๒๔๕
สรุปการดำเนินงานการบูรณาการองค์ความรู้กบั การเรยี นการสอน
โครงการบูรณาการองค์ความรู้ศิลปะวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นกับการจัดการเรียนการสอน
สาขาวิชาออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม “กำแพงเมืองเพชรบูรณ์” ดำเนินโครงการช่วงเดือน มิถุนายน
2565 ณ เทศบาลเมืองเพชรบรู ณ์
โดยบูรณาการกับวิชา IDID701 การเตรียมฝึกประสบการณ์วิชาชีพ นำนักศึกษารหัสหมู่เรียน
6211021871 มาเข้ารว่ มโครงการ ซง่ึ จดั เป็นส่วนหนึ่งของการเรยี นการสอนใน สัปดาห์ที่ 3 ในเนื้อหาการเรียน
การสอนเรื่อง 14 จุดสุดประทับใจ เที่ยวในเมืองเพชรบูรณ์ หัวข้อ กำแพงเมืองและหอนิทรรศน์กำแพงเมือง
เพชรบูรณ์ (Phetchabun WallExhibition Hall)
ลกั ษณะ กำแพงกอ่ อิฐถือปนู ท่ีประตเู มืองมหี ินทรายและศลิ าแลงประกอบบางส่วน สนั นิษฐานว่าน่าจะ
สร้างในสมัยกลางกรุงศรีอยุธยามีรูปร่างสี่เหลี่ยมจัตุรัส ยาวด้านละ 500 เมตร มีป้อมปราการทั้งหมด 4 ป้อม
คือป้อมศาลเจ้าพ่อ ป้อมศาลเจ้าแม่ ป้อมหลักเมือง และป้อมที่ยังสมบูรณ์ที่สุดคือป้อมสนามชัย ยังคงมีซาก
ประตเู มืองอยู่ 2 ดา้ นคอื ประตูชุมพลทางทิศตะวันตกท่ถี นนเพชรรตั นแ์ ละประตูดาวทางทศิ ตะวันออก ทขี่ า้ งวัด
ประตดู าว กำแพงเมอื งเพชรบรู ณ์มลี ักษณะพิเศษอีกประการหน่ึงคือ ตัวป้อมแตล่ ะมมุ จะยนื่ ไปนอกแนวกำแพง
เรียกวา่ เป็นการสร้างปอ้ มแบบหวั ธนู
ส่วนหอนิทรรศน์กำแพงเมือง เป็นพิพิธภัณฑ์แสดงรายละเอียดการสร้างกำแพงเมืองโบราณของ
เพชรบูรณ์ 2 ยุคสมัยด้วยกัน คือ สมัยสุโขทัยและอยุธยา ภายในหอฯ นอกจากจะมีข้อมูลเกี่ยวกับวัดโบราณ
และตำนานพนื้ บ้านทรี่ ่วมสมยั กับกำแพง เมืองเพชรบูรณ์แลว้ ยงั มขี อ้ มูลความรู้ท่ัวไปเกี่ยวกับกำแพงเมืองในที่
ต่างๆ อีกด้วย ส่วนอาคารด้านนอกจะสร้างโดยใช้ลักษณะแบบป้อมกำแพงเมืองที่มีใบบังและใบเสมา ตาม
หลักฐานทางโบราณคดีซึ่งสามารถเดินรอบและขึ้นไปชั้นบนเพื่อดูวิวทิวทัศน์ อย่างป้อมกำแพงเมืองจริงๆ ได้
พิกัด GPS : 16.423414, 101.162003
อาจารย์ผสู้ อนได้แบง่ การประเมินเป็น 3 ส่วน คือ
1. คะแนนประเมินผลการดำเนินงานในการลงพื้นท่ีกำแพงเมืองและหอนิทรรศน์กำแพงเมือง
เพชรบรู ณ์
2. ผลประเมนิ โดยวิธสี งั เกตการณน์ ักศกึ ษา
3. ความพงึ พอใจของการบรู ณาการ ของนักศกึ ษา
ผลการบูรณาการด้านศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นกับการจัดการเรียนการสอนสาขา วิชา
ออกแบบผลติ ภณั ฑอ์ ตุ สาหกรรม รหัสวชิ า IDID701 การเตรียมฝึกประสบการณว์ ิชาชพี เปน็ ดงั น้ี
๒๔๖
สาขาวิชาออกแบบผลิตภณั ฑ์อตุ สาหกรรม
คณะเทคโนโลยกี ารเกษตรและเทคโนโลยอี ตุ สาหกรรม
มหาวิทยาลยั ราชภัฏเพชรบูรณ์
โครงการสอน (Course Syllabus)
รหัสวิชา IDID701 ช่อื วิชา การเตรียมฝึกประสบการณ์วิชาชีพ
เวลาเรียน 4 คาบ/สัปดาห์ จำนวน 3 หนว่ ยกติ
1. คำอธบิ ายรายวิชา
ศึกษาเกี่ยวกับการปรับตัวในสังคม การพูดจา การแต่งกาย มารยาทในสังคมโครงสร้างองค์กร
การทำงานในสถานประกอบการ ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายแรงงาน กฎหมายในวิชาชีพ จรรยาบรรณวิชาชีพ
การวางแผนชีวิตและอาชีพ การจัดทำโครงการ การนำเสนอผลงาน การเขียนรายงานทางวิชาการ การทำ
ประวตั เิ พือ่ สมคั รงาน การเขยี นจดหมายสมคั รงาน เทคนิควธิ ีการในการสมัครและสมั ภาษณ์งาน
2. จุดประสงค์รายวิชา
2.1 ใหน้ กั ศึกษามีความรู้เกีย่ วกับการปรับตัวในสังคม การพดู จา การแตง่ กาย มารยาทในสังคม
2.2 ให้นกั ศึกษามีความรู้โครงสรา้ งองค์กร การทำงานในสถานประกอบการ
2.3 ใหน้ ักศึกษาความรเู้ กย่ี วกับกฎหมายแรงงาน กฎหมายในวิชาชีพ จรรยาบรรณวิชาชพี การวางแผน
ชวี ติ และอาชีพ
2.4 นักศึกษามีความสามารการจัดทำโครงการ การนำเสนอผลงาน การเขียนรายงานทางวชิ าการ
2.5 นกั ศกึ ษานำความรคู้ วามสามารการทำประวตั ิเพ่ือสมัครงาน การเขยี นจดหมายสมคั รงาน เทคนคิ
วิธกี ารในการสมคั รและสัมภาษณง์ าน
๒๔๗
3. ผู้สอน
3.1 (ชอ่ื -สกลุ ) ผู้ช่วยศาสตราอาจารย์ขนุ แผน ตุ้มทองคำ
3.2 สถานท่ีซง่ึ นักศกึ ษาจะติดต่อได้ โปรแกรมวชิ าออกแบบผลติ ภัณฑ์อุตสาหกรรม
3.3 วนั เวลาที่สะดวกสำหรับการติดตอ่ วันเวลาราชการ
4. เน้อื หา (หัวข้อ) ท่จี ะสอนกิจกรรมและการประเมนิ ผล
สปั ดาหท์ ่ี ลำดบั เนอื้ หาและกิจกรรม กิจกรรมการเรียนการสอน
1 แนะนำรายวิชา ความหมาย ขอบเขต บรรยาย สนทนา
2 การปรับตัวในสังคม การพูดจา การ อธิบาย ยกตัวอย่าง การปรับตัวในสังคม การ
แตง่ กาย มารยาทในสงั คม พดู จา การแตง่ กาย มารยาทในสังคม
3 การทำงานในสถานประกอบการ การทำงานในสถานประกอบการ
บูรณาการองค์ความรู้ศิลปะวัฒนธรรม อธิบายความรู้ทั่วไปในจังหวัดเพชรบูรณ์
และภูมิปัญญาท้องถิ่นกับการจัดการ แหล่งทอ่ งเทียว สถานประกอบการ
เรยี นการสอน - นักศึกษาปฏิบัติงานสำรวจลงพื้นที่
กำแพงเมืองเพชรบรู ณ์
4 ความรเู้ ก่ยี วกบั กฎหมายแรงงาน อธบิ ายความรูเ้ กย่ี วกฎหมายแรงงาน
- นักศกึ ษาปฏิบตั งิ านในห้อง
- นกั ศึกษากำหนดรูปแบบ
5 กฎหมายในวชิ าชพี อธบิ ายความรเู้ ก่ยี วกับกฎหมายในวิชาชพี
- นักศึกษาปฏิบัติงานในห้องและนอก
เวลาเรียน
6-7 จรรยาบรรณวิชาชีพ บรรยาย จรรยาบรรณวชิ าชพี
- นกั ศึกษาปฏิบตั กิ ารออกแบบ
- นักศกึ ษาคน้ ควา้
8 สอบกลางภาค
9 การวางแผนชีวิตและอาชพี บรรยาย การวางแผนชวี ติ และอาชพี
- นกั ศึกษาปฏิบตั กิ ารออกแบบ
- นกั ศกึ ษาคน้ คว้า
10 การจดั ทำโครงการ บรรยาย การจัดทำโครงการ
- นักศึกษาปฏิบัตกิ ารเขยี นโครงการ
- นกั ศกึ ษาคน้ ควา้
11 การนำเสนอผลงาน บรรยาย สาธิตการการนำเสนอผลงาน
- นักศึกษาปฏิบตั ิการนำเสนอผลงาน
- นักศกึ ษาค้นคว้านำเสนอผลงาน
๒๔๘
สปั ดาห์ที่ ลำดับเนือ้ หาและกจิ กรรม กิจกรรมการเรยี นการสอน
12-13 การเขียนรายงานทางวิชาการ การทำ บรรยาย การเขยี นรายงานทางวชิ าการ
ประวัติเพื่อสมัครงาน การเขียน การทำประวตั เิ พื่อสมัครงาน
จดหมายสมคั รงาน การเขียนจดหมายสมัครงาน
14 เทคนิควิธีการในการสมัครและ - บรรยาย สาธิตการเทคนิควิธกี ารในการ
สัมภาษณ์งาน สมคั รและสมั ภาษณ์งาน
15 สรุปผลการสอน สรุปผลการสอน ทำการประเมินผลงาน
นักศึกษาทั้งหมดที่ได้ศึกษามา และตอบ
คำถามเกี่ยวกับการเตรียมฝึกประสบการณ์
วชิ าชีพ
16 สอบ
5. วธิ กี ารประเมนิ และนำ้ หนักของการประเมินในแตล่ ะสว่ น
- วธิ กี ารประเมินผลงาน ตามหัวขอ้ ทีใ่ ห้ปฏบิ ัติ เปน็ ไปตามทฤษฎีหรอื ไม่
- เนื้อหาจากการทำรายงาน และรูปแบบของรายงาน
นำ้ หนักของการประเมิน ทั้งหมด 100 คะแนนแบง่ เป็น
ปฏิบัติ 50 คะแนน
ทฤษฎี 30 คะแนน
จิตพิสัย 20 คะแนน
6. รายช่อื หนังสอื อา้ งอิงและหนังสืออา่ นประกอบเพ่ิมเติม
6.1 สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์. 2565. โครงการจัดเก็บข้อมูล
ทางด้านศิลปะวฒั นธรรมและภมู ปิ ัญญาทอ้ งถ่ิน
6.2 พงษ์รตั น์ เครอื กลิน่ .2565. คำอธบิ ายกฎหมายแรงงาน เพ่อื การบริหารทรพั ยากรมนษุ ย์
6.3 คณุ หญิง ทิพยวดี ปราโมช ณ อยุธยา. มารยาทยุคใหม่.
7. เวลาเรยี น ช่ัวโมงบรรยาย ช่ัวโมงปฏบิ ัติ หรือเวลาอ่ืนทน่ี ัดหมายเพ่ือการเรียนหรือทำกจิ กรรม
7.1 เวลาเรียน 4 คาบ
7.2 1- ชวั่ โมงแรก บรรยายและอธิบายทฤษฎี
7.3 2-4 ชว่ั โมงหลัง สรุปการบรรยายและปฏบิ ตั ิการออกแบบนักศึกษานำอุปกรณ์มาทำงาน
ปฏิบัตงิ านหลังจากเรียนทฤษฎี ในคาบเรยี นโดยลักษณะของงาน
- คน้ ควา้ ข้อมลู ทำรายงาน
- ค้นคว้าและปฏบิ ัตกิ ารออกแบบเพิม่ เตมิ นอกเวลาเรียน
๒๔๙
8. การวัดและประเมินผลเพื่อตัดสนิ เปน็ ผลการเรียน
8.1 การวัดผล
A 80 – 100
B+ 75 – 79
C+ 70 – 74
C 65 – 69
D+ 55 – 59
D 50 – 54
E 0 – 49
8.2 งานหรอื กจิ กรรมท่ีประเมนิ
- งานปฏิบัติทา้ ยชวั่ โมง
- งานปฏบิ ัตนิ อกเวลาเรยี น
- รายงานจากการศกึ ษาคน้ คว้า
- เวลาเรยี น การแตง่ กาย ตรงต่อเวลา
๒๕๐
ผลการประเมนิ นกั ศกึ ษา สาขาวิชาออกแบบผลติ ภณั ฑอ์ ุตสาหกรรม
การบรู ณาการองคค์ วามรู้งานด้านศลิ ปะและวฒั นธรรมและภมู ปิ ญั ญาท้องถ่นิ กับการจัดการ
เรยี นการสอน
โครงการจัดเก็บขอ้ มลู ทางดา้ นศลิ ปวัฒนธรรมและภมู ิปญั ญาทอ้ งถน่ิ
1. คะแนนประเมินผลการดำเนินงานในการลงพ้นื ทีป่ ฏบิ ัตงิ าน หุน่ จำลองบ้านเสายองหิน
การเกบ็ การลง (30 (30 รวม การเขา้ ร่วม
ขอ้ มูล พืน้ ท่ี คะแนน) คะแนน) (100 กิจกรรม
(20 (20 คะแนน) โครงการ
รหัสประจำตัว ชือ่ -สกุล คะแนน) คะแนน) 20 เฉลย่ี 20
18 72 คะแนน
621102187101 นาย ณฐั พล ตันตุลา 19 18 15 14 65
621102187102 นาย พงศธร ศภุ ชยั ศริ ิจันทร์ 15 14 18 57 18
621102187103 นางสาว ภัชรินทร์ กองถัน 14 15 14
16
14
2. ผลประเมนิ โดยวิธีสังเกตการณ์นกั ศกึ ษา 20 คะแนน
1. นกั ศึกษามนี ำองคค์ วามรจู้ ากโครงการ นำมาประกอบการสำรวจลงพืน้ ที่
2. นักศึกษาสามารถนำข้อมูลกำแพงเมืองเก่าเพชรบรู ณ์ไปถ่ายทอดให้กบั ผู้สนใจได้
3. นักศึกษาสามารถถ่ายทอดองค์ความรู้จากการเรียนในชั้นเรียนนำไปสู่การบริการวิชาการให้กับ
ชมุ ชนในทอ้ งถนิ่ ได้
4. นกั ศกึ ษามีแรงจูงใจในการเสรมิ ทกั ษะอาชีพหลงั จากการเข้ารว่ มโครงการ
3. ความพึงพอใจของการบูรณาการ ของนักศกึ ษา
การประเมินความพึงพอใจของนักศึกษาหลักสูตรออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม รหัส 6111021871
คณะเทคโนโลยีการเกษตรและเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ ต่อการบูรณาการงาน
ด้านศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นกับการจัดการเรียนการสอนสาขาวิชาออกแบบ
ผลติ ภณั ฑอ์ ตุ สาหกรรม “กำแพงเมือง”
๒๕๑
ที่ รายการ ค่าเฉล่ยี S.D. สรปุ ผล
1 นักศึกษามีนำองค์ความรู้จากโครงการ นำมาประกอบการ 4.00 0.74 มาก
สำรวจลงพ้นื ท่ี
2 นักศึกษามีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับรูปแบบของกำแพง 4.08 0.51 มาก
เพชรบรู ณ์
3 นักศึกษาได้รับความรู้เกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยวในอำเภอ 4.17 0.72 มาก
เมอื งเพชรบรู ณ์
4 นกั ศกึ ษาสามารถนำข้อมลู กำแพงเมืองเกา่ เพชรบูรณไ์ ป 4.25 0.75 มาก
ถ่ายทอดให้กับผู้สนใจได้
5 นักศึกษาเข้าใจกระบวนการในการจดั อบรมใหค้ วามรู้ และ 4.31 0.67 มาก
สามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกตใ์ ช้ในการดำเนินโครงการ
อบรมในเรื่องอน่ื ๆ ได้
6 นักศึกษามีความภาคภูมิใจที่เป็นส่วนหนึ่งในการเผยแพร่ 4.52 0.45 มาก
องค์ความรู้ในรูปแบบการให้บริการวิชาการด้าน
ศิลปวัฒนธรรม
เฉลย่ี รวม 4.22 0.64 มาก
จากตารางพบว่า นักศึกษาได้รับประโยชน์จากการบูรณาการองค์รู้งานด้านศิลปวัฒนธรรมและภูมิ
ปัญญาท้องถิ่นกับการจัดการเรียนการสอนและกิจกรรมนักศึกษา โดยภาพรวมในระดับดีมาก ที่ค่าเฉลี่ยรวม
เท่ากับ 4.22 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.64 เมื่อพิจารณาแล้วพบว่า นักศึกษามีความภาคภูมิใจที่เป็น
ส่วนหนง่ึ ในการเผยแพร่องค์ความรู้ในรูปแบบการใหบ้ ริการวชิ าการด้านศิลปวฒั นธรรม มคี ่าเฉลย่ี มากท่ีสุด คือ
4.52 ในส่วนทม่ี คี า่ เฉล่ียน้อยที่สดุ คอื นักศกึ ษามีนำองค์ความร้จู ากโครงการ นำมาประกอบการสำรวจลงพื้นท่ี
มคี า่ เฉล่ยี เท่ากับ 4.00
ขอ้ เสนอแนะ
“14 จุดสุดประทับใจ เที่ยวในเมืองเพชรบูรณ์ หัวข้อ กำแพงเมืองและหอนิทรรศน์กำแพงเมือง
เพชรบูรณ์” การบรหิ ารจดั การดา้ นเวลาให้เหมาะสมกับชัว่ โมงเรยี นตามตารางสอนของนักศึกษา เพ่ือให้มีเวลา
เข้าร่วมโครงโครงการจัดเก็บข้อมูลทางด้านศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น “กิจกรรมสำรวจกำแพง
เมอื ง” ได้ตลอดเวลา
ผลจากการดำเนนิ งานในคร้งั นี้
เน่ืองด้วยสาขาวชิ าออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มกี ารจดั การเรียนการสอนในภาคเรียนที่ 1 ทุกปี
การศึกษา โดยมกี ารบรู ณาการการเรยี นการสอนกบั การบรกิ ารวชิ าการและศลิ ปวฒั นธรรม โดยการจัดกิจกรรม
เพื่อการเรียนรู้ศิลปะไทยภูมิปัญญาท้องถิ่น ร่วมกับสำนักศิลปะและวัฒนธรรม เพื่อให้นักศึกษาได้ประยุกต์ใช้
ความรู้ในรายวิชา และมาถ่ายทอดสู่ชุมชน ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวจะทำให้นักศึกษาได้มีประสบการณ์ และ
ถ่ายทอดความรู้ที่มีอยู่สู่ชุมชน โดยนำวิธีการออกแบบหุ่นจำลองมาประยุกต์เป็นการออกแบบเขียนแบบ
รปู แบบที่เก่ียวกับความเป็นไทย และนำตน้ แบบนน้ั ไปใหบ้ รกิ าร ไดเ้ รยี นรู้รว่ มกนั
๒๕๒
ภาพประกอบ
๒๕๓
๒๕๔
องค์ความรู้ทางวัฒนธรรม เรื่องประเพณีแห่กวางคำ งานบญุ ออกพรรษา
บา้ นวงั รอ่ ง ตำบลห้วยไร่ อำเภอหล่มสกั จังหวดั เพชรบูรณ์
วตั ถุประสงค์
๑. เพื่อเป็นการเสาะหา รวบรวม จัดเก็บข้อมูลในตัวบุคคลที่มีประสบการณ์ความรู้ความเชี่ยวชาญด้าน
ประเพณีพื้นบ้าน ประเพณีแห่กวางคำ งานบุญออกพรรษา บ้านวังร่อง ตำบลห้วยไร่ อำเภอหล่มสัก จังหวัด
เพชรบรู ณ์
๒. เพอื่ จัดทำเปน็ เลม่ องคค์ วามรสู้ ำหรบั เผยแพรใ่ หแ้ กเ่ ยาวชนและผูท้ ีใ่ ห้ความสนใจศกึ ษาเรยี นรู้
ขอบเขต
ศึกษาประวัติความเป็นมา และขั้นตอนการจัดประเพณีแห่กวางคำ งานบุญออกพรรษา บ้านวังร่อง
ตำบลหว้ ยไร่ อำเภอหลม่ สัก จงั หวดั เพชรบูรณ์
เป้าหมาย
จัดเก็บข้อมูลทางด้านวัฒนธรรม เรื่อง ประเพณีแห่กวางคำ งานบุญออกพรรษา บ้านวังร่อง ตำบล
หว้ ยไร่ อำเภอหล่มสกั จงั หวัดเพชรบูรณ์
ประโยชนท์ ค่ี าดว่าจะไดร้ บั
๑. ได้ข้อมลู ทางด้านวัฒนธรรม เรอื่ ง ประเพณแี ห่กวางคำ งานบุญออกพรรษา บ้านวงั ร่อง ตำบลห้วย
ไร่ อำเภอหลม่ สัก จงั หวดั เพชรบูรณ์
๒. ไดส้ บื สานและอนุรักษ์มรดกทางวฒั นธรรมประเพณีพ้ืนบ้านจังหวดั เพชรบูรณ์
๓. ไดอ้ งคค์ วามรสู้ ำหรับนำไปบรู ณาการกบั การเรียนการสอน
๒๕๕
ประเพณีแห่กวางคำงานบญุ ออกพรรษา
บ้านวังร่อง ตำบลหว้ ยไร่ อำเภอหลม่ สัก จังหวดั เพชรบูรณ์
บทนำ
วฒั นธรรม ประเพณี และพธิ ีกรรม เป็นสงิ่ ทีส่ อ่ื ถึงความเป็นเอกลกั ษณ์ของชมุ ชนแตล่ ะท้องถน่ิ สะท้อน
ใหเ้ หน็ ถงึ วถิ ชี วี ติ ความเป็นอยู่ และความเป็นอันหนง่ึ อนั เดียวกนั ความสามคั คกี ลมเกลียวของชมุ ชน ความเชือ่
ในดา้ นตา่ งๆ ของบรรพบรุ ุษที่ส่งั สมมาเป็นเวลาช้านาน และสืบทอดส่งิ ดีงามสู่คนรนุ่ หลัง
ประเพณี พิธีกรรมที่เกิดขึ้นในชุมชนนั้นมีพื้นฐานมาจากความเชื่อ ความศรัทธา เป็นสิ่งที่ยึดเหนี่ยว
จติ ใจของคนในชมุ ชน เช่น ความเชอ่ื ในส่ิงท่ีมองเห็นและสิ่งที่มองไม่เห็น ความเช่อื ในเร่ืองศาสนา ความเชื่อใน
เรื่องเทวดา ผีสางนางไม้ สง่ ผลให้ชุมชนมกี ารจดั พธิ กี รรมต่างๆ อย่างตอ่ เนอ่ื งรนุ่ สรู่ ุ่น จนกลายเป็นประเพณีท่ีมี
การปฏิบัติสืบต่อกันมา เพื่อตอบสอนงความเชื่อนั้นๆ และทำให้คนในชุมชนที่ปฏิบัติตามเกิดความสบายใจ
รู้สึกปลอดภัย และมคี วามมน่ั ใจในการใชช้ ีวิตประจำวัน
บ้านวังร่อง ตำบลห้วยไร่ อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ มีประเพณีพิธีกรรมที่มีรากฐานมาจาก
ความเชื่อความศรัทธาในเรื่องพระพุทธศาสนา เหล่าเทพและเทวดา มีการปฏิบัติสืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น
เรียกว่า “ประเพณีแห่กวางคำ” ซึ่งเป็นประเพณีที่จัดขึ้นเพื่อถวายการต้อนรับองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธ
เจ้า ทีเ่ สด็จลงจากดาวดึงส์ ในชว่ งวันออกพรรษา และเปน็ ศูนยร์ วมจิตใจของคนในชุมชนได้เปน็ อย่างดีที่ทำให้
ชาวบ้านได้ใช้เวลาร่วมกัน พบปะพูดคุย ร่วมแรงร่วมในกันจัดงานประเพณีตามความเชื่อ ทำให้เห็นความ
เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่เสียสละและรู้จักแบ่งปันส่ิงของเครื่องใช้ ข้าวปลาอาหาร สร้างความสามัคคี และทำให้ชุมชนมี
ความเขม้ แขง็ นับวา่ เปน็ ประเพณที ่มี ีความน่าสนในทีจ่ ะศกึ ษาค้นควา้ ในเชงิ ลึกอยา่ งย่ิง
ทั้งนี้ สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ จึงได้ทำการศึกษา ค้นคว้า จัดเก็บ
รวบรวมองค์ความรู้ เรื่อง ประเพณีแห่กวางคำงานบุญออกพรรษา โดยใช้เขตพื้นที่การศึกษาที่บ้านวังร่อง
ตำบลห้วยไร่ อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อเป็นการอนุรักษ์และเผยแพร่วัฒนธรรมที่ดีงามให้สังคม
ทั่วไปได้รับรู้และคงอย่สู บื ไป
เนื้อหาองค์ความรู้เล่มนี้ จะกล่าวถึงเรื่องราวความเชื่อ ขั้นตอนการจัดประเพณี และความศรัทธาที่มี
ต่อพระพุทธศาสนา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่ชาวบ้านใหค้ วามศรทั ธานบั ถือกันมาตัง้ แต่บรรพบรุ ษุ ทีม่ ีความสัมพันธ์เกี่ยว
โยงแทบจะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับชาวบ้าน ผ่านทางประเพณีและพิธีกรรม เป็นข้อมูลที่ได้จากการศึกษา
พื้นทบ่ี ้านวงั ร่อง ตำบลหว้ ยไร่ อำเภอหลม่ สกั โดยการสัมภาษณ์ เก็บขอ้ มูลภาพถ่าย และร่วมสังเกตในพิธีกรรม
ตงั้ แต่เรมิ่ จนจบข้นั ตอน
๒๕๖
สภาพทวั่ ไปในเขตพื้นท่ศี กึ ษา
อำเภอหล่มสัก เพีย้ นมาจากคำว่า "ลุ่มสกั " อันหมายถึง ลุม่ แม่น้ำป่าสัก เน่อื งจากเปน็ เมอื งทม่ี ีแม่น้ำป่า
สักไหลผา่ น ชาวอำเภอหลม่ สกั ส่วนใหญ่มีเชื้อสายมาจากบรรพบุรษุ ชาวลาวจากนครหลวงเวียงจันทน์อพยพมา
อาศัยอยู่ ณ ที่นี่ โดยมีชื่อเรียกว่า "ชาวลาวหล่ม" หรือ "ชาวไทหล่ม" บ้านเรือนของผู้ที่อาศัยที่นี่มักปลูกชิด
ติดกัน โดยเฉพาะในบริเวณหอนาฬิกาประจำอำเภอ ซงึ่ เปน็ ศนู ยก์ ลางของอำเภอ
อำเภอหลม่ สกั
อำเภอหล่มเกา่ เป็นพ้ืนท่ีประกอบดว้ ย 23 ตำบล ดงั นี้
1. ตำบลหล่มสัก 2. ตำบลวัดป่า
3. ตำบลตาลเด่ยี ว 4. ตำบลฝายนาแซง
5. ตำบลหนองสวา่ ง 6. ตำบลน้ำเฮย้ี
7. ตำบลสกั หลง 8. ตำบลท่าอบิ ญุ
9. ตำบลบ้านโสก 10. ตำบลบา้ นต้วิ
11. ตำบลห้วยไร่ 12. ตำบลน้ำก้อ
13. ตำบลปากชอ่ ง 14. ตำบลนำ้ ชุน
15. ตำบลหนองไขว่ 16. ตำบลลานบ่า
17. ตำบลบงุ่ คล้า 18. ตำบลบุง่ น้ำเตา้
19. ตำบลบา้ นกลาง 20. ตำบลช้างตะลดู
21. ตำบลบ้านไร่ 22. ตำบลปากดุก
23. ตำบลบา้ นหวาย
จำนวนประชากรทั้งสิ้น 88,609 คน จำนวนบ้าน 17,036 หลังคาเรือน ประชากรส่วนใหญ่มีสัญชาติ
ไทย เชื้อชาตอิ ่ืนเปน็ สว่ นน้อย เชน่ ชาวไทยภเู ขาเผ่ามง้ (สำนักงานการประถมศกึ ษาจังหวดั เพชรบูรณ์, ม.ป.ป.:
13 )
ท่ตี ัง้ และอาณาเขต
อำเภอหล่มสัก ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลหล่มสัก ถนนวจี ความกว้างวัดจากทิศเหนือไปทางทิศใต้ ยาว
ประมาณ 45 กิโลเมตร ความยาววัดจาก ทิศตะวันออกไปทางทิศตะวันตก ประมาณ 49 กิโลเมตร มีพื้นที่
ท้งั หมด 1,535,348 ตารางกโิ ลเมตร มีอาณาเขตติดตอ่ กบั อำเภอตา่ งๆ ดังนี้
ทศิ เหนือ ตดิ ตอ่ กับ อำเภอหลม่ เกา่ จงั หวดั เพชรบรู ณ์ อำเภอนครไทย จังหวัด
พษิ ณุโลก
ทศิ ใต้ ตดิ ตอ่ กับ อำเภอเมอื ง จังหวัดเพชรบูรณ์
ทิศตะวันออก ตดิ ต่อกบั อำเภอน้ำหนาว อำเภอหล่มเกา่ จังหวัดเพชรบูรณ์ อำเภอ
คอนสาร จังหวดั ชยั ภูมิ
ทิศตะวนั ตก ติดตอ่ กับ อำเภอเขาค้อ จังหวดั เพชรบูรณ์ อำเภอวงั ทอง จงั หวดั
พษิ ณโุ ลก
๒๕๗
สภาพภูมิศาสตร์
สภาพทัว่ ไปของอำเภอหล่มสักเป็นป่าไม้และภูเขา มเี ทือกเขาสูงล้อมรอบ ลกั ษณะเหมือนแอ่งกระทะ
มภี เู ขา 3 ด้าน คือ
1. ด้านทศิ เหนอื ในเขตบางส่วนของพ้ืนที่ ตำบลท่าอิบุญ
2. ดา้ นทิศตะวันออก ในเขตบางส่วนของพน้ื ที่ ตำบลห้วยไร่,ตำบลบ้านติ้ว, ตำบลปากชอ่ ง
ตำบลบา้ นกลาง, และตำบลช้างตะลดู
3. ดา้ นทิศตะวนั ตก ในเขตสว่ นของพน้ื ที่ ตำบลน้ำกอ้ , ตำบลนำ้ ชนุ ,ตำบลบงุ่ น้ำเต้า, และ
ตำบลบุ่งคล้า
นอกจากสภาพพื้นที่ตอนบนส่วนใหญ่เป็นเนินเขา มีภูเขาขนาบทั้งด้านตะวันออก และด้านตะวันตก
จึงทำให้สภาพอากาศร้อนจัดในช่วงฤดูร้อน และหนาวจัดในช่วงฤดูหนาว มีสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง
ตลอดเวลา
สังคมและวฒั นธรรม
การผสมผสานกันของวัฒนธรรมสงั คมชุมชนในอำเภอหล่มสัก เกิดจากกลุ่มคนที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่
ในบริเวณนี้ ที่มีความหลากหลายทางด้านสังคมและวัฒนธรรม โดยพื้นฐานของมนุษย์ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดย่อม
นำเอาวฒั นธรรม ความเช่อื ในสงั คมของตนเองมาใช้ร่วมกับวัฒนธรรมดั้งเดิมของกลุ่มชนที่อยู่อาศยั เดิม ก่อเกิด
สงั คม ประเพณี วฒั นธรรม ที่เปน็ เอกลักษณเ์ ฉพาะทอ้ งถิ่นในอำเภอหล่มสัก
ความเชื่อดั้งเดิมชาวอำเภอหล่มสัก มีโครงสร้างสืบทอดมาจากวัฒนธรรมล้านช้างผสมกับกลุ่มคนที่
อาศัยอยู่ในพื้นที่ตั้งแต่แรกเริ่ม มีการเกี่ยวข้องกันในระบบเครือญาติที่จะสืบทอดธรรมเนียมและมีแนวทาง
ปฏิบัติอย่างเคร่งครัด หากผิดจากข้อกำหนดถือว่าเป็น “ขะลำ” เรียกได้ว่าเป็นข้อกำหนดทางสังคมมีไว้ให้คน
ในชุมชนใช้ปฏิบัติสืบต่อกัน เช่น ประเพณีบายศรีสู่ขวัญ ประเพณีการเกิด บวช กินดอง (แต่งงาน) การตาย
และการละเล่นตา่ งๆ เปน็ ตน้
แนวทางปฏิบัติที่ยึดถือกันแนบแน่นเห็นจะเป็น “ฮีตสิบสองคองสิบสี่” ที่เชื่อว่าถ้าปฏิบัติตามจะ
เจริญรุ่งเรือง ฮีตสิบสองจะเป็นแบบแผนการทำบุญทั้งสิบสองเดือนคองสิบสี่จะเป็นระเบียบธรรมเนียมการใช้
ชีวติ ประจำวนั ในทุกครวั เรือนและทุกหนว่ ยสังคมท่ีพงึ ปฏิบตั ิต่อกัน โดยเฉพาะส่วน ฮตี วดั คองสงฆ์ เป็นแนวยึด
ปฏิบัติต่อพุทธศาสนา วัดและพระสงฆ์ในฮีตดังกล่าว จึงยึดถือเป็นประเพณีเกี่ยวกับการทำบุญในวันพระ
ถวายภัตตาหารพระ และใหค้ วามสำคญั ต่อพระภิกษเุ มื่อจะพูดให้ยกมือไหว้ก่อน (จารบุ ุตร เรอื งสุวรรณ, 2529:
152)
๒๕๘
บ้านวงั ร่อง ตำบลหว้ ยไร่ อำเภอหลม่ สกั จังหวัดเพชรบรู ณ์
บ้านวังร่อง เป็นชุมชนหนึ่งที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ของตำบลห้วยไร่ อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์
ประชากรส่วนใหญ่สืบเชื้อสายมาจากลาวเวียงจันทน์และหลาวพระบาง ที่ถูกกวาดต้อนและอพยพจากภัย
สงครามมาอยู่ที่เมืองหล่ม (หล่มเก่าในปัจจุบัน) กอ่ นลงหลกั ปกั ฐานก่อตัวเปน็ ชุมชนบ้านวังร่องในปัจจุบัน และ
สิ่งที่สามารถสะท้อนให้เห็นถึงรากเหง้าทางวัฒนธรรมอันสืบเนืองมาจากกลุ่มชาตพิ ันธุ์ลาวล้านช้างที่ปรากฏใน
ชุมชนบ้านวังร่อง คือ การสืบทอดประเพณี วัฒนธรรม ความเชื่อ ที่ยังยึดถือปฏิบัติตามฮีตสิบสอง หรือ
ประเพณขี องกลุ่มชาติพันธุ์ลาว ทแี่ สดงความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถนิ่ ของตนเองสืบทอดจากบรรพบุรุษและใช้
เป็นแนวทางในการปฏิบัตติ นในสงั คมจนถึงปัจจบุ นั
ทตี่ ั้งและอาณาเขต ตดิ ต่อกับ
ทศิ เหนอื ตดิ ตอ่ กับ
ทิศใต้ ติดตอ่ กับ
ทศิ ตะวนั ออก ตดิ ตอ่ กับ
ทิศตะวนั ตก
การคมนาคม
ประชาชนมีความสะดวกมากขึ้นในการใช้ถนน โดยมีถนนเชื่อมระหว่างจังหวัด อำเภอตำบลและ
หมู่บ้าน ซ่งึ ส่วนใหญ่เปน็ ถนนลาดยางและคอนกรีต ถนนสายหลักที่ติดตอ่ กบั อำเภอ ลาดยางแล้วคอื ถนนสาย
บา้ นติ้ว – ท่าอบิ ญุ ตดิ ตอ่ กบั ถนนสายบ้านติว้ – หล่มสัก ถนนในหมบู่ า้ นลาดยางเทคอนกรีตแล้ว 80% ตำบล
หว้ ยไรถ่ ึงที่วา่ การอำเภอหล่มสัก 11 กโิ ลเมตร
อาชพี
ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพดา้ นการเกษตร พชื เศรษฐกิจทส่ี ำคญั ได้แก่ ข้าว ข้าวโพด ยาสูบ
เป็นต้น นอกจากน้นั ยงั มีกลุ่มทอผา้ ก่ีกะตุกอกี ดว้ ย
๒๕๙
ประเพณแี ห่กวางคำงานบญุ ออกพรรษา
ความเป็นมา
แห่กวางคำ วัฒนธรรมร่วมรากล้านนา ล้านช้าง ในเทศกาลออกพรรษาของชาวไทหล่มโดยเฉพาะที่
บ้านวังร่อง เป็นการพรรณนาถึงเหล่าสรรพสัตว์ในป่าหิมพานต์ มีความตื่นเต้นดีใจต่างเต้นระบำรำฟ้อนเพ่ือ
ถวายการตอ้ นรับองคส์ มเด็จพระสมั มาสัมพุทธเจา้ ทเี่ สดจ็ ลงจากดาวดงึ ส์ นอกจากเหล่ากวางคำที่ไทใหญ่ไทล้ือ
เรียกว่า โต๋ แต่ไทเมืองหล่มที่บ้านวังร่อง ตำบลห้วยไร่ อำเภอหล่มสัก ยังมีการแต่งกายเป็นผีชนิดต่างๆ
หมายถึงเหลา่ สัมภเวสีที่เรียกว่า ตวั ตลกหรอื หวั โขน ออกมาฟ้อนร่ายรำทำทีท่าดีอกดีใจในการเสด็จกลับมาของ
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วยอีกนัยหนึ่งยังสื่อถึงผีบรรพชนคนร่วมรากอุษาคเณย์ในคติความเช่ื อเรื่องการบูชาผี
บรรพชนอนั เปน็ ความเชือ่ ท่มี มี าอย่างยาวนาน
กวางคำ เป็นสัตว์ป่าหิมพานต์จำพวกหนึ่งที่มีรูปร่างลักษณะของสัตว์หลายชนิดร่วมอยู่ในตัวเดียวกัน
คือ ลำตัวมลี กั ษณะเหมือนสิงโต ส่วนหวั มลี กั ษณะเหมือนกวาง และส่วนหางมีลกั ษณะเหมอื นเลียงผา
ตามตำนานสมัยพุทธกาล เมื่อครั้งที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้แล้วได้เสด็จขึ้นไปโปรดพุทธมารดาบนสรวง
สวรรค์ เป็นเวลา 3 เดือน ในระหว่างวันเข้าพรรษา ตั้งแต่วันเพ็ญเดือน 8 จนถึงวันเพ็ญเดือน 11 เมื่อครบ
พรรษา พระพทุ ธเจา้ กเ็ สดจ็ กลับลงมายังมนษุ ย์โลก ในวัน 15 ค่ำ เดอื น 11 ท่เี รยี กว่า วันเทโวโรหนะ เป็นวันท่ี
พระพุทธเจ้าเปิดโลก สัตว์ทั้งหลายในสามภพ (มนุษย์โลก นรกภูมิ พรหมโลก) ต่างพากันเห็นพระพุทธเจ้าโดย
ทั่วกัน สัตว์ทั้งหลายในป่าหิมพานต์ ต่างมีความยินดี ดีใจ พากันกันมาเฝ้ารับเสด็จ เพื่อทำบุญใส่บาตร
พระพทุ ธเจา้ เป็นจำนวนมาก
จากคำบอกเล่า นายภูริทัต คำโสม กล่าวว่า ตามความเชื่อโบราณที่ปฏิบัติสืบทอดกันมาจากบรรพ
บุรุษ “ตนเองได้สืบทอดการจัดพิธีกรรมต่างๆ ของหมู่บ้านจากคุณย่า เพราะช่วงเวลาสมัยตอนเป็นเด็กคุณย่า
จะเรียกให้เข้าไปช่วยหยิบจับของตา่ งๆ ในการประกอบพิธี เมื่อโตขึ้นคุณย่าจึงประกอบพิธีมอบหน้าที่ทุกอย่าง
ให้ปฏิบัติตามฮีต 12 อยา่ งเคร่งครัด”
ประเพณแี ห่กวางคำ งานบุญออกพรรษาของชมุ ชนบา้ นวังรอ่ ง เปน็ ประเพณพี ้นื ถิ่นซงึ่ ถือวา่ มหี น่งึ เดียว
ในจังหวัดเพชรบูรณ์ จากคำบอกเล่าของคุณตา – คุณยาย ในหมบู่ า้ น เลา่ วา่ ประเพณีนี้มีมานานหลายชั่วอายุ
คน ซึง่ แตก่ อ่ นยังไม่มภี าครัฐเข้ามาเกี่ยวข้องจัดงานตามความสนุกสนานภายในชมุ ชนในช่วงวันออกพรรษา ซึ่ง
กิจกรรมภายในงานจะเร่ิมตั่งแต่ช่วงเช้า โดยจะมีการแข่งขันเรือสั้นที่หน้าวัดศรีสองคร เป็นเรือขนาด 5 ฝีพาย
ช่วงเย็นจะกมีการไหลเรือไฟ และเวียนเทียน โดยชาวบ้านตามคุ้มต่างๆ จะทำกวางคำ 1 – 2 ตัว และบริวาร
เช่น ตัวผี ตวั ตลกเสรมิ ขบวนแห่ ขบวนแหจ่ ะแห่รอบพระอุโบสถ 3 รอบ
๒๖๐
ประเพณแี หก่ วางคำในวนั ออกพรรษา เม่ือปี พ.ศ. 2538
(ภาพโดย ภรู ิทตั คำโสม เม่อื 11 ตุลาคม 2562)
ประเพณแี ห่กวางคำในวันออกพรรษา เม่ือปี พ.ศ. 2538
(ภาพโดย ภูรทิ ตั คำโสม เมอื่ 11 ตลุ าคม 2562)
๒๖๑
การเตรยี มงาน
1. กำหนดจัดงาน
กำหนดจัดงานประเพณีแห่กวางคำ นิยมจัดขึ้นในช่วงวันออกพรรษา หรือวันมหาปวารณา โดยมี
ความเชอ่ื กันว่า การทำตัวกวางคำแห่ ทำเพอ่ื ถวายการต้อนรับองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่ีเสด็จลงจาก
ดาวดึงส์ โดยชาวบ้านจะแบ่งการทำตัวกวางคำเป็นคุ้มบ้าน ซึ่งจะแจ้งความจำนงกับผู้ใหญ่บ้าน และร่วมกัน
ปรึกษาหารือกนั ระหว่างชาวบ้านกับผู้นำชุมชนถึงกำหนดการในการแห่ขบวนกวางคำไปทว่ี ัด จากน้ันก็จะบอก
บุญและนัดแนะช่วยกันตกแต่งตวั กวางคำและขบวนแห่ท่คี ุ้มบา้ นเจ้าภาพ
2. การจัดเตรยี มสถานที่ ตกแตงตัวกวางคำ และอปุ กรณ์ทใ่ี ช้ในงาน
2.1 การจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ในการจัดงาน ชาวบ้านที่อยู่ในละแวกเดียวกันกับบ้านเจา้ ภาพได้
บอกบุญให้มาช่วยกันจัดทำโครงตวั กวางคำ จะมารวมตัวกันพร้อมกับจัดหาอุปกรณ์ ไมว่ า่ จะเปน็ ไม้ไผ่ ใบตอง
กระดาษเงิน กระดาษทอง ฯลฯ ซ่ึงนอกจากตัวกวางคำแล้วในขบวนยังมตี ัวตลก และขบวนเศรษฐกิจพอเพียงท่ี
ชาวบา้ นจะต้องจัดเตรยี มอกี ด้วย
2.2 การจัดทำองคป์ ระกอบตา่ งๆ ของขบวนแห่ การแบง่ หนา้ ท่ี จากการสัมภาษณ์กลมุ่ ผ้เู ฒา่ ผู้แก่
และเยาวชนในพืน้ ท่ี สามารถสรปุ ได้วา่ มีการแบง่ หน้าที่ออกเปน็ หลายส่วน คือ
2.2.1. ตวั กวางคำ
การทำโครงตัวกวางคำ ฝ่ายชายจะรับผิดชอบ เนื่องจากฝ่ายชายจะมีทักษะในด้านของการ
ขึ้นโครง และจำเป็นต้องใช้แรงในการมัดโครงให้มีความมั่นคง กวางคำสามารถนำวัสดุมาทำได้หลายอย่าง
ขน้ึ อยู่กับความถนดั และความคิดสรา้ งสรรคข์ องแตล่ ะคุม้ บ้าน เช่น
คุ้มบารมีศรีย่าเพียร์แสน จะใช้ไม้ไผ่ทำโครงตัวกวาง ตกแต่งตัวกวางด้วยกระดาษ
เงิน กระดาษทอง 1 รอบ และใช้ใบตองฉีกเป็นเส้นเล็กๆ ปิดทับกระดาษเงิน กระดาษทองอีกรอบ เพื่อให้ดู
คล้ายขนของกวาง ส่วนหัวของกวางคำจะสานไม้ไผ่รูปทรงคล้ายเข่งใส่ของแยกออกจากตัวกวางจากนั้นห่อหุ้ม
ดว้ ยกระดาษทองตกแตง่ ทำตา จมูก ปาก ใส่เขาใหแ้ ลดูคล้ายกับกวาง
ตกแตง่ โครงกวาง คมุ้ บารมศี รียา่ เพยี รแ์ สน
(ภาพโดย มนชยา คลา้ ยโศก เม่ือวันที่ 11 ตลุ าคม 2562)
๒๖๒
คุ้มบ้านใต้ไทท่าผักกาด จัดทำโครงกวางคำด้วยไม้ไผ่เช่นเดียวกับคุ้มบารมีศรีย่า
เพียร์แสน แต่จะแตกต่างกันช่วงหัวกวางซึ่งคุ้มนี้จะทำติดกับตัวกวางเลยจะนั้นแตกแต่งตัวกวางคำให้สวยงาน
ตามท่ีต้องการ
ตกแตง่ โครงกวางคำ คมุ้ บ้านใต้ไททา่ ผดั กาด
(ภาพโดย มนชยา คลา้ ยโศก เมอื่ วนั ที่ 11 ตุลาคม 2562)
ค้มุ สาวซิ่งแมล่ ูกอ่อน จดั ทำโครงกวางคำดว้ ยไม้ไผเ่ ช่นเดียวกันแตจ่ ะให้กาบมะพร้าวแห้งเปน็
วสั ดหุ อ่ ห้มุ โครงแทนกระดาษ หลงั จากนน้ั ตกแต่งตามความต้องการ
กวางคำ คุ้มสาวซ่แิ มล่ ูกอ่อน
(ภาพโดย มนชยา คล้ายโศก เมือ่ วันที่ 11 ตลุ าคม 2562)
๒๖๓
2.2.2. การทำตัวตลก
ตัวตลก หรอื บริวารของกวางคำ เปน็ ตวั ละครท่สี รา้ งความเฮฮา และสร้างสีสันให้กับขบวนแห่
อีกทั้งยังเป็นที่สนใจของเด็กและเยาวชนในพื้นที่ ที่จะร่วมกันคิดสรร จัดทำตัวตลกมาร่วมขบวนแห่กวางคำ
เป็นกิจกรรมทีท่ ำให้เยาวชนไดเ้ ขา้ ถงึ วฒั นธรรมพื้นบ้านของตนเองอีกดว้ ย ตัวตลกมกั ทำมาจากวัสดุที่เหลือจาก
การตกแต่งตัวกวางคำ โดยจะทำเป็นหัวโขน แต่งหน้าแต่งตา ให้ดูน่าเกรียด น่ากลัว เช่น แต่งเป็นผีเปรต ผีตา
โขน ฯลฯ
ตวั ตลก ในขบวนแหก่ วางคำ
(ภาพโดย มนชยา คล้ายโศก เมอ่ื วันท่ี 11 ตุลาคม 2562)
คุณตาเรง่ นาคคำ อายุ 74 ปี เล่าวา่ “การทำตวั กวางคำ และตัวตลก เริ่มตงั้ แตส่ มัยคุณปู่คุณย่าพาทำ
สานหัวโขน และประกอบส่วนต่างๆ ของกวาง ตาทำจากกาบมะพร้าว เขาทำจากกิ่งไม้ ลักษณะเป็นเขากวาง
หูจะทำจากกาบมะพร้าว ลักษณะหูเปน็ กระตา่ ย ปากทำจากกาบมะพรา้ ว ลักษณะเปน็ ปากจระเข้ เสรจ็ แลว้ ตดิ
ด้วยกระดาษเพื่อเพิ่มความหนาขึ้น จึงวางทับด้วยกระดาษสีทองเพื่อให้มีลักษณะเป็นกวางทองคำ ตกแต่งให้
๒๖๔
สวยงาม ก็จะได้เป็นหัวกวาง 1 หัว ใช้เวลาทำ 1 – 2 วัน แล้วนำไปประกอบกับตัวกวางอีกส่วนหนึ่ง และจะ
สานไมไ้ ผอ่ กี สว่ นหนึง่ เอามาตกแต่งทำเปน็ ตวั ตลก เพือ่ เรียกความสนใจ และสร้างสีสันให้กับขบวนแหก่ วางคำ”
2.2.3. เรอื ส้ันจำลอง
ขบวนแห่กวางคำ สมยั กอ่ นจะมีการจดั การแขง่ ขนั เรอื สั้นขนาด 5 ฝีพาย ณ บริเวณหนา้ วดั ศรี
สองคร ในช่วงเช้าของวันงาน เพื่อความสนุกสนานของคนในชุมชน ในช่วงเทศกาลวันออกพรรษา และเพื่อให้
ชาวบ้านได้พบปะสังสรรค์กัน ส่วนช่วงเย็นของวันงานก็จะมีการปล่อยเรือไฟด้วย แต่เนื่องจากปัจจุบันลำน้ำ
บริเวณหน้าวัดแห้งขอด ทำให้กิจกรรมดังกล่าวถูกงดจัด ชาวบ้านจึงทำเรือสั้นจำลองมาร่วมขบวนแห่กวางคำ
เพื่อเป็นเครื่องเตือนความจำให้คนในชุมชนรู้ว่าการจัดงานประเพณีแห่กวางคำ เคยมีการจัดแข่งขันเรือสั้นอยู่
ดว้ ย
เรอื สนั้ ของแตล่ ะค้มุ บ้าน
(ภาพโดย มนชยา คลา้ ยโศก เม่ือวันที่ 11 ตุลาคม 2562)
๒๖๕
2.2.4. ปราสาทผง้ึ
ปราสาทผึ้ง เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมในขบวนแห่กวางคำ ที่มีความเชื่อเกี่ยวกับทางศาสนา ว่า
ครน้ั ท่ีพระพุทธองค์เสดจ็ ถงึ ประตูเมืองสังกัลป์สนคร มนษุ ย์และเปตรนรกต่างก็ชืน่ ชมปล้ืมปติ ิในพระพุทธบารมี
เกิดความเลื่อมใสในบุญกุศลจนเกิดจินตนาการเห็นปราสาทสวยงามใคร่จะไปอยู่จึงรู้ ชัดว่าการท่ีจะได้ไปอยู่ใน
ปราสาทอันสวยงามนั้นต้องสร้างบุญกุศล ประพฤติปฏิบัติในศีลธรรมอันดี สร้างปราสาทกองบุญนั้นในเมือง
มนุษย์เสียก่อน (สิริวิมล คำคลี่, 2555) ตามความเชื่อที่สืบทอดกันมาจากบรรพบุรุษชาวลาว คุ้มบ้านที่มีจิต
ศรัทธาจึงมีการบอกบุญชาวบ้านในละแวกเดียวกันให้มาช่วยกันทำต้นปราสาทผึ้ง เพื่อนำไปถวายที่วัดศรี
สองครในวนั งาน
การตกแตง่ ปราสาทผง้ึ
(ภาพโดย มนชยา คล้ายโศก เม่อื วนั ท่ี 11 ตุลาคม 2562)
๒๖๖
2.2.5. ขบวนเศรษฐกิจพอเพียง
ขบวนเศรษฐกิจพอเพียง เป็นกิจกรรมที่ทางชุมชนเสริมแต่งเพิ่มเติมขึ้นมาใหม่จากอดีต ตาม
แนวคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ของในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่มุ่งให้ทุกคนสามารถพึ่งพาตัวเองได้ รวมถึง
พัฒนาให้ดียิ่งขึ้น จนเกิดความยั่งยืน คำว่า พอเพียง คือ การดำเนินชีวิตแบบทางสายกลาง โดยตั้งอยู่บนหลัก
สำคัญสามประการ คือ ความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการมีภูมิคุ้มกันทีด่ ี โดยขบวนน้ีจะใชพ้ ืชผกั สวน
ครัวทปี่ ลกู ไดภ้ ายในชมุ ชน นำมาจัดตกแตง่ ให้สวยงาม
ขบวนเศรษฐกิจพอเพยี ง
(ภาพโดย ณฐั วดี แกว้ บาง เม่ือวนั ท่ี 13 ตลุ าคม 2562)
๒๖๗
วนั งาน
งานประเพณแี หก่ วางคำ บ้านวังรอ่ ง เป็นประเพณเี กา่ แกท่ ส่ี ืบทอดมาจากบรรพบุรษุ จดั ขึน้ ในชว่ งออก
พรรษา ซึ่งเมื่อเกิดกระแสการเปลี่ยนแปลงของสงั คม ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี การคมนาคมต่างๆ ทำ
ให้ชาวบ้านบางส่วนมุ่งเน้นไปในเรื่องของการทำมาหากิน การเอาตัวรอด ส่งผลให้งานประเพณีดังกล่าวถูกลด
ความสำคัญลงจนทำใหไ้ มไ่ ดป้ ฏบิ ตั ิตอ่ กันมาบางช่วงเวลา กระท่ังมีการรวมกลุ่มของเยาวชนรุน่ ใหม่ นำโดยนาย
ภูริทัต คำโสม และผู้ใหญ่ไพฑูลย์ อิหา ได้ก่อตั้งกลุ่มอนุรักษ์วัฒนธรรมพื้นบ้านของชุมชน เพื่อฟื้นฟูงาน
ประเพณีแห่กวางคำ จนทำให้ภาครัฐ ผู้นำชุมชน และชาวบ้าน เริ่มเห็นความสำคัญของงานประเพณีแห่กวาง
คำอกี ครัง้ ในปี พ.ศ.2562
ลำดับพธิ ใี นวนั งาน ประเพณแี ห่กวางคำ ปี 2562
กำหนดจัดงานวนั อาทติ ย์ที่ 13 ตุลาคม 2562 ตรงกับวันออกพรรษา ข้ึน 15 คำ่ เดอื น 11
เวลา 14.30 น. - คณะกวางคำทกุ คณะพร้อมกนั ที่ถนนหน้าร้านช่างโยบาเบอร์
15.00 น. - คณะกวางคำทุกคณะแห่ออกจากจุดเร่มิ ต้น
17.00 น. - คณะกวางคำ และผู้รว่ มงาน แห่ขบวนรอบพระอโุ บสถ 3 รอบ
17.30 น. - คณะกวางคำถงึ หน้าเวทีกลาง ณ วดั ศรสี องคร
- พธิ เี ปดิ อย่างเป็นทางการ
- คณะกวางคำโชว์ การแสดงคณะละ 1 เพลง
- ตัดสินการประกวดคณะกวางคำ
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนการประกวดขบวนแห่กวางคำ
ลำดบั เกณฑ์การให้คะแนน อธิบายเกณฑ์คะแนน คะแนน
25
1 ความพรอ้ มขององค์ประกอบทีม มปี ้ายคณะ , มีตัวตลกประกอบ , องค์ประกอบด้านความคดิ
25
และวสั ดุทมี่ ใี นท้องถนิ่ สรา้ งสรรค์ , นำวสั ดุ หรือส่ิงทีม่ ใี นพืน้ ทีต่ กแตง่ รปู แบบขบวน
25
โดยใช้ภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถ่ิน
2 ความพร้อมในการสรา้ งรอยยิ้ม ความพร้อมในการสร้างรอยยิม้ และความสนกุ ให้กับผู้ชมงาน
และความสนกุ ให้กับผชู้ มงาน ในรูปแบบของทีมที่มีส่วนร่วมของทุกเพศทุกวัย และมีความ
ต่อเนอื่ งในขบวนแห่
3 เช่ือมโยงเข้ากบั คำขวัญหมูบ่ ้าน ชมุ ชนคุณธรรม
แห่กวางคำออกพรรษา
พฒั นาเกษตรอนิ ทรยี ์
ประเพณีแข่งเรือส้ัน
ยึดมนั่ หลักปรชั าของเศรษฐกินพอเพียง
๒๖๘
ลำดับ เกณฑ์การให้คะแนน อธิบายเกณฑค์ ะแนน คะแนน
4 การแสดงหนา้ เวที 1 เพลง ความพรอ้ มในการสรา้ งรอยยิ้มและความสนกุ ให้กับผู้ชมงาน 25
ในรูปแบบของทีม มคี วามสามารถทำให้ผู้ชมมารว่ มสนกุ ด้วย 20
มรี ะเบียบวินยั
ตรงตอ่ เวลา , มีน้ำใจ , ใหอ้ ภยั
ขบวนประเพณีแห่กวางคำ เริ่มขบวนจากทางเข้าหมู่บ้าน เวลาประมาณ 14.00 น. ชาวบ้านจะเริ่ม
ทยอยมาจดั เตรียมขบวนแห่ ซงึ่ ในขบวนจะมีการตีกลองเป่าแคนแห่กันอย่างสนุกสนาน เมอื่ ต้ังขบวนเรียบร้อย
จะเริ่มเคลื่อนขบวนตามถนนไปทีว่ ดั ศรสี องคร เมื่อขบวนแห่มาถึงวัด จะวนรอบสิม จำนวน 3 รอบ เสร็จแล้ว
จึงไปรวมกนั ทล่ี านหน้าศาลา วดั ศรีสองคร และดำเนินกจิ กรรมตามกำหนดการที่กลา่ วมาขา้ งต้น
ภาพประกอบขบวนแห่ ประเพณแี หก่ วางคำ
ขบวนคำขวัญหม่บู า้ น
(ภาพโดย ณฐั วดี แก้วบาง เม่ือวนั ท่ี 13 ตุลาคม 2562)
๒๖๙
ขบวนนางรำเฉลิมพระเกยี รติ
(ภาพโดย ณัฐวดี แก้วบาง เม่ือวนั ที่ 13 ตุลาคม 2562)
ขบวนคุ้มบา้ นแตล่ ะคุ้ม
(ภาพโดย ณฐั วดี แก้วบาง เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2562)
๒๗๐
ขบวนกวางคำ
(ภาพโดย ณฐั วดี แก้วบาง เม่ือวนั ที่ 13 ตุลาคม 2562)
ขบวนตัวตลก
(ภาพโดย ณฐั วดี แก้วบาง เมื่อวนั ท่ี 13 ตลุ าคม 2562)
๒๗๑
ขบวนเศรษฐกจิ พอเพยี ง
(ภาพโดย ณัฐวดี แก้วบาง เม่ือวนั ที่ 13 ตุลาคม 2562)
ขบวนเศรษฐกิจพอเพียง
(ภาพโดย ณัฐวดี แก้วบาง เมื่อวนั ท่ี 13 ตลุ าคม 2562)
๒๗๒
ขบวนนางรำประจำคุ้มบ้าน
(ภาพโดย ณฐั วดี แกว้ บาง เม่ือวนั ท่ี 13 ตุลาคม 2562)
ขบวนแห่ปราสาทผง้ึ
(ภาพโดย ณฐั วดี แก้วบาง เมื่อวนั ท่ี 13 ตลุ าคม 2562)
๒๗๓
ขบวนแห่กวางคำเข้าซุ้มประตู วดั ศรสี องคร
(ภาพโดย ณฐั วดี แกว้ บาง เม่ือวันท่ี 13 ตลุ าคม 2562)
ขบวนแห่กวางคำรอบสมิ วดั ศรสี องคร
(ภาพโดย ณัฐวดี แกว้ บาง เมื่อวันท่ี 13 ตลุ าคม 2562)
๒๗๔
ขบวนกวางคำพร้อมกันท่ลี านหนา้ ศาลา วดั ศรสี องคร
(ภาพโดย ณัฐวดี แก้วบาง เมื่อวนั ท่ี 13 ตลุ าคม 2562)
ภาพความร่วมมือจากประชาชนในท้องถิน่
(ภาพโดย ณฐั วดี แก้วบาง เม่ือวันท่ี 13 ตุลาคม 2562)
๒๗๕
ภาพความรว่ มมือจากเยาวชนในทอ้ งถ่ิน
(ภาพโดย ณัฐวดี แก้วบาง เมื่อวันที่ 13 ตลุ าคม 2562)
ภาพประชาชนให้ความสนใจประเพณีแห่กวางคำ
(ภาพโดย ณัฐวดี แก้วบาง เม่ือวันท่ี 13 ตลุ าคม 2562)
ประเพณีแห่กวางคำ ของชุมชนบ้านวงั รอ่ ง ตำบลห้วยไร่ อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบรู ณ์ ถือว่าเป็น
ประเพณีท่ีสะท้อนให้เหน็ พลังของเยาวชนในพื้นท่ี ท่ีมจี ติ สำนกึ รักษ์ความเปน็ ตน เลง็ เหน็ ความสำคญั ของชมุ ชน
จนเกดิ แนวคิดลือฟ้ืนการอนุรักษ์และสืบทอดความเปน็ ศิลปะในด้านการละเล่นพ้นื บา้ นที่เปน็ มรดกตกทอด จน
กลายเป็นประเพณีพื้นถิ่น หลังจากที่มีเยาวชนชวนกันฟื้นฟูประเพณีดังกล่าวจึงได้รับการตอบรับจากชาวบ้าน
เป็นอยา่ งดี
๒๗๖
แนวทางการนำไปปฏิบตั ใิ ช้
๑. เผยแพร่ใหก้ บั ผูท้ ่ีสนใจ นกั ศกึ ษา และประชาชนท่ัวไป
๒. บรู ณาการกบั การเรยี นการสอน รายวชิ า HSSD311 ครอบครัวและสงั คมไทย โดยนำองคค์ วามรทู้ ่ี
ไดไ้ ปใช้ในกระบวนการเรยี นการสอน (มคอ. ๓ หมวดท่ี ๕) สปั ดาหท์ ่ี ๒ - ๓ บทท่ี ๑ ความรทู้ ่วั ไปเกย่ี วกับ
ครอบครวั เป็นการบรรยายโดยการยกตวั อย่าง เรอื่ งความสำคัญของการทำหนา้ ที่ของครอบครวั ในการขัดเกลา
อบรมปลกู ฝังคุณธรรมจรยิ ธรรม ระเบยี บวนิ ัยทางสังคม โดยยกตัวอยา่ งถงึ ครอบครัวไทยในสงั คมชนบทผา่ น
ประเพณแี หก่ วางคำ งานบุญออกพรรษา ของบา้ นวังร่อง ตำบลหว้ ยไร่ อำเภอหลม่ สกั จังหวดั เพชรบรู ณ์
ขอ้ เสนอแนะ
ควรมีการลงพ้นื ที่ ทบทวน ข้อมลู ใหค้ รบถ้วนทกุ อำเภอในจังหวดั เพชรบรู ณ์ เพ่ือให้เยาวชนรุ่นหลงั ได้
ใชศ้ กึ ษาหาความรู้ สง่ ต่อจากรนุ่ สู่รนุ่ ตอ่ ไป
บรรณานกุ รม
บุคคลอ้างอิง
กญั ญาณัฐ ใจเย็น. (๒๕๖๕). อายุ 9 ปี บ้านเลขที่ 50 หมู่ 8 ตำบลสกั หลง อำเภอหลม่ สกั
จังหวัดเพชรบรู ณ์, สมั ภาษณ์เม่อื วนั ที่ 11 มกราคม.
กลั ยา ใจเย็น. (๒๕๖๕). อายุ 14 ปี บ้านเลขท่ี 50 หมู่ 8 ตำบลสักหลง อำเภอหลม่ สัก
จังหวัดเพชรบรู ณ,์ สัมภาษณเ์ มือ่ วนั ที่ 11 มกราคม.
กองสนิ ยาพรม. (๒๕๖๕). อายุ 73 ปี บา้ นเลขที่ 56/2 หมู่ 5 บา้ นวงั รอ่ ง ตำบลห้วยไร่ อำเภอหล่มสกั
จงั หวดั เพชรบูรณ,์ สมั ภาษณ์เมอ่ื วนั ท่ี 11 มกราคม.
คำปลวิ ผิวผ่อง. (๒๕๖๕). อายุ 67 ปี บ้านเลขที่ 139 หมู่ 5 บา้ นวงั ร่อง ตำบลห้วยไร่ อำเภอหล่มสกั
จังหวัดเพชรบูรณ,์ สมั ภาษณเ์ มอ่ื วันที่ 11 มกราคม.
จันทร์ ผาลา. (๒๕๖๕). อายุ 86 ปี บา้ นเลขท่ี 10 หมู่ 5 บ้านวังรอ่ ง ตำบลห้วยไร่ อำเภอหล่มสัก
จังหวดั เพชรบูรณ์, สัมภาษณ์เม่ือวนั ที่ 11 มกราคม.
จันทร์ ดีพรวน. (๒๕๖๕). อายุ 80 ปี บา้ นเลขที่ 47 หมู่ 5 บา้ นวังร่อง ตำบลหว้ ยไร่ อำเภอหลม่ สกั
จังหวัดเพชรบูรณ,์ สัมภาษณ์เมอ่ื วนั ที่ 11 มกราคม.
จมิ เอง นาคคำ. (๒๕๖๕). อายุ 58 ปี บา้ นเลขท่ี 101/1 หมู่ท่ี 5 บา้ นวงั รอ่ ง ตำบลห้วยไร่ อำเภอหล่มสกั
จงั หวดั เพชรบรู ณ,์ สัมภาษณเ์ ม่ือวนั ที่ 11 มกราคม.
จฬุ าลักษณ์ หาดประโคน. (๒๕๖๕). อายุ 9 ปี บา้ นเลขท่ี 31/1 หมู่ 5 บา้ นวงั รอ่ ง ตำบลหว้ ยไร่ อำเภอหล่มสกั
จงั หวดั เพชรบูรณ,์ สมั ภาษณ์เมอ่ื วันท่ี 11 มกราคม.
ธนสิ ร ปัญญารกั ษ์. (๒๕๖๕). อายุ 20 ปี บา้ นเลขที่ 133 หมู่ 5 บ้านวังรอ่ ง ตำบลหว้ ยไร่ อำเภอหลม่ สกั
จังหวดั เพชรบรู ณ,์ สัมภาษณ์เมื่อวันท่ี 11 มกราคม.
ธีระพนั ธ์ คำโสม. (๒๕๖๕). อายุ 29 ปี บ้านเลขที่ 6/1 หมู่ 5 บ้านวงั รอ่ ง ตำบลห้วยไร่ อำเภอหล่มสัก
จังหวัดเพชรบูรณ,์ สัมภาษณเ์ มอ่ื วันที่ 11 มกราคม.
๒๗๗
ดอกไม้ แกว้ สะอาด. (๒๕๖๕). อายุ 57 ปี บ้านเลขที่ 54/1 หมู่ 5 บ้านวงั รอ่ ง ตำบลห้วยไร่ อำเภอหลม่ สกั
จังหวดั เพชรบรู ณ,์ สมั ภาษณ์เมอ่ื วันท่ี 11 มกราคม.
ดำ ผวิ ผอ่ ง. (๒๕๖๕). อายุ 81 ปี บ้านเลขที่ 54 หมู่ 5 บา้ นวงั รอ่ ง ตำบลห้วยไร่ อำเภอหล่มสกั
จงั หวัดเพชรบรู ณ์, สมั ภาษณ์เมอ่ื วนั ที่ 11 มกราคม.
นิรัตน์ ปอ้ งท้าว. (๒๕๖๕). อายุ 44 ปี บา้ นเลขที่ 52 หมู่ 5 บา้ นวงั ร่อง ตำบลห้วยไร่ อำเภอหล่มสกั
จงั หวัดเพชรบูรณ์, สัมภาษณเ์ มื่อวันที่ 11 มกราคม.
นวลน้อย พงคค์ ำ. (๒๕๖๕). อายุ 55 ปี บา้ นเลขที่ 26/1 หมู่ 5 บ้านวงั ร่อง ตำบลห้วยไร่ อำเภอหล่มสัก
จงั หวัดเพชรบูรณ,์ สมั ภาษณ์เมื่อวันที่ 11 มกราคม.
บญุ เทีย่ ง นามวงศ์. (๒๕๖๕). อายุ 53 ปี บา้ นเลขท่ี 169 หมู่ 5 บ้านวงั รอ่ ง ตำบลห้วยไร่ อำเภอหล่มสัก
จงั หวดั เพชรบรู ณ์, สัมภาษณ์เม่ือวนั ท่ี 11 ตุลาคม 2562. (คมุ้ ท่ี 3)
บญุ ศรี แกว้ สะอาด. (๒๕๖๕). อายุ 67 ปี บ้านเลขท่ี 54/1 หมู่ 5 บา้ นวังรอ่ ง ตำบลหว้ ยไร่ อำเภอหล่มสกั
จงั หวดั เพชรบรู ณ์, สัมภาษณ์เมอ่ื วนั ท่ี 11 มกราคม.
บ้น ทองงาม. (๒๕๖๕). อายุ 84 ปี บา้ นเลขท่ี 14/1 หมู่ 6 ตำบลหว้ ยไร่ อำเภอหล่มสกั
จังหวัดเพชรบูรณ,์ สมั ภาษณเ์ มอ่ื วนั ที่ 11 มกราคม.
ประยูร ทองวนั . (๒๕๖๕). อายุ 61 ปี บ้านเลขที่ 6 หมู่ 5 บา้ นวังรอ่ ง ตำบลห้วยไร่ อำเภอหล่มสัก
จงั หวดั เพชรบรู ณ์, สัมภาษณเ์ มอื่ วันที่ 11 มกราคม.
แปง จันฤทธิ.์ (๒๕๖๕). อายุ 67 ปี บา้ นเลขที่ 83 หมู่ 9 ตำบลทา่ อฐิ บญุ อำเภอหล่มสกั
จงั หวัดเพชรบูรณ์, สัมภาษณ์เมอ่ื วันที่ 11 มกราคม.
พระอาจารย์ วิสันต์ ปริชาโณ. (๒๕๖๕). อายุ 32 ปี บา้ นเลขที่ 60 หมู่ 5 บา้ นวังรอ่ ง ตำบลหว้ ยไร่
อำเภอหล่มสกั จงั หวัดเพชรบูรณ,์ สัมภาษณเ์ ม่อื วนั ที่ 11 มกราคม.
ภูริทัต คำโสม. (๒๕๖๕). อายุ 21 ปี บ้านเลขที่ 6/1 หมู่ 5 บา้ นวงั ร่อง ตำบลห้วยไร่ อำเภอหลม่ สัก
จังหวัดเพชรบูรณ์, สัมภาษณเ์ มอ่ื วันท่ี 11 มกราคม.
ภัคพล พองาม. (๒๕๖๕). อายุ 21 ปี บา้ นเลขท่ี 14 หมู่ 6 ตำบลหว้ ยไร่ อำเภอหล่มสกั
จังหวัดเพชรบรู ณ์, สมั ภาษณเ์ มอ่ื วันที่ 11 มกราคม.
มยรุ ีย์ อินหา. (๒๕๖๕). อายุ 42 ปี บา้ นเลขท่ี 17/1 หมู่ 5 บา้ นวังรอ่ ง ตำบลหว้ ยไร่ อำเภอหล่มสัก
จงั หวดั เพชรบรู ณ,์ สัมภาษณเ์ ม่อื วนั ท่ี 11 ตลุ าคม 2562.
มนั นาคคำ. (๒๕๖๕). อายุ 73 ปี บา้ นเลขที่ 101 หมู่ 5 บ้านวังรอ่ ง ตำบลหว้ ยไร่ อำเภอหล่มสกั
จังหวัดเพชรบูรณ์, สัมภาษณเ์ ม่ือวันท่ี 11 มกราคม.
เร่ง นาคคำ. (๒๕๖๕). อายุ 74 ปี บ้านเลขที่ 101 หมู่ 5 บา้ นวังร่อง ตำบลหว้ ยไร่ อำเภอหล่มสัก
จังหวัดเพชรบูรณ์, สัมภาษณ์เม่ือวันที่ 11 มกราคม.
วชิ ิต ชาอุน่ . (๒๕๖๕). อายุ 59 ปี บา้ นเลขท่ี 15/1 หมู่ 5 บ้านวังร่อง ตำบลหว้ ยไร่ อำเภอหล่มสกั
จงั หวดั เพชรบูรณ์, สัมภาษณ์เมื่อวันท่ี 11 มกราคม.
วิรัชยาภรณ์ อนิ หา. (๒๕๖๕). อายุ 17 ปี บ้านเลขท่ี 17/1 หมู่ 5 บ้านวงั ร่อง ตำบลหว้ ยไร่ อำเภอหล่มสัก
จงั หวดั เพชรบรู ณ,์ สัมภาษณ์เมื่อวนั ที่ 11 มกราคม.
สัมฤทธ์ิ หมวกซา. (๒๕๖๕). อายุ 71 ปี บา้ นเลขท่ี 124/1 หมู่ 5 บ้านวงั รอ่ ง ตำบลหว้ ยไร่ อำเภอหลม่ สกั
จังหวัดเพชรบรู ณ,์ สมั ภาษณเ์ มื่อวันที่ 11 มกราคม.
สนี วล ชัยวงค.์ (๒๕๖๕). อายุ 63 ปี บ้านเลขท่ี 14 หมู่ 9 บา้ นวังร่อง ตำบลห้วยไร่ อำเภอหล่มสัก
จงั หวัดเพชรบรู ณ,์ สัมภาษณเ์ มอ่ื วนั ที่ 11 มกราคม.
๒๗๘
สธุ นิ ี พงค์คำ. (๒๕๖๕). อายุ 8 ปี บา้ นเลขที่ 26/1 หมู่ 5 บา้ นวังรอ่ ง ตำบลห้วยไร่ อำเภอหล่มสัก
จังหวดั เพชรบูรณ,์ สัมภาษณ์เมื่อวนั ที่ 11 มกราคม.
สุภาวดี ไสยนั ต.์ (๒๕๖๕). อายุ 8 ปี บา้ นเลขท่ี 35 หมู่ 5 บ้านวงั ร่อง ตำบลห้วยไร่ อำเภอหลม่ สัก
จังหวัดเพชรบูรณ,์ สัมภาษณเ์ มื่อวันที่ 11 มกราคม.
สมคดิ เพลียปลดั . (๒๕๖๕). อายุ 42 ปี บ้านเลขที่ 35 หมู่ 5 บา้ นวังรอ่ ง ตำบลห้วยไร่ อำเภอหลม่ สกั
จังหวดั เพชรบูรณ์, สมั ภาษณเ์ มื่อวนั ที่ 11 มกราคม.
หา ยาพรหม. (๒๕๖๕). อายุ 83 ปี บ้านเลขท่ี 188 หมู่ 8 บ้านสกั หลง ตำบลสักหลง อำเภอหล่มสัก
จงั หวัดเพชรบูรณ์, สมั ภาษณ์เม่ือวันท่ี 11 มกราคม.
หนูสอบ หาญรกั ษ.์ (๒๕๖๕). อายุ 72 ปี บ้านเลขที่ 1/1 หมู่ 6 ตำบลหว้ ยไร่ อำเภอหลม่ สัก
จังหวัดเพชรบูรณ์, สัมภาษณเ์ มื่อวันท่ี 11 มกราคม.
หนูหลา่ แกว้ จร. (๒๕๖๕). อายุ 60 ปี บา้ นเลขท่ี 11 หมู่ 5 บ้านวงั ร่อง ตำบลห้วยไร่ อำเภอหล่มสัก
จังหวัดเพชรบูรณ,์ สมั ภาษณเ์ มือ่ วนั ที่ 11 มกราคม.
หนูอาน กลางคำ. (๒๕๖๕). อายุ 82 ปี บา้ นเลขที่ 33 หมู่ 9 ตำบลห้วยไร่ อำเภอหลม่ สกั
จังหวัดเพชรบูรณ์, สัมภาษณเ์ มื่อวนั ที่ 11 มกราคม.
อทุ ิศ เพยี ลปลัด. (๒๕๖๕). อายุ 59 ปี บ้านเลขท่ี 35/1 หมู่ 5 บา้ นวงั ร่อง ตำบลหว้ ยไร่ อำเภอหลม่ สกั
จังหวัดเพชรบรู ณ์, สมั ภาษณเ์ มือ่ วันท่ี 11 มกราคม.
อวยชัย จนั ทร์รกั ษา. (๒๕๖๕). อายุ 75 ปี บ้านเลขที่ 61 หมู่ 4 ตำบลห้วยไร่ อำเภอหลม่ สกั
จงั หวดั เพชรบูรณ,์ สัมภาษณเ์ ม่ือวนั ที่ 11 มกราคม.
๒๗๙
ภาคผนวก
รายละเอยี ดรายวชิ า (มคอ. ๓) ที่ใชบ้ ูรณาการ
มคอ. 3
รายละเอยี ดของรายวิชา (มคอ.3)
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบรู ณ์
หลักสูตรศลิ ปศาสตรบณั ฑิต สาขาวชิ าการพัฒนาสังคม
หมวดที่ 1 ข้อมลู โดยทว่ั ไป
1. รหสั และชอ่ื รายวิชา
HSSD311 ช่ือรายวชิ า (ภาษาไทย) ครอบครัวและสงั คมไทย
ชอื่ รายวชิ า (ภาษาอังกฤษ) Thai Family and Society
2. จำนวนหนว่ ยกิต
3 (3-0-6)
3. หลักสตู รและประเภทของรายวิชา
หลักสตู รศิลปศาสตรบณั ฑิต สาขาวชิ าพฒั นาสังคม
หมวดวิชาเลือก
4. อาจารย์ผ้รู ับผิดชอบรายวชิ าและอาจารย์ผสู้ อน
อาจารยใ์ จสคราญ จารึกสมาน
5. ภาคการศกึ ษา/ช้นั ปที ี่เรยี น
ภาคการศึกษาท่ี 1 ชนั้ ปที ่ี 2
6. รายวิชาท่ตี อ้ งเรยี นมาก่อน (Pre-requisite)
-
7. รายวิชาทีต่ ้องเรยี นพรอ้ มกัน (Co-requisites)
-
8. สถานทเี่ รียน
ภาควิชาพฒั นาสังคม คณะมนษุ ยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภฏั เพชรบูรณ์
และห้อง 974 และ 975 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา มหาวิทยาลยั ราชภัฏเพชรบรู ณ์
9. วนั ท่ีจัดทำหรอื ปรับปรงุ รายละเอียดของรายวชิ าครงั้ ล่าสุด
วันที่ 10 มิถนุ ายน 2564
กรอบมาตรฐานคุณวุฒริ ะดบั อดุ มศึกษาแห่งชาติ แบบฟอร์มการเขยี นรายละเอียดของรายวิชา (มคอ. 3) มหาวทิ ยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ Page 1
หมวดที่ 2 จดุ มงุ่ หมายและวัตถปุ ระสงค์
1. จุดม่งุ หมายของรายวิชา
เพ่ือให้นักศึกษามีความรู้ และนำไปเป็นพื้นฐานในการทำความเข้าใจครอบครัว โดยสามารถ
วเิ คราะห์ปัญหาท่ีเกี่ยวข้องกับครอบครวั รวมทั้งภาพรวมของการพัฒนาครอบครัวตามแนวทางการพัฒนา
ของแผนพัฒนาครอบครัว และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อใช้ในการสร้างความเข้มแข็ง
ให้แก่ชุมชนและสังคมตอ่ ไป
2. วตั ถปุ ระสงคใ์ นการพฒั นา/ปรับปรุงรายวิชา
เพื่อให้นักศึกษามีความรู้ความเข้าใจกระบวนการหรือวิธีการท่ีสถาบันครอบครัวจะได้ทำหน้าท่ี ใน
ฐานะสถาบันพ้ืนฐานในการสร้างความเข้มแข็งในการพัฒนาชีวิตและคุณภาพของคนในสังคม ทั้งน้ี ควรมี
การยกตัวอย่างสถานการณ์ทางสังคมท่ีสอดคล้องตามยุคสมัย รวมถึงมีการบูรณาการรายวิชากับกิจกรรม
ต่างๆ ดว้ ย
หมวดที่ 3 ลกั ษณะและการดำเนินการ
1. คำอธบิ ายของรายวชิ า
แนวคิด ความหมาย หลักการของครอบครัวและสังคมไทย วิวัฒนาการของครอบครัวและ
สังคมไทย ปัจจัยที่ส่งเสริมให้ครอบครัวอบอุ่นและสังคมไทยเข้มแข็ง เพ่ือพัฒนาชีวิตและคุณภาพคนใน
สังคม บทบาทของภูมิปัญญาไทยกับการพัฒนาสังคม การพิทักษ์ ส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิต่างๆ ของ
บุคคล ครอบครวั และสังคม
Definitions, theories, methods, and development of Thai family and Society
including factors that support Thai family and society for development of quality and life
style of Thai society, Role of Thai knowledge in social development, protection, support
system, and the rights of individuals, family, and society.
2. จำนวนช่วั โมงทีใ่ ช้ต่อภาคการศึกษา
หนว่ ยกติ บรรยาย จำนวนชว่ั โมงต่อภาคการศกึ ษา สอนเสรมิ
3(3-0-6) 39 ช่วั โมง
การฝกึ ปฏบิ ตั ิ/การฝึกงาน การศกึ ษาดว้ ย ตามความ
ตนเอง ต้องการของ
นักศกึ ษา
ไมม่ ี 6 ชว่ั โมง
3. จำนวนชัว่ โมงตอ่ สัปดาห์ทีอ่ าจารยใ์ หค้ ำปรึกษาและแนะนำทางวชิ าการแก่นักศึกษาเปน็ รายบุคคล
ทุกวันพุธ เวลา 13.00 – 16.00 น. สถานท่ี สาขาวชิ าการพัฒนาสงั คม คณะมนุษยศาสตร์และ
สังคมศาสตร์
กรอบมาตรฐานคุณวฒุ ริ ะดบั อุดมศึกษาแห่งชาติ แบบฟอร์มการเขียนรายละเอียดของรายวิชา (มคอ. 3) มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏเพชรบูรณ์ Page 2
หมวดที่ 4 การพัฒนาการเรยี นร้ขู องนกั ศกึ ษา
1. ด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรม
1.1 ผลการเรยี นรู้ 1.2 กลยุทธ์/วิธกี ารสอน 1.3 กลยทุ ธ์/วธิ ีการประเมินผล
1. [•] มีคุณธรรมและจริยธรรม ศรัทธาใน สอดแทรกเน้ือหาด้านคุณธรรม สังเกตพฤติกรรมของนักศึกษาใน
ความดี จริยธรรม ปลกู ฝังเกี่ยวกับความ การปฏิบัติตนในช้ันเรยี น
ซ่อื สัตย์ตอ่ ตนเองและผูอ้ นื่
2. [•] มี จิ ต ส า ธ า ร ณ ะ แ ล ะ มี ค ว า ม - จัดการเรียนการสอน ท่ี มี - สังเกตพฤติกรรมของนักศึกษาใน
ลักษณะยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ การป ฏิ บั ติ กิจ กรรม ต่ างๆ ขอ ง
รับผิดชอบ
โดยจัดกิจกรรมในลักษณ ะ รายวิชาท่ีเรียนทั้งในช้ันเรียนและ
บู ร ณ า ก า ร ค ว า ม รู้ แ ล ะ นอกช้ันเรียน
ประสบการณ์เดิมของผ้เู รยี นเข้า - ป ระเมินจากชิ้นงานท่ีผู้เรียน
กับความรู้และประสบการณ์ สร้างสรรค์แล้วนำเสนอผู้สอนท้ัง
ใหม่ในรายวิชาที่สอนได้อย่าง เปน็ กล่มุ และรายบุคคล
กลมกลนื - ประเมินด้วยการสอบย่อย สอบ
- สอดแทรกเนื้อหาเกี่ยวกับการ กลางภาคการศึกษาและสอบปลาย
มีส่วนร่วมกับกิจกรรมส่วนรวม ภาคการศึกษา
แล ะป ลู ก ฝั งเก่ี ยวกับ ค วาม
รั บ ผิ ด ช อ บ ต่ อ ต น เอ งแ ล ะ
ส่วนรวม
- สอดแทรกเน้ือหาโดยผ่านสื่อ
การเรียนการสอนป ระเภ ท
วิดีทัศน์สร้างสรรค์ เพื่อให้
นักศึ กษ าเข้าใจ ได้ ง่ายแ ล ะ
พจิ ารณาตามได้
3. [๐] มีศีลธรรม ซือ่ สัตย์ สจุ ริต - จดั กจิ กรรมการเรียนที่เน้นการ - สังเกตพฤติกรรมของนักศึกษาใน
ให้ผู้เรียนได้ตระหนักถึงการอยู่ การป ฏิ บั ติ กิจ กรรม ต่ างๆ ขอ ง
ร่วมกันในสังคมท้ังภายในและ รายวิชาท่ีเรียนทั้งในชั้นเรียนและ
ภายนอกห้องเรียน น อกชั้ น เรีย น ท้ั งราย กลุ่ ม แ ล ะ
- สอดแทรกเร่ืองการประพฤติ รายบุคคล
ตนที่เหมาะสม เช่น การมีความ - ประเมินจากผลงานท่ีนำเสนอ
สุภาพอ่อนน้อมถ่อมตน กตัญญู ผู้สอนทงั้ เปน็ กลุ่มและรายบคุ คล
รู้คุ ณ ป ระ ห ยั ด สุ ขุม รู้จั ก
กาลเทศะ การเป็นคนดีและการ
ด ำ เนิ น ชี วิ ต ต า ม แ น ว ป รั ช ญ า
เศรษฐกจิ พอเพยี ง
4. [๐] สามารถรบั ผิดชอบตามสถานการณ์ - สอดแทรกเรื่องการประพฤติ - สังเกตพฤติกรรมของนักศึกษาใน
ได้อย่างเหมาะสม ท้ังในสถานการณ์ส่วน ตนให้เป็นผู้ท่ีมีภาวะผู้นำและผู้ การป ฏิ บั ติ กิจ กรรม ต่ างๆ ขอ ง
บุคคลและของกลุ่ม โดยการแสดงออกซ่ึง ตามที่ดี เพื่อให้การทำงานเป็น รายวิชาท่ีเรียนทั้งในชั้นเรียนและ
ภาวะผู้นำ ในการแสดงทางเลือกใหม่ที่ ทมี สัมฤทธิผลและสามารถแก้ไข นอกชั้นเรยี น
เหมาะสม ข้อขัดแยง้ ได้ - ประเมนิ จากผลงานนำเสนอผู้สอน
- จัดกิจกรรมการเรียนโดยเน้น ทั้งเปน็ กลมุ่ และรายบคุ คล
กรอบมาตรฐานคุณวุฒริ ะดบั อดุ มศึกษาแห่งชาติ แบบฟอร์มการเขยี นรายละเอยี ดของรายวชิ า (มคอ. 3) มหาวิทยาลยั ราชภฏั เพชรบูรณ์ Page 3
การแบ่งกลุ่ม เพื่อให้ผู้เรียนฝึก
การแบง่ หน้าท่ีและฝึกให้มีความ
รับผิดชอบในหน้าท่ีท่ีตนได้รับ
มอบหมาย
- จั ด กิ จ ก รรม ก ารเรีย น ให้
ผู ้ เรี ย น ได้ มี โอ ก าส แ ส ด ง
ศั ก ย ภ า พ ส่ ว น บุ ค ค ล ใน ก า ร
ร่วม กันคิ ดแ ละตั ดสิ นใจใน
กิจกรรมต่างๆ
5. [•] มีระเบียบวินัยและเคารพกติกาของ - ปลูกฝังจิตสำนึกด้านระเบียบ - สังเกตพฤติกรรมของนักศึกษาใน
สังคม รวมทั้งเคารพในคุณค่าและศักดิ์ศรี วินัยและกติกาของสังคมโดย การป ฏิ บั ติ กิจ กรรม ต่ างๆ ขอ ง
เน้นเร่ืองของหน้าที่พลเมืองท่ีดี รายวิชาที่เรียนทั้งในช้ันเรียนและ
ของความเปน็ มนษุ ย์ และเน้นเรื่องของสิทธิมนุษยชน นอกชั้นเรียน
เพ่ื อ ใ ห้ ผู้ เรี ย น มี ค ว า ม รู้ ค ว า ม
เข้ า ใจ แ ล ะ ต ร ะ ห นั ก ใน คุ ณ ค่ า
และศักด์ศิ รขี องความเป็นมนษุ ย์
- ปลูกฝังจิตสำนึกเกี่ยวกับการ
เค า ร พ ก ฎ ร ะ เบี ย บ ข อ ง
สถานศึกษา ชุมชนและสังคม
รวมท้ังการแสดงออกทางการ
แต่งกายท่ีเหมาะสม เพ่ือให้อยู่
รว่ มในสงั คมไดอ้ ย่างกลมกลืน
6. [๐] มีจรรยาบรรณทางวิชาการและ - ป ลู ก ฝั ง จิ ต ส ำ นึ ก เรื่ อ ง - ป ระเมินจากผลงานที่ผู้เรียน
วิชาชพี จรรยาบรรณ ท่ีถูกต้องและ สร้างสรรค์แล้วนำเสนอผู้สอนทั้ง
เหมาะสมทางวิชาการอย่าง เป็นกลมุ่ และรายบุคคล
เคร่งครัดโดยเฉพาะการคัดลอก
ผลงานของผู้อื่นมาเป็นผลงาน
ของตนเอง
2. ดา้ นความรู้
2.1 ผลการเรยี นรู้ 2.2 กลยุทธ์/วธิ กี ารสอน 2.3 กลยุทธ์/วธิ กี ารประเมนิ ผล
1 [•] มี ค วาม รู้แล ะป ระสบ การณ์ ใน - วิ ธี ส อ น โ ด ย บ ร ร ย า ย - การตอบคำถามในชั้นเรยี น
สาขาวิชาท่ีศึกษาและสามารถประยุกต์ใช้ ประกอบการใช้สอ่ื โปรเจคเตอร์ - การแสดงความคดิ เห็นในช้ันเรยี น
ในการดำรงชีวิต เพ่ือใช้ในการแก้ไขปัญหา - จัดกิจกรรมโดยการจำลอง - การตอบคำถามในข้อสอบท่ีแสดง
และข้อโต้แย้งในสถานการณ์อ่ืนๆและการ สถานการณ์ต่างๆให้ผู้เรียนฝึก ถงึ ความเขา้ ใจในสาขาวิชาที่ศกึ ษา
วิเคราะห์และรว่ มหาแนวทางใน
แกไ้ ขปัญหาในการทำงานได้
แกไ้ ขปญั หา
2 [•] สามารถวิเคราะห์ปัญหา เข้าใจและ - วิ ธี ส อ น โ ด ย บ ร ร ย า ย - ประเมินจากเน้ือหาสาระของ
อธิบายความตอ้ งการทางการพฒั นาสังคม ประกอบการใช้สื่อโปรเจคเตอร์ ผ ล งา น ต รงต าม ท่ี อ าจ าร ย์ ได้
- จัดกิจกรรมเสริมชมสารคดีที่ มอบหมาย
กรอบมาตรฐานคุณวฒุ ิระดบั อดุ มศึกษาแห่งชาติ แบบฟอร์มการเขียนรายละเอยี ดของรายวชิ า (มคอ. 3) มหาวทิ ยาลัยราชภฏั เพชรบรู ณ์ Page 4
เป็ น ป ร ะ เด็ น เกี่ ย ว ข้ อ งกั บ - ประเมินจากการนำเสนอหน้าชั้น
รายวิชา เรียน
- ประเมินจากการเขียนคำตอบใน
การสอบท่ีแสดงถึงความสามารถใน
การวิเคราะห์และเชื่อมโยงเนื้อหา
สาระในบทเรียนกับทัศนคติของ
นกั ศึกษา
3 [๐] สามารถติดตามความก้าวหน้าทาง การทดสอบย่อย และสอบกลาง - การสอบข้อเขียนและการสอบ
วชิ าการ รวมทัง้ การนำไปประยกุ ต์ใช้ ภาคและปลายภาคเรียน ปฏิบัติ
4 [๐] รู้ เข้าใจ และสนใจพัฒนาความรู้ - ฝึกปฏิบัติการเขียนข้อเสนอ - ประเมินความสามารถในการนำ
ความชำนาญอยา่ งต่อเน่ือง
โครงการวิจัยและลงปฏิบัติที่ องค์ความรจู้ ากการเรียนไปใช้ในการ
3. ด้านทกั ษะทางปัญญา
เกี่ยวข้องกับประเด็นปัญหา เขียนข้อเสนอโครงการวจิ ัย
สังคมและการหาแนวทางใน - ประเมินจากความสามารถในการ
แก้ไขปญั หา นำองค์ความรู้จากการเรียนไปใช้
เม่อื ลงภาคสนาม
3.1 ผลการเรยี นรู้ 3.2 กลยทุ ธ์/วธิ ีการสอน 3.3 กลยทุ ธ์/วธิ ีการประเมินผล
1 [•] สามารถคิดอย่างมีวิจารณญาณ มี - การบรรยาย - ประเมินผลจากการนำเสนอทั้งใน
ทกั ษะในการคดิ วเิ คราะหอ์ ย่างมีเหตผุ ล รูปการพูด และการเขียน และการ
แก้ปัญหาเฉพาะหนา้
2 [๐] สามารถพิจารณ าแสวงหาและ - การเรยี นรดู้ ้วยตนเอง - ประเมินผลจากการนำเสนอท้งั ใน
เสนอแนะแนวทางในการแก้ไขปัญหาทาง รูปการพูด และการเขียน และการ
วิชาการหรือวิชาชีพ โดยยอมรับข้อจำกัด แก้ปัญหาเฉพาะหนา้
ทางธรรมชาติของความรู้ในสาขาวิชาของ
ตนเอง
3 [•] สามารถรวบรวม ศึกษา วิเคราะห์ - สอนวิธีการค้นคว้าโดยอิสระ - ประเมินผลงาน การรายงาน
และสรุปประเดน็ ปญั หาและความต้องการ เพอ่ื ประกอบการเขยี นรายงาน ผลงานและการแกป้ ัญหา
4. ด้านทักษะความสัมพนั ธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ
4.1 ผลการเรยี นรู้ 4.2 กลยทุ ธ์/วิธีการสอน 4.3 กลยทุ ธ์/วิธีการประเมนิ ผล
1 [•] มีความสามารถในการทำงานรว่ มกับ - กำหนดกิจกรรมการทำงาน - ประเมินจากการสังเกตพฤติกรรม
ผู้อ่นื มีภาวะผนู้ ำในการทำงานของกลมุ่ เป็นกลุ่ม ของนกั ศึกษาในชัน้ เรยี น
2 [๐] มีความคิดริเร่ิมในการแก้ไขปัญหาที่ - กำหนดกิจกรรมการทำงาน - ประเมินจากการสังเกตพฤตกิ รรม
เกิดขึ้นในการทำงานของกลุ่ม เปน็ กลุ่ม โดยหมุนเวียนการเป็น ของนกั ศกึ ษาในชัน้ เรียน
ผู้นำและจำลองสถานการณ์ - ประเมนิ จากคณุ ภาพของผลงานท่ี
ต่างๆ เพ่ื อให้ ผู้เรียนร่วมกัน ได้มอบหมาย
วิ เค ร า ะ ห์ แ ล ะ ร่ ว ม กั น ห า
แนวทางในการแก้ปญั หา
3 [๐] มีความรับผิดชอบต่ออาชีพ มีน้ำใจ - ปลูกฝังพฤติกรรมให้มีการ - ประเมินจากการสังเกตพฤตกิ รรม
และเสียสละ พร้อมอุทิศตนในการทำงาน รับผิดชอบต่อหน้าท่ีตนเองและ ของนักศึกษาในชั้นเรยี น
กรอบมาตรฐานคณุ วุฒิระดบั อุดมศึกษาแห่งชาติ แบบฟอร์มการเขียนรายละเอียดของรายวชิ า (มคอ. 3) มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบรู ณ์ Page 5
เพ่อื ส่วนรวม ความรับผิดชอบต่อส่วนรวม
และมคี วามตรงตอ่ เวลา
4 [•] สามารถใช้ความรู้ในศาสตร์มาชี้นำ - กำหนดการทำงานเป็นกลุ่ม - ประเมินจากการสังเกตพฤติกรรม
สังคมในประเด็นท่ีเหมาะสม ให้ความ แ ล ะ ใ ห้ มี ก า ร เก็ บ ข้ อ มู ล ของนักศึกษาในช้ันเรียนและนอก
ช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกในการ ภาคสนาม โดยเนน้ กระบวนการ ช้นั เรยี น
มีส่วนร่วม - ประเมนิ จากคณุ ภาพของผลงานท่ี
แก้ปญั หาสถานการณ์ตา่ งๆ
ไดม้ อบหมาย
5 [๐] สามารถเป็นผู้ริเร่ิมแสดงประเด็นใน - มอบหมายสถานการณ์หรือ - ประเมนิ จากการสงั เกตพฤติกรรม
การแก้ไขสถานการณ์ ทั้งส่วนตัวและ หยิบยกกรณี ตัวอย่างท่ีเป็น ของนักศกึ ษาในชัน้ เรียน
ส่วน รวม พ ร้อม ท้ั งแส ด งจุด ยื น อย่ าง ประเด็นสำคัญทางสังคมให้ - ประเมินจากคณุ ภาพของผลงานที่
พอเหมาะทัง้ ของตนเองและของกล่มุ ผเู้ รยี นฝกึ ปฏิบัตใิ นการวเิ คราะห์ ไดม้ อบหมาย
และวิพากษ์แลกเปลี่ยนเรียนรู้
ร่วมกัน
6 [๐] มีความรับผิดชอบการพัฒนาการ - กำหนดกิจกรรมท่ีมีลักษณะ - ประเมนิ จากการสังเกตพฤติกรรม
เรียนรู้ท้ังของตนเองและทางวิชาชีพอย่าง ของการบำเพ็ญประโยชน์ต่อ ของนักศึกษาในช้ันเรียนและนอก
ต่อเนอ่ื ง สังคมและสามารถนำความรู้ ชน้ั เรยี น
จากการเรียนไปประยุกตใช้ใน - ประเมินจากคุณภาพของผลงานที่
ชีวิตประจำวันและต่อยอดไปสู่ ไดม้ อบหมาย
การแก้ไขปัญหาในชุมชนตนเอง
ได้
5. ด้านทักษะการวเิ คราะห์เชิงตัวเลข การสอ่ื สาร และการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ
5.1 ผลการเรยี นรู้ 5.2 กลยุทธ/์ วิธีการสอน 5.3 กลยทุ ธ์/วิธีการประเมนิ ผล
1 [๐] มีความสามารถในการวิเคราะห์ ดว้ ย - -
กระบ วน การท างค ณิ ต ศ าส ต ร์ ห รือ
วิทยาศาสตร์ อย่างมีวิจารณญาณ เพ่ือ
นำไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตได้อย่าง
มีคณุ ภาพ
2[•] มี ค วา ม รู้ แ ล ะ ทั ก ษ ะ ใน ก า ร ใช้ - มอบหมายงานให้ค้นคว้าองค์ - ป ร ะ เมิ น ผ ล งาน งาน เขี ย น ท่ี
เทคโนโลยีสารสนเทศในการแสวงหา ความรู้จากบ ทความสืบค้น น ำเส น อต าม ป ระ เด็ น ที่ ได้ รับ
ความรู้ เพอ่ื นำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แหล่งข้อมูลตา่ งๆ มอบหมาย
3. [•] มีทักษะในการสื่อสารด้วยการพูด - มอบหมายงานให้อธิบายด้วย - ประเมินจากรายงานและผลงานท่ี
การเขียน ตลอดจนการสื่อสารความหมาย การเขียนร่วมกับการวิเคราะห์ แสดงแหล่งข้อมูลที่ค้นคว้าตาม
ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพ่ือนำไปใช้ในการ ประมวลผล การแก้ปัญหา และ ประเด็นท่ีไดร้ ับมอบหมาย
นำเสนอผลงานทางวิชาการ หรือการ การนำเสนอ - ประเมินจากการนำเสนอหน้าชั้น
นำเสนอเพื่อประโยชน์ทางภาครัฐและ เรียน
เอกชน
กรอบมาตรฐานคุณวุฒริ ะดบั อดุ มศึกษาแห่งชาติ แบบฟอร์มการเขียนรายละเอียดของรายวิชา (มคอ. 3) มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏเพชรบรู ณ์ Page 6
หมวดที่ 5 แผนการสอนและการประเมนิ ผล
1. แผนการสอน ชั่วโมงสอนต่อสัปดาห์ กจิ กรรมการสอน สอ่ื ทใ่ี ช้ใน อาจารยผ์ ูส้ อน
การสอน
สัปดาห์ หวั ข้อ/รายละเอยี ด ทฤษฎี ปฏิบตั ิ - ทดสอบความรู้ อ.ใจสคราญ จารึก
ที่ 3- กอ่ นเรียน - เอกสารคำอธบิ าย สมาน
รายวชิ า
1 1. ชีแ้ จงเนื้อหา -แบบทดสอบกอ่ นเรยี น
วัตถุประสงค์ และ
ขอ้ ตกลงรว่ มกันในการ
เรียนการสอน
2-3 บทท่ี 1 ความรู้ทวั่ ไป 6 - - บรรยาย -เอกสารทเ่ี กย่ี วข้อง อ.ใจสคราญ จารึก
เกี่ยวกับครอบครวั
- ความหมายและหนา้ ท่ี - แลกเปลีย่ น - Power Point สมาน
ของครอบครัว
- ลักษณะ โครงสรา้ ง ซักถาม ยกตวั อยา่ ง
ของครอบครวั
- ประเภทของครอบครวั ประกอบ
- พฒั นาการของ
ครอบครัว - และอธิบายถึง
- พนั ธกจิ ของครอบครัว
- สภาพการณเ์ กีย่ วกบั วฒั นธรรม
ครอบครวั ไทย
โครงสร้าง
ครอบครวั ของไทย
และตา่ งประเทศ
ท้ังในอดีตและ
ปจั จุบนั
- อธบิ าย
ยกตัวอยา่ งถึง
ความสำคัญของ
การทำหนา้ ทีข่ อง
ครอบครัวในการ
ขดั เกลา อบรม
ปลูกฝงั คุณธรรม
จรยิ ธรรม ระเบยี บ
วนิ ัยทางสังคม โดย
ยกตวั อย่างถงึ
ครอบครัวไทยใน
สงั คมชนบทผ่าน
ประเพณแี หก่ วาง
คำ งานบุญออก
พรรษา ของบา้ น
วงั ร่อง ต.ห้วยไร่
อ.หลม่ สัก
จ.เพชรบูรณ์
-แบ่งกล่มุ นกั ศกึ ษา
เพื่อร่วมกนั
กรอบมาตรฐานคุณวฒุ ิระดบั อุดมศึกษาแห่งชาติ แบบฟอร์มการเขยี นรายละเอียดของรายวชิ า (มคอ. 3) มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบรู ณ์ Page 7
วเิ คราะห์และ
ออกมาอภปิ ราย
หนา้ ชั้นเรยี น
4-5 บทที่ 2 วิถีชีวิตของ 3 3 - บรรยาย ให้นกั ศกึ ษาแบ่งกลมุ่ ทำ อ.ใจสคราญ จารึก
ครอบครัว
- วฎั จักรของชวี ติ - ดสู ื่อการสอน รายงาน สมาน
ครอบครวั
- คณุ ภาพชีวติ และความ เรอ่ื ง วัฒนธรรม
มั่นคงในชีวิตสมรส
ทางด้านรูปแบบ การเลอื กคูค่ รอง
ครอบครวั
ของชาวเกรอื ง
- แบง่ กลมุ่
นกั ศกึ ษาเพ่อื
รว่ มกนั วเิ คราะห์
และออกมา
อภปิ รายหน้าชนั้
เรยี น
6-8 ตอนท่ี 3 แนวคดิ และ 3 3 - บรรยาย - เอกสาร อ.ใจสคราญ จารึก
ทฤษฎที างด้าน 3
ครอบครวั - ฝึกปฏิบัติ -Power Point สมาน
- แนวคิดและทฤษฎี
โครงสรา้ งและหนา้ ท่ี - มอบหมายงาน
ของครอบครวั
- แนวคดิ ทฤษฎี - สอบกลางภาค
ปฏสิ มั พนั ธเ์ ชงิ ในสปั ดาห์ท่ี 8
สัญลกั ษณข์ องครอบครวั
- แนวคดิ ทฤษฎีระบบ 3 - บรรยายพรอ้ ม - เอกสารทเี่ กีย่ วข้อง อ.ใจสคราญ จารกึ
ครอบครวั
- แนวคิดทฤษฎสี ภาวะ ยกตวั อย่าง - Power Point สมาน
แวดล้อมครอบครวั
- แนวคิดทฤษฎี ประกอบ
พัฒนาการครอบครวั
9-10 บทที่ 4 ครอบครวั
ชุมชนและสังคม
- สาเหตุของปญั หา
ครอบครัว
- การวเิ คราะห์ปัญหา
ครอบครัว
- การสร้างความเข้มแข็ง
ในชุมชนและสงั คม
- ลักษณะทพ่ี งึ ประสงค์
ของสมาชกิ ในชมุ ชนและ
สงั คม
- นโยบายและ
แผนพฒั นาสถาบัน
กรอบมาตรฐานคุณวฒุ ริ ะดบั อุดมศึกษาแห่งชาติ แบบฟอร์มการเขยี นรายละเอียดของรายวชิ า (มคอ. 3) มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏเพชรบรู ณ์ Page 8
ครอบครัว
- แนวคดิ การจดั
สวสั ดิการครอบครัว
11-12 ตอนที่ 5 การพัฒนา 3 3 - บรรยาย ใหน้ ักศึกษาลงพืน้ ที่ อ.ใจสคราญ จารึก
สถาบนั ครอบครวั : 3
พน้ื ฐานการพฒั นา - มอบหมายงาน ศึกษาบรบิ ทชมุ ชนโดย สมาน
ชมุ ชนและสงั คม
- สัมพันธภาพระหวา่ งคู่ - นำเสนอผลงาน การใช้เครือ่ งมอื และ
สมรส
- การอบรมเล้ยี งดเู ดก็ : เทคนคิ ท่ีเรยี นมา
รากฐานการสรา้ งสังคม
โดยครอบครัว - - บรรยายพเิ ศษ - นำเสนอผลงานใน อ.ใจสคราญ จารึก
- การปลูกฝังลักษณะท่ี สมาน
พึงประสงค์แก่สมาชกิ ใน เร่อื งกฎหมาย รูปแบบรายงานหรอื
ครอบครัว อ.ใจสคราญ จารกึ
- ครอบครัวไทยที่พึง ครอบครัว โดย บทบาทสมมติ สมาน
ปรารถนาในอนาคต
อาจารยม์ นัสนนั ท์
13 ตอนท่ี 6 กฎหมาย
ครอบครัว ปิ่นพิทกั ษ์ อาจารย์
- ประวัติกฎหมาย
ครอบครัว ประจำสาขาวิชา
- กฎหมายครอบครวั ท่ี
ควรทราบ
นติ ิศาสตร์
- มอบหมายงาน
14-15 บทที่ 7 แนวโน้มของ 3 3 - บรรยาย - นำเสนอรายงาน
สถานการณค์ รอบครัว
- มอบหมายงาน ผลการวจิ ัย
- นำเสนอผลงาน - สรุป ทบทวน และ
ประเมินผล
16 สอบปลายภาค
2. แผนการประเมนิ ผลการเรียนรู้
กิจกรรม การเรียนรดู้ า้ น ผลการเรียนรู้ วธิ ีการประเมิน สปั ดาห์ท่ี สัดส่วนการ
ประเมนิ ประเมนิ
ที่ -สังเกตพฤตกิ รรมการ
ปฏิบตั ิ ตลอดภาค 10%
1 คุณธรรม จรยิ ธรรม 1 . [•] มี คุ ณ ธ ร ร ม แ ล ะ -การตรงตอ่ เวลา การศึกษา
-การขานช่อื หรอื (1-15)
จริยธรรม ศรทั ธาในความดี เซน็ ชอ่ื
-การเข้าร่วมกจิ กรรม
2. [•] มีจิตสาธารณะและมี
ความรับผิดชอบ
3. [๐ ] มีศีลธรรม ซื่อสัตย์
สุจริต
4. [๐] สามารถรับผดิ ชอบตาม
กรอบมาตรฐานคณุ วุฒิระดบั อดุ มศึกษาแห่งชาติ แบบฟอร์มการเขียนรายละเอียดของรายวชิ า (มคอ. 3) มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ Page 9
สถานการณ์ได้อย่างเหมาะสม
ทั้งในสถานการณ์ส่วนบุคคล
แ ล ะ ข อ ง ก ลุ่ ม โ ด ย ก า ร
แสดงออกซึ่งภาวะผู้นำในการ
แสดงทางเลอื กใหม่ท่เี หมาะสม
5. [•] มีระเบี ยบ วินัยและ
เคารพกติกาของสังคม รวมทั้ง
เค า ร พ ใน คุ ณ ค่ าแ ล ะ ศั ก ดิ์ ศ รี
ความเปน็ มนุษย์
6. [๐ ] มีจรรยาบรรณ ทาง
วิชาการและวชิ าชพี
2 ความรู้ 1 . [•] มี ค ว า ม รู้ แ ล ะ - การสอบขอ้ เขยี น -6
ประสบการณ์ในสาขาวิชาที่ (สอบย่อย) -8
ศึกษาและสามารถประยุกต์ใช้ - การรายงานผลการ -10
ใน ก า ร ด ำ ร ง ชี วิ ต ใน ก า ร สบื คน้ การนำเสนอ - 2-14
ดำรงชีวิตเพ่ือใช้ในการแก้ไข งานนิทรรศการ
ปั ญ ห า แ ล ะ ข้ อ โต้ แ ย้ งใน - การสอบกลางภาค
สถานการณ์อื่นๆและการแกไ้ ข
ปัญหาในการทำงานได้
2. [•] ส าม ารถ วิเค ร าะ ห์ 60%
ปญั หา เขา้ ใจและอธิบายความ
ต้องการทางการพฒั นาสังคม
3 . [๐ ] ส า ม า ร ถ ติ ด ต า ม
ค ว า ม ก้ า ว ห น้ า ท า ง วิ ช า ก า ร
รวมท้ังการนำไปประยกุ ตใ์ ช้
4. [๐ ] รู้ เข้าใจ แล ะสน ใจ
พัฒนาความรู้ ความชำนาญ
อย่างตอ่ เนอ่ื ง
3 ทักษะทางปญั ญา 1. [•] ส าม ารถคิ ด อย่ างมี - ประเมนิ ผลการ
วิจารณญาณ มีทักษะในการ รายงานผลิตงานที่
คดิ วเิ คราะห์อยา่ งมีเหตุผล มอบหมายและการ
2. [๐ ] ส าม ารถ พิ จ ารณ า แก้ปญั หา
แ ส ว งห าแ ล ะ เส น อ แ น ะ
แ น ว ท า งใน ก า ร แ ก้ ไข ปั ญ ห า ตลอดภาค
ทางวิชาการ หรือวิชาชีพ โดย การศึกษา 20%
ยอมรับข้อจำกัดทางธรรมชาติ (2-14)
ของความรู้ในสาขาวิชาของ
ตนเอง
3. [•] สามารถรวบรวม ศึกษา
วิเคราะห์ และสรุปประเด็น
ปญั หาและความตอ้ งการ
4 ทกั ษะ 1. [•] มีความสามารถในการ - ประเมินจากการ ตลอดภาค 5%
กรอบมาตรฐานคณุ วฒุ ิระดบั อดุ มศึกษาแห่งชาติ แบบฟอร์มการเขียนรายละเอียดของรายวชิ า (มคอ. 3) มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั เพชรบรู ณ์ Page 10
ความสมั พันธ์ ทำงานร่วมกับผู้อื่น มีภาวะ สงั เกตพฤตกิ รรมของ การศกึ ษา
ระหว่างบคุ คลและ ผู้นำในการทำงานของกลุ่ม นักศกึ ษาในชั้นเรียน
ความรับผิดชอบ 2. [๐] มีความคิดริเริ่มในการ และการระดม
แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในการ ความคดิ
ทำงานของกลุ่ม
3. [๐] มีความรับผิดชอบต่อ
อาชีพ มีน้ำใจและเสียสละ
พร้อมอุทิศตนในการทำงาน
เพือ่ สว่ นรวม
4. [•] สามารถใช้ความรู้ใน
ศาสตร์ช้ีนำสังคมในประเด็นที่
เหมาะสม ให้ความช่วยเหลือ
และอำนวยความสะดวกใน
การแก้ไขปัญหาสถานการณ์
ต่างๆ
5. [๐] สามารถเป็นผู้ริเริ่ม
แ ส ด ง ป ร ะ เด็ น ใ น ก า ร แ ก้ ไ ข
ส ถ า น ก า ร ณ์ ทั้ ง ส่ ว น ตั ว แ ล ะ
ส่วนรวม พร้อมทั้งแสดงจุดยืน
อย่างพอเหมาะทั้งของตนเอง
และของกลมุ่
6. [๐] มีความรับผิดชอบการ
พัฒนาการเรียนรทู้ ง้ั ของตนเอง
และทางวชิ าชพี อย่างต่อเนือ่ ง
5 ทกั ษะการวิเคราะห์ 1. [๐] มีความสามารถในการ - ประเมินผลจาก
เชิงตวั เลข การ วเิ คราะห์ด้วยกระบวนการทาง ทกั ษะการเขยี น
สอ่ื สาร และการใช้ คณิตศาสตร์ หรือวิทยาศาสตร์ ผลงาน การอา่ น การ
เทคโนโลยี อย่างมีวิจารณญาณ เพื่อนำไป แปลผล และการ
สารสนเทศ ประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต นำเสนอปากเปลา่
ไดอ้ ย่างมีคุณภาพ - สงั เกตพฤติกรรม
2. [•] มีความรู้และทักษะใน การคน้ คว้า จากการ ตลอดภาค 5%
การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศใน รายงานผลการสบื ค้น การศกึ ษา
ก ารแ ส วงห าค วาม รู้ เพื่ อ (1-15)
นำไปใช้ไดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธิภาพ
3. [•] มีทักษะในการส่ือสาร
ด้ ว ย ก า ร พู ด ก า ร เขี ย น
ต ล อ ด จ น ก า ร สื่ อ ส า ร
ค ว า ม ห ม า ย ไ ด้ อ ย่ า ง มี
ประสิทธิภาพ เพื่อนำไปใช้ใน
ก าร น ำเส น อ ผ ล งาน ท า ง
วิชาการ หรือการนำเสนอเพื่อ
ป ร ะ โ ย ช น์ ท า ง ภ า ค รั ฐ แ ล ะ
กรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดบั อุดมศึกษาแห่งชาติ แบบฟอร์มการเขียนรายละเอียดของรายวชิ า (มคอ. 3) มหาวทิ ยาลัยราชภฏั เพชรบรู ณ์ Page 11
เอกชน
หมวดที่ 6 ทรพั ยากรประกอบการเรยี นการสอน
1. ตำราและเอกสารหลัก
เอกสารประกอบการสอน เรอื่ ง สถาบันครอบครวั กบั ความเข้มแข็งของชมุ ชนและสงั คม
2. เอกสารและข้อมูลสำคัญ
กุศล สนุ ทรธาดา. ไมป่ รากฏปที ่ีพมิ พ์. การเล้ียงดเู ดก็ ในสังคมไทย. สถาบันวิจัยประชากรและสงั คม
มหาวทิ ยาลัยมหิดล.
คณะกรรมการพัฒนาครอบครวั และแกไ้ ขความรุนแรงในเด็กและสตร.ี ไม่ระบปุ ีท่ีพิมพ.์ นโยบาย
และแผนงานในการพฒั นาสถาบันครอบครัว. กรงุ เทพมหานคร : คณะกรรมการสง่ เสรมิ
และประสานงานสตรแี ห่งชาติ สำนักงานปลดั สำนกั นายกรัฐมนตรี
คณะกรรมการดา้ นครอบครัว. ไมร่ ะบปุ ที ่ีพิมพ.์ การพัฒนาครอบครัว. กรงุ เทพมหานคร : สำนกั งาน
คณะกรรมการสง่ เสริมและประสานงานสตรีแหง่ ชาติ สำนกั นายกรฐั มนตรี.
คณะกรรมการส่งเสรมิ และประสานงานสตรแี ห่งชาต.ิ 2537. ครอบครัว. กรุงเทพมหานคร : สำนกั
นายกรฐั มนตรี.
คณะกรรมการสง่ เสริมและประสานงานสตรแี หง่ ชาต.ิ 2541. นโยบายและแผนงานในการพฒั นา
สถาบันครอบครวั . กรุงเทพมหานคร : สำนักงานปลัดสำนักนายกรฐั มนตร.ี
ชาย โพสติ า. 2537. ครอบครวั ในประเทศไทย : ผาสุกดอี ยหู่ รอื . จดหมายข่าวประชากรและการ
พัฒนา. ปีที่ 15 ฉบบั ที่ 1 (ตลุ าคม – พฤศจกิ ายน).
ธญั ญา สนิทวงศ์ ณ อยธุ ยา. 2540. ครอบครวั ไทยในเมอื งและในชนบท. เอกสารคำสอน
มหาวทิ ยาลยั หวั เฉยี วเฉลมิ พระเกยี รต.ิ
เบญ็ จา ศลิ ปป์ ระสิทธ.์ิ 2515. ปจั จัยท่มี ผี ลตอ่ ขนาดของครัวเรือนไทยในชนบท วทิ ยานพิ นธ์ ส.ม.
กรงุ เทพมหานคร : จุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลัย.
พรภริ มณ์ เอ่ียมธรรมและวิทยากร เชียงกลู . 2543. การแต่งงานในทัศนะใหม.่ กรงุ เทพมหานคร :
สำนกั พมิ พ์สขุ ภาพใจ.
พรเพญ็ เพชรสขุ ศริ .ิ 2530. ความรุนแรงในครอบครวั : อาชญากรรมหลงั ประตูบา้ น วารสารอาชญา
วิทยาและงานยุตธิ รรม. ปีที่ 1
ภัสสร สมิ านนทแ์ ละคณะ. 2538. สรุปผลวิจัยเบอื้ งต้นโครงการศกึ ษาครอบครวั ไทย. สถาบนั
ประชากรศาสตร์ จฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั .
ศรีสวา่ ง พ่วั วงศ์แพทย์. 2537. ครอบครัว : ปญั หาและแนวทางแกไ้ ข เอกสารโรเนยี ว.
อลิซาเบธ เบค – เกอรน์ ส์เฮม (เขียน) วารุณี ภูริสนิ สทิ ธ์ิ (แปล). ครอบครวั ในความหมายใหม่ การ
คน้ หาวิถชี วี ิตแบบใหม่. 2550. กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์คบไฟ.
3. เอกสารและข้อมูลแนะนำ
กรอบมาตรฐานคณุ วุฒิระดบั อุดมศึกษาแห่งชาติ แบบฟอร์มการเขียนรายละเอยี ดของรายวิชา (มคอ. 3) มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบรู ณ์ Page 12
เว็ปไซดท์ ีเ่ กยี่ วกบั หวั ขอ้ ในประมวลรายวิชา เชน่ google.com
หมวดที่ 7 การประเมินและปรับปรุงการดำเนนิ การของรายวชิ า
1. กลยุทธก์ ารประเมนิ ประสทิ ธผิ ลของรายวิชาโดยนักศึกษา
▪ การสนทนากลมุ่ ระหวา่ งผสู้ อนและผู้เรียน
▪ การสังเกตการณ์จากพฤติกรรมของผู้เรียน
▪ แบบประเมินผู้สอนตามรายวิชาของมหาวิทยาลยั
2. กลยุทธ์การประเมนิ การสอน
▪ การสังเกตการณส์ อนของผรู้ ่วมทมี
▪ ผลการเรียนของนักศึกษา
▪ การทวนสอบผลประเมนิ การเรียนรู้
▪ การทวนสอบผลการประเมนิ การสอนโดยนกั ศึกษา
3. การปรับปรุงการสอน
▪ การจดั กจิ กรรมการระดมสมองจากนกั ศกึ ษาในชน้ั เรียน
▪ การสมั มนาการจัดการเรียนการสอน
▪ การวจิ ยั ในช้นั เรยี น
4. การทวนสอบมาตรฐานผลสัมฤทธข์ิ องนกั ศึกษาในรายวิชา
▪ การทวนสอบการใหแ้ ละการจำแนกคะแนน จากการสุม่ ตรวจผลงาน/ กิจกรรมของนักศกึ ษาโดย
กรรมการ/ อาจารยท์ า่ นอืน่ ทไ่ี ม่ใช่อาจารยป์ ระจำหลักสูตร
▪ การตงั้ คณะกรรมการประจำหลักสตู ร/ สาขาวชิ า ดำเนนิ การตรวจสอบผลการประเมนิ การเรียนรู้
ของนักศึกษา โดยตรวจสอบขอ้ สอบ รายงาน/ กิจกรรม วธิ กี ารให้และการจำแนกคะแนน และ
การใหค้ ะแนนพฤติกรรม/ จิตพสิ ัย
▪ คณะกรรมการประจำคณะมนุษยศาสตรแ์ ละสังคมศาสตร์ ดำเนินการตรวจสอบผล การประเมนิ การ
เรียนร้ขู องนักศกึ ษาในแต่ละภาคเรยี น
5. การดำเนินการทบทวนและการวางแผนปรบั ปรุงประสทิ ธิผลของรายวิชา
▪ การปรบั ปรงุ รายวิชาเมอื่ ครบกำหนด 4 ปี หรอื ตามข้อเสนอแนะจากผลการทวนสอบมาตรฐาน
ผลสมั ฤทธ์ขิ องนักศึกษาตามข้อ 4
▪ การหมนุ เวียนเปล่ียนอาจารย์/ ทมี ผู้สอน เพื่อใหน้ กั ศึกษาเกดิ มมุ มอง ความคิด และความเขา้ ใจ
อนั ดีเชงิ วชิ าการในเรื่องการประยุกต์ความร้ทู ่ีได้รบั กับการถ่ายทอดประสบการณแ์ ละการแนะนำ
ปรกึ ษาท่ีมาจากอาจารย์ผู้สอนรายวชิ าโดยตรง
กรอบมาตรฐานคณุ วฒุ ิระดบั อุดมศึกษาแห่งชาติ แบบฟอร์มการเขียนรายละเอียดของรายวชิ า (มคอ. 3) มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏเพชรบูรณ์ Page 13