โครงการจัดเกบ็ ขอมลู ทางดา นศลิ ปวฒั นธรรม
และภมู ปิ ญญาทอ งถิ่น
ปง บประมาณ ๒๕๖๕
สำนกั ศลิ ปะและวฒั นธรรม
มหาวิทยาลยั ราชภัฏเพชรบรู ณ
คำนำ
เอกสารองคค์ วามรู้ “โครงการจัดเกบ็ ข้อมลู ทางด้านศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถน่ิ ” เปน็ ข้อมูล
ที่ทีมงานสำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ ได้จัดทำขึ้นจากการลงพื้นที่ภาคสนาม
เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลองค์ความรู้เก่ียวกับวัฒนธรรมท้องถิน่ ของจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้แก่ เรื่อง เพลงฉ่อยบ้าน
สะเดียง ทอดมันหัวปลีบ้านสะเดียง กำแพงเมืองเก่า เมืองเพชรบูรณ์ ประเพณีการสวมใส่ตะลอมพอก พลวัต:
แห่ปราสาทผึ้งบ้านท่ากกแก ตำบลตาลเดี่ยว อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ประเพณีแห่กวางคำงานบุญ
ออกพรรษา บา้ นวงั ร่อง ตำบลหว้ ยไร่ อำเภอหลม่ สัก จงั หวดั เพชรบรู ณ์ พธิ ีเลย้ี งเจ้าปู่เจา้ ย่า บ้านปา่ แดง ตำบล
ป่าเลา อำเภอเมืองเพชรบรู ณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์ ประเพณีแห่ดอกไม้ วัดท่ากกแก ตำบลตาลเดีย่ ว อำเภอหล่ม
สัก จงั หวดั เพชรบรู ณ์ ประเพณีบุญข้าวจี่ วัดทา่ กกแก ตำบลตาลเด่ียว อำเภอหล่มสัก จงั หวัดเพชรบรู ณ์ เพ่ือให้
เยาวชนและประชาชนรุ่นหลงั ไดร้ ับรู้ถงึ เร่อื งราวทเ่ี กดิ ขึน้ ในอดีตและปจั จบุ นั
ทั้งนี้ สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ คณะผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่า
เอกสารเล่มนี้จะเป็นประโยชน์กับผู้ที่สนใจทั้งหลาย นำองค์ความรู้นี้ไปเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจและ
เล็งเห็นถึงคณุ คา่ ของร่องรอบทางวฒั นธรรมที่คนในอดีตได้สร้างไว้ต่อไป
สำนักศลิ ปะและวัฒนธรรม
มหาวทิ ยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์
สารบัญ หนา้
เร่ือง ๑
องค์ความรู้ทางวัฒนธรรม ๑
เรื่อง เพลงฉ่อยบา้ นสะเดยี ง ๑
๑
วัตถปุ ระสงค์ ๑
ขอบเขต ๑
เป้าหมาย ๓
ประโยชนท์ ่ีคาดวา่ จะไดร้ บั ๒๑
ความสำคัญและท่ีมา ๒๑
เพลงฉ่อยบ้านสะเดยี ง ๒๑
บทสรปุ ๒๒
แนวทางการนำไปปฏบิ ัตใิ ช้ ๒๓
ขอ้ เสนอแนะ ๓๙
บรรณานกุ รม ๓๙
ภาคผนวก รายละเอยี ดรายวิชา (มคอ. ๓) ทีใ่ ชบ้ ูรณาการ ๓๙
เร่ือง “ตะลอมพอก” ภูมิปัญญาทอ้ งถิน่ ในประเพณกี ารบวชนาคของชาวเพชรบรู ณ์ ๓๙
วตั ถปุ ระสงค์ ๓๙
ขอบเขต ๔๐
เปา้ หมาย ๔๐
ประโยชน์ที่คาดวา่ จะได้รับ ๔๑
บทนำ ๔๒
ทม่ี าของประเพณีบวชนาค ๕๒
ประเพณีการใสต่ ะลอมพอกในพิธีงานบวช ๕๒
ตะลอมพอกของชาวเพชรบรู ณ์ ๕๒
ความสำคญั ของการสวมใส่ตะลอมพอก ๕๓
สรุป ๕๔
แนวทางการนำไปปฏบิ ตั ิใช้ ๕๕
ข้อเสนอแนะ
บรรณานกุ รม
ภาคผนวก รายละเอยี ดรายวิชา (มคอ. ๓) ทใี่ ชบ้ ูรณาการ
สารบัญ (ตอ่ ) หนา้
เรื่อง ๖๖
องคค์ วามรู้ทางวัฒนธรรม ๖๖
เรื่อง พลวตั : แหป่ ราสาทผึ้งบา้ นท่ากกแก ๖๖
๖๖
วัตถปุ ระสงค์ ๖๖
ขอบเขต ๖๗
เป้าหมาย ๖๘
ประโยชนท์ ี่คาดว่าจะได้รับ ๗๙
พลวัต: แห่ปราสาทผ้ึงบา้ นท่ากกแก ตำบลตาลเด่ียว อำเภอหลม่ สกั จงั หวดั เพชรบูรณ์ ๑๒๕
ประเพณีแหป่ ราสาทผ้ึงในช่วงกอ่ น พ.ศ. ๒๕๕๐ ๑๒๕
ประเพณีแหป่ ราสาทผงึ้ ในชว่ งแหง่ การฟืน้ ฟู (พ.ศ. ๒๕๕๐ - ๒๕๕๖) ๑๒๖
แนวทางการนำไปปฏิบัตใิ ช้ ๑๒๗
ขอ้ เสนอแนะ ๑๓๘
บรรณานกุ รม ๑๓๘
ภาคผนวก รายละเอยี ดรายวิชา (มคอ. ๓) ทีใ่ ช้บรู ณาการ ๑๓๘
เรอื่ ง ประเพณแี ห่ดอกไม้ ๑๓๘
วตั ถปุ ระสงค์ ๑๓๘
ขอบเขต ๑๓๙
เป้าหมาย ๑๔๓
ประโยชน์ท่ีคาดว่าจะได้รบั ๑๔๓
ประเพณีแห่ดอกไม้ วดั ทา่ กกแก ตำบลตาลเดยี่ ว อำเภอหล่มสัก จังหวดั เพชรบูรณ์ ๑๔๔
แนวทางการนำไปปฏบิ ัติใช้ ๑๔๕
ข้อเสนอแนะ ๑๕๗
บรรณานุกรม ๑๕๗
ภาคผนวก รายละเอยี ดรายวิชา (มคอ. ๓) ทใ่ี ชบ้ รู ณาการ ๑๕๗
เรื่อง ประเพณีบุญข้าวจ่ี ๑๕๗
วัตถปุ ระสงค์ ๑๕๗
ขอบเขต ๑๕๘
เป้าหมาย
ประโยชนท์ ี่คาดว่าจะได้รบั
ประวัติความเปน็ มาประเพณีบุญข้าวจี่
สารบัญ (ต่อ)
เรือ่ ง หนา้
องค์ความรู้ทางวัฒนธรรม
เรื่อง ประเพณบี ุญขา้ วจี่
การทำข้าวจ่ี ๑๕๘
แนวทางการนำไปปฏบิ ตั ใิ ช้ ๑๖๔
ขอ้ เสนอแนะ ๑๖๔
บรรณานุกรม ๑๖๕
ภาคผนวก รายละเอยี ดรายวิชา (มคอ. ๓) ทใี่ ช้บรู ณาการ ๑๖๖
เรอื่ ง พิธีกรรมเล้ียงปเี จ้าปู่เจ้ายา่ ๑๗๘
วตั ถุประสงค์ ๑๗๘
ขอบเขต ๑๗๘
เปา้ หมาย ๑๗๘
ประโยชน์ท่ีคาดว่าจะไดร้ บั ๑๗๘
พธิ กี รรมเลี้ยงปเี จ้าปู่เจา้ ย่า บา้ นป่าแดง ตำบลปา่ เลา อำเภอเมืองเพชรบรู ณ์ จงั หวัดเพชรบูรณ์ ๑๗๙
มลู เหตแุ หง่ การประกอบพธิ กี รรมเลี้ยงเจ้าปเู่ จ้ายา่ ๑๘๒
การสืบทอดพธิ กี รรมการเลย้ี งเจา้ ปเู่ จ้าย่า ๑๘๓
ร่างทรงและการสืบทอด ๑๘๓
พิธกี รรมเลีย้ งเจา้ ป่เู จ้าย่ามคี วามสำคญั ยังไงกับชุมชน ๑๘๔
ความเช่อื และความศรัทธาที่มีต่อเจา้ ปเู่ จ้ายา่ และทำไมต้องมกี ารเล้ยี งผีเจ้าปเู่ จา้ ยา่ ๑๘๕
เครอ่ื งเซ่นไหว้ อาหารและของเซ่นไหวต้ ่าง ๆ ทใี่ ช้ในการประกอบพธิ กี รรม ๑๘๖
การจัดเตรียมสถานท่ี ๑๘๘
เครื่องแต่งกายของร่างทรง ๑๘๘
การเตรียมงานอปุ กรณ์ต่าง ๆ ๑๘๙
แนวทางการนำไปปฏบิ ัติใช้ ๒๐๐
ข้อเสนอแนะ ๒๐๑
บรรณานุกรม ๒๐๒
ภาคผนวก รายละเอียดรายวิชา (มคอ. ๓) ทีใ่ ชบ้ ูรณาการ ๒๐๓
เร่อื ง ทอดมนั หัวปลี ๒๑๘
วตั ถปุ ระสงค์ ๒๑๘
ขอบเขต ๒๑๘
สารบัญ (ตอ่ ) หน้า
เรื่อง ๒๑๘
องคค์ วามรู้ทางวัฒนธรรม ๒๑๘
เรอื่ ง ทอดมนั หัวปลี ๒๑๘
๒๒๐
เป้าหมาย ๒๒๑
ประโยชน์ท่ีคาดวา่ จะได้รับ ๒๒๓
ความสำคัญและท่มี า ๒๒๓
เครอ่ื งปรงุ ๒๒๓
วิธที ำ ๒๒๓
เคลด็ ลบั การทำทอดมนั หัวปลี ๒๒๔
บทสรปุ ๒๒๕
แนวทางการนำไปปฏบิ ตั ใิ ช้ ๒๓๕
ขอ้ เสนอแนะ ๒๓๕
บรรณานกุ รม ๒๓๕
ภาคผนวก รายละเอียดรายวิชา (มคอ. ๓) ท่ใี ชบ้ ูรณาการ ๒๓๕
เรอื่ ง กำแพงเมืองเก่าเพชรบูรณ์ ๒๓๕
วัตถุประสงค์ ๒๓๕
ขอบเขต ๒๔๒
เป้าหมาย ๒๔๒
ประโยชน์ท่ีคาดว่าจะไดร้ บั ๒๔๓
ความสำคัญและทม่ี า ๒๔๔
แนวทางการนำไปปฏบิ ตั ิใช้ ๒๕๔
ข้อเสนอแนะ ๒๕๔
บรรณานุกรม ๒๕๔
ภาคผนวก รายละเอยี ดรายวิชา (มคอ. ๓) ทใี่ ช้บูรณาการ ๒๕๔
เรื่อง ประเพณีแหก่ วางคำ งานบุญออกพรรษา ๒๕๔
วัตถปุ ระสงค์ ๒๕๕
ขอบเขต
เปา้ หมาย
ประโยชน์ที่คาดวา่ จะได้รบั
บทนำ
สารบัญ (ตอ่ ) หนา้
เรื่อง ๒๕๙
องคค์ วามรู้ทางวัฒนธรรม ๒๕๙
เรื่อง ประเพณีแห่กวางคำ งานบุญออกพรรษา ๒๖๑
๒๖๗
ประเพณีแห่กวางคำงานบุญออกพรรษา ๒๗๖
ความเปน็ มา ๒๗๖
การเตรียมงาน ๒๗๖
วนั งาน ๒๗๙
แนวทางการนำไปปฏิบัตใิ ช้
ขอ้ เสนอแนะ
บรรณานุกรม
ภาคผนวก รายละเอยี ดรายวิชา (มคอ. ๓) ทใ่ี ช้บรู ณาการ
องค์ความรู้ทางวัฒนธรรม
เร่ือง เพลงฉ่อยบา้ นสะเดียง
วตั ถปุ ระสงค์
๑. เพ่อื เปน็ การเสาะแสวงหา รวบรวม จัดเกบ็ ความรู้ท่มี ีอยู่ในตวั บคุ คลทีเ่ ชยี่ วชาญในดา้ นการรอ้ ง
เพลงฉ่อย
๒. เพื่อจัดทำเป็นเล่มองค์ความรู้สำหรับเผยแพรใ่ หแ้ กเ่ ยาวชนและผูท้ ่ใี หค้ วามสนใจศึกษาเรยี นรู้
ขอบเขต
ศกึ ษาประวตั ิศาสตร์ความเป็นมาและรปู แบบการขบั ร้องเพลงฉอ่ ยบา้ นสะเดยี ง
เปา้ หมาย
จัดเกบ็ ข้อมูลทางด้านวัฒนธรรมเร่อื งเพลงฉ่อยบ้านสะเดียง เพอื่ การประยุกต์ใช้งานให้เป็นระบบ
ประโยชนท์ ่คี าดวา่ จะไดร้ ับ
๑. ได้ขอ้ มลู ทางดา้ นวฒั นธรรมเรือ่ งเพลงฉ่อยบา้ นสะเดียงที่เป็นระบบ
๒. ได้สืบสานและอนรุ กั ษม์ รดกทางวฒั นธรรมการร้องเพลงฉ่อยบ้านสะเดยี งและนำองค์ความรูท้ ไี่ ด้ไป
เผยแพร่ส่ชู ุมชนบ้านสะเดียง
๓. ไดอ้ งค์ความรสู้ ำหรับนำไปบรู ณาการกับการเรยี นการสอน
ความสำคญั และท่ีมา
ฉ่อย เป็นเพลงพื้นเมืองที่มีการแสดงท่าทาง และการร้องคล้ายกับลำตัด โดยมีผู้แสดงประกอบด้วย
ฝ่ายชายและฝ่ายหญิง ฝ่ายละประมาณ ๒ - ๓ คน ในขณะที่พ่อเพลงแม่เพลงร้องโต้ตอบกนั ผูเ้ ล่นคนอื่น ๆ จะ
ทำหน้าที่เป็นลูกคู่ เนื้อหาที่ร้องส่วนใหญ่มที ั้งเรื่อง ทางโลก ทางธรรม ชิงชู้ และมักจะมีถ้อยคำที่มีความหมาย
สองแง่สองง่าม การแสดงเพลงฉ่อยจะไม่มีเครื่องดนตรีประกอบจังหวะ แต่จะใช้การตบมือเป็นจังหวะแทน
และส่ิงที่เป็นเอกลักษณ์ของเพลงฉ่อยคือ ลูกคู่จะร้องรับด้วยคำว่า “เอ่ ชา เอ้ชา ชา ชาชาชา หน่อยแม่”
ตวั อย่างเชน่ (แมเ่ พลง) “เอ่ง เงอ เงย… เรากันหนาเรามาพากันหนี กไ็ ปมง่ั ไปมมี ีถมไป เรารกั กันหนอมาข้ึนหอ
ลงโรง กศุ ลไม่ส่งละมันกต็ ้องฉิบหาย เอาพระสงฆ์มาเป็นองค์ประธาน สวดเจ็ดตำนานพระก็เหน่ือยแทบตาย พ่ี
มารกั นอ้ งคำหนึ่งก็พาสองคำก็พา ของฉันไม่ไดร้ าคาสองไพ ของฉันราคานะเปน็ หม่ืนหนอเป็นแสน ของฉนั ไม่ใช่
แหวนหนอจะมาสวมใส่ พี่จะเอาเงินมาดองจะเอาทองมาให้ ถ้าพี่จะเอาอีแปะจนใจนอ้ งจะแกะให้ไม่ได้ พ่อแม่
น้องเลี้ยงน้องมายาก เขาจะกินขันหมากน้องให้ได้ (ให้ได้) ถ้ารักน้องจริงจะให้มาสู่ขอกะพ่อแม่ ถ้าพี่ชายมารกั
แลก็เฉยไป ถ้ารักน้องจริงก็อย่าทิง้ น้องนะ ขอให้คุณพระช่วยเป็นประธานให้ (ลูกคู่รับ)” “เอ่ ชา เอ๊ ช้า ชา ฉ่า
ชา หนอ่ ยแม”่ เพลงฉ่อยมีการแสดงอยูต่ ามจังหวดั ตา่ ง ๆ ในภาคกลาง เชน่ สิงหบ์ รุ ี อ่างทอง ลพบรุ ี สุพรรณบรุ ี
และพระนครศรีอยธุ ยา
๒
เพลงฉ่อย มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า เพลงไอ้เป๋ เนื่องจากพ่อเพลงฉ่อย ยุคแรกชื่อ ตาเป๋ มียายมา เป็น
ภรรยา เริ่มแรกเพลงฉ่อย หรือ เพลงเป๋ เป็นที่นิยมในแถบจังหวัดฉะเชิงเทรา และจังหวัดใกล้เคียง ประมาณ
ก่อนยคุ พ.ศ. ๒๔๓๗ เป็นต้นมา สว่ นครเู พลงฉ่อย ยคุ แรกเร่มิ ก็มี ครูเปลีย่ น ครูเป๋ ครฉู ิม ครูศรี ครบู ุญมา และ
ครบู ญุ มี ครเู พลงเหลา่ นีม้ แี คช่ ่ือและตำนาน สว่ นประวตั ไิ มม่ เี ลย เพลงฉ่อยน้ปี รับปรงุ และดัดแปลงมาจาก เพลง
โคราช - เพลงเรอื และเพลงปรบไก่ เป็นตน้ ก็สาเหตุเนอื่ งจาก เวลาปรบมอื เป็นจงั หวะเพลงปรบไก่ ร้องบทไหว้
ครูและเกริ่นอย่างเพลงโคราช ใช้กลอนก็ใช้คล้ายกับเพลงเรือ แต่อย่างไรเพลงฉ่อย ก็น่าจะอยู่ในยุคต้นสมัย
รัชกาลท่ี ๕
นอกจากนี้แล้วเพลงฉ่อย ยังมีชื่ออื่นอีก “ฝ่ายเหนือ” อาจหมายถึงจังหวัดทางตอนล่างเช่น อุทัยธานี
นครสวรรค์ อ่างทอง และสุพรรณบุรี เป็นตน้
ส่วนคำว่า “เพลงตะขาบ” (ตน้ ฉบบั เดมิ ใช้ ข.ขวด) คนเพลงเก่า ๆ เรียกเพลงวง เพราะของเดิมยืนเป็น
วง เล่นกับลานดิน เนื่องจากสมัยนั้นไม่มีเวทีดั่งกับปัจจุบันนี้ ส่วนบ้างคนก็เรียกว่า “เพลงฉ่า” เพราะเวลารับ
เพลง รับว่า “เอ่ชา เอ๊ช้า ชาฉ่าชา ชา หน่อยแม่” เลยเรียกติดกัน จนปัจจุบันคนก็ยังเอามาร้อง เล่นกัน
สว่ นมากเปน็ ท่อนนี้ ชาวโพหัก อำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี ก็เรียกศพั ท์บัญญัติแปลก ๆ พสิ ดารอีกว่า “เพลง
ทอดมัน”
เอกลักษณ์เพลงฉ่อยบางสว่ น
๑. การข้ึนเพลงท่ัวไป จะข้ึนวา่ “ฉดั ช่าฉดั ชา ฉัดช่าฉัดฉา่ เอิงเองิ เออฉะเองิ เอ้ย”
๒. ในการแสดงสดสามน้า ในการทอร์คโชว์อาจารย์จตุพล ชมพูนิช น้าพวง ขึ้นว่า “เอ้อ เอิงเออ เอิง
เออ เออเออ้ เออเหอ เออ้ เออ เองิ เงย ฉดั ช่าฉัดชา ฉัดช่าฉดั ฉา่ เอิงเองิ เออฉะเอิงเอ้ย”
๓. ทางจังหวดั อทุ ัยธานี จังหวดั นครสวรรค์ รับเพลงวา่ “เอช่ า เอชา เอช๊ า ชาฉา่ ชา”
๔. ส่วนทาง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดอ่างทอง จังหวัดสุพรรณบุรี รับเพลงว่า “เอ่ชา ชา ชา
ฉ่าชา”
๕. ส่วนทางกรุงเทพมหานคร ทำนองผู้ชาย รบั เพลงว่า “เอ่ชา เอ๊ชา ชา ชาฉ่าชา นอยแม่ และทำนอง
ผู้หญิง รบั เพลงวา่ เอ่ชา ชา ชาฉ่าชา หน่อยแม”่
๖. สว่ นทางจงั หวัดราชบุรี รับเพลงว่า “เอช่ า เอชา ชาชาฉ่าชา หน่อยแม”่
๓
เพลงฉอ่ ยบ้านสะเดยี ง
บ้านสะเดียง อำเภอเมอื งเพชรบรู ณ์ จงั หวัดเพชรบรู ณ์ เป็นชุมชนทม่ี ีความสัมพันธ์กนั ฉนั ญาติมิตร มี
ความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย มีการพึ่งพาอาศัยซึง่ กันและกัน มีการแบ่งปันอาหารการกิน มีการแลกเปลี่ยนสินค้า
อาหาร หมู่บ้านใดมีข้าว ปลา พืชผักชนิดใดก็จะนำมาแลกเปลี่ยนกัน การประกอบอาชีพโดยส่วนมากจะทำนา
ทำสวน ทำไร่ ในระหว่างการทำงาน ชาวบา้ นจะมกี ารละเล่นร้องรำตามแบบฉบับของชาวบ้านสะเดยี งโดยการ
แต่งกลอนง่าย ๆ โดยมีการสืบทอดมาจากพ่อเพลงแม่เพลง ตระกูลขุนแก้ว โดยเริ่มต้นมาจากพ่อสิน ขุนแก้ว
และแม่แป้ง ขุนแก้ว สองสามีภรรยาปราชญ์ชาวบ้านผู้ท่ีมีใจรักในศิลปะการแสดงเป็นชีวิตจิตใจ ได้แต่งกลอน
ไว้รอ้ งรำเล่นในโอกาสต่าง ๆ ทัง้ ในชวี ิตประจำวัน และในเทศกาลประเพณีต่าง ๆ เช่น ประเพณีสงกรานต์ งาน
ตรุษ งานบวช งานวัด ฯลฯ แล้วได้ถ่ายทอดให้ลูกหลานและเพื่อนพ้องน้องพี่ได้ร้องรำทำเพลงกันจนสามารถ
จัดตั้งคณะการแสดงในงานเทศกาลต่าง ๆ และเปน็ ทรี่ ูจ้ ักในชมุ ชนบา้ นสะเดียงเร่ือยมา หลังจากพ่อสินและแม่
แป้งได้เสียชีวิตไปนานหลายสิบปีแลว้ ลูกหลานตระกูลขุนแก้วจึงได้สบื ทอดมรดกทางวัฒนธรรมน้ีไวซ้ ึ่งก็เหลอื
เพียงไม่กี่คนเท่านั้น อีกทั้งผู้ที่เหลืออยู่ก็ยงั เปน็ ผู้สงู อายุและบางคนก็ชรามากแล้ว สุขภาพไม่ดี ไม่สามารถร้อง
รำทำเพลงไดแ้ ลว้
นางสวาท ภาสประหาส ปราชญ์ท้องถิ่นอายุ ๗๙ ปี ผู้สืบทอดเพลงพืน้ บ้านสะเดียงไดเ้ ล่าถงึ ที่มาของ
บทเพลงพื้นบ้านสะเดยี งว่า เกิดข้ึนในระหวา่ งการดำรงชีวิตของคนในยคุ สมัยก่อน ในระหวา่ งการทำงานแต่ละ
ฤดูกาลก็จะมีการร้องรำทำเพลงกันไป ซึ่งชาวบ้านสะเดียงสว่ นใหญ่จะมีการละเล่นในชว่ งหลังฤดกู าลเกบ็ เก่ยี ว
ข้าวเสร็จ เช่น งานเทศน์มหาชาติ งานทอดผ้าป่า งานทอดกฐิน งานตรุษ (เดือน ๕) ซึ่งมีงาน ๗ วัน และงาน
สงกรานต์ มงี าน ๕ วนั ก่อนจะถงึ งานตรุษสงกรานต์ ชาวบา้ นจะเตรยี ม ตำขา้ ว หักฟืน ไว้ให้พอกิน ๑๒ วัน ซึ่ง
ในระหว่าง ๑๒ วันนั้น ชาวบ้านสะเดียงจะหยุดตำข้าวผ่าฝืน หักฝืน หนุ่มลิเก และคนแก่คนเฒ่าจะออกมาละ
เล่นเพลงพ้ืนบา้ นสะเดียง หากใครยังทำงานอยูก่ ็จะถูกปรบั เป็นเหลา้ เป็นอาหารและจะนำอาหารที่ปรับมาน้ัน
มาเลี้ยงกันในวงการละเล่น สรา้ งความสนกุ สนาน ครึกครืน้ ทัง้ ผ้รู ้อง ผ้รู ำ และผ้มู ารว่ มวง
ในช่วงหลังฤดูกาลเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จ หนุ่มสาวก็จะมีโอกาสมาเจอกันในช่วงงานตรุษสงกรานต์ เพลง
พื้นบ้านที่ชาวบ้านเล่นกันก็คือ เพลงฉ่อย ซึ่งก่อนที่จะมีการละเล่นจะต้องมีบทไหว้ครูก่อน จากนั้นจะเริ่มต้น
รอ้ งเพลงโตต้ อบกนั ไปมาระหว่างหญงิ ชาย ดังตอ่ ไปน้ี
๔
เนื้อร้องเพลงฉ่อย
บทไหว้ครู (พ่อเพลง)
สบิ นิ้วพนมยกขนึ้ เหนือเศียร โดย แมต่ ะเหลี่ยม ภาชนะทอง
จะขอหยิบยกปกเกลา้ ต่างประทปี ธปู เทียนลูกขอนมัสการ
ไหวค้ ุณพระคณุ เจ้าทุกวันเออไป
จะไหวพ้ ระอาทติ ยอ์ ยู่บนสวรรค์ ลกู จะไหว้พระจนั ทรอ์ นั ส่องโลก
ทเี่ ป็นเอกโอกอย่ใู นชอ่ กามา ขอให้กล่าวกลอนยอ้ นคำ
ใหค้ ณุ ครแู นะนำปัญญา.เออ.ให้
ทล่ี กู ได้เรียนรูม้ า
สบิ นิว้ จะพนมยกขนึ้ ไหวค้ รู ไปท่วั ท้งั ท้องพารา.เออ..ไป
ขอใหร้ ำลกึ กกึ ก้อง จะคำนับคณุ พระมารดา
ท่านยงั ยอมเสียสละ
คร้ันไหว้ครเู สรจ็ สรรพ ท่านกก็ ลัวเลือดก้อนของท่านจะละ..เออ..ลาย
ทล่ี ูกอยู่ในครรภา ทั้งครเู พชรฉลูกรรณ์
เมื่อทา่ นจะรบั ประทานอาหารเผด็ รอ้ น
ขอให้ผู้ชายมเี ดโชชยั เอย
จะไหวค้ รเู สยี ใหเ้ สรจ็ ลงไปนอนอยู่ใตท้ อ้ งผชู้ าย.เออ
อีกทั้งครูบรรทะยาย.เออ
ขอให้ผ้หู ญงิ มี เดเก่ (ซำ้ )
ขอให้ผูห้ ญงิ มาเป็นรอง (ซำ้ )
(ลูกคู่รับพรอ้ มกนั ) ทว่ั ประเทศแดนไทยเออ
๕
บทไหว้ครู (แม่เพลง)
มอื ของลกู สบิ นว้ิ โดย แมต่ ะเหล่ียม ภาชนะทอง
ต่างประทปี ธปู เทยี น จะยกขึ้นหวา่ งคิ้วเหนอื เศยี ร
ขอใหร้ ำ่ ลอื พิลกึ ลูกขอบชู ายกส่ง
เหมอื นดงั จิตลูกนึกจำนงเออ....ได้
ลูกจะไหวค้ รูพกั ครูอักษร ที่ท่านไดก้ ลา่ วกลอนวิเศษ
ทา่ นได้สอนพูดรู้เพศ อยู่ในกลอนเพลงเพราะเพลิน
ไกลวัด จะนง นำ้ นวล มาลูกจะกล่าวเสยี ใหค้ วรดำเนนิ เออ...ไป
ลูกจะถอยกลอนย้อนกลับ
พอไหว้ครเู สร็จสรรพ ท่านได้ถนอมกลอ่ มเลย้ี ง
ลูกจะขอคำนับคณุ บดิ ามารดา ท่านป้อนขา้ วให้วันละสามคาบ
ทา่ นไดบ้ ำรงุ เล้ียงลกู มา น้ำขุ่น ขุ่น ทา่ นก็ไม่ใหอ้ าบ
ทา่ นยงั อาบนำ้ ใหว้ ันละสามเวลา จะยกเอาคณุ ของพระแม่เรา
ท้ิงขม้ินหยาบ หยาบ ท่านก็ไม่ใหท้ า
ข้นึ มาวางไวบ้ นเกลา้ เกศาเอยไว้ จนหลงั ไหล่แมถ่ ลอก
คำน้อยมไิ ด้ว่าลูกช่ัว
ท่านกินนำ้ ร้อนนอนไฟ ข้ึนมาวางไว้บนเก้าอี้ของตัว...เออ...ไว้
หน้าแม่ดำช้ำชอก ทงั้ ครแู ละครูนำ ครใู หญ่ (ลกู ค)ู่ ...ฉา่ .....
จะยกเอาคณุ ของแมเ่ รา เหมือนครูทา่ นประสทิ ธิส์ อนให้
ลกู จะไหว้ครพู ักครลู ักจำ ให้ชาวบ้านนยิ มทั่วไป
ลกู จะวา่ กลอนต้นหญ้าใหจ้ นกลอนตดิ ให้คุณครูขวางคอมนั เข้าไว้
จะว่าโดง่ อยา่ ให้ดังข้นึ มาได้ (ลกู ค)ู่ ....ฉ่า...
ถา้ ลกู ศิษย์ครูเดยี วใหเ้ ป็นเกลยี วกลม ขอให้เสียงลกู ดอี ย่างเรไร
ถา้ ลกู ศษิ ยต์ า่ งครเู ข้ามาสตู่ ่อ ใหเ้ สียงลูกเข้าไปจับดวงใจ
ถา้ มันจะคดิ ให้มันติดเหมอื นตงั วา่ พ่อจ๋าแม่จ๋าลกู กจ็ ะไป
ไปเสยี ตง้ั แต่เชา้ เสียจนบ่าย (ลูกค)ู่ ....ฉา่ ....
ขอให้เสียงลกู ดังเหมือนอยา่ งป่ี พรอ้ มทงั้ ครูบรรยาย เอ่อ เองิ เง้ย
ท้งั แมล่ กู อ่อนพาลกู หลบั (รับพรอ้ มกัน) ใหแ้ มค่ อหน่ึงเขาส่งเสยี งเอย่ เออ่ เอิง เงย้
ทงั้ ลกู นอ้ ยรอ้ งไห้ทงั้ ลูกใหญ่รอ้ งหา (รับพร้อมกนั ) อยา่ ให้มีขอ้ ขีดคั่นอะไรเอ่ยเอ่อเองิ เงย้
ขอใหม้ าหลงลมไปหรือเพลงเรา สกั หนอ่ ยเถดิ ครูบรรทะเอย (รบั พร้อมกันหมด)
ลกู จะไหวเ้ สียใหเ้ สรจ็ ทงั้ ครเู พชรฉลูกรรณ์ เอ๋ย ช้า เจ้าเอย (ลง)
ส่วนแม่คอหนึง่ เขาจะลง (ซำ้ )
คอสองลูกจะว่าอะไรขอให้ได้อันนั้น (ซำ้ )
คอหนึง่ ขอให้เป็นฉตั รแกว้ ลงมากางกน้ั
สกั หนอ่ ยเถิดครบู รรทะยาย
เองิ เออ เออ๋ เอิง เง้ย ๖
พ่ีมารอ้ งเรียกอย่าไดเ้ น่ิน
ใหน้ ้องหมีมนั ลงมา เพลงตน้ (พ่อเพลง)
ลงมาเดนิ วนกน้ หอย
โดย แม่ตะเหลี่ยม ภาชนะทอง
ทุกวันพไ่ี ดเ้ ทย่ี วมานาน
ครั้นจะน่งิ เฉยเลยละ พม่ี ารอ้ งเชญิ อย่าได้ช้า
พี่จะขออยู่เป็นคูเ่ คยี ง เถิดนะแม่มิ่งสมร
เล่นกนั สักหน่อยถงึ ค่อยไปนอนเออ...ใน
พศิ ดกู ายนาง พี่ยังไมพ่ านพบปะ
พอพเ่ี ดินฉากหอมฉยุ พ่ีก็กลัวรักร้างห่างเห
พี่เหลอื บชะแงแ้ ลนชุ อยกู่ ับอีแม่เสียงปานเร...เออ..ไร
อีกท้งั เนอ้ื หนงั อ่อนนุ่ย
ทกุ วนั พเี่ ที่ยวหานาง เลน่ เอาขนของพ่ีชนั ลกุ ซา่
ทกุ วันพเี่ ทย่ี วหานอ้ ง แลไปจนสุดลกู ตาเออ......ชาย
อแี มค่ านนอ้ ยของพ่ีหาบหนกั เปรียบเหมอื นดงั กวางหาหนอง
เปรียบเหมอื นดังกวางหาเนอ้ื
น้องจะหาผวั เสียกห็ า ไมร่ ู้มันจะหกั ลงเม่อื .เออไร
ถา้ แม้นแก่แลว้ นมเลน เสยี ทนั หตู ายงั เหน็
หน่อยจะนัง่ กอดเข่าเกากกขา ใครเล่าเขาจะมาเหลียวแล
เหมอื นกบั ถูกพญาตำแย.เออ..ใหญ่
๗
เพลงเกร่นิ เชญิ (พอ่ เพลง)
ครน้ั จะเกริ่นไปนกั จะชกั ช้า โดย แมต่ ะเหล่ียม ภาชนะทอง
เชญิ เถิดแม่ขวญั นวลฉวี แหงนดเู วลาจวนได้ (ลูกค)ู่ รับ
มาเสียเถิดแมน่ วลนอ้ ง มาเลน่ เพลงกันกับพีไ่ มเ่ ปน็ ไร
ใหน้ ้องลุกข้ึนมาอย่าไดช้ ้าที แมเ่ สยี งทมุ้ เหมือนกลองเมอื งอุทยั
พ่ีร้องเรยี กเหมียวเหมียวเหมือนดงั แมวอยากปลา มาเลน่ เพลงกันกับพเี่ ถิดช่นื ใจ
พมี่ าค้อยคอยคอ้ ยอยกู่ กข่อยรมิ โคก ให้นอ้ งลุกขึน้ มาเหมือนกะม่ันหมาย
พ่ีมายืนคอยทา่ เอาจนขาแข็ง ชา่ งหนาวเยน็ ลมโยกปลายไม้
พ่มี ารอ้ งเรียกไมไ่ ด้ยิน ไม่รูเ้ ลยวา่ แกว่งไปหาใคร
หรือมวั ทำมาไปหรือหากิน หรอื มวั ทำมาหากนิ กนั เสียอย่างไร
หรือม่ัวเอาหลังลงฝุ่นหัวหมุนคนั นา หรือมัวเอาหลังลงดินไปหรือลงทราย
แตพ่ อพีล่ งให้อนงคเ์ อย่ หรือวา่ แมค่ ุณนอนคาอย่กู ับใคร (ลกู คู่รับ)
อแี ม่แก้มมอมหมากปากอมปนู แมจ่ ะมัวนงิ่ เฉย อยู่ทำ เออ.เอ่อเองิ เงย้
ตูดอมลูกกระสนุ สอง เอ๊ย..ช้า...เจา้ เอย.เอ๊อเออ่ เยอแมเ่ อย ตูดอมลูกกระสุนสองเอย (รบั พร้อมกนั )
๘
เพลงต้น (แมเ่ พลง)
เออ่ .....น้องไดย้ นิ ชายเรยี กให้หนาว โดย แม่ตะเหล่ียม ภาชนะทอง
กายนอ้ งส่ันระรกิ รวั น้องได้ยนิ ชายเกลา่ วให้กลัว
จะเป็นชายใดทไ่ี หนแน่ ไปเหมอื นดงั ลกู เทวทัต
นอ้ งยังไม่รแู้ ทถ้ นัดเออใจ
ดพี ่อนกเขาเจา้ คารม มาขันคูประโคมยงั คำ่
พีม่ าพูดเพ้อพมึ พำ เสียเม่ือยามจะพลบโพล้เพล้
พีอ่ ย่ามาตีสนิท จะทำให้น้องน้ีติดเสน่หเ์ ออใจ
วันนีม้ าเจอพ่อหม่อมเมยี มี
โหมเหม่มอ่ มแม่ม เสียแลว้ อพี อ่ ขวัญจอมหมอ่ มจ๋า
มันไม่ไดเ้ จี๊ยะหนอ่ จ๋ี เฉดไอ้ปากมอมลูกแม่มงึ อย่ามาเออใกล้
มนั ไมไ่ ด้เหน็ หวั หอม มายนื อยู่ห้วงน้ำแห้ง
มนั ไมไ่ ด้เลยี กระดองเต๋าดำ
น้องเปน็ สาวโสดชว่ ง น่ีมงึ จะกดั กันเกรยี วไอ้หมาเอย๋ ไปทำเออไม
อีพอ่ ใจดขี องนอ้ งผมแดง ไม่อาจไปแขง่ ฆ้องวง
มนั ไมไ่ ด้เลียลางหรอกไอ้หางเรยี ว ไมอ่ าจจะไปแขง่ เรือกำปน่ั
ไมอ่ าจจะไปแขง่ แสงจนั ทร์เออได้
ตัวนอ้ งเปรียบเหมอื นฆอ้ งแหวง่
น้องเป็นเรอื อีโป่ง
นอ้ งเป็นหงิ่ หอ้ ยน้อยแสง
๙
เพลงเกริน่ (แมเ่ พลง)
ครั้นจะเกรน่ิ ไปนกั กช็ กั ชา้ โดย แมต่ ะเหล่ียม ภาชนะทอง
ทงั้ เวลาก็ไดท้ ง้ั เวไลก็ด่วน แหงนดเู วลาจวนได้
พระอาทติ ยถ์ อยลบั กลบั เข้าที่ เวลาหรือก็จวนลงไป
ลับเหลยี่ มครี ีเขาใหญ่ (ลกู ค)ู่
เสยี งใครหนอเสียงใครแน่ เสียงมารอ้ งเรียกแมอ่ ยู่ไวไว
เสยี งมาร้องเรยี กต้งั แตเ่ ช้า แมก่ ำลังหุงข้าวแกงไก่
มือของนางยงั ไม่ทันวางจวัก ยงั เยยี่ มหน้าออกไปทกั ยงั ไม่ได้ (ลกู ค)ู่
ว่าเขียวคำดอกแคลกู ใคร
ฉนั จะออกไปดใู ห้มันรู้แน่ ให้มนั เด็ดกระเด็นออกไป
จำจะออกไปดใู หม้ ันรเู้ ห็น ถา้ ไอเ้ ฒา่ ชราฉนั ไม่ใย (ลูกค)ู่
ถ้าหากพ่อหนุ่มหนมุ่ ฉนั จะสนทนา แลว้ จัดแจงแตง่ ตวั ทันใด
แลว้ เสกผงคาถาเสริมทา้ ย
ฉนั หันหน้าของห้องมไี ด้หมองมัว ไมว่ า่ เฒา่ บณั ฑติ สกึ ใหม่
นางหยิบเอาแป้งข้นึ มาผดั หนา้ ใหเ้ มาหัวดม หินร้องไห้ (ลูกค)ู่
ว่าอมระรวยมหาระรดิ ผืนไหนมันจะดีกวา่ ผนื ไหน
แต่พอเหลอื บเหน็ หน้าหลับตาป๋ี ไอ้หนมุ่ เหน็ ให้มนั มองดูชมา้ ย
ให้มนั เหน็ ลางลางไรไร (ลกู ค)ู่
นางหยบิ ผ้าลายข้ึนมาสองกลุ ี เมียงชม้ายแลมองดูกาย
ใสเ่ สื้อสมัยมนั ตอ้ งถา่ ยสมอง หยบิ เอาครีมจำปีขนึ้ มาใส่
นางมานงุ่ หม่ ให้บางบาง เส้นผมแม่กเ็ ลยกระจาย (ลกู ค)ู่
ฉันเดนิ ออกจากหอ้ งหอใน
นางหยบิ กระจกคันฉอ่ ง หมายใจจะไปชมไอเ้ จ้าพวกผู้ชาย
ผมตกเส้นเหน็ ไม่ดี แมโ่ ฉมยงนงลกั ษณ์มาถึงหัวบันได
แลว้ หยบิ หวีนอ้ ยขน้ึ มาสรอ้ ยเสย ตัวของแมน่ างเลยไปไมไ่ ด้ (ลูกค)ู่
ตวั ของแม่นางยงั ไปไม่ได้
แตพ่ อเสร็จสรรพแมข่ ยบั ยอ่ ง นางกร็ ีบกา้ วขาทนั ใด
แตพ่ อถึงระเบียงพอ่ เน้อื เกลย้ี งเอวกลม แม่สาวนอ้ ยแถบจะตกกระได (ลกู ค)ู่
แตพ่ อถึงนอกชานไมน่ านนัก แมส่ าวน้อยแทบจะตกกระได
ช้ันมองเห็นหมามนั นอนขวาง ระวังเถิดนะเจา้ ของกระได (ลกู ค)ู่
จะกอดเอวตอนเอง็ ตกกระได (ลกู ค)ู่
........................................
แตพ่ อถึงบันไดไมร่ อชา้
พอลงบนั ไดแม่เหยยี บหมายกระดก
ชาย ...................................
แต่พอลงกระไดใหร้ ะวงั กระดอง
พอนอ้ งลงกระไดเหยยี บไมก้ ระดก
หญิง ................................. ๑๐
ถา้ เอง็ เข้าข้างหน้าขา้ จะคอยระวัง
แต่ถา้ เอง็ เขา้ มาทางกน้ จะกอดเอวตอนเอ็งตกกระได
ถ้าเอง็ เข้าข้างหลงั ขา้ จะคอยระไว
ชาย แต่พอนอ้ งยกเขา่ ข้ึนถบี แมจ่ ะถบี เอาด้วยส้นตนี ซ้าย (ลกู ค)ู่
แตพ่ อถีบปบุ๊ พตี่ ะครุบปั๊บ พมี่ องเหน็ สองกลบี ไรไร
มวยเรากด็ กี ระบ่ีเราก็คลอ่ ง สองมอื พีก่ ็จับขาไว้
แต่พอยกขาขึ้นขา้ งเดียว ท่าปิดเชิงปอ้ งเรากว็ อ่ งไว
พี่มองเหน็ ปากเบี้ยวก็ตกใจ
หญงิ ................................... มองเหน็ ปากเบย้ี วตกใจ
แตพ่ อลงกระไดใหแ้ กมาไหวก้ ระดอง ดว้ ยว่าแมเ่ ป็นเจ้าของกระได (ลกู ค)ู่
มนั ไม่ใช่ไม้จรงิ มนั เปน็ ไมไ้ ผ่
ชาย กระไดของนอ้ งเป็นกระไดผู้หญิง เลยจบั ลูกซกุ แม่มึงไป (ลูกคู่)
ลูกกระไดมนั เป็นไม้สะแก จะโยนลงทแี่ มน่ ้ำไหล
เหยยี บแม่มนั หมดโคตรกระได
หญิง ข้อน้ีฉนั ไม่ขอแก้ นางยกเท้าส้นตนี ออกมาจากกระได
แตพ่ อลงกระไดฉนั กไ็ พล่กระโดด ยังไมเ่ ห็นใครมาใครไป
ลงกระไดไพล่ลงดนิ จะเปน็ สัตว์หรือคนจะเป็นววั หรอื ควาย
นางจงึ เหลียวซา้ ยแลขวา ไกลนักฉันก็จำไมไ่ ด้
เหน็ ดำตะกมุ่ อย่ใู ต้พ่มุ ตะกน เลยยกส้นตนี ยอเฉยไว้
เหน็ หวั พ่ดี ำดำ ทำไมไมพ่ จิ ารณาใสใ่ จ
แลไมเ่ ห็นตวั นกึ ว่าหวั ตอ ระวังเถิดสาวนอ้ ยพจี่ ะเตือนเอาไว้
เอะอะกย็ กส้นตนี ยอเหยยี บไว้
ชาย นม่ี นั หัวของพน่ี ะเธอจา๋ เดยี๋ วตอมนั ตำตา.....เอ็งตาย
น้องจะทำอะไรให้ระวงั ตวั หน่อย นอ้ งนกึ ว่าตอสะตือมาไฟไหม้
มองเหน็ คนเปน็ หัวตอ ที่น้องหลงละเมอทำไป
ถา้ หากเอง็ ยอผิดที่ ผดิ ถกู ชา่ งมนั ไมเ่ ขา้ ใจ
ให้ปากพ่ีไปคาบรอยควาย
หญงิ ออ๋ หัวพี่ดอกหรือพี่หรือ เขา้ ไปในวงเพลนิ ใน
ให้น้องขอโทษเถิดหนอ ชะลูกศษิ ย์ใครหนอชาติไอห้ นา้ ไมอ่ าย (ลกู ค)ู่
ตบหัวทีป่ ่ามาขอขมาท่ีบ้าน มองเห็นชูร้ กั ดีใจ
ให้นอ้ งขอขมาอย่าให้บาป รอ้ งถามอพี ่อเสียงเรไร
นางเลยยกเทา้ ก้าวบรรจง ถ่นิ สถานบ้านอยแู่ หง่ ไร
แตพ่ อกา้ วเข้าวงดูรำโค้งออกปร๋อ ไอข้ ้อน้ียังสงสยั ใจ (ลกู ค)ู่
แต่พอเห็นเธอเขา้ มาเจอพักตร์
เขยบิ เขา้ ไปใกลเ้ อากายเข้าไปเคียง
พ่พี ากนั มาเปน็ หมู่หมู่
ใหพ้ บ่ี อกน้องตามตรง
๑๑
อีกทั้งชอ่ื เสียงสำเนียงพี่ยา ท้ังบดิ รมารดาชอ่ื ไร
พี่เป็นชาวบกหรือชาวเรอื พ่เี ปน็ ชาวเหนอื หรือชาวใต้
พเี่ ป็นต้องสู้กุลา ธุระมพี ่ีจะมาทำไม
หรือวา่ วัวพหี่ ายควายพิสูญ หรือพงษ์เผา่ ประยูรพีต่ าย
หรอื พ่ีหนโี ทษราชทัณฑใ์ นกองการคุมขัง ลองเล่าให้น้องฟงั ไวไว
จะตอบใหค้ นดเี ข้าใจ
ชาย พอไดย้ ินเนื้อความร้องมาถามพี่ อยจู่ ังหวดั เพชรบูรณ์ไม่ไกล
จะตอบใหค้ นดีเข้าใจบา้ นของพีแ่ ม่คณุ อยทู่ ค่ี ลองปลากดน้ำใส
ส่วนกลวั พ่ชี ือ่ วา่ นายยศ มารดาช่ือวา่ น้ำดอกไม้
บิดาของพช่ี ่ือวา่ บุญธรรม พ่ีเปน็ คนเหนอื ไมใ่ ชค่ นใต้
พน่ี ่เี ป็นชาวบกพี่ไม่ใชช่ าวเรอื พเ่ี ปน็ คนไทยเหมอื นกันกับทรามวยั
ถา้ พเ่ี ปน็ ตอ้ งสหู้ คู งยาน แตถ่ ้าพี่เปน็ ลาวคงลาย
ถา้ พีเ่ ปน็ เจ๊กขาพค่ี งขาว พีน่ ี้ไม่ได้สกดั รอยควาย
ววั พ่ีก็ไมห่ ายควายพ่กี ็ไม่พลัด ถามไปดว้ ยขอ้ สงสัย
รอ้ นเยน็ ไปด้วยอยา่ งอะไร
หญิง นอ้ งอยากจะถามพี่อีกต่อ หรอื จะเลยไปทต่ี รงไหน
พี่มาธรุ ะปะปงั ถา้ ธรุ ะพีร่ อ้ นเลยไป
พม่ี าธรุ ะตรงนี้ ถา้ ธรุ ะพ่ีรอ้ นเลยไป
ถ้าธรุ ะเย็นใหพ้ ่ีไปแวะกอ่ น กับนวลนางนัน่ แหละแมช่ ื่นใจ (ลกู ค)ู่
กับนวลนางน่ันและแม่ชน่ื ใจ (ลูกค)ู่
ถา้ ธุระเยน็ ให้พี่แวะกอ่ น ถ้าพ่ีมาพงึ ทองน้องกจ็ ะให้
พ่มี าธุระธุแระ รอ้ นเย็นไปดว้ ยอย่างอะไร
พี่จะประสงคไ์ ปดว้ ยสิ่งอนั ใด
หญงิ พม่ี าธุระธุแระ น้องจะยกขนึ้ ไปทนู หวั ไว้ (ลูกค)ู่
ถา้ พี่มาพงึ เงินนอ้ งก็จะกอง น้องจะยกขึน้ ไปทูนหวั ให้
ไอ้ขอ้ นีพ้ ่ียังกรง่ิ เกรงใจ
พ่ีมาธรุ ะปะปงั ถา้ เเม้นทนู หวั ลา่ งพี่ยงั ชอบใจ
พม่ี าธรุ ะตรงหญิง นานนานพจี่ ะกระดกข้ึนมาใส่
หรอื จะพึง่ หินโคกของน้องโบกปนู ธรุ ะเทา่ กระแบะมือชาย (ลูกค)ู่
ธุระเท่ากระแบะมอื ชาย (ลูกค)ู่
ชาย .................................... จนใจนอ้ งแหะใหไ้ มไ่ ด้ (ลูกค)ู่
นอ้ งจะใหเ้ ล่นหรือวา่ จะให้จรงิ
ถ้าทูนหัวบนพจ่ี ะเอาฝา่ มือบงั
พีจ่ ะขยับมาไวใ้ ต้หัวพก
พม่ี าธุระธรุ ะแระ
พี่มาธรุ ะธุแระ
พี่จะเอาเฉพาะให้น้ำเซาะไหลแซะ
๑๒
หญงิ เชญิ ซิขาพ่อตาเชือน เชิญมาขน้ึ บนเรอื นไมเ่ ป็นไร
มากินหมากซิคะ มาสบู ยาซิพี่ หมากพลูน้องกม็ ีถมไป
หมากของน้องซ้ือจากเมอื งระแหง กินแล้วก็แดงใช้ได้ (ลกู ค)ู่
เชญิ มานัง่ ทีพ่ ระเพลิงใน
หญงิ เชญิ ซีจ๋าซจี ๊ะ บ้านน้องคนจนเขญ็ ใจ
มากนิ พลูทั้งรากกินหมากท้ังขน เชิญมาเล่นบนเรือนไมเ่ ป็นไร (ลูกค)ู่
ขอเชิญซจี า๋ พ่อตาเชือน เชญิ มาเลน่ บนเรอื นไมเ่ ปน็ ไร
พีไ่ ม่แชไมแ่ ชเชอื นรีบขนึ้ ไป
ชาย บอกว่าเชิญซพี ่อตาเชือน วา่ จะให้ตัวของพน่ี ัง่ ตรงไหน
น้องบอกใหพ้ ข่ี นึ้ บนเรอื น วา่ จะใหต้ ัวพี่น่ังตรงไหน
พี่จงึ ถามนอ้ งคนดี ให้ตัวพี่นง่ั ลงเรือนใน (ลกู ค่)ู
ตกั ขันน้ำพานหมากทนั ใด
หญิง พม่ี าถามนอ้ งคนดี มือขวาฉนั ลากเสื่อหวาย
ให้พี่โหนตัวรอดมอดหัวตง เชิญตวั พ่ีจงนงั่ หอใน (ลูกค)ู่
หมากพลูนอ้ งก็มถี มไป
หญิง แตพ่ อชายขน้ึ เรอื นน้องไมเ่ บอ่ื หนา้ บาก ไม่รู้วา่ เผด็ ว่ายนั อย่างไร
มือซ้ายฉนั ถอื พานหมาก กนิ แล้วอยา่ องึ หมากน้องขอ้ี าย
เชิญให้พ่ไี ปสวมข่อื ด้งั น้องเอาไวร้ บั แขกบา้ นไกล (ลกู คู่)
กินแลว้ อย่าองึ หมากน้องขีอ้ าย
หญงิ กนิ หมากซคิ ะสบู ยาสพิ ่ี เครอ่ื งกนิ ใสห่ มากน้องเอามาให้
ให้พ่กี นิ มาของฉนั ท่นี ้องไดว้ างเข้าไว้
หมากของน้องหมากบางน้ำผึ้ง ฝูงคนเขาจะนินทาได้
หมากของนอ้ งเป็นหมากตูดแตก มนั ยาวๆรๆี แถมเปน็ รูข้างใน
กลัวใบพลนู อ้ งจะงบั ของพชี่ าย (ลกู ค)ู่
ชาย ........................................ เหน็ ใบพลูผหู้ ญงิ ทำตกใจ
พเ่ี ลยประคองเอากระโถนหีบนาค ใครเหน็ ก็อยากจะเค้ยี วกนั ใหญ่
พเ่ี ปิดกระทายแลเห็นพลูสองหาง ถ้าหากพไ่ี ดก้ ินคงตกใจ (ลูกค)ู่
พลสู องหางเขาไมใ่ ห้กิน มอื ขวาพก่ี ล็ ากขาตะไกร
ดูใบพลูของแม่พันปี มันไมต่ รงศูนย์กลางยงั กดลงไมไ่ ด้
พี่เลยเปดิ กระทายแมง่ ามทรัพย์ เหนยี วเหนอะนองหนา้ มนี ำ้ อยู่ข้างใน
ไอ้บางลกู มนั ยบั กลบี ใหญ่
หญงิ พีเ่ กดิ มาอย่างไรหนอพ่อยอดมิ่ง พ่เี ลยกดลูกตะบันเฉยไว้ (ลกู ค่)ู
พลูนอ้ งดีแทเ้ ชยี ว
จึงรอ้ งบอกพอ่ ดอกกระถิน
ชาย มอื ซา้ ยพกี่ ็หยบิ ลกู หมาก
ไอข้ าตะไกรมนั ไพล่ลงล่าง
พี่เลยหยบิ ลกู หมากลากมาผ่า
หมากแวน่ ผ่าสองน้องนางเหนียวหนับ
พจ่ี ะกินกลงั จะยัน
๑๓
หญงิ พ่ีกดลูกตะบันเขา้ มาบัน่ กระแทก ท่หี มากนอ้ งแหลกพีจ่ ๋าทำอยา่ งไร
หมากของนอ้ งซ้อื จากเมอื งระแหง กินแลว้ กแ็ ดงตดิ ใจ
ให้กนิ หมากนอ้ งสักคำ พ่ีอย่ามวั นง่ิ อำแกมอาย (ลูกค)ู่
เอาหมากมาผา่ เขา้ ทันใด
ชาย พ่ีหยบิ ใบพลเู อาปูนทา น้ำมันไหลออกมาไม่รู้ว่าน้ำอะไร
ท่ผี ่าหมากของนอ้ งยา ใหป้ วดหวั มัวตาขน้ึ ทันใด (ลูกค่)ู
พเ่ี ลยกินหมากของน้องยา มาปวดหวั มวั ตาทนั ใด
พี่ยันหมากเมายาหรือพชี่ าย
หญิง .................................. กินแกย้ นั หมากหายได้
มันปวดเศยี รเวียนเกศา กินแก้เมายานะพชี่ าย
สม้ โอสองกลบี นอ้ งขนบี มาฝาก ถา้ หากพี่ได้เคย้ี วคงไมค่ าย (ลกู ค)ู่
ส้มโอสองกลบี นอ้ งขนบี หว่างขา เอะ๊ มนั จะเปน็ สม้ อะไร
สองกลบี อย่างเด็ดมีอยู่เม็ดเดียว หรือจะเป็นสม้ โอกลีบใหญ่
ผวิ มันกห็ ยุดเนื้อไว้
ชาย มันใหอ้ ดั อนั้ ตันอารมณ์ ให้มันเดด็ กระเดน็ ลงไป
จะเปน็ สม้ เกล้ยี งลกู โต วา่ กลีบมันจะโตสกั เท่าไร (ลูกค)ู่
หรอื จะเปน็ ส้มมะกรูด กนิ แลว้ อรอ่ ยตดิ ใจ
พอี่ ยากจะดูให้มนั รู้เห็น วา่ กลบี เลก็ กลีบโตสกั เทา่ ไร
พี่อยากจะเห็นส้มโอ มันอาจโตเทา่ จมกู พ่กี ไ็ ด้ (ลกู ค)ู่
กลบี ของน้องมนั เลก็ นดิ เดียว ส้มน้องเปรยี้ วหรอื หวานเล่านางใน
พี่สงสยั กลีบส้มโอ ตัวของพย่ี าไมอ่ ยากได้
น้องกบ็ อกพีไ่ มถ่ กู นอ้ ยอยา่ มวั หวงหนิ เมด็ ใน (ลูกค)ู่
น้องไม่ไดห้ วงหนิ เมด็ ใน
ชาย พ่จี ะขอถามแม่นงคราญ เพราะยนั หมากเมายาแทบตาย
ถ้าเป็นส้มเปร้ยี วน้องไมต่ ้องเอามา แถมยังมเี มด็ ซอ่ นไวข้ ้างใน
ถา้ เป็นสม้ หวานพ่จี ะกิน ฝงู คนเขาจะนนิ ทาได้
อยา่ ตง้ั ความหวังจะได้กนิ เลยพี่ชาย (ลกู ค)ู่
หญงิ ..................................... นอ้ งอยา่ เสยี ดายตัวเลยนางใน
เพราะนอ้ งสงสารพ่องามสง่า ตายไปเป็นนางฟา้ นะชน่ื ใจ
สม้ นอ้ งปลูกไวท้ ีเ่ มอื งเพชร โอ้แมง่ ามชืน่ จะสบาย
ไว้คร้นั นอ้ งจะให้พี่กนิ ไรญ้ าติกาย่ิงกวา่ คนท้ังหลาย
ให้พี่สูบแตล่ มให้พ่ีดมแต่กล่ิน หาท่กี ินที่นอนยงั ไม่ได้
ชาย ใหน้ ้องทำบุญเสียเถิดแม่ทนู หวั
ทำบุญกบั พน่ี ะแก้วตา
จะมีบริวารอีกสามหม่ืน
ชาย พีเ่ ปน็ คนพลดั ถน่ิ พลัดฐานพลดั บ้านเมอื งมา
พเ่ี ทยี่ วรอ่ นเรพ่ เนจร
พ่ีมาประสบพบน้อง ๑๔
เขาลือนอ้ งว่ามีนาอย่หู ลายแหง่
เปรยี บพี่ได้คลองผา้ ไตร
หญงิ พจี่ ะขอแบ่งขอปัน พี่จะขอปนั ขอแบ่งไดห้ รือไม่ (ลูกคู่)
มันเร่ืองอะไรกันพ่ี ทีน่ าของฉันหรอื ชาย
นาของฉันมเี จา้ ของ จะแบง่ ฟรีฟรีกันอย่างไร
ฉันก็หวงของฉนั ฉนั ได้จับได้จองเอาไว้
ฉันไม่แบง่ ปันให้ใคร (ลูกค)ู่
ชาย พจ่ี ะถามแมโ่ ฉมยง มคี นจำนงบา้ งไหม
ถา้ ไม่มีพ่จี ะจอง พ่ีจะเป็นเจ้าของนางใน
พีข่ อถามแมค่ นโก้ นาน้องแปลงโตซักเทา่ ไร
นานอ้ งแปลงโตซกั เท่าไร
หญิง ....................................... พอจะปันจะแบง่ กนั ได้
น้องมนี าอยูห่ ลายแห่ง นะพ่อเสาธงเสี่ยงทาย
น้องจะบอกพตี่ ามตรง ยงั เหลือแต่แถวนาใน
นานอกน้องกไ็ ถแ่ ลว้ มันโตเท้าหนา้ โมข่ องพีช่ าย (ลกู ค)ู่
นาน้องแปลงนอ้ ยเท่ารอยโค ซอกห้วยซอกเขาไม่เปน็ ไร
จะถากถางใหห้ มดบิง้ เพราะพี่อยากจะได้
ชาย อยากได้นาแปลงใหญ่พ่ตี ้องไปกบั เจา้ ระวงั จะเปยี กชายกระเบนของนางใน
ถึงหญา้ จะรกพ่ีจะถกหญา้ ทิ้ง ระวังจะเปยี กชายกระเบนของนางใน
มนั เป็นนำ้ เซาะแซะนะปากเปน็ ตวั ของน้องจะพาพไ่ี ป
มันมนี ้ำไหลโกรกอยขู่ ้างใน
หญงิ .................................................. หน้ามดื ตามวั ลืมตาย
มาเถอะมาพมี่ า มนั จะเปยี กด้ามกระบวยของพี่ชาย
มนั เปน็ เขาชงุ้มมนั เปน็ ตุ่มชะโงก ขอใหไ้ ดท้ ำนานางใน
ระวงั กระเด็นขึ้นไปรดหัว พจ่ี ะคอ่ ยถากถางคราดไถ
ใหพ้ ี่ระวังตวั ด้วย พอหวั หมรู ะเบดิ เปิดคนั นา
ชาย ถงึ พ่จี ะเปียกก็ไม่ว่า นำ้ ไหลออกมาเปียกปลาย
ถ้าหญา้ จะรกถึงนาจะร้าง มันไม่ได้ทำนาของนางใน
จะเอาไม้ประดูเ่ ปน็ หวั หมไู่ ถนา ให้พไี่ ปลงรเู สียเถิดพีช่ าย
น้ำไหลออกมาเปยี กปลาย มัวมาทำสำออยอยูไ่ ด้
ให้เอ็งไปโหมง่ ออกทเ่ี มอื งพิมาย (ลกู ค)ู่
หญิง ..........................................
ให้พี่ถอยเสยี เถดิ พี่ขา
ใหพ้ ่ีถอยหลงั เสียอย่างปู
หากวา่ พี่ไม่ยอมถอย
เด๋ยี วแมจ่ บั หัวมุดเข้าไปในพูมะเฟือง
ชาย ......................................... ๑๕
จะใหพ้ ีม่ ดุ พ่กี ็ไมม่ ดุ
เมินเสยี ชาตพิ ่ีไม่ปรารถนา ให้เอ็งไปโหม่งออกท่เี มืองพมิ าย
พี่จะบอกแมเ่ นอื้ เหลอื ง ถงึ เอาช้างมาฉุดพี่กไ็ มไ่ ป
ถงึ ตายใหม่เกดิ มาพี่กไ็ มไ่ ป
หญิง ........................................ จะดูพูมะเฟืองให้จงได้ (ลกู ค)ู่
ทอยเสยี เถิดพ่ีถอย จะดพู ูมะเฟืองให้จงได้
บอกไม่เชื่อหรือพอ่ เนือ้ ถ่ี นำ้ หยดน้องไมย่ อ้ ยลงให้
ฉันจะรำเลิกเบิกประจาน จะคอยดูของดหี รือชาย
เอ็งเอาขา้ วเย็นไปหน่ึงกอ้ น ใหเ้ อ็งอายชาวบา้ นทั่วไป
เอ็งเอาหมาแม่ลูกออ่ นเอาไปปอ้ นขา้ ว เอาลอ่ หมาแมล่ กู ออ่ นออกไป
ฉันได้ยนิ หมามันรอ้ งเอง๋ เอ็งผอ่ นหนกั ผ่อนเบาหมาหมาไว้
ขา้ เหน็ เอง็ เอาอยูก่ บั หมา ขา้ เห็นเอ็งติดเป้งกบั หมาไว้
ไม่คดิ สกั หน่อยข้าจะหมา่ เอง็ ด้วยไม้ (ลูกค)ู่
ชาย ....................................... เอง็ จะปาข้าดว้ ยไม้
พ่อแมท่ ั้งหลายหญิงชายเจ้าขา ลกู ขอขมาอภยั
เกิดมาเป็นคนว่าผมไปเล่นกบั หมา พ่อแม่ทีเ่ คยมาเหน็ บ้างไหม
ผหู้ ญงิ คนนปี้ ากดไี มน่ อ้ ย พูดจาพล่อยพล่อยออกมาได้
ดมู นั ชา่ งลมื ตัว ตวั มนั กช็ ่ัวเสยี มากมาย
เมอ่ื วานน้ีมงึ เดินควงกับจิก๊ โก๋ แกผ้ า้ เดินโชว์อยูห่ าดทราย (ลกู ค)ู่
พูดกระแทกแดกตำพีไ่ ด้
ชาย ชชิ ะคารมชัง่ มาข่มนำ้ คำ น้องชง่ั เจรจาหยาบคาย
เกดิ เป็นคนวา่ พ่ไี ปเลน่ กับหมา ธรรมดาทมี่ าทา่ นจะบา้ ไหม
พอ่ แมท่ ง้ั หลายหญิงชายเจ้าขา เล่นกบั อสี ัปดนตดู ลายลาย (ลูกค่)ู
เราเกิดเปน็ คนต้องเล่นกับคน เล่นกับอีสัปดนตดู ลายลาย
ไอห้ มามึงยังซมุ่ ควายไม้
หญงิ ....................................... ตัวของกูยังจำหน้ามึงไว้ได้ (ลูกค)ู่
เมือ่ วานนเ้ี ย็นเย็นกูเห็นจงู ควายเขา้ พุ่ม ใหพ้ ่อี ายชาวบ้านทั้งหญิงชาย
กเู ห็นมงึ เล่นสคี วายอยู่ที่ปลายนา ดหู รือมาว่าพม่ี ากมาย
พ่ีตอ้ งเลน่ กบั คนให้จนได้ (ลูกคู่)
ชาย นอ้ งชา่ งลำเลกิ เบกิ ประจาน จะเลน่ กับคนให้จนได้
เองวา่ พเ่ี อาควายอย่ทู ่ปี ลายนา ปัญญาเขาไม่ดแี ตย่ ังจำไวไ้ ด้
คนอยา่ งพหี่ รือจะเอาควายแม่หนา้ มน รู้ไม่วา่ คุณแมส่ ักเท่าไร (ลกู ค)ู่
หญงิ ............................................
เอ็งมาว่าขา้ ตะกี้
เอ็งช่างมาดถู ูกคณุ สี
ชาย .......................................... ๑๖
น้องวา่ สีของน้องมคี ุณ
บญุ ของสีน้นั มีแน่ ไม่รูว้ า่ คณุ แมม่ สี กั เทา่ ไร
สว่ นว่าสนี ะน้องนะคนสวย แม่อ่อนละมนุ ของพีช่ าย
คือสขี องแมน่ ัน้ อยา่ งไร
หญิง ......................................... นัน่ มคี ณุ กบั ดา้ มกระบวยของพี่ชาย (ลกู ค)ู่
แมจ่ ะเอาเส้นฝอยผัดแทนเสน้ หม่ี มคี ุณกบั ดา้ มกระบวยของพชี่ าย
แมจ่ ะผัดขา้ วไว้ใสใ่ นจาน แมจ่ ะเอาโยนีผัดใสไ่ ข่
เหน็ แตเ่ ขากินหมกู ินหมี่ ให้แกรบั ประทานเข้าไป
ไอพ้ วกนี้กินแกงสชี าติไอช้ ายหนา้ ไม่อาย (ลกู ค)ู่
ชาย ......................................... ไอ้พวกนกี้ ินแกงสีชาติไอห้ น้าไม่อาย
พอ่ แมท่ ั้งหลายหญิงชายเจา้ ขา บรรดาที่ทา่ นมาท่านเคยเห็นบา้ งไหม
ไอ้การที่จะกินมันต้องเลือก จะมันหรอื เผอื กหรืออย่างไร
ถ้าเป็นเผอื กคันพเี่ ปน็ ไม่กิน จะบอกกบั แมโ่ ฉมฉนิ ให้แจ้งใจ
นอ้ งบอกใหพ้ ี่กนิ แกงสี บา้ นเมืองเขามกี ันที่ไหน
น้องให้พ่ีกนิ พ่กี ็จะกิน ให้เอาหลงั ลงดนิ กนิ ได้ (ลูกค)ู่
น้องจะจัดให้ทำให้กินตามสบาย
หญงิ พอี่ ยากกนิ ตม้ หรือกนิ ยำ จะกนิ แกงเตา่ นาเอย๋ ก็ได้
พอี่ ยากกนิ ยำหรอื กินพล่า ฉนั บอกพย่ี าใหเ้ ข้าใจ
เตา่ ของฉันมันเปน็ เตา่ นา เตา่ ของนอ้ งมันอยขู่ ้างใน
เต่าของฉันไมใ่ ชเ่ ต่าหนอง ให้ยกมอื วนั ทาเต่าไว้ (ลูกค)ู่
พอ่ี ยากกินแกงหรือกนิ พลา่ ให้ยกมอื วันทาเตา่ ไว้
เต่าของน้องยาเป็นเต่าอะไร
ชาย ........................................... ตัวของพยี่ ายังสงสยั
พ่อี ยากจะถามแม่แก้วตา ท่ีมันมีราคามากมาย
มนั จะเปน็ เตา่ เหลอื งหรอื เต่านา พีก่ ลวั กดั ดา้ มกระบวยของพีช่ าย
หรือเปน็ เตา่ ข้เี ล่ือยอยู่ตกึ สฟี า้ เวลากนิ ท่ีจะกระทุ้งให้ถงึ ใจ (ลกู ค)ู่
หรือเปน็ เต่าหัวหบั เล่าคนสวย มันจะถกู หรือผิดข้างใคร
แตถ่ ้าเป็นเตา่ เหลืองไดท้ ีห่ ลังตุงตุง นึกว่าฉันขอสกั ทใี ห้เลกิ แล้วกนั ไป
พอให้ผู้ใหญ่ทันฟังเลน่ ได้
หญิง น้องจะว่าสักหนอ่ ยหญงิ จะพลอยสกั นดิ พจ่ี ะมาดุดนั กันทำไม
ตวั หญงิ เปรียบเหมอื นคนกลาง ถ้าหากตวั พีห่ นกั มาน้องหนกั ไป (ลูกค)ู่
เราอย่าวา่ กันเจบ็ เราอยา่ เหน็บกันจงั
มันไมใ่ ช่ใครอื่นมันเป็นพน้ื เดียวกนั
เอาคนละเฮสองเฮเอาคนละฮาสองฮา
ชาย แตพ่ อเหลอื บเหน็ เธอเขา้ มาเจอพักตร์ ๑๗
แต่พอเจอปุ๊บพ่กี ร็ ักปับ๊
ถ้าน้องได้กับพหี่ ญิงจะดีกวา่ เพื่อน ทำให้พนี่ กึ รักนึกใคร่
พม่ี ีสาวน้อยโหน่งและน้อยหน่า พี่ไมใ่ ห้นอ้ งอบั น้องอาย
ลกู ลูกลำไยพวงใหญ่ระย้า เคหาบา้ นเรอื นพีก่ ็โตใหญ่
ขอให้นอ้ งมาเปน็ แมค่ ้า พี่มสี วนพุทราและก็ลำไย
ลูกใหญ่กวา่ นอ้ ยหน่าเป็นไหนไหน
หญิง พอี่ ยากไดน้ อ้ งไปเป็นแมค่ ้า ขายน้อยโหน่งน้อยหนา่ เถอะนางใน (ลูกค)ู่
แกอวดอ้างวา่ แกเปน็ เศรษฐี รวยน้อยโหน่งนอ้ ยหนา่ เมด็ ใน
แกเป็นเศรษฐที ำไมอยู่เรอื นกระท่อม ดูอะไรแกกม็ ีไปเสียมากมาย
เสาเหนอื กไ็ พล่เสาใต้ก็เผล้ รอบเรือนแกกล็ อ้ มด้วยเรียวไผ่
จะก้าวก็เกรยี บจะเหยยี บกก็ รอบ รวนรวนเลเลเหมอื นกบั เรอื นผู้ชาย
ถ้าหากฉนั ตายไปวันนี้ จะเอาฟากสบั หอบกไ็ ม่ได้
จะร้ือฟากเผาผียังไมไ่ หม้ (ลูกค)ู่
ชาย เช่ือเถอะแม่คุณแม่ทูนหัว รบั พ่ไี ว้เป็นผวั น้องจะสบาย
การงานอะไรพกี่ ไ็ มใ่ ห้น้องทำ ทกุ เชา้ ทุกค่ำพี่จะเอาใจใส่
เวทนาพี่เถิดนะแม่คุณ ทง้ั จงั หวัดเพชรบรู ณ์พน่ี ี้ดกี ว่าใคร (ลูกค)ู่
ทงั้ จงั หวัดเพชรบรู ณพ์ ่นี ี้ดกี ว่าใคร
หญิง บอกใหเ้ ชื่อเถอะแมค่ ุณ มนั กงการของตวั ไปเสยี เม่อื ไร
แกมาบอกใหห้ ญงิ มผี วั มผี วั พาเหาะไปเสียเมอ่ื ไหร่ (ลกู ค)ู่
ฉันจะอยใู่ หเ้ ป็นสาวใหห้ น้าขาวเอาะเฉาะ มันไม่หนักกบาลพชี่ าย
มีผวั ไวจ้ ู๋จ๋ีมนั ก็ชืน่ ใจ
ชาย ถึงจะเปน็ สาวแก่อยู่คาบา้ น เจบ็ ไข้ได้ปว่ ยจะได้อาศยั
พี่นี้มีเจตนาดี เสยี ดายไอ้ของดๆี หญิงจะตายตามไป
มผี วั เสยี เถิดแมค่ นสวย เสียดายไอ้ของดๆี พจี่ ะไมไ่ ด้
แตถ่ า้ เกิดหญิงม้วยชวี ี แต่ยังหาคนดียังไม่ได้
สบู บุหรี่กนิ สรุ ากนั เสียมากมาย
หญงิ แตถ่ ้าเกดิ หญงิ ม้วยชีวี ไม่เอาเปน็ ลกู เขยของแมย่ าย (ลูกค)ู่
พูดถงึ ลกู ผวั น้องกอ็ ยากมี ว่าพ่ีดีจรงิ ๆนะแม่ช่ืนใจ
มแี ตพ่ วกสูบฝนิ่ กนิ กัญชา แตก่ ญั ชาหวิ ห่ันเหน็ ไมไ่ ด้
มแี ต่อย่างน้ีซิไม่เอาไหนเลย เพ่อื หดั ใหเ้ อวมันไหว (ลูกคู่)
เพือ่ หัดให้เอวมนั ไหว
ชาย หญงิ จงเชื่อเถดิ แม่ยอดหญงิ แถมเลน่ การพนันเสียยกใหญ่
เหลา้ พี่กไ็ ม่กินฝิ่นพ่ีก็ไมฉ่ ัน สองมือแกก็ชอ้ นแตไ่ พ่
พนี่ ด้ี ูดแต่ควนั พ่ีนดี้ ันแตเ่ ปลว
หญิง พ่สี ูบแตค่ วนั พ่ดี นั แต่เปลว
มันไม่มีแตเ่ ท่านน้ั
แต่พอตนื่ แตเ่ ช้าแกกเ็ ขา้ แตบ่ อ่ น
ฉนั กลัวจะพาฉันไปจม ๑๘
เกดิ ฉนั เรยี กแกมากนิ ข้าว
ฉันเลยไมอ่ ยากมีมันเสยี เลย อยู่ทส่ี วนเจ้ากรมคณุ นาย
ยังรอ้ งดา่ อจี ้าวอย่ากวนใจ
ชาย เพราะมนั เป็นอย่างนแ้ี หละพ่เี อย๋ จะอยูเ่ ลน่ เฉยๆใหม้ ันสบาย (ลูกค)ู่
พบี่ อกไม่เชือ่ หรอื แมเ่ น้อื ถี่ หญิงไม่มเี สยี เลยก็สบาย
ตัวพี่น้ดี เี สยี เหลอื ลน้ ว่าพ่ีเปน็ คนดเี สียมากมาย
พ่ดี ีทั้งกลางวันและกลางคนื ดีล่างดบี นดีนอกดใี น
ไมเ่ ช่ือใหน้ ้องมาพสิ ูจน์ดูซี ดีหลบั ดตี ่ืนดที ง้ั เดอื นมือเดือนหงาย
วา่ พน่ี ด้ี อี ยา่ งไร (ลูกค)ู่
หญงิ ไม่เช่ือให้นอ้ งมาพสิ ูจน์ดูซี ว่าพ่นี ี้ดอี ย่างไร
ไอเ้ รอ่ื งดดี มี ีอยู่หลายดี ถา้ โดนดอกดปี ลใี ชไ้ ด้
ดีฟกั ดีแฟงดแี ตงน้ำเตา้ ชาวบ้านเขาเอาแกงกินได้
ของเองดีปลาชอ่ นมนั ไมเ่ ขา้ ยา ใหเ้ องทำดแี กวง่ มาแกวง่ ไป (ลกู ค)ู่
ไมร่ วู้ ่าพมี่ ีดอี ย่างไร
หญงิ น้องจะต้องสบื สวนดใู หถ้ ว้ นถ่ี ถา้ พดี่ ีจรงิ จริงนอ้ งก็ดใี จ
อีกทงั้ ดคี า่ งหรือว่าดลี งิ ถา้ เป็นดีงเู หลือมใชไ้ ม่ได้
ดีอะไรมนั ไมร่ ูเ้ สื่อม ใหไ้ ปช้ีเดอ่ ย่คู นเดียวเสยี เถอะไปไอ้หมาไป (ลกู ค)ู่
ไอ้ดีอย่างแกแมไ่ มเ่ หลียว ยงั ขืนดนั ทรุ ังติไป
แตท่ ำไมนวลนางไม่เช่ือใจ
ชาย แม้พ่ีบอกเท่าไรนอ้ งก็ไมฟ่ ัง แต่ทำหยงิ่ ผยองเสยี ยกใหญ่
พบ่ี อกดีไปเสยี ทกุ อย่าง แตก่ ็ทำเล่นตวั เกินไป
พย่ี อมออ่ นขอ้ งอ้ นวลนอ้ ง เดยี๋ วจะตอ้ งไขว่ควา้ ยกใหญ่
ความจรงิ คงอยากมผี ัว ถ้าน้องเกิดคัน... ตัวน้องจะทำอย่างไร (ลูกคู่)
แตถ่ า้ ตอนดึกๆนอ้ งคึกข้ึนมา ถ้านอ้ งเกดิ คัน.... ตัวนอ้ งจะทำตัวอยา่ งไร
ประเด๋ียวจะคันโน่นคันนี่ จะหาหมอรกั ษาเดยี๋ วกค็ งจะหาย
ประเด๋ยี วจะคันโนน่ คนั นี่ ปากแกมอมมากมอมกวา่ หมาใน
แตถ่ า้ น้องคนั ตาน้องก็ล้างตา ปากมองเหมือนหมาพดู มากมาย
แกสาบานได้ไหมว่าแกจะพูดจากปาก นางไม่เหลยี งตาแลหรอกชาย (ลกู ค)ู่
ผ้หู ญิงเขาไมร่ ักเขายังมาดา่ นอ้ งช่างมาตติ วั พชี่ าย
รปู ร่างปานเธอเสมอปานแก แม่เนือ้ อ่อนละมุนช่างติพี่อย่ทู ำไม
ถ้าพีไ่ มไ่ ด้ดว้ ยมนต์ท่จี ะเอาคาถามาใส่
ชาย พบี่ อกฝากรกั นอ้ งดีดี น้องเหน็ งงงวยหลบั ใหล
พี่บอกรกั ตัวแมค่ ณุ เอาสองน้ิวสะกิดนางใน
ถ้าพีไ่ ม่ไดด้ ้วยเล่หพ์ จ่ี ะเอาดว้ ยกล
พ่จี ะเสกแป้งลงมามหาละลวย
แต่พอนอ้ งหลับพขี่ ยับเขา้ ไปชิด
๑๙
ถ้าน้องไปไหนพี่กจ็ ะไปตาม จะปล้ำแมโ่ ฉมงามให้จนได้ (ลกู ค)ู่
หญิง ................................. จะปล้ำแมโ่ ฉมงามใหจ้ นได้
ถ้าพีป่ ลำ้ กลางนาน้องจะยดึ ตน้ ไม้
ถา้ พ่ีปล้ำกลางดงน้องจะขมวดก่อหญ้า ถ้าพเ่ี ขา้ ข้างหลงั นอ้ งจะคอยระไว
ถา้ พ่ีเขา้ ข้างหนา้ นอ้ งจะคอยระวัง แม่จะเอาถีบด้วยส้นตนี ซา้ ย (ลูกค)ู่
แตถ่ า้ เขามาทางก้น แมจ่ ะถบี เอาดว้ ยสน้ ตีนซา้ ย
ท่าปิดเชงิ ป้องเราก็วอ่ งไว
ชาย ................................. อีกทั้งมอื ขวาทำทา่ ไว้
มวยเรากด็ กี ระบเ่ี รากค็ ล่อง เลยง้าวหวั มดุ หวั นอ้ งไป (ลกู ค)ู่
มือซ้ายจบั ป่มุ ของแกว้ ตา
ผลกั นอ้ งล้มลงหลับตาปี๋
๒๐
เพลงเก้ียวแกมจาก
ชาย จะเวรทท่ี ำกรรมทีส่ ร้าง โดย แมต่ ะเหลี่ยม ภาชนะทอง
เรามารกั กันไมไ่ ด้กนั ใหเ้ ราเลิกร้างกนั ไป
เรารักกนั ไมต่ ลอด เปรยี บเหมอื นดงั เครอื เถาวลั ยพ์ นั ไม้
เสมือนกบั นำ้ ลอดดนิ ทราย (ลูกค)ู่
หญิง ต่างคนต่างจากคนละฟากคนละฝง่ั ต่างคนตา่ งนงั่ กันเถอะเหนอนาย
บุญน้องมีน้อยจะถอยหลัง แล้วพ่อทองรอ้ ยช่งั เหมือนนงุ่ ผ้าลอยชาย (ลกู ค)ู่
วาสนาพ่ีไม่ดีถึงอย่ดู ว้ ยไม่ได้
ชาย พอ่ี ยดู่ ้วยไม่ได้แลว้ แมใ่ ยสำลี พ่จี ะต้องจากนอ้ งยาไปไกล
ตั้งแต่วันนีจ้ ะไม่เหน็ หน้า หว่ งแมพ่ ่มุ พวงของพ่ีชาย
พี่จากแตก่ ายแต่ใจพ่เี ป็นห่วง มันเป็นกรรมของนอ้ งไม่รู้จะทำไฉน
มนั เวรสนำมันเปน็ กรรมสนอง ต้องกลับสถานคนื ถิน่ แลว้ นะพีช่ าย
จำใจจำจากแม่แหวนนาคหัวนลิ โพยภัยอยา่ ได้มีเขา้ มาใกลก้ าย
ให้พ่ีอยู่เปน็ สขุ อยู่สนกุ เปรมปรีด์ิ น้องรกั พี่คนเดยี วเลยไมไ่ ด้ (ลูกค)ู่
น้องต้องจากพแี่ นแ่ ล้วพอ่ แพสเี ขยี ว นับต้ังแต่วันน้ีไป
พ่ตี ้องจากแก้วตาไปไกล
ชาย มนั เปน็ กรรมจำพรากเราตอ้ งจากกัน ตัวของพีน่ ้ตี ้องลาน้องไป (ลกู ค)ู่
ต้งั แต่วนั นจ้ี ะไมเ่ หน็ หน้า นอ้ งจะต้องจำจรจากไกล
อยูเ่ ถดิ เหนอแมแ่ ก้วตา นอ้ งจะยอ้ นมาพบใหม่
ตอนน้องยงั อยูใ่ กล้
หญิง โอ้พอ่ ช่นื ใจจ๋าน้องตอ้ งลากอ่ น ตวั ของนอ้ งนางจะไมฟ่ ังเสยี งใคร (ลูกค)ู่
ถา้ แผ่นดนิ ไม่ลบเข้ากลบหนา้ คดิ ถงึ ดวงสมรโอ้แมพ่ ิสมัย
จะส่งั อะไรก็ส่ัง ให้พี่จากรปู หล่อไปไกล
แต่ถา้ พอสุดเสียงสง่ั จะอยเู่ ป็นค่มู วยบรรลยั (ลกู ค)ู่
ตอ้ งจากกันจริงจริงนะพอ่ ทูนใจ
ชาย พ่ีจะจากนอ้ งไปใจพีอ่ าวรณ์ ไมร่ เู้ ลยวา่ จะทำอย่างไร
ไมร่ ้กู รรมอะไรไฉนหนอ เมอ่ื หกั แลว้ จะได้เปล่ียนกำใหม่
ถ้าแม้นอย่ไู ดพ้ จ่ี ะอยู่ดว้ ย บุญพ่ีไมส่ มแล้วแม่แก้มผอ่ งใส
มนั ไมส่ มคะเนแลว้ นะนางใน
หญิง โอพ้ อ่ ชื่นใจเอย๋ พ่อหัวเกยตล่งิ ส่วนว่าตวั ของพจ่ี ะต้องไป (ลูกค)ู่
โอเ้ วรกรรมเอย๋ กรรมกรรม พอ่ แหวนนอ้ ยวงนากเรือนใน
ถ้าเป็นกำล้อกำเกวยี น รักมาหักกลางครันน่าเสียดาย
ชาย อยเู่ ถดิ เหนอแมต่ ากลม
รูปพีข่ ี้รา้ ยกายพ่ีข้ีเหร่
ใหน้ ้องอยเู่ ปน็ สขุ ทกุ นาที
หญงิ โธเ่ อ๋ยพ่ขี านอ้ งจะต้องลาจาก
เรามารกั กันไม่ไดก้ นั
๒๑
หรือภูตผปี ศี าจมาขัดขวาง ทำใหเ้ ราเลิกรา้ งกันไป (ลูกค)ู่
ชาย ออกชอื่ จะจากออกปากลา พกี่ ก็ ล้ันนำ้ ตาอยู่ไม่ไหว
ไมร่ จู้ ะนอนจะกินอย่างไร
ท้ังนำ้ ตาพ่ีก็ไหลรนิ คิดขนึ้ มาใหแ้ น่นทรวงใน
กินข้าวใหข้ มกินนมให้แคน้ คราวนเ้ี ราตอ้ งจากแล้วช่ืนใจ (ลกู ค)ู่
นำ้ ตาพี่ไหลพรากๆ
บทสรุป
บทเพลงฉอ่ ยบ้านสะเดยี ง ได้สะทอ้ นถึงวถิ ชี ีวติ ของชาวบ้านในอดีต ท่มี ีวิถที ี่เรยี บงา่ ยมกี ารเอ้ือเฟ้ือเผ่ือแผ่
มีการแบ่งปัน มีความสามัคคี ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ผ่านบทเพลงที่แต่งด้วยกลอนตลาดแบบง่าย ๆ มีเนื้อหา
แบบตรงไปตรงมา ประกอบกับเนื้อร้องที่มีสำนวนภาษาสะเดียงทำให้บทเพลงพื้นบ้านมีเสน่ห์ทางภาษามี
เอกลกั ษณ์เฉพาะตวั การละเลน่ เพลงพ้ืนบา้ นสะเดยี งยงั เป็นศูนย์รวมของชมุ ชนในการประกอบกิจกรรมเพื่อความ
สนุกสนานบันเทิงเริงรมย์ ซึ่งบรรยากาศเช่นนั้นได้เลือนหายไปนานหลายปีแล้วเหลือเพียงผู้สืบทอดเพลง
พื้นบ้านสะเดียงไม่กี่คนเท่านั้นและพ่อเพลงแม่เพลงที่เหลืออยู่บ้างก็แก่ชรามากแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม
ทางโรงเรียนบ้านสะเดียงได้เห็นคุณค่าแห่งศิลปะพื้นบ้านสะเดียงดังกล่าว จึงได้ริเริ่มสืบสานการแสดงเพลง
พื้นบา้ นสะเดยี งจากพ่อเพลงแม่เพลงทเี่ หลืออยู่ และมีการถ่ายทอดการละเลน่ ใหก้ ับนักเรียน ได้เรยี นรู้ ได้ฝึกร้อง
รำการละเล่นเพลงพ้นื บา้ นสะเดียงไวส้ บื ทอดต่อไป
แนวทางการนำไปปฏิบตั ใิ ช้
๑. เผยแพร่ให้กบั ผ้ทู สี่ นใจ นกั ศกึ ษา และประชาชนทว่ั ไป
๒. ปฏิบัติใช้เพื่อเป็นการสรา้ งกำลงั ใจ พลังใจ สง่ ผลให้กิจการ หน้าที่การงานและช่วยเสริมสร้าง
สุขภาพทางด้านจติ ใจดีขึน้
๓. บรู ณาการกับการเรยี นการสอน รายวชิ า GEHU102 สุนทรียภาพเพื่อชีวิต โดยนำองค์ความรู้ที่ได้ไปใช้
ในกระบวนการเรียนการสอน (มคอ. ๓ หมวดที่ ๕) สัปดาห์ที่ ๑๔ หัวข้อ เรื่อง มหรสพ สื่อบันเทิง พื้นบ้าน เป็น
การบรรยายโดยการยกตัวอยา่ ง เรื่อง เพลงฉอ่ ยบ้านสะเดียง
ขอ้ เสนอแนะ
ควรมกี ารลงพ้นื ที่ ทบทวน ข้อมลู ใหค้ รบถว้ นทุกอำเภอในจังหวดั เพชรบรู ณ์ เพ่ือให้เยาวชนรุน่ หลงั ได้
ใชศ้ กึ ษาหาความรู้ ส่งตอ่ จากรุ่นสรู่ ่นุ ตอ่ ไป
๒๒
บรรณานุกรม
รกั ชนก สมศักด.ิ์ (๒๕๕๔). เพลงพื้นบ้านสะเดยี ง. ใน วารสารศลิ ปวัฒนธรรมเพชบรุ ะ. ปีที่ ๑ ฉบบั ท่ี ๒
เมษายน – กนั ยายน, ๒๕๕๔ : ๖๐ - ๖๕.
สมพร แพง่ พพิ ัฒน์. (๒๕๔๖). เพลงฉอ่ ยบ้านสะเดยี ง. ใน สมบตั ิเมืองเพชรบูรณ์ เลม่ ๓. หนว่ ยอนรุ ักษ์
สง่ิ แวดลอ้ มศลิ ปกรรมจงั หวดั เพชรบรู ณ์ และสำนกั ศลิ ปวฒั นธรรม สถาบนั ราชภัฏเพชรบูรณ์ : ส.พจิ ิตร.
สวาท ภาสประหาส. (๒๕๖๕). อายุ ๗๙ ปี บ้านเลขท่ี ๔/๑ ถนนเดน่ พฒั นา ตำบลในเมอื ง
อำเภอเมืองเพชรบรู ณ์ จงั หวัดเพชรบูรณ.์ สัมภาษณ์, ๑๔ มกราคม.
สมจิตต์ ขุนแก้ว. (๒๕๖๕). อายุ ๖๙ ปี บ้านเลขท่ี ๑๖/๑ ถนนนารายณ์พฒั นา ตำบลในเมือง
อำเภอเมืองเพชรบรู ณ์ จงั หวดั เพชรบรู ณ์. สมั ภาษณ์, ๑๔ มกราคม.
สมศกั ดิ์ ขุนแกว้ . (๒๕๖๕). อายุ ๖๖ ปี บา้ นเลขที่ ๖๑ ถนนสว่างพฒั นา ตำบลในเมือง
อำเภอเมืองเพชรบรู ณ์ จงั หวดั เพชรบรู ณ์. สมั ภาษณ์, ๑๔ มกราคม.
๒๓
ภาคผนวก
รายละเอยี ดรายวชิ า (มคอ. ๓) ท่ีใช้บูรณาการ
๒๔
มคอ. 3
รายละเอยี ดของรายวชิ า (มคอ.3)
คณะ มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยราชภฏั เพชรบรู ณ์
หลกั สตู รสาขาวชิ า นาฏศลิ ปแ์ ละศิลปะการแสดง
หมวดที่ 1 ขอ้ มลู โดยท่วั ไป
1. รหัสและชอ่ื รายวิชา
GEHU102 ชื่อรายวชิ า (ภาษาไทย) สนุ ทรยี ภาพเพื่อชวี ิต
ช่อื รายวิชา (ภาษาอังกฤษ) Aesthetic Appreciation
2. จำนวนหน่วยกิต
3 (3-0-6) จำนวนหน่วยกติ (บรรยาย-ปฎบิ ัติ-ศึกษาดว้ ยตนเอง)
3. หลักสตู รและประเภทของรายวิชา
หมวดวชิ าศกึ ษาทัว่ ไป
4. อาจารย์ผ้รู ับผดิ ชอบรายวิชาและอาจารย์ผ้สู อน
ผชู้ ่วยศาสตราจารยจ์ นั ทร์พิมพ์ มีเป่ยี ม
ผูช้ ว่ ยศาสตราจารยป์ ารชิ าติ ลาจนั นนท์
อาจารย์อังคณา จนั ทร์แสงศรี
อาจารยส์ มศกั ด์ิ ภพู่ รายงาม
อาจารยร์ ฐั นินท์ รวีฉตั รพงศ์
อาจารย์กจิ ตยิ า รวฉี ตั รพงศ์
5. ภาคการศึกษา/ชนั้ ปีที่เรียน
ภาคการศกึ ษาท.ี่ ..2....ชัน้ ปที ่.ี ...1 + 2 + 3.. (ตามแผนการเรยี น)
6. รายวิชาทีต่ อ้ งเรียนมาก่อน (Pre-requisite)
-
7. รายวิชาทีต่ ้องเรียนพร้อมกนั (Co-requisites)
-
8. สถานที่เรียน
อาคารเรียน มหาวิทยาลัยราชภฏั เพชรบรู ณ์
9. วันท่จี ัดทำหรือปรับปรุงรายละเอียดของรายวิชาครง้ั ล่าสุด
วนั ที่ 30 ตุลาคม 2564
๒๕
หมวดที่ 2 จุดมุ่งหมายและวัตถุประสงค์
1. จดุ มงุ่ หมายของรายวชิ า
เพ่ือใหน้ ักศกึ ษามีความรู้และความเข้าใจในศาสตรท์ างความงามท้งั ดนตรี ศิลปะและนาฏศลิ ป์ เหน็ คณุ คา่
และสามารถนำความรมู้ าใชใ้ นการดำรงชวี ติ ในสังคมไดอ้ ย่างมีความสุข และมีความซาบซ้ึง ในพระปรีชาสามารถทาง
ศาสตร์ทางความงามของพระบรมวงศานุวงศ์
2. วตั ถุประสงค์ในการพัฒนา/ปรบั ปรงุ รายวิชา
1. เพือ่ ให้นกั ศึกษามีความรพู้ น้ื ฐานในศาสตรท์ างความงาม
2. เพอ่ื ใหน้ กั ศกึ ษามคี วามซาบซึ้งในศิลปะและวฒั นธรรมของชาติ
3. เพื่อใหน้ กั ศึกษามีความซาบซึ้งในพระปรีชาสามารถในศาสตร์ทางความงามของพระบรมวงศานุวงศ์
หมวดท่ี 3 ลักษณะและการดำเนินการ
1. คำอธิบายของรายวชิ า
จำแนกคุณลักษณะและประเภทของความงาม ความหมายของสุนทรียภาพเชิงความคิดกับ สุนทรียภาพ
เชิงพฤติกรรมโดยสังเขป ความสำคัญของการรับรู้กับความเป็นมาของศิลปะทางการเห็น ศิลปะทางการได้ยิน
และศิลปะทางการเคลื่อนไหว สู่ทัศนศิลป์ ดนตรีและศิลปะการแสดง ผ่านขั้นตอนการเรียนรู้เชิงคุณค่า จาก
ระดับการรำลึก ผ่านข้ันตอนความคุ้นเคย และนำเข้าสู่ข้ันความซาบซ้ึง เพื่อให้ได้มาซ่ึงประสบการณ์ของความ
ซาบซ้ึงทางสุนทรียภาพ ศึกษาพระปรีชาสามารถของพระบรมวงศานุวงศ์เกี่ยวกับสุนทรียภาพ
Classification of features and types of beauty, meanings of aesthetics in concepts and
behaviors; importance of perceive of visible arts, audio arts, and movement art into fine
art, music, and performance through valuable learning procedure in the levels of recalling,
getting acquaint, and creating appreciation for aesthetic appreciation; study of aesthetic
competence of the royal family.
2. จำนวนชวั่ โมงทีใ่ ชต้ ่อภาคการศกึ ษา
จำนวนชว่ั โมงตอ่ ภาคการศึกษา
หน่วยกติ บรรยาย การฝึกปฏิบตั /ิ การฝกึ งาน การศกึ ษาดว้ ยตนเอง สอนเสริม
3(3-0-6) 45 ชวั่ โมง - 90 ช่ัวโมง 2 ชัว่ โมง
หมายเหตุ สอนเสริม สัปดาหล์ ะ 2 ช่ัวโมง (เฉพาะรายทต่ี ้องการ)
3. จำนวนชัว่ โมงตอ่ สัปดาหท์ อี่ าจารย์ใหค้ ำปรกึ ษาและแนะนำทางวชิ าการแกน่ กั ศกึ ษาเปน็ รายบคุ คล
ตารางการให้คำปรกึ ษาและแนะนำทางวิชาการแกน่ กั ศึกษาเปน็ รายบุคคล
วัน-เวลา สถานทีห่ รอื หมายเลข ทีอ่ ย่ขู อง รวมจำนวน
รายวชิ า อาจารย์ ให้ หมายเลขหอ้ ง โทรศัพท์ E-mail ชวั่ โมงตอ่
ผสู้ อน คำปรึกษา ผูส้ อน ผสู้ อน ผูส้ อน สัปดาห์
ทใ่ี ห้คำปรกึ ษา
- -- - -- -
๒๖
หมวดท่ี 4 การพัฒนาการเรียนรู้ของนกั ศึกษา
1. ดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม
1.1 ผลการเรียนรู้ 1.2 กลยทุ ธ์/วิธีการสอน 1.3 กลยทุ ธ์/วิธกี ารประเมนิ ผล
1[•] ตระหนกั ในคณุ คา่ ของคณุ ธรรม 1.กำหนดให้เป็นวัฒนธรรม 1.ประเมนิ จากพฤตกิ รรมของผเู้ รยี น
จริยธรรม และศลี ธรรมมีจิตสาธารณะ องค์กรที่ปลูกฝังความมีระเบียบ เชน่ การเขา้ ชน้ั ตรงเวลา ส่งงานตรง
มีความซื่อสตั ยส์ จุ รติ มคี วามรบั ผิดชอบ วินัย เคารพในกฎ ระเบียบของ เวลาและครบถ้วน การรว่ มกิจกรรมใน
มีความสามคั คี มคี วามรัก มีความ มหาวิทยาลัย เช่น การเข้าช้ัน ช้ันเรยี นอย่างผูม้ คี วามรับผดิ ชอบ
เมตตากรณุ าและมีระเบียบวินยั เรียนตรงเวลา แต่งกายตาม เปน็ ตน้
ระเบยี บของมหาวทิ ยาลัยการยก
ย่องผู้ที่ทำดีให้สาธารณชนได้รับ
รู้หรือให้ รางวัลตามโอกาสที่
เหมาะสม
2 [•] ตระหนักและเห็นคุณค่าของการ 2. กำหนดให้ทุกรายวิชา สอด 2. ประเมินจากการสอบย่อย การสอบ
เรียนรู้ เกิดความต้องการ ความสนใจ แทรกสาระและกิจกรรมการ กลางภาคการศึกษา และการสอบ
และมีความกระตือรอื รน้ ในการเรียนรู้ เรียนการสอน ให้ผู้เรียนเกิด ปลายภาคการศึกษาที่เป็นไปอย่าง
ความตระหนักในคุณค่าของ สุจริต
คุณธรรม จริยธรรมและ ลักษณะ
อันพงึ ประสงค์ของคนดี
3 [•] มีความเพียรพยายามในการ 3. จัดกิจกรรมการเรียนการสอน 3. ประเมินจากการเข้าร่วมกิจกรรม
ทำ งา น ม ี ค วา ม ต ั ้ งใจ อด ทน ที่เน้นการปฏิบัติเพื่อให้ผู้เรียน เสริมหลักสูตร ที่แสดง ถึงความมีวินัย
ขยันหมั่นเพียร ควบคู่กับการใช้ เกิดความเข้าใจ อย่างลึกซึ้งใน ความพรอ้ มเพรียง ความเป็นผูน้ ำและผู้
สติปัญญาในการแก้ปัญหาจนประสบ คุณธรรมท่ี ต้องการจะปลูกฝัง ตามที่ดีความเอื้ออาทร ความรัก
ผลสำเร็จมีความรับผิดชอบตาม สามัคคีและความเป็นผูม้ ีความ กตัญญู
สถานการณท์ งั้ บคุ คลและกลุ่ม สุภาพอ่อนนอ้ ม
4 []............................. 4………………..….. 4…………………..……
5 []……………………….. 5……………….…… 5…………………..……
๒๗
2. ดา้ นความรู้
2.1 ผลการเรยี นรู้ 2.2 กลยทุ ธ์/วธิ กี ารสอน 2.3 กลยทุ ธ์/วิธีการประเมินผล
1 [] ............................................... 1. ................................... 1. .........................................
2 [•] มีความสามารถในการบูรณา 2. จัดการเรียนการสอนที่มี 2. ประเมินด้วยการสอบย่อย สอบ
การ ความรู้ความเข้าใจในศาสตร์ต่าง ลักษณะยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ กลางภาคการศึกษาและ สอบปลาย
ๆ เพื่อประยุกต์ใช้ในการดำรงชีวิต โดยจัดกิจกรรมในลักษณะ ภาคการศึกษา
ประจำวันได้อย่างมีความสุขทั้งทาง บ ู ร ณ า ก า ร ค ว า ม ร ู ้ แ ล ะ
รา่ งกายและจติ ใจ ประสบการณเ์ ดิมของผู้เรียนเข้า
กับความรู้และประสบการณ์
ใหม่ในรายวิชาที่สอนได้อย่าง
กลมกลนื
3 [ • ] มีความรู้ความเข้าใจในความ 3. จัดกิจกรรมการเรียนการสอน 3. ประเมินจากการปฏิบัติ กิจกรรม
สัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ สังคมและ ที่เน้นการปฏิบัติเพื่อ ให้ผู้เรียน ต่าง ๆ ของรายวิชาที่ เรียนทั้งในช้ัน
สิ่งแวดล้อมและแก้ปัญหาความขัดแยง้ เกิดความเขา้ ใจได้ อย่างแท้จริง เรียนและนอกชั้นเรยี น
อยา่ งมเี หตผุ ล
4 [•] ม ี ค ว า ม ร ู ้ ค ว า ม เ ข ้ า ใ จ ใน 4. จัดกิจกรรมที่เปิดโอกาส ให้ 4. ประเมินจากชิ้นงานที่ผู้เรียน
กระบวนการคิดที่สามารถนำไป ผู้เรียนได้สัมผัสกับวิทยากรที่มี สร้างสรรค์แล้วนำเสนอผู้สอน ทั้งเป็น
ประยุกต์ใชใ้ นชีวิต ประจำวนั ความรู้ความ สามารถในศาสตร์ กลุ่มและรายบคุ คล
หรอื คณุ ลักษณะท่พี ึงประสงค์ท่ี
ต้องการปลูกฝังตามโอกาส อัน
ควร อาจกระทำด้วย การเชิญ
วิทยากรมาสาธิต หรือบรรยาย
ในชั้นเรียน หรือด้วยการนำ
ผู้เรียนไป ศึกษาดูงาน ณ แหล่ง
เรยี นรู้ ทวี่ ทิ ยากรประจำอยู่
5 []……………………. 5…………………..…… 5…………………..……
๒๘
3. ดา้ นทักษะทางปญั ญา
3.1 ผลการเรยี นรู้ 3.2 กลยุทธ์/วธิ กี ารสอน 3.3 กลยุทธ์/วธิ กี ารประเมนิ ผล
1 [•] พัฒนาความสามารถในการคิด 1.จัดกิจกรรมการเรียนการสอน 1.ประเมินด้วยการสังเกตพฤติกรรม
อยา่ งเปน็ ระบบ ดว้ ยกระบวนการคดิ เพือ่ ส่งเสริม ทางปัญญาของผู้เรียน ตั้งแต่ขั้นสังเกต
ให้ผู้เรียนคิดวิเคราะห์ใคร่ครวญ ตั้งคำถาม สืบค้น คิดวิเคราะห์
ด้วยเหตุผล และมีวิจารณญาณ สงั เคราะห์และประเมินคา่ ตามลำดบั
เช่น อภิปรายกลุ่ม ฝึกแก้ปัญหา
เปน็ กลุ่ม จัดสถาน การณจ์ ำลอง
ให้ผเู้ รียนฝกึ ตดั สินใจ เปน็ ตน้
2 []……………………….. 2…………………..…… 2………………..……
3 [•] มที ักษะทางการวิเคราะห์ 3. จัดการเรียนรดู้ ว้ ย 3. ประเมินด้วยการพดู รายงาน ผลการ
สงั เคราะห์ และประเมินคา่ ประสบการณต์ รง เช่น ฝกึ วเิ คราะห์ สังเคราะห์ และประเมินค่า
ปฏบิ ตั ิดว้ ยการแสดงบทบาท ในกรณีตัวอย่าง บทบาทสมมุติ
สมมตุ ิ ออกศกึ ษา นอกสถานท่ี บทความ บทรอ้ ยกรอง หรอื บทกวี
เพอื่ ฝกึ สังเกต สมั ภาษณ์ พดู คยุ นิพนธ์ ทอ่ี า่ นตอ่ หนา้ ช้นั เรยี น
กับผู้มี ประสบการณ์แล้วสรปุ
เปน็ สาระความรู้ แนวคดิ ข้อคดิ
ท่สี ามารถนำมาประยกุ ตใ์ ช้ ใน
ชีวิตประจำวันได้อยา่ ง ลงตวั
4 []…………………… 4…………………..…… 4…………………..……
5 [•] สามารถรวบรวม ศึกษาและ 5. จ ั ด ก า ร เ ร ี ย น ร ู ้ ด ้ ว ย 5. ประเมนิ ดว้ ยการสร้างสถานการณ์
สรุปประเดน็ ปญั หาได้ ประสบการณ์ตรง เช่น ฝึก จำลอง แล้วให้ผู้เรียนฝกึ ตดั สนิ ใจ
ปฏิบัติสถานการณ์จำลองด้วย แก้ปัญหาอยา่ งมีเหตุมผี ล โดยผู้สอน
การแสดงบทบาทสมมุติ แล้ว และผเู้ รียนร่วมกนั ประเมินผลงานนั้น
สรุปเป็นสาระความรู้ แนวคิด
ข้อคิดที่สามารถนำมาประยุกต์
ใชใ้ นชวี ติ ประจำวนั ได้อยา่ งลงตัว
๒๙
4. ด้านทักษะความสัมพันธร์ ะหวา่ งบุคคลและความรบั ผิดชอบ
4.1 ผลการเรียนรู้ 4.2 กลยทุ ธ์/วธิ ีการสอน 4.3 กลยุทธ์/วิธกี ารประเมนิ ผล
1[ ] …………………………… 1. ........................................ 1. ..........................................
2 [] ………………………. 2. ……………………… 2. ............................................
3 [•] พฒั นาทกั ษะการเรียนร้ดู ้วย 3. จัดกิจกรรมการเรียนรู้ผ่าน 3. สังเกตการณ์ร่วมกจิ กรรมกลุ่มของ
ตนเอง มีความรับผิดชอบ ตรงตอ่ เวลา ประสบการณ์ตรงจากการทำงาน ผเู้ รยี น
เป็นคู่ หรือเป็นกลุ่มเพื่อฝึกความ
รับผิดชอบทักษะความเป็น ผู้นำ
และผู้ตามที่ดี มีทักษะ การสร้าง
มนษุ ยสมั พนั ธป์ รับตวั และยอมรับ
ความ แตกต่างของคนในสงั คม
4 [•] พัฒนาทักษะในการปฏิสัมพันธ์ 4. จัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เปิด 4. สร้างแบบประเมินทักษะความ
กบั บุคคลในสงั คม โอกาสใหผ้ ู้เรียนได้มี ปฏิสัมพันธ์ สัมพันธ์ระหว่างบุคคล และความ
ช่วยกันเรียนรู้ เช่น ทำงานกลุ่ม รับผิดชอบสำหรับให้ผู้เรียนประเมิน
การแสดง บทบาทสมมุติร่วมกนั ตนเองและประเมินเพื่อน
การเล่นกีฬาเปน็ ทมี เปน็ ตน้
5 [ ] ........................................ 5. .................................... 5. ..........................................
๓๐
5. ด้านทกั ษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสอ่ื สาร และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
5.1 ผลการเรยี นรู้ 5.2 กลยทุ ธ์/วธิ ีการสอน 5.3 กลยุทธ์/วธิ กี ารประเมินผล
1 [] ............................................... 1. ....................................... 1. ......................................
2 [•] พัฒนาทักษะการวเิ คราะห์ 2. จัดกิจกรรมการเรียนการ 2. ประเมินจากการจัดกิจกรรมให้
ข้อมูลเชงิ ปรมิ าณจากกรณีศกึ ษา สอนด้วยการจัดประสบการณ์ ผู้เรียนได้สะท้อนความรู้ ความคิด
ตรงให้ผ้เู รียน ได้มโี อกาสใช้สถิติ ความเขา้ ใจผ่านสือ่ เทคโนโลยีแบบตา่ ง
พื้นฐาน ในการวิเคราะห์ข้อมูล ๆ
ด้วย คอมพิวเตอร์ พร้อมกับนำ
เสนอด้วยเทคโนโลยที ่เี หมาะสม
3 [ • ] ทักษะในการใช้สารสนเทศทาง 3. จัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้ 3. สงั เกตพฤติกรรมการใชเ้ ทคโนโลยี ใน
คณิตศาสตร์ สถติ ิประยุกตต์ อ่ การแกไ้ ข ผู้เรียนได้มีโอกาสสืบค้น ข้อมูล ระหว่างร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ในช้ัน
ปญั หาได้อย่างสรา้ งสรรค์ ด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศท่ี เรียน หรือขณะร่วมกิจกรรมเสริม
เหมาะสมและไดข้ อ้ มูลท่ที นั สมยั หลักสูตรที่มหาวทิ ยาลัยจัดขน้ึ
ตรงตามวัตถุประสงค์ท่ตี ้องการ
4 []…………………… 4…………………..…… 4…………………..……
5 []………………… 5…………………..…… 5…………………..……
๓๑
6. ด้าน ทกั ษะพสิ ัย 6.2 กลยุทธ์/วิธกี ารสอน 6.3 กลยุทธ์/วธิ กี ารประเมินผล
6.1 ผลการเรยี นรู้ 1…………………..…… 1.…………………..……
2…………………..…… 2…………………..……
1 []…………………… 3…………………..…… 3…………………..……
2 []…………………… 4…………………..…… 4…………………..……
3 []…………………… 5…………………..…… 5…………………..……
4 []……………………
5 []……………………
๓๒
หมวดท่ี 5 แผนการสอนและการประเมินผล
1.แผนการสอน
สปั ดาห์ หวั ขอ้ /รายละเอียด ชั่วโมงสอนตอ่ กิจกรรมการสอน สอื่ ทใ่ี ชใ้ น อาจารยผ์ ูส้ อน
ที่ สัปดาห์ การสอน
1 - สนุ ทรียศาสตรเ์ ชิง ทฤษฎี ปฏิบัติ - บรรยาย - เอกสารประกอบการ ผศ.จนั ทรพ์ ิมพ์ มเี ปย่ี ม
ความคิดและพฤติกรรม 3- - กิจกรรมระดม
ตะวันออก ความคิดกลุ่ม
- การนำเสนอ เรียนการสอน และคณะ
- ผสู้ อนสรปุ
- ศึกษาคน้ คว้า - Power point
ด้วยตนเอง
- ตวั อย่างงาน
ศลิ ปะ
2 - สุนทรียศาสตร์เชิง 3 - - บรรยาย - เอกสารประกอบการ ผศ.จันทร์พิมพ์ มเี ปย่ี ม
ความคิดและ - กจิ กรรมระดม เรยี นการสอน และคณะ
พฤติกรรมตะวันตก ความคดิ กล่มุ - Power point
- การนำเสนอ
- ผูส้ อนสรุป
- ศกึ ษาค้นคว้า
ดว้ ยตนเอง
- ตัวอยา่ งงาน
ศลิ ปะ
3 -จำแนกคุณลักษณะ 3 - - บรรยาย - เอกสารประกอบการ ผศ.จันทร์พมิ พ์ มเี ปี่ยม
และประเภทของ - กิจกรรมระดม เรยี นการสอน และคณะ
ความงาม ความคิดกลุ่ม - Power point
- การนำเสนอ
- ผู้สอนสรปุ
- ศึกษาคน้ ควา้
ด้วยตนเอง
- ตวั อยา่ งงาน
ศลิ ปะ
๓๓
4 - การรับรู้ ความ 3 - - บรรยาย - เอกสารประกอบการ ผศ.จันทรพ์ ิมพ์ มเี ปยี่ ม
เป็นมาของศิลปะ
ทางการเห็น - กิจกรรมระดม เรยี นการสอน และคณะ
ความคดิ กลุ่ม - Power point
- การนำเสนอ
- ผสู้ อนสรุป
- ศกึ ษาค้นคว้า
ดว้ ยตนเอง
- ตวั อย่างงาน
ศลิ ปะ
5 - ทัศนศลิ ป์ 3 - - บรรยาย - เอกสารประกอบการ ผศ.จันทรพ์ ิมพ์ มเี ปีย่ ม
- กจิ กรรมระดม เรียนการสอน และคณะ
ความคดิ กลมุ่ - Power point
- การนำเสนอ
- ผู้สอนสรุป
- ศึกษาค้นควา้
ด้วยตนเอง
- ตวั อยา่ งงาน
ศิลปะ
6 - สุนทรียศาสตร์ทาง 3 - - บรรยาย - เอกสารประกอบการ ผศ.จนั ทร์พิมพ์ มเี ปี่ยม
ดนตรี
- การนำเสนอ เรียนการสอน และคณะ
- ผู้สอนสรปุ - Power point
- ศึกษาค้นคว้า
ดว้ ยตนเอง
- ดูภาพยนตร์
ดนตรี ฟังเพลง
7 - ความเป็นมาของ 3 - - บรรยาย - เอกสารประกอบการ ผศ.จนั ทรพ์ ิมพ์ มเี ปยี่ ม
ดนตรไี ทยและดนตรี - การนำเสนอ เรยี นการสอน และคณะ
ตะวันตก - ผู้สอนสรุป - Power point
- ศกึ ษาค้นคว้า
ด้วยตนเอง
- ดภู าพยนตร์
ดนตรี ฟังเพลง
8 - องค์ประกอบของ 3 - - บรรยาย - เอกสารประกอบการ ผศ.จนั ทรพ์ มิ พ์ มเี ปี่ยม
ดนตรี
- การนำเสนอ เรยี นการสอน และคณะ
๓๔
- ผสู้ อนสรุป - Power point
- ศึกษาค้นควา้
ดว้ ยตนเอง
- ดภู าพยนตร์
ดนตรี ฟังเพลง
- สอบกลางภาค
9 - ประเภทของเครอ่ื ง 3 - - บรรยาย - เอกสารประกอบการ ผศ.จันทร์พิมพ์ มเี ปย่ี ม
ดนตรี
- การนำเสนอ เรียนการสอน และคณะ
- ผู้สอนสรุป - Power point
- ศกึ ษาค้นคว้า
ดว้ ยตนเอง
- ดูภาพยนตร์
ดนตรี ฟงั เพลง
10 - การประสมวงดนตรี 3 - - บรรยาย - เอกสารประกอบการ ผศ.จนั ทร์พิมพ์ มเี ปี่ยม
- การนำเสนอ เรยี นการสอน และคณะ
- ผสู้ อนสรปุ - Power point
- ศึกษาค้นควา้
ด้วยตนเอง
- ดภู าพยนตร์
ดนตรี ฟงั เพลง
11 - ทม่ี าของนาฏศลิ ป์ 3 - - บรรยาย - เอกสารประกอบการ ผศ.จนั ทร์พิมพ์ มเี ปีย่ ม
ดนตรกี บั การแสดง
ระบำ รำ ฟอ้ น - การนำเสนอ เรียนการสอน และคณะ
- ผู้สอนสรปุ - Power point
- ศึกษาคน้ ควา้
ดว้ ยตนเอง
- ดวู ีดิทัศน์ CD
12 - ละคร 3 - - บรรยาย - เอกสารประกอบการ ผศ.จันทรพ์ ิมพ์ มเี ปี่ยม
- การนำเสนอ เรียนการสอน และคณะ
- ผสู้ อนสรปุ - Power point
- ศึกษาค้นคว้า
ด้วยตนเอง
- ดวู ดี ิทศั น์ CD
๓๕
13 - โขน 3 - - บรรยาย - เอกสารประกอบการ ผศ.จนั ทร์พิมพ์ มเี ปี่ยม
- การนำเสนอ เรียนการสอน และคณะ
- ผู้สอนสรปุ - Power point
- ศกึ ษาค้นควา้
ดว้ ยตนเอง
- ดวู ดี ทิ ัศน์ CD
14 - มหรสพ สอื่ บันเทิง 3 - - บรรยาย - เอกสารประกอบการ ผศ.จันทร์พมิ พ์ มเี ปยี่ ม
พื้นบา้ น - การนำเสนอ เรยี นการสอน และคณะ
- ผ้สู อนสรุป - Power point
- ศกึ ษาคน้ คว้า -องค์ความรทู้ าง
ดว้ ยตนเอง วัฒนธรรม เรื่อง
- ดูวีดิทศั น์ CD เพลงฉอ่ ยบ้านสะเดยี ง
-บรรยายยก
ตวั อยา่ ง โดยนำองค์
ความรทู้ าง
วฒั นธรรม เรอ่ื ง
เพลงฉ่อยบา้ น
สะเดยี ง
15 - การแสดงร่วมสมยั 3 - - บรรยาย - เอกสารประกอบการ ผศ.จันทร์พิมพ์ มเี ปี่ยม
การแสดงประเทศ
เพื่อนบ้าน - การนำเสนอ เรยี นการสอน และคณะ
- ผสู้ อนสรปุ - Power point
- ศึกษาค้นควา้
ด้วยตนเอง
- ดวู ดี ิทศั น์ CD
16 สอบปลายภาค
2. แผนการประเมินผลการเรยี นรู้
กจิ กรร การเรยี นรดู้ ้าน ผลการเรียนรู้ วธิ กี ารประเมนิ สัปดาห์ทป่ี ระเมิน สดั สว่ น
การประเมนิ
มท่ี ตลอดภาค 10%
การศกึ ษา
1 คุณธรรม จรยิ ธรรม 1.มีคณุ ธรรม จริยธรรมและ -พฤติกรรมการเขา้
ตระหนักในศลิ ปะ เรียน
วฒั นธรรมของชาติ
2 ความรู้ 1. มีความรแู้ ละ -สอบย่อย -ตลอดภาค 10%
การศกึ ษา 20%
ประสบการณ์ในสาขาวิชาท่ี -ตลอดภาค
การศกึ ษา
ศกึ ษาและสามารถ -สอบวัดความรู้
ประยกุ ตใ์ ช้ในการดำรงชวี ิต
๓๖
2. มีความสามารถในการ -สอบปลายภาค - 16 30%
10%
แกป้ ญั หาและข้อ โต้แยง้ ใน 10%
สถานการณ์ อ่นื ๆ และการ 10%
แก้ไข ปัญหาในการทำงาน
3 ทักษะทางปญั ญา 1.สามารถคดิ อย่างมี -สังเกตพฤตกิ รรม -ตลอดภาค
วิจารณญาณ มีทักษะในการ ทางปญั ญาของ การศกึ ษา
คดิ วิเคราะห์อย่างมเี หตผุ ล ผู้เรยี น
4 ทกั ษะความสัมพันธ์ 1.มีความสามารถในการ -สงั เกตการร่วม -ตลอดภาค
ระหว่างบุคคลและ ทำงานร่วมกับผูอ้ น่ื มภี าวะ กิจกรรมกล่มุ ของ การศึกษา
ความรบั ผดิ ชอบ 3. มีความสามารถในการ ผู้เรยี น
แกไ้ ขปัญหาท่เี กดิ ข้ึนในการ
ทำงานของกลมุ่
4. มคี วามรบั ผิดชอบตอ่
อาชพี
5.มนี ำ้ ใจและเสียสละ พร้อม
อุทศิ ตนในการ ทำงานเพอื่
สว่ นรวม
5 ทกั ษะการวิเคราะห์ 1.มคี วามสามารถในการ -สังเกตการใช้ -ตลอดภาค
เชิงตวั เลข การ วเิ คราะหด์ ้วยกระบวนการ เทคโนโลยีระหวา่ ง การศกึ ษา
สื่อสาร และการใช้ อยา่ งมีวจิ ารณญาณเพ่ือ รว่ มกิจกรรมการ
เทคโนโลยี นำไปประยกุ ต์ใช้ในการ เรยี น
สารสนเทศ ดำเนินชีวติ ได้อยา่ งมี
คณุ ภาพ
6 ทักษะพสิ ัย 1)…………………………..
หมวดที่ 6 ทรัพยากรประกอบการเรยี นการสอน
1. ตำราและเอกสารหลกั
เอกสารประกอบการสอน รายวชิ าสุนทรยี ภาพเพ่ือชีวิต รหัสรายวิชา GEHU102 คณะมนษุ ยศาสตร์และสังคมศาสตร์
มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั เพชรบรู ณ์, 2560.
2. เอกสารและขอ้ มูลสำคญั
เกรียงไกร ทองจิตติ. ทฤษฎดี นตรีสากลขัน้ พืน้ ฐาน. เพชรบรู ณ์: สาขาวิชาดนตรี คณะมนุษยศาสตรส์ งั คมศาสตร์
มหาวทิ ยาลัยราชภฏั เพชรบรู ณ์, 2555.
โชดก เกง่ เขตรกิจ. ทศั นศลิ ป.์ กรงุ เทพมหานคร: ไทยวัฒนาพานิช, 2545.
ณรทุ ธ์ สุทธจิตต.์ สงั คีตนยิ ม: ความซาบซ้ึงในดนตรีตะวันตก. กรุงเทพมหานคร: สำนักพมิ พจ์ ฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั ,
2535.
๓๗
ราณี ชยั สงคราม. นาฏศลิ ปไ์ ทยเบื้องต้น. กรงุ เทพมหานคร: องคก์ ารค้าของครสุ ภา, 2544.
3. เอกสารและขอ้ มูลแนะนำ
คมั ภีร์ วงศ์นิคม. ภาพและประวตั ติ วั ละครวรรณคดี รามเกียรต์.ิ กรงุ เทพมหานคร: กังสดาลบุ๊คส์, 2543.
นพพร ด่านสกุล. ปฐมบททฤษฎดี นตร.ี ภาควิชาศิลปกรรม คณะมนษุ ยศาสตร์และสงั คมศาสตร์ มหาวิทยาลยั ทกั ษิณ,
2544.
ผดงุ พรมมลู และคณะ. ศลิ ปะ. กรุงเทพมหานคร: ประสานมิตร, 2545.
มานพ ถนอมศร.ี ศิลปะเพอื่ ชีวิต. กรงุ เทพมหานคร: เจริญการพมิ พ,์ 2544.
เลอสม สถาปติ านนท.์ องคป์ ระกอบสถาปตั ยกรรมพ้นื ฐาน. กรุงเทพมหานคร: อัลลายดพ์ ร้นิ เตอร์สและโพสต์
พบั ลชิ ซิง, 2543.
สมคิด จริ ะทศั นกลุ . วดั : พทุ ธศาสนาสถาปตั ยกรรมไทย. กรุงเทพมหานคร: เคล็ดไทย, 2545.
สกลธ์ ภงู่ ามด.ี ศิลปเพื่อการสอ่ื สาร. กรงุ เทพมหานคร: วาดศลิ ป์, 2545.
สุมิตร เทพวงษ.์ นาฏศลิ ปไ์ ทย นาฏศลิ ปส์ ำหรบั ครปู ระถมและมัธยม. กรงุ เทพมหานคร: โอเดยี นสโตร์, 2541.
หมวดท่ี 7 การประเมินและปรับปรุงการดำเนนิ การของรายวิชา
1. กลยุทธก์ ารประเมินประสิทธผิ ลของรายวิชาโดยนกั ศกึ ษา
นกั ศึกษากรอกแบบสอบถามทที่ มี ผู้สอนสร้างขึ้น เพอื่ การประเมนิ รายวิชา
2. กลยุทธก์ ารประเมนิ การสอน
จากทีมผ้สู อน ผสู้ งั เกตการณ์
ผลการเรยี นของนักศึกษา
3. การปรบั ปรุงการสอน
มกี ารกำหนดวธิ ีการจากทีมผสู้ อน
มกี ารประชมุ สมั มนาเพอื่ พัฒนาการเรยี นการสอน
4. การทวนสอบมาตรฐานผลสมั ฤทธข์ิ องนกั ศกึ ษาในรายวิชา
การทวนสอบจากคะแนนขอ้ สอบ โดยตรวจสอบผลการประเมินการเรยี นรู้ของนักศึกษา
การทวนสอบจากงานทมี่ อบหมาย
๓๘
5. การดำเนนิ การทบทวนและการวางแผนปรับปรงุ ประสทิ ธผิ ลของรายวิชา
นักศึกษากรอกแบบสอบถามท่ีทีมผสู้ อนสรา้ งข้นึ เพอื่ การประเมนิ รายวิชา
จากทมี ผู้สอน ผสู้ ังเกตการณ์
ผลการเรียนของนกั ศกึ ษา
องค์ความรู้ทางวัฒนธรรม
เรื่อง “ตะลอมพอก” ภูมิปัญญาทอ้ งถน่ิ
ในประเพณีการบวชนาคของชาวเพชรบูรณ์
วตั ถปุ ระสงค์
๑. เพื่อเป็นการเสาะแสวงหา รวบรวม จัดเก็บความรู้ที่มีอยู่ในตัวบุคคลที่เชี่ยวชาญในด้านการทำตะ
ลอมพอก
๒. เพอื่ จดั ทำเป็นเล่มองคค์ วามรู้สำหรบั เผยแพรใ่ ห้แก่เยาวชนและผทู้ ใ่ี ห้ความสนใจศึกษาเรยี นรู้
ขอบเขต
ศึกษาประวัตศิ าสตร์ความเปน็ มาและรูปแบบการจัดทำตะลอมพอก
เปา้ หมาย
จัดเก็บข้อมลู ทางดา้ นวัฒนธรรมเร่ือง ตะลอมพอก ภมู ิปญั ญาทอ้ งถ่ิน ในประเพณีการบวชนาคของ
ชาวเพชรบรู ณ์ เพื่อการประยุกต์ใชง้ าน
ประโยชนท์ ่ีคาดวา่ จะไดร้ ับ
๑. ไดข้ อ้ มูลทางด้านวัฒนธรรม เรือ่ ง “ตะลอมพอก” ภูมปิ ัญญาทอ้ งถน่ิ ในประเพณีการบวชนาคของ
ชาวเพชรบูรณ์
๒. ได้สบื สานและอนุรกั ษ์มรดกทางวฒั นธรรมการทำตะลอมพอกและนำองคค์ วามรู้ทไ่ี ดไ้ ปเผยแพร่
๓. ได้องค์ความรูส้ ำหรบั นำไปบรู ณาการกบั การเรียนการสอน
๔๐
บทนำ
ราชบัณฑิตยสถาน (๒๕๕๖: ๗๐๙) ประเพณี หมายถงึ สิง่ ที่นิยมถือประพฤติปฏบิ ัติสืบ ๆ กันมาจน
เป็นแบบแผน ขนบธรรมเนียมหรือจารีตประเพณี ประเพณี คือระเบียบแบบแผนใน การประพฤติปฏิบัติท่ี
คนส่วนใหญ่เห็นวา่ ดีเห็นว่าถูกตอ้ งเป็นที่ยอมรับของสังคมมีการปฏิบตั ิสบื ตอ่ กันมา เช่น ประเพณีการเกิด การ
ปลกู บา้ นสรา้ งเรือน การบวช เปน็ ต้น ประเพณที างสงั คมของชาวไทยพุทธทข่ี าดมิได้คือ ประเพณกี ารบวชซ่ึง
ถือเปน็ หนึง่ ส่ิงทีถ่ ือปฏิบตั ิสบื ทอดยึดถือกันมานาน โดยนยิ มให้บตุ รชายที่อายุครบ ๒๐ ปีได้เข้าสู่การอุปสมบท
เป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา เป็นการตอบแทนพระคุณบิดามารดาเพราะในสมัยก่อนมีความเชื่อว่า การ
บวชอาจกินเวลา ๑๕ วัน ๑ เดือนหรอื ๑ พรรษา การบวชเพื่อเรียนรู้พระธรรมวินยั และเป็นเสมอเคร่ืองหมาย
ว่าได้ก้าวข้ามไปสู่ความสมบูรณ์ เมื่อบุตรชายได้บวชพระแล้วบิดามารดาก็จะเกาะชายผ้าเหลืองของบุตรขึ้น
สวรรค์ทำให้บิดามารดามีความสุขที่ได้เห็นบุตรชายได้ปฏิบัติตามหลักพระพุทธศาสนา ในสมัยก่อนไม่มีการ
เรียนหนังสือแบบปัจจุบันการบวชพระจึงเป็นช่องทางเดียวในการศึกษาหาความรู้ ด้วยเหตุผลเหล่านี้จึงทำให้
ผู้ชายนิยมบวชซึ่งในสมัยโบราณพิธีบวชจะมีการจัดงานตามประเพณี คือ การทำขวัญนาค การฉลองนาค
และการแห่นาค การบวชนาคนั้นจะต่างกันออกไปซึ่งจะมีทั้งความเชื่อ ประเพณี และวัฒนธรรมของท้องถิ่น
นน้ั ๆ
ท่มี าของประเพณีบวชนาค
วนั ดี ศรีสวสั ดิ์ และคณะ (๒๕๕๙: ๓๖) กล่าววา่ ประเพณีบวชนาคเป็นประเพณีที่จัดขึน้ ก่อนการ
ประกอบพิธีอุปสมบทหรือบวชเป็นพระภิกษุ ซึ่งเป็น ประเพณีที่จัดขึ้นเฉพาะในแถบประเทศที่นับถือพุทธ
ศาสนาในอุษาคเนย์ เช่น พม่า เขมร ลาว และไทย โดยประเพณีนี้จะไม่มีในประเทศอินเดียซึ่งเป็นต้นกำเนิด
ของพทุ ธศาสนาแต่อย่างใด ทีม่ าของความเชอื่ ของพธิ ีการบวชนาคนี้ ได้ยอ้ นความไปถึงสมยั พทุ ธกาลเม่ือครั้นท่ี
พระพุทธเจ้าได้ ตรัสรู้ธรรมและเผยแพร่พุทธศาสนา ได้มีพญางูใหญ่หรือที่รู้จักกันในชื่อว่า “นาค” ได้รู้สึก
เลอ่ื มใสศรัทธาปรารถนาทจี่ ะออกบวชเป็นภิกษุเพ่ือรบั ใช้ติดตามพุทธองค์และศึกษาธรรม จงึ ได้จำแลงร่างเป็น
มนุษยม์ าขอบวชเรยี น แต่พระพุทธเจ้าทรงเลง็ เห็นด้วยญาณว่า มนษุ ย์จำแลงผู้นีค้ ือ พญานาคจำแลงกายมาจึง
ไม่อนุญาตให้บวชเรียน พญานาคเสียใจมากแต่ได้ขอร้องให้พระพุทธเจ้าเรียกมนุษย์ผู้ชายที่กำลังจะบวชด้วย
ชื่อของตน เพื่อแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าในการรับใช้พุทธศาสนา และนี่จึงเป็นที่มาของการ
เรียกผูท้ ่ีกำลงั จะเตรียมบวชเป็นภิกษุว่า “นาค”
๔๑
ประเพณีการใส่ตะลอมพอกในพิธบี วช
การใส่ตะลอมพอกในพธิ ีบวชเป็นการใส่ตามความเชื่อของแตล่ ะท้องถิ่นซึ่งพบเห็นว่าเกิดขึ้นในหลาย
พนื้ ทขี่ องประเทศไทย ดังตัวอย่างเช่น
ภาคอีสาน ประเพณีบวชนาคช้างของชาวกูยในจังหวัดสุรินทร์ นับเป็นอีกหนึ่งประเพณีที่มี
เอกลักษณ์ เป็นประเพณีที่จัดขึ้นที่บ้านตากลาง ตำบลกระโพ อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ เป็นประเพณีบวช
นาคช้างของชาวกูยหรือชาวกวย ซ่งึ เป็นชาวบ้านทีม่ ีวถิ ชี วี ิตระหว่างคนกับช้างทไ่ี ด้สบื ทอดมาจากบรรพบุรุษมา
อย่างยาวนาน เป็นพิธีอุปสมบทท่ีงดงามอยา่ งมีเอกลักษณ์เมื่อทำพิธปี ลงผมนาคแล้วก็จะแต่งกายพร้อมกับใส่
เคร่ืองประดับของนาคตามแบบประเพณีดั่งเดิมของชาวกูยที่มีมาแต่โบราณซึ่งจะเน้นสีสันสดใสและสิ่งที่ขาด
ไม่ได้คือ สวมกระโจมนาคหรือชฎานาคที่ทำจากไม้ไผ่และตกแต่งด้วยกระดาษสีห้อยนุ่นไว้ด้านข้างมี
ความหมายว่า ยอดที่แหลมเปรียบดั่งสมองอันหลักแหลมในการศึกษาพระธรรม กระดาษสีเปรียบดั่งความ
เปลี่ยนแปลงของแสงสี ไม่ให้เราหลงละเลิงไปกับมันเพราะทุกอย่างมีทั้งดีและไม่ดี โดยนาคแต่ละคนจะขึ้น
ช้างที่บ้านและแห่นาคไปพร้อมขบวนแห่ของครอบครัวเพื่อที่จะประกอบพิธีบวงสรวงบอกกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธ์ิ
โดยจะมีหมอช้างเป็นผู้นำในการประกอบพิธี ตามความเชอ่ื ทม่ี มี าแต่โบราณ
ภาคเหนอื ประเพณีปอยส่างลองหรือประเพณีการบวชแห่ลูกแกว้ จังหวดั แม่ฮอ่ งสอน การบวชแห่
ลูกแกว้ หรือผ้บู วชจะแต่งตัวอยา่ งสวยงามเปน็ การเลียนแบบเจา้ ชายสทิ ธัตถะ เพราะถือคตนิ ยิ มวา่ เจา้ ชายสิทธัต
ถะได้เสด็จออกบวชจนตรัสรู้และนิยมให้ลูกแก้วขี่ม้า ขี่ช้างหรือขี่คอคน เปรียบเหมือนม้ากัณฐกะม้าทรงของ
เจ้าชายสทิ ธัตถะ ปจั จบุ ันประเพณบี วชลูกแก้วทม่ี ีช่ือเสียง คอื ประเพณีบวชลูกแก้ว
การบวชพระในภาคเหนือ จังหวัดเชียงราย งานบวชทางเหนือเรียกว่า งานปอย หรือ เป๊กข์ตุ๊ ผู้
บวชจะต้องมีอายุตั้งแต่ ๗ ปีขึ้นไป ถึง ๒๐ ปีเรียกว่า บวชพระ เพราะนิยมเรียกสามเณรทั้งหลายว่า พระ
สามเณรที่มีอายุน้อยกว่า พระน้อย ถ้าเป็นสามเณรที่มีอายุมากเรียกว่า พระโคร่งหรือสามเณรโคร่ง หากลา
สิกขาออกไปจะถูกเรียกชื่อว่า หน้อย หรือน้อย ส่วนการเป๊กข์นิยมทำกับกุลบุตรที่อายุ ๒๐ ปีขึ้นไปเรียกว่า
อุปสมบท หรือเป๊กข์ เมื่อเป็นพระภิกษุเรียบร้อยแล้วจะเรียกขานว่า “ตุ๊” และเมื่อลาสิกขาบทออกไปเป็น
คฤหัสถ์ชาวบ้านจะเรียกว่า ขนาน หรือหนาน ทางเหนือจะเรียกผู้ท่ีจะอุปสมบท หรือบรรพชา หรือนาควา่
ลกู แก้ว โดยจะไปโกนผมทีว่ ัด ญาติพนี่ อ้ งจะพาลูกแก้วไปแตง่ ตวั ด้วยผ้านุ่งสขี าว นุ่งห่มโจงกระเบน สวมชฎา
แต่งหนา้ ทาปาก ทาค้วิ ประดับแหวน ประดับสรอ้ ย ล้วนของมีคา่ มากมาย
บวชพระ อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ในสมัยก่อนชาวลับแลจะนิยมบวชพระในเดือนส่ีช่วง
ประมาณเดือนมีนาคมเพราะเป็นเดือนที่เหมาะกับการจัดงานประเพณี เนื่องจากสภาพอากาศที่ไม่ร้อนมาก
ฝนไม่ตก น้ำท่าบริบูรณ์ การบวชสมยั ก่อนนิยมแห่ชา้ ง ผู้เป็นนาคจะนุ่งผ้าม่วง ห่มสไบเฉียง ผ้าแพรสหี มาก
สุก สวมลอมพอก นั่งพนมมือมาบนหลังช้าง การแต่งนาคนิยมไปแต่งที่วัดที่อยู่ไกลจากบ้านงาน ทั้งนี้เพื่อ
การแหจ่ ะได้สนกุ สนาน ถ้าหากนาคมีหลายหมู่บ้านกจ็ ะนิยมเอานาคไปทำขวัญนาครว่ มกัน
ศรีศักร วัลลิโภดม และ สุพิชชา นักฆ้อง กล่าวว่า สาธร โสรัจประสพสนั ติ (๒๕๕๙) ได้กล่าวว่า
ประเพณีแหช่ ้างบวชนาค บ้านหาดเส้ียว ในสมยั ก่อนไมไ่ ด้มีการบวชช้างเฉพาะทวี่ ดั หาดเส้ยี ว แตย่ ังมีทีว่ ัดอื่น
๔๒
ในชุมชน เช่น ที่วัดบ้านใหม่ ผู้บวชท่ีอยูใ่ กล้หรือประสงคจ์ ะบวชท่ีวัดใดก็ได้ แต่ปัจจุบันมีเฉพาะที่วัดหาดเสี้ยว
และในขบวนแหน่ าคด้วยช้างเมือ่ ก่อนจะมเี พยี ง “ป่ีแต”๊ (ปช่ี วา) และกลองรำมะนาหรอื กลองยาวนำหน้าขบวน
เท่านั้น ไม่มีแตรวงอึกทึกดังเช่นปัจจุบัน โดยแตรวงเพิ่งเริม่ มีอย่างเด่นชัดเมื่อชว่ งท่ีส่วนราชการเข้ามาร่วมจดั
งาน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ยังคงรักษาไว้คู่กับประเพณีตั้งแต่ครั้งอดีตก็คือการแต่งกายนาค การแต่งตัวของนาค
ชาวไทยพวนบ้านหาดเสี้ยวจะแต่งตัวแปลกไปจากท้องถิ่นอื่น คือเครื่องแต่งกายของนาคประกอบด้วยผ้านุ่ง
ผา้ ม่วง ผ้าไหม สวมกำมะหยหี่ รอื เคร่ืองนุ่งห่มที่แพรวพราว ทาหน้าดว้ ยแปง้ เสกกันเหงอื่ เครอื่ งประดบั อ่ืน ๆ
เมื่อบวชแล้ว สวม “แว่นดำ” ซึ่งหมายถึงยังเป็นผู้มืดบอด เพราะยังไม่ได้ศึกษาพระธรรมวินัย ไตรสิกขา และ
อาจมีประโยชน์กับนาคที่ใช้กันลมกันแดดในสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวของเดือนเมษายน ศีรษะสวม “เทริด”
หรือที่เรียกว่า “กระโจม” อันเป็นเครื่องทรงของพระอินทร์ และเป็นสัญลักษณ์ของหงอนนาค (พญานาค)
“กระจกเงา” ห้อยไว้ที่ข้างหูทั้ง ๒ ข้าง เพื่อเป็นสัญลักษณ์ถึงการสำรวจตัวเองระลึกถึงความหลังพร้อมที่จะ
สละ
จากการสวมใสต่ ะลอมพอกท่ีกล่าวมาข้างตน้ ในจังหวัดเพชรบรู ณ์ก็เป็นจังหวัดหนึ่งที่มีประเพณีการ
บวชนาคแล้วให้นาคจะต้องสวมชฎาไว้ที่ศีรษะซึ่งปัจจุบันยังพอพบเห็นประเพณีนี้ในเขตตำบลป่าเลา และ
ตำบล ชอนไพร อำเภอเมอื ง จังหวดั เพชรบรู ณ์ ชาวบ้านจะเรียกทส่ี วมศีรษะว่า “ตะลอมพอก”
ตะลอมพอกของชาวเพชรบูรณ์
กร อุดมภ์ และคณะฯ (๒๕๖๐: ๔) กล่าวว่า ตะลอมพอก หมายถึง เครื่องสวมศีรษะรูปยาวบ้างมี
ยอดแหลมบ้างมียอดมนไม่แหลมมากนัก บ้างมีฉัตรเรียงขึ้นไปเหมือนเศวตฉัตร เมื่อสวมแล้วจะแลดูเหมือน
เป็นเคร่อื งทรงของพระเจา้ แผน่ ดนิ เทพเทวดา เป็นตน้
การสวมใส่ตะลอมพอกในตำบลชอนไพรและตำบลป่าเลา อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ พบว่า
ตะลอมพอกเป็นเครื่องสวมศีรษะที่ใช้ในพิธีบวชนาคซึ่งใส่เพื่อความสวยงามและเป็นเอกลักษณ์ของตน การ
สวมตะลอมพอกในงานบวชน้ันมีมาตั้งแต่สมัยโบราณคาดว่านา่ จะมีมานานไมต่ ่ำกว่า ๑๕๐ ปี เพ่ือใหน้ าคนน้ั
สวมใส่เครื่องประดับเพื่อความสวยงามให้สมฐานะเปรียบเสมือนเทวดาหรือกษัตริย์โดยสวมทั้ง เข็มขัดทอง
หรือนาค กำไลแขน แหวน สร้อยคอ กำไลข้อเท้า รวมไปถึงเครื่องสวมหัวที่จัดทำขึ้นใหม่จากภูมิปัญญาที่
สืบทอดกันจนถึงปัจจุบันและมีการพัฒนาให้เหมาะกับสภาพในปัจจุบัน เครื่องสวมศีรษะนาคในงานบวชภูมิ
ปัญญาของชาวบา้ นตำบลชอนไพรและตำบลปา่ เลา มีวิธกี ารทำตะลอมพอก ดงั นี้
๔๓
อปุ กรณ์ ประกอบดว้ ย
๑. สว่ิ สำหรบั แกะหนงั และตะปู
สิ่วสำหรบั แกะหนัง และตะปู
๒. หนงั สตั ว์แกะลาย
หนงั สตั วแ์ กะลาย