2.3 วดั ศาลาปนู วรวหิ าร เป็นพระอารามหลวงชน้ั โทชนิดวรวิหาร ตัง้ อยูเ่ ลขทีห่ มู่ 4 ตำบล
ท่าวาสุกรี อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นวัดโบราณตั้งอยู่ริมคลองเมือง
พระนครศรีอยุธยา (แม่น้ำลพบุรีเดมิ ) ฝั่งตรงกันข้ามกับเกาะเมือง ห่างจากปากคลองหวั แหลมประมาณ
10 เส้น มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 28 ไร่ อาณาเขตติดต่อดังนี้ ทิศเหนือ ติดต่อคลองมหานาค ทิศใต้
ติดต่อคลองเมือง ทิศตะวันออก ติดต่อที่ดินราษฏร ทิศตะวันตกติดต่อวัดพรหมนิวาสวรวิหาร (วัดขุน
ยวน ) วัดศาลาปูนเป็นที่สถิตของพระราชาคณะตำแหน่งพระธรรมราชา สืบต่อกันมาตั้งแต่รัชกาลที่ 1
จนถงึ รัชกาลที่ 6 ในสมัยรัชกาลที่ 4 และรัชกาลที่ 5 วัดศาลาปนู เปน็ ท่ีสถิตของพระราชาคณะชั้นสมเด็จ
คือสมเด็จพระพุฒาจารย์ (พุก) ซึ่งเป็นสมเด็จพระราชาคณะเพียงรูปเดียวที่ได้รับพระราชทานตั้งขึ้นใน
เขตหวั เมอื งชั้นนอกเมื่อมกี ารประกาศใช้ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พทุ ธศักราช 2445
ภาพ วัดศาลาปนู วรวิหาร
ศิลปกรรมและโบราณวัตถุที่สำคัญ พระพุทธรูปโบราณศักดิ์สิทธิ์ ชาวบ้านเรียกว่าหลวง
พ่อแขนลายเป็นศิลปสมัยก่อนอยุธยา เป็นพระพุทธรูปนั่งขนาดหน้าตักกว้างประมาณ 29 นิ้ว ลักษณะ
คล้ายพระอัครสาวกของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คือพระโมคคัลลา พระสารีบุตร เป็นพระพุทธรูป
ศักดิ์สิทธิ์สามารถบันดาลโชคลาภความสำเร็จ ปัดเป่าให้หายจากทุกข์ภัยไข้เจ็บ เคยถูกโจรกรรมหลาย
ครง้ั แต่ไมป่ ระสบผล พระอุโบสถจติ กรรมฝาผนังคล้ายคลึงกับวัดหนา้ พระเมรุ พระอุโบสถวัดศาลาปูนน้ี
เคยเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อพระประธานในอุโบสถวัดไร่ขิงมาก่อนเนื่องจากสมเด็จพระพุฒาจารย์
(พุก) ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดศาลาปูนและเป็นชาวเมืองนครชัยศรี ได้อัญเชิญไปประดิษฐานไว้ ณ วัดไร่ขิง
หอไตรปิฎกมีความงดงามเป็นเอก มีคณุ ค่าทางศลิ ปกรรมสมยั อยธุ ยา หน้าบันประดบั ปนู ปั้นรูปนารายณ์
ทรงครุฑเหยียบนาค เป็นอาคารที่เก็บพระไตรปิฎกพระคัมภีร์และใบลาน ซึ่งเป็นหนังสือสำคัญของ
พระพุทธศาสนาคือหอสมุดของพระภิกษุสงฆ์นั่นเอง ธรรมาสน์เป็นศิลปกรรมเครื่องไม้จำหลักในสมัย
อยุธยาตอนต้น รูปทรงงดงามจำลองมาจากพระแท่นประทับของพระมหากษัตริย์ มีช่อฟ้า ใบระกา
บราสี หางหงส์ซุ้มรังไก่ ยอดเหมปราสาทเช่นเดียวกับปราสาทจริงๆ สังเค็ดเป็นธรรมาสน์สำหรับ
รายวิชาอยุธยาศกึ ษา สค03128 199
พระสงฆ์ขึ้นไปเทศน์พร้อมๆ กันหลายองค์ แต่ไม่เกิน 4 องค์ซึ่งเรียกการเทศน์แบบนี้ว่าปุจฉาวิสัชนา
ธรรมาสน์จึงต้องขยายยาวออกไปส่วนหลังคานิยมทำเป็นหลังคาปราสาทซ้อนขึ้นไปเป็นชั้นๆ คล้าย
หลังคาโบสถ์ สังเค็ดของวัดศาลาปูนเก่าแก่ที่สุด และงดงามที่สุดแต่อยู่ในสภาพชำรุดทรุดโทรมตาม
กาลเวลา
2.4 วัดบรมวงศ์อิศรวราราม เป็นพระอารามหลวงชั้นโทชนิดวรวิหาร ตั้งอยู่ทางฝ่ัง
ตะวันตกของแม่น้ำป่าสกั ในทอ้ งท่หี มู่บา้ นเพนยี ด ตำบลสวนพริก จังหวดั พระนครศรอี ยุธยา มเี นอื้ ที่ ๒๙
ไร่และมีที่ธรณีสงฆ์ตดิ เป็นผืนเดยี วกบั วัดอีก 43 ไร่ ทำให้วัดดูมีพ้ืนทีก่ ว้างขวาง แต่เดิมวัดแห่งนีเ้ รียกกนั
ตามประสาชาวบ้านว่า วัดทำเลหญ้า หรือ วัดทะเลหญ้า เพราะตั้งอยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้ากว้างเม่ือถึงฤดู
นำ้ แต่ละปี น้ำจะท่วมนองทงั้ ท้องท่งุ คร้นั น้ำลดต้นหญา้ กข็ ึน้ งามจงึ เป็นทีม่ าของชือ่ วัดแห่งนี้
วัดทะเลหญ้า เป็นวัดโบราณตั้งแต่ครั้งกรุงศรีเป็นราชธานี แต่ต่อมาได้กลายเป็นวัดร้าง
โบสถว์ ิหารตา่ ง ๆ พงั ทลายหมด เหลือเค้าแต่เพยี งเจดีย์ให้เหน็ เท่านั้น ในสมยั รัชกาลที่ 4 สมเด็จพระเจ้า
บรมวงศ์เธอเจ้าฟ้ามหามาลากรมพระบำราบปรปักษ์ซึ่งเป็นพระราชโอรสในรัชกาลที่ 2 ทรงว่าราชการ
กรมพระคชบาลและทรงเป็นพระหมอเฒ่าผู้รอบรู้ศิลปศาสตร์เกี่ยวกับช้างทำให้ต้องทรงมาดูแลช้างใน
พื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาอยู่เสมอและทรงพักที่พระตำหนักเพนียด ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากวัดร้างแห่งน้ี
พระองค์ทรงพอพระทัยกับบรรยากาศอันเงียบสงบเหมาะแก่การบำเพ็ญสมณะธรรมอีกทั้งบริเวณ
ดังกล่าวยังเป็นที่เล้ียงชา้ งมาแต่โบราณกาล จึงได้ทรงสถาปนาวัดทะเลหญ้าข้ึนใหมท่ ั้งหมดจนกระทัง่ มา
เสร็จเรียบร้อยสมบูรณ์ในสมัยรัชกาลที่ 5 ระหว่างสร้างวัดพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
รัชกาลที่ 5 ทรงบริจาคทรัพย์ร่วมด้วยหลายครั้ง เมื่อสร้างแล้วเสร็จได้พระราชทานนามว่าวัดบรมวงศ์
อศิ รวราราม พระองค์ไดเ้ สด็จพระราชดำเนินโดยทางชลมาสจากกรุงเทพมายงั พระราชวังบางปะอินและ
เสด็จตอ่ มายังวดั เพือ่ รว่ มบอกสมี าวางลูกนิมิตและถวายผา้ พระกฐนิ หลายคร้ัง
ภาพ วัดบรมวงศ์อิศรวรารามพระอารามหลวงชน้ั โทชนิดวรวหิ าร
รายวชิ าอยธุ ยาศึกษา สค03128 200
3. ประวตั ิความเป็นมา และความสำคัญของพระอารามหลวง ชั้นตรี
3.1 วดั หน้าพระเมรุ ( รายละเอียดอย่ใู นแหลง่ ท่องเทย่ี ว บทท่ี 3 )
ภาพ วดั หนา้ พระเมรุ
3.2 วัดพรหมนิวาสวรวิหาร ตั้งอยู่ตำบลท่าวาสุกรี อำเภอพระนครศรีอยุธยา วัดพรหม-
นิวาสวรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร เดิมชื่อวัดขุนยวน เป็นวัดโบราณสมัยกรุงศรี
อยุธยา มิได้มีหลักฐานการบันทึกประวัติความเป็นมาที่ชัดเจน ต้องอาศัยการบอกเล่าสืบต่อกันมาว่า
ผู้สร้างวัดมียศเป็นขุนได้เป็นแม่ทัพไปรบข้าศึกที่เมืองโยนก (นครเชียงใหม่) และมีชัยชนะกลับมาจึงได้
สรา้ งวัดขนึ้ เปน็ อนุสรณ์ ในสมยั รชั กาลท่ี 4 ได้ทรงปฏิสงั ขรณ์วัดพรหมนวิ าสนเ้ี มื่อครั้งทรงผนวชอยู่ และ
ในปี พ.ศ. 2485 พระครูกุศลธรรมธาดา (สุดใจ เขมสีโร) เจ้าอาวาสวัดสมัยนั้นได้ขอพระราชทานนาม
วัดใหมว่ า่ “วัดพรหมนวิ าส” ซงึ่ หมายถงึ ท่สี ถิตของพรหม
ภาพ วดั พรหมนิวาสวรวิหาร ทีม่ า : travel.edtguide.com
รายวชิ าอยธุ ยาศกึ ษา สค03128 201
3.3 วดั กษตั ราธิราชวรวิหาร ( รายละเอยี ดอยใู่ นแหลง่ ทอ่ งเทย่ี ว บทที่ 3 )
ภาพ วัดกษตั ราธิราชวรวิหาร
3.4 วัดวรนายกรงั สรรคเ์ จตยิ บรรพตาราม (รายละเอียดอยู่ในโบราณสถาน บทท่ี 7 )
ภาพ วดั วรนายกรงั สรรคเ์ จตยิ บรรพตาราม
3.5 วัดวิเวกวายุพัด เดิมชื่อ วัดช่องลม ตั้งอยู่ตำบลคลองจิก อำเภอบางปะอิน สร้างเม่ือ
พ.ศ. 2400 ด้วยความศรทั ธาของบรรพชนชาวบ้านจกิ ต่อมาปี พ.ศ. 2435 ไดย้ ้ายขา้ มมาอยู่ที่ในปัจจุบัน
ซึ่งนายเอี่ยม มีจิตศรัทธายกที่นาให้ จำนวน 11 ไร่ เนื่องจากที่เดิมถูกนำเซาะจนตลิ่งพังถึงเสากุฎิ
ปี พ.ศ. 2440 ในช่วงเวลาน้ำท่วม พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้า
เจ้าอยู่หัว (ร. 5) ได้เสด็จมาประทับแรม ณ พระราชาวังบางปะอิน และได้เสด็จโดยทางชลมารคมา
ประพาสที่วัดนี้เนืองๆ เพราะวัดนี้ตั้งอยู่ในที่ที่รมณียสถาน เป็นที่สราญพระราชหฤทัยมาก พระองค์จึง
รายวิชาอยุธยาศกึ ษา สค03128 202
ทรงพระราชทานนามวดั นใี้ หมว่ ่า “วัดวเิ วกวายพุ ัด” และทรงเหน็ ว่าพระอธิการเมฆ เจ้าอาวาสวัดนี้เป็นผู้
ที่เอาใจใส่ในหน้าที่เป็นอย่างดี และประชาชนทั่วไปให้ความเคารพศรัทธา จึงทรงพระราชทานสัญญา
บัตรแต่งตั้งให้เป็น “พระครูวิเวกาภิราม” และได้บูรณปฏิสังขรณ์อาคาร เสนาสนะต่างๆ เรื่อยมาและ
ได้รับการยกฐานะเป็นพระอารามหลวง เมื่อปีพุทธศักราช 2440 ตลอดรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระ
ปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงโปรดเกล้าอุปถัมภ์วัดวิเวกวายุพัดมาโดย
ตลอด เช่น ก่อสร้างศาลาการเปรียญ กุฏิ และพระสถูปโดยพระราชทานนามว่า “ราชูทิศเจดย์” และ
โปรดเกล้าให้ย้ายพระอุโบสถหลังเดิมจากวัดเบญจมบพิตร กรุงเทพฯ มาสร้างแทนพระอุโบสถหลังเดิม
ของวัดที่มีขนดเล็กและต่ำ แลดูไม่สง่า ปีพุทธศักราช 2470 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิ
ปก พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 และสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีนาถ พร้อม
ด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ ได้เสด็จพระราชดำเนินทางชลมารคมาพระราชทานผ้าพระกฐินต้น โดยจัด
ขบวนแห่ตั้งแต่พระราชวังบางปะอินจนถึงวัดวิเวกวายุพัด มีขบวนเรือโดยเสด็จเป็นจำนวนมาก นับเป็น
เกยี รตปิ ระวตั ิอันยิ่งใหญ่ ในสมัยพระสมุหส์ ังวาลยธ์ มฺมาลโย เป็นเจ้าอาวาส วดั วเิ วกวายุพัดเจริญรุ่งเรือง
มาโดยลำดับ ในปี พ.ศ. 2510 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 และสมเด็จ
พระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินมาประกอบพิธียกฉัตรประจำองค์พระ
ประธานในพระอุโบสถ พร้อมทั้งได้พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เพื่อสร้างอาคารเรียนวัดวิเวกเกวายุพัด
ซึ่งก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อ 25 กุมภาพันธ์ 2515 และพระราชทานนามอาคารว่า “อาคารนวราชบพิตรนุ
เคราะห์” พระอารามแห่งนี้มีความสะอาด ร่มรื่น เป็นระเบียบเรียบร้อย หอสวดมนต์ ศาลาการเปรียญ
หอระฆัง กุฏิ ได้รับการปฎสิ ังขรณ์ให้มีความมั่นคง เป็นที่เจริญตาเจริญใจแก่ผู้พบเห็น และเป็นศูนยร์ วม
จิตใจของพทุ ธศานกิ ชนตำบลคลองจกิ
ภาพ วดั วเิ วกวายพุ ัด
ท่ีมา : travel.edtguide.com
รายวิชาอยธุ ยาศกึ ษา สค03128 203
3.6 วัดตูม พระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งอยู่ตำบลวัดตูม อำเภอพระนคร-
ศรีอยุธยา ห่างจากตัวเมืองอยุธยาประมาณ 6-7 กิโลเมตร วัดนี้ใครจะเป็นผู้สร้างและสร้างตั้งแต่เมื่อไร
ไม่ปรากฏในหลักฐานทราบกันแต่ว่าเป็นวัดโบราณครั้งเมืองอโยธยาสร้างมาก่อนที่จะตั้งกรุงศรีอยุธยา
เป็นราชธานีและวัดนี้คงจะเป็นวัดร้างมาครั้งหนึ่งแล้ว เมื่อคราวเสียกรุงในปี 2310 หรือก่อนหน้านั้น
เพราะเปน็ วดั อยเู่ กาะนอกเมือง เมือ่ ขา้ ศกึ เขา้ ล้อมกรุงฯ ผคู้ นก็พากันอพยพหลบหนกี ันหมด แม้พระสงฆ์
องค์เจ้าก็คงอยู่ไม่ได้จึงร้างมาแต่ครั้งนั้น ครั้งถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ในรัชกาลที่ 1 พระบาทสมเด็จ-
พระพทุ ธยอดฟ้าจฬุ าโลกจึงไดม้ ีผ้ปู ฏสิ ังขรณ์ขนึ้ อีกและเปน็ วัดท่ีพระสงฆ์จำพรรษามาจนทุกวันน้ี
ในรชั กาลที่ 4 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจา้ อยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ยก
ฐานะเป็นพระอารามหลวง วดั ตมู เป็นวดั โบราณ และเปน็ วดั สำหรับลงเครื่องพชิ ัยสงครามมาแต่ก่อน ใน
สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 และพระบาทสมเด็จพระ
จุลจอมเกล้ารัชกาลที่ 5 ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดนี้
หลายครั้ง วัดนี้จึงเป็นพระอารามหลวงที่มีความสำคัญวัดหนึ่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยามาแต่ใน
รัชกาลที่ 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สำคัญภายในวัดตูม คือ "หลวงพ่อทองสุขสัมฤทธิ์" เป็นพระพุทธรูปสำริด
ทรงเครอื่ งปางมารวิชัย โดยมลี กั ษณะพิเศษ คือ บนพระเศยี รขององค์พระสามารถเปดิ ออกและมีน้ำไหล
ซึมออกมาตลอดเวลา เชื่อกันว่าเป็นน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์สามารถรักษาโรคภัยให้หายได้ และผู้มาขอพร
มกั จะประสบผลสำเร็จ โดยเฉพาะในดา้ นอาชพี หน้าท่ีการงาน
ภาพ หลวงพ่อทองสขุ สัมฤทธ์ิ
รายวิชาอยธุ ยาศึกษา สค03128 204
3.6 วัดชูจิตธรรมมารามตั้ง อยู่เลขที่ 57 หมู่ที่ 1 ตำบลสนับทึบ อำเภอวังน้อย จังหวัด
พระนครศรีอยุธยา ระหว่าง กม. 7374 ถนนพหลโยธิน ในมหาวชิราลงกรณราชวิทยาลยั (วัดชูจิตธรรม
รามกอ่ สร้างทหี่ ลงั วิทยาลยั สงฆ์) ซึ่งเป็นสถานทศ่ี ึกษาของพระภิกษุสามเณรเร่มิ เปิดรบั พระภิกษุสามเณร
เข้ามาศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา นักธรรมตรี โท เอก และศึกษาภาษาบาลีตั้งแต่วันที่ 16
พฤษภาคม พ.ศ. 2516 เป็นต้นมา ในปี 2513 วัดชูจิตธรรมารามได้รับบริจาคที่ดินจากนายฉบับ นาง
สงวน ชูจิตารมย์ ถวายที่ดินจำนวน 5 แปลง ๆ ละ 36 ไร่เศษ รวม 185 ไร่ ตั้งอยู่ในพื้นที่ 2 ตำบล คือ
ตำบลชะแมบและตำบลสนับทบึ แด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราชสกลสงั ฆปรนิ ายก
(อุฎฺฐายีมหาเถร) วัดมกุฏกษัตริยารามสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก
วดั บวรนเิ วศวิหาร ทรงวางเสาเอก เร่มิ กอ่ สร้างสถานศึกษาก่อนต้ังเปน็ วัดในพระพุทธศาสนาได้จัดต้ังเป็น
วิทยาลัยสงฆ์เรียกว่า “วิทยาลัยสงฆ์วังน้อย” ในปี พ.ศ. 2516 ได้ก่อสร้างหอสวดมนต์ อาคารเรียน
หอพัก และโรงครัว ด้วยไม้เบญจพรรณ ฝากั้นด้วยหญ้าแฝกหลังคามุงด้วยหญ้าแฝก ได้ใช้มาเป็น
ระยะเวลา 3 ปีกห็ มดสภาพ
วัดชูจิตธรรมาราม เป็นวัดที่มีความสำคัญ เพราะเป็นวัดที่ประชาชนใช้เป็นที่จัดงานตาม
วัฒนธรรมประเพณีประจำปี และเป็นสถานศึกษาสำหรับพระภิกษสุ ามเณรและประชาชนทวั่ ไปได้ศึกษา
เล่าเรยี นจนถงึ ระดบั ปริญญาตรี
ภาพ วดั ชจู ิตธรรมมาราม ที่มา : tiger's nest
รายวิชาอยธุ ยาศกึ ษา สค03128 205
บทที่ 9
การอนรุ กั ษ์อยธุ ยามรดกโลก
แนวคิด
จังหวัดพระนครศรีอยธุ ยา เปน็ เมอื งประวัตศิ าสตรไ์ ดร้ บั การรบั รองจากยูเนสโกให้ข้นึ ทะเบียน
เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม แม้ว่าจะถูกทำลายไปบ้าง แต่ยังคงเหลือโบราณสถานและโบราณวัตถุท่ี
เป็นหลักฐานแสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองในอดีต ดังนั้นจึงต้องร่วมมือกันดูแล เอาใจใส่ และอนุรักษ์
อยธุ ยามรดกโลกแหง่ น้ีไวใ้ ห้อนชุ นรนุ่ หลังได้ภาคภูมิใจ
ตัวช้ีวัด
1. บอกความหมาย ความสำคญั และประเภทของมรดกโลก
2. บอกความเปน็ มาของอยธุ ยามรดกโลก
3. บอกแนวทางการอนุรักษ์อยธุ ยามรดกโลก
เน้อื หา
เร่ืองท่ี 1 ความหมาย ความสำคญั และประเภทของมรดกโลก
เรอ่ื งที่ 2 ความเปน็ มาของอยุธยามรดกโลก
เร่อื งที่ 3 แนวทางการอนรุ ักษอ์ ยธุ ยามรดกโลก
รายวชิ าอยธุ ยาศึกษา สค03128 206
เรอ่ื งที่ 1 ความหมาย ความสำคญั และประเภทของมรดกโลก
มรดกโลก หมายถึง สมบัติล้ำค่าของโลก ทั้งด้านวัฒนธรรม และ ด้านธรรมชาติที่
มวลมนุษยชาตไิ ด้รับสบื ทอดมาจากอดีต และตกเปน็ ภาระหน้าที่ของสงั คมมนุษย์ในยุคปัจจุบัน ที่จะต้อง
หวงแหน รักษา ทำนุบำรุงไว้ให้คงอยู่สืบต่อไปถงึ อนุชนรนุ่ หลังในอนาคต
สัญลักษณ์ มรดกโลก ออกแบบโดย Mr. Michel Olyff มีความหมายเน้นย้ำความสัมพันธ์
ระหว่างสมบัติทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ สี่เหลี่ยมจตุรัสหมายถึงรูปแบบที่สร้างขึ้นโดยมนุษย์และ
วงกลมหมายถึงธรรมชาติ ซึ่ง 2 สิ่งนีเ้ ชื่อมโยงกันอยา่ งไม่มีที่สิน้ สุด ภายนอกเป็นสัญลักษณ์วงกลมคล้าย
โลก และยังหมายถึงการปกป้องคุ้มครอง ซึ่งแสดงว่ารัฐภาคีนั้นได้อยู่ภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยการ
คุ้มครองมรดกโลก ทำหน้าที่ในการจำแนกแจกแจงทรัพย์สมบัติที่ได้จารึกในบัญชีมรดกโลก รวมถึงการ
ให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองมรดกโลกแก่สังคม เพื่อเป็นการแ สดงถึง
ความมีคุณคา่ โดดเดน่ อนั เปน็ สากล
ความสำคัญ
ปัจจบุ ันนครประวัติศาสตร์พระนครศรอี ยธุ ยากำลงั มีการขยายตวั ทางกายภาพอยา่ งมาก โดยมี
การขยายเมือง เพื่อสร้างอาคารที่อยู่อาศัยตา่ ง ๆ การสร้างอาคารที่บดบังทัศนียภาพที่สวยงาม เป็นการ
ทำลายคุณค่าของโบราณสถาน ตลอดจนการพัฒนาของถนนหนทางภายในเขตเมือง เพื่อรองรับการ
คมนาคมทนี่ ักท่องเทยี่ วต่างมาเยย่ี มชมอุทยานประวัติศาสตร์ ทำให้เขตพฒั นาเปน็ ไปอย่างไร้ทิศทางของ
การอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม เช่น การสร้างเสาไฟรูปนางหงส์ ที่กระจายอยู่โดยทั่วใจกล างเมือง
พระนครศรีอยุธยา ปัญหาขยะมูลฝอย การสร้างบ้านพัก ที่อยู่อาศัย บ้านจัดสรร อยู่โดยรอบ
โบราณสถาน และการถมคูคลองต่าง ๆ เป็นต้น
รายวชิ าอยุธยาศกึ ษา สค03128 207
ดังนั้นหากอุทยานประวัตศิ าสตร์นครศรีอยุธยาไม่ได้รับการเอาในใส่ดูแลจากหน่วยงานตา่ ง ๆ
โดยเฉพาะทอ้ งถิ่นที่ต้องมคี วามเขา้ ใจในการพฒั นาเมืองท่ีเป็นเมืองเก่า ทีม่ คี วามสำคัญทางประวตั ศิ าสตร์
ของชาติ จะตอ้ งดำเนนิ การอย่างระมัดระวัง เพอื่ ไม่ใหเ้ กดิ ความเสียหาย และทำลายคณุ คา่ ของความเป็น
เมืองเก่าที่ได้รับการยอมรับเป็นเมืองมรดกโลก ก็อาจจะทำให้เมืองเก่าแห่งนี้ถูกลดถอยความสำคัญใน
อนาคตได้
ประเภทของมรดกโลก
มรดกโลก แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ มรดกทางวัฒนธรรม และมรดกทางธรรมชาติ ซึ่ง
อนสุ ัญญาว่าด้วยการคุ้มครองมรดกโลกได้ให้คำนยิ ามไวว้ า่
มรดกทางวัฒนธรรม หมายถึง สถานที่ซึ่งเป็นโบราณสถานไม่ว่าจะเป็นงานด้าน
สถาปัตยกรรม ประติมากรรม จิตรกรรม หรือแหล่งโบราณคดีทางธรรมชาติ เช่น ถ้ำ หรือกลุ่มสถานที่
ก่อสร้างยกหรือเชือ่ มต่อกนั อันมีความเปน็ เอกลักษณ์ หรือแหล่งสถานทีส่ ำคัญอนั เป็นผลงานฝีมือมนุษย์
หรือผลงานร่วมกันระหว่างธรรมชาติกับมนุษย์ รวมทั้งพื้นที่ที่เป็นแหล่งโบราณคดี ซึ่งสถานที่เหล่านี้มี
คุณค่าความล้ำเลิศทางประวตั ิศาสตร์ ศิลปะ มนุษย์ หรือวิทยาศาสตร์
มรดกทางธรรมชาติ หมายถึง สภาพธรรมชาติที่มีลักษณะทางกายภาพและชีวภาพอันมี
คุณค่าเด่นชัด ในด้านความล้ำเลิศทางวิทยาศาสตร์ หรือเป็นสถานที่ซึ่งมีสภาพทางธรณีวิทยาและภูมิ
ประเทศที่ได้รับการวิเคราะหแ์ ล้วว่าเป็นถน่ิ ท่ีอยู่อาศัยของพันธ์ุพืชและสัตว์ ซึง่ ถูกคกุ คาม หรือเป็นแหล่ง
เพาะพันธ์ุของพชื หรอื สตั วท์ ่ีหายาก เป็นตน้
เรื่องที่ 2 ความเปน็ มาของอยธุ ยามรดกโลก
พระนครศรีอยุธยาเป็นราชธานีเก่าแก่ของไทย ที่มีความเจริญรุ่งเรืองยาวนานถึง 417 ปี
แมว้ า่ ภายหลังจะถกู ทำลายลงจากภัยสงคราม แต่ยังคงเหลือโบราณสถานและโบราณวตั ถุที่เปน็ หลักฐาน
แสดงถึงความเจริญรุ่งเรือง และความมีอัจฉริยภาพของบรรพบุรุษของชาวกรุงศรีอยุธยา อุทยาน
ประวัติศาสตร์ พระนครศรีอยุธยา
นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา และเมืองบริวารได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็น
มรดกโลกในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกครั้งที่ 15 ที่กรุงคาร์เทจ ประเทศตูนีเซีย ในเดือน
ธันวาคม ปี ค.ศ. 1991 (พ.ศ. 2534) โดยได้รับหมายเลขอ้างอิงในทะเบียน คือเลขที่ 576 และได้ข้ึน
ทะเบียนประเภทมรดกวัฒนธรรมตามหลักเกณฑ์ข้อ 3C เพียงข้อเดียว (iii) ดังปรากฏในข้อความใน
รายงานการประชมุ คณะกรรมการมรดกโลกท่ีคาร์เทจครัง้ นน้ั ดังน้ี
“Historic City of Ayutthaya and associated historic towns” 576 Thailand C (iii)
รายวชิ าอยุธยาศกึ ษา สค03128 208
การเสนอขึ้นทะเบียนมรดกโลกของอยุธยาในระยะแรกนั้น รัฐบาลไทยโดยกรมศิลปากรได้
กำหนดพ้นื ท่ีข้นึ ทะเบียนไว้ท้ังส้นิ 286 เฮคตาร์ ซึ่งอิโคโมส (ICOMOS) ได้ต้ังขอ้ สงั เกตว่า เป็นเพียงพ้ืนท่ี
ที่ได้ประกาศเป็นอุทยานประวัติศาสตร์อยุธยาบนเกาะเมืองพระนครศรีอยธุ ยา ไม่ไดร้ วมถึงโบราณสถาน
หลายแหง่ ทีอ่ ยู่ในเขตเกาะเมอื ง และ ท่อี ยูน่ อกเกาะเมืองด้วย ดังแผนทท่ี ่แี นบอยู่ในเอกสารการประเมิน
ของ ICOMOS เพือ่ เสนอคณะกรรมการมรดกโลกใหข้ ้นึ ทะเบยี นมรดกโลกอยธุ ยาในปี คศ. 1991
ต่อมาในปี ค.ศ. 2003 มีบันทึกรายงานว่า รัฐบาลไทยโดยกรมศิลปากรได้จัดทำรายงาน
ระยะแรก เสนอคณะกรรมการมรดกโลกว่า ไทยกำลังดำเนินการขยายพื้นที่อนุรักษ์เป็นเขตมรดกโลก
เพิ่มเติม เพื่อจะได้มีเขตกันชนที่เหมาะสม และเพื่อให้มรดกโลกอยุธยามีความสมบูรณ์มากขึ้นและได้มี
การทำแผนแม่บท ที่ครอบคลุมงานที่เกี่ยวข้องหลักๆถึง 5 ด้าน คือ ด้านโบราณคดีและประวัติศาสตร์
ด้านการพัฒนาและปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกภายใน ด้านปรับปรุงสิ่งแวดล้อมและภูมิทัศน์ และ
ด้านการโยกย้ายชมุ ชน และจัดสรรการใชท้ ด่ี นิ ท่ีเหมาะสมขึ้น
เรอ่ื งท่ี 3 แนวทางการอนุรักษ์อยธุ ยามรดกโลก
นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาในปัจจุบัน ยังคงปรากฏร่องรอยแห่งความเจริญรุ่งเรอื ง
ของศลิ ปวัฒนธรรมอนั ยิ่งใหญ่ งดงาม และทรงคุณค่า สะท้อนใหร้ ำลึกถึงภาพความโออ่ า่ สงา่ งามของ
ปราสาท ราชวังวัดวาอาราม ป้อมปราการ บ้านเรือนที่อยู่อาศัย ตลอดจนวิถีชีวิตของชาวกรุงศรีอยุธยา
ในอดตี นครประวตั ศิ าสตร์แห่งนเ้ี ป็นหลักฐานแสดงถงึ ความชาญฉลาดของชุมชนหนงึ่ นบั ตั้งแต่การเลือก
ที่ตั้งชุมชนขึน้ ในบริเวณที่มีแมน่ ้ำสามสายมาบรรจบกัน เพื่อให้เป็นแหล่งอาหาร และแหล่งเกษตรกรรม
อันอุดมสมบูรณ์ พร้อมไปกับเป็นปราการธรรมชาติในการป้องกันข้าศึกศัตรูจากภายนอก นอกจากน้ัน
ผลงานด้านสถาปัตยกรรม จิตรกรรม ประติมากรรม ประณีตศิลป์ และวรรณกรรม ยังเป็นประจักษ์
พยานแสดงถึงความเจริญรุง่ เรืองสูงสุดของอารยธรรมแห่งชุมชนหนึ่งในภูมภิ าคเอเชียตะวันออกเฉยี งใต้
ในช่วงเวลาระหว่างพทุ ธศตวรรษท่ี 19-24 อกี ด้วย
รายวิชาอยุธยาศกึ ษา สค03128 209
หลักฐานแห่งอารยธรรมของชาวกรุงศรีอยุธยาส่งผลให้นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา
และเมืองบริวาร ได้รับการเชิดชูคุณค่าไว้ในบัญชีรายชื่อแหล่งมรดกโลกในปีพุทธศักราช 2534 ด้วย
หลกั เกณฑม์ าตรฐานข้อท่ี 3 ดงั ท่กี ลา่ วมาแลว้ ข้างตน้ กลา่ วคอื “เป็นสิง่ ที่แสดงถึงความเป็นเอกลักษณ์ท่ี
หาได้ยากยิ่งหรือเปน็ พยานหลักฐานแสดงขนบธรรมเนยี มประเพณี หรอื อารยธรรม ซึง่ ยังคงหลงเหลืออยู่
หรืออาจสูญหายไปแลว้ ”
ดังนั้นหากนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาไม่ได้รับการเอาใจใส่ดูแ ลอย่างจริงจังจาก
หน่วยงานตา่ ง ๆ โดยเฉพาะประชาชนทุกคนในจังหวัดพระนครศรีอยธุ ยาในฐานะเจ้าของมรดกไทยและ
มรดกโลกจะต้องมีความเข้าใจในการพัฒนาเมืองที่เป็นเมืองเก่า ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของ
ชาติ และจะต้องดำเนนิ การอยา่ งระมดั ระวงั เพ่อื ไมใ่ หเ้ กดิ ความเสียหาย หรือทำลายคณุ คา่ ของความเป็น
เมืองเก่าที่ได้รับการยอมรับเป็นเมืองมรดกโลก ก็อาจจะทำให้เมืองเก่าแห่งนี้ถูกลดถอยความสำคัญใน
อนาคตได้
การสร้างจิตสำนึก เพื่อให้มีความเข้าใจตรงกันซึ่งมีความเกี่ยวพันกับการปรึกษาหารือเกิด
กระบวนการของการปรึกษาหารือ จนเกิดกระบวนการสร้างจิตสำนึกต่อไปด้วย สง่ิ ทีค่ วรส่งเสริม คือการ
ส่ือความหมายให้กบั ประชาชนในประเทศไทย การส่อื ความหมายทางด้านมรดกทางวัฒนธรรมจะกระทำ
ใหบ้ รรลผุ ลสำเรจ็ ด้วยวธิ ีสากลได้ยาก เน่ืองจากมีสถติ ิพบวา่ คนไทยอ่านหนงั สอื เอกสาร หรอื การเข้าชม
รายการสารคดีมีน้อยมาก การเข้าชมพิพธิ ภัณฑ์ก็มีน้อย และไมค่ ่อยจะรว่ มมือกนั ปฏิบัติตามกฎระเบียบ
สงั คม
รายวชิ าอยุธยาศึกษา สค03128 210
การปฏิบตั ติ นในการเข้าชมสถานท่สี ำคญั เพือ่ เปน็ การอนรุ กั ษ์อยธุ ยามรดกโลก
การปฏบิ ตั ิตนในการเข้าชมโบราณสถาน
1. ไมเ่ คลือ่ นย้าย สงิ่ ต่าง ๆ ภายในบริเวณโบราณสถาน
2. ไม่ขดี เขยี น ขอ้ ความ ภาพ หรือรูปรอยใด ๆ ลงบนส่วนหน่ึงสว่ นใดของโบราณสถาน
3. ไมก่ ระทำการใด ๆ อนั เปน็ เหตุใหเ้ กดิ การชำรุด หรอื เสียหาย แก่โบราณสถาน
4. ไม่เทหรอื ถ่ายทงิ้ ขยะมูลฝอยหรอื สงิ่ ปฏิกลู ลงภายในบริเวณโบราณสถานนอกจากท่จี ดั ไว้
การปฏิบตั ิตนในการเขา้ ชมพิพธิ ภัณฑสถาน
1. ตอ้ งแตง่ กายเรยี บร้อย
2. ไม่นำหีบหอ่ และสิ่งใด ๆ ท่ีอาจซอ่ นเร้นส่งิ ของในพิพิธภัณฑสถานออกไปได้ เขา้ ไปในห้องที่
จัดต้งั โบราณวตั ถแุ ละศิลปวตั ถุ
3. ไม่ก่อความรำคาญแกผ่ อู้ ืน่
4. ไมจ่ บั ตอ้ งหรือหยบิ ฉวยส่ิงของท่จี ดั ต้ังแสดงไว้
5. ไม่สบู บุหรใี่ นห้องจัดตั้งโบราณวัตถุและศิลปวัตถุ
6. ไม่ขดี เขียน จารึก หรือทำความสกปรกแก่สงิ่ ของและอาคารสถานที่
7. ไม่ถ่ายรูป หรือเขียนรูปสิ่งของที่จัดตั้งแสดงไว้ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ โดยไม่ได้รับ
อนุญาตจากอธิบดีกรมศิลปากร
การท่องเทย่ี วกับการอนุรกั ษม์ รดกโลก
อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเติบโตอย่างมาก เนื่องจากการเคลื่อนย้ายเสรีและกำลังซื้อของ
ผู้บริโภคทีส่ งู ขึ้น ดังนั้น จึงเป็นกิจกรรมเชิงพาณิชย์ท่ีเน้นการตอบสนองความต้องการของผูบ้ ริโภค และ
รายได้หรือกำไรเป็นหลัก ขณะที่ การอนุรักษ์มรดกโลกเพื่อการท่องเที่ยว เป็นเรื่องของการบำรุงรักษา
คณุ คา่ ทางวัฒนธรรมและความบริสทุ ธิ์ของวฒั นธรรม/ธรรมชาติ ดงั น้ัน ส่งิ สำคัญท่ตี อ้ งดำเนินการ คอื
1. การสร้างความตระหนักในความเป็นมรดกไทย และผสมผสานมรดกไทยกับการท่องเที่ยว
อยา่ งระมัดระวังเพื่อมิให้แปรเปลี่ยนตามตลาด ความต้องการ และรสนยิ มผู้บริโภค
2. สร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยให้เจ้าของพื้นที่ร่วมกำหนดนโยบาย เพื่อประกัน
ความเปน็ เอกลกั ษณข์ องมรดกน้ันๆ
3. ระมัดระวงั การบริหารจดั การท่ีสร้างมาตรฐาน และทำลายวฒั นธรรมดง้ั เดิม
4. ตอ้ งศกึ ษา วิจยั และเรยี นรูว้ ธิ กี ารรกั ษา/อนรุ ักษ์มรดกจากประเทศอื่น ๆ
ในปัจจบุ ัน ประเทศไทยมแี ผนการสง่ เสริมการท่องเที่ยวกับการอนรุ ักษ์มรดกโลก รวมทง้ั มีการ
ปฏิบตั ิ อยา่ งไรก็ตามยังไมม่ ีวธิ ีการ/การวัดผลการดำเนนิ งานทีช่ ัดเจน แตล่ ะภาคสว่ นตา่ งดำเนินการตาม
รายวชิ าอยธุ ยาศึกษา สค03128 211
อำนาจหน้าที่ ขาดทิศทางที่ชัดเจน รวมถึงขาดการสร้างภูมคิ ุ้มกันให้กับชุมชน ซึ่งมีแนวทางการส่งเสรมิ
การท่องเทีย่ วควบคกู่ บั การอนรุ ักษม์ รดกไทยในโอกาสนี้ ดังนี้
1. ใช้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือในการบูรณะ สร้างความตระหนักในคุณค่ามรดกไทย โดย
พจิ ารณาถงึ ตน้ ทุนทางวัฒนธรรมท่ีมีอยู่
2. การกำหนดนโยบายสาธารณะจะต้องมีความชัดเจน โดยต้องพิจารณาจากองค์ประกอบ
ทางวัฒนธรรม ทรพั ยากรในท้องถนิ่ /พ้ืนที่เป็นองค์ประกอบสำคัญ เพื่อใหต้ รงกับความต้องการพัฒนาใน
พืน้ ที่ เกดิ ความเข้มแข็ง มีดลุ ยภาพและความยงั่ ยืน
3. ส่งเสริมการศึกษาถึงแนวทางและการให้ความสำคัญในการรักษามรดกโลก รวมท้ัง
สนับสนนุ ใหม้ ีการวางแผน/การลงทุนด้านการทอ่ งเทีย่ วเชิงอนรุ กั ษ์
4. บูรณาการโครงสร้างภาครัฐ เครื่องมือทางกฎหมาย และสร้างความร่วมมือจากทุกภาค
ส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย และองค์กรปกครองส่วน
ท้องถน่ิ เพือ่ สร้างแนวทาง/ทศิ ทางให้ชัดเจน และกระจายลงสูพ่ ื้นทไ่ี ปในทศิ ทางเดยี วกัน
ดังนั้น แนวทางการมีส่วนร่วมของประชาชนกับการอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งมรดกโลกทาง
วัฒนธรรม ต้องคำนึงถึงมาตรฐานวิธีการคุ้มครองแหล่งมรดกโลกระดับนานาชาติ ซึ่งต้องการให้มีความ
เคร่งครัดและระมัดระวังในด้านการคุกคามจากการพัฒนา ซึ่งจะต้องให้ผู้เชี่ยวชาญสาขาเฉพาะ
ขณะเดยี วกัน กระแสของการให้ประชาชนเข้ามามสี ว่ นรว่ มในการพัฒนาก็เป็นสง่ิ ท่หี ลีกเลี่ยงไม่ได้ แหล่ง
มรดกโลกของไทยสว่ นใหญ่ เผชญิ ปัญหาการคุกคามจากการพฒั นามาตลอด ดังนน้ั การสร้างความเข้าใจ
รว่ มกนั ถงึ มขี ้อจำกัด ได้แก่
1. จะต้องส่งเสริมให้ทั่วถึงทุกกลุ่มประโยชน์ เริ่มตั้งแต่รัฐบาล ซึ่งเป็นผู้กำหนดนโยบายและ
กลไกสนับสนุน ผู้ปฏิบัติงานทั้งหน่วยงานอนุรักษ์ รัฐบาล จนถึงชุมชน ส่วนใหญ่จะใช้คำว่า “การให้
ความรู้” หรือ “การให้การศึกษา” แก่ประชาชนเพื่อประชาชนจะได้เข้าใจ แต่ทางด้านกระบวนการมี
รายวชิ าอยธุ ยาศกึ ษา สค03128 212
ส่วนร่วมจะกลายเป็นการสื่อสารทางเดียว จึงควรพัฒนาจาก “การให้ความรู้” มาเป็น “การ
ปรึกษาหารือ” โดยทงั้ ฝ่ายรฐั บาลและประชาชนจะไดค้ วามรว่ มรับทราบปัญหาซึง่ กนั และกนั
2. การสร้างจิตสำนึก เพื่อให้มีความเข้าใจตรงกัน ซึ่งมีความเกี่ยวพันกับกระบวนการ
ปรกึ ษาหารือ จนเกิดกระบวนการสร้างจติ สำนึกต่อไปดว้ ย ส่งิ ทคี่ วรสง่ เสรมิ คือการส่ือความหมายให้กับ
ประชาชนในประเทศไทย การสื่อความหมายทางด้านมรดกทางวัฒนธรรมจะกระทำให้บรรลุผลสำเร็จ
ด้วยวิธีสากลได้ยาก เนื่องจากมีสถิตพิ บว่า คนไทยอ่านหนังสือ เอกสาร หรือการเข้าชมรายการสารคดมี ี
น้อยมาก การเข้าชมพิพธิ ภัณฑก์ ม็ นี ้อย และไมค่ อ่ ยจะรว่ มมือกนั ปฏิบตั ติ ามกฎระเบยี บสงั คม
เมื่อนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ได้รับการรับรองว่าเป็นมรดกโลก ชาวจังหวัด
พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่อยุธยามรดกโลกต่างก็รู้สึกภาคภูมิใจและยินดีกับเกียรติภูมิที่
ไดร้ ับเปน็ อย่างยิ่ง เพราะวา่ การที่ได้รับการรับรองเช่นน้ี เสมอื นหนง่ึ การยกย่องและยอมรับความย่ิงใหญ่
ของชนชาตไิ ทยท่ีเจรญิ ร่งุ เรืองมาต้ังแต่อดตี ความภาคภูมใิ จในครง้ั น้ี ชาวจังหวดั พระนครศรีอยุธยา ต้อง
ชว่ ยกนั ดูแลรกั ษาความเปน็ มรดกโลกเอาไว้ ต้องช่วยกันเฝา้ รักษาและช่วยกนั ป้องกนั อย่าให้มรดกโลกถูก
บุกรุก ถูกรุกราน ถูกบดบังความงดงามจนมรดกโลกขาดความสมบูรณ์จนหมดสภาพเป็นมรดกโลก
จนกระทั่งองค์การยูเนสโกถอดถอนการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ถ้าถูกถอดถอนการเป็นมรดกโลก
เมื่อใด ชาวไทยและชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยาจะต้องเสียใจตลอดไป ในอดีตองค์การยูเนสโกได้เคย
ถอดถอนมรดกโลกบางแห่งไปแลว้ เพราะว่าไมส่ ามารถอนรุ ักษ์เอาไว้ได้
รายวิชาอยธุ ยาศึกษา สค03128 213
บทท่ี 10
ความร้คู วามเขา้ ใจเบ้ืองต้นเก่ยี วกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ
แนวคิด
จังหวัดพระนครศรีอยุธยาตั้งอยู่ในที่ราบลุ่ม มีแม่น้ำไหลผ่านทั้งสิ้นจำนวน 4 สาย คือ
แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำป่าสัก แม่น้ำลพบุรี และแม่น้ำน้อย ในฤดูฝนจึงประสบปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่
อำเภอต่าง ๆ ทต่ี ั้งอยรู่ ิมแม่น้ำ เมอ่ื ปี พ.ศ. 2554 ได้เกิดมหาอุทกภัย ประชาชนได้รับความเดือดรอ้ นและ
เกิดความเสียหายเป็นจำนวนมาก ดังนั้นประชาชนจึงควรเรียนรู้เรื่องภัยพิบัติทางธรรมชาติเพื่อการ
ปรบั ตวั และการอยูร่ อด
ตวั ชว้ี ดั
1. อธบิ ายภัยพิบตั ทิ างธรรมชาติ
2. วเิ คราะหส์ ถานการณภ์ ยั พบิ ตั ทิ างธรรมชาตใิ นประเทศไทยและมหาอุทกภยั ปี 2554
3. อธิบายการรบั มอื กบั อทุ กภัย : สง่ิ ทีค่ วรปฏิบัตแิ ละสง่ิ ทีไ่ มค่ วรปฏิบัติ
1.1 ก่อนเกิดอทุ กภัย อะไรคอื สง่ิ ทีค่ วรปฏบิ ตั ิและอะไรคือสิง่ ที่ไม่ควรปฏบิ ตั ิ
1.2 ขณะเกิดอุทกภัย อะไรคือสิง่ ท่คี วรปฏบิ ัติและอะไรคอื ส่ิงที่ไม่ควรปฏิบัติ
1.3 หลังเกดิ อทุ กภัย อะไรคอื สง่ิ ท่ีควรปฏบิ ตั แิ ละอะไรคือสง่ิ ท่ีไมค่ วรปฏิบัติ
เน้ือหา
1. ภัยพิบัติทางธรรมชาติ
2. สถานการณ์ภยั พบิ ัตทิ างธรรมชาติในประเทศไทย และมหาอทุ กภยั ปี 2554
3. การรับมอื กับอุทกภยั : สงิ่ ที่ควรปฏบิ ตั แิ ละสงิ่ ท่ีไม่ควรปฏิบตั ิ
1.1 ก่อนเกิดอทุ กภยั อะไรคือสง่ิ ท่ีควรปฏิบัตแิ ละอะไรคือสิ่งที่ไม่ควรปฏบิ ัติ
1.2 ขณะเกดิ อทุ กภัย อะไรคือสิ่งที่ควรปฏบิ ตั ิและอะไรคอื สงิ่ ท่ีไม่ควรปฏบิ ตั ิ
1.3 หลงั เกดิ อทุ กภัย อะไรคือส่งิ ท่ีควรปฏิบัติและอะไรคือส่งิ ที่ไมค่ วรปฏบิ ัติ
รายวชิ าอยุธยาศกึ ษา สค03128 214
ภยั พบิ ัตทิ างธรรมชาตคิ ืออะไร
ภัยพิบัติทางธรรมชาติหรือภัยพิบัติธรรมชาติ (Natural Disasters) หมายถึง ภัยอันตรายหรือ
เหตุการณ์ตา่ ง ๆ ทางธรรมชาติ ทเี่ กิดข้นึ แล้วส่งผลใหเ้ กดิ อนั ตรายและความสูญเสยี ต่อชวี ิตและทรัพย์สิน
หรอื ส่งผลกระทบต่อชีวติ ความเป็นอยู่ของมนุษย์ ซ่ึงอาจเกดิ ขึน้ อย่างฉบั พลันทนั ด่วนหรือค่อย ๆ เกิดข้ึน
ในช่วงเวลาใดเวลาหน่งึ โดยยากท่ีจะคาดการณ์ไดว้ า่ จะเร่มิ และส้ินสุดเม่ือใด และมคี วามรุนแรงมากน้อย
เพียงใดประเทศไทยกำหนดให้ภัยพิบัติทางธรรมชาติเป็นสาธารณภยั อย่างหนึ่ง เน่อื งจากมีผลกระทบต่อ
สาธารณชนทว่ั ไป
ภัยพิบตั ทิ างธรรมชาตเิ กดิ ข้นึ ได้อย่างไร
โดยปกติแล้วภัยพิบัติทางธรรมชาติเป็นภัยอันตรายที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติแต่มีหลายกรณีที่
เกดิ ข้นึ จากการกระทำของมนุษย์หรอื มนุษย์เป็นปัจจัยสำคญั ท่ที ำให้เกิดภัยพิบตั ิทางธรรมชาติขน้ึ
ประเภทของภัยพบิ ตั ทิ างธรรมชาติ
ไดม้ ีการศกึ ษาและจัดแบ่งภยั พิบตั ทิ างธรรมชาติทเ่ี กิดข้นึ ในโลกน้ไี ว้ 10 ประเภท ได้แก่
1. การระเบิดหรือปะทขุ องภูเขาไฟ (Volcanic Eruptions) 2. แผ่นดินไหว (Earthquakes)
3. คล่นื สึนามิ ( Tsunami) 4. วาตภยั (Storms) 5. อุทกภัย (Floods)
6. ภัยแล้งหรือทุพภิกขภยั (Droughts) 7. ไฟป่า (Wildfire)
8. ดนิ ถลม่ และโคลนถลม่ (Landslides and Mudslides)
9. พายุหิมะและหิมะถลม่ (Blizzard and Avalanches) และ
10. โรคระบาดในคนและสตั ว์ (Human Epidemics and Animal Diseases)
ลักษณะของภยั พิบัตทิ างธรรมชาติ
กรมสง่ เสรมิ คณุ ภาพสิง่ แวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ ม แบง่ ภัยธรรมชาติ
ออกเป็น 4 กลุ่ม โดยมีลักษณะสำคัญ ดงั ต่อไปนี้
1. ภยั พบิ ัตทิ างธรรมชาตดิ า้ นนำ้ ได้แก่
1.1 อทุ กภัย หมายถงึ อนั ตรายจากนำ้ ทว่ ม ซ่ึงมีลักษณะการเกิด 4 ลกั ษณะ ดังนี้
1.1.1 น้ำป่าไหลหลากหรือน้ำท่วมฉับพลัน เกิดขึ้นเนื่องจากฝนตกหนักเหนือภูเขา
ต่อเนอ่ื งเปน็ เวลานาน ทำใหจ้ ำนวนน้ำสะสมมปี รมิ าณมากแลว้ ไหลบ่าลงสู่ทต่ี ำ่ เบ้ืองลา่ งอย่างรวดเร็ว
1.1.2 น้ำทว่ มขัง มีสาเหตุมาจากระบบการระบายน้ำไมด่ ีพอ มสี ่งิ ก่อสร้างกีดขวางทาง
ระบายน้ำหรอื เกดิ น้ำทะเลหนนุ สงู กรณีพน้ื ท่อี ยู่ใกลช้ ายฝ่ังทะเล
รายวชิ าอยุธยาศกึ ษา สค03128 215
1.1.3 น้ำล้นตลิ่ง เกิดจากการที่ปริมาณน้ำจำนวนมากที่เกิดจากฝนตกหนักต่อเนื่องที่
ไหลลงสู่ลำนำ้ ด้านล่างหรือแม่นำ้ มีปริมาณมากจนระบายลงสู่ลุม่ น้ำด้านล่าง หรือออกสู่ปากน้ำไม่ทันทำ
ใหเ้ กดิ สภาวะนำ้ ล้นตลิง่ เข้าทว่ มพ้ืนที่สองฝ่ังน้ำ
1.1.4 คลื่นสึนามิ เป็นคลื่นใต้น้ำขนาดใหญ่ในทะเลที่มีช่วงคลื่นยาวประมาณ 80 –
200 กิโลเมตร เคลื่อนที่ด้วยความเร็วประมาณ 600 – 1,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เกิดมาจากความ
สั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว แผ่นดินถล่ม หรือภูเขาไฟระเบิดที่พื้นท้องมหาสมุทร หรืออุกาบาตพุ่งชน
โลก เมอ่ื เคล่ือนเขา้ สชู่ ายฝง่ั หรอื ทต่ี ้นื จะเพิ่มความสงู ขนึ้ อยา่ งรวดเรว็ ถงึ ประมาณ 15 เมตรหรอื มากกวา่ น้ี
มีสภาพเป็นน้ำท่วมทีมีพลังอันมหาศาลของคลื่นโถมชัดพื้นที่ชายหาดหรือหมู่เกาะสร้างความเสียหาย
อยา่ งรนุ แรง
2. ภัยพบิ ัตทิ างธรรมชาติดา้ นลม
ภัยพิบัติทางธรรมชาติด้านลมหรือวาตภัย หมายถึง ภัยที่เกิดจากพายุลมแรงจนทำให้เกิด
ความเสียหาย แก่ อาคารบา้ นเรอื น ต้นไม้ และ สิ่งก่อสรา้ งต่าง ๆ มี 3 ชนดิ ได้แก่
2.1 พายุหมุนเขตร้อน เป็นพายุที่เกิดบริเวณเหนือน้ำในมหาสมุทรใกล้เส้นศูนย์สูตร เช่น
พายุไซโคลน พายุเฮอริเคน พายุใต้ฝุ่น พายุวิลลี่ – วิลลี่ มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางหลายร้อยกิโลเมตร
ความเร็วใกลศ้ นู ยก์ ลาง ประมาณ 100 – 150 กโิ ลเมตรตอ่ ชวั่ โมงในประเทศไทยประสบภยั จากพายุหมุน
เขตร้อน ได้แก่ พายุดีเปรสชั่น มีความเร็วลมใกล้ศูนย์กลางไม่เกิน 63 กิโลเมตร/ชั่วโมง พายุโซนร้อน มี
ความเร็วลมใกล้ศูนย์กลางระหว่าง 63 – 117 กิโลเมตร/ชั่วโมง และพายุใต้ฝุ่นมีความเร็วลมใกล้
ศูนย์กลางตง้ั แต่ 118 กิโลเมตร/ชว่ั โมง ขน้ึ ไป นบั วา่ เปน็ ภยั พิบัตทิ างธรรมชาตริ า้ ยแรงท่สี ุด
2.2 พายุทอร์นาโด หรือ ลมงวง (บ้านเราเรียกว่า “ลมงวงช้าง”) เป็นพายุหมุนที่เกิดขึ้นบน
บกเปน็ ส่วนใหญ่ (ร้อยละ 90) เป็นกระแสลมวนทม่ี ีความเรว็ สูงถงึ 400 – 500 ไมล์/ช่ัวโมง ทำให้กระแส
อากาศเป็นลำพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าหรือย้อยลงมาจากฐานเมฆดูคล้ายกับงวงช้าง หรือปล่อยยื่นลงมาถ้าถึง
พื้นดินจะสามารถสร้างความเสียหายได้อย่างรุนแรงมีอำนาจการทำลายสูง สามารถกวาดยกทุกสิ่งทุก
อย่างได้แม้กระทั่งอาคารบ้านเรือน และรถยนต์ แต่มีอายุการเกิดสั้นเฉลี่ยประมาณ 1 – 2 ชั่วโมง และ
ครอบคลุมพ้ืนที่เป็นบริเวณแคบๆ เฉลยี่ ประมาณ 15 – 20 ตารางกิโลเมตร
2.3 พายุฤดูร้อนหรือพายุฝนฟ้าคะนอง เป็นพายุที่เกิดขึ้นในช่วงฤดูร้อน บางครั้งอาจมี
ลูกเห็บทำความเสียหายได้ในบริเวณไม่กว้างขวางนัก ช่วงสั้น ๆ ไม่เกิน 1 – 2 ชั่งโมง ความเร็วลม
ประมาณ 50 กิโลเมตร/ช่ัวโมง พบบ่อยมากในพ้ืนที่ที่มีภูมอิ ากาศร้อนและอบอ่นุ ในแตล่ ะวนั ท่ัวโลกจะมี
พายุฝนฟ้าคะนองเกดิ ขึน้ ทั่วโลกมากถึงประมาณ 45,000 ลูก
รายวชิ าอยธุ ยาศกึ ษา สค03128 216
3. ภัยพิบตั ิทางธรรมชาตดิ ้านไฟ
ภัยพิบัติทางธรรมชาติด้านไฟ ได้แก่ ไฟป่า มีสาเหตุมาจากทั้งทางธรรมชาติและจากมนุษย์
แต่ส่วนใหญ่แล้วเกิดจากการกระทำของมนุษย์ ในส่วนที่เป็นสาเหตุจากธรรมชาติ ได้แก่ ฟ้าผ่า กิ่งไม้
เสียดสีกันจนเกิดความร้อนลุกเป็นไฟ ภูเขาไฟระเบิด ปฏิกิริยาเคมีในป่าพรุ เป็นต้น และส่วนที่เป็น
สาเหตุจากมนุษย์ ซึ่งมีทั้งที่จงใจและไม่จงใจ เช่น การเก็บหาของป่า (เป็นสาเหตุทำให้เกิดไฟป่ามาก
ที่สุด) การเผาไร่ (เป็นสาเหตุสำคัญรองมาจากการเก็บหาของป่า) แกล้งจุด ความประมาท การเลี้ยงปศุ
สัตวเ์ ป็นตน้
4. ภยั พบิ ัตทิ างธรรมชาติด้านดิน ไดแ้ ก่
4.1 ภูเขาไฟระเบิดบริเวณจุดร้อนใต้ผิวโลกมีหินหลอมละลายที่เรียกว่า “แมกมา”
(Magma) เมื่อภูเขาไฟระเบิดจะพ่นแมกมาขึ้นมาตามรอยแตกหรือปล่องภูเขาไฟ เราเรียกว่า “ลาวา”
(Lava) เป็นภยั พิบตั ทิ างธรรมชาติท่ีร้ายแรงอย่างหน่ึง ปจั จุบันท่ัวโลกมีภเู ขาไฟทยี่ ังมีพลังคือมีแมกมารอ
การปะทหุ รอื ดบั ชว่ั คราว ประมาณ 13,000 ลูก
4.2 แผ่นดินไหวเป็นการสั่นสะเทือนของแผ่นดินอันเกิดจากการเคลื่อนตัวของเปลือกโลก
โดยฉับพลันตามแนวขอบของแผ่นเปลือกโลกหรือตามรอยเล่ือน การระเบิดของภูเขาไฟ การยุบตัวของ
โพรงใต้ดิน แผ่นดินถล่ม อุกาบาตขนาดใหญ่ตกหรือเกิดจากการกระทำของมนุษย์ เช่น ระเบิดปรมาณู
การทำเหมือง การสร้างอ่างเก็บน้ำใกล้รอยเลื่อน การทำงานของเครื่องจักรกล การจราจร เป็นต้น
ขนาดแรงสั่นสะเทอื นของแผน่ ดนิ ไหว วัดเป็นริกเตอร์ คือ ขนาดเล็ก 1 – 3 ริกเตอร์ ขนาดปานกลาง 4
– 6 ริกเตอร์ และขนาดใหญ่ 7 ริกเตอร์ขึ้นไป ถ้าสั่นสะเทือนจะทำให้เกิดความเสียหายได้มาก อาคารที่
ไมแ่ ขง็ แรงจะพงั ทรุด ถลม่ ถ้ามีขนาด 7.3 ริกเตอร์ขึน้ ไป อาจทำใหเ้ กดิ คลอื่ นสึนามิได้
4.3 แผ่นดินถลม่ เกิดจากการเคลอื่ นตวั ขององค์ประกอบของธรณีวทิ ยาบริเวณนนั้ จากที่สงู
ลงสู่ท่ีตำ่ ซง่ึ ปกติมักเกดิ จากการที่ฝนตกหนักมากบรเิ วณภูเขาและภูเขานัน้ อมุ้ น้ำไวจ้ นเกิดการอ่ิมตัว จน
ทำให้เกดิ การพังทลาย นอกจากนีอ้ าจเกดิ จากภเู ขาไฟระเบิด หิมะตกมากหรือหิมะละลาย คลน่ื สึนามิ
การเปล่ียนแปลงของน้ำใต้ดิน การกัดเซาะของฝงั่ แมน่ ้ำไหล่ทวีป หรอื เกดิ จากการกระทำของมนษุ ย์ เชน่
การขดุ ดนิ บริเวณไหล่เขา ลาดเขาหรอื เชิงเขา เพือ่ ทำการเกษตร การทำถนน การดูดทรายจากแม่นำ้ หรือ
บนแผน่ ดนิ การขุดดินลกึ ๆ ในการก่อสร้างใต้ดินของอาคาร การบดอัดดนิ เพ่ือทำการก่อสรา้ ง การสบู น้ำ
ใตด้ นิ น้ำบาดาลมากเกนิ ไป การทำลายป่าเพ่ือทำไร่ ทำสวน เปน็ ตน้
2. สถานการณภ์ ัยพิบตั ิทางธรรมชาตใิ นประเทศไทยและมหาอุทกภยั ปี 2554
คณะกรรมการป้องกนั และบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ได้สรปุ สถานการณส์ าธารณภัยของ
ประเทศไทยทเี่ กิดข้นึ และสร้างความสญู เสียตอ่ ชีวิตและทรัพยส์ ินของประชาชน ในรอบ 7 ปที ีผ่ า่ นมา
รายวชิ าอยุธยาศกึ ษา สค03128 217
(พ.ศ.2545 - 2551) ไว้ในแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแหง่ ชาติ พ.ศ.2553 – 2557 เฉพาะใน
ส่วนของภัยพบิ ตั ิทางธรรมชาตนิ ัน้ มสี ถานการณท์ ่นี ่าสนใจโดยสรปุ ดงั นี้
1.ประเภทของภยั พิบตั ทิ างธรรมชาตทิ เี่ กิดข้ึน มี 10 ประเภทไดแ้ ก่
1) อทุ กภัย 2) วาตภัย 3) ภยั ทเี่ กดิ จากดนิ โคลนถล่ม
4) ภยั แล้ง 5) ภยั จากคล่ืนสึนามิ 6) ภยั หนาว
7) ภัยจากแผ่นดนิ ไหว 8) ภัยจากโรคระบาดสัตว์และพืช
9) ภยั จากโรคระบาดในมนุษย์ และ 10) ภัยจากไฟปา่
2. ความเสียหายท่เี กิดจากภัยพบิ ตั ทิ างธรรมชาติ
2.1 อุทกภยั
ประเทศไทยประสบกับปัญหาอุทกภัยเป็นประจำและเกิดขึ้นทุกปีนับเป็นภัยพิบัติที่ก่อให้เกิด
ความเสียหายให้แก่ ประเทศไทยมากท่ีสุด โดยในรอบ 7 ปีระหว่าง พ.ศ. 2545 – 2551 มีอุทกภัยเกิดขึ้น
เฉล่ยี ปลี ะ 10 ครั้ง เฉลีย่ ปีละ 62 จังหวดั บาดเจ็บเฉล่ยี ปีละ 213 คน (ปี พ.ศ.2549 มผี ู้เสียชีวิตถึง 446
คน ) และเสียหายคดิ เปน็ มลู คา่ เฉลี่ยปลี ะ 5,883 ลา้ นบาท (ปี 2545 เสียหายคดิ เป็นมูลค่าถงึ 13,385.31
ล้านบาท )
2.2 วาตภยั
ในรอบ 7 ปี ระหว่าง พ.ศ. 2545 – 2551 ประเทศไทยประสบปัญหาวาตภัยเฉลี่ยปีละ 2,152
ครั้ง เฉลี่ยปีละ 67 จังหวัด บาดเจ็บเฉลี่ยปีละ 92 คน เสียชีวิตเฉลี่ยปีละ 33 คน และเสียหายคิดเป็น
มลู ค่าเฉลย่ี ปีละ 250 ลา้ นบาท
2.3 ภยั จากดนิ โคลนถลม่
ในรอบ 7 ปี ระหว่าง พ.ศ. 2545 – 2551 ประเทศไทยประสบภัยจากดนิ โคลนถล่มใน 5 จังหวัด
ไดแ้ ก่ ตาก แพร่ อตุ รดติ ถ์ เพชรบูรณ์ และสุราษฎร์ธานี โดยจังหวัดตากมีผไู้ ด้รบั บาดเจ็บจากภยั ดินโคลน
ถล่ม จำนวน 391 คน แพร่และอุตรดิตถ์ ในปี 2549 มีผู้เสียชีวิต 83 คน คิดเป็นมูลค่าความเสียหาย
จำนวน 308 ล้านบาท
2.4 ภยั แลง้
ในรอบ 7 ปี ระหวา่ ง พ.ศ. 2545 – 2551 ประเทศไทยประสบปัญหาภาวะแห้งแล้ง และการขาด
แคลนนำ้ ในการทำเกษตรกรรม โดยมีพื้นที่ประสบภยั แลง้ เฉลีย่ ปลี ะ 64 จังหวัด มีราษฎรเดือดร้อนเฉล่ีย
ปีละ 10,066,522 คน (ปี 2550 มีราษฎรเดือดร้อนถึง 16,754,980 คน ) มีพื้นที่การเกษตรเสียหาย
เฉลย่ี ปีละ 2,889,498 ไร่ ( ปี 2548 มีพน้ื ท่กี ารเกษตรเสยี หายถงึ 13,736,660 ไร่ ) และเสียหายคิดเป็น
มลู ค่าเฉลยี่ ปีละ 1,319 ลา้ นบาท (ปี 2548 เสยี หายคดิ เป็นมลู ค่าถึง 7,565.86 ล้านบาท
รายวชิ าอยุธยาศกึ ษา สค03128 218
2.5 ภยั จากคลนื่ สึนามิ
ประเทศไทยประสบภัยจากคล่นื สึนามิเป็นครั้งแรกเมื่อวนั อาทิตยท์ ่ี 26 ธันวาคม 2547 เปน็ คลืน่ สึ
นามิที่เกิดจากแผ่นดินไหวใต้ทะเลขนาด 9.3 ริกเตอร์ ที่หมู่เกาะสุมาตราส่งผลให้ 11 ประเทศในทวีป
เอเชียและทวีปแอฟริกาได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง โดยมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 216,000 คน สำหรับ
ประเทศไทยได้รับผลกระทบในเขต 6 จังหวัดชายฝั่งทะเลอันดามัน ได้แก่ จังหวัดพังงา กระบี่ ระนอง
ภูเก็ต ตรัง และสตูล มีผู้เสียชีวิตทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศรวม 5,401 คน บาดเจ็บ 11,775 คน
สูญหาย 2,921 คน ทำให้มีเด็กกำพร้ามากกว่า 1,215 คน มลู ค่าความเสยี หายเบ้ืองตน้ ประมาณ 14,491
ล้านบาท ก่อให้เกิดความสญู เสียต่อระบบเศรษฐกจิ และอุตสาหกรรมการท่องเทีย่ วมากกวา่ 30,000 ล้าน
บาท
2.6 ภยั หนาว
ประเทศไทยประสบปัญหาภัยหนาวในช่วงเดอื นตุลาคม – กุมภาพันธ์ ของทุกปี โดยในรอบ 7 ปี
ระหว่าง พ.ศ. 2545 – 2551 มจี งั หวดั ที่ประสบภัยหนาวเฉลีย่ ปลี ะ 37 จังหวดั มรี าษฎรเดือดรอ้ นเฉลย่ี ปี
ละ 3,681,697 คน มีครัวเรือนได้รับความเดือดร้อนเฉลี่ยปีละ 631 ครัวเรือน ( ปี 2551 มีจังหวัดท่ี
ประสบภัยหนาวถึง 49 จงั หวัด ราษฎรไดร้ บั ความเดือดร้อน 9,554,992 คน และมีครวั เรือนได้รับความ
เดอื ดรอ้ นถึง 1,592 ครัวเรอื น )
2.7 ภยั จากแผ่นดินไหวและอาคารถลม่
ประเทศไทยเกิดแผ่นดินไหวที่สามารถรู้สึกได้ปีละประมาณ 5 – 6 ครั้ง ในปี 2545 – 2551 เกิด
แผน่ ดินไหวทีส่ ่งผลกระทบต่อประเทศไทย ดงั นี้
วันที่ 24 มกราคม 2549 จุดเกิดแผ่นดินไหวที่รัฐฉานประเทศพม่า ขนาด 5.7 ริกเตอร์รู้สึก
สั่นสะเทอื น ท่ีจงั หวดั เชียงใหม่ เชียงราย และแมฮ่ ่องสอน
วันที่ 8 ตุลาคม 2549 จุดเกิดแผ่นดินไหวที่ประเทศพม่า ขนาด 5.6 ริกเตอร์ รู้สึกได้ที่จังหวัด
เพชรบุรี ราชบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และสมุทรสงคราม มีรายงานสิ่งก่อสร้างเสียหายเล็กน้อยที่จังหวัด
ประจวบครี ขี นั ธ์
วนั ท่ี 1 ธันวาคม 2549 จุดเกิดแผน่ ดนิ ไหวทดี่ ้านตะวันออกของเกาะสุมาตรา ขนาด 6.5 ริกเตอร์
รสู้ ึกได้ที่อำเภอหาดใหญ่ จงั หวัดสงขลา และจังหวดั นราธวิ าส
วันที่ 13 ธนั วาคม 2549 จดุ เกิดแผน่ ดินไหวจุดศนู ย์กลางอยู่ที่อำเภอแม่ริม อำเภอสนั ทราย และ
อำเภอเมอื งเชียงใหม่ จังหวดั เชียงใหม่ ท่ีรอยเลอื่ นแม่ทา ขนาด 5.1 ริกเตอร์ กำแพงเมืองเชียงใหม่ 700
ปี เกิดรอยรา้ ว วดั และโรงเรยี นหลายแห่งใน 3 อำเภอดังกลา่ วเสียหายเกิดรอยรา้ ว
วันที่ 2 พฤศจิกายน 2550 จุดเกิดแผ่นดินไหวที่พรมแดนพม่า ลาว และจีน ห่างจากจังหวัด
เชียงราย 200 กโิ ลเมตร ขนาด 5.7 ริกเตอร์ รู้สึกส่ันไหวทีจ่ งั หวดั เชยี งราย
รายวิชาอยธุ ยาศกึ ษา สค03128 219
วันที่ 28 ธันวาคม 2550 จุดเกิดแผ่นดินไหวที่ตอนเหนือของเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย
หา่ งจากจงั หวัดภูเก็ต 340 กโิ ลเมตร ขนาด 5.7 รกิ เตอร์ รสู้ ึกไหวบนตึกสูงของจังหวัดภเู ก็ต และจังหวัด
พังงา
วันที่ 3 กันยายน 2551 จุดเกิดแผ่นดินไหวที่พรมแดนพม่า-จีน จุดศูนย์กลางห่างจากอำเภอ
เมืองเชียงราย จังหวัดเชียงรายไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 583 กิโลเมตร ขนาด 5.1 ริก
เตอร์ ไมม่ รี ายงานความเสียหาย
2.8 ภัยจากโรคระบาดสัตวแ์ ละพืช
2.8.1 การเกดิ โรคระบาดในสัตวเ์ ล้ียงประเภทต่างๆ เช่น โค กระบือ สกุ ร ไก่ และเปด็ เป็นต้น
เกิดขึ้นน้อยมากและสามารถควบคุมการระบาดไม่ให้กระจายได้อย่างรวดเร็วในรอบ 7 ปี ระหว่าง พ.ศ.
2545 – 2551มีสัตว์ที่ตายด้วยโรคระบาด ได้แก่ โค เฉลี่ยปีละ 280 ตัวกระบือ เฉลี่ยปีละ 38 ตัว สุกร
เฉลี่ยปีละ 575 ตัว และในรอบ 6 ปี ระหว่าง พ.ศ. 2546 – 2551มีไก่ตายด้วยโรคระบาดเฉลี่ยปีละ
27,796 ตวั และเปด็ เฉลีย่ ปีละ 8,151 ตัว
2.8.2 การแพรร่ ะบาดของโรคไข้หวัดนก พบครัง้ แรกเมือ่ เดือนมกราคม 2547 โดยสายพันธุ์
ที่ตรวจพบเป็นชนิด H5N1 ทั้งนี้พบการแพรร่ ะบาดของโรคไข้หวัดนกในชว่ งปี 2547 – 2551ในหลาย
ระรอกรวมผปู้ ว่ ยจำนวน 25 ราย เสยี ชีวิต 17 ราย
2.9 ภยั จากโรคระบาดในมนุษย์
2.9.1ไข้หวัดนกหรือไขห้ วดั ใหญใ่ นสตั วป์ ีก สถานการณ์โรคไขห้ วัดใหญ่ในประเทศไทยพบผู้ป่วย
ประปรายตลอดปี โดยจะมีจำนวนผู้ป่วยมากในช่วงกลางปีในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ระหว่างปี 2542–
2551 มรี ายงานผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ปลี ะประมาณ 30,000 – 50,000 คน มีผู้เสยี ชีวิตปลี ะไมเ่ กนิ 10 ราย
2.9.2 โรคไขห้ วดั ใหญส่ ายพนั ธใุ์ หม่ ชนดิ เอ (H1N1)พบผปู้ ว่ ยครั้งแรกในช่วงกลางเดือนมีนาคม
2552 ที่ประเทศเม็กซิโก ประเทศไทยมีการเฝ้าระวังโรคดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน 2552 เป็นต้น
มา จากการเฝ้าระวังในช่วงระหวา่ ง 28 เมษายน – 5 สงิ หาคม 2552 พบว่าผู้ป่วยทีต่ รวจยืนยันวา่ ติดเชอื้
ชนิด เอ (H1N1) จำนวน 10,043 ราย เสียชีวิต 81 ราย ซึ่งมีการระบาดในโรงเรียน ค่ายทหาร และ
สถานบนั เทงิ ในแหลง่ ทอ่ งเท่ียวทง้ั ชาวไทยและชาวต่างชาติ และชมุ ชน เปน็ ตน้
2.10 ภัยจากไฟปา่
ส่วนใหญ่เกิดจากฝีมือมนุษย์ที่ก่อให้เกิดไฟป่า เพื่อประโยชน์ของมนุษย์เอง เช่น เพื่อการเกษตร
ล่าสัตว์ และจากความประมาท ในรอบ 7 ปี ระหว่าง พ.ศ. 2545 – 2551พบการเกิดไฟป่าเฉลี่ยปีละ
8,287 ครั้ง เฉลี่ยปีละ 63 จังหวัดพื้นที่เสียหายเฉลี่ยปีละ 140,987 ไร่ ( ปี 2545 เกิดไฟป่าจำนวนถึง
11,974 คร้ัง พ้นื ทเี่ สยี หาย 253,391 ไร่)
รายวิชาอยธุ ยาศึกษา สค03128 220
พระนครศรีอยุธยากับมหาอุทกภัย ปี 2554
อทุ กภัยปี 2554 เปน็ มหาอทุ กภัยที่ร้ายแรงทส่ี ุดเทา่ ที่ประเทศไทยเคยประสบมาไม่มีอทุ กภัยครั้งใดที่
มีผู้เสียชีวิตและความเสียหายมากเท่าปี 2554 เป็นมหาอุทกภัยครั้งประวัติศาสตร์ของประเทศไทยที่มี
ความร้ายแรงทีส่ ุดทัง้ ในแง่ของปริมาณและจำนวนผู้ได้รับผลกระทบ จากรายงานผลการศกึ ษาวิเคราะห์
สาเหตุการเกิดมหาอทุ กภัยและสาเหตุการเสยี ชวี ติ ของประชาชนจากเหตมุ หาอุทกภยั ปี พ.ศ. 2554 ของ
สำนกั นโยบายป้องกนั และบรรเทาสาธารณภัย กรมปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย
รายงานสภาพปัญหาอุทกภยั ปี 2554 ทนี่ า่ สนใจในที่นี้ 2 ประการสำคัญโดยสรปุ ดงั นี้
1. สาเหตุการเกดิ อุทกภยั
ในช่วงฤดูฝนของปี 2554 ตั้งแต่เดือนมิถุนายน ถึงเดือนตุลาคม ประเทศไทยได้รับอิทธิพลจาก
พายุ 5 ลูกทท่ี ยอยถาโถมเข้ามา ไดแ้ ก่ พายโุ ซนรอ้ น “ไหหม่า” (HAIMA 1104) พายุ “นกเตน” (NOCK-
TEN 1108) พายุ “ไหถ่ าง” (HAITANG 1118) พายุ “เนสาด” (NESAT 1117) 4 ลกู นพ้ี ดั เข้าทางเหนือ
ตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และลูกที่ 5 คือพายุ “นาลแก” (NALGAE 119) พัดเข้า
ภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางตอนบน จากพายุทั้ง 5 ลูกดังกล่าวส่งผลให้เกือบทุกภูมิภาคของ
ประเทศไทยมีฝนตกหนักมากติดต่อกันเป็นเวลาหลายวันทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและปริมาณแม่น้ำ
ลำคลองเอ่อล้นตลิ่ง เกิดน้ำท่วมพื้นที่บ้านเรือน ไร่นาราษฎรเป็นบริเวณกว้างทำให้เขื่อนใหญ่ 2 เขื่อน
คือเขื่อนภูมิพล จังหวัดตาก และเขื่อนสิริกิติ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ มีปริมาณน้ำมากจำเป็นต้องปล่อยทิ้งเพอ่ื
ระบายน้ำออก กลายเป็นมวลน้ำที่มีกำลังแรงไหลเข้าสู่พื้นที่ของจังหวัดใต้เขื่อนทั้ง 2 แห่ง ได้แก่จังหวดั
ตาก อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร นครสวรรค์ ชัยนาท สิงห์บุรี ลพบุรี พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี
นนทบรุ ี นครปฐม และกรงุ เทพมหานคร
รายวิชาอยธุ ยาศกึ ษา สค03128 221
2. ผลกระทบความเสยี หายทีเ่ กิดขึ้น
มหาอุทกภัยปี 2554 ส่งผลให้มีพื้นที่ได้รับผลกระทบเป็นจำนวนถึง 65 จังหวัด 684 อำเภอ
4,920 ตำบล 43,636 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 4,086,138 ครัวเรือน จำนวน 13,595,192
คน มีผูเ้ สยี ชีวติ 813 ราย สูญหาย 3 ราย ความเสียหายต่างๆ ทีเ่ กดิ ขึ้น ไดแ้ ก่
1) บา้ นเรอื น เสยี หายท้ังหลัง 2,329 หลัง เสียหายบางส่วน 96,833 หลงั
2) พืน้ ที่การเกษตร เสยี หาย 12.61 ลา้ นไร่
3) ปศสุ ัตว์ เสียหาย 13.41 ล้านตวั
4) โรงงานอตุ สาหกรรม เสยี หาย 9,859 โรงงาน ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก
(SMEs) จำนวน 2.85 แสนราย และแรงงานไม่ตำ่ กว่า 1.8 ลา้ นคน ได้รับผลกระทบ
5) โรงเรียน เสียหาย 3,088 โรง นกั เรียนกวา่ 700,000 คน ได้รบั ผลกระทบจากการเลื่อนเปิด
เทอม
6) โบราณสถาน เสยี หาย 313 แห่ง เฉพาะทจี่ งั หวัดพระนครศรอี ยุธยา ได้รับผลกระทบ
จำนวน 130 แห่ง
7) ถนนเสียหาย 13,961 สาย ท่อระบายน้ำ 777 แหง่ ฝาย 982 แห่ง ทำนบ 142 แห่ง
สะพาน/คอสะพาน 724 แหง่
ธนาคารโลกได้ประเมินความเสียหายจากอุทกภัยของประเทศไทยในปี 2554 สูงถึง 1.44
ล้านล้านบาท และจัดเป็นภัยพิบัติครั้งที่สร้างความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินมากที่สุดเป็นลำดับที่ 4
ของโลก ผลกระทบจากมหาอุทกภัยปี พ.ศ. 2554 จังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้รับความเสียหายท้ัง
จังหวดั มี หนว่ ยงานราชการ สถานทต่ี ่าง ๆ เชน่ โรงพยาบาล เรอื นจำ นิคมอตุ สาหกรรมตา่ ง ๆ บา้ นเรอื น
ประชาชน แม้กระทั่งปางช้าง ได้รับความเสยี หายและเดอื ดรอ้ นจากมหาอทุ กภยั และมีปัญหาหลายด้าน
เช่น แรงงานถกู เลกิ จา้ งเนื่องจากโรงงานถูกนำ้ ท่วม ผเู้ จ็บป่วยต้องถกู เคลือ่ นยา้ ยโดยกระทันหันเน่ืองจาก
โรงพยาบาลถูกน้ำท่วม สัตว์เลี้ยงถูกน้ำท่วมเสียชีวิตและบางส่วนขาดอาหาร ปัญหาการจราจรไ ม่
สามารถเดินทางตดิ ต่อกันได้ นอกจากนโ้ี บราณสถานต่าง ๆ โดยเฉพาะวัดไชยวฒั นารามที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ
ถูกน้ำท่วมเสียหาย และนิคมอุตสาหกรรมในจังหวัดพระนครศรีอยุธยารวม 5 แห่ง ได้แก่ นิคม
อุตสาหกรรมแฟคตอรี่แลนด์ นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน นิคมอุตสาหกรรมไฮเทค นิคมอุตสาหกรรม
โรจนะ และนคิ มอตุ สาหกรรมสหรัตนนคร
ให้ลองนึกตามว่าหากน้ำท่วมในครั้งต่อ ๆ ไปเราจะทำอย่างไรจะหนีหรือจะเตรียมการรับ
เพื่อให้อยู่กับน้ำได้อย่างเป็นสุขโดยการปรับตัว ปรับสภาพวิถีชีวิตให้ยอมรับสภาพความเป็นเมืองที่มี
แม่นำ้ ล้อมรอบ และต้องประสบปญั หาน้ำทว่ มอยูเ่ ป็นประจำในชว่ งฤดูน้ำหลาก
จากสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติในประเทศไทยและมหาอุทกภัยปี 2554 ที่กล่าวมา
นนั้ ไดช้ ีใ้ ห้เหน็ ถึงสาเหตุของการเกิด และความเสยี หายหรือผลกระทบทีต่ ามมาอย่างมหาศาลโดยเฉพาะ
อย่างยิ่งผลกระทบจากมหาอุทกภัยปี 2554 ได้ก่อให้เกิด ความเสียหายแก่ประเทศไทยมากที่สุด การ
รายวชิ าอยุธยาศึกษา สค03128 222
เตรียมประชาชนให้พร้อมเพื่อรับมือกับอุทกภัยที่ถูกต้องจึงจำเป็นอย่างยิ่ง ทั้งนี้เพื่อลดความเสี่ยงจาก
อทุ กภยั ใหไ้ ด้มากท่ีสดุ เทา่ ทจ่ี ะทำได้ ซ่งึ ได้กลา่ วไวใ้ นสว่ นท่ี 3 ต่อไป
ส่วนที่ 3 การรับมือกับอุทกภัย: สิ่งท่ีควรปฏิบัตแิ ละสิ่งทไี่ มค่ วรปฏบิ ัติ
จากข้อมลู การเสยี ชีวิตของประชาชนในเหตุการณ์มหาอทุ กภัย ปี 2554 ถึงจำนวน 813 ราย โดย
สาเหตุสำคัญ 5 อันดับแรก คือ จมน้ำ จำนวน 626 ราย คิดเป็นร้อยละ 77.00 ไฟฟ้าช็อต จำนวน 70
ราย คิดเป็นร้อยละ 8.61 พลัดตกน้ำ จำนวน 40 ราย คิดเป็นร้อยละ 4.92 น้ำพัด จำนวน 30 ราย คิด
เป็นร้อยละ 3.69 และเรือล่ม/คว่ำ จำนวน 22 ราย คิดเป็นร้อยละ 2.71 และในการศึกษาเจาะลึก
เกย่ี วกับผเู้ สยี ชวี ติ จำนวน 206 ราย ของคณะผู้ศึกษาโดยการลงพื้นที่สัมภาษณ์ครอบครัวของผู้เสียชีวิต
ดังกล่าว พบว่า สาเหตุสูงสุดมาจากการจมน้ำเสียชีวิตซึ่งมีถึงจำนวน 184 ราย คิดเป็นร้อยละ 89.32
รองลงมาคือไฟฟา้ ช็อต 18 ราย คดิ เปน็ ร้อยละ 8.74 ดินโคลนถลม่ 3 ราย คิดเป็นรอ้ ยละ 1.46 และงูกัด
1 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.48 โดยพฤติกรรมที่ทำให้เสียชีวิต ได้แก่ การออกไปหาปลาในบริเวณที่น้ำลึก
และมีกระแสน้ำไหลเชี่ยว การรับ-ส่งลูกหลาน การออกไปเล่นน้ำแล้วเกิดเป็นตะคริว การออกไปรับ
สิ่งของบริจาคแล้วถูกกระแสน้ำพัดเรือคว่ำ การขับขี่รถไปตามถนนซึ่งมีน้ำท่วมมองไม่เห็นผิวทางทำให้
ตกขอบถนนเสียหลักถูกกระแสน้ำพัดจมหาย การเดินลุยน้ำไปช่วยผู้ประสบภัยแล้วเกิดเป็นตะคริวเป็น
ลมพลัดตกน้ำ การเกิดกระแสไฟฟ้ารั่วในบริเวณบ้าน การลื่นล้มแล้วจมน้ำ การมีโรคประจำตัว เช่น
ความดนั หวั ใจ ลมชกั ปว่ ยเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาตชว่ ยตวั เองไมไ่ ด้ชว่ ยไม่ทัน และงกู ัด เป็นตน้
จากสาเหตุของการเสียชีวิต และพฤติกรรมที่ทำให้เสียชีวิต ดังกล่าว จะเห็นได้ว่าเป็นสาเหตุที่
สามารถปอ้ งกันได้ และพฤติกรรมทไ่ี มค่ วรปฏบิ ตั ิ หากมีความรู้ความเขา้ ใจ และรจู้ กั เตรียมตวั เพือ่ รับมือ
รายวิชาอยุธยาศกึ ษา สค03128 223
กับอุทกภัยอยา่ งถูกต้อง มีสติและไม่ประมาททั้งก่อนเกดิ อุทกภยั ขณะเกิดอุทกภัย และหลังเกิดอทุ กภยั
ดังแนวปฏิบัติท่จี ะกล่าวถงึ ตอ่ ไปน้ี
1.ก่อนเกดิ อุทกภัย...อะไร คอื สงิ่ ท่ีควรปฏบิ ัติ และอะไร.....คอื ส่ิงทีไ่ มค่ วรปฏิบตั ิ
1.1 สงิ่ ท่ีควรปฏบิ ัติ
1.1.1 สอบถามหน่วยงานที่จัดการด้านน้ำท่วม เกี่ยวกับการเกิดน้ำท่วม ในชุมชนที่ผ่านมา
และความเสยี หายท่ีเกดิ ขึน้ เพ่อื การเตรียมการล่วงหนา้
1.1.2 ติดตามฟังข่าวพยากรณ์อากาศและแจง้ เตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยา จากสถานีวทิ ยุ
โทรทัศน์ หรอื หนว่ ยงานราชการอยา่ งต่อเนอ่ื ง
1.1.3 ประชุมหรือปรึกษาหารือร่วมกับคนในชุมชน หรือเพื่อนบ้านคาดคะเนความล่อแหลม
เสีย่ งภัยจากน้ำทว่ ม เชน่ พนื้ ที่ใดเส่ยี ง ครอบครัวใดและสถานทีใ่ ดบา้ งทีจ่ ะประสบภยั เปน็ ต้น
1.1.4 ประชุมหรอื ปรึกษาหารอื รว่ มกับคนในชุมชนหรือเพ่ือนบา้ นพิจารณาทรัพยากรท่ีมีอยู่ใน
ชุมชนท่สี ามารถนำมาใช้ในการป้องกันภัยจากน้ำทว่ มและวางแผนป้องกนั น้ำทว่ มชมุ ชน
1.1.5 เรียนรู้การทำงานของระบบการเตือนภัยของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและขั้นตอนการ
อพยพ
1.1.6 สำรวจ ศึกษา และเรียนรู้พื้นท่ีปลอดภัย และเส้นทางการเดินทางที่ปลอดภัยท่ีสุดจาก
บ้านทพ่ี กั ไปยังทสี่ งู หรอื ทป่ี ลอดภยั
1.1.7 เตรียมเอกสารสำคัญติดตัวหรือจัดรวบรวมไว้เพื่อความสะดวกในการพกพาในกรณีท่ี
ต้องอพยพหนีภยั
1.1.8 เก็บทรพั ยส์ ินมีค่าไว้ในทีป่ ลอดภัย
1.1.9 เตรียมอุปกรณ์เครื่องมือ เครื่องใช้ ข้าวสารอาหารแห้ง น้ำดื่ม ยารักษาโรค ไฟฉาย
และเครือ่ งใช้จำเปน็ อื่นๆ ใหส้ ามารถมีชีวิตอยไู่ ดอ้ ย่างปลอดภยั
1.1.10 เคลื่อนย้ายสิ่งของ เครื่องใช้ไฟฟ้าให้อยู่สูง อพยพสัตว์เลี้ยง รถยนต์ รถจักรยานยนต์
ไว้ในพื้นทท่ี นี่ ้ำทว่ มไมถ่ งึ
1.1.11 ทำแผนรับมอื กบั น้ำท่วมแบบครบวงจรคือ ก่อนเกดิ น้ำท่วม ขณะเกิดน้ำท่วม และ
หลงั เกิดนำ้ ท่วม
1.2. สิ่งทไ่ี ม่ควรปฏบิ ตั ิ ทสี่ ำคัญ ได้แก่
1.2.1 ไม่ควรรอให้มีการเตือนภัยเสยี ก่อนจึงค่อยเตรียมการ
1.2.2 ไม่ควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบ
ดำเนินการปอ้ งกนั และแก้ไขปัญหาน้ำทว่ มแตเ่ พียงฝ่ายเดียว
1.2.3 ไม่ควรเตรียมเครื่องอุปโภค บริโภคต่างๆ ตุนไว้มากเกนิ ความจำเปน็
รายวิชาอยธุ ยาศึกษา สค03128 224
1.2.4 ไม่ควรรอความช่วยเหลือจากหน่วยงานของรัฐหรอื หน่วยให้ความช่วยเหลือต่างๆ โดย
ไม่คดิ ท่จี ะชว่ ยเหลือตัวเองก่อน
2.ขณะเกดิ อุทกภยั ...อะไร คอื ส่ิงท่ีควรปฏบิ ตั ิ และอะไร.....คอื สงิ่ ท่ีไม่ควรปฏบิ ัติ
2.1.ส่งิ ทคี่ วรปฏิบตั ิ ทส่ี ำคญั ได้แก่
2.1.1ติดตามข้อมูล ข่าวสารจากวิทยุ โทรทัศน์ หรือช่องทางอื่นๆ เกี่ยวกับสถานที่พักพิง
ช่วยเหลือผู้ประสบภัยของหน่วยงานต่างๆ และคำเตือนเกี่ยวกับลักษณะอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา
อย่างตอ่ เน่ือง
2.1.2 สำรวจและทำการป้องกันแก้ไขระบบไฟฟ้าที่มีปัญหา รีบย้ายสายไฟ ปลั๊กไฟ
เครื่องใช้ไฟฟ้าให้สูงพ้นระดบั น้ำ และปลดคทั เอาทห์ รือปดิ วงจรไฟฟา้ ทนั ทเี พ่อื ป้องกนั ไฟฟา้ ลัดวงจร
2.1.3 อยู่ในอาคารสถานที่ทป่ี ลอดภัยและอยูพ่ น้ ระดับน้ำทว่ ม
2.1.4 อดุ ชอ่ งต่างๆ ภายในบ้าน เชน่ ช่องท่ีประตู หน้าตา่ ง ป้องกันงู ตะขาบ แมงปอ่ ง สัตว์มี
พษิ เล็ดลอดเขา้ มา
2.1.5 เตรียมพร้อมที่จะอพยพไปในที่ปลอดภัยเมื่อสถานการณ์จวนตัวหรือปฏิบัติตาม
คำแนะนำของทางราชการ
2.1.6 เมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน ดูแลรักษาชีวิตของตนเองและสมาชิกในครอบครัวให้
ปลอดภัยมากกว่าหว่ งทรพั ย์สนิ
2.1.7 มีสติและไม่ประมาทในทุกสถานการณ์
2.2.ส่งิ ทีไ่ ม่ควรปฏบิ ัติ ทสี่ ำคัญ ไดแ้ ก่
2.2.1 ไม่ควรลงเลน่ น้ำในพ้นื ท่ที ่ีน้ำท่วม
2.2.2 ไม่ควรเดนิ ตามทางท่ีมีน้ำไหลโดยเฉพาะในท่ีกระแสนำ้ แรง
2.2.3 ไม่ควรขับรถผ่านทน่ี ำ้ หลาก หรอื พืน้ ทีท่ กี่ ำลังเกิดน้ำทว่ ม
2.2.4 ไมค่ วรเข้าใกลเ้ สาเหลก็ ท่มี ีอุปกรณไ์ ฟฟ้า และงดใชอ้ ุปกรณ์ไฟฟ้าทกุ ชนดิ ในขณะเกิด
นำ้ ท่วม
2.2.5 หลกี เล่ยี งการโดนน้ำ โดยเฉพาะกรณีที่มบี าดแผล หรอื แผลเปื่อย
2.2.6 หลกี เลย่ี งการบรโิ ภคอาหารที่สัมผัสกับน้ำที่ท่วมและพืน้ ผิวตา่ งๆทีส่ กปรก และอาหาร
ท่หี มดอายุ
2.2.7 ไมค่ วรถา่ ยปสั สาวะหรืออจุ จาระลงในนำ้
2.2.8 ไม่ควรปล่อยใหร้ า่ งกายหนาวเย็นตดิ ต่อกันเป็นเวลานาน
รายวชิ าอยธุ ยาศึกษา สค03128 225
3.หลังเกดิ อทุ กภัย….อะไร .คอื สง่ิ ทีค่ วรปฏิบตั ิ และอะไร.....คอื สงิ่ ทไ่ี ม่ควรปฏิบัติ
3.1.สง่ิ ทคี่ วรปฏบิ ัติ ทสี่ ำคญั ไดแ้ ก่
3.1.1 ตรวจสอบความปลอดภัยก่อนเข้าบูรณะและอยู่อาศัยในบ้านหรือที่พัก เช่น ตรวจเชค็
สายไฟ ระบบไฟฟา้ และสายถังแก๊ส เปน็ ต้น
3.1.2 สำรวจความเสียหายของโครงสร้างตัวบ้าน ระเบียง หลังคาให้แน่ใจว่าปลอดภัยก่อน
เข้าไปอย่อู าศยั
3.1.3 ปรับจูนเครื่องรับวิทยุ โทรทัศน์ ฟังรายงานสถานการณ์น้ำท่วม และความช่วยเหลือ
หรอื เยียวยาตา่ งๆ จากทางราชการ
3.1.4 ถา่ ยรปู ความเสียหายเพ่ือเป็นหลักฐาน การเรียกรอ้ งค่าชดเชยจากประกนั ภัย หรือการ
รบั การจ่ายเงนิ ทดแทนชว่ ยเหลือจากหน่วยงานของรัฐทเ่ี กยี่ วขอ้ ง
3.1.5 ประเมินความเสยี หายและทำแผนบรู ณะซ่อมแซม
3.1.6 เก็บกวาดทำความสะอาดบ้านเรือนหรือที่พัก โดยสวมรองเท้าบูทและสวมถุงมือยาง
เปิดหนา้ ต่างหรือประตเู พ่อื ระบายอากาศ
3.1.7 ทำความสะอาดคราบสกปรกและตะกอนที่มากับน้ำ เนื่องจากเชื้อโรคส่วนมากมักจะ
มากับตะกอน
3.1.8 ตรวจหารอยแตกหรือรอยรั่วของท่อน้ำ ถ้าพบปิดวาล์วตรงมิเตอร์น้ำและไม่ดื่มหรือ
ทำอาหารดว้ ยนำ้ จากก๊อกจนกวา่ จะแน่ใจว่าสะอาด ปลอดภยั
3.1.9 เกบ็ กู้สงิ่ ของที่มคี ่า หรือเอกสารสำคญั
3.1.10 ระบายน้ำจากห้องใต้ดินอย่างช้าๆ เนื่องจากแรงดันน้ำภายนอกอาจจะมากจนทำให้
เกดิ รอยแตกของผนังหรอื พ้ืนห้องได้
3.1.11 แจ้งบริษัทประกันภัย เจ้าหน้าที่ในท้องถิ่นเพื่อพิจารณาความเสียหาย หรือขอความ
ชว่ ยเหลอื จากหนว่ ยงานราชการท่ีเกยี่ วข้อง
3.2.สง่ิ ทไี่ มค่ วรปฏบิ ัติ ทสี่ ำคัญ ได้แก่
3.2.1 ไม่ควรเข้าไปในเขตอันตรายหลังนำ้ ท่วม
3.2.2 ไมค่ วรเก็บเครอื่ งใช้ไฟฟา้ ที่ชำรุดไวเ้ พ่อื การใชง้ านต่อไป เพราะจะเปน็ อันตรายภายหลงั
ได้
3.2.3 ไม่ควรสบู บุหรหี่ รือจดุ ไฟจนกว่าจะปิดแก๊ส หรอื ระบายอากาศในบา้ นแลว้
3.2.4 ไมค่ วรเข้าใกล้บริเวณท่มี ีแก๊สร่วั หรือไม่ใช้วสั ดุท่ีทำให้เกิดประกายไฟ
โดยภาพรวม อทุ กภยั เปน็ ภัยพิบัตทิ างธรรมชาติท่สี ร้างความเสยี หายให้กับประเทศไทยมากท่ีสุด
แตล่ ะปปี ระชาชนเป็นจำนวนไมน่ ้อยทต่ี ้องสูญเสียชวี ติ และทรัพย์สิน ทพี่ กั อาศยั ถูกทำลาย พนื้ ที่ทำมาหา
กินหลายพื้นที่ล่มสลาย การดำเนินชีวิตอยู่ในภาวะยากลำบาก สูญเสียความมั่นคงในชีวิต ประเทศ
รายวชิ าอยุธยาศกึ ษา สค03128 226
สูญเสียมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล ดังกรณีของมหาอุทกภัย ปี 2554 ดังนั้น หากประชาชนรู้จัก
ธรรมชาติของอุทกภัย รู้จักปฏิบัติตน อะไรควรปฏิบัติ อะไรไม่ควรปฏิบัติ เตรียมการที่ดีท้ั งก่อนเกิด
อุทกภัย ขณะเกิดอุทกภัย และหลังเกิดอุทกภัย มีจิตสำนึกต่อส่วนรวม ต่อชุมชน และต่อธรรมชาติ ไม่
ทำลายธรรมชาติ ก็จะสามารถช่วยให้ตนเอง บุคคลในครอบครัวและชุมชนปลอดภัยจากอุทกภยั ได้มาก
ข้นึ หรือลดความสูญเสยี ลงไดม้ าก สามารถมชี ีวติ อยู่ร่วมกบั ธรรมชาติได้อยา่ งปกติสุขอยา่ งย่งั ยืน
รายวชิ าอยุธยาศกึ ษา สค03128 227
บรรณานุกรม
กติ ติ ภ่พู งษว์ ัฒนา. 2551.เอกสารประกอบการเรยี น วิขา ส32201 อยุธยาศึกษา: พระนครศรีอยุธยา
พ.ศ.2551.
คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตใุ นคณะกรรมการอำนวยการจดั งานเฉลิมพระ
เกยี รติพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอย่หู วั ฯ. วัฒนธรรม พัฒนาการทางประวตั ศิ าสตร์
เอกลกั ษณแ์ ละภมู ปิ ญั ญา จังหวัดพระนครศรอี ยุธยา, 2542.
“คำจาฤกที่พระเจดยี ์ศรสี องรักษ์”, ประชุมจดหมายเหตสุ มัยอยธุ ยา, ภาคที่ 1, โดยสำนักทำเนยี บ
นายกรฐั มนตรี (พระนคร: สำนักทำเนยี บนายกรัฐมนตรี, 2510), หน้า 1.
คู่มอื ท่องเทย่ี วอยธุ ยาสำหรับนักเรียนมัธยมศึกษา , ปรีดี พิศภมู วิ ิถี, ดร. สถาบนั วิจยั สังคม
มหาวิทยาลัยเชยี งใหม่ เชียงใหม่ : ลอคอิน ดไี ซนเ์ วริ ค์ , 2552.
จดหมายเหตุ ลา ลูแบร์ ราชอาณาจักรสยาม แปลโดย สันต์ ท. โกมลบตุ รสำนกั พมิ พ์ศรีปัญญา. 2552,
(หน้า 36-38).
ประชมุ คำให้การกรุงศรีอยุธยารวม 3 เรอ่ื ง( คำใหก้ ารชาวกรุงเก่า คำให้การขุนหลวงวัดประด่ทู รงธรรม
คำให้การขุนหลวงหาวดั ) ,กรงุ เทพ : แสงดาว, 2553.
น้ำท่วมทุ่ง กรงุ ศรอี ยธุ ยา ระยบั ศรี กาญจนวงศ์ เขยี น, ศุภกานฑ์ นานรัมย์ ปรบั ปรงุ วารสารทาง
วชิ าการ ราชภฏั กรุงเก่า ปีท่ี 15 ฉบับท่ี 25 /2551หน้าที่ 9-17.
นามพระนคร “ศรอี ยทุ ธยา”มาแต่ไหน : ศาสตราจารย์ จันทร์ฉาย ภคั อธคิ ม : ภาควชิ าประวตั ิศาสตร์
คณะมนุษยศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยรามคำแหง : วารสารเสนาธปิ ตั ย์ : ปที ่ี 54 ฉบับที่ 3
กนั ยายน - ธนั วาคม 2548.
บรรเทงิ พาพจิ ติ ร. ประเพณี วัฒนธรรมไทย และคติความเชื่อ. กรงุ เทพมหานคร : โอเดียนสโตร์, 2532.
พงศาวดารอโยธยาศรรี ามเทพนคร ฉบบั มานิต วัลลิโภดม
http://www.reurnthai.com/index.php?topic=1476.30. (สบื คน้ เมื่อ 27 เมษายน
2558).
พจนานกุ รมฉบบั ราชบณั ฑิตยสถาน พ.ศ. 2493, ราชบัณฑิตยสถาน, พมิ พ์ครง้ั ที่ 3. 2502 หน้า 551.
พจนานกุ รมฉบบั ราชบณั ฑติ ยสถาน พ.ศ. 2525, ราชบัณฑิตยสถาน, พมิ พ์คร้งั ที่ 5. 2538 หนา้ 491.
พจนานกุ รมฉบบั ราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542, ราชบณั ฑิตยสถาน, พมิ พ์ครง้ั ที่ 1. 2546 หนา้ 642.
พระราชพงศาวดารกรุงเกา่ ฉบบั หลวงประเสริฐอกั ษรนติ ์ิ และประชมุ พงศาวดารภาคที่ 63 เร่ืองกรงุ
เกา่ กรุงเทพ สำนักพมิ พแ์ สงดาว, 2544.
“พระไอยการลกั ษณภญาน”, กฎหมายตราสามดวง, เลม่ 2 (พระนคร: ครุ สุ ภา, 2515), หน้า 68 – 69.
(ระบบออนไลน์). แหล่งที่ http://guru.sanook.com/1732/ (สบื ค้นเม่ือ 19 พฤษภาคม 2558).
(ระบบออนไลน์). แหล่งท่ี http://guru.sanook.com/1732/ (สบื ค้นเม่ือ 19 พฤษภาคม 2558).
รายวิชาอยธุ ยาศึกษา สค03128 228
(ระบบออนไลน)์ . แหล่งที่ http://th.wikipedia.org/wiki/รายช่อื โบราณสถานในจังหวัด
พระนครศรีอยุธยา (สบื ค้นเม่ือ 27 เมษายน 2558).
(ระบบออนไลน)์ . แหล่งท่ี http://www.baanjomyut.com/library_2/antiquities/index.htm
(สืบค้นเมื่อ 19 พฤษภาคม 2558).
(ระบบออนไลน์). แหล่งท่ี http://www.finearts.go.th/fad7/plugins/2012-11-27-14-10-05/
พรบ./item/พรบ.โบราณสถาน-โบราณวตั ถุ-ศิลปวตั ถุและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ-พศ
2504 (สบื คน้ เม่ือ 19 พฤษภาคม 2558).
(ระบบออนไลน์). แหล่งท่ี http://www.openbase.in.th/node/6406 ประวตั ศิ าสตร์ลา้ นนา -
ลา้ นนาสมัยพมา่ ปกครอง (พ.ศ. 2101 – 2317) เขียนโดย njoyเม่ือ พุธ, 10/01/2008 -
16:08. (สบื คน้ เมื่อ 27 เมษายน 2558).
(ระบบออนไลน)์ . แหล่งท่ี http://www.saengdao.com/สำนกั พมิ พ์แสงดาวชั่วชวี ิตกบั หลกั ฐาน
ประวตั ศิ าสตรไ์ ทยในตา่ งประเทศ ของ ม.ล.มานิจ ชมุ สาย (สบื ค้นเมือ่ 27 เมษายน 2558).
(ระบบออนไลน)์ . แหล่งท่ี www.art.culture.go.th/index.php. (สืบค้นเม่ือ 28 มษายน 2558).
(ระบบออนไลน์). แหล่งที่ www.ayutthayastudies.aru.ac.th.(สบื คน้ เมอื่ 28 มษายน 2558).
(ระบบออนไลน์). แหล่งที่ 61.19.241.70/rkj/uploadword/691358.doc (สบื ค้นเมื่อ 19 พฤษภาคม
2558).
ราชกิจจานเุ บกษา ปี 2478 เล่ม 52 หนา้ 394 วนั ที่ 12 พฤษภาคม 2478.
ราชกิจจานุเบกษา ปี 2504 เล่ม 78 ตอนท่ี 66 หนา้ 980 วนั ท่ี 29 สงิ หาคม 2504.
ราชกจิ จานเุ บกษา ปี 2535 เล่ม 109 ตอนท่ี 38 หน้า 12 วันท่ี 5 เมษายน 2535.
วารสารมนษุ ยศาสตรส์ าร ปี ท่ี 15 ฉบบั ที่ 2 “กมั โพช”: ละโว้-อโยธยาในทศั นะชาวล้านนา กำพล จำปา
พนั ธ์(กำพล, 2555: 1-9).
สมชัย ใจดี,ยรรยง ศรวี ิริยาภรณ.์ ประเพณีและวัฒนธรรมไทย. พมิ พ์ครัง้ ท่ี 2. กรงุ เทพฯ : ไทยวัฒนา
พานิช, 2531.
สารานกุ รมไทยสำหรับเยาวชนฯ / เลม่ ท่ี 23 / เรอื่ งที่ 1 ภูมิปัญญาไทย http://kanchanapisek.or.th
(สบื คน้ เม่ือ 19 พฤษภาคม 2558).
สำนกั งานคณะกรรมการวฒั นธรรมแห่งชาติ สงกรานต.์ กรุงเทพฯ : อมรนิ ทร์ พร้นิ ต้ิงกรุ๊ฟ, 2533.
สพุ ัตรา สุภาพ. สังคมและวัฒนธรรมไทย คา่ นิยม ครอบครัว ศาสนา ประเพณ.ี พิมพ์ครงั้ ที่ 5. กรุงเทพฯ
: ไทยวฒั นาพานชิ , 2534.
“ศุภอกั ษรอัครมหาเสนาบดีไทยมไี ปถึงอัครมหาเสนาบดลี ังกา”, จดหมายเหตรุ ะหวา่ งราชทตู ลงั กาและ
สยามครง้ั กรงุ ศรอี ยุธยา พมิ พ์เปน็ อนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลงิ ศพนายสบุ นิ สิโรรส; พระ
นคร: [ไมป่ รากฏแหล่งพมิ พ์], 2516).
รายวิชาอยธุ ยาศกึ ษา สค03128 229
อมรรัตน์ เทพกำปนาท กลุ่มประชาสัมพนั ธ์ สำนกั งานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวง
วัฒนธรรม 2549.
รายวิชาอยธุ ยาศกึ ษา สค03128 230