The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Sirincha Ku, 2021-01-11 10:43:09

การปรุงยา ฉบับสมบูรณ์

การปรุงยา 11012021 FINAL

ย า ห อ ม อิ น ท จั ก ร์ กรรมวิธีการผลิต

ขันตอนที ๓ การบดเครืองยา

๑. ก่อนบดยาให้ปรับขากวาดนอกเครืองบดยาขึน
๒. แยก ดอกดีปลีและโกฐเชียง ออกมาพักให้คายความร้อนสักครู่ หรือรอจนกว่าจะ

กรอบค่อยนําไปบด ห้ามบดเครืองยานีขณะทียังมีความเหนียวอยู่ จะทาํ ให้ยา
เกาะกันเปนก้อนและบดยากขึน
๓. ใส่เครืองยาลงเครืองบด โดยให้เรียงเครืองยาตามลําดับ ดังนี
๓.๑. เครืองยาถาดที ๑

ใส่แก่นฝางเสน แก่นจันทน์แดง ขอนดอก ลงบดพร้อมกัน เปดเครือง
บดจนเครืองยาแตกเปนชินเล็กๆ แล้วปดเครือง
ใส่เถามวกแดง เถามวกขาว กระลาํ พัก ลงบดพร้อมกัน เปดเครือง
บดต่อจนเครืองยาแตกเปนชินเล็กๆ แล้วปดเครือง
ใส่รากไคร้เครือ เถาสะค้าน โกฐสอ โกฐนาํ เต้า รากย่านาง
แก่นจันทน์เทศ ลงบดพร้อมกัน เปดเครือง บดต่อจนเครืองยาแตก
เปนชินเล็กๆ แล้วปดเครือง
๓.๒. เครืองยาถาดที ๒
ใส่กฤษณา โกฐเขมา โกฐพุงปลา โกฐกระดูก รากเจตมูลเพลิงแดง
เหง้าขิงแห้ง ลงบดพร้อมกัน เปดเครือง บดจนเครืองยาแตกเปนชิน
เล็กๆ แล้วปดเครือง
ใส่เปลือกสมุลแว้ง ลําพันแดง เถาบอระเพ็ด ลูกกระวาน ดอกดีปลี
ดอกกานพลู ลงบดพร้อมกัน เปดเครือง บดต่อจนเครืองยาแตกเปน
ชินเล็กๆ แล้วปดเครือง
๓.๓. เครืองยาถาดที ๓
ใส่โกฐจุฬาลัมพา ค่อยๆ ยําเครืองบด บดจนเครืองยาแตกเปนชิน
เล็กๆ แล้วปดเครือง
ใส่โกฐเชียง โกฐก้านพร้าว โกฐกักกรา ลงบดพร้อมกัน เปดเครือง
บดต่อจนเครืองยาแตกเปนชินเล็กๆ แล้วปดเครือง
ใส่เปลือกอบเชยเทศ เปลือกชะลูด ลูกกระดอม รากช้าพลู ดอกคาํ ไทย
ลงบดพร้อมกัน เปดเครือง แล้วบดต่อ

๑๔๘

ย า ห อ ม อิ น ท จั ก ร์ กรรมวิธีการผลิต

๓.๔. เมือใส่เครืองยาครบ ๓ ถาด ให้บดสักครู่จนเครืองยาละเอียด
จากนันปดเครือง

๓.๕. เครืองยาถาดที ๔
ใส่ดอกมะลิ ดอกพิกุล ดอกบุนนาค ดอกสารภี ดอกจาํ ปา
ดอกกระดังงา ลงบดพร้อมกัน เปดเครือง บดต่อจนเครืองยาแตกเปน
ชินเล็กๆ แล้วปดเครือง ให้แยกลูกจันทน์ ดอกจันท์ไว้ใส่รวมกับเครือง
ยาถาดที ๕

๓.๖. เครืองยาถาดที ๕
ใส่เทียนดํา เทียนแดง เทียนขาว เทียนข้าวเปลือก เทียนเยาวพาณี
ลงบดพร้อมกัน เปดเครืองบดต่อเล็กน้อย
ใส่ลูกผักชีลาตามลงไป บดต่อใช้เวลาไม่นานมากนักเนืองจากเทียน
และลูกผักชีเปนสมุนไพรทีมีนํามันถ้าบดนานมากตัวยาจะจับกันเปน
ก้อนทาํ ให้ร่อนยาก บดเสร็จปดเครือง
จากนันใส่ลูกจันทน์ ดอกจันทน์ จากถาดที ๔ ลงไปบดต่อใช้เวลาไม่
นานนัก บดเสร็จปดเครือง

๔. ให้ปรับขากวาดนอกทียกขึนในตอนแรกลงเพือช่วยกวาดยา จากนันเปดเครืองบดยา
บดต่อโดยใช้เวลาบดยาประมาณ ๓๐ นาที ให้สังเกตว่าสียาเริมเปลียนเปนสีเข้มขึน
ให้ปดเครือง ตักผงยาใส่ภาชนะสะอาด เพือนาํ ไปร่อนในขันตอนต่อไป

๑๔๙

ย า ห อ ม อิ น ท จั ก ร์ กรรมวิธีการผลิต

ขันตอนที ๔ การร่อนยาและบดกากยา

ร่อนยารอบที ๑
๑. นําตะแกรงร่อนยาเบอร์ ๘๐ ใส่ลงในบล็อกเครืองร่อนยา
๒. ตักผงยาทีบดเสร็จแล้วประมาณ ๒ กระบวยใส่ตะแกรงร่อนยา จากนันเปด

เครืองร่อนยาในระหว่างทีเครืองกาํ ลังทํางานนันให้หมันใช้แปรงคอยช่วยเกลียผงยา
เพือปองกันไม่ให้ผงยาจับตัวเปนก้อนขณะร่อน ผงยาทีละเอียดจะผ่านรูตะแกรงไป
จดหมดเหลือแต่เพียงกากยาชินใหญ่ค้างอยู่บนตะแกรง เมือแน่ใจว่าผงยาถูกร่อนไป
จนหมดแล้ว ให้ปดเครือง
๓. นาํ กากยาทีเหลือบนตะแกรง เทกลับไปใส่เครืองบดยา ระหว่างนีก็ให้เปดเครืองบดยา
แล้วบดกากยานีไปเรือยๆ แต่ยังไม่ต้องจับเวลาการบด
๔. ทยอยตักผงยาใหม่อีกประมาณ ๒ กระบวยลงไปร่อนในเครืองร่อนยา โดยให้ทาํ ตาม
ข้อที ๒ – ๓ กับผงยาทีเหลือจนหมด นับเปนการร่อนยารอบที ๑
บดกากยาทีเหลือจากการร่อนในรอบแรก เมือกากยาทีเหลือจากการร่อนยาอยู่ในเครือง
บดยาทังหมดแล้ว ให้ทําการบดกากยานีต่อ โดยใช้เวลาประมาณ ๓๐ นาที เมือครบตาม
เวลาทีกําหนดให้ปดเครือง จากนันตักผงยาทังหมดใส่ภาชนะ เพือนาํ ไปร่อนต่อในรอบที ๒
ร่อนยารอบที ๒
ทําเช่นเดียวกับรอบที ๑ ในรอบนียังคงใช้ตะแกรงเบอร์ ๘๐ เช่นเดิม บดกากยาทีเหลือจาก
การร่อนในรอบที ๒ ให้ทําการบดกากยานีต่อ โดยใช้เวลาประมาณ ๔๐ นาที เมือครบตาม
เวลาทีกําหนดให้ปดเครือง จากนันตักผงยาทังหมดใส่ภาชนะเพือนําไปร่อนต่อในรอบที ๓
ร่อนยารอบที ๓
ทาํ เช่นเดียวกับรอบที ๑ แต่ให้เปลียนตะแกรงจากเบอร์ ๘๐ เปนตะแกรงเบอร์ ๖๐
เมือร่อนเสร็จให้นํากากยากลับไปบดต่อ เมือกากยาทีเหลือจากการร่อนยาอยู่ในเครืองบด
ยาทังหมดแล้ว ให้นาํ กาํ ยานใส่ถุงแล้วใช้สากคลึงให้ละเอียด จากนันเทกํายานทังหมดลง
ไปในเครืองบดผสมกับกากยา เปดเครืองบด แล้วบดต่อ ใช้เวลาประมาณ ๔๐ นาที เมือ
ครบตามเวลาทีกําหนดแล้วให้ปดเครือง จากนันตักผงยาทังหมดใส่ภาชนะเพือนําไปร่อน
ต่อในรอบที ๓

๑๕๐

ย า ห อ ม อิ น ท จั ก ร์ กรรมวิธีการผลิต

ร่อนยารอบที ๔
ทาํ เช่นเดียวกับรอบที ๑ คือ แต่ใช้ตะแกรงเบอร์ ๖๐ เมือร่อนเสร็จให้นํากากยาไปชังหานาํ
หนัก ในรอบนีกากยายังมากกว่า ๕% จึงนํากากยากลับลงใส่เครืองบด โดยการเปดเครือง
บดแล้วบดต่อ ใช้เวลาประมาณ ๔๐ นาที เมือครบตามเวลาทีกําหนดแล้วให้ปดเครือง
จากนันตักผงยาทังหมดใส่ภาชนะเพือนําไปร่อนต่อในรอบที ๕
ร่อนยารอบที ๕
ทาํ เช่นเดียวกับรอบที ๔ คือ ร่อนยาด้วยตะแกรงเบอร์ ๖๐ แล้วนาํ กากยาไปชังหานําหนัก
ในรอบนีกากยายังมากกว่า ๕% แต่ปริมาณเหลือไม่มากนัก นํากากยากลับลงใส่เครืองบด
บดกากยาทีเหลือจากการร่อน เปดเครืองบดแล้วบดต่อ ใช้เวลาประมาณ ๕ ชัวโมง
เมือครบตามเวลาทีกาํ หนดแล้วให้ปดเครือง จากนันตักผงยาทังหมดใส่ภาชนะ
เพือนําไปร่อนต่อในรอบที ๖

ร่อนยารอบที ๖
ถึงแม้ว่ากากยาทีเหลือจะมีนําหนักมากกว่า ๕% ก็จริง แต่มีปริมาณน้อยไม่เหมาะทีจะใช้
เครืองบดยาปกติได้ จึงให้ใช้เครืองปนความเร็วสูงสําหรับบดยาแทน เมือบดเสร็จก็ให้ร่อน
ด้วยกระชอนตาถีทีใช้สําหรับร่อนยาแทน จากนันนาํ กากยาทีเหลือไปชังนําหนักอีกครัง ผล
ปรากฏว่านาํ หนักกากยาเหลือน้อยกว่า ๕% เมือร่อนยาทังหมดเสร็จแล้วให้ดึงถาดพักยาที
อ ยู่ ใ ต้ เ ค รื อ ง ร่ อ น ย า อ อ ก แ ล้ ว ตั ก ผ ง ย า ที ป รุ ง แ ล้ ว ใ ส่ ภ า ช น ะ พั ก ไ ว้

สรุปนาํ หนักยาหอมอินทจักร์ก่อนนํา
ไ ป ผ ส ม กั บ ส่ ว น ผ ส ม เ พิ ม เ ติ ม
นําหนักตํารับยา ๕,๗๖๐ กรัม

นาํ หนักผงยาทีร่อนได้ ๕,๓๖๐ กรัม
นาํ หนักกากยา ๒๖๓ กรัม

นาํ หนักยาสูญเสีย ๑๓๗ กรัม

๑๕๑

ย า ห อ ม อิ น ท จั ก ร์ กรรมวิธีการผลิต

ขันตอนที ๕ การเข้ายาอินทจักร์กับธาตุวัตถุ ดีวัว และชะมดเช็ด

ส่ ว น ผ ส ม เ พิ ม เ ติ ม

ตาํ รับยาหอมอินทจักร์ทีบดผงเรียบร้อยแล้ว ๕,๓๖๐ กรัม
พิมเสน นาํ หนัก ๗ % ประมาณ ๓๗๖ กรัม
การบูร นาํ หนัก ๔ % ประมาณ ๒๑๕ กรัม
เมนทอล นาํ หนัก ๔ % ประมาณ ๒๑๕ กรัม
นําดีวัวสด ๑๒๐ มิลลิลิตร
เหล้าขาว ๔๐ ดีกรี ใช้สําหรับฆ่าเชือโรคดีวัวสด ๔๐ มิลลิลิตร
ชะมดเช็ด ๑๕ กรัม
ผิวมะกรูดและหอมแดงเล็กน้อย ใช้สําหรับฆ่าฤทธิชะมด

ขันตอนและวิธีการทํา
ขันตอนที ๑. ให้แบ่งผงยาออกเปน ๖ ส่วน ในแต่ละส่วนมีวิธีการผสม ดังนี

ส่วนที ๑ การเข้ายากับพิมเสน นําพิมเสนใส่ถุงสะอาดใช้สากคลึงพิมเสนให้แตก
ละเอียด จากนันให้ตักผงยาประมาณ ๑๐๐ กรัม เติมลงไปในถุงพิมเสน ใช้สากคลึง
อีกครังให้พิมเสนและผงยารวมเข้าด้วยกัน มัดปากถุงให้ถุงพองแล้วเขย่าให้ยาเข้า
กัน พักทิงไว้

ส่วนที ๒ การเข้ายากับการบูร นําการบูรใส่ถุงสะอาดใช้สากคลึงการบูรให้แตก
ละเอียด จากนันให้ตักผงยาประมาณ ๑๐๐ กรัม เติมลงไปในถุงการบูร ใช้สากคลึง
อีกครังให้การบูรและผงยารวมเข้าด้วยกัน มัดปากถุงให้ถุงพองแล้วเขย่าให้ยาเข้า
กัน พักทิงไว้

ส่วนที ๓ การเข้ายากับเมนทอล
นํา เ ม น ท อ ล ใ ส่ ถุ ง ส ะ อ า ด ใ ช้ ส า ก ค ลึ ง
เมนทอลให้แตกละเอียด จากนันให้
ตักผงยาประมาณ ๑๐๐ กรัม เติม
ลงไปในถุงเมนทอล ใช้สากคลึง
อีกครังให้เมนทอลและผงยารวม
เข้าด้วยกัน มัดปากถุงให้ถุงพอง
แล้วเขย่าให้ยาเข้ากัน พักทิงไว้

๑๕๒

ย า ห อ ม อิ น ท จั ก ร์ กรรมวิธีการผลิต

ส่วนที ๔ การเข้ายากับดีวัว
นาํ นาํ ดีวัวใส่ถ้วยตวง เติมเหล้าขาวลงไป ซึงการผสมเหล้าลงในดีวัวเพือ
ต้องการฆ่าเชือโรคและต้องการลดความเข้มข้นของดีวัวเพราะถ้าเข้มข้นมากจะ
ทําให้ยามีสีดาํ เมือผสมแล้วให้ทดสอบความเข้มข้นโดยการใช้หยดลงบนแขน
หรือหลังมือ แล้วถูเบาๆ ถ้าระเหยหรือซึมเข้าผิวได้เร็วแสดงว่าใช้ได้ แต่ถ้ายัง
รู้ สึ ก ว่ า ยั ง ห นื ด อ ยู่ แ ส ด ง ว่ า ดี วั ว ยั ง ข้ น เ กิ น ไ ป ใ ห้ เ ติ ม เ ห ล้ า ล ง ไ ป อี ก
ตักผงยาใส่กะละมังสแตนเลส ประมาณ ๒๐๐ กรัม จากนันให้ค่อยๆ เทส่วน
ผสมในข้อ ๑ ลงไปทีละน้อย โดยใช้นิวมือทัง ๔ คือ ชี กลาง นาง ก้อย ปดถ้วย
ตวงเอาไว้ ค่อยๆ รินให้ดีวัวไหลออกมาตามซอกนิว จากนันคลุกดีวัวกับผงยา
ให้เข้ากัน แล้วใช้มือขยีผงยาไม่ให้จับตัวกันเปนเม็ดเปนก้อน ทําเช่นนีไปเรือยๆ
จนกระทังดีวัวหมด
นําผงยาทีทําเสร็จแล้วไปร่อนใส่ถาดด้วยกระชอนตาถี โดยให้ใช้หลังมือค่อยๆ
ผลักให้ผงยารอดผ่านกระชอนออกมา จะไม่ใช้วิธีการเคาะกระชอน
เกลียผงยาทีอยู่ในถาดให้ทัว ใช้นิวกรีดเปนช่องไว้ พอให้มีทีระบาย อย่าให้ผง
ยาอัดแน่นเกินไป เตรียมไว้เพือนาํ ไปอบไล่ความชืนประมาณ ๑ ชัวโมง

๑๕๓

ย า ห อ ม อิ น ท จั ก ร์

ส่วนที ๕ การเข้ายากับชะมดเช็ด
การฆ่าฤทธิชะมดเช็ด ก่อนนาํ ไปผสมกับผงยาต้องทาํ การฆ่าฤทธิชะมดเช็ด
เสียก่อนโดยการใช้มีดฝานมะกรูดเอาแต่ผิวหรือเปลือกสีเขียว ประมาณ
๓ – ๔ ชินเล็ก และ ซอยหอมแดงตามขวางให้เปนแว่น แล้วแยกออกมา
ให้เปนวงใช้ประมาณ ๓ – ๔ ชิน นําชะมดเช็ดใส่กระบวย ใส่ผิวมะกรูด
และหอมแดงตามลงไป เอาขึนตังไฟบนตะเกียงแอลกอฮล์ เมือโดนความ
ร้อนชะมดเช็ดจะละลายและเดือดเปนฟอง ให้รอจนกว่าฟองจะหมด จาก
นันให้คีบผิวมะกรูดและหอมแดงออก จึงนาํ ไปใช้ได้
ผสมผงยากับชะมดเช็ด โดยให้นําผงยาใส่กะละมังสแตนเลสประมาณ
๘๐๐ กรัม จากนันเทชะมดเช็ดทีฆ่าฤทธิแล้วลงไปคลุกรวมกัน

ส่วนที ๖ ผงยาส่วนทีเหลือ

ขันตอนที ๒. นํายาส่วนที ๔ คือ ยาทีเข้ากับดีวัว ไปอบทีอุณหภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซียส
เปนเวลา ๑ ชัวโมง เมือครบเวลาแล้ว ให้นาํ ถาดออกมาพักไว้เตรียมนาํ ไปบดต่อไป

ขันตอนที ๓. นาํ ส่วนผสมทังหมด ๖ ส่วนนีไปบดรวมกันอีกครังหนึง ดังนี
ใส่ผงยาเปล่า ในทีนีคือส่วนที ๖ ลงไปเครืองบดก่อน ตามด้วยผงยาส่วนทีเข้ากับดี
วัวคือส่วนที ๔ ทีอบแล้ว ตามด้วยผงยาส่วนทีเข้ากับชะมดเช็ด เปดเครือง บดให้
เข้ากันสักครู่ จากนันปดเครือง
ใส่ผงยาส่วนทีเข้ากับการบูรลงไป เปดเครืองแล้วบดต่อสักครู่ จนมีกลินหอมการบูร
ลอยขึนมา เมือดมจะรู้สึกเย็นตาเย็นจมูก ใช้เวลาบดประมาณ ๒ นาที จากนันปด
เครือง
ใส่ผงยาส่วนทีเข้ากับพิมเสนลงไป เปดเครืองแล้วบดต่อสักครู่ จนมีกลินหอม
พิมเสนลอยขึนมา เมือดมจะรู้สึกเย็นตาเย็นจมูก ใช้เวลาประมาณ ๒ นาที จากนัน
ปดเครือง
ใส่ผงยาส่วนทีเข้ากับเมนทอลลงไป เปดเครืองแล้วบดต่อสักครู่ จนมีกลินหอม
เมนทอลลอยขึนมา เมือดมจะรู้สึกเย็นตาเย็นจมูก ใช้เวลาประมาณ ๕ นาที แต่ไม่
ควรเกิน ๑๕ นาที เพราะจะทาํ ให้ยาแฉะ จากนันปดเครืองเปนอันเสร็จขันตอนการ
ปรุงยาหอมอินทจักร์
ตักผงยาทีปรุงสําเร็จใส่ถุงทีสะอาดมัดปากถุงให้แน่นและมัดถุงให้พอง จากนัน
เขย่าผงยาให้เข้ากันอีกครังหนึง เมือส่วนผสมเข้ากันดีแล้วให้ปล่อยลมในถุงออก
แล้วมัดปากถุงให้ชิดผงยา
ชังนําหนักผงยาทีปรุงสําเร็จ นําหนักกากยา บันทึกนาํ หนักเปนกรัม เขียนชือยา
วันทีผลิต จากนันนํายาไปบรรจุใส่บรรจุภัณฑ์ต่อไป

๑๕๔

อุปกรณ์การปรุงยาชนิดยาต้ม

อุปกรณ์สําหรับการปรุงยาชนิดยาต้ม

หม้อสเตนเลส เบอร์ ๓๐ สําหรับต้มยา
ห ม้ อ สํา ห รั บ ใ ส่ ย า ที เ ส ร็ จ แ ล้ ว
กระบวย
ชุดเตาแก๊ส
กระชอน
เหยือกตวงนํา
ถุงมือผ้าสําหรับจับของร้อน
ถุงมือยางสําหรับหยิบยาสมุนไพร
หมวกคลุมผม
ผ้ากันเปอน
ขวดสําหรับบรรจุยาพร้อมฝา

๑๕๕

ย า ป ร ะ ส ะ เ ป ร า ะ ใ ห ญ่ ( นาํ )

ตาํ รับที ๑ ยาประสะเปราะใหญ่ (นํา)

๑. ชือยา ประสะเปราะใหญ่ (นํา)
๒. รูปแบบยา ชนิดนํา
๓. ทีมาของตาํ รับยา สูตรตาํ รับใกล้เคียงกับตํารับนีพบในคัมภีร์แพทย์ไทย

แผนโบราณ ขุนโสภิตบรรณลักษณ์ เล่ม ๒
๔. สรรพคุณ/ข้อบ่งใช้ ถอนพิษไข้ตานซาง สําหรับเด็ก
๕. สูตรตํารับยา ประกอบด้วยเครืองยา ๒๑ สิง กาํ หนดนําหนักรวม

๘๐๐ กรัม จัดนําหนักเครืองยาได้ ๔๐ ส่วน ส่วนละ ๒๐ กรัม เครืองยา
และวัตถุดิบเพิมเติมอีก ๓ สิง
๖. วิธีทาํ ต้มเคียว คือ ต้มกับนํา ๒๒ ลิตร เคียวให้เหลือนํา ๒ ลิตร จาํ นวน
๑ รอบ และปรับแต่งรสชาติด้วยนาํ หวาน (เครืองยาทีไม่ใช่ธาตุวัตถุ
ใช้เครืองยาสมุนไพรแห้งทังหมด)
๗. วิธีใช้ รับประทานครังละ ครึง – ๑ ช้อนชา ก่อนอาหาร ๒ – ๓ เวลา
๘. ข้อควรระวัง/ข้อห้ามใช้

ค ว ร ร ะ วั ง ก า ร ใ ช้ ย า ใ น ผู้ ป ว ย ที แ พ้ ล ะ อ อ ง เ ก ส ร ด อ ก ไ ม้
ควรระวังในการกินร่วมกับยาในกลุ่มสารกันเลือดเปนลิม (ANTICOAGULANT)
และยาต้านการจับตัวของเกล็ดเลือด (ANTIPLATELETS)
ไม่แนะนําให้ใช้ในผู้ทีสงสัยว่าเปนไข้เลือดออก เนืองจากอาจบดบังอาการของไข้
เลือดออก
หากใช้ยาเปนเวลานานเกิน ๓ วัน แล้วอาการไม่ดีขึน ควรปรึกษาแพทย์

๙. อาการไม่พึงประสงค์ ไม่มี
๑๐. ข้อมูลเพิมเติม ไม่มี

๑๕๖

ย า ป ร ะ ส ะ เ ป ร า ะ ใ ห ญ่ ( นาํ )

๑๑. ตํารับยาประสะเปราะใหญ่ ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย เ ค รื อ ง ย า ๒ ๑ สิ ง
ประกอบด้วยเครืองยา ๒๑ สิง นํา ห นั ก ย า ๔ ๐ ส่ ว น
มีรายละเอียดดังนี ส่ ว น ล ะ ๒ ๐ ก รั ม

๑. โกฐเชียง ๒๐ กรัม ร ว ม นํา ห นั ก ย า ๘ ๐ ๐ ก รั ม
๒. โกฐสอ ๒๐ กรัม
๓. โกฐหัวบัว ๒๐ กรัม
๔. โกฐเขมา ๒๐ กรัม
๕. โกฐจุฬาลัมพา ๒๐ กรัม
๖. เทียนดํา ๒๐ กรัม
๗. เทียนแดง ๒๐ กรัม
๘. เทียนขาว ๒๐ กรัม
๙. เทียนข้าวเปลือก ๒๐ กรัม
๑๐. เทียนตาตักแตน ๒๐ กรัม
๑๑. ลูกจันทน์ ๒๐ กรัม
๑๒. ดอกจันทน์ ๒๐ กรัม
๑๓. ลูกกระวาน ๒๐ กรัม
๑๔. ดอกกานพลู ๒๐ กรัม
๑๕. แก่นจันทน์เทศ ๒๐ กรัม
๑๖. แก่นจันทน์แดง ๒๐ กรัม
๑๗. ดอกพิกุล ๒๐ กรัม
๑๘. ดอกบุนนาค ๒๐ กรัม
๑๙. ดอกสารภี ๒๐ กรัม
๒๐. เกสรบัวหลวง ๒๐ กรัม
๒๑. หัวเปราะหอม ๘๐๐ กรัม

เ ค รื อ ง ย า แ ล ะ วั ต ถุ ดิ บ เ พิ ม เ ติ ม
กาํ ยาน (ธาตุวัตถุ) ๒ ช้อนโต๊ะ /
นําหวานเข้มข้น กลินสละ ๑,๐๐๐
มิลลิลิตร / นาํ สะอาด ๒๒ ลิตร

๑๕๗

ย า ป ร ะ ส ะ เ ป ร า ะ ใ ห ญ่ ( นํา )

๑๒. กรรมวิธีการผลิต

อุปกรณ์การปรุงยาชนิดยาต้ม ดูในหน้า ๑๕๕
ยาประสะเปราะใหญ่ (นํา) มีขันตอนการปรุงยา ตามลาํ ดับดังนี

ขันตอนที ๑ การชัง ตวง วัด นาํ หนักเครืองยาตามตาํ รับยา
ขันตอนที ๒ การต้มยา
ขันตอนที ๓ การบรรจุยาใส่ขวด

ขันตอนที ๑ ชัง ตวง วัด นาํ หนักเครืองยาตามตํารับยา
ชังนาํ หนักเครืองยาจากทีได้คัดแยกและอบเตรียมไว้แล้ว โดยชังนําหนักตามตํารับยาที
ระบุไว้ข้างต้น และให้แยกใส่ภาชนะหรือถุงไว้ อย่างละ ๑ สิง

ขันตอนที ๒ การต้มยา
การต้มยาประสะเปราะใหญ่ (นํา) ใช้วิธีการต้มเคียว คือ นาํ มาต้มกับนาํ ๒๒ ลิตร
เคียวให้เหลือนํา ๒ ลิตร ซึงมีวิธีทาํ ดังนี
๑. นําเครืองยาทังหมด ๒๑ สิงใส่ลงหม้อพร้อมกัน จากนันใส่ กาํ ยานตามลงไป

(กํายานมีคุณสมบัติเปนสารกันบูด) ส่วนนาํ หวานเข้มข้นแยกไว้ใช้สําหรับแต่ง
รสชาติ โดยให้นําไปผสมกับยาทีเคียวเสร็จแล้วในขันตอนสุดท้าย
๒. เติมนาํ สะอาดตามลงไปในหม้อประมาณ ๒ ลิตรก่อนแล้วให้สังเกตตําแหน่งของ
นํา ๒ ลิตร ว่าอยู่สูงจากก้นหม้อบริเวณใด เพราะต้องการเคียวให้งวดเหลือ
ปริมาณยาสุทธิที ๒ ลิตร
๓. เติมนําทีเหลือลงไปอีก ๒๐ ลิตร รวมเปน ๒๒ ลิตร
๔. นาํ หม้อขึนตังไฟ เปดไฟแรง พอนําเดือดค่อยหรีเปนไฟกลาง หมันคนเปนระยะ
ปองกันยาไหม้ติดก้นหม้อ ต้มเคียวไปเรือยๆ จนกระทังเหลือนําประมาณ ๒ ลิตร
สังเกตได้จากตําแหน่งของนาํ ๒ ลิตรทีสังเกตไว้ตอนแรก
๕. จากนันยกหม้อลงจากเตา กรองยาใส่หม้อเคลือบอีกใบหนึง โดยหม้อใบนีให้เอา
ผ้าข้าวบางวางบนปากหม้อแล้วใช้ตัวหนีบหนีบไว้ จากนันค่อยๆ เทยาทังหมดลง
ไปกรองกากยา
๖. เมือกรองเสร็จ ให้เติมนําหวานเข้มข้นลงไปแล้วกวนให้ส่วนผสมทังหมดเข้ากัน
ปดฝา เขียนชือยา วันทีผลิต ไว้ข้างหม้อ ตังทิงไว้ให้เย็นสนิทหรือ
ทิงไว้ข้ามคืน จึงนาํ ไปบรรจุใส่ขวดต่อไป

๑๕๘

ย า ป ร ะ ส ะ เ ป ร า ะ ใ ห ญ่ ( นํา )

ขันตอนที ๓ การบรรจุยาใส่ขวด

ยาประสะเปราะใหญ่ (นํา) ทีปรุงเสร็จแล้วให้กรอกใส่ขวด สามารถกรอกใส่ขวด
ขนาด ๖๐ มิลลิลิตร ได้ทังหมด ๔๕ ขวด ติดฉลาก ชือยา สรรพคุณ วันทีผลิต
พร้อมนําไปใช้ต่อไป
คาํ แนะนําเพิมเติม
ก่อนนาํ เปราะหอมไปต้มยาให้ใช้กระชอนร่อนเอาเศษเปลือกเล็กๆ ออกให้หมดเสียก่อน
วิธีนีจะช่วยยืดอายุของยาให้นานขึน สําหรับยาตํารับนีสามารถเก็บไว้ได้นานไม่เกิน ๑ ป

๑๕๙

ย า ป ร ะ ส ะ จั น ท น์ แ ด ง ( นาํ )

ตาํ รับที ๒ ยาประสะจันทน์แดง (นาํ ) (ยาสามัญประจําบ้าน)

๑. ชือยา ประสะจันทน์แดง (นํา)
๒. รูปแบบยา ชนิดนาํ
๓. ทีมาของตาํ รับยา สูตรตํารับยาทีใกล้เคียงตํารับนี พบในตาํ ราเวชศึกษา

แพทย์ศาสตร์สังเขป เล่ม ๑ พระยาพิศณุประสาทเวช ร.ศ. ๑๒๗
๔. สรรพคุณ/ข้อบ่งใช้ บรรเทาอาการไข้ตัวร้อน แก้ร้อนในกระหายนํา
๕. สูตรตาํ รับยา ประกอบด้วยเครืองยา ๑๒ สิง กาํ หนดนาํ หนักรวม

๑,๒๘๐ กรัม จัดนําหนักเครืองยาได้ ๖๔ ส่วน ส่วนละ ๒๐ กรัม
เครืองยาและวัตถุดิบเพิมเติมอีก ๓ สิง
๖. วิธีทํา ต้มเคียว คือ ต้มกับนํา ๒๒ ลิตร เคียวให้เหลือนาํ ๒ ลิตร
จาํ นวน ๑ รอบ และปรับแต่งรสชาติด้วยนาํ หวาน (เครืองยาทีไม่ใช่ธาตุ
วัตถุ ใช้เครืองยาสมุนไพรแห้งทังหมด)
๗. วิธีใช้ รับประทานครังละ ๑ – ๒ ช้อนชา ก่อนอาหาร ๓ – ๔ ครัง
๘. ข้อควรระวัง/ข้อห้ามใช้

ค ว ร ร ะ วั ง ก า ร ใ ช้ ย า ใ น ผู้ ป ว ย ที แ พ้ ล ะ อ อ ง เ ก ส ร ด อ ก ไ ม้
ไม่แนะนาํ ให้ใช้ในผู้ทีสงสัยว่าเปนไข้เลือดออก เนืองจากอาจบดบังอาการของไข้
เลือดออก
กรณีบรรเทาอาการไข้ ร้อนในกระหายนาํ หากใช้ยาเปนเวลานานเกิน ๓ วัน แล้ว
อาการไม่ดีขึน ควรปรึกษาแพทย์

๙. อาการไม่พึงประสงค์ ไม่มี
๑๐. ข้อมูลเพิมเติม ไม่มี

๑๖๐

ย า ป ร ะ ส ะ จั น ท น์ แ ด ง ( นํา )

๑๑. ตํารับยาประสะจันทน์แดง
ประกอบด้วยเครืองยา ๑๒ สิง
มีรายละเอียดดังนี

๑. รากเหมือดคน ๘๐ กรัม
๒. รากมะปรางหวาน ๘๐ กรัม
๓. รากมะนาว ๘๐ กรัม
๔. หัวเปราะหอม ๘๐ กรัม
๕. โกฐหัวบัว ๘๐ กรัม
๖. แก่นจันทน์เทศ ๘๐ กรัม
๗. แก่นฝางเสน ๘๐ กรัม
๘. ดอกมะลิ ๒๐ กรัม
๙. ดอกบุนนาค ๒๐ กรัม
๑๐. ดอกสารภี ๒๐ กรัม
๑๑. เกสรบัวหลวง ๒๐ กรัม
๑๒. แก่นจันทน์แดง ๒๐ กรัม

เ ค รื อ ง ย า แ ล ะ วั ต ถุ ดิ บ เ พิ ม เ ติ ม
กํายาน (ธาตุวัตถุ) ๒ ช้อนโต๊ะ /
นําหวานเข้มข้น กลินสละ ๑,๐๐๐
มิลลิลิตร / นาํ สะอาด ๒๒ ลิตร

ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย เ ค รื อ ง ย า ๑ ๒ สิ ง
นํา ห นั ก ย า ๖ ๔ ส่ ว น
ส่ ว น ล ะ ๒ ๐ ก รั ม

ร ว ม นํา ห นั ก ย า ๑ , ๒ ๘ ๐ ก รั ม

๑๖๑

ย า ป ร ะ ส ะ จั น ท น์ แ ด ง ( นํา )

๑๒. กรรมวิธีการผลิต
อุปกรณ์การปรุงยาชนิดยาต้ม ดูในหน้า ๑๕๕
ยาประสะจันทน์แดง (นาํ ) มีขันตอนการปรุงยา ตามลําดับดังนี

ขันตอนที ๑ การชัง ตวง วัด นําหนักเครืองยาตามตาํ รับยา
ขันตอนที ๒ การต้มยา
ขันตอนที ๓ การบรรจุยาใส่ขวด
ขันตอนที ๑ ชัง ตวง วัด นําหนักเครืองยาตามตํารับยา
ชังนําหนักเครืองยาทีได้คัดแยกและอบเตรียมไว้แล้ว โดยชังนาํ หนักตาม
ตํารับยาทีระบุไว้ข้างต้น และให้แยกใส่ภาชนะหรือถุงไว้ อย่างละ ๑ สิง
ขันตอนที ๒ การต้มยา
การต้มยาประสะจันทน์แดง (นาํ ) ใช้วิธีการต้มเคียว คือ นํามาต้มกับนาํ ๒๒
ลิตร เคียวให้เหลือนํา ๒ ลิตรซึงมีวิธีทาํ ดังนี
๑. นาํ เครืองยาทังหมด ๑๒ สิงใส่ลงหม้อพร้อมกัน
จากนันใส่กาํ ยานตามลงไป
(กํายานมีคุณสมบัติเปนสารกันบูด) ส่วนนาํ หวานเข้มข้นแยกไว้
ใช้สําหรับแต่งรสชาติโดยให้นําไปผสมกับยาทีเคียวเสร็จแล้วในขันตอน
สุ ด ท้ า ย
๒. เติมนําสะอาดตามลงไปในหม้อประมาณ ๒ ลิตรก่อนแล้วให้สังเกต
ตาํ แหน่งของนํา ๒ ลิตร ว่าอยู่สูงจากก้นหม้อบริเวณใด เพราะต้องการ
เคียวให้เหลือปริมาณยาสุทธิที ๒ ลิตร
๓. เติมนาํ ทีเหลือลงไปอีก ๒๐ ลิตร รวมเปน ๒๒ ลิตร

๑๖๒

ย า ป ร ะ ส ะ จั น ท น์ แ ด ง ( นาํ )

๔. นาํ หม้อขึนตังไฟ เปดไฟแรง พอนาํ เดือดค่อยหรีเปนไฟกลาง หมันคนเปน
ระยะ ปองกันยาไหม้ติดก้นหม้อ ต้มเคียวไปเรือยๆ จนกระทังเหลือนํา
ประมาณ ๒ ลิตร สังเกตได้จากตาํ แหน่งของนาํ ๒ ลิตรทีสังเกตไว้ตอน
แรก จากนันยกหม้อลงจากเตา

๕. เทนําหวานใส่หม้อเคลือบอีกใบ จากนันเอาผ้าข้าวบางวางบนปากหม้อแล้ว
ใช้ตัวหนีบหนีบไว้ แล้วค่อยๆเทยาทังหมดลงไปกรองผสมรวมกับนาํ หวาน
เข้มข้น กวนให้ส่วนผสมทังหมดเข้ากัน ปดฝา เขียนชือยา วันทีผลิต ไว้
ข้างหม้อ ตังทิงไว้ให้เย็นสนิทหรือทิงไว้ข้ามคืน จึงนาํ ไปบรรจุใส่ขวดต่อไป

ขันตอนที ๓ การบรรจุยาใส่ขวด
ยาประสะจันทน์แดง (นํา) ทีปรุงเสร็จแล้วให้
กรอกใส่ขวด สามารถกรอกใส่ขวดขนาด
๖๐ มิลลิลิตร ได้ทังหมด ๔๕ ขวด พร้อมติดฉลาก
ชือยา สรรพคุณ วันทีผลิต พร้อมนําไปใช้ต่อไป

๑๖๓

ย า จิ บ แ ก้ ไ อ สู ต ร ๓

ตํารับที ๓ ยาจิบแก้ไอ สูตร ๓

๑. ชือยา ยาจิบแก้ไอ สูตร ๓
๒. รูปแบบยา ชนิดนํา
๓. ทีมาของตํารับยา -
๔. สรรพคุณ/ข้อบ่งใช้ บรรเทาอาการไอ เจ็บคอ ขับเสมหะ
๕. สูตรตํารับยา ประกอบด้วยเครืองยา ๒๗ สิง กําหนดนําหนักรวม

๙๒๐ กรัม เครืองยาและวัตถุดิบเพิมเติมอีก ๖ สิง
๖. วิธีทาํ ต้มเคียว คือ ต้มกับนํา ๒๒ ลิตร เคียวให้เหลือนํา ๒ ลิตร กรองยา

ทีได้ใส่หม้ออีกใบ แล้วเติมนําลงไปต้มกับกากยาเดิมอีก ๒๒ ลิตร เคียวให้
เหลือนาํ ๒ ลิตร กรองยารวมกับยารอบแรก ทาํ เช่นนีอีก ๑ รอบ รวมเปน
๓ รอบ (ต้ม ๓ เอา ๑) แล้วแต่งรสชาติด้วยนําบ๊วยและนาํ มะนาว
(เครืองยาทีไม่ใช่ธาตุวัตถุ ใช้เครืองยาสมุนไพรแห้งทังหมด)
๗. วิธีใช้ ใช้จิบบ่อยๆ เมือมีอาการ
๘. ข้อควรระวัง/ข้อห้ามใช้

ค ว ร ร ะ วั ง ก า ร ใ ช้ ย า ใ น ผู้ ป ว ย ที แ พ้ ล ะ อ อ ง เ ก ส ร ด อ ก ไ ม้
ไม่แนะนําให้ใช้ในผู้ทีสงสัยว่าเปนไข้เลือดออก เนืองจากอาจบดบังอาการของไข้
เลือดออก
กรณีบรรเทาอาการไข้ ร้อนในกระหายนํา หากใช้ยาเปนเวลานานเกิน ๓ วัน
แล้วอาการไม่ดีขึน ควรปรึกษาแพทย์

๙. อาการไม่พึงประสงค์ ไม่มี
๑๐. ข้อมูลเพิมเติม ไม่มี

๑๖๔

ย า จิ บ แ ก้ ไ อ สู ต ร ๓

๑๑. ตํารับยาจิบแก้ไอ สูตร ๓ ประกอบด้วยเครืองยา ๒๗ สิง
มีรายละเอียดดังนี

๑. เสนียด ๓๐ กรัม ตํา รั บ ย า จิ บ แ ก้ ไ อ สู ต ร ๓
๒. รากชะเอมเทศ ๕๐ กรัม ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย เ ค รื อ ง ย า
๓. โกฐเชียง ๑๕ กรัม
๔. โกฐสอ ๑๕ กรัม ๒ ๗ สิ ง
๕. โกฐหัวบัว ๑๕ กรัม ร ว ม นํา ห นั ก ย า ๙ ๒ ๐ ก รั ม
๖. โกฐเขมา ๑๕ กรัม
๗. โกฐจุฬาลัมพา ๑๕ กรัม เ ค รื อ ง ย า แ ล ะ วั ต ถุ ดิ บ เ พิ ม เ ติ ม
๘. โกฐก้านพร้าว ๑๕ กรัม
๙. โกฐกระดูก ๑๕ กรัม กํายาน (ธาตุวัตถุ) ๔ ช้อนโต๊ะ /
๑๐. ลูกมะแว้ง ๓๐ กรัม เมนทอล (ธาตุวัตถุ) ตราหมีเชียง
๑๑. พระจันทน์ครึงซีก ๓๐ กรัม
๑๒. เมล็ดมะรุมแก่ ๓๐ กรัม ๒ ช้อนชา /
๑๓. เทียนข้าวเปลือก ๓๐ กรัม พิมเสน อย่างดี (ธาตุวัตถุ) ๔ ช้อนโต๊ะ /
๑๔. ใบหนุมานประสานกาย ๓๐ กรัม
๑๕. ดอกกานพลู ๑๕ กรัม นําหวานรสบ๊วย ๑ ขวด /
๑๖. ฟาทะลายโจร ๑๕ กรัม นาํ หวานรสมะนาวหรือนํามะนาว
๑๗. ช้าพลู (ทัง ๕) ๑๕ กรัม ยีห้อติงฟง ปริมาณตามชอบ /
๑๘. ส้มกุ้งน้อย ๑๕ กรัม
๑๙. ส้มกุ้งใหญ่ ๑๕ กรัม นาํ สะอาด ๖๖ ลิตร
๒๐. เนือมะขามปอมแห้ง ๑๐๐ กรัม

(ถ้าสดใช้นําหนักคูณ ๓)
๒๑. เถาวัลย์เปรียง ๑๕ กรัม
๒๒. เทียนดาํ ๑๕ กรัม
๒๓. เมล็ดแฟล็กซ์ (ลินซีด) ๓๐ กรัม
๒๔. ปอห่อ (ก้านสะระแหน่) ๕๐ กรัม
๒๕. บ๊วย (อย่างดี) ๑๕๐ กรัม
๒๖. มะนาว (อย่างดี) ๑๕๐ กรัม
๒๗. หล่อฮั งก้วย ๔ ลูก

๑๖๕

ย า จิ บ แ ก้ ไ อ สู ต ร ๓

๑๒. กรรมวิธีการผลิต
อุปกรณ์การปรุงยาชนิดยาต้ม ดูในหน้า ๑๕๕
ยาจิบแก้ไอ สูตร ๓ มีขันตอนการปรุงยา ตามลําดับดังนี

ขันตอนที ๑ การชัง ตวง วัด นาํ หนักเครืองยาตามตาํ รับยา
ขันตอนที ๒ การต้มยา
ขันตอนที ๓ การบรรจุยาใส่ขวด

ขันตอนที ๑ ชัง ตวง วัด นาํ หนักเครืองยาตามตํารับยา
ชังนาํ หนักเครืองยาจากเครืองยาทีได้คัดแยกและอบเตรียมไว้แล้ว
โดยชังนาํ หนักตามตาํ รับยาทีระบุไว้ข้างต้น และให้แยกใส่ภาชนะหรือถุงไว้
อย่างละ ๑ สิง พิมเสนและเมนทอล เมือชังนําหนักใส่ถุงแล้วใช้สากคลึงให้
ละเอียด

ขันตอนที ๒ การต้มยา
การต้มยาจิบแก้ไอ สูตร ๓ ใช้วิธีการต้มเคียว คือ นาํ มาต้มกับนํา ๒๒ ลิตร
เคียวให้เหลือนํา ๒ ลิตร กรองยาทีได้ใส่หม้ออีกใบแล้วเติมนําลงไปต้มกับ
กากยาเดิมอีก ๒๒ ลิตร เคียวให้เหลือนาํ ๒ ลิตร กรองยารวมกับยารอบแรก
ทําเช่นนีอีก ๑ รอบ รวมเปน ๓ รอบ (ต้ม ๓ เอา ๑) แล้วแต่งรสชาติด้วยนาํ
บ๊วยและนาํ มะนาว ซึงมีวิธีทําดังนี
๑. เตรียมหม้อเคลือบ (หม้อเปล่า) ใส่พิมเสนและเมนทอลลงไปในหม้อพร้อม

กันทังหมด จากนันใช้ผ้าขาวบางวางบนปากหม้อแล้วใช้ตัวหนีบหนีบไว้
ป ด ฝ า ห ม้ อ พั ก เ ต รี ย ม ไ ว้
๒. นาํ เครืองยาทังหมด ๒๗ สิงใส่ลงหม้ออีกใบหนึง (หม้อสแตนเลสใช้
ต้มยา) พร้อมกัน จากนันใส่กาํ ยานตามลงไป (กาํ ยานมีคุณสมบัติเปน
สารกันบูด) ส่วนนําหวานรสบ๊วยและนําหวานรสมะนาวแยกไว้ใช้สําหรับ
แ ต่ ง ร ส ช า ติ โ ด ย ใ ห้ นํา ไ ป ผ ส ม กั บ ย า ที เ คี ย ว เ ส ร็ จ แ ล้ ว ใ น ขั น ต อ น สุ ด ท้ า ย

๑๖๖

ย า จิ บ แ ก้ ไ อ สู ต ร ๓

๓. เติมนําสะอาดตามลงไปในหม้อประมาณ ๒ ลิตรก่อน แล้วให้สังเกต
ตาํ แหน่งของนํา ๒ ลิตร ว่าอยู่สูงจากก้นหม้อบริเวณใด เพราะต้องการ
เคียวให้งวดเหลือปริมาณยาสุทธิที ๒ ลิตร

๔. เติมนําทีเหลือลงไปอีก ๒๐ ลิตร รวมเปน ๒๒ ลิตร
๕. นําหม้อขึนตังไฟ เปดไฟแรง พอนําเดือดค่อยหรีเปนไฟกลาง ต้มเคียว

ไปเรือยๆ จนกระทังเหลือนาํ ประมาณ ๒ ลิตร สังเกตได้จากตาํ แหน่งของ
นาํ ๒ ลิตรทีสังเกตไว้ตอนแรก
๖. จากนันยกหม้อลงจากเตา กรองยาใส่หม้อเคลือบทีเตรียมไว้ในข้อ ๑
๗. เมือกรองเสร็จให้เติมนําลงไปในหม้อต้มยาทีมีกากยาเดิมอยู่อีก ๒๒ ลิตร
ต้มเคียวไปเรือยๆ จนกระทังเหลือนาํ ประมาณ ๒ ลิตร จากนันยกหม้อลง
จากเตา กรองยาใส่หม้อเคลือบรวมกับยาทีกรองในรอบแรก ทาํ ซาํ ตามข้อ
ที ๗ นี อีก ๑ รอบ รวมเปน ๓ รอบ เมือครบ ๓ รอบแล้วให้กวนส่วนผสม
ทังหมดเข้ากัน ปดฝา เขียนชือยา วันทีผลิต ไว้ข้างหม้อ ตังทิงไว้ให้เย็น
สนิทหรือทิงไว้ข้ามคืน จึงนาํ ไปแต่งรสชาติ
๘. แต่งรสชาติด้วยนําหวานรสบ๊วยและนําหวานรสมะนาว โดยกรองยาผ่าน
ผ้าขาวบางและกระชอนตาถีใส่หม้อเคลือบอีกใบหนึง นาํ กระชอนตาถีวาง
ไว้บนปากหม้อเคลือบทีมียาอยู่ เทนาํ หวานรสบ๊วยทังหมดลงไปกรอง แล้ว
เติมนําหวานรสมะนาวลงไปปรับรสชาติ ใส่ในปริมาณตามต้องการ ลอง
ชิมรสชาติ เมือผสมเสร็จใช้กระบวยคนส่วนผสมให้เข้ากัน จึงนาํ ไปบรรจุ
ใ ส่ ข ว ด ต่ อ ไ ป

ขันตอนที ๓ การบรรจุยาใส่ขวด
ยาจิบแก้ไอ สูตร ๓ ทีปรุงเสร็จแล้วให้
กรอกใส่ขวด สามารถกรอกใส่ขวดขนาด
๖๐ มิลลิลิตร ได้ทังหมด ๑๕๐ ขวด
ติดฉลาก ชือยา สรรพคุณ วันทีผลิต
พร้อมนาํ ไปใช้ต่อไป

๑๖๗

อุปกรณ์การปรุงยาชนิดนาํ มัน

อุปกรณ์สําหรับการปรุงยาชนิดนาํ มัน

กระทะเหล็กหรือกระทะทองเหลือง
ตะหลิว
ชุดเตาแก๊ส
ภ า ช น ะ สํา ห รั บ ใ ส่ นํา มั น เ มื อ เ คี ย ว เ ส ร็ จ
กระชอนตาถี
ผ้าขาวบาง
กระบวย
ถุงมือผ้า สําหรับจับของร้อน
หมวกคลุมผม
ผ้ากันเปอน
กรวยสําหรับกรองนาํ มันใส่ขวด
ขวดสําหรับบรรจุยาพร้อมฝา

๑๖๘

นาํ มั น ม ร ก ต

ตาํ รับที ๑ นาํ มันมรกต

๑. ชือยา นาํ มันมรกต
๒. รูปแบบยา ชนิดนํามันหรือหัวเชือนํามัน
๓. ทีมาของตาํ รับยา อาจารย์เนตรดาว ยวงศรี
๔. สรรพคุณ/ข้อบ่งใช้ แก้เคล็ดขัดยอก แก้อักเสบ

แก้ปวดเมือยกล้ามเนือ
๕. สูตรตาํ รับยา ประกอบด้วยเครืองยา ๖ สิง
๖. วิธีทํา เคียวเครืองยาสมุนไพรด้วยกะทิจนกลายเปน

นํามัน (ในการปรุงตาํ รับยานีใช้เครืองยาสมุนไพรชนิด
สดและแห้ง)
๗. วิธีใช้ ใช้ทาผิวภายนอกบริเวณทีต้องการ หรือ ใช้เปน
หัวเชือผสมกับนาํ มันอืน
๘. ข้อควรระวัง/ข้อห้ามใช้ ยาใช้ภายนอกห้ามรับประทาน
๙. อาการไม่พึงประสงค์ ไม่มี
๑๐. ข้อมูลเพิมเติม ใช้เปนนํามันทาหรือเปนหัวเชือนาํ มัน
ตังต้นผสมนํามันเดียวชนิดอืนเพิมเติม สรรพคุณเพือ
ใช้รักษาโรคตามความต้องการของแพทย์ สามารถแต่ง
กลินด้วยเปปเปอร์มินท์ พิมเสน เมนทอล การบูร หรือ
เพิมนาํ มันระกาํ เพือทาํ ให้รู้สึกร้อนเวลาใช้ทาเปนการ
เ พิ ม ส ร ร พ คุ ณ ข อ ง ย า ใ ห้ ดี ยิ ง ขึ น แ ล ะ น่ า ใ ช้

๑๖๙

นํา มั น ม ร ก ต

๑๑. ตํารับยาหัวเชือนาํ มันมรกต
ประกอบด้วยเครืองยา ๖ สิง มีรายละเอียดดังนี
๑. ผักเสียนผี ๐.๕ กิโลกรัม

(ชนิดสด ใช้ทังต้นไม่เอาราก)
๒. เพชรสังฆาต ๐.๕ กิโลกรัม (ชนิดสด)
๓. หัวดองดึง ๐.๕ กิโลกรัม (ชนิดแห้ง)
๔. ผักแครด ๐.๕ กิโลกรัม (ชนิดสด ใช้ทังต้นไม่เอาราก)
๕. มะพร้าวขูด ๑๕ กิโลกรัม
๖. นาํ มันปาล์มยีห้อดอกไม้ ๒.๕ กิโลกรัม

หมายเหตุ
เครืองยาสมุนไพรทุกชนิดทังสดและแห้งไม่ต้องนําไปอบฆ่าเชือโรค
เครืองยาชนิดสด ได้แก่ ผักเสียนผี เพชรสังฆาต ผักแครด ให้ทาํ การ
ล้างทําความสะอาด พักให้สะเด็ดนาํ จากนันนาํ ไปสับหยาบๆ เตรียมไว้
นํามะพร้าวขูด ๑๕ กิโลกรัม ไปคันนําจะได้นาํ กะทิทังหัวและหางผสม
กัน ซึงจะได้ปริมาณทีมากหรือน้อยกว่า ๑๕ กิโลกรัมก็ได้ ขึนอยู่กับ
ความเข้มข้นทีต้องการ

๑๗๐

นํา มั น ม ร ก ต หั ว เ ชื อ นํา มั น ม ร ก ต
ที เ คี ย ว สํา เ ร็ จ ค รั ง นี
ไ ด้ ป ริ ม า ณ ๒ . ๕ ลิ ต ร

๑๒. กรรมวิธีการผลิต
อุปกรณ์การปรุงยาชนิดนํามัน ดูในหน้า ๑๖๘
การทาํ หัวเชือนาํ มันมรกต มีขันตอนการปรุงยา ตามลาํ ดับดังนี

ขันตอนที ๑ การชัง ตวง วัด นาํ หนักเครืองยาตามตํารับยา
ขันตอนที ๒ การเคียวนาํ มัน
ขันตอนที ๓ วิธีการเก็บรักษาและวิธีการปรุงนํามัน

ขันตอนที ๑ ชัง ตวง วัด นําหนักเครืองยาตามตํารับยา
ชังนําหนักเครืองยาทีเตรียมไว้ ตามตํารับยา

ขันตอนที ๒ การเคียวนาํ มัน
๑. นาํ กระทะตังไฟปานกลาง
๒. ใส่หัวกะทิและหางกะทิทังหมดลงในกระทะโดยไม่ต้องรอให้กระทะร้อน
๓. ใส่หัวดองดึง ผักเสียนผี เพชรสังฆาต ผักแครด ลงกระทะตามลําดับ
๔. ใช้ตะหลิวคนส่วนผสมให้เข้ากัน เคียวไปเรือยๆ ระวังอย่าให้ติดก้นกระทะ
เมือกะทิแตกมันและเปนขีโล้แล้ว ให้ใส่นํามันปาล์มลงไปเพือกระตุ้นให้ตัวยา
สมุนไพรออกเร็วขึนหรือประมาณชัวโมงที ๘ (จะใส่หรือไม่ก็ได้) โดยให้ทยอย
ใส่ทีละ ๑ ลิตร ทุกๆ ๑๕ นาที ทยอยใส่แล้วเคียวเช่นนีจนครบ ๒.๕ ลิตร จาก
นันให้เคียวต่อจนกระทังสมุนไพรทังหมดสุกเกรียมจะได้นํามันสีเขียว ใช้เวลา
โดยประมาณ ๑๐ – ๑๒ ชัวโมง
๕. เมือเคียวจนได้นํามันตามทีต้องการให้ปดไฟแล้วนาํ ไปกรอง โดยให้ปู
ผ้าขาวบางสองชันวางบนปากหม้อเคลือบ ใช้ตัวหนีบหนีบไว้จากนันวาง
กระชอนบนผ้าขาวบางอีกชันหนึง ใช้กระบวยตักเฉพาะส่วนทีเปนนํามันกรอง
ใส่หม้อ จะได้หัวเชือนํามันมรกตเข้มข้น ทิงไว้ข้ามคืนเพือให้เย็นตัวลง จึงนําไป
บรรจุใส่ขวด นาํ ไปใช้ต่อไป

๑๗๑

นาํ มั น ม ร ก ต

ขันตอนที ๓ วิธีการเก็บรักษาและ
วิธีการปรุงนาํ มัน
วิธีการเก็บรักษาให้เก็บไว้ทีอุณหภูมิ
ห้อง สามารถเก็บได้นานถึง ๑๐ ป
แ ต่ เ มื อ เ ว ล า ผ่ า น ไ ป สี ข อ ง ย า จ ะ อ่ อ น ล ง
ส า ม า ร ถ เ ติ ม สี สํา ห รั บ ล ะ ล า ย ใ น นํา มั น
ลงไปได้

วิธีการปรุงนํามันมรกตกับธาตุวัตถุ
มี ๒ วิธีดังนี

๑. นํานํามันมรกต ๗ ส่วน ผสมรวม
กับเมนทอล ๔ ส่วน พิมเสน ๒ ส่วน
การบูร ๑ ส่วน คนให้เข้ากันจึงนาํ ไป
ใช้ได้ สามารถเพิมความร้อนเวลานํา
ไปใช้ทาด้วยนํามันระกํา แต่งกลินด้วย
นาํ มันเปปเปอร์มินท์

ข้อแนะนํา: กากยาทีเหลือในกระทะให้เกลียขึนมาอยู่ ๒. นาํ นาํ มันมรกตรวมกับนํามันเดียว
รอบๆ กระทะ โดยเว้นตรงก้นกระทะ ทิงไว้ ๑ คืน เช่น นํามันผักแครด นํามันเถาเอ็นอ่อน
นํามันในส่วนทียังติดกับสมุนไพรจะค่อยๆ ไหลลงมา โดยผสมกับเมนทอล ๔ ส่วน พิมเสน
กองรวมกันอยู่ก้นกระทะแล้วค่อยตักกรองด้วย ๒ ส่วน การบูร ๑ ส่วน รวมกันให้ได้
ผ้าขาวบางอีกครัง ส่วนกากทีอยู่รอบกระทะก็ให้ตัก ๗ ส่วน คนให้เข้ากันจึงนําไปใช้ได้และ
ที ล ะ น้ อ ย ใ ส่ ผ้ า ข า ว บ า ง แ ล้ ว ใ ช้ มื อ บี บ ห รื อ บิ ด ผ้ า เ พื อ รี ด จะเพิมความร้อนเวลานาํ ไปใช้ทาด้วย
เอานาํ มันออกมาให้มากทีสุดใส่หม้อไว้แล้วค่อยกรอง นํามันระกาํ แต่งกลินด้วยนํามัน
ด้วยผ้าขาวบางอีกครัง เปปเปอร์มินท์ก็ได้

ข้อควรระวัง: เนืองจากนํามันมรกตมีส่วนผสมของดองดึงซึงมีพิษ ในการทิงหรือทาํ ลายกากยา
ควรนําไปฝงทุกครัง ห้ามนําไปทิงถังขยะ เพือปองกันการคุ้ยเขียของสัตว์ เช่น สุนัข แมว
เ พ ร า ะ เ มื อ สั ต ว์ เ ห ล่ า นี กิ น ไ ป แ ล้ ว จ ะ ทํา ใ ห้ ต า ย ไ ด้

๑๗๒

นํา มั น ผั ก แ ค ร ด

ตํารับที ๒ นาํ มันผักแครด (นาํ มันเดียว)

๑. ชือยา นํามันผักแครด (นํามันเดียว)
๒. รูปแบบยา ชนิดนํามันหรือหัวเชือนาํ มัน
๓. ทีมาของตาํ รับยา อาจารย์เนตรดาว ยวงศรี
๔. สรรพคุณ/ข้อบ่งใช้ แก้ไขข้ออักเสบ แก้ปวดกล้ามเนือ
๕. สูตรตํารับยา ประกอบด้วยเครืองยา ๓ สิง
๖. วิธีทาํ เคียวเครืองยาสมุนไพรด้วยกะทิจนกลายเปน

นาํ มัน (ในการปรุงตํารับยานีใช้เครืองยาสมุนไพรชนิด
สด)
๗. วิธีใช้ ใช้ทาผิวภายนอกบริเวณทีต้องการ หรือ ใช้เปน
หัวเชือผสมกับนํามันอืน
๘. ข้อควรระวัง/ข้อห้ามใช้ ยาใช้ภายนอกห้ามรับประทาน
๙. อาการไม่พึงประสงค์ ไม่มี
๑๐. ข้อมูลเพิมเติม นาํ ไปผสมกับนํามันอืนๆตังต้นหรือทาํ
เ ป น นํา มั น ม ร ก ต เ พื อ ส ร ร พ คุ ณ ใ ช้ รั ก ษ า โ ร ค ต า ม ค ว า ม
ต้องการของแพทย์ สามารถแต่งกลินด้วยเปปเปอร์
มินท์ พิมเสน เมนทอล การบูรหรือเพิมนํามันระกํา เพือ
ทาํ ให้รู้สึกร้อนเวลาใช้ทา เปนการเพิมสรรพคุณของยา
ให้ดียิงขึนและน่าใช้

๑๗๓

นาํ มั น ผั ก แ ค ร ด กรรมวิธีการผลิต

๑๑. ตาํ รับยาหัวเชือนํามันผักแครด ประกอบด้วยเครืองยา ๓ สิง
มีรายละเอียดดังนี

๑. ผักแครด (ชนิดสด ใช้ทังต้นไม่เอาราก) ๒ กิโลกรัม
๒. มะพร้าวขูด ๑๕ กิโลกรัม
๓. นาํ มันปาล์มยีห้อดอกไม้ ๒.๕ กิโลกรัม

หมายเหตุ
เครืองยาชนิดสด คือ
ผักแครด ล้างทาํ ความ
สะอาด พักให้สะเด็ดนาํ
จากนันนาํ ไปสับหยาบๆ
เตรียมไว้
นาํ มะพร้าวขูด ๑๕
กิโลกรัม ไปคันนาํ จะได้
นํากะทิทังหัวและหาง
ผสมกัน ซึงจะได้
ปริมาณทีมากหรือน้อย
กว่า ๑๕ กิโลกรัมก็ได้
ขึนอยู่กับความเข้มข้น
ทีต้องการ

๑๒. กรรมวิธีการผลิต
อุปกรณ์การปรุงยาชนิดยานํามัน ดูในหน้า ๑๖๘
การทาํ หัวเชือนาํ มันผักแครด มีขันตอนการปรุงยา ตามลําดับดังนี

ขันตอนที ๑ การชัง ตวง วัด นําหนักเครืองยาตามตํารับยา
ขันตอนที ๒ การเคียวนาํ มัน
ขันตอนที ๓ วิธีการเก็บรักษาและวิธีการปรุงนํามัน

ขันตอนที ๑ ชัง ตวง วัด นาํ หนักเครืองยาตามตํารับยา
ชังนําหนักเครืองยาทีเตรียมไว้ ตามตํารับยา

๑๗๔

นํา มั น ผั ก แ ค ร ด

ขันตอนที ๒ การเคียวนาํ มัน
๑. นํากระทะตังไฟปานกลาง
๒. ใส่หัวกะทิและหางกะทิทังหมดลงในกระทะโดยไม่ต้องรอให้กระทะร้อน
๓. ใส่ผักแครดทังหมดลงกระทะผสมรวมกับกะทิ
๔. ใช้ตะหลิวคนส่วนผสมให้เข้ากัน เคียวไปเรือยๆ ระวังอย่าให้ติดก้นกระทะ

เมือกะทิแตกมันและเปนขีโล้แล้ว ให้ใส่นํามันปาล์มลงไปเพือกระตุ้นให้ตัว
ยาสมุนไพรออกเร็วขึน หรือประมาณชัวโมงที ๕ (จะใส่หรือไม่ก็ได้) โดย
ให้ทยอยใส่ทีละ ๑ ลิตร ทุกๆ ๑๕ นาที ทยอยใส่แล้วเคียวเช่นนีจนครบ
๒.๕ ลิตร จากนันให้เคียวต่อจนกระทังสมุนไพรทังหมดสุกเกรียมจะได้
นํามันสีเขียว ใช้เวลาโดยประมาณ ๖ – ๘ ชัวโมง
๕. เมือเคียวจนได้นํามันตามทีต้องการให้ปดไฟแล้วนําไปกรอง โดยให้ปู
ผ้าขาวบางสองชันวางบนปากหม้อเคลือบ ใช้ตัวหนีบหนีบไว้จากนันวาง
กระชอนบนผ้าขาวบางอีกชันหนึง ใช้กระบวยตักเฉพาะส่วนทีเปนนาํ มัน
กรองใส่หม้อ จะได้หัวเชือนํามันผักแครดเข้มข้น ทิงไว้ข้ามคืนเพือให้เย็น
ตัวลง จึงนาํ ไปบรรจุใส่ขวด นําไปใช้ต่อไป

ขันตอนที ๓ วิธีการเก็บรักษาและวิธีการปรุงนํามัน
วิธีการเก็บรักษาให้เก็บไว้ทีอุณหภูมิห้อง สามารถเก็บได้นานถึง ๑๐ ป แต่เมือ
เวลาผ่านไปสีของยาจะอ่อนลง สามารถเติมสีสําหรับละลายในนาํ มันลงไปได้

วิธีการปรุงนํามัน
นําไปใช้เปนส่วนผสมของนํามันมรกต เพือเพิมสรรพคุณของยาในการใช้รักษา
โรคตามทีแพทย์ต้องการ

๑๗๕

นํา มั น เ ถ า เ อ็ น อ่ อ น

ตาํ รับที ๓ นาํ มันเถาเอ็นอ่อน (นาํ มันเดียว)

๑. ชือยา นํามันเถาเอ็นอ่อน (นาํ มันเดียว)
๒. รูปแบบยา ชนิดนาํ มันหรือหัวเชือนํามัน
๓. ทีมาของตาํ รับยา อาจารย์เนตรดาว ยวงศรี
๔. สรรพคุณ/ข้อบ่งใช้ แก้ปวดเมือย แก้เส้นตึง

บาํ รุงเส้นเอ็น
๕. สูตรตํารับยา ประกอบด้วยเครืองยา ๓ สิง
๖. วิธีทาํ เคียวเครืองยาสมุนไพรด้วยกะทิจนกลายเปน

นํามัน (ในการปรุงตํารับยานีใช้เครืองยาสมุนไพรชนิด
สดและแห้ง
๗. วิธีใช้ ใช้ทาผิวภายนอกบริเวณทีต้องการ หรือ ใช้เปน
หัวเชือผสมกับนาํ มันอืน
๘. ข้อควรระวัง/ข้อห้ามใช้ ยาใช้ภายนอกห้ามรับประทาน
๙. อาการไม่พึงประสงค์ ไม่มี
๑๐. ข้อมูลเพิมเติม นําไปผสมกับนํามันอืนๆตังต้นหรือทํา
เ ป น นํา มั น ม ร ก ต เ พื อ ส ร ร พ คุ ณ ใ ช้ รั ก ษ า โ ร ค ต า ม ค ว า ม
ต้องการของแพทย์ สามารถแต่งกลินด้วยเปปเปอร์
มินท์ พิมเสน เมนทอล การบูร หรือเพิมนาํ มันระกําเพือ
ทําให้รู้สึกร้อนเวลาใช้ทา เปนการเพิมสรรพคุณของยา
ให้ดียิงขึนและน่าใช้

๑๗๖

นาํ มั น เ ถ า เ อ็ น อ่ อ น

๑๑. ตํารับยาหัวเชือนาํ มันเถาเอ็นอ่อน ประกอบด้วยเครืองยา ๓ สิง
มีรายละเอียดดังนี

๑. เถาเอ็นอ่อน (ชนิดสดหรือแห้งอย่างใดอย่างหนึง)
ชนิดสดใช้ ๒ กิโลกรัม หากเปนชนิดแห้งใช้ ๑ กิโลกรัม

๒. มะพร้าวขูด ๑๕ กิโลกรัม
๓. นาํ มันปาล์มยีห้อดอกไม้ ๒.๕ กิโลกรัม

หมายเหตุ
เครืองยาสมุนไพรทุกชนิดไม่ต้องนาํ ไปอบฆ่าเชือโรค
เถาเอ็นอ่อนทีใช้ครังนีเลือกใช้เปนแบบชนิดแห้งและไม่ต้องนําไปอบ
นํามะพร้าวขูด ๑๕ กิโลกรัม ไปคันนาํ จะได้นํากะทิทังหัวและหางผสม
กัน ซึงจะได้ปริมาณทีมากหรือน้อยกว่า ๑๕ กิโลกรัมก็ได้ ขึนอยู่กับ
ความเข้มข้นทีต้องการ

๑๒. กรรมวิธีการผลิต
อุปกรณ์การปรุงยาชนิดยานํามัน
ดูในหน้า ๑๖๘
การทาํ หัวเชือนํามันเถาเอ็นอ่อน
มีขันตอนการปรุงยา
ตามลําดับดังนี

ขันตอนที ๑ การชัง ตวง วัด
นาํ หนักเครืองยาตามตาํ รับยา
ขันตอนที ๒ การเคียวนาํ มัน
ขันตอนที ๓ วิธีการเก็บรักษา
และวิธีการปรุงนํามัน

ขันตอนที ๑ ชัง ตวง วัด นําหนัก
เครืองยาตามตํารับยา
ชังนําหนักเครืองยาทีเตรียมไว้ ตาม
ตาํ รับยา

๑๗๗

นาํ มั น เ ถ า เ อ็ น อ่ อ น

ขันตอนที ๒ การเคียวนํามัน
๑. นํากระทะตังไฟปานกลาง
๒. ใส่หัวกะทิและหางกะทิทังหมดลงในกระทะโดยไม่ต้องรอให้กระทะร้อน
๓. ใส่เถาเอ็นอ่อนทังหมดลงกระทะผสมรวมกับกะทิ
๔. ใช้ตะหลิวคนส่วนผสมให้เข้ากัน เคียวไปเรือยๆ ระวังอย่าให้ติดก้นกระทะ

เมือกะทิแตกมันและเปนขีโล้แล้ว ให้ใส่นํามันปาล์มลงไปเพือกระตุ้นให้ตัว
ยาสมุนไพรออกเร็วขึน หรือประมาณชัวโมงที ๕ (จะใส่หรือไม่ก็ได้) โดย
ให้ทยอยใส่ทีละ ๑ ลิตร ทุกๆ ๑๕ นาที ทยอยใส่แล้วเคียวเช่นนีจนครบ
๒.๕ ลิตร จากนันให้เคียวต่อจนกระทังสมุนไพรทังหมดสุกเกรียมจะได้
นํามันสีเขียว ใช้เวลาโดยประมาณ ๖ – ๘ ชัวโมง
๕. เมือเคียวจนได้นาํ มันตามทีต้องการให้ปดไฟแล้วนาํ ไปกรอง โดยให้ปู
ผ้าขาวบางสองชันวางบนปากหม้อเคลือบ ใช้ตัวหนีบหนีบไว้จากนันวาง
กระชอนบนผ้าขาวบางอีกชันหนึง ใช้กระบวยตักเฉพาะส่วนทีเปนนาํ มัน
กรองใส่หม้อ จะได้หัวเชือนํามันเถาเอ็นอ่อนเข้มข้น ทิงไว้ข้ามคืนเพือให้
เย็นตัวลง จึงนําไปบรรจุใส่ขวด นาํ ไปใช้ต่อไป

ขันตอนที ๓ วิธีการเก็บรักษาและวิธีการปรุงนํามัน
วิธีการเก็บรักษาให้เก็บไว้ทีอุณหภูมิห้อง สามารถเก็บได้นานถึง ๑๐ ป แต่เมือ
เวลาผ่านไปสีของยาจะอ่อนลง สามารถเติมสีสําหรับละลายในนาํ มันลงไปได้

วิธีการปรุงนาํ มัน
นําไปใช้เปนส่วนผสมของนํามันมรกต เพือเพิมสรรพคุณของยาในการใช้รักษา
โรคตามทีแพทย์ต้องการ

๑๗๘

นาํ มั น ไ พ ล

ตํารับที ๔ นํามันไพล

๑. ชือยา นํามันไพล
๒. รูปแบบยา ชนิดนํามัน
๓. ทีมาของตํารับยา อาจารย์เนตรดาว ยวงศรี
๔. สรรพคุณ/ข้อบ่งใช้ แก้เคล็ด บวมยอก
๕. สูตรตาํ รับยา ประกอบด้วยเครืองยา ๒ สิง
๖. วิธีทํา ทอดเครืองยาสมุนไพรด้วยนํามัน (ในการปรุง

ตํารับยานีใช้เครืองยาสมุนไพรชนิดสด)
๗. วิธีใช้ ใช้ทาผิวภายนอกบริเวณทีต้องการ หรือ ใช้เปน

หัวเชือผสมกับนํามันอืน
๘. ข้อควรระวัง/ข้อห้ามใช้ ยาใช้ภายนอกห้ามรับประทาน
๙. อาการไม่พึงประสงค์ ไม่มี
๑๐. ข้อมูลเพิมเติม ใช้เปนนาํ มันเดียว หรือนําไปผสมกับ

นํามันอืนเปนนํามันตังต้น เช่น นํามันมรกต เพือ
สรรพคุณใช้รักษาโรคตามความต้องการของแพทย์
สามารถแต่งกลินด้วยเปปเปอร์มินท์ พิมเสน เมนทอล
การบูร หรือเพิมนํามันระกําเพือทําให้รู้สึกร้อนเวลาใช้
ทา เปนการเพิมสรรพคุณของยาให้ดียิงขึนและน่าใช้

๑๗๙

นาํ มั น ไ พ ล ก ร ร ม วิ ธี ก า ร ผ ลิ ต

๑๑. ตาํ รับยานาํ มันไพล ประกอบด้วย
เครืองยา ๒ สิง
มีรายละเอียดดังนี

๑. หัวไพล (ชนิดสด) ๑๕ กิโลกรัม
๒. นาํ มันปาล์มยีห้อดอกไม้ ๓ กิโลกรัม

หมายเหตุ
เครืองยาสมุนไพรทุกชนิดไม่ต้องนาํ
ไปอบฆ่าเชือโรค
เครืองยาชนิดสด คือ ไพล ให้ล้าง
ทาํ ความสะอาดโดยใช้แปรง ขัด ถู
เศษดินออกให้หมด แล้วนาํ ไปผึงให้
สะเด็ดนํา หันไพลทังเปลือกให้เปน
แว่น ขนาดเท่าๆ กันไม่หนาและไม่
บางจนเกินไป พักเตรียมไว้
เตรียมหม้อเคลือบสําหรับใส่นาํ มัน
โดยเอาผ้าขาวบางวางบนปากหม้อ
ใช้ตัวหนีบหนีบไว้ จากนันนาํ
กระชอนวางบนผ้าขาวบางอีกชัน
หนึง

๑๒. กรรมวิธีการผลิต
อุปกรณ์การปรุงยาชนิดยานาํ มัน ดูในหน้า ๑๖๘
การทาํ นาํ มันไพล มีขันตอนการปรุงยา ตามลําดับดังนี

ขันตอนที ๑ การชัง ตวง วัด นาํ หนักเครืองยาตามตํารับยา
ขันตอนที ๒ การเคียวนาํ มัน
ขันตอนที ๓ วิธีการเก็บรักษาและวิธีการปรุงนํามัน

ขันตอนที ๑ ชัง ตวง วัด นําหนักเครืองยาตามตาํ รับยา
ชังนําหนักเครืองยาทีเตรียมไว้ ตามตาํ รับยา

๑๘๐

นํา มั น ไ พ ล ก ร ร ม วิ ธี ก า ร ผ ลิ ต

ขันตอนที ๒ การเคียวนํามัน
๑. นาํ กระทะตังบนเตา เทนาํ มันทังหมดลงไปในกระทะแล้วเปดไฟแรง
๒. รอให้นาํ มันเริมร้อนแต่ไม่ต้องเดือด เมือนาํ มันร้อนแล้วให้หรีไฟลงเปน

ไฟกลางค่อนไปทางอ่อน
๓. ใส่ไพลทีหันเตรียมไว้แล้วลงไปทอดในกระทะ โดยให้ทยอยใส่ทีละน้อย

ประมาณ ๒ – ๓ กํามือ
๔. ใช้ตะหลิวค่อยๆ คนไพลในกระทะไปเรือยๆ อย่าให้ไหม้ ใส่ไปครังแรกจะ

พบว่ามีฟองละเอียดๆ สีเหลืองจาํ นวนมาก เมือทอดไปได้สักพักฟองเหล่า
นีจะค่อยๆ เหลือน้อยลงแล้วหมดไปแต่อาจจะไม่หมดเสียทีเดียว นัน
แสดงว่านาํ มันไพลใกล้จะใช้ได้แล้ว ให้ทอดต่อแล้วสังเกตไพลทีนาํ ลงไป
ทอดว่าไพลหดตัวลง สีของไพลเปลียนเปนสีนําตาลเข้มและแห้งเกรียม
ฟองเริมเหลือน้อยลงแสดงว่านํามันใช้ได้แล้ว ให้รีบตักไพลขึน ถ้าปล่อย
ไว้นานจะทําให้ไพลไหม้
๕. จากนันให้ใช้ตะหลิวหรือกระชอนตาถีช้อนเฉพาะกากไพลขึน เขย่า
กระชอนให้นาํ มันทีติดมากับกากไพลตกกลับลงไปในกระทะให้มากทีสุด
เ ท ก า ก ใ ส่ ภ า ช น ะ ที เ ต รี ย ม ไ ว้

๑๘๑

นาํ มั น ไ พ ล ก ร ร ม วิ ธี ก า ร ผ ลิ ต

๖. ใส่ไพลประมาณ ๒–๓ กาํ มือลงไปทอดในนํามันเดิม ทําตามในข้อ ๕–๗
จนไพลหมด

๗. เมือทอดไพลหมดแล้วให้ปดไฟ ตังกระทะไว้สักครู่รอให้นาํ มันอุ่นแล้ว
กรองนํามันทีได้ใส่ภาชนะ ทิงไว้ให้เย็นหรือทิงไว้ข้ามคืน จึงนําไปบรรจุ
ใส่ขวด และนําไปใช้ต่อไป

ขันตอนที ๓ วิธีการเก็บรักษาและวิธีการปรุงนาํ มัน
วิธีการเก็บรักษาให้เก็บไว้ทีอุณหภูมิห้อง สามารถเก็บได้นานถึง ๑๐ ป แต่เมือ
เวลาผ่านไปสีของยาจะอ่อนลง สามารถเติมสีสําหรับละลายในนาํ มันลงไปได้

วิธีการปรุงนาํ มันไพลกับธาตุวัตถุมีวิธีดังนี
นาํ นํามันไพล ๗ ส่วน ผสมรวมกับเมนทอล ๔ ส่วน พิมเสน ๒ ส่วน
การบูร ๑ ส่วน คนให้เข้ากันจึงนาํ ไปใช้ได้ และจะเพิมความร้อนในการนาํ ไป
ใช้ทาด้วยนํามันระกาํ แต่งกลินด้วยนํามันเปปเปอร์มินท์ก็ได้ หรือ นาํ ไปใช้เปน
ส่วนผสมของนาํ มันมรกตเพือเพิมสรรพคุณของยาในการใช้รักษาโรคตามที
แพทย์ต้องการ

๑๘๒

ขี ผึ ง โ ร ค ผิ ว ห นั ง

ตํารับที ๕ ขีผึงโรคผิวหนัง

๑. ชือยา ขีผึงโรคผิวหนัง
๒. รูปแบบยา ชนิดขีผึง (เคียวนํามัน นาํ ไปผสมกับขีผึง)
๓. ทีมาของตํารับยา อาจารย์เนตรดาว ยวงศรี
๔. สรรพคุณ/ข้อบ่งใช้ ทาแก้โรคผิวหนัง ทาหัวริดสีดวง

ทวารหนัก โรคสะเก็ดเงิน
๕. สูตรตาํ รับยา ประกอบด้วยเครืองยาสําหรับเคียวนาํ มัน

๑๒ สิง และเครืองยาสําหรับทําขีผึง ๓ สิง
๖. วิธีทํา เคียวเครืองยาสมุนไพรด้วยกะทิจนกลายเปน

นํามัน นาํ นํามันไปผสมกับขีผึง วาสลีน และการบูร
(ในการปรุงตาํ รับยานีใช้เครืองยาสมุนไพรชนิดแห้ง)
๗. วิธีใช้ ใช้ทาผิวภายนอกบริเวณทีต้องการ
๘. ข้อควรระวัง/ข้อห้ามใช้ ยาใช้ภายนอกห้ามรับประทาน
๙. อาการไม่พึงประสงค์ ไม่มี
๑๐. ข้อมูลเพิมเติม นาํ นาํ มันทําเปนขีผึงบรรจุใส่ตลับ เพือ
ความสะดวกในการใช้งาน

ส ร ร พ คุ ณ / ข้ อ บ่ ง ใ ช้

ท า แ ก้ โ ร ค ผิ ว ห นั ง
ท า หั ว ริ ด สี ด ว ง ท ว า ร ห นั ก

โ ร ค ส ะ เ ก็ ด เ งิ น

๑๘๓

ขี ผึ ง โ ร ค ผิ ว ห นั ง

๑๑. ตํารับยาหัวเชือนาํ มันโรคผิวหนัง
ประกอบด้วยเครืองยา ๑๒ สิง มีรายละเอียดดังนี

๑. หัวหนอนตายหยาก ๓๐๐ กรัม กรรมวิธีการผลิต
๒. เมล็ดลาํ โพง ๓๐๐ กรัม ขันตอนการทําขีผึงโรคผิวหนัง
๓. หัวไพล ๕๐ กรัม มีขันตอนตามลาํ ดับดังนี
๔. หัวขมินอ้อย ๕๐ กรัม
๕. สีเสียดเทศ ๕๐ กรัม ขันตอนที ๑ การชัง ตวง วัด
๖. ใบสํามะงา ๕๐ กรัม นาํ หนักเครืองยาตามตาํ รับยา
๗. ใบเตย ๕๐ กรัม ขันตอนที ๒ การเคียวนํามัน
๘. เปลือกมังคุด ๓๐ กรัม ขันตอนที ๓ การผสมหัวเชือ
๙. ยาฉุน ๕๐ กรัม นาํ มันกับขีผึง
๑๐. จุนสี (ธาตุวัตถุ) ๕๐ กรัม ขันตอนที ๔ การบรรจุยาใส่
๑๑. กาํ มะถันเหลือง (ธาตุวัตถุ) ๕๐ กรัม ตลับ
๑๒. มะพร้าวขูด ๑๕ กิโลกรัม

๑๒. ขันตอนการทาํ ขีผึงโรคผิวหนัง

ขันตอนที ๑ ชัง ตวง วัด นําหนักเครืองยาตามตาํ รับยา
ชังนาํ หนักเครืองยาทีเตรียมไว้ ตามตํารับยา

ขันตอนที ๒ การเคียวนาํ มัน
๑. แยกธาตุวัตถุ ได้แก่ จุนสี กาํ มะถันเหลือง นาํ ไปตาํ ให้ละเอียด พักไว้ค่อยใส่ตอนที

กะทิเริมแตกมัน
๒. นํากระทะตังไฟแรงใส่หัวกะทิและหางกะทิทังหมดลงในกระทะโดยไม่ต้องรอให้

กระทะร้อน
๓. ใส่เครืองยาสมุนไพรทีเหลือทังหมดลงไป
๔. ใช้ตะหลิวคนส่วนผสมให้เข้ากัน เคียวไปเรือยๆ ระวังอย่าให้ติดก้นกระทะ เมือ

กะทิเริมแตกมันให้ใส่จุนสีและกาํ มะถันทีเตรียมไว้ในข้อ ๑ ลงไป โดยโรยให้ทัวๆ
จากนันให้เคียวต่อจนกระทังสมุนไพรทังหมดสุกเกรียม ใช้เวลาโดยประมาณ
๖ – ๘ ชัวโมง
๕. เมือเคียวจนได้นํามันตามทีต้องการให้ปดไฟแล้วนําไปกรอง โดยให้ปูผ้าขาวบาง
สองชันวางบนปากหม้อเคลือบ ใช้ตัวหนีบๆ ไว้ จากนันวางกระชอนบนผ้าขาวบาง
อีกชันหนึง ใช้กระบวยตักเฉพาะส่วนทีเปนนาํ มันกรองใส่หม้อ จะได้หัวเชือนํามัน
โรคผิวหนังเข้มข้น ทิงไว้ข้ามคืนเพือให้เย็นตัวลง จึงนําไปใช้เปนหัวเชือเพือทําเปน
ขีผึงต่อไป

๑๘๔

ขี ผึ ง โ ร ค ผิ ว ห นั ง

ขันตอนที ๓ การผสมหัวเชือนาํ มันกับขีผึง ข้อแนะนาํ : เมือส่วนผสมของขีผึง วาสลีนและ

หัวเชือนํามันละลายรวมกันดีแล้ว ให้ทดสอบ

ส่ ว น ผ ส ม สํา ห รั บ ก ว น ขี ผึ ง โ ร ค ผิ ว ห นั ง การแข็งตัวของยาเสียก่อน โดยใช้ช้อนตักยา
๑. หัวเชือนํามันโรคผิวหนัง ๕๐๐ มิลลิลิตร ประมาณ ๑ ช้อนชา ตังทิงไว้สักครู่รอให้ยา
๒. การบูร (บดให้ละเอียด) ๑๕๐ กรัม
๓. วาสลีน ๑ กิโลกรัม แข็งตัว จากนันให้ใช้นิวลองแตะสัมผัสดู
๔. ขีผึงแท้ ๗๐ กรัม ความแข็งอ่อนของยา หากพบว่าแข็งเกินไป
ให้เติมวาสลีนลงไปผสมเพิม แต่ถ้าหากว่าอ่อน
หรือนุ่มเกินไปก็ให้เติมขีผึงลงไปกวนผสม

ในขันตอนนี เมือได้ยาตามทีต้องแล้ว
จึงยกลงจากเตา เติมการบูรแล้วทําตาม

วิธีทาํ ขันตอนอืนๆ ต่อไป

๑. นําขีผึงไปขูดเอาสิงสกปรกออกให้หมดแล้วหันให้เปนลูกเต๋าขนาดพอ

ประมาณ นาํ ไปชังนําหนักเตรียมไว้

๒. นาํ ขีผึงทังหมดใส่ลงหม้อยกขึนตังไฟแรง คนจนขีผึงเริมละลาย

จากนันใส่วาสลีนทังหมดตามลงไป กวนให้ส่วนผสมทังสองละลายรวมกัน

จนหมด แล้วให้ทดสอบความแข็งตัวก่อนใส่หัวเชือ ความแข็งอ่อน

ขึนอยู่กับความพอใจ

๓. เมือละลายแล้วให้หรีไฟลงเหลือไฟอ่อนแล้วใส่หัวเชือนํามันโรคผิวหนัง

ลงไป คนให้ส่วนผสมทังหมดเข้ากัน

๔. ยกลงจากเตาแล้วเติมการบูรลงไป คนให้การบูรละลาย

๕. เทส่วนผสมทีเสร็จและยังร้อนอยู่ลงตลับ ตังทิงไว้จนเย็นและแข็งตัว

ปดฝาให้สนิท จึงนาํ ไปใช้ได้

ขันตอนที ๓ การบรรจุยาใส่ตลับ
บรรจุยาใส่ตลับขนาด ๒๐ กรัม ให้ใส่ขณะทียายังร้อนอยู่

๑๘๕

ภาคผนวก ก. เภสชั วัตถุ

ประเภทพชื วตั ถุ

ลำดบั ชอ่ื เครอ่ื งยา สว นทใ่ี ช รส สรรพคณุ
๑ กระดอม ขมเยน็ บำรุงน้ำดี แกด แี หง ดฝี อ ดีเดอื ด เจริญอาหาร ดับพิษ
ลูก โลหติ แกไข แกม ดลกู อกั เสบ ถอนพษิ ผดิ สำแดง
๒ กระดังงา (ผลออน หอมสขุ มุ บำรุงโลหติ บำรงุ ธาตุ บำรงุ หวั ใจ
๓ กระดาดขาว กระดอม) เมาคัน กัดเถาดานในทอ ง กดั ฝา กดั หนอง สมานแผล แกมะเร็ง
ฆา พยาธภิ ายนอก
ดอก
(ดอกแกจ ัด)

หวั

๔ กระดาดแดง หัว คันเมา หงุ นำ้ มันสมานแผล ผสมทำยากดั ฝา หนอง

๕ กระเทยี ม หัว รอ นฉุน แกไอ แกโ รคผวิ หนงั กลากเกล้ือน แผลเนือ้ รา ย บำรุง
ธาตุ ขบั โลหิตระดู แกโ รคประสาท แกป วดหู แกห อู ้อื
ระบายพิษไข แกรดิ สีดวงงอก ขับพยาธิในทอง แกโ รค
ในปากคอ แกหดื แกอมั พาต แกลมเขา ขอ แกจกุ เสยี ด
แนน เฟอ แกข ดั ปส สาวะ บำรงุ ปอด แกปอดพิการ แก
เสมหะ แกน ้ำลายเหนยี ว แกเลอื ดออกตามไรฟน แกฟก
บวม แกส ะอึก อมบวนปากฆา เชือ้ โรคในปาก ขจดั ไขมันท่ี
อุดตันในหลอดเลือด ลดความดนั โลหิต

๖ กระลำพกั แกน ตน สลัดได หอมสุขุม แกไข ขบั ลม บำรุงหวั ใจ บำรงุ ครรภรกั ษา
๗ กระวาน ผลแก (ขมหอม)
ขับเสมหะ ขบั โลหติ ขบั ลม บำรงุ ธาตุ กระจายเลือดและ
เผด็ รอ นหอม ลมใหซ า น ผสมยาถา ย ปองกนั ไมใหจ ุกเสียดและไซทอง
นำลูกมาแชแอลกอฮอลไ ดน ้ำยาสีแดง รบั ประทานบำรุง
ธาตุ แกธ าตุพิการ อาหารไมย อ ย ทอ งอดื เฟอ ระบาย
อจุ จาระธาตุ ใชปรุงอาหาร

๘ กฤษณา เน้อื ไม หอมสขุ ุม บำรุงโลหิต แกต ับปอดพิการ แกไ ขเ พอ่ื เสมหะและลม
แกลมวงิ เวยี น บำรงุ โลหติ ในหวั ใจ ทำใหห วั ใจชุมช่ืน แก
ปวดขอ ตม ด่ืมแกร อ นในกระหายนำ้ ใชปรุงเปน ยาบำรุง
และรกั ษาโรคหวั ใจ แกโรคลมกองละเอียด

๙ กลอย เหงา ใตดนิ เมาเบื่อ กัดเถาดานในทอง หุงน้ำมันใสแ ผล กัดฝา หนอง มพี ษิ ทำ
ใหอ าเจียนมนึ งง

๑๐ กะเพรา ใบ เผด็ รอ น บำรุงไฟธาตุ ขบั ลม แกปวดทอ ง แกลมตานซาง ขบั ผาย
ลม ทำใหเ รอ แกจุกเสยี ด แกค ล่ืนเหียนอาเจยี น นำ้ คั้น
จากใบรบั ประทานขบั เหงอื่ แกไข ขบั เสมหะ ทาผวิ หนัง
แกกลากเกลอ้ื น หยอดหแู กป วดหู ใบสดหรือแหง ชงกบั
นำ้ รอนดื่มบำรุงธาตุ ขบั ลมในเดก็ ออ น

๑๑ กญั ชาเทศ ใบ ใบ, ราก – แกไข
สุขมุ

ก.1

ลำดบั ชอ่ื เครอื่ งยา สว นท่ใี ช รส สรรพคณุ
๑๒ กันเกรา เปลือกตน - มันเมาขม
บำรุงรา งกาย บำรุงธาตุ บำรงุ ไขมัน เปน ยาอายวุ ัฒนะ
๑๓ กานพลู แกน แกไขจ ับสัน่ มองครอ หดื ไอ แกร ดิ สดี วง แกทองมาน
แกล งทอ งมกู เลอื ด แกแนน ทอ ง บำรุงมาม ขับลม แก
๑๔ โกฐกระดกู ดอกตูม โลหติ พกิ าร แกป วดแสบปวดรอ นตามผิวหนังและ
๑๕ โกฐกกั กรา รา งกาย
๑๖ โกฐกา นพรา ว ราก
๑๗ โกฐเขมา ราก เผ็ดรอ นปรา กระจายเสมหะ แกเ สมหะเหนียว แกเ ลือดออกตามไรฟน
๑๘ โกฐจุฬาลัมพา เหงา (ราก) แกห ดื ทำอาหารใหง วด แกป วดฟน แกรำมะนาด แก
เหงา ปวดทอ ง แกลม แกเ หนบ็ ชา แกพษิ โลหติ พษิ นำ้ เหลือง
๑๙ โกฐเชยี ง ท้งั ตน (สว น ขับน้ำคาวปลา ทำอุจจาระใหป กติ ดับกลิ่นกลา แกธ าตุ
๒๐ โกฐนำ้ เตา เหนอื ดิน) ทัง้ ๔ พกิ าร แกทองขึน้ กดลมใหล งสเู บอ้ื งตำ่
๒๑ โกฐพงุ ปลา
๒๒ โกฐสอ ราก มนั สุขุมหอม แกลมในกองเสมหะ (มกั เกดิ ในตอนเชา ) บำรุงกระดกู
๒๓ โกฐหัวบวั ราก (เหงา )
สขุ มุ แกล มคล่ืนเหียน แกด ีพกิ าร แกป วดหวั ตวั รอ น นอน
ลูก สะดุง แกรดิ สดี วงทวาร ขบั ลม
ราก
เหงา ขม แกไ ขซ่ึงมีอาการสะอึก แกไขเ รื้อรงั แกหอบ
แกเสมหะเปนพษิ

สุขมุ หอม แกโรคปากในคอ แกแ ผลเนา เปอ ย แกเ สียดแทงสอง
ราวขา ง แกห อบหืด

สขุ มุ หอมรอน แกไขเ จลียง (ไขท ีม่ เี ม็ดผน่ื ตามตัว เชน ไขหัด สกุ ใส ดำ
แดง เปนตน) แกไ ขเ พอื่ เสมหะ แกหดื แกไอ แกไขจบั
เปน ยาเรงประสาทสวนกลางเหมือนการบรู ขบั ลม
แกต กเลือด ตำพอกแกลม แกชำ้ ใน แกป วดเมอื่ ยรู
มาตกิ แกบดิ แกปวดทอ งหลังคลอด แกร ะดูมามาก
เกินไป

หวานสุขมุ แกไ ข แกไ อ แกสะอึก แกเ สียดแทงสองราวขา ง

ฝาดมันสุขมุ บำรงุ ธาตุ แกธาตพุ กิ าร อาหารไมยอ ย ระบายทอ ง
รถู า ยรปู ดเอง แกท อ งเสีย ขบั ลมในลำไส ขบั ปสสาวะ
และอจุ จาระใหเดินสะดวก แกต าเจบ็ แกร ิดสดี วงทวาร

ฝาด แกโรคอจุ จาระธาตุ ลงแดง อตสิ าร แกบ ดิ มูกเลอื ด

สขุ มุ หอม แกไข แกไ ขจ ับส่ัน แกห ดื ไอ แกส ะอึก บำรงุ หวั ใจ แก
เสมหะเปนพิษ แกหลอดลมอกั เสบ

มนั สุขมุ หอม แกลมในกองรดิ สีดวง กระจายลมทัง้ ปวง ขบั ลมในลำไส

ก.2

ลำดบั ชอ่ื เครอ่ื งยา สว นทใ่ี ช รส สรรพคณุ
๒๔ ขม้ินออย หวั (เหงา) ฝาดเฝอน
แกไ ขคร่นั เน้อื ครั่นตวั แกเ สมหะ แกอาเจยี น แกหนองใน
๒๕ ขอนดอก เน้อื ไม จืดหอม สมานลำไส ขบั ลม ขบั ปส สาวะ แกท อ งเสยี ใชเ ปน ยาแก
(ไมยนื ตนตาย ปวดทอ ง ใชภ ายนอกเอาเหงา โขลกละเอยี ด พอกแกฟก
จากตน พกิ ลุ ชำ้ บวม แกเคลด็ อกั เสบ แกพ ษิ โลหติ และบรรเทา
หรือตะแบก) อาการปวด รกั ษาอาการเลอื ดคั่ง เลือดลมไหลเวยี นไม
สะดวก รกั ษาระดูมาไมปกติ แกระดูขาว ขับประจำเดือน
๒๖ ขิงแหง เหงา ผสมใบเทยี นกิ่ง และเกลอื เล็กนอ ยตำละเอยี ด พอก
(ขิงแครง) หมุ เล็บ เปนยากันเล็บถอด

๒๗ ขก้ี าขาว แกลม บำรุงหวั ใจ บำรงุ ตบั ปอด บำรุงทารกในครรภ ทำ
๒๘ ข้ีกาแดง หัวใจใหช ุมชนื่

๒๙ ข้ีเหล็ก เหงา หวานเผด็ รอ น ขับลม แกท อ งอดื จุกเสยี ด แนน เฟอ คลน่ื ไสอาเจยี น
๓๐ คนทีสอ แกหอบไอ ขับเสมหะ แกบ ดิ เจรญิ อากาศธาตุ กระตุน
การบบี ตวั ของกระเพาะอาหารและลำไส
๓๑ คำไทย
ราก ขม บำรุงรางกาย แกต ับหรือมา มโต รากสดตำผสมน้ำมันทา
๓๒ คำฝอย แกโ รคเร้ือน

๓๓ ไครเครือ ราก ขม บำรุงน้ำดี แกไ ข ดบั พิษไข แกป วดศีรษะ แกจ กุ เสียด
๓๔ จันทนข าว บดทาฝฝ ก บัว แกต บั โต มามยอ ย อวัยวะในชองทอง
๓๕ จันทนชะมด บวมโต

แกน และใบ ขม ถายพษิ กระษยั พษิ ไข พษิ เสมหะ ถา ยเสน ถา ยพษิ ท้งั
ปวง

ใบ รอ นสขุ ุมหอม บำรงุ น้ำดี ขบั ลม แกหดื ไอ ฆา แมพ ยาธิ แกส าบสางใน
รา งกาย แกร ดิ สีดวงจมูก แกเ สมหะจกุ คอ แกลำไส
พกิ าร แกป วดตามกลา มเนื้อตามขอ ขบั เหงอื่

ดอก หวานสขุ มุ บำรุงโลหติ และนำ้ เหลอื งใหเปน ปกติ แกแสบรอ นคันตาม
ผวิ หนัง บำรุงโลหิตระดู ขับระดู แกโลหติ จาง แกบ ิด แก
ไตพกิ าร แกด ีพิการ แกพษิ บำรุงประสาท บำรงุ หวั ใจ

กลบี ดอกและ เกสร – หวาน ขับระดู บำรุงประสาท บำรงุ หวั ใจ แกด ีพิการ ขบั เหงอ่ื
เกสร รอน ระงบั ประสาท บำรงุ โลหติ แกต กเลอื ด แกไ ขใ นเด็ก แกดี
ซาน แกไ ขขออักเสบ แกห วดั น้ำมกู ไหล แกปวดในรอบ
เดอื น

ราก ขมขืน่ ปรา แกไข ไขจ ับส่นั ไขเพอคลัง่ แกพ ิษไข พษิ กาฬ ขับเหงื่อ
เจริญอาหาร ชูกำลัง

แกน ขมหวาน บำรุงประสาท บำรงุ เนอื้ หนังใหสดชนื่ แกรอ นในกระหาย
นำ้ แกตบั ปอดและดีพกิ าร แกเ หงอ่ื ตกหนัก ขับพยาธิ

แกน ขมหอมสุขมุ แกไข แกลม บำรงุ หวั ใจ ทำใหส ดชืน่ บำรุงกำลงั แก
คลื่นเหยี นอาเจยี น

ก.3

ลำดบั ชอ่ื เครอื่ งยา สว นท่ใี ช รส สรรพคณุ
๓๖ จนั ทนแ ดง แกน ขมเย็น
๓๗ จนั ทนเ ทศ แกน แกไออนั เกดิ จากซางและดี บำรุงหวั ใจ แกเ ลอื ดออก
๓๘ จำปา ดอก ตามไรฟน แกไขเ พอ่ื ดพี กิ าร แกบาดแผล

๓๙ จิงจอ (ใหญ) ราก ขมหอมสุขมุ แกไขเ พอื่ ดี ดบั พิษดี พษิ โลหติ บำรุงตบั ปอด หัวใจ และ
๔๐ เจตพงั คี ราก นำ้ ดี

๔๑ เจตมลู เพลิง ราก ขมหอม ทำใหเลือดเยน็ กระจายโลหติ อนั รอ น ขบั ปสสาวะ ขับลม
แดง แกออนเพลีย วงิ เวียนศรี ษะหนา มดื ตาลาย บำรุงหวั ใจ
เปลอื กตน แกเ สนกระตกุ แกโ รคเรอ้ื น หดิ ฝ แกโรคไต แกหนองใน
๔๒ ชะลูด ราก บำรุงนำ้ ดี บำรุงโลหติ
๔๓ ชะเอมเทศ
ราก หอมรอนปรา แกเ สมหะ โลหิต กำเดา และลม ชวยยอยอาหาร แกฟ ก
๔๔ ชาพลู ใบ ชำ้ เจริญอาหาร แกเลอื ดกำเดาไหล
๔๕ ชริ ากากี (ใบ
รก (เยือ่ หุม ขมรอ นขน่ื แกธาตุพกิ าร จกุ เสยี ดแนน เฟอ ปวดทอ ง ขับผายลม ทำ
มะขามแขก) เมล็ด) ใหเรอ แกท อ งรวง เจรญิ อาหาร ขบั ลมในลำไส แกม กู
หัว เลือด ฝนกบั นำ้ ปูนใสและมหาหงิ คุ ทาทอ งเด็กแกท องข้ึน
๔๖ ดอกจันทน อดื เฟอ
๔๗ ดองดึง
รอน บำรุงธาตุ บำรุงโลหติ ขับลมในกระเพาะอาหารและลำไส
ขบั โลหติ ระดู แกร ิดสดี วงทวาร เกลือ่ นฝ ใหค วามอบอนุ
แกรา งกาย กระจายเลือดลม มีฤทธิ์บบี มดลกู ทำใหแทง
ได ทาแกโ รคผวิ หนงั

หอมเยน็ ขบั ผายลม แกปวดในทอ ง บำรงุ กำลัง แกปวดมวนทอ ง
บำรุงหวั ใจ บำรุงครรภ

หวานขมชุม แกน ำ้ ลายเหนยี ว แกเ สมหะเปน พษิ (ไอ) ทำเสมหะใหง วด
ทำใหชุมคอ บำรงุ ปอด แกพิษ, คว่ั แลว แกเ บ่อื อาหาร
แกปวดทอ ง แกอ อ นเพลยี แกไ ข แกไ อ สงบประสาท
แกด ีและโลหิต บำรงุ กลามเนื้อใหเ จริญ

เผด็ รอน แกค ถู เสมหะ ขบั เสมหะใหต ก บำรงุ ธาตุ ขบั ลมในลำไส
ทำใหเ สมหะแหง

เปรย้ี วหวาน ระบายทอง ถา ยพิษอจุ จาระเปน มูก ถา ยน้ำเหลอื ง ถา ย
ชุม พษิ ไข ถา ยโรคบรุ ษุ ถา ยพยาธิ แกรดิ สดี วงทวาร ไซ
ทอ งมากกวา ฝก เหมาะกบั คนทกี่ ำลังนอยหรอื เดก็ และ
คนทเี่ ปน รดิ สีดวง

เผ็ดรอ น บำรงุ โลหติ บำรงุ ธาตุ ขบั ลม

รอ นเมา แกโ รคเรื้อน คุดทะราด แกโ รคปวดขอ (gout) แก
กามโรค แกพ ษิ แมลงสตั วก ัดตอย ขบั ผายลม เปนยา
อันตราย จะตอ งใชในปริมาณนอย ถาเกนิ ขนาดอาจเกิด
พิษได

ก.4

ลำดบั ชอ่ื เครอ่ื งยา สว นทใ่ี ช รส สรรพคณุ
๔๘ ดีปลี เผด็ รอ นขม
ผล (ผลแกจ ดั แกป ถวีธาตุ ๒๐ ประการ แกธาตดุ นิ พิการ แกทองรว ง
แตยงั ไมส ุก) ขับลมในลำไส แกห ดื ไอ แกล มวงิ เวียน แกร ดิ สีดวง
ทวาร แกค ดุ ทะราด เจริญอาหาร แกห ลอดลมอกั เสบ
แกนอนไมหลบั แกโ รคลมบาหมู ขับน้ำดี ขับระดู ทำให
แทง ขบั พยาธิ แกปวดกลา มเนอ้ื แกอาการอกั เสบ

๔๙ ตน ตีนเปด เปลอื กตน ขมเย็น แกไ ขเ พ่อื ดพี ิการ สมานลำไส แกบ ดิ ทอ งเสยี เร้ือรัง ขบั
พยาธิ แกไขหวดั แกห ลอดลมอักเสบ

๕๐ ตองแตก ราก เฝอนรอนขม ถายลมถายเสมหะเปนพษิ ไมไซทอ ง ใชใ นรายทถี่ ายดว ย
ยาดำไมไ ด แกบ วมนำ้ แกดีซาน แกม ามอักเสบ แกโ ลหติ
จาง

๕๑ เตย ใบ เยน็ หอม บำรุงหวั ใจ ดบั พษิ ไข ชกู ำลัง

๕๒ เถาวลั ยเ ปรยี ง เถา เฝอ นเอียน ตมรบั ประทานถา ยเสน ถา ยกระษัย แกเ สนเอน็ ขอด ถาย
เสมหะ ไมถายอุจจาระ เหมาะทจ่ี ะใชใ นโรคบดิ แกไอ แก
หวดั ใชในเดก็ ไดด ี ทำใหเ สนเอน็ ออนลง ขับปสสาวะ แก
ปสสาวะพกิ าร ค่วั ใหห อมชงดมื่ แกเ สน เอน็ พิการ แก
เมอ่ื ยขบตามรา งกาย แกกระษยั เหนบ็ ชา

๕๓ เทยี นแกลบ ผลแก (เมลด็ ) เผ็ดรอ น แกลมข้ึนเบื้องสูง (ทำใหห ูอือ้ ) แกล มข้ึนตาทำใหต าพรา
เล็กนอ ย เขมน หนาตา ขนหวั ลุก

๕๔ เทียนขาว ผลแก (เมลด็ ) เผ็ดรอนขม แกล มและดพี กิ าร ขบั เสมหะ แกนิ่ว ขับระดขู าว ขับผาย
๕๕ เทยี น ผลแก (เมลด็ ) หอม ลม แกทองข้ึนในเด็ก นำมาสกดั ไดนำ้ มันยหี่ รา ใชทำ
เครอ่ื งหอม เครื่องดื่มและยาขบั ลม
ขา วเปลือก หวานเผ็ดหอม
บำรงุ กำลงั ขับผายลม แกเ สนศูนยกลางทอ งพกิ าร แก
ชีพจรออนหรือพิการ แกน อนสะดุง (โทษนำ้ ด)ี แกค ล่ัง

๕๖ เทียนดำ เมลด็ เผด็ ขม ขบั เสมหะใหล งสคู ูถทวาร ขบั ลมในลำไส แกอาเจยี น
บำรุงโลหติ ใหส มบรู ณ

๕๗ เทยี นแดง เมลด็ เผด็ รอ นขม แกเสมหะ แกลม แกน ้ำดพี กิ าร แกล มเสียดแทงสองราว
ผลแก (เมลด็ ) หอม ขาง แกคล่ืนเหยี นอาเจยี น ขับน้ำนม แกล ักปดลกั เปด
๕๘ เทยี น ฟอกโลหติ เอามาแชนำ้ ใหพอง รบั ประทานชวยลด
ตาตก๊ั แตน ขมเผด็ อาหารได
เลก็ นอย
บำรุงธาตุ ชวยยอ ยอาหาร แกท องอืดเฟอ ในเด็ก ขับลม
แกเสมหะพกิ าร แกก ำเดา

๕๙ เทยี น ผลแก (เมลด็ ) รอนหอม กระจายเสมหะ กระจายลมทีล่ ั่นโครกครากอยใู นทอ ง
เยาวพาณี คลืน่ เหยี นอาเจยี น แกจ ุกเสยี ด ขบั ลมท่ีปน ปว นอยรู อบ
ขอบสะดือ

๖๐ เทียนสัตตบษุ ย ผล (เมลด็ ) เผ็ดหอมหวาน แกล มครรภรกั ษา แกพ ิษระส่ำระสาย แกไข แกหอบ แก
รอ นเล็กนอ ย สะอึก ปรุงรว มกบั ชะเอมจีน ทำยาอมแกไอ

ก.5

ลำดบั ชอื่ เครอื่ งยา สว นท่ใี ช รส สรรพคณุ
๖๑ บอระเพด็ เถา ขมเย็น
แกพิษฝดาษ แกไ ขเ หนอื ไขพ ษิ ฝกาฬ โรคแทรกซอน
๖๒ บอระเพ็ด ใบ ของไขท รพษิ แกไ ขทุกชนิด แกรอนในกระหายนำ้ ทำให
เลือดเย็น แกสะอึก บำรงุ กำลงั บำรุงน้ำดี บำรงุ ไฟธาตุ
๖๓ บวั หลวง เกสร เจรญิ อาหาร
๖๔ บกุ หัว
ขมเมา แกรำมะนาด ปวดฟน ฆา แมลงทเ่ี ขา หู ฆา พยาธไิ สเ ดือน
๖๕ บุนนาค ดอก แกไข แกโรคผิวหนัง ดบั พษิ ปวดแสบปวดรอน บำรุง
๖๖ ปลาไหลเผือก ราก นำ้ ดี
๖๗ เปราะหอม หวั
๖๘ เปลาใหญ ใบ ฝาดหอม แกไ ขร ากสาด แกไขม ีพษิ รอน ชกู ำลงั ทำใหช น่ื ใจ บำรงุ
๖๙ ผักชลี อ ม ผล (เมลด็ ) ครรภรกั ษา
๗๐ ผักชีลา ผล (เมลด็ )
๗๑ ผักแพวแดง ทง้ั ตน เบอื่ คนั กัดเถาดาน กัดเสมหะ แกเลือดจับเปน กอ นเปน ดาน หงุ
กบั น้ำมนั ทากดั ฝาบาดแผล นยิ มใชบกุ รอทำยา ใชหัวบกุ
๗๒ ผักเสีย้ นผี ทง้ั ตน (สวน เน้ือทรายทำเปนอาหาร ไมน ยิ มใชบกุ คางคกเพราะคนั
เหนือดิน) มาก
๗๓ ไผป า
ใบ หอมเย็นขม บำรุงดวงจิตใหแ ชมชื่น แกร อ นในกระสับกระสา ย แกล ม
เล็กนอ ย กองละเอียด วิงเวยี น หนามดื ตาลาย ใจสั่นหววิ ชูกำลัง
บำรุงโลหติ แกก ล่นิ สาบสางในรางกาย
ขมเบือ่ เมา
เลก็ นอย ตัดไขท กุ ชนิด แกว ัณโรคระยะบวม ถายพิษฝในทอ ง และ
ถายพษิ ตา งๆ

เผด็ ขม แกโ ลหติ ซง่ึ เจือดว ยลมพษิ สมุ ศรี ษะเดก็ แกห วดั คดั จมกู
ขับลมในลำไส แกเ สมหะ เจรญิ ไฟธาตุ แกลงทอง

รอน แกร ดิ สดี วงลำไส และรดิ สีดวงทวารหนกั

ขมฝาดรอ น ขบั ลมในลำไส บำรงุ ธาตุ แกไตพิการ เจริญอาหาร ขบั
หอม ลม แกท องขน้ึ อืดเฟอ จกุ เสียดแนน

ขมฝาดรอ น ขบั ลมในลำไส บำรุงธาตุ แกไ ตพิการ เจรญิ อาหาร ขับ
หอม ลม แกท อ งขน้ึ อดื เฟอ จกุ เสียดแนน

รอ นเผด็ แกล ม แกธ าตุพกิ าร แกร ดิ สีดวง แกหดื แกไ อ แกปวด
ทอ ง ทองข้ึนอดื เฟอจกุ เสียด ขบั ผายลม แกท องมาน
แกกระเพาะอาหารพกิ าร แกอจุ จาระธาตุพกิ าร แก
เสนประสาทพิการ แกป วดเมอื่ ยตามขอ กระดูก

รอนขม แกปส สาวะพิการ ขบั ลมใหลงสูเบอื้ งตำ่ ระบายออ นๆ
ตำพอกดดู ลม พอกแกป วดศรี ษะ ตำผสมเกลอื ทาแก
ปวดหลัง

ขื่นเฝอ น ขับและฟอกลา งโลหติ ระดทู ่ีเสยี ขบั ระดขู าว แกมดลูก
อกั เสบ ขบั ปสสาวะ

ก.6

ลำดบั ชอื่ เครอื่ งยา สว นท่ใี ช รส สรรพคณุ
๗๔ ฝก คนู เนื้อในฝกแก หวานเอยี น
ถา ยเสมหะและแกพ รรดึก (แกท องผกู ) ระบายพิษไข
๗๕ ฝางเสน แกน เปนยาระบายทไี่ มป วดมวนหรอื ไซท อ ง ใชใ นเดก็ หรอื สตรี
๗๖ พริกไทย ระหวา งมคี รรภ ผทู ท่ี องผกู เรอื้ รงั แกไ ขมาลาเรยี แกบ ดิ
๗๗ พริกหอม ผล (เมลด็ ) ถา ยพยาธิ แกต านขโมย ใชพ อก แกป วดขอ
๗๘ พริกหาง เมล็ด
๗๙ พิกลุ เมล็ด ขมฝาด บำรงุ โลหติ แกป อดพกิ าร แกร อ นในกระหายน้ำ แก
๘๐ พิมเสนตน ดอก ทองรวง ธาตพุ ิการ แกโ ลหติ ออกทางทวารหนกั แก
๘๑ พลิ ังกาสา ใบ เสมหะ กำเดา
๘๒ เพชรสงั ฆาต ผล (ลูก)
๘๓ ไพล เผด็ รอน แกลมอัมพฤกษ แกลมล่ันในทอ ง บำรุงธาตุ แกท องอดื
ลำตน (เถา) เฟอ แกเ สมหะเฟอง แกมตุ กดิ
๘๔ ฟา ทะลายโจร
หวั (เหงา) รอน ขบั ลมในลำไส ขับปสสาวะ บำรงุ ธาตุ ถอนพษิ ฟกบวม
๘๕ มวกขาว แกหนองใน
ทัง้ ตน (สว น
เหนอื ดนิ ) เผด็ รอ น ขับปสสาวะ บำรุงธาตุ ถอนพษิ ฟกบวม แกห นองใน ขบั
เล็กนอ ย ลมในลำไส ทำใหห าวเรอ
เถา
หอมสขุ ุม แกลม บำรงุ โลหิต

เยน็ หอม ถอนพษิ รอ น ดับพิษไข แกไ ขท กุ ชนดิ แกล ม บำรุงหวั ใจ

รอนฝาดสขุ มุ แกไขท อ งเสยี แกล มพิษ แกธาตุพกิ าร แกซ างขโมย

สุขมุ หอม แกล ักปดลักเปด แกประจำเดอื นไมปกติ แกก ระดกู
แตกหกั ขบั ลมในลำไส แกรดิ สดี วงทวารหนกั ทง้ั ชนดิ
กลีบมะไฟและเดอื ยไก แตท ำใหคนั ปากคอ

ฝาดข่นื เอียน ขบั ระดู แกเหน็บชา แกป วดทอ ง แกบิดมกู เลือด ขบั ลม
แกทองเสยี แกล ำไสอ ักเสบ ขบั เลอื ดรา ย แกมุตกดิ ระดู
ขาว แกอ าเจยี น แกป วดฟน แกอาเจยี นเปน โลหิต แก
เดก็ เปน ไขส งู ตวั ส่นั ตาเหลือก แกเ คล็ดขดั ยอก ขอ เทา
แพลง แกโ รคผิวหนัง แกฝทาเคลือบแผล ปอ งกนั การ
ติดเชือ้ ดูดหนอง สมานแผล แกป วดเมือ่ ยกลามเน้อื
เปนยาชาเฉพาะท่ี

ขม แกไข แกห วดั แกตอ มทอนซิลอกั เสบ แกป อดอกั เสบ
แกบ ิด แกท อ งเดิน ตมกับเบญจมาศสวนด่มื แกไ สตงิ่
อกั เสบ ลดความดนั เลอื ด ไมควรใชต ดิ ตอกันนานเกนิ ไป
ผูท่ีความดนั ต่ำหรอื เปน โรคหวั ใจไมควรใช

ฝาดเมา แกสลบ แกพ ษิ ทงั้ ปวง ฆา พยาธิ สมานบาดแผล แกโรค
เร้ือน ประดงผน่ื คัน นำ้ เหลืองเสยี ฝนกบั นำ้ มนั งา แก
พิษตะขาบแมลงปอ งไมไ หป วด แกท องรว ง แกล งแดง
บำรงุ โลหิต แกไขเ ซื่องซึม ทำใหคลอดบตุ รงาย ฝนทา
แกป วดขอ

ก.7

ลำดบั ชอ่ื เครอ่ื งยา สว นทใ่ี ช รส สรรพคณุ
๘๖ มวกแดง เถา ฝาดเมา
แกส ลบ แกพษิ ท้งั ปวง ฆา พยาธิ สมานบาดแผล แกโ รค
๘๗ มะกอก เมล็ด เย็น เรื้อน ประดงผนื่ คนั น้ำเหลอื งเสีย ฝนกับนำ้ มนั งา แก
๘๘ มะกา ใบ พษิ ตะขาบแมลงปอ งไมไ หป วด แกท องรว ง แกล งแดง
๘๙ มะขาม ใบ บำรุงโลหิต แกไขเ ซือ่ งซมึ ทำใหคลอดบตุ รงา ย ฝนทา
๙๐ มะขามปอ ม ผล แกปวดขอ
๙๑ มะคำดคี วาย ผลแก
แชเอาน้ำดมื่ แกร อนใน แกห อบ แกสะอกึ
๙๒ มะตมู ออ น ผลออน
๙๓ มะนาว ราก ขมขน่ื ถา ยเสมหะและโลหติ ถา ยพษิ ตานซาง ถา ยพษิ ไข ชัก ลม
๙๔ มะปรางหวาน ราก เบอ้ื งสงู ลงสูเ บื้องตำ่ ใบสดตอ งปง ไฟกอนใช กนั ไมไ หไซ
๙๕ มะพราว ทอ ง
๙๖ มะลิ เน้อื ในลูก
ดอก เปร้ยี วฝาด ขับเสมหะในลำไส ฟอกโลหิต ขับเลือดและลมในลำไส แก
บิด แกไอ ตม เอานำ้ โกรกศีรษะเดก็ ในตอนเชา แกหวดั
คัดจมกู

เปร้ียวฝาดขม เปน ยาฝาดสมาน แกร ดิ สดี วงทวาร แกบ ิดทอ งเสยี ใช
ควบกบั ธาตเุ หลก็ แกด ีซานและชวยยอ ยอาหาร หมักได
แอลกอฮอล รับประทานแกอาหารไมยอ ย แกไ อ

ขม ดับพษิ ตา งๆ แกกาฬภายใน สุมเปนถา น ปรงุ ยาแกพ ษิ
รอ น พิษไข พษิ ซาง ใชรว มกบั เม็ดมะกอกสุมไฟกนิ แก
หอบ เนอ่ื งจากปอดชน้ื ปอดบวม แกไ ข แกเ สลดสุมฝอ นั
เปอยพัง แกจดุ กาฬ ตมเอานำ้ ชโลมผมแกช ันตุ แกเชอ้ื
รา แกร งั แค แตไ มค วรทง้ิ ไวน านเกนิ ไป ระวังอยา ใหเขา
ตา จะทำใหแสบตา ตาอักเสบได

ฝาดรอนปรา แกธาตุพิการ แกทองเสยี แกบ ดิ แกโ รคกระเพาะอาหาร
ข่ืน เจริญอาหาร ขบั ผายลม บำรงุ หวั ใจ

จืดเยน็ แกไข แกไขกลบั ไขซ ำ้ ถอนพิษผิดสำแดง ฝนกับสุรา ทา
แกปวดฝ แกพ ิษอกั เสบ

จดื เยน็ ถอนพิษผิดสำแดง แกไ ขก ลบั ไขซ้ำ แกไขตัวรอน
มันหวาน ทาสมานบาดแผล ทาผมรกั ษาเสน ผม ผสมกบั นำ้ ปูนใส
ทาแกน ำ้ รอนลวก ไฟไหม

หอมเย็นขม บำรงุ หวั ใจ ดบั พิษรอน ทำใหจ ติ ใจชุม ชื่น บำรงุ ครรภ
แกไข แกรอ นในกระหายนำ้ แกเจ็บตา

ก.8

ลำดบั ชอื่ เครอื่ งยา สว นทใ่ี ช รส สรรพคณุ
๙๗ มงั คดุ เปลือกลกู ฝาด แกท อ งรวง บิดมูกเลือด สมานแผล
๙๘ ไมส กั
๙๙ ยาฉนุ แกน ขมเมารอ น ฆา พยาธผิ วิ หนัง ขบั พยาธิ บำรงุ โลหิต แกไอ ขบั ลม ขับ
๑๐๐ ยานาง ใบ ปสสาวะ แกบ วม แกไ ข ขับลมในกระดูก คมุ ธาตุ แก
๑๐๑ ระยอม ใบ ออนเพลยี
ราก
๑๐๒ เรว เผ็ดรอนเมา รักษาโรคผิวหนัง กลากเกลื้อน เรอ้ื นกวาง ผืน่ คนั หิด
๑๐๓ ลำพันแดง เมล็ด เบอ่ื ฉนุ สมานแผล
๑๐๔ ลำพนั หางหมู เหงา
๑๐๕ ลำโพง เหงา จืดขม รบั ประทาน ถอนพิษ แกไข แกไ ขรากสาด ไขพิษ ไขเซื่อง
๑๐๖ ลูกจันทน เมลด็ ซึม ไขหวั ลิน้ กระดา งคางแข็ง กวาดคอ แกไขฝ ด าษ ไข
๑๐๗ วา นนำ้ เมลด็ ใน ดำแดง
หวั (เหงา )
๑๐๘ วานหอมแดง ขม แกพิษกาฬ แกป า งเพื่อดีและโลหติ ระงบั ประสาท แกจ ุก
หวั เสียด บำรุงนำ้ นมชวยยอ ยอาหาร บำรงุ ประสาท แก
นอนไมห ลบั แกค ลมุ คลัง่ เนื่องจากดแี ลโลหิต แกค วาม
ดันโลหติ สงู เจรญิ อาหาร ขบั พยาธิ ขบั ระดู แกบดิ แก
ทอ งเดนิ ขับปส สาวะ ระงบั ปวด

รอ นเผ็ดปรา ขบั ลมในลำไส แกทองขน้ึ อืดเฟอ แกป วดทอง แก
คลืน่ เหียนอาเจยี น แกรดิ สีดวง หดื ไอ กดั เสมหะ แก
ไขส นั นิบาต ขบั นำ้ นม บำรงุ ธาตุ

เค็มกรอ ยรอ น ขบั โลหติ ระดู แกพ ษิ โลหติ ระดู ทำใหค ล่งั เพอ ขบั ลมใน
ลำไส แกจ กุ เสยี ดแนนทอ ง

เคม็ กรอ ยรอน ขบั โลหติ ระดู แกพ ษิ โลหิตระดทู ำใหค ล่ังเพอ ขับลมใน
ลำไส แกจกุ เสยี ดแนน ทอง

เมาเบื่อ รบั ประทานแตนอ ยเพยี งสองถึงสามเมลด็ บำรุงประสาท
ไดดี มีความจำแมน ถา รบั ประทานมากทำใหประสาทเสีย
วกิ ลจรติ ได

รอนหอมตดิ บำรงุ กำลัง บำรงุ ธาตุ แกธาตพุ ิการ ขับลม แกป วด
ฝาด มดลกู แกทอ งรว ง บำรุงโลหติ

หอมรอ น แกบดิ แกป วดทอง แกท อ งอืดเฟอ แนน จกุ เสียด ขับลม
ในกระเพาะและลำไส ขับเสมหะ แกไอ ระงับประสาท แก
ตน่ื เตน ข้ลี มื แกช ัก แกป วดตามขอ แกอ าการ
สะลึมสะลือ แกแ ผลมหี นอง ขบั พยาธิ แกปวดฟน
เลอื ดออกตามไรฟน ตมชะลา ง แกคันตามซอกขาและกน
ฝนกบั สุราทาหนาอกเดก็ แกป อดและหลอดลมอักเสบ
ตมดื่มหรือเคี้ยว แกหวัด แกหลอดลมอักเสบ อมแกไอ
รบั ประทานแกห อบหืด บำรงุ หวั ใจ เผาใหเปนถาน
รับประทานแกพ ิษสลอด

รอน ขับลมในกระเพาะอาหารลำไส ตำสมุ กระหมอ มเดก็ แก
หวดั

ก.9

ลำดบั ชอื่ เครอ่ื งยา สว นท่ใี ช รส สรรพคณุ
๑๐๙ สม ปอ ย (ใบ) ใบ
เปร้ยี วฝาด ถายเสมหะ ถา ยระดขู าว แกบ ดิ ลางเมอื กมันในลำไส
รอนเล็กนอ ย ฟอกโลหติ ระดู แกโ รคตา ตำประคบแกเ สน ตึง

๑๑๐ สมปอย (ฝก ) ฝก เปรย้ี ว เปน ยาถา ย ขบั เสมหะ แกไอ แกไ ขจ บั ส่ัน ทำใหอาเจยี น
แกน ้ำลายเหนยี ว ตมเอานำ้ สระผม แกร งั แค แกโ รค
ผวิ หนงั ฆาพยาธไิ สเ ดอื น ตา นเช้ือราและเช้ือแบคทเี รยี

๑๑๑ สมอดีงู ผล (ลูก) ขมฝาด แกพ ษิ ดี พษิ โลหิต แกไ อ ขับโลหิตระดู ถา ยพษิ ไข พษิ
เสมหะและโลหติ ถา ยอจุ จาระธาตุ ระบายแรงกวา สมอ
อื่นๆ

๑๑๒ สมอเทศ ผล (ลูก) เปร้ยี วฝาด ระบายออนๆ ระบายเสมหะ ระบายลม รถู า ยรปู ดเอง แก
เสมหะ ทำใหล มเดนิ สะดวก

๑๑๓ สมอไทย (เนอ้ื ) เนือ้ หมุ เมลด็ ฝาดเปรยี้ ว แกบิด แกทองผูก แกท อ งขึน้ อืดเฟอ แกโรคเกยี่ วกับ
น้ำดี แกโ รคทอ งมาน แกต ับ มามโต แกอาเจยี น แก
สะอกึ แกหืดไอ แกทอ งรว งเรอื้ รงั

๑๑๔ สมอไทย (ผล) ผล (ลกู ) ฝาดเปรยี้ วขม แกไขเ พอ่ื เสมหะ แกโ ลหิตในอทุ ร แกนำ้ ดี ถา ยอุจจาระ รู
ถา ยรปู ด เอง แกลมปว ง แกพ ษิ รอ นภายใน แกลมจกุ
เสยี ด ถายพิษไข คุมธาตุ แกไอเจ็บคอ ขับน้ำเหลอื งเสยี
แกเสมหะเปน พิษ แกดีพลุง แกอ าเจยี น บำรงุ รา งกาย
แกนอนสะดุงผวา ดองกบั น้ำมตู รโค ดม่ื แกป วดเมือ่ ย
ตามรา งกายตามขอ แกอ อนเพลยี บดเปน ผงโรยแผล
เร้อื งรงั

๑๑๕ สมอพเิ ภก ผล (ลกู ) เปร้ยี วฝาด แกเ สมหะจกุ คอ ทำใหช ุม คอ แกโ รคตา แกธาตุกำเรบิ
หวาน บำรงุ ธาตุ แกไข แกร ิดสดี วง

๑๑๖ สมุลแวง เปลือกตน หอมรอ นปรา แกลมวงิ เวยี น ใจส่ัน แกพิษหวัด แกกำเดา ขบั ลมใน
ลำไส แกธาตพุ ิการ

๑๑๗ สะคาน เถา เผด็ รอน แกล มอันบงั เกดิ ในกองธาตุ กองสมฏุ ฐาน ขับลมในลำไส
แกจ กุ เสียด แกธ าตุพิการ บำรุงธาตุ ทำใหผายเรอ

๑๑๘ สะเดา ใบ ขม บำรงุ ธาตุ ชวยยอยอาหาร ฆา แมลงศตั รพู ืช

๑๑๙ สะบา มอญ เนื้อในเมลด็ เมาเบื่อ แกโ รคผวิ หนงั มะเรง็ คดุ ทะราด แกพิษไข ไขเ ซ่ืองซมึ
แกพษิ รอ น ตานเชอ้ื แบคทเี รยี ตา นเน้ืองอก ทำใหมดลกู
คลายตัว บรรเทาอาการหอบ ลดการอักเสบ

๑๒๐ สกั ขี แกน รอ นฝาดเมา บำรุงธาตุ แกรตั ตะปตตะโรค แกไ ขพ ษิ แกอจุ จาระธาตุ
พิการ แกเ ลือดออกตามไรฟน แกค ดุ ทะราด ขบั เสมหะ
แกไ ขพิษ บำรงุ โลหติ กลอมเสมหะโลหติ และอาจม แก
อาเจยี น

๑๒๑ สันพราหอม ใบ เยน็ จดื แกพิษไข บำรงุ หวั ใจ แกไขห วดั ถอนพษิ ไข

ก.10

ลำดบั ชอื่ เครอ่ื งยา สว นท่ใี ช รส สรรพคณุ
๑๒๒ สารภี ดอก ขมหอมเยน็ แกโ ลหติ พกิ าร แกไ ขม ีพิษรอน เจรญิ อาหาร บำรุงหวั ใจ

ชกู ำลงั

๑๒๓ สำมะงา ใบ ขมเย็นเฝอน นำใบมาพอก ตม กบั น้ำอาบ หรือใชช ะลา งตามรา งกาย
หรือใชไ อนำ้ อบรา งกายเปน ยารกั ษาโรคผิวหนังกลาก
เกล้ือน แกฝ ประดง แกหดั อสี ุกอีใส ผดผน่ื คันตามตวั
และผื่นคันมีนำ้ เหลอื ง

๑๒๔ สเี สยี ดเทศ เปลือกตน และ ฝาดจดั คุมธาตุ แกบ ดิ มูกเลือด แกท องรวง แกล งแดง แก
ยาง อตสิ าร ชะลา งบาดแผล ทำใหแ ผลหายเรว็

๑๒๕ หญาคา ราก หวานเยน็ ขับปสสาวะ แกก ระเพาะปสสาวะอกั เสบ แกป สสาวะแดง
ขนุ ขน บำรุงไต ขบั ระดขู าว แกรอ นในกระหายนำ้ แกด ี
ซา น ตวั เหลอื ง ตาเหลอื ง ออ นเพลีย เบ่อื อาหาร แก
ความดันเลือดสูง แกบ วมนำ้ แกหนองใน แก
ประจำเดือนมามากผดิ ปกติ

๑๒๖ หญาชันกาด หวั เย็นจดื เฝอน แกทางเดินปส สาวะพิการ ขบั ปส สาวะ แกไ ตพิการ ดับ
๑๒๗ หญา ไซ รอน แกพ ษิ ไข พิษกาฬ ฝนหยอดตา แกต าฟาง ตาแดง
ตามัว แกพษิ ปวดเคอื งตา

ทง้ั ตน จืดข่นื ขับปสสาวะ ขับและฟอกโลหติ ระดู แกโลหติ ระดูเปนลิ่ม
กอนดำเนาเหม็น ใหเจบ็ ปวดตามทอ งนอย บั้นเอว และ
เปน ยาบำรุงโลหิตในตวั ขับฟอกพิษในตบั

๑๒๘ หนอนตาย รากหรือหวั ใต เบอ่ื เมา ทบุ ใหล ะเอยี ดผสมน้ำฟอกลา งผม ฆาเหา หิด และกลาก
หยาก ดิน รากสดพอกปด ปากแผลใหส ตั วใ นสว นทเี่ ลียไมถ งึ ฆา
เย็น หนอนและแมลงตายสิ้น นำ้ แชรากไมน ้ี ใชร าดฉดี ทำลาย
๑๒๙ หวายตะคา เถา ตน, ราก – หนอนหรือแมลงท่ีมารบกวนพชื ผักได ตมรบั ประทานแก
๑๓๐ หัศคณุ เทศ ตนและราก โรคผวิ หนังผื่นคัน ตม กบั ยาฉนุ รมหัวรดิ สดี วงทวาร ทำ
รอน ใหฝ อ รากสดทบุ ใหแตก ใสปากไหปลารา ทงิ้ ไวค างคืน
รงุ ข้ึนหนอนจะตายสนิ้

แกพิษรอน แกไ ขพิษ ไขก าฬ แกช กั เพราะความรอนสงู
แกสลบ แกห อบ แกลิน้ กระดา งคางแข็งเพราะพิษไข สุม
ไฟทำดา ง รสเยน็ จัด แกห อบ ดับพษิ รอ น

ขบั เลอื ดและหนองใหตก ขบั ลม กระจายเลอื ดลม ขบั
พยาธิ

๑๓๑ เหงอื กปลา ลกู , ดอกและใบ เค็มกรอ ย แกพ ิษฝด าษ แกฝ ภ ายใน ตดั รากฝท้ังปวง แกโ รค
หมอ ผวิ หนงั น้ำเหลอื งเสีย ตมอาบ แกพ ิษไขหวั แกโ รค
ผวิ หนังผืน่ คัน ปด หัวฝ แผลเรอ้ื รงั ตำคัน้ เอาน้ำทาศรี ษะ
บำรุงรากผม เปน ยาอายวุ ฒั นะ

ก.11

ลำดบั ชอ่ื เครอ่ื งยา สว นทใ่ี ช รส สรรพคณุ
๑๓๒ เหมือดคน ราก
๑๓๓ แหวหมู สุขุม แกพ ิษ ถอนพิษผิดสำแดง แกไ ขกลบั ไขซ ำ้ ไขพ ิษ ไขห ดั
หวั (เหงา ) ไขปอดบวม ถอนพิษยาเบอ่ื เมา แกเ มาเหด็ เมาหอย
๑๓๔ อบเชยเทศ
เปลอื กตน เผด็ หอมปรา บำรุงหวั ใจ ขับเหงอื่ ขับปส สาวะ ขบั ลมในลำไส แกป วด
ทอ ง อดื เฟอ บำรงุ กำลัง บำรงุ ธาตุ บำรงุ ทารกในครรภ
เปนยาอายุวฒั นะ แกไข ลดความดนั เลือด ลดการ
อักเสบ แกบ ดิ ทอ งเสีย แกอาเจียน แกต บั อักเสบ และ
ยบั ยง้ั การเตบิ โตของเชือ้ มาลาเรยี ชนิดฟลซิรัม

เผด็ หวาน แกลมอัณฑพฤกษ ปลกุ ธาตุอนั ดบั ใหเ จริญ แก
ไขสนั นบิ าต แกอ อนเพลีย ขับผายลม

ประเภทสตั วว ตั ถุ

ลำดบั ชอ่ื เครอ่ื งยา สว นท่ีใช รส สรรพคณุ
๑๓๕ กระดูกงสู มุ กระดูก เมารอ น แกพ ษิ เลือดลม แกจ กุ เสยี ด แกก ระษยั แกป วดเม่ือย แก
กระดกู มะเรง็ แกพิษตานซาง และตานขโมย
๑๓๖ กระดกู าสุม
หรอื กระดูกไก ไข กระดกู กา – กระดกู กา – สมุ ไฟแกไ ข รอ นในกระหายน้ำ ดบั พิษรอน
สุม เยน็ , กระดกู ไก ถอนพษิ ไข แกตานซาง, กระดกู ไก - สุมไฟปรุงยาดบั พษิ

๑๓๗ ชะมดเช็ด – เยน็ รอน แกซ างชัก

๑๓๘ ดวี ัว หอมเย็นคาว บำรงุ ดวงจิตใหชมุ ชื่น ดับพษิ โลหิต บำรงุ หวั ใจ บำรุง
๑๓๙ เบ้ยี จ่ัน น้ำดี

นำ้ ดี ขมรอน เปนกระสายยาชว ยใหฤ ทธ์ยิ าแลนเร็ว

เปลือกหอย เค็มกรอย รับประทาน ขบั ลมในลำไส ขบั ปส สาวะ แกไ ตพกิ าร เผา
ไฟผสมพมิ เสน ใชโรยแผลกดั ฝา ละออง

ประเภทธาตวุ ตั ถุ

ลำดบั ชอ่ื เครอ่ื งยา สว นทใ่ี ช รส สรรพคณุ
๑๔๐ การบรู รอนปราเมา
การกลัน่ ลำตน บำรุงธาตุ ทำใหอาหารงวด ขบั เสมหะและลม แกธาตุ
ราก หรอื ใบ พิการ แนน จกุ เสียด ปวดทอ ง ขบั ลมในลำไส แกไอ แก
ของการบูร เลอื ดลม ชูกำลงั แกคัน แกโ รคตา ขบั ลมใหผ าย
กระจายลม บำรงุ กำหนัด ขบั เหง่อื แกป วดตามเสน
เกล่ือนฝ แกเคลด็ ขดั ยอก บวม แกกระตกุ แกปวดขอ
แกปวดเสน ประสาท แกรอยผวิ หนังแตก แกพษิ แมง
สัตวก ัดตอ ย เปน ยาชาเฉพาะที่ แกโ รคผวิ หนงั เรือ้ รัง ขับ
น้ำเหลือง บำรงุ หวั ใจ ใชป รงุ กลิ่นรสในยาอื่น ไลยงุ และ
แมลง

ก.12


Click to View FlipBook Version