ต รี ว า สั ง ข์ ก ร ร ม วิ ธี ก า ร ผ ลิ ต
๑๑. กรรมวิธีการผลิต
วัสดุอุปกรณ์ ดูในหน้า ๑๖
ยาตรีวาสังข์ มีขันตอนการปรุงยา ตามลาํ ดับดังนี
ขันตอนที ๑ ชัง ตวง วัด นาํ หนักเครืองยาตามตาํ รับยา
ขันตอนที ๒ การอบเครืองยา
ขันตอนที ๓ การบดเครืองยา
ขันตอนที ๔ การร่อนยาและบดยา
ขันตอนที ๑ ชัง ตวง วัด นาํ หนักเครืองยาตามตาํ รับยา
นําเครืองยาทีอบฆ่าเชือโรคทีเตรียมไว้แล้วมาชังนําหนักตามตํารับยา
ข้างต้น โดยให้ชังนําหนักเครืองยาแต่ละสิงเปนกรัม แล้วให้แยก
ใส่ถุงไว้ ถุงละ ๑ สิง
๙๘
ต รี ว า สั ง ข์ ก ร ร ม วิ ธี ก า ร ผ ลิ ต
ขันตอนที ๒ การอบเครืองยา
๑. อุ่นตู้อบทีอุณหภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซียส
๒. จัดเรียงเครืองยาใส่ถาดเพือเตรียมอบ โดยแยกตามลักษณะของเครืองยาจัด
เรียงไว้ในถาดเดียวกัน สามารถแยกออกเปน ๒ ถาด
ถาดที ๑ จัดเรียง แก่นจันทน์แดง แก่นจันทน์ขาว เปลือกสมุลแว้ง เปลือกต้นตีนเปด
เปลือกกันเกรา เถาสะค้าน ลูกสมอพิเภก ลูกสมอเทศ รากเจตมูลเพลิงแดง เหง้าขิงแห้ง
เมล็ดพริกไทย (ขาว-ดํา) ลูกกระวาน ดอกดีปลี ดอกกานพลู ใบสะเดา ใบคนทีสอ
รากช้าพลู ลูกสมอไทย ลูกจันทน์ ดอกจันทน์ จากนันเขย่าถาดเบาๆ ให้เครืองยากระจาย
ทัวๆ ถาด (ลูกจันทน์ให้วางไว้บนใบคนทีสอ และดอกจันทน์ให้วางไว้บนใบสะเดา
ให้ช่วยซับนํามันหอมระเหยไว้)
ถาดที ๒ จัดเรียง หัวกระเทียม จากนันเขย่าถาดเบาๆ ให้เครืองยากระจายไปทัวๆ ถาด
๓. เมือตู้อบอุณหภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซียสแล้ว ให้นําถาดเครืองยาทังหมดเรียง
ใส่ตู้อบ สําหรับตู้อบทีใช้ครังนีไฟอยู่ข้างบนจึงเรียงถาดจากชันบนลงล่าง โดย
เริมต้นเรียงถาดที ๑ ไว้ชันบนสุด เรียงถาดที ๒ ไว้ชันถัดลงมา จากนันจึง
เริมจับเวลา ใช้เวลาอบประมาณ ๑ ชัวโมง เมือเวลาผ่านไป ๑๕ นาที ให้นําถาด
ที ๒ ทีใส่หัวกระเทียมไว้ออกมาก่อน แล้วอบเครืองยาในถาด ๑ ต่อ ตามเวลา
ทีเหลือ
๔. เมือครบเวลาอบแล้ว ให้นาํ ถาดเครืองยาทังหมดออกจากตู้อบ พร้อมบดในขัน
ตอนต่อไป
๙3 3๙
ต รี ว า สั ง ข์ ก ร ร ม วิ ธี ก า ร ผ ลิ ต
ขันตอนที ๓ การบดเครืองยา
๑. ก่อนบดยาให้ปรับขากวาดนอกเครืองบดยาขึน
๒. แยก ดอกดีปลี ลูกสมอไทย ออกมาพักให้คายความร้อนสักครู่ หรือ
รอจนกว่าจะกรอบค่อยนําไปบด ห้ามบดเครืองยานีขณะทียังมี
ความเหนียวอยู่ จะทําให้ยาเกาะกันเปนก้อนและบดยากขึน
๓. ใส่เครืองยาลงเครืองบด
๓.๑. เริมจากถาดที ๑ โดยให้ทยอยใส่เครืองยาตามลําดับแล้วบด
๓.๑.๑ ใส่แก่นจันทน์แดง แก่นจันทน์ขาว เปลือกสมุลแว้ง
เปลือกต้นตีนเปด เปลือกกันเกรา เถาสะค้าน
ลูกสมอพิเภก ลูกสมอเทศ รากเจตมูลเพลิงแดง
ลงเครืองบดพร้อมกัน เปดเครือง บดจนเครืองยาแตก
เปนผงหยาบแล้วปดเครือง
๓.๑.๒. ใส่เมล็ดพริกไทย (ขาว-ดํา) เหง้าขิงแห้ง ลูกกระวาน
ดอกกานพลู ใบสะเดา ใบคนทีสอ รากช้าพลู ดอกดีปลี
ลูกสมอไทย ลงเครืองบดพร้อมกัน เปดเครืองแล้วบด
จนเครืองยาแตกเปนผงละเอียดแล้วปดเครือง
๓.๑.๓. ใส่ลูกจันทน์และดอกจันทน์ ลงเครืองบดพร้อมกัน
เปดเครืองแล้วบดต่อ ใช้เวลาบดประมาณ ๓๐ วินาที
แล้วปดเครือง
๓.๑.๔. ปรับขากวาดนอกทียกขึนในตอนแรกลงเพือกวาดยา
๓.๒. ใส่เครืองยาถาดที ๒
๓.๒.๑ ใส่หัวกระเทียมลงเครืองบด เปดเครืองแล้วบดต่อจน
เครืองยาแตกเปนผงละเอียด สีผงยาในถังบดเปลียน
ไปมีสีเข้มขึนเพราะนาํ มันของตัวยากระจายทัวแล้วจึง
ปดเครือง
๔. ตักผงยาใส่ภาชนะสะอาด เพือนําไปร่อนในขันตอนต่อไป
๑๐๐
ต รี ว า สั ง ข์ ส รุ ป นํา ห นั ก ย า ต รี ว า สั ง ข์
นาํ หนักตาํ รับยา ๑,๐๔๐ กรัม
นําหนักผงยาทีร่อนได้ ๙๖๙ กรัม
นาํ หนักกากยา ๔๔ กรัม
นาํ หนักยาสูญเสีย ๒๗กรัม
ขันตอนที ๔ การร่อนยาและบดยา
ดูขันตอนการร่อนยาและบดยา
ในหน้า ๒๓-๒๔
เ มื อ ร่ อ น ย า เ ส ร็ จ แ ล้ ว ใ ห้ ดึ ง ถ า ด พั ก
ยาทีอยู่ใต้เครืองร่อนยาออก
ตั ก ผ ง ย า ที ป รุ ง สํา เ ร็ จ ใ ส่ ถุ ง ที ส ะ อ า ด
มัดปากถุงให้แน่นและมัดถุงให้พอง
เขย่าผงยาให้เข้ากันอีกครังหนึง
เ มื อ ส่ ว น ผ ส ม เ ข้ า กั น ดี แ ล้ ว
ให้ปล่อยลมในถุงออกแล้วมัด
ปากถุงให้ชิดผงยา ชังนาํ หนักผงยา
ทีปรุงสําเร็จ และ ชังนําหนักกากยา
ทําการบันทึกนาํ หนักเปนหน่วยกรัม
เขียนชือยา วันทีผลิต จากนันนาํ ยา
ไปบรรจุในขวดต่อไป
๑๐๑
จั น ท ลี ล า
ตํารับที ๑๑ จันทลีลา
๑. ชือยา จันทลีลา
๒. รูปแบบยา ชนิดแคปซูล ชนิดเม็ด ชนิดผง
๓. ทีมาของตาํ รับยา -
๔. สรรพคุณ/ข้อบ่งใช้ บรรเทาอาการไข้ตัวร้อน ไข้เปลียนฤดู
๕. สูตรตาํ รับยา ประกอบด้วยเครืองยา ๙ สิง กําหนดนําหนักรวม
๑,๐๒๓ กรัม จัดนาํ หนักเครืองยาได้ ๓๓ ส่วน ส่วนละ ๓๑ กรัม
๖. วิธีทํา บดเปนผง บรรจุแคปซูล เบอร์ ๑ หนักแคปซูลละ ๐.๒๕ กรัม
(เครืองยาทีไม่ใช่ธาตุวัตถุใช้เปนเครืองยาสมุนไพรแห้งทังหมด)
๗. วิธีใช้ (ยาหลักฯ) กินทุก ๓–๔ ชัวโมง เมือมีอาการ
ชนิดผง เด็กอายุ ๖–๑๒ ป กินครังละ ๕๐๐ มิลลิกรัม ถึง ๑ กรัม ละลายนาํ สุก
ผู้ใหญ่ กินครังละ ๑–๒ กรัม ละลายนาํ สุก
ชนิดเม็ดและแคปซูล: เด็กอายุ ๖–๑๒ ป กินครังละ ๕๐๐ มิลลิกรัม ถึง ๑ กรัม
ผู้ใหญ่ กินครังละ ๑–๒ กรัม
วิธีใช้ (ยาสามัญฯ) กินทุก ๔ ชัวโมง
ชนิดผง: เด็กอายุ ๖–๑๒ ป กินครังละ ๐.๕–๑ ช้อนชา
ผู้ใหญ่ กินครังละ ๑–๒ ช้อนชา
ชนิดเม็ดและแคปซูล: เด็กอายุ ๖–๑๒ ป กินครังละ ๑- ๒ เม็ด/แคปซูล
ผู้ใหญ่ กินครังละ ๒–๔ เม็ด/แคปซูล
๘. ข้อควรระวัง/ข้อห้ามใช้
ไม่แนะนาํ ให้ใช้ในผู้ทีสงสัยว่าเปนไข้เลือดออก เนืองจากอาจบดบัง
อาการไข้เลือดออก
หากใช้ยาเปนเวลานานเกิน ๓ วัน แล้วอาการไม่ดีขึน ควรปรึกษา
แพทย์
๙. อาการไม่พึงประสงค์ ไม่มี
๑๐. ข้อมูลเพิมเติม แนะนําให้ใช้ยาจันทลีลาได้ในหญิงทีมีไข้ทับระดูหรือไข้
ระหว่างมีประจําเดือน
๑๐๒
จั น ท ลี ล า
๑๑. ตํารับยาจันทลีลา ประกอบด้วย เครืองยา ๙ สิง มี
รายละเอียดดังนี
๑. โกฐสอ ๑๒๔ กรัม ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย เ ค รื อ ง ย า ๙ สิ ง
๒. โกฐเขมา ๑๒๔ กรัม นาํ ห นั ก ย า ๓ ๓ ส่ ว น
๓. โกฐจุฬาลัมพา ๑๒๔ กรัม ส่ ว น ล ะ ๓ ๑ ก รั ม
๔. แก่นจันทน์ขาว ๑๒๔ กรัม
๕. แก่นจันทน์แดง ๑๒๔ กรัม ร ว ม นํา ห นั ก ย า ๑ , ๐ ๒ ๓ ก รั ม
๖. ลูกกระดอม ๑๒๔ กรัม
๗. เถาบอระเพ็ด ๑๒๔ กรัม
๘. รากปลาไหลเผือก ๑๒๔ กรัม
๙. พิมเสน ๓๑ กรัม
๑๐๓
จั น ท ลี ล า ก ร ร ม วิ ธี ก า ร ผ ลิ ต
๑๒. กรรมวิธีการผลิต
วัสดุอุปกรณ์ ดูในหน้า ๑๖
ยาจันทลีลา มีขันตอนการปรุงยา ตามลําดับดังนี
ขันตอนที ๑ การชัง ตวง วัด นาํ หนักเครืองยาตามตํารับยา
ขันตอนที ๒ การอบเครืองยา
ขันตอนที ๓ การบดเครืองยา
ขันตอนที ๔ การร่อนยาและบดยา
ขันตอนที ๕ การนวดยากับธาตุวัตถุ
ขันตอนที ๖ การบรรจุแคปซูล
ขันตอนที ๑ ชัง ตวง วัด นําหนักเครืองยาตามตาํ รับยา
นาํ เครืองยาทีอบฆ่าเชือโรคทีเตรียมไว้แล้วมาชังนําหนักตามตํารับยา
ข้างต้น ยกเว้นธาตุวัตถุ คือ พิมเสน สามารถชังนาํ หนักได้ไม่ต้องอบ
โดยให้ชังนําหนักเครืองยาแต่ละสิงเปนกรัม แล้วให้แยกใส่ถุงไว้ ถุงละ
๑ สิง
๑๐๔
จั น ท ลี ล า ก ร ร ม วิ ธี ก า ร ผ ลิ ต
ขันตอนที ๒ การอบเครืองยา
๑. อุ่นตู้อบทีอุณหภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซียส
๒. จัดเรียงเครืองยาใส่ถาดเพือเตรียมอบ โดยแยกตามลักษณะของเครืองยา
จัดเรียงไว้ในถาดเดียวกัน สามารถแยกออกเปน ๑ ถาด
ถาดที ๑ จัดเรียง แก่นจันทน์ขาว รากปลาไหลเผือก โกฐเขมา แก่นจันทน์แดง
เถาบอระเพ็ด โกฐสอ ลูกกระดอม โกฐจุฬาลัมพา จากนันเขย่าถาดเบาๆ ให้เครืองยา
กระจายไปให้ทัวถาด
เครืองยาทีไม่ต้องนาํ ไปอบ คือ พิมเสน ให้แยกใส่ถุงไว้
๓. เมือตู้อบอุณหภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซียสแล้ว จึงนําถาดเครืองยาถาด
ที ๑ เรียงใส่ตู้อบ สําหรับตู้อบทีใช้ครังนีไฟอยู่ข้างบนจึงเรียงถาดเครืองยานี
ไว้ชันบนสุด จากนันเริมจับเวลาใช้เวลาอบประมาณ ๑ ชัวโมง สําหรับพิมเสน
(ธาตุวัตถุ) ไม่ต้องนาํ ไปอบ
๔. เมือครบเวลาอบแล้ว ให้นําถาดเครืองยาทังหมดออกจากเตาอบ พร้อมบด
ในขันตอนต่อไป
หมายเหตุ การอบเครืองยาในครังนีเปนการอบเครืองยาครังที ๒
จุ ด ป ร ะ ส ง ค์ ใ น ก า ร อ บ เ พื อ ต้ อ ง ก า ร ก ร ะ ตุ้ น ฤ ท ธิ ย า ใ ห้ มี ส ร ร พ คุ ณ ท า ง ย า ดี ขึ น แ ล ะ ช่ ว ย ฆ่ า เ ชื อ โ ร ค อี ก ค รั ง
หนึงก่อนนําเครืองยาไปบด
๑๐๕
จั น ท ลี ล า ก ร ร ม วิ ธี ก า ร ผ ลิ ต
ขันตอนที ๓ การบดเครืองยา
๑. ก่อนบดยาให้ปรับขากวาดนอกเครืองบดยาขึน
๒. ใส่เครืองยาลงเครืองบด
๒.๑. เริมจากถาดที ๑ โดยให้ทยอยใส่เครืองยาตามลาํ ดับ ดังนี
๒.๑.๑. ใส่แก่นจันทน์ขาว รากปลาไหลเผือก โกฐเขมา
แก่นจันทน์แดง เถาบอระเพ็ด โกฐสอ ลงเครืองบด
โดยให้ทยอยใส่เครืองยาเหล่านีคราวละ ๑ สิง บด
เ ค รื อ ง ย า แ ต่ ล ะ สิ ง จ น ก ร ะ ทั ง เ ค รื อ ง ย า ลํา ดั บ แ ร ก แ ต ก
เปนชินเล็กๆ เสียก่อน
แล้วจึงใส่เครืองยาลําดับถัดไปได้ เมือใส่ครบบดต่อ
เล็กน้อย แล้วปดเครือง ถ้าใช้เครืองบดใหญ่สามารถ
ใ ส่ ล ง เ ค รื อ ง บ ด พ ร้ อ ม กั น ทั ง ห ม ด ไ ด้
๒.๑.๒. ใส่ลูกกระดอมและโกฐจุฬาลัมพาลงเครืองบดพร้อมกัน
เปดเครืองแล้วบดต่อจนเครืองยาแตกเปนชินเล็กๆ
แล้วปดเครือง
๓. พิมเสน (ธาตุวัตถุ) ไม่นําลงเครืองบดในรอบนี แต่ให้นาํ ไปใส่ถุงแล้วใช้
สากคลึงให้ละเอียดไม่จับตัวเปนก้อน เตรียมไว้ เพือนําไปบดรวมกับผงยาที
ร่อนแล้ว ในขันตอนสุดท้าย
๔. เมือใส่เครืองยาครบแล้ว ให้ปรับขากวาดนอกทียกขึนในตอนแรกลงเพือ
ช่วยกวาดยา จากนันเปดเครืองบดยา บดต่อโดยใช้เวลาบดยาประมาณ ๓๐
นาที เมือเปนผงละเอียดดีแล้วให้ปดเครือง ตักผงยาใส่ภาชนะสะอาด
เ พื อ นํา ไ ป ร่ อ น ใ น ขั น ต อ น ต่ อ ไ ป
๑๐๖
จั น ท ลี ล า ก ร ร ม วิ ธี ก า ร ผ ลิ ต
ขันตอนที ๔ การร่อนยาและบดยา สรุปนําหนักยาจันทลีลา
ดูขันตอนการร่อนยาและบดยา นาํ หนักตาํ รับยา ๑,๐๒๓ กรัม
ในหน้า ๒๓-๒๔ นาํ หนักผงยาทีร่อนได้ ๙๗๒ กรัม
นําหนักกากยา ๓๔ กรัม
นาํ หนักยาสูญเสีย ๕๑ กรัม
ขันตอนที ๕ การนวดยากับธาตุวัตถุ
การนวดยากับธาตุวัตถุเปนการผสมผงยาทีบดและร่อนแล้วกับธาตุวัตถุด้วย
เครืองบด ซึงเปนขันตอนสุดท้ายของการปรุงยา โดยนาํ ผงยาทีร่อนละเอียด
แล้วผสมกับธาตุวัตถุ คือ พิมเสน ซึงมีวิธีทาํ ดังนี
๑. นาํ พิมเสนใส่ถุงใช้สากคลึงให้ละเอียด ไม่จับตัวเปนก้อน จากนันตักผง
ยากระบวยหนึงใส่ลงไปในถุงพิมเสน ใช้สากคลึงอีกครังให้ส่วนผสมเข้า
กัน แล้วแยกพักไว้
๒. เทผงยาทังหมดทีอยู่ในภาชนะกลับลงไปในเครืองบดยาอีกครังหนึง
แล้วเทพิมเสนทีผสมผงยาในข้อ ๑ ทังหมดลงไปในเครืองบดยา จากนัน
เปดเครืองบดแล้วบดนวดต่อให้เข้ากันดี เมือมีกลินหอมขึนตาและจมูก
เ ป น อั น เ ส ร็ จ สิ น ก า ร น ว ด ย า
๓. จากนันให้ตักผงยาทีปรุงสําเร็จใส่ถุงทีสะอาดมัดปากถุงให้แน่นและ
มัดถุงให้พอง จากนันเขย่าผงยาให้เข้ากันอีกครังหนึง เมือส่วนผสม
เข้ากันดีแล้วให้ปล่อยลมในถุงออกแล้วมัดปากถุงให้ชิดผงยา
๔. ชังนาํ หนักผงยาทีปรุงสําเร็จ นําหนักกากยา บันทึกนําหนักเปนกรัม
เขียนชือยา วันทีผลิต จากนันนํายาไปบรรจุแคปซูลต่อไป
ขันตอนที ๖ การบรรจุแคปซูล
วิธีการบรรจุแคปซูล ดูในหน้า ๒๕-๒๘
ยาจันทลีลา
นาํ หนักยาสุทธิ ๙๗๒ กรัม
บรรจุผงยาใส่แคปซูลขนาด ๒๕๐ มิลลิกรัม
บรรจุแคปซูลได้ทังหมด ๓,๓๐๐ แคปซูล
ผงยาเหลือ ๒๖ กรัม
๑๐๗
ธ ร ณี สั ณ ฑ ะ ฆ า ต
ตํารับที ๑๒ ธรณีสัณฑะฆาต (ยาสามัญประจําบ้าน)
๑. ชือยา ธรณีสัณฑะฆาต
๒. รูปแบบยา ชนิดแคปซูล ชนิดเม็ด ชนิดผง ชนิดลูกกลอน
๓. ทีมาของตํารับยา -
๔. สรรพคุณ/ข้อบ่งใช้ แก้กระษัย เถาดาน ท้องผูก
๕. สูตรตํารับยา ประกอบด้วยเครืองยา ๒๖ สิง กําหนดนําหนักรวม
๑,๑๒๐ กรัม จัดนําหนักเครืองยาได้ ๑๖๐ ส่วน ส่วนละ ๗ กรัม
๖. วิธีทํา บดเปนผง บรรจุแคปซูล เบอร์ ๑ หนักแคปซูลละ ๐.๒๕ กรัม
(เครืองยาทีไม่ใช่ธาตุวัตถุใช้เปนเครืองยาสมุนไพรแห้งทังหมด)
๗. วิธีใช้ (ยาหลักฯ) กินวันละ ๑ ครัง ก่อนอาหารเช้าหรือก่อนนอน
ชนิดผง กินครังละ ๕๐๐ มิลลิกรัม – ๑ กรัม ละลายนําสุกหรือผสมนาํ ผึงปน
เปนลูกกลอน
ชนิดแคปซูล ชนิดเม็ด และชนิดลูกกลอน: กินครังละ ๕๐๐ มิลลิกรัม – ๑ กรัม
วิธีใช้ (ยาสามัญฯ) กินวันละ ๑ ครัง ก่อนอาหารเช้าหรือก่อนนอน
ชนิดผง: ผู้ใหญ่ กินครังละ ครึง – ๑ ช้อนชา ละลายนําสุกหรือผสมนําผึงปน
เปนลูกกลอน
ชนิดแคปซูล ชนิดเม็ด และชนิดลูกกลอน: กินครังละ ๒ – ๔ เม็ด/แคปซูล
๘. ข้อควรระวัง/ข้อห้ามใช้
ควรระวังการกินยาร่วมกับยาในกลุ่มสารกันเลือดเปนลิม
(ANTICOAGULANT) และยาต้านการจับตัวของเกล็ดเลือด
ควรระวังการใช้ยาอย่างต่อเนือง โดยเฉพาะผู้ปวยทีมีอาการผิด
ปกติของตับและไต เนืองจากอาจเกิดการสะสมของการบูรและ
เ กิ ด พิ ษ ไ ด้
ควรระวังการใช้ร่วมกับยา PHENYTOIN, PROPRANOLOL,
THEOPHYLLINE และ RIFAMPICIN เนืองจากตาํ รับนีมีพริกไทย
ใ น ป ริ ม า ณ สู ง
ห้ามใช้ในหญิงตังครรภ์ ผู้ทีมีไข้และเด็ก
๙. อาการไม่พึงประสงค์ ไม่มี
๑๐. ข้อมูลเพิมเติม ไม่มี
๑๐๘
ธ ร ณี สั ณ ฑ ะ ฆ า ต
๑๑. ตาํ รับยาธรณีสัณฑะฆาต ประกอบด้วย
เครืองยา ๒๖ สิง มีรายละเอียดดังนี
๑. ลูกจันทน์ ๗ กรัม ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย เ ค รื อ ง ย า ๒ ๖ สิ ง
๒. ดอกจันทน์ ๗ กรัม นาํ ห นั ก ย า ๑ ๖ ๐ ส่ ว น
๓. ลูกกระวาน ๗ กรัม ส่ ว น ล ะ ๗ ก รั ม
๔. ดอกกานพลู ๗ กรัม
๕. โกฐกระดูก ๗ กรัม ร ว ม นาํ ห นั ก ย า ๑ , ๑ ๒ ๐ ก รั ม
๖. โกฐเขมา ๗ กรัม
๗. โกฐนําเต้า ๗ กรัม
๘. เทียนดาํ ๗ กรัม
๙. เทียนขาว ๗ กรัม
๑๐. หัวดองดึง ๗ กรัม
๑๑. หัวบุก ๗ กรัม
๑๒. หัวกลอย ๗ กรัม
๑๓. หัวกระดาดขาว ๗ กรัม
๑๔. หัวกระดาดแดง ๗ กรัม
๑๕. ลูกเร่ว ๗ กรัม
๑๖. เหง้าขิงแห้ง ๗ กรัม
๑๗. รากชะเอมเทศ ๗ กรัม
๑๘. รากเจตมูลเพลิงแดง ๗ กรัม
๑๙. ผักแพวแดง ๑๔ กรัม
๒๐. เนือมะขามปอม ๑๔ กรัม
๒๑. รงทอง (สะตุและบดผง) ๒๘ กรัม
๒๒. เนือสมอไทย ๔๒ กรัม
๒๓. มหาหิงคุ์ (สะตุและบดผง) ๔๒ กรัม
๒๔. การบูร ๔๒ กรัม
๒๕. ยาดาํ (สะตุและบดผง) ๑๔๐ กรัม
๒๖. พริกไทยดาํ ปน (ใช้แทนพริกไทยล่อน) ๖๗๒ กรัม
๑๐๙
ธ ร ณี สั ณ ฑ ะ ฆ า ต
๑๑. กรรมวิธีการผลิต
วัสดุอุปกรณ์ ดูในหน้า ๑๖
ยาธรณีสัณฑะฆาต มีขันตอนการปรุงยา ตามลําดับดังนี
ขันตอนที ๑ การชัง ตวง วัด นําหนักเครืองยาตามตํารับยา
ขันตอนที ๒ การอบเครืองยา
ขันตอนที ๓ การบดเครืองยา
ขันตอนที ๔ การร่อนยาและบดยา
ขันตอนที ๕ การนวดยากับธาตุวัตถุ
ขันตอนที ๖ การบรรจุแคปซูล
ขันตอนที ๑ ชัง ตวง วัด นาํ หนักเครืองยาตามตาํ รับยา
นาํ เครืองยาทีอบฆ่าเชือโรคทีเตรียมไว้แล้วมาชังนําหนักตามตํารับยา
สําหรับตาํ รับยานีใช้เมล็ดพริกไทยล่อนค่อนข้างมาก จึงเปลียนจากการ
ใ ช้ เ ม ล็ ด เ ป น พ ริ ก ไ ท ย ป น แ ท น ทั ง นี ก็ เ พื อ ค ว า ม ร ว ด เ ร็ ว ใ น ก า ร บ ด
สามารถนาํ ไปชังนาํ หนักได้ทันทีไม่ต้องนําไปอบครังแรก
ส่วนเครืองยาทีเปนธาตุวัตถุ ได้แก่ มหาหิงค์ุ รงทอง การบูร ยาดาํ
สามารถนําไปชังนาํ หนักได้ทันทีไม่ต้องนําไปอบเช่นเดียวกับพริกไทยปน
โดยให้ชังนาํ หนักเครืองยาแต่ละสิงเปนกรัม แล้วให้แยกใส่ถุงไว้ ถุงละ
๑ สิง
หมายเหตุ
สะตุมหาหิงค์ุ รงทอง ยาดํา
ก่อนนาํ ไปปรุงยา
ฆ่าฤทธิโกฐนําเต้า
ก่อนนาํ ไปปรุงยา
ใช้ครกตาํ รงทองและยาดาํ ให้
ละเอียดก่อนนําไปชัง
๑๑๐
ธ ร ณี สั ณ ฑ ะ ฆ า ต
ขันตอนที ๒ การอบเครืองยา
๑. อุ่นตู้อบทีอุณหภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซียส
๒. จัดเรียงเครืองยาใส่ถาดเพือเตรียมอบ โดยแยกตามลักษณะของเครืองยา
จัดเรียงไว้ในถาดเดียวกัน สามารถแยกออกเปน ๑ ถาด
ถาดที ๑ จัดเรียง โกฐกระดูก โกฐเขมา โกฐนาํ เต้า หัวบุก หัวกลอย หัวกระดาดขาว
หัวกระดาดแดง ลูกเร่ว เหง้าขิงแห้ง รากชะเอมเทศ รากเจตมูลเพลิงแดง เนือมะขามปอม
ผักแพวแดง ดอกกานพลู ลูกกระวาน เทียนดาํ เทียนขาว เนือสมอไทย หัวดองดึง
ลูกจันทน์ ดอกจันทน์ (ลูกจันทน์และดอกจันทน์ให้วางไว้บนผักแพวแดงเพือให้ช่วยซับ
นํามันหอมระเหยไว้) จากนันเขย่าถาดเบาๆ ให้เครืองยากระจายไปให้ทัวถาด
เครืองยาทีไม่ต้องนาํ ไปอบ คือ ได้แก่ มหาหิงค์ุ รงทอง การบูร ยาดาํ และพริกไทยดําปน
ให้แยกใส่ถุงไว้ต่างหาก ถุงละ ๑ สิง
๓. เมือตู้อบอุณหภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซียสแล้ว จึงนําถาดเครืองยาถาดที ๑
เรียงใส่ตู้อบ สําหรับตู้อบทีใช้ครังนีไฟอยู่ข้างบนจึงเรียงถาดเครืองยานี
ไว้ชันบนสุด จากนันเริมจับเวลาใช้เวลาอบประมาณ ๑ ชัวโมง
๔. เมือครบเวลาอบแล้ว ให้นําถาดเครืองยาทังหมดออกจากตู้อบ พร้อมบด
ในขันตอนต่อไป
หมายเหตุ การอบเครืองยาในครังนีเปนการอบเครืองยาครังที ๒ จุดประสงค์ในการอบเพือกระตุ้น
ให้เครืองยาเปราะกรอบเหมาะทีจะนาํ ไปบด
๑๑๑
ธ ร ณี สั ณ ฑ ะ ฆ า ต
ขันตอนที ๓ การบดเครืองยา
๑. ก่อนบดยาให้ปรับขากวาดนอกเครืองบดยาขึน
๒. แยก เนือสมอไทยและหัวดองดึง ออกมาพักให้คายความร้อนสักครู่
หรือรอจนกว่าจะกรอบค่อยนําไปบด ห้ามบดเครืองยานีขณะทียังมี
ความเหนียวอยู่จะทาํ ให้ยาเกาะกันเปนก้อนและบดยากขึน
๓. ใส่เครืองยาลงเครืองบด
๓.๑. เริมจากถาดที ๑ โดยให้ทยอยใส่เครืองยาตามลําดับ ดังนี
๓.๑.๑. ใส่โกฐกระดูก โกฐเขมา โกฐนาํ เต้า หัวบุก
หัวกลอย หัวกระดาดขาว หัวกระดาดแดง ลูกเร่ว เหง้าขิงแห้ง
รากชะเอมเทศ รากเจตมูลเพลิงแดง เนือมะขามปอม
ผักแพวแดง ดอกกานพลู ลูกกระวาน เทียนดํา เทียนขาว
ลงเครือบด โดยให้ทยอยใส่เครืองยาเหล่านีคราวละ ๑ สิง
บดเครืองยาแต่ละสิงจนกระทังเครืองยาลาํ ดับแรกแตกเปนชิน
เล็กๆ เสียก่อน แล้วจึงใส่เครืองยาลําดับถัดไปได้ เมือใส่ครบ
บดต่อเล็กน้อย แล้วปดเครือง ถ้าใช้เครืองบดใหญ่สามารถ
ใ ส่ ล ง เ ค รื อ ง บ ด พ ร้ อ ม กั น ทั ง ห ม ด ไ ด้
๓.๑.๒. ใส่เนือสมอไทยและหัวดองดึง ลงเครืองบดพร้อมกัน
เปดเครืองแล้วบดต่อจนกระทังเครืองยาละเอียด แล้วปด
เครือง
๓.๑.๓. ใส่ลูกจันทน์และดอกจันทน์ ลงเครืองบดพร้อมกัน
เปดเครืองแล้วบดต่อจนกระทังเครืองยาแตกเปนผงละเอียด
แล้วปดเครือง ปรับขากวาดนอกลงเพือช่วยกวาดยา
๔. นาํ ผงมหาหิงค์ุใส่ถุงแล้วใช้สากคลึงให้ละเอียด จากนันเททังหมดใส่ลง
เครืองบด เปดเครืองแล้วบดต่อจนกระทังเห็นว่าตัวยาเปนผงผสม
เข้ากันดี สังเกตสีของตัวยาจะเข้มขึนจากตัวยาทีมีนาํ มันกระจายตัว
ทัวแล้วจึงปดเครือง ตังแต่ใส่สมุนไพรตัวแรกจนจบรอบการบดครัง
แรก ใช้เวลาประมาณ ๓๐ นาที ตักผงยาใส่ภาชนะสะอาด
เ พื อ นํา ไ ป ร่ อ น ใ น ขั น ต อ น ต่ อ ไ ป
๑๑๒
ธ ร ณี สั ณ ฑ ะ ฆ า ต
ขันตอนที ๔ การร่อนยาและบดกากยา
ร่อนยารอบที ๑
๑. นาํ ตะแกรงร่อนยาเบอร์ ๘๐ ใส่ลงในบล็อกเครืองร่อนยา
๒. ตักผงยาทีบดเสร็จแล้วประมาณ ๒ กระบวยใส่ตะแกรงร่อนยา
จากนันเปดเครืองร่อนยา ในระหว่างทีเครืองกําลังทาํ งานนันให้หมันใช้แปรงคอย
ช่วยเกลียผงยา เพือปองกันไม่ให้ผงยาจับตัวเปนก้อน ขณะร่อน ผงยาทีละเอียดจะ
ผ่านรูตะแกรงไปจดหมดเหลือแต่เพียงกากยาชินใหญ่ค้างอยู่บนตะแกรง เมือแน่ใจ
ว่าผงยาถูกร่อนไปจนหมดแล้ว ให้ปดเครือง
๓. นํากากยาทีเหลือบนตะแกรง เทกลับไปใส่เครืองบดยา ระหว่างนีก็ให้เปดเครือง
บดยา แล้วบดกากยานีไปเรือยๆ แต่ยังไม่ต้องจับเวลาการบด
๔. ทยอยตักผงยาใหม่อีกประมาณ ๒ กระบวยลงไปร่อนในเครืองร่อนยา โดยให้ทํา
ตามข้อที ๒ – ๓ กับผงยาทีเหลือจนหมด นับเปนการร่อนยารอบที ๑ บดกากยาที
เหลือจากการร่อนในรอบแรก เมือกากยาทีเหลือจากการร่อนยาอยู่ในเครืองบดยา
ทังหมดแล้ว ให้ทําการบดกากยานีต่อ โดยใช้เวลาประมาณ ๓๐ นาที เมือครบตาม
เวลาทีกาํ หนดให้ปดเครือง จากนันตักผงยาทังหมดใส่ภาชนะ เพือนาํ ไปร่อนต่อใน
รอบที ๒
ร่อนยารอบที ๒
ทาํ เช่นเดียวกับรอบที ๑ ในรอบนียังคงใช้ตะแกรงเบอร์ ๘๐ เช่นเดิม บดกากยาทีเหลือ
จากการร่อนในรอบที ๒ ให้ทําการบดกากยานีต่อ โดยใช้เวลาประมาณ ๔๐ นาที เมือ
ครบตามเวลาทีกาํ หนดให้ปดเครือง จากนันตักผงยาทังหมดใส่ภาชนะเพือนําไปร่อนต่อ
ในรอบที ๓
ร่อนยารอบที ๓
ทําเช่นเดียวกับรอบที ๑ แต่ให้เปลียนตะแกรงจากเบอร์ ๘๐ เปนตะแกรงเบอร์ ๖๐ ใน
รอบนีเมือร่อนเสร็จให้นาํ กากยาทีเหลือใส่ภาชนะไปชังนําหนัก ถ้ากากยาเหลือมากกว่า
๕% ของนาํ หนักเครืองยาโดยคิดเฉพาะนาํ หนักเครืองยาทีใช้ลงบดในขันตอนที ๓ รวม
กับมหาหิงคุ์ ให้นําไปบดใหม่อีก ๑ รอบ เมือชังแล้วพบว่านาํ หนักกากยาเหลือมากกว่า ๕
% จึงต้องบดกากยาอีก ๑ รอบ บดกากยาทีเหลือจากการร่อนในรอบที ๓ ถึงแม้ว่ากาก
ยาทีเหลือจะมีนําหนักมากกว่า ๕% ก็จริง แต่มีปริมาณน้อยไม่เหมาะทีจะใช้เครืองบดยา
ปกติได้ จึงให้ใช้เครืองปนความเร็วสูงสําหรับบดยาแทน เมือบดเสร็จให้นําไปร่อนต่อใน
รอบที ๔
ร่อนยารอบที ๔
ปริมาณยาในรอบนีไม่มากนักจึงให้ร่อนด้วยกระชอนตาถีทีใช้สําหรับร่อนยาแทน เมือ
ร่อนเสร็จนาํ กากยาทีเหลือไปชังนาํ หนักอีกครัง พบว่านาํ หนักกากยาเหลือน้อยกว่า ๕%
จึงเสร็จขันตอนการร่อนยา เมือร่อนยาเสร็จแล้วให้ดึงถาดพักยาทีอยู่ใต้เครืองร่อนยา
ออก ตักผงยาทีปรุงสําเร็จใส่ภาชนะเพือเตรียมนําผงยาไปนวดกับธาตุวัตถุต่อไป
๑๑๓
ธ ร ณี สั ณ ฑ ะ ฆ า ต
ขันตอนที ๕ การนวดยากับธาตุวัตถุ
ขันตอนนีเปนการผสมผงยาทีร่อนเสร็จแล้วจากขันตอนที ๔
กับ ธาตุวัตถุ การบูร รงทอง ยาดํา พริกไทยปน
ซึงมีวิธีทําดังนี
๑. นาํ การบูรใส่ถุงใช้สากคลึงให้ละเอียด ไม่จับตัว
เปนก้อน จากนันตักพริกไทยปนประมาณ ๑ ใน ๔ ใส่
ลงไปในถุงการบูร ใช้สากคลึงอีกครังให้ส่วนผสม
เข้ากัน แล้วแยกพักไว้
๒. ตักผงยาทีปรุงเสร็จประมาณ ๑ – ๒ กระบวยใส่ลงใน
เครืองบดตามด้วยรงทองใส่ลงไปครึงหนึง เปดเครือง
บด เริมทําการบด ถ้าสังเกตเห็นว่ารงทองติดล้อให้เติม
ผงยาลงไปเพิม บดต่อไปสักครู่ จึงปดเครือง
๓. เติมผงยาทีปรุงเสร็จลงไปทังหมด เปดเครืองแล้ว
บดต่อ เมือเห็นตัวยาคลุกเข้ากันดีจึงปดเครือง
๔. ใส่พริกไทยปนอีกครึงหนึงจากปริมาณทีเหลือ ลงไปใน
เครืองบด เปดเครืองแล้วบดต่อ เมือเห็นตัวยาคลุก
เข้ากันดีจึงปดเครือง
๕. ใส่รงทองทีเหลือทังหมดลงไปในเครืองบด
บดต่อเมือเห็นตัวยาคลุกเข้ากันดีจึงปดเครือง
๖. ใส่พริกไทยปนทีเหลือทังหมดลงไปในเครืองบด บดต่อ
ประมาณ ๕ นาที จะได้กลินพริกไทยแรงขึนและ
สีฉาํ ขึนจากนํามันในพริกไทยทีออกมา
๗. ใส่ส่วนผสมทีเตรียมไว้ในข้อ ๑ คือ การบูร กับ
พริกไทยปน เปดเครืองแล้วบดให้เข้ากันใช้เวลา
ประมาณ ๒๐ นาที เปนอันเสร็จสินขันตอนการนวดยา
๘. จากนันให้ตักผงยาทีปรุงสําเร็จใส่ถุงทีสะอาดมัดปากถุง
ให้แน่นและมัดถุงให้พอง จากนันเขย่าผงยาให้เข้ากัน
อีกครัง เมือส่วนผสมเข้ากันดีแล้ว ให้ปล่อยลมใน
ถุงออกแล้วมัดปากถุงให้ชิดผงยา
๙. ชังนําหนักผงยาทีปรุงสําเร็จ นาํ หนักกากยา
บันทึกนาํ หนักเปนกรัม เขียนชือยา วันทีผลิต
จากนันนํายาไปบรรจุแคปซูลต่อไป
๑๑๔
ธ ร ณี สั ณ ฑ ะ ฆ า ต
ขันตอนที ๖ การบรรจุแคปซูล ส รุ ป นํา ห นั ก ย า ธ ร ณี สั ณ ฑ ะ ฆ า ต
วิธีการบรรจุแคปซูล ดูในหน้า ๒๕-๒๘ นําหนักตํารับยา ๑,๑๒๐ กรัม
นําหนักผงยาทีร่อนได้ ๑,๐๘๒ กรัม
ย า ธ ร ณี สั ณ ฑ ะ ฆ า ต นําหนักกากยา ๒๕ กรัม
นาํ หนักยาสูญเสีย ๓๘ กรัม
นําหนักยาสุทธิ ๑,๐๘๒ กรัม
บรรจุผงยาใส่แคปซูลขนาด ๒๕๐ มิลลิกรัม
กับเครืองบรรจุแคปซูลได้ครังละ ๓๐๐ แคปซูล บรรจุแคปซูลได้ ๑๒ ครัง
ได้ทังหมด ๓,๖๐๐ แคปซูล ผงยาเหลือ ๓๘ กรัม
นํา ย า แ ค ป ซู ล ที บ ร ร จุ เ ส ร็ จ ใ ส่ ถุ ง ส ะ อ า ด ไ ว้
บันทึกชือยา จํานวนแคปซูล วันทีผลิต
นาํ ไปจัดเก็บเพือนําไปใช้ต่อไป
ส่วนผงยาทีเหลือ บันทึกชือยา วันทีผลิต จาํ นวนผงยาทีเหลือ
นาํ ไปจัดเก็บเพือนาํ ไปใช้ต่อไป
๑๑๕
ล ด ค ว า ม ดั น โ ล หิ ต
ตํารับที ๑๓ ยาลดความดันโลหิต
๑. ชือยา ลดความดันโลหิต
๒. รูปแบบยา ชนิดแคปซูล (บดเปนผงบรรจุแคปซูล)
๓. ทีมาของตํารับยา อาจารย์เนตรดาว ยวงศรี
๔. สรรพคุณ/ข้อบ่งใช้ ลดความดันโลหิตสูง
๕. สูตรตํารับยา ประกอบด้วยเครืองยา ๗ สิง
จัดนาํ หนักเครืองยาได้ ๒๐ ส่วน ส่วนละ ๖๐ กรัม
๖. วิธีทํา บดเปนผง บรรจุแคปซูล เบอร์ ๑ หนักแคปซูล
ละ ๐.๒๕ กรัม (ใช้เครืองยาสมุนไพรแห้งทังหมด)
๗. ข้อควรระวัง/ข้อห้ามใช้ ไม่มี
๘. อาการไม่พึงประสงค์ ไม่มี
๙. ข้อมูลเพิมเติม ไม่มี
สรรพคณุ /ขอ้ บง่ ใช้
ลดความดันโลหติ สงู
๑๑๖
ล ด ค ว า ม ดั น โ ล หิ ต ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย เ ค รื อ ง ย า ๗ สิ ง
นํา ห นั ก ย า ๒ ๐ ส่ ว น
ส่ ว น ล ะ ๖ ๐ ก รั ม
ร ว ม นํา ห นั ก ย า ๑ , ๒ ๐ ๐ ก รั ม
๑๐. ตํารับยาลดความดันโลหิต
ประกอบด้วยเครืองยา ๗ สิง มีรายละเอียดดังนี
๑. เทียนแกลบ ๓๐๐ กรัม
๒. รากระย่อม (ฆ่าฤทธิ) ๓๐๐ กรัม
๓. ดอกคาํ ฝอย ๑๘๐ กรัม
๔. รากหญ้าคา ๑๒๐ กรัม
๕. ฟาทะลายโจร ๑๒๐ กรัม
๖. หัวกระเทียม ๑๒๐ กรัม
๗. กระลาํ พัก ๖๐ กรัม
๑๑๗
ล ด ค ว า ม ดั น โ ล หิ ต
๑๑. กรรมวิธีการผลิต
วัสดุอุปกรณ์ ดูในหน้า ๑๖
ยาลดความดันโลหิต มีขันตอนการปรุงยา ตามลาํ ดับดังนี
ขันตอนที ๑ การชัง ตวง วัด นาํ หนักเครืองยาตามตาํ รับยา
ขันตอนที ๒ การอบเครืองยา
ขันตอนที ๓ การบดเครืองยา
ขันตอนที ๔ การร่อนยาและบดยา
ขันตอนที ๕ การบรรจุแคปซูล
ขันตอนที ๑ ชัง ตวง วัด นําหนักเครืองยาตามตาํ รับยา
นาํ เครืองยาทีอบฆ่าเชือโรคทีเตรียมไว้แล้วมาชังนําหนักตามตํารับยา
ข้างต้น โดยให้ชังนําหนักเครืองยาแต่ละสิงเปนกรัม แล้วให้แยกใส่
ถุงไว้ ถุงละ ๑ สิง
๑๑๘
ล ด ค ว า ม ดั น โ ล หิ ต
ขันตอนที ๒ การอบเครืองยา
๑. อุ่นตู้อบทีอุณหภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซียส
๒. จัดเรียงเครืองยาใส่ถาดเพือเตรียมอบ โดยแยกตามลักษณะของเครือง
ยาจัดเรียงไว้ในถาดเดียวกัน สามารถแยกออกเปน ๓ ถาด
ถาดที ๑ จัดเรียง กระลําพัก รากระย่อม ฟาทะลายโจร รากหญ้าคา เทียนแกลบ
จากนันเขย่าถาดเบาๆ ให้เครืองยากระจายไปให้ทัวถาด
ถาดที ๒ จัดเรียง ดอกคาํ ฝอย จากนันเขย่าถาดเบาๆ ให้เครืองยากระจายไปให้ทัวถาด
ถาดที ๓ จัดเรียง หัวกระเทียม จากนันเขย่าถาดเบาๆ ให้เครืองยากระจายไปให้ทัวถาด
๓. เมือตู้อบอุณหภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซียสแล้ว ให้นาํ ถาดเครืองยาทังหมด
เรียงใส่ตู้อบ สําหรับตู้อบทีใช้ครังนีไฟอยู่ข้างบนจึงเรียงถาดจากชันบน
ลงล่าง โดยเริมต้นเรียงถาดที ๑ ไว้ชันบนสุด เรียงถาดที ๒ ไว้ชันถัดลงมา
และเรียงถาดที ๓ ต่อจากชัน ๒ ลงมา จากนันจึงเริมจับเวลา ใช้เวลาอบ
ประมาณ ๑ ชัวโมง
หมายเหตุ การอบเครืองยาในครังนีเปนการอบเครืองยาครังที ๒
จุ ด ป ร ะ ส ง ค์ ใ น ก า ร อ บ เ พื อ ต้ อ ง ก า ร ก ร ะ ตุ้ น ฤ ท ธิ ย า ใ ห้ มี ส ร ร พ คุ ณ ท า ง ย า ดี ขึ น แ ล ะ ช่ ว ย ฆ่ า เ ชื อ โ ร ค อี ก ค รั ง
หนึงก่อนนาํ เครืองยาไปบด
๑๑๙
ล ด ค ว า ม ดั น โ ล หิ ต
ขันตอนที ๓ การบดเครืองยา
๑. ก่อนบดยาให้ปรับขากวาดนอกเครืองบดยาขึน
๒. ใส่เครืองยาลงเครืองบด
๒.๑. เริมจากถาดที ๑ โดยให้ทยอยใส่เครืองยาตามลําดับ
ใส่กระลาํ พัก รากระย่อม ฟาทะลายโจร
รากหญ้าคา เทียนแกลบ โดยให้ทยอยใส่เครืองยาเหล่านี
คราวละ ๑ สิง บดเครืองยาแต่ละสิงจนกระทังเครืองยาลําดับ
แรกแตกเปนชินเล็กๆ เสียก่อน แล้วจึงใส่เครืองยาลําดับถัดไป
ได้ เมือใส่ครบบดต่อเล็กน้อยแล้วปดเครือง
๒.๒. ใส่เครืองยาถาดที ๒ ดอกคาํ ฝอย ลงเครืองบด เปดเครืองแล้ว
บดต่อจนกระทังเครืองยาละเอียด แล้วปดเครือง
๒.๓. ใส่เครืองยาถาดที ๓ กระเทียม ลงเครืองบด เปดเครืองแล้ว
บดต่อจนกระทังเครืองยาแตกเปนชินเล็กๆ แล้วปดเครือง
๓. ให้ปรับขากวาดนอกทียกขึนในตอนแรกลงเพือช่วยกวาดยา
จากนันเปดเครืองบดยา บดต่อโดยใช้เวลาบดยาประมาณ ๓๐ นาที
ให้สังเกตว่าสียาเริมเปลียนเปนสีเข้มขึนให้ปดเครือง ตักผงยาใส่ภาชนะ
สะอาดเพือนาํ ไปร่อนในขันตอนต่อไป
๑๒๐
ล ด ค ว า ม ดั น โ ล หิ ต
ขันตอนที ๔ การร่อนยาและบดกากยา
ร่อนยารอบที ๑
๑. นาํ ตะแกรงร่อนยาเบอร์ ๘๐ ใส่ลงในบล็อกเครืองร่อนยา
๒. ตักผงยาทีบดเสร็จแล้วประมาณ ๒ กระบวยใส่ตะแกรงร่อนยา จากนัน
เปดเครืองร่อนยาในระหว่างทีเครืองกําลังทาํ งานนันให้หมันใช้แปรง
ค อ ย ช่ ว ย เ ก ลี ย ผ ง ย า เ พื อ ป อ ง กั น ไ ม่ ใ ห้ ผ ง ย า จั บ ตั ว เ ป น ก้ อ น ข ณ ะ ร่ อ น
ผ ง ย า ที ล ะ เ อี ย ด จ ะ ผ่ า น รู ต ะ แ ก ร ง ไ ป จ น ห ม ด เ ห ลื อ แ ต่ เ พี ย ง ก า ก ย า ชิ น ใ ห ญ่
ค้างอยู่บนตะแกรง เมือแน่ใจว่าผงยาถูกร่อนจนหมดแล้วให้ปดเครือง
๓. นาํ กากยาทีเหลือบนตะแกรง เทกลับไปใส่เครืองบดยา ระหว่างนีก็ให้เปด
เครืองบดยา แล้วบดกากยานีไปเรือยๆ แต่ยังไม่ต้องจับเวลาการบด
๔. ทยอยตักผงยาใหม่อีกประมาณ ๒ กระบวยลงไปร่อนในเครืองร่อนยา
โดยให้ทําตาม ข้อที ๒ – ๓ กับผงยาทีเหลือจนหมด นับเปนการร่อนยารอบ
ที ๑ บดกากยาทีเหลือ จากการร่อนในรอบแรก เมือกากยาทีเหลือจากการ
ร่อนยาอยู่ในเครืองบดยาทังหมดแล้วให้ทาํ การบดกากยานีต่อ โดยใช้เวลา
ประมาณ ๓๐ นาที เมือครบตามเวลาทีกําหนดให้ปดเครือง จากนันตักผง
ยาทังหมดใส่ภาชนะ เพือนาํ ไปร่อนต่อในรอบที ๒
ร่อนยารอบที ๒ ทาํ เช่นเดียวกับรอบที ๑ ในรอบนียังคงใช้ตะแกรงเบอร์ ๘๐
เช่นเดิม บดกากยาทีเหลือจากการร่อนในรอบที ๒ ให้ทาํ การบดกากยานีต่อ
โดยใช้เวลาประมาณ ๔๐ นาที เมือครบตามเวลาทีกําหนดให้ปดเครือง จากนัน
ตักผงยาทังหมดใส่ภาชนะเพือนาํ ไปร่อนต่อในรอบที ๓
ร่อนยารอบที ๓ ทาํ เช่นเดียวกับรอบที ๑ และ ๒ แต่ให้เปลียนตะแกรงจาก
เบอร์ ๘๐ เปนตะแกรงเบอร์ ๖๐ ในรอบนีเมือร่อนเสร็จให้นํากากยาทีเหลือใส่
ภาชนะไปชังนาํ หนัก ถ้าเหลือมากกว่า ๕% ของนาํ หนักเครืองยาโดยคิดเฉพาะ
นําหนักเครืองยาทีใช้ลงบดในขันตอนที ๓ ให้นาํ ไปบดใหม่อีก ๑ รอบ เมือชัง
แล้วพบว่านาํ หนักกากยาเหลือมากกว่า ๕ % จึงต้องบดกากยาอีก ๑ รอบ
บดกากยาทีเหลือจากการร่อนในรอบที ๓ ถึงแม้ว่ากากยาทีเหลือจะมีนําหนัก
มากกว่า ๕% ก็จริง แต่มีปริมาณน้อยไม่เหมาะทีจะใช้เครืองบดยาปกติได้
จึงให้ใช้เครืองปนความเร็วสูงสําหรับบดยาแทน เมือบดเสร็จให้นาํ ไปร่อนต่อใน
รอบที ๔
๑๒๑
ล ด ค ว า ม ดั น โ ล หิ ต
ร่อนยารอบที ๔
ปริมาณยาในรอบนีไม่มากนักจึงให้ร่อนด้วยกระชอนตาถีทีใช้สําหรับร่อนยา
แทน เมือร่อนเสร็จนาํ กากยาทีเหลือไปชังนําหนักอีกครัง พบว่านําหนักกากยา
เหลือน้อยกว่า ๕% จึงเสร็จขันตอนการร่อนยา
เมือร่อนยาเสร็จแล้วให้ดึงถาดพักยาทีอยู่ใต้เครืองร่อนยาออก ตักผงยาที
ปรุงสําเร็จใส่ถุงทีสะอาดมัดปากถุงให้แน่นและมัดถุงให้พอง เขย่าผงยาให้
เข้ากันอีกครังหนึง เมือส่วนผสมเข้ากันดีแล้วให้ปล่อยลมในถุงออกแล้วมัด
ปากถุงให้ชิดผงยา ชังนาํ หนักผงยาทีปรุงสําเร็จ นาํ หนักกากยา บันทึกนําหนัก
เปนกรัม เขียนชือยา วันทีผลิต จากนันนาํ ยาไปบรรจุแคปซูลต่อไป
ขันตอนที ๕ การบรรจุแคปซูล
วิธีการบรรจุแคปซูล ดูในหน้า ๒๕-๒๘
นํา ย า แ ค ป ซู ล ที บ ร ร จุ เ ส ร็ จ ใ ส่ ถุ ง ส ะ อ า ด ไ ว้
บันทึกชือยา จํานวนแคปซูล วันทีผลิต
นํา ไ ป จั ด เ ก็ บ เ พื อ นํา ไ ป ใ ช้ ต่ อ ไ ป
ส่วนผงยาทีเหลือ บันทึกชือยา วันทีผลิต จํานวนผงยาทีเหลือ
นํา ไ ป จั ด เ ก็ บ เ พื อ นํา ไ ป ใ ช้ ต่ อ ไ ป
๑๒๒
ส หั ส ธ า ร า
ตาํ รับที ๑๔ ยาสหัศธารา
๑. ชือยา สหัศธารา
๒. รูปแบบยา ชนิดแคปซูล ชนิดผง
๓. ทีมาของตํารับยา คัมภีร์แพทย์ไทยแผนโบราณ เล่ม ๒ ของ
ขุนโสภิตบรรณลักษณ์ หน้า ๒๗๙
๔. สรรพคุณ/ข้อบ่งใช้
แก้ลม ๘๐ จําพวก, แก้เสมหะ ๒๐ จาํ พวก
แก้ลมเข้าในเส้นชือ วาตะพรรค ๓๐ จําพวก
แก้ลมแล่นในเนือ ๘ จาํ พวก
แก้ลมแล่นตามเส้นสันหลัง ชือ ปราณยักษ์ ๒๐ จําพวก
แก้โลหิตกาํ เดา ทําให้เปนฝในอก ๕ จาํ พวก ชือ อุระวาต ให้สลักอกจุกเสียด
แก้จุกเสียด ละลายนาํ ลูกสมอไทยต้ม เปนกระสายยา
แก้ตัวเย็น ละลายนําข่าต้ม เปนกระสายยา
๕. สูตรตํารับยา ประกอบด้วยเครืองยา ๒๑ สิง กําหนดนาํ หนักรวม
๑,๐๐๐ กรัม จัดนาํ หนักเครืองยาได้ ๑,๐๐๐ ส่วน ส่วนละ ๑ กรัม
๖. วิธีทํา บดเปนผง บรรจุแคปซูล เบอร์ ๑ หนักแคปซูลละ ๐.๒๕ กรัม
(เครืองยาทีไม่ใช่ธาตุวัตถุใช้เปนเครืองยาสมุนไพรแห้งทังหมด)
๗. วิธีใช้ กินครังละ ๑ – ๑.๕ กรัม วันละ ๓ ครังก่อนอาหาร
๘. ข้อควรระวัง/ข้อห้ามใช้
ห้ามใช้ในหญิงตังครรภ์ และผู้ทีมีไข้
ควรระวังการบริโภคในผู้ปวยโรคความดันเลือดสูง โรคหัวใจ
โรคแผลเปอยเพปติก และโรคกรดไหลย้อน เนืองจากเปนตาํ รับยารสร้อน
ควรระวังการใช้ยาอย่างต่อเนือง โดยเฉพาะอย่างยิงในผู้ปวยทีมีความผิดปกติ
ของตับ ไต เนืองจากอาจเกิดการสะสมของการบูรและเกิดพิษได้
ควรระวังการใช้ยานีร่วมกับยา PHENYTOIN, PROPRANOLOL,
THEOPHYLLINE และ RIFAMPICIN เนืองจากตาํ รับนีมีพริกไทยในปริมาณ
สู ง
๙. อาการไม่พึงประสงค์ ร้อนท้อง แสบท้อง คลืนไส้ คอแห้ง ผืนคัน
๑๐. ข้อมูลเพิมเติม ไม่มี
๑๒๓
ส หั ส ธ า ร า ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย เ ค รื อ ง ย า ๒ ๑ สิ ง
นํา ห นั ก ย า ๑ , ๐ ๐ ๐ ส่ ว น
ส่ ว น ล ะ ๑ ก รั ม
ร ว ม นาํ ห นั ก ย า ๑ , ๐ ๐ ๐ ก รั ม
๑๑. ตํารับยาสหัสธารา ประกอบด้วยเครืองยา ๒๑ สิง
มีรายละเอียดดังนี
๑. มหาหิงค์ุ (สะตุ) ๑๐ กรัม
๒. โกฐก้านพร้าว ๔ กรัม
๓. โกฐพุงปลา ๓ กรัม
๔. โกฐเขมา ๕ กรัม
๕. โกฐกักกรา ๖ กรัม
๖. เทียนดํา ๗ กรัม
๗. เทียนขาว ๘ กรัม
๘. เทียนสัตตบุษย์ ๙ กรัม
๙. เทียนตาตักแตน ๑๐ กรัม
๑๐. เทียนแดง ๑๑ กรัม
๑๑. ลูกจันทน์ ๑๒ กรัม
๑๒. ดอกจันทน์ ๑๓ กรัม
๑๓. การบูร ๑๔ กรัม
๑๔. หัสคุณเทศ ๔๘ กรัม
๑๕. รากทนดี (ตองแตก) ๘๐ กรัม
๑๖. รากจิงจ้อ (ใหญ่) ๘ กรัม
๑๗. หัวว่านนาํ ๘๘ กรัม
๑๘. ดีปลี ๙๖ กรัม
๑๙. ลูกสมอไทย ๑๐๔ กรัม
๒๐. รากเจตมูลเพลิง ๒๒๔ กรัม
๒๑. เมล็ดพริกไทย (ปน) ๒๔๐ กรัม
๑๒๔
ส หั ส ธ า ร า ก ร ร ม วิ ธี ก า ร ผ ลิ ต
๑๒. กรรมวิธีการผลิต
วัสดุอุปกรณ์ ดูในหน้า ๑๖
ยาลดความดันโลหิต มีขันตอนการปรุงยา ตามลําดับดังนี
ขันตอนที ๑ การชัง ตวง วัด นาํ หนักเครืองยาตามตาํ รับยา
ขันตอนที ๒ การอบเครืองยา
ขันตอนที ๓ การบดเครืองยา
ขันตอนที ๔ การร่อนยาและบดยา
ขันตอนที ๕ การนวดยากับธาตุวัตถุ
ขันตอนที ๖ การบรรจุแคปซูล
ขันตอนที ๑ ชัง ตวง วัด นาํ หนักเครืองยาตามตาํ รับยา
นําเครืองยาทีอบฆ่าเชือโรคทีเตรียมไว้แล้วมาชังนําหนักตามตาํ รับยา
ข้างต้น สําหรับตาํ รับยานีใช้เมล็ดพริกไทยล่อนค่อนข้างมากจึงเปลียน
จ า ก ก า ร ใ ช้ เ ม ล็ ด เ ป น พ ริ ก ไ ท ย ป น แ ท น ทั ง นี ก็ เ พื อ ค ว า ม ร ว ด เ ร็ ว ใ น ก า ร บ ด
สามารถนําไปชังนาํ หนักได้ทันทีไม่ต้องนาํ ไปอบครังแรก ส่วนเครืองยา
ทีเปนธาตุวัตถุ ได้แก่ มหาหิงคุ์และการบูร สามารถนําไปชังนําหนักได้
ทันทีไม่ต้องนําไปอบเช่นเดียวกับพริกไทยปน โดยให้ชังนาํ หนัก
เครืองยาแต่ละสิงเปนกรัม แล้วให้แยกใส่ถุงไว้ ถุงละ ๑ สิง
๑๒๕
ส หั ส ธ า ร า ก ร ร ม วิ ธี ก า ร ผ ลิ ต
ขันตอนที ๒ การอบเครืองยา
๑. อุ่นตู้อบทีอุณหภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซียส
๒. จัดเรียงเครืองยาใส่ถาดเพือเตรียมอบ โดยแยกตามลักษณะของเครือง
ยาจัดเรียงไว้ในถาดเดียวกัน สามารถแยกออกเปน ๒ ถาด
ถาดที ๑ จัดเรียง รากจิงจ้อ (ใหญ่) รากทนดี (ตองแตก) หัศคุณเทศ โกฐก้านพร้าว โกฐ
พุงปลา โกฐเขมา โกฐกักกรา รากเจตมูลเพลิงแดง หัวว่านนํา ดอกดีปลี ลูกสมอไทย จาก
นันเขย่าถาดเบาๆ ให้เครืองยากระจายไปให้ทัวถาด
ถาดที ๒ จัดเรียง เทียนดาํ เทียนขาว เทียนสัตตบุษย์ เทียนตาตักแตน เทียนแดง ลูก
จันทน์ ดอกจันทน์ (ลูกจันทน์และดอกจันทน์ให้วางไว้บนเทียนเพือให้ช่วยซับนํามันหอม
ระเหยไว้) จากนันเขย่าถาดเบาๆ ให้เครืองยากระจายไปให้ทัวถาด
เครืองยาทีไม่ต้องนําไปอบ ได้แก่ มหาหิงค์ุ การบูร และพริกไทยปน ให้แยกใส่ถุงไว้
ถุงละ ๑ สิง
๓. เมือตู้อบอุณหภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซียสแล้ว ให้นาํ ถาดเครืองยาทังหมด
เรียงใส่ตู้อบ สําหรับตู้อบทีใช้ครังนีไฟอยู่ข้างบนจึงเรียงถาดจากชันบนลง
ล่าง โดยเริมต้น เรียงถาดที ๑ ไว้ชันบนสุด เรียงถาดที ๒ ไว้ชันถัดลงมา
จากนันจึงเริมจับเวลา ใช้เวลาอบประมาณ ๑ ชัวโมง
หมายเหตุ การอบเครืองยาในครังนีเปนการอบเครืองยาครังที ๒
จุ ด ป ร ะ ส ง ค์ ใ น ก า ร อ บ เ พื อ ต้ อ ง ก า ร ก ร ะ ตุ้ น ฤ ท ธิ ย า ใ ห้ มี ส ร ร พ คุ ณ ท า ง ย า ดี ขึ น แ ล ะ ช่ ว ย ฆ่ า เ ชื อ โ ร ค อี ก ค รั ง
หนึงก่อนนาํ เครืองยาไปบด
๑๒๖
ส หั ส ธ า ร า ก ร ร ม วิ ธี ก า ร ผ ลิ ต
ขันตอนที ๓ การบดเครืองยา
๑. ก่อนบดยาให้ปรับขากวาดนอกเครืองบดยาขึน
๒. แยก ดอกดีปลีและลูกสมอไทย ออกมาพักให้คายความร้อนสักครู่
หรือรอจนกว่าจะกรอบค่อยนําไปบด ห้ามบดเครืองยานีขณะทียังมีความเหนียวอยู่
จะทําให้ยาเกาะกันเปนก้อนและบดยากขึน
๓. ใส่เครืองยาลงเครืองบด
๒.๑. เริมจากถาดที ๑ โดยให้ทยอยใส่เครืองยาตามลําดับ
๒.๑.๑. ใส่รากจิงจ้อ (ใหญ่) รากทนดี (ตองแตก)
หัศคุณเทศ โดยให้ทยอยใส่เครืองยาเหล่านีคราวละ ๑ สิง
บดเครืองยาแต่ละสิงจนกระทังเครืองยาลําดับแรกแตกเปนชินเล็กๆ เสีย
ก่อน แล้วจึงใส่เครืองยาลาํ ดับถัดไปได้ เมือใส่ครบบดต่อเล็กน้อย แล้วปด
เครือง ถ้าใช้เครืองบดใหญ่สามารถใส่ลงเครืองบดพร้อมกันทังหมดได้
๒.๑.๒. ใส่โกฐก้านพร้าว โกฐพุงปลา โกฐเขมา โกฐกักกรา ลงเครืองบด
พร้อมกัน เปดเครืองแล้วบดต่อจนกระทังเครืองยาละเอียด แล้วปดเครือง
๒.๑.๓. ใส่รากเจตมูลเพลิงแดง ลงเครืองบด เปดเครืองแล้วบดต่อจน
กระทังเครืองยาละเอียดแล้วปดเครือง
๒.๑.๔. ใส่หัวว่านนาํ ดอกดีปลี ลูกสมอไทย ลงเครืองบดพร้อมกันเปด
เครืองแล้วบดต่อจนกระทังเครืองยาละเอียด แล้วปดเครือง
๒.๑.๕. ใส่ลูกจันทน์และดอกจันทน์ ลงเครืองบดพร้อมกัน
เปดเครืองแล้วบดต่อจนกระทังเครืองยาแตกเปนชินเล็กๆ แล้วปดเครือง
๒.๑.๖. ใส่เทียนดํา เทียนขาว เทียนสัตตบุษย์ เทียนตาตักแตน
เทียนแดง ลงเครืองบดพร้อมกัน เปดเครืองแล้วบดต่อจนกระทังเครืองยา
แตกเปนชินเล็กๆ ใช้เวลาประมาณ ๔๕ วินาที แล้วปดเครือง
๔. ให้ปรับขากวาดนอกทียกขึนในตอนแรกลงเพือช่วยกวาดยา จากนันเปดเครืองบดยา
บดต่อโดยใช้เวลาบดยาประมาณ ๓๐ นาที ให้สังเกตว่าสียาเริมเปลียนเปนสีเข้มขึนให้
ปดเครือง ตักผงยาใส่ภาชนะสะอาด เพือนาํ ไปร่อนในขันตอนต่อไป
๑๒๗
ส หั ส ธ า ร า ก ร ร ม วิ ธี ก า ร ผ ลิ ต
ขันตอนที ๔ การร่อนยาและบดกากยา
ร่อนยารอบที ๑
๑. นาํ ตะแกรงร่อนยาเบอร์ ๘๐ ใส่ลงในบล็อกเครืองร่อนยา
๒. ตักผงยาทีบดเสร็จแล้วประมาณ ๒ กระบวยใส่ตะแกรงร่อนยา จากนันเปด
เครืองร่อนยา ในระหว่างทีเครืองกําลังทํางานนันให้หมันใช้แปรงคอยช่วยเกลียผงยา
เพือปองกันไม่ให้ผงยาจับตัวเปนก้อน ขณะร่อน ผงยาทีละเอียดจะผ่านรูตะแกรงไป
จดหมดเหลือแต่เพียงกากยาชินใหญ่ค้างอยู่บนตะแกรง เมือแน่ใจว่าผงยาถูกร่อนไป
จนหมดแล้ว ให้ปดเครือง
๓. นํากากยาทีเหลือบนตะแกรง เทกลับไปใส่เครืองบดยา ระหว่างนีก็ให้เปด
เครืองบดยา แล้วบดกากยานีไปเรือยๆ แต่ยังไม่ต้องจับเวลาการบด
๔. ทยอยตักผงยาใหม่อีกประมาณ ๒ กระบวยลงไปร่อนในเครืองร่อนยา โดยให้
ทาํ ตามข้อที ๒ – ๓ กับผงยาทีเหลือจนหมด นับเปนการร่อนยารอบที ๑
บดกากยาทีเหลือจากการร่อนในรอบแรก เมือกากยาทีเหลือจากการร่อนยาอยู่ในเครือง
บดยาทังหมดแล้ว ให้ทาํ การบดกากยานีต่อ โดยใช้เวลาประมาณ ๓๐ นาที เมือครบตาม
เวลาทีกําหนดให้ปดเครือง จากนันตักผงยาทังหมดใส่ภาชนะ เพือนาํ ไปร่อนต่อในรอบที ๒
ร่อนยารอบที ๒
ทาํ เช่นเดียวกับรอบที ๑ ในรอบนียังคงใช้ตะแกรงเบอร์ ๘๐ เช่นเดิม
บดกากยาทีเหลือจากการร่อนในรอบที ๒ กากยาทีเหลือจากการร่อนในรอบนีให้นาํ กลับไป
บดต่อ ซึงในรอบนีให้นาํ มหาหิงค์ุลงไปบดรวมกับกากยาด้วย โดยมีขันตอนดังนี
๑. นํามหาหิงคุ์ใส่ถุงสะอาด นาํ สากมาคลึงให้มหาหิงค์ุละเอียดแล้วจึงเทใส่ลงเครืองบด
ทีมีกากยาอยู่ เปดเครือง แล้วบดต่อโดยใช้เวลาประมาณ ๔๐ นาที
๒. เมือครบเวลาแล้วตักผงยาทังหมดใส่ภาชนะ เพือนาํ ไปร่อนต่อในรอบที ๓
ร่อนยารอบที ๓
ทาํ เช่นเดียวกับรอบที ๑ แต่ให้เปลียนตะแกรงจากเบอร์ ๘๐ เปนตะแกรงเบอร์ ๖๐ ในรอบ
นีเมือร่อนเสร็จให้นํากากยาทีเหลือใส่ภาชนะไปชังนําหนัก ถ้าเหลือมากกว่า ๕% ของนํา
หนักเครืองยาโดยคิดเฉพาะนําหนักเครืองยาทีใช้ลงบดในขันตอนที ๓ รวมกับมหาหิงค์ุ ให้
นาํ ไปบดใหม่อีก ๑ รอบ เมือชังแล้วพบว่านําหนักกากยาเหลือมากกว่า ๕ % จึงต้องบดกาก
ยาอีก ๑ รอบ บดกากยาทีเหลือจากการร่อนในรอบที ๓ หากกากยาทีเหลือมีนาํ หนัก
มากกว่า ๕% แต่ปริมาณน้อยไม่เหมาะทีจะใช้เครืองบดยาปกติได้ ให้ใช้เครืองปน
ความเร็วสูงสําหรับบดยาแทน เมือบดเสร็จให้นาํ ไปร่อนต่อในรอบที ๔
ร่อนยารอบที ๔
ปริมาณยาในรอบนีไม่มากนักจึงให้ร่อนด้วยกระชอนตาถีทีใช้สําหรับร่อนยาแทนเมือร่อน
เสร็จนาํ กากยาทีเหลือไปชังนําหนักอีกครัง พบว่านําหนักกากยาเหลือน้อยกว่า ๕%
จึงเสร็จขันตอนการร่อนยา
เ มื อ ร่ อ น ย า เ ส ร็ จ แ ล้ ว ใ ห้ ดึ ง ถ า ด พั ก ย า ที อ ยู่ ใ ต้ เ ค รื อ ง ร่ อ น ย า อ อ ก ๑๒๘
ตักผงยาทีปรุงสําเร็จใส่ภาชนะเพือเตรียมนาํ ผงยาไปนวดกับธาตุวัตถุต่อไป
ส หั ส ธ า ร า ก ร ร ม วิ ธี ก า ร ผ ลิ ต
ขันตอนที ๕ การนวดยากับธาตุวัตถุและพริกไทยปน
การนวดยากับธาตุวัตถุเปนการผสมผงยาทีบดและร่อนแล้ว
กับธาตุวัตถุด้วยเครืองบด ซึงเปนขันตอนสุดท้ายของการ
ปรุงยา โดยนําผงยาทีร่อนละเอียดแล้วผสมกับธาตุวัตถุ
ได้แก่ การบูร พริกไทยปน ซึงมีวิธีทาํ ดังนี
๑. นําการบูรใส่ถุง ใช้สากคลึงให้ละเอียด ไม่ให้เปนก้อน
จ า ก นั น ตั ก พ ริ ก ไ ท ย ป น ป ร ะ ม า ณ ค รึ ง ห นึ ง ใ ส่ ล ง ไ ป ใ น ถุ ง
การบูร ใช้สากคลึงอีกครังให้ส่วนผสมเข้ากัน แล้วแยก
พั ก ไ ว้
๒. เทผงยาทีปรุงเสร็จทังหมด ตามด้วยการบูรในข้อ ๑ และ
พริกไทยปนทีเหลือทังหมดลงในเครืองบด เปดเครือง
แล้วบดจนกระทังกลินการบูรหอมขึนจมูก ขึนตา
๓. จากนันให้ตักผงยาทีปรุงสําเร็จใส่ถุงทีสะอาดมัดปากถุง
ให้แน่นและมัดถุงให้พอง จากนันเขย่าผงยาให้เข้ากันอีก
ครังหนึง เมือส่วนผสมเข้ากันดีแล้วให้ปล่อยลมในถุง
ออกแล้วมัดปากถุงให้ชิดผงยา
๔. ชังนาํ หนักผงยาทีปรุงสําเร็จ นําหนักกากยา บันทึก
นําหนักเปนกรัม เขียนชือยา วันทีผลิต จากนันนาํ ยาไป
บรรจุแคปซูลต่อไป
ขันตอนที ๖ การบรรจุแคปซูล
วิธีการบรรจุแคปซูล ดูในหน้า ๒๕-๒๘
นํา ย า แ ค ป ซู ล ที บ ร ร จุ เ ส ร็ จ ใ ส่ ถุ ง ส ะ อ า ด ไ ว้
บันทึกชือยา จาํ นวนแคปซูล วันทีผลิต
นําไปจัดเก็บเพือนาํ ไปใช้ต่อไป
ส่วนผงยาทีเหลือ บันทึกชือยา วันทีผลิต
จํานวนผงยาทีเหลือ นาํ ไปจัดเก็บเพือนาํ
ไปใช้ต่อไป
๑๒๙
ต รี ฉิ น ท ล ม ก า
ตาํ รับที ๑๕ ยาตรีฉินทลมกา
๑. ชือยา ตรีฉินทลมกา
๒. รูปแบบยา ชนิดแคปซูล (บดเปนผงบรรจุแคปซูล)
๓. ทีมาของตํารับยา -
๔. สรรพคุณ/ข้อบ่งใช้
บํารุงธาตุ ขับลม แก้ไข้เพือเสมหะ ถ่ายโลหิตและ
นาํ เหลืองเสีย
๕. สูตรตํารับยา ประกอบด้วยเครืองยา ๖ สิง
กําหนดนาํ หนักรวม ๖๒๐ กรัม จัดนาํ หนักเครืองยาได้
๓,๘๗๕ ส่วน ส่วนละ ๑๖๐ กรัม
๖. วิธีทํา บดเปนผง บรรจุแคปซูล เบอร์ ๑ หนักแคปซูล
ละ ๐.๒๕ กรัม (เครืองยาทีไม่ใช่ธาตุวัตถุใช้เครืองยา
สมุนไพรแห้งทังหมด)
๗. ข้อควรระวัง/ข้อห้ามใช้ ไม่มี
๘. อาการไม่พึงประสงค์ ไม่มี
๙. ข้อมูลเพิมเติม ไม่มี
๑๓๐
ต รี ฉิ น ท ล ม ก า ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย เ ค รื อ ง ย า ๖ สิ ง
นํา ห นั ก ย า ๓ . ๘ ๗ ๕ ส่ ว น
ส่ ว น ล ะ ๑ ๖ ๐ ก รั ม
ร ว ม นํา ห นั ก ย า ๖ ๒ ๐ ก รั ม
๑๐. ตํารับยาตรีฉินทลมกา
ประกอบด้วยเครืองยา ๖ สิง มีรายละเอียดดังนี
๑. โกฐนําเต้า ๑๖๐ กรัม
๒. ลูกสมอไทย ๑๖๐ กรัม
๓. รงทอง (ประสะหรือสะตุ) ๑๖๐ กรัม
๔. ลูกกระวาน ๘๐ กรัม
๕. เทียนดาํ ๔๐ กรัม
๖. มหาหิงค์ุ (สะตุ) ๒๐ กรัม
หมายเหตุ:
สะตุมหาหิงค์ุและรงทองก่อนนําไปปรุงยา
ฆ่าฤทธิโกฐนําเต้า ก่อนนําไปปรุงยา
ใช้ครกตาํ รงทองให้ละเอียดก่อนนาํ ไปชัง
๑๓๑
ต รี ฉิ น ท ล ม ก า ก ร ร ม วิ ธี ก า ร ผ ลิ ต
๑๑. กรรมวิธีการผลิต
วัสดุอุปกรณ์ ดูในหน้า ๑๖
ยาตรีฉินทลมกา มีขันตอนการปรุงยา ตามลําดับดังนี
ขันตอนที ๑ การชัง ตวง วัด นําหนักเครืองยาตามตํารับยา
ขันตอนที ๒ การอบเครืองยา
ขันตอนที ๓ การบดเครืองยา
ขันตอนที ๔ การร่อนยาและบดยา
ขันตอนที ๕ การนวดยากับธาตุวัตถุ
ขันตอนที ๖ การบรรจุแคปซูล
ขันตอนที ๑ ชัง ตวง วัด นาํ หนักเครืองยาตามตาํ รับยา
นําเครืองยาทีอบฆ่าเชือโรคทีเตรียมไว้แล้วมาชังนําหนักตามตํารับยา
ข้างต้น ยกเว้นธาตุวัตถุ ได้แก่ มหาหิงค์ุและรงทอง สามารถชังนาํ หนัก
ได้ไม่ต้องอบ โดยให้ชังนาํ หนักเครืองยาแต่ละสิงเปนกรัม แล้วให้แยก
ใส่ถุงไว้ ถุงละ ๑ สิง
๑๓๒
ต รี ฉิ น ท ล ม ก า ก ร ร ม วิ ธี ก า ร ผ ลิ ต
ขันตอนที ๒ การอบเครืองยาก่อนนาํ ไปบด
๑. อุ่นตู้อบทีอุณหภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซียส
๒. จัดเรียงเครืองยาใส่ถาดเพือเตรียมอบ โดยแยกตามลักษณะของเครือง
ยาจัดเรียงไว้ในถาดเดียวกัน สามารถแยกออกเปน ๑ ถาด
ถาดที ๑ จัดเรียง โกฐนําเต้า ลูกสมอไทย ลูกกระวาน เทียนดํา จากนันเขย่าถาดเบาๆ
ให้เครืองยากระจายไปให้ทัวถาด
เครืองยาทีไม่ต้องนําไปอบ ได้แก่ รงทอง มหาหิงคุ์ ให้แยกใส่ถุงไว้ ถุงละ ๑ สิง
๓. เมือตู้อบอุณหภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซียสแล้ว จึงนาํ ถาดเครืองยาถาดที
๑ เรียงใส่ตู้อบ สําหรับตู้อบทีใช้ครังนีไฟอยู่ข้างบนจึงเรียงถาดเครืองยา
นีไว้ชันบนสุด จากนันเริมจับเวลาใช้เวลาอบประมาณ ๑ ชัวโมง
เมือครบเวลาอบตามทีต้องการแล้วให้นําถาดเครืองยาออกจากตู้อบ
พร้อมนาํ ไปบดในขันตอนต่อไป
หมายเหตุ การอบเครืองยาในครังนีเปนการอบเครืองยาครังที ๒
จุ ด ป ร ะ ส ง ค์ ใ น ก า ร อ บ เ พื อ ต้ อ ง ก า ร ก ร ะ ตุ้ น ฤ ท ธิ ย า ใ ห้ มี ส ร ร พ คุ ณ ท า ง ย า ดี ขึ น แ ล ะ ช่ ว ย ฆ่ า เ ชื อ โ ร ค อี ก ค รั ง
หนึงก่อนนาํ เครืองยาไปบด
๑๓๓
ต รี ฉิ น ท ล ม ก า ก ร ร ม วิ ธี ก า ร ผ ลิ ต
ขันตอนที ๓ การบดเครืองยา
๑. ก่อนบดยาให้ปรับขากวาดนอกเครืองบดยาขึน
๒. แยก ลูกสมอไทย ออกมาพักให้คายความร้อนสักครู่ หรือรอจนกว่าจะ
กรอบค่อยนาํ ไปบด ห้ามบดเครืองยานีขณะทียังมีความเหนียวอยู่จะ
ทําให้ยาเกาะกันเปนก้อนและบดยากขึน
๓. ใส่เครืองยาลงเครืองบด
๓.๑. เริมจากถาดที ๑ โดยให้ทยอยใส่เครืองยาตามลาํ ดับแล้วบด
ใส่โกฐนาํ เต้า ลูกสมอไทย ลูกกระวาน เทียนดํา โดยให้ทยอยใส่
เครืองยาเหล่านีคราวละ ๑ สิง บดเครืองยาแต่ละสิงจนกระทัง
เครืองยาลาํ ดับแรกแตกเปนชินเล็กๆ เสียก่อน แล้วจึงใส่เครือง
ยาลําดับถัดไปได้ เมือใส่ครบบดต่อเล็กน้อยแล้วปดเครือง
๔. นาํ มหาหิงคุ์ใส่ถุงแล้วใช้สากคลึงให้ละเอียด จากนันเททังหมดใส่ลง
เครืองบด เปดเครืองแล้วบดต่อจนกระทังเครืองยาละเอียด แล้วปด
เครือง ส่วนรงทอง (ธาตุวัตถุ) ให้เก็บไว้บดกับผงยาในรอบสุดท้าย
๕. เมือใส่เครืองยาครบแล้วให้ปรับขากวาดนอกทียกขึนในตอนแรกลงเพือ
ช่วยกวาดยา จากนันเปดเครืองบดยา บดต่อโดยใช้เวลาบดยาประมาณ
๓๐ นาที ให้สังเกตว่าสียาเริมเปลียนเปนสีเข้มขึนให้ปดเครือง ตักผงยา
ใส่ภาชนะสะอาด เพือนําไปร่อนในขันตอนต่อไป
๑๓๔
ต รี ฉิ น ท ล ม ก า
ขันตอนที ๔ การร่อนยาและบดกากยา
ร่อนยารอบที ๑
๑. นาํ ตะแกรงร่อนยาเบอร์ ๘๐ ใส่ลงในบล็อกเครืองร่อนยา
๒. ตักผงยาทีบดเสร็จแล้วประมาณ ๒ กระบวยใส่ตะแกรงร่อนยา จากนันเปด
เครืองร่อนยาในระหว่างทีเครืองกําลังทํางานนันให้หมันใช้แปรงคอยช่วยเกลียผงยา
เพือปองกันไม่ให้ผงยาจับตัวเปนก้อนขณะร่อน ผงยาทีละเอียดจะผ่านรูตะแกรงไป
จดหมดเหลือแต่เพียงกากยาชินใหญ่ค้างอยู่บนตะแกรง เมือแน่ใจว่าผงยาถูกร่อนไป
จนหมดแล้ว ให้ปดเครือง
๓. นาํ กากยาทีเหลือบนตะแกรง เทกลับไปใส่เครืองบดยา ระหว่างนีก็ให้เปดเครืองบดยา
แล้วบดกากยานีไปเรือยๆ แต่ยังไม่ต้องจับเวลาการบด
๔. ทยอยตักผงยาใหม่อีกประมาณ ๒ กระบวยลงไปร่อนในเครืองร่อนยา โดยให้ทาํ ตาม
ข้อที ๒ – ๓ กับผงยาทีเหลือจนหมด นับเปนการร่อนยารอบที ๑
บดกากยาทีเหลือจากการร่อนในรอบแรก เมือกากยาทีเหลือจากการร่อนยาอยู่ในเครือง
บดยาทังหมดแล้วให้ทาํ การบดกากยานีต่อ โดยใช้เวลาประมาณ ๓๐ นาที เมือครบตาม
เวลาทีกาํ หนดให้ปดเครือง จากนันตักผงยาทังหมดใส่ภาชนะ
ร่อนยารอบที ๒
ทําเช่นเดียวกับรอบที ๑ ในรอบนียังคงใช้ตะแกรงเบอร์ ๘๐ เช่นเดิม บดกากยาทีเหลือจาก
การร่อนในรอบที ๒ ให้ทาํ การบดกากยานีต่อโดยใช้เวลาประมาณ ๔๐ นาที เมือครบตาม
เวลาทีกาํ หนดให้ปดเครือง จากนันตักผงยาทังหมดใส่ภาชนะเพือนาํ ไปร่อนต่อในรอบที ๓
ร่อนยารอบที ๓
ทําเช่นเดียวกับรอบที ๑ และ ๒ แต่ให้เปลียนตะแกรงจากเบอร์ ๘๐ เปนตะแกรงเบอร์ ๖๐
ในรอบนีเมือร่อนเสร็จให้นาํ กากยาทีเหลือใส่ภาชนะไปชังนาํ หนัก ถ้ากากยาเหลือมากกว่า
๕% ของนาํ หนักเครืองยาโดยคิดเฉพาะนาํ หนักเครืองยาทีใช้ลงบดในขันตอนที ๓ ให้นาํ ไป
บดใหม่อีก ๑ รอบ เมือชังแล้วพบว่านาํ หนักกากยาเหลือมากกว่า ๕ % จึงต้องบดกากยา
อีก ๑ รอบ บดกากยาทีเหลือจากการร่อนในรอบที ๓ ถึงแม้ว่ากากยาทีเหลือจะมีนําหนัก
มากกว่า ๕% ก็จริง แต่มีปริมาณน้อยไม่เหมาะทีจะใช้เครืองบดยาปกติได้ จึงให้ใช้เครือง
ปนความเร็วสูงสําหรับบดยาแทน เมือบดเสร็จให้นาํ ไปร่อนต่อในรอบที ๔
ร่อนยารอบที ๔
ปริมาณยาในรอบนีไม่มากนักจึงให้ร่อนด้วยกระชอนตาถีทีใช้สําหรับร่อนยาแทน เมือร่อน
เสร็จนาํ กากยาทีเหลือไปชังนําหนักอีกครัง พบว่านาํ หนักกากยาเหลือน้อยกว่า ๕% จึง
เสร็จขันตอนการร่อนยา
เ มื อ ร่ อ น ย า เ ส ร็ จ แ ล้ ว ใ ห้ ดึ ง ถ า ด พั ก ย า ที อ ยู่ ใ ต้ เ ค รื อ ง ร่ อ น ย า อ อ ก
ตั ก ผ ง ย า ที ป รุ ง สํา เ ร็ จ ใ ส่ ภ า ช น ะ เ พื อ เ ต รี ย ม นํา ผ ง ย า ไ ป น ว ด กั บ ธ า ตุ วั ต ถุ ต่ อ ไ ป
๑๓๕
ต รี ฉิ น ท ล ม ก า
ขันตอนที ๕ การนวดยากับธาตุวัตถุ
การนวดยากับธาตุวัตถุเปนการผสมผงยาทีบดและร่อนแล้วกับธาตุวัตถุด้วยเครืองบด
ซึงเปนขันตอนสุดท้ายของการปรุงยา โดยนําผงยาทีร่อนละเอียดแล้วผสมกับธาตุวัตถุ
คือ รงทอง ซึงมีวิธีทําดังนี
๑. เทผงยาทีปรุงเสร็จและรงทองลงเครืองบดอย่างละครึง เปดเครืองบด ถ้าสังเกต
เห็นว่ารงทองติดล้อให้เติมผงยาลงไปเพิม บดต่อไปสักครู่ จึงปดเครือง
๒. เทผงยาทีปรุงเสร็จทังหมดลงไป เปดเครืองแล้วบดต่อ เมือเห็นตัวยาคลุกเข้ากันดี
จึงปดเครือง
๓. ตักผงยาทีปรุงเสร็จประมาณ ๑ – ๒ กระบวยใส่ลงในเครืองบด ตามด้วยรงทองใส่
ลงไปครึงหนึง เปดเครืองบด เริมทาํ การบด ถ้าสังเกตเห็นว่ารงทองติดล้อให้เติม
ผงยาลงไปเพิม บดต่อไปสักครู่ จึงปดเครือง
๔. จากนันให้ตักผงยาทีปรุงสําเร็จใส่ถุงทีสะอาดมัดปากถุงให้แน่นและมัดถุงให้พอง
จากนันเขย่าผงยาให้เข้ากันอีกครังหนึง เมือส่วนผสมเข้ากันดีแล้วให้ปล่อยลมในถุง
ออกแล้วมัดปากถุงให้ชิดผงยา
๕. ชังนําหนักผงยาทีปรุงสําเร็จ นําหนักกากยา บันทึกนําหนักเปนกรัม เขียนชือยา
วันทีผลิต จากนันนํายาไปบรรจุแคปซูลต่อไป
ขันตอนที ๖ การบรรจุแคปซูล
วิธีการบรรจุแคปซูล ดูในหน้า ๒๕-๒๘
นาํ ยาแคปซูลทีบรรจุเสร็จใส่ถุงสะอาดไว้
บันทึกชือยา จาํ นวนแคปซูล วันทีผลิต นาํ ไปจัดเก็บเพือนําไปใช้ต่อไป
ส่วนผงยาทีเหลือ บันทึกชือยา วันทีผลิต จํานวนผงยาทีเหลือ นาํ ไปจัดเก็บเพือ
นําไปใช้ต่อไป
๑๓๖
ป ร า บ ช ม พู ท วี ป
ตาํ รับที ๑๖ ยาปราบชมพูทวีป
๑. ชือยา ปราบชมพูทวีป
๒. รูปแบบยา ชนิดผง
๓. ทีมาของตํารับยา
ตามตาํ นานกล่าวกันว่า นายเดโช ได้ตามเสด็จไปถึงเมืองเขมร ในเมืองโพธิสัตย์ ที
วัดช้างเทียม พบแผ่นศิลาจารึก ยาขนานนีอยู่ทีประตูวัดจึงได้คัดลอกมา ตํารับยา
ขนานนีได้มีคําสาปแช่งกาํ กับไว้ด้วยว่าหากใครคิดเอาตาํ รายานีไปซือขายก็ดีหรือนํายา
ไปหากินหาประโยชน์ใส่ตนก็ดี ขอให้เกิดทุกข์ทรมานด้วยโรคร้าย ตกนรกหมกไหม้
อย่าได้ผุดได้เกิด แต่ขอให้ช่วยบอกต่อๆ ไปจะได้อานิสงส์พันกัป
๔. สรรพคุณ/ข้อบ่งใช้
แก้สารพัดโรค เช่น โรคเรือน มะเร็ง ริดสีดวง เปนง่อย พุงโร ไส้พองท้องใหญ่
ท้องมาน ไส้เลือน หืด ๒๐ จําพวก โรคลม ๑๐๘ จําพวก กุฏฐัง ๒๐ จาํ พวก แก้
เสมหะ ๒๐ จาํ พวก ตามืด ตาฟาง หูหนวก หูตึง เจ็บสะโพก หลังเสียดแทง ลมจุก
อก คุดทะราด ๒๐ จําพวก ลมทังสรรพางค์กาย ฝดาษ ลมวิงเวียนศรีษะ ลมชักปาก
เบียว ตาแหง เจ็บคอหอย จามไอ ลมปตคาด บาดทะยัก ลมกระตุกทังสรรพางค์กาย
ลมชัก หาว เรอ จามไอทุกคาํ เช้า บวมชําทังตัว ลมปสสาวะ โลหิตมาไม่สมําเสมอ
ธาตุทัง ๔ ไม่เสมอกัน ลมมักให้นอนหลับและไม่หลับ ลมมักให้ขึงโกรธ อัมพฤกษ์
อัมพาต มือเท้าหมดความรู้สึกเหยียดแขนขาไม่ออก ชาตามจุดต่างๆ มึนศีรษะ
บรรเทาอาการหวัดในระยะแรก และอาการทีเกิดจากการแพ้อากาศ
๕. สูตรตํารับยา ประกอบด้วยเครืองยา ๒๔ สิง กาํ หนดนําหนักรวม
๑,๐๐๐ กรัม จัดนาํ หนักเครืองยาได้ ๑,๐๐๐ ส่วน ส่วนละ ๑ กรัม
๖. วิธีทาํ บดเปนผง บรรจุแคปซูล เบอร์ ๑ หนักแคปซูลละ ๐.๒๕ กรัม
(เครืองยาทีไม่ใช่ธาตุวัตถุใช้เปนเครืองยาสมุนไพรแห้งทังหมด)
๗. วิธีใช้ กินครังละ ๗๕๐ มิลลิกรัม – ๑.๕ กรัม วันละ ๔ ครัง ก่อนอาหาร
และก่อนนอน
๘. ข้อควรระวัง/ข้อห้ามใช้
ควรระวังการบริโภคในผู้ปวยโรคความดันเลือดสูง โรคหัวใจ
โรคแผลเปอยเพปติก และโรคกรดไหลย้อน เนืองจากเปนตาํ รับยารสร้อน
ควรระวังการใช้ยาเกินขนาดในผู้ปวยทีมีความผิดปกติของตับ ไต หรือ
ทางเดินปสสาวะ เนืองจากอาจเกิดพิษจากการบูร
ควรระวังการใช้ยานีร่วมกับยา PHENYTOIN, PROPRANOLOL,
THEOPHYLLINE และ RIFAMPICIN เนืองจากตํารับนีมีพริกไทยในปริมาณสูง
๙. อาการไม่พึงประสงค์ แสบร้อนยอดอก
๑๓๗
ป ร า บ ช ม พู ท วี ป ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย เ ค รื อ ง ย า ๒ ๔ สิ ง
นาํ ห นั ก ย า ๑ , ๐ ๐ ๐ ส่ ว น
ส่ ว น ล ะ ๑ ก รั ม
ร ว ม นํา ห นั ก ย า ๑ , ๐ ๐ ๐ ก รั ม
๑๐. ตํารับยาปราบชมพูทวีป
ประกอบด้วยเครืองยา ๒๔ สิง มีรายละเอียดดังนี
๑. ลูกจันทน์ ๑ กรัม
๒. ดอกจันทน์ ๒ กรัม
๓. กระวาน ๓ กรัม
๔. ลูกพิลังกาสา ๖ กรัม
๕. ดอกดีปลี ๕ กรัม
๖. ลาํ พันหางหมู ๗ กรัม
๗. โกฐสอ ๘ กรัม
๘. โกฐเขมา ๙ กรัม
๙. เทียนดาํ ๑๐ กรัม
๑๐. เทียนแดง ๑๑ กรัม
๑๑. เทียนตาตักแตน ๑๓ กรัม
๑๒. เทียนแกลบ ๑๔ กรัม
๑๓. เหง้าขิงแห้ง ๑๕ กรัม
๑๔. รากเจตมูลเพลิงแดง ๑๖ กรัม
๑๕. ลูกสมอไทย ๑๗ กรัม
๑๖. ลูกสมอเทศ ๑๘ กรัม
๑๗. หัวบุก ๑๙ กรัม
๑๘. หัวกลอย ๑๙ กรัม
๑๙. ดอกกานพลู ๒๐ กรัม
๒๐. หัสคุณเทศ ๔๓ กรัม
๒๑. ใบกัญชาเทศ ๒๕๓ กรัม
๒๒. พริกไทยล่อน/พริกไทยดํา ๒๔๗ กรัม
๒๓. ต้นเหงือกปลาหมอ ๒๔๐ กรัม
๒๔. การบูร ๔ กรัม
๑๓๘
ป ร า บ ช ม พู ท วี ป ก ร ร ม วิ ธี ก า ร ผ ลิ ต
๑๑. กรรมวิธีการผลิต
วัสดุอุปกรณ์ ดูในหน้า ๑๖
ยาปราบชมพูทวีป มีขันตอนการปรุงยา ตามลําดับดังนี
ขันตอนที ๑ การชัง ตวง วัด นาํ หนักเครืองยาตามตํารับยา
ขันตอนที ๒ การอบเครืองยา
ขันตอนที ๓ การบดเครืองยา
ขันตอนที ๔ การร่อนยาและบดยา
ขันตอนที ๕ การนวดยากับธาตุวัตถุ
ขันตอนที ๖ การบรรจุแคปซูล
ขันตอนที ๑ ชัง ตวง วัด นาํ หนักเครืองยาตามตาํ รับยา
นําเครืองยาทีอบฆ่าเชือโรคทีเตรียมไว้แล้วมาชังนาํ หนักตามตํารับยา
ข้างต้น สําหรับตํารับยานีใช้เมล็ดพริกไทยล่อนค่อนข้างมากจึงเปลียน
จ า ก ก า ร ใ ช้ เ ม ล็ ด เ ป น พ ริ ก ไ ท ย ป น แ ท น ทั ง นี ก็ เ พื อ ค ว า ม ร ว ด เ ร็ ว ใ น ก า ร บ ด
สามารถนาํ ไปชังนาํ หนักได้ทันทีไม่ต้องนาํ ไปอบครังแรก ส่วนเครืองยา
ทีเปนธาตุวัตถุ คือ การบูร สามารถนาํ ไปชังนาํ หนักได้ทันทีไม่ต้องนาํ ไป
อบเช่นเดียวกับพริกไทยปน โดยให้ชังนาํ หนักเครืองยาแต่ละสิงเปนกรัม
แล้วให้แยกใส่ถุงไว้ ถุงละ ๑ สิง
๑3๓3๙
ป ร า บ ช ม พู ท วี ป ก ร ร ม วิ ธี ก า ร ผ ลิ ต
ขันตอนที ๒ การอบเครืองยาก่อนนําไปบด
๑. อุ่นตู้อบทีอุณหภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซียส
๒. จัดเรียงเครืองยาใส่ถาดเพือเตรียมอบ โดยแยกตามลักษณะของเครือง
ยาจัดเรียงไว้ในถาดเดียวกัน สามารถแยกออกเปน ๓ ถาด
ถาดที ๑ จัดเรียงลูกสมอไทย ลูกสมอเทศ หัสคุณเทศ เหง้าขิงแห้ง โกฐเขมา โกฐสอ
ลูกพิลังกาสา ดอกดีปลี ลาํ พันหางหมู รากเจตมูลเพลิงแดง หัวบุก หัวกลอย จากนันเขย่า
ถาดเบาๆ ให้เครืองยากระจายไปให้ทัวถาด
ถาดที ๒ จัดเรียง ใบกัญชาเทศ ต้นเหงือกปลาหมอ ลูกจันทน์ ดอกจันทน์ ลูกกระวาน
ดอกกานพลู จากนันเขย่าถาดเบาๆ ให้เครืองยากระจายไปให้ทัวถาด
ถาดที ๓ จัดเรียง เทียนดํา เทียนแดง เทียนตาตักแตน เทียนแกลบ จากนันเขย่าถาดเบาๆ
ให้เครืองยากระจายไปให้ทัวถาด
เครืองยาทีไม่ต้องนําไปอบ ได้แก่ การบูร (ธาตุวัตถุ) และพริกไทยปน ให้แยกใส่ถุงไว้
ถุงละ ๑ สิง
๓. เมือตู้อบอุณหภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซียสแล้ว ให้นําถาดเครืองยา
ทังหมดเรียงใส่ตู้อบ สําหรับตู้อบทีใช้ครังนีไฟอยู่ข้างบนจึงเรียงถาดจาก
ชันบนลงล่าง โดยเริมต้น เรียงถาดที ๑ ไว้ชันบนสุด เรียงถาดที ๒ ไว้
ชันถัดลงมา และเรียงถาดที ๓ ต่อจากชัน ๒ ลงมา จากนันจึงเริมจับ
เวลา ใช้เวลาอบประมาณ ๑ ชัวโมง เมือครบเวลาอบตามทีต้องการแล้ว
ให้นําถาดเครืองยาออกจากตู้อบพร้อมนาํ ไปบดในขันตอนต่อไป
หมายเหตุ การอบเครืองยาในครังนีเปนการอบเครืองยาครังที ๒
จุ ด ป ร ะ ส ง ค์ ใ น ก า ร อ บ เ พื อ ต้ อ ง ก า ร ก ร ะ ตุ้ น ฤ ท ธิ ย า ใ ห้ มี ส ร ร พ คุ ณ ท า ง ย า ดี ขึ น แ ล ะ ช่ ว ย ฆ่ า เ ชื อ โ ร ค อี ก ค รั ง
หนึงก่อนนําเครืองยาไปบด
๑๔๐
ป ร า บ ช ม พู ท วี ป
ขันตอนที ๓ การบดเครืองยา
๑. ก่อนบดยาให้ปรับขากวาดนอกเครืองบดยาขึน
๒. แยก ลูกสมอไทย ออกมาพักให้คายความร้อนสักครู่ หรือรอจนกว่าจะ
กรอบค่อยนาํ ไปบด ห้ามบดเครืองยานีขณะทียังมีความเหนียวอยู่จะทําให้ยาเกาะกัน
เปนก้อนและบดยากขึน
๓. ใส่เครืองยาลงเครืองบด
๓.๑. เริมจากถาดที ๑ โดยให้ทยอยใส่เครืองยาตามลาํ ดับ ดังนี
ใส่ลูกสมอไทย ลูกสมอเทศ หัสคุณเทศ เหง้าขิงแห้ง โกฐเขมา โกฐสอ ลูก
พิลังกาสา ดอกดีปลี ลาํ พันหางหมู รากเจตมูลเพลิงแดง หัวบุก หัวกลอย
โดยให้ทยอยใส่เครืองยาเหล่านีคราวละ ๑ สิง บดเครืองยาแต่ละสิงจน
กระทังเครืองยาลําดับแรกแตกเปนชินเล็กๆ เสียก่อน แล้วจึงใส่เครืองยา
ลําดับถัดไปได้ เมือใส่ครบบดต่อเล็กน้อยแล้วปดเครือง ในกรณีทีเครือง
บ ด มี ข น า ด ใ ห ญ่ ส า ม า ร ถ ใ ส่ เ ค รื อ ง ย า ทั ง ห ม ด นี ล ง เ ค รื อ ง บ ด พ ร้ อ ม กั น ไ ด้
๓.๒. ใส่เครืองยาถาดที ๒ โดยให้ทยอยใส่เครืองยาตามลาํ ดับ ดังนี
ใส่ใบกัญชาเทศ ต้นเหงือกปลาหมอ ลูกจันทน์ ดอกจันทน์ ลูกกระวาน
ดอกกานพลู โดยให้ทยอยใส่เครืองยาเหล่านีคราวละ ๑ สิง บดเครืองยา
แต่ละสิงจนกระทังเครืองยาลาํ ดับแรกแตกเปนชินเล็กๆ เสียก่อน แล้วจึง
ใส่เครืองยาลําดับถัดไปได้ เมือใส่ครบบดต่อเล็กน้อยแล้วปดเครือง แต่ใน
ก ร ณี ที เ ค รื อ ง บ ด มี ข น า ด ใ ห ญ่ ส า ม า ร ถ ใ ส่ เ ค รื อ ง ย า ทั ง ห ม ด นี ล ง เ ค รื อ ง บ ด
พร้อมกัน
๓.๓. ใส่เครืองยาถาดที ๓ โดยให้ทยอยใส่เครืองยาตามลําดับ ดังนี
ใส่เทียนทังหมดลงไป ได้แก่ เทียนดํา เทียนแดง เทียนขาว เทียนเยาว
พาณี เทียนสัตตบุษย์ เปดเครืองแล้วบดต่อจนเครืองยาแตกเปนชินเล็กๆ
แล้วปดเครือง
๓.๔. การบูร (ธาตุวัตถุ) และพริกไทยปน ยังไม่บดในรอบนีให้เก็บไว้
บ ด ใ น ร อ บ สุ ด ท้ า ย
๔. เมือใส่เครืองยาครบทุกถาดแล้ว ให้ปรับขากวาดนอกทียกขึนในตอนแรกลงเพือช่วย
กวาดยาจากนันเปดเครืองบดยา บดต่อโดยใช้เวลาบดยาประมาณ ๓๐ นาที
ให้สังเกตว่าสียาเริมเปลียนเปนสีเข้มขึนให้ปดเครือง ตักผงยาใส่ภาชนะสะอาด
เพือนาํ ไปร่อนในขันตอนต่อไป
๑๔๑
ป ร า บ ช ม พู ท วี ป ก ร ร ม วิ ธี ก า ร ผ ลิ ต
ขันตอนที ๔ การร่อนยาและบดกากยา
ร่อนยารอบที ๑
๑. นําตะแกรงร่อนยาเบอร์ ๘๐ ใส่ลงในบล็อกเครืองร่อนยา
๒. ตักผงยาทีบดเสร็จแล้วประมาณ ๒ กระบวยใส่ตะแกรงร่อนยา จากนันเปด
เครืองร่อนยาในระหว่างทีเครืองกาํ ลังทาํ งานนันให้หมันใช้แปรงคอยช่วยเกลียผงยา
เพือปองกันไม่ให้ผงยาจับตัวเปนก้อนขณะร่อน ผงยาทีละเอียดจะผ่านรูตะแกรงไป
จดหมดเหลือแต่เพียงกากยาชินใหญ่ค้างอยู่บนตะแกรง เมือแน่ใจว่าผงยาถูกร่อนไป
จนหมดแล้ว ให้ปดเครือง
๓. นาํ กากยาทีเหลือบนตะแกรง เทกลับไปใส่เครืองบดยา ระหว่างนีก็ให้เปดเครืองบดยา
แล้วบดกากยานีไปเรือยๆ แต่ยังไม่ต้องจับเวลาการบด
๔. ทยอยตักผงยาใหม่อีกประมาณ ๒ กระบวยลงไปร่อนในเครืองร่อนยา โดยให้ทําตาม
ข้อที ๒ – ๓ กับผงยาทีเหลือจนหมด นับเปนการร่อนยารอบที ๑
บดกากยาทีเหลือจากการร่อนในรอบแรก เมือกากยาทีเหลือจากการร่อนยาอยู่ในเครือง
บดยาทังหมดแล้ว ให้ทาํ การบดกากยานีต่อ โดยใช้เวลาประมาณ ๓๐ นาที เมือครบตาม
เวลาทีกําหนดให้ปดเครือง จากนันตักผงยาทังหมดใส่ภาชนะ เพือนําไปร่อนต่อในรอบที ๒
ร่อนยารอบที ๒
ทําเช่นเดียวกับรอบที ๑ ในรอบนียังคงใช้ตะแกรงเบอร์ ๘๐ เช่นเดิม บดกากยาทีเหลือจาก
การร่อนในรอบที ๒ ให้ทาํ การบดกากยานีต่อ โดยใช้เวลาประมาณ ๔๐ นาที เมือครบตาม
เวลาทีกาํ หนดให้ปดเครือง จากนันตักผงยาทังหมดใส่ภาชนะเพือนําไปร่อนต่อในรอบที ๓
ร่อนยารอบที ๓
ทาํ เช่นเดียวกับรอบที ๑ แต่ให้เปลียนตะแกรงจากเบอร์ ๘๐ เปนตะแกรงเบอร์ ๖๐
ในรอบนีเมือร่อนเสร็จให้นาํ กากยาทีเหลือใส่ภาชนะไปชังนําหนัก ถ้ากากยาเหลือมากกว่า
๕% ของนําหนักเครืองยาโดยคิดเฉพาะนาํ หนักเครืองยาทีใช้ลงบดในขันตอนที ๓ ให้นาํ ไป
บดใหม่อีก ๑ รอบ เมือชังแล้วพบว่านําหนักกากยาเหลือมากกว่า ๕ % จึงต้องบดกากยา
อีก ๑ รอบ บดกากยาทีเหลือจากการร่อนในรอบที ๓ ถึงแม้ว่ากากยาทีเหลือจะมีนาํ หนัก
มากกว่า ๕% ก็จริง แต่มีปริมาณน้อยไม่เหมาะทีจะใช้เครืองบดยาปกติได้ จึงให้ใช้เครือง
ปนความเร็วสูงสําหรับบดยาแทน เมือบดเสร็จให้นําไปร่อนต่อในรอบที ๔
ร่อนยารอบที ๔
ปริมาณยาในรอบนีไม่มากนักจึงให้ร่อนด้วยกระชอนตาถีทีใช้สําหรับร่อนยาแทน
เมือร่อนเสร็จนาํ กากยาทีเหลือไปชังนําหนักอีกครัง พบว่านําหนักกากยาเหลือน้อยกว่า ๕%
จึงเสร็จขันตอนการร่อนยา
เ มื อ ร่ อ น ย า เ ส ร็ จ แ ล้ ว ใ ห้ ดึ ง ถ า ด พั ก ย า ที อ ยู่ ใ ต้ เ ค รื อ ง ร่ อ น ย า อ อ ก
ตักผงยาทีปรุงสําเร็จใส่ภาชนะเพือเตรียมนาํ ผงยาไปนวดกับธาตุวัตถุต่อไป
๑๔๒
ป ร า บ ช ม พู ท วี ป ก ร ร ม วิ ธี ก า ร ผ ลิ ต
ขันตอนที ๕ การนวดยากับธาตุวัตถุ
การนวดยากับธาตุวัตถุเปนการผสมผงยาทีบดและร่อนแล้วกับธาตุวัตถุด้วยเครืองบด
ซึงเปนขันตอนสุดท้ายของการปรุงยา โดยนาํ ผงยาทีร่อนละเอียดแล้วผสมกับธาตุวัตถุ
ได้แก่ การบูรและพริกไทยปน ซึงมีวิธีทําดังนี
๑. นาํ การบูรใส่ถุงใช้สากคลึงให้ละเอียด ไม่จับตัวเปนก้อน จากนันตักพริกไทยปน
ประมาณครึงหนึงใส่ลงไปในถุงการบูร ใช้สากคลึงอีกครังให้ส่วนผสมเข้ากัน
แ ล้ ว แ ย ก พั ก ไ ว้
๒. เทผงยาทีปรุงเสร็จแล้วทังหมดลงไปในเครืองบด จากนันเทพริกไทยปนทีเหลือ
ตามลงไป เปดเครืองแล้วบดต่อไปสักครู่ จึงปดเครือง
๓. ใส่ส่วนผสมทีเตรียมไว้ในข้อ ๑ คือ การบูรกับพริกไทยปน ลงไปในเครืองบด
ทังหมด เปดเครืองแล้วบดให้เข้ากัน ใช้เวลาประมาณ ๒๐ นาที จะได้กลินการบูร
ขึนจมูกและขึนตา เปนอันเสร็จสินขันตอนการนวดยา
๔. จากนันให้ตักผงยาทีปรุงสําเร็จใส่ถุงทีสะอาดมัดปากถุงให้แน่นและมัดถุงให้พอง
จากนันเขย่าผงยาให้เข้ากันอีกครังหนึง เมือส่วนผสมเข้ากันดีแล้วให้ปล่อยลมในถุง
ออกแล้วมัดปากถุงให้ชิดผงยา
๕. ชังนําหนักผงยาทีปรุงสําเร็จ นาํ หนักกากยา บันทึกนาํ หนักเปนกรัม
เขียนชือยา วันทีผลิต จากนันนาํ ยาไปบรรจุแคปซูลต่อไป
ขันตอนที ๖ การบรรจุแคปซูล สรุปนาํ หนักยาปราปชมพูทวีป
นําหนักตํารับยา ๑,๐๐๐ กรัม
วิธีการบรรจุแคปซูล ดูในหน้า ๒๕-๒๘ นาํ หนักผงยาทีร่อนได้ ๙๖๓ กรัม
ยาปราปชมพูทวีป นําหนักยาสุทธิ ๙๖๓ กรัม นําหนักกากยา ๓๔ กรัม
บรรจุผงยาใส่แคปซูลขนาด ๒๕๐ มิลลิกรัม กับ นําหนักยาสูญเสีย ๓ กรัม
เครืองบรรจุแคปซูลได้ครังละ ๓๐๐ แคปซูล
บรรจุแคปซูลได้ ๑๑ ครัง จํานวน ๓,๓๐๐ แคปซูล นาํ ยาแคปซูลทีบรรจุเสร็จใส่ถุงสะอาดไว้
มีผงยาเหลือ ๖๑ กรัม บันทึกชือยา จํานวนแคปซูล วันทีผลิต
นําไปจัดเก็บเพือนาํ ไปใช้ต่อไป
๑๔๓
ส่วนผงยาทีเหลือ บันทึกชือยา วันทีผลิต จํานวนผง
ยาทีเหลือ นําไปจัดเก็บเพือนาํ ไปใช้ต่อไป
ย า ห อ ม อิ น ท จั ก ร์
ตํารับที ๑๗ ยาหอมอินทจักร์ (ยาสามัญประจําบ้าน)
๑. ชือยา ยาหอมอินทจักร์
๒. รูปแบบยา ชนิดผง (บดเปนผง)
๓. ทีมาของตํารับยา -
๔. สรรพคุณ/ข้อบ่งใช้
แก้ลมคลืนเหียน อาเจียน ใช้นําลูกผักชี เทียนดาํ ต้มเปนนํากระสายยา
แก้ลมปลายไข้ ใช้ก้านสะเดา กระดอม และเถาบอระเพ็ดต้มเอานําเปน
นํากระสายยา
แก้ลมบาดทะจิต ใช้นาํ ดอกมะลิเปนกระสายยา
แก้ลมจุกเสียด ใช้นาํ ขิงต้มเปนนํากระสายยา ถ้าหานาํ กระสายยาไม่ได้ให้ใช้
นํา สุ ก แ ท น
๕. สูตรตํารับยา ประกอบด้วยเครืองยา ๔๘ สิง กาํ หนดนาํ หนักรวม
๕,๗๖๐ กรัม จัดนาํ หนักเครืองยาได้ ๔๘ ส่วน ส่วนละ ๑๒๐ กรัม
๖. วิธีทาํ บดเปนผง บรรจุใส่ขวด
เครืองยาทีไม่ใช่ธาตุวัตถุใช้เปนเครืองยาสมุนไพรแห้งทังหมด และยังได้เพิมเครือง
ยาทีสําคัญอีก ๕ สิง ดังต่อไปนี ดีวัว ๑ ส่วน / ชะมดเช็ด ประมาณ ๑ บาท /
พิมเสน (ธาตุวัตถุ) ๗% ของนําหนักยาทีปรุงสําเร็จแล้ว / เมนทอล (ธาตุวัตถุ)
๔% ของนาํ หนักยาทีปรุงสําเร็จแล้ว / การบูร (ธาตุวัตถุ) ๔% ของนาํ หนักยาทีปรุง
สําเร็จแล้ว
๗. วิธีใช้ ชนิดผง กินครังละครึงถึง ๑ ช้อนชา กินทุก ๓ ชัวโมง ละลายนํา
กระสายยา กินทุก ๓ ชัวโมง
๘. ข้อควรระวัง/ข้อห้ามใช้
ควรระวังการกินยาร่วมกับยาในกลุ่มสารกันเลือดเปนลิม (ANTICOAGULANT)
และยาต้านการจับตัวของเกล็ดเลือด (ANTIPLATELETS)
ค ว ร ร ะ วั ง ก า ร ใ ช้ ย า ใ น ผู้ ป ว ย แ พ้ ล ะ อ อ ก เ ก ส ร ด อ ก ไ ม้
ห้ามใช้ในหญิงตังครรภ์
๙. อาการไม่พึงประสงค์ ไม่มี
๑๐. ข้อมูลเพิมเติม
ปจจุบันในสูตรตํารับยาให้ตัดรากไคร้เครือออก เนืองจากมีข้อมูลงานวิจัยบ่งชีว่าไคร้
เครือทีใช้และมีการจําหน่ายในท้องตลาดเปนพืชในสกุล ARISTOLOCHIA ซึงพืชใน
สกุลนีมีรายงานพบว่าก่อให้เกิดความเปนพิษต่อไต (NEPHROTOXICITY) และเมือป
ค.ศ. 2002 องค์การอนามัยโลกได้ประกาศให้พืชสกุล ARISTOLOCHIA เปนสารก่อ
มะเร็งในมนุษย์ แต่สําหรับตาํ รับยาทีปรุงใช้ในครังนียังคงใช้สูตรตามตํารับยาต้นฉบับ
คือยังคงไม่ตัดรากไคร้เครือออก ๑๔๔
ย า ห อ ม อิ น ท จั ก ร์ ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย เ ค รื อ ง ย า ๔ ๘ สิ ง
นาํ ห นั ก ย า ๔ ๘ ส่ ว น
ส่ ว น ล ะ ๑ ๒ ๐ ก รั ม
ร ว ม นาํ ห นั ก ย า ๕ , ๗ ๖ ๐ ก รั ม
๑๑. ตํารับยาหอมอินทจักร์
ประกอบด้วยเครืองยา ๔๘ สิง มีรายละเอียดดังนี
๑. โกฐเชียง ๑๒๐ กรัม ๒๕. ดอกกานพลู ๑๒๐ กรัม
๒. โกฐสอ ๑๒๐ กรัม ๒๖. กฤษณา ๑๒๐ กรัม
๓. โกฐเขมา ๑๒๐ กรัม ๒๗. กระลําพัก ๑๒๐ กรัม
๔. โกฐจุฬาลัมพา ๑๒๐ กรัม ๒๘. ขอนดอก ๑๒๐ กรัม
๕. โกฐก้านพร้าว ๑๒๐ กรัม ๒๙. ดอกมะลิ ๑๒๐ กรัม
๖. โกฐกระดูก ๑๒๐ กรัม ๓๐. ดอกพิกุล ๑๒๐ กรัม
๗. โกฐพุงปลา ๑๒๐ กรัม ๓๑. ดอกบุนนาค ๑๒๐ กรัม
๘. โกฐกักกรา ๑๒๐ กรัม ๓๒. ดอกสารภี ๑๒๐ กรัม
๙. โกฐนําเต้า ๑๒๐ กรัม ๓๓. ดอกจําปา ๑๒๐ กรัม
๑๐. เทียนดาํ ๑๒๐ กรัม ๓๔. ดอกกระดังงา ๑๒๐ กรัม
๑๑. เทียนแดง ๑๒๐ กรัม ๓๕. เถามวกแดง ๑๒๐ กรัม
๑๒. เทียนขาว ๑๒๐ กรัม ๓๖. เถามวกขาว ๑๒๐ กรัม
๑๓. เทียนข้าวเปลือก ๑๒๐ กรัม ๓๗. เปลือกอบเชยเทศ ๑๒๐ กรัม
๑๔. เทียนเยาวพาณี ๑๒๐ กรัม ๓๘. เปลือกสมุลแว้ง ๑๒๐ กรัม
๑๕. แก่นจันทน์เทศ ๑๒๐ กรัม ๓๙. เถาบอระเพ็ด ๑๒๐ กรัม
๑๖. แก่นจันทน์แดง ๑๒๐ กรัม ๔๐. ลูกกระดอม ๑๒๐ กรัม
๑๗. ดอกดีปลี ๑๒๐ กรัม ๔๑. ดอกคําไทย ๑๒๐ กรัม
๑๘. รากช้าพลู ๑๒๐ กรัม ๔๒. แก่นฝางเสน ๑๒๐ กรัม
๑๙. เถาสะค้าน ๑๒๐ กรัม ๔๓. ลําพันแดง ๑๒๐ กรัม
๒๐. รากเจตมูลเพลิงแดง ๑๒๐ กรัม ๔๔. รากย่านาง ๑๒๐ กรัม
๒๑. เหง้าขิงแห้ง ๑๒๐ กรัม ๔๕. เปลือกชะลูด ๑๒๐ กรัม
๒๒. ลูกจันทน์ ๑๒๐ กรัม ๔๖. ลูกผักชีลา ๑๒๐ กรัม
๒๓. ดอกจันทน์ ๑๒๐ กรัม ๔๗. รากไคร้เครือ ๑๒๐ กรัม
๒๔. ลูกกระวาน ๑๒๐ กรัม ๔๘. กํายาน ๑๒๐ กรัม
เ ค รื อ ง ย า สํา ห รั บ ผ ส ม ย า ห อ ม อิ น ท จั ก ร์ เ พิ ม เ ติ ม
ดีวัว ๑๒๐ กรัมหรือมิลลิลิตร / ชะมดเช็ด ๑๕ กรัม / พิมเสน ๗% / เมนทอล ๔% /
การบูร ๔%
๑๔๕
ย า ห อ ม อิ น ท จั ก ร์ กรรมวิธีการผลิต
๑๒. กรรมวิธีการผลิต
วัสดุอุปกรณ์ ดูในหน้า ๑๖
ยาหอมอินทจักร์ มีขันตอนการปรุงยา ตามลําดับดังนี
ขันตอนที ๑ การชัง ตวง วัด นําหนักเครืองยาตามตํารับยา
ขันตอนที ๒ การอบเครืองยา
ขันตอนที ๓ การบดเครืองยา
ขันตอนที ๔ การร่อนยาและบดยา
ขันตอนที ๕ ผสมผงยากับธาตุวัตถุ ดีวัว และชะมดเช็ด
ขันตอนที ๑ ชัง ตวง วัด นาํ หนักเครืองยาตามตํารับยา
นาํ เครืองยาทีอบฆ่าเชือโรคทีเตรียมไว้แล้วมาชังนําหนักตามตํารับยาข้าง
ต้น ยกเว้นธาตุวัตถุ คือ กํายาน สามารถนําไปชังนาํ หนักได้ทันทีโดยไม่
ต้องอบและต้องชังนาํ หนักเครืองยาแต่ละสิงเปนกรัม แล้วแยกใส่
ภาชนะหรือถุงไว้ ถุงละ ๑ สิง ส่วนดีวัว ชะมดเช็ด พิมเสน เมนทอล
การบูร ให้เตรียมไว้ก่อนไม่ต้องนําไปอบครังแรก แต่นาํ ไปชังนําหนัก
ช่ ว ง สุ ด ท้ า ย
ข้อควรระวังในการปรุงยา
๑) ดีวัวใช้สุราในการฆ่าเชือโรค
๒) ห้ามนาํ เมนทอลไปผสมรวมกับพิมเสนหรือการบูร เพราะจะทําปฏิกิริยากัน
ทําให้กลายเปนของเหลวเมือนําไปเข้ากับยาจะทาํ ให้ยาแฉะได้
๑๔๖
ย า ห อ ม อิ น ท จั ก ร์
ขันตอนที ๒ การอบเครืองยาก่อนนาํ ไปบด
๑. อุ่นตู้อบทีอุณหภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซียส
๒. จัดเรียงเครืองยาใส่ถาดเพือเตรียมอบ โดยแยกตามลักษณะของเครือง
ยาจัดเรียงไว้ในถาดเดียวกัน สามารถแยกออกเปน ๕ ถาด
ถาดที ๑ จัดเรียง แก่นฝางเสน แก่นจันทน์แดง ขอนดอก เถามวกแดง เถามวกขาว
กระลาํ พัก รากไคร้เครือ เถาสะค้าน โกฐสอ โกฐนําเต้า รากย่านาง แก่นจันทน์เทศ
จากนันเขย่าถาดเบาๆ ให้เครืองยากระจายไปให้ทัวถาด
ถาดที ๒ จัดเรียง กฤษณา โกฐเขมา โกฐพุงปลา โกฐกระดูก รากเจตมูลเพลิงแดง
เหง้าขิงแห้ง เปลือกสมุลแว้ง ลาํ พันแดง เถาบอระเพ็ด ลูกกระวาน ดอกดีปลี ดอกกานพลู
(เปลือกสมุลแว้งให้วางบนเถาบอระเพ็ด) จากนันเขย่าถาดเบาๆ ให้เครืองยากระจายไปให้
ทัวถาด
ถาดที ๓ จัดเรียง โกฐจุฬาลัมพา โกฐเชียง โกฐก้านพร้าว โกฐกักกรา เปลือกอบเชยเทศ
เปลือกชะลูด ลูกกระดอม รากช้าพลู ดอกคําไทย จากนันเขย่าถาดเบาๆ ให้เครืองยา
กระจายไปให้ทัวถาด
ถาดที ๔ จัดเรียง ดอกมะลิ ดอกพิกุล ดอกบุนนาค ดอกสารภี ดอกจาํ ปา ดอกกระดังงา
ลูกจันทน์ ดอกจันทน์ (ดอกจันทน์และลูกจันทน์ให้วางไว้บนดอกไม้ชนิดใดก็ได้) จากนัน
เขย่าถาดเบาๆ ให้เครืองยากระจายไปให้ทัวถาด
ถาดที ๕ จัดเรียง เทียนดํา เทียนแดง เทียนขาว เทียนข้าวเปลือก เทียนเยาวพาณี
ลูกผักชีลา จากนันเขย่าถาดเบาๆ ให้เครืองยากระจายไปให้ทัวถาด
เครืองยาทีไม่ต้องนาํ ไปอบ ได้แก่ กํายาน ดีวัว ชะมดเช็ด พิมเสน เมนทอล การบูร
๓. เมือตู้อบอุณหภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซียสแล้ว ให้นําถาดเครืองยาทังหมด
เรียงใส่ตู้อบ สําหรับตู้อบทีใช้ครังนีไฟอยู่ข้างบนจึงเรียงถาดจากชันบน
ลงล่าง โดยเริมต้นเรียงถาดที ๑ ไว้ชันบนสุด เรียงถาดที ๒ ในชันลาํ ดับ
ถัดลงมา ทาํ เช่นนีกับถาดที ๓ ๔ และ ๕ โดยให้เรียงลาํ ดับไล่ลงมา
เรือยๆ เมือเรียงเสร็จให้เริมจับเวลาอบ ใช้เวลาอบประมาณ ๑ ชัวโมง
๒๐ นาที เมือครบเวลาอบตามทีต้องการแล้ว ให้นําถาดเครืองยาออก
จากตู้อบพร้อมนําไปบดในขันตอนต่อไป
หมายเหตุ การอบเครืองยาในครังนีเปนการอบเครืองยาครังที ๒
จุ ด ป ร ะ ส ง ค์ ใ น ก า ร อ บ เ พื อ ต้ อ ง ก า ร ก ร ะ ตุ้ น ฤ ท ธิ ย า ใ ห้ มี ส ร ร พ คุ ณ ท า ง ย า ดี ขึ น แ ล ะ ช่ ว ย ฆ่ า เ ชื อ โ ร ค อี ก ค รั ง
หนึงก่อนนําเครืองยาไปบด
๑๔๗