แ ส ง ห มึ ก ก ร ร ม วิ ธี ก า ร ผ ลิ ต
ขันตอนที ๒ การอบเครืองยา
๑. อุ่นตู้อบทีอุณหภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซียส
๒. จัดเรียงเครืองยาใส่ถาดเพือเตรียมอบ โดยแยกตามลักษณะของเครืองยา
จัดเรียงไว้ในถาดเดียวกัน สามารถแยกออกเปน ๒ ถาด
ถาดที ๑ จัดเรียง แก่นจันทน์ชะมด แก่นจันทน์เทศ หัวหอม (หอมแดง)
ลูกกระวาน ดอกกานพลู จากนันเขย่าถาดเบาๆ ให้เครืองยากระจายไปทัวๆ ถาด
ถาดที ๒ จัดเรียง ใบสันพร้าหอม ใบพิมเสน ใบกะเพรา ลูกจันทน์ ดอกจันทน์ (ลูกจันทน์
และดอกจันทน์ให้วางไว้บนใบสันพร้าหอม) จากนันเขย่าถาดเบาๆ ให้เครืองยากระจายไป
ทัวๆ ถาด
ธาตุวัตถุ ได้แก่ หมึกหอม และ พิมเสน ไม่ต้องนาํ ไปอบ โดยทีพิมเสนนาํ ไปบดรวมกับผง
ยาในรอบสุดท้าย ส่วนหมึกหอมให้บดต่างหากแล้วแยกไว้เพือนําไปหม่าหมึก
ไม่ต้องนําไปบดรวมกับผงยา
๓. เมือตู้อบอุณหภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซียสแล้ว
ให้นาํ ถาดเครืองยาทังหมดเรียงใส่ตู้อบ
สําหรับตู้อบทีใช้ครังนีไฟอยู่ข้างบนจึงเรียงถาด
จากชันบนลงล่าง โดยเริมต้น เรียงถาดที ๑ ไว้
ชันบนสุด เรียงถาดที ๒ ไว้ชันถัดลงมา จากนัน
จึงเริมจับเวลา ใช้เวลาอบประมาณ ๑ ชัวโมง
ส่ ว น ธ า ตุ วั ต ถุ ไ ม่ ต้ อ ง อ บ
๔. เมือครบเวลาอบแล้ว ให้นําถาดเครืองยา
ทังหมดออกจากเตาอบ พร้อมบดในขันตอน
ต่อไป
หมายเหตุ การอบครังนีเพือฆ่าเชือโรคและต้องการกระตุ้นไล่
ความชืนอีกครังก่อนนาํ เครืองยาไปบด
๔๘
แ ส ง ห มึ ก ก ร ร ม วิ ธี ก า ร ผ ลิ ต
ขันตอนที ๓ การบดเครืองยา
๑. ใส่เครืองยาลงเครืองบด
๑.๑. เริมจากถาดที ๑ โดยให้ทยอยใส่แล้วบด ดังนี
๑.๑.๑. ใส่แก่นจันทน์ชะมด แก่นจันทน์เทศ ลงบด เปดเครืองบด
จนเครืองยาแตกเปนชินเล็กๆ แล้วปดเครือง
๑.๑.๒. ใส่หัวหอม (หัวว่านหอมแดง) ลูกกระวาน ดอกกานพลู
เปดเครืองแล้ว บดต่อจนเครืองยาแตกเปนชินเล็กๆ แล้วปดเครือง
๑.๒. ใส่เครืองยาถาดที ๒ โดยให้ทยอยใส่แล้วบด ดังนี
๑.๒.๑. ใส่ใบสันพร้าหอม ใบพิมเสน ใบกะเพรา เปดเครืองแล้วบด
ต่อจนเครืองยาแตกเปนชินเล็กๆ แล้วปดเครือง
๑.๒.๒. ใส่ลูกจันทน์ ดอกจันทน์ บดต่อให้ละเอียด
๑.๓. ธาตุวัตถุ ได้แก่ หมึกหอมและพิมเสน
๑.๓.๑. พิมเสนให้บดผสมกับผงยาในขันตอนสุดท้าย
๑.๓.๒. ส่วนหมึกหอมนันต้องหม่าหมึกเสียก่อน
(ดูรายละเอียดการหม่าหมึกในหน้า ๕๒)
๒. เมือใส่เครืองยาครบ ๒ ถาดแล้ว ให้ปรับขากวาดนอกทียกขึนในตอนแรก
ลงเพือช่วยกวาดยา จากนันเปดเครืองบดยาต่อ ใช้เวลาบดยาประมาณ ๓๐
นาที หรือให้สังเกตว่าสียาเริมเปลียนเปนสีเข้มขึนให้ปดเครือง ตักผงยาใส่
ภาชนะสะอาด เพือนาํ ไปร่อนในขันตอนต่อไป
๔๙
แ ส ง ห มึ ก
ขันตอนที ๔ การร่อนยาและบดยา
รอบที ๑
๑. นําตะแกรงร่อนยาเบอร์ ๘๐ ใส่ลงในบล็อกเครืองร่อนยา
๒. ตักผงยาทีบดแล้วประมาณ ๒ กระบวยใส่ตะแกรงร่อนยา จากนันเปด
เครืองร่อนยา ระหว่างทีเครืองกาํ ลังร่อนยานันให้หมันใช้แปรงคอยช่วยปาด
ผงยา เพือปองกันไม่ให้ ผงยาจับตัวเปนก้อน ขณะร่อน ผงยาทีละเอียดจะ
ผ่านรูตะแกรงไปจดหมด จะเหลือกากยาชินใหญ่ค้างอยู่บนตะแกรง
เมือแน่ใจว่าผงยาถูกร่อนไปจนหมดแล้ว ให้ปดเครือง
๓. นํากากยาทีเหลือบนตะแกรง เทกลับไปใส่เครืองบดยาเพือบดกากยาใหม่อีก
ครัง เปดเครืองบดยา ยังไม่ต้องจับเวลาการบด
๔. ทยอยตักผงยาใหม่ลงไปร่อน โดยให้ทําตามข้อที ๒-๓ กับผงยาทีเหลือจน
หมด นับเปนรอบที ๑
๕. บดกากยาทีเหลือจากการร่อนในรอบที ๑ ทังหมดต่อ โดยเริมจับเวลา
ประมาณ ๓๐ นาที เมือครบเวลาให้ปดเครืองบดยา ตักผงยาทังหมดใส่
ภาชนะ เพือนําไปร่อนต่อในรอบที ๒
รอบที ๒
ทําเช่นเดียวกับรอบที ๑ ในรอบนียังคงใช้ตะแกรงเบอร์ ๘๐ เช่นเดิม กากยาที
เหลือจากการร่อนให้นํากลับไปบดต่อโดยใช้เวลาประมาณ ๔๐ นาที เมือครบ
เวลาแล้ว ตักผงยาทังหมดตักใส่ภาชนะ เพือนาํ ไปร่อนต่อในรอบที ๓
รอบที ๓
ทาํ เช่นเดียวกับรอบที ๑ และ ๒ แต่ให้เปลียนตะแกรงจากเบอร์ ๘๐ เปน
ตะแกรงเบอร์ ๖๐ เมือร่อนเสร็จให้นาํ กากยาทีเหลือใส่ภาชนะไว้ แล้วนาํ ไปชัง
นําหนัก ปรากฏว่านาํ หนักยาทีร่อนไป ๓ รอบแล้วยังเหลือกากยามากกว่า ๕%
จึงต้องนํากากยาไปบดต่อในรอบที ๔
๕๐
แ ส ง ห มึ ก ก ร ร ม วิ ธี ก า ร ผ ลิ ต
รอบที ๔
กากยาทีเหลือมีนําหนักมากกว่า ๕% ก็จริง แต่ปริมาณน้อย ไม่เหมาะทีจะใช้
เครืองบดใหญ่ จึงให้ใช้เครืองปนความเร็วสูงสําหรับบดยา และร่อนด้วย
ตะแกรงตาถีสําหรับร่อนยาแทน นํากากยาทีเหลือไปชังนําหนักอีกครังจนกว่าจะ
เหลือน้อยกว่า ๕% จากนันให้ตักผงยาทีปรุงสําเร็จใส่ภาชนะพักไว้ก่อน
หมายเหตุ ๕% ของนําหนักเครืองยานันจะคิดเฉพาะนาํ หนักของเครืองยาทีไม่ใช่ธาตุวัตถุ คือ ๕% ของ
๔๐๐ กรัม
รอบที ๕
ผสมผงยาทีร่อนละเอียดแล้วกับธาตุวัตถุ คือ พิมเสนอย่างเดียว ซึงมีวิธีทําดังนี
๑. นาํ พิมเสนใส่ถุงสะอาด แล้วใช้ไม้หรือสาก คลึงให้แตกละเอียด
๒. เทผงยาทีร่อนเสร็จเรียบร้อยแล้วทังหมดลงเครืองบด ตามด้วยพิมเสนลงไป
บดพร้อมกัน
๓. เปดเครืองบด บดจนกระทังยาทังหมดผสมเข้ากันดี ใช้เวลาประมาณ ๓๐
วินาที แล้วปดเครือง บดรอบนีเสร็จไม่ต้องนาํ ไปร่อนอีก
๔. จากนันให้ตักผงยาทีปรุงสําเร็จใส่ถุงทีสะอาดหรือภาชนะใส่ยา ปดให้มิดชิด
เขย่าผงยาให้เข้ากัน ชังนําหนักกากยา นาํ หนักผงยาทีได้แล้วแยกไว้
เขียนชือยา วันทีผลิต เก็บไว้ทาํ ต่อในขันตอนต่อไป
สรุปนาํ หนักยาแสงหมึก
นําหนักเครืองยาไม่รวมหมึกหอม
นาํ หนักตํารับยา ๔๑๐ กรัม
นาํ หนักผงยาทีร่อนได้ ๓๘๕ กรัม
นําหนักกากยา ๒๒ กรัม
นําหนักยาสูญเสีย ๓ กรัม
๕๑
แ ส ง ห มึ ก ก ร ร ม วิ ธี ก า ร ผ ลิ ต
ขันตอนที ๕ การหม่าหมึก
วั ตุ ถุ ส่ ว น ป ร ะ ก อ บ แ ล ะ วั ส ดุ อุ ป ก ร ณ์
๑. หมึกหอมตําละเอียด ๔๐ กรัม (นาํ หนัก
ตามตํารับยา)
๒. มะนาว ประมาณ ๒๐ ลูก นาํ ไปคัน
เอาแต่นาํ กรองไว้
๓. ชามแก้ว ๑ ใบ
๔. พลาสติกห่ออาหาร
วิธีทํา
๑. นําหมึกหอมทีตาํ ละเอียดแล้วไปบดด้วย
เครืองบดโดยไม่ต้องนาํ ไปอบ บดให้เปนผง
เนียนละเอียดจับแล้วไม่เปนทรายหรือไม่
สะดุดมือ (เพราะจะนําไปใช้เปนยากวาดคอ
เด็ก ถ้าหยาบจะทําให้เกิดการระคายเคือง
หรือเกิดเปนแผลในคอได้)
๒. ตักผงหมึกทีบดแล้วใส่ชามแก้ว จากนัน
เติมนํามะนาวลงไปให้ท่วมหมึกหอม ค่อยๆ
เขย่าให้ส่วนผสมเข้ากัน อย่าใช้ช้อนหรือ
ไม้คน เพราะจะทําให้ผงยาติดมากับช้อน
๓. ใช้พลาสติกห่อชามยาไว้ พักทิงไว้ที
อุณหภูมิห้อง ๑ คืน เมือครบ ๑ คืนให้แช่
ต่อในตู้เย็นช่องแช่แข็งอีก ๑ คืน หมึกทีหม่า
ได้จะมีลักษณะเปนวุ้น การหม่าหมึกก็เพือ
ต้องการให้หมึกนิม
หมายเหตุ หมึกทีหม่าไว้สามารถแช่เก็บไว้ใช้ได้แต่ไม่ควร
เกิน ๗ วัน
๕๒
แ ส ง ห มึ ก ก ร ร ม วิ ธี ก า ร ผ ลิ ต
ขันตอนที ๖ การนวดยาด้วยนาํ ข้าวเช็ด
วั ตุ ถุ ส่ ว น ป ร ะ ก อ บ แ ล ะ วั ส ดุ อุ ป ก ร ณ์
๑. ผงยาทีบดละเอียดแล้ว จากขันตอนที ๑-๔
๒. หมึกทีหม่าไว้ จากขันตอนที ๕
๓. ข้าวกล้อง เช่น ข้าวหอมนิล ข้าวสังข์หยด ข้าวลืมผัว เปนต้น
อย่างใดอย่างหนึง ๑–๒ กิโลกรัม
๔. นาํ สะอาด ๒ – ๓ ลิตร
๕. หม้อสแตนเลสสําหรับต้มข้าว ๑ ใบ
๖. หม้อหรือภาชนะใส่นาํ ข้าวพร้อมกระชอนกรอง ๑ ชุด
๗. กะละมังสําหรับนวดยา ๑ ใบ
๘. ถาดอบยา ๑-๒ ใบ
วิธีการต้มนาํ ข้าวเช็ด
๑. ซาวข้าวกล้องให้สะอาด ๑-๒ รอบ จากนันนําข้าวใส่หม้อ
๒. เติมนําสะอาดลงไปให้ท่วมข้าว ประมาณ ๒-๓ เท่าของข้าว
๓. นาํ หม้อตังไฟใช้ไฟกลาง เมือนาํ เดือดให้หรีไฟลงเหลือไฟกลางค่อนไปทางอ่อน
หมันคนเปนระยะๆ เพือไม่ให้ข้าวติดก้นหม้อ
๔. รอจนกระทังข้าวสุกและบาน จากนันกรองนําใส่หม้อหรือถาชนะทีเตรียมไว้
วิธีการนวดยาแสงหมึก
๑. เทผงยาแสงหมึกทังหมดลงไปในกะละมังสําหรับนวดยา จากนันให้ทาํ หลุมตรงกลางไว้
๒. เทหมึกทีหม่าเตรียมไว้ทังหมดใส่ลงตรงกลางหลุมทีทาํ ไว้ จากนันตะล่อมผงยาข้างๆ
มาตรงกลาง คลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วค่อยๆ นวด คล้ายการนวดแปง เมือรู้สึกยาแห้ง
ให้เติมนําข้าวเช็ดทีละครึงกระบวยแล้วนวดต่อไปเรือยๆ สลับกับเติมนําข้าวเช็ดทีละ
น้อยต้องระวังอย่าให้ยาแฉะ นวดจนกระทังเนือยาเปนสีดํา มัน เนียน สามารถปน
เปนก้อนได้ไม่แตก
๓. แบ่งยาเปนส่วนๆ แล้วปนเปนก้อนกลมๆ ขนาดเล็กกว่ากํามือเล็กน้อย ใส่ถุง
แล้วนําไปแช่ในช่องแช่ผักทิงไว้ ๑ คืน เพือให้ตัวยาซึมเข้ากันดี
๕๓
แ ส ง ห มึ ก ก ร ร ม วิ ธี ก า ร ผ ลิ ต
ขันตอนที ๗ อบไล่ความชืน
๑. อุ่นตู้อบทีอุณหภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซียส
๒. นาํ ยาทังหมดทีนวดเสร็จแล้วออกจากตู้เย็นใส่ถาดไว้ จากนันใช้มือบียาให้
แตกละเอียด เขียยาให้ทัวถาด
๓. เมือตู้อบอุณหภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซียสแล้ว ให้นําถาดยาใส่เตาอบ โดย
ให้วางอยู่ชันกลาง หรือ ชันล่างสุด
๔. อบจนกว่ายาจะแห้ง เมือแห้งดีแล้วให้นาํ ออกจากตู้อบเพือนาํ ไปบดต่อ
ใ น ขั น ต อ น สุ ด ท้ า ย
ขันตอนที ๘ บดยาให้เปนผง
๑. นํายาทีอบเสร็จแล้วทังหมดใส่เครืองบด บดจนกระทังเปนผงเนียนละเอียด
จับแล้วไม่เปนทราย
๒. จากนันให้ตักผงยาทีปรุงสําเร็จใส่ถุงทีสะอาดหรือภาชนะใส่ยา ปดให้
มิดชิด ชังนาํ หนักกากยา นําหนักผงยาทีได้แล้วแยกไว้ เขียนชือยา
วันทีผลิต ยาแสงหมึกตํารับนีเปนยาชนิดผงนาํ ไปบรรจุใส่ขวด หรือ
นาํ ไปอัดเม็ด
สรุปนาํ หนักยาแสงหมึก
นําหนักตํารับยา ๔๕๐ กรัม
นาํ หนักยาสุทธิ ๓๙๘ กรัม
๕๔
อ า โ ป นาํ มั น ใ น ข้ อ
ตํารับที ๔ ยาอาโปนํามันในข้อ
๑. ชือยา อาโปนาํ มันในข้อ
๒. รูปแบบยา ชนิดแคปซูล (บดเปนผงบรรจุแคปซูล)
๓. ทีมาของตาํ รับยา คัมภีร์สรรพคุณยาไทย ของ คล้อย
ทรงบัณฑิตย์ หน้า ๑๔๕
๔. สรรพคุณ/ข้อบ่งใช้ แก้อาโปธาตุกําเริบเพือโลหิต
และนํามันในข้อในกระดูก โดยการบดเปนผงละลาย
นาํ ผึงหรือนําส้มซ่า
๕. สูตรตาํ รับยา ประกอบด้วยเครืองยา ๑๒ สิง กาํ หนด
นาํ หนักรวม ๑,๒๐๐ กรัม จัดนาํ หนักเครืองยาได้ ๑๒
ส่วน ส่วนละ ๑๐๐ กรัม
๖. วิธีทํา บดเปนผง บรรจุแคปซูล เบอร์ ๑ หนักแคปซูล
ละ ๐.๒๕ กรัม
๗. ข้อควรระวัง/ข้อห้ามใช้ ไม่มี
๘. อาการไม่พึงประสงค์ ไม่มี
๙. ข้อมูลเพิมเติม ไม่มี
สรรพคณุ /ขอ้ บง่ ใช้
แก้อาโปธาตกุ ําเรบิ เพอื โลหติ
และนํามนั ในขอ้ ในกระดกู
๕3 ๕3
อ า โ ป นํา มั น ใ น ข้ อ ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย เ ค รื อ ง ย า ๑ ๒ สิ ง
นาํ ห นั ก ย า ๑ ๒ ส่ ว น
ส่ ว น ล ะ ๑ ๐ ๐ ก รั ม
ร ว ม นาํ ห นั ก ย า ๑ , ๒ ๐ ๐ ก รั ม
๑๐. ตํารับยาอาโปนาํ มันในข้อ ประกอบด้วยเครืองยา ๑๒ สิง
มีรายละเอียดดังนี
๑. โกฐเชียง ๑๐๐ กรัม
๒. โกฐสอ ๑๐๐ กรัม
๓. โกฐหัวบัว ๑๐๐ กรัม
๔. โกฐเขมา ๑๐๐ กรัม
๕. โกฐจุฬาลัมพา ๑๐๐ กรัม
๖. เหง้าขิงแห้ง ๑๐๐ กรัม
๗. เมล็ดพริกไทย ๑๐๐ กรัม
๘. ดอกดีปลี ๑๐๐ กรัม
๙. ลูกจันทน์ ๑๐๐ กรัม
๑๐. ดอกจันทน์ ๑๐๐ กรัม
๑๑. หัวหญ้าชันกาด ๑๐๐ กรัม
๑๒. ใบคนทีสอ ๑๐๐ กรัม
๕๖
อ า โ ป นํา มั น ใ น ข้ อ ก ร ร ม วิ ธี ก า ร ผ ลิ ต
๑๑. กรรมวิธีการผลิต
วัสดุอุปกรณ์ ดูในหน้า ๑๖
ยาอาโปนาํ มันในข้อ มีขันตอนการปรุงยา ตามลาํ ดับดังนี
ขันตอนที ๑ การชัง ตวง วัด นาํ หนักเครืองยาตามตํารับยา
ขันตอนที ๒ การอบเครืองยา
ขันตอนที ๓ การบดเครืองยา
ขันตอนที ๔ การร่อนยาและบดยา
ขันตอนที ๕ การบรรจุแคปซูล
ขันตอนที ๑ ชัง ตวง วัด นาํ หนักเครืองยาตามตํารับยา
เครืองยาทีนํามาใช้ชัง ตวง วัด นันต้องเปนเครืองยาทีผ่านการคัดตัว
ยา และอบในครังแรกเสียก่อน จึงจะนาํ มาปรุงยาได้ โดยชังนําหนัก
เครืองยาแต่ละสิงเปนกรัม แล้วให้แยกใส่ภาชนะหรือถุงไว้ถุงละ ๑ สิง
๕3๗3
อ า โ ป นํา มั น ใ น ข้ อ ก ร ร ม วิ ธี ก า ร ผ ลิ ต
ขันตอนที ๒ การอบเครืองยา
๑. อุ่นตู้อบทีอุณหภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซียส
๒. จัดเรียงเครืองยาใส่ถาดเพือเตรียมอบ โดยแยกตามลักษณะของเครืองยา
จัดเรียงไว้ในถาดเดียวกัน สามารถแยกออกเปน ๒ ถาด
ถาดที ๑ จัดเรียง โกฐสอ หัวหญ้าชันกาด โกฐเขมา โกฐหัวบัว เหง้าขิงแห้ง โกฐเชียง
ดอกดีปลี เมล็ดพริกไทยจากนันเขย่าถาดเบาๆ ให้เครืองยากระจายไปทัวๆ ถาด
ถาดที ๒ จัดเรียง ใบคนทีสอ โกฐจุฬาลัมพา ลูกจันทน์ ดอกจันทน์ (ลูกจันทน์วางไว้บน
โกฐจุฬาลัมพา และดอกจันทน์วางไว้บนใบคนทีสอ ให้ช่วยซับนํามันหอมระเหยไว้)
๓. เมือตู้อบอุณหภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซียสแล้ว ให้นาํ ถาดเครืองยาทังหมด
เรียงใส่ตู้อบ สําหรับตู้อบทีใช้ครังนีไฟอยู่ข้างบนจึงเรียงถาดจากชันบนลง
ล่าง โดยเริมต้น เรียงถาดที ๑ ไว้ชันบนสุด เรียงถาดที ๒ ไว้ชันถัดลงมา
จากนันจึงเริมจับเวลา ใช้เวลาอบประมาณ ๑ ชัวโมง
๔. เมือครบเวลาอบแล้ว ให้นําถาดเครืองยาทังหมดออกจากเตาอบ พร้อมบด
ในขันตอนต่อไป
หมายเหตุ การอบครังนีเพือฆ่าเชือโรคและไล่ความชืนอีกครังก่อนนําเครืองยาไปบด
๕๘
อ า โ ป นาํ มั น ใ น ข้ อ ก ร ร ม วิ ธี ก า ร ผ ลิ ต
ขันตอนที ๓ การบดเครืองยา
๑. แยกโกฐเชียงและดอกดีปลีใส่ภาชนะไว้ต่างหาก ปล่อยให้คายความร้อน
สักครู่ หรือรอจนกว่าจะกรอบ ค่อยนําไปบด ห้ามบดเครืองยา ๒ สิงนี
ขณะทียังมีความเหนียวอยู่ จะทําให้ยาเกาะกันเปนก้อนและบดยากขึน
๒. ใส่เครืองยาลงเครืองบด
๒.๑. เริมจากถาดที ๑ โดยให้ทยอยใส่แล้วบด ดังนี
๒.๑.๑. ใส่โกฐสอ หัวหญ้าชันกาด โกฐเขมา ลงบด
เปดเครืองบดจนเครืองยาแตกเปนชินเล็กๆ แล้วปดเครือง
๒.๑.๒. ใส่โกฐหัวบัว เหง้าขิงแห้ง โกฐเชียง เปดเครือง
แล้วบดต่อจนเครืองยาแตกเปนชินเล็กๆ แล้วปดเครือง
๒.๑.๓. ใส่ดอกดีปลี เมล็ดพริกไทย เปดเครืองแล้วบดต่อ
จนเครืองยาแตกเปนชินเล็กๆ แล้วปดเครือง
๒.๒. ใส่เครืองยาถาดที ๒ โดยให้ทยอยใส่แล้วบด ดังนี
๒.๒.๑. ใส่ใบคนทีสอ โกฐจุฬาลัมพา เปดเครืองแล้วบดต่อ
จนเครืองยาแตกเปนชินเล็กๆ แล้วปดเครือง
๒.๒.๒. ใส่ลูกจันทน์ ดอกจันทน์ เปดเครืองแล้วบดต่อ
ใช้เวลาบดไม่นานมากนัก เนืองจากลูกจันทน์และดอกจันทน์
มีนาํ มัน ถ้าบดนานนาํ มันจะไหลออกมารวมกับผงยาทาํ ให้ยาแฉะ
จากนันปดเครือง
๓. เมือใส่เครืองยาครบ ๒ ถาดแล้ว ให้ปรับขากวาดนอกทียกขึนในตอนแรก
ลงเพือช่วยกวาดยา จากนันเปดเครืองบดยาต่อ ใช้เวลาบดยาประมาณ
๓๐ นาที หรือให้สังเกตว่าสียาเริมเปลียนเปนสีเข้มขึน แสดงว่ายาเริมแฉะ
ให้ปดเครือง ตักผงยาใส่ภาชนะสะอาด เพือนาํ ไปร่อนในขันตอนต่อไป
๕3 ๙3
อ า โ ป นํา มั น ใ น ข้ อ ก ร ร ม วิ ธี ก า ร ผ ลิ ต
ขันตอนที ๔ การร่อนยาและบดยา
ดูในหน้า ๒๓-๒๔
ขันตอนที ๕ การบรรจุแคปซูล
วิธีการบรรจุแคปซูล ดูในหน้า ๒๕-๒๘
นาํ ยาแคปซูลทีบรรจุเสร็จใส่ถุงสะอาดไว้ บันทึกชือยา จํานวนแคปซูล วันทีผลิต
นาํ ไปจัดเก็บเพือนาํ ไปใช้ต่อไป
สรุปนาํ หนักอาโปนํามันในข้อ
นาํ หนักตาํ รับยา ๑,๒๐๐ กรัม
นาํ หนักผงยาทีร่อนได้ ๑,๑๐๘ กรัม
นาํ หนักกากยา ๓๘ กรัม
นาํ หนักยาสูญเสีย ๕๔ กรัม
๖๐
ธ า ตุ บ ร ร จ บ
ตาํ รับที ๕ ยาธาตุบรรจบ
๑. ชือยา ธาตุบรรจบ
๒. รูปแบบยา ชนิดแคปซูล (บดเปนผงบรรจุแคปซูล)
๓. ทีมาของตํารับยา -
๔. สรรพคุณ/ข้อบ่งใช้
บรรเทาอาการอุจจาระธาตุพิการ ท้องเสียชนิดทีไม่เกิดจากการติดเชือ เช่น อุจจาระ
ไม่มีมูกหรือเลือดปนอยู่ แก้ธาตุไม่ปกติ ท้องเสีย เปนต้น
แก้ธาตุไม่ปกติ ท้องเสีย ใช้เปลือกแค หรือ เปลือกสะเดา หรือเปลือกลูกทับทิมต้มกับ
นําปูนใส (แทรกกับนําปูนใสเปนกระสายยา)
แก้ท้องขึน ท้องเฟอ ใช้ กระเทียม ๓ กลีบ ทุบชงนาํ ร้อน หรือใช้ใบกะเพราต้มเปน
กระสายถ้าหานาํ กระสายยาไม่ได้ให้ใช้นาํ สุกแทน
๕. สูตรตํารับยา ประกอบด้วยเครืองยา ๒๓ สิง กําหนดนําหนักรวม ๑,๐๘๐ กรัม จัดนาํ
หนักเครืองยาได้ ๑๐๘ ส่วน ส่วนละ ๑๐ กรัม
๖. วิธีทาํ บดเปนผง บรรจุแคปซูล เบอร์ ๑ หนักแคปซูลละ ๐.๒๕ กรัม
๗. วิธีใช้
(ยาหลักฯ) กินวันละ ๓ ครัง ก่อนอาหาร หรือเมือมีอาการ
ชนิดผง ผู้ใหญ่กินครังละ ๑ กรัม ละลายนํากระสายยา เด็กอายุ ๖-๑๒ ป กินครังละ
๕๐๐ มิลลิกรัม
ชนิดเม็ดและแคปซูล ผู้ใหญ่ กินครังละ ๑ กรัม เด็ก อายุ ๖-๑๒ ป กินครังละ ๕๐๐
มิลลิกรัม
(ยาสามัญประจําบ้าน) กินวันละ ๓ ครัง ก่อนอาหาร
ชนิดผง ผู้ใหญ่กินครังละ ๑ ช้อนชา ละลายนาํ กระสายยา เด็กอายุ ๖-๑๒ ป กินครัง
ละครึงช้อนชา
ชนิดเม็ดและแคปซูล ผู้ใหญ่กินครังละ ๑ กรัม เด็กอายุ ๖-๑๒ ป กินครังละ ๕๐๐
มิลลิกรัม
๘. ข้อควรระวัง/ข้อห้ามใช้
ควรระวังการกินยาร่วมกับยาในกลุ่มสารกันเลือดเปนลิม (ANTICOAGULANT) และ
ยาต้านการจับตัวของเกล็ดเลือด (ANTIPLATELETS)
ควรระวังการใช้ยาต่อเนืองโดยเฉพาะผู้ปวยทีมีอาการผิดปกติของตับและไต
เ นื อ ง จ า ก อ า จ เ กิ ด ก า ร ส ะ ส ม ข อ ง ก า ร บู ร แ ล ะ เ กิ ด พิ ษ ไ ด้
ในกรณีท้องเสียชนิดทีไม่เกิดจากการติดเชือ ใช้ไม่เกิน ๑ วัน หากอาการไม่ดีขึน
ควรปรึกษาแพทย์
ห้ามใช้ในหญิงตังครรภ์และผู้ทีมีไข้
๙. อาการไม่พึงประสงค์ ไม่มี
๑๐. ข้อมูลเพิมเติม ไม่มี
๖3 ๑3
ธ า ตุ บ ร ร จ บ ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย เ ค รื อ ง ย า ๒ ๓ สิ ง
นาํ ห นั ก ย า ๑ ๐ ๘ ส่ ว น
ส่ ว น ล ะ ๑ ๐ ก รั ม
ร ว ม นาํ ห นั ก ย า ๑ , ๐ ๘ ๐ ก รั ม
๑๑. ตํารับยาธาตุบรรจบ ประกอบด้วย
เครืองยา ๒๓ สิง มีรายละเอียดดังนี
๑. เหง้าขิงแห้ง ๔๐ กรัม
๒. โกฐเชียง ๔๐ กรัม
๓. โกฐสอ ๔๐ กรัม
๔. โกฐเขมา ๔๐ กรัม
๕. โกฐพุงปลา ๔๐ กรัม
๖. เทียนดํา ๔๐ กรัม
๗. เทียนแดง ๔๐ กรัม
๘. เทียนขาว ๔๐ กรัม
๙. เทียนเยาวพาณี ๔๐ กรัม
๑๐. เทียนสัตตบุษย์ ๔๐ กรัม
๑๑. ลูกจันทน์ ๔๐ กรัม
๑๒. ดอกจันทน์ ๔๐ กรัม
๑๓. ลูกกระวาน ๔๐ กรัม
๑๔. ดอกกานพลู ๔๐ กรัม
๑๕. ใบพิมเสน ๔๐ กรัม
๑๖. ลูกผักชีลา ๔๐ กรัม
๑๗. ดอกดีปลี ๔๐ กรัม
๑๘. หัวเปราะหอม ๔๐ กรัม
๑๙. เปลือกสมุลแว้ง ๔๐ กรัม
๒๐. การบูร ๔๐ กรัม
๒๑. โกฐก้านพร้าว ๘๐ กรัม
๒๒. เนือสมอไทย ๑๖๐ กรัม
๒๓. รากไคร้เครือ ๔๐ กรัม
หมายเหตุ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรือง ยาสามัญประจําบ้านแผนโบราณ พ.ศ. ๒๕๕๖
ยาธาตุบรรจบไม่ใส่ รากไคร้เครือ แต่ตาํ รับดังเดิมมีรากไคร้เครือ ๔ ส่วน ซึงยาตํารับทีปรุงในครังนี
ยั ง ค ง ใ ช้ สู ต ร ย า ตํา รั บ ดั ง เ ดิ ม
๖๒
ธ า ตุ บ ร ร จ บ ก ร ร ม วิ ธี ก า ร ผ ลิ ต
๑๒. กรรมวิธีการผลิต
วัสดุอุปกรณ์ ดูในหน้า ๑๖
ยาธาตุบรรจบ มีขันตอนการปรุงยา ตามลําดับดังนี
ขันตอนที ๑ การชัง ตวง วัด นําหนักเครืองยาตามตาํ รับยา
ขันตอนที ๒ การอบเครืองยา
ขันตอนที ๓ การบดเครืองยา
ขันตอนที ๔ การร่อนยาและบดยา
ขันตอนที ๕ การบรรจุแคปซูล
ขันตอนที ๑ ชัง ตวง วัด นําหนักเครืองยาตามตํารับยา
เครืองยาทีนาํ มาใช้ชัง ตวง วัด นันต้องเปนเครืองยาทีผ่านการคัดตัว
ยา และอบในครังแรกเสียก่อน ยกเว้นธาตุวัตถุ คือ การบูร สามารถ
ชังนําหนักได้เลย โดยชังนําหนักเครืองยาแต่ละสิงเปนกรัม แล้วให้
แยกใส่ภาชนะหรือถุงไว้ถุงละ ๑ สิง
๖๓
ธ า ตุ บ ร ร จ บ ก ร ร ม วิ ธี ก า ร ผ ลิ ต
ขันตอนที ๒ การอบเครืองยา
๑. อุ่นตู้อบทีอุณหภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซียส
๒. จัดเรียงเครืองยาใส่ถาดเพือเตรียมอบ โดยแยกตามลักษณะของเครืองยา
จัดเรียงไว้ในถาดเดียวกัน สามารถแยกออกเปน ๒ ถาด
ถาดที ๑ จัดเรียง โกฐเขมา เปลือกสมุลแว้ง รากไคร้เครือ เหง้าขิงแห้ง โกฐเชียง โกฐสอ
โกฐก้านพร้าว ดอกดีปลี เนือสมอไทย ดอกกานพลู โกฐพุงปลา ลูกกระวาน หัวเปราะหอม
ลูกจันทน์ ดอกจันทน์ ใบพิมเสน (ลูกจันทน์และดอกจันทน์ให้วางไว้บนใบพิมเสน ให้ช่วยซับ
นาํ มันหอมระเหยไว้) จากนันเขย่าถาดเบาๆ ให้เครืองยากระจายไปทัวๆถาด
ถาดที ๒ จัดเรียง เทียนดาํ เทียนแดง เทียนขาว เทียนเยาวพาณี เทียนสัตตบุษย์
ลูกผักชีลา จากนันเขย่าถาดเบาๆ ให้เครืองยากระจายไปทัวๆถาด
ธาตุวัตถุ การบูร ไม่ต้องนาํ ไปอบ แต่ให้บดหยาบ (สากคลึง) เตรียมไว้เพือนําไปบดรวมกับ
ผงยา ในขันตอนสุดท้าย
๓. เมือตู้อบอุณหภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซียสแล้ว ให้นําถาดเครืองยาทังหมด
เรียงใส่ตู้อบ สําหรับตู้อบทีใช้ครังนีไฟอยู่ข้างบนจึงเรียงถาดจากชันบนลง
ล่าง โดยเริมต้นเรียงถาดที ๑ ไว้ชันบนสุด เรียงถาดที ๒ ไว้ชันถัดลงมา จาก
นันจึงเริมจับเวลา ใช้เวลาอบประมาณ ๑ ชัวโมง ส่วนธาตุวัตถุไม่ต้องอบ
๔. เมือครบเวลาอบแล้ว ให้นาํ ถาดเครืองยาทังหมดออกจากตู้อบ พร้อมบด
ในขันตอนต่อไป
หมายเหตุ การอบครังนีเพือฆ่าเชือโรคและไล่ความชืนอีกครังก่อนนาํ เครืองยาไปบด
๖๔
ธ า ตุ บ ร ร จ บ ก ร ร ม วิ ธี ก า ร ผ ลิ ต
ขันตอนที ๓ การบดเครืองยา
๑. ยกขากวาดนอกเครืองบดยาขึน
๒. แยก เนือสมอไทย โกฐเชียง ดอกดีปลี ออกมาก่อน ปล่อยให้คายความร้อนสักครู่
หรือรอจนกว่าจะกรอบ ค่อยนําไปบด ห้ามบดเครืองยาขณะทียังมีความเหนียวอยู่
จะทาํ ให้ยาเกาะกันเปนก้อนและบดยากขึน
๓. ใส่เครืองยาลงเครืองบด
๓.๑. เริมจากถาดที ๑ โดยให้ทยอยใส่แล้วบด ดังนี
๓.๑.๑. ใส่โกฐเขมา เปลือกสมุลแว้ง รากไคร้เครือ เหง้าขิงแห้ง ลงบด
เปดเครือง บดจนเครืองยาแตกเปนชินเล็กๆ แล้วปดเครือง
๓.๑.๒. ใส่โกฐเชียง โกฐสอ โกฐก้านพร้าว ดอกดีปลี เนือสมอไทย
เปดเครืองแล้วบดต่อจนเครืองยาแตกเปนชินเล็กๆ แล้วปดเครือง
๓.๑.๓. ใส่ดอกกานพลู โกฐพุงปลา ลูกกระวาน หัวเปราะหอม เปดเครือง
แล้วบดต่อจนเครืองยาแตกเปนชินเล็กๆ แล้วปดเครือง
๓.๑.๔. ใส่ลูกจันทน์ ดอกจันทน์ เปดเครืองแล้วบดต่อโดยใช้เวลาไม่นาน
แล้วปดเครือง
๓.๑.๕. แยกใบพิมเสนไว้ก่อน เอาไว้ใส่รวมกับถาดที ๒
๓.๒. ใส่เครืองยาถาดที ๒ โดยให้ทยอยใส่แล้วบด ดังนี
๓.๒.๑. ใส่ลูกผักชีลา ใบพิมเสนในถาดที ๑ เปดเครืองแล้วบดต่อจน
เครืองยาแตกเปนชินเล็กๆ แล้วปดเครือง
๓.๒.๒. ใส่เทียนทังหมดลงไป ได้แก่ เทียนดาํ เทียนแดง เทียนขาว
เทียนเยาวพาณี เทียนสัตตบุษย์ เปดเครืองแล้วบดต่อจนเครืองยาแตก
เปนชินเล็กๆ แล้วปดเครือง
๔. เมือใส่เครืองยาครบ ๒ ถาดแล้ว ให้ปรับขากวาดนอกทียกขึนในตอนแรกลงเพือ
ช่วยกวาดยา จากนันเปดเครืองบดยาต่อ ใช้เวลาบดยาประมาณ ๓๐ นาที หรือให้
สังเกตว่าสียาเริมเปลียนเปนสีเข้มขึนให้ปดเครือง ตักผงยาใส่ภาชนะสะอาด เพือ
นําไปร่อนในขันตอนต่อไป
๖๕
ธ า ตุ บ ร ร จ บ
ขันตอนที ๔ การร่อนยาและบดยา
รอบที ๑
๑. นําตะแกรงร่อนยาเบอร์ ๘๐ ใส่ลงในบล็อกเครืองร่อนยา
๒. ตักผงยาทีบดแล้วประมาณ ๒ กระบวยใส่ตะแกรงร่อนยา จากนันเปด
เครืองร่อนยา ระหว่างทีเครืองกําลังร่อนยานันให้หมันใช้แปรงคอยช่วย
ปาดผงยา เพือปองกันไม่ให้ผงยาจับตัวเปนก้อน ขณะร่อน ผงยาที
ละเอียดจะผ่านรูตะแกรงไปจดหมด จะเหลือกากยาทีอยู่บนตะแกรงเมือ
แน่ใจว่าผงยาถูกร่อนไปจนหมดแล้ว ให้ปดเครือง
๓. นํากากยาทีเหลือบนตะแกรง เทกลับไปใส่เครืองบดยาเพือบดกากยาใหม่
อีกครัง เปดเครืองบดยา ยังไม่ต้องจับเวลาการบด
๔. ทยอยตักผงยาใหม่ลงไปร่อน โดยให้ทําตามข้อที ๒-๓ กับผงยาทีเหลือ
จนหมด นับเปนรอบที ๑
๕. บดกากยาทีเหลือจากการร่อนในรอบที ๑ ทังหมดต่อ โดยเริมจับเวลา
ประมาณ ๓๐ นาที เมือครบเวลาให้ปดเครืองบดยา ตักผงยาทังหมดใส่
ภาชนะ เพือนําไปร่อนต่อในรอบที ๒
รอบที ๒
ทาํ เช่นเดียวกับรอบที ๑ ในรอบนียังคงใช้ตะแกรงเบอร์ ๘๐ เช่นเดิม กากยา
ทีเหลือจากการร่อนให้นาํ กลับไปบดต่อโดยใช้เวลาประมาณ ๔๐ นาที เมือ
ครบเวลาแล้ว ตักผงยาทังหมดตักใส่ภาชนะ เพือนาํ ไปร่อนต่อใน
รอบที ๓
รอบที ๓ ทําเช่นเดียวกับรอบที ๑ และ ๒ แต่ให้เปลียนตะแกรงจากเบอร์ ๘๐
เปนตะแกรงเบอร์ ๖๐ เมือร่อนเสร็จให้นํากากยาทีเหลือใส่ภาชนะไว้ แล้วนาํ
ไปชังนําหนัก ปรากฏว่านําหนักยาทีร่อนไป ๓ รอบแล้วยังเหลือกากยา
มากกว่า ๕% จึงต้องนาํ กากยาไปบดต่อในรอบที ๔
๖๖
ธ า ตุ บ ร ร จ บ
รอบที ๔
กากยาทีเหลือมีนําหนักมากกว่า ๕% ก็จริง แต่ปริมาณน้อย ไม่เหมาะทีจะใช้
เครืองบดใหญ่ จึงให้ใช้เครืองปนความเร็วสูงสําหรับบดยา และร่อนด้วย
ตะแกรงตาถีสําหรับร่อนยาแทน นํากากยาทีเหลือไปชังนําหนักอีกครังจนกว่า
จะเหลือน้อยกว่า ๕% จากนันให้ตักผงยาทีปรุงสําเร็จใส่ภาชนะพักไว้ก่อน
หมายเหตุ ๕% ของนาํ หนักเครืองยานันจะคิดเฉพาะนําหนักของเครืองยาที
ไม่ใช่ธาตุวัตถุ คือ ๕% ของ ๑,๐๔๐ กรัม
รอบที ๕
ผสมผงยาทีร่อนละเอียดแล้วกับธาตุวัตถุ (การบูร) มีวิธีทําดังนี
๑. เทผงยาทีร่อนแล้วทังหมดลงไปในเครืองบด
๒. ตักผงยาทีร่อนแล้วบางส่วนใส่ถุงการบูร จากนันใช้ไม้หรือสากคลึงให้
แตกละเอียด เทใส่ลงไปในเครืองบด จากนันเปดเครืองแล้วบดต่อ บด
จนกระทังกลินการบูรหอมขึนจมูก ใช้เวลาประมาณ ๒๐ วินาที แล้วปด
เครือง บดรอบนีเสร็จไม่ต้องนําไปร่อนอีก
๓. จากนันให้ตักผงยาทีปรุงสําเร็จใส่ถุงทีสะอาดหรือภาชนะใส่ยา ปดให้
มิดชิด เขย่าผงยาให้เข้ากัน ชังนําหนักกากยา นาํ หนักผงยาทีได้แยกไว้
เขียนชือยา วันทีผลิต เพือนําไปบรรจุแคปซูลต่อไป
ขันตอนที ๕ การบรรจุแคปซูล
วิธีการบรรจุแคปซูล ดูในหน้า ๒๕-๒๘
นาํ ยาแคปซูลทีบรรจุเสร็จใส่ถุงสะอาดไว้ บันทึกชือยา จาํ นวนแคปซูล วันทีผลิต
นําไปจัดเก็บเพือนาํ ไปใช้ต่อไป
สรุปนาํ หนักยาธาตุบรรจบ
นําหนักตาํ รับยา ๑,๐๘๐ กรัม
นาํ หนักผงยาทีร่อนได้ ๙๖๓ กรัม
นาํ หนักกากยา ๕๐ กรัม
นําหนักยาสูญเสีย ๖๗ กรัม
๖๗
โ ร ค นิ ท า น ๑
ตํารับที ๖ ยาโรคนิทาน ๑
๑. ชือยา ยาโรคนิทาน ๑
๒. รูปแบบยา ชนิดแคปซูล (บดเปนผงบรรจุแคปซูล)
๓. ทีมาของตาํ รับยา ตาํ ราแพทย์ศาสตร์สงเคราะห์
คัมภีร์โรคนิทาน หน้า ๓๒๑
๔. สรรพคุณ/ข้อบ่งใช้
แก้ปถวีธาตุ ๘ ประการ คือ ผม ขน เล็บ ฟน หนัง
เนือ กระดูก เอ็น พิการ
บดเปนผงละลายนําผึงกินเท่าผลพุทรา กินเช้า – เย็น
แก้ปถวีธาตุ ๘ จาํ พวกอันกาํ เริบดังกล่าวมานัน หาย
สิ น แ ล
๕. สูตรตํารับยา ประกอบด้วยเครืองยา ๑๖ สิง กําหนด
นําหนักรวม ๑,๒๘๐ กรัม จัดนาํ หนักเครืองยาได้
๑๖ ส่วน ส่วนละ ๘๐ กรัม
๖. วิธีทํา บดเปนผง บรรจุแคปซูล เบอร์ ๑ หนักแคปซูล
ละ ๐.๒๕ กรัม
๗. ข้อควรระวัง/ข้อห้ามใช้ ไม่มี
๘. อาการไม่พึงประสงค์ ไม่มี
๙. ข้อมูลเพิมเติม ไม่มี
๖๘
โ ร ค นิ ท า น ๑ ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย เ ค รื อ ง ย า ๑ ๖ สิ ง
นํา ห นั ก ย า ๑ ๖ ส่ ว น
ส่ ว น ล ะ ๘ ๐ ก รั ม
ร ว ม นาํ ห นั ก ย า ๑ , ๒ ๘ ๐ ก รั ม
๑๐. ตาํ รับยายาโรคนิทาน ๑ ประกอบด้วยเครืองยา ๑๖ สิง
มีรายละเอียดดังนี
๑. ใบบอระเพ็ด ๘๐ กรัม
๒. หัวแห้วหมู ๘๐ กรัม
๓. ชิรากากี (ใบมะขามแขก) ๘๐ กรัม
๔. ลูกมะตูมอ่อน ๘๐ กรัม
๕. เกลือสินเธาว์ ๘๐ กรัม
๖. หัวกระเทียม ๘๐ กรัม
๗. รากชะเอมเทศ ๘๐ กรัม
๘. โกฐสอ ๘๐ กรัม
๙. โกฐก้านพร้าว ๘๐ กรัม
๑๐. เหง้าขิงแห้ง ๘๐ กรัม
๑๑. เมล็ดพริกไทย (ขาวและดาํ อย่างละครึง) ๘๐ กรัม
๑๒. ดอกดีปลี ๘๐ กรัม
๑๓. เปลือกต้นตีนเปด ๘๐ กรัม
๑๔. ลูกสมอไทย ๘๐ กรัม
๑๕. ใบสะเดา ๘๐ กรัม
๑๖. เทียนดาํ ๘๐ กรัม
๖๙
โ ร ค นิ ท า น ๑ ก ร ร ม วิ ธี ก า ร ผ ลิ ต
๑๑. กรรมวิธีการผลิต
วัสดุอุปกรณ์ ดูในหน้า ๑๖
ยาโรคนิทาน ๑ มีขันตอนการปรุงยา ตามลาํ ดับดังนี
ขันตอนที ๑ การชัง ตวง วัด นาํ หนักเครืองยาตามตาํ รับยา
ขันตอนที ๒ การอบเครืองยา
ขันตอนที ๓ การบดเครืองยา
ขันตอนที ๔ การร่อนยาและบดยา
ขันตอนที ๕ การบรรจุแคปซูล
ขันตอนที ๑ ชัง ตวง วัด นําหนักเครืองยาตามตํารับยา
เครืองยาทีนาํ มาใช้ชัง ตวง วัด นัน ต้องเปนเครืองยาทีผ่านการคัดตัว
ยา และอบในครังแรกเสียก่อน ยกเว้นธาตุวัตถุ คือ เกลือสินเธาว์
สามารถชังนาํ หนักได้เลย โดยชังนําหนักเครืองยาแต่ละสิงเปนกรัม
แล้วให้แยกใส่ภาชนะหรือถุงไว้ถุงละ ๑ สิง
๗๐
โ ร ค นิ ท า น ๑ ก ร ร ม วิ ธี ก า ร ผ ลิ ต
ขันตอนที ๒ การอบเครืองยา
๑. อุ่นตู้อบทีอุณหภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซียส
๒. จัดเรียงเครืองยาใส่ถาดเพือเตรียมอบ โดยแยกตามลักษณะของเครืองยา
จัดเรียงไว้ในถาดเดียวกัน สามารถแยกออกเปน ๓ ถาด
ถาดที ๑ จัดเรียง เปลือกต้นตีนเปด หัวแห้วหมู ชะเอมเทศ ลูกสมอไทย โกฐสอ เหง้าขิง
แห้ง ลูกมะตูมอ่อน ดอกดีปลี เมล็ดพริกไทย (ดํา-ขาว) เทียนดํา โกฐก้านพร้าว จากนัน
เขย่าถาดเบาๆ ให้เครืองยากระจายไปทัวๆถาด
ถาดที ๒ จัดเรียง ชิรากากี (ใบมะขามแขก) ใบบอระเพ็ด ใบสะเดา จากนันเขย่าถาดเบาๆ
ให้เครืองยากระจายไปทัวๆถาด
ถาดที ๓ จัดเรียง หัวกระเทียม
ธาตุวัตถุ เกลือสินเธาว์ ไม่ต้องนาํ ไปอบ แต่ให้บดหยาบ (สากคลึง) เตรียมไว้ เพือนําไปบด
รวมกับผงยา ในขันตอนสุดท้าย
๓. เมือตู้อบอุณหภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซียสแล้ว ให้นําถาดเครืองยาทังหมด
เรียงใส่ตู้อบ สําหรับตู้อบทีใช้ครังนีไฟอยู่ข้างบนจึงเรียงถาดจากชันบนลง
ล่าง โดยเริมต้นเรียงถาดที ๑ ไว้ชันบนสุด เรียงถาดที ๒ ไว้ชันถัดลงมา
และเรียงถาดที ๓ ต่อจากชัน ๒ ลงมา จากนันจึงเริมจับเวลา ใช้เวลาอบ
ประมาณ ๑ ชัวโมง ส่วนธาตุวัตถุไม่ต้องอบ
๔. เมือครบเวลาอบแล้ว ให้นาํ ถาดเครืองยาทังหมดออกจากตู้อบ พร้อมบด
ในขันตอนต่อไป
หมายเหตุ การอบครังนีเพือฆ่าเชือโรคและไล่ความชืนอีกครังก่อนนําเครืองยาไปบด
๗๑
โ ร ค นิ ท า น ๑ ก ร ร ม วิ ธี ก า ร ผ ลิ ต
ขันตอนที ๓ การบดเครืองยา
๑. ยกขากวาดนอกเครืองบดยาขึน
๒. แยก ลูกสมอไทย ดอกดีปลี ออกมาก่อน ปล่อยให้คายความร้อนสักครู่
หรือรอจนกว่าจะกรอบ ค่อยนาํ ไปบด ห้ามบดเครืองยาขณะทียังมี
ความเหนียวอยู่ จะทําให้ยาเกาะกันเปนก้อนและบดยากขึน
๓. ใส่เครืองยาลงเครืองบด
๓.๑. เริมจากถาดที ๑ โดยให้ทยอยใส่แล้วบด ดังนี
๓.๑.๑. ใส่เปลือกต้นตีนเปด หัวแห้วหมู ชะเอมเทศ ลงบด
เปดเครือง บดจนเครืองยาแตกเปนชินเล็กๆ แล้วปดเครือง
๓.๑.๒. ใส่ลูกสมอไทย โกฐสอ เหง้าขิงแห้ง เปดเครืองแล้ว
บดต่อจนเครืองยาแตกเปนชินเล็กๆ แล้วปดเครือง
๓.๑.๓. ใส่ลูกมะตูมอ่อน ดอกดีปลี เมล็ดพริกไทย (ดาํ -ขาว)
โกฐก้านพร้าว
๓.๑.๔. แยกเทียนดาํ ไว้ก่อน เอาไว้ใส่รวมกับถาดที ๒
๓.๒. ใส่เครืองยาถาดที ๒ โดยให้ทยอยใส่แล้วบด ดังนี
๓.๒.๑. ใส่ชิรากากี (ใบมะขามแขก) ใบบอระเพ็ด ใบสะเดา
บดต่อจนเครืองยาแตกเปนชินเล็กๆ แล้วปดเครือง
๓.๒.๒. ใส่เทียนดาํ จากถาดที ๑ เปดเครืองแล้วบดต่อใช้เวลาไม่
นานมากนัก ประมาณ ๓๐ วินาที แล้วปดเครือง
๓.๓. ใส่เครืองยาถาดที ๓ โดยให้ทยอยใส่แล้วบด ดังนี
๓.๓.๑. ใส่หัวกระเทียม เปดเครืองแล้วบดต่อจนเครืองยาแตก
เปนชินเล็กๆ แล้วปดเครือง
๔. เมือใส่เครืองยาครบ ๓ ถาดแล้ว ให้ปรับขากวาดนอกทียกขึนในตอนแรก
ลงเพือช่วยกวาดยา จากนันเปดเครืองบดยาต่อ ใช้เวลาบดยาประมาณ
๓๐ นาที หรือให้สังเกตว่าสียาเริมเปลียนเปนสีเข้มขึน แสดงว่ายาเริมแฉะ
ให้ปดเครือง ตักผงยาใส่ภาชนะสะอาด เพือนําไปร่อนในขันตอนต่อไป
๗๒
โ ร ค นิ ท า น ๑ ก ร ร ม วิ ธี ก า ร ผ ลิ ต
ขันตอนที ๔ การร่อนยาและบดยา
รอบที ๑
๑. นาํ ตะแกรงร่อนยาเบอร์ ๘๐ ใส่ลงในบล็อกเครืองร่อนยา
๒. ตักผงยาทีบดแล้วประมาณ ๒ กระบวยใส่ตะแกรงร่อนยา จากนันเปด
เครืองร่อนยา ระหว่างทีเครืองกําลังร่อนยานันให้หมันใช้แปรงคอยช่วย
ปาดผงยา เพือปองกันไม่ให้ผงยาจับตัวเปนก้อน ขณะร่อน ผงยาที
ละเอียดจะผ่านรูตะแกรงไปจดหมด จะเหลือกากยาชินใหญ่ค้างอยู่บน
ตะแกรงเมือแน่ใจว่าผงยาถูกร่อนไปจนหมดแล้ว ให้ปดเครือง
๓. นํากากยาทีเหลือบนตะแกรง เทกลับไปใส่เครืองบดยาเพือบดกากยาใหม่
อีกครัง เปดเครืองบดยา ยังไม่ต้องจับเวลาการบด
๔. ทยอยตักผงยาใหม่ลงไปร่อน โดยให้ทาํ ตามข้อที ๒-๓ กับผงยาทีเหลือ
จนหมด นับเปนรอบที ๑
๕. บดกากยาทีเหลือจากการร่อนในรอบที ๑ ทังหมดต่อ โดยเริมจับเวลา
ประมาณ ๓๐ นาที เมือครบเวลาให้ปดเครืองบดยา ตักผงยาทังหมดใส่
ภาชนะ เพือนาํ ไปร่อนต่อในรอบที ๒
รอบที ๒
ทาํ เช่นเดียวกับรอบที ๑ ในรอบนียังคงใช้ตะแกรงเบอร์ ๘๐ เช่นเดิม กากยา
ทีเหลือจากการร่อนให้นํากลับไปบดต่อโดยใช้เวลาประมาณ ๔๐ นาที เมือ
ครบเวลาแล้ว ตักผงยาทังหมดตักใส่ภาชนะ เพือนาํ ไปร่อนต่อในรอบที ๓
รอบที ๓
ทาํ เช่นเดียวกับรอบที ๑ และ ๒ แต่ให้เปลียนตะแกรงจากเบอร์ ๘๐ เปน
ตะแกรงเบอร์ ๖๐ เมือร่อนเสร็จให้นาํ กากยาทีเหลือใส่ภาชนะไว้ แล้วนาํ ไป
ชังนาํ หนัก ปรากฏว่านาํ หนักยาทีร่อนไป ๓ รอบแล้วยังเหลือมากกว่า ๕% จึง
ต้องนําไปบดต่อในรอบที ๔
๗๓
โ ร ค นิ ท า น ๑ ก ร ร ม วิ ธี ก า ร ผ ลิ ต
รอบที ๔
กากยาทีเหลือมีนําหนักมากกว่า ๕% ก็จริง แต่ปริมาณน้อย ไม่เหมาะทีจะใช้
เครืองบดใหญ่ จึงให้ใช้เครืองปนความเร็วสูงสําหรับบดยา และร่อนด้วย
ตะแกรงตาถีสําหรับร่อนยาแทน นาํ กากยาทีเหลือไปชังนาํ หนักอีกครังจนกว่า
จะเหลือน้อยกว่า ๕% จากนันให้ตักผงยาทีปรุงสําเร็จใส่ภาชนะพักไว้ก่อน
หมายเหตุ ๕% ของนาํ หนักเครืองยานันจะคิดเฉพาะนําหนักของเครืองยา
คือ ๕% ของ ๑,๒๐๐ กรัม
รอบที ๕
ผสมผงยาทีร่อนละเอียดแล้วกับธาตุวัตถุ คือ เกลือสินเธาว์ อย่างเดียว
มีวิธีทําดังนี
๑. เทผงยาทีร่อนแล้วทังหมดลงไปในเครืองบด
๒. ตักเกลือใส่ถุง จากนันใช้ไม้หรือสากคลึงให้แตกละเอียด เทใส่ลงไปใน
เครืองบด เปดเครือง ใช้เวลาบดประมาณ ๓๐ วินาที หรือจนกว่าส่วน
ผสมจะเข้ากันดี แล้วปดเครือง บดรอบนีเสร็จไม่ต้องนาํ ไปร่อนอีก
๓. จากนันให้ตักผงยาทีปรุงสําเร็จใส่ถุงทีสะอาดหรือภาชนะใส่ยา ปดให้
มิดชิด เขย่าผงยาให้เข้ากัน ชังนําหนักกากยา นาํ หนักผงยาทีได้แล้ว
แยกไว้ เขียนชือยา วันทีผลิต เพือนาํ ไปบรรจุแคปซูลต่อไป
ขันตอนที ๕ การบรรจุแคปซูล
วิธีการบรรจุแคปซูล
ดูในหน้า ๒๕-๒๘
นํายาแคปซูลทีบรรจุเสร็จ
ใส่ถุงสะอาดไว้ บันทึกชือยา
จาํ นวนแคปซูล วันทีผลิต
นํา ไ ป จั ด เ ก็ บ เ พื อ นํา ไ ป ใ ช้ ต่ อ ไ ป
ส่วนผงยาทีเหลือ บันทึกชือยา
วันทีผลิต จํานวนผงยาทีเหลือ
นาํ ไปจัดเก็บเพือนําไปใช้ต่อไป
๗๔
ม ห า นิ ล แ ท่ ง ท อ ง
ตํารับที ๗ ยามหานิลแท่งทอง
๑. ชือยา มหานิลแท่งทอง
๒. รูปแบบยา ชนิดเม็ด หรือเปนแท่งปดทองคาํ เปลว (บดเปนผงทําเปน
เม็ดหรือทําเปนแท่งปดทองคําเปลว)
๓. ทีมาของตาํ รับยา -
๔. สรรพคุณ/ข้อบ่งใช้
แก้ไข้กาฬ หัด อีสุกอีใส (บรรเทาอาการจากไข้กาฬ หัด และ
อี สุ ก อี ใ ส )
แก้ไข้ แก้กระหายนาํ แก้หัด อีสุกอีใส รับประทานร่วมกับ
นาํ รากผักชีต้ม
๕. สูตรตาํ รับยา ประกอบด้วยเครืองยา ๑๓ สิง กําหนด
นาํ หนักรวม ๒,๖๐๐ กรัม จัดนําหนักเครืองยาได้ ๑๓
ส่วน ส่วนละ ๒๐๐ กรัม
๖. วิธีทํา บดเปนผง ทาํ เปนแท่งปดทองคาํ เปลว
หรือทาํ เปนเม็ด หนักเม็ดละ ๐.๕ กรัม
๗. วิธีใช้ (ยาหลักฯ) กินวันละ ๒ ครัง เช้าและเย็น ก่อนอาหาร
ชนิดผง เด็กอายุ ๖-๑๒ ป กินครังละ ๕๐๐ มิลลิกรัม – ๑ กรัม
ละลายนาํ สุก ผู้ใหญ่ กินครังละ ๑.๕ – ๒ กรัม ละลายนาํ สุก
ชนิดเม็ดและแคปซูล เด็กอายุ ๖-๑๒ ป กินครังละ ๕๐๐ มิลลิกรัม – ๑ กรัม
ผู้ใหญ่ กินครังละ ๑.๕ – ๒ กรัม ละลายนาํ สุก
วิธีใช้ (ยาสามัญฯ) กินวันละ ๒ ครัง
ชนิดเม็ด เด็กอายุ ๖-๑๒ ป กินครังละ ๑-๒ เม็ด ผู้ใหญ่ กินครังละ ๓-๔ เม็ด
๘. ข้อควรระวัง/ข้อห้ามใช้
ไม่แนะนําให้ใช้ในผู้ทีสงสัยว่าเปนไข้เลือดออก เนืองจากอาจบดบัง
อาการไข้เลือดออก
หากใช้ยาเปนเวลานานเกิน ๓ วัน แล้วอาการไม่ดีขึน ควรปรึกษา
แพทย์
๙. อาการไม่พึงประสงค์ ไม่มี
๑๐. ข้อมูลเพิมเติม ไม่มี
๗๕
ม ห า นิ ล แ ท่ ง ท อ ง ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย เ ค รื อ ง ย า ๑ ๓ สิ ง
นาํ ห นั ก ย า ๑ ๓ ส่ ว น
ส่ ว น ล ะ ๒ ๐ ๐ ก รั ม
ร ว ม นาํ ห นั ก ย า ๒ , ๖ ๐ ๐ ก รั ม
๑๑. ตาํ รับยายามหานิลแท่งทอง ประกอบด้วยเครืองยา ๑๓ สิง
มีรายละเอียดดังนี
๑. เนือในเม็ดสะบ้ามอญสุม ๒๐๐ กรัม
๒. หวายตะค้าสุม ๒๐๐ กรัม
๓. เม็ดมะกอกสุม ๒๐๐ กรัม
๔. ลูกมะคาํ ดีควายสุม ๒๐๐ กรัม
๕. ถ่านไม้สัก ๒๐๐ กรัม
๖. แก่นจันทน์แดง ๒๐๐ กรัม
๗. แก่นจันทน์เทศ ๒๐๐ กรัม
๘. ใบพิมเสน ๒๐๐ กรัม
๙. ใบย่านาง ๒๐๐ กรัม
๑๐. หมึกหอม (บดละเอียด) ๒๐๐ กรัม
๑๑. กระดูกงูสุม ๒๐๐ กรัม
๑๒. กระดูกาสุมหรือกระดูกไก่สุม ๒๐๐ กรัม
๑๓. เบียจันคัวให้เหลืองหรือสุม ๒๐๐ กรัม
๗๖
ม ห า นิ ล แ ท่ ง ท อ ง ก ร ร ม วิ ธี ก า ร ผ ลิ ต
๑๑. กรรมวิธีการผลิต
วัสดุอุปกรณ์ ดูในหน้า ๑๖
ยามหานิลแท่งทอง มีขันตอนการปรุงยา ตามลาํ ดับดังนี
ขันตอนที ๑ การชัง ตวง วัด นาํ หนักเครืองยาตามตาํ รับยา
ขันตอนที ๒ การอบเครืองยา
ขันตอนที ๓ การบดเครืองยา
ขันตอนที ๔ การร่อนยาและบดยา
ขันตอนที ๕ การนวดยาด้วยนําข้าวเช็ด
ขันตอนที ๖ การปนแท่งปดทอง
ขันตอนที ๗ การอัดเม็ดยา
ขันตอนที ๘ อบไล่ความชืน
ขันตอนที ๑ ชัง ตวง วัด นําหนักเครืองยาตามตาํ รับยา
เครืองยาทีนํามาใช้ชัง ตวง วัด นัน ต้องเปนเครืองยาทีผ่านการคัดตัว
ยา และอบในครังแรกเสียก่อน ยกเว้นธาตุวัตถุ คือ หมึกหอม สามารถ
ชังนาํ หนักได้เลย ส่วนเภสัชวัตถุทีเปนของสุมต้องสุมให้เรียบร้อยเสีย
ก่อนจึงนํามาชังนาํ หนักได้ โดยชังนําหนักเครืองยาแต่ละสิงเปนกรัม
แล้วให้แยกใส่ภาชนะหรือถุงไว้ถุงละ ๑ สิง
๗๗
ม ห า นิ ล แ ท่ ง ท อ ง ก ร ร ม วิ ธี ก า ร ผ ลิ ต
ขันตอนที ๒ การอบเครืองยา
๑. อุ่นตู้อบทีอุณหภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซียส
๒. จัดเรียงเครืองยาใส่ถาดเพือเตรียมอบ โดยแยกตามลักษณะของเครืองยา
จัดเรียงไว้ในถาดเดียวกัน สามารถแยกออกเปน ๔ ถาด
ถาดที ๑ จัดเรียง แก่นจันทน์แดง แก่นจันทน์เทศ จากนันเขย่าถาดเบาๆ ให้เครืองยากระ
จายไปทัวๆ ถาด
ถาดที ๒ จัดเรียง ใบพิมเสน จากนันเขย่าถาดเบาๆ ให้เครืองยากระจายไปทัวๆ ถาด
ถาดที ๓ จัดเรียง ใบย่านาง จากนันเขย่าถาดเบาๆ ให้เครืองยากระจายไปทัวๆ ถาด
ถาดที ๔ จัดเรียง เครืองยาทีเปนของสุมทังหมด ไม่ต้องนาํ ไปอบ
ธาตุวัตถุ หมึกหอม ไม่ต้องนาํ ไปอบ แต่ให้นําไปบดให้ละเอียด
๓. เมือตู้อบอุณหภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซียสแล้ว ให้นาํ ถาดเครืองยาถาดที
๑, ๒ และ ๓ เรียงใส่เตาอบ สําหรับตู้อบทีใช้ครังนีไฟอยู่ข้างบนจึงเรียง
ถาดจากชันบนลงล่าง โดยเริมต้น เรียงถาดที ๑ ไว้ชันบนสุด เรียงถาด
ที ๒ ไว้ชันถัดลงมา และเรียงถาดที ๓ ต่อจากชัน ๒ ลงมา จากนันจึง
เริมจับเวลา ใช้เวลาอบประมาณ ๑ ชัวโมง สําหรับถาดที ๔ และธาตุ
วัตถุไม่ต้องนําไปอบ
๔. เมือครบเวลาอบแล้ว ให้นําถาดเครืองยาทังหมดออกจากตู้อบ พร้อม
บดในขันตอนต่อไป
หมายเหตุ การอบครังนีเพือฆ่าเชือโรคและต้องการกระตุ้นไล่ความชืนอีกครังก่อนนาํ เครืองยาไปบด
๗๘
ม ห า นิ ล แ ท่ ง ท อ ง ก ร ร ม วิ ธี ก า ร ผ ลิ ต
ขันตอนที ๓ การบดเครืองยา
การบดยาตาํ รับนีให้แยกบดเครืองยา ออกเปน ๓ ประเภท
เครืองยาประเภทที ๑ บดเครืองยาทีไม่ได้สุม ได้แก่ แก่นจันทน์แดง แก่นจันทน์
เทศ ใบพิมเสน ใบย่านาง
เครืองยาประเภทที ๒ บดหมึกหอม
เครืองยาประเภทที ๓ บดเครืองยาทีสุม ได้แก่ เนือในเม็ดสะบ้ามอญสุม หวาย
ตะค้าสุม เม็ดมะกอกสุม ลูกมะคําดีควายสุม ถ่านไม้สัก กระดูกงูสุม กระดูกไก่สุม
เ บี ย จั น สุ ม
การบดเครืองยาประเภทที ๑ บดเครืองยาทีไม่ได้สุม
ได้แก่ แก่นจันทน์แดง แก่นจันทน์เทศ ใบพิมเสน ใบย่านาง
๑. ยกขากวาดนอกเครืองบดยาขึน
๒. ใส่เครืองยาลงเครืองบด
๒.๑. เริมจากถาดที ๑ โดยให้ทยอยใส่แล้วบด ดังนี
๒.๑.๑. ใส่แก่นจันทน์แดง ลงบด เปดเครือง บดจนเครืองยา
แตกเปนชินเล็กๆ แล้วปดเครือง
๒.๑.๒. ใส่แก่นจันทน์เทศ เปดเครืองแล้วบดต่อจนเครืองยา
แตกเปนชินเล็กๆ แล้วปดเครือง
๒.๒. ใส่เครืองยาถาดที ๒ โดยให้ทยอยใส่แล้วบด ดังนี
๒.๒.๑. ใส่ใบพิมเสน เปดเครืองแล้วบดต่อจนเครืองยาแตก
เปนชินเล็กๆ แล้วปดเครือง
๒.๓. ใส่เครืองยาถาดที ๓ โดยให้ทยอยใส่แล้วบด ดังนี
๒.๓.๑. ใส่ใบย่านาง เปดเครืองแล้วบดต่อจนเครืองยาแตกเปน
ชินเล็กๆ แล้วปดเครือง
๓. เมือใส่เครืองยาครบ ๓ ถาดแล้ว ให้ปรับขากวาดนอกทียกขึนในตอนแรก
ลงเพือช่วยกวาดยา จากนันเปดเครืองบดยาต่อ ใช้เวลาบดยาประมาณ
๓๐ นาที หรือให้สังเกตว่าสียาเริมเปลียนเปนสีเข้มขึน แสดงว่ายาเริมแฉะ
ให้ปดเครือง ตักผงยาใส่ภาชนะสะอาด เพือนาํ ไปร่อนในขันตอนต่อไป
๗๙
ม ห า นิ ล แ ท่ ง ท อ ง ก ร ร ม วิ ธี ก า ร ผ ลิ ต
การบดเครืองยาประเภทที ๒ บดหมึกหอม
๑. ใส่หมึกหอมทีตาํ แล้วลงเครืองบด เปดเครือง บดจนหมึกหอมเปนผง
เนียนละเอียดจับแล้วไม่เปนทราย จากนันปดเครือง
๒. ตักผงยาใส่ภาชนะพักไว้ก่อน
การบดเครืองยาประเภทที ๓ บดเครืองยาทีสุม
ได้แก่ เนือในเม็ดสะบ้ามอญสุม หวายตะค้าสุม เม็ดมะกอกสุม ลูกมะคําดีควายสุม ถ่าน
ไม้สัก กระดูกงูสุม กระดูกไก่สุม เบียจันสุม
๑. ยกขากวาดนอกเครืองบดยาขึน
๒. ใส่เครืองยาลงเครืองบด ให้ทยอยใส่แล้วบด ดังนี
๒.๑. ใส่กระดูกงูสุม กระดูกไก่สุม ลงบด เปดเครือง บดจนเครืองยา
แตกเปนชินเล็กๆ แล้วปดเครือง
๒.๒. ใส่ลูกมะคําดีควายสุม ถ่านไม้สัก เปดเครืองแล้วบดต่อจนเครือง
ยาแตกเปนชินเล็กๆ แล้วปดเครือง
๒.๓. ใส่ เนือในเม็ดสะบ้ามอญสุม หวายตะค้าสุม เม็ดมะกอกสุม เปด
เครืองแล้วบดต่อจนเครืองยาแตกเปนชินเล็กๆ แล้วปดเครือง
๒.๔. ใส่หมึกหอมทีบดเปนผงเตรียมไว้แล้วและเบียจันลงไป เปดเครือง
แล้วบดต่อจนกระทังเครืองยาทังหมดผสมรวมกันและเปนผงเนียน
ละเอียด แล้วปดเครือง
๒.๕. ใส่ผงยาทีบดและร่อนเตรียมไว้ในขันตอนแรกทังหมดลงไปใน
เครืองบด เปดเครืองแล้วบดต่อจนกระทังเครืองยาทังหมดผสมรวมกัน
ใช้เวลาประมาณ ๑๐ นาที แล้วปดเครือง
๓. จากนันให้ตักผงยาทีปรุงสําเร็จใส่ถุงทีสะอาดหรือภาชนะใส่ยา ปดให้
มิดชิด เขย่าผงยาให้เข้ากัน ชังนําหนักกากยา นําหนักผงยาทีได้แล้วแยกไว้
เขียนชือยา วันทีผลิต เพือนําไปนวดยา อัดเม็ด และปนแท่งปดทองต่อไป
ขันตอนที ๔ การร่อนยาและบดยา
สําหรับการร่อนยาและบดยาประเภทที ๑ เครืองยาทีไม่ได้สุม ได้แก่
แก่นจันทน์แดง แก่นจันทน์เทศ ใบพิมเสน ใบย่านาง ดูขันตอนการร่อนยา
และบดยาในหน้า XX
๘๐
ม ห า นิ ล แ ท่ ง ท อ ง
ขันตอนที ๕ การนวดยาด้วยนาํ ข้าวเช็ด
วัตถุ ส่วนประกอบและวัสดุอุปกรณ์
๑. ผงยาทีบดละเอียดแล้ว
๒. ข้าวกล้อง เช่น ข้าวหอมนิล ข้าวสังข์หยด ข้าวลืมผัว
เปนต้น อย่างใดอย่างหนึง ๑ – ๒กิโลกรัม
๓. นําสะอาด ๒ – ๓ ลิตร
๔. หม้อสแตนเลสสําหรับต้มข้าว ๑ ใบ
๕. หม้อหรือภาชนะใส่นาํ ข้าวพร้อมกระชอนกรอง ๑ ชุด
๖. กะละมังสําหรับนวดยา ๑ ใบ
๗. ถาดอบยา ๑-๒ ใบ
วิธีการต้มนาํ ข้าวเช็ด
๑. ซาวข้าวกล้องให้สะอาด ๑-๒ รอบ จากนันนาํ ข้าวใส่หม้อ
๒. เติมนําสะอาดลงไปให้ท่วมข้าว ประมาณ ๒-๓ เท่าของข้าว
๓. นาํ หม้อตังไฟใช้ไฟกลาง เมือนาํ เดือดให้หรีไฟลงเหลือไฟกลางค่อนไป
ทางอ่อน หมันคนเปนระยะๆ เพือไม่ให้ข้าวติดก้นหม้อ
๔. รอจนกระทังข้าวสุกและบาน จากนันกรองนําใส่หม้อหรือถาชนะทีเตรียม
ไว้ ทิงไว้ใช้เย็นจึงนําไปใช้ได้
วิธีการนวดยามหานิลแท่งทอง
๑. เทผงยามหานิลแท่งทองทีบดและร่อนแล้วทังหมดลงไปในกะละมังสําหรับ
นวดยา จากนันให้ทาํ หลุมตรงกลางไว้
๒. ตักนําข้าวเช็ดทีละครึงกระบวยใส่ลงตรงกลางหลุมทีทําไว้ จากนันตะล่อม
ผงยาข้างๆ มาตรงกลาง คลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วค่อยๆ นวด คล้ายการนวด
แปง เมือรู้สึกยาแห้งให้เติมนาํ ข้าวเช็ดทีละครึงกระบวยแล้วนวดต่อไปเรือยๆ
สลับกับเติมนําข้าวเช็ดทีละน้อยต้องระวังอย่าให้ยาแฉะเปนอันขาด
๓. แบ่งยาออกเปนส่วนๆ แล้วปนเปนก้อนกลมขนาดเท่าลูกเทนนิส ใส่ถุงแล้วนาํ
ไปแช่ในช่องแช่ผักทิงไว้ ๑ คืน เพือให้ตัวยาซึมเข้ากันดี จึงจะนาํ ยาทีได้ไปปน
แท่งปดทองคําเปลว และอัดเม็ดด้วยเครืองปมยาด้วยมือ (พิมพ์ทองเหลือง)
ในวันถัดไป
๘๑
ม ห า นิ ล แ ท่ ง ท อ ง ก ร ร ม วิ ธี ก า ร ผ ลิ ต
ขันตอนที ๖ การปนแท่งปดทองคําเปลว
๑. นํายาออกจากตู้เย็นเทใส่ถาดไว้ แบ่งยาออกมาจํานวนหนึง
แล้วคลึงยาให้เปนแท่ง โดยให้มีขนาดความยาวและ
ความกลมเท่ากับมวนบุหรี
๒. เตรียมแผ่นทองคําเปลวขนาด ๔ X ๔ นิว จาํ นวน ๓ แผ่น ให้
วางแผ่นที ๑ และ ๒ ไว้ด้านท้ายของแท่งยาทังซ้ายและขวา
ด้านละ ๑ แผ่น โดยวางให้พ้นแท่งยาออกมาประมาณ ๑
เซนติเมตร ทังสองด้าน จากนันให้กลิงแท่งยา เพือให้แผ่น
ท่องคําเปลวติดกับแท่งยา เมือติดกันดีแล้วให้นาํ แผ่นที ๓
ว า ง ไ ว้ ต ร ง ก ล า ง แ ท่ ง ย า จ า ก นั น ใ ห้ ก ลิ ง แ ท่ ง ย า อี ก ค รั ง เ พื อ ใ ห้
แผ่นทองคาํ เปลวติดกับแท่งยา เมือทําเสร็จให้แยกใส่ถาดไว้
อีกถาดหนึง เตรียมนาํ ไปอบ
๘๒
ม ห า นิ ล แ ท่ ง ท อ ง ก ร ร ม วิ ธี ก า ร ผ ลิ ต
ขันตอนที ๗ การอัดเม็ดยา
๑. นํายาออกจากตู้เย็นเทใส่ถาดไว้ จากนันใช้มือบียาให้แตกละเอียด เกลีย
ยาให้ทัวถาด
๒. ใช้เครืองปมยาด้วยมือ (พิมพ์ทองเหลือง) กดลงบนยาให้แน่น
๓. กดยาออกจากเครืองปมยาด้วยมือ (พิมพ์ทองเหลือง) ใช้นิวปาดยาออก
จากเครืองปมยาด้วยมือ (พิมพ์ทองเหลือง) แยกใส่ถาดไว้อีกถาดหนึง
เตรียมนาํ ไปอบ
ขันตอนที ๘ อบไล่ความชืน
๑. อุ่นตู้อบทีอุณหภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซียส
๒. นาํ ถาดยาทังหมด คือ ถาดยาทีปนแท่งปดทองและถาดยาทีอัดเปนเม็ด
เตรียมไว้
๓. เมือตู้อบอุณหภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซียสแล้ว ให้นําถาดยาใส่ตู้อบ
โดยให้วางถาดยาไว้ชันล่างสุดหรือชันทีห่างไฟ อบจนยาแห้งดี
ยามหานิลแท่งทองแบบปนแท่งปดทองคาํ เปลวใช้เวลาอบประมาณ ๖
ชัวโมง และยามหานิลแท่งทองแบบอัดเม็ดใช้เวลาอบประมาณ ๔ ชัวโมง
๔. เมืออบเสร็จให้นํายาออกมาผึงให้เย็นตัวลง จึงนําไปใส่ถุงทีสะอาดหรือ
ภาชนะใส่ยา ปดให้มิดชิด ชังนําหนักยาทีได้ เขียนชือยา วันทีผลิต เพือ
นาํ ไปบรรจุภัณฑ์ต่อไป
สรุปนําหนักยามหานิลแท่งทอง
นาํ หนักตํารับยา ๒,๖๐๐ กรัม
นาํ หนักยาเม็ด ๒,๓๔๐ กรัม
จํานวนยาปนแท่งปดทองคําเปลว ๑๔ แท่ง
๘๓
ส ร ร พ ต้ อ
ตํารับที ๘ ยาสรรพต้อ
๑. ชือยา สรรพต้อ
๒. รูปแบบยา ชนิดแคปซูล (บดเปนผงบรรจุแคปซูล)
๓. ทีมาของตาํ รับยา ตํารายาศิลาจารึกวัดพระเชตุพนวิมล
มังคลาราม ฉบับสมบูรณ์ พ.ศ. ๒๓๗๕
คัมภีร์อภัยสันตา ฝาผนังศาลา ๗ โรงเรียน หน้า ๒๙๖
๔. สรรพคุณ/ข้อบ่งใช้
แก้ลมอันบังเกิดขึนในต้อผักตบ และต้อทังปวงหายดี
นักฯ
สามารถลดแรงดันในลูกตาได้ รักษาต้อทุกชนิด
ยกเว้น ต้อหิน
๕. สูตรตํารับยา ประกอบด้วยเครืองยา ๒๑ สิง กําหนด
นําหนักรวม ๑,๑๔๐ กรัม จัดนําหนักเครืองยาได้ ๕๗
ส่วน ส่วนละ ๒๐ กรัม
๖. วิธีทํา บดเปนผง บรรจุแคปซูล เบอร์ ๑ หนักแคปซูล
ละ ๐.๒๕ กรัม
๗. ข้อควรระวัง/ข้อห้ามใช้ ไม่มี
๘. อาการไม่พึงประสงค์ ไม่มี
๙. ข้อมูลเพิมเติม ไม่มี
๘๔
ส ร ร พ ต้ อ ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย เ ค รื อ ง ย า ๒ ๑ สิ ง
นํา ห นั ก ย า ๕ ๗ ส่ ว น
ส่ ว น ล ะ ๒ ๐ ก รั ม
ร ว ม นํา ห นั ก ย า ๑ , ๑ ๔ ๐ ก รั ม
๑๐. ตาํ รับยาสรรพต้อ ประกอบด้วยเครืองยา ๒๑ สิง
มีรายละเอียดดังนี
๑. โกฐสอ ๒๐ กรัม
๒. โกฐเขมา ๒๐ กรัม
๓. เทียนดํา ๒๐ กรัม
๔. เทียนแดง ๒๐ กรัม
๕. เทียนขาว ๒๐ กรัม
๖. เทียนข้าวเปลือก ๒๐ กรัม
๗. เทียนตาตักแตน ๒๐ กรัม
๘. ลูกกระวาน ๒๐ กรัม
๙. ดอกกานพลู ๒๐ กรัม
๑๐. หัวว่านนํา ๒๐ กรัม
๑๑. รากเจตมูลเพลิงแดง ๒๐ กรัม
๑๒. เหง้าขิงแห้ง ๒๐ กรัม
๑๓. เมล็ดพริกไทย (ขาวและดาํ อย่าง
ละครึง) ๒๐ กรัม
๑๔. หัวดองดึง ๒๐ กรัม
๑๕. หัวแห้วหมู ๒๐ กรัม
๑๖. เปล้าใหญ่ ๒๐ กรัม
๑๗. ลูกสมอไทย ๒๐ กรัม
๑๘. ลูกสมอพิเภก ๒๐ กรัม
๑๙. ลูกสมอเทศ ๒๐ กรัม
๒๐. เปลือกกันเกรา ๓๘๐ กรัม
๒๑. ดอกดีปลี ๓๘๐ กรัม
๘๕
ส ร ร พ ต้ อ ก ร ร ม วิ ธี ก า ร ผ ลิ ต
๑๑. กรรมวิธีการผลิต
วัสดุอุปกรณ์ ดูในหน้า ๑๖
ยาสรรพต้อ มีขันตอนการปรุงยา ตามลําดับดังนี
ขันตอนที ๑ การชัง ตวง วัด นาํ หนักเครืองยาตามตาํ รับยา
ขันตอนที ๒ การอบเครืองยา
ขันตอนที ๓ การบดเครืองยา
ขันตอนที ๔ การร่อนยาและบดยา
ขันตอนที ๕ การบรรจุแคปซูล
ขันตอนที ๑ ชัง ตวง วัด นําหนักเครืองยาตามตาํ รับยา
เครืองยาทีนาํ มาใช้ชัง ตวง วัด นัน ต้องเปนเครืองยาทีผ่านการคัดตัว
ยา และ อบในครังแรกเสียก่อน โดยชังนาํ หนักเครืองยาแต่ละสิงเปนก
รัม แล้วให้แยกใส่ภาชนะหรือถุงไว้ถุงละ ๑ สิง
๘๖
ส ร ร พ ต้ อ ก ร ร ม วิ ธี ก า ร ผ ลิ ต
ขันตอนที ๒ การอบเครืองยา
๑. อุ่นตู้อบทีอุณหภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซียส
๒. จัดเรียงเครืองยาใส่ถาดเพือเตรียมอบ โดยแยกตามลักษณะของเครืองย
จัดเรียงไว้ในถาดเดียวกัน สามารถแยกออกเปน ๒ ถาด
ถาดที ๑ จัดเรียง เปลือกกันเกรา ลูกสมอเทศ ลูกสมอพิเภก เปล้าใหญ่ โกฐเขมา เหง้าขิง
แห้ง หัวดองดึง หัวว่านนํา โกฐสอ ดอกดีปลี ลูกสมอไทย หัวแห้วหมู รากเจตมูลเพลิง ผลก
ระวาน ดอกกานพลู เมล็ดพริกไทย จากนันเขย่าถาดเบาๆ ให้เครืองยากระจายไปทัวๆ ถาด
ถาดที ๒ จัดเรียง เทียนดาํ เทียนแดง เทียนขาว เทียนข้าวเปลือก เทียนตาตักแตน จาก
นันเขย่าถาดเบาๆ ให้เครืองยากระจายไปทัวๆ ถาด
๓. เมือตู้อบอุณหภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซียสแล้ว ให้นาํ ถาดเครืองยาทังหมด
เรียงใส่ตู้อบ สําหรับตู้อบทีใช้ครังนีไฟอยู่ข้างบนจึงเรียงถาดจากชันบน
ลงล่าง โดยเริมต้น เรียงถาดที ๑ ไว้ชันบนสุด เรียงถาดที ๒
ไว้ชันถัดลงมา จากนันจึงเริมจับเวลา ใช้เวลาอบประมาณ ๑ ชัวโมง
๔. เมือครบเวลาอบแล้ว ให้นาํ ถาดเครืองยาทังหมดออกจากตู้อบ พร้อม
บดในขันตอนต่อไป
หมายเหตุ การอบครังนีเพือฆ่าเชือโรคและต้องการกระตุ้นไล่ความชืนอีกครังก่อนนาํ เครืองยาไปบด
๘๗
ส ร ร พ ต้ อ ก ร ร ม วิ ธี ก า ร ผ ลิ ต
ขันตอนที ๓ การบดเครืองยา
๑. ยกขากวาดนอกเครืองบดยาขึน
๒. แยก เนือสมอไทย โกฐเชียง ดอกดีปลี ออกมาก่อน ปล่อยให้คายความ
ร้อนสักครู่ หรือรอจนกว่าจะกรอบ ค่อยนําไปบด ห้ามบดเครืองยาขณะที
ยังมีความเหนียวอยู่ จะทาํ ให้ยาเกาะกันเปนก้อนและบดยากขึน
๓. ใส่เครืองยาลงเครืองบด
๓.๑. เริมจากถาดที ๑ โดยให้ทยอยใส่แล้วบด ดังนี
๓.๑.๑. ใส่เปลือกกันเกรา ลูกสมอเทศ ลูกสมอพิเภก เปล้าใหญ่
ลงบด เปดเครือง บดจนเครืองยาแตกเปนชินเล็กๆ
๓.๑.๒. ใส่โกฐเขมา เหง้าขิงแห้ง หัวดองดึง หัวว่านนํา โกฐสอ
เปดเครืองแล้วบดต่อจนเครืองยาแตกเปนชินเล็กๆ
๓.๑.๓. ใส่ดอกดีปลี ลูกสมอไทย หัวแห้วหมู รากเจตมูลเพลิง
ผลกระวาน ดอกกานพลู เมล็ดพริกไทย เปดเครืองแล้วบดต่อ
จนเครืองยาแตกเปนชินเล็กๆ แล้วปดเครือง
๓.๑.๔. ปรับขากวาดนอกทียกขึนในตอนแรกลงเพือกวาดยา
จากนันเปดเครืองบดยาต่อ ใช้เวลาบดยาประมาณ ๔๕ นาที
ห รื อ ใ ห้ สั ง เ ก ต ว่ า สี ย า เ ริ ม เ ป ลี ย น เ ป น สี เ ข้ ม ขึ น ใ ห้ ป ด เ ค รื อ ง
๓.๒. ใส่เครืองยาถาดที ๒ โดยให้ทยอยใส่แล้วบด ดังนี
๓.๒.๑. ใส่เทียนทังหมดลงไป ได้แก่ เทียนดํา เทียนแดง
เทียนขาว เทียนข้าวเปลือก เทียนตาตักแตน เปดเครือง
แล้วบดต่อใช้เวลาประมาณ ๑๐ นาที แล้วปดเครือง
ตั ก ผ ง ย า ใ ส่ ภ า ช น ะ ส ะ อ า ด เ พื อ นํา ไ ป ร่ อ น ใ น ขั น ต อ น ต่ อ ไ ป
๘๘
ส ร ร พ ต้ อ ก ร ร ม วิ ธี ก า ร ผ ลิ ต
ขันตอนที ๔ การร่อนยาและบดยา
ดูขันตอนการร่อนยาและบดยา
ในหน้า ๒๓-๒๔
หมายเหตุ กากยาทีเหลือจากการบด
มากกว่า ๕% แต่ปริมาณน้อย ไม่
เหมาะทีจะใช้เครืองบดใหญ่ ให้ใช้
เ ค รื อ ง ป น ค ว า ม เ ร็ ว สู ง สํา ห รั บ บ ด ย า
และร่อนด้วยตะแกรงตาถีสําหรับร่อน
ยา การบดกากยาด้วยเครืองปน
ความเร็วสูงนัน ระหว่างทีบดให้เขย่า
และหมุนเครืองบดไปด้วย เพือให้กาก
ยาถูกบดอย่างทัวถึงกัน และใช้เวลาบด
ในแต่ละครังประมาณ ๕–๑๕ วินาที
เ พื อ ห ลี ก เ ลี ย ง อุ ณ ห ภู มิ ที สู ง ข อ ง เ ค รื อ ง
ปนขณะบด
สรุปนาํ หนักยาสรรพต้อ
นําหนักตํารับยา ๑,๑๔๐ กรัม
นาํ หนักผงยาทีร่อนได้ ๑,๐๖๗ กรัม
นําหนักกากยา ๒๓ กรัม
นาํ หนักยาสูญเสีย ๕๐ กรัม
ขันตอนที ๕ การบรรจุแคปซูล
วิธีการบรรจุแคปซูล ดูในหน้า ๒๕-๒๘
ยาสรรพต้อ นําหนักยาสุทธิ ๑,๐๖๗ กรัม
ใช้เครืองอัดแคปซูลครังละ ๓๐๐ แคปซูล
จาํ นวน ๑๐ ครัง ได้ทังหมด ๓,๐๐๐
แคปซูล ผงยาเหลือ ๐ กรัม
๘๙
ป ร ะ ส ะ เ ป ร า ะ ใ ห ญ่
ตาํ รับที ๙ ยาประสะเปราะใหญ่
๑. ชือยา ประสะเปราะใหญ่
๒. รูปแบบยา ชนิดแคปซูล ชนิดเม็ด ชนิดผง
๓. ทีมาของตาํ รับยา -
๔. สรรพคุณ/ข้อบ่งใช้ ถอนพิษไข้ตานซาง สําหรับเด็ก
ละลายนําดอกไม้เทศหรือนําสุกรับประทาน หรือ
ผสมนําสุรา สุมกระหม่อม
๕. สูตรตาํ รับยา ประกอบด้วยเครืองยา ๒๑ สิง กําหนดนําหนักรวม
๑,๒๐๐ กรัม จัดนําหนักเครืองยาได้ ๔๐ ส่วน ส่วนละ ๓๐ กรัม
๖. วิธีทํา บดเปนผง บรรจุแคปซูล เบอร์ ๑ หนักแคปซูลละ ๐.๒๕ กรัม
(ใช้เครืองยาสมุนไพรแห้งทังหมด)
๗. วิธีใช้ (ยาหลักฯ) กินทุก ๓ – ๔ ชัวโมง เมือมีอาการ
ชนิดผงและชนิดเม็ด (แบบอัดเปยก): เด็กอายุ
๑ – ๕ ป กินครังละ ๐.๕ – ๑ กรัม ละลายนาํ กระสาย
ชนิดเม็ดและแคปซูล: เด็กอายุ ๖ – ๑๒ ป กินครังละ ๑ กรัม
วิธีใช้ (ยาสามัญฯ) กินทุก ๓ – ๔ ชัวโมง เมือมีอาการ
ชนิดผง: ผู้ใหญ่กินครังละ ครึง - ๑ ช้อนชา
๘. ข้อควรระวัง/ข้อห้ามใช้
ควรระวังการกินยาร่วมกับยาในกลุ่มสารกันเลือดเปนลิม
(ANTICOAGULANT) และยาต้านการจับตัวของเกล็ดเลือด
(ANTIPLATELETS)
ไม่แนะนําให้ใช้ในผู้ทีสงสัยว่าเปนไข้เลือดออก เนืองจากอาจบดบัง
อาการไข้เลือดออก
หากใช้ยาเปนเวลานานเกิน ๓ วัน แล้วอาการไม่ดีขึน ควรปรึกษา
แพทย์
๙. อาการไม่พึงประสงค์ ไม่มี
๑๐. ข้อมูลเพิมเติม ไม่มี
๙๐
ป ร ะ ส ะ เ ป ร า ะ ใ ห ญ่ เ ค รื อ ง ย า ๒ ๑ สิ ง
นาํ ห นั ก ย า ๔ ๐ ส่ ว น
ส่ ว น ล ะ ๓ ๐ ก รั ม
ร ว ม นาํ ห นั ก ย า
๑ , ๒ ๐ ๐ ก รั ม
๑๐. ตํารับยาประสะเปราะใหญ่ ประกอบด้วยเครืองยา ๒๑ สิง
มีรายละเอียดดังนี
๑. โกฐเชียง ๓๐ กรัม
๒. โกฐสอ ๓๐ กรัม
๓. โกฐหัวบัว ๓๐ กรัม
๔. โกฐเขมา ๓๐ กรัม
๕. โกฐจุฬาลัมพา ๓๐ กรัม
๖. เทียนดาํ ๓๐ กรัม
๗. เทียนแดง ๓๐ กรัม
๘. เทียนขาว ๓๐ กรัม
๙. เทียนข้าวเปลือก ๓๐ กรัม
๑๐. เทียนตาตักแตน ๓๐ กรัม
๑๑. ลูกจันทน์ ๓๐ กรัม
๑๒. ดอกจันทน์ ๓๐ กรัม
๑๓. ลูกกระวาน ๓๐ กรัม
๑๔. ดอกกานพลู ๓๐ กรัม
๑๕. แก่นจันทน์เทศ ๓๐ กรัม
๑๖. แก่นจันทน์แดง ๓๐ กรัม
๑๗. ดอกพิกุล ๓๐ กรัม
๑๘. ดอกบุนนาค ๓๐ กรัม
๑๙. ดอกสารภี ๓๐ กรัม
๒๐. เกสรบัวหลวง ๓๐ กรัม
๒๑. หัวเปราะหอม ๖๐๐ กรัม
๙๑
ป ร ะ ส ะ เ ป ร า ะ ใ ห ญ่
๑๑. กรรมวิธีการผลิต
วัสดุอุปกรณ์สําหรับปรุงยาชนิดผง ดูในหน้า ๑๖
ยาประสะเปราะใหญ่ มีขันตอนการปรุงยา ตามลําดับดังนี
ขันตอนที ๑ การชัง ตวง วัด นาํ หนักเครืองยาตามตาํ รับยา
ขันตอนที ๒ การอบเครืองยา
ขันตอนที ๓ การบดเครืองยา
ขันตอนที ๔ การร่อนยาและบดยา
ขันตอนที ๕ การบรรจุแคปซูล
ขันตอนที ๑ ชัง ตวง วัด นําหนักเครืองยาตามตาํ รับยา
นําเครืองยาทีอบฆ่าเชือโรคทีเตรียมไว้แล้วมาชังนําหนักตามตาํ รับยา
ข้างต้น โดยให้ชังนําหนักเครืองยาแต่ละสิงเปนกรัม
แล้วให้แยกใส่ถุงไว้ ถุงละ ๑ สิง
๙๒
ป ร ะ ส ะ เ ป ร า ะ ใ ห ญ่
ขันตอนที ๒ การอบเครืองยา
การอบเครืองยาในครังนีเปนการอบเครืองยาครังที ๒ จุดประสงค์เพือกระตุ้น
ให้ตัวยากรอบเปราะและบดได้ง่าย มีวิธีการทํา ดังนี
๑. อุ่นตู้อบทีอุณหภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซียส
๒. จัดเรียงเครืองยาใส่ถาดเพือเตรียมอบ โดยแยกตามลักษณะของเครืองยา
จัดเรียงไว้ในถาดเดียวกัน สามารถแยกออกเปน ๒ ถาด
ถาดที ๑ จัดเรียง แก่นจันทน์แดง แก่นจันทน์เทศ โกฐเชียง โกฐสอ โกฐหัวบัว โกฐเขมา
ลูกกระวาน หัวเปราะหอม ดอกพิกุล ดอกบุนนาค ดอกสารภี เกสรบัวหลวง โกฐจุฬาลัมพา
ดอกกานพลู ลูกจันทน์ ดอกจันทน์ (ลูกจันทน์ให้วางไว้บนเกสรบัวหลวง และ ดอกจันทน์
ให้วางไว้บนโกฐจุฬาลัมพา ให้ช่วยซับนํามันหอมระเหยไว้) จากนันเขย่าถาดเบาๆ ให้เครืองยา
กระจายไปทัวๆ ถาด
ถาดที ๒ จัดเรียง เทียนดาํ เทียนแดง เทียนขาว เทียนข้าวเปลือก เทียนตาตักแตน
จากนันเขย่าถาดเบาๆ ให้เครืองยากระจายไปทัวๆ ถาด
๓. เมือตู้อบอุณหภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซียสแล้ว ให้นําถาดเครืองยาทังหมด
เรียงใส่ตู้อบ สําหรับตู้อบทีใช้ครังนีไฟอยู่ข้างบนจึงเรียงถาดจากชันบน
ลงล่าง โดยเริมต้น เรียงถาดที ๑ ไว้ชันบนสุด เรียงถาดที ๒ ไว้ชันถัด
ลงมา จากนันจึงเริมจับเวลาอบประมาณ ๑ ชัวโมง
๔. เมือครบเวลาอบแล้ว ให้นําถาดเครืองยาทังหมดออกจากตู้อบ พร้อม
บดในขันตอนต่อไป
๙๓
ป ร ะ ส ะ เ ป ร า ะ ใ ห ญ่
ขันตอนที ๓ การบดเครืองยา
๑. ก่อนบดยาให้ปรับขากวาดนอกเครืองบดยาขึน
๒. แยก โกฐเชียง ออกมาพักให้คายความร้อนสักครู่ หรือรอจนกว่า
จะกรอบค่อยนาํ ไปบด ห้ามบดเครืองยานีขณะทียังมีความเหนียวอยู่
จะทําให้ยาเกาะกันเปนก้อนและบดยากขึน
๓. ใส่เครืองยาลงเครืองบด
๓.๑. เริมจากถาดที ๑ โดยให้ทยอยใส่เครืองยาตามลําดับดังนี
• แก่นจันทน์แดง
• แก่นจันทน์เทศ
• โกฐเชียง โกฐสอ โกฐหัวบัว โกฐเขมา ลงเครืองบดพร้อมกัน
• ใส่ลูกกระวาน
• ใส่หัวเปราะหอม
• ใส่ดอกพิกุล ดอกบุนนาค ดอกสารภี เกสรบัวหลวง โกฐจุฬาลัมพา
ลงเครืองบดพร้อมกัน
• ใส่ดอกกานพลู
• ลูกจันทน์ และดอกจันทน์ให้เก็บไว้ใส่รวมกับเครืองยาถาดที ๒
โ ด ย ใ ส่ สุ ด ท้ า ย
๓.๒. ใส่เครืองยาถาดที ๒ โดยให้ทยอยใส่เครืองยา
ตามลาํ ดับ ดังนี
• ใส่เทียนดาํ เทียนแดง เทียนขาว เทียนข้าวเปลือก
เทียนตาตักแตน ลงเครืองบดพร้อมกัน เครืองยากลุ่มเทียนนีมี
นาํ มันให้เปดเครืองแล้วบดต่อใช้เวลาประมาณ ๔๕ วินาที
แล้วปดเครือง ปรับขากวาดนอกทียกขึนในตอนแรกลงเพือช่วย
กวาดยา
• ใส่ลูกจันทน์ และดอกจันทน์ ในถาดที ๑ ลงเครืองบด
เปดเครืองแล้วบดต่อใช้เวลาไม่นานมากนัก
๒. เมือใส่เครืองยาครบ ๒ ถาดแล้ว ให้สังเกตว่าสียาเริมเปลียนเปนสีเข้มขึน
ให้ปดเครือง ตักผงยาใส่ภาชนะสะอาด เพือนําไปร่อนในขันตอนต่อไป
๙๔
ป ร ะ ส ะ เ ป ร า ะ ใ ห ญ่
ขันตอนที ๔ การร่อนยาและบดยา สรุปนาํ หนักยาประสะเปราะใหญ่
ดูขันตอนการร่อนยาและบดยา นาํ หนักตํารับยา ๑,๒๐๐ กรัม
ในหน้า ๒๓-๒๔
นาํ หนักผงยาทีร่อนได้ ๑,๑๔๗ กรัม
หมายเหตุ กากยาทีเหลือจากการบด นําหนักกากยา ๓๕ กรัม
มากกว่า ๕% แต่ปริมาณน้อย
ไม่เหมาะทีจะใช้เครืองบดใหญ่ ให้ใช้ นําหนักยาสูญเสีย ๑๘ กรัม
เ ค รื อ ง ป น ค ว า ม เ ร็ ว สู ง สํา ห รั บ บ ด ย า
และร่อนด้วยตะแกรงตาถีสําหรับ
ร่อนยา การบดกากยาด้วยเครืองปน
ความเร็วสูงนัน ระหว่างทีบดให้เขย่า
และหมุนเครืองบดไปด้วย เพือให้กาก
ยาถูกบดอย่างทัวถึงกัน และใช้เวลา
บดในแต่ละครังประมาณ ๕–๑๕
วินาที เพือหลีกเลียงอุณหภูมิทีสูงของ
เครืองปนขณะบด
ขันตอนที ๕ การบรรจุแคปซูล
วิธีการบรรจุแคปซูล ดูในหน้า ๒๕-๒๘
ยาประสะเปราะใหญ่
นาํ หนักยาสุทธิ ๑,๑๔๗ กรัม
บรรจุผงยาใส่แคปซูลขนาด ๒๕๐ มล.
บรรจุแคปซูลได้ ๑๓ ครัง
ได้ทังหมด ๓,๙๐๐ แคปซูล
ผงยาเหลือ ๖๔ กรัม
นาํ ยาแคปซูลทีบรรจุเสร็จใส่ถุงสะอาดไว้ บันทึกชือยา จํานวนแคปซูล
วันทีผลิต นําไปจัดเก็บเพือนาํ ไปใช้ต่อไป ส่วนผงยาทีเหลือ บันทึกชือยา
วันทีผลิต จํานวนผงยาทีเหลือ นําไปจัดเก็บเพือนาํ ไปใช้ต่อไป
๙๕
ต รี ว า สั ง ข์
ตํารับที ๑๐ ตรีวาสังข์
๑. ชือยา ตรีวาสังข์
๒. รูปแบบยา ชนิดผง
๓. ทีมาของตํารับยา ตําราแพทย์ศาสตร์สงเคราะห์
คัมภีร์โรคนิทาน หน้า ๕๗๖
๔. สรรพคุณ/ข้อบ่งใช้
แก้ปถวีธาตุ ๒ ประการ คือ สมองกระดูก ม้าม พิการ
บดเปนผงละลายนาํ ผึง
๕. สูตรตํารับยา ประกอบด้วยเครืองยา ๒๑ สิง
กาํ หนดนําหนักรวม ๑,๐๔๐ กรัม จัดนาํ หนักเครืองยา
ได้ ๒๖ ส่วน ส่วนละ ๔๐ กรัม
๖. วิธีทํา บดเปนผง (ใช้เครืองยาสมุนไพรแห้งทังหมด)
๗. ข้อควรระวัง/ข้อห้ามใช้ ไม่มี
๘. อาการไม่พึงประสงค์ ไม่มี
๙. ข้อมูลเพิมเติม ไม่มี
๙๖
ต รี ว า สั ง ข์ ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย เ ค รื อ ง ย า ๒ ๑ สิ ง
นาํ ห นั ก ย า ๒ ๖ ส่ ว น
ส่ ว น ล ะ ๔ ๐ ก รั ม
ร ว ม นํา ห นั ก ย า ๑ , ๐ ๔ ๐ ก รั ม
๑๐. ตาํ รับยาตรีวาสังข์ ประกอบด้วยเครืองยา ๒๑ สิง
มีรายละเอียดดังนี
๑. หัวกระเทียม ๔๐ กรัม
๒. ใบคนทีสอ ๔๐ กรัม
๓. ใบสะเดา ๔๐ กรัม
๔. เปลือกต้นตีนเปด ๔๐ กรัม
๕. ดอกดีปลี ๘๐ กรัม
๖. รากช้าพลู ๔๐ กรัม
๗. เถาสะค้าน ๔๐ กรัม
๘. รากเจตมูลเพลิงแดง ๔๐ กรัม
๙. เหง้าขิงแห้ง ๘๐ กรัม
๑๐. ลูกสมอไทย ๔๐ กรัม
๑๑. ลูกสมอเทศ ๔๐ กรัม
๑๒. ลูกสมอพิเภก ๔๐ กรัม
๑๓. แก่นจันทน์แดง ๔๐ กรัม
๑๔. แก่นจันทน์ขาว ๔๐ กรัม
๑๕. ลูกจันทน์ ๔๐ กรัม
๑๖. ดอกจันทน์ ๔๐ กรัม
๑๗. ลูกกระวาน ๔๐ กรัม
๑๘. ดอกกานพลู ๔๐ กรัม
๑๙. เมล็ดพริกไทย (ขาวและดาํ อย่างละครึง) ๔๐ กรัม
๒๐. เปลือกกันเกรา ๘๐ กรัม
๒๑. เปลือกสมุลแว้ง ๑๒๐ กรัม
๙3๗3