The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หนังสืออยุธยาศึกษา (บทที่ 1-3) บทเรียนออนไลน์ที่ 7-10

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by กศน.อำเภอบางบาล, 2021-05-12 02:36:22

หนังสืออยุธยาศึกษา

หนังสืออยุธยาศึกษา (บทที่ 1-3) บทเรียนออนไลน์ที่ 7-10

ผ้าขาวม้าในสมัยรัชกาลที่ ๓ มีคนลาวเวียงได้อพยพมาตั้งถิ่นฐานอยู่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และ
จังหวัดต่างๆและแล้วต่อมาได้เกิดสงครามโลกขึ้นสองครั้ง คือครั้งที่ ๑
และครั้งที่ ๒ ราษฎรผู้เฒ่าผู้แก่ได้ขาดแคลนเครื่องนุ่งห่ม จึงคิดค้นการ
ทอผ้าคนสมัยนั้นจึงคิดทอผ้าด้วยมือ เอาปุยฝ้ายมาปั่นให้เป็นเส้นด้าย
แล้วนำมาถักทอให้เป็นผืนผ้าแล้วแต่จะตั้งชื่อเสื้อผ้าที่ต้องการ เช่น
ผา้ ซ่นิ และผ้าหม่ ผ้าขาวมา้

8. อำเภอวงั นอ้ ย มผี ลิตภณั ฑ์พนื้ บ้านคือ
เรือจำลองตำบลวังจุฬา ในอดีต คนไทยใช้เรือเป็นพาหนะในการไปมาหาสู่กันและทำการ
คา้ ขายแลกเปล่ยี นสนิ ค้า เรอื ในเมอื งไทยจึงมีมากมายหลายประเภท
ได้แก่ เรือพาย เรอื แจว เรือสำเภาขนส่งสินค้า เรือรบและเรือในพระ
ราชพธิ ซี ง่ึ มีความงดงามมากทส่ี ุดในโลก เรอื บางชนิดปัจจุบันไม่มีให้
เห็นแลว้ ภมู ิปญั ญาชาวบา้ นจงึ จำลองเอาไวส้ ำหรบั ผสู้ นใจสะสม

กระเป๋าพลาสติก หมู่ 3 ตำบลหนั ตะเภากระเป๋าถือจากเส้นพลาสติก จากวงั น้อย จงั หวดั
พระนครศรอี ยธุ ยา เปน็ สินค้า OTOP ระดับ 3 ดาว ประเภท ผ้า เคร่ืองแต่งกาย ของกลุ่ม
ผลติ ภณั ฑ์หมู่บา้ นเศรษฐกิจพอเพียง อย่เู ย็น เปน็ สขุ
เทยี นเจลหอมสปา หมู่ 5 ตำบลพะยอมเป็นการสรา้ งสรรค์การทำเทยี นให้เกิดกล่ินหอมเพอื่ ความผ่อน
คลาย

9. อำเภอพระนครศรอี ยธุ ยา มีผลติ ภณั ฑพ์ ืน้ บ้านคือ

ปลาตะเพียนใบลานปลาตะเพยี นใบลานเป็นเครอื่ งแขวนทใี่ ชใ้ บลานสานข้ึน
รูปจำลองตัวปลาตะเพียนของจริงพร้อมส่วนประกอบอื่นๆผูกรวมกันเป็นพวงคล้ายฝูง
ปลาตวั นอ้ ยๆทแ่ี หวกวา่ ยไปตามสายน้ำ

รายวชิ าอยุธยาศึกษา สค03128 49

เครื่องดนตรีไทย แหล่งผลิตเครื่องดนตรีไทยศูนย์รวมเครื่องดนตรีทุกชนิด
ตั้งแต่ประดิษฐ์ขึ้นมาและจำหน่ายให้กับผู้ที่สนใจ ซึ่งมีแห่งเดียวใน ตำบลหัว
รอ

เรือจำลอง ในอดีต คนไทยใช้เรือเป็นพาหนะในการไปมาหาสู่กันและทำการค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้า
ระหว่างกัน เรือในเมืองไทยจึงมีมากมายหลายประเภท ได้แก่ เรือพาย เรือแจว เรือสำเภาขนส่งสินค้า
เรือรบและเรอื ในพระราชพิธีซึ่งมีความงดงามมากที่สดุ ในโลก เรือบางชนิดปจั จุบันไม่มีให้เห็นแล้ว ภูมิ
ปญั ญาชาวบา้ นจงึ จำลองไวส้ ำหรับผู้สนใจสะสม

ดอกไม้ประดิษฐ์จากต้นโสนคนไทย เป็นชนชาติหนึ่งที่มีนิสัยในการประดิษฐ์
คดิ คน้ สร้างสรรค์ และนิสยั ดัดแปลง ส่ิงท่มี ีอยูต่ ามธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อมใน
ท้องถิ่นต่าง ๆ เพื่อนำมาใช้ให้เกดิ ประโยชนใ์ นชวี ิตประจำวัน เชน่ รูจ้ กั ประดิษฐ์
ดอกไม้จากตน้ ไม้ที่ข้ึนเองตามธรรมชาติ ให้เกิดเปน็ ศลิ ปะท่ีมีคุณค่าต่าง ๆ ตาม
ประโยชน์ใช้สอย

โรตีสายไหม เป็นขนมหวานชนดิ หน่งึ มี
ส่วนประกอบหลักอยู่สองส่วน คือ แผ่นแป้ง และส่วนที่เป็นน้ำตาลเป็นเส้นไหม เคี่ยวทำ
เป็นเส้นฝอยที่เรียกว่า สายไหม เวลารับประทานจะนำแผ่นแป้งมาห่อและม้วนเพ่ือ
รบั ประทาน โรตสี ายไหมเปน็ ของฝากจากจงั หวัดพระนครศรอี ยธุ ยา

10. อำเภอบางปะอนิ มผี ลิตภัณฑพ์ ืน้ บา้ นคือ

สมนุ ไพรอายวุ ฒั นะกลุ่มวสิ าหกิจชุมชนสมุนไพรอายุวัฒนะ แหง่ ตำบลเกาะ
เกรด็ อำเภอบางปะอินจงั หวดั พระนครศรีอยธุ ยายาลูกกลอนอายวุ ฒั นะตำรับเก่าแก่
จากภมู ิปญั ญาหลายช่วั อายคุ น

รายวิชาอยธุ ยาศึกษา สค03128 50

ตะกร้าจากป่านศรนารายณ์จุดเด่นของ
งาน หัตถกรรมป่าน

ศรนารายณ์ คือ ความแข็งแรง ทนทาน
อายุใชง้ านกวา่ 10 ปี

ดอกไม้จากต้นโสนคนไทย เปน็ ชนชาติหนึ่งทม่ี ีนสิ ัยในการประดิษฐ์
คดิ คน้ สร้างสรรค์ และนิสยั ดัดแปลง สิง่ ท่มี อี ยตู่ ามธรรมชาติและสงิ่ แวดล้อมในท้องถิ่นต่าง
ๆ เพื่อนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในชีวิตประจำวัน เช่น รู้จักประดิษฐ์ดอกไม้จากต้นไม้ที่ขึ้น
เองตามธรรมชาติ ใหเ้ กิดเปน็ ศลิ ปะทม่ี ีคณุ ค่าต่าง ๆ ตามประโยชนใ์ ช้สอย
11. อำเภอผกั ไห่ มผี ลติ ภณั ฑ์พนื้ บา้ นคอื

ปลาร้าสับกระป๋องผลิตภัณฑ์ปลาร้าปรุงรส เป็นปลาร้าสับ
สำเร็จรูปบรรจุกระป๋องพร้อมบริโภค มีรสชาติอร่อย สะอาด ถูก
สุขลักษณะอนามัย ผ่านการวิเคราะห์จากกรมวิทยาศาสตร์ กระทรวง
สาธารณสุขเรยี บรอ้ ยแลว้

ปลารา้ ขวดปลาร้าสับสมนุ ไพร

น้ำปลาตราผักไห่กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรลาดน้ำเค็มสามัคคี 9 หมู่ 3 บ้านลาดน้ำเค็ม ต.ลาดน้ำเคม็
อ.ผักไห่ จ.พระนครศรอี ยธุ ยา

กระเทียมโทนดองกลุ่มสตรีร่วมใจพัฒนา 1/6 หมู่ 1 บ้านลาดน้ำเค็ม ตำบลลาด
นำ้ เคม็ อำเภอผักไห่ จังหวดั พระนครศรีอยุธยา

ปลาวง การถนอมอาหารด้วยการนำมาใส่เกลอื แลว้ ตากแห้งด้วยเอกลักษณ์ใน
การตากจะต้องวางเรียงกันให้เป็นวงกลม

รายวชิ าอยธุ ยาศึกษา สค03128 51

12. อำเภอบางบาล มีผลิตภัณฑพ์ ้ืนบา้ นคือ
อิฐการผลติ อฐิ โดยทัว่ ไป จะผสม ดินเหนยี ว แกลบ และ น้ำ นวดใหเ้ ข้ากันเป็น

เนื้อเดียว กดใส่ลงในแบบพิมพ์ แล้วนำเข้าเตาเผา

ก้านธูปประชาชนตำบลบ้านกุ่ม มีอาชีพหลักคือการทำนา และมีการทำ
ก้านธูปเป็นอาชีพเสริม ในหมู่บ้านของตำบลบ้านกุม่ น้ีมีการทำก้านธูปกนั มานานมากเนือ่ งจากสมัยก่อน
ในหมบู่ า้ นมตี น้ ไผป่ ลกู เปน็ แนวกนั ลม

ขลุ่ยเครอื่ งดนตรชี นิดเปา่ ภมู ิปญั ญาดา้ นการทำขลุ่ยเพียงออ
13. อำเภอลาดบัวหลวง มผี ลติ ภัณฑพ์ น้ื บ้านคอื

ผักปลอดสารพิษ กลุ่มผู้ปลูกพืชผักปลอดสารพิษตำบลสิงหนาท ตั้งอยู่
ท่ีหม่ทู 5ี่ ตำบลสงิ หนาท อำเภอลาดบวั หลวง จงั หวัดพระนครศรอี ยุธยา

ข้าวไรซ์เบอร์รี่การเกษตรแบบปลอดสารพิษด้วยการปลูกข้าวข้าวไรซ์
เบอรร์ ่ี

14. อำเภอบางไทร มีผลติ ภณั ฑพ์ ้ืนบา้ นคือ
เป่าแก้วผลติ ภัณฑ์แกว้ เป่า หัวใจแจกนั

รายวิชาอยธุ ยาศึกษา สค03128 52

15.อำเภอบางซ้าย มีผลติ ภณั ฑ์พ้ืนบ้านคอื
เรือพายอาชีพการตอ่ เรือพาย และซ่อมเรือ ซ่ึงมผี ลติ ภณั ฑ์ท่ีอำเภอบางซา้ ย

เครื่องเบญจรงค์ลายเบญจรงค์และลายน้ำทอง เป็นชื่อเรียกเครื่องถ้วยชนิดหนึ่ง ที่ใช้ใน
ประเทศไทย ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาถึงรัตนโกสินทร์ เครื่องถ้วยเหล่านี้เป็นของท่ี
ทำพิเศษจากประเทศจีน โดยช่างไทยเป็นผู้ออกแบบให้ลาย ให้สี ตามศิลปะแบบ
ไทย แล้วส่งแบบลายให้ช่างจีนนำไปผลิตที่ประเทศจีน จึงเป็นถ้วยชามเป็น
เอกลกั ษณ์ของไทยโดยเฉพาะ สำหรบั ใช้ในราชสำนัก ไมม่ จี ำหนา่ ยทวั่ ไป ต่อมาจึงมี
การสร้างเตาเผาในประเทศไทย และมีการทำสืบทอดกนั มา
16.อำเภอเสนา มผี ลติ ภณั ฑ์พน้ื บา้ นคือ
ตะกรา้ หวายตะกรา้ ทำบญุ ขนาดเล็กสานจากหวาย ลายพกิ ลุ
เมรุลอยเมรุลอยอยุธยาเป็นอาชีพของชาวบ้านตำบลหัวเวียง อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
แสดงถงึ ความเป็นช่างพ้ืนบ้านท่มี คี วามสามารถรกั ษารปู แบบประเพณีทางศิลปวฒั นธรรม

พลอยเจียระไนกลุ่มผู้เจียระไนพลอย หมู่ 1 บ้านสามกอ ต.
สามกอมีหลากหลายรูปแบบ และหลายชนิดให้เลือก ทั้งพลอยโกเมน
พลอยรัสเซยี พลอยนิล พลอยกระจก เจียระไนเป็นรปู ทรงท่แี ตกตา่ งกัน

รายวิชาอยุธยาศกึ ษา สค03128 53

ทองคำเปลวภมู ิปญั ญาพน้ื บา้ นของบุคคลท้องถ่ิน
เครอื่ งหัตถกรรมพ้นื บ้าน ผลติ ภัณฑภ์ มู ปิ ญั ญา ใช้ปดิ ทององคพ์ ระ

ฆ้องวงศลิ ปวฒั นธรรมด้านเครอื่ งดนตรี แหล่งผลิตฆอ้ งวง

เรอื่ งท่ี 4 การท่องเที่ยวและการบริการของจงั หวดั พระนครศรีอยุธยา

จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นอดีตราชธานีที่ยาวนานที่สุดถึง 417 ปี เป็นดินแดนที่มี
ความสำคัญทางประวัติศาสตร์มีเอกลักษณ์โดดเด่นทั้งด้านกายภาพ ประวัติศาสตร์และอารยธรรม มี
โบราณสถานที่ยัง คงเหลืออยู่เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงความรุ่งเรืองในอดีต องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และ
วัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ได้รับอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาไว้เป็นมรดก
โลกทางวัฒนธรรม เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2534 เป็นผลให้จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นเมืองที่มี
นกั ทอ่ งเท่ียวท้ังชาวไทยและชาวตา่ งประเทศใหค้ วามสนใจเขา้ มาเยยี่ มชมตลอดทั้งปี

นักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศที่มาเที่ยวจังหวัดพระนครศรีอยุธยามากที่สุด คือ ญี่ปุ่นรองลงมา
จีน และฝรั่งเศส ตามลำดบั สถานทที่ ่ีนักท่องเทย่ี วนยิ มไปมากทีส่ ุด คอื วดั มหาธาตุ รองลงมาคือ วัดพระ
ศรีสรรเพชญ์ และวัดพนัญเชิงวรวิหาร ตามลำดับของฝากของที่ระลึกจังหวัดพระนครศรีอยุธยาที่ขึ้นชอ่ื
คือ โรตสี ายไหม

4.1 การคมนาคม
ทางรถยนต์
จากกรุงเทพฯ สามารถเดินทางไปจังหวัดพระนครศรอี ยุธยา ไดห้ ลายเสน้ ทางดงั นี้

ใชท้ างหลวงหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธนิ ) ผ่านประตูน้ำพระอินทร์ แลว้ แยกเข้าทาง หลวงหมายเลข 32
แลว้ เลีย้ วซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 309 เข้าสจู่ ังหวดั พระนครศรอี ยุธยา

ใช้ทางหลวงหมายเลข 304 (ถนนแจ้งวัฒนะ) หรือทางหลวงหมายเลข 302 (ถนนงามวงศ์วาน)
เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 306 (ถนนติวานนท์) ข้ามสะพานนนทบุรี หรือสะพานนวลฉวี ไปยัง
จังหวัดปทุมธานี ต่อด้วยเส้นทาง ปทุมธานี-สามโคก-เสนา (ทางหลวง หมายเลข 3111) แล้วแยกขวาท่ี
อำเภอเสนา เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 3263 เขา้ ส่จู ังหวัดพระนครศรอี ยุธยา
ใชเ้ ส้นทางกรุงเทพฯ-นนทบรุ ี-ปทมุ ธานีทางหลวงหมายเลข 306 ถึงทางแยก สะพาน
ปทุมธานี เล้ยี วเข้าส่ทู างหลวงหมายเลข 347 แลว้ ไปแยกเขา้ ทางหลวงหมายเลข 3309 ผ่านศูนย์
ศิลปาชพี บางไทร อำเภอบางปะอนิ เขา้ ส่จู งั หวดั พระนครศรีอยธุ ยา

รายวิชาอยธุ ยาศกึ ษา สค03128 54

ทางรถไฟ
สามารถใช้ขบวนรถโดยสารที่มีปลายทางสู่ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งจะผ่าน
จังหวัดพระนครศรีอยุธยาในเขตอำเภอบางปะอิน อำเภอพระนครศรีอยุธยา อำเภอภาชี ทางรถไฟจะ
แยกไปสายเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่สถานีชุมทางบ้านภาชี ในแต่ละวันจะมีรถไฟบริการ
ขนส่งสินค้าและผู้โดยสารขึ้นล่องวันละหลายเที่ยว นอกจากนี้ การรถไฟฯ ยังจัดขบวนรถจักรไอน้ำเดิน
ระหว่างกรุงเทพฯ-สถานีอยุธยา-กรุงเทพฯ ในโอกาสพิเศษ ปีละ 4 ขบวน คือวันที่ 26 มีนาคม
(วันสถาปนาการรถไฟและวันที่ระลึกถึงการเปิดทางรถไฟสายแรกที่เดินรถระหว่างกรุงเทพฯ -
นครราชสีมา ในปี พ.ศ. 2433) วันที่ 12 สิงหาคม (วันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์
พระบรมราชินีนาถ) วันที่ 23 ตุลาคม (วันปิยะมหาราช เพื่อรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า
เจ้าอยู่หัว ผู้ทรงให้กำเนิดกิจการรถไฟไทย) และวันที่ 5 ธันวาคม (วันเฉลิมพระชนมพรรษา
พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยูห่ วั )

ทางเรือ
ปัจจุบันเป็นที่นิยมของชาวต่างประเทศมาก เพราะนอกจากจะได้ชมทัศนียภาพและชีวิตความ
เป็นอยู่ของประชาชน ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาแล้ว ยังเป็นการย้อนให้เห็นประวัติศาสตร์สมัยกรุงศรี
อยุธยาทปี่ ระเทศไทยมีการคา้ ขายกับชาวต่างชาติ โดยเรอื สำเภาต่างประเทศทส่ี ัญจรในลำน้ำเจ้าพระยา
ในอดีต

บรกิ ารเรือนำเทย่ี วไปจังหวดั พระนครศรีอยุธยามดี งั นี้

บริษทั เรอื ด่วนเจ้าพระยา จำกัด
จัดรายการนำเที่ยวสู่พระราชวังบางปะอิน ผ่านวัดไผ่ล้อม และแวะเที่ยวชมศูนย์ศิลปาชีพ

บางไทร ทกุ วนั อาทิตย์
เรอื โอเรียนเตล็ ควนี

จัดรายการนำเที่ยวพร้อมอาหารบุฟเฟ่ต์และเครื่องดื่ม นำเที่ยวสู่ พระราชวังบางปะอินและ
พระนครศรีอยธุ ยาเป็นประจำทกุ วัน
เรอื ริเวอรซ์ ันครุย้ ส์

บรกิ ารเดนิ เรือพร้อมอาหารและเครอ่ื งด่มื สพู่ ระราชวงั บางปะอิน และนำเทย่ี วในจังหวัด
พระนครศรีอยธุ ยา โดยเรือออกจากทา่ เรอื ศูนย์การค้ารเิ วอร์ซติ ้ี เป็นประจำทุกวนั
เรือฮอรซิ นั ครยุ้ ส์

บริการนำเที่ยวอยุธยา พระราชวังบางปะอิน เดินทางโดยรถและกลับทางเรือ รถออกจากลาน
จอดรถใกล้โรงแรมแชงกรีล่าทุกวัน

รายวชิ าอยุธยาศกึ ษา สค03128 55

เรอื เมฆขลา
มบี ริการนำเท่ยี วสู่พระราชวงั บางปะอิน และนำเที่ยวพระนครศรอี ยุธยา แบบ 2 วนั 1 คืน โดย

เรอื จะออกจากทา่ โรงแรมแม่นำ้
นอกจากน้ีการท่องเทย่ี วทางน้ำเลียบชายฝง่ั รอบเกาะเมืองทำไดโ้ ดยการเชา่ เหมาลำเรือหางยาว

ไดท้ ีท่ ่าน้ำหน้าพระราชวังจนั ทรเกษม
บริษทั อยธุ ยา ริเวอรค์ รุ๊ยส์ จำกัด

มบี ริการนำเท่ยี วชมเมอื งอยธุ ยาและชมพระราชวังบางปะอิน โดยเรอื เบญจรงค์

4.2 แหล่งท่องเที่ยว

วังจนั ทรเกษม

พระราชวังจันทรเกษม หรือวังหน้า ตั้งอยู่ริมแม่น้ำป่าสัก (คลองคูขื่อหน้า) ตำบลหัวรอ อำเภอ
พระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สร้างขึ้นประมาณปี พ.ศ. 2120 ในสมัยสมเด็จพระมหา
ธรรมราชาธิราช เพื่อให้เป็นที่ประทับของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ยามเสด็จจากเมืองพิษณุโลกเพ่ือ
มาเฝ้าพระราชบิดาที่กรุงศรีอยุธยา นอกจากนี้ยังเคยเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์และพระมหา
อุปราชที่สำคัญถึง 8 พระองค์ คือ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระเอกาทศรถ เจ้าฟ้าสุทัศน์
สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ขุนหลวงสรศักดิ์ (พระเจ้าเสือ) สมเด็จพระเจ้าท้ายสระ สมเด็จพระ
เจ้าอยู่หัวบรมโกศ กรมพระราชวงั บวรมหาเสนาพทิ ักษ์

ภายหลังจากการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ. 2310 พระราชวังจันทรเกษมได้ถูกทิ้งร้าง
ไป จนกระทั่งในสมัยพระบาทสมเดจ็ พระจอมเกล้าเจ้าอยูห่ ัว รัชกาลที่ 4 จึงได้มีปรับปรงุ บูรณะ เพื่อใช้
สำหรับเป็นที่ประทับในเวลาที่พระองค์เสด็จประพาสพระนครศรีอยุธยา และโปรดพระราชทานนามว่า
พระราชวังจันทรเกษม เมื่อวนั ที่ 26 มีนาคมพ.ศ. 2436 ตอ่ มาพระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระราชทานพระราชวงั จันทรเกษมใหเ้ ปน็ ที่ทำการของมณฑลกรุงเก่า โดยใชพ้ ระทน่ี ั่งพิมานรัตยาเป็นที่
ทำการ จนพระยาโบราณราชธานินทร์ ดำรงตำแหน่งสมุหเทศาภิบาลมณฑลกรุงเก่า ได้มีการจัดสร้าง
อาคารที่ทำการภาค ขึ้น แล้วย้ายที่ว่าการมณฑลจากพระที่นั่งพิมานรัตยามาตั้งที่อาคารที่ทำการภาค
พระยาโบราณราชธานินทร์ ได้รวบรวมวัตถุสิ่งของสำคัญในบริเวณกรุงเก่าและบริเวณใกล้เคียงไว้เป็น
จำนวนมาก มาเก็บรักษาไว้ที่พระราชวังจันทรเกษม จนในปี พ.ศ. 2445 สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงรา
ชานภุ าพ ไดท้ รงแนะนำใหพ้ ระยาโบราณราชธานินทร์ จดั ตงั้ เปน็ พพิ ธิ ภัณฑ์ ทีเ่ รยี กวา่ โบราณพิพิธภัณฑ์
โดยใช้ตกึ โรงม้าพระทน่ี ง่ั เป็นท่เี กบ็ รวมรวม

ต่อมาในปี พ.ศ. 2447พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริโปรดเกล้าฯ ให้
ยา้ ยวตั ถตุ ่างๆ จากโรงม้าพระทน่ี ่ังเข้ามาเก็บรกั ษาและต้ังแสดงท่ีบริเวณอาคารพลบั พลาจตรุ มุข และต่อ

รายวชิ าอยุธยาศกึ ษา สค03128 56

เติมระเบยี งตามแนวอาคารดา้ นทศิ เหนือและทิศตะวันออก เพ่ือจัดตง้ั วัตถุ ศิลาจารกึ และประติมากรรม
ต่างๆ ใช้ชื่อพิพิธภัณฑ์ว่า อยุธยาพิพิธภัณฑ์ ต่อมา ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2479 กรมศิลปากร ได้
ประกาศให้อยุธยาพิพิธภัณฑ์เป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ในนาม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
จันทรเกษม

โบราณสถานโบราณวัตถทุ ี่น่าสนใจในพระราชวงั จันทรเกษม มดี ังนี้

กำแพงและประตูวงั
เปน็ ส่งิ ทสี่ ร้างใหมใ่ นรชั กาลท่ี 4 ของเดิมมีอาณาเขตกว้างขวางกว่าท่เี หน็ ในปจั จุบัน เพราะขุดพบ
รากฐานของพระที่นง่ั นอกกำแพงวดั ด้านใน และพบซากอิฐ ในบริเวณเรอื นจำหลายแหง่

พลับพลาจตั ุรมขุ
เป็นพลับพลาเครื่องไม้ ตั้งอยู่บนศาลาใกล้ประตูวังด้านทิศตะวันออก เดิมเป็นที่ประทับของ
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจา้ อยู่หวั เวลาเสด็จประพาส ปัจจุบนั จดั แสดงเครื่องชามลายครามของจีน
อาวุธสมยั โบราณ และเคร่อื งราชปู โภคของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจา้ อยูห่ ัว

รายวิชาอยุธยาศกึ ษา สค03128 57

พระทนี่ ่ังพิสัยศัลยลักษณ์ (หอสอ่ งกล้อง)
เป็นหอสูงสี่ช้นั อยู่ทร่ี มิ พระราชวังดา้ นทิศตะวนั ตก สรา้ งในรชั สมัยสมเด็จพระนารายณม์ หาราช แต่หักพงั
ลงมาเมอื่ คราวเสียกรุงครงั้ ท่ี 2 หอทเ่ี ห็นอย่ใู นปจั จุบนั สร้างในสมยั รชั กาลท่ี 4 ตามรากฐานเดิม ทรงใช้
เปน็ ทีป่ ระทับทอดพระเนตรดาว

พระท่ีนงั่ พิมานรตั ยา
เป็นตกึ หมู่อย่กู ลางพระราชวงั เคยเป็นทต่ี ้ังศาลากลางมณฑลและจังหวัดมาหลายปี ปัจจุบันแสดง
พระพทุ ธรปู เทวรูป พระพิมพ์สมัยต่างๆ และเครื่องไมจ้ ำหลักสมยั อยุธยา

รายวชิ าอยุธยาศึกษา สค03128 58

พระราชวงั หลวง

พระราชวังหลวงที่ปรากฏในพระนครศรีอยุธยาปัจจุบันคงเหลือแต่ฐาน อาคารให้เห็นเท่านั้น
สันนิษฐานว่าพระเจ้าอู่ทองสร้างพระราชวัง ตั้งแต่ เมื่อครั้งประทับอยู่ที่เวียงเล็ก เมื่อพ.ศ.1890 และเมื่อสร้าง
กรงุ เสร็จใน พ.ศ.1893 จงึ ยา้ ยมาประทบั ท่ีพระราชวังใหมร่ ิมหนองโสน พระทนี่ งั่ ต่างๆในคร้งั แรกนี้สร้างดว้ ยไม้
อยูใ่ นบรเิ วณซึง่ ปจั จบุ ันเปน็ วัดพระศรีสรรเพชญ์ ตอ่ มาเมอื่ พ.ศ.1991 สมเดจ็ พระบรมไตรโลกนาถ ทรงถวาย
ที่บริเวณพระราชวังเดิมสร้างเป็นวัด ในเขต พระราชวัง เรียกว่า "วัดพระศรีสรรเพชญ์" แล้วทรงสร้าง
พระราชวงั หลวงใหม่เล่ือนไปทางทศิ เหนือ ชิดริมแม่น้ำลพบรุ ีพระท่นี งั่ ตา่ งๆ ในเขตพระราชวังหลวงหรือที่เรียก
ในปัจจุบันว่าพระราชวังโบราณเดิมเป็นที่ประทับของ พระมหากษัตริย์อยุธยาทุกรัชกาลตั้งอยู่ริมกำแพง
พระนครศรอี ยุธยาทางด้านเหนือ มถี นนสายรอบกรุงผา่ นจากวังจนั ทรเกษมไปเพียง 2 กิโลเมตร

บรเิ วณพระราชวังมีพระทน่ี ่งั ทส่ี ำคญั ดงั นี้

พระทน่ี ั่งวิหารสมเด็จมหาปราสาท
ตง้ั อยู่ทางตอนใต้สุด เป็นปราสาทยอดปรางค์มีมุขหน้าหลังยาวแตม่ ขุ ข้างสนั้ มกี ำแพงแกว้ ลอ้ ม

2 ดา้ น ตามพงศาวดารกล่าวว่าสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง โปรดให้สรา้ ง เมอื่ พ.ศ. 2186 เพ่อื แทน
พระที่น่ังมงั คลาภิเษกท่ีถูกฟา้ ผา่ ไฟไหม้ ชาวบา้ นเรยี ก "ปราสาททอง" เน่ืองจาก เปน็ ปราสาทปิดทอง
องค์แรกท่สี รา้ งข้ึน สำหรับประกอบพระราชพธิ ีต่างๆ
พระที่นง่ั สรุ ิยาสน์อมรินทร์

เป็นปราสาทจตุรมขุ ก่อดว้ ยศิลาแลง อยู่ติดกำแพงริมนำ้ เดิมชอ่ื พระที่น่ังสรุ ิยามรนิ ทร์ ต่อมา
เปลี่ยนเป็นชื่อนเ้ี พื่อให้คล้องกับชอ่ื พระท่ีนัง่ สรรเพชญปราสาท กอ่ สร้างเป็น ปราสาทจตุรมขุ ยกพ้ืนสูง
กว่าพระท่ีน่ังองค์อืน่ ๆ ใชเ้ ป็นทส่ี ำหรับประทบั ทอดพระเนตรขบวนแห่ทางนำ้
พระท่ีนั่งตรีมุข

อยูข่ ้างหลงั พระทนี่ งั่ สรรเพชญปราสาท ไม่ปรากฏปีท่ีสร้าง เข้าใจว่าเดิมเป็น พระที่นง่ั ฝ่ายใน
และเป็นทีป่ ระทับในอุทยาน
พระที่นั่งทรงปนื

อยรู่ ิมสระดา้ นตะวนั ตก ใกล้พระทน่ี ั่งบรรยงคร์ ัตนาสน์ สร้างเป็นรูปยาวรี นา่ จะใช้เปน็ ที่
ฝกึ ซ้อมเพลงอาวธุ และในสมัยสมเด็จพระเพทราชาทรงใชเ้ ปน็ ท่เี สดจ็ ออกขุนนาง

พระทน่ี ัง่ สรรเพชญปราสาท
เปน็ ปราสาทยอดปรางคต์ งั้ อยตู่ รงกลางสร้างแบบเดียวกนั กบั พระที่นง่ั วิหารสมเด็จ มมี ุขเดจ็ ยนื่

ออกมา เพ่ือเสดจ็ ออกรับแขกเมือง มีโรงช้างเผือกกระหนาบอยทู่ ั้งสองขา้ ง

รายวชิ าอยธุ ยาศึกษา สค03128 59

พระท่ีนงั่ จักรวรรดไิ พชยนต์
สมเดจ็ พระเจา้ ปราสาททองสร้างเมื่อ พ.ศ. 2175 พระราชทานนามว่า "พระท่นี ่ังสริ ยิ โสธรมหา

พิมานบรรยงก"์ คล้ายปราสาททน่ี ครธม ต่อมาจึงเปลี่ยนเป็น "พระที่นัง่ จักรวรรดิไพชยนต์" ลกั ษณะเป็น
ปราสาทตรมี ุข ตงั้ อยู่บนกำแพงชัน้ ในหน้าพระราชวงั เป็นท่ีสำหรบั ทอดพระเนตรกระบวนแหแ่ ละ
ฝกึ ซ้อมทหาร เหมือนพระทน่ี ่ังพุทไธสวรรย์ทพี่ ระบรมมหาราชวงั กรงุ เทพฯ
พระท่นี ัง่ บรรยงค์รตั นาสน์ (พระทนี่ ง่ั ท้ายสระ)

เป็นปราสาทจตุรมขุ ตงั้ อยู่บนเกาะกลางสระนำ้ สมเดจ็ พระเพทราชา โปรดให้สร้างขนึ้ เป็นท่ี
ประทบั สำราญพระราชหฤทัย เม่ือ พ.ศ. 2231 และไดเ้ สด็จประทับตลอดรัชกาล มีพระแท่นสำหรบั
ทอดพระเนตรปลาที่ทรงเลย้ี งไว้ในสระน้นั ดว้ ย

พพิ ธิ ภัณฑ์สถานแหง่ ชาติสามพระยา

สถานท่ีน่าสนใจในพพิ ิธภัณฑ์ ไดแ้ ก่
พระพทุ ธรูประทับนงั่ หอ้ ยพระบาท

เป็นพระพุทธรูปสมัยทวาราวดีทีเ่ คยประดิษฐานในซุม้ พระสถปู โบราณวัดพระเมรุ จังหวัดนครปฐม
ซึ่งกรมศิลปากร ได้พยายามติดตาม ชิ้นส่วนต่าง ๆ ขององค์พระที่กระจัดกระจายไปอยู่ในที่ต่างๆ มา
ประกอบข้ึนเปน็ องค์ได้อยา่ งสมบูรณ์ นบั เปน็ พระพุทธรูปท่มี ีค่ามากองคห์ นึ่งเพราะในโลกมีเพียง 6 องค์
เท่านั้น
เศยี รพระพทุ ธรูปสัมฤทธิ์สมัยอทู่ อง

มีขนาดใหญ่มาก ได้จากวัดธรรมมิกราช แสดงถึงความเก่าแก่ ของวัด และฝีมือการหล่อวัตถุ ขนาด
ใหญ่ในสมัยโบราณ นอกจากนี้ยังมีโบราณวัตถุที่ขุดพบอีกมากมายโดยเฉพาะที่ได้จากกรุวัดราชบูรณะ
รวบรวมไว้ในห้องมหรรฆภัณฑ์ มีเครื่องราชูปโภคทองคำทองกรพาหุรัตน์ ทับทรวง เครื่องประดับเศียร

รายวิชาอยธุ ยาศกึ ษา สค03128 60

สำหรับชายและหญิง พระแสงดาบฝักทองคำประดับพลอยสีต่างๆ เป็นต้น แสดงความรุ่งเรืองของ กรุง
ศรีอยุธยาในอดีตไว้อย่างน่าชมน่าศึกษามาก พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยาเปิดทำการตั้งแต่
เวลา 09.00-16.00 น. วันพุธ-วันอาทิตย์ ปิดวันจันทร์ วันอังคารและวันหยุดนักขัตฤกษ์ ค่าธรรมเนียม
การเข้าชม ชาวไทยคนละ 10 บาท ชาวต่างประเทศคนละ 30 บาท รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ โทร.
(035) 241587
เรอื นไทยโบราณ

ภายในเรอื นไทย จะแสดงวิถชี วี ติ ความเปน็ อยู่และของใช้ตา่ งๆ ในชีวติ ประจำวันในสมยั กอ่ น เชน่
ห้องครวั หอ้ งนอน ระเบยี งนัง่ เลน่ ฯลฯ

วัดพระศรีสรรเพชญ์

ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของวิหารพระมงคลบพิตร เป็นวัดสำคัญที่สร้างอยู่ในพระราชวังหลวงเทียบ
ได้กบั วดั พระศรีรัตนศาสดารามแห่งกรุงเทพมหานครหรือวัดมหาธาตุแห่งกรุงสโุ ขทัย ในสมัยสมเด็จพระ
รามาธบิ ดีที่ 1 (พระเจ้าอทู่ อง) ทรงสร้างพระราชมณเฑียรเป็นทีป่ ระทับทบ่ี รเิ วณน้ี ตอ่ มาสมเด็จพระบรม
ไตรโลกนาถทรงย้ายพระราชวังขึ้นไปทางเหนือและอุทิศที่ดินเดิมให้สร้างวัดขึ้นภายในเขตพระราชวัง
และโปรดเกล้าฯให้สร้างเขตพุทธาวาสขึ้น เพื่อเป็นที่สำหรับประกอบพิธีสำคัญต่างๆ จึงเป็นวัดที่ไม่มี
พระสงฆ์จำพรรษา ต่อมาในสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระสถูปเจดีย์ใหญ่สอง
องค์เมื่อ พ.ศ.2035 องค์แรกทางทิศตะวันออกเพื่อบรรจุพระบรมอัฐิของ สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ
พระราชบิดา และองค์ที่สอง คือองค์กลางเพื่อบรรจุพระบรมอฐั ิของสมเดจ็ พระบรมราชาธริ าชที่ 3 พระ
บรมเชษฐา ต่อมาในปี พ.ศ. 2042 ทรงสร้างพระวิหารขนาดใหญ่และในปี พ.ศ.2043 ทรงหล่อ
พระพุทธรูปยืนสูง 8 วา (16 เมตร) หุ้มด้วยทองคำหนัก 286 ชั่ง (ประมาณ 171 กิโลกรัม) ประดิษฐาน

รายวิชาอยธุ ยาศึกษา สค03128 61

ไว้ในวิหาร พระนามว่า “พระศรีสรรเพชญดาญาณ” ซึ่งภายหลังเมื่อคราวเสียกรุง พ.ศ. 2310 พม่าได้
เผาลอกทองคำไปหมด สำหรับเจดีย์องค์ที่สามถัดมาทางทิศตะวันตก สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 4
(พระหน่อพุทธางกูร) พระราชโอรสได้โปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้นเพื่อบรรจุพระบรมอัฐิของสมเด็จพระ
รามาธบิ ดที ี่ 2

วัดพระมงคลบพติ ร

ตั้งอยู่ทางด้านทิศใต้ของวัดพระศรีสรรเพชญ์ ใช้เส้นทางเดียวกับทางไปคุ้มขุนแผน วิหารพระ
มงคลบพิตรจะอยู่ถดั ไปไม่ไกลนกั พระมงคลบพิตรเปน็ พระพุทธรปู บสุ มั ฤทธิ์ปางมารวชิ ยั มีขนาดหน้าตัก
กว้าง 9.55 เมตร และสูง 12.45 เมตร นับเป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่องค์หนึ่งในประเทศไทย ไม่มี
หลกั ฐานแนช่ ัดวา่ สร้างในสมยั ใด สันนิษฐานว่าสร้างในสมยั กรงุ ศรีอยุธยาตอนต้นระหวา่ งปี พ.ศ. 1991–
2145 สมเด็จพระเจ้าทรงธรรมโปรดเกล้าฯให้ย้ายจากทิศตะวันออกนอกพระราชวังมาไว้ทางด้านทิศ
ตะวนั ตกทีป่ ระดิษฐานอยใู่ นปจั จบุ นั และโปรดเกล้าฯให้ก่อมณฑปสวมไว้

รายวชิ าอยธุ ยาศกึ ษา สค03128 62

วดั พนัญเชิงวรวิหาร

ปัจจุบันวัดพนัญเชิง เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดวรวิหาร แบบมหานิกาย ระบุในคำให้การ
ชาวกรงุ เกา่ ว่าเปน็ พระอารามหลวงลำดับท่ี 15 พงศาวดารเหนือระบวุ า่ “...จลุ ศกั ราช 406 (พ.ศ. 1587)
ปีมะโรงศก จึงเชิญศพ (พระนางสร้อยดอกหมาก) มาพระราชทานเพลิงที่แหลมบางกะจะ สถาปนาเป็น
อารามให้ชื่อว่าวัดพระนางเชิง ตั้งแต่นั้นมา...” ถือว่าวัดพนัญเชิงมีมาก่อนพระเจ้าอู่ทองสร้างกรุงศรี
อยุธยา ส่วนพระพุทธรูปองค์ใหญ่ศิลปะอู่ทองตอนปลายเรียกชื่อมาแต่เดิมว่า”พระพุทธเจ้าพแนงเชิง”
(มีความหมายถึงการนั่งพับขา แบบสมาธิ) ปางมารวิชัย ขัดสมาธิราบ ขนาดหน้าตักกว้าง 14.20 เมตร
สูง 19.20 เมตร วัสดุ ปูนปั้นลงรักปิดทอง ต่อมารัชกาลที่ 4 ได้ถวายนามว่าพระพุทธไตรรัตนนายก
ชาวบ้านเรียกตามภาษาปากคนอยุธยาว่าหลวงพ่อโต พงศาวดารกรุงเก่าฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิต์ิ
ระบุว่าสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1867 ก่อนการสถาปนากรุงศรีอยุธยา 26 ปี ในหมู่ชาวจีนรู้จักกันว่าคือ“ซำ
ปอกง”แปลว่าพระรตั นตรัย บา้ งวา่ เป็นคำหนึ่งทใี่ ชเ้ รียกชื่อขุนนางนักเดนิ เรอื ชาวจนี คอื “เจิ้งเหอ”

รายวิชาอยธุ ยาศึกษา สค03128 63

วดั กษัตราธริ าชวรวิหาร

วัดกษัตราธิราชวรวิหาร เป็นวัดริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาอยู่นอกเกาะเมืองตั้งอยู่ตรงข้ามกับเจดีย์
พระศรสี ุริโยทยั เดมิ เรียกช่อื "วดั กษัตรา" หรอื "วดั กษัตราราม" เป็นวดั เก่าแก่โบราณสร้างในสมัยกรุงศรี
อยุธยาเปน็ ราชธานี ภายในพระอโุ บสถตกแตง่ เพดานดว้ ยไม้สลกั ลายรปู ดาวประตมิ ากรรมทีห่ าดไู ดย้ าก

วัดไชยวัฒนาราม

สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2173 โดยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง พระองค์ทรงโปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้น
บนที่ที่เป็นบ้านเดิมของพระองค์เพื่ออุทศิ พระราชกุศลถวายพระราชมารดา แต่ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์
เธอฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงสันนิษฐานว่าวัดนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งชยั ชนะเหนือกรุง
ละแวก(พนมเปญ) โดยจำลองแบบมาจากปราสาทนครวัด

รายวชิ าอยุธยาศกึ ษา สค03128 64

สถาปตั ยกรรมฐานภายใน

วัดไชยวัฒนาราม มีปรางค์ประธานและปรางค์มุมอยู่บนฐานเดียวกัน พระปรางค์ประธานนำ
รูปแบบของพระปรางค์สมยั อยุธยาตอนต้นมาก่อสร้าง แตป่ รางค์ประธานท่วี ัดไชยวัฒนารามทำมุขทิศยื่น
ออกมามากกว่า บนยอดองค์พระปรางค์ใหญ่อาจเคยประดิษฐานพระเจดีย์ขนาดเล็ก สื่อถึงพระเจดีย์
จุฬามณีบนยอดเขาพระสุเมรุ รอบพระปรางค์ใหญ่ล้อมรอบไปด้วยระเบียงคตที่เดิมนั้นมหี ลังคา ภายใน
ระเบียงคตประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัยที่เคยลงรักปิดทองจำนวน 120 องค์ เป็นเสมือน
กำแพงเขตศกั ด์สิ ิทธ์ิ ตามแนวระเบยี งคตตรงทิศทง้ั แปดสรา้ งเมรุทิศ และ เมรมุ ุม(เจดยี ร์ อบๆพระปรางค์
ใหญ่) ภายในเมรุทุกองค์ประดิษฐานพระพุทธรูปทรงเครื่อง ภายในซุ้มเรือนแก้วล้วนลงรักปิดทอง ฝ่า
เพดานทำดว้ ยไมป้ ระดับลวดลายลงรักปดิ ทองเช่นกัน

เมรุทศิ เมรรุ าย

เมรทุ ศิ เมรรุ าย ตั้งลอ้ มรอบพระปรางค์อยู่ท้ังสิน้ 8 หลัง โดยผนังภายในเมรเุ ขียนภาพจติ รกรรม
ฝาผนังรปู ใบไมใ้ บกนก ซ่ึงลบเลอื นไปมากแลว้ ผนังด้านนอกของเมรุมภี าพปูนปน้ั พทุ ธประวัติ จำนวน
12 ภาพ ซ่งึ ในปจั จุบันเลือนไปแล้วเชน่ กนั แต่เมื่อ 20 ปที ่ีแลว้ ยงั สามารถเห็นไดช้ ัดเมรุทศิ (ซ้าย) ปรางค์
มมุ (ขวา)

เมรุเป็นทรงปราสาท ซ้อนลดหลั่นกันขึ้นไป 7 ชั้น รองรับส่วนยอดที่ ชื่อที่มานั้นนำมาจากเมรุ
พระบรมศพพระมหากษัตริย์สมัยพระนครศรีอยุธยา ซึ่งมีแนวความคิด มาจากคติเขาพระสุเมรุอีกต่อ
หนึ่ง

วัดไชยวัฒนารามเป็นวัดหลวงที่บำเพ็ญพระราชกุศลของพระมหากษัตริย์สืบต่อมาหลังจากนั้น
ทุกพระองค์ จึงได้รับการปฏิสังขรณ์สืบต่อมาทุกรัชสมัย เป็นสถานที่ถวายพระเพลิงศพพระบรมวงศานุ
วงศ์เกือบทุกพระองค์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศสิ้นพระชนม์ก็ได้ถวายพระเพลิงที่วัดน้ี

ก่อนกรุงแตก พ.ศ. 2310 วัดไชยวัฒนารามถกู แปลงเปน็ ค่ายตงั้ รบั ศกึ และเมอ่ื เสยี กรุงศรีอยธุ ยา
วัดไชยวัฒนารามจึงได้ถูกปล่อยใหท้ ิ้งร้าง ผู้ร้ายเข้าไปลกั ลอบขุดหาสมบัติ เศียรพระพุทธรูปถูกตัดขโมย
มีการรื้ออิฐที่พระอุโบสถ และกำแพงวัดไปขาย แต่ในปี พ.ศ. 2530 กรมศิลปากรจึงได้เข้ามาอนุรกั ษ์จน
แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2535

รายวิชาอยธุ ยาศกึ ษา สค03128 65

วดั หน้าพระเมรุ

วัดหน้าพระเมรุตั้งอยู่ริมคลองสระบัวด้านทิศเหนือของคูเมือง (เดิมเป็นแม่น้ำลพบุรี) ตรงข้าม
กับพระราชวังหลวง สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น พุทธศักราช 2046 มีชื่อเดิมว่า “วัดพระเมรุราชิ
การาม” ที่ตั้งของวัดนี้เดิมคงเป็นสถานที่สำหรับสร้างพระเมรุถวายพระเพลิงพระบรมศพของ
พระมหากษัตรยิ ์พระองค์ใดพระองคห์ นึ่งสมัยอยธุ ยาตอนต้นต่อมาจึงไดส้ ร้างวัดขึ้น ในรชั กาลสมเด็จพระ
รามาธิบดีที่ 2 ทรงสร้างวัดนี้เมื่อ พ.ศ. 2046 วัดนี้มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ สมเด็จพระมหา
จักรพรรดิเม่อื ครง้ั ทำศึกกบั พระเจา้ บเุ รงนองได้มีการทำสญั ญาสงบศกึ เมื่อ พ.ศ. 2106ได้สร้างพลับพลาที่
ประทับขน้ึ ระหว่างวดั หน้าพระเมรกุ ับวดั หัสดาวาส

วัดนี้เป็นวัดเดียวในกรุงศรีอยุธยาที่ไม่ได้ถูกพม่าทำลายและยังคงปรากฏสถาปัตยกรรมแบบ
อยุธยาอยู่ในสภาพสมบูรณ์มากทสี่ ดุ ในจงั หวดั พระนครศรีอยธุ ยา

รายวิชาอยธุ ยาศึกษา สค03128 66

วดั ใหญ่ชัยมงคล

สนั นิษฐานว่ามาจากท่ีสมเดจ็ พระรามาธบิ ดีท่ี 1 ทรงสร้างวดั ปา่ แก้วข้ึน ณ บริเวณท่ีซึ่งได้ถวายพระเพลิง
พระศพของเจ้าแก้วเจ้าไทยหรืออาจมาจากการที่วดั นี้เป็นท่ีประทับของพระสังฆราชฝ่ายขวา ซึ่งในสมัย
โบราณเรียกพระสงฆ์ว่า “เจ้าไทย” ฉะนั้นเจ้าพระยาไทยจึงหมายถึงตำแหน่งพระสังฆราชในปี พ.ศ.
2135 เมื่อสมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงทำศึกยุทธหัตถีชนะพระมหาอุปราชแห่งพม่าที่ตำบลหนอง
สาหร่าย เมืองสุพรรณบุรี ทรงสร้างพระเจดยี ์ใหญ่ขึ้นทีว่ ัดน้เี ปน็ อนสุ รณ์แห่งชัยชนะ ขนานนามว่า “พระ
เจดีย์ชัยมงคล” แต่ราษฎรเรียกว่า “พระเจดีย์ใหญ่” ฉะนั้นนานวันเข้าวัดนี้จึงเรยี กชื่อเป็น “วัดใหญ่ชัย
มงคล” วัดนรี้ า้ งไปเมื่อคราวเสยี กรุงครั้งสุดท้าย และเพิ่งจะตัง้ ข้ึนเป็นวัดทมี่ ีพระสงฆ์อยู่จำพรรษาเม่ือไม่
นานมานี้นอกจากนี้ยังมี วิหารพระพุทธไสยาสน์ สร้างในสมัยสมเด็จพระนเรศวร เพื่อเป็นที่ถวาย
สักการะบูชาและปฏิบัติพระกรรมฐาน ปัจจุบันมีการสร้างพระตำหนักสมเด็จพระนเรศวรมหาราช มีผู้
นิยมไปนมัสการอยา่ งสม่ำเสมอเปน็ จำนวนมาก

รายวิชาอยธุ ยาศึกษา สค03128 67

วัดนเิ วศธรรมประวตั ิ

ตั้งอยู่บนเกาะกลางแม่น้ำเจ้าพระยา ด้านทิศใต้คนละฝั่งกับพระราชวัง พระบาทสมเด็จพระ
จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้สรา้ งเลียนแบบโบสถฝ์ รั่ง เมอ่ื พ.ศ. 2421 อาคาร และการตกแต่งทำแบบ
โกธิค มีกระจกสีประดับ อย่างสวยงาม ภายในเป็นแบบฝรั่ง แม้แต่ฐานที่ประดิษฐาน พระประทาน คือ
พระพุทธนฤมลธรรโมภาสและพระสาวกก็ไมไ่ ด้ทำเป็นฐานชุกชีอยา่ งในโบสถ์ทั่วไป แต่ทำเหมือนท่ีต้งั ไม้
กางเขนในโบสถ์คริสต์ ช่องหน้าต่างที่เจาะไว้ก็เป็นหน้าต่างโค้งที่ฝาผนังโบสถ์ด้านหน้าพระประธานจะ
เห็นภาพประดิษฐ์กระจกสีเป็นพระบรมฉายาลกั ษณ์ของรัชกาลท่ี 5 ด้านขวามอื ของ พระอโุ บสถนั้นมีหอ
แห่งหนึ่ง คือ หอประดิษฐานพระคันธารราษฎร์ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปยืนปางขอฝนตรงข้ามกับหอพระ
คันธารราษฎร์เป็นหอประดิษฐานพระ พุทธศิลาเก่าแก่ปางนาคปรกอันเป็นพระพุทธรูปสมัยลพบุรีฝีมือ
ช่างขอมอายุเก่าแก่นับพันปี พระนาคปรกนี้อยู่ติดกับต้นพระศรีมหาโพธิ์ใหญ่ที่แผ่กิ่งไปทั่วบริเวณหน้า
พระอุโบสถ ถัดไปอีกไม่ไกลนักเป็นหมู่ศิลาชนิดต่างๆ ที่มีในประเทศไทย เป็นที่บรรจุอัฐิเจ้าจอมมารดา
ชุ่ม พระสนมเอกในรัชกาลที่ 4 เจ้าจอมมารดาของสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ และราช
สกุลดิศกุล เมื่อเข้าชมพระราชวังบางปะอินแล้ว สามารถข้ามไปชมวัดนิเวศธรรมประวัติ ได้โดยกระเช้า
สำหรบั สง่ ผ้โู ดยสารประมาณคร้งั ละ 6-8 คน

รายวิชาอยุธยาศกึ ษา สค03128 68

ปราสาทนครหลวง

อยู่ริมแม่น้ำป่าสักฝั่งทิศตะวันออก ตำบลนครหลวง เป็นตำหนักที่ประทับในระหว่างเสด็จไป
พระพทุ ธบาทที่สระบุรแี ละเปน็ ท่ีประทบั แรมในระหวา่ งเสด็จลพบุรี สันนิษฐานวา่ สรา้ งในรัชกาลสมเด็จ
พระเจ้าทรงธรรม แต่มาสร้างเป็นที่ประทับก่ออิฐถือปูน ในรัชสมัย สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง ใน
แผ่นดินนี้พระองค์โปรดให้ช่างไปถ่ายแบบปราสาทศิลาที่เรียกว่า "พระนครหลวง" ในกรุงกัมพูชาเม่ือ
พ.ศ. 2147 มาสร้างใกล้วัดเทพจันทร์ เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติที่ได้กรุงกัมพูชากลับมาเป็นประเทศ
ราชอีก แต่สร้าง ไม่เสร็จสมบูรณ์ด้วยประการใดไม่ปรากฏ ต่อมาจึงมีผู้สร้างมณฑปและ พระบาทสี่รอย
ขนึ้ บนปราสาทน้ี

ศนู ย์ศิลปาชีพบางไทร

ศูนย์ศลิ ปาชพี นีม้ ุ่งฝกึ อาชีพเก่ียวกับงานศิลปหัตถกรรมต่างๆ วชิ าท่ีสอนใหแ้ ก่เกษตรกรได้แก่
การประดิษฐ์ผลติ ภณั ฑ์จากเส้นใยพชื การแกะสลกั การจกั สาน การทำตุ๊กตา การทำดอกไม้
ประดษิ ฐ์ การทำเครื่องเรือน การทอผา้ ผลิตภณั ฑจ์ ากผา้ การย้อมสี ช่างเชือ่ มและเครอ่ื งเคลอื บดิน
เผา

รายวชิ าอยุธยาศกึ ษา สค03128 69

ประวัติ

พ.ศ. 2523 สมเด็จพระนางเจ้าสริ ิกิต์ิ พระบรมราชินีนาถ โปรดเกล้าฯ ใหจ้ ดั ต้ังศูนย์ฯ แห่งน้ีขึ้น
ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ต. ช้างใหญ่ อ. บางไทร ในเขตที่ดินปฏิรูปเพื่อการเกษตรกรรม พื้นที่กว่า
1,000 ไร่ มุ่งฝึกงานช่างฝีมือแบบศิลปะไทยโบราณให้แก่เกษตรกรทีส่ นใจฝึกอาชีพเป็นรายได้พิเศษ
จากชว่ งทวี่ ่างจากงานเกษตร โดยทางศูนย์ฯ มีผู้ชำนาญงานช่างแขนงต่าง ๆ มาฝกึ สอน เมือ่ สามารถ
ผลิตงานได้แล้ว ศูนย์ฯ จะรับซื้อผลงานไปจำหน่าย เปิดอบรมศิลปาชีพรุ่นแรกเมื่อวันที่ 1 พ.ค.
2524 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินเปิดศูนย์ศิลปาชีพบางไทร
เมือ่ วนั ท่ี7 ธนั วาคม พ.ศ. 2527

หมบู่ า้ นศิลปาชีพ

มีพื้นที่กว้างขวางหลายสบิ ไร่ ภายในแบ่งเป็นหมู่บ้านไทยของแต่ละภาค นอกจากนักท่องเที่ยว
จะได้ชมงานศิลปหตั ถกรรมของแตล่ ะภาคแลว้ ยังสามารถชมความงามของสถาปัตยกรรมท่ีอยู่อาศัยของ
แต่ละทอ้ งถิ่นด้วย

สวนนก

เปน็ กรงนกขนาดใหญส่ องกรง ภายในมีนกหายากกว่า 100 ชนิด เช่น นกชาปีไหน นกกาฮัง นก
เงือกรามช้าง นกสาลิกาเขียว นกยูงไทย เป็นต้น ภายในกรงจัดสภาพแวดล้อมให้คล้ายคลึงธรรมชาติ
ดำเนินการโดยมูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าและพรรณพืชแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์
นกั ทอ่ งเทยี่ วทเ่ี ขา้ ไปชมไมค่ วรให้อาหารสัตว์ หรือสง่ เสียงดงั

วงั ปลา

มีตู้แสดงพันธุ์ปลาสองตู้ ตู้ใหญ่ขนาดความจุ 1,400 ตัน อีกตู้เป็นตู้ทรงกลมขนาด 600 ตัน มี
ปลาน้ำจืดหลากหลายชนิด ทั้งปลาพื้นเมืองใกล้สูญพันธุ์ และปลาที่พบเห็นได้ทั่วไป เช่น กระเบนราหู
ปลาตะเพียนทอง ปลาเสือพ่นนำ้ ปลาบึก ปลากดดำ เปน็ ตน้ ภายในอาคารยังมีภาพเขียนปลาไทยพร้อม
คำบรรยาย

รายวิชาอยุธยาศึกษา สค03128 70

ชมขัน้ ตอนการผลิตงาน
นักทอ่ งเท่ียวสามารถเข้าชมข้ันตอนการผลติ งานทีอ่ าคารฝึกอบรมศลิ ปาชีพ ซ่ึงประกอบด้วย

แผนกตา่ ง ๆแต่ห้ามส่งเสยี งรบกวนสมาธิการทำงาน หรือจับต้องผลติ ภณั ฑ์ บางแผนกห้ามถ่ายภาพ
ซือ้ ผลิตภณั ฑ์

ผลติ ภณั ฑข์ องศูนย์ฯ มีจำหน่ายที่ศาลาพระม่ิงขวัญ ซ่งึ เปน็ อาคารขนาดใหญ่ทรงไทยประยุกต์
สูงสชี่ ัน้ มีผลติ ภัณฑ์ เช่น เคร่ืองแก้ว เคร่อื งเซรามิก ผ้าทอ เคร่ืองจักสาน รวมไปถึงงานเครอ่ื งไม้ เช่น
โต๊ะ เก้าอ้ี เปน็ ตน้ บนชนั้ สองเปน็ ทจี่ ดั แสดงนทิ รรศการงานฝมี อื ชิ้นเยีย่ ม

พระตำหนัก ลักษณะสถาปตั ยกรรมแบบเรือนไทยโบราณ มีใตถ้ นุ สูง แวดล้อมดว้ ยไมด้ อกไม้
ประดับ และน้ำตกจำลอง บริเวณดา้ นหน้ามีประตมิ ากรรมทองเหลืองซ่งึ เป็นผลงานของศูนย์ฯ แห่งน้ใี ห้
ชม

รายวิชาอยธุ ยาศึกษา สค03128 71

ปางชา้ ง (แลเพนียด)

ประวตั ิโดยยอ่
ตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธุ์ พ.ศ. 2540 โดยได้รับการสนับสนุนจากกรมศิลปากร การท่องเที่ยว

แห่งประเทศไทย เดิมได้ตั้งชื่อว่า ปางช้างอยุธยา แล เพนียด และได้เปลี่ยนชื่อ ใหม่เป็น วังช้างอยุธยา แล
เพนียด เพื่อเป็นสิริมงคลแก่เจ้าของและสถานที่ ที่อยู่ในเขตอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา และ
เป็นพื้นที่มรดกโลก คำว่า แล หมายถึง แลมอง แลเห็น แลดู เป็นคำโบราณ เพนียด หมายถึง โบราณสถาน
เป็นที่ จับช้างโบราณ ตั้งแต่คร้ังกรงุ ศรีอยธุ ยา ความหมายรวม คือ เป็นสถานท่ีทำงานของช้าง และดูแล ได้
รวบรวม ชา้ ง ซง่ึ เป็นสัตว์ ท่ี เกยี่ ว ขอ้ ง กับ ประวตั ิศาสตร์ คู่ อยธุ ยา มานานาน เพอ่ื อนุรกั ษ์ ให้ ชนรุ่นหลัง
ไดส้ ัมผสั ชา้ งไทย พรอ้ ม บรกิ าร นักท่องเที่ยว ท้งั ชาวไทย และ ต่างชาติ มีบริการนง่ั ชา้ งทุกวัน ตั้งแต่เวลา
09.00 - 17.00 น.

รายวชิ าอยุธยาศกึ ษา สค03128 72

บทที่ 4
ภูมิปัญญา ปราชญ์ชาวบา้ น และแหล่งเรียนรทู้ ี่สำคัญ

ของจงั หวดั พระนครศรีอยุธยา

แนวคดิ
ภมู ปิ ญั ญา ปราชญ์ชาวบา้ น และแหลง่ เรยี นรู้ เป็นคลังหรอื แหล่งความรู้ ท่ีกลนั่ กรอง เรียบเรียง

สืบทอด ไว้ให้คนในชุมชนศกึ ษาค้นคว้า องค์ความรูเ้ หลา่ น้มี ีคุณค่าตอ่ ผคู้ น ชมุ ชน อยา่ งยิง่
จงั หวัดพระนครศรีอยุธยา มภี มู ิปัญญา ปราชญ์ชาวบ้าน และแหล่งเรียนรู้ ท่หี ลากหาย พรอ้ มท่ี

จะใหผ้ สู้ นใจไปศึกษาค้นคว้า เพ่อื การพัฒนาตนเอง ท้องถิ่น และประเทศชาติ ให้ยง่ั ยืนม่นั คงตอ่ ไป

ตวั ช้ีวัด
1. ระบุภมู ปิ ญั ญา ปราชญช์ าวบ้าน และแหลง่ เรยี นร้ทู ี่สำคญั ของจงั หวดั พระนครศรีอยธุ ยา
2. บอกประโยชนจ์ ากการใช้ภมู ิปญั ญา ปราชญช์ าวบ้าน และแหลง่ เรียนรู้ ท่ผี ูเ้ รียนสนใจหรอื

เกยี่ วขอ้ ง

เนอ้ื หา
1. ความหมาย ความสำคัญของภูมิปัญญา ปราชญช์ าวบ้าน แหลง่ เรียนรู้
2. ภมู ปิ ัญญา ปราชญ์ชาวบ้าน และแหล่งเรยี นรทู้ ี่สำคญั ของจงั หวดั พระนครศรอี ยุธยา
2.1 เกษตรกรรม
2.2 อตุ สาหกรรม
2.3 พาณิชยกรรม
2.4 คหกรรม
2.5 ศิลปหัตถกรรม

รายวิชาอยธุ ยาศกึ ษา สค03128 73

4.1 ความหมาย ความสำคัญ ของภมู ปิ ัญญา ปราชญช์ าวบา้ น และ แหลง่ เรียนรู้

4.1.1 ความหมาย ของภูมิปัญญา ปราชญช์ าวบ้าน และ แหลง่ เรียนรู้

4.1.1.1 ภมู ิปัญญา (wisdom)

คำว่า “ภูมิปัญญา” ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน หมายถึง “พื้นความรู้
ความสามารถ” ซง่ึ เป็นความรคู้ วามสามารถข้นั พื้นฐานนี้เกิดจากจนิ ตนาการและสติปัญญาอนั ชาญฉลาด
ของคนในสังคมใดสังคมหนึ่งที่คิดค้นสร้างสรรค์องค์ความรู้ หรือสิ่งประดิษฐ์ต่างๆอันเป็นประโยชน์เพ่ือ
ความอยู่รอดจากปัญหาอุปสรรคในการดำรงชีวิต และเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสะดวกสบายในสังคม
โดยมกี ารถา่ ยทอดภมู ิปัญญาเหลา่ นั้นสง่ ต่อกนั ผา่ นกระบวนการเลือกสรรและพฒั นาจากรุ่นมาสู่รุ่นจนถึง
ปัจจบุ นั

ภมู ปิ ัญญาแบ่งเปน็ 2 ระดบั คือ

ภมู ิปัญญาท้องถิน่ หรือ ภูมิปัญญาชาวบา้ นหมายถงึ ความร้ขู องชาวบา้ นในท้องถิ่น ซ่งึ ไดม้ าจาก
ประสบการณ์ และความเฉลียวฉลาดของชาวบ้าน รวมทัง้ ความรทู้ ี่ส่ังสมมาแต่บรรพบุรษุ สืบทอดจาก
คนรุ่นหนง่ึ ไปสคู่ นอีกรุ่นหนง่ึ ระหว่างการสืบทอดมีการปรับประยกุ ต์และเปลี่ยนแปลง จนอาจเกิดเป็น
ความรูใ้ หมต่ ามสภาวะทางสงั คมวฒั นธรรม และสิง่ แวดลอ้ ม (2013-10-25_11-48-40_0.667385
เรยี นร้เู ศรษฐกิจพอเพยี ง เคียงคกู่ ารทำนา โดยภมู ปิ ญั ญาท้องถิน่ )

ภมู ิปญั ญาไทย หมายถงึ ความรู้ความสามารถ วธิ ีการ ผลงาน ท่คี นไทยไดค้ น้ ควา้ รวบรวม และ
จัดเป็นความรู้ ถ่ายทอด ปรับปรุง จากคนรุ่นหนึ่งมาสู่คนอีกรุ่นหนึ่ง จนเกิดผลิตผลที่ดี งดงาม มีคุณค่า
มีประโยชน์ สามารถนำมาแก้ปัญหา และพัฒนาวิถีชีวิตจนเป็นที่ยอมรับและนำไปใช้กันโดยทั่วไปใน
ระดับชาติ (สารานุกรมไทยสำหรบั เยาวชนฯ / เลม่ ท่ี 23 / เรือ่ งที่ 1 ภมู ปิ ัญญาไทย

4.1.1.2 ปราชญช์ าวบ้าน หมายถึงบคุ คลผู้เปน็ เจ้าของภูมิปัญญาชาวบา้ น และนำภูมปิ ัญญามา
ใช้ประโยชน์ในการดำรงชีวิตจนประสบผลสำเร็จสามารถถ่ายทอดเช่ือมโยงคุณค่าของอดีตกับปัจจุบันได้
อย่างเหมาะสม

รายวิชาอยธุ ยาศกึ ษา สค03128 74

4.1.1.3 แหล่งเรียนรู้ หมายถึง แหล่งข้อมูล ข่าวสาร ความรู้และประสบการณ์ทั้งหลายท่ี
สามารถทำให้ผู้เรียนเกิดการเรยี นรู้ได้ด้วยตนเอง จากการได้คิดเองปฏิบัติเอง และสร้างองค์ความรู้ด้วย
ตนเอง ตามอัธยาศัยและต่อเนอื่ ง จนเกดิ กระบวนการเรียนรู้ และสุดทา้ ยกจ็ ะเปน็ บุคคลแหง่ การเรียนรู้

4.1.2. ความสำคญั ของภมู ปิ ัญญา ปราชญ์ชาวบา้ น และแหล่งเรียนรู้
4.1.2.1. ความสำคญั ของภูมปิ ญั ญา
ภูมิปญั ญาเปน็ พน้ื ฐานการประกอบอาชีพและเป็น รากฐานการพัฒนาทีเ่ ร่ิมจากการพัฒนา

เพื่อการพึ่งพาตนเอง การพัฒนาเพื่อการพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน และการพัฒนาที่เกิดจากการ
ผสมผสานองค์ความรู้สากลบนฐานภูมิปัญญาเดิม เพื่อเกิดเป็นภูมิปัญญาใหม่ที่เหมาะสมกับยุคสมัย
ดังนั้น ภูมิปัญญาจึงมีคุณค่าไม่เพียงต่อท้องถิ่นและผู้คนเท่านั้น แต่ยังเอื้อประโยชน์อย่างใหญ่หลวงต่อ
การวางแผนพัฒนาประเทศอย่างยัง่ ยืนและมั่นคง

4.1.2.2 ความสำคญั ของปราชญช์ าวบา้ น

ปราชญ์ชาวบ้านมคี วามสำคัญต่อความย่ังยนื ของชุมชนและชาตบิ ้านเมืองในฐานะของผทู้ รง
คุณธรรมคือเปน็ ผ้มู คี ุณสมบัตเิ ปน็ คนดี เป็นผ้ทู รงภูมปิ ญั ญามที ักษะความสามารถเชย่ี วชาญความรู้สาขา
ต่างๆและ มผี ลงานด้านการพัฒนาทอ้ งถ่นิ ของตน จนไดร้ ับการยอมรบั ของสังคมว่าเป็นคนเสียสละ
ทำงานเพื่อสว่ นรวม เปน็ แบบอยา่ งทีด่ ีของชาวบ้านทัว่ ไป วา่ มปี ระสบการณ์และ มีเอกลักษณ์ของตนเอง
“ปราชญช์ าวบา้ น” จงึ อยู่ในฐานะ “รากแก้ว” ของชาวบ้านท้งั ในระดับรากหญ้า

4.1.2.3 ความสำคญั ของแหล่งเรียนรู้
แหล่งเรยี นรเู้ ปน็ แหล่งที่รวมขององค์ความรู้อันหลากหลายพร้อมทีจ่ ะให้ผู้เรียนเข้าไปศึกษา

ค้นคว้า ด้วยกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่แตกต่างกันของแต่ละบุคคล และเป็นการส่งเสริมการเรียนรู้
ตลอดชีวติ เป็นแหล่งเชื่อมโยงให้สถานศึกษาและชุมชนมีความสัมพนั ธใ์ กลช้ ดิ กัน ทำใหค้ นในชมุ ชนมีส่วน
ร่วมในการจัดการศึกษาแก่บุตรหลานของตน เป็นแหล่งข้อมูลที่ทำให้ผู้เรียนเกิดการการเรียนรู้อย่างมี
ความสุข เกิดความสนุกสนาน และมีความสนใจที่จะเรียน ไม่เกิดความเบื่อหน่ายทำให้ผู้เรียนเกิดการ
เรียนรู้จากการได้คิดเองปฏบิ ตั ิเอง และสร้างความรดู้ ้วยตนเอง

(วารสารวชิ าการ ปที ่ี 1 มกราคม - มนี าคม 2548: https://www.myfirstbrain.com/)

รายวชิ าอยธุ ยาศกึ ษา สค03128 75

4.2 ภมู ิปัญญาและปราชญช์ าวบา้ น แบ่งเปน็ 5 ประเภท คอื

1. ประเภทเกษตรกรรม ได้แก่ วิธีการทำงาน และการประดิษฐ์เครื่องมือเครื่องใช้ต่าง ๆ
ที่นำมาใช้ในด้านเกษตรกรรมเช่น การทำไร่นาสวนผสมที่สอดคล้องกับแนวพระราชดำริใน
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเรื่อง “ทฤษฎีใหม่” การลงแขก การสร้างฝาย เครื่องมือเครื่องใช้ใน
การเกษตร เชน่ คนั ไถ ระหัด

2. ประเภทอุตสาหกรรม ได้แก่ กิจกรรมที่ใช้ทุนและแรงงานจำนวนมาก เพื่อที่จะผลิตสิ่งของ
หรือ จัดใหม้ ีบรกิ าร เชน่ อตุ สาหกรรมสิง่ ทอ อตุ สาหกรรมการทอ่ งเท่ยี ว

3. ประเภทพาณิชยกรรม ได้แก่ การซื้อขายสนิ ค้าและบริการ เชน่ ก๋วยเตี๋ยวเรือ
4. ประเภทคหกรรม ได้แก่ วิธีการ และเครื่องมือเครื่องใช้ด้านการทำอาหาร งานบ้านงาน
เรอื น เช่น การถนอมอาหาร อาหารพนื้ เมืองตา่ ง ๆ สมุนไพร
5. ประเภทศิลปหัตถกรรม ได้แก่ สิ่งประดิษฐ์ต่าง ๆ ที่ประดิษฐ์ด้วยมือ เช่น เครื่องจักสาน
เครื่องไม้ เครอ่ื งทอ เครือ่ งป้นั ดินเผา เคร่ืองหนงั เคร่ืองโลหะ การวาดลวดลายบนเรือกอและ

4.2.1 ภมู ิปญั ญาชาวบ้านของจังหวัดพระนครศรอี ยุธยา
จงั หวดั พระนครศรีอยธุ ยา เปน็ ราชธานเี ก่าของไทย จงึ มีภมู ปิ ญั ญาชาวบ้านทห่ี ลากหลายมา

ยาวนาน ดังนี้
4.2.1.1. ประเภทเกษตรกรรม
ประชาชนส่วนใหญ่ในทุกอำเภอของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประกอบอาชีพ

ทางการเกษตร โดยเฉพาะการทำนาขา้ ว จงึ มภี มู ปิ ญั ญาทางเกษตรกรรมอยทู่ ว่ั ไป ได้แก่
1.1 การทำนาข้าว

อำเภอเสนา คอื นายทองใบ ยื่งยง และนายณรงค์ กองสารศรี
การทำนาข้าวอนิ ทรีย์

อำเภอทา่ เรอื คอื นายสมเจตน์ โมราวงษ์
การผลติ ข้าวกล้อง

อำเภอมหาราช คือจ่าสบิ เอกดำรง เฉลิมภัตร์
1.2 การทำสวน
การทำสวนผลไม้

อำเภอเสนา สวนกล้วยไม้ คือนายมานติ ย์ แยม้ ประยูร
1.3 การทำไรน่ าสวนผสม

หมบู่ ้านเศรษฐกจิ พอเพียง

อำเภอวงั น้อย คอื นายสมส่ง พว่ งอ่างทอง

รายวิชาอยุธยาศึกษา สค03128 76

1.4 การเลี้ยงปศุสตั ว์

การเลย้ี งวัว

อำเภอเสนา คือนายฮมี ไกรพนั ธุ์
1.5 การประมงน้ำจดื

4.2.1.2. ประเภทอุตสาหกรรม
ประชาชนจำนวนหนึ่งของจังหวัดพระนครศรีอยธุ ยา ใช้ภูมิปัญญาประกอบอาชีพ

ทางด้านอุตสาหกรรม ได้แก่

การทำมดี อรญั ญกิ การทำช้อนสแตนเลส
อำเภอนครหลวง

สร้างบ้านทรงไทย
อำเภอเสนา คือนายจิบ การสมทรัพย์
อำเภอบางปะหัน คือนายสมจติ ร สขุ มะโน

4.2.1.3. ประเภทพาณิชยกรรม
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีภูมิปัญญาในการผลิตสินค้าเพื่อการค้าขายโดยตรง

ท่มี ีชือ่ เสียง ได้แก่
กว๋ ยเตี๋ยวเรอื

อำเภอเสนา คอื นางสำราญ สวนอยู่ และนางสำเริง แซ่ต้ัง

แปรรปู ปลา (ปลาร้า,น้ำปลา)
อำเภอผักไห่ คอื นางกิมซอ วงษเ์ พชร

ทอผา้ ขาวมา้
อำเภอภาชี คอื นางพสิ มยั ซอกดุล
4.2.1.4. ประเภทคหกรรม

ขนมกระยาสารท
อำเภอนครหลวง

ขนมไทยบา้ นเกาะ
อำเภอบางไทร

รายวชิ าอยุธยาศึกษา สค03128 77

ขนมบ้าบิ่น
อำเภอทา่ เรือ คอื นางทองสขุ พ่งึ เณร

ไข่เคม็
อำเภอท่าเรอื คือนางนพวรรณ พรหมนิมติ

ไขเ่ ค็มดินสอพอง
อำเภอมหาราช คือนางโสภา ศรฤี กษ์

สมุนไพรอายุวัฒนะ
อำเภอบางปะอิน คอื นางลำพูน พรรณไวย

4.2.1.5. ประเภทศิลปะหตั กรรม
การทำดอกไม้ประดิษฐจ์ ากตน้ โสนหางไก่

อำเภอบางปะอิน คอื นางนิศากร อิ่มสมบูรณ์
การทำงอบใบลาน

อำเภอบางปะหนั คือนายธาราวุฒิ จุลวงศ์
การป้ันหวั สตั ว์

อำเภอผักไห่ คือนางจินตนา พง่ึ ประยูร
การทำหัวโขนจิ๋ว

อำเภอผักไห่ คือนางสำราญ คำจนั ทร์
อำเภอภาชี คอื นางเจือจันทร์ เสาฤกษ์
การสานเขง่ ปลาทู
อำเภอมหาราช คอื นางสมศรี ชิรกุล
การทำไมค้ านหางหงส์
อำเภอมหาราช คือนายเท้ยี ม ผลภาค
การทำเรอื จำลองเล็ก
อำเภอท่าเรอื คือนายอนนั ต์ ชิงชยั
ไมด้ ดั สวนเปยี๊ ก
อำเภอทา่ เรอื คอื นายสุรสทิ ธิ์ สวุ รรณทรัพย์
ผลติ ภณั ฑ์จักสานไม้ไผ่
อำเภอทา่ เรอื คอื นายชาญ ศรสี วัสดิ์
ผลติ ภณั ฑ์จักสานหวาย
อำเภอเสนา คือนายเกษมศกั ดิ์ สทุ ธปิ ระเสริฐ

รายวิชาอยธุ ยาศกึ ษา สค03128 78

การทำกรอบพระ และแกะสลกั กำไลทอง แหวนทอง
อำเภอเสนา คอื นายประสาน นำ้ ใจดี

การเจยี ระไนพลอย
อำเภอเสนา คือ นายบุญส่ง ธนะสนั ต์

ช่างแกะสลักเครอื่ งดนตรีไทย
อำเภอเสนา คอื นายสมยศ เกดิ ทรง นายแกน่ กล่ันกล้า
นายทองสุข เกิดทรง นายวนิ ยั บญุ สนนุ่
และ นายกิตติ เกตกุ ารณ์

การทำคอนโดดกั ปลา
อำเภอวงั น้อย คอื นายสนอง สาดบางเคียน

ข้อมูลภูมิปัญญาชาวบา้ นทส่ี ำคญั

มีดอรัญญกิ

ประวัติความเปน็ มาของมดี อรญั ญกิ
ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 2 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ชาวลาวเวียงจันทน์ได้อพยพมาตั้งถิ่นฐาน อยู่
บริเวณบ้านต้นโพธิ์ และบ้านไผ่หนอง (ปัจจุบันคือพื้นที่ หมู่ที่ 6 และหมู่ที่ 7 ตำบลท่าช้าง อำเภอ
นครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา) ชาวลาวที่พากันอพยพมาส่วนใหญ่มีอาชีพทางช่าง มีช่างตีเหล็ก
กับชา่ งทำทอง
ลกั ษณะเด่นของมีดอรัญญิก
ตัง้ แตก่ ารเลือกวสั ดุ เช่น เหลก็ ถา่ นท่ีใช้ในการเผามดี การเผาเหล็กท่ีได้อุณหภูมิพอเหมาะที่จะ
ทำการตีขึ้นรปู (หลาบ) หรอื (ซำ้ ) หรอื การใช้ค้อนตเี นื้อเหล็กท่เี ป็นรปู แล้วใหเ้ รียบเปน็ มนั มเี นอ้ื แน่น (ไห่)
การแตง่ ใหไ้ ดร้ ูปเลม่ ทส่ี วยงาม การทำคมใหเ้ หมาะสมกับชนิดการใช้งานของมีด และการชบุ คมให้แข็งซึ่ง
เป็นสูตรลับและภมู ปิ ญั ญาทส่ี บื ทอดและพฒั นากันมา บางชนดิ สามารถใชฟ้ ันตะปูขาดโดยคมมดี ไม่มีรอย
บิน่ เลย

4.2.2.2. ปราชญ์ชาวบา้ นของจังหวดั พระนครศรอี ยุธยา
จังหวดั พระนครศรีอยธุ ยา มปี ระวัติความเปน็ มายาวนาน ต้ังแต่เป็นราชธานีเก่าของไทย

จงึ มปี ราชญ์แขนงต่าง ๆ ถ่ายทอดภมู ิปัญญาจากรุ่นส่รู ุ่นมาจนถึงปจั จุบัน ดังนี้

รายวชิ าอยธุ ยาศึกษา สค03128 79

4.2.2.1. ประเภทเกษตรกรรม
ประชาชนส่วนใหญ่ในทุกอำเภอของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประกอบอาชีพ
ทางการเกษตร โดยเฉพาะการทำนาข้าว จึงมีปราชญ์ชาวบ้านด้านการทำนาอยู่ทั่วไป คนสำคัญท่ี
ปัจจุบันเปน็ วิทยากรเผยแพรค่ วามร้ดู ้านการทำนา ไดแ้ ก่
การทำนา และการทำปุ๋ยหมักชวี ภาพ นายปฐพี พวงสวุ รรณ์ (อำเภอผักไห)่
4.2.2.2. ประเภทอุตสาหกรรม
ภูมิปัญญาที่ปราชญ์ชาวบ้านของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สืบทอดการผลิตจำหน่ายเป็น
อุตสาหกรรม ส่งตัวรุ่นต่อรุ่นจนถึงปัจจุบัน ได้แก่ การทำมีดอรัญญิก ที่อำเภอนครหลวง การทำมีด
อรัญญิก
4.2.2.3. ประเภทพาณชิ ยกรรม
ปราชญ์ชาวบ้านของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาที่ใช้ภูมิปัญญาอันสืบทอดและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
มาผลิตเป็นสินค้าจำหน่ายมายาวนานจนมชี ่ือเสยี งเปน็ ที่รูจ้ ักของจังหวดั พระนครศรีอยธุ ยา คือบุคคลท่ีมี
องค์ความรูใ้ นการผลติ พดั สานจากอำเภอบ้านแพรก นางระยอง แก้วสิทธ์ิ
4.2.2.4. ประเภทคหกรรม
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีปราชญ์ทางด้านการทำขนมไทย โดยเฉพาะขนมบ้าบิ่นต้นตำหรับ สืบ
ทอดมาจากร่นุ พ่อแม่ นางทองสุข พ่งึ เณร
4.2.2.5. ประเภทศิลปหตั กรรม ศิลปะการแสดง และศลิ ปทัว่ ไป
พระนครศรีอยุธยา เป็นกรงุ เก่า จงึ มีปราชญท์ างด้านศลิ ปะแขนงตา่ ง ๆ จำนวนมาก ได้แก่ การทำ
เมรุลอย นายไสว สนธิ อำเภอเสนา หมอทำขวัญนาค นายเฉลียว นกทอง อำเภอมหาราช ปี่พาทย์
นายวิชัย บุญพยัคฆ์ อำเภอเสนา ดอกไม้ไฟ นายสมใจ สุขสม อำเภอเสนา การแสดงลิเก นายเด่นชยั
อเนกลาภ นายสมพงษ์ ไตรหาญ (สมพงษ์บ้านแพน) นายอำนาจ แสงอ่อน (แพทองเพชรรงุ่ เรอื ง)
นายชรูด กิจโชคดี (คณะรวมมิตรบ้านแพน) แตรวง นายบุญลือ ธนีรมย์ อำเภอเสนา ดนตรีไทย (วงป่ี
พาทย)์ นายวเิ ชียร จำปาทพิ ย์ อำเภอมหาราช การแสดงดนตรีไทย ดร.พนิ จิ ฉายสุวรรณ์ การดนตรี
ไทย (ระนาด) นายเฉลียว จำนงถ้อย นางพรวิไล ทรพั ยส์ จุ ริต

รายวชิ าอยุธยาศกึ ษา สค03128 80

ข้อมูลปราชญ์ชาวบ้านท่ีสำคัญ
นางระยอง แก้วสิทธิ์
พดั สานบ้านแพรก

ปจั จบุ นั อยู่บา้ นเลขที่ 9/1 หมู่ท่ี 4 ตำบลบา้ นใหม่ อำเภอบา้ นแพรก จังหวดั พระนครศรอี ยุธยา
หมายเลข โทรศัพท์ 089 – 0863195 เกิดวันท่ี 23 เมษายน 2499 อายุ 56 ปี

นายไสว สนธิ
การทำเมรุลอย
สร้างครั้งแรกประมาณ ปี พ.ศ.2480 ในงานปลงศพโยมแม่ของ เจ้าอาวาสวัดประดู่โลกเชษฐ์
ผู้ออกแบบและควบคุมการสร้างคือพระอาจารย์เทียม พระสงฆ์จากวัดกษัตราธริ าช ซึ่งเป็นพระภิกษุทีม่ ี
ความสามารถด้านงานช่าง มีฝีมือหลายด้าน โดยเฉพาะงานก่อสร้าง ซึ่งช่างที่ร่วมสร้างเมรุลอย ในขณะ
นน้ั มีนายสาย ฤกษอ์ ุโฆษ รวมอยู่ดว้ ย สำหรบั พระอาจารยเ์ ทยี ม เคยสรา้ งเมรุลอยสามชั้น ยอดเดียวใชใ้ น
การเผาศพที่วัดกษัตราธิราช ในสมัยที่ยังไม่มีเมรุปูนถาวร แต่หลังจากที่สร้างเมรุถาวรขึ้นแล้ว วัด
กษัตราธริ าชจึงเลกิ ใชเ้ มรลุ อยในการเผาศพ เมรลุ อยทที่ ่านสรา้ งไวป้ จั จุบันไม่เหลือร่องรอยให้ศึกษา ส่วน
เมรุลอยหลังที่ พระอาจารย์เทียมสร้างขึ้นในวัดประดู่โลกเชษฐ์นั้น หลังจากเสร็จงานแล้ว ทางวัดจึงเกบ็
รักษาไว้ให้วัดต่างๆ ในอำเภอเสนา และอำเภอใกล้เคียงยืมใช้ในการเผาศพ โดยมี นายสาย ฤกษ์อุโฆษ
เปน็ ผูด้ แู ลรกั ษา

รายวชิ าอยธุ ยาศกึ ษา สค03128 81

ในปัจจุบันเมื่อสังคมไทยได้เห็นความสำคัญต่อการสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมในเมรุลอย จึงมี
ช่างรุ่นใหม่เกิดขึ้น ได้รับการสืบทอดดังกล่าว ช่างที่มีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟูพัฒนารูปแบบเมรุลอย
ของตำบลหัวเวียงในปัจจุบัน ได้แก่ อาจารย์ธเนศ สนธิ บุตรของนายไสว สนธิ (นายกเทศมนตรีตำบล
หัวเวียง) จบการศึกษาระดับปริญญาโท จากมหาวิทยาลัยศิลปากร ได้นำความรู้ในเรื่อง สถาปัตยกรรม
ไทย และลายไทยมาปรับปรุง และพัฒนาเมรุลอยให้มีรูปแบบทางสถาปัตยกรรมและการใช้ลวดลาย
อย่างถูกต้องและยัง ให้ความช่วยเหลือเจ้าของเมรุลอย หลายๆ ราย ในการออกแบบลายเพื่อปรับปรุง
เมรลุ อยของตนเอง

4.2.3 แหลง่ เรียนร้ทู สี่ ำคญั ของจังหวดั พระนครศรีอยุธยา

พพิ ธิ ภัณฑส์ ถานแหง่ ชาติเจา้ สามพระยา

หลังจากพบเครื่องทองและโบราณวัตถุในกรุพระปรางค์วัดราชบูรณะ พระบาทสมเด็จพระ
เจ้าอยู่หัวพระราชทานคำแนะนำให้เก็บรักษาโบราณวัตถุเหล่านั้นแสดงไว้ในพื้นท่ี และพระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จมาทรงทำพิธีเปิดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยาเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม
พ.ศ.๒๕๐๔

พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติเจ้าสามพระยามีอาคารจัดแสดง 3 อาคาร อาคารที่ 1 สิ่งที่จัด
แสดงได้แก่จัดเครื่องทองและวัตถุโบราณจากวัดราชบูรณะ พระบรมสารีริกธาตุจากวัดมหาธาตุ เศียร
พระพทุ ธรูปอทู่ องจากวดั ธรรมิกราช พระพุทธรูปศลิ ปะทวารวดจี ำหลกั จากหนิ ทรายขาวอายกุ วา่ พันปีซ่ึง
เปน็ 1 ใน 6 องคข์ องโลก เครื่องไมจ้ ำหลักอ่ืนๆ เชน่ หนา้ บนั โขนเรือครุฑ บานประตูพระสถูปวัดพระ
ศรีสรรเพชญ์ อาคารที่ 2 จัดแสดงเคร่ืองดนิ เผายคุ ก่อนประวัติศาสตร์จนถงึ ยคุ รตั นโกสนิ ทร์ ส่วนอาคาร
ท่ี 3 จัดแสดงนิทรรศการภาพเกา่ ของอยธุ ยารวมทงั้ เคร่ืองใช้ในครัวเรอื นของไทยโบราณ ซ่งึ ลว้ นนา่ ชมย่ิง

รายวชิ าอยุธยาศึกษา สค03128 82

พระราชวังหลวง

บรเิ วณพระราชวังหลวงทีข่ ยายไปอย่ดู ้านแมน่ ้ำลพบุรี แบง่ เปน็ 3 ช้นั
เขตพระราชฐานชั้นนอก เป็นพื้นที่ราชการหลายฝ่ายเช่น เช่น ศาลาลูกขุน โรงกษาปณ์ หอ
แปลพระราชสาสน์ เป็นตน้
พระราชฐานชั้นกลาง มีทางพระฉนวนเชื่อมไปยังด้านเหนือของวัดพระศรีสรรเพชญ์และเปน็
ทางพระราชดำเนนิ ลงสูท่ า่ เทียบเรือพระที่นั่งที่เรียกวา่ ฉนวนน้ำ เป็นพื้นที่พระราชฐานฝ่ายหน้า มีพระท่ี
น่ังองค์สำคญั ต่างๆ คือ
พระทนี่ ัง่ วิหารสมเด็จ
ต้งั อยูท่ างตอนใตส้ ดุ เป็นปราสาทยอดปรางค์ มมี ุขหน้าหลังยาวแตม่ ุขขา้ งสน้ั มีกำแพงแกว้ ล้อม
2 ดา้ น ตามพงศาวดารกลา่ วว่าสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง โปรดให้สร้าง เมื่อ พ.ศ. 2186 เพ่ือแทนพระ
ที่นงั่ มงั คลาภเิ ษกท่ีถูกฟ้าผ่าไฟไหม้ ชาวบ้านเรยี ก "ปราสาททอง" เนื่องจาก เป็นปราสาทปิดทององคแ์ รก
ทส่ี ร้างข้ึน สำหรับประกอบพระราชพิธีตา่ งๆ
พระทีน่ ั่งสรรเพชญปราสาท
เป็นปราสาทยอดปรางคต์ ้งั อยู่ตรงกลาง สร้างแบบเดียวกนั กับ พระท่ีน่ังวิหารสมเด็จ มมี ขุ เด็จ
ย่นื ออกมา เพื่อเสดจ็ ออกรบั แขกเมือง มโี รงชา้ งเผอื กกระหนาบอยู่ทัง้ สองข้าง สมัยกรงุ ศรีอยุธยาเป็น
สถานท่ีรับแขกเมืองและทูตานทุ ูตโดยเฉพาะทตู ฝร่งั เศสในแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

พระท่ีนัง่ สรุ ิยาสน์อมรนิ ทร์
เปน็ ปราสาทจตุรมขุ กอ่ ดว้ ยศิลาแลง อยตู่ ดิ กำแพงรมิ นำ้ เดิมช่อื พระทนี่ ั่งสรุ ยิ ามรินทร์ ตอ่ มา

เปลี่ยนเป็นช่ือน้เี พื่อให้คล้องกับชอื่ พระท่ีนั่งสรรเพชญปราสาท ก่อสร้างเปน็ ปราสาทจตุรมุขยกพ้ืนสูง
กวา่ พระท่ีน่งั องค์อื่นๆ ใช้เปน็ ท่ีสำหรบั ประทบั ทอดพระเนตรขบวนแหท่ างนำ้ เคยเป็นท่ีประดษิ ฐสถาน
พระบรมศพสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

รายวชิ าอยุธยาศกึ ษา สค03128 83

พระทีน่ ่ังจกั รวรรดิไพชยนต์
สมเด็จพระเจ้าปราสาททองสร้างเมื่อ พ.ศ. 2175 เดิมพระราชทานนามวา่ "พระทน่ี ั่งสิริยโสธร

มหาพิมานบรรยงก"์ ตอ่ มาจึงเปล่ยี นเปน็ "พระทน่ี ั่งจักรวรรดิไพชยนต์" ลกั ษณะเปน็ ปราสาทตรีมขุ
ตัง้ อยบู่ นกำแพงช้นั ใน หน้าพระราชวงั เปน็ ท่ีสำหรับทอดพระเนตรกระบวนแห่ในพระราชพิธอี อกสนาม
และการฝึกซ้อมกระบวนรบ เหมอื นพระที่น่ังพุทไธสวรรยท์ ่ีพระบรมมหาราชวงั ในปจั จุบันท่กี รงุ เทพ

เขตพระราชฐานชนั้ ใน
พระที่น่ังตรีมุข

อยู่ข้างหลงั พระท่นี ง่ั สรรเพชญปราสาท ไมป่ รากฏปที ีส่ รา้ ง เขา้ ใจวา่ เดมิ เป็น พระทีน่ ั่งฝา่ ยใน
และเป็นทป่ี ระทบั ในอทุ ยาน

พระที่นั่งทรงปืน
อย่รู มิ สระด้านตะวนั ตก ใกลพ้ ระทน่ี ่งั บรรยงก์รัตนาสน์ อาจใชเ้ ปน็ ท่ีฝกึ ซ้อมเพลงอาวธุ ใน

สมยั สมเดจ็ พระเพทราชาทรงใช้เปน็ ทีเ่ สดจ็ ออกขุนนาง โดยเปดิ ทางให้เขา้ ทางดา้ นตะวนั ตก ตรงริม
คลองฉะไกรใหญห่ รือคลองท่อในปจั จบุ ัน
พระที่นั่งบรรยงคร์ ตั นาสน์ (พระที่น่งั ทา้ ยสระ)

เปน็ ปราสาทจตุรมขุ ต้งั อยบู่ นเกาะกลางสระนำ้ สมเดจ็ พระเพทราชา โปรดให้สรา้ งขน้ึ เป็นที่
ประทบั สำราญพระราชหฤทยั เมื่อ พ.ศ. 2231 และได้เสดจ็ ประทับตลอดรชั กาล มพี ระแทน่ สำหรบั
ทอดพระเนตรปลาทที่ รงเลย้ี งไวใ้ นสระน้ันดว้ ย เคยตั้งพระบรมศพสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หวั บรมโกศและพระ
มเหสีคอื สมเด็จพระพันวษาน้อยพระราชมารดาสมเดจ็ พระเจ้าอุทมุ พรและสมเด็จพระเจ้าเอกทศั

วังจันทรเกษม

สร้างในสมัยสมเดจ็ พระมหาธรรมราชา พระราชทานสมเดจ็ พระนเรศวรมหาราช แตเ่ ดมิ
เรียกว่าวงั จนั ทรห์ รอื วังใหม่ มีเจา้ นายวังหนา้ ครองอยู่ 8 พระองค์ หลงั เจา้ ฟ้าธรรมาธิเบศร์ (เจ้าฟา้ กุ้ง)
สน้ิ พระชนมว์ งั รา้ งมาจนเสยี กรุง รัชกาลที่ 4 โปรดให้ปฏิสงั ขรณ์ใหญเ่ พอื่ เปน็ ที่ประทับเม่ือเสดจ็
ประพาสอยธุ ยา ในรชั กาลท่ี 5 พระราชทานให้เป็นท่ีตัง้ มณฑลกรงุ เก่า คร้ังพระยาโบราณราชธานนิ ทร์
ได้รบั ราชการเปน็ สมุหเทศาภิบาลมณฑล ( รายละเอียดอยใู่ นแหล่งท่องเท่ียวบทที่ 3)

รายวิชาอยธุ ยาศึกษา สค03128 84

พระราชวงั บางปะอนิ
ตั้งอยู่ท่ีอำเภอบางปะอนิ ซง่ึ อยู่ห่างจากเกาะเมอื งมาทางทิศใต้ประมาณ 18 ก.ม. สามารถเดนิ ทางไป
ได้ท้ังทางรถยนต์และรถไฟ ในสมัยอยุธยา สมเด็จพระเจ้าปราสาททองสรา้ งพระทน่ี ่ังไอศวรรย์ทพิ ย
อาสนข์ ้นึ ในพ้ืนที่ใกลก้ บั วดั ชุมพลนิกายาราม ในบรเิ วณนวิ าสสถานเดมิ ของพระราชมารดา (แม่อนิ ) ริม
แมน่ ำ้ เจ้าพระยา ภายหลงั การเสียกรงุ วงั นรี้ กรา้ งอย่จู นถึงรัชกาลที่ 4 จึงโปรดให้ฟืน้ ฟูข้ึนใหม่ โดยสร้าง
พระท่ีนั่งวโรภาสพิมานและพระท่นี ่ังไอศวรรย์ทพิ ยอาสน์ ในสมัยรัชกาลที่ 5 ทรงสรา้ งพระทีน่ ่งั และ
อาคารตา่ งๆ เพิ่มเตมิ อีกซง่ึ ลว้ นแต่มีรปู แบบจากประเทศตา่ งๆ ในยุโรปทีท่ รงพบเหน็ จากการเสด็จ
ประพาสยุโรปครั้งแรก
โบราณสถานทน่ี ่าสนใจในพระราชวงั บางปะอิน

พระท่ีนั่งไอศวรรย์ทพิ ยอาสน์
เป็นอาคารโถงทรงมณฑปจัตรุ มขุ อยู่กลางสระ สรา้ งในสมัยรัชกาลที่ 5 ภายในประดิษฐานพระบรม

รปู ของพระองค์ แต่เดิมสรา้ งดว้ ยไม้ทั้งองค์ ตอ่ มา รัชกาลท่ี 6 โปรดฯใหเ้ ปลีย่ นเสาและพน้ื เป็น
คอนกรีตเสริมเหลก็ ท้ังหมด

รายวชิ าอยุธยาศึกษา สค03128 85

พระทีน่ ง่ั อุทยานภมู ิเสถียร
อยู่ทางทิศตะวนั ออกตรงข้ามกบั สระน้ำ เดมิ เป็นพระที่นง่ั ไม้ ทงั้ ช้นั บนและช้นั ลา่ งมีเฉลยี งตามแบบ

ชาเลตของสวิส ทาสีเขียวอ่อนแกส่ ลับกันดว้ ยงานชา่ งท่ีประณตี ส่งิ ประดบั ตกแตง่ ภายในเปน็ เครือ่ งเรือน
ไม้มะฮอกกานีสลักลายทองจากยโุ รปทงั้ สน้ิ และเคร่ืองราชบรรณาการจากหวั เมืองตา่ งๆ ท่ัว
ราชอาณาจกั ร พระท่ีนง่ั อุทยานภมู เิ สถียรได้เกิดเพลิงไหม้หมดทง้ั องค์ขณะทมี่ ีการซ่อมรกั ษาเมื่อวนั ท่ี 9
ธันวาคม พ.ศ. 2481 คงเหลือแต่หอนำ้ ปจั จบุ ันสมเด็จพระนางเจา้ พระบรมราชินนี าถทรงขอพระบรม
ราชานญุ าต สร้างขน้ึ ใหมต่ ามแบบเดิมทุกประการ แต่เปล่ยี นวสั ดุจากไมเ้ ปน็ อาคารคอนกรีตแทน

หอวิฑูรทัศนา
เป็นพระทีน่ ั่งหอสูงยอดมน ตงั้ อยู่กลางเกาะนอ้ ยในสวนเขตพระราชวงั ชนั้ ใน ระหว่างพระท่ีน่งั

อทุ ยานภมู เิ สถยี รกบั พระทนี่ ่ังเวหาศนจ์ ำรูญ เป็นพระที่นง่ั 3 ชน้ั มบี นั ไดเวียน เปน็ หอสอ่ งกลอ้ งชมภมู ิ
ประเทศบ้านเมืองโดยรอบสร้างในรัชกาลท่ี 5 เมื่อปี พ.ศ.2424 บรเิ วณสนามหญ้ามีหมู่ไมด้ ดั รูปชา้ งเป็น
เคร่อื งเตือนใหร้ ะลึกวา่ พ้ืนท่ีบางปะอินน้ีเคยมชี ้างอาศยั อยู่ด้วย

รายวิชาอยธุ ยาศึกษา สค03128 86

พระท่ีนั่งเวหาศน์จำรญู
ตง้ั อยู่ทางตอนเหนือของพระราชวงั ถัดจากหอวิฑรู ทศั นา พระทน่ี ง่ั องค์นี้มนี ามเป็นภาษาจีนว่า

"เทยี น เมง่ เต้ย" (เทียน=เวหา, เมง่ =จำรูญ, เตย้ =พระท่ีนงั่ ) ประชาชนทวั่ ไปเรยี กว่า "เกง๋ จีน" เพ่อื เป็นท่ี
ประทบั ในฤดหู นาว โดยกลุ่มพ่อคา้ ชาวจีนในไทยซึ่งนำโดยพระยาโชดกึ ราชเศรษฐี (ฟัก โชติกสวสั ด)ิ์
สรา้ งถวาย รชั กาลท่ี 5 ในปี พ.ศ. 2432 ลกั ษณะเป็นพระที่น่ังศิลปะแบบจีน ที่มีลายแกะสลกั ได้งาม
วจิ ติ ร โถงท้องพระโรงดา้ นหนา้ พระทีน่ ง่ั ปูดว้ ยกระเบ้ือง แบบกงั ไส เขยี นภาพด้วยมือทุกช้ิน แม้ว่าภาพ
จะเหมือนกนั แตเ่ น่ืองจากเปน็ งานฝีมือ จึงชวนศึกษาช่นื ชมความงดงามในรายละเอียดที่แตกตา่ ง กนั
ส่วนท่ีท้องพระโรงกลางเปน็ ที่ประดิษฐานพระปา้ ยจารึกพระปรมาภิไธยภาษาจีน เรียกวา่ เกสนิ (หรือ
เกซ้ิง) คือพระปา้ ยพระปรมาภิไธยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ ัว กับสมเด็จพระเทพศิรนิ
ทราบรมราชนิ ี และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กับสมเด็จพระศรพี ัชรนิ ทราบรมราชนิ ี
นาถจัดพระราชพธิ ีสังเวยในวนั แรกก่อนถึงวันตรุษจนี ของทุกปี

พระทนี่ ง่ั วโรภาษพิมาน
สร้างสมยั รัชกาลท4ี่ อยู่ดา้ นเหนือของ "สะพานเสดจ็ " ซึ่งเป็นทา่ น้ำสำหรบั เสด็จพระราชดำเนินขน้ึ

ลง เดมิ เป็นพระท่นี ั่งไมส้ องชั้น ใชเ้ ป็นท่ปี ระทบั และท้องพระโรงร่วมกัน ตอ่ มารัชกาลที่5 โปรดฯใหร้ ้อื
สร้างใหมเ่ ป็นอาคารชั้นเดยี วทรงวิหารกรกี แบบคอรนิ เธียรออร์เดอร์ภาษาจนี เรียกวา่ เกสนิ (หรอื เกซิ้ง)
ใช้เปน็ ทอ้ งพระโรงสำหรับเสด็จออก ขนุ นางและในรัชกาลท่ี6 เคยเปน็ สถานท่ีประกอบพระราชพิธี
อภเิ ษกสมรสพระบาทสมเจ้าพระปกเกล้าเจา้ อยู่หวั และสมเด็จพระนางเจา้ รำไพพรรณีและเคยเปน็ ท่ี
รบั รองแขกเมืองหลายคร้ัง เช่นปี พ.ศ. 2436 รับรองพระเจ้าชาร์ลคลัสแห่งประเทศรัสเซีย ปี พ.ศ. 2436
รบั รองมองซเิ ออราวีร์ ทูตฝรั่งเศส และปี พ.ศ. 2452 รบั รองดุ๊กและดชั เชสโยฮนั เบรต แห่งเมอื งบรนั
ทวที แห่งประเทศเยอรมนั ถงึ ในปจั จบุ นั ก็ยังใช้เปน็ ที่รบั รองแขกเมอื งสำคัญอยูเ่ สมอ สง่ิ สำคัญในพระท่ี
นง่ั เป็นภาพชุดพระราชพงศาวดาร กับภาพจากวรรณคดี พระทนี่ ่ังแหง่ นย้ี งั เป็นทป่ี ระดิษฐานพระแท่น
เศวตฉตั รอนั แสดงความเปน็ เขตพระราชฐาน ดว้ ย

รายวชิ าอยุธยาศกึ ษา สค03128 87

หอเหมมณเฑียรเทวราช
ตงั้ ในเขตพระราชวังชัน้ นอกริมสระใต้ตน้ โพธิ์ ศาลเดมิ ชาวบ้านสร้างไว้ อทุ ิศถวายพระเจา้ ปราสาท

ทอง กษัตริย์กรุงศรอี ยธุ ยา สมเด็จพระจลุ จอมเกลา้ เจ้าอยู่หัว ทรงสรา้ งใหม่เปน็ พระปรางคศ์ ิลา เพ่ือ
ประดิษฐานเทวรปู สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง เพ่ือใช้แก้บนตามทที่ รงอธิษฐานไว้ในคราวเหตุเรอื พระ
ประเทยี บลม่ ท่ตี ำบลบางพูดเม่อื พ.ศ.2422 เพื่อขอใหพ้ ระราชโอรสคอื สมเดจ็ เจา้ ฟา้ วชริ ุณหศิ ทรง
ปลอดภัย

อนสุ าวรยี ์สมเดจ็ พระนางเจ้าสุนนั ทากุมารรี ตั น์ (อนสุ าวรีย์พระนางเรือล่ม)
ต้งั อยู่ทางด้านทิศตะวนั ออกของพระราชวงั ก่อสร้างดว้ ยหนิ ออ่ นกอ่ เป็นแท่ง 6 เหลย่ี ม สูง 3 เมตร

บรรจุพระสริรังคารของสมเด็จพระนางเจ้าสุนนั ทา กุมารีรตั น์พระมเหสีในพระบาท สมเดจ็ พระ
จุลจอมเกล้าเจา้ อยู่หวั ซ่งึ สิน้ พระชนม์ในอุบัติเหตุเรอื พระประเทยี บลม่ พร้อมเจา้ ฟ้ากรรณาภรณ์เพชรตั น์
พระราชธิดาและพระโอรสในพระครรภ์

สภาคารราชประยูร
เปน็ ตกึ สองชัน้ ศิลปะแบบฝรั่งเศสตัง้ อยู่รมิ น้ำตรงหนา้ พระทน่ี ง่ั วโรภาษพมิ าน ในเขตพระราชวงั

ชั้นนอกสร้างในรชั กาลที่ 5 สำหรบั ใช้เปน็ ทปี่ ระทบั ของเจ้านายฝา่ ยหน้าและขา้ ราชบริพาร

เกง๋ บุปผาประพาส
เปน็ ตำหนักเล็กแบบเรือนขนมปงั ขิงอยู่กลางสวนริมสระน้ำเพือ่ เปน็ ทีป่ ระทบั สำราญพระอรยิ าบท

ของเจา้ นายฝา่ ยใน สรา้ งในสมยั รชั กาลที่5 และในเขตพระราชวังชนั้ ในนีย้ งั มหี มพู่ ระตำหนกั ของเจ้านาย
ฝ่ายในอกี หลายหลังท่ีมีรูปแบบทางศลิ ปะตา่ งๆกันเปน็ น่าศึกษาอย่างย่งิ

รายวิชาอยุธยาศึกษา สค03128 88

วดั นเิ วศธรรมประวัติ
วดั ไทยในแบบฝร่งั ต้ังอยบู่ นเกาะกลางแม่น้ำเจ้าพระยา ฝ่ังตรงขา้ มกับพระราชวังบางปะอนิ
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หวั โปรดให้สรา้ งพระอโุ บสถศลิ ปะแบบโกธิค (Gothic) น้ี เมอื่
พ.ศ. 2421 ภายในประดับตกแตง่ ด้วยกระจกสี อยา่ งสวยงาม อยา่ งโบสถ์ฝรั่ง แม้แตฐ่ านชกุ ชที ี่
ประดิษฐาน พระประธาน คือ พระพุทธนฤมลธรรโมภาสและพระสาวก ก็ทำเหมือนทีต่ ง้ั ไม้กางเขนใน
โบสถ์ครสิ ต์ ช่องหน้าต่างท่เี จาะไวก้ ็เปน็ หน้าตา่ งโค้งท่ฝี าผนงั โบสถด์ ้านหนา้ พระประธานจะเห็นภาพ
ประดิษฐ์กระจกสีเป็นพระบรมฉายาลกั ษณ์ของรัชกาลที่ 5 ตา่ งไปจากภาพมารผจญตามคตนิ ยิ มเดมิ
ถัดไปทางขวาของ พระอโุ บสถมหี อประดษิ ฐานพระคนั ธารราษฎร์ ซึง่ เป็นพระพุทธรูปยนื ปางขอฝนตรง
ขา้ มกับหอพระคันธารราษฎร์เปน็ ท่ปี ระดิษฐานพระ พุทธรปู ศิลาปางนาคปรกอายนุ บั พันปีฝมี ือช่างขอม
โบราณ ประดิษฐานอยใู่ ต้ตน้ พระศรีมหาโพธใ์ิ หญ่

พระราชานสุ าวรีย์สมเดจ็ พระสรุ โิ ยทัย

เปน็ พระอนุสาวรียข์ องวีรสตรสี มยั อยธุ ยาคือสมเด็จพระสุริโยทยั ตง้ั อยบู่ นเกาะกลางนำ้ พ้ืนท่ี
แกม้ ลงิ บรเิ วณทงุ่ มะขามหย่อง ตำบลบา้ นใหม่ อำเภอพระนครศรีอยธุ ยา ซง่ึ มพี ้ืนทปี่ ระมาณ 250 ไร่ ตวั
อนุสรณส์ ถาน ประกอบด้วยพระราชานุสาวรยี ส์ มเดจ็ พระสุริโยทยั ทรงพระคชาธารเครือ่ งมัน่ ซงึ่ ในพระ
ราชพงศาวดารกล่าวชอื่ วา่ คอื พลายทรงสุรยิ กษัตริย์

รายวิชาอยุธยาศึกษา สค03128 89

พระเจดยี ศ์ รีสรุ ิโยทัย

เจดยี พ์ ระศรสี ุริโยทยั อยู่ในเกาะเมอื งดา้ นทิศตะวนั ตก ตดิ กับสำนกั งานโบราณคดีและ
พพิ ิธภณั ฑสถานแห่งชาตทิ ่ี 3 ถนนอ่ทู อง (รายละในบุคคลสำคัญ บทท่ี 6)

วัดพระศรีสรรเพชญ์

(รายละเอียดอยู่ในเรื่องแหล่งทอ่ งเทย่ี ว บทที่ 3)

รายวชิ าอยธุ ยาศกึ ษา สค03128 90

วัดพระมงคลบพิตร

ต้ังอยทู่ างดา้ นทิศใต้ของวัดพระศรีสรรเพชญ์ วหิ าร พระมงคลบพิตรประดษิ ฐานพระพทุ ธรูป
สำคญั เปน็ พระพุทธรูปบุสมั ฤทธ์ปิ างมารวิชัยพระนามพระมงคลบพิตร มีขนาดหน้าตกั กวา้ ง 9.55 เมตร
และสูง 12.45 เมตร ไม่มหี ลักฐานแนช่ ดั วา่ สรา้ งในสมยั ใด สนั นิษฐานว่าสร้างในสมยั กรุงศรีอยุธยา
ตอนต้นราวพ.ศ. 1991-2145 สมเดจ็ พระเจา้ ทรงธรรมโปรดเกล้าฯใหย้ ้ายจากทิศตะวนั ออกนอก
พระราชวังมาไวท้ างดา้ นทิศตะวันตกทีป่ ระดิษฐานอยใู่ นปัจจุบันและโปรดเกลา้ ฯให้ก่อมณฑปสวมไว้

ในคราวเสียกรุงศรีอยธุ ยาครั้งท่ี 2 พ.ศ. 2310 วิหารพระมงคลบพิตรถูกข้าศึกเผาเคร่อื งบนโทรม
ลงมาต้องพระเมาฬีและพระกรขวาของพระมงคลบพติ รหกั รัชกาลท่ี 5 โปรดเกล้าฯ ให้พระยาโบราณ
ราชธานินทร์ทำการปฏสิ ังขรณใ์ หม่

รายวชิ าอยุธยาศกึ ษา สค03128 91

วดั ใหญช่ ัยมงคล
( รายละเอยี ดอยูใ่ นแหล่งทอ่ งเทีย่ ว บทท่ี 3 )

วดั พนญั เชิงวรวิหาร
( รายละเอียดอยใู่ นแหล่งท่องเที่ยว บทที่ 3 )

รายวิชาอยุธยาศึกษา สค03128 92

วัดพระรามและบึงพระราม

วัดพระราม ตงั้ อยู่นอกเขต พระราชวัง ทางดา้ นทิศตะวนั ออก ตำบลประตชู ยั อำเภอพระนครศรีอยธุ ยา
ตรงขา้ มกับวหิ ารพระมงคลบพิตรและคุม้ ขนุ แผน สมเดจ็ พระราเมศวรสรา้ งในที่ถวายพระเพลิงพระบรม
ศพสมเด็จพระรามาธบิ ดที ี่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) เม่ือสมเดจ็ พระบรมราชาธิราชที่ 1 ทรงไดร้ าชสมบัติในปี
ตอ่ มาคงช่วยเหลอื ใหส้ รา้ งจนสำเรจ็ หรอื อาจจะสรา้ งเสร็จเมอ่ื สมเด็จพระราเมศวรเสวยราชยค์ รง้ั ที่ 2 ก็
เปน็ ได้

ผังของส่งิ ก่อสร้างในวัดเป็นแบบแนวแกนตะวนั ออกตะวันตก

พระวหิ ารอยู่ด้านหน้าพระปรางประธานอยดู่ ้านหลงั ถดั ไปในแนวแกนเดียวกันโดยมุขหลงั ของ
พระวิหารอยู่ในขอบเขตของกำแพงแกว้ ท่ลี ้อมรอบองคป์ รางค์ประธานพระอุโบสถแมจ้ ะวางตวั ในแนว
เดยี วกันแตจ่ ะแยกออกไปนอกกกำแพงแก้ว

รายวชิ าอยธุ ยาศกึ ษา สค03128 93

วดั มหาธาตุ

วัดมหาธาตุ เปน็ วัดท่เี ก่าแก่นา่ จะมรี ากฐานเดิมมาก่อนการสถาปนากรงุ ศรีอยธุ ยา สันนิษฐานวา่ ได้
สถาปนาขึ้นใหม่ในรชั กาลสมเดจ็ พระราเมศวรและสมเดจ็ พระบรมราชาธริ าชท่ี 1 อาจสร้างต่อมาจนแลว้
เสร็จ ในสมยั สมเดจ็ พระเจ้าทรงธรรม พระปรางค์เคยพังลงมาเกือบคร่ึงองคถ์ งึ ช้นั ครุฑ จนถงึ รชั กาล
สมเดจ็ พระเจ้าปราสาททองทรงบูรณะใหม่ โดยก่อเสริมใหส้ งู ขึน้ อกี จาก 19 วา เป็น 25 วา ก่อนเสีย
กรงุ วัดนี้ถูกเพลงิ ไหมค้ รง้ั ใหญ่ในคนื วนั ที่ 3 มกราคม 2309 ซ่งึ ในขณะน้นั ยงั มพี ระศพพระสังฆราชถงึ 2
พระองค์ ที่ตง้ั รอการถวายพระเพลิงอยู่ท่วี ดั นี้ จนต้นรัชกาลที่ 6 กรุงรัตนโกสนิ ทร์ พระปรางค์ก็พังทลาย
ลงมาอีกครั้งดังที่เหน็ อยู่ในสภาพปจั จบุ ัน ตอ่ มาคนรา้ ยลกั ขุดกรพุ ระปรางค์ทางราชการทราบจึงเข้าทำ
การขดุ ต่อจนได้พบพระบรมสารรี กิ ธาตุ

รายวชิ าอยุธยาศกึ ษา สค03128 94

วดั โลกยสธุ าราม

วัดโลกยสุธารามตั้งอยู่ที่ตำบลประตูชัย อำเภอพระนครศรีอยุธยา ตั้งอยู่ทางด้านหลังพระราชวัง
หลวง และโรงเรียนประตูชัย ใกล้กับวัดวรโพธิ์ และวัดวรเชษฐาราม เป็นพระอารามอยู่ใกล้พระราชวัง
หลวงสนั นิษฐานพระพุทธไสยาสน์ ปางไสยาสนส์ ร้างในสมยั อยธุ ยาตอนกลาง ดว้ ยการก่ออิฐถือปูน พระ
พักตร์หันไปทางทิศเหนือ ที่พระเศียรมีดอกบัวรองรับ พระบาทซ้อนกันเป็นมุมฉาก นิ้วพระบาทยาว
เท่ากัน มีความยาว 42 เมตร และสูง 8 เมตร พระพุทธไสยาสน์องค์นี้ได้รับการบูรณะโดยโรงงานสุรา
ร่วมกับกรมศิลปากร เมื่อปี พ.ศ. 2497 และต่อมาในปี พ.ศ. 2532 คุณหญิงระเบียบ ธำรงนาวาสวัสด์ิ
และครอบครัว ได้บูรณะพระพุทธไสยาสน์องค์นี้จนช่วงอุทกภัยปี 2554 องค์พระร้าวและตรงส่วนข้อ
พระบาทหกั จึงตอ้ งทำการบูรณะอีกครัง้

รายวชิ าอยธุ ยาศึกษา สค03128 95

วัดหนา้ พระเมรุ
( รายละเอยี ดอยใู่ นแหลง่ ทอ่ งเท่ียว บทที่ 3 )

รายวชิ าอยธุ ยาศกึ ษา สค03128 96

วัดพทุ ไธศวรรย์

ตั้งอยรู่ ิมแมน่ ำ้ เจา้ พระยาฝั่งตะวนั ตก ในตำบลสำเภาล่ม อำเภอพระนครศรีอยุธยา วัดพทุ ไธศวรรย์
เคยเป็นพระอารามหลวงทีใ่ หญแ่ ละมีความสำคัญมาก เพราะสมเดจ็ พระรามาธิบดีที่ 1(พระเจา้ อทู่ อง)
ทรงสรา้ งขึน้ ในบริเวณทีต่ ัง้ พระตำหนักช่วั คราวเม่ือทรงอพยพมารอการสร้างกรงุ เป็นเวลาถงึ 3 ปี ที่ตรง
นม้ี ชี ่ือปรากฏในพระราชพงศาวดารว่า "ตำบลเวยี งเล็กหรอื เวยี งเหล็ก" เมื่อสถาปนากรุงศรีอยุธยาแล้ว
3 ปี คือ พ.ศ. 1896 จึงโปรดให้สร้างวัดพุทไธศวรรย์นี้ขึ้น ณ ตำบลเวียงเหลก็ ซึง่ พระมหากษัตริย์องค์
ต่อ ๆ มาก็ทรงทำนุบำรงุ ตลอดมา และคงมกี ารสรา้ งถาวรวัตถุ เพม่ิ เติมขน้ึ อีกหลายอย่างซึ่งเหน็ ได้ว่ามี
ความหลากหลายในยุคสมยั ทางศลิ ปะ

รายวิชาอยธุ ยาศึกษา สค03128 97

มขุ สว่ นหนา้ ของปรางคอ์ งคป์ ระธานเคยมี เทวรูปพระเจา้ อ่ทู อง
ประดษิ ฐานอยู่ แตไ่ ดถ้ กู อญั เชญิ ลงไปกรุงเทพฯ ในสมยั พระบาทสมเดจ็
พระพทุ ธยอดฟา้ จฬุ าโลก โดยพระองคท์ รงใหห้ ล่อแปลงเทวรูปเดิม ใหเ้ ป็น
พระพทุ ธรูปหมุ้ เงินทงั้ องค์ แลว้ นาไปประดิษฐานไวใ้ นวดั พระแกว้ ทงั้ นี้
รชั กาลที่ 1 ทรงใหห้ ลอ่ พระพทุ ะรูปยืนทรงเครื่อง แลว้ นามาประดษิ ฐานไว้
ตรงมขุ ดา้ นขา้ งของปรางคป์ ระธานเป็นการทดแทน
(เรอ่ื งวดั พทุ ไธศวรรย:์ สถาบนั อยธุ ยาศกึ ษา)

รายวชิ าอยธุ ยาศกึ ษา สค03128 98


Click to View FlipBook Version