The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายวิชากัญชาและกัญชงศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ทช 33098

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

รายวิชา กัญชาและกัญชงศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ทช 33098

รายวิชากัญชาและกัญชงศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ทช 33098

Keywords: วิชากัญชาและกัญชงศึกษา ทช 33098

136

อยู่ก่อนประกาศดังกล่าวมีผลบังคับใช้ รวมถึงเมล็ดพันธ์ุที่รับรองแล้วก่อนประกาศมีผลบังคับใช้ เพื่อ
ส่งเสริมการพัฒนาสายพันธ์ุกัญชง โดยเฉพาะพันธุ์พื้นเมือง เปิดกว้างให้เกิดการใช้ประโยชน์กัญชง
อยา่ งคุ้มค่า

อน่ึง ก่อนหน้าน้ี คณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษ ได้ประกาศกาหนดลักษณะ
กัญชง (Hemp) พ.ศ. 2562 ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา เม่ือวันท่ี 30 สิงหาคม พ.ศ 2562 ซึ่งมี
การกาหนดวา่ กัญชงท่ีไม่ถือเป็นยาเสพติดประเภท 5 ในใบและชอ่ ดอกมีปริมาณสารเตตราไฮโดรแคน
นาบินอล (Tetrahydrocannabinol, THC) ไม่เกินร้อยละ 0.5 และเมล็ดพันธุ์รับรองที่จะใช้ในการ
ปลูก ต้องเป็นเมล็ดพันธุ์ที่มีปริมาณสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล (Tetrahydrocannabinol, THC)
ไม่เกินร้อยละ 0.3 แต่ถูกกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมออนไลน์อย่างมาก จึงต้องให้มีการทบทวน
ประกาศ เพ่ือให้มีการเปิดกว้างต่อการพัฒนาสายพันธ์ุกัญชงในประเทศไทยทาให้ออกประกาศ เป็น
ฉบบั น้ี

ลกั ษณะกญั ชง (Hemp)

กาหนดลกั ษณะกัญชง (Hemp) THC ในใบและชอ่ ดอก ไมเ่ กนิ รอ้ ยละ 1.0 ตอ่ นา้ หนักแห้ง

เมลด็ พันธ์ุรบั รอง THC ในใบและชอ่ ดอก ไมเ่ กิน ร้อยละ 1.0 ต่อน้าหนกั แหง้

(ข้อมลู ณ วันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2562)

กล่าวโดยสรุป ประกาศคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษท่ีเกี่ยวข้องกับกัญชาและ
กญั ชง ทสี่ าคญั มจี านวน 6 ฉบับ ได้แก่ (1) ประกาศคณะกรรมการควบคุมยาเสพตดิ ใหโ้ ทษ เรื่อง การ
แสดงความจานงและการตรวจสอบผู้แสดงความจานงเป็นผู้รับอนุญาตต้ังแต่วันที่ผู้รับอนุญาตตาย
(2) เร่ือง กาหนดแบบการจัดทาบัญชีรับจ่ายและรายงานเกี่ยวกับการผลิต การนาเข้า การส่งออก
การจาหน่าย การมีไว้ในครอบครอง ซ่ึงยาเสพติดใหโ้ ทษในประเภท 5 เฉพาะกัญชา (3) เรื่อง กาหนด
ฉลากและเอกสารกากับยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 หรือคาเตือนหรือข้อควรระวังการใช้ที่ภาชนะ
บรรจุหรือหีบห่อบรรจุยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ท่ีผลิต นาเข้า หรือส่งออก สาหรับยาแผน
ปจั จุบนั ซ่ึงมีกัญชาปรงุ ผสมอยู่ (4) เรือ่ ง กาหนดเมล็ดพนั ธเ์ุ ฮมพเ์ ป็นเมล็ดพันธรุ์ ับรองตามกฎกระทรวง
การขออนุญาตและการอนุญาตผลิต จาหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 5
เฉพาะเฮมพ์ พ.ศ. 2559 (5) เร่ือง กาหนดลักษณะกัญชง (Hemp) ประกาศเมื่อวันท่ี 27 สิงหาคม
พ.ศ. 2562 โดยกาหนดลักษณะกัญชง เพื่อเป็นประโยชน์ในการควบคุมการผลิต นาเข้า ส่งออก จาหน่าย
หรือมีไว้ครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 เฉพาะกัญชง ที่มีปริมาณสารเตตราไฮโดร

138 หนงั สือเรียนสาระทักษะการดำ�เนินชวี ติ เพ่ือใชเ้ ปน็ ยา อยา่ งชาญฉลาด | ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย
รายวชิ า ทช33098 กญั ชาและกญั ชงศกึ ษา

113377

กกวว(เยเย(เออเกTTกททแ(((เ(แเกกพพTHTHTTพพปปมมเิิเคค่่HHยยาาาาาาี่ป่ปีัันนออคคeeeeee็็นน่ออืื่ลลหหหหหหนน่่าาCCลลธธttttรรยยmmสส็็เเงงrrนนrrนนดดนนนน์์ุุพพ))กูกูาามมaaaaคคง่ง่ ขขดดดดาาะะพพดดppออhhใใhhืืชชลลเเุุมม้้ บบสสนนหหลลใใออyyยยyy))ัั ขข็็ดดนนคคหหโโิินนรรัักกdddd์์ใใูู่ก่กมมงง้ึ้ึนนดดพพา่า่ธธตต้มม้ิิมมบบออษษrrrr่่ออีีลลพพยยทท์ุ์ุooooัันนรราากีีกกกลลณณนนัักกกกมมccััืืccะะแแบบธธาาาาชชaaปปaaษษาาะะ((เเหหุุ์์กกรรรรลลรรTTบบกกnnnnรรกกณณรรยยพพััญญลละะeeออnnตตััnnีียยะะััญญญญกกััฒฒักักชชะะttชชaaงงaaรรนนกกrrเเเเเเชช่่ออbbaaมมbbววลลงงนนชชปปกกาาตตhhงงiiจจดดiiิิีีกกศศาาnnลลณณ็็นnnนาาาา((yyววHHสสปปออดด((ooััมมooพพกกddฑฑHHิิเเาาeeกกllััรรงงกกll((คคrrษษืืชช,,ee,,แแ์์ยยกกะะoommCCฎฎรรTTซซmmTTลลณณพพไไลลกกccaaาาHHหห่ึ่ึงงมมppHHะะaa่าา่าาัันนะะnnppมมะะCCมม่่เเ))nnววววCCศศหหnnธธ))กกีีชช))เเาาธธิิnnมมท))ทฉฉกก์ุุ์aaปป์์ตตปปิิ่ืื่ออนนยยกีกี aaผีีผบบ่ี่ีมมใใใใญัญัbb็็าาททนนรรววbbาารรนนนนลลบัับีีปปiiมมะะา่า่ssรรชช้้าาออiiเเใใบบnnใใเเหหรรดดททงงกกมมบบงงยยดดบบssooัังงววิิมม้้ววลลาาคี่่คี ลลaaแแลลิมมิคคllโโิิททแแาายยศศัั,,กกณณดดtt็็ลลดดัับบะะณณยยลลiiพพใใTTเเvvซซยยะะะะพพใใาากกนนะะaaHHัันนสส่งึงึ่11เเชชชชศศกกณณฉฉััรรสสนนชชCCาาธธ..่่้้ออาารราา00พพLLรราารร่่์ุุ์ออ)พ)พฑฑธธสสรรดดชช..ววรรเเาา))์ุุ์ใใมมตตดดกกืืชช์์แแตตตตออกกะะมมนนะะรรกกททััออลล่่ตตกกญญออสสิิจจพพถถใใโโ์์ าา่่ีีบบะะดดรรกกไไาานนจจววึงงึมมันันชชรรมมาาววคคเเแแยย่่าาาา้้าาีี ปปธธมมปปงง่่ไไิิธธไไเเััญญลลปปนนหห์พุ์พุกกฮฮCCททรรมมลลีีกกะะรรุุรรเเขขโโิินนะะนนaa้ืน้ืนด็็ด่่่ีี่าาเเบบชชมมิิ ดดะะมมออกกกกnnัักกรรรรเเพพ่่ออีีกกกกรรปปมมงงาาิิ้้nnททนนาาออแแันนัดดแแษษาาปปศศอืือรรaaยย่ี่ีคคณณรรหหออศศธธคคาาิิงงกกรรมมbb้้ลลณณออุ์ุ์กกทท้้ฉฉงงนนะะาาสสiiาาะะเเเเssไไยยบบีร่ี่รกกหหนนะะมมปปมมททณณาาัับบssลลััาาบบกกนนาาื่่ื00ออดดิิ่่เเaaั้้ังงรรศศรรกกะะบบสสรรนน..ดดววกกนนtt33ออเเฉฉิินนรรiiิิัันนาานน้ีี้จจววvvี้้ีตตงง11มมบบแแรรรรaaตตา้า้ะะตตออททแแ้้..ออกกตตลลัับบงงเเไไ่่ลลออาา00ีี่่ลลLLตตใใมมยยาาะะนน22รรมมนนหห..้วว้ รรลล่่มมตต((44ตต้้ีีาาSSทท้้กกเเาาTT้เเ้ปปะะคคีีผผมมรรกก่่uuออหหไไ่่ออ่ี่ีeeคคตตรรืืออลลลลาาิดิดbb00ฮฮนนนนนนttะะุุณณลลบบไได็็ดกกrrss..้้โโกก55ปปกกััาากกaaาาฮฮppพพัังงาาะะดดหหาาาาคคhhแแรร..โโคครรตตกกนัันหหศศะะyyดดมมหหssรรนนใใัับบ่่ออรรธธaaชชกกกกนนdd้้รรแแงงัั กกใในนรรร์ุรุ์ พพtt้้ปปาาาาrrดดชชแแiiบบััมมคคแแoo้้าาvvศศหหแแ..รรลล้ก้กคคหหศศaaรรccกกหหมมนนะะนนลลักักัับบออaaนน..นนาา้้โโผีีผงงออษษดดะะนนกกnnยยงง22ัักกรรนนโโลลัันนมมณณรรชชnnดด55ปปแแาา((แแบบาาเเณณลีีล66นนaaหห66ปปะะยยบบรรลลบบัังงัักกbb))์์22กกกกีีกก้้ะะงง็็นนตติิะะคคิินนษษนนiiััญญเเััญญัญญักกnnเเชชัับบรรแแโโรรปปณณออออนนาาดดooววชชลลืื่่ชชชชใใออ็็นนชชศศลลลลllยยจจิิะะดดะะงงงงงงงง,,้้

กกเเหหกก((ฉฉรรฎฎกกนนบบื่อือ่ กกหหัังงบับังงกกสสมมททททกกืืออาาี่่ีี่ี่ยยกกสส3366เกกกกาา))ราากกคคพพ่ือหหพพตตััญญ..งศศนนาารรททท..มมดดะะี่่ีรรี่22พพรร6ััฐฐ55รราาออ44ะะชชออ22พรรบบกกาาปปรชชใใัญัญะรรหหบบะะรญญ้้เเััญญกกพพาาาััตตญญช่ืื่ออศศสสิิบคคััตตเเทิทิุุ้้มมมมิิสสญั ่อืื่อิิททคคธธญววรรธธบิบิ ันนับิิบออตัตั ททงงััตติสรรกก่่ีีรร33กกิทาาพพ11รรับับธ..ปปมมบิศศกกรรีีนน..ญัญัตะะ22าารดดชชคค55กิิษษมม22าาับฐฐ22แแพพ์์หหกลลฉฉ..รรญัศศะะบบืืออ..กกัับบชกก22ญัญัแแาาา55กกรรแ44ชช้้ไไออ22ลขขงงออะเเใใพพกกหหกแแ่่ิิมมคค้้ัญบบเเววตตชาาบบิิมมมมงผผหห((ลลฉฉมมิิตตบบาาภภยยัับบััณณทท““ฑฑี่่ีสส22์์ททิทิท))ีี่่มมธธพพบิบิีีลล..ศศััตตัักก..รรษษ22””ณณ55หห33ะะมม55ตตาาาาแแยยมมลลถถททะะงึงึ ีี่่

รายวิชา ทช33098 กญั ชาและกญั ชงศึกษา เพื่อใช้เปน็ ยา หนังสอื เรียนสาระทักษะการดำ�เนนิ ชีวติ 139
อยา่ งชาญฉลาด | ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย

138

ภาพที่ 49 ความหมายของ สทิ ธิบัตร

กกกกกกกกการที่รฐั ให้ความคมุ้ ครองการประดิษฐ์หรือการออกแบบผลติ ภณั ฑใ์ ห้ผู้ทรงสิทธบิ ตั รมีสิทธิ
เดด็ ขาด และไดก้ าหนดการประดิษฐท์ ขี่ อรับสิทธบิ ัตรได้และไม่ได้ ในกรณตี ่าง ๆ ดงั นี้
กกกกกกกกมาตรา 5 กกาหนดการประดษิ ฐ์ท่ขี อรบั สิทธิบตั รได้ ประกอบด้วยลักษณะดงั ตอ่ ไปน้ี
กกกกกกกกข้อ 1 ต้องเป็นการประดิษฐ์ขึ้นใหม่ คือ เป็นการประดิษฐ์ที่แตกต่างไปจากเดิม ยังไม่เคย
มีใช้ หรือแพร่หลายมากอ่ นหรือไม่เคยเปดิ เผยสาระสาคัญในเอกสาร หรอื ส่งิ พิมพม์ ากอ่ น
กกกกกกกกข้อ 2 ต้องเป็นการประดิษฐ์ที่มีขั้นการประดิษฐ์สูงขึ้น คือ ไม่เป็นที่เข้าใจได้โดยง่ายแก่
บุคคลทม่ี ีความชานาญในระดับสามัญสาหรับงานประเภทนนั้
กกกกกกกกข้อ 3 ต้องเป็นการประดิษฐ์ท่ีสามารถนาไปใช้ประโยชน์ได้ในทางอุตสาหกรรม
เกษตรกรรม พาณชิ ยกรรมหรือหัตถกรรม

140 หนงั สอื เรียนสาระทกั ษะการดำ�เนนิ ชีวิต เพอื่ ใชเ้ ปน็ ยา อยา่ งชาญฉลาด | ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย
รายวิชา ทช33098 กัญชาและกัญชงศกึ ษา

139

กกกกกกกกการประดษิ ฐ์ทขี่ อรับสิทธบิ ตั รไมไ่ ด้ (ไม่ไดร้ บั การคมุ้ ครองตามมาตรา 9)
กกกกกกกกข้อ 1 จุลชีพและส่วนประกอบส่วนใดส่วนหน่ึงของจุลชีพท่ีมีอยู่ตามธรรมชาติ สัตว์ พืช
หรอื สารสกัดจากสตั ว์หรอื พชื
กกกกกกกกขอ้ 2 กฎเกณฑ์และทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์
กกกกกกกกข้อ 3 ระเบียบข้อมูลสาหรับการทางานของเครอื่ งคอมพวิ เตอร์
กกกกกกกกขอ้ 4 วธิ กี ารวนิ ิจฉัย บาบัด หรอื รักษาโรคมนษุ ย์ หรือสตั ว์
กกกกกกกกข้อ 5 การประดิษฐ์ที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดี อนามัยสวัสดภิ าพของ
ประชาชน

กก

กก
ภาพท่ี 50 ความหมายของ สิทธบิ ัตรการประดิษฐ์

กกกกกกกการจดสิทธิบัตรในตา่ งประเทศและในประเทศไทย จะใช้ข้อตกลงลงบนพ้ืนฐานเดยี วกันโดย
ประเทศไทยยึดหลักการตามข้อตกลงทรัพย์สินทางปัญญาท่ีเก่ียวกับการค้าภายใต้องค์การค้าโลก
(WTO)

รายวชิ า ทช33098 กัญชาและกญั ชงศกึ ษา เพือ่ ใช้เปน็ ยา หนังสือเรยี นสาระทกั ษะการดำ�เนินชวี ติ 141
อยา่ งชาญฉลาด | ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย

140

กกกกกกกกข้ันตอนการยื่นคาขอจดสทิ ธบิ ัตรทเ่ี กี่ยวขอ้ งกบั กัญชา มดี งั นี้
กกกกกกกกข้ันตอนท่ี 1 กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะพิจารณาว่าขัดต่อพระราชบัญญัติสิทธิบัตรใน
มาตรา 9 (1) ซึ่งกาหนดว่า สัตว์ พืช หรือสารสกัดจากสัตว์หรือพืชไม่ได้รับความคุ้มครองตาม
พระราชบัญญตั ิหรอื หากขดั กบั มาตราดังกล่าวจะไม่สามารถย่ืนจดสิทธิบัตรได้ เชน่ สารสกดั จากกัญชา
ไม่สามารถจดได้ก
กกกกกกกกขั้นตอนที่ 2 หากการยื่นคาขอไม่ขัดกับมาตรา 9 (1) เช่น ตารับยาจากกัญชาสาหรับใช้
รกั ษาโรคต่าง ๆ กรมทรพั ย์สินทางปัญญาจะเป็นผตู้ รวจสอบว่าสามารถจดได้หรือไม่ โดยพิจารณาตาม
หลักการ คือ ต้องเป็นสิ่งประดิษฐ์ใหม่ มีขั้นตอนการประดิษฐ์ที่สูงข้ึน และสามารถนาไปใช้ประโยชน์
ในการผลติ อุตสาหกรรม หัตถกรรม เกษตรกรรม และพาณิชยกรรมได้
กกกกกกกกขั้นตอนท่ี 3 เม่ือผ่านการพิจารณาในข้ันตอนท่ี 2 จะประกาศโฆษณาให้ผู้มีส่วนได้ส่วน
เสียสามารถคัดค้านหรือให้ข้อเสนอแนะได้ เม่ือประกาศโฆษณาแล้วผู้ขอต้องย่ืนขอให้ตรวจสอบการ
ประดิษฐ์ เจ้าหน้าที่จะนาข้อคัดค้านหรือข้อเสนอแนะมาประกอบการพิจารณาร่วมกับการตรวจสอบ
การประดิษฐ์อีกครั้ง ก่อนจะพิจารณาวา่ สามารถจดสทิ ธิบตั รได้หรอื ไม่ ดังภาพ

ภาพที่ 51 ขัน้ ตอนการดาเนินการขอรับสิทธบิ ตั ร

142 หนงั สอื เรยี นสาระทกั ษะการด�ำ เนินชวี ิต เพอ่ื ใชเ้ ป็นยา อย่างชาญฉลาด | ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย
รายวิชา ทช33098 กัญชาและกัญชงศึกษา

141
ตัวอย่าง “สิทธิบัตร”

กกกกกก

ภาพท่ี 52 ตวั อย่างสิทธิบัตรการประดิษฐ์

กกกกกกกกปจั จุบันน้มี ีผู้ขอจดสทิ ธิบตั รท่ีเกย่ี วข้องกบั กัญชากับกรมทรพั ย์สินทางปญั ญา มีจานวน
3 บริษัท โดยมจี านวน 10 คาขอ ซ่งึ อยู่ในขน้ั ตอนการดาเนินการ และการขอจดสิทธิบตั ร ดังภาพ

รายวิชา ทช33098 กัญชาและกญั ชงศกึ ษา เพือ่ ใช้เปน็ ยา หนังสอื เรยี นสาระทักษะการดำ�เนินชวี ิต 143
อย่างชาญฉลาด | ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย

142

ภาพที่ 53 คาขอสิทธบิ ตั รกัญชา ท่กี รมทรัพยส์ ินทางปญั ญายงั ไมย่ กเลิก

กกกกกกกกกล่าวโดยสรุป ตามพระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ. 2522 ฉบับแก้ไขเพ่ิมเติม (ฉบับท่ี 2)
พ.ศ. 2535 และ (ฉบับท่ี 3) พ.ศ. 2542 ให้ความหมาย “สิทธิบัตร” หมายถึง หนังสือสาคัญท่ีรัฐออก
ให้เพื่อคุ้มครองการประดิษฐ์ หรือการออกแบบผลิตภัณฑ์ท่ีมีลักษณะตามท่ีกฎหมายกาหนด ทั้งนี้
ข้ันตอนการยื่นคาขอจดสิทธิบัตรท่ีเกี่ยวข้องกับกัญชาและกัญชง มี 3 ข้ันตอน ได้แก่ ข้ันตอนท่ี 1
กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะพิจารณาว่าขัดต่อพระราชบัญญัติสิทธิบัตรในมาตรา 9 (1) ซ่ึงกาหนดว่า
สัตว์ พืช หรือสารสกัดจากสัตว์หรือพืชไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติหรือ หากขัดกับ
มาตราดังกล่าวจะไม่สามารถยื่นจดสิทธิบัตรได้ เช่น สารสกัดจากกัญชาไม่สามารถจดได้.ข้ันตอนท่ี 2

144 หนังสือเรียนสาระทกั ษะการดำ�เนนิ ชวี ิต เพ่ือใชเ้ ป็นยา อย่างชาญฉลาด | ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
รายวชิ า ทช33098 กญั ชาและกญั ชงศกึ ษา

143

หากการย่ืนคาขอไม่ขัดกับมาตรา 9 (1) เช่น ตารับยาจากกัญชาสาหรับใช้รักษาโรคต่าง ๆ กรม
ทรัพย์สินทางปัญญาจะเป็นผู้ตรวจสอบว่าสามารถจดได้หรือไม่ โดยพิจารณาตามหลักการ คือ ต้อง
เป็นส่ิงประดิษฐ์ใหม่ มีขั้นตอนการประดิษฐ์ท่ีสูงขึ้น และสามารถนาไปใช้ประโยชน์ในการผลิต
อตุ สาหกรรม หัตถกรรม เกษตรกรรม และพาณิชยกรรมได้ และข้นั ตอนที่ 3 เมอ่ื ผา่ นการพจิ ารณาใน
ขั้นตอนที่ 2 จะประกาศโฆษณาให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสามารถคัดค้านหรือให้ข้อเสนอแนะได้
เมื่อประกาศโฆษณาแล้วผู้ขอต้องยื่นขอให้ตรวจสอบการประดิษฐ์ เจ้าหน้าที่จะนาข้อคัดค้านหรือ
ข้อเสนอแนะมาประกอบการพิจารณาร่วมกับการตรวจสอบการประดิษฐ์อีกคร้ัง ก่อนจะพิจารณาว่า
สามารถจดสิทธิบัตรได้หรือไม่ ปัจจุบันนี้มีผู้ขอจดสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับกัญชากับกรมทรัพย์สินทาง
ปัญญา มีจานวน 3 บริษัท โดยมีจานวน 10 คาขอ ซ่ึงอยู่ในขั้นตอนการดาเนินการ และการขอ
จดสทิ ธบิ ัตร

เร่ืองที่ 7เร่ือขงอ้ ทป่ี 7ฏบิ ขัต้อิทปต่ี ฏอ้ ิบงทตั าทิ ต่ีตา้อมงกทฎำ�หตมามายกทฎเ่ีหกมย่ี าวยขทอ้ ี่เงกก่ยี บั วกขัญ้องชกาับแกลญัะกชญั าแชลงะกญั ชง

กกกกกกกกกัญชาทางการแพทย์ ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางตลอดหลายปีท่ีผ่านมา สาหรับ
ประเทศไทยได้มีการปรับเปล่ียนกฎหมายและระเบียบต่าง ๆ เพื่อให้สามารถศึกษาวิจัยตลอดจนการ
นากัญชามาใชป้ ระโยชน์ได้ ในกระแสของการเปลย่ี นแปลงดงั กล่าวบุคลากรทางการแพทย์ ผู้ปว่ ยและ
ประชาชนทั่วไปจาเป็นต้องได้รับข้อมูลอย่างรอบด้าน ทั้งประโยชน์และข้อควรระวังของการใช้กัญชา
ทางการแพทย์ และความเสี่ยงหรืออันตรายจากการใช้กัญชา รวมถึงข้อปฏิบัติที่ควรระวังต้องทาตาม
กฎหมายกญั ชาและกัญชง ดงั ภาพ

ภาพท่ี 54 โทษของการโพสต์ภาพ หรอื ขอ้ ความ เพือ่ โฆษณายาเสพติด

รายวิชา ทช33098 กญั ชาและกัญชงศึกษา เพ่ือใชเ้ ปน็ ยา หนงั สอื เรยี นสาระทักษะการด�ำ เนินชวี ิต 145
อย่างชาญฉลาด | ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย

144

กกกกกกกกนอกเหนือจากนี้ โทษอาญาของการฝ่าฝืนกฎหมาย ในเร่ืองของการใช้อุบายหลอกลวง
ขูเ่ ขญ็ ใช้กาลังประทุษร้าย ข่มขืนใจให้ผู้อน่ื เสพ ยุยงส่งเสริมให้ผอู้ ่ืนเสพ ผลติ นาเข้า สง่ ออก จาหน่าย
หรอื ครอบครองเพื่อจาหน่าย ดงั ตาราง

ขอ้ หา ยาเสพติดใหโ้ ทษประเภท 5
(กัญชา ฝ่นิ เห็ดขคี้ วาย)

ใช้อบุ ายหลอกลวง  จาคุก 1 - 10 ปี และปรับต้งั แต่ 100,000 - 1,000,000 บาท

ขูเ่ ข็ญ ใช้กาลงั  ถา้ ทาโดยมีอาวุธหรือร่วมกัน 2 คนขึน้ ไป จาคกุ 2 - 15 ปี และ

ประทษุ รา้ ย ขม่ ขนื ใจให้ ปรับตงั้ แต่ 200,000 - 1,500,000 บาท
ผ้อู ืน่ เสพ
 ถา้ กระทาตอ่ หญงิ หรอื ผ้ยู ังไมบ่ รรลุนิติภาวะ หรือเพ่ือจงู ใจใหผ้ ู้อ่ืน

ทาผิดอาญา หรอื เพือ่ ประโยชน์แกต่ นเองหรอื ผูอ้ ื่นในการทาผิดอาญา

จาคกุ 3 ปี ถงึ ตลอดชวี ติ และปรบั 300,000 - 5,000,000 บาท

ยุยงส่งเสรมิ ใหผ้ ้อู น่ื เสพ  จาคกุ ไม่เกิน 1 ปี หรือปรบั ไม่เกิน 20,000 บาท หรอื

ท้งั จาท้งั ปรบั

ใช้อุบายหลอกลวง  โทษเป็น 2 เท่าของโทษท่ีกฎหมายบัญญัติไว้สาหรับความผิด

ขเู่ ขญ็ ใช้กาลงั นนั้ ๆ

ประทุษร้าย ข่มขนื ใจ

ให้ผอู้ ่ืนผลติ นาเข้า

สง่ ออก จาหน่าย

ครอบครองเพื่อ

จาหนา่ ย

กกกกกกกกปัจจุบันประเทศไทยมีผู้เข้าไปเก่ียวข้องกับยาเสพติดเปน็ จานวนมากซ่ึงกระทรวงยุตธิ รรม
ได้กาหนดแนวทางการช่วยเหลือผู้เสพยาเสพติดแนวใหม่ ภายใต้กรอบความคิด “ผู้เสพ คือ ผู้ป่วย”
ที่จะต้องได้รับการบาบัดรักษาอย่างถูกต้อง โดยแพทย์และพยาบาลในสถานพยาบาลของรัฐทุกแห่ง

ท่ัวประเทศ และหลังจากที่ผู้เสพได้รับการบาบัดรักษาแล้ว ก็สามารถกลับไปใช้ชีวิตในสังคมอย่าง
ปกติสุข โดยรัฐบาลจะให้การติดตามช่วยเหลือส่งเสริมการประกอบอาชีพ เพื่อให้ผู้เสพได้เริ่มต้น

ชีวติ ใหม่ “เปลีย่ นเพอื่ ครอบครัว เพื่ออนาคตทีด่ กี วา่ ”

146 หนงั สอื เรียนสาระทกั ษะการดำ�เนนิ ชีวติ เพอ่ื ใชเ้ ป็นยา อย่างชาญฉลาด | ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
รายวิชา ทช33098 กัญชาและกญั ชงศกึ ษา

145

ภาพที่ 55 นโยบายการแก้ไขปญั หายาเสพติดแนวใหม่

กกกกกกกกกล่าวโดยสรุป ข้อปฏิบัติท่ีสาคญั ตามกฎหมายกญั ชาและกัญชง มขี ้อท่ีควรปฏิบตั ดิ งั น้ี
กกกกกกกกขอ้ 1 โพสต์ภาพ หรอื ข้อความ เพือ่ โฆษณายาเสพตดิ มโี ทษจาคุกไม่เกนิ 2 ปี ปรบั ไมเ่ กิน
200,000 บาท
กกกกกกกกขอ้ 2 ใช้อบุ ายหลอกลวง ขู่เข็ญ ใชก้ าลังประทุษรา้ ย ข่มขืนใจใหผ้ ู้อื่นเสพ มโี ทษดังน้ี
กกกกกกกกกกก 2.1 จาคกุ 1 - 10 ปี และปรบั ต้ังแต่ 100,000 - 1,000,000 บาท
กกกกกกกกกกก 2.2 ถ้าทาโดยมีอาวุธหรือร่วมกัน 2 คนขึ้นไป จาคุก 2 - 15 ปี และปรับต้ังแต่
200,000 - 1,500,000 บาท
กกกกกกกกกกก 2.3 ถ้ากระทาตอ่ หญิงหรือผ้ยู ังไม่บรรลนุ ิตภิ าวะ หรอื เพ่ือจงู ใจใหผ้ ู้อนื่ ทาผิดอาญา
หรอื เพอ่ื ประโยชน์แก่ตนเองหรือผู้อ่ืนในการทาผิดอาญา จาคกุ 3 ปี ถงึ ตลอดชีวิต และปรับ 300,000
- 5,000,000 บาท

รายวชิ า ทช33098 กญั ชาและกัญชงศึกษา เพือ่ ใชเ้ ปน็ ยา หนงั สอื เรยี นสาระทักษะการด�ำ เนนิ ชวี ิต 147
อย่างชาญฉลาด | ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย

114466

กกทกจนกไกทป“ทโจไกน“โปทดดดดเเาากกกกกก้ัน้นัรรง้งั้ัี่จ่ีจปป้้กกยยหหจจะะกกกกกกะะลลาาๆๆรราาเเตกกตกกกกนนททหหยี่ยี่ััททฐฐกกกกกกอ้อ้่่าาศศนนบบนน้ั้งังกกกยกกยกงงปปเเไดไดาากกกกกกแแพพดดคครรลลแแกกกกกกลลอ่ืื่อ้ร้รบับัรรจจนนขขปปขขะะบับัคคออะะวว้้ออ้้ออหหััจจกกรรบบใใททจจลลออาาหห3344คคาาุบุบังังรรบบ้้กกงงรรจจบบัันนคคกกาาออยยใใาาาาปปรรชชรราายุุยงงกกบบัววัรร้อ้อตรตรเเงงททพัดพดัะะชชบบุุสสิิดดเเีผ่่ผีรรเเพพ่ืื่่่ววออ่่งงาาตตททู้เเู้กักัเเยยจยยจ่ือ่อืสสาาสสศศษษเเหหาาออพพมมรรหหไไาาหหนนลลททิิมมไไชชลลออดดนนออาาใใ่่ยยววืืออยยร้ร้หหคคกก่่าายยมมผผ่าา่ัับบตต้ผ้ผยยลลเเีผีผงงูู้้เเกกหหทท้อูู้อววสสถถู้เเู้ มมขขาางงื่นนื่ลลดี่ด่ีพพูกูกรรีีโโ้้าาืืเเกีีกออตตยยขขททบบสสไไวว้้อสอสาาปปเเูู่่พพษษาาขขา่า่เเ่่งงงงเเบบสสเเ””ญญ็็กกเเมมปปโดัโดัสสพพยี่ีย่ดดโโีี็็นนรรรรใใตตววททยยชชัักกิิมมสสขขิิดดษษแแ้ก้กษษออกก้้ออแแพพจจาาาางงาางงนนาาลลททแแเเกกรรคคววททังังลลยยปปบับั ใใปปกุุก่่าา้วว้์แแ์หหรรยยไไขขรรลละะมมมมาาะะกกออะะเเกก่่เเ่่ทท็สส็สสงงกกพพภภออโโาาุษุษพพิินนยยาาททบบมมรรตตยยาาษษาาออ11า้า้ ดิิดบบใใรรยยททตตาาเเาาปปถถปปชช้้กกี่่ีกกลลขขกกีี ีีพพน็น็รรหหฎฎใใม่ม่ลลนนออจจรรหหบับัขขเเบบสสาาืออื พพมมนืนืไไนนถถคคปปปปาาใใื่ื่ออาาววววจจรรใใยยใในนนนาาชชบบััใใหหบบหหมมพพมม้ช้ชไไ้้ััผผญญมมคคผ้้ผาาีวีวยยูู้้เเกก่่เเิติตอู้้อูิิดดาาญญสสกกบบใน่น่ืืใพพัันินิตตซซนน““าาผผิิ่ึงง่ึไไไไสสผผลลลล22ดดกกววัังงขขูู้้เเิตติ00้้้ส้สรรเเสสคคออรร,,ะะาา00มมพพิ่่ินนงงมมททหห00ออรราาตตรรรร00คคัฐัฐยยเเวว้้ัันนบบขขททืืออ่า่าบบงงาา้้ชชคคงงุกกุยยาาผผปปีีววววแแสสุตุตททูู้้ปปิิกกตตาาหหงง่่ิิธธมมตตออ่่ววใใหห่่รรงงหหผิผิสสททยยออรรรรมมมมิิุุขขดดกกอือื””่ัั่วว่่

กเกเมมกกรรััญญรราาอื่ือ่ หหะะชชงงททลลาาททาาาาดดยยคค่ีี่ 88งังัคคววเภภรรราาาาั้งง้ัมม่อืโโจจพพพพผผททงนนรริิดดทษษกกะะ่ีรรขขรรแแ8าาะะลลออชชททะะงงบบโงั่ง่ับบกกทลลััญญททาา่าา่ษญญรรลลสสขฝฝุดุดงงััตตโโอจจิิยยา่่าททึึงงฝฝาางษษมมเเกนืืนสสีีททาพพพพกกาารรรตตฎฎงงฝะะออิิดดหหา่รราาใใาามมฝหหญญชช้้าาโโนื าาบบททยยกขขญััญษษททออฎญญเเ่่ีีงงพพหกกผผตตัั ..มศศยีี่ยูู่้้เเิิยยสส..าววาาพพเเ22ยขขสส55ทอ้้อพพผผ22เ่ีงงลลตต22กกกิิตตดิิดยี่ททใใัับบนนหหวี่ี่ใใกกชช้โ้โาาขทท้้เเัญญัเเปปอ้ขขษษ็็นนชชง้้าากหห((าาสสฉฉบัแแลล่่งงบบัักกลลออกบบัั ออออะะัญททยยกกกก่ีี่ชูู่่ 77ญัญัแแคคา))ลลรรชชแพพะะอองงลไไ..บบศศดดะ..คค้้มมก22รรีีกกญั55ออาา66งงรรชหห22แแงรรกกกกืืออ้้ไไาาขขจจหหเเาาพพนนหหิิ่่มมดดนนกกเเตต่่าาาาิิยยมมรร

148 หนังสอื เรียนสาระทักษะการด�ำ เนินชีวิต เพอื่ ใชเ้ ปน็ ยา อยา่ งชาญฉลาด | ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย
รายวิชา ทช33098 กัญชาและกัญชงศึกษา

147

บทลงโทษการฝา่ ฝนื กฎหมายทีเ่ กีย่ วข้องกบั กัญชา

ภาพที่ 56 บทลงโทษการฝ่าฝืนกฎหมายทเ่ี กี่ยวข้องกบั กัญชา

ขอ้ ควรรู้ : การผลิต เสพ นาเขา้ ส่งออก ครอบครองหรือจาหนา่ ยกัญชา
หมายรวมถึง ทกุ ส่วนของพืชกญั ชา ยกเวน้ ตามที่กฎหมายกาหนด ยงั ไม่มี
การแยกฐานความผิดในการแยก ใบ ดอก ยอด ผล ลาตน้ รวมถงึ ยาง
และน้ามนั ผใู้ ดกระทาความผดิ ดงั กล่าวถือว่ามีความผิด

รายวชิ า ทช33098 กัญชาและกญั ชงศึกษา เพอ่ื ใชเ้ ปน็ ยา หนังสือเรียนสาระทักษะการด�ำ เนนิ ชวี ติ 149
อย่างชาญฉลาด | ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย

148

ถาม
การตรวจหาสารกัญชาในปสั สาวะสามารถตรวจพบหลงั จาก
ใชก้ ญั ชาไปแลว้ นานถึง 2 สัปดาห์ จรงิ หรอื ไม่

ตอบ
จรงิ การตรวจหาสารกัญชาจากปสั สาวะ สามารถตรวจหาหลังจากใช้
2-5 ช่วั โมง และในผใู้ ชบ้ อ่ ย ๆ หรือใชใ้ นปริมาณสูง ๆ จะสามารถ
ตรวจพบได้หลงั จากใชไ้ ปแล้ว 15-30 วนั หลังจากหยดุ ใช้หรือจนกว่า
ร่างกายจะขบั ออกหมด

นอกจากน้ี ถ้านากัญชามาโฆษณาชวนเช่ือ บิดเบือนฉลากอาหาร - ฉลากยา มีความผิด
ต้องระวางโทษ ปรับไม่เกิน 30,000 บาท หากเข้าข่ายเป็นอาหารท่ีมีการแสดงฉลากเพ่ือลวง หรือ
พยายามลวงให้เข้าใจผิดเร่ืองคุณภาพ ปริมาณ ประโยชน์ สถานท่ีผลิต จัดเป็นอาหารปลอม
ต้องระวางโทษจาคุกตง้ั แต่ 6 เดอื น - 10 ปี และปรับต้ังแต่ 5,000 - 100,000 บาท ดังภาพ

ภาพท่ี 57 บดิ เบือนฉลากอาหาร ฉลากยา มคี วามผิด

150 หนังสอื เรียนสาระทกั ษะการดำ�เนินชวี ิต เพอ่ื ใชเ้ ปน็ ยา อยา่ งชาญฉลาด | ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย
รายวชิ า ทช33098 กญั ชาและกัญชงศึกษา

149

กกกกกกกการนริ โทษกรรมผู้ครอบครองกัญชา
กกกกกกกหลังจากมีประกาศพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2562 ต่อมาประกาศ
กระทรวงสาธารณสุข ซ่ึงประกาศในราชกิจจานุเบกษา ลงวันท่ี 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ . 2562
มีสาระสาคญั เกย่ี วกับการนิรโทษกรรมผคู้ รอบครองกญั ชา จานวน 3 ฉบบั ดงั น้ี
กกกกกกกฉบับท่ี 1 ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรอื่ ง การกาหนดใหย้ าเสพตดิ ให้โทษในประเภท 5
เฉพาะกัญชาตกเป็นของกระทรวงสาธารณสุข หรือให้ทาลายกัญชาที่ได้รับมอบจากบุคคล ซึ่งไม่ต้อง
รบั โทษ ตามมาตรา 22 แหง่ พระราชบญั ญัตยิ าเสพติดใหโ้ ทษ (ฉบบั ท่ี 7) พ.ศ. 2562 โดยรายละเอียด
ผทู้ ไี่ ดร้ ับการนริ โทษกรรม หรอื การครอบครองก่อนหน้านีไ้ มผ่ ิด และให้มาแจง้ ภายใน 90 วนั
กกกกกกกฉบับที่ 2 ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องการครอบครองยาเสพติดให้โทษในประเภท
5 เฉพาะกญั ชา สาหรบั ผปู้ ว่ ยทมี่ ีความจาเป็นต้องใช้เพื่อรักษาโรคเฉพาะตวั ก่อน พระราชบญั ญตั ิยาเสพ
ติดให้โทษ (ฉบับท่ี 7) พ.ศ. 2562 ใช้บังคับให้ไม่ต้องรับโทษ ซึ่งในกรณีนี้ผู้ป่วยที่มีความจาเป็นต้องใช้
กัญชารักษาตัว และมีครอบครองก่อนกฎหมายใช้บังคับ ให้แสดงเอกสารหลักฐานที่แสดงอาการ
เจบ็ ปว่ ยจากแพทย์ ภายใน 90 วัน
กกกกกกกฉบับที่ 3 ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรอ่ื ง การแจง้ การมีไวใ้ นครอบครองกญั ชา สาหรบั
ผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา 26/5 และบุคคลอ่ืนท่ีมิใช่ผู้ป่วยตามมาตรา 22 (2) ก่อนพระราชบัญญัติยา
เสพติดให้โ ทษ (ฉบับท่ี 7) พ. ศ. 2562 ใช้บังคับให้ไม่ต้องรับโ ทษ กล่าว คือ บุคคล
ท่ีไมใ่ ช่กลมุ่ ที่ 1 และกลมุ่ ท่ี 2 โดยในฉบบั นี้ ใหห้ นว่ ยงานหรือบุคคลผู้ครอบครองกัญชาก่อนกฎหมายมี
ผลใช้บังคับ เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ การรักษาผู้ป่วย การใช้รักษาโรคเฉพาะตัว หรือการ
ศึกษาวิจัย ดังต่อไปน้ีต้องแจ้งลักษณะและปริมาณกัญชาท่ีมีไว้ในครอบครองภายใน 90 วันนับต้ังแต่
พระราชบัญญัติดังกล่าวใช้บังคับ อาทิหน่วยงานของรัฐท่ีสอนทางการแพทย์ แพทย์ ทันตแพทย์
แพทย์แผนไทย มหาวิทยาลัย เกษตรกรรม ที่เป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนภายใต้ความร่วมมือ และกากับ
ดูแลของผูข้ ออนุญาตตามหนว่ ยงานของรัฐ หรือ สถาบันอุดมศึกษา เช่น หน่วยงานรฐั หรอื แพทย์ และ
ผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะระหว่างประเทศ ผู้ป่วยเดินทาง และผู้ขออนุญาตตามที่รัฐมนตรี
เห็นชอบ
กกกกกกกสาหรับการแจ้งครอบครองกัญชาของทั้ง 3 กลุ่ม สามารถไปแจ้งได้ดังนี้ กรุงเทพมหานคร
แจ้งได้ท่ีศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) สานักงานคณะกรรมการอาหารและยาพ้ืนท่ี
ต่างจังหวัด สามารถแจ้งได้ที่สานักงานสาธารณสุขจังหวดั หรือ สสจ. ทั่วประเทศ หรือหากมีข้อสงสัย
สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่สายด่วน 1556 กด 3 ในวันและเวลาราชการ ซึ่งให้บริการตอบข้อ
ซักถามในประเด็นท่เี กี่ยวขอ้ งกับกัญชาโดยตรง
กกกกกกกกลา่ วโดยสรุป บทลงโทษของการฝ่าฝืนกฎหมายทีเ่ ก่ียวขอ้ งกัญชาและกัญชง มี 5 กลมุ่ ดงั น้ี

รายวชิ า ทช33098 กญั ชาและกัญชงศึกษา เพ่อื ใช้เปน็ ยา หนงั สือเรยี นสาระทักษะการด�ำ เนนิ ชีวติ 151
อยา่ งชาญฉลาด | ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย

150

กกกกกกกกลุ่มท่ี 1 กลุ่มผู้เสพ (นอกเหนือเพื่อรักษาตามคาส่ังแพทย์) มีบทลงโทษ จาคุกไม่เกิน 1 ปี
หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรอื ทัง้ จาทงั้ ปรบั
กกกกกกกลุ่มท่ี 2 กลุ่มครอบครอง หรือจาหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต (ไม่ถึง 10 กิโลกรัม)
มบี ทลงโทษ จาคกุ ไม่เกนิ 5 ปี หรือปรบั ไมเ่ กิน 100,000 บาท หรอื ทงั้ จาท้งั ปรบั
กกกกกกกกลุ่มท่ี 3 กลุม่ จาหนา่ ยโดยไมไ่ ด้รับอนญุ าต (ปริมาณ 10 กิโลกรมั ข้นึ ไป) มีบทลงโทษ จาคกุ
ต้งั แต่ 1 - 15 ปี และปรับ 100,000 - 1,500,000 บาท
กกกกกกกกลุ่มท่ี 4 กลุ่มผู้ฝ่าฝืนผลิต นาเข้า หรือส่งออก มีบทลงโทษ จาคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่
เกิน 500,000 บาท
กกกกกกกกลุ่มที่ 5 กลุ่มกรณีเพื่อจาหน่าย มีบทลงโทษ จาคุกไม่เกิน 1 - 15 ปี และปรับ 100,000 -
1,500,000 บาท
กกกกกกกในส่วนผู้ขออนุญาตตามมาตรา 26/5 มีสิทธิที่จะขอใบอนุญาตให้ผลิต นาเข้า ส่งออก
จาหนา่ ยหรอื มีไว้ในครอบครองซึง่ ผ้ขู ออนุญาตตามข้อ 2,3,4 และ 7 มอี ยู่ 2 กล่มุ ดังนี้
กกกกกกกกล่มุ ท่ี 1 กรณีบคุ คลธรรมดา สญั ชาติไทย มีถน่ิ ทีอ่ ย่ใู นไทย
กกกกกกกลุ่มที่ 2 กรณีนิติบุคคล จดทะเบียนตามกฎหมายไทย 2 ใน 3 กรรมการ หุ้นส่วน
ผถู้ ือหนุ้ มสี ญั ชาตไิ ทย มสี านักงานในไทย
กกกกกกกนอกจากน้ีการนากัญชามาโฆษณาชวนเช่ือ บิดเบือนฉลากอาหาร - ฉลากยา มีความผิด
ต้องระวางโทษ ปรับไม่เกิน 30,000 บาท หากเข้าข่ายเป็นอาหารที่มีการแสดงฉลากเพ่ือลวง หรือ
พยายามลวงให้เข้าใจผิดเร่ืองคุณภาพ ปริมาณ ประโยชน์ สถานท่ีผลิต จัดเป็นอาหารปลอม
ตอ้ งระวางโทษจาคกุ ตัง้ แต่ 6 เดอื น - 10 ปี และปรับตงั้ แต่ 5,000 - 100,000 บาท
กกกกกกกต่อมาได้มกี ารนิรโทษกรรม โดยประกาศกระทรวงสาธารณสุข 3 ฉบับ ซง่ึ ประกาศใช้ในราช
กจิ จานเุ บกษา ลงวนั ที่ 26 กมุ ภาพันธ์ พ.ศ. 2562 ดงั น้ี ฉบบั ที่ 1 เร่อื ง การกาหนดให้ยาเสพติดใหโ้ ทษ
ในประเภท 5 เฉพาะกัญชาตกเป็นของกระทรวงสาธารณสุข หรือให้ทาลายกัญชาท่ีได้รับมอบจาก
บคุ คล ซง่ึ ไมต่ อ้ งรับโทษ ตามมาตรา 22 แห่ง พระราชบัญญัติยาเสพตดิ ให้โทษ (ฉบับท่ี 7) พ.ศ. 2562
โดยรายละเอียดผู้ที่ได้รับการนิรโทษกรรม หรือการครอบครองก่อนหน้าน้ไี ม่ผิด และให้มาแจ้งภายใน
90 วัน ฉบับท่ี 2 เร่ืองการครอบครองยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 เฉพาะกัญชา สาหรับผู้ป่วยท่ีมี
ความจาเป็นต้องใช้เพ่ือรักษาโรคเฉพาะตัว ก่อนพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับท่ี 7)
พ.ศ. 2562 ใช้บังคับให้ไม่ต้องรับโทษ ซ่ึงในกรณีน้ีผู้ป่วยท่ีมีความจาเป็นต้องใช้กัญชารักษาตัว และมี
ครอบครองก่อนกฎหมายใช้บังคับ และฉบับที่ 3 เร่ือง การแจ้งการมีไว้ในครอบครองกัญชา สาหรบั ผูม้ ี
คุณสมบัติตามมาตรา 26/5 และบุคคลอ่ืนที่มิใช่ผู้ป่วยตามมาตรา 22 (2) ก่อนพระราชบัญญัติยาเสพ
ติดให้โทษ (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2562 ใช้บังคับให้ไม่ต้องรับโทษ กล่าวคือ บุคคลท่ีไม่ใช่กลุ่มท่ี 1 และกลุ่ม

152 หนังสอื เรียนสาระทักษะการดำ�เนนิ ชวี ติ เพื่อใช้เปน็ ยา อยา่ งชาญฉลาด | ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
รายวิชา ทช33098 กัญชาและกัญชงศกึ ษา

115511

ปปททรร่่ีี 22ะะโโยยโโดดชชยยนนใใท์์ทนนาาฉฉงงกกบบาาัับบรรนนแแพพี้ี้ ใใททหหยย้้หหก์ก์ นนาารร่่ววรรยยักักงงษษาาาานนผผหหูปู้้ปรรว่ว่ ืืออยยบบกกุุคคาาคครรลลใใชชผผ้ร้รูู้้คคัักกรรษษออาาบบโโรรคคคครรเเฉฉออพพงงกกาาะะััญญตตชชวััวาาหหกกรร่่ือือออกกนนาากกรรฎฎศศหหึกึกษษมมาาาาววยยิจิจมมัยยั ีีผผลลใใชช้้บบัังงคคัับบเเพพ่่ืืออ

แกฉกกรใจกกรคใคจตแตกฉกเกเปปปววปกเกเโโดดปปออตคคเอยเไอรตยไรศศววรรนนดดดดะะ่่าาะะััดดบบกกกกงงกกิิกก..้้าา่่ลลกกววนน..ดดออ้้ออรรััญญศศ้้นนศศื่ออ่ืรร้้ยยดดคคดดเเเเเเหหยยะะกกกกใใกกกกกกะะัังงบบุุคคใใสสรรขขสสษษ..หห..หหแแงงับบั้้เเกก์์ววหหกกเเคคกกกกกกกกขขกกววัั่่ืืญญววออททนน้้ทท22าาพพฐฐาาทท11ตตยย้้ออาาัันนสส้้วว่่กกกกโโ้้าากกกกออกกาางงเเี่ี่00้้ววศศกกนนญญรร99ตตทท่่กกเเยยาาาา่ีี่งงปปมมกกกก44มมกกกกกกบบกก00ััพพยยสสิิออจจ9966ททิิมมกกดดูู่่ใใาาปปษษาากกกกใิิใเ็็าากกกกมมนนกกัั00งงรรนนันันดดืื่่ื่น่ืนออออร11หหรรลลตตหหี่่ีววกกรรรรใใคค่่ััุุ่่นนนนรรตตน้้นตตววอ่ืนนใใ่่นนมม้้าารรคคะะาาลลกกััััออบบๆๆฐฐแแโโสสออชชปปคคยย่่ตตออาาดดบิบิะะุุสสงกีกีรรดดววปปปปเเาานนฎฎภภลลาา้้นนททเเรรงงััจจททหหาาตต้้ทววััปปญญาาาาบบยยมมยยกกจจััญญรรหหขขาาะะุสสุุุาาสสจจมมหหาาตตยยรร้้าาศศนน้้ฉฉออททเีเี่ีึึคคงงี่่ีะะยยญญงงรรพพคคออญัญัหหปปงงััุุญญบบนนนนออชชวว9ไไมมจจัักกบบกกงงเเุุ่ัว่ัวมมววัับบกกีีงงดดิิาาธธััตตา้า้าาาาััภภนนนนาากกึึกกญญงงญญดดไไาาััาากกบบจจยยกกปปสสาาีีหหแแใใโโตต้้มมปปถถไไุุสสาาสสททััรรนนีีววยยบบััสสกบบาาาารราาาาหหาาดดกกรริิมมีีคคุุรรททแแคคััถถญญ่า่าสสเเกกนนรรววแแเเแแขขรรขขฎยยะะ้้้้ไไปปลลมมาาววสสภภปปลลวว่ีี่44าาออคค่่าาาาลลาาะะขขออพพญญววาาออเเยยาาััหกกีีนนรรพพคควว้้บบััณณญญดดหหออววททรระะหหอองงนนรรโโมมงงททะะแแลลาากกววมคคบบตต้้ววกกใใพพดด33รรออัักกศศหหสสนนีีรรชชววเเตตยยชชออาาาายยซซััุุิิมมบบดดฤฤคคงง44ดดายยืชชืษษหห่่ววุุาาสสาาปป์์าา่่่่ลลรรหหมม้้บบยยกก่่คคออใใคคททออมุมุยปป่ี่ียยหหกกยยมมชชััปปาาญญณณงงะะนนรรฉฉตตาารราาก์ก์คคงงยยววกกธธญญััววาารรร้้มมโโาาาาะะปปปปรรโโเเืืรรออบบบบญญาากก้้าา์์ยยรราาเเ่่ิิ์์าาาาตตววะะะมมตตสสจจืืออกกะะชชคคสสรรรรยยกกรรคคมมััรรญญัังงาาลล่่าาบบเเ่่ออหิิาาววรรปปชชพพรราาาาสสพพะะววททเเผผเเาาะะาาดดสสงงเเ่่าาจจดดะะรรชชชชสสไไาาลลวบบเเสสหหตตเเแแรรลลดดตตศศเเเเ้้ววปปดดททงงิิหหตต้้สสีีชช่่ววเเนนพพททููพพกกาาิิา่คคศศดดปปดดลลตติิ่ี่ีิิดดยยยยปปบบไไ้้ววใใศศแแยยพพววาาหหตตททงุุมม่ืื่ึึกกังงัศศออนนททะะรรววออยยยย็็นนเเกก่่าาจจตตลลผผกกกกตตนนปิิดดะะรรรรกกยยยยววษษเเททาาีี่่าาเเไไกกงงััญญยยะะะะิิััลลาานนปปััีีิิกกบบดดยยชชี้้ีขข่่มมาาจจาาาาใใเเปปราาาาาา((กกาารรปปสสิิตตนนชช็็าาสสดดรรบบแแออนนUUมมี่ีย่ย่่กกไไงงะรรววรรเเคคาาคคพพชชพพรรดดาาสสมมาทาท้้ววลลงงตตััีีสสิิรรญญกกจจเะะววnnหหาา้้สสืืะะออาากกโโท้้ยยตตมมพพนน้้ิิะะออตตผ่ี่ีผว่่ว่่ััเเออยยาากกออiiลลนน่่ชชตตงงสสททttลลแแยยิิีีดดววนนววิิดิดิัันนยยดดศตตรรตตเเนนออกกฉฉัับบeeดดิิาาาาขขททศศลลััตตััาาตตใใหหชช้้แแิิาาดด้้ไไาาเออททddุุบบสสยยททกกหหหหกกออเเะะดดเเเเ่่ถถาานนถถนนักักลลใใยยสสพพปปัััักกงงญญฎฎััาาบบกกงง้้้มม้รรโโนนหหุุญญััทท่ียุุปปนนคคออNNุุะะดดรรพพคคททงง็็ืื่่นนออออืืออหหาากีีกททญญั้้ั้้โโนนีี่่ออวุุนนาาศศววาารรนนกกยยaaรรยยชช..งงตตททตตษษททมมฎฎ่ี่ีชชใใศศออาาะะีีกลลแแาา้้ััคคใใาาttาางงัับบิิดด้้หหนน11ภภษษาาาาาาหหมมชชii..สสกกญญดดรรกกรรเเธธ์์กกบัooคคกกยยยยใใแแ้เเ้ขขาาใใ้ย้ยมมรรงงแแ11ฤฤัังงงงรราากกออซซหหาาาาnnนนาาัั้้งง..ววกคค้้แแาา่่ลลววาากกคคาาศศ99รรพพททรรรริิดด่ึึ่กกงงรรนนกก้้โโ่่าา,,ปปคคีีญัปปมมลลยยลลมม์์ะะสสทท77แแปปทท..คคธธปปททดดรรคคาาุุสสUUววรรรระะมมรร่่าากก11หหออพพิ์์ิตต11รรา้า้ััาาญญรรษษ้้วว้้ััชญญาายยัับบญญะะะะตตะะววNNืืออททมมััแแงงนนัญญั99ปป่่ออยยขขรร์์เเหหหหฉฉาคคกก้้หหออเเกกรรญญพพ))ขขภภ66่่ีผีผ่่ออยยคคจจรรรรดดาาททแบบววาามุุมาาชชงงะะาาาา้้11าาิดิดะะะะาาิิยยาารรตตทท..ีีขขาาททาา่่ศศกกหหศศััตตบบลหหรรมมงงซซชช่่รรนนกกบบแแเเงงททออาาตต่ีี่กกไไ่่าา..แแนนททดดะะะคคววชช่ึ่ึงงาาฎฎปปาาลลดดาารรงง่ี่ีงง้้ลลออสสพพ่่11บบาาชชดดก่ี่ีาายยรรี่ี่จจหหดดรรหหปปะะ้้11บบ่่33าางงงงัมมั99ตตๆๆาาออคคาาททววญัะะแแปปขขมมาารรััววญญปปกกตต66พพดดแแิิททบบเเววววลลยยออแแาาออะะมมรรเเททาารรชิิเเ11ลลยย่่ญญาาาาัันน่่ีีจจชชคค์์ยยะะนนปปนนะะชชงงาาหหะะศศ,,มมะะาาดดงโโััดด่่นนธธมมรรสสััยยตตมมววุุ็็นนาาสสเเดดททนนเเยยคครร้้วว์์กกตตออททสสาาาาชชททิิาาีีผผััญญขขััปปยยบบ่่ีเเีาาดดยย..สสบับั้ั้ังงททตตงงเเพพกกศศนนลลศศาา้้อองงเเััญญสสญญใใมมผผยยหหาากกรรงง่ยี่ยีฉฉนนกกกกตต..ตตนนตตคครริิพพดดาาาาใใาากกรรหหาาววพพรรััญญิิ้้ััดดนน11กกลลลลนนสสตตเเรรชชืืสสออ..ตตกกาาะะาา99สสศศลลาาััออกกชชกกออกกรรออดดรรหหับบัใใิิททดดปปออะะ77งงพพ..ดดษษาาััดดกกออชชาาคคบบัังงปปกกบบาาสสใใ22รรเเ11รรจจตต้้กกนนจจาาปปดดณณววนนปปชชรราาะะาารรกกแแ99รรนนิิกกาาดด้้ั้ั้นนบบวว่่ววรรฉฉรรกกญญเเ็็ะะนนเเะะรรกก88คคกกยยฎฎททคคยยถถมมะะใใบบคคลลชชออะะยย88าา้้ปปใใหหววกกาาึึววโโหหเเงงศศกกุุมมััสสบบเเาานนงงกกาาหหบบยยััััญญญญทท้้ววดดบบโโัันนไไชชมมแแคคูงงูเเขขททเเรรททชชชชททตตคค้้สสืืออววาาสสคคหหาาลล์์ชชาาใใกกรรออี่่ี ุุษษนนนนุุททนนนนนนมมพพนนยยดดุุุุตตยยมมมมะะ22าารราางง์์ีี้ี้ีิิ

รายวิชา ทช33098 กญั ชาและกญั ชงศกึ ษา เพอ่ื ใช้เปน็ ยา หนงั สอื เรยี นสาระทกั ษะการดำ�เนนิ ชีวิต 153
อยา่ งชาญฉลาด | ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย

ประการท ่ี 1 ควบคมุ การเขา้ ถึงและการใช้กัญชาทางการแพทยท์ ่ีชอบดว้ ยกฎหมาย
ประการท่ี 2 เปิดโอกาสให้สามารถเข้าถึงกัญชาท่ีมาจากวิธีการทางเภสัชกรรมเพื่อ
วตั ถุประสงคท์ างการแพทย์บางกรณใี นปรมิ าณทเี่ พยี งพอ
ประการที่ 3 อนญุ าตให้สามารถมีการเพาะปลกู และผลิตกญั ชาเพ่ือวตั ถุประสงคด์ งั กล่าว
ประเทศทลี่ งนามในอนสุ ญั ญามภี าระหนา้ ทใี่ นการควบคมุ การสง่ ออก น�ำเขา้ และการขายสง่
กญั ชา และยาเตรยี มจากกญั ชาอยา่ งระมดั ระวงั ซงึ่ สว่ นมากแลว้ มกั จะเปน็ หนา้ ทรี่ บั ผดิ ชอบของกระทรวง
สาธารณสขุ ของประเทศ ซง่ึ ร่วมงานอยา่ งใกล้ชิดกบั คณะกรรมการควบคมุ สารเสพติดนานาชาติ (INCB)
ในกรุงเวยี นนา
ทุกชาติต่างจ�ำเป็นต้องท�ำงานร่วมกันกับ INCB ซึ่งเป็นผู้ควบคุมการหมุนเวียนของกัญชา
และยาควบคุมชนิดอ่ืน ๆ ท่ีมีเจตนาเพ่ือการใช้ทางการแพทย์ทั่วโลกแต่ละประเทศจะเสนอจ�ำนวน
คาดการณข์ องความจ�ำเปน็ ส�ำหรบั กญั ชาทางการแพทยใ์ นระดบั ชาตเิ ปน็ รายปี การคาดการณด์ งั กลา่ วนี้
จะจ�ำกัดปริมาณของกัญชาท่ีจะสามารถเข้าถึงได้ในแต่ละปี ซ่ึงเป็นการสร้างความม่ันใจว่าการผลิต
การค้า และการใช้กัญชาโดยชอบด้วยกฎหมายจะเพียงพอส�ำหรับความจ�ำเป็นทางการแพทย์ และ
ทางวทิ ยาศาสตรข์ องชาติ โดยไม่จ�ำเป็นต้องหันไปอาศยั ตลาดมืด
ข้อก�ำหนดดังกล่าวที่มีผลผูกมัด ให้ประเทศท่ีลงนามอนุสัญญาน้ีต้องควบคุมการส่งออก
น�ำเข้า และขายส่งกัญชาและยาที่ผลิตจากกัญชาอย่างระมัดระวัง แต่ส�ำหรับประเทศไทยเรายังไม่มี
ความพรอ้ มเรอ่ื งระบบการควบคมุ ถงึ เราจะมคี วามพรอ้ มดา้ นการปลกู กญั ชา แตอ่ งคก์ ารสหประชาชาติ
มขี อ้ ก�ำหนดเรอื่ งองคก์ รกลางในการก�ำกบั ดแู ลการใชก้ ญั ชาทางการแพทย์ กลา่ วคอื ในกรณที ม่ี กี ารเพาะ
ปลูกกัญชา หน่วยงานของรัฐจะต้องจัดต้ังองค์กรกลาง หรือหน่วยงานกัญชาแห่งชาติขึ้นมาก�ำกับดูแล
เขตพนื้ ทแี่ ละทด่ี นิ ทจี่ ะปลกู กญั ชาและจดั ตงั้ ระบบการออกใบอนญุ าต ซง่ึ ขณะนป้ี ระเทศไทยมสี �ำนกั งาน
คณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เปน็ องค์กรกลางทรี่ ับผิดชอบอยู่ แต่ปญั หาทเ่ี กิดขึ้นภายหลงั จากท่ี
กฎหมายมีผลใช้บังคับแล้ว คือประเทศไทยมีการเปิดเสรีให้ใช้กัญชาทางการแพทย์เป็นประเทศแรก
ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2562
มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันท่ี 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 ปัญหาที่เกิดขึ้นมาตามคือ ไม่มีกัญชาในปริมาณ
ท่ีเพียงพอส�ำหรับรักษาผู้ป่วยท่ีมีความจ�ำเป็นต้องใช้กัญชาเพ่ือการรักษาโรคต้องไปหากัญชามาจาก
แหล่งท่ีไม่อาจเปิดเผยได้ หรือตลาดมืดท�ำให้เกิดความสับสนแยกไม่ออกระหว่างพวกธุรกิจท่ีถูกและ
ผิดกฎหมาย พวกท่ีเสพเพ่ือนันทนาการสนุกสนาน หรือผู้ป่วยท่ีมีความจ�ำเป็นต้องใช้ในการรักษา
คือ แยกไม่ออกแล้วว่าใครเป็นผู้ป่วยหรือพวกแอบแฝงเป็นผู้ป่วย ปัญหาตามมาคือ ส�ำนักงานป้องกัน
และปราบปรามยาเสพตดิ (ป.ป.ส.) จะด�ำเนนิ การปราบปรามกท็ �ำไดไ้ มค่ อ่ ยถนดั นกั เพราะเปน็ เรอื่ งของ
จริยธรรม มนุษยธรรม และยากที่จะแยกแยะออกได้ว่าบุคคลใดเป็นผู้เสพ บุคคลใดเป็นผู้ครอบครอง
และบคุ คลใดเปน็ ผ้จู �ำหนา่ ยได้ มีระบบก�ำกบั ควบคมุ ส่งออก ขายสง่

154 หนังสอื เรียนสาระทกั ษะการด�ำ เนินชีวติ เพอื่ ใชเ้ ปน็ ยา อย่างชาญฉลาด | ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
รายวชิ า ทช33098 กญั ชาและกญั ชงศกึ ษา

153

กัญชาและยาท่ีผลิตจากกัญชา ที่มีประสิทธิภาพ จึงเป็นสิ่งท่ีรัฐต้องดาเนินการให้ชัดเจน เข้มงวด
กวดขัน และทั่วถึง ให้มีประสิทธิภาพโดยทาให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงการใช้กัญชาในทางการแพทย์ได้
จริง และต้องแยกแยะผู้ป่วยกับผู้ท่ีแอบแฝงเป็นผู้ป่วยให้ได้ เมื่อถึงจุดน้ันการป้องกันและปราบปราม
ยาเสพติดก็จะสามารถทาได้อยา่ งประสบผลสาเร็จ
กกกกกกก กล่าวโดยสรุป ประเทศไทยในมิติด้านความร่วมมือระหว่างประเทศ ได้เข้าเป็นรัฐภาคี
จานวน 4 ฉบบั ด้วยกนั คอื ฉบับที่ 1 อนสุ ัญญาเดยี่ วว่าดว้ ยยาเสพติดให้โทษ ค.ศ. 1961 และพธิ ีแก้ไข
อนุสัญญาเด่ียวว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ ค.ศ. 1961, ค.ศ. 1972 ฉบับท่ี 2 อนุสัญญาว่าด้วยวัตถุที่ออก
ฤทธ์ิต่อจิตและประสาท ค.ศ. 1971 ฉบับท่ี 3 อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการลักลอบ
ค้ายาเสพติดและวตั ถุทอ่ี อกฤทธ์ติ ่อจิตและประสาท ค.ศ. 1988 และฉบับท่ี 4 อนุสัญญาสหประชาชาติ
ว่าดว้ ยการต่อต้านอาชญากรรมขา้ มชาติทจ่ี ัดตง้ั ในลกั ษณะองค์กร ค.ศ. 2000
กกกกกกก ตามอนุสัญญาเด่ียวว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ ค.ศ. 1961 ได้บัญญัติกัญชา สารสกัดจาก
กัญชา จัดให้อยู่ในตารางการควบคุมในบญั ชเี ปน็ ยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 และยางกัญชาเปน็ ยา
เสพติดให้โทษในประเภท 4 โดยห้ามปลูก ผลิต ส่งออก นาเข้า ค้าขาย ครอบครองหรือใช้
ประโยชน์ เว้นแต่เพ่ือใช้ทางการแพทย์หรือการศึกษาวิจัยเท่าน้ัน ภาคีประเทศต้องกาหนดมาตรการ
ควบคมุ ป้องกันมิใหม้ ีการนาใบของพชื กัญชาไปในทางท่ผี ิด หรือทาการค้าทผี่ ิดกฎหมาย
กกกกกกก นอกจากนี้อนุสัญญาของสหประชาชาติ (United Nation, UN) เป็นข้อตกลงสากลสูงสุด
ในเรื่องการควบคุมยาเสพติดอย่างเช่น กัญชา อนุสัญญาดังกล่าวกาหนดความรับผิดชอบร่วมกันใน
ระดับสากล สาหรับการควบคมุ การผลติ การค้า และการใช้ยาควบคมุ โดยทั่วไปแลว้ แตล่ ะประเทศจะ
กาหนดกฎหมายว่าด้วยยาซึ่งสัมพันธ์กับการออกกฎหมายและข้อบังคับเกี่ยวกับยารักษาโรค สาหรับ
กัญชาทางการแพทย์ อานาจและมาตรการควบคุมของประเทศอ่ืน ๆ มีเป้าหมาย 3 ประการ ดังน้ี
ประการท่ี 1 ควบคุมการเข้าถึงและการใช้กัญชาทางการแพทย์ที่ชอบด้วยกฎหมาย ประการ
ท่ี 2 เปดิ โอกาสใหส้ ามารถเขา้ ถึงกัญชาท่ีมาจากวธิ ีการทางเภสัชกรรมเพ่ือวัตถุประสงค์ทางการแพทย์
บางกรณีในปริมาณท่ีเพียงพอ ประการที่ 3 อนุญาตให้สามารถมีการเพาะปลูก และผลิตกัญชาเพื่อ
วัตถปุ ระสงค์ดงั กลา่ ว โดยประเทศทล่ี งนามในอนสุ ญั ญามีภาระหน้าที่ในการควบคุมการสง่ ออก นาเข้า
และการขายสง่ กัญชา และยาเตรียมจากกัญชาอย่างระมัดระวงั กกกกกกก
กกกกกกก ข้อกาหนดดังกล่าวที่มีผลผูกมัด ให้ประเทศที่ลงนามอนุสัญญาน้ีต้องควบคุมการส่งออก
นาเข้า และขายส่งกัญชาและยาที่ผลิตจากกัญชาอย่างระมัดระวัง แต่สาหรับประเทศไทยเรายังไม่มี
ความพร้อมเรื่องระบบการควบคุม ถึงเราจะมีความพร้อมด้านการปลูกกัญชา แต่องค์การ
สหประชาชาติ มีข้อกาหนดเรื่ององค์กรกลางในการกากับดูแลการใช้กัญชาทางการแพทย์ ซ่ึงขณะนี้
ประเทศไทยมสี านกั งานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เปน็ องค์กรกลางทร่ี ับผิดชอบอยู่ แต่ปญั หา
ที่เกิดขึ้นภายหลังจากท่ีกฎหมายมีผลใช้บังคับแล้ว คือประเทศไทยมีการเปิดเสรีให้ใช้กัญชาทาง

รายวิชา ทช33098 กัญชาและกญั ชงศึกษา เพื่อใช้เปน็ ยา หนงั สอื เรยี นสาระทกั ษะการดำ�เนินชีวิต 155
อยา่ งชาญฉลาด | ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

154
154

การแพทย์เป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทาให้ไม่มีกัญชาในปริมาณท่ีเพียงพอ
สการหแรพับทรักยษ์เปา็นผปู้ ร่วะยเทที่มศีคแวรากมใจนาภเูมปิภ็นาตค้อเงอใเชช้กียัญตะชวาันเพอ่ืออกกาเรฉรียักงษใตา้ โทราคใตห้อ้ไงมไ่มปีกหัญากชัญาใชนาปมราิมจาาณกทแห่ีเพลีย่งงทพ่ีไมอ่
อสาจหเรปับิดรเักผยษไาดผ้ ู้ปห่วรยอื ทตล่ีมาีคดวมาดืมทจาใเปห็น้เกตดิ ้อคงวใาชม้กสัญบั ชสานเพแยื่อกไามร่อรอักกษราะโหรควต่าง้อพงวไปกหธุรากจิัญทชี่ถาูกมแาลจะาผกิดแกหฎลห่งทมา่ีไมย่
พอาวจกเทป่ีเดิ สเผพยเพได่ือ้ นหันรอืทตนลาากดามรืดสทนาุกใสหน้เกาดิ นควหารมือสผบั ู้ปส่วนยแทย่ีมกีคไมวา่อมอจการเะปห็นวต่าง้อพงวใชก้ใธนรุ กิจารทร่ีถักูกษแาละซผ่ึงิดสกาฎนหักมงานย
ปพ้อวงกกทันี่เสแลพะเพปร่ือานบันปทรนามายกาเรสสพนตุกิดส(นปา.ปน.สห.ร) ือจผะู้ดปา่วเยนทนิ ่ีมกีคารวปารมาจบาปเปร็านมตก้อ็ทงาใไชด้ใ้ไนมกค่ า่อรยรถักนษดั านซักึ่งเสพารนาักะงเปาน็
เปรอ้ ่ืองงกขันอแงลจะรปิยรธารบรมปรมามนยุษายเธสรพรตมิดแ(ปล.ะปย.สาก.)ทจ่ีจะะดแายเนกินแกยาะรอปอรกาไบดป้วร่าาบมุคกคท็ ลาไใดไ้เมปค่็น่อผยู้เสถนพัดบนุคักคเลพใรดาเะปเ็ปน็นผู้
เครรื่อองบขคอรงอจงริยแธลระรบมุคมคลนใุษดยเปธร็นรผมู้จาแหลนะ่ายยาไกดท้ ม่ีจีระะแบยบกกแายกะับอคอวกบไดค้วุม่าสบ่งอุคอคกลใขดาเปยส็น่งผู้เกสัญพชาบแุคลคะลยใาดทเป่ีผ็ลนิตผู้
คจารกอกบัญครชอางทแี่มลีปะรบะุคสคิทลธใิภดาเพป็นจผึงู้จเปาห็นนสิ่งาทยไี่รดัฐ้ตม้อีรงะดบาบเนกินากัาบรคใวหบ้ชคัดุมเจสน่งอเอขก้มงขวาดยกสว่งดกขัญันชแาลแะลทะั่ยวถาทึง ่ีผใลหิต้มี
ปจารกะกสัญิทธชิภา าทพี่มโีปดรยะทสาิทใหธิภ้ผู้ปาพ่วยจสึงาเปม็นารสถิ่งเทขี่ร้าัฐถตึง้อกงาดราใชเน้กินัญกชาารในหท้ชาัดงเจกนารเแขพ้มทงวยด์ไดก้จวรดิงขแันลแะลตะ้อทงแ่ัวถยึงกแใหย้มะี
ปผู้ประ่วสยิทกับธิภผู้ทาพ่ีแโอดบยแทฝางใเหป้ผ็นู้ปผ่วู้ปย่วสยาใหม้ไาดร้ถเมเข่ือ้าถถึงึงจกุดานร้ันใชก้กาัญรปช้อางในกันทแางลกะาปรรแาพบทปยร์าไดม้จยราิงเสแพลตะิดตก้อ็จงะแสยากมแารยถะ
ทผู้ปาไ่วดย้อกยับ่าผงปู้ทร่ีแะอสบบแผฝลงสเปา็เนรผจ็ ู้ป่วยให้ได้ เม่ือถึงจุดน้ันการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดก็จะสามารถ
ทาไดอ้ ย่างประสบผลสาเรจ็

กกจจิิ กกรรรรกมมจิ ทท1กา้า้.รยยกรบบจิมททกทร้ารยมทบ่ี ท1

1. คกาิจชกี้แรจรงมท: ี่โ1ปรดเลือกตวั อักษรหนา้ ขอ้ ท่ผี ู้เรียนคิดวา่ ข้อนน้ั เป็นคาตอบท่ีถูกต้องท่ีสุด
เพยี งข้อเดียว แคลาว้ชเี้แขจยี งน:คโาปตรอดบเลงือใกนตกวั รอะักดษารษหขนอ้างขผ้อเู รทีย่ผี นู้เรียนคิดวา่ ขอ้ นน้ั เป็นคาตอบที่ถูกต้องท่ีสดุ
เพยี งข้อเดียว แขล้อ้วเ1ขยี นนาคยาวติทอยบาลมงีคในวากมรระเู้ดราื่อษงขพอืชงสผมู้เรุนยี ไพนร จึงปลุกระดมให้ชาวบ้านปลูกพืชกัญชาผสม
กับพืชสมุนไพรขอ้อื่น1ๆ นแาลยะวกิทลย่าาวมอีค้างวสารมรพู้เรค่ือุณงพืชสกมัญุนชไาพวร่าสจาึงปมาลรุกถรระักดษมาใโหร้ชคาตว่าบง้าๆนปไลดกู้ ทพาืชใกหัญ้ชชาวาบผส้านม
กหับลพงเืชส่ือมแุนลไะพปรฏอิบื่นัตๆิตาแมละเมกื่อลเ่าจว้าอห้านงส้าทรร่ีตพาครวุณจพมืชากตัญรวชจาพวบ่าสจาึงมดาารเถนรินักคษดาีตโราคมตก่าฎงหๆมาไดย้ ถทือาวให่าช้ าวบ้าน
มหีคลวงาเชม่ือผแิดลหะรปือไฏมิบ่ เัตพิตราามะเเหมต่ือใุ เดจ้าหน้าที่ตารวจมาตรวจพบ จึงดาเนินคดีตามกฎหมาย ถือว่าชาวบ้าน
มีความผิดหรือไม่ เพรกา.ะเมหคีตวุใาดมผิด เพราะเปน็ ผผู้ ลิตและมีไว้ในครอบครอง

ขก. ไมมีค่มวีคาวมาผมดิ ผเดิ พเรพาระาเปะ็นใชผร้ ้ผู ักลษิตาแโรลคะมแีไลวะ้ในไมค่มรเีอจบตคนราอทงาผิด
คข. ไมมคี ม่ วีคาวมาผมิดผเิดพเรพาระาเปะใ็นชผ้รูผ้ กั ลษติ าโผรู้บครแิโภลคะไแมลม่ ะีเจผตู้จนาหาทนา่ ผยิด
งค.. ไมมีคม่ วีคาวมาผมดิ ผิดเพเรพาระาเะปไ็นมผม่ ้ผู คี ลวติ ามผรู้บู้เร่ือิโภงขคอแงลยะาเผสู้จพาตหดินใา่ หยโ้ ทษ
ข้อ 2 งป.ัจจไมัย่มใดีคเวปาน็ มสผาิดเหเพตุทรา่ีทะาไใมหม่ ้มีคีกวาารมแรกเู้ ร้ไข่ือกงขฎอหงมยาายเสเกพ่ยี ตวิดกใับหพ้โทืชษกัญชาและพชื กัญชง
ของ พระราชบขญั ้อญ2ัติยปาัจเสจพยั ตใดิดเใปห็น้โทสาษเห(ฉตบุทับีท่ ทาใ่ี ห7)้มีกพา.รศแ.ก2ไ้ 5ข6ก2ฎหมายเกยี่ วกบั พืชกญั ชาและพืชกัญชง
ของ พระราชบญั ญัติยกาเ.สพเพตอื่ ิดนใหากโ้ ทญั ษชา(ฉมบาใับชทใ้ ห่ี 7เ้ ก) ดิ พป.รศะ.โ2ย5ช6น2์
ขก. เพื่อในหาส้กอญั ดชคาลม้อางใตชา้ใหมเ้กกฎิดหปมราะยโยสชากนล์
คข. เพื่อใหส้เหอมดาคะลส้อมงกตบั าสมถกาฎนหกมาารยณสป์ากัจลจบุ นั
งค.. เพอื่ ่ือกใหาร้เหนมิรโาทะษสมกรกรับมสผถู้คารนอกบาครณรอ์ปงัจกจัญุบชนั า
ง. เพอื่ การนริ โทษกรรมผู้ครอบครองกญั ชา

156 หนงั สอื เรยี นสาระทักษะการดำ�เนนิ ชีวติ เพ่อื ใช้เป็นยา อยา่ งชาญฉลาด | ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
รายวิชา ทช33098 กญั ชาและกญั ชงศกึ ษา

155

ข้อ 3 ถา้ นักศึกษาพบเหน็ ผู้จาหน่ายยาเสพตดิ นักศึกษาควรทาอยา่ งไร

ก. แจ้งตารวจใหท้ ราบ

ข. ไม่ย่งุ เกยี่ วจะทาให้ตนเองเดือดรอ้ น

ค. แนะนาผู้เสพให้ไปบาบัดรักษาการตดิ ยาเสพติด

ง. ว่ากลา่ วตักเตือนผูเ้ สพไมใ่ หเ้ สพยาเสพยาเสพตดิ

ข้อ 4 ในทางกฎหมายได้จาแนกความแตกต่างของพืชกญั ชา และพชื กญั ชง

จากส่วนประกอบใด

ก. จาแนกตามปริมาณสาร CBD

ข. จาแนกตามปรมิ าณสาร THC

ค. จาแนกตามปริมาณสาร TCB

ง. จาแนกตามปริมาณสาร CDB

ข้อ 5 ข้อใดเป็นความหมายของคาว่า “กัญชา” ตามที่บญั ญัติไวใ้ นกฎหมายทถ่ี ูกต้องท่ีสดุ

ก. ทกุ สว่ นของพืชกัญชา ยกเวน้ เปลอื กแหง้ แกนลาตน้ แห้ง เสน้ ใยแหง้

ข. สว่ นทเ่ี ปน็ ใบของพชื กญั ชา ยกเว้นเปลือกแหง้ แกนลาตน้ แห้ง เส้นใยแหง้

ค. ส่วนที่เปน็ ดอกของพืชกัญชา ยกเว้นเปลอื กแห้ง แกนลาต้นแห้ง เส้นใยแห้ง

ง. ส่วนที่เป็นกะหล่ีของพืชกญั ชา ยกเวน้ เปลอื กแหง้ แกนลาตน้ แห้ง เส้นใยแหง้

2. กจิ กรรมท่ี 2

คาช้ีแจง : โปรดจับค่ขู ้อมูลทอ่ี ย่ขู ้างหลังตัวอักษรทีต่ รงกบั ตัวเลขของข้อนัน้ ๆ ให้ถูกตอ้ ง

แล้วนาตัวอกั ษรของหน้าขอ้ มูลมาใส่หนา้ ตวั เลขตรงกับขอ้ น้ัน ๆ

.......... 1. นโยบายการแก้ไขปัญหา “ยาเสพตดิ ก. แคนนาบิไดออล (Canabidiol, CBD)

แนวใหม”่ ข. เตตราไฮโดรแคนนาบนิ อล

.......... 2. กัญชา (Tetrahydrocannabinol, THC)

.......... 3. สารวัตถอุ อกฤทธปิ์ ระเภท 1 ค. สารเคมหี รอื วัตถุใด ๆ ที่นาเขา้ สู่ร่างกายแล้ว

.......... 4. ยาเสพตดิ ให้โทษ ทาให้ร่างกาย จิตใจทรุดโทรม

.......... 5. หนงั สอื สาคัญทีร่ ฐั ออกใหเ้ พอ่ื คุ้มครอง ง. กระตนุ้ ประสาท ทาให้ประสาทหลอน นกึ คิด

สิ่งประดิษฐห์ รือออกแบบผลิตภัณฑ์ สับสน

จ. สมศกั ด์ิตดิ สารเสพติดและอยากจะเลิก

ฉ. ลขิ สทิ ธิ์

ช. สิทธบิ ัตร

ซ. พืชสมุนไพรทน่ี ามาปรงุ อาหารและผลติ

เคร่ืองสาอาง

รายวิชา ทช33098 กญั ชาและกญั ชงศึกษา เพอ่ื ใช้เป็นยา หนงั สือเรียนสาระทักษะการดำ�เนนิ ชีวิต 157
อยา่ งชาญฉลาด | ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย

156

3. กจิ กรรมที่ 3
คาช้ีแจง : โปรดทาเคร่ืองหมายถูก () หรือเคร่ืองหมายผิด () ลงหน้าข้อตัวเลขที่
ผู้เรียนอ่านข้อมูล แล้วคิดว่าคาตอบน้ีถูก ให้ทาเคร่ืองหมาย () ถ้าคิดว่าข้อมูลท่ีอ่านเป็นคาตอบ
ท่ีผดิ ใหท้ าเครอื่ งหมาย ()
.......... 1. นายขาวใชอ้ ุบายหลอกลวงขม่ ขืนใจผอู้ ื่น ผลิต นาเขา้ ครอบครองเพ่ือจาหน่ายได้รับโทษ
เปน็ 2 เทา่ ท่กี ฎหมายกาหนดไว้
.......... 2. นายเขียวนากัญชามาสกดั เปน็ น้ามนั กัญชา สามารถนามายื่นขอจดสทิ ธิบัตรการประดษิ ฐ์ได้
.......... 3. อนสุ ญั ญาของสหประชาชาติ (United Nation : UN) อนญุ าตใหส้ ามารถเพาะปลูกกัญชา
ไดเ้ สรี และผลติ กญั ชาเพื่อจัดจาหน่ายได้
.......... 4. ผู้กระทาความผิดเก่ียวกับยาเสพติดให้โทษจะได้รับโทษมากน้อยข้ึนอยู่กับประเภทของ
ยาเสพตดิ
.......... 5. นายแดงประกอบอาชพี เกษตรกร สามารถปลูกกัญชา เพ่ือประโยชนท์ างการเกษตรกรรมได้

158 หนังสอื เรยี นสาระทักษะการด�ำ เนินชวี ติ เพ่อื ใชเ้ ป็นยา อย่างชาญฉลาด | ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย
รายวิชา ทช33098 กัญชาและกญั ชงศึกษา

บทท่ี 5

5บทท่ี กัญชาและกัญชงกบั การแพทย์แผนไทย
กญั ชแาลและะกกาัญรชแงกพับกทายรแ์ทพาทงยเแ์ ลผือนไกทยและการแพทย์ทางเลอื ก

สาระสาสคาัญระส�ำ คัญ

กกกกกกก1. ประวตั ิความเปน็ มาการใช้กัญชาเปน็ ยาทางการแพทย์ในต่างประเทศ
กกกกกกก1. ในต่างประเทศ พบหลักฐานบันทึกไว้ว่า มีการใช้กัญชาเป็นยารักษา หรอื ควบคุมอาการของ
โรคต่าง ๆ ในทวีปยุโรป ได้แก่ โปรตุเกส สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ในทวีปเอเชีย ได้แก่ ประเทศจีน อินเดีย
และอิหรา่ น มาอย่างชา้ นาน ในบางประเทศมหี ลักฐานวา่ เคยมีการใช้กญั ชามานานกว่า 4,700 ปี
กกกกกกก2. ประวัติความเป็นมาการใช้กัญชาในการแพทย์ทางเลือกของไทย
กกกกกกก1. ในประเทศไทยมีหลักฐานการใช้กัญชาในการรักษา หรือควบคุมอาการของโรคต่าง ๆ
ต้ังแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช จนถึงกรุงรัตนโกสินทร์ สมัย
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยมีการรวบรวมไว้เป็นตารายาหลายเล่ม และสูตรยา
หลายขนาน เช่น ตาราพระโอสถพระนารายณ์ ตาราแพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ พระคัมภีร์ปฐมจินดา
พระคัมภีร์มหาโชตรัต พระคัมภีร์ชวดาร และพระคัมภีร์กษัย เป็นต้น มีการระบุตารับยาท่ีใช้กัญชา
หรอื มกี ญั ชาเปน็ สว่ นประกอบที่ใชใ้ นการรักษา นับแตใ่ นอดตี สบื เนือ่ งกันมา
กกกกกก 3. ตารับยาท่ีมีกัญชาเป็นส่วนประกอบท่ีได้มีการคัดเลือก และรับรองโดยกระทรวง
สาธารณสุข ในปัจจุบัน พ.ศ. 2562 ประกาศใช้ทั้งหมด 16 ตารับ ได้แก่ (1) ยาอัคคินีวคณะ (2) ยาศุข
ไสยาศน์ (3) ยาแก้ลมเนาวนารีวาโย (4) ยาน้ามันสน่ันไตรภพ (5) ยาแก้ลมขึ้นเบ้ืองสูง (6) ยาไฟอาวุธ
(7) ยาแก้นอนไม่หลับ หรือ ยาแก้ไข้ผอมเหลือง (8) ยาแก้สัณฑฆาต กล่อนแห้ง (9) ยาอัมฤตย์โอสถ
(10) ยาอไภยสาลี (11) ยาแก้ลมแก้เส้น (12) ยาแก้โรคจิต (13) ยาไพสาลี (14) ยาทาริดสีดวงทวาร
หนักและโรคผวิ หนัง (15) ยาทาลายพระสุเมรุ และ (16) ยาทพั ยาธคิ ณุ
กกกกกก 4. ภูมิภูเบศรรวบรวมและเผยแพรภ่ มู ิปัญญาไทย
กกกกกก 4. ภูมิภูเบศร ศูนย์การเรียนรู้สมุนไพรครบวงจร ภายใต้แนวคิดการพึ่งพาตนเอง เกี่ยวกับ
การดูแลสุขภาพด้วยสมุนไพร ประกอบด้วย (1) เรือนหมอพลอย (2) สวนสมุนไพรภูมิภูเบศร และ
(3) อภัยภูเบศรโมเดล
กกกกกกก5. ภูมิปญั ญาหมอพนื้ บา้ น นายเดชา ศิรภิ ทั ร
กกกกกกก4. นายเดชา ศิริภัทร หมอพื้นบ้าน ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ เป็นผู้ท่ีได้นากัญชามารักษา
โรคตามตารับยาพื้นบ้านไทยจากกระแสความนิยมที่มาจากตะวันตก ได้เริ่มทดลองใช้กัญชารักษา

รายวิชา ทช33098 กัญชาและกญั ชงศึกษา เพ่ือใชเ้ ปน็ ยา หนงั สอื เรียนสาระทกั ษะการด�ำ เนินชีวิต 159
อย่างชาญฉลาด | ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย

115588

ตตััววเเอองง โโดดยยนนาาคคววาามมรรูู้้พพื้้ืนนฐฐาานนใในนกกาารรสสกกััดดทที่ี่เเผผยยแแพพรร่่โโดดยย รริิคค ซซิิมมปป์์สสัันน ((RRiicckk SSiimmppssoonn)) ชชาาววออเเมมรริิกกัันนทท่ีี่
ปป่่ววยยเเปป็็นนโโรรคคมมะะเเรร็็งงแแลล้้ววสสกกััดดกกััญญชชาารรัักกษษาาโโรรคคมมะะเเรร็็งงทท่ี่ีตตััววเเอองงเเปป็็นนมมาาผผสสมมผผสสาานนกกัับบคคววาามมรรูู้้พพื้้ืนนบบ้้าานน เเปป็็นน
นน้้าามมัันนเเดดชชาา ((DDeecchhaa OOiill)) นนาามมาาใใชช้้กกัับบตตนนเเอองงใในนกกาารรชช่่ววยยใใหห้้นนออนนหหลลัับบไไดด้้ลลึึกกขขึ้้ึนน หหลลงงลลืืมมงง่่าายย แแลละะตต้้ออเเนนืื้้ออ
ใในนตตาาใในนชช่ว่วงง 44 -- 55 ปปีี ทที่่ีผผา่่านนมมาา จจึึงงขขยยาายยผผลลเเผผยยแแพพรร่่ ททาายยาาแแจจกกใใหห้้ผผ้ปูู้ปว่ว่ ยยโโรรคคตต่่าางง ๆๆ โโดดยยไไมมเเ่่ สสีียยคค่่าาใใชช้้จจา่า่ ยย
เเปป็็นนจจาานนววนนมมาากกกกวว่่าา 44,,000000 รราายย ปปััจจจจุุบบัันน นน้้าามมัันนเเดดชชาาไไดด้้รรัับบกกาารรรรัับบรรอองงใใหห้้เเปป็็นนตตาารรัับบยยาาพพ้ื้ืนนบบ้้าานน ขขอองง
กกรระะททรรววงงสสาาธธาารรณณสสุุขข ซซ่ึึ่งงหหมมออพพ้ืื้นนบบ้้าานนผผูู้้เเปป็็นนเเจจ้้าาขขอองงตตาารรัับบยยาาสสาามมาารรถถจจ่่าายยใใหห้้กกัับบผผูู้้ปป่่ววยยขขอองงตตนนเเอองงไไดด้้ แแลละะ
กกรระะททรรววงงสสาาธธาารรณณสสุุขขออยยูู่่รระะหหวว่่าางงททาากกาารรววิิจจััยยเเพพื่ื่ออววิิจจััยยพพิิสสููจจนน์์ปปรระะสสิิททธธิิภภาาพพแแลละะคคววาามมปปลลออดดภภััยยขขอองงสสููตตรร
กกาารรรรักักษษาาดดงัังกกลลา่า่ วว

ผผลลกกาารรเเรรผยยีี ลนนกรราทูู้ท้ รค่ค่ีีเราายี ดดนหหรววู้ทังัง่คี าดหวัง

11.. เเพพื่่ืออใใหห้้ผผูู้้เเรรีียยนนมมีีคคววาามมรรูู้้ คคววาามมเเขข้้าาใใจจ เเกกีี่่ยยววกกัับบปปรระะววััตติิคคววาามมเเปป็็นนมมาากกาารรใใชช้้กกััญญชชาาเเปป็็นนยยาา
ททาางงกกาารรแแพพททยย์์ใในนตต่่าางงปปรระะเเททศศ แแลละะใในนกกาารรแแพพททยย์์ททาางงเเลลืืออกกขขอองงไไททยย ตตาารรัับบยยาาททีี่่มมีีกกััญญชชาาเเปป็็นน
สส่่ววนนปปรระะกกออบบทที่ี่ไไดด้้มมีีกกาารรคคััดดเเลลืืออกกแแลละะรรัับบรรอองงโโดดยยกกรระะททรรววงงสสาาธธาารรณณสสุุขข ภภููมมิิภภููเเบบศศรรรรววบบรรววมมแแลละะ
เเผผยยแแพพรร่่ภภููมมิิปปััญญญญาาไไททยย แแลละะภภูมมู ิปิปญัญั ญญาาหหมมออพพ้น้ืนื บบาา้้ นน นนาายยเเดดชชาา ศศิริรภิภิ ััททรร

22.. เเพพ่อื่อื ใใหห้้ผผูู้้เเรรีียยนนมมีีททัักกษษะะกกาารรแแสสววงงหหาาคคววาามมรรูู้้ แแลละะททัักกษษะะกกาารรคคิิดดววิิเเคครราาะะหห์์ รรววมมททั้ั้งงสสาามมาารรถถ
นนาาคคววาามมรรูู้้ททีี่่ไไดด้้จจาากกกกาารรศศึึกกษษาากกััญญชชาากกัับบกกาารรแแพพททยย์์ททาางงเเลลืืออกกไไปปแแนนะะนนาาบบุุคคคคลลใในนคครรออบบคครรััวว หหรรืืออ
เเพพ่ื่ืออนน หหรรอืือ ชชมมุุ ชชนน

33.. ตตรระะหหนนัักกถถึึงงคคุุณณคค่่าา คคววาามมสสาาคคััญญ ขขอองงกกััญญชชาากกัับบกกาารรแแพพททยย์์ททาางงเเลลืืออกก โโดดยยเเฉฉพพาาะะภภููมมิิปปััญญญญาา
ภภููมมิิภภููเเบบศศรรรรววบบรรววมม แแลละะเเผผยยแแพพรร่่ภภููมมิิปปััญญญญาาไไททยยแแลละะตตรระะหหนนัักกถถึึงงภภููมมิิปปััญญญญาาหหมมออพพืื้้นนบบ้้าานน นนาายยเเดดชชาา ศศิิรริิภภััททรร
กกบับั กกาารรใใชชก้้กัญญั ชชาาเเปป็นน็ ยยาา

ขขออบบขข่่าายยขเเอนนบ้้ือือขหหา่าายเน้ือหา

กกกกกกกกกกกกกกบบทททท่่ีี 55 กกญัญั ชชาาแแลละะกกััญญชชงงกกับบั กกาารรแแพพททยย์์แแผผนนไไททยยแแลละะกกาารรแแพพททยย์์ททาางงเเลลืืออกก มมีีขขออบบขข่า่ายยเเนน้ือื้อหหาา
ดดัังงนน้ี้ี
กกกกกกกกกกกกกกบบททททีี่่ 55 เเรร่ออ่ืื งงทท่ี่ี 11 ปปรระะววตัตั ิคิคววาามมเเปปน็น็ มมาากกาารรใใชช้้กกัญัญชชาาเเปปน็็นยยาาททาางงกกาารรแแพพททยยใ์์ในนตตา่า่ งงปปรระะเเททศศ
กกกกกกกกกกกกกกบบททททีี่่ 55 เเรรื่ืออ่ งงทที่ี่ 22 ปปรระะววััตติิคคววาามมเเปป็็นนมมาากกาารรใใชช้้กกััญญชชาาใในนกกาารรแแพพททยย์์ททาางงเเลลือือกกขขอองงไไททยย
กกกกกกกกกกกกกกบบทททที่ี่ 55 เเรร่ืออ่ื งงทที่ี่ 33 ตตาารรับับยยาาทท่มมีี่ ีีกกญััญชชาาเเปป็นน็ สส่ว่วนนปปรระะกกออบบทที่ี่ไไดด้้มมีีกกาารรคคดัดั เเลลืืออกก แแลละะรรับบั รรอองงโโดดยย
กกกกกกกกกกกกกกบบททททีี่่ 55 เเรร่ื่อืองงทที่ี่ 33 กกรระะททรรววงงสสาาธธาารรณณสสขุุข
กกกกกกกกกกกกกกบบททททีี่่ 55 เเรรื่ออ่ื งงทท่่ีี 44 ภภูมูมภิิภเเูู บบศศรรรรววบบรรววมมแแลละะเเผผยยแแพพรร่ภภ่ ูมมู ปิปิ ญญัั ญญาาไไททยย
กกกกกกกกกกกกกกบบททททีี่่ 55 เเรรื่ออ่ื งงทที่ี่ 55 ภภมููมปปิิ ญัญั ญญาาหหมมออพพืนนื้้ บบ้า้านน นนาายยเเดดชชาา ศศริริ ิภภิ ททัั รร

160 หนังสือเรยี นสาระทักษะการด�ำ เนนิ ชวี ิต เพอื่ ใชเ้ ปน็ ยา อย่างชาญฉลาด | ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย
รายวิชา ทช33098 กัญชาและกัญชงศกึ ษา

159

สื่อประกสอือ่ บปกราะรกเรอยี บนการเรียน

กกกกกกก1. ช่อื หนงั สือ สาระทักษะการดาเนินชีวิต รายวชิ า ทช33098 กัญชาศึกษา ใช้เป็นยาอยา่ ง
ชาญฉลาด ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย ผู้เขยี น สานกั งานสง่ เสรมิ การศึกษานอกระบบและการศึกษา
ตามอัธยาศัยกรุงเทพมหานคร โรงพิมพ์ เอกพิมพไ์ ท ปีท่พี ิมพ์ 2562
กกกกกกก2. ชอ่ื หนังสือ สุริยันกัญชา อัมฤตย์โอสถแห่งความหวัง ผู้เขียน ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์
สานกั พิมพ์ บา้ นพระอาทติ ย์ ปีท่พี ิมพ์ 2562
กกกกกกก3. ชอื่ หนงั สอื กัญชารกั ษามะเรง็ ผเู้ ขียน สมยศ ศุภกิจไพบลู ย์ สานักพมิ พป์ ญั ญาชน
ปีทพี่ ิมพ์ 2562
กกกกกกก4. ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เร่ือง กาหนดตารับยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ท่ีมีกัญชา
ปรุงผสมอยู่ ท่ีให้เสพเพอ่ื รักษาโรคหรอื การศึกษาวจิ ยั ได้ ปที ีป่ ระกาศ 2562
กกกกกกก5. ภมู ปิ ัญญานายเดชา ศิริภทั ร ทอ่ี ยู่ 13/1 หมู่ที่ 3 ถนนเทศบาลท่าเสด็จ 1 ซอย 6 ตาบล
สระแก้ว อาเภอเมืองสพุ รรณบรุ ี จงั หวัดสพุ รรณบรุ ี
กกกกกกก6. ภูมภิ ูเบศร ตาบลบางเดชะ อาเภอเมืองปราจีนบรุ ี จงั หวัดปราจีนบุรี 25000 หมายเลข
โทรศัพท์ 097 097 3582

เรือ่ งทเร่ี ื่อ1งทปี่ ร1ะวปตั รคิ ะววาตั มคิ เวปาน็ มมเาปกน็ ามราใชกา้กรญั ใชชก้าญัเปชน็ ายเาปใ็นนยทาาใงนกทาารงแกพาทรแยพใ์ นทตย่าใ์ งนปตร่าะงเปทรศะเทศ

ประวัติศาสตร์กับการใช้กัญชาทางการแพทย์ในอดีต กัญชาถูกบันทึกว่ามีการใช้เพื่อ
บาบัดรักษาอาการของโรคต่าง ๆ มาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยพบหลักฐานบันทึกที่เก่าแก่ท่ีสุดย้อนไป
เม่ือ 4,700 ปกี อ่ น และได้มีการบันทึกไว้ว่ากัญชาสามารถใชร้ ักษาโรคได้มากกวา่ 100 ชนดิ

ในประเทศอินเดียเมื่อ 4,000 ปี ก่อนในคัมภีร์ของศาสนาฮินดูว่า กัญชาเป็น 1 ใน 5
สมุนไพรทส่ี าคญั ทีใ่ ช้ในการบูชาพระศิวะ มีสรรพคณุ สร้างความสุขและอสิ รภาพ

2,737 ปี ก่อนคริสต์ศักราช (BCE) กัญชาถูกใช้เป็นยาโดยจักรพรรดิ เซ็น นึง (Shen Nung)
แห่งราชอาณาจักรจีน บันทึกในตารายาเก่าแก่ของจีน ใช้กัญชาเป็นยารักษาข้ออักเสบ มาลาเรีย เหน็บชา
ทอ้ งผูก อาการเหมอ่ ลอย

ค.ศ. 70 หรือ พ.ศ. 613 ไดออสคอรีตส์ (Dioscorides) แพทย์ทหารผู้เขียนหนังสือเรือ่ ง
เดอ มะทีเรียะ เมด-อิค (De Materia Medica) ตาราพืชสมุนไพรในแถบเมดิเตอร์เรเนียน ที่ถือเป็น
ตาราทางด้านสมนุ ไพรรักษาโรคทดี่ ที ่สี ุดในยุคน้ัน ได้บรรจกุ ญั ชาเปน็ ส่วนหน่งึ ในตารบั ยาของเขา

ค.ศ. 1000 หรอื พ.ศ.1543 ในดนิ แดนท่ีเรียกว่าเปอรเ์ ซีย หรือบริเวณประเทศอิหรา่ นใน
ปัจจุบัน หมอ อวิเซนน่า (Avicenna) เขียนในตาราแพทย์สมัยน้ันระบุว่า กัญชาใช้เป็นยารักษาโรคเก๊าต์
อาการบวม แผลตดิ เช้อื และอาการปวดศรี ษะอย่างรนุ แรงไดผ้ ลดี

รายวชิ า ทช33098 กัญชาและกญั ชงศึกษา เพอื่ ใชเ้ ปน็ ยา หนังสือเรียนสาระทักษะการดำ�เนนิ ชีวิต 161
อย่างชาญฉลาด | ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย

116600

คค..ศศ.. 11556633 หหรรืืออ พพ..ศศ.. 22110066 กกาารร์์ซซีีออาา ดดืืออ ออออรร์์ตตาา ((GGaarrccuuaa ddaa OOrrttaa)) แแพพททยย์์ชชาาววโโปปรรตตุุเเกกสส
รราายยงงาานนเเกก่ยย่ีี ววกกับบั คคณุณุ ปปรระะโโยยชชนน์ทท์ าางงดด้าา้ นนยยาาขขอองงกกญัญั ชชาา

คค..ศศ.. 11662211 หหรรืืออ พพ..ศศ.. 22116644 หหนนัังงสสืืออชชืื่่ออ TThhee AAnnaattoommyy ooff MMeellaanncchhoollyy เเขขีียยนนโโดดยย
โโรรเเบบิิรร์์ตต เเบบออรร์์ตตัันน ((RRoobbeerrtt BBuurrttoonn)) ผผูู้้เเชช่ี่ียยววชชาาญญดด้้าานนโโรรคคซซึึมมเเศศรร้้าาจจาากกมมหหาาววิิททยยาาลลััยย OOxxffoorrdd รระะบบุุวว่่าา
กกญััญชชาาออาาจจชช่วว่ ยยรรกัักษษาาออาากกาารรขขอองงโโรรคคซซึมึมเเศศรรา้า้ ไไดด้้

คค..ศศ.. 11776644 หหรรืออื พพ..ศศ.. 22330077 กกาารรใใชช้้กกััญญชชาาททาางงกกาารรแแพพททยย์์ เเรริ่่ิมมเเกกิิดดขขึ้ึ้นนใในนสสหหรรััฐฐออเเมมรริกกิ าา โโดดยย
รรัฐฐั แแรรกกทท่มี่มี ีกกี าารรใใชช้นน้ ่าา่ จจะะเเปปน็็น NNeeww EEnnggllaanndd ปปรราากกฏฏมมีกีกาารรขขาายยยยาาททม่ีมี่ กีีกัญัญชชาาเเปป็นน็ สส่วว่ นนผผสสมม

คค..ศศ.. 11885511 หหรรืืออ พพ..ศศ.. 22339944 กกััญญชชาาไไดด้้รรัับบกกาารรบบรรรรจจุุออยยูู่่ใในนตตาารราายยาาขขอองงสสหหรรััฐฐออเเมมรริิกกาา แแตต่่
ตตอ่อ่ มมาา ใในนปปีี คค..ศศ.. 11994422 ไไดด้ถถ้ กูกู ถถออดดถถออนนออออกกไไปป

นนาายยแแพพททยย์์ จจออหห์์นน รรััสสเเซซลล เเรรโโนนลลสส์์ ((JJoohhnn RRuusssseellll RReeyynnoollddss)) แแพพททยย์์ปปรระะจจาารราาชชสสาานนัักก
ออัังงกกฤฤษษ ไไดด้้บบัันนททึึกกปปรระะสสบบกกาารรณณ์์กกาารรใใชช้้กกััญญชชาารรัักกษษาาโโรรคคใในนรระะยยะะเเววลลาา 3300 ปปีีขขอองงตตนน ตตีีพพิิมมพพ์์ใในนววาารรสสาารร
แแลลนนเเซซตต ปปีี คค..ศศ.. 11889900 หหรรืืออเเมมื่่ืออปปรระะมมาาณณ 113300 ปปีีมมาาแแลล้ว้ว โโดดยยไไดด้้บบรรรรยยาายยกกาารรใใชช้้กกััญญชชาารรักักษษาาโโรรคคตต่่าางง ๆๆ
ใในนรรููปปแแบบบบททิงิงเเจจออรรข์์ขนนาาดด 1155 -- 2200 มมิิลลลลิิกกรรััมม พพบบววา่่า ไไดด้ผผ้ ลลดดีีใในนโโรรคคคคววาามมผผิดิดปปกกตติททิ าางงจจติติ ใใจจ ไไดดแ้แ้ กก่่ ออาากกาารร
นนออนนไไมมห่ห่ ลลบัับ กกรระะสสับับกกรระะสส่่าายย ภภาาววะะซซมึึมเเศศรร้าา้ โโดดยยเเฉฉพพาาะะใในนผผสูู้้สููงงออาายยุุ คคววาามมเเจจ็็บบปปววดดแแลละะออาากกาารรชชาา ไไดด้้แแกก่่
ออาากกาารรปปววดดททุุกกชชนนิิดด โโดดยยเเฉฉพพาาะะออาากกาารรปปววดดจจาากกรระะบบบบปปรระะสสาาทท ออาากกาารรปปววดดเเรร้ื้ืออรรังัง ปปววดดไไมมเเกกรรนน ปปววดดขข้้ออ
ออาากกาารรชชาาแแขขนนขขาา ปปววดดปปรระะจจาาเเดดืืออนน โโรรคคกกลล้้าามมเเนน้ืื้ออกกรระะตตุุกกเเกกรร็็งง ออาากกาารรชชัักกบบาางงชชนนิิดด กกลล้้าามมเเนนื้ื้ออขขาาเเปป็็นน
ตตะะคครริิววเเววลลาากกลลาางงคคืืนน แแลละะสสาามมาารรถถใใชช้้รรัักกษษาาโโรรคคออื่่ืนน ๆๆ ไไดด้้ดด้้ววยย ไไดด้้แแกก่่ หหออบบหหืืดด แแตต่่กกาารรใใชช้้กกััญญชชาาททาางง
กกาารรแแพพททยย์กก์ ต็ต็ อ้้องงยยตุุตลิลิ งงเเชชน่น่ เเดดยียี ววกกับับสสหหรรัฐัฐออเเมมรรกิกิ าา
กกกกกกกกกกกกกกกกลลา่่าววโโดดยยสสรรปุุป ใในนตตา่า่ งงปปรระะเเททศศ พพบบหหลลกัักฐฐาานนบบนัันททึกกึ ไไววว้ว้ า่า่ มมกีีกาารรใใชชก้ก้ ัญญั ชชาาเเปปน็น็ ยยาารรกัักษษาา หหรรือือคคววบบคคุุมม
ออาากกาารรขขอองงโโรรคคตตา่า่ งง ๆๆ ใในนททววีีปปยยุโโุ รรปป ไไดดแ้้แกก่่ โโปปรรตตุุเเกกสส สสหหรรัฐฐั ออเเมมรรกิิกาา อองัังกกฤฤษษ ใในนททววีปีปเเออเเชชีียย ไไดด้แแ้ กก่่ ปปรระะเเททศศจจีีนน
ออินินเเดดียยี แแลละะออหิหิ รรา่า่ นน มมาาออยยา่า่ งงชช้า้านนาานน ใในนบบาางงปปรระะเเททศศมมหีหี ลลักักฐฐาานนววา่า่ เเคคยยมมีกกี าารรใใชช้ก้กัญัญชชาามมาานนาานนกกววา่า่ 44,,770000 ปปีี

เเรรื่่ออื งงทท่ีี่ 22เรอื่ ปปงรรทะะี่ วว2ััตติิคคปววระาาวมมตัเเปปคิ ็็นนวามมมาาเกกปาาน็ รรมใใาชชก้้กกาััญญรใชชชาาก้ ใใัญนนชกกาาใรรนแแกพพาททรแยยพ์์ทททาางงยเเ์ทลลาืออื งกกเขขลืออกงงไไขททอยยงไทย
เเรรื่ื่อองงทท่ี่ี 22 กกาารรใใชช้้กกััญญชชาาเเปป็็นนยยาาใในนปปรระะเเททศศไไททยย มมีีททัั้้งงหหลลัักกฐฐาานนทท่่ีีมมีีกกาารรบบัันนททึึกกใในนตตาารราาททาางงกกาารรแแพพททยย์์

แแผผนนไไททยย แแลละะกกาารรใใชช้้ขขอองงชชาาววบบ้้าานน ใในนสส่่ววนนทท่ีี่บบัันนททึึกกใในนตตาารราาททาางงกกาารรแแพพททยย์์แแผผนนไไททยย กกััญญชชาามมัักกเเปป็็นนหหนนึึ่่งงใในนนน้ั้ันน
โโดดยยตตาารรัับบยยาากกััญญชชาาทที่ี่ชชาาววบบ้้าานนใใชช้้จจะะใใชช้้รรัักกษษาาโโรรคคแแลละะออาากกาารรงง่่าายย ๆๆ มมัักกจจะะใใชช้้ตตััววเเดดีียยววหหรรืืออมมีีสสมมุุนนไไพพรรออื่่ืนน
เเปป็็นนสส่่ววนนปปรระะกกออบบเเพพีียยงงไไมม่่กกีี่่ชชนนิิดด ตตาารรัับบยยาาททีี่่เเขข้้าากกััญญชชาาใในนททาางงกกาารรแแพพททยย์์แแผผนนไไททยย แแลละะกกาารรแแพพททยย์์
พพน้ืน้ื บบ้้าานน มมัักกจจะะใใชช้้กกาารรททาาเเปปน็น็ ยยาาผผงง ยยาาตตม้้ม ยยาาภภาายยนนออกก มมยีียาาพพออกก ยยาานน้้าามมัันน ไไมม่่พพบบยยาาเเคคย่ียี่ ววนน้้าามมนันั ทท่ีี่นนาามมาา
กกินนิ หหรรืออื หหยยดดใใตตลล้้ ้ินิน้ ตตาารรบบัั ยยาาทท่ม่ีมี ีกีกญัญั ชชาาเเปป็็นนสส่่ววนนปปรระะกกออบบมมคคีี ววาามมเเปป็นน็ มมาาแแลละะรราายยลละะเเออยยีี ดดดดัังงตต่่ออไไปปนน้้ีี

162 หนังสือเรยี นสาระทกั ษะการด�ำ เนินชวี ติ เพ่ือใช้เป็นยา อย่างชาญฉลาด | ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
รายวชิ า ทช33098 กัญชาและกัญชงศึกษา

161

1. สมยั สมเด็จพระนารายณม์ หาราช (พ.ศ. 2174 - 2231)
ประเทศไทยมีการใช้กัญชาเพื่อการรักษาโรคมาเป็นเวลานาน โดยมีหลักฐานเป็น

ตารับยาสืบค้นกันไปได้ถึงสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ดังปรากฏใน คัมภีร์ธาตุพระนารายณ์
ฉบับใบลาน (ตาราพระโอสถพระนารายณ์) เน่ืองจากเป็นต้นสาแหรกของตาราการแพทย์แผนไทย
และเภสัช ตารับฉบับแรกของประเทศไทย เป็นมรดกทางภูมิปัญญาของบรรพชนได้สะสมองค์ความรู้
พัฒนา และถ่ายทอดสืบเนอื่ งกันมา ตั้งแต่สมยั สมเดจ็ พระนารายณ์มหาราช สะท้อนคุณค่าท้ังทางดา้ น
ประวัติศาสตร์ สังคม และการแพทย์แผนไทยในสมัยอยุธยาตอนปลาย รวมทั้งมีการอธิบายถึงทฤษฎี
การแพทย์แผนไทย สมมุติฐานของโรค ความผิดปกติของธาตุท้งั 4 วธิ ีการ และข้ันตอนในการรักษาของ
ผคู้ นในสังคมในสมัยอยุธยา การปรุงยา และสตู รตารับทีใ่ ช้สมุนไพรไทย และสมุนไพรจากตา่ งประเทศ
จานวน 81 ตารบั ในสมยั อยุธยาเรยี ก “กญั ชา” ว่า “การชา”

ภาพท่ี 58 ชุดตาราภมู ปิ ัญญาการแพทยแ์ ผนไทยฉบบั อนรุ ักษ์ คมั ภรี ธ์ าตุพระนารายณ์
ฉบับใบลาน (ตาราพระโอสถพระนารายณ)์

“หมอสยามไม่พยายามที่จะศึกษาสรรพคุณของตัวยาแต่ละชนิด นอกจาก
จะถือเอาตามตารับที่ ปู่ ยา่ ตา ยาย สง่ั สอนตอ่ ๆ กันมาเท่านั้น และเขาจะไม่ปรับปรุงแก้ไขตารบั นั้น
แต่ประการใดเลย หมอสยามมิพักพะวงถึงลักษณะอาการเฉพาะโรคแต่ละโรค แม้กระนั้นก็ยังบาบัด
ให้หายไปได้มิใช่น้อย ท้ังน้ี ก็เพราะชาวสยามไม่ค่อยด่ืมเครอ่ื งของดองของเมามากนัก จึงเป็นเคร่ืองให้
พน้ ภยั จากโรคทีร่ กั ษาให้หายยากเป็นอนั มาก”

รายวิชา ทช33098 กัญชาและกญั ชงศึกษา เพ่ือใชเ้ ปน็ ยา หนังสือเรยี นสาระทักษะการดำ�เนนิ ชีวติ 163
อยา่ งชาญฉลาด | ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย

162

ข้อความข้างต้น เป็นส่วนหน่ึงของการเขียนจดหมายเหตุพระราชพงศาวดารสยาม
คร้ังกรงุ ศรีอยุธยา โดย ซมี ง เดอ ลา ลูแบร์ (Simon de La Loubere) เอกอัครราชทูตจากราชสานัก
สมเด็จพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝร่ังเศส ซึ่งเข้ามาในกรุงสยามประมาณ 3 เดือน ระหว่าง พ.ศ. 2230
-พ.ศ. 2231 ท้ังน้ี ในสมัยอยุธยาตอนปลาย มีหลักฐานสาคัญช้ินหนึ่งที่จัดเป็นเอกสารประวัติศาสตร์
ชิ้นแรก ที่บันทึกภูมิปัญญาไทยในการใช้ยาสมุนไพรไว้อย่างเป็นระบบ คือ “ตาราพระโอสถ
พระนารายณ์” ซึ่งตารานี้สืบทอดมาถึงปัจจุบันได้อย่างเกือบสมบูรณ์จะมคี ลาดเคลื่อนไปบ้างก็ในการ
คดั ลอกชื่อสมุนไพร ชอ่ื โรค หรอื อาการของโรค หรือศพั ทบ์ างคาผดิ เพ้ียนไปบ้างเท่านั้น

ตาราพระโอสถพระนารายณ์ ไดม้ ีการสรปุ ทฤษฎีการแพทยแ์ ผนไทยในยุคน้ันไว้อย่าง
กระชบั และไดใ้ จความใน 1 ยอ่ หน้า พร้อมกับระบุตาราอา้ งอิงไว้อกี อย่างนอ้ ย 2 เล่ม คอื “คัมภีร์มหา
โชติรัต” อนั เป็นตาราเก่ียวกับโรคสตรี และ “คมั ภีร์โรคนทิ าน” อนั เป็นตาราเกย่ี วกับเรื่องราวของโรค
หรือเหตุแห่งโรค โดยเฉพาะตารายาไทยท่ีมีการใช้ “กัญชา” เข้าไปเป็นองค์ประกอบด้วยนั้นมีท้ังส้ิน
4 ขนาน จากจานวนตารับยาทั้งส้ิน 81 ขนาน ดังน้ี คือตารับยาขนานท่ี 11 อัคคินีวคณะ ตารับยา
ขนานที่ 43 ยาทิพากาศ ตารับยาขนานท่ี 44 ยาศุขไสยาศน์ และตารับยาขนานที่ 55 ยามหาวัฒนะ
โดยมีรายละเอียดดงั น้ี

ตารับยาขนานท่ี 11 ชอื่ อคั คนิ ีวคณะ ใหน้ าส่วนผสม
“กัญชา ยิงสม ส่ิงละส่วน เปลือกอบเชย ใบกระวาน กานพลู สค้าน ส่ิงละ 2 ส่วน
กระท้าเปน็ จณุ น้าผ้ึงรวงเป็นกระสายยา ดีปลี ส่ิงละ 4 สว่ น น้าตาลกรวด 6 ส่วน กระท้าเปน็ จุณน้าผ้ึง
รวงเป็นกระสายยา บดเสวยหนักสลึง 1 แก้อาเจียน 4 ประการ ดว้ ยติกกะขาคินีก้าเริบ และวิสมามัน
ทาคินีอันทุพล จึงคลื่นเหียนอาเจียน มิให้เสวยพระกระยาหาร เสวยมีรศชูก้าลังยิ่งนัก ”
ขา้ พระพุทธเจ้า ขุนประสทิ ธิโอสถจีน ประกอบทลู เกล้าฯ ถวาย ครั้งสมเด็จพระนารายณ์เป็นเจ้าเมือง
ลพบรุ ี เสวยเพลาเขา้ อัตรา ดีนกั แลฯ
สาหรับยา “อัคคินีวคณะ” นี้ได้มีการวิเคราะห์ในคาอธิบายตาราพระโอสถ
พระนารายณ์ ฉบับเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษามหาราชา 5 ธันวาคม พุทธศักราช 2542 ความตอน
หน่ึงว่า “กัญชาที่ใช้ในปริมาณน้อย ๆ เช่นที่ใช้ในตารับนี้ คนไทยรู้จักใช้ในการปรุงแต่งอาหารมาแต่
โบราณ” เพ่ือช่วยให้กินอาหารได้อร่อยข้ึน กินข้าวได้มากข้ึน เป็นยาเจริญอาหาร ปจั จุบันพสิ ูจน์ได้ใน
เชิงวทิ ยาศาสตร์แล้วว่า ในกญั ชามสี ารทช่ี ว่ ยให้กนิ อาหารไดม้ รี สชาตมิ ากข้นึ และกินได้ในปริมาณมาก
ภมู ปิ ัญญาการใช้ “อัคคนิ ีวคณะ” ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์นั้น นา่ จะถูกสืบทอดตอ่ กนั มาจนถึงสมัย
รัตนโกสินทร์ได้สาเร็จ เพราะตารบั ยาขนานน้ียังมีความคลา้ ยคลึงกับยาขนานหนง่ึ ในตารายาท่ีปรากฏ
ในศิลาจารึกในวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) ซ่ึงพระบาทสมเด็จพระน่ังเกล้าเจ้าอยู่หัว
(รชั กาลที่ 3 แหง่ ราชวงศ์จกั รี) ทรงพระกรณุ าโปรดเกล้าโปรดกระหมอ่ ม ให้จารึกไว้เมอ่ื พ.ศ. 2375

164 หนงั สอื เรยี นสาระทกั ษะการดำ�เนนิ ชวี ติ เพื่อใชเ้ ป็นยา อยา่ งชาญฉลาด | ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย
รายวชิ า ทช33098 กัญชาและกญั ชงศกึ ษา

163

นอกจากน้ันวิชาความรู้ดังกล่าวยังสืบทอดต่อกันมาจนปรากฏในคัมภีร์แพทย์แผน
ไทยโบราณเล่ม 3 เขยี นโดยขนุ โสภติ บรรณลกั ษณ์ (อาพัน กิตติขจร) ความว่า

“ยาเจริญธาตุ เอากัญชา โสม อบเชยญวณ เอาสิ่งละ 1 สลึง ใบกระวาน กานพลู
สะค้าน เอาส่ิงละ 2 สลึง ขิงแห้ง 3 สลึง เจ็ตมูลเพลิง ดีปลี ส่ิงละ 1 บาท น้าตาลกรวด 6 สลึง
บดละลายน้าผึง้ กนิ แกก้ นิ ขา้ วไม่ได้ นอนไมห่ ลับ”

ตารบั ยา“อัคคนิ ีวคณะ” นอกจากจะสะท้อนใหเ้ ห็นภมู ิปญั ญาไทยท่มี ีความชาญฉลาด

รจู้ ัก“ประยกุ ตแ์ ละบูรณาการ” สมุนไพรจากชาติอืน่ แล้ว ยังมีเรื่องที่นา่ ยินดีว่าตารับยาน้ีน่าจะสบื ทอด
จนถึงกรุงรัตนโกสนิ ทร์ไดโ้ ดยถกู นามาบนั ทกึ ใช้ในตาราแพทย์แผนไทยอีกหลายยุคหลายสมัย

ตารับยาขนานที่ 43 ช่ือ “ทพิ ากาศ” ให้นาส่วนผสม
“ ทิพากาศ เอายาด้า เทียนด้า ลูกจันทน์ ดอกจันทร์ กระวาน พิมเสน ส่ิงละส่วน
การบูร 4 ส่วน ฝ่ิน 8 ส่วน ใบกัญชา 16 ส่วน สุราเป็นกระสายบดท้าแท่ง น้ากระสายใช้ให้ชอบโรค
ร้อน และเย็น กินพอควร แก้สารพัดทั้งหลายอันให้ระส่้าระสาย กินข้าวมิได้ นอนมิหลับ ตกบุพโพ
โลหิต ลงแดง หายแลฯ ”
สาหรับ “ยาทิพากาศ” น้ีได้ปรากฏมีการวิเคราะห์ในคาอธิบายตาราพระโอสถ
พระนารายณ์ ฉบับเฉลมิ พระเกียรติ 72 พรรษามหาราชา 5 ธันวาคม พุทธศักราช 2542 ความตอนหน่ึงว่า
“ยาทิพากาศเป็นยาขนานท่ี 43 ที่บันทึกไว้ในตาราพระโอสถพระนารายณ์ ใช้แก้ “สารพัดท้ังหลาย
อันให้ระส่าระสาย” คือ ใช้แก้ความไม่สบายทุกอย่าง โดยเฉพาะที่ทาให้ “กินเข้า (กินข้าว)” ไม่ได้
นอนไม่หลบั ตกเลอื ด ตกหนอง ลงแดง ตามที่บนั ทึกไว้
ท้ังนี้ กัญชาและฝิ่น เป็นยาท่ีทาให้กินข้าวได้ นอนหลับ ไม่รู้สึกเจ็บปวดทรมาน ยาดาท่ี
ใช้ในตารับนี้เป็นยาถ่าย โดยโบราณเช่ือว่าเม่ือถ่ายได้ ก็จะกินได้ ผู้ป่วยก็จะแข็งแรงและรู้สึกดีข้ึนเอง
สว่ นเทียนดา ลูกจันทน์ ดอกจันทน์ กระวาน พิมเสน และการบูร เป็นยาขับลม และอาจแสดงฤทธิ์อ่ืน ๆ
ตาราพระโอสถพระนารายณ์ ให้เอาเครื่องยาท้ังหมดบด ทาเป็นแท่ง โดยใช้สุรา (เหล้า) เป็นกระสาย

เม่อื จะกินก็ใหล้ ะลายนา้ กระสาย โดยให้เลือกน้ากระสายใหถ้ ูกกับโรคว่ารอ้ นหรอื เยน็ ”
ตารับยาขนานท่ี 44 ชื่อ “สขุ ไสยาศน์” (ปจั จุบนั ใชค้ าว่า ศขุ ไสยาศน)์ ให้นาส่วนผสม
สุขไสยาศน์ เอาการบูร 1 ส่วน ใบสะเดา 2 ส่วน สหัศคุณเทศ 3 ส่วน สมุลแว้ง 4

ส่วน เทียนด้า 5 ส่วน โกฏกระดูก 6 ส่วน ลูกจันทร์ 7 สว่ น ดอกบุนนาค 8 ส่วน พริกไทย 9 ส่วน ขิงแห้ง
10 ส่วน ดีปลี 11 ส่วน ใบกัญชา 12 ส่วน ท้าเป็นจุณ ละลายน้าผึ้ง เมื่อจะกินเสกด้วยสัพพตี ิโย 3 จบ
แล้วกินพอควร แก้สรรพโรคทง้ั ปวงหายสนิ้ มีกา้ ลงั กินเขา้ ไดน้ อนเปน็ ศุขนกั แลฯ ”

สาหรับ “สุขไสยาศน์” น้ีได้ปรากฏการวิเคราะห์ในคาอธิบายตาราพระโอสถ
พระนารายณ์ ฉบับเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษามหาราชา 5 ธันวาคม พุทธศักราช 2542 ความตอน

หน่ึงว่า “ยาศุขไสยาศน์ เป็นยาขนานท่ี 44 ที่บันทึกไว้ในตาราพระโอสถพระนารายณ์ มีสรรพคุณ

รายวิชา ทช33098 กัญชาและกญั ชงศกึ ษา เพ่อื ใช้เป็นยา หนงั สอื เรียนสาระทกั ษะการด�ำ เนนิ ชีวติ 165
อยา่ งชาญฉลาด | ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย

164

ครอบจักรวาล แก้ได้ “สรรพโรค” กินแล้วจะทาให้มีกาลัง กินข้าวได้ นอนหลับสบาย นอกจากจะนา
เครื่องยามาบดให้ละเอียด ละลายน้าผึ้งแลว้ เมื่อจะกินก็ให้เสกด้วย “สัพพตี ิโย” 3 จบ โดยยาขนานน้ี
เป็นยาที่ทาให้สบายตัว นอนหลับสบาย และเจริญอาหาร ท้ังนี้ “สัพพีติโย” เป็นบทสวดอนุโมทนา
พระใช้สวดใหพ้ รญาตโิ ยมในโอกาสต่าง ๆ บทสวดนมี้ ีเนอ้ื ความ ดังน้ี

“สัพพีติโย วิวัชชันตุ สัพพะโรโค วินัสสันตุ มา เต ภะวัตวันตะราโย สุขี ทีฆายุโก
ภะวะ อภิวาทะนะสีสีสสะ นิจจัง วุฑฒาปะจายิโน จัตตาโร ธรรมาวัฑฒันติ อายุ วณั โณ สุขัง พะลัง”
แปลได้ว่า “ความจัญไรทั้งปวงจงบาราศไป โรคทั้งปวงของท่านจงหาย อันตรายจงอย่ามีแก่ท่าน
ขอท่านจงเป็นผู้มีความสุขและมีอายุยืน พร 4 ประการ อายุ วรรณะ สุขะ พละ ย่อมเกิดแก่ท่านซ่ึง
เปน็ บุคคลผกู้ ราบไวแ้ ละออ่ นนอ้ มต่อผ้ใู หญเ่ ปน็ นิจ”

ตารับยาขนานท่ี 55 “ยามหาวฒั นะ” ให้นาสว่ นผสม
เทียนสัตบุษ เทียนเยาวภานี โกฏสอ โกฏเขมา โกฏกัตรา โกฏพุงปลา บรเพ็ด ใบกันชา
สหัสคุณท้ัง 2 ลูกพิลังกาสา รากไคร้เครือ แห้วหมูใหญ่ ขมิ้นอ้อย พริกหอม พริกหาง สิ่งละ 2 ส่วน
ดีปลีเท่ายาทั้งนั้น จึงเอาใบกระเพราแห้ง 2 เท่าดีปลี จึงจะรู้จักคุณยาเห็นประจักษ์อันวิเศษ
แก้ฉันนวตุ ติโรค 96 ประการใหก้ ับพยาธิทง้ั หลายทุกประการดีนักแลฯ”
สาหรับยา “ยามหาวัฒนะ” น้ีได้ปรากฏมีการวิเคราะห์ในคาอธิบายตาราพระโอสถ
พระนารายณ์ ฉบับเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษามหาราชา 5 ธันวาคม พุทธศักราช 2542 ความตอน
หนึ่งว่า ยามหาวัฒนะเป็นยาขนานท่ี 55 ท่ีบันทึกไว้ในตาราพระโอสถพระนารายณ์ ยาขนานนี้เข้า
เครื่องยา 25 ส่ิง ตามที่ระบุเอาไว้ โดยมดี ีปลีเท่ายาทั้งหลายคอื 42 สว่ น และใบกระเพราแห้งปรมิ าณ
2 เทา่ ของดีปลี คือ 84 ส่วน ผสมกัน บดให้ละเอยี ด ผสมนา้ ผงึ้ รวง ปั้นเปน็ ลกู กลอน กินครั้งละ 1 สลึง
ทุกวันให้ครบ 1 เดือน ก็จะเห็นผลอันวิเศษของยานี้ ซ่ึงตาราพระโอสถพระนารายณ์บันทึกไว้ว่าใช้แก้
ฉนั นวตุ ตโิ รค 96 ประการ กบั ความไมส่ บายทง้ั หลายทุกอยา่ ง
2. สมยั พระบาทสมเด็จพระพุทธเลศิ หล้านภาลยั (รัชกาลที่ 2 พ.ศ. 2352 - 2367)
ทรงมีบทบาทสาคัญอย่างยิ่ง ดังจะเห็นได้ว่า หลังจากเสียกรุงศรีอยุธยา ครั้งท่ี 2 เป็น
ต้นมา ตารับตาราแพทย์แผนไทยจานวนมากถูกเผา สูญหาย กระจัดกระจาย ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมี
ใครสามารถรวบรวมตาราพระโอสถพระนารายณ์สืบทอดกลับมาได้อีก แต่เดชะบุญของวงการแพทย์
แผนไทย ที่รัชกาลที่ 2 ทรงให้รวบรวมคัมภีร์แพทย์ที่กระจัดกระจายมารวบรวมไว้ ณ โรงพระโอสถ
โดยมีพระราชโองการ ให้ผู้มีความรู้ ผู้ชานาญการรักษาโรค ผู้ท่ีมีความรู้ด้านการปรุงยา หมอหลวง
หมอเชลยศักดิ์ และราษฎรท่ีมีตารายา ช่วยกันรวบรวมข้อมูลเป็นตาราหลวงสาหรับโรงพระโอสถ
ซ่ึงตาราทั้งหมดท่ีทาการรวบรวมมา แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2355 และมีการตรวจสอบข้อมูลเพื่อความ
ถูกต้องอย่างละเอียด ต่อมาในปี พ.ศ. 2359 ได้มีการตั้งกฎหมายท่ีชื่อว่า “กฎหมายพนักงาน
พระโอสถถวาย” ภายหลังจากที่มีการแพร่ระบาดของอหิวาตกโรค หรือเรียกว่าโรคห่า ครั้งรุนแรงใน

166 หนงั สือเรียนสาระทักษะการด�ำ เนินชวี ิต เพอ่ื ใช้เป็นยา อยา่ งชาญฉลาด | ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
รายวิชา ทช33098 กัญชาและกญั ชงศึกษา

165

ระหว่างปี พ.ศ. 2363 - 2365 พระบาทสมเดจ็ พระพุทธเลศิ หลา้ นภาลัย ได้โปรดเกลา้ โปรดกระหม่อม
พระราชทานตารับยาบางส่วน จารึกลงบนหินอ่อนเป็นรูปส่ีเหล่ียมจัตุรัส บริเวณผนังด้านนอกของ
กาแพงพระวิหารพระพุทธไสยาสน์ วัดราชโอรสารามราชวรวิหาร กรุงเทพมหานคร โดยในครั้งนั้น
พระเจ้าลูกยาเธอ กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ (ต่อมาทรงขึ้นครองราชย์เป็นพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้า
เจ้าอยูห่ ัว รชั กาลท่ี 3) ได้เป็นผู้ทรงเลอื กตารายาบางส่วนจากคร้ังน้นั มาจารกึ บนหินอ่อน และประดับไว้
ที่วัดราชโอรสารามราชวรวิหาร อันเป็นที่สาธารณะ เพ่ือเป็นวิทยาทานแก่ราษฎรโดยท่ัวไป แม้ว่าหลักฐาน
ตารับยาจะสูญหายไปบางส่วน แต่จากการตรวจสอบ “ตาราพระโอสถ คร้ังรัชกาลที่ 2” เท่าท่ีเหลืออยู่
ซ่ึงมีจานวน 61 ตารับ พบว่าการใช้กัญชาเข้าในตารายานั้นมี 2 ขนานปรากฏใน “ตาราพระโอสถ”
ว่าเป็นตารับยา 2 ใน 3 ขนาน ของหลวงทิพย์รักษา ทูลเกล้าทูลกระหม่อม ถวายในขนานที่ 1
“แก้ลมเบื้องสูง” และ ขนานที่ 3 “แก้อุทธังคมาวาตา” ซ่ึงล้วนแต่เป็นโรคเก่ียวกบั ธาตุลมในแพทย์แผน
ไทยท้ังส้ิน

3. สมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอย่หู ัว (รชั กาลที่ 3 พ.ศ. 2367 - 2394)
3. ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้บูรณปฏิสังขรณ์พระอารามวัดพระเชตุพน
วิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) คร้ังใหญ่ พร้อมทั้งขยายอาณาเขตพระอาราม ใช้เวลานาน 16 ปี 7 เดอื น
3. สาหรับวิชาการแพทย์แผนไทยน้ัน พระบาทสมเด็จพระน่ังเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรง
พระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้สืบเสาะหาตาราท่ีศักด์ิสิทธิ์ ตาราลักษณะโรคทั้งปวง
ตามพระราชาคณะ ขา้ ราชการ ตลอดจนราษฎร มาจารึกในแผ่นศิลา โดยผู้ถวายตารายาต้องสาบานว่า
ยาขนานน้ันตนเองได้ใช้เป็นผลดีและไม่ปิดบัง แล้วใหพ้ ระยาบาเรอราชแพทย์ตรวจอีกทีก่อนจะนาไป
จารึก ย่อมแสดงให้เห็นว่ากว่าที่จะมีการลงบันทึกในศิลาจารึกน้ัน นอกจากจะมีการเสาะหาตารา
การแพทย์ มีการตรวจสอบความถูกต้องแล้วยังต้องให้มีการสาบานอีก ซึ่งในยุคสมัยน้ันการสาบาน
ย่อมมีความสาคัญยิ่งกว่าสัญญาใด ๆ โดยเฉพาะอย่ายิ่งหากเป็นโครงการที่ดาเนินไปตามพระราชดาริ
ของพระมหากษัตรยิ ์ไทย

ภาพท่ี 59 ตารบั ยาทีอ่ ยู่ในแผ่นศิลาวดั พระเชตุพนวิมลมงั คลาราม

รายวิชา ทช33098 กัญชาและกัญชงศึกษา เพ่ือใชเ้ ปน็ ยา หนังสือเรียนสาระทักษะการด�ำ เนินชีวิต 167
อย่างชาญฉลาด | ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

166

3. สาหรับตารับยาที่อยู่ในแผ่นศิลาที่เข้ากัญชา อันเป็นภูมิปัญญาที่ได้รับพระราชทาน
ในสมัยรัชกาลที่ 3 นั้น มีมากถึง 17 ตารับ ซึ่งกัญชาในตารับยาส่วนใหญ่ในช่วงเวลาน้ี ไม่ใช่ทั้งยาตรง
ไมใ่ ชย่ ารอง แตอ่ ยู่ในสถานภาพยาเสรมิ และยาแต่งรส

3. ยาเสริม หรือตัวยาเสริม หรือตัวยาคุม เพื่อช่วยควบคุมความแรงของตัวยาสาคัญ
หรอื ช่วยออกฤทธใิ์ ห้ดีย่ิงขึ้น หรือในบางกรณีเป็นตัวยาเพ่ือป้องกันโรคแทรกซ้อน หรือยาบารุง แต่ถึง
กระน้ันยาหลายขนานซง่ึ มคี วามน่าสนใจ กลายเป็นส่งิ ที่ต้องห้ามเพราะมีการเข้ากัญชาผสมอยู่ด้วย
แต่หลายโรคที่มีการรักษานั้นก็เป็นโรคท่ีมีความรุนแรง หรือน่าจะเป็นโรคที่น่าจะยากแก่การรักษา
อย่างไรก็ตาม การที่ตารับยาเหล่าน้ีปรากฏเป็นตัวอักษรในศิลาจารึก ในวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามนั้น
กส็ ะท้อนให้เหน็ ถึงความสาคัญ 3 ประการ ดังนี้

3. ประการที่หนึ่ง พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงเห็นว่าการศึกสงคราม
ที่ผ่านมาทาให้องคค์ วามรู้ตารับ ตารา ท้ังหลายสูญหายกระจัดกระจายไป จงึ ทรงมีพระราชประสงค์ที่
จะใหม้ ีการรวบรวมเอาไว้อย่างเป็นระบบและยากแก่การสูญหาย โดยการจารึกเอาไวใ้ นแผ่นศิลา จงึ มี
ความคงทนถาวรกว่าการบันทึกในรูปแบบอื่น และเป็นผลทาให้องค์ความรู้ดังกล่าวน้ีเป็นมรดกตกทอด
จนมาถึงปัจจุบันได้ แม้เวลาจะผ่านมานานกว่ารอ้ ยปีแล้วก็ตาม แสดงให้เห็นว่าสิ่งท่ีจารึกน้ันย่อมต้อง
มคี ณุ คา่ เพยี งพอทจี่ ะกลายเป็นมรดกให้กบั คนรุ่นต่อ ๆ ไปได้

3. ประการท่ีสอง การท่ีองค์ความรู้เหล่านี้อยู่บนศิลาจารึก ในวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม
โดยพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจา้ อยหู่ ัว ในขณะที่ยังมีการปกครองในระบอบ
สมบูรณาญาสิทธริ าชย์ การที่จะตดั สนิ พระราชหฤทัยว่าควรจะบันทึกสงิ่ ใดให้มคี วามคงทนในแผน่ ศิลา
ย่อมมีการตรวจสอบคัดกรองความถูกต้องโดยบุคลากรผู้เชี่ยวชาญในราชสานัก จึงถือว่าเป็นองค์ความรู้
ในระดับตาราหลวง ดังตวั อย่างปรากฏในทางการแพทยน์ ้ัน แม้จะมีการตรวจสอบความถูกต้องแล้ว
กย็ ังใหเ้ จา้ ขององค์ความรู้นัน้ สาบานความถกู ต้องนน้ั เอาไว้ดว้ ย

3. ประการที่สาม ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระน่ังเกล้าเจ้าอยู่หัวน้ัน การเล่าเรียนส่วน
สามัญศึกษาท่ีมีเรียนอยู่ตามวัดท่ัวไป แต่ส่วนวิสามัญศึกษาเพ่ือวิชาชีพนั้น ยังศึกษาแต่ในราชสกุล
พลเมืองสามัญไม่มีโอกาสที่จะเรียนได้ แต่การที่ได้นาความรู้ที่เป็นระดับวิสามัญมาจารึกในแผ่นศิลา
ประดับไว้ท่ีวัดน้ัน ย่อมแสดงให้เห็นว่ามีพระราชประสงค์ให้ความรู้วิชาชีพข้ันสูงน้ี เป็นของมหาชน
ทงั้ หลายโดยไมเ่ ลือกชั้นบรรดาศกั ด์ิ หรือชั้นวรรณะ และที่สาคัญไม่ต้องการให้องค์ความรู้น้ีผูกขาดอยู่
กับราชสานัก รัฐบาล ภาครัฐ หรอื คนกลมุ่ ใดกลุ่มหนึ่ง

3. สาหรับตารับยาท่ีเข้ากัญชาปรากฏในศิลาจารึกของวัดมีท้ังสิ้น 14 ตารับ โดยจะขอ
นาเสนอภาษาตามตัวอักษรโบราณที่ปรากฏในศิลาจารึก เพ่ือบันทึกเป็นหลักฐานเอาไว้ว่าเป็นสิ่งท่ีมี
คณุ คา่ ตามประวตั ศิ าสตร์ ดังนี้

168 หนังสือเรียนสาระทักษะการด�ำ เนินชวี ติ เพ่ือใชเ้ ปน็ ยา อย่างชาญฉลาด | ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย
รายวิชา ทช33098 กัญชาและกัญชงศึกษา

167

3. ตารับท่ี 1 สันนิบาตทุวันโทษ
3. เป็นความเจ็บป่วยอันเกิดจากกองสมุฎฐานปิตตะ (ระบบความร้อนและการย่อย)
วาตะ (ระบบการเคล่ือนไหวในร่างกาย) และเสมหะ (ระบบของเหลว) ร่วมกันกระทาให้เกิดโทษ รักษา
ขนานหนึ่งเอาสมอท้ังสาม มะขามป้อม รากกัญชา สิ่งละส่วน เบ็ญกูล สิ่งละ 2 ส่วน ต้มตามวิธีให้กินแก้
มหาสรรนิบาตทุวนั โทษ ซ่ึงกระทาให้เสโทตก ให้นา้ ปะสาวะเหลอื งน้นั หายดนี ักฯ
3. ตารบั ท่ี 2 มันทธาตุ
3. เปน็ ธาตุหยอ่ น ตาราการแพทย์แผนไทยแบ่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ มันทอาโป
(ธาตุน้าหย่อน) มันทเตโช (ธาตุไฟหย่อน) มันทปัทวี (ธาตุดินหย่อน) แลมันทวาโย (ธาตุลมหย่อน)
ลักษณะมันทธาตุนั้นยิ่งไปด้วยเสมหะมีกาลัง คือไฟธาตุหย่อนเผาอาหารมิได้ย่อย ถ้าจะแก้ให้เอายิ่งโสม
กัญชา อบเชย ใบกระวาร กานพลู สะค้าน ขิงแห้ง เจตมูล ดีปลี น้าตาลกรวด เอาเสมอภาคทาเป็น
จุณ บดละลายน้าผึง้ กนิ แก้มันทะธาตุ ยิ่งไปดว้ ยกองเสมหะ กล่าวคือ อาโปธาตุอนั วิปริต น้ันหายฯ
3. ตารับท่ี 3 มศุ กายธาตุอดิสาร
3. เป็นโรครา้ ยแรงของธาตนุ า้ อนั เปน็ หนึ่งในลกั ษณะโบราณกรรมอติสารชนดิ หนึง่ ตารา
การแพทย์แผนไทยว่า เกิดจากธาตนุ ้า หรือเกิดจากการกนิ อาหารแสลง ผู้ป่วยจะมีอาการท้องเสีย ถ่ายอจุ จาระ
เป็นเสมหะและเลือดเน่ามีกล่ินเหม็นเหมือนซากศพ รักษาโดย เอากัญชา ใบสะเดา ใบทองหลางใบมน
ใบคนทีสอ ใบมะตูม เสมอภาค ทาเป็นจุณบดทาแท่งไว้ ละลายน้ากระสายอันควรแก่โรค กินแก้มมุศ
กายธาตุอติสารวิเสศนกั ฯ
3. ตารบั ที่ 4 ป่วงหิว
3. เป็นชื่อโรคชนดิ หน่งึ เกิดเพราะธาตใุ นร่างกายไม่ปกติ พิษของโรค ทาให้เกิดอาการตัวเย็น
เปน็ เหน็บ เหงื่อตกมาก ลงท้อง อาเจียน ใจหวิว และสั่น เป็นต้น รักษาให้เอาลูกเบญจกานี ลูกกล้วย
ตีบออ่ น ลกู ทับทิมอ่อน ใบทับทิม ใบสะแสดินกิน กรดทั้ง 5 ใบสะเดา ใบทองหลางใบมน ใบมะตูม
ใบกัญชา ใบกะเม็ง สิ่งละส่วน ใบกระท่อม 2 ส่วน ขมิ้นอ้อย 3 ส่วน ไพร 4 ส่วน เทียนดา 5 ส่วน
ทาเปน็ จณุ บด ทาแท่งไว้กินแก้ปว่ งหิวหายดีนักฯ
3. ตารบั ท่ี 5 ป่วงนา้
3. เป็นโรคชนิดหนึ่ง เกิดเพราะธาตุในรา่ งกายผิดปกติ ผู้ป่วยมีอาการ คลื่นไส้ อาเจียนรุนแรง
ผวิ กายซีดเผือด สะบัดร้อนสะท้านหนาว รักษาให้เอา เปลือกสนุ่น เปลือกมะม่วงพรวน เปลือกกระทุ่ม
ข้ีหมู เปลือกกระท่อม กานชา เทียนดา โกฏสอ โกฏเขมา โกฏพุงปลา โกฏจุฬาลัมพา โกฏหัวบัว กระดอง
เตา่ เหลอื งเผา กระดูกปูนาเผา รากนางแย้ม รากมะนาว รากมะปรางต้มด้วยน้าปูนใสแทรกพิมเสน
แทรกดงี ู กนิ แก้ปว่ งนา้ ถา้ หวิ นกั เอานา้ ตาลกรวด นา้ ตาลทราย นา้ ตาลหมอ้ แทรกลงกินหายฯ

รายวิชา ทช33098 กัญชาและกัญชงศกึ ษา เพอ่ื ใช้เปน็ ยา หนงั สอื เรียนสาระทักษะการด�ำ เนนิ ชวี ิต 169
อยา่ งชาญฉลาด | ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย

168

3. ตารับท่ี 6 ฤศดวงบังเกิดในทางปะสาวะ
3. อา่ นในปัจจบุ นั วา่ ริดสดี วงบังเกดิ ในทางปสั สาวะ อันหมายถึงโรคกลมุ่ หนึง่ ท่ีเกิดขน้ึ ใน
ทางเดินปัสสาวะ ขนานน้ี เอาบุกรอ ดีปลี ขิงแห้ง อุตพิต กลอย กระดาดแดง ขอบชะนางขาว ลูกจันทน์
โกฏสอ โกฏเขมา กระวาน การพลู เทียนดา เทียนขาว เทียนเยาวพาณี สมุลแว้ง กัญชา ส่ิงละส่วน
พรกิ ล่อน 2 ส่วน ทาเป็นจุณ บดละลายนา้ ร้อนกินหนัก 1 สลงึ แก้ฤศดวงอันบงั เกดิ ในทางปะสาวะนั้น
หายดนี กั ฯ
3. ตารับที่ 7 ลมวาระยักขวาโย
3. เปน็ โรคลมจรชนดิ หนึง่ เกิดจากกองอชิณวาต ผู้ป่วยจะอยากกินอาหารคาวหวาน เน้ือปู
ปลา และหอย ซึ่งเมอ่ื กินแล้วทาให้มีอาการเสียดชายโครงทั้งสองข้าง จกุ แน่นบรเิ วณหน้าอก แล้วลาม
ไปถึงองคชาต มือเท้าตายไม่มแี รง ขนานหน่ึงเอาโกฏท้ังห้า เทียนทง้ั ห้า ลกู จันทร์ ดอกจันทร์ กานพลู
ผักแพวแดง ส่ิงละส่วน ดองดึง น้าประสานทอง กานชา การบูร รากจิงจ้อ มหาหิง สิ่งละ 2 ส่วน พริกไทย
ขงิ แห้ง ดีปลี รากสม้ กุ้งทั้งสอง ส่ิงละ 10 ส่วน กระเทียม ผิวมะกรูด เทพทาโร เปลา้ น้อย สิ่งละ 12 ส่วน
สมอพิเภก 16 ส่วน มะขามป้อง 32 ส่วน สมอไทย 48 ส่วน ทาเป็นจุณละลายน้ากระสายอันควร
แกโ่ รคกนิ หนกั 1 สลึง แกล้ มวาระยกั ขวาโย อันเกิดแต่กองอชิณะนั้นหายวิเสศนกั ฯ
3. ตารับที่ 8 ลมอัตพงั ควี าโย
3. เป็นลักษณะของโรคลมชนิดหนึ่ง หมายถึงระบบการเคล่ือนไหวท่ีเป็นลมพัดเบื้องล่าง
ตงั้ แต่ใตส้ ะดือจนถงึ เท้าเกิดกาเรบิ ดันขึ้นมาด้านบนทาใหป้ วดศรี ษะ รักษายาน้ามันชื่อละลอกพระสมุทร
เอาบอระเพด็ เปลอื กมะรุม ตูมกาแดง รากเสนยี ด รากอังกาบ รากขัดมอน กลอย ลูกข้ีกาแดง พันงูแดง
ไครห้ างนาค แห้วหมู ขม้ินอ้อย ใบบวบขม ขา่ ลงิ แสนประสะต้น ชา้ เกลือ ใบกะเมง็ หัวบอนแดง สันพรา้ นางแอ
จอกใหญ่ กานชา เอานา้ สิง่ ละทะนาน นา้ มันงาทะนาน 1 หุงให้คงแต่น้ามัน แลว้ จึงเอาลกู จันทร์ ดอกจันทร์
กระวาน กานพลู เทียรเยาวภานี เทียรดา เทียรขาวส่ิง ละ 1 สลึง ทาเป็นจุณปรุงลงในน้ามันท้ังกินทั้งทา
แก้ลมอตั พงั ควี าโยน้นั หายวิเสศนักฯ
3. ตารบั ท่ี 9 ลมสิตมัควาโย
3. เป็นโรคเกี่ยวกับธาตุลมชนิดหน่ึง โรคน้ีจะทาให้มือเท้าเย็น ก่อนหมดแรง เป็นได้ถึง
อัมพาต ทาให้ล้ินแข็ง พูดไม่ชัด ถ้าเทียบในยุคปัจจุบันคือการเกิดเก่ียวกับความผิดปกติเส้นโลหิตของ
สมองตีบ ใครเป็นมักอายุไม่ยืน จึงพระฤาษีภัตสรรณได้แต่งยาที่แก้ เอาลูกจันทน์ ดีปลี พริกไทย ขิงแห้ง
หอมแดง ส่ิงละ 8 ส่วน ฝ่ิน กานชา น้าตาลทราย น้ามันเนย ส่ิงละ 16 ส่วน ทาเป็นจุณ แล้วเอาน้า
มะพร้าวนาฬิเกเป็นกระสาย เค่ียวเป็นยางมะตูม แล้วจึงเอาผลสมอไทย ปอกผิวเสีย 108 ผล ใส่ลง
เคี่ยวไปให้ซาบในผลสมอให้กินวันละ 36 ผล ที่จะกินในเวลาใดมิได้บังคับ ให้ส้ินแต่ในวันเดียวน้ัน
โดยนัยท่านกล่าวบังคับไว้ให้กินในเวลาใด มิได้บังคับ ให้สิ้นแต่ในวันเดียวนั้นโดยนัยท่านกล่าวบังคับ
ใหก้ นิ 3 วัน ให้สน้ิ ผลสมอ แก้ลมสิตมคั วาโยนนั้ หายวิเสศนกั ฯ

170 หนังสอื เรยี นสาระทกั ษะการดำ�เนนิ ชวี ิต เพ่ือใชเ้ ป็นยา อย่างชาญฉลาด | ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย
รายวิชา ทช33098 กัญชาและกญั ชงศกึ ษา

169

3. ตารับที่ 10 กระไสยเหลก็
เปน็ โรคกษัยอันเกดิ จากอุปปาตกิ ะโรคชนิดหนงึ่ เกิดจากลมอัดแนน่ แข็งเปน็ ดานอยู่ใน

ท้องน้อย ผู้ป่วยมีอาการปวด ท้องแข็งลามขึ้นไปถึงยอดอก กินอาหารไม่ได้ อน่ึง เอาใบกระเพรา
ใบแมงลัก ใบเส้ียนผี กระชาย กานชา พริกไทย หอมแดง หญ้าไซ เกลือ ลูกคัดเค้า ยาทั้งน้ีตาเอาน้า
ส่ิงละทะนาน 1 น้ามันงาทะนาน 1 หุง ให้คงแต่น้ามันแล้วจึงเอาลูกจันทน์ ดอกจันทน์ กระวาน
กานพลู เทียนดา เทียนขาว การบูร ส่ิงละ 1 สลงึ ทาเป็นจุณปรงุ ลงในน้ามันน้ัน แล้วจึงเอามาทาท้อง
รีดเสียให้ได้ 3 วันก่อน แล้วจึงกินน้ามันน้ีอีก 3 วัน หายวิเสศนัก ยาน้ามันขนานน้ี ช่ือสนั่นไตรภพแก้
กล่อนกระไสยทง้ั ปวงหายดนี กั ฯ

3. ตารบั ท่ี 11 กระไสยท้น
3. เปน็ โรคกษยั ท่ีเกิดจากการรับประทานอาหารผดิ สาแดง ทาให้ มีอาการแน่นขึ้นมาจาก
ท้องน้อย หายใจไมส่ ะดวก อาเจียน รบั ประทานอาหารไม่ได้ อน่ึง อนึ่งเอาโกฎท้ังห้า เทียนท้ังห้า ลูกจนั ทน์
กระวาน กานพลู พริกหอม พริก หาง บอระเพ็ด เปล้าท้ังสอง ส่ิงละส่วน กานชา 2 ส่วน ขมิ้นอ้อย
แห้วหมู ผลพิลังกาสา ไคร้เครือ ส่ิงละ 4 ส่วน ดีปลี หัสคุณ สิ่งละ 16 ส่วน ใบกระเพราแห้ง 32 ส่วน
ทาเป็นจุณบดละลายน้ารอ้ นกินแก้กระไสยทน้ แลกระไสยเสยี ดนัน้ หายดีนกั ฯ
3. ตารบั ท่ี 12 ยาแก้ฤศดวง
3. เปน็ ตารายาวเิ สศสัพคุณสาเหรจ์ อันอาจารยิ ะเจ้า ในก่อนประมวนไว้ ให้แกส่ ัพโรคท้ังปวง
สืบต่อกันมา ในที่น้ีจะวา่ แต่วิเสศสัพคุณคือขะณะสัพยาซ่ึงจะแกโ้ รคสมมติว่าหฤศโรค คือสัพฤศดวงนั้น
โดยนัย ยาช่ือนาดธิจร เอาโกฎสอ โกฏเขมา เทียนขาว ผลจันทน์ กานพลู สงิ่ ละส่วน รากทนดี รากซงิ ซ่ี
รากจิงจ้อ เปลือกทองหลางใบมน เปลือกมะรุม เปลือกกุ่มท้ังสอง บุกรอ กลอย อุตพิด ตรีกฎุก กระเทียม
มะตูมอ่อน แห้วหมู กานชา ส่ิงละ 2 ส่วน หอยขมเผา เบี้ยจั่นเผา สิ่งละ 5 ส่วน พริกไทย 34 ส่วน ทาเป็น
จุณบดด้วยน้าผึง้ ให้ กินหนกั 1 สลงึ แก้ฤศดวง หืด ไอ มองครอ่ หายดนี ักฯ
3. ตารับที่ 13 ยาแกล้ มขึ้นเบ้อื งสงู
3. เป็นตารายาวิเสศสพั คณุ สาเหรจ์ อนั อาจารยิ ะเจ้าในก่อนประมวนไว้ ให้แก้สัพโรคท้งั ปวง
สืบต่อกันมา ในที่น้ีจะว่าแต่วิเสศสัพคุณ คือขะณะสัพยาซึ่งจะแก้โรคสรรพลมทั้งปวงอันกาเริบพัดขึ้น
เบื้องบนนั้นโดยนัย ดังนี้ ยาแก้ลมข้ึนเบ้ืองสูง เอายาดา กานชา อุตพิด ดองดึง สิ่งละ 4 ส่วน กระเทียม
6 สว่ น กระเทียม 6 ส่วน วา่ นน้า ชะเอมเทศ โกฎน้าเตา้ โกฎพุงปลา มะหาหงิ คุ์ ส่ิงละ 8 ส่วน ว่านเปราะ
ผลผักชี ดีปลี สิ่งละ 12 ส่วน ขิงแห้ง แก่นแสมทเล รากส้มกุ้ง สะค้าน สิ่งละ 16 สว่ น พรกิ ไทย เปลือก
กันเกรา สิ่งละ 24 สว่ น ทาเป็นจุณบดละลายนา้ ผ้งึ รวงให้กนิ หนกั 1 สลึง แกล้ มขน้ึ สูงหายดีนกั ฯ

รายวิชา ทช33098 กญั ชาและกัญชงศกึ ษา เพือ่ ใช้เปน็ ยา หนังสือเรียนสาระทกั ษะการดำ�เนนิ ชวี ิต 171
อยา่ งชาญฉลาด | ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย

170

3. ตารบั ที่ 14 สัณมฆาตเพ่ือกาฬ
3. เป็นโรคเก่ยี วกับการเกดิ เมด็ ฝีตามอวยั วะตา่ ง ๆ ทาให้เกิดเลือด และหนองเป่ือยลาม
จัดอยู่ในโรคในกลุ่มอาโปหรือเสมหะ เป็นหนึ่งในคัมภีร์มุจฉาปักขันธิกา หรือระบบทางเดินปัสสาวะ
และระบบสืบพันธ์ุ ซ้ารั่ว 4 ประการ กล่าวด้วยนัยหน่ึงใหม่ ว่าด้วยลักษณะสันทฆาตอันบังเกิดเพ่ือ
กาฬ เกิดขึ้นภายในดี ตับ ปอด และในหัวใจเป็นเคารบ 2 สัณฐานดุจ เมล็ดข้าวสารหัก บางทีข้ึนใน
ไส้อ่อน ไส้แก่ ถ้าข้ึนในดีให้คลั่งให้เพ้อ ถ้าข้ึนในตับให้ตับหย่อน ให้ตกโลหิตมีอาการดุจปีศาจเข้าสิง
อันน้ีแจ้งอยู่ในคัมภีร์อติสารวรรคโน้นแล้ว ถ้าข้ึนในปอดให้กระหายน้าเป็นกาลัง ถ้าข้ึนในหัวใจให้น่ิง
ไปเจรจามไิ ด้ ถา้ ข้นึ ในไส้อ่อน ไส้แก่ ใหจ้ ุกโลหิตท้องข้ึนทอ้ งพองดังมานกระไสย ถ้าผู้ใดเป็นดังกล่าวนี้
ท่านกาหนดไว้ใน 7 - 8 - 9 วัน โลหิตจะแตกออกทวารท้ัง 9 เรียกรัตบีตโรค เป็นต้น แห่งสันฑฆาต
เป็น อตสิ ัยโรค ยามไิ ด้เลย ถ้าจะรักษาให้รักษาแต่โลหติ มิทันแตก ไดบ้ ้างเสียบา้ งดุจอาจารย์ทา่ นกลา่ ว
ไว้ดงั นี้ ถ้าจะแกเ้ อา โกฎจุฬาลมั พา โกฎพุงปลา โกฏสอ สะค้าน ผกั แพวแดง ดองดึง ว่านน้า มหาหงิ ค์ุ
ยาดา กัญชา อุตพิด ชะเอม สิ่งละส่วน ขิงแห้ง ดีปลี สิ่งละ 2 ส่วน พริกไทย แก่นแสมทเล สิ่งละ
15 ส่วน ทาเป็นจณุ บดละลายนา้ ผึ้งรวงกนิ 1 สลงึ แก้สนั ทฆาตอันบังเกิดเพ่อื กาฬนน้ั วิเสศนักฯ

กกกก

ภาพที่ 60 จารกึ ตารายา วัดราชโอรสารามราชวรวหิ าร

3. นอกจากน้ีพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งสมัยนั้นเป็นพระเจ้าลูกยาเธอ
กรมหมื่นเจษฏาบดินทร์ ทรงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้จารึกตารายาลงบนแผ่นหินอ่อนสีเทา

172 หนงั สอื เรียนสาระทักษะการดำ�เนินชวี ิต เพอ่ื ใชเ้ ป็นยา อยา่ งชาญฉลาด | ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย
รายวชิ า ทช33098 กัญชาและกัญชงศกึ ษา

171

รปู สี่เหล่ียมจัตุรัส ขนาดกว้างยาวด้านละ 33 เซนติเมตร จัดเรียงบรรทัดทางมุมแหลม จานวน 17 บรรทัด
เหมือนกันทุกแผ่น ติดประดับอยู่ตามผนังด้านนอกของระเบียงพระวิหารพระพุทธไสยาสน์ และ
ผนังศาลารายหน้าพระอุโบสถ วัดโอรสารามราชวรวิหาร ปัจจุบันมีเหลืออยู่ท้ังส้ิน 50 แผ่น จากเดิม
ซึ่งเชื่อกันว่าน่าจะมีอยู่ 92 แผ่น เชื่อว่าตารับยาดังกล่าวได้จากตารับยาซ่ึงรวบรวมจากท่ัวประเทศ
และผ่านการตรวจสอบจากหมอหลวง และผู้ใช้ในราชสานักมาแล้ว ตั้งแต่สมัยที่พระบาทสมเด็จ
พระพุทธเลศิ หล้านภาลัย ดังภาพต่อไปน้ี

ภาพที่ 61 จารกึ แผ่นสูญหาย แผ่นท่ี 4

3. คาอ่านจารึกแผน่ สูญหาย แผ่นที่ 4
3. “สิทธิการิยะ” ยาแก้กล่อนแห้งซ่งึ กระทาใหจ้ ุกเสียดแลเปน็ พรรดกึ ใหเ้ ปน็ ก้อนในท้อง
ใหเ้ จ็บท่ัวสรรพางค์ให้มือกระด้าง ให้เมอื่ ยขบขัดเข่าแลนอ่ งคู้ ให้ตามดื หหู นกั ให้เสยี งแหบแหง้ ให้ขัดออก
ใหท้ อ้ งขึ้นกินอาหารมิได้ เปน็ เหตุทั้งนเ้ี พราะเสมหะแห้ง บังเกิดแตบ่ ุรษุ สตรีก็ดุจกันท่านจึงประกอบยา
นี้ไว้ ให้แก้ เอาสะค้าน ผักแพวแดง ดองดึง มหาหิงคุ์ ว่านน้า โกษฐ์สอ โกษฐ์จุฬาลัมพา โกษฐ์พุงปลา
กัญชา หัวอุตพิด ชะเอม ดีปลี แก่นแสมทะเล ยาดา เอาเสมอภาค พริกไทเท่ายาทั้งหลาย ทาเป็นจุณ
ละลายน้าผงึ้ รวงกินหนกั 1 สลงึ แก้ดงั กล่าวมาแต่หลงั วเิ ศษแลฯ

รายวิชา ทช33098 กญั ชาและกญั ชงศึกษา เพ่อื ใช้เปน็ ยา หนังสือเรยี นสาระทกั ษะการด�ำ เนินชวี ติ 173
อยา่ งชาญฉลาด | ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

172

3. ยาแก้สรรพกล่อนทั้งปวง เอาใบมะตูม 1 ใบสะเดา 1 ใบคนทีสอ 1 ว่านน้า 1 บอระเพ็ด
1 ขมน้ิ อ้อย 1 ทั้งนเ้ี อาสิ่งละ 1 บาท พรกิ เทา่ ยาท้ังหลาย ตาเปน็ ผงละลายนา้ ผง้ึ กินทีละ 1 สลึง แก้ลม
กล่อนจกุ เสยี ดท้ังปวงเป็นมหาวเิ ศษแลฯ

3. ยาแก้ลมกล่อนสันดาน เอาหัสคุณ หนัก 1 ตาลึง 2 บาท หิงคุ์ 3 บาท ว่านน้า 2 บาท
ดปี ลี 2 บาท 1 สลึง กระเทียม 1 ตาลึง ในมะกรูด 1 บาท 2 สลึง แก่นแสมทะเล 1 บาท แก่นข้ีเหล็ก
1 บาท แก่นปูนที่เผาไม่สุก 1 บาท รากพญามือเหล็ก 1 บาท หอยขม 1 บาท หอยแครง 1 บาท
ดินประสวิ ขาว 2 บาท สารสม้ 1 บาท 2 สลึง ตาเปน็ ผงละลายนา้ มะกรดู ส้มซา่ กิน 1 สลงึ ผายสองหนฯ

4. สมยั ราชสกุลสนิทวงศ์
3. เป็นราชสกุลแพทย์ในพระองค์ ที่มีการสืบทอดวิชาความรู้ ภายในตระกลู จากรุ่นสู่รุน่
โดยแพทย์ผู้เป็นต้นราชสกุล คือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงวงศาธิราชสนิทพระราชบุตรลาดับท่ี
49 ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) ด้วยเหตุที่ทรงชานาญวิชาแพทย์ท้ังใน
และต่างประเทศจึงทรงสะสมตาราแพทย์ไว้มาก โดยทรงนิพนธ์ “ตาราสรรพคุณยาของกรมหลวง
วงศาธิราชสนิท เล่ม 1 และ เล่ม 2” ท้ังนี้ ในตารายาพระองค์เจ้าสายสนิทวงษ์ พบว่ามีตารับยาที่เข้า
กัญชาทั้งส้ิน 3 ขนาน คือตารับยาขนานท่ี 5 ช่ือวาตาประสิทธ์ิ ขนานที่ 8 แก้เหน่ือยหอบเพราะเสมหะ
มากทาให้เจริญอาหาร และขนานท่ี 12 คือกระสายในตารับยาวิสัมพยาใหญ่ แม้ว่าตารับยาท่ีเข้ากัญชา
ท่ีปรากฏในตารายาพระองค์เจ้าสายสนิทวงษ์จะมเี พียง 3 ตารับ หากแต่ว่าคุณค่าของยาตารบั เหล่าน้ี
มีความลึกซ้ึงในภูมิปัญญาความรู้ และให้ความสาคัญในการอธิบายการใช้น้ากระสาย (หรือตัวช่วยใน
การทาละลายสาระสาคญั ของสมนุ ไพร) เพ่ือใหอ้ อกฤทธ์ขิ องยาท่ีแตกต่างกัน เชน่ นา้ ต้มแอลกอฮอล์
นา้ ปูนใส เปน็ ต้น
5. สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5 พ.ศ. 2413)
3. ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้รวบรวมข้ึน เน่ืองจากเห็นว่าแพทย์แผน
โบราณและตารายาพ้ืนบ้าน เป็นสมบัติทางวัฒนธรรมทม่ี ีค่า และท่ีสืบทอดกนั มานั้น มีผดิ บ้าง สูญหายบา้ ง
จงึ รวบรวมไว้ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา โดยเขียนลงสมุดไทยด้วยอักษรไทยเส้นหรดาล ปรากฏฉบับสมบูรณ์
เม่ือพระยาพิศณุประสาทเวช (คง ถาวรเวช) อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญของราชแพทยาลัย ได้เริ่มพิมพ์เพื่อ
อนุรักษ์ตาราแพทย์แผนไทยไว้ให้คนรุ่นหลัง “กัญชา เป็นพืชสมุนไพร ตัวหน่ึงในพระคัมภีร์สรรพคุณ
แลมหาพิกัด ที่ระบุสรรพคุณของ กัญชา ไว้ว่า กัญชาแก้ไข้ผอมเหลืองหากาลังมิได้ ให้ตัวสั่น เสียงสั่น
เป็นด้วยวาโยธาตุกาเริบ แก้นอนมิหลับ ” ทั้งนี้ ไม่มีข้อความใดที่ระบุใน “ตาราแพทยศาสตร์
สงเคราะห์” ว่า “กัญชา”เป็นสมุนไพรมีพิษหรือมีโทษร้ายแรงแต่อย่างใด ตรงกันข้ามมี “กัญชา”
ปรากฏอยใู่ นตารับยาหลายตารับ อนั ได้แก่

174 หนงั สือเรียนสาระทกั ษะการดำ�เนินชีวติ เพื่อใชเ้ ป็นยา อยา่ งชาญฉลาด | ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
รายวิชา ทช33098 กญั ชาและกัญชงศกึ ษา

173

ภาพท่ี 62 ตาราเวชศาสตร์ฉบบั หลวง รชั กาลท่ี 5

ภาพที่ 63 คัมภีร์ปฐมจินดา

5.1 พระคัมภีรป์ ฐมจินดา
2) เป็นตารากุมารเวชศาสตร์ของแพทย์แผนไทย มียาเข้ากัญชา 1 ตารับ คือ
“ไฟอาวุธ” ซึ่งใช้รักษาโรคตานทราง ซ่ึงมีอาการเป็นไขล้ ะอองล้ินขาว เป็นตมุ่ เม็ดในปาก คอและตาม
ร่างกายของทารกและเด็กเล็ก แก้โรคไอผอมเหลือง หืดหอบ โรคพุงโลก้นปอด แก้ไข้ อุจจาระเป็น
โลหติ จุกเสียดแน่นทอ้ ง ปรุงเป็นยาผงทาเปน็ เม็ดเทา่ เมด็ พรกิ ไทยละลายกับน้ามะนาวเป็นกระสายยา

รายวิชา ทช33098 กญั ชาและกญั ชงศกึ ษา เพอ่ื ใชเ้ ป็นยา หนงั สือเรยี นสาระทกั ษะการด�ำ เนินชวี ิต 175
อย่างชาญฉลาด | ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

174

ภาพที่ 64 คัมภรี ม์ หาโชตรัต

5.2 พระคัมภีร์มหาโชตรัต
2) เป็นตารานรีเวชศาสตรข์ องการแพทย์ แผนไทยมียาเขา้ กญั ชา 3 ตารับ คอื
2) 5.2.1 ยาแก้ลมอุทธังคมาวาตะ
2) 5.2.2 ยาแก้รดิ สีดวงมหากาฬ
2 25.2.3 ยาแก้อาการบิดมวนทอ้ งและท้องเสยี ในสตรี

ภาพที่ 65 คัมภรี ์ชวดาร

5.3 พระคัมภีรช์ วดาร
2) เป็นตาราว่าด้วยโรคลมและโรคเลือดของทั้งสตรีและบุรุษ มียา 1 ตารับ คือ
ยาแกโ้ รคสาหรับบรุ ุษและสตรี ใช้รักษากามโรค ปสั สาวะเปน็ โลหิต

176 หนังสือเรยี นสาระทักษะการด�ำ เนนิ ชีวติ เพ่ือใชเ้ ป็นยา อยา่ งชาญฉลาด | ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย
รายวชิ า ทช33098 กัญชาและกัญชงศึกษา

175

ภาพท่ี 66 คมั ภีร์กระษยั

5.4 พระคัมภีรก์ ษยั
2) เป็นตาราว่าด้วยความเส่ือมของร่างกายทาให้ผอมแห้ง แรงน้อย สุขภาพ
ทรุดโทรมในพระคัมภีร์นี้มกี ญั ชาเป็นสว่ นผสมถงึ 5 ตารับ คอื
2) 5.4.1 ยาแก้กษยั เหลก็
2) 5.4.2 ยาแก้กษยั กลอ่ น
2) 5.4.3 ยาแก้กษยั เสยี ด
2) 5.4.4 ยาพรหมภกั ตร์
2) 5.4.5 ยาอมั ฤตย์โอสถ
กกกกกกกกล่าวโดยสรุป ในประเทศไทยมีหลักฐานการใช้กัญชาในการรักษา หรือควบคุมอาการของ
โรคต่าง ๆ ต้ังแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช จนถึงกรุงรัตนโกสินทร์
สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยมีการรวบรวมไว้เป็นตารายาหลายเล่ม และสูตร
ยาหลายขนาน เช่น ตาราพระโอสถพระนารายณ์ ตาราแพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ พระคัมภีรป์ ฐมจินดา
พระคัมภีร์มหาโชตรัต พระคัมภีร์ชวดาร และพระคัมภีร์กษัย เป็นต้น มีการระบุตารับยาท่ีใช้กัญชา
หรอื มีกญั ชาเป็นสว่ นประกอบที่ใชใ้ นการรกั ษา นบั แต่ในอดีตสบื เนอ่ื งกันมา

กเรรอื่ ะงททร่ี ว3งเแรสลต่อื าะางธรรทาับบั ี่ร3รยณอาสงทตโขุ ำ�่มีดรกียับญักยรชาะาททเีม่ปรกีวน็ งญั สสว่ชานาธเปาปรร็นณะสกสว่อขุ นบปทรี่ไะดกม้ อีกบารทคี่ไดดั ้มเลีกอื ากรคแดั ลเะลรอื ับกรองโดย

สืบเน่ืองมาจากพระราชบัญญัติยาเสพติดใหโ้ ทษ (ฉบับท่ี 7) พ.ศ. 2562 กาหนดให้แพทย์
แผนไทย แผนแพทย์ไทยประยุกต์ และหมอพ้ืนบ้านได้รับการยกเว้นว่าให้สามารถปรุงยาเพ่ือ
ประโยชน์ของคนไข้เฉพาะรายของตนได้ แต่กระนั้นก็ยังไม่อนุญาตให้ปลูกเองได้ หากต้องการปลูก
ต้องรว่ มมือกับหน่วยงานของรฐั และขออนุญาตปลูกอย่างถูกต้อง

รายวชิ า ทช33098 กญั ชาและกญั ชงศกึ ษา เพอื่ ใชเ้ ปน็ ยา หนังสือเรียนสาระทกั ษะการดำ�เนินชีวติ 177
อยา่ งชาญฉลาด | ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย

176

กภาพท่ี 67 กระทรวงสาธารณสขุ

ด้วยการใช้กัญชาในประเทศไทยได้ขาดความต่อเน่ือง เน่ืองจากกัญชาเป็นยาเสพติด
ประเภท 5 ไม่สามารถนามาใช้ในการรักษาโรคได้ มาเป็นเวลาหลายสิบปี ทาให้แพทย์ส่วนใหญ่
ได้ปฏิบัติตามกฎหมาย ขาดประสบการณ์ในการใช้กัญชาเพื่อประโยชน์มาเป็นเวลานาน ส่งผลทาให้
กรมการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข ได้รวบรวมตารับยาไทยที่มีกัญชา
เป็นส่วนผสมมจี านวนท้งั สนิ้ 90 ตารับ โดยแบง่ ออกเป็น 4 กลมุ่

โดยเฉพาะกลุ่มที่ 1 ตารับยาที่มีประสิทธิผล มีความปลอดภัย วิธีการผลิตไม่ยุ่งยาก
ซับซ้อน ตัวยาหาไม่ยาก และมีกัญชาปรุงผสมอยู่ที่อนุญาตให้เสพเพ่ือรักษาโรคหรือการศึกษาวิจัยได้
แนบท้ายประกาศกระทรวงสาธารณสุข เร่ือง กาหนดตารับยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ท่ีมีกัญชา
ปรงุ ผสมอยู่ ทใ่ี ห้เสพเพ่ือรักษาโรคหรือการศึกษาวิจยั ได้ พ.ศ. 2562

178 หนังสือเรียนสาระทกั ษะการดำ�เนินชวี ติ เพ่อื ใชเ้ ปน็ ยา อย่างชาญฉลาด | ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย
รายวิชา ทช33098 กญั ชาและกัญชงศึกษา

177

บัญชรี ายช่ือตารับยาแผนไทย
กาหนดให้เปน็ ตารับยาเสพติดใหโ้ ทษประเภท 5 ท่ีมีกญั ชาปรงุ ผสมอยู่ท่อี นญุ าตให้เสพเพอื่ รักษา
โรคหรือการศกึ ษาวจิ ยั ได้ แนบท้ายประกาศกระทรวงสาธารณสุข เร่ืองกาหนดตารับยาเสพติดให้
โทษในประเภท 5 ที่มีกัญชาปรงุ ผสมอยู่ ทใี่ หเ้ สพเพ่ือรกั ษาโรคหรอื การศกึ ษาวจิ ัยได้ พ.ศ. 2562
จานวน 16 ตารับ

ชอื่ ตารับยา ท่มี าของตารับยา

1. ยาอคั คินีวคณะ คัมภรี ธ์ าตพุ ระนารายน์
2. ยาศุขไสยาศน์ คัมภรี ์ธาตุพระนารายน์
3. ยาแกล้ มเนาวนารวี าโย ตารายาศลิ าจารึกในวดั พระเชตพุ นวิมลมังคลาราม
4. ยาน้ามนั สนนั่ ไตรภพ ตารายาศลิ าจารึกในวัดพระเชตพุ นวมิ ลมงั คลาราม,
จารึกตารายา วัดราชโอรสารามวรวิหาร
5. ยาแก้ลมขึน้ เบอื้ งสูง ตารายาศลิ าจารกึ ในวัดพระเชตพุ นวิมลมงั คลาราม
6. ยาไฟอาวุธ แพทยศ์ าสตร์สงเคราะห์ เลม่ 1 พระยาพศิ ณปุ ระสาทเวช
7. ยาแกน้ อนไม่หลบั หรือ ยาแก้ไข้ผอมหลือง แพทยศ์ าสตรส์ งเคราะห์ เลม่ 1 พระยาพิศณุประสาทเวช
8. ยาแก้สัณฑฆาต กลอ่ นแหง้ แพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ เล่ม 2 พระยาพศิ ณปุ ระสาทเวช
9. ยาอมั ฤตยโ์ อสถ แพทยศ์ าสตรส์ งเคราะห์ เลม่ 2 พระยาพศิ ณุประสาทเวช
10. ยาอไภยสาลี เวชศึกษา พระยาพิศณปุ ระสาทเวช
11. ยาแก้ลมแก้เส้น เวชศาสตรว์ ัณณนา
12. ยาแก้โรคจิต อายุรเวทศกึ ษา (ขนุ นทิ เทสสุขกจิ ) เลม่ 2
13. ยาไพสาลี อายุรเวทศกึ ษา (ขุนนทิ เทสสุขกจิ ) เลม่ 2
14. ยาทารดิ สดี วงทวารหนกั และโรคผวิ หนัง อายรุ เวทศกึ ษา (ขุนนทิ เทสสขุ กจิ ) เล่ม 2
15. ยาทาลายพระสเุ มรุ คมั ภรี แ์ พทยไ์ ทยแผนโบราณ เลม่ 2 ขนุ โสภิตบรรณลักษณ์
16. ยาทพั ยาธิคุณ คัมภรี แ์ พทย์ไทยแผนโบราณ เลม่ 2 ขุนโสภิตบรรณลักษณ์

หมายเหตุ จากเหตุผลดังกล่าวข้างต้น จงึ เป็นผลทาให้ 16 ตารับยาแพทยแ์ ผนไทยในกลุ่ม
ท่ี 1 จะถูกนามาใช้ก่อนตารับยาขนานอ่ืน ในโอกาสนี้จึงขอนารายการยา 16 ตารับยากลุ่มที่ 1

มาเผยแพร่ โดยมรี ายละเอียด ดังน้ี กกกก

รายวิชา ทช33098 กญั ชาและกัญชงศึกษา เพือ่ ใช้เป็นยา หนังสือเรียนสาระทักษะการด�ำ เนินชีวติ 179
อยา่ งชาญฉลาด | ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย

178

1. ยาอคั คนิ วี คณะ
ท่มี าของตารับยา คัมภรี ์ธาตุพระนารายน์
“อัคคินีวคณะ ให้เอา กันชา ยิงสม ส่ิงละส่วน เปลือกอบเชย ใบกระวาน กานพลู

สะคา้ น สิ่งละ 2 ส่วน ขิงแห้ง 3 ส่วน รากเจตมูลเพลิง ดีปลี ส่ิงละ 4 ส่วน น้าตาลกรวด 6 ส่วน กระท้า
เปน็ จุณ น้าผึง้ รวงเป็นกระสาย บดเสวยหนักสลึง 1 แก้อาเจยี น 4 ประการ ดว้ ยตกิ กะขาคนิ ีก้าเริบ และ
วิสมามันทาคินีอันทุพล จึงคล่ืนเหียนอาเจียน มิให้เสวยพระกระยาหารได้ ให้จ้าเริญพระธาตุทั้ง 4 ให้
เสวยพระกระยาหาร เสวยมีรสชกู ้าลังยิง่ นกั

ขา้ พระพุทธเจ้า ขุนประสิทธิโอสถจีน ประกอบทูลเกล้าฯถวาย คร้งั สมเด็จพระนารายณ์
เปนเจา้ เมืองลพบรุ ี เสวยเพลาเชา้ อตั รา ดนี กั แลฯ”

สูตรตารับยา ประกอบด้วย ตัวยา 10 ชนิด รวมนา้ หนัก 27 สว่ น ดังนี้

ลาดบั ตวั ยา น้าหนักยา
1 กัญชา 1 ส่วน
2 ยิงสม (โสม) 1 สว่ น
3 เปลอื กอบเชย 2 ส่วน
4 ใบกระวาน 2 สว่ น
5 กานพลู 2 สว่ น
6 สะค้าน 2 สว่ น
7 ขงิ แหง้ 3 สว่ น
8 เจตมลู เพลิง 4 สว่ น
9 ดีปลี 4 ส่วน
10 นา้ ตาลกรวด 6 สว่ น

ขอ้ บ่งใช้ แกค้ ลื่นเหยี นอาเจียน ท่เี กดิ จากไฟย่อยอาหารผิดปกติ
รูปแบบยา ยาผง, แคปซูล
ขนาดและวธิ ีใช้ รับประทานคร้ังละ 3.75 กรัม วนั ละ 1 ครงั้ ก่อนอาหารเชา้
น้ากระสายยาทีใ่ ช้ น้าผึ้งรวง ถา้ หานา้ กระสายยาไมไ่ ด้ ใหใ้ ชน้ ้าสกุ แทน
ขอ้ ห้ามใช้ หา้ มใชใ้ นหญงิ ต้ังครรภ์ ผู้ท่ีมไี ข้ และผทู้ ีม่ ีอายตุ ่ากวา่ 18 ปี
ขอ้ ควรระวัง 1. ควรระวงั การรับประทานร่วมกบั ยาในกลุ่มสารกันเลอื ดเปน็ ลิม่

(Anticoagulant) และยาต้านการจับตวั ของเกล็ดเลือด (Antiplatelets)
2. ควรระวงั การใชใ้ นผูป้ ว่ ยโรคความดนั โลหิตสงู โรคหวั ใจ ผู้ปว่ ยโรคแผลเป่อื ย
เพปติก ผู้ปว่ ยโรคกระเพาะอาหารและกรดไหลย้อน เนื่องจากเปน็ ตารับยารสร้อน

180 หนงั สอื เรยี นสาระทักษะการด�ำ เนนิ ชวี ติ เพือ่ ใช้เปน็ ยา อย่างชาญฉลาด | ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย
รายวิชา ทช33098 กญั ชาและกัญชงศกึ ษา

179

ขอ้ มลู เพม่ิ เติม 1. ตกิ กะขาคนิ ี หมายถึง ไฟย่อยอาหารกาเรบิ ซ่ึงมักสัมพนั ธห์ รือเกดิ จาก

ปติ ตะกาเรบิ

2. วิสมามันทาคนิ ี อนั ทุพล หมายถงึ ไฟย่อยอาหารทมี่ ีลักษณะที่ไม่

สมา่ เสมอ หรอื ไม่คงที่ เชน่ บางมือ้ กนิ อาหารไดม้ าก เน่อื งจากไฟย่อย

อาหารมกี าลังแรง แต่พอถึงม้ือต่อไปมีอาการเบ่ือ หรือไม่อยาก

รับประทานอาหาร เนื่องจากไฟย่อยอาหาร หรอื อัคนิอ่อนกาลังลง

ลกั ษณะหรอื อาการขนึ้ ๆ ลง ๆ หรือไมแ่ นน่ อนหรือไม่สมา่ เสมอของไฟ

ย่อยอาหารเปน็ ผลจากความผดิ ปกติ ของ “วาตะ” หรืออาจกลา่ วอีก

อย่างวา่ “วาตะทาให้ไฟย่อยอาหารมลี กั ษณะท่ไี มแ่ นน่ อน”

3. ยามรี สรอ้ น ผปู้ ่วยทีม่ ีภาวะโรคกระเพาะอาหารควรรบั ประทานหลัง

อาหารและแบ่งรบั ประทานกอ่ นอาหารเช้าและเย็น

4. ช่อื อน่ื ในตารายาเกร็ด เชน่ อคั คีวัชณะ, ยาชือ่ อคั ควี ัฒนะ, ยาช่อื อัคนี

2. ยาศุขไสยาศน์

ท่ีมาของตารบั ยา คัมภีร์ธาตุพระนารายน์

“ยาศุขไสยาศน์ ให้เอา การบูร 1 ส่วน ใบสเดา 2 ส่วน สหัสคุณเทศ 3 ส่วน สมุลแว้ง 4 ส่วน

เทียนดา้ 5 ส่วน โกฏกระดกู 6 ส่วน ลูกจันทน์ 7 ส่วน ดอกบุนนาค 8 ส่วน พริกไท 9 สว่ น ขิงแห้ง 10

ส่วน ดีปลี 11 ส่วน ใบกนั ชา 12 ส่วน ทา้ เปนจุณละลายน้าผ้ึงเมือ่ จะกินเศกด้วยสัพพีตโิ ย 3 จบ แล้ว
กินพอควร แกส้ รรพโรคทั้งปวงหายส้ิน มีกา้ ลังกินเข้าได้ นอนเปน็ ศุขนกั แลฯ”

สูตรตารับยา ประกอบด้วย ตัวยา 12 ชนิด รวมนา้ หนัก 78 ส่วน ดังน้ี

ลาดบั ตัวยา น้าหนกั ยา
1 การบูร 1 สว่ น
2 ใบสะเดา 2 ส่วน
3 หสั คุณเทศ 3 ส่วน
4 สมลุ แวง้ 4 สว่ น
5 เทยี นดา 5 สว่ น
6 โกฐกระดกู 6 สว่ น
7 ลูกจนั ทน์ 7 ส่วน
8 ดอกบนุ นาค 8 สว่ น
9 พรกิ ไทย 9 สว่ น

รายวิชา ทช33098 กญั ชาและกญั ชงศกึ ษา เพ่อื ใช้เป็นยา หนังสือเรยี นสาระทักษะการด�ำ เนนิ ชวี ิต 181
อย่างชาญฉลาด | ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย

180

ลาดับ ตัวยา นา้ หนกั ยา
10 ขิงแหง้ 10 สว่ น
11 ดีปลี 11 ส่วน
12 ใบกญั ชา 12 ส่วน

ข้อบ่งใช้ ช่วยให้นอนหลับ เจริญอาหาร

รูปแบบยา ยาผง , แคปซลู

ขนาดและวิธใี ช้ รบั ประทานครั้งละ 2 กรัม วันละ 1 คร้งั ก่อนนอน

นา้ กระสายยาท่ีใช้ น้าผึง้ รวง ถ้าหานา้ กระสายยาไม่ได้ ให้ใช้น้าสกุ แทน

ขอ้ หา้ มใช้ 1. ห้ามใชใ้ นหญงิ ตัง้ ครรภ์ ผทู้ ม่ี ีไข้ และผ้ทู ่ีมีอายุต่ากว่า 18 ปี

2. หา้ มใช้รว่ มกบั ยาที่มีฤทธิก์ ดระบบประสาทสว่ นกลาง เชน่ ยานอนหลบั

และยาตา้ นการชกั รวมท้ังแอลกอฮอล์ หรือส่งิ ท่ีมแี อลกอฮอล์ผสมอยู่

ข้อควรระวัง 1. ควรระวงั การรับประทานรว่ มกับยาในกลุ่มสารกนั เลือดเป็นลม่ิ

(Anticoagulant) และยาต้านการจับตัวของเกล็ดเลือด (Antiplatelets)

2. ควรระวังการใช้ร่วมกับยา Phenytoin, Propranolol, Theophylline

และ Rifampicin เน่ืองจากตารับนี้มีพริกไทยในปริมาณสูง

3. ควรระวังการใชย้ าอยา่ งต่อเนอ่ื ง โดยเฉพาะอยา่ งย่งิ ในผ้ปู ่วยทม่ี คี วาม

ผิดปกติของตับ ไต เนื่องจากอาจเกิดการสะสมของการบูรและเกดิ พิษได้

4. ควรระวงั การใชใ้ นผู้ปว่ ยโรคความดนั โลหิตสงู โรคหวั ใจ ผู้ป่วยโรคแผล

เปอ่ื ยเพปตกิ ผปู้ ่วยโรคกระเพาะอาหารและกรดไหลย้อน เนอ่ื งจาก

เป็นตารับยารสรอ้ น

5. ยานีอ้ าจทาใหง้ ่วงซึมได้ ควรหลกี เลยี่ งการขับข่ยี านพาหนะ หรือทางาน

เกีย่ วกบั เครื่องจักรกล

ข้อมลู เพมิ่ เติม -

3. ยาแก้ลมเนาวนารวี าโย

ท่ีมาของตารบั ยา ตารายาศลิ าจารึกในวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม

“สิทธิการิยะ จะกล่าวลักษณะก้าเนิดแห่งลม อันชื่อว่าเนาวนารีวาโย เป็นค้ารบ 18

น้ัน เกิดแต่ปลายปัตคาดปลายสันทฆาตเจือกันกล่าวคือจับต้นคอเป็นต้นก็ดี ในล้าคอก็ดี เหตุว่าแล่น

ถึงกันมักบังเกิดแก่สตรีทรงครรภ์ กระท้าให้ปลายมือปลายเท้า ดุจปลาดุกยอก แล้วขึ้นมาจับเอาต้น

คอใหค้ อแขง็ จะเบือนคอกม็ ิได้ สมมติวา่ คอแขง็ แล้วกระท้าพิษให้ร้อนเป็นกา้ ลัง จงึ พระฤาษีเพทะกะ

182 หนังสือเรียนสาระทักษะการดำ�เนนิ ชีวิต เพื่อใชเ้ ป็นยา อย่างชาญฉลาด | ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย
รายวิชา ทช33098 กญั ชาและกญั ชงศึกษา

181

เทพให้แต่งยาน้ีแก้ เอากัญชา 1, ดีปลี 1, พริกไทย 1, ขิงแห้ง 1, ขอบชะนางท้ัง 2, ตานหม่อน 1, ลูก
จันทน์ 1, ดอกจันทน์, สมุลแว้ง 1,อบเชย 1, กานพลู 1, เอาเสมอภาค ท้าเป็นจุณบดละลายน้าผ้ึงกิน
หนัก 1 สลงึ ใหก้ นิ เช้าเย็น อาจารย์ท่านกลา่ วไว้ว่าให้กนิ 7 วนั หายวเิ ศษนักฯ”

สตู รตารบั ยา ประกอบด้วย ตวั ยา 12 ชนิด รวมนา้ หนกั 12 ส่วน ดังน้ี

ลาดบั ตวั ยา นา้ หนกั ยา
1 กัญชา 1 สว่ น
2 ดีปลี 1 ส่วน
3 พรกิ ไทย 1 สว่ น
4 ขงิ แห้ง 1 สว่ น
5 ขอบชะนางแดง 1 ส่วน
6 ขอบชะนางขาว 1 สว่ น
7 ตานหม่อน 1 ส่วน
8 ลกู จันทน์ 1 ส่วน
9 ดอกจนั ทน์ 1 ส่วน
10 สมลุ แวง้ 1 สว่ น
11 อบเชย 1 ส่วน
12 กานพลู 1 ส่วน

ขอ้ บ่งใช้ แก้ลมเนาวนารีวาโย
รูปแบบยา ยาผง, แคปซูล
ขนาดและวธิ ีใช้ รบั ประทานคร้ังละ 2 กรัม วนั ละ 2 คร้ัง ก่อนอาหาร เช้าและเยน็
น้ากระสายยาทใี่ ช้ น้าผง้ึ รวง ถ้าหาน้ากระสายยาไมไ่ ด้ ให้ใช้นา้ สกุ แทน
ข้อหา้ มใช้ หา้ มใชใ้ นหญิงตัง้ ครรภ์ ผทู้ ม่ี ไี ข้ และผทู้ มี่ ีอายตุ ่ากวา่ 18 ปี
ข้อควรระวงั ควรระวงั การรบั ประทานรว่ มกับยาในกลุ่มสารกันเลือดเปน็ ล่มิ
(Anticoagulant) และยาต้านการจบั ตัวของเกล็ดเลือด (Antiplatelets)
ขอ้ มูลเพิ่มเติม ลมเนาวนารีวาโย เป็นลมทท่ี าให้มอี าการเจ็บแปลบ๊ ท่ีปลายมือปลายเท้าคลา้ ย
ปลาดกุ ยอก ต้นคอตึงแขง็ เกร็ง หันคอไม่ได้

รายวิชา ทช33098 กัญชาและกัญชงศึกษา เพื่อใชเ้ ป็นยา หนังสอื เรียนสาระทกั ษะการด�ำ เนินชีวติ 183
อย่างชาญฉลาด | ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย

182

4. ยาน้ามันสนน่ั ไตรภพ
ทม่ี าของตารับยา ตารายาศิลาจารกึ ในวดั พระเชตุพนวมิ ลมงั คลาราม จารกึ ตารายา

วัดราชโอรสารามวรวิหาร
“สิทธิการิยะ จะกล่าวลักษณะกระษัยโรคอันบังเกิดข้ึนเป็นอุปปาติก คือกระษัยเหล็ก

นั้นเป็นค้ารบ 3 มีประเภทกระท้าให้หน้าเหน่าและท้องน้อยน้ันแข็งดุจดังแผ่นศิลา และจะไหวตัวไป
มาก็มิได้ คร้ันแก่เข้าแข็งลามขึ้นไปถึงยอดอก และให้บริโภคอาหารมิได้ ให้ปวดขบดังจะขาดใจตาย
ดังนฯ้ี

อนึ่ง เอาใบกะเพรา ใบแมงลัก ใบเสี้ยนผี กระชาย กัญชา พริกไทย หอมแดง หญ้าไซ
เกลือ ลูกคัดเค้า ยาทั้งนี้เอาน้าสิ่งละทะนาน 1 น้ามันงาทะนาน 1 หุงให้คงแต่น้ามันแล้ว จึงเอา
ลูกจันทน์ ดอกจนั ทน์ กระวาน กานพลู เทียนด้า เทียนขาว การบรู ส่ิงละ 1 สลึง ท้าเป็นจณุ ปรงุ ลงใน
น้ามันนั้น แล้วจึงเอามาทาท้องรีดเสียให้ได้ 3 วันก่อน แล้วจึงกินน้ามันน้ีอีก 3 วันหายวิเศษนัก
ยาน้ามันขนานน้ชี อ่ื สน่นั ไตรภพ แกก้ ลอ่ นกระษัยทงั้ ปวงหายดนี กั ฯ”

สูตรตารบั ยา ประกอบดว้ ย ตัวยา 18 ชนิด ดงั นี้

ลาดับ ตัวยา นา้ หนักยา
1 ใบกะเพรา 1 กโิ ลกรัม (นา้ หนักตัวยาสด)
2 ใบแมงลกั 1 กโิ ลกรมั (นา้ หนกั ตัวยาสด)
3 ใบผักเสย้ี นผี 1 กโิ ลกรมั (น้าหนักตวั ยาสด)
4 กระชาย 1 กิโลกรมั (น้าหนกั ตัวยาสด)
5 กัญชา 1 กโิ ลกรัม (น้าหนกั ตวั ยาสด)
6 พรกิ ไทย 1 กิโลกรัม (นา้ หนักตัวยาสด)
7 หอมแดง 1 กิโลกรมั (นา้ หนกั ตัวยาสด)
8 หญา้ ไซ 1 กิโลกรัม (น้าหนักตัวยาสด)
9 เกลือ 1 กโิ ลกรมั
10 ลกู คดั เค้า 1 กิโลกรัม (นา้ หนกั ตัวยาสด)
11 ลูกจันทน์ 1 สลึง
12 ดอกจันทน์ 1 สลงึ
13 กระวาน 1 สลึง
14 กานพลู 1 สลึง
15 เทียนดา 1 สลงึ

184 หนงั สอื เรยี นสาระทกั ษะการดำ�เนินชีวิต เพื่อใช้เปน็ ยา อย่างชาญฉลาด | ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย
รายวชิ า ทช33098 กญั ชาและกัญชงศึกษา

183

ลาดบั ตัวยา น้าหนักยา
16 เทียนขาว 1 สลึง
17 การบรู 1 สลึง

18 นา้ มนั งา 1 ทะนาน

ขอ้ บง่ ใช้ แก้กษยั เหลก็

รปู แบบยา ยาน้ามนั

ขนาดและวิธีใช้ 1. ใชน้ า้ มันทารดี ทอ้ ง นวดคลงึ บริเวณรอบสะดือถึงชายโครง ทิศตามเข็ม

1. นาฬิกา 3 วันกอ่ น แลว้ จงึ รับประทานนา้ มัน

2. รับประทานคร้งั ละ 3 - 5 มิลลิลิตร วันละ 1 ครง้ั ก่อนอาหารเช้าเป็น

เวลา 3 วัน

ข้อหา้ มใช้ ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์ ผทู้ ี่มไี ข้ และผู้ท่ีมีอายุต่ากวา่ 18 ปี

ขอ้ ควรระวงั 1. ควรระวงั การรับประทานร่วมกับยาในกลุ่มสารกันเลอื ดเปน็ ล่ิม

(Anticoagulant) และยาต้านการจับตวั ของเกล็ดเลือด (Antiplatelets)

2. ควรระวังการใชร้ ว่ มกับยา Phenytoin, Propranolol, Theophylline

และ Rifampicin เนื่องจากตารับนมี้ ีพริกไทยในปริมาณสูง

3. ควรระวงั การใช้ในผปู้ ่วยโรคความดันโลหิตสูง โรคหวั ใจ ผ้ปู ่วยโรคแผล

เปื่อยเพปติก ผู้ปว่ ยโรคกระเพาะอาหารและกรดไหลย้อน เน่อื งจากเป็น

ตารบั ยารสร้อน

4. ควรระวังการใช้ยาอยา่ งต่อเนอื่ ง โดยเฉพาะอย่างย่งิ ในผูป้ ว่ ยทม่ี คี วาม

ผดิ ปกติของตับ ไต เน่ืองจากอาจเกิดการสะสมของการบูรและเกดิ พิษได้

5. ควรระวงั ในการทาบริเวณผวิ ทบี่ อบบางหรือผวิ หนงั ที่แตกเนอื่ งจากอาจ

ทาใหเ้ กดิ การระคายเคืองได้

ขอ้ มูลเพิ่มเติม กษัยเหล็ก เป็นกษยั อันเกิดจากอปุ ปาติกะโรคชนิดหนึ่ง เกดิ จากลมอัดแนน่

แขง็ เปน็ ดานอยูใ่ นท้องน้อย ผู้ป่วยมีอาการเจ็บปวดทอ้ งแขง็ ลามขน้ึ ไปถึงอก

กนิ อาหารไม่ได้ เปน็ ต้น

5. ยาแกล้ มข้ึนเบ้ืองสงู

ท่มี าของตารับยา ตารายาศิลาจารึกในวัดพระเชตุพนวมิ ลมงั คลาราม

“สิทธิการิยะ จะกล่าวด้วยต้ารายาคือวิเศษสรรพคุณส้าเร็จ อันอาจารย์เจ้าในก่อน

ประมวลไว้ ใหแ้ กส้ รรพโรคทง้ั ปวงต่าง ๆ สบื กนั มาฯ

รายวิชา ทช33098 กัญชาและกัญชงศกึ ษา เพอื่ ใชเ้ ปน็ ยา หนังสือเรยี นสาระทกั ษะการด�ำ เนินชีวิต 185
อยา่ งชาญฉลาด | ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย

184

ในท่ีน้ีจะว่าแต่สรรพคุณวิเศษ คือคณะสรรพยาท่ีจะแก้ซึ่งโรคสรรพลมทั้งปวงอันก้าเริบพัด
ขึ้นเบ้ืองบนนน้ั โดยนัยดังนี้ ฯ

ยาแก้ลมข้ึนสูง เอายาด้า, กัญชา, อุตพิด, ดองดึง ส่ิงละ 4 ส่วน กระเทียม 6 ส่วน, ว่าน
น้า, ชะเอมเทศ, โกฐน้าเต้า, โกฐพุงปลา, มหาหิงค์ุ ส่ิงละ 8 ส่วน ว่านเปราะ, ผลผักชี สิ่งละ12 ส่วน
ขิงแห้ง, แก่นแสมทะเล, รากส้มกุ้ง, สะค้าน ส่ิงละ 16 ส่วน พริกไทย, เปลือกกันเกรา สิ่งละ 24 ส่วน
ทา้ เป็นจณุ บดละลายนา้ ผึ้งรวง ใหก้ ินหนัก 1 สลึง แกล้ มขนึ้ สงู หายดนี กั ฯ”

สตู รตารับยา ประกอบด้วย ตัวยา 18 ชนิด รวมนา้ หนกั 198 ส่วน ดังนี้

ลาดับ ตัวยา น้าหนักยา
1 ยาดา 4 ส่วน
2 กญั ชา 4 ส่วน
3 อตุ พดิ 4 ส่วน
4 ดองดงึ 4 สว่ น
5 กระเทยี ม 6 ส่วน
6 ว่านนา้ 8 ส่วน
7 ชะเอมเทศ 8 สว่ น
8 โกฐน้าเต้า 8 สว่ น
9 โกฐพุงปลา 8 สว่ น
10 มหาหิงค์ุ 8 ส่วน
11 ว่านเปราะ 12 ส่วน
12 ผลผักชี 12 สว่ น
13 ขิงแหง้ 16 สว่ น
14 แกน่ แสมทะเล 16 ส่วน
15 รากสม้ กุง้ 16 สว่ น
16 สะค้าน 16 ส่วน
17 พรกิ ไทย 24 สว่ น
18 เปลอื กกันเกรา 24 ส่วน

ขอ้ บ่งใช้ แกล้ มข้ึนเบ้อื งสงู
รูปแบบยา ยาผง, แคปซลู
ขนาดและวธิ ีใช้ รบั ประทานครั้งละ 2 กรมั วันละ 2 ครงั้ กอ่ นอาหาร เชา้ และเย็น
น้ากระสายยาที่ใช้ นา้ ผ้ึงรวง ถา้ หาน้ากระสายยาไม่ได้ ใหใ้ ชน้ ้าสุกแทน

186 หนังสือเรยี นสาระทักษะการด�ำ เนนิ ชีวิต เพ่ือใชเ้ ป็นยา อยา่ งชาญฉลาด | ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย
รายวิชา ทช33098 กัญชาและกัญชงศกึ ษา

185

ข้อห้ามใช้ หา้ มใช้ในหญิงต้งั ครรภ์ ผทู้ ่ีมีไข้ และผทู้ ม่ี ีอายุตา่ กวา่ 18 ปี
ข้อควรระวัง 1. ควรระวงั การรบั ประทานรว่ มกบั ยาในกลุ่มสารกันเลอื ดเป็นลิม่

(Anticoagulant) และยาตา้ นการจับตวั ของเกลด็ เลอื ด (Antiplatelets)

2. ควรระวงั การใชร้ ่วมกับยา Phenytoin, Propranolol, Theophylline

และ Rifampicin เน่ืองจากตารับนมี้ ีพริกไทยในปริมาณสูง

3. ควรระวังการใช้ในผ้ปู ว่ ยโรคความดันโลหิตสงู โรคหัวใจ ผูป้ ว่ ยโรคแผล

เปอ่ื ยเพปติก ผ้ปู ว่ ยโรคกระเพาะอาหารและกรดไหลย้อน เน่ืองจาก

เปน็ ตารับยารสรอ้ น

ข้อมูลเพ่มิ เติม 1. ลมข้ึนเบื้องสงู เปน็ โรคลมท่ที าให้มีอาการปวดศีรษะ ตาแดง หูตาฝ้าฟาง
. หอู ื้อ ออ่ นเพลีย สวงิ สวาย เปน็ ต้น

2. ดองดงึ จะต้องฆา่ ฤทธ์ติ ามกรรมวธิ กี ่อนนาไปปรุงยา

6. ยาไฟอาวุธ
ที่มาของตารับยา แพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ เลม่ 1 พระยาพิศณุประสาทเวช ร.ศ. 128

“อันว่าลมที่กล้ิงขึ้นกล้ิงลงแลลั่นอยู่ในท้องท่ีเปนป้างคลื่นดุจดังลูกฟูกนั้นก็หาย ถ้าไม่

หายท่านให้แต่งยาอันชื่อว่าอินทจักร์น้ันให้กินต่อไป ถ้ามิฟังยาอันใดแล้ว ท่านให้แต่งยาอันชื่อว่าไฟ

อาวุธนั้นใหก้ ินต่อไป

ยาช่ือไฟอาวุธขนานน้ี เอาผลจันทน์ 1 ดอกจันทน์ 1 กระวาน 1 กานพลู 1 โกฐทั้ง 5
เทียนท้ัง 5 ชะเอมเทศ 1 กันชา 1 แก่นแสมทะเล 1 เอาส่ิงละ 1 ส่วน อุตพิด 1 เปลือกสมุลแว้ง 1
ดีปลี 1 ใบพิมเสน 1 เอาส่ิงละ 2 ส่วน รากจิงจ้อ 1 รากส้มกุ้ง 1 รากเปล้าน้อย 1 รากเปล้าใหญ่ 1

รากสะค้าน 1 รากพาชไหน 1 เอาส่ิงละ 3 ส่วน สหัศคุณเทศ 4 ส่วน บุกรอ 9 ส่วน พริกไทย 1 ขิง
แห้ง 1 รากเจตมูล เอาส่ิงละ 16 ส่วน รวมยา 32 สิ่งน้ีท้าเปนจุณ เอาน้ามะนาวเปนกระสายบดท้า

แท่งไว้ กินแก้ทราง 7 จ้าพวก แก้ตานโจรท้ัง 12 จ้าพวก แก้หืดน้านมท้ัง 7 จ้าพวก แก้ไอผอมเหลือง

แลแก้ไส้พองท้องใหญ่ แก้พุงโรแลลมจุกเสียด แลแก้ป้างแก้ม้ามแก้ดานเสมหะให้ปวดมวนเสียดแทง
แก้อุจจาระเปนเสมหะโลหิตระคนกันมักให้ถอยกา้ ลัง มักใหเ้ ปนไข้ไม่รู้สึกตัวใหล้ งเปนโลหิต แก้ไข้เพ่ือ

เสมหะเพื่อลม”

สูตรตารบั ยา ประกอบด้วย ตวั ยา 32 ชนิด รวมน้าหนกั 104 สว่ น ดังนี้

ลาดับ ตัวยา นา้ หนักยา

1 ผลจนั ทน์ 1 สว่ น

2 ดอกจนั ทน์ 1 สว่ น

3 กระวาน 1 ส่วน

4 กานพลู 1 สว่ น

รายวิชา ทช33098 กัญชาและกญั ชงศึกษา เพื่อใชเ้ ป็นยา หนงั สือเรยี นสาระทกั ษะการดำ�เนนิ ชวี ติ 187
อย่างชาญฉลาด | ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย


Click to View FlipBook Version