พระบาทสมเด็็จพระปรเมนทรรามาธิิบด็ีศรีสินทรมหามงกุุฎ พระจอมเกุล้้าเจ้าอยู่่�หัว พระสยู่ามเทวมหามกุุฏวิทยู่มหาราช
วััดบวรนิิเวศวิิหาร จััดพิิมพ์ ์ เฉลิิมพระเกีียรติิ พระบาทสมเด็ ็ จพระปรเมนทรรามาธิิบดีีศรีีสิินทรมหามงกุุฎ พระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว พระสยามเทวมหามกุุฏวิิทยมหาราช เนื่่�องในวาระ ๒๐๐ ปีี นัับแต่่ทรงพระผนวช ๗ กรกฎาคม ๒๕๖๗
พระบาทสมเด็็จพระปรเมนทรรามาธิิบดีีศรีสิีินทรมหามงกุุฎ พระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว พระสยามเทวมหามกุุฏวิิทยมหาราช
คำำนำำ พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว ขณะทรงดำำรงพระราชอิิสริิยยศเป็็น สมเด็็จ พระเจ้้าลููกยาเธอ เจ้้าฟ้้ามงกุุฎสมมติิเทวาวงศ์์ พงศาอิิศวรกระษััตริิย์์ ขััตติิยราชกุุมาร ทรง พระผนวชเป็็นพระภิิกษุุ เมื่่�อวัันที่่� ๗ กรกฎาคม จำำเนีียรกาลผ่่านมาถึึงพุุทธศัักราช ๒๕๖๗ นี้้� เป็็นวาระครบ ๒๐๐ ปีี แห่่งการทรงพระผนวช นัับได้้ว่่าเป็็นอภิิลัักขิิตกาล สมควรมีีมหกรรม เฉลิิมฉลองเพื่่�อรำลึึกถึึงพระราชคุุณููปการที่่�ทรงมีีต่่อพระพุุทธศาสนาและคณะสงฆ์์ตลอดถึึง ปวงพสกนิิกร เป็็นการแสดงกตััญญููกตเวทิิตาธรรมตามธรรมเนีียมนิิยมทางพระพุุทธศาสนา คณะสงฆ์์ธรรมยุตุพร้้อมด้้วยมููลนิธิิมหามกุุฏราชวิิทยาลัยั และวัดับวรนิิเวศวิหิาร จึึงได้้พร้้อมใจ กัันจััดงานเฉลิิมพระเกีียรติิบำำเพ็็ญกุุศลทัักษิิณานุุปาทานครั้้�งนี้้� สมเด็็จบรมบพิิตรพระราช สมภารเจ้้า ผู้้ทรงพระคุุณอัันประเสริิฐ ทรงพระกรุุณาโปรดเกล้้าโปรดกระหม่่อมรัับไว้้ในพระ บรมราชานุุเคราะห์์ เป็็นพระมหากรุุณาธิคุิุณหาที่ ่� สุุดมิิได้้ สำำหรัับวััดบวรนิิเวศวิิหาร นอกจากการบำำเพ็็ญทัักษิิณานุุปาทานถวายพระราชกุุศล แล้้ว ได้จั้ัดพิิมพ์์หนัังสืือเรื่่�อง “จดหมายเหตุุ ๒๐๐ ปีี ทรงพระผนวช พระบาทสมเด็็จพระ จอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว (พ.ศ. ๒๓๖๗ - ๒๕๖๗)” เป็็นอนุุสรณ์์ในงานนี้้น้�้อมถวายเป็็นพระราชกุุศล อีีกส่่วนหนึ่่�งด้้วย หนัังสืือนี้้�แสดงให้้เห็็นถึึงพระราชประวััติิและพระราชกรณีียกิิจ ในพระบาท สมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว นัับแต่่พระบรมราชสมภพ พระราชพิธีีิทรงพระผนวช และ พระราชกรณีียกิิจในระหว่่างที่่�ทรงพระผนวช จนเสด็็จเถลิิงถวัลยัราชสมบััติิ โดยเรีียบเรีียงจาก หลัักฐานเอกสารโบราณต่่างๆ ทั้้�งหมายรัับสั่่�ง จดหมายเหตุุ จารึึก และพระราชพงศาวดาร เพื่่�อเป็็นประโยชน์์ในการศึึกษาค้้นคว้้าพระราชประวััติิพระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว เมื่่�อทรงพระผนวชสืืบไป วััดบวรนิิเวศวิิหาร ขอน้้อมอุุทิิศถวายกััลปนาผลอัันจะพึึงเกิิดมีีแต่่การจััดพิิมพ์์ หนัังสืือ “จดหมายเหตุุ ๒๐๐ ปีี ทรงพระผนวช พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว (พ.ศ. ๒๓๖๗-๒๕๖๗)” นี้้� เป็็นพระราชกุุศลแด่่พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว
พระสยามเทวมหามกุุฏวิิทยมหาราช ขอกุุศลบุุญราศีีอัันสำำเร็็จแต่่กุุศลทัักษิิณานุปุาทานครั้้�งนี้้� จงสััมฤทธิ์์�เป็็นทิิพยผลแด่่พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว ตามสมควรแก่่ทิิพยคติินั้้�นๆ จงทุุกประการ เทอญ วัดับวรนิิเวศวิหิาร กรกฎาคม ๒๕๖๗
กำำหนดการ พิิธีีบำำเพ็็ญกุุศลถวายพระราชกุุศล เนื่่�องในอภิิลัักขิิตสมััย ๒๐๐ ปีี นัับแต่่ทรงพระผนวช พระบาทสมเด็ ็ จพระปรเมนทรรามาธิิบดีีศรีีสิินทรมหามงกุุฎ พระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว พระสยามเทวมหามกุุฏวิิทยมหาราช รััชกาลที่่� ๔ วัันจัันทร์์ ที่่� ๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๗ (ขึ้น ้� ๓ ค่ำ ำ� เดืือน ๘) ณ พระอุุโบสถ วััดบวรนิิเวศวิิหาร เขตพระนคร กรุุงเทพมหานคร เวลา ๐๘.๕๐ น. - ทุุกฝ่่ายพร้้อมยัังพระอุุโบสถ เวลา ๐๙.๐๐ น. - พระธรรมวชิิรญาณ เจ้้าอาวาสวัดับวรนิิเวศวิหิาร จุุดธููปเทีียนบููชาพระรััตนตรััย - ประธานฝ่่ายคฤหััสถ์์ จุุดธููปเทีียนเครื่่�องทองน้้อยถวายราชสัักการะพระบรมอัฐิัิ พระบาทสมเด็็จพระปรเมนทรรามาธิิบดีีศรีีสิินทรมหามงกุุฎ พระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว พระสยามเทวมหามกุุฏวิิทยมหาราช รััชกาลที่่� ๔ และจุุดธููปเทีียนเครื่่�องทองน้้อยถวายราชสัักการะพระบรมราชสรีีรางคาร พระบาทสมเด็็จพระรามาธิิบดีีศรีีสิินทรมหาวชิิราวุุธ พระบาทสมเด็็จพระมงกุุฎเกล้้า เจ้้าอยู่่�หััว และพระบรมราชสรีีรางคารพระบาทสมเด็็จพระบรมชนกาธิิเบศร มหาภููมิิพลอดุลยุเดชมหาราช บรมนาถบพิิตร - พระสงฆ์์ที่ ่� รัับทัักษิิณานุปุทาน ๑๐ รููป (ชุุดที่่� ๑) ขึ้้�นนั่่�งประจำำอาสน์์สงฆ์์ - เจ้้าอาวาสวััดบวรนิิเวศวิหิาร ถวายพััดรองที่่�ระลึึกแก่่พระสงฆ์์ที่่�สวดมาติิกา - พระสงฆ์์สวดมาติิกา จบแล้้ว - เจ้้าหน้้าที่่�เทีียบเครื่่�องไทยธรรมเบื้้�องหน้้าพระสงฆ์์ที่่�สวดมาติิกา - ประธานฝ่่ายคฤหััสถ์์และผู้้มีีเกีียรติิ ถวายเครื่่�องไทยธรรมแด่่พระสงฆ์์ที่่�สวดมาติิกา
- เจ้้าพนัักงานลาดพระภููษาโยง - เจ้้าอาวาสวััดบวรนิิเวศวิหิาร ทอดผ้้าไตร จำำ นวน ๑๐ ไตร - พระสงฆ์์สดัับปกรณ์์ - พระสงฆ์์อนุุโมทนา ถวายอดิิเรก - เจ้้าอาวาสวััดบวรนิิเวศวิหิาร ประธานฝ่่ายคฤหััสถ์์ กรวดน้ำ ำ� ถวายพระราชกุุศลแด่่ พระบาทสมเด็็จพระปรเมนทรรามาธิิบดีีศรีีสิินทรมหามงกุุฎ พระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว พระสยามเทวมหามกุุฏวิิทยมหาราช รััชกาลที่่� ๔ - พระสงฆ์์ รวม ๖๕ รููป รัับทัักษิิณานุปุทาน ตามลำำดัับ - เจ้้าอาวาสวััดบวรนิิเวศวิหิารและผู้้มีีเกีียรติิถวายพััดรองที่่�ระลึึก - เจ้้าพนัักงานลาดพระภููษาโยง - พระเถระ ประธานฝ่่ายคฤหััสถ์์ และผู้้มีีเกีียรติิ ทอดผ้้าไตร - พระสงฆ์์สดัับปกรณ์์ จบแล้้ว - พระสงฆ์์ที่่�แสดงพระธรรมเทศนา ขึ้้�นนั่่�งประจำำธรรมาสน์์ - เจ้้าอาวาสวััดบวรนิิเวศวิหิาร ถวายพััดรองที่่�ระลึึก และจุุดเทีียนดููหนัังสืือเทศน์์ - เจ้้าหน้้าที่่�อาราธนาศีีล - พระสงฆ์์ที่่�แสดงพระธรรมเทศนาให้ศีีล้ จบแล้้ว - เจ้้าอาวาสวััดบวรนิิเวศวิหิาร จุุดธููปเทีียนเครื่่�องทองน้้อยสำหรัำ ับฟัังธรรม - ประธานฝ่่ายคฤหััสถ์์ จุุดธููปเทีียนเครื่่�องทองน้้อยสำหรัำ ับพระบรมอััฐิิทรงธรรม - เจ้้าหน้้าที่่�อาราธนาธรรม - พระสงฆ์์แสดงพระธรรมเทศนา จบแล้้ว อนุุโมทนา - เจ้้าอาวาสวััดบวรนิิเวศวิหิาร ประธานฝ่่ายคฤหััสถ์์ กรวดน้ำ ำ� ถวายพระราชกุุศลแด่่ พระบาทสมเด็็จพระปรเมนทรรามาธิิบดีีศรีีสิินทรมหามงกุุฎ พระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว พระสยามเทวมหามกุุฏวิิทยมหาราช รััชกาลที่่� ๔ - พระสงฆ์์ที่่�แสดงพระธรรมเทศนา ลงมานั่่�งยัังอาสน์์สงฆ์์ - ประธานฝ่่ายคฤหััสถ์์ ถวายเครื่่�องไทยธรรมบููชากััณฑ์์เทศน์์
- เจ้้าพนัักงานลาดพระภููษาโยง - เจ้้าอาวาสวััดบวรนิิเวศวิหิาร ทอดผ้้าไตร - พระสงฆ์์ที่่�แสดงพระธรรมเทศนา สดัับปกรณ์์ ถวายอดิิเรก เวลา ๑๐.๐๐ น. - พระสงฆ์์ ๑๐ รููป ที่่�เจริิญพระพุุทธมนต์์ ขึ้้�นนั่่�งประจำำอาสน์์สงฆ์์ - เจ้้าอาวาสวััดบวรนิิเวศวิหิาร ถวายพััดรองที่่�ระลึึกแก่่พระสงฆ์์ที่่�เจริิญพระพุุทธมนต์์ - เจ้้าหน้้าที่่�อาราธนาพระปริิตร - พระสงฆ์์เจริิญพระพุุทธมนต์์ จบแล้้ว - เจ้้าหน้้าที่่�เทีียบเครื่่�องไทยธรรมหน้้าพระสงฆ์์ที่่�เจริิญพระพุุทธมนต์์ - ประธานฝ่่ายคฤหััสถ์์และผู้้มีีเกีียรติิ ถวายเครื่่�องไทยธรรมแด่่พระสงฆ์์ที่่�เจริิญพระพุุทธมนต์์ - พระสงฆ์์อนุุโมทนา ถวายอดิิเรก - เจ้้าอาวาสวััดบวรนิิเวศวิหิาร ประธานฝ่่ายคฤหััสถ์์ กรวดน้ำ ำ� ถวายพระราชกุุศลแด่่ พระบาทสมเด็็จพระปรเมนทรรามาธิิบดีีศรีีสิินทรมหามงกุุฎ พระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว พระสยามเทวมหามกุุฏวิิทยมหาราช รััชกาลที่่� ๔ เวลา ๑๑.๐๐ น. - ถวายภััตตาหารเพลแด่่พระภิิกษุุสงฆ์์ที่่�เจริิญพระพุุทธมนต์์และพระภิิกษุุสามเณร อีีก ๒๐๐ รููป บริิเวณศาลาแดงและเต็็นท์์รอบพระอุุโบสถ - ผู้้มีีเกีียรติิรัับประทานอาหารกลางวััน - เป็็นเสร็็จพิธีีิ ........................................
พััดรอง ย่่ามที่่�ระลึึก
จดหมายเหตุุ ๒๐๐ ปีี ทรงพระผนวช พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว (พ.ศ. ๒๓๖๗ - ๒๕๖๗) เรีียบเรีียงโดย รองศาสตราจารย์์ ดร.ศานติิ ภัักดีีคำำ รองเลขาธิิการราชบััณฑิิตยสภา ดำ ริและดำ เนินการโดย พระเทพวัชรปรีชาญาณ (สมจิตต์ อภิจิตฺโต) สำ นักงานโครงการบูรณปฏิสังขรณ์วัดบวรนิเวศวิหาร ในพระบรมราชูปถัมภ์
สารบััญ หน้้า บทที่่� ๑ พระราชประวััติิพระบาทสมเด็ ็ จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว ๑ ก่่อนทรงพระผนวช พระราชพิิธีีลงสรง พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว ๓ พระราชพิิธีีโสกัันต์์ พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว ๑๒ พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว ทรงพระผนวชสามเณร ๑๕ บทที่่� ๒ จดหมายเหตุุพระบาทสมเด็ ็ จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว ทรงพระผนวช ๑๙ หมายรัับสั่่�งรััชกาลที่่� ๒ เรื่่�องพระราชพิิธีีทรงพระผนวช ๒๖ สมเด็็จพระเจ้้าลููกเธอ เจ้้าฟ้้าพระองค์์ใหญ่่ และพระเจ้้าลููกเธอ พระเจ้้าหลานเธอ จ.ศ. ๑๑๘๖ ปีีวอก ฉศก หมายรัับสั่่�งเรื่่�องทรงพระกรุุณาโปรดเกล้้าฯ ให้้นิิมนต์์พระสงฆ์์เพิ่่�มขึ้้�นอีีก ๓๒ ในการพระราชพิธีีิทรงพระผนวช สมเด็็จพระเจ้้าลููกเธอ พระเจ้้าลููกเธอ พระเจ้้าหลานเธอ จ.ศ. ๑๑๘๖ ปีีวอก ฉศก หมายรัับสั่่�งเรื่่�องการจััดให้้มีีการละเล่่นสมโภชในพระราชพิิธีีทรงพระผนวช ๓๓ สมเด็็จพระเจ้้าลููกเธอ และพระเจ้้าลููกเธอ พระเจ้้าหลานเธอ จ.ศ. ๑๑๘๖ ปีีวอก ฉศก บทที่่� ๓ พระราชกรณีียกิิจในพระบาทสมเด็ ็ จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว ๔๑ เมื่่�อทรงพระผนวช กำำเนิิดธรรมยุุติิกนิิกาย ๔๑ พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว ทรงเป็็นพระราชาคณะ ๔๖ พระตำำหนัักประทัับ ณ วััดสมอราย ๔๖ พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว เสด็็จพระราชดำำเนิินธุุดงค์์ไปยัังหััวเมืือง ๔๘ พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว เสด็็จพระราชดำำเนิินถ้ำ ำ�ประทุุน ๔๙ พ.ศ. ๒๓๖๘
พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว เสด็็จพระราชดำำเนิินถ้ำ ำ� วิิมานจัักรีี ๕๓ พ.ศ. ๒๓๗๐ พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว เสด็็จพระราชดำำเนิินพระปฐมเจดีีย์์ ๕๘ พ.ศ. ๒๓๗๒ พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว เสด็็จประพาสเมืืองเหนืือ พ.ศ. ๒๓๗๖ ๖๖ บทที่่� ๔ พระบาทสมเด็ ็ จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว เสด็ ็ จมาครองวััดบวรนิิเวศวิิหาร ๗๙ หมายรัับสั่่�งเรื่่�องแห่่เชิิญเจ้้าฟ้้ามงกุุฎฯ มาสถิิตอยู่่� ณ วััดบวรนิิเวศวิหิาร ๗๙ หมายรัับสั่่�งรััชกาลที่่� ๓ เรื่่�องสมเด็็จเจ้้าฟ้้ามงกุุฎทรงทำำบุุญวัดับวรนิิเวศวิหิาร ๘๑ บทที่่� ๕ พระบาทสมเด็ ็ จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว ทรงครองวััดบวรนิิเวศวิิหาร ๘๕ ทรงอััญเชิิญพระพุุทธชิินสีีห์ขึ้้์ �นสถิิตที่ ่� มุุขหน้้าพระอุุโบสถ ๘๕ หมายรัับสั่่�งรััชกาลที่่� ๓ เรื่่�องฉลองพระอััฐารสวััดบวรนิิเวศวิหิาร ๙๒ ทรงขยายแนวสีีมาพระอุุโบสถ วัดับวรนิิเวศวิหิาร ๙๓ ทรงสถาปนาพระเจดีีย์์ วััดบวรนิิเวศวิหิาร ๙๗ ทรงปฏิิสัังขรณ์์สัังฆาวาสวััดบวรนิิเวศวิหิาร ๙๘ พระตำหนัำ ักปั้้�นหย่่า และท้้องพระโรง ๑๐๒ ทรงสร้้างตำำหนัักตึึก หรืือพระตำำหนัักเดิิม ๑๑๐ ทรงย้้ายพลัับพลาสมเด็็จพระศรีีสุุริิเยนทรา มาปลููกไว้้ที่ ่� วััดบวรนิิเวศวิหิาร ๑๑๔ พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว ทรงจัดัธรรมเนีียมวัดับวรนิิเวศวิหิาร ๑๑๖ ธรรมเนีียมการตีีกลองและระฆัังวััดบวรนิิเวศวิหิาร ๑๑๗ พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว ทรงฟื้้�นฟููวิิปััสสนาธุุระ ๑๒๐ พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว ทรงจัดังานวัันสำำคััญทางพระพุุทธศาสนา ๑๒๒ พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว ทรงส่่งเสริิมการศึึกษาพระปริิยััติิธรรม ๑๒๖ พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว กัับการสมณทููต ๑๒๗ พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว ทรงประดิษฐ์ิ ์อัักษรอริิยกะ ๑๓๔ พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว ทรงตั้้�งโรงพิิมพ์์ในวััดบวรนิิเวศวิหิาร ๑๓๗
พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว ทรงเผยแผ่่ธรรมยุุติิกนิิกาย ๑๓๙ จารึึกอััฐิิท่่านธััมมรัักขิิต ๑๔๒ จารึึกพระอาลัักษณ์์ (พระครููภููริิปรีีชา (ทััด)) ๑๔๕ พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว ทรงเป็็นพระอุุปััชฌาย์์๑๔๗ พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว ปลายแผ่่นดิิน ๑๔๘ พระบาทสมเด็็จพระนั่่�งเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว บทที่่� ๖ พระบาทสมเด็ ็ จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว เสด็ ็ จเถลิิงถวััลยราชสมบััติิ ๑๕๓ บรรณานุุกรม ๑๖๕ ภาคผนวกที่่� ๑ หมายรัับสั่่�งรััชกาลที่่� ๔ เกี่่�ยวกัับวััดบวรนิิเวศวิิหาร ๑๖๙ ภาคผนวกที่่� ๒ เรื่่�องราวของพระบรมรููปพระบาทสมเด็ ็ จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว ๑๗๙
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระราชวัังเดิิม ซึ่�ง่พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่หััว เสด็็จพระบรมราชสมภพ
1 บทที่่� ๑ พระราชประวััติิพระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว ก่่อนทรงพระผนวช พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว พระสยามเทวมหามกุุฏวิิทยมหาราช เป็็นพระ ราชโอรสลำำดัับที่่� ๔๓ ในพระบาทสมเด็็จพระพุุทธเลิิศหล้้านภาลััยขณะที่ ่� ดำำรงพระอิิสริิยยศ เป็็น สมเด็็จกรมพระราชวัังบวรสถานมงคล และสมเด็็จพระศรีีสุริุิเยนทราบรมราชินีีิ เป็็นพระบรม ราชชนนีี เสด็็จพระราชสมภพ ณ พระราชวัังเดิิม (ปััจจุบัุัน คืือ กองทััพเรืือ) เมื่่�อวัันพฤหััสบดีีขึ้้�น ๑๔ ค่ำ ำ� เดืือน ๑๑ ปีีชวด ฉศก จุลศัุักราช ๑๑๖๖ ตรงกัับวัันที่่� ๑๘ ตุลุาคม พุุทธศัักราช ๒๓๔๗ โดยเหตุุที่่�พระบรมชนกนาถและพระราชชนนีีทรงดำำรงพระอิิสริิยยศเป็็นสมเด็็จเจ้้าฟ้้า ชั้้�นเอกทั้้�งสองพระองค์์ นัับว่่าทรงเป็็น “อุุภโตสุุชาติิสัังสุุทธเคราหณีี” ดัังนั้้�น พระองค์์จึึงทรง ดำำรงพระอิิสริยยิ ศเป็็น สมเด็ ็ จพระเจ้้าหลานเธอ เจ้้าฟ้้า มาตั้้�งแต่่แรกพระราชสมภพ พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว ทรงมีีพระบรมเชษฐาและพระอนุุชาธิิราชร่่วม พระราชชนนีีคืือ ๑. สมเด็็จพระเจ้้าลููกยาเธอ เจ้้าฟ้้าราชกุุมาร เป็็นพระเชษฐาธิิราช ซึ่�ง่สิ้้�นพระชนม์์แต่่ ยัังทรงพระเยาว์์ ๒. สมเด็็จพระเจ้้าลููกยาเธอ เจ้้าฟ้้าอิิศเรศจุุฑามณีี กรมขุุนอิิศเรศรัังสรรค์์ ต่่อมา พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว พระราชทานบวรราชาภิิเษกเป็็นพระบาทสมเด็็จ พระปวเรนทราเมศ พระปิ่่�นเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว เมื่่�อพระชนมายุุได้้ ๕ พรรษา พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััวได้้โดยเสด็็จสมเด็็จ พระบรมชนกนาถไปวััดพระศรีีรััตนศาสดาราม ได้้เข้้าเฝ้้าฯ พระบาทสมเด็็จพระพุุทธยอดฟ้้า จุุฬาโลกมหาราช ทรงจำำ ได้้ว่่าพระอััยกาธิิราชได้้ทรงลููบพระเศีียรตลอดพระปฤษฎางค์์ จึึงนัับ ได้้ว่่าเป็็นพระมหากษััตริิย์์ที่่�ได้้เคยทรงเห็็นกัันและกัันทั้้�ง ๔ รััชกาล สมเด็็จพระเจ้้าบรมวงศ์์เธอ กรมพระยาดำำรงราชานุภุาพได้้ทรงนิิพนธ์์ไว้้ว่่า
2 พระราชพิิธีีลงสรง พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่หััว ในภาพจิิตรกรรมฝาผนััง วััดอััมพวัันเจติิยาราม
3 “... ถึงรัชกาลที่ ๒ เสด็จเข้ามาอยู่ในพระบรมมหาราชวัง ...ทรงพระยศเป็น สมเด็จ เจ้าฟ้าพระองค์ใหญ่ คนทั้งหลายเรียกกันว่า “ทูลกระหม่อมฟ้าพระองค์ใหญ่ แต่มักเรียก กันโดยสะดวกปากว่า “ทูลกระหม่อมใหญ่” มิฉะนั้นก็เรียกว่า “เจ้าฟ้าพระองค์ใหญ่” หรือ “เจ้าฟ้าใหญ่” เรียกกันอย่างนี้สืบมาจนเสวยราชย์ …” เม ื่ อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เสด็จสวรรคตใน พ.ศ. ๒๓๕๒ นัน พระบาทสมเ้ด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมพระชนมาียุได้ ๕ พรรษา ครันเม้อพระบาทสมเ ื่ ด็จ พระพุทธเลิศหล้านภาลัย เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติแล้ว พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้า อยู่หัว จึงได้โดยเสด็จพระราชดำเนินจากพระราชวังเดิมมาประทับในพระบรมมหาราชวัง เมอ ื่ พ.ศ. ๒๓๕๒ พระราชพิิธีีลงสรง พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว ต่่อมาใน พ.ศ. ๒๓๕๕ พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว ทรงพระชนมายุุได้้ ๙ พรรษา พระบาทสมเด็็จพระพุุทธเลิิศหล้้านภาลัยัทรงพระกรุุณาโปรดเกล้้าฯ ให้้จัดัการพระราช พิิธีีลงสรงพระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััวซึ่่�งถืือว่่าเป็็นการจััดพระราชพิิธีีลงสรงเป็็น ครั้้�งแรกในกรุุงรััตนโกสิินทร์์ และมีีความสำำคััญเนื่่�องจากเมื่่�อมีีการพระราชพิิธีีลงสรงแล้้ว พระบาทสมเด็็จพระพุุทธเลิิศหล้้านภาลััยได้้ทรงพระกรุุณาพระราชทานพระสุุพรรณบััฏเฉลิิม พระนามสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััวว่่า “สมเด็็จพระเจ้้าลููกยาเธอ เจ้้าฟ้้ามงกุุฎสมมุุติิเทวาวงศ์์ พงศ์์อิิศรกษััตริิย์์” ดัังปรากฏหลัักฐานในจดหมายเหตุุความทรงจำำของพระเจ้้าไปยิิกาเธอ กรม หลวงนริินทรเทวีี (เจ้้าครอกวััดโพธิ์์�) และพระราชวิิจารณ์์ในพระบาทสมเด็็จพระจุุลจอมเกล้้า เจ้้าอยู่่�หััวว่่า “๒๓๖. พิธีลงสรงทูลกระหม่อมฟ้ามงกุฎไตรภพ (๒๓๖.) ในที่่�นี้้เรีียกว่่าทููลกระหม่่อมฟ้้ามงกุุฎไตรภพ ดููเข้้าเรื่่�องกัับที่่�ได้้ยิินพระบาท สมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่หััวรัับสั่่�งว่่า เมื่่�อขนานพระนามมีีเจ้้านายผู้้ใหญ่่ทููลว่่าถ้้าเช่่นนั้้น จะ มิิเหมืือนพระบุุตรที่่�ชื่่�อมงกุุฎไตรภพฤๅ พระบาทสมเด็็จพระพุุทธเลิิศหล้้านภาลััย รัับสั่่�งว่่า ก็็จะเปนไรไป พระเจ้้าแผ่่นดิิน ทรงพระนามรามาธิิบดีีทำำ ไมจึึงใช้้ได้้ ทีีท่่านจะได้้ยิินเช่่นนั้้น
4 จึึงได้ยึ้ึดมั่่�นพระนามมงกุุฎไตรภพ การพระราชพิธีลงสรงมีตำราเจ้าพระยาศรีธรรมาธิราชเรียงถวาย “กำหนดพระฤกษ วันศุกร์ วันเสาร์ วันอาทิตย์ เดือน ๔ ขึ้น ๔ ค่ำ ๕ ค่ำ ๖ ค่ำ ตั้งพระราชพิธี แลว้เชิญเสด็จสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพระองค์ใหญ่ทรงเครือง ณ ่พระที่นัง่หน้าพระ ไชย ประดับพระองค์อาภรณ์ขาวตามอย่างพระราชกุมาร มาขึ้นเกย ณ พระที่นั่งราชมณเฑียร ฝ่ายตะวันออกตรงสวนขวา แห่ออกประตูราชสำราญมาประทับเกย ณ พระมหาปราสาท ล้นเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินมาที่เกยคอยรับพระกรสมเด็จพระเจ้าลูกเธอจากพระ ราชยาน เจ้าจอมข้างในซงรับ ึ่พระกร รับต่อพระหัตถ์ลงมาชำระพระบาท ในถาดเงินปากจำหลัก มีผ้าลาด พนักงานถวายน้ำล้างพระบาทด้วยพระเต้าเงินถมยาดำ แลว้เสด็จขึ้นบนพระมหาปราสาท ทรงนังอ่ยู่ในพระฉาก ล้นเกล้าฯ ก็เสด็จพระราชดำเนิน ตามขึ้นไปต่อภายหลัง ทรงจุดเทียน ทรงศีล ทรงฟังสวดจบแล้ว ล้นเกล้าฯ เสด็จลงมา ณ เกยก่อน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอตามเสด็จลงมา ล้นเกล้าฯ ทรง จูงพระกรส่งลงพระราชยาน แห่กลับเข้าในพระราชวังเหมือนกันทั้ง ๓ วัน ครั้้นรุ่่งขึ้้น วัันเดืือน ๔ ขึ้้น ๗ ค่ำ ำ� เพลาเช้้า โมงกัับ ๓ บาท พระฤกษจะได้้เชิิญเสด็็จขึ้้น ทรงพระราชยาน ตั้้งกระบวนแห่่ลงไปประทัับเกยที่่�ฉนวนตำำหนัักแพ ล้นเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินมาคอยที่เกยรับพระกรลงจากพระราชยาน เจ้าจอมข้าง ในรับต่อพระหัตถ์ลงมาชำระพระบาทแลว้ เจ้าจอมข้างในเชิญเสด็จลงไปพระตำหนักแพ เปลื้อง เครื่องทรงแล้วทรงพระภูษา พระฉลองพระองค์ ถอด โหรกับชาววังคอยบอกบาทพระฤกษ ครั้นจวนพระฤกษ ล้นเกล้าฯ ทรงจูงพระกรสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเสด็จไปถึงแพพระ สนาน เจ้าต่างกรมเข้าต่อพระหัตถ์เชิญเสด็จตามเสด็จ ล้นเกล้าฯ เข้าไปในพระมณฑป ล้นเกล้าฯ เสด็จพักอยู่ที่พระเก้าอี้คอยพระฤกษ ชี พ่อพราหมณ์ลอยกุ้งทอง กุ้งนาก กุ้งเงิน ปลาทอง ปลานาก ปลาเงิน ลอยหมากพร้าวปิดทอง ๒ คู่ ลงในพระกรงสรง โหรลอยบัตรตามสายน้ำ ครั้นได้พระฤกษลั่นฆ้องประโคมพิณพาทย์แตรสังข์ ล้นเกล้าฯ ทรงอุ้มสมเด็จพระเจ้า ลูกเธอลงสรง เจ้าต่างกรม ลงในกรงรับต่อพระหัตถ์
5 สรงแลว้ เจ้าต่างกรมเชิญเสด็จสมเด็จพระเจ้าลูกเธอขึ้นบนเตียงสรง พระราชาคณะประ พระกระยาสนาน รดน้ำพระพุทธมนต์ ล้นเกล้าฯ ทรงรดน้ำพระมหาสังข์ แล้วชีพ่อพราหมณ์ ถวายน้ำสังข์น้ำกลศ แล้้วทรงผลััดพระภููษา แล้้วเจ้้าต่่างกรมเชิิญเสด็็จสมเด็็จพระเจ้้าลููกเธอ ตามเสด็็จ ล้้นเกล้้าฯ เข้้าไป ณ พระตำหนัำ ักแพ ทรงเครื่่�องอย่่างเทศ แล้ว้เจ้้าจอมข้้างในที่่�รัับพระกรเชิิญ เสด็็จตามเสด็็จล้้นเกล้้าฯ ขึ้้นมาบนเกยทรงพระราชยานแห่่กลัับเข้้าพระราชวััง ล้นเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินขึ้นมา ณ พระมหาปราสาททรงประเคนปฏิบัติพระสงฆ์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเปลื้องเครื่องแล้วเสด็จมาถวายผ้าพระสงฆ์ ณ พระมหาปราสาท ครั้้นเพลาบ่่าย ๒ โมง ๖ บาท เชิิญเสด็็จสมเด็็จพระเจ้้าลููกเธอ มาทรงเครื่่�องต้้น ณ พระที่่�นั่่�งหน้้าพระไชย ตั้้งกระบวนแห่่แต่่ในพระราชวััง มาประทัับเกย ณ พระมหาปราสาท ล้นเกล้าฯ รับลงจากพระราชยาน เจ้าจอมข้างในรับต่อพระหัตถ์มาชำระพระบาทแล้ว เชิญเสด็จเข้าไปสมโภชในพระมหาปราสาท เหมือนกันทั้ง ๓ วัน ขอเดชะฯ” ๑ นอกจากน ี้ในพระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลท ี่ ๒ ฉบับเจ้าพระยาทิพากร วงศ์ (ขำ บุนนาค) ได้กล่าวถึงการพระราชพิธีลงสรงพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวไว้ ว่า “...ฝ่่ายที่่�กรุุงเทพมหานคร พระบาทสมเด็็จพระเจ้้าอยู่่หััวทรงพระราชดำำริิว่่า สมเด็็จ พระเจ้้าลููกยาเธอ เจ้้าฟ้้าพระองค์์ใหญ่่ พระชนมายุุได้้เก้้าพรรษาแล้ว้ การพระราชพิิธีีโสกัันต์์ เจ้้าฟ้้าได้ทำ้ ำเป็็นอย่่างมีีแบบแผนเป็็นจดหมายเหตุุอยู่แ่ล้ว้ แต่่การพระราชพิิธีีลงสรงตั้้งพระนาม เจ้้าฟ้้าโดยอย่่างเต็็มตามตำำราครั้้งกรุุงศรีีอยุุธยาเก่่า ยัังหาได้้ทำำเป็็นแบบอย่่างลงไม่่ ผู้้หลััก ผู้้ใหญ่่ที่่�เคยเห็็นก็็แก่่ชราเกืือบจะหมดไปแล้ว้ จะสาบสููญเสีียจะใคร่ทำ่ ำ ไว้้เป็็นเกีียรติยิศแบบอย่่าง สัักครั้้งหนึ่่�ง ๑ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระราชวจิารณ์ในพระบาทสมเด็จพระจลจุอมเกล้าเจ้าอยหัู่ ว เรอง ื่ จดหมายเหตุความทรงจขำองพระเจ้าไปยิกาเธอ กรมหลวงนรินทรเทวี (เจ้าครอกวัดโพธิ์) (นนทบุร: ศรี ีปัญญา, ๒๕๕๒.) หน้า ๒๖๗-๒๖๙
6 มุขมนตรีเห็นพร้อมตามกระแสพระราชดำริ จึงรับสั่งให้สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงพิทักษ์มนตรี เจ้าพระยาศรีธรรมาธิราชเป็นผู้อำนวยการ จึงได้ตั้งพระราชพิธีลงสรงสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าพระองค์ใหญ่ ผูกแพไม้ไผ่ที่ หน้าพระตำหนักน้ำ มีพระมณฑปทำด้วยไม้อุทุมพรหุ้มผ้าขาวอยู่กลางแพ มีกรงที่ลงสรงอยู่ใน พระมณฑป กรงนั้นปูด้วยกระดาน ล้อมด้วยซี่กรงชั้นหนึ่ง ตารางไม้ไผ่ล้อมชั้นหนึ่ง ร่างแหชั้น หนึ่งผ้าหุ้มนอกอีกชั้นหนึ่ง มีกระดานเลียบรอบนอกเสมอพื้นกรงพอคนลงไปยืนได้ ในกรงนั้น ก็ตรุผ้าชั้นล่างแลข้างกรง มบันไดเงินบันได ีทอง ด้านเหนือ ด้านใต้ ด้านตะวันออกริมพระตำหนักนำ้เป็นอัฒจันทร์ ลงไปเรียกว่าบันไดแก้ว ด้านข้างตะวันตกตั้งพระแท่นสองชั้นสำหรับเป็นที่สรงน้ำมุรธาภิเศก ในกรงนั้นมีกุ้งทองกุ้งนากกุ้งเงิน แลปลาทองปลานากปลาเงิน มีมะพร้าวงอกคู่หนึ่ง ปิดทอง ปิดเงิน มีีฝารอบมณฑป มีีซุ้้มประตููสี่ ่� ทิิศ มีีราชวััตรฉััตรทองล้้อมพระมณฑปชั้้นหนึ่่�ง ราชวััตร นากชั้้นหนึ่่�ง ราชวััตรเงิินชั้้นหนึ่่�ง พราหมณ์์ตั้้งโต๊๊ะรอบน้ำำสัังข์์น้ำำกลศบููชาถวายชััยสี่ ่� มุุมกรง ราชวััตรชั้้นกลางมีีทหารถืือทวนด้้ามหุ้้มทองสามด้้าน ๆ ละสิิบคน หว่่างราชวััตรชั้้นนอกมีีทหารถืือดาบถืือโล่่สามด้้าน ๆ ละสิิบห้้าคน ทหารถืือดาบนั่่�งราย ริิมแพนอกราชวััตรสามด้้าน ๆ ละสิิบหกคน ทหารถืือดาบอยู่ใน่น้ำำริิมแพสามด้้าน ๆ ละสิิบหกคน ทหารถืือปืืนคาบศิิลาอยู่นอกราชวััตร่ด้้านเหนืือแปดคน มีเรือบัลลังก์ประทับหน้าพระตำหนักแพ แล้วมีเรือพิฆาฏเขียนรูปสัตว์ต่าง ๆ มีเรือดั้ง เรือกัญญา เรือกระบี่ เรือครุฑ เรือรูปสัตว์ เรือญวน รวมสามสิบเก้าลำ ทอดทุ่นเหนือน้ำท้ายน้ำ รายรอบล้อมวงพลพายสวมเสื้อแดงหมวกแดง มีเรือหมอจระเข้เรือทอดแหอยู่ในที่ล้อมวง ตั้งโรงพธีพิราหมณ์ตรงประตออกโรงแสงใน ครั้นจัดการบนูพระมหาปราสาทแลแพสรง เสร็จแล้ว ครั้้น ณ วัันศุุกร์์ เดืือนสี่่� ขึ้้นสี่ค่ำ ่� ำ� ห้้าค่ำ ำ� หกค่ำ ำ� ก็็ได้้แห่่อย่่างกระบวนเหมืือนอย่่างโสกัันต์์ เครื่่�องขาว เสด็็จไปฟัังสวดพระพุทธุมนต์์บนพระที่่�นั่่�งดุุสิิตมหาปราสาทสามวััน ครั้นรุ่งขึ้น ณ วันจันทร์ เดือนสี่ ขึ้นเจ็ดค่ำเวลาเช้า แบ่งพระสงฆ์ในพระราชพิธีลงไป
7 คอยสวดไชยมงคลที่ทิมสรงท่าน้ำสิบห้ารูป แลว้แหล่ งไปประทับที่เกย สมเด็จพระเจ้าอยูห่วัเสด็จรับพระกรอยู่บนเกย นางราชนิกูล รับต่อพระหัตถ์จูงมาประทับที่พระตำหนักแพ เปลื้องเครื่องทรงผลัดเครื่องขาว แล้วพระราชวงศานุวงศ์ผู้ใหญ่ก็จูงพระกรสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้า ก็ตามเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเข้าสู่พระมณฑปพระกระยาสนาน เสด็จประทับอยู่บนพระเก้าอี้ในราชวัตร สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าประทับอยู่บน เบาะขาว ริมพระเก้าอี้ พระมหาราชครูพราหมณ์ปล่อยกุ้งทองกุ้งนากกุ้งเงิน ปลาทองปลานาก ปลาเงิน สี่ มุมกรง ลอยมะพร้าวลงในพระกรง พระโหราลอยบัตรตามสายน้ำ พอได้อุดมฤกษ์เวลาเช้าโมงหนึ่งกับสามบาท เจ้าพนักงานลั่นฆ้องไชยประโคมยิงปืน สัญญาหน้าเรือขึ้นพร้อมกัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอุ้มสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอยังบันไดแก้ว เจ้าฟ้ากรมขุน อิศรานุรักษ์ลงอยู่ในกรงรับต่อพระหัตถ์แลว้ให้สรงด้วยมะพร้าวในกรงก่อน แลวย้ กเสด็จขึ้นบน พระแท่นสรงพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานน้ำพระมหาสังข์ทักขิณาวัฏ สมเด็จพระสังฆราช ประพรมน้ำพระปริต พระราชวงศานุวงศ์ผู้ใหญ่สรงน้ำพระปทุมนิมิต พราหมณ์ก็ถวายน้ำสังข์ น้ำกลศ ครั้้นเสร็็จการสรงพระกระยาสนานแล้้ว เสด็็จมาทรงเครื่่�องอย่่างเทศที่่�พระตำำหนัักแพ กระบวนแห่่ผลััดเครื่่�องแดงแห่่กลัับขึ้้นไป ไม่่ได้้แวะพระมหาปราสาทเลยไปเข้้าประตููราชสำำราญ ขึ้้นสู่่พระมหามณเฑีียรเปลื้้องเครื่่�อง แล้วสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จตามกระบวนแห่ขึ้นมาแวะที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท อังคาสพระสงฆ์ทำภัตรกิจเสร็จแล้ว สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอครั้นเปลื้องเครืองเสร็จแ่ลว้เสด็จมาทางในพระราชวัง ขึ้นส่ประตู ู หลังพระมหาปราสาท ทรงถวายผ้าไทยธรรมพระสงฆ์ แลว้เสด็จกลับเข้าในพระราชวังตามทาง ข้างใน ครั้นเวลาบ่ายแห่มาสมโภชเวียนพระเทียนรับพระสุพรรณบัฏที่พระที่นังจักร่พรรดิพิมาน
8 เจ้าพนักงานก็แต่งเครื่องตั้งบายศรีแก้วบายศรีทองบายศรีเงิน ตั้งเตียงหน้าบายศรีสำหรับทรง นั่งห่างพระแท่นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสามศอกคืบหกนิ้ว ครั้้นเวลาบ่่ายก็ตั้้ ็งกระบวนแห่่ออกมา สมเด็็จพระเจ้้าอยู่หัั่วได้ส่้่งขึ้้นพระราชยานแล้วก็้ ็ เสด็็จมาทางในพระราชวัังคอยรัับพระกรอยู่่ที่่�เกยหน้้าพระที่่�นั่่�งดุุสิิตาภิิรมย์์ กระบวนแห่่มาถึึง แล้้วก็็ทรงรัับเข้้าไปในพระที่่�นั่่�งจัักรพรรดิิพิิมาน ให้้เสด็็จขึ้้นสถิิตบนเตีียง ได้ฤกษ์บ่ายสองโมงหกบาท ก็พระราชทานพระสุพรรณบัฏจารึกพระนามว่า สมเด็จ พระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามงกุฎ สมมุติเทวาวงศ์ พงศ์อิศรกษัตริย์ ขัติยราชกุมาร แลว้ชาวประโคม ก็ประโคมเวียนพระเทียนแล้วก็แห่กลับ ครั้้นรุ่่งขึ้้นเวลาบ่่ายวัันแปดค่ำ ำ� แห่่มาสมโภชอีีกสองเวลาเป็็นสามเวลาด้วยกั้ ัน การลงสรง ครั้้งนั้้นก็็เหมืือนอย่่างแห่่โสกัันต์ทุ์ุกสิ่่�ง ผิิดกัันอยู่่แต่่ที่่�มีีกรงลงสรงแทนเขาไกรลาศเท่่านั้้น” ๒ ส่วนพระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลท ี่ ๒ พระนิพนธ์สมเด็จฯ กรมพระยา ดำรงราชานุภาพ ได้กล่าวถึงรายละเอียดของพระราชพิธีลงสรงพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า เจ้าอยู่หัวไว้ว่า “...ในปีวอกจัตวาศก จุลศักราช ๑๑๗๔ พ.ศ. ๒๓๕๕ นั้น สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้า ฟ้าพระองค์ใหญ่ พระชนมายุได้ ๙ พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชดำริห์ว่า การพระราชพิธีโสกันต์เจ้าฟ้าตาม แบบอย่างครั้งกรุงเก่า ก็ได้ทำเมื่อในรัชกาลที่ ๑ มีแบบแผนอยู่สำหรับแผ่นดินแล้ว แต่การพระ ราชพธีลิงสรงเฉลิมพระนามเจ้าฟ้าตามตำราเก่า ยังหาได้ทำไว้ให้เปนแบบอย่างไม่ ผหลู้ักผ้ใูหญ่ ที่เคยเห็นก็แก่ชราเกือบจะหมดตัวไปแล้ว แบบแผนพระราชพิธีอันนี้จะสาบสูญเสีย ควรจะทำ ไว้ให้เปนแบบอย่างอยู่สำหรับราชการแผ่นดินต่อไป ถึงเดือน ๔ ปีวอกจัตวาศกนั้น จึงรับสั่งให้สมเด็จเจ้าฟ้า กรมหลวงพิทักษมนตรี กับ เจ้าพระยาศรีธรรมาธิราช (บุญรอด) เปนผู้อำนวยการ จัดตั้งพระราชพิธีลงสรงสมเด็จพระเจ้า ลูกยาเธอ เจ้าฟ้าพระองค์ใหญ่ ๒ เจ้าพระยาทิพากรวงศ์(ขำ บุนนาค), พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ ๑ - ๔ (นนทบุรี: ศรีปัญญา, ๒๕๕๕), หน้า ๔๕๗ - ๔๕๙.
9 ลักษณพระราชพิธีลงสรง เหมือนกับพระราชพิธีโสกันต์ในการทั้งปวง ผิดกันแต่พิธี โสกันต์ทำเขาไกรลาศที่ในพระบรมมหาราชวัง แต่พิธีลงสรงทำแพพระมณฑปที่สรงในแม่น้ำ แพนั้นผกเูทียบที่น่าพระตำหนักนำ้ กลางแพมีพระมณฑปทำด้วยไม้อุทุมพรหุ้มผ้าขาว มีที่ลงสรงอยู่ในพระมณฑป ลดพื้นลงไปให้ต่ำกว่าพื้นน้ำ ปูพื้นด้วยกระดาน แลทำซี่กรงล้อม รอบชั้น ๑ ตรางไม้ไผ่ล้อมอิกชั้น ๑ แล้วถึงร่างแหล้อมอิกชั้น ๑ มีกระดานเลียบรอบนอกเสมอ พื้นที่สรงพอคนลงไปได้ ที่สรงภายในซี่กรงนั้นกรุผ้าทั้งพื้นแลข้างๆ มีบันไดลงจากพื้นแพถึงที่สรง บันไดเงินอยู่ด้านเหนือ บันไดทองอยู่ด้านใต้ ด้านตวัน ออกริมพระตำหนักน้ำเรียกว่าบันไดแก้ว ด้านตวันตกนั้นตั้งพระแท่นสองชั้นสำหรับเปนที่สรง น้ำมุรธาภิเศก ในกรงนั้นมีรูปกุ้งทองกุ้งนากกุ้งเงิน แลปลาทองปลานากปลาเงิน มีมะพร้าวปิด ทองคู่ ๑ ปิดเงินคู่ ๑ นอกพระมณฑปออกมา มีีฝาแลซุ้้มประตููสี่ ่� ทิิศ มีีราชวััตรฉััตรทองล้้อมพระมณฑปชั้้น ๑ ราชวััตรนากชั้้น ๑ ราชวััตรเงิินชั้้น ๑ พราหมณ์์ตั้้งโต๊๊ะรองน้ำำสัังข์์น้ำำกลศบููชาถวายไชยสี่มุ ่�ุม กรง ราชวััตรชั้้นกลางมีีทหารถืือทวนด้้ามหุ้้มทองประจำำ ในเวลาเสด็็จลงสรงทั้้งสามด้้าน ๆ ละ ๑๐ คน หว่างราชวัตรชั้นนอกมีทหารถือดาบโล่ห์ ๓ ด้าน ๆ ละ ๑๕ คน ทหารถือดาบนั่งราย ริมแพนอกราชวัตรสามด้าน ๆ ละ ๑๖ คน ทหารถือดาบอยู่ในน้ำริมแพสามด้าน ๆ ละ ๑๖ คน ทหารถือปืนคาบศิลาอยู่นอกราชวัตรด้านเหนือ ๘ คน มีีเรืือบัลลัังก์์ประทัับน่่าพระตำหนัำ ักแพ แลมีีเรืือกัันยาเรืือกระบี่่�เรืือครุธุเรืือดั้้ง เรืือรููปสััตว์์ เรืือพิิฆาฏเขีียนรููปสััตว์ต่์ ่าง ๆ ทอดทุ่่นเหนืือน้ำำท้้ายน้ำำรายรอบล้้อมวงรวม ๓๙ ลำำพลพายสวม เสื้้อแดงหมวกแดง มีีเรืือหมอจระเข้้เรืือทอดแหสำำหรัับจัับสััตว์ร้์้ายรายกัันอยู่ในที่่�่ล้้อมวง ฝ่ายที่ในพระบรมมหาราชวังนั้นตั้งโรงพิธีพราหมณ์ตรงประตูออกโรงแสงใน แลจัดตั้ง พระแท่นมณฑลที่พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ แลสวดภาณวารที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท วงสายสิญจน์โยงตลอดสถานที่ทำพระราชพิธีทุกแห่ง เหมือนอย่างพระราชพิธีโสกันต์ฉนั้น ครั้้น ณ วัันศุุกร์์ เดืือน ๔ ขึ้้น ๔ ค่ำ ำ� สมเด็็จพระเจ้้าลููกยาเธอ แต่่งพระองค์์ที่่�พระที่่�นั่่�ง ไพศาลทัักษิิณ ทรงเครื่่�องขาว ครั้้นเวลาบ่่ายกระบวนแห่่อย่่างแห่่โสกัันต์์เข้้าไปรัับเสด็็จที่่�เกย
10 ข้้างพระราชมณเฑีียรฝ่่ายตวัันออกตรงสวนขวา แห่เสด็จสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอฯ ออกประตราชสูำราญ มาทางถนนริมกำแพงพระบรม มหาราชวัง มาเข้าประตูพิมานไชยศรี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวส่งสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอฯ ขึ้นพระยานมาศแล้ว เสด็จ ทรงพระราชดำเนินทางข้างใน เสด็จออกประทับที่เกยพระมหาปราสาท รับพระกรสมเด็จพระเจ้า ลูกยาเธอฯ จากพระราชยาน เจ้้าจอมข้้างในรัับพระกรต่่อพระหััตถ์์เชิิญสมเด็็จพระเจ้้าลููกยาเธอฯ มาชำำระพระบาท ในถาดเงิิน เจ้้าพนัักงานถวายน้ำำล้้างพระบาทแล้้ว เสด็็จขึ้้นบนพระมหาปราสาท ประทัับสดัับ พระปริิตอยู่่ข้้างในพระฉาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จตามขึ้นไปภายหลัง เสด็จออกทรงจุดเทียนเครื่อง นมัสการ ทรงศีลแล้ว ประทับทรงสดับพระปริตจนจบแล้ว จึงเสด็จลงมาประทับที่เกย ข้างใน รับเสด็จสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอฯ ตามเสด็จ ทรงจูงพระกรส่งลงพระราชยานแล้ว แห่กลับคืน เข้าพระบรมมหาราชวัง แห่สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอฯ ไปทรงสดับพระสงฆ์สวดมนต์เย็น ๓ วัน เหมือนกันดังกล่าวมานี้ ครั้น ณ วันจันทร์ เดือน ๔ ขึ้น ๗ ค่ำเวลาเช้า แบ่งพระสงฆ์ในพระราชพิธีลงไปคอย สวดถวายไชยมงคลที่ทิมสรงท่าน้ำ ๑๕ รูป แห่่เสด็็จสมเด็็จพระเจ้้าลููกยาเธอฯ ลงไปประทัับที่่�เกย สมเด็็จพระเจ้้าอยู่่หััวเสด็็จรัับ พระกรบนเกย ข้้างในรัับพระหััตถ์์มาประทัับที่่�พระตำำหนัักแพ เปลื้้องเครื่่�องทรงพระภููษาแล ฉลองพระองค์์เครื่่�องถอด พอจวนเวลาพระฤกษ์์ พระบาทสมเด็็จพระเจ้้าอยู่หัั่วทรงจููงพระกรสมเด็็จพระเจ้้าลููกยา เธอฯ เสด็็จจากพระตำำหนัักแพไปยัังแพพระกระยาสนาน เจ้้าฟ้้ากรมหลวงพิิทัักษมนตรีีรัับต่่อ พระหััตถ์์ เชิิญสมเด็็จพระเจ้้าลููกยาเธอฯ ตามเสด็็จพระราชดำำเนิินเข้้าไปยัังที่่�พระมณฑป พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จประทับอยู่บนพระเก้าอี้ในราชวัตร ส่วนสมเด็จ พระเจ้าลูกยาเธอฯ ประทับที่เบาะอันทอดไว้ริมพระเก้าอี้ พระมหาราชครูพราหมณ์ลอยกุ้งทอง กุ้งนากกุ้งเงิน ปลาทองปลานากปลาเงิน แลลอยมะพร้าวปิดทองปิดเงิน ๒ คู่ลงในกรงที่สรง
11 พระโหราลอยบัตรตามกระแสน้ำ พอได้อุดมฤกษ์เวลาเช้าโมง ๑ กับ ๓ บาท เจ้าพนักงานลั่นฆ้องไชยกระทั่งสังข์แตร ประโคมเครื่องดนตรีแลยิงปืนสัญญาน่าเรือขึ้นพร้อมกัน พระบาทสมเด็็จพระเจ้้าอยู่่หััวทรงอุ้้มสมเด็็จพระเจ้้าลููกยาเธอฯ เสด็็จไปยัังบัันไดแก้้ว เจ้้าฟ้้ากรมขุุนอิิศรานุุรัักษ์์รัับต่่อพระหััตถ์์แล้้วอุ้้มสมเด็็จพระเจ้้าลููกยาเธอฯ ลงสู่่กรงที่่�สรง ให้้ ทรงเกาะมะพร้้าวสรงน้ำำแม่น้ำ่ ำ ที่่�ในกรงก่่อน แล้้วรัับเสด็็จขึ้้นมาประทัับพระแท่่นสรง พระบาทสมเด็็จพระเจ้้าอยู่่หััวพระราชทานน้ำำพระมหาสัังข์์ทัักษิิณาวััฏ สมเด็็จพระ สัังฆราชประพรมน้ำำพระพุุทธมนต์์ พระราชวงศ์์ผู้้ใหญ่่ถวายน้ำำพระเต้้าปทุุมนิิมิิตร พราหมณ์์ ถวายน้ำำสัังข์์น้ำำกลศ ครั้นเสร็จสรงพระกระยาสนานผลัดพระภษาแูลว้ เจ้าฟ้ากรมหลวงพทิักษมนตรรับเสด็จ ี สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอฯ ตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวขึ้นมายังตำหนักแพมาทรง เครืองอ่ย่างเทศ ส่วนกระบวนแห่ผลัดเครืองแดงแ่ห่กลับเข้าในพระราชวังไปเข้าประตราชสูำราญ ขึ้นสู่พระราชมณเฑียร เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวส่งพระกรสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอฯ ขึ้นพระราชยาน ที่ตำหนักแพแห่กลับแลว้ เสด็จมาที่พระที่นังดุสิตม่หาปราสาท ทรงประเคนพระสงฆ์ทำภัตรกิจ ส่วนสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอฯ นั้นครั้นเปลื้องเครื่องเทศเสร็จแล้วแต่งพระองค์เสด็จมาทางข้าง ในพระราชวัง ขึ้นส่มูหาปราสาท ทรงประเคนไทยธรรมพระสงฆ์ แลว้เสด็จกลับเข้าในพระราชวัง ตามทางข้างใน ในวันนั้นเจ้าพนักงานตั้งบายศรแก้ ีว บายศรีทอง บายศรเงิน ี ที่พระที่นังจักร่พรรดิพิมาน ตั้งพระแท่นที่สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอฯ ประทับตรงน่าบายศร ครั้นเ ีวลาบ่ายแต่งพระองค์สมเด็จ พระเจ้าลูกยาเธอฯ ทรงเครื่องต้น กระบวนแห่แต่งเครื่องแดง แห่เสด็จแต่ภายในพระราชวัง สมเด็็จพระเจ้้าอยู่่หััวเสด็็จส่่งสมเด็็จพระเจ้้าลููกยาเธอฯ ขึ้้นพระราชยานแล้ว้ เสด็็จมา ทางในพระราชวัังคอยรัับพระกรอยู่่ที่่�เกยน่่าพระที่่�นั่่�งดุุสิิตาภิิรมย์์ กระบวนแห่่มาถึึงแล้้วก็็ทรง รัับพระกรเสด็็จเข้้าไปในพระที่่�นั่่�งจัักรพรรดิพิิมาน ให้สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอฯ เสด็จขึ้นสถิตย์บนเตียงทอง ได้ฤกษ์บ่าย ๒ โมง ๖ บาท
12 ชาวประโคมๆ ขึ้นพร้อมกัน จึงพระราชทานพระสุพรรณบัตรจาฤกพระนามว่า สมเด็จพระเจ้า ลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามงกุฎ สมมุติเทวาวงษ์ พงษ์อิศรกระษัตริย์ ขัติยราชกุมาร แล้วพระครูพราหมณ์เบิกแว่นเวียนเทียนสมโภชแล้วแห่กลับคืนเข้าภายในพระราชวัง ในวันขึ้น ๘ ค่ำ ๙ ค่ำ สมโภชอิก ๒ เวลา เปน ๓ เวลาด้วยกัน การพระราชพิธีลงสรงครั้งนั้นก็ เหมือนอย่างแห่โสกันต์ทุกสิง ผิดกันอ่ยู่แต่ที่มแีพพระมณฑปที่ลงสรงแทนเขาไกรลาศเท่านั้น” พระราชพิิธีีโสกัันต์์ พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว ครั้้�น พ.ศ. ๒๓๕๙ พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว เมื่่�อยัังทรงดำำรงพระอิิสริยยิศ เป็็นสมเด็็จพระเจ้้าลููกยาเธอ เจ้้าฟ้้ามงกุุฎฯ ทรงมีีพระชนมายุุถึึงกำำหนดโสกัันต์์ (โกนจุุก) พระบาทสมเด็็จพระพุุทธเลิิศหล้้านภาลััยทรงพระกรุุณาโปรดเกล้้าฯ ให้้จััดการพระราชพิิธีี โสกัันต์์พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว ปรากฏหลักฐานว่าในครั้งนั้นมีการปลูกเขาไกรลาศท ี่ ชาลาหน้าทิมตำรวจ มีพระ มณฑปอยู่บนยอดเขา และจัดเคร ื่ องประดับตามแบบโบราณราชประเพณี รวมทั้งทรง พระกรุุณาโปรดเกล้้าฯ ให้้เจ้้าฟ้้ากรมหลวงพิิทัักษมนตรีีแต่่งพระองค์์เป็็นพระอิิศวรประทานน้ำ ำ� พระมหาสัังข์ทั์ ักษิิณาวััฏบนเขาไกรลาศ ดัังปรากฏหลัักฐานรายละเอีียดในพระราชพงศาวดาร กรุุงรััตนโกสิินทร์์ รััชกาลที่่� ๒ ของเจ้้าพระยาทิิพากรวงศ์์ (ขำำบุุนนาค) ว่่า “...ในปีีชวด เดืือนสี่่� พระฤกษ์์จะได้้โสกัันต์์สมเด็็จพระเจ้้าลููกยาเธอ เจ้้าฟ้้ามงกุุฎสมมุติุิ เทวาวงศ์์ พงศ์อิ์ิศรกษััตริย์ิ์ โปรดให้ทำ้ ำ เขาไกรลาศขึ้้นที่่�ชลาหน้้าทิิมดาบตำำรวจออกไปสููงเจ็็ดวา มีีมณฑปยอดเขา มีีราชวััติิฉััตรเครื่่�องสููงล้้อมพระมณฑป ในพระมณฑปยอดเขาตั้งระย้ากิ่งทองคำมีกิ่งข้างล่างหกกิ่งนั้นเป็นรูปกินนร ชั้นสองสี่ กิง่ทำเป็นรปดอกไม้มู ีพู่กลนิ่ทองคำห้อย ชั้นสามพระโกศลงยาราชาวดบรรจุีพระบรมธาตุเรียก ว่าระย้ากินนร สำหรับตั้งในการพระราชพิธีใหญ่ๆ ที่มีเทียนชัย ข้างมณฑปใหญ่มมณฑปน้อ ียสองข้าง ตั้งพระไชยน้อยข้างขวา พระแก้วเชียงแสนข้าง ซ้าย มีเครื่องทรงนมัสการ โต๊ะถมสี่ ขา พานสองชั้นเครื่องหนึ่ง มณฑปน้อยเหนือตั้งพระอิศวร พระอุมา พระพิฆเนศวร มณฑปใต้ตั้งพระนารายณ์
13 พระลักษมีพระมเหศวรี มีเครื่องนมัสการทั้งสองแห่ง ในพระมณฑปใหญ่มีหม้อน้ำมนต์ศิลาตั้งน้ำพระปริตร มีพระสงฆ์สวดห้ารูป มณฑปสี่ มุมมีรูปหุ่นเครื่องทองคำทั้งสี่มณฑป มีีสระอโนดาตแลท่่อไขน้ำำออกจากปากสััตว์์ทั้้งสี่่� คืือ ราชสีีห์์, โค, ช้้าง, ม้้า แลรููปสััตว์์ จตุุบาททวิิบาทในพระหิิมพานต์์ต่่างๆ หลายอย่่าง พระยาครุุฑแลกิินนร พระยานาค พระยา ช้้างอััฐทิิศ ซึ่่�งสถิิตอยู่่ตามทิิศเชิิงเขาพระเมรุุมาประดัับแต่่งไว้้ในบริิเวณทุุกสิ่่�งทุุกประการ ครั้้นการเสร็็จแล้้ว เมื่่�อ ณ วัันอัังคาร เดืือนสี่่� ขึ้้นสิิบค่ำ ำ� เวลาบ่่าย ตั้้งกระบวนแห่่เครื่่�อง ขาว เกณฑ์์จตุุสดมภ์์แลมุุขมนตรีีที่่�ได้้รัับพระราชทานพานทองเป็็นเครื่่�องอิิสริิยยศเป็็นคู่่เคีียง แห่่ไปฟัังพระสงฆ์์เจริิญพระปริิตที่่�พระที่่�นั่่�งดุุสิิตมหาปราสาท รุ่งขึ้น ณ วันศุกร์ เดือนสี่ ขึ้นสิบสามค่ำ เวลาเช้า พระฤกษ์ได้โสกันต์บนพระที่นั่งดุสิต มหาปราสาท เหนือผ้าซึ่งปักเป็นรูปราชสีห์มีเทพชุมนุม แล้วเสด็จกลับออกไปสรงน้ำไหลออก จากปากสัตว์ทั้งสี่ ครั้นสรงแล้วก็ทรงผลัดที่พลับพลาน้อยทิศหรดีทรงภูษาจีบเขียนทอง ฉลองพระองค์ ครุย เฉวียงพระอังสา เจ้าพระยาอัครมหาเสนา เจ้าพระยาศรีธรรมาธิราชจูงพระกรเสด็จขึ้นไปทางปัจจิมทิศ บนพระมณฑปยอดเขา เข้าไปเฝ้าพระอิศวร ครั้้งนั้้นกรมหลวงพิิทัักษมนตรีี แต่่งพระองค์์ทรงเครื่่�องเป็็นพระอิิศวรประทานน้ำำมหา สัังข์์ทัักขิิณาวััฏ แล้้วประทานพระเครื่่�องต้้น ทรงรัับแล้้ว ทรงเครื่่�องบนพระมณฑปเสร็็จแล้้ว อััครมหาเสนาบดีีผู้้ใหญ่่เชิิญเสด็็จกลัับมาทางบัันไดข้้างทิิศทัักษิิณ กระบวนแห่ก็่ ็ผลััดเครื่่�องแดงทั้้งสิ้้น เสด็็จประทัับที่่�เกย พระบาทสมเด็็จพระเจ้้าอยู่่หััว ก็็เสด็็จส่่งขึ้้นพระที่่�นั่่�งพุุดตาน ตามโบราณราชประเพณีีโสกัันต์์เจ้้าฟ้้า แห่่เวีียนประทัักษิิณเขา ไกรลาศสามรอบแล้้ว ก็็แห่่เข้้าในพระราชวััง ครั้นเวลาบ่ายตั้งใบศรีแก้ว ใบศรีทอง ใบศรีเงิน แห่เครื่องแดง ไปสมโภชเวียนพระ เทียนบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เสด็จนั่งเหนือพระแท่นราชอาสน์ปักเป็นรูปราชสีห์เวียน พระเทียนแล้ว ก็แห่เสด็จกลับเข้าในพระราชวัง
14 เวลาบ่ายก็แห่มาสมโภชอีกสองวันเป็นสามเวลา พระราชทานเงินทองเป็นของสมโภช แล้วพระราชวงศานุวงศ์ เสนาบดี ก็พากันสมโภชตามผู้ใหญ่ผู้น้อย ครั้น ณ วันจันทร์ เดือนสี่ แรมค่ำหนึ่ง แห่ผอบซึ่งไว้พระเกศาเป็นกระบวนเรือ ลงไป ลอยที่ท้ายพระบรมมหาราชวัง เสร็จการโสกันต์” นอกจากนี้้�ยัังปรากฏรายละเอีียดในพระราชพงศาวดารกรุุงรััตนโกสิินทร์์ รััชกาลที่่� ๒ พระนิิพนธ์์สมเด็็จฯ กรมพระยาดำำรงราชานุุภาพ ว่่า “...ในปีีชวดอััฐศกนี้้ สมเด็็จพระเจ้้าลููกยาเธอ เจ้้าฟ้้ามงกุุฎฯ เจริิญพระชััณษาถึึงกำหำนด โสกัันต์์ เมื่่�อ ณ เดืือน ๔ จึึงโปรดให้้ตั้้งพระราชพิิธีโสีกัันต์์ตามแบบการโสกัันต์์สมเด็็จพระเจ้้า ลููกยาเธอเจ้้าฟ้้าซึ่่�งได้ตั้้ ้งเปนแบบไว้้เมื่่�อในรััชกาลที่่� ๑ ให้้ปลููกเขาไกรลาศที่่�ชาลาหน้้าทิิมดาบตำำรวจสููง ๗ วา มีีพระมณฑปอยู่่บนยอดเขา มีีที่่�สรงแลพลัับพลาทรงเครื่่�องที่่�เชิิงเขา แลมีีเครื่่�องตั้้งเครื่่�องแต่่งตามแบบเขาไกรลาศที่่�ทำำมา ทุุกอย่่าง ตั้้งแต่่ ณ วัันอัังคาร เดืือน ๔ ขึ้้น ๑๐ ค่ำ ำ� จนวัันพฤหััสบดีี เดืือน ๔ ขึ้้น ๑๒ ค่ำ ำ� เวลาบ่่ายตั้้งกระบวนแห่่เครื่่�องขาว เกณฑ์์จตุุสดมภ์์แลมุุขมนตรีีที่่�ได้้รัับพระราชทาน พานทองเปนคู่่เคีียงแห่่สมเด็็จพระเจ้้าลููกยาเธอฯ แต่่ในพระราชวัังเสด็็จไปทรงสดัับพระสงฆ์์ เจริิญพระปริิตรที่่�พระที่่�นั่่�งดุุสิิตมหาปราสาท ๓ วััน ครั้้น ณ วัันศุุกร์์ เดืือน ๔ ขึ้้น ๑๓ ค่ำ ำ� เวลาเช้้าได้้พระฤกษ์์โสกัันต์์บนพระที่่�นั่่�งดุุสิิตมหา ปราสาทแล้้ว เสด็็จไปสรงน้ำอัำ ันไหลออกจากปากสััตว์ทั้้ ์ ง ๔ ที่่�สระอโนดาต ณ เขาไกรลาศ ครั้้งสรงแล้้วเสด็็จไปทรงเครื่่�องที่่�พลัับพลาน้้อยทิิศหรดีีทรงภููษาจีีบเขีียนทอง ฉลอง พระองค์์ครุุยเฉวีียงพระอัังษา เจ้้าพระยาอรรคมหาเสนา เจ้้าพระยาศรีีธรรมาธิิราช จููงพระกร เสด็็จขึ้้นเขาไกรลาศทางปััจจิิมทิิศ ไปยัังพระมณฑปยอดเขาเข้้าไปเฝ้้าพระอิิศวร ครั้้งนั้้นเจ้้าฟ้้ากรมหลวงพิทัิักษมนตรีีแต่่งพระองค์์ทรงเครื่่�องเปนพระอิิศวรประทานน้ำำ พระมหาสัังข์ทั์ ักษิิณาวััฏ แล้ว้ประทานพรแลเครื่่�องต้้น ทรงรัับแล้ว้ทรงเครื่่�องต้้นที่่�ในพระมณฑป แล้ว้เจ้้าพระยาอรรคมหาเสนา เจ้้าพระยาศรีีธรรมาธิิราชรัับพระกร เสด็็จลงจากเขาไกรลาศทาง บัันไดข้้างทิิศทัักษิิณ กระบวนแห่ก็่ ็ผลััดเครื่่�องแดงทั้้งสิ้้น เสด็็จประทัับที่่�เกย พระบาทสมเด็็จพระเจ้้าอยู่่หััวเสด็็จส่่งขึ้้นพระที่่�นั่่�งพุุดตาน แห่่เวีียนประทัักษิิณเขา
15 ไกรลาศสามรอบแล้้ว ก็็แห่่เสด็็จกลัับคืืนเข้้าในพระราชวััง ครั้้นเวลาบ่่ายตั้้งบายศรีีแก้้ว บายศรีีทอง บายศรีีเงิิน กระบวนแห่่แต่่งเครื่่�องแดง แห่่ไปเวีียนเทีียนสมโภชบนพระที่่�นั่่�งดุุสิิต มหาปราสาท แห่่กลัับเข้้าในพระบรมมหาราชวััง เวลาบ่ายในวันต่อมาก็แห่มาสมโภชอิกสองวัน เปนสามเวลา พระราชทานเงินทอง ของสมโภช แลพระราชวงษานุวงษ์เสนาบดีก็พากันสมโภชตามผู้ใหญ่ผู้น้อย ครั้น ณ วัน จันทร์ เดือน ๔ แรมค่ำ ๑ แห่ผอบพระเกษาเปนกระบวนเรือลงไปลอยในแม่น้ำที่ท้ายพระบรม มหาราชวัง...” ๓ พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว ทรงพระผนวชสามเณร หลัังจากพระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััวทรงโสกัันต์์แล้้ว ใน พ.ศ. ๒๓๖๐ พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว เมื่่�อทรงดำำรงพระอิิสริยยิ ศเป็็นสมเด็็จพระเจ้้าลููกยาเธอ เจ้้าฟ้้ามงกุุฎ ทรงพระผนวชสามเณร ในการที่่�พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว ทรงพระผนวชเป็็นสามเณรในครั้้�งนั้้�น ปรากฏหลัักฐานว่่าทรงพระผนวชที่่�พระอุุโบสถวัดัพระศรีีรัตันศาสดาราม สมเด็็จพระสัังฆราช (มีี) วััดมหาธาตุุ เป็็นพระอุุปััชฌาย์์ สมเด็็จพระญาณสัังวร (สุุก) วััดราชสิิทธาราม เป็็นพระอาจารย์์ เมื่่�อทรงพระผนวชแล้้วเสด็็จประทัับ ณ พระตำหนัำ ักวัดัมหาธาตุุ และได้้ทรงหััดเทศน์์มหาเวสสัันดร ชาดกกััณฑ์์มััทรีี เพื่่�อทรงเทศน์ถ์วายพระราชกุุศลพระบาทสมเด็็จพระพุุทธเลิิศหล้้านภาลัยด้ั ้วย ปรากฏความในพระราชพงศาวดารกรุุงรััตนโกสิินทร์์ รััชกาลที่่� ๒ ฉบัับเจ้้าพระยาทิิพากรวงศ์์ (ขำำบุุนนาค) ว่่า “...ในเดืือนแปด อุุตราษาฒ ขึ้้นสิิบเอ็็ดค่ำ ำ�นั้้น ได้ตั้้ ้งพิิธีีแห่่ทรงผนวชสามเณร สมเด็็จ พระเจ้้าลููกยาเธอ เจ้้าฟ้้ามงกุุฎสมมมุุติิเทวาวงศ์์ พงศ์์อดิิศรกษััตริิย์์ ครั้้นถึึงเดืือนสิิบสองขึ้้นแปดค่ำ ำ� ได้้ถวายเทศน์์ กรมหมื่่�นเจษฎาบดิินทร์์ ได้้ถวายเทศน์์ กรมหมื่่�นเจษฎาบดิินทร์์ทรงพระราชศรััทธาโดยลำำ พัังพระองค์์ ตั้้งโรงใหญ่่ในวัังนอกเป็็นการ ๓ เจ้าพระยาทิพากรวงศ์ (ขำ บุนนาค), พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ ๑ - ๔ (นนทบุรี: ศรีปัญญา, ๒๕๕๕), หน้า ๕๐๔ - ๕๐๖.
16 บููชา การทำำ กระจาดใหญ่่ ครั้้งนั้้นเป็็นการเอิิกเริิก คนมาดููเป็็นอัันมาก...” ๔ นอกจากนี้้�ยัังปรากฏหลัักฐานเกี่ ่� ยวกัับการผนวชสามเณรของพระบาทสมเด็็จ พระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว ในพระราชพงศาวดารกรุุงรััตนโกสิินทร์์ รััชกาลที่่� ๒ พระนิิพนธ์์ สมเด็็จฯ กรมพระยาดำำรงราชานุุภาพว่่า “...ในเดือนแปดอุตราสาธ ขึ้น ๑๑ ค่ำ มีการแห่สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามงกุฎฯ ไปทรงผนวชเปนสามเณรที่ในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม สมเด็จพระสังฆราช (มี) เปนพระอุปัชฌาย์ สมเด็จพระญาณสังวร (สุก) วัดราชสิทธา รามเปนพระอาจารย์ ทรงผนวชแล้วเสด็จไปประทับอยู่ ณ วัดมหาธาตุ พระตำหนักอยู่ทางต้น โพธ ิ์ ลังกามุมวัดด้านตวันออกเฉียงเหนือ อนึ่่�ง เปนประเพณีีเจ้้านายเมื่่�อทรงผนวช ย่่อมหััดเทศน์์มหาชาติิ เพื่่�อจะได้้เทศน์์ถวาย พระราชกุุศล สมเด็็จพระเจ้้าลููกยาเธอ เจ้้าฟ้้ามงกุุฎฯ เมื่่�อทรงผนวชเปนสามเณรได้้ทรงหััด เทศน์กั์ัณฑ์์มััทรีี แลได้้ถวายเทศน์์ในพระบาทสมเด็็จพระพุทธุเลิิศหล้้านภาลััย ครั้นเทศน์หลวงแล้ว ถึงเดือน ๑๒ พระเจ้าลูกยาเธอ กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ มีเทศน์ มหาชาติที่วัง ทรงทำกระจาดใหญ่บูชากัณฑ์เทศน์มัทรี แลเชิญเสด็จสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามงกุฎฯ มาประทานเทศนา กระจาดใหญ่ครั้งนั้น ว่าเปนการครึกครื้นใหญ่โตกว่าที่เคย ทำมาแต่ก่อน สมเด็็จพระเจ้้าลููกยาเธอฯ ทรงผนวชอยู่่จนออกพรรษาแล้้วจึึงลาผนวช...” วัังของกรมหมื่่�นเจษฎาบดิินทร์์ หรืือวัังนอก ในพระราชพงศาวดารกรุุงรััตนโกสิินทร์์ รััชกาลที่่� ๒ คืือวัังท่่าพระ (วัังตะวัันตก) ปััจจุบัุันคืือ มหาวิิทยาลััยศิิลปากร วัังท่่าพระนั่่�นเอง ๔ เจ้าพระยาทิพากรวงศ์ (ขำ บุนนาค), พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที ๑ - ๔่ (นนทบุร: ศรี ีปัญญา, ๒๕๕๕), หน้า ๕๑๕.
17 พระอุุโบสถวััดพระศรีีรััตนศาสดาราม ซึ่่�งพระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่หััว ทรงพระผนวช
18
19 บทที่่� ๒ จดหมายเหตุุพระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว ทรงพระผนวช ครั้้�นพระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััวทรงมีีพระชนมายุุครบ ๒๐ พรรษา พระบาท สมเด็็จพระพุุทธเลิิศหล้้านภาลััย ทรงพระกรุุณาโปรดเกล้้าฯ ให้้พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้า เจ้้าอยู่่�หััวทรงพระผนวชอุปุสมบทเป็็นพระภิิกษุทีุ่่� วััดพระศรีีรัตันศาสดาราม เมื่่�อปีี พ.ศ. ๒๓๖๗ ดัังปรากฏความในจดหมายความทรงจำำของกรมหลวงนริินทรเทวีี (เจ้้าครอกวััดโพธิ์์�) ว่่า “...ณ วันเดือน ๘ ขึ้น ๑๑ ค่ำ จุลศักราช ๑๑๘๖ ปีวอก ฉศก สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ ทูลกระหม่อมฟ้ามงกุฎไตรภพเสด็จทรงผนวช...” ๕ นอกจากนี้ยังปรากฏความในพระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลท ี่ ๒ ฉบับ เจ้าพระยาทิพากรวงศ์ (ขำ บุนนาค) ว่า “ครั้น ณ วันอังคาร เดือนแปด ขึ้นสิบเอ็ดค่ำ จึงมีพระราชโองการให้เจ้าพนักงานสมโภช เวียนเทียนสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ามงกุฎสมมติเทวาวงศ์ ณ พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน รุ่่งขึ้้น ณ วัันพุุธ เดืือนแปด ขึ้้นสิิบสองค่ำ ำ� เสด็็จทรงพระเสลี่ ่� ยงตามธรรมเนีียม ได้้ตั้้ง กระบวนแห่่ออกประตููวิิเศษไชยศรีีมีีกระบวนช้้างม้้าพลเดิินเท้้าถืือธนููเกาทััณฑ์์สรรพอาวุุธ ภาษา มีีเครื่่�องสููงชุุมสายพััดโบกจามรทานตะวัันบัังแทรกบัังสููรย์์กลองชนะแตรสัังข์์ประโคมมา หน้้าพระที่่�นั่่�ง พร้้อมพรั่่�งด้้วยกระบวนหลัังแลกระบวนหน้้า เลี้ยวเข้าประตูสวัสดิโสภา มาประทับหน้าเกยมาศ เสด็จยุรยาตรขึ้นเกยหน้าพลับพลา เปลื้องเครื่อง เสด็จโดยพระราชยานจนถึงอัฒจันทร์พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ทรง ๕พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระราชวจิารณ์ในพระบาทสมเด็จพระจลจุอมเกล้าเจ้าอยหัู่ ว เรอง ื่ จดหมายเหตุความทรงจขำองพระเจ้าไปยิกาเธอ กรมหลวงนรินทรเทวี (เจ้าครอกวัดโพธิ์) (นนทบุร: ศรี ีปัญญา, ๒๕๕๒), หน้า ๕๔๙.
20 พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่หััว ทรงพระผนวชใน พ.ศ. ๒๓๖๗ ภาพจิิตรกรรมฝาผนััง วััดอััมพวัันเจติิยาราม สมุุทรสงคราม
21 โปรยเงินเสร็จเสด็จมาสู่พลับพลาเปลื้องเครื่องต้น แล้ว้สรงอุทุกธารา ทรงพระภููษาจีีบเขีียนทอง ฉลองพระองค์์ครุยุกรองทอง รััดพระองค์์ ธำำมรงค์์เพชรเสด็็จเข้้าสู่่พระอุุโบสถ ได้้อุุปสมบทเป็็นพระภิิกษุุต่่อสมเด็็จพระสัังฆราช เป็็น พระอุุปััชฌาย์์ พระราชาคณะเป็็นอัันดัับ ครั้นอุปสมบทเป็นพระภิกษุแลว้ สมเด็จพระเจ้าอยูห่วั ๖ พระพรรษา๗พระราชวงศานุวงศ์ ข้าราชการฝ่ายหน้าฝ่ายใน ก็ได้ถวายเครื่องบริขารแลไตรจีวรเป็นอันมาก ครั้นเสร็จการผนวชแลว้ ก็ประทับอยู่ในพระอุโบสถ เวลาบ่ายพระสงฆ์ราชาคณะได้สวด พระพุทธมนต์ ครั้นรุ่งขึ้นเวลาเช้า พระสงฆ์ฉัน เป็นการฉลองเสร็จ เสด็จไปสถิตอยู่วัดมหาธาตุในวัน นั้น...” ๘ นอกจากนี้้�ในพระราชพงศาวดารกรุุงรัตันโกสิินทร์์ รััชกาลที่่� ๒ พระนิิพนธ์์สมเด็็จฯ กรม พระยาดำำรงราชานุภุาพ ได้้กล่่าวถึึงเหตุุการณ์์ทรงพระผนวชของพระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้า เจ้้าอยู่่�หััว ไว้้ด้้วยดัังนี้้� “...ครั้นถึงเดือน ๘ ปีวอก ฉศก มีพระราชดำรัสว่า สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้า มงกุฎฯ พระชนมายุครบอุปสมบท แต่เปนเวลาพระเคราะห์ร้าย เสียช้างสำคัญศรีบ้านศรีเมือง ให้จัดการทรงผนวชแต่โดยควร อย่าให้เสียปีเสียเดือน ไม่ต้องแห่แหนเปนการใหญ่เหมือนอย่าง ประเพณีทรงผนวชสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ ซึ่งได้เคยทำมาแต่ก่อน ครั้นถึง ณ วันอังคาร เดือน ๘ ขึ้น ๑๑ ค่ำ จึงโปรดให้มีงานเวียนเทียนสมโภชสมเด็จ พระเจ้าลูกยาเธอฯ ที่พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน รุ่่งขึ้้น ณ วัันพุธุ เดืือน ๘ ขึ้้น ๑๒ ค่ำ ำ� ทรงพระเสลี่ย ่� ง มีีกระบวนแห่พ่อสมควร คืือ กระบวน ช้้างม้้าแลกระบวนพลเดิินเท้้า เครื่่�องสููง กลองชนะ แห่่ออกประตููวิิเศษไชยศรีีไปเข้้าประตููสวััสดิิ โสภา มาประทัับเกยพลัับพลาเปลื้้องเครื่่�องน่่าวััดพระศรีีรััตนศาสดาราม ๖ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย๗ สมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี๘ เจ้าพระยาทิพากรวงศ์ (ขำ บุนนาค), พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที ๑ - ๔่ (นนทบุร: ศรี ีปัญญา, ๒๕๕๕), หน้า ๖๓๗.
ภาพถ่่ายทางอากาศ วััดมหาธาตุุยุุวราชรัังสฤษฎิ์์ราชวรมหาวิิหาร วััดพระศรีีรััตนศาสดาราม และพระบรมมหาราชวััง
23 ภาพถ่่ายทางอากาศวััดมหาธาตุุยุุวราชรัังสฤษฏิ์์ราชวรมหาวิิหาร ซึ่่�งพระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่หััว ประทัับหลัังจากทรงพระผนวช
24 พระบรมมหาราชวััง ภาพถ่่ายจากแม่น้ำ่ ำเจ้้าพระยา
25 ทรงโปรยทานแล้้ว เปลื้้องเครื่่�องเข้้าสู่่ที่่�สรง แล้้วทรงพระภููษาจีีบเขีียนทองทรงฉลอง พระองค์์ครุยุ เสด็็จเข้้าสู่พ่ระอุุโบสถทรงผนวชในที่่�ชุุมนุุมสงฆ์์ สมเด็็จพระสัังฆราช (ด่่อน) เปน พระอุุปััชฌาย์์ พระราชาคณะองค์์ใดจะเปนกรรมวาจาจารย์์ แลอนุุสาวนาจารย์์ หาปรากฎไม่่ ทรงผนวชแล้ว้ ประทัับอยู่ใน่พระอุุโบสถวััดพระศรีีรััตนศาสดารามคืืน ๑ ด้วย้ ในบ่่ายวััน ทรงผนวชนั้้นมีีการสวดมนต์์ฉลอง รุ่่งขึ้้นเลี้้ยงพระแล้วจึ้ ึงเสด็็จไปประทัับอยู่ในวััดม่หาธาตุุ...” หลัักฐานเกี่ย ่� วกัับการทรงพระผนวชของพระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว นอกจาก ปรากฏในพระราชพงศาวดารกรุุงรัตั นโกสิินทร์์ รััชกาลที่่� ๒ ทั้้�งของเจ้้าพระยาทิิพากรวงศ์์ (ขำำ บุุนนาค) และฉบัับพระนิิพนธ์์สมเด็็จฯ กรมพระยาดำำรงราชานุภุาพแล้้ว ยัังปรากฏหลัักฐานสำคัำ ัญ คืือ หมายรัับสั่่�งในรััชกาลที่่� ๒ ซึ่่�งเป็็นเอกสารชั้้�นต้้นที่ ่� สำำคััญหลายฉบัับด้้วยกััน ดัังนี้้�
26 หมายรัับสั่่�งรััชกาลที่่� ๒ เรื่่�องพระราชพิิธีีทรงพระผนวชสมเด็็จพระเจ้้าลููกเธอ เจ้้าฟ้้าพระองค์์ใหญ่่ และพระเจ้้าลููกเธอ พระเจ้้าหลานเธอ จ.ศ. ๑๑๘๖ ปีีวอก ฉศก หมายรัับสั่่�งรััชกาลที่่� ๒ เรื่่�องพระราชพิิธีีทรงพระผนวชสมเด็็จพระเจ้้าลููกเธอ เจ้้าฟ้้า พระองค์์ใหญ่่ และพระเจ้้าลููกเธอ พระเจ้้าหลานเธอ จ.ศ. ๑๑๘๖ ปีีวอก ฉศก เป็็นหมายรัับสั่่�งซึ่่�ง พระบาทสมเด็็จพระพุุทธเลิิศหล้้านภาลัยัรัับสั่่�งโดยมีีพระยาธรรมาธิิกรณาธิิบดีี (จตุุสดมภ์์กรมวััง) เป็็นผู้้รัับรัับสั่่�ง ทั้้�งนี้้�โดยทรงพระกรุุณาโปรดเกล้้าฯ ให้จั้ดัการพระราชพิธีีิทรงผนวชพระภิิกษุุพระบาท สมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว (เมื่่�อทรงดำำรงพระราชอิิสริิยยศเป็็นสมเด็็จพระเจ้้าลููกยาเธอ เจ้้าฟ้้ามงกุุฎ ปรากฏพระนามในหมายรัับสั่่�งว่่า ทููลกระหม่่อมฟ้้าพระองค์์ใหญ่่) และหม่่อมเจ้้าพร ในกรมหมื่่�นเสนีีบริิรัักษ์์ รวมทั้้�งยัังโปรดเกล้้าฯ ให้้ผนวชสามเณรเป็็นหางนาค คืือ พระเจ้้าลููกเธอ พระองค์์เจ้้า นิิลรััตน์์ หม่่อมเจ้้าโต หม่่อมเจ้้าบุุตรในกรมหลวงพิิทัักษมนตรีีหม่่อมเจ้้าลัักขณานุุคุุณ หม่่อมเจ้้าศิิริิวงศ์์ในกรมหมื่่�นเจษฎาบดิินทร์์ และหม่่อมเจ้้าสิิริิในกรมหมื่่�นสุุริินทรรัักษ์์ รวม พระบรมวงศานุุวงศ์์ซึ่�งทรงผนวชพระภิิก ่ษุุและสามเณรในเวลานั้้�น ๘ พระองค์์ ณ พระอุุโบสถ วััดพระศรีีรัตันศาสดาราม ปรากฏรายละเอีียดการพระราชพิิธีีตามหมายรัับสั่่�งดัังนี้้� “...ด้วย้เจ้้าพระยาธรรมา รัับพระบรมราชโองการใส่่เกล้้า ฯ ทรงพระกรุุณาโปรดเกล้้าฯ สั่่�งว่่าทรงพระราชศรััทธาจะได้้ทรงผนวช พระเจ้้าลููกเธอ พระเจ้้าหลานเธอ เป็็นพระภิิกขุุ ทููลกระหม่่อมฟ้้าพระองค์์ใหญ่่, ในกรมหมื่่�นเสนีีบริิรัักษ์์ เจ้้าพร ๑ เป็็นพระ สามเณร (พระเจ้้า) ลููกเธอ พระองค์์เจ้้านิลรัิ ัต ๑, ในกรมหลวง (พิทัิักษมนตรีี) เจ้้าโต ๑ เจ้้าบุุตร ๑ ในกรมหมื่่�นเจษฯ เจ้้าลััคนา ๑ เจ้้าสิิริิย ๑, (ใน) กรมหมื่่�นสุุริิน เจ้้าสิิริิย ๑ (รวม) ๘ พระองค์์จะได้ท้รงพระจำำเริิญ ณ ทิิมดาบคด แล้วจะได้สมโภชเวียนพระเทียน ณ พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน ณ วันเดือน ๘ ขึ้น ๙ ค่ำ ปีวอก ฉศก เพลาบ่ายโมงหนึ่ง แล้วจะได้เสด็จมาประทับแรมอยู่ ณ หอพระมณเฑียรธรรม
27 ครั้นรุ่งขึ้น ณ วัน ๒ เดือน ๘ ขึ้น ๑๐ ค่ำ เพลาเช้า ๒ โมง ๙ บาท พระฤกษ์จะได้เสด็จ ออกทรงผนวช ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ครั้นเพลาเพลจะได้ทรงปรนนิบัติพระสงฆ์อุปัชฌาย์คู่สวด นั่งหัตถบาส พระสงฆ์เจ้า (รวม) ๕๒ รูป สามเณร ๖ (รวมทั้งหมด) ๕๘ รูป ถวายไทยทานนั้น ให้ชาวพระคลังศุภรัต เอาอาสนะไปแต่งที่ถวายพระสงฆ์ แล้วให้จัดผ้าไตรเข้าไปตั้ง สมโภชเวียนพระเทียน แล้วให้ส่งผ้าไตรให้ชาวพระมาลาภูษาๆ จะได้ถวายเมื่อทรงผนวช ให้ พร้อมกันจงทุกพระองค์ แล้วให้จัดผ้าสบงถวายพระสงฆ์ ๕๒ ผืน อนึ่ง ให้ชาวพระคลังมหาสมบัติเอากระโถน ขันน้ำ ไปตั้งถวายพระสงฆ์ แล้วให้จัดเงิน ถวายสำหรับโปรย แล้วให้จ่ายทองคำเปลว ให้ชาวพระคลังวิเสทให้พอปิดเทียน อนึง ใ ่ห้ชาวพระคลังในซ้ายในขวา พระคลังวิเสท จัดเครืองอัฐบริขารใ ่หพ้อทุกพระองค์ แลว้ให้ชาวพระคลังในซ้ายจ่ายด้ายดิบ สผึ้ง ใ ีห้แก่ชาวพระคลังวิเสทๆ เบิกสผึ้ง ด้า ียดิบ ต่อชาว พระคลังในซ้าย มาส่งให้ราชบัณฑิตฟั่นเทียนสำหรับทรงผนวช พระภิกษุทูลกระหม่อม เล่มละ ๑๒ ตำลึง ๔ เล่ม เล่มละ ๖ ตำลึง ๒ เล่ม (รวม) ๖ เล่ม พระภิกษุเจ้าพระ เล่มละ ๑๐ ตำลึง ๔ เล่ม เล่มละ ๕ ตำลึง ๒ เล่ม รวม ๖ เล่ม รวมพระภิกษุ ๑๒ เล่ม สามเณรองค์หนึ่ง เล่มละ ๖ ตำลึง ๓ เล่ม เล่มละ ๕ ตำลึง ๑ เล่ม (รวม) ๔ เล่ม เป็น เทียนเล่มละ ๑๒ ตำลึง ๔ เล่ม เล่มละ ๑๐ ตำลึง ๔ เล่ม เล่มละ ๖ ตำลึง ๒๐ เล่ม เล่มละ ๕ ตำลึง ๘ เล่ม ฟั่นแลว้ส่งให้ช่างรักปิดทองทึบ เขียนทำพุ่มใส่ แลว้ให้รับมาปักจงกล แลว้ให้เอาเครือง่ อัฐบริขารเทียน รับกรวยเมี่ยง กรวยหมากต่อวิเสทหมากพลู เข้าไปตั้งสมโภชเวียนพระเทียน แล้วให้ชาวพระคลังในซ้าย เอาอ่างจีนไปตั้ง ใส่น้ำถวายพระสงฆ์ที่กำแพงแก้วพระอุโบสถ ๒ คู่ ให้เอาขันลอยไว้ด้วย แลว้ให้ชาวพระคลังวิเสทไปเบิกทองคำเปลวต่อพระคลังมหาสมบัติ มาส่ง ให้ช่างรักให้พอปิดเทียน อนึ่ง ให้ราชบัณฑิตรับสีผึ้ง ด้ายดิบ ต่อชาวพระคลังวิเสทฟั่นเทียนเล่มละ ๑๒ ตำลึง ๔ เล่ม เล่มละ ๑๐ ตำลึง ๔ เล่ม เล่มละ ๖ ตำลึง ๒๐ เล่ม เล่มละ ๕ ตำลึง ๘ เล่ม แล้วส่งให้ชาว
28 พระคลังวิเสทตามอย่างทุกครั้ง อนึง ใ ่ห้ช่างรักรับเทียนต่อชาวพระคลังวิเสทมาปิดทองทึบ แลทองคำเปลวซงปิดเ ึ่ทียน นั้น ให้เรียกเอาแก่ชาวพระคลังวิเสท อนึ่ง ให้ชาวพระมาลาภูษาทรงพระจำเริญพระองค์เจ้าลูกเธอ เจ้าหลานเธอ ซึ่งจะทรง ผนวช ณ ทิมดาบคด แลว้ให้รับผ้าไตรต่อชาวพระคลังศุภรัตใส่พานทอง เข้าไปตั้งสมโภชเวียน พระเทียน แล้วให้ไปพับจีบถวาย เมื่อทรงผนวชด้วย อนึ่ง ให้ชาวพระคลังพิมานอากาศ เอาพรมใหญ่ไปปู ณ พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน จะ ได้ตั้งบายศรีสมโภชเวียนพระเทียน แล้วให้เอาพรมใหญ่ไปปู เอาฉากไปตั้งในพระอุโบสถเมื่อ วันทรงผนวช อย่าให้ขาดได้ อนึ่ง ให้ ๘ ตำรวจปลูกเกยสำหรับเสด็จขึ้นโปรยเงินที่นอกพระระเบียงวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ด้านตะวันตก ๘ เกย แล้วให้เอาผ้าไปกั้นบังแดดหน้าพระอุโบสถ ข้างตะวันออก อย่าให้แดดส่องเข้าไปได้ แล้วให้เอาเตียงไปตั้งสำหรับพระองค์เจ้า ซึ่งจะทรงผนวช ทรงพระจำเริญ ณ ทิมดาบ คด ๔ เตียง แล้วให้เอาแผงไปกั้นฉนวน กันลับแลข้างในทั้ง ๒ ข้าง เหมือนอย่างแต่ก่อน อนึง ใ ่ห้ขุนศรสียุมภร ชาวนำ้สรงเอาแม่ขันใส่นำ้ไปตั้ง ณ ทิมดาบคด สำหรับจะได้สรง ให้พอ ทั้ง ๘ พระองค์ อนึ่ง ให้สนมพลเรือนเอาเสื่อ พรม ม่าน ไปแต่งที่ ณ ทิมดาบคด สำหรับพระองค์เจ้า หม่อมเจ้า เสด็จไปพระจำเริญ แล้วให้ไปแต่งที่ ณ หอพระมณเฑียรธรรม รับเสด็จไปบรรทม แรมอยู่ให้พอ เร่งแต่งที่แต่ ณ วันเดือน ๘ ขึ้น ๙ ค่ำ เพลาบ่ายโมงครึ่ง ครั้นรุ่งขึ้น ณ วันเดือน ๘ ขึ้น ๑๐ ค่ำ เพลาเช้า ให้รับเครื่องนมัสการ เครื่องทองใหญ่ ต่อท่านข้างในเชิญไปตั้งในพระอุโบสถ เมื่อทรงผนวชสำรับหนึ่ง แล้วให้เอาเสื่อ พรม ม่าน ไป แต่งที่ข้างใน แล้วให้เอาเสื่ออ่อน ๒ ชั้นไปแต่งที่ในพระอุโบสถให้พอ ทั้ง ๘ พระองค์ แล้วให้รับเครื่องคาวของหวานต่อวิเสทต้นไปถวายพระเจ้าลูกเธอ พระเจ้าหลานเธอ ซึ่งทรงผนวช ณ วันเดือน ๘ วัน ๙ ค่ำ เพลาบ่าย คาว ๘ หวาน ๘ รวม ๑๖ สำรับ ณ วันเดือน ๘ ขึ้น ๑๐ ค่ำ เช้า คาว ๘ หวาน ๘ รวม ๑๖ สำรับ เพล คาว ๘ หวาน ๘ รวม ๑๖ สำรับ