The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงการจัดเก็ฐข้อมูลทางด้านศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น ปีงบประมาณ 2565

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by jirapa1070, 2022-08-23 04:50:50

โครงการจัดเก็ฐข้อมูลทางด้านศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น ปีงบประมาณ 2565

โครงการจัดเก็ฐข้อมูลทางด้านศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น ปีงบประมาณ 2565

๑๔๔

บรรณานุกรม
กองแก้ว ท้าวเงนิ . (๒๕๖๕). อายุ ๖๒ ปี บา้ นเลขท่ี ๕๒ หมู่ที่ ๔ ตำบลตาลเดี่ยว อำเภอหลม่ สกั

จังหวดั เพชรบรู ณ์. สมั ภาษณ์, ๑๖ กมุ ภาพนั ธ.์
ถาวร เชื่องแสง. (๒๕๖๕). อายุ ๕๑ ปี บ้านเลขท่ี ๑๗๖ หมู่ที่ ๔ ตำบลตาลเดยี่ ว อำเภอหล่มสัก

จังหวดั เพชรบรู ณ์. สมั ภาษณ์, ๑๖ กมุ ภาพันธ์.
ทฤษฎี วงศ์มีมา. (๒๕๖๕). อายุ ๒๗ ปี บ้านเลขท่ี ๖๓ หมทู่ ี่ ๘ ตำบลตาลเดย่ี ว อำเภอหลม่ สัก

จังหวัดเพชรบรู ณ์. สัมภาษณ์, ๑๖ กุมภาพนั ธ์.
ธนั ยา คำมี. (๒๕๖๕). อายุ ๔๓ ปี บา้ นเลขที่ ๗๖ หมู่ท่ี ๘ ตำบลตาลเด่ียว อำเภอหลม่ สัก จงั หวดั เพชรบูรณ.์

สมั ภาษณ์, ๑๖ กุมภาพันธ์.
บาง ลูท่ อง. (๒๕๖๕). อายุ ๗๓ ปี บา้ นเลขท่ี ๔๐ หม่ทู ่ี ๔ ตำบลตาลเดย่ี ว อำเภอหลม่ สกั จงั หวดั เพชรบูรณ์.

สัมภาษณ์, ๑๖ กุมภาพนั ธ์.
พระสมหุ ไ์ พรศาล ภทรฺ มุน.ี (๒๕๖๕). อายุ ๔๐ ปี พรรษา ๑๕ พรรษา วันทา่ กกแก หม่ทู ่ี ๘ ตำบลตาลเดี่ยว

อำเภอหล่มสกั จงั หวัดเพชรบูรณ์. สัมภาษณ์, ๑๖ กมุ ภาพนั ธ.์
สดี า ท้าวเงนิ . (๒๕๖๕). อายุ ๘๓ ปี บ้านเลขท่ี ๑๘๘ หมู่ท่ี ๔ ตำบลตาลเดี่ยว อำเภอหล่มสัก

จังหวัดเพชรบรู ณ์. สัมภาษณ์, ๑๖ กุมภาพนั ธ.์
สมร จนั ทรห์ อม. (๒๕๖๕). อายุ ๘๐ ปี บ้านเลขท่ี ๖๓/๑ หมู่ที่ ๘ ตำบลตาลเดยี่ ว อำเภอหล่มสัก

จงั หวัดเพชรบูรณ.์ สมั ภาษณ์, ๑๖ กมุ ภาพนั ธ์.

๑๔๕

ภาคผนวก
รายละเอยี ดรายวชิ า (มคอ. ๓) ที่ใชบ้ ูรณาการ

มคอ. 3

รายละเอียดของรายวชิ า (มคอ.3)

คณะ มนษุ ยศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตร์ มหาวิทยาลยั ราชภฏั เพชรบรู ณ์
หลกั สูตร/สาขาวิชา หลักสตู รรัฐประศาสนศาสตรบัณฑติ สาขาวชิ ารฐั ประศาสนศาสตร์

หมวดที่ 1 ข้อมูลโดยทั่วไป

1. รหสั และช่ือรายวิชา

BPPA102 วิชา การเมืองการปกครองไทย

Thai Politics and Government

2. จานวนหน่วยกติ

3 (3-0-6)

3. หลกั สูตรและประเภทของรายวชิ า

หลกั สูตรรัฐประศาสนศาสตรบณั ฑิต สาขาวชิ ารัฐประศาสนศาสตร์

4. อาจารย์ผ้รู ับผิดชอบรายวิชาและอาจารย์ผ้สู อน

อาจารยส์ ดุดี คามี ผรู้ ับผิดชอบรายวชิ าและอาจารยผ์ สู้ อน

5. ภาคการศึกษา/ช้ันปี ทีเ่ รียน

ภาคการศึกษาท่ี 2/2564 ช้นั ปี ท่ี 2

6. รายวชิ าท่ีต้องเรียนมาก่อน (Pre-requisite)

ไม่มี

7. รายวชิ าท่ตี ้องเรียนพร้อมกนั (Co-requisites)

ไม่มี

8. สถานทเ่ี รียน

คณะมนุษยศาสตร์และสงั คมศาสตร์ มหาวิทยาลยั ราชภฏั เพชรบูรณ์

9. วันท่จี ดั ทาหรือปรับปรุงรายละเอยี ดของรายวชิ าคร้ังล่าสุด
1 พฤษภาคม 2564

กรอบมาตรฐานคุณวฒุ ริ ะดบั อุดมศึกษาแห่งชาติ แบบฟอร์มการเขียนรายละเอียดของรายวิชา (มคอ. 3) มหาวิทยาลัยราชภฏั เพชรบูรณ์ Page 1

หมวดที่ 2 จดุ มุ่งหมายและวัตถุประสงค์

1. จุดมุ่งหมายของรายวชิ า
นกั ศึกษามีความรู้ความเขา้ ใจ ประวตั ิความเป็นมาและความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของไทย

โครงสร้างอานาจ รูปแบบการปกครอง สถาบนั การปกครอง ต้งั แตส่ มยั สุโขทยั อยธุ ยา รัตนโกสินทร์
การเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 ถึงปัจจุบนั ศึกษาถึงการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองจาก
อิทธิพลทางเศรษฐกิจ สงั คม และความเปล่ียนแปลงท่ีไดร้ ับจากอิทธิพลสงั คมโลก

2. วัตถุประสงค์ในการพฒั นา/ปรับปรุงรายวิชา
เพ่อื ใหน้ กั ศึกษามีความสานึกถึงหนา้ ท่ีทางดา้ นการเมืองการปกครอง มี

ความรู้ดา้ นววิ ฒั นาการทางการเมืองการปกครองของไทย และการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองจากอิทธิพล
ทางเศรษฐกิจ สังคม และความเปลี่ยนแปลงที่ไดร้ ับจากอิทธิพลสงั คมโลก

หมวดที่ 3 ลกั ษณะและการดาเนนิ การ

1. คาอธิบายของรายวชิ า
ศึกษาประวตั ิความเป็นมาและความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของไทย อานาจ โครงสร้าง

อานาจ รูปแบบการปกครอง สถาบนั การปกครอง ต้งั แต่สมยั สุโขทยั อยธุ ยา รัตนโกสินทร์ การ
เปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 ถึงปัจจุบนั ศึกษาถึงการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองจากอิทธิพล
ทางเศรษฐกิจ สังคม และความเปลี่ยนแปลงท่ีไดร้ ับจากอิทธิพลสงั คมโลก ประชาธิปไตยกบั วิถีชีวิต
ของคนไทย รัฐธรรมนูญกบั สถาบนั และองคก์ รทางการเมืองต่าง ๆ ท้งั ที่มีระบุไวใ้ นรัฐธรรมนูญและ
นอกรัฐธรรมนูญ พรรคการเมืองและกล่มุ ผลประโยชน์ ทศั นคติและความคดิ ทางการเมืองท่ีไดร้ ับ
ผลกระทบจากการเรียนรู้วฒั นธรรมประชาธิปไตยสากลกบั ระบบความเชื่อในวิถีชีวิตแบบไทย

กรอบมาตรฐานคณุ วุฒิระดบั อุดมศึกษาแห่งชาติ แบบฟอร์มการเขยี นรายละเอยี ดของรายวิชา (มคอ. 3) มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบรู ณ์ Page 2

2. จานวนช่ัวโมงทใี่ ช้ต่อภาคการศึกษา

หน่วยกติ บรรยาย จานวนชั่วโมง/ภาคการศึกษา สอนเสริม
45 ชว่ั โมง/ การฝึ กปฏิบัติ/การฝึ กงาน การศึกษาด้วยตนเอง ตามความ
3(3-0 -6) ตอ้ งการของ
ภาค ไมม่ ีการฝึกปฏิบตั ิ 6 ชว่ั โมง/สปั ดาห์ นกั ศึกษา
การศึกษา

3. จานวนช่ัวโมงต่อสัปดาห์ท่ีอาจารย์ให้คาปรึกษาและแนะนาทางวิชาการแก่นักศึกษาเป็ นรายบุคคล

ตารางการให้คาปรึกษาและแนะนาทางวชิ าการแก่นกั ศึกษาเป็ นรายบคุ คล

รายวชิ า อาจารย์ วนั -เวลา สถานทห่ี รือ หมายเลข ที่อยู่ของ รวมจานวน
ผู้สอน ให้ หมายเลข โทรศัพท์ E-mail ผ้สู อน ช่ัวโมงต่อ
ผ้สู อน สัปดาห์
การเมืองการ อ.สดุดี คาปรึกษา ห้อง [email protected]
ปกครองไทย คามี ผู้สอน 0640326543 ทีใ่ ห้
วนั พธุ คาปรึกษา
13.00- ห้อง
16.00 น. 8/1408 3 ชวั่ โมง
ตอ่ หน่ึง
สปั ดาห์

กรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดบั อุดมศึกษาแห่งชาติ แบบฟอร์มการเขยี นรายละเอยี ดของรายวิชา (มคอ. 3) มหาวิทยาลยั ราชภฏั เพชรบูรณ์ Page 3

หมวดท่ี 4 การพฒั นาการเรียนรู้ของนักศึกษา

1. ด้านคณุ ธรรม จริยธรรม

พฒั นาผเู้ รียนใหม้ ีความเสียสละ รับผิดชอบ มีระเบียบวินยั มีจรรยาบรรณวชิ าชีพ เคารพใน

สิทธิส่วนบคุ คลไม่ละเมิดสิทธ์ิของบคุ คลอื่น ซ่ือสัตย์ ซื่อตรง รับผดิ ชอบต่อตนเองและสงั คม โดยเนน้

ใหผ้ เู้ รียนตระหนกั ถึงส่ิง ตอ่ ไปน้ี

1.1 ผลการเรียนรู้ 1.2 กลยุทธ์/วิธกี ารสอน 1.3 กลยทุ ธ์/วธิ กี ารประเมนิ ผล

1 มีความเสียสละ มีคณุ ธรรม 1 การสอนเนน้ ผเู้ รียนเป็นสาคญั 1 ใชแ้ บบสอบถามมาตรฐานที่วดั คุณธรรม

จริยธรรม ซื่อสัตยส์ ุจริต จริยธรรม ใหน้ กั ศึกษาประเมินการเรียนรู้

ดว้ ยตนเอง

2 มีความรับผดิ ชอบ มีวินยั ตรง 2 สอน คณุ ธรรม จริยธรรม 2 สมั ภาษณ์เพอื่ นและผทู้ ่เี กี่ยวขอ้ งกบั

ต่อเวลา แทรกในเน้ือหา นกั ศึกษา ในเรื่องความซื่อสตั ยแ์ ละความ

รับผดิ ชอบ

3 มีภาวะผนู้ าและเป็นผตู้ ามทีด่ ี 3 มีกิจกรรมส่งเสริมดา้ น 3 ประเมินโดยสังเกตพฤติกรรมและการ

รู้จกั การทางานเป็นทีม คณุ ธรรม จริยธรรม แสดงออก โดยมีการบนั ทึกคะแนน

ระหวา่ งการเรียนการสอน

4 เคารพสิทธิและรบั ฟังความ 4 นาเหตุการณ์ท่ผี เู้ รียนสนใจมา 4 ประเมินโดยสงั เกตพฤติกรรมและการ

คดิ เห็นของบุคคลอน่ื ให้ผเู้ รียนฝึกฝนการคดิ แสดงออก โดยมีการบนั ทึกคะแนน

ขยนั หมน่ั เพยี ร อดทน วิเคราะห์และหาทางแกไ้ ข ระหว่างการเรียนการสอน

เอ้ือเฟ้ื อเผอื่ แผ่ ปัญหาดว้ ยตนเอง

5 เคารพกฎระเบียบและขอ้ บงั คบั 5 ใหผ้ เู้ รียนฝึกฝนการทางาน 5 ประเมนิ โดยสงั เกตพฤติกรรมและการ

ตา่ ง ๆ ขององคก์ รและสังคม มี เป็นทีมและแลกเปล่ียนเรียนรู้ แสดงออก โดยมีการบนั ทึกคะแนน

จรรยาบรรณทางวิชาการและ ซ่ึงกนั และกนั ระหวา่ งการเรียนการสอน

วชิ าชีพ รักษาความลบั ของ

องคก์ ร

2. ด้านความรู้

เชื่อมโยงความรู้ทางทฤษฎี และประวตั ิศาสตร์ทางการเมืองการปกครองของไทย มาสร้าง

จิตสานึกและความตื่นตวั ทางการเมือง เพอ่ื นาไปใชใ้ นการดาเนินชีวิตและเป็นพ้ืนฐานในการเรียนรู้ใน

ระดบั ท่ีสูงข้นึ ไป

กรอบมาตรฐานคณุ วฒุ ิระดบั อดุ มศึกษาแห่งชาติ แบบฟอร์มการเขียนรายละเอียดของรายวิชา (มคอ. 3) มหาวิทยาลัยราชภฏั เพชรบูรณ์ Page 4

2.1 ผลการเรียนรู้ 2.2 กลยทุ ธ์/วิธกี ารสอน 2.3 กลยุทธ์/วิธกี ารประเมินผล
1 นกั ศึกษามีความรู้ความเขา้ ใจเก่ยี วกบั 1 บรรยาย อภิปราย การ 1 ประเมนิ จากทดสอบยอ่ ย สอบ
หลกั การและทฤษฎที ี่สาคญั ทางานกลมุ่ การนาเสนอ กลางภาค สอบปลายภาค ดว้ ย
รายงาน การวเิ คราะห์ ขอ้ สอบทเี่ นน้ การวดั หลกั การและ
2 นกั ศึกษามีทกั ษะทางปัญญา นาความรู้ กรณีศึกษา และมอบหมายงาน ทฤษฎี
มาใชใ้ นสงั คมในประเดน็ ที่เหมาะสม ให้คน้ ควา้
2 บอกถึงแหล่งขอ้ มลู เพ่อื ให้ 2 ประเมินผลจากผลงานท่ีไดร้ ับ
3 นกั ศึกษามีทกั ษะในการวเิ คราะห์ การ นกั ศึกษาไดค้ น้ ควา้ ขอ้ มลู มอบหมาย ตามหวั ขอ้ ที่กาหนด
สื่อสาร รวมท้งั การประยกุ ตใ์ ชค้ วามรู้ใน สาหรับการเรียนรู้ดว้ ยตนเอง โดยอา้ งอิงทฤษฎีในวชิ าที่เกี่ยวขอ้ ง
การแกไ้ ขปัญหาไดอ้ ยา่ งเหมาะสม 3 จดั ประชุมแบง่ งาน ติดตาม 3 ประเมินจากการมีส่วนร่วมใน
งาน เป็นระยะเวลาที่กาหนด การแสดงความคดิ เห็น และการ
4 นกั ศึกษาสามารถบรู ณาการความรู้ท่ีได้ หรือตามความเหมาะสม ไดร้ ับการยอมรับจากเพื่อนของ
ศึกษากบั ความรู้ในศาสตร์อ่ืน ๆ ท่ี นกั ศึกษาหรือผทู้ ่เี กี่ยวขอ้ ง
เก่ียวขอ้ งมาใชป้ ระโยชน์ในเชิงวชิ าการ 4 จดั ทารายงานผล วิเคราะห์
และปฏิบตั ิ ความตอ้ งการ และนาเสนอ
5 นกั ศึกษาเขา้ ใจในบทบาทหนา้ ที่ที่ไดร้ บั
มอบหมาย และปฏบิ ตั หิ นา้ ท่ีไดอ้ ยา่ ง 5 เนน้ ผเู้ รียนเป็นศนู ยก์ ลางของ
ถกู ตอ้ ง การเรียนรู้

3. ด้านทกั ษะทางปัญญา
พฒั นาความสามารถในการคิดอยา่ งเป็นระบบมีการวเิ คราะห์ ประยกุ ตแ์ นวคิดกบั ปรากฏการณ์

ดา้ นการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองการปกครองไดเ้ ป็นอยา่ งดี สามารถเสนอแนะวิธีการพฒั นาการ
เมืองไทยไดเ้ ป็นอยา่ งดี

3.1 ผลการเรียนรู้ 3.2 กลยุทธ์/วธิ กี ารสอน 3.3 กลยทุ ธ์/วิธกี ารประเมินผล
1 ทกั ษะการคิดอยา่ งมีวิจารณญาณและคิด ประเมนิ ผลจากผลงานที่ไดร้ บั
อยา่ งเป็นระบบ 1 มอบหมายโจทกป์ ัญหา ให้ มอบหมาย ตามหวั ขอ้ ที่กาหนด
ฝึกการคน้ ควา้ หาความตอ้ งการ โดยอา้ งองิ ทฤษฎีในวชิ าท่ีเก่ียวขอ้ ง
2 ความสามารถการสืบคน้ ตีความ และ และวิเคราะหผ์ ลความตอ้ งการ และควรนามาเป็นพ้นื ฐานในการ
ประเมนิ สารสนเทศ เพอ่ื ใชใ้ นการ ทางการเมืองการปกครอง จดั การ
วิเคราะหเ์ น้ือหา
2 จดั ทารายงานผลวิเคราะห์
ความตอ้ งการทางการเมืองการ
ปกครอง และนาเสนอ

กรอบมาตรฐานคุณวฒุ ิระดบั อุดมศึกษาแห่งชาติ แบบฟอร์มการเขียนรายละเอยี ดของรายวชิ า (มคอ. 3) มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ Page 5

3 ความสามารถรวบรวม ศึกษา วเิ คราะห์ 3 ประชุมร่วมกนั ระหว่าง
และสรุปประเด็นปัญหา อาจารยท์ ี่ปรึกษาและนกั ศึกษา
4 ความสามารถประยกุ ตค์ วามรู้และทกั ษะ 4 มอบหมายโจทยป์ ัญหา ดา้ น
การวิเคราะหไ์ ดอ้ ยา่ งเหมาะสม การเมืองการปกครอง
5 ทกั ษะการเลือกใชท้ ฤษฎที างการเมือง 5 การนาเสนอดา้ นการจดั ทา
สามารถนาความรู้ทางทฤษฎีเป็นพ้นื ฐาน รายงานและการนาเสนอ
มาวิเคราะห์การเปล่ียนแปลงทางการเมือง ร่วมกนั

4. ด้านทกั ษะความสัมพนั ธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ

4.1 ผลการเรียนรู้ 4.2 กลยุทธ์/วธิ ีการสอน 4.3 กลยุทธ์/วธิ กี ารประเมนิ ผล

1 สามารถใหค้ วามช่วยเหลือและอานวย 1 สร้างกิจกรรมสันทนาการ 1 ประเมินจากการสงั เกตพฤติกรรม
ความสะดวกในการแกไ้ ขปัญหา ละลายพฤติกรรม เพื่อให้เกิด จากการสัมภาษณ์ผรู้ ่วมงานหรือ
สถานการณ์ต่าง ๆ ในกลุ่มท้งั ในบทบาท ความรู้รัก สามคั คี พร้อม ผเู้ กี่ยวขอ้ ง
ของผนู้ าหรือในบทบาทของผรู้ ่วมทีม ทางานเป็ นทีม 2 ประเมินจากขอ้ มลู ท่ีไดร้ ับจากท่ี
ทางาน 2 มอบหมายงานที่ตอ้ งทางาน นกั ศึกษาไปสมั ภาษณ์
ร่วมกนั เป็นทีม 3 ประเมินจากการมีส่วนร่วมใน
2 สามารถใชค้ วามรู้ในศาสตร์มาช้ีนา 3 มีการแบ่งงานกนั อยา่ งชดั เจน การแสดงความคดิ เห็น และการ
สงั คมในประเด็นท่ีเหมาะสม มอบหมายงานที่ตอ้ งพดู คยุ ไดร้ ับการยอมรับจากเพือ่ นร่วมงาน
ประชุมร่วมกนั เพ่ือมอบหมาย หรือผเู้ ก่ียวขอ้ ง
3 มีความรับผดิ ชอบในการกระทาของ งาน ติดตามงาน ประเมินผล
ตนเองและรับผดิ ชอบงานในกล่มุ

4 สามารถเป็นผรู้ ิเร่ิมแสดงประเดน็ ในการ
แกไ้ ขสถานการณ์ท้งั ส่วนตวั และส่วนรวม
พร้อมท้งั แสดงจดุ ยืนอยา่ งพอเหมาะท้งั
ของตนเองและของกลมุ่

5 มีความรับผดิ ชอบการพฒั นาการเรียนรู้
ท้งั ของตนเองและทางวชิ าชีพอยา่ ง
ต่อเนื่องเรียนรู้ภาวะทางอารมณ์ของตนเอง
เรียนรู้การทางานร่วมกบั ผอู้ นื่ เรียนรู้
เทคนิคการขอความช่วยเหลือ หรือขอ
ขอ้ มูลเพอื่ นามาประกอบการทางาน

กรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดบั อุดมศึกษาแห่งชาติ แบบฟอร์มการเขียนรายละเอยี ดของรายวชิ า (มคอ. 3) มหาวิทยาลัยราชภฏั เพชรบรู ณ์ Page 6

6 สามารถวางตวั ในตาแหน่งงานท่ีไดร้ ับ
มอบหมายไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
7 กลา้ แสดงความคิดเห็นในขอบเขตของ
งานและภาระหนา้ ที่
8 พฒั นาตนเองจากการเรียนรู้ดว้ ยตนเอง
และจากการฝึกอบตม หรือการสอบถาม
เพือ่ นร่วมงาน

5. ด้านทกั ษะการวิเคราะห์เชิงตวั เลข การสื่อสาร และการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ

5.1 ผลการเรียนรู้ 5.2 กลยุทธ์/วิธกี ารสอน 5.3 กลยทุ ธ์/วิธีการประเมินผล
1 ประเมนิ จากเอกสาร ท่ีนาเสนอ
1 ทกั ษะในการใชเ้ คร่ืองมือที่จาเป็นที่มีอยู่ 1 มอบหมายงานผา่ นระบบ โดยใชเ้ ทีโนโลยสี ารสนเทศเป็นสื่อ
ในปัจจบุ นั ตอ่ การคน้ ควา้ และนาเสนองาน เทคโนโลยี การใชท้ กั ษะดา้ น 2 ประเมนิ จากเอกสารที่เขยี น เชน่
2 ทกั ษะการสื่อสารอยา่ งมีประสิทธิภาพ เทคโนโลยี ในการนาเสนอ E-Mail ท่ีใชส้ ่ือสารเพ่ือการทางาน
ท้งั ปากเปล่าและการเขียน เลือกใช้ ขอ้ มูล 3 ประเมินจากผลการแกป้ ัญหา
รูปแบบของส่ือการนาเสนออยา่ ง 2 มอบหมายงานที่ตอ้ งมีการ โดยเนน้ ความถูกตอ้ งเหมาะสม
เหมาะสม สื่อสารโดยใชภ้ าษาท้งั ไทยและ
ต่างประเทศ ท้งั การพูด การ
3 ทกั ษะในการใชส้ ารสนเทศและ เขยี น ในการประสานงาน
เทคโนโลยสี ่ือสารอยา่ งเหมาะสม 3 มอบหมายงานที่ตอ้ งใช้
เทคโนโลยีในการแกป้ ัญหา
4 ทกั ษะในการใชเ้ ทคโนโลยี เคร่ืองมือ หรือนาเสนองาน
อุปกรณ์ ซอฟตแ์ วร์ ในการสื่อสารเพอ่ื
สนบั สนุนการทางาน เช่น การโตต้ อบ
แสดงความคิดเห็น ประสานการทางาน
การรับ-ส่งงาน การซกั ถามขอ้ สงสยั
5 สามารถใชเ้ ทคโนโลยี หรือ อนิ เทอร์
เนตในการคน้ ควา้ หาขอ้ มลู ประกอบการ
ทางาน
6 สามารถสื่อสารโดยใชภ้ าษาที่เหมาะสม
และส่งผลใหเ้ กิดประสิทธิภาพในการ
ทางาน

กรอบมาตรฐานคณุ วุฒิระดบั อุดมศึกษาแห่งชาติ แบบฟอร์มการเขยี นรายละเอยี ดของรายวิชา (มคอ. 3) มหาวทิ ยาลัยราชภฏั เพชรบรู ณ์ Page 7

หมวดท่ี 5 แผนการสอนและการประเมนิ ผล

1. แผนการสอน

สปั ดา เนือ้ หา จำนวน กจิ กรรมการเรยี น การวัดผล อาจารยผ์ ้สู อน
ห์ท่ี ชว่ั โมง การสอน
สดดุ ี คำมี
- แนะนำลักษณะวิชา
สดดุ ี คำมี
- แผนการสอน,กิจกรรม-
แบบทดสอบ สดดุ ี คำมี
1 - แนะนำลักษณะวิชา - การสอนและการ การวัดความรู้
- ขอบข่ายการเรียนรู้ ประเมนิ ผล แบบทดสอบ สดุดี คำมี
- ความคาดหวังของ การวัดความรู้

นกั ศกึ ษา และข้อตกลง แบบทดสอบ สดุดี คำมี
การวัดความรู้
รว่ มกนั แบบทดสอบ สดดุ ี คำมี
การวดั ความรู้
บทท่ี ๑ พรรคการเมอื ง

- รูปแบบพรรคการเมอื ง - การบรรยาย การตอบ

2 - การจัดตง้ั พรรคการเมือง ขอ้ ซักถาม

- หน้าทแี่ ละบทบาทของพรรค - กจิ กรรมทา้ ยบท

การเมอื ง

3 บทที่ ๒ องค์กรตามกฏหมาย - การบรรยาย การตอบ
รัฐธรรมนญู ข้อซักถาม
- กจิ กรรมท้ายบท

บทที่ ๓ ศาล

- ศาลรัฐธรรมนญู - การบรรยาย การตอบ

4 - ศาลยตุ ิธรรม ขอ้ ซักถาม

- ศาลปกครอง - กจิ กรรมท้ายบท

- ศาลทหาร

บทท่ี ๔ การเลือกต้ัง

- ระบบการเลือกตัง้ - การบรรยาย การตอบ

5 - สาเหตุการเลอื กต้งั ขอ้ ซักถาม

- วัตถปุ ระสงค์ของการเลอื กตัง้ - กิจกรรมท้ายบท

- การคัดค้านการเลือกตง้ั

- บทท่ี ๕ โครงสร้างของ - การบรรยาย การตอบ

6 รัฐสภา ขอ้ ซักถาม

- การเลอื กตัง้ สมาชกิ สภาผู้แทน - กจิ กรรมทา้ ยบท

กรอบมาตรฐานคณุ วุฒริ ะดบั อดุ มศึกษาแห่งชาติ แบบฟอร์มการเขยี นรายละเอยี ดของรายวชิ า (มคอ. 3) มหาวทิ ยาลัยราชภฏั เพชรบรู ณ์ Page 8

ราษฎรตามรฐั ธรรมนูญปี - การบรรยาย การตอบ แบบทดสอบ สดดุ ี คำมี
2550 ขอ้ ซักถาม การวดั ความรู้ สดุดี คำมี
- การเลือกต้ังสมาชิกวุฒิสภา - กจิ กรรมทา้ ยบท สดุดี คำมี
- การบรรยาย การตอบ แบบทดสอบ สดุดี คำมี
7 บทที่ 6 กลมุ่ ผลประโยชน์ ขอ้ ซักถาม การวัดความรู้
กจิ กรรมท้ายบท สดดุ ี คำมี
บทที่ 7 การเมืองการปกครองสมัย - การบรรยาย การตอบ แบบทดสอบ สดุดี คำมี
8 สุโขทยั ขอ้ ซักถาม การวัดความรู้
กิจกรรมท้ายบท
9 บทที่ 8 การเมืองการปกครองสมัยอยุธยา - การบรรยาย การตอบ แบบทดสอบ
ข้อซักถาม การวัดความรู้
10 บทที่ 9 การเมืองการปกครองสมยั กรุง กจิ กรรมท้ายบท
รัตนโกสินทร์ - การบรรยาย การตอบ แบบทดสอบ
ขอ้ ซักถาม การวดั ความรู้
11 บทท่ี 10 การเปลีย่ นแปลงการ กจิ กรรมท้ายบท
ปกครองพ.ศ. 2475 ถงึ ปจั จุบัน - การบรรยาย การตอบ แบบทดสอบ
ข้อซักถาม การวัดความรู้
บทท่ี 11 การเปลี่ยนแปลงทาง กิจกรรมท้ายบท
12 การเมืองการปกครองท่ีได้รบั อิทธิพล
- การบรรยาย การตอบ แบบทดสอบ สดุดี คำมี
จากสงั คมโลก ข้อซักถาม การวัดความรู้
บทท่ี 12 รฐั ธรรมนญู แหง่ กิจกรรมท้ายบท
ราชอาณาจักรไทยและแผนพัฒนา
13 เศรษฐกจิ และสังคมแหง่ ชาตขิ องไทย

- รฐั ธรรมนูญแห่ง
ราชอาณาจักรไทย

14 - แผนพฒั นาเศรษฐกิจและ - การบรรยาย การตอบ แบบทดสอบ สดดุ ี คำมี
สงั คมแหง่ ชาติของไทย ขอ้ ซักถาม การวดั ความรู้ สดุดี คำมี
กจิ กรรมท้ายบท
15 ทบทวนบทเรยี นทีเรียนมาทงั้ หมด - การบรรยาย การตอบ แบบทดสอบ
พร้อมแนะแนวการอ่านหนังสือสอบ ขอ้ ซักถาม การวัดความรู้
กจิ กรรมท้ายบท

กรอบมาตรฐานคณุ วฒุ ิระดบั อุดมศึกษาแห่งชาติ แบบฟอร์มการเขียนรายละเอียดของรายวชิ า (มคอ. 3) มหาวิทยาลัยราชภฏั เพชรบรู ณ์ Page 9

16 สอบปลายภาค

2. แผนการประเมินผลการเรียนรู้

กจิ กรรม ผลการ วธิ กี ารประเมนิ สัปดาหท์ ี่ สดั สว่ นของ
ที่ เรียนรู้* ประเมนิ การประเมนิ
1 ทดสอบยอ่ ยคร้ังท่ี 1
1.1, 1.6, สอบกลางภาค 4 10%
2 1.7, 2.1, 8 20%
2.4-2.6, ทดสอบยอ่ ยคร้ังที่ 2 12 10%
สอบปลายภาค 16 40%
3.2
วิเคราะหก์ รณีศึกษา คน้ ควา้ การนาเสนอ ตลอดภาค 20%
1.1, 1.6, รายงาน การศึกษา
1.7, 2.1,
2.4-2.6, การทางานกลุ่มและผลงาน

หมวดท่ี 6 ทรัพยากรประกอบการเรียนการสอน

1. ตาราและเอกสารหลกั

เชาวว์ ศั เสนพงศ์ การเมืองการปกครองไทย โรงพิมพม์ หาวทิ ยาลยั รามคาแหง กรุงเทพฯ : 2547.
ชยั อนนั ต์ สมุทรวาณิช ไตรลกั ษณรัฐกบั การเมืองไทย การเปล่ียนแปลงทางการเมืองไทยในสี่ทศวรรษ

สถาบนั นโยบายศึกษา พี เพรส จากดั กรุงเทพฯ.
ฐิติพล ภกั ดีวนิช การสร้างความเขม้ แขง็ ให้กบั ภาคประชาชนดว้ ยปรัชญาของเศรษฐกิจพอ เพยี ง สานกั งาน

กองทนุ สนบั สนุนการวิจยั ฝ่ ายชุมชนและสงั คม 2551.
ธีรยทุ ธ บุญมี สังคมวฒั นธรรมหลงั การเลือกต้งั ก.พ. 2548 การเปลี่ยนแปลงสังคม วฒั นธรรมการเมืองคร้ัง

ท่ี 2 ของไทย 2548.

2. เอกสารและข้อมูลสาคญั
ไมม่ ี

3. เอกสารและข้อมูลแนะนา

กรอบมาตรฐานคุณวฒุ ริ ะดบั อดุ มศึกษาแห่งชาติ แบบฟอร์มการเขยี นรายละเอียดของรายวิชา (มคอ. 3) มหาวทิ ยาลัยราชภัฏเพชรบรู ณ์ Page 10

หมวดท่ี 7 การประเมนิ และปรับปรุงการดาเนินการของรายวชิ า

1. กลยุทธ์การประเมินประสิทธผิ ลของรายวชิ าโดยนกั ศึกษา

การประเมินประสิทธิผลในรายวชิ าน้ี ท่ีจดั ทาโดยนกั ศึกษา ไดจ้ ดั กิจกรรมในการนาแนวคิดและความเห็นจาก
นกั ศึกษาไดด้ งั น้ี

- การสนทนากลุม่ ระหวา่ งผสู้ อนและผเู้ รียน
- แบบประเมินผสู้ อน และแบบประเมินรายวชิ า

2. กลยทุ ธ์การประเมินการสอน

ในการเกบ็ ขอ้ มลู เพอ่ื ประเมินการสอน ไดม้ ีกลยทุ ธ์ ดงั น้ี
- การสงั เกตการณ์
- ผลการเรียนของนกั ศกึ ษา
- การทวนสอบผลประเมินการเรียนรู้

3. การปรับปรุงการสอน
4. การทวนสอบมาตรฐานผลสัมฤทธ์ิของนักศึกษาในรายวชิ า

ในระหว่างกระบวนการสอนรายวิชา มีการทวนสอบผลสัมฤทธ์ิในรายหวั ขอ้ ตามทีค่ าดหวงั จาการเรียนรู้ใน
วิชา จากการสอบถามนกั ศึกษา หรือการสุ่มตรวจผลงานของนกั ศึกษา รวมถึงพิจารณาจากผลการทดสอบยอ่ ย และ
หลงั จากการออกผลการเรียนรายวชิ า

5. การดาเนินการทบทวนและการวางแผนปรับปรุงประสิทธผิ ลของรายวิชา

จาก

กรอบมาตรฐานคณุ วฒุ ริ ะดบั อุดมศึกษาแห่งชาติ แบบฟอร์มการเขยี นรายละเอยี ดของรายวิชา (มคอ. 3) มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั เพชรบรู ณ์ Page 11

องคค์ วามรู้ทางวัฒนธรรม
เร่อื ง ประเพณีบุญขา้ วจี่
วดั ท่ากกแก ตำบลตาลเดี่ยว อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์

วัตถุประสงค์
๑. เพื่อเป็นการเสาะแสวงหา รวบรวม จัดเก็บความรู้ที่มีอยู่ในตัวบุคคลที่เชี่ยวชาญในด้านประเพณี

พน้ื บ้าน ประเพณบี ุญข้าวจ่ี วดั ทา่ กกแก ตำบลตาลเดย่ี ว อำเภอหลม่ สัก จงั หวดั เพชรบรู ณ์
๒. เพือ่ จัดทำเปน็ เล่มองคค์ วามรู้สำหรบั เผยแพร่ให้แกเ่ ยาวชนและผู้ท่ใี หค้ วามสนใจศึกษาเรียนรู้

ขอบเขต
ศึกษาประวัติศาสตร์ความเป็นมาและรูปแบบการจัดประเพณีบุญข้าวจี่ วัดท่ากกแก ตำบลตาลเดี่ยว

อำเภอหล่มสัก จงั หวัดเพชรบูรณ์

เปา้ หมาย
จัดเกบ็ ข้อมูลทางด้านวฒั นธรรมประเพณีพนื้ บา้ น เร่ืองประเพณบี ญุ ขา้ วจ่ี วัดท่ากกแก ตำบลตาลเดีย่ ว

อำเภอหล่มสัก จงั หวัดเพชรบูรณ์

ประโยชน์ทีค่ าดว่าจะได้รับ
๑. ได้ขอ้ มูลทางดา้ นวัฒนธรรม ประเพณบี ญุ ขา้ วจี่ วัดทา่ กกแก ตำบลตาลเดย่ี ว อำเภอหลม่ สัก

จงั หวัดเพชรบูรณ์
๒. ไดส้ ืบสานและอนรุ กั ษ์มรดกทางวฒั นธรรม ประเพณีบุญข้าวจ่ี วดั ท่ากกแก ตำบลตาลเดีย่ ว อำเภอ

หลม่ สัก จงั หวดั เพชรบรู ณ์
๓. ได้องค์ความรู้สำหรบั นำไปบรู ณาการกับการเรยี นการสอน

๑๕๘

ประเพณีบญุ ข้าวจ่ี
วดั ท่ากกแก ตำบลตาลเด่ียว อำเภอหล่มสกั จังหวดั เพชรบรู ณ์

บ้านท่ากกแก เป็นชุมชนที่มีรูปแบบการดำเนินวิถีชีวิตตามหลัก ฮีตสิบสอง ซึ่งหมายถึงประเพณีทั้ง
๑๒ เดอื นทีเ่ กยี่ วเนื่องกับหลักทางพุทธศาสนา เป็นความเชื่อทย่ี ึดถือปฏบิ ัติสบื ทอดกันมาแต่บรรพบุรุษอย่างไม่
ขาดสาย มแี นวปฏิบัติทแี่ ตกต่างกันไปในแต่ละเดือนเพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคลในการดาํ เนินชวี ิต เรียกอย่าง
ท้องถิ่น ว่างานบุญ ชาวบ้านให้ความสําคัญกับประเพณีฮีตสิบสองเป็นอย่างมากและยึดถือปฏิบัติมาอย่าง
สม่ำเสมอนับได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ของชุมชนอย่างแท้จริง คําว่า “ฮีตสิบสอง”มาจากคําว่า “ฮีต” อันหมายถึง
จารีตการปฏิบตั ิทีส่ ืบต่อกันมาจนกลายเป็นประเพณี ส่วนคำว่า “สิบสอง” คือประเพณีที่ปฏิบัติตามเดือนทาง
จันทรคติทั้งสิบสองเดือน ในที่นี้ผู้เขียนขอนำเสนองานประเพณีบุญข้าวจี่ ของชุมชนบ้านท่ากกแก ตำบลตาล
เด่ยี ว อำเภอหล่มสกั จังหวัดเพชรบูรณ์ ซงึ่ เป็นประเพณีทีถ่ ูกจดั ขน้ึ ในชว่ งเดอื นสามของทุกปี

ประวตั ิความเป็นมาประเพณบี ญุ ข้าวจี่
บุญข้าวจี่นิยมทากันในราวกลางเดือนหรือปลายเดือนสาม คือ ภายหลังการทาบุญวันมาฆบูชา ข้าวจี่

คอื ขา้ วเหนยี วนงึ่ ให้สุกแล้วนามาปั้นเป็นก้อนทาเกลือเคล้าให้ทั่วและนวดให้เหนียวแล้วเสียบไม้ย่างไฟ มูลเหตุ
ที่ทาบุญข้าวจี่ในเดือนสาม เนื่องจากเป็นเวลาที่ชาวนาได้มีการทานาเสร็จสิ้น ชาวนาได้ข้าวขึน้ ยุง้ ใหม่จึงอยาก
รว่ มกนั ทาบุญขา้ วจถ่ี วายแก่พระสงฆ์

สำหรับมูลเหตุดั้งเดิมที่มีการทำบุญข้าวจี่ เป็นประเพณีท่ีมีเรื่องเล่ากันตามความเชื่อว่า “เมื่อคร้ัง
พระพุทธเจ้ายังมีพระชนมายุอยู่ครัง้ หน่ึงได้เสด็จไปประทับที่กรุงราชคฤห์ มีนางปุณณทาสี ซึ่งเป็นคนรับใช้อยู่
ในบ้านของเศรษฐี มีหน้าที่ตำข้าวให้ครอบครัวเศรษฐี วันหนึ่ง นางปุณณทาสีตำข้าวตั้งแต่กลางคืนจึงถึงรุ่ง
เช้าของอีกวัน และได้เก็บเศษข้าวที่แตก เรียกว่า “ข้าวปลาย” ไปนึ่ง เมื่อนึ่งแล้วนางได้นำมาปั้นแล้วนำไปจี่
ไฟเก็บไว้กิน โดยจะซ่อนข้าวจี่ปั้นเล็ก ๆ ไว้ในพกซิ่นของนาง ขณะนั้นเองที่พระพุทธเจ้ากำลังพิจารณาว่าจะ
โปรดสัตว์โลกคนไหนดี และได้เห็นว่านางปุณณทาสีจะหมดอายุขัยในวันนี้แล้ว พระพุทธเจ้าจึงเสด็จมาโปรด
โดยการบณิ ฑบาต เมอ่ื พระพทุ ธเจา้ เดินบิณฑบาตผา่ นหน้านางปุณณทาสี เม่อื นัน้ นางเกิดความเลื่อมใสศรัทธา
เปน็ อย่างมาก แตไ่ ม่มีปัจจยั อะไรจะใส่บาตร นอกจากขา้ วจ่ีป้นั เดยี วท่ีซอ่ นไวใ้ นพกซ่ิน นางจึงได้อธฐิ านในใจว่า
จะสละข้าวจี่ปั้นนี้เพื่อเป็นทานแก่พระพุทธเจ้า แล้วนำข้าวจี่ใส่บาตรถวายพระพุทธเจ้าไป แต่ในใจนางปุณณ
ทาสีนั้นก็ยังกังวลว่า ข้าวจี่ที่ถวายไปนั้นเป็นทานที่ไม่ประณีต เป็นอาหารเหลือ ไม่ใช้อาหารชั้นดี และคิดว่า
พระพุทธเจ้าคงรบั ไว้เพียงไม่ให้เสยี น้ำใจ คงจะไม่เสวย และอาจจะเอาไปให้ผู้อ่ืนแทน แต่ด้วยพระพุทธเจ้ากร็ ู้
ถึงความคิดของนาง ขณะที่นางปุณณทาสีเดินทางกลับบ้าน ได้พบพระพุทธเจ้าประทับอยู่ระหว่างทางพร้อม
ทั้งนั่งฉันข้าวจี่ที่นางปุณณทาสีได้ใส่บาตรไว้ นางปุณณทาสีเห็นดังนั้นก็ปลาบปลื้มปิติเป็นอย่างมาก แล้ว
พระพุทธเจ้าจึงทรงเทศนาโปรดนางปุณณะทาสี นางซาบซึ้งในรสพระธรรมเป็นอย่างมาก จนบรรลุโสดาปัตติ
ผล และในวันนั้นเองนางก็สิ้นอายุขัย ด้วยอานิสงค์บุญของนางปุณณะทาสี จึงได้ไปเกิดเป็นเทพบุตรอยู่บน

๑๕๙

สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ และได้เกิดเป็นพระอรหันต์องค์หนึ่งในสมัยพระพุทธเจ้าองค์ต่อไป” ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
พุทธศาสนกิ ชนจึงนยิ มการทำบุญดว้ ยข้าวจสี่ ืบตอ่ มา

การทำข้าวจ่ี
ข้าวจี่ มีวิธีการทำโดยนำข้าวเหนียวที่นึ่งจนสุกแล้วมาปั้นขนาดประมาณเท่ากำมือเป็นรูปวงรี ใช้ไม้

เสยี บตรงกลางแลว้ ทาดว้ ยเกลือ หรอื อาจจะใส่น้ำอ้อยไว้ข้างในเพ่ือเป็นใส้ก็ได้ จากน้นั นำไปป้ิงไฟให้สุกด้วยวิธี
วางบนตะแกรงเหล็กท่ีวางอยู่บนเตาไฟ(ชาวบ้านเรยี กการป้ิงว่า จ)่ี ในระหว่างท่ีป้งิ ข้าวอยู่บนเตาไปน้ัน ก็จะนำ
ไข่ไก่มาตีผสมปรุงรสชาดนิดหน่อย หลังจากที่ป้ิงจนข้าวเร่ิมสุกออกสเี หลืองก็จะนำไขไ่ ก่ที่ตีไว้มาทาให้ทั่ว แล้ว
จึงนำไปปง้ิ ตอ่ ให้สกุ จนสง่ กล่ินหอมไปท่ัว

๑๖๐
ข้ันตอนการทำบุญข้าวจ่ี

เมื่อถึงวันกำหนดการจัดงานทำบุญข้าวจี่ เช้าวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ ชาวบ้านเดินทางมายังวัดท่ากก
แก พร้อมด้วยข้าวจี่ อาหารหวานคาว ดอกไม้ธูปเทียน เพื่อนำมาร่วมทำบุญเนื่องในวันสำคัญ เมื่อมาถึงยังวัด
แล้ว ชาวบ้านจะแบง่ ขา้ งจอ่ี อกเป็น ๓ สว่ น คือ

ข้าวจี่ส่วนที่ ๑ จะนำไปวางใส่ในขันโตกที่ทางวัดได้จัดเตรียมไว้ให้ พร้อมทั้งเขียนชื่อนามสกุลบรรพ
บุรุษทีล่ ว่ งลบั ไปแล้วของตนเองแนบไปกับข้าวจ่ีนน้ั ดว้ ย เพือ่ เป็นการทำบญุ อทุ ิศส่วนกุศลสง่ ไปใหบ้ รรพบุบรุษท่ี
เสียชวี ติ ไปแล้ว

ขา้ วจ่ีสว่ นที่ ๒ จะนำข้าวจเ่ี ตรียมไวส้ ำหรบั ใสบ่ าตรพระ เพื่อเป็นการทำบุญให้กบั ตนเองและครอบครัว

ข้าวจี่ส่วนที่ ๓ คือส่วนสุดท้าย หลังจากที่ประกอบพิธีทพบุญในศาลาเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จะนำ
ข้าวจี่พร้อมทั้ง อาหารหวานคาว หมากพลู ซึ่งเครื่องเซ่นไหว้ดังกล่าวมานี้เป็นของที่บรรพบุรุษของตนชอบ
รับประทานเมือ่ ครง้ั ยังมีชีวติ อยู่ เป็นออกไปวางเซ่นไหวบ้ รรพบรุ ุษของตนทบี่ ริเวณหนา้ ธาตุท่บี รรจุกระดูก หรือ

๑๖๑
วางในบรเิ วณโคนต้นไมภ้ ายในวดั หรือสนามหญา้ พนื้ ทโี่ ลง่ แจ้ง เพ่ือเปน็ การเชิญวญิ ญาของบรรพบุรุษท่ีล่วงลับ
ไปแล้วมารบั เครื่องเซ่นไหว้ หลงั จากนัน้ กถ็ ือวา่ เป็นอนั เสร็จพิธใี นงานประเพณีบญุ ขา้ วจ่ี

ครั้นถึงเวลาพระภิกษุสงฆ์ สามเณร เดินทางขึ้นนั่งยังอาสน์สงฆ์ ในศาลาการเปรียญ มัคนายกประจำ
วัดนำกล่าวคำบูชาพระรัตนตรัยกราบพระรับศีล จากนั้นนำกล่าวคำถวายภัตตาหารและกล่าวคำถวายข้าวจ่ี
พร้อมทั้งนำข้าวจี่ใส่บาตร พระสงฆ์ขึ้นยังธรรมาสน์ เพื่อเทศนาโปรดพุทธศาสนิกชนท่ีมาร่วมกันทำบุญถงึ เรือ่ ง
ของประวัติความเป็นและผลบญุ ของการถวายขา้ วจี่ เพื่อเป็นการสรา้ งแรงจงู ใจให้กับชาวบา้ นที่มาทำบญุ และ
ร่วมมือร่วมใจกันสืบทอดประเพณีบุญข้าวจี่ให้คงอยู่สืบต่อไป ถือได้ว่าเป็นกุสโลบายของคนโบราณในการ
ทำบุญได้เป็นอย่างดี ซึ่งถึงแม้ว่าข้าวจี่นั้นจะเป็นอาหารที่ทำขึ้นไม่ยาก ไม่ประณีตสวยหรู เป็นสิ่งเล็กน้อยด้อย
ค่า แต่ถ้าหากทำขึ้นด้วยใจอันบริสุทธิ์แล้ว ก็จะเกิดอานิสงค์ผลบุญมากเหมือนการทำบุญอื่นทั่วไปได้เช่นกัน
ระหว่างที่พระสงฆ์กำลังเทศนาชาวบ้านจะนำรายชื่อของบรรพบุรุษแต่ละครอบครัวที่ล่วงลับไปออกมาจุดไฟ
เผาที่ด้านนอกศาลา หลังจากทีพ่ ระสงฆ์เทศนจ์ บ มัคนายกก็จะนำกลา่ วคำถวายปจั จัย และกรวดนำรับพรจาก
พระสงฆ์ จากนั้นกราบพระอีกครัง้ สุดท้ายชาวบ้านจะนำขา้ วจี่ส่วนที่ ๓ และอาหารหวานคาว ออกไปเซ่นไหว้
วิญญาณบรรพบุรุษบริเวณสถานที่ต่างๆ ภายในวัด พร้อมทั้งจุดเทียนธูป เทน้ำที่กรวด บอกกล่าวเชิญผีบรรพ
บุรุษมารับของเซ่นไหวท้ ม่ี ีขา้ วจ่ีนัน้ อยดู่ ้วย ถือว่าเปน็ อนั เสร็จพิธีการทำบุญข้าวจี่

๑๖๒

๑๖๓

งานประเพณีบุญข้าวจี่ หรือ บุญเดือนสาม บ้านท่ากกแก ตำบลตาลเดี่ยว อำเภอหล่มสัก จังหวัด
เพชรบูรณ์ กำหนดจัดขึ้นตรงกับวันมาฆบูชา เป็นประเพณีที่ปฏิบัติสืบทอดกันมาอย่างช้านานจากอดีตถึง
ปัจจุบันตามฮีตสิบสอง แสดงให้เห็นถึงการสืบทอดประเพณีตามจารตี ของคนในชุมชนทีม่ ีความศรัทธาตอ่ พุทธ
ศาสนา โดยมคี วามเชื่อกนั วา่ การได้ทำบุญข้าวจี่แล้วจะได้บญุ กุศลมากและเป็นกาละทานชนิดหนึ่ง ซง่ึ เป็นเวลา
ที่ชาวนาหมดภาระการทำนา จึงอยากร่วมกันทำบุญข้าวจี่ถวายพระสงฆ์ และยังเป็นการปลูกฝังให้กับเยาวชน
รุ่นหลังเรื่องความกตัญญูต่อบรรพบุรุษของตนเอง รวมทั้งเป็นพื้นที่ให้ผู้คนในชุมชนได้พบปะพูดคุยทำจัด
กิจกรรมต่างๆ เพ่อื เปน็ การเชื่อมโยงความสามัคคีใหเ้ กิดกับชมุ ชน โดยใช้วัดเปน็ ศนู ย์รวมจิตใจขัดเกลาให้คนใน
ชมุ ชนซึง่ อาจจะมบี างสว่ นมองไม่เห็นถงึ แก่นแท้ของประเพณวี ฒั นธรรมท่ีดงี าม ท่ีบรรพบุรุษได้มีกุศโลบายซ่อน
ไว้ภายในให้ขบคิดอยู่เสมอนนั่ เอง

๑๖๔

แนวทางการนำไปปฏบิ ัติใช้
๑. เผยแพร่ให้กบั ผู้ท่สี นใจ นกั ศึกษา และประชาชนทั่วไป
๒. บรู ณาการกบั การเรยี นการสอน รายวิชา HSPA409 สถาบันทางการเมืองไทย โดยนำองค์ความรู้ท่ีได้ไป

ประยกุ ตใ์ ชใ้ นกระบวนการเรยี นการสอน

ขอ้ เสนอแนะ
ควรมีการลงพน้ื ที่ ทบทวน ข้อมูลใหค้ รบถว้ นทกุ อำเภอในจังหวดั เพชรบรู ณ์ เพ่ือใหเ้ ยาวชนรุ่นหลงั ได้

ใช้ศกึ ษาหาความรู้ ส่งต่อจากร่นุ สรู่ ุน่ ต่อไป

๑๖๕

บรรณานกุ รม
กองแก้ว ทา้ วเงนิ . (๒๕๖๕). อายุ ๖๒ ปี บา้ นเลขที่ ๕๒ หมู่ท่ี ๔ ตำบลตาลเดย่ี ว อำเภอหลม่ สกั

จังหวดั เพชรบูรณ.์ สัมภาษณ์, ๑๖ กุมภาพันธ์.
ถาวร เชื่องแสง. (๒๕๖๕). อายุ ๕๑ ปี บ้านเลขท่ี ๑๗๖ หมูท่ ่ี ๔ ตำบลตาลเดีย่ ว อำเภอหลม่ สกั

จงั หวดั เพชรบรู ณ์. สัมภาษณ์, ๑๖ กุมภาพนั ธ์.
ทฤษฎี วงศ์มมี า. (๒๕๖๕). อายุ ๒๗ ปี บ้านเลขท่ี ๖๓ หมทู่ ่ี ๘ ตำบลตาลเดี่ยว อำเภอหลม่ สกั

จังหวดั เพชรบูรณ.์ สมั ภาษณ์, ๑๖ กมุ ภาพนั ธ.์
ธนั ยา คำม.ี (๒๕๖๕). อายุ ๔๓ ปี บ้านเลขท่ี ๗๖ หมู่ที่ ๘ ตำบลตาลเดี่ยว อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์.

สมั ภาษณ์, ๑๖ กุมภาพันธ.์
บาง ลูท่ อง. (๒๕๖๕). อายุ ๗๓ ปี บ้านเลขที่ ๔๐ หมู่ที่ ๔ ตำบลตาลเดย่ี ว อำเภอหล่มสกั จังหวัดเพชรบรู ณ์.

สมั ภาษณ์, ๑๖ กุมภาพนั ธ์.
พระสมหุ ไ์ พรศาล ภทรฺ มุน.ี (๒๕๖๕). อายุ ๔๐ ปี พรรษา ๑๕ พรรษา วันทา่ กกแก หม่ทู ่ี ๘ ตำบลตาลเด่ยี ว

อำเภอหลม่ สัก จังหวดั เพชรบรู ณ์. สมั ภาษณ์, ๑๖ กุมภาพนั ธ์.
สดี า ท้าวเงนิ . (๒๕๖๕). อายุ ๘๓ ปี บา้ นเลขที่ ๑๘๘ หมทู่ ี่ ๔ ตำบลตาลเดี่ยว อำเภอหล่มสัก

จงั หวดั เพชรบรู ณ.์ สัมภาษณ์, ๑๖ กมุ ภาพนั ธ.์
สมร จนั ทร์หอม. (๒๕๖๕). อายุ ๘๐ ปี บา้ นเลขท่ี ๖๓/๑ หมทู่ ่ี ๘ ตำบลตาลเดยี่ ว อำเภอหล่มสกั

จังหวดั เพชรบรู ณ์. สัมภาษณ์, ๑๖ กมุ ภาพันธ.์

๑๖๖

ภาคผนวก
รายละเอยี ดรายวชิ า (มคอ. ๓) ที่ใชบ้ ูรณาการ

มคอ. 3

รายละเอียดของรายวิชา (มคอ.3)

คณะ มนษุ ยศาสตรแ์ ละสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภฏั เพชรบรู ณ์
หลกั สตู ร/สาขาวิชา หลักสูตรรฐั ประศาสนศาสตรบัณฑิต สาขาวชิ ารัฐประศาสนศาสตร์

หมวดที่ 1 ข้อมูลโดยทั่วไป

1. รหสั และช่ือรายวชิ า

สถาบนั ทางการเมืองไทย HSPA409

Political Institution

2. จานวนหน่วยกติ

3 (3-0-6)

3. หลกั สูตรและประเภทของรายวชิ า

หลกั สูตรรัฐประศาสนศาสตรบณั ฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ วชิ าเฉพาะดา้ น...วชิ าบงั คบั

4. อาจารย์ผ้รู ับผดิ ชอบรายวิชาและอาจารย์ผู้สอน

ผรู้ ับผดิ ชอบรายวิชาและอาจารยผ์ สู้ อน อาจารย์ ดร. สดุดี คามี

ผชู้ ่วยศาสตราจารย์ ดร. สุวฒั น์ อินทรประไพ

ผชู้ ่วยศาสตราจารย์ ดร. ธีรภทั ร กิจจารักษ์

5. ภาคการศึกษา/ช้ันปี ที่เรียน

ภาคการศึกษาที่ 2/2564 ช้นั ปี ที่ 3

6. รายวิชาทีต่ ้องเรียนมาก่อน (Pre-requisite)

ไม่มี

7. รายวิชาที่ต้องเรียนพร้อมกนั (Co-requisites)

ไมม่ ี

8. สถานท่เี รียน

คณะมนุษยศาสตร์และสงั คมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั เพชรบูรณ์

9. วนั ทจ่ี ัดทาหรือปรับปรุงรายละเอยี ดของรายวชิ าคร้ังล่าสุด
1 ตลุ าคม 2564

กรอบมาตรฐานคณุ วุฒิระดบั อุดมศึกษาแห่งชาติ แบบฟอร์มการเขยี นรายละเอียดของรายวิชา (มคอ. 3) มหาวทิ ยาลัยราชภัฏเพชรบรู ณ์ Page 1

หมวดที่ 2 จดุ ม่งุ หมายและวตั ถุประสงค์

1. จุดมุ่งหมายของรายวิชา
นกั ศึกษามีความรู้ความเขา้ ใจ ประวตั ิความเป็นมาและความเปล่ียนแปลงทางการเมืองของไทย

โครงสร้างอานาจ รูปแบบการปกครอง สถาบนั การปกครอง ต้งั แตส่ มยั สุโขทยั อยธุ ยา รัตนโกสินทร์
การเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 ถึงปัจจุบนั ศึกษาถึงการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองจาก
อิทธิพลทางเศรษฐกิจ สงั คม และความเปล่ียนแปลงท่ีไดร้ ับจากอิทธิพลสงั คมโลก

2. วัตถุประสงค์ในการพฒั นา/ปรับปรุงรายวิชา
เพ่อื ใหน้ กั ศึกษามีความสานึกถึงหนา้ ท่ีทางดา้ นการเมืองการปกครอง มี

ความรู้ดา้ นววิ ฒั นาการทางการเมืองการปกครองของไทย และการเปล่ียนแปลงทางการเมืองจากอิทธิพล
ทางเศรษฐกิจ สังคม และความเปลี่ยนแปลงที่ไดร้ ับจากอิทธิพลสงั คมโลก

หมวดที่ 3 ลกั ษณะและการดาเนนิ การ

1. คาอธบิ ายของรายวชิ า
ศึกษาแนวคดิ และหลกั การ และวิวฒั นาการของสถาบนั ทางการเมืองไทย เช่น รัฐสภา

คณะรัฐมนตรี สถาบนั พระมหากษตั ริย์ พรรคการเมือง กลุม่ ผลประโยชน์ และองคก์ รอิสระอื่นๆ
study concepts and principles and the evolution of the study of Thai political institutions such

as the parliament, the cabinet, the monarchy, political parties, interest groups and other independent
organizations

กรอบมาตรฐานคุณวฒุ ิระดบั อุดมศึกษาแห่งชาติ แบบฟอร์มการเขยี นรายละเอยี ดของรายวิชา (มคอ. 3) มหาวิทยาลัยราชภฏั เพชรบรู ณ์ Page 2

2. จานวนชั่วโมงท่ใี ช้ต่อภาคการศึกษา

หน่วยกติ บรรยาย จานวนชั่วโมง/ภาคการศึกษา สอนเสริม
45 ชวั่ โมง/ การฝึ กปฏิบตั ิ/การฝึ กงาน การศึกษาด้วยตนเอง ตามความ
3(3-0 -6) ตอ้ งการของ
ภาค ไมม่ ีการฝึกปฏิบตั ิ 6 ชว่ั โมง/สปั ดาห์ นกั ศึกษา
การศึกษา

3. จานวนช่ัวโมงต่อสัปดาห์ที่อาจารย์ให้คาปรึกษาและแนะนาทางวิชาการแก่นกั ศึกษาเป็ นรายบุคคล

ตารางการให้คาปรึกษาและแนะนาทางวชิ าการแก่นักศึกษาเป็ นรายบคุ คล

รายวิชา อาจารย์ วนั -เวลา สถานที่หรือ หมายเลข ที่อยู่ของ รวมจานวน
ผู้สอน ให้ หมายเลข โทรศัพท์ E-mail ผู้สอน ช่ัวโมงต่อ
ผู้สอน สัปดาห์
การเมืองการ อ.สดุดี คาปรึกษา ห้อง [email protected]
ปกครองไทย คามี ผ้สู อน 0857326130 ทใ่ี ห้
วนั พุธ คาปรึกษา
13.00- ห้องการ
16.00 น. บริหาร 3 ชว่ั โมง
การ ตอ่ หน่ึง
ปกครอง สปั ดาห์
ทอ้ งถ่ิน

กรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดบั อดุ มศึกษาแห่งชาติ แบบฟอร์มการเขยี นรายละเอียดของรายวิชา (มคอ. 3) มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั เพชรบูรณ์ Page 3

หมวดท่ี 4 การพฒั นาการเรียนรู้ของนักศึกษา

1. ด้านคณุ ธรรม จริยธรรม

พฒั นาผเู้ รียนใหม้ ีความเสียสละ รับผิดชอบ มีระเบียบวินยั มีจรรยาบรรณวชิ าชีพ เคารพใน

สิทธิส่วนบคุ คลไม่ละเมิดสิทธ์ิของบคุ คลอื่น ซ่ือสัตย์ ซื่อตรง รับผดิ ชอบต่อตนเองและสงั คม โดยเนน้

ใหผ้ เู้ รียนตระหนกั ถึงส่ิง ตอ่ ไปน้ี

1.1 ผลการเรียนรู้ 1.2 กลยุทธ์/วิธกี ารสอน 1.3 กลยทุ ธ์/วธิ กี ารประเมนิ ผล

1 มีความเสียสละ มีคณุ ธรรม 1 การสอนเนน้ ผเู้ รียนเป็นสาคญั 1 ใชแ้ บบสอบถามมาตรฐานที่วดั คุณธรรม

จริยธรรม ซ่ือสัตยส์ ุจริต จริยธรรม ใหน้ กั ศึกษาประเมินการเรียนรู้

ดว้ ยตนเอง

2 มีความรับผดิ ชอบ มีวินยั ตรง 2 สอน คณุ ธรรม จริยธรรม 2 สมั ภาษณ์เพอื่ นและผทู้ ่เี กี่ยวขอ้ งกบั

ต่อเวลา แทรกในเน้ือหา นกั ศึกษา ในเรื่องความซื่อสตั ยแ์ ละความ

รับผดิ ชอบ

3 มีภาวะผนู้ าและเป็นผตู้ ามทีด่ ี 3 มีกิจกรรมส่งเสริมดา้ น 3 ประเมินโดยสังเกตพฤติกรรมและการ

รู้จกั การทางานเป็นทีม คณุ ธรรม จริยธรรม แสดงออก โดยมีการบนั ทึกคะแนน

ระหวา่ งการเรียนการสอน

4 เคารพสิทธิและรบั ฟังความ 4 นาเหตุการณ์ท่ผี เู้ รียนสนใจมา 4 ประเมินโดยสงั เกตพฤติกรรมและการ

คดิ เห็นของบุคคลอน่ื ใหผ้ เู้ รียนฝึกฝนการคดิ แสดงออก โดยมีการบนั ทึกคะแนน

ขยนั หมน่ั เพียร อดทน วิเคราะหแ์ ละหาทางแกไ้ ข ระหว่างการเรียนการสอน

เอ้ือเฟ้ื อเผอื่ แผ่ ปัญหาดว้ ยตนเอง

5 เคารพกฎระเบียบและขอ้ บงั คบั 5 ใหผ้ เู้ รียนฝึกฝนการทางาน 5 ประเมนิ โดยสงั เกตพฤติกรรมและการ

ตา่ ง ๆ ขององคก์ รและสังคม มี เป็นทีมและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ แสดงออก โดยมีการบนั ทึกคะแนน

จรรยาบรรณทางวชิ าการและ ซ่ึงกนั และกนั ระหวา่ งการเรียนการสอน

วชิ าชีพ รักษาความลบั ของ

องคก์ ร

2. ด้านความรู้

เชื่อมโยงความรู้ทางทฤษฎี และประวตั ิศาสตร์ทางการเมืองการปกครองของไทย มาสร้าง

จิตสานึกและความตื่นตวั ทางการเมือง เพอ่ื นาไปใชใ้ นการดาเนินชีวิตและเป็นพ้ืนฐานในการเรียนรู้ใน

ระดบั ท่ีสูงข้นึ ไป

กรอบมาตรฐานคุณวฒุ ิระดบั อดุ มศึกษาแห่งชาติ แบบฟอร์มการเขียนรายละเอียดของรายวิชา (มคอ. 3) มหาวิทยาลัยราชภฏั เพชรบูรณ์ Page 4

2.1 ผลการเรียนรู้ 2.2 กลยทุ ธ์/วิธกี ารสอน 2.3 กลยุทธ์/วิธกี ารประเมินผล
1 นกั ศึกษามีความรู้ความเขา้ ใจเก่ยี วกบั 1 บรรยาย อภิปราย การ 1 ประเมนิ จากทดสอบยอ่ ย สอบ
หลกั การและทฤษฎที ี่สาคญั ทางานกลุ่ม การนาเสนอ กลางภาค สอบปลายภาค ดว้ ย
รายงาน การวเิ คราะห์ ขอ้ สอบทเี่ นน้ การวดั หลกั การและ
2 นกั ศึกษามีทกั ษะทางปัญญา นาความรู้ กรณีศึกษา และมอบหมายงาน ทฤษฎี
มาใชใ้ นสงั คมในประเดน็ ที่เหมาะสม ให้คน้ ควา้
2 บอกถึงแหล่งขอ้ มลู เพ่อื ให้ 2 ประเมินผลจากผลงานท่ีไดร้ ับ
3 นกั ศึกษามีทกั ษะในการวเิ คราะห์ การ นกั ศึกษาไดค้ น้ ควา้ ขอ้ มลู มอบหมาย ตามหวั ขอ้ ที่กาหนด
สื่อสาร รวมท้งั การประยกุ ตใ์ ชค้ วามรู้ใน สาหรับการเรียนรู้ดว้ ยตนเอง โดยอา้ งอิงทฤษฎีในวชิ าที่เกี่ยวขอ้ ง
การแกไ้ ขปัญหาไดอ้ ยา่ งเหมาะสม 3 จดั ประชุมแบง่ งาน ติดตาม 3 ประเมินจากการมีส่วนร่วมใน
งาน เป็นระยะเวลาที่กาหนด การแสดงความคดิ เห็น และการ
4 นกั ศึกษาสามารถบรู ณาการความรู้ท่ีได้ หรือตามความเหมาะสม ไดร้ ับการยอมรับจากเพื่อนของ
ศึกษากบั ความรู้ในศาสตร์อ่ืน ๆ ท่ี นกั ศึกษาหรือผทู้ ่เี กี่ยวขอ้ ง
เก่ียวขอ้ งมาใชป้ ระโยชน์ในเชิงวชิ าการ 4 จดั ทารายงานผล วิเคราะห์
และปฏิบตั ิ ความตอ้ งการ และนาเสนอ
5 นกั ศึกษาเขา้ ใจในบทบาทหนา้ ที่ที่ไดร้ บั
มอบหมาย และปฏบิ ตั หิ นา้ ท่ีไดอ้ ยา่ ง 5 เนน้ ผเู้ รียนเป็นศนู ยก์ ลางของ
ถกู ตอ้ ง การเรียนรู้

3. ด้านทกั ษะทางปัญญา
พฒั นาความสามารถในการคิดอยา่ งเป็นระบบมีการวเิ คราะห์ ประยกุ ตแ์ นวคิดกบั ปรากฏการณ์

ดา้ นการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองการปกครองไดเ้ ป็นอยา่ งดี สามารถเสนอแนะวิธีการพฒั นาการ
เมืองไทยไดเ้ ป็นอยา่ งดี

3.1 ผลการเรียนรู้ 3.2 กลยุทธ์/วธิ กี ารสอน 3.3 กลยทุ ธ์/วิธกี ารประเมินผล
1 ทกั ษะการคิดอยา่ งมีวิจารณญาณและคิด ประเมนิ ผลจากผลงานที่ไดร้ บั
อยา่ งเป็นระบบ 1 มอบหมายโจทกป์ ัญหา ให้ มอบหมาย ตามหวั ขอ้ ที่กาหนด
ฝึกการคน้ ควา้ หาความตอ้ งการ โดยอา้ งองิ ทฤษฎีในวชิ าท่ีเก่ียวขอ้ ง
2 ความสามารถการสืบคน้ ตีความ และ และวิเคราะหผ์ ลความตอ้ งการ และควรนามาเป็นพ้นื ฐานในการ
ประเมนิ สารสนเทศ เพอ่ื ใชใ้ นการ ทางการเมืองการปกครอง จดั การ
วิเคราะหเ์ น้ือหา
2 จดั ทารายงานผลวิเคราะห์
ความตอ้ งการทางการเมืองการ
ปกครอง และนาเสนอ

กรอบมาตรฐานคุณวฒุ ิระดบั อุดมศึกษาแห่งชาติ แบบฟอร์มการเขียนรายละเอยี ดของรายวชิ า (มคอ. 3) มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ Page 5

3 ความสามารถรวบรวม ศึกษา วเิ คราะห์ 3 ประชุมร่วมกนั ระหว่าง
และสรุปประเด็นปัญหา อาจารยท์ ่ีปรึกษาและนกั ศึกษา
4 ความสามารถประยกุ ตค์ วามรู้และทกั ษะ 4 มอบหมายโจทยป์ ัญหา ดา้ น
การวิเคราะหไ์ ดอ้ ยา่ งเหมาะสม การเมืองการปกครอง
5 ทกั ษะการเลือกใชท้ ฤษฎที างการเมือง 5 การนาเสนอดา้ นการจดั ทา
สามารถนาความรู้ทางทฤษฎีเป็นพ้นื ฐาน รายงานและการนาเสนอ
มาวิเคราะห์การเปล่ียนแปลงทางการเมือง ร่วมกนั

4. ด้านทกั ษะความสัมพนั ธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ

4.1 ผลการเรียนรู้ 4.2 กลยทุ ธ์/วธิ ีการสอน 4.3 กลยุทธ์/วธิ กี ารประเมนิ ผล

1 สามารถใหค้ วามช่วยเหลือและอานวย 1 สร้างกิจกรรมสันทนาการ 1 ประเมินจากการสงั เกตพฤติกรรม
ความสะดวกในการแกไ้ ขปัญหา ละลายพฤติกรรม เพื่อให้เกิด จากการสัมภาษณ์ผรู้ ่วมงานหรือ
สถานการณ์ต่าง ๆ ในกลุ่มท้งั ในบทบาท ความรู้รัก สามคั คี พร้อม ผเู้ กี่ยวขอ้ ง
ของผนู้ าหรือในบทบาทของผรู้ ่วมทีม ทางานเป็ นทีม 2 ประเมินจากขอ้ มลู ท่ีไดร้ ับจากท่ี
ทางาน 2 มอบหมายงานที่ตอ้ งทางาน นกั ศึกษาไปสมั ภาษณ์
ร่วมกนั เป็นทีม 3 ประเมินจากการมีส่วนร่วมใน
2 สามารถใชค้ วามรู้ในศาสตร์มาช้ีนา 3 มีการแบง่ งานกนั อยา่ งชดั เจน การแสดงความคดิ เห็น และการ
สงั คมในประเด็นท่ีเหมาะสม มอบหมายงานที่ตอ้ งพดู คยุ ไดร้ ับการยอมรับจากเพือ่ นร่วมงาน
ประชุมร่วมกนั เพ่ือมอบหมาย หรือผเู้ ก่ียวขอ้ ง
3 มีความรับผดิ ชอบในการกระทาของ งาน ติดตามงาน ประเมินผล
ตนเองและรับผดิ ชอบงานในกล่มุ

4 สามารถเป็นผรู้ ิเร่ิมแสดงประเดน็ ในการ
แกไ้ ขสถานการณ์ท้งั ส่วนตวั และส่วนรวม
พร้อมท้งั แสดงจดุ ยืนอยา่ งพอเหมาะท้งั
ของตนเองและของกลมุ่

5 มีความรับผดิ ชอบการพฒั นาการเรียนรู้
ท้งั ของตนเองและทางวชิ าชีพอยา่ ง
ต่อเนื่องเรียนรู้ภาวะทางอารมณ์ของตนเอง
เรียนรู้การทางานร่วมกบั ผอู้ นื่ เรียนรู้
เทคนิคการขอความช่วยเหลือ หรือขอ
ขอ้ มูลเพอื่ นามาประกอบการทางาน

กรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดบั อุดมศึกษาแห่งชาติ แบบฟอร์มการเขียนรายละเอยี ดของรายวชิ า (มคอ. 3) มหาวิทยาลัยราชภฏั เพชรบรู ณ์ Page 6

6 สามารถวางตวั ในตาแหน่งงานท่ีไดร้ ับ
มอบหมายไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
7 กลา้ แสดงความคิดเห็นในขอบเขตของ
งานและภาระหนา้ ที่
8 พฒั นาตนเองจากการเรียนรู้ดว้ ยตนเอง
และจากการฝึกอบตม หรือการสอบถาม
เพือ่ นร่วมงาน

5. ด้านทกั ษะการวิเคราะห์เชิงตวั เลข การสื่อสาร และการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ

5.1 ผลการเรียนรู้ 5.2 กลยุทธ์/วิธกี ารสอน 5.3 กลยทุ ธ์/วิธีการประเมินผล
1 ประเมนิ จากเอกสาร ท่ีนาเสนอ
1 ทกั ษะในการใชเ้ คร่ืองมือที่จาเป็นที่มีอยู่ 1 มอบหมายงานผา่ นระบบ โดยใชเ้ ทีโนโลยสี ารสนเทศเป็นสื่อ
ในปัจจบุ นั ตอ่ การคน้ ควา้ และนาเสนองาน เทคโนโลยี การใชท้ กั ษะดา้ น 2 ประเมนิ จากเอกสารที่เขยี น เชน่
2 ทกั ษะการสื่อสารอยา่ งมีประสิทธิภาพ เทคโนโลยี ในการนาเสนอ E-Mail ท่ีใชส้ ่ือสารเพ่ือการทางาน
ท้งั ปากเปล่าและการเขียน เลือกใช้ ขอ้ มูล 3 ประเมินจากผลการแกป้ ัญหา
รูปแบบของส่ือการนาเสนออยา่ ง 2 มอบหมายงานที่ตอ้ งมีการ โดยเนน้ ความถูกตอ้ งเหมาะสม
เหมาะสม ส่ือสารโดยใชภ้ าษาท้งั ไทยและ
ต่างประเทศ ท้งั การพูด การ
3 ทกั ษะในการใชส้ ารสนเทศและ เขยี น ในการประสานงาน
เทคโนโลยสี ่ือสารอยา่ งเหมาะสม 3 มอบหมายงานที่ตอ้ งใช้
เทคโนโลยีในการแกป้ ัญหา
4 ทกั ษะในการใชเ้ ทคโนโลยี เคร่ืองมือ หรือนาเสนองาน
อุปกรณ์ ซอฟตแ์ วร์ ในการสื่อสารเพ่อื
สนบั สนุนการทางาน เช่น การโตต้ อบ
แสดงความคิดเห็น ประสานการทางาน
การรับ-ส่งงาน การซกั ถามขอ้ สงสยั
5 สามารถใชเ้ ทคโนโลยี หรือ อนิ เทอร์
เนตในการคน้ ควา้ หาขอ้ มลู ประกอบการ
ทางาน
6 สามารถสื่อสารโดยใชภ้ าษาที่เหมาะสม
และส่งผลใหเ้ กิดประสิทธิภาพในการ
ทางาน

กรอบมาตรฐานคณุ วุฒิระดบั อุดมศึกษาแห่งชาติ แบบฟอร์มการเขยี นรายละเอยี ดของรายวิชา (มคอ. 3) มหาวทิ ยาลัยราชภฏั เพชรบรู ณ์ Page 7

หมวดที่ 5 แผนการสอนและการประเมินผล

1. แผนการสอน

สัปดา เนื้อหา จำนวน กจิ กรรมการเรียน อาจารยผ์ ูส้ อน
หท์ ่ี ช่วั โมง การสอน

3 - แนะนำลักษณะวชิ า

แนะนำลักษณะวิชา -,กจิ กรรม- - การสอน
ขอบขา่ ยการเรยี นรู้
1 และการประเมนิ ผล สดดุ ี คำมี

- ความคาดหวงั ข้อตกลง

รว่ มกนั

บทที่ 1 ความหมายและท่ีมาของสถานบัน - การบรรยาย การตอบ สดุดี คำมี
2-3 ทางการเมอื งไทย ข้อซักถาม

- กจิ กรรมท้ายบท

4-5 บทที่ 2 สถาบันรฐั ธรรมนญู - การบรรยาย การตอบ สดดุ ี คำมี
ขอ้ ซักถาม

- กิจกรรมทา้ ยบท

6-8 บทท่ี 3 สถาบันพระมหากษัตริย์ - การบรรยาย การตอบ สดดุ ี คำมี
ข้อซักถาม
- กิจกรรมทา้ ยบท

9-10 บทที่ 4 สถาบนั นิตบิ ัญญตั ิ - การบรรยาย การตอบ สดุดี คำมี
ข้อซักถาม
- กิจกรรมท้ายบท

11-12 บทท่ี 5 สถาบนั ฝา่ ยบริหาร - การบรรยาย การตอบ สดุดี คำมี

กรอบมาตรฐานคุณวุฒริ ะดบั อุดมศึกษาแห่งชาติ แบบฟอร์มการเขียนรายละเอียดของรายวชิ า (มคอ. 3) มหาวิทยาลยั ราชภฏั เพชรบูรณ์ Page 8

ขอ้ ซักถาม

กิจกรรมท้ายบท

13-14 บทท่ี 6 สถาบันตุลาการ - การบรรยาย การตอบ สดุดี คำมี
ขอ้ ซักถาม

กจิ กรรมท้ายบท

ทบทวนบทเรยี นทีเรยี นมาทั้งหมด 3 - การบรรยาย แนะนำ

15 พรอ้ มแนะแนวการอ่านหนังสือสอบ แนะแนวการอ่านหนังสือ สดดุ ี คำมี
และทดสอบย่อยกอ่ นสอบปลายภาค กอ่ นสอบ การทดสอบยอ่ ย

เรยี น การตอบข้อซกั ถาม

16 สอบปลายภาค

2. แผนการประเมินผลการเรียนรู้

กิจกรรม ผลการ วิธีการประเมนิ สัปดาหท์ ่ี สดั ส่วนของ
ท่ี เรยี นรู้* ประเมิน การประเมิน
1 ทดสอบยอ่ ยคร้ังที่ 1
1.1, 1.6, สอบกลางภาค 4 10%
2 1.7, 2.1, 8 20%
2.4-2.6, ทดสอบยอ่ ยคร้ังที่ 2 12 10%
สอบปลายภาค 16 40%
3.2
วิเคราะห์กรณีศึกษา คน้ ควา้ การนาเสนอ ตลอดภาค 20%
1.1, 1.6, รายงาน การศึกษา
1.7, 2.1,
2.4-2.6, การทางานกลมุ่ และผลงาน

หมวดท่ี 6 ทรัพยากรประกอบการเรียนการสอน

กรอบมาตรฐานคณุ วฒุ ิระดบั อดุ มศึกษาแห่งชาติ แบบฟอร์มการเขียนรายละเอยี ดของรายวชิ า (มคอ. 3) มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั เพชรบรู ณ์ Page 9

1. ตาราและเอกสารหลกั

เชาวว์ ศั เสนพงศ์ การเมืองการปกครองไทย โรงพิมพม์ หาวทิ ยาลยั รามคาแหง กรุงเทพฯ : 2547.
ชยั อนนั ต์ สมุทรวาณิช ไตรลกั ษณรัฐกบั การเมืองไทย การเปล่ียนแปลงทางการเมืองไทยในสี่ทศวรรษ

สถาบนั นโยบายศึกษา พี เพรส จากดั กรุงเทพฯ.
ฐิติพล ภกั ดีวนิช การสร้างความเขม้ แขง็ ใหก้ บั ภาคประชาชนดว้ ยปรัชญาของเศรษฐกิจพอ เพียง สานกั งาน

กองทนุ สนบั สนุนการวิจยั ฝ่ ายชุมชนและสังคม 2551.
ธีรยทุ ธ บญุ มี สังคมวฒั นธรรมหลงั การเลือกต้งั ก.พ. 2548 การเปลี่ยนแปลงสังคม วฒั นธรรมการเมืองคร้ัง

ที่ 2 ของไทย 2548.

2. เอกสารและข้อมูลสาคญั
ไมม่ ี

3. เอกสารและข้อมูลแนะนา

กรอบมาตรฐานคุณวฒุ ริ ะดบั อุดมศึกษาแห่งชาติ แบบฟอร์มการเขยี นรายละเอยี ดของรายวชิ า (มคอ. 3) มหาวทิ ยาลัยราชภฏั เพชรบรู ณ์ Page 10

หมวดท่ี 7 การประเมนิ และปรับปรุงการดาเนินการของรายวชิ า

1. กลยุทธ์การประเมินประสิทธผิ ลของรายวชิ าโดยนกั ศึกษา

การประเมินประสิทธิผลในรายวชิ าน้ี ท่ีจดั ทาโดยนกั ศึกษา ไดจ้ ดั กิจกรรมในการนาแนวคิดและความเห็นจาก
นกั ศึกษาไดด้ งั น้ี

- การสนทนากลุม่ ระหวา่ งผสู้ อนและผเู้ รียน
- แบบประเมินผสู้ อน และแบบประเมินรายวชิ า

2. กลยทุ ธ์การประเมินการสอน

ในการเกบ็ ขอ้ มลู เพอ่ื ประเมินการสอน ไดม้ ีกลยทุ ธ์ ดงั น้ี
- การสงั เกตการณ์
- ผลการเรียนของนกั ศกึ ษา
- การทวนสอบผลประเมินการเรียนรู้

3. การปรับปรุงการสอน
4. การทวนสอบมาตรฐานผลสัมฤทธ์ิของนักศึกษาในรายวชิ า

ในระหว่างกระบวนการสอนรายวิชา มีการทวนสอบผลสัมฤทธ์ิในรายหวั ขอ้ ตามทีค่ าดหวงั จาการเรียนรู้ใน
วิชา จากการสอบถามนกั ศึกษา หรือการสุ่มตรวจผลงานของนกั ศึกษา รวมถึงพิจารณาจากผลการทดสอบยอ่ ย และ
หลงั จากการออกผลการเรียนรายวชิ า

5. การดาเนินการทบทวนและการวางแผนปรับปรุงประสิทธผิ ลของรายวิชา

จาก

กรอบมาตรฐานคณุ วฒุ ริ ะดบั อุดมศึกษาแห่งชาติ แบบฟอร์มการเขยี นรายละเอยี ดของรายวิชา (มคอ. 3) มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั เพชรบรู ณ์ Page 11

องคค์ วามรู้ทางวัฒนธรรม
เรื่อง พธิ ีกรรมเล้ียงปีเจา้ ปเู่ จ้าย่า
บ้านปา่ แดง ตำบลปา่ เลา อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จงั หวดั เพชรบรู ณ์

วตั ถปุ ระสงค์
๑. เพื่อเป็นการเสาะหา รวบรวม จัดเก็บข้อมูลในตัวบุคคลท่ีมีประสบการณ์ความรู้ความเชี่ยวชาญด้าน

ประเพณีพ้นื บา้ น พิธีกรรมเลีย้ งปีเจา้ ปูเ่ จ้าย่า บ้านป่าแดง ตำบลป่าเลา อำเภอเมอื งเพชรบรู ณ์ จงั หวดั เพชรบรู ณ์
๒. เพื่อจดั ทำเป็นเล่มองคค์ วามรู้สำหรับเผยแพรใ่ หแ้ กเ่ ยาวชนและผทู้ ีใ่ หค้ วามสนใจศึกษาเรียนรู้

ขอบเขต
ศึกษาประวัติความเป็นมา และขั้นตอนการจัดพิธีกรรมเลี้ยงเจ้าปู่เจ้าย่า บ้านป่าแดง ตำบลป่าเลา

อำเภอเมอื งเพชรบูรณ์ จังหวดั เพชรบรู ณ์

เปา้ หมาย
จัดเก็บข้อมลู ทางด้านวฒั นธรรม เรอ่ื ง พธิ ีกรรมเลี้ยงปเี จ้าปูเ่ จ้าย่า บา้ นป่าแดง ตำบลปา่ เลา อำเภอเมือง

เพชรบรู ณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์

ประโยชนท์ ี่คาดว่าจะไดร้ ับ
๑. ได้ข้อมูลทางด้านวัฒนธรรม เรื่อง พิธีกรรมเลีย้ งปเี จ้าปู่เจา้ ย่า บ้านป่าแดง ตำบลป่าเลา อำเภอเมือง

เพชรบรู ณ์ จังหวัดเพชรบรู ณ์
๒. ได้สบื สานและอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมประเพณพี ้ืนบา้ นจังหวดั เพชรบรู ณ์
๓. ได้องค์ความรสู้ ำหรับนำไปบรู ณาการกับการเรียนการสอน

๑๗๙

พธิ ีกรรมเล้ยี งปเี จา้ ปู่เจ้ายา่
บา้ นป่าแดง ตำบลปา่ เลา อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จงั หวดั เพชรบูรณ์

บา้ นปา่ แดง เป็นชมุ ชนท่มี กี ารก่อต้งั มาประมาณปี พ.ศ.
ท่ีอยู่อาศัยตั้งแต่ที่มีบ้านเพียงไม่กี่หลังคาเรือน จากคำบอกเล่าของชาวบ้านพอทราบจำนวน
ครอบอครัวที่ข้ามาตั้งบ้านเรือนมีอยู่เพียง ๗ หลังคาเรือน ซึ่งอพยพมาจากฝั่งประเทศลาว และได้แยกย้ายกัน
สร้างบ้านเรือนอยู่อาศัยภายในหมู่บ้านป่าแดง ตามทิศต่างๆ ของหมู่บ้านดังนี้คือ ทางด้านทิศเหนือ ทางด้าน
ทิศใต้ และบริเวณตรงกลางของหมูบ่ า้ น ต่อมาได้มีพระภิกษุสงฆ์เดินทางธุดงค์มายังบริเวณหมู่บ้าน มาด้วยกัน
๓ รูป
พระภกิ ษสุ งฆ์รูปท่ี ๑ เดนิ ทางไปอาศยั อยู่ทางดา้ นทิศเหนือของหมู่บ้าน ชาวบา้ นเรียกบริเวณดังกล่าวว่า
นาห้วยป้อ
พระภิกษุสงฆ์รูปที่ ๒ เดินทางไปอาศัยอยู่ตรงกลางของหมู่บ้าน ปัจจุบันชาวบ้านเรียกบรเิ วณดังกลา่ วว่า
วัดโพธก์ิ ลาง
พระภิกษุสงฆ์รูปที่ ๓ เดินทางไปอาศัยอยู่ด้านทิศใต้ของหมู่บ้าน ชาวบ้านเรียกบริเวณดังกล่าวว่า
นาบ้านเกา่ ท่งุ บา้ นพลำ
ต่อมา พระภิกษุสงฆ์รูปที่ ๒ ที่อาศัยอยู่ตรงกลางของหมู่บ้านมองเห็นว่าบริเวณที่ตนเองอาศัยอยู่นั้น
มีต้นโพธใ์ิ หญ่ข้นึ อยู่กลางหมู่บา้ น และเหมาะสำหรับท่จี ะเป็นสถานทีต่ ง้ั เป็นวัด จึงได้เดินทางไปนมิ นต์พระภิกษุ
สงฆ์อีก ๒ รูป ที่อาศัยอยู่ด้านทิศเหนือและทิศใต้ของหมู่บ้าน มาร่วมกันสร้างวัดขึ้น โดยตั้งชื่อวัดว่า วัดโพธิ์
กลาง จวบจนถงึ ปจั จบุ ัน
ส่วนทม่ี าของช่อื หมู่บ้านปา่ แดงนนั้ อดีตชาวบา้ นเรยี กชื่อหมูบ่ ้านแหง่ น้วี ่า หม่บู า้ นปะแดง เน่ืองมาจาก
ในอดีตภายในหมู่บ้านยังไมม่ ผี ้าไตรจีวรของพระภิกษสุ งฆว์ างขาย ชาวบา้ นจงึ ตอ้ งทอผา้ ไตรจวี รสำหรบั ถวายพระ
อีกประการหนงึ่ ชาวบ้านมีการปลูกฝา้ ยสำหรบั ทอผ้ากันอยู่แล้ว จงึ นำฝ้ายที่ปลูกมาทอเป็นผืน แล้วนำ
ผา้ แตล่ ะผืนมาเย็บตดิ รวมกนั เรียกว่า ปะ หลังจากน้นั นำผา้ ผนื ดงั กล่าวไปย้อมดว้ ยขมิ้น เม่อื ย้อมผ้าเสร็จแล้วสี
ที่ติดกับผ้าค่อนข้างออกเป็นสีแดง ชาวบ้านจึงนำคำว่า ปะ มารวมกับคำว่า แดง เป็นคำว่า ปะแดง จากน้ัน
ชาวบ้านจึงนำคำว่า ปะแดงมาตัง้ เปน็ ช่ือหมบู่ ้านวา่ บา้ นปะแดง แต่อย่ตู อ่ มาชาวบ้านได้เรียกเพี้ยนไปเป็นคำว่า
บ้านปา่ แดง มาจวบจนปจั จุบัน

๑๘๐

ประวตั ขิ องเจ้าปูเ่ จ้ายา่
เจ้าปเู่ จา้ ยา่ ไดอ้ าศยั อยู่กินกนั เป็นครอบครัวจนมลี ูกหลานเหลนเปน็ จำนวนมาก ซึ่งคนโบราณสมัยก่อน
นั้นจะมรี ูปร่างท่ใี หญ่โต เรียกกันว่า คนธรรพ์อกสามศอก
ที่อยู่อาศัยของเจ้าย่าในสมัยก่อนนั้น ปัจจุบันคือ เขาย่าหรือพระตำหนักเขาย่าที่ตั้งอยู่บนเขาค้อ
อำเภอเขาค้อ
ส่วนที่อยู่อาศัยของเจ้าปู่ในสมัยก่อนนั้น ปัจจุบันคือ เขาปู่ บริเวณเขาปู่ชาวบ้านเรียกกันว่า
เขาตะเคียนโง้ะ ตำบลหนองแม่นา อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นเขาที่มีลักษณะยื่นเข้าไปในห้วยดู
เหมอื นกบั หน้าผา ซึง่ ในอดีตบรเิ วณดงั กล่าวจะมีนกยงู อาศยั อยู่เป็นจำนวนมาก
ปู่กับย่าได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน แต่ก็มีปากเสียงทะเลาะกันอย่างไม่ขาดสายเพราะว่าปู่นั้นเป็นคนเจ้าชู้
ความเจ้าชู้ของปู่เป็นเหตุทำให้มีเมียน้อยอยู่ที่เขาตะเบาะชื่อว่า ย่าโอ้ง และได้อยู่กินกับเมียน้อยที่เขาตะเบาะ
นานพอสมควร จนตอ่ มาปู่กเ็ ดนิ ทางกลับมาหายา่
ส่วนทางย่านั้น ได้งม(เก็บ) หอยมาตัดก้น(ตูด) ใส่จานไว้สำหรับจะแกง แล้วหันไปก่อไฟไว้ โดยใช้ก้อน
หินสามก้อนมาวางกันเป็นรูปสามเหลี่ยมเพื่อใช้เป็นเตาไฟ เรียกว่า หินสามเส้า และยังนำปลาที่หามาได้ใส่ไม้
หีบไว้เตรียมจะปิง้ (ไมห้ ีบ คือ ไมไ้ ผท่ ผ่ี า่ กลางสำหรบั ปงิ้ ปลาปง้ิ เนื้อ)
เมือ่ ปู่เดินทางมาถึงย่าเห็นหน้าปู่ก็ด่าปู่ด้วยความโมโหทป่ี ู่หายไปนาน แถมยังร้ขู ่าววา่ ไปอยู่กับเมียน้อย
มาอกี จนเปน็ เหตุทำให้ปู่กับยา่ ทะเลาะกัน เป็นเพราะย่าเปน็ คนที่มีนสิ ัยหึงหวงมาก ยา่ โมโหมากจนทนไม่ไหว
ไม่รู้จะทำอะไรด้วยความโมโหก็หันไปคว้าจับจานหอยที่ตัดตูดไว้เททิ้งลงไปในห้วย ซึ่งในเวลาต่อมาห้วย
ดงั กล่าวทย่ี า่ เทหอยท้ิงลงไปนัน้ กม็ ีการพบหอยที่มีลกั ษณะตูดถูกตัดเกดิ ข้นึ ชาวบา้ นเรียกหอยดังกลา่ วว่า หอย
ตูดตัด มีให้พบเห็นในลำน้ำเข็ก ส่วนปลาที่ใสไ่ ม้หีบไว้ย่าก็โยนลงไปในห้วย จนปัจจุบันพบฝูงปลาว่ายไปมาใน
ลำน้ำลักษณะเหมือนอยกู่ ับไมห้ ีบนน่ั เอง
ส่วนปู่ด้วยความโมโหย่ามากมองไปเห็นก้อนหินสามเส้าที่ตั้งไว้เป็นเตาไป จึงเตะก้อนหินดังกล่าวไป
ค้างอยบู่ นง่ามของต้นยาง
ก้อนหนิ ดังกลา่ วที่วา่ นน้ั ปัจจุบันเคยมชี าวบ้านพยายามตามหาวา่ หินดงั กลา่ วอยู่ท่ใี ดแตก่ ็ยังไม่มีใครหา
เจอ ชาวบ้านบอกกันว่าเปน็ ก้อนหินที่ปูท่ ะเลาะกับย่าแล้วเตะไปค้างบนง่ามยาง อยู่ในป่าต้นน้ำของลำน้ำเขก็
ในปัจจุบัน ซึ่งลำน้ำเข็กดังกล่าวเป็นลำน้ำที่คั่นระหว่างเขาปู่กับเขาย่าและเป็นลำน้ำที่ไหลไปลงทาง อำเภอวัง
ทอง จังหวัดพษิ ณุโลก
ตามคำบอกเล่าของคนเฒา่ คนแก่ของหมู่บ้าน เจ้าปู่เจ้าย่าคือดวงวญิ ญาณบรรพบุรุษท่ีเคยอาศัยอยู่ใน
พื้นท่ขี องหมู่บา้ นจนเสยี ชวี ิต ดวงวิญญาณสงิ สถติ อยู่ ชาวบา้ นป่าแดงจึงสร้างศาลให้ดวงวญิ ญาณเจ้าปู้เจ้าย่าสิง
สถติ และไดก้ ำหนดใหม้ ีการจดั พิธกี รรมเซน่ ไหวด้ วงวิญญาณดังกล่าวเป็นประจำทกุ ปี

๑๘๑

ต๊กุ ตารูปปน้ั เจา้ ปเู่ จ้ายา่
ท่ตี ั้งศาล
ศาลเจา้ ปูเ่ จา้ ยา่ ตงั้ อยบู่ รเิ วณวังศาลทางขนึ้ อา่ งเก็บน้ำห้วยปา่ แดง ซ่ึงในอดีตก่อนการก่อสร้างอ่างเก็บ

น้ำ ชาวบ้านได้กอ่ สร้างฝายนำ้ ล้นกั้นลำห้วยป่าแดงเพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดแู ลง้ เหตุผลที่เลือกกั้นน้ำบริเวณน้ี
เพราะว่าเป็นบริเวณที่มีลักษณะของลำห้วยเป็นวังลึกน้ำใสไหลเย็นตลอดทั้งปีไม่เคยแห้ง ชาวบ้านจึงเรียก
บรเิ วณดงั กลา่ วว่า ฝายวงั ศาล

นอกจากนบ้ี ริเวณดังกล่าวภายใตว้ ังนำ้ นั้นมีหินท่ีมีลักษณะเหมือนเรือ ชาวบา้ นบอกกันว่าหินดังกล่าวมี
ความยาวประมาณสกั สองวา เคยมชี าวบ้านลงไปทอดแหหาปลาช่วงเดือน ๔ เดือน ๕ โดยวิธีการนำแหไปคลุม
หินรูปเรอื แล้วนำยาฉุนทีช่ าวบ้านปลูกกันเองใส่ลงไปในโพรงหินรูปเรือดงั กล่าว ฝูงปลาก็ว่ายออกจากโพรงมา
ติดแหที่คลุมไว้ ส่วนทีร่ มิ ตลิ่งจะมลี ักษณะเปน็ หน้าผามีชะงอ่ นหนิ ที่ยื่นออกมา

ศาลเจ้าปู่เจ้าย่าหลังแรกเดิมสร้างจากไม้ไผ่ หลังคามุงด้วยหญ้าคา พื้นปูด้วยไม้ไผ่สับฝาก มีขนาดไม่
ใหญ่ จวบจนเมื่อปี ๒๕๒๗ - ๒๕๒๘ เปน็ สมยั ที่นายฟ้ืน เกตแุ ฟง ทำหน้าทเ่ี ปน็ ผูใ้ หญ่บา้ นป่าแดงจึงได้รวบรวม
เงินปัจจัยและแรงงานจากชาวบ้านช่วยกันก่อสร้างศาลหลังใหม่แทนหลังเดิมที่เริ่ม ชำรุดทรุดโทรมไปตาม
กาลเวลา ในระหว่างที่ขุดหลุมเสาศาลหลังใหม่ลึกลงไปประมาณ ๑ เมตร ได้พบเศษกระดุกของกระทิง
ชาวบา้ นกล่าวว่าบรเิ วณดงั กล่าวเคยเป็นปรกั ของกระทิงมากอ่ น อาจเป็นจดุ ท่ีกระทิงมาล้มตายลงกเ้ ป็นไปได้

๑๘๒

 ศาลเจา้ ปเู่ จ้าย่า
ในปัจจุบนั

มลู เหตุแหง่ การประกอบพิธีกรรมเล้ยี งเจา้ ปเู่ จ้ายา่
ภายในหมู่บ้านเกิดเหตุการณ์ได้มีผู้คนล้มตายโดยไม่ทราบสาเหตุชาวบ้านจึงได้ประกอบพิธีบวงสรวง

สอบถามสิ่งศักดิ์สิทธิ์จนทราบว่า ผีเจ้าบ้านเจ้าเมืองที่ล้มตายและสิงสถิตอยู่ในหมู่บ้านต้องการเครื่องเซ่นไหว้
และบุญกุศล ชาวบ้านจึงตกลงกันให้มีการประกอบพิธีกรรมเลี้ยงปีหมู่บ้าน โดยกำหนดตรงกับวันขึ้น ๖ ค่ำ
เดอื น ๖ เป็นประจำทกุ ปจี วบจนถงึ ปัจจุบัน

จดุ ธูป เทียน 
ประกอบพธิ ีกรรมเลี้ยงเจ้าปเู่ จ้ายา่

๑๘๓
การสืบทอดพธิ ีกรรมการเลีย้ งเจ้าปเู่ จ้ายา่

พิธีกรรมเลี้ยงปีเจา้ ปู่เจ้าย่า เป็นพิธีกรรมที่สบื ทอดมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ นอกจากกลุ่มชาวบ้านที่มี
ส่วนในการสืบทอดพิธีกรรมดังกล่าวแล้ว ยังมีหน่วยงานทางภายรัฐเข้ามาร่วมในพิธีกรรมไม่ว่าจะเป็นองค์การ
บริหารส่วนตำบลป่าเลา โครงการชลประธานอ่างเก็บน้ำห้วยป่าแดง กลุ่มผู้นำชุมชน ที่ให้ความสำคัญมากกับ
พธิ กี รรมดังกล่าวเป็นอยา่ งมาก

ร่างทรงและการสบื ทอด
อดีตร่างทรงจะมีเพียงคนเดียว ชอบอาศัยอยู่ในป่าเขาเหนืออ่างเก็บน้ำห้วยป่าแดงซึ่งชาวบ้านเชื่อว่า

เป็นสถานที่ลึกลับไม่มีใครรู้ว่าอยู่ตรงไหน เมื่อถึงวันประกอบพิธีกรรมร่างทรงจะออกเดินทางจากป่าดังกล่าว
มายงั ศาลเจ้าปู่เจ้ายา่

 เชญิ ผีเขา้ ร่าง

จากการสอบถามนางมล สินสอน อายุ ๗๘ ปี กล่าวว่า ตนเองเริ่มทำหน้าที่เป็นร่างทรงตั้งแต่เมื่อ
ประมาณปี พ.ศ.๒๕๒๐ ซึ่งรับการเป็นร่างทรงมาจากป้านั่นเอง ช่วงปีแรกๆ ตนเองก็ไปร่วมงานพิธีกรรมเลี้ยง
เจา้ ปู่เจา้ ยา่ กับชาวบ้านน่ันและ ซง่ึ ในปีนนั้ ไม่มีคนที่จะตีฆ้องให้กับวงปี่พาทย์ ตนเองจงึ เข้าไปช่วยตีฆ้องให้ เม่ือ
เริ่มพิธีกรรมเข้าทรงผีที่เข้าร่างทรงหันมาทางตนเองพร้อมกับชี้หน้าบอกว่า “กูจะเลือกมึงเป็นร่างของกู
เพราะวา่ มึงมผี มหอม” เหตุผลทจ่ี ะต้องมกี ารเลือกร่างทรงคนใหมน่ ั้นเป็นเพราะว่าร่างทรงคนเก่าอายุมากแล้ว
(ชาวบ้านกล่าวว่า ถ้าใครได้เป็นร่างทรงแสดงว่าคนน้ันมีผมหอม เพราะว่าผีจะเป็นผูเ้ ลือกเอง และคนที่จะเปน็
ร่างทรงได้นั้นก็จะต้องเป็นคนที่มีจิตอ่อนผีเข้าร่างง่าย ส่วนใครที่ไม่ได้เป็นร่างทรงต่อแสดงว่าผมคนนั้นหมด
ความหอมแล้ว ผีถึงเลือกเอาร่างทรงคนใหม่) ตั้งแต่นั้นมาตนเองก็ได้ทำหน้าที่เป็นร่างทรงในการประกอบพิธี
ต่อจากป้า โดยชาวบา้ นไดน้ ำผ้าแพรแดงมาพันทศี่ ีรษะของตนเอง หลงั จากน้นั ตนเองกไ็ มร่ ู้สึกตัวอะไรเลย

๑๘๔
หลังจากนั้นร่างทรงคนเก่าก็ประกอบพิธีมอบหน้าที่ให้ในวันนั้น ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมาตนเองก็ทำ
หน้าที่เป็นร่างทรงเรื่อยมา ช่วงที่ตนเองท้องลูกคนแรกตอนที่คลอดใหม่ ๆ ไม่มีคนเลี้ยงลูกให้เพราะเขาก็ไป
ร่วมงานกันหมด ก็เลยบอกว่าคงไม่ไดไ้ ปรว่ มพิธี แต่พอถึงวันประกอบพิธีเลีย้ งจรงิ ๆ ลูกของตนเองก็นอนหลบั
ท้งั วนั ไม่ร้องไหง้ อแง ผีก็เขา้ สงิ รา่ งตนเองเดินไปยังศาลท่ีประกอบพิธีเลย้ี งกนั เลย
การปฏิบตั ิตวั ของการทำหน้าที่เป็นรา่ งทรงนั้นไม่มีอะไรมาก เพยี งแค่เมือ่ ถึงวันพระจะทำบุญสวดมนต์
ไหว้พระ พร้อมทั้งระลึกถึงผีนายโรง(ผีปู่หลวง) และถ้าชาวบ้านเจ็บป่วยไม่สบายมาหาให้ทำนายก็จะต้องทำ
หน้าท่ีเชิญผีปู่หลวงลงมาสอบถามเรื่องอาการเจ็บป่วย ถ้าทำนายแล้วจะต้องอาบน้ำมนต์ตนเองก็จะแนะนำให้
คนปว่ ยไปอาบน้ำมนต์กับพระภิกษุสงฆ์หรอื ชาวบา้ นคนอนื่ ทสี่ ามารถทำนำ้ มนตใ์ ห้อาบได้
ถ้าในหมู่บ้านจะมีการจัดงานอะไรหรือประกอบพิธีอะไรขึ้นก็ตามที่เกี่ยวข้องกับผี ชาวบ้านก็จะมาหา
ใหช้ ว่ ยเหลอื ทุกครงั้ หรอื แมก้ ระทง้ั การบนบานศาลกลา่ วกจ็ ะมาหาพาไปทีศ่ าล

พิธีกรรมเลี้ยงเจา้ ปูเ่ จ้าย่ามคี วามสำคญั ยังไงกับชมุ ชน
พธิ ีกรรมเลย้ี งดูเจ้าปู่เจ้าย่า เปรียบเสมอื นเปน็ จดุ ศนู ยร์ วมจติ ใจในการเช่ือมต่อระหว่างชาวบ้านภายใน

หม่บู ้านให้เป็นนำ้ หน่งึ ใจเดียวกัน และยงั เปน็ พนื้ ท่ีสำหรับให้ได้มารวมตัวพบปะพดู คยุ เรื่องสาระทกุ สุขดิบกันสัก
หนึ่งคร้ังในรอบปี ทั้งยังเป็นส่งิ ศกั ดสิ์ ิทธิ์ทช่ี ว่ ยยดึ เหน่ยี วจติ ใจให้ชาวบ้านเกิดความม่นั ใจถึงการดำเนินชีวิตอย่าง
ปลอดภัยจากสิ่งชั่วร้ายต่าง ๆ ที่จะเข้ามาทำร้ายตนเองและครอบครัว เพราะเชื่อว่าเจ้าปู่เจ้าย่าจะคอยช่วย
ป้องกันภัยอันตราย รวมทั้งทำให้ชาวบ้านเกิดความรักความสามัคคี อยู่ด้วยกันแบบพี่น้อง ลูกเด็กเล็กแดงให้
เคารพนับถือผู้เฒ่าผู้แก่ มีอะไรคอยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ร่วมมือร่วมใจช่วยกันดูแลพัฒนาหมู่บ้านให้
เจรญิ ก้าวหน้าตอ่ ไป

ผูเ้ ฒา่ ผู้แก่
ร่วมพธิ เี ลี้ยงเจ้าปเู่ จา้ ยา่

๑๘๕
ความเชอื่ และความศรทั ธาท่มี ตี ่อเจ้าป่เู จา้ ย่า และทำไมตอ้ งมกี ารเลี้ยงผเี จ้าปเู่ จา้

พิธกี รรมเลยี้ งเจ้าปู่เจา้ ยา่ เปน็ พธิ ที ที่ ำขนึ้ แล้วทำให้บา้ นเมืองอย่เู ยน็ เป็นสขุ นางมล สนิ สอน กล่าวว่า
“วนั ดีคืนดีเวลาเกดิ มีลมฟ้าลมฝนมาอย่างแรง ชาวบ้านก็ยกมอื บอกกลา่ วเจา้ ปู่กับเจา้ ยา่ ใหช้ ว่ ยปัดเป่าลมฟ้าลม
ฝนออกไปให้พ้นบ้านพ้นเรือน มีอยู่ปีหนึ่งบ้านหลังอื่นลมพัดหลังคาเปิดไป แต่บ้านยายไม่เป็นอะไรก็เพราะว่า
ยายบอกกล่าวเจ้าปู่เจ้าย่าให้ช่วยเหลือแหมะ สมัยก่อนนั้นตอนท่ียังบม่ ีเขื่อนช่วงท่ีฝนตกในเขาอยา่ งแรง ในลำ
คลองก็จะมีน้ำป่าไหลมาอย่างแรง ยายเคยได้ยินบางทีก็มีเป็นเสียงปี่พาท ฆ้อง กลอง อยู่ในลำคลองที่มีนำ้ ปา่
ไหลมาอยู่นั่นแนะ พ่อแม่ยายเขาบอกกันว่าน้ันและเจ้าปู่เจ้าย่าเขาล่องแพลอยตามลำคลองพาลูกพาหลานเขา
ไปเทีย่ วงานบญุ สารทเดอื น ๑๐ กนั พ่อแม่ยายเขาจะหา้ มไมใ่ หไ้ ปดูทล่ี ำคลองน้ันเด็ดขาด”

นายฟื้น เกตุแฟง กล่าวว่า “เมื่อมีการเริ่มท่ีจะมาสรา้ งเขื่อนป่าแดงเมื่อ ปี ๒๕๐๙ เริ่มสำรวจ และปี
๒๕๑๒ เร่มิ กักเก็บน้ำแล้วระหว่างทม่ี ีการกักเก็บน้ำในปแี รกนั้นเกดิ มีคนตกน้ำตายในเข่ือน ปีท่ี ๒ ก็มคี นตกน้ำ
ตายอกี ๓ - ๔ปี มีคนตายประมาณ ๖ – ๗ คน ตอนนลี้ งุ กไ็ ด้มาเป็นผู้ใหญ่บ้านยงั ไม่ได้มาเป็นกำนนั หรอก ลุง
ของตาเป็นกำนนั พอถึงเวลาเล้ยี งดเู จ้าปูเ่ จ้ายา่ ลุงก็ถามเจ้าปวู่ า่ เข่ือนป่าแดงของเราเนี่ย ทางหลวงเขามาทำให้
เจริญแล้วทำไมให้มีคนตายเกิดขึ้น พอมีคนตายมันเสียชื่อบ้านเราอายเขา ขอร้องได้ไหมปู่อย่าให้มีคนตายเลย
หลังจากที่ขอร้องกันวันนั้น ก็ไม่ใครตายเกิดขึ้นอีกเลยหายไปตั้งแต่นั้นเพราะว่าเขาขอร้องกันไว้ ก็คือไม่ให้มี
อันเปน็ ไป หรืออนั ตกนำ้ ตาย จนปัจจบุ ันนไี้ มม่ แี ล้ว”

 บรรยากาศภายในพธิ ีเล้ียงเจ้าปเู่ จ้ายา่

๑๘๖
เครือ่ งเซ่นไหว้ อาหารและของเซน่ ไหว้ต่าง ๆ ทีใ่ ช้ในการประกอบพิธกี รรม
การจัดเตรียมเครือ่ งเซน่ ไหว้

การจัดเตรียมเครื่องเซ่นไหว้ กลุ่มผู้นำชุมชนจะออกเรี่ยไรเงินปัจจัยตามบ้านเรือนภายในหมู่บ้าน
หลงั จากทีเ่ รย่ี ไรเงนิ ปัจจัยจากชาวบา้ นเป็นที่เรยี บร้อยแล้วจะนำเงินที่ได้ไปซ้ือของเครอื่ งเซ่นตา่ ง ๆ มาเตรยี มไว้
สำหรับใช้ในการประกอบพิธีกรรม
เคร่อื งเซน่ ไหว้ประกอบดว้ ย

 เครอื่ งเซ่นไหว้
๑.หัวหมูต้ม (อดีตหมูที่นำมาประกอบพิธีชาวบ้านจะเดินทางไปยิงหมูในป่าเหนือหมู่บ้านหรือเหนือ
เขอื่ นปา่ แดงมาเปน็ ของเซ่นไหว้ เพราะเช่อื กันว่าผีชอบกินหมปู ่าไมช่ อบกินหมูบ้าน แตป่ ัจจุบันได้ปรับเปล่ียน
มาส่ังหมูจากเขยี งหมใู นตลาดสด)
๒.ไกต่ ม้ จำเป็นอย่างมากจะต้องเป็นการฆ่าโดยวธิ ีการทุบให้ตาย และจะต้องลว้ งท่ีตูดไก่เข้าไปเพ่ือจะ
นำเอาเคร่ืองในของไก่นัน้ ออกมาลา้ งทำความสะอาด แลว้ จงึ จะยดั เครือ่ งในเข้าไปไวเ้ หมอื นเดิม โดยชาวบา้ นให้
เหตุผลว่าเหตุที่จะต้องนำเอาเครื่องในไก่ใส่เข้าไปในตัวไก่ดังเดิมนั้นเป็นเพราะว่า ไก่จะได้ดูเหมือนว่าเป็นไก่
ท้งั ตวั โดยท่ีอวยั วะของไกน่ นั้ ยงั ครบทุกส่วนเหมือนดังเดิม
๓.ข้าวเกรยี บ/ขนมแห้งท่มี ขี า้ วตามร้านคา้
๔.ขา้ วเหนยี วนง่ึ

๑๘๗

๕.ข้าวสาร
๖.เหล้า/เบียร์ (อดีตจะใช้เหลา้ ทช่ี าวบ้านตน้ ขน้ึ เอง เพราะคนสมยั ก่อนชอบกนิ เหล้าท่ีต้มและกลั่นเอา
เอง แตป่ จั จบุ ัน มีกฎหมายห้ามต้มเหล้า จึงซอื้ เหล้า ๔๐ มาแทน และยงั มกี ารนำเบยี รเ์ พิม่ เข้ามาในพิธดี ว้ ย)
๗.นำ้ อดั ลม
๘.ยาสูบ/ บุหร่ี (บุหรี่จะเป็นยาเส้นที่ชาวบ้านปลูกกันเองโดยนำยาเส้นท่ีตากไว้จนแห้งแล้วมามวนกับ
ใบตองแห้ง และถ้ามีผีตัวไหนชอบสูบกัญชาชาวบ้านก็จะเตรียมกัญชาไปให้ด้วย แต่ปัจจุบันไม่มีแล้วเพราะ
ตำรวจจับ)
๙.ดอกไม้ ธูป เทยี น

นอกจากเครอ่ื งเซน่ ไหว้ในพธิ กี รรมแล้วยงั มีขนั คายอีก ๓ คายดว้ ยกันทีเ่ ป็นค่าครู คอื
๑. ขนั คายครรู ่างทรงหรือนางทรง ประกอบดว้ ย ๑. ขนั สำหรับไวใ้ สข่ ้าวสาร ขนั น้ีจะต้องเปน็ ขนั ทเ่ี กบ็

ไว้สำหรับทำพธิ ีนอี้ ย่างเดียวเทา่ นน้ั จะนำเอาขันนี้ไปทำพธิ ีอยา่ งอน่ื ไม่ได้ ๒. ขา้ วสาร ๓. ดอกไม้ ๔. ดา้ ย
สายสญิ จน์ จะเป็นดา้ ยท่ที ำจากฝา้ ย ๕. พริกเมด็ สด ๖. เกลือเมด็ ๗. กรวยหมากลักษณะกน้ แหลมท่ีทำจาก
ใบกลว้ ยสด ๘. เทียนนำ้ มนต์ ๙. เงนิ ๑๒ บาท (หรือจะมากกว่า ๑๒ บาทนก้ี ็ได้)
 ขนั คายครูร่างทรงหรือนางทรง

ขันคายหมอป่ี 
๒. ขันคายหมอป่ี ประกอบด้วย ๑. ขันสำหรับไว้ใส่ข้าวสาร ๒. ข้าวสาร ๓. เหล้า,เบียร์ ๔. กรวย
หมากลักษณะก้นแหลม ๕. เทียนน้ำมนต์ ๖. ด้ายสายสิญจน์ จะเป็นด้ายที่ทำจากฝ้าย ๕. เงิน ๑๒ บาท
(มากกวา่ นก้ี ็ได้)
๓. ขันคายป่ีพาท ประกอบด้วย ๑. จาน ๒. บหุ รี่ ๓. เหลา้ และยาเสน้ ๔. ขา้ วสวย ๕. พริกเม็ดสด
๖. เกลือเม็ด ๗. ปลาย่างแห้ง ๘. กรวยหมากเหมือนกรวยหมากพระ ๙. ธูป ๑ ดอก ๑๐. เทียนน้ำมนต์
๑๑. เงนิ ๑๒ บาท (มากกวา่ นี้ก็ได้) ๑๒. ขนั ทำนำ้ มนต์

๑๘๘

ขันคายปี่พาท


การจัดเตรียมสถานท่ี
การจัดเตรียมสถานที่ผู้ที่ได้รับผิดชอบหลักๆ จะเป็นกลุ่มผู้นำชุมชน ที่จะต้องจัดเตรียม เต็นท์ โต๊ะ

เก้าอี้ ร่วมทั้งทำความสะอาดบรเิ วณศาล โดยจะเริ่มเตรียมสถานท่ีกันต้ังแต่ก่อนวันงานหนึ่งวัน โดยผู้นำชุมชน
จะประกาศเสียงตามสายเพื่อให้ชาวบ้านมาช่วยกันขนเต็นท์โต๊ะเก้าอี้ไปยังบริเวณวังสานให้เรียบร้อยก่อนวัน
งาน สว่ นกลุ่มชาวบ้านท่ีเป็นผหู้ ญงิ กจ็ ะทำกบั ขา้ วกับปลาเพ่ือเลย้ี งดูชาวบา้ นทีม่ าชว่ ยเตรยี มงาน
เคร่อื งแต่งกายของรา่ งทรง

นางพัน หมวกเทศน์ กล่าวว่า ในสมัยก่อนจริง ๆ นั้นก็จะมีเพียงผ้าม่วงผ้าไหมซ่ึงชุดเหล่าน้ีจะเป็นชดุ
ที่ชาวบ้านคนเฒา่ คนแกเ่ ปน็ คนจดั เตรียมมาไว้ใหผ้ ีท่ีมาเข้าร่างไดห้ ยบิ มาแตง่ ตัวตามใจชอบน่นั เอง แตป่ จั จุบันน้ี
ก็จะมีผ้าประเภทอื่น ๆ เข้ามาเพิ่มเติมตามแต่ยุคสมัยนั้นเองไม่ว่าจะเป็นผ้าแพร ผ้าสไบ ผ้าขาวม้า ผ้าโจง
กระเบน ซึ่งจะมดี ้วยกันหลากหลายสีสัน เพ่อื ไวใ้ ห้สำหรบั ผีได้หยบิ มาใส่กันตามใจชอบ เพ่ือให้ผีเหล่าน้ันที่มา
เข้ารา่ งทรงถูกอกถูกใจ

๑๘๙

ผ้าแพร ผา้ สไบ ผ้าขาวม้า ผา้ โจงกระเบน สำหรับผไี ดห้ ยบิ มาใสก่ นั ตามใจชอบ
การเตรียมงานอุปกรณ์ตา่ งๆ

นอกจากการจดั เตรียมเคร่ืองเซน่ ไหว้แล้ว ก็จะตอ้ งมีการจัดเตรียมเรอื่ งถ้วยจาน ชอ้ น แกว้ ทส่ี ำหรบั ไว้
ใส่เครื่องเซ่น แต่สมัยก่อนจริง ๆ นั้น นายฟื้น เกตุแฟง กล่าวว่า ปู่ย่าตายายของตาเล่าให้ฟังว่า เมื่อถึงวัน
เลี้ยงเจ้าบ้าน ก็จะมีเรือลอยขึ้นมาจากในวังน้ำ ในเรือนั้นก็จะมีถ้วยชามอยู่ภายในเรอื ชาวบ้านก็จะเอาถ้วย
ชามเหล่านนั้ มาใสอ่ าหารคาวหวานทีจ่ ะเลีย้ งดูเจ้าปู่เจา้ ย่า แตพ่ อเลย้ี งดูเจา้ ป่เู จ้าย่าเสร็จแล้ว จะตอ้ งคืนถ้วย
ชามลงไปในเรอื แต่กม็ บี างคนที่เกิดความโลภอยากได้ของเขาเพราะวา่ ถ้วยชามเหล่านั้นมนั มีความสวยงาม ก็
เลยถือโอกาสสับเปล่ียนถ้วยชามของเขา และเอากลบั ไปยงั บา้ นของตนเองไม่ยอมส่งคืน เจ้าของเรอื เขาโกรธ
มากทีส่ ่งถ้วยชามคืนใหไ้ ม่ครบก็เลยควำ่ เรือ ตัง้ แต่บดั นัน้ จนถึงบดั น้ี ตัง้ แต่นัน้ เปน็ ต้นมาก็ไมม่ ีเรือดังกล่าวลอย
ขึน้ มาอกี เลย ชาวบ้านจงึ ต้องนำเอาถว้ ยชามไปจากบา้ นกนั เอง

ผที ่ีมารว่ มงานพธิ กี รรมการเลีย้ งเจ้าปเู่ จ้ายา่
ผีแต่ละตัวที่มาร่วมงาน มีทั้งผีที่เป็นเครือญาติกับผเี จา้ ปู่เจ้ายา่ และก็ผีที่มาเป็นแขกในงานพิธี โดยท่ี
ทางทีมงานได้ลงพื้นที่เพื่อไปร่วมในงานพิธี และได้นั่งจดรายชื่อผีในขณะที่ผีเข้าประทับร่างทรงในปีนี้ได้
ตามลำดบั ดังตอ่ ไปนี้

๑๙๐

๑. ผีปูห่ ลวง ๒. ผปี แู่ ขง็ ๓. ผปี ู่พระธรรมยา ๔. ผีปู่เขยี ว ๕. ผปี ู่ขาว ๖. ผปี ่สู ุด ๗. ผีนางทะแลแท
๘. เจ้าพอ่ หลกั เมือง ๙. ผยี า่ ใหญ(่ เมยี หลวงผีปู่หลวง) ๑๐. ผียา่ โอง้ (เมยี น้อยผีปหู่ ลวง) ๑๑. ผสี รอ้ ยดอกหมาก
๑๒. ผีปู่แพง ๑๓. ผีจำปา ๑๔. ผีเจ้าว่อง ๑๕. ผีเจ้าไว ๑๖. ผีหนุ่มน้อยรอดดง ๑๗. ผีปู่เพ ๑๘. ผีปู่พัง
๑๙. ผปี ูห่ นิ กลงิ้ ๒๐. ผีป่หู ินกอ้ น ๒๑. ผีป่หู ินโงน้ ๒๒. ผเี ฒ่าโค้ง ๒๓. เจ้าพ่อศรีเทพ ๒๔. ผีสายยนต์ ๒๕.
ผีสายยนั ต์ ๒๖. ผปี ู่หว่าน ๒๗. ผยี ่าแว่น(เมยี ผีปู่หว่าน) ๒๘. ผปี ู่เผือก(พ่ีผีปู่ภยั ผปี ู่เพียว) ๒๙. ผีปู่ภัย(น้องผี
ปเู่ ผอื ก พีผ่ ีปเู่ พยี ว) ๓๐. ผีปูเ่ พียว(นอ้ งผีป่เู ผือก นอ้ งผีปู่ภัย) ๓๑. ผที หารปืนใหญ่ ๓๒. ผีทหารปืนแก้ว ๓๓.
ผปี ทู องแดง ๓๔. ผปี เู่ ยน็ ๓๕. ผปี ทู่ องคำ ๓๖. ผีปู่ดว้ ง ๓๗. ผียา่ แป้น(เมียผีปู่ด้วง) ๓๘. ผีป่แู ก่น ๓๙. ผีย่า
กลอย

เจ้าป่เู จา้ ย่า เครอื ญาติ และผที ่ีมารว่ มในงานพธิ ีเลย้ี งเจา้ ปู่เจา้ ย่า
ผีทั้งหมดที่มาในงานก็จะมีทั้งผีที่เป็นเครือญาติกับผีเจ้าปู่เจ้าย่า และก็ผีที่เป็นแขกบ้านแขกเมืองที่มา
ร่วมงาน โดยที่ผีปู่หลวงจะเป็นผที ี่ใหญ่ท่ีสุดในบรรดาผีทีม่ ารว่ มงาน และผีปู่หลวงยงั เป็นผที ี่มีความเจ้าชู้ (หรือ
คนสมัยก่อนเรียกว่า คนตอแหล) อาศัยอยู่ที่เขาปู่ (หรือชาวบ้านเรียกกันว่า เขาตะเคียนโง้ะ) ปัจจุบันก็คือ
อำเภอเขาค้อ
ผปี ู่หลวงมพี น่ี อ้ งดว้ ยกนั ทัง้ หมด ๒ คน ก็คือ ผปี ่แู ข็ง อาศยั อยู่ทีศ่ าลฝายก้ันน้ำกลางหมูบ่ ้านป่าแดง
ซ่งึ ใน
อดตี ทศี่ าลนก้ี ม็ ีการเลี้ยงด้วย เพราะวา่ ในอดีตกอ่ นทจ่ี ะมีอ่างเก็บน้ำหว้ ยปา่ แดงนัน้ ชาวบ้านใช้ฝายนใ้ี นการ
กกั เก็บน้ำไวใ้ ช้และส่งน้ำเข้าไปยงั ทน่ี าของชาวบา้ น จึงตอ้ งมกี ารเลีย้ งผเี พอื่ ใหฝ้ ายมีความคงทนแข็งแรง
ผีปู่หลวงมีเมยี ดว้ ยกัน ๒ คน คอื ผีย่าใหญ่ กับ ผยี ่าโอง้
ผยี า่ ใหญ่ เป็นเมยี หลวง และยังเป็นผที ่เี รยี บรอ้ ย แต่กเ็ ปน็ คนขหี้ งึ ขีห้ วงมาก อาศยั อยูท่ เ่ี ขายา่ ซึง่
ปัจจุบันคือ พระตำหนักเขาย่า อำเภอเขาคอ้ จังหวดั เพชรบรู ณ์
ผียา่ โอง้ เปน็ เมยี นอ้ ย เป็นคนข้ีอายเพราะวา่ เป็นคนที่มคี อลกั ษณะโอง้ (คอใหญ่ดูแล้วไม่สวยงาม)
อาศยั อยทู่ เี่ ขาตะเบาะ ตำบลตะเบาะ อำเภอเมอื ง จงั หวดั เพชรบูรณ์
ปู่หลวงอย่กู นิ กับยา่ ใหญ่จนมีลกู หลานและบรวิ ารเป็นจำนวนมาก จากทไี่ ด้สอบถามชาวบา้ นรายชอื่ ผี
ในวันจัดงานพิธจี ึงทำให้ร้รู ายช่ือผีท่เี ปน็ ลกู หลานบริวารดังตอ่ ไปนี้
ผนี างทะแลแท เปน็ ลูกสาวคนโต ซ่งึ เป็นผสี าวที่ยงั ไมม่ ีสามี เปน็ คนเจา้ ชู้และจะชอบมองหาหนมุ่ ๆ
ผู้ชายทย่ี ังไม่ไดแ้ ตง่ งานในหมู่บ้านเพอื่ จะเอาไปทำผัว และอยู่ดว้ ย อาศัยอยู่ในปา่ ในเขาเหนืออ่างเกบ็ น้ำหว้ ย
ปา่ แดง
ผีย่าสรอ้ ยดอกหมาก เป็นผที ่ีมีความสวยงามมาก และยังเป็นผที ีร่ ำสวยและชอบรา่ ยรำเปน็ อย่างมาก
เพราะเป็นผีทชี่ อบความสนุกสนาน อาศยั อยู่ในปา่ ในเขายอดคลองหว้ ยป่าแดง ตีนเขาย่า
ผยี ่าสรอ้ ยระยา้ เป็นผีที่มคี วามสวยงามและเรยี บร้อย เปน็ ผที ชี่ อบแต่งตวั สวยงาม และยงั เปน็ ผีท่ี
ชอบใน

๑๙๑

การรา่ ยรำอีกด้วย อาศัยอยูใ่ นป่าในเขายอดคลองหว้ ยป่าแดง ตีนเขาย่า
ผหี นุ่มน้อยรอดดง เปน็ ผีหนมุ่ ที่ยงั ไม่มีเมีย เป็นผีทเ่ี จ้าช้มู ากและจะชอบมองหาสาว ๆ ในหมูบ่ า้ นที่ยงั

ไม่แต่งงานเพ่ือจะนำเอาไปทำเมยี และอย่ดู ้วยกนั อาศยั อยูใ่ นป่าในเขายอดคลองหว้ ยป่าแดง ตีนเขายา่
ผีปดู่ ้วง ผียา่ แป้น เปน็ สามภี รรยากัน อาศยั อยทู่ ี่ศาลโคกด่าน บา้ นโคกดา่ น ตำบลป่าเลา
ผีปู่แก่น เปน็ ผีที่ไมม่ ีภรรยา อาศัยอยู่ท่ีศาลทางเขา้ หมบู่ ้านปา่ แดง ตรงนนั้ จะมตี น้ แดงเก่าแกอ่ ยู่ ๑ ต้น
ผปี ่พู ระธรรมยา อาศยั อยทู่ ี่ศาลเขารัง อำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบรู ณ์
ผปี ู่เขยี ว ผีปู่ขาว เป็นพน่ี อ้ งกัน อาศัยอยู่ในป่าในเขาเหนืออ่างเก็บนำ้ ห้วยป่าแดง
ผปี สู่ ุด อาศยั อยู่ในป่าในเขาเหนือคลองหว้ ยปา่ แดง ตนี เขาย่า
ผีป่แู พง อาศยั อยู่ท่ีบ้านปา่ เลา ตำบลป่าเลา อำเภอเมือง จงั หวัดเพชรบูรณ์
ผจี ำปี ผจี ำปา เปน็ พี่น้องกนั อาศยั อย่ใู นป่าในเขายอดคลองหว้ ยป่าแดง ตีนเขาย่า
ผีเจ้าวอ่ ง ผีเจา้ ไว เป็นพ่นี อ้ งกัน อาศัยอย่ใู นป่าในเขายอดคลองห้วยป่าแดง ตีนเขาย่า
ผีปู่เพ ผีป่พู ัง เป็นพนี่ ้องกนั อาศยั อยูใ่ นปา่ ในเขาเหนืออา่ งเก็บนำ้ หว้ ยปา่ แดง
ผปี หู่ ินกลิ้ง ผปี ูห่ นิ กอ้ น ผีปหู่ นิ โงน้ เป็นพี่นอ้ งกนั อาศยั อยู่ในป่าในเขาเหนืออา่ งเก็บน้ำห้วยปา่ แดง
ผเี ฒ่าโค้ง/ผีเฒา่ โพง้ อาศัยอยู่ที่ศาลเขารงั อำเภอชนแดน
ผีสายยนต์ ผสี ายยันต์ เป็นพนี่ ้องกนั อาศัยอยูใ่ นป่าในเขายอดคลองหว้ ยปา่ แดง ตนี เขาย่า
ผีปู่ว่าน/ผปี ู่วาด ผียา่ แวน่ /ผยี า่ แหวน เปน็ สามีภรรยากัน อาศยั อยปู่ ากหว้ ยบง (คลององคม์ าด)

เหนืออา่ งเก็บนำ้ หว้ ยปา่ แดง
ผปี ู่เผอื ก ผีปู่ภัย ผปี เู่ พียว เป็นพนี่ ้องกัน อาศัยอยโู่ คกปา่ แดง (เหนอื อา่ งเกบ็ นำ้ หว้ ยป่าแดง)
ผีทหารปืนใหญ่ เปน็ ทหารท่ีผีปู่ผียา่ แตง่ ต้งั ข้นึ มาให้ เปน็ ผีทีช่ อบการยงิ ปนื ฟนั ดาบ แต่กม็ ีชาวบา้ น

บางคนบอกว่าเปน็ ผที หารสมัยสงครามโลกคร้ังท่ี ๒ ท่ีมาล้มตายท่บี ้านป่าแดง เมื่อครง้ั ท่ีจะย้ายเมืองหลวง
มายงั จงั หวดั เพชรบรู ณ์ อาศัยอยใู่ นป่าในเขาเหนืออ่างเก็บน้ำหว้ ยปา่ แดง

ผีทหารปืนแกว้ หรือชาวบ้านบางคนกเ็ รียกว่า ผีทหารปืนเล็ก เป็นทหารทผี่ ปี ่ผู ยี า่ แตง่ ตั้งขึ้นมาให้
เป็นผีท่ชี อบการคล้องช้างคล้องมา้ แต่ก็มชี าวบ้านบางคนบอกวา่ เปน็ ผีทหารสมยั สงครามโลกครง้ั ที่ ๒ ท่ีมา
ลม้ ตายท่บี ้านป่าแดง เม่ือคร้งั ทีจ่ ะยา้ ยเมืองหลวงมายังจังหวดั เพชรบูรณ์ อาศยั อยู่ในป่าในเขาเหนอื อา่ งเกบ็ นำ้
ห้วยป่าแดง

ผีปู่ทองแดง ผีปู่ทองดำ ผปี ู่ทองคำ เป็นพน่ี ้องกนั อาศัยอยทู่ ี่วงั นำ้ เหนืออา่ งเก็บน้ำหว้ ยป่าแดง
ผีป่เู ย็น อาศัยอยทู่ ่ีคลองหว้ ยน้ำเย็น บรเิ วณขา้ งอ่างเกบ็ น้ำห้วยป่าแดง
ผยี า่ กลอย อาศยั อยู่ที่วงั สาน มีหน้าทดี่ แู ลรักษาศาล
ผีปบู่ ก อาศัยอย่ทู เ่ี ขาโนนกระบก ในปา่ ในเขายอดคลองห้วยป่าแดง ตีนเขาย่า
ผปี ู่เมา้ อาศยั อยปู่ ากคลององค์มาด เหนืออา่ งเกบ็ นำ้ ห้วยป่าแดง
นอกจากนีก้ ย็ งั มผี ที ีเ่ ปน็ แขกบ้านแขกเมืองทเ่ี ป็นเพ่อื นของผีปูห่ ลวงที่ปู่หลวงจะไปเชญิ มาร่วมงานใน
ครง้ั นี้ คอื เจา้ พ่อหลักเมือง เปน็ เณรสองรปู คือ เณรมน่ั เณรคง อาศยั อยู่เสาหลักเมอื ง

๑๙๒

เพชรบรู ณ์ ศาลเจา้ พ่อหลกั เมือง ตำบลในเมอื ง อำเภอเมือง จังหวดั เพชรบูรณ์
เจา้ พ่อศรีเทพ เปน็ เจ้าพ่อท่เี มอื งเกา่ ศรเี ทพ อาศยั อยูศ่ าลท่อี ุทยานประวัตศิ าสตร์ศรเี ทพ จะมีพิธี

บวงสรวงเปน็ ประจำทุกปี อำเภอศรเี ทพ จงั หวดั เพชรบูรณ์
เจ้าพ่อผาแดง อาศัยอยู่ศาลเจ้าพอ่ ผาแดง ทางขน้ึ น้ำหนาว อำเภอหลม่ สัก จงั หวดั เพชรบูรณ์

ลำดบั ผีท่เี ข้าร่างทรง และกริ ิยาอาการทแี่ สดงออกมา
๑. ผปี หู่ ลวง เคร่ืองแต่งกาย ผ้าขาวมา้ มามัดเอว

เมื่อผีปู่หลวงเริ่มเข้าร่างทรงก็จะมีอาการสั้นเพียงเล็กน้อย หลังจากที่ผีปู่หลวงเข้าร่างทรงแล้ว
ชาวบ้านที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก็จะส่งเครื่องเซ่นไหว้ให้ ผีปู่หลวงก็จะหันมารับเครื่องเซ่นไหว้ที่ชาวบ้านจัดเตรียมใส่
จานเอาไว้และส่งให้ รับไปสูดดมแล้วก็วางลง หยิบบุหรี่มาสูบ รินเบียร์ใส่แก้วยกขึ้นมาดื่ม แล้วก็ส่งเบียร์ท่ี
เหลืออยูใ่ นขวดนน้ั ใหก้ ับชาวบา้ นทน่ี ั่งอยูใ่ กล้ ๆ จากน้ันก็หันมาพูดคุยสนทนาถึงสาระทุกสุขดบิ กับชาวบ้านสัก
พัก ระหว่างที่พูดคุยกับชาวบ้านนั้นหมอปี่ก็จะเป็นผู้พูดคุยกับผีปู่หลวง และก็จะถามผีปู่หลวงว่าจะรำหรื อ
เปล่า แล้วผีปู่หลวงก็บอกหมอปี่ว่าจะรำ บอกให้หมอปี่เป่าปี่หมอให้หน่อย ผีปู่หลวงก็ลุกขึ้นไปหยิบผ้าท่ี
ชาวบ้านเตรียมไว้ที่ราวไม้ ผีปู่หลวงเลือกหยิบเอาผ้าขาวม้ามามัดเอว แล้วก็รำตามจังหวะดนตรีของหมอปี่ที่
เปา่ พร้อมกับวงปพี่ าททีบ่ รรเลงควบคู่กนั ไปเรื่อย ๆ

การร่ายรำของผีปู่หลวงมีลักษณะในการรำเหมือนกับการรำของคนโบราณเก่าแก่ ที่เป็นการรำ
แบบดูแล้วเข้มแข็งสมกับเป็นผู้ชายมีความน่าเกรงขาม เหมาะสมกับที่เป็นผีที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาผี เมื่อผีปู่
หลวงรำจนพอใจแล้วก็จะแก้เอาผ้าขาวม้าที่มัดเอวไว้นำไปพาดเก็บไว้ที่ราวไม้ดังเดิม แล้วก็ลงพักพอหาย
เหนื่อยหันมาพูดคุยกับชาวบ้านที่มาร่วมงานว่า “ปู่จะออกแล้ว และก็จะให้บรรดาลูกหลานปู่เข้ามารับ
เคร่ืองเซ่นไหว”้ แล้วกบ็ อกให้หมอปีเ่ ปา่ ปส่ี ่ง แล้วก็กม้ หนา้ ออกจากรา่ งทรงนั้นไป

๒. ผีป่แู ข็ง เคร่อื งแตง่ กาย นงุ่ โจงกระเบน
หลังจากที่ผีปู่หลวงออกจากร่างทรงไม่นาน ผีปู่แข็งก็เข้าร่างทรงต่อเลย มีการสนทนาพูดคุยกับ

ชาวบ้านท่ีมารว่ มงาน สบู บุหรี่ กนิ เบยี ร์ แลว้ ลกุ ขึน้ ไปหยบิ ผ้าท่ชี าวบ้านเตรียมไว้ทีร่ าวไม้ แล้วหยิบผ้าขาวม้า
มามัดเอว และก็รำ จะมีดนตรีบรรเลงไปเรื่อย ๆ ท่าที่รำก็จะมีลักษณะในการรำเหมือนกับการรำของผู้ชาย
เมื่อรำจนพอใจแลว้ ก็เอาผ้าขาวม้าไปพาดเก็บเอาไว้ที่ราวดังเดิม แล้วลงมานั่งพดู คุยกับชาวบา้ นที่มารว่ มงาน
สูบบหุ รี่ หลงั จากน้นั ก็ออกจากรา่ งทรง

๓. ผปี พู่ ระธรรมยา เครื่องแต่งกาย นงุ่ โจงกระเบน
มกี ริ ยิ าอาการทั่วไป กินเหลา้ สบู บุหร่ี และพูดคุยกบั ชาวบ้าน

๔. ผีปู่เขยี ว (นุง่ โจงกระเบนสีเขียว) ผปี ขู่ าว (นุ่งโจงกระเบน ผา้ มัดเอวผา้ แพรสีขาว) เปน็ พี่น้องกนั
เคร่ืองแตง่ กาย นงุ่ โจงกระเบนสเี ขียว

มีกิริยาอาการท่วั ไป กนิ เหลา้ สบู บหุ ร่ี และพดู คยุ กับชาวบา้ น
๖. ผปี ู่สุด เคร่ืองแต่งกาย นุ่งโจงกระเบน

๑๙๓

มีกริ ิยาอาการท่ัวไป กินเหล้า สูบบุหร่ี และพูดคุยกับชาวบา้ น
๗. ผีนางทะแลแท เครื่องแต่งกาย น่งุ โจงกระเบน ผ้าพาดบา่ สไบเฉียง

ช่วงที่ผนี างทะแลแทเข้าร่างทรงนั้น ตอนแรกที่เข้าร่างทรงจะมีอาการสั่นเล็กนอ้ ย หลังจากทีเ่ ข้า
ร่างแล้วก็จะแสดงอาการมองหาหนุ่มในหมู่บ้าน แต่ก็มีการพูดคุยกับชาวบ้านที่มาร่วมงานเล็กน้อย แล้วจึง
หยบิ เบยี รม์ ารินใสแ่ ก้วแลว้ ก็ยกข้นึ ดม่ื กิน พรอ้ มกบั รับเครื่องเซ่นไหว้ทีช่ าวบา้ นได้เตรียมไว้ให้ นำมาสูดดมแล้ว
ก็วางลง หลังจากนั้นก็หันไปบอกกับหมอปี่ว่าจะขอร่ายรำ และก็ลุกขึ้นไปหยิบผ้าที่ชาวบ้านเตรียมไว้ที่ราวไม้
โดยการแต่งกายนั้นจะนุ่งโจงกระเบนด้วยผ้าแพร และผ้าสไบพาดบ่าอย่างสวยงาม แล้วก็รำประกอบกับการ
บรรเลงของวงปี่พามไม้แข็งกับวงปี่หมอไปเรื่อย ๆ ท่าทางในการรำนั้นก็จะมีลักษณะอาการมองหาหนุ่ม ๆ
พร้อมกบั การรำ เพ่ือที่จะนำไปเป็นสามอี ยู่ด้วยกนั

ถ้าผีนางทะแลแทมองเห็นหนุ่มคนไหนแล้วถูกใจก็จะถูกเรียกให้เข้าไปหา ถ้าเป็นสมัยโบราณ
เม่ือก่อนนนั้ หน่มุ คนทถี่ ูกมองเหน็ ในเวลาตอ่ มาก็จะตายโดยไมร่ ูส้ าเหตุ แต่ในปัจจุบันน้ีได้มกี ารขอชวี ิตกันเอาไว้
หรือได้มีข้อแลกเปลี่ยนชีวิตของหนุ่มคนนั้นกันเกิดขึ้นในระหว่างที่ทำพิธีเลี้ยงกันนั้นเลย หลังจากที่รำจนเกิด
ความพอใจแล้ว ผนี างทะแลแทกเ็ อาผ้าโจงกระเบนกบั สไบไปที่พาดบ่าเก็บเอาไปไว้ทีร่ าวดังเดมิ แลว้ กล็ งมาน่ัง
พดู คยุ กับชาวบา้ นทีม่ าร่วมงาน หลงั จากนน้ั กอ็ อกจากร่างทรงไป

๘. เจ้าพอ่ หลกั เมือง เครื่องแต่งกาย หม่ ผ้า
ช่วงที่เจ้าพ่อหลักเมืองเข้าร่างทรงนั้น มีกิริยาทั่วไป ชาวบ้านจะกางร่มให้ และจะมีชาวบ้านใน

หมู่บ้านเดินเข้าไปหาและกราบไหว้กัน ขอพรพร้อมทั้งให้เจ้าพ่อเป่าหัวให้สามครั้ง และตีหัว เพื่อความเป็นสิริ
มงคล แลว้ จงึ ได้มกี ารสนทนาพูดคุยกับชาวบ้านเรื่องสาระทุกสุขดิบท่ีมาร่วมงาน มีการเคยี้ วหมากที่ชาวบ้านได้
เตรียมไว้ให้ เจ้าพ่อหลักเมืองนั้นเป็นเณร ที่ชาวบ้านเรียกกันว่า เณรมั่น เณรคง ถ้าเจ้าพ่อหลักเมืองเข้าร่าง
ทรงช่วงเวลาก่อนเพลจะฉันเครื่องเซ่นไหว้ แต่ถ้าเข้าร่างทรงแล้วเลยเวลาเพลแล้วเจ้าพ่อหลักเมืองก็จะไม่ฉัน
เครอ่ื งเซน่ ไหวเ้ ลย แล้วหลังจากนั้นกอ็ อกจากร่างทรง

๙. ผียา่ ใหญ่ เครื่องแตง่ กาย นุ่งโจงกระเบน หม่ ผ้า
ช่วงที่ผีย่าใหญ่เข้าร่างทรงนั้น มีอาการสั่นเล็กน้อย เมื่อก่อนย่าใหญ่จะเป็นคนขี้หึงขี้หวงมาก ถ้า

เขา้ ร่างเมือ่ ไรแลว้ ก็จะทำกิรยิ าอาการหึงหวงป่หู ลวงกับยา่ โอ้งมาก ถึงขนาดกบั กระทืบเท้าเลยก็มี แตใ่ นปัจจุบัน
นีไ้ ม่มแี ลว้ เพราะวา่ แกเ่ ฒ่ากนั หมดแล้ว

ชาวบ้านกล่าวว่า ถ้าปีไหนย่าใหญ่มาเข้าร่างทรงแล้วมีอาการหนาวสั่นมาก ๆ แสดงว่าปีนั้นน้ำมาก
ชาวบา้ นบอกว่า เปน็ เพราะว่าย่าตากฝนมาจากในเขาตอนที่เดนิ ทางมา

แต่ถ้าปีไหนที่เวลาย่าใหญ่เข้าร่างทรงแล้วไม่มีอาการหนาวสั่นเลยแสดงว่าปีนั้นน้ำน้อย ซึ่งในปีนี้ย่า
ใหญ่มาเข้าร่างทรงไม่มีอาการหนาวแม้แต่น้อย ปีนี้น้ำฝนก็เลยมีน้อย ผีย่าใหญ่จะนั่งพับเพียบเรียบร้อยมาก
และได้มีการพูดคุยกับชาวบ้านที่มาร่วมงาน ผีย่าใหญ่ไม่ชอบกินเบียร์ ไม่ชอบสูบบุหรี่ และไม่ชอบในการรำ
หลังจากท่นี งั่ พูดคุยกับชาวบ้านเรื่องสาระทุกสขุ ดิบทว่ั ไปเก่ียวกับหมู่บ้านกับชาวบ้านที่มาร่วมงานอยู่สักพัก ก็
ออกจากร่างทรงน้ันไป


Click to View FlipBook Version