รายวชิ าอยธุ ยาศกึ ษา สค03128 0
คำนำ
เอกสารประกอบการเรยี น รายวิชา สค03128 อยธุ ยาศกึ ษา นบั ตง้ั แตป่ ี พ.ศ. 1893 เป็นต้นมา
ในครั้งสมัยอาณาจักรกรุงศรีอยุธยา มีความเจริญรุ่งเรืองทางวัฒนธรรม วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนมี
การสะสมถึงขนบธรรมเนียมประเพณี รวมถึงประวัติบุคคลสำคัญ ๆ ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาจน
กระทั้งได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองแห่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม สมควรที่ชนรุ่นหลังจะต้องศึกษา การ
เรยี นรู้เพ่ือใหต้ ระหนักถงึ พระคณุ ของบรรพบุรุษ และสามารถนำความรไู้ ปพฒั นาประเทศชาติ
คนไทยทุกคนควรจะต้องศึกษาเรียนรู้ ความเป็นมาของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา คณะครู
กศน.ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้ร่วมกัน ได้ศึกษา ค้นคว้าจากเอกสาร หนังสือต่าง ๆ และเว็บไซด์
เป็นจำนวนมากซึ่งทำให้เอกสารประกอบการเรียนรู้มีความสมบูรณ์ครบถ้วน ทั้งเนื้อหาสาระทางด้าน
ประวตั ศิ าสตร์ บุคคลสำคญั การเปน็ มรดกโลก และมหาอทุ กภยั ของจังหวดั พระนครศรีอยุธยา
สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
หวังเป็นอย่างยิ่งว่า เอกสารประกอบการเรียนรายวิชา สค03128 อยุธยาศึกษา จะช่ วยให้ผู้สอน
นักศึกษา และผู้สนใจในการศึกษาค้นคว้า นำไปสู่การพัฒนากระบวนการเรียนรู้และกระบวนการคิด
วิเคราะห์ สมดงั เจตนารมณ์ของการปฏริ ปู การศกึ ษาอย่างครบถ้วนทกุ ประการ
สำนกั งาน กศน.จังหวดั พระนครศรอี ยธุ ยา
พฤศจกิ ายน 2558
รายวิชาอยธุ ยาศึกษา สค03128 1
สารบัญ หน้า
1
คำนำ 2
สารบญั 5
บทที่ 1 สภาพท่ัวไปของจงั หวดั พระนครศรีอยุธยา
1. ประวัตคิ วามเป็นมาของจงั หวัดพระนครศรีอยุธยา
2. ลกั ษณะภูมิศาสตร์ ประชากรและการนบั ถือศาสนาของจงั หวดั 33
พระนครศรอี ยธุ ยา
3. อตั ลักษณ์ของจงั หวัด และอำเภอ จากคำขวญั ประจำจงั หวดั และอำเภอ
ใน
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
บทที่ 2 สภาพทางสังคมของจังหวัดพระนครศรีอยธุ ยา
1. หน่วยงานในภาครัฐ ภาคเอกชน ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตของ
ผู้เรยี น
2. กลุม่ ทางสังคมของชาวจงั หวัดพระนครศรีอยุธยา
บทที่ 3 สภาพทางเศรษฐกจิ ของจงั หวัดพระนครศรอี ยธุ ยา 41
1. สภาพทางเศรษฐกจิ ในปัจจุบันของจังหวัดพระนครศรีอยธุ ยา
2. อาชีพในจงั หวดั พระนครศรอี ยุธยา
2.1 เกษตรกรรม
2.2 อุตสาหกรรม
2.3 พาณชิ ยกรรม
2.4 คหกรรม
2.5 ศลิ ปหตั ถกรรม
3. ผลิตภณั ฑ์พนื้ บ้าน และของดีประจำจังหวัดพระนครศรีอยธุ ยา
4. การท่องเทย่ี วและการบรกิ ารของจังหวัดพระนครศรีอยธุ ยา
บทท่ี 4 ภูมิปัญญา ปราชญ์ชาวบา้ น และแหลง่ เรียนร้ทู ่ีสำคัญของจังหวัด 73
พระนครศรีอยุธยา
1. ความหมาย ความสำคัญของภมู ิปัญญา ปราชญ์ชาวบ้าน แหล่งเรยี นรู้
รายวิชาอยุธยาศกึ ษา สค03128 2
2. ภมู ิปญั ญา ปราชญ์ชาวบา้ น และแหลง่ เรยี นรู้ที่สำคัญของจังหวัด หน้า
พระนครศรีอยธุ ยา 107
1.1 เกษตรกรรม 123
1.2 อุตสาหกรรม
1.3 พาณชิ ยกรรม 162
1.4 คหกรรม
1.5 ศลิ ปหัตถกรรม
บทที่ 5 วัฒนธรรม ประเพณี วถิ ชี ีวติ และความเชื่อของชาวอยุธยา
1. ความหมายและความสำคัญของความเชือ่ วฒั นธรรม และประเพณี
2. วัฒนธรรมและประเพณขี องชาวจังหวัดพระนครศรีอยธุ ยา
บทที่ 6 บุคคลสำคัญ และศลิ ปนิ แห่งชาติของจังหวดั พระนครศรีอยุธยา
1. ช่ือและผลงานของบคุ คลสำคัญในจังหวดั พระนครศรอี ยุธยา
1.1 บุคคลสำคัญในประวตั ศิ าสตร์
1.2 บุคคลสำคญั ในปัจจุบัน
2. ความหมายและการจำแนกสาขาของศลิ ปินแห่งชาติ
3. ชื่อและผลงานของศลิ ปินแหง่ ชาติในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
4. ระบุแหลง่ การเรียนร้ปู ระเภทสื่อนวัตกรรม และเทคโนโลยี
5. ระบุแหล่งการเรยี นรปู้ ระเภทศิลปะ วฒั นธรรม และจารีตประเพณี
บทที่ 7 โบราณสถาน โบราณวตั ถุที่สำคัญของจังหวดั พระนครศรีอยธุ ยา
1. ความหมาย ความสำคญั และแนวทางอนุรักษโ์ บราณสถาน
โบราณวตั ถุ
2. โบราณสถานทสี่ ำคญั ของจงั หวัดพระนครศรอี ยุธยา
3. โบราณวัตถุที่สำคัญของชาวจังหวัดพระนครศรอี ยุธยา
4. โบราณสถาน และโบราณวัตถุท่ีสำคญั ในท้องถ่ิน
รายวิชาอยุธยาศึกษา สค03128 3
บทที่ 8 พระอารามหลวง หนา้
1. ความหมาย ความสำคญั และประเภทของพระอารามหลวง 194
2. ชือ่ ประเภท และประวตั คิ วามเปน็ มาของพระอารามหลวง
206
ในจังหวัด
บทท่ี 9 การอนรุ ักษอ์ ยุธยามรดกโลก 214
ความหมาย ความสำคญั และประเภทของมรดกโลก
ความเป็นมาของอยธุ ยามรดกโลก
แนวทางการอนุรักษ์อยธุ ยามรดกโลก
บทที่ 10 มหาอุทกภยั ...ภัยของแผ่นดินเกดิ
1. ภัยพบิ ตั ิทางธรรมชาติ
2. สถานการณ์ภยั พบิ ัติทางธรรมชาติในประเทศไทย
และมหาอุทกภยั ปี 2554
3. การรับมือกบั อุทกภัย : สิ่งท่ีควรปฏบิ ัติและสงิ่ ท่ีไม่ควรปฏบิ ตั ิ
3.1 กอ่ นเกิดอทุ กภยั อะไรคือส่งิ ท่ีควรปฏิบัติ และอะไรคือ
สงิ่ ทไ่ี ม่ควรปฏิบตั ิ
3.2 ขณะเกดิ อทุ กภยั อะไรคอื ส่งิ ที่ควรปฏบิ ัติ และอะไรคือ
สงิ่ ท่ีไม่ควรปฏบิ ัติ
3.3 หลงั เกิดอุทกภัย อะไรคอื สง่ิ ที่ควรปฏิบัติ และอะไรคือ
สง่ิ ทไี่ ม่ควรปฏบิ ตั ิ
บรรณานุกรม
รายวิชาอยุธยาศกึ ษา สค03128 4
บทที่ 1
สภาพทว่ั ไปของจังหวดั พระนครศรอี ยธุ ยา
แนวคดิ
จังหวัดพระนครศรีอยุธยาในอดีตเคยเป็นเมืองหลวงของประเทศไทยมีประวัติความเป็นมาที่
สำคัญ สมควรที่ชนรุ่นหลังจะได้เรียนรู้ถึงความสำคัญของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตลอดจนลักษณะ
ทางภูมิศาสตร์และอัตลักษณ์ของจังหวัด เพ่อื เรยี นรู้ประวัติศาสตร์รากเหง้าของความเป็นไทยและสภาพ
โดยทว่ั ไปของจงั หวัดพระนครศรอี ยธุ ยาในปัจจบุ ัน
ตัวชว้ี ัด
1. อธิบายประวัติ ความเปน็ มาของจงั หวดั พระนครศรีอยุธยา
2. อธิบายลักษณะภมู ิศาสตร์ ประชากร และการนับถือศาสนาของจังหวดั พระนครศรีอยุธยา
3. อธิบายการเรียนรู้อตั ลกั ษณ์ของจังหวัด และอำเภอ จากคำขวัญประจำจังหวัด และอำเภอ
ในจงั หวดั พระนครศรีอยุธยา
เน้อื หา
1. ประวตั ิ ความเปน็ มาของจังหวดั พระนครศรีอยุธยา
2. ลักษณะภูมศิ าสตร์ ประชากรและการนบั ถือศาสนาของจังหวดั พระนครศรีอยุธยา
3. อัตลักษณ์ของจังหวัด และอำเภอ จากคำขวัญประจำจังหวัดและอำเภอในจังหวัด
พระนครศรอี ยธุ ยา
รายวชิ าอยุธยาศกึ ษา สค03128 5
1. ประวัตคิ วามเปน็ มาของจงั หวัดพระนครศรีอยุธยา
หากยอ้ นเวลากลับไปสู่อดีต เม่อื ราว 1,000 ปีมาแล้วน้นั ในดินแดนที่เปน็ ประเทศไทยปัจจุบันนี้
ชนชาติไทยกลุ่มต่าง ๆ ได้ตั้งบ้านเรือนเป็นปึกแผ่นกระจายอยู่ทั่วไปในบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำที่อุดม
สมบูรณ์ เมอื งเหลา่ นต้ี า่ งมอี สิ ระในการปกครองไม่ข้ึนต่อกัน
ปลายพุทธศตวรรษที่ 18 ชุมชนในบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำยม แม่น้ำน่านและแม่น้ำป่าสัก ได้
รวมตัวกนั สถาปนาอาณาจักรสโุ ขทยั ข้นึ ในราว พ.ศ. 1792
ต้นพุทธศตวรรษที่ 19 ชุมชนในบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำปิง แม่น้ำวัง และแม่น้ำกก ได้ร่วมกัน
สถาปนาอาณาจักรลา้ นนา โดยมเี มอื งเชียงใหมเ่ ป็นศนู ยก์ ลางการปกครอง เม่ือ พ.ศ. 1839
ส่วนบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา มีเมืองสุพรรณบุรี (ตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา) เมือง
ลพบรุ ี (ตะวนั ออกของแม่น้ำเจ้าพระยา) ร่วมกบั ชมุ ชนท่ีอยใู่ นพระนครศรีอยธุ ยา1 ได้สถาปนาอาณาจักร
อยุธยาข้ึน เมือ่ ปลายพุทธศตวรรษท่ี 19
อดีตของพระนครศรีอยธุ ยาน้ัน ไดเ้ ริ่มตน้ ขน้ึ เมอ่ื สมเดจ็ พระรามาธิบดีท่ี 1 หรือ พระเจา้ อู่ทองได้
สถาปนากรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีขึ้นเม่ือ “ศักราช 712 ขาลศก วัน 6ฯ65 ค่ำเวลารุ่งแล้ว 3 นาฬิกา 9
บาท” ตรงกับวันศุกร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 1893 เวลา 9 นาฬิกา 55 นาที2 ศูนย์กลางของอาณาจักรคือ
กรุงศรีอยุธยามีสภาพเป็นเกาะมีแม่น้ำล้อมรอบ 3 สายคือ แม่น้ำลพบุรี แม่น้ำป่าสัก และแม่น้ำ
เจ้าพระยาซึ่งเป็นแม่น้ำสายใหญ่ท่ีเรือสินค้าต่างประเทศสามารถเดินทางเข้าถึงได้อย่างสะดวก ส่งผลให้
อาณาจกั รอยุธยาเจริญรุ่งเรืองอย่างรวดเรว็ เป็นแหลง่ รวมสนิ ค้าทห่ี ลากหลายจากเมืองต่าง ๆ ทั้งภายใน
และภายนอกอาณาจักร อันเป็นสิ่งดึงดูดพ่อค้าต่างชาติให้เดินทางเข้ามาถึง เมื่อผนวกกับแสนยานุภาพ
ทางทหารส่งผลให้อาณาจักรอยุธยาเป็นศูนย์กลางทางการเมือง การปกครอง ศูนย์กลางทางการค้าและ
เศรษฐกิจของภูมภิ าคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ในระหว่างพุทธศตวรรษท่ี 20 – 23
1 นักวิชาการบางคนเชือ่ ว่า บริเวณพระนครศรีอยุธยา ก่อนการสถาปนากรงุ ศรอี ยธุ ยาเป็นราชธานีนั้นมเี มือง
ชื่อว่า “อโยธยา” หรือ “อโยธยาศรีรามเทพนคร” ตั้งอยู่ก่อนแต่หลกั ฐานจากศิลาจารึกทุกหลักท่ีปรากฏนาม อโยธยา
นั้น หมายถึง กรุงศรีอยุธยาก่อนเสียกรุงครั้งที่ 1 เมื่อ พ.ศ. 2112 ทั้งสิ้น เรืองเมืองอโยธยา จึงเป็นเรื่องที่นัก
ประวัติศาสตร์ตอ้ งสืบค้นหลกั ฐานกนั ต่อไป แตง่ อยา่ งไรกต็ ามบริเวณพระนครศรีอยุธยานั้น เปน็ บริเวณที่ชุมชนมีความ
เจริญรุง่ เรอื งมีกำลังคน และฐานะทางเศรษฐกิจมั่นคงอยู่แล้วอยา่ งแน่นอน จึงสามารถร่วมกนั สร้างพระพุทธรูป “พระ
เจ้าพนญั เชิง” ที่ใหญโ่ ตไดเ้ ม่ือ พ.ศ. 1867 ก่อนการสถาปนากรุงศรีอยุธยาถึง 26 ปี
รายวชิ าอยุธยาศกึ ษา สค03128 6
กล่าวได้ว่า ปัจจัยที่เอื้ออำนวยต่อการสถาปนาและความเจริญรุง่ เรอื งของอาณาจกั รอยุธยา ได้แก่ (1) ปัจจัย
ทางด้านภูมิศาสตร์ที่มีความอุดมสมบูรณ์ และเอื้ออำนวยการทางการค้า (2) ปัจจัยทางด้านที่ตั้ง คือ ตั้งอยู่ใกล้ทะเล
สามารถเดินทางเข้าออกได้สะดวก ทำใหเ้ ปน็ บริเวณทม่ี คี วามหลากหลายทางวฒั นธรรม (3) ความเข้มแขง็ ของผู้นำและ
แสนยานุภาพทางทหาร ด้วยการรวมเมืองในเขตที่ราบลมุ่ แมน่ ้ำเจ้าพระยา ได้แก่ เมอื งลพบรุ ี หรือเมอื งละโว้ ซึ่งเคยเป็น
ศนู ยก์ ลางอำนาจการปกครองในบริเวณนีม้ าก่อน และเมืองสำคญั อ่นื ๆ เชน่ เมืองสพุ รรณบุรี เมอื งสรรค์บรุ ี เปน็ ตน้
ในชว่ งศตวรรษแรก (100 ป)ี ของการตัง้ อาณาจักรอยุธยาไดส้ รา้ งความเปน็ เอกภาพทางการเมือง ดว้ ยการขยายอำนาจ
ไปดนิ แดนใกล้เคยี งโดยทางตะวันออกได้ทำสงครามเพอ่ื ครอบงำเมอื งอิสระในทีร่ าบสูงโคราช เช่น เมอื งพมิ าย เมือง
พนมรุ้ง และอาณาจกั รเขมร เปน็ ผลใหเ้ ขมรอ่อนกำลงั ลงและยา้ ยเมอื งหลวงหลายครัง้
ทางเหนือ ไดแ้ ผข่ ยายอำนาจครอบครองอาณาจกั รสโุ ขทยั ไดส้ ำเรจ็ แต่ไมส่ ามารถยดึ เมืองเชียงใหมข่ อง
อาณาจกั รลา้ นนาไดอ้ ยา่ งถาวร
ทางใต้อยธุ ยาขยายอำนาจได้มนั่ คงเหนอื นครศรธี รรมราชและพยายามควบคุมรฐั มาลายู
การขยายอำนาจของอยธุ ยา เนอื่ งจากสาเหตุ 2 ประการ ทางด้านเศรษฐกจิ คือความต้องการครอบครอง
แหลง่ ทรพั ยากรของปา่ และเมืองทา่ สำคัญทางทะเลเพ่ือการคา้ ข้ามภมู ิภาค สว่ นอกี สาเหตหุ นึ่ง คือ การแสดงอทิ ธพิ ล
ทางการเมอื งเหนอื “เขมร” ซง่ึ เปน็ รฐั ท่ีเคยมีอำนาจปกครองบรเิ วณลุ่มนำ้ เจา้ พระยามากอ่ น
การขยายอำนาจของอยุธยาทำให้เกิดความขดั แย้งกับพม่าโดยเฉพาะการแข่งขันกนั มอี ำนาจเหนอื เมือง
เชยี งใหม่ และหวั เมืองมอญส่งผลให้อยุธยาทำศึกกบั พมา่ หลายครงั้ เรม่ิ ต้นทีศ่ ึกเมอื งเชยี งกราน เมอื่ พ.ศ. 2081
สงครามคร้ังสำคญั เชน่ สงครามครง้ั เสยี สมเดจ็ พระสรุ โิ ยทัย เมื่อ พ.ศ. 2091 สงครามเสยี กรงุ ศรอี ยธุ ยา ครง้ั ที่ 1 พ.ศ.
2112 สงครามยทุ ธหัตถีครงั้ พระมหาอปุ ราชของพม่าส้ินพระชนมบ์ นคอช้าง เม่ือ พ.ศ. 2135 และสงครามเสยี กรุงศรี
อยธุ ยา ครง้ั ที่ 2 เมอื่ พ.ศ. 2310
กรุงศรีอยธุ ยาเปน็ ราชธานีของอาณาจกั รไทยเป็นเวลาถงึ 417 ปี (พ.ศ.1893-2310) มีพระมหากษัตรยิ ์
ปกครองแผน่ ดนิ สืบต่อกันมา 33 พระองค์ 5 ราชวงศ์ คือราชวงศอ์ ู่ทอง ราชวงศส์ ุวรรณภูมิ ราชวงศส์ โุ ขทัย ราชวงศ์
ปราสาททอง และราชวงศ์บา้ นพลหู ลวง
พระมหากษัตริย์ของอาณาจกั รอยุธยา
1. สมเดจ็ พระรามาธิบดีท่ี 1 1893-1912
(พระเจา้ อทู่ อง)
1912-1913
2. สมเดจ็ พระราเมศวร (คร้งั ท่ี 1) 1913-1931
3. สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1
(ขนุ หลวงพะงั่ว)
รายวชิ าอยธุ ยาศึกษา สค03128 7
4. สมเดจ็ พระเจ้าทองลัน 1931-1931
(หรือเจ้าทองจันท์)
1931-1938
สมเด็จพระราเมศวร (ครงั้ ที่ 2)
1938-1952
5. สมเดจ็ พระรามราชาธริ าช 1952-1967
6. สมเดจ็ พระอนิ ทราชา
1967-1991
(พระนครนิ ทราธริ าช)
7. สมเดจ็ พระบรมราชาธริ าชท่ี 2 1991-2031
2031-2034
(เจา้ สามพระยา) 2034-2072
8. สมเดจ็ พระบรมไตรโลกนาถ
9. สมเด็จพระบรมราชาธริ าชที่ 3 2072-2076
10. สมเดจ็ พระรามาธิบดที ่ี 2
2076-2077
(พระเชษฐาธริ าช) 2077-2089
11. สมเดจ็ พระบรมราชาธิราชท่ี 4 2089-2091
(หนอ่ พุทธางกูร) 2091-2111
12. พระรษั ฎาธริ าช 2111-2112
13. สมเด็จพระไชยราชาธริ าช 2112-2133
14. พระยอดฟา้ (พระแกว้ ฟา้ ) 2133-2148
2148-2153
(ขุนวรวงศาธิราช*) 2153-2154
15. สมเดจ็ พระมหาจกั รพรรดิ 2154-2171
16. สมเดจ็ พระมหินทราธริ าช 2171-2172
17. สมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช 2172-2172
18. สมเดจ็ พระนเรศวรมหาราช 2172-2199
19. สมเดจ็ พระเอกาทศรถ 2199-2199
20. พระศรเี สาวภาคย์ 2199-2199
21. สมเด็จพระเจา้ ทรงธรรม 2199-2231
22. สมเดจ็ พระเชษฐาธิราช 2231-2246
23. พระอาทติ ยวงศ์
24. สมเดจ็ พระเจ้าปราสาททอง รายวชิ าอยธุ ยาศกึ ษา สค03128 8
25. สมเดจ็ เจา้ ฟ้าไชย
26. สมเด็จพระศรสี ธุ รรมราชา
27. สมเดจ็ พระนารายณ์มหาราช
28. สมเด็จพระเพทราชา
29. สมเดจ็ พระสรรเพชญท์ ่ี 8 2246-2251
(พระเจา้ เสอื )
2251-2275
30. สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 9
(พระเจา้ ท้ายสระ) 2275-2301
2301-2301
31. สมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ วั บรมโกศ 2301-2310
32. สมเดจ็ พระเจ้าอุทมุ พร (ขนุ หลวงหาวดั )
33. สมเด็จพระท่นี ่งั สรุ ิยาศนอ์ มรินทร์
(พระเจ้าเอกทัศน)์
การเมืองการปกครองและการควบคุมกำลังคน
อยุธยาปกครองดว้ ยระบบสมบรู ณาอาญาสทิ ธริ าชย์ พระมหากษตั รยิ ท์ รงมีอำนาจสูงสุดในการปกครอง
แผ่นดิน ในสมยั ตน้ อยุธยาการปกครองเมอื งตา่ ง ๆ มีลักษณะหลวมๆ ผปู้ กครองเมอื งสำคัญตา่ งๆ เช่น สุพรรณบรุ ี และ
ลพบรุ ี ต่างมคี วามสมั พันธก์ ับกรงุ ศรอี ยุธยา แบบเครอื ญาติ ดังน้นั จงึ เกิดการแยง่ ชิงอำนาจกับภายในราชธานีในสมัย
สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ (พ.ศ. 1991-2031) พระองคท์ างปฏริ ูปการปกครองเพื่อดึงอำนาจเข้าสศู่ นู ยก์ ลางโดยตรา
กฎมณเฑยี รบาล พระไอยการตำแหนง่ นาพลเรอื น พระไอยการตำแหนง่ นาทหาร และพระไอยการตำแหน่งนาหัวเมอื ง
เพ่ือสรา้ งเสถียรภาพทางการเมอื ง ในราชสำนัก และกำหนดวิธคี วบคมุ “กำลังคน” ในรูปของ “ศกั ดนิ า”
ชนช้นั ของอยธุ ยา แบง่ ออกเป็น 2 กลมุ่ คือ ชนชนั้ ผู้ปกครอง ได้แก่พระมหากษตั ริย์ พระราชวงศ์ และขนุ นาง
ส่วนชนชัน้ ผอู้ ยใู่ ต้ปกครอง คอื ไพร่ (ราษฎร) ทีต่ อ้ งสังกัดมูลนาย (พระราชวงศแ์ ละขนุ นาง) และทาส ไพรย่ งั แบ่ง
ออกเป็นไพร่หลวง (ไพร่ทีข่ ึน้ ตรงตอ่ พระเจ้าแผน่ ดิน) และไพรส่ ม (ไพร่ทพี่ ระราชทานให้สงั กัดพระราชวงศ์และขุนนาง)
สว่ นไพรส่ ่วย คอื ไพร่ทเี่ สียภาษีเปน็ ผลติ ผลแทนการถูกเกณฑ์แรงงาน เพื่อทำงานใหร้ าชการปลี ะ 6 เดอื น (เดอื นเว้น
เดือน)
เศรษฐกิจ การคา้ และความสมั พนั ธก์ บั ต่างประเทศ
การเกษตรเป็นอาชพี หลกั ของชาวอยธุ ยา รายไดข้ องอาณาจักรส่วนใหญม่ าจากการคา้ การเกบ็ ภาษี (จงั กอบ
อากร ฤชา) ส่วย และเครือ่ งราชบรรณาการจากเมืองขน้ึ หรือเมืองประเทศราช
กรงุ ศรีอยุธยาและเมอื งท่าภายในอาณาจักรเปน็ แหล่งรวมสินคา้ จากเมืองตา่ งๆ ทัง้ สินคา้ ภายใน เชน่ หนงั
กวาง ไม้ฝาง ครงั่ กำยาน ตะกว่ั ดบี ุก เปน็ ตน้ ส่วนสนิ คา้ ภายนอก เปน็ สินค้าทีไ่ ดม้ าจากการคา้ สำเภาทอ่ี ยุธยาสง่ ออก
ไปค้าขายกบั ตา่ งชาติ และท่ีพอ่ คา้ จากเมืองต่างๆ นำเข้ามา ส่วนมากอยธุ ยามีความสมั พนั ธ์กับประเทศต่างๆ ทาง
การคา้ เช่น จีน (การค้าในระบบบรรณาการ) มลายู ญี่ปุ่น เกาหลี เวยี ดนาม อนิ เดยี และเปอรเ์ ซีย เปน็ ต้น
รายวิชาอยธุ ยาศกึ ษา สค03128 9
ส่วนประเทศตะวนั ตก ชาวโปรตเุ กสเปน็ ชาตแิ รกท่เี ดินทางมาถงึ กรุงศรีอยธุ ยา หลงั จากน้นั ก็มีสเปน ฮอลนั ดา
องั กฤษ และฝรงั่ เศส จดุ ประสงค์หลกั คอื การคา้ ขาย และการเผยแพร่ศาสนาครสิ ต์
หนว่ ยงานทที่ ำหนา้ ที่ดูแลการค้าคอื พระคลงั สินคา้ โดยพระคลังมตี ำแหนง่ โกษาธิบดถี อื ตราบวั แกว้ ว่า
ราชการกรมทา่ แบง่ ออกเป็นกรมทา่ ขวา (ดูแลและตดิ ตอ่ กับพวกอังกฤษ อนิ เดยี เปอรเ์ ซยี และญวน) กรมทา่ ซ้าย
(ดูแลการคา้ กับจีน และฮอลนั ดา)
พระมหากษตั รยิ อ์ ยุธยา ทรงอนญุ าตใหช้ าวต่างชาติตั้งหมบู่ ้านและสถานกี ารคา้ รวมทัง้ ศาสนาสถานใน
บริเวณนอกตวั เมืองพระนครศรอี ยธุ ยาได้ โดยโปรดเกลา้ ฯ แต่งตั้งหวั หนา้ ซึง่ เป็นชนชาตนิ ้ันๆ ควบคมุ กนั เอง เช่น
หมู่บ้านญ่ีป่นุ หมบู่ ้านโปรตุเกส เปน็ ต้น
อยธุ ยาในสมัยธนบรุ แี ละรัตนโกสนิ ทร์
ภายหลงั ท่กี รงุ ศรีอยุธยาเสยี แกพ่ มา่ เมอ่ื พ.ศ. 2310 น้นั ภายในเวลาเพยี ง 8 เดอื น สมเด็จพระเจ้าตากสนิ
มหาราชทรงสามารถกอบก้เู อกราชได้สำเรจ็ และขับไล่กองทพั พม่าออกจากดนิ แดนไทยเนอ่ื งจากรงุ ศรีอยธุ ยาเสยี หาย
อย่างมากจึงโปรดเกล้าฯ ให้ยา้ ยราชธานีมาอยทู่ ีก่ รุงธนบรุ ีพร้อมทง้ั อพยพชาวอยุธยามาไวท้ ่ีกรงุ ธนบุรี แต่งยังคงมีขาว
อยธุ ยาท่ภี ายหลงั สงครามได้กลับเข้ามาอาศยั อยใู่ นตวั เมอื งกรงุ ศรีอยุธยาในสมัยกรุงธนบรุ จี ึงถูกเรยี กวา่ “เมอื งกรงุ เกา่ ”
ในสมัยรตั นโกสนิ ทร์ตอนตน้ ไดม้ กี ารรื้ออิฐจากกำแพงเมอื งเชงิ เทินป้อมปราการจากกรงุ ศรอี ยธุ ยาไปใชใ้ น
การกอ่ สร้างพระราชวงั ท่ีกรุงเทพฯ เน่อื งจากป้องกันมใิ หข้ า้ ศึกใช้เป็นประโยชน์ในการสงครามเมอื งกรงุ เกา่ หรอื
พระนครศรีอยธุ ยาในขณะนน้ั มฐี านะเปน็ เมอื งจตั วาข้นึ กบั กรงุ เทพฯ
รชั กาลที่ 3 ของกรงุ รตั นโกสนิ ทร์ โปรดเกล้าฯ ให้ร้อื ศลิ าแลงตามวดั ร้างไปสร้างพระอารามทกี่ รงุ เทพฯ สภาพ
บา้ นเมอื งของเมืองกรงุ เก่าจงึ ทรุดโทรมพระบรมมหาราขวงั และโบราณสถานต่าง ๆ มีตน้ ไม้ปกคลุมพระบาทสมเด็จ
พระจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ ัวไดโ้ ปรดเกล้าฯ ให้บูรณะวังหนา้ ซึ่งเคยเปน็ ทปี่ ระทับของสมเดจ็ พระนเรศวรมหาราชเสร็จแลว้
พระราชทานนามว่า วังจันทรเกษมและใช้เป็นท่ีประทับเวลาแปรพระราชฐานเสดจ็ ประพาสกรุงเกา่
พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกล้าเจา้ อย่หู ัว โปรดเกลา้ ฯ ใหบ้ รู ณะพระราชวังจันทรเกษมและพระทีน่ ง่ั ตา่ งๆ
ให้เป็นสถานทีร่ าชการในรชั กาลนมี้ ีการปรับปรุงการปกครองหวั เมืองตา่ งๆ ให้เป็นแบบมณฑลเมือง 8 เมอื ง ได้แก่
เมอื งกรงุ เกา่ เมืองอ่างทอง เมืองสระบุรี เมอื งลพบรุ ี เมอื งพระพทุ ธบาท เมอื งพรหมบรุ ี เมืองอนิ ทร์บุรี และเมืองสิงหบ์ ุรี
รวมกันเป็น “มณฑลกรงุ เกา่ ” มีขา้ หลวงเทศาภิบาลเป็นผปู้ กครอง ท่ีต้ังของทวี่ า่ การมณฑลอยทู ่ีเมืองกรงุ เกา่ อยุธยาจึง
ไดร้ ับการบรู ณะหลายด้าน และมปี ระชากรอาศยั หนาแน่นขน้ึ
ในรชั กาลพระบาทสมเดจ็ พระปกเกล้าฯ เมืองกรุงเกา่ เปลยี่ นช่อื เป็นจังหวัดกรงุ เก่า ส่วนมณฑลกรุงเกา่
เปลี่ยนเปน็ มณฑลอยุธยา ภายหลงั มกี ารเปลยี่ นแปลงการปกครอง เมอ่ื พ.ศ. 2475 อยุธยาจึงมฐี านะเป็นจังหวัด
พระนครศรอี ยุธยาจนถึงปัจจบุ ัน
รายวิชาอยธุ ยาศึกษา สค03128 10
2.ลกั ษณะภูมศิ าสตร์ของจังหวัดพระนครศรอี ยุธยา
ที่ต้ัง ขนาด และอาณาเขต
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตั้งอยู่บริเวณที่ราบลุ่มภาคกลางตอนล่างของประเทศไทย ระหว่าง
เส้นละติจูด 14 องศา 21 ลิปดา 52 ฟิลิปดาเหนือ ลองติจูด 101 องศา 34 ลิปดา 38 ฟิลิปดา
ตะวันออก อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลโดยเฉลี่ยประมาณ 3.50 เมตร อยู่ทางทิศเหนือของกรุงเทพฯ
ระยะห่างจากกรุงเทพฯ โดยทางรถยนต์ถนนสายเอเชยี ประมาณ 75 กิโลเมตร ทางรถไฟประมาณ 72
กิโลเมตร และทางเรือ (แม่น้ำเจ้าพระยา) ประมาณ 137 กิโลเมตร นับวา่ เป็นจงั หวัดทีม่ ีขนาดใหญ่
เป็นอนั ดบั ที่ 62 ของประเทศไทย และเป็นอนั ดับที่ 11 ของจงั หวัดทงั้ 22 จงั หวดั ในภาคกลาง รวม
เนื้อที่ประมาณ 2,547,661 ตารางกิโลเมตร มีรูปร่างคล้ายหกเหลี่ยม โดยมีส่วนกว้างส่วนยาวไม่
ต่างกนั มากนักสว่ นกวา้ งทีส่ ุดวดั จากทิศตะวันออกสุดถึงทิศตะวันตกสุด หรือจากบา้ นหนองโสม ตำบล
โพสาวหาญ อำเภออทุ ัย ถึงบา้ นบ่อกรวด ตำบลเทพมงคล อำเภอบางซา้ ย มีความยาวประมาณ 60
กิโลเมตร ส่วนยาวที่สุดวัดจากทิศเหนือสุดถึงทิศใต้สุด หรือจากบ้านคลองวัว ตำบลสองห้อง อำเภอ
บ้านแพรกถึงบ้านปากคลอง ตำบลเชียงรากน้อย อำเภอบางปะอิน มีความยาวประมาณ 74
กโิ ลเมตร ส่วนที่แคบท่ีสุด อยู่ท่ีอำเภอมหาราช มีความยาวประมาณ 6.5 กโิ ลเมตร
รายวิชาอยธุ ยาศกึ ษา สค03128 11
แผนที่จงั หวัดพระนครศรอี ยุธยา
จังหวัดพระนครศรอี ยุธยา มีอาณาเขตติดต่อกบั จังหวัดใกลเ้ คียง ดังน้ี
ทิศเหนือ เขตอำเภอผักไห่ อำเภอบางบาล อำเภอบ้านแพรก อำเภอมหาราช
อำเภอนครหลวง อำเภอท่าเรอื ติดต่อกบั จังหวดั อา่ งทอง และจังหวัดลพบรุ ี
ทิศใต้ เขตอำเภอลาดบัวหลวง อำเภอบางไทร อำเภอบางปะอิน อำเภอ
วงั น้อย ตดิ ต่อกับจังหวัดนครปฐม จังหวดั นนทบรุ ี จังหวัดปทุมธานี
ทิศตะวนั ออก เขตอำเภอท่าเรือ อำเภอภาชี อำเภออุทัย และอำเภอวังน้อย
ติดกับจงั หวดั สระบุรี
ทศิ ตะวนั ตก เขตอำเภอผักไห่ อำเภอบางซ้าย อำเภอลาดบัวหลวง ติดกับ
จังหวดั สพุ รรณบรุ ี และจังหวดั นครปฐม
รายวิชาอยธุ ยาศกึ ษา สค03128 12
3. ลักษณะภูมปิ ระเทศของจงั หวัดพระนครศรีอยธุ ยา
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีสภาพภูมิประเทศเป็นที่ราบลุม่ นำ้ ท่วมถึง ซึ่งเกิดจาก การที่แม่นำ้
ไหลพดั พาตะกอนมาทับถมกนั เป็นเวลานาน จนกลายเป็นทรี่ าบอันกวา้ งใหญ่ (Delta) บริเวณดินดอน
สามเหลี่ยมปากแม่น้ำเจ้าพระยา พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นทุ่งนา ไม่มีภูเขา ไม่มีป่าไม้ บริเวณศูนย์กลางของ
จงั หวดั เรยี กกนั มาแต่เดมิ ตามลกั ษณะท่ีมีสายนำ้ ล้อมรอบวา่ เกาะเมือง คู่กับเกาะทอ่ี ย่ตู รงขา้ มทางด้าน
เหนอื ซ่งึ เรียกว่าเกาะลอย ด้วยเหตทุ ม่ี แี ม่น้ำสายตา่ งๆ ไหลผา่ น ได้แก่
1. แม่น้ำเจ้าพระยา เป็นแม่น้ำที่มีความสำคัญที่สุดของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ในด้านการเกษตรกรรม และการคมนาคมขนส่ง แม่น้ำเจ้าพระยาเริ่มตั้งแต่แม่น้ำปิง วัง ยม น่าน
ไหลบรรจบกันที่ปากน้ำโพ จังหวัดนครสวรรค์ แล้วไหลลงมาทางใต้ผ่านจังหวัดอุทัยธานี จังหวัด
สิงห์บุรี จังหวัดอ่างทอง เข้าเขตจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ผ่านอำเภอ
บางบาล อำเภอพระนครศรีอยุธยา อำเภอบางปะอิน อำเภอบางไทร แล้วเข้าสู่จังหวัดปทุมธานี
จังหวัดนนทบุรี กรุงเทพมหานคร และสมุทรปราการ รวมความยาวของแม่น้ำที่ไหลผ่านจังหวัด
พระนครศรีอยุธยา ประมาณ 55 กิโลเมตร แมน่ ้ำนีม้ ีความยาวท้ังส้ิน ประมาณ 360 กโิ ลเมตร
2. แม่น้ำป่าสัก ต้นน้ำเกิดจากทิวเขาเพชรบูรณ์ ในเขตจังหวัดเลยแล้วไหลลงมาทาง
ใต้ผ่านจังหวดั เพชรบรู ณ์ จังหวัดลพบุรี จังหวัดสระบุรี เข้าเขตจังหวัดพระนครศรีอยุธยาที่อำเภอท่าเรือ
อำเภอนครหลวง แล้วไหลไปบรรจบกับแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งซ้าย ในเขตอำเภอพระนครศรีอยุธยาที่หน้า
วัดพนัญเชิง รวมความยาวที่ไหลผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประมาณ 52 กิโลเมตร แม่น้ำนี้มี
ความยาวท้ังสิ้นประมาณ 500 กิโลเมตร
3. แม่น้ำลพบุรี เป็นแม่น้ำที่แยกจากแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งซ้าย ที่อำเภอเมือง จังหวัด
สิงห์บุรี ไหลผ่านจังหวัดลพบุรี เข้าเขตจังหวัดพระนครศรีอยุธยาที่อำเภอบ้านแพรก อำเภอมหาราช
อำเภอบางปะหนั และอำเภอพระนครศรีอยุธยา แล้วไหลไปบรรจบกบั แมน่ ้ำป่าสักทห่ี นา้ วดั ตองปุ ใน
เขตอำเภอพระนครศรีอยุธยา รวมความยาวที่ไหลผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประมาณ 62.5
กโิ ลเมตร แมน่ ำ้ น้ีมคี วามยาวทง้ั สิ้นประมาณ 85 กโิ ลเมตร
4. แม่น้ำนอ้ ย แยกจากแมน่ ้ำเจ้าพระยาฝงั่ ขวาท่ีอำเภอเมือง จงั หวัดชัยนาท ไหลผ่าน
จังหวดั สิงห์บุรี จังหวัดอ่างทอง เข้าเขตจังหวดั พระนครศรีอยธุ ยาทีอ่ ำเภอผักไห่ อำเภอเสนา แล้วไป
บรรจบกับคลองบางบาล ซึง่ เปน็ แมน่ ้ำเจา้ พระยาเดิม ที่บ้านสีกุก แลว้ ไหลไปบรรจบกบั แม่น้ำเจ้าพระยา
รายวชิ าอยุธยาศึกษา สค03128 13
อกี ครั้งหน่ึง ที่ตำบลราชคราม อำเภอบางไทร รวมความยาวทไี่ หลผา่ นจงั หวัดพระนครศรอี ยุธยา
ยาวประมาณ 30 กิโลเมตร แม่น้ำนม้ี ีความยาวทง้ั ส้นิ ประมาณ 145 กิโลเมตร
แมน่ ำ้ ท้ัง 4 สาย ได้ไหลมาบรรจบกัน แล้วไหลผ่านจังหวัดปทุมธานี จงั หวดั นนทบุรี
กรุงเทพมหานคร และไหลลงสูอ่ า่ วไทย ทจ่ี งั หวดั สมุทรปราการ
นอกจากนี้ยังมีคลองเล็กคลองน้อยเชื่อมโยงต่อไปเกือบทั่ วบริเวณพื้นที่ของจังหวัด
เช่น คลองเจ้าเจ็ดแยกมาจากแม่น้ำน้อยในเขตอำเภอเสนา คลองบางคลี่ แยกมาจากแม่น้ำน้อย
ในเขตอำเภอผักไห่ คลองพระยาบันลือ แยกมาจากแม่น้ำเจ้าพระยาที่อำเภอบางไทร และคลอง
ระพีพัฒน์ ในเขตอำเภอท่าเรอื อำเภอภาชี เป็นต้น
สภาพภูมอิ ากาศ
ปัจจุบันจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีสภาพภูมิอากาศเช่นเดียวกับจังหวัดอื่นๆ ใน
บริเวณภาคกลางของประเทศไทย คือ รับลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือในหน้าหนาว และรับลมมรสมุ
ตะวันตกเฉียงใต้จากอ่าวไทยโดยตรง ทำให้มีฝนตกติดต่อกันเป็นเวลานาน มีอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย 31
องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย 24 องศาเซลเซียส ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยทั้งจังหวัดประมาณ
1,342.7 มลิ ลิเมตร มฤี ดกู าลแบง่ ออกเปน็ 3 ฤดู ดงั นี้
1. ฤดูฝน เร่มิ ประมาณเดือนพฤษภาคมหรือตน้ เดือนมิถุนายน จนถงึ เดือนตุลาคม ฝน
จะตกถีใ่ นเดือนสงิ หาคมหรือเดือนกันยายน ซึ่งเปน็ เดือนท่ีมีฝนตกชกุ ทส่ี ุดของจังหวดั พระนครศรีอยธุ ยา
ในชว่ งกลางเดือนตุลาคมฝนจะเรมิ่ น้อยลง รวมระยะเวลาของฤดูฝนประมาณ 5 เดือน
2. ฤดูหนาว เริ่มประมาณเดือนพฤศจิกายนจนถึงเดือนมกราคม ตั้งแต่เดือน
พฤศจิกายนจะเป็นระยะเปลี่ยนฤดูจากฤดูฝนเข้าสู่ฤดูหนาว ซึ่งอุณหภูมิจะไม่ลดต่ำลงมากนักเพราะ
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ใกล้อ่าวไทย ไออุ่นจากทะเลทำให้อุณหภูมิไม่ต่ำมาก รวมระยะเวลาของฤดู
หนาวประมาณ 3 เดอื น
3. ฤดูร้อน เริ่มประมาณเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนเมษายน แต่จังหวัด
พระนครศรีอยุธยายังไม่ร้อนมากที่สุดเพราะมีแม่น้ำลำคลองมากมายจึงช่วยคลายความร้อนลงได้บ้าง
รวมระยะเวลาของฤดูร้อนประมาณ 4 เดือน
รายวิชาอยุธยาศกึ ษา สค03128 14
4. จำนวนประชากรของจังหวดั พระนครศรีอยธุ ยา
จำนวนประชากรจงั หวัดพระนครศรีอยธุ ยามจี ำนวนทั้งส้ิน 491,835 คน เปน็ ชาย 238,206 คน
หญิง 253,319 คน แยกเปน็ รายอำเภอ ดังน้ี
อำเภอ จำนวนราษฎร
ชาย หญิง รวม
พระนครศรีอยุธยา 67,271 73,106 140,377
ท่าเรอื 22,659 24,856 47,515
มหาราช 11,315 124,017 23,716
นครหลวง 17,476 19,245 36,721
อุทัย 24,150 25,963 50,113
ภาชี 15,038 16,002 31,040
วงั น้อย 34,742 36,550 71,292
บา้ นแพรก 4,303 4,791 9,094
เสนา 32,355 34,571 66,926
ผกั ไห่ 20,198 21,580 41,778
บางปะหนั 20,029 21,657 41,686
บางบาล 16,633 17,909 34,542
บางซา้ ย 9,603 9,830 19,433
บางไทร 23,463 24,357 47,820
บางปะอิน 49,096 53,695 102,791
ลาดบัวหลวง 19,187 19,747 38ม929
รวม 387,518 416,255 803,773
ที่มา : ระบบสถิติทางการทะเบยี น กรมการปกครอง ณ มกราคม 2558
5. คำขวัญประจำจงั หวัดของของจงั หวดั พระนครศรอี ยุธยา
“ราชธานีเก่า อ่ขู า้ วอูน่ ้ำ เลศิ ลำ้ กานทก์ วี คนดีศรีอยุธยา”
ราชธานเี ก่า
พระนครศรีอยุธยาในอดีตเป็นศูนย์กลาง อำนาจรัฐของสยามกลุ่มที่ใช้ภาษาไทย ภาษาลาว
สถาปนาโดยพระเจา้ อู่ทอง คือ กรุงเทพมหานครบวรทราราวดีศรอี ยุธยา มหาดลิ กพบนพรตั นร์ าชธานีบรุ ี
รายวชิ าอยธุ ยาศกึ ษา สค03128 15
รมย์ อุดมเขตยสถานปกครองในระบบกษัตริย์ 5 ราชวงค์ จำนวน 33 พระองค์ เมื่อเสียกรุงอำนาจรัฐ
ไดถ้ กู ทำลายไป และไดไ้ ปตง้ั ขึ้นใหม่ทก่ี รุงธนบุรีศรมี หาสมุทร ทำให้เมืองเดมิ กลายเป็นเมอื งรา้ งเป็นระยะ
เวลานานประกอบกับต้องนำอิฐ และทรัพย์ที่เหลือไปใช้กับเมืองหลวงใหม่ กระทั่งในสมัยกรุง
รัตนโกสินทร์จึงเริ่มการฟื้นฟูโดยวิถีของรัฐใหม่ และเริ่มชัดเจนขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 โปรดใช้
พระนครศรีอยุธยา เป็นต้นแบบในการพฒั นาด้านต่าง ๆ เช่น การปกครอง กรรมสิทธิ์ในที่ดนิ การรถไฟ
การประปา เป็นต้น ก่อนจะได้นำไปใช้ทั้งประเทศ ในอดีตชุมชนมีชีวิตความเป็นอยู่พึ่งพาน้ำซึ่งเป็นวิถี
การดำเนินชีวิตด้วยเกษตรกรรม และการคมนาคม ได้อาหารหลักจากปลา ประเพณีและวัฒนธรรมก็
สอดคลอ้ งกบั วถิ ีชีวติ และการปกครองแบบสมบรู ณายาสิทธริ าช โดยมพี ระมหากษตั ริย์เป็นสมมตเิ ทวราช
อาศัยความเชื่อดั้งเดิมในภูมิภาคร่วมกับศาสนาพราหมณ์ ศาสนาพุทธ พร้อมกับให้สิทธิเสรีภาพในทุก
ศาสนาท่ีเข้ามากับคนท่ีอพยพเข้ามาอยอู่ าศยั ในราชอาณาจกั ร
ปจั จบุ ันจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เจริญเตบิ โตอยา่ งรวดเรว็ พร้อมกบั มกี ารนำอตุ สาหกรรมเข้า
มาเป็นอาชีพหลักเพิ่มขึ้นทำให้เกิดการเติบโตของประชากรทีมาจากทุกภาคส่วนของประเทศ ก่อให้เกิด
ท้ังผลบวกและผลลบ ท้ังด้านรายได้ โดยเฉพาะปัญหาทางดา้ นสังคม และสง่ิ แวดล้อม
อู่ข้าวอนู่ ้ำ
พ้นื ท่ีเดินเปน็ ทร่ี าบลมุ่ นำ้ ทว่ มถึงเหมาะแกก่ ารปลูกข้าว และธัญญพชื อ่ืน ๆ พรอ้ มกบั เป็นแหล่ง
เพาะพนั ธ์สัตวน์ ำ้ ในฤดนู ้ำหลากนำ้ จะท่วมขังอยหู่ ลายเดอื น ทำให้ปลาเขา้ มาวางไขใ่ นนาขา้ ว และเตบิ โต
เป็นอาหารให้ชุมชนตลอดทั้งปี ความอุดมสมบูรณ์นี้ทำให้สามารถเลี้ยงดูชุมชนขนาดใหญ่ ซึ่งสามารถ
รวมกันเป็นอาณาจักรทีม่ ปี ระชากรจำนวนมากได้ มาต้ังแตอ่ ดตี จนถงึ ปจั จบุ นั
เลิศลำ้ กานทก์ วี
คนไทยมนี ิสยั เป็นคนเจา้ บทเจา้ กลอนมาแต่อดตี เช่น คำอธบิ ายงา่ ย ๆ ในสมัยสโุ ขทัย ว่าในน้ำมี
ปลา ในนามีข้าว ในยุคกรุงศรีอยุธยามีกษัตริย์ที่เป็นนักปราชญ์ และกวีจำนวนมาก เช่น พระบรมไตร
โลกนาถ สมเด็จพระนารายณ์มหาราช เจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร์ พระมหาราชครู พระโหราธิ บดี พระ
ศรีมโหสถ ฯลฯ ปรากฏวรรณคดีมากมายทีย่ งั หลงเหลือจากการทำลายคร้ังเสยี กรงุ เช่น ลิลติ โองการแชง่
น้ำ มหาชาติคำหลวง ลิลิตญวนพา่ ย สมุทโฆษคำฉนั ท์ กาพยแ์ ห่เรือ ฯลฯ แสดงถงึ ความรอบรู้ และลึกซึ้ง
ในการถ่ายทอดจินตนาการออกมา เปน็ ความงามของภาษาอยา่ งวิจิตรบรรจง
รายวิชาอยุธยาศึกษา สค03128 16
คนดีศรอี ยธุ ยา
มีคำกลา่ วขานทีว่ ่า อยธุ ยาไม่สน้ิ คนดี หมายถงึ เมือ่ มีภัยพาลเข้ามากระทำย่ำยีต่อประเทศไทย ก็
จะปรากฏคนดขี น้ึ มาปกปอ้ ง แกไ้ ข ต่อสู้ เอาชนะกบั ภยั พาลเหล่าน้นั ให้ประเทศชาตไิ ด้คงอยู่เป็นไทยมา
ทุกวันน้ี โดยรวมเอาวีรกษตั รยิ ์ และวรี ชนคนกลา้ ในอดีต เชน่ สมเดจ็ พระศรีสุริโยทัย สมเด็จพระนเรศวร
มหาราช สมเด็จพระนารายณ์มหาราช สมเด็จพระเจ้าตากสิน ทั้งแม่ทัพนายกอง ตลอดจนพลรบ และ
ฝา่ ยสนบั สนนุ กำลังรบท้ังหลาย ท่ีพรอ้ มใจกันลุกขน้ึ มาตอ่ สูเ้ พื่อแผ่นดนิ เกิด เหล่าน้ีคือ คนดศี รีอยุธยา
6. การเรียนร้อู ัตลักษณ์ของอำเภอผ่านคำขวัญประจำอำเภอในจังหวัดพระนครศรอี ยุธยา
6.1 คำขวัญอำเภอพระนครศรอี ยุธยา
“เมืองหลวงเก่า ชนเผ่าโบราณ
สืบสานงานทอ้ งถิ่น แผ่นดนิ มรดกโลก”
เมอื งหลวงเกา่ หมายถงึ อำเภอพระนครศรอี ยธุ ยาในอดีตเคยเปน็ เมืองหลวงเกา่ ของประเทศ
ชนเผา่ โบราณ หมายถึง ไทยนามว่า“กรุงเทพทวาราวดีศรีอยุธยา มหาดิลก ภพนพรัตน์ราช
ธานีบรุ รี มย์”หรอื เรียกกันทวั่ ไปว่า “กรุงศรอี ยุธยา” ท่ีมีความ
สืบสานงานทอ้ งถน่ิ หมายถึง เจริญรงุ่ เรอื งในด้านการปกครอง เศรษฐกิจ สังคมและการ
ต่างประเทศยาวนานถึง 417 ปี
ตามประวตั อิ ำเภอพระนครศรอี ยุธยามีประชาชนหลายเชื้อชาติ และ
ศาสนา อาศัยอยู่โดยอพยพเข้ามาอยู่ร่วมกับชนพื้นเมืองเดิม (มอญ
ขอม) ซึ่งอาศัยอยู่กอ่ น ได้แก่ ชาวจีน ซึ่งส่วนมากอาศัยอยู่ตามตำบล
หัวรอ
ตำบลหอรตั นไชย ตำบลประตชู ยั ตามชือ่ ของชุมชนท่ีอาศัยอยู่
เรยี กวา่ “ชมุ ชนประตจู ีน” ชาวมสุ ลิมอาศัยอยตู่ ำบลลุมพลี ตำบล
คลองตะเคียน ตำบลสำเภาลม่ ตำบลปากกราน และตำบลบา้ นป้อม
ส่วนครสิ ตชนอาศยั อยตู่ ำบลสำเภาล่ม บรเิ วณใกลก้ ับโบสถ์นกั บุญ
ยอแซฟ
อำเภอพระนครศรีอยธุ ยา มศี ลิ ปหตั ถกรรม ท่ีรับเอามรดกวฒั นธรรม
ที่เกิดจากภูมิปัญญาในท้องถิ่น มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ ที่สามารถ
หล่อเลี้ยงลูกหลานให้ดำรงอยู่ได้จนถึงปัจจุบัน ได้แก่ งานประดิษฐ์
รายวชิ าอยุธยาศึกษา สค03128 17
แผ่นดินมรดกโลก หมายถงึ หัวโขน งานแกะสลักไม้ งานสานปลาตะเพียนใบลาน และงานศิลปะ
เคร่อื งป้นั ดินเผา เป็นตน้
องค์การยูเนสโกไดข้ น้ึ ทะเบียนอุทยานประวตั ิศาสตร์ อำเภอ
พระนครศรอี ยธุ ยาภายใตช้ ือ่ “นครประวัตศิ าสตรพ์ ระนครศรอี ยธุ ยา
และเมอื งบรวิ าร” เมื่อวันที่ 13 ธนั วาคม 2534 ในด้านวัฒนธรรม
6.2 คำขวัญอำเภอภาชี พระใหญด่ อนกลาง
“ชมุ ทางรถไฟ ของดีหลวงพ่อรวย”
เห็ดฟางภาชี
ชมุ ทางรถไฟ หมายถงึ อำเภอภาชีเปน็ ชมุ ทางรถไฟที่เปน็ ทางแยกเส้นทางไปส่ภู าคเหนือกบั
เส้นทางไปภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื
พระใหญ่ดอนกลาง หมายถึง อดตี เจา้ อาวาสวดั ดอนกลาง ได้จำลองพระประธานในโบสถ์เกา่
คือ หลวงพ่อทองให้มีขนาดใหญ่เพ่ือให้คนท่ีไปทำนามองเห็นแต่ไกล
เหด็ ฟางภาชี หมายถึง มขี นาดหน้าตัก 18 เมตร สูง 30 เมตร ช่ือ สมเดจ็ พระพุทธอรหันต์ชนิ
รังษี (หลวงพอ่ ใหญ)่
ของดีหลวงพ่อรวย หมายถึง อำเภอภาชมี แี หลง่ ผลติ เหด็ ฟางทีม่ ีช่ือเสยี ง และเหด็ ฟางมีคุณภาพดี
และยงั เป็นสนิ ค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ของเกษตรกรดีเดน่ สาขา
พืชสวน เปน็ ผูม้ คี วามชำนาญในการเพาะเห็ดฟาง และเคยได้รับ
รางวัลการประกวดเหด็ ฟางที่ศูนย์ศิลปาชพี บางไทร
อำเภอภาชมี พี ระเกจิอาจารย์ทีม่ ีชื่อเสยี ง คือหลวงพ่อรวย ปาสาทิโก
มีสมณศักดิ์ “พระครสู ุนทรธรรมนวิ ฐิ ” เจา้ อาวาสวดั ตะโก ตำบล
ดอนหญา้ นาง อำเภอภาชี เป็นหน่งึ ในพระเกจิอาจารย์ดงั แห่ง
เมืองกรุงเก่ายุคปจั จบุ นั ซง่ึ เป็นทก่ี ลา่ วขาน ศรัทธาเล่ือมใส ของ
พุทธศาสนกิ ชนโดยทั่วไป หลวงพ่อรวย ได้รบั การยกย่องให้เปน็ พระ
เกจอิ าจารย์ทเ่ี ชีย่ วชาญ ดา้ นวิทยาคม มีวตั ถุมงคล เชน่ สร้อยคอมือ
แหวน กำไล
รายวชิ าอยุธยาศกึ ษา สค03128 18
6.3 คำขวัญอำเภอบ้านแพรก
“หลวงพ่อเขียว หลวงพอ่ ขาว หลวงพ่อเภาคู่บ้าน พัดสานคมู่ ือ
พิพธิ ภณั ฑ์ลอื เรือ่ ง รุ่งเรืองเกษตรกรรม เลศิ ล้ำหัตศิลป์ แผน่ ดนิ ถ่นิ ลิเก”
หลวงพอ่ เขยี ว หมายถงึ พระพุทธรปู สรา้ งดว้ ยหินทรายสีเขยี วอมเทา ซง่ึ ชาวบ้านพบเป็น
หลวงพ่อขาว หมายถึง ชิ้นส่วน ต่อมาชาวบ้านได้ช่วยกันสร้างวิหารไว้ โดยชาวบ้านเคารพ
หลวงพ่อเภาคู่บ้าน หมายถงึ บูชาและเชอื่ ถือในความศกั ดิส์ ิทธ์ิของหลวงพอ่ เขยี ว ปัจจุบนั หลวง
พ่อเขียว ตั้งอยู่ที่ หมู่ 2 ตำบลสำพะเนียง อำเภอบ้านแพรก เดิมชื่อ
พิพิธภณั ฑ์ลือเลื่อง หมายถงึ วดั ข้าวเขียว หรือวดั พมุ่ ข้าวเขียว ชาวบ้านนิยมเรยี กว่า วัดพระเขียว
รงุ่ เรืองเกษตรกรรม หมายถงึ หลวงพอ่ ขาว วัดหลวงพอ่ ขาว (วัดนครโปรดสัตว)์ ต้งั อย่หู มทู่ ี่ 3
ตำบลคลองน้อย อำเภอบ้านแพรก หลวงพ่อขาวเป็นพระพุทธรูป
หินทราย ปางมารวิชัย ขนาดใหญ่ทาด้วยปูนสีขาว ชาวบ้านจึง
เรียกว่าหลวงพ่อขาว เป็นที่เคารพสักการะของชาวอำเภอบ้านแพรก
ทุกวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 5 และวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 12 จะมีงานปิดทอง
ไหว้พระหลวงพ่อขาวเปน็ ประจำทุกปี
พระพุทธรปู คูบ่ ้านของชาวอำเภอบา้ นแพรก โดยเชือ่ ว่าสร้างข้ึนโดย
ชาวมอญกลุ่มหนึ่งที่อพยพหนีภัยจากสงคราม ซึ่งเดินทางมาทางเรือ
และเรือสำเภาที่เป็นพาหนะนั้นมาล่มจมลงในบริเวณวัดร้าง เมื่อเข้า
มาอาศัยในวัดร้างจึงสร้างพระพุทธรูป เพื่อเป็นที่พึ่งทางใจต่อมามี
พระภิกษุจากทางเหนือเดินทางมาพบวัดร้างแห่งนี้จึงช่วยกันบูรณะ
ขึ้นใหม่แต่ไม่สำเร็จ วัดหลวงพ่อเภาซ่อมครั้งใหญ่ เม่ือปี พ.ศ. 2514
และทุกวันที่ 16 เมษายน ของทุกปีจะมีงานปิดทอง สรงนำ้ พระหลวง
พ่อเภาถือเป็นพทุ ธรปู คู่บ้านคู่เมอื งของชาวอำเภอบ้านแพรก
พิพธิ ภัณฑท์ ้องถนิ่ ท่าใหค้ วามร้เู ก่ียวกับประวตั ิ และวิถีชีวิตของ
ประชาชน ของใชภ้ ายในบา้ นประเภทเคร่อื งปน้ั ดนิ เผาต่าง ๆ เชน่
ไหส่ีหู โอ่ง อ่าง หมอ้ ทะนน เปน็ ตน้ พิพิธภัณฑ์ต้งั อยูใ่ นโรงเรียน
บ้านแพรกประชาสรรค์ ตำบลสำพะเนยี ง อำเภอบา้ นแพรก
ประชาชนในอำเภอบา้ นแพรกสว่ นใหญป่ ระกอบอาชีพเกษตรกรรม
โดย ทำนาเป็นหลกั เน่ืองจากพ้ืนทใี่ นอำเภอบ้านแพรกมแี ม่นำ้ ลพบุรี
กบั คลองตาเมฆซงึ่ เป็นแหลง่ นำ้ สำคัญ
รายวิชาอยธุ ยาศึกษา สค03128 19
เลิศล้ำหัตถศิลป์ หมายถึง ประชาชนในอำเภอบา้ นแพรกเป็นผู้มฝี ีมือในการทำงานหตั ถศิลป์
โดยเฉพาะการสานพดั ทเ่ี ปน็ เอกลกั ษณ์ของอำเภอบา้ นแพรก หรอื
“พัดสานบ้านแพรก” ซึ่งเป็นงานหัตถกรรมพื้นบ้านอันทรงคุณค่าที่
เกดิ จากภูมปิ ญั ญาชาวอำเภอบา้ นแพรก โดยมีการประยกุ ต์ปรับปรุง
รูปแบบตลอดเวลาวา่ งจากการทำนา และพดั สานบ้านแพรกยังเปน็
งานหตั ถกรรมพ้ืนบ้านทมี่ ีช่ือเสยี งและไดร้ บั การยกย่อง
แผ่นดนิ ถ่ินลเิ ก หมายถึง อำเภอบา้ นแพรกเป็นบา้ นเกิดของหอมหวล นาคศิริ ราชาลิเกลูกบท
เปน็ ครลู ิเกที่มชี ่อื เสียง และเป็นลิเกชอื่ ดังของเมืองไทยมีงานแสดง
และยงั มบี รรดาลกู ศิษย์ของหอมหวลแยกไปตั้งคณะลิเกทมี่ ชี ่ือเสยี ง
จนถึงปจั จุบนั อกี หลายคณะ เชน่ คณะบุญเลศิ นาจพนิ ิจ คณะ
วิโรจน์ หลานหอมหวล คณะบรรหารศิษยห์ อมหวล คณะประหาญ
นาคศริ ิ คณะหอมหวลนอ้ ย นาคศริ ิ เปน็ ต้น
6.4 คำขวัญอำเภอมหาราช
“มหาราชแขวงนครใหญ่ หลากหลายวฒั นธรรม ลุ่มน้ำสามสาย
แหลง่ ขายพรกิ มัน จกั สานไม้ไผ่ ตำหนกั ไทยเจ้าปลกุ ”
มหาราชแขวงนครใหญ่ หมายถงึ อำเภอมหาราชเดมิ เรียกว่า “แขวงนครใหญ่” ต่อมาปี พ.ศ.
2457 ไดม้ าการประกาศใช้พระราชบญั ญัตกิ ารปกครอง
ท้องถิ่นข้ึน จึงได้เปลย่ี นแปลงการปกครองจากรปู ของ
“แขวง” มาเป็นอำเภอ เรยี กว่า อำเภอนครใหญ่ ตอ่ มาเม่ือ
มีการปกครองของกระทรวงมหาดไทยให้เปล่ยี นช่ืออำเภอ
ให้สอดคล้องกับอำเภอท่ีอยู่ในท้องถ่ินอำเภอ ดังนั้นอำเภอ
นครใหญ่จงึ ได้เปลี่ยนชือ่ มาเป็น “อำเภอมหาราช” ตาม
ตำบลทตี่ ้งั อยู่เดิม
หลากหลายวฒั นธรรม หมายถึง อำเภอมหาราชมวี ัฒนธรรมและประเพณที ี่สืบ
ทอดกนั มาตั้งแตโ่ บราณกาล เชน่ ประเพณีการกวนขา้ วทิพย์
ประเพณโี กนจุก ประเพณีงานสงกรานต์ มกี จิ กรรม
หลากหลาย เช่น การเลน่ มอญซอ่ นผ้า
ลุ่มน้ำสามสาย หมายถึง อำเภอมหาราชเป็นอำเภอทีเ่ ดินทางทางน้ำ จากจงั หวดั
อยุธยาไปจังหวัดลพบุรี และจากอำเภอมหาราชไปจังหวัด
อ่างทองประกอบด้วย แม่น้ำลพบุรี คลองบางแก้ว (แยกมา
จากแม่น้ำเจ้าพระยา) และแม่น้ำป่าสัก) ไหลมาบรรจบกัน
รายวชิ าอยธุ ยาศึกษา สค03128 20
แหลง่ ขายพริกมนั หมายถงึ ตรงหน้าวัดปากคลองตาโล่ จึงเป็นที่มาของลุ่มแม่น้ำสาม
สาย
จักสานไมไ้ ผ่ หมายถงึ หลังฤดูการทำนา ชาวบา้ นจะทำอาชีพเสรมิ โดยการปลูกพืช
ตา่ ง ๆ เช่น ถว่ั เขียว ข้าวโพดหวานและพรกิ มัน ซึ่งการปลกู
ตำหนักไทยเจา้ ปลุก หมายถงึ พริกมันจะปลูกมากในตำบลบางนาซึ่งเป็นสินค้าท่ีมคี ุณภาพ
เปน็ ที่ยอมรบั ของตลาดทวั่ ไป
อำเภอมหาราชถอื ไดว้ า่ เป็นพืน้ ทม่ี ีไม้ไผซ่ ึ่งสมัยก่อน
จะนิยมปลกู เพอื่ ใชแ้ บง่ อาณาเขตบา้ นต่อมาชาวบ้านจึงได้นำ
ไม้มาใช้ประโยชนเ์ พื่อเพ่ิมรายได้อีกทางหนึ่ง คือการสานเข่ง
ปลาทู ที่ตำบลน้ำเต้า การทำโครงงอบที่อำเภอบางนา เป็น
ตน้
คำว่าเจ้าปลุกเพย้ี นมาจากตำหนกั เจา้ ปลูกซ่ึงเคยใชเ้ ปน็ ท่ี
ประทบั เวลาเสดจ็ มาประทับร้อนของรัชกาลท่ี 5
6.5 คำขวัญอำเภอบางปะหนั
“งอบสวยวิจติ ร อิฐทนทาน มนั เทศหอมหวาน
งามตระการบ้านทรงไทย ”
งอบสวยวิจติ ร หมายถึง งอบใบลานซึ่งเป็นงอบจกั สานเป็นงานศลิ ปหัตถกรรมที่มี
ชื่อเสียงและเปน็ เอกลักษณ์ของอำเภอบางปะหัน การสาน
งอบเม่ือก่อนเปน็ งานที่สามารถเป็นอาชีพสร้างรายได้ใหก้ บั
ชาวบางปะหันมาก่อน และบางปะหนั เป็นแหล่งผลิตงอบที่มี
ชือ่ เสยี ง และมีความงดงามโดยเฉพาะทีต่ ำบลบางนางร้ามี
กลุ่มผลติ งอบเป็นสินคา้ OTOP และยงั สามารถถา่ ยทอด
ความรกู้ ารผลติ งอบใหเ้ ยาวชนรุน่ หลงั ไดร้ ้จู ัก
อิฐทนทาน หมายถงึ อาชีพการทำอฐิ นับเป็นอาชีพที่ย่ังยนื คู่อำเภอบางปะหัน
แหง่ กรงุ ศรีอยธุ ยามาชา้ นานแลว้
มันเทศหอมหวาน หมายถงึ ท่ตี ำบลทบั น้ำ อำเภอบางปะหัน มเี น้ือดินอดุ มสมบรู ณเ์ ปน็
แหล่งปลกู มนั เทศทม่ี รี สชาติอรอ่ ย หอมหวาน มนั
งามตระการบ้านทรงไทย หมายถึง บ้านทรงไทยเปน็ เอกลักษณอ์ ย่างหน่งึ ของความเปน็ ไทย
ชาวบางปะหนั มีความสามารถในการปรุง
บา้ นเรอื นไทย โดยเฉพาะตำบลโพธิส์ ามตน้ อำเภอบางปะ
รายวิชาอยธุ ยาศกึ ษา สค03128 21
หนั เปน็ แหล่งผลิตบา้ นทรงไทย เป็นทีรวมของช่างเรือนไทย
ทมี่ ีความชำนาญในการสรา้ งบา้ นทรง
ไทยจนเปน็ สนิ คา้ สง่ ออกตา่ งประเทศ
เมืองชัยพระเจา้ ตาก หมายถงึ หลงั กรงุ ศรอี ยุธยาพา่ ยแพแ้ กศ่ ตั รู พมา่ ได้ตั้งคา่ ยที่
โพธสิ์ ามตน้ เพือ่ ดกั จับคนไทยไปเปน็ เชลยส่งไปพม่า
พระเจา้ ตากสินเสด็จจากจันทบรุ ีเขา้ โจมตีค่ายโพธิส์ ามตน้
เป็นค่ายแรกไดช้ ัยชนะ แล้วบกุ ยดึ พระนครศรีอยุธยาขบั ไล่
พมา่ ออกไปจากอาณาจักรไทยไดใ้ นที่สุด
6.6 คำขวญั อำเภออุทยั
“หลวงปู่ดคู่ ่บู ้าน อนสุ รณ์สถานพระเจ้าตากสนิ
ทั่วถิน่ คนใจธรรมะ โรจนะแหลง่ อุตสาหกรรม”
หลวงปดู่ ูค่ ่บู ้าน หมายถึงพระคณุ เจ้าหลวงปดู่ ู่ พรหมปัญโญ มชี าติกำเนดิ ในสกุล “หนศู รี”
เดมิ ช่อื ดู่ เกิดเม่ือวันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2447 ตรงกบั วันศกุ ร์ขน้ึ 15 คำ่
เดอื น 6 ปมี ะโรง ซง่ึ ตรงกบั วันวสิ าขบูชา ณ บ้านขา้ วเมา่ ตำบลข้าวเม่า
อำเภออทุ ยั จงั หวดั พระนครศรอี ยุธยา คำสอนของหลวงปดู่ ู่จงึ สรุปลงทก่ี าร
ใช้ชวี ิตอยา่ งคนไมป่ ระมาท หลวงปู่ดูท่ า่ นมิไดต้ ั้งตัวเป็นเกจอิ าจารย์ การท่ที า่ น
สรา้ งหรอื อนญุ าตให้สรา้ งพระเครอื่ งหรอื พระบูชา กเ็ พราะเหน็ ประโยชน์
เพราะบคุ คลจำนวนมากยังขาดทย่ี ึดเหนยี่ วทางจติ ใจ ท่านมไิ ด้จำกัดศษิ ยอ์ ยู่
เฉพาะกลุ่มใดกลมุ่ หนึง่ ดังน้นั คณะศิษยข์ องท่านจึงมกี ว้างขวางออกไป ทงั้ ที่
ใฝ่ใจธรรมล้วนๆ หรือท่ยี งั ต้ององิ กบั วัตถมุ งคล ทา่ นเคยพูดว่า “ตดิ วัตถุมงคล
ก็ยังดีกว่าทีจ่ ะให้ไปติดวตั ถอุ ปั มงคล” หลวงปู่ดูไ่ ด้ละสงั ขารไปดว้ ยอาการอัน
สงบด้วยโรคหวั ใจในกุฏทิ ่าน เม่ือเวลาประมาณ 5 นาฬิกาของวนั พธุ ที่ 17
มกราคม พ.ศ. 2533 อายุ 85 ปี 8 เดอื น อายพุ รรษา 65 พรรษา
อนุสรณ์สถานพระเจา้ ตากสิน หมายถึง อนุสรณส์ ถานสมเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ มหาราช ณ
วดั พรานนก อำเภออุทัย จงั หวดั พระนครศรอี ยุธยา เม่ือปี พ.ศ.
2309 สมเด็จพระเจา้ ตากสิน ทรงเหน็ ว่ากรุงศรีอยุธยาต้องเสียให้แกพ่ มา่
แน่นอนจงึ ตัดสินใจหนีออกจากกรุงศรีอยุธยาพร้อมดว้ ยทหารเอกอีก 5 นาย
และทหารตดิ ตามประมาณ 500 นาย ตีฝ่าวงลอ้ มพมา่ ออกไปทางทศิ
ตะวนั ออก ทหารพม่ายกกำลงั ออกมาตดิ ตามทนั กนั ท่ีบ้านโพสังหาร (โพสาว
หาญในปัจจุบัน) จึงสู้รบกบั ทหารพม่า จนพระองค์สามารถชนะพม่าได้ และ
รายวิชาอยธุ ยาศึกษา สค03128 22
มุ่งหน้าไปทางบา้ นพรานนกและพกั รบ รงุ่ ข้นึ พมา่ ออกตดิ ตามจน
เกดิ การต่อสู้กนั และพระองค์ได้รบั ชัยชนะซ่ึงเป็นวรี ะกรรมที่ย่ิงใหญ่
และเปน็ ที่จดจำของชาวบ้านพรานนกมาจนถงึ ทุกวนั น้ี
ท่วั ถิ่นคนใจธรรมะ หมายถงึ ชาวอำเภออทุ ยั ท่ัวไปมีจติ ใจศรัทธานบั ถอื พระพทุ ธศาสนา
ทำบุญตกั บาตรเปน็ ประจำ ยึดม่ันในคุณธรรม คุณงามความดี
โรจนะแหล่งอุตสาหกรรม หมายถึง สวนอตุ สาหกรรมโรจนะซึง่ ตง้ั อยทู่ ่ี อำเภออทุ ยั
สวนอุตสาหกรรมโรจนะเป็นการร่วมลงทุนระหว่างกลุ่ม วินิชบุตรใน
ประเทศไทย และ สุมิคินบุชซาน คอปร์เปอร์เรชั้น ในประเทศญี่ปุ่น
ภายใต้การส่งเสริมการลงทุน จากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน
แหง่ ประเทศไทย หรือ BOI
6.7 คำขวญั อำเภอท่าเรือ
“ถ่นิ กำเนดิ หลวงพ่อโต แดนตะโกดดั งาม
เยน็ สายนำ้ นามป่าสกั วิวสวยนักเขื่อนพระรามหก”
ถิน่ กำเนิดหลวงพ่อโต หมายถึง สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรงั สี ถือกำเนิดบนเรอื ใน
แม่น้ำป่าสัก บริเวณหน้าวัดไก่จ้น ตรงข้ามวัดสะตือ ตำบล
ทา่ หลวง เมอ่ื เติบโตขนึ้ ในทางธรรม ไดส้ ร้างพระพุทธรูปปาง
ไสยยาสน์เปน็ อนุสรณ์ที่วดั สะตือ
แดนตะโกดดั งาม หมายถงึ อำเภอทา่ เรือ เป็นแหล่งไม้ดดั ไทย จำพวกตะโก ข่อย ฯลฯ
ทีใ่ หญ่ท่สี ดุ แหง่ หนึ่งของประเทศไทย ฝีมอื ในการสรา้ งสรรค์
ไม้ประดบั ไม่แพท้ ่อี ่นื จดั ได้วา่ เปน็ อันดบั ต้น ๆ ของประเทศ
ก็ได้ จึงเปน็ ทรี่ ้จู ักของผรู้ กั ไม้ดัดไทย เดิมเปน็ แหล่งไม้ตะโก
และขอ่ ย ในปัจจุบันต้องนำไมจ้ ากทีอ่ น่ื มาทำไมด้ ัด จุดเด่น
ของไมด้ ดั อำเภอท่าเรอื คอื ไมต้ อของอำเภอท่าเรอื ดังท่ี
สุดและความแตกต่างของการเขา้ ชอ่ ไม้ ไมด้ ัดเปน็ ผลผลิตที่
สะทอ้ นให้เห็นถึงภูมปิ ญั ญาทางดา้ นศลิ ปะ เสน่ห์ของตน้ ไมท้ ่ี
มคี วามสวยงามหลากหลาย
เย็นสายนำ้ นามป่าสัก หมายถงึ อำเภอท่าเรือมีแม่น้ำป่าสกั ไหลผ่าน สร้างความช่มุ ช่ืนร่มเย็น
และเป็นแหลง่ นำ้ สำคัญ
วิวสวยนกั เขอื่ นพระรามหก หมายถึง เขื่อนพระรามหกเป็นเขอ่ื นที่สรา้ งปิดกั้นแมน่ ำ้ ปา่ สักทีค่ ุง้ ยาง
นม ตำบลท่าหลวง อำเภอท่าเรอื เปน็ เขอ่ื นทดนำ้ และ
ระบายนำ้ แห่งแรกของประเทศไทย เรมิ่ ก่อสร้างเม่อื พ.ศ.
2458 และสรา้ งเสรจ็ พ.ศ. 2467 ใช้งบประมาณในการ
รายวชิ าอยุธยาศึกษา สค03128 23
กอ่ สรา้ ง 15,494,452 บาท รชั กาลที่ 6 ไดเ้ สด็จพระราช
ดำเนนิ มาทรงเปิดเขอ่ื นเม่ือวนั ที่ 29 พฤศจกิ ายน พ.ศ.
2467 และพระราชทานนามว่า “เขื่อนพระเฑียรราชา”
ตอ่ มาทรงโปรดเกลา้ ให้ช่ือเขื่อนพระรามหก เขื่อนพระราม
หกจงึ เปน็ สถานทท่ี ่องเทยี่ ว และจุดชมวิวทสี่ วยงามแห่งหน่งึ
ของอำเภอท่าเรือ
6.8 คำขวญั อำเภอนครหลวง
“มดี อรัญญกิ ลือนาม สง่างามปราสาทนครหลวง
โชติชว่ งเกษตรอตุ สาหกรรม เลศิ ลำ้ ภมู ิปญั ญาไทย”
มีดอรญั ญิกลอื นาม หมายถึง มีดจากอำเภอนครหลวง จากตำบลไผ่หนอง แลว้ นำมาวางขายที่
ตลาดอรัญญิก ปัจจุบนั ได้กลายเปน็ สนิ ค้า OTOP ระดบั 5 ดาว
สงา่ งามปราสาทนครหลวง หมายถงึ สร้างในสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง พ.ศ.2174 โดยถ่าย
แบบจนปราสาทเมืองพระนครหลวง ประเทศกัมพชู า แลว้
จงึ นำมาเปน็ ชอื่ ของอำเภอในท่สี ดุ
โชติชว่ งเกษตรอุตสาหกรรม หมายถึง ประชากรอำเภอนครหลวงนอกจากจะเป็นอขู่ ้าวอนู่ ้ำแล้ว
เลศิ ล้ำภมู ปิ ญั ญาไทย หมายถึง ประชากรยังมีรายได้เสรมิ หลงั ว่างจากการทำนา ทำสวน
โดยทำอุตสาหกรรมในครวั เรือนขนาดเลก็ เปน็ รายไดเ้ สริม
ในปัจจุบันอตุ สาหกรรมหลายประเภทสามารถผนั ตนเอง
เป็นอสุ าหกรรมในครัวเรอื น และอุตสาหกรรมยอ่ ย
มีชื่อเสียงและสามารถส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศได้
ทั้งอุตสาหกรรมที่ทำด้วยมือ และอุตสาหกรรมที่เสริมด้วย
เครื่องจักร เช่น การตีมีด การทำช้อนและเครื่องประกอบ
บนโต๊ะอาหาร อุตสาหกรรมการขนมต่าง ๆ การทำเครื่อง
มุกลายไทย ฯลฯ นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์รวมอุตสากรรม
โรงงาน กว่าร้อยโรงงาน ที่สร้างรายได้ให้กับชุมชนและ
ประชากรอีกดว้ ย
จากท่ีกล่าวมาขา้ งต้น นบั เปน็ ความรู้ความสามารถของภมู ิ
ปัญญาไทยของแตล่ ะทอ้ งถนิ่ ทั้งส้นิ ซง่ึ ความรคู้ วามสามารถ
ในแต่ละสาขายากท่ีจะหาผใู้ ดเทยี บเทียมได้ ท้งั น้ีเรา
รายวชิ าอยธุ ยาศกึ ษา สค03128 24
เยาวชนรุน่ หลังควรทจ่ี ะอนรุ กั ษ์ สง่ เสรมิ และสืบสานมใิ ห้
สูญหายและยังคงคุณค่าสมความภาคภมู ิต่อไปตราบนาน
เท่านาน
6.9 คำขวญั อำเภอบางซา้ ย
“บางซา้ ยถนิ่ ทุ่งทอง เรืองรองพนั ธุ์ไม้ผล
ชวี ติ รมิ สายชล มากล้นแหล่งพันธป์ ลา”
บางซ้ายถนิ่ ทุ่งทอง หมายถงึ พ้นื ท่อี ำเภอบางซา้ ย เปน็ พนื้ ท่ลี ่มุ มนี ำ้ ตลอดปี ซ่งึ เหมาะกับ
เรืองรองพันธ์ไุ ม้ผล หมายถงึ การปลูกข้าว ซึ่งเป็นพืชใช้น้ำมากทำให้ประชาชนประกอบ
อาชีพทำนาเป็นหลัก เมื่อข้าวออกรวงสุกพร้อมกันจะ
มองเห็นเปน็ สที องไปทง้ั ท้องทุง่
ต่อมามกี ารนำพันธไุ์ มผ้ ลมาปลกู แล้วได้ผลผลิตจนนำไปเป็น
สนิ ค้าเพ่ิมเติมจากเดมิ เช่น ชมพู่ สม้ โอ มะม่วง ฝรั่ง ชุมชน
ได้พฒั นาผลผลิตจนเปน็ ทยี่ อมรบั
ชวี ิตรมิ สายชล หมายถงึ พืน้ ท่อี ำเภอบางซ้าย มีคลองเจา้ เจด็ มแี ม่นำ้ ท่าจีนไหลผ่าน การตั้ง
บ้านเรอื นจงึ อยรู่ ิมน้ำ โดยได้อาศยั เป็นทั้งแหล่งอาหาร และการ
คมนาคม ทำใหม้ ีวิถชี ีวิตของคนรมิ น้ำ
มากล้นแหล่งพนั ธป์ุ ลา หมายถึง นอกจากแมน่ ำ้ ท่าจีนซึ่งเป็นแหล่งน้ำใหญ่แลว้ ยงั มคี ลองย่อย
เช่อื มลำน้ำเข้าสู่แหล่งกาเกษตรเพิ่มพ้ืนที่ให้เป็นแหลง่
เพาะพันธ์ุสตั วน์ ำ้ มากมายจึงมีพันธป์ุ ลาหลากหลาย
เปน็ แหล่งอาหารสำคญั ของชุมชน
รายวชิ าอยุธยาศึกษา สค03128 25
6.10 คำขวัญอำเภอบางไทร
“ศลิ ปาชพี เรอื งชอื่ เล่ืองลอื หลวงพ่อจง
มัน่ คงหลวงพ่อนอ้ ย รอยคอยทล่ี านเท”
ศลิ ปาชีพเรื่องชอ่ื หมายถึง สมเดจ็ พระนางเจ้าพระบรมราชนิ ีนาถ ทรงโปรดใหส้ ่งเสรมิ
ภมู ปิ ญั ญาด้งั เดมิ ของไทยโดยตั้งศูนยศ์ ลิ ปาชีพ ขึน้ ท่อี ำเภอ
เลื่องลอื หลวงต่อจง หมายถงึ บางไทร เพอ่ื ให้มกี ารศกึ ษาด้านชา่ งฝมี ือของไทยในอดตี เพ่อื
มัน่ คงหลวงพอ่ น้อย หมายถงึ สบื สานความรูไ้ ม่ให้สญู ไป จึงกลายเป็นแหล่งฝึกฝนคน
รอคอยท่ลี านเท หมายถงึ รนุ่ ใหม่ และสร้างสินค้าท่เี ปน็ ของไทย
เกจิสำคญั ของอำเภอบางไทร ท่ีเปน็ ที่ยอมรับของทั้ง
ประเทศ ทางด้านเมตตาและคงกระพัน ในอดตี ประชาชน
และข้าราชการตา่ งมุ่งมาหาท่านเมอ่ื ได้ให้ศีลใหพ้ ร
เพื่อความสำเร็จในชีวติ
หลวงพอ่ น้อยคอื พระประธานในโบสถ์วดั สงิ หสทุ ธาวาส
อันเป็นมงิ่ ขวญั ของชาวบางไทร ทใ่ี หค้ วามเคารพมาตอ่ เนอ่ื ง
หลายช่วั คนจนถงึ คนปจั จบุ นั
มตี ำนานเล่าขานสืบมาถงึ การเดินทางตามคนรักมาตาม
แม่นำ้ น้อยมาถงึ จดุ รวมกบั แมน่ ้ำเจ้าพระยากอ่ เปน็ เวงิ้ นำ้ ที่
ตำบลราชครามมาเหน็ ความกว้างจนมองไม่เหน็ ฝั่งจงึ รำพึง
ถงึ ความรักต่อมามีคนตงั้ ศาลเจ้าพ่อลานเทเปน็ ท่สี ื่อถึง
คนผดิ หวงั ในรัก
รายวชิ าอยุธยาศึกษา สค03128 26
6.11 คำขวญั อำเภอลาดบัวหลวง
“ลาดบวั หลวงสวยแสน แดนปฏริ ปู ทดี่ นิ ถน่ิ เกษตรกรรม
สายนำ้ พระยาบันลือ เลอ่ื งชื่อสองศาสนา ชาวประชาพอเพียง”
ลาดบัวหลวงสวยแสน หมายถงึ ลาดบัวหลวงเป็นพน้ื ที่ทกี่ ำหนดเปน็ เขตเกษตรกรรม มคี ลอง
พระยาบันลือส่งน้ำใหต้ ลอดปี มีคลองย่อยหลายสายทำให้
แดนปฏริ ูปท่ีดนิ หมายถึง พนื้ ทเี่ ป็นสเี ขยี วตลอดทง้ั ปี มองครงั้ ใดกส็ บายตาสบายใจ
มีพน้ื ทเ่ี ป็นเขตปฏิรปู ทด่ี ิน เพื่อเปน็ การนำรอ่ งในการจดั รูป
ถ่ินเกษตรกรรม หมายถงึ ท่ีดนิ สำหรับการอยู่อาศยั กบั การเกษตรอยา่ งมี
ประสทิ ธิภาพที่สุด
สายน้ำพระยาบนั ลือ หมายถึง พน้ื ที่เอ้อื อำนวยต่อการเกษตรไดด้ ี คลองพระยาบันลอื ซ่งึ
เป็นคลองขดุ เชื่อมต่อแมน่ ้ำทา่ จีนกบั แม่น้ำเจา้ พระยาทำใหม้ ี
เลอ่ื งช่ือสองศาสนา หมายถึง น้ำตลอดปเี หมาะสำหรบั ทำการเกษตร
รัชกาลท่ี 5 โปรดให้พระยาบรรฤาสิงหนาท เป็นแม่กองขุด
ชาวประชาพอเพยี ง หมายถงึ คลอง เพื่อเป็นการจัดการน้ำเข้าสู่พื้นที่ที่เปน็ เขตการเกษตร
ใหม่ทำใหเ้ ป็นสายเลอื ดหลอ่ เล้ียงชมุ ชนทีส่ ำคัญทส่ี ุด
ชมุ ชนของลาดบวั หลวง มีศาสนาหลกั คือ พทุ ธ และอิสลาม
มีผนู้ ับถือเป็นอัตราสว่ นเกือบเทา่ กนั อยูร่ ่วมกันอย่างมี
ความสุข
ชมุ ชนลาดบัวหลวง ไมป่ ระสงคแ์ ขง่ ขนั กนั ทางวตั ถุดำเนิน
ชีวติ ตามวิถกี ารเกษตร สงบสุข พอเพยี ง ไม่ฟุง้ เฟ้อ
รายวชิ าอยุธยาศึกษา สค03128 27
6.12 คำขวัญอำเภอบางบาล
อฐิ แกรง่ “อฐิ แกร่ง แหลง่ ดนตรไี ทย
เลอ่ื มใสหลวงพ่อขนั ผลติ ภัณฑ์ก้านธูป”
หมายถงึ ในอดตี มีชุมชนชาวมอญมาอาศัยอย่แู ล้วไดน้ ำภมู ปิ ญั ญาในการเผาอฐิ
มาประกอบอาชีพ และไดถ้ ่ายทอดต่อ ๆ กนั มาจนกลายเปน็ อาชพี
ข้นึ หน้าชูตาของอำเภอ
แหล่งดนตรีไทย หมายถงึ นายสำราญ เกิดผล ซงึ่ เป็นภูมปิ ัญญาไทยดา้ นดนตรีไทย ถ่ายทอด
จากบรรพบุรุษจนได้รับรางวัลศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง
(ดนตรีไทย) ท่านได้เปิดบ้านให้เป็นศูนย์ถ่ายทอดความรู้ด้านดนตรี
ไทยใหก้ บั อนชุ นรนุ่ หลงั
เลอื่ มใสหลวงพ่อขัน หมายถึง หลวงพอ่ ขัน เป็นเกจอิ าจารย์ชอ่ื ดังของวัดนกกระจาบ
เป็นสหายธรรมของหลวงปศู่ ุข วัดปากคลองมะขามเฒา่ อยู่ใน
สายของนกั ปฏิบัติและวิทยาคม กรมหลวงชุมพรเขตอดุ มศกั ดิ์ได้
เคารพเปน็ อาจารยข์ องท่านอีกรปู หน่ึง
ผลิตภณั ฑ์กา้ นธูป หมายถงึ เปน็ แหลง่ ผลิตธูปโดยสืบตอ่ ภมู ปิ ัญญาทอ้ งถิน่ กันมาตั้งแต่
บรรพบรุ ษุ ซงึ่ ตง้ั บ้านเรอื นทมี่ ีไผจ่ ำนวนมาก โดยใช้ไผส่ ีสกุ
โดยนำส่วนตดิ ผวิ ทำเคร่อื งจักสาน เนอื้ ไมม้ คี วามเหนียว
เหมาะสำหรับทำก้านธูป
รายวิชาอยธุ ยาศกึ ษา สค03128 28
6.13 คำขวญั อำเภอเสนา
“หลวงพ่อปานเปน็ ศรี ทุ่งเสนาเขยี วขจี
หัตถกรรมมากมี ตลาดดบี ้านแพน”
หลวงพ่อปานเป็นศรี หมายถึง หลวงพอ่ ปานคือเกจอิ าจารย์ เป็นทียอมรบั ของชาวพทุ ธซึง่ มี
เมตาตาสงู พรอ้ มกับวทิ ยาคมรว่ มกับความรู้ทางด้าน
ทงุ่ เสนา เขียวขจี หมายถงึ การแพทย์แผนโบราณ โดยมผี งพุทธคณุ บรรจใุ นพระเครือ่ ง
ของท่านซึ่งแปลกไปจากพระเครื่องอื่น ๆ ปัจจุบันพระ
หตั ถกรรมมากมี หมายถงึ เครื่องของทา่ นเป็นของลำ้ ค่าหายาก
พนื้ ทข่ี องอำเภอเสนา ประกอบอาชีพการเกษตรโดยปลูก
ตลาดดีบ้านแพน หมายถึง ขา้ วเปน็ หลกั ทำให้ทุง่ เสนาเวลาปลูกขา้ วในชว่ งเตบิ โต
จะมองเห็นทุ่งเป็นสเี ขยี วอ่อนไปทงั้ ทุ่ง
ตำบลหวั เวยี ง และบ้านกระทุ่ม มชี ุมชนประกอบอาชพี
จักสานภาชนะของไทย โดยใช้หวายเป็นวัตถุดิบซึ่งเป็น
เอกลักษณ์แบบหนึ่งของไทย สามารถเป็นสินค้าส่งออก
ตา่ งประเทศไทย
บา้ นแพนในอดตี เปน็ ชุมชนคา้ ขายสินคา้ หลากหลาย
เป็นสนิ ค้าทนั สมยั มาจากกรงุ เทพมหานครโดยมเี รือสง่ สนิ ค้า
ทุกวัน เป็นแหลง่ กระจายสนิ คา้ ไปสูพ่ น้ื ทขี่ า้ งเคียง ปัจจบุ ัน
กย็ งั เป็นตลาดพักที่สำคัญในเขตตะวันตกของจงั หวัด
รายวชิ าอยุธยาศกึ ษา สค03128 29
6.14 คำขวญั อำเภอบางปะอิน
“พระราชวังเลศิ ล้ำ หลวงพ่อดำคเู่ มือง
รงุ่ เรืองอตุ สาหกรรม มีศีลธรรมชาวบางปะอิน”
พระราชวงั เลิศลำ้ หมายถงึ อำเภอบางปะอิน เปน็ ท่ตี ้ังของพระราชวงั บางปะอนิ ซ่ึงมี
รากฐานเดิมแต่สมัยพระเจ้าปราสาททอง และได้มาบูรณะ
หลวงพ่อดำคู่เมือง หมายถงึ สมัยรชั การที่ 4 ตอ่ มรัชกาลที่ 5 โปรดใหส้ รา้ งอาคาร
รงุ่ เรืองอตุ สาหกรรม หมายถึง ท้งั หมด
มีศีลธรรมชาวบางปะอิน หมายถึง หลวงพ่อดำคือพระประธานของวดั คลองพดุ ซา เปน็ ท่ีเคารพ
ของคนบางปะอิน
บางปะอนิ มนี คิ มอตุ สาหกรรมบางปะอนิ และนิคมบา้ นหวา้
(ไฮ – เทค) เป็นแหล่งผลิตสนิ คา้ ส่งออก นำรายไดเ้ ข้า
ประเทศ
พร้อมพ้นื ท่อี ำเภอบางปะอนิ มวี ดั จำนวนมากบง่ ถึงในอดีต
ชุมชนใหค้ วามสำคัญกบั ศาสนา สบื ต่อมาจนถงึ ปัจจบุ ัน
6.15 คำขวญั อำเภอผักไห่
“วตั ถมุ งคลล้ำคา่ วังมจั ฉามากมี
ของดีทำจากปลา ในนามขี ้าว”
วัตถมุ งคลลำ้ คา่ หมายถึง อำเภอผกั ไหม่ ีวัดศาสนาพทุ ธ จำนวน 23 วดั เกอื บทุกวัด
จะมีโบราณวตั ถุ และวัตถมุ งคลล้ำคา่ เช่น วัดโคกทอง
พระมงคลวราจารย์ (หลวงพอ่ เชญิ ) ไดส้ รา้ งวตั ถมุ งคลไว้หลายรุน่
บางรุ่นหายากแล้ว วัดชีโพน ในอดีตพระราชปัญญามุนี (เจ้าคุณรัต)
เจ้าอาวาสดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัด “พระเครื่องเจ้าคุณรัต”
ในช่วง พ.ศ. 2471 – 2502 เป็นวัตถุมงคลล้ำค่าปัจจุบันหายากมาก
แม้แต่ “แหวนพระวัดชีโพน” ก็ร่ำลือกันว่ามีอิทธิพลมงคลปาฏิหาร
รายวชิ าอยุธยาศึกษา สค03128 30
วงั มัจฉามากมี หมายถงึ ต่าง ๆ เช่น ใส่แหวนลงเล่นน้ำปลาปักเป้าไม่กัด วัดย่านอ่างทอง
ของดีทำจากปลา หมายถึง (จฬุ าโลก) มธี รรมมาสน์และตพู้ ระไตรปกิ ฎ เปน็ โบราณวัตถุทสี่ ำคัญ
ในนามขี ้าว หมายถึง วดั โพธิเ์ ผือก มีเหรียญหลวงพ่อเคล้ิมทโี่ ดง่ ดงั มากมากสมยั สงคราม
เวยี ดนาม วัดฤาไชย มพี ระบรมสารีรกิ ธาตุ 24 พระองค์ บรรจุไว้ใน
พระเจดยี ์ วัดบา้ นแคมวี ัตถมุ งคลหลวงพ่อพร วดั ตาลานใตม้ ี
พระเครอื่ งของหลวงพอ่ เจริญ
อำเภอผกั ไห่ มแี มน่ ้ำน้อยไหลผ่านเปน็ แมน่ ำ้ สายสำคัญ โดยมแี มน่ ้ำ
นอ้ ยและคลองสาขาของแม่น้ำนอ้ ย ในเขตอำเภอผักไห่ จะมีวังมัจฉา
คือแหลง่ ท่ปี ลาน้ำจดื หลายชนดิ มาอย่รู วมกันในธรรมชาติ ปลาสวาย
ปลาแรด ปลาตะเพียน ฯลฯ เช่น วงั มัจฉา วดั ดอนลาน วงั มจั ฉา
วัดตกึ คชหิรญั ซงึ่ ไดร้ บั ความสนใจจากนักท่องเท่ียว
ในแมน่ ้ำนอ้ ย และคลองสาขาของแม่น้ำนอ้ ย ในอำเภอผกั ไห่
มีปลาชกุ ชุมมากจนได้ชื่อว่า “ผกั ไห่เมอื งปลา” จงึ มี
ผลิตภัณฑ์ท่ีทำมาจากปลา เป็นของดมี ีชือ่ เสียง เช่น ปลารา้
นำ้ ปลาจากปลาสรอ้ ย ปลาย่าง ปลาเคม็ ปลากะดว่ี ง หอ่ หมก
อาชีพหลกั ของชาวอำเภอผกั ไหค่ ือการทำนาข้าว มพี นื้ ท่ี
ปลูกข้าวเจ้าเป็นทงุ่ ร่วงทองกวา้ งขวาง เปน็ สว่ นหนึ่งของ
“อู่ขา้ วอู่น้ำ” ในภาคกลาง
รายวิชาอยธุ ยาศึกษา สค03128 31
6.16 คำขวญั อำเภอวงั นอ้ ย
“เมอื งขา้ วงาม นามวงั น้อย รอ้ ยพนั ศลิ ป์ ดนิ แดนสงฆ์”
เมืองขา้ วงาม หมายถึง อำเภอวงั นอ้ ยมีพ้นื ทีป่ ลกู ข้าวกวา้ ง สามารถผลติ ขา้ วมาเป็น
นามวงั นอ้ ย หมายถงึ สนิ ค้าออกตั้งแต่ในอดีตจนถงึ ปจั จบุ นั
รอ้ ยพันศลิ ป์ หมายถงึ เคยได้นามเป็นอุทัยน้อย แลว้ เปลยี่ นเปน็ อำเภอพระราชวัง ต่อมา
เปลี่ยนกลับมาเปน็ อทุ ัยน้อย และทสี่ ุดเปล่ียนมาเป็นวงั นอ้ ย
ดนิ แดนสงฆ์ หมายถึง เดิมเป็นแหล่งท่มี ีคณะนักแสดงหลากหลายประเภท เช่น ลิเก ลำตดั
โขนสด รวมทัง้ งานหัตถกรรมของชมุ ชน ท่ยี งั คงถา่ ยทอดตอ่ กันมา
จนถงึ ปัจจุบนั
เป็นทตี่ ัง้ ของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย สอนตง้ั แต่
ระดับปริญญาตรีจนถงึ ปรญิ ญาเอก โดยเปดิ โอกาสให้ท้ังพระ และ
ฆราวาส ได้เขา้ ศกึ ษา
รายวิชาอยุธยาศกึ ษา สค03128 32
บทที่ 2
สภาพทางสังคมของจังหวัดพระนครศรอี ยุธยา
แนวคิด
จากประวัติความเป็นมาของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จะเห็นได้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น
มากมาย เช่น ด้านการเมือง การปกครอง มีภาพของสังคมและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนในจังหวัด
พระนครศรอี ยธุ ยา จากจงั หวดั พระนครศรีอยุธยาที่เป็นเมืองเกษตรกรรมก็เกิดการเปล่ียนแปลงเปน็ เมือง
อุตสาหกรรม จึงทำให้สภาพทางสังคมและวิถีชีวิตของชาวพระนครศรีอยุธยาเปลี่ยนแปลงไปด้วย และ
ผลทีต่ ามมาคือสภาพปัญหาทางด้านสิง่ แวดล้อมซ่งึ เปน็ กลไกสำคัญต่อสภาพความเป็นอยู่อย่างมาก
ตัวชว้ี ัด
1. อธบิ ายสภาพบรบิ ททางสงั คมของกรงุ เก่าและวิถชี ีวิตความเปน็ อยู่ของคนพระนครศรีอยุธยา
2. บอกสาเหตหุ รือปจั จัยของการเปลย่ี นแปลงทางสังคม
3. อธิบายสภาพปัญหาทางสังคมของจงั หวัดพระนครศรอี ยุธยา
เนือ้ หา
1 สภาพบริบททางสังคม และวิถีชีวิตของชาวพระนครศรีอยุธยา
1.1 วิถชี วี ติ และวัฒนธรรมความเปน็ อยู่ของพระนครศรีอยธุ ยา
1.2 ทนุ ทางสงั คมท่ตี กทอดกนั มาของพระนครศรีอยุธยา
2 พระนครศรีอยุธยากบั ความเปลีย่ นแปลงทางสงั คมในปัจจบุ นั
2.1 ประเภทของการเปลี่ยนแปลงทางสังคม
2.2 สาเหตุหรือปจั จยั ของการเปลย่ี นแปลงทางสังคม
2.3 สภาพทางสงั คมของจังหวดั พระนครศรอี ยธุ ยา
3 สภาพปญั หาทางสังคมในดา้ นตา่ ง ๆ
3.1 มลพิษทางอากาศ
3.2 มลพษิ ทางเสียง
3.3 มลพิษทางน้ำ
3.4 มลพษิ ทางด้านขยะมูลฝอยและสิง่ ปฏกิ ลู
รายวิชาอยธุ ยาศกึ ษา สค03128 33
เรือ่ งที่ 1 สภาพบริบท สังคมและวถิ ชี ีวิตของชาวพระนครศรีอยุธยา
1.1 วถิ ชี วี ิตและวัฒนธรรมความเป็นอยู่ของพระนครศรีอยธุ ยา
กรุงศรีอยุธยา ได้เสียกรุงครั้งที่ 2 เมื่อ พ.ศ. 2310 หลังจากนั้นรัชกาลที่ 1 ทรงสร้างกรุง
รัตนโกสินทร์เป็นเมืองหลวง จึงทำให้ต่อมาเรยี กจังหวัดพระนครศรีอยุธยากันว่า “เมืองกรุงเก่า” อันมี
แม่น้ำสำคัญ 3 สาย ได้แก่ แม่น้ำป่าสักทางทิศตะวันออก, แม่น้ำเจ้าพระยาทางทิศตะวันตกและทิศใต้
และแม่น้ำลพบุรีทางทิศเหนือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยามีบทบาทเป็น “อู่ข้าว อู่น้ำ” โดยทำหน้าที่เปน็
แหล่งผลิตอาหาร และสะสมเสบียงในยามสงครามมาตั้งแต่โบราณ ประชาชนส่วนใหญ่จึงยึดอาชีพการ
ทำประมง การเพาะปลูก การทำนาเป็นหลัก และด้วยสิ่งแวดล้อมประกอบกับปัจจัยหลักที่มีความ
เหมาะสม เช่น แม่น้ำ สภาพความเป็นเกาะ และอาณาเขตติดต่อการค้ากับหัวเมืองและต่างชาติได้
สะดวก ทำให้จากสภาพเมืองร้างที่มีแต่ซากโบราณสถานตา่ งๆ กลายเป็นชมุ ชนขนาดใหญ่ได้งา่ ย การค้า
ขายแต่เดิมจะมีลักษณะเศรษฐกิจแบบพึง่ ตนเอง ปลูกผัก หาปลา ทอผ้า และงานด้านหัตถกรรมไว้ใชใ้ น
ครวั เรอื น มกี ารค้าขายกับต่างชาติโดยมที ัง้ ตลาดน้ำและตลาดบกจำนวนมาก มสี ินค้าหลักๆ เชน่ ขา้ วสาร
น้ำตาล เหล้า ส่วนชาวต่างชาติจะนำสินค้ามาแลกเปลี่ยน เช่น ปลา อาหารทะเล ผ้าทอ ขี้ผึ้ง น้ำมันงา
ส่วนชาวจีนจะนำสนิ ค้ามาแลกเปลี่ยน เช่น ไหม เครื่องเคลือบ ยา ผ้าแพร แหล่งการค้าทีส่ ำคัญของกรุง
เก่าคอื ย่านหวั รอ ปจั จุบนั คอื ตลาดหัวรอ ส่วนอาชีพช่างฝมี อื จะเกาะกลุ่มอยูใ่ นแหล่งชุมชน เช่น การป้ัน
หม้อดิน เตาขนมครก โอ่ง กระเบื้อง มีด ทำอิฐ อุตสาหกรรมในครัวเรือนที่สำคัญ เช่น การทำโรงตี
ทองคำเปลว โรงกระดาษ โรงเหล้า คนกรุงเก่าจะมีอาชีพที่หลากหลายมากขึ้นกว่าในสมัยกรงุ ศรีอยธุ ยา
เพราะวิถีชีวิตของคนยุคนี้ได้รับอิทธิพลและเทคโนโลยีจากการติดต่อค้าขายกับต่างชาติและกลุ่มชาติ
พันธ์ุซึ่งทำให้คนกรุงเก่าได้มีโอกาสเรียนรู้ทางสังคม อาชีพทำนาจึงนิยมทำแต่ในพื้นที่บริเวณรอบนอก
โดยหากมองดูพื้นที่เกาะเมืองอยุธยา จะมองเห็นนาข้าวรายล้อมอยู่รอบเกาะเมืองฝั่งแม่น้ำด้านนอก
ชุมชน กลางเกาะเมืองเป็นที่อยู่อาศัย ผู้คนมีความสัมพันธ์กันที่การใช้แหล่งน้ำ เป็นเส้นทางคมนาคม
เชอ่ื มโยงเรอ่ื งราวทางสังคมโดยใช้การดำรงชพี ดว้ ยน้ำเป็นส่ือเส้นทางวฒั นธรรม
ประชาชนชาวกรุงเก่าจะตั้งบ้านเมืองอยู่เรียงรายตามฝั่งแม่น้ำเพื่อใช้น้ำบริโภคและอุปโภค
แหล่งชุมชนทีส่ ำคัญจะกระจุกตวั อยู่บริเวณใกลเ้ คียงกับวัด บ้านเรือนของประชาชนจะมี 2 ลักษณะ คือ
แบบที่ตั้งอยู่บนบก เรียกว่า เรือนไท เรือนไม้ การสร้างบ้านเรือนจะยกพื้นสูงเพื่อป้องกันน้ำท่วม และ
แบบทอ่ี ยใู่ นนำ้ เรยี กวา่ เรอื นแพ ซึ่งเป็นท้ังทอี่ ยู่อาศยั และค้าขายไปด้วย
1.2 เอกลกั ษณท์ เ่ี ปน็ มรดกของพระนครศรอี ยธุ ยา
โดยสรุปเปน็ ประเด็นสำคัญไดด้ ังน้ี
1) แหล่งน้ำ แหล่งน้ำเป็นบ่อเกิดแห่งวัฒนธรรมของพระนครศรีอยุธยา โดยมีส่วนสำคัญ
ตอ่ ชวี ติ ความเปน็ อยู่ วฒั นธรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณี และความเชอื่ ต่าง ๆ อาทเิ ชน่ การลอยกระทง
ซึ่งนอกจากจะเป็นพุทธบูชาแล้ว ชาวอยุธยายังเห็นความสำคัญของน้ำที่ให้คุณประโยชน์มาตลอดทั้งปี
รายวิชาอยุธยาศึกษา สค03128 34
จึงเท่ากับเป็นการขออภัยที่ได้ล่วงเกิน และกลัวน้ำจะไม่มีใช้จึงต้องทำการขอขมาในช่วงน้ำเต็มฝ่ัง
นอกจากนี้ในช่วงเทศกาลต่าง ๆ จะมีกิจกรรมที่เกี่ยวกับน้ำ เช่น การแข่งเรือ เพลงเรือ เพลงสักวา เป็น
ต้น และพบวิถีชีวิตที่เกี่ยวข้องกับน้ำ เช่น การขายก๋วยเตี๋ยวเรืออยุธยา พระบิณฑบาตโดยใช้เรือ การ
ทอดแหหาปลา ยกยอ ตลาดน้ำตา่ งๆ
2) ดิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตั้งอยู่บริเวณแอ่งท่ีราบเจ้าพระยา ซึ่งเกิดการสะสมของ
ตวั ดินตะกอนทแี่ มน่ ้ำพดั พามา กอ่ ให้เกดิ ที่ราบดนิ ตะกอนอนั กวา้ งใหญ่ไพศาล เปน็ มรดกทางธรรมชาติท่ี
ประชาชนสามารถนำมาใช้ประโยชน์จากดินได้อย่างหลากหลาย อาทิเช่น การปลูกข้าว การทำอิฐ การ
ทำเคร่อื งเคลอื บดินเผา และการมีพชื พนั ธุต์ า่ งๆ อยา่ งมากมาย
3) งานหัตถกรรม ชาวอยุธยาได้สืบทอดงานศิลปหัตถกรรมจากดั้งเดิมไว้ โดยมีการคิดค้น
และพฒั นารูปแบบของงานเพ่ิมขน้ึ อาทิเชน่ เรือนไทยสำเร็จรปู ซง่ึ คนกรงุ เก่าในอดีตจะปลูกเรือนโดยไม่
ใช้ตะปูสักตัวเดียว งานแกะสลักไม้ซึ่งมีลวดลายวิจิตรตะการตา มีดอรัญญิก การทำงอบ การทำภาชนะ
สานต่างๆ เช่น เครื่องหวาย เสื่อลำแพน เสื่อตะนาว เสื่อแขก กะโล่ ครุ เสื่อใบเตยป่า พัดสาน ปลา
ตะเพยี นใบลาน ตุ๊กตาชาวบ้าน การทำดอกไมโ้ สน เปน็ ต้น
4) วรรณกรรม ในสมัยกรงุ ศรอี ยธุ ยา ได้มวี รรณกรรมท่สี ำคัญอันตกทอดสู่ลูกหลาน และมี
อทิ ธพิ ลต่อความคิด อุดมการณ์ในการดำรงชีวติ เชน่ ลิลติ โองการแชง่ น้ำ ลิลติ ยวนพ่าย มหาชาติคำหลวง
และกาพย์มหาชาติ ซึ่งฝังรากลึกทำให้ประชาชนมีความยึดมั่นในศาสนาเกี่ยวกับ คำสอน คำสาปแช่ง
และพิธีกรรมต่างๆ นอกจากนี้วรรณกรรมยังมีอิทธิพลสู่การสร้างงานด้านศิลปวัตถุและสถาปัตยกรรม
อย่างมาก ได้แก่ วัด วิหาร เจดีย์ พระปรางค์ และสถานที่ศกั ดสิ์ ทิ ธ์ิ รวมทั้งสถานทท่ี ่ีพระมหากษัตริย์เคย
ปฏบิ ตั ภิ ารกจิ ต่างๆ
5) ขนบธรรมเนยี มประเพณี จังหวดั พระนครศรอี ยธุ ยา มคี วามสมบูรณด์ า้ นอาหารการกิน
ผู้คนดำเนินชีวิตใกล้ชิดกับศาสนา เอกลักษณ์ด้านขนบธรรมเนียมและประเพณีจะแสดงออกถึงวิถีชีวิต
ค่านิยมด้านการใชภ้ าษา ด้านการแต่งกาย ด้านกิริยาทา่ ทาง ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าขนบธรรมเนียมประเพณี
ของอยธุ ยา เป็นขนบธรรมเนยี มหลักของคนไทยภาคกลางก็ได้ ซึง่ ในอดีตจะมกี ารจัดงานประเพณี ต่าง ๆ
ตลอดทั้ง 12 เดือน โดยประเพณที ่สี ืบทอดมาจนถงึ ปจั จบุ ันได้แก่ ประเพณีทอดผา้ ป่า ทอดกฐิน โดยจะมี
การเล่นเพลงเรือประกอบในพิธีด้วย ประเพณีการแข่งเรือ ประเพณีการทำบุญ การตักบาตร การเวียน
เทียน ประเพณีวันตรุษ ประเพณีวันสงกรานต์ ประเพณีวันวิสาขบูชา โดยจะต้องจัดงานกวนข้าวทิพย์
ด้วย ประเพณแี ห่เทยี นพรรษา และประเพณีเกยี่ วกับชวี ติ เช่น การบวชนาค การแต่งงาน งานศพ ซ่ึงจะ
มีกิจกรรมต่างๆ ที่เพิ่มความสนุกสนานและคุณค่าให้แก่งานประเพณีต่างๆ เช่น การแสดงลิเก ลำตัด
ละครเพลงเกีย่ วข้าว เพลงเรอื การแสดงกลองยาว แตรวง และดนตรีไทย
6) การแพทย์แผนไทย มีลักษณะผสมผสานจากการนำความรู้ของชาวบ้าน พระภิกษุสงฆ์
ตามหลักปรัชญาทางพระพุทธศาสนา รวมทั้งความเชื่อทางไสยศาสตร์ เวทมนต์คาถา ความเชื่อทาง
โหราศาสตร์ พรหมศาสตร์ สั่งสมกันมาในตระกูลหมอชาวบ้านไทยสมัยก่อน มีทั้งหมอพระ หมอแขก
รายวชิ าอยธุ ยาศึกษา สค03128 35
หมอมอญ หมอไทย หมอฝรั่ง และหมอจีน โดยปรากฏเป็นตำรายาพื้นบา้ นไว้ 4 เล่มคือ ตำราพระโอสถ
พระนารายณ์ ตำราเวชศาสตร์เดิมอยู่ที่วัดใหญ่ชัยมงคล ตำราเวชศาสตร์ เป็นสมุดข่อยขาว ตำรากุมาร
แพทย์
3. พระนครศรอี ยธุ ยากับการเปล่ียนแปลงทางสังคมในปจั จุบนั
ความหมาย ตามพจนานกุ รมศัพท์สังคมวิทยา ฉบบั ราชบัณฑติ ยสถาน พ.ศ 2524 ใหค้ วามหมาย ไว้
วา่ “ การเปล่ยี นแปลงทางสงั คม คือ ระบบสงั คม กระบวนการ แบบอยา่ งหรือรปู แบบทางสังคม เช่น
ขนมธรรมเนยี มประเพณี ระบบครอบครัว ระบบการปกครอง ไดเ้ ปลย่ี นแปลงไป ไมว่ ่าจะเป็นด้านใดก็
ตาม การเปล่ียนแปลงทางสังคมน้ี อาจเปน็ ไปในทางก้าวหน้าหรอื ถดถอย เปน็ ไปอยา่ งถาวรหรอื ช่ัวคราว
โดยวางแผนใหเ้ ปน็ ไปหรอื เป็นไปเอง และทเ่ี ปน็ ประโยชน์หรือใหโ้ ทษของจังหวดั พระนครศรีอยุธยาและ
ประเทศไทย
การเปล่ยี นแปลงทางสงั คม นบั ต้งั แต่สมยั สโุ ขทัยจนถงึ ก่อนสมยั รัชกาลที่ ๔ ท่รี วดเรว็ มากขน้ึ
จนกระทง่ั สังคมไทยไดร้ บั อิทธพิ ลมาจากอารยะธรรมตะวนั ตกมากย่ิงขน้ึ ในสมยั รชั กาลท่ี ๔ ทำให้เกดิ
การเปล่ยี นแปลงทางสงั คมอย่างรวดเรว็ ต่อเน่ืองมาจนถึงการปฏริ ปู การปกครองในสมัยรัชกาลท่ี ๕ ทำ
ใหส้ ังคมไทยเกิดการเปลี่ยนแปลงแทบทุกด้าน เชน่ ดา้ นเศรษฐกิจ ด้านการปกครอง ด้านการศึกษา
ด้านเทคโนโลยี เป็นต้น
การเปลีย่ นแปลงทางสงั คมในของประเทศไทยและจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปลยี่ นแปลง
อยา่ งรวดเรว็ อีกครงั้ เกอื บทุกด้าน โดยเฉพาะหลงั จากท่ีประเทศไทยไดป้ ระกาศใช้แผนพัฒนาเศรษฐกจิ
และสงั คมแหง่ ชาติ ต้ังแต่ พ.ศ ๒๕๐๔ เป็นตน้ มา
ประเภทของการเปลย่ี นแปลง
การเปลย่ี นแปลงทางสังคม มี 2 ประเภท
1. การเปล่ยี นแปลงทางสังคม หมายถึง การเปล่ียนแปลงความสมั พันธร์ ะหว่างมนุษยซ์ ึ่งมหี ลาย
แบบ เชน่ เปลยี่ นความสมั พนั ธจ์ ากเพ่อื นเปน็ ความสมั พนั ธ์แบบสามี ภรรยาเพราะแต่งงานกัน เปลย่ี น
ความสัมพนั ธแ์ บบเพื่อนเป็นความสัมพันธแ์ บบพอ่ คา้ กับลูกค้าเพราะมีการซื้อขายสินคา้ หรอื
เปลยี่ นแปลงสถานภาพของผู้ท่อี ยู่ในความสัมพันธ์ เช่น สถานภาพหญิงไทยสงู เม่ือเทียบกับสมัยก่อน คน
ไทยปัจจบุ นั มสี ถานภาพเป็นพลเมอื งไทยซึ่งนับวา่ สงู กว่าสมัยเปน็ ไพร่อย่างแต่ก่อน
รายวชิ าอยธุ ยาศกึ ษา สค03128 36
2. การเปล่ียนแปลงทางวฒั นธรรม หมายถึง ส่วนทเ่ี ป็นวฒั นธรรมของสงั คม ได้แกค่ วามรู้ ความคดิ
ค่านยิ ม อดุ มการณ์ และบรรทัดฐานทางสังคม ซ่ึงรวมขนบธรรมเนียมประเพณีตา่ งๆ ของสงั คม รวมทั้ง
วัตถุท่คี วบคมู่ ากับส่ิงน้ันด้วย ซึ่งเป็นเหตุให้ละเลยหรือหลงลืมวฒั นธรรมไทยบางอย่างไป
สาเหตหุ รือปจั จัยของการเปลย่ี นแปลงทางสงั คม
การเปลย่ี นแปลงทางสังคมแต่ละสงั คมเกิดจากปัจจัย 2 ประการ คือ
1. ปัจจัยภายในทมี่ ผี ลตอ่ การเปลี่ยนแปลงทางสงั คม
1.1 ส่ิงแวดลอ้ มทางกายภาพ สภาพแวดล้อมทางภูมิศาสตร์ ลกั ษณะของพน้ื ท่ี ตลอดจนความ
อดุ มสมบรู ณข์ องทรัพยากรธรรมชาติเปน็ ปัจจัยท่ชี ่วยกำหนดการจดั ระเบียบและสภาพต่างๆในสังคม
1.2 การเปลย่ี นแปลงดา้ นประชากร เป็นการเปลยี่ นแปลงเรือ่ งขนาดและการกระจายของ
ประชากร ทำใหเ้ กิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคม อาจจะเกดิ การรับเอาวัฒนธรรมไปใชห้ รือเกิดการ
ผสมผสานกบั วัฒนธรรมเดิมของตน
2. ปจั จยั ภายนอกท่มี ผี ลตอ่ การเปลยี่ นแปลงทางสงั คม
2.1 สังคมที่อย่โู ดดเดี่ยวและสังคมทีม่ กี ารตดิ ต่อสมาคม สงั คมทม่ี ีการติดต่อสมาคมกบั บุคคลอื่น
หรอื กลุม่ ต่างๆ บอ่ ยครง้ั จะทำให้เกิดการเปล่ียนแปลงมากและรวดเร็ว ในทำนองเดียวกันสงั คมท่ีอยู่โดด
เดยี่ วจะมีการเปลย่ี นแปลงน้อยมากจึงทำให้เกิดการคงทิศทางวัฒนธรรม เชน่ สังคมไทยรับแบบแผนการ
ปกครองระบอบประชาธปิ ไตย วทิ ยาการแพทย์สมยั ใหม่ เทคโนโลยีจากสังคมตะวันตก เช่น การแต่งกาย
ดนตรี สถาปัตยกรรม และส่งิ ประดิษฐต์ ่างๆมาใช้
2.2 โครงสร้างทางสงั คมและวฒั นธรรม สงั คมทีม่ ีการแข่งขนั มีการเปลีย่ นแปลงทางวัฒนธรรม
มากกว่าสังคมที่มแี บบแผน หรือโครงสรา้ งของสังคมและวัฒนธรรมในแบบเดยี วกัน
สภาพทางสงั คมของจังหวดั พระนครศรีอยุธยา
เมอ่ื พิจารณาถึงสภาพของสังคมจังหวดั พระนครศรีอยุธยาในปจั จุบัน จะเหน็ ไดว้ ่าแนวโน้มของ
การเปลีย่ นแปลงไปสภาพของสงั คมโลกมากข้นึ โดยจะมลี ักษณะดงั ต่อไปนี้
1. ด้านครอบครัวและสงั คม
- ครอบครวั แต่ละครอบครวั จะมีขนาดเลก็ ลง มลี กั ษณะเป็นครอบครวั เดีย่ วมากข้ึน
- ความสมั พันธ์ระหว่างเครือญาติค่อยๆลดลง
รายวิชาอยุธยาศกึ ษา สค03128 37
- สตรสี ามารถทำงานมรี ายได้เล้ยี งตวั และสามีได้ ทำใหห้ นา้ ที่ในการอบรมเลย้ี งดู
สมาชกิ ใหมข่ องครอบครัวลดลง
- ครอบครัวมีการหย่าร้างกันมากขนึ้
- ประชากรวัยสูงอายุมจี ำนวนมากขึน้ วัยเดก็ ลดลง เน่ืองจากความสำเร็จของการ
วางแผนครอบครัวและความเจรญิ ทางการแพทย์
- มคี วามเป็นปัจเจกชนมากขน้ึ คนเห็นแก่ประโยชนส์ ว่ นตนมากกวา่ เร่ืองของสว่ นรวม
- ค่านิยมและแบบแผนการดำเนินชีวิตตามแบบตะวนั ตก
- เปน็ ยคุ แหง่ ข้อมลู ข่าวสารและเทคโนโลยตี ่างๆทงั้ ทเ่ี หมาะสมและไมเ่ หมาะสม
- ทรัพยากรธรรมชาติถกู ใช้ ทำลายในอตั ราสงู เกิดมลภาวะต่างๆ
- สังคมในเขตอุตสาหกรรมมปี ัญหามากข้ึน เช่น อาชญากรรม ยาเสพตดิ
2. ดา้ นการเมือง
- วฒั นธรรมตามแนวคิดประชาธิปไตยแพร่หลายมากขน้ึ
- ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองในรูปแบบต่างๆมากขน้ึ
- ผทู้ มี่ ฐี านะดแี ละมอี ำนาจจะมสี ว่ นร่วมทางการเมืองมากกว่าคนกลมุ่ อน่ื ๆ
- คนไทยมลี ักษณะเปน็ นักปฏิบตั ิมากกว่านกั อุดมการณ์
- ขาดการกระตนุ้ ใหม้ กี ารสรา้ งผ้นู ำอยา่ งจริง
- พรรคการเมอื งทม่ี ีขนาดเล็กจะรวมตัวกับพรรคการเมืองท่ีมีขนาดใหญ่
3. ดา้ นเศรษฐกิจ
- ระบบเศรษฐกจิ ไทยจะผูกพันกับระบบเศรษฐกจิ โลกมากข้ึน
- ธุรกจิ ขนาดใหญ่ บรษิ ทั ข้ามชาตจิ ะเกิดขึน้ มากมาย ขณะเดียวกันธุรกจิ รา้ นค้าย่อยจะคอ่ ยๆ
หมดไป
- โรงงานอุตสาหกรรมจะเกิดขึน้ มาก โดยการกำหนดเขตนคิ มอตุ สาหกรรม
- การคมนาคมขนสง่ และการส่ือสารเจรญิ กา้ วหนา้
- รายไดข้ องชาวเมืองกบั ชาวชนบทจะแตกต่างกันมากขึ้น
- ชาวชนบทจะมที ท่ี ำกนิ ลดน้อยลง
- แรงงานภาคเกษตรกรรมจะไหลเข้าสู่ภาคอตุ สาหกรรมมากข้ึน
- มกี ารใชเ้ ครอ่ื งจักรกล เพื่อเปน็ เคร่ืองทนุ่ แรงมากขน้ึ
- ลกั ษณะของการทำงานและการใชแ้ รงงานเน้นความชำนาญเฉพาะเร่ืองมากข้ึน
รายวิชาอยุธยาศกึ ษา สค03128 38
4. ดา้ นการศกึ ษาและศาสนา
- มีการจัดการศึกษาทงั้ ในระบบและนอกระบบ เปน็ การเรยี นรู้ตลอดชีวิต
- ฝกึ ใหม้ ีความสามารถในการคดิ วเิ คราะห์ สรา้ งสรรค์ ตดิ สนิ ใจ สามารถรับเอาสง่ิ ใหม่ๆ มา
ผสมผสานกับของเดมิ ได้อยา่ งเหมาะสม
- มีการจดั การศกึ ษาพน้ื ฐานแกส่ มาชกิ อย่างกว้างขวาง
- มีความรูค้ วามสามารถในการใช้ภาษาตา่ งประเทศ โดยเฉพาะภาษาอังกฤษและภาษาอืน่ ๆ
ท่ีมกี ารติดต่อซื้อขาย เชน่ ภาษาญีป่ นุ่ ภาษาเกาหลี ภาษาจีน ภาษาเยอรมัน ภาษาฝรั่งเศส เปน็ ตน้
3. สภาพปัญหาทางสังคมของจงั หวดั พระนครศรีอยุธยา
จากการขยายตวั ทางอุตสาหกรรมและการทอ่ งเท่ยี วมากขน้ึ ซง่ึ ส่งผลใหป้ ระชากรในจงั หวัด
พระนครศรีอยุธยาเพิม่ ขนึ้ อย่างตอ่ เน่ือง ทง้ั ที่อยู่ประจำและประชากรจากจงั หวดั ต่างๆ หรอื ชาวต่างชาติ
ทเ่ี ขา้ มาหางานทำและมาท่องเที่ยวในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จากปัจจยั ดังกล่าว ทำให้จงั หวัด
พระนครศรอี ยธุ ยา มสี ถานการณ์เกี่ยวกบั สง่ิ แวดล้อม เปลีย่ นแปลงไปจนเกิดมลภาวะดังต่อไปนี้
1. สถานการณ์ดา้ นมลพษิ ทางอากาศ ปญั หาเกิดจากมลพิษฝ่นุ ละออง หมอกควนั ไอควัน จาก
การจราจรทางบกซ่ึงมปี ริมาณรถเพม่ิ ขน้ึ จำนวนมาก เช่น รถสามล้อรับจ้าง รถจกั รยานสองลอ้ รับจ้าง
รถบรรทกุ รถโดยสาร รถตู้ รวมท้งั ฝ่นุ ละออง กา๊ ซพิษและควนั ไฟจากโรงงานอุตสาหกรรมซึง่ มีอยู่
อยา่ งมากมายในนคิ มอตุ สาหกรรม
2. สถานการณ์ดา้ นขยะมลู ฝอยและส่งิ ปฏิกลู จงั หวัดพระนครศรอี ยธุ ยายงั มีปัญหาเร่ือง
ปริมาณขยะท่ีมีจำนวนมาก เน่ืองจากประชากรมาอาศัยมากขึ้นและมาจากนกั ท่องเทย่ี ว ปัญหาเร่ือง
การกำจดั ขยะ ไม่มีการจัดการอย่างถูกต้องในระยะยาว
3. สถานการณด์ ้านมลพษิ ทางน้ำ จังหวดั พระนครศรีอยุธยา เป็นแหลง่ ท่ตี ั้งของนคิ ม
อตุ สาหกรรม ทำใหม้ ีโรงงานมากมาย จงึ มีการขนส่งสนิ คา้ ทางเรือในแมน่ ำ้ สายหลัก คือ แมน่ ำ้ เจา้ พระยา
แมน่ ้ำป่าสกั แมน่ ้ำลพบุรี แม่นำ้ นอ้ ย ทำให้เกิดมลพิษทางน้ำ คุณภาพของแมน่ ้ำสายหลักจงึ ไมส่ ามารถ
นำมาดม่ื ได้ สามารถนำมาใช้ในการเกษตรกรรม อุตสาหกรรม รวมทงั้ การใช้สารเคมีในทางการเกษตรท่ี
สร้างส่ิงตกค้างเปน็ พิษในดิน และแหลง่ นำ้
รายวิชาอยธุ ยาศกึ ษา สค03128 39
4. สถานการณด์ า้ นมลพิษทางเสยี ง มีระดับเสียงเกินกำหนดในพน้ื ทร่ี ิมถนนสายหลักในจังหวดั
พระนครศรอี ยุธยาในช่วงเวลาทำงาน เนือ่ งจากการจราจรทางบกในช่วงเวลาทำงานระหว่าง 08.00 น.
และ 16.00-18.00 น.
รายวิชาอยธุ ยาศกึ ษา สค03128 40
บทที่ 3
สภาพทางเศรษฐกิจของจงั หวดั พระนครศรอี ยธุ ยา
แนวคิด
จงั หวัดพระนครศรีอยุธยาเปน็ จังหวัดในเขตภาคกลางทม่ี ีศกั ยภาพทางการเกษตร อุตสาหกรรม
และการท่องเที่ยว ซึ่งมีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง เป็นศูนย์กลางการคมนาคมทำให้การ
เดินทางสะดวกท้ังทางรถยนต์ รถไฟและทางเรอื ประกอบกบั จงั หวดั พระนครศรอี ยุธยามปี ระวตั ิศาสตร์
ทแ่ี สดงถึงความร่งุ เรอื งทางวัฒนธรรมอนั ยาวนานมแี หล่งทอ่ งเทีย่ วจำนวนมาก รายไดห้ ลักของจงั หวัดได้
จากการอุตสาหกรรมเป็นอันดับแรก รองมาคือการค้าส่งค้าปลีก และการซ่อมแซมและการเกษตร
ตามลำดบั ซ่ึงรายได้หลักนี้มีมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมเปน็ ลำดบั ที่ 5 ของประเทศรองจากจังหวัดระยอง
ฉะเชงิ เทรา กรุงเทพมหานคร และชลบรุ ี และเป็นลำดับท่ี 2 ของภาคกลางต่อจากกรุงเทพมหานคร
ตวั ชี้วัด
1. อธิบายสภาพเศรษฐกิจในปัจจบุ ันของจังหวัดพระนครศรอี ยุธยา
2. จำแนกอาชพี ของชาวจังหวดั พระนครศรีอยธุ ยา
2.1 เกษตรกรรม
2.2 อตุ สาหกรรม
2.3 พาณิชยกรรม
2.4 คหกรรม
2.5 ศลิ ปหัตถกรรม
เนือ้ หา
1. สภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันของจังหวัดพระนครศรอี ยุธยา
2. อาชพี ของชาวจังหวัดพระนครศรีอยธุ ยา
2.1 เกษตรกรรม
2.2 อตุ สาหกรรม
2.3 พาณิชยกรรม
2.4 คหกรรม
2.5 ศลิ ปหัตถกรรม
รายวชิ าอยธุ ยาศึกษา สค03128 41
เร่ืองที่ 1 สภาพทางเศรษฐกิจของจังหวดั พระนครศรีอยุธยา
จงั หวัดพระนครศรอี ยุธยา เปน็ จังหวัดในภาคกลางซ่ึงเปน็ เขตเศรษฐกิจทส่ี ำคัญโดยมีผลิตภัณฑ์
มวลรวมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แบบ (Top Down Approach) ปี 2555 รายได้ต่อหัวจำนวนเงิน
377,243 บาท/ปี/คน ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด GPP จังหวัดพระนครศรีอยุธยามี 328,258 ล้านบาท
เปน็ อนั ดบั 5 ของประเทศรองจาก ระยอง ฉะเชงิ เทรา กรงุ เทพ และชลบรุ ี และเปน็ อนั ดบั ที่ 2 ของภาค
กลาง ต่อจากกรงุ เทพมหานคร รายได้ผลติ ภณั ฑม์ วลรวมจงั หวัดพระนครศรอี ยธุ ยา 3 อันดับแรกได้แก่
1. สาขาการผลิตอุตสาหกรรม 220,723 ล้านบาท รอ้ ยละ 87.4
2. สาขาการขายส่ง ขายปลีก การซ่อมแซมยานยนต์จักรยานยนต์ ของใชส้ ่วนบุคคล และของใช้
ในครัวเรอื น 35,957 ล้านบาท รอ้ ยละ 4.4
3. สาขาบริการด้านอสังหาริมทรัพย์การให้เช่า และบริการทางธุรกิจ 18,302 ล้านบาทร้อยละ
1.5
สภาพเศรษฐกจิ ของจงั หวัดพระนครศรีอยุธยา สามารถจำแนกเป็นดา้ นตา่ ง ๆ ได้ดังน้ี
1. ด้านอุตสาหกรรม
มีนิคมอุตสาหกรรม 3 แห่งได้แก่นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน นิคมอุตสาหกรรมบ้านหว้า
(ไฮเทค) และนิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร มีเขตประกอบการอุตสาหกรรม 2 แห่ง ได้แก่เขต
ประกอบการอุตสาหกรรม แฟคตอรี่แลนด์วังน้อย และเขตประกอบการอุตสาหกรรมบริษัทสวน
อุตสาหกรรมโรจนะจำกัด ในปีงบประมาณ 2557 มโี รงงานอตุ สาหกรรมท่ีได้รบั อนุญาตประกอบท้ังหมด
จำนวน 2,400 โรง เงินทุนรวม 552,365.04 ล้านบาท คนงาน 270,722 คนมีโรงงานอุตสาหกรรมเข้า
รับอนุญาตประกอบกิจการใหม่ในปีงบประมาณ 2558 จำนวน 39 โรง ขอขยาย 8 โรงงาน สรุปมีการ
ขยายตัวภาคอุตสาหกรรมจำนวน 39 โรง (ร้อยละ 1.65) เงินลงทุน 3,944.09 ล้านบาท (ร้อยละ
0.752) การจ้างงาน 1,609 คน (ร้อยละ 0.60)
2. ด้านพานชิ ยกรรม
สินค้าสำคัญของจังหวัด/การนำเข้าและการส่งออกจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นจังหวัดที่มี
ศักยภาพทางด้านการเกษตรอุตสาหกรรมและการท่องเท่ียว ซึ่งมีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง
เป็นศูนย์กลางการคมนาคมทำให้การเดินทางสะดวกทัง้ ทางรถยนต์ รถไฟ และทางเรือ เนื่องจากจังหวดั
พระนครศรีอยุธยามีพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ เหมาะสมแก่การเพาะปลูกและทำเกษตรกรรมซึ่งเป็น
จังหวัดที่มกี ารปลกู ข้าวสูงสุดเป็นอนั ดบั ที่ 5 ของประเทศประกอบกบั จังหวัดพระนครศรีอยธุ ยาอยู่ในเขต
ส่งเสริมการลงทุน เขต 2 และจังหวัดพระนครศรีอยุธยามีประวัติศาสตร์ท่ีแสดงถึงความรุ่งเรืองทาง
วัฒนธรรมอันยาวนานมีแหล่งท่องเที่ยวจำนวนมากรายได้หลักของจังหวัดได้จากการอุตสาหกรรมเป็น
อันดับหนงึ่ รองมาคอื การคา้ ส่ง การคา้ ปลกี การซอ่ มแซม และการเกษตร ตามลำดบั การประกอบธุรกิจ
ในจังหวดั มีผู้ประกอบการตั้งโรงงานแปรรปู สินค้าเกษตร คลังสินค้าขนาดใหญ่ ห้องเย็นและกิจการโรงสี
รายวชิ าอยุธยาศกึ ษา สค03128 42
จำนวนมากเพื่อจัดเก็บสินค้าและแปรรูปสินค้าเพื่อส่งไปยังกรุงเทพมหานครและส่งออกไปต่างประเทศ
ซึ่งธุรกิจส่วนใหญ่กระจายตัวอยู่ในอำเภอพระนครศรีอยุธยา บางปะอิน วังน้อย และอุทัย อีกทั้งมี
ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ขนาดกลาง กระจายตัวอยู่ในชมุ ชนอาทิ อยุธยาซิตพ้ี ารค์ ห้างสรรพสินคา้ เทส
โก้โลตัส ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีซุปเปอร์เซ็นเตอร์ ห้างสรรพสินค้าแม็คโคร ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน และ
ตลาดกลางเพอ่ื การเกษตร
สินค้าส่งออกสำคญั ของจังหวดั พระนครศรีอยธุ ยา ได้แก่
1.ผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและสินค้าอุตสาหกรรม ได้แก่ แผงวงจรไฟฟ้าเครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น
โทรทศั น์ เคร่อื งซกั ผ้า ฮาร์ดดิสก์
2.ยานยนตแ์ ละชิน้ ส่วนประกอบรถยนต์
สนิ ค้าเกษตรและเกษตรอุตสาหกรรม
1. ข้าวสารเจ้า
2. ข้าวนงึ่
3. ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (จังหวัดพระนครศรีอยุธยาไม่มีพื้นที่เพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์แต่เป็นผู้
รวบรวมและผสู้ ่งออก)
4. มันสำปะหลังเส้น (จังหวัดพระนครศรีอยุธยาไม่มีพื้นที่เพาะปลูกมันสำปะหลังแต่เป็นผู้
รวบรวมและผู้ส่งออก)
สนิ คา้ นำเข้าสำคญั ของจังหวดั พระนครศรอี ยุธยา ไดแ้ ก่
สนิ ค้าอุตสาหกรรม
1. เครือ่ งจักรหนักทใ่ี ช้ในโรงงานอตุ สาหกรรม
2. น้ำมนั เช้อื เพลงิ
สนิ ค้าอุปโภคบริโภค
1. ขนมขบเค้ียว
2. เครอ่ื งประกอบอาหารและซอสปรงุ รส
3. เครอ่ื งดม่ื ชนดิ ผง
4. สนิ คา้ High Technology และอปุ กรณเ์ สริม
ศูนย์กลางการตลาดที่รองรับผลผลิตทางการเกษตรจังหวัดพระนครศรีอยุธยาไม่มีศูนย์กลาง
การตลาด ท่ีรองรับผลผลติ ทางการเกษตร แตม่ ผี ปู้ ระกอบการทา่ ข้าวกระจายอยู่ตามอำเภอต่างๆ
รายวชิ าอยธุ ยาศึกษา สค03128 43
3. ด้านหนึง่ ตำบลหน่ึงผลิตภณั ฑ์
จังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้ดำเนินการสนับสนุนการดำเนินงาน OTOP เพื่อเป็นการสร้างงาน
สร้างรายได้ให้กับประชาชนจากการดำเนินงาน พ.ศ. 2557 ที่ผ่านมาพบว่า มียอดจำหน่ายผลิตภัณฑ์
OTOP ทั้งสิ้น จำนวน 2,008,081,303 บาท (มูลค่าเป้าหมายในการจำหน่ายสินค้า จำนวน
2,007,258,916 บาท)
การดำเนนิ โครงการหนง่ึ ตำบล หน่งึ ผลติ ภัณฑ์ (OTOP) ปี 2555- 2557 ของจังหวัดมีผลิตภัณฑ์
ทีส่ ง่ เข้าคดั สรร รวมทั้งสิน้ 96 ผลติ ภัณฑ์
ผลิตภัณฑ์เดน่ ของจังหวัดพระนครศรอี ยุธยา แยกตามประเภท 5 ประเภท ไดแ้ ก่
1. อาหาร ได้แก่ ผลติ ภัณฑ์อาหารเสรมิ จากจมูกขา้ ว
2. เครอ่ื งดมื่ ได้แก่ นำ้ ลกู ยอ
3. ผา้ ไดแ้ ก่ ผา้ ขาวม้า
4. ของใช้ได้แก่ เคร่ืองใชบ้ นโต๊ะอาหาร
5. สมุนไพร ได้แก่ สมนุ ไพรกาญจนา
เร่อื งที่ 2 อาชพี ของชาวจังหวัดพระนครศรีอยธุ ยา
อาชพี ของชาวพระนครศรีอยุธยาแบ่งออกเปน็ 5 ดา้ นดังต่อไปน้ี
a. เกษตรกรรมปศุสัตว์ และประมง
ดา้ นเกษตรกรรมสินค้าเกษตรที่สำคญั ของจังหวดั พระนครศรีอยธุ ยา ไดแ้ ก่ข้าวสารเจา้ ข้าวนึ่งขา้ วโพด
เล้ยี งสัตว์ (จงั หวัดพระนครศรีอยุธยา ไม่มีพืน้ ท่เี พาะปลกู ขา้ วโพดเล้ยี งสตั ว์ แตเ่ ป็นผู้รวบรวมและผู้
ส่งออก) การปลูกขา้ ว ข้าวเป็นทรพั ยากรทีส่ ำคัญของจงั หวัดเพราะลักษณะภมู ิประเทศเป็นท่รี าบลุ่มมี
แมน่ ้ำหลายสายไหลผ่านพืน้ ที่ของจงั หวัดให้มคี วามอดุ มสมบูรณ์ เปรียบเสมอื นเปน็ เสน้ โลหิตใหญท่ ่ีทำให้
มีความเหมาะสมในการปลกู ข้าว นอกจากน้นั แล้วยังมพี ืชอ่ืน ๆ เปน็ ผลผลิตในแต่ละอำเภอ คอื
อำเภอภาชไี ด้แก่ การเพาะเห็ดฟาง มะม่วง การปลูกข้าว
อำเภอมหาราชไดแ้ ก่ การทำปุ๋ยชีวภาพ การเพาะเห็ด การทำขา้ วกล้อง การทำปลาแดด
เดยี ว การปลูกกลว้ ยไม้
อำเภอลาดบัวหลวงไดแ้ ก่ ทำไร่ เลี้ยงสัตว์ กลุม่ ข้าวไรซเ์ บอรี่อินทรีย์ กลมุ่ ผักปลอด
สารพษิ
อำเภอวังน้อยได้แก่ เลย้ี งปลา
อำเภอเสนาไดแ้ ก่ การกสิกรรม การปศสุ ัตว์ การประมงน้ำจืด สวนกลว้ ยไม้
อำเภออทุ ัย ได้แก่ การทำนา
รายวิชาอยุธยาศึกษา สค03128 44
ด้านการปศสุ ัตว์
จงั หวดั พระนครศรีอยุธยา มีการปศสุ ัตวท์ ่ีสำคญั คือ การเล้ียงไก่เน้ือ การเล้ยี งไก่ไข่
ด้านการประมง
ในปี 2556 จงั หวัดพระนครศรอี ยธุ ยา มีจำนวนผูข้ ้ึนทะเบียนเกษตรกรผ้เู พาะเล้ยี งสตั ว์น้ำ
จำนวน 5,651 ราย คดิ เปน็ พื้นทเ่ี ลี้ยง จำนวน 140,781 ไร่ และมีฟารม์ ท่ีใช้เพาะเลีย้ ง จำนวน 5,651
ฟาร์ม
การเลี้ยงแบบยังชีพ จำนวน 4,069 ราย หรอื คิดเป็นร้อยละ 72 ของจำนวนเกษตรกรผู้
เพาะเล้ียงสัตว์น้ำท้งั หมด ชนิดสตั วน์ ้ำที่มกี ารเลย้ี งแบบยังชีพมากที่สดุ ได้แก่ ปลาตะเพียน ปลานิล ปลา
สวาย ปลาไน ปลาจีน ปลาแรด ปลายส่ี ก และกบ ตามลำดับ
b. อุตสาหกรรม
การลงทนุ ภาคอตุ สาหกรรมในจงั หวดั พระนครศรอี ยธุ ยามีดงั น้ี
นิคมอุตสาหกรรม 3 แห่ง
นิคมอตุ สาหกรรมบางปะอิน พนื้ ที่ท้ังหมด 1,926 ไร่
นคิ มอตุ สาหกรรมบ้านหวา้ (ไฮเทค) พน้ื ทีท่ ั้งหมด 2,465 ไร่
นิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร พื้นทที่ ้งั หมด 1,441 ไร่
เขตประกอบการอตุ สาหกรรม 2 แหง่
แฟคตอรี่แลนดว์ ังน้อย พนื้ ท่ีท้ังหมด 176 ไร่
บรษิ ัทสวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกดั (มหาชน) พ้นื ท่ีทงั้ หมด 11,000 ไร่
ประเภทโรงงานที่มกี ารลงทนุ สูงสุด 5 อันดับแรก
ที่ ประเภทอุตสาหกรรม จำนวนโรงงาน เงินทนุ (ล้านบาท)
1 อตุ สาหกรรมผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 217 110,066.21
2 อุตสาหกรรมผลติ เคร่ืองจักรกล 178 53,682.02
3 อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องด่ืม 118 22,028.20
4 อุตสาหกรรมแปรรูปโลหะ 241 17,744.33
5 อตุ สาหกรรมผลติ ชน้ิ ส่วนยานยนต์ 205 17,404.91
รายวชิ าอยธุ ยาศึกษา สค03128 45
คหกรรม
ผลติ ภณั ฑอ์ าหารในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาที่โดดเดน่ มีดังน้ี
ที่ อำเภอ คหกรรม
1 ท่าเรอื การทำไขเ่ ค็ม นำ้ พริกเผา ขนมบา้ บน่ิ
2 นครหลวง กระยาสารท
3 บา้ นแพรก กระยาสารท ทองมว้ น
4 ผกั ไห่ กลุ่มผลิตภัณฑ์จากข้าว คณุ ทิพย์ ปลารา้ สับกระป๋อง ปลารา้ ขวด ปลาวง
5 พระนครศรีอยุธยา กงุ้ แม่นำ้ กว๋ ยเตี๋ยวเรือ โรตสี ายไหม
6 มหาราช มะมว่ งสม้ ลิม้ ปลาเคม็ แดดเดียว ไขเ่ ค็มดินสอพอง
2.4 ศลิ ปหตั ถกรรม
ศิลปะหตั ถกรรมท่ีอาศัยภูมิปัญญาของคนในชุมชนสรา้ งสรรค์ผลงานทม่ี ฝี ีมือข้นึ มาเปน็ เป็น
ผลิตภณั ฑท์ ่ีสวยงามและโดดเดน่ เช่น
เรือ่ งที่ 3 ผลิตภัณฑ์พ้นื บ้านและของดีประจำจังหวัดพระนครศรอี ยธุ ยา
จงั หวดั พระนครศรอี ยธุ ยา มีผลติ ภัณฑ์พืน้ บ้านตามบรบิ ทของพื้นท่ีท้งั 16 อำเภอ ดงั นี้
1. อำเภอบา้ นแพรก มีผลิตภัณฑ์พ้นื บ้านคือ
พัดสาน เป็นของใช้สำหรับโบกเตาไฟของคนไทยในสมัยก่อน หรือใช้
สำหรับโบกพัดร่างกายให้คลายจากความร้อนได้ วัสดุที่ใช้ทำพัดสาน
เปน็ ผลผลิตจากพชื พรรณธรรมชาติในท้องถนิ่ คอื ไมไ้ ผ่
2. อำเภอมหาราช มีผลิตภณั ฑพ์ นื้ บา้ น คอื
มะม่วงส้มลิ้มเนื่องจากพื้นที่ในเขตอำเภอมหาราชมีการปลูกมะม่วง
กระจายตามพ้นื ทจี่ ำนวนมาก
ปลาเค็มแดดเดยี ว มผี ูร้ เิ ร่ิมทำปลาเค็มแดดเดยี ว โดย
การนำปลาช่อน ปลาชะโด ปลาสลิด มาหมักเกลือ
แล้วนำออกตากแดด นำไปขายตลาด และส่งออกไป
ขายตา่ งประเทศ เป็นรายไดข้ องครอบครัวและชมุ ชน
รายวิชาอยธุ ยาศึกษา สค03128 46
เข่งปลาทูการสานเข่งปลาทู (ภูมิปัญญาท้องถิ่น) ตำบลมหาราช
อำเภอมหาราช ประกอบอาชพี ทำนาเปน็ หลัก ทำอาชพี สานเขง่ ปลาทู
เปน็ อาชีพเสริม ทำเป็นอุตสาหกรรมในครวั เรอื น
พริกมัน เปน็ พริกที่มีความเผ็ดแต่ไม่มากนัก และผลใหญ่พอสมควร ลักษณะเดน่
ของพรกิ มนั นนั้ คอื ผลของพริกจะมีความมนั และเงาจะเพาะปลูกหลงั จากฤดทู ำนา
เสร็จ ประมาณเดือนกุมภาพนั ธ์ 3 เดือน
ไข่เคม็ ดนิ สอพอง โดยนำดินสอพองมาผสมกับเกลือและน้ำตามสัดสว่ น ใช้พอกไข่
แล้วคลุกเคล้าลงในขเี้ ถ้าแกลบ เก็บไวต้ ามกำหนดเวลาแล้วนำมาบรรจุกล่องจำหนา่ ย
3. อำเภอท่าเรือ มีผลติ ภัณฑ์พื้นบา้ นคือ
ไม้ดัด เป็นงานศิลปะไทยโบราณชนิดหนึ่งที่นิยมเล่นกันมากจนถึง อำเภอท่าเรือ
ว่ากันว่าเป็นแหล่งไม้ดัดไทยจำพวกตะโก ข่อย ฯลฯ ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของ
ประเทศ ฝไี มล้ ายมอื ในการสร้างสรรค์ ไมป้ ระดับ เหล่านเี้ ป็นเยี่ยมไมแ่ พ้ท่อี นื่
ขนมบา้ บน่ิ หมายถงึ ชอ่ื ขนมชนดิ หน่ึง ทำด้วยแป้งข้าว
เหนียวผสมกบั มะพร้าวและน้ำตาลทราย รดชาติดีสร้างช่ือเสียงให้กับอำเภอ
ท่าเรือ
4. อำเภอนครหลวง มีผลิตภณั ฑพ์ นื้ บา้ นคือ
มีดอรัญญิกบ้านไผ่หนอง เป็นหมู่บ้านใหญ่ ในตำบลท่าช้าง อำเภอ
นครหลวง พระนครศรอี ยธุ ยาปัจจุบนั ยังคงเปน็ แหล่ง ตีมดี ท่ีมี
ช่อื เสยี งของไทย สืบทอดการทำจากรุ่นสู่รุ่นมาเกอื บ 200ปี
5. อำเภอบางปะหัน มผี ลิตภณั ฑ์พน้ื บา้ นคอื
งอบไทยใบลานเป็นการนำเอาใบลานมาเย็บประกอบกับโครง
งอบ เข้าขอบ ติดจอมและใส่รัง เป็นงอบหลายชนิด เช่น งอบ
ขนาดเลก็ งอบขนาดกลาง และงอบขนาดใหญ่แหลง่ ผลิตงอบที่
สำคญั ของอำเภอบางปะหัน คอื ตำบลบางนางร้าเป็นหมวกของ
ไทยใช้ใส่บงั แดดได้ดี
รายวิชาอยธุ ยาศกึ ษา สค03128 47
อิฐมอญ การผลิตอฐิ โดยท่วั ไป จะผสม ดินเหนียว
แกลบ และน้ำ นวดให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว กดใส่ลงใน
แบบพิมพ์ แลว้ นำเข้าเตาเผา
มันเทศเป็นพืชหัวใต้ดินเถาเลื้อยราบไปบนพื้นดิน ปลูกเป็นพืชไร่ มีเน้ือ
สีหลายสีตามสายพันธุ์ ใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วน เช่น เถา ใบ หัว นิยม
นำมารับประทานโดย ต้ม หรือ เผา ทำเป็นอาหารคาวหวาน ส่วนผสม
ของอาหารสำหรบั เดก็ ใชเ้ ปน็ อาหารสตั ว์ เป็นต้น
บา้ นทรงไทยในแตล่ ะภาคก็มีแบบเฉพาะของ
ตนเอง เช่น เอกลักษณข์ องภาคเหนือ เรียก “ทรงไทยกาแล” ภาคกลาง
เรยี ก “บ้านทรงไทย”ในอดีตประเทศไทยอดุ มสมบูรณ์ไปด้วยไมน้ านา
ชนดิ ทีน่ ยิ มกนั มาก ไดแ้ ก่ ไม้สัก มี 3 ชนิด คอื สักหิน สกั ข้ีควาย และสัก
ทอง ทีน่ ยิ มนำมาสรา้ งบ้านทรงไทยมากที่สดุ คือ สักทองเน่ืองจากมเี นื้อไม้สีเหลืองทองลายไมส้ วยงาม
6. อำเภออทุ ัย มผี ลติ ภณั ฑ์พน้ื บ้านคือ
ครกหินกลึงกลึงจากหินอัคนีคุณสมบัติแข็งเหนียวปากครกยกขอบ
ตำพริก ไม่หกสากหินกลึงจากหินอัคนีลวดลายคล้ายด้ามกระบี่เวลาจับจะ
ไม่ลื่นมือ
7. อำเภอภาชี มีผลติ ภัณฑพ์ ้ืนบา้ นคือ
หัวโขนจำลองการสร้างหัวโขนของไทยมีมาแต่โบราณ สมัยรัตนโกสนิ ทรต์ อนต้นพบหลักฐานศีรษะพระ
ครูในคลังศิลปสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัตติวงศ์ และศีรษะทศกัณฐ์ขององค์การส่งเสริมการ
ท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ซึ่งสันนิษฐานว่าสรา้ งในสมัยรชั กาลที่ 1 และ 2 แต่การสร้างหัวโขนมาเจรญิ
ถงึ ขีดสูงสดุ ในสมัยรัชกาลที่ 6 ซ่ึงถอื เปน็ ยคุ ทองของวงวรรณกรรมและนาฏศลิ ป์ไทย
รายวิชาอยธุ ยาศกึ ษา สค03128 48