The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือครูรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.5 เล่ม 1 (ปรับปรุงเดือนธ.ค.64)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Siraprapha Namtan, 2022-09-11 06:31:19

คู่มือครูรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.5 เล่ม 1 (ปรับปรุงเดือนธ.ค.64)

คู่มือครูรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.5 เล่ม 1 (ปรับปรุงเดือนธ.ค.64)

คมู อื ครรู ายวิชาพ้ืนฐานวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยที่ 1 การเรยี นรสู ิ่งตา ง ๆ รอบตัว

แผนภูมิแทงแสดงความแตกตางของพชื แตละชนิดไดช ดั เจน เขา ใจไดร วดเรว็ โดย
สงั เกตจากความสูงของแผนภมู แิ ตละแทง แลว เปรียบเทียบจํานวนพชื แตล ะชนดิ ที่
แตกตางกันไดร วดเร็ว และชดั เจนกวา การเปรยี บเทียบตัวเลขจากในตาราง

คําตอบข้นึ อยูกบั นักเรยี น เชน มชี ัน้ วางผลไม 2 ช้ันแตล ะช้นั มี 3 ชอ ง ช้นั บนวางผลไมใ นชอ ง
จากซายไปขวาคือสม แตงโมและลําใย ตามลาํ ดับ สวนชัน้ ลาง วางผลไมในชองจากซา ยไป
ขวาคอื ฝรั่ง กลวยและแอปเปล ตามลาํ ดบั
คาํ ตอบของนักเรียนอาจแตกตางกนั แตควรบรรยายตําแหนง ของผลไมแ ตล ะชนิดไดถ กู ตองและ
ครบถว น

10 สถาบันสง เสรมิ การสอนวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

คมู อื ครรู ายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยท่ี 1 การเรยี นรสู ิง่ ตา ง ๆ รอบตัว

สถาบนั สงเสริมการสอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี 11

คูมอื ครูรายวิชาพนื้ ฐานวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนวยท่ี 1 การเรียนรสู ิ่งตาง ๆ รอบตัว

เปน การสรางและใชแ บบจาํ ลอง เพราะการวาดแผนท่ีเพอ่ื ใชแ ทนของจริงคือแผนผัง
ของโรงเรียนเปนการสรางแบบจําลอง สว นการใชแ ผนท่ีนี้แสดงแผนผงั โรงเรียนเปน
การใชแบบจําลอง
ไมเปนการสรางและใชแบบจาํ ลองเพราะปา ยบอกทางไมไดสรางขนึ้ เพ่อื เปน ตัวแทน
ของสิ่งใด ๆ

เปน การสรางและใชแ บบจาํ ลองเพราะการปน ดนิ นาํ้ มันเปน แมงมุมมดเปน การสรางวัตถุ
เพื่อเปนตวั แทนของจริงคือแมงมมุ มดซึ่งเปน การสรางแบบจําลอง แลวนาํ มาใชอธิบาย
ลกั ษณะแมงมุมมด ซึง่ ถือเปนการใชแบบจาํ ลอง
เปน การสรา งและใชแบบจาํ ลองเพราะภาพแสดงการเปล่ียนสถานะของน้ําเปน ภาพ
ตัวแทนของจริงคอื การเปล่ียนสถานะของนาํ้ ซึ่งเปนการสรา งแบบจําลอง แลว นาํ มาใช
อธบิ ายการเปลี่ยนสถานะของน้าํ ซ่งึ เปน การใชแบบจําลอง
เปน การสรา งและใชแบบจําลองเพราะการสรา งภาพเคล่ือนไหว 3 มิติเปนการสรา งวัตถุ
เพอ่ื เปน ตวั แทนการหมนุ เวียนของเลือดซง่ึ เปนการสรางแบบจําลอง สวนการนํา
แบบจาํ ลองมาใชอธิบายการหมนุ เวียนของเลือด ถือเปนการใชแ บบจําลอง

12 สถาบันสงเสรมิ การสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี

คมู อื ครรู ายวิชาพน้ื ฐานวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนวยที่ 1 การเรียนรสู งิ่ ตาง ๆ รอบตัว

เร่อื งที่ 1 เสน ทางของขยะจากมือเรา

ในเร่ืองน้ีนักเรียนจะไดเรียนรูเก่ียวกับการจัดกระทํา
และส่ือความหมายขอมูล การพยากรณและการสราง
แบบจําลอง

จุดประสงคการเรียนรู

1. จดั กระทําและสื่อความหมายขอ มูลเก่ียวกบั ปริมาณขยะ
2. ใชข อ มูลทีจ่ ัดกระทําแลวมาพยากรณป รมิ าณขยะ
3. สรางแบบจําลองอนุภาคและการเคลื่อนท่ีของสารท่ีมีกลิ่น

ในขยะ

เวลา 4 ชั่วโมง
วัสดุ อุปกรณส ําหรบั ทํากิจกรรม

กระดาษปรูฟ ไมบรรทัด ดินสอสี ลูกปด เชือกไหมพรม
น้าํ มนั หอมระเหย ไมเ มตรหรอื ตลับเมตร

สื่อการเรยี นรูและแหลง เรียนรู

1. หนังสือเรียน ป.5 เลม 1 หนา 7-16
2. แบบบนั ทกึ กจิ กรรม ป.5 เลม 1 หนา 6-14
3. บัตรภาพขยะ ถังขยะ รถเก็บขยะ และโรงแยกขยะ

สถาบนั สงเสรมิ การสอนวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี 13

คมู ือครรู ายวิชาพ้นื ฐานวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนวยที่ 1 การเรยี นรสู ่งิ ตา ง ๆ รอบตัว

แนวการจัดการเรยี นรู (60 นาที) ในการตรวจสอบความรู ครู
เพียงรับฟงเหตุผลของนักเรียนและ
ข้ันตรวจสอบความรู (10 นาที) ยังไมเฉลยคําตอบใด ๆ แตชักชวน
ใหนักเรียนไปหาคําตอบดวยตนเอง
1. ครูนําอภิปรายเก่ียวกับขยะและการจัดการขยะในชมุ ชนของนักเรียนโดย จากการอานเน้อื เรอ่ื ง
ใชคําถามวา ขยะในครัวเรอื นของนักเรียนมีอะไรบาง นักเรียนทําอยา งไร
กับขยะเหลาน้ัน (นักเรียนตอบตามความเขาใจ เชน ขยะในครัวเรือน
ไดแก เศษอาหาร ถุงพลาสติก เราสามารถนําไปฝงกลบหรือนําไปทิ้งใน
ถงั ขยะ)

2. ครูนําบัตรภาพ ไดแก ขยะ ถังขยะ รถเก็บขยะ และโรงแยกขยะ มาให
นักเรียนสังเกต และนําอภิปรายโดยใชคําถามวาบัตรภาพท้ังส่ีใบ
มีอะไรบาง และแสดงถึงอะไรไดบาง (นักเรียนตอบตามความเขาใจ ซ่ึง
ควรจะตอบไดว า คอื ขยะ ถงั ขยะ รถเกบ็ ขยะ และโรงแยกขยะ และแสดง
ถึงกระบวนการกาํ จดั ขยะ)

3. ครูเช่ือมโยงความรูเดิมของนักเรียนจากบัตรภาพทั้งส่ีใบสูการเรียนเรื่อง
เสนทางของขยะจากมือเรา การจัดการขยะของชุมชนตาง ๆ ซึ่งมีวิธี
แตกตางกันไป ถาเราจะนําเสนอขอมูลเก่ียวกับวิธีการจัดการขยะของ
แตล ะชุมชน เราจะมีวิธกี ารอยางไรเพ่ือนําเสนอใหคนอื่นเขาใจไดถ ูกตอ ง
และรวดเร็ว เราจะไดเ รียนรกู นั ตอ ไป

ข้นั ฝกทกั ษะจากการอา น (40 นาท)ี

4. นักเรียนอานช่ือเรื่อง และคิดกอนอาน ในหนังสือเรียนหนา 7 แลว หากนักเรียนไมสามารถตอบ
รวมกันอภิปรายในกลุมเพื่อหาแนวคําตอบตามความเขาใจของกลุม ครู คํ า ถ า ม ห รื อ อ ภิ ป ร า ย ไ ด ต า ม แ น ว
บันทึกคําตอบของนักเรียนบนกระดานเพื่อใชเปรียบเทียบคําตอบหลัง คําตอบ ครูควรใหเวลานักเรียนคิด
การอานเรือ่ ง อยางเหมาะสม รอคอยอยางอดทน
และรับฟงแนวความคิดของนักเรียน
5. นักเรียนอานคําใน คําสําคัญ ท้ังภาษาไทยและภาษาอังกฤษ (หาก
นักเรียนอานไมได ครูควรสอนอานใหถูกตอง) จากนั้นครูชักชวนให
นักเรียนอธิบายความหมายของคําสาํ คัญจากเนอ้ื เรื่อง

6. นักเรียนอานเนื้อเร่ืองในหนังสือเรียนหนา 7-8 โดยครูฝกทักษะการอาน
ตามวิธีการอานท่ีเหมาะสมกับความสามารถของนักเรียน เชน การฝก
อานในใจ อานจับใจความสําคญั ครูใชคาํ ถามเพ่ือตรวจสอบความเขาใจ
จากการอา น โดยใชค าํ ถามดังน้ี
ยอ หนา ท่ี 1
6.1 จากเรื่องที่อาน พอเพียงอยากรูอะไร (พอเพียงอยากรูวาเพราะเหตุ
ใด ถงั ขยะจึงมสี ีแตกตา งกัน)

14 สถาบันสง เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

คมู ือครูรายวิชาพ้ืนฐานวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยที่ 1 การเรียนรูส ิ่งตา ง ๆ รอบตัว

6.2 พอเพยี งใชว ธิ ีการใดเพือ่ หาคําตอบ (สบื คน ขอมลู ) นั ก เ รี ย น อ า จ ไ ม ส า ม า ร ถ ต อ บ
6.3 ขยะสวนใหญน ําไปทาํ อะไร (ทาํ ปุย หมกั ) คําถามหรืออภปิ รายไดตามแนวคําตอบ
6.4 ขยะประเภทใดท่ีนําไปฝงกลบ (ขยะท่ีนํามาทําปุยหมักไมไดและขยะ ครูควรใหเวลานั กเรียนคิ ด อย าง
เหมาะสม รอคอยอยางอดทน และรับ
ที่นํากลับมาใชใ หมไมไ ด) ฟง แนวความคิดของนกั เรียน
ยอ หนาที่ 2
6.5 การพยากรณคืออะไร (การคาดการณเหตุการณท่ีจะเกิดขึ้นโดย

อาศัยขอมูลท่รี วบรวมไว อาจไดจ ากการสงั เกตหรือการวัดหรอื อนื่ ๆ)
ยอ หนา ที่ 3
6.6 การจัดกระทําและสื่อความหมายขอมูลคืออะไร (การนําขอมูลมา

เรยี บเรยี ง หรอื นําเสนอใหเขา ใจงา ยข้นึ )
6.7 รูปแบบของการจัดกระทําและส่ือความหมายขอมูลมีอะไรบาง

ยกตัวอยาง (ตาราง แผนภมู ิ กราฟ แบบจําลอง อินโฟกราฟก)
ยอหนาท่ี 4
6.8 แบบจําลองคอื อะไร (สิง่ ทเ่ี ราสรา งขึ้นเพื่อเปน ตัวแทนของจรงิ ตาง ๆ)
6.9 แบบจําลองมีลักษณะอยางไรบาง ยกตัวอยาง (แบบจําลองมีหลาย

ลักษณะ เชน แบบจําลองสองมิติ เชน แผนภาพ แบบจําลองสามมติ ิ
เชน รูปปน สอ่ื เคลื่อนไหวเสมอื นจรงิ โปรแกรมคอมพิวเตอร)
ครูใหความรูเพิ่มเติมวาถาแบบจําลองที่สรางข้ึนเปน 3 มิติ
แบบจําลองน้ันอาจมขี นาดใหญกวาหรือเล็กกวาของจริง หรือมีขนาดเทา
ของจริงก็ได เชน แบบจําลองลูกโลก เปนแบบจําลองท่ีเล็กกวาโลก
แบบจําลองรางกายมนุษยมีขนาดเทากับมนุษย แบบจําลองแมงมุมมี
ขนาดใหญก วา แมงมุม

ข้ันสรปุ จากการอาน (10 นาท)ี

7. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปเรื่องที่อานซ่ึงควรสรุปไดวา ขยะแตละ
ประเภทจะนําไปกําจดั ดวยวธิ ีแตกตา งกัน ขอมูลตาง ๆ สามารถนํามาจัด
กระทําและสื่อความหมายในรูปแบบที่เขาใจไดงายข้ึนซ่ึงเปนการจัด
กระทําและส่ือความหมายขอมูล การคาดการณสิ่งตาง ๆ ท่ีเกิดข้ึนโดย
อาศัยขอมูลทรี่ วบรวมไวเปน การพยากรณ และการสรางบางส่ิงบางอยาง
ข้ึนมาเพ่ือเปนตัวแทนของส่ิงนน้ั ๆ เปนการสรางแบบจําลอง ทงั้ การจัด
กระทําและส่ือความหมายขอมูล การพยากรณและการสรางแบบจําลอง

สถาบนั สง เสรมิ การสอนวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี 15

คมู อื ครูรายวิชาพ้ืนฐานวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยที่ 1 การเรียนรูส่ิงตาง ๆ รอบตัว
ล ว น เ ป น ทั ก ษ ะ ก ร ะ บ ว น ก า ร ท า ง วิ ท ย า ศ า ส ต ร ซึ่ ง ส า ม า ร ถ นํ า ม า ใ ช
ประโยชนได
8. นักเรียนตอบคําถามจากเร่ืองท่ีอานใน รูหรือยัง ในแบบบันทึกกิจกรรม
หนา 6
9. ครูและนักเรียนรวมกันอภิปรายเพื่อเปรียบเทียบคําตอบของนักเรียนใน
รูหรอื ยงั กับคําตอบทีเ่ คยตอบในคดิ กอนอา น ซง่ึ ครบู ันทกึ ไวบนกระดาน
10. ครูชักชวนนักเรียนลองตอบคําถามทายเรื่องที่อานโดยครูบันทึกคําตอบ
ของนักเรียนบนกระดานโดยยงั ไมเฉลยคําตอบแตชักชวนใหนักเรียนหา
คาํ ตอบจากการทํากิจกรรม

การเตรียมตวั ลว งหนา สาํ หรบั ครู
เพ่ือจดั การเรยี นรูในครงั้ ถดั ไป

ในครง้ั ถัดไป นกั เรียนจะไดทํากจิ กรรมท่ี 1 จัดกระทาํ และสื่อความหมาย
ขอ มลู และสรา งแบบจาํ ลองไดอยางไร ครคู วรเตรียมหัวขอขาวในหนังสอื พิมพท่ี
เกี่ยวขอ งกับกล่ินขยะ เพอื่ ใชสาํ หรบั อภิปรายในชว งขนั้ นําเขาสูบทเรยี น นอกจากน้ี
ครูควรเตรยี มวสั ดุ อปุ กรณใ หพรอมสําหรบั การสรางแบบจําลอง สาํ หรบั วสั ดทุ ่ใี ห
กล่ิน เชน น้ํามนั หอมระเหยควรบรรจอุ ยใู นภาชนะทีม่ ีฝาปดมดิ ชดิ เพอ่ื ไมใหม ีกลิน่
กอ นทํากิจกรรม

16 สถาบนั สงเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี

คมู อื ครรู ายวิชาพื้นฐานวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยที่ 1 การเรียนรูสิง่ ตา ง ๆ รอบตัว

แนวคําตอบในแบบบนั ทกึ กจิ กรรม

การพยากรณทําไดโดยการนาํ ขอมลู ทีร่ วบรวมไดจ ากการสังเกต การวัดหรือ
อืน่ ๆ มาคาดการณเหตุการณที่จะเกดิ ขน้ึ
การจัดกระทาํ และสอ่ื ความหมายขอมลู คือการนาํ ขอ มูลที่รวบรวมไวมา
นาํ เสนอในรูปแบบท่ีเขาใจงา ย ชดั เจน ทําใหเห็นความสัมพันธของขอมลู
มากขึ้น
แบบจาํ ลอง 2 มติ ิ แบบจําลอง 3 มิติ แผนภาพ ส่ือเคล่ือนไหวเสมือนจริง
โปรแกรมคอมพิวเตอร

สถาบนั สง เสรมิ การสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี 17

คูม อื ครูรายวิชาพน้ื ฐานวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยที่ 1 การเรียนรสู ิ่งตาง ๆ รอบตัว

กจิ กรรมที่ 1 จดั กระทาํ และสอื่ ความหมายขอ มูลและสรา งแบบจําลอง

ไดอยา งไร

กิจกรรมน้ีนักเรียนจะไดอธิบายและใชทักษะ

การจัดกระทําและสื่อความหมายขอมูล การพยากรณและ

การสรางแบบจําลองเกี่ยวกับปริมาณขยะและการเคลือ่ นท่ี
ของกล่นิ ของสารในขยะ

เวลา 3 ชว่ั โมง
จุดประสงคการเรียนรู
1. จัดกระทําและสื่อความหมายขอ มลู เก่ียวกับปริมาณ

ขยะ
2. พยากรณเก่ยี วกบั ปริมาณขยะ

3. สรางแบบจําลองเพื่อบรรยายการเคลื่อนท่ีของ

กลิน่ ขยะ ทกั ษะแหง ศตวรรษท่ี 21

วัสดุ อุปกรณส ําหรบั ทาํ กจิ กรรม C4 การส่ือสาร

ส่ิงทค่ี รตู อ งเตรียม/กลุม C5 ความรว มมือ
1. กระดาษปรูฟ 1 แผน
2. ลกู ปดคละสี 1 ถงุ สอ่ื การเรียนรูและแหลง เรียนรู
1. หนังสือเรียน ป.5 เลม 1 หนา 9-13
3. เชือกไหมพรม 1 มว น
2. แบบบันทึกกจิ กรรม ป.5 เลม 1 หนา 7-14
4. นํ้ามนั หอมระเหย 1 ขวด
5. ตลับเมตรหรือไมเมตร 1 อนั 3. วีดทิ ศั นตัวอยางการปฏิบตั กิ ารวทิ ยาศาสตรส ําหรับครเู ร่อื ง
การจัดกระทาํ และสอื่ ความหมายขอ มูลทําไดอ ยางไร
สง่ิ ท่นี ักเรยี นตอ งเตรยี ม/กลุม
1. ดนิ สอสี 1 กลอ ง http://ipst.me/8121

2. ไมบรรทดั 1 อนั 4. วดี ทิ ศั นต ัวอยา งการปฏบิ ัตกิ ารวิทยาศาสตรส าํ หรับครู
เรอ่ื งการพยากรณทาํ ไดอ ยา งไร http://ipst.me/8122
3. ดนิ สอ 1 แทง
5. วีดิทศั นต วั อยา งการปฏบิ ตั กิ ารวิทยาศาสตรส ําหรบั ครเู รอ่ื ง
ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร
S6 การจัดกระทาํ และสือ่ ความหมายขอมูล การสรางแบบจําลองทาํ ไดอยางไร http://ipst.me/8127

S7 การพยากรณ
S8 การลงความเห็นจากขอมูล

S13 การตคี วามหมายขอมลู และลงขอ สรปุ http://ipst.me/8121 http://ipst.me/8122 http://ipst.me/8127

S14 การสรา งแบบจําลอง

18 สถาบันสง เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

คูมอื ครรู ายวิชาพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยท่ี 1 การเรียนรูส่ิงตาง ๆ รอบตัว

แนวการจัดการเรียนรู ในการตรวจสอบความรู ครูเพยี ง
รับฟง เหตผุ ลของนักเรียนเปน สําคัญ
1. ครตู รวจสอบความรเู ดมิ ของนักเรยี นเก่ยี วกับการสรางแบบจําลองโดยคนหา และยังไมเฉลยคําตอบใด ๆ ใหกับ
ขาวเก่ียวกับมลพิษของกลิ่นขยะจากพ้ืนที่ฝงกลบขยะท่ีสงกลน่ิ รบกวนคนที่ นักเรียน แตชักชวนนักเรียนไปหา
อาศัยใกลเคียงกับพ้ืนที่ฝงกลบและสรุปใหนักเรียนฟง จากน้ันอาจใชแนว คําตอบท่ีถูกตองจากกิจกรรมตาง ๆ
คําถามในการอภปิ รายดังตอ ไปน้ี ในบทเรยี นน้ี
1.1 กล่ินขยะมาจากท่ีใด (นักเรียนตอบตามความเขาใจซ่ึงควรตอบไดวา
มาจากพ้ืนทฝ่ี งกลบ)
1.2 กลิ่นขยะสงผลกระทบตอคนในพ้ืนท่ีอยางไร (นักเรียนตอบตามความ
เขา ใจ ชงึ่ ควรตอบไดว า สงผลกระทบคือมกี ลิ่นเหมน็ รบกวน)
1.3 ถา กลิ่นขยะเปน อนุภาคของสารทป่ี ะปนอยใู นขยะซึ่งมีขนาดเล็กมาก ๆ
นักเรียนจะแสดงลักษณะของอนุภาคของสารที่ใหกลิ่นไดอยางไร
(นักเรียนตอบตามความเขา ใจ)
1.4 นักเรียนจะแสดงลักษณะการเคลื่อนที่ของอนุภาคของสารท่ีใหกลิ่น
ออกจากพ้ืนที่ฝงกลบไปยังบานของคนที่อาศัยอยูรอบ ๆ พื้นทฝ่ี งกลบ
ไดอ ยา งไร (นกั เรยี นตอบตามความเขาใจ)

2. นักเรียนอานชื่อกิจกรรม และ ทําเปนคิดเปน และรวมกันอภิปรายเพื่อ
ตรวจสอบความเขาใจเก่ียวกับจุดประสงคใ นการทํากิจกรรม โดยใชคําถาม
ดงั นี้
2.1 กิจกรรมน้ีนักเรียนจะไดเรียนเกี่ยวกับเรื่องอะไร (ปริมาณขยะ การ
เคล่อื นทีข่ องกล่ินขยะ)
2.2 นักเรียนจะไดเรียนรูทักษะอะไรบางในกิจกรรมน้ี (การจัดกระทําและ
สอ่ื ความหมายขอมูล การพยากรณแ ละการสรางแบบจําลอง)
2.3 เมื่อเรียนแลวนักเรียนจะทําอะไรได (สามารถจัดกระทําและ
ส่ือความหมายขอมูลเก่ียวกับปริมาณขยะ พยากรณปริมาณขยะและ
สรา งแบบจาํ ลองเพอ่ื บรรยายการเคลื่อนท่ขี องกลิน่ ขยะ)

3. นักเรียนอานส่ิงทตี่ องใชในการทํากจิ กรรม จากน้นั ครูนาํ วสั ดอุ ปุ กรณมา
แสดงใหน กั เรียนดูทลี ะอยา ง

4. นกั เรยี นอาน ทําอยางไร ตอนที่ 1 หนา 9-10 แลว รว มกันอภปิ รายเพอ่ื สรุป
ลําดับขั้นตอนการทาํ กิจกรรมตามความเขาใจ โดยครใู ชค ําถามดงั ตอไปน้ี
4.1 ขอมูลจากการอานเปนขอมูลเกี่ยวกับเรื่องอะไร (ปรมิ าณขยะในแตละ
ป ตง้ั แตป  พ.ศ. 2551 จนถึงป พ.ศ. 2560 )
4.2 จากขอมลู ปรมิ าณขยะมหี นว ยเปน อะไร (ตัน)

สถาบนั สงเสริมการสอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี 19

คมู อื ครรู ายวิชาพน้ื ฐานวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยที่ 1 การเรยี นรสู ิ่งตาง ๆ รอบตัว

4.3 ปรมิ าณขยะใน ป พ.ศ. 2551 มปี ริมาณเทาใด (ป พ.ศ. 2551 มีปรมิ าณ ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรและ
ขยะ 23,900,000 ตัน (ย่ีสิบสามลา นเกา แสนตนั )) ทกั ษะแหงศตวรรษที่ 21 ทนี่ กั เรยี นจะได

4.4 จากขอ มูลทีอ่ า นนักเรยี นไดเ ห็นความสัมพันธร ะหวางขอมลู ใดกับขอมูล ฝกจากการทํากิจกรรม
ใด (ปริมาณขยะกบั ปทีร่ วบรวมได)
S6 การจัดกระทําและสื่อความหมายขอมูล
4.5 หลังจากอา นขอ มูลเกี่ยวกับปริมาณขยะมูลฝอยในประเทศไทยแลว เรา จ า ก ก า ร นํ า ข อ มู ล ม า จั ด ก ร ะ ทํ า เ ป น
สามารถนําขอมูลไปทําอะไรตอไป (นําขอมลู มาจัดใหอยูในตารางและ ตารางและแผนภูมิ
แผนภูมิแทง )
S7 การ พยาก รณ จ า ก กา รนํ า ข อ มู ล ที่
4.6 การนําขอมูลมาจัดในตาราง นักเรียนจะจัดใหปริมาณขยะกับปที่ รวบรวมไดมาพยากรณปริมาณขยะที่จะ
รวบรวมไดม าจัดวางในตารางอยา งไร (นกั เรียนตอบตามความเขาใจ) เกดิ ขนึ้

4.7 การนําขอมูลมาจัดทําเปนแผนภูมิแทง นักเรียนจะจัดใหปริมาณขยะ S8 ก า ร ล ง ค ว า ม เ ห็ น จ า ก ข อ มู ล จ า ก
กับปที่รวบรวมไดอยูในแกนใดกับแกนใด(นักเรียนตอบตามความ ทิศทางการเคลื่อนที่ของอนุภาคของสาร
เขาใจ) ท่ีมกี ล่ิน
ครูอาจเสนอแนะนกั เรียนเก่ียวกับการสรางตาราง ปทจ่ี ัดเก็บ
ขยะจัดเปนตวั แปรตน สวนปริมาณขยะท่ีเกิดข้ึนในแตละปเปน ตัวแปร S14 การสรางแบบจําลองอนุภาคและ
ตาม ดังนั้น ตารางควรจะมี 2 สดมภ สดมภดานซายเปนปท่ีจัดเก็บ การเคล่ือนท่ีของอนุภาคของสารที่มี
ขยะ สดมภด า นขวาเปนปริมาณขยะท่จี ัดเก็บได จํานวนแถวในตาราง กลนิ่
จะเทากับจํานวนปที่จัดเก็บขยะ สวนการสรา งแผนภูมิ ใหแกนตั้งควร
เปนปรมิ าณขยะท่ีจดั เกบ็ ในแตล ะป แกนนอนเปนป พ.ศ. ท่จี ดั เกบ็ ขยะ C4 การส่ือสารจากการบรรยายแบบจําลอง
อนุภาคและการเคล่ือนที่ของอนุภาค
4.8 หลังจากทําตารางและแผนภูมิเรียบรอยแลว นักเรียนตองทําอยางไร ของสารที่มกี ลิน่
ตอ ไป (อภิปรายเพอ่ื เปรยี บเทียบวาการนําเสนอขอมลู ในรูปแบบตาราง
และแผนภมู ิ รูปแบบใดเขา ใจงาย ชดั เจนในเวลาอนั รวดเร็ว) C5 ความรวมมือจากการทํางานรวมกัน
ในกลุม
4.9 นักเรียนจะตองทําอยางไรในลําดับตอไป (อภิปรายวาปริมาณขยะ
ต้ังแตป 2551- 2560 มีการเปลยี่ นแปลงอยางไร)

4.10นักเรียนตองพยากรณเกี่ยวกับอะไรบาง (เกี่ยวกับปริมาณขยะในป
พ.ศ. 2548 และ ป พ.ศ. 2563)

5. เมอ่ื นักเรยี นเขา ใจวธิ ีการทาํ กิจกรรมในทําอยางไร ตอนที่ 1 แลว ใหนักเรียน
บันทกึ จุดประสงคก ารทาํ กิจกรรมตอนท่ี 1 ในแบบบันทึกหนา 7 และให
วเิ คราะหว ากิจกรรมตอนที่ 1 ตองใชวัสดุอปุ กรณห รอื ไม อยางไร

6. เม่ือนักเรียนเขาใจวิธกี ารทาํ กิจกรรมในทาํ อยา งไรแลว ใหน ักเรียนเร่มิ ปฏบิ ตั ิ
กจิ กรรมตามขัน้ ตอน

7. หลังจากทํากจิ กรรมแลว ครนู ําอภปิ รายผลการทาํ กิจกรรม โดยใชค าํ ถาม
ดงั นี้

20 สถาบนั สง เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี

คมู ือครรู ายวิชาพื้นฐานวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนวยที่ 1 การเรยี นรูส ง่ิ ตาง ๆ รอบตัว

7.1 จากขอมลู ปริมาณขยะในประเทศไทยป พ.ศ. 2551-2560 นักเรยี นนํา ห ากนั กเรีย น ไม สา มา รถตอบ
ขอมูลมาจัดใหอยใู นรูปแบบใดบา ง (ตารางและแผนภมู ิแทง) คํ า ถ า ม ห รื อ อ ภิ ป ร า ย ไ ด ต า ม แ น ว
คําตอบ ครูควรใหเวลานักเรียนคิด
7.2 จากตารางแสดงขอมูลอะไรบาง (ป พ.ศ. ท่ีจัดเก็บขยะ ปริมาณขยะ อยางเหมาะสม รอคอยอยางอดทน
แตล ะป มหี นวยเปนตัน และแหลงท่มี าของขอ มูล) และรับฟง แนวความคิดของนกั เรียน

7.3 จากแผนภูมิแสดงขอมูลอะไรบาง (แกนต้ังแสดงปริมาณขยะ มีหนวย
เปน แสนตัน แกนนอนแสดง ป พ.ศ.ทจี่ ดั เกบ็ ขยะ แหลง ที่มาของขอมลู )

7.4 ส่ิงท่ีแตกตางกันของขอมูลในตารางและแผนภูมิคืออะไร (ขอมูลใน
ตารางแสดงปริมาณขยะเปนตัวเลข สวนขอมูลในแผนภูมิจะแสดง
ปรมิ าณขยะโดยใชความสงู ของแทงแผนภูมิ)

7.5 การจัดกระทําและสื่อความหมายขอมูลในรูปแบบตารางและแผนภูมิ
มีขอดีและขอจํากัดอยางไร (แบบตาราง ขอดีคือ เห็นขอมูลปริมาณ
ขยะในแตล ะปชดั เจน ละเอยี ด แมนยาํ ขอจํากัด คอื เห็นแนวโนมการ
เปล่ียนแปลงของขอมูลไมชัดเจน ใชเวลาในการเปรียบเทียบขอมูล
สวนแบบแผนภูมิ ขอดี คือ เห็นแนวโนมการเปล่ียนแปลงขอมูล
ชัดเจน สามารถเปรียบเทียบปริมาณขอมูลไดงาย รวดเร็ว ขอจํากัด
คอื ไมสามารถระบปุ ริมาณท่ชี ดั เจนได)

7.6 การจัดกระทําและสื่อความหมายขอมูลมีประโยชนอยางไร (ทําให
เขาใจขอ มูลไดช ัดเจนและรวดเรว็ ขึ้น)

7.7 ขอมูลที่ยังไมผานการจัดกระทําแตกตางจากขอมูลท่ีจัดกระทําแลว
อยางไร (ขอมูลที่จัดกระทําแลวเขาใจไดงายและรวดเร็วมากกวาและ
สะดวกในการพยากรณแนวโนมปริมาณขยะในปตอไป)

7.8 จากขอมูลในแผนภูมิแทง แนวโนมปริมาณขยะเปนอยางไร (ปริมาณ
ขยะจะมแี นวโนมเพิ่มขึ้น)

7.9 จากขอมูลปริมาณขยะ ตั้งแต ป พ.ศ. 2551 – พ.ศ. 2560 สามารถ
พยากรณปริมาณขยะ ในป พ.ศ. 2561 ไดหรือไม อยางไร (ปริมาณ
ขยะในป 2561 นา จะมปี ริมาณเทากับ 277 แสนตัน)

7.10นักเรียนมีวิธีชวยลดปริมาณขยะของตนเองไดอยางไร (นักเรียนตอบ
ตามความเขาใจของตนเอง)

8. ครเู ชื่อมโยงขอมูลที่ไดจากการทํากิจกรรมชว งนี้ไปสูเรอื่ งการสรา งแบบจําลอง
9. นักเรียนอาน ทําอยางไร ตอนท่ี 2 หนา 10-11 แลวรวมกันอภิปรายเพ่ือ

สรปุ ลําดับขนั้ ตอนในการทาํ กจิ กรรม โดยครใู ชคาํ ถามนําอภปิ รายดังนี้

สถาบันสง เสรมิ การสอนวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี 21

คมู อื ครูรายวิชาพื้นฐานวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยท่ี 1 การเรียนรสู ิง่ ตาง ๆ รอบตัว

9.1 จากการอานสถานการณ นักเรียนไดขอมูลอะไรบาง (ในพื้นท่ีมีบาน ขอ เสนอแนะเพิม่ เตมิ
4 หลัง คือ ก ข ค และ ง ต้ังอยูรอบ ๆ พื้นท่ีฝงกลบขยะ บาน ก ข
และ ง อยูหางจากพ้ืนท่ีฝงกลบ 100 เมตร สวนบาน ค อยูหางจาก 1. ครูอาจใชกล่ินของสารอื่น
พื้นท่ีฝงกลบ 200 เมตร และสารท่ีมีกล่ินจากขยะเคล่ือนที่มาถึงบาน แทนนา้ํ มนั หอมระเหย
แตละหลงั )
2. ครูอาจมอบหมายใหนักเรียน
9.2 นักเรียนตองทําอยางไรตอ ไป (สรา งแบบจําลองเพื่อแสดงการเคล่ือนท่ี ทํากิจกรรม รวมคิด รวมทําหลังจาก
ของอนุภาคของสารที่มีกลิ่นในขยะจากพ้ืนที่ฝงกลบขยะมายังบาน จบกิจกรรม ตอนท่ี 1
แตละหลงั โดยใชว ัสดุอุปกรณท ีค่ รกู าํ หนดหรือสรา งเอง)

9.3 นักเรียนคิดวาจะสรางแบบจําลองในรูปแบบใด และตองใชวัสดุ
อุปกรณอ ะไรบาง (นกั เรยี นตอบไดต ามความเขา ใจ)

9.4 นักเรียนคิดวา จะใชอ ะไรแทนอนุภาคของสารที่มีกลนิ่ และใชอ ะไรแทน
ทิศทางการเคล่ือนท่ีของอนุภาคของสารที่มีกลนิ่ (นักเรียนตอบไดตาม
ความเขาใจ)

9.5 เมื่อสรางแบบจําลองที่ไดจากการวิเคราะหขอมูลแลวนักเรียนทํา
อยางไรตอไป (สังเกตกล่ินนํ้ามันหอมระเหยเม่ือยืนในตําแหนงตาง ๆ
โดยเปรียบเหมือนเปนตําแหนงของบานแตละหลัง และนําขอมูลจาก
การสงั เกตมาปรบั ปรุงแบบจําลอง และนาํ เสนอ)

10.เมือ่ นักเรียนเขาใจวิธกี ารทาํ กิจกรรมในทําอยา งไรแลว ครแู จกวัสดุอปุ กรณ
และใหนักเรยี นปฏิบตั ติ ามข้นั ตอน โดยครูเสนอแนะวา ในแบบจาํ ลองควร
ระบุสัญลกั ษณแ ละความหมายของสญั ลกั ษณน นั้ ๆ เชน อนภุ าคของสารทม่ี ี
กล่นิ แทนดว ยอะไร อนุภาคของสารอน่ื ๆ แทนดวยอะไร การเคลื่อนที่ของ
อนุภาคของสารท่มี ีกล่ินแทนดวยอะไร

11.หลังจากทํากิจกรรมแลว นักเรียนแตละกลุมนําเสนอผลการทํากิจกรรม
จากนนั้ ครูนําอภปิ รายโดยใชค าํ ถามดงั น้ี
11.1 แบ บ จํา ลองเพ่ือบ รรยา ยการเคลื่อนท่ีข องอนุภ าคของ สารที่มีกล่ิน
มีกี่รูปแบบ อะไรบาง (นักเรียนตอบตามท่ีสราง เชน ภาพวาด
แบบจําลองสามมิติ)
11.2 สิ่งใดใชเปนตัวแทนอนุภาคของสารท่ีมีกล่ิน และสิ่งใดใชเปนตัวแทน
การเคล่ือนที่ของอนุภาค (นักเรยี นตอบตามสิ่งท่ีไดสรางข้ึน เชน ใชจ ุด
แทนอนุภาคของสารที่มีกลิ่นแตละอนุภาค หรือใชลูกปดแทนอนุภาค
ของสารท่มี ีกลิน่ ลกู ศรแทนทศิ ทางการเคลอ่ื นท่)ี
11.3 แบบจําลองแสดงการเคลื่อนท่ีของอนุภาคของสารท่ีมีกลิ่นอยา งไร
(อนภุ าคของสารท่ีมกี ลิ่นเริ่มจากพ้ืนที่ฝงกลบและเคลื่อนที่ไปในอากาศ

22 สถาบนั สง เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี

คูม ือครรู ายวิชาพ้ืนฐานวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนวยที่ 1 การเรยี นรสู ิ่งตา ง ๆ รอบตัว

ทุกทิศทางจนถึงบานแตละหลัง ทําใหคนในบานแตละหลังไดรับกลิ่น
โดยบา นทอ่ี ยูใ กลพ ื้นทฝ่ี ง กลบจะมีอนุภาคของสารที่มกี ลิ่นมากกวาบาน
หลงั อ่นื )
12.ครูและนักเรียนรวมกันอภิปรายและลงขอสรุปวา การจัดกระทําและสื่อ
ความหมายขอมลู เปนการนําขอมูลมานาํ เสนอในรูปแบบท่ีเขาใจงายข้ึนและ
เห็นความสัมพันธของขอมูล การพยากรณเปน การคาดการณเหตกุ ารณที่จะ
เกดิ ข้นึ โดยอาศยั ขอมลู ทร่ี วบรวมไว การสรา งแบบจาํ ลองเปนการสรางสิ่งใด
สิ่งหนึ่งขึ้นมาเพ่ือเปนตัวแทนของจริงซ่ึงอาจเปนวัตถุ เหตุการณ
กระบวนการหรือระบบ และใชแบบจําลองนั้นเพ่ือส่ือสาร บรรยาย อธบิ าย
หรือพยากรณส ง่ิ เหลา นน้ั (S13)
ครูใหความรูเพ่ิมเติมวาการสรางส่ิงใดส่ิงหน่ึงขึ้นมาเพ่ือเปนตัวแทน
ของจริงนั้นทําไดหลายรูปแบบอาจเปนวัตถุสิ่งของที่เปนรูปธรรม เชน
แผนภาพ รูปปน หรอื อาจไมไดเปนวัตถุสิ่งของหรือมีลักษณะเปนนามธรรม
เชน คาํ พดู สมการ โปรแกรมคอมพวิ เตอร
13.นักเรียนตอบคําถามใน ฉันรูอะไร โดยครูอาจใชคําถามเพ่ิมเติมในการ
อภปิ รายเพอื่ ใหไ ดแ นวคําตอบที่ถูกตอง
14. นกั เรียนสรุปส่งิ ท่ีไดเรยี นรใู นกิจกรรมน้ี จากนั้นนักเรียนอาน สง่ิ ทีไ่ ดเ รียนรู
และเปรียบเทยี บกบั ขอสรปุ ของตนเอง
15.ครูกระตุนใหนักเรยี นฝกต้ังคําถามเกี่ยวกับเร่ืองที่สงสัยหรืออยากรูเพ่ิมเติม
ใน อยากรูอีกวา จากน้ันครูอาจสุมนักเรียน 2 -3 คน นําเสนอคําถามของ
ตนเองหนาช้ันเรียน และใหนักเรียนรวมกันอภิปรายเก่ียวกับคําถามท่ี
นําเสนอ
16. ครูนําอภิปรายเพื่อใหนักเรียนทบทวนวาไดฝกทักษะกระบวนการทาง
วิทยาศาสตรและทักษะแหงศตวรรษที่ 21 อะไรบางและในข้ันตอนใดแลว
บนั ทกึ ลงในแบบบนั ทกึ กิจกรรมหนา 14
17.ครูชักชวนนักเรียนอาน รักษโลก ในหนังสือเรียนหนา 14 แลวรวมกัน
อภิปรายสรุปแนวคดิ ทไ่ี ดจ ากการอาน
18.นักเรียนรวมกันอาน รูอะไรในเร่ืองน้ี ในหนังสือเรียนหนา 15-16 ครูนํา
อภิปรายเพื่อนําไปสูขอสรุปเก่ียวกับส่ิงท่ีไดเรียนรูในเรื่องน้ี จากนั้นครู
กระตุนใหนักเรียนตอบคําถามในชวงทายของเน้ือเร่ืองซ่ึงเปนคําถามเพ่ือ
เชื่อมโยงไปสูการเรียนเน้ือหาในบทถัดไป ดังน้ี การจัดกระทําและสื่อ
ความหมายขอมลู และการสรางแบบจําลองสามารถนําไปใชอธิบายแนวคิด

สถาบันสง เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี 23

คูมือครรู ายวิชาพ้ืนฐานวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยท่ี 1 การเรยี นรสู ิง่ ตาง ๆ รอบตัว
เก่ียวกับแรงและพลังงานไดหรือไม นักเรียนตอบตามความเขาใจของตนเอง
ซึ่งจะหาคําตอบไดจ ากการเรยี นในบทตอ ไป

24 สถาบนั สง เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี

คมู อื ครูรายวิชาพ้นื ฐานวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยท่ี 1 การเรยี นรูส ิง่ ตา ง ๆ รอบตัว

แนวคาํ ตอบในแบบบันทึกกิจกรรม

1. จดั กระทําและสื่อความหมายขอมูลเกยี่ วกับปริมาณขยะในแตล ะป
2. พยากรณเกย่ี วกับปริมาณขยะ

ปรมิ าณขยะมูลฝอยป พ.ศ. 2551-2560

สาํ นกั งานสง่ิ แวดลอ มภาคและสาํ นกั งานทรัพยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอมจังหวัด

สถาบันสง เสรมิ การสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี 25

คูมือครรู ายวิชาพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนวยท่ี 1 การเรยี นรูสิง่ ตา ง ๆ รอบตัว

แผนภูมิ ปรมิ าณขยะในประเทศไทย ระหวางป พ.ศ. 2551 - 2560

ปรมิ าณขยะ (แสนตัน)

ป พ.ศ.

สาํ นกั งานสง่ิ แวดลอ มภาคและสํานกั งานทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอ มจงั หวดั
26 สถาบนั สง เสรมิ การสอนวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

คมู อื ครรู ายวิชาพ้นื ฐานวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนวยที่ 1 การเรียนรูสง่ิ ตา ง ๆ รอบตัว

แสดงปริมาณขยะเปนตัวเลข ดูแนวโนม ของ
และเห็นความสมั พนั ธของ ขอมูลไดไมช ัดเจน
ขอมูลระหวา งปแ ละปริมาณ
ขยะในแตละป

แสดงปรมิ าณขยะในแตล ะปท ี่ หาความแตกตา งของ

แตกตางกนั โดยใชความสูงของแทง ปรมิ าณขยะในแตล ะป
แผนภมู ทิ าํ ใหเ ปรียบเทียบปริมาณขยะ
ในแตล ะปไ ดง ายกวาและมองเหน็ เปนตัวเลขไดไมช ดั เจน

แนวโนม ปริมาณขยะไดช ดั เจนและ

รวดเรว็ แผนภมู ิแทง

มีขอ ดี ดงั น้ี แสดงปรมิ าณขยะในแตละปท แ่ี ตกตา งกนั โดยใชค วามสงู ของแทง แผนภมู แิ สดง

การเปรียบเทียบปริมาณขยะในแตล ะปซ ง่ึ มองเหน็ ไดง ายกวา และมองเห็นแนวโนมปรมิ าณขยะ

ไดช ัดเจนและรวดเร็วกวา

ปรมิ าณขยะมูลฝอยที่เกดิ ขึ้นในประเทศไทยภายในระยะเวลา 10 ป แนวโนมคอื มี
ปรมิ าณสงู ข้ึนเรอ่ื ย ๆ

ปรมิ าณขยะมูลฝอยทีเ่ กิดข้นึ ในประเทศไทยในป พ.ศ. 2548 นาจะมีปริมาณนอ ยกวา
ปริมาณขยะที่เกดิ ขึน้ ในป พ.ศ. 2551

ปริมาณขยะมลู ฝอยทีจ่ ะเกิดขน้ึ ในประเทศไทยในป พ.ศ. 2563 นา จะมีปรมิ าณมากกวา
ปรมิ าณขยะที่เกิดขึ้นในป พ.ศ. 2560

สถาบนั สงเสรมิ การสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี 27

คูมอื ครูรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยที่ 1 การเรียนรสู ิ่งตา ง ๆ รอบตัว
สรา งแบบจําลองเพื่อบรรยายการเคลื่อนทขี่ องอนภุ าคของสารท่มี ีกลิ่นในขยะ
คําตอบข้นึ อยูกบั นักเรียน เชน

28 สถาบันสง เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

คมู ือครรู ายวิชาพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนวยท่ี 1 การเรียนรูสง่ิ ตา ง ๆ รอบตัว
คําตอบขน้ึ อยูกบั นกั เรียน เชน

สถาบันสงเสริมการสอนวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี 29

คูมอื ครูรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยที่ 1 การเรียนรูส่งิ ตาง ๆ รอบตัว

นาํ มาจัดกระทําใหอยใู นรปู แบบตารางและแผนภมู ิ

เปนการนําเสนอขอ มลู ทไ่ี มไดจดั ใหเปน ระบบหรือขอ มูลทยี่ ังไมเห็นความสัมพนั ธก นั
นาํ มาจดั ใหเปน ระบบหรือใหเห็นความสมั พนั ธระหวางขอ มูล ซ่ึงจะทําใหเขาใจไดง าย
ชดั เจนในเวลารวดเรว็
สามารถนําขอ มูลขยะมูลฝอยทเี่ กิดขน้ึ ในป พ.ศ. 2551-2560 มาพยากรณปริมาณขยะ
ท่ีจะเกดิ ขน้ึ ในปต อ ไปโดยวิเคราะหจากขอ มลู เดิม
เราสามารถนาํ ขอมูลปริมาณขยะมลู ฝอยทีเ่ กดิ ขนึ้ ในประเทศไทย ป พ.ศ. 2551-2560
ซง่ึ มีหนวยงานรวบรวมไว มาจดั กระทําใหอ ยใู นรปู แบบตารางและแผนภมู แิ ทง จะพบวา
ทง้ั ในรูปแบบตารางและแผนภมู แิ ทงทาํ ใหเขาใจขอมลู ไดง ายข้ึน จากขอมูลปรมิ าณขยะ
ในแตล ะปส ามารถพยากรณปริมาณขยะท่ีเกดิ ขนึ้ ในป พ.ศ. 2548 และ พ.ศ. 2563 ได
โดยวเิ คราะหจ ากขอ มูลการเปล่ียนแปลงปริมาณขยะท่เี กิดข้ึนในป พ.ศ. 2551- 2560

30 สถาบนั สงเสรมิ การสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี

คมู อื ครรู ายวิชาพ้ืนฐานวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนวยท่ี 1 การเรียนรูส ่งิ ตา ง ๆ รอบตัว

คาํ ตอบขน้ึ อยูกับแบบจําลองของนักเรียน เชน วาดภาพ สรา งแบบจําลอง 3 มิติ

คําตอบขน้ึ อยูกับแบบจาํ ลองของนกั เรยี น เชน ในภาพวาดมอี นุภาคของสารท่ีมีกลนิ่
แสดงดว ยจดุ เล็ก ๆ อยูรอบๆ พื้นท่ีฝง กลบ และมีจดุ เล็กๆ กระจายออกไปจนถงึ ตวั บาน

คาํ ตอบขนึ้ อยูกบั แบบจําลองของนักเรยี น เชน มี เพราะแบบจาํ ลองยงั ไมม ีส่งิ ทีแ่ สดง
ทศิ ทางการเคลือ่ นทข่ี องอนุภาค จึงไดเพม่ิ สิ่งทแี่ สดงทศิ ทางการเคล่อื นทข่ี องอนุภาค
ของสารท่ีมีกลิน่ โดยใชลูกศร

แบบจําลองการเคลอ่ื นที่ของกลนิ่ ขยะ สามารถสรา งไดหลายรูปแบบ เชน วาดภาพ
แบบจําลองสามมิติ โดยอาจใชจดุ หรอื ลกู ปด เปน ตัวแทนอนุภาคของสารท่ีมีกลิน่
สวนทศิ ทางการเคลือ่ นที่ของกล่ินอาจแทนดวยลูกศรหรอื เสน เพ่อื บอกทิศทาง

การจัดกระทําและสื่อความหมายขอมูลเปน การนาํ ขอมลู มาแสดงในรปู แบบที่เขาใจ
งายขึ้นและเหน็ ความสัมพนั ธของขอ มูล การพยากรณเปนการคาดการณเหตกุ ารณที่
จะเกดิ ขึน้ โดยอาศยั ขอมลู ทร่ี วบรวมไว การสรางแบบจาํ ลองเปนการสรา งสิ่งใดสิ่งหน่ึง

ข้นึ มาเปนตวั แทนของจรงิ เพื่อบรรยายหรอื อธบิ ายลักษณะของสิง่ นัน้

สถาบนั สงเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี 31

คมู อื ครูรายวิชาพ้นื ฐานวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยท่ี 1 การเรียนรูส่ิงตา ง ๆ รอบตัว

คําถามของนกั เรียนทีต่ ้ังตามความอยากรูของตนเอง

 
 

 สถาบนั สงเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี


32

คมู อื ครรู ายวิชาพ้นื ฐานวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยท่ี 1 การเรยี นรูสิง่ ตาง ๆ รอบตัว

แนวการประเมินการเรียนรู

การประเมินการเรียนรขู องนกั เรยี นทําได ดังน้ี
1. ประเมนิ ความรเู ดิมจากการอภิปรายในชั้นเรียน
2. ประเมินการเรยี นรจู ากคําตอบของนักเรยี นระหวางการจดั การเรยี นรูแ ละจากแบบบันทึกกจิ กรรม
3. ประเมินทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรและทักษะแหงศตวรรษท่ี 21 จากการทาํ กจิ กรรมของนกั เรียน

การประเมินจากการทาํ กจิ กรรมท่ี 1 จัดกระทําและสอื่ ความหมายขอ มลู และ

สรางแบบจาํ ลองไดอยางไร

ระดับคะแนน 1 คะแนน หมายถึง ควรปรับปรงุ
3 คะแนน หมายถึง ดี 2 คะแนน หมายถึง พอใช

รหัส สงิ่ ท่ีประเมิน ระดบั คะแนน

ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร
S6 การจดั กระทาํ และสอ่ื ความหมายขอ มูล
S7 การพยากรณ
S8 การลงความเห็นจากขอมูล
S13 การตคี วามหมายขอมูลและลงขอสรุป
S14 การสรางแบบจาํ ลอง
ทักษะแหงศตวรรษท่ี 21
C4 การส่ือสาร
C5 ความรว มมือ

รวมคะแนน

สถาบนั สงเสรมิ การสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี 33

คูมอื ครูรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยท่ี 1 การเรยี นรูส ง่ิ ตา ง ๆ รอบตัว

ตาราง แสดงการวิเคราะหทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรตามระดบั ความสามารถของนกั เรียน
โดยอาจใชเกณฑการประเมนิ ดังน้ี

ทักษะกระบวนการ รายการประเมนิ ดี (3) ระดับความสามารถ ควรปรับปรงุ (1)
ทางวิทยาศาสตร พอใช (2)

S6 การจัดกระทาํ และ การนําขอมูลปริมาณ สามารถนําขอมลู ปริมาณ สามารถนําขอมลู ปริมาณ สามารถนาํ ขอมูลปริมาณ
สือ่ ความหมายขอ มลู ขยะในแตล ะปมาจัด ขยะในแตล ะปมาจดั ขยะในแตละปมาจัด
ขยะในแตล ะปมาจัด กระทําและนาํ เสนอใน กระทาํ และนําเสนอใน กระทําและนาํ เสนอใน
กระทําและนําเสนอใน รปู แบบตารางและ รปู แบบตารางและ รูปแบบตารางและแผนภูมิ
รูปแบบตารางและ แผนภมู ิแทง ไดอยา ง แผนภมู แิ ทง ไดถ ูกตอ ง แทง ไดถูกตองบางสว น
แผนภมู ิแทง ถูกตองและครบถว นดวย และครบถว นจากการ แมว า จะไดร ับคาํ ชีแ้ นะจาก

ตนเอง ชี้แนะของครหู รอื ผูอน่ื ครหู รือผูอ่ืน

S7 การพยากรณ การคาดการณป ริมาณ สามารถคาดการณ สามารถคาดการณ สามารถคาดการณป ริมาณ
ขยะท่จี ะเกิดข้ึนโดย
อาศยั ขอมลู การ ปริมาณขยะทีจ่ ะเกดิ ขนึ้ ปริมาณขยะท่ีจะเกดิ ขึน้ ขยะทจี่ ะเกิดขน้ึ ได แตไ ม
เปลยี่ นแปลงของ โดยอาศัยขอมลู การ โดยอาศัยขอมูลการ สามารถบอกเหตุผลได
ปริมาณขยะในชว ง
ระยะเวลาหนง่ึ เปลี่ยนแปลงของปริมาณ เปลีย่ นแปลงของปรมิ าณ แมว าจะไดรบั คาํ ช้ีแนะจาก

ขยะในชว งระยะเวลา ขยะในชว งระยะเวลา ครหู รอื ผอู ื่น
หนงึ่ ไดดวยตนเอง หนงึ่ ไดจากการชแี้ นะ

ของครูหรอื ผอู น่ื

S8 การลงความเหน็ การลงความเห็นจาก สามารถลงความเห็นจาก สามารถลงความเห็นจาก สามารถลงความเห็นจาก
จากขอมูล ขอ มูลเก่ยี วกับทิศ
ทางการเคลอื่ นท่ีของ ขอ มลู ไดดว ยตนเองวา ขอ มลู ไดว ากลนิ่ เคล่ือนที่ ขอมลู ไดแ ตไมช ดั เจนวา
กลิน่ น้ํามนั หอมระเหย
กลิ่นเคล่ือนท่ีออกจาก ออกจากขวดนาํ้ มนั หอม กลิน่ เคลอื่ นที่ออกจากขวด
ขวดนาํ้ มนั หอมระเหยได ระเหยไดทกุ ทิศทางจาก น้ํามนั หอมระเหยไดแ มวา

ทกุ ทิศทาง การชแี้ นะของครหู รอื จะไดร บั คําช้แี นะจากครู

ผูอนื่ หรอื ผอู ่ืน

34 สถาบันสงเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

คูม อื ครรู ายวิชาพืน้ ฐานวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยท่ี 1 การเรียนรูสิ่งตาง ๆ รอบตัว

ทกั ษะกระบวนการ รายการประเมิน ดี (3) ระดบั ความสามารถ ควรปรับปรุง (1)
ทางวิทยาศาสตร พอใช (2)

S13 การตีความหมาย การตีความหมายขอมูล สามารถตีความหมาย สามารถตีความหมาย สามารถตีความหมาย
ขอมูลและลงขอสรปุ และลงขอสรุปไดวา ขอ มลู และลงขอสรุปได ขอมลู และลงขอสรุปได ขอ มูลไดบ างสวนและลง

การจัดกระทาํ และสอ่ื ดว ยตนเองวาการจดั วา การจดั กระทาํ และส่ือ ขอสรปุ ไดไ มช ดั เจนวาการ
ความหมายขอมูลเปน กระทาํ และส่อื ความหมายขอมูลเปน จดั กระทําและส่ือ
การนาํ ขอมลู มา ความหมายขอมูลเปน การนาํ ขอมลู มานําเสนอ ความหมายขอมูลเปนการ
นําเสนอในรปู แบบที่ การนําขอมูลมานําเสนอ ในรปู แบบท่ีเขาใจงา ยขึ้น นาํ ขอมูลมานําเสนอใน
เขาใจงายข้ึนและเห็น และเหน็ ความสมั พนั ธ รูปแบบท่ีเขา ใจงายขึน้ และ
ความสัมพันธของ ในรปู แบบท่ีเขาใจงา ยขน้ึ ของขอ มูล การพยากรณ เห็นความสมั พนั ธข อง

ขอ มูล การพยากรณ และเหน็ ความสัมพนั ธ เปนการคาดการณ ขอ มูล การพยากรณเปน
เปน การคาดการณ ของขอมลู การพยากรณ เหตกุ ารณท ่เี กิดขึ้นโดย การคาดการณเ หตุการณท่ี
เหตุการณท ี่เกิดข้ึนโดย อาศยั ขอ มูลทีร่ วบรวมไว เกดิ ข้นึ โดยอาศยั ขอมูลที่
อาศยั ขอ มลู ทร่ี วบรวม เปน การคาดการณ การสรางแบบจําลองเปน รวบรวมไว การสราง
ไว การสรา ง เหตุการณท ี่เกดิ ขึ้นโดย การสรา งส่งิ ใดสิง่ หน่งึ แบบจําลองเปนการสรา ง
แบบจาํ ลองเปน การ อาศยั ขอ มลู ทร่ี วบรวมไว ขึ้นมาเพอื่ เปนตัวแทน สิ่งใดส่ิงหน่ึงข้ึนมาเพื่อเปน

สรา งสิง่ ใดสิ่งหน่ึงขึ้นมา การสรางแบบจาํ ลองเปน ของของจรงิ เพ่ือบรรยาย ตวั แทนของของจรงิ เพ่อื
เพือ่ เปนตัวแทนของ การสรา งส่งิ ใดสง่ิ หนึง่ หรอื อธิบายลักษณะของ บรรยายหรอื อธิบาย

ของจรงิ เพื่อบรรยาย ขน้ึ มาเพ่ือเปนตัวแทน สงิ่ น้นั ทัง้ นี้โดยอาศยั การ ลกั ษณะของสิง่ นนั้ แมวา จะ
อธิบายลกั ษณะของ ของของจรงิ เพ่ือบรรยาย ช้ีแนะจากครหู รือผอู ่ืน ไดร ับคําชแ้ี นะจากครหู รอื
สง่ิ นนั้ ผูอืน่
หรอื อธิบายลักษณะของ

สิง่ นั้น

S14 การสรา ง การสรางแบบจาํ ลอง สามารถสรางแบบจาํ ลอง สามารถสรา งแบบจําลอง สามารถสรา งแบบจาํ ลอง
แบบจําลอง
และระบสุ ง่ิ ที่ใชแ ทน และระบสุ ิ่งทใ่ี ชแทน และระบสุ ง่ิ ท่ใี ชแ ทน ไดแ ตไมส มบรู ณแ ละระบุ

อนุภาคของสารท่ีมี อนุภาคของสารทม่ี ีกลนิ่ อนุภาคของสารท่มี กี ล่นิ สิ่งท่ีใชแทนอนภุ าคของ
กล่นิ และทิศทางการ และทิศทางการเคลื่อนที่ และทิศทางการเคลื่อนที่ สารท่มี ีกลนิ่ และทศิ

เคล่อื นที่ของอนุภาคใน ของอนภุ าคใน ของอนภุ าคใน ทางการเคล่ือนที่ของ

แบบจําลองทส่ี รา งขึ้น แบบจาํ ลองท่สี รางขึน้ ได แบบจําลองท่สี รา งข้ึนได อนุภาคในแบบจําลองท่ี
ดว ยตนเอง โดยอาศยั การช้ีแนะจาก สรางขึน้ ไดบ างแมว า จะได

ครูหรือผูอืน่ รับคาํ ชแ้ี นะจากครหู รอื

ผูอ่ืน

สถาบันสง เสรมิ การสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี 35

คูมอื ครรู ายวิชาพน้ื ฐานวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนวยที่ 1 การเรียนรสู ิง่ ตาง ๆ รอบตัว

ตาราง แสดงการวเิ คราะหท ักษะแหง ศตวรรษท่ี 21 ตามระดบั ความสามารถของนักเรยี น
โดยอาจใชเ กณฑการประเมนิ ดงั นี้

ทักษะแหง รายการประเมิน ดี (3) ระดับความสามารถ ควรปรับปรงุ (1)
ศตวรรษที่ 21 พอใช (2)
C4 การสอ่ื สาร
การนาํ เสนอขอมูลจาก สามารถนําเสนอขอมูล สามารถนาํ เสนอขอมูลจาก สามารถนําเสนอขอมูล
C5 ความรวมมอื
การอภปิ รายเก่ียวกับ จากการอภิปรายเกีย่ วกบั การอภิปรายเกี่ยวกับการ บางสว นจากการอภปิ ราย
การจดั กระทาํ และสื่อ การจดั กระทาํ และสื่อ จดั กระทําและสื่อ เกย่ี วกบั การจดั กระทาํ และ

ความหมายขอมลู การ ความหมายขอมลู การ ความหมายขอมลู การ สื่อความหมายขอ มูล การ

พยากรณและการ พยากรณและการสราง พยากรณและการสรา ง พยากรณและการสรา ง
สรางแบบจําลอง แบบจําลองใหผูอ่นื เขาใจ แบบจาํ ลองใหผ ูอืน่ เขาใจ แบบจาํ ลองใหผูอื่นเขาใจ

ไดอ ยางถูกตอง ไดด ว ย ไดอ ยางถูกตอ ง จากการ ทง้ั นแ้ี มว า จะไดรบั คําชแี้ นะ

ตนเอง ช้ีแนะของครูหรอื ผูอ น่ื จากครูหรอื ผอู ่ืน

การทํางานรว มกับ สามารถทาํ งานรวมกับ สามารถทาํ งานรว มกับ สามารถทํางานรวมกบั ผูอื่น

ผูอื่นในการสงั เกต การ ผูอื่นในการสงั เกต การ ผูอ่ืนในการสงั เกต การ ในการสังเกต การนาํ เสนอ

นําเสนอ และการ นําเสนอ และการแสดง นาํ เสนอ และการแสดง การจดั กระทาํ และส่ือ
แสดงความคดิ เหน็ ใน ความคดิ เหน็ ในการจดั ความคิดเหน็ ในการจัด ความหมายขอมลู การ

การจดั กระทาํ และสื่อ กระทาํ และสอื่ กระทําและสื่อความหมาย พยากรณแ ละการสราง

ความหมายขอมลู การ ความหมายขอมลู การ ขอ มูล การพยากรณแ ละ แบบจาํ ลองไดบ า ง แตไม
พยากรณและการ พยากรณและการสรา ง การสรางแบบจําลอง แสดงความคดิ เห็น แมว าจะ

สรา งแบบจําลอง แบบจาํ ลองรวมทั้ง รวมทงั้ ยอมรับความ ไดรับการกระตนุ จากครูหรือ

รวมท้งั ยอมรับความ ยอมรับความคิดเห็นของ คิดเหน็ ของผูอ ืน่ บาง ผูอื่น
คิดเห็นของผูอื่น ผูอื่นตั้งแตเ ร่ิมตน จน ชว งเวลาทที่ ํากจิ กรรม

สาํ เรจ็

36 สถาบันสง เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

คูม ือครรู ายวิชาพ้ืนฐานวทิ ยาศาสตร ป.5 เลม 1 | หนวยท่ี 1 การเรียนรสู ิง่ ตา ง ๆ รอบตวั 37

กิจกรรมทายบทที่ 1 ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร (0.5 ช่วั โมง)

1. นกั เรยี นวาดรปู หรือเขียนสรปุ ส่ิงทไี่ ดเ รยี นรจู ากบทนต้ี ามความเขา ใจของตนเอง
ในแบบบันทกึ กจิ กรรม หนา 15

2. นักเรียนตรวจสอบการสรุปส่ิงที่ไดเรียนรูของตนเองโดยเปรียบเทียบกับ ผัง
มโนทศั นในหวั ขอ รอู ะไรในบทน้ี ในหนังสอื เรยี น หนา 17

3. นักเรียนกลับไปตรวจสอบคําตอบของตนเองในสํารวจความรูกอนเรียน ใน
แบบบันทึกกิจกรรม หนา 2-5 อีกครั้ง ถาคําตอบของนักเรียนไมถูกตองใหขีด
เสนทบั ขอ ความเหลา นัน้ แลวแกไ ขใหถกู ตอง หรอื อาจแกไขคําตอบดวยปากกา
ที่มีสตี างจากเดิม นอกจากน้ีครอู าจนําคําถามในรูปนาํ บทในหนังสือเรียน หนา
2 มารวมกันอภิปรายคําตอบอีกครง้ั

4. นกั เรยี นทํา แบบฝก หดั ทายบทที่ 1 ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร โดย
ครูสมุ นกั เรียน 2-3 คนนาํ เสนอคําตอบหนา ชัน้ เรยี น ถาคําตอบยัง ไมถูกตอง
ครคู วรนําอภิปรายหรือใหสถานการณเพ่ิมเติมเพ่ือแกไขแนวคดิ คลาดเคล่ือนให
ถกู ตอ ง

5. นักเรียนรวมกันทํากิจกรรม รวมคิดรว มทํา โดยใหนักเรยี นเก็บขอมูลชนิดและ
ปริมาณขยะในโรงเรียน จากนั้นนําเสนอขอมูลในรูปแบบท่ีทําใหคนอื่นเขาใจ
ถูกตองและรวดเร็ว และรวมกันหาวิธีแยกขยะแตละชนิด ครูอาจใหนักเรียน
สํารวจขอมูลลว งหนา แลว นําเสนอ

6. นักเรียนอานและอภิปรายเน้ือเรื่องในหัวขอวิทยใกลตัว ในหนังสือเรียน หนา
22 โดยครูกระตุนใหนักเรียนเห็นความสําคัญของความรูจากสิ่งท่ีไดเรียนรูใน
หนวยน้ี วาสามารถนําไปใชประโยชนไ ดอยางไรบาง ดังนี้ การฝกทักษะการจัด
กระทําและสื่อความหมายขอมูลมีประโยชนอยางไร (สามารถนํามาใชในการ
เตรียมตัวเพ่ือนําเสนอเร่ืองราวตาง ๆ ในประเด็นท่ีคนกําลังสนใจใหเขาใจได
ชัดเจนและรวดเรว็ เชน การนําเสนอขอมลู ภายใน 3 นาที)

7. นักเรียนรวมกันตอบคําถามสําคัญประจําหนวยในหนังสือเรียนอีกคร้ัง ถา
คําตอบยังไมถูกตอ ง ใหนกั เรียนอภิปรายรวมกันเพื่อใหไดคาํ ตอบท่ีถกู ตอ งตาม
แนวคําตอบดังน้ี
ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรทําใหเรียนรูส่ิงตาง ๆ ไดอยางไร
(ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรนํามาใชในการเก็บรวบรวมขอมูล
การสรางคําอธิบายและการนําเสนอสิ่งท่ีคนพบ) ถาคําตอบยังไมถูกตอง
ใหนักเรยี นอภิปรายรวมกนั เพ่ือใหไดค าํ ตอบท่ีถูกตอง

สถาบนั สง เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี

คมู อื ครรู ายวิชาพ้นื ฐานวิทยาศาสตร ป.5 เลม 1 | หนว ยท่ี 1 การเรยี นรูสงิ่ ตา ง ๆ รอบตวั

สรุปผลการเรียนรขู องตนเอง

รปู หรือขอความสรปุ สิ่งที่ไดเรียนรูจากบทนตี้ ามความเขาใจของนกั เรยี น

4308 สถาบนั สง เสรมิ การสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี

คมู ือครรู ายวิชาพื้นฐานวทิ ยาศาสตร ป.5 เลม 1 | หนวยท่ี 1 การเรยี นรสู ่งิ ตาง ๆ รอบตวั

แนวคาํ ตอบในแบบฝกหัดทา ยบท

สถาบนั สงเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี 39

คูมือครรู ายวิชาพ้นื ฐานวิทยาศาสตร ป.5 เลม 1 | หนว ยท่ี 1 การเรียนรสู ิง่ ตา ง ๆ รอบตวั

เลือกในรปู แบบตาราง ในรปู ที่ 1 เพราะทําใหเห็นความสัมพนั ธของขอมลู
ไดชัดเจนและเหน็ สดั สว นของแกส ในอากาศไดถกู ตองชัดเจนกวารปู แบบ
อนื่ ๆ

40 สถาบันสง เสรมิ การสอนวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

คมู ือครรู ายวิชาพนื้ ฐานวทิ ยาศาสตร ป.5 เลม 1 | หนวยท่ี 1 การเรียนรสู ่งิ ตาง ๆ รอบตัว

สถาบนั สง เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี 41

คูมือครรู ายวิชาพน้ื ฐานวิทยาศาสตร ป.5 เลม 1 | หนวยท่ี 1 การเรียนรูส ง่ิ ตา ง ๆ รอบตวั

แบบจาํ ลองเหมือนของจรงิ ในเร่อื งเก่ียวกับจาํ นวนดาวเคราะห ตําแหนง ดาวเคราะห
ดวงอาทิตย และแถบดาวเคราะหนอย
ไมเ หมอื นในดานระยะหา งระหวางดาวเคราะหแตล ะดวงกบั ดวงอาทติ ย ขนาด
ของดาวตา ง ๆ ไมมดี วงจนั ทรข องดาวเคราะหบางดวง และสีของดาวเคราะห
ไมเหมอื นจรงิ

42 สถาบันสงเสรมิ การสอนวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

คมู ือครรู ายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร ป.5 เลม 1 | หนวยท่ี 1 การเรยี นรูส ่งิ ตาง ๆ รอบตัว

ปรับปรงุ โดยทาํ ระยะหา งระหวางดาวเคราะหแตละดวงกับดวงอาทิตยใหมสี ดั สวน
เหมือนจรงิ ทําขนาดของดาวตาง ๆ ใหม สี ดั สวนถูกตอ งมากข้นึ เพมิ่ ดวงจนั ทร
ของดาวเคราะหบางดวง ทาํ สีของดาวเคราะหใหเหมอื นหรือใกลเ คียงของจริง

สถาบนั สง เสริมการสอนวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี 43

คมู ือครูรายวิชาพน้ื ฐานวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยที่ 2 แรงและพลงั งาน

หนว ยท่ี 2 แรงและพลงั งาน

ภาพรวมการจัดการเรยี นรูป ระจาํ หนว ยที่ 2 แรงและพลังงาน

บท เรื่อง กจิ กรรม ลําดับการจดั การเรียนรู ตวั ชว้ี ัด
บทท่ี 1 แรงลพั ธ เร่อื งท่ี 1 แรงลัพธ
และแรงเสียดทาน กิจกรรมท่ี 1  เม่อื มีแรงหลาย ๆ แรง ว 2.2
หาแรงลพั ธท ่ี
เร่ืองที่ 2 แรง กระทาํ ตอวตั ถุ กระทําตอวัตถุในแนว ป.5/1 อธิบายวิธกี ารหาแรงลัพธ
เสียดทาน ไดอ ยา งไร
เดยี วกัน สามารถหา ของแรงหลายแรงในแนวเดยี วกัน

แรงลัพธท่ีกระทําตอวตั ถุ ทก่ี ระทําตอวตั ถุในกรณีทวี่ ตั ถุ
โดยพจิ ารณาจากขนาดและ อยนู ง่ิ จากหลักฐานเชงิ ประจักษ
ทศิ ทางของแรงนัน้ ๆ ป.5/2 เขยี นแผนภาพแสดงแรงที่
กระทําตอวตั ถุท่ีอยูในแนวเดยี วกนั
 เมอ่ื แรงลัพธท ่ีกระทําตอ
วตั ถุทีอ่ ยนู ิง่ มีคาเปน ศนู ย และแรงลัพธที่กระทําตอวตั ถุ

วัตถจุ ะอยนู ่ิงตอ ไป ป.5/3 ใชเ คร่อื งชงั่ สปริงในการวัด

แรงท่กี ระทาํ ตอวัตถุ

กิจกรรมท่ี 2  เม่อื ออกแรงกระทําตอวตั ถุ ป.5/4 ระบุผลของแรงเสียดทาน
ทมี่ ตี อการเปลี่ยนแปลงการ
แรงเสียดทานมี ทอี่ ยูบนพืน้ ผิวสมั ผสั เพ่ือให เคล่ือนที่ของวตั ถุจากหลักฐาน
ผลตอ วตั ถุอยางไร วตั ถุนัน้ เคล่ือนท่ี จะมีแรง เชิงประจกั ษ
ตา นการเคลอื่ นทห่ี รือแรง
เสยี ดทาน ซง่ึ มีทิศทาง ป.5/5 เขียนแผนภาพแสดง
แรงเสียดทานและแรงท่ีอยูในแนว
ตรงกันขามกับทิศทางการ เดียวกันท่ีกระทําตอวัตถุ

เคลือ่ นทขี่ องวตั ถุ

 แรงเสยี ดทานมีผลทําให

วตั ถุทก่ี ําลังเคลอื่ นท่ี
เปล่ยี นแปลงการเคลื่อนท่ี
รวมคิด รว มทาํ เปนชาลงจนหยุดน่งิ

44 สถาบันสงเสรมิ การสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี

คูมอื ครรู ายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยท่ี 2 แรงและพลังงาน

บท เรอ่ื ง กจิ กรรม ลาํ ดับการจัดการเรยี นรู ตัวชีว้ ัด

บทท่ี 2 เร่ือ งที่ 1 เสียงกับ กิจกรรมที่ 1.1 เสียง  เสียงเคลอื่ นท่ีไดต องอาศัย ว 2.3
ตวั กลาง
เสยี ง การไดย นิ เคลื่อนที่ไปไดอยา งไร  เสยี งสูง เสยี งตา่ํ ข้ึนอยกู ับ ป.5/1 อธิบายการไดยิน
เ สี ย ง ผ า น ตั ว ก ล า ง จ า ก
กิจกรรมที่ 1.2 เสยี งสูง ความถใ่ี นการสน่ั ของ หลกั ฐานเชงิ ประจกั ษ
เสียงตา่ํ เกดิ ไดอยางไร แหลงกาํ เนดิ เสียง

กจิ กรรมท่ี 1.3 เสียงดัง  เสยี งดงั เสียงคอ ยขนึ้ อยู ป.5/2 ระบุตัวแปร ทดลอง
เสยี งคอ ย ขน้ึ อยูก บั อะไร กับพลงั งานในการสนั่ ของ และอธิบายลักษณะและ
แหลงกาํ เนดิ เสียง และ
กิจกรรมท่ี 1.4 มลพิษ ระยะหางระหวางผูฟ ง การเกดิ เสยี งสูง เสียงต่ํา
ทางเสียงเปน อยา งไร กับแหลง กําเนิดเสียง ป.5/3 ออกแบบการทดลอง
 เสียงท่ีดังมาก ๆ และเสียง แ ล ะ อ ธิ บ า ย ลั ก ษ ณ ะ แ ล ะ

ที่กอ ใหเกิดความรําคาญ การเกดิ เสียงดัง เสยี งคอ ย
เรียกวา มลพษิ ทางเสยี ง ป.5/4 วัดระดับเสียงโดยใช

 ถาตองอยูใ นบรเิ วณทมี่ ี เครือ่ งมอื วัดระดับเสียง
เสียงดัง ควรสวมเครอ่ื ง ป.5/5 ตระหนักในคุณคา
ปอ งกันหู หรือควร
หลีกเลย่ี งการอยูในบริเวณ ของความรูเร่ืองระดับเสียง
นั้น โดยเสนอแนะแนวทางใน

การหลีกเล่ียงและลดมลพิษ

ทางเสียง

รวมคิด รว มทาํ

สถาบันสงเสริมการสอนวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

คมู ือครรู ายวิชาพ้ืนฐานวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยที่ 2 แรงและพลังงาน

บทท่ี 1 แรงลัพธแ ละแรงเสียดทาน

จดุ ประสงคการเรยี นรูประจําบท

เม่ือเรยี นจบบทนี้ นักเรียนสามารถ

1. อธบิ ายการหาแรงลพั ธข องแรงหลายแรงในแนว
เดียวกันที่กระทําตอวตั ถุในกรณีทวี่ ัตถุอยูนง่ิ

2. อธิบายและเขยี นแผนภาพแสดงขนาดและ
ทศิ ทางของแรงที่กระทําตอวัตถใุ นแนวเดยี วกัน

3. วัดขนาดของแรงท่ีกระทําตอวตั ถุโดยใชเ คร่อื งช่ัง
สปริง

4. อธบิ ายแรงเสยี ดทานทมี่ ีผลตอการเปล่ยี นแปลง
การเคลอื่ นทีข่ องวตั ถุ

เวลา 7.5 ช่วั โมง บทนีม้ ีอะไร

แนวคดิ สาํ คญั เรอื่ งที่ 1 แรงลพั ธ
กิจกรรมที่ 1 หาแรงลพั ธทีก่ ระทําตอวตั ถุไดอยา งไร
เม่ือมีแรงหลายแรงมากระทําตอวัตถุหนึ่ง ๆ
ผลรวมของแรงเหลานั้น คือ แรงลัพธที่กระทําตอวัตถุ เรอื่ งที่ 2 แรงเสยี ดทาน
การหาแรงลัพธตองพิจารณาทั้งขนาดและทิศทางของ กิจกรรมที่ 2 แรงเสียดทานมผี ลตอวตั ถุอยา งไร
แรงทัง้ หมดท่ีกระทําตอ วัตถุน้ัน ถาแรงลพั ธท ่ีกระทําตอ
วัตถุที่อยูน่งิ มีคาเปนศูนย วัตถุก็จะอยูน่ิงตอ ไป ถามีแรง
มากระทาํ ตอ วัตถุเพื่อใหวัตถุเคลือ่ นที่ โดยวตั ถนุ ้นั สมั ผสั
กับผิวสัมผัสของวัตถุอื่น จะเกิดแรงเสียดทานตานการ
เคลื่อนที่ของวัตถุในบริเวณผิวสัมผัสของวัตถุน้ัน และ
สําหรับวัตถุที่กําลังเคล่ือนท่ี ก็จะมีแรงเสียดทาน
ตา นการเคล่อื นทีข่ องวัตถุเชน กนั

ส่อื การเรยี นรูแ ละแหลง เรยี นรู

1. หนงั สอื เรียน ป.5 เลม 1 หนา 24-45

2. แบบบนั ทกึ กจิ กรรม ป.5 เลม 1 หนา 23-47

46 สถาบันสง เสริมการสอนวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

คมู อื ครูรายวิชาพ้ืนฐานวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนวยท่ี 2 แรงและพลังงาน

ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรแ ละทกั ษะแหงศตวรรษท่ี 21

รหสั ทกั ษะ กิจกรรมท่ี
12
ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร 
S1 การสังเกต 
S2 การวดั 
S3 การใชจ ํานวน
S4 การจาํ แนกประเภท 
S5 การหาความสมั พันธร ะหวา ง

 สเปซกับสเปซ 
 สเปซกับเวลา
S6 การจัดกระทําและสอื่ ความหมายขอมูล 
S7 การพยากรณ 
S8 การลงความเหน็ จากขอมูล
S9 การตัง้ สมมติฐาน
S10 การกาํ หนดนิยามเชิงปฏบิ ตั กิ าร
S11 การกําหนดและควบคุมตวั แปร
S12 การทดลอง
S13 การตีความหมายขอมูลและลงขอ สรปุ
S14 การสรางแบบจาํ ลอง
ทักษะแหงศตวรรษที่ 21
C1 การสรา งสรรค
C2 การคดิ อยางมีวจิ ารณญาณ
C3 การแกป ญหา
C4 การสื่อสาร
C5 ความรวมมอื
C6 การใชเ ทคโนโลยีสารสนเทศและการส่อื สาร

หมายเหต:ุ รหัสทักษะทีป่ รากฏน้ี ใชเ ฉพาะหนงั สือคมู อื ครูเลม น้ี

สถาบันสง เสรมิ การสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี 47

คูมือครูรายวิชาพ้นื ฐานวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยท่ี 2 แรงและพลงั งาน

แนวคิดคลาดเคลื่อน

แนวคดิ คลาดเคลื่อนที่อาจพบและแนวคิดท่ีถกู ตอ งในบทท่ี 1 แรงลพั ธและแรงเสียดทาน มีดงั ตอไปนี้

แนวคิดคลาดเคล่อื น แนวคิดท่ีถูกตอ ง

ถาวัตถเุ คล่ือนทแี่ สดงวา ตอ งมีแรงมากระทาํ ตอวัตถุนนั้ หรือ เมอื่ แรงลัพธทกี่ ระทําตอวัตถุเทา กบั ศูนย วัตถุจะรักษาสภาพ

เม่อื วตั ถุไมเคลอื่ นท่ีแสดงวาไมมีแรงมากระทาํ ตอวัตถนุ ้นั การเคลื่อนที่ กลาวคือวัตถุจะอยูน่ิงหรือเคลือ่ นที่ดวยความเร็ว

(ขจรศกั ด์ิ บัวระพันธ และเพ็ญจันทร ซิงห, 2550) คงตัว ดงั นัน้ ในกรณีวตั ถุอยูน ิ่ง ก็ไมไดหมายความวา ไมมีแรง
ใด ๆ มากระทําตอวัตถุเสมอไป อาจจะมีแรงหลายแรงมา

กระทาํ แตแรงลัพธเ ปน ศูนยก ็เปนได (ขจรศักดิ์ บวั ระพนั ธ

และเพ็ญจันทร ซิงห, 2550)

เมื่อมีแรงกระทําตอวตั ถุ แลววัตถุยังคงอยูน ิง่ แรงเสียดทาน เมื่อมีแรงกระทาํ ตอวัตถุ แลว วัตถุยงั คงอยนู งิ่ แรงเสียดทานที่

ทกี่ ระทําตอวตั ถุนัน้ ยงั คงมคี า เปนศูนย (Chee, 1996) กระทาํ ตอ วตั ถุนั้นจะมีคา เทากับแรงท่กี ระทาํ ตอวตั ถุ แตมีทศิ

ทางตรงขา มกนั (Chee, 1996)

เมอ่ื ออกแรงกระทําลังไม แลว ลงั ไมยงั คงอยนู ่ิง เพราะออก เมื่อออกแรงกระทําตอวตั ถทุ ี่อยบู นพน้ื แลว วตั ถยุ ังคงอยูน่ิง
แรงกระทําตอลังไมน อ ยกวา แรงเสียดทาน (ขจรศกั ดิ์ บวั ระพันธ, แรงลัพธท ี่กระทาํ ตอวัตถจุ งึ เปนศนู ย ดงั นนั้ แรงเสียดทานจะตอ งมี

เพญ็ จนั ทร ซิงห ,และวรรณทิพา รอดแรงคา, 2549) ขนาดเทากับแรงทก่ี ระทาํ (ขจรศกั ดิ์ บัวระพันธ, เพ็ญจนั ทร ซงิ ห

,และวรรณทิพา รอดแรงคา, 2549)

ถา ครพู บวา มแี นวคิดคลาดเคลอื่ นใดท่ยี ังไมไดแกไขจากการทาํ กจิ กรรมการเรยี นรู ครูควรจัดการเรยี นรูเพิ่มเติมเพอ่ื แกไข
ตอไปได

48 สถาบนั สง เสริมการสอนวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

คมู ือครูรายวิชาพ้ืนฐานวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยที่ 2 แรงและพลังงาน

บทนเ้ี ร่มิ ตน อยางไร (0.5 ชั่วโมง) ในการทบทวนความรพู ้ืนฐาน ครูควรให
เวลานักเรียนคิดอยางเหมาะสม รอคอย
1. ครูทบทวนความรูพื้นฐานของนักเรียนเกี่ยวกับแรงที่นักเรียนรูจักและ อยางอดทน นักเรียนตองตอบคําถาม
ไดเรียนรกู ันมาแลว โดยการถามคาํ ถามประกอบการสาธิตดวยอุปกรณ เหลาน้ีไดถูกตอง หากตอบไมไดหรือลืม
หนา ช้นั เรียน โดยอาจใชคาํ ถามดงั นี้ ครูตอ งใหความรูท ถี่ กู ตองทนั ที
1.1 จากท่ีเคยเรียนมา นักเรียนรูจักแรงอะไรบาง (แรงในการดึง
แรงในการผลัก แรงดงึ ดดู หรอื แรงโนม ถว งของโลก)
1.2 แรงมีผลตอการเคล่ือนที่ของวัตถุอยางไร (แรงทําใหวัตถุ
เปลี่ยนแปลงการเคล่ือนท่ี เชน แรงโนมถวงของโลกทําใหวัตถุ
ตา ง ๆ ตกลงสูพืน้ )
1.3 ถาตองการวัดขนาดของแรง นักเรียนจะใชอุปกรณใดในการวัด
(ใชเครอื่ งช่ังสปริง)
ถานักเรียนตอบไมถูกตอง ครูควรทบทวน เพื่อใหนักเรียนตอบได
ถกู ตอง

2. ครูตรวจสอบความรูเดิมของนักเรียนเกย่ี วกับแรงลัพธและแรงเสยี ดทาน
โดยอาจใชคาํ ถามดงั นี้

2.1 มีแรงกระทําตอวัตถุหนึ่ง ๆ มากกวา 1 แรงไดหรือไม อยางไร
(นักเรียนตอบตามความเขาใจ เชน ได นักเรียน 2 คนชวยกัน
ยกของ การเลนชกั เยอ )

2.2 ถามีแรงหลาย ๆ แรงมากระทําตอวัตถุ เราจะหาผลรวมของแรง
เหลานั้นไดอยางไร (นักเรียนตอบตามความเขาใจ เชน นําแรง
ทง้ั หมดมารวมกัน)
นักเรยี นตอบคําถามตามความเขาใจของตนเองโดยครูยังไมตอง

เฉลยคาํ ตอบทถี่ กู ตอ ง

3. ครูชักชวนใหนักเรียนศกึ ษาเรื่องแรงลัพธแ ละแรงเสียดทาน โดยใหอาน
ชอ่ื หนว ย และอานคําถามสําคัญประจําหนวยที่ 2 ในหนงั สอื เรียนหนา
24 คือ แรงและพลังงานเกี่ยวของกับชีวิตประจําวันของเราอยางไร
นักเรียนตอบคําถาม โดยครูยังไมตองเฉลยคําตอบ แตจะใหนักเรียน
ยอ นกลับมาตอบอกี ครงั้ หลังจากเรียนจบหนวยนแี้ ลว

4. นักเรียนอานช่ือบท และจุดประสงคการเรียนรูประจําบท ในหนังสือ
เรียนหนา 25 จากนั้นครูตรวจสอบความเขาใจของนักเรียนโดยใช
คาํ ถามดงั น้ี

สถาบนั สงเสริมการสอนวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี 49

คูมือครรู ายวิชาพนื้ ฐานวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยท่ี 2 แรงและพลงั งาน

4.1 บทนี้นักเรยี นจะไดเ รียนเรือ่ งอะไร (แรงลัพธแ ละแรงเสียดทาน) ค รู รั บ ฟ ง เ ห ตุ ผ ล ข อ ง
นักเรียนเปนสําคัญ ครูยังไม
4.2 จากจดุ ประสงคการเรียนรู เม่ือเรียนจบบทนี้นักเรียนจะสามารถทํา เฉลยคําตอบใด ๆ แตชักชวนให
อะไรไดบาง (อธิบายการหาแรงลัพธของแรงหลายแรงในแนว หาคําตอบทถี่ ูกตองจากกิจกรรม
เดียวกันท่ีกระทําตอวัตถุในกรณีที่วัตถุอยูนิ่ง อธิบายการเขียน ตาง ๆ ในบทเรียนน้ี
แผนภาพแสดงขนาดและทิศทางของแรงท่ีกระทําตอวัตถุในแนว
เดียวกัน วัดขนาดของแรงที่กระทําตอวัตถุโดยใชเครื่องชั่งสปริง
อธิบายแรงเสียดทานท่ีมีผลตอการเปลี่ยนแปลงการเคล่ือนที่ของ
วตั ถุ)

5. นักเรยี นอา นชือ่ บท และแนวคิดสําคญั ในหนังสือเรยี นหนา 26 จากน้นั
ครูซักถามวา จากการอานแนวคิดสําคัญ นักเรียนคิดวาจะไดเรียน
เก่ียวกับเรื่องอะไรบาง (แรงลพั ธทก่ี ระทาํ ตอวัตถุ การหาแรงลัพธ และ
แรงเสยี ดทาน)

6. ครูชักชวนใหนกั เรยี นสังเกตรูป และอานเนื้อเร่ืองในหนา 26 โดยครูฝก
ทักษะการอานตามวิธกี ารอานที่เหมาะสมกับความสามารถของนักเรียน
จากนนั้ ครตู รวจสอบความเขาใจในการอา น โดยใชค ําถามดงั ตอ ไปน้ี

6.1 การเลนกีฬามีผลตอรางกายอยางไร (ทําใหรางกายแข็งแรงมี
สุขภาพดี)

6.2 การเลนชักเยอมีกติกาอยางไร (การเลน ชักเยอ ประกอบดวยผูเลน
2 ฝาย ผูเลน แตละฝายมจี ํานวนเทา กนั ใหผ ูเ ลนแตละฝา ยจบั เชือก
คนละดาน มีเสนแบงเขตแดนอยูตรงกลาง ท่ีจุดก่ึงกลางของเชือก
มีผาผูกไว เมื่อเริ่มเลน ผูเลนตางฝายตางออกแรงเพื่อดึงเชือกให
ผาทีผ่ ูกตรงกึ่งกลางเชือกเคลอ่ื นท่ีไปยังเขตแดนของฝายตน จึงจะ
ตัดสนิ ไดว า ฝายนน้ั เปน ผชู นะ)

6.3 ถาดึงเชือก แลวผาที่ผูกจุดก่ึงกลางเชือกอยูน่ิง นักเรียนคิดวา
ผลรวมของแรงทั้งหมดท่ีกระทําตอเชือกขณะน้ันเปนอยางไร
(นักเรียนตอบตามความเขาใจ)

6.4 การเลนชักเยอมีแรงใดมาเกี่ยวของบาง (นักเรียนตอบตามความ
เขาใจ)

7. ครูชักชวนนักเรียนตอบคําถามเก่ียวกับแรงลัพธและแรงเสียดทานใน
สํารวจความรกู อนเรยี น

50 สถาบันสง เสรมิ การสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี

คูมอื ครรู ายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนวยท่ี 2 แรงและพลังงาน

8. นักเรียนทําสาํ รวจความรูกอนเรียน ในแบบบนั ทกึ กจิ กรรมหนา 24-26 การเตรยี มตวั ลวงหนา สาํ หรับครู
โดยนกั เรียนอานคาํ ถามแตล ะขอ ครูตรวจสอบความเขา ใจของนักเรียน เพื่อจัดการเรยี นรใู นครั้งถัดไป
จนแนใ จวา นกั เรียนสามารถทําไดดวยตนเอง จงึ ใหน กั เรยี นตอบคําถาม
โดยคาํ ตอบของแตละคนอาจแตกตางกนั และคําตอบอาจถูกหรือผิดก็ได ในคร้ังถัดไป นักเรียนจะไดเรียน
เร่ืองท่ี 1 แรงลัพธ ครูควรเตรียมรูปภาพ
9. ครสู งั เกตการตอบคาํ ถามของนักเรียนเพ่ือตรวจสอบวานกั เรยี นมแี นวคิด หรือสื่อวีดิทัศนจากอินเทอรเน็ตเพ่ือกระตุน
เก่ียวกับเร่ืองแรงลัพธและแรงเสียดทานอยางไร หรืออาจสุมใหนักเรยี น ความสนใจของนักเรียนเกี่ยวกับกิจกรรม
2 – 3 คน นําเสนอคําตอบของตนเอง โดยครูยังไมตองเฉลยคําตอบ ตาง ๆ ที่มีการออกแรงหลาย ๆ แรง เชน
แตจะใหนักเรียนยอนกลับมาตรวจสอบอีกคร้ังหลังจากเรียนจบบทน้ี การแขง เรอื ยาว หรอื การเลน ชักเยอ
แลว ทั้งน้ีครูอาจบันทึกแนวคิดคลาดเคลื่อนหรือแนวคิดที่นาสนใจของ
นักเรียน แลวนํามาออกแบบการจัดการเรียนรูเพื่อแกไขแนวคิด
คลาดเคล่อื นใหถกู ตอง และตอยอดแนวคดิ ท่ีนาสนใจของนักเรยี นตอ ไป

สถาบนั สงเสรมิ การสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี 51

คมู ือครรู ายวิชาพื้นฐานวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยท่ี 2 แรงและพลงั งาน

แนวคําตอบในแบบบันทึกกจิ กรรม

การสาํ รวจความรูกอนเรียน นักเรยี นอาจตอบคาํ ถามถูกหรือผดิ ก็ไดข้ึนอยูกบั ความรูเดมิ ของนักเรยี น
แตเ มื่อเรียนจบบทเรียนแลว ใหนักเรียนกลบั มาตรวจสอบคําตอบอีกครั้งและแกไขใหถกู ตอง ดังตวั อยา ง

0 นิวตนั



4 นวิ ตนั ค ก 2 นิวตัน
ข 2 นิวตนั

52 สถาบนั สงเสริมการสอนวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

คมู อื ครรู ายวิชาพ้ืนฐานวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนวยที่ 2 แรงและพลังงาน

ไปทางซา ยมอื 8 นิวตัน

8 นวิ ตนั 8 นิวตนั
จ ง

สถาบันสงเสริมการสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี 53

คมู อื ครูรายวิชาพนื้ ฐานวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนวยท่ี 2 แรงและพลงั งาน

ทใ่ี ชด ึงหนังสอื แรงเสียดทาน
แรงเสยี ดทานเปนแรงทต่ี านการเคลื่อนที่ของวัตถุ เกดิ ระหวางผิวสัมผัส
ของวัตถใุ นทศิ ทางตรงกนั ขามกบั ทิศทางที่ตองการใหวัตถเุ คล่ือนท่ี
ทําใหห นังสือแยกออกจากกันไดยากเมอื่ ออกแรงดงึ

54 สถาบนั สงเสริมการสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี

คมู ือครรู ายวิชาพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยท่ี 2 แรงและพลังงาน

เรื่องท่ี 1 แรงลพั ธ

ใ น เ รื่ อ ง นี้ นั ก เ รี ย น จ ะ ไ ด เ รี ย น รู เ ก่ี ย ว กั บ ก า ร ห า
แรงลัพธที่กระทําตอวัตถุเม่ือแรงท่ีกระทําอยูในแนว
เดียวกัน ซึ่งอาจมีทิศทางเดียวกันหรือทิศทางตรงขาม
กัน และเรียนรูเก่ียวกับแรงลัพธที่กระทําตอวัตถุเม่ือ
วัตถุอยูน่งิ รวมทั้งการเขียนแผนภาพแสดงแรงทกี่ ระทาํ
ตอ วตั ถุ

จุดประสงคก ารเรียนรู

1. วดั ขนาดของแรง อธิบายการหาแรงลัพธที่กระทําตอ
วัตถุ

2. เขียนแผนภาพแสดงแรงท่กี ระทําตอวัตถุ

เวลา 3.5 ชั่วโมง

วสั ดุ อุปกรณสําหรบั ทาํ กจิ กรรม

เคร่ืองช่ังสปริง ถุงพลาสติกมีหูหิ้ว ไมบรรทัด ถุงทราย
เชือก กระดาษแข็ง กรรไกร วัตถุอื่น ๆ เชน กอนหิน
ถานไฟฉาย

ส่อื การเรยี นรูและแหลงเรียนรู

1. หนงั สือเรยี น ป.5 เลม 1 หนา 28-36
2. แบบบันทกึ กิจกรรม ป.5 เลม 1 หนา 27-35

สถาบนั สง เสริมการสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี 55

คมู อื ครรู ายวิชาพ้นื ฐานวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนวยท่ี 2 แรงและพลงั งาน

แนวการจดั การเรยี นรู (30 นาที)

ขน้ั ตรวจสอบความรู (5 นาที)

1. ครูตรวจสอบความรูเดิมของนกั เรยี นโดยชกั ชวนนักเรียนสนทนาเกี่ยวกบั ใ น ก า ร ต ร ว จ ส อ บ ค ว า ม รู
กิจกรรมท่ีตองอาศัยแรงหลาย ๆ แรงมากระทําตอวัตถุ เพ่ือใหวัตถุ ครูรับฟงเหตุผลของนักเรียนเปน
เคล่อื นทไี่ ด (นักเรียนตอบตามความเขาใจของตนเอง) สําคัญ ครูยังไมเฉลยคําตอบใด ๆ
ครูรับฟงความคิดเห็นของนักเรียนและกระตุนใหนักเรียนอธิบาย แตชักชวนใหหาคําตอบที่ถูกตอง
ความเขาใจของตัวเองใหมากที่สุด จากน้ันครูเช่ือมโยงความรูเดิมของ
นักเรยี นเพื่อเขา สูเรอ่ื งท่ี 1 แรงลัพธ โดยใชคําถามวา การรวมแรงหลาย ๆ จากกิจกรรมตาง ๆ ในบทเรยี นนี้
แรงท่กี ระทําตอ วัตถุในกจิ กรรมตา ง ๆ ทําไดอยางไร

ขัน้ ฝก ทกั ษะจากการอา น (20 นาท)ี หากนักเรียนอาจตอบคําถาม
หรืออภิปรายไมไดตามแนวคําตอบ
2. นักเรียนอานช่ือเรื่อง และคําถามในคิดกอนอาน ในหนังสือเรียนหนา ครูควรใหเวลานักเรียนคิดอยาง
28 แลวรวมกันอภิปรายในกลุมเพ่ือหาแนวคําตอบ ครูบันทึกคําตอบ เหมาะสม รอคอยอยางอดทน และ
ของนักเรียนบนกระดานเพื่อใชเปรียบเทียบคําตอบภายหลังจากการ รับฟง แนวความคดิ ของนักเรียน
อานเร่ือง

3. นักเรียนอานคําสําคัญ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ถานักเรียนยัง
อานไมได ครูควรสอนการอานคําใหถ กู ตอ ง

4. นักเรียนอานเนื้อเร่ืองในหนังสือเรียนหนา 28-29 โดยครูฝกทักษะ
การอานตามวิธกี ารอานทีเ่ หมาะสมกับความสามารถของนกั เรยี น ครูใช
คําถามเพือ่ ตรวจสอบความเขาใจจากการอา น โดยใชคําถามดังน้ี
4.1 กิจกรรมตาง ๆ ในชวี ิตประจําวันท่ีตอ งออกแรงกระทําตอวัตถุเปน
การออกแรงในลักษณะใด ยกตัวอยา ง (การแปรงฟนตองออกแรง
ทั้งการดงึ และการผลกั การยกกระเปาขนึ้ จากโตะเปนการดงึ )
4.2 เราสามารถเขยี นแผนภาพแสดงแรงท่ีกระทาํ ตอวัตถไุ ดอยา งไร (ใช
ลูกศร โดยหวั ลกู ศรแสดงทศิ ทางของแรงท่ีมากระทําตอวัตถุ ความ
ยาวของลูกศรแสดงขนาดของแรงนนั้ ๆ)
4.3 ถาเราออกแรงกระทําตอวัตถุมากหรือนอยแตกตางกัน แผนภาพ
แสดงแรงจะแตกตางกันอยางไร (ถาขนาดของแรงมาก ลูกศรจะ
ยาวมาก ถา ขนาดของแรงนอ ย ลูกศรจะส้ัน)

56 สถาบันสง เสริมการสอนวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

คูม อื ครูรายวิชาพ้ืนฐานวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยที่ 2 แรงและพลงั งาน

4.4 ถาเราดงึ และผลักประตู ลูกศรแสดงแรงจะแตกตางกันอยางไร (ถา
เราดึงประตู หัวลูกศรแสดงแรงจะชี้เขาหาตัวเรา ถาเราผลักประตู
หวั ลกู ศรแสดงแรงจะชอี้ อกจากตัวเรา)

4.5 กิจกรรมใดบางที่ตองอาศัยแรงจากหลายคน (การยกวัตถุที่มี
น้ําหนักมาก การเข็นรถยนตใหเ คลอื่ นท่ี)

4.6 แรงลัพธคอื อะไร (ผลรวมของแรงหลายแรงท่ีกระทาํ ตอวัตถุ ซง่ึ มีผล
ตอ การเคลือ่ นท่ีของวัตถุ)
ครูอาจฝกใหนักเรยี นเขียนแผนภาพแสดงแรงโดยใชลูกศรดว ยการ

กําหนดสถานการณก ารออกแรงที่แตกตางจากในเน้ือเร่ืองท่อี าน และให
นกั เรียนเขียนภาพบนกระดานและรวมกันพจิ ารณาความถูกตอง

ขนั้ สรปุ จากการอาน (5 นาท)ี

5. นักเรียนรวมกันสรุปเร่ืองท่ีอาน ซึ่งควรสรุปไดวา กิจกรรมตาง ๆ ใน การเตรียมตวั ลว งหนา สาํ หรบั ครู
ชีวิตประจําวันของเราตองมีการออกแรงกระทําตอวัตถุ โดยตวั เราเปน เพ่ือจัดการเรยี นรูใ นครง้ั ถดั ไป
ผูออกแรงเพียงคนเดียว หรืออาศัยแรงจากหลาย ๆ คนกระทํา
การเขียนแผนภาพแสดงแรงทําไดโดยใชลูกศร โดยความยาวของลูกศร ในคร้ังถัดไป นักเรียนจะไดทํา
แทนขนาดของแรง และหัวลูกศรแทนทิศทางของแรงที่กระทําตอวัตถุ กิจกรรมท่ี 1 หาแรงลัพธท่ีกระทําตอ
แรงลพั ธเ ปน ผลรวมของแรงหลายแรงทกี่ ระทาํ ตอ วตั ถุ วัตถุไดอยางไร ครูควรตรวจสอบวา
เคร่ืองช่ังสปริงอยูในสภาพพรอมใชงาน
6. นักเรยี นตอบคําถามใน รหู รือยัง ในแบบบนั ทกึ กจิ กรรม หนา 27 หรือไม ขีดสเกลเริ่มตน ชี้ทเี่ ลขศูนยห รือไม
7. นกั เรียนและครรู วมกันอภิปรายเพ่ือเปรียบเทียบคาํ ตอบของนักเรียนใน ถา มีปญ หาเกยี่ วกบั เครือ่ งชง่ั สปรงิ ครตู อ ง
ดําเนินการแกไขกอนท่ีจะใหนักเรียนทํา
รหู รอื ยังกับคาํ ตอบท่เี คยตอบในคิดกอนอา น กิจกรรมตอ ไป
8. ครูชักชวนใหนักเรยี นตอบคําถามทายเรื่องทีอ่ าน คอื แรงลัพธที่กระทํา

ตอวัตถุหาไดอยางไร
ครบู นั ทกึ คาํ ตอบของนักเรียนไวบ นกระดาน โดยยังไมเฉลยคาํ ตอบ

แตช ักชวนใหน ักเรียนไปหาคําตอบรว มกันในกิจกรรม

สถาบันสง เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี 57

คมู ือครูรายวิชาพนื้ ฐานวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยท่ี 2 แรงและพลงั งาน

แนวคําตอบในแบบบนั ทกึ กิจกรรม

ผลรวมของแรงหลายแรงทก่ี ระทําตอ วตั ถุ

เขียนแผนภาพแสดงแรงทีก่ ระทาํ ตอ วตั ถโุ ดยใชลูกศร กาํ หนดใหหัวลกู ศร
แสดงทิศทางของแรงทม่ี ากระทําตอ วตั ถุ และความยาวของลกู ศรแสดง
ขนาดของแรงนั้น ๆ

58 สถาบนั สงเสริมการสอนวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

คูม อื ครรู ายวิชาพืน้ ฐานวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยที่ 2 แรงและพลงั งาน

กิจกรรมท่ี 1 หาแรงลัพธทกี่ ระทาํ ตอ วตั ถุไดอยางไร

กิจกรรมน้ีนักเรียนจะไดวัดขนาดของแรงที่กระทํา

ตอวัตถุโดยใชเคร่ืองช่ังสปริง อธิบายการหาแรงลัพธของ

แรงท่ีกระทําตอวัตถุในทิศทางเดียวกันและทิศทางตรง
ขามกัน และอธิบายขนาดและทิศทางของแรงลัพธที่

กระทําตอวัตถุที่อยูนิ่ง รวมท้ังเขียนแผนภาพแสดงแรงที่

กระทําตอวัตถุ

เวลา 3 ช่ัวโมง

จุดประสงคการเรยี นรู
วัดขนาดของแรง อธิบายการหาแรงลัพธที่

กระทําตอวัตถุ และเขียนแผนภาพแสดงแรงที่กระทํา

ตอ วตั ถุ

วสั ดุ อปุ กรณส ําหรบั ทํากิจกรรม

ส่งิ ท่คี รูตองเตรยี ม/กลมุ 3 อนั
1. เคร่ืองชงั่ สปรงิ

2. ถงุ ทราย 500 กรัม 1 ถงุ ทกั ษะแหงศตวรรษที่ 21

3. ถงุ พลาสติกมีหหู ิ้ว 1 ใบ
4. เชือกยาวประมาณ 8 เซนตเิ มตร 1 เสน
C4 การสอ่ื สาร
5. กระดาษแข็งขนาด A4 1 แผน C5 ความรวมมอื

6. กรรไกร 1 เลม สื่อการเรยี นรูและแหลงเรียนรู
7. ไมบรรทัด 1 อัน
1. หนังสอื เรยี น ป.5 เลม 1 หนา 30-35
8. วตั ถอุ ื่น ๆ เชน กอ นหิน 1 กอน
2. แบบบันทึกกจิ กรรม ป.5 เลม 1 หนา 28-35
ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร
3. วีดิทัศนตัวอยางการปฏิบัติการวิทยาศาสตรสําหรับครู
เร่ือง หาแรงลพั ธท ก่ี ระทาํ ตอวัตถไุ ดอยางไร
S1 การสงั เกต
S2 การวดั http://ipst.me/9477
S3 การใชจ าํ นวน
S13 การตคี วามหมายขอ มลู และลงขอสรปุ
S14 การสรา งแบบจําลอง

สถาบันสง เสริมการสอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี 59


Click to View FlipBook Version