คมู ือครรู ายวิชาพนื้ ฐานวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนวยท่ี 3 การเปลี่ยนแปลงของสาร
แนวการประเมินการเรียนรู
การประเมนิ การเรยี นรูของนกั เรียนทาํ ได ดงั นี้
1. ประเมนิ ความรูเดิมจากการอภิปรายในช้นั เรียน
2. ประเมินการเรยี นรูจ ากคาํ ตอบของนกั เรยี นระหวา งการจัดการเรยี นรูแ ละจากแบบบนั ทึกกจิ กรรม
3. ประเมินทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรแ ละทักษะแหงศตวรรษท่ี 21 จากการทาํ กิจกรรมของนักเรียน
การประเมนิ จากการทาํ กจิ กรรมที่ 2 การละลายเปนอยา งไร
ระดับคะแนน
3 คะแนน หมายถึง ดี 2 คะแนน หมายถึง พอใช 1 คะแนน หมายถงึ ควรปรับปรุง
รหสั ส่งิ ท่ีประเมนิ ระดบั คะแนน
ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร
S1 การสังเกต
S5 การหาความสัมพันธระหวางสเปซ
กบั สเปซ
S8 การลงความเห็นจากขอมลู
S13 การตีความหมายขอมูลและลงขอสรปุ
ทกั ษะแหงศตวรรษท่ี 21
C4 การส่อื สาร
C5 ความรวมมอื
C6 การใชเ ทคโนโลยีสารสนเทศและการ
ส่อื สาร
รวมคะแนน
260 สถาบันสง เสริมการสอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี
คมู อื ครรู ายวิชาพ้นื ฐานวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนวยท่ี 3 การเปล่ียนแปลงของสาร
ตาราง แสดงการวเิ คราะหทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรต ามระดับความสามารถของนักเรยี น
โดยอาจใชเ กณฑการประเมนิ ดงั น้ี
ทักษกระบวนการ รายการประเมิน ระดับความสามารถ
ทางวิทยาศาสตร
ดี (3) พอใช (2) ควรปรับปรงุ (1)
S1 การสงั เกต การบรรยายราย สามารถใชประสาทสมั ผสั สามารถใชป ระสาทสัมผสั สามารถใชป ระสาท
ละเอียดเก่ยี วกับการ เกบ็ รายละเอียดของสิง่ ท่ี เก็บรายละเอยี ดของสิ่งท่ี สัมผัสเก็บรายละเอียด
เปลย่ี นแปลงที่เกิด เกิดขึ้นขน้ึ กบั สารตาง ๆ เกิดข้นึ ข้นึ กบั สารตา ง ๆ ของสงิ่ ท่ีเกิดขน้ึ ข้ึนกบั
ขน้ึ กบั สารตา ง ๆ เม่ือเติมนํ้า สิง่ ที่ควรสังเกต เมอ่ื เติมน้าํ สงิ่ ท่คี วรสงั เกต สารตาง ๆ เมือ่ เติมนํ้า
เมอ่ื เติมน้าํ ส่งิ ท่คี วร ไดค ือลักษณะของสารชนิด ไดค ือลกั ษณะของสารชนิด สิง่ ท่คี วรสังเกตไดค ือ
สงั เกตไดคือลักษณะ ตาง ๆ ทง้ั กอนและหลงั ตา ง ๆ ทง้ั กอนและหลงั ลกั ษณะของสารชนิด
ของสารชนดิ ตางๆ เติมนาํ้ เชน สี ขนาด เติมนํา้ เชน สี ขนาด ตา ง ๆ ทงั้ กอนและ
ทง้ั กอนและหลงั เติม บรเิ วณหรือตาํ แหนง ทสี่ าร บรเิ วณหรือตําแหนงทสี่ าร หลังเติมนา้ํ เชน สี
นํ้า เชน สี ขนาด ปรากฏในภาชนะและ ปรากฏในภาชนะและ ขนาด บริเวณหรือ
บรเิ วณหรอื ตําแหนง ลกั ษณะเน้อื สารได ลกั ษณะเนือ้ สารได ตําแหนงท่ีสารปรากฏ
ทส่ี ารปรากฏใน ครบถวนดว ยตวั เอง โดยไม ครบถว น โดยอาศยั การ ในภาชนะและ
ภาชนะและลกั ษณะ เพ่ิมความคิดเหน็ ชแ้ี นะของครหู รือผูอนื่ ลักษณะเนื้อสารไดไ ม
เน้อื สาร ครบถว น แมวาจะ
ไดร ับการชี้แนะจาก
ครูหรือผอู ื่น
S5 การหา การบรรยายลักษณะ สามารถบรรยายการครอบ สามารถบรรยายการครอบ สามารถบรรยายการ
ความสัมพันธ การครอบครองพนื้ ท่ี ครองพ้ืนท่ขี องสารตาง ๆ ครองพนื้ ท่ีของสารตาง ๆ ครอบครองพนื้ ท่ีของ
ระหวา งสเปซ ของสารตา ง ๆ เม่ือ หลังเตมิ นํ้าไดแก เม่ือเติม หลงั เตมิ น้าํ ไดแก เม่ือเติม สารตาง ๆ หลังเติม
กับสเปซ เติมนา้ํ ไดแ ก เม่ือ นํ้าและคนสารพบวา น้าํ และคนสารพบวา น้าํ ไดแ ก เมอ่ื เติมนํา้
เตมิ นาํ้ และคนสาร - แปง มันจะลอยอยูในนาํ้ - แปง มนั จะลอยอยูในนาํ้ และคนสารพบวา
พบวา - พิมเสนบางสว นลอยอยู - พิมเสนบางสวนลอยอยู - แปง มันจะลอยอยูใน
- แปงมันจะลอยอยู ผวิ น้ําบางสวนจมทกี่ น ผวิ นา้ํ บางสวนจมทกี่ น น้าํ
ในนา้ํ ภาชนะ ภาชนะ - พมิ เสนบางสว นลอย
- พมิ เสนบางสวน - นาํ้ ตาลทรายคอย ๆ มี - นํา้ ตาลทรายคอย ๆ มี อยูผ วิ นา้ํ บางสวนจม
ลอยอยผู วิ นา้ํ ปรมิ าณลดลงและ ปรมิ าณลดลงและ ท่กี นภาชนะ
บางสว นจมท่กี น หายไปในน้าํ หายไปในนํ้า - นาํ้ ตาลทรายคอย ๆ
ภาชนะ - นํา้ มนั พชื จะรวมกนั อยู - นาํ้ มนั พชื จะรวมกันอยู มีปริมาณลดลงและ
เปน ชั้นเหนอื ผวิ นํ้า เปนชั้นเหนือผวิ น้ํา หายไปในน้าํ
สถาบนั สง เสรมิ การสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี 261
คูมือครูรายวิชาพ้นื ฐานวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนวยท่ี 3 การเปลยี่ นแปลงของสาร
ทักษกระบวนการ รายการประเมนิ ระดบั ความสามารถ
ทางวิทยาศาสตร
ดี (3) พอใช (2) ควรปรับปรงุ (1)
- นา้ํ ตาลทรายคอย ๆ - เอทานอลหายไปในนาํ้ - เอทานอลหายไปในน้ํา - นํ้ามันพชื จะรวมกนั
มปี รมิ าณลดลง ไดอยา งถูกตองครบถว น ไดอ ยา งถูกตองครบถวน อยเู ปน ช้ันเหนือผิว
และหายไปในน้ํา ไดดว ยตนเอง โดยอาศยั การชแี้ นะของ นา้ํ
- นํา้ มันพชื จะ ครหู รือผอู ่ืน - เอทานอลหายไปใน
รวมกันอยเู ปน ชั้น น้ําไดไ มครบถว น
เหนอื ผิวนาํ้ แมวาจะไดรบั การ
- เอทานอลหายไป ชีแ้ นะจากครูหรือ
ในนํา้ ผอู ่นื
S8 การลง การนาํ ขอมูลท่ี สามารถนําขอมูลที่ สามารถนําขอมลู ที่ สามารถนําขอมูลที่
ความเห็นจาก รวบรวมไดจากการ รวบรวมไดจากการสงั เกต รวบรวมไดจ ากการสังเกต รวบรวมไดจากการ
ขอ มูล สงั เกตการ การเปลี่ยนแปลงของสาร การเปลยี่ นแปลงของสาร สงั เกตการเปลี่ยนแปลง
เปลย่ี นแปลงของ ตา ง ๆ เม่ือผสมกับนา้ํ มา ตาง ๆ เมอื่ ผสมกบั นาํ้ มา ของสารตาง ๆ เมอ่ื
สารตาง ๆ เมอ่ื ผสม ลงความเหน็ ไดวาถาผสม ลงความเห็นไดวา ถาผสม ผสมกบั นาํ้ มาลง
กบั น้ํามาลงความ สารกบั นาํ้ แลวมองเห็นเปน สารกับนา้ํ แลว มองเหน็ เปน ความเหน็ ไดว าถาผสม
เห็นการละลายของ เนือ้ เดียวกันเกิดการ เนอ้ื เดียวกันเกดิ การ สารกับนาํ้ แลว
สารโดยลงความเหน็ ละลายสารทไี่ ดเรยี กวา ละลาย สารที่ไดเรยี กวา มองเหน็ เปน เนื้อเดียว
ไดว า ถา ผสมสารกับ สารละลาย ถาผสมสารกับ สารละลาย กนั เกดิ การละลาย
นาํ้ แลวมองเห็นเปน น้าํ แลวมองเหน็ ไมเ ปนเน้ือ ถาผสมสารกับนา้ํ แลว สารทีไ่ ดเรียกวา
เน้ือเดียวกนั เกดิ การ เดยี วกัน สารทไ่ี ดเ รียกวา มองเห็นไมเ ปน เน้ือ สารละลาย ถาผสม
ละลาย สารท่ไี ด สารเน้ือผสมไดถูกตอง เดยี วกัน สารท่ไี ดเรียกวา สารกบั นํา้ แลว
เรยี กวา สารละลาย ครบถวนไดดวยตนเอง สารเน้อื ผสม มองเหน็ ไมเ ปน เน้ือ
ถา ผสมสารกบั นาํ้ ไดถ ูกตอ งครบถว นโดย เดียวกนั สารท่ีได
มองเห็นไมเปน เนื้อ อาศยั การช้แี นะของครู เรยี กวา สารเนื้อผสม
เดยี วกัน สารท่ีได หรือผอู น่ื ไดถูกตอ งแตไ ม
เรียกวา สารเน้อื ผสม ครบถวน แมว าจะ
ไดร ับการชแ้ี นะจาก
ครหู รอื ผอู นื่
262 สถาบนั สง เสรมิ การสอนวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
คมู อื ครูรายวิชาพ้ืนฐานวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนวยท่ี 3 การเปล่ียนแปลงของสาร
ทักษกระบวนการ รายการประเมนิ ระดับความสามารถ
ทางวิทยาศาสตร
ดี (3) พอใช (2) ควรปรับปรุง (1)
S13 การตีความหมาย การตีความหมาย สามารถตคี วามหมาย สามารถตีความหมาย สามารถตคี วามหมาย
ขอ มลู และลงขอสรุป ขอ มลู จากการสงั เกต ขอ มลู จากการสังเกตการ ขอมูลจากการสังเกตการ ขอมูลจากการสงั เกต
การเปล่ียนแปลง เปล่ียนแปลงของสาร เปล่ียนแปลงของสาร การเปล่ยี นแปลงของ
ของสารตาง ๆ เมื่อ ตาง ๆ เมื่อผสมกบั นาํ้ และ ตาง ๆ เม่ือผสมกับน้าํ และ สารตา ง ๆ เม่ือผสม
ผสมกบั นํา้ และลง ลงขอ สรุปไดวา ลงขอ สรปุ ไดวา กับนํา้ และลงขอ สรปุ
ขอสรุปไดว า - สารบางชนิดรวมตวั เปน - สารบางชนิดรวมตัวเปน ไดว า
- สารบางชนิดรวม เนอื้ เดียวกบั นํ้าไดโดยไม เน้อื เดียวกับนาํ้ ไดโดยไม - สารบางชนดิ รวมตัว
ตัวเปนเน้อื เดยี ว เกิดเปนสารใหม เกดิ เปน สารใหม เรียกวา เปน เน้อื เดยี วกบั น้าํ
กับน้าํ ไดโ ดยไมเ กิด เรยี กวา เกดิ การละลาย เกดิ การละลาย สารทไ่ี ด ไดโดยไมเกิดเปน
เปนสารใหม สารที่ไดเ ปน สารละลาย เปน สารละลาย สารใหม เรียกวา
เรยี กวา เกิดการ - สารบางชนิดไมรวมตัว - สารบางชนิดไมรวมตัว เกดิ การละลาย สาร
ละลาย สารทไ่ี ด เปนเนอ้ื เดียวกบั น้ํา เปน เนอื้ เดยี วกับน้ํา ที่ไดเปน สารละลาย
เปน สารละลาย เรียกวา ไมเ กิดการ เรยี กวา ไมเกิดการละลาย - สารบางชนิดไม
- สารบางชนิดไม ละลาย และสารท่ีได และสารที่ไดเปน สารเนอื้ รวมตวั เปน เน้ือ
รวมตวั เปนเน้ือ เปนสารเนื้อผสมได ผสมไดถ กู ตอ ง ครบถวน เดียวกบั น้ํา เรยี กวา
เดียวกบั น้ํา ถกู ตอง ครบถวนดวย โดยอาศัยการช้แี นะของ ไมเ กิดการละลาย
เรยี กวา ไมเกิด ตนเอง ครูหรือผอู นื่ และสารที่ไดเ ปน สาร
การละลาย และ เน้อื ผสมไดถูกตอง
สารที่ไดเปน แตไ มครบถว นแมว า
สารเนอ้ื ผสม จะไดรบั การช้ีแนะ
จากครูหรอื ผูอืน่
สถาบันสงเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี 263
คมู ือครูรายวิชาพนื้ ฐานวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนวยท่ี 3 การเปลย่ี นแปลงของสาร
ตาราง แสดงการวิเคราะหทักษะแหงศตวรรษที่ 21 ตามระดับความสามารถของนกั เรียน
โดยอาจใชเกณฑการประเมิน ดงั น้ี
ทักษะแหง รายการประเมนิ ระดับความสามารถ
ศตวรรษท่ี 21
C4 การสอ่ื สาร การนาํ เสนอขอ มูล ดี (3) พอใช (2) ควรปรบั ปรงุ (1)
จากการสังเกตการ สามารถนําเสนอขอมลู
C5 ความ เปลยี่ นแปลงของ จากการสงั เกตการ สามารถนําเสนอขอ มลู จาก สามารถนําเสนอขอมลู
รวมมือ สารเมอื่ เติมนํ้าใน เปล่ยี นแปลงของสารเมอื่
รูปแบบภาพวาด ผสมนาํ้ ใหผูอ่ืนเขาใจได การสงั เกต การเปลย่ี นแปลง จากการสังเกตการ
C6 การใช หรอื บรรยาย ถูกตอง ชดั เจนไดด ว ย
เทคโนโลยี ตนเอง ของสารเมื่อผสมน้ํา ใหผูอ่ืน เปลย่ี นแปลงของสาร
สารสนเทศและ การทาํ งานรว มมอื
การส่ือสาร กบั ผอู ื่นในการ สามารถทํางานรวมกบั เขาใจไดถูกตอง ชัดเจนโดย เมอ่ื ผสมนา้ํ ใหผ ูอนื่
สังเกตการเปลี่ยน ผอู ืน่ รวมทั้งยอมรับฟง
แปลงของสารเม่ือ ความคิดเหน็ ของผูอ่นื อาศัยการชแี้ นะของครหู รือ เขาใจแตไมชดั เจน
เติมนาํ้ รวมทั้งการ อยางสรา งสรรคในการ
ยอมรบั ความ สังเกตการเปลี่ยนแปลง ผอู ื่น แมว าจะไดร บั การชี้แนะ
คิดเหน็ ของผอู ่ืน ของสารเม่ือเติมน้าํ
ตง้ั แตเร่มิ ตนจนเสร็จสิ้น จากครูหรอื ผูอน่ื
การใชอ นิ เทอรเ น็ต กิจกรรม
เพ่อื สืบคน การ สามารถใชอ ินเทอรเ นต็ สามารถทาํ งานรวมกับผูอืน่ สามารถทาํ งานรวมกับ
ละลายของสารใน สืบคน การละลายของ
นาํ้ จากแหลงขอมลู สารในนาํ้ จาก รวมทัง้ ยอมรับฟงความ ผอู ืน่ ไดบ าง แตไมแสดง
ทเี่ ชื่อถือไดร วมท้งั แหลง ขอมลู ทเ่ี ช่อื ถือได
บันทกึ แหลง ขอมลู รวมทั้งบันทกึ แหลง คดิ เหน็ ของผอู ่ืนอยา ง ความคดิ เห็น แมว า จะได
ท่สี บื คน ขอ มลู ทส่ี ืบคนไดครบ
ถว นดวยตนเอง สรางสรรคในการสงั เกตการ รบั คําชแี้ นะจากครหู รอื
เปลย่ี นแปลงของสารเม่อื เติม ผอู น่ื
น้ําเปนบางคร้ังทง้ั น้ีตองอาศยั
การกระตุนจากครูหรือผอู น่ื
สามารถใชอ นิ เทอรเ นต็ สามารถใชอ นิ เทอรเ นต็
สืบคน การละลายของสารใน สืบคน การละลายของ
นํ้าจากแหลง ขอมูลทีเ่ ช่ือถือ สารในน้ําจาก
ไดรวมทง้ั บนั ทกึ แหลง ขอมลู แหลง ขอ มูลที่เชื่อถือได
ที่สืบคน ไดครบถวน จากการ รวมทั้งบันทกึ
ช้ีแนะของครูหรือผอู ื่น แหลง ขอมลู ที่สืบคนได
ไมครบถว นแมวา จะได
รบั คําชแี้ นะจากครูหรือ
ผูอ นื่
264 สถาบนั สง เสรมิ การสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
คูมอื ครูรายวิชาพื้นฐานวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนวยท่ี 3 การเปลยี่ นแปลงของสาร
กจิ กรรมทา ยบทท่ี 1 การเปลีย่ นแปลงทางกายภาพ (1 ชว่ั โมง)
1. นักเรียนวาดรปู หรอื เขียนสรุปสิง่ ท่ีไดเรียนรจู ากบทนี้ ในแบบบันทกึ กจิ กรรม
หนา 106
2. นักเรียนตรวจสอบการสรุปส่ิงที่ไดเรียนรูของตนเองโดยเปรียบเทียบกับ
ผังมโนทศั นใ นหัวขอ รอู ะไรในบทน้ี ในหนังสอื เรยี น หนา 100
3. นักเรียนกลับไปตรวจคําตอบของตนเองในสํารวจความรกู อนเรยี น ในแบบ
บันทึกกิจกรรม หนา 82-84 อีกคร้ัง ถาคําตอบของนักเรียนไมถูกตองใหขีด
เสนทับขอความเหลาน้ัน แลวแกไขใหถูกตอง หรืออาจแกไขคําตอบดวย
ปากกาท่ีมีสีตางจากเดิม นอกจากนี้ครูอาจนําคําถามในรูปนําบทในหนังสือ
เรียน หนา 76 มารว มกนั อภิปรายคาํ ตอบอีกครัง้ ดงั นี้
การทําไอศกรีมเก่ียวของกับการเปล่ียนสถานะและการละลายอยางไร ครู
และนักเรียนรวมกันอภิปรายแนวทางการตอบคําถาม เชน สวนผสมของ
ไอศกรีมเปลี่ยนจากของเหลวเปนของแข็ง เรียกวา การแข็งตัว เม่ือนํา
นํา้ ตาลผสมกับนมซึง่ มีน้ําเปนสว นประกอบ นา้ํ ตาลจะละลายในน้าํ
4. นักเรียนทํา แบบฝกหัดทายบทท่ี 1 การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ แลว
นําเสนอคาํ ตอบหนาชั้นเรียน ถา คาํ ตอบยังไมถ ูกตองครูควรนําอภปิ รายหรือ
ใหส ถานการณเพ่ิมเติมเพ่ือแกไขแนวคดิ คลาดเคล่ือนใหถ ูกตอง
5. นักเรียนรวมกันทํากิจกรรม รวมคิด รวมทํา โดยรวมกันสํารวจรสชาติของ
น้ําผลไมท่ีเพื่อนชอบมากท่ีสุดแลวทําเกล็ดนํ้าแข็งจากน้ําผลไมรสชาติที่
เพือ่ น ๆ ชอบ
สถาบนั สง เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี 265
คมู ือครูรายวิชาพ้นื ฐานวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยท่ี 3 การเปล่ียนแปลงของสาร
รูปหรือขอความสรุปสิ่งท่ีไดเ รียนรจู ากบทน้ีตามความเขาใจของนกั เรียน
266 สถาบนั สงเสรมิ การสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
คมู อื ครูรายวิชาพืน้ ฐานวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนวยท่ี 3 การเปลี่ยนแปลงของสาร
แนวคําตอบในแบบฝก หดั ทายบท
แกวใบท่ี 1 2 3 4
แกว ใบท่ี 5 6
2.0 กรมั เน่ืองจากสารผสมทีไ่ ดยังคงเปน ของเหลวใสแสดงวา สาร A
ละลายไดห มด
สถาบนั สงเสรมิ การสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี 267
คูมอื ครูรายวิชาพืน้ ฐานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนวยที่ 3 การเปลยี่ นแปลงของสาร
ไอโอดนี ในรูป ข เปลย่ี นจากของแข็งเปนแกส เรยี กวาการระเหิด และ ไอโอดีนใน
รูป ค เปลยี่ นจาก แกส เปน ของแข็ง เรียกวา การระเหิดกลบั
268 สถาบันสง เสรมิ การสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
คมู อื ครรู ายวิชาพ้นื ฐานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนวยที่ 3 การเปลยี่ นแปลงของสาร
เปนการเปล่ียนแปลงทางกายภาพ เพราะเปน การเปลยี่ นแปลงทีย่ ังคงเปนสารเดิม
แตสถานะเปลีย่ นไป
แตกตางกัน สิ่งท่ีแตกตา งกันคือ การใสเ กลอื ลงในนํา้ เกิดการละลาย สารที่ไดเ ปน
สารละลาย สวนนาํ้ แขง็ ในแกวนํ้า นํ้าแขง็ เกดิ การหลอมเหลวกลายเปนนํา้ ซง่ึ เปน
สารเดิม
มกี ารเปลย่ี นสถานะ 2 ชวงคือชว งที่นาํ เศษเทยี นและขผี้ ้งึ มาใหค วามรอน เศษ
เทียนและขึ้ผึ้งซ่งึ เปน ของแข็งเปลี่ยนเปน ของเหลว เรียกการเปล่ียนแปลงน้ีวา
การหลอมเหลว และชวงทีน่ ําของเหลวมาเทลงในแบบพิมพรูปทรงตาง ๆ แลว
ปลอ ยใหเยน็ ของเหลวเปล่ียนเปนของแขง็ รูปทรงตา ง ๆ เรยี กการเปล่ียนแปลง
น้วี าการแข็งตัว
สถาบนั สงเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี 269
คูมอื ครรู ายวิชาพ้นื ฐานวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยที่ 3 การเปลยี่ นแปลงของสาร
ชวงทนี่ าํ ขวดใสนํ้าครึ่งขวดไปวางกลางแดด น้าํ ไดร ับความรอ นจะระเหยเปนไอน้ํา
เรยี กการเปลี่ยนแปลงจากนํ้าเปนไอนํ้านว้ี า การกลายเปน ไอ และชวงท่ีมีหยดนาํ้
เกาะท่ผี ิวดานในของขวดซ่งึ เกดิ จากไอนํ้าเปลีย่ นเปนนา้ํ เรียกการเปลีย่ นแปลงน้ี
วา การควบแนน
270 สถาบันสงเสริมการสอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี
คมู อื ครรู ายวิชาพนื้ ฐานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยท่ี 3 การเปล่ยี นแปลงของสาร
สถาบนั สง เสรมิ การสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี 271
คมู ือครรู ายวิชาพน้ื ฐานวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยที่ 3 การเปลีย่ นแปลงของสาร
บทท่ี 2 การเปลี่ยนแปลงทางเคมี
จดุ ประสงคการเรยี นรปู ระจําบท
เม่อื เรียนจบบทนี้ นักเรยี นสามารถ
วิเคราะหการเปลย่ี นแปลงของสารและระบุการเปลี่ยนแปลง
ทางเคมีของสาร
เวลา 5 ช่ัวโมง
แนวคดิ สาํ คัญ
การเปล่ยี นแปลงของสารท่ีมีสารใหมเกิดข้ึนเปนการเปลี่ยนแปลง
ทางเคมี อาจสงั เกตไดจ ากการที่สารมสี ี มีกล่นิ แตกตา งจากสารเดมิ
มฟี องแกส มีตะกอนเกดิ ขนึ้ หรือมอี ุณหภมู ิเพ่ิมขึ้น หรือลดลง
สอ่ื การเรียนรูและแหลง เรียนรู
1. หนงั สือเรยี น ป. 5 เลม 1 หนา 106-120
2. แบบบนั ทกึ กิจกรรม ป. 5 เลม 1 หนา 114-130
บทน้ีมีอะไร การเปล่ียนแปลงทางเคมี
การเปลยี่ นแปลงทางเคมคี อื อะไร
เรื่องที่ 1
กิจกรรมท่ี 1.1 รไู ดอยา งไรวา เกดิ การเปลี่ยนแปลงทาง
กิจกรรมที่ 1.2
เคมี
272 สถาบันสง เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
คมู อื ครูรายวิชาพนื้ ฐานวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยที่ 3 การเปลย่ี นแปลงของสาร
ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรแ ละทักษะแหงศตวรรษท่ี 21
รหัส ทักษะ กจิ กรรมท่ี
1.1 1.2
ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร
S1 การสังเกต
S2 การวดั
S3 การใชจ าํ นวน
S4 การจําแนกประเภท
S5 การหาความสัมพนั ธระหวา ง
สเปซกบั สเปซ
สเปซกับเวลา
S6 การจัดกระทาํ และสอื่ ความหมายขอ มลู
S7 การพยากรณ
S8 การลงความเห็นจากขอมูล
S9 การตั้งสมมติฐาน
S10 การกําหนดนยิ ามเชงิ ปฏบิ ตั ิการ
S11 การกาํ หนดและควบคุมตวั แปร
S12 การทดลอง
S13 การตีความหมายขอมลู และลงขอ สรปุ
S14 การสรา งแบบจําลอง
ทกั ษะแหงศตวรรษที่ 21
C1 การสรา งสรรค
C2 การคิดอยางมีวิจารณญาณ
C3 การแกป ญหา
C4 การส่ือสาร
C5 ความรวมมือ
C6 การใชเ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่อื สาร
หมายเหตุ : รหัสทกั ษะท่ีปรากฏนี้ใชเ ฉพาะในคูมือครูเลม น้ี
สถาบันสงเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี 273
คมู อื ครูรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยท่ี 3 การเปลยี่ นแปลงของสาร
แนวคดิ คลาดเคล่ือน
แนวคดิ คลาดเคล่ือนที่อาจพบและแนวคดิ ที่ถูกตองในบทท่ี 2 การเปลี่ยนแปลงทางเคมี มีดงั ตอ ไปนี้
แนวคดิ คลาดเคล่ือน แนวคดิ ท่ถี กู ตอง
เมื่อเกิดสีและฟองแกสจะมีการเปลี่ยนแปลงทางเคมีเกิดข้ึน บางคร้ังการเปล่ยี นแปลงท่ีทาํ ใหเกิดสี หรอื ฟองแกส กไ็ มใชก าร
เสมอ (Driver, 2000) เปล่ียนแปลงทางเคมี เชน การนําสี 2 สีมาผสมกัน การตมน้ํา
จนเดือด ลวนเปนการเปล่ียนแปลงทางกายภาพเพราะไมมีสาร
ใหมเกดิ ขึน้ (Driver, 2000)
ถาครูพบวามแี นวคิดคลาดเคลื่อนในประเด็นใดทย่ี งั ไมไดแกไ ขจากการทาํ กจิ กรรมการเรียนรู ครูควรจัดการเรยี นรูเพิ่มเติมเพื่อ
แกไ ขแนวคดิ คลาดเคล่ือนใหถูกตอ ง
274 สถาบันสงเสริมการสอนวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
คมู ือครรู ายวิชาพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยที่ 3 การเปล่ยี นแปลงของสาร
บทนเ้ี รม่ิ ตน อยา งไร (1 ชัว่ โมง) ค รู รั บ ฟ ง เ ห ตุ ผ ล ข อ ง
นักเรียนเปนสําคัญ ครูยังไม
1. ครทู บทวนความรูพืน้ ฐานของนักเรียนเกยี่ วกับการเปลย่ี นแปลงของ เฉลยคําตอบใด ๆ แตชักชวนให
สารโดยอาจใชค าํ ถามดงั นี้ หาคําตอบที่ถูกตองจากกิจกรรม
1.1 สารมีการเปลี่ยนแปลงอยางไรบาง (สารมีการเปลี่ยนสถานะ ตาง ๆ ในบทเรียนนี้
และการละลาย)
1.2 การเปลี่ยนสถานะและการละลายเปนการเปลี่ยนแปลงทาง
กายภาพ เพราะเหตุใด (เปนการเปล่ียนแปลงทางกายภาพ
เพราะสารกอ นและหลงั การเปล่ยี นแปลงยงั คงเปน สารเดิม)
1.3 การเปล่ียนแปลงใดบางที่เกิดสารใหม ใหยกตัวอยาง และเปน
การเปลย่ี นแปลงประเภทใด (นกั เรยี นตอบตามความเขาใจ)
2. ครูชักชวนนักเรียนศึกษาเรื่องการเปลี่ยนแปลงทางเคมีของสารโดย
นักเรียนอานชื่อหนวย และ อาน ชื่อบท และจุดประสงคการ
เรียนรูประจําบท ในหนังสือเรียนหนา 105 จากนั้นครูใชคําถาม
ดังนี้
2.1 บทนจี้ ะเรยี นเรอ่ื งอะไร (การเปล่ียนแปลงทางเคม)ี
2.2 จากจดุ ประสงคการเรยี นรู เมอ่ื จบบทเรียนนักเรียนจะสามารถ
ทําอะไรไดบาง (วิเคราะหการเปลี่ยนแปลงของสารและระบุ
การเปลีย่ นแปลงทางเคม)ี
3. นักเรียนอานชื่อบทและแนวคิดสําคัญ ในหนังสือเรียนหนา 106
จากนั้นครูซักถามนักเรียนวาจากการอานแนวคิดสําคัญ นักเรียนคิด
วาจะไดเรียนเกี่ยวกับเรื่องอะไรบาง (ในบทน้ีจะเรียนเกี่ยวกับการ
เปลย่ี นแปลงทางเคมแี ละสงิ่ ที่บง บอกวา เกิดการเปลย่ี นแปลงทางเคม)ี
4. ครชู ักชวนใหนักเรยี นสังเกตรปู และอา นเนื้อเร่ืองในหนา 106 โดยครู
ฝกทักษะการอานตามวิธีการอานที่เหมาะสมกับความสามารถของ
นักเรียน ครูตรวจสอบความเขาใจจากการอาน โดยใชคําถาม
ดังตอ ไปน้ี
4.1 จากเรอื่ งทีอ่ านกลา วถงึ อะไร (การจดุ โคมลอย)
4.2 โคมลอยมสี ว นประกอบอะไรบา ง (ตัวโคมและเชื้อเพลงิ )
4.3 เมื่อจุดไฟที่เช้ือเพลิงเกิดการเปล่ียนแปลงอยางไรบาง (เกิด
เปลวไฟ เขมา และควนั )
สถาบนั สงเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี 275
คูมือครรู ายวิชาพ้นื ฐานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนวยที่ 3 การเปลย่ี นแปลงของสาร
4.4 การจุดโคมลอย มีการเปล่ียนแปลงทางเคมีเกิดข้ึนหรือไม และ การเตรียมตวั ลว งหนา สาํ หรบั ครู
การเปลี่ยนแปลงทางเคมีเปนอยางไร (นักเรียนตอบตามความ เพ่ือจัดการเรียนรใู นคร้ังถัดไป
เขาใจ)
ในครงั้ ถดั ไป นักเรียนจะไดอา น
5. ครูชักชวนนักเรียนตอบคําถามเก่ียวกับการเปลี่ยนแปลงทางเคมีใน เร่อื งท่ี 1 การเปลีย่ นแปลงทางเคมี ครู
สาํ รวจความรกู อนเรียน อาจเตรยี มคลปิ การยา งเน้ือหรือปง อาหาร
และเตรียมภาพเพ่ือใชต รวจสอบความรู
6. นักเรียนทํากิจกรรมสํารวจความรูกอนเรียน ในแบบบันทึกกิจกรรม นักเรียนเก่ยี วกบั การเปลย่ี นแปลงทางเคมี
หนา 114-115 โดยนักเรียนอานคําถามแตละขอ ครูตรวจสอบความ เชน ภาพผลไมส ุก การตมนํ้า การเกิดสนมิ
เขาใจของนักเรียนจนแนใ จวานักเรียนสามารถทําไดด วยตนเอง จึงให การเกดิ หมอก
นักเรียนตอบคําถาม โดยคําตอบของแตละคนอาจแตกตางกัน และ
คําตอบอาจถูกหรอื ผิดกไ็ ด
7. ครูสังเกตการตอบคําถามของนักเรียนเพื่อตรวจสอบวานักเรียนมี
แนวคิดเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางเคมีอยางไรบาง หรืออาจสุมให
นักเรียน 2 – 3 คน นาํ เสนอคําตอบของตนเอง โดยครยู ังไมตองเฉลย
คําตอบ แตจะใหนักเรียนยอนกลับมาตรวจสอบอีกคร้ังหลังเรียนจบ
บทนี้แลว ทั้งน้ีครูอาจบันทึกแนวคิดคลาดเคลื่อนหรือแนวคิดท่ี
นาสนใจของนักเรียน แลวนํามาออกแบบการจัดการเรียนการสอน
เพ่ือแกไขแนวคิดคลาดเคลื่อนใหถูกตอง และตอยอดแนวคิดท่ี
นา สนใจของนกั เรียน
276 สถาบันสง เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
คมู อื ครรู ายวิชาพ้นื ฐานวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนวยที่ 3 การเปลย่ี นแปลงของสาร
แนวคําตอบในแบบบนั ทกึ กจิ กรรม
การสาํ รวจความรกู อนเรียน นกั เรยี นอาจตอบคําถามถูกหรือผดิ ก็ไดขนึ้ อยกู บั ความรเู ดมิ ของนักเรยี น
แตเมอ่ื เรยี นจบบทเรยี นแลว ใหน กั เรียนกลับมาตรวจคาํ ตอบอกี ครงั้ และแกไขใหถูกตอง ดังตวั อยา ง
มีสารใหมเกดิ ขน้ึ คอื ไม
เปลยี่ นเปน สดี ําและมี
ควนั เกดิ ขึ้น
มีสารใหมเ กดิ ข้ึนคอื ไขสุก
ซง่ึ เปล่ียนมาจากไขด บิ
สถาบนั สง เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี 277
คมู อื ครูรายวิชาพ้ืนฐานวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนวยที่ 3 การเปลี่ยนแปลงของสาร
ไมมีสารใหมเ กดิ ขน้ึ นํ้าเดือด
เปนการเปล่ยี นสถานะจาก
ของเหลวเปน แกสโดยยังเปน
สารเดิม
มีสารใหมเ กดิ ขึน้ คอื
น้ําตาล
ไมม สี ารใหมเ กดิ ขนึ้
ชอ็ กโกแลตเยม้ิ เปนการเปลีย่ น
สถานะจากของแข็งเปน
ของเหลวโดยยังคงเปนสารเดิม
278 สถาบันสงเสรมิ การสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
คมู ือครรู ายวิชาพ้นื ฐานวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยท่ี 3 การเปลย่ี นแปลงของสาร
เรอ่ื งที่ 1 การเปล่ียนแปลงทางเคมี
ในเรื่องนี้นกั เรยี นจะไดเรียนรูเก่ยี วกับการเปลี่ยนแปลงทางเคมี
จดุ ประสงคก ารเรียนรู
วิเคราะหการเปลี่ยนแปลงของสารและระบุการเปล่ียนแปลง
ทางเคมี
เวลา 3 ชว่ั โมง
วสั ดุ อปุ กรณส ําหรบั ทํากจิ กรรม
น้ําตาลทราย เกลือแกง ชุดตะเกียงแอลกอฮอล ไมขีดไฟ
กระปองทรายสําหรับดับไฟ จานหลุมโลหะ ชอน น้ํา
น้ําปูนใส บีกเกอร ปูนขาว ผ งฟู ส ารล ะล าย ผ ง ฟู
แอมโมเนยี มคลอไรด นาํ้ สม สายชู แกวน้ําพลาสตกิ ขวดแกว
ปากแคบ แทงแกวคน ชอนตักสารเบอร 2 ลูกโปง กระบอก
ตวงหรอื หลอดฉีดยา
สอื่ การเรยี นรแู ละแหลง เรยี นรู
1. หนังสอื เรยี น ป.5 เลม 1 หนา 108-120
2. แบบบนั ทกึ กจิ กรรม ป.5 เลม 1หนา 116-130
สถาบนั สงเสรมิ การสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี 279
คมู อื ครรู ายวิชาพ้นื ฐานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนวยท่ี 3 การเปลย่ี นแปลงของสาร
แนวการจัดการเรียนรู (60 นาที)
ข้นั ตรวจสอบความรู (10 นาที)
1. ครูทบทวนความรูเกี่ยวกับการเปล่ียนแปลงทางกายภาพวาหมายถงึ ในการตรวจสอบความรู ครู
อะไร และใหยกตัวอยางปรากฏการณหรือสถานการณที่เปนการ เพียงรับฟงเหตุผลของนักเรียน
เปล่ียนแปลงทางกายภาพ (การเปล่ียนแปลงทางกายภาพหมายถึง เปนสําคัญ และยังไมเฉลย
การเปล่ียนแปลงของสารเมื่อสารเกิดการเปลย่ี นแปลงแลวยังคงเปน คําตอบใด ๆ ใหกับนักเรียน แต
สารเดิมไมมีสารใหมเกิดข้ึนแตเปลี่ยนสถานะหรือเกิดการละลาย ชักชวนนักเรียน ไปหาคําตอบท่ี
ตัวอยางเชน น้ําแข็งหลอมเหลวเปนนํ้าและน้ําเดือดเปนไอน้ํา ซ่ึง ถูกตองจากการอานเน้อื เร่ือง
นํ้าแข็ง น้ํา และไอนํ้าเปนสารเดียวกันคือน้ํา พิมเสนระเหิดเปน
ไอของพิมเสน ซึ่งพิมเสนและไอของพิมเสนเปนสารเดียวกันคือ
พิมเสน นํ้าผลไมแข็งตัวเปนเกล็ดนํ้าแข็งซึ่งเปนสารชนิดเดียวกัน
นํ้าตาลละลายในนํ้าไดสารละลายนํ้าตาลซ่ึงในสารละลายน้ําตาลยัง
เปน นํา้ ตาลและนํา้ เหมือนเดิม)
2. ครเู ขียนคาํ วา การเปลี่ยนแปลงทางเคมี บนกระดาน แลว ใหน ักเรยี น
รวมกันอภิปรายวา การเปล่ียนแปลงทางเคมีหมายถึงอะไร และใน
ชวี ติ ประจําวันของเรามอี ะไรบางที่เปนการเปล่ยี นแปลงทางเคมี
3. ครูใหนักเรียนดูภาพสถานการณตาง ๆ เชน ผลไมสุก การตมน้ํา
การเกิดสนิม การเกิดหมอก การเติมน้ําลงในนํ้าหวาน แลวอภิปราย
และจาํ แนกวา อะไรบา งท่ีเปน การเปล่ียนแปลงทางเคมี
นักเรียนตอบคําถามตามความเขาใจของตัวเอง จากนั้นครูชักชวน
นักเรียนหาคําตอบวาการเปลี่ยนแปลงทางเคมีคืออะไร และจะ
สงั เกตไดอ ยา งไรวามกี ารเปลยี่ นแปลงทางเคมเี กิดขนึ้
ข้นั ฝกทักษะจากการอา น (40 นาที)
4. นักเรียนอานช่ือเรื่อง และคิดกอนอาน ในหนังสือเรียนหนา 108 แลว
รวมกันอภิปรายในกลุมเพ่ือตอบคําถามตามความเขาใจของกลุม ครู
บันทึกคําตอบของนักเรียนบนกระดานเพ่ือใชเปรียบเทียบคําตอบ
ภายหลังการอา นเนอื้ เร่ือง
280 สถาบันสง เสรมิ การสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
คูมอื ครูรายวิชาพนื้ ฐานวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยที่ 3 การเปลี่ยนแปลงของสาร
5. นกั เรียนอานเนื้อเร่ืองในหนงั สอื เรียนหนา 108 โดยครูฝก ทกั ษะการอาน การเตรียมตวั ลวงหนา สําหรับครู
ตามวิธีการอานท่ีเหมาะสมกับความสามารถของนักเรียน ครูใชคําถาม เพอื่ จัดการเรยี นรูในคร้ังถัดไป
เพือ่ ตรวจสอบความเขาใจจากการอา น ดงั น้ี
5.1 น้ําตาลเปนสารที่ไดมาจากกระบวนการใดของพืช (กระบวนการ ในคร้ังถัดไป นักเรียนจะไดทํา
สังเคราะหด ว ยแสงของพืช) กิจกรรมที่ 1.1 การเปล่ียนแปลงทางเคมี
5.2 ในการสังเคราะหดวยแสงของพืช มีสารใดบางทําปฏิกิริยากันและ คืออะไร ครูเตรียมถวยกระเบ้ืองทนไฟ
หลังปฏิกิริยามีสารใดเกิดข้ึนบาง (สารที่ทําปฏิกิริยากันคือนํ้ากับ เพอื่ ใชสาธติ หนาชัน้ เรียน
แกสคารบอนไดออกไซดโดยมีแสงชวยการเกิดปฏิกิริยา หลังการ
เกิดปฏิกิรยิ ามนี าํ้ ตาลกับแกส ออกซเิ จนเกิดขน้ึ )
5.3 การเปล่ียนแปลงทางเคมี มีอะไรบาง ยกตัวอยาง (การสังเคราะห
ดวยแสง บางข้ันตอนของกระบวนการยอยอาหาร เชน การยอย
เน้ือสัตวเปนโปรตีน การเกิดสนิมเหล็ก การเกิดฝนกรด การสุก
ของอาหาร)
ขน้ั สรปุ จากการอา น (10 นาที)
6. นักเรียนรวมกันสรุปเร่ืองท่ีอานซ่ึงควรสรุปไดวา นํ้าตาลที่พบในผลไม
เกิดจากการสังเคราะหดวยแสงของพชื เมือ่ เรารบั ประทานผลไม น้ําตาล
ในผลไมจะผานการยอยอาหารไดสารใหมมีขนาดเล็กลง รางกาย
นํามาใชประโยชนได การสังเคราะหดวยแสงและการยอยอาหารและ
การเปลย่ี นแปลงหลายอยางรอบตวั เรา เปน การเปล่ียนแปลงทางเคมี
7. นักเรียนตอบคําถามจากเรื่องที่อานใน รูหรือยัง ในแบบบันทึกกิจกรรม
หนา 116
8. ครูและนักเรียนรวมกันอภิปรายเพ่ือเปรียบเทียบคําตอบของนักเรยี นใน
รหู รอื ยังกบั คําตอบท่ีเคยตอบในคิดกอนอาน
9. ครูชกั ชวนนกั เรียนลองตอบคาํ ถามทา ยเรื่องทอ่ี า น ดงั น้ี
9.1 การเปลี่ยนแปลงทางเคมีคอื อะไร
9.2 รไู ดอยา งไรวา เกิดการเปล่ยี นแปลงทางเคมี
ครูบันทึกคําตอบของนักเรียนบนกระดาน โดยยังไมเฉลยคําตอบ
แตชักชวนใหน กั เรียนหาคําตอบจากการทํากิจกรรม
สถาบันสงเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี 281
คมู อื ครรู ายวิชาพื้นฐานวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนวยที่ 3 การเปลย่ี นแปลงของสาร
แนวคาํ ตอบในแบบบนั ทกึ กจิ กรรม
การสงั เคราะหด วยแสงของพชื บางขนั้ ตอนของกระบวนการยอ ยอาหาร
การเกดิ สนิมเหล็ก การสุกของอาหาร การเกดิ ฝนกรด
282 สถาบนั สงเสริมการสอนวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
คูมอื ครรู ายวิชาพนื้ ฐานวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยท่ี 3 การเปลยี่ นแปลงของสาร
กิจกรรมที่ 1.1 การเปลี่ยนแปลงทางเคมคี ืออะไร
กิ จ ก ร ร ม นี้ นั ก เ รี ย น จ ะ ไ ด สั ง เ ก ต แ ล ะ อ ธิ บ า ย
การเปล่ยี นแปลงทางเคมีของสาร
เวลา 1 ชั่วโมง
จุดประสงคการเรียนรู
สงั เกตและอธิบายการเปลี่ยนแปลงทางเคมขี องสาร
วสั ดุ อปุ กรณส ําหรับทํากจิ กรรม
ส่ิงท่ีครูตอ งเตรียม/หอง
1. กระดาษ 1 แผน
2. ถว ยกระเบ้ืองทนไฟ 1 ใบ
ส่ิงท่คี รตู อ งเตรยี ม/กลุม
1. น้าํ ตาลทราย 1 ชอ นเบอร 2
2. เกลอื แกง 1 ชอนเบอร 2
3. จานหลุมโลหะ 1 อัน
4. ชดุ ตะเกียงแอลกอฮอล 1 ชุด
5. ไมขีดไฟ 1 กลกั
6. ชอนตักสาร เบอร 2 1 อนั
7. กระปองทรายสาํ หรบั ดับไฟ 1 กระปอง สอื่ การเรยี นรูแ ละแหลง เรียนรู
ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร 1. หนังสอื เรยี น ป.5 เลม 1 หนา 109-111
S1 การสงั เกต 2. แบบบนั ทึกกิจกรรม ป.5 เลม 1 หนา 117-119
S8 การลงความเห็นจากขอมูล
S13 การตคี วามหมายขอมูลและลงขอสรปุ
ทักษะแหงศตวรรษที่ 21
C4 การสอื่ สาร
C5 ความรว มมือ
สถาบันสง เสรมิ การสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี 283
คูมอื ครูรายวิชาพ้ืนฐานวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยท่ี 3 การเปลีย่ นแปลงของสาร
แนวการจดั การเรียนรู ในการตรวจสอบความรู ครู
เพียงรับฟงเหตุผลของนักเรียน
1. ครูทบทวนความรูเกี่ยวกับการเปล่ียนแปลงทางกายภาพและการ เปนสําคัญ และยังไมเฉลย
คําตอบใด ๆ ใหกับนักเรียน แต
เปล่ียนแปลงทางเคมี โดยใหนักเรียนสังเกตรูปน้ําที่กําลังเดือดใน ชักชวนนักเรียน ไปหาคําตอบท่ี
ถูกตองจากกิจกรรมตาง ๆ ใน
หมอหรอื กาตม นํ้า และใชคําถามตอ ไปนี้ บทเรียนน้ี
1.1 น้ําท่ีกําลังเดือดมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม อยางไร (มีการ
เปล่ยี นแปลงโดยมีฟองแกส เกิดข้ึน เกิดการเปลี่ยนสถานะจาก
ของเหลวเปน แกส )
1.2 การเปล่ียนแปลงท่ีเกิดข้ึนเปนการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ
หรอื การเปลีย่ นแปลงทางเคมี อยา งไร (คาํ ตอบขน้ึ อยูกับความ
เขาใจของนักเรียนซึ่งควรตอบไดวา เปนการเปล่ียนแปลงทาง
กายภาพ เพราะเปนการเปล่ียนแปลงที่สารยังคงเปนสารเดิม
คอื จากน้ําทเี่ ปน ของเหลวกลายเปน ไอน้าํ ซึง่ เปน แกส )
1.3 การเปล่ียนแปลงทางกายภาพแตกตางจากการเปลี่ยนแปลง
ทางเคมีหรือไม อยางไร (คําตอบขึ้นอยูกับความเขาใจของ
นกั เรยี น)
1.4 การเปล่ียนแปลงใดบางเปนการเปลี่ยนแปลงทางเคมี
ยกตัวอยาง (คําตอบข้นึ อยกู ับความเขา ใจของนกั เรียน)
2. นักเรียนอานชื่อกิจกรรม และ ทําเปนคิดเปน และรวมกันอภิปราย
เพ่ือตรวจสอบความเขาใจเกี่ยวกับจุดประสงคในการทํากิจกรรม
โดยใชค ําถามดังตอ ไปนี้
2.1 กิจกรรมนี้นักเรียนจะไดเรียนเก่ียวกับเรื่องอะไร (การ
เปลยี่ นแปลงทางเคมีของสาร)
2.2 นกั เรียนจะไดเ รยี นเร่อื งนดี้ วยวธิ ีใด (การสังเกต)
2.3 เมื่อเรียนแลวนักเรียนจะทําอะไรได (อธิบายการเปล่ียนแปลง
ทางเคม)ี
3. ใหนักเรียนบันทึกจุดประสงคของกิจกรรมในแบบบันทึกกิจกรรม
หนา 117
4. นักเรียนอานส่ิงท่ีตองใชในการทํากิจกรรม โดยครูนําวัสดุอุปกรณ
มาแสดงใหนักเรียนดู ถานักเรียนไมรูจักวัสดุอุปกรณบางอยาง เชน
จานหลุมโลหะ ครูควรสาธิตวิธีการใชอุปกรณเพื่อใหนักเรียนใชได
อยา งถกู ตอง
284 สถาบนั สง เสริมการสอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี
คูม ือครรู ายวิชาพืน้ ฐานวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนวยท่ี 3 การเปล่ียนแปลงของสาร
5. นักเรียนอานทําอยางไร ในหนังสือเรียนหนา 109 โดยครูใชวิธีฝก ตัวอยา งแผนผังแสดงข้ันตอน
การอานที่เหมาะสมกับความสามารถของนักเรียน จากนั้นครู การทาํ กจิ กรรม
ตรวจสอบความเขาใจเกี่ยวกับขั้นตอนการทํากิจกรรม จนแนใจวา
นกั เรยี นเขาใจลาํ ดบั การทาํ กิจกรรม โดยใชค าํ ถามดงั นี้ สังเกตเกลือแกงและ
5.1 นักเรยี นตอ งสังเกตสารอะไรบาง (นา้ํ ตาลทรายและเกลือแกง) นํ้าตาลทราย บันทึกผล
ครูใหนกั เรียนดูวิธกี ารบันทกึ ผลในแบบบนั ทึกกจิ กรรมหนา 117
5.2 นักเรียนตองอภิปรายอะไร (อภิปรายวาจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อให อภปิ รายผลท่เี กิดข้ึนเมื่อให
ความรอ นแกนา้ํ ตาลทรายและเกลอื แกง) ความรอนแกน้าํ ตาลทราย
ครูใหนักเรียนดูวิธีบันทึกการอภิปรายในแบบบันทึกกิจกรรมหนา
117 และเกลือแกง
5.3 นักเรียนตรวจสอบการอภิปรายดวยวิธีการอยางไร (ตักนํ้าตาล
ทรายและเกลือแกงใสลงในจานหลุมโลหะหลุมละ 1 ชอน ตักน้าํ ตาลทราย 1 ชอนเบอร 2
เบอร 2 แลวนําจานหลุมไปตั้งไฟใหความรอน สังเกตและ ลงในจานหลมุ โลหะ
บันทกึ ผล)
5.4 นักเรียนตองสังเกตอะไร (การเปล่ียนแปลงของน้ําตาลทราย ตกั เกลือแกง 1 ชอ นบอร 2
และเกลือแกงเมื่อนําจานหลุมโลหะไปใหค วามรอนดว ยตะเกียง ลงในจานหลุมโลหะอีก 1 หลุม
แอลกอฮอล)
ครใู หน กั เรยี นดวู ิธกี ารบันทึกผลในแบบบนั ทกึ กิจกรรมหนา 117 นาํ จานหลมุ ไปตั้งไฟ
สังเกตและบนั ทึกผล
6. ครูอาจฝกใหนักเรียนแตละกลุมเขียนแผนผังแสดงข้ันตอนการทํา
กิจกรรม ดังตัวอยางดานขวามือ และสุมนักเรียนบางกลุมออกมา
นาํ เสนอแผนผงั การทํากจิ กรรม
7. เม่ือนักเรียนเขาใจวิธีทํากิจกรรมในทําอยางไร แลวครูย้ําเรื่องความ
ปลอดภัยในการใชตะเกียงแอลกอฮอล จากนั้นครูใหนักเรียนรับ
อปุ กรณแลว เร่มิ ปฏิบัติกจิ กรรมตามขนั้ ตอน
8. หลังจากทํากิจกรรมแลว ใหนักเรียนเก็บอุปกรณใหเรียบรอย
จากน้ันนักเรียนนําเสนอ โดยครูนําอภิปรายผลการทํากิจกรรม โดย
ครใู ชค ําถามดังน้ี
8.1 เม่ือใหความรอนแกนํ้าตาลทรายและเกลือแกง ผลที่ได
เหมือนกันหรือไม อยางไร (เม่ือนํานํ้าตาลทรายและเกลือแกง
ไปใหความรอนผลที่ไดแตกตางกัน เกลือแกงยังคงเปนเกล็ดสี
สถาบนั สงเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี 285
คมู ือครูรายวิชาพ้ืนฐานวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนวยท่ี 3 การเปล่ียนแปลงของสาร
ขาวเหมือนเดิม สวนนํ้าตาลทรายจะเปล่ียนเปนสีน้ําตาลจนดํา
ไหมแ ละมกี ลนิ่ ไหม) ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรและทักษะ
แหงศตวรรษที่ 21 ที่นักเรียนจะไดฝกจากการ
8.2 การเปล่ียนแปลงของน้ําตาลทรายเปนการเปล่ียนแปลงทาง ทาํ กจิ กรรม
S1 การสังเกตลักษณะของสารกอนและหลงั
กายภาพหรือไม เพราะเหตุใด (การเปล่ียนแปลงของ
ใหความรอนและการเปลี่ยนแปลงที่
นํ้าตาลทรายไมใชการเปล่ียนแปลงทางกายภาพเพราะ เกดิ ขน้ึ ขณะใหความรอน
S8 การลงความเหน็ จากขอมูลจาการสงั เกต
หลังจากการเผา น้ําตาลทรายที่มีสีขาวเปลี่ยนเปนสีดําและมี ลกั ษณะของสารวา เกดิ การเปลย่ี นแปลง
ทางเคมหี รือไม อยา งไร
กลิน่ ไหม ลักษณะและสมบตั ไิ มเหมือนเดิม) C4 การสื่อสารจากการพูด เขียนบรรยาย
การเปล่ียนแปลงเม่ือใหค วามรอนแกสาร
9. ครูใหความรูเพ่ิมเติมวาการใหความรอนหรือเผานํ้าตาลทราย ทํา C5 ความรว มมือจากการทํางานรวมกนั ใน
กลุม
ใหน้ําตาลทรายเปล่ียนเปนสารใหมซึ่งมีลักษณะและสมบัติไม
การเตรยี มตวั ลว งหนา สาํ หรบั ครู
เหมือนเดมิ การเปลยี่ นแปลงท่ีไดส ารใหมนเ้ี รยี กวา การ เพ่ือจัดการเรียนรูในครัง้ ถัดไป
เปล่ยี นแปลงทางเคมี ในครัง้ ถดั ไป นกั เรียนจะไดทาํ
กิจกรรมที่ 1.2 รูไดอ ยางไรวา มกี าร
10. ครูอภิปรายรวมกับนักเรียนเก่ียวกับผลท่ีสังเกตไดจากการเผา เปลี่ยนแปลงทางเคมี ครเู ตรียมน้ําปูนใสและ
สารละลายผงฟดู ังนี้
เกลือแกงวาเปนการเปลี่ยนแปลงทางเคมีหรือไม เพราะเหตุใด - น้าํ ปูนใส ใชปนู กินหมาก 2-3 ชอนและนํ้า
สะอาด ประมาณ 200 cm3 ผสมสารเขา
(การเปลี่ยนแปลงของเกลือแกงไมใชการเปลี่ยนแปลงทางเคมี ดว ยกันในขวด ปด ฝาใหแนน เขยาใหเ ขา กัน
วางไวใหตกตะกอน กรองเอาเฉพาะสว นที่
แตเปนการเปล่ียนแปลงทางกายภาพ เพราะเกลือแกงเม่ือถูกเผา เปน ของเหลวใสโดยใชกระดาษกรอง
เกบ็ ของเหลวท่กี รองไดในภาชนะทีแ่ หง
เกลือแกงยังเปนสารเดิม แตที่เห็นเปนผงเพราะความชื้นใน สะอาดปด ฝาใหแ นน
- สารละลายผงฟู ใชผงฟู 3 ชอนกับนํ้า
เกลือแกงระเหยไปเม่ือเกลือแกงไดรับความรอนเปนเวลานาน ๆ 250 cm3 เขยา ใหผ สมกนั กรองผา น
กระดาษกรอง เกบ็ ของเหลวใสท่ีไดใ ส
การแหงของเกลือแกงจึงเปน การเปลย่ี นแปลงทางกายภาพ) ภาชนะที่แหงสะอาด
11. ครูและนักเรียนรวมกันอภิปรายและลงขอสรุปวา สารบางชนิดเมอ่ื
เกิดการเปล่ียนแปลงทางเคมีจะไดสารใหมที่มีสมบัติแตกตางจาก
สารเดิม (S13)
12. นักเรียนรวมกันอภิปรายคําตอบใน ฉันรูอะไร โดยครูอาจใช
คําถามเพ่มิ เติมในการอภปิ รายเพอ่ื ใหไ ดแนวคาํ ตอบทถี่ ูกตอ ง
13. นักเรียนรวมกันสรุปส่ิงท่ีไดเรียนรูในกิจกรรมนี้ จากน้ันนักเรียน
อาน สงิ่ ทีไ่ ดเ รยี นรู และเปรยี บเทียบกบั ขอสรปุ ของตนเอง
14. ครูกระตุนใหนักเรียนฝกต้ังคําถามเกี่ยวกับเร่ืองที่สงสัยหรือ
อยากรูเพิ่มเติมใน อยากรูอีกวา จากนั้นครูอาจสุมนักเรียน 2 -3
คน นําเสนอคําถามของตนเองหนาช้ันเรียน และใหนักเรียน
รว มกนั อภิปรายเกีย่ วกบั คาํ ถามท่ีนาํ เสนอ
15. ครูนําอภิปรายเพ่ือใหนักเรียนทบทวนวาไดฝกทักษะกระบวนการ
ทางวิทยาศาสตรและทักษะแหงศตวรรษที่ 21 อะไรบางและใน
ขัน้ ตอนใด แลว บันทึกลงในแบบบนั ทกึ กิจกรรมหนา 119
286 สถาบันสงเสริมการสอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี
คมู อื ครูรายวิชาพื้นฐานวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนวยที่ 3 การเปลี่ยนแปลงของสาร
แนวคาํ ตอบในแบบบันทกึ กจิ กรรม
สงั เกตและอธบิ ายการเปลีย่ นแปลงทางเคมีของสาร
เกลด็ สขี าวใส สถานะของแข็ง
เกล็ดสีขาวขุน สถานะของแขง็
คําตอบข้ึนอยกู ับนกั เรียน น้าํ ตาลทรายหลอมเหลวและ
เชน นํ้าตาลทรายจะ เปล่ียนเปน สนี ํา้ ตาลเขม มกี ลนิ่
หลอมเหลวและเปลีย่ นเปนสี เมอ่ื ใหค วามรอ นตอ ไปจะมีควนั
เกดิ ข้นึ มกี ล่นิ ไหมและสารทไี่ ด
นํ้าตาล
เปน ของแขง็ สดี าํ
คาํ ตอบขน้ึ อยูกบั นักเรียน เปนเกล็ดสขี าว เกลด็ สี
เชน เกลือแกงไมเกดิ ขาวแหงและแตกเปน ผง
การเปล่ยี นแปลง
สถาบนั สงเสรมิ การสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี 287
คูมอื ครรู ายวิชาพ้ืนฐานวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนวยท่ี 3 การเปลย่ี นแปลงของสาร
เม่อื ใหค วามรอ นแกน ํ้าตาลทราย นาํ้ ตาลทรายจะหลอมเหลวและเปลย่ี นเปน สนี ้าํ ตาล
และคอ ย ๆ เปลย่ี นเปนสีดาํ มีควนั และมีกล่ินไหม ไดข องแข็งสดี าํ ในทีส่ ุด สวนเกลอื แกง
ไมเปล่ียนแปลงเพียงแตขนาดและรปู รางเปลี่ยนไป
เมอื่ ใหค วามรอนแกน ํา้ ตาลทราย สารท่ไี ดไ มใ ชสารเดิม สังเกตจากสารเปลยี่ นจาก
เกล็ดสีขาวเปน ของแขง็ สดี าํ สวนเกลือแกงยงั คงเปนสารเดมิ ซึ่งมีลกั ษณะเปน ผง
สขี าว
การเปลี่ยนแปลงของน้าํ ตาลทรายเปน การเปล่ียนแปลงทางเคมี เพราะมีสารใหม
เกิดขึ้น สวนการเปลี่ยนแปลงของเกลือแกง เปนการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ
เพราะไมม ีสารใหมเกดิ ข้นึ
เมอ่ื นาํ น้าํ ตาลทรายและเกลอื แกงไปใหความรอ น นํ้าตาลทรายจะหลอมเหลวและเปล่ยี นเปน สนี าํ้ ตาล
และคอ ย ๆ เปลี่ยนเปนสีดํา มีควนั เกิดขนึ้ และไดข องแข็งสดี าํ ในที่สุด การเปลีย่ นแปลงของน้ําตาลทราย
เม่อื ใหค วามรอน เปนการเปลยี่ นแปลงทางเคมี เพราะหลงั จากใหความรอ นแกนาํ้ ตาลทราย มสี ารใหม
เกดิ ขนึ้ ซงึ่ มีสมบตั ติ างไปจากสารเดมิ สวนเกลอื แกงเม่อื ถกู เผา เกลอื แกงยงั เปนสารเดิมแตทเี่ ห็นเปน ผง
เพราะความชนื้ ในเกลอื แกงระเหยไปเมือ่ เกลือแกงไดรับความรอ นเปน เวลานาน ๆ การแหง ของเกลือแกง
จึงเปน การเปลย่ี นแปลงทางกายภาพ
สารบางชนิดเมือ่ เกดิ การเปลี่ยนแปลงทางเคมจี ะไดสารใหมที่มสี มบตั ิแตกตา ง
ไปจากสารเดิม
288 สถาบันสง เสรมิ การสอนวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
คมู ือครรู ายวิชาพ้ืนฐานวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยที่ 3 การเปลี่ยนแปลงของสาร
คําถามของนกั เรยี นท่ตี ั้งตามความอยากรขู องตนเอง
289
สถาบันสงเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี
คูมอื ครูรายวิชาพืน้ ฐานวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนวยท่ี 3 การเปลี่ยนแปลงของสาร
แนวการประเมินการเรียนรู
การประเมินการเรียนรูของนักเรยี นทําได ดังนี้
1. ประเมินความรเู ดิมจากการอภิปรายในชนั้ เรียน
2. ประเมินการเรยี นรูจากคําตอบของนกั เรยี นระหวางการจดั การเรยี นรูและจากแบบบนั ทึกกิจกรรม
3. ประเมินทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรแ ละทกั ษะแหงศตวรรษที่ 21 จากการทํากจิ กรรมของนักเรียน
การประเมนิ จากการทาํ กจิ กรรมที่ 1.1 การเปลยี่ นแปลงทางเคมีคอื อะไร
ระดบั คะแนน
3 คะแนน หมายถึง ดี 2 คะแนน หมายถงึ พอใช 1 คะแนน หมายถึง ควรปรับปรุง
รหัส ส่งิ ทปี่ ระเมนิ ระดบั คะแนน
ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร
S1 การสงั เกต
S8 การลงความเหน็ จากขอ มลู
S13 การตีความหมายขอ มูลและลงขอสรุป
ทักษะแหงศตวรรษที่ 21
C4 การส่อื สาร
C5 ความรว มมือ
รวมคะแนน
290 สถาบนั สง เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี
คมู ือครูรายวิชาพ้นื ฐานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยท่ี 3 การเปลี่ยนแปลงของสาร
ตาราง แสดงการวิเคราะหทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรต ามระดบั ความสามารถของนกั เรยี น
โดยอาจใชเกณฑการประเมนิ ดงั น้ี
ทกั ษะ ระดบั ความสามารถ
กระบวนการทาง รายการประเมิน
วทิ ยาศาสตร ดี (3) พอใช (2) ควรปรบั ปรุง (1)
S1 การสังเกต การบรรยายราย สามารถใชประสาท สามารถใชประสาท สามารถใชประสาท
ละเอียดเกยี่ วกับ สัมผัสเก็บรายละเอยี ด สมั ผสั เกบ็ รายละเอยี ด สัมผัสเกบ็ รายละเอยี ด
การเปล่ียนแปลงที่ ของสงิ่ ท่เี กิดขึน้ กบั ของส่ิงที่เกดิ ข้ึนกบั ของส่งิ ท่เี กิดขึน้ กบั
เกิดขึ้นกับนํ้าตาล นํา้ ตาลทรายและเกลือ นาํ้ ตาลทรายและเกลือ นาํ้ ตาลทรายและเกลือ
ทรายและเกลือแกง แกงเม่ือใหความรอน แกงเมื่อใหความรอน แกงเมื่อใหความรอน
เม่อื ใหความรอน ไดแก นาํ้ ตาลทราย ไดแ ก นาํ้ ตาลทราย ไดแก นํา้ ตาลทราย
ไดแก น้ําตาลทราย หลอมเหลวและเปลีย่ น หลอมเหลวและเปลยี่ น หลอมเหลวและเปลีย่ น
หลอมเหลวและ เปนสนี ํา้ ตาลเขม มีกล่นิ เปน สีนํ้าตาลเขม มีกล่ิน เปน สนี า้ํ ตาลเขม มีกลิ่น
เปล่ยี นเปน สนี าํ้ ตาล เมือ่ ใหความรอนตอไป เมือ่ ใหความรอนตอไป เมื่อใหความรอนตอไป
เขม มีกลิ่น เมื่อให จะมคี วันเกิดขน้ึ มีกลนิ่ จะมคี วนั เกิดขึน้ มีกลนิ่ จะมคี วนั เกิดข้นึ มีกล่ิน
ความรอ นตอไปจะ ไหมและสารทไี่ ดเปน ไหมแ ละสารทไี่ ดเปน ไหมแ ละสารทไ่ี ดเปน
มคี วนั เกดิ ขนึ้ มี ของแขง็ สดี ํา เกลือแกง ของแขง็ สดี าํ เกลือแกง ของแข็งสีดาํ เกลือแกง
กลิ่นไหมและสารที่ เปนเกล็ดสีขาว เกล็ดสี เปนเกล็ดสีขาว เกล็ดสี เปน เกล็ดสีขาว เกลด็ สี
ไดเปน ของแขง็ สดี ํา ขาวแหงและแตกเปน ผง ขาวแหงและแตกเปน ขาวแหง และแตกเปนผง
เกลือแกงเปนเกล็ด ไดค รบถวนดว ยตวั เอง ผงไดครบถวน โดย ไดไ มครบถวน แมว าจะ
สขี าว แหง และแตก โดยไมเพิ่มความคิดเห็น อาศัยการช้แี นะของครู ไดร บั การช้ีแนะจากครู
เปนผง หรอื ผอู ืน่ หรือผูอนื่
S8 การลง การนาํ ขอมลู ที่ สามารถนาํ ขอมลู ที่ สามารถนําขอมลู ท่ี สามารถนาํ ขอมูลที่
ความเหน็ จาก รวบรวมไดจ ากการ รวบรวมไดจากการ รวบรวมไดจาก รวบรวมไดจากการ
ขอ มลู สังเกตการ สังเกตการเปลี่ยนแปลง การสังเกตการเปล่ยี น สังเกตการเปลีย่ น
เปลีย่ นแปลงของ ของของน้ําตาลทรายและ แปลงของของนํ้าตาล แปลงของของน้ําตาล
น้าํ ตาลทรายและ เกลอื แกงเมื่อใหค วาม ทรายและเกลือแกงเมื่อ ทรายและเกลือแกง
เกลือแกงเม่ือให รอนมา ลงความเหน็ ใหค วามรอนมาลง เม่ือใหความรอนมาลง
ความรอ นมาลง การเปล่ียนแปลงทางเคมี ความเหน็ การเปลีย่ น ความเห็นการ
ความเหน็ การ ของสาร โดยลงความเห็น แปลงทางเคมขี องสาร เปลยี่ นแปลงทางเคมี
เปลีย่ นแปลงทาง ไดว า การเปล่ยี นแปลงท่ี โดยลงความเหน็ ไดวา ของสาร โดยลง
เคมีของสาร โดย สารมสี มบตั ิแตกตางไป การเปลี่ยนแปลงทสี่ ารมี ความเห็นไดวาการ
ลงความเหน็ ไดวา จากสารเดมิ เปนการ สมบัตแิ ตกตางไปจาก เปลี่ยนแปลงทส่ี ารมี
สถาบนั สง เสรมิ การสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี 291
คูม อื ครูรายวิชาพนื้ ฐานวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยที่ 3 การเปลย่ี นแปลงของสาร
ทักษะ รายการประเมิน ระดบั ความสามารถ
กระบวนการทาง
ดี (3) พอใช (2) ควรปรบั ปรุง (1)
วิทยาศาสตร
การเปล่ยี นแปลงท่ี เปลีย่ นแปลงทางเคมไี ด สารเดิมเปนการเปลยี่ น สมบตั ิแตกตา งไปจาก
S13 การ สารมีสมบัตแิ ตก ถูกตองครบถวนไดด ว ย แปลงทางเคมีไดถกู ตอ ง สารเดิมเปน การ
ตีความหมาย ตางไปจากสารเดิม ตนเอง ครบถวนโดยอาศยั การ เปล่ยี นแปลงทางเคมี
ขอมูลและลง เปนการเปลยี่ น ชแี้ นะของครหู รือผอู ่นื ไดถูกตอ งแตไ ม
ขอสรุป แปลงทางเคมี
ครบถว นแมวา จะ
ไดร ับการชแ้ี นะจาก
ครหู รือผูอ ่ืน
การตีความหมาย สามารถตีความหมาย สามารถตคี วามหมาย สามารถตีความหมาย
ขอมูล จากการ ขอ มูลจากการสังเกต ขอ มูลจากการสังเกต ขอมูล จากการสังเกต
สังเกตการปล่ียนแปลง การเปลี่ยน แปลงของ การเปลีย่ นแปลงของ การเปล่ียนแปลงของ
ของสารตา ง ๆ เมือ่ สารตาง ๆ เม่ือให สารตาง ๆ เมื่อให สารตา ง ๆ เม่ือให
ใหค วามรอ นไดว า ความรอนวา ความรอ นวา ความรอนวา
- การเปลย่ี นแปลง - การเปลยี่ นแปลงของ - การเปล่ียนแปลงของ - การเปลยี่ นแปลงของ
ของน้ําตาลทราย นา้ํ ตาลทรายเปน การ นํ้าตาลทรายเปน การ น้ําตาลทรายเปน การ
เปนการเปล่ยี น เปลย่ี นแปลงทางเคมี เปลีย่ นแปลงทางเคมี เปลีย่ นแปลงทางเคมี
แปลงทางเคมี - การเปลย่ี นแปลงของ - การเปล่ียนแปลงของ - การเปล่ยี นแปลงของ
- การเปล่ียนแปลง เกลอื แกงไมเ ปนการ เกลอื แกงไมเปน การ เกลือแกงไมเปนการ
ของเกลือแกงไม เปล่ยี นแปลงทางเคมี เปลยี่ นแปลงทางเคมี เปลยี่ นแปลงทางเคมี
เปน การเปล่ยี น แตเ ปน การเปล่ยี น แตเ ปนการเปลย่ี น แตเ ปนการเปล่ียน
แปลงทางเคมีแต แปลงทางกายภาพ แปลงทางกายภาพ แปลงทางกายภาพ
เปนการเปลยี่ น และลงขอสรปุ ไดว า และลงขอสรปุ ไดว าสาร และลงขอสรปุ ไดวา
แปลงทาง สารบางชนดิ เกิดการ บางชนิดเกดิ การเปลีย่ น สารบางชนดิ เกิดการ
กายภาพ เปลยี่ นแปลงทางเคมซี ึง่ แปลงทางเคมีซง่ึ เปน การ เปล่ียนแปลงทางเคมี
และลงขอสรปุ ไดวา เปน การเปลีย่ นแปลงท่ี เปลยี่ นแปลงท่ที ําใหเกิด ซ่งึ เปน การ
สารบางชนิดเกิด ทําใหเ กดิ สารใหมได สารใหมไ ดถูกตอง เปล่ียนแปลงท่ที ําให
การเปลีย่ นแปลง ถกู ตอง ครบถวนดวย ครบถว นโดยอาศัยการ เกดิ สารใหมไดถ ูกตอ ง
ทางเคมีซงึ่ เปนการ ตวั เอง ชแี้ นะของครูหรือผูอ น่ื แตไมครบถว นแมว า
เปลยี่ นแปลงทท่ี าํ จะไดร บั การชีแ้ นะ
ใหเ กดิ สารใหม จากครหู รือผูอนื่
292 สถาบนั สง เสริมการสอนวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
คมู ือครูรายวิชาพนื้ ฐานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนวยท่ี 3 การเปลยี่ นแปลงของสาร
ตาราง แสดงการวเิ คราะหท ักษะแหง ศตวรรษท่ี 21 ตามระดบั ความสามารถของนกั เรยี น
โดยอาจใชเ กณฑการประเมิน ดังน้ี
ทักษะแหง รายการประเมิน ระดบั ความสามารถ
ศตวรรษที่ 21
C4 การสือ่ สาร การนาํ เสนอขอมลู ดี (3) พอใช (2) ควรปรบั ปรุง (1)
จากการสังเกตการ สามารถนาํ เสนอขอมูล
C5 ความรว มมือ เปลีย่ นแปลงของ จากการสังเกตการ สามารถนําเสนอขอ มลู จาก สามารถนาํ เสนอขอ มลู
สารเมอื่ ใหค วาม เปล่ียนแปลงของสาร
รอนในรูปแบบการ เมอื่ ใหความรอนใหผอู ่นื การสงั เกตการ จากการสงั เกตการ
บรรยาย เขาใจในรูปแบบการ
บรรยายไดอ ยางถูกตอ ง เปลยี่ นแปลงของสารเมอื่ เปล่ยี นแปลงของสาร
การทาํ งานรว มมอื ชดั เจนไดด วยตนเอง
กับผอู ่นื ในการ ใหความรอนใหผอู นื่ เขาใจ เมือ่ ใหความรอนใหผูอ ่นื
สงั เกตการ สามารถทํางานรว มกบั
เปลย่ี นแปลงของ ผูอื่นรวมทัง้ ยอมรบั ฟง ในรูปแบบการบรรยายได เขา ใจในรปู แบบการ
สารเมอ่ื ให ความคดิ เห็นของผูอ่นื
ความรอ นและ อยางสรา งสรรคใ นการ ถกู ตอง ชดั เจนโดยอาศัย บรรยายไดแ ตไมชดั เจน
ยอมรับความ สังเกตการเปล่ยี นแปลง
คิดเหน็ ของผูอืน่ ของสารเมื่อให การชแี้ นะของครูหรือผูอ่นื แมวาจะไดร ับการ
ความรอนตง้ั แตเร่ิมตน
จนเสรจ็ สิ้นกจิ กรรม ชีแ้ นะจากครูหรือผูอื่น
สามารถทํางานรว มกบั ผอู ่นื สามารถทํางานรว มกับ
รวมทงั้ ยอมรับฟงความ ผอู ื่นไดบางแตไ มแสดง
คิดเห็นของผูอน่ื อยาง ความคดิ เห็นในการ
สรางสรรคในการสังเกตการ สงั เกตการเปลีย่ นแปลง
เปลยี่ นแปลงของสารเม่อื ให ของสารเม่ือให
ความรอ นเปน บางครัง้ ทั้งนี้ ความรอน แมวาจะได
ตอ งอาศยั การกระตนุ จากครู รับคาํ ช้แี นะจากครหู รือ
หรือผอู นื่ ผูอ นื่
สถาบันสง เสรมิ การสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี 293
คูมือครรู ายวิชาพนื้ ฐานวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนวยท่ี 3 การเปลยี่ นแปลงของสาร
กิจกรรมท่ี 1.2 รูไดอ ยา งไรวาเกิดการ
เปลี่ยนแปลงทางเคมี
กิจกรรมนี้นักเรียนจะไดสงั เกตและบรรยายลกั ษณะ
การเปล่ียนแปลงของสารเม่ือเกิดการเปลีย่ นแปลงทางเคมี
เวลา 1 ชว่ั โมง
จดุ ประสงคก ารเรียนรู
1. สังเกตและบรรยายการเปลีย่ นแปลงของสารเมอ่ื มี
การเปลยี่ นแปลงทางเคมี
2. อภิปรายและระบสุ ง่ิ ทเ่ี กดิ ขึน้ จากการเปล่ยี นแปลง
ทางเคมีของสาร
วัสดุ อปุ กรณสําหรับทํากจิ กรรม
ส่ิงท่ีครูตอ งเตรยี ม/กลุม
1. นา้ํ ปูนใส 25 cm3
2. ผงฟู 2 ชอน เบอร 2
3. สารละลายผงฟู 25 cm3 ทักษะแหงศตวรรษท่ี 21
4. นํ้าสมสายชู 15 cm3 C4 การส่อื สาร
5. นํ้า 5 cm3 C5 ความรว มมอื
6. แอมโมเนยี มคลอไรด 2 ชอ น เบอร 2 สือ่ การเรยี นรูแ ละแหลง เรียนรู
7. ปูนขาว 2 ชอ น เบอร 2 1. หนงั สอื เรยี น ป.5 เลม 1 หนา 112-115
8. ลูกโปง 1 ใบ 2. แบบบันทึกกิจกรรม ป.5 เลม 1 หนา 120-126
9. ขวดแกวปากแคบ 1 ใบ 3. ตัวอยา งวดี ิทัศนปฏบิ ัติการวิทยาศาสตรสาํ หรบั ครูเร่ือง
10. แกวนํา้ พลาสติก 1 ใบ รูไดอยา งไรวาเกิดการเปลีย่ นแปลงทางเคมี
11. แทงแกว คน 1 อัน
12. บกี เกอรข นาด 100 cm3 2 ใบ
13. กระบอกตวงขนาด 10 cm3 1 ใบ
14. ชอนตักสารเบอร 2 1 อนั
ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร http://ipst.me/8930
S1 การสงั เกต
S2 การวัด
S5 ความสมั พันธร ะหวางสเปซกบั สเปซ
S8 การลงความเหน็ จากขอมูล
S13 การตคี วามหมายขอมูลและลงขอ สรปุ
294 สถาบนั สงเสริมการสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
คูม อื ครรู ายวิชาพนื้ ฐานวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยท่ี 3 การเปลีย่ นแปลงของสาร
แนวการจัดการเรียนรู ในการตรวจสอบความรู ครู
เพียงรับฟงเหตุผลของนักเรียน
1. ครูนําเขาสูกิจกรรม โดยทบทวนความรูที่เรียนมาเก่ียวกับการเปลี่ยนแปลง เปนสําคัญ และยังไมเฉลย
คําตอบใด ๆ ใหกับนักเรียน แต
ทางเคมเี พือ่ นาํ เขาสกู จิ กรรม โดยอาจใชคําถาม ดงั นี้ ชักชวนนักเรียน ไปหาคําตอบท่ี
ถูกตองจากกิจกรรมตาง ๆ ใน
1.1 การเปล่ียนแปลงทางเคมีเปนอยางไร (การเปล่ียนแปลงทาง บทเรียนน้ี
เคมีเปนการเปลี่ยนแปลงที่มีสารใหมเกิดข้ึนโดยสารใหมน้ี
มสี มบตั ิแตกตา งจากสารเดมิ )
1.2 เราจะรูไดอยางไรวาการเปลี่ยนแปลงหน่ึง ๆ มีสารใหมเกิดขึ้น
(นักเรยี นอาจตอบไดห ลากหลาย ตามความเขา ใจของตัวเอง)
ครูชกั ชวนนกั เรียนหาคาํ ตอบจากการทาํ กจิ กรรมตอ ไป
2. นักเรียนอานชื่อกิจกรรม และ ทําเปนคิดเปน จากนั้น รวมกัน
อภิปรายเพ่ือตรวจสอบความเขาใจเกี่ยวกับจุดประสงคในการทํา
กิจกรรม โดยครใู ชคาํ ถามดงั ตอไปนี้
2.1 กิจกรรมน้ีนักเรียนจะไดเรียนเก่ียวกับอะไร (การเปลี่ยนแปลง
ของสารเม่ือเกิดการเปลีย่ นแปลงทางเคมแี ละสารใหมท่ีเกิดขึ้น
จากการเปล่ยี นแปลงทางเคมี)
2.2 นักเรียนจะไดเ รียนเร่อื งนีด้ วยวิธใี ด (การสังเกต)
2.3 เมือ่ เรียนแลว นักเรียนจะทําอะไรได (บรรยายการเปลี่ยนแปลง
ของสารและระบุสงิ่ ท่เี กดิ ขน้ึ เม่ือมีการเปล่ยี นแปลงทางเคมี)
3. นักเรียนอานส่ิงท่ีตองใช ในกิจกรรม เน่ืองจากมีสารเคมีหลายชนิด
ที่นักเรียนอาจไมรูจัก ครูควรนํามาแสดงใหนักเรียนดูและควร
ทบทวนวิธีการใชอุปกรณบางอยาง เชน แทงแกวคน ชอนตักสาร
และกระบอกตวง
4. นักเรียนอานทําอยางไร ในหนังสือเรียนหนา 112-113 ทั้ง 3 ตอน
โดยฝกอานตามความเหมาะสมกับความสามารถของนักเรียน ครูให
นักเรียนดูวิธีการบันทึกผลในแบบบันทึกกิจกรรมควบคูไปดวย
จากนั้นรวมกันสรุปขั้นตอนการทํากิจกรรม โดยครูและนักเรียน
รวมกันเขียนแผนผังแสดงขั้นตอนการทํากิจกรรม ดังตัวอยาง
ในหนา ถัดไป
สถาบนั สง เสรมิ การสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี 295
คมู อื ครูรายวิชาพนื้ ฐานวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยท่ี 3 การเปลีย่ นแปลงของสาร
ตัวอยา งการเขียนแผนผังการทํากจิ กรรม
296 สถาบนั สง เสริมการสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
คมู ือครูรายวิชาพืน้ ฐานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยท่ี 3 การเปล่ยี นแปลงของสาร
สถาบนั สง เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี 297
คมู ือครูรายวิชาพืน้ ฐานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนวยที่ 3 การเปลย่ี นแปลงของสาร
5. ครูเตือนนักเรียนเก่ียวกับวิธีการทิ้งสารเคมีตองทิ้งในภาชนะที่ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรและทักษะ
ครูเตรียมไวให เม่ือนักเรียนเขาใจวิธีทํากิจกรรมในทําอยางไร แหงศตวรรษที่ 21 ท่ีนักเรียนจะไดฝกจากการ
แลว ครูแจกวัสดุอุปกรณและใหนักเรียนเริ่มปฏิบัติกิจกรรม ทาํ กิจกรรม
ตามขนั้ ตอน
S1 การสังเกตลกั ษณะของสารกอ นและ
6. หลังจากทํากิจกรรมแลว ใหนักเรียนเก็บอุปกรณให หลังผสมและการเปลีย่ นแปลงทเ่ี กดิ ขน้ึ
เรียบรอย ครูใหนักเรียนนําเสนอ จากน้ันครูนําอภิปรายผล ขณะผสมสาร
การทํากิจกรรม โดยใชค ําถามดงั นี้
6.1 น้ํ า ปู น ใ ส ส า ร ล ะ ล า ย ผ ง ฟู ผ ง ฟู น้ํ า ส ม ส า ย ชู S2 การวดั โดยการใชอุปกรณตวงปรมิ าตร
แอมโมเนียมคลอไรด ปูนขาวมีลักษณะอยางไร (นักเรียน สาร
ตอบตามท่สี งั เกตได เชน นา้ํ ปูนใสและสารละลายผงฟูเปน
ของเหลวใสไมม สี )ี S5 การหาความสัมพันธระหวา งสเปซกับสเปซ
6.2 เมื่อผสมนํ้าปูนใสกับสารละลายผงฟู สังเกตเห็นอะไรบาง จากการบอกที่อยขู องสารใหมทเ่ี กิดจาก
(เกิดตะกอนสขี าว) การเปล่ียนแปลงทางเคมี เชน บอกไดว า
6.3 เม่ือผสมน้ําปูนใสกับสารละลายผงฟู มีสารใหมเกิดขึ้น แกสทเี่ กิดขน้ึ กระจายอยูภายในขวดและ
หรือไม รูไดอยางไร (เมื่อผสมน้ําปูนใสกับสารละลายผงฟู ในลูกโปงทีพ่ อง
มีสารใหมเกิดขึ้นคือ ตะกอนสีขาว เพราะสารเดิมมี
ลักษณะเปนของเหลวใส แตเมื่อผสมกันแลวไดสารท่ีเปน S8 การลงความเหน็ จากขอมูลจากการ
ของแข็งสีขาว ซึ่งไมเหมือนกับสารเดิม จึงนาจะเปนสาร สังเกตและบอกไดว าการเปลย่ี นแปลง
ใหม) ทางเคมีสงั เกตไดจากอะไรบาง
6.4 เมื่อผสมแอมโมเนียมคลอไรดกับปูนขาว สังเกตเห็นอะไร
(มแี กส กลิน่ ฉนุ และผิวดานนอกภาชนะเยน็ ลง) C4 การสือ่ สารจากการพดู เขียนบรรยาย
6.5 เมื่อผสมแอมโมเนียมคลอไรดกับปูนขาว มีสารใหมเกิดข้ึน การเปล่ียนแปลงเม่ือนาํ สารสองชนิด
หรือไม รูไดอยางไร (เม่ือผสมแอมโมเนียมคลอไรดกับ ผสมกนั
ปูนขาวมีสารใหมเกิดขึ้นคือ แกสท่ีมีกล่ินฉุนแสบจมูกตางจาก
สารเดิม เพราะสารเดิมมีลักษณะเปนของแข็งสีขาว และไมมี C5 ความรวมมือจากการทํางานรวมกนั ใน
กลิน่ ฉุนท้งั คู จึงนา จะเปน สารใหม) กลุม
6.6 เมื่อผสมผงฟูกับนํ้าสมสายชู สังเกตเห็นอะไร (เมื่อผสม
ผงฟูกับนาํ้ สมสายชู เกดิ ฟองแกส)
298 สถาบนั สง เสริมการสอนวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
คูมือครรู ายวิชาพ้ืนฐานวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยท่ี 3 การเปล่ยี นแปลงของสาร
6.7 เม่ือผสมผงฟูกับน้ําสมสายชู มีสารใหมเกิดขึ้นหรือไม รูได
อยางไร (เม่ือผสมผงฟูกับน้ําสมสายชูมีสารใหมเกิดขึ้นคือ
แกส เพราะสารเดิมคือผงฟูมีลักษณะเปนของแข็งสีขาว
และน้าํ สมสายชเู ปน ของเหลวใส แตเม่ือผสมกนั แลวไดสาร
ท่ีเปนแกส ซง่ึ ไมเหมือนกับสารเดิม จึงนาจะเปน สารใหม)
6.8 การเปล่ียนแปลงท่ีเกิดขึ้นท้ังหมดน้ีเปนการเปล่ียนแปลง
แบบใด เพราะเหตุใด (การเปลี่ยนแปลงที่เกิดข้ึนเปนการ
เปลี่ยนแปลงทางเคมี เพราะไดสารใหมที่มีสมบัติตางจาก
สารเดมิ )
6.9 สารใหมท่ีเกิดจากการเปลี่ยนแปลงมีลักษณะอยางไรบาง
(สารใหมมีลักษณะเปนตะกอน เปนแกสไมมีสี ไมมีกล่ิน
และแกส ทมี่ ีกลนิ่ ฉนุ แสบจมกู )
6.10การเปลี่ยนแปลงทางเคมี นอกจากมีสารใหมเกิดขึ้นแลว
ยังมีการเปลี่ยนแปลงอะไรไดอีก (การเปล่ียนอุณหภูมิ ซ่ึง
บางคร้ังก็วัดไดโดยใชมือสัมผัส แตบางคร้ังตองใชเครื่องมือ
ตรวจวัด)
6.11จากกิจกรรมทั้งสามตอน การเปล่ียนแปลงทางเคมีสังเกต
ไดจากอะไรบาง (การเปล่ียนแปลงทางเคมีสังเกตไดจากมี
ตะกอน มีฟองแกส มีกล่ินและอณุ หภูมเิ ปลยี่ นไป)
7. ครชู ักชวนนกั เรยี นอภิปรายเพิม่ เติมเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางเคมี
วา เมื่อเกดิ ฟองแกส หรอื สารเกิดการเปลยี่ นสแี สดงวามี การ
เปลี่ยนแปลงทางเคมีเกิดขึ้นเสมอหรือไม จากน้ันครูอธิบายวา การ
เปลี่ยนแปลงบางอยางอาจไมเกิดการเปล่ียนแปลงทางเคมี เชน เม่ือ
นํ้าเดือดจะสังเกตเห็นฟองแกสเกิดข้ึน ฟองแกสที่เกิดข้ึนคือไอน้ําซึ่ง
เปนนํ้าในสถานะแกส การเปลี่ยนแปลงนี้จึงไมมีสารใหมเกิดขึ้นจึง
ไมใชก ารเปลี่ยนแปลงทางเคมี หรือเมอื่ เทนาํ้ ลงในนา้ํ หวานสีแดง แลว
คนพบวาสขี องนํา้ หวานจางลง การเปลีย่ นแปลงทเ่ี กดิ ขึ้นน้ีก็ไมไดเปน
การเปลีย่ นแปลงทางเคมี เพราะไมมสี ารใหมเ กิดขน้ึ
8. ครูและนักเรียนรวมกันอภิปรายและลงขอสรุปวา การระบุวามีการ
เปล่ียนแปลงทางเคมเี กิดข้ึน การเปลี่ยนแปลงน้ันจะตองไดสารใหมท ี่
สถาบันสง เสรมิ การสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี 299
คูมอื ครรู ายวิชาพน้ื ฐานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนวยที่ 3 การเปลย่ี นแปลงของสาร
มีสมบัติแตกตางจากสารเดิม ซึ่งเราอาจสังเกตไดจาก การเกิดฟอง
แกส เกิดตะกอน เกิดแกสท่ีมีกลิ่นเปลี่ยนแปลงไป หรือมีอุณหภูมิ
สูงข้ึนหรือลดลง (S13)
9. ครูอภิปรายรวมกับนักเรียนเกี่ยวกับการเปล่ียนแปลงของสิ่งตาง ๆ ที่
เกดิ ข้ึนในชีวติ ประจําวันวา การเปล่ยี นแปลงใดบางเปน การ
เปล่ียนแปลงทางเคมี และรูไดอยางไรวา เปนการเปลยี่ นแปลงทางเคมี
และการเปล่ียนแปลงทางเคมี มีประโยชนและโทษตอส่ิงมีชีวิตและ
สง่ิ แวดลอมอยางไร
10.นักเรียนรวมกันอภิปรายคําตอบใน ฉันรูอะไร โดยครูอาจใชคําถาม
เพม่ิ เตมิ ในการอภิปรายเพอ่ื ใหไดแนวคาํ ตอบที่ถูกตอง
11. นักเรียนรวมกันสรุปสิ่งที่ไดเรียนรูในกิจกรรมน้ี จากน้ันนักเรียนอาน
สงิ่ ทีไ่ ดเรียนรู และเปรียบเทียบกบั ขอ สรปุ ของตนเอง
12. ครูกระตุนใหนักเรียนฝกต้ังคําถามเกี่ยวกับเร่ืองท่ีสงสัยหรืออยากรู
เพ่ิมเติมใน อยากรูอีกวา จากนั้นครูอาจสุมนักเรียน 2 -3 คน
นําเสนอคําถามของตนเองหนาช้ันเรียน และใหนักเรียนรวมกัน
อภิปรายเกย่ี วกับคาํ ถามท่นี าํ เสนอ
13.ครนู ําอภิปรายเพอื่ ใหนกั เรยี นทบทวนวาไดฝกทกั ษะกระบวนการทาง
วิทยาศาสตรและทักษะแหงศตวรรษท่ี 21 อะไรบางและในขั้นตอน
ใดบา ง แลว บันทึกลงในแบบบนั ทกึ กิจกรรมหนา 126
14. นักเรียนอาน รูอะไรในเรื่องน้ี ในหนังสือเรียนหนา 116-117 ครูนํา
อภปิ รายเพื่อนําไปสขู อ สรปุ เกีย่ วกับสงิ่ ท่ีไดเ รยี นรูในเรื่องน้ี จากน้นั ครู
กระตุนใหนักเรียนตอบคําถามในชวงทายของเน้ือเร่ืองซ่ึงเปนคําถาม
เพือ่ เชือ่ มโยงไปสูการเรยี นเน้อื หาในบทตอไปดังน้ี การเปลีย่ นแปลงที่
ผันกลับไดเปนอยางไร และการเปล่ียนแปลงทางกายภาพสามารถ
ผนั กลับไดหรือไม นักเรยี นสามารถตอบตามความเขา ใจของตนเองซ่ึง
จะหาคําตอบไดจากการเรยี นในบทตอไป
300 สถาบนั สงเสรมิ การสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
คมู อื ครูรายวิชาพืน้ ฐานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนวยที่ 3 การเปลีย่ นแปลงของสาร
แนวคําตอบในแบบบนั ทึกกจิ กรรม
1.สังเกตและบรรยายการเปลยี่ นแปลงของสารเมอ่ื มกี ารเปลยี่ นแปลงทางเคมี
2.อภิปรายและระบุสงิ่ ท่เี กิดข้นึ จากการเปลยี่ นแปลงทางเคมีของสารเมอื่ ผสม
นํา้ ปนู ใสกบั สารละลายผงฟู
ของเหลวใส ไมมีสี ไมมกี ลิ่น ผวิ ภาชนะมี 301
อณุ หภมู ปิ กติ
ของเหลวใส ไมม สี ี ไมมกี ล่ิน ผวิ ภาชนะมีอณุ หภูมิ
ปกติ
เกดิ ตะกอนสีขาวกระจายอยูทว่ั ของเหลว
ไมมกี ล่ิน ผิวภาชนะมีอุณหภูมปิ กติ
สถาบันสง เสรมิ การสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
คมู อื ครูรายวิชาพนื้ ฐานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนวยท่ี 3 การเปลยี่ นแปลงของสาร
1. สงั เกตและบรรยายการเปลยี่ นแปลงของสารเม่อื มีการเปลย่ี นแปลงทางเคมี
2. อภปิ รายและระบุสิ่งทเี่ กดิ ขึ้นจากการเปลย่ี นแปลงทางเคมีของสารเมื่อผสม
แอมโมเนยี มคลอไรดก ับปูนขาว
ของแข็ง เปน เกลด็ สีขาวขนุ ไมม ีกลิ่น ผิวภาชนะมี
อณุ หภูมปิ กติ
ของแข็ง เปน ผง สีขาว ไมมีกลิน่ ผิวภาชนะมี
อุณหภมู ปิ กติ
ของแข็ง เปน กอ น สีขาว มีแกส กล่นิ ฉุนแสบจมกู
เมอื่ สัมผัสผิวภาชนะรูสกึ เยน็ หรอื มีละอองนํ้าเล็กๆ
เกาะอยทู ี่ผวิ ภาชนะ
302 สถาบนั สง เสริมการสอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี
คมู อื ครูรายวิชาพืน้ ฐานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยที่ 3 การเปลย่ี นแปลงของสาร
1. สังเกตและบรรยายการเปล่ียนแปลงของสารเมื่อมีการเปล่ียนแปลงทางเคมี
2. อภิปรายและระบสุ ิ่งทเ่ี กดิ ขึ้นจากการเปล่ียนแปลงทางเคมีของสารเมอื่ ผสมน้าํ สม สายชู
กับผงฟู
ของเหลวใส ไมมสี ี มีกลนิ่ ฉนุ ผิวภาชนะมีอณุ หภูมิ
ปกติ
ของแข็ง เปน ผงสีขาว ไมมกี ลนิ่ ผวิ ภาชนะมี
อณุ หภูมปิ กติ
เกิดฟองแกสไมมีสี ลูกโปง พองขึ้น มีกลิ่นของ
นาํ้ สม สายชู ผิวภาชนะมอี ุณหภูมิปกติ
สถาบนั สง เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี 303
คมู ือครูรายวิชาพ้นื ฐานวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยที่ 3 การเปลยี่ นแปลงของสาร
คาํ ตอบขน้ึ อยูกับการอภิปรายของนักเรียน ซ่งึ ควรไดค ําตอบดงั น้ี
การเปลยี่ นแปลงของสารเมื่อผสมสารสองชนิดเขา ดวยกันในแตล ะตอนไดผ ล
ทํานองเดยี วกันคือมีสารใหมเกดิ ข้นึ สิ่งท่ีแตกตา งกันคือลักษณะของสารใหมที่
เกิดขนึ้ ตอนที่ 1 สารใหมเ ปนตะกอนสีขาว ตอนที่ 2 เปน แกสไมมสี ี มกี ล่ินฉุน
แสบจมูก สารผสมมอี ุณหภูมิลดลง มลี ะอองนา้ํ เกาะทผ่ี ิวดานนอก ตอนที่ 3
เปนแกสไมม สี ี สังเกตไดจ ากลกู โปง พองขน้ึ
สรปุ การเปลีย่ นแปลงทางเคมที ัง้ สามตอน สังเกตไดจากการมตี ะกอนเกดิ ขน้ึ มี
แกสเกิดขึ้น มีกลน่ิ และอณุ หภูมิของสารเปล่ยี นไปจากเดิม
304 สถาบันสงเสริมการสอนวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
คมู ือครรู ายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยท่ี 3 การเปลีย่ นแปลงของสาร
เมอ่ื ผสมน้าํ ปูนใสกบั สารละลายผงฟู เกดิ การเปลี่ยนแปลงทางเคมี เพราะมีสารใหมที่
เปน ตะกอนสขี าวเกิดข้นึ ซงึ่ มีลกั ษณะแตกตางจากสารเดมิ ท่ีเปนของเหลวใส
เมอ่ื ผสมนา้ํ ปูนใสกับสารละลายผงฟูซึ่งเปน ของเหลวใสทั้งคู เกิดตะกอนสขี าวปนอยูใน
ของเหลว แสดงวา เกิดการเปล่ียนแปลงทางเคมี
เม่อื ผสมแอมโมเนยี มคลอไรดกับปนู ขาว เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมี สงั เกต
ไดจากการมีกล่ินฉนุ และเมอื่ สัมผัสที่ภาชนะจะรูสึกเยน็ แสดงวาสารทเ่ี กดิ ขึ้นมี
สมบตั ิแตกตา งจากสารเดมิ ซ่ึงไมม ีกล่ินและมีอณุ หภมู ิปกติ
แอมโมเนียมคลอไรดกับปนู ขาว เปนของแขง็ สีขาว ไมมีกล่นิ ท้ังคู เม่ือนาํ มาผสมกนั
จะเกดิ กลนิ่ แสดงวามีแกสเกิดขึน้ และสมั ผสั ภาชนะแลวรูสกึ เย็นลงแสดงวา อณุ หภูมิ
ลดลง ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงท่เี กิดขึน้ จงึ เปน การเปล่ียนแปลงทางเคมี ซ่งึ สังเกต
ไดจ ากการมกี ล่ินและอุณหภูมิเปลี่ยนไป
สถาบนั สงเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี 305
คูม อื ครูรายวิชาพื้นฐานวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยที่ 3 การเปล่ยี นแปลงของสาร
เมื่อผสมผงฟกู ับนํ้าสมสายชเู กิดการเปล่ียนแปลงทางเคมี สังเกตจากมีฟองแกส
เกิดขึ้น ซึง่ มลี ักษณะแตกตา งจากสารเดมิ คือผงฟเู ปนของแขง็ สีขาว นํ้าสมสายชู
เปน ของเหลวใส
ผงฟเู ปน ของแข็งสีขาว นํา้ สมสายชเู ปน ของเหลวใสไมมีสี มกี ล่ิน เม่ือนาํ
ผงฟูกบั นา้ํ สมสายชูผสมกันเกิดฟองแกส ทท่ี าํ ใหลูกโปงพองข้นึ ดังนนั้
การเปลีย่ นแปลงท่เี กิดข้ึนจึงเปนการเปลีย่ นแปลงทางเคมี
การเปล่ยี นแปลงทางเคมีสังเกตจากสมบัติของสารทีเ่ กิดข้ึนแตกตางไปจาก
สารเดิม เชน เกิดการตกตะกอน มแี กส เกิดขนึ้ มสี แี ละกลนิ่ เปลี่ยนไป
รวมทั้งเกิดการเปลี่ยนแปลงของอุณหภมู ิ
306 สถาบันสงเสริมการสอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี
คมู ือครูรายวิชาพนื้ ฐานวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยที่ 3 การเปลี่ยนแปลงของสาร
คําถามของนกั เรียนท่ีต้ังตามความอยากรขู องตนเอง
สถาบนั สง เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี 307
คมู อื ครรู ายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนวยที่ 3 การเปลีย่ นแปลงของสาร
แนวการประเมินการเรียนรู
การประเมินการเรียนรขู องนกั เรยี นทําได ดังนี้
1. ประเมนิ ความรเู ดิมจากการสํารวจความรูกอ นเรยี นและการอภิปรายในชนั้ เรียน
2. ประเมินการเรยี นรจู ากคําตอบของนกั เรยี นระหวา งการจดั การเรียนรแู ละจากแบบบนั ทึกกิจกรรม
3. ประเมินทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรและทักษะแหง ศตวรรษที่ 21 จากการทํากจิ กรรมของนกั เรยี น
การประเมนิ จากการทาํ กิจกรรมที่ 1.2 รูไดอ ยางไรวาเกดิ การเปล่ยี นแปลงทางเคมี
ระดบั คะแนน
3 คะแนน หมายถึง ดี 2 คะแนน หมายถึง พอใช 1 คะแนน หมายถึง ควรปรับปรงุ
รหสั สิง่ ที่ประเมนิ ระดบั คะแนน
ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร
S1 การสังเกต
S2 การวดั
S5 การหาความสัมพันธระหวางสเปซ
กบั สเปซ
S8 การลงความเหน็ จากขอ มลู
S13 การตคี วามหมายขอมูลและลงขอ สรุป
ทักษะแหงศตวรรษท่ี 21
C4 การสอื่ สาร
C5 ความรวมมอื
รวมคะแนน
308 สถาบนั สง เสรมิ การสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
คูมอื ครรู ายวิชาพ้ืนฐานวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี ป.5 เลม 1 | หนว ยที่ 3 การเปลี่ยนแปลงของสาร
ตาราง แสดงการวเิ คราะหทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรต ามระดับความสามารถของนักเรยี น
โดยอาจใชเ กณฑก ารประเมิน ดังน้ี
ทักษกระบวนการ รายการประเมิน ระดับความสามารถ
ทางวิทยาศาสตร
ดี (3) พอใช (2) ควรปรบั ปรงุ (1)
S1 การสงั เกต การบรรยายราย สามารถใชป ระสาทสมั ผสั สามารถใชป ระสาท สามารถใชป ระสาท
ละเอยี ดเกี่ยวกบั การ เกบ็ รายละเอยี ดของสิง่ ท่ี สมั ผสั เกบ็ รายละเอียด สมั ผัสเกบ็ รายละเอียด
เปลี่ยนแปลงที่เกดิ ขึน้ เกดิ ขึ้นจากการปลยี่ น ของสิง่ ที่เกิดขึน้ จาก ของสง่ิ ท่ีเกิดขน้ึ ไดจ าก
เมื่อผสมนํ้าปนู ใสกบั แปลงเม่ือผสมน้าํ ปนู ใสกบั การเปลย่ี นแปลงเมื่อ การเปล่ียนแปลงเมื่อ
สารละลายผงฟู สารละลายผงฟู ผสมนํ้าปูนใส ผสมน้ําปนู ใสกับ
แอมโมเนียมคลอไรด แอมโมเนียมคลอไรดก ับ กบั สารละลายผงฟู สารละลายผงฟู
กับปนู ขาว และ ปนู ขาว และนาํ้ สม สายชู แอมโมเนยี มคลอไรด แอมโมเนียมคลอไรด
นํา้ สม สายชกู บั ผงฟู กับผงฟูไดครบถวนดว ย กับปนู ขาว และ กับปนู ขาว และ
ตนเอง โดยไมเพ่มิ ความ นาํ้ สมสายชกู ับผงฟูได นํ้าสมสายชกู ับ
คิดเห็น ครบถวน โดยอาศยั ผงฟูไดไมครบถวน
การชี้แนะของครูหรือ แมว าจะไดร ับการ
ผูอ ืน่ ชแ้ี นะจากครหู รือผอู น่ื
S2 การวัด การวดั ปริมาณของ สามารถใชอุปกรณใน สามารถใชอ ุปกรณใน สามารถใชอ ุปกรณใน
สารท่ีใชในการทํา การตวงปริมาณของสาร การตวงปริมาณของ การตวงปริมาณของ
กจิ กรรมไดแก ตา งๆ ไดแ ก สารตางๆ ไดแก สารตา งๆ ไดแ ก
- ตวงปริมาตรของ - ตวงปรมิ าตรของสาร - ตวงปรมิ าตรของ - ตวงปรมิ าตรของ
สารละลายผงฟู ละลายผงฟู น้ําปูนใส สารละลายผงฟู นํ้า สารละลายผงฟู
นา้ํ ปูนใส และ และนํา้ สม สายชูตาม ปูนใส และ น้ําปูนใส และ
น้าํ สม สายชตู าม ปรมิ าตรและหนว ยที่ น้าํ สม สายชูตาม นาํ้ สม สายชตู าม
ปรมิ าตรและ กาํ หนดให ปริมาตรและหนว ยที่ ปริมาตรและหนว ย
หนวยท่กี าํ หนดให - ตวงปรมิ าณผงฟู กําหนดให ทีก่ าํ หนดให
- ตวงปรมิ าณผงฟู ปูนขาว และ - ตวงปริมาณผงฟู ปูน - ตวงปริมาณผงฟู
ปนู ขาวและ แอมโมเนยี มคลอไรด ขาวและแอมโมเนยี ม ปูนขาวและ
แอมโมเนียมคลอ ตามปริมาณและ คลอไรดตามปริมาณ แอมโมเนียมคลอไรด
ไรดตามปริมาณ หนวยที่กาํ หนดใหไ ด และหนว ยทกี่ าํ หนด ตามปริมาณและ
และหนว ยท่ี ถกู ตองดวยตนเอง ใหไ ดถ ูกตอ งโดย หนว ยทีก่ ําหนดใหได
กําหนดให อาศยั การชแ้ี นะของ ไมถูกตอ งแมวาจะ
ครูหรือผอู ่นื ไดร ับการช้ีแนะจาก
ครูหรือผอู ่ืน
สถาบนั สงเสรมิ การสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี 309