The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ชุดกิจกรรมการเรียนรู้(นักเรียน)วิชาภาษาไทย_ป.5_ภาคเรียนที่_1_ปีการศึกษา_2564-07181051

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by jakkapanposri03, 2021-08-26 08:42:33

ชุดกิจกรรมการเรียนรู้(นักเรียน)วิชาภาษาไทย_ป.5_ภาคเรียนที่_1_ปีการศึกษา_2564-07181051

ชุดกิจกรรมการเรียนรู้(นักเรียน)วิชาภาษาไทย_ป.5_ภาคเรียนที่_1_ปีการศึกษา_2564-07181051

Keywords: ชุดกิจกรรมการเรียนรู้(นักเรียน)วิชาภาษาไทย_ป.5_ภาคเรียนที่_1_ปีการศึกษา_2564-07181051

๑๔๒ ชุดกจิ กรรมการเรียนรู สําหรบั นักเรยี น ระดบั ประถมศึกษา ภาคเรยี นท่ี ๑ (ภาษาไทย ป.๕)

ใบความรทู ี่ 11 เรอ่ื ง การวิเคราะหเ รอ่ื งทฟี่ ง และดจู ากสือ่ ตา ง ๆ

หนวยการเรยี นรทู ี่ 4 เรือ่ ง ภาษาพฒั นาชวี ติ
แผนการจดั การเรียนรูท่ี 11 เรอื่ ง การวิเคราะหเ ร่อื งทีฟ่ งและดจู ากสื่อตา ง ๆ
รายวชิ า ภาษาไทย รหสั วิชา ท๑๕๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ช้นั ประถมศึกษาปท่ี ๕

การวเิ คราะหเ รอ่ื งทฟี่ งและดู

ประเภทเร่ืองท่ฟี งและดู ในชวี ิตประจาํ วัน ซึ่งอาจสรปุ ประเภทได ดังน้ี
1. ส่ือโฆษณา จะเปนการสื่อใหคลอยตาม อาจไมสมเหตุสมผล ผฟู งตองพิจารณาไตรต รองกอ นซ้ือ
2. ส่ือเพ่อื ความบนั เทิง เชน เพลง, เรื่องเลา ซึ่งอาจมกี ารแสดงประกอบดวย ผูฟง /ดูตองระมัดระวัง
ใชว ิจารณญาณประกอบการตดั สินใจกอนทจี่ ะซอ้ื หรือทําตาม
3. ขาวสาร ผูฟง/ดู ตองรูจักแหลงขาว ผูนําเสนอขาว การจับประเด็น ความมีเหตุมีผล รูจัก
เปรียบเทียบเน้ือหาจากทมี่ าของขาวหลาย ๆ แหง เปน ตน
4. ปาฐกถา เน้ือหาประเภทน้ีผูฟง ตอ งมีสมาธิเพื่อจับประเด็นสําคัญใหได และกอนตัดสินใจเช่ือหรือ
นําขอ มูลสว นใดไปใชประโยชนตอ งมคี วามรพู ืน้ ฐานในเรื่องนัน้ ๆ อยบู า ง
5. สนุ ทรพจน สอื่ ประเภทนี้สวนใหญจ ะไมยาว และมีใจความทเ่ี ขาใจงา ย ชัดเจน แตผ ฟู งจะตองรจู ัก
กลน่ั กรองสิง่ ท่ดี ีไปเปนแนวทางในการปฏบิ ตั ิ

แนวทางการฟง และดอู ยา งสรา งสรรค

1. เขาใจความหมายของคาํ สํานวนประโยคและขอ ความท่บี รรยายหรืออธิบาย
2. เขาใจลักษณะของขอความวามีใจความสําคัญของเรอ่ื ง ที่เปนความคิดหลัก ซ่ึงมักตรงกับหัวขอ
เรอื่ ง
3. รูจ ักประเภทของเรอื่ งท่ีฟง และดู ตอ งแยกขอ เท็จจริง ขอคดิ เหน็ ของเร่ือง/ขาว
4. ตคี วามในเรอื่ งไดต รงตามจุดประสงคของผูเลา/ผูเขยี น บางคนตองการใหความรู บางคนตองการ
โนมนา วใจ ผูฟง และดตู องรูจุดประสงคของเรอื่ งใหได เพื่อจะไดจ ับใจความสําคัญได
5. ตั้งใจฟงและดูใหต ลอดเรอื่ ง พยายามทาํ ความเขาใจใหตลอดเรือ่ ง ย่ิงเร่ืองยาวสลบั ซบั ซอนย่งิ ตอ ง
ตง้ั ใจเปน พเิ ศษและพยายามจบั ประเดน็ หัวเร่ือง
6. สรุปใจความสาํ คัญ ขน้ั สุดทายของการฟงและดูเพอ่ื จับใจความสําคญั กค็ ือสรุปใหไดวา เรอื่ งอะไร
ใคร ทาํ อะไร ทีไ่ หน เม่อื ไร อยา งไร

การสรปุ การฟงและการดู

- รจู ดุ มุง หมายของสารท่ดี แู ละฟง น้นั
- รับฟงและดูอยา งตัง้ ใจและทาํ ความเขาใจ
- รจู กั สรุปและเลือกนําไปใชประโยชน

กระทรวงศึกษาธกิ าร. ๒๕๓๘. หนงั สอื เรียนภาษาไทยชดุ พื้นฐานภาษาชั้นประถมศกึ ษาปท ่ี ๕.
กรงุ เทพฯ : โรงพิมพอ งคการคาคุรสุ ภา.

หนว ยการเรียนรูท ่ี ๔ เรอื่ ง ภาษาพฒั นาชีวติ ิ ๑๔๓

ใบงานท่ี 11 เรือ่ ง การวเิ คราะหเ รอ่ื งทฟ่ี ง และดูจากสือ่ ตา ง ๆ

หนวยการเรยี นรทู ่ี 4 เรื่อง ภาษาพัฒนาชวี ติ
แผนการจัดการเรียนรูที่ 11 เรือ่ ง การวเิ คราะหเรือ่ งที่ฟงและดูจากส่อื ตา ง ๆ
รายวิชา ภาษาไทย รหสั วิชา ท๑๕๑๐๑ ภาคเรียนที่ ๑ ช้นั ประถมศึกษาปท่ี ๕

คําช้ีแจง ใหน ักเรยี นฟงและดโู ฆษณาจากสอ่ื ตาง ๆ ทีส่ นใจ 1 เรือ่ ง และวเิ คราะหต ามหวั ขอ
ท่กี าํ หนดให

โฆษณานา สนใจซื้อสินคาหรอื ไม เพราะอะไร โฆษณานีข้ ายเก่ยี วกับอะไร
..........................................................................
.......................................................................... ..........................................................
.......................................................................... ..........................................................

ชอ่ื โฆษณา
............................................................

............................................................

การใชภ าษาเปน อยา งไร โฆษณานาเชื่อถอื หรอื ไม เพราะอะไร
.................................................................
............................................................ .................................................................
............................................................ ...........................................................

ขอคดิ ทไ่ี ดร บั คอื อะไร
............................................................
............................................................
............................................................

๑๔๔ ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู สําหรบั นักเรียน ระดับประถมศกึ ษา ภาคเรียนที่ ๑ (ภาษาไทย ป.๕)

ใบความรูท่ี 1๒ เรอื่ ง คาํ อทุ าน

ชอื่ ............................................ห..น...ว..ย..กนาารมเสรียกนุลร..ูท...่ี .4....เ.ร..่ือ...ง...ภ..า..ษ...า..พ...ัฒ...น..า..ช...วี ..ิต........ชน้ั .................เลขที่

............... แผนการจัดการเรยี นรทู ี่ 12 เร่อื ง คาํ อุทาน

รายวชิ า ภาษาไทย รหสั วิชา ท๑๕๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ชั้นประถมศึกษาปท่ี ๕

ความหมายของคาํ อุทาน
คาํ อทุ าน หมายถึง คําทีเ่ ปลง ออกมาเพ่ือแสดงอารมณและความรูสกึ ตา ง ๆ ของผูพดู
อทุ านบอกอาการ คอื คําทบี่ อกอารมณห รือความรูสกึ ตาง ๆ ของผูพูด คาํ อุทานชนดิ น้ีมัก
อยูหนาประโยค และมเี ครือ่ งหมายอศั เจรยี  ( ! ) กาํ กบั อยทู ายคาํ อทุ าน แบง เปน
๑. อาการรองเรยี กหรือบอกใหร ูตัว เชน นแ่ี นะ ! เฮย ! โวย !
๒. อาการโกรธเคือง เชน ดดู ู ! ชะๆ ! ชๆิ !
๓. อาการประหลาดใจหรือตกใจ เชน เอะ ! วาย ! แมเจา โวย !
๔ . อาการสงสารหรอื ปลอบโยน เชน อนิจจา ! พุธโธ !
๕ . อาการเขาใจหรือรบั รู เชน เออ ! เออนะ ! ออ !
๖. อาการเจบ็ ปวด เชน โอย ! โอย !
๗. อาการจากส่งิ ธรรมชาติ เชน ตูม ! โครม ! เปรยี้ ง !

อานและสงั เกตประโยคตอไปน้ี

ประโยค คําอุทาน ชนดิ ของคาํ อทุ าน
๑. เอะ ! หนงั สอื ฉนั หายไปไหน เอะ ! แสดงความสงสัย
๒. ไชโย ! ทําการบานเสรจ็ แลว ไชโย ! แสดงความดใี จ
๓. โอย ! เจ็บจงั เลย โอย ! แสดงความเจบ็ ปวด
๔. โธ ! นาสงสารจรงิ โธ ! แสดงความสงสาร
๕. โอโฮ ! วันน้เี ธอมาโรงเรยี นแตเชาเลยนะ โอโ ฮ ! แสดงความแปลกใจ

กระทรวงศึกษาธกิ าร. ๒๕๓๘. หนงั สอื เรยี นภาษาไทยชดุ พนื้ ฐานภาษาชั้นประถมศึกษาปท ี่ ๕
กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พอ งคการคา ครุ ุสภา.

หนวยการเรียนรทู ่ี ๔ เรอ่ื ง ภาษาพฒั นาชวี ติ ิ ๑๔๕

ใบงานท่ี 1๒ เร่ือง คําอทุ าน

หนว ยการเรียนรทู ี่ 4 เร่ือง ภาษาพัฒนาชวี ิต
แผนการจัดการเรยี นรทู ี่ 12 เรอื่ ง คําอุทาน
รายวชิ า ภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๕๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ช้ันประถมศึกษาปที่ ๕

คําช้ีแจง ใหนักเรยี นเติมคาํ อทุ านทเ่ี หมาะสมกับประโยคท่ีกําหนดให และบอกความรสู ึก
ของคาํ อุทานน้นั ใหถ ูกตอง

ประโยค อารมณค วามรสู ึก
ตวั อยา ง
..............กระเปา ใบนี้เปนของนอ งเองหรอื จะ ...............................................
..............มดี บาดมือ เลอื ดไหลหยดติ๋ง ๆ เลย ...............................................
...............................................
..............โลง อกไปที ทาํ งานเสร็จแลว ...............................................
..............อยาทาํ รายกนั แบบน้ีอีกนะ เรากลัวมาก ...............................................
...............................................
..............ตายแลว ไมน า เกิดเรอ่ื งแบบน้เี ลย ...............................................
..............คาํ ตอบเปน แบบน้ีน่เี อง คิดตงั้ นานกวา จะออก ...............................................
...............................................
..............ตอ งแกไ ขงานอีกแลว เหรอน่ี เหน่อื ยใจจงั ...............................................
..............ไมนา เกิดเหตกุ ารณแบบนีเ้ ลย เสยี ใจดว ยนะ

..............ทําไมตกึ รามบานชอ งใหญโตมโหฬารอยางนี้นะ
..............ในทส่ี ดุ ฉันก็ทาํ การบา นเสรจ็ แลว จา

ใหนกั เรียนแตงประโยคทมี่ คี าํ อทุ านแสดงอารมณความรูสกึ จํานวน ๕ ประโยค
๑.
๒.
๓.
๔.
๕.

ชอ่ื .....................................................นามสกุล................................................ชัน้ .................เลขที่..............

๑๔๖ ชุดกจิ กรรมการเรียนรู้ สาหรบั นักเรยี น ระดับประถมศึกษา ภาคเรยี นที่ ๑ (ภาษาไทย ป.๕)
ชอ่ื .....................................................นามสกลุ ................................................ชน้ั .................เลขท่ี..............

แบบประเมินตนเอง

ช่ือ : ___________________ สกุล : _________________วัน____ เดอื น____________พ.ศ. ____

หน่วยการเรียนรู้ที่___๔___เรือ่ ง ภาษาพฒั นาชวี ติ

๑. ประเมนิ การเรยี นรู้ของตนเอง

กาเคร่ืองหมาย  ในช่องระดับความสามารถของแต่ละกิจกรรมที่นักเรียนคิดว่าทาได้ตามระดับ
การประเมนิ เหล่านี ระดบั ความสามารถ : ดมี าก คอ่ นข้างดี ดี พอใช้ ปรบั ปรุง

ที่ รายการ ระดบั ความสามารถ

๑ จาแนกภาษาพดู และภาษาเขียนได้ ดมี าก คอ่ น ดี พอใช้ ปรบั ปรงุ
๒ ใชร้ ะดับภาษาไดถ้ ูกตอ้ ง ข้างดี
๓ เขียนอธบิ ายคุณคา่ ของเพลงกล่อมเด็กได้
๔ เขียนจดหมายถึงพ่อแม่ ญาติ หรือผู้ปกครองได้
๕ วเิ คราะหเ์ ร่ืองทฟี่ ังและดอู ยา่ งมเี หตุผลได้

2. สิง่ ทฉี่ นั ยังไมเ่ ข้าใจ / ยงั ทาไดไ้ ม่ดี คือ…… (สามารถเขียนไดม้ ากกว่า 1 อย่าง)

……………………………………………................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
...............…………………………………………….................................................................................
............................................................................................................................. .....................

3. ส่งิ ท่ีฉนั ต้งั ใจจะทาให้ดขี ึ้นในการเรยี นหนว่ ยตอ่ ไป (สามารถเขยี นได้มากกวา่ 1 อยา่ ง)

............................................................................................................................. .....................
...............…………………………………………….................................................................................
............................................................................................................................. .....................
.......................................................................................................... ........................................

หนวยการเรยี นรทู ี่ ๔ เร่อื ง ภาษาพัฒนาชีวิติ ๑๔๗

บันทกึ การเรียนรู (Learning logs)

ชอื่ : ___________________ สกลุ : __________________วนั ____ เดือน_____________ พ.ศ. _____

ส่งิ หนงึ่ ทีฉ่ ันไดเ รยี นรูจ ากการเรยี นวิชานใ้ี นปลายภาคเรียน คอื ......................................
...................................................................................................................................
...................................................................................................................................

ฉนั นา จะเรยี นรไู ดด กี วานหี้ าก ......................................................................................
...................................................................................................................................
...................................................................................................................................

สงิ่ ทฉี่ นั อยากจะบอกคณุ ครู คอื ...................................................................................
...................................................................................................................................
...................................................................................................................................
..

สง่ิ ทฉ่ี ันควรปรบั ปรงุ ตัวเองใหด ีขน้ึ คอื ..........................................................................
....................................................................................................................................
..................................................................................................................................

ปญหาในการเรยี นของฉนั คอื .....................................................................................
....................................................................................................................................
..................................................................................................................................

๑๔๘ ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู สําหรบั นักเรียน ระดับประถมศกึ ษา ภาคเรียนท่ี ๑ (ภาษาไทย ป.๕)

หนว ยการเรียนรทู ่ี ๕
วชิ าเหมอื นสนิ คา

หนวยการเรียนรทู ่ี ๕ เรอ่ื ง วชิ าเหมือนสนิ คา ๑๔๙

ใบความรทู ี่ 1 เรอ่ื ง การอานออกเสยี งบทรอ ยกรองประเภทกาพยย านี 11

หนว ยการเรียนรูที่ 5 เรอ่ื ง วิชาเหมือนสินคา
แผนการจัดการเรยี นรทู ี่ 1 เร่ือง การอา นออกเสียงบทรอ ยกรองประเภทกาพยย านี 11

รายวิชา ภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๕๑๐๑ ภาคเรียนที่ ๑ ชน้ั ประถมศึกษาปท่ี ๕

การอานออกเสียงบทรอ ยกรองประเภทกาพยย านี 11

บทรอยกรอง เปนบทประพันธที่ผูแตงคิดประดิษฐเรียบเรียงถอยคํา แตละวรรค แตละบท อยาง
ประณีตบรรจงตามลักษณะกฎเกณฑของฉันทลกั ษณ ทําใหเกดิ เสยี ง จังหวะ ลีลาท่ีงดงาม เกิดความไพเร าะ
เพลดิ เพลนิ ไปกบั นํ้าเสยี งและเนอื้ หาของเร่อื งนัน้ ๆ

การอา นบทรอ ยกรอง โดยทั่วไปแบง ไดเปน 3 แบบ คอื อานแบบธรรมดา อานแบบเจรจา และอาน
แบบทาํ นองเสนาะ ทั้งนีเ้ พ่ือใหเขา ใจการอา นบทรอ ยกรองอยา งลกึ ซง้ึ

วธิ ีการอานมี 2 วธิ ี ดงั น้ี
สาํ หรบั ช้ันประถมศึกษาปท ี่ 5 ไดเลือกใหนกั เรียนอา น 2 แบบ ดังนี้
1. อานออกเสียงปกติ คือ การอานออกเสียงปกติเหมือนกับการอานบทรอยแกวท่ัวไป แตจะมี

การเวน วรรคและเนนจงั หวะก่สี มั ผสั ตามบทรอยกรองแตละประเภท ซ่ึงแตกตางกนั
2. อา นออกเสียงเปนทาํ นอง คอื การอานใหม ีสาํ เนยี งเสียงท่ีสงู ตา่ํ หนัก เบา ยาว สั้น เอื้อนเสียงและ

เนนสัมผัสใหช ัดเจน ไพเราะ เสียงเปนกงั วาน แสดงอารมณต ามเนอ้ื หาของบทรอยกรอง

แผนผังกาพยยานี 11

บทที่ 1 {{{{{ {{{{{{ บาทเอก
{{{{{ {{{{{{ บาทโท

บทที่ 2 {{{{{ {{{{{{ บาทเอก
{{{{{ {{{{{{ บาทโท

๑๕๐ ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู สาํ หรบั นกั เรยี น ระดับประถมศกึ ษา ภาคเรียนท่ี ๑ (ภาษาไทย ป.๕)

การอานกาพยยานี ๑๑

กาพยยานี ๑๑ เปนคําประพันธไทย ประเภทกาพยที่กวนี ิยมแตงมากท่ีสุด มีรูปแบบดังน้ี บทหน่ึงมี
2 บาท เรียกวา บาทเอกและบาทโท บาทละ ๑๑ คํา วรรคหนามี ๕ คาํ แบงการอานได ๒/๓ วรรคหลงั ๖ คํา
แบงจังหวะการอานได ๓/๓

ตัวอยางการแบง จังหวะการอานกาพยยานี 11

ปลาสรอ ย / ลอยลองชล // วายเวยี นวน / ปนกันไป //
เหมือนสรอ ย / ทรงทรามวัย // ไมเ ห็นเจา / เศรา บวาย //

(กาพยเ หเ รือ : เจา ฟา ธรรมธิเบศร)

กาพยย า / นีลาํ นํา // สบิ เอด็ คํา / จําอยา คลาย //
วรรคหนา / หาคาํ หมาย // วรรคหลงั หก / ยกแสดง //
ครุ / ลหุน้ัน // ไมสําคัญ / อยา ระแวง //
สัมผสั / ตอ งจดั แจง // ใหถ ูกตอ ง /ตามวธิ ี //

(หลกั ภาษาไทย : กําชยั ทองหลอ )

ดวยธรรม / น้ันเทียมเทา // แตใ ครเลา / ทค่ี รอบงาํ //
เอาเปรียบ / และเหยยี บยํ่า // มวลชีวติ / จนผดิ ไป //
ในน้ํา / ทุกหยดนา้ํ // หรือใชน าํ้ / เฉพาะใคร //
ลมแดด / หรอื ดนิ ใด // ลวนสมบัติ / อันเปนกลาง //

(เพลงไทยของคนทกุ ข : ไพวรนิ ทร ขาวงาม)

การอานออกเสยี งบทรอยกรองประเภทกาพยย านี 11 ในแตละครัง้ ควรศึกษาบทรอยกรองนัน้ กอน
เพื่อใหสามารถอานไดถูกตอง ดงั น้ี

1. หาคาํ ศพั ทย ากในบทรอยกรอง ตองศึกษาคาํ อานและความหมายใหเ ขาใจกอน
2. สังเกตรปู แบบของบทรอ ยกรอง ตอ งศกึ ษาประเภทของบทรอยกรอง จํานวนคาํ ในวรรค
3. แบงจงั หวะการอา น ตองศึกษาจงั หวะการอา นของบทรอยกรองประเภทน้ัน ๆ เพราะบทรอ ยกรอง
ถามี 5 คาํ ใหแบง เปน 2/3 ถา มี 6 คํา ใหอ านเปน 3/3 จงึ จะลงตวั

หนว ยการเรยี นรูท่ี ๕ เรอ่ื ง วิชาเหมอื นสินคา ๑๕๑

การอา นบทรอยกรองควรปฏบิ ตั ิ ดงั น้ี

1. รลู ักษณะและจังหวะการอานของบทรอ ยกรองแตละชนดิ เชน กลอนสี่ กลอนแปด โคลง ฉนั ท และ
กาพยยานี 11 ซ่งึ เปนคาํ ประพันธท่ชี ัน้ ประถมศึกษาปท ี่ 5 ไดศ ึกษาเรยี นรู

ตวั อยา งคําประพนั ธป ระเภทกาพยย านที ี่ควรรูจ ัก ไดแ ก
- กาพยยานี เรอื่ ง วชิ าเหมอื นสนิ คา
- กาพยเ หชมเคร่ืองคาวหวาน

2. ออกเสียงคาํ ใหถูกตองชัดเจนตามอักขรวธิ ี โดยเฉพาะตวั ร ล และคําควบกลา้ํ เพือ่ ไมใ หค วามหมาย
คลาดเคลือ่ น เชน รวยระริน เลือ่ นลอย เรอ่ื ยเรือ่ ย โลดแลน เควง ควาง กรีดกราย โปรยปราย พลบั พลงึ ฯลฯ

3. รูวิธอี า น ดงั นี้
3.1) เนนเสียงคําที่เปนสัมผสั บังคับใหชัดเจนและตองทอดเสียงคําสัมผัสระหวางบทใหยาวกวา

ปรกติ เนนเสียงคาํ เชน ไหล – ไพร กวาง – ทาง ทาง – ราง และทอดเสยี งคํา ชลาลัย – อาศยั
3.2) ออกเสียงใหสูงและดังกองในคาํ ท่มี ีเสยี งวรรณยกุ ตจัตวา เชน ไหว – สมยั
3.3) ไมเ อื้อนเสียงคาํ ทีม่ ีสระเสียงสั้นและเสียงเบา เชน เลาะ แหลง สกั อบั
3.4) อานเสียงเบาและรวบเสียงคําที่มี 2 พยางค ในคําท่ีฉันทลักษณบังคับใหออกเสียงเพียง

1 พยางค โดยใหเสยี งตกทพี่ ยางคห ลัง เชน สาํ ราญ ชโลม สนิท
3.5) ตอ งเอื้อนเสียงและทอดจงั หวะใหชาลงเมอ่ื จบบท

4. เขา ใจความหมายของคําศพั ท เพือ่ ถอดความและจับใจความสาํ คัญได

หลักสาํ คัญในการอานออกเสียงบทรอ ยกรอง

1. อา นออกเสียงใหชดั เจนและถูกตอ งตามอกั ขรวธิ ี
2. อานเวนจังหวะวรรคตอนใหถูกตองตามลักษณะของบทรอยกรองแตละประเภท รูจักทอดจังหวะ
เออ้ื นเสียง หรอื หลบเสียง
3. นาํ้ เสียงชดั เจน นมุ นวลนา ฟง เสยี งไมเบาหรือดังมากจนเกนิ ไป
4. เนนเสียงแสดงอารมณใหเปนไปตามเนื้อเรื่อง เชน รัก ราเริง โกรธ เศรา โดยใชนํ้าเสียงใหเขากับ
สถานการณน ัน้ ๆ

๑๕๒ ชดุ กิจกรรมการเรียนรู สําหรบั นกั เรยี น ระดับประถมศกึ ษา ภาคเรียนท่ี ๑ (ภาษาไทย ป.๕)

ใบงานที่ 1 เร่อื ง การอา นออกเสียงบทรอ ยกรองประเภทกาพยย านี 11

หนวยการเรียนรูท ่ี 5 เรอ่ื ง วิชาเหมือนสินคา
แผนการจัดการเรียนรทู ี่ 1 เรือ่ ง การอา นออกเสยี งบทรอยกรองประเภทกาพยย านี 11

รายวชิ า ภาษาไทย รหัสวชิ า ท๑๕๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ ชน้ั ประถมศึกษาปท่ี ๕

คาํ ชี้แจง ใหนกั เรียนขดี เครอื่ งหมาย / (วรรคเลก็ ) และ // (วรรคใหญ) แบง จงั หวะการอา น
แลวรว มกันฝก อานออกเสียงบทรอยกรองกาพยยานี 11

วิชาเหมือนสินคา

วชิ าเหมอื นสนิ คา อนั มีคาอยเู มอื งไกล
ตอ งยากลําบากไป จึงจะไดสนิ คามา
จงตัง้ เอากายเจา เปน สาํ เภาอนั โสภา
ความเพียรเปนโยธา แขนซายขวาเปนเสาใบ
นิ้วเปนสายระยาง สองเทา ตา งสมอใหญ
ปากเปน นายงานไป อชั ฌาสัยเปน เสบียง
สตเิ ปนหางเสอื ถือทายเรือไวใหเทยี่ ง
ถอื ไวอ ยาใหเ อียง ตัดแลนเลย่ี งขา มคงคา
ปญญาเปนกลอ งแกว สอ งดูแถวแนวหินผา
เจาจงเอาหูตา เปน ลาตาฟงดูลม
ข้ีเกยี จคอื ปลาราย จะทําลายใหเรือจม
เอาใจเปน ปนคม ยิงระดมใหจมไป
จึงจะไดสนิ คามา คือวชิ าอนั พิสมยั
จงหม่นั ม่ันหมายใจ อยา ไดครานการวิชา

จากหนงั สอื วรรณคดีลาํ นาํ
ชัน้ ประถมศกึ ษาปท ี่ 5 หนา 43

หนว ยการเรยี นรูท่ี ๕ เรื่อง วิชาเหมอื นสินคา ๑๕๓

ใบความรทู ี่ 2 เรอื่ ง การอธิบายความหมายของคาํ ประโยค และขอ ความ

หนวยการเรยี นรูท่ี 5 เรอื่ ง วชิ าเหมือนสินคา
แผนการจัดการเรียนรูท ี่ 2 เร่อื ง การอธิบายความหมายของคํา ประโยค และขอ ความ

รายวชิ า ภาษาไทย รหัสวชิ า ท๑๕๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ ชนั้ ประถมศึกษาปท่ี ๕

ความหมายของคํา ประโยค และขอ ความ
คํา คือ เสียงทเ่ี ปลง ออกมาครัง้ หนงึ่ ๆ ดว ยการพดู หรอื ตัวหนงั สอื ท่ีเขยี นขนึ้ มีความหมายในตัวเอง ซึ่ง

จะมีกี่พยางคกไ็ ด เชน มะละกอ ทะเล กบ แมลง สนิ คา โยธา ตะกรา ฯลฯ
ความหมายของคํามีอยู 2 แบบ ไดแก ความหมายโดยตรงของคํา และความหมายโดยนัย (ซึ่งอาจ

เรียกวาความหมายเปรียบเทยี บหรอื ความหมายแฝงกไ็ ด)
ประโยค คอื ถอ ยคาํ ท่มี ีความเกี่ยวขอ งกันถูกตองตามระเบียบของภาษาและมเี นื้อความบรบิ ูรณ
ขอ ความ คอื เนือ้ ความตอนหน่ึง ๆ หรือใจความส้ัน ๆ ของเร่ืองใดเรอื่ งหนึ่ง

การอธบิ ายความหมายของคํา
การอธบิ ายความหมายของคาํ เปน การอธิบายความหมายของคําศัพทในบทเรียน หรอื จากเรอื่ งทีอ่ าน

โดยผูอ านจะตองอา นเรือ่ งนั้นตั้งแตตนจนจบ แลวคนหาคาํ ท่ไี มเขา ใจ จากนั้นขดี เสนใตค ําเหลาน้ันไว แลว หา
ความหมายจากพจนานุกรม หรือสังเกตจากบริบทแวดลอ มในประโยค

ตวั อยา ง

ฝกอา นจบั ใจความ พรอ มคิดตามและจดจาํ
ความคิดลขิ ติ คํา ผานการพูดและการเขยี น

คําศพั ท คอื ลิขิต
พจนานุกรมฉบบั ราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 ไดใ หค วามหมายของคําวา ลขิ ติ ไววา
(๑) น. หนังสือ, จดหมาย, (นิยมใชเฉพาะจดหมายของพระสงฆ), หากเปนจดหมายของสมเด็จ
พระสังฆราช ใชว า พระลขิ ิต. (ป., ส.)
(๒) ก. เขียน, กําหนด, เชน พระพรหมไดล ขิ ติ ชีวติ ไวแ ลว . (ป., ส.)
สรุป จากบริบททส่ี ังเกตได คือ คาํ วา “ลขิ ิต” หมายถงึ เขียน เพราะเปนขั้นตอนท่ีตอจากการคิดแลว
จงึ เปน การพูดหรอื การเขียนกไ็ ด ซึ่งสามารถเช่ือมโยงคาํ วา ลขิ ติ กับคาํ วา การเขียน ใหสัมพนั ธก นั ได

๑๕๔ ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู สาํ หรบั นักเรยี น ระดับประถมศึกษา ภาคเรยี นท่ี ๑ (ภาษาไทย ป.๕)

หลกั พืน้ ฐานการอธิบายความหมายของคาํ

การอธิบายความหมายของคํา ประโยค และขอ ความ มีหลกั การพน้ื ฐาน ดังนี้
1. การเปดดูความหมายจากพจนานุกรม
พจนานุกรม คือ หนังสือวาดวยถอยคําในภาษาใดภาษาหนึ่ง เรียงตามลําดับตัวอักษร โดยท่ัว ๆ ไป
จะบอกความหมายและที่มาของคํา ซง่ึ เราสามารถเปด ดคู วามหมายและท่ีมาของคําในพจนานกุ รมได
2. การสังเกตและดูบริบทในประโยค
บริบท คือ สถานการณแวดลอมเพ่ือชวยใหเขาใจความหมายของภาษาหรือถอยคํา ซ่ึงเราสามารถ
อธบิ ายความหมายของคาํ ไดจ ากการสังเกตและดบู รบิ ทในประโยคได

ตวั อยาง พลชี วี ิตชูชาติศาสนา
แผน ดนิ ไทยไทยรกั สลักจิต ใหลกู หลานรักษาไวย ืนยง

เอกราชมรดกตกทอดมา

(ศึกษาภาษิตและรอยกรอง : ฐะปะนยี  นาครทรรพ)

ใหอธบิ ายความหมายของคาํ ทขี่ ดี เสน ใต คอื คาํ วา มรดก
จากคาํ ประพันธขางตน หากสังเกตบริบทจะทราบไดวา มรดก อยใู กลก ับคําวา “ตกทอด” ซ่ึงทําให
เขาใจในระดับพื้นฐานวา มรดก คือ ส่ิงท่ีตกทอดจากบรรพบุรุษ เพราะเอกราชของชาติไทยที่ไดมาน้ัน
บรรพบุรุษไดเสยี สละ

การอธิบายคําทมี่ ีความหมายโดยตรงและโดยนัย

ความหมายโดยตรง เปนความหมายท่ีตรงไปตรงมาตามตัวหนังสือ ตรงตามเนื้อความหรือ
ความหมายท่ีปรากฏในพจนานุกรม เมอ่ื ฟงหรืออา นแลวเขาใจไดทันทีไมตอ งแปลความหรือตีความ เชน กา
แปลวา อกี า (สัตวป กชนิดหน่ึง มีสดี ํา รอ ง กา กา) หรืออาจหมายถงึ ภาชนะใสนา้ํ

ความหมายโดยนยั เปนความหมายแฝงหรอื มคี วามหมายโดยออม ไมตรงตามตัวหนงั สอื เมอ่ื ฟง หรือ
อา นแลว จะตอ งตคี วาม เปน เชิงเปรียบเทียบหรือมี ความเกย่ี วโยงกบั สง่ิ อื่น หรอื มคี วามหมายซอนเรน อยู

ตัวอยา ง ประโยคที่มคี วามหมายตรงและความหมายโดยนัย

คํา ความหมายโดยตรง ความหมายโดยนัย (เปรียบเทยี บ แฝง)
หิน เขาขวา งกอ นหิน แบบฝก หัดท่ีโรงเรยี นวนั น้ีหนิ จรงิ ๆ
ใตด นิ ผูใหญบ า นขดุ พบโถโบราณท่อี ยูใตดิน เงินทเ่ี ขาไดม าเปนเงินใตดิน

คําอธบิ าย
หิน ความหมายตรงหมายถึง กอนหิน แตความหมายแฝง หมายถึงเรื่องที่ยาก ไมงาย อาการหนัก

เหมือนยกหิน
ใตดิน ความหมายตรงหมายถึง สิง่ ทวี่ างหรืออาศัยอยูต่ําลงไปในดนิ แตความหมายแฝง หมายถึง ไม

เปดเผย ไมถ กู กฎหมาย

หนวยการเรยี นรทู ี่ ๕ เรอื่ ง วชิ าเหมอื นสินคา ๑๕๕

ใบงานท่ี 2 เรื่อง การอธิบายความหมายของคาํ ประโยค และขอ ความ

หนวยการเรยี นรูที่ 5 เรือ่ ง วชิ าเหมอื นสินคา
แผนการจดั การเรียนรูท ี่ 2 เร่อื ง การอธิบายความหมายของคํา ประโยค และขอ ความ

รายวชิ า ภาษาไทย รหัสวิชา ท๑๕๑๐๑ ภาคเรียนที่ ๑ ชัน้ ประถมศึกษาปที่ ๕

ตอนท่ี 1 ใหนักเรียนเขยี นอธบิ ายความหมายของคําท่ีขดี เสน ใตตามทกี่ าํ หนดใหถ ูกตอง

จงต้ังเอากายเจา เปนสําเภาอันโสภา

1. คาํ ศพั ท คอื ..................................... ความหมาย..................................................................................
2. คําศัพท คอื ..................................... ความหมาย..................................................................................

ความเพยี รเปนโยธา แขนซายขวาเปนเสาใบ

1. คาํ ศพั ท คอื ..................................... ความหมาย..................................................................................
2. คาํ ศัพท คือ ..................................... ความหมาย..................................................................................

นิว้ เปนสายระยาง สองเทา ตา งสมอใหญ

1. คาํ ศพั ท คือ ..................................... ความหมาย..................................................................................
2. คาํ ศพั ท คือ ..................................... ความหมาย..................................................................................

ปากเปน นายงานไป อชั ฌาสัยเปนเสบยี ง

1. คาํ ศัพท คือ ..................................... ความหมาย..................................................................................
2. คําศพั ท คอื ..................................... ความหมาย..................................................................................

ปญญาเปนกลอ งแกว สอ งดูแถวแนวหินผา

เจาจงเอาหตู า เปน ลาตาฟง ดลู ม

1. คาํ ศัพท คือ ..................................... ความหมาย..................................................................................
2. คาํ ศพั ท คอื ..................................... ความหมาย..................................................................................

ชอื่ .............................................................นามสกุล..............................................ชั้น.............เลขท.่ี ..........

๑๕๖ ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู สําหรบั นักเรยี น ระดับประถมศกึ ษา ภาคเรยี นที่ ๑ (ภาษาไทย ป.๕)
ตอนท่ี 2 ใหน กั เรยี นเขยี นอธิบายความหมายประโยค และขอความท่กี ําหนดใหตอ ไปน้ี

วิชากเ็ ปรยี บเหมอื นกบั สนิ คา อธิบายความหมายของประโยคขางตนไดวา
............................................................................................
............................................................................................

สติเปรียบไดกบั หางเสอื ของเรอื อธบิ ายความหมายของประโยคขางตน ไดว า
............................................................................................
............................................................................................

คนเราถามีความพยายามในการขวนขวายหาความรู ก็จะสามารถประสบความสําเร็จใน
สง่ิ ท่ตี ง้ั ไวได แตถ า เราไมมคี วามฝน หรอื ไมตง้ั ใจทาํ อะไรเลย ชวี ติ กจ็ ะไมพ บกับคําวา ความสําเร็จ
อธบิ ายความหมายของประโยคขางตนไดวา
........................................................................................................................................... .....................
................................................................................................................................................................

ช่อื .............................................................นามสกุล...............................................ชัน้ .............เลขท.่ี ..........

หนว ยการเรยี นรูที่ ๕ เรื่อง วชิ าเหมือนสินคา ๑๕๗

ใบความรูที่ 3 เรอ่ื ง การวเิ คราะหคณุ คา และขอ คดิ จากเรอื่ งทอ่ี า น

หนวยการเรียนรทู ่ี 5 เรอื่ ง วชิ าเหมือนสินคา
แผนการจัดการเรยี นรทู ี่ 3 เรอ่ื ง การวเิ คราะหคุณคาและขอ คิดจากเร่ืองทอ่ี าน
รายวิชา ภาษาไทย รหสั วิชา ท๑๕๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ชนั้ ประถมศึกษาปที่ ๕

การวิเคราะหค ณุ คา
การวิเคราะห หมายถึง การพิจารณาตรวจตรา แยกแยะและประเมินคา ซ่ึงจะเกิดประโยชนตอ

ผวู ิเคราะหในการนําไปแสดงความคิดเห็น อภิปรายขอเท็จจริงใหผูอ่ืนทราบ ดวยวาใครเปนผูแตง เปนเร่ือง
เกย่ี วกับอะไร มปี ระโยชนอยา งไร ตอใครบาง ผูวเิ คราะห มีความเห็นอยา งไร เร่อื งท่ีอานมีคุณคาดานใดบาง
และแตละดา นสามารถนําไปประยุกตใ หเกิดประโยชนตอ ชีวิตประจําวนั อยางไรบาง

การวเิ คราะหคุณคาเร่ืองที่อาน ตองใชความคิดพิจารณาไตรตรอง กลั่นกรอง แยกแยะและแสวงหา
เหตุผลเพอ่ื ประเมนิ คณุ คาของวรรณคดีอยางมเี หตุผล

ประเด็นทใี่ ชใ นการวเิ คราะหแ ละวิจารณคณุ คา ของงานวรรณคดีและวรรณกรรม การวิเคราะหคุณคา
ของงานประพันธเทา ทพ่ี บเหน็ ทั่ว ๆ ไป นยิ มพิจารณากวาง ๆ ๔ ประเดน็ ดังน้ี

1) คุณคาดานเนื้อหาสาระ แนวความคิดและกลวิธีนําเสนอทั้ง ๒ ประเด็นน้ีจะอธิบายและ
ยกตัวอยางประกอบเขาใจ โดยจะกลาวควบกนั ไปทั้งการวิเคราะหและการวจิ ารณ

2) คณุ คาดานวรรณศลิ ป คือ ความไพเราะของบทประพันธ ซ่ึงอาจทําใหผ ูอา นเกิดอารมณความรูสึก
และจินตนาการตามรส ความหมายของถอ ยคาํ และภาษาทีใ่ ช

๓) คุณคาดา นสังคมและวฒั นธรรม วรรณคดีและวรรณกรรมจะสะทอ นใหเหน็ สภาพของสังคมและ
วรรณคดที ดี่ ีสามารถจรรโลงสงั คมไดอ ีกดว ย

๔) การนําไปประยุกตใชในชีวิตประจําวัน ผูอานสามารถนําแนวคิดจากวรรณคดีและประสบการณ
จากเรื่องที่อานไปประยกุ ตใชหรอื แกป ญ หาในชีวติ ประจําวนั ได

ขอคิด หมายถึง ประเดน็ ชวนคดิ คติท่ีเปนประโยชน
การวเิ คราะหขอคดิ จากเรอื่ งท่ีอาน

๑. เปนการหาขอคิดหรือคติสอนใจจากเร่ืองที่อานวาเรื่องน้ัน ๆ ใหขอคิดที่เปนประโยชนอะไรบาง
แลว จงึ นําขอคิดนั้นมาประยกุ ตใชในชีวิตประจาํ วนั

๒. การหาขอคิดจากการอานหนังสือตา ง ๆ เชน การอา นนิทาน บทความ สารคดี ควรอานตั้งแตตน
จนจบเร่ือง แลวทาํ ความเขาใจเนอื้ เร่อื ง และจับใจความสาํ คญั หรือประเด็นสาํ คญั ท่ีผเู ขียนตอ งการใหข อคิดกบั
ผอู านการหาขอ คิดจากการอา นนิทาน

๑๕๘ ชุดกิจกรรมการเรียนรู สําหรบั นักเรยี น ระดับประถมศกึ ษา ภาคเรยี นท่ี ๑ (ภาษาไทย ป.๕)

ใบงานที่ 3 เรือ่ ง การวเิ คราะหค ณุ คาและขอ คดิ จากเรอ่ื ง วิชาเหมอื นสนิ คา

หนวยการเรยี นรทู ี่ 5 เรือ่ ง วชิ าเหมอื นสินคา
แผนการจดั การเรยี นรูท่ี 3 เร่ือง การวิเคราะหค ณุ คา และขอ คดิ จากเรอื่ งท่ีอา น
รายวชิ า ภาษาไทย รหัสวิชา ท๑๕๑๐๑ ภาคเรียนที่ ๑ ช้ันประถมศึกษาปที่ ๕

ตอนท่ี 1 ใหน กั เรยี นอา นคําประพันธจ ากบทรอ ยกรองเรอื่ ง วิชาเหมอื นสนิ คา และคาํ ประพันธจ ากเรอื่ งอนื่ ๆ
จากนนั้ วเิ คราะหค ําประพันธว าเปน คุณคา ดา นใด แลวเขียนเติมในชอ งวางใหส มบูรณ

1. ขี้เกยี จคือปลารา ย จะทาํ ลายใหเ รอื จม คณุ คาดานใด
เอาใจเปนปน คม ยงิ ระดมใหจ มไป ……………………………………………………

2. สตเิ ปน หางเสือ ถอื ทายเรอื ไวใ หเท่ียง คุณคา ดานใด
ถอื ไวอยา ใหเอยี ง ตดั แลน เล่ยี งขามคงคา ……………………………………………………

3. วชิ าเหมอื นสินคา อนั มีคา อยูเมืองไกล คณุ คา ดานใด
ตอ งยากลําบากไป จงึ จะไดสินคามา ……………………………………………………

4. ปญ ญาเปน กลอ งแกว สอ งดแู ถวแนวหินผา คณุ คา ดานใด
……………………………………………………
เจา จงเอาหูตา เปน ลา ตาฟง ดลู ม

5. จงึ จะไดสินคา มา คอื วิชาอันพสิ มัย คุณคาดา นใด
จงหมน่ั มนั่ หมายใจ อยาไดค รานการวชิ า ……………………………………………………

ชื่อ........................................................นามสกลุ .................................................ชนั้ .............เลขท่ี.............

หนวยการเรยี นรูท่ี ๕ เร่ือง วชิ าเหมือนสนิ คา ๑๕๙

ตอนท่ี 2 ใหนักเรียนอานคําประพันธจากบทรอยกรองเร่ือง วิชาเหมอื นสินคา แลวเขียนวิเคราะหคณุ คา
และขอ คิดจากเรือ่ งใหถ ูกตอง

วิชาเหมือนสนิ คา

วิชาเหมือนสนิ คา อันมีคาอยเู มอื งไกล
ตองยากลําบากไป จึงจะไดส นิ คามา
เปนสาํ เภาอนั โสภา
จงตัง้ เอากายเจา แขนซา ยขวาเปนเสาใบ
ความเพียรเปน โยธา สองเทา ตา งสมอใหญ
นวิ้ เปน สายระยาง อชั ฌาสยั เปนเสบยี ง
ถือทา ยเรือไวใ หเ ท่ียง
ปากเปนนายงานไป ตดั แลนเล่ียงขามคงคา
สตเิ ปน หางเสอื สอ งดแู ถวแนวหนิ ผา
ถอื ไวอ ยา ใหเ อยี ง เปนลา ตาฟง ดลู ม
จะทําลายใหเรือจม
ปญญาเปนกลอ งแกว ยิงระดมใหจ มไป
เจา จงเอาหูตา คือวชิ าอันพสิ มัย
ขเ้ี กยี จคอื ปลาราย อยา ไดค รา นการวิชา

เอาใจเปนปน คม (วรรณคดีลํานาํ ป.5 : หนา 43)
จึงจะไดส นิ คามา
จงหมนั่ ม่นั หมายใจ

1. คุณคาดา นเน้ือหา 2. คุณคา ดา นวรรณศิลป 3. คณุ คาดา นสงั คมและวัฒนธรรม

……………………………………………… ……………………………………………… ……..………………………………………….
……………………………………………… ……………………………………………… ………..……………………………………….
……………………………………………… ……………………………………………… ………..……………………………………….
……………………………………………… ……………………………………………… …………..…………………………………….
……………………………………………… ……………………………………………… …………..…………………………………….
……………………………………………… ……………………………………………… …………..…………………………………….

4. ขอ คดิ จากเรื่อง วชิ าเหมอื นสนิ คา นาํ ไปใชในชวี ิตประจําวนั
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ช่ือ.............................................................สกลุ ......................................................ช้นั .............เลขที่...........

๑๖๐ ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู สาํ หรบั นกั เรยี น ระดับประถมศึกษา ภาคเรยี นท่ี ๑ (ภาษาไทย ป.๕)

ใบความรูท่ี 4 เรอื่ ง สาํ นวนไทย

หนว ยการเรียนรูที่ 5 เร่ือง วิชาเหมอื นสนิ คา
แผนการจัดการเรยี นรทู ี่ 4 เรอื่ ง การใชส ํานวนเปรียบเทียบ
รายวิชา ภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๕๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ช้นั ประถมศึกษาปที่ ๕

ความหมายของสํานวน
สาํ นวน หมายถึง ถอยคําที่เรียบเรียงเปนขอความ หรือคําพูดท่ีเปนชั้นเชิง ไมตรงตามรปู แบบภาษา

เปน ถอ ยคําหรอื คาํ พดู ท่ีมลี กั ษณะเฉพาะตัว มีความหมายเปน นัยแฝงอยู กินความกวา งหรอื ลึกซึ้ง นํามาใชใ ห
มีความหมายแตกตา งไปจากความหมายเดมิ ของคํา ๆ นัน้ หรอื อาจจะมคี วามหมายคลายกับความหมายเดิม
ของคําท่ีนํามาประสมกัน แตก็ไมเหมือนกับความหมายเดิมทีเดียว เปนความหมายใน เชิงอุปมา
เปรียบเทียบ มักใชถอยคําที่ไมยาวมากแตกินความมาก ใชคําท่ีไพเราะ คมคาย สละสลวย ตองอาศัย
การตีความจึงจะเขา ใจ

การใชส าํ นวนเปรียบเทยี บ

เน่ืองจากคนไทยเปนคนเจา บทเจากลอน การพูดจาหรอื สั่งสอนใคร มกั จะอางสํานวนที่เปนคําคลองจอง
มาเปรียบเทียบเปรียบเปรยเสมอ ทําใหจ ดจําไดงายและเห็นภาพไดชดั เจน สํานวนไทยมีความผูกพันกับชีวิต
ของเราอยา งใกลช ดิ และยงั ใหขอคดิ สอนใจ
การใชสํานวนเปรียบเทียบ นิยมเปรียบเทียบกับสิ่งตา ง ๆ หรือใชเปรียบเทยี บกับพฤติกรรมของมนุษย
เก่ยี วกับวถิ ชี วี ิตหรอื การดาํ เนินกจิ กรรมตาง ๆ หรอื อาจใชในเชงิ ประชดประชันกไ็ ด
เชน อวนเหมอื นหมู เปรยี บเทยี บวา อวนเหมือนหมู เพราะวา รางกายมขี นาดอว นเหมอื นหมู
สวยราวกบั นางฟา เปรียบเทยี บวา ความสวยของผูท ่ถี ูกเปรียบเหมอื นกบั นางฟาจาํ แลงมา
กบในกะลาครอบ เปรียบเทียบวา มีความรูเ หมอื นกบที่อยูใ นกะลา เพราะกะลาแคบนดิ เดยี ว

นอกจากน้ี การใชสํานวนเปรียบเทียบยังมิไดหมายถึงการเปรียบเทียบระหวางสิ่งของสิ่งหน่ึงเพียง
อยางเดยี ว อาจหมายถงึ การเปรียบเทยี บกับของหลายสง่ิ
เชน

แกะดาํ เปรยี บเทียบวา ของสงิ่ หน่งึ ที่มีความแตกตางจากของหมมู าก
ตัวอยางการใชสํานวนเปรียบเทียบ

“เด็กชายแดงไมยอมทําตามระเบียบของโรงเรียน ซึ่งตางจากเด็กคนอื่น ๆ ท่ีปฏิบัติตาม
ระเบยี บของโรงเรียนไดอยางครบถว น พฤติกรรมเชน นีเ้ รยี กไดว า แกะดํา”

หนว ยการเรียนรูท่ี ๕ เรือ่ ง วชิ าเหมือนสนิ คา ๑๖๑

ตวั อยา งสาํ นวนเปรยี บเทยี บ

สํานวน การเปรยี บเทียบ

กาคาบพริก เปรียบเทยี บกบั ทค่ี นผิวดําแตงตัวดวยเส้ือผา สีแดง

คางคกข้นึ วอ เปรียบเทียบกบั คนทีม่ ฐี านะตาํ่ ตอย พอไดดิบไดด กี ็มักแสดงกิริยาอวดดลี ืมตวั

ชงิ สกุ กอนหาม เปรียบเทยี บกับการทาํ สิ่งทีย่ งั ไมส มควรแกวันหรอื ยงั ไมถ งึ เวลา

นกสองหัว เปรยี บเทยี บกบั คนที่ทําตวั ฝก ใฝเ ขา ดวยทง้ั 2 ฝาย

กระตายต่นื ตมู เปรียบเทยี บกบั คนที่แสดงอาการตื่นตกใจงา ยโดยไมทนั สํารวจใหถอ งแทกอ น

กระตายหมายจันทร เปรียบเทียบกับผูชายหมายปองผหู ญงิ ทมี่ ีฐานะดีกวา

ชักแมนา้ํ ทั้งหา เปรยี บเทียบกับคนท่ีพดู จาหวา นลอมเพอ่ื ใหคลอยตามโดยอา งสง่ิ ตา ง ๆ

ไกลปนเทย่ี ง เปรยี บเทียบกับคนที่ไมร ูอะไรเลย เพราะอยูหา งไกลความเจรญิ

ขวานผา ซาก เปรียบเทยี บกบั คนทพ่ี ดู จาโผงผาง ไมเ กรงใจใคร

ขิงก็รา ขาก็แรง เปรียบเทียบกบั คนทีจ่ ดั จานพอกนั มอี ารมณร อนพอ ๆ กัน ไมยอมลดละกนั

แขวนนวม เปรียบเทียบกับคนทเ่ี ลิกชกมวย

คดในของอในกระดูก เปรียบเทียบกบั คนท่ีมสี ันดานคดโกง

คนรกั เทาผืนหนงั คนชังเทา ผนื เสือ่ เปรยี บเทยี บวา คนรกั มีนอ ย คนเกลียดชงั มมี าก

คลุกคลตี โี มง เปรียบเทียบกับคนท่ีมวั่ สมุ หรือคลกุ คลีพวั พันกันอยา งใกลชดิ ตลอดเวลา

ฆอ งปากแตก เปรียบเทยี บกับคนทปี่ ากโปง เกบ็ ความลบั ไมอ ยู

ฆาชางเอางา เปรยี บเทยี บกับการทําลายของใหญ เพื่อใหไดข องเลก็ นอยซงึ่ ไมคมุ คา

งงเปนไกต าแตก เปรยี บเทียบกบั คนทงี่ งมาก จนทาํ อะไรไมถ ูก

งอมืองอตีน เปรยี บเทียบกับคนเกียจครา น ไมส นใจขวนขวายทาํ การงาน ไมค ดิ สูงาน

งูกนิ หาง เปรยี บเทียบกบั คนทเี่ กย่ี วโยงกันจากหวั ถึงหางโดยซดั กนั เปน ทอด ๆ

เงยี บเปน เปาสาก เปรยี บเทยี บวา ลกั ษณะที่เงียบสนทิ

โงแ ลวอยากนอนเตยี ง เปรยี บเทยี บกบั คนโงแ ลวไมเ จยี มตัววา โง ไปทาํ สง่ิ ท่ตี นไมร ูไมเ ขา ใจ

๑๖๒ ชดุ กิจกรรมการเรียนรู สาํ หรบั นกั เรียน ระดับประถมศกึ ษา ภาคเรียนที่ ๑ (ภาษาไทย ป.๕)

ใบงานที่ 4 เรอ่ื ง การใชสํานวนเปรียบเทียบ

หนวยการเรียนรทู ี่ 5 เรื่อง วิชาเหมอื นสนิ คา
แผนการจัดการเรยี นรูท่ี 4 เรือ่ ง การใชส ํานวนเปรียบเทียบ
รายวิชา ภาษาไทย รหสั วิชา ท๑๕๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ ช้นั ประถมศึกษาปท่ี ๕

คําชแี้ จง ใหน ักเรียนเตมิ สํานวนเปรียบเทียบในชองวา ง หนา ขอความใหถ กู ตอ งสมั พันธกนั

จบั ปใู สก ระดง จับเสอื มอื เปลา ดินพอกหางหมู ขชี่ างจับตกั๊ แตน
จับปลาสองมอื ชักแมนาํ้ ทงั้ หา ไกลปน เทีย่ ง กระตายหมายจนั ทร
คางคกขึ้นวอ ขงิ ก็รา ขา กแ็ รง ขวานผา ซาก ชิงสกุ กอนหา ม

ขอ ที่ 1 ........................................................ เด็ก ๆ ไมอยใู นกฎระเบียบ แตกแถวอยูบอ ยคร้ัง

ขอ ที่ 2 ........................................................ แกวตามงี านคง่ั คางจํานวนมาก ไมย อมทาํ งานเลย

ขอที่ 3 ........................................................ สมชายฐานะยากจน แตร กั ใครกบั ลูกสาวนายอาํ เภอ

ขอที่ 4 ........................................................ แดงพูดจาโผงผาง ไมม ีความไพเราะ

ขอ ท่ี 5 ........................................................ พูดจาหวานลอ มเพ่ือใหค ลอยตามโดยอางสง่ิ ตา ง ๆ

ขอ ที่ 6 ........................................................ ตางฝา ยตา งไมย อมลดละซงึ่ กันและกนั

ขอ ท่ี 7 ........................................................ หยิง่ ยโส หลงในความสขุ สบาย ลมื ฐานะเดมิ

ขอท่ี 8 ........................................................ อยหู า งไกลความเจริญ ไมร อู ะไร
ขอ ที่ 9 ........................................................ ทําสองอยางพรอมกัน สุดทายไมส าํ เร็จสักอยา ง

ขอ ที่ 10 ........................................................ ลงทนุ มากแตไดกําไรนอย ไมค ุม คา
ชอ่ื .........................................................นามสกุล....................................................ชั้น............เลขท.่ี ..........

หนวยการเรียนรูท่ี ๕ เรือ่ ง วชิ าเหมือนสนิ คา ๑๖๓

ใบความรทู ่ี 5 เรอื่ ง การแยกขอเทจ็ จรงิ และขอคดิ เห็น

หนวยการเรียนรูท ี่ 5 เร่อื ง วิชาเหมอื นสินคา
แผนการจัดการเรยี นรูท่ี 5 เร่ือง การแยกขอ เทจ็ จริงและขอ คิดเห็น
รายวชิ า ภาษาไทย รหสั วิชา ท๑๕๑๐๑ ภาคเรียนที่ ๑ ชั้นประถมศึกษาปท่ี ๕

การแยกขอเท็จจริงและขอคิดเห็น

การวิเคราะหเน้อื หาสาระของการอา นน้นั จะตองรูวา อะไรเปน ใจความสําคญั ของเรอื่ งอะไรเปน เน้ือหา
หลัก เน้ือหารอง ตอนใดเปนใจความท่ีแสดงเหตุและผล ขอเท็จจริง ความคิดเห็นในขณะเดียวกันก็ตองใช
ความคดิ ความรู และประสบการณ เพื่อพิจารณาวาเรื่องนั้น และเรอื่ งมีความสมเหตสุ มผลและมีความถกู ตอง
หรอื ไม มากนอ ยเพียงใดโดยมหี ลกั ในการพจิ ารณา ดังน้ี

ลักษณะขอ เทจ็ จริง ลักษณะขอ คดิ เห็น

๑. มคี วามเปนไปได ๑. เปน ขอ ความท่แี สดงความรสู กึ
๒. มคี วามสมจริง ๒. เปนขอความทีแ่ สดงความคาดคะเน
๓. มหี ลกั ฐานเชื่อถือได ๓. เปน ขอ ความทีแ่ สดงการเปรียบเทียบ อุปมาอปุ มัย
๔. มคี วามสมเหตุสมผล ๔. เปน ขอความท่เี ปนขอ เสนอแนะหรือเปนความคิดเห็นของผพู ดู เอง

ตวั อยา งประโยคท่เี ปนขอ เท็จจริงและขอคดิ เห็น

ประโยคทเ่ี ปนขอ เท็จจรงิ ประโยคท่เี ปนขอ คดิ เห็น

๑. จังหวัดนา นอยูทางภาคเหนือของไทย ๑. จงั หวดั นานมภี ูมปิ ระเทศทสี่ วยงามนา อยู
๒. โลมาเปน สัตวเล้ยี งลกู ดวยนม ๒. โลมาเปนสัตวนา รกั ที่ชอบหอมแกมคน
๓. ผกั บงุ จีนมีลําตนอวบกวาผกั บงุ ไทย ๓. ถาเรากนิ ผกั บงุ จะทําใหตาหวาน
๔. แมวมีฝเทาเบามาก ๔. คนที่เชอื่ ถือโชคลาง เชอื่ วาแมวเปนสตั วล กึ ลบั
5. นาํ้ ทะเลมรี สเคม็ 5. ทะเลมีความสวยงาม
6. ประเทศไทยมภี าษาไทยเปน ภาษาประจําชาติ 6. ประเทศไทยมรี ปู รางเหมอื นกระบวยตกั นาํ้
7. ตลาดนา้ํ อมั พวาอยใู นจงั หวดั สมุทรสงคราม 7. ตลาดน้าํ อัมพวานาทอ งเที่ยวทส่ี ุดแลว
8. คนอสี านสว นใหญกินขา วเหนียวเปน อาหารหลกั 8. ขาวเหนยี วมรี สชาตอิ รอ ยมาก
9. กลว ยเปน พืชใบเล้ยี งเดี่ยว 9. กลวยเปน ผลไมทีค่ นไทยนิยมรบั ประทาน
10. พระอาทติ ยขน้ึ ทางทิศตะวันออก 10. พระอาทิตยม สี ที ีส่ วยงาม

๑๖๔ ชุดกจิ กรรมการเรียนรู สาํ หรบั นักเรยี น ระดับประถมศกึ ษา ภาคเรียนท่ี ๑ (ภาษาไทย ป.๕)

การวิเคราะหขอเท็จจริงและขอ คดิ เห็นจากเร่อื งท่ีอา น

ตัวอยา งเร่อื ง การตักบาตร
วิถีชีวิตคนไทยผูกพันกับวัดและพระสงฆ รวมท้ังคุนเคยกับการทําบุญตักบาตร พระสงฆจะมารับ

บณิ ฑบาตในตอนเชา เรานยิ มตกั บาตรเพ่อื เสรมิ บุญใหต นเอง และเช่อื วา การตกั บาตรเปน การสะสมบุญไวก อ น
ตาย ขั้นตอนการตักบาตร คอื เตรียมอาหารคาวหวาน ดอกไมสด ขณะพระสงฆรับบาตรผูตักบาตรตองถอด
รองเทา ตักขาวกอนตามดวยกับขาวและของหวาน เม่ือพระปดฝาบาตรใหวางดอกไม แลวน่ังพนมมือรับพร
จากพระ

ตารางการแยกประโยคท่ีเปนขอ เท็จจรงิ และขอคดิ เห็นจากเรอื่ ง การตักบาตร

ขอเทจ็ จรงิ ความคดิ เห็น

๑. พระสงฆมารับบณิ ฑบาตในชว งเชา ๑. คนไทยผกู พันกับวดั และพระสงฆ
๒. ขั้นตอนการตักบาตร คือ เตรียมอาหารคาว ๒. การตักบาตรทําเพ่ือเสริมบุญ และสะสมบุญไวกอน
หวาน ดอกไมสด ผูตักบาตรตองถอดรองเทา ตัก ตาย
ขา วกอนตามดวยกับขาวและของหวาน ผลไม และ
นง่ั พนมมือรับพรจากพระ

หนวยการเรยี นรทู ี่ ๕ เรื่อง วิชาเหมอื นสนิ คา ๑๖๕

ใบงานท่ี 5 เร่อื ง การแยกขอ เท็จจริงและขอ คดิ เห็นจากเร่ืองทอี่ า น

หนวยการเรยี นรูที่ 5 เรื่อง วชิ าเหมอื นสินคา
แผนการจดั การเรยี นรูท่ี 5 เรื่อง การแยกขอ เท็จจรงิ และขอ คดิ เห็น
รายวชิ า ภาษาไทย รหัสวิชา ท๑๕๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ช้ันประถมศึกษาปท่ี ๕

คาํ ชแ้ี จง ใหน กั เรียนอานและวเิ คราะหขอเทจ็ จรงิ และความคิดเห็น จากเรอื่ งท่ีกําหนดให

ขาวเรือ่ ง “การดโู ทรทศั นจะบริโภคอาหารมากกวา เดิม”
การดูโทรทศั นเปนหนึ่งปจจยั ที่คนเราชอบและการดูโทรทัศนกถ็ ูกกลาวโทษอาจเปน สาเหตุที่ทาํ ให
“อวน” ซึ่งคํากลาวนี้ก็ไมไดเกินจริงมากนัก เพราะเช่ือวาทุกคนตองแอบกินจุบจิบระหวา งท่ีดูไปดวย
ไมเพียงเทานั้น ผลการวิจัยจากมหาวิทยาลัยในอเมริกา ยังพบอีกวา ประเภทของรายการโทรทัศน
ขาวตาง ๆ ก็มีผลตอการบริโภคเชนกัน ผลการวิจัยดังกลาว พบวา ผูที่ชมโทรทัศนประเภทรายการ
ภาพยนตรมีแนวโนมท่จี ะทาํ ใหอว นมากข้ึน การศกึ ษาไดเ ปรียบเทียบกลุมตัวอยาง โดยใหช มภาพยนตร
เปรียบเทียบกับรายการทีวีที่เปนสัมภาษณ พบวา กลุมที่ดูภาพยนตรจะรับประทานอาหารและขนม
ขบเคี้ยวมากกวาถึงสองเทาเลยทีเดยี ว ซึง่ คาดวาจะนาํ ไปสูความอว นในทส่ี ดุ

ตอบคาํ ถาม
1. เขียนประโยคท่เี ปนขอเทจ็ จริงจากขาวมา 2 ประโยค

ประโยคท่ี 1 คอื ..................................................................................................................................
ประโยคท่ี ๒ คอื ..................................................................................................................................
๒. เขียนประโยคทีเ่ ปน ความคดิ เห็นจากขาวมา 2 ประโยค
ประโยคที่ 1 คือ............................................................................................................................
ประโยคท่ี ๒ คือ...................................................................................................................................
แตง ประโยค
๑. แตงประโยคทีเ่ ปนขอ เท็จจริงมา 2 ประโยค
ประโยคท่ี 1 คอื ..............................................................................................................................
ประโยคท่ี ๒ คือ...................................................................................................................................
๒.. แตงประโยคที่เปน ความคิดเห็นมา 2 ประโยค
ประโยคท่ี 1 คือ..............................................................................................................................
ประโยคที่ ๒ คอื ...................................................................................................................................

ชื่อ.........................................................นามสกลุ ....................................................ชั้น............เลขท.่ี ..........

๑๖๖ ชุดกิจกรรมการเรยี นรู สําหรบั นักเรียน ระดับประถมศกึ ษา ภาคเรียนท่ี ๑ (ภาษาไทย ป.๕)

ใบความรูท่ี 6 เรอ่ื ง การพดู แสดงความคดิ เห็นจากเร่ืองทฟี่ งและดอู ยา งมเี หตผุ ล

หนวยการเรยี นรทู ่ี 5 เร่ือง วิชาเหมอื นสนิ คา
แผนการจัดการเรยี นรูที่ 6 เร่ือง การพดู แสดงความคดิ เห็นจากเร่อื งท่ีฟงและดูอยางมีเหตผุ ล

รายวชิ า ภาษาไทย รหัสวชิ า ท๑๕๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ชัน้ ประถมศึกษาปที่ ๕

การพดู แสดงความคิดเห็นจากเรอื่ งที่ฟงและดอู ยางมเี หตผุ ล
การพูดแสดงความคิดเห็นจากเร่ืองท่ีฟงและดูอยางมีเหตผุ ล เปนการกลาวช้ีแจงขอเท็จจรงิ หลักการ

และ เหตผุ ล ขอสันนิษฐาน ขอวนิ จิ ฉยั ขอเสนอแนะ และการประเมินคาเก่ยี วกบั เรื่องท่ีฟงและดอู ยางมเี หตผุ ล
ท่ีเกีย่ วขอ งกบั การดาํ เนินชีวิตประจาํ วนั อยางหลีกเล่ียงไมไ ด โอกาสที่เราจะแสดงความคิดเห็นจึงอาจเกิดขึน้ ได
ตลอดเวลา อาจตอ งพดู แสดงความคิดเหน็ เก่ยี วกบั สังคมไทย การเรียนการศึกษา วฒั นธรรมในสงั คม เปน ตน

ดังน้ัน การพูดแสดงความคิดเห็นจากเรื่องที่ฟงและดู ควรพิจารณาอยางรอบคอบกอนพูด และพูด
อยางมีเหตุผล เพ่ือไมใหเกิดความขัดแยงกับผูอื่น เพราะในเรื่องเดียวกันแตละคนอาจมีมุมมองและความ
คิดเห็นที่แตกตา งกนั ได
หลกั การพูดแสดงความคดิ เห็นจากเร่ืองทฟี่ ง และดูอยา งมเี หตุผล

๑. กลา วถงึ ความเดิม เหตกุ ารณ หรือการกระทาํ ของบคุ คล
๒. ช้ีใหเห็นขอบกพรองในเรื่องดังกลาว และผลเสียที่อาจจะเกิดข้ึน โดยยกตัวอยาง ยกเหตุผล ขอ
อางอิง ขอโตแยงตาง ๆ มาอางอิงคัดคาน ถาสามารถใชเหตุผลทางหลักวิชามาประกอบจะทําใหนาเช่ือถือ
ย่ิงขึน้
๓. เสนอแนวปฏบิ ตั ิทด่ี กี วา เพอื่ เปน การสรางสรรค
๔. จบดวยการกลาวยํ้าความคดิ อยา งใดอยา งหน่ึง เชน ฝากความหวงั การเรียกรอง เชญิ ชวน
การมคี วามรเู ก่ียวกบั เร่อื งท่ีจะพูดเปน อยา งดี
การต้ังคําถามและตอบคําถามเชิงเหตุผลจากเรื่องท่ีฟงและดู จะทําใหเราสรุปใจความของเร่ืองได
สามารถวเิ คราะหค วามนา เช่ือถือจากขอ เท็จจริงและขอคิดเห็น รวมทั้งไดรับรูหรอื ขอคดิ ท่ีนาํ ไปเปนประโยชน
จากเรอื่ งที่ดูหรือฟง นัน้
แนวทางการตงั้ คําถามเชิงเหตุผลเพื่อประกอบการพดู
๑. สาระสําคัญของเรื่องคืออะไร
๒. เรอ่ื งนมี้ ีจุดประสงคอื ยางไร
๓. ขอเทจ็ จริงคอื อะไร และขอ คดิ เห็นคอื อะไร
๔. มีความนา เชอ่ื ถอื มากนอยเพียงใด
๕. ขอ คดิ หรอื ความรทู ีจ่ ะนาํ ไปใชประโยชนค ืออะไร

หนวยการเรยี นรทู ่ี ๕ เร่อื ง วชิ าเหมือนสินคา ๑๖๗

ขอ คาํ นงึ ในการพดู แสดงคามคิดเหน็ มดี งั นี้
๑. คิดใหด ีกอนพดู
๒. มคี วามรเู ก่ยี วกบั เรอ่ื งท่ีจะพูดเปน อยางดี
๓. มเี หตผุ ลโดยยกตัวอยางประกอบการพูดใหเ ห็นจรงิ
๔. เรยี งลาํ ดับการพุดใหต อเนือ่ ง ไมพ ูดวกวน
๕. เนอื้ หาทจ่ี ะพดู เปน เชงิ สรา งสรรค
๖. หลีกเล่ยี งการพูดเรื่องสวนตวั ทง้ั ของตนเองและผอู ่นื

การใชภาษาในการพูดแสดงความคดิ เหน็
๑. ใชถอ ยคาํ ใหกะทัดรดั มีความหมายชดั เจน เรียงเนื้อความตามลาํ ดบั ไมส ับสน
๒. ใชถอยคาํ ภาษาที่เปน ลกั ษณะเฉพาะของการแสดงความคิดเหน็ เชน การใชคําสรรพนามบรุ ุษที่ ๑

ประกอบกับคาํ กรยิ าหรอื กลุม คาํ กริยา ที่ระบุวา เปนการพดู แสดงความคิดเหน็ เปนตนวา ดิฉนั เห็นวา ผมคิดวา
ดิฉันเขาใจวา ผมใครขอสรปุ วา ทป่ี ระชมุ มมี ติวา เราจึงขอเสนอแนะวา หรือพวกเรามคี วามเหน็ รวมกนั วา

๓. ใชถอยคาํ หรือกลมุ คาํ เพ่อื บง ชใี้ หเ ห็นวาเปนการแสดงความคิดเหน็ อันไดแกคาํ วา อาจ อาจจะ คง
คงจะ นา นา จะ ทัง้ ควร เปน ตน

๔. ใชถอยคําเชงิ สรางสรรค กอ ใหเ กดิ ผลดา นศลี ธรรมจรยิ ธรรม และคณุ ธรรมไมประชดประชนั ไมพ ูด
กาวราวเสียดสี ไมพูดแบบขวานผา ซาก หรอื มเี จตนาไมด ี

๕. มีมารยาทในการพูด ไมใชคํารุนแรง เชน คําสบถ คําดา คําหยาบ มีกิริยาวาจาที่สุภาพ นํ้าเสียง
นมุ นวล และตองรูจ ักยอมรบั ความคิดเห็นของผอู น่ื

ลักษณะของผพู ดู แสดงความคิดเห็นท่ีดี
๑. เปนผมู คี วามรคู วามเขา ใจในเรือ่ งนั้น ๆ เปน อยางดี
๒. สนใจตอปญ หา หรือเหตกุ ารณตา ง ๆ อยา งกวา งขวาง
๓. เปนผูมีเหตุผลสามารถใชดุลพินิจ หรือใชปญญาพิจารณาเร่ืองตาง ๆ ดวยความเปนกลาง

ปราศจากอคติ ไมใชอารมณ ไมเดา ไมค าดคะเน
๔. เปน ผูมีความกลาสามารถแสดงออกถึงความคดิ ท่ีมีอยใู นตนเองใหผอู ืน่ ทราบ

๑๖๘ ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู สําหรบั นักเรยี น ระดับประถมศึกษา ภาคเรยี นท่ี ๑ (ภาษาไทย ป.๕)

ใบงานท่ี 6 เรอ่ื ง สรปุ หลกั การพดู แสดงความคดิ เหน็ จากเรือ่ งทฟ่ี ง และดู

หนวยการเรยี นรทู ่ี 5 เร่ือง วชิ าเหมือนสนิ คา
แผนการจัดการเรยี นรูท ่ี 6 เรื่อง การพดู แสดงความคิดเห็นจากเรอื่ งทีฟ่ ง และดอู ยา งมีเหตุผล

รายวิชา ภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๕๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ชน้ั ประถมศึกษาปท่ี ๕
คาํ ช้แี จง ใหน กั เรยี นสรุปความรูเ ก่ยี วกับการพูดแสดงความคิดเห็นจากเร่อื งทฟ่ี ง และดูอยา งมเี หตุผล

เปน แผนภาพความคิด พรอมตกแตงใหส วยงาม

การบา น

ชื่อ.........................................................นามสกลุ ...................................................ชั้น...........เลขท.ี่ ..........

หนว ยการเรียนรูท่ี ๕ เรือ่ ง วชิ าเหมือนสินคา ๑๖๙

ใบความรทู ่ี 7 เรอื่ ง การวเิ คราะหและแสดงความคิดเหน็ จากเรอ่ื งทอี่ า น

หนวยการเรยี นรทู ่ี 5 เรือ่ ง วชิ าเหมอื นสนิ คา
แผนการจดั การเรยี นรูที่ 7 เร่อื ง การวเิ คราะหและแสดงความคิดเห็นจากเร่ืองท่ีอา น

รายวิชา ภาษาไทย รหสั วิชา ท๑๕๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ชัน้ ประถมศึกษาปท่ี ๕

การอา นในใจ เปนการอานจับใจความสาํ คัญของเรอื่ ง ผอู า นตอ งเตรยี มตัวในการอาน ดงั น้ี

๑. ขนั้ เตรยี มการอาน เปนขน้ั ท่ีสําคญั ในการสรา งความเขาใจเรื่อง ผอู านควร
๑.๑ อานชื่อเรื่อง สังเกตภาพ (หากมีภาพประกอบ) อานบทนําเร่ืองเพ่ือรูท่ีมาของเร่ือง และ

ทบทวนตนองวา มคี วามรเู ดมิ ในเรอ่ื งท่ีอา นอยางไร
๑.๒ อานคํายากในเรอื่ ง เพอ่ื ทาํ ความเขา ใจความหมาย รคู วามหมายคํายากนน้ั ๆ
๑.๓ ต้ังจุดประสงคการอานและแนวการอาน วา อานเพ่ือความบันเทิง อานเพื่อหาความรู อาน

เพ่ือวเิ คราะหเรื่อง อา นเพ่อื สรปุ ความ อา นเพ่ือพดู /เขียนแสดงความคดิ เหน็
๒. ข้นั อา นในใจ มขี น้ั ตอน ดังน้ี
๒.๑ อานสํารวจและต้ังคําถาม เปนการอานเร็วแลวต้ังคําถาม “ใคร ทําอะไร ท่ีไหน เม่ือไร

อยางไร”
๒.๒ อานเรอ่ื งอกี คร้งั เพือ่ จับประเด็นสาํ คัญ หารายละเอียดของเร่ือง หาเหตุและผลของเหตุการณ

ลําดับเรื่องราว แลว ตอบคําถามอีกคร้ัง
๒.๓ ตอบคําถามและทบทวนคาํ ตอบจากเรือ่ งทอี่ า น

๓. ขนั้ กิจกรรมหลังการอาน
๓.๑ อา นเรอ่ื งซํ้าอกี คร้ัง
๓.๒ เขียนแผนภาพโครงเรอื่ งและอภิปรายแนวทางการเขียนแผนภาพโครงเร่อื ง
๓.๓ เขยี นวเิ คราะหและเขียนแสดงความคิดเห็นจากเรอื่ งที่อาน

การวเิ คราะหและเขยี นแสดงความคดิ เห็นจากเรอ่ื งทีอ่ า น

๑. การวเิ คราะหเรอื่ ง โดยพิจารณาจาก
๑.๑ ผูเขยี นเรอ่ื งมจี ดุ ประสงคใ นการเขียนอยางไร
๑.๒ เนื้อเรอื่ งเปนเรอ่ื งเกยี่ วกบั อะไร มคี วามเปน เหตเุ ปน ผลเหมาะสมหรอื ไม
๑.๓ เน้ือเรอ่ื งมคี ุณคา ตอ ผูอ านหรอื ตอสว นรวมหรือไม มีขอ คิดอะไรบาง

๒. ควรยกรา งการเขยี นแสดงความคิดเห็นกอนเสมอ
๓. การเขียนแสดงความคิดเห็น จะตองกลา วถึงขอเทจ็ จริงกอ นแลวจึงกลาวถึงความคดิ เห็นสนับสนุน
หรอื คัดคา น โดยมเี หตุผลประกอบ
๔. ผูเ ขยี นตองมมี ารยาทในการเขยี น ไมใชถอยคาํ รนุ แรง
๕. ผูเขียนควรอานและแกไขปรับปรุงขอเขียนของตนเอง รวมท้ังการตรวจตัวสะกดการันต และ
ถอ ยคาํ สํานวน

๑๗๐ ชุดกจิ กรรมการเรียนรู สําหรบั นักเรยี น ระดับประถมศกึ ษา ภาคเรียนท่ี ๑ (ภาษาไทย ป.๕)
ตวั อยาง การวเิ คราะหและเขยี นแสดงความคิดเห็นจากเร่อื งทีอ่ า น

ปจจุบันประเทศชาติมีปญหาตาง ๆ มากมาย หลายปญหาเกิดจากคนขาดระเบียบ
วินัย เชน การท้ิงขยะไมเลือกท่ี ทําใหบานเมืองสกปรก ไมเคารพกฎจราจร กอใหเกิดอุบัติเหตุ
และการจราจรติดขัด ทําใหเสยี เวลา เสียทรพั ยสิน แมวา จะมีการติดคาํ ขวัญไวตามท่ีตา ง ๆ เปน
เครื่องเตือนสติ เชน “ทิ้งขยะถูกที่เปนศรีแกบานเมือง” ก็ไมเปนผล ท้ังนี้เพราะคนในสังคมขาด
ระเบยี บวนิ ยั นั่นเอง

การมีวนิ ัยในตนเองจะตอ งสรางตง้ั แตย งั เด็ก โดยการอบรมสงั่ สอนทงั้ ทบี่ านและโรงเรียน
ใหเด็กเห็นความสําคัญของการมีระเบียบวินัย ระเบียบวินัยที่ควรสรางเสริมไดแก การประหยัด
การตรงตอ เวลา การปฏิบตั ิตามกฎหมายบา นเมือง การรูจักรกั ษาความสะอาด

(ขอ ความท่ีเปน ตัวดํา คอื ใจความสาํ คญั ของยอหนา)

เขยี นแสดงความคดิ เหน็ จากเรอ่ื งท่ีอา น

จากขอความขางตน ผูเ ขียนตอ งการเขียนถึงคนขาดระเบียบวินยั ทําใหเกิดปญ หาตาง ๆ และเสนอแนะ
ใหสรางวินัยแกเ ด็กทั้งท่ีบานและที่โรงเรียน ซึ่งหากเด็กทุกคนไดฝก ปฏิบัติในเรื่องตอไปน้ี คือ การประหยัด
การตรงตอเวลา การปฏบิ ัติตามกฎระเบียบ และการรักษาความสะอาด จนเปนนสิ ัยยอมชวยใหปญ หาตา ง ๆ
ลดลงไดอ ยางแนน อน

กระทรวงศึกษาธกิ าร. ๒๕๓๘ . หนังสอื เรยี นภาษาไทย ชุดพ้นื ฐานภาษา ชั้นประถมศึกษาปท่ี ๕
เลม ๒. กรงุ เพทพฯ : โรงพิมพค รุ สุ ภาลาดพราว.

หนวยการเรยี นรทู ี่ ๕ เร่อื ง วชิ าเหมือนสนิ คา ๑๗๑

ใบงานที่ 7 เรอ่ื ง การวิเคราะหและแสดงความคิดเห็นจากเรอ่ื งทอี่ า น

หนวยการเรยี นรทู ี่ 5 เรอื่ ง วิชาเหมอื นสนิ คา
แผนการจัดการเรียนรทู ่ี 7 เรือ่ ง การวเิ คราะหและแสดงความคิดเหน็ จากเร่อื งทอี่ า น

รายวิชา ภาษาไทย รหัสวชิ า ท๑๕๑๐๑ ภาคเรียนที่ ๑ ช้นั ประถมศึกษาปท่ี ๕

คําชีแ้ จง ใหนกั เรยี นอานเรอื่ ง แลววิเคราะหแ ละเขียนแสดงความคิดเห็น จากเร่อื งท่ีอา น

เรื่อง ความรับผิดชอบในการทาํ งาน
ความรับผิดชอบในการทํางานเปนคุณธรรมทจ่ี ะสรางผลสําเร็จของงาน หากใครไมม ีคณุ ธรรมขอ น้ี
กจ็ ะทํางานไมสําเร็จ ผทู ่ีมีความรับผิดชอบในการทาํ งานจะตองมีลกั ษณะดังนี้คอื เอาใจใสตอ งาน มุง มนั่ ท่ี
จะทํางานใหเปนผลสําเร็จ รูจักวางแผนการทํางาน ขยัน อดทน ไมทอถอยตอความยากลําบากและ
อุปสรรคตาง ๆ คนหาวธิ ีการทํางานดวยสติปญญาใหงานสําเร็จอยางงา ยและสะดวกรวดเร็ว ผูท่มี ีความ
รบั ผิดชอบตอ การทาํ งานตองรูจ กั อบรมบมนิสยั ตนเอง หดั ทาํ งานงาย ๆ กอ นแลวคอย ๆ ยากขนึ้ มีจิตใจ
มงุ มั่นตอ การทํางานใหเสร็จ เอาใจใสด ูแล ไมล ะทง้ิ งานกลางคัน หากอบรมบมนสิ ัยตวั เองเชน น้ีกจ็ ะเกิด
ความรับผิดชอบในงานข้นึ เอง

1. ใจความสําคัญ คอื .....................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๒. เขียนวเิ คราะหและแสดงความคิดเหน็ จากเร่อื งทีอ่ า นไดด งั นี้
..................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................

๓. การนาํ ขอ คดิ ไปใชใ นชวี ติ จริง
..................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................

ชอื่ ....................................................นามสกลุ ...................................................ชั้น.................เลขท.่ี ..........

๑๗๒ ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู สาํ หรบั นักเรยี น ระดับประถมศึกษา ภาคเรียนที่ ๑ (ภาษาไทย ป.๕)

ใบความรูท่ี 8 เรอ่ื ง การอา นงานเขียนประเภทคําแนะนํา หรอื คาํ อธิบายแสดงขน้ั ตอน

หนวยการเรียนรูท่ี 5 เรื่อง วชิ าเหมือนสินคา
แผนการจัดการเรียนรูที่ 8 เร่ือง การอา นงานเขียนประเภทคาํ แนะนําและคาํ อธบิ ายแสดงขัน้ ตอน

รายวชิ า ภาษาไทย รหัสวชิ า ท๑๕๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ ชน้ั ประถมศึกษาปที่ ๕

การอา นงานเขยี นเชิงอธบิ าย และงานเขียนคําแนะนาํ และวธิ ปี ฏิบตั ิ

เปน การอานเพื่อคน ควา ขอมูลความรู หรอื วธิ ีนาํ ไปใช ตอ งอานอยา งละเอียดใหไดค วามครบถว น จะทาํ ให
ปฏิบัติตามไดถูกตอง เชน คําแนะนําการใชพจนานุกรม การใชวัสดุอุปกรณ ขอแนะนํา คําเตือนบนฉลากยา
คูมือและเอกสารของโรงเรียน ขาวสารทางราชการ

การเขยี นอธิบาย

การเขยี นอธบิ าย เปน การเขียนที่บอกลกั ษณะของส่ิงใดสงิ่ หนงึ่ ใหเ ขาใจกระจา งชดั เจน
วธิ ีการเขียนอธบิ าย ผเู ขยี นตองต้ังหวั เรือ่ งหรอื ลาํ ดบั ความคิด ดังนี้
๑. สิ่งที่อธบิ าย คอื อะไร ลกั ษณะเดน หรอื รายละเอียด
๒. จุดมุงหมายในการเขียนอธิบายสงิ่ นน้ั
๓. ขอคดิ หรอื ขอสังเกตเก่ยี วกบั สิ่งน้ัน

ตวั อยา ง แผนภาพโครงเร่อื ง งานวันเดก็

วาดรูป การประกวด การเลน เลนเกม
ความสามารถ บันเทงิ จับสลาก
รอ งเพลง
ตอบปญหา

งานวันเด็ก

สวนสตั ว การชมสถานท่ี การแสดง มายากล
สนามบิน รําไทย

เรื่อง งานวันเดก็
งานวันเด็กของอําเภอปน้ี จัดท่ีสวนสัตว และสนามบิน ในงานจัดใหมีการประกวด
ความสามารถ ไดแก การวาดรูประบายสี การรอ งเพลง และการตอบปญหา มบี รเิ วณท่ีจดั ใหพอ แม
ผูปกครองพาบตุ รหลานมาเลน บันเทิง ไดแกการเลนเกมและจับสลากของเลน นอกจากน้ีแลวยังจัด
เวทกี ารแสดงเพอื่ สงเสรมิ ความสามารถดานการแสดงของนกั เรยี น โดยใหแ สดงมายากลและรําไทย

หนว ยการเรยี นรูท่ี ๕ เรือ่ ง วิชาเหมอื นสินคา ๑๗๓

การเขียนคาํ แนะนํา หรอื วธิ ีปฏบิ ัติ

การเขียนคําแนะนํา วิธีการปฏิบัติ เปนการเขียนบอกวิธีการใหปฏิบัติได มักเขียนเปนขอความสั้น ๆ
ใหเนื้อความชดั เจน ใชภ าษากะทดั รัด สอ่ื ความหมายชดั เจน อาจมกี ารยํา้ ขอ ความสําคญั

ตวั อยางแผนภาพโครงเรื่อง การทาํ น้าํ พริกกะป

https://sites.google.com/site/aommznemoshop/xahar-phakh-klang/na-phrik-pla-thu
วิธีทาํ น้าํ พริกกะป

๑. โขลกพรกิ ขหี้ นกู ับกระเทียม ตําใหเ ขากนั

๒. ใสกงุ แหง กะป นาํ้ ตาลปบ มะเขอื พวง ตําเบา ๆ พอใหม ะเขือแตก

๓. ปรงุ ดวยน้าํ ปลา นํ้ามะนาว คนใหเขา กนั ตกั ใสถวย
วิธีทําน้าํ พรกิ กะป

น้ําพริกกะปของแตละบานมีผสมหลักเหมือน ๆ กัน แตวิธีทําและการปรุงรสจะแตกตางกันไป
ตามบา น ตามแตล ะพ้ืนท่ี มวี ธิ ีการทาํ ดงั นี้

๑. โขลกพรกิ ขห้ี นกู ับกระเทยี มใหล ะเอยี ด ระหวา งตําใหใชม ือปองทีป่ ากครกเพ่ือปอ งกนั ไมใ หพ รกิ
กับกระเทยี มกระเด็นออกมา

๒. ใสก ุงแหงปน กะป กับนา้ํ ตาลปบ ลงไป ใชสากยี คลกุ เคลา ใหเ ขากนั แลว ใสม ะเขือพวงลงไป ใช
สากบบุ ใหพอแตก

๓. ปรุงรสดว ยนํ้าปลา นา้ํ มะนาว และคนใหเ ขา กัน แลว ตักใสถวย แคนก้ี ็ไดน้ําพรกิ กะปรสเด็ดแลว

วิภา ตณั ฑุลพงษ .๒๕๕๔. แนวการพัฒนาการเรียนการสอนภาษาไทยในระดับประถมศึกษา. กรุงเทพฯ :
สํานักพมิ พค ณะรฐั มนตรแี ละราชกจิ จานเุ บกษา. สาํ นักพิมพคณะรฐั มนตรีและราชกิจจานเุ บกษา.

๑๗๔ ชุดกิจกรรมการเรยี นรู สาํ หรบั นกั เรยี น ระดับประถมศกึ ษา ภาคเรยี นท่ี ๑ (ภาษาไทย ป.๕)

ใบงานที่ 8 เร่อื ง เขียนคําแนะนาํ หรอื คําอธิบายแสดงขนั้ ตอนจากแผนภาพโครงเร่ือง

หนว ยการเรียนรทู ี่ 5 เรือ่ ง วิชาเหมอื นสินคา
แผนการจัดการเรยี นรูท่ี 8 เรอื่ ง การอา นงานเขียนประเภทคําแนะนําและคาํ อธิบายแสดงข้นั ตอน

รายวชิ า ภาษาไทย รหัสวิชา ท๑๕๑๐๑ ภาคเรียนที่ ๑ ช้นั ประถมศึกษาปท่ี ๕

คาํ ชีแ้ จง ใหน กั เรียนอา นแผนภาพโครงเรอื่ ง แลวเขียนอธิบายแสดงขั้นตอน
แผนภาพโครงเรื่อง

วธิ ีการลางจานชามอยางถกู วิธี

1. แบง ภาชนะ ออกเปน 2 ประเภทคอื ประเภทคาวและประเภทของ
หวาน เริม่ ลา ง ภาชนะใสข องหวาน หรือแกวนาํ้ กอน

2. เกบ็ กวาดเศษอาหารกอ นลา ง

3. ใชน ํ้ายาลางภาชนะพรอมใยสงั เคราะหช าํ ระลา ง

4. ลา งดวยนํ้าเปลาสะอาด 2 ครง้ั

5. ในกรณีตองการฆา เชือ้ โรค ใหแชน าํ้ รอ นลําดบั สดุ ทา ยไว

วิธกี ารลางจานชามอยา งถูกวิธี

.............................................................................................................................. ...............................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...............................
................................................................................................................................................... ........
.......................................................................................................................... ..................................

ชือ่ ....................................................นามสกลุ ................................................ชั้น.................เลขท่.ี ............

หนวยการเรียนรทู ่ี ๕ เรอื่ ง วชิ าเหมอื นสนิ คา ๑๗๕

ใบความรูที่ ๙ เรอื่ ง การแตงกาพยย านี 11

หนว ยการเรยี นรทู ี่ 5 เรอ่ื ง วิชาเหมือนสินคา
แผนการจัดการเรียนรทู ่ี 9 เร่อื ง การแตง กาพยยานี 11
รายวิชา ภาษาไทย รหสั วิชา ท๑๕๑๐๑ ภาคเรียนที่ ๑ ชัน้ ประถมศึกษาปท่ี ๕

คาํ คลองจอง คอื คําทมี่ ีเสียงรับสมั ผัสกัน ลกั ษณะคําคลองจอง มีดงั นี้
๑. สระเดียวกัน เชน กา – นา เรา – เขา ใจ – ใส เสอื – เรอื
๒. สระเดยี วกันและมมี าตราตวั สะกดเดียวกนั เชน กนิ – ดนิ ลม – จม ขาว – สาว
ตวั อยางคาํ คลองจอง มาลี สีสวย รวยริน กลิน่ หอม

กาพยย านี ๑๑ เปน บทรอยกรองชนดิ หนึ่ง มีขอ กําหนดในการแตงดังน้ี
จาํ นวนคํา บทหน่งึ มี ๒บาท แตละบาทมี ๒ วรรค
วรรคหนา มี ๕ คาํ วรรคหลัง ๖ คํา

การสัมผสั - คําสุดทา ยของวรรคที่ ๑ ตอ งสัมผัสกบั คาํ ที่ ๓ ของวรรคที่ ๒
- คาํ สุดทายของวรรคท่ี ๒ ตองสัมผสั กับคาํ สดุ ทาย ของวรรคที่๓
- คาํ สุดทายของวรรคที่ ๓ อาจสัมผัสกบั คาํ ที่ ๑ หรือคําท่ี ๓ ของวรรคท่ี ๔ หรือไม
มีสมั ผสั กไ็ ด
- หากจะเขียนบทตอไป ใหคาํ สุดทายของวรรคที่ ๔ ในบทหนาสัมผัสกบั คําสุดทาย
ของวรรคที่ ๒ ในบทตอไป

แผนผงั กาพยย านี ๑๑ (จาํ นวน ๒ บท)

๑๗๖ ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู สาํ หรบั นกั เรยี น ระดับประถมศึกษา ภาคเรียนท่ี ๑ (ภาษาไทย ป.๕)

ตวั อยาง กาพยยานี ๑๑

มวลผูชูปรชี า เสาะวทิ ยาไมห า งเหิน
ผดิ ชอบกอบไมเ กนิ รดู าํ เนินตามเหตุผล
ช่อื วาปรีชาดี ผิดชอบมีพิจารณยล
ผูน้ันจักพลนั ดล พิพัฒนพน จกั พรรณนา

ประพนั ธโดย พระยาอปุ กิตศิลปสาร (นม่ิ กาญจนาชวี ะ)

เรือ่ ง หนา ทเี่ รมิ่ จากตน

ชวี ติ จะมีคา เมือ่ เกิดมาทาํ หนา ท่ี
สรางสขุ ประโยชนม ี เปนศักดิ์ศรีทุกเวลา
ตอ งรบี เรงการศึกษา
หนา ท่ตี อ ตนเอง สรางปญ ญาวชิ าชาญ
รักเรียนเพียรคนควา

จากหนังสอื เรียนภาษาไทยชั้นประถมศกึ ษาปท่ี ๔ ชดุ พ้นื ฐานภาษา เลม ๒

เรื่อง เตอื นตวั เอง

ลมื ตาเวลาเชา เตือนตัวเรากอนอื่นใด
ทาํ จิตใหแจมใส ต้งั สตมิ ิใหลหลง
ตองคดิ สอู ยา งวยงง
งานหนักรอเราอยู คงจักเสร็จสาํ เรจ็ การ
มงุ ม่ันปญ ญายง

ฐะปะนีย นาครทรรพ. ๒๕๕๓. วรรณศลิ ปในดวงใจ ภาษาไทยทรี่ กั . กรงุ เทพฯ : บรษิ ัทอมรนิ ทรพ ริน้ ตงิ้
แอนดพ ับลชิ ชิง่ จํากดั (มหาชน)

หนว ยการเรยี นรทู ี่ ๕ เร่ือง วิชาเหมอื นสนิ คา ๑๗๗

ตัวอยา ง กาพยยานี ๑๑

วิชาเหมือนสินคา

วชิ าเหมือนสนิ คา อันมีคา อยูเมืองไกล
ตอ งยากลําบากไป จงึ จะไดสินคา มา
จงต้งั เอากายเจา เปนสําเภาอันโสภา
ความเพยี รเปน โยธา แขนซา ยขวาเปนเสาใบ
น้ิวเปน สายระยาง สองเทา ตางสมอใหญ
ปากเปน นายงานไป อัชฌาสยั เปน เสบียง
สตเิ ปนหางเสอื ถอื ทายเรอื ไวใหเที่ยง
ถือไวอยาใหเอยี ง ตดั แลนเลย่ี งขา มคงคา
ปญ ญาเปน กลองแกว สอ งดูแถวแนวหนิ ผา
เจา จงเอาหูตา เปนลาตาฟงดลู ม
ขี้เกยี จคอื ปลารา ย จะทําลายใหเ รอื จม
เอาใจเปน ปน คม ยิงระดมใหจ มไป
จึงจะไดส ินคา มา คอื วชิ าอันพสิ มยั
จงหมน่ั ม่ันหมายใจ อยา ไดครานการวิชา

จากหนังสอื เรียนวรรณกรรม ชั้น ป.5 หนา 43

๑๗๘ ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้ สาหรับนักเรียน ระดับประถมศึกษา ภาคเรียนที่ ๑ (ภาษาไทย ป.๕)

ใบงานที่ ๙ เรือ่ ง การแต่งกาพยย์ านี 11

หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 5 เรอ่ื ง วิชาเหมอื นสินค้า
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 9 เรอ่ื ง การแต่งกาพยย์ านี 11
รายวชิ า ภาษาไทย รหสั วิชา ท๑๕๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๕

คาช้แี จง ให้นักเรียนเตมิ ข้อความท่ขี าดหายไปให้สมบูรณ์
ตัวอย่าง
เชอ่ื ฟังคาสอนครู จะชว่ ยใหห้ นูได้ดี
เดก็ เอย๋ เด็กน้อย เจ้ายังด้อยเร่ืองความรู้
เชื่อฟงั คาสอนครู จะชว่ ยหนใู ห้ไดด้ ี

๑. เหมยี วเอย๋ เจ้าเพื่อนยาก เราจะตามจนพบตัว
........................................ เจา้ มาจากพรากเราไป
แหง่ หนตาบลไหน ........................................

๒. ถูกตอตาทาเจบ็ ตวั กอ่ นไปเท่ียวบ้านเพอ่ื น
........................................ คุณแม่เตอื นความทรงจา
หากลกู ไปเล่นน้า ........................................

๓. สบู ยาและกนิ เหล้า เล่นเกมไมย่ อมเรียน
........................................ ท้ังเขียนอา่ นก็ไมเ่ อา
........................................ อนาคตแสนตีบตนั

๔. แหมนา่ กินอยา่ หา้ มกนั ทั้งมะไฟและมะเฟอื ง
หนชู อบกินผลไม้ ........................................
ทุเรียนลูกใหญ่เขื่อง ........................................

๕. ไปเท่ยี วปา่ เดนิ ขึ้นเขา ธรรมชาตสิ วยไม่เบา
แมพ่ ่อหนชู อบพา ........................................
........................................ ทั้งอากาศก็แสนดี

ช่อื ....................................................นามสกลุ ................................................ช้นั .................เลขที่.............

หนว ยการเรยี นรทู ่ี ๕ เรอื่ ง วชิ าเหมือนสนิ คา ๑๗๙

ใบงานท่ี 10 เรือ่ ง การแตง กาพยย านี 11

หนวยการเรียนรทู ่ี 5 เรอื่ ง วิชาเหมอื นสินคา
แผนการจดั การเรียนรทู ี่ 10 เร่ือง การแตง กาพยย านี 11 (2)
รายวชิ า ภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๕๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ ช้ันประถมศึกษาปท่ี ๕

คําชแี้ จง ใหน กั เรยี นจับกลมุ ชว ยกนั แตงกาพยย านี 11 ตามหัวขอ ทสี่ นใจ จํานวน 2 บท

เรอื่ ง

ชอื่ .....................................................นามสกุล...............................................ชั้น.................เลขที.่ ..............

๑๘๐ ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู สําหรบั นกั เรยี น ระดับประถมศกึ ษา ภาคเรียนท่ี ๑ (ภาษาไทย ป.๕)

แบบประเมนิ ตนเอง

ช่ือ : ____________________ สกลุ : __________________วัน____ เดือน_________พ.ศ. ____
หนวยการเรียนรทู ่ี___๕___เรื่อง วชิ าเหมือนสินคา

๑. ประเมินการเรียนรูของตนเอง

กาเครื่องหมาย 9 ในชองระดับความสามารถของแตละกิจกรรมท่ีนักเรียนคิดวาทําไดตามระดับ

การประเมินเหลา นี้ ระดบั ความสามารถ : ดีมาก คอนขา งดี ดี พอใช ปรบั ปรงุ

ท่ี รายการ ระดับความสามารถ

ดมี าก คอน ดี พอใช ปรับปรงุ

ขา งดี

๑ อา นกาพยยานี 11 เปน ทาํ นองเสนาะได

๒ วเิ คราะหคณุ คาและขอคดิ จากเร่อื ง วชิ าเหมอื นสนิ คาได

๓ แยกขอเทจ็ จรงิ และขอคิดเห็นจากเร่อื งท่อี านได

๔ ใชสาํ นวนเปรยี บเทียบไดถกู ตอง

๕ แตง กาพยย านี 11 ได

2. สง่ิ ทีฉ่ นั ยังไมเ ขา ใจ / ยังทาํ ไดไ มด ี คือ…… (สามารถเขียนไดม ากกวา 1 อยา ง)

……………………………………………................................................................................................
..................................................................................................................................................
..............……………………………………………..................................................................................
..................................................................................................................................................

3. สง่ิ ทฉี่ นั ตงั้ ใจจะทําใหดขี ้นึ ในการเรยี นหนวยตอไป (สามารถเขียนไดมากกวา 1 อยา ง)
……………………………………………................................................................................................
..................................................................................................................................................
..............……………………………………………..................................................................................
..................................................................................................................................................

หนว ยการเรียนรทู ่ี ๖ เร่อื ง นทิ านอา นสนกุ ๑๘๑

หนวยการเรยี นรูท่ี ๖
นทิ านอานสนกุ

๑๘๒ ชุดกจิ กรรมการเรียนรู สําหรบั นกั เรียน ระดับประถมศึกษา ภาคเรียนที่ ๑ (ภาษาไทย ป.๕)

ใบความรทู ี่ 1 เรอื่ ง การอา นนทิ านพนื้ บา น

หนวยการเรยี นรทู ่ี 6 เรื่อง นิทานอานสนกุ
แผนการจัดการเรยี นรูท ่ี 1 เร่ือง การอานนทิ านพื้นบาน
รายวชิ า ภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๕๑๐๑ ภาคเรียนที่ ๑ ช้นั ประถมศึกษาปที่ ๕

ความหมายของนิทาน

เปนเรื่องสมมุติ มตี วั ละครดาํ เนนิ เร่อื ง ซึง่ อาจเปน มนษุ ยหรอื สตั วก็ได มีเหตุการณหรือการดาํ เนินเรอ่ื ง
ทแ่ี สดงความขดั แยงของตัวละคร เชน นิทานเรอ่ื งหนูกบั ราชสีห ราชสหี ขัดแยงกับหนูตอมาเรอ่ื งคลี่คลายเม่ือ
หนูมาชวยกัดบวงชว ยชวี ติ ราชสหี 

นทิ านพืน้ บาน

เปน วรรณกรรมทองถน่ิ ที่แสดงถึงวัฒนธรรมและวถิ ีชีวิตของคนในแตละทองถ่นิ สืบทอดกันมาหลาย
ช่ัวอายุคน ดวยภาษา คําพูดและการบันทึกเปนลายลักษณอักษร ทําใหเขาใจถึงความรูสึกนึกคิด ความเช่ือ
อารมณ ความรูสึกและหลกั คณุ ธรรมในสังคม

คุณคา ของการศกึ ษานทิ านพืน้ บาน ดังน้ี

1. คณุ คา ดา นอารมณ มีจดุ มุง หมายสําคัญใหความเพลดิ เพลนิ แกผ ฟู ง
2. คณุ คาดา นการใหขอ คดิ และคตเิ ตือนใจ ขดั เกลาคนใหม ีคา นยิ มของสังคมตามทว่ี างไว
3. คณุ คาดา นสตปิ ญญา เปน คลงั ความรมู าหลายช่ัวอายุคน มคี ุณคาทาํ ใหเกิดภมู ิรู สตปิ ญญา
4. คุณคาดานภาษา นิทานถายทอดโดยการเลาจนกระทั่งการเขียน การพิมพเจริญ ข้ึน
จึงไดมกี ารบันทกึ ไวเปนลายลักษณอ ักษร คณุ คา ดา นภาษาจงึ มี 2 ประการคอื

4.1 ภาษามุขปาฐะ เปน การพูดการเลาท่สี อ่ื สารในระดับทอ งถ่ิน คําและสาํ เนียงภาษา จงึ แตกตาง
ไปจากภาษาเขยี น เปน ภาษาท่ีถายทอดอารมณความรสู ึกไดอ ยางลึกซึง้ กวาภาษาเขยี น

4.2 ภาษาลายลกั ษณ นิทานไดร ับการเรียบเรยี งผา นการเขียน ภาษาท่ีใชแ มบ างคํายังคงภาษาถ่ิน
ไวเพื่อคงความหมาย ความสละสลวย การลําดับเร่ืองและลาํ ดบั ความคิดเปนระบบกวาการเลาเร่ือง ภาษาใน
นิทานบางคาํ ไมมีใชใ นปจจบุ นั บางคาํ ใชภาษากลางแทนคาํ และสํานวนดั้งเดมิ

การเขียนสรปุ ความรู

การเขียนสรุปความรูจากการอาน การฟง หรือการดูสื่อตาง ๆ เพ่ือกันลืม จะไดจดจาํ เรื่องราวนัน้ ๆ
ได และสามารถนําเรอ่ื งราวนน้ั ไปใชป ระโยชนในการพดู และการเขยี นได

วิธีการอานเพื่อสรุปความ ควรอานเร่ืองน้ันอยางคราว ๆ กอน แลวจึงอานซ้ําอีกครั้งเพื่อจับใจ
ความสําคัญวา “ใคร ทําอะไร ทไี่ หน เมื่อไร อยา งไร ผลเปนอยา งไร” แลวเขยี นสรปุ เปน ขอความสนั้ ๆ

วิธีการอานเพ่อื สรปุ ความรู
๑. อานเรอ่ื งใหจ บท้ังเร่อื ง ตอ งมีความเขาใจเรอ่ื งแลวจบั สาระสาํ คัญ
๒. จดสาระสาํ คญั ของเรอ่ื งที่อาน เปนคําพดู ของตนเอง
๓. เขียนสรปุ สาระสาํ คัญทเี่ ปน ความรู

หนวยการเรยี นรูท่ี ๖ เรอ่ื ง นทิ านอานสนกุ ๑๘๓

ตัวอยางท่ี ๑ การเขยี นสรปุ ความรูจากนทิ าน

ชายคนหนงึ่ เดินทางไปพบสระน้าํ แหงหนึง่ ทม่ี ีน้ําใสสะอาด เขาอยากเขียนขอความใหคนอ่นื รูวา
สระน้ํานี้เปนอยางไร แตเขาเปนคนเขียนหนังสือไมคอ ยถูก เขาเขียนปายประกาศวา “ทีนี่มีน้าํ ” บงั เอิญ
ตอมาไมนานมีชายคนหน่ึงอานหนังสือไมค อยได จูงคนตาบอดเดินผานมา คนอานหนังสอื ไมคอยออกจึง
อานขอ ความท่ีปา ยประกาศใหคนตาบอดฟงวา “ท่นี ี่มหี มีนาํ ” คนตาบอดไดฟงไมทันคดิ เกิดความกลัวจึง
วิ่งหนีไปชนตน ไมไดรับบาดเจ็บ

สรุปความรูจ ากนิทาน
นิทานเรื่องน้ี เปนการกลาวถึงโทษของการเขียน การอานหนังสือไมคลอง และการไมรูจักคิดให
รอบคอบ

ตัวอยางที่ ๒ การเขยี นสรุปความรูจากนทิ าน
เร่อื ง ฉนั ตอ งใหแ มก ินกอ น

มลี ูกชา งตัวหน่ึงอยูในปากบั แมชางที่มีดวงตาท้ังสองขางบอดสนทิ ลกู ชางจึงดูแลปรนนิบัตริ ับใชแม
เปนอยางดี ท้ังสองอาศัยหนาปากถ้ําแหงหน่ึง มีสระนํ้ากวางใหญน้ําใสเต็มเปยมปร่ิมฝง เมื่อใดท่ีลูกชางได
อาหารมาจะนํามาใหแมช างกินกอ น จึงคอยกินสวนท่ีเหลือ ยามมีเวลาวา งลูกชางจะเลาเร่อื งราวเหตกุ ารณท่ี
เกิดรอบตัวใหแ มช า งฟง ตลอด วนั เวลาผานไปลกู ชางโตขึน้ มีรางกายใหญโตสงา งาม เปน พญาชางและมีความ
เฉลียวฉลาดมากข้ึน ตอ มามพี รานปาจบั พญาชา งไปถวายใหพระราชา พระราชาสรา งโรงชา งท่สี วยงามและให
อาหารท่ดี ที ี่สดุ แกพญาชาง พญาชางยนื นิ่งไมก นิ อาหาร และพดู วา “ถาไมมีแมชาง ฉันจะไมกนิ อะไรทัง้ ส้นิ ”

พระราชารกั และสงสารพญาชา งมาก สง่ั ใหควาญชางและทหารนําพญาชางกลบั คนื สปู า กลับไปหา
แมช า ง พญาชางสง เสียงเรยี กแม แมชางดีใจทีล่ ูกกลบั มา พญาชา งรบี นําผลไมม าให แมก ิน และรอกนิ สว นท่ี
เหลอื เมอื่ มีเวลาวางพระราชาจะนาํ ผลไมแ ละพวงมาลัยมาใหแ มล กู คูน้ี

สรปุ ความรจู ากนทิ าน

นิทานเร่ืองน้ี เปนการกลาวถึง การใชชีวติ ของชางปา และความกตัญูกตเวทีที่เปนเครื่องนําพาให
ทกุ คนอยรู วมกนั อยา งไมเบยี ดเบยี นใคร

กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. ๒๕๔๑. เลานิทานใหหนูฟงหนอ ย. กรุงเทพฯ : โรงพมิ พค รุ ุสภาลาดพรา ว.

๑๘๔ ชุดกิจกรรมการเรียนรู สาํ หรบั นกั เรยี น ระดบั ประถมศกึ ษา ภาคเรยี นที่ ๑ (ภาษาไทย ป.๕)

นิทานพ้ืนบาน เรอื่ ง สมบตั ขิ องพอ

หนว ยการเรยี นรูที่ 6 เรื่อง นทิ านอานสนุก
แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ 1 เร่ือง การอานนทิ านพื้นบาน
รายวิชา ภาษาไทย รหสั วิชา ท๑๕๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที่ ๕

นทิ านไทย เรอ่ื ง สมบตั ิของพอ

กาลครั้งหน่ึง ยงั มีชายชราคนหนงึ่ ฐานะรํ่ารวย อยูกับลกู ชายสองคนในหมูบานแหงหนึ่งทีอ่ ยูหางไกล
จากตัวเมอื งมาก ชายผนู ีเ้ จบ็ ไขไ ดป ว ยมาเนิ่นนานแลว กอนจะสิน้ ลมหายใจ เขาเรยี กลกู ชายท่รี กั ใครท ั้งสองเขา
มา แลว ยกทรัพยส มบัติให พรอมบอกปริศนา ๓ บท แนะนําวธิ ีการรกั ษาทรัพยสินมิใหหมดส้ินไปโดยงาย

ขอ แรก เจาจงกินอาหารม้ือคา่ํ กบั ไฟดวงใหญ ขอสองเจาจงลอมรั้วบา นดวยฟนสัตว และขอสาม พอ
ใหเ มล็ดมะขามจาํ นวนหน่งึ ให และตอ งรวู ธิ กี ิน จงึ จะกินเมล็ดมะขามเหลาน้ไี ดน าน ๆ

ลูกทง้ั สองรับสญั ญา ชายชราจงึ แบงสมบัติใหคนละเทา ๆ กันจากนั้นไมน านเขาก็ตายลูกชายคนเล็ก
ยงั คงอยูในบา นหลังเดมิ ของพอ พีช่ ายเมื่อไดสมบตั ิในสว นของตนก็ไปปลกู บานสรา งฐานะใหมอ ยใู นเมือง

ลูกชายคนเล็กเปนคนโงเ ขลาเบาปญญา ไมคิดใหลึกซึ้ง จึงส่ังคนใชจุดตะเกียงดวงใหญใหแสง สวาง
กอนกินอาหารมอ้ื คาํ และสรา งรว้ั ทําดว ยงาชางลอมรอบบานไวท งั้ หมด ลูกชายคนเลก็ ยงั คั่วเมลด็ มะขามกินทุก
วัน ไมนานน้าํ มันตะเกยี งก็หมดเกลี้ยง และโจรยงั มาขโมยรวั้ ที่เปน งาชางไปจนหมด ชายผูนีจ้ ึงยากจนลง

วนั หนงึ่ เขาระลึกถึงพ่ชี าย และคิดวาคงจะยากจนเหมือนเขา เพราะพอแบงสมบัติใหเทากัน คิดแลว
ชายผูนองจึงเดนิ ทางไปหาพี่ชายท่ีอยูในตัวเมือง เม่ือยา งเทากาวเขามาในบานของพ่ีชาย ผูเปนนองกลบั รูสึก
แปลกใจย่ิงนักทเ่ี ห็นบานของพ่ีชายใหญโตกวางขวาง มีผคู นอยูมากมาย

“โอ โฮ Ị พ่ี ... ทําไมพถี่ งึ รํ่ารวยเชน น้ี พ่ีทาํ อยา งไรน่ี ฉนั ทาํ ตามคําสั่งของพอ แตฉันกลับจนลง..จนลง
จนแทบสน้ิ เน้ือประดาตวั ” นอ งชายรอ งราํ พนั ใหพ ่ีชายฟง

“ระหวางทางทพี่ ่ีเดินทางเขามาในเมือง พคี่ รุน คิดถึงปริศนาทพี่ อบอกเราท้งั สอง ปริศนาขอแรก...คือ
...กินอาหารมื้อค่ํากับไฟดวงโต หมายความวา...ใหกินอาหารกอนดวงอาทิตยตก จะไดประหยัดน้ํามันจุด
ตะเกียง ปริศนาขอทีส่ อง คือ ลอ มรว้ั บานดว ยฟน สัตว พ่ีตคี วามวาใหเ ล้ียงสุนัขไวป องกันบานจากโจร ปริศนา
ขอท่สี าม พ่ีไขความวา ถา เรารจู ักวิธีการกนิ มะขามเราจะมอี าหารกนิ ไดนาน ระหวางที่เดินทางเขาเมือง พี่ค่ัว
มะขามกนิ บาง ทเี่ หลอื ...พ่เี ก็บเอามาโยนไวรอบบาน ไมช ามนั เจรญิ เตบิ โตออกฝกออกเมลด็ ใหพ่ีเกบ็ ไปขายได
เงนิ มาทกุ ป นี่แหละนอ ง พไ่ี ดทําตามคําสอนพอ แลว และเปนจรงิ ดว ย พจ่ี ะเปน คนรํ่ารวยไปตลอดชวี ติ ” พ่ีชาย
พดู อยางเบกิ บานใจ

(ผเู ขียน : จฑุ ารตั น สุขสถติ ย นิทานไทย เรอื่ ง สมบัติของพอ จากหนงั สือเลา นิทานให
หนฟู ง หนอย หนา ๑๓๘–๑๔๑)

หน่วยการเรยี นรู้ที่ ๖ เร่อื ง นิทานอา่ นสนกุ ๑๘๕

ใบงานที่ 1 เรอ่ื ง การอา่ นนิทานพ้นื บ้าน

หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 6 เรือ่ ง นิทานอ่านสนกุ
แผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี 1 เรื่อง การอ่านนิทานพน้ื บ้าน

คาชี้แจง ใหน้รากั ยเวรชิยี านอภา่ นษนาไิททายนพรหื้นสับว้าิชนาเรทื่อ๑ง๕ส๑ม๐บ๑ตั ภพิ า่อคเแรียลน้วตทอ่ี ๑บคชาั้นถปารมะตถามมศหกึ ัวษขา้อปที ่ี่กี ๕าหนดให้

นทิ านพน้ื บ้านเร่ือง

นทิ านพ้ืนบ้านภาคใด สถานท่ี ขอ้ คิดทไ่ี ดจ้ ากเรื่อง
แหล่งขอ้ มูล

ตัวละครสาคญั

สรปุ ความรจู้ ากนทิ านพน้ื บา้ น

ชือ่ ....................................................นามสกุล................................................ช้นั .................เลขท่.ี ..............

๑๘๖ ชุดกิจกรรมการเรียนรู สําหรบั นักเรียน ระดับประถมศกึ ษา ภาคเรียนท่ี ๑ (ภาษาไทย ป.๕)

ใบความรูท่ี 2 เรอ่ื ง การอา นนทิ านทองถนิ่

หนวยการเรยี นรูท่ี 6 เร่ือง นทิ านอานสนกุ
แผนการจัดการเรยี นรูที่ 2 เรอ่ื ง การอานนิทานทองถ่ิน
รายวิชา ภาษาไทย รหสั วิชา ท๑๕๑๐๑ ภาคเรียนที่ ๑ ชนั้ ประถมศึกษาปที่ ๕

นทิ านทอ งถิน่

คอื เรอ่ื งเลา ทมี่ ีการดําเนินเรื่องอยางงาย ๆ โครงเร่ืองไมซับซอน เลา เรอ่ื งอยา งตรงไปตรงมา มักเร่ิม
เรอ่ื งโดยกลาวถึงตัวละครสาํ คัญของเรือ่ ง ซ่งึ อาจจะเปน รุนพอ-แมข องพระเอกหรอื นางเอก แลว ดําเนนิ เรอื่ ง
ไปตามลาํ ดับเหตุการณ ตวั ละครเอกพบอปุ สรรคปญ หา แลวก็ฟน ฝาอปุ สรรคหรือแกปญ หาลุลวงไปจนจบเร่อื ง

มักจะจบแบบมีความสขุ ถาเปน นิทานคติ กม็ ักจะจบลงวา “นิทานเร่อื งนี้สอนใหร ูว า …..”

ลกั ษณะของนิทานทองถน่ิ

๑. เปนเรื่องเกาท่ีเลากันดวยปากดวยถอยคําธรรมดาเปนภาษารอยแกว สืบทอดกันมาเปนเวลา

ชานาน ไมป รากฏผูเลา ด้งั เดมิ เปนใครอา งแตวาเปน ของเกา ฟงมาจากผูเลา (กุหลาบ มัลลิกะมาส 2518, หนา
99-100)

๒. แสดงความคดิ ความเชื่อของชาวบาน (เจอื สตะเวทนิ (2517, หนา 16)

นทิ านพ้ืนบา นทองถ่ิน แบงไดเปน 4 ภาค ไดแ ก ภาคเหนอื ภาคกลาง ภาคอสี าน และภาคใต

ตวั อยา งชื่อนทิ านทอ งถน่ิ ของแตละภาค

ภาคเหนอื ภาคกลาง ภาคอสี าน ภาคใต

- ลานนางคอย - แมน ากพระโขนง - ผาแดงนางไอ - เจา แมล ิม้ กอเนีย้ ว
- เชียงดาว - สังขทอง - ปปู ะหลาน - ลูกเนรคุณ
- เมอื งลบั แล - ปลาแกมชํา้
- เชี่ยงเหม่ยี ง - ปลาบทู อง - ซิ่นสองตอน - เกาะหนเู กาะแมว
- อา นกองขจ้ี ุ - ศรีธนชัย - ยายหมาขาว - ตามอ งลา ย
- ควายลุงคํา
- โสนนอยเรอื นงาม - กอ งขา วนอยฆาแม
- ไกรทอง - พญาคนั คาก
- ทาวแสนปม - กุดนางใย
- พกิ ุลทอง

หนว ยการเรียนรูท ่ี ๖ เร่ือง นิทานอา นสนกุ ๑๘๗

นิทานทอ งถิ่น

มีความสาํ คัญและมคี ณุ คา ตอ ชีวติ มนษุ ยแ ละสงั คมในหลายดาน ดงั น้ี

1. ชวยใหเขาใจสภาพของคนโดยทั่วไป ประมวลแหงความรูสึกนึกคิด ความเชื่อ ความนิยม ความ
บนั เทงิ

2. เปน เสมือนกรอบลอมชวี ิตใหอยูใ นขอบเขตที่สังคมนน้ั ๆ นิยมวาดีหรือถูกตอง ไดฟงการอบรมใน

วิถีชวี ิตตัง้ แตเ ดก็
3. ทําใหจักสภาพชวี ิตทองถิ่น ตามหลักที่วาคติชาวบานเปนพื้นฐานชีวิตของคนชาติหนึ่ง ๆ หรือชน

กลมุ น้ัน ๆ

4. เปน มรดกทางวฒั นธรรมประจําชาติ เปนเรอื่ งราวเก่ียวกับชวี ติ มนุษย มกี ารจดจาํ และถอื ปฏบิ ัตกิ ัน
ตอ ๆ มา

5. เปนท้ังศิลปและศาสตร เปนตนเคาแหงศาสตรตาง ๆ และชวยใหการศึกษาในสาขาวิชาอ่ืน

กวา งขวางยง่ิ ขน้ึ
6. ทาํ ใหเ กดิ ความภาคภูมิใจในทอ งถ่ินของตน
7. นิทานพืน้ บา นเปนเครื่องบันเทงิ ใจยามวา งของมนษุ ย

แหลง ทม่ี า : มรดกภมู ปิ ญ ญาทางวฒั นธรรม www. Ich.cuture.go.th

๑๘๘ ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู้ สาหรบั นักเรียน ระดบั ประถมศึกษา ภาคเรียนท่ี ๑ (ภาษาไทย ป.๕)

คาช้แี จง ใหน้ ักเรียนอา่ นนิทานท้องถ่นิ 1 เรือ่ ง แลว้ ตอบคาถามตามหัวข้อท่ีกาหนด

นิทานทอ้ งถ่นิ เรือ่ ง

แหล่งขอ้ มลู สถานท่ี ข้อคิดที่ไดจ้ ากเรอ่ื ง
ตวั ละครสาคัญ

คณุ ค่าของนิทาน

ชื่อ......................................................นามสกลุ .................................................ช้ัน................เลขที.่ ............

หนวยการเรียนรูที่ ๖ เร่อื ง นิทานอานสนกุ ๑๘๙

ใบความรูท ่ี 3 เรอ่ื ง การอา นนทิ านอาเซยี น

หนว ยการเรียนรทู ่ี 6 เรือ่ ง นทิ านอานสนุก
แผนการจดั การเรียนรทู ่ี 3 เรื่อง การอานนิทานอาเซียน
รายวชิ า ภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๕๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ชน้ั ประถมศึกษาปท่ี ๕

การอา นและศกึ ษานิทานอาเซียน

เปน การอา นเสริมพัฒนาการความรูเสริมจิตนาการ สอดแทรกคณุ ธรรม และเตรียมความพรอ มดาน
สังคมใหไดเรียนรูวัฒนธรรม ประเพณี ความเช่ือของเพื่อนบาน ทาํ ใหรูจักจิตใจของกันและกันมากย่ิงขึ้น
การอานเรื่องท่ีทาํ ใหรูจักเพื่อนบานมากย่ิงขึ้น

ประเทศกลุมสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ คือ ไทย มาเลเซีย สิงคโปร อินโดนีเซีย ฟลิปปนส
เมยี นมาร เวยี ดนาม บรูไน ลาว และกัมพูชา

คณุ คา ของการอานนทิ านอาเซียน

เปนเร่ืองเลาของแตละชาติมีเน้ือหาหลากหลาย บางเร่ืองเลาบอกความเปนมาของสถานที่ เพราะ
บางเรือ่ งกลาวถงึ ส่ิงมหัศจรรย บางเรอ่ื งตลกขบขนั บางเรอื่ งเก่ยี วกับผี มีเปนประโยชน สรุปไดด ังน้ี

๑. ความเพลิดเพลิน ตามแตจ นิ ตนาการทําใหเพลิดเพลินไปกับความมหัศจรรยต าง ๆ ที่เราทําไมได
ในชวี ติ จรงิ ในเรื่องทํานองนี้ เชน ไกรทอง (แปลงกายของจระเข)

๒. กําลังใจ ตัวเอกในนิทานมักประสบความทุกขยากลําบาก แตก็จะไดรับความสุขสบายในท่ีสุด
เชน บาดังจอมพลัง ตัวเอกเปนทาส ทํางานหนักรับใชน าย ชีวิตไมไดสบายเลย แตเขามีความซ่ือสัตย จริงใจ
เรือ่ งแบบนใี้ หก าํ ลงั ใจแกผ ทู ี่มคี วามทกุ ขไดเ ปน อยา งดี

๓. คําอธิบายเก่ียวกับที่มาของสถานท่ีและสิ่งตาง ๆ เชน ไทยตํานานท่มี าของทา เตียน นิทานเหลานี้
ทาํ ใหเ รยี นรูเกี่ยวกับธรรมชาตริ อบตวั เขาใจและผูกพันกบั ทองถ่ิน กอใหเ กิดความภาคภมู ิใจในทองถนิ่

๔. วีรบุรุษประจําทองถ่ิน นิทานบางเรื่องทําใหรูจักวีรบุรุษ หรือบุคคลสําคัญท่ีควรแกการยกยอง
เชิดชู เกดิ ความภูมใิ จในความเปนชาตขิ องตน เชน บาดงั จอมพลงั นทิ านของชาวสงิ คโปร

๕. ขอคิดและคติเตือนใจ นิทานบางเรื่องสอดแทรกขอคิด คุณธรรม ความซอ่ื สัตย เมื่อเราไดอานก็
ซมึ ซบั ขอ คิดเหลา นี้ไปดวยตามธรรมชาติ

๑๙๐ ชุดกจิ กรรมการเรียนรู้ สาหรับนักเรียน ระดับประถมศึกษา ภาคเรยี นที่ ๑ (ภาษาไทย ป.๕)

คาชี้แจง ให้นักเรยี นเลือกนทิ านอาเซยี น 1 เรอื่ ง แลว้ ตอบคาถามตามหัวขอ้ ที่กาหนดให้

นทิ านอาเซยี นเรอื่ ง

จากประเทศ สถานท่ี ขอ้ คดิ ทีไ่ ดจ้ ากเรอื่ ง
แหลง่ ขอ้ มลู

ตวั ละครสาคญั

คณุ คา่ จากนิทาน

ชื่อ....................................................นามสกุล................................................ชน้ั .................เลขท.่ี ..............

หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ ๖ เรอื่ ง นิทานอ่านสนุก  ๑๙๑

ใบความรู้ที่ 4 เรอ่ื ง การสรุปเร่ืองจากวรรณคดแี ละวรรณกรรมท่ีอา่ น

หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 6 เรอ่ื ง นทิ านอา่ นสนกุ
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 4 เรื่อง การสรปุ เร่ืองจากวรรณคดแี ละวรรณกรรมท่ีอา่ น
รายวิชา ภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๕๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๕

ประเภทเร่ืองวรรณคดแี ละวรรณกรรม

วรรณคดี เป็นวัฒนธรรมทางภาษาท่ีแสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองในอดีต บอกเรื่องราวชีวิต ความคิด
ความเช่ือ และความเป็นไปต่าง ๆ นานาของคนในสังคม จนมีผู้กล่าวว่า “ถ้าอยากรู้ว่าคนชาติใดมีนิสัยอย่างไร
ใหศ้ กึ ษาวรรณคดขี องคนในชาตนิ ้ัน ก็จะเขา้ ใจคนชาตนิ ั้นอย่างถ่องแท”้

วรรณคดแี บง่ เป็น ๓ กลมุ่ ดังน้ี
๑. วรรณคดีมรดก เช่น เรอื่ งขุนชา้ งขนุ แผน พระอภัยมณี ราชาธริ าช
๒. วรรณคดที อ้ งถิ่น เชน่ เร่อื งตากะยาย นิทานเกาะหนเู กาะแมว
๓. วรรณกรรมเบ็ดเตลด็ เชน่ นทิ านอสี ป เพลงกล่อมเด็ก เพลงร้องเลน่
ในระดับประถมศึกษา กําหนดให้เรียนวรรณคดีและวรรณกรรม ได้แก่ บทดอกสร้อยสุภาษิต เพลง
กล่อมเดก็ บทรอ้ งเล่นของเด็ก นทิ านอีสป นทิ านชาดก นทิ านสําหรบั เด็ก
การเขยี นสรปุ เร่ือง
การเขียนสรุปเร่ือง หรือสรุปความ เป็นการสรุปแนวคิดหลักหรือประเด็นสําคัญของเรื่อง จากการฟัง
หรือการอ่าน แล้วถ่ายทอดให้ผูอ้ ่นื เขา้ ใจ จึงต้องเกบ็ สําคัญของเรือ่ ง แลว้ นํามาเขยี นใหมเ่ พอื่ ให้ง่ายในการเขา้ ใจ
เทคนิคการสรปุ ความ
เนื้อหาและงานเขียนแต่ละประเภทมีวิธีการที่แตกต่างกันไปในรายละเอียดปลีกย่อยแต่หลักการและ
ขัน้ ตอนในภาพรวมมคี วามคล้ายคลงึ กนั ดังน้ี
1. อ่านหรือฟังเรื่องราวให้เข้าใจทั้งหมดอย่างน้อย ๒ เที่ยว เพื่อให้เข้าใจว่าเร่ืองที่อ่านเก่ียวของกับ
“ใคร อะไร ท่ไี หน เม่ือไหร่ อย่างไร ผลเปน็ อย่างไร”
2. พจิ ารณาประเภทของสาร/ประเภทของงานเขียน
3. พจิ ารณาวัตถปุ ระสงค์ของเร่อื ง/งานเขียน เพอื่ สรา้ งกรอบประเด็นเนือ้ หา
4. คน้ หาประเดน็ เรื่องจากชอ่ื เร่อื ง หรอื จากย่อหนา้
5. คน้ หาหวั ข้อย่อยจากแตล่ ะยอ่ หน้า
6. คน้ หาใจความสาํ คัญตามหวั ขอ้ ยอ่ ยใหถ้ กู ตอ้ งและครบถว้ น
7. หากใจความสาํ คัญยังไม่ชดั เจน อาจจําเปน็ ตอ้ งสรุปประเด็นจากเนือ้ เรอ่ื งยอ่ ย
8. จดั เรียงประเด็นความคดิ และลําดับเร่อื งราว ด้วยภาษาของตนเอง
9. เรยี บเรียงเขยี นด้วยเป็นภาษาเขียน ใชค้ ําที่สั้น เข้าใจง่าย และได้ใจความ ไม่ควรใชค้ าํ ย่อ
10. อา่ นทบทวนและขัดเกลาภาษาใหส้ ละสลวย


Click to View FlipBook Version