สาวไปเชญิ ปามารบั ประทานอาหารทบ่ี า นในวันอาทติ ย
แม : หนอ ย วนั นห้ี ลงั เลกิ เรียนแลว มกี จิ กรรมหลงั โรงเรยี นเลิกหรอื เปลา
หนอย : ไมม ีคะ แมมีอะไรจะใชห นอยรึคะ
แม : ดีแลว ถาอยางนน้ั เลกิ เรยี นแลว แวะบา นปา ดวยนะ
หนอ ย : แวะทําไมคะ แมมีธรุ ะอะไรหรอื คะ
แม : อา ว! แวะไปเชิญปามาทานขา วกลางวนั ทบี่ า นเราในวนั อาทติ ยนีซ้ จิ ะ
หนอย : คะ งน้ั หนไู ปโรงเรยี นกอ นนะคะ
แม : ไปดมี าดีนะลูก

ฐะปะนยี  นาครทรรพ. ๒๕๓๘. การเขยี น เอกสารประกอบการสอนภาษาไทย. กรงุ เทพฯ

หนว ยการเรยี นรูท่ี ๔ เร่ือง ภาษาพัฒนาชวี ิติ ๑๑๗

ใบงานที่ 4 เร่อื ง การเขยี นบทสนทนาในสถานการณตา ง ๆ

หนว ยการเรียนรูท ่ี 4 เรื่อง ภาษาพฒั นาชีวติ
แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ 4 เรื่อง การใชระดับของภาษา
รายวชิ า ภาษาไทย รหัสวชิ า ท๑๕๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปท่ี ๕

คาํ ช้แี จง ใหนักเรียนจบั คูเขยี นบทสนทนาในสถานการณท ี่นกั เรียนกาํ หนดข้ึนเอง

สถานการณ
....................................................................................................................................................

ใชภ าษาระดับใด...........................................................................................
บทสนทนา
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................

ช่อื .....................................................นามสกุล...............................................ชน้ั .................เลขท่ี...............

๑๑๘ ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู สําหรบั นักเรยี น ระดับประถมศึกษา ภาคเรยี นท่ี ๑ (ภาษาไทย ป.๕)

ใบความรทู ี่ 5 เรอ่ื ง เพลงกลอ มเด็ก

หนว ยการเรียนรทู ่ี 4 เร่ือง ภาษาพฒั นาชวี ติ
แผนการจัดการเรียนรทู ่ี 5 เร่ือง เพลงกลอมเดก็
รายวชิ า ภาษาไทย รหัสวิชา ท๑๕๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ชน้ั ประถมศึกษาปท่ี ๕

เพลงกลอมเดก็

เพลงกลอมเด็กหรือเพลงกลอมลูก เปนวัฒนธรรมทองถ่ินที่สะทอนใหเห็นถึงความเช่ือและคานิยม
ของคนในทองถิ่นตาง ๆ ที่มีคุณคา แฝงขอคิด คติสอนใจ สะทอนภาพสังคม วัฒนธรรม คานิยม ความคิด
ความเช่ือของคนในแตละทองถิ่น แตล ะยุคสมยั

ทกุ ชาติทุกภาษาในโลกก็จะมีบทเพลงกลอมเด็ก สันนิษฐานวาเพลงกลอมลูกหรือเพลงกลอมเด็กมี
วิวัฒนามาจากการเลานิทานใหเด็กฟงกอนนอน ในลักษณะคํากลอนหรือเปนเพลงกลอมซึ่งจะเปนกลอน
ชาวบา นไมมีแบบแผน จะมีเพียงแตส ัมผัสคลองจอง เนอ้ื เร่ืองจะเก่ยี วกับธรรมชาติ สิง่ แวดลอม หรอื เร่ืองราว
ตาง ๆ ทีเ่ ก่ียวกบั ชวี ิตความเปนอยู ซง่ึ สะทอ นใหเหน็ ความรกั ความหวงใย
ลักษณะของเพลงกลอ มเด็ก

เพลงกลอมลกู ถือเปน คตชิ าวบานที่ใชภ าษาเปน สื่อ เปนวรรณกรรมทีม่ กี ารทอ งจาํ และบอกเลา ตกทอด
จากรนุ ปูรนุ ยาสรู นุ พอ รนุ แม สืบทอดไปถงึ รุน ลกู รนุ หลาน

ความสําคัญของเพลงกลอมเด็ก เปนเพลงที่ทําใหพอแมมีความใกลชิดกับลูก โดยใชเสียงใน
การสะทอ นสอนใหติดหกู อนนอนทาํ ใหห ลับงาย กอ นนอนของเด็กเปนชวงสําคัญและการใหเด็กหลบั อยางมี
ความสขุ หลับสนิท เดก็ ก็จะมีชวงของการต่นื ท่ีสดชื่น ไมร องโยเย การท่ีแมจะเลาอะไรใหลกู ฟงหรือเอือ้ นเอย
จะเปน สําเนียงหรือการเลา เรอ่ื งราวทาํ ใหเ กดิ ความอบอุน และความสขุ แกลกู ขณะกาํ ลังหลบั และหลบั สนทิ อยาง
มคี วามสขุ

เพลงกลอมเดก็ ยงั ใชพฒั นาทักษะการส่อื สาร การชี้นําอารมณ การควบคมุ ดแู ลความสนใจของทารกที่
ยังแยกแยะเองไมไ ด การปรบั สภาพความตนื่ ตัวของทารก และการปรับพฤตกิ รรม

ส่ิงทส่ี ําคญั ที่สดุ อยางหน่งึ ของเพลงกลอมเด็กคอื ชว ยใหเด็กนอนหลับ ดวยเหตุนี้ เพลงกลอ มเดก็ จะเปน
เพลงเรียบงา ยและรองซ้ําไปซ้าํ มา
คณุ คาของเพลงกลอ มเด็ก

1. ทําใหเด็กไดรบั ความอบอุน จากพอ แม ในขณะท่ีกําลงั กลอ มใหเ ดก็ นอน
2. เน้อื เพลงกลอ มเด็กใหความรูและสะทอ นใหเ ห็นสภาพชีวิตความเปน อยู ขนบธรรมเนียม ประเพณี
วัฒนธรรม ความเชือ่ คานยิ มตาง ๆ ของสังคมไทย
3. เน้ือรองและทาํ นองเพลงกลอมเดก็ มคี วามไพเราะ ฟง แลวสบายใจ อบอนุ ใจ
4. ใหความเพลดิ เพลินใจ ยิ่งถา นาํ้ เสียงไพเราะ ย่งิ ทําใหเกดิ ความเพลิดเพลนิ ใจย่งิ ขน้ึ
5. ใหแ งค ดิ สัง่ สอนคณุ ธรรมจริยธรรม การประพฤติตน เชน สอนเรอื่ งความขยนั การบานการเรือน
6. เปน การสง เสรมิ การอนุรักษ และสืบทอดวฒั นธรรมทางภาษา

หนว ยการเรียนรูท ่ี ๔ เร่อื ง ภาษาพัฒนาชีวิติ ๑๑๙
ตวั อยางเพลงกลอมเดก็

1. โยกเยก
โยกเยกเอย นํา้ ทว มเมฆ กระตา ยลอยคอ หมาหางงอ กอดคอโยกเยก

2. จันทรเ จา จันทรเ จา ขอขา วขอเเกง
ขอเเหวนทองเเดง ผูกมอื นอ งขา
ขอชา งขอมา ใหนอ งขา ข่ี
ขอเกา อี้ ใหน องขานั่ง
ขอเตยี งต่ัง ใหนองขา นอน
ขอละคร ใหนองขา ดู
ขอยายชู เลี้ยงนองขาเถดิ
ขอยายเกิด เลีย้ งตัวขาเอง

3. นกขม้นิ เจา นกขมิ้นเหลอื งออ นเอย คา่ํ แลวจะนอนทตี่ รงไหน
จะนอนไหนกน็ อนได สุมทมุ พุมไมก ็เคยนอน
ลมพระพายชายพัดมาออ นออ น เจา เคยจรมานอนรังเอย

๔. เดือนหงาย ดาวกระจายทรงกลด
เดือนเอย เดอื นหงาย วาจะพาไปชมเดอื น
ดาวกไ็ มง ามเหมอื น
อมุ เจาขึ้นใสร ถ เหมอื นนวล อแุ มน า
พศิ แลดูดาวไป
พิศแลดูเดือน

๕. คา งคาว คางคาวเอย บินมายืดยืด
คํ่าคา่ํ มดื มืด จะไปสวนไหน
จะไปสวนนอก เก็บมะกอกมาฝากบางเนอ

พรพไิ ล เลศิ วิชา.๒๕๔๑. ไมออนยอมดัดได ด่งั ใจ. เชียงใหม : บรษิ ทั ธารปญ ญา.

๑๒๐ ชุดกจิ กรรมการเรียนรู สําหรบั นักเรียน ระดับประถมศึกษา ภาคเรยี นที่ ๑ (ภาษาไทย ป.๕)

ใบงานที่ 5 เร่ือง การระบคุ วามรู ความคิด และคณุ คา ของเพลงกลอ มเด็ก

หนวยการเรยี นรูที่ 4 เร่อื ง ภาษาพฒั นาชีวิต
แผนการจัดการเรยี นรูท ่ี 5 เร่อื ง เพลงกลอ มเดก็
คาํ ช้ีแจง ใรหานยวกั ิชเรายี นภสารษุปาคไทวายมหรมหาัสยวิชคาวาทม๑รู๕ค๑วา๐ม๑คิดภาแคลเะรคยี ณุนทค่ีา๑ของชเน้ัพปลรงกะถลมอมศเึกดษ็กาปท่ี ๕

คําชแ้ี จง ใหนกั เรยี นสรปุ ความหมาย ความรู ความคิด และคุณคา ของเพลงกลอ มเด็ก

ความหมาย ความรู

ความคิด สรุปความรู
เร่ือง เพลงกลอ มเดก็

คณุ คา

ชอื่ .....................................................นามสกลุ ...............................................ช้นั .................เลขท่.ี ..............

หนวยการเรียนรูท่ี ๔ เรือ่ ง ภาษาพฒั นาชวี ติ ิ ๑๒๑

ใบความรทู ่ี 6 เรอ่ื ง เพลงรอ งเลน ของเดก็ ไทย

หนว ยเรียนรูท่ี 4 เรื่อง ภาษาพัฒนาชวี ิต
แผนการจัดการเรยี นรทู ี่ 7 เรื่อง เพลงรองเลนของเด็กไทย
รายวชิ า ภาษาไทย รหัสวิชา ท๑๕๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ช้นั ประถมศึกษาปที่ ๕

เพลงรองเลน ของเดก็ ไทย

แสดงใหเหน็ ถงึ พัฒนาการในการใชภ าษา ทเี่ ปนเอกลักษณเฉพาะถิ่น ใชคําส้ัน ๆ มีลักษณะคลองจอง
และอาจไมคลอ งจองกันบาง ถือเปน บทรอ ยกรองประเภทแรกทีเ่ ดก็ ไดย นิ เพลงรองเลนมีเนอ้ื หาทีม่ จี นิ ตนาการ
ทนี่ ักเรียนควรเรียนรูใหเขาใจ เพือ่ สบื สานไวเปนมรดกไทยอันทรงคณุ คา สืบไป

เพลงประกอบการละเลน ไทย
การละเลนของเด็กไทยสะทอนความเปน ไทย บทรองหรือเพลงประกอบการละเลนไทย สะทอนให

เหน็ สภาพความเปนอยู ขนบธรรมเนียมประเพณี คานิยม และความเชอ่ื ของคนไทยในสมยั กอนไดอยา งชดั เจน
เห็นภาพ

เพลงประกอบการเลน ไดแก เพลงท่ีเด็กรองประกอบการเลน อาจจะรองเปนกลุมหรือรองทีละคน
สลับขางกันก็ได บางทีมีตบมอื ใหจ งั หวะหรอื ทาํ ทา ประกอบดว ย

ตวั อยางเพลงรอ งเลนของเดก็ ไทย

๑. เพลง มอญซอนผา ตุกตาอยขู า งหลงั
มอญซอ นผา ฉันจะตีกนเธอ

ไวโ นนไวน ่ี

๒. เพลง จํ้าจ้มี ะเขอื เปราะ กะเทาะหนาแวน
กระแทนตนกมุ
จ้ําจม้ี ะเขอื เปราะ อาบน้าํ ทา ไหน
พายเรอื อกแอน
สาวสาวหนมุ หนุม เอาแปง ทีไ่ หนผดั
เย่ียม ๆ มอง ๆ นกขุนทองรองวู
อาบนาํ้ ทา วดั
เอากระจกที่ไหนสอง

๓. เพลง รีรขี า วสาร สองทะนานขาวเปลอื ก
รีรีขาวสาร เก็บเบย้ี ใตถุนราน

เลือกทองใบลาน พานเอาคนขา งหลังไว

คดขา วใสจ าน

๑๒๒ ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู สําหรบั นักเรียน ระดบั ประถมศึกษา ภาคเรียนที่ ๑ (ภาษาไทย ป.๕)

๔. เพลง จา้ํ จผี้ ลไม แตงไทย แตงกวา
จ้ําจผ้ี ลไม พทุ รา มงั คดุ

ขนนุ นอ ยหนา มะเฟอ ง มะไฟ
มะพราว สมโอ
ละมดุ ลําไย ไชโยโหฮิว้
มะกรูด มะนาว
ฟก แฟง แตงโม

๕. เพลง เปา ยงิ ฉุบ หนกู ินกลว ยอยูบนหลงั คา
แมจ า ชวยหนดู วย
ย่สี ิบกลองกไ็ มหาย
ตกลงมาทายาหมอง ไปหาปู ปไู ปเทยี่ ว
ไปหาหมอ หมอไมอ ยู กระเด็นเขา ปาก อรอยจริงเอย
ไปหายาย ยายตาํ หมาก

๖. เพลง งูกนิ หาง
พองู : “แมง เู อย กินน้ําบอไหน”

แมง ู : “กินน้ําบอ โสก โยกไปโยกมา” พรอมแสดงอาการสา ยตวั ไปมา
พองู : “แมงเู อย กนิ น้ําบอไหน”
แมงู : “กนิ นํ้าบอหนิ บนิ ไปบินมา” พรอ มแสดงอาการบินไปบนิ มา

พอ งู : “แมง เู อย กนิ นา้ํ บอ ไหน”
แมงู : “กินนาํ้ บอ ทราย ยายไปยา ยมา” พรอมแสดงอาการสา ยตวั ไปมา
พอ งู : “กินหวั กนิ หาง กินกลางตลอดตัว”

๗. เพลง โพงพาง ปลาตาบอด เขา ลอดโพงพาง
โพงพางเอย ปลาเขาลอด เสอื ปลาตาบอด เขา ลอดโพงพาง

โพงพางเอย นกกระยางเขาลอด
กินปลาเปนหรอื กนิ ปลาตาย

หนว ยการเรยี นรทู ่ี ๔ เรอ่ื ง ภาษาพัฒนาชวี ติ ิ ๑๒๓

ใบงานที่ 6 เร่ือง สรุปเรอ่ื งเพลงรองเลนของเดก็ ไทย

หนวยการเรียนรูที่ 4 เรื่อง ภาษาพัฒนาชีวติ
แผนการจัดการเรียนรทู ี่ 7 เร่อื ง เพลงรอ งเลน ของเดก็ ไทย
รายวชิ า ภาษาไทย รหัสวิชา ท๑๕๑๐๑ ภาคเรียนที่ ๑ ชั้นประถมศึกษาปท่ี ๕

คาํ ช้ีแจง ใหน กั เรียนเขียนสรปุ ความรเู ก่ียวกบั เพลงรองเลน ของเด็กไทย

ขอคดิ ความรูสึก

สรุปความรู
เร่อื ง เพลงรอ งเลน ของเดก็ ไทย

ตวั อยางเพลงรองเลน คุณคาของเพลงรองเลน

ช่อื ....................................................นามสกลุ ................................................ชัน้ .................เลขท่.ี ..............

๑๒๔ ชดุ กิจกรรมการเรียนรู สําหรบั นักเรยี น ระดบั ประถมศกึ ษา ภาคเรียนท่ี ๑ (ภาษาไทย ป.๕)

ใบความรูที่ 7 เรอื่ ง การกรอกแบบรายการ

หนวยการเรียนรทู ่ี 4 เร่ือง ภาษาพัฒนาชีวิต
แผนการจัดการเรยี นรทู ่ี 7 เรื่อง การกรอกแบบรายการ
รายวิชา ภาษาไทย รหสั วิชา ท๑๕๑๐๑ ภาคเรียนที่ ๑ ชัน้ ประถมศึกษาปท่ี ๕

การกรอกแบบรายการ

หมายถึง การเขียนกรอกรายละเอียดตาง ๆ ลงในเอกสารแบบรายการ เพ่ือใหเอกสารน้ันสมบูรณ
ถกู ตอง ตรงตามจดุ ประสงค ของผจู ดั ทําแบบรายการ

ในการดําเนินชีวิตประจําวัน บางกรณีจําเปนตองสื่อสารกับผูอื่นกับเจาหนาที่ของหนวยงาน โดย
การกรอกแบบรายการหรือที่เรียกท่ัวไปวา การกรอกแบบฟอรม เพ่ือขอใหดําเนินการเร่ืองใดเร่ืองหน่ึง เชน
การฝากเงนิ การถอนเงินการสมัครเรียนตอ การสมคั รงาน เปนตน

แบบรายการทพ่ี บในชวี ติ ประจาํ วัน แบง ออกเปน ๔ ประเภท ไดแ ก
1. แบบรายการท่ีใชในการติดตอกับหนวยงานทั้งภาครัฐและเอกชน เชน ใบสมัครงาน ใบฝากเงิน-

ถอนเงนิ
๒. แบบรายการทผ่ี ูอ ืน่ ขอความรว มมือใหก รอก เชน แบบสอบถามความนิยมของผบู รโิ ภค
๓. แบบรายการทใี่ ชภายในองคก ร เชน ใบสมัครสมาชิกหอ งสมดุ แบบขออนญุ าตออกนอกพน้ื ที่
๔. แบบรายการสัญญา สัญญาเปนเอกสารทีม่ ีผลผกู พันทางกฎหมาย เชน สญั ญาใหเ ชาอาคารสถานท่ี

สญั ญาซอ้ื ขาย
การกรอกแบบรายการมีแนวปฏิบัติ ดังน้ี

1. อานสาํ รวจเพอ่ื ทราบวา แบบรายการนน้ั มีขอมูลใดท่ีตองการกรอกบาง
2. เขยี นขอมูลทีละรายการจนครบ
3. สอบถามเจา หนา ท่ี หากไมเขาใจการกรอกบางรายการ
4. อา นทบทวนอีกครง้ั วากรอกแบบรายการถูกตอ งครบถว นหรือไม
5. เม่อื กรอกขอมูลสาํ คัญผดิ พลาด เชน จาํ นวนเงนิ อาจขีดฆาและเซน็ ชอื่ กาํ กับ
6. ควรเขียนดวยลายมือที่อา นงา ย ใหขอมลู และภาษาทถี่ กู ตอ ง รวมทัง้ ไมทําใหแ บบ

รายการเสียหาย เชน ยบั ฉีกขาด มีรอยขีดฆา

หนว ยการเรยี นรูท ่ี ๔ เร่อื ง ภาษาพฒั นาชีวิติ ๑๒๕

ใบงานท่ี 7 เร่อื ง การกรอกแบบรายการ

หนว ยการเรียนรทู ี่ 4 เรือ่ ง ภาษาพฒั นาชวี ิต
แผนการจดั การเรียนรทู ี่ 7 เร่อื ง การกรอกแบบรายการ
รายวิชา ภาษาไทย รหสั วิชา ท๑๕๑๐๑ ภาคเงรียนท่ี ๑ ช้ันประถมศึกษาปที่ ๕

คาํ ชี้แจง ใหนักเรยี นสมมติตนเองวา เขา เรยี นตอ ชั้น ม.1 เพ่อื กรอกแบบรายการตามทีก่ ําหนด

เลขทใี่ บสมคั ร...................................

วันทเี่ ขียนใบสมคั ร............................ รปู ถา ย

ใบสมคั รเขา เรียนตอชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที่ 1 3 x 4 ซม.

โรงเรียน..................................................จังหวดั .....................................

คํานําหนา................ชื่อ............................................นามสกลุ .............................................อายุ...........ป
เลขประจําตวั ประชาชน … - ………… - …………… - …… - …
เกิดวันท่.ี .......เดอื น....................... พ.ศ...............ศาสนา..............เชื้อชาติ.................สัญชาติ.................
อยบู านเลขท่ี........ ..หมทู ี่.........บาน.............................. ตําบล...........................อาํ เภอ..........................
จงั หวัด.......................................... รหสั ไปรษณยี ..........................โทรศพั ท. ...........................................
ช่ือ-สกลุ บดิ า..............................................อาชพี ..................................โทรศัพท. ...................................
ชือ่ -สกลุ มารดา...........................................อาชพี .................................โทรศพั ท. ...................................
ผสู มัครสําเร็จการศกึ ษาจาก ช้ัน.............. โรงเรียน.................................................................................
ตาํ บล.............................. อาํ เภอ...................................... จังหวดั ..........................................................
หลักฐานการสมัคร ‰ ใบรบั รองผลการเรยี น (ปพ.7) ‰ รูปถาย 3 x 4 ซม. จาํ นวน 2 ใบ

‰ สําเนาทะเบียนบาน 1 ฉบบั

ลงช่ือ...............................................ลงชอื่ ผสู มัคร
(..............................................)
….……/…..…..../…..……

ชื่อ.....................................................นามสกุล................................................ช้ัน................เลขท่.ี ..............

๑๒๖ ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู สําหรบั นักเรียน ระดบั ประถมศึกษา ภาคเรยี นท่ี ๑ (ภาษาไทย ป.๕)

ใบความรทู ่ี ๘ เรอื่ ง การเขียนจดหมาย

หนวยการเรยี นรทู ่ี 4 เร่อื ง ภาษาพัฒนาชวี ิต
แผนการจดั การเรียนรทู ่ี 8 เร่อื ง การเขยี นจดหมาย
รายวิชา ภาษาไทย รหสั วิชา ท๑๕๑๐๑ ภาคเรียนที่ ๑ ชน้ั ประถมศึกษาปท่ี ๕

การเขยี นจดหมาย

การเขียนจดหมาย เปนการส่ือสารกับบุคคลเพื่อแจงเรื่องราว ถามทุกขสุข หรือเลาเร่ืองเหตุการณ
ตาง ๆ จดหมายของบคุ คลสําคญั จะเปนหลกั ฐานทางประวัติศาสตรใ นอนาคต และจดหมายที่เขียนดมี ีคุณคา
กอ็ าจเปน วรรณกรรมได

การเขียนจดหมายควรคาํ นงึ ถงึ สิ่งตาง ๆ ตอไปนี้
๑. เขยี นใหผูรบั เขา ใจจดุ ประสงคข องผเู ขยี น
๒. ไมเขยี นนอกเร่อื ง ไมร วบรดั หรอื เยนิ่ เยอ จนเกนิ ไป
๓. เรยี งลาํ ดบั ขอ ความในจดหมายตามลาํ ดับเหตุการณไมส ับสน
๔. ใชภาษาสุภาพ คําขึ้นตน และคาํ ลงทา ยถูกตอ งเหมาะสมกบั โอกาสและบคุ คล
๕. ลายมือสวยงาม สะอาด อา นงา ย
๖. วางรูปแบบถูกตอ ง สวยงาม เปนระเบยี บ
รปู แบบของจดหมาย
๑. ทีอ่ ยูข องผเู ขยี น อยมู มุ บนขวาของหนากระดาษ โดยเริม่ เขียนจากกง่ึ กลางหนา กระดาษ
๒. วนั เดือนป เขยี นเยอ้ื งทอี่ ยูผเู ขียนมาขางหนาเล็กนอ ย
๓. คําขึ้นตน อยูดานซายหางจากขอบกระดาษประมาณ ๑ นิ้ว และเปนแนวชิดดานซายสุดของ
เน้ือความ
๔. เนื้อความ เร่ิมเขียนโดยยอหนา และควรข้ึนยอหนาใหมเม่ือข้ึนเนื้อความใหม นอกจากนี้ตอง
เวน วรรคตอนใหถกู ตองดวย
๕. คําลงทาย อยูตรงกบั วันเดอื นปทเี่ ขียน
๖. ชื่อผูเขียน เยื้องลงมาทางขวามือ ถาเขียนจดหมายถึงบุคคลที่ไมค ุนเคย ควรวงเล็บชื่อท่เี ขียนเปน
ตัวบรรจงดว ย ถา เปนจดหมายราชการตองบอกยศตาํ แหนงของผูสง ดวย
การเขยี นหนาซองจดหมาย
๑. ท่อี ยูของผูรบั ตอ งเรียงลาํ ดับจากสวนยอ ยไปหาสวนใหญ ไดแก

- ช่ือ - นามสกุลของผรู ับ
- บา นเลขที่ ซอย หรอื ตาํ บล
- ถนนและที่ตัง้
- ตําบลหรือแขวง
- อาํ เภอหรือเขต
- จังหวัดและรหัสไปรษณยี 

หนว ยการเรยี นรูที่ ๔ เร่อื ง ภาษาพัฒนาชวี ติ ิ ๑๒๗

๒. ทีอ่ ยูของผสู ง เรยี งลาํ ดบั เชน เดยี วกับผูรบั จะเขยี นไวด า นบนซายของตนเอง
๓. คําขึน้ ตน

- ถา เปน จดหมายสวนตวั อาจใชคําวา “กรณุ าสง” หรอื “นามผูร บั ”
- ถาเปน จดหมายราชการหรอื จดหมายธรุ กิจนิยมใช “เรยี น”
- จดหมายถึงพระสงฆท ั่วไปใช “นมสั การ”
๔. การตดิ ดวงตราไปรษณียากร (แสตมป) ใหค รบถวนตามราคาทีก่ รมไปรษณียฯ กําหนด เพราะถา
ตดิ ไมครบ ผูร ับจะถกู ปรับเปน ๒ เทาของราคาแสตมปที่ขาดไป

การใชค ําขนึ้ ตน คําลงทาย และสรรพนามในการเขยี นจดหมาย

ผูรบั คําขึ้นตน สรรพนาม คาํ ลงทา ย
อาจารย ดว ยความเคารพอยางสงู
เรยี น อาจารยป ระจาํ ช้ัน อาจารย, ทา น
เพือ่ น ประถมศกึ ษาปท ่ี................ ผม, ดฉิ นั รกั และคดิ ถงึ
....................เพ่อื นรกั เพอ่ื น, คณุ , เธอ
ผม, ดฉิ ัน, ฉนั ดวยความเคารพอยา งสงู
บดิ า มารดา กราบเทา .............ท่ีเคารพ คณุ พอ , คุณแม
ลงุ ปา นา อา คณุ ปู, คุณตา, ทาน
ปู ยา ตา ยาย
หน,ู ผม, ดิฉัน
ญาติผูใ หญอ น่ื ๆ ลูก, หลาน

การเขยี นจดหมายมีคณุ คาหลายประการ ดงั นี้
๑. เขียนหรอื เลา เรอ่ื งราวทบี่ างครง้ั ไมส ามารถใชค าํ พดู ได แตสามารถเขียนเปนจดหมายได
๒. เขยี นเรียงลําดบั เร่อื งและเหตกุ ารณ เปน การบันทกึ เรื่องราวและประสบการณเ พื่อความทรงจํา
๓. สอื่ สารไดท ุกสถานทแี่ ละทกุ โอกาส ทง้ั ในประเทศและตางประเทศ
๔. ประหยัดคาใชจาย

๑๒๘ ชุดกจิ กรรมการเรียนรู สาํ หรบั นกั เรียน ระดับประถมศึกษา ภาคเรียนที่ ๑ (ภาษาไทย ป.๕)

แบบของจดหมาย

สถานท่ี........................................................
วัน เดอื น ป. ....................................................................
คาํ ขน้ึ ตน .................................................

ขอความของจดหมาย....................................................................................
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................

.......................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
.

คาํ ลงทา ย..........................................................................
ชื่อผเู ขยี น...........................................................

รูปแบบการเขยี นหนาซองจดหมาย แสตมป

ชอ่ื และทีอ่ ยูของผูฝ าก (ดวงตรา
ช่ือ...................................นามสกลุ ..................................... ไปรษณียากร)
บานเลขท่ี....................ถนน...................อาํ เภอ.................
จงั หวดั ........................รหสั ไปรษณีย................................

ชอื่ และทีอ่ ยูของผรู ับ
ช่อื ...................................นามสกลุ .....................................
บา นเลขที่....................ถนน...................อาํ เภอ.................
จังหวัด........................รหสั ไปรษณยี ................................

หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ ๔ เร่ือง ภาษาพัฒนาชวี ติ ิ ๑๒๙

การเขียนจดหมายถึงพ่อแม่ ผู้ปกครอง และญาติ ควรใช้ถ้อยคาภาษาท่ีแสดงถึง
ความเคารพและสุภาพ เขียนถูกต้องตามรูปแบบของจดหมายด้วยลายมือท่ีสวยงาม อ่านง่าย ไม่มี
รอยลบ ขูดขีดฆา่ ข้อความ ใชก้ ระดาษและซองจดหมายที่เรียบร้อย สะอาด สีสุภาพ แสดงถึงการมี
มารยาทในการเขียนและการใช้จดหมาย และการจ่าหน้าซอง ควรใช้เขียนให้ชัดเจนโดยบอก
รหสั ไปรษณยี ์ ดว้ ยเลขอารบกิ และปดิ ดวงตราไปรษณียากรใหถ้ กู ตอ้ ง

คุณคา่ ของการเขียนจดหมาย
1. ได้เขียนหรือเล่าเรื่องราวท่ีบางครังไม่สามารถใช้คาพูดได้ แต่สามารถเขียนเป็นจดหมายได้
2. ภาษาท่ีใช้เขียนควรเลือกให้เหมาะสมกับระดับบุคคลและเขียนให้ถูกต้องตามรูปแบบ
3. การเขยี นเรียงลาดบั เรื่องและเหตุการณ์ เปน็ การบันทกึ เร่ืองราวและประสบการณ์ความทรงจา
4. ส่ือสารไดท้ ุกสถานท่ีและทกุ โอกาส ทังในประเทศและต่างประเทศ
5. ประหยดั คา่ ใช้จ่าย

การใชภ้ าษา บคุ คลที่สามารถ
- ระดบั ภาษากึ่งทางการ เขียนจดหมายถงึ ได้
- สุภาพ ไม่ใช้คาหยาบ
- มคี าขึนต้น/คาลงท้าย - พอ่ แม่
- เหมาะสมกบั โอกาส - ผปู้ กครอง
- เข้าใจงา่ ย กระชบั - ญาติผใู้ หญ่
- ไมซ่ บั ซ้อน - ลงุ ป้า น้า อา

๑๓๐ ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู สําหรบั นกั เรยี น ระดบั ประถมศึกษา ภาคเรียนที่ ๑ (ภาษาไทย ป.๕)

ใบงานที่ 8 เร่ือง สรุปความรเู รอ่ื งการเขยี นจดหมาย

หนว ยการเรียนรทู ่ี 4 เรือ่ ง ภาษาพัฒนาชวี ติ
แผนการจัดการเรียนรูที่ 8 เร่อื ง การเขยี นจดหมาย
รายวิชา พืน้ ฐานภาษาไทย รหสั ท๑๕๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ช้นั ประถมศึกษาปที่ ๕

คาํ ชีแ้ จง ใหนกั เรียนตอบคําถามเก่ียวกับจดหมายสว นตัว ใหถกู ตอ งครบถว น
1. จดหมาย หมายถึง.......................................................................................................................

....................................................................................................................................................
2. ลกั ษณะของจดหมาย คอื ............................................................................................................

....................................................................................................................................................
3. แนวทางการเขียนจดหมาย ดังนี้

๑. ........................................................................................................................................
๒. ........................................................................................................................................
๓. .......................................................................................................................................
๔. .......................................................................................................................................
๔. เราสามารถเขียนจดหมายถึงใครไดบา ง
..........................................................................................................................................................
๕. การใชภ าษาในจดหมายควรเปน อยา งไร
....................................................................................................................................................
๖. คุณคาของการเขยี นจดหมาย มีอะไรบา ง
๑. ........................................................................................................................................
๒. ………………………………………………………………………………………………………………….….….
๓. ………………………………………………………………………………………………………………….….….
๗. การเขยี นจดหมายมปี ระโยชนอ ยางไร
.....................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................

ช่ือ....................................................นามสกลุ ...............................................ชั้น.................เลขที่...............

หนวยการเรยี นรทู ี่ ๔ เรอื่ ง ภาษาพฒั นาชวี ติ ิ ๑๓๑

ใบความรทู ี่ 9 เรอื่ ง การเขยี นจดหมายถึงพอ แม ญาติ หรือผปู กครอง

หนวยการเรียนรทู ่ี 4 เรื่อง ภาษาพัฒนาชวี ิต
แผนการจดั การเรียนรทู ่ี 9 เรื่อง การเขยี นจดหมายถงึ พอ แม ญาติ หรือผปู กครอง
รายวชิ า ภาษาไทย รหสั วิชา ท๑๕๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ชั้นประถมศึกษาปที่ ๕

การเขียนจดหมาย

การเขียนจดหมาย เปนการส่ือสารกับบุคคลเพ่ือแจงเร่ืองราว ถามทุกขสุข หรือเลาเรื่องเหตุการณ
ตาง ๆ จดหมายของบุคคลสําคัญจะเปนหลกั ฐานทางประวัติศาสตรใ นอนาคต และจดหมายท่ีเขียนดมี คี ุณคา
ทก็อาจเปน วรรณกรรมได

การเขียนจดหมายควรคาํ นงึ ถงึ สง่ิ ตา ง ๆ ตอไปน้ี
๑. เขยี นใหผรู ับเขา ใจจดุ ประสงคของผเู ขียน
๒. ไมเขยี นนอกเร่ือง ไมร วบรัด หรือเย่ินเยอจนเกินไป
๓. เรียงลาํ ดับขอ ความในจดหมายตามลาํ ดบั เหตุการณไมส บั สน
๔. ใชภาษาสุภาพ คําข้ึนตน และคําลงทา ยถกู ตองเหมาะสมกับโอกาสและบุคคล
๕. ลายมอื สวยงาม สะอาด อา นงาย
๖. วางรปู แบบถูกตอง สวยงาม เปนระเบียบ
รปู แบบของจดหมาย
๑. ท่อี ยขู องผูเขียน อยมู ุมบนขวาของหนากระดาษ โดยเรมิ่ เขยี นจากกึ่งกลางหนากระดาษ
๒. วันเดือนป เขียนเย้ืองทอี่ ยผู เู ขยี นมาขางหนาเล็กนอ ย
๓. คําข้ึนตน อยูดานซายหางจากขอบกระดาษประมาณ ๑ นิ้ว และเปนแนวชิดดานซายสุดของ
เน้อื ความ
๔. เน้ือความ เร่ิมเขียนโดยยอหนา และควรขึ้นยอหนาใหมเม่ือขึ้นเน้ือความใหม นอกจากนี้ตอง
เวน วรรคตอนใหถ ูกตอ งดว ย
๕. คาํ ลงทาย อยตู รงกับวันเดอื นปท ี่เขียน
๖. ช่ือผูเขียน เย้อื งลงมาทางขวามือ ถาเขียนจดหมายถึงบคุ คลทไ่ี มคนุ เคย ควรวงเล็บชื่อท่ีเขียนเปน
ตัวบรรจงดว ย ถา เปนจดหมายราชการตองบอกยศตําแหนงของผูสง ดว ย
การเขียนหนาซองจดหมาย
๑. ท่อี ยูข องผูรับ ตองเรยี งลําดบั จากสวนยอยไปหาสวนใหญ ไดแก

- ชื่อ - นามสกุลของผรู บั
- บานเลขท่ี ซอย หรอื ตาํ บล
- ถนนและท่ตี ้งั
- ตําบลหรือแขวง
- อาํ เภอหรอื เขต
- จงั หวัดและรหัสไปรษณยี 

๑๓๒ ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู สาํ หรบั นกั เรยี น ระดบั ประถมศึกษา ภาคเรียนที่ ๑ (ภาษาไทย ป.๕)
๒. ท่ีอยูของผสู ง เรียงลําดับเชน เดียวกับผรู บั จะเขียนไวดา นบนซา ยของตนเอง
๓. คาํ ข้นึ ตน
- ถา เปน จดหมายสวนตัว อาจใชค าํ วา “กรุณาสง” หรอื “นามผูร บั ”
- ถาเปน จดหมายราชการหรอื จดหมายธรุ กจิ นิยมใช “เรยี น”
- จดหมายถึงพระสงฆทว่ั ไปใช “นมสั การ”
๔. การตดิ ดวงตราไปรษณยี ากร (แสตมป) ใหค รบถวนตามราคาทีก่ รมไปรษณียฯ กําหนด เพราะถา

ตดิ ไมครบ ผรู บั จะถกู ปรบั เปน ๒ เทาของราคาแสตมปท ี่ขาดไป

การใชคําขนึ้ ตน คําลงทา ย และสรรพนามในการเขยี นจดหมาย

ผรู บั คาํ ข้ึนตน สรรพนาม คําลงทา ย
อาจารย ดว ยความเคารพอยางสงู
เรียน อาจารยประจําชั้น อาจารย, ทา น
เพ่ือน ประถมศึกษาปที่................ ผม, ดฉิ ัน รักและคดิ ถึง
....................เพอ่ื นรกั เพือ่ น, คณุ , เธอ
ผม, ดฉิ นั , ฉัน ดว ยความเคารพอยางสงู
บดิ า มารดา กราบเทา.............ทเี่ คารพ คณุ พอ , คุณแม
ลุง ปา นา อา คุณปู, คณุ ตา, ทา น
ปู ยา ตา ยาย
หน,ู ผม, ดฉิ นั
ญาติผูใหญอน่ื ๆ ลกู , หลาน

การเขียนจดหมายมีคุณคา หลายประการ ดังน้ี
๑. เขยี นหรือเลา เรื่องราวทบ่ี างครงั้ ไมส ามารถใชค ําพดู ได แตสามารถเขยี นเปน จดหมายได
๒. เขียนเรียงลําดบั เรอื่ งและเหตกุ ารณ เปนการบนั ทกึ เร่ืองราวและประสบการณเ พือ่ ความทรงจาํ
๓. ส่ือสารไดทกุ สถานที่และทกุ โอกาส ทงั้ ในประเทศและตางประเทศ
๔. ประหยดั คาใชจาย

หนวยการเรยี นรทู ่ี ๔ เรือ่ ง ภาษาพฒั นาชวี ิติ ๑๓๓

แบบของจดหมาย

สถานท่.ี ...................................................
วนั เดือน ป. ..................................................................
คําข้นึ ตน.................................................

ขอ ความของจดหมาย....................................................................................
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................

......................................................................................................................
..........................................................................................................................................................

คาํ ลงทา ย..........................................................................
ชื่อผเู ขียน...........................................................

รูปแบบการเขยี นหนา ซองจดหมาย แสตมป

ช่ือและที่อยูของผูฝ าก (ดวงตรา
ชื่อ...................................นามสกุล..................................... ไปรษณียากร)
บา นเลขที่....................ถนน...................อําเภอ.................
จังหวดั ........................รหสั ไปรษณีย. ...............................

ช่อื และทอ่ี ยขู องผูรับ
ชอื่ ...................................นามสกุล.....................................
บานเลขท่.ี ...................ถนน...................อําเภอ.................
จงั หวัด........................รหสั ไปรษณีย................................

๑๓๔ ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ สาหรับนักเรียน ระดบั ประถมศึกษา ภาคเรียนท่ี ๑ (ภาษาไทย ป.๕)

การเขียนจดหมายถึงพ่อแม่ ผู้ปกครอง และญาติ ควรใช้ถ้อยคาภาษาท่ีแสดงถึง
ความเคารพและสุภาพ เขียนถูกต้องตามรูปแบบของจดหมายด้วยลายมือที่สวยงาม อ่านง่าย ไม่มี
รอยลบ ขูดขดี ฆา่ ขอ้ ความ ใชก้ ระดาษและซองจดหมายที่เรียบร้อย สะอาด สีสุภาพ แสดงถึงการมี
มารยาทในการเขียนและการใช้จดหมาย และการจ่าหน้าซอง ควรใช้เขียนให้ชัดเจนโดยบอก
รหสั ไปรษณีย์ ด้วยเลขอารบิก และปดิ ดวงตราไปรษณียากรใหถ้ ูกต้อง

คณุ คา่ ของการเขยี นจดหมาย
1. ไดเ้ ขยี นหรือเลา่ เรอื่ งราวท่ีบางครังไม่สามารถใชค้ าพดู ได้ แต่สามารถเขยี นเปน็ จดหมายได้
2. ภาษาทใี่ ช้เขยี นควรเลอื กใหเ้ หมาะสมกบั ระดับบคุ คลและเขยี นให้ถกู ต้องตามรปู แบบ
3. การเขียนเรียงลาดับเรอื่ งและเหตุการณ์ เป็นการบันทกึ เรือ่ งราวและประสบการณ์ความทรงจา
4. สอื่ สารได้ทกุ สถานทแ่ี ละทกุ โอกาส ทังในประเทศและตา่ งประเทศ
5. ประหยัดคา่ ใช้จา่ ย

การใชภ้ าษา บคุ คลทส่ี ามารถ
- ระดับภาษากึง่ ทางการ เขยี นจดหมายถงึ ได้
- สภุ าพ ไม่ใช้คาหยาบ
- มีคาขนึ ต้น/คาลงท้าย - พอ่ แม่
- เหมาะสมกับโอกาส - ผปู้ กครอง
- เข้าใจงา่ ย กระชับ - ญาติผู้ใหญ่
- ไมซ่ ับซอ้ น - ลงุ ป้า น้า อา

หนว ยการเรยี นรทู ี่ ๔ เร่ือง ภาษาพฒั นาชีวิติ ๑๓๕

ใบงานที่ 9 เร่ือง การเขียนจดหมายถึงพอแม ญาติ หรอื ผปู กครอง

หนวยการเรียนรูที่ 4 เร่อื ง ภาษาพฒั นาชวี ิต
แผนการจดั การเรียนรูท่ี 9 เรอ่ื ง การเขียนจดหมายถงึ พอแม ญาติ หรือผูปกครอง
รายวชิ า ภาษาไทย รหัสวชิ า ท๑๕๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ช้นั ประถมศึกษาปที่ ๕

คําชี้แจง ใหนักเรียนเลือกเขียนจดหมายถึงพอ แม ผปู กครอง หรือญาติ ทเ่ี คารพนบั ถอื
ใหถกู ตองตามรูปแบบของจดหมาย

ช่อื ....................................................นามสกลุ ................................................ชัน้ .................เลขท่.ี ..............

๑๓๖ ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู สาํ หรบั นกั เรียน ระดับประถมศึกษา ภาคเรียนท่ี ๑ (ภาษาไทย ป.๕)

ใบความรูท่ี 10 เรอ่ื ง การอธบิ ายความหมายโดยตรงและโดยนยั

หนว ยการเรยี นรูท ี่ 4 เรอื่ ง ภาษาพัฒนาชีวติ
แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี 10 เร่ือง การอธบิ ายความหมายโดยนยั
รายวิชา ภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๕๑๐๑ ภาคเรียนที่ ๑ ชน้ั ประถมศึกษาปที่ ๕

การใชค ําท่มี คี วามหมายโดยตรงและโดยนัย
คําในภาษาไทยบางคํามีหลากหลายความหมาย คําบางคําแมมีความหมายตรงอยูแลว

แตบ างครงั้ อาจนํามาใชในความหมายใหมซึ่งเปนความหมายโดยนัยการที่จะวาคาํ นนั้ มีความหมาย
โดยตรงหรือโดยนยั นั้นตองพจิ ารณาจากคาํ อืน่ ๆ ในประโยคหรือขอความทอี่ ยใู กลเ คยี ง

คําท่ีมีความหมายโดยตรง คือ คําท่ีมีความหมายอยางตรงไปตรงมาตามตัวหนังสือ ตรง
ตามเน้ือความหรือความหมายที่ปรากฏ ในพจนานุกรม เปนคําที่ใชทั่ว ๆ ไปทั้งการพูดและ
การเขียน เม่ือฟงหรอื อานแลว เขา ใจไดท ันทีไมต องแปลความหรอื ตคี วาม

คําท่ีมีความหมายโดยนัย คือ คําที่มีความหมายแฝงหรือมีความหมายโดยออม ไมตรง
ตามตัวหนังสอื เม่อื ฟงหรอื อา นแลวจะตองตคี วาม เปนเชิงเปรียบเทียบหรอื มี ความเกย่ี วโยงกับสิ่ง
อ่ืน หรือมีความหมายซอ นเรน อยูในคํา

ตวั อยางคําที่มคี วามหมายโดยตรงและโดยนัย

คาํ ความหมายโดยตรง ความหมายโดยนัย
ผักชีโรยหนา ผักชนดิ กล่นิ หอมนยิ มมาแตง อาหาร ผทู ชี่ อบทําอะไรความดีเพียงผวิ เผิน
ใตด นิ ส่ิงท่วี างหรอื อาศยั อยูตาํ่ ลงไปในดิน ไมเปด เผย ไมถ ูกกฎหมาย
สวมหนากาก การนาํ สงิ่ อน่ื มาปดบงั ใบหนา แสดงทาทใ่ี หเ ขา ใจผดิ
ยกเมฆ อาการกําลงั ยกขึ้นดา นบน การกุเรอื่ งขนึ้ มาเอง
นกตอ นกทม่ี ีไวสาํ หรับลอ นกตัวอน่ื คนทที่ ําหนาทใี่ หผ ูอ ืน่ หลงเชื่อ
แกะดาํ สัตวชนิดหน่งึ ขนหยิกมเี ขา ผทู ีท่ ําไมเ หมอื นใคร (ทางไมด)ี
ถือหาง อาการกําลงั จับ ยก หยบิ การเขา ขา ง สนบั สนุน
นอกคอก อาการท่ีกําลงั อยูดา นนอก ประพฤตนิ อกลนู อกทาง
แบไต อาการกาํ ลังกางมือออก เปดเผยความลบั ทซ่ี อน
ไกอ อ น ไกท ย่ี งั มีอายไุ มม าก คนทีไ่ มม ปี ระสบการณ
คนั ปาก อาการที่กาํ ลงั คนั อยากพูด
หนิ แรชนิดหนึง่ ยาก

หนวยการเรียนรูท ่ี ๔ เร่ือง ภาษาพัฒนาชีวติ ิ ๑๓๗

คํา ความหมายโดยตรง ความหมายโดยนยั
กลว ย หมู
ไฟเขียว ผลไม สัตว งาย
หนอนหนงั สอื
แพะรับบาป สญั ญาณจราจร อนญุ าต เห็นชอบ อนุมตั ิ

เรอื จาง - คนทีช่ อบอา นหนงั สอื
ดาว
ภาษาดอกไม - ผทู ตี่ กเปน ผตู อ งหาและรับโทษแทน
นกพริ าบ ผทู าํ ผิดจรงิ
ดาว
ดาํ - ครู
ขาว
แกะดํา ดวงดาว ในระบบสรุ ยิ ะจกั รวาล บุคคลทเ่ี ดน ในทางใดทางหนงึ่
เตา
กลวย - พดู จาสภุ าพ นาฟง
หมู
หนิ นกชนดิ หนง่ึ สนั ตภิ าพ

ขวากหนาม ดวงดาว คนทก่ี ําลังเจริญรงุ เรอื ง, โดดเดน
เพชร
สีดาํ ส่งิ ชัว่ ราย สิง่ ไมด ี
ตม ตนุ
เกาอ้ี สีขาว สง่ิ ท่ดี ี สง่ิ ทบ่ี รสิ ุทธิ์
หัวโขน
แกะทม่ี ขี นสดี ํา คนทแ่ี ปลกแยกแตกตางจากคนอ่ืน
งูเหา
ปลาไหล เตา สัตวค รง่ึ บกคร่ึงนํ้า คนท่ที าํ งานชา

ผลไมชนดิ หนงึ่ เม่อื สุกมสี เี หลือง งาย ๆ ไมย ุงยาก

สตั วชนิดหนงึ่ มสี ขี่ า ตัวอวนกลม งาย

ของแขง็ ที่ประกอบดวยแรชนดิ เดยี วหรอื ยาก

หลายชนดิ รวมตวั กันอยตู ามธรรมชาติ

สว นท่ยี นื่ ออกมาจากกิ่งหรอื ใบ อุปสรรค

ช่อื แกว ที่แขง็ ทส่ี ุดและมนี า้ํ แวววาวมากกวา สิ่งทม่ี คี า มาก
พลอยอ่ืน ๆ

วิธกี ารทาํ อาหารใหส กุ ตองใชเวลา หลอกลวง

ท่ีสาํ หรบั นงั่ มีขาและพนกั พิง ตาํ แหนง

รปู หวั ยักษ ลงิ ทีใ่ ชสวมเวลาเลน โขนหรอื บทบาทหนาท่ี
ละคร

ชอ่ื งูชนดิ หนึ่ง มีพิษรา ยแรง คนที่เลีย้ งไมเชอื่ ง ชอบแวง กัด

ชื่อปลาชนดิ หนึ่ง รปู รางกลมยาวและ คนกะลอ น ปล้ินปลอน
เคลื่อนท่ีคลายงู

๑๓๘ ชุดกิจกรรมการเรียนรู สาํ หรบั นกั เรยี น ระดับประถมศึกษา ภาคเรยี นที่ ๑ (ภาษาไทย ป.๕)
คาํ
ความหมายโดยตรง ความหมายโดยนัย
ดํา
บานเลก็ สีดํา ความชวั่ รา ย
สุนัขจ้ิงจอก
บา นทีม่ ีขนาดเล็ก เมียนอย
แพะ
ขนตามลําตวั สเี ทาปนนา้ํ ตาล มขี นสน้ั คนเจาเลห
เตา
ลกั ษณะคลา ยอานมาบรเิ วณไหล
กา
ปากแหลม หตู ง้ั แหลมตรง หางเปน พวง
หงส
ลงิ เขยี้ วและฟน คมมาก กลางวนั มกั นอนอยูใ น

กาฝาก โพรงดนิ ออกหากนิ ในเวลากลางคืน กนิ
แกง
เนือ้ สตั ว
กนิ
นกขมิน้ ช่ือสัตวเ ลย้ี งลกู ดว ยนม เปน สัตวเ ค้ียวเอ้อื ง คนบริสทุ ธ์ทิ ถี่ ูกใสร า ย

กบี คขู นาดกลาง ขนลาํ ตวั หยาบสดี ํา ขาว

หรอื นาํ้ ตาล มเี ขา ๑ คู

สตั วเลื้อยคลาน มีสขี่ า คอยาว ลําตัวสัน้ คนท่ีทาํ งานชา

มกี ระดองหมุ กระดองมที ัง้ ทเี่ ปนแผน เกล็ด

แข็งและทเ่ี ปนแผนหนงั

- ชอื่ สตั วปกชนดิ หน่งึ ขนสีดํา คนตอ ยตา่ํ คนจน

- ภาชนะสําหรบั ใสนาํ้ รอ น

- การทาํ เครอ่ื งหมายกากบาท

นกในนยิ ายถือวา เปน นกในตระกลู สูง คนสงู ศักดิ์ คนฐานะราํ่ รวย

ชอ่ื สตั วเลย้ี งลกู ดว ยนม ลักษณะคลายคน คนซุกซน

แขนขายาว ตนี หนาและตนี หลงั ใชจ บั เกาะ

ได วอ งไว ชอบหอยโหนบนตน ไม

ช่ือพืชชนิดหน่งึ ทอ่ี าศยั เกาะอยูตามตน ไม คนที่ชอบพง่ึ พงิ อาศัยคนอนื่ แตไ มท ํา

ดดู สารอาหารทจี่ ากพรรณไมท อี่ าศัยอยู ประโยชน

กบั ขาวประเภททเ่ี ปนนํา้ มีชอ่ื ตาง ๆ โกหก หลอกใหเชื่อ

ตามวิธปี รงุ และเครอื่ งปรุง เชน แกงจืด

แกงเผด็ แกงสม

รับประทาน ฉอ ราษฎรบงั หลวงหรือคอรปั ชัน
ชอ่ื นกชนิดหนึง่ ตัวเทานกเอยี้ ง มหี ลายสี เชน กนิ งบประมาณแผน ดิน น่ังกนิ ที่

คนเรร อ น ไมม ที ่ีอยอู าศัยเปนหลัก

เชน เหลอื ง แดง ฟา แหลง

หนวยการเรียนรูท ี่ ๔ เร่อื ง ภาษาพฒั นาชีวติ ิ ๑๓๙

คาํ ความหมายโดยตรง ความหมายโดยนัย
นกพิราบ
ชื่อนกขนาดกลาง รปู รา งคลา ยนกเขา คนสงสาร แตถ าเปนพริ าบขาว จะ
แตขนาดใหญกวา สว นใหญต วั สเี ทาอมฟา หมายถึงสนั ติภาพ
อาศยั อยูเปน ฝูง ทาํ รงั แบบงา ย ๆ ตามซอก
อาคารดวยกง่ิ ไมข นาดเลก็

ตัวอยา งการใชค าํ ทมี่ คี วามหมายโดยนยั
๑. งานชนิ้ น้เี ปนงานกลวย ๆ สาํ หรับฉัน
(คําวา “กลว ย” ในที่นีม้ ีความหมายโดยนัยวา งายมาก)

๒. เด็กคนนีเ้ ปนเดก็ หัวออ นจึงถกู ชกั จูงจากเพือ่ นคนอ่ืนไดโดยงาย
(คาํ วา “หัวออน” ในท่นี ้ีมคี วามหมายโดยนยั วา วางายสอนงาย)

๓. สุดาแตง ตัวดวยเสอ้ื ผา ฉดู ฉาด เหมือนกาคาบพรกิ
(คําวา “กาคาบพริก” ในทน่ี มี้ ีความหมายโดยนยั วา คนผิวดาํ แตง ตวั ดว ยเสอ้ื ผาสีแดง)

กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. ๒๕๔๑. คูม อื การสอนภาษาไทยชน้ั ประถมศึกษาท่ี ๕ – ๖ .กรุงเพทฯ :
โรงพมิ พองคก ารคา คุรสุ ภา

๑๔๐ ชดุ กิจกรรมการเรียนรู สําหรบั นักเรยี น ระดบั ประถมศกึ ษา ภาคเรยี นที่ ๑ (ภาษาไทย ป.๕)

ใบงานท่ี 10 เรอ่ื ง การอธบิ ายความหมายโดยนัย

หนวยการเรยี นรูท ี่ 4 เร่ือง ภาษาพฒั นาชีวิต
แผนการจดั การเรียนรทู ี่ 10 เร่ือง การอธบิ ายความหมายโดยนยั
รายวิชา ภาษาไทย รหัสวชิ า ท๑๕๑๐๑ ภาคเรียนที่ ๑ ช้ันประถมศึกษาปท่ี ๕

หนวยการเรียนรูท ่ี ๔ เรือ่ ง ภาษาพฒั นาชีวติ ิ ๑๔๑

ชอ่ื ....................................................นามสกลุ ................................................ชน้ั .................เลขท่ี...............


Click to View FlipBook Version