คอื ฆา่ ลกู ของตวั ผเู้ กา่ ใหห้ มดสนิ้ จากนน้ั กร็ บี ผสมพนั ธแุ์ ละรบี มลี กู ใหเ้ รว็ คำถาม
คือ มันฆ่าลูกของจ่าฝูงเก่าไปทำไม? มันกลัวว่าลูกเหล่านี้เม่ือโตขึ้นแล้วจะมาล้าง
แคน้ ใหพ้ อ่ อยา่ งในหนงั จนี กำลงั ภายในหรอื ?... ไมใ่ ชแ่ นน่ อน การตามแกแ้ คน้ แทนพอ่
มีแตใ่ นคนเท่านั้น ถา้ เช่นนนั้ มนั ทำอย่างนนั้ ไปเพือ่ อะไร?
คำตอบคือ มันทำให้แม่ๆ ทั้งหลายกลับมาพร้อมสืบพันธ์ุอีกครั้ง ระบบ
ฮอร์โมนของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเหล่าน้ีทำงานเหมือนออกซีโตซินและโปรแลคติน
ของเราทไ่ี ดก้ ลา่ วไปแลว้ การฆา่ ลกู ทด่ี ดู นมแมอ่ ยนู่ น้ั จะทำใหแ้ มก่ ลบั มาตกไขอ่ กี ครง้ั
มันจะได้มีโอกาสผสมพันธุ์และรีบมีลูก ในบางกรณีแม่อาจจะยังตั้งท้องอยู่ตอนที่
ตัวผู้ตัวใหม่เข้ามาครอบครองฮาเร็ม สัตว์อย่างบาบูนหรือม้าป่าตัวผู้จะใช้วิธีข่มข ู่
ด้วยเสียง หรืออาจจะหมั่นทำร้ายตัวเมียที่ต้ังท้องอยู่ให้เครียดบ่อยๆ เช่น กัด
ตบตี ขู่ด้วยเสียงให้กลัวหรือตกใจ ซ่ึงผลที่ตามมาคือ ตัวเมียจะแท้งลูกออกมา
หลงั จากทต่ี วั เมยี แทง้ ลกู ออกมา ตวั ผกู้ จ็ ะหยดุ ทำรา้ ยตวั เมยี เชน่ กนั แตก่ ารแทง้ ท ่ี
นา่ สนใจไปกวา่ นั้นคือ วธิ ีการแท้งของหนูและกระต่าย
สังคมของหนูก็เป็นแบบฮาเร็มเช่นกัน แต่จะเป็นฮาเร็มที่ไม่ใหญ่มาก
เมอื่ จา่ ฝงู เกา่ ถกู ไลอ่ อกไปและมตี วั ผตู้ วั ใหมเ่ ขา้ มาเปน็ จา่ ฝงู กลน่ิ ตวั ของตวั ผตู้ วั ใหม่
(หรือที่เราเรียกว่าฟีโรโมน) จะสามารถทำให้ตัวเมียแท้งลูกออกมาได้เองโดยท่ี
ตัวผู้ไม่ต้องไปเสียแรงแกล้งตัวเมีย การใช้กลิ่นทำให้แท้งนี้มีชื่อเรียกเฉพาะว่า
Bruce-Parkes effect (ตามช่ือคนที่เสนอสมมติฐานนี้) คำถามท่ีน่าสนใจคือ
การที่ตวั เมยี วิวฒั นาการมาให้ร่างกายมรี ะบบท่จี ะขับลูกหรอื แท้งลูกออกมนั เกดิ ข้นึ
มาเพอ่ื อะไร?... ประโยชนต์ อ่ ตวั ผเู้ ราเหน็ ไดช้ ดั เจนอยแู่ ลว้ เพราะการแทง้ เปน็ การ
เพิ่มโอกาสสืบพันธ์ุของตัวผู้ ตัวผู้ท่ีทำพฤติกรรมนี้ก็มีโอกาสท่ีจะมีลูกมากกว่า
พฤติกรรมเหล่าน้ีจึงค่อยๆ ถูกคัดเลือกมาตามธรรมชาติ แต่ถ้าเรามองในแง่ของ
ตวั เมยี การแท้งลกู ตัวเองเป็นการเสยี สิ่งท่ีตัวเมียลงทนุ (อุม้ ทอ้ ง) ไปแล้ว ตัวเมยี
ทร่ี า่ งกายมกี ลไกขบั ลกู ตวั เองเมอ่ื เครยี ดควรจะเสยี เปรยี บ และกลไกของรา่ งกายนี้
มันก็ไม่ควรถูกคัดเลือกมา แล้วกลไกนี้มันคงอยู่ในร่างกายของตัวเมียได้อย่างไร?
อะไรคือประโยชน์ของการแท้งสำหรบั ตวั เมยี ?
กลไกการแท้งเมื่อได้กล่ินจ่าฝูงตัวใหม่มันเกิดขึ้นได้ ไม่ใช่เพราะมันมี
ประโยชนต์ อ่ ตวั เมยี แตม่ นั ถกู คดั เลอื กมาเพราะมนั เปน็ ทางเลอื กทเ่ี ลวรา้ ยนอ้ ยกวา่
ทางเลอื กอนื่ เมอ่ื หนตู วั ผทู้ เ่ี ปน็ จา่ ฝงู ตวั ใหมเ่ ขา้ ครอบครองฮาเรม็ มนั จะฆา่ ลกู ทกุ ตวั
ที่เกิดกับตัวผู้ตัวเก่า ถ้าหนูตัวเมียตั้งท้องอยู่มันจะรู้ได้ด้วยสัญชาตญาณและมัน
จะทำร้ายหนูตัวเมียจนแท้ง ดังน้ันการท่ีตัวเมียวิวัฒนาการมาให้มีความสามารถ
ทจี่ ะแทง้ ลกู ทนั ทที ต่ี วั ผตู้ วั ใหมเ่ ขา้ มา เทา่ กบั เปน็ กลยทุ ธท์ จี่ ะทงิ้ การลงทนุ เดมิ ทไี่ มม่ ี
อนาคตแล้วถอนทุนเท่าที่จะเหลือออกมาเพื่อเตรียมไปลงทุนครั้งใหม่ท่ีมีอนาคต
มากกวา่ การทม่ี นั สามารถแทง้ ลกู ไดเ้ รว็ เทา่ กบั วา่ มนั ไมต่ อ้ งเสยี พลงั งานในการอมุ้ ทอ้ ง
200 เรือ่ งเลา่ จากรา่ งกาย เขา้ ใจรา่ งกาย พฤติกรรมและธรรมชาตผิ า่ นกระบวนการวิวัฒนาการ
ตอ่ แลว้ เกบ็ พลงั งานนน้ั ไวเ้ พอ่ื เตรยี มตง้ั ทอ้ งใหมใ่ นครง้ั ถดั ไป และวธิ นี ย้ี งั ทำใหไ้ มต่ อ้ ง
เจบ็ ตัวจากการโดนตวั ผูข้ ่มขู่ดว้ ย
จากตวั อยา่ งตา่ งๆ ทเี่ ราไดเ้ หน็ กนั ไปเรากจ็ ะกลบั มาทคี่ ำถามเกา่ ทเี่ ราถาม
ทิ้งไวท้ า้ ยบทท่แี ลว้ ทำไมธรรมชาตทิ ำให้ความเครียดนำไปสูก่ ารแทง้ ได้?
การตง้ั ทอ้ งของสตั วเ์ ลย้ี งลกู ดว้ ยนมชนดิ ตา่ งๆ ในธรรมชาตเิ ปน็ การลงทนุ
ทส่ี งู และเสยี่ งมากๆ การทสี่ ตั วเ์ ลยี้ งลกู ดว้ ยนม (รวมไปถงึ คน) จะตง้ั ทอ้ งได้ ตวั เมยี
จะตอ้ งมไี ขมนั สะสมไม่นอ้ ยกวา่ ปริมาณหนึง่ ๆ เชน่ ในคน ถา้ ผหู้ ญิงมไี ขมนั นอ้ ย
กวา่ ประมาณ 20 เปอรเ์ ซน็ ตข์ องนำ้ หนกั ตวั จะมลี กู ไดย้ าก ไขจ่ ะไมย่ อมตก การจะ
สร้างชีวิตใหม่ข้ึนมาหน่ึงชีวิต ต้นทุนท่ีแม่ต้องลงทุนไปจะมีทั้งด้านพลังงานที่แม่
ต้องให้ลูกระหว่างตั้งท้อง และพลังงานท่ีต้องเสียไปจากการให้นมลูก ทุนเรื่อง
เวลาท่ีต้องตั้งท้อง 9 เดือนในคน ทุนเรื่องความเสี่ยงจากการเป็นเป้าของผู้ล่า
เพราะผู้ล่าท้ังหลายจะเลือกล่าสัตว์ท่ีวิ่งช้า พิการหรือไม่แข็งแรง นอกจากน้ียังมี
ทนุ เรอ่ื งของการเสยี โอกาส หมายความวา่ ถา้ แมอ่ มุ้ ทอ้ งลกู ทไี่ มแ่ ขง็ แรง เมอื่ คลอด
ลูกออกมาแล้วโอกาสที่ลูกตัวน้ันจะโตไปสืบพันธุ์และมีลูกต่อก็น้อย เท่ากับว่า
ร่างกายของแม่ลงทุนไปโดยไม่ได้ผลตอบแทนท่ีคุ้มค่า รวมถึงพันธุกรรมของแม่ก ็
ไมถ่ กู สง่ ตอ่ ไปดว้ ย ซง่ึ พลงั งานทแ่ี มเ่ สยี ไปนน้ั แมส่ ามารถทจ่ี ะเอาไปใชต้ ง้ั ทอ้ งลกู
ท่ีแข็งแรงได้
เมอ่ื การลงทนุ มคี วามเสยี่ ง จงึ ไมน่ า่ แปลกใจวา่ ในกระบวนการววิ ฒั นาการ
ธรรมชาตจิ ะใหเ้ ครอ่ื งมอื มากบั สง่ิ มชี วี ติ ตา่ งๆ ทจ่ี ะประเมนิ ความเสย่ี งของการตง้ั ทอ้ ง
ในแต่ละครั้ง ถ้ามีแนวโน้มว่าการลงทุนครั้งน้ันจะไม่ได้ดอกออกผล แม่ก็ควร
จะถอนตวั จากการลงทนุ ครง้ั นน้ั ยงิ่ ถอนเรว็ ไดย้ งิ่ ดกี อ่ นทต่ี น้ ทนุ จะจมไปมากกวา่ นน้ั
ดังนน้ั การแท้งลูกจงึ เปน็ กลยทุ ธ์หนึ่งที่แม่ใช้ถอนการลงทนุ ทอี่ าจไม่ค้มุ เสีย่ ง
เราจะเห็นว่าการที่สัตว์ต่างๆ รวมถึงคนจะคาดการณ์ได้ว่าควรจะยุติ
การต้ังครรภ์หรือไม่ มันต้องมีวิธีประเมินว่าส่ิงแวดล้อมภายนอกเป็นอย่างไร
ในบทนเี้ ราเหน็ ตวั อยา่ งไปบา้ งแลว้ วา่ ธรรมชาตใิ ชส้ ญั ญาณหลายอยา่ งมาเปน็ คำใบว้ า่
ควรจะตงั้ ทอ้ งตอ่ หรอื ไม ่ ในบทถดั ไปเราจะไปดตู วั อยา่ งสญั ญาณจากธรรมชาตอิ นื่ ๆ
เพม่ิ แลว้ เราจะกลับมาสรุปเรือ่ งของแกะกันอกี คร้ัง
เมือ่ มนุษยย์ ุคหินมาอยู่ในโลกปัจจบุ ัน ชัชพล เกียรตขิ จรธาดา 201
28
{ }สัญญาณจากธรรมชาติวา่ ไมค่ วรมีลูก
ส่ิงมชี ีวิตต่างๆ จะมีระบบทสี่ ามารถประเมนิ สภาพแวดลอ้ มภายนอก
เพื่อปรับชว่ งเวลาของการมีลกู ใหเ้ หมาะสมกับสงิ่ แวดล้อมมากที่สดุ
ในทวีปอเมริกาเหนือมีสัตว์ตระกูลหนูชนิดหนึ่งเรียกว่า
หนูมอนเทน (Montane vole) ซึ่งมันจะอาศัยอยู่ใน
ทุ่งหญ้ากว้าง หนูชนิดน้ีจะมีอายุส้ันแค่ประมาณ 1 ปี
เทา่ นนั้ หนชู นดิ นม้ี นั จะคลา้ ยกบั สตั วอ์ น่ื ๆ คอื พยายามจะ
มลี กู ในชว่ งทม่ี อี าหารอดุ มสมบรู ณเ์ พอ่ื เพม่ิ โอกาสรอดชวี ติ
ของลกู ใหม้ ากทสี่ ดุ เทา่ ทจี่ ะเปน็ ไปได ้ แตช่ ว่ งเวลาทอ่ี าหาร
อุดมสมบูรณ์ในแต่ละปีจะมีแค่ช่วงเดียวเท่าน้ันคือ ช่วง
ฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน เรื่องมันยากตรงที่หนูมอนเทน
มันมีอายุส้ันแค่ปีเดียวหรือน้อยกว่าน้ัน มันไม่มีปฏิทิน
ถึงมีมันก็คงอ่านไม่เป็น มันไม่รู้ว่ามันเกิดมาวันที่เท่าไหร ่
เดือนอะไร มันไม่รู้ว่ามันเกิดมาฤดูไหน แล้วมันจะรู้ได้
อย่างไรว่าช่วงไหนคือช่วงที่อาหารอุดมสมบูรณ์และเป็น
ช่วงทมี่ ันควรจะสืบพนั ธแ์ุ ลว้ มลี กู
202 เรื่องเล่าจากรา่ งกาย เข้าใจรา่ งกาย พฤตกิ รรมและธรรมชาติผา่ นกระบวนการววิ ัฒนาการ
หนูมอนเทน
เม่ือธรรมชาติตั้งโจทย์ สิ่งมีชีวิตต่างๆ ก็ต้องหาทางแก้ปัญหา วิธีที่
หนูมอนเทนใช้คือ มันวิวัฒนาการมาให้ระบบสืบพันธุ์ของมันเปิดปิดการทำงาน
ไปตามอาหารท่มี นั กิน ในช่วงแรกของฤดใู บไมผ้ ลิ (อาหารอุดมสมบูรณ์) หญ้าที ่
มันกินจะสร้างสารเคมีบางอย่างท่ีไปทำให้ระบบสืบพันธ์ุของมันเร่ิมทำงาน ดังนั้น
เม่ือเริ่มมีอาหารมันก็เริ่มมีลูก เมื่อลูกมันคลอดออกมาก็จะตรงกับช่วงท่ีมีอาหาร
อดุ มสมบรู ณ ์ ในเวลาตอ่ มาเมอื่ ใกลห้ นา้ หนาว อาหารจะคอ่ ยๆ นอ้ ยลงและหมดไป
ตน้ หญา้ ทห่ี นมู อนเทนกนิ สามารถบอกไดว้ า่ ชว่ งกลางวนั กำลงั สนั้ ลงเรอื่ ยๆ หนา้ รอ้ น
ท่ีแสงแดดเยอะกำลังหมดไป มันต้องหาทางเอาตัวรอดในช่วงหน้าหนาว ดังนั้น
ก่อนท่ีจะเข้าหน้าหนาวและไม่มีแสงแดด หญ้ามันจะสร้างดอกหญ้าขึ้นมาเพ่ือ
ผสมพันธ์ุและสร้างเมล็ดขึ้นมา เมล็ดน้ีจะทนหน้าหนาวได้ดีและรอเวลางอกเป็น
ตน้ หญา้ อกี ครงั้ เมอ่ื หนา้ หนาวผา่ นพน้ ไป เมอ่ื ตน้ หญา้ มดี อกหญา้ เกดิ ขนึ้ หนมู อนเทน
ก็จะกินดอกหญ้าเหล่าน้ีเข้าไป สารเคมีในดอกหญ้าก็จะไปหยุดระบบสืบพันธุ์ของ
หนมู อนเทน มนั จงึ หยดุ การมลี กู กอ่ นทอ่ี าหารจะหมดไป มนั จงึ ไมต่ อ้ งเสยี แรงลงทนุ
มีลูกในช่วงที่อาหารขาดแคลนและไม่มีโอกาสได้ผลตอบแทน (หลาน) กลับมา
เราจะเห็นว่าระบบสืบพันธ์ุของมันจะถูกคุมด้วยอาหาร วิธีการของหนูมอนเทนจะ
ตา่ งไปจากเรา คนเขา้ วยั สบื พนั ธเุ์ มอ่ื เขา้ วยั รนุ่ แตห่ นเู หลา่ นไ้ี มไ่ ดเ้ ขา้ วยั เจรญิ พนั ธ์ุ
ตามอาย ุ แตเ่ ขา้ วยั เจรญิ พันธเุ์ มื่อสิ่งแวดลอ้ มมีอาหารทีเ่ หมาะสม
เม่ือมนษุ ย์ยุคหนิ มาอยู่ในโลกปจั จบุ นั ชัชพล เกียรติขจรธาดา 203
ในท่ีราบสูงในประเทศเอธิโอเปียจะมีลิงบาบูนชนิดหนึ่งซึ่งรู้จักกันดีใน
ชอื่ เจลาดา (Gelada baboon) ลงิ บาบนู กล่มุ นี้มนี กั วทิ ยาศาสตรไ์ ปศึกษาวถิ ีชีวิต
ของมันอย่างละเอียดค่อนข้างมาก ทำให้เรารู้เร่ืองเกี่ยวกับลิงเหล่าน้ีค่อนข้างด ี
ลกั ษณะหนง่ึ ทนี่ า่ สนใจของมนั คอื ในชว่ งหนา้ แลง้ บาบนู เหลา่ นจี้ ะใหก้ ำเนดิ ลกู นอ้ ย
กว่าช่วงอื่นมาก แม้ว่าการผสมพันธ์ุก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้น้อยไปกว่าปกติ เมื่อ
นักวิทยาศาสตร์เข้าไปศึกษาดูว่าทำไมมันจึงเป็นเช่นน้ัน ส่ิงท่ีพบคือ ในหน้าแล้ง
บาบูนตัวเมียจะไปกินพืชชนิดหน่ึงคือ โคลเวอร์ ซ่ึงเป็นญาติๆ ของโคลเวอร์ท่ี
แกะกนิ ในออสเตรเลยี ทมี่ นั นา่ สนใจเพราะมแี ตล่ งิ ตวั เมยี ทอี่ ยใู่ นวยั เจรญิ พนั ธแ์ุ ลว้
เท่าน้ันท่ีจะไปกินพืชชนิดน้ี และมันจะไปกินมากเป็นพิเศษในหน้าแล้งซึ่งเรารู้กัน
แล้วว่าเป็นช่วงที่ไม่ควรมีลูก โคลเวอร์ชนิดน้ีก็สร้างไฟโตเอสโตรเจนท่ีทำให้บาบูน
มลี กู ไมไ่ ดเ้ ชน่ เดยี วกนั คำถามคอื ลงิ มนั “ตงั้ ใจ” จะคมุ กำเนดิ ในหนา้ แลง้ หรอื เปลา่ ...
คำตอบน้ีตอบยากเพราะเราถามบาบูนตรงๆ ไม่ได้ แต่จากตัวอย่างในสัตว์อื่นๆ
(รวมท้ังคนซึ่งเราจะได้เห็นกันต่อไป) ทำให้เชื่อว่ามันไม่ได้ต้ังใจจะคุมกำเนิด แต่
กลไกในธรรมชาตทิ ำใหร้ า่ งกายมนั ตอบสนองไปเชน่ นน้ั โดยทม่ี นั จะ “หวิ หรอื อยากกนิ ”
ต้นโคลเวอร์ก่อนที่จะเข้าหน้าแล้ง และเมื่อหมดหน้าแล้งมันก็จะไม่ “อยากกิน”
ตน้ โคลเวอรน์ น้ั อกี เลย เราจะคยุ รายละเอยี ดในเรอ่ื งนก้ี นั อกี ครงั้ เมอ่ื เรากลา่ วถงึ เรอื่ ง
ของสัญชาตญาณการกนิ ของคนและสตั ว์ในโอกาสต่อไป
204 เรอื่ งเล่าจากรา่ งกาย เจลาดาบาบนู
เขา้ ใจร่างกาย พฤติกรรมและธรรมชาตผิ า่ นกระบวนการวิวฒั นาการ
สตั ว์ทอี่ ายสุ ัน้ หลายชนิด เชน่ หนูมอนเทน ต้องใช้อาหารเป็นตัวกระต้นุ
ว่าจะเริ่มสร้างฮอร์โมนเพศเมื่อไหร่และจะหยุดการสืบพันธุ์เมื่อไหร่ ในผีเสื้อหรือ
ดว้ งบางชนดิ จะเปน็ ยงิ่ กวา่ นน้ั คอื มนั จะไมส่ รา้ งฮอรโ์ มนเพศเอง แตจ่ ะอาศยั การกนิ
ฮอรโ์ มนทอ่ี าหารของมนั (ซง่ึ กค็ อื พชื ) สรา้ งขน้ึ ถา้ มอี าหารเมอ่ื ไหรม่ นั กจ็ ะมฮี อรโ์ มน
เมอื่ มฮี อรโ์ มนมนั กส็ บื พนั ธ ุ์ เมอื่ อาหารนน้ั หมดไป ฮอรโ์ มนกห็ มดไป ซง่ึ กแ็ สดงวา่
หมดชว่ งเวลาท่ีจะผสมพันธ์ุ
เราได้คุยกันไปแล้วว่าในธรรมชาติ ความเครียดในสัตว์เกือบทั้งหมดเป็น
ความเครยี ดทางรา่ งกายและเป็นความเครียดทเ่ี กดิ ข้นึ จริงๆ เมื่อสัตว์มีความเครยี ด
มากและบ่อย มันจะทำหน้าท่ีเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าส่ิงแวดล้อมท่ีมันอาศัยอยู่
มปี ญั หาเกดิ ขน้ึ กลายเปน็ สง่ิ แวดลอ้ มทอ่ี าจไมเ่ หมาะทจ่ี ะใหล้ กู เตบิ โต ซง่ึ พนั ธกุ รรม
ของเราเอง (ที่เรารับมาจากสัตว์อื่นๆ) ก็รับรู้เช่นน้ันมาเป็นเวลาหลายร้อยล้านป ี
ความเครียดจึงเหมือนเป็นสัญญาณบอกร่างกายว่าคงต้องยอมตัดใจท้ิงการลงทุน
ครงั้ นี้ไป แลว้ ไปลงทนุ ครั้งใหม่ท่หี วังผลได้มากกวา่ หรอื อาจเทียบได้กับคำว่า cut
loss ทน่ี กั ลงทนุ ใช้กัน
ในบทที่แล้วเราเห็นตัวอย่างว่าแม่ที่กำลังให้นมลูกไม่สามารถจะมีลูกได้
ก็เป็นกลไกการคุมกำเนิดตามธรรมชาติอีกวิธีหนึ่งท่ีธรรมชาติให้เรามา ในโลก
ทบ่ี รรพบรุ ษุ เราววิ ฒั นาการมา ไมม่ อี าหารทารกบรรจขุ วดขาย ไมม่ นี มผง อาหาร
เพียงอย่างเดียวของทารกท่ีเป็นไปได้คือนมแม่ การดำรงชีวิตในธรรมชาติแม่
ไม่สามารถปล่อยให้ลูกคลานไปมาโดยไม่สนใจได้ ทำให้แม่ต้องอุ้มหรือคล้องลูก
ไว้กับตัวตลอดเวลา ทำให้ลูกดูดนมแม่ได้ตลอดเวลา ดังนั้นการดูดนมแม่จึงเป็น
สัญญาณส่งไปที่ร่างกายให้แม่รู้ว่าขณะนั้นยังมีลูกท่ีต้องการพลังงานและดูแล
ใกลช้ ดิ จากแมอ่ ย ู่ ยงั ไมค่ วรจะมลี กู อกี คน ถา้ แมท่ อ้ งตอนนโ้ี อกาสทลี่ กู คนทหี่ นงึ่ หรอื
ท้ังสองคนจะเสียชีวิตจะมีได้ค่อนข้างสูง หรืออย่างที่เราเห็นว่าการมีไขมันสะสม
ในรา่ งกายนอ้ ยเกนิ ไปกน็ บั เปน็ อกี สญั ญาณหนงึ่ ทสี่ ง่ ไปบอกรา่ งกายวา่ อาหารขา้ งนอก
มีน้อยจึงยังไม่ควรจะมีลูก ซ่ึงในธรรมชาติไม่มีเหตุผลอะไรท่ีสัตว์หรือคนจะลด
ความอ้วนตราบใดท่ีมีอาหารให้กิน (ระบบนี้วิวัฒนาการมานานก่อนท่ีเราจะมี
กระจก ทีวี และแคทวอล์ค) และสุดท้ายความเครียดยังเป็นสัญญาณไปบอกว่า
มจี ่าฝงู เขา้ มาใหม ่ ควรจะแท้งลูกออกมาแลว้ เริม่ ตน้ กบั จ่าฝูงตัวใหมไ่ ด้แล้ว
ประมาณ 1 ใน 10 ของการตง้ั ครรภใ์ นคนจะจบลงดว้ ยการยตุ กิ ารตง้ั ครรภ ์
ก่อนกำหนด ซ่ึงการส้ินสุดการตั้งครรภ์โดยธรรมชาตินี้เกิดขึ้นบ่อยกว่าที่เรารับรู้
กันมาก เพราะส่วนใหญ่เมื่อร่างกายยุติการตั้งครรภ์ ร่างกายของแม่จะดูดซึม
ทุกอย่างกลับคืนร่างกายก่อนท่ีแม่จะรู้ว่าตัวเองต้ังครรภ์ เกือบทั้งหมดของทารก
ท่ีร่างกายตัดสินใจดูดกลับไปจะมีความผิดปกติทางพันธุกรรม ถ้าการสิ้นสุดการ
ตงั้ ครรภเ์ กดิ ชา้ เกนิ กวา่ รา่ งกายแมจ่ ะดดู ซมึ ทารกกลบั ไปได ้ ทารกกจ็ ะแทง้ ออกมา
ผู้หญิงที่โชคไม่ดีต้องแท้งลูกไปมักจะโทษว่าเป็นความผิดปกติหรือเป็นความ
เม่อื มนุษย์ยคุ หินมาอยู่ในโลกปัจจบุ ัน ชัชพล เกยี รติขจรธาดา 205
บกพรอ่ งของตวั เอง แตจ่ รงิ ๆ ถา้ มองในแงน่ จี้ ะเหน็ วา่ การแทง้ เปน็ กลไกทธ่ี รรมชาติ
ใช้ป้องกันทารกที่ไม่สมบูรณ์ไม่ให้ต้องเกิดมา ส่วนร่างกายเรามีวิธีการอย่างไร
ถึงได้รู้ว่าทารกมีความผิดปกติทางพันธุกรรมหรือไม่นั้น ยังคงเป็นความลับของ
ธรรมชาตติ อ่ ไป
ถึงตอนน้ีเราก็พร้อมท่ีจะกลับมาสรุปเรื่องของแกะที่ออสเตรเลียกันแล้ว
จุดท่ีเป็นหัวใจสำคัญของเรื่องท่ีซ่อนอยู่น้ันคือ ท้ังแกะและต้นโคลเวอร์เป็นสปีชีส์
รกุ รานของออสเตรเลยี ทงั้ คไู่ มไ่ ดม้ ถี น่ิ กำเนดิ ในออสเตรเลยี แตม่ าโตทนี่ ไี่ ดเ้ พราะ
มนษุ ยน์ ำแกะมาเลย้ี ง สว่ นตน้ โคลเวอรน์ น้ั มนษุ ยอ์ าจปนเปอื้ นมนั มาโดยไมไ่ ดต้ ง้ั ใจ
เม่ือเรากลบั ไปมองความสัมพนั ธ์ของแกะและตน้ โคลเวอรใ์ นยุโรป เราจะได้ภาพ
ทตี่ า่ งออกไป เราจะมาเรมิ่ จากการมองในมมุ ของตน้ โคลเวอรก์ นั กอ่ น เมอ่ื ใดกต็ าม
ทมี่ เี หตใุ หภ้ มู อิ ากาศแหง้ แลง้ มากกวา่ ปกตใิ นยโุ รป ตน้ โคลเวอรจ์ ะโตไดไ้ มด่ ี มนั จงึ
ต้องสร้างสารไฟโตเอสโตรเจนข้ึนมามากกว่าภาวะปกติเพื่อที่จะคุมจำนวนสัตว์ที่
จะมากนิ มนั คราวนเ้ี รามาลองมองในมมุ ของแกะบา้ ง ภาพทเ่ี ราจะไดค้ อื ชว่ งไหน
ก็ตามท่ีภูมิอากาศแห้งแล้ง อาหารต่างๆ จะน้อยลง มันจึงไม่ควรจะมีลูกมาก
เพราะโอกาสทลี่ กู จะรอดตายมนี อ้ ย และการลงทนุ ครง้ั นน้ั จะเปน็ การลงทนุ ทสี่ ญู เปลา่
สง่ิ ทมี่ นั ควรทำคอื เกบ็ พลงั งานไวแ้ ละมลี กู เมอื่ สถานการณด์ ขี นึ้ จะเหน็ วา่ ในกรณนี ี้
ทั้งตน้ โคลเวอรแ์ ละแกะจะได้ประโยชนจ์ ากระบบทีม่ ันสร้างขนึ้ มา สง่ิ มชี วี ิตทัง้ สอง
จะปรับตัวให้พร้อมรับมือกับสิ่งแวดล้อมใหม่ที่กำลังจะเกิดข้ึน ในทางตรงกันข้าม
เมื่อความสัมพันธ์ชนิดนี้ไปอยู่ในระบบนิเวศน์ท่ีต่างไปจากท่ีๆ มันวิวัฒนาการมา
เชน่ ในแกะและตน้ โคลเวอรท์ ไ่ี ปอาศยั อยใู่ นบรเิ วณแหง้ แลว้ ของออสเตรเลยี สญั ญาณ
ที่ส่งจากส่ิงแวดล้อมไปสู่สิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดในระบบนิเวศน์จึงเพี้ยนไปส่ิงที่เกิดขึ้น
คอื “ความไมเ่ ขา้ กนั ระหวา่ งสง่ิ มชี วี ติ และสงิ่ แวดลอ้ ม” ระบบทเี่ คยใหป้ ระโยชนใ์ นอดตี
จึงอาจกลายเป็นระบบท่ไี ม่ใหป้ ระโยชนห์ รืออาจกลายเป็นโทษได้
…..........
สง่ิ มชี วี ติ ตา่ งๆ ทอ่ี าศยั อยใู่ นระบบนเิ วศนจ์ ะมรี า่ งกายทสี่ รา้ งมาใหท้ ำงาน
กลมกลืนระหว่างกันและกลมกลืนกับส่ิงแวดล้อม ความกลมกลืนเหล่าน้ีมัน
เกิดข้ึนได้เพราะสิ่งมีชีวิตต่างๆ ท่ีอาศัยอยู่ในระบบนิเวศน์เดียวกันมานานและ
“วิวัฒนาการมาร่วมกัน” หรือที่เรียกว่า co-evolve มาด้วยกัน การวิวัฒนาการ
มาร่วมกันที่นานพอจะทำให้ส่ิงมีชีวิตแต่ละชนิดมีร่างกายที่ถูกคัดเลือกมาให้
เหมาะกับการอยู่ร่วมกัน และเราเห็นไปแล้วว่าระบบเหล่าน้ีค่อนข้างบอบบางต่อ
การเปลย่ี นแปลง
ในร่างกายของเราตับจะทำงานสัมพันธ์กับตับอ่อน สมองเราทำงาน
สัมพันธ์กับลำไส้ อวัยวะต่างๆ ทำงานไปด้วยกันได้อย่างดี เพราะอวัยวะต่างๆ
มีการส่ือสารระหว่างกัน แต่การส่ือสารน้ีไม่ได้ส้ินสุดอยู่แค่ผิวหนังเรา แต่ยังมี
การส่ือสารข้ามส่ิงมีชีวิตต่างๆ ได้อีก เราเห็นตัวอย่างในกรณีของแกะไปแล้วว่า
206 เร่ืองเล่าจากร่างกาย เข้าใจร่างกาย พฤติกรรมและธรรมชาติผ่านกระบวนการวิวัฒนาการ
การสื่อสารหรือความสัมพันธ์ในระบบนิเวศน์มันมีความเปราะบางอยู่ในตัว เมื่อ
สิ่งมีชีวิตที่อาศัยในระบบนิเวศน์มีการเปล่ียนแปลงหรือเม่ือความสัมพันธ์ระหว่าง
กันถูกรบกวนไป การสื่อสารอาจเกิดความผิดพลาดและอาจนำไปสู่ผลเสียของ
สงิ่ มีชวี ติ หรอื ระบบได้ และแน่นอนว่ามนุษยเ์ องก็ไม่เปน็ ข้อยกเว้น เราจะได้คุยเรอ่ื ง
ความสัมพันธ์ของคนกับส่ิงมีชีวิตอ่ืนๆ ในแง่ของการวิวัฒนาการมาร่วมกันใน
โอกาสตอ่ ๆ ไป แลว้ เราจะไดเ้ หน็ กนั วา่ เมอ่ื ความสมั พนั ธใ์ นระบบนเิ วศนถ์ กู รบกวน
มนั ทำให้เราป่วยไดอ้ ย่างไร
ในอดีตท่ีผ่านๆ มาวิชาวิทยาศาสตร์ท่ีศึกษาเก่ียวกับร่างกายของมนุษย์
หรือวิชาแพทย์จะศึกษาคนโดยมองคนแยกออกจากธรรมชาติเดี่ยวๆ โดย
มองว่าคนแตกต่างจากสัตว์อ่ืนๆ ในธรรมชาติ เรามีความสามารถท่ีจะคิดในแบบ
ทต่ี า่ งจากสตั วอ์ น่ื เรามวี ฒั นธรรมทซ่ี บั ซอ้ น ดงั นน้ั คนตอ้ งแตกตา่ ง กฎธรรมชาติ
ต่างๆ ท่ีใช้กับสัตว์จะใช้กับคนไม่ได้ แต่ในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมา เมื่อความรู้
หลายๆ สาขาเริ่มเข้ามาบรรจบกัน เช่น มนุษยศาสตร์ โบราณคดี การแพทย์
พนั ธศุ าสตร ์ ระบบนเิ วศน ์ วทิ ยาศาสตรเ์ กยี่ วกบั สตั วแ์ ละพชื ฯลฯ เมอ่ื เราจบั มนษุ ย ์
กลับมาวางในที่ท่ีมนุษย์ควรอยู่ภายในระบบนิเวศน์ ท่ีท่ีมนุษย์วิวัฒนาการมา
เราเรม่ิ เหน็ ภาพทแี่ ตกตา่ งไปจากเดมิ สงิ่ ทเ่ี ราปฏเิ สธไมไ่ ดค้ อื แมว้ า่ ความสามารถ
ในการคิดของเราจะต่างจากสัตว์อื่นๆ มาก แต่ร่างกายของเราไม่ได้แตกต่างหรือ
พเิ ศษไปกวา่ สตั วอ์ น่ื ๆ เลย ความแตกตา่ งระหวา่ งเรากบั สตั วช์ นดิ ตา่ งๆ ทเี่ หน็ กนั อย ู่
นน้ั มนั กแ็ คเ่ ปลอื กนอก เพราะลกึ ลงไปใตผ้ วิ หนงั เรายงั ใชร้ ะบบกลา้ มเนอ้ื ฮอรโ์ มน
รวมไปถงึ ยนี หรอื พนั ธกุ รรมรว่ มกบั สตั วต์ า่ งๆ หลายชนดิ เรายงั อยภู่ ายใตก้ ฎตา่ งๆ
ของธรรมชาตเิ หมอื นกบั สตั วอ์ นื่ และเมอ่ื เราฝนื กฎของธรรมชาต ิ เรากต็ อ้ งยอมรบั
ผลทต่ี ามมาอยา่ งหลกี เลยี่ งไมไ่ ด ้ ผมเชอ่ื วา่ หลายทา่ นยงั เหน็ ภาพไมช่ ดั นกั แตเ่ มอื่
ได้อา่ นตอ่ ๆ ไปเราจะเห็นภาพเหล่านไี้ ด้ชดั เจนข้นึ เรือ่ ยๆ
เราคยุ เรอ่ื งของความเครยี ดกนั มาหลายตอนแลว้ ถงึ เวลาแลว้ ทใ่ี นบทหนา้
เราจะไปตามตอบคำถามเก่าท่ีเราถามค้างกันไว้ในบทท่ี 25 ในบทหน้าเราจะไปด ู
กันวา่ ทำไมเราต้องมีการผสมพันธ์เุ พอื่ ทจี่ ะสบื พนั ธุ ์ ทำไมเราต้องมเี ซ็กส์?
เมอ่ื มนษุ ย์ยุคหินมาอยใู่ นโลกปัจจบุ นั ชัชพล เกยี รติขจรธาดา 207
29
{ }มเี ซก็ ส์มันดียงั ไง
ในแงข่ องการสง่ ต่อพันธกุ รรม การมเี ซ็กสม์ ขี ้อดอี ยา่ งน้อยสองอย่างคือ
หนง่ึ เป็นการเพิ่มความหลากหลายของพันธุกรรม
และสอง เป็นวธิ กี ารกำจดั พนั ธกุ รรมทผ่ี ิดปกติออกไป
ผชู้ ายกับผูห้ ญิงตา่ งกันอยา่ งไร? อะไรทใี่ ชบ้ อกวา่ คนหนงึ่
เป็นผู้ชาย อีกคนเป็นผู้หญิง?... คำถามน้ีตอบได้หลาย
ระดับแล้วแต่ใครจะให้ความสำคัญกับระดับไหน คุณอาจ
จะบอกว่าผู้ชายมีอัณฑะ มีอวัยวะเพศเป็นแท่ง ผู้หญิง
มีไข่และมีอวัยวะเพศที่รับกับของเพศชาย ผู้ชายมี
โครโมโซมเพศเปน็ xy ผหู้ ญงิ มโี ครโมโซมเพศเปน็ xx ผชู้ าย
มกั จะตัวใหญก่ วา่ ผูห้ ญงิ แตถ่ ้าผมเปลย่ี นคำถามใหม่แล้ว
ถามว่า ในธรรมชาติอะไรที่จะใช้บอกว่าสัตว์ตัวไหนเป็น
ตัวผู้ ตัวไหนเป็นตัวเมีย คำตอบแบบท่ีใช้ตอบในคนจะ
ไมส่ ามารถใชไ้ ด้
208 เรือ่ งเลา่ จากรา่ งกาย เขา้ ใจร่างกาย พฤตกิ รรมและธรรมชาตผิ า่ นกระบวนการววิ ัฒนาการ
ไม่ใชต่ วั ผูท้ ุกตัวในธรรมชาติท่ีจะมีอวยั วะเพศเปน็ แทง่ ๆ นกเพนกวนิ และ
ปลาส่วนใหญ่ไม่มีอวัยวะเพศที่เป็นแท่ง ไม่จำเป็นที่ตัวผู้จะต้องตัวใหญ่กว่าตัวเมีย
สัตว์ท่ีตัวเมียตัวใหญ่กว่าตัวผู้มีมากมายโดยเฉพาะในแมลงชนิดต่างๆ โครโมโซม
เพศของสตั ว์แตล่ ะชนดิ กแ็ ตกต่างไปจากเรา ในนกใชโ้ ครโมโซมระบบ WZ กบั ZZ
ในตุ่นปากเป็ดใช้โครโมโซมเพศสิบอัน ในจระเข้หรือเต่าไม่ใช้โครโมโซมในการ
กำหนดเพศ แตใ่ ชอ้ ณุ หภมู ติ อนทฟ่ี กั ไขเ่ ปน็ ตวั กำหนดเพศ เชน่ ถา้ ฟกั ไขใ่ นทอี่ นุ่ กวา่
40 องศาเซลเซยี สเป็นตัวผู้ ตำ่ กวา่ นั้นจะเปน็ ตวั เมยี เป็นต้น (มนี ักวทิ ยาศาสตร ์
บางคนเชื่อว่าไดโนเสาร์สูญพันธุ์เพราะโลกร้อนขึ้น ยุคน้ันเลยมีแต่ไดโนเสาร์ตัวผู้
ถ้าเป็นจริงไดโนเสาร์ยุคน้ันคงอึดอัดใจน่าดู) ในธรรมชาติมีวิธีสารพัดแบบท่ีจะ
กำหนดว่าจะให้ใครรับบทบาทเป็นตัวผู้หรือตัวเมีย คำถามคือ แล้วมีวิธีหรือไม่
ที่ใช้เป็นหลักสากลในการจะบอกว่าสัตว์ตัวไหนเป็นตัวผู้ สัตว์ตัวไหนเป็นตัวเมีย?
...คำตอบคอื มี
ในสตั วท์ สี่ บื พนั ธโ์ุ ดยการใชเ้ พศทกุ ชนดิ ในโลก ฝา่ ยไหนกต็ ามทส่ี รา้ งสาร
สืบพันธ์ุที่เล็กกว่าฝ่ายน้ันจะเป็นตัวผู้ และสารสืบพันธุ์นั้นจะถูกเรียกว่าเป็นอสุจิ
ส่วนฝ่ายที่สร้างสารสืบพันธุ์ท่ีใหญ่กว่าจะกลายเป็นตัวเมียไปโดยปริยาย และสาร
สืบพันธทุ์ ี่ถกู สรา้ งขึน้ กจ็ ะถูกเรยี กวา่ ไข่
เรารู้ว่าสิ่งมีชีวิตเริ่มแรกเกิดขึ้นในทะเลเม่ืออย่างน้อยๆ ก็ 3 พันล้าน
กวา่ ปมี าแลว้ ลกั ษณะการใชช้ วี ติ ของสง่ิ มชี วี ติ ยคุ แรกๆ นา่ จะคลา้ ยๆ กบั แบคทเี รยี
ในปัจจุบันคือ เป็นส่งิ มชี วี ติ เซลลเ์ ดียวและสบื พนั ธุ์แบบไม่ใช้เพศ คอื แบง่ ตัวจาก 1
เป็น 2 จาก 2 เป็น 4 เปน็ อย่างน้เี ร่ือยไป จวบจนวนั หนง่ึ เมื่อประมาณ 600 ลา้ น
ปีที่แล้วก็มีการใช้เพศเกิดขึ้น หลังจากนั้นเป็นต้นมาการสืบพันธ์ุของส่ิงมีชีวิต
กเ็ ปลยี่ นไปอยา่ งสน้ิ เชงิ ทกุ วนั นเี้ ราบอกไดว้ า่ การสบื พนั ธแ์ุ บบใชเ้ พศประสบความ
สำเรจ็ อยา่ งสงู เพราะไมว่ า่ จะมองไปทางไหนลกู หลานของสงิ่ มชี วี ติ ตา่ งๆ ทส่ี บื พนั ธ ุ์
โดยใช้เพศก็มีให้เห็นอยู่ทั่วไปหมด ทั้งพืช แมลง ปลา รวมถึงเราด้วย แต่มัน
แปลกตรงที่ว่าในธรรมชาติมีวิธีการสืบพันธุ์อีกหลายวิธีที่มี “ประสิทธิภาพในการ
ส่งต่อพันธุกรรม” มากกว่าการสืบพันธุ์แบบใช้เพศ เช่น การแบ่งตัวจากหน่ึง
เป็นสองในแบคทีเรียหรือต้นไม้ (ที่เราเรียกว่าตัดต่อก่ิง) หรือวิธีท่ีตัวเมียสร้างไข ่
จำนวนมากแล้วไข่เหล่านี้ก็โตเป็นตัวอ่อนโดยไม่ต้องมีการผสมกับอสุจิเลย วิธีน้ี
มีชอื่ ภาษาวิทยาศาสตรว์ ่า parthenogenesis (อา่ นวา่ พารธ์ ิโน-เจเนซิส parthenos
มาจากภาษากรกี หมายถงึ เวอรจ์ น้ิ genesis หมายถงึ กำเนดิ ความหมายรวมคอื
เกิดมาจากเวอร์จิ้น) เช่นในตัวเพลี้ยที่เป็นศัตรูสำคัญของต้นไม้นั้นมันไม่มีพ่อม ี
แต่แม่ การสืบพันธุ์แบบไม่ใช้เพศนี้ตัวเมียสามารถมีลูกจำนวนมากได้โดยง่าย
เร็วกว่า และประหยัดพลังงานกว่า แต่ในทางตรงกันข้ามเม่ือเรามาดูการสืบพันธ ุ์
แบบใช้เพศเราจะเห็นว่ามันยุ่งยากกว่ามาก ต้องเลือกว่าจะผสมพันธ์ุกับใครดี
ต่างฝ่ายต้องเดินทางเพื่อไปหาคู่ ต้องมาเสียเวลาจีบกันอีก เม่ือเจอคู่ที่หมายปอง
เมอื่ มนุษยย์ ุคหนิ มาอย่ใู นโลกปจั จบุ นั ชชั พล เกียรติขจรธาดา 209
ตวั ผทู้ งั้ หลายกย็ งั อาจตอ้ งมาเสย่ี งชวี ติ ตอ่ สแู้ ยง่ ชงิ ตวั เมยี กนั อกี ถา้ สงิ่ มชี วี ติ ไมต่ อ้ ง
มาเสียเวลาไปกับเรื่องเหล่านี้ เวลาและพลังงานที่มันประหยัดไปได้สามารถเอาไป
ทำอยา่ งอืน่ ไดอ้ ีกเยอะแยะ เชน่ หาอาหาร สร้างร่างกายให้ใหญโ่ ตเพอ่ื กินสตั วอ์ ่นื
ดังนั้นไม่ว่าจะมองด้านไหนมุมไหน ยังไงการสืบพันธ์ุแบบไม่อาศัยเพศน่าจะเป็น
วธิ ที ด่ี กี วา่ ในการมลี กู คำถามคอื ถา้ เปน็ เชน่ นน้ั แลว้ ทำไมการสบื พนั ธแ์ุ บบใชเ้ พศมนั
“ถูกคัดเลือก” มา? ธรรมชาติสรา้ งตัวผู้มาเพือ่ อะไร?
แต่น่ันเป็นแค่โลกในจินตนาการ (ของผู้หญิงหลายคน) ในโลกความ
เป็นจริงเราเห็นตัวผู้เดินขวักไขว่อยู่ทั่วไป แสดงว่าตัวผู้เหล่านี้มันต้องมีอะไรดีจริง
ไมเ่ ชน่ นนั้ การสบื พนั ธแุ์ บบใชเ้ พศจะถกู คดั เลอื กมาไมไ่ ด ้ คำถามคอื การมตี วั ผมู้ นั
มขี อ้ ดอี ะไร? แลว้ ตวั ผตู้ วั แรกมนั เกดิ ขน้ึ มาไดอ้ ยา่ งไร? วธิ หี นงึ่ ทจ่ี ะตอบคำถามนไ้ี ด ้
คอื เราตอ้ งหาสตั วท์ ค่ี ลา้ ยกนั มากๆ ในแงต่ า่ งๆ ทงั้ รปู รา่ งหนา้ ตาและการดำรงชวี ติ
แตม่ กี ารสบื พนั ธทุ์ ต่ี า่ งกนั คอื ชนดิ หนงึ่ ใชเ้ พศ อกี ชนดิ หนง่ึ ไมใ่ ชเ้ พศ แลว้ เรากน็ ำ
สัตว์ท้ังสองมาเทียบกันดู เราก็จะพอบอกได้ว่าการสืบพันธ์ุท่ีต่างกันนั้นมันนำไปสู่
ขอ้ ดหี รอื ขอ้ เสยี ทต่ี า่ งกนั อยา่ งไร และทำไมแตล่ ะแบบจงึ ถกู คดั เลอื กมา โชคดสี ำหรบั
เราที่ในโลกใบนี้ยังพอจะมคี วามหลากหลายทางชวี ภาพมากเพยี งพอให้เราไดศ้ กึ ษา
กใ็ ครจะไปคดิ วา่ การจะเขา้ ใจการสบื พนั ธขุ์ องมนษุ ยไ์ ด ้ เราตอ้ งไปศกึ ษาการสบื พนั ธ ุ์
ของหอยทาก
ในปี ค.ศ. 1985 เคอรต์ สิ ไลฟล์ ี่ (Curtis Lively) พยายามที่จะตอบ
คำถามวา่ การสบื พนั ธแ์ุ บบใชเ้ พศมนั มขี อ้ ดอี ยา่ งไร ในขณะนน้ั มสี มมตฐิ านทพ่ี ยายาม
ตอบคำถามนอ้ี ยหู่ ลายอยา่ งดว้ ยกนั แตก่ เ็ ปน็ แคส่ มมตฐิ านทไ่ี มม่ หี ลกั ฐานอะไรมา
รองรบั ไลฟล์ ซี่ ง่ึ ขณะนนั้ อาศยั อยใู่ นประเทศนวิ ซแี ลนดจ์ งึ ศกึ ษาหอยทากชนดิ หนงึ่
ซ่ึงหอยทากนี้ส่วนใหญ่จะสืบพันธุ์แบบ parthenogenesis (แม่ท่ีมีลูกได้เองโดย
ไมต่ อ้ งงอ้ อสจุ จิ ากตวั ผ)ู้ ทวา่ ในบางพน้ื ทก่ี จ็ ะมหี อยทากชนดิ เดยี วกนั นม้ี ตี วั ผตู้ วั เมยี
และสบื พนั ธแ์ุ บบใชเ้ พศดว้ ย คำถามคอื อะไรทำใหห้ อยทากสว่ นนอ้ ยนสี้ บื พนั ธแุ์ บบ
ใชเ้ พศ?
กุญแจไขคำตอบน้ีมันอยู่ท่ีสิ่งแวดล้อมท่ีหอยทากทั้งสองอาศัยอยู่ เพราะ
สิ่งที่ไลฟ์ล่ีพบคือ หอยทากท่ีสืบพันธ์ุแบบใช้เพศนั้นอาศัยอยู่ในบึงใหญ่ที่น้ำสงบน่ิง
ในขณะท่ีหอยทากท่ีสืบพันธุ์แบบไม่ใช้เพศอาศัยอยู่ตามลำธารท่ีน้ำไหลเช่ียว
น้ำน่ิงและน้ำไหลเช่ียวมันมีผลต่อการสืบพันธุ์ได้อย่างไร?... คำตอบนั้นซ่อนอยู่
ภายใต้เปลือกของหอยทาก เม่ือไลฟ์ล่ีเปิดเปลือกของหอยทากออกดู สิ่งที่เขาพบ
คือหอยทากทีอ่ าศัยในบงึ ท่นี ้ำน่งิ จะมีปรสิต (หนอนพยาธ)ิ เขา้ ไปอาศัยอยภู่ ายใน
(หรือเรียกวา่ เปน็ โรคพยาธิกไ็ ด้) แตห่ อยทากทอี่ าศัยในน้ำเชี่ยวซงึ่ มพี ยาธินอ้ ยกว่า
จงึ รอดพน้ จากการถกู พยาธโิ จมต ี เมอื่ ไลฟล์ ศ่ี กึ ษาเพม่ิ เตมิ ในบรเิ วณอน่ื ๆ เขากพ็ บ
แบบแผนเดียวกันนี้ในที่อ่ืนๆ คือ ที่ไหนก็ตามที่มีพยาธิมาก หอยทากนี้จะมีการ
สืบพนั ธุ์แบบใช้เพศ ทำไมการมีพยาธถิ งึ ทำใหห้ อยทากสืบพันธ์แุ บบใชเ้ พศ?
210 เร่อื งเลา่ จากร่างกาย เข้าใจร่างกาย พฤตกิ รรมและธรรมชาติผา่ นกระบวนการววิ ัฒนาการ
ไลฟ์ลี่เองทราบคำตอบน้ันในทันท ี เพราะกอ่ นหนา้ น้ี วลิ เลยี ม แฮมิลตนั
(William Hamilton) นกั ชวี วทิ ยา มหาวทิ ยาลยั ออกซฟ์ อรด์ เคยเสนอสมมตฐิ าน
ทอ่ี ธบิ ายไวแ้ ลว้ วา่ การมพี ยาธจิ ะทำใหก้ ารสบื พนั ธแุ์ บบใชเ้ พศมนั ดกี วา่ ไมใ่ ชเ้ พศอยา่ งไร
จะเข้าใจสมมติฐานของแฮมิลตันได้ เราต้องไปทำความเข้าใจการส่งต่อพันธุกรรม
จากพ่อแมไ่ ปส่ลู กู สักเลก็ นอ้ ย
ปกติในการสืบพันธุ์แบบไม่ใช้เพศ ลูกจะรับพันธุกรรมจากแม่ไปตรงๆ
การที่แม่จะให้พันธุกรรมแก่ลูกได้ แม่ต้องทำสำเนาพันธุกรรมของตัวเองขึ้นมาอีก
ชุดหน่ึงก่อนแล้วยกสำเนานั้นให้ลูกไป ในการทำสำเนาน้ันมักจะมีข้อผิดพลาด
เลก็ ๆ น้อยๆ เกดิ ข้ึนแต่ก็ไมม่ ากนัก ดงั นัน้ พนั ธกุ รรมของลกู แมว้ า่ จะไมเ่ หมอื นแม่
ร้อยเปอร์เซ็นต์แต่ก็จะคล้ายกับแม่มาก เมื่อลูกมีหลานต่อก็จะส่งพันธุกรรมชุดนี้
ตอ่ ไป ทำใหพ้ ันธกุ รรมของรุน่ หลานก็คลา้ ยๆ กับรุ่นแมแ่ ละรนุ่ ลูก
แตใ่ นการสบื พนั ธแ์ุ บบใชเ้ พศนน้ั ลกู จะไดพ้ นั ธกุ รรมจากพอ่ แมม่ าฝงั่ ละครงึ่
ดังน้ันพ่อต้องเตรียมพันธุกรรมครึ่งหนึ่งใส่เข้าไปในอสุจิ แม่ก็เตรียมพันธุกรรม
ครึ่งหน่ึงของแม่ใส่ไปในไข่ ถ้าเราถามต่อไปอีกว่า พันธุกรรมของพ่อและแม่ได้
มาจากไหน?... แน่นอนว่าพันธุกรรมของพ่อก็จะได้มาจากปู่และย่า ส่วนของแม่
ได้มาจากตาและยาย ดังนั้นพันธุกรรมในอสุจิของพ่ออาจพูดอีกอย่างคือ มันคือ
พันธุกรรมของปู่และย่าปนกัน (และใส่การกลายพันธ์ุปนเข้าไปอีกนิดหน่อย)
ส่วนไข่ของแม่ก็มีพันธุกรรมของตาและยายปนกัน เมื่อไข่ผสมกับอสุจิและกลาย
มาเปน็ ลกู ลกู กม็ พี นั ธกุ รรมของปยู่ า่ ตายายรวมอยใู่ นรา่ งกาย แตจ่ ดุ ทส่ี ำคญั อกี จดุ
มันอยู่ที่ตรงนี้ครับ อสุจิแต่ละตัวในหลายร้อยล้านตัวท่ีหล่ังออกมาจะมีพันธุกรรม
ไมเ่ หมอื นกันเลย หรืออาจพูดงา่ ยๆ ไดว้ า่ อสุจิแตล่ ะตวั เกิดจากการปรุงสว่ นผสมท่ ี
มาจากปู่และย่าในสัดส่วนที่ต่างกันไป เช่นเดียวกัน ไข่แต่ละใบท่ีตกมาในแต่ละ
รอบเดือนกม็ พี ันธกุ รรมแตกต่างกนั ไป
กลา่ วโดยสรปุ จะไดว้ า่ พนั ธกุ รรมของลกู ทไี่ ดจ้ ากการสบื พนั ธแ์ุ บบใชเ้ พศ
จะมคี วามหลากหลายมาก และลกู แตล่ ะตวั กจ็ ะมพี นั ธกุ รรมตา่ งกนั สว่ นพนั ธกุ รรม
จากการสบื พนั ธแ์ุ บบไมใ่ ชเ้ พศจะไมต่ า่ งจากแมม่ ากนกั และลกู แตล่ ะตวั กไ็ มต่ า่ งกนั มาก
(อาจเทียบได้วา่ ลูกเป็นฝาแฝดกนั ทงั้ หมดและยังเปน็ ฝาแฝดกับแมอ่ กี ดว้ ย)
ในวันท่ีสิ่งมีชีวิตที่มีร่างกายใหญ่เกิดขึ้นมาในโลก ส่ิงมีชีวิตท่ีตัวเล็กกว่า
จึงเห็นช่องทางหากินใหม่หรือ eco-niche แห่งใหม่ ถ้ามันเข้าไปอาศัยอยู่ในสิ่ง
มีชีวิตที่ตัวใหญ่ได้มันก็ไม่ต้องออกไปเส่ียงชีวิตหากินข้างนอก มันแค่นอนรอเฉยๆ
ในที่อบอุ่นสบายๆ แล้วคอยแย่งอาหารที่สัตว์ตัวใหญ่กินเข้าไป ส่ิงมีชีวิตท่ีทำ
ตัวเช่นนี้โดยไม่ให้อะไรตอบแทนเจ้าบ้านเลยเราจะเรียกพวกมันรวมๆ กันไปว่า
ปรสติ เชน่ พวกหนอนพยาธติ า่ งๆ แบคทเี รยี เชอ้ื ราและไวรสั บางชนดิ เมอ่ื เปน็
เชน่ นนั้ ถา้ สตั วต์ วั ใหญห่ รอื เจา้ ของบา้ นไมท่ ำอะไรเลย ไมน่ านเจา้ ของบา้ นกต็ อ้ งขาด
อาหาร ร่างกายไม่แข็งแรง และอาจสูญพันธุ์ได้ ดังนั้นเหล่าเจ้าของบ้านทั้งหลาย
เมอื่ มนษุ ย์ยุคหนิ มาอย่ใู นโลกปัจจุบัน ชชั พล เกียรติขจรธาดา 211
จึงสรา้ งกองทัพข้ึนมาสู้ ท่ีเราเรยี กกนั ว่า “ภมู ิคมุ้ กัน” ซ่ึงภูมิคมุ้ กันน้ีกส็ ร้างมาจาก
พันธุกรรมเชน่ เดยี วกนั
กลับมาที่หอยทากของเรา ในหอยทากท่ีสืบพันธ์ุแบบไม่ใช้เพศภูมิคุ้มกัน
ของมนั กจ็ ะคลา้ ยๆ กบั ของแม ่ ในการตอ่ สรู้ ะหวา่ งปรสติ กบั ภมู คิ มุ้ กนั ผลทอี่ อกมา
กม็ ชี นะบา้ งแพบ้ า้ งเปน็ ธรรมดา แตส่ มมตวิ า่ วนั หนง่ึ มปี รสติ ชนดิ หนงึ่ บงั เอญิ พบวธิ ี
เอาชนะภูมิคุ้มกันของหอยทากได้อย่างเด็ดขาด ทำให้มันอาศัยอยู่ในหอยทากนั้น
ได้อย่างดี เมื่อมันกินดีอยู่สบายมันก็มีลูกมาก ฝ่ายหอยทากที่สืบพันธ์ุแบบไม่ใช้
เพศ แม่มีพันธุกรรมยังไง ลูกก็มีพันธุกรรมคล้ายๆ กัน ซึ่งก็จะเทียบได้กับการ
ไมย่ อมเปลย่ี นกลยทุ ธใ์ นการตอ่ ส ู้ แมแ่ พแ้ ลว้ ลกู กย็ งั ใชก้ ลยทุ ธเ์ ดมิ จงึ ตอ้ งแพใ้ หก้ บั
ปรสติ อกี เรอ่ื ยไปและอาจนำไปสกู่ ารสญู พนั ธ ์ุ (และแนน่ อนสงครามเชน่ นใ้ี นธรรมชาต ิ
มกั จะไมม่ ผี ชู้ นะทแี่ ทจ้ รงิ เพราะสดุ ทา้ ยเมอื่ ปรสติ ทำลายเจา้ บา้ นจนหมดสน้ิ ไปมนั ก ็
จะสญู พนั ธุต์ ามไปด้วย)
สมมตวิ า่ วนั หนงึ่ มหี อยทากตวั หนง่ึ เกดิ เรยี นรทู้ จี่ ะสบื พนั ธแุ์ บบใชเ้ พศขนึ้ มา
เมื่อมันผสมพันธุ์กับหอยทากอีกตัว ลูกที่เกิดมาก็จะมีพันธุกรรมที่หลากหลาย
คือต่างไปจากทั้งพ่อแม่และปู่ย่าตายาย และลูกแต่ละตัวก็ยังมีพันธุกรรมแตกต่าง
กันไปอีก เม่ือพันธุกรรมที่หลากหลายนี้สร้างภูมิคุ้มกันข้ึนมาก็จะได้ภูมิคุ้มกันท ่ี
ไม่เหมือนใคร อาจเทียบได้กับการมีรูปแบบการรบใหม่ๆ ให้เลือกใช้ รูปแบบ
การรบทป่ี รสติ ตา่ งๆ ไมเ่ คยเหน็ มากอ่ น ทำใหก้ ารชนะฝา่ ยเดยี วเปน็ ไปไมไ่ ดอ้ กี เลย
โดยสรปุ จะเหน็ วา่ การมปี รสติ จะทำใหก้ ารสบื พนั ธแุ์ บบใชเ้ พศมขี อ้ ไดเ้ ปรยี บ
และมีประโยชน์ข้ึนมา ถ้าเราเทียบกันแค่รุ่นเดียวหรือเจเนอเรช่ันเดียวระหว่าง
หอยทากที่สืบพันธุ์แบบไม่ใช้เพศและแบบใช้เพศ เราจะเห็นว่าการสืบพันธ์ุแบบ
ไม่ใช้เพศมีลูกมากกว่าและเร็วกว่า แต่การชนะแบบน้ีเรียกว่าเป็นการชนะศึก
แต่แพ้สงคราม เพราะในระยะยาวแล้วการสืบพันธุ์แบบใช้เพศจะชนะได้บ่อยคร้ัง
กว่า ทำให้การสืบพันธุ์แบบใช้เพศจึงถูกคัดเลือกมาให้เป็นวิธีการสืบพันธุ์หลักใน
สตั ว์หลายๆ ชนิด
แต่น่ันไม่ใช่เหตุผลเดียวที่ทำให้การสืบพันธ์ุแบบใช้เพศได้เปรียบการ
สืบพันธุ์แบบไม่ใช้เพศ จากที่เราคุยกันไปข้างต้นว่า ในธรรมชาติการทำสำเนา
พนั ธุกรรมมักจะมขี ้อผดิ พลาดเล็กๆ นอ้ ยๆ เกดิ ขึน้ ในสำเนาใหม ่ ทำใหพ้ นั ธุกรรม
ของลูกคล้ายของแม่แต่ไม่เหมือนแม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ ซ่ึงโดยส่วนใหญ่แล้ว ความ
ผดิ พลาดของการทำสำเนานก้ี จ็ ะเลก็ ๆ นอ้ ยๆ และไมม่ ผี ลอะไร แตบ่ างครงั้ พนั ธกุ รรม
ท่ีผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ น้ีสามารถนำไปสู่ลักษณะบางอย่างท่ีไม่ดีได้ เม่ือแม่ให้
พันธุกรรมที่ไม่ดีไปกับลูก ลูกก็ต้องรับมาอย่างไม่มีทางเลือก เมื่อลูกรับของไม่ด ี
มาแล้วต้นแบบของลูกก็ไม่ดีเป็นทุนเดิม เม่ือลูกทำสำเนาตัวเองเพ่ือส่งให้หลาน
หลานก็ไม่มีทางเลือกต้องรับพันธุกรรมท่ีไม่ดีนั้นไป ซ่ึงพันธุกรรมที่ไม่ดีน้ันอาจนำ
212 เรือ่ งเล่าจากรา่ งกาย เข้าใจร่างกาย พฤติกรรมและธรรมชาตผิ ่านกระบวนการวิวฒั นาการ
ไปสู่การสูญพันธ์ุได้ การสืบพันธ์ุแบบไม่ใช้เพศจึงเหมือนกับว่าส่ิงมีชีวิตนั้นไม่มีวิธี
ทจ่ี ะกำจัดของไม่ดที ้ิง มนั ต้องรบั มาแล้วสง่ ตอ่ อยูอ่ ย่างน้ันเรอ่ื ยไป
ในทางตรงกันข้าม สมมติว่าพันธุกรรมที่ไม่ดีเกิดขึ้นในฝั่งพ่อ เม่ือพ่อ
ผสมพันธ์ุกับแม่ ลูกแต่ละตัวก็จะรับพันธุกรรมมาจากพ่อคร่ึงหน่ึงจากแม่คร่ึงหน่ึง
พันธุกรรมจากพ่อครึ่งหน่ึงอาจมีส่วนที่ไม่ดีปนมา อาจจะปนมากหรืออาจปนมา
เลก็ นอ้ ย หรอื อาจไมไ่ ดร้ บั มาเลยกไ็ ด ้ และเมอ่ื ผสมกบั แม ่ พนั ธกุ รรมทไี่ มด่ กี อ็ าจ
จะถูกเจือจางลง ลูกท่ีได้พันธุกรรมไม่ดีมาก็อาจจะถูกคัดออกไปจากธรรมชาติ
(ตายไปหรือไม่ได้สืบพันธ์ุ) ในรุ่นหลานพันธุกรรมท่ีไม่ดีจึงถูกเจือจางลงไปอีก
ดงั นน้ั การสบื พันธแ์ุ บบใชเ้ พศจงึ มีวิธที ี่จะกำจดั พนั ธกุ รรมไม่ดที ้งิ ไป
ในภาพรวมทั้งหมดคุณจะเห็นว่าคำตอบของคำถาม “ทำไมการสืบพันธุ์
แบบใช้เพศจึงประสบความสำเร็จมากกว่าการสืบพันธุ์แบบไม่ใช้เพศในระยะยาว?”
เราอาจสรุปเป็นคำพูดง่ายๆ ว่า ในระยะแรกๆ กลยทุ ธ์ที่เนน้ ปริมาณแตไ่ ม่ได้เนน้
คณุ ภาพ (ไมม่ คี วามหลากหลาย) จะดเู หมอื นวา่ ดกี วา่ แตใ่ นระยะยาวแลว้ กลยทุ ธท์ ี่
เน้นคุณภาพ (พันธุกรรมท่ีหลากหลาย) จะแซงกลับมาและประสบความสำเร็จ
เหนือกลยุทธท์ ี่เน้นปรมิ าณในทส่ี ดุ
แลว้ กม็ าถงึ คำถามถดั ไปคอื การสบื พนั ธแ์ุ บบใชเ้ พศมนั เกดิ ขนึ้ มาครง้ั แรก
ในโลกได้อย่างไร?... คำถามนี้แม้ว่ามันฟังดูไม่น่าสนใจ แต่มันคือคำถามที่ต้อง
ตอบ เพราะมนั จะชว่ ยนำไปสกู่ ารตอบคำถามทน่ี า่ สนใจกวา่ เชน่ ทำไมผหู้ ญงิ ตอ้ ง
เป็นฝา่ ยอมุ้ ท้อง?
เมือ่ มนษุ ยย์ คุ หนิ มาอยูใ่ นโลกปจั จุบัน ชชั พล เกยี รตขิ จรธาดา 213
30
{ }เพศชาย เพศหญงิ เกิดขึน้ มาได้อยา่ งไร
เม่อื อกี ฝ่ายเรม่ิ เอาเปรียบโดยการไมใ่ ส่อาหารลงไปในแกมมตี
กลไกการคัดเลือกจึงคอ่ ยๆ ทำใหเ้ กดิ เพศท่แี ตกตา่ งกันมากขน้ึ เรื่อยๆ
จนกลายมาเปน็ เพศผแู้ ละเพศเมยี ในปจั จุบัน
เราจะมาเรมิ่ หาคำตอบวา่ ทำไมผหู้ ญงิ ตอ้ งเปน็ ฝา่ ยอมุ้ ทอ้ ง
ด้วยการไปดูว่าการสืบพันธ์ุแบบใช้เพศมันเกิดขึ้นครั้งแรก
ได้อย่างไร? อสุจิหรือไข่ตัวแรกมันเกิดข้ึนมาบนโลกน้ี
ได้อยา่ งไร?
214 เรอ่ื งเล่าจากร่างกาย เขา้ ใจร่างกาย พฤติกรรมและธรรมชาตผิ า่ นกระบวนการววิ ฒั นาการ
ในทุกวันนี้ยังมีการสืบพันธุ์อีกแบบหน่ึงซึ่งแปลกกว่าส่ิงมีชีวิตอื่นๆ ที่มัน
แปลกเพราะเปน็ การสบื พนั ธแ์ุ บบใชเ้ พศแตไ่ มม่ ตี วั ผตู้ วั เมยี เปน็ รกั รว่ มเพศ (ไมใ่ ช ่
ครับ ผมไม่ได้หมายถึงคน) การสืบพันธ์ุแบบท่ีว่านี้พบได้ในสาหร่ายหรือเชื้อรา
บางชนิด ภาษาวิทยาศาสตร์จะเรียกเพศท่ีเท่าเทียมกันนี้ว่า isogamy คำว่า
แกมมี่ คำน้กี ็ไมไ่ ด้เก่ียวอะไรกับคำว่า เกย์ หรอื เกย์ม่ี แตม่ ันมาจากคำว่า gamete
(อ่านว่า แกม-มีต หมายความถึงสารท่ีใช้สืบพันธุ์ ในคนมันหมายถึงไข่และอสุจิ
iso มีความหมายว่าเหมือนกัน ความหมายรวมของ isogamete จึงหมายถึง
gamete ท่ีเหมือนกันหรือเท่าเทียมกัน) หมายถึง ทั้งสองฝ่ายสร้าง gamete
ท่ีขนาดเท่ากัน เม่ือ gamete ขนาดเท่ากันจึงไม่มีใครเป็นตัวผู้และไม่มีใครเป็น
ตัวเมีย ต่างฝ่ายต่างลงทุนเท่าๆ กัน ไม่มีใครเสียเปรียบหรือได้เปรียบ ภาวะท่ี
เท่าเทียมกันทางเพศน้ีเชื่อว่าเป็นจุดเร่ิมต้นของการสืบพันธุ์แบบใช้เพศ ดังนั้น
โลกเราเริ่มจากความเท่าเทียมทางเพศมาก่อนและพัฒนาต่อเนื่องมาจนกลายเป็น
ความแตกต่างทางเพศอย่างทเ่ี หน็ ในสตั ว์สว่ นใหญ่
คำถามคือ อะไรท่ีนำไปสู่ความแตกต่างทางเพศ? ความแตกต่างน้ีมันมี
ประโยชน์อะไรมันจึงถูกคัดเลือกมาและกลายเป็นรูปแบบหลักของการสืบพันธ์ุ
แบบใชเ้ พศได?้
แรกเร่ิมทีเดียวการผสมพันธ์ุในโลกอาจเริ่มต้นด้วยรักร่วมเพศ ทั้งสอง
ฝ่ายสร้างสารสืบพันธ์ุหรือที่เรียกว่า gamete เหมือนกัน ใน gamete จะมี
พนั ธกุ รรมจากแต่ละฝ่ายใสม่ าฝง่ั ละครง่ึ นอกเหนอื ไปจากพันธกุ รรมแลว้ ทงั้ สอง
ฝา่ ยกย็ งั ลงทนุ ใสอ่ าหารเขา้ มาเกบ็ ไวใ้ น gamete ใหต้ วั ออ่ นกนิ ขณะทเ่ี ตบิ โตเทา่ ๆ กนั
โลกในอดุ มคตแิ หง่ ความเทา่ เทยี มทางเพศนก้ี ด็ ำเนนิ ไปไดด้ ว้ ยด ี แตเ่ รอ่ื งราวทง้ั หมด
มันเปล่ียนไปเพราะธรรมชาติไม่ใช่โรงงาน ธรรมชาติไม่สามารถสร้าง gamete
ท่ีขนาดเท่ากันได้ทุกคร้ัง ทำให้การผสมพันธุ์แต่ละครั้งจะเป็นการผสมระหว่าง
gamete ที่ขนาดต่างกันเล็กน้อย แต่ขนาดที่ต่างกันน้ีไม่มากถึงขนาดที่จะเรียกว่า
ใครไดเ้ ปรยี บหรือเสียเปรยี บใคร
แต่แล้ววันหน่ึงเมื่อหลายร้อยล้านปีมาแล้ว มีเหตุการณ์อันจะนำไปสู่การ
พลกิ โฉมหน้าประวตั ิศาสตรข์ องโลกเกดิ ข้ึน เมอื่ มีสง่ิ มีชีวิตชนดิ หนึง่ (ไม่มีใครรวู้ ่า
สิง่ มีชีวติ น้นั คอื อะไร) เกิดสรา้ ง gamete ที่มีขนาดเลก็ กว่า gamete ของตวั อ่ืนๆ
ค่อนข้างมาก ทั้งหมดเกิดขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ อาจเกิดจากการเปล่ียนแปลง
พนั ธุกรรมบางอย่างด้วยความบงั เอิญ แลว้ ทำให้เกิดการสร้าง gamete ขนาดเล็ก
ขน้ึ มา สาเหตทุ มี่ นั มขี นาดเลก็ กวา่ เปน็ เพราะวา่ มนั ใสอ่ าหารเขา้ ไปนอ้ ยกวา่ ขณะท ี่
มนั ยงั ใสพ่ นั ธกุ รรมเขา้ ไปเทา่ เดมิ หรอื พดู อกี อยา่ งคอื มนั ลงทนุ นอ้ ยลง แตเ่ มอื่ ได ้
ผลกำไรมันกลับได้ส่วนแบ่งเท่าเดิม (หมายถึงการส่งต่อพันธุกรรมไปในรุ่นลูก)
gamete ทเ่ี ลก็ กวา่ น ี้ มนั เลก็ มากพอทจี่ ะทำใหเ้ จา้ ของ gamete นเ้ี กดิ การไดเ้ ปรยี บ
หมายความวา่ เมอื่ มนั ลงทนุ นอ้ ยกวา่ คนอนื่ หนอ่ ยนงึ หลายๆ ครง้ั เขา้ มนั กป็ ระหยดั
เมือ่ มนุษย์ยคุ หินมาอยใู่ นโลกปจั จุบัน ชัชพล เกียรตขิ จรธาดา 215
ไปไดเ้ ยอะ มนั สามารถเอาพลงั งานทปี่ ระหยดั ไปทำอยา่ งอนื่ ได้ เชน่ สรา้ ง gamete
ทม่ี จี ำนวนเพมิ่ มากขน้ึ เหมอื นสรา้ งกองทพั ใหม้ ที หารเยอะๆ หรอื เอาพลงั ทปี่ ระหยดั
ไปหากนิ ให้แขง็ แรง ผลทต่ี ามมาคอื มนั มโี อกาสมลี ูกมากกว่า
เมื่อมีคนเอาเปรยี บสงั คมแลว้ ไม่โดนทำโทษ คนอ่นื ๆ เห็นเชน่ น้นั ก็จะเรมิ่
เอาเปรยี บบา้ ง กฎนใี้ ชไ้ ดท้ ง้ั กบั คนและ gamete ในเวลาตอ่ มาไมน่ านนกั พวกทสี่ รา้ ง
gamete เลก็ ๆ กไ็ ดเ้ ปรยี บจนรงุ่ เรอื ง เพมิ่ จำนวนมากขน้ึ ตอนนเี้ ลยม ี gamete
สองแบบและทำให้เกิดการแข่งขันกันในหมู่พวกที่ gamete เล็กๆ ด้วยกันเอง
ใครเอาเปรียบได้มากยิ่งได้เปรียบ พวกนี้เลยตั้งหน้าตั้งตาแข่งกันเอาเปรียบ
พวกท่ีถูกเอาเปรียบก็เริ่มจะแย่ลง เพราะกลุ่มพวกที่ชอบเอาเปรียบมันลงทุนน้อย
แต่เม่ือมีลูกมันกลับมีสิทธ์ิในลูกเท่ากันคือ มันมีส่วนแบ่งของพันธุกรรมในลูก
คร่ึงหน่งึ เหมอื นกนั
มาถงึ ตอนน้ี gamete ของแตล่ ะฝา่ ยหนา้ ตาแตกตา่ งกนั มากขนึ้ ฝา่ ยหนง่ึ
เอาเปรยี บจนตวั เล็ก สว่ น gamete ฝา่ ยท่ไี มเ่ อาเปรยี บกต็ ้องใสอ่ าหารใหต้ วั ออ่ น
มากขึ้นมันก็เลยตัวใหญ่ขึ้น (gamete ท่ีใส่อาหารน้อยจะเสียเปรียบเพราะลูกไม่
แข็งแรง) เนื่องจากหน้าตามันต่างกันมากจนถึงจุดท่ีบอกความแตกต่างได้ชัด
ดังนั้นเราจะมาเปลี่ยนช่ือที่เรียกมันท้ังสองฝ่าย โดยเราจะเรียกพวกตัวเล็กที่ชอบ
เอาเปรียบว่า “ว่าท่ีตัวผู้” ส่วนฝ่ายที่ตัวใหญ่ ใจกว้าง เคารพกฎกติกาว่า “ว่าท่ี
ตัวเมีย” เราเรียกมันว่า “ว่าท่ี” เพราะมันยังไม่เป็นตัวผู้หรือตัวเมียเต็มตัว
และเราจะเรียก gamete ท่มี ันสรา้ งขึ้นวา่ “ว่าท่ีอสจุ ”ิ และ “ว่าทไี่ ข่” ดว้ ยเหตุผล
เดียวกัน เม่ือพวก “ว่าที่อสุจิ” เอาเปรียบแล้วได้ประโยชน์มันก็เร่ิมได้ใจมากขึ้น
ก็เร่ิมเอาเปรียบมากขึ้นเร่ือยๆ จนถึงจุดท่ีมันใส่อาหารเข้าไปน้อยมากๆ เมื่อเป็น
ดงั นนั้ วา่ ทตี่ วั เมยี กย็ ง่ิ เสยี เปรยี บมากขนึ้ เรอ่ื ยๆ จนถงึ จดุ ทปี่ ระชากรลดลงอยา่ งมาก
จนวา่ ทีต่ ัวเมยี ปริ่มๆ จะสญู พันธุ์ แต่เรารดู้ ีว่าสุดท้ายแลว้ การสูญพันธ์ไุ ม่ไดเ้ กดิ ขนึ้
เพราะวนั นโ้ี ลกเรามตี วั เมยี เดนิ เฉดิ ฉายไปมาอยมู่ ากมาย คำถามคอื มนั มอี ะไรเกดิ ขน้ึ
ทีช่ ว่ ยไม่ใหว้ ่าที่ตัวเมยี สูญพันธ์ุไป?
จุดพลิกผันมันเกิดข้ึน เม่ือฝ่ายว่าที่ตัวผู้เอาเปรียบเสียจนตัวมันเอง
ไม่สามารถผสมพันธ์ุกนั เองได้อกี ตอ่ ไป พวกมันต่างฝา่ ยต่างก็ใส่อาหารเข้าไปน้อย
จนถงึ จดุ ทแี่ มว้ า่ รวมอาหารของทง้ั สองฝา่ ยเขา้ ไปแลว้ มนั กย็ งั ไมพ่ อทจ่ี ะเลย้ี งตวั ออ่ น
ใหโ้ ตข้ึนมาได ้ คอื ตา่ งฝ่ายตา่ งเอาเปรยี บจนลม่ จมท้ังคู่
ขา้ มมาดฝู า่ ยวา่ ทตี่ วั เมยี กนั บา้ ง เหลา่ วา่ ทต่ี วั เมยี ทเี่ คยถกู เอารดั เอาเปรยี บ
บดั นกี้ ลบั กลายมาเปน็ ฝา่ ยถอื ไพเ่ หนอื กวา่ ในตอนแรกๆ ฝา่ ยวา่ ทตี่ วั เมยี มสี ทิ ธเ์ิ ลอื ก
วา่ จะผสมกบั วา่ ทต่ี วั ผกู้ ไ็ ด ้ หรอื จะผสมกบั วา่ ทต่ี วั เมยี กไ็ ด ้ วา่ ทต่ี วั เมยี ตวั ไหนสรา้ ง
“วา่ ท่ไี ข”่ ทมี่ ีอาหารเยอะกย็ ่งิ เป็นที่ต้องการของ “วา่ ทอ่ี สจุ ”ิ ซึง่ บดั น้ียากจนขน้ แคน้
จนแทบไมม่ อี ะไรจะกนิ วา่ ทตี่ วั ผเู้ หลา่ นนั้ จงึ ยอมทำทกุ อยา่ งเพอ่ื ใหว้ า่ ทต่ี วั เมยี เลอื ก
มนั เปน็ คผู่ สมพนั ธ ์ุ เมอ่ื เปน็ ดงั นน้ั วา่ ทต่ี วั เมยี ตา่ งกแ็ ขง่ กนั สรา้ งอาหารใหม้ ากขน้ึ ไปอกี
216 เร่ืองเล่าจากร่างกาย เข้าใจรา่ งกาย พฤตกิ รรมและธรรมชาตผิ า่ นกระบวนการววิ ัฒนาการ
ใครมีอาหารมากก็มวี ่าทต่ี วั ผู้มางอ้ ขอผสมพันธุด์ ้วยมาก เมอื่ ว่าทต่ี วั เมียมีวา่ ท่ีตัวผ้ ู
มางอ้ เยอะ มนั กไ็ มอ่ ยากผสมพนั ธก์ุ บั วา่ ทต่ี วั เมยี ดว้ ยกนั แลว้ เพราะตา่ งฝา่ ยตา่ งก ็
มีว่าที่ตัวผู้มาง้อมากมาย และอาหารที่มันสร้างข้ึนบัดนี้ก็เกินความจำเป็นไปมาก
มันสู้ไปเลือกผสมพันธ์ุกับเหล่าตัวผู้ท่ีส้ินหวังและต้องง้อมันดีกว่า เมื่อว่าท่ีตัวเมีย
เลิกผสมกันเองไปนานๆ เข้าอาจมีการเปล่ียนแปลงบางอย่างทางพันธุกรรมของ
ตัวเมยี ทำให้ไมส่ ามารถกลับไปผสมกันเองไดอ้ กี ตอ่ ไปอย่างถาวร
มาถงึ ตรงนก้ี ถ็ งึ จดุ ทภ่ี าษาองั กฤษเรยี กวา่ point of no return คอื ไมม่ ที าง
หันหลังย้อนกลับได้อีกต่อไปแล้ว ฝ่ายชายไม่มีเหตุผลท่ีจะสร้างอาหารอีกต่อไป
การแข่งขันของฝ่ายชายจึงแข่งกันสร้างอาหารให้น้อยท่ีสุดแล้วไปเน้นการสร้างอสุจ ิ
ใหม้ ากทส่ี ดุ สรา้ งพนั ธกุ รรมใหด้ ที สี่ ดุ เพอ่ื ใหฝ้ า่ ยหญงิ เลอื ก สว่ นฝา่ ยหญงิ กต็ ง้ั หนา้
ต้ังตาสร้างอาหารให้มาก ย่ิงสร้างมากย่ิงมีตัวผู้เข้ามาให้เลือกมาก ทั้งหมดท่ีเล่า
มานเี้ ป็นการคัดเลือกตามธรรมชาตแิ บบหน่งึ ท่มี ีชือ่ เฉพาะว่า disruptive selection
หรือการคัดเลือกที่นำไปสู่ความแตกต่างของแต่ละฝ่าย เมื่อเราเดินหน้ากลับมาสู่
โลกปัจจุบันและมาดูอสุจิกับไข่ของพวกเรา เราจะพบว่าทุกวันนี้อสุจิมีอาหารอยู่
น้อยมาก มันมีอาหารแค่พอจะใช้ว่ายน้ำไปผสมกับไข่ นอกน้ันเป็นพันธุกรรมท่ี
บรรจุอัดแน่นอยู่ในส่วนหัว ส่วนไข่ก็เต็มไปด้วยสารอาหารทำให้ไข่ของคนมีขนาด
ใหญ่กว่าอสุจปิ ระมาณ 85,000-200,000 เทา่
แต่เร่ืองมันยังไม่จบแค่น้ี สมมติเล่นๆ ว่าเราเป็นตัวเมียที่มีพันธุกรรมดี
เราคงอดที่จะถามตัวเองไม่ได้ว่าฉันก็มีพันธุกรรมท่ีดีอยู่แล้ว อาหารฉันก็มีมาก
อยู่แล้ว ถ้าฉันไปผสมพันธ์ุกับตัวผู้ที่พันธุกรรมไม่ดี ลูกฉันก็จะได้พันธุกรรมที่ดี
ของฉนั ไปแคค่ รง่ึ เดยี ว สว่ นอกี ครงึ่ กจ็ ะไดพ้ นั ธกุ รรมหว่ ยๆ มา พนั ธกุ รรมดๆี ของฉนั ก ็
จะถกู เจอื จางลงในรนุ่ ลกู ถา้ ฉนั ไมอ่ ยากใหก้ รณเี ชน่ นน้ั เกดิ ขนึ้ ฉนั ตอ้ งไมส่ มุ่ สส่ี มุ่ หา้
ไปผสมพันธ์ุกับใครก็ได้ ฉันต้องช่างเลือกหน่อย ฉันต้องหาตัวผู้ที่มีพันธุกรรมดีๆ
เทา่ ๆ กบั ของฉนั ใหไ้ ด!้ แตค่ ำถามคอื เราจะรไู้ ดอ้ ยา่ งไรวา่ ตวั ผแู้ บบใดมพี นั ธกุ รรม
ท่ดี จี ริง ?
และเรอ่ื งราวทง้ั หมดกพ็ าเราเข้าสู่เรื่องถัดไปคือ... การจีบ
เมอื่ มนุษย์ยุคหินมาอย่ใู นโลกปจั จุบัน ชัชพล เกียรตขิ จรธาดา 217
{ 31ทำไมผชู้ ายตอ้ งจีบ
}และทำไมผูห้ ญงิ ต้องเป็นฝา่ ยอุม้ ทอ้ ง
เม่ือตวั ผู้เป็นฝา่ ยลงทุนน้อยกว่าแต่หวงั วา่ จะได้ผลจากการลงทุนเทา่ กนั
ตัวผ้จู ึงต้องเป็นฝา่ ยไปขอ เมือ่ ตัวเมยี ลงทุนมากกว่าต้งั แต่แรก
ก็เกิดการเสยี ดายทุนท่ีลงไป จึงต้องเป็นฝ่ายลงทนุ อุ้มท้อง
สมมติว่าในธรรมชาติมีตัวผู้อยู่สองประเภทที่นิสัยต่างกัน
ประเภทแรกมีนิสัยชอบที่จะผสมพันธุ์กับตัวเมียให้ได้
มากที่สุดเท่าท่ีจะมากได้ โดยไม่เลือกว่าตัวเมียนั้นจะมี
พนั ธกุ รรมทดี่ หี รอื ไม ่ กบั ประเภททส่ี องซง่ึ มนี สิ ยั ชา่ งเลอื ก
คือเลือกท่ีจะผสมพันธุ์กับตัวเมียที่มีพันธุกรรมดีเท่าน้ัน
คำถามคือ สุดท้ายแล้วในระยะยาวใครจะมีลูกมาก
กวา่ กนั ?
218 เรอื่ งเลา่ จากรา่ งกาย เขา้ ใจร่างกาย พฤติกรรมและธรรมชาติผา่ นกระบวนการววิ ัฒนาการ
ในบทที่ผ่านมาเราเห็นกันไปแล้วว่าตามคำนิยามนั้น ตัวผู้คือฝ่ายที่สร้าง
gamete ขนาดเลก็ กวา่ หรอื ลงทนุ นอ้ ยกวา่ ประกอบกับภายในตัวอสจุ นิ อกไปจาก
พันธุกรรมและไมโตคอนเดรียแล้ว (ไมโตคอนเดรียเทียบได้กับแบตเตอรี่ท่ีช่วยให้
อสุจิว่ายน้ำไปหาไข่) แทบไม่มีอาหารเลย เมื่อลงทุนต่ำตัวผู้แต่ละตัวก็เลยสร้าง
อสจุ ไิ ดเ้ ยอะ อยา่ หาวา่ ผมโมเ้ ลยนะครบั แตก่ ารหลง่ั อสจุ ขิ องผมในทางทฤษฎแี ลว้
แต่ละคร้ังมีศักยภาพพอท่ีจะทำให้สาวๆ เมืองจีนต้ังครรภ์ได้เกือบคร่ึงประเทศ
(ประมาณเกอื บ 300 ลา้ นกวา่ ตวั )
ตามข้อมูลในกินเนสบุ๊ค ผู้หญิงท่ีมีสถิติมีลูกมากท่ีสุดในโลกเป็นของ
ชาวนารัสเซียท่ีมีชีวิตอยู่ประมาณ 300 ปีที่แล้ว ตลอดชีวิตของเธอคนนี้มีลูก
ท้งั หมด 69 คน (เธอมลี กู ท้ังหมด 27 คร้งั เปน็ ลูกแฝดสองทงั้ หมด 16 ครงั้
แฝดสาม 7 ครั้ง และแฝดสีท่ ั้งหมด 4 ครง้ั ) สว่ นสถิติของผชู้ ายตกเป็นของอดีต
จกั รพรรดปิ ระเทศโมร็อกโกทช่ี ่อื มเู ล อิสเมล (Moulay Ismail) ซ่งึ มบี ตุ ร ธดิ า
รวมกนั ทงั้ หมด 888 คน จากตวั อยา่ งนเ้ี ราจะเหน็ วา่ ความสามารถในการมลี กู ของ
ผชู้ ายและผหู้ ญงิ (รวมทง้ั ตวั ผแู้ ละตวั เมยี ในสตั วเ์ ลยี้ งลกู ดว้ ยนมอนื่ ) ตา่ งกนั มาก
เนื่องจากตัวเมียต้องเสียแรงเสียเวลาไปกับการอุ้มท้องหรือต้องสร้างไข่แล้ววางไข่
ดังนั้นตัวเมียจะลงทุนสูงกว่ามาก ถึงตัวเมียจะพยายามอย่างไร ความสามารถ
ในการมลี กู กจ็ ะไมม่ ีทางเทา่ ตัวผู้
คณุ ผู้ชายท้งั หลายครบั สมมติว่าคุณมีเงนิ แสนลา้ นล้านบาท มคี นมาถาม
“พี่ชาย ผมมีลอตเตอรี่มาขาย ใบละ 1 บาท ทุกใบได้รางวัลหมด ได้รางวัล
ใบละ 100,000 บาท” ถา้ ทกุ อยา่ งเปน็ เรอื่ งจรงิ คณุ คดิ วา่ คณุ จะซอื้ ลอตเตอรท่ี ง้ั หมด
ก่ีใบ? คณุ คงบอกนอ้ งคนนั้นวา่ “น้องมีเทา่ ไหร ่ พี่เหมาหมด”
คณุ ผ้หู ญิงทั้งหลายครบั สมมตวิ า่ คุณมเี งนิ 50 บาท แลว้ มีชายคนหนึ่ง
เดินมาถามว่า “นอ้ งสาว พมี่ ลี อตเตอรมี่ าขายใบละ 1 บาท ทุกใบได้รางวลั หมด
ไดร้ างวลั ใบละ 1 บาท” คณุ จะซอื้ ลอตเตอรนี่ น้ั ไหมครบั ฟงั ดกู พ็ อใชไ้ ดใ้ ชไ่ หมครบั
แมว้ า่ รางวลั จะไมน่ า่ ประทบั ใจเทา่ ของผชู้ ายแตก่ ไ็ มข่ าดทนุ แตก่ อ่ นทคี่ ณุ จะตดั สนิ ใจ
ซอ้ื ชายคนนนั้ กย็ มิ้ ดว้ ยสายตาแปลกๆ แลว้ พดู ตอ่ วา่ “ถา้ นอ้ งอยากซอ้ื จรงิ ๆ พกี่ ็
จะขายให ้ แตพ่ มี่ ขี อ้ แม ้ นอ้ งซอ้ื ไดค้ รง้ั ละ 1 ใบเทา่ นน้ั เมอ่ื ซอื้ ไปแลว้ หา้ มซอ้ื ไปอกี
3 ปี นอกจากน้ีกอ่ นท่จี ะรับรางวัล (หนึ่งบาท) ทุกครงั้ นอ้ งตอ้ งว่ิงไปกลับกรงุ เทพฯ
เชยี งใหม่ใหพ้ ีน่ ะ ถา้ วงิ่ ไมค่ รบกไ็ มไ่ ดเ้ งินรางวัล” คราวนีผ้ มอยากรู้วา่ คุณอยากซื้อ
ลอตเตอรี่น้ีมากแค่ไหน ผมเช่ือว่าคุณผู้หญิงส่วนใหญ่คงไม่ต้องการซ้ือลอตเตอรี่
น้ีแน่ๆ แต่ยกเว้นกรณีเดียว นั่นคือคุณ “ตกหลุมรัก”ชายท่ีมาขายลอตเตอร่ีน้ี
จนตาบอด
เร่ืองราวข้างบนน้ีเป็นเหตุการณ์จำลองให้เราเห็นภาพความแตกต่างใน
การลงทุนของทั้งสองเพศ แรกสุดคือ ผู้ชายผลิตอสุจิได้มหาศาลตลอดชีวิต แต่
ผู้หญงิ (ในธรรมชาติ) จะผลติ ไขป่ ระมาณ 100 กว่าใบกอ่ นทจ่ี ะหมดประจำเดือน
เม่อื มนุษย์ยุคหินมาอยู่ในโลกปัจจบุ นั ชชั พล เกียรตขิ จรธาดา 219
(สาเหตุท่ใี นธรรมชาตจิ รงิ ๆ ผหู้ ญงิ มีประจำเดอื นแค่ประมาณ 100 คร้งั เพราะใน
ธรรมชาตไิ มม่ ยี าคมุ กำเนดิ หรอื ถงุ ยาง เมอื่ มเี พศสมั พนั ธไ์ มน่ านกจ็ ะตง้ั ครรภ ์ เมอ่ื
ตัง้ ครรภ์และให้นมลูกก็จะไม่มีประจำเดือนไปอีกประมาณ 4 ปี ดังนั้นการตกไข่จะ
น้อยกว่าผู้หญิงในปัจจุบันมาก การศึกษาในคนที่ยังใช้ชีวิตล่าสัตว์หาของป่าพบว่า
ตลอดชวี ติ ผหู้ ญงิ คนหนง่ึ จะมปี ระจำเดอื นประมาณ 100 กวา่ ครง้ั ) อสจุ มิ ขี นาดเลก็
กว่าไข่ประมาณหยาบๆ ก็หนึ่งแสนเท่า ทั้งคู่ลงทุนต่างกันแสนเท่าแต่ได้รับรางวัล
เท่ากัน นั่นคือโอกาสส่งต่อพันธุกรรมไปท่ีลูกคนละครึ่งเท่ากัน ในธรรมชาติเมื่อ
เพศหญิงลงทุนมีลูกไปหน่ึงคนแล้วก็จะไม่สามารถมีลูกไปได้อีกประมาณ 3 ปี
เนอื่ งจากตอ้ งดแู ลปอ้ งกนั อนั ตรายใหล้ กู และเสยี พลงั งานไปในการสรา้ งนมใหล้ กู ดมื่
ในขณะที่เพศชายสามารถหนไี ปมลี ูกทอ่ี นื่ ๆ ได้อีก นอกไปจากน้ันพลังงานที่ลงทนุ
ท้ังสองฝ่ายก็ยังไม่เท่ากันอีก เพราะพลังงานที่เพศชายลงทุนไปทั้งหมดจะมีแค่
พลงั งานทใ่ี ชข้ ยบั รา่ งกายระหวา่ งการมเี พศสมั พนั ธ ์ แตพ่ ลงั งานทผี่ หู้ ญงิ ใชไ้ ปในการ
อุ้มท้องเพ่ือสร้างชีวิตใหม่หน่ึงชีวิต คร่าวๆ ก็ 80,000 แคลอรี บวกรวมไปกับ
การให้นมลูกอีกหลายพันแคลอรี พลังงานขนาดน้ีก็น่าจะประมาณวิ่งไปกลับ
กรุงเทพฯ - เชยี งใหม่
เม่ือตัวผู้แต่ละตัวสร้างอสุจิมากขนาดนั้น สิ่งท่ีตามมาคือ อสุจิล้นตลาด
และผลทตี่ ามมาอกี ทคี อื ราคาของอสจุ ติ กตำ่ ลงตามหลกั อปุ สงคอ์ ปุ ทาน เมอ่ื ราคา
ของอสุจิต่ำมากแต่การลงทุนไปในแต่ละคร้ังของอสุจิมีโอกาสที่จะได้ผลตอบแทน
กลับมาค่อนข้างสูง (หมายถึงมีลูก) ดังน้ันกลยุทธ์การลงทุนที่ดีที่สุด (หมายถึง
สง่ ตอ่ พนั ธกุ รรม) ของผชู้ ายคอื หาโอกาสลงทนุ ใหม้ ากทสี่ ดุ เทา่ ทจี่ ะมากได ้ ตวั ผ ู้
ตวั ไหนมที ล่ี งทนุ มากกวา่ โอกาสทจี่ ะไดผ้ ลตอบแทนกม็ ากกวา่ นน่ั คอื มลี กู มากกวา่
และส่งพันธุกรรมต่อไปได้มากกว่า พฤติกรรมของตัวผู้ที่พยายามจะผสมพันธุ์กับ
ตวั เมยี ใหไ้ ด้มากทีส่ ุดเทา่ ทจี่ ะมากไดจ้ ึงถูกคดั เลอื กมาในตวั ผทู้ งั้ หลาย
ในทางตรงกนั ขา้ ม เมอื่ ตวั เมยี ลงทนุ มากกวา่ ในตอนแรก ตวั เมยี จงึ มที นุ
ท่ีจะลงทุนในแต่ละคร้ังจำกัด แถมเมื่อลงทุนไปแล้วยังไปลงทุนที่อื่นต่อไม่ได้อีก
3 ปี ถ้าโชคร้ายไปลงทุนร่วมกับตัวผู้ท่ีพันธุกรรมไม่ดีแล้วได้ลูกท่ีไม่แข็งแรงและ
เสยี ชวี ติ (ลงเงนิ ตน้ ไปแลว้ วงิ่ ไปถงึ พจิ ติ รกแ็ ลว้ ) กเ็ ทา่ กบั เปน็ การลงทนุ ทส่ี ญู เปลา่
และเสียโอกาสไปลงทุนท่ีอื่น (เสียท้ังต้นทั้งดอกและยังมีค่าเสียโอกาส) ตัวเมียท่ี
ช่างเลือกกว่าก็จะมีลูกท่ีมีคุณภาพมากกว่า ลูกท่ีมีคุณภาพมากกว่าก็จะมีโอกาส
มีหลานมากกว่า ดังน้ันพฤติกรรมช่างเลือกหรือลังเลท่ีจะผสมพันธุ์จึงถูกคัดเลือก
มาในเพศเมียท้งั หลาย
เมื่อตัวผู้ต้องการกระจายอสุจิซึ่งราคาถูกไปให้ทั่วมากท่ีสุดเท่าท่ีจะเป็น
ไปได้ แต่ตัวเมียซ่ึงมีไข่ที่ราคาแพงต้องการเลือกตัวผู้ท่ีดีท่ีสุดเท่าท่ีจะเป็นไปได้
ฝา่ ยหนง่ึ จงึ จำเปน็ ตอ้ งงอ้ และแนน่ อนวา่ ฝา่ ยทต่ี อ้ งงอ้ กค็ อื ตวั ผ ู้ ซงึ่ การงอ้ นก้ี แ็ สดง
ออกมาในพฤตกิ รรมทเ่ี ราเรยี กวา่ การจบี (ในสตั วเ์ ราใชค้ ำวา่ courtship หรอื display)
220 เรอื่ งเล่าจากร่างกาย เขา้ ใจร่างกาย พฤติกรรมและธรรมชาติผา่ นกระบวนการวิวฒั นาการ
แต่ปัญหาของคำอธิบายที่เล่ามานี้คือ ในธรรมชาติจริงๆ พฤติกรรม
ของสตั วต์ า่ งๆ มันไมเ่ ป็นไปตามนน้ั ทง้ั หมด สว่ นใหญ่เปน็ เช่นนนั้ จรงิ คอื ตวั ผู้มัก
จะผสมพันธ์ุกับตัวเมียหลายตัวและตัวเมียก็ช่างเลือก แต่มีอีกไม่น้อยที่ไม่เป็นไป
ตามน้ัน ตวั อยา่ งทชี่ ัดท่ีสุดกไ็ ดแ้ กม่ นษุ ย์เราเอง ผชู้ ายสว่ นใหญ่จะรกั เดียวใจเดยี ว
และสังคมทอ่ี ยูเ่ ป็นคู่ชายหนึ่งหญิงหน่งึ กพ็ บได้ทวั่ ไป หรอื ในชิมแปนซี ช่วงท่ตี วั เมีย
ไข่ตกมันจะผสมพันธุ์กับตัวผู้เกือบทั้งฝูง ซึ่งดูแล้วไม่เหมือนว่ามันจะเลือกมาก
นักว่าจะผสมพันธ์ุกับใคร พฤติกรรมเหล่านี้อธิบายได้อย่างไร?... คำตอบคือ
เพราะพฤติกรรมต่างๆ ไม่ได้เกิดจากปัจจัยเดียว แต่เกิดจากปฏิสัมพันธ์ระหว่าง
หลายๆ ปัจจัยด้วยกัน ซึ่งในตอนนี้เราเพ่ิงได้เห็นปัจจัยแรกแต่เป็นปัจจัยท่ีเป็น
รากฐานของปจั จยั อ่นื ๆ ในอนาคตอนั ใกลน้ ้เี ราจะไดไ้ ปดปู จั จยั อืน่ ๆ ที่จะมามผี ลตอ่
พฤตกิ รรมของคนและสัตว์กัน
แล้วกม็ าถงึ คำถามวา่ ทำไมตวั เมียต้องเปน็ ฝ่ายอมุ้ ทอ้ ง?
สมมติว่ามีสัตว์ในจินตนาการชนิดหนึ่ง สัตว์ชนิดนี้เมื่อมีลูก ลูกมันต้อง
การพ่อหรอื แม่ตัวใดตัวหนงึ่ เล้ียงดู ถา้ ไม่มีใครดูแลมนั จะตายแนน่ อน สมมติต่อไป
อกี วา่ มสี ตั วช์ นดิ นค้ี หู่ นงึ่ เมอ่ื ทง้ั คมู่ ลี กู ออกมาแลว้ ตวั ผพู้ ดู ขนึ้ มาวา่ “ฉนั ไปแลว้ นะ
ฉนั จะไปมลี กู ทอ่ี นื่ อกี เธอดแู ลลกู กแ็ ลว้ กนั ถา้ เธอไมด่ แู ล ลกู ตอ้ งตายแนๆ่ แตร่ ไู้ วน้ ะ
ไมว่ า่ จะเกดิ อะไรขนึ้ กต็ าม ฉนั กจ็ ะไมก่ ลบั มาดแู ลลกู อกี ” เมอื่ ตวั เมยี ไดย้ นิ ดงั นนั้ จงึ
พูดข้ึนมาว่า “ฉันก็จะไปมีลูกท่ีอ่ืนเหมือนกัน ฉันเองก็ไม่สนว่าลูกจะตายหรือไม่
ถา้ เธอไมด่ แู ล ลกู ตอ้ งตายแนๆ่ ” แนน่ อนวา่ ทงั้ คไู่ มอ่ ยากใหล้ กู ตาย เพราะลกู คอื การ
ลงทุนทางพันธุกรรมของพ่อแม่ ถ้าท้ังคู่ท้ิงไปจริงๆ พฤติกรรมนี้จะสูญหายไปจาก
ธรรมชาต ิ เพราะพนั ธกุ รรมของทง้ั คจู่ ะไมไ่ ดร้ บั การสง่ ตอ่ ไปในรนุ่ ลกู หรอื รนุ่ หลาน
ทั้งคู่พูดเช่นนั้นเพราะต่างฝ่ายต่างก็พยายามจะขู่ให้อีกฝ่ายกลัวและยอมถอย แต่
สดุ ทา้ ยใครกนั ทต่ี อ้ งเป็นฝ่ายกลับมาเล้ยี งลูก
สมมติว่าในธรรมชาติมีตัวผู้สองประเภทคือ ตัวผู้ที่ยอมกลับมาเล้ียงลูก
และตวั ผทู้ ไี่ มย่ อมกลบั มาเลย้ี งลกู คำถามคอื ฝา่ ยไหนจะมลี กู มากกวา่ กนั ?... เราจะ
เหน็ ว่าตัวผู้ทย่ี อมกลับมาเล้ยี งลูกจะเสยี โอกาสไปมลี กู ทอี่ ืน่ ๆ ในขณะท่ีตวั ผู้ทีใ่ จแข็ง
และไม่ยอมกลับมาเลี้ยงลูก จะไปมีลูกท่ีอื่นได้ และตัวเมียต้องกลับมาเลี้ยงลูกให้
ลูกมนั จึงรอดตาย (เราตดั กรณที ่ีตัวเมียไมย่ อมเลยี้ งลูกออกไปแล้ว เพราะในกรณี
น้ันสัตว์นี้จะสูญพันธุ์ไปจากโลก) สุดท้ายตัวผู้ที่ทิ้งลูกจะมีลูกมากกว่าและ
พฤติกรรมทิง้ ลกู ก็จะถกู คัดเลือกมาในเหลา่ ตัวผู้
สมมติว่าในธรรมชาติมีตัวเมียอยู่สองประเภทคือไม่ยอมเล้ียงลูกและ
ยอมเลยี้ งลกู คำถามคือตวั เมยี แบบไหนที่จะมีลกู มากกวา่ กัน?... สมมติว่าตัวเมีย
ใจแข็งและตัดสินใจทิ้งลูกไป ในระยะแรกๆ อาจจะมีตัวผู้ท่ียอมมาช่วยเลี้ยงลูก
ให้ แต่ต่อมาความได้เปรียบนี้พลิกผันไป เน่ืองจากยังมีอีกหนึ่งปัจจัยเข้ามา
ปฏิสัมพันธ์ ปัจจัยน้ันคือความสามารถในการมีลูกของตัวผู้สูงกว่าตัวเมีย
เมอื่ มนษุ ยย์ ุคหินมาอยใู่ นโลกปัจจุบนั ชชั พล เกยี รตขิ จรธาดา 221
เม่ือตัวผู้มีลูกได้มากกว่า อัตราเร็วในการคัดเลือกตามธรรมชาติในฝั่งของตัวผู้ก ็
จะเรว็ กวา่ ตวั เมยี ในเวลาตอ่ มาตวั ผปู้ ระเภททยี่ อมเลย้ี งลกู จะคอ่ ยๆ นอ้ ยลงเรอื่ ยๆ
เพราะพฤตกิ รรมนจี้ ะถกู คดั ออกไป (ตวั ผปู้ ระเภทนมี้ ลี กู นอ้ ยกวา่ ตวั ผทู้ ท่ี งิ้ ลกู ) เมอ่ื
ตวั ผทู้ ยี่ อมชว่ ยเลย้ี งลกู หมดไป สง่ิ ทจ่ี ะเกดิ ตามมาคอื ลกู ของตวั เมยี ทที่ ง้ิ ลกู กจ็ ะตาย
โดยสรุปจะเห็นว่าในระยะยาวแล้วพฤติกรรมที่ตัวเมียท้ิงลูกจะมีลูกหลานน้อยกว่า
ตัวเมียทเ่ี ลีย้ งลูก และพฤติกรรมเลีย้ งลูกในตัวเมียจึงถูกคดั เลอื กมา
ดังนั้นระบบเดียวที่เหลือรอดมาหรือเรียกว่าถูกคัดเลือกมาคือ ระบบที่
พอ่ ทงิ้ ลกู และแมย่ อมเลย้ี งลกู เมอ่ื แมย่ อมเลย้ี งลกู ยง่ิ เทา่ กบั แมล่ งทนุ ในลกู มากขนึ้
ไปอีก ความแตกต่างในการลงทุนระหว่างพ่อและแม่จึงย่ิงมากข้ึนไปอีก ซ่ึงทำให้
กลยุทธ์ที่แม่ท้ิงลูกย่ิงเป็นกลยุทธ์ท่ีเสียเปรียบมากขึ้น ต่อมาเมื่อสัตว์วิวัฒนาการ
มากขน้ึ เมอื่ แมว่ างไขก่ เ็ ปน็ ตวั เมยี ทม่ี กั เปน็ ฝา่ ยกกไข ่ เมอ่ื มกี ารดแู ลลกู ในมดลกู ก็
เป็นตัวเมียอีกท่ีเป็นฝ่ายอุ้มท้อง และสุดท้ายคือการให้นมลูกก็เป็นตัวเมียท่ีลงทุน
เสียพลังงานใหน้ มลูก
ดังน้ันค่าเร่ิมต้นในสัตว์ต่างๆ จะเป็นระบบที่ตัวเมียลงทุนมากกว่าตัวผู้
และตัวผตู้ ้องเปน็ ฝา่ ยจีบ เม่ือมีลกู ตัวผจู้ ะทง้ิ ไปและตวั เมียจะชว่ ยเลยี้ งลกู ยกเว้น
วา่ จะมปี ัจจัยอื่นๆ เขา้ มา คำถามคอื ปัจจยั อืน่ ทว่ี ่านั้นคอื อะไร? ในบทหนา้ เราจะไป
ดูกันวา่ อะไรทำให้พ่อยอมเปล่ยี นพฤตกิ รรมแล้วกลับมาช่วยแมเ่ ลยี้ งดลู ูก
222 เร่ืองเลา่ จากรา่ งกาย เข้าใจร่างกาย พฤติกรรมและธรรมชาติผ่านกระบวนการวิวฒั นาการ
32
{ }จะอย่ชู ่วยเลี้ยงลกู หรอื จะท้งิ ลูกไปดี
สตั วบ์ างชนิดพอ่ จะชว่ ยเลีย้ งลูก แตส่ ัตว์บางชนดิ พอ่ ไม่สนใจทจี่ ะชว่ ยเลี้ยงลูก
ปจั จัยทท่ี ำใหส้ ัตว์มีพฤติกรรมเหลา่ น้ขี ึ้นกับปฏสิ ัมพันธ์ของพันธุกรรมและสง่ิ แวดลอ้ ม
ปลามีวิธีการดูแลไข่หลายแบบต่างกันไปตามสปีชีส์
บางสปีชีส์หลังวางไข่แล้วพ่อกับแม่ก็จากไป บางสปีชีส์
แม่จะคอยดูแลไข่ แต่บางสปีชีส์จะเป็นพ่อที่ดูแลไข่และ
ลูกๆ เม่ือถึงฤดูผสมพันธุ์นกส่วนใหญ่จะอยู่เป็นคู่ตัวผู้
ตวั เมยี ชว่ ยกนั ฟกั ไขแ่ ละเลย้ี งดลู กู จนกวา่ จะเตบิ โตพอจะ
หากินเองได้ แต่ก็มีนกส่วนน้อยที่พ่อเป็นฝ่ายเลี้ยงดูลูก
ในขณะท่ีแมเ่ ม่อื วางไขแ่ ลว้ จะไปหาตัวผอู้ น่ื ผสมพนั ธ์ตุ ่อไป
คำถามคอื อะไรทำใหส้ งิ่ มชี วี ติ แตล่ ะแบบถกู คดั เลอื กมาให ้
มันครองคู่เช่นนี้? เมื่อเราตอบคำถามน้ีได้แล้ว เราจะนำ
คำตอบทไ่ี ดไ้ ปขยายความ แลว้ ถามตอ่ ไปไดห้ รอื ไมว่ า่ อะไร
ทำใหค้ นในบางวฒั นธรรมอยเู่ ปน็ คสู่ ามภี รรยา ขณะทบ่ี าง
วัฒนธรรมหนึ่งชายกลับมีหลายภรรยา หรือแม้แต่หนึ่ง
ภรรยามีหลายสามใี นบางวัฒนธรรม?
224 เร่อื งเลา่ จากร่างกาย เข้าใจรา่ งกาย พฤติกรรมและธรรมชาตผิ ่านกระบวนการววิ ัฒนาการ
ในโลกนม้ี สี ตั วเ์ ลยี้ งลกู ดว้ ยนมอยู่ 4,000 กวา่ สปชี สี ์ เกอื บทงั้ หมดตวั ผแู้ ละ
ตัวเมยี จะต่างคน (ตัว) ต่างอยู่ ไมย่ งุ่ เกี่ยวกนั จะมาสนใจกนั กใ็ นช่วงฤดผู สมพันธุ์
เม่ือทำธุระเสร็จต่างฝ่ายต่างก็แยกกันไป ตัวเมียส่วนใหญ่จะเล้ียงลูกเองในขณะที่
ตวั ผไู้ มช่ ว่ ยอะไรเลย แมว้ า่ สตั วเ์ ลย้ี งลกู ดว้ ยนมบางชนดิ จะอยเู่ ปน็ ฝงู เชน่ อยแู่ บบ
ฮาเรม็ หรอื อยแู่ บบปนๆ กนั ไปทงั้ สองเพศ แตต่ วั ผกู้ ไ็ มไ่ ดช้ ว่ ยเลย้ี งลกู อยดู่ ี ในสตั ว ์
เลี้ยงลูกด้วยนมมีอยู่ประมาณ 3 เปอร์เซ็นต์เท่าน้ันที่ตัวผู้อยู่เป็นคู่กับตัวเมีย
และช่วยเลี้ยงลูกอย่างจริงจัง มนุษย์เราเองก็เป็นหน่ึงในน้ัน อีก 97 เปอร์เซ็นต์
พอ่ จะไมเ่ ลย้ี งลกู คำถามคอื ทำไมผชู้ ายจงึ ไมเ่ หมอื นตวั ผสู้ ว่ นใหญอ่ นื่ ๆ ทำไมผชู้ าย
จึงยอมช่วยเลีย้ งลูก?
คำตอบแบบตรงและสั้นที่สุดคือ พฤติกรรมนี้ถูกคัดเลือกมาเพราะ
พฤตกิ รรมนเี้ พม่ิ โอกาสการสง่ ตอ่ พนั ธกุ รรมไปในรนุ่ ถดั ไปไดม้ ากกวา่ พฤตกิ รรมอนื่ ๆ
(เชน่ ทงิ้ ใหผ้ หู้ ญงิ เลยี้ งลกู คนเดยี ว) แตต่ อบอยา่ งนกี้ ต็ อ้ งถามตอ่ ไปวา่ ทำไมผชู้ าย
ไม่ท้ิงผู้หญิงคนเดิมแล้วไปหาโอกาสในการมีลูกเพิ่มข้ึนกับผู้หญิงอ่ืน ซึ่งถ้าทำ
เช่นนั้น ผู้ชายก็จะเหมือนกับตัวผู้อื่นๆ อีก 97 เปอร์เซ็นต์ คือมีลูกมากและ
พฤติกรรมน้นั ก็ควรจะถกู เลือกมา ทำไมมนั ไมเ่ ป็นเชน่ น้นั ?
สมมตเิ ลน่ ๆ วา่ เราเปน็ คนสรา้ งโลกและสตั วต์ า่ งๆ ขนึ้ มา วนั หนงึ่ เราอยาก
สร้างสัตว์ชนิดหน่ึงขึ้นมาใหม่ เราจะสร้างให้สัตว์ชนิดใหม่นี้มีสองเพศ คลอดลูก
เปน็ ไขแ่ ลว้ ไขจ่ ะฟกั เปน็ ตวั ในภายหลงั กตกิ าของเราคอื เรามสี ทิ ธสิ์ รา้ งสตั วข์ นึ้ มา
ให้เป็นอย่างท่ีเราอยากให้เป็น สร้างที่อยู่ให้มัน แต่หลังจากนั้นเราต้องปล่อยให้
มันวิวัฒนาการต่อไปเอง คำถามท่ีเราจะสนใจตามดูกันคือ เมื่อผ่านกระบวนการ
ววิ ฒั นาการไปแลว้ สตั วท์ เี่ ราสรา้ งขนึ้ นใี้ ครจะเปน็ ฝา่ ยทเี่ ลยี้ งลกู จะเปน็ แมห่ รอื พอ่
จะช่วยกันเลีย้ งหรือไม่มใี ครเลีย้ งลูกเลย
กรณีที่หนึ่ง สมมติว่าหลังจากทั้งสองเพศผสมพันธ์ุกันแล้วและวางไข่
ออกมา ถ้าเราออกแบบให้ไข่น้ีสามารถที่จะฟักเป็นตัวได้เองโดยไม่ต้องมีพ่อหรือ
แม่ช่วย และเม่ือลูกออกมาจากไข่แล้วหากินเองได้ทันที ไม่ต้องมีใครช่วยเลี้ยงด ู
ไมเ่ พยี งเทา่ นน้ั เรายงั ออกแบบใหล้ กู ของสตั วน์ มี้ โี อกาสรอดชวี ติ และโตไปสบื พนั ธไ์ุ ด ้
รอ้ ยเปอรเ์ ซน็ ต์ เมอื่ เรากำหนดลกั ษณะเรมิ่ ตน้ เสรจ็ เรากป็ ลอ่ ยใหส้ ตั วน์ วี้ วิ ฒั นาการ
ของมนั ไปตามธรรมชาต ิ คำถามคอื ว่า สุดท้ายแลว้ พอ่ กับแมจ่ ะเล้ียงลกู หรอื ไม?่
คำตอบคือไม่ ... เราจะมาดไู ปพรอ้ มๆ กนั วา่ ทำไมมันจงึ เป็นเชน่ นัน้
สมมติว่าในตอนแรกมีพ่อแม่ที่ชอบเล้ียงลูก และพ่อแม่ที่ไม่ชอบเล้ียงลูก
อาศยั อยใู่ นบริเวณเดียวกัน เม่อื สัตว์เหล่านี้มลี ูก พ่อแมบ่ างสว่ นกจ็ ะอยูเ่ ลีย้ งดูลกู
พ่อแม่บางส่วนจะท้ิงลูกและไปหาคู่ใหม่เพ่ือสืบพันธุ์ (ไม่ผสมพันธุ์กันเองอีกรอบ
เพราะการหาคู่ใหม่ทำให้พันธุกรรมของลูกๆ หลากหลายเพ่ิมขึ้นหรือเทียบเท่ากับ
เม่ือมนุษย์ยุคหนิ มาอยูใ่ นโลกปัจจุบนั ชชั พล เกียรตขิ จรธาดา 225
การกระจายความเสี่ยงในการลงทุน) พ่อและแม่ที่ทิ้งลูกจะมีโอกาสมีลูกมากกว่า
เมอ่ื มลี กู มากกวา่ โดยทลี่ กู มโี อกาสรอดตายไมต่ า่ งจากลกู ทมี่ พี อ่ แมเ่ ลย้ี ง พฤตกิ รรม
นี้จึงถูกคัดเลือกมา ในทางตรงกันข้ามพ่อแม่ท่ีอยู่เลี้ยงลูก (ท้ังๆ ที่ไม่จำเป็น)
จะเสยี โอกาสไปมลี กู ทอี่ น่ื ทำใหม้ ลี กู นอ้ ยกวา่ สดุ ทา้ ยพนั ธกุ รรมทที่ ำใหช้ อบเลย้ี ง
ลูกน้ีจะค่อยๆ ถกู กลนื หายไป
กรณที สี่ อง เราลองมาเรมิ่ ตน้ กนั ใหมอ่ กี ครง้ั คราวนเี้ ราสรา้ งวา่ ถา้ ไขไ่ มม่ ี
ใครยอมดแู ลเลย โอกาสทไ่ี ขแ่ ละลกู จะรอดและเจรญิ เตบิ โตไปสบื พนั ธน์ุ นั้ เปน็ ศนู ย์
แต่ถ้ามีพ่อหรือแม่ดูแล จะเป็นใครก็ได้ โอกาสรอดจะเป็นหน่ึงร้อยเปอร์เซ็นต์
ถามว่าท้ายท่ีสุดแล้วสัตว์น้ีจะมีครอบครัวเป็นแบบไหน?... คำถามนี้เราเห็นกันไป
แล้วในบทที่ผ่านมาว่า สุดท้ายระบบที่จะถูกคัดเลือกมาคือ แม่เป็นฝ่ายเลี้ยงลูก
และพอ่ เปน็ ฝา่ ยทท่ี งิ้ ลกู ไป ซงึ่ ลกั ษณะนจ้ี ะพบเปน็ สว่ นใหญใ่ นสตั วเ์ ลยี้ งลกู ดว้ ยนม
กรณที สี่ าม คราวนเ้ี ราสรา้ งใหไ้ ขต่ อ้ งการคนดแู ล แตค่ ราวนเ้ี ราระบวุ า่ ถา้
ไขไ่ ดร้ บั การดแู ลจากแมฝ่ า่ ยเดยี ว โอกาสทไี่ ขจ่ ะฟกั ออกมาเปน็ ตวั และโตจนสบื พนั ธุ์
ได้มีประมาณ 20 เปอรเ์ ซน็ ต์ หรอื 1 ใน 5 แต่ถ้าพอ่ ชว่ ยแม่ดูแล ลูกจะมีโอกาส
โตไปสืบพันธ์ุ 100 เปอร์เซ็นต์ ถามว่าพ่อจะช่วยแม่เล้ียงลูกหรือเปล่า คำตอบ
คราวนี้จะไม่ตรงไปตรงมา และต้องมีการบวกลบเลขกันเล็กน้อย สิ่งที่จะเกิดขึ้น
อนั ดบั แรกคือ พอ่ จะตะโกนถามกลับมาทเ่ี รา (ซึง่ สรา้ งมนั ขึน้ มา) ว่า “ถา้ ผมท้งิ
ลูกไปแล้วไปหาตัวเมียสืบพันธ์ุโอกาสที่ผมจะเจอตัวเมียตัวใหม่มีมากน้อยแค่ไหน
ครบั ” ทำไมสตั วต์ วั นน้ั ถงึ ถามคำถามเชน่ นนั้ ?... สตั วต์ วั นน้ั ถามคำถามนเี้ พราะมนั
พยายามจะคำนวณความคุ้มค่าของการท้ิงลูกว่าจะคุ้มแค่ไหน เราลองมาดูกันว่า
สตั ว์น้นั มันคิดอะไรอยู่
สมมตวิ า่ ในระบบนเิ วศนเ์ ดยี วกนั มพี อ่ ทงั้ สองประเภทอาศยั อย ู่ พอ่ ประเภท
ท่ีหน่ึง คือพ่อท่ีไม่ท้ิงลูก พ่อประเภทน้ีจะมีลูกได้ 1 ตัวในหน่ึงฤดูผสมพันธุ์
ส่วนพ่อประเภทที่สองจะเป็นพ่อที่ท้ิงลูกแล้วไปหาตัวเมียอื่นเพ่ือมีลูกใหม่ ถ้าเรา
สมมติให้เม่ือพ่อทิ้งลูกแล้วมีโอกาสไปเจอตัวเมียใหม่อีก 10 คร้ังและมีลูกได้อีก
10 ตวั ในลกู 10 ตัวที่พอ่ ทิง้ น้นั โอกาสทีล่ ูกจะรอดแลว้ ไปสบื พนั ธุต์ อ่ (เราตัง้ ไวว้ า่
20 เปอร์เซน็ ต์) กจ็ ะเท่ากบั 1 ใน 5 ของ 10 หรือเท่ากับ 2 ตวั พ่อทท่ี ้ิงลูกจึงมลี กู
ที่โตไปสืบพันธ์ุได้มากกว่าพ่อที่ไม่ทิ้งลูก 2 เท่า สุดท้ายแล้วพฤติกรรมการท้ิงลูก
ก็จะถูกคดั เลอื กมา
เรามาสมมติต่อจากกรณีสุดท้ายไปอีกหน่อยว่า หลังจากที่เราสร้างทุก
อย่างเรียบร้อยปรากฏว่ามีโรคระบาดเกิดข้ึนหรืออาจมีปรสิตชนิดใหม่ระบาด
ทำให้ประชากรของสัตว์ท่ีเราสร้างลดลงอย่างรวดเร็ว สิ่งท่ีเกิดข้ึนในระบบ
นิเวศน์น้ันคือความหนาแน่นของประชากรสัตว์เบาบางลง (พูดง่ายๆ คือหากัน
จนเจอทำได้ยากขึ้น) คราวน้ีเมื่อพ่อท้ิงลูกไปเพื่อไปหาตัวเมียตัวใหม่ กลับกลาย
เป็นวา่ เจอตวั เมียตัวใหมแ่ ค่ 4 ตวั (เดิมเจอ 10 ตัว) โอกาสมลี กู กเ็ ลยลดลงเหลือ
226 เรอ่ื งเล่าจากรา่ งกาย เขา้ ใจร่างกาย พฤติกรรมและธรรมชาติผา่ นกระบวนการววิ ัฒนาการ
แค่ 4 ตัว โอกาสทล่ี กู จะรอดตายและเติบโตไปสืบพันธุ์ก็จะเหลอื 1 ใน 5 ของ 4
ซง่ึ น้อยกวา่ 1 กรณีน้พี อ่ ทเี่ ล้ยี งลกู กจ็ ะมลี ูกมากกว่า และสุดท้ายพฤตกิ รรมท่ีพ่อ
อยเู่ ลีย้ งลกู จงึ ถูกคัดเลอื กมา
คราวนเี้ ราจะมาเพมิ่ ปจั จยั อกี ปจั จยั หนงึ่ เขา้ ไป นนั่ คอื การสบื พนั ธภ์ุ ายใน
แตเ่ พอ่ื ใหเ้ หน็ ชวี ติ จรงิ ไปเลย คราวนเ้ี ราจะเปลย่ี นไปศกึ ษาสตั วท์ ม่ี ชี วี ติ อยใู่ นธรรมชาติ
กันจรงิ ๆ บ้าง
การสบื พนั ธข์ุ องปลาและสตั วส์ ะเทนิ นำ้ สะเทนิ บกเปน็ การสบื พนั ธภ์ุ ายนอก
เช่น ตัวเมียวางไข่ลงไปในน้ำและตัวผู้ฉีดอสุจิลงมาผสม การสืบพันธุ์แบบน้ีแม่
รู้ว่าน่ันเป็นไข่ของฉัน ตัวผู้เองก็เห็นว่าอสุจิมันวิ่งไปผสมกับไข่ยังไงมันเป็นพ่อแน่ๆ
แตเ่ มอื่ สตั วว์ วิ ฒั นาการมาถงึ สตั วเ์ ลอื้ ยคลานและสตั วเ์ ลยี้ งลกู ดว้ ยนม การสบื พนั ธ ์ุ
มักจะเกิดข้ึนภายในร่างกายของตัวเมีย โดยที่ตัวผู้ฉีดอสุจิเข้าไปในร่างกายของ
ตัวเมีย ทำให้ตัวผู้ไม่มีทางรู้เลยว่าในร่างกายของตัวเมีย (หรืออวัยวะสืบพันธุ์)
มอี สุจขิ องตวั ผอู้ ื่นอยู่แลว้ หรือไม่
ในกรณีของการผสมพันธ์ุภายใน ถ้าตัวเมียผสมพันธุ์กับตัวผู้ตัวแรกแล้ว
แต่แอบไปผสมพันธุ์กับตัวผู้อีกตัว ตัวผู้ตัวแรกจะรู้ได้อย่างไรว่าลูกนั้นเป็นลูกของ
มันจริงๆ สมมติว่าไม่ใช่ลูกของตัวผู้ตัวแรก การที่มันยอมเสียโอกาสท่ีจะไปมีลูก
กับตัวเมียอื่นแล้วต้องมาเล้ียงลูกท่ีไม่ใช่พันธุกรรมของตัวเอง กรณีเช่นน้ีถือว่า
เปน็ หายนะในแงข่ องววิ ฒั นาการ เพราะตวั ผปู้ ระเภทนจ้ี ะเดนิ หนา้ ไปสกู่ ารสญู พนั ธ์ุ
ถา้ เราตอ้ งลงทนุ ไปกบั อะไรกต็ ามทเ่ี ราไมม่ น่ั ใจวา่ เราจะสญู เงนิ ทง้ั หมดทล่ี งไปหรอื ไม่
เราคงไม่อยากท่ีจะทุ่มสุดตัว เราคงอยากท่ีจะเก็บเงินส่วนหนึ่งไว้แล้วไปหาโอกาส
ลงทนุ ทอ่ี นื่ ตวั ผทู้ ไ่ี มแ่ นใ่ จเหลา่ นจ้ี งึ ถกู คดั เลอื กมาใหม้ พี ฤตกิ รรมประเภททพ่ี ยายาม
จะหาโอกาสไปมลี ูกท่ีอื่น (เมอ่ื ตวั เมยี เผลอ) เพอื่ เป็นหลักประกันความเสีย่ ง
จากกรณีต่างๆ ที่ผ่านมาดูเหมือนว่าตัวเมียจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบต้อง
อมุ้ ทอ้ ง ใหน้ มลกู และเลยี้ งลกู เพราะผลทเ่ี กดิ มาจากเหตขุ องการลงทนุ ทมี่ ากกวา่
เมอ่ื หลายรอ้ ยลา้ นปกี อ่ น คำถามคอื ตวั เมยี ตอ้ งเปน็ ฝา่ ยเสยี เปรยี บอยรู่ ำ่ ไปหรอื ?...
คำตอบเรารวู้ า่ ไมใ่ ช ่ เพราะในธรรมชาตจิ รงิ ๆ มสี งั คมในฝนั ของผหู้ ญงิ หลายคนอยู่
นก Wattled Jacana เป็นนกพริกชนิดหน่ึงท่ีเดินหากินบนใบบัวที่ลอย
อยใู่ นบงึ ในทวปี อเมรกิ าใต ้ นกชนดิ นเ้ี คยทำใหน้ กั วทิ ยาศาสตรส์ บั สนกบั เพศของมนั
มาแล้วด้วยสาเหตุหลายอย่างด้วยกัน แรกสุดเลยคือ มันเป็นนกท่ีตัวเมียตัวใหญ่
กว่าตัวผู้ อย่างที่สองคือ ตัวผู้มีปีกที่สร้างมาให้มีช่องไว้สามารถอุ้มลูกได้และมัน
ก็ทำหน้าท่ีเล้ียงลูก สามคือ เม่ือตัวเมียผสมพันธ์ุกับตัวผู้และวางไข่เรียบร้อย
ตัวเมียจะท้ิงลูกไว้กับตัวผู้ ส่วนตัวมันจะไปหาตัวผู้อ่ืนเพ่ือผสมพันธุ์ไปเร่ือยๆ
จนกว่าจะหมดฤดูผสมพันธุ์ อย่างท่ีสี่คือ ตัวเมียจะมีถ่ินของมันและจะคอยไล่ตัว
เมยี อนื่ ไมใ่ หเ้ ขา้ มายงุ่ กบั ตวั ผใู้ นสงั กดั ของมนั ซง่ึ ตวั เมยี ตวั หนง่ึ อาจมตี วั ผเู้ ปน็ เดก็ ๆ
ในสังกัดถงึ 4 หรือ 5 ตัว อยา่ งทีห่ า้ คือ บางครง้ั มันจะไปบกุ รุกถ่นิ ของตวั เมยี อืน่
เมือ่ มนุษยย์ คุ หินมาอยู่ในโลกปัจจุบนั ชัชพล เกยี รตขิ จรธาดา 227
นกจาคานา (Wattled Jacana)
ฆา่ ลกู ทต่ี วั ผเู้ ลยี้ งอยแู่ ลว้ แยง่ ตวั ผมู้ าเปน็ ของมนั คำถามทผ่ี มเชอ่ื วา่ ผหู้ ญงิ หลายทา่ น
อยากทราบคือ นกพรกิ เหล่าน้มี ันทำเชน่ นน้ั ได้อยา่ งไร?
ท้ังหมดมันเร่ิมมาจากการที่นกพริกตัวเมียหรือนกจาคานาเหล่านี้สร้างไข ่
ท่ีมีขนาดใหญ่มากเมื่อเทียบกับขนาดร่างกายของมัน และที่ไข่ของนกจาคานามี
ขนาดใหญ่เพราะนกตัวเมียใส่อาหารไว้ในไข่เยอะมากๆ เม่ืออาหารในไข่เยอะ
ลกู นกกส็ ามารถทจี่ ะเตบิ โตอยใู่ นไขไ่ ดน้ าน ดงั นน้ั ลกู นกจาคานาสปชี สี น์ จ้ี งึ ตา่ งจาก
ลกู นกทวั่ ไปคอื เมอ่ื มนั ฟกั ออกมาจากไขม่ นั จะเจรญิ เตบิ โตพอทจี่ ะชว่ ยเหลอื ตวั เอง
ได้ทันที มีกระดูกขาท่ีแข็งแรง ตามองเห็นได้ชัด ทำให้มันสามารถว่ิงไปมาและ
เรียนรู้การหาอาหารจากพ่อได้ทันที ภาษาวิทยาศาสตร์เรียกลักษณะท่ีช่วยเหลือ
ตัวเองได้ทันทีทีค่ ลอดนว้ี ่า precocial คำถามทนี่ ่าสนใจคือ ทำไมนกตัวเมียชนิดนี้
ถงึ ตอ้ งลงทุนใสอ่ าหารในไข่มากขนาดนน้ั ?
สาเหตุที่ตัวเมียต้องให้ลูกวิ่งได้ทันทีเม่ือฟักออกมาจะไม่ต่างจากสัตว์
อื่นๆ ที่ลูกว่ิงได้เมื่อแรกคลอด เช่น วัว กวาง หรือกระต่ายบางสปีชีส์ น่ันคือ
มผี ู้ลา่ อาศยั อยู่ใกลๆ้ เยอะ นกจาคานาสปีชีสน์ อี้ าศยั อย่ตู ามบงึ และวางไขท่ ่พี ื้นดนิ
เปลือกไข่ของนกจาคานาน้ีจะมีสีคล้ายกับพ้ืนที่มันวางอยู่ทำให้สามารถพรางตา
จากผู้ล่าได้ แต่เมื่อลูกมันฟักออกมาจากไข่ เกราะท่ีช่วยพรางตาก็ไม่มีอีกต่อไป
นอกจากนี้ลูกมันอาศัยอยู่ท่ีพ้ืนซึ่งเส่ียงต่อการโดนงู นกอ่ืนๆ และจระเข้กัดกิน
228 เรือ่ งเล่าจากร่างกาย เข้าใจรา่ งกาย พฤตกิ รรมและธรรมชาตผิ า่ นกระบวนการวิวฒั นาการ
ดังน้ันการที่ให้ลูกมันซ่อนตัวในไข่นานหน่อยแต่ว่ิงได้ทันทีเม่ือฟักออกจากไข่จึงเป็น
ทางเลอื กที่ดกี ว่าและถกู คดั เลือกมา
เม่ือตัวเมียใส่อาหารเข้าไปในไข่มาก ตัวเมียจึงเสียไขมันที่สะสมไปเยอะ
ถา้ ตวั เมยี ยงั ต้องมาชว่ ยปกปอ้ งลูกอีก มนั ก็จะไม่มเี วลาไปหาอาหารกิน เม่อื ไมไ่ ด้
กนิ มนั กจ็ ะไมม่ ไี ขมนั สะสมมากพอทจ่ี ะมลี กู อกี ครงั้ ได ้ ทำใหใ้ นฤดผู สมพนั ธน์ุ น้ั มนั
มีลูกได้แค่ตัวเดียว แต่ถ้าพ่ออาสาทำหน้าท่ีเลี้ยงลูกแทนเพื่อให้แม่มีโอกาสฟ้ืนฟู
ร่างกายและสะสมไขมันอีกรอบ แม่ก็จะพร้อมมีลูกอีกหลายครั้งก่อนที่จะหมดฤด ู
ผสมพนั ธ ุ์ พ่อก็จะมลี ูกมากข้นึ และพฤตกิ รรมที่พ่อเลย้ี งลกู จงึ ถูกคดั เลอื กมา
แตม่ นั ไมต่ รงไปตรงมาแคน่ น้ั เพราะทผี่ า่ นมาเรามองในมมุ ของพอ่ วา่ การ
ที่พ่อเลี้ยงลูกพ่อจะได้ประโยชน์อะไร แต่กระบวนการคัดเลือกตามธรรมชาติเกิด
ขนึ้ กบั ทง้ั สองฝา่ ย ถา้ เรามองในมมุ ของแม่ ภาพทไี่ ดจ้ ะตา่ งออกไป สมมตวิ า่ กระบวน
การวิวัฒนาการทำงานมาจนถึงพ่อยอมช่วยเลี้ยงลูกแทนและให้แม่ไปหากินเพื่อ
ให้พร้อมมีลูกอีกคร้ัง แต่การวิวัฒนาการไม่ใช่กระบวนการที่หยุดนิ่งหรือว่ิงไปหา
จุดหมายแลว้ หยดุ แตเ่ ป็นกระบวนการท่ีเดินหนา้ ไปเร่ือยๆ ดังนัน้ เมือ่ แม่พรอ้ มจะ
มลี กู อกี ครง้ั ถงึ ตอนนแ้ี มก่ ม็ ที างเลอื กสองทางคอื หนงึ่ รอวา่ เมอ่ื ไหรพ่ อ่ จะเสรจ็ สนิ้
ภารกจิ การเลยี้ งลกู (รอจนลกู โต) เพอ่ื ทจ่ี ะมาผสมพนั ธกุ์ บั แมอ่ กี ครง้ั หรอื ทางเลอื ก
ทส่ี องคอื ไมร่ อพอ่ แตห่ นไี ปผสมพนั ธกุ์ บั ตวั ผอู้ นื่ วธิ นี ตี้ วั เมยี จะไดป้ ระโยชนอ์ ยา่ งนอ้ ย
สองขอ้ คอื มลี กู ไดเ้ รว็ ขนึ้ และสอง มลี กู ทพี่ นั ธกุ รรมหลากหลายกวา่ แนน่ อนวา่
ทางเลือกท่ีสองจะทำให้ตัวเมียมีลูกมากกว่าและการคัดเลือกตามธรรมชาติก็จะ
เลือกให้พฤติกรรมน้ีเปน็ พฤติกรรมหลักของตวั เมยี ในเวลาต่อมา
นอกจากน้ีการที่ผู้ล่ามีจำนวนมากก็เป็นอีกปัจจัยท่ีมีผลทำให้เกิดการ
คัดเลือกแม่ที่ท้ิงพ่อได้โดยตรงเช่นเดียวกัน ถ้าเรามองในแง่ประโยชน์ของทั้งพ่อ
และแม่นก การท่ีลูกโดนผู้ล่ากินไปมาก ถ้าพ่อและแม่มีลูกไม่ทัน พ่อและแม่จะ
สูญพันธุ์ไปทั้งคู่ การมีลูกวิธีไหนก็ตามที่ผลิตลูกได้มากที่สุดเร็วท่ีสุดจะเป็นระบบ
ทถี่ กู คดั เลอื กมา การมลี กู ใหเ้ รว็ ทสี่ ดุ ในกรณนี ขี้ อ้ จำกดั ไมไ่ ดอ้ ยทู่ ตี่ วั ผแู้ ตอ่ ยทู่ ตี่ วั เมยี
ระบบไหนก็ตามที่ทำให้ตัวเมียมีลูกและร่างกายพร้อมที่จะมีลูกอีกคร้ังได้เร็วท่ีสุด
ระบบนน้ั กจ็ ะถกู คดั เลอื กมา และระบบทวี่ า่ นน้ั คอื ระบบทตี่ วั เมยี มลี กู แลว้ รบี ไปหากนิ
เมอ่ื พรอ้ มกม็ ลี ูกตอ่ ทันทีโดยผสมพันธ์กุ ับตวั ผ้ตู วั ไหนกไ็ ด้ทีว่ ่างงานอยู่
…..........
จากกรณีท้ังหมดที่เราคุยกันมาจะเห็นว่า การท่ีสัตว์จะมีพฤติกรรม
ครองคู่แบบไหนขึน้ อยูก่ ับปจั จัยหลายๆ อยา่ งดว้ ยกัน เชน่ ใครลงทุนมากกวา่ กัน
ผสมพนั ธภ์ุ ายในหรอื ภายนอก (มน่ั ใจไดแ้ คไ่ หนวา่ เปน็ ลกู เราจรงิ ) ความหนาแนน่
ของประชากร (โอกาสเจอกนั ของตวั ผตู้ วั เมยี ) ปรมิ าณผลู้ า่ ปรมิ าณอาหาร ปรสติ
ฯลฯ ปจั จยั ทง้ั หมดนส้ี ามารถทจี่ ะแบง่ เปน็ สองประเภทใหญๆ่ คอื ปจั จยั ทางชวี วทิ ยา
หรือ Biology และปัจจัยทางระบบนิเวศน์ หรือ Ecology ปัจจัยทางชีววิทยา
เม่อื มนุษยย์ คุ หินมาอยูใ่ นโลกปจั จบุ ัน ชชั พล เกียรติขจรธาดา 229
เชน่ การลงทนุ สรา้ งไขห่ รอื อสจุ ิ การผสมพนั ธภ์ุ ายในหรอื ภายนอก ความสามารถ
ในการช่วยตัวเองของลูก ฯลฯ ส่วนปัจจัยทางระบบนิเวศน์ ได้แก่ ผู้ล่า อาหาร
ปรสติ ฯลฯ จดุ ทส่ี ำคญั อยตู่ รงนค้ี รบั ผลลพั ธส์ ดุ ทา้ ยทแ่ี สดงออกมาวา่ สตั วแ์ ตล่ ะ
ชนิดจะมีพฤติกรรมในการครองคู่แบบไหนจะขึ้นกับปฏิสัมพันธ์ของปัจจัยท้ังสอง
ประเภทน ้ี พฤตกิ รรมไมไ่ ดถ้ กู กำหนดโดยพนั ธกุ รรมหรอื สง่ิ แวดลอ้ มแตเ่ พยี งอยา่ งใด
อยา่ งหนงึ่ แตเ่ ปน็ ผลรวมของทงั้ พนั ธกุ รรมและสง่ิ แวดลอ้ ม ดงั นน้ั สตั วช์ นดิ เดยี วกนั
ทม่ี พี นั ธกุ รรมเหมอื นกนั เมอ่ื อยใู่ นระบบนเิ วศนท์ ต่ี า่ งกนั กจ็ ะมสี งั คมหรอื พฤตกิ รรม
ทตี่ า่ งกนั ไปได้ หรอื เขยี นออกมาเปน็ สมการไดว้ า่ “ลกั ษณะทแี่ สดงออกมา = พนั ธกุ รรม
x สิ่งแวดล้อม”
เมื่อเราพอจะเข้าใจว่าพฤติกรรมการครองคู่ของสัตว์แต่ละแบบน้ันเกิดข้ึน
ไดอ้ ยา่ งไร คำถามตอ่ ไปคอื ลกั ษณะของครอบครวั ของมนษุ ยท์ เี่ รามคี ำเรยี กพเิ ศษ
วา่ “วัฒนธรรม” อยูภ่ ายใตป้ ัจจยั ต่างๆ ของธรรมชาตเิ หมือนสตั ว์อ่นื ๆ หรือไม่?
230 เร่อื งเลา่ จากรา่ งกาย เขา้ ใจร่างกาย พฤตกิ รรมและธรรมชาตผิ า่ นกระบวนการววิ ฒั นาการ
33
{ }ทำไมผู้ชายอยเู่ ปน็ คกู่ ับผู้หญงิ
วฒั นธรรมการครองคู่ในคนน้นั กไ็ ด้รับอิทธพิ ลมาจากปฏิสัมพันธ์
ของพันธกุ รรมและส่ิงแวดลอ้ มเชน่ เดียวกับสตั วอ์ นื่ ๆ
เม่ือพูดถึงครอบครัว ผมเช่ือว่าคนส่วนใหญ่จะต้องนึกถึง
พอ่ แม่ และลกู สำหรบั บางทา่ นอาจจะนกึ ไปถงึ ปยู่ า่ ตายาย
ดว้ ย แตอ่ ยา่ งไรกต็ าม คำวา่ ครอบครวั ทสี่ มบรู ณอ์ ยา่ งนอ้ ย
ต้องมีพ่อหนึ่งแม่หนึ่งท่ีคอยช่วยกันเล้ียงลูก การอยู่แบบ
ชายหนึ่งหญิงหนึ่งเป็นภาวะที่ดูเป็นธรรมชาติและถูก
ทำนองคลองธรรมในวัฒนธรรมไทยปัจจุบัน ส่วนการ
มีหนึ่งชายหลายหญิง หน่ึงหญิงหลายชาย น้อยคนนัก
ท่ีจะยอมรับว่าเป็นครอบครัวท่ีปกติ แต่จากการศึกษา
วัฒนธรรมต่างๆ มากกว่า 1,000 วัฒนธรรมท่ัวโลก
การครองคู่แบบชายหน่ึงหญิงหน่ึงไปตลอดชีวิตน้ันพบว่า
มีอยเู่ พียง 100 กวา่ วัฒนธรรมเทา่ นัน้ ซ่ึงคำวา่ ครอบครัว
แบบที่ยอมรับในสังคมอ่ืนๆ ยังมีอีกหลายแบบ ทั้งหนึ่ง
ชายหลายหญิง ชายหน่ึงหญิงหน่ึงที่เปลี่ยนคู่ไปทุกๆ
3 หรอื 4 ป ี หนง่ึ หญงิ หลายชาย รวมไปถงึ ทอ้ งโดยไมต่ อ้ ง
แต่งงานหรือ single mom ที่พบได้ทั่วไปในสังคมของ
อเมริกา คำถามคือ อะไรทำให้สังคมมนุษย์แต่ละท่ี
เป็นเชน่ นนั้ ?
232 เรือ่ งเลา่ จากร่างกาย เข้าใจรา่ งกาย พฤตกิ รรมและธรรมชาติผ่านกระบวนการววิ ัฒนาการ
มนษุ ยเ์ ปน็ สงิ่ มชี วี ติ ทซี่ บั ซอ้ น การทจ่ี ะเขา้ ใจพฤตกิ รรมของมนษุ ยด์ ว้ ยกฎ
งา่ ยๆ ไมก่ ข่ี อ้ แบบทท่ี ำในสตั วช์ นดิ ตา่ งๆ คงเปน็ ไปไดย้ าก แตอ่ ยา่ งไรกต็ าม ปจั จยั
ต่างๆ ที่มีผลต่อพฤติกรรมของสัตว์ก็มีอิทธิพลต่อวัฒนธรรมการมีครอบครัวของ
คนเชน่ เดยี วกนั กฎธรรมชาตทิ ใ่ี ชก้ บั สตั วก์ ย็ งั พอจะใชก้ บั คนซง่ึ ฉลาดและมเี หตผุ ลได ้
เราจะไปดูกนั ว่าชวี วทิ ยาและระบบนเิ วศน์มผี ลต่อคนอย่างไรบ้าง?
ในบทที่ 11 เราเหน็ กนั ไปแลว้ วา่ การเดนิ สองขาในคนและสมองทใ่ี หญข่ น้ึ
ทำให้การคลอดของทารกเป็นไปได้ยากข้ึน ซ่ึงมีผลให้ทารกต้องคลอดก่อนที่สมอง
จะพฒั นาเตม็ ท ี่ เมอื่ ทารกคลอดกอ่ นกำหนดทารกกช็ ว่ ยเหลอื ตวั เองไมไ่ ด ้ ซงึ่ ตา่ งจาก
สตั วเ์ ลย้ี งลกู ดว้ ยนมอนื่ ๆ หลายชนดิ ประกอบกบั ในโลกยคุ หนิ อาหารในธรรมชาต ิ
ของทารกมีอยู่อย่างเดียวคือนมแม่ การท่ีแม่จะมีนมให้ลูกได้ร่างกายของแม่ต้อง
มีไขมันมากพอ อาหารในธรรมชาติท่ีแม่พอจะหากินได้ในขณะท่ีอุ้มลูกไปด้วย
ไดแ้ ก ่ ใบไม ้ ผลไม ้ ถวั่ (มนษุ ยย์ งั ไมก่ นิ ธญั พชื จนเมอ่ื ประมาณ 10,000 ปที แี่ ลว้ )
รากสะสม (เผอื ก มนั ) ซง่ึ อาหารเหลา่ นม้ี พี ลงั งานไมม่ ากเหมอื นอาหารทเี่ รากนิ
กนั ในปจั จบุ นั (โคก้ เคก้ ขา้ วขาว คกุ ก)้ี นอกจากนลี้ กู เองกต็ อ้ งการโปรตนี และ
ไขมนั สตั วเ์ พอื่ ไปบำรงุ สมองดว้ ย ทกุ วนั นแี้ มว้ า่ เราจะมคี วามสะดวกสบายมากมาย
แต่การท่ีแม่ต้องเล้ียงลูกตัวคนเดียวก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ และหากย้อนไปเม่ือแสนปี
ท่ีแล้วการที่แม่เลี้ยงลูกคนเดียวยิ่งเป็นไปไม่ได้ ดังน้ันลูกที่ได้รับการดูแลจากแม่
และมพี อ่ คอยชว่ ยจงึ มโี อกาสรอดตายมากกวา่ ดงั นน้ั พฤตกิ รรมทพี่ อ่ รกั ลกู ไมอ่ ยาก
ใหล้ กู ตาย และอยากมสี ่วนช่วยแม่เลยี้ งลูกจงึ ถูกคัดเลอื กมา
แต่ในคนก็ยังมีปัจจัยอีกหลายประการที่ทำงานอยู่เบ้ืองหลัง เช่น เพศผ ู้
ลงทุนน้อยและมีต้นทุนมาก เม่ือลงทุนน้อยก็อยากกระจายการลงทุนไปท่ีอ่ืนอีก
หลายๆ แหง่ แตไ่ มห่ วงั เลยี้ งด ู (หวงั ฟลคุ ) อกี ปจั จยั คอื การผสมพนั ธภ์ุ ายในทำให ้
ความมนั่ ใจวา่ เดก็ จะเปน็ ลกู ของพอ่ คนใดคนหนง่ึ จรงิ ๆ ลดลง ทำใหพ้ ฤตกิ รรมทอี่ ยาก
ไปเสี่ยงลงทุนที่อ่ืนถูกคัดเลือกมาเช่นกัน โดยสรุปแล้วปัจจัยทางชีววิทยาทำให้เรา
ได้พ่อที่มีสัญชาตญาณรักลูก อยากอยู่เป็นคู่กับแม่เพื่อช่วยเลี้ยงลูก แต่ถ้าเผลอก็
อาจจะมีนอกใจบา้ ง แตก่ ารนอกใจตอ้ งไม่ไปมีผลต่อความเป็นความตายของลูก
คราวนเ้ี ราจะมาดกู นั ตอ่ ไปวา่ ปจั จยั อน่ื ๆ ในระบบนเิ วศน ์ (หรอื สงิ่ แวดลอ้ ม)
จะมีผลใหพ้ ฤตกิ รรมของการเป็นพอ่ เปลี่ยนรูปแบบไปได้อย่างไรบา้ ง
ในวันทเี่ ราล่าสตั ว์หาของป่า ในเผา่ จะไมม่ ผี ู้นำทแี่ ท้จริงอย่างเปน็ ทางการ
แตจ่ ะมผี อู้ าวโุ สทค่ี นใหค้ วามเคารพ ชวี ติ ของการลา่ สตั วห์ าของปา่ อยไู่ มเ่ ปน็ หลกั แหลง่
จึงไม่มีการสะสม เมื่อไม่สะสมก็ไม่มีคนจนคนรวย ไม่มีความเหลื่อมล้ำอย่างเป็น
ทางการในสงั คม แตอ่ าจมคี วามไมเ่ ทา่ เทยี มจากการเลน่ พรรคเลน่ พวก คนในสงั คม
ล่าสัตว์หาของป่าจะอยู่เป็นคู่และผู้ชายช่วยหาอาหารมาเล้ียงลูก การอยู่เป็นคู่นี้
ไม่จำเป็นต้องเป็นคู่เดียวตลอดชีวิต อาจมีการเปล่ียนคู่ได้แต่ในเวลาหน่ึงๆ จะมีคู่
แค่คร้ังละ 1 คน ต่อมาเม่ือสังคมล่าสัตว์หาของป่าเปลี่ยนไป คนเร่ิมปักหลัก
เม่อื มนษุ ย์ยคุ หินมาอยใู่ นโลกปจั จบุ นั ชัชพล เกียรติขจรธาดา 233
อยู่กับที่และทำการเกษตร เล้ียงสัตว์ เมื่อเพาะปลูกได้ไม่เท่ากันก็มีการสะสม
ที่ไม่เท่ากัน เมื่อมีการทำชลประทานท่ีดินแต่ละแห่งก็ได้น้ำไม่เท่ากัน จึงเร่ิมมี
แนวคิดของการเป็นเจ้าของท่ีดิน เมื่อที่ดินแต่ละแห่งให้ผลตอบแทนไม่เท่ากัน
จึงเกิดความจนและความรวยข้ึน เกิดความแตกต่างทางสังคม และเกิดชนชั้น
ปกครองอยา่ งเปน็ ทางการ เมอื่ มอี ำนาจกม็ ที รพั ยากร ทง้ั สองอยา่ งนก้ี เ็ ปน็ ปจั จยั ท ี่
เทียบได้กับปัจจัยทางระบบนิเวศน์ของสัตว์อ่ืนๆ เราลองมาดูตัวอย่างปฏิสัมพันธ์
ของคนท่เี กิดข้นึ ระหวา่ งปจั จยั ทั้งสองประเภทนใี้ นสังคมเกษตรกัน
ในสงั คมเกษตรแมว้ า่ จะเลย้ี งลกู ไดง้ า่ ยกวา่ สงั คมยคุ หนิ แตก่ ย็ งั ถอื วา่ ยาก
ที่แม่จะเลี้ยงลูกให้มีชีวิตรอดด้วยตัวคนเดียว ดังน้ันปัจจัยนี้จึงทำให้ผู้ชายอยู่เป็น
คกู่ บั ผหู้ ญงิ ในขณะเดยี วกนั อกี ปจั จยั ทที่ ำงานอยคู่ อื ผชู้ ายยงั มคี วามตอ้ งการพน้ื ฐาน
เหมอื นตวั ผอู้ น่ื ๆ คอื อยากกระจายการลงทนุ ใหม้ าก ซงึ่ ในสงั คมเกษตรผทู้ ม่ี ที รพั ยากร
หรอื มอี ำนาจมาก ความสามารถในการเลย้ี งลกู และผหู้ ญงิ หลายคนใหร้ อดจงึ เปน็ ไปได ้
ขอ้ จำกดั เดมิ สมยั ยคุ หนิ จงึ หมดไป พฤตกิ รรมทม่ี ผี หู้ ญงิ มากจงึ เกดิ ขนึ้ ไดแ้ ละตอ่ มา
มกี ารเรยี นรแู้ ละสง่ ตอ่ รนุ่ ตอ่ รนุ่ จนเกดิ เปน็ วฒั นธรรม ในทางตรงกนั ขา้ ม ผทู้ ไี่ มม่ ี
อำนาจและไม่รวย การจะหาเล้ียงผู้หญิงและลูกหลายๆ คนย่อมไม่ใช่เร่ืองง่าย
ภัยแล้งตามธรรมชาติที่ไม่แน่นอนอาจหมายถึงความตายของคนในครอบครัวได้
ดังน้นั พฤตกิ รรมทอ่ี ยากกระจายการลงทนุ มีผหู้ ญิงให้มากจงึ ถกู จำกดั ไว้ระดับหน่ึง
เมอื่ สงั คมเกษตรเปลยี่ นเปน็ สงั คมเมอื ง กเ็ ทา่ กบั วา่ ปจั จยั ทางระบบนเิ วศน ์
เปลี่ยนไปอีกครั้ง ชีวิตเมืองใหญ่ท่ีมีเคร่ืองอำนวยความสะดวกมากมายทำให้การ
หาอาหารทำไดง้ า่ ยขน้ึ (ชอ็ ปทซ่ี เู ปอรม์ ารเ์ กต็ ) ปรสติ นอ้ ยลง (อาหารและนำ้ สะอาด)
ผลู้ า่ หมดไป (ไมม่ ใี ครตายจากการถกู สงิ โตกนิ ) แมท่ เี่ ลยี้ งลกู คนเดยี วจงึ ทำไดง้ า่ ยขนึ้
แรงผลักให้คนอยู่เป็นคู่ก็น้อยลง (พ่อไม่คิดว่าการทิ้งภรรยาไปจะทำให้ลูกตาย)
เมื่อโอกาสรอดตายของลูกมีสูงมาก แรงท่ีจะยับย้ังไม่ให้พ่อและแม่แยกทางเพื่อ
หาคใู่ หมจ่ งึ น้อยลง
คำถามต่อไปคือ ในคู่ที่ตัดสินใจแยกทางกันจะแยกทางกันเม่ือไหร่?
หลายท่านอาจเคยได้ยินมาว่าคนมกั จะหย่าร้างกนั เมื่อแตง่ งานไปได้ประมาณ 7 ป ี
หรือที่ภาษาอังกฤษใช้คำว่า seven year itch แต่เลข 7 ปีท่ีเราเคยได้ยินกัน
มาน้ีเป็นตัวเลขท่ีไม่ได้มีท่ีมาจากการศึกษาอย่างจริงจัง แต่เมื่อ เฮเลน ฟิชเชอร์
(Helen Fisher) นักมานุษยวิทยามหาวิทยาลัยรัทเกอร์ (Rutgers University)
ศึกษาพฤติกรรมการแยกทางกันของสามีภรรยาในคนจำนวนมากและในหลาย
วัฒนธรรม เช่น ในอเมริกา ยุโรป ญ่ีปุ่น โมร็อกโก และวัฒนธรรมด้ังเดิมที่
ไมไ่ ดร้ บั อทิ ธพิ ลจากโลกตะวนั ตก เชน่ ชนเผา่ คงุ (!Kung bushmen) ในทะเลทราย
คาลาฮารที วปี แอฟรกิ า (Kalahari) ชนเผา่ ฮดั ซา่ (Hadza) ในแทนซาเนยี ทวปี
แอฟริกา ชาวทามัง (Tamang) ที่อาศัยอยู่บนท่ีราบสูงในประเทศเนปาล และ
สังคมอ่ืนๆ อีกเกือบ 60 วัฒนธรรมก็พบว่า ขึ้นช่ือว่าคนไม่ว่าจะเป็นคน
234 เรือ่ งเล่าจากรา่ งกาย เขา้ ใจร่างกาย พฤติกรรมและธรรมชาติผา่ นกระบวนการวิวฒั นาการ
วฒั นธรรมใด คนในเมอื งหรอื คนในปา่ ดงดบิ ถา้ การแยกทางกนั หรอื หยา่ รา้ งจะเกดิ
ข้ึน การแยกทางน้มี กั จะเกดิ สงู สุดทป่ี ระมาณ 4 ปีหลังแตง่ งาน ตวั เลข 4 ปนี จ้ี ะ
คงทเ่ี สมอไมว่ า่ ประเทศนน้ั อตั ราการหยา่ รา้ งจะเพม่ิ ขนึ้ หรอื ลดลงอยา่ งไร การหยา่ รา้ ง
ถ้าเกิดข้ึนก็จะพบเกิดข้ึนสูงสุดที่ 4 ปีหลังแต่งงาน คำถามท่ีชวนให้สงสัยต่อคือ
ทำไมตอ้ งเลข 4 ในปีท่ี 4 นนั้ มนั มอี ะไรพเิ ศษ?
ในธรรมชาติมีสัตว์ที่อยู่เป็นคู่เพื่อช่วยกันเลี้ยงลูกหลายชนิด แต่การอย ู่
เปน็ คนู่ เ้ี กอื บทง้ั หมดจะเกดิ ขน้ึ สน้ั ๆ เฉพาะในชว่ งฤดผู สมพนั ธ ์ุ เมอ่ื ลกู สามารถดแู ล
ตวั เองไดแ้ ละแยกตวั ออกจากบา้ นไป พอ่ และแมก่ จ็ ะแยกกนั ไปคนละทาง สนุ ขั จง้ิ จอก
เป็นสัตว์เล้ียงลูกด้วยนมอีกชนิดหน่ึงที่อยู่เป็นคู่ สาเหตุที่มีผลให้สุนัขจิ้งจอก
อยเู่ ปน็ คคู่ อื ตวั เมยี เมอ่ื มลี กู แตล่ ะครง้ั มนั จะมลี กู มากเกนิ กวา่ ทตี่ วั เมยี จะดแู ลดว้ ย
ตัวเองไหว พฤติกรรมที่ตัวผู้อยู่เป็นคู่และช่วยตัวเมียเล้ียงลูกจึงถูกคัดเลือกมา
สุนัขจ้ิงจอกจะเริ่มจับคู่กันในฤดูหนาวและจะมีลูกในฤดูใบไม้ผลิ เมื่อเข้าหน้าร้อน
ลูกมันจะโตพอท่ีจะแยกย้ายไปหากินด้วยตัวเอง เมื่อลูกแยกไปพ่อและแม่ก็จะ
แยกทางกัน การอยู่เป็นคูจ่ งึ เปน็ การอย่เู พ่ือช่วยเลี้ยงลูกเทา่ นั้น
ในขณะท่ีสัตว์เล้ียงลูกด้วยนมแค่ 3 เปอร์เซ็นต์เท่าน้ันที่อยู่เป็นคู่ แต่
90 เปอร์เซ็นต ์ ของนกสปชี สี ์ต่างๆ จะอยเู่ ปน็ ค ู่ นกสว่ นใหญล่ กู จะฟกั ออกจากไข ่
กอ่ นทจ่ี ะชว่ ยเหลอื ตวั เองได ้ หรอื ทภ่ี าษาวทิ ยาศาสตรเ์ รยี กวา่ altricial (ตรงขา้ มกบั
precocial ในนกจาคานา) เมอื่ ลกู นกดแู ลตวั เองไมไ่ ด ้ พฤตกิ รรมทพ่ี อ่ ทอ่ี ยเู่ ปน็ คู่
และช่วยเล้ยี งลูกจึงถกู คัดเลอื กมา แต่การอย่เู ป็นค่นู ้ีจะคงอยแู่ คใ่ นชว่ งทีล่ ูกยังตอ้ ง
พง่ึ พอ่ และแม ่ เมอ่ื ลกู บนิ ออกจากรัง พ่อและแม่กจ็ ะแยกทางกนั ไป
คนเรามีลักษณะหลายอย่างที่คล้ายกับสุนัขจิ้งจอกและนกเหล่านี้ เรามี
ลูกที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ คนที่ใช้ชีวิตแบบล่าสัตว์หาของป่าจะหย่านมลูกที่อายุ
ประมาณ 3 - 4 ปี ซึ่งอายุขนาดน้ีคืออายุที่เด็กพอจะคุยรู้เรื่อง ว่ิงตามพ่อแม่ได้
เมอ่ื ลกู หยา่ นมรา่ งกายของแมก่ พ็ รอ้ มทจี่ ะมลี กู อกี ครงั้ สง่ิ ทนี่ า่ สนใจมากไปกวา่ นน้ั
คอื วฒั นธรรมทม่ี กี ารอยเู่ ปน็ คแู่ ตเ่ ปลย่ี นคไู่ ปเรอ่ื ยๆ จะเปลย่ี นคแู่ ตล่ ะครงั้ ทปี่ ระมาณ
3 หรอื 4 ป ี จากขอ้ มลู เหลา่ นท้ี ำใหเ้ ราอดคดิ ไปไมไ่ ดว้ า่ ในแงท่ างชวี วทิ ยา สมองเรา
ถูกสร้างมาให้ตื่นเต้นกับการอยู่ด้วยกันแค่ 4 ปี จากน้ันความต่ืนเต้นก็จะจางลง
เพ่ือให้เราไปหาคใู่ หม่
คำถามตอ่ มาคอื ทำไมธรรมชาตอิ ยากใหส้ ตั วต์ า่ งๆ แยกไปหาคใู่ หมใ่ นฤดู
ผสมพันธ์ุคร้ังถัดไป? ก็ในเมื่อจะเป็นคู่ใหม่หรือคู่เดิมจำนวนลูกที่ได้ก็เท่ากันอยู่ดี
ทำไมไม่ให้อยู่กับคู่เดิมในฤดูผสมพันธุ์คร้ังหน้าไปเลย? การไปหาคู่ใหม่ทำให้ต้อง
เรมิ่ จบี กนั ใหม ่ สเู้ พอ่ื แยง่ ตวั เมยี กนั ใหม ่ และตอ้ งไปเสย่ี งทจ่ี ะไมไ่ ดค้ ผู่ สมพนั ธ ์ุ แลว้
ทำไมการหาคู่ใหม่ถึงได้รับการคัดเลือกมา? คำถามน้ีก็พาเรากลับไปหาปรสิตกัน
อีกคร้ัง การมีลูกคร้ังถัดไปกับคู่ใหม่เทียบเท่ากับการกระจายความเสี่ยงของการ
ลงทุนให้หลากหลายมากข้ึน เหมือนเรากระจายเงินออมของเราบางส่วนไปซื้อหุ้น
เม่ือมนุษย์ยคุ หนิ มาอยู่ในโลกปัจจุบัน ชัชพล เกียรติขจรธาดา 235
บางสว่ นไปซอื้ พนั ธบตั ร บางสว่ นไปซอ้ื หวย พนั ธกุ รรมของลกู ทม่ี าจากพอ่ หรอื แม่
ทตี่ า่ งกนั จะเพม่ิ ความหลากหลาย ซงึ่ ความหลากหลายนจ้ี ะเหมอื นเปน็ การกระจาย
ความเสี่ยงหรือมีหลักประกัน เช่น หากมีการเกิดโรคระบาดขึ้น ลูกที่พันธุกรรม
คลา้ ยกนั อาจไวตอ่ โรคเท่าๆ กันและตายไปทัง้ หมด แตถ่ ้าลูกแต่ละตัวมพี นั ธกุ รรม
ทแ่ี ตกตา่ งกนั ลกู บางส่วนอาจทนต่อโรคไดด้ ีกวา่ และอาจรอดตาย
เราได้เห็นตัวอย่างของครอบครัวแบบชายหนึ่งหญิงหน่ึงและหน่ึงชาย
หลายหญิงไปแล้ว คำถามท่ีน่าสนใจอีกคำถามคือ สังคมแบบท่ีหนึ่งหญิงมี
หลายสามมี นั เกดิ ข้ึนในคนได้อย่างไร?
สงั คมแบบหนงึ่ หญงิ มหี ลายสามหี รอื ทภี่ าษาวทิ ยาศาสตรเ์ รยี กวา่ polyandry
(poly หมายถึง มาก andry หมายถงึ เพศผ)ู้ พบไดน้ ้อยมากในคน คอื น้อยกว่า
1 เปอร์เซ็นต์ของวัฒนธรรมท่ัวโลก ซ่ึงก็ไม่น่าแปลกใจ เพราะถ้าเรามาคิดดูดีๆ
สังคมแบบนี้มันแปลก ในเมื่อความสามารถในการมีลูกของผู้หญิงมีขีดจำกัดและ
ผูช้ าย 1 คน กม็ ีอสุจิใหผ้ ้หู ญงิ ใช้มากเกินความตอ้ งการ ผหู้ ญิงจะมผี ้ชู ายเพ่ิมขึน้
เพื่ออะไร?...หมายความว่า การมีผู้ชายเพ่ิมข้ึนก็ไม่ได้ทำให้ผู้หญิงมีลูกได้มากขึ้น
เพราะถึงอย่างไรร่างกายของผู้หญิงก็จะมีลูกได้แค่ 1 หรือ 2 คนต่อคร้ังอยู่ดี
การครองคแู่ บบนเ้ี กดิ ขนึ้ มาไดอ้ ยา่ งไร?... วธิ หี นง่ึ ทจี่ ะทำใหเ้ ราเขา้ ใจการเกดิ สงั คม
แบบนี้ในคนได้คือ การกางแผนท่ีออกมาแล้วศึกษาว่าปัจจัยทางระบบนิเวศน์ของ
คนเหล่านี้เปน็ อยา่ งไร มีอะไรท่ีคล้ายกนั บา้ ง?
ถ้าเรากางแผนที่ดูเราจะเห็นว่าส่วนใหญ่ของสังคมที่อยู่แบบหนึ่งหญิง
หลายชายหรอื polyandry นน้ั จะอาศยั อยใู่ นดนิ แดนทม่ี พี น้ื ทห่ี ากนิ จำกดั หรอื หากนิ ไดย้ าก
เช่น คนท่ีอาศัยบนที่ราบสูงในทิเบต ชาวเชอร์ปา (Sherpa) บนยอดเขาหิมาลัย
ชาวทิเบตกลุ่มบูเตีย (Bhutia) ท่ีไปอาศัยเป็นชนกลุ่มน้อยในดินแดนของภูฏาน
ชาวอนิ อู ทิ (เอสกโิ ม) ทางตอนเหนอื ของแคนาดาใกลๆ้ กบั ขวั้ โลกเหนอื หรอื อาศยั
อยเู่ ปน็ เผา่ เลก็ ๆ และมสี งครามระหวา่ งเผา่ รนุ แรง มกี ารฆา่ เดก็ และแยง่ ผหู้ ญงิ ระหวา่ ง
เผา่ หรอื อาจพดู วา่ พนื้ ทม่ี ากกจ็ รงิ แตถ่ กู จำกดั พนื้ ทที่ ำมาหากนิ ดว้ ยปญั หาการเมอื ง
ปญั หาทค่ี นเหลา่ นตี้ อ้ งเผชญิ เหมอื นๆ กนั คอื สง่ิ แวดลอ้ มทอ่ี าศยั อยทู่ ำใหก้ ารเลยี้ งลกู
ใหม้ ชี วี ติ รอดเปน็ เรอื่ งทที่ ำไดย้ าก ซง่ึ กค็ ลา้ ยกบั ทนี่ กจาคานาตอ้ งเผชญิ ระบบนเิ วศนท์ ่ี
คนเหลา่ นอ้ี าศยั อยู่ พอ่ คนเดยี วไมส่ ามารถดแู ลลกู ใหม้ ชี วี ติ รอดไดด้ เี ทา่ กบั พอ่ สองคน
ถึงตรงนี้ผู้อ่านหลายท่านอาจแย้งข้ึนมาทันทีว่า ถ้าลูก 1 คนต้องมีพ่อ
2 คนคอยดแู ลจรงิ พอ่ คนหนง่ึ จะไดส้ ง่ พนั ธกุ รรมใหล้ กู หรอื เทา่ กบั สง่ ตอ่ พนั ธกุ รรม
ของตัวเองไปคร่ึงหนึ่ง ในขณะท่ีพ่ออีกคนจะไม่ได้ส่งต่อพันธุกรรมเลย พ่อคนท่ี
พันธุกรรมไม่ได้ถูกส่งต่อก็ต้องเสียโอกาสที่จะไปมีลูกท่ีอื่นแล้วยังต้องมาเลี้ยงลูก
ทไี่ มใ่ ชพ่ นั ธุกรรมของตัวเองอกี โอกาสท่พี ฤตกิ รรมนี้ (หรอื พันธกุ รรมทที่ ำให้เกิด
พฤตกิ รรมน)้ี จะถกู คดั เลอื กมามนั นา่ จะนอ้ ยมาก แลว้ มนั เกดิ ไดอ้ ยา่ งไร? จะเขา้ ใจ
ตรงน้ีเราต้องไปศกึ ษาสงั คมของนกอีกชนดิ หนึ่ง
236 เรื่องเล่าจากรา่ งกาย เข้าใจร่างกาย พฤติกรรมและธรรมชาติผา่ นกระบวนการววิ ฒั นาการ
ในแอฟริกามีนกจาบคาชนิดหนึ่งที่หน้ามันมีสีขาวทำให้มันมีชื่อว่า
white-fronted bee-eaters (แปลเป็นไทยได้ว่า นกจาบคาหน้าขาว) นกจาบคา
พันธุ์น้ีฝูงหนึ่งๆ จะมีนกอาศัยรวมกันประมาณ 100 ตัว ในช่วงฤดูผสมพันธุ์
ลูกนกที่ฟักไข่ออกมานอกจากพ่อแม่แล้วจะมีนกอาสาสมัครมาช่วยหาอาหารให ้
ลูกนกและป้องกันภัย สิ่งที่แปลกคือ นกที่มาช่วยเลี้ยงน้ีเป็นนกที่อยู่ในวัยเจริญ
พนั ธ ์ุ คำถามทน่ี า่ สนใจคอื ถา้ นกทม่ี าชว่ ยเลยี้ งลกู มนั สามารถสบื พนั ธเ์ุ องได ้ ทำไม
มันไม่ไปมีลูกของตัวเอง การที่มันไม่มีลูกก็หมายถึงพันธุกรรมของมันไม่ได้รับ
การส่งต่อ พันธุกรรมท่ีทำให้มีนิสัย “เลี้ยงลูกนกตัวอื่น” ก็ไม่ถูกส่งต่อไป เม่ือ
ไมถ่ กู สง่ ตอ่ ไป พนั ธกุ รรม (ยนี ) นก้ี จ็ ะตอ้ งนอ้ ยลงและหายไปในทสี่ ดุ พฤตกิ รรม
ทช่ี ว่ ยเลยี้ งลกู ใหน้ กอน่ื กจ็ ะหายไปจากธรรมชาต ิ พฤตกิ รรมนรี้ อดจากการสญู พนั ธุ์
มาได้อยา่ งไร?
นกจาบคา
เมอื่ มนุษย์ยุคหนิ มาอยู่ในโลกปัจจบุ นั ชชั พล เกียรติขจรธาดา 237
เราจะมาเริ่มด้วยการพิจารณาปัจจัยทางส่ิงแวดล้อมกันก่อน นกจาบคา
เหล่านี้อาศัยอยู่ในบริเวณที่เป็นทุ่งหญ้าแห้งแล้งทางใต้และตะวันออกของทวีป
แอฟรกิ า เมอ่ื ตน้ ไมม้ ไี มม่ าก มนั จงึ ตอ้ งไปทำรงั อยบู่ นหนา้ ผาทเ่ี ปน็ ดนิ แหง้ ๆ ซง่ึ มอง
เห็นได้ง่ายจากนกผู้ล่าอื่นๆ เม่ืออาศัยในทุ่งหญ้าที่แห้งแล้งและต้องสร้างบ้านไกล
จากแหล่งอาหาร การหาอาหารให้ลูกจึงต้องบินไปไกลจากรัง เมื่อพ่อและแม่งาน
รัดตวั การมีพ่เี ล้ียงมาช่วยเล้ียงจึงมปี ระโยชนม์ าก
เมอ่ื มาดปู จั จยั ทางพนั ธกุ รรม สง่ิ ทน่ี กั วทิ ยาศาสตรพ์ บคอื นกทมี่ าทำหนา้ ท ่ี
เป็นพี่เล้ียงนี้จะเป็นลูกของพ่อและแม่เช่นกันหรือเรียกว่าเป็นพ่ีวัยรุ่นท่ีมาช่วยเล้ียง
น้องๆ แต่มันก็ยังแปลกอยู่ดี ในคนพี่วัยรุ่นเล้ียงน้องไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ในสัตว์
ทั้งหลายมันแปลก เพราะเม่ือสัตว์เข้าวัยเจริญพันธุ์มันก็จะไปมีลูกของมันเอง
ในธรรมชาติการตายโดยไม่มีโอกาสมีลูกเป็นเร่ืองธรรมดา ดังนั้นสัตว์ท่ีมีลูกเร็ว
และส่งต่อพันธุกรรมไปก่อนก็ย่อมมีลูกมากกว่า เพื่อให้เห็นภาพชัดข้ึนเราจะลอง
มาบวกลบเลขง่ายๆ กันสกั เล็กนอ้ ย
เมอื่ นกพเ่ี ลยี้ งเปน็ พน่ี อ้ งกบั นกทม่ี นั เลยี้ งด ู มนั จงึ มพี นั ธกุ รรมรว่ มกบั นอ้ ง
ประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ ถ้าน้องมันโตไปมีลูกได้ หลานของมันจะมีพันธุกรรม
ร่วมกับมัน 25 เปอร์เซ็นต์ (หรอื เราอาจมองว่าการท่ีมันเล้ียงนอ้ งทำใหม้ นั ได้กำไร
25 เปอร์เซ็นต์) แต่ถ้าพ่ีไม่เล้ียงน้องแล้วไปหาคู่สืบพันธ์ุและมีลูกของมันเอง
และลกู ของมนั จะมพี นั ธกุ รรมของมนั 50 เปอรเ์ ซน็ ต์ (กำไร 50 เปอรเ์ ซน็ ต)์ พฤตกิ รรม
ที่ทำให้พันธุกรรมของมันส่งต่อไปได้ 50 เปอร์เซ็นต์ (กำไรมากกว่า) ควรได้รับ
การคัดเลือกมา และมันควรจะไปมีลูกเอง แต่ทำไมพฤติกรรมท่ีกำไรน้อยกว่า
จึงถูกคัดเลือกมา?... จะตอบคำถามนี้ก็ต้องกลับไปหาปัจจัยทางระบบนิเวศน์
อกี ครง้ั
ในธรรมชาติแม่มือใหม่ส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นนกหรือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
จะมีโอกาสเลี้ยงลูกให้รอดตายน้อยกว่าแม่ท่ีมีประสบการณ์ นกจาบคาเหล่าน้ี
อาศัยอยู่ในที่ที่ไม่เหมาะกับการเล้ียงลูกย่ิงทำให้โอกาสที่แม่มือใหม่จะเล้ียงลูก
ใหร้ อดจะน้อยมากๆ ในทางตรงกันขา้ มเม่อื มันช่วยเล้ียงน้อง โอกาสท่ลี ูกของน้อง
จะรอดแล้วเติบโตไปส่งต่อพันธุกรรมของมันจะสูงขึ้น (มันจะได้ผลตอบแทน
25 เปอร์เซ็นต์) เมื่อตัวมันเองมีประสบการณ์มากข้ึนและมีลูกเองในภายหลัง
โอกาสท่ีลูกมันจะรอดก็สูงขึ้น (สรุปคือได้ทั้ง 25 และ 50 เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้า
เล้ียงเองแต่แรกอาจได้ 0 เปอรเ์ ซ็นต์ในรอบแรก)
จะเห็นว่าการคัดเลือกแบบนี้จะถูกคัดเลือกมาได้ นกที่มาช่วยเล้ียง
จะตอ้ งมพี นั ธกุ รรมรว่ มกบั นกทม่ี นั เลย้ี ง ซงึ่ การคดั เลอื กชนดิ นม้ี ชี อ่ื วทิ ยาศาสตรว์ า่
kin selection (kin ที่แปลว่าพ่นี ้อง)
กลับมาทีค่ ำถาม polyandry ในคนกนั อีกครง้ั เราสงสัยกนั ไว้ว่าพอ่ หลาย
คนยอมมภี รรยาคนเดยี วกนั ไดอ้ ยา่ งไร คำตอบคอื เกอื บทงั้ หมดของสงั คมทผี่ ชู้ าย
238 เร่อื งเล่าจากร่างกาย เข้าใจร่างกาย พฤตกิ รรมและธรรมชาติผ่านกระบวนการวิวัฒนาการ
หลายคนมีภรรยาร่วมกัน ผู้ชายเหล่าน้ันจะเป็นพ่ีน้องกัน ดังน้ันลูกท่ีเกิดมาไม่ว่า
จะเปน็ ลกู ใครกต็ าม ลกู คนนจ้ี ะมพี นั ธกุ รรมรว่ มกบั พอ่ ทกุ คน ซงึ่ กค็ อื kin selection
ท่ีเราคุยกันไปแล้วน่ันเอง สังคมที่สามีทั้งหลายเป็นพ่ีน้องกันน้ีภาษาวิทยาศาสตร์
เรยี กวา่ fraternal polyandry ในทางตรงกนั ขา้ มสงั คมทห่ี ญงิ หนงึ่ คนมสี ามหี ลายคน
ที่ไม่ใช่พ่ีน้องกัน (เรียกว่า nonfraternal polyandry) ก็พบได้บ้างแต่น้อยมากๆ
และเราก็สามารถพยากรณ์ได้ว่าสังคมแบบน้ีจะมีการฆ่ากันระหว่างสามีด้วยกัน
ค่อนขา้ งสูง ซึง่ ก็เป็นเชน่ นัน้ จรงิ ๆ
เม่อื มนษุ ยย์ ุคหนิ มาอยู่ในโลกปัจจุบัน ชัชพล เกยี รติขจรธาดา 239
34
{ } แทลำะไทมำผไมหู้ ผญูช้ งิ าชยอชบอผบู้ชดาหู ยนใจงั ดโปี ๊
เมอื่ ผูห้ ญิงซ่อนการตกไขเ่ พ่ือทีจ่ ะเลือกเฟน้ พ่อทีด่ ี
สิ่งที่ไดต้ ามมาคือ พ่อท่หี มกมุ่นเรอ่ื งเพศ ใจดี และบ้างาน
ทารกของคนกวา่ จะโตจนชว่ ยเหลอื ตวั เองไดใ้ ชเ้ วลาหลายป ี
กว่าลูกจะโตแม่ต้องลงทุนมากมายมหาศาล นอกจาก
จะลงทนุ พลงั งาน เวลากบั การอมุ้ ทอ้ ง ใหน้ มลกู แลว้ ยงั
ต้องอุ้มลูกไปมา ป้องกันภัยให้ลูกจนกว่าลูกจะช่วยเหลือ
ตวั เองได ้ ซง่ึ ภารกจิ เหลา่ นใี้ นธรรมชาตหิ ลายแสนปที แ่ี ลว้
แทบจะเป็นไปไม่ได้ถ้าผู้หญิงต้องทำคนเดียว ดังน้ันการ
มีคู่จึงต้องเลือกให้ดี การเลือกคู่ที่ไม่ดีอาจหมายถึงความ
ตายของลูกได้ ดังนั้นพฤติกรรมการเลือกคู่ของผู้หญิงจึง
ไดร้ บั การคดั เลอื กมาเชน่ กนั ผชู้ ายทดี่ ใี นสายตาของผหู้ ญงิ
(ในทางววิ ฒั นาการ) จงึ มสี องอยา่ งคอื หนง่ึ พนั ธกุ รรมด ี
ภมู คิ มุ้ กนั ด ี และสองคอื มคี วามเปน็ พอ่ ของลกู ทด่ี ี ซงึ่ ใน
ธรรมชาตกิ ารเปน็ พอ่ ทดี่ หี มายถงึ การหาอาหารใหเ้ มยี และ
ลกู ได้ด ี ใสใ่ จทีจ่ ะชว่ ยดแู ลปอ้ งกันภัยลกู เมยี จากสัตวร์ า้ ย
240 เร่ืองเลา่ จากร่างกาย เขา้ ใจรา่ งกาย พฤติกรรมและธรรมชาตผิ ่านกระบวนการววิ ฒั นาการ
เราเหน็ กนั ไปแลว้ วา่ ผหู้ ญงิ เลอื กพนั ธกุ รรมทดี่ สี ว่ นหนงึ่ ดจู ากความสมมาตร
ฮอรโ์ มน หนา้ ตาใกลค้ า่ เฉลยี่ หรอื พดู อกี อยา่ งคอื หลอ่ สงู หนุ่ ลำ่ แตค่ ำถามคอื
ผหู้ ญงิ จะเลอื กพอ่ ทดี่ อี ยา่ งไร? แตก่ ารถามแบบนอ้ี าจทำใหเ้ หน็ ภาพไมช่ ดั เพราะมนั
จะทำให้เรานึกถึงพ่อที่ดีในแบบท่ีเหมาะกับโลกปัจจุบัน ดังนั้นคำถามที่ดีกว่าหรือ
คำถามท่ีจะทำให้เห็นภาพท่ีชัดกว่าคือ ในธรรมชาติแสนกว่าปีท่ีแล้วผู้หญิงจะบอก
ได้อย่างไรว่ามนุษย์วานรตัวไหนจะเป็นพ่อท่ีดี?... มนุษย์วานรท่ีจะเป็นพ่อท่ีดี
พอจะจำแนกออกเปน็ ลกั ษณะกวา้ งๆ ไดส้ องลกั ษณะคอื หนงึ่ เปน็ ตวั ผทู้ มี่ ที รพั ยากร
เยอะ หาอาหารไดเ้ กง่ และสอง เปน็ ตวั ผทู้ ดี่ แู ลใสใ่ จ ยอมอยชู่ ว่ ยเลยี้ งลกู ไมใ่ ช ่
นอนด้วยแล้วจากไป
วิธีหาตัวผู้ท่ีมีทรัพยากรมากหรือพูดตรงๆ คือรวยนั้นเข้าใจได้ไม่ยาก
ธรรมชาติแค่วิวัฒนาการมาให้สมองผู้หญิงชอบความรวย ผู้หญิงท่ีชอบผู้ชายรวย
ยอ่ มมกี นิ มากกวา่ มลี กู มากกวา่ ดงั นน้ั การชอบคนรวยจงึ ถกู คดั เลอื กมา แนน่ อน
ครับ เราทุกคนรู้ดีว่าความรวยไม่ใช่ทุกอย่าง เพราะคุณลักษณะของผู้ชายแบบ
ทผี่ หู้ ญงิ ชอบยงั มอี กี หลายอยา่ งเชน่ นสิ ยั ด ี มนี ำ้ ใจ ขยนั ขนั แขง็ หนา้ ทก่ี ารงานด ี
รกั ความกา้ วหนา้ ตลก เปน็ คนมชี อ่ื เสยี ง เปน็ นกั ดนตร ี ฉลาด มนษุ ยสมั พนั ธด์ ี
เป็นท่ีรักของเพื่อนๆ ฯลฯ แต่เราก็คงต้องยอมรับกันว่าผู้ชายที่มีสิ่งเหล่าน้ีถ้าแถม
ความรวยเข้าไปด้วยก็น่าจะดีกว่าให้ลูกไปกัดก้อนเกลือกิน พูดถึงตรงน้ีก็เลยมี
คำถามตอ่ มาวา่ ผชู้ ายทม่ี ลี กั ษณะตา่ งๆ ทว่ี า่ มามนั มปี ระโยชนอ์ ะไรในโลกยคุ หนิ ?
ในโลกหลายแสนปีทแี่ ล้วสังคมของมนษุ ย์วานรตา่ งๆ จะอยู่เปน็ เผ่า ตวั ผ้ ู
แต่ละตัวในเผ่าไม่ได้มีฐานะหรือมีสิทธิ์ในสังคมเท่าเทียมกัน สังคมของบรรพบุรุษ
เรานา่ จะคล้ายๆ กบั ลิงชิมแปนซี คอื มตี วั ผเู้ บอร์หนง่ึ สอง สาม ส ่ี ไลไ่ ปเรอื่ ยๆ
มีการแบ่งเป็นก๊กเหล่าย่อยๆ มีการเล่นพวก การล่าสัตว์ก็ต้องช่วยกันล่าเป็นทีม
เมอื่ ลา่ สตั วไ์ ดก้ จ็ ะมกี ารแบง่ เนอ้ื กนั กนิ แตก่ ารแบง่ กไ็ มเ่ ทา่ กนั ลงิ เบอรต์ น้ ๆ และ
เพอ่ื นๆ จะไดม้ ากกวา่ ชมิ แปนซเี บอรต์ น้ ๆ จะไดส้ ว่ นแบง่ มากพอทจ่ี ะกนิ อม่ิ แลว้
มีเหลอื ไปใหต้ วั เมยี เพอ่ื ขอแลกกบั โอกาสผสมพนั ธุ์
แสนกว่าปีท่ีแล้วยังไม่มีตู้เย็น ไม่มีธนาคาร ไม่มีเงิน หรือพูดง่ายๆ
คือไม่มีการสะสมใดๆ ท้ังส้ิน ความรวยแบบที่เราคุ้นเคยจึงยังไม่เกิดข้ึนในยุคนั้น
ความรวยในโลกยุคหินคือการมีอาหารกินเป็นประจำต่อเน่ือง อาหารท่ีกินจะ
ต้องหามาเร่ือยๆ เพราะเก็บไม่ได้ ดังนั้นความรวยจะเกิดได้ผู้ชายต้องขึ้นเป็น
เบอร์ต้นๆ ของเผ่า หรืออย่างน้อยก็ต้องได้รับการยอมรับว่าเป็นส่วนหน่ึงของทีม
การจะเป็นที่ยอมรับหรือการจะได้เป็นเบอร์หนึ่งต้องทำอย่างไร?... ร่างกาย
ของผู้ชายในปัจจุบันบอกเราว่าผู้ชายไม่ได้ข้ึนเป็นหัวหน้าด้วยกำลังอย่างเดียว
ผู้ชายไม่มีเข้ียวแหลมเหมือนบาบูน ไม่มีกล้ามใหญ่แบบกอริลล่า ผู้ชายในยุคนั้น
เหมือนผู้ชายในยุคนี้ คือจะวัดกันด้วยการเป็นท่ีรักนับถือของคนในเผ่า วัดกัน
ที่ความฉลาด วัดกันท่ีความดัง ในสังคมเล็กๆ อย่างสังคมที่เราวิวัฒนาการมา
เม่ือมนุษยย์ ุคหนิ มาอยู่ในโลกปัจจุบนั ชชั พล เกยี รตขิ จรธาดา 241
การจะเป็นคนดัง การจะเป็นที่รักของคนอื่นๆ ต้องเป็นคนดี ต้องเป็นคนมีน้ำใจ
รจู้ กั ตอบแทนบญุ คณุ เปน็ คนขยนั ไมเ่ อาเปรยี บคนอน่ื ๆ ในเผา่ รกั ความยตุ ธิ รรม
ผู้หญงิ ท่ชี อบผู้ชายแบบนี้กม็ โี อกาสทีจ่ ะมีกินมากกว่าและมีลกู มากกว่า
เราไดค้ ำตอบไปแลว้ วา่ ผชู้ ายรวยในแบบทผ่ี หู้ ญงิ ชอบในอดตี นนั้ มลี กั ษณะ
เปน็ เชน่ ไร แตผ่ ชู้ ายทด่ี นี อกจากความรวยแลว้ ยงั ตอ้ งมคี วามเปน็ พอ่ ทด่ี ี คำถามคอื
แลว้ ผหู้ ญงิ จะรไู้ ดอ้ ยา่ งไรวา่ มนษุ ยว์ านรตวั ผตู้ วั ไหนทจี่ ะมาเปน็ พอ่ ทดี่ ?ี ... เราจะเรม่ิ
ตอบคำถามนด้ี ว้ ยการไปดพู ฤตกิ รรมการผสมพนั ธข์ุ องสตั วเ์ ลย้ี งลกู ดว้ ยนมอน่ื ๆ กนั
สัตว์เล้ียงลูกด้วยนมส่วนใหญ่ในธรรมชาติ ตัวผู้และตัวเมียจะมาสนใจ
กันเป็นช่วงๆ ซึ่งปีหน่ึงๆ จะมีช่วงที่ตัวผู้และตัวเมียสนใจกัน แล้วผสมพันธ์ุกัน
แคป่ ลี ะครง้ั หรอื ไมก่ ค่ี รงั้ ใน 1 ป ี นอกเหนอื ไปจากฤดผู สมพนั ธแ์ุ ลว้ ตวั ผแู้ ละตวั เมยี
จะไม่มาสนใจกันเลย ย่ิงไปกว่าน้ันยังแย่งอาหารแย่งท่ีอยู่กันอีกด้วย แต่เม่ือ
เข้าฤดูผสมพันธ์ุ การเปล่ียนแปลงของฮอร์โมนในร่างกายตัวเมียจะทำให้พร้อม
ท่ีจะมีลูกหรือมีการตกไข่เกิดขึ้น ตัวเมียจะส่งสัญญาณไปท่ีตัวผู้ เม่ือตัวผู้
ไดส้ ญั ญาณกจ็ ะมอี ารมณท์ างเพศขนึ้ มาทนั ท ี การสง่ สญั ญาณวา่ ฉนั พรอ้ มจะสบื พนั ธ ์ุ
แล้วก็มีได้หลายแบบ อย่างพวกตัวมอธหรือผีเส้ือกลางคืน ตัวผู้สามารถที่จะได ้
กล่ินท่ีตัวเมียปล่อยออกมาจากท่ีห่างไกลไปหลายกิโลเมตรแล้วบินตามกลิ่นมา
กวางตัวผู้จะดมกล่ินที่กวางตัวเมียฉี่ทิ้งไว้ท่ีพ้ืน หมาตัวผู้จะว่ิงดมก้นหมาตัวเมีย
ชิมแปนซีตัวผู้เมื่อเห็นก้นที่บวมแดงของตัวเมียมันจะมีอารมณ์ เม่ือเจลาดาบาบูน
ตวั ผใู้ นเอธโิ อเปยี เหน็ ผวิ หนงั บรเิ วณอกของตวั เมยี เปลยี่ นเปน็ สแี ดงมนั จะคกึ คกั และ
มอี ารมณเ์ พศขนึ้ มา สำหรับสัตวอ์ ่นื ๆ เมอื่ ตัวเมยี สง่ สญั ญาณว่ารา่ งกายพรอ้ มตัวผ ู้
จึงเข้าไปผสมพันธ์ุ การผสมพันธุ์ของสัตว์ทั้งหลายจึงเป็นการผสมพันธ์ุท่ีหวังผล
ทจ่ี ะมลี ูกได้มาก เปน็ การผสมพันธทุ์ ่ีมปี ระสทิ ธภิ าพสูง
เมอื่ เขา้ ไปในทสี่ าธารณะ เชน่ ศนู ยก์ ารคา้ โรงหนงั หรอื รา้ นอาหาร ผมเคย
พยายามจะใช้สัญชาตญาณเพื่อบอกให้ได้ว่าผู้หญิงท่ีอยู่รอบๆ ตัวคนไหนบ้าง
ทกี่ ำลงั ตกไข ่ ผมทดลองมาหลายครง้ั จนคอ่ นขา้ งแนใ่ จแลว้ วา่ ผมไมม่ คี วามสามารถ
น้ัน และผมเชอ่ื ว่าผู้ชายคนอื่นๆ ไมน่ ่าจะทำไดด้ ีไปกว่าผมนกั (จรงิ ๆ แลว้ ผชู้ าย
พอจะทำได้โดยไม่รู้ตัว แต่จะเป็นอย่างไรน้ันเราจะคุยกันภายหลัง) คำถามคือ
ทำไมผู้หญิงถึงวิวัฒนาการมาให้ร่างกายซ่อนการตกไข่ไม่ให้ผู้ชายรู้ ในขณะที่
ตัวเมียในสัตว์อ่ืนๆ จะประกาศให้ตัวผู้รู้กันท่ัวถึงว่าฉันพร้อมแล้ว ทำไมร่างกาย
ผู้หญิงไม่ทำเช่นน้ันบ้าง ถ้าผู้ชายไม่รู้ว่าผู้หญิงไข่ตกเม่ือไหร่แล้วการผสมพันธุ์
ในคนจะหวงั ผลไดอ้ ยา่ งไร (เรากำลงั พดู ถงึ โลกแสนปกี อ่ นซง่ึ ยงั ไมม่ วี ชิ าเพศศกึ ษา)
ย่ิงคิดก็ยิ่งแปลก เพราะถ้าการมีเซ็กส์แล้วหวังผลท่ีจะมีลูกได้ ตัวผู้ก็จะเลือกท่ีจะ
นอนกับผู้หญิงเฉพาะช่วงท่ีตกไข่ เวลาอื่นๆ ก็เอาไปหากิน ฟังดูแล้ววิธีน้ีมี
ประสทิ ธภิ าพกวา่ ประหยดั พลงั งานและเวลามากกวา่ ไมใ่ ชห่ รอื แลว้ ทำไมลกั ษณะ
แบบนัน้ ถงึ ไม่ถกู คดั เลอื กมา ผหู้ ญงิ ซอ่ นการตกไข่ไปเพื่ออะไร?
242 เรอ่ื งเล่าจากรา่ งกาย เข้าใจร่างกาย พฤติกรรมและธรรมชาติผา่ นกระบวนการววิ ฒั นาการ
เมื่อผู้ชายบอกไม่ได้ว่าผู้หญิงตกไข่เมื่อไหร่ ผู้ชายก็ไม่สามารถทำเหมือน
สัตว์อื่นคือรอสัญญาณจากผู้หญิงแล้วค่อยมีอารมณ์เพศ เพราะถ้ามัวแต่รอก็คง
ไมไ่ ดม้ เี ซก็ ส ์ เมอ่ื ไมม่ เี ซก็ สก์ ไ็ มม่ ลี กู ดงั นนั้ ผชู้ ายทม่ี อี ารมณเ์ พศงา่ ยกวา่ กม็ โี อกาส
มลี ูกมากกว่า นอกไปจากนเี้ ม่อื ไม่รูว้ า่ ผหู้ ญิงตกไขเ่ มอ่ื ไหรผ่ ูช้ ายจึงเหมอื นการแข่ง
ปิดตายิงปืน ใครยิงมากกว่าคนนั้นก็มีโอกาสจะถูกเป้ามากกว่า ผู้ชายที่หมกมุ่น
เรอ่ื งเพศบอ่ ยกวา่ ชอบเซ็กส์มากกวา่ ก็มโี อกาสมีลกู มากกวา่
ในคนการจะมเี พศสมั พนั ธจ์ ะไมเ่ หมอื นกบั สตั วอ์ นื่ ๆ การจะมเี ซก็ สบ์ อ่ ยๆ ได ้
ฝ่ายชายต้องการความร่วมมือจากฝ่ายหญิง ในขณะท่ีฝ่ายหญิงถูกสร้างมาให้ลังเล
ทจ่ี ะมเี พศสมั พนั ธเ์ พราะลงทนุ มากกวา่ (ฉนั ยงั จำไดว้ า่ มนั ปลอ่ ยใหฉ้ นั วง่ิ จากกรงุ เทพฯ-
มาเชยี งใหมค่ นเดยี ว!) การจะใหฝ้ า่ ยหญงิ ยอมนอนดว้ ยบอ่ ยๆ กต็ อ้ งหมน่ั เอาใจและ
แสดงให้เห็นว่าใส่ใจจริงๆ ยิ่งเอาใจยิ่งได้มีเซ็กส์มาก ย่ิงเอาใจย่ิงมีลูกมาก ดังนั้น
การท่ีผู้หญิงปกปิดไม่ให้รู้ว่าตกไข่เมื่อไหร่จึงเป็นการเลือกมนุษย์วานรตัวผู้ท่ีหมั่น
เอาใจ ตัวผู้ท่ีหมั่นเอาใจและแสดงความใส่ใจน่าจะมีความเป็นพ่อมากกว่าตัวผู้ท่ี
ต้องการแค่เซ็กส์แต่ไม่ยอมเอาใจ การเลือกตัวผู้ท่ีหม่ันเอาใจจึงเป็นหนึ่งในวิธีการ
เลือกหาพ่อทดี่ ี
นอกไปจากนี้ เมื่อผู้ชายไม่รู้ว่าผู้หญิงตกไข่เมื่อไหร่ ผู้ชายจึงไม่สามารถ
หนีไปหาผู้หญิงอ่ืนได้ เพราะถ้าระหว่างท่ีผู้ชายไม่อยู่แล้วมีผู้ชายอ่ืนเข้ามายุ่งกับ
ผหู้ ญงิ เมอื่ ผชู้ ายกลบั มาจะรไู้ ดอ้ ยา่ งไรวา่ ลกู นน้ั เปน็ ลกู ของตวั เองหรอื ไม ่ เมอื่ การ
แอบไปหาหญิงอื่นทำให้เกิดผลเสีย แต่การอยู่ใกล้ คอยเอาใจและหม่ันนอนกับ
ผู้หญิงเพ่ิมโอกาสการส่งต่อพันธุกรรม ดังนั้นการซ่อนการตกไข่จึงทำให้เกิดการ
คัดเลอื กผู้ชายทจี่ งรกั ภกั ดแี ละยอมอยูเ่ ปน็ ค่กู ับผหู้ ญิง
คุณผู้หญิงทั้งหลายครับ การที่ผู้ชายหมกมุ่นเร่ืองเพศคราวน้ีคุณจะโทษ
ผู้ชายไม่ได้แล้วนะครับ ทั้งหมดมันเริ่มจากบรรพบุรุษเพศหญิงปกปิดการตกไข่
สมองผู้ชายเลยหมกมุ่นเรื่องเพศ หรืออาจจะพูดว่าพวกคุณ “คัดเลือก” ผู้ชาย
อย่างน้ีมาเอง แต่ในขณะเดียวกันส่ิงที่คุณได้กลับมาคือ ผู้ชายท่ียอมอยู่เป็นคู่
ไมใ่ ช่มาแล้วไปเหมือนอรุ ังอุตังตัวผู้
ในรา่ งกายของผหู้ ญงิ อวยั วะทสี่ ามารถกระตนุ้ ใหม้ อี ารมณเ์ พศไดม้ หี ลายท ่ี
ไล่มาตั้งแต่การค่อยๆ ลูบผมเบาๆ คลึงต่ิงหู ไซ้ซอกคอ ลูบหน้าอก (จากน้ีไป
ของดการบรรยายในรายละเอยี ด) หัวนม ทอ้ งนอ้ ย ตน้ ขา ด้านหลังเขา่ หัวแม่เทา้
แคมนอก คลติ อริส จีสปอต ดา้ นหนา้ ของปากมดลกู (Anterior fornix erogenous
zone หรือ A-spot) นอกจากน้ีอาจมีส่วนอื่นๆ อีกแล้วแต่รสนิยมของแต่ละคน
คราวน้ีเรามาดูทางฝ่ังของผู้ชายกันบ้าง อวัยวะท่ีสามารถกระตุ้นให้มีอารมณ์เพศ
ในผชู้ าย ไดแ้ ก ่ หนง่ึ องคชาต สอง อณั ฑะ สาม... หมดแลว้ จดุ ทพ่ี อจะใชง้ านได ้
อยา่ งจริงจงั มีเทา่ น้เี อง
เมอื่ มนุษย์ยุคหินมาอยใู่ นโลกปัจจุบนั ชชั พล เกียรตขิ จรธาดา 243
คำถามท่ีผู้ชายหลายท่านคงสงสัยคือ ทำไมธรรมชาติถึงไม่ยุติธรรม
เช่นน้ี? ทำไมธรรมชาติให้ของเล่นผู้หญิงมากมาย (ไม่นับ multiple orgasm
หรือถึงจุดสุดยอดได้หลายครั้ง) แต่ให้ของเล่นผู้ชายมาแค่ช้ินเดียว ในการที่จะ
ตอบคำถามอย่างมีหลักการและเพ่ือความชัดเจนในทางวิชาการ เราคงต้องไปหา
หนังโปแ๊ ละนิยายอโี รติกมาศกึ ษากนั
ถา้ คณุ เปดิ หนงั โปส๊ ำหรบั ผชู้ าย มคี วามเปน็ ไปไดส้ งู ทค่ี ณุ จะไดเ้ หน็ ผหู้ ญงิ
เปลือยภายในไม่กี่วินาทีและเห็นการร่วมเพศภายในไม่กี่นาที (ถ้านานกว่านั้น
เท่าทที่ ราบผชู้ ายสว่ นใหญ่จะกดปมุ่ fast forward ขา้ มไป) เมอื่ เราไปอ่านหนังสอื
อโี รตกิ สำหรบั ผชู้ าย เราจะพบวา่ ผเู้ ขยี นสามารถเขยี นตง้ั แตต่ น้ จนจบไดใ้ น 1 -2 หนา้
(หรือย่อหน้า) แต่ถ้าคุณผู้ชายเคยเห็นนิยายอีโรติกของผู้หญิง (ตามร้าน
ขายหนังสือฝรั่ง) คุณจะตกใจกับความหนาของหนังสือและอาจคิดไปว่าเป็น
ตำราชีววิทยา เม่ือเราเริ่มอ่านเพื่อศึกษาลงในรายละเอียด เราจะพบว่าหนังสือ
(1-2 หน้านั่นแหละครับ) อีโรติกสำหรับท่านชายจะเต็มไปด้วยคำกริยา (ว่าเกิด
อะไรข้ึนบ้าง) คำนาม (ช่ืออวัยวะต่างๆ) และบทบรรยายความใหญ่ของคำนาม
เหล่านนั้ แตห่ นงั สืออโี รติกสำหรบั คุณผู้หญิงจะเต็มไปดว้ ยคำว่า ใสใ่ จ ทะนถุ นอม
เป็นห่วง คิดถึง อบอุ่น นุ่มนวล บรรยากาศใต้แสงเทียน สถานที่หรือฉาก
ในหนงั สอื ของผหู้ ญงิ อาจเปน็ ชายทะเล ปารสี เวนสิ ยอดเขา บนเตยี งทโ่ี รยดว้ ย
กลบี กหุ ลาบ แตส่ ถานทใ่ี นหนงั สอื ของผชู้ ายจะเปน็ บนเตยี ง ใตเ้ ตยี ง บนโตะ๊ ใตโ้ ตะ๊
ในตู้ นอกตู้ โดยไมต่ ้องสนใจว่าโตะ๊ น้นั อยใู่ นประเทศอะไรหรือตงั้ อยู่ทีไ่ หน
เมื่อเราศึกษาเพิ่มเติมว่าความไวต่อการถูกกระตุ้นให้มีอารมณ์เพศของ
ผู้ชายและผู้หญิงน้ันต่างกันอย่างไร เราจะพบว่าผู้ชายสามารถมีอารมณ์เพศและ
พรอ้ มทจ่ี ะทำกจิ กรรมไดต้ งั้ แตเ่ หน็ ผหู้ ญงิ อยหู่ า่ งออกไป 50 เมตร (หรอื ไกลกวา่ นนั้
มากขึ้นกับคุณภาพของกล้องส่องทางไกล) แต่ผู้หญิงกว่าจะพร้อมได้ส่วนใหญ่
ต้องอยู่ใกล้ชิดในระดับประชิดตัว ต้องมีการโหมโรงกันอีกหลายนาที (ไม่นับรวม
ดินเนอร์ใต้แสงเทียนหรือช็อปปิ้ง 3 ช่ัวโมงก่อนหน้าน้ัน) ยิ่งไปกว่าน้ันเม่ือเริ่ม
ทำกิจกรรมกันแล้วผู้หญิงก็มีแนวโน้มจะถึงจุด orgasm หรือจุดสุดยอดช้ากว่า
ผูช้ าย คำถามคือ ท้งั หมดน้ีบอกอะไรเรา? อะไรคัดเลอื กเรามาให้เป็นเชน่ น้ี?
รา่ งกายและจติ ใจ (ทางเพศ) ของหญงิ สาวออกแบบมาใหม้ คี วามซบั ซอ้ น
และมีอารมณ์ทางเพศเกิดได้ยากกว่าผู้ชาย หญิงสาวจะมีอารมณ์ทางเพศได้มัก
จะต้องได้รับการกระตุ้นนำมาก่อน การกระตุ้นน้ีต้องมีท้ังในส่วนของอารมณ์
เช่น ได้รับความใส่ใจ เอาอกเอาใจ สายตาท่ีเป็นห่วง เข้าอกเข้าใจ และการ
กระตุ้นจากการสัมผัส แต่การสัมผัสไม่ใช่สัมผัสท่ีไหนก็ได้ เพราะส่วนท่ีไวต่อ
การถูกกระตุ้นนี้จะถูกซุกซ่อนอยู่ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย เม่ืออารมณ์และ
ความพอใจทางเพศของผหู้ ญงิ เกดิ ไดย้ าก ความสขุ ทางเพศของผหู้ ญงิ จงึ มไี ดห้ ลาย
ระดับข้ึนอยู่กับคู่นอนว่าจะมีความสามารถหาของเล่นต่างๆ ที่ซ่อนไว้เจอหรือไม่
244 เร่ืองเล่าจากรา่ งกาย เข้าใจรา่ งกาย พฤตกิ รรมและธรรมชาตผิ า่ นกระบวนการววิ ัฒนาการ
(ผมค่อนข้างเช่ือว่ามนุษย์วานรทั้งหลายไม่รู้ว่าคลิตอริส จี-สปอต หรือเอ-สปอต
คืออะไร) เม่ือหาเจอแล้วใส่ใจท่ีจะใช้ประโยชน์จากของเล่นเหล่าน้ันเต็มที่หรือ
เปล่า
การถึงจุดสุดยอดในหญิงสาวมีแนวโน้มจะเกิดช้ากว่า เมื่อความสุขทาง
เพศของหญงิ สาวมไี ดห้ ลายระดบั หญงิ สาวกจ็ ะสามารถแยกไดว้ า่ มนษุ ยว์ านรตวั ผู้
ตัวไหนเป็นนักรักที่ดี นักรักท่ีดีในวันท่ีไม่มีวิชาเพศศึกษา ไม่มีหนังโป๊ให้ศึกษา
หมายถึงนักรักท่ีสนใจความต้องการของผู้หญิง การจะรู้ว่าส่วนไหนท่ีทำให้ผู้หญิง
พอใจ คู่นอนต้องช่างสังเกต ต้องหมั่นถามและใส่ใจที่จะเรียนรู้ ยิ่งไปกว่าน้ัน
นักรักยุคหินที่ดีอาจถึงกับต้องชะลอการเดินทางไปถึงจุดสุดยอดของตัวเองให้ช้าลง
เพื่อพาฝ่ายหญิงเดินทางไปสู่จุดสุดยอดพร้อมๆ กัน วิธีการเดิมๆ แบบที่ใช้ใน
ชมิ แปนซหี รอื กอรลิ ลา่ คอื ทำใหเ้ สรจ็ ภายใน 8 วนิ าทแี ลว้ ผละจากไปวงิ่ ไลต่ วั เมยี อน่ื
ไม่สามารถใช้ได้กับโฮโม เซเปียนส์สาวอีกต่อไป ผู้หญิงต้องการผู้ชายท่ีใส่ใจ
ซง่ึ ผชู้ ายทใ่ี สใ่ จเหลา่ นม้ี โี อกาสจะเปน็ พอ่ ทมี่ คี วามใสใ่ จมากกวา่ การคดั เลอื กทางเพศ
จึงเกิดข้ึน ตัวผู้ที่สร้างความพอใจให้ได้มากกว่าก็จะได้รับการคัดเลือกมา เมื่อ
เพศสัมพันธ์วิวัฒนาการผ่านการคัดเลือกทางเพศ พฤติกรรมทางเพศสัมพันธ์จึงมี
ความฟุ่มเฟือยมากขึ้นเรื่อยๆ จากกิจกรรมท่ีสามารถทำให้เสร็จได้ภายในเวลา 8
วนิ าที (ในกอรลิ ลา่ ) จงึ ยดื ยาวขน้ึ เปน็ 30 นาที (ไมร่ วมโหมโรง) ในคน จากนน้ั มา
เพศสัมพันธ์ในคนจึงเปลี่ยนหน้าที่จากการผสมพันธ์ุไปเป็นการร่วมรัก และหน้าท่ี
ของเพศสมั พนั ธใ์ นคนจงึ ไมไ่ ดม้ แี คส่ บื พนั ธอุ์ ยา่ งเดยี วอกี ตอ่ ไป แตย่ งั มหี นา้ ทเ่ี พอื่ ให ้
เกิดความผูกพันและอยเู่ ป็นคู่เพื่อดแู ลลูก
เม่ือเรามองย้อนไปดูเรื่องราวในอีกมุมหน่ึง เราจะเห็นได้ชัดขึ้นว่าทำไม
พฤติกรรมการจีบของผู้ชายถึงเป็นอย่างท่ีเราเห็นกันอยู่ การจีบในสัตว์ท่ีเรียกว่า
courtship หรือ display เองก็ไมไ่ ดต้ ่างจากในคนมากนัก เชน่ ชิมแปนซตี วั ผู้อยาก
ผสมพนั ธก์ุ บั ตวั เมยี มนั ตอ้ งเอาใจ มนั ตอ้ งไปลา่ เนอ้ื สตั ว์ (ชมิ แปนซชี อบกนิ เนอ้ื สตั ว ์
สตั วท์ มี่ ันลา่ ไดแ้ ก่ หมปู ่า กวางตัวเลก็ ๆ ลิงโคลัมบัส และปลวก) มาใหต้ ัวเมียกิน
ซ่ึงการลา่ ไมใ่ ชเ่ ร่อื งง่ายๆ สำหรบั ชมิ แปนซี เพนกวินอะเดล่ีตัวผู้ (Adelie Penguin)
ที่อาศัยอยู่ท่ีข้ัวโลกใต้อยากผสมพันธ์ุกับตัวเมียมันก็จะแข่งกันไปหาก้อนหิน
ก้อนกลมๆ มาให้ตัวเมีย ซ่ึงตัวเมียจะเอาไปใช้สร้างที่สำหรับวางไข่ ตัวผู้ตัวไหน
หากอ้ นหนิ เกง่ ตวั เมยี จะชอบ (กอ้ นหนิ เปน็ ของหายากในขวั้ โลกใต ้ ทซ่ี งึ่ เตม็ ไปดว้ ย
หมิ ะและโคลน) สว่ นโฮโม เซเปยี นสก์ ใ็ หก้ อ้ นหนิ เหมอื นกนั แตเ่ ปน็ กอ้ นหนิ หายาก
ที่เรียกว่าเพชรพลอย สำหรับในคนการจีบแบบมาตรฐานก็มีหลายวิธีด้วยกัน
เช่น การพยายามทำหล่อไม่ว่าจะเป็นการพยายามทำให้หน้าใสไม่มีสิว การยก
เวทเล่นกล้าม อยากสูง เป็นการพยายามแสดงออกถึงสุขภาพและระดับของ
ฮอร์โมนเพศชาย ส่วนพฤติกรรมการจีบอีกแบบ เช่น การขับรถสปอร์ตแพงๆ
ใส่เส้ือผ้าแบรนด์เนม ซ้ือดอกไม้ไปให้ หม่ันไปรับไปส่ง การแสดงให้เห็นว่า
เมอ่ื มนุษย์ยคุ หนิ มาอยู่ในโลกปจั จุบัน ชัชพล เกยี รติขจรธาดา 245
เป็นคนดีมีน้ำใจ รักเด็ก มีเพื่อนเยอะ เป็นท่ีนิยมในหมู่เพื่อนๆ ขยันขันแข็ง
ท้ังหมดเป็นการโฆษณา (ในแบบยุคหิน) ว่าจะเป็นพ่อท่ีดี พ่อที่มีทรัพยากร
และมคี วามใส่ใจ
ในโลกปัจจุบันเรารู้ว่าสิ่งเหล่านี้ใช้งานไม่ได้จริง เราไม่สามารถบอกได้ว่า
พนั ธกุ รรมคนทกุ วนั นด้ี หี รอื ไมจ่ ากการดหู นา้ หลอ่ หรอื กลา้ มโต เราไมส่ ามารถบอก
ไดว้ า่ คนนจ้ี ะเปน็ พอ่ ทดี่ จี ากการอวดรวยหรอื เอาใจ เพราะสงิ่ เหลา่ นเี้ ปน็ พฤตกิ รรมท่ี
ววิ ฒั นาการมาในโลกทต่ี า่ งจากทเ่ี ราอยใู่ นปจั จบุ นั ทกุ วนั นเ้ี ราไมต่ อ้ งมภี มู คิ มุ้ กนั ทด่ี ี
แต่เรามีเคร่อื งมืออน่ื ๆ เชน่ เรามีคลอรนี ในน้ำ เรามีเครือ่ งกรองนำ้ เราฉีดวัคซนี
เรามียาฆ่าเช้ือ ผู้ชายที่เอาของแพงๆ มาให้ก็ไม่ได้แปลว่าจะเป็นพ่อท่ีดี ของแพง
ในโลกยุคหินเป็นของท่ีต้องเส่ียงชีวิตไปล่ามา หรือต้องเป็นที่รักของเพ่ือนๆ จึงจะ
ได้ของแพงๆ (เน้ือสัตว์) เหล่านั้นเป็นส่วนแบ่ง ในโลกท่ีการช็อปป้ิงในป่าเพื่อหา
เน้ือมาให้กินยังต้องเส่ียงตาย การแบ่งปันเนื้อให้ผู้หญิงแสดงว่าต้องรักจริง ใส่ใจ
จรงิ ๆ ถงึ แมว้ า่ วธิ กี ารจบี เหลา่ นจ้ี ะไมไ่ ดบ้ อกขอ้ มลู อะไรมากในโลกปจั จบุ นั แตผ่ ชู้ าย
ก็ยังใช้กันอยู่และผู้หญิงก็ยังชอบกันอยู่ นั่นเป็นเพราะสมองเรายังทำงานเหมือน
มนษุ ยย์ ุคหินอยู่นน่ั เอง
…..........
ในชวี ติ จรงิ เมอ่ื มกี ารจบั คแู่ ลว้ ทกุ อยา่ งไมไ่ ดเ้ ปน็ เหมอื นเทพนยิ ายทเี่ จา้ ชาย
และเจา้ หญงิ จะครองรกั กนั ตลอดชวั่ กลั ปาวสาน แตป่ ญั หาหนงึ่ ทเ่ี กดิ เปน็ ประจำคอื
การมชี ู้ การหงึ หวง ซง่ึ อาจนำไปสโู่ ศกนาฏกรรมได ้ ทงั้ หมดนมี้ นั เกดิ ไดอ้ ยา่ งไร?
การมีชู้น่าจะนำไปสู่ความล่มสลายของการอยู่เป็นคู่ ทว่าทำไมลักษณะนี้ถึงยังคง
อยูใ่ นสังคมมนษุ ย์? นั่นเปน็ เรื่องทเี่ ราจะไปหาคำตอบกันในบทถัดไป
.
246 เร่ืองเลา่ จากร่างกาย เข้าใจร่างกาย พฤติกรรมและธรรมชาติผา่ นกระบวนการววิ ฒั นาการ
35
{ }ทำไมคนถึงมีชู้
เมอ่ื ความรวยกับพนั ธุกรรมทดี่ ีไมไ่ ด้มาพร้อมกนั ตวั เมียจึงต้องมชี ู้
เมือ่ ตัวผเู้ สยี โอกาสทจ่ี ะไปลงทนุ มีลกู ที่อ่ืน ตวั ผจู้ ึงหาโอกาสทจี่ ะมชี ู้
กาลคร้ังหนึ่ง ลึกเข้าไปในป่าใหญ่แห่งหนึ่ง มีนกต่างๆ
อาศัยอยู่เป็นคู่ๆ เหตุผลที่นกเหล่านี้อยู่เป็นคู่ก็ไม่ต่าง
จากเหตผุ ลทคี่ นเราอยกู่ นั เปน็ ค ู่ นน่ั คอื เมอื่ แรกฟกั ออกมา
จากไข ่ ลกู นกจะชว่ ยเหลอื ตวั เองไมไ่ ด ้ เมอื่ เปน็ ดงั นน้ั พอ่
และแม่ของนกหลายชนิด (ไม่ทุกชนิด) จึงต้องช่วยกัน
เลี้ยงลูก พ่อนกที่อยู่ช่วยเล้ียงลูกก็มีลูกมากกว่า
พฤตกิ รรมของการอยเู่ ปน็ คจู่ งึ ถกู คดั เลอื กมา นกทง้ั หลาย
ในป่าแห่งน้ีจึงอยู่กันเป็นคู่ๆ อย่างมีความสุข ทุกอย่าง
ดำเนินไปด้วยดีเหมือนที่นิทานก่อนนอนท่ัวๆ ไปควร
จะเป็น แต่เป็นที่น่าเสียดายว่า อยู่มาวันหน่ึงมี
นักวิทยาศาสตร์เข้าไปรบกวน ทำให้เร่ืองจบไม่สวยงาม
อยา่ งที่หวังไว้
248 เรอื่ งเลา่ จากรา่ งกาย เข้าใจรา่ งกาย พฤติกรรมและธรรมชาตผิ ่านกระบวนการววิ ฒั นาการ
และแล้วคราวเคราะห์ก็มาเยือนตัวผู้ทั้งหลาย เม่ือวันหน่ึงมีนัก
วทิ ยาศาสตร์ข้สี งสัยและใจร้ายกลมุ่ หนึง่ แอบปนี ข้ึนไปท่รี ังนกตา่ งๆ แล้วจบั นกตวั ผู้
ลงมา เร่ืองยิ่งน่าเศร้าเมื่อเราเรียนรู้กันในภายหลังว่านักวิทยาศาสตร์เหล่าน้ีจงใจ
ไปจับนกตัวผู้ลงมาหลังจากท่ีมันจีบนกตัวเมียสำเร็จ จับคู่กันแล้วแต่ยังไม่ได้
ผสมพันธุ์กัน ส่ิงท่ีนักวิทยาศาสตร์ทำเมื่อจับนกตัวผู้เหล่าน้ันมาได้คือ มอมยา
นกตวั ผจู้ นสลบ แลว้ จบั พวกมนั ทำหมนั ! หลงั จากนนั้ นกั วทิ ยาศาสตรใ์ จรา้ ยกลมุ่ นี้
ก็พานกตัวผู้กลับไปใส่รังเหมือนไม่มีอะไรเกิดข้ึน แต่นับว่าฟ้ายังมีเมตตาต่อนก
ตวั ผแู้ สนโชครา้ ยเหลา่ น ้ี เมอ่ื นกตวั เมยี ทงั้ หลายดเู หมอื นจะไมท่ นั สงั เกตเหน็ ความ
เปล่ียนแปลงและยอมผสมพันธุ์ด้วยตามปกติ แต่นิทานก่อนนอนสำหรับเด็ก
กก็ ลายเป็นละครหลังขา่ วทันทีเม่ือนกตัวเมยี ทั้งหลาย... มีลูก
สิ่งท่ีนักวิทยาศาสตร์สงสัยคือ ลูกนกเหล่าน้ีเป็นลูกของตัวผู้ตัวไหน?
หรือว่าการทำหมันมันไม่ได้ผล? เพื่อให้แน่ใจนักวิทยาศาสตร์จึงนำลูกนกและ
นกต่างๆ ทอ่ี าศัยอยู่ในบรเิ วณใกลเ้ คียงมาตรวจดีเอ็นเอ ผลที่ได้ออกมาคือ ลูกนก
เหลา่ นเี้ ปน็ ลกู นกของตวั ผขู้ า้ งบา้ น (นกเหลา่ นเี้ ปน็ สตั วท์ หี่ วงถนิ่ ตวั ผแู้ ตล่ ะตวั จะมี
นา่ นฟา้ ทเี่ ปน็ ของตวั เอง ตวั ผอู้ นื่ จะเขา้ มาไมไ่ ด)้ เกดิ อะไรขนึ้ ? ตวั เมยี ออกไปหา
ตัวผอู้ ่ืนหรอื ว่าตัวผอู้ ่ืนแอบเข้ามาหาตวั เมยี ฝา่ ยไหนกันแน่ท่ีนอกใจ?
เมอ่ื นกั วทิ ยาศาสตรศ์ กึ ษาเพม่ิ เตมิ เพอื่ ทจ่ี ะเขา้ ใจพฤตกิ รรมของนก กพ็ บ
วา่ นกตวั ผเู้ หลา่ นม้ี กั จะมพี ฤตกิ รรมแอบบนิ เขา้ ไปในถน่ิ ของนกตวั ผอู้ นื่ เมอื่ เจา้ ของ
ถน่ิ เผลอหรอื ไมอ่ ยู่ มนั กแ็ อบไปผสมพนั ธกุ์ บั นกตวั เมยี อนื่ แมแ้ ตน่ กทโ่ี ดนทำหมนั
เหล่านี้ถ้ามีโอกาสมันก็แอบไปหาสาวข้างบ้านเช่นกัน ทำไมนกตัวผู้ท้ังหลายถึง
ทำเรอ่ื งนา่ อายเชน่ น?ี้ ... คำแกต้ วั ของนกตวั ผเู้ หลา่ นคี้ อื มนั กแ็ คท่ ำเหมอื นทต่ี วั ผอู้ นื่ ๆ
ในสัตว์หลายชนิดทำกัน มันทำเช่นน้ีเพราะบรรพบุรุษตัวผู้ลงทุนน้อยกว่า ตัวผู้
ทีแ่ อบไปลงทนุ ทงิ้ ไว้ทอี่ ่นื จึงมลี ูกมากกว่า พฤติกรรมแอบไปมชี ู้นจี้ งึ ถกู คัดเลือกมา
นกเพนกวนิ อะเดลี (Adelie) ทเี่ ราพบไปในบททแ่ี ลว้ มนั จะอยเู่ ปน็ คตู่ วั ผู้
ตัวเมียที่ขั้วโลกใต้ พ้ืนท่ีท่ีมันอาศัยอยู่จะเป็นโคลนเละๆ ดังน้ันเพื่อให้การวางไข่
ง่ายข้ึน ตัวเมียและตัวผู้เมื่อจับคู่แล้วจะช่วยกันหาก้อนหินมาก่อเป็นเนินหินเพื่อ
ใหต้ วั เมยี วางไข ่ หนิ ไมใ่ ชข่ องหางา่ ยในพน้ื ทบ่ี รเิ วณนนั้ หนิ จงึ เปน็ ของมคี า่ ตวั ผทู้ ่ี
หาหินเก่งจึงเป็นเศรษฐีในหมู่เพนกวิน ตัวผู้ตัวไหนหาหินเก่งจะเป็นท่ีช่ืนชอบของ
เพนกวินตัวเมีย แต่ชีวิตเพนกวินก็เหมือนละครหลังข่าวเช่นกัน เมื่อเพนกวิน
ตวั เมยี มบี า้ นหนิ ทห่ี รหู ราแลว้ เมอ่ื ใดทเ่ี พนกวนิ ตวั ผเู้ ผลอ เพนกวนิ ตวั เมยี จะออก
จากคฤหาสนห์ นิ ไปหาเพนกวนิ หนมุ่ ๆ ทย่ี งั หาหนิ ไมเ่ กง่ แลว้ ผสมพนั ธดุ์ ว้ ย จากนนั้
มันจะกลับมานอนเล่นท่ีคฤหาสน์หินแล้วใช้ชีวิตต่อไปตามปกติเหมือนไม่มีอะไร
เกดิ ขน้ึ ทำไมเพนกวนิ ตวั สาวถงึ มพี ฤตกิ รรมท่ีนา่ อับอายเช่นนี?้
เพนกวินสาวแก้ตัวเป็นพัลวันว่า มันก็แค่ทำเหมือนที่ตัวเมียอื่นๆ ท่ีลูก
ดูแลตัวเองไม่ได้ท่ัวไปทำกัน มันต้องการพ่อที่มีพันธุกรรมดีและมีทรัพยากรให้ลูก
เม่อื มนษุ ย์ยุคหนิ มาอยู่ในโลกปจั จบุ ัน ชชั พล เกยี รตขิ จรธาดา 249