The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เรื่องเล่าจากร่างกาย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by summerwar5u, 2022-12-28 10:02:25

เรื่องเล่าจากร่างกาย

เรื่องเล่าจากร่างกาย

แต่ปัญหาคือ  ในธรรมชาติความรวยกับความหล่อมันไม่ได้มาพร้อมกันเสมอไป 
กวา่ ตวั ผจู้ ะมปี ระสบการณใ์ นการหาหนิ หรอื สะสมทรพั ยากร  พนั ธกุ รรมของตวั ผนู้ ี้ 
ก็เก่าไปแล้ว  ระหว่างที่ตัวผู้ยุ่งกับการสะสมความรวย  พันธุกรรมในอสุจิของตัวผ ู้
กส็ ะสม “การกลายพนั ธ”์ุ ไปพรอ้ มๆ กนั   แตค่ รนั้ จะไปหาเพนกวนิ หนมุ่ ทมี่ พี นั ธกุ รรม 
ดๆี มนั กไ็ มม่ ที รพั ยากรใหล้ กู   ดงั นน้ั กลยทุ ธท์ ถ่ี กู คดั เลอื กมาคอื   จบั คกู่ บั ตวั ผทู้ แ่ี ก่ 
แลว้ มชี กู้ บั ตวั ผูท้ หี่ นมุ่   เพนกวนิ ตวั เมยี ทท่ี ำเชน่ น้ีในอดตี ประสบความสำเรจ็ ในการ 
ส่งต่อพนั ธกุ รรม  พฤตกิ รรมนีจ้ งึ ถูกคัดเลือกมา
เราจะพอเห็นลางๆ  ได้ว่าความเจ้าชู้ของคนก็ไม่ต่างจากนกท้ังสองหรือ 
สัตว์อ่ืนๆ มากนัก  ในสัตว์หลายชนิดที่อยู่เป็นคู่เพ่ือช่วยกันเล้ียงลูกนั้น  ตัวผู้มัก 
จะให้ความสำคัญและช่วยเลี้ยงลูกที่เกิดจากตัวเมียท่ีมันจีบและจับคู่ด้วยเป็นหลัก 
สว่ นลกู ทเ่ี กดิ จากตวั เมยี ทม่ี นั แอบไปผสมพนั ธดุ์ ว้ ยมนั จะไมค่ อ่ ยไปดแู ล  หรอื บางครง้ั  
ตัวผู้ท่ีโดนสวมเขาจะเป็นฝ่ายดูแลโดยไม่รู้ว่าน่ันไม่ใช่ลูกมัน  ดังน้ันการไปมีชู้ของ 
ตัวผู้ส่วนใหญ่จะไม่ไปมีผลกระทบกับลูกจากตัวเมียหลัก  เม่ือมาดูในคน  กรณี 
คลาสสิกของการมีความสัมพันธ์นอกชีวิตสมรสในผู้ชายมักจะเกิดตอนที่ผู้ชาย 
มีอายุ  หน้าท่ีการงานดี  มีฐานะม่ันคง  มีความม่ันใจในตัวเอง  และส่วนใหญ่ 
ไม่ได้มีปัญหาอะไรในชีวิตสมรส  ความสัมพันธ์มักเกิดกับสาวสวยอายุน้อย 
ความสัมพันธ์มักไม่จริงจัง  เป็นลักษณะแบบหมาหยอกไก่  แอบมีก๊ิก  หรือไป 
เท่ียวสถานบริการ  และส่วนใหญ่ไม่ได้คิดอยากเลิกกับภรรยา  ในทางตรงกันข้าม 
การมีความสัมพันธ์นอกชีวิตสมรสในผู้หญิงกรณีคลาสสิกจะมีสองประเภทคือ 
หนึ่ง  แต่งงานกับสามีที่รวยแต่อายุมาก  แล้วแอบมีความสัมพันธ์กับหนุ่มหล่อ 
(เหมือนนกเพนกวนิ อะเดลี)  และสอง จะเกดิ ในกรณีท่ไี มม่ ีความสขุ กบั ชีวติ สมรส 
หรอื รสู้ กึ วา่ ไมไ่ ดร้ บั ความรกั ความใสใ่ จจากผชู้ ายเทา่ ทค่ี วร ผชู้ ายทไี่ ปมคี วามสมั พนั ธ ์
ดว้ ยมกั เปน็ ผชู้ ายทด่ี อู บอนุ่   เปน็ ผใู้ หญ ่ มฐี านะมน่ั คง  ไมจ่ ำเปน็ ตอ้ งหลอ่   กรณนี  ้ี
การมคี วามสมั พนั ธอ์ าจจะคาดหวงั วา่ ความสมั พนั ธอ์ าจกลบั กลายเปน็ ความสมั พนั ธ์ 
จรงิ จงั ในระยะยาว
จะเห็นว่าการนอกใจของผู้ชายและผู้หญิงนี้มีลักษณะต่างกัน  เพราะมัน 
ทำหน้าท่ีต่างกัน  ตัวผู้ท้ังหลายไม่ว่าจะเป็นสัตว์หรือคนจะลงทุนน้อยกว่าตัวเมีย 
ดังนั้นกลยุทธ์ที่ดีท่ีสุดในการเพ่ิมโอกาสส่งต่อพันธุกรรมคือการกระจายการลงทุน 
ไปให้กว้างไกลท่ีสุด  หรือแอบไปลงทุนทิ้งไว้ท่ีอ่ืนเผื่อฟลุค  พฤติกรรมนี้ทำให้ 
พันธุกรรมส่งต่อไปได้มากที่สุด  พฤติกรรมน้ีจึงถูกคัดเลือกมา  แต่การนอกใจ 
ในผู้หญิงจะมีสองวัตถุประสงค์  กรณีแรกคือ มีทรัพยากรมั่นคงแล้วจึงแอบไปหา 
พนั ธกุ รรมทดี่ ี (หลอ่ ลำ่ )  สว่ นกรณที สี่ องคอื เรม่ิ รสู้ กึ ถงึ ความไมม่ น่ั คงของทรพั ยากร 
และการดแู ลจงึ มองหาคคู่ รองใหมท่ จี่ ะใหค้ วามมน่ั คงและการคมุ้ ครองปอ้ งกนั   (จาก 
ความอดอยากหรืออันตรายจากสัตว์ป่าต่างๆ) ได้ดีกว่าเดิม การนอกใจในผู้ชาย 
จงึ มกั เกดิ เมอื่ ผชู้ ายมนั่ ใจในตวั เอง  รสู้ กึ ดกี บั ตวั เอง  และมที รพั ยากรมากพอทจ่ี ะไป 

250 เร่ืองเลา่ จากรา่ งกาย เข้าใจร่างกาย พฤตกิ รรมและธรรมชาติผา่ นกระบวนการววิ ฒั นาการ

ลงทนุ ทอี่ น่ื ตอ่   แตก่ ารนอกใจในผหู้ ญงิ จะเกดิ เมอื่ ผหู้ ญงิ รสู้ กึ ไมม่ นั่ ใจในตวั เอง  รสู้ กึ  
วา่ ไมไ่ ด้ความรกั หรือความใสใ่ จเท่าที่ควร
กระบวนการคัดเลือกตามธรรมชาตเิ ป็นกระบวนการท่มี กี ารเปล่ยี นแปลง 
เกอื บตลอดเวลา  ตราบเทา่ ทส่ี ิ่งแวดลอ้ มมีการเปล่ยี นแปลง เช่น เมื่อผู้ล่าวิ่งเร็วข้ึน 
เหย่ือที่หนีได้เก่งข้ึนก็จะถูกคัดเลือกมา  เช่นเดียวกัน  เมื่อคู่ครองของตัวเองมี 
พฤติกรรมนอกใจ  ถ้าไม่ทำอะไรเลย  โอกาสที่พันธุกรรมจะได้รับการส่งต่อก็จะ 
ลดลง  ดงั นนั้ สตั วช์ นดิ ใดทมี่ กี ารแยง่ คผู่ สมพนั ธ ์ุ รา่ งกายหรอื จติ ใจจะมกี ารสรา้ งมา 
เพื่อรับมือกับคู่ครองท่ีนอกใจนั้น  อวัยวะแรกที่ใช้ป้องกันการนอกใจที่เราจะไป 
ศกึ ษากันคอื ... อัณฑะ

เมอื่ มนุษย์ยุคหนิ มาอยูใ่ นโลกปจั จุบนั ชชั พล เกียรตขิ จรธาดา 251

36

{ }ทำไมอณั ฑะผู้ชายจึงใหญก่ วา่ อณั ฑะกอริลลา่  
ขนาดอัณฑะของตัวผจู้ ะใหญแ่ คไ่ หนนนั้
อยู่ทพ่ี ฤตกิ รรมทางเพศของตัวเมยี

โดยปกติในสัตว์เล้ียงลูกด้วยนมท่ัวๆ  ไป  ขนาดของ 
อวัยวะต่างๆ  จะแปรผันไปตามขนาดของร่างกาย 
เช่น  ถ้าตัวใหญ่กว่าหัวใจก็มักจะใหญ่กว่า  ตับก็มัก 
จะใหญ่กว่า  ถ้ามีข้อยกเว้นก็มักจะมีคำอธิบายท่ีทำให้ 
อวยั วะนน้ั ๆ  ขนาดแตกตา่ งไปจากทคี่ วรจะเปน็   ถา้ เรานำ 
ผู้ชายไปยืนเทียบกับกอริลล่าและชิมแปนซี  เราจะพบว่า 
กอรลิ ลา่ ตวั ใหญ่ท่สี ดุ คนตวั ใหญร่ องลงมา และชิมแปนซ ี
ตัวเล็กที่สุด  แต่ถ้าลิงตัวผู้เหล่าน้ีรวมท้ังคนเอาอัณฑะ 
ออกมาเทียบขนาดกัน  อัณฑะชิมแปนซีจะใหญ่ท่ีสุด 
ตามมาด้วยอัณฑะของเรา  และเล็กสุดคือกอริลล่า  ถ้า 
เทียบต่ออีกหน่อยโดยเอาขนาดขององคชาตขณะแข็งตัว 
เต็มที่มาเทียบกัน... ชิมแปนซีจะยาวประมาณ 3 น้ิว 
กอริลล่ายาว 1 น้ิวกว่าๆ  สำหรับผู้ชายค่าเฉล่ียหยาบๆ 
คือ  ยาวประมาณ 5 น้วิ หรอื มากกว่า... คำถามคอื   ทำไม 
ธรรมชาติถึงให้อัณฑะเราใหญ่กว่าพ่ีบึกกอริลล่าแต่เล็ก 
กว่าชิมแปนซี  และทำไมองคชาตของกอริลล่าจึงมีขนาด 
เล็กสุด?

252 เร่ืองเลา่ จากรา่ งกาย เขา้ ใจร่างกาย พฤติกรรมและธรรมชาติผา่ นกระบวนการววิ ัฒนาการ

สังคมของชิมแปนซีจะค่อนข้างซับซ้อนกว่าสัตว์อื่นๆ  (แน่นอนว่า 
ยกเวน้ มนษุ ย์)  เราคุยกันไปแล้ววา่ ชิมแปนซีอยู่กนั เปน็ ฝูงใหญ่ และในฝงู ใหญ่ยงั มี 
แยกเป็นฝูงย่อย  สังคมของชิมแปนซีจะมีลำดับข้ันว่าใครใหญ่กว่าใคร  และลิง 
ทงั้ หลายมนั จะรวู้ า่ ตวั มนั อยใู่ นลำดบั ไหน  ลงิ ทอ่ี ยอู่ นั ดบั เหนอื กวา่ จะมสี ทิ ธผ์ิ สมพนั ธ์ุ 
กบั ตวั เมยี และกนิ อาหารกอ่ นลงิ เบอรห์ ลงั ๆ แตล่ ำดบั เหลา่ นไ้ี มค่ งท่ี มกี ารเปลย่ี นแปลง 
ขน้ึ ลงได้  มกี ารไต่เต้าและมีการหลดุ จากตำแหนง่ ได้
เมื่อชิมแปนซีตัวเมียพร้อมผสมพันธ์ุ  มันจะประกาศให้โลกรู้ด้วยก้นท่ี
แดงและบวม  เม่ือลิงตัวผู้ทั้งหลายเห็นก้นท่ีแดงมันจะมีอารมณ์เพศข้ึนมาทันที 
แต่ลิงเบอรต์ ้นๆ หรอื alpha male จะมีสิทธก์ิ ่อน  หลงั จากทล่ี งิ เบอรห์ น่งึ ผสมพันธ์ ุ
กบั ตวั เมยี เสรจ็ แลว้ มนั จะเทย่ี ววงิ่ ไลล่ งิ ตวั ผตู้ วั อน่ื ๆ  ไมใ่ หเ้ ขา้ มายงุ่ กบั ตวั เมยี   เพราะ 
อสุจิจะไม่ผสมกับไข่ในทันทีแต่จะถูกเก็บไว้ในช่องคลอดลิงตัวเมียได้อีกเป็นวัน 
ถ้าลิงตัวผู้ตัวอื่นมาผสมพันธุ์  อสุจิของลิงตัวใหม่ก็ยังมีลุ้นท่ีจะได้เข้าเส้นชัยก่อน 
แม้ว่ามันจะได้ออกเป็นตัวนำ  แต่เรื่องราวมันวุ่นวายขึ้นเพราะในขณะที่ลิงเบอร์ 
หนงึ่ เทยี่ ววิง่ ไล่ลิงตวั ผู้อืน่   ลิงตัวเมยี ก็จะเทีย่ ววิ่งไปย่นื กน้ ใหล้ ิงตวั ผอู้ ืน่ ๆ ผสมพนั ธุ์ 
อกี หลายตวั เชน่ กนั   ดงั นน้ั ในชว่ งเวลาสนั้ ๆ ทช่ี มิ แปนซตี วั เมยี ไขต่ กมนั จะผสมพนั ธ์ุ 
กับตัวผู้เป็นจำนวนมาก  ในบางคร้ังมันสามารถจะผสมพันธุ์กับตัวผู้เป็นสิบตัวได้ 
ภายในเวลาหน่งึ ชว่ั โมง
ชมิ แปนซตี วั เมยี มนั ทำเรอ่ื งหนา้ อายเชน่ นน้ั เพอ่ื อะไร? ทำไมมนั ถงึ ววิ ฒั นาการ 
มามีพฤติกรรมท่ีแปลกเช่นนี้  เพราะโดยท่ัวไปสัตว์ตัวเมียมักจะช่างเลือกว่าจะ 
ผสมพนั ธกุ์ บั ใคร  มนั ลงทนุ มากกวา่ มนั จงึ มสี ทิ ธเ์ิ ลอื ก และตวั เมยี ทวั่ ไปจะพยายาม 
มองหาตัวผู้ท่ีมีพันธุกรรมดี  ถ้าชิมแปนซีตัวเมียอยากได้พันธุกรรมที่ดี  มันน่าจะ 
พอใจทไ่ี ดผ้ สมพนั ธกุ บั ลงิ เบอรต์ น้ ๆ ไมก่ ต่ี วั (ซง่ึ แขง็ แรงและฉลาด)  แลว้ พอใจแคน่ นั้  
แตท่ ำไมมนั ถึงผสมพันธุ์กับลงิ ตัวผเู้ กอื บท้ังฝูง?
วา่ กนั วา่ เราไมส่ ามารถจะเขา้ ใจพฤตกิ รรมของภรรยาโดยไมไ่ ปดพู ฤตกิ รรม 
ของสามีได้  เช่นเดียวกันเราไม่สามารถไปตัดสินพฤติกรรมของชิมแปนซีตัวเมีย 
โดยไม่ดูพฤติกรรมของชิมแปนซีตัวผู้ได้  เมื่อเราศึกษาพฤติกรรมของลิงตัวผู้ 
เราจึงเข้าใจว่าทำไมชิมแปนซีตัวเมียจึงมีพฤติกรรมสำส่อนเช่นน้ัน  ท้ังหมดน้ีมัน 
เร่ิมจากการท่ีตัวผู้มีพฤติกรรมหนึ่งคือ  มันมักจะฆ่าลูกลิงเกือบทุกตัวที่มันรู้ว่า 
ไมใ่ ชล่ กู ของมนั หรอื ลกู ลงิ ทไ่ี มม่ พี อ่ มาคมุ้ ครอง (เชน่ กำพรา้ พอ่ )  ดงั นน้ั วธิ แี กเ้ ผด็ ท ่ี
ชมิ แปนซตี วั เมยี ทำคอื   ผสมพนั ธกุ์ บั ตวั ผใู้ หม้ ากทส่ี ดุ จนไมม่ ตี วั ผตู้ วั ไหนแนใ่ จไดว้ า่  
ใครเปน็ พอ่ ของลกู ชมิ แปนซ ี ซงึ่ วธิ นี กี้ ไ็ ดผ้ ล  เมอ่ื ไมม่ ใี ครรวู้ า่ ลกู เปน็ ของใคร  ตวั ผู้ 
ทั้งหลายจึงมีพฤติกรรมท่ีจะไม่ฆ่าลูกของตัวเมียที่มันเคยผสมพันธ์ุด้วย  ไม่เพียง 
เทา่ นนั้   มนั ยงั ชว่ ยปอ้ งกนั ภยั อนั ตรายและชว่ ยหาอาหารใหล้ กู ลงิ ทกุ ตวั ทเ่ี กดิ จากลงิ  
ตัวเมียท่ีมันผสมพันธุ์ด้วยเป็นคร้ังคราว  ดังน้ันในสังคมชิมแปนซีถ้าเราศึกษาแค่ 

เมอ่ื มนุษยย์ ุคหนิ มาอยใู่ นโลกปัจจุบนั ชชั พล เกยี รตขิ จรธาดา 253

เพยี งผวิ เผนิ จะเหมือนชิมแปนซตี วั ผรู้ กั เดก็   แต่จรงิ ๆ แลว้ ทงั้ หมดเกิดขนึ้ ไดเ้ พราะ 
พฤติกรรมสำส่อนของลงิ ตัวเมยี
เมื่อชิมแปนซีตัวเมียผสมพันธุ์กับตัวผู้หลายตัวในเวลาไม่กี่ชั่วโมง 
ผลทตี่ ามมาคอื ภายในชอ่ งคลอดจงึ เตม็ ไปดว้ ยอสจุ จิ ากชมิ แปนซตี วั ผหู้ ลายตวั ปนกนั  
สนามรักจึงเปลี่ยนเป็นสนามรบ  อสุจิหลายพันล้านตัวนี้จึงต้องต่อสู้แข่งขันกัน 
และจะมีอสุจิเพียงตัวเดียวเท่านั้นท่ีจะได้เข้าไปผสมกับไข่  การจะชนะศึกใน 
ชอ่ งคลอดนกี้ ลยทุ ธห์ ลกั ทลี่ งิ แตล่ ะตวั ใชจ้ ะมสี ามอยา่ งดว้ ยกนั คอื   ขนาดของกองทพั  
ความเร็วของพลทหาร  และความสามารถในการขัดขวางการเคลื่อนกำลังพลของ 
กองทพั อนื่ ๆ  เมอื่ โอกาสแพห้ รอื ชนะวดั กนั ทขี่ นาดของกองทพั   อสจุ มิ ากโอกาสชนะ 
กม็ ากขน้ึ   การจะผลติ อสจุ ใิ หไ้ ดม้ ากๆ โรงงานผลติ หรอื อณั ฑะจงึ ตอ้ งใหญข่ นึ้   เมอ่ื  
พอ่ อณั ฑะใหญ ่ ลกู กม็ โี อกาสอณั ฑะใหญ ่ เมอื่ สงครามดำเนนิ ไปเรอ่ื ยๆ การคดั เลอื ก 
ตามธรรมชาติก็ขยายขนาดของอัณฑะของชิมแปนซีไปเร่ือยๆ ชิมแปนซีซ่ึงตัวเล็ก 
ท่ีสดุ จึงมอี ัณฑะใหญ่กวา่ คนและกอริลล่า
สังคมของกอริลล่าจะอยู่เป็นฝูงฮาเร็มท่ีมีตัวผู้เป็นจ่าฝูง 1 ตัว  (หรือ 
2 ตวั แตพ่ บไมบ่ อ่ ย)  และตวั เมยี หลายตวั   กอรลิ ลา่ ตวั ผจู้ ะไดฮ้ าเรม็ มาครอบครอง 
ไดม้ นั ตอ้ งตอ่ สแู้ ยง่ ชงิ กบั ตวั ผอู้ นื่ ๆ  ตวั เมยี ทง้ั หลายแมจ้ ะไมม่ สี ทิ ธเิ์ ลอื กตวั ผเู้ หมอื น 
ที่สัตว์อ่ืนๆ ได้เลือก  แต่ถ้ามองอีกมุมระบบนี้ก็มีข้อดีของมัน  คือตัวเมียเหล่าน ี้
ไม่ต้องทำอะไร แค่นอนรอเฉยๆ ให้ตัวผู้สู้กันเอง  เมื่อการต่อสู้ส้ินสุดลง ตัวเมีย 
ทั้งหลายก็จะได้ตัวผู้ท่ีดีที่สุด  แข็งแรงท่ีสุด  ซ่ึงหมายถึงพันธุกรรมและโภชนาการ 
ท่ีดี  นอกไปจากน้ีระบบนี้เป็นระบบที่ตัวเมียแบ่งปันตัวผู้ท่ีดีที่สุดระหว่างกันโดย 
ไม่ครอบครองไว้เป็นของตัวเอง  ดังนั้นโอกาสที่ตัวเมียแต่ละตัวจะได้ตัวผู้ท่ีดีที่สุด 
จึงค่อนข้างสงู   แม้วา่ ตวั เมยี นั้นจะไมใ่ ชต่ วั เมียที่เดน่ ทสี่ ดุ ก็ตาม
ในสตั วท์ งั้ หลายโดยเฉพาะในสตั วเ์ ลยี้ งลกู ดว้ ยนม  เมอื่ ไหรก่ ต็ ามทค่ี ณุ เหน็  
ตวั ผตู้ วั ใหญก่ วา่ ตวั เมยี   (ภาษาวทิ ยาศาสตรเ์ รยี กความแตกตา่ งของรา่ งกายระหวา่ ง 
ตวั ผ้กู บั ตัวเมียวา่ sexual dimorphism คำวา่ morph หมายถึง รูปรา่ ง ลกั ษณะ 
ภายนอก)  คุณพนันไปไดเ้ ลยวา่ (โอกาสถกู สงู )  ลักษณะสงั คมจะเปน็ แบบที่ตวั ผ ู้
หนึ่งตัวมีตัวเมียหลายตัว  และตัวผู้ต้องสู้กันเพ่ือแย่งชิงตัวเมีย  ย่ิงขนาดตัวผู้ 
ใหญ่กว่าตัวเมียมากเท่าไหร่  ขนาดของฮาเร็มก็จะยิ่งมีขนาดใหญ่ขึ้นตามเท่านั้น 
(อยากครอบครองตัวเมียเยอะๆ ก็ยิ่งต้องสู้มากข้ึน)  เม่ือกอริลล่าตัวผู้ต้องสู้กัน 
เพื่อแย่งชิงฮาเร็ม  การคัดเลือกตามธรรมชาติจึงเลือกตัวผู้ที่แข็งแรงกว่า  เม่ือ 
กอริลล่าตัวผู้มีกล้ามใหญ่  อกหนา  ไหล่ใหญ่  เข้ียวยาว  อสุจิมันเลยชิลล์ๆ 
ไมต่ อ้ งไปรบกบั ใคร  เมอ่ื อสจุ ไิ มต่ อ้ งไปรบกบั ใคร  อณั ฑะเลยไมโ่ ดนกดดนั ใหส้ รา้ ง 
กองทัพท่ีใหญ่  จึงไม่มีแรงผลักดันให้เกิดการคัดเลือกอัณฑะที่ใหญ่  อัณฑะของ 
กอรลิ ล่าจึงเล็กท่ีสุดแม้ว่าร่างกายมนั จะใหญ่สดุ ก็ตาม

254 เรื่องเลา่ จากร่างกาย เขา้ ใจร่างกาย พฤตกิ รรมและธรรมชาตผิ ่านกระบวนการวิวัฒนาการ

แล้วก็มาถึงโฮโม  เซเปียนส์  เม่ือเทียบขนาดของอัณฑะ  เราจะใหญ่เป็น 
ทสี่ อง  เมอื่ ดคู วามแตกตา่ งของขนาดรา่ งกายระหวา่ งผชู้ ายและผหู้ ญงิ   จะพบผชู้ าย 
ตวั ใหญแ่ ละหนกั กวา่ ผหู้ ญงิ ประมาณ 10-15 เปอรเ์ ซน็ ต ์ ลกั ษณะทง้ั สองอยา่ งนบี้ อก
อะไร?...จากหลกั ฐานซากบรรพชวี นิ (ฟอสซลิ ) ทเ่ี ราพอจะหาได ้ เราพอจะประมาณ 
ไดว้ า่ บรรพบรุ ษุ เราในยคุ สมยั ของลซู  ่ี มนษุ ยว์ านรตวั ผอู้ าจมรี า่ งกายใหญก่ วา่ ตวั เมยี  
ถึง 50 เปอร์เซน็ ต ์ แตเ่ ม่ือเราไลด่ มู าเรื่อยๆ เราจะเห็นว่าความแตกตา่ งของขนาด 
ร่างกายผู้ชายและผู้หญิงจะลดลงเรื่อยๆ  จนมาในปัจจุบันเราจะพบผู้หญิงท่ีสูงกว่า 
หรอื เทา่ กบั ผชู้ ายมากขนึ้ เรอื่ ยๆ ซง่ึ ลกั ษณะนบ้ี ง่ วา่ ในอดตี การจบั คขู่ องบรรพบรุ ษุ เรา 
เปน็ ลกั ษณะหนงึ่ ชายหลายหญงิ   แตใ่ นหลายลา้ นปที ผี่ า่ นมาเราเรม่ิ อยเู่ ปน็ คมู่ ากขนึ้  
เรอื่ ยๆ
ในส่วนของขนาดอัณฑะ  เราไม่สามารถบอกได้ว่าในอดีตอัณฑะของ 
บรรพบุรุษเรามีขนาดเป็นอย่างไร  เพราะอัณฑะไม่ใช่กระดูกจึงไม่สามารถแข็ง 
กลายเป็นหินและคงอยู่มาจนถึงทุกวันนี้ได้  แต่ขนาดของอัณฑะเราซ่ึงใหญ่กว่า 
กอริลล่าแต่เล็กกว่าชิมแปนซีก็จะบอกเราได้ว่า  ในอดีตผู้หญิงน่าจะมีคู่นอนมาก 
กวา่ 1 คน  ไม่มากเทา่ ชมิ แปนซีแตก่ ็ไม่นอ้ ยเหมอื นกอริลลา่   ซง่ึ เม่อื มองภาพรวม 
เขา้ ดว้ ยกนั   เรากพ็ อจะเหน็ วา่ สงั คมของมนษุ ยใ์ นธรรมชาต ิ ผชู้ ายกม็ ชี  ู้ ผหู้ ญงิ กม็ ี 
คนู่ อนมากกวา่ หนงึ่   ภาพทีผ่ ดุ ขึ้นมาในความคดิ ของหลายๆ ทา่ นตอนนี้คือ  สังคม 
ฟรเี ซ็กสท์ ไ่ี ร้ระเบยี บ  ใครอยากนอนกบั ใครกไ็ ด้
เพอื่ ไมใ่ หเ้ กดิ การเขา้ ใจผดิ ผมจงึ ตอ้ งขอขยายความตรงนเี้ พม่ิ เตมิ   แรกสดุ  
คอื   ลกั ษณะรา่ งกายของเราแบบทเ่ี ปน็ ในปจั จบุ นั นน้ั เกดิ ขน้ึ มาประมาณ 200,000 ป ี
ที่แล้ว  ลักษณะนี้ไม่ได้บอกว่าธรรมชาติของเราในปัจจุบันเป็นอย่างไร  แต่สะท้อน 
ใหเ้ หน็ วา่ กอ่ น 200,000 ปที แี่ ลว้ พฤตกิ รรมในการสบื พนั ธข์ุ องบรรพบรุ ษุ เรานา่ จะเปน็  
อยา่ งไร  อยา่ งทส่ี องคอื   การทผ่ี หู้ ญงิ มคี นู่ อนหลายคนไมไ่ ดแ้ ปลวา่ สงั คมในอดตี เรา 
จะฟรีเซ็กส์เหมือนชิมแปนซี  เพราะการที่ผู้หญิงมีคู่นอนหลายคนยังอาจหมายถึง 
การใชก้ ำลงั ฉดุ ครา่ ผหู้ ญงิ หรอื ขโมยผหู้ ญงิ   ซง่ึ พฤตกิ รรมเหลา่ นเ้ี รายงั เหน็ ไดจ้ นถงึ  
เมอ่ื ไมก่ พ่ี นั ปที ผ่ี า่ นมา  หรอื แมแ้ ตใ่ นคนทยี่ งั ใชช้ วี ติ แบบลา่ สตั วห์ าของปา่ ในปจั จบุ นั  
ก็ยังมีการขโมยผู้หญิงข้ามเผ่าให้เห็นอยู่  อย่างที่สามคือ  หลายคร้ังผมใช้คำว่า 
ลักษณะท่ีมีประโยชน์หรือลักษณะท่ีดีถูกคัดเลือกมา  แต่การใช้คำเหล่านี้ผมใช้ 
เพ่ือความง่ายในการส่ือสารแต่ไม่ได้หมายความว่าลักษณะเหล่านี้เป็นลักษณะที่ดี 
หรือถูกต้องในแง่จริยธรรม  ลักษณะท่ีดีในที่นี้มีความหมายว่า  ดีในแง่การส่งต่อ 
พนั ธกุ รรม  ลกั ษณะดงั กล่าวจงึ ถูกส่งต่อมาบ่อยกวา่ หรือมากกว่า
กลยทุ ธท์ สี่ องในการทำสงครามระหวา่ งอสจุ คิ อื   ความเรว็   กลยทุ ธน์ เ้ี ขา้ ใจ 
ไดไ้ มย่ าก  ตรงไปตรงมา  อสจุ ไิ หนวา่ ยนำ้ เรว็ กวา่ กม็ โี อกาสเขา้ ไปผสมกบั ไขส่ งู กวา่  
ดังน้ันเมื่อดูจากพฤติกรรมการผสมพันธุ์ของคนเทียบกับชิมแปนซีและกอริลล่า 
เรากน็ า่ จะเดาวา่ ชมิ แปนซมี แี รงบบี ใหค้ ดั เลอื กอสจุ ทิ ว่ี า่ ยนำ้ เรว็ มากทสี่ ดุ   อสจุ มิ นั จงึ  

เม่ือมนษุ ย์ยุคหนิ มาอยใู่ นโลกปัจจุบัน ชชั พล เกียรตขิ จรธาดา 255

ควรจะว่ายนำ้ เร็วที่สุด  สว่ นกอรลิ ล่าไม่มแี รงบีบใหอ้ สจุ มิ ันตอ้ งวา่ ยน้ำเรว็   อสุจมิ ัน 
จงึ ควรจะวา่ ยนำ้ ชา้ ทส่ี ดุ   และคนควรจะเขา้ เสน้ ชยั เปน็ ทสี่ อง  ซง่ึ เมอื่ นกั วทิ ยาศาสตร ์
ศึกษาการวา่ ยของอสุจิจริงๆ  ก็พบว่าผลเปน็ ไปตามทค่ี าดไว้
และกม็ าถงึ กลยทุ ธก์ ารตอ่ สขู้ องอสจุ แิ บบทสี่ ามคอื   การขดั ขวางการเคลอ่ื น 
กำลังพลของอสจุ ิอื่นๆ

…..........
หลายปกี อ่ นมหี นงั ฮอลลวี ดู ตลกปนทะลง่ึ เรอ่ื งหนงึ่ ชอื่   There’s something 
about Mary  ฉากหนง่ึ ในหนงั ที่คนจำได้ค่อนขา้ งมากคอื   ฉากทีพ่ ระเอกชว่ ยเหลือ 
ตัวเองก่อนจะออกไปเดทกับนางเอกเพราะโดนเพ่ือนหลอกว่าเป็นสิ่งที่ควรจะทำ 
หลังจากเสร็จภารกิจที่ทำอยู่  อสุจิท่ีหล่ังออกมาพุ่งแรงจนข้ึนไปติดอยู่ที่ติ่งหูของ 
พระเอกโดยที่พระเอกไม่รู้ตัว  ณ เวลานั้นเองนางเอกก็มาถึงบ้านพอดี  พระเอก 
จงึ รบี ใสก่ างเกงแลว้ ออกไปเปดิ ประตตู อ้ นรบั   ทนั ทที นี่ างเอกเหน็ อสจุ ทิ เี่ หนยี วตดิ อย ู่
ท่ีติ่งหู  ก็เข้าใจว่าเป็นเจลใส่ผม  จึงปาดมาใส่ผมของตัวเอง  ฉากต่อมาเราจึงเห็น 
ผมของนางเอกต้ังแขง็ ขน้ึ ไป
ฉากนใ้ี นหนงั ทำใหเ้ ราเหน็ ความแปลกของอสจุ ทิ ธ่ี รรมชาตสิ รา้ งมาสองขอ้  
หนึ่งคือ  ทำไมน้ำกาม  (หรอื semen  หมายถงึ   อสุจแิ ละนำ้ หลอ่ ลน่ื อืน่ ๆ ปนกนั  
จากนี้ไปขออนุญาตทับศัพท์คำว่าซีเมนไปเลย)  ของผู้ชายถึงต้องเหนียว? และ 
สอง  ทำไมอสุจิต้องพุ่งออกมาด้วยความแรงท่ีสามารถต้านแรงโน้มถ่วงของโลกได้ 
ขนาดน้ัน?
ถ้าเราพิจารณาดูจะเห็นว่ามันย่ิงแปลก  เพราะซีเมนที่เหนียวทำให้ 
อสุจิว่ายน้ำได้ไม่เร็วเท่าอสุจิที่ว่ายในซีเมนท่ีใสและเหลว  ลักษณะน้ีถูกคัดเลือกมา 
ได้แสดงว่ามันต้องมีข้อดีที่เหนือกว่าข้อเสีย  ข้อดีน้ันคืออะไร?...  จะตอบคำถาม 
นี้เราจะทำเหมือนทุกๆ คร้ังท่ีผ่านมาคือ  พยายามเข้าใจร่างกายของเราในมุมมอง 
ของโลกท่ีเราวิวัฒนาการมา  หรือศึกษาสัตว์อื่นๆ ที่คล้ายเราและลองเทียบเคียง 
กลับมาท่ีตัวเรา  และเมื่อเราทำเช่นน้ัน  สิ่งท่ีเราพบคือ  ไม่ใช่มีแต่ซีเมนของคน 
เทา่ นนั้ ทเี่ หนยี ว แตซ่ เี มนของสตั วจ์ ำนวนมากกเ็ หนยี วและแขง็ ตวั ไดเ้ ชน่ เดยี วกบั เรา 
สตั วบ์ างชนดิ ซเี มนจะหนดื กวา่ และเมอ่ื แขง็ ตวั แลว้ จะแขง็ กวา่ เรามาก  สตั วบ์ างชนดิ  
จะใสกวา่ และแข็งตวั น้อยกว่า  ดงั นัน้ คำถามท่ีเราอยากรู้คอื ในสตั ว์ตา่ งๆ เหล่าน ี้
ความหนืดและการแขง็ ตวั ของอสจุ ิมีประโยชน์อย่างไรต่อการสง่ ต่อพนั ธกุ รรม?
ในธรรมชาติการแย่งกันสืบพันธ์ุไม่ได้จบแค่การจีบและการเลือกคู่  ตัวผ ู้
ท้ังหลายในธรรมชาติจะมีวิธีป้องกันไม่ให้ตัวเมียไปผสมพันธ์ุกับตัวผู้ตัวอื่นอีก 
หลายวิธีด้วยกัน  เช่น  แมลงวันตัวผู้จะผสมสารเคมีบางอย่างปนไปกับอสุจิ  และ 
เมื่อตัวเมียได้รับสารเคมีนั้นตัวเมียจะหมดอารมณ์ทางเพศและไม่ยอมให้ตัวผู้อื่นๆ 
เข้ามาผสมพันธุ์ด้วย  ต๊ักแตนบางชนิดจะมีสารเคมีผสมในอสุจิซึ่งจะทำให้ตัวเมีย 
มกี ลนิ่ ทตี่ วั ผอู้ นื่ ไมช่ อบและไมอ่ ยากเขา้ ใกล ้ แตย่ งั มอี กี วธิ หี นง่ึ ทสี่ ตั วห์ ลายชนดิ ใชก้ นั  

256 เรอื่ งเลา่ จากรา่ งกาย เขา้ ใจร่างกาย พฤตกิ รรมและธรรมชาติผา่ นกระบวนการวิวฒั นาการ

คอื การอดุ ชอ่ งสบื พนั ธขุ์ องตวั เมยี เอาไว ้ หรอื ทเี่ รยี กวา่ copulation plug (copulation 
หมายถงึ การผสมพนั ธุ ์ สว่ น plug ก็เหมือนคำว่าปลก๊ั ไฟ  คือเสียบเข้าไปอดุ ไว)้  
แมลงปอตัวผู้จะคาอวัยวะเพศของมันเอาไว้ในช่องสืบพันธ์ุของตัวเมียอีกระยะหนึ่ง 
หลงั จากทมี่ นั หลงั่ อสจุ  ิ เพอื่ ปอ้ งกนั ไมใ่ หอ้ สจุ ขิ องตวั ผอู้ น่ื มชี อ่ งทางเขา้ ไป  (เคยเหน็  
แมลงปอกน้ ตดิ กนั ไหมครบั )  กง้ิ กอื บางชนดิ   ตวั ผ ู้ (ซงึ่ ตวั เลก็ กวา่ ตวั เมยี )  จะคา 
อวยั วะเพศคา้ งไวแ้ ลว้ ขน้ึ ไปขอ่ี ยบู่ นตวั เมยี   ตวั เมยี ไปไหนมนั กจ็ ะขไ่ี ปดว้ ย  กระรอก 
แมงมมุ บางชนิด  หน ู และแมลงอกี หลายชนดิ เมื่อตวั ผผู้ สมพนั ธ์ุกบั ตวั เมยี เสร็จ 
จะปอ้ งกนั ตวั เมยี ไมใ่ หไ้ ปผสมพนั ธกุ์ บั ตวั ผอู้ นื่ ๆ  ดว้ ยอสจุ ทิ เี่ หนยี วและแขง็ ซง่ึ มนั จะ 
ไปอดุ ชอ่ งผสมพนั ธขุ์ องตวั เมยี ไว ้ การอดุ อาจเปน็ อยา่ งถาวรหรอื ชว่ั คราวกไ็ ด ้ ดงั นนั้  
คำถามทเ่ี ราสนใจคอื ซเี มนทเี่ หนยี วของเราทำหนา้ ทอี่ ดุ ไมใ่ หอ้ สจุ ขิ องผชู้ ายอนื่ เขา้ ไป 
ผสมพนั ธ์เุ ช่นเดยี วกบั ของตัวผอู้ นื่ ๆ หรือไม?่
เรารู้ว่าในช่วงที่ชิมแปนซีตัวเมียไข่ตกมันจะผสมพันธุ์กับตัวผู้หลายตัว 
อสุจิมันเลยต้องแข่งกัน  เรารู้อีกว่ากอริลล่าอยู่เป็นฮาเร็มจึงไม่มีตัวผู้ตัวอื่นมา 
ผสมพันธ์ุกบั ตัวเมยี ของมนั   อสุจิมนั เลยสบายๆ แขง่ กันเองไม่ตอ้ งแขง่ กับของตัวผ้ ู
อื่นๆ  ถ้าซีเมนท่ีเหนียวในลิงไพรเมตและคนช่วยอุดไม่ให้อสุจิอื่นเข้าไปผสมกับ 
ไข่จริง  เราก็คาดว่ากลไกการคัดเลือกก็ควรจะมีแรงผลักให้ซีเมนของชิมแปนซี 
หนืดและแข็งที่สุด  ส่วนซีเมนของกอริลล่าเมื่อไม่มีแรงบีบให้เกิดการคัดเลือก 
ก็ไม่ควรจะหนืด  ส่วนในคนเราก็คาดว่าน่าจะอยู่ตรงกลางระหว่างชิมแปนซีและ 
กอริลล่า  เม่ือนักวิทยาศาสตร์นำซีเมนของชิมแปนซี  มนุษย์  และกอริลล่า 
มาศึกษาเทียบกัน  ส่ิงที่พบคือ ซีเมนของชิมแปนซีจะเหนียวท่ีสุดและเมื่อแห้งจะ 
แข็งมากท่สี ุด และซีเมนของกอรลิ ล่าจะใสท่ีสุด ส่วนซเี มนของคนจะอยตู่ รงกลาง 
ซ่ึงเป็นไปตามที่ควรจะเป็น  ถา้ ซีเมนจะทำหนา้ ท่อี ดุ หรอื ชะลออสจุ ิอน่ื จรงิ แตเ่ พื่อ 
ความเข้าใจมากข้ึน  เราจะลงลึกในรายละเอียดกันอีกนิดเพ่ือดูว่าความหนืดของ 
ซเี มนมนั เกดิ ไดอ้ ยา่ งไร
เวลาเราทำราดหนา้   วธิ ที จี่ ะทำใหน้ ำ้ ราดเหนยี วเราทำโดยการเตมิ แปง้ มนั  
ลงไปในน้ำซุป  ถ้าเราเติมแป้งมันมากน้ำราดหน้าก็จะเหนียวมาก ถ้าเติมแป้งมัน 
น้อยน้ำก็จะไม่เหนียวมาก  ซีเมนของคน  ชิมแปนซี  และกอริลล่าก็เช่นเดียวกัน 
จะเหนียวมากน้อยแค่ไหนข้ึนอยู่กับการเติมโปรตีนชนิดหน่ึง  (ไม่ใช่แป้งมัน) 
โปรตนี น้ีชื่อว่า ซเี มโนเจลิน-สอง (semenogelin-2)  ซ่งึ โปรตีนนีส้ ร้างมาจากยีนที่ 
ชอื่ วา่ SEMG2  เนอื่ งจากคน  ชมิ แปนซ ี และกอรลิ ลา่ เปน็ ญาตกิ นั   จงึ ไมน่ า่ แปลกใจ 
ที่ท้ัง 3 สปีชีส์จะมียีนน้ีเหมือนกัน  สิ่งท่ีนักวิทยาศาสตร์พบเมื่อนำยีน  SEMG2 
ของคน  ชมิ แปนซ ี และกอรลิ ลา่ มาเทยี บกนั คอื   ยนี นขี้ องชมิ แปนซจี ะทำงานสรา้ ง 
โปรตนี ไดม้ ากทส่ี ดุ   รองลงมาคอื คน  สว่ นในกอรลิ ลา่ ยนี นผี้ พุ งั จนดเู หมอื นจะทำงาน 
ไม่ได้แล้ว  เม่ือยีนทำงานไม่ได้ก็สร้างโปรตีน  ซีเมโนเจลิน-2 ไม่ได้  น้ำซีเมนของ 
กอริลลา่ จึงใส

เมอื่ มนษุ ยย์ คุ หินมาอย่ใู นโลกปัจจบุ ัน ชชั พล เกียรติขจรธาดา 257

เม่ือนักวิทยาศาสตร์ศึกษาการแข็งตัวของซีเมนในรายละเอียด  (ภาษา 
วิทยาศาสตร์เรียกการแข็งตัวนี้ว่า  semen  coagulation  ซึ่งมีความหมายตรงตัว 
ในภาษาไทย)  ก็พบว่าซีเมนของคนแต่ละส่วนจะแข็งตัวไม่เท่ากัน  ซีเมน 
ส่วนแรกท่ีออกมาตอนต้นจะใสและไม่ค่อยแข็งตัว  แต่ส่วนท่ีออกมาตอนท้ายๆ 
จะเหนียวและแข็งตัวง่ายกว่า  ซึ่งลักษณะดังกล่าวจะช่วยให้การอุดปากมดลูกมี 
ประสทิ ธภิ าพมากข้ึน  เพราะส่วนของซเี มนท่ไี มเ่ หนยี วจะทำให้อสุจวิ ่ายน้ำได้คล่อง 
และเขา้ ไปก่อน  จากนนั้ จึงปดิ ท้ายขบวนด้วยกาว
สรุปคือ  การท่ีซีเมนของคนเหนียวและแข็งนี้เป็นเพราะการคัดเลือก 
ตามธรรมชาต ิ เลือกอสจุ ิท่กี ันอสุจอิ ื่นไม่ใหเ้ ข้าไปผสมพันธ์ไุ ด้ง่ายๆ  ใชห่ รอื ไม่?... 
คำตอบจรงิ ๆ  ในตอนนเี้ ราคงตอ้ งบอกวา่ เราไมร่  ู้ สว่ นหนง่ึ เพราะเราไมส่ ามารถทำ 
การทดลองจริงๆ ในคนได้  เราคงบอกได้แต่ว่า  ลักษณะต่างๆ ดังกล่าวท้ังหมด 
มันสนับสนุนทฤษฎีให้เชื่อว่า  คนเองก็มีซีเมนท่ีสร้างมาเพ่ือขวางกั้นอสุจิอื่น 
เช่นกัน
ในตอนต้นของบทนี้ผมเร่ิมต้นด้วยการเล่าว่าขนาดของอวัยวะเพศชาย 
ของกอริลลา่ ยาว 1 นว้ิ กวา่ ๆ ชมิ แปนซียาว 3 นวิ้ และของคนประมาณ 5 น้วิ  
แต่เรายงั ไมไ่ ดค้ ุยกันวา่ ทำไมจึงเป็นเชน่ น้นั   เราจะไปตอบคำถามนก้ี นั ในบทถัดไป

258 เรือ่ งเลา่ จากร่างกาย เขา้ ใจร่างกาย พฤติกรรมและธรรมชาติผา่ นกระบวนการววิ ัฒนาการ



37

{ }ทำไมอารมณ์หึงถึงทำให้คนฆา่ กันได้  

ความหึงเปน็ อารมณ์ทีอ่ อกแบบมาเพอื่ ให้เหมาะกบั การทำงานในโลกยคุ หนิ
แต่เม่ืออารมณน์ ีม้ าอยใู่ นส่ิงแวดล้อมปจั จุบัน อานุภาพของความหึงท่ีทำใหค้ นฆ่ากันได้

จงึ กลายเปน็ เรอ่ื งรุนแรงเกนิ ไป

คุณผชู้ าย (และคณุ ผูห้ ญงิ ที่เคยเหน็ )  เคยสงสยั ไหมครบั  
ว่าทำไมปลายของอวัยวะเพศชายถึงมีหน้าตาเป็นเช่นนั้น 
การท่ีหน้าตามันเป็นแท่งเราเข้าใจได้ไม่ยาก  แต่ทำไม 
ต้องมีหัวที่เหมือนกับมีเห็ดมาครอบไว้ด้านบน  เมื่อส่วนท ี่
เหมือนหัวเห็ดมีขนาดใหญ่กว่าส่วนท่ีเป็นลำกล้องรอยต่อ 
ระหว่างหัวกบั ตัวลำกล้องจงึ เกิดเปน็ ร่องข้นึ มารอบๆ

260 เร่อื งเลา่ จากร่างกาย เขา้ ใจร่างกาย พฤตกิ รรมและธรรมชาติผา่ นกระบวนการวิวัฒนาการ

เรื่องท่ีน่าสงสัยอย่างท่ีสองท่ีเราตั้งคำถามไว้แต่ยังไม่ได้ตอบในตอนท่ีแล้ว 
คือ  ทำไมในการหล่ังอสุจิออกมา  ธรรมชาติต้องทำให้มันพุ่งออกมาด้วยความแรง 
ขนาดท่ีทำให้มันสามารถวิ่งต้านแรงดึงดูดของโลกข้ึนไปเกือบๆ  2  ไม้บรรทัด 
ได้อย่างสบายๆ  ถ้าลองมาคิดดูมันน่าแปลก  เพราะส่วนใหญ่ในธรรมชาติเม่ือถึง 
จุดที่อสุจิหล่ังออกมา  อวัยวะเพศชายจะค้างอยู่ในช่องคลอดอยู่แล้ว  ระยะทาง 
แค่น้ันร่างกายไม่มีความจำเป็นต้องให้อสุจิพุ่งออกมาแรงมากมาย  แค่ไหลออกมา 
ก็เพียงพอแล้ว  เรื่องแปลกเรื่องที่สามคือ เกือบทันทีท่ีอสุจิหลั่งออกมา  ผู้ชายจะ 
หมดแรงทนั ทที นั ใด  องคชาตทแ่ี ขง็ ตวั อยกู่ จ็ ะเหย่ี วลงในเวลาไมเ่ กนิ ครง่ึ นาท ี อารมณ ์
ท่ีเคยคึกคะนองก็หายไปในพริบตา  ผู้ชายส่วนใหญ่จะนอนพังพาบและหลับไป 
อยา่ งง่ายดาย  ทำไมจงึ เป็นเช่นน้ัน?  ธรรมชาติทำสง่ิ เหลา่ นเ้ี พื่ออะไร?
ถ้าเราพยายามจะเข้าใจรูปร่างของอวัยวะเพศชายของคนอย่างเดียวเรา 
จะไม่เห็นภาพใหญ่  ในกรณีน้ีเราสามารถท่ีจะไปศึกษาอวัยวะเพศของตัวผู้อ่ืนๆ 
ได้ เพราะวิธีการสอดอวัยวะที่เป็นแท่งเข้าไปในร่างกายตัวเมียเพ่ือปล่อยอสุจิเป็น 
วิธีการที่ทำกันมานานหลายร้อยล้านปี  การมีเพศสัมพันธ์ของเราจึงเป็นระบบท่ี 
ปรบั ปรงุ มาจากระบบเกา่ ทสี่ ตั วอ์ นื่ ๆ ใชม้ านาน อวยั วะเพศชายเองกเ็ ปน็ เครอื่ งมอื เกา่  
ท่ีนำมาปรับแต่งใหม่ให้เหมาะกับการใช้งานในแบบของเรามากขึ้นเช่นกัน  และ 
เมื่อนักวิทยาศาสตร์ศึกษาอวัยวะเพศผู้ในสัตว์อ่ืนๆ  สิ่งหนึ่งท่ีพบคือ  อวัยวะเพศผู้ 
ที่เป็นแท่งๆ น้ี  มันไม่ได้ทำหน้าที่แค่สอดเข้าไปด้านในเพศเมียแล้วปล่อยอสุจิ 
แต่อวัยวะเพศของตัวผู้หลายชนิดโดยเฉพาะในแมลงต่างๆ  ยังทำหน้าท่ีกวาดเอา 
อสุจิของตัวผู้อื่นๆ ออกมา  อวัยวะเพศผู้ของสัตว์หลายสปีชีส์จะมีส่วนที่เป็น 
เหมือนตะขอ  ขน  ช้อน ฯลฯ  ที่วางตัวในแนวที่สามารถตักหรือกวาดน้ำกาม 
ของตัวผู้ตัวอ่ืนท่ีค้างอยู่ในช่องสืบพันธุ์ตัวเมียและก่อนท่ีมันจะหลั่งน้ำอสุจิของมัน 
ออกมา  มนั จะสอดอวยั วะเพศผเู้ ขา้ ออกและปาดเอาอสจุ ขิ องตวั ผตู้ วั อน่ื ออกมากอ่ น 
จากนั้นจงึ คอ่ ยหล่ังอสจุ ขิ องตวั เองเขา้ ไป
เม่ือรู้อย่างนั้นเราจึงอดถามตัวเองไม่ได้ว่า  อวัยวะเพศของผู้ชายมีหน้าท่ี 
เช่นน้ันด้วยหรือไม่?...  ถ้ามาคิดดูมันก็น่าจะเป็นไปได้  เพราะพฤติกรรมในการ 
ผสมพนั ธข์ุ องคนตอ้ งมกี ารสอดเขา้ ออกหลายครงั้ ซง่ึ จรงิ ๆ แลว้ ไมม่ คี วามจำเปน็ เลย 
ธรรมชาติสามารถทำให้อสุจิหลั่งได้โดยไม่ต้องทำเช่นนั้นในสัตว์จำนวนมาก  แต่ 
สมองเราถูกคัดเลือกมาให้เรารู้สึกดีเม่ือเราได้สอดเข้าสอดออก  ผู้ชายท่ัวโลกรู้ 
โดยไมต่ อ้ งมใี ครสอนวา่ การสอดเขา้ ไปแตไ่ มข่ ยบั จะไมท่ ำใหร้ สู้ กึ ด ี ตอ้ งขยบั เขา้ ออก 
จงึ จะรสู้ กึ สนกุ   ซงึ่ การตอ้ งขยบั เขา้ ออกเปน็ การเสยี พลงั งานและเวลาโดยไมจ่ ำเปน็  
ดงั นนั้ พฤตกิ รรมการสอดเขา้ และออกมนั นา่ จะมปี ระโยชนบ์ างอยา่ ง  วธิ กี ารสบื พนั ธ์ุ 
เช่นนจี้ งึ ไดถ้ กู คดั เลือกมาในสัตวห์ ลายชนิด
วิธีการทดลองที่กอร์ดอน  กอลลัพ (Gordon Gallup)  นักจิตวิทยา 
แหง่ มหาวทิ ยาลยั Albany  ใชเ้ พอ่ื ทดสอบวา่ อวยั วะเพศชายใชก้ ำจดั อสจุ ขิ องชายอน่ื  

เม่ือมนษุ ยย์ ุคหินมาอยู่ในโลกปัจจบุ นั ชชั พล เกียรติขจรธาดา 261

ได้หรือไม่  มีหลายข้ันตอนด้วยกัน  ขั้นแรกสุดท่ีเขาต้องทำคือ  ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า 
ขณะมีเพศสัมพันธ์อวัยวะเพศชายคับแน่นเต็มพอดีช่องคลอด  เพราะการที่อวัยวะ 
เพศชายจะทำหนา้ ทก่ี วาดไดม้ นั ตอ้ งคบั แนน่ พอดโี ดยเฉพาะสว่ นทอ่ี ยลู่ กึ สดุ   เพราะ 
ขณะทม่ี เี พศสมั พนั ธช์ อ่ งคลอดจะยดื และขยายตวั ออก  และสว่ นทล่ี กึ สดุ ภายในชอ่ ง 
คลอดยังมีส่วนที่คล้ายกะเปาะเล็กๆ  พอให้ของเหลวขังอยู่ได้  ส่วนหัวของอวัยวะ 
เพศชายจะต้องเข้าไปถงึ สว่ นทเี่ ป็นกะเปาะนัน้   เขานำขอ้ มลู ท่ไี ด้จากการศกึ ษาของ 
นกั วิทยาศาสตรอ์ ีกคนคือ แพค แวน แอนเดิล (Pek Van Andel) ท่ศี กึ ษาเรือ่ งน ี้
โดยการขอให้อาสาสมัครชายและหญิงขึ้นไปมีเพศสัมพันธ์กันบนเตียงของเคร่ือง 
ถา่ ยภาพคลน่ื แม่เหล็กไฟฟา้ ท่เี รยี กวา่ MRI เครอื่ ง MRI นจ้ี ะทำให้เหน็ วา่ อวยั วะ 
เพศชายทอี่ ยใู่ นชอ่ งคลอดมลี กั ษณะเปน็ อยา่ งไร สว่ นหวั ขององคชาตเขา้ ไปลกึ แคไ่ หน 
ซ่ึงจากภาพที่ได้ก็พบว่าอวัยวะเพศชายคับและเข้าไปได้ลึกพอ  (ใครสนใจศึกษา 
เชญิ ที่ youtube  โดยคน้ หาคำว่า “MRI sex”  เยาวชนดูได้  ไมม่ ีภาพอนาจาร)
เม่ือเรารู้แล้วว่าอวัยวะเพศชายคับและเข้าไปลึกพอ  ขั้นต่อไปคือต้อง 
พิสูจน์ให้ได้ว่าส่วนปลายอวัยวะเพศชายท่ีมีลักษณะเป็นร่องนั้นสามารถตักน้ำ 
ออกได้จริง  วิธีทดสอบสมมติฐานน้ีนักวิทยาศาสตร์ไม่ได้ศึกษาในคนจริงแต่ทำ 
อุปกรณเ์ ลยี นแบบอวัยวะเพศชาย (หลายๆ ลกั ษณะ) ชอ่ งคลอด (หลายๆ ขนาด) 
และน้ำกามหรือซีเมน  (ที่มีความหนืดต่างๆ กัน)  ผลที่ได้คือ อวัยวะเพศชาย 
สามารถตักน้ำท่ีเหนียวข้นออกจากช่องคลอดได้จริงในทุกกรณีตราบใดท่ีอวัยวะ 
เพศชายใหญ่และเข้าไปลึกพอ  โดยบริเวณที่เป็นส่วนที่ตักได้ดีที่สุดคือส่วนใต้ของ 
หัวองคชาต  (ส่วนที่ผู้ชายทั่วไปรู้จักกันในชื่อเส้นสองสลึง)  และปริมาณท่ีตักได้ 
ก็มากพอที่ทำให้เช่ือว่ามันทำงานได้จริงๆ  คือตักได้เท่าๆ  กับอวัยวะเพศของตัวผ ู้
ในสัตวอ์ น่ื ๆ (ประมาณ 70 - 80 เปอรเ์ ซน็ ต)์
เมอื่ นกั วทิ ยาศาสตรร์ แู้ ลว้ วา่ เครอ่ื งมอื ของผชู้ ายใชง้ านไดจ้ รงิ   คำถามตอ่ ไป 
คอื ผชู้ ายถกู สรา้ งมาใหร้ วู้ ธิ ใี ชง้ านหรอื ไม?่   หรอื พดู งา่ ยๆ คอื ผชู้ ายมสี ญั ชาตญาณ 
ที่จะทำให้มันทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่?  วิธีที่นักวิทยาศาสตร์ศึกษา 
กต็ รงไปตรงมาคอื การขอให้ผชู้ ายและผหู้ ญิง 600 คนตอบแบบสอบถามเก่ยี วกบั  
พฤติกรรมการร่วมเพศของตวั เอง (หรอื คู่นอนในกรณคี นตอบเปน็ ผหู้ ญงิ )  วา่ เป็น 
แบบใด  โดยในแบบสอบถามจะถามว่าเมื่อฝ่ายชายมีอาการหึงหรือสงสัยว่าผู้หญิง 
อาจจะไปมคี วามสมั พนั ธก์ บั ชายอน่ื (แบบสอบถามทำในเดก็ มหาวทิ ยาลยั ของอเมรกิ า 
จึงไม่ใช่เรื่องที่พบไม่บ่อย)  หรือถ้าไม่เคยก็ให้ลองจินตนาการว่าผู้หญิงมีชายอ่ืน 
ฝา่ ยชายจะมวี ธิ กี ารสอดใสเ่ ปลย่ี นไปหรอื ไมอ่ ยา่ งไร เกอื บทง้ั หมดจะตอบเหมอื นกนั  
วา่   การสอดใสจ่ ะทำแรงขน้ึ   เรว็ ขนึ้   และลกึ ขน้ึ   ซง่ึ การสอดใสท่ แี่ รงเรว็ ลกึ นท้ี ำให ้
ประสิทธิภาพของการตกั น้ำออกทำได้ดขี นึ้
การท่ีคนเกือบ 600 คนมีพฤติกรรมคล้ายๆ  กันเป็นเรื่องที่น่าสนใจ 
พฤติกรรมแบบนี้ไม่มีในหลักสูตรการเรียนการสอนหรือเขียนไว้ในตำราเล่มไหน 

262 เร่อื งเล่าจากรา่ งกาย เขา้ ใจรา่ งกาย พฤติกรรมและธรรมชาติผา่ นกระบวนการววิ ัฒนาการ

แตเ่ ปน็ พฤตกิ รรมทเี่ กดิ ขน้ึ เอง พดู งา่ ยๆ คอื พฤตกิ รรมนเี้ กดิ ขน้ึ จากอารมณม์ นั พาไป 
หรอื สญั ชาตญาณพาไป  เราเหน็ กนั มาแลว้ วา่ พฤตกิ รรมทเ่ี ปน็ สญั ชาตญาณหลายๆ 
อย่างถูกคัดเลือกมาเพราะทำให้เกิดการได้เปรียบในการส่งต่อพันธุกรรม  จึงเป็น 
ไปไดว้ า่ การทำเชน่ นเ้ี ปน็ การลดโอกาสของอสจุ ติ วั ผอู้ น่ื ๆ  และพฤตกิ รรมการรว่ มเพศ 
ทแี่ รงขนึ้   เร็วขึน้   และสอดใส่ลึกขึน้ เม่อื ไมม่ ัน่ ใจในผูห้ ญิงจงึ ถกู คดั เลือกมา
คราวนเี้ ราจะมาดลู กั ษณะแปลกอยา่ งทส่ี ามของเราคอื   เมอื่ ผชู้ ายหลง่ั อสจุ  ิ
ออกมา  อวัยวะเพศของผู้ชายจะหดตัวอย่างรวดเร็วพร้อมๆ ไปกับความต้องการ 
ทางเพศที่หายวับไปกับตา  ซ่ึงเป็นเรื่องที่ทำให้คุณผู้หญิงหลายคนแปลกใจว่าทำไม 
ผชู้ ายทดี่ คู กึ คกั วนิ าทที แี่ ลว้ กลบั นอนสลบไสลในวนิ าทถี ดั มา  หลายคนเขา้ ใจวา่ ผชู้ าย 
เหนอื่ ย แตใ่ นความเปน็ จรงิ ถา้ พจิ ารณาดจู ะเหน็ วา่ กจิ กรรมทางเพศไมไ่ ดอ้ อกแรงมาก 
ขนาดที่จะทำให้เหน่ือยจนสลบ  และความเหนื่อยก็ไม่ได้แปรผันตามความนาน 
ของการทำกจิ กรรม  ไมว่ า่ ผชู้ ายจะทำนานแคไ่ หนกต็ าม  แตถ่ า้ ไมเ่ สรจ็   ไมห่ ลงั่ อสจุ ิ 
ออกมา  ผชู้ ายกจ็ ะไมส่ ลบ  ตรงกนั ขา้ มแมว้ า่ จะทำไมน่ านแตถ่ า้ ทำจนเสรจ็   ผชู้ าย 
กจ็ ะสลบไปพกั หนง่ึ หรอื หมดอารมณไ์ ปครหู่ นงึ่   ธรรมชาตติ อ้ งการอะไรถงึ อยากให้ 
ผชู้ ายเพลยี จนสลบ?

…..........
วนั หนง่ึ ประธานาธบิ ดคี นที่ 30 ของสหรฐั อเมรกิ า แคลวนิ คลู ลดิ จ์ (Calvin 
Coolidge)  และสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งไปเยี่ยมชมดูงานฟาร์มเลี้ยงไก่แห่งหนึ่ง 
ในระหว่างท่ีกำลังเดินดูงาน  ท่านสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งก็เอ่ยปากถามเจ้าของ 
ฟาร์มว่า  ทำยังไงฟาร์มแห่งน้ีถึงได้ผลิตไข่ได้จำนวนมากมายท้ังๆ  ที่พ่อไก่มีอย ู่
ไมก่ ต่ี ัว  เจา้ ของฟารม์ กต็ อบดว้ ยความภมู ใิ จวา่ “ไกพ่ อ่ พนั ธขุ์ องผมขยนั ทำการบา้ น 
ครับ  มันสามารถทำหน้าที่ได้หลายสิบคร้ังในแต่ละวัน”  ทันทีที่ท่านสุภาพสตร ี
หมายเลขหนงึ่ ไดฟ้ งั ดงั นน้ั กพ็ ดู ออกไปในทนั ทวี า่   “ฝากไปเลา่ ใหท้ า่ นประธานาธบิ ดี 
ฟงั ดว้ ยนะ”  ประธานาธบิ ดซี งึ่ ยนื อยขู่ า้ งๆ  เมอื่ ไดย้ นิ จงึ ถามเจา้ ของฟารม์ กลบั ไปวา่  
“แล้วพอ่ ไก่มันผสมพันธ์ุกับแมไ่ ก่ตัวเดิมทุกครั้งหรอื เปล่า”  เจ้าของฟาร์มตอบกลบั  
มาวา่   “ไมค่ รบั   พอ่ ไกแ่ ตล่ ะตวั จะไดผ้ สมพนั ธก์ุ บั แมไ่ กห่ ลายตวั ทไี่ มซ่ ำ้ หนา้ กนั ครบั ” 
ทา่ นประธานาธิบดีจงึ พูดออกไปว่า  “ฝากไปเลา่ ใหภ้ รรยาผมฟงั ดว้ ย”
เร่ืองทั้งหมดจะเป็นเรื่องจริงหรือไม่ไม่มีใครรู้ แต่อย่างไรก็ตามภาวะ 
ท่ีผู้ชายหมดแรงทันทีหลังเสร็จกิจกรรมทางเพศ  แต่สามารถนอนกับผู้หญิงคนอื่น 
ต่อได้ทันทีเป็นที่รู้จักในวงการนักวิทยาศาสตร์ว่า  “Coolidge effect”  ตามช่ือ 
ของท่านประธานาธิบดี  แต่ไม่ใช่มีแต่ประธานาธิบดีคูลลิดจ์คนเดียวที่เป็นเช่นนั้น 
ในการทดลองเม่ือนำหนูตัวผู้มาอยู่ร่วมกรงเดียวกับหนูตัวเมีย 5 ตัวที่พร้อมจะ 
ผสมพันธ์ุ  หนูตัวผู้จะไล่ผสมพันธุ์กับตัวเมียไปทีละตัวจนครบทั้ง 5 ตัว  แต่เป็น 
ที่น่าสนใจว่ามันจะไม่ผสมพันธุ์ซ้ำกับตัวเมียที่มันเคยผสมพันธ์ุไปแล้ว  ถึงแม้ว่า 
ตัวเมยี จะเข้ามาใหท้ า่ ยงั ไงมนั ก็ไมย่ อม  แตเ่ มอื่ ใสห่ นูตวั เมียตวั ที่ 6 เขา้ ไปมนั ก็เข้า 

เมอื่ มนษุ ย์ยคุ หนิ มาอยู่ในโลกปจั จบุ ัน ชัชพล เกยี รติขจรธาดา 263

ไปผสมพันธไ์ุ ด้ทันท ี ภาวะ  Coolidge effect นไี้ มไ่ ด้มเี ฉพาะในคน  ไก ่ หรือหน ู
แตใ่ นสตั วเ์ ลยี้ งลกู ดว้ ยนมอน่ื ๆ  หลายชนดิ กพ็ บไดเ้ ชน่ เดยี วกนั   คำถามคอื   ภาวะน ี้
มนั ทำหน้าทีอ่ ะไร?
หนึ่งในสมมติฐานหลักอธิบายไว้ว่า  ภาวะคูลลิดจ์เป็นกลไกท่ีใช้ป้องกัน 
ไม่ให้ตัวผู้กลับไปตักอสุจิของตัวเองออกจากช่องคลอดเพศเมียท่ีมันผสมพันธ์ุด้วย 
ไปแล้ว  เมื่อเรากลับมามองในร่างกายของเราเองอีกครั้ง  ทันทีท่ีผู้ชายหล่ังอสุจิ 
ออกมา  การหดตัวของอวัยวะเพศ  ความรู้สึกอยากสอดใส่ท่ีหายไปอย่างรวดเร็ว 
ความรู้สึกที่อยากนอนพักแล้วค้างอวัยวะเพศชายไว้ในช่องคลอดอีกสักครู่  รวมไป 
ถึงความไม่อยากที่จะร่วมเพศกับผู้หญิงคนเดิมซ้ำอีกรอบในระยะเวลาหน่ึง 
ทั้งหมดน้ีชวนให้อดคิดไม่ได้ว่าเป็นกลไกป้องกันไม่ให้เกิดการตักน้ำอสุจิของ 
ตัวเองออกมา  ซึ่งสนับสนุนสมมติฐานท่ีว่ารูปร่างของอวัยวะเพศชายนอกจาก 
ทำหนา้ ทป่ี ลอ่ ยอสจุ เิ ขา้ ไปภายในมดลกู แลว้ ยงั ใชข้ จดั คแู่ ขง่ อน่ื ๆ  ทฤษฎกี ารพยายาม 
กำจัดอสุจิของตัวผู้ตัวอื่นนี้ภาษาวิทยาศาสตร์จะเรียกว่า semen displacement 
hypothesis
ถ้าอวัยวะเพศชายสามารถทำหน้าท่ีขจัดซีเมนของผู้ชายอ่ืนๆ  ได้จริง 
เราก็อาจจะได้คำอธิบายที่ช่วยตอบคำถามว่า ทำไมอสุจิต้องพุ่งแรง หรือทำไม 
อวัยวะเพศชายถงึ ต้องยาวถึง  5 นวิ้   ทงั้ ๆ ท่ีในธรรมชาตคิ วามยาวแค่ 1 น้ิวครง่ึ  
ก็เพียงพอต่อการทำงาน  คำตอบท่ีเป็นไปได้คือ  ยิ่งฉีดอสุจิเข้าไปลึกเท่าไหร่ก็ย่ิง 
เป็นการปลอดภัยต่อการถูกตักออกมากเท่านั้น  ย่ิงอวัยวะเพศชายยาวเท่าไหร่ 
ย่ิงได้เปรียบในการไปตักอสุจิอ่ืนๆ ออกมา  และยิ่งซีเมนเหนียวก็ย่ิงยากต่อการ 
ถูกตักออกมาเช่นกัน  ดังน้ันจึงเกิดการแข่งกันระหว่างตัวผู้และผู้ชายที่จะสร้าง 
ลักษณะเหล่าน้ีให้มากขึ้น  ลักษณะที่ดีกว่าก็จะถูกคัดเลือกมาตามกลไกธรรมชาต ิ
สำหรับชิมแปนซีแม้ว่าจะมีร่างกายที่เล็กกว่าเราครึ่งหนึ่ง  แต่ขนาดของอวัยวะเพศ 
ของตัวผกู้ ็ยาวไม่นอ้ ยหน้าเราเชน่ กนั
เราเหน็ ตวั อยา่ งของการตอ่ สกู้ นั ระหวา่ งอสจุ กิ นั มาหลายตวั อยา่ งแลว้   แต ่
ทั้งหมดเป็นการต่อสู้ในระดับปลายเหตุ  วิธีที่ดีกว่าน้ันคือ  การป้องกันไม่ให้คู่ของ 
ตวั เองไปผสมพนั ธกุ์ บั ตวั ผตู้ วั อนื่ ตงั้ แตแ่ รก  กลยทุ ธท์ ธ่ี รรมชาตสิ รา้ งไวใ้ นสมองของ 
สตั วห์ ลายชนดิ คือ  “ความหึง”
ความหงึ เกดิ ขน้ึ เมอื่ เราเรม่ิ อยเู่ ปน็ ค ู่ สตั วท์ ไี่ มอ่ ยเู่ ปน็ ค ู่ แมจ้ ะมกี ารแยง่ กนั  
หรือสู้กันเพื่อท่ีจะผสมพันธุ์แต่จะไม่มีพฤติกรรมของความหึงหวงเม่ือหมดระยะ 
สบื พนั ธ ์ุ ถา้ คณุ เหน็ บาบนู   ชมิ แปนซ ี หรอื กอรลิ ลา่ ตวั เมยี ทะเลาะกนั   คณุ เดาได้ 
เลยวา่ มนั ไมไ่ ดแ้ ยง่ ตวั ผกู้ นั   มนั อาจจะทะเลาะกนั เพราะแยง่ อาหารกนั หรอื ทะเลาะ 
เพราะลูกของมันทะเลาะกัน  แต่ถ้าคุณเห็นผู้หญิงทะเลาะกันในเฟสบุ๊คหรือตาม 
ขา่ วบนั เทงิ   คณุ เดาไปไดเ้ ลยวา่ ทงั้ คไู่ มไ่ ดท้ ะเลาะกนั เพราะแยง่ อาหารกนั กนิ   แตม่  ี
โอกาสเป็นได้สูงทผี่ ู้ชายจะเปน็ ตน้ เหตขุ องการทะเลาะกนั

264 เรือ่ งเล่าจากรา่ งกาย เข้าใจร่างกาย พฤตกิ รรมและธรรมชาติผ่านกระบวนการววิ ฒั นาการ

จะเขา้ ใจความหงึ ไดเ้ ราตอ้ งลองมาหงึ กนั ด ู เราจะมาลองจนิ ตนาการกนั วา่  
ถ้าคู่รักของเราแอบไปนอนกับคนอ่ืน  จินตนาการให้เห็นภาพชัดๆ  ว่าคนที่เรารัก 
โดนคนอื่นกอดจูบ  ลูบไล้ไปตามร่างกายที่เปลือยเปล่า  เราเห็นคนรักของเรา 
ร่วมรักกับคนอ่ืนอย่างเร่าร้อน  คุณรู้สึกอย่างไรบ้าง?  คราวน้ีเราลองจินตนาการ 
ใหม่อีกคร้ัง  คราวนี้คุณรู้ว่าคู่รักของคุณแอบไปรักกับคนอ่ืน  คนรักของคุณแอบ 
เก็บรูปของคนอ่ืนไว้และแอบติดต่อกันเกือบตลอดเวลา  คุณรู้ว่าทั้งคู่ไม่ได้มีอะไร 
เกนิ เลยไปมากกวา่ นนั้   คณุ รสู้ กึ อยา่ งไรบา้ ง?  กรณที ง้ั สองนอี้ ยา่ งไหนแยก่ วา่ กนั ?... 
ผมเข้าใจดีว่าท้ังสองกรณีน้ันมันไม่ดีท้ังคู่  แต่ถ้าคุณต้องเลือกจริงๆ  ว่าอันไหนแย่ 
กวา่ กัน  คณุ คิดว่ากรณีไหนทคี่ ณุ รับไมไ่ ดจ้ รงิ ๆ
ถา้ คณุ เปน็ ผชู้ ายมคี วามเปน็ ไปไดท้ ค่ี ณุ จะทนไมไ่ ดท้ จี่ ะจนิ ตนาการวา่ คนรกั  
ของคณุ ไปนอนเปลอื ยกายรว่ มรกั กบั คนอน่ื อยา่ งเรา่ รอ้ น  คณุ ทนไมไ่ ดท้ จ่ี ะจนิ ตนาการ 
ว่าชายคนอ่ืนกอดจูบลูบไล้ร่างกายที่เปลือยเปล่าของเธอ  คุณอาจไม่สนใจว่าคู่รัก 
ของคณุ จะรกั ผชู้ ายคนนน้ั หรอื ไม ่ ในทางตรงกนั ขา้ มคณุ ยงั พอใหอ้ ภยั ได ้ ถา้ คณุ รวู้ า่  
คนรกั ของคณุ เผลอมใี จใหช้ ายอนื่   สงิ่ ท่ีคุณตอ้ งการจะร้คู ือมอี ะไรกนั หรือยัง?
ถ้าคุณเป็นผู้หญิงมีความเป็นไปได้ท่ีคุณจะทนไม่ได้ที่จะรู้ว่าคนรักของคุณ
ไปตกหลุมรักหญิงอ่ืนอย่างหัวปักหัวปำ  คุณทนไม่ได้ท่ีจะรู้ว่าเขาแอบเก็บรูปหญิง 
คนน้ันไว้ในกระเป๋าสตางค์และแอบคิดถึงวันละหลายๆ รอบ  คุณยอมไม่ได้ถ้ารู้ว่า 
เขาซอ้ื แหวนเพชรใหห้ ญงิ อนื่ ทงั้ ๆ ทไี่ มเ่ คยซอ้ื ใหค้ ณุ   ในทางตรงกนั ขา้ มถา้ ผชู้ ายของ 
คุณไปนอนกับผู้หญิงบริการอย่างเร่าร้อน  แต่เขาไม่สนใจจะจำหน้าหรือจำช่ือของ 
หญิงคนน้นั เลย  จา่ ยเงินค่าบริการแลว้ ก็จบกนั   คณุ ยงั พอจะให้อภัยได้
ผมเช่ือว่าหลายท่านอาจจะกำลังเถียงอยู่ในใจว่ายังไงฉันก็รับไม่ได้สัก 
อย่าง  หรืออาจไม่เห็นตรงกับท่ีผมสรุปไป  แต่เม่ือเราศึกษาในคนท่ีมากพอเช่น 
อาจเปน็ รอ้ ยคน  พนั คนหรอื มากกวา่   เราจะเรม่ิ เหน็ ความแตกตา่ งระหวา่ งความหงึ  
ของผชู้ ายและผหู้ ญงิ   เราจะเหน็ วา่ ผชู้ ายมแี นวโนม้ จะหงึ ทางกายมากกวา่   ในขณะท ี่
ผหู้ ญงิ มแี นวโนม้ จะหงึ ทางใจมากกวา่ และความแตกตา่ งนย้ี งั เปน็ จรงิ ในทกุ วฒั นธรรม 
ท่ีไปศึกษา  แม้แต่วัฒนธรรมท่ีเปิดกว้างทางเพศอย่างในประเทศตะวันตกหลายๆ 
ประเทศ  คำถามคือ  ทำไมความหึงในผ้ชู ายและผ้หู ญิงจงึ แตกต่างกัน?
นอกเหนอื ไปจากความหงึ ทต่ี า่ งกนั ระหวา่ งผหู้ ญงิ ผชู้ ายแลว้   ความหงึ ยงั มี 
ความแปลกอีกอย่างหน่ึงคือ  ความหึงเป็นอารมณ์ที่รุนแรงมาก  แต่ไม่ได้มีเพียง 
อารมณ์หึงเท่านั้นที่รุนแรง  อารมณ์ของคนอกหักเองซึ่งเป็นอารมณ์ท่ีเกิดจาก 
การเสียคนรักก็มีความรุนแรงเช่นกัน  เรามักได้ยินเรื่องราวของความหึงหวงหรือ 
อาการอกหักสามารถนำไปสู่การกระทำท่ีรุนแรง  ขาดการยั้งคิดมากมาย  เช่น 
หงึ จนฆา่ กนั สาดนำ้ กรดใสก่ นั   หรอื ฆา่ ตวั ตาย ซง่ึ เรารดู้ ว้ ยเหตผุ ลวา่ มนั ไมค่ มุ้ กนั เลย 
การเสียคนรักมันเลวร้ายเทียบไม่ได้เลยกับการเสียชีวิตหรือเสียอนาคต  เราทุก 
คนรู้ดีว่าเมื่อเวลาผ่านไปทุกอย่างก็จะค่อยๆ ดีข้ึน  เราเดาได้ไม่ยากทำไมความหึง 

เมื่อมนุษยย์ ุคหินมาอยูใ่ นโลกปัจจุบนั ชชั พล เกยี รตขิ จรธาดา 265

ถูกคัดเลือกมา  เพราะมนุษย์วานรที่ขี้หึงหรือข้ีระแวงน่าจะรักษาคู่ไว้ได้ดีกว่า  แต ่
ทำไมธรรมชาติถึงสร้างสมองเราให้มีความหึงหรืออกหักแรงขนาดที่ยอมตายหรือ 
ไปยืนตบกันโดยไม่อายสายตาคนอ่ืน  จะเข้าใจความหึงได้ชัดเราต้องย้อนกลับไป 
ท่ีโลกยุคหนิ   แลว้ ไปดูหน้าทขี่ องความหงึ ในวันที่มันถูกสรา้ งขนึ้ มากันอีกคร้ัง
เรารู้กันไปแล้วว่าเม่ือทารกมีสมองที่ใหญ่ขึ้นและเราเปล่ียนมาเดินสองขา 
ทารกเลยตอ้ งคลอดกอ่ นกำหนด  เมอื่ ทารกคลอดกอ่ นจะชว่ ยเหลอื ตวั เองได ้ ผชู้ าย 
เลยต้องอยู่ช่วยเลี้ยงลูก  ช่วยหาอาหารให้แม่และลูก  เม่ือผู้ชายอยู่เป็นคู่ผู้ชาย 
กเ็ สยี โอกาสทจ่ี ะไปมลี กู ทอ่ี น่ื ๆ อกี   ปญั หาอกี อยา่ งหนง่ึ ของผชู้ ายคอื   ลกู เกดิ จากแม ่
ลูกยังไงก็เป็นลูกของแม่  แต่ผู้ชายไม่มีทางรู้เลยว่าเด็กนั้นเป็นลูกของตัวเองหรือ 
เปล่า  เหมือนที่ฝร่งั พูดว่า mama’s baby, papa’s maybe ถา้ ผชู้ ายยอมเสยี โอกาส 
ที่จะไปมีลูกที่อ่ืนแล้วเส่ียงชีวิตล่าสัตว์หาอาหารให้ลูกท่ีไม่ใช่พันธุกรรมของตัวเอง 
โอกาสสูญพันธุ์ของผู้ชายที่มีพฤติกรรมแบบนี้จะสูงมาก  ดังนั้นผู้ชายที่หึงทางกาย 
ผู้ชายท่ีหม่ันหาทางป้องกันไม่ให้คู่ของตัวเองไปนอนกับคนอื่นจึงมีประโยชน์ในโลก 
อดีต  ทำให้ความหึงของผู้ชายออกมาในรูปแบบของการลดความไม่แน่ใจนั้น  ใน 
ผู้ชายความหึงทางกายจึงเป็นลักษณะเด่นที่ถูกคัดเลือกมา  สำหรับผู้หญิงในโลก 
ยุคหิน  อาหารท่ีได้จากผู้ชายหาเล้ียงเป็นเร่ืองสำคัญมาก  จริงอยู่ว่าผู้หญิงเก็บ 
ของปา่ ไดม้ าก แตก่ ารทจ่ี ะมนั่ ใจไดว้ า่ จะมอี าหารคณุ ภาพด ี เชน่   มเี นอ้ื สตั วใ์ หล้ กู กนิ  
ในระยะยาวได้  ผู้ชายต้องซื่อสัตย์  ผู้ชายต้องรัก  ถ้าผู้ชายปันใจหรือปันสมบัติให้ 
ผหู้ ญงิ อนื่ ๆ โอกาสทจ่ี ะเสยี สว่ นแบง่ อาหารหรอื เสยี ความคมุ้ ครองกม็ ากขน้ึ   ความหงึ  
จึงออกมาในรูปของการกลัวท่ีจะเสียความรัก  ความซ่ือสัตย์  ลักษณะหึงในผู้หญิง 
จึงเด่นในแงข่ องหึงทางใจ
นอกไปจากน้ีเรายังเห็นได้อีกว่าการเสียคนรักในอดีตเป็นเรื่องคอขาด 
บาดตาย  ในผู้ชายหมายถึงเสี่ยงชีวิตหาอาหารไปเลี้ยงลูกคนอ่ืนและเสียโอกาส 
ในการสง่ ตอ่ พนั ธกุ รรม  สว่ นในผหู้ ญงิ การไมม่ ผี ชู้ ายชว่ ยเลยี้ งดหู มายถงึ ความเสยี่ ง 
ทลี่ กู จะเสยี ชวี ติ จากสตั วร์ า้ ยหรอื ไมแ่ ขง็ แรงเพราะขาดโปรตนี จากเนอื้ สตั ว ์ เมอื่ การ 
เสยี คนรกั เปน็ เรอ่ื งรนุ แรงวธิ ปี อ้ งกนั จงึ รนุ แรง  สมองจงึ ถกู สรา้ งมาใหอ้ ารมณห์ งึ หวง 
เปน็ อารมณร์ นุ แรง  แมว้ า่ ทกุ วนั นเ้ี รารวู้ า่ การเสยี ครู่ กั ไมไ่ ดท้ ำใหเ้ ราตายหรอื ลกู เราตาย 
แตอ่ ารมณพ์ ษิ รกั แรงหงึ ของเราทถ่ี กู สรา้ งมาใหเ้ หมาะกบั ยคุ หนิ กย็ งั ทำใหเ้ ราฟมู ฟาย 
จะเป็นจะตายใหไ้ ดไ้ มต่ า่ งจากท่ีบรรพบุรษุ ของเรารู้สกึ ในยุคหนิ

…..........
ถงึ ตรงนก้ี ย็ งั มคี ำถามชวนใหส้ งสยั ตามมาอกี มากมายซง่ึ เราสามารถถามตอ่  
ไปได้เร่ือยๆ เช่น เราอาจถามว่า  การคัดเลือกให้อวัยวะเพศชายยาวออกพอเป็น 
ไปได้  แต่ถึงจุดหนึ่งความยาวของช่องคลอดผู้หญิงก็จะเป็นข้อจำกัดไม่ให้อวัยวะ 
เพศชายยาวออกไปอกี   แลว้ อะไรเปน็ แรงทท่ี ำใหเ้ กดิ การคดั เลอื กชอ่ งคลอดทยี่ าวขน้ึ  
ในผหู้ ญงิ   หรอื เราอาจสงสยั วา่ การถงึ จดุ สดุ ยอดหรอื orgasm ในผชู้ ายเขา้ ใจไดไ้ มย่ าก 

266 เรื่องเลา่ จากร่างกาย เขา้ ใจรา่ งกาย พฤติกรรมและธรรมชาตผิ า่ นกระบวนการววิ ฒั นาการ

เพราะมนั เปน็ การไปถงึ จดุ ทเี่ กดิ การหลงั่ ของอสจุ  ิ แตผ่ หู้ ญงิ จะมี orgasm ไปทำไม? 
ภาวะนใี้ นผหู้ ญงิ มนั มปี ระโยชนอ์ ะไรในการสง่ ตอ่ พนั ธกุ รรมหรอื ไมอ่ ยา่ งไร?  ผมเอง 
สามารถท่ีจะเขียนหนังสือด้วยการถามอย่างน้ีออกไปอีกเรื่อยๆ  แต่ถึงจุดหน่ึง 
ไมผ่ มหรอื ท่านผ้อู ่านกจ็ ะเบือ่ แล้วจะเรม่ิ ถามตวั เองว่า  ฉนั จะเสียเวลาอา่ น (เขียน) 
เรอ่ื งเหลา่ นไี้ ปทำไม? รไู้ ปแลว้ ไดอ้ ะไรขน้ึ มา?  และนนั่ คอื คำถามสดุ ทา้ ยทเ่ี ราจะไป 
ตอบกันในหนงั สอื เลม่ น ้ี “เรารูเ้ รอื่ งเหล่านีไ้ ปเพอื่ อะไร?”

เม่อื มนุษย์ยุคหินมาอยใู่ นโลกปจั จบุ ัน ชัชพล เกียรตขิ จรธาดา 267

{ }บทส่งทา้ ย  

ในที่สุดเราก็เดินทางมาถึงบทสุดท้ายของหนังสือเล่มนี้ 
ในบทต่างๆ  ท่ีผ่านมาเราได้เดินทางร่วมกันไปยังท่ีต่างๆ 
เราย้อนเวลากลับไปหลายล้านปีเพ่ือศึกษาร่างกายและ 
พฤติกรรมของสัตว์ต่างๆ  ซึ่งหลังจากท่ีเราคุยเรื่องต่างๆ 
กันไปมากมาย  ได้เวลาท่ีเราคงต้องกลับมาตอบคำถาม 
สำคัญกับตัวเอง  น่ันคือ  เราเสียเวลาอ่านหนังสือเล่มน้ี 
มาตั้งนาน  เดินทางไปต้ังไกล  แล้วเราได้อะไรจากการ 
เดินทางครั้งนี้กันบ้าง?  เราเรียนรู้เรื่องของบรรพบุรุษ 
ท่ีตายไปเป็นแสนเป็นล้านปีที่แล้วเพ่ืออะไร?  เราจะรู้ไป 
ทำไมว่าอัณฑะคนใหญ่กว่าอัณฑะกอริลล่า?  ส่ิงเหล่านี้ 
จะมปี ระโยชนต์ อ่ เราในปจั จบุ นั หรอื อนาคตอยา่ งไรบา้ ง?... 
ก่อนท่ีเราจะไปตอบคำถามเหล่าน้ี  เราจะนำคำถามและ 
คำตอบในบทต่างๆ  มาร้อยเรียงเข้าเป็นภาพใหญ่กันอีก 
สักครงั้

268 เรือ่ งเล่าจากรา่ งกาย เข้าใจรา่ งกาย พฤตกิ รรมและธรรมชาตผิ ่านกระบวนการววิ ัฒนาการ

เรอ่ื งราวของเราเรม่ิ ตน้ ดว้ ยความเปน็ มาของชารล์ ส์ ดารว์ นิ   และววิ ฒั นาการ 
ด้วยกลไกการคัดเลือกตามธรรมชาติ  ซ่ึงประกอบด้วยหลักการง่ายๆ สามอย่าง 
คอื   หนงึ่ มคี วามหลากหลายทที่ ำใหเ้ กดิ ความไดเ้ ปรยี บหรอื เสยี เปรยี บในแงข่ องการ 
สง่ ตอ่ พนั ธกุ รรม  หลกั ขอ้ ทส่ี องคอื ลกั ษณะทแ่ี ตกตา่ งกนั นน้ั ถา่ ยทอดทางพนั ธกุ รรมได ้
เมือ่ มสี องขอ้ แรกก็จะเกดิ หลกั ข้อท่ีสามตามมาเองอย่างเล่ยี งไมไ่ ด ้ นั่นคือเกิดการ 
คัดเลือกลักษณะที่เหมาะสมกบั ส่ิงแวดลอ้ มมากกวา่
ผลอย่างหน่ึงท่ีเกิดขึ้นจากกระบวนการวิวัฒนาการคือได้ส่ิงมีชีวิตท่ีมี 
ขนาดของร่างกายแตกตา่ งกนั ใหญบ่ า้ งเล็กบา้ ง  เม่ือมสี งิ่ มชี วี ติ ทม่ี ีขนาดใหญ่  สงิ่ ม ี
ชีวติ ทมี่ ขี นาดเล็กกวา่ มากๆ  กอ็ ยากจะเขา้ ไปอาศยั อยู่ภายในและแยง่ อาหารทีส่ ตั ว ์
ใหญ่กินเข้าไป  ทำให้เกิดการหากินแบบที่เรียกว่าปรสิต  เมื่อมีปรสิตเข้าไปหากิน 
สงิ่ มชี วี ติ เจา้ บา้ นกต็ อ้ งหาทางปอ้ งกนั ตวั เองหรอื สกู้ ลบั   ซง่ึ การสกู้ ลบั นกี้ น็ ำไปสกู่ าร 
มรี ะบบภมู คิ มุ้ กนั เกดิ ขนึ้   นอกจากนกี้ ารมปี รสติ เองกย็ งั มสี ว่ นทำใหก้ ารสบื พนั ธแ์ุ บบ 
ใช้เพศประสบความสำเร็จอย่างสูง  และถูกคัดเลือกมาให้เป็นการสืบพันธ์ุหลักใน 
สัตว์สว่ นใหญ่
เมอ่ื สง่ิ มชี วี ติ สบื พนั ธแ์ุ บบใชเ้ พศ  การทล่ี กู จะมพี นั ธกุ รรมดไี ดน้ น้ั   พนั ธกุ รรม 
จากทั้งทางพ่อและแม่ต้องดี  แต่ละฝ่ายจึงวิวัฒนาการระบบขึ้นมาเพ่ือคัดเลือกคู่ 
ผสมพนั ธท์ุ ม่ี ลี กั ษณะด ี ซง่ึ กค็ อื พนั ธกุ รรมดแี ละภาวะโภชนาการด ี ระบบทว่ี า่ ไดแ้ ก ่
ความสวยหล่อ  หางนกยูงท่ีใหญ่  นกท่ีสีสันสดใส  เมื่ออีกฝ่ายช่างเลือก  อีกฝ่าย 
จึงตอ้ งพยายามแสดงลกั ษณะเดน่ และเกดิ พฤตกิ รรมของการจบี ตามมา
ลกั ษณะทเี่ รยี กวา่ ดแี ตล่ ะลกั ษณะจะขนึ้ อยกู่ บั สง่ิ แวดลอ้ ม  เมอื่ สง่ิ แวดลอ้ ม 
เปล่ียน  ลักษณะที่เคยดีอาจกลายเป็นลักษณะท่ีไม่เหมาะกับสิ่งแวดล้อมใหม่  ใน 
กรณขี องคนเมอ่ื ภมู ิอากาศเปลีย่ นราว 7 หรือ 8 ล้านปกี อ่ น  ปา่ ทีเ่ ล็กลงก็ทำให ้
เกดิ การคดั เลอื กลงิ ทมี่ หี วั แมเ่ ทา้ ยดื ยาวและเดนิ สองขาไดด้  ี ซง่ึ การเดนิ สองขาทำให ้
หากินกลางแดดในทุ่งหญ้าท่ีเกิดขึ้นใหม่ได้ดีกว่า  เมื่อลงมาเดินหากินท่ีพื้นอาหาร 
ที่กินก็ค่อยๆ  เปลี่ยนไป  มีการกินอาหารท่ีมีพลังงานและไขมันมากข้ึน  ได้แก่ 
รากพืชสะสมและไขกระดูกสัตว์  ผลอีกอย่างหนึ่งของการเดินสองขาคือมือว่างขึ้น 
เมื่อมือว่างมากขึ้น  มือก็สามารถไปทำหน้าท่ีอย่างอ่ืน ทำให้เกิดการคัดเลือกมือ 
และนว้ิ หวั แม่มอื ทท่ี ำงานไดม้ ปี ระสิทธิภาพมากขึน้
การท่ีลิงจะไปแย่งอาหารจากสัตว์อื่นๆ ได้  วิธีเดียวท่ีจะเป็นไปได้คือการ 
ทำงานเป็นทีม  การทำงานเป็นทีมต้องมีการส่ือสาร มีการร่วมมือกันซ่ึงลักษณะ 
เหล่าน้ีต้องใช้สมองท่ีทำงานได้ซับซ้อน  ดังน้ันการล่าสัตว์จึงมีส่วนช่วยให้เกิดการ 
คดั เลอื กสมองทที่ ำงานไดซ้ บั ซอ้ นมากขนึ้ แตส่ มองทใ่ี หญต่ อ้ งการไขมนั และพลงั งาน 
ไปเลยี้ งในปรมิ าณมาก  การเปลย่ี นมากนิ รากพชื สะสม  ไขกระดกู หรอื เนอ้ื สตั วเ์ ปน็  
อาหาร  ทำใหข้ อ้ จำกดั ดา้ นพลงั งานและสารอาหารหมดไป นอกไปจากนก้ี ารทำอาหาร 
ให้สุกด้วยความร้อนยังทำให้ทางเดินอาหารมีขนาดเล็กลงและประหยัดพลังงานได้ 

บทสง่ ทา้ ย ชัชพล เกยี รติขจรธาดา 269

ซึ่งพลังงานที่ประหยัดจากทางเดินอาหารสามารถนำไปใช้ในการสร้างสมองท่ีใหญ่ 
ขน้ึ ได้เชน่ กัน
การจะเดินสองขาได้ดีกระดูกเชิงกรานต้องสั้นและแคบ  แต่เมื่อสมอง 
มีขนาดใหญ่ข้ึน  การคลอดลูกจึงทำได้ยากข้ึน  ทำให้เกิดการคัดเลือกเด็กท่ีคลอด 
ก่อนท่ีสมองจะพัฒนาเต็มท่ี  คนจึงมีลูกแบบท่ีเรียกว่า  altricial  คือทารกไม่ 
สามารถดแู ลตวั เองได ้ ในโลกยคุ หนิ การทแ่ี มเ่ ลย้ี งลกู คนเดยี วโอกาสทล่ี กู จะรอดชวี ติ  
มีน้อยกว่าพ่อแม่ช่วยกันเลี้ยงมาก  ทำให้เกิดการคัดเลือกพ่อที่ช่วยแม่เล้ียงลูก 
พ่อท่ีดีสำหรับโลกยุคหินจะต้องมีคุณสมบัติหลักๆ สามอย่างด้วยกัน  คือ  หน่ึง 
ภมู ิคุ้มกันดี  สอง มที รัพยากร  และสามคือ ชว่ ยดแู ลและหาอาหารให้ลกู
ในการจะเลือกพ่อท่ีจะช่วยเล้ียงดูลูก  ร่างกายของผู้หญิงจึงวิวัฒนาการ 
มามรี า่ งกายและอารมณท์ างเพศทซี่ บั ซอ้ นกวา่ ผชู้ าย  อารมณท์ างเพศทเ่ี กดิ ไดช้ า้ กวา่  
ถงึ จดุ สดุ ยอดชา้ กวา่   ทำใหบ้ อกไดว้ า่ ใครเปน็ นกั รกั ทใี่ สใ่ จในความตอ้ งการของผหู้ ญงิ  
นอกไปจากน้ีการซ่อนการตกไข่ก็เป็นอีกหน่ึงวิธีที่ทำให้ผู้ชายต้องเปลี่ยนมาอยู่เป็น 
คู่กับผู้หญิง  ในแง่ของการเลือกพ่อท่ีรวยในวันท่ีโลกไม่มีการสะสมความรวยน้ี 
จะหมายถึง  การได้ส่วนแบ่งจากการล่าอย่างสม่ำเสมอ  การจะได้ส่วนแบ่งอย่าง 
สม่ำเสมอหมายถึง  การเป็นท่ีรัก  เป็นที่นิยมของคนในเผ่า  ลักษณะของผู้ชาย 
ที่เป็นที่รักของเพื่อนๆ จิตใจดี  ได้รับความไว้ใจจากเพื่อนๆ  จึงเป็นท่ีชื่นชอบ 
ของผู้หญิงและถูกคัดเลือกมา  พฤติกรรมการจีบของผู้ชายจึงเป็นการพยายาม 
อวดสามลกั ษณะ  ไดแ้ ก ่ พอ่ ทภี่ มู คิ มุ้ กนั และโภชนาการด ี คอื ความหลอ่   แขง็ แรง 
รูปร่างสูงใหญ่  พ่อที่มีทรัพยากรคือ  เป็นคนดัง  เป็นคนดี  เป็นท่ีรักของเพื่อนๆ 
ขับรถหรู  อวดรวย  และพ่อท่ีดีคือ  การเอาอกเอาใจ  ไปรับไปส่ง  ซ้ือของให้
ใส่ใจเปน็ ห่วง
การเลือกคู่ที่จะมีลูกให้ได้มาก  ผู้ชายจึงเลือกลักษณะท่ีบ่งถึงการเข้าวัย 
สืบพันธุ์  อายุน้อย  มีไขมันสะสมมากเพียงพอ  ซึ่งแสดงออกผ่านการมีหน้าอก 
เอว  สะโพก  หรือลักษณะของความอ่อนวัย  ได้แก่  ผิวใส  ตาโต  ปากนิด 
จมูกหน่อย  การแสดงออกเพื่อให้ผู้ชายสนใจของผู้หญิงจึงมักเป็นไปในการเน้น 
ลักษณะดังกล่าว  ซึ่งอาจรวมไปถึงพฤติกรรม  บ้องแบ๊ว  โนเนะ  แอ๊บแบ๊ว  ต่างๆ 
ด้วย
ปญั หาหนงึ่ ของการอยเู่ ปน็ คทู่ พ่ี อ่ ชว่ ยเลยี้ งลกู คอื   มนั เปน็ ลกั ษณะทขี่ ดั กบั  
การคัดเลือกเก่าที่ถูกคัดมาต้ังแต่การสืบพันธุ์ทางเพศเกิดขึ้นคร้ังแรก  น่ันคือฝ่าย 
ชายและฝ่ายหญิงลงทุนไม่เท่ากัน  เม่ือฝ่ายหญิงลงทุนมากกว่าทำให้ฝ่ายหญิงต้อง 
เป็นฝ่ายท่ีอุ้มท้องและให้นมลูกในเวลาต่อๆ มา  ส่วนฝ่ายชายเมื่อลงทุนน้อยกว่า 
จึงต้องเป็นฝ่ายตามจีบ  เม่ือฝ่ายชายลงทุนน้อยกว่ามากลักษณะหนึ่งท่ีถูกคัดเลือก 
มาคือความพยายามท่ีจะหาโอกาสมีคู่ผสมพันธุ์มากกว่าหนึ่ง  แต่เมื่อผู้ชายต้อง 
มาอยู่เป็นคู่  พฤติกรรมการแอบมีชู้จึงหลงเหลือมา  เมื่อผู้ชายมีชู้ผู้หญิงจึงต้อง 

270 เรื่องเลา่ จากรา่ งกาย เขา้ ใจร่างกาย พฤตกิ รรมและธรรมชาติผ่านกระบวนการวิวฒั นาการ

หาทางปอ้ งกนั ดว้ ยความหงึ   ความหงึ ในผหู้ ญงิ มแี นวโนม้ ทจ่ี ะหงึ ความรกั ความใสใ่ จ 
มากกวา่ ความหงึ ทางรา่ งกาย เพอื่ เปน็ การปกปอ้ งทรพั ยากร  เพราะการถกู ทง้ิ ในโลก 
ยุคหินอาจหมายถึงความตายของลูก  ความหงึ จงึ มีความรุนแรงมาก
พอ่ ทจ่ี ะมคี ณุ สมบตั คิ รบทง้ั สามอยา่ งคอื ภมู คิ มุ้ กนั   ทรพั ยากร และความ 
เปน็ พอ่ ทด่ี ไี มค่ อ่ ยมาพรอ้ มๆ กนั ในคนคนเดยี ว  ดงั นนั้ การมชี ใู้ นผหู้ ญงิ จงึ มลี กั ษณะ 
ท่ีแตกตา่ งจากผู้ชาย  เช่น  เลือกจับคูก่ ับผู้ชายท่ีมที รัพยากรมาก แตม่ ชี กู้ ับผู้ชาย 
ทม่ี ลี กั ษณะทางพนั ธกุ รรมด ี หรอื มชี เู้ พราะไมม่ น่ั ใจในความสมั พนั ธว์ า่ จะมน่ั คง  เมอ่ื  
ผู้ชายเสียโอกาสที่จะไปมีลูกท่ีอื่นจากการเปล่ียนมาอยู่เป็นคู่ช่วยดูแลลูก  ร่วมกับ 
อีกปัจจัยคือ การสืบพันธ์ุในคนเป็นการสืบพันธ์ุภายใน  ซ่ึงทำให้ผู้ชายไม่สามารถ 
แน่ใจได้ว่าลูกน้ันเป็นลูกของตัวเองจริงๆ หรือไม่  ฝ่ายชายจึงมีพฤติกรรมหลายๆ 
อย่างที่จะป้องกันไม่ให้ผู้หญิงไปมีความสัมพันธ์ทางกายกับชายอื่นท่ีเรียกว่า mate 
guarding (ในแมลงหลายชนิดกม็ ีพฤตกิ รรมท่คี ล้ายกนั น้)ี เชน่ หวงแฟน ไมอ่ ยาก 
ให้แฟนแต่งตัวโป๊  อารมณ์หึง  ซึ่งอารมณ์ของผู้ชายจะเป็นในลักษณะหึงทางกาย 
มากกว่าหงึ ทางใจด้วยเหตผุ ลข้างตน้
เม่ือท้ังสองฝ่ายมีพฤติกรรมของการมีชู้  แต่ฝ่ายชายเท่านั้นท่ีไม่สามารถ 
มั่นใจได้ว่าลูกเป็นของตัวเองหรือไม่  (ลูกแม่ยังไงก็เป็นลูกแม่  แต่ลูกพ่อไม่แน่ 
ถา้ ไมไ่ ดต้ รวจ DNA)  รา่ งกายของฝา่ ยชายจงึ มลี กั ษณะหลายอยา่ งทถี่ กู คดั เลอื กมา 
เพอื่ แขง่ ขนั กบั อสจุ ขิ องผชู้ ายอนื่ ๆ  เชน่   อณั ฑะขนาดใหญ ่ อสจุ วิ า่ ยนำ้ เรว็   อวยั วะ 
เพศชายท่ียาวและสามารถตักน้ำกามออกมาได้  ภาวะคูลลิดจ์  น้ำกามท่ีมีความ 
หนืดสูงและพุ่งออกมาแรง  พฤติกรรมในการร่วมเพศของฝ่ายชายเมื่อสงสัยว่า 
ผู้หญงิ จะมชี ายอ่นื
จากเรอื่ งราวตา่ งๆ ทไี่ ดอ้ า่ นกนั มา  เราจะเหน็ วา่ ในการปรบั ตวั ของสง่ิ มชี วี ติ  
เพอ่ื ใหเ้ ขา้ กบั สง่ิ แวดลอ้ ม  ถา้ แบง่ ตามชว่ งเวลาของการปรบั ตวั เราจะแบง่ ไดเ้ ปน็ สาม 
ระดบั   คือ ระยะยาว  ระยะกลาง  และระยะสน้ั
การปรับตัวในระยะยาวจะเป็นการปรับตัวในระดับของสปีชีส์  การปรับ 
ตัวระยะยาวนี้จะเป็นเรื่องของวิวัฒนาการ  ซ่ึงการปรับตัวในระดับน้ีจะเป็นการ 
เปลี่ยนแปลงที่เกิดในหลายร้อยหรือหลายพันช่ัวอายุสิ่งมีชีวิต  เช่นหลายหมื่นถึง 
หลายล้านปีในคน  การปรับตัวในระดับกลางจะเป็นการปรับตัวใน 2 - 5 ช่ัวอายุ 
ส่ิงมีชีวิต  การปรับตัวในระดับนี้เรายังไม่ได้คุยกันอย่างจริงจัง  แต่เราพอเห็น 
ตัวอย่างไปบ้าง  เช่น  กรณีของสัตว์ต่างๆ  ที่ร่างกายของแม่จะประเมินสภาวะ 
แวดล้อมว่าเหมาะกับการตั้งครรภ์หรือไม่  ถ้าไม่เหมาะ  เช่น  ความเครียดสูง 
อาหารมีน้อย  ร่างกายของแม่มีไขมันสะสมไม่มากพอ  อารมณ์ทางเพศจะหายไป 
การตกไข่จะหยุด  การแข็งตัวของอวัยวะเพศชายจะทำได้ไม่ดี  หรืออาจเกิดการ 
สิ้นสุดการต้ังครรภ์เพ่ือเป็นการ cut loss  และเก็บพลังงานไว้ใช้ในการมีลูกเมื่อ 
สภาพแวดลอ้ มเหมาะสมมากขนึ้   สว่ นการปรบั ตวั ในระยะสน้ั สดุ คอื   การปรบั ตวั ใน 

บทสง่ ทา้ ย ชัชพล เกียรติขจรธาดา 271

ระดบั ของสง่ิ มชี วี ติ หนง่ึ ๆ ทเ่ี ราเรยี กวา่ homeostasis คอื ปรบั การทำงานของรา่ งกาย 
ใหค้ งทแี่ ละเหมาะกบั สภาพแวดลอ้ มในขณะหนงึ่ ๆ เชน่ ความเครยี ดจะทำใหร้ า่ งกาย 
เขา้ สูภ่ าวะฉุกเฉินในระยะสน้ั ๆ  หลงั จากน้ันรา่ งกายจะต้องกลับเขา้ ส่สู ภาวะปกติ
และสุดท้ายผมก็มาสรุปลงตรงที่ใจความสำคัญหลัก 2 ข้อคือ  ร่างกาย 
ปัจจุบันของเรามีท่ีมาจากส่ิงท่ีเกิดข้ึนในอดีต  ร่างกายและพันธุกรรมของเรา 
ส่วนใหญ่จึงยังมีลักษณะที่สร้างมาให้เหมาะกับโลกยุคหินท่ีคนใช้ชีวิตล่าสัตว์หา 
ของปา่ แต่ในช่วงเวลา 200 กวา่ ปีทผ่ี า่ นมา  สิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัวเราเปลยี่ นแปลง 
ไปในอตั ราทเี่ รว็ มากในทกุ ๆ อยา่ ง  ทำให้รา่ งกายและสมอง (จิตใจ) ของเราตอ้ งมา 
อยใู่ นสงิ่ แวดลอ้ มทตี่ า่ งไปจากโลกทมี่ นั ววิ ฒั นาการมา ซงึ่ ไมต่ า่ งอะไรกบั การจบั สตั วป์ า่  
มาใสก่ รงและให้ใช้ชีวิตตา่ งไปจากทมี่ ันคุน้ เคย

…..........
คำถามสดุ ทา้ ยคอื   เราไดอ้ ะไรจากเรอ่ื งราวเหลา่ นบ้ี า้ ง?... แนน่ อนวา่ แตล่ ะ 
ทา่ นคงไดเ้ รยี นรจู้ ากการอา่ นเรื่องต่างๆ  ท่ีพบในหนงั สอื เล่มนีแ้ ตกตา่ งกนั ไปขึ้นกับ 
ประสบการณ์เดิมของแต่ละคน  ซ่ึงส่ิงที่ผมเองได้เรียนรู้ก็แตกต่างไปด้วยเช่นกัน 
ดังนั้นส่ิงท่ีผมจะทำในตอนนี้คือ  ผมจะสรุปมุมมองของผมต่อเร่ืองเหล่านี้  ซ่ึงเป็น 
มุมมองท่ีท่านอาจจะเห็นด้วยหรือไม่ก็ตาม  แต่เมื่อท่านผู้อ่านได้เห็นว่าผมเรียนรู้ 
อะไรบา้ ง  ทา่ นอาจจะไดม้ มุ มองทแ่ี ตกตา่ งออกไปหรอื อาจชว่ ยกระตนุ้ ความคดิ เดมิ  
ให้แตกยอดออกไปเพม่ิ ขน้ึ
ผมจะสรุปสง่ิ ทีผ่ มไดเ้ รยี นร้ดู ว้ ยคำถามต่อยอดออกไปอกี 5 ข้อคือ หน่ึง 
นอกจากตัวอย่างท่ีเห็นไปแล้วในหนังสือเล่มนี้  ยังมีอวัยวะหรือระบบการทำงานใน 
ร่างกายอะไรอีกบ้างท่ีทำงานไม่เข้ากับส่ิงแวดล้อมปัจจุบัน  และความไม่เข้ากันน้ัน 
ก่อให้เกิดผลกระทบอะไรบ้างกับร่างกาย  คำถามท่ีสองคือ  การส่ือสารระหว่างส่ิง 
ตา่ งๆ ทงั้ ทมี่ ชี วี ติ และไมม่ ชี วี ติ ในระบบนเิ วศนเ์ มอื่ ถกู รบกวน  มนั มผี ลตอ่ การทำงาน 
ของร่างกายเราหรือไม่  อย่างไร  คำถามท่ีสามคือ  สมองและพฤติกรรมของเรา 
ทไี่ มเ่ ขา้ กบั สง่ิ แวดลอ้ มปจั จบุ นั มอี ะไรอกี บา้ ง  และความไมเ่ ขา้ กนั นก้ี อ่ ใหเ้ กดิ ผลอะไร 
ตามมาบ้าง  คำถามท่ีส่ีคือ  การสงสัยและต้ังคำถาม  “ทำไม?”  กับเร่ืองราวต่างๆ 
รอบตวั มปี ระโยชนอ์ ยา่ งไร  และคำถามทหี่ า้ คอื   เราไดเ้ รยี นรอู้ ะไรบา้ งจากการศกึ ษา 
ธรรมชาต?ิ และทำไมเราตอ้ งไปเรยี นรจู้ ากธรรมชาต?ิ ... คำถามทง้ั หา้ เหลา่ นจี้ ะชว่ ย 
ทำหนา้ ทเ่ี หมอื นเปน็ กรอบความคดิ ทเ่ี ราจะถามซำ้ ๆ  ตอ่ ไปในอนาคตเมอ่ื เราพยายาม 
จะเข้าใจสิ่งรอบตัวด้วยกรอบของกระบวนการวิวฒั นาการ
สำหรบั คำถามแรก เราไดเ้ หน็ ตวั อยา่ งไปบา้ งแลว้ วา่ สว่ นตา่ งๆ ของรา่ งกาย 
เรามีท่ีมาจากอวัยวะของสตั ว์อนื่ ท่คี อ่ ยๆ เปลี่ยนแปลงผา่ นกระบวนการวิวัฒนาการ 
มาเรื่อยๆ เช่น  แขนหรือขาเราก็เปลี่ยนมาจากครีบปลา  ฮอร์โมนออกซีโตซิน 
ทห่ี ลง่ั จากสมองในระหวา่ งคลอดลกู และใหน้ มลกู กด็ ดั แปลงมาจากฮอรโ์ มนทปี่ ลาใช ้

272 เรื่องเล่าจากร่างกาย เข้าใจรา่ งกาย พฤติกรรมและธรรมชาตผิ า่ นกระบวนการวิวฒั นาการ

มาแล้วหลายร้อยล้านปี  สมองของเราก็มีจุดเริ่มต้นมาจากปมประสาทของเพรียง 
หัวหอม  ส่วนสมองลิงท่ีเราภมู ิใจเรากไ็ ดม้ าจาก... ลิง
แต่กระบวนการวิวัฒนาการส่วนใหญ่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดข้ึนช้าๆ 
เพ่ือให้เหมาะกับสิ่งแวดล้อมที่เปล่ียนแปลงไปอย่างช้าๆ เช่นกัน  แต่ทว่าไม่ก่ี 
ร้อยปีที่ผ่านมาส่ิงแวดล้อมต่างๆ  รอบตัวเรากลับเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว 
เกินกว่าที่กระบวนการวิวัฒนาการจะทำงานตามได้ทัน  ทำให้ระบบการทำงานของ 
ร่างกายเราหลายอย่างทำงานไม่เข้ากับสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน  เช่น  ระบบฉุกเฉิน 
ของรา่ งกาย (ความเครยี ด)  เป็นระบบทมี่ ีประโยชนแ์ ละออกแบบมาเพอื่ ให้ทำงาน 
เฉพาะเม่ือมีเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้นจริงๆ เช่น  เม่ือมีสิงโตว่ิงไล่ล่าเรา  แต่ระบบนี้ 
กลบั กลายเปน็ ผลเสยี เมอ่ื ตอ้ งมาอยใู่ นโลกอนั วนุ่ วายทมี่ คี นนบั ลา้ นอาศยั อยรู่ ว่ มกนั  
ในพน้ื ทเ่ี ลก็ ๆ  เพราะระบบนถ้ี กู ใชง้ านบอ่ ยเกนิ กวา่ รา่ งกายสว่ นอน่ื ๆ จะรบั ได้ มหิ นำซำ้  
เรายงั ไมไ่ ดป้ ระโยชนจ์ ากการทำงานของมนั อกี   เพราะไมม่ อี ะไรมาวง่ิ ไลเ่ พอ่ื ทจ่ี ะกนิ เรา 
คำถามคือ  มีอวยั วะหรือระบบการทำงานของรา่ งกายอะไรอีกบ้างท่กี ารทำงานของ 
มันไม่เหมาะกบั สิ่งแวดลอ้ มปจั จบุ นั และถา้   ตบั   หัวใจ  ตบั อ่อน  ระบบภมู คิ ุ้มกัน 
ทางเดินอาหาร  กระดูก กลา้ มเน้อื ฯลฯ  ตอ้ งมาทำงานในส่งิ แวดล้อมที่ต่างไปจาก 
ทม่ี นั คนุ้ เคย  จะเกดิ ผลอะไรตามมาบา้ ง?  การเขา้ ใจวา่ รา่ งกายเราววิ ฒั นาการมาใน 
สิ่งแวดล้อมแบบใดจะทำให้เราเข้าใจข้อจำกัดของร่างกายเรา  และเรายังสามารถ 
ออกแบบสิ่งแวดล้อมใหเ้ หมาะกับการทำงานของร่างกายเราไดม้ ากขึ้นดว้ ย
สำหรับคำถามท่ีสอง  เราได้เห็นตัวอย่างของสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศน์ท่ี 
ววิ ฒั นาการรว่ มกนั มานาน  จนรา่ งกายของสงิ่ มชี วี ติ ชนดิ ตา่ งๆ  มกี ลไกทจี่ ะถา่ ยทอด 
สัญญาณระหว่างกันเพื่อประเมินสภาวะแวดล้อมขณะนั้น  หรือพยายามที่จะ 
พยากรณว์ า่ สภาวะแวดลอ้ มกำลงั จะเปลย่ี นแปลงไปในทศิ ทางไหน  และปรบั เปลย่ี น 
การทำงานของร่างกายเพ่ือให้ทำงานเข้ากับสภาวะแวดล้อมน้ันๆ  ตัวอย่างท่ีเรา 
เห็นกันไปแล้ว  เช่น  แกะและต้นโคลเวอร์ที่ไปเติบโตในระบบนิเวศน์ท่ีไม่คุ้นเคย 
ความเครียดหรือความผอมที่มากเกินไปสามารถท่ีจะไปหยุดการตกไข่หรือไป 
ยุติการตั้งครรภ์  การดูดนมของลูกกับการคุมกำเนิดของร่างกาย  เม่ือความ 
สัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิตในระบบนิเวศน์ถูกทำให้เปลี่ยนแปลงไป 
ดังเช่นท่ีเป็นในปัจจุบัน  จึงเหมือนกับว่าการสื่อสารระหว่างกันในระบบนิเวศน์ถูก 
รบกวนไปด้วย  คำถามคือ  การส่ือสารท่ีถูกรบกวนไปน้ีมีผลต่อร่างกายของเรา 
หรือไม่  อยา่ งไร?
คำถามทส่ี ามคอื   ถา้ สมองและความคดิ เราสรา้ งมาใหเ้ หมาะกบั สงิ่ แวดลอ้ ม 
ท่ีแตกต่างไปจากปัจจุบัน  และบางส่วนของสมองเรายังทำงานเหมือนที่มันทำงาน 
ในอดีต  ตัวอย่างท่ีเราคุยกันไป  เช่น  การชอบหน้าตาที่สมมาตร  หรือชอบ 
ร่างกายที่มีฮอร์โมนเพศเด่น  ความรู้สึกหึงหวง  ความชอบกล่ินควันของอาหาร 
ปงิ้ ยา่ ง  การรงั เกยี จกลน่ิ ของอจุ จาระ  และพฤตกิ รรมการจบี ของผชู้ าย  คำถามคอื  

บทสง่ ท้าย ชัชพล เกยี รติขจรธาดา 273

สมองเดิมเม่ือต้องมาทำงานในส่ิงแวดล้อมท่ีต่างไป  จะมีผลต่อการแสดงออกของ 
พฤติกรรมและอารมณ์อย่างไรบา้ ง?
คำตอบของคำถาม 3 ข้อแรกน้ีเป็นหัวข้อใหญ่ที่เราจะได้กลับมาคุยกัน 
อีกคร้ังในหนังสือเล่มต่อไป  โดยเนื้อหาจะเป็นเรื่องของการแพทย์  จิตวิทยา  และ 
การดูแลสุขภาพโดยการเข้าใจร่างกายและจิตใจของเราผ่านกรอบของกระบวนการ 
วิวัฒนาการ
สำหรับคำถามข้อท่ีสามคือ  เร่ืองของพฤติกรรมน้ันเรายังสามารถมองไป 
ในมุมมองท่ีกว้างกว่าในเรื่องของการแพทย์  เช่น  ถ้าเราถามว่า  ถ้าในโลกยุคหิน 
ไม่มีเงิน  ไม่มีธนาคาร  ไม่มีการออมทรัพย์  เรื่องเหล่าน้ีจึงเป็นสิ่งแปลกใหม่ในแง ่
ของวิวัฒนาการ  แล้วสมองของเรารับเรื่องเหล่าน้ีได้ดีเพียงไร?  พฤติกรรมทาง 
การเงนิ ดา้ นตา่ งๆ ของคน  เชน่   การตดั สนิ ใจซอ้ื ของใช ้ ซอ้ื บา้ น หรอื การออมทรพั ย ์
ทเ่ี ราทำกันทุกวันนีไ้ ดร้ บั อิทธิพลอะไรบ้างหรือไมจ่ ากสัญชาตญาณยุคหนิ ? หรอื วา่  
การตัดสินใจทางด้านการเงินของเราสามารถเข้าใจได้ด้วยเหตุและผลล้วนๆ?... 
คำตอบของคำถามเหลา่ นมี้ คี วามสำคญั มากเพยี งพอทจ่ี ะทำใหน้ กั จติ วทิ ยา  แดเนยี ล 
คาหเ์ นมาน (Daniel Kahneman)  ไดร้ บั รางวลั โนเบลสาขาเศรษฐศาสตรใ์ นปี 2002 
(เป็นคนที่สองต่อจาก จอหน์ แนช ที่ไม่ใช่นักเศรษฐศาสตร์และได้รับรางวัลนี้) 
ซงึ่ คาห์เนมานและเอมอส ทเวอร์สกี (Amos Tversky)  ทำการทดลองท่พี ิสจู น์ให ้
เห็นว่าพฤติกรรมการบริโภคของคนไม่สามารถเข้าใจได้ด้วยการใช้เหตุผลแต่เพียง 
อย่างเดียว  ในทางตรงกันข้ามเราสามารถพยากรณ์พฤติกรรมการบริโภคของคน 
ได้แม่นยำขึ้นเม่ือเรานำสัญชาตญาณของมนุษย์เข้าไปร่วมพิจารณาด้วย  และส่ิงท ่ี
คาห์เนมานและทเวอร์สกีศึกษานั้นก็เป็นพื้นฐานให้นักเศรษฐศาสตร์รุ่นหลังศึกษา 
เพมิ่ เตมิ และเกดิ เปน็ วชิ าเศรษฐศาสตรก์ ระแสใหมท่ เี่ รยี กวา่ Behavioral economics 
ซง่ึ วชิ าเศรษฐศาสตรแ์ ขนงนกี้ ต็ งั้ อยบู่ นพนื้ ฐานของวชิ าจติ วทิ ยาแขนงหนง่ึ ทเ่ี รยี กวา่  
Cognitive psychology  (เป็นจติ วทิ ยาทศี่ กึ ษาเพอื่ เขา้ ใจกลไกการทำงานของจติ ใจ 
โดยศึกษาค่ไู ปกับการเข้าใจการทำงานของสมอง)  แต่วิชา Cognitive psychology 
เองก็ต้องพ่ึงคำอธิบายเหตุผลว่าทำไมสมองหรือจิตใจคนทำงานเช่นน้ันหรือคิด 
เช่นน้ัน  จากวิชา Evolutionary Biology (ชีววิทยาท่ีเกี่ยวกับวิวัฒนาการ)  ซ่ึง 
การศึกษาร่วมกันของสองวชิ านี้ (Evolutionary biology + Cognitive psychology) 
ทำให้เกิดเป็นอีกวิชาท่ีเรียกว่า Evolutionary Psychology  หรือวิชาท่ีอธิบาย 
พฤติกรรมและจิตใจคนผ่านกระบวนการวิวัฒนาการ  หรือถ้าจะพูดให้สั้นและเป็น 
ภาษาคนมากข้ึนคือ  วิชาที่อธิบายว่าพฤติกรรมหรือความคิดของคนมีสาเหตุท่ี 
เขา้ ใจไดจ้ ากเหตกุ ารณใ์ นยคุ หนิ   เพราะสมองคนออกแบบมาใหเ้ หมาะกบั การทำงาน 
ในยุคนั้น (ท่านทสี่ นใจเกย่ี วกับ Behavioral Economics ขออนญุ าตแนะนำใหล้ อง 
อ่านหนังสือ Predictably Irrational โดย Dan Ariely, Nudge โดย Richard 
Thaler  และ Animal Spirits โดย Shiller และ Akerlof นกั เศรษฐศาสตร์รางวัล 
โนเบล  ปี ค.ศ. 2001)

274 เรอื่ งเล่าจากร่างกาย เขา้ ใจร่างกาย พฤติกรรมและธรรมชาตผิ า่ นกระบวนการวิวฒั นาการ

คำถามข้อที่ส่ีของเราคือ  เราจะมาน่ังตั้งคำถาม  “ทำไม”  กับเรื่องต่างๆ 
รอบตวั ไปเพอื่ อะไร?... นบั ตงั้ แตห่ นา้ แรกของหนงั สอื จนมาถงึ ตรงน ี้ เราเดนิ ทางมา 
ไดด้ ว้ ยการนำทางของคำถาม “ทำไม” มาตลอด  ถงึ ตรงนผี้ มเชอื่ วา่ ทา่ นผอู้ า่ นคงจะ 
เหน็ ดว้ ยถา้ ผมจะบอกวา่   เรอ่ื งราวตา่ งๆ ในธรรมชาต ิ เชน่ เรอื่ งทเี่ ราถามวา่ “ทำไม” 
กนั มาเรอ่ื ยๆ มนั มคี วามเกยี่ วโยงกนั และดว้ ยความทเ่ี รอ่ื งราวตา่ งๆ มนั เกยี่ วโยงกนั
คำถามทด่ี ไู มเ่ ขา้ ทา่ หรอื เรอ่ื งทไ่ี มน่ า่ จะกลายเปน็ คำถาม  เชน่   ทำไมอณั ฑะกอรลิ ลา่  
เล็กกว่าอัณฑะคน  จึงอาจพาเราไปพบคำตอบในเร่ืองอ่ืนๆ ท่ีน่าสนใจอย่างท่ีเรา 
ไม่เคยคาดคิดมาก่อนได้  และลักษณะนี้เองที่เป็นลักษณะหนึ่งท่ีน่าสนใจของวิชา 
วทิ ยาศาสตร ์ คอื เราไมร่ วู้ า่ คำถามทเ่ี ราพยายามหาคำตอบนน้ั สดุ ทา้ ยแลว้ จะพาเรา 
เดนิ ทางไปค้นพบอะไร
เดก็ ทกุ คนทว่ั โลกเมอื่ เรม่ิ หดั พดู ไดไ้ มน่ านกม็ กั จะเรมิ่ ถามคำถาม “ทำไม?” 
กบั เร่อื งทกุ อยา่ งรอบๆ ตวั   ความอยากรู้อยากเหน็ อย่างไมม่ ีทีส่ น้ิ สดุ นเี้ ป็นลักษณะ 
พิเศษของมนษุ ย์  เราพยายามจะหาคำมาอธบิ ายกบั ทกุ ๆ เร่อื งท่เี ราไม่เข้าใจ  และ 
ด้วยความอยากรู้อยากเห็นอย่างไม่มีท่ีสุดน้ีเองที่เป็นปัจจัยหลักทำให้เราเป็นสัตว์ 
ชนิดเดียวท่ีเคยเดินทางออกไปนอกโลกและไปประทับรอยเท้าไว้บนดวงจันทร์ 
ส่ิงอำนวยความสะดวกสบายทุกอย่างท่ีเราใช้กันอยู่  ยาที่เราใช้รักษาเม่ือเราป่วย 
ก็เร่ิมต้นจากการที่ใครสักคนหน่ึงในอดีตถามตัวเองว่า  “ทำไม?... เพราะอะไร?” 
การสงสยั และตง้ั คำถาม “ทำไม”  นเ้ี ปน็ ธรรมชาตทิ ต่ี ดิ ตวั มากบั เดก็   โฮโม  เซเปยี นส ์
ทกุ คนทวั่ โลก  แตด่ ว้ ยเหตผุ ลบางอยา่ งเมอื่ เราเรมิ่ เขา้ โรงเรยี นเรากเ็ รยี นรทู้ จี่ ะหยดุ  
ตง้ั คำถามเหลา่ น ้ี แลว้ เปลย่ี นพฤตกิ รรมจากการสงสยั และตงั้ คำถามเปน็ การทอ่ งจำ 
ผมหวังว่าการเดินเร่ืองในหนังสือเล่มน้ีด้วยคำถาม “ทำไม” อาจทำให้เราได้เห็น 
ความสำคัญของการตั้งคำถามมากข้ึน  และกลับมาถามตัวเรากันเองว่า  เราจะทำ 
อยา่ งไรได้บา้ งเพ่อื ไม่ให้เดก็ เลิกถามคำถามเหล่านเ้ี มอื่ โตขนึ้
คำถามท่ีห้า  คือเราได้เรียนรู้อะไรบ้างจากธรรมชาติและทำไมเราต้อง 
ไปเรียนรู้จากมัน  หลายท่านอาจสังเกต (และรำคาญ) ว่า  ในระหว่างทางที่เรา 
เดนิ ทางมาดว้ ยกนั   ผมพยายามยดั เยยี ดแนวคดิ หนงึ่ แทรกเขา้ ไปตลอดเวลา  นน่ั คอื  
ระบบการทำงานหลายอย่างในธรรมชาติมีลักษณะท่ีประหยัด  มีประสิทธิภาพสูง 
และมีการนำกลับมาใช้ซ้ำ  นอกจากนี้ยังเป็นระบบที่ย่ังยืน  สาเหตุที่ธรรมชาติมี 
ลักษณะเหล่านี้ได้ไม่ใช่เพราะธรรมชาติฉลาด  แต่เป็นเพราะธรรมชาติแก่และโง่ 
เพราะความที่ธรรมชาติโง่  ธรรมชาติจึงไม่เคยลังเลท่ีจะคิดนอกกรอบเดิมๆ แล้ว 
ทดลองโยนระบบตา่ งๆ  ทที่ ง้ั ฉลาดและไมฉ่ ลาดเขา้ มาในระบบนเิ วศนอ์ ยา่ งตอ่ เนอ่ื ง 
แต่ระบบที่ไม่ดีพอ  ส้ินเปลือง  ไม่มีประสิทธิภาพ  หรือไม่ย่ังยืน  จะถูกกลไกการ 
คัดเลือกตามธรรมชาติคัดออกไปเรื่อยๆ และด้วยเวลาคัดเลือกที่นานเพียงพอ 
คือ 3 พนั ลา้ นกว่าป ี ทำใหร้ ะบบทีเ่ หลืออยู่เป็นระบบท่ีดใี นระดับหน่งึ แม้วา่ อาจจะ 
ไม่ใชร่ ะบบท่ีดที ี่สดุ ทีเ่ ป็นไปได้ก็ตาม

บทสง่ ท้าย ชชั พล เกยี รตขิ จรธาดา 275

สำหรับคำถามว่าเราได้เรียนรู้อะไรบ้างจากธรรมชาติ  เราก็คงต้องถาม 
ตวั เองวา่ สง่ิ มชี วี ติ ในธรรมชาตวิ นั ๆ มนั ทำอะไรกนั บา้ ง?... คำตอบทเ่ี ราจะไดค้ อื ไมว่ า่  
สิ่งมีชีวิตนั้นจะเป็นอะไรก็ตาม  ตลอด 3 พันล้านกว่าปีที่ผ่านมาน้ี  สิ่งมีชีวิตทำ 
เหมอื นกบั ทคี่ นทำกนั อยทู่ กุ วนั คอื   ตา่ งกท็ ำมาหากนิ ซงึ่ กร็ วมไปถงึ การทำการตลาด 
จัดสรรทรัพยากร  แย่งกันหากิน  แบ่งกันกิน  ร่วมมือกัน ฯลฯ  แต่ส่ิงท่ีแตกต่าง 
อย่างชัดเจนระหว่างวิธีทำมาหากินของคนและสัตว์อื่นๆ ในธรรมชาติคือ  วิธีการ 
ทำมาหากนิ ของคนไมป่ ระหยดั   ไมม่ ปี ระสทิ ธภิ าพ  มขี องเสยี และไมย่ ง่ั ยนื   ปจั จบุ นั  
เราต่างก็รู้กันดีว่าถึงเวลาแล้วท่ีเราจะต้องกลับไปมองหาแรงบันดาลใจในการทำมา 
หากินแบบใหม่ๆ ที่ย่ังยืนกว่าที่เราทำกันอยู่  การทำมาหากินท่ีจะไม่ย้อนกลับมา 
ทำร้ายลูกหลานของเราเองในอนาคต ซึ่งเราสามารถหาแรงบันดาลใจนี้ได้ท่ัวไป 
ในธรรมชาติ และนค่ี อื หลกั การของ Biomimicry หรอื Biomimetics ท่ี เจนนี เบนยสู  
(Janine Benyus)  ทำใหฮ้ ปิ ขน้ึ มาจนไปสกู่ ระแสของกระบวนการผลติ หรอื ออกแบบ 
ทเี่ ปน็ มิตรกับสิง่ แวดลอ้ มโดยการหาแรงบันดาลใจจากธรรมชาติในสาขาวิชาต่างๆ
ผมรู้ดีว่าหลายๆ  อย่างท่ีผมพูดมาในคำถาม 5 ข้อนี้ยังเป็นนามธรรม 
ลอยไปมาเหมอื นการวาดวมิ านในอากาศ  เนอื่ งจากเรายงั ไมม่ โี อกาสไดเ้ หน็ ตวั อยา่ ง 
กัน  แต่อย่างไรก็ตามคำถาม 5 ข้อนี้จะทำหน้าที่เหมือนเป็นกรอบความคิดท่ีจะ 
ทำให้เรามองสิ่งต่างๆ รอบตัวในมุมมองที่ต่างไปจากเดิม  ดังนั้นแม้ว่าบทน้ีจะเป็น 
บทส่งท้ายของหนังสือ  แต่มันยังเป็นเหมือนจุดเริ่มต้นของการมองธรรมชาติ 
รา่ งกายและพฤติกรรม  ผา่ นแวน่ ตาค่ใู หมท่ ี่เรยี กว่าวิวัฒนาการ  และผมหวังว่าเรา 
คงจะได้มีโอกาสเดินทางด้วยกันอีกครั้งเพ่ือที่จะเติมรายละเอียดของกรอบความ 
คิดใหม่น้ีให้เหน็ ภาพที่ชดั เจนมากขนึ้

…..........
เม่ือเรามองไปรอบๆ ตัวเรา  เราเห็นข้อเท็จจริงในธรรมชาติมากมาย 
ลกู กวางคลอดมาไมน่ านกว็ งิ่ ได ้ แตท่ ารกคนดแู ลตวั เองไมไ่ ด ้ สงิ โตตวั เมยี ชอบตวั ผู้ 
ทม่ี แี ผงคอดกดำ แตแ่ มไ่ กช่ อบตวั ผทู้ ห่ี งอนสแี ดงสด ขอ้ เทจ็ จรงิ ทเ่ี ราเหน็ ดว้ ยตาเหลา่ น ี้
มันดูไม่ปะติดปะต่อหรือมีความเกี่ยวข้องกัน  ไม่ว่าเราจะพรรณนาหรือบรรยาย 
สง่ิ ทเ่ี หน็ ในธรรมชาตดิ ว้ ยภาษาทส่ี วยงามเพยี งใด  แตม่ นั กไ็ มม่ คี วามหมายอน่ื ทล่ี กึ ซง้ึ  
มากไปกว่าความงามตามท่ีตาเห็น  แต่ด้วยกลไกของการคัดเลือกตามธรรมชาติ 
อนั เรยี บง่ายท่ี ชาร์ลส์ ดาร์วิน ทิ้งไว้ใหเ้ ราเมื่อ 150 ปีท่แี ล้ว เรือ่ งราวทแี่ ตกต่าง 
หลากหลายในธรรมชาติก็ถูกถักทอเข้าจนกลายเป็นเรื่องราวเดียวกันท่ีสวยงาม 
และมีความหมายลึกซ้ึง  เป็นมหากาพย์แห่งชีวิตที่ดำเนินมาต่อเนื่อง 3 พันล้าน 
กวา่ ป ี โดยมพี วกเราเปน็ หนง่ึ ในตวั ละครลา่ สดุ   พลงั ของธรรมชาตทิ ข่ี ดี เขยี นปนั้ แตง่  
เราขึ้นมาก็เป็นพลังเดียวกับท่ีป้ันแต่งสิ่งมีชีวิตอื่นท่ีเคยเกิดขึ้นมาก่อนเรานับล้านปี 
กลไกธรรมชาตทิ ท่ี ำใหผ้ ชู้ ายมอบแหวนเพชรใหผ้ หู้ ญงิ ในวนั แตง่ งาน  กไ็ มต่ า่ งอะไร 
จากกลไกท่ีทำให้นกเพนกวินอะเดลีตัวผู้หาหินมาให้ตัวเมีย  กลไกธรรมชาติที่ทำ 

276 เร่อื งเล่าจากร่างกาย เข้าใจร่างกาย พฤตกิ รรมและธรรมชาติผ่านกระบวนการวิวัฒนาการ

ให้ผู้ชายต้องเป็นฝ่ายจีบก็ไม่ต่างอะไรไปจากกลไกท่ีทำให้เกสรดอกไม้ต้องลอย 
ไปตามลมเพื่อไปผสมพันธ์ุกับเพศเมียในดอกไม้อีกดอก  ที่มาของแขนเราเองก็ไม่ 
ต่างไปจากท่ีมาของปีกนก  ขากวาง  และครีบปลา  ร่างกายของเราทุกคนมี 
ประวัติศาสตร์ท่ีสามารถไล่ย้อนกลับไปได้นับพันล้านปี พวกเราทุกคนเป็นสมาชิก 
ของครอบครัวใหญ่ ครอบครวั สิ่งมชี ีวติ
และท้ังหมดน้คี ือเร่ืองเล่าทีถ่ ่ายทอดออกมาจาก...  ร่างกายของเรา


บทส่งท้าย ชชั พล เกยี รตขิ จรธาดา 277

{ }Timeline  

ประมาณ 4.6 พันล้านปี............กำเนดิ ของโลก
ประมาณ 3.5 พันลา้ นปี............กำเนิดสง่ิ มชี ีวิต
65 ล้านปีทแ่ี ลว้ .........................ยุคของสัตว์เล้ยี งลกู ด้วยนมครองโลก
หลังไดโนเสาร์สูญพนั ธ์ไุ ป
8- 7 ลา้ นปีทแ่ี ลว้ ........................เผา่ พันธโุ์ ฮมนิ ิดแยกจากลงิ เอป
4.2 ลา้ นปที ่แี ล้ว.........................กำเนิด Australopithecus
3.2 ลา้ นปที ่ีแลว้ .........................ยคุ ทองของลูซ่ี
(Australopithecus afarensis)
2.4 ล้านปที ่แี ล้ว.........................ยคุ ทองของ Homo habilis
1.9 ล้านปที แี่ ลว้ .........................กำเนิด Homo erectus ในแอฟริกา
1.8 ล้านปที ีแ่ ลว้ .........................สว่ นหน่งึ ของ Homo erectus
เดนิ ทางไปถึงเอเชยี
200,000 ปที ี่แล้ว.......................กำเนดิ Homo sapiens
30,000 ปที แ่ี ล้ว.........................นีแอนเดอรท์ อลคนสุดท้ายตายไป
และเราเปน็ โฮโมเผ่าพนั ธุ์สดุ ทา้ ยทีห่ ลงเหลืออยู่
10,000 ปีทแี่ ลว้ .........................เขา้ สู่ยุคหินใหมห่ รอื Neolithic Period
คนเรม่ิ ทำการเกษตรเลี้ยงสัตว์  ประชากรเรม่ิ
มากขน้ึ
ค.ศ. 1654.................................เจมส์ อชั เชอร์ คำนวนวนั ทีพ่ ระเจา้ สรา้ งโลก
ค.ศ. 1700s................................เริม่ ปฏวิ ตั ิอตุ สาหกรรมในองั กฤษ
ค.ศ. 1735.................................Carl Linnaeus ตีพิมพ์
หนังสอื Systema naturae ครัง้ แรก
ค.ศ. 1748.................................Telliamed ของ Benoît de Maillet
ตพี ิมพค์ รง้ั แรก
ค.ศ. 1749.................................Georges Buffon เสนอทฤษฎกี ารกำเนดิ ของโลก
ค.ศ. 1767.................................เสยี กรุงศรอี ยุธยาครง้ั ทีส่ อง

278 เรอื่ งเล่าจากรา่ งกาย เขา้ ใจร่างกาย พฤตกิ รรมและธรรมชาตผิ ่านกระบวนการววิ ฒั นาการ

ค.ศ. 1782.................................พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟ้าจฬุ าโลกมหาราช
ขึ้นเถลงิ ถวลั ยราชสมบัตเิ ปน็ ปฐมกษัตรยิ ์
แห่งราชวงศจ์ กั รี
ค.ศ. 1796.................................Georges Cuvier ยืนยันว่าการสูญพันธเุ์ กิด
ได้จรงิ ด้วยหลักฐานทางฟอสซลิ
ค.ศ. 1798.................................Thomas Malthus ตีพมิ พ์หนังสือ
Essay on the Principle of Population
ค.ศ. 1803.................................Erasmus Darwin ตพี ิมพ์ The Temple of Nature 
ค.ศ. 1809.................................Jean-Baptiste Lamarck
ตพี มิ พ์หนังสือ Zoological Philosophy
ค.ศ. 1809.................................พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
รชั กาลทสี่ องทรงขน้ึ ครองราชย์
ปีเกิดของ Charles Darwin
ค.ศ. 1830.................................Charles Lyell ตีพิมพห์ นังสือ
Principles of Geology
ค.ศ. 1831 - 1836.......................Darwin เดนิ ทางไปกับ HMS Beagle
ค.ศ. 1838.................................Darwin คดิ ไดว้ า่ การคัดเลอื กตามธรรมชาติ
เปน็ แรงผลกั ดนั สำคญั ของกระบวนการววิ ฒั นาการ
จากการอา่ นหนงั สือของ Thomas Malthus
ค.ศ. 1844.................................หนังสอื พมิ พข์ า่ วภาษาไทยตีพมิ พ์คร้งั แรก
ในช่ือหนังสอื พิมพ์ บางกอกรคี อเดอร์
ค.ศ. 1859.................................Darwin ตีพมิ พ์ On the Origin of Species
ค.ศ. 1932.................................ปฏวิ ัตเิ พอื่ เปล่ียนแปลงการปกครองของ
ประเทศไทย
ค.ศ. 1973.................................Peter and Rosemary Grant
เร่ิมศกึ ษานกฟินช์บนหมเู่ กาะ Galapagos
ปเี กดิ ของผเู้ ขยี น (แอบตามนำ้ สอดแทรกเขา้ มา)
ค.ศ. 1974.................................Donald Johanson พบ Lucy ในเอธโิ อเปีย

Timeline ชัชพล เกียรตขิ จรธาดา 279

{ }Endnotes  

บทที่ 1-2 จดุ เรมิ่ ตน้ ของการเปลยี่ นแปลง, ชารล์ ส์ ดารว์ นิ และทฤษฎวี วิ ฒั นาการ
แนะนำหนังสืออ่านเพิ่มเติมสำหรับความเป็นมาของทฤษฎีวิวัฒนาการสามารถ 
อา่ นเพิ่มเตมิ ได้จากหนงั สือ Evolution: The Remarkable History of a Scientific 
Theory โดย Edward Larson ซ่ึง Larson จะเน้นความสำคัญไปที่ตัวทฤษฎี 
ววิ ฒั นาการ หนงั สอื อกี เลม่ ทแี่ นะนำคอื Remarkable Creatures: Epic Adventures 
in the Search for the Origins of Species โดย Sean B. Carroll ซง่ึ เลม่ นี้ 
จะเน้นไปที่ชีวประวัติสั้นๆ ของบุคคลท่ีเก่ียวข้องกับการศึกษาเกี่ยวกับวิวัฒนาการ 
สำหรับชีวประวตั ิของ ชารล์ ส์ ดาร์วิน และเรือ่ งราวการเดินทางของเขาสามารถหา 
อ่านได้ไม่ยากทั้งในหนังสือและอินเทอร์เน็ต แต่หนังสือท่ีอยากแนะนำเป็นพิเศษ 
คอื The Reluctant Mr. Darwin: An Intimate Portrait of Charles Darwin and 
the Making of His Theory of Evolution โดย David Quammen หนงั สอื เลม่ นไ้ี มไ่ ด ้
ให้ความสำคัญกบั ชีวประวัติของดาร์วินทัง้ หมด แต่จะเร่มิ ต้นเนอ้ื หาหลงั จากดาร์วนิ  
เสร็จสิ้นการเดินทางไปกับเรือ HMS Beagle หนังสือจะเล่าเร่ืองราวชีวิตในช่วงท ่ี
ดาร์วินค่อยๆ ศึกษาและรวบรวมความคิดก่อนท่ีจะมาเป็นทฤษฎีวิวัฒนาการโดย 
การคดั เลอื กตามธรรมชาต ิ
บทท่ี 3 ครีบปลากับที่มาของแขนขา
เรื่องราวการวิวัฒนาการของปลาขึ้นมาเป็นสัตว์บกสามารถอ่านเพ่ิมเติมได้จาก 
หนงั สอื Your Inner Fish: A Journey into the 3.5-Billion-Year History of
the Human Body โดย Neil Shubin
บทความ Getting a Leg Up on Land โดย Jennifer A. Clack ในนิตยสาร
Scientific American Magazine ฉบับเดือนธนั วาคม ค.ศ.2005
หนงั สือ At the Water’s Edge: Fish with fingers, whales with legs, and how
life came ashore but then went back to sea โดย Carl Zimmer
บทท่ี 4-5 แบบแผนท่ซี ่อนอยูใ่ นความแตกต่างและพนั ธกุ รรมสัตว์ในร่างกายคน
เน้ือหาใน 2 บทน้ีเป็นแนวคิดกว้างๆ  ของวิชาชีววิทยาสาขาใหม่ท่ีเรียกว่า 
Evolutionary Developmental Biology  ซง่ึ มีรากฐานเดมิ มาจากวิชา embryology 
หรือคัพภะวิทยา ซ่ึงเป็นวิชาที่ศึกษาเกี่ยวกับการเจริญเติบโตของตัวอ่อน 
ส่ิงมีชีวิต  ต่อมาเมื่อความรู้ความเข้าใจด้านพันธุกรรมมีมากข้ึน  นักวิทยาศาสตร ์

280 เรื่องเล่าจากร่างกาย เขา้ ใจรา่ งกาย พฤตกิ รรมและธรรมชาตผิ า่ นกระบวนการววิ ัฒนาการ

ก็สามารถอธิบายกลไกการเปล่ียนแปลงของตัวอ่อนในแต่ละขั้นได้ว่าเกิดขึ้นได้ 
อย่างไรในระดับยีน  ซึ่งความเข้าใจรายละเอียดทางพันธุกรรมน้ีทำให้เกิดเป็นวิชา
ทม่ี ีชอ่ื ว่า Modern Developmental Biology เมอ่ื วิชา Developmental Biology
นำความเขา้ ใจจากวิชา Evolutionary Biology มาศึกษาและเปรยี บเทียบการเติบโต 
ของตัวอ่อนสิ่งมีชีวิตชนิดต่างๆ ก็เกิดเป็นวิชา Evolutionary Developmental 
Biology หรือทีน่ ยิ มเรยี กกนั สนั้ ๆ วา่ Evo Devo
เน้อื หาของ Evo Devo นน้ั นา่ สนใจมากเพราะทำใหเ้ ราเขา้ ใจกลไกของววิ ฒั นาการ 
ในระดับการทำงานของยีน แต่จะเข้าใจได้ต้องเข้าใจการทำงานของพันธุกรรม 
ขน้ั พนื้ ฐาน ดงั นน้ั หลงั จากทเ่ี ราไดค้ ยุ เรอ่ื งพนั ธกุ รรมกนั แลว้ เราจะกลบั มาคยุ เรอ่ื งน้ี 
กนั อีกครัง้ สำหรับหนังสอื เกีย่ วกับ Evo Devo สำหรับประชาชนทีอ่ ยากจะแนะนำ 
มี 2 เลม่ คอื Your Inner Fish: A Journey into the 3.5-Billion-Year History
of the Human Body โดย Neil Shubin และ Endless Forms Most Beautiful: 
The New Science of Evo Devo and the Making of the Animal Kingdom
โดย Sean B. Carroll
สำหรับวิดีโอเล็คเชอร์ในอินเทอร์เน็ต สามารถค้นหาชื่อของ Neil Shubin และ
Sean Carroll จาก google ได้โดยตรง สำหรับกรณีของ Sean B. Carroll
อาจลองใช้ google ค้นหาคำวา่ “HHMI Holiday Lecture Sean Carroll” ซง่ึ  
เปน็ เลค็ เชอรส์ ำหรบั นกั เรยี นระดบั มธั ยมปลายทจี่ ดั โดย Howard Hughes Medical 
Institute
บทท่ี 6 การคัดเลือกตามธรรมชาติ
รายละเอียดเร่ืองราวของการทำงานวิจัยท่ีเกาะกาลาปากอสของสามีและภรรยา
Peter และ Rosemary Grant อา่ นเพิม่ เติมได้จากหนงั สอื ท่ีไดร้ บั รางวัล Pulitzer
ท่ีชอ่ื ว่า The Beak of the Finch: A Story of Evolution in Our Time โดย
Jonathan Weiner
บทที่ 7-9 ทําไมคนหล่อถึงหล่อ ทําไมคนสวยจึงสวย ทําไมผู้ชายชอบสาวๆ
ทม่ี ีส่วนโคง้ สว่ นเวา้ และทําไมผูห้ ญงิ มีนมและสะโพก
เร่ืองของการคัดเลือกทางเพศในคนที่นำเสนอใน 3 บทน้ีเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่ง 
ของ sexual selection ในคน งานวจิ ัยทศ่ี กึ ษาเกย่ี วกบั เรอ่ื งเหลา่ นมี้ อี ยูเ่ ยอะมาก 
สามารถหาอา่ นเพม่ิ เตมิ ไดไ้ มย่ าก ทง้ั ทเ่ี ปน็ หนงั สอื บทความในนติ ยสารวทิ ยาศาสตร์ 
และในอินเทอร์เน็ต ดังนั้นจะขอแนะนำเป็นชื่อของนักวิทยาศาสตร์ท่ีทำงาน 
วิจัยทางด้านน้ี เพราะชื่อเหล่านี้สามารถนำไปค้นหาข้อมูลเพ่ิมในอินเทอร์เน็ต 

Endnotes ชชั พล เกียรตขิ จรธาดา 281

ไดง้ ่าย David M Buss, Marlene Zuk, Randy Thornhills, Geoffrey Miller 
ส่วนคียเ์ วริ ด์ อ่นื ทส่ี ามารถนำไปใชค้ ้นหาได้ เช่น “evolution of facial beauty”,
“evolution of human mating”

สำหรบั หนงั สอื ทค่ี อ่ นขา้ งครบถ้วนในเล่มเดยี วขอแนะนำ The Mating Mind: How
Sexual Choice Shaped the Evolution of Human Nature โดย Geoffrey 
F. Miller

ตัวอย่างงานวิจัยที่คัดเลือกมาได้แก่ Darwinian aesthetics: sexual selection
and the biology of beauty โดย Karl Grammer และคณะตีพมิ พ์ใน Biological
Reviews of the Cambridge Philosophical Society Vol. 78(3) หน้า 385-
407 เดอื นสิงหาคม ปี 2003 เป็นทบทวนบทความงานวจิ ัยอ่ืนส้นั ๆ ประมาณ 20
หนา้ และ Sexual strategies theory: an evolutionary perspective on human 
mating โดย David M. Buss ตีพิมพ์ใน Psychological Review Vol. 100(2) 
หนา้ 204-232 เดือนเมษายน ปี 1993 (ดาวนโ์ หลดได้ฟร)ี

สำหรับงานวิจัยเรื่องลิงชิมแปนซีตัวผู้ชอบตัวเมียอายุมาก อ้างมาจากงานวิจัยของ
Martin N. Muller และ Richard Wrangham Male Chimpanzees Prefer Mating
with Old Females ตีพิมพใ์ น Current Biology Vol. 16 (22) หนา้ 2234-2238
เดอื นพฤศจกิ ายน 2006

สัดส่วนของเอวต่อสะโพก 0.7 เป็นสัดส่วนท่ีดึงดูดความสนใจจากผู้ชายมากที่สุด 
อ้างมาจากงานวิจัยของ Devendra Singh Adaptive significance of female 
physical attractiveness: role of waist-to-hip ratio ตีพิมพ์ใน Journal of 
Personality and Social Psychology Vol. 65(2) หนา้ 293-307 เดอื นสงิ หาคม
1993

บทท่ี 10 - 11 ทาํ ไมเราเดนิ สองขาและทาํ ไมตอ้ งมีหมอสูติฯ
เร่ืองของการวิวัฒนาการมาเดินสองขาและผลกระทบต่อกายวิภาคส่วนอื่นอ่าน 
เพม่ิ เติมไดจ้ ากบทความ Evolution of Human Walking ของ C. Owen Lovejoy
ตีพมิ พใ์ น Scientific American เดอื นพฤศจกิ ายน 1988 สำหรับหนงั สือทเี่ ขยี น 
เกยี่ วกบั ววิ ฒั นาการของการเดนิ สองขาขอแนะนำ Upright: The Evolutionary Key
to Becoming Human โดย Craig Stanford

บทที่  12-14  เป็นเร่ืองเก่ียวกับผลของอาหารและการใช้ไฟต่อวิวัฒนาการของ
สมองคน

282 เร่ืองเลา่ จากร่างกาย เข้าใจร่างกาย พฤติกรรมและธรรมชาติผ่านกระบวนการววิ ฒั นาการ

แนะนำอ่านเพิ่มเติมจากบทความ The Emergence of Intelligence โดย 
William H. Calvin ในนติ ยสาร Scientific American เดอื นตลุ าคม 1994, บทความ
Food for Thought โดย William R. Leonard ในนติ ยสาร Scientific American
เดือนธนั วาคม 2002, บทความ Diet and Primate Evolution โดย Katharine
Milton ในนิตยสาร Scientific American เดอื นสิงหาคม 1993
หนงั สอื Catching Fire: How Cooking Made Us Human โดย Richard Wrangham 
สำหรับผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศต่อวิวัฒนาการของสมองแนะนำ 
หนงั สอื A Brain for All Seasons: Human Evolution and Abrupt Climate
Change โดย William H. Calvin
ทฤษฎีของ Robin Dunbar เรื่องขนาดของสมองสัมพันธ์กับขนาดของสังคมอ่าน 
เพม่ิ เติมได้จาก Coevolution of neocortical size, group size and language
in humans ตพี ิมพ์ใน Behavioral and Brain Sciences Vol. 16(4) หน้า 681-
735 ปี 1993
บทท่ี 15-17 การเดินทางของเผ่าพันธม์ุ นษุ ย์
หนังสือที่เขียนเกี่ยวกับการเดินทางของคนออกจากแอฟริกามีหลายเล่มที่น่าสนใจ 
ได้แก่ Deep Ancestry: Inside The Genographic Project และ The Journey
of Man: A Genetic Odyssey ทง้ั คเู่ ขียนโดย Spencer Wells โดยท่ี Deep
Ancestry เขียนออกมาตามหลังทำให้เนื้อหาใหม่กวา่ (แต่โดยส่วนตัวผมว่า The
Journey of Man อา่ นสนกุ กว่า), The Seven Daughters of Eve: The Science
That Reveals Our Genetic Ancestry โดย Bryan Sykes การดำเนนิ เรือ่ งอ่าน 
สนุกกว่าท้ังสองเล่มของ Spencer Wells แต่เน้ือหาเก่ากว่า แต่อย่างไรก็ตาม 
ความรู้ด้านน้ีมีการเปลี่ยนแปลงเร็วมาก  มีงานวิจัยใหม่ๆ ตีพิมพ์ออกมาอย่าง 
ต่อเนื่อง การอ่านหนังสือแม้ว่าเนื้อหาจะเก่ากว่าแต่ประโยชน์ที่ได้แตกต่างไปจาก 
งานวิจยั ใหมๆ่ ในแงข่ องการเข้าใจพ้นื ฐาน แนวคิดและประวตั คิ วามเป็นมา
บทความ Traces of a distant past ในวารสาร Scientific American หน้า 56-
63 กรกฎาคม 2008 โดย Gary Stix
เร่ืองของภูมิอากาศเปล่ียนแปลงจนทำให้คนเกือบสูญพันธ์ุเม่ือประมาณ 195,000
ปที แี่ ล้ว อา่ นเพิ่มเตมิ ได้จากบทความ When the sea saved humanity วารสาร
Scientific American หน้า 55 - 61 สิงหาคม 2010 โดย Curtis W. Marean

Endnotes ชชั พล เกียรติขจรธาดา 283

สำหรับในอนิ เทอร์เน็ต แนะนำลองค้นหาใน youtube ด้วยคียเ์ วิร์ด “The Journey
of Man”, “The Real Eve”, “The Incredible Human Journey” เพราะมคี น
upload สารคดีทีส่ ร้างมาจากหนงั สือเหล่านี้ไว้
บทท่ี 18-26 เป็นเร่ืองการทํางานของระบบประสาท ระบบประสาทอัตโนมัติ
ววิ ฒั นาการของความเครยี ด และผลของความเครียดต่อการทํางานของร่างกาย
เร่ืองของ Hans Selye และหนูทดลอง เดิมเขียนไว้ในหนังสืออัตชีวประวัติของ
Selye เองชอ่ื The Stress of Life สำหรับหนังสอื ท่เี ขียนเกี่ยวกับความเครียดท่ี
อยากแนะนำมีสองเล่มคือ The End of Stress As We Know It โดย Bruce
McEwen และหนังสือ Why zebra don’t get ulcer โดย Robert Sapolsky
(ซงึ่ เป็นลกู ศิษยข์ อง Bruce McEwen) หนงั สอื ท้ังสองเล่มนมี้ เี นอ้ื หาท่ีใกล้เคียงกัน 
แต่มีวิธีการถ่ายทอดท่ีแตกต่างกัน หนังสือ The End of Stress อ่านง่ายกว่า
ในขณะทห่ี นงั สอื ของ Robert Sapolsky อา่ นสนกุ กวา่ และเนอื้ หาแนน่ กวา่ แตอ่ าจจะ 
ต้องการพนื้ ฐานทางชีววทิ ยาบ้าง
สำหรับวดิ โี อเลค็ เชอรใ์ นอนิ เทอรเ์ น็ตสามารถลองใช้ช่ือ Robert Sapolsky ค้นหา 
ได้โดยตรง
การแบง่ สมองเป็น 3 ช้นั หรอื ท่ีเรียกว่า triune brain นี้ ดง้ั เดมิ นำเสนอโดย Paul 
MacLean ตง้ั แต่ 40 ปที ี่แล้ว ปจั จบุ ันเราร้วู า่ ไมถ่ ูกตอ้ งในรายละเอียด แตส่ ำหรบั  
ความเข้าใจในระดับทั่วๆ ไป โมเดลการเข้าใจสมองแบบนี้ยังใช้ได้ดี และทำให้ 
เข้าใจการทำงานของสมองและจติ ใจได้ง่าย
บทท่ี 27-28 เปน็ ตวั อยา่ งของการววิ ฒั นาการมารว่ มกนั ทาํ ใหร้ า่ งกายของสง่ิ มชี วี ติ
มกี ารสอื่ สารระหว่างกันได้
เรอื่ งของหนมู อนเทนนำมาจาก Chemical triggering of reproduction in Microtus 
montanus ตพี ิมพ์ใน Science 2;214(4516) หนา้ 69-70 เดอื นตุลาคม 1981
โดย Berger PJ และคณะ
เรื่องของเจลาดาบาบูน เป็นบทคัดย่อหมายเลข 60 ใน Proceedings of the
fifty-third annual meeting of the American Association of Physical An-
thropologists ในช่อื A Possible Role for Secondary Plant Compounds in
the Regulation of Primate Breeding Cycles ตพี ิมพ์ใน American Journal of
Physical Anthrapology Vol. 63(2)(1984) โดย J.K. Garey
เรื่องของแกะท่ีออสเตรเลีย The effects of plant oestrogens on animal 

284 เรือ่ งเล่าจากร่างกาย เข้าใจร่างกาย พฤตกิ รรมและธรรมชาติผ่านกระบวนการววิ ัฒนาการ

reproduction โดย Shutt DA ตีพิมพใ์ น Endeavour Vol. 35(126) หนา้ 110-113
กนั ยายน 1976, A specific breeding problem of sheep on subterranean-clover
pastures in Western Australia โดย Bennetts, H. W ตีพมิ พใ์ น The British
Veterinary Journal หน้า 348-352 Vol. 102(11) พฤศจิกายน 1946
บทที่ 29 มีเซก็ สม์ นั ดยี งั ไง
ทฤษฎที อี่ ธบิ ายวา่ ทำไมการสบื พนั ธแ์ุ บบใชเ้ พศถงึ ไดถ้ กู คดั เลอื กมาในปจั จบุ นั มมี าก 
กว่า 60 ทฤษฎี แต่ทฤษฎีที่นำเสนอในบทน้ีมีชื่อว่า Red Queen Hypothesis 
ซึ่งนา่ จะได้รับการยอมรบั มากท่สี ุดในปจั จุบัน
สำหรับหนงั สืออา่ นเพิม่ เติมแนะนำ Parasite Rex : Inside the Bizarre World of
Nature’s Most Dangerous Creatures โดย Carl Zimmer เปน็ หนงั สืออา่ นสนุก 
ท่ีแม้ว่าจะพิมพ์ออกมาหลายปีแล้วแต่เป็นพ้ืนฐานท่ีดีในการเข้าใจผลของปรสิต 
ตอ่ ววิ ัฒนาการ
The Red Queen: Sex and the Evolution of Human Nature โดย Matt Ridley 
เนอ้ื หาจะเปน็ เรอ่ื งของการคดั เลอื กทางเพศตา่ งๆ และผลของการคดั เลอื กนน้ั ในคน
บทที่ 30 เพศชาย เพศหญงิ เกิดขน้ึ มาไดอ้ ยา่ งไร
ทฤษฎที อ่ี ธบิ ายการเกดิ ของเพศมหี ลายทฤษฎดี ว้ ยกนั ทฤษฎที อี่ า้ งถงึ ในหนงั สอื เปน็  
ทฤษฎีของ G.A Parker ซึ่งเป็นทฤษฎีท่ีเป็นที่ยอมรับกันกว้างขวางท่ัวไป อ่าน 
เพม่ิ เตมิ ไดจ้ าก The Origin and Evolution of Gamete Dimorphism and the
Male-Female Phenomenon ตพี มิ พใ์ น Journal of Theoretical Biology Vol. 36(3) 
หน้า 529-553 กนั ยายน 1972
แนะนำอา่ นเพิม่ เติมบทท่ี 5 ของหนังสือ Life Ascending: The Ten Great Inven-
tions of Evolution โดย Nick Lane จะอธบิ ายการเกดิ การสบื พนั ธุ์แบบใชเ้ พศที ่
ละเอยี ดและใหมก่ วา่ ทผ่ี มเขยี น แตผ่ อู้ า่ นอาจจะตอ้ งมพี น้ื ฐานทางชวี วทิ ยาเลก็ นอ้ ย
บทท่ี 31-34 จะเปน็ เรอื่ งววิ ฒั นาการของการจบั ครู่ ะหวา่ งเพศผแู้ ละเพศเมยี และ
การดูแลลูก
เนื้อหาในบทท่ี 31 และ 32 นี้เปน็ ตัวอยา่ งของการนำ “ทฤษฎีเกม” ซ่งึ เป็นทฤษฎี 
ทางคณติ ศาสตรม์ าใชใ้ นชวี วทิ ยาเพอ่ื เขา้ ใจผลลพั ธข์ องกระบวนการววิ ฒั นาการ พดู  
ถึงทฤษฎีเกมส่วนใหญ่คนจะนึกถึงวิชาเศรษฐศาสตร์ แต่ในความเป็นจริงสิ่งมีชีวิต 
ในธรรมชาติทั้งหลายต่างก็เล่นเกมกันอยู่ โดยเกมที่ประสบความสำเร็จจะแสดง 
ออกมาด้วยการเปน็ ลกั ษณะท่แี สดงออกหรอื ลกั ษณะที่ถูกคดั เลือก

Endnotes ชชั พล เกียรตขิ จรธาดา 285

เรอื่ งของนกจาคานาอา่ นเพม่ิ เตมิ ไดจ้ ากบทความ Cuckoldry as a cost of polyandry 
in the sex-role-reversed wattled jacana โดย Stephen Emlen ตีพิมพ์ใน 
Proceedings of the Royal Society B:Biological Sciences Vol. 265 (1413)
หนา้ 2359-2364 ธนั วาคม 1998
เรอ่ื งของนกจาบคาหนา้ ขาว อา่ นเพมิ่ เตมิ ไดจ้ ากบทความ Parent–offspring conflict
and the recruitment of helpers among bee-eaters โดย Stephen Emlen
ตีพมิ พใ์ น Nature Vol. 356 หนา้ 331 - 333 ฉบบั วันท่ี 26 มีนาคม 1992
สำหรบั วิวฒั นาการให้เกดิ การซอ่ นการตกไข่ มงี านวิจัยและบทความคอ่ นข้างมากท่ ี
ยงั มกี ารศกึ ษาอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง คยี เ์ วริ ด์ ทจี่ ะใชใ้ นการคน้ หาแนะนำ “concealed ovula-
tion” หรือ “hidden estrus”
การนำกลไกการคัดเลือกตามธรรมชาติมาอธิบายพฤติกรรมของมนุษย์รวมไปถึง 
สังคมและวัฒนธรรมของคน เป็นหัวข้อใหญ่ท่ียังมีการถกเถียงในรายละเอียดอยู่ 
มากว่า ส่ิงที่เรียกว่าวัฒนธรรมวิวัฒนาการเก่ียวข้องกับชีววิทยาโดยตรงมากน้อย 
แคไ่ หน  ซง่ึ เรอ่ื งราวนา่ จะเรมิ่ ตน้ เถยี งกนั อยา่ งจรงิ จงั เมอ่ื E.O Wilson ตพี มิ พห์ นงั สอื  
Sociobiology: The New Synthesis เม่ือประมาณ 30 ปีที่แลว้ อกี หวั ข้อทย่ี ัง 
มกี ารถกเถยี งกนั คอื กลไกการคดั เลอื กตามธรรมชาตทิ ำงานในระดบั ไหน ระดบั ยนี ซงึ่
Richard Dawkins ทำให้เป็นท่ีรู้จักกันท่ัวไปจากหนังสือ The selfish gene
หรอื ทำงานหลายระดับทเ่ี รยี กว่า Multilevel Selection ซ่ึงคนทโี่ ปรโมทแนวคิดนี ้
ในปจั จบุ นั คอื David Sloan Wilson และ Elliot Sober
สำหรับการศึกษาพฤติกรรมในการเลือกคู่ท่ีต่างกันระหว่างผู้ชายและผู้หญิงอ่าน 
เพมิ่ เตมิ ได้จากบทความ Universal sex differences in the desire for sexual
variety: tests from 52 nations, 6 continents, and 13 islands ซ่ึงเปน็ งาน 
วิจยั ร่วมกันของนักวทิ ยาศาสตรจ์ ำนวนมากในหลายทวีปทว่ั โลก ตพี มิ พใ์ น Journal
of Personality and Social Psychology Vol. 85(1) หน้า 85-104 กรกฎาคม
2003
บทที่ 35-37 เปน็ เรอื่ งววิ ฒั นาการของพฤตกิ รรมสาํ สอ่ น การมชี ู้ และการปอ้ งกนั
ของท้งั คนและสตั ว์
หนงั สอื แนะนำมี 2 เลม่ คอื Sperm wars: Infidelity, Sexual Conflict and 
Other Bedroom Battles โดย Robin Baker และ Promiscuity: An Evolutionary

286 เร่ืองเลา่ จากรา่ งกาย เขา้ ใจรา่ งกาย พฤติกรรมและธรรมชาติผ่านกระบวนการวิวฒั นาการ

History of Sperm Competition โดย Tim Birkhead
บทความงานวิจัยทเ่ี ลอื กมาแนะนำ ไดแ้ ก่
Human mate guarding โดย David M. Buss ตพี มิ พ์ใน Neuroendocrinology
Letters Vol. 23 Suppl. 4 หน้า 23 - 29 ธนั วาคม 2002
Rate of molecular evolution of the seminal protein gene SEMG2 correlates
with levels of female promiscuity โดย Steve Dorus ตพี ิมพ์ใน Nature
Genetics Vol. 36(12) หน้า 1326-1329 ธันวาคม 2004
Hominoid seminal protein evolution and ancestral mating behavior โดย
Sarah J. Carnahan ตพี มิ พใ์ น American Journal of Primatology Vol. 70(10)
หน้า 939 - 948 ตลุ าคม 2008
เรื่องของทำหมันนกอ่านเพมิ่ เติมไดใ้ น Fertility of eggs produced on territories
of vasectomized red-winged blackbirds โดย Olin E. Bray ตพี ิมพใ์ น Wilson
Bulletin Vol.87 หนา้ 187-195 ปี 1975
เร่ืองของเพนกวิน Female Adelie Penguins Acquire Nest Material from
Extrapair Males after Engaging in Extrapair Copulations โดย F.M Hunter
ตีพิมพ์ใน The Auk Vol. 115(2) หนา้ 526 - 528 ปี 1998
เรื่องของอวยั วะเพศชายที่ทำหนา้ ทต่ี กั น้ำอสจุ ิของผู้ชายอนื่ อา่ นเพมิ่ เติมไดใ้ น
Magnetic resonance imaging of male and female genitals during coitus
and female sexual arousal โดย Willibrord Weijmar Schultz ตพี มิ พใ์ น BMJ
Vol. 319(7225) หน้า 1596-1600 ธันวาคม 1999
Semen Displacement as a Sperm Competition Strategy in Humans 
โดย Gordon G. Gallup, Jr. ตพี ิมพ์ใน HUMAN NATURE Volume 17(13) 
หน้า 253 -264 ปี 2006

Endnotes ชัชพล เกียรติขจรธาดา 287

{ }เกย่ี วกับผู้เขยี น  

นพ. ชชั พล เกยี รตขิ จรธาดา
www.facebook.com/ChatchapolBook
ตอนท่ี 1 การศึกษาและแผนชวี ิต
เกิดที่นิวยอร์ก โตท่ีกรุงเทพฯ จบชั้นประถมจาก 
โรงเรียนเซนต์คาเบรียล มัธยมต้นจากสาธิต มศว. 
ปทุมวัน มัธยมปลายจากเตรียมอุดมศึกษา เข้าเรียน 
แพทย์ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลังจากจบแพทย์
ไปทำงานที่จังหวัดน่าน หลังจากน้ันกลับมาเรียนต่อ 
เป็นแพทย์ผู้เช่ียวชาญด้านรังสีรักษาและมะเร็งวิทยา 
ท่ีโรงพยาบาลศิริราช หลังเรียนจบทำงานเป็นอาจารย์ 
แพทย์ทโี่ รงพยาบาลศิริราช 1 ปี ก่อนจะเดนิ ทางไปศกึ ษา 
ตอ่ ต่างประเทศ
สรุป... ชีวิตการศึกษาของเขาเหมือนเด็กกรุงเทพฯ ท่ัวไป เรียนหนังสือเพื่อนำไปสอบ 
ความหวงั คอื เข้ามหาวทิ ยาลัย จบมาจะได้มอี าชพี ทีม่ ั่นคง รายได้ด.ี .. แตค่ วามคดิ ของเขา 
กำลังจะค่อยๆ เปลยี่ นไป
ตอนที่ 2 ชวี ิตหักเห
อเมริกาเป็นประเทศที่ความรู้ทางวิทยาศาสตร์กระจัดกระจายอยู่ตามส่ือต่างๆ ทั่วไป 
หน้าทห่ี นง่ึ ของนกั วทิ ยาศาสตร์ทง้ั หลายคอื เดินสายออกรายการทีวแี ละวิทยแุ ข่งกับดารา 
เมอื่ ไปอยใู่ นสง่ิ แวดลอ้ มทม่ี วี ทิ ยาศาสตรร์ อบตวั เขาจงึ ซมึ ซบั ความรเู้ หลา่ นนั้ ไปโดยไมร่ ตู้ วั  
เขาเรมิ่ สนใจความรสู้ าขาตา่ งๆ ทไ่ี มเ่ คยคดิ จะสนใจ (เพราะไมต่ อ้ งใชส้ อบ) มากขนึ้ ยง่ิ เรยี นร ู้
มากขนึ้ กย็ งิ่ พบวา่ ตวั เองรนู้ อ้ ยลงเรอ่ื ยๆ เมอ่ื รตู้ วั วา่ รนู้ อ้ ยกอ็ ยากเรยี นรมู้ ากขน้ึ เมอ่ื เรยี นรู้ 
กว้างข้ึนก็เร่มิ เหน็ ความเช่อื มโยงของวิชาการสาขาต่างๆ วชิ าทีไ่ มเ่ คยคิดวา่ จะมาเกยี่ วข้อง 
กันได้เหล่าน้ีกลับทำให้วิชาวิทยาศาสตร์ท่ีเคยคิดว่าเป็นวิชาแห้งๆ ท่องจำไปเพ่ือสอบ 
กลบั กลายเปน็ ธรรมชาตทิ ม่ี ชี วี ติ มเี ลอื ดเนอื้ ขนึ้ มา ชวี วทิ ยาทเี่ คยเปน็ วชิ าทอ่ งจำกลบั กลาย 
เป็นธรรมชาติที่มีเรื่องราวต่อเนื่องและมีเหตุผลให้ค้นหา การเรียนจึงเป็นการศึกษาเพ่ือ 
ตอบสนองความอยากรู้ อยากเขา้ ใจ ไมใ่ ชก่ ารเรียนเพื่อใชส้ อบหรือเพื่อใบปรญิ ญา

ตอนท่ี 3 ความฝนั ครง้ั ใหม่
เกอื บ 5 ปที เ่ี ขาจดบนั ทกึ เรอื่ งตา่ งๆ ทเ่ี รยี นทอ่ี า่ นเอาไวใ้ นสมดุ บนั ทกึ สว่ นตวั เขยี นหนงั สอื  
ไม่เป็น ไม่เคยคดิ ฝันและไม่เคยอยากเปน็ นักเขียน แคอ่ ยากเลา่ เร่ืองท่ีเรียนรูใ้ ห้คนอ่นื ฟัง 
แต่หาคนฟังไม่ได้เลยต้องเขียนหนังสือ อยากเขียนหนังสือวิทยาศาสตร์ท่ีไม่ใช่วิชาการ 
ไม่ใช่วิทยาศาสตร์ท่ีเอาไว้สอบ และไม่ใช่ชีววิทยาแบบท่องจำ อยากเขียนหนังสือวิทยา-
ศาสตร์ที่เป็นหนังสืออ่านเล่น หนังสือวิทยาศาสตร์สำหรับคนที่ชีวิตแต่ละวันยุ่งอยู่กับ 
หน้าท่ีการงานต่างๆ ของตัวเอง แค่อยากให้เห็นว่า วิทยาศาสตร์ท่ีไม่ได้มีไว้เพ่ือสอบ... 
มนั สวยงามและนา่ ท่ึงเพยี งใด

ผลงาน เร่อื งเล่าจากร่างกาย
เขา้ ใจร่างกาย พฤตกิ รรมและธรรมชาติ
ผ่านกระบวนการวิวฒั นาการ
พมิ พ์ครั้งแรก มกราคม 2554


เหตผุ ลของธรรมชาติ
เรยี นรกู้ ลไกของรา่ งกายและเข้าใจเหตผุ ลของธรรมชาติ
ผา่ นกระบวนการวิวัฒนาการ
พิมพค์ รงั้ แรก กนั ยายน 2554


Click to View FlipBook Version