ส ถ า บั น ก า ร แ พ ท ย์ แ ผ น ไ ท ย
เนตรดาว
การ
ปรุง
ยา
ก า ร ป รุุ ง ย า โ ด ย นั ก ศึ ก ษ า แ พ ท ย์ แ ผ น ไ ท ย รุ่ น ๑ ๑
คาํ นาํ
หนังสือ "การปรุงยา" เล่มนีจัดทาํ ขึนเพือใช้ประกอบการเรียนรู้
และเปนสือการเรียนการสอนของตาํ ราแพทย์แผนไทยทัวไป สาขา
เภสัชกรรม ในรูปแบบทีเข้าใจง่ายและน่าสนใจ เพือจูงใจให้คนรุ่นใหม่
เ ข้ า ม า ศึ ก ษ า ห า ค ว า ม รู้ ที ค ว ร ค่ า แ ก่ ก า ร สื บ ท อ ด
“การปรุงยา” ตามตําราแพทย์แผนโบราณนัน เภสัชกรต้องมี
ความเข้าใจ ความรู้รอบ ความละเอียด ความเอาใจใส่เกียวกับกรรมวิธีใน
การปรุงยา และสมุนไพรแต่ละชนิดเปนอย่างดี ก่อนทีจะนํามาปรุงเปนยา
เ พื อ ไ ป ใ ช้ เ ป น ย า รั ก ษ า โ ร ค ใ ห้ ไ ด้ ผ ล แ ล ะ มี ป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ ใ น ท า ง ก า ร รั ก ษ า
แ ต่ ห า ก เ ภ สั ช ก ร ผู้ ซึ ง ป รุ ง ย า ข า ด อ ง ค์ ค ว า ม รู้ ค ว า ม เ ข้ า ใ จ เ กี ย ว กั บ ก ร ร ม วิ ธี ใ น
การปรุงยาและสมุนไพรทีจะนํามาปรุงเปนยาแต่ละชนิดแล้วนัน อาจส่งผล
ทาํ ให้ยาทีปรุงออกมานันไม่สามารถนาํ ไปใช้รักษาคนไข้ได้ ตลอดจนอาจนาํ
ไปใช้รักษาแล้วไม่ได้ผล
ดังนัน คณะผู้จัดทําจึงได้อธิบายถึงขันตอนการปรุงยาแต่ละตาํ รับ
ไว้อย่างเปนขันตอนโดยละเอียด เพือให้ผู้สนใจศึกษาค้นคว้าสามารถนําไป
เปนแนวทางในการปรุงยาตามตาํ รับต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง และยังสามารถ
ใช้หนังสือเล่มนีทําประโยชน์ในการเผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจเกียวกับ
คุณค่าและสรรพคุณของยาสมุนไพรไทยได้เปนอย่างดีอีกด้วย
คณะผู้จัดทํา
นักศึกษาแพทย์แผนไทยรุ่น ๑๑
สถาบันการแพทย์แผนไทยเนตรดาว
ส า ร บั ญ ห น้ า
๒
การคดั เลอื ก การเก็บตัวยาสมนุ ไพร ๑๒
การสับยา ๑๓
การอบสมนุ ไพรเพือฆา่ เชอื โรคและเกบ็ รกั ษา ๑๕
การชัง ตวง วัด ๑๖
อปุ กรณ์การปรงุ ยาชนิดผง ๑๗
การอบยา ๑๘
การบดยา ๒๓
การร่อนยา ๒๕
การอัดแคปซลู ๒๙
การปรงุ ยาแดงสีเสน ๓๗
การปรุงยาขบั ฟอกโลหติ (ยาถ่าย) ๔๕
การปรุงยาแสงหมึก ๕๕
การปรุงยาอาโปนํามันในขอ้ ๖๑
การปรงุ ยาธาตบุ รรจบ ๖๘
การปรุงยาโรคนทิ าน ๑ ๗๕
การปรุงยามหานลิ แท่งทอง ๘๔
การปรุงยาสรรพตอ้ ๙๐
การปรุงยาประสะเปราะใหญ่ ๙๖
การปรงุ ยาตรวี าสังข์
การปรุงยาจันทลลี า ๑๐๒
ส า ร บั ญ ห น้ า
๑๐๘
การปรุงยาธรณีสัณฑะฆาต ๑๑๖
การปรงุ ยาลดความดนั โลหิต ๑๒๓
การปรงุ ยาสหัศธารา ๑๓๐
การปรงุ ยาตรีฉินทลมกา ๑๓๗
การปรงุ ยาปราบชมพูทวีป ๑๔๔
การปรุงยาหอมอนิ ทจกั ร์ ๑๕๕
อปุ กรณก์ ารปรุงยาชนดิ ยาต้ม ๑๕๖
การปรุงยายาประสะเปราะใหญ่ (นํา) ๑๖๐
การปรงุ ยาประสะจนั ทน์แดง (นํา) ๑๖๔
การปรุงยาจบิ แก้ไอ สูตร ๓ ๑๖๘
อปุ กรณก์ ารปรุงยาชนดิ นาํ มนั ๑๖๙
การปรุงยานาํ มันมรกต ๑๗๓
การปรุงยานาํ มันผักแครด ๑๗๖
การปรงุ ยานํามันเถาเอน็ ออ่ น ๑๗๙
การปรงุ ยานํามันไพล ๑๘๓
การปรุงยาขผี ึงโรคผวิ หนัง ก.๑
ภาคผนวก ก. เภสัชวตั ถุ ข.๑
ภาคผนวก ข. ตาํ รับยา ค.๑
ภาคผนวก ค. กระสายยา ง.๑
บรรณานกุ รม
ก า ร คั ด เ ลื อ ก
ก า ร เ ก็ บ ตั ว ย า ส มุ น ไ พ ร
การปรุงยาแผนโบราณ
ผู้เปนเภสัชกรแผนโบราณ จะปรุงยาให้มีคุณภาพและสรรพคุณ
ทีดีนัน จะต้องมีความรู้ความสามารถในการพิจารณาคัดเลือกตัว
ยาสมุนไพรได้อย่างถูกต้อง และมีสรรพคุณดี โดยมีหลักเกณฑ์
และวิธีการดังต่อไปนี
๑. ชนิดของตัวยา
การเก็บตัวยานันต้องแน่ใจเสียก่อนว่า ตัวยานันถูกต้อง
ถูกชนิดกับชือของตัวยาในตํารับยาแผนโบราณ
ตัวยาบางชนิดมีหลายชือ ซึงต้องอาศัยประสบการณ์และความรู้
ของเภสัชกรเองทีจะต้องรู้ว่า ชือนี ชนิดนี มีลักษณะต้น ใบ ลูก
ดอก ราก เปนอย่างไร
๒. คุณภาพ
ตัวยาบางชนิดถูกเก็บไว้นาน คุณภาพของตัวยาก็เสือมไปตาม
กาลเวลา หรือไม่มีสรรพคุณตามทีระบุไว้ ซึงเภสัชกรจะต้อง
ศึกษาถึงระยะเวลาการเก็บรักษาตัวยาต่างๆ ต้องพิถีพิถันคัด
เลือกดูตัวยาว่าเก่าหรือไม่
๒
ก า ร คั ด เ ลื อ ก
ก า ร เ ก็ บ ตั ว ย า ส มุ น ไ พ ร
๓. ความสะอาด
ตัวยาสมุนไพรทีนาํ มาปรุงยาต้องมีความสะอาดไม่ว่าจะเปน
ตัวยาสดหรือแห้งก็ตามต้องทาํ ความสะอาดให้ปราศจากสิงปน
เปอนต่างๆ เช่น ดิน ฝุนละออง เชือรา มูลสัตว์
สําหรับการเก็บยาเพือใช้ในโอกาสต่อไป หากเก็บยาไว้ถูกวิธีโดย
ไม่ถูกแสงแดดหรือเก็บในทีร้อนจัด อากาศชืน ถูกนําค้าง นาํ ฝน
แต่เก็บรักษาไว้ในภาชนะสะอาดและปดสนิท จะสามารถเก็บไว้
ได้นาน สรรพคุณไม่เสือม
๓
ก า ร คั ด เ ลื อ ก
ก า ร เ ก็ บ ตั ว ย า ส มุ น ไ พ ร
การคัดตัวยาสมุนไพร เพือหาสิงปลอมปนและสิงปนเปอน ควรชังนําหนัก
สมุนไพรทังก่อนและหลังคัดตัวยา และจดบันทึกข้อมูลอย่างละเอียดทุก
ครัง เพือจะได้ทราบว่านําหนักทีเหลือและทีหายไปมีจาํ นวนเท่าไร
สิงปนเปอน หมายถึง เศษสิงสกปรกทีติดมากับสมุนไพร เช่น หิน ดิน
ทราย เศษพลาสติกชินเล็กๆ เปนต้น
สิงปลอมปน หมายถึง ส่วนของสมุนไพรทีไม่ได้ใช้
เช่น สมุนไพรทีต้องการเฉพาะราก ถ้ามีต้น ใบ ดอก ติดมาด้วยก็ต้องคัด
ส่ ว น นี ทิ ง ไ ป
โดยมี วิธีการคัดแยกตัวยาแต่ละส่วน ได้ดังนี
ส มุ น ไ พ ร ที ใ ช้ ส่ ว น ร า ก
สมุนไพรจําพวกใบ
สมุนไพรจําพวกดอก
สมุนไพรจาํ พวกเกสร
สมุนไพรจําพวกแก่นไม้
สมุนไพรจาํ พวกเถา หรือ กิง
สมุนไพรจําพวกหัว-เหง้า
สมุนไพรจําพวกลูก
สมุนไพรทีเปนลูกเล็กๆ ติดกันเปนพวง
สมุนไพรจําพวกเมล็ด
สมุนไพรจําพวกเทียน
สมุนไพรจาํ พวกโกฐ
สมุนไพรจําพวกเปลือกไม้
สมุนไพรจําพวกหญ้า
สมุนไพรจําพวกฝก
สมุนไพรจําพวกธาตุวัตถุ
๔
ก า ร คั ด เ ลื อ ก
ก า ร เ ก็ บ ตั ว ย า ส มุ น ไ พ ร
ช นิ ด / วิ ธี คั ด แ ย ก ตั ว อ ย่ า ง ส มุ น ไ พ ร
ประเภท
คัดเอาเฉพาะราก ส่วนทีเปนต้น รากเจตมูลเพลิง
๑.สมุนไพรที ใบ ดอก ลูก ให้คัดออก และให้ รากช้าพลู
ใ ช้ ส่ ว น ร า ก ดูว่ามีเชือราหรือไม่ ถ้ามีให้คัด รากหญ้านาง
แยกส่วนนันทิง ถ้ารากสมุนไพร รากเท้ายายม่อม
๒.สมุนไพร บางชนิดมีขนาดใหญ่ ให้ใช้ รากมะเดือชุมพร
จําพวกใบ แปรงปดทาํ ความสะอาดก่อน รากชิงชี
ตัดซอยให้เปนท่อนๆ ยาว รากคนทา
ประมาณ 1 นิว หรือถ้าใหญ่มาก
ก็ให้ฝานเปนแผ่นๆ เพือให้แห้ง
เสมอกัน ช่วยประหยัดเวลาใน
การอบและบด นาํ ไปชังนําหนัก
และจดบันทึก
คั ด สิ ง ป น เ ป อ น แ ล ะ ป ล อ ม ป น ทิ ง
โดยแยกไว้คนละถุง นาํ ไปชังนาํ
หนักและจดบันทึก
คัดเอาทังใบและก้านใบ เช่น ใ บ พิ ม เ ส น
ใบส้มปอย ไม่ต้องรูดใบออก ใบหญ้านาง
เอาทังก้านและใบ คัดดูว่าไม่มี ใ บ ส้ ม ป อ ย
เชือรา นําไปชังนําหนักและจด ใบมะขามแขก
บันทึก ใบไผ่
คั ด สิ ง ป น เ ป อ น แ ล ะ ป ล อ ม ป น ทิ ง
โดยแยกไว้คนละถุง นําไปชังนํา
หนักและจดบันทึก
๕
ก า ร คั ด เ ลื อ ก
ก า ร เ ก็ บ ตั ว ย า ส มุ น ไ พ ร
ช นิ ด / วิ ธี คั ด แ ย ก ตั ว อ ย่ า ง ส มุ น ไ พ ร
ประเภท
คัดเอาทังดอก คือ ถ้าดอกไหนมี จําป กระดังงา คําไทย
๓.สมุนไพร ขัว มีก้านดอก เกสร ก็ใช้ ลาํ เจียก ลาํ ดวน บุนนาค
จาํ พวกดอก ทังหมด เช่น จาํ ป กระดังงา คาํ สารภี มะลิ พิกุล
ไทย ลําเจียก ลาํ ดวน บุนนาค ดอกจันทน์ กานพลู ดีปลี
๔.สมุนไพร สารภี มะลิ เปนต้น ยกเว้นพิกุล
จาํ พวกเกสร ต้องเด็ดเอาจุกออกให้เหลือแต่
๕.สมุนไพร ตัวดอกเล็กๆ นาํ ไปชังนําหนัก
จาํ พวกเถา และจดบันทึก
หรือ กิง คั ด สิ ง ป น เ ป อ น แ ล ะ ป ล อ ม ป น ทิ ง
โดยแยกไว้คนละถุง นําไปชัง
นาํ หนักและจดบันทึก
คั ด สิ ง ป น เ ป อ น แ ล ะ ป ล อ ม ป น ทิ ง เกสรบัวหลวง
นําไปชังนําหนักและจดบันทึก ดอกคาํ ฝอย
ใช้แปรงปดเศษฝุน เศษดิน เถาสะค้าน จิงจ้อใหญ่
เศษผง ออกให้หมด คัดดูว่า ชะเอมเทศ ชะเอมไทย
ไม่มีเชือรา ตัดเปนท่อนๆ
ประมาณ 1 นิว นาํ ไปชังนาํ หนัก
และจดบันทึก
คั ด สิ ง ป น เ ป อ น แ ล ะ ป ล อ ม ป น ทิ ง
โดยแยกไว้คนละถุง นาํ ไปชังนํา
หนักและจดบันทึก
๖
ก า ร คั ด เ ลื อ ก
ก า ร เ ก็ บ ตั ว ย า ส มุ น ไ พ ร
ช นิ ด / วิ ธี คั ด แ ย ก ตั ว อ ย่ า ง ส มุ น ไ พ ร
ประเภท
ใช้มีดผ่าซอยให้มีขนาดเล็ก แ ก่ น ไ ม้ สั ก
๖.สมุนไพร และใกล้เคียงกัน เพือช่วยให้แห้ง แก่นฝางเสน
จําพวกแก่นไม้ เสมอกันและประหยัดเวลาใน แก่นแสมสาร
การอบและบด ถ้ามีเศษฝุนผง แก่นแสมทะเล
ห รื อ สิ ง ส ก ป ร ก ก็ ใ ห้ ใ ช้ แ ป ร ง ป ด แก่นขีเหล็ก
ออกให้หมด นําไปชังนําหนัก แก่นมะซาง
และจดบันทึก ก ะ ลํา พั ก
การคัดแก่นจันทน์แดง เลือกแต่ แก่นจันทน์แดง
เนือไม้สีแดงเท่านัน เนือไม้สีขาว
ห รื อ สี อื น ที แ ซ ม ม า ใ ห้ ผ่ า ส่ ว น นั น
ออกทิงไป ซอยส่วนทีคัดแล้ว
ออกเปนชินเท่ากัน เพือช่วยให้
แห้งเสมอกันและประหยัดเวลา
ในการอบและบด ถ้ามีเศษฝุน
ผง หรือสิงสกปรกก็ให้ใช้แปรง
ปดออกให้หมด นาํ ไปชังนําหนัก
และจดบันทึก
คั ด สิ ง ป น เ ป อ น แ ล ะ ป ล อ ม ป น ทิ ง
โดยแยกไว้คนละถุง นําไปชัง
นาํ หนักและจดบันทึก
๗
ก า ร คั ด เ ลื อ ก
ก า ร เ ก็ บ ตั ว ย า ส มุ น ไ พ ร
ช นิ ด / วิ ธี คั ด แ ย ก ตั ว อ ย่ า ง ส มุ น ไ พ ร
ประเภท
ใช้แปรงปดเศษฝุน เศษดิน เศษ บุก กลอย ขิง ข่า
๗.สมุนไพร ผง ออกให้หมด คัดดูว่าไม่มี ดองดึง ว่านนาํ
จาํ พวก เชือรา นาํ ไปชังนําหนักและ
หัว-เหง้า จดบันทึก ลู ก ส ม อ พิ เ ภ ก
คั ด สิ ง ป น เ ป อ น แ ล ะ ป ล อ ม ป น ทิ ง ลูกสมอไทย
๘.สมุนไพร โดยแยกไว้คนละถุง นาํ ไปชังนาํ ลูกสมอดีงู
จาํ พวกลูก หนักและจดบันทึก ลูกกระดอม
ลูกมะขามปอม
คัดแยกเอาเฉพาะลูกทีสมบูรณ์ ลูกจันทน์
ไม่แตก ไม่เปราะ (ยกเว้น
สมุนไพรบางชนิดทีเปราะแตก
ง่าย เช่น ลูกกระดอม มะขาม
ปอม) คัดดูว่าไม่มีเชือรา นําไป
ชังนาํ หนักและจดบันทึก
การคัดลูกจันทน์ให้ผ่าครึง
ลูกจันทน์และตรวจดูว่ามีเชือรา
หรือไม่ ถ้ามีให้คัดทิง
คั ด สิ ง ป น เ ป อ น แ ล ะ ป ล อ ม ป น ทิ ง
โดยแยกไว้คนละถุง นําไปชังนํา
หนักและจดบันทึก
๘
ก า ร คั ด เ ลื อ ก
ก า ร เ ก็ บ ตั ว ย า ส มุ น ไ พ ร
ช นิ ด / วิ ธี คั ด แ ย ก ตั ว อ ย่ า ง ส มุ น ไ พ ร
ประเภท
ถ้าติดมาเปนพวง ให้เด็ดแต่ละ ลู ก พิ ลั ง ก า ส า
๙.สมุนไพรที ลูกแยกออกจากกัน โดยให้ติด ลูกมะแว้งต้น
เปนลูกเล็กๆ ก้านไว้ หรือถ้าลูกใดไม่มีก้านติด ลูกมะแว้งเครือ
ติดกันเปนพวง มาก็ไม่เปนไร แต่ถ้าลูกใดฝอ
หรือมีเชือรา ก็ให้คัดทิง นําไปชัง เมล็ดพริกไทย
๑๐.สมุนไพร นําหนักและจดบันทึก พริกหอม
จาํ พวกเมล็ด คั ด สิ ง ป น เ ป อ น แ ล ะ ป ล อ ม ป น ทิ ง พริกหาง
โดยแยกไว้คนละถุง นาํ ไปชัง เมล็ดผักชีลา
๑๑.สมุนไพร นาํ หนักและจดบันทึก ผักชีล้อม
จําพวกเทียน
คั ด สิ ง ป น เ ป อ น แ ล ะ ป ล อ ม ป น ทิ ง เทียนแดง
นําไปชังนาํ หนักและจดบันทึก เทียนดาํ
เทียนเยาวพาณี
คั ด สิ ง ป น เ ป อ น แ ล ะ ป ล อ ม ป น ทิ ง เทียนขาว
นําไปชังนาํ หนักและจดบันทึก เทียนตาตักแตน
เทียนแกลบ
เทียนข้าวเปลือก
๙
ก า ร คั ด เ ลื อ ก
ก า ร เ ก็ บ ตั ว ย า ส มุ น ไ พ ร
ช นิ ด / วิ ธี คั ด แ ย ก ตั ว อ ย่ า ง ส มุ น ไ พ ร
ประเภท
โกฐทีมีลักษณะเปนชิน เปนแท่ง โกฐเชียง
๑๒.สมุนไพร เปนก้อน ให้ใช้แปรงปดทาํ โกฐสอ
จาํ พวกโกฐ ความสะอาด เช่น โกฐเชียง โกฐเขมา
โกฐเขมา โกฐนําเต้า โกฐกระดูก โกฐหัวบัว
โกฐสอ โกฐหัวบัว เปนต้น โกฐจุฬาลัมพา
โกฐทีมีลักษณะเปนเส้น เช่น โกฐกระดูก
โกฐชฎามังสี หรือใช้ทังต้น เช่น โกฐก้านพร้าว
โกฐจุฬาลัมพา คัดสิงปนเปอน โ ก ฐ พุ ง ป ล า
และปลอมปนทิง แยกไว้คนละถุง โกฐชฎามังสี
นาํ ไปชังนาํ หนักและจดบันทึก
๑๓.สมุนไพร ให้ใช้แปรงปดเศษฝุนออกให้หมด อบเชย
จําพวก คัดดูว่าไม่มีเชือรา นาํ ไป เปลือกสมุลแว้ง
เปลือกไม้ ชังนําหนักและจดบันทึก
คั ด สิ ง ป น เ ป อ น แ ล ะ ป ล อ ม ป น ทิ ง
๑๔.สมุนไพร โดยแยกไว้คนละถุง นําไปชัง
จําพวกหญ้า นําหนักและจดบันทึก
ล้างเศษดินทีติดมากับรากและ หญ้าถอดปล้อง
ต้นออก แล้วนําไปผึงแดดให้ หญ้าคา
แห้ง ตรวจดูต้องไม่มีเชือรา นํา หญ้าไซ
ไปชังนาํ หนักและจดบันทึก
คั ด สิ ง ป น เ ป อ น แ ล ะ ป ล อ ม ป น ทิ ง
โดยแยกไว้คนละถุง นําไปชัง
นําหนักและจดบันทึก
๑๐
ก า ร คั ด เ ลื อ ก
ก า ร เ ก็ บ ตั ว ย า ส มุ น ไ พ ร
ช นิ ด / วิ ธี คั ด แ ย ก ตั ว อ ย่ า ง ส มุ น ไ พ ร
ประเภท
คัดฝกทีสมบูรณ์ ไม่มีเชือรา ฝ ก ส้ ม ป อ ย
๑๕.สมุนไพร นาํ ไปชังนาํ หนักและจดบันทึก ฝกคูน
จาํ พวกฝก ฝกทีมีเนือในฝก เช่น ฝกคูน ให้
ใ ช้ ช้ อ น ขู ด เ อ า เ นื อ ใ น เ ก็ บ ใ ส่ ถุ ง
คัดเมล็ดออกให้หมด เอาเฉพาะ
เนือ นาํ ไปชังนําหนักและจด
บันทึก
คั ด สิ ง ป น เ ป อ น แ ล ะ ป ล อ ม ป น ทิ ง
โดยแยกไว้คนละถุง นาํ ไปชัง
นาํ หนักและจดบันทึก
๑๖.สมุนไพร ตํา ใ ห้ ล ะ เ อี ย ด เ ก็ บ ใ ส่ ถุ ง ไ ว้ รงทอง
ยาดาํ
จําพวกธาตุวัตถุ กาํ ยาน
๑๑
ก า ร สั บ ย า
การสับยา คือ การนําสมุนไพรสดหรือแห้งในส่วนต่างๆ เช่น
แก่น เปลือก ราก ลูก ใบ ดอก มาทําให้มีขนาดเล็กลง โดยการ
ใช้มีดสับให้เปนชินเล็กๆ ตามขนาดทีต้องการใช้ในการปรุงยา
อุปกรณ์ในการสับยา : มีด / เขียง / ถาดใบใหญ่ / กระสอบ
ปาน / ผ้าขนหนู / ยาสมุนไพร
ขั น ต อ น ใ น ก า ร สั บ ย า
๑. ปูกระสอบปานบนโต๊ะสับยา
๒. วางถาด (ใบใหญ่) โดยใช้ผ้าขนหนูพันรอบเขียงกับถาด (ใบ
ใหญ่) เพือปองกันมิให้เกิดเสียงดังมากเวลาสับยา
๓. วางสมุนไพรบนเขียง ใช้มีดสับยาออกเปนชินๆ ตามขนาดที
ต้องการและความเหมาะสม (ในขณะสับยา ต้องระวังอย่าให้ยา
กระเด็นออกนอกถาด)
ขั น ต อ น ก า ร เ ก็ บ ย า ที สั บ เ ส ร็ จ แ ล้ ว
๑. ให้นาํ ยาทีได้ใส่ในลินชักยาตามชือนันๆ
๒. ให้นํายาทีได้ใส่ในภาชนะเก็บยาสํารอง เขียนชือยาติดไว้แล้ว
เก็บให้เรียบร้อยเปนหมวดหมู่
ขั น ต อ น ก า ร เ ก็ บ รั ก ษ า อุ ป ก ร ณ์ ก า ร สั บ ย า
๑. ล้างทําความสะอาดอุปกรณ์การสับยาแล้วเช็ดหรือผึงให้แห้ง
๒. เก็บอุปกรณ์ของใช้เข้าที
๑๒
ก า ร อ บ ส มุ น ไ พ ร เ พื อ ฆ่ า เ ชื อ โ ร ค
แ ล ะ เ ก็ บ รั ก ษ า
การอบยา คือ การทําความสะอาดตัวยาด้วยความร้อนและ
ฆ่าเชือโรคต่างๆ ทีติดมากับสมุนไพร อีกทังความร้อนทีใช้
อบครังนีจะทาํ ให้นาํ ในตัวสมุนไพรระเหยออกส่วนหนึงหรือ
ทังหมด จึงไม่ทําให้เกิดเชือราและสามารถเก็บตัวยา
สมุนไพรนีไว้ใช้ได้นานขึน
วัสดุอุปกรณ์
๑. ตู้อบแบบแก๊สหรือตู้อบไฟฟา
๒. ถาดสําหรับใส่สมุนไพร ขนาดเล็กและใหญ่คละกัน
๓. ถุงมือผ้าจับของร้อน
๔. ผ้ากันเปอน
๕. หมวกคลุมผม
๖. ถุงมือ (ใส่เมือต้องมีการสัมผัสสมุนไพรทีอบแล้ว)
๗. ถุงพลาสติกสะอาด ขวดโหล/ภาชนะสําหรับบรรจุ
สมุนไพรทีอบแล้ว เท่ากับจํานวนสมุนไพร
๑๓
ก า ร อ บ ส มุ น ไ พ ร เ พื อ ฆ่ า เ ชื อ โ ร ค
แ ล ะ เ ก็ บ รั ก ษ า
ขันตอนการอบยา
๑. นาํ สมุนไพรทีคัดแล้วเทใส่ถาดไว้ ถาดละ ๑ ชนิด
๒. อุ่นตู้อบ ในทีนีใช้ตู้อบแบบแก๊ส โดยเริมต้น
อุ่นตู้อบทีอุณภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซียส
๓. เมือได้อุณภูมิตามทีต้องการแล้ว ให้สังเกตว่าตู้อบ
มีแหล่งกําเนิดไฟอยู่ด้านบนหรือด้านล่าง
ถ้ า ไ ฟ อ ยู่ ด้ า น ไ ห น ใ ห้ เ รี ย ง ถ า ด ส มุ น ไ พ ร ที แ ห้ ง ช้ า สุ ด
ไว้ด้านนัน ชันถัดมาคือสมุนไพรทีแห้งเร็วขึนตามลาํ ดับ
ซึงมีวิธีเรียงลําดับสมุนไพรทีต้องวางไว้บนชันทีใกล้ไฟ
ดังนี:
ชันทีใกล้ไฟสุด คือ แก่นไม้
ชันถัดไป เนือไม้และเปลือกไม้
ชันถัดไป เถาและหัวเหง้า
ชันถัดไป ลูก เมล็ด และเทียน
ชันถัดไป ใบไม้
ชันถัดไป ดอกหรือเกสร
๔. เมือใส่ถาดสมุนไพรและเรียงลําดับตามข้างต้นแล้ว
เริมต้นจับเวลา ใช้เวลาในการอบประมาณ ๔๕–๖๐ นาที
ขึนอยู่กับสมุนไพรแต่ละชนิด
๕. เมืออบเสร็จแล้วให้ยกถาดสมุนไพรออกมาจากตู้อบ
ตั ง ทิ ง ไ ว้ สั ก ค รู่ เ พื อ ใ ห้ ส มุ น ไ พ ร ค ล า ย ค ว า ม ร้ อ น
แล้วนาํ ไปบรรจุใส่ถุงหรือภาชนะ เพือเก็บไว้ปรุงยาต่อไป
๑๔
การชัง ตวง วัด
ในการชัง ตวง วัด ผู้เปนเภสัชกรจะต้องรู้จักการชังตัวยา โดยใช้
มาตราต่างๆ เพือให้การปรุงยาเปนไปตามตํารับยา หรือใบสัง และ
การชังแบบโบราณ หมอนิยมใช้เครืองหมาย “ตีนกา” บอกนาํ หนัก
วางไว้ท้ายชือตัวยานัน ซึงเภสัชกรในยุคปจจุบันจะต้องมีความรู้
ในการอ่านค่าและแปลงค่านาํ หนักแบบโบราณนีให้ออกมาเปน
นาํ หนักแบบสากล (เมตริก) เพือให้เกิดความถูกต้องในการชัง
แ ล ะ เ พื อ ใ ห้ ไ ด้ ย า ที มี ส ร ร พ คุ ณ ต ร ง ต า ม ตํา รั บ ย า
วัสดุอุปกรณ์: ถุงร้อนหลายขนาด / หนังยางสําหรับมัดถุง /
ถุงขนาดใหญ่สําหรับบรรจุตํารับยา / เครืองชัง / ถุงมือยางสําหรับ
หยิบสมุนไพร / ผ้ากันเปอน / หมวกคลุมศีรษะ/ ช้อนหรือทัพพี
สําหรับตักสมุนไพร/ ปากกาและกระดาษ
วิธีการชัง ตวง วัด
๑. สวมถุงมือยางก่อนสัมผัส หยิบ จับ สมุนไพรทุกครัง
เพือความสะอาด และไม่ทาํ ให้สมุนไพรชืน
๒. ใช้มือหยิบ หรือใช้ช้อนหรือทัพพีตักสมุนไพรออกมาชัง จํานวน
และนําหนักของสมุนไพรขึนอยู่กับตํารับยาทีต้องการ
เมือชังเสร็จแล้วให้ตักใส่ถุงทีเตรียมไว้ เขียนชือสมุนไพรพร้อม
นาํ หนักไว้บนถุง แล้วรีดลมในถุงออกไปให้ได้มากทีสุดแล้วจึง
ค่อยมัดปากถุงด้วยหนังยางไม่ให้อากาศเข้าไปภายในถุงได้
ทําแบบเดียวกันนีจนครบตามตํารับยา
๓. นํายาสมุนไพรทีชังและมัดแยกเสร็จแล้วรวบรวมใส่ในถุงใบใหญ่
พร้อมทังเขียนชือตํารับยา นําหนักรวมทังหมดไว้ทีถุง รอนาํ ไป
ปรุงยาต่อไป(อาจบันทึกวันทีผลิต หรือบรรจุยาลงบนถุงด้วย)
๑๕
อุปกรณ์การปรุงยาชนิดผง
อุปกรณ์สําหรับการปรุงยาชนิดผง
ตู้อบยา
เครืองบดยา
เครืองร่อนยา
ถาดสําหรับอบสมุนไพร ขนาดใหญ่ กลาง เล็ก
คละขนาดและจาํ นวน
ตะแกรงสําหรับร่อนยา เบอร์ ๘๐
ตะแกรงสําหรับร่อนยา เบอร์ ๖๐
ภ า ช น ะ สํา ห รั บ ใ ส่ ย า ที บ ด เ ส ร็ จ แ ล้ ว
กระบวยตักยา
แปรงช่วยปาดยา
เ ค รื อ ง ป น ค ว า ม เ ร็ ว สู ง สํา ห รั บ ก า ก ย า
กระชอนร่อนยาแบบละเอียด
อุปกรณ์สําหรับทาํ ความสะอาด
ผ้าสะอาด
แปรงทองเหลืองสําหรับขัดตะแกรง
กระดาษทิชชูสําหรับทําความสะอาด
เครืองเปาฝุน
แอลกอฮอล์ IPA
๑๖
การอบยา ขันตอนการอบยา
ทีปรุงเปนตํารับ
ขันตอนที ๑: นาํ ยาทีเตรียมเปนตาํ รับไว้แล้วใส่ในถาด
สเตนเลสในปริมาณทีเหมาะกับถาดทีจะอบ โดยให้เรียง
สมุนไพรแต่ละประเภท ไว้ในถาดเดียวกัน ซึงได้แบ่ง
สมุนไพรออกเปนถาดๆ ไว้ดังนี
ถาดที ๑ ใส่สมุนไพรประเภทไม้เนือแข็งหรือแห้งช้า ได้แก่
กลุ่มแก่นไม้เละเนือไม้ เช่น
แก่นจันทน์แดง
กลุ่มเปลือกไม้ เช่น อบเชยเทศ
กลุ่มรากทีแข็ง เช่น รากเท้ายาย
ม่อม
กลุ่มโกฐ เช่น โกฐเชียง โกฐเขมา
กลุ่มลูก เช่น ลูกสมอไทย ลูกสมอ
พิเภก ลูกมะขามปอม
รวมถึงกลุ่มอืนๆ ทีมีลักษณะเปน
แท่ง เนือแข็ง หรือมีขนาดใหญ่
หรือมีลักษณะใกล้เคียงกัน
๑๗
การอบยา ขันตอนการอบยา
ทีปรุงเปนตาํ รับ
ถาดที ๒ ใส่สมุนไพรประเภทใบไม้ หรือสมุนไพรทีมีขนาดเล็กกว่า
ถาดแรกแต่มีความแข็งอยู่ในตัว หรือสมุนไพรทีแห้งช้ารองลงมา
ได้แก่
กลุ่มใบไม้ เช่น ใบมะขาม ใบส้มปอย ใบไผ่ ใบสะเดา
กลุ่มหญ้า เช่น หญ้าไซ หญ้าถอดปล้อง หญ้าแพรก หญ้าคา
กลุ่มราก เช่น รากช้าพลู
กลุ่มลูกทีมีขนาดเล็กหรือเมล็ด เช่น พริกหอม พริกหาง
กลุ่มโกฐ เช่น โกฐจุฬาลัมพา
กลุ่มดอก เช่น ดอกดีปลี ดอกคาํ ไทย กานพลู
ถาดที ๓ ใส่สมุนไพรประเภทเทียนเท่านัน
ได้แก่ เทียนดาํ เทียนแดง เทียนขาว
เทียนข้าวเปลือก เทียนตาตักแตน
เทียนแกลบ เทียนลวด
ถาดที ๔ ใส่สมุนไพรประเภทดอกไม้ เช่น
ดอกมะลิ ดอกพิกุล ดอกบุนนาค ดอกสารภี
ถาดที ๕ กลุ่มทีมีนาํ มันมาก (ไม่ควรนาํ ไป
รวมกับถาดอืนๆ) ได้แก่ กระเทียม
ถาดที ๖ กลุ่มธาตุวัตถุ แยกออกไว้ไม่ต้อง
นําไปอบ
เมือเรียงใส่ถาดครบทุกถาดแล้ว ให้เขย่าถาดเบาๆ เพือให้ ๑๘
สมุนไพรกระจายให้ทัวๆ ถาด
การอบยา ขันตอนการอบยา
ทีปรุงเปนตํารับ
ขันตอนที ๒: อุ่นตู้อบที
อุณหภูมิ ๑๐๐ องศา
ขันตอนที ๓: นาํ ยาแต่ละถาด
เข้าตู้อบ โดยให้เรียงถาดที ๑
อยู่ชันทีใกล้ไฟสุด สําหรับเตา
อบครังนีไฟอยู่ข้างบนก็ให้
เรียงถาดที ๑ ไว้ด้านบนสุด
ชันรองลงมา คือ ถาดที ๒
ชันรองลงมา คือ ถาดที ๓
ชันรองลงมา คือ ถาดที ๔
และชันรองลงมา คือ ถาดที
๕ ส่วนถาดที ๖ กลุ่มธาตุ
วัตถุ ไม่ต้องนําไปอบ
ขันตอนที ๔: เมือเรียงถาด
เสร็จแล้วให้จับเวลา ใช้เวลา
อบประมาณ ๑ ชัวโมง
ขันตอนที ๕: เมือครบเวลา
แล้ว ให้เอาถาดสมุนไพร
ทังหมดออกจากเตาอบ เพือ
นาํ ไปบดต่อไป
๑๙
การบดยา
การเตรียมเครืองบดยา
เครืองบดยาประกอบด้วย ส่วนต่างๆ ทีสําคัญ ดังนี
หม้อบดยา
ฝาครอบหม้อบดยา
ขาใน สําหรับโกยยา อยู่ภายในหม้อบดยา และอยู่ชิด
แกนกลางหม้อบดยา
ขานอก สําหรับโกยยา อยู่ภายในหม้อบดยา และอยู่
ถัดจากแกนกลางหม้อบดยาออกไป ใกล้กับฝาหม้อ
บดยา
ลูกกลิงบดยา อยู่ภายในหม้อบดยา มีทังหมด ๒ ลูก
๒๐
การบดยา ขันตอนการบดยา
๑. เมือนําถาดสมุนไพรออกจากตู้อบแล้ว ถ้าตาํ รับยาใด
มีสมุนไพร ๔ ชนิดนี ได้แก่ ดอกดีปลี หัวดองดึง โกฐ
เชียง ลูกสมอไทย หรืออย่างใดอย่างหนึง ให้แยกออก
มารอให้คลายความร้อนจนกว่าจะกรอบจึงจะนําไปบด
เนืองจากเมือยกออกจากเตาอบใหม่ๆ จะเหนียว เมือ
นําไปบดแล้วยาจะติดเครืองและทาํ ให้ยาตาํ รับนันบด
ยาก
๒. ใส่สมุนไพรลงเครืองบด โดยเรียงลาํ ดับดังนี
ถาดที ๑ สมุนไพรประเภทไม้เนือแข็ง ให้ทยอยใส่
ทีละตัวแล้วบดให้สมุนไพรพอแตกก่อน ใช้เวลาไม่
นานมากนัก
ถาดที ๒ ใส่สมุนไพรประเภทใบไม้และหญ้า
ใ ห้ ท ย อ ย ใ ส่ ที ล ะ ตั ว แ ล้ ว บ ด ใ ห้ ส มุ น ไ พ ร พ อ แ ต ก ก่ อ น
ใช้เวลาไม่นานมากนัก
ถาดที ๓ สมุนไพรประเภทดอกไม้ ให้ทยอยใส่ทีละ
ตัวแล้วบดให้สมุนไพรพอแตกก่อน ใช้เวลาไม่นาน
มากนัก
ถาดที ๔ ใส่สมุนไพรประเภทเทียน ให้ทยอยใส่ที
ละตัว หรือใส่ทังหมดทีเดียวเลยก็ได้ บดให้
สมุนไพรพอแตกก่อน ใช้เวลาไม่นานมากนัก
ถาดที ๕ กลุ่มทีมีนาํ มันมาก ให้ทยอยใส่ทีละน้อย
สลับกับบดไปด้วย ได้แก่ ลูกผักชีล้อม และ
กระเทียม ใช้เวลาในการบดยาไม่นานมากนัก
๒๑
การบดยา ขันตอนการบดยา
๓. เมือใส่สมุนไพรครบแล้ว ให้บดยาต่อโดยใช้เวลาเพียง
เล็กน้อยเท่านัน
๔. ปรับขากวาดนอกลงเพือช่วยกวาดยาแล้วเปดเครือง
บดยาต่อ ใช้เวลาประมาณ ๓๐ นาที ถ้าใช้เวลา
มากกว่านีจะทําให้นํามันจากสมุนไพรบางชนิดออกมา
เยอะเกินไปจะทําให้ยาแฉะ จับตัวเปนก้อน และ
ร่อนยาก
๕. เมือครบเวลาแล้วให้ใช้กระบวยตักผงยาทีบดรอบแรก
ใ ส่ ภ า ช น ะ ที เ ต รี ย ม ไ ว้
๒๒
ก า ร ร่ อ น ย า
ในการร่อนยาแต่ละครัง เมือร่อนเสร็จจะมีกากยาเหลือให้นําไปเข้าเครือง
บดใหม่ แล้วนํากลับมาร่อนโดยทาํ ทังหมด ๓ ครัง ซึงใน ๒ ครังแรกจะ
ร่อนด้วยตะแกรงเบอร์ ๘๐ ครังสุดท้ายจะร่อนด้วยตะแกรงเบอร์ ๖๐ เมือ
ทําครบ ๓ ครังแล้วให้ชังนาํ หนักกากยา ถ้าเหลือเกิน ๕% ก็ให้นําไปบดใหม่
แล้วร่อนด้วยตะแกรงเบอร์ ๖๐ อีกครัง ซึงมีรายละเอียดดังนี
๑. นําตะแกรงร่อนยาเบอร์ ๘๐ ใส่ลงไปในบล็อกของเครืองร่อนยา
๒. ทยอยตักยาทีบดรอบแรกใส่
ตะแกรงประมาณ ๒ กระบวย
เปดเครืองร่อนยา ใช้แปรงคอย
ช่วยปาดผงยาในขณะร่อน เพือ
ปองกันไม่ให้ผงยาจับตัวกันเปน
ก้อนๆ
๓. เมือผงยาทีละเอียดร่อนผ่าน
ตะแกรงไปจดหมดแล้ว จะเหลือ
กากยา ให้ปดเครืองร่อน
๔. นาํ กากยาทีเหลือใส่เครืองบด
เ พื อ บ ด ใ ห ม่ อี ก ค รั ง
๕. ทําตามขันตอนที ๒–๔ ไปเรือยๆ
จนยาหมด นับเปนรอบที ๑
๖. จากนันให้บดกากยาทีเหลือโดย
ใช้เวลาประมาณ ๓๐ นาที
๒๓
ก า ร ร่ อ น ย า
๗. เมือครบเวลาแล้วปดเครืองบดยา ตักยาตักใส่ภาชนะเพือทาํ การร่อน
ในครังที ๒
๘. การร่อนในครังที ๒ ทําเช่นเดียวกับครังที ๑ โดยใช้ตะแกรงเบอร์ ๘๐
๙. การร่อนในครังที ๓ ให้เปลียนตะแกรงร่อน จากเบอร์ ๘๐
เปนเบอร์ ๖๐ วิธีการร่อนทําเช่นเดียวกับครังที ๑ และ ๒
๑๐. เมือร่อนยาครบ ๓ ครังแล้ว ให้นาํ กากยาทีเหลือไปชังหานําหนัก
ถ้านําหนักของกากยาทีชังเกิน ๕% ให้นาํ ไปบดต่อในครังที ๔ แล้ว
ร่อนด้วยตะแกรงเบอร์ ๖๐ หรือใช้เครืองปนความเร็วสูง
ช่วยในครังสุดท้ายนี หากกากยาเหลือไม่มาก การใช้เครืองบด
อาจไม่เหมาะสม หลังจากปนเสร็จแล้วนําไปร่อนต่อไป
๑๑. เมือทําการร่อนเสร็จเรียบร้อยแล้วให้นาํ ถาดทีใส่ผงยาทีร่อนละเอียด
ออกจากเครืองร่อนยาเทใส่ถุงทีสะอาด หรือภาชนะปดให้มิดชิด
ชังนําหนัก เขียนชือยา นําหนักทีได้ วันทีผลิต เพือนําไปบรรจุแคปซูล
ต่อไป
๒๔
ก า ร อั ด แ ค ป ซู ล
อุปกรณ์สําหรับการอัดแคปซูล
เครืองอัดแคปซูล (ทีใช้ครังนีคือเครืองบรรจุแคปซูลกึง
อัตโนมัติ แบบมือโยก จาํ นวน ๓๐๐ แคปซูล)
แคปซูลเปล่า (ทีใช้ครังนีคือแคปซูล เบอร์ ๑)
ยาสมุนไพรแบบบดเปนผงแล้ว
ตะกร้าพลาสติกสํารับร่อนผงยา(นวดยา) ทีติดอยู่ภายนอก
แคปซูล
ถุงหรือภาชนะสําหรับใส่แคปซูลยาทีบรรจุ (อัด) เสร็จแล้ว
ถาด
เครืองชังยา
ถ้วย
ช้อนตักยา
ถุงมือยาง
หมวกคลุมผม
ผ้ากันเปอน
แอลกอฮอล์ IPA สําหรับทําความสะอาด
ผ้าสะอาดหรือทิชชู่สะอาดสําหรับเช็ดเครือง
แปรงสําหรับทาํ ความสะอาด
เครืองเปาฝุน
๒๕
ก า ร อั ด แ ค ป ซู ล ขันตอน
การอัดแคปซูล
๑. นาํ แคปซูลเปล่าเรียงใส่ลง
ไปในรูของถาดเรียงแคปซูล
ให้ครบ ๓๐๐ แคปซูล โดย
ให้ตัวแคปซูลอยู่ข้างล่าง
แล้วฝาแคปซูลอยู่ข้างบน
( เ รี ย ง ใ ส่ รู โ ด ย ใ ห้ จั ด ใ ห้ ด้ า น
ยาวของแคปซูลอยู่ด้าน
ล่ า ง / ด้ า น สั น อ ยู่ ข้ า ง บ น )
๒. นําถาดเรียงแคปซูลทีใส่
แคปซูลแล้ว วางบนเครือง
บรรจุแคปซูล โดยตัวอักษร
ทีถาดกับเครืองบรรจุ
แคปซูลอยู่ด้านเดียวกัน
๓. ดันคันโยกเพือลอคส่วนล่าง
ของแคปซูล ยกถาดเรียง
แคปซูลออกโดยการกดคัน
โยกด้านขวามือ
๔. ยกถาดแคปซูลทีมีแคปซูล
ส่วนฝาบนขึน (เปนการแยก
ฝาบนออกจากตัวล่าง)
ดันคันโยกล็อคแคปซูลกลับ
ตําแหน่งเดิม แล้วใช้มือตบ
ลงเบาๆ ให้แคปซูลส่วนที
อ า จ มี เ ห ลื อ โ ผ ล่ พ้ น ข อ บ ห ลุ ม
ล ง ใ น ห ลุ ม ทั ง ห ม ด เ พื อ
รองรับการบรรจุผงยา
๒๖
ก า ร อั ด แ ค ป ซู ล ขันตอน
การอัดแคปซูล
๕. ตักยาใส่ภาชนะแล้วชังยาเตรียมไว้
๑๐๐ กรัม
๖. ยกถาดกันยามาวางบนเครือง
ตั ก ย า ใ ส่ ใ น ถ า ด พ อ ป ร ะ ม า ณ
ปาดผงยาให้ลงหลุมแคปซูลทัวๆ
ทุกหลุมเสมอกัน
๗. นาํ ส่วนอัดแคปซูลปล่อยลงอัดยา
แล้วหมุนแขนอัดยาโดยหมุนตาม
เข็มนา ิกา หมุนแค่พอรู้สึกตึงมือ
แล้วคลายออก และยกขึน
เติมผงยา อัดซําวิธีเดิมโดยอัดยา
๓ ครัง ปาดยา ๔ ครัง เพือให้ผงยา
เต็มแคปซูล ในครังที ๔
ถ้ายังคงมีผงยาเหลือให้เก็บ
ผงยาคืน (โดยเฉลียแล้ว
จะเหลือไม่มาก)
๘. ยกถาดกันออก แล้วจึงยกถาดเรียง
แ ค ป ซู ล ที มี แ ค ป ซู ล ส่ ว น ฝ า บ น ใ ส่
ทีเครืองบรรจุแคปซูล ผลักถาด
ล็อกแคปซูลลงแล้วล็อกโดยหมุน
ปุมกลมด้านหน้าเครืองไปทางขวา
เพือล็อกส่วนล่าง กดคันโยกลง
เ พื อ ป ด ฝ า แ ค ป ซู ล
๙. ยกถาดแคปซูลขึน หยิบแคปซูล
ขึ น ม า เ พื อ ต ร ว จ ส อ บ ค ว า ม แ น่ น
โดยให้ใช้นิวโปงและนิวชีกดหัว
และท้ายแคปซูล
๒๗
ก า ร อั ด แ ค ป ซู ล ขันตอน
การอัดแคปซูล
๑๐. เมือตรวจสอบว่าแน่นดีแล้วก็ให้นําแคปซูลออก
โดยหมุนปุมกลมด้านหน้าเครืองไปทางซ้าย เพือปลดล็อค
ยกคันโยกถาดขึนแล้วยกถาดเรียงแคปซูลทีบรรจุยาเสร็จ
เรียบร้อยแล้วออกจากเครืองบรรจุแคปซูล
๑๑. เทแคปซูลทีเสร็จแล้วลงในตะกร้า แล้วค่อยๆ ร่อนเอาผงยา
ทีติดกับตัวแคปซูลออก จากนันให้บรรจุแคปซูลยาใส่ถุงสะอาด
หรือภาชนะเก็บยา เขียนหรือปดฉลากชือยา วันทีการบรรจุยา
และจาํ นวนเม็ดยา ในทีนีบรรจุเม็ดยา ๑,๒๐๐ เม็ดต่อ ๑ ถุง
๒๘
แ ด ง สี เ ส น
ตาํ รับที ๑ ยาแดงสีเสน
๑. ชือยา แดงสีเสน
๒. รูปแบบยา ชนิดแคปซูล (บดเปนผงบรรจุแคปซูล)
๓. ทีมาของตาํ รับยา หนังสือแพทย์ศาสตร์สังเขป
เล่ม ๑ โดย พระยาพิศณุประสาทเวช หน้า ๔๙
๔. สรรพคุณ/ข้อบ่งใช้
แก้อาโปธาตุหย่อน
แก้ชักหอบ ใช้กระสายยา นําดอกไม้
แก้ลม ใช้กระสายยา นําขิง
แก้ราก ใช้กระสายยา นาํ ลูกยอกับลูกผักชีต้ม
แ ท ร ก พิ ม เ ส น
แก้ลมจุกเสียดแน่นหน้าอก ใช้กระสายยา
นํากระเทียมต้ม/นาํ ขิงต้ม
แก้โลหิตแห้งร้าง ใช้กระสายยา นําเทียนดํา
๕. สูตรตํารับยา ประกอบด้วยเครืองยา ๒๘ สิง
กําหนดนําหนักรวม ๑,๒๙๐ กรัม
จัดนาํ หนักเครืองยาได้ ๔๓ ส่วน ส่วนละ ๓๐ กรัม
๖. วิธีทํา บดเปนผง บรรจุแคปซูล เบอร์ ๑
หนักแคปซูลละ ๐.๒๕ กรัม
๗. ข้อควรระวัง/ข้อห้ามใช้ ไม่มี
๘. อาการไม่พึงประสงค์ ไม่มี
๙. ข้อมูลเพิมเติม ไม่มี
๒๙
แ ด ง สี เ ส น ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย เ ค รื อ ง ย า ๒ ๘ สิ ง
นํา ห นั ก ย า ๔ ๓ ส่ ว น
ส่ ว น ล ะ ๓ ๐ ก รั ม
ร ว ม นํา ห นั ก ย า ๑ , ๒ ๙ ๐ ก รั ม
๑๐. ตํารับยายาแดงสีเสน ประกอบด้วย ๓๐
เครืองยา ๒๘ สิง มีรายละเอียดดังนี
๑. โกฐเชียง ๓๐ กรัม
๒. โกฐสอ ๓๐ กรัม
๓. โกฐหัวบัว ๓๐ กรัม
๔. โกฐเขมา ๓๐ กรัม
๕. โกฐจุฬาลัมพา ๓๐ กรัม
๖. เทียนดาํ ๓๐ กรัม
๗. เทียนแดง ๓๐ กรัม
๘. เทียนขาว ๓๐ กรัม
๙. เทียนข้าวเปลือก ๓๐ กรัม
๑๐. เทียนตาตักแตน ๓๐ กรัม
๑๑. ลูกจันทน์ ๓๐ กรัม
๑๒. ดอกจันทน์ ๓๐ กรัม
๑๓. ลูกกระวาน ๓๐ กรัม
๑๔. กานพลู ๓๐ กรัม
๑๕. อบเชย ๓๐ กรัม
๑๖. สมุลแว้ง ๓๐ กรัม
๑๗. เปราะหอม ๓๐ กรัม
๑๘. หัวดองดึง ๓๐ กรัม
๑๙. เจตมูลเพลิง ๓๐ กรัม
๒๐. เจตพังคี ๓๐ กรัม
๒๑. พริกไทย ๓๐ กรัม
๒๒. พริกหอม ๓๐ กรัม
๒๓. พริกหาง ๓๐ กรัม
๒๔. ขิงแห้ง ๓๐ กรัม
๒๕. สักขี ๖๐ กรัม
๒๖. ฝางเสน ๑๒๐ กรัม
๒๗. ดอกคาํ ไทย ๑๒๐ กรัม
๒๘. ลูกผักชีล้อม ๒๗๐ กรัม
๒๙
แ ด ง สี เ ส น ก ร ร ม วิ ธี ก า ร ผ ลิ ต
๑๑. กรรมวิธีการผลิต
วัสดุอุปกรณ์ ดูในหน้า ๑๖
ยาแดงสีเสนมีขันตอนการปรุงยา ตามลําดับดังนี
ขันตอนที ๑ ชัง ตวง วัด นําหนักเครืองยาตามตาํ รับยา
ขันตอนที ๒ การอบเครืองยา
ขันตอนที ๓ การบดเครืองยา
ขันตอนที ๔ การร่อนยาและบดยา
ขันตอนที ๕ บรรจุแคปซูล
ขันตอนที ๑ ชัง ตวง วัด นําหนักเครืองยาตามตาํ รับยา
เครืองยาทีนาํ มาใช้ชัง ตวง วัด นัน ต้องเปนเครืองยาทีผ่านการคัด
ตัวยา และอบในครังแรกเสียก่อน จึงจะนาํ มาปรุงยาได้
โดยชังนําหนักเครืองยาแต่ละสิงเปนกรัม แล้วให้แยกใส่ภาชนะ
หรือถุงไว้ถุงละ ๑ สิง
๓๑
แ ด ง สี เ ส น ก ร ร ม วิ ธี ก า ร ผ ลิ ต
ขันตอนที ๒ การอบเครืองยา
๑. อุ่นตู้อบทีอุณหภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซียส
๒. จัดเรียงเครืองยาใส่ถาดเพือเตรียมอบ โดยแยกตามลักษณะของเครืองยาจัด
เรียงไว้ในถาดเดียวกัน สามารถแยกออกเปน ๓ ถาด
ถาดที ๑ จัดเรียง แก่นฝางเสน แก่นสักขี โกฐหัวบัว โกฐสอ เปลือกอบเชยเทศ
เปลือกสุมลแว้ง รากเจตพังคี รากเจตมูลเพลิง เหง้าขิงแห้ง โกฐเขมา เมล็ดพริก
ไทย หัวเปราะหอม ลูกกระวาน หัวดองดึง โกฐเชียง จากนันเขย่าถาดเบาๆ ให้
เครืองยากระจายไปทัวๆ ถาด
ถาดที ๒ จัดเรียง โกฐจุฬาลัมพา ดอกกานพลู ดอกคาํ ไทย พริกหอม พริกหาง ลูก
ผักชีล้อม ลูกจันทน์ ดอกจันทน์ (ลูกจันทน์และดอกจันทน์ให้วางไว้บนโกฐจุฬาลัมพา
ให้ช่วยซับนํามันหอมระเหยไว้)
ถาดที ๓ จัดเรียง เทียนดํา เทียนแดง เทียนขาว เทียนข้าวเปลือก เทียนตาตักแตน
จากนันเขย่าถาดเบาๆ ให้เครืองยากระจายไปทัวๆ ถาด
๓. เมือตู้อบอุณหภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซียสแล้ว ให้นาํ ถาดเครืองยาทังหมดเรียงใส่
ตู้อบ สําหรับตู้อบทีใช้ครังนีไฟอยู่ข้างบนจึงเรียงถาดจากชันบนลงล่าง โดยเริม
ต้น เรียงถาดที ๑ ไว้ชันบนสุด เรียงถาดที ๒ ไว้ชันถัดลงมา และเรียงถาดที ๓
ต่อจากชัน ๒ ลงมา จากนันจึงเริมจับเวลา ใช้เวลาอบประมาณ ๑ ชัวโมง
๔. เมือครบเวลาอบแล้ว ให้นําถาดเครืองยาทังหมดออกจากเตาอบ พร้อมบดในขัน
ตอนต่อไป
หมายเหตุ การอบครังนีเพือฆ่าเชือโรคและไล่ความชืนอีกครังก่อนนําเครืองยาไปบด
๓๒
แ ด ง สี เ ส น ก ร ร ม วิ ธี ก า ร ผ ลิ ต
ขันตอนที ๓ การบดเครืองยา
๑. แยกโกฐเชียง หัวดองดึง ใส่ภาชนะไว้ต่างหาก ปล่อยให้คลายความร้อน
สักครู่ หรือรอจนกว่าจะกรอบ ค่อยนาํ ไปบด ห้ามบดเครืองยา ๒ สิงนี
ขณะทียังมีความเหนียวอยู่ จะทําให้ยาเกาะกันเปนก้อนและบดยากขึน
๒. ใส่เครืองยาลงเครืองบด
๒.๑. เริมจากถาดที ๑ โดยให้ทยอยใส่แล้วบด ดังนี
๒.๑.๑. ใส่แก่นฝางเสน แก่นสักขี โกฐหัวบัว โกฐสอ ลงบด
เปดเครืองบดจนเครืองยาแตกเปนชินเล็กๆ
แล้วปดเครือง
๒.๑.๒. ใส่เปลือกอบเชยเทศ เปลือกสมุลแว้ง รากเจตพังคี
รากเจตมูลเพลิง เหง้าขิงแห้ง เปดเครืองแล้วบดต่อ
จนเครืองยาแตกเปนชินเล็กๆ แล้วปดเครือง
๒.๑.๓. ใส่โกฐเขมา เมล็ดพริกไทย หัวเปราะหอม ลูกระวาน
เปดเครืองแล้วบดต่อจนเครืองยาแตกเปนชินเล็กๆ
แล้วปดเครือง
๒.๑.๔. ใส่หัวดองดึง โกฐเชียง (หัวดองดึง โกฐเชียง
ทีรอคายความร้อนจนกรอบดีแล้ว) เปดเครืองแล้วบดต่อ
จนเครืองยาแตกเปนชินเล็กๆ แล้วปดเครือง
๓๓
แ ด ง สี เ ส น ก ร ร ม วิ ธี ก า ร ผ ลิ ต
๒.๒. ใส่เครืองยาถาดที ๒ โดยให้ทยอยใส่แล้วบด ดังนี
๒.๒.๑. ใส่โกฐจุฬาลัมพา ดอกกานพลู ดอกคาํ ไทย พริกหอม พริกหาง
เปดเครืองแล้วบดต่อจนเครืองยาแตกเปนชินเล็กๆ
แล้วปดเครือง
๒.๒.๒. เก็บลูกจันทน์ ดอกจันทน์ ลูกผักชีล้อม ไว้บดท้ายสุด
เพราะเครืองยา ๓ สิงนีมีนาํ มันเมือนาํ ไปบดก่อนจะทาํ ให้ยาแฉะ
๒.๓. ใส่เครืองยาถาดที ๓ โดยให้ทยอยใส่แล้วบด ดังนี
๒.๓.๑. ใส่เทียนทังหมดลงไป ได้แก่ เทียนดาํ เทียนแดง เทียนขาว
เทียนข้าวเปลือก เทียนตาตักแตน เปดเครืองแล้วบดต่อ
ใช้เวลาบดประมาณ ๔๕ วินาที แล้วปดเครือง
๒.๓.๒. ใส่ลูกจันทน์ ดอกจันทน์ เปดเครืองแล้วบดต่อ ใช้เวลาบด
ประมาณ ๓๐ วินาที แล้วปดเครือง
๒.๓.๓. ใส่ลูกผักชีล้อม เปดเครืองแล้วบดต่อ ใช้เวลาประมาณ
๑๐ วินาที แล้วปดเครือง
๓. เมือใส่เครืองยาครบ ๓ ถาดแล้ว ให้ปรับขากวาดนอกทียกขึนในตอนแรกลง
เพือช่วยกวาดยา จากนันเปดเครืองบดยาต่อ ใช้เวลาบดยาประมาณ ๓๐ นาที
หรือให้สังเกตว่าสียาเริมเปลียนเปนสีเข้มขึน แสดงว่ายาเริมแฉะ
ให้ปดเครือง ตักผงยาใส่ภาชนะสะอาด เพือนาํ ไปร่อนในขันตอนต่อไป
เมอื ทําการบดเรยี บรอ้ ยแล้ว
จงึ นําไปรอ่ นในขนั ตอนต่อไป
๓๔
แ ด ง สี เ ส น ก ร ร ม วิ ธี ก า ร ผ ลิ ต
ขันตอนที ๔ การร่อนยาและบดยา
รอบที ๑
๑. นําตะแกรงร่อนยาเบอร์ ๘๐ ใส่ลงในบล็อกเครืองร่อนยา
๒. ตักผงยาทีบดแล้วประมาณ ๒ กระบวยใส่ตะแกรงร่อนยา จากนันเปด
เครืองร่อนยา ระหว่างทีเครืองกาํ ลังร่อนยานันให้หมันใช้แปรงคอยช่วย
ปาดผงยา เพือปองกันไม่ให้ผงยาจับตัวเปนก้อนขณะร่อน ผงยาที
ละเอียดจะผ่านรูตะแกรงไปจนหมด จะเหลือกากยาชินใหญ่ค้างอยู่บน
ตะแกรง
เมือแน่ใจว่าผงยาถูกร่อนไปจนหมดแล้ว ให้ปดเครือง
๓. นํากากยาทีเหลือบนตะแกรง เทกลับไปใส่เครืองบดยาเพือบดกากยาใหม่
อีกครัง เปดเครืองบดยา ยังไม่ต้องจับเวลาการบด
๔. ทยอยตักผงยาใหม่ลงไปร่อน โดยให้ทาํ ตามข้อที ๒-๓ กับผงยาทีเหลือจน
หมด นับเปนรอบที ๑
๕. บดกากยาทีเหลือจากการร่อนในรอบที ๑ ทังหมดต่อ โดยเริมจับเวลา
ประมาณ ๓๐ นาที เมือครบเวลาให้ปดเครืองบดยา ตักผงยาทังหมดใส่
ภาชนะ เพือนาํ ไปร่อนต่อในรอบที ๒
รอบที ๒
ทาํ เช่นเดียวกับรอบที ๑ ในรอบนียังคงใช้ตะแกรงเบอร์ ๘๐ เช่นเดิม กากยาที
เหลือจากการร่อนให้นาํ กลับไปบดต่อ โดยใช้เวลาประมาณ ๔๐ นาที เมือครบ
เวลาแล้ว ตักผงยาทังหมดใส่ภาชนะ เพือนาํ ไปร่อนต่อในรอบที ๓
รอบที ๓
ทาํ เช่นเดียวกับรอบที ๑ และ ๒ แต่ให้เปลียนตะแกรงจากเบอร์ ๘๐ เปน
ตะแกรงเบอร์ ๖๐ เมือร่อนเสร็จให้นาํ กากยาทีเหลือใส่ภาชนะไว้ แล้วนําไปชัง
นําหนัก หากว่านําหนักยาทีร่อนไป ๓ รอบแล้วยังเหลือกากยามากกว่า ๕%
ต้องนาํ กากยาไปบดต่อในรอบที ๔
๓3 3๕
แ ด ง สี เ ส น ก ร ร ม วิ ธี ก า ร ผ ลิ ต
รอบที ๔
กากยาทีเหลือมีนาํ หนักมากกว่า ๕% ก็จริง แต่ปริมาณน้อย ไม่เหมาะทีจะใช้
เครืองบดใหญ่ จึงให้ใช้เครืองปนความเร็วสูงสําหรับบดยา และร่อนด้วย
ตะแกรงตาถีสําหรับร่อนยาแทนแล้วจึงนาํ กากยาทีเหลือไปชังนําหนักอีกครัง
จนกว่าจะเหลือน้อยกว่า ๕% ให้ตักผงยาทีปรุงสําเร็จใส่ถุงทีสะอาดหรือ
ภาชนะใส่ยา ปดให้มิดชิด เขย่าผงยาให้เข้ากัน ชังนําหนักกากยา นําหนักผง
ยาทีได้แล้วแยกไว้ เขียนชือยา วันทีผลิต เพือนําไปบรรจุแคปซูลต่อไป
ขันตอนที ๕ การบรรจุแคปซูล
การบรรจุแคปซูล วิธีการบรรจุแคปซูล ดูในหน้า ๒๕-๒๘
ยาแดงสีเสน นาํ หนักยาสุทธิ ๑,๑๙๘ กรัม
สรุปนาํ หนักยาแดงสีเสน
นาํ หนักตาํ รับยา ๑,๒๙๐ กรัม
นําหนักผงยาทีร่อนได้ ๑,๑๙๘ กรัม
นาํ หนักกากยา ๕๔ กรัม
นาํ หนักยาสูญเสีย ๓๘ กรัม
๓๖
ขั บ ฟ อ ก โ ล หิ ต
ตํารับที ๒ ยาถ่าย/ขับฟอกโลหิต
๑. ชือยา ยาถ่าย / ขับฟอกโลหิต
๒. รูปแบบยา ชนิดแคปซูล (บดเปนผงบรรจุแคปซูล)
๓. ทีมาของตํารับยา -
๔. สรรพคุณ/ข้อบ่งใช้ ขับและฟอกล้างโลหิตทีเสีย
๕. สูตรตํารับยา ประกอบด้วยเครืองยา ๑๗ สิง
กาํ หนดนาํ หนักรวม ๑,๑๗๐ กรัม จัดนาํ หนักเครืองยา
ได้ ๓๙ ส่วน ส่วนละ ๓๐ กรัม
๖. วิธีทํา บดเปนผง บรรจุแคปซูล เบอร์ ๑
หนักแคปซูลละ ๐.๒๕ กรัม
๗. ข้อควรระวัง/ข้อห้ามใช้ ไม่มี
๘. อาการไม่พึงประสงค์ ไม่มี
๙. ข้อมูลเพิมเติม เปนยาสามัญประจําบ้าน
สรรพคณุ /ขอ้ บง่ ใช้
ขบั และฟอกล้างโลหติ ทีเสยี
๓3๗3
ขั บ ฟ อ ก โ ล หิ ต ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย เ ค รื อ ง ย า ๑ ๗ สิ ง
นํา ห นั ก ย า ๓ ๙ ส่ ว น
ส่ ว น ล ะ ๓ ๐ ก รั ม
ร ว ม นํา ห นั ก ย า ๑ , ๑ ๗ ๐ ก รั ม
๑๐. ตาํ รับยายาถ่าย / ขับฟอกโลหิต
ประกอบด้วยเครืองยา ๑๗ สิง มีรายละเอียดดังนี
๑. ใบมะกา ๓๐ กรัม
๒. ใบมะขาม ๓๐ กรัม
๓. ใบไผ่ปา ๓๐ กรัม
๔. ใบส้มปอย ๓๐ กรัม
๕. ฝกส้มปอย ๓๐ กรัม
๖. หญ้าไซ ๓๐ กรัม
๗. เนือในฝกคูน ๓๐ กรัม
๘. รากขีกาแดง ๓๐ กรัม
๙. รากขีกาขาว ๓๐ กรัม
๑๐. รากตองแตก ๓๐ กรัม
๑๑. เถาวัลย์เปรียง ๓๐ กรัม
๑๒. หัวว่านหอมแดง ๓๐ กรัม
๑๓. สมอไทย ๓๐ กรัม
๑๔. สมอดีงู ๓๐ กรัม
๑๕. ขีเหล็กทัง ๕ ๓๐ กรัม
๑๖. ยาดาํ สะตุ ๑๒๐ กรัม
๑๗. ดีเกลือฝรัง ๖๐๐ กรัม
๓๘
ขั บ ฟ อ ก โ ล หิ ต ก ร ร ม วิ ธี ก า ร ผ ลิ ต
๑๑. กรรมวิธีการผลิต
วัสดุอุปกรณ์ ดูในหน้า ๑๖
ยาถ่าย/ขับฟอกโลหิต มีขันตอนการปรุงยา ตามลาํ ดับดังนี
ขันตอนที ๑ ชัง ตวง วัด นําหนักเครืองยาตามตํารับยา
ขันตอนที ๒ การอบเครืองยา
ขันตอนที ๓ การบดเครืองยา
ขันตอนที ๔ การร่อนยาและบดยา
ขันตอนที ๕ บรรจุแคปซูล
ขันตอนที ๑ ชัง ตวง วัด นาํ หนักเครืองยาตามตํารับยา
เครืองยาทีนํามาใช้ชัง ตวง วัด นันต้องเปนเครืองยาทีผ่านการคัด
ตัวยา และอบในครังแรกเสียก่อน ยกเว้นธาตุวัตถุ ได้แก่ ยาดาํ สะตุ
กับดีเกลือฝรัง สามารถชังนําหนักได้ โดยชังนําหนักเครืองยาแต่ละ
สิงเปนกรัม แล้วให้แยกใส่ภาชนะหรือถุงไว้ถุงละ ๑ สิง
๓3 3๙
ขั บ ฟ อ ก โ ล หิ ต ก ร ร ม วิ ธี ก า ร ผ ลิ ต
ขันตอนที ๒ การอบเครืองยา
๑. อุ่นตู้อบทีอุณหภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซียส
๒. จัดเรียงเครืองยาใส่ถาดเพือเตรียมอบ โดยแยกตามลักษณะของเครืองยา
จัดเรียงไว้ในถาดเดียวกัน สามารถแยกออกเปน ๓ ถาด
ถาดที ๑ จัดเรียง รากตองแตก ขีเหล็กทัง ๕ (คัดเอาแต่แก่น) เถาวัลย์เปรียง รากขีกาขาว
ลูกสมอดีงู ลูกสมอไทย ฝกส้มปอย หัวหอม (หอมแดง) รากขีกาแดง จากนันเขย่าถาด
เบาๆ ให้เครืองยากระจายไปทัวๆถาด
ถาดที ๒ จัดเรียง ใบมะกา หญ้าไซ ใบไผ่ปา ใบมะขาม ใบส้มปอย ขีเหล็กทัง ๕
(คัดเอาแต่ใบ) จากนันเขย่าถาดเบาๆ ให้เครืองยากระจายไปทัวๆถาด
ถาดที ๓ จัดเรียง เนือในฝกคูน (แยกไว้ ๑ ถาด ไม่นําไปรวมกับเครืองยาอืน)
ธาตุวัตถุ ยาดาํ สะตุ และดีเกลือฝรัง ไม่ต้องนําไปอบ
แต่ให้บดหยาบ (สากคลึง) เตรียมไว้ เพือนาํ ไปบดรวมกับผงยา ในขันตอนสุดท้าย
๓. เมือตู้อบอุณหภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซียสแล้วให้นําถาดเครืองยาทังหมดเรียง
ใส่ตู้อบ สําหรับตู้อบทีใช้ครังนีไฟอยู่ข้างบนจึงเรียงถาดจากชันบนลงล่าง
โดยเริมต้น เรียงถาดที ๑ ไว้ชันบนสุด เรียงถาดที ๒ ไว้ชันถัดลงมา ให้อบ
แค่ ๒ ถาดนีก่อน จากนันให้เริมจับเวลาอบครึงชัวโมง เมือครบเวลาแล้วให้
นําถาดที ๓ เนือในฝกคูนเข้าตู้อบ โดยวางในชันถัดลงมาและไม่ต้องนําถาด
ที ๑ และ ๒ ออกมา จากนันให้เริมจับเวลาอบต่อครึงชัวโมง หมายความว่า
เครืองยาในถาดที ๑ และ ๒ ใช้เวลาอบ ๑ ชัวโมง แต่ถาดที ๓ ใช้เวลาอบ
แค่ครึงชัวโมง ส่วนธาตุวัตถุไม่ต้องอบ
๔. เมือครบเวลาอบแล้ว ให้นําถาดเครืองยาทังหมดออกจากตู้อบ พร้อมบดใน
ขันตอนต่อไป
หมายเหตุ
เนือในฝกคูนใช้เวลาอบครึงชัวโมง เครืองยาอืนใช้เวลาอบ ๑ ชัวโมง
ยาดําสะตุ และดีเกลือฝรัง ไม่ต้องอบ
๔๐
ขั บ ฟ อ ก โ ล หิ ต ก ร ร ม วิ ธี ก า ร ผ ลิ ต
ขันตอนที ๓ การบดเครืองยา
๑. แยกสมอไทยออกมาก่อน ปล่อยให้คายความร้อนสักครู่หรือรอจนกว่า
จะกรอบจึงค่อยนาํ ไปบด ห้ามบดเครืองยาขณะทียังมีความเหนียวอยู่
จะทําให้ยาเกาะกันเปนก้อนและบดยากขึน
๒. เริมจากถาดที ๑ โดยให้ทยอยใส่แล้วบด ดังนี
๒.๑. เริมจากถาดที ๑ โดยให้ทยอยใส่แล้วบด ดังนี
๒.๑.๑. ใส่รากตองแตก แก่นขีเหล็ก เถาวัลย์เปรียง รากขีกาขาว
ลูกสมอดีงู ลูกสมอไทย (ต้องแน่ใจว่ากรอบแล้วถึงใส่ลงไปบดได้
ถ้ายังไม่กรอบต้องรอให้กรอบเสียก่อน) ฝกส้มปอย หัวว่านหอมแดง
ลงบด เปดเครือง บดจนเครืองยาแตกเปนชินเล็กๆ
แล้วปดเครือง
๒.๑.๒. แยกรากขีกาแดงไว้ก่อน เอาไว้ใส่รวมกับถาดที ๒
๒.๒. ใส่เครืองยาถาดที ๒ โดยให้ทยอยใส่แล้วบด ดังนี
๒.๒.๑ ใส่รากขีกาแดงจากถาดที ๑ ใบมะกา เปดเครืองแล้วบดต่อ
จนเครืองยาแตกเปนชินเล็กๆแล้วปดเครือง
๒.๒.๒. ใส่ใบไผ่ปา หญ้าไซ ใบมะขาม ใบส้มปอย ใบขีเหล็ก เปดเครือง
แล้วบดต่อจนเครืองยาแตกเปนชินเล็กๆ แล้วปดเครือง
๒.๓. ใส่เครืองยาถาดที ๓ เนือในฝกคูน เนืองจากเนือในฝกคูนมีความ
เหนียวและแฉะ ถ้าใส่ลงไปบดคราวเดียวทังหมดจะทาํ ให้ติดเครืองบด
และบดยาก ซึงมีวิธีทาํ ดังนี
๒.๓.๑. ตักผงยาในเครืองบดบางส่วน เทลงไปผสมในถาดเนือในฝกคูน
๒.๓.๒. ใช้มือค่อยๆ เคล้าผงยากับเนือในฝกคูนให้เข้ากันและขยีให้ผงยา
แ ท ร ก เ ข้ า ไ ป อ ยู่ ใ น เ นื อ ฝ ก คู น ใ ห้ ม า ก ที สุ ด เ พื อ ล ด ค ว า ม เ ห นี ย ว แ ล ะ แ ฉ ะ
ไม่ให้จับตัวเปนก้อนใหญ่ ซึงวิธีนีจะช่วยลดการติดเครืองบดได้
จากนันให้ทยอยใส่ลงเครืองบดทีละน้อย เปดเครืองบดแล้วบดไป
เรือยๆ เมือทยอยใส่จนหมดแล้ว ระหว่างนีให้สังเกตดูว่ามียาติด
ทีลูกกลิงบดยาหรือไม่ ถ้ามีให้ใช้ช้อนขูดออก
๓. เมือใส่เครืองยาครบ ๓ ถาดแล้ว ให้ปรับขากวาดนอกทียกขึนในตอนแรก
ลงเพือช่วยกวาดยา จากนันเปดเครืองบดยาต่อ ใช้เวลาบดยาประมาณ ๑
ชัวโมง หรือให้สังเกตว่าสียาเริมเปลียนเปนสีเข้มขึนให้ปดเครือง ตักผงยาใส่
ภาชนะสะอาด เพือนาํ ไปร่อนในขันตอนต่อไป
๔3 ๑3
ขั บ ฟ อ ก โ ล หิ ต
ขันตอนที ๔ การร่อนยาและบดยา
รอบที ๑
๑. นาํ ตะแกรงร่อนยาเบอร์ ๘๐ ใส่ลงในบล็อกเครืองร่อนยา
๒. ตักผงยาทีบดแล้วประมาณ ๒ กระบวยใส่ตะแกรงร่อนยา จากนันเปด
เครืองร่อนยา ระหว่างทีเครืองกาํ ลังร่อนยานันให้หมันใช้แปรงคอยช่วย
ปาดผงยา เพือปองกันไม่ให้ผงยาจับตัวเปนก้อนขณะร่อน ผงยาที
ละเอียดจะผ่านรูตะแกรงไปจนหมด จะเหลือกากยาชินใหญ่ค้างอยู่บน
ตะแกรงเมือแน่ใจว่าผงยาถูกร่อนไปจนหมดแล้วให้ปดเครือง
๓. นาํ กากยาทีเหลือบนตะแกรง เทกลับไปใส่เครืองบดยาเพือบดกากยาใหม่
อีกครัง เปดเครืองบดยา ยังไม่ต้องจับเวลาการบด
๔. ทยอยตักผงยาใหม่ลงไปร่อน โดยให้ทาํ ตามข้อที ๒-๓ กับผงยาทีเหลือจน
หมด นับเปนรอบที ๑
๕. บดกากยาทีเหลือจากการร่อนในรอบที ๑ ทังหมดต่อ โดยเริมจับเวลา
ประมาณ ๓๐ นาที เมือครบเวลาให้ปดเครืองบดยา ตักผงยาทังหมดใส่
ภาชนะ เพือนาํ ไปร่อนต่อในรอบที ๒
รอบที ๒
ทําเช่นเดียวกับรอบที ๑ ในรอบนียังคงใช้ตะแกรงเบอร์ ๘๐ เช่นเดิม กากยาที
เหลือจากการร่อนให้นํากลับไปบดต่อ โดยใช้เวลาประมาณ ๔๐ นาที เมือครบ
เวลาแล้ว ตักผงยาทังหมดใส่ภาชนะ เพือนาํ ไปร่อนต่อในรอบที ๓
รอบที ๓
ทําเช่นเดียวกับรอบที ๑ และ ๒ แต่ให้เปลียนตะแกรงจากเบอร์ ๘๐ เปน
ตะแกรงเบอร์ ๖๐ เมือร่อนเสร็จให้นํากากยาทีเหลือใส่ภาชนะไว้ แล้วนําไปชัง
นาํ หนัก หากปรากฏว่านาํ หนักยาทีร่อนไป ๓ รอบแล้วยังเหลือกากยามากกว่า
๕% ต้องนาํ กากยาไปบดต่อในรอบที ๔
๔๒
ขั บ ฟ อ ก โ ล หิ ต ก ร ร ม วิ ธี ก า ร ผ ลิ ต
รอบที ๔
กากยาทีเหลือมีนําหนักมากกว่า ๕% ก็จริงแต่ปริมาณน้อย ไม่เหมาะทีจะใช้
เครืองบดใหญ่ จึงให้ใช้เครืองปนความเร็วสูงสําหรับบดยา และร่อนด้วย
ตะแกรงตาถีสําหรับร่อนยาแทน นํากากยาทีเหลือไปชังนาํ หนักอีกครังจนกว่า
จะเหลือน้อยกว่า ๕% จากนันให้ตักผงยาทีปรุงสําเร็จใส่ภาชนะพักไว้ก่อน
หมายเหตุ ๕% ของนาํ หนักเครืองยานันจะคิดเฉพาะนําหนักของเครืองยาทีไม่ใช่ธาตุวัตถุ คือ ๕%
ของ ๔๕๐ กรัม
รอบที ๕ ผสมผงยาทีร่อนละเอียดแล้วกับธาตุวัตถุ มีวิธีทาํ ดังนี
๑. นํายาดาํ และดีเกลือฝรังแยกใส่ถุงไว้ ถุงละ ๑ สิง แล้วใช้ไม้หรือสาก
คลึงให้แตกละเอียด จากนันให้เทยาดาํ ทังหมดลงไปในเครืองบด ตาม
ด้วยผงยาทีร่อนละเอียดแล้วประมาณ ๑-๒ กระบวย เปดเครืองแล้วบด
ต่อประมาณ ๑ นาที แล้วปดเครือง
๒. เทดีเกลือฝรังประมาณ ๑ ใน ๓ ตามลงไปในหม้อบด ตามด้วยผงยาที
ร่อนละเอียดแล้วประมาณ ๑-๒ กระบวย เปดเครืองแล้วบดต่อ
ประมาณ ๑ นาที แล้วปดเครือง
๓. เทดีเกลือฝรังอีก ๑ ส่วน ตามด้วยผงยาทีร่อนละเอียดแล้วประมาณ
๑-๒ กระบวย เปดเครืองแล้วบดต่อ ประมาณ ๑ นาที แล้วปดเครือง ทํา
เช่นนีกับอีก ๑ ส่วนทีเหลือ
๔. เมือเทดีเกลือฝรังจนหมดแล้ว เริมจับเวลาใช้เวลาบดต่ออีกประมาณ
๔๕ วินาที หรือจนกว่าเนือยาจะเนียนละเอียด ทดสอบได้โดยใช้มือหยิบ
ผงยามาขยี ถ้ารู้สึกว่าขยีแล้วไม่สะดุด ไม่เปนทราย เนือยาเนียนละเอียด
จึงจะใช้ได้ บดรอบนีเสร็จไม่ต้องนําไปร่อนอีก
๕. จากนันให้ตักผงยาทีปรุงสําเร็จใส่ถุงทีสะอาดหรือภาชนะใส่ยา ปดให้
มิดชิด เขย่าผงยาให้เข้ากัน ชังนาํ หนักกากยา นาํ หนักผงยาทีได้
แล้วแยกไว้ เขียนชือยา วันทีผลิต เพือนําไปบรรจุแคปซูลต่อไป
๔๓
ขั บ ฟ อ ก โ ล หิ ต ก ร ร ม วิ ธี ก า ร ผ ลิ ต
ขันตอนที ๕ การบรรจุแคปซูล สรุปนําหนักยาถ่าย / ขับฟอกโลหิต
วิธีการบรรจุแคปซูล
ดูในหน้า ๒๕-๒๘ นําหนักตาํ รับยา ๑,๑๗๐ กรัม
นาํ หนักผงยาทีร่อนได้ ๑,๑๔๒ กรัม
นํายาแคปซูลทีบรรจุเสร็จใส่
ถุงสะอาดไว้ บันทึกชือยา จาํ นวน นาํ หนักกากยา ๑๔ กรัม
แคปซูล วันทีผลิต นําไปจัดเก็บ นาํ หนักยาสูญเสีย ๑๔ กรัม
เพือนาํ ไปใช้ต่อไป
๔๔
แ ส ง ห มึ ก
ตํารับที ๓ ยาแสงหมึก
๑. ชือยา แสงหมึก
๒. รูปแบบยา ชนิดผงหรือเม็ด
(ชนิดเม็ดบดเปนผงนาํ ไปอัดเม็ด)
๓. ทีมาของตํารับยา -
๔. สรรพคุณ/ข้อบ่งใช้
แก้ตัวร้อน ละลายนาํ ดอกไม้เทศเปนกระสาย
แก้ท้องขึน ปวดท้อง ละลายนาํ ใบกะเพราต้มเปนกระสาย
แก้ไอ ขับเสมหะ ละลายนาํ ลูกมะแว้งเครือเปนกระสาย
หรือลูกมะแว้งต้นกวาดคอ
แก้แผลในปาก แก้ละออง ละลายนาํ ลูกเบญกานี ฝนทาในปาก
๕. สูตรตํารับยา ประกอบด้วยเครืองยา ๑๒ สิง กาํ หนด นําหนักรวม
๔๕๐ กรัม จัดนาํ หนักเครืองยาได้ ๔๕ ส่วน ส่วนละ ๑๐ กรัม
๖. วิธีทาํ บดเปนผงบรรจุใส่ขวด
หรือบดเปนผงทําเปนเม็ด หนักเม็ดละ ๐.๒ กรัม
๗. ขนาดรับประทาน
กวาดคอ วันละ ๑ ครัง หลังจากนัน รับประทานทุก ๓ ชัวโมง
เด็ก ๑ - ๖ เดือน ครังละ ๒ เม็ด
เด็ก ๗– ๑๒ เดือน ครังละ ๓ เม็ด
ใช้ทาในปาก วันละ ๑ ครัง
๘. ข้อควรระวัง/ข้อห้ามใช้ ไม่มี
๙. อาการไม่พึงประสงค์ ไม่มี
๑๐. ข้อมูลเพิมเติม ไม่มี
๔3 ๕3
แ ส ง ห มึ ก ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย เ ค รื อ ง ย า ๑ ๒ สิ ง
นาํ ห นั ก ย า ๔ ๕ ส่ ว น
ส่ ว น ล ะ ๑ ๐ ก รั ม
ร ว ม นํา ห นั ก ย า ๔ ๕ ๐ ก รั ม
๑๑. ตํารับยาแสงหมึก ประกอบด้วยเครืองยา ๑๒ สิง
มีรายละเอียดดังนี
๑. หมึกหอม (หมึกแท่งนาํ ไปตาํ ให้ละเอียด) ๔๐ กรัม
๒. แก่นจันทน์ชะมด ๔๐ กรัม
๓. แก่นจันทน์เทศ ๔๐ กรัม
๔. ใบพิมเสน ๔๐ กรัม
๕. ใบสันพร้าหอม ๔๐ กรัม
๖. ใบกะเพรา ๔๐ กรัม
๗. ลูกจันทน์ ๔๐ กรัม
๘. ดอกจันทน์ ๔๐ กรัม
๙. ลูกกระวาน ๔๐ กรัม
๑๐. ดอกกานพลู ๔๐ กรัม
๑๑. หัวหอม (หอมแดง) ๔๐ กรัม
๑๒. พิมเสน ๑๐ กรัม
๔๖
แ ส ง ห มึ ก ก ร ร ม วิ ธี ก า ร ผ ลิ ต
๑๒. กรรมวิธีการผลิต
วัสดุอุปกรณ์ ดูในหน้า ๑๖
ยาแสงหมึก มีขันตอนการปรุงยา ตามลําดับดังนี
ขันตอนที ๑ การชัง ตวง วัด นาํ หนักเครืองยาตามตาํ รับยา
ขันตอนที ๒ การอบเครืองยา
ขันตอนที ๓ การบดเครืองยา
ขันตอนที ๔ การร่อนยาและบดยา
ขันตอนที ๕ การหม่าหมึก
ขันตอนที ๖ การนวดยาด้วยนําข้าวเช็ด
ขันตอนที ๗ การอบไล่ความชืน
ขันตอนที ๘ การบรรจุแคปซูล
ขันตอนที ๑ ชัง ตวง วัด นาํ
หนักเครืองยาตามตํารับยา
เครืองยาทีนํามาใช้ชัง ตวง วัด
นันต้องเปนเครืองยาทีผ่านการ
คัดตัวยา และอบในครังแรกเสีย
ก่อน ยกเว้นธาตุวัตถุ ได้แก่
หมึกหอมและพิมเสน หมึกหอม
ใช้ครกตําให้ละเอียดก่อนนําไป
ชังนําหนัก พิมเสนนาํ ไปชังนาํ
หนักได้เลย โดยชังนาํ หนัก
เครืองยาแต่ละสิงเปนกรัม แล้ว
ใ ห้ แ ย ก ใ ส่ ภ า ช น ะ ห รื อ ถุ ง ไ ว้ ถุ ง ล ะ
๑ สิง
๔๗