The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือครูรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.5 เล่ม 1 (ปรับปรุงเดือนธ.ค.64)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Siraprapha Namtan, 2022-09-11 06:31:19

คู่มือครูรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.5 เล่ม 1 (ปรับปรุงเดือนธ.ค.64)

คู่มือครูรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.5 เล่ม 1 (ปรับปรุงเดือนธ.ค.64)

คมู ือครูรายวิชาพ้ืนฐานวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยที่ 3 การเปลยี่ นแปลงของสาร

ตาราง แสดงการวเิ คราะหทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรตามระดบั ความสามารถของนกั เรยี น

โดยอาจใชเกณฑก ารประเมิน ดงั นี้

ทกั ษกระบวนการ รายการประเมิน ดี (3) ระดบั ความสามารถ ควรปรบั ปรุง (1)
ทางวิทยาศาสตร พอใช (2)

S1 การสังเกต การบรรยาย สามารถใชประสาท สามารถใชป ระสาท สามารถใชประสาท

รายละเอยี ด สัมผสั เกบ็ รายละเอยี ด สัมผสั เก็บรายละเอียด สมั ผัสเกบ็ รายละเอียด

เกี่ยวกับการ การเปลี่ยนแปลงที่ การเปลยี่ นแปลงท่ี การเปลีย่ นแปลงที่

เปลย่ี นแปลงท่ี เกิดขน้ึ ภายในขวดรปู เกดิ ขนึ้ ภายในขวดรปู เกิดขึ้นภายในขวดรูป

เกดิ ขน้ึ ภายในขวด กรวยและถุงพลาสตกิ ได กรวยและถุงพลาสตกิ กรวยและถุงพลาสติก

รูปกรวยและ ดวยตนเอง โดยไมเ พม่ิ โดยอาศัยการช้แี นะของ ไดไ มครบถว นหรือ

ถงุ พลาสติก ความคดิ เหน็ ครูหรือผูอ น่ื หรอื มีการ เพิม่ เติมความคิดเห็น

เพ่ิมเติมความคิดเห็น แมว าจะไดรับการ

สง่ิ ที่บรรยายได สิง่ ทีบ่ รรยายไดจาก ชีแ้ นะจากครูหรือผูอ่ืน

จากการสังเกต คือ การสังเกต คือ สิ่งทบี่ รรยายไดจาก

- น้ําแข็งคอยๆ มี - นํา้ แขง็ คอย ๆ มี การสังเกต คือ สิ่งท่ีบรรยายไดจาก

ขนาดเลก็ ลง ขนาดเลก็ ลงและ - น้าํ แขง็ คอย ๆ มี การสังเกต คือ

และเปลี่ยนเปน เปล่ียนเปนนํา้ ขนาดเลก็ ลงและ - นา้ํ แขง็ คอย ๆ มี

นํ้า - เม่ือตม น้ํา นาํ้ ในขวด เปลีย่ นเปนนํ้า ขนาดเล็กลงและ

- เมอ่ื ตมนํ้า นา้ํ ใน รปู กรวยจะคอยๆ - เมื่อตม นํ้า น้ําในขวด เปลยี่ นเปนนํ้า

ขวดรปู กรวยจะ หายไป และมีฝาสี รูปกรวยจะคอยๆ - เมือ่ ตม นํ้า น้าํ ใน

คอยๆ หายไป ขาวหรอื ละอองน้ํา หายไป และมฝี า สี ขวดรูปกรวยจะ

และมฝี า สีขาว เลก็ ๆ เกาะตามขาง ขาวหรอื ละอองน้ํา คอยๆ หายไป และ

หรือละอองนํ้า ขวดรปู กรวยและ เลก็ ๆ เกาะตามขาง มีฝาสีขาวหรือ

เล็ก ๆ เกาะ ถุงพลาสติก ขวดรปู กรวยและ ละอองนํ้าเลก็ ๆ

ตามขางขวดรปู - เมือ่ ดบั ไฟ ละอองน้าํ ถุงพลาสติก เกาะตามขางขวด

กรวยและ จะมขี นาดใหญข ึน้ - เมือ่ ดบั ไฟ ละอองนํา้ รูปกรวยและถุง

ถุงพลาสติก จะมีขนาดใหญข ึ้น พลาสติก

- เมือ่ ดับไฟ - เมือ่ ดับไฟ ละออง

ละอองนํ้าจะมี นาํ้ จะมีขนาดใหญ

ขนาดใหญข ึน้ ขนึ้

210 สถาบนั สงเสรมิ การสอนวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

คูมอื ครูรายวิชาพืน้ ฐานวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยท่ี 3 การเปลย่ี นแปลงของสาร

ทักษกระบวนการ รายการประเมิน ดี (3) ระดับความสามารถ ควรปรับปรงุ (1)
ทางวิทยาศาสตร สามารถบรรยายการ พอใช (2) สามารถบรรยายการ
การบรรยาย ครอบครองพนื้ ที่ของ ครอบครองพ้นื ท่ีของ
S5 การหา ลกั ษณะการ นาํ้ แข็ง นา้ํ และไอนํา้ ใน สามารถบรรยายการ นา้ํ แขง็ นํ้าและไอนํ้า
ความสมั พันธ ครอบครองพื้นที่ ขวดรูปกรวยและ ครอบครองพืน้ ท่ีของ ในขวดรูปกรวยและ
ระหวางสเปซ ของนา้ํ แขง็ น้ํา ถุงพลาสติกไดอยา ง นํ้าแข็ง นาํ้ และไอนํ้าใน ถงุ พลาสติกไดไมครบ
กบั สเปซ และไอนา้ํ ถกู ตองครบถวนไดดวย ขวดรูปกรวยและ ถว น แมว าจะไดรับ
ตนเอง ถุงพลาสติกไดอยาง การชีแ้ นะจากครูหรอื
สง่ิ ท่ีควรบรรยาย ถกู ตองครบถว นโดย ผูอ่ืน
ได คือ สงิ่ ท่ีควรบรรยายได คือ อาศยั การชแ้ี นะของครู
- นา้ํ แขง็ เปนกอ น - นํ้าแข็งเปนกอ นอยูท่ี หรือผูอ ่ืน สง่ิ ท่ีควรบรรยายได
คอื
อยทู กี่ น ภาชนะ กน ภาชนะเมื่อเปล่ียน สงิ่ ทคี่ วรบรรยายได คือ - นํ้าแขง็ เปนกอนอยู
เม่ือเปล่ยี นเปน เปนน้ําจะอยูในขวด - น้าํ แข็งเปนกอนอยูท ่ี
นา้ํ จะอยูในขวด รูปกรวยโดยอยูเ ตม็ ที่กน ภาชนะเม่ือ
รูปกรวยโดยอยู กน ขวดและมีระดบั กนภาชนะเมื่อ เปลี่ยนเปน นา้ํ จะอยู
เตม็ กน ขวดและ สูงขนึ้ ผิวหนาเรยี บ เปล่ียนเปนนํ้าจะอยู ในขวดรูปกรวยโดย
มรี ะดบั สงู ขึน้ เสมอกัน เม่ือเปลีย่ น ในขวดรูปกรวยโดย อยเู ต็มกนขวดและ
ผวิ หนาเรยี บ เปน ไอนํา้ จะฟงุ อยเู ต็มกนขวดและมี มีระดบั สูงขึ้น
เสมอกัน เม่ือ กระจายเต็มภายใน ระดับสูงข้นึ ผิวหนา ผวิ หนาเรียบเสมอ
เปล่ยี นเปน ขวดรูปกรวยและ เรียบเสมอกัน เมือ่ กนั เมอ่ื เปล่ยี นเปน
ไอน้าํ จะฟุง ถงุ พลาสติก เปลี่ยนเปนไอนํา้ จะ ไอนาํ้ จะฟุงกระจาย
กระจายเต็ม ฟงุ กระจายเตม็ เต็มภายในขวดรูป
ภายในขวด ภายในขวดรปู กรวย กรวยและถุง
รปู กรวยและ และถงุ พลาสติก พลาสตกิ
ถงุ พลาสติก

สถาบันสงเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี 211

คูม ือครูรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยที่ 3 การเปลี่ยนแปลงของสาร

ทักษกระบวนการ รายการประเมิน ดี (3) ระดับความสามารถ ควรปรบั ปรุง (1)
ทางวิทยาศาสตร สามารถนาํ ขอมลู ท่ีได พอใช (2) สามารถนาํ ขอมูลที่ได
การนําขอมูลที่ได จากการสงั เกตบันทึกลง จากการสังเกตบันทึก
S6 การจดั กระทาํ จากการสังเกตมา ในตารางและบันทึกผล สามารถนาํ ขอมลู ท่ีได ลงในตารางและ
และสื่อความหมาย บันทกึ ลงในตาราง การอภิปรายและ จากการสังเกตบันทึกลง บันทึกผลการ
ขอ มลู และบนั ทึกผล สบื คน ขอมลู ไดถูกตอง ในตารางและบันทกึ ผล อภิปรายและสืบคน
การอภิปรายและ ครบถว นและสื่อ การอภิปรายและ ขอ มลู ไดยังไม
การสบื คนขอมลู ลง ความหมายไดช ดั เจน สืบคน ขอมูลไดถกู ตอง ครบถวน แมวาจะ
ในแบบบนั ทึก ดวยตนเอง ครบถวนและสื่อความ ไดรบั การชแ้ี นะจาก
กิจกรรม หมายชดั เจนได โดย ครหู รือผอู นื่
อาศยั การชแ้ี นะของครู
หรอื ผูอ ื่น

S8 การลง การนําขอมลู ที่ได สามารถนําขอมลู ที่ สามารถนําขอมลู ท่ี สามารถนาํ ขอมูลที่
ความเหน็ จาก จากการสังเกต รวบรวมไดจากการ รวบรวมไดจากการ รวบรวมไดจ ากการ
ขอ มูล การเปลยี่ นแปลง สังเกตสถานะของน้ํา สงั เกตสถานะของน้ํา สังเกตสถานะของนาํ้
ของนา้ํ แขง็ นํา้ และการเปล่ียนแปลงท่ี และการเปลย่ี นแปลงท่ี และการเปลีย่ นแปลงท่ี
และไอนํ้ามาลง เกดิ ขึน้ มาลงความเห็น เกิดขน้ึ มาลงความเห็น เกิดขน้ึ มาลงความเห็น
ความเห็นการ ไดวา ไดวา ไดว า
เปลยี่ นสถานะของ - น้ําแขง็ เปล่ียนเปน นา้ํ - นํา้ แขง็ เปลยี่ นเปนนํา้ - นาํ้ แข็งเปล่ยี นเปน นาํ้
สสารโดยลง
ความเหน็ ไดว า เรยี กวา การ เรียกวา การ เรยี กวา การ
- น้ําแข็ง หลอมเหลว หลอมเหลว หลอมเหลว
- นาํ้ เปลี่ยนเปน ไอนํ้า - นา้ํ เปลี่ยนเปน ไอน้ํา - น้ําเปลยี่ นเปน ไอน้ํา
เปล่ียนเปนนํ้า เรยี กวา การ เรียกวา การกลาย เรยี กวา การกลาย
เรยี กวา กลายเปน ไอ เปนไอ เปน ไอ
การหลอมเหลว - ไอน้าํ เปลย่ี นเปน นํ้า - ไอน้าํ เปล่ยี นเปน นํ้า - ไอนํ้าเปลี่ยนเปน น้ํา
- นํ้าเปลยี่ นเปน เรยี กวา การควบแนน เรียกวา การควบแนน เรียกวา การควบแนน
ไอนํา้ เรียกวา - การเปล่ียนสถานะ - การเปล่ยี นสถานะ - การเปลยี่ นสถานะ
การกลายเปนไอ ของน้ําในสถานะ ของนา้ํ ในสถานะ ของนาํ้ ในสถานะ
- ไอนา้ํ เปลี่ยนเปน ตาง ๆ เกดิ จากนํ้า ตาง ๆ เกดิ จากน้ํา ตาง ๆ เกิดจากน้ํา
นาํ้ เรยี กวา ไดร ับหรอื สญู เสยี ไดรับหรอื สูญเสีย ไดรบั หรือสูญเสีย
การควบแนน ความรอ นไดถูกตอ ง ความรอ นไดถูกตอ ง ความรอ นไดถูกตอง
- การเปลี่ยน ครบถวนไดดวย ครบถวนโดยอาศยั แตไ มครบถว น แมวา
สถานะของนา้ํ ตนเอง

212 สถาบนั สง เสรมิ การสอนวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

คูม อื ครูรายวิชาพื้นฐานวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยท่ี 3 การเปล่ยี นแปลงของสาร

ทกั ษกระบวนการ รายการประเมนิ ดี (3) ระดับความสามารถ ควรปรับปรงุ (1)
ทางวิทยาศาสตร พอใช (2)

ในสถานะตาง ๆ การชแี้ นะของครหู รือ จะไดรบั การชแี้ นะจาก

เกดิ จากนํา้ ไดร บั ผูอน่ื ครูหรอื ผูอ ืน่

หรอื สญู เสีย

ความรอน

S13 การตีความหมาย การตีความหมาย สามารถตีความหมาย สามารถตีความหมาย สามารถตีความหมาย
ขอมลู และลงขอสรุป ขอมูลและลง การเปล่ียนแปลงของ การเปลี่ยนแปลงของ การเปล่ียนแปลงของ
นํา้ แข็งเปนนา้ํ และไอนาํ้ นํ้าแขง็ เปนน้ําและไอนํ้า น้ําแขง็ เปน น้ําและ
ขอสรปุ การเปลยี่ น ทง้ั เมื่อไดรบั และสญู เสยี ทง้ั เมื่อไดรับและสญู เสยี ไอนาํ้ ทงั้ เม่ือไดรบั และ
สถานะของสสาร ความรอ นและลงขอสรุป ความรอ น และลง สญู เสยี ความรอ น
ไดวาสสารสามารถ ไดวา สสารสามารถ ขอสรปุ วา สสารสามารถ และลงขอสรุปวา
เปลีย่ นสถานะได เปลยี่ นสถานะไดเ ม่ือ เปลยี่ นสถานะไดเม่ือ สสารสามารถเปลี่ยน
เมอ่ื สารไดรบั หรอื สารไดรับหรือสูญเสีย สารไดร บั หรอื สญู เสยี สถานะไดเม่ือสาร
สญู เสียความรอน ความรอ น สสารเปลี่ยน ความรอน สสารเปล่ยี น ไดร บั หรอื สูญเสีย
สสารเปลี่ยน สถานะจากของแข็งเปน สถานะจากของแข็งเปน ความรอน สสาร
สถานะจาก ของเหลวเรยี กวา การ ของเหลวเรียกวา เปลยี่ น สถานะจาก
ของแขง็ เปน หลอมเหลวเปล่ยี น การหลอมเหลว ของแข็งเปนของเหลว
ของเหลวเรยี กวา สถานะจากของเหลว เปลยี่ นสถานะจาก เรียกวา การ
การหลอมเหลว เปนแกส เรยี กวา การ ของเหลวเปนแกส หลอมเหลว เปลีย่ น
เปลี่ยนสถานะจาก กลายเปนไอ การเปลี่ยน เรียกวา การกลายเปน สถานะจากของเหลว
ของเหลวเปน แกส สถานะจากแกสเปน ไอ การเปลีย่ นสถานะ เปน แกสเรียกวา การ
เรียกวา การกลาย ของเหลวเรยี กวา การ จากแกสเปน ของเหลว กลายเปน ไอ การ
เปนไอ การเปลีย่ น ควบแนนไดถ ูกตอง เรยี กวา การควบแนน เปลย่ี นสถานะจาก
สถานะจากแกส ครบถว นดว ยตนเอง ไดถูกตอ ง ครบถวนโดย แกสเปน ของเหลว
เปนของเหลว อาศยั การช้แี นะของครู เรียกวา การควบแนน
เรยี กวา การ หรอื ผูอืน่ ไดถูกตองแตไม
ควบแนน ครบถวนแมว า จะ
ไดร บั การชี้แนะจาก
ครหู รอื ผอู ่นื

สถาบนั สงเสรมิ การสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี 213

คมู อื ครรู ายวิชาพืน้ ฐานวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยที่ 3 การเปลย่ี นแปลงของสาร

ตาราง แสดงการวเิ คราะหทักษะแหงศตวรรษที่ 21 ตามระดับความสามารถของนกั เรียน
โดยอาจใชเกณฑการประเมิน ดังน้ี

ทกั ษะแหง รายการประเมนิ ดี (3) ระดบั ความสามารถ ควรปรับปรงุ (1)
ศตวรรษท่ี 21 สามารถนําเสนอขอ มลู พอใช (2) สามารถนาํ เสนอขอมลู
C4 การสื่อสาร การนาํ เสนอขอมูล จากการสงั เกตการ จากการสังเกตการ
จากการสังเกตการ เปลย่ี นสถานะของนา้ํ ใน สามารถนําเสนอขอมูลจาก เปลย่ี นสถานะของนาํ้
C5 ความ เปล่ียนสถานะของ รูปแบบภาพวาดหรอื การสังเกตการเปลย่ี นสถานะ ในรปู แบบภาพวาดหรือ
รว มมอื นา้ํ ในรูปแบบ บรรยายใหผอู ่นื เขา ใจได ของนํา้ ในรปู แบบภาพวาด บรรยายใหผ อู ื่นเขา ใจ
ภาพวาดหรอื อยา งถูกตอง ชดั เจนได หรอื บรรยายใหผ ูอ น่ื เขาใจได ไดถูกตอ งแตไมชัดเจน
C6 การใช บรรยาย ดว ยตนเอง ถูกตอง ชดั เจนโดยอาศัยการ แมวาจะไดรบั การชแี้ นะ
เทคโนโลยี ชีแ้ นะของครูหรือผอู ่นื จากครูหรือผูอนื่
สารสนเทศ การทาํ งานรวมมอื สามารถทํางานรว มกับ
และการ กันกับผอู น่ื ใน ผูอ่ืนรวมทั้งยอมรบั ฟง สามารถทํางานรว มกบั ผอู ืน่ สามารถทํางานรวมกับ
สื่อสาร การสังเกตการ ความคดิ เหน็ ของผูอ่นื รวมทั้งยอมรบั ฟงความ ผูอ่ืนไดบางแตไมแสดง
เปลีย่ นแปลงของ อยางสรา งสรรคใ น คิดเหน็ ของผูอืน่ อยา ง ความคดิ เห็น แมว าจะได
น้ําในสถานะ การทํากจิ กรรมตงั้ แต สรา งสรรคใ นการทํากจิ กรรม รับคําชี้แนะจากครูหรือ
ตาง ๆ รวมทัง้ การ เรม่ิ ตน จนเสร็จสน้ิ เปนบางครง้ั ทัง้ นี้ตองอาศัย ผอู ่ืน
ยอมรับความ กจิ กรรมดว ยตนเอง การกระตนุ จากครูหรือผูอ่ืน
คดิ เห็นของผูอนื่
การใชอินเทอรเนต็ ใชอนิ เทอรเ น็ตสืบคน ช่ือ ใชอ นิ เทอรเ นต็ สบื คน ช่อื สามารถใชอ ินเทอรเ นต็
เพ่อื สบื คน ช่ือ การเปล่ียนสถานะของ การเปล่ยี นสถานะของสสาร สืบคนช่ือการเปลีย่ น
การเปล่ียนสถานะ สสารไดด วยตนเองจาก จากแหลงขอมูลท่ีหลากหลาย สถานะของสสารจาก
ของสสารจาก แหลงขอมลู ท่ีหลากหลาย โดยเลือกแหลง ขอมลู ท่ี แหลงขอมลู ท่ีหลากหลาย
ของแขง็ เปน โดยเลอื กแหลงขอมูลที่ ถูกตองและนาเชื่อถือจาก แตไมสามารถเลือกใช
ของเหลว จาก ถูกตองและนาเช่ือถือ การชแี้ นะของครหู รือผูอ่ืน แหลง ขอ มลู ทถ่ี ูกตอ ง
ของเหลวเปน แกส และนา เช่อื ถอื แมว าจะ
และจากแกส เปน ไดร ับคาํ ชี้แนะจากครู
ของเหลว จาก หรือผอู ่ืน
แหลง ขอ มลู ที่
ถกู ตองและ
นาเชอ่ื ถือ

214 สถาบนั สง เสริมการสอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี

คูมือครูรายวิชาพนื้ ฐานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยท่ี 3 การเปล่ียนแปลงของสาร

กิจกรรมที่ 1.2 นา้ํ ผลไมเปน เกลด็ นํา้ แข็งไดอ ยางไร

กิจกรรมน้ีนักเรียนจะไดสังเกตและอธิบายการเปล่ียนสถานะของน้ํา

ผลไม

เวลา 1 ชว่ั โมง

จดุ ประสงคก ารเรยี นรู

สังเกตและอธบิ ายการเปลีย่ นสถานะของนํ้าผลไม

วสั ดุ อุปกรณสําหรบั ทํากจิ กรรม

สง่ิ ที่ครูตองเตรียม/กลมุ

1. แกวพลาสตกิ ใส 2 ใบ

2. กะละมังน้ําพลาสตกิ 1 ใบ

3. ชอ น 2 คัน

4. เกลือแกง 1 ถงุ

5. นาํ้ ผลไม 1 กลอ ง

6. น้าํ แข็งกอนเลก็ ๆ ปรมิ าณเพยี งพอสาํ หรบั บรรจุ

ลงในอางน้าํ จนเกอื บเตม็

ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร สือ่ การเรียนรแู ละแหลง เรียนรู

S1 การสังเกต 1. หนังสอื เรยี น ป.5 เลม 1 หนา 84-86
S5 การหาความสัมพันธระหวางสเปซกับเวลา
S8 การลงความเห็นจากขอมูล 2. แบบบันทึกกิจกรรม ป.5 เลม 1 หนา 90-94
S13 การตคี วามหมายขอมลู และลงขอ สรปุ
3. ตวั อยา งวดี ทิ ัศนป ฏิบัติการวทิ ยาศาสตรส าํ หรับครู
ทักษะแหง ศตวรรษที่ 21
เรือ่ งการแขง็ ตัวของสสารเปนอยางไร

C4 การส่ือสาร
C5 ความรวมมอื
C6 การใชเ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร

http://ipst.me/9893

สถาบันสงเสรมิ การสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี 215

คูมือครรู ายวิชาพืน้ ฐานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนวยท่ี 3 การเปล่ียนแปลงของสาร

แนวการจดั การเรียนรู ในการตรวจสอบความรู ครูเพียงรับ
ฟงเหตุผลของนักเรยี นเปนสําคัญ และยังไม
1. นําเขาสูบทเรียนโดยครูและนักเรียนรวมกันสนทนาในประเด็น เฉลยคําตอบใด ๆ ใหกับนักเรียน แต
ดังตอไปนี้ ชักชวนนักเรียน ไปหาคําตอบท่ีถูกตองจาก
1.1 ถาตองการทําใหนํ้าเปลี่ยนเปนนํ้าแข็งจะทําอยางไร (นักเรียน กิจกรรมตาง ๆ ในบทเรยี นน้ี
ตอบตามความเขาใจ นักเรยี นอาจตอบวา นาํ น้าํ ไปแชใ นชองแช
แข็งของตูเยน็ ) ขอ เสนอแนะเพิ่มเติม
1.2 ชองแชแข็งของตูเย็นทําใหนํ้าเปลี่ยนเปนนํ้าแข็งไดอยางไร
(นักเรียนตอบตามความเขาใจ ซึ่งควรตอบไดวาเพราะชองแช ครูควรแนะนําใหนักเรียนโรยเกลือ
แขง็ มอี ณุ หภมู ติ าํ่ มากจนทาํ ใหน้ําเปลี่ยนเปนน้าํ แข็งได) ลงในนํ้าแข็งใหมีปริมาณมากพอท่ีจะทําให
1.3 ถาเราไมมีตูเย็น เราจะทําใหนํ้าเปลี่ยนเปนนํ้าแข็งไดหรือไม เกิดการเปลีย่ นสถานะของน้าํ ผลไมไดเร็ว
อยางไร (นักเรียนตอบไดตามความเขาใจ ครูอาจพูดคุยเพิ่มเติม
เก่ยี วกับการแข็งตวั ของของเหลวอน่ื ๆ ในชวี ิตประจาํ วัน)

2. นักเรียน อานชื่อกิจกรรม และ ทําเปนคิดเปน ในหนังสือเรียนหนา
84 จากนั้น ครูตรวจสอบความเขาใจของนักเรียนเก่ียวกับส่ิงท่ีจะ
เรยี นในกจิ กรรมน้ี โดยใชค าํ ถามดงั ตอ ไปน้ี
2.1 กิจกรรมนี้นักเรียนจะไดเรียนเก่ียวกับเรื่องอะไร (การเปลี่ยน
สถานะของน้าํ ผลไม)
2.2 นักเรยี นจะไดเรียนเร่อื งนดี้ วยวิธีใด (การสังเกต)
2.3 เมื่อเรียนแลวนักเรียนจะทําอะไรได (อธิบายการเปล่ียนสถานะ
ของนํ้าผลไมได)

3. ใหนกั เรยี นบนั ทึกจุดประสงคข องกิจกรรมในแบบบันทึกกิจกรรมหนา
90

4. นักเรียนอานส่ิงท่ีตองใชในการทํากิจกรรม โดยครูนําวสั ดุอุปกรณมา
แสดงใหนักเรียนดู ย้ําเตือนวิธีการใชอุปกรณและการดูแลความ
สะอาดของสถานทข่ี ณะทํากิจกรรม

5. นักเรียนอานทําอยางไร ในหนังสือเรียนหนา 84 โดยครูเลือกฝก
ทักษะการอานตามความเหมาะสมกับความสามารถของนักเรียน
จากนั้นครูตรวจสอบความเขาใจขั้นตอนการทํากิจกรรมโดยใช
คําถามดังนี้
5.1 นักเรียนตองทําอยางไรในข้ันตอนแรก (อภิปรายวาจะเกิดอะไร
ขึ้นถานําน้ําผลไมท่ีอยูในแกวพลาสติกแชในอางนํ้าแข็งผสม
เกลือ บนั ทกึ ผล)

216 สถาบนั สงเสริมการสอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี

คมู ือครรู ายวิชาพ้ืนฐานวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยท่ี 3 การเปล่ียนแปลงของสาร

นักเรียนบันทึกการอภิปรายในแบบบันทึกหนา 90 จากน้ัน ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรและทักษะแหง
รวมกันอภิปรายคําตอบของนักเรยี น ศตวรรษที่ 21 ท่นี ักเรียนจะไดฝกจากการทํากจิ กรรม
5.2 หลังจากการอภปิ รายตอ งทาํ อยางไรตอไป (ทาํ กิจกรรมโดยนํา
แกว ที่ใสน้ําผลไมแชในอา งนํา้ แข็งผสมเกลือ จากนนั้ คนนํ้าแข็ง S1 การสงั เกตการเปลยี่ นแปลงของนํ้าผลไม
ผสมเกลือในอาง และสังเกตการเปล่ียนแปลงของนํ้าผลไม S5 การหาความสัมพันธร ะหวางสเปซกับเวลาจาก
ทกุ ๆ 2 นาที บนั ทกึ ผล)
ครูควรใหนักเรียนดูตารางบันทึกผลในแบบบันทึกกิจกรรม ลักษณะการครอบครองพืน้ ที่ของสารในภาชนะ
หนา 90 และตรวจสอบความเขาใจวิธีการจับเวลาและบันทึก เมอ่ื เวลาผานไปทงั้ กอนและหลงั การเปลยี่ น
เวลารวมทั้งวิธีการบันทึกผลการสังเกต ครูย้ําแนวทางใน สถานะ
การสังเกตสิ่งตาง ๆ ควรสังเกตใหละเอียดมากที่สุด S6 การจัดกระทาํ และสอื่ ความหมายขอมูลจากการ
ตัวอยางเชน การสังเกตน้ําผลไม ควรสังเกตใหไดขอมูลตาง ๆ บรรยายและวาดรปู ลักษณะของน้ําผลไมใน
ใหไดมากท่ีสุด เชน สี รูปรางของน้ําผลไม ระยะเวลาที่น้ํา ภาชนะ
ผลไมเกดิ การเปลย่ี นแปลง S8 การลงความเห็นจากขอมูลจากการสงั เกต
5.3 หลังจากนํ้าผลไมเปลี่ยนสถานะแลว ตองทําอยางไรตอไป ลกั ษณะของสารขณะเกิดการเปลย่ี นแปลงและ
(แบงนํ้าผลไมที่เปลี่ยนสถานะบรรจุลงในภาชนะอีกใบแลว นําขอมลู มาระบสุ ถานะของสารทเ่ี ปลีย่ นแปลง
สงั เกตการเปลี่ยนแปลงทเี่ กดิ ข้ึน บนั ทึกผล) C4 การสื่อสารจากการนําเสนอผลการเปลยี่ นแปลง
ครคู วรใหน กั เรียนดแู ละตรวจสอบความเขาใจวิธีการบันทึกผล ของนาํ้ ผลไม
การสังเกตในแบบบันทกึ หนา 91 C5 ความรว มมือจากการทํางานรว มกันในกลมุ
5.4 นักเรียนจะทําอยางไรจึงจะระบุช่ือการเปลี่ยนสถานะของนํ้า C6 การใชเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
ผลไมในแตละชวงได (อภิปรายรวมกันและสืบคนขอมูล จากการใชอินเทอรเน็ตสืบคนขอมูลเกี่ยวกับ
เพ่ิมเตมิ ) การเปลีย่ นสถานะของน้าํ ผลไม
ครูควรใหนกั เรยี นดแู ละตรวจสอบความเขาใจวธิ ีการบันทึกผล
การอภิปรายและสืบคนขอมูลในแบบบันทึกหนา 91 ครูควร
แสดงวิธีการระบุช่ือแหลงขอมูลท่ีสืบคนและย้ําใหนักเรียน
บนั ทกึ แหลง ขอ มลู ทกุ ครั้ง
6. เม่ือนักเรียนเขาใจวิธีการทํากิจกรรมในทําอยางไรแลว ครูแจกวัสดุ

อุปกรณ จากนั้นนักเรยี นเรมิ่ ปฏบิ ัตกิ จิ กรรมตามขัน้ ตอน

7. หลังจากทํากิจกรรมแลว ใหนักเรียนเก็บอุปกรณใหเรียบรอยและ

สุมนกั เรียนนาํ เสนอผลการทํากจิ กรรม ครูบันทึกผลการทํากจิ กรรม

ของนักเรียนไวบนกระดาน จากนั้นครูนําอภิปรายผลการทํา

กจิ กรรมของนกั เรยี นโดยครอู าจใชค ําถามดังน้ี

สถาบนั สงเสรมิ การสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี 217

คูมือครรู ายวิชาพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยท่ี 3 การเปล่ียนแปลงของสาร

7.1 กอนการทํากิจกรรมนํ้าผลไมในแกวมีสถานะใด และมีสมบัติ ขอเสนอแนะเพิ่มเตมิ
อยางไร (กอนการทํากิจกรรม นํ้าผลไมในแกวมีสถานะเปน
ของเหลว รูปรางเปล่ียนแปลงตามภาชนะ ปริมาตรคงท่ี ค รู ค ว ร สื บ ค น ข อ มู ล เ กี่ ย ว กั บ
ผวิ หนา เรยี บเสมอกันในแนวระดับ) การเปล่ียนสถานะของสสารจากเว็บไซตที่
นาเช่ือถือไวลวงหนาประมาณ 3-4 เว็บไซต
7.2 เม่ือนําน้ําผลไมแชในอางน้ําแข็งผสมเกลือ นํ้าผลไมเกิด และแนะนํานักเรียนใหสืบคนขอมูลจาก
การเปลีย่ นแปลงอยา งไร (นํ้าผลไมเปล่ยี นเปน เกล็ดนาํ้ แขง็ ) เวบ็ ไซตที่นาเช่อื ถือ เชน www.scimath.org

7.3 เกล็ดน้ําแข็งมีสถานะใดและมีสมบัติอยางไร (เกล็ดน้ําแข็งมี
สถานะเปนของแขง็ สีสม สมั ผัสแลว รสู กึ เย็น)

7.4 เม่ือเวลาผานไป นํ้าผลไมและเกล็ดน้ําแข็งมีการเปล่ียนแปลง
อยางไร (เม่ือเวลาผานไป นํ้าผลไมมีปริมาณลดลง สวนเกล็ด
นํา้ แข็งมีปริมาณมากขึน้ )

7.5 นักเรียนคิดวาน้ําผลไมท่ีแชในอางนํ้าแข็งผสมเกลือมีอุณหภูมิ
เปนอยางไรเมื่อเทียบกับน้ําผลไมที่วางไวนอกอาง และจะรูได
อยางไร (อุณหภูมิของนํ้าผลไมท่ีอยูในอางน้ําแข็งจะตํ่ากวา
อุณหภูมิของน้ําผลไมท่ีอยูนอกอาง ทราบไดจากการสัมผัส
ดว ยมอื หรอื ใชเ ทอรม อมเิ ตอรว ัดอุณหภมู ิ)

7.6 เหตุใดน้ําผลไมจึงเปลี่ยนเปนเกล็ดนํ้าแข็ง (นํ้าผลไมสูญเสีย
ความรอ น เนื่องจากการนํานํา้ ผลไมแ ชในอางนํา้ แข็งผสมเกลือ
ทําใหอ ณุ หภูมิของน้าํ ผลไมลดลงจนถึงระดับหนึง่ )

7.7 การเปลี่ยนแปลงของนํ้าผลไมเปนเกล็ดน้ําแข็งเปลี่ยนจาก
สถานะใดเปนสถานะใดและเรียกการเปล่ียนแปลงน้ีวาอะไร
(การเปล่ียนแปลงของนํ้าผลไมเปล่ียนจากสถานะของเหลว
เปน ของแขง็ เรียกวา การแขง็ ตัว)
ถานักเรียนตอบไมได ครูใหความรูเพิ่มเติมการเปล่ียนสถานะ
จากของเหลวเปนของแขง็ เรยี กวา การแข็งตวั

7.8 การเปลี่ยนแปลงของเกล็ดน้ําแข็งที่นํามาวางไวนอกอาง
นํ้าแข็งเปลี่ยนจากสถานะใดเปนสถานะใด และเรียกการ
เปล่ียนแปลงนี้วาอะไร (เกล็ดนํ้าแข็งซึ่งมีสถานะเปนของแข็ง
เปล่ียนเปนน้ําผลไมซึ่งมีสถานะเปนของเหลว การเปลี่ยน
สถานะจากของแข็งเปน ของเหลว เรยี กวา การหลอมเหลว)

7.9 การเปลี่ยนแปลงของนํ้าผลไมเปนการเปลี่ยนแปลงทาง
กายภาพหรือไม รูไดอยางไร (การเปล่ียนแปลงของนํ้าผลไม
เปนการเปล่ียนแปลงทางกายภาพ เนอ่ื งจาก น้ําผลไมท แี่ ขง็ ตัว

218 สถาบันสงเสริมการสอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี

คูมอื ครูรายวิชาพื้นฐานวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยที่ 3 การเปลยี่ นแปลงของสาร

เปนเกล็ดน้ําแข็งยังคงเปนสารเดิม เพียงแตมีสถานะ หากนักเรียนไมสามารถ
เปลี่ยนแปลงไปเทานั้น สังเกตไดจากเกล็ดนํ้าแข็งเมื่อเปลี่ยน ตอบคําถามหรืออภิปรายไดตาม
สถานะเปน น้ําผลไมจะไดน ํ้าผลไมท ม่ี สี เี หมอื นเดมิ ) แนวคําตอบ ครูควรใหเวลา
7.10 จากกิจกรรมน้ี คนพบอะไรบาง (จากกิจกรรมนี้ พบวาเม่ือนํา นั ก เ รี ย น คิ ด อ ย า ง เ ห ม า ะ ส ม
นํ้าผลไมแชในอางน้ําแข็งผสมเกลือ นํ้าผลไมเปลี่ยนเปนเกล็ด รอคอยอยางอดทน และรับฟง
น้ําแข็งซึ่งเกิดจากน้ําผลไมสูญเสียความรอน สวนเกล็ดน้ําแขง็ แนวความคดิ ของนักเรียน
ที่วางไวนอกอางน้ําแข็งผสมเกลือเปลี่ยนเปนนํ้าผลไมซ่ึงเกิด
จากเกลด็ น้าํ แข็งไดร บั ความรอ น) การเตรียมตวั ลวงหนาสาํ หรบั ครู
7.11 จากสิ่งที่คนพบสรุปไดวาอยางไร (เมื่อทําใหสสารท่ีเปน เพ่อื จัดการเรียนรูใ นครง้ั ถัดไป
ของเหลวเยน็ ลงจนถงึ ระดบั หน่งึ จะเปลย่ี นสถานะเปนของแข็ง
เรียกการเปล่ียนแปลงน้ีวา การแข็งตัว สวนของแข็งเม่ือไดรับ ในคร้ังถัดไป นักเรียนจะไดทํา
คว ามรอนจ ะ เปลี่ ยน ส ถา น ะเ ปน ข อ งเ หล ว เรี ย ก ว า กจิ กรรมท่ี 1.3 พมิ เสนมกี ารเปลยี่ นสถานะ
การหลอมเหลว การแข็งตัวและการหลอมเหลวเปน อยางไร ครูควรเตรียมกระดาษแข็งเจาะรู
การเปลีย่ นแปลงทางกายภาพ) สําหรับใหนักเรียนทํากิจกรรมกลุมละ 1
8. ครูและนักเรียนรวมกันอภิปรายและลงขอสรุปวา ของเหลวเม่ือ แผน โดยตัดกระดาษเทาขาวใหแตละแผน
สญู เสยี ความรอ น ของเหลวจะเปลย่ี นสถานะเปนของแขง็ เรยี กการ มีขนาดประมาณ 10 x 10 cm เจาะรู
เปลี่ยนสถานะน้ีวา การแข็งตัว และเมื่อของแข็งไดรับความรอนจะ ขนาดเล็ก ๆ 4-5 รูบริเวณตรงกลางของ
เปลี่ยนสถานะเปนของเหลวได เรียกการเปลี่ยนสถานะน้ีวา แผนกระดาษ
การหลอมเหลว การเปล่ียนสถานะเปนการเปลี่ยนแปลงที่สารยัง
เปนสารเดิมจงึ เปน การเปลย่ี นแปลงทางกายภาพ (S13)
9. นกั เรยี นรว มกันอภิปรายคําตอบใน ฉันรูอะไร โดยครูอาจใชคําถาม
เพมิ่ เตมิ ในการอภปิ รายเพอ่ื ใหไดแนวคําตอบที่ถูกตอง
10. นักเรียนรวมกันสรุปส่ิงท่ีไดเรียนรูในกิจกรรมนี้ จากน้ันครูให
นักเรยี นอา น สิ่งท่ไี ดเ รยี นรู และเปรยี บเทียบกบั ขอ สรุปของตนเอง
11. ครูกระตุนใหนักเรียนฝกตั้งคําถามเก่ียวกับเรื่องที่สงสัยหรืออยากรู
เพิ่มเติมใน อยากรูอีกวา จากน้ันครูอาจสุมนักเรียน 2 -3 คน
นําเสนอคําถามของตนเองหนาช้ันเรียน และใหนักเรียนทุกคน
รว มกันอภปิ รายเกีย่ วกับคาํ ถามทน่ี าํ เสนอ
12. ครูนําอภิปรายเพื่อใหนักเรียนทบทวนวาไดฝกทักษะกระบวนการ

ทางวิทยาศาสตรและทักษะแหงศตวรรษท่ี 21 อะไรบางและใน

ขน้ั ตอนใด แลว บันทกึ ลงในแบบบันทกึ กิจกรรมหนา 94

สถาบันสงเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี 219

คูม อื ครูรายวิชาพ้ืนฐานวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนวยที่ 3 การเปล่ยี นแปลงของสาร

13. แนวคําตอบในแบบบนั ทึกกจิ กรรม

สงั เกตและอธบิ ายการเปลีย่ นสถานะของน้ําผลไม

ข้ึนอยูก ับคาํ ตอบของนักเรียน เชน เมือ่ นํ้าผลไมใ นแกวเย็นลง น้ําผลไมจ ะ
เปล่ยี นจากของเหลวเปน ของแข็ง

0 ขน้ึ อยกู บั การสังเกตและการบนั ทกึ ลักษณะของน้าํ ผลไมของนักเรยี นตามจรงิ
เชน เปน ของเหลว สีสม
2
เปน ของเหลว สีสม

4 เปน ของเหลว สสี ม

6 ของเหลว สีสม เรม่ิ มีเกล็ดนํ้าแข็งสีสม เกิดขนึ้ ท่ีขอบแกวพลาสตกิ

8 น้าํ ผลไมเ ปล่ยี นเปนเกล็ดน้ําแข็งสสี มหมดท้ังแกว

10 หมายเหตุ เวลาในการทํากิจกรรมตั้งแตนาํ้ ผลไมเ ปลีย่ นเปนเกลด็ นํ้าแขง็
จนหมดอาจจะเรว็ ชา แตกตางจากแนวคําตอบในตารางใหนักเรียนบันทกึ
ตามความเปนจริง

220 สถาบนั สง เสรมิ การสอนวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

คมู อื ครรู ายวิชาพืน้ ฐานวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยที่ 3 การเปล่ียนแปลงของสาร

เมอ่ื วางไว 3 นาที เกลด็ นา้ํ แขง็ จะเปล่ยี นเปนของเหลวสสี มเหมอื นกบั สี
ของเกล็ดน้ําแขง็

ของเหลว ของแข็ง
การแข็งตัว ของเหลว

ของแขง็
การหลอมเหลว

สถาบันสง เสรมิ การสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี 221

คมู ือครูรายวิชาพ้ืนฐานวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยที่ 3 การเปล่ยี นแปลงของสาร

คําตอบขึน้ อยูกับการอภปิ รายและผลการสังเกตของนกั เรียน เชน เหมือนกัน
เนื่องจากมีการอภิปรายวาน้ําผลไมจ ะเปล่ยี นจากของเหลวเปน ของแขง็
นํ้าผลไมเ ปล่ยี นสถานะจากของเหลวเปน ของแข็ง เรียกการเปล่ียนสถานะนีว้ า
การแข็งตวั และนาํ้ ผลไมทีแ่ ขง็ ตวั หรอื เกล็ดน้าํ แข็งเปลี่ยนสถานะจากของแข็ง
เปนของเหลว เรยี กการเปล่ียนสถานะน้ีวา การหลอมเหลว
การเปลยี่ นสถานะของน้ําผลไมเ กิดขน้ึ เน่อื งจากนํา้ ผลไมไ ดร ับหรือสูญเสีย
ความรอน หรือ เกิดขึน้ จากการทําใหน ํา้ ผลไมร อ นข้ึนหรือเย็นลง โดยนํ้าผลไม
สญู เสยี ความรอนหรือทาํ ใหเ ย็นลงจะเปล่ียนเปน เกล็ดนา้ํ แขง็ สวนเกล็ดน้ําแขง็
ไดรบั ความรอนหรือทาํ ใหร อ นขึ้นจะเปลยี่ นเปนนํ้าผลไม
การเปลี่ยนสถานะของน้าํ ผลไมเปนการเปลยี่ นแปลงทางกายภาพเน่ืองจากสารที่
ไดห ลงั จากเกดิ การเปล่ียนแปลงยังคงเปนสารเดิมสังเกตจากสขี องสารกอ นและ
หลงั การเปลี่ยนแปลงเปนสเี ดียวกนั

222 สถาบนั สง เสริมการสอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี

คมู อื ครูรายวิชาพน้ื ฐานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยท่ี 3 การเปล่ียนแปลงของสาร

เมอ่ื นําแกว บรรจนุ าํ้ ผลไมแ ชในอา งนํา้ แข็งผสมเกลือและคนน้ําแข็งไปเร่อื ยๆ นาํ้ ผลไม
จะคอย ๆ เปล่ียนเปนเกลด็ นํ้าแขง็ จนกลายเปน เกล็ดนํา้ แขง็ ท้งั หมด และเมอื่ แบงนํ้า
ผลไมท เ่ี ปนเกลด็ นา้ํ แข็งบรรจลุ งในภาชนะอกี ใบหน่ึงวางไวนอกอา งนาํ้ แข็ง เกลด็
น้ําแข็งจะกลายเปนนาํ้ ผลไมที่มสี เี หมือนเดิม การเปลย่ี นแปลงของนํา้ ผลไมเปนเกล็ด
นํา้ แขง็ จงึ เปนการเปล่ยี นแปลงทางกายภาพเนือ่ งจากสารทเี่ ปลย่ี นแปลงยังคงเปน
สารเดิม

เมือ่ ทาํ ใหของเหลวสญู เสยี ความรอ นหรือเย็นลง ของเหลวสามารถเปลี่ยนสถานะเปน
ของแข็งได เรยี กการเปลยี่ นสถานะนีว้ า การแขง็ ตัว และเมอื่ ทาํ ใหของแขง็ ไดรับ
ความรอ นหรือรอ นขน้ึ ของแขง็ จะสามารถเปลยี่ นสถานะเปน ของเหลวไดเรียก
การเปล่ยี นสถานะนว้ี า การหลอมเหลว การเปลี่ยนสถานะเปน การเปล่ยี นแปลงทีส่ าร
ยังคงเปน สารเดมิ แตสถานะเปลีย่ นไปจึงเปน การเปลีย่ นแปลงทางกายภาพ

สถาบันสง เสรมิ การสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี 223

คูมอื ครูรายวิชาพืน้ ฐานวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยท่ี 3 การเปลยี่ นแปลงของสาร

คําถามของนักเรียนท่ตี ั้งตามความอยากรขู องตนเอง

 
 


 สถาบนั สง เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี

224

คูมอื ครูรายวิชาพ้นื ฐานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยที่ 3 การเปลยี่ นแปลงของสาร

แนวการประเมินการเรียนรู

การประเมนิ การเรียนรขู องนักเรียนทาํ ได ดังน้ี
1. ประเมนิ ความรเู ดิมจากการอภปิ รายในชน้ั เรยี น
2. ประเมินการเรยี นรูจ ากคําตอบของนกั เรียนระหวางการจดั การเรียนรูและจากแบบบนั ทึกกิจกรรม
3. ประเมนิ ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรและทกั ษะแหง ศตวรรษที่ 21 จากการทํากจิ กรรมของนักเรียน

การประเมินจากการทาํ กิจกรรมท่ี 1.2 เปนเกลด็ น้ําแขง็ ไดอ ยางไร

ระดบั คะแนน
3 คะแนน หมายถึง ดี 2 คะแนน หมายถึง พอใช 1 คะแนน หมายถงึ ควรปรับปรุง

รหสั สง่ิ ที่ประเมนิ ระดับคะแนน
ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร
S1 การสงั เกต
S5 การหาความสัมพันธระหวางสเปซกับ

เวลา
S8 การลงความเห็นจากขอมูล
S13 การตคี วามหมายขอ มูลและลงขอ สรุป
ทกั ษะแหงศตวรรษที่ 21
C4 การส่ือสาร
C5 ความรว มมอื
C6 การใชเ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการ

สือ่ สาร
รวมคะแนน

สถาบนั สง เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี 225

คูม อื ครูรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยที่ 3 การเปลยี่ นแปลงของสาร

ตาราง แสดงการวเิ คราะหทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรตามระดับความสามารถของนกั เรียน

โดยอาจใชเ กณฑการประเมิน ดงั นี้

ทักษกระบวนการ รายการประเมิน ระดบั ความสามารถ
ทางวิทยาศาสตร
ดี (3) พอใช (2) ควรปรับปรุง (1)

S1 การสังเกต การบรรยาย สามารถใชป ระสาทสมั ผสั สามารถใชป ระสาทสัมผสั สามารถใชป ระสาท

รายละเอยี ดเก่ยี ว เก็บรายละเอียดเก่ียวกบั เกบ็ รายละเอียดเกย่ี วกับ สมั ผสั เก็บรายละเอียด

การเปล่ยี นแปลงที่ การเปล่ยี นแปลงของน้ํา การเปลี่ยนแปลงของนํ้า เกยี่ วกบั การ

เกดิ ขึ้นกับน้ําผลไม ผลไม เชน เปนของเหลว ผลไม เชน เปน ของเหลว เปล่ียนแปลงของน้ํา

เชน เปน ของเหลว สสี ม เร่ิมมีเกลด็ น้าํ แขง็ สี สีสม เริม่ มีเกล็ดนา้ํ แข็งสี ผลไมเ ชน เปน

สีสม เริ่มมีเกล็ด สม เกิดขึ้นท่ขี อบแกว สม เกิดข้นึ ท่ขี อบแกว ของเหลว สสี ม เริ่มมี

นาํ้ แข็งสีสมเกิดขนึ้ พลาสตกิ เมื่อเวลาผา นไป พลาสตกิ เม่ือเวลาผา นไป เกลด็ นํ้าแข็งสสี ม

ทีข่ อบแกว 6 นาทไี ดดว ยตนเอง โดย 6 นาทไี ด จากการชีแ้ นะ เกดิ ขึน้ ที่ขอบแกว

พลาสติกเม่ือเวลา ไมเ พมิ่ ความคิดเหน็ ของครูหรอื ผูอ่นื หรือมี พลาสติกเม่ือเวลา

ผา นไป 6 นาที การเพิ่มเตมิ ความคดิ เหน็ ผานไป 6 นาที ได

ถกู ตองเปนบางสว น

หรอื เพิ่มเตมิ ความ

คิดเห็น แมว าจะได

รบั คาํ ชี้แนะจากครู

หรือผูอ่นื

S4 การหา การบรรยาย สามารถระบุการครอบ สามารถระบุการครอบ สามารถระบุการ

ความสมั พนั ธ ลักษณะการ ครองพื้นทีข่ องนํ้าผลไม ครองพื้นที่ของนา้ํ ผลไม ครอบครองพืน้ ท่ีของ

ระหวางสเปซกบั ครอบครองพน้ื ท่ี และนาํ้ ผลไมท่แี ข็งตัวท่ี และนา้ํ ผลไมทแี่ ข็งตวั ที่ นาํ้ ผลไมแ ละนาํ้ ผลไม

เวลา ของนา้ํ ผลไมแ ละ เวลาตาง ๆ เชน นาํ้ ผลไม เวลาตา ง ๆ เชน นา้ํ ผลไม ที่แข็งตัวทีเ่ วลาตา ง ๆ

นาํ้ ผลไมท่ีแขง็ ตวั ที่ ในชว งนาทีที่ 0-4 เปน ในชวงนาทที ่ี 0-4 เปน เชน นาํ้ ผลไมใ นชว ง

เวลาตา ง ๆ สิ่งที่ ของเหลวอยูในแกว ของเหลวอยูในแกว นาทที ่ี 0-4 เปน

ควรบรรยายได พลาสตกิ ผิวหนา เรยี บ พลาสตกิ ผวิ หนา เรียบ ของเหลวอยูในแกว

เชน นํา้ ผลไม เสมอกัน และนาทีที่ 6 เสมอกัน และนาทีท่ี 6 พลาสติก ผวิ หนาเรียบ

ในชว งนาทที ี่ 0-4 น้ําผลไมเรม่ิ เปล่ยี นเปน น้าํ ผลไมเ ริ่มเปลยี่ นเปน เสมอกัน และนาทีท่ี 6

เปนของเหลวอยู เกลด็ น้าํ แข็ง น้าํ ผลไมอยู เกล็ดน้ําแข็ง นํา้ ผลไมอยู นํ้าผลไมเ ริม่ เปลีย่ น

ในแกว พลาสติก ในแกวทกี่ น ภาชนะสวน ในแกวทกี่ น ภาชนะสว น เปนเกล็ดน้าํ แข็ง

ผวิ หนา เรยี บเสมอ เกล็ดนาํ้ แข็งเกาะอยูที่ผิว เกลด็ นาํ้ แข็งเกาะอยูท่ผี ิว น้ําผลไมอ ยใู นแกวที่

กนั และนาทีท่ี 6 แกวเหนือผวิ หนา ของนาํ้ แกว เหนอื ผิวหนา ของ กน ภาชนะสวนเกล็ด

226 สถาบนั สง เสรมิ การสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี

คูม ือครรู ายวิชาพ้ืนฐานวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนวยท่ี 3 การเปลย่ี นแปลงของสาร

ทักษกระบวนการ รายการประเมิน ดี (3) ระดบั ความสามารถ ควรปรับปรงุ (1)
ทางวิทยาศาสตร พอใช (2) นา้ํ แข็งเกาะอยูที่ผวิ
นาํ้ ผลไมเริม่ ผลไม นาทที ี่ 8 เปนเกลด็ แกว เหนอื ผวิ หนาของ
S8 การลง น้ําผลไม นาทที ่ี 8 เปน นาํ้ ผลไม นาทที ่ี 8 เปน
ความเห็นจาก เปลีย่ นเปน เกลด็ นํ้าแขง็ ท้ังหมดอยูท ก่ี น เกล็ดน้ําแข็งท้งั หมดอยูท ่ี เกล็ดนาํ้ แข็งทงั้ หมด
ขอมลู กนภาชนะแตผิวหนาไม อยูท ีก่ น ภาชนะแต
น้ําแขง็ น้าํ ผลไม ภาชนะแตผิวหนาไมเรยี บ เรียบเสมอกนั ไดจากครู ผวิ หนา ไมเรียบเสมอ
หรือผอู ่นื ชวยแนะนําหรือ กันไดถกู ตอง แตไม
อยใู นแกวท่กี น เสมอกัน ไดอยา งถูกตอ ง ช้แี นะ ครบถวน แมว า ครหู รือ
ผอู ่นื ชวยแนะนาํ หรือ
ภาชนะ สว นเกลด็ ไดดวยตนเอง สามารถลงความเหน็ จาก ชแี้ นะ
ขอ มูลการเปลยี่ นสถานะ
นํ้าแข็งเกาะอยทู ่ี ของนํ้าผลไมวานํ้าผลไม สามารถลงความเหน็
เปลยี่ นเปน เกล็ดนา้ํ แข็ง จากขอมูลการเปลย่ี น
ผิวแกวเหนอื เกิดจากนํา้ ผลไมสญู เสีย สถานะของน้าํ ผลไม
ความรอ นและเกลด็ น้ํา วา นํ้าผลไม
ผวิ หนาของน้ํา แขง็ เปล่ยี นเปนนา้ํ ผลไม เปลยี่ นเปน เกลด็
เกดิ จากเกล็ดนา้ํ แข็ง น้ําแข็งเกิดจากนาํ้
ผลไม นาทีที่ 8 ไดรบั ความรอนไดจาก ผลไมส ูญเสียความ
การชี้แนะของครหู รอื รอนและเกลด็ น้ําแขง็
เปน เกล็ดนํ้าแข็ง ผูอน่ื เปลยี่ นเปน น้าํ ผลไม
เกิดจากเกลด็ นํา้ แขง็
ทัง้ หมดอยูที่กน ไดรับความรอนได
ถกู ตองเปน บางสว น
ภาชนะแตผิวหนา แมว า จะไดรับคํา
ช้แี นะจากครูหรือ
ไมเรยี บเสมอกัน ผอู นื่

การลงความเห็น สามารถลงความเห็นจาก

จากขอมูลวานาํ้ ขอ มลู การเปลีย่ นสถานะ

ผลไมเ ปล่ยี นเปน ของนา้ํ ผลไมวาน้ําผลไม

เกลด็ นาํ้ แขง็ เกดิ เปลย่ี นเปนเกลด็ น้ําแข็ง

จากนํา้ ผลไมสูญเสีย เกดิ จากน้าํ ผลไมสญู เสยี

ความรอนและเกล็ด ความรอนและเกลด็

นํ้าแข็งเปล่ียนเปน นํา้ แข็งเปลย่ี นเปนน้ํา

น้ําผลไมเกดิ จาก ผลไมเ กดิ จากเกล็ดนํา้ แขง็

เกล็ดนํา้ แข็งไดร ับ ไดรบั ความรอนไดดวย

ความรอ น ตนเอง

สถาบนั สง เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี 227

คมู ือครูรายวิชาพ้นื ฐานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยที่ 3 การเปล่ียนแปลงของสาร

ทักษกระบวนการ รายการประเมิน ดี (3) ระดับความสามารถ ควรปรบั ปรงุ (1)
ทางวิทยาศาสตร สามารถตคี วามหมาย พอใช (2) สามารถตีความหมาย
การตคี วามหมาย ขอมลู จากการสังเกต ขอมลู จากการสงั เกต
S13 การตีความ ขอ มูล จากการ การเปลี่ยนแปลงของนํา้ สามารถตีความหมาย การเปลย่ี นแปลงของ
หมายขอ มลู และลง สังเกตการ ผลไมและลงขอ สรปุ วา ขอมูลจากการสงั เกต นา้ํ ผลไม และลง
ขอ สรปุ เปลีย่ นแปลง สสารสามารถเปลี่ยน การเปล่ียนแปลงของนาํ้ ขอ สรปุ วาสสาร
ของน้ําผลไมไ ปเปน สถานะจากของเหลวเปน ผลไมแ ละลงขอ สรุปวา สามารถเปลย่ี น
เกลด็ นาํ้ แขง็ และ ของแขง็ ไดเ ม่ือสญู เสีย สสารสามารถเปลย่ี น สถานะจากของเหลว
เกล็ดน้าํ แขง็ เปลี่ยน ความรอนเรยี กการ สถานะจากของเหลวเปน เปน ของแข็งไดเ มื่อ
เปน น้าํ ผลไมแ ละ เปลี่ยนสถานะนีว้ า การ ของแข็งไดเม่ือสูญเสยี สูญเสียความรอน
ลงขอ สรปุ เกี่ยวกับ แขง็ ตัว สว นสสารไดรับ ความรอ น เรียกการ เรียกการเปลย่ี น
การเปล่ียนสถานะ ความรอนเปล่ียนสถานะ เปล่ยี นสถานะนว้ี า สถานะนวี้ า การ
ไดว าสสารสามารถ จากของแข็งเปนของเหลว การแขง็ ตวั สวนสสาร แขง็ ตวั สว นสสาร
เปลี่ยนสถานะจาก เรยี กวา การหลอมเหลว ไดร บั ความรอนเปล่ียน ไดรบั ความรอน
ของเหลวเปน ไดด วยตนเอง สถานะจากของแข็งเปน เปล่ยี นสถานะจาก
ของแขง็ ไดเ ม่ือ ของเหลว เรียกวา ของแข็งเปน ของเหลว
สูญเสียหรือไดร ับ การหลอมเหลวไดจ าก เรียกวา การ
ความรอน การชแ้ี นะของครูหรือ หลอมเหลวไดถ ูกตอง
ผอู ืน่ เพียงบางสว น แมวา
จะไดรบั คาํ ชีแ้ นะจาก
ครหู รอื ผอู นื่

228 สถาบนั สงเสรมิ การสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี

คมู ือครรู ายวิชาพ้นื ฐานวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนวยที่ 3 การเปลี่ยนแปลงของสาร

ตาราง แสดงการวเิ คราะหท ักษะแหงศตวรรษที่ 21 ตามระดับความสามารถของนกั เรียน
โดยอาจใชเ กณฑก ารประเมนิ ดังน้ี

ทักษะแหง รายการประเมิน ดี (3) ระดับความสามารถ ควรปรบั ปรงุ (1)
ศตวรรษที่ 21 สามารถบรรยายการ พอใช (2) สามารถบรรยายการ
การบรรยายการ เปล่ียนแปลงของน้ํา เปลี่ยนแปลงของนํ้า
C4 การส่อื สาร เปลยี่ นแปลง ผลไมท ี่เวลาตา ง ๆ ให สามารถบรรยายการเปล่ยี น ผลไมที่เวลาตาง ๆ ให
ลกั ษณะและ ผูอ ่ืนเขา ใจไดอยาง แปลงของนํ้าผลไมทเี่ วลา ผอู ื่นเขา ใจไดอยาง
สถานะของนาํ้ ถูกตองไดดว ยตนเอง ตา ง ๆ ใหผ ูอืน่ เขาใจไดอยา ง ถกู ตองเปนบางครง้ั
ผลไมทีเ่ วลาตาง ๆ ถกู ตองจากการชแี้ นะของครู แมวาจะไดรบั คาํ ชี้แนะ
หรือผอู ่นื จากครหู รือผูอืน่
C5 ความรว ม การทํางานรวมกับ สามารถทาํ งานรว มกบั
มือ ผอู ่นื ในการสังเกต ผอู ่ืนเก่ยี วกบั การทาํ สามารถทาํ งานรว มกบั ผอู ่นื สามารถทํางานรว มกับ
การนาํ เสนอ และ กิจกรรมการเปลีย่ น เกย่ี วกบั การทํากจิ กรรม ผอู นื่ เก่ียวกบั การทํา
C6 การใช การแสดงความ สถานะของนํา้ ผลไม การเปลย่ี นสถานะของ กิจกรรมเปลี่ยนสถานะ
เทคโนโลยี คดิ เหน็ เกี่ยวกับ รวมทัง้ ยอมรับความคิด นาํ้ ผลไม รวมทั้งยอมรับ ของนา้ํ ผลไม รวมทั้ง
สารสนเทศและ การเปลี่ยนสถานะ เหน็ ของผูอื่นต้ังแต ความคิดเหน็ ของผูอน่ื เกือบ ยอมรบั ความคิดเห็น
การสื่อสาร ของน้ําผลไม รวม เร่ิมตนจนสาํ เร็จ ทุกกจิ กรรม ของผูอื่นไดบา ง
ทง้ั ยอมรับความ
คิดเหน็ ของผอู น่ื ใชอ นิ เทอรเ น็ตเพ่ือ ใชอินเทอรเน็ตเพื่อสืบคน ใชอ ินเทอรเ น็ตเพื่อ
สืบคนขอ มลู ดวยตนเอง ขอมลู ดวยตนเองจากแหลง สืบคน ขอ มูลดวยตนเอง
การใชอ นิ เทอรเ น็ต จากแหลงขอมูลทหี่ ลาก ขอ มูลที่หลากหลายโดย จากแหลง ขอมลู ทหี่ ลาก
เพื่อสืบคนชอ่ื หลายโดยเลือกแหลง เลอื กแหลง ขอ มลู ทีถ่ ูกตอง หลายแตไ มสามารถ
การเปลี่ยนสถานะ ขอ มูลท่ีถูกตองและ และนา เชือ่ ถอื จากการชแี้ นะ เลือกใชแหลงขอมูลท่ี
ของสสารจาก นา เชือ่ ถือ ของครหู รือผูอน่ื ถกู ตองและนาเชอ่ื ถือ
ของเหลวเปน แมว าจะไดร ับคําช้ีแนะ
ของแข็ง จากแหลง จากครูหรอื ผูอื่น
ขอ มูลท่ีถกู ตอง
และนา เชือ่ ถอื

สถาบนั สงเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี 229

คูมอื ครูรายวิชาพ้นื ฐานวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนวยท่ี 3 การเปลี่ยนแปลงของสาร

กิจกรรมท่ี 1.3 พมิ เสนมีการเปลยี่ นสถานะอยางไร

กิจกรรมนี้นักเรียนจะไดสังเกตและอธิบายการเปล่ียน

สถานะของพมิ เสน

เวลา 1 ชว่ั โมง

จดุ ประสงคก ารเรยี นรู

สังเกตและอธบิ ายการเปลย่ี นสถานะของพิมเสน

วสั ดุ อุปกรณส าํ หรับทํากจิ กรรม

สิง่ ท่ีครตู อ งเตรยี ม/หอง

1. พิมเสน 5 กรัม

สง่ิ ท่ีครูตองเตรยี ม/กลุม

1. บีกเกอร ขนาด 250 cm3 1 ใบ

2. แกว พลาสติกใส 1 ใบ

3. ชุดตะเกยี งแอลกอฮอล 1 ชุด

4. ไมข ีดไฟ 1 กลัก

5. กระปองทรายสาํ หรับดบั ไฟ 1 กระปอง

6. แผน กระดาษแข็งเจาะรู ท่ีมีขนาดใหญกวา

ปากบีกเกอรเล็กนอย 1 แผน

7. พมิ เสน 4-5 ชอนเบอร 2 สื่อการเรยี นรแู ละแหลง เรียนรู

8. ชอนตกั สารเบอร 2 1 อัน 1. หนงั สอื เรียน ป.5 เลม 1 หนา 87-94

ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร 2. แบบบนั ทึกกจิ กรรม ป.5 เลม 1 หนา 95-99

S1 การสังเกต 3. ตวั อยา งวดี ิทัศนปฏิบัติการวทิ ยาศาสตรส ําหรบั ครู
S5 การหาความสมั พันธระหวางสเปซกบั สเปซ
S8 การลงความเหน็ จากขอมูล เร่อื งการระเหิดและการระเหิดกลบั เปน อยา งไร
S13 การตีความหมายขอมูลและลงขอ สรุป

ทักษะแหงศตวรรษท่ี 21

C4 การสื่อสาร http://ipst.me/8927
C5 ความรว มมอื
C6 การใชเ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร

230 สถาบนั สงเสริมการสอนวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

คมู อื ครรู ายวิชาพ้ืนฐานวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยท่ี 3 การเปล่ียนแปลงของสาร

แนวการจดั การเรียนรู ในการตรวจสอบความรู ครู
เพียงรับฟงเหตุผลของนักเรียน
1. นําเขาสูบทเรียนโดยทบทวนความรูเกี่ยวกับการหลอมเหลวของ เปนสําคัญ และยังไมเฉลย
น้ําแข็งและนําพิมเสนของจริงมาใหนักเรียนสังเกตแลวถามนักเรียน คําตอบใด ๆ ใหกับนักเรียน แต
วา ชักชวนนักเรียน ไปหาคําตอบท่ี
1.1 เมื่อวางน้ําแขง็ ไว นาํ้ แขง็ เกิดการเปลี่ยนสถานะอยา งไร (นํ้าแข็ง ถูกตองจากกิจกรรมตาง ๆ ใน
เปลี่ยนจากของแขง็ เปน ของเหลว) บทเรียนน้ี
1.2 การหลอมเหลวของน้ําแข็งเกิดจากสาเหตุใด (นํ้าแข็งไดรับ
ความรอน) ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร
1.3 เมื่อวางพมิ เสนไว พิมเสนจะเปลีย่ นสถานะเหมอื นนาํ้ แขง็ หรือไม และทกั ษะแหง ศตวรรษที่ 21
อยา งไร (นักเรยี นตอบตามความเขา ใจ)
ครูชักชวนนักเรียนหาคําตอบเก่ียวกับการเปล่ียนสถานะของพิมเสน ท่ีนกั เรียนจะไดฝกจากการทํากิจกรรม
จากการทาํ กจิ กรรม S1 การสังเกตลักษณะของพิมเสนและการ

2. นักเรียนอานชื่อกิจกรรม และ ทําเปนคิดเปน ในหนังสือเรียน เปลีย่ นแปลงของพิมเสนเม่ือไดรบั ความรอน
หนา 87 จากน้ันรวมกันอภิปรายเพื่อตรวจสอบความเขาใจเกี่ยวกับ S5 การหาความสัมพันธระหวางสเปซกับสเปซจาก
จดุ ประสงคในการทํากิจกรรม โดยครใู ชค ําถามดงั ตอไปน้ี
2.1 กิจกรรมน้ีนักเรียนจะไดเรียนเก่ียวกับเร่ืองอะไร (การเปลี่ยน ลักษณะการครอบครองพื้นท่ีของพิมเสนใน
สถานะของพมิ เสน) ภาชนะเมื่อไดรับความรอนและสูญเสีย
2.2 นกั เรยี นจะไดเ รียนเรือ่ งน้ดี วยวธิ ีใด (การสังเกต) ความรอน
2.3 เม่ือเรียนแลวนักเรียนจะทําอะไรได (อธิบายการเปลี่ยนสถานะ S8 การลงความเห็นจากขอมูลจากการสังเกต
ของพิมเสน) ลักษณะของพิมเสนขณะเกิดการเปลี่ยนแปลง
และนําขอมูลมาระบุสถานะของพิมเสนที่
3. นักเรียนบันทึกจุดประสงคของกิจกรรมในแบบบันทึกกิจกรรม เปล่ียนแปลง
หนา 95 และอานสง่ิ ที่ตองใชในกิจกรรม C4 การส่ือสารจากการเขียนและบรรยายการ
เปลี่ยนแปลงของพมิ เสน
4. นักเรียนอานทําอยางไร โดยครูใหนักเรียนฝกอานตามความ C5 ความรวมมอื จากการทาํ งานรว มกันในกลมุ
เหมาะสมกับความสามารถของนักเรยี น จากน้ันรวมกันอภิปรายเพื่อ C6 การใชเ ทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
สรุปขนั้ ตอนการทาํ กิจกรรม โดยครใู ชคาํ ถามดงั น้ี จากการใชอ นิ เทอรเนต็ สืบคน ขอมลู เกี่ยวกับ
4.1 นักเรยี นเร่มิ ตนทํากจิ กรรมอยางไร (ตักพิมเสนบรรจลุ งใน การเปลี่ยนสถานะของพมิ เสน
บีกเกอร สังเกตสี กลิ่น สถานะของพิมเสน บันทกึ ผล)
นักเรียนดวู ธิ ีการบนั ทึกผลในแบบบนั ทึกกจิ กรรมหนา 95 และ
ตรวจสอบความเขา ใจเกยี่ วกบั วธิ ีบันทกึ ผล
4.2 นักเรียนตองจัดอุปกรณอยางไรกอนจะนําบีกเกอรไปให
ความรอน (วางกระดาษแข็งเจาะรูบนปากบีกเกอรที่มีพิมเสน
บรรจอุ ยูแลวคว่ําแกวลงบนกระดาษแขง็ )

สถาบันสงเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี 231

คมู อื ครูรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนวยท่ี 3 การเปลยี่ นแปลงของสาร

ครูอาจสุมนักเรียน 1 คนออกมาสาธิตวิธีการจัดอุปกรณและ หากนักเรียนไมสามารถ
ตรวจสอบความเขา ใจของนกั เรยี น ตอบคําถามหรืออภิปรายไดตาม
4.3 นักเรียนตองทําอยางไรตอไป (อภิปรายวาจะเกิดอะไรข้ึนกับ แนวคําตอบ ครูควรใหเวลา
นั ก เ รี ย น คิ ด อ ย า ง เ ห ม า ะ ส ม
พมิ เสนเมอื่ นาํ พมิ เสนในบกี เกอรไ ปใหความรอน และบนั ทกึ ผล) รอคอยอยางอดทน และรับฟง
4.4 นักเรียนคิดวาจะเกิดอะไรขึ้นกับพิมเสน เมื่อนําพิมเสนใน แนวความคิดของนกั เรยี น

บีกเกอรไ ปใหความรอ น (นกั เรียนตอบตามความเขาใจ)
นกั เรยี นบนั ทกึ การอภิปรายในแบบบันทกึ หนา 95
4.5 นักเรียนจะทําอยางไรเพื่อตรวจสอบการอภิปราย (นําพิมเสนที่

บรรจุในบีกเกอรไปใหความรอนโดยใชไฟออน ๆ สังเกตการ
เปลี่ยนแปลง บันทึกผล ดับไฟแลวสังเกตการเปลี่ยนแปลงใน
บกี เกอร ในแกว และบนกระดาษ)
ครูใหนักเรียนดูวิธีการบันทึกผลในแบบบันทึกกิจกรรมหนา 96 และ
ตรวจสอบความเขาใจของนกั เรยี น
4.6 นักเรียนตองทําอยางไรตอไปเม่ือดับไฟและสังเกตการ
เปล่ียนแปลงที่เกิดข้ึน (อภิปรายวา สารท่ีพบบนกระดาษแข็ง
ในแกวพลาสติกมีสมบัติเหมือนหรือแตกตางจากพิมเสนหรือไม
อยางไร และสืบคนขอมูลการเปล่ียนสถานะแตละชวงเรียกวา
อะไร บนั ทกึ ผล)
นักเรียนดูวิธีการบันทึกผลในแบบบันทึก กิจกรรมหนา 96 และ
ตรวจสอบความเขาใจของนักเรียน ครูย้ําแนวทางในการสังเกต
สิ่งตาง ๆ ควรสังเกตใหละเอียดมากท่ีสุด ตัวอยางเชน การสังเกต
พมิ เสน ควรสงั เกตใหไดข อ มลู ตาง ๆ ใหไ ดมากทส่ี ดุ
5. เม่ือตรวจสอบจนแนใจวานักเรียนเขาใจวิธีทํากิจกรรม ครูเตือนเร่ือง
ความปลอดภัยในการใชตะเกียงแอลกอฮอล โดยระวังไมเอียง
ตะเกียงซึ่งจะทําใหแอลกอฮอลหกและตองวางตะเกียงบนโตะที่
มั่นคง ไมถือตะเกียงแอลกอฮอลไปมาขณะจุดไฟ ไมสัมผัสบีกเกอร
ขณะรอน จากน้ันครูใหนักเรียนรับอุปกรณแลวเริ่มทํากิจกรรมตาม
ขั้นตอน ครูควรย้ําใหนกั เรียนระบุช่อื แหลง ขอ มลู ทสี่ บื คนดวย
6. หลังจากทํากิจกรรมแลว ใหนักเรียนเก็บอุปกรณใหเรียบรอย ครูสุม

นักเรียนนําเสนอผลการทํากิจกรรมโดยครูบันทึกผลบนกระดาน

จากน้ันตรวจสอบผลการทํากิจกรรมของนักเรียนคนอ่ืน ๆ ครู

232 สถาบันสง เสรมิ การสอนวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

คมู ือครูรายวิชาพนื้ ฐานวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยที่ 3 การเปลีย่ นแปลงของสาร

เพิ่มเติมประเด็นท่ียังไมสมบูรณใหครบถวน ถูกตอง จากนั้นนํา ขอ เสนอแนะเพิม่ เติม

อภิปรายผลการทํากิจกรรม โดยครใู ชค ําถามดังนี้ ครูควรสืบคนขอมูลเก่ียวกับการเปลีย่ น
สถานะของสสารจากเว็บไซตท่ีนาเช่ือถือไว
6.1 พิมเสนมีสี มีกล่ินและสถานะอยางไร (พิมเสนมีสีขาว มีกล่ิน ลวงหนาประมาณ 3-4 เว็บไซตและแนะนํา
เฉพาะตวั และมีสถานะเปนของแข็ง) นั ก เ รี ย น ใ ห สื บ ค น ข อ มู ล จ า ก เ ว็ บ ไ ซ ต ที่
นา เช่อื ถอื เชน www.scimath.org
6.2 นักเรียนสงั เกตพบอะไรบาง เม่ือใหความรอ นแกพ ิมเสน (เมอื่ ให
ความรอนแกพิมเสน เกล็ดพิมเสนบางสวนในบีกเกอรจะคอย ๆ
หายไป และเม่ือเวลาผานไปมีเกล็ดสีขาวเกาะท่ีแผนกระดาษ
และขาง ๆ บีกเกอรม ีฝา สขี าวเกดิ ขน้ึ และมีกล่ินของพิมเสน)

6.3 นักเรียนคิดวากลิ่นของพิมเสนท่ีเกิดขึ้นเปนพิมเสนในสถานะใด
(กลิ่นของพมิ เสนทเ่ี กดิ ขึ้นคือพิมเสนในสถานะแกส)
ครูใหความรูเพ่ิมเติมวาพิมเสนในสถานะแกสเรียกวา ไอของ
พมิ เสน

6.4 เม่ือใหความรอน พิมเสนมีการเปล่ียนสถานะหรือไม และ
เปล่ียนจากสถานะใดเปนสถานะใด รูไดอยางไร (เมื่อใหความ
รอนพิมเสนมีการเปลี่ยนสถานะ จากของแข็งเปนแกส รูไดจาก
พิมเสนในบกี เกอรมีปริมาณนอ ยลงและไดกล่นิ ของไอพิมเสน)

6.5 เมื่อพิมเสนเย็นลง พิมเสนมีการเปล่ียนสถานะหรือไม และ
เปล่ียนจากสถานะใดเปนสถานะใด (เมื่อทําใหพิมเสนเย็นลง
พิมเสนมีการเปลี่ยนสถานะ จากแกสเปนของแข็ง สังเกตจากมี
เกล็ดพิมเสนที่ขอบรูของกระดาษแข็งและมีฝาขาวเกาะท่ีขาง ๆ
บีกเกอรแ ละแกวพลาสตกิ )

6.6 การเปล่ียนสถานะของพิมเสนแตละชวงเรียกวาอะไรและ
เกี่ยวของกับความรอนอยางไร (การเปลี่ยนสถานะของพิมเสน
จากของแข็งเปนแกส เรียกวา การระเหิด ชวงนี้พิมเสนใน
สถานะของแข็งไดรับความรอน และการเปลี่ยนสถานะของ
พิมเสนจากแกสเปนของแข็ง เรียกวา การระเหิดกลับ ชวงน้ี
พมิ เสนในสถานะแกส สูญเสียความรอน)
ถานักเรียนตอบไมไดครูใหความรูเพ่ิมเติมวาการเปล่ียนสถานะ
ของพิมเสนจากของแข็งเปนแกสเรียกวา การระเหิด และการ
เปลี่ยนสถานะของพิมเสนจากแกสเปนของแข็งเรียกวา การ
ระเหิดกลับ

6.7 การเปล่ียนแปลงของพิมเสนเปนการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ
หรือไม รูไดอยางไร (การเปลี่ยนแปลงของพิมเสนเปนการ

สถาบนั สง เสรมิ การสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี 233

คมู ือครูรายวิชาพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยท่ี 3 การเปลย่ี นแปลงของสาร

เปล่ียนแปลงทางกายภาพ เน่ืองจาก พิมเสนท่ีระเหิดเปนไอ การเตรยี มตวั ลว งหนาสาํ หรับครู
ยังคงเปนสารเดิม เพียงแตมีสถานะเปล่ียนไปเทานั้นและเมื่อไอ เพอื่ จัดการเรยี นรูในครงั้ ถัดไป
ของพิมเสนระเหิดกลับมาเปนเกล็ดพิมเสนซึ่งยังคงเปนสารเดิม
การเปลี่ยนแปลงของพิมเสนจึงเปนการเปล่ียนแปลงทาง ในครั้งถัดไป นักเรียนจะไดอาน
กายภาพ) เร่ืองท่ี 2 การละลาย ครูอาจเตรียมคลิป
6.8 จากกิจกรรมนี้ คนพบอะไรบางเก่ียวกับการเปลี่ยนแปลงของ น้ําแข็งบริเวณข้ัวโลกกําลังหลอมเหลว
พิมเสน (เม่ือเกล็ดพิมเสนไดรับความรอน เกล็ดพิมเสนเปล่ียน และเตรียมสารละลายเกลือแกง โดยผสม
สถานะจากของแข็งเปนไอของพิมเสนซ่ึงมีสถานะแกส และเมื่อ เกลือแกงกับน้ําแลวใสในภาชนะใสเพ่ือใช
ไอของพิมเสนสูญเสยี ความรอ นหรือเย็นลงจะเปลีย่ นสถานะเปน ในกจิ กรรม
ของแขง็ )
7. ครูและนักเรียนรวมกันอภิปรายและลงขอสรปุ วา เม่ือของแข็งไดร ับ
ความรอน ของแข็งบางชนิดเปล่ียนสถานะเปนแกส โดยไมเปล่ียน
สถานะเปนของเหลวกอน เรียกการเปลี่ยนสถานะนี้วา การระเหิด
และแกสบางชนิดสามารถเปล่ียนสถานะกลับมาเปนของแข็ง โดย
ไมเปลี่ยนสถานะเปนของเหลวกอน เรียกการเปล่ียนสถานะน้ีวา
การระเหิดกลับ การะเหิดและการระเหิดกลับเปนการเปลี่ยน
สถานะซ่ึงสารยังคงเปนสารเดิมจึงเปนการเปลี่ยนแปลงทาง
กายภาพ (S13)
8. ครูใหความรูเพ่ิมเติมวา นอกจากพิมเสนแลว ยังมีสารอื่นอีกที่
สามารถเกดิ การระเหิดไดเ ชน กนั เชน แกส คารบอนไดออกไซด เมอ่ื
ทําใหเย็นลงถึงระดับหน่ึงสามารถเปล่ียนเปนของแข็งได เรียกวา
นํ้าแขง็ แหง
9. นักเรียนรวมกันอภิปรายคําตอบใน ฉันรูอะไร โดยครูอาจใช
คาํ ถามเพ่ิมเติมในการอภปิ รายเพ่อื ใหไดแนวคําตอบทถ่ี ูกตอง
10. นักเรียนรวมกันสรุปส่ิงที่ไดเรียนรูในกิจกรรมนี้ จากนั้นนักเรียน
อา น ส่ิงทีไ่ ดเรยี นรู และเปรยี บเทียบกบั ขอ สรปุ ของตนเอง
11. ครูกระตุนใหนักเรียนฝกตั้งคําถามเก่ียวกับเรื่องที่สงสัยหรือ
อยากรูเพ่ิมเติมใน อยากรูอีกวา จากน้ันครูอาจสุมนักเรียน
2 -3 คน นําเสนอคําถามของตนเองหนาช้ันเรียน และให
นกั เรียนรว มกันอภปิ รายเกย่ี วกบั คําถามทนี่ ําเสนอ
12. ครูนําอภิปรายเพื่อใหนักเรียนทบทวนวาไดฝกทักษะ

กระบวนการทางวิทยาศาสตรและทักษะแหงศตวรรษที่ 21

234 สถาบนั สงเสรมิ การสอนวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

คูม อื ครูรายวิชาพื้นฐานวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยที่ 3 การเปลย่ี นแปลงของสาร

อะไรบางและในข้ันตอนใด แลวบันทึกลงในแบบบันทึกกิจกรรม
หนา 99
13. ครูชักชวนนักเรียนอาน เกร็ดนารู แลวรวมกันอภิปรายสรุป
แนวคิดวาควันสีขาวที่ลอยอยูเหนือกอนนํ้าแข็งเกิดจากไอนํ้าใน
บริเวณนั้นควบแนนกลายเปนละอองน้ําจึงทําใหมองเห็นเปน
สีขาว
14. นักเรียนรวมกันอาน รูอะไรในเรื่องน้ี ในหนังสือเรียนหนา
92-94 ครูนําอภิปรายเพื่อนําไปสูขอสรุปเกี่ยวกับส่ิงที่ไดเรียนรู
ในเร่ืองน้ี จากน้ันครูกระตุนใหนักเรียนตอบคําถามในชวงทาย
ของเน้ือเร่ือง ซึ่งเปนคําถามเพ่ือเชื่อมโยงไปสูการเรียนเนอื้ หาใน
เรอื่ งตอไป ดังน้ี สสารนอกจากมกี ารเปลย่ี นสถานะแลว ยังมกี าร
เปลี่ยนแปลงอะไรอีกบาง นักเรียนสามารถตอบตามความเขาใจ
ของตนเอง ซงึ่ จะหาคาํ ตอบทถ่ี กู ตอ งจากการเรยี นในเร่ืองตอไป

ความรเู พมิ่ เติมสําหรับครู

พมิ เสนและการบูร
พมิ เสนและการบรู เปน สารคนละชนดิ โดยพิมเสนเปน ชอื่ ของสารชนิดหนึ่ง เปน สารทพี่ บในพชื เชน
ตน พิมเสน ตนหนาดหลวง พิมเสนเปน เกลด็ เล็กๆ สขี าวขนุ เน้อื แนนกวา การบรู ระเหิดไดชากวาการบูร
ตดิ ไฟใหแ สงจา และมีควันมาก ไมม ีขีเ้ ถา พิมเสนบรสิ ุทธจ์ิ ะเปน ผลกึ รูปแผน หกเหล่ยี ม มจี ุดหลอมเหลว 208
องศาเซลเซยี ส ละลายไดย ากในนาํ้ ละลายไดด ีในตัวทาํ ละลายชนดิ ขั้วตํา่ พิมเสนมีกลน่ิ หอมเยน็ ฉนุ รสหอม
เย็นปาดคอ ปจ จบุ ันพมิ เสนในธรรมชาติหายากและมีราคาแพง จึงมีการสังเคราะหพ ิมเสนเพอื่ นาํ มาใช
ประโยชน เชน เปน สว นผสมของยาหอมเพือ่ บรรเทาอาการวงิ เวยี นศีรษะ
การบรู เปนชือ่ สารชนดิ หนึ่ง เปนสารท่พี บทว่ั ทุกสวนของตนการบูร มมี ากทส่ี ุดในแกน ของราก เมื่อ
นาํ เนอ้ื ไมส ดมาทําใหเปนชน้ิ เล็กๆ ทําใหเปน ชิ้นเล็ก นาํ ไปกลนั่ โดยใชไ อน้ํา จะไดน ้าํ มันระเหยงาย การบูรจะ
ตกผลกึ แยกออกมา กรองแยกเอาผลกึ การบูรออก อาจทําใหผ ลกึ บรสิ ุทธมิ์ ากข้ึนโดยนําผลกึ มาระเหดิ ใหเ ปน
ไอและไอของการบรู จะระเหดิ กลบั เปน ผลึกการบรู การบูรมีจุดหลอมเหลว 174-179 องศาเซลเซียส การบูร
นาํ มาใชเ ปน สวนผสมในยาหอมตา ง ๆ
เนื่องจากพมิ เสนมจี ดุ หลอมเหลวไมส ูงมาก ในกิจกรรมการระเหิดและการระเหดิ กลบั จงึ ควรให
ความรอ นแกพ ิมเสนโดยใชไ ฟออนๆ เพื่อใหพ ิมเสนคอยๆ ระเหดิ ถาใชไฟแรงพิมเสนไดรับความรอ นจนเกิด
การหลอมเหลวดวย (คณะเภสชั ศาสตร มหาวทิ ยาลยั อุบลราชธาน,ี 2562 ; National Center for
Biotechnology Information, 2021)

สถาบันสงเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี 235

คมู ือครูรายวิชาพ้ืนฐานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยที่ 3 การเปล่ียนแปลงของสาร

แนวคําตอบในแบบบันทกึ กิจกรรม

อธบิ ายการเปล่ยี นสถานะของพิมเสน

พมิ เสนเปน ของแขง็ สีขาว มกี ล่ินเฉพาะตวั
ข้นึ อยกู ับการอภิปรายของนักเรียน เชน เกลด็ พมิ เสนบางสว นในบกี เกอร
หายไป

236 สถาบนั สงเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี

คมู อื ครรู ายวิชาพ้ืนฐานวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยที่ 3 การเปลยี่ นแปลงของสาร

คาํ ตอบข้ึนอยูกับนักเรยี น
ครูควรกาํ ชบั ใหน กั เรียนวาดรปู ใหใกลเ คียงกับสิ่งท่ีสังเกตไดจริงมากทีส่ ุด เชน วาด
ใหเ หน็ วา เมอื่ พมิ เสนไดร บั ความรอน เกลด็ พมิ เสนบางสวนในบีกเกอรหายไป มี
ของแข็งสขี าวเกาะขา งบีกเกอรเหนือขึ้นมาจากบรเิ วณกนภาชนะ มีของแข็งสขี าว
เกาะตามขอบรูของกระดาษแข็ง
บรรยายลกั ษณะสี กลน่ิ และตาํ แหนงทพ่ี บสารทเ่ี กิดการเปลีย่ นแปลง เชน พบ
ของแข็งสีขาวทข่ี างบกี เกอรและของแข็งสีขาวตามขอบรูของกระดาษแข็ง มีกล่นิ
เหมือนพิมเสน

พบของแขง็ สีขาวทขี่ า งบีกเกอรแ ละของแข็งสขี าวตามขอบรูของกระดาษแข็ง และ
มีกลิน่ ของไอพิมเสนออกมาจากบกี เกอร

สมบัติของสารทอ่ี ยูบนกระดาษและในแกว พลาสตกิ เหมือนกบั สมบตั ิของพิมเสน
กอนใหค วามรอน คอื เปน ของแข็ง สขี าว มีกลนิ่ เหมอื นกนั

ของแข็ง แกส
การระเหิด ของแข็ง
แกส
การระเหดิ กลับ

สถาบนั สง เสรมิ การสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี 237

คมู อื ครรู ายวิชาพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนวยท่ี 3 การเปล่ียนแปลงของสาร

คําตอบขึ้นอยูกบั การอภปิ รายของนกั เรยี น ตวั อยางเชน เหมือนกับท่ีอภปิ ราย คอื
เกลด็ พิมเสนบางสวนในบกี เกอรหายไป
พิมเสนเปล่ียนสถานะจากของแข็งเปนแกส เรยี กวา การระเหดิ และเปลี่ยน
สถานะจากแกสเปนของแข็ง เรียกวา การระเหดิ กลับ
การเปลี่ยนสถานะของพิมเสนจากของแข็งเปน แกส เกิดจากพิมเสนไดร ับความรอน
การเปลย่ี นสถานะของพิมเสนจากแกส เปนของแข็งเกิดจากพมิ เสนสญู เสียความรอน
การเปล่ยี นสถานะของพิมเสนเปนการเปลย่ี นแปลงทางกายภาพเน่อื งจากสารที่
ไดจ ากการเปล่ยี นสถานะยงั เปน พมิ เสนเหมือนเดิมแตสถานะเปล่ยี นไป

238 สถาบันสงเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี

คมู อื ครรู ายวิชาพนื้ ฐานวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยท่ี 3 การเปลี่ยนแปลงของสาร

เม่อื พิมเสนไดรับความรอ น พิมเสนจะเปลี่ยนสถานะจากของแข็งเปนแกส โดยไมเ ปน
ของเหลวกอน และเม่ือดบั ไฟและวางไว 5 นาที พิมเสนสูญเสยี ความรอ นและเปล่ียน
สถานะจากแกส เปนของแข็งโดยไมเ ปนของเหลวกอน

สสารบางชนิดสามารถเปลี่ยนสถานะจากของแข็งเปนแกสไดโดยไมเปล่ยี นสถานะ
เปนของเหลวกอน เรียกการเปลย่ี นสถานะน้วี า การระเหิด และเปลีย่ นสถานะจาก
แกส เปนของแข็งโดยไมเ ปลี่ยนสถานะเปนของเหลวกอนเรียกการเปลย่ี นสถานะนี้
วา การระเหดิ กลบั

สถาบันสงเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี 239

คูมอื ครรู ายวิชาพืน้ ฐานวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยที่ 3 การเปลีย่ นแปลงของสาร

คาํ ถามของนกั เรียนท่ตี ้ังตามความอยากรขู องตนเอง

 
 


 สถาบนั สงเสริมการสอนวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

240

คมู อื ครูรายวิชาพนื้ ฐานวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยท่ี 3 การเปลยี่ นแปลงของสาร

แนวการประเมินการเรียนรู

การประเมนิ การเรียนรูข องนักเรยี นทาํ ได ดงั นี้
1. ประเมินความรูเดิมจากการสํารวจความรกู อนเรียนและการอภปิ รายในชนั้ เรียน
2. ประเมนิ การเรยี นรจู ากคาํ ตอบของนกั เรยี นระหวา งการจัดการเรยี นรแู ละจากแบบบันทึกกิจกรรม
3. ประเมนิ ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรแ ละทกั ษะแหงศตวรรษที่ 21 จากการทาํ กจิ กรรมของนักเรยี น

การประเมนิ จากการทาํ กจิ กรรมที่ 1.3 พมิ เสนเปลี่ยนสถานะอยา งไร

ระดบั คะแนน

3 คะแนน หมายถึง ดี 2 คะแนน หมายถงึ พอใช 1 คะแนน หมายถงึ ควรปรับปรงุ

รหสั ส่ิงท่ีประเมนิ ระดบั คะแนน

ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร
S1 การสังเกต
S5 การหาความสัมพันธระหวา งสเปซกบั สเปซ
S8 การลงความเห็นจากขอมลู
S13 การตคี วามหมายขอ มลู และลงขอสรปุ
ทกั ษะแหงศตวรรษที่ 21
C4 การส่อื สาร
C5 ความรวมมือ
C6 การใชเ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สาร

รวมคะแนน

สถาบนั สงเสรมิ การสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี 241

คมู ือครรู ายวิชาพ้นื ฐานวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยที่ 3 การเปลี่ยนแปลงของสาร

ตาราง แสดงการวิเคราะหทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรต ามระดบั ความสามารถของนกั เรยี น

โดยอาจใชเกณฑการประเมนิ ดังน้ี

ทักษกระบวนการ รายการประเมนิ ระดบั ความสามารถ
ทางวิทยาศาสตร
ดี (3) พอใช (2) ควรปรบั ปรุง (1)

S1 การสงั เกต การบรรยายราย สามารถใชป ระสาท สามารถใชป ระสาท สามารถใชป ระสาท

ละเอียดเก่ียวกบั สัมผสั เก็บรายละเอยี ด สัมผสั เกบ็ รายละเอียด สัมผสั เกบ็ รายละเอียด

สมบตั ขิ องพิมเสน เกยี่ วสมบตั ขิ องพิมเสน เกีย่ วกบั สมบัตขิ อง เกย่ี วกบั สมบตั ิของ

และการเปลยี่ น และการเปลี่ยนแปลงที่ พมิ เสนและการเปลยี่ น พมิ เสนและการเปลี่ยน

แปลงทเ่ี กิดข้ึนกบั เกดิ ข้นึ กบั พิมเสนเมอ่ื แปลงทเี่ กดิ ขน้ึ กับ แปลงทเ่ี กดิ ขน้ึ กบั

พิมเสนเมื่อไดร ับ ไดรับความรอนและ พิมเสนเมื่อไดร บั ความ พมิ เสนเมื่อไดร ับความ

ความรอ นและ สญู เสียความรอน เชน รอ นและสญู เสยี ความ รอนและสญู เสยี ความ

สญู เสียความรอ น พิมเสนเปนเกล็ดสีขาว รอ น เชน พิมเสนเปน รอ นเชน พิมเสนเปน

เชน พมิ เสนเปน มีกลน่ิ เมือ่ นําไปตั้งไฟ เกลด็ สีขาว มีกลิ่น เกล็ดสขี าว มกี ลน่ิ เม่ือ

เกล็ดสขี าว มกี ล่ิน เกลด็ พมิ เสนบางสวนใน เมื่อนําไปตง้ั ไฟเกล็ด นาํ ไปตงั้ ไฟ เกล็ดพิมเสน

เม่ือนาํ ไปตง้ั ไฟเกลด็ บีกเกอรหายไป พมิ เสนบางสวนใน บางสวนในบีกเกอร

พิมเสนบางสว นใน มขี องแขง็ สีขาวเกาะ บกี เกอรหายไป มี หายไป มีของแขง็ สขี าว

บกี เกอรหายไป มี ขา งบีกเกอรเ หนือขึ้นมา ของแข็งสขี าวเกาะขา ง เกาะขางบีกเกอรเ หนอื

ของแขง็ สีขาวเกาะ จากบริเวณกนภาชนะ บกี เกอรเหนอื ขึ้นมาจาก ขน้ึ มาจากบรเิ วณกน

ขางบีกเกอรเ หนือ มีของแขง็ สีขาวเกาะ บรเิ วณกนภาชนะ มี ภาชนะ มีของแขง็ สีขาว

ข้นึ มาจากบริเวณกน ตามขอบรูของกระดาษ ของแข็งสีขาวเกาะตาม เกาะตามขอบรูของ

ภาชนะ มีของแขง็ สี แขง็ เม่ือดับไฟ ขอบรขู องกระดาษแขง็ กระดาษแข็ง เม่อื ดับไฟ

ขาวเกาะตามขอบรู พบของแขง็ สขี าวที่ขาง เมื่อดับไฟ พบของแข็ง พบของแขง็ สีขาวท่ีขา ง

ของกระดาษแขง็ บกี เกอรแ ละของแข็งสี สีขาวทข่ี า งบีกเกอรแ ละ บีกเกอรแ ละ ของแข็งสี

เม่ือดบั ไฟพบ ขาวตามขอบรูของ ของแข็งสขี าวตามขอบรู ขาวตามขอบรูของ

ของแข็งสีขาวท่ีขาง กระดาษแข็ง และมี ของกระดาษแข็ง และมี กระดาษแข็ง และมีกล่นิ

บีกเกอรแ ละ กลิน่ พิมเสนออกมาจาก กล่ินพิมเสนออกมาจาก พิมเสนออกมาจาก

ของแขง็ สีขาวตาม บกี เกอรไ ดด ว ยตนเอง บีกเกอรจากการช้ีแนะ บีกเกอรเพยี งบาง

ขอบรูของกระดาษ ของครหู รือผอู นื่ หรือมี ลักษณะแมวา จะได

แข็ง และมกี ลิน่ การเพ่ิมเติมความ รบั คําชแ้ี นะจากครูหรือ

พิมเสนออกมาจาก คิดเห็น ผอู นื่

บีกเกอร

242 สถาบนั สงเสริมการสอนวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

คูมอื ครรู ายวิชาพืน้ ฐานวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนวยที่ 3 การเปลย่ี นแปลงของสาร

ทกั ษกระบวนการ รายการประเมิน ระดับความสามารถ
ทางวิทยาศาสตร
การบรรยายลักษณะ ดี (3) พอใช (2) ควรปรบั ปรงุ (1)
S5 การหา การครอบครองพื้นที่ สามารถระบุการ
ความสมั พันธ ของพิมเสนเมื่อไดร ับ สามารถระบุการ สามารถระบุการ ครอบครองพน้ื ท่ีของ
ระหวา งสเปซ ความรอนและวางไว พิมเสนเมื่อไดร บั ความ
กบั สเปซ ใหเ ยน็ ไดแ ก พิมเสน ครอบครองพน้ื ที่ของ ครอบครองพื้นท่ีของ รอ นและเม่ือวางใหเ ย็น
เปนเกล็ดสขี าวอยูที่ ไดแ ก พมิ เสนเปน เกลด็
กนภาชนะ เมอ่ื นําไป พมิ เสนเมื่อไดร บั ความ พิมเสนเมื่อไดรบั ความ สขี าวอยูท ่กี น ภาชนะ
ตัง้ ไฟเกล็ดพิมเสน เม่อื นําไป ตง้ั ไฟเกลด็
บางสว นทีก่ นบีกเกอร รอนและเมอ่ื วางใหเ ยน็ รอนและเมื่อวางใหเ ย็น พิมเสนบางสวนที่กน
หายไป มขี องแข็งสี บีกเกอรหายไป มี
ขาวเกาะขา งบีกเกอร ไดแก พมิ เสนเปน เกลด็ สี ไดแ ก พมิ เสนเปน เกล็ดสี ของแขง็ สขี าวเกาะขา ง
เหนือข้ึนมาจาก บีกเกอรเ หนือขน้ึ มาจาก
บรเิ วณกน ภาชนะ มี ขาวอยทู ่ีกน ภาชนะ เม่ือ ขาวอยทู ่ีกนภาชนะ เม่ือ บรเิ วณกนภาชนะ มี
ของแข็งสีขาวเกาะ ของแขง็ สขี าวเกาะตาม
ตามขอบรูของ นําไปต้ังไฟ เกลด็ พิมเสน นาํ ไปตัง้ ไฟเกลด็ พิมเสน ขอบรขู องกระดาษแขง็
กระดาษแข็ง ไดเพียงบางตาํ แหนง
บางสวนที่กนบีกเกอร บางสว นที่กน บกี เกอร แมวาครหู รอื ผูอนื่ ชวย
แนะนําหรอื ชี้แนะ
หายไป มขี องแข็งสขี าว หายไป มขี องแข็งสขี าว

เกาะขาง บกี เกอรเหนือ เกาะขางบีกเกอรเ หนือ

ข้ึนมาจากบรเิ วณกน ขนึ้ มาจากบริเวณกน

ภาชนะ มขี องแข็งสีขาว ภาชนะ มีของแขง็ สีขาว

เกาะตามขอบรขู อง เกาะตามขอบรูของ

กระดาษแข็ง ไดอยาง กระดาษแข็งไดจ ากการ

ถูกตองไดดว ยตัวเอง ชี้แนะของครหู รือผอู ่นื

S8 การลง การลงความเห็นจาก สามารถลงความเห็น สามารถลงความเหน็ จาก สามารถลงความเห็น
ความเหน็ จาก ขอ มูลวา พมิ เสนจะ จากขอมลู วา พิมเสนจะ
ขอมลู ระเหิดเมื่อไดรับความ ระเหิดเม่ือไดรับความ ขอมลู วา พมิ เสนจะระเหดิ จากขอมลู วาพิมเสนจะ
รอนโดยนาํ ไปตั้งไฟ รอ นโดยนําไปต้งั ไฟและ
และพิมเสนจะระเหดิ พิมเสนจะระเหิดกลบั เม่ือไดรบั ความรอนโดย ระเหดิ เม่ือไดร ับความ
กลบั เม่ือสญู เสยี ความ เมอ่ื สูญเสียความรอนได
รอ น ดวยตนเอง นาํ ไปตง้ั ไฟและพมิ เสนจะ รอนโดยนําไปตั้งไฟและ

ระเหิดกลบั เม่ือสญู เสยี พิมเสนจะระเหิดกลบั

ความรอ นจากการช้ีแนะ เมื่อสูญเสยี ความรอนได

ของครูหรอื ผอู นื่ แตไมครบถวน แมว า จะ

ไดรบั คําชี้แนะจากครู

หรือผูอ่ืน

สถาบันสง เสรมิ การสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี 243

คูมอื ครูรายวิชาพ้นื ฐานวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนวยที่ 3 การเปล่ยี นแปลงของสาร

ทกั ษกระบวนการ รายการประเมนิ ดี (3) ระดบั ความสามารถ ควรปรบั ปรงุ (1)
ทางวิทยาศาสตร สามารถตีความหมาย พอใช (2) สามารถตีความหมาย
ตคี วามหมายขอมูล ขอมลู จากการสังเกต ขอมูลจากการสงั เกต
S13 การ จากการสงั เกตการ การเปล่ยี นแปลงของ สามารถตีความหมาย การเปลี่ยนแปลงของ
ตีความหมาย เปลี่ยนแปลงของ พิมเสนและลงขอสรุปได ขอมูลจากการสงั เกต พมิ เสนและลงขอสรปุ
ขอมลู และลง พมิ เสนไปเปน ไอของ วา สสารสามารถเปล่ยี น การเปลี่ยนแปลงของ ไดว าสสารสามารถ
ขอสรุป พมิ เสนและไอของ สถานะจากของแข็งเปน พิมเสนและลงขอสรุปได เปลย่ี นสถานะจาก
พมิ เสนเปลย่ี นเปน แกส เมื่อไดร ับความรอ น วา สสารสามารถเปล่ียน ของแข็งเปนแกสเมื่อ
เกลด็ พมิ เสนและลง โดยไมผ า นการเปน สถานะจากของแข็งเปน ไดรับความรอนโดยไม
ขอสรุปเกีย่ วกับการ ของเหลวกอนและ แกส เมื่อไดรบั ความรอน ผานการเปนของเหลว
เปลีย่ นสถานะไดวา สามารถเปลี่ยนจากแกส โดยไมผานการเปน กอนและสามารถเปลีย่ น
สสารสามารถเปลยี่ น เปน ของแขง็ เม่อื สูญเสยี ของเหลวกอนและ จากแกส เปน ของแข็ง
สถานะจากของแข็ง ความรอนโดยไมผ าน สามารถเปลี่ยนจากแกส เมอื่ สญู เสียความรอน
เปนแกสเม่ือไดร บั การเปน ของเหลวกอน เปน ของแข็งเม่อื สญู เสีย โดยไมผานการเปน
ความรอ นโดยไมผาน ไดด ว ยตนเอง ความรอนโดยไมผ า น ของเหลวกอน แตไม
การเปนของเหลว การเปน ของเหลวกอ น ครบถว นแมว า จะได
กอ นและสามารถ จากการชแ้ี นะของครู รับคําช้แี นะจากครูหรอื
เปลี่ยนจากแกส เปน หรือผูอ ื่น ผูอ่นื
ของแข็งเม่ือสญู เสยี
ความรอ นโดยไมผาน
การเปน ของเหลว
กอ น

244 สถาบนั สง เสริมการสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี

คมู ือครรู ายวิชาพืน้ ฐานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยที่ 3 การเปลย่ี นแปลงของสาร

ตาราง แสดงการวิเคราะหทักษะแหง ศตวรรษท่ี 21 ตามระดบั ความสามารถของนักเรียน
โดยอาจใชเกณฑก ารประเมิน ดังน้ี

ทักษะแหง รายการประเมิน ระดบั ความสามารถ
ศตวรรษท่ี 21
C4 การสอ่ื สาร ดี (3) พอใช (2) ควรปรบั ปรงุ (1)

C5 ความ การนาํ เสนอขอมลู สามารถนําเสนอขอมลู สามารถนําเสนอขอ มูลแสดง สามารถนาํ สนอขอ มูล
รวมมือ
จากการสังเกตและ การเปล่ียนแปลงของ การเปล่ียนแปลงของพมิ เสน แสดงการเปล่ยี นแปลง
C6 การใช
เทคโนโลยี อภปิ รายเก่ยี วกับ พิมเสนในภาชนะเมอื่ ในภาชนะเม่อื ไดร ับหรือ ของพิมเสนในภาชนะเมื่อ
สารสนเทศและ
การสื่อสาร การเปลี่ยนแปลง ไดรบั หรือสูญเสียความ สญู เสยี ความรอ นใหผ ูอืน่ ไดร ับหรือสูญเสียความ

ของพมิ เสนเม่ือ รอ นใหผูอ ่ืนเขาใจโดย เขาใจโดยการใชค ําพดู รอนใหผ อู น่ื เขาใจโดย

ไดรับความรอนและ การใชคาํ พูด บรรยาย บรรยาย วาดภาพไดถ ูกตอง การใชคําพดู บรรยาย

สญู เสยี ความรอ น วาดภาพไดถูกตองดว ย จากการชแ้ี นะของครหู รือ วาดภาพไดถ ูกตอง

โดยการใชคําพดู ตนเอง ผอู ื่น บางสว น แมว า จะได

บรรยาย วาดภาพ รบั คาํ ช้ีแนะจากครหู รือ

ผอู ื่น

การทํางานรวมกับ สามารถทาํ งานรว มกบั สามารถทาํ งานรว มกับผูอ่นื ใน สามารถทํางานรวมกับ
ผูอืน่ ในการสังเกต ผอู ื่นในการสังเกต การ
การนําเสนอและ นําเสนอ และการแสดง การสังเกต การนําเสนอ และ ผูอ่ืนในการสังเกต การ
การแสดงความ ความคดิ เหน็ เกี่ยวกับการ
คดิ เหน็ เกี่ยวกบั การ เปลี่ยนสถานะของ การแสดงความคิดเห็น นําเสนอ และการแสดง
เปลย่ี นสถานะของ พมิ เสนรวมทง้ั ยอมรับ
พิมเสนรวมท้งั ความคิดเหน็ ของผูอื่น เกี่ยวกบั การเปลี่ยนสถานะ ความคิดเห็นเก่ียวกบั การ
ยอมรบั ความ ตงั้ แตเ ร่มิ ตนจนสาํ เร็จ
คิดเห็นของผูอื่น ของพิมเสนรวมท้ังยอมรบั เปลี่ยนสถานะของ

การใชอ ินเทอรเนต็ สามารถใชอ ินเทอรเ นต็ ความคดิ เห็นของผูอ่นื บาง พิมเสนรวมท้ังยอมรบั
เพอ่ื สืบคน ชอ่ื การ สืบคน ชอ่ื การเปล่ียน
เปลย่ี นสถานะของ สถานะของสสารจาก ชวงเวลาที่ทํากจิ กรรม ความคิดเหน็ ของผูอน่ื ได
สสารจากของแข็ง ของแข็งเปน แกส และ
เปน แกสและจาก จากแกสเปนของแขง็ โดย บาง
แกสเปนของแข็ง ไมผ า นการเปน ของเหลว
โดยไมผ านการเปน กอน ไดด วยตนเอง สามารถใชอ ินเทอรเ นต็ สืบคน สามารถใชอ ินเทอรเ นต็
ของเหลวกอน ช่อื การเปล่ยี นสถานะของ สืบคนชอ่ื การเปลยี่ น
สสารจากของแขง็ เปน แกส สถานะของสสารจาก
และจากแกส เปนของแข็งโดย ของแข็งเปนแกสและ
ไมผานการเปน ของเหลวกอน จากแกสเปน ของแข็งโดย
จากการชีแ้ นะของครหู รือ ไมผานการเปน ของเหลว
ผูอื่น กอ นไดไ มครบถว น แมวา

จะไดร ับคําช้ีแนะจากครู
หรือผูอ ่ืน

สถาบนั สงเสรมิ การสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี 245

คมู ือครรู ายวิชาพนื้ ฐานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยที่ 3 การเปล่ียนแปลงของสาร

เรือ่ งที่ 2 การละลาย

ในเรื่องน้นี ักเรยี นจะไดเรียนรูเกีย่ วกบั การละลายของสารในนํ้า

เวลา 2 ช่ัวโมง
จดุ ประสงคการเรยี นรู

สงั เกตและอธิบายการละลายของสารในน้ํา

วัสดุ อปุ กรณส ําหรบั ทํากจิ กรรม

แกว พลาสติก พิมเสน แปงมนั นา้ํ นํา้ ตาลทราย นาํ้ มันพืช เอ
ทานอล ชอนตักสารเบอร 2 แทง แกว คน

ส่อื การเรยี นรแู ละแหลงเรียนรู

1. หนงั สือเรียน ป.5 หนา 95-99
2. แบบบันทกึ กิจกรรม ป.5 เลม หนา 100-105

246 สถาบนั สง เสริมการสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี

คูม ือครรู ายวิชาพืน้ ฐานวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนวยที่ 3 การเปล่ยี นแปลงของสาร

แนวการจัดการเรียนรู (60 นาที)

ขนั้ ตรวจสอบความรู (10 นาท)ี

1. ครูทบทวนความรูเก่ียวกับการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพและใหนักเรียน ในการตรวจสอบความรู
ยกตัวอยา ง ค รู เ พี ย ง รั บ ฟ ง เ ห ตุ ผ ล ข อ ง
นักเรียนและยังไมเฉลยคําตอบ
2. ครูใหนักเรียนสังเกตเกลือแกง น้ํา และสารผสมระหวางเกลือแกงกับน้ํา ใด ๆ แตชักชวนใหนักเรียนไป
อภปิ รายโดยใชค ําถามตอ ไปน้ี หาคําตอบดวยตนเองจากการ
2.1 เม่ือนาํ เกลอื แกงผสมกับน้าํ เกิดการเปลีย่ นแปลงหรอื ไม รูไดอยางไร อานเน้อื เรอื่ ง
(นักเรียนตอบตามความเขา ใจ เชน เกดิ การเปลย่ี นแปลง เกลือแกง
จะหายไปอยใู นน้าํ )
2.2 การเปลีย่ นแปลงทีเ่ กิดข้ึนเปนการเปล่ยี นสถานะหรือไม เพราะเหตุ
ใด (นกั เรยี นตอบตามความเขาใจ เชน เกลอื แกงเปลี่ยนสถานะจาก
ของแข็งเปน ของเหลว เพราะไมพ บเกลือแกงท่เี ปนของแข็ง สวนนํา้
ไมเ ปลีย่ นสถานะเพราะนํา้ ยังเปน ของเหลวเหมือนเดมิ )
2.3 รูหรอื ไมวา การเปล่ียนแปลงทีเ่ กดิ ข้ึนเรียกวา อะไร (นักเรียนตอบ
ตามความเขาใจ ครูบันทึกคําตอบของนักเรียนแตยังไมเฉลย
คาํ ตอบ)

ครูแจงนักเรียนวาการเปลี่ยนแปลงท่ีเกิดข้ึนเมื่อนําเกลือแกงผสมกับน้ําเปน
การเปลี่ยนแปลงแบบใด นักเรียนจะหาคําตอบไดจากการเรียนในเร่ืองท่ี 2
ตอ ไป

ขั้นฝกทกั ษะจากการอา น (40 นาท)ี

3. ครูใหน ักเรยี นอาน ช่ือเรอ่ื ง และ คดิ กอนอาน ในหนังสือเรียนหนา 95 แลว
รวมกันอภิปรายในกลุมเพ่ือหาแนวคําตอบตามความเขาใจของกลุม ครูสุม

นักเรียนบางกลุมนําเสนอคําตอบ ครูบันทึกคําตอบของนักเรียนบนกระดาน
เพื่อใชเปรยี บเทยี บคาํ ตอบหลงั การอา นเร่ือง
4. นักเรียนอานคําใน คําสําคัญ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ (หากนักเรียน
อานไมได ครูควรสอนอานใหถูกตอง) จากน้ันครูชักชวนใหนักเรียนอธิบาย
ความหมายของคําภายหลงั จากการอา นเนื้อเรือ่ ง

5. นักเรียนอานเน้ือเร่ืองในหนังสือเรียนหนา 95 โดยครูฝกการอานดวยวิธีที่

เหมาะสมกับความสามารถของนักเรียน ครูใชคําถามเพ่ือตรวจสอบความ
เขาใจจากการอา น โดยใชคําถามดังน้ี

สถาบันสง เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี 247

คมู อื ครูรายวิชาพน้ื ฐานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยท่ี 3 การเปล่ียนแปลงของสาร

5.1 เพราะเหตุใดนํ้าทะเลจึงมรี สเคม็ (น้ําฝนจะละลายเกลือแกงและไหลลง การเตรยี มตวั ลวงหนา สําหรับครู
สทู ะเลเมอื่ เวลาผานไปปริมาณเกลือแกงในนํ้าทะเลมีมากขนึ้ เรื่อยๆ จงึ เพอ่ื จดั การเรยี นรูในครง้ั ถัดไป
ทําใหน าํ้ ทะเลมรี สเค็ม)
ครูใหความรูเพิ่มเติมวา เกลือแกงที่อยูในนํ้าทะเลเกิดจากการสะสม ในครั้งถัดไป นักเรียนจะไดทํา
ปริมาณเกลือแกงในน้ําทะเลอยางชา ๆ อยางตอเนื่องเปนระยะ กิจกรรมที่ 2 การละลายเปนอยางไร ครู
เวลานานมาก ในอดีตสารที่เปนองคประกอบของเกลือแกงพบใน ควรเตรียมสารตาง ๆ ใหเพียงพอกับ
พ้ืนดินและหิน เมื่อน้ําฝนตกลงบริเวณพ้ืนดินหรือหินบริเวณที่มีสาร จํานวนกลุมของนักเรียน เพ่ือใหนักเรียน
เหลาน้ี สารเหลานี้จะละลายมากับนา้ํ ฝน และไหลมาตามแมนํ้าลําธาร สามารถสังเกตผลการทํากจิ กรรมได
และไหลลงสูทะเล ผานไปหลายลานป ปริมาณเกลือแกงในทะเลจะมี
มากขึน้ ๆ จนทําใหน ํ้าทะเลมีรสเคม็

5.2 น้ําแข็งเปล่ียนเปนน้ําเปนการละลายหรือไม เพราะเหตุใด (น้ําแข็ง
เปล่ียนเปนน้ําไมใชการละลาย แตเปนการหลอมเหลวซ่ึงเปนการ
เปลีย่ นสถานะของสสารจากของแข็งเปนของเหลว)

ขน้ั สรุปจากการอาน (10 นาที)

6. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปเรื่องที่อานซึ่งควรสรุปไดวานํ้าทะเลมีรสเค็ม
เน่ืองจากเกลือแกงละลายมากับนํ้าและปริมาณเกลือแกงท่ีสะสมในทะเล
เพิ่มมากข้ึนเรือ่ ย ๆ จึงทาํ ใหนํ้าทะเลมรี สเคม็ สวนนํ้าแขง็ เปลีย่ นเปน นํา้ ไมใช
การละลายแตเ ปนการหลอมเหลว

7. นกั เรียนตอบคาํ ถามใน รหู รือยงั ในแบบบันทึกกจิ กรรม หนา 100
8. ครูและนักเรียนรวมกันอภิปรายเพื่อเปรียบเทียบคําตอบของนักเรียนใน

รหู รือยังกับคาํ ตอบท่เี คยตอบในคิดกอนอา น
9. ครชู ักชวนนกั เรยี นลองตอบคาํ ถามทา ยเร่ืองท่ีอาน ดงั นี้

การละลายแตกตางจากการหลอมเหลวอยางไร
ครบู นั ทึกคาํ ตอบของนักเรยี นบนกระดาน โดยยงั ไมเฉลยคาํ ตอบแตชักชวนให
นักเรียนหาคําตอบจากการทํากจิ กรรม

248 สถาบนั สง เสรมิ การสอนวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

คมู อื ครรู ายวิชาพ้นื ฐานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนวยที่ 3 การเปล่ยี นแปลงของสาร

แนวคําตอบในแบบบนั ทึกกิจกรรม

นํ้าฝนจะละลายเกลือแกงและไหลลงสูทะเล เมอ่ื เวลาผา นไปปรมิ าณเกลอื
แกงในนา้ํ ทะเลมีมากข้นึ เรื่อย ๆ จงึ ทําใหน ้าํ ทะเลมรี สเค็ม
นํา้ แขง็ เปล่ยี นเปนน้าํ ไมเปน การละลาย แตเ ปนการเปลี่ยนสถานะจากของแข็ง
(น้ําแข็ง) เปน ของเหลว (นํา้ ) เรยี กวาการหลอมเหลว

สถาบนั สงเสรมิ การสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี 249

คมู ือครูรายวิชาพน้ื ฐานวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนวยที่ 3 การเปล่ียนแปลงของสาร

กจิ กรรมท่ี 2 การละลายเปน อยางไร

กิจกรรมน้ีนักเรียนจะไดสังเกตและอธิบายการละลาย

ของสารในน้าํ

เวลา 1 ช่ัวโมง

จุดประสงคก ารเรยี นรู

สงั เกตและอธบิ ายการละลายของสารในน้ํา

วัสดุ อปุ กรณส ําหรบั ทํากจิ กรรม

ส่งิ ทคี่ รตู องเตรียม/กลุม

1. แปง มนั 2 ชอนเบอร 2

2. น้ําตาลทราย 2 ชอนเบอร 2

3. เอทานอล 10 cm3

4. นํา้ มันพชื 10 cm3

5. พมิ เสน 2 ชอนเบอร 2

6. ชอ นตักสารเบอร 2 5 คนั

7. แกวพลาสติก 5 ใบ

8. น้าํ 200 cm3

9. แทง แกว คน 1 อัน ส่ือการเรยี นรแู ละแหลงเรียนรู

ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร 1. หนังสือเรียน ป.5 เลม 1 หนา 96-103

S1 การสงั เกต 2. แบบบนั ทกึ กิจกรรม ป.5 เลม 1 หนา 101-110

S5 การหาความสัมพันธระหวางสเปซกับสเปซ 3. ตัวอยางวดี ทิ ัศนปฏิบตั ิการวิทยาศาสตรสําหรบั ครู

S8 การลงความเหน็ จากขอมูล เรื่อง การละลายเปนอยา งไร

S13 การตคี วามหมายขอมลู และลงขอ สรปุ

ทกั ษะแหงศตวรรษที่ 21 http://ipst.me/8929

C4 การสือ่ สาร

C5 ความรวมมอื

C6 การใชเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่อื สาร

250 สถาบนั สงเสรมิ การสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี

คมู อื ครูรายวิชาพ้ืนฐานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยที่ 3 การเปลีย่ นแปลงของสาร

แนวการจัดการเรียนรู หากนักเรียนไมสามารถ
ตอบคําถามหรืออภิปรายไดตาม
1. ครตู รวจสอบความรเู ดมิ ของนักเรียน โดยอาจใชคาํ ถามดังนี้ แนวคําตอบ ครูควรใหเวลา
1.1 กิจกรรมนจ้ี ะเรยี นเก่ยี วกบั เรอ่ื งอะไร (การละลาย) นั ก เ รี ย น คิ ด อ ย า ง เ ห ม า ะ ส ม
1.2 นักเรียนคิดวาเมื่อนํานํ้าตาลทรายผสมนํ้าจะเกิดการละลาย รอคอยอยางอดทน และรับฟง
หรือไม (นักเรียนตอบตามความเขาใจของตนเอง เชน ละลาย
หรอื ไมละลาย) ี
1.3 นักเรียนคิดวาการละลายเปนอยางไร (นักเรียนตอบตามความ
เขา ใจของตัวเอง)
ครูชักชวนนกั เรยี นหาคําตอบจากการทํากจิ กรรม

2. นักเรียนอานชื่อกิจกรรมและทําเปนคิดเปน ในหนังสือเรียนหนา
96 และรวมกันอภิปรายเพ่ือตรวจสอบความเขาใจเกี่ยวกับ
จดุ ประสงคในการทาํ กจิ กรรม โดยครใู ชค ําถามตอ ไปน้ี
2.1 กจิ กรรมนีน้ กั เรียนจะไดเรยี นเกี่ยวกบั เรอื่ งอะไร (การละลาย)
2.2 นักเรียนจะไดเ รยี นรูผ านวธิ กี ารใด (การสังเกต)
2.3 เมื่อเรียนแลวนักเรียนจะทําอะไรได (อธิบายการละลายของ
สารในนา้ํ )

3. นักเรียนบันทึกจุดประสงคของกิจกรรมลงในแบบบันทึกกิจกรรม
หนา 101

4. นักเรียนอา นสิ่งทตี่ องใช ในการทาํ กิจกรรม
5. นักเรียนอานทําอยางไรขอท่ี 1 และ ขอที่ 2 ครูตรวจสอบความ

เขาใจวิธีการทํากิจกรรม โดยใหนักเรียนสังเกตลักษณะของสารใน
แกวแตละใบ ไดแก แปงมัน พิมเสน นํ้าตาลทราย น้ํามันพืช และ
เอทานอลและบันทึกลักษณะของสาร จากนั้นใหนักเรียนอภิปราย
คาํ ตอบพรอ มใหเ หตผุ ลโดยใชค าํ ถามดังนี้
5.1 นักเรียนคิดวาจะเกิดอะไรข้ึนบา งเมื่อเติมน้าํ ลงไปในแกวแตล ะ

ใบ (นกั เรยี นตอบตามความเขา ใจของตวั เอง)
นักเรียนบันทึกการอภิปรายลงในตารางในแบบบันทึกกิจกรรม
หนา 102
6. นักเรียนอานทําอยางไรขอที่ 3 ครูตรวจสอบความเขาใจของ
นกั เรียนวานกั เรียนจะทาํ กิจกรรมตรวจสอบการอภปิ รายไดอยางไร
(นักเรียนนําสารแตละชนิดในปริมาณเทา ๆ กัน บรรจุสารลงใน

สถาบันสง เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี 251

คมู ือครูรายวิชาพืน้ ฐานวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนวยท่ี 3 การเปลีย่ นแปลงของสาร

แกว พลาสตกิ แตล ะใบจากนนั้ รินนํ้าปรมิ าณเทา กันลงในแกว ท่ีมีสาร ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรและทักษะ
แตละชนิด คนสารในแกวดวยจํานวนครั้งท่ีเทากัน เมื่อหยุดคน ให แหงศตวรรษที่ 21 ที่นักเรียนจะไดฝกจากการ
วางไวสักครู สังเกตลักษณะของสารท่ีได บันทึกผลในแบบบันทึก ทํากิจกรรม
กจิ กรรมหนา 102)
7. นักเรียนอานทําอยางไรขอที่ 4 จากน้ันครูตรวจสอบความเขาใจ S1 การสงั เกตลกั ษณะของสารกอนและ
ขัน้ ตอนการทาํ กิจกรรมทีละขนั้ จนแนใจวา นักเรียนสามารถทาํ ได หลังผสมน้ําและการเปลี่ยนแปลงท่ี
8. เมื่อนักเรียนเขาใจวิธีการทํากิจกรรมในทําอยางไรแลวครูแจกวัสดุ เกิดขึน้ เมื่อผสมสารกับน้ํา
อุปกรณ และใหนักเรียนเริ่มปฏิบัติกิจกรรมตามข้ันตอน ครูสุม
นักเรียนนําเสนอผลการทํากิจกรรมโดยใหนักเรียนเติมผลท่ีไดจาก S5 การหาความสมั พันธระหวางสเปซกับ
การทํากจิ กรรมลงในตารางทีค่ รูเขียนไวบนกระดาน จากนัน้ ครูและ สเปซจากลักษณะการครอบครองพ้ืนท่ีของ
นักเรียนรวมกันอภิปรายเพ่ือตรวจสอบผลการทํากิจกรรมและ สารหลงั ผสมนํ้า
เพ่มิ เติมในประเดน็ ที่ยงั ไมสมบูรณใหค รบถว นถูกตอง
9. หลงั จากทํากจิ กรรมแลว ใหนักเรียนเกบ็ อปุ กรณใ หเรียบรอย ครนู าํ S8 การลงความเห็นจากขอมูลจากการ
อภปิ รายผลการทํากจิ กรรม โดยใชค าํ ถามดงั น้ี สังเกตลกั ษณะของสารหลังผสมน้าํ และ
9.1 เมื่อผสมสารแตล ะชนดิ กบั น้ํา มกี ารเปล่ยี นแปลงอยางไรบา ง ลงความเห็นวา เกิดการละลายหรอื ไม
ละลาย
((1) แปงมันกระจายตัว อยใู นนํ้า บางสว นจมนา้ํ
(2) พมิ เสนลอยอยูบนผวิ นาํ้ C4 การสอ่ื สารจากการพดู เขียนบรรยาย
(3) น้ําตาลทรายมีขนาดเล็กลงและรวมเปนเน้ือเดียวกับน้ํา ได การเปล่ียนแปลงเมื่อผสมสารกับนํ้า

ของเหลวใสไมมสี ี C5 ความรวมมือจากการทํางานรว มกันใน
(4) นาํ้ มันพืชแยกช้ันกับน้ําและลอยอยบู นผวิ นาํ้ กลมุ
(5) เอทานอลรวมเปน เนอื้ เดยี วกบั นํา้ ไดข องเหลวใสไมม สี )ี
9.2 น้ําตาลทรายหายไปจากน้ําหรือไม อยางไร (นํ้าตาลทรายไมได C6 การใชเ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการ
หายไปไหน แตแตกตัวออกมีขนาดเล็กลงมาก ๆ หรือเปน ส่อื สารจากการใชอ ินเทอรเนต็ สืบคน
อนภุ าคเล็ก ๆ จนมองไมเ หน็ และรวมเปน เนือ้ เดียวกบั นาํ้ ) ขอ มูลเกี่ยวกับการละลาย
9.3 การท่ีนํ้าตาลทรายรวมเปนเนื้อเดียวกับนํ้า เรียกวาอะไร
(นํา้ ตาลทรายละลายในน้ํา)
9.4 การท่ีแปงมันและพิมเสนไมรวมเปนเน้ือเดียวกับน้ํา เรียกวา
อะไร (แปงมนั และพิมเสนไมล ะลายนํ้า)

252 สถาบนั สง เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

คมู ือครูรายวิชาพืน้ ฐานวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนวยที่ 3 การเปลี่ยนแปลงของสาร

9.5 อธบิ ายการเปล่ียนแปลงของเอทานอลและนํ้ามันพชื เม่ือเติมน้ํา ในการตรวจสอบความรู ครู
ลงไปไดอยางไร (เอทานอลละลายนํ้า สวนน้ํามันพืชไมละลาย เพียงรับฟงเหตุผลของนักเรียน
นา้ํ ) เปนสําคัญ และยังไมเฉลย
คําตอบใด ๆ ใหกับนักเรียน แต
9.6 สารชนิดใดท่ีละลายเปนเน้ือเดียวกับนํ้าและสารชนิดใดไม ชักชวนนักเรียน ไปหาคําตอบที่
ละลายน้ํา (สารที่ละลายเปนเนื้อเดียวกับน้ํา ไดแก น้ําตาล ถูกตองจากกิจกรรมตาง ๆ ใน
ทรายและเอทานอล สวนสารท่ีไมละลายนํ้า ไดแก แปงมัน บทเรยี นน้ี
พิมเสน และนาํ้ มนั พืช)

9.7 จากกจิ กรรมน้ี นักเรยี นจะสรปุ ไดอยา งไร (สารบางชนิดละลาย
นาํ้ ได สว นสารบางชนดิ ไมล ะลายน้าํ )

10. ครูใหความรูเพ่ิมเติมวาการที่สารเปล่ียนแปลงโดยรวมเปนเนื้อ
เดยี วกับน้ําจนเราไมสามารถมองเหน็ สารนนั้ ได เรยี กวา การละลาย
นํ้าตาลทรายและเอทานอลละลายในน้ําไดโดยน้ําตาลทรายและ
เอทานอลแตกออกเปน อนภุ าคเล็ก ๆ แลว อนภุ าคเหลานั้นกระจาย
ตัวแทรกอยูในน้ําอยางสมํ่าเสมอทําใหมองเห็นเหมือนกันทุกสวน
สารผสมนี้จึงมีลักษณะเปนสารเนื้อเดียว และเม่ือวางไวจะไม
ตกตะกอน สารผสมทมี่ ีลักษณะเชน น้ี เรียกวา สารละลาย เมื่อสาร
เกิดการละลายยังคงแสดงสมบัติของสารเดิมอยู ดังนั้นการละลาย
จึงเปน การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ
สวนแปงมัน พิมเสนและนํ้ามันพืช ไมละลายน้ํา สังเกตได
จากการมองเหน็ สารเหลา นนั้ แยกสว นจากน้าํ ไมผสมกลมกลืนเปน
เน้ือเดียวกันกบั นาํ้ สารผสมทีม่ ลี กั ษณะเชน นี้ เรยี กวา สารเนื้อผสม
สารผสมท่ีไมรวมเปนเนื้อเดียวกันโดยยังเห็นของแข็งกระจายอยูใน
นํ้าและเม่ือวางไวของแข็งจะตกตะกอน เชน แปงมันในน้ํา จัดเปน
สารแขวนลอย ครูใหความรูเพ่ิมเติมวาสารแขวนลอยบางชนิด
ประกอบดวยของแข็งกระจายอยูในแกส เชน เขมา ในอากาศ

11. ครแู ละนักเรยี นรวมกนั อภปิ รายและลงขอสรุปวาสารบางชนิดซ่ึง
อาจเปนของแข็ง ของเหลว สามารถรวมเปนเน้ือเดียวกับน้ํา
การเปล่ียนแปลงน้ีเรียกวาการละลาย สารท่ีไดเรียกวา
สารละลาย สวนบางชนิดไมรวมเปนเน้ือเดียวกับน้ํา หรือไม
ละลายนํ้า สารที่ไดเรียกวา สารเนื้อผสม (S13)

สถาบนั สง เสรมิ การสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี 253

คูมอื ครรู ายวิชาพ้ืนฐานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนวยท่ี 3 การเปล่ยี นแปลงของสาร
12. นักเรียนรวมกันอภิปรายคําตอบใน ฉันรูอะไร โดยครูอาจใช

คําถามเพิ่มเตมิ ในการอภปิ รายเพอื่ ใหไดแนวคาํ ตอบท่ถี ูกตอง
13. นักเรียนสรุปส่ิงท่ีไดเรียนรูในกิจกรรมนี้ จากน้ันครูใหนักเรียน

อาน สิ่งท่ไี ดเรยี นรู และเปรยี บเทียบกบั ขอสรุปของตนเอง
14. ครูกระตุนใหนักเรียนฝกตั้งคําถามเกี่ยวกับเรื่องท่ีสงสัยหรือ

อยากรูเพ่ิมเติมใน อยากรูอีกวา จากนั้นครูอาจสุมนักเรียน 2 -3 คน
นําเสนอคําถามของตนเองหนาชั้นเรียน และใหนักเรียนรวมกัน
อภิปรายเก่ยี วกบั คําถามที่นาํ เสนอ
15. ครูนําอภิปรายเพื่อใหนักเรียนทบทวนวาไดฝกทักษะ
กระบวนการทางวิทยาศาสตรและทักษะแหงศตวรรษที่ 21
อะไรบางและในขั้นตอนใด แลวบนั ทกึ ลงในแบบบันทกึ กจิ กรรม
หนา 105
16. นักเรียนรวมกันอาน รูอะไรในเรื่องนี้ ในหนังสือเรียนหนา 99
ครูนําอภิปรายเพื่อนําไปสูขอสรุปเก่ียวกับส่ิงที่ไดเรียนรูในเรื่อง
น้ี จากนั้นครูกระตุนใหนักเรียนตอบคําถามในชวงทายของเน้ือ
เรื่อง ซ่ึงเปนคําถามเพ่ือเช่ือมโยงไปสูการเรียนเน้ือหาในบท
ถดั ไป ดงั น้ี นอกจากการเปล่ยี นสถานะและการละลายแลว สาร
เกิดการเปลี่ยนแปลงแบบอื่นอีกหรือไม นักเรียนสามารถตอบ
ตามความเขาใจของตนเอง ซ่ึงจะหาคําตอบไดจากการเรียนใน
บทตอไป

254 สถาบันสง เสรมิ การสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี

คมู อื ครูรายวิชาพ้ืนฐานวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยท่ี 3 การเปล่ียนแปลงของสาร
แนวคําตอบในแบบบนั ทึกกิจกรรม

สงั เกตและอธิบายการละลายของสารในนา้ํ

ผงสีขาวละเอยี ด 255
เกลด็ สขี าว มีกลิ่นเฉพาะตวั
เกล็ดสีขาวใส
ของเหลวสเี หลืองใส
ของเหลวใสไมม ีสี

หมายเหตุ ลักษณะของสารอาจจะแตกตางไปจากแนวคาํ ตอบที่แสดงใน
ตารางนข้ี ึน้ อยกู ับสารทนี่ าํ มาใชในการทาํ กิจกรรมใหน กั เรียนบนั ทึกลักษณะ
ตามจรงิ ของสารนั้น เชน นา้ํ ตาลทรายอาจเปนเกลด็ สีขาวใส หรือเกล็ดสี
นํา้ ตาลใส

สถาบนั สงเสรมิ การสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี

คมู อื ครรู ายวิชาพน้ื ฐานวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยท่ี 3 การเปลย่ี นแปลงของสาร

คําตอบขนึ้ อยกู ับการ ของแข็งสีขาวบางสวนลอย
อภิปรายของนักเรียน อยูใ นของเหลวและ
มีผงสขี าวที่กน ภาชนะ
เกลด็ สีขาวลอยปะปนกบั
ของเหลว

ของเหลวใสไมมสี ี

ของเหลวแยกกนั 2 ชน้ั
น้ํามนั พืชสเี หลืองอยูชน้ั บน
ของเหลว ไมมสี ีอยูช้นั ลาง

ของเหลวใสไมมีสี

การเปลยี่ นแปลงท่เี กิดจากสารสองชนิดขึ้นไปผสมเปนเนอื้ เดียวกัน สารชนิดหนึง่ จะแตกเปน อนุภาค
เล็ก ๆ และกระจายตัวแทรกอยูระหวางสารอีกชนดิ หนึ่งโดยสารแตล ะชนดิ ยังคงเปนสารเดมิ

นํา้ ตาลทรายกับนํา้ และเอทานอลกบั น้ํา

มองเห็นเปนเน้อื เดียวกนั

256 สถาบันสง เสรมิ การสอนวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

คมู อื ครูรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนวยที่ 3 การเปลย่ี นแปลงของสาร

ขนึ้ อยูกับคาํ ตอบของนักเรยี น เชน ผลการสงั เกตเหมือนกับทีอ่ ภปิ ราย ดงั นี้
เมอ่ื ผสมน้ํากับแปงมัน นํา้ ตาลทราย พิมเสน เอทานอลและนํา้ มนั พชื แปงมนั
พมิ เสนและนาํ้ มนั พชื ไมร วมเปน เนอ้ื เดียวกบั น้ํา สวนนํ้าตาลทรายและเอทานอล
รวมเปน เนือ้ เดียวกบั น้าํ

นาํ้ ตาลทรายและเอทานอลรวมเปน เนอ้ื เดียวกบั น้ํา สงั เกตไดจากสารผสมทีไ่ ด
เปนของเหลวใสทั้งหมด

แปง มนั พิมเสนและน้าํ มันพืชไมรวมเปนเน้อื เดียวกับน้ํา สังเกตไดจากสารผสมที่
ไดอ าจลอยหรอื จมในของเหลว มีสารแยกตัวออกจากนา้ํ จึงจัดเปน สารเนอื้ ผสม

นํ้ามีการละลายเกิดขึน้ ระหวางนํา้ ตาลทรายกบั นาํ้ และเอทานอลกบั นํา้ เพราะ
สารผสมทไี่ ดม องเห็นเปนเนอื้ เดียวกัน

สถาบนั สงเสรมิ การสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี 257

คูมือครูรายวิชาพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยที่ 3 การเปลย่ี นแปลงของสาร

เมือ่ เติมนา้ํ ลงในแปงมัน นา้ํ ตาลทราย พิมเสน เอทานอล นํา้ มนั พชื แลวคน
พบวา น้าํ ตาลทรายและเอทานอลรวมเปนเนือ้ เดียวกบั นํ้า เรยี กวา การละลาย
และสารผสมที่ไดจ ัดเปนสารละลาย สวนแปงมัน พิมเสน และน้าํ มันพืชไมรวมเปน
เนื้อเดยี วกบั น้ําไมเ กดิ การละลาย สารผสมทไ่ี ดจดั เปนสารเนื้อผสม
สารบางชนดิ รวมเปน เนื้อเดยี วกบั น้ําจนไมส ามารถมองเห็นสารนนั้ แตไ มเกดิ
สารใหม เรยี กวา การละลาย และสารผสมท่ไี ดเ รียกวา สารละลาย
สวนสารบางชนิดไมรวมตัวเปนเนือ้ เดียวกบั นา้ํ ยังมองเห็นสารนั้นแยกตัวจากนํ้า
สารผสมท่ีไดเปน สารเนือ้ ผสม

258 สถาบันสง เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

คมู อื ครูรายวิชาพื้นฐานวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยที่ 3 การเปลยี่ นแปลงของสาร

คําถามของนักเรยี นทต่ี ้ังตามความอยากรูของตนเอง

 
 




สถาบนั สงเสรมิ การสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี 259


Click to View FlipBook Version