The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สมุดภาพจดหมายเหตุ๒๐๐ปีทรงพระผนวช

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nokpmart, 2024-06-21 04:25:36

สมุดภาพจดหมายเหตุ๒๐๐ปีทรงพระผนวช

สมุดภาพจดหมายเหตุ๒๐๐ปีทรงพระผนวช

129 กำปั่นหลวงชื่อจินดาดวงแก้ว ซึ่งจะไปจำหน่ายสินค้าเมืองบำบาย อนึ่งพระสงฆ์ไทยองค์ใดที่มี สัทธาจะไปนมัสการพระเจดีย์และสืบข่าวพระพทธุศาสนาบ้าง ก็ให้ไปโดยปรารถนา แลว้ใหย้ืม หนังสือพระไตรปิฎกต่างๆ ที่ไม่มในกรุงเ ีทพมหานครเข้ามาด้วย จะได้จำลองลอกขึ้นไว้สำหรับ แผ่นดิน...” ๑๐๑ พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััวทรงสื่่�อสารกัับคณะสงฆ์์ที่ลั ่� ังกา และทรงมีีสมณ สาส์์นโต้้ตอบหลายฉบัับ โดยทรงพระราชนิิพนธ์์เป็็นภาษาบาลีี เช่่น เรื่่�องสีีมาวิิจารณ์์ เป็็นต้้น ดัังปราฏหลัักฐานในพระราชพงศาวดารกรุุงรัตันโกสิินทร์์ รััชกาลที่่� ๓ ฉบัับเจ้้าพระยาทิิพากรวงศ์์ (ขำำบุุนนาค) ว่่า “พระที่่�จะไปเมืืองลัังกานั้้น โปรดให้มีี้สมณสาสน์์ไปด้วย้ ครั้้นแต่่งสมณสาสน์์และจััดเรืือ กำำปั่่นจิินดาดวงแก้ว้บรรทุุกสิินค้้าเสร็็จแล้้วก็็ล่่องลงไป พระสงฆ์์ไทยธรรมยุุตติิกาที่่�จะออกไป เมืืองลัังกา คืือ พระพุทธุ ญาณ ๑ พระอมร (เกิิด) ๑ พระสุภููติุ ิ (สัังข์์) ๑ พระคำภีีร์ ำ ์ ๑ พระพุทธวีีุระ ๑ กัับพระสงฆ์์ลัังกา ๕ รููป รวม ๑๐ รููป ได้้เข้้าไปถวายพระพรลาสมเด็็จพระเจ้้าอยู่่หััวในพระที่่�นั่่�ง อมริินทรวิินิิจฉััย จึ่่�งทรงถวายไทยธรรมไตรจีีวรบริิกขารแก่่พระสงฆ์์ ๑๐ รููปโดยสมควร แล้้ว พระราชทานธููปเทีียนต้้นไม้้ทองเงิิน ออกไปบููชาพระทัันตธาตุุด้้วยและคฤหััสถ์์ชาวลัังกาได้้ พระราชทานเสื้้อผ้้าเงิินตราทุุกคน ครั้้น ณ วัันอาทิิตย์์เดืือน ๒ ขึ้้น ๑ ค่ำ ำ� พระสงฆ์์กัับคฤหััสถ์์ ไวยาวััจจกร ๕ คนพร้้อมกัันไปลงเรืือจิินดาดวงแก้้วที่่�นอกสัันดอนใช้้ใบไปในปีีนั้้น... ...ครั้้นมาถึึงเดืือน ๑๒ พระสงฆ์ลั์ังกาฝากหนัังสืือเข้้ามาเตืือนหนัังสืือพระไตรปิิฎกที่่�ยืืม มาเที่่�ยวก่่อน ๔๐ พระคััมภีีร์์ ได้ท้รงทราบแล้ว้ โปรดให้้เจ้้าพนัักงานจััดเรืืออุุดมเดช ให้พ้ระสุภููติุิ ๑ พระสัังฆรัักขิิต ๑ พระปิิลิินทวััจฉ ๑ พระยััญทััต ๑ พระอาสภ ๑ พระอมร ๑ รวม ๖ รููป สามเณรปััณขาระรููป ๑ ออกไปส่่งสิทธัิ ัตถะสามเณรลัังกาที่่�บวชเป็็นพระภิิกษุุแล้ว้ส่่งพระไตรปิิฎก ที่่�ยืืมเข้้ามานั้้นด้วย้ และมีีสมณสาสน์ขึ้้ ์ นไปถึึงพระสัังฆนายก กัับธููปเทีียนต้้นไม้้ทองไปบููชาพระ ทัันตธาตุุด้้วย เดืือน ๑๒ ข้้างแรม พระสงฆ์์ธรรมยุุตติิกากัับพระลัังการููป ๑ ไวยาวััจจกร ๑๐ คน พร้้อมกัันไปลงเรืืออุุดมเดชที่่�นอกสัันดอนใช้้ใบไป... ๑๐๑ เรื่่�องเดีียวกันั, หน้้า ๑๐๙ - ๑๑๐.


130 ...ครั้นเดือน ๔ พระสงฆ์ที่ไปส่งหนังสือเมืองลังกากลับเข้ามาถึงกรุงเทพมหานคร พา พระสงฆ์ชาวลังกาเข้ามา พระสงฆ์สามเณรคฤหัสถ์เข้ามาคราวนั้น ๔๐ คนเศษ กับยืมหนังสือ พระไตรปิฎกเข้ามาอีก ๓๐ คัมภีร์...” ด้วยเหตุน ี้วัดบวรนิเวศวิหารในเวลานั้น จึงมีฐานะเป็นศูนย์กลางของคณะสงฆ์ไทยใน การตดต่ ิ อทางพระพุทธศาสนากับลังกาอกีประการหนึง่ด้วย ดังตัวอย่างคำแปลพระสมณสาส์น ฉบับท ๑ เร ี่ องส ื่ งเคร่ องบรรณาการไ ื่ ปให้พระธรนันทท ี ี่ลังกา ดังมความในพระสมณสาส์น ีภาษา บาลีและคำแปลดังนี้ “(๑) วิิสุุทฺฺธพุุทฺฺธาทิิรตนตฺฺตยาภาวภาสิิเต สฺฺยามรฏฺฺเ รตนโกสิินฺฺทเทวมหานครราช ธานิิยํํ ปวรนิิเวสาทิิคณิิสฺฺสเรหิิ ทสหิิ ธมฺฺมยุุตฺฺติิกนิิกายิิกเถรวเรหิิ อิิทํํ สาสนปณฺฺณํํวาลุุการาเม ธีีรานนฺฺทเถรสฺฺส มฺฺรมฺฺมวํํสิิกสงฺฺฆนายกสิสฺิฺสภููตสฺฺส ชานาปนตฺฺถาย ปหิิตํํอิิทานิิ สฺฺยามาทิิรฏฺฺา ธิิปติิสฺฺสริินฺฺทสฺฺส ปรมธมฺมิฺิกมหาราชสฺฺส รญฺฺโ กนิิฏฺฺภาตุภูู ุตวชิิราณมกุุฏสมฺฺมตวํํสมหาเถโร อายสฺฺมโต เวยฺฺยตฺฺติิเยน อภิิปฺฺปสนฺฺโน เอกา หิรญฺปฏิมา สุคนฺธมสิฆฏิกา โกเสยฺยจีวรํ โกเสยฺยนฺตรวาสกํ พหลกมฺพลนิสีทนํ นิคุยหิยวิชฺชนี อริยกกฺขรรูปนิติสมุตฺตํ สิลาเลขนีนาฬิ เทฺว กาฬสมุตฺตานิ จมฺมมยมญฺชุสา อิเม เทยฺยธมฺเม ปหิณิ (๒) สาธายสฺฺมา ตสฺฺส สพฺฺเพเต เทยฺยธมฺฺเม ปฏิิคณฺฺหาตุุ ตสฺฺส ทีีฆรตฺฺตํํหิิตาย สุุขาย (๓) สีีมากถาปฏิิสํํยุุตฺฺตํํ ปฏิิสาสนํํวิิตฺฺถารโต อมฺฺหากํํ สพฺฺเพสํํ อนุุมติิยา เถเรน คนฺฺถิิตํํ


131 ปฏเกสุุ ลิิขาเปตฺฺวา เอกโต พนฺฺธํํ มญฺฺชุุสาย ปกฺขิฺิตฺฺตํํ ตทญฺฺา จ เถเรเนว อิิโต ปุุพฺฺเพ คนฺถิฺิตา สิกฺิฺขตฺฺตยทีีปิิกา คาถาโย สชฺฺฌายิิตพฺพฺปาภููตา ลิขิตฺิวฺา ปหิิตา สาธายสฺฺมา สุขุุเมน าเณน อตฺถํํฺ อุุปปริิกฺฺขิิตฺฺวา โอโลเกตุุ อญฺฺเสมฺฺปิิ ทสฺฺเสตพฺฺพํํ มญฺฺตุุ ยทิิ ปฏิปฺิฺผริิตพฺฺพํํ โหติิ อปริิสงฺฺกิิตฺฺวา ปฏิิสาสนํํ โหตุุ (๔) พุุทฺฺธสฺฺส ภควโต ปริินิิพฺฺพานโต สตฺฺตาสีีตฺฺยาธิิกติิสตุุตฺฺตร ทฺฺวิิสหสฺฺสสาสนายุุมฺฺหิิ มิคสิรมาสสฺส ชุณฺหปกฺขปญฺจมิยํ โสรวาราย ปหิตมิทํ” คำแปล “(๑) พระสมณศาส์์นนี้้อัันพระเถระทั้้งหลายฝ่่ายคณะธรรมยุุติิกนิิกาย ๑๐ พระองค์์ ผู้้ เปนเจ้้าคณะ มีีคณะวััดบวรนิิเวศวิหิารเปนอาทิิ ในรััตนโกสิินทรเทพมหานครราชธานีี ในสยามรััฐ ซึ่่�งประกาศความปรากฏแห่่งรััตนตรัยมีีวิ ัสุิทธพุทธรัุัตนะเปนอาทิิ ได้ส่้่งไปแก่่พระธีราีนัันทเถระ ผู้้เปนศิิษย์์แห่่งมรััมมะวัังศิิกสัังฆนายก ณ วาลุุการามเพื่่�อประโยชน์์ให้ท้ราบ บััดนี้้สมเดจพระมหา เถระวชิิรญาณมกุุฏสมมตวงศ์์ ผู้้พระราชกนิิษฐภาดาแห่่งสมเดจพระบรมธรรมิิกมหาราช ผู้้เปน พระเจ้าแผ่นดินใหญ่ของแว่นแคว้นมีสยามรัฐเปนอาทิ ทรงเลื่อมใสด้วยความเปนผู้ฉลาดของ ท่าน พระราชทานทัยธรรมเหล่านี้คือ รูปเงิน (ตรา) ๑ รูป กระปุกหมึกหอม ๑ กระปุก จีวรแพร ๑ ผืน อันตรวาสกแพร ๑ ผืน ผ้านิสีทนะกัมพลอย่างหนา ๑ ผืน วิชนีสำหรับบัง ๑ อัน สมุดแบบรูปอักษรอริยกะ ๑ เล่ม หม้อศิลาจำลัก ๑ หม้อ สมุดดำ ๒ เล่ม หีีบหนััง ๑ หีีบ


132 อัักษรอริิยกะแบบตััวพิิมพ์์


133 อัักษรอริิยกะแบบตััวเขีียน


134 (๒) ขอท่านจงรับทยธัรรมเหล่านที้ ั้งหมดของข้าพเจ้า เพอประโ ื่ยชน์เกื้อกูลและความสุข แก่ข้าพเจ้าสิ้นกาลนาน ฯ (๓) พระสมณศาส์นตอบเรื่องสีมากถา อันสมเดจพระเถระทรงพระนิพนธ์แล้วโดย พิสดารตามอนุมัติแห่งพระเถระทั้งปวง โปรดให้เขียนแล้ว ในแผ่น (กระดาส) เย็บเปนเล่ม ๑ บรรจุในหีบ อนึงนอกจากคาถา่พระนิพนธ์สมานั้น สมเดจ ีพระเถระทรงพระนิพนธ์คาถาทั้งหลาย แสดงไตรสิกขา เปนปาฐะที่ควรสาธยายอันทรงไว้ก่อนแลว้ ก็โปรดให้เขียนประทานไปด้วย ขอ ท่านจงพิจารณาดูความด้วยญาณอันสุขุม จงสำคัญว่าพระสมณศาส์นนี้ควรที่ท่านจะแสดงแก่ ผู้อื่นๆ หากว่าพระสมณศาส์นนี้เปนของควรให้แพร่หลาย จงไม่รังเกียจส่งข่าวตอบฯ (๔) พระสมณศาส์นนี้ประทานไปแต่วันเสาร์ ขึ้น ๕ ค่ำ มิคสิรมาส พระพุทธศาสนา ยุกาล แต่พุทธปรินิพพาน ๒๓๘๗ ปี ฯ” ๑๐๒ พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว ทรงประดิิษฐ์์อัักษรอริิยกะ อัักษรอริิยกะ เป็็นรููปแบบตััวอัักษรประเภทหนึ่่�งที่่�พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้า อยู่่�หััวในขณะทรงพระผนวช ทรงประดิษฐ์ิ ขึ้้์ �นสำหรัำ ับใช้้เขีียนหรืือพิิมพ์ภ์าษาบาลีีแทนตััวอัักษร ขอมที่่�ใช้้กัันมาแต่่เดิิม รวมทั้้�งทรงประดิิษฐ์์ขึ้้�นสำำหรัับใช้้เขีียนภาษาไทยด้้วย อาจถืือได้้ว่่าการ ประดิิษฐ์์อัักษรอริิยกะเป็็นหนึ่่�งในกระบวนการปฏิิรููปพระพุุทธศาสนาของพระบาทสมเด็็จ พระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััวพร้้อมๆ กัับการก่่อตั้้�งธรรมยุุติิกนิิกาย สำหรับชวงเว่ลาทพระบาทสมเ ี่ ด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงประดษิฐ์อักษรอริยกะนัน้ ไม่ปรากฏชัดเจน สันนิษฐานกันว่าน่าจะทรงประดิษฐ์ขึ้นหลังจากได้เสด็จมาครองวัดบวรนิเวศ วิหารแล้ว เพราะในเวลานั้นมีผู้มาถวายตัวเป็นศิษย์เพื่ อประพฤติปฏิบัติตามอย่างพระองค์เป็น จำนวนมากและเพอใื่ ห้การศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัยเป็นไปโดยสะดวก จึงทรงประดษิฐ์อักษร อริยกะขึนส้ำหรับใช้แทนอักษรขอมทแ ี่ ต่เดิมถือเป็นอักษรศักดสิทธิ ิ์ ส์ำหรับเขียนเรองราวท ื่ เก ี่ ี่ยว ๑๐๒ สมณศาสน พระเถระธรรมยุุติิกา มีีไปยัังลัังกาทวีีป พระบาทสมเด็็จฯ พระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว ทรงพระราชนิิพนธ์์ เปนภาษามคธ เมื่่�อยัังทรงผนวช (พระนคร: โรงพิิมพ์บำ์รุำุงนุกููลกิ ุ ิจ, ๒๔๖๘), หน้้า ๑ - ๒.


135 กับพระพุทธศาสนาทั้งท ี่ เป็นภาษาบาลี (เรียกว่า “อักษรขอมบาลี”) และภาษาไทย (เรียกว่า “อักษรขอมไทย”) รวมทั้งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเป็นผู้มีความรู้ด้านการพิมพ์ ทรงรู้ ปัญหาในการหล่อและการเรียงพิมพ์ ด้วยเหตุททรงร ี่ ภู้าษาอังกฤษและภาษาละตินจึงนาจะทรง่ ดดัแปลงอักษรไทยและวิธการเขี ียนโดยอาศัยแบบอย่างจากอักษรโรมันเป็นแมแบบ เ่ห็นได้จาก ทรงประดิษฐ์อักษรอริยกะเป็น ๒ แบบ คือ ๑. อักษรอริยกะตัวพิมพ์ ๒. อักษรอริยกะตัวเขียน อักษรอริยกะทั้งสองแบบแม้จะเป็นอักษรอริยกะเช่นเดียวกันแต่ก็มีรูปแบบท ี่ แตกต่าง กันไป เพ ื่อใช้ในวัตถุประสงค์ที่ต่างกัน ลักษณะเช่นน ี้พบได้ในรูปแบบตัวอักษรโรมัน นอกจากอิิทธิิพลทางด้้านรููปอัักษรแล้้ว ในด้้านระบบการเขีียนหรืืออัักขรวิิธีีของอัักษร อริิยกะปรากฏอิิทธิิพลอัักขรวิิธีีการเขีียนของอัักษรโรมัันเข้้าไปประสมอยู่่�ด้้วยเป็็นจำำนวนมาก โดยเฉพาะในเรื่่�องการจััดวางรููปสระทั้้�งนี้้�เพราะลัักษณะการวางรููปสระในระบบการเขีียนของ อุุษาคเนย์์ เช่่น อัักษรขอม หรืือ อัักษรไทย นิิยมวางสระไว้้ทั้้�งด้้านหน้้า ด้้านบน ด้้านล่่าง และ ด้้านหลัังพยััญชนะ ซึ่�งจะเ ่กิิดปััญหามากสำำหรัับการเขีียนหรืือการพิิมพ์์ ด้วยเหตุนเม ี้ อพระบาทสมเ ื่ ด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงประดษิ ฐ์อักษรอริยกะขึน จึง ้ น่าจะทรงพยายามท ี่ จะตัดความยุ่งยากในระบบการเขียนในอักษรขอมและอักษรไทยออกไป ทั้งหมด และใช้ตามระบบการเขียนอักษรโรมัน ซึ่งง่ายกว่า ทั้งในด้านการเรียงพยัญชนะและ สระ (ซึ่งเขียนเรียงสระไว้หลังพยัญชนะทั้งหมด) ดังนั้น “อักษรอริยกะ” จึงเป็นอักษรท ี่ได้ รับอิทธิพลทางรูปแบบตัวอักษรและอิทธิพลทางด้านอักขรวิธีในการเขียนจาก “อักษรโรมัน” นั่นเอง พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััวทรงประดิิษฐ์์ “อัักษรอริิยกะ” เพื่่�อพิิมพ์์พระ ธรรมวินัิยัเผยแผ่่แทนการจารบนใบลาน เช่่นเดีียวกัับที่มิ ่� ิชชัันนารีีพิิมพ์คั์ ัมภีีร์์ไบเบิลิสอนศาสนา คริิสต์์ กรณีีนี้้�อาจเป็็นหนึ่่�งในกระบวนการปรัับพระพุุทธศาสนาให้้เหมาะสมกัับยุุคสมัยัมากขึ้้�น


136 พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่หััว ทรงตั้้งโรงพิิมพ์์ในวััดบวรนิิเวศวิิหาร


137 การที่่�พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััวทรงประดิิษฐ์์อัักษรแบบใหม่่ขึ้้�นแล้้วพระ ราชทานนามว่่า “อัักษรอริิยะ” อาจเนื่่�องมาจากต้้องการแสดงให้้เห็็นว่่าอัักษรประเภทนี้้�เป็็น อัักษรของ “ผู้้เป็น ็ อารยชน” ซึ่่�งอาจมีีความหมายเป็็นนัยยัะที่่�แสดงถึึงการปรัับตััวเข้้าหาความ เป็็น “อริิยะ” หรืือ “อารยะ” ดังนั้นการท ี่ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงประดิษฐ์อักษร “อริยกะ” ขึ้น ใช้ นอกจากจะเพอความสะ ื่ ดวกในการศึกษาเล่าเรียนแทนอักษรขอมแล้ว ยังอาจมนัียยะถึงการ ปรับเปลี่ยนเข้าหาความเป็นอารยะอีกด้วย พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว ทรงตั้้�งโรงพิิมพ์์ในวััดบวรนิิเวศวิิหาร พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััวเมื่่�อทรงผนวช นอกจากจะได้้ทรงประดิิษฐ์์ อัักษรอริยิกะแล้้ว พระองค์ยั์ังโปรดให้ตั้้้ �งโรงพิิมพ์ขึ้้์ �นในวัดับวรนิิเวศวิหิารด้้วย เนื่่�องจากในเวลา นั้้�นการตีีพิิมพ์์หนัังสืือยัังไม่่แพร่่หลาย การสืืบทอดพระไตรปิิฎก รวมทั้้�งอรรถกถา ฎีีกา ฯลฯ ยัังคงใช้วิ้ธีีิจารลงบนใบลาน การพิิมพ์์ในเวลานั้้�นมีีแต่่ของพวกมิิชชัันนารีีที่พิ ่� ิมพ์หนั์ ังสืือเผยแพร่่ คริสตศาสนา พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว จึึงทรงตั้้�งโรงพิิมพ์์ขึ้้�นภายในบริิเวณสัังฆาวาส ของวััดบวรนิิเวศวิิหาร เป็็นโรงพิิมพ์์ของคนไทยแห่่งแรก อย่่างไรก็็ตามไม่่ปรากฏหลัักฐานว่่า โรงพิมพ์วัดบวรนิเวศวิหารตงขึ ั้น้ตงแั้ต่ปีใด แต่นาจะ่หลังจากปี พ.ศ. ๒๓๗๙ ซงเึ่ป็นปีทพระบาท ี่ สมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จมาครองวัดบวรนิเวศวิหาร ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๓๘๔ หมอบลัดเลย์ มิชชันนารีชาวอเมริกันและคณะสามารถหล่อ ตัวพิมพ์อักษรไทยขึ้นใช้เองได้สำเร็จ หมอบลัดเลย์ได้นำตัวพิมพ์ที่หล่อขึ้นน ี้ ทูลเกล้าฯ ถวาย พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่ อทรงผนวช เพ ื่ อสำหรับใช้ที่โรงพิมพ์วัดบวรนิเวศ วิหารด้วยชุดหนึ่ง ดังนั้นโรงพิมพ์แห่งน ี้จึงน่าจะตั้งขึ้นราวปี พ.ศ. ๒๓๗๙ - ๒๓๘๔ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเมอทรงผนวชอ ื่ ยู่ยังโปรดให้แกะตัวพิมพ์อักษร อริยกะขึนเพ้ อใช้พิมพ์ ื่ หนังสอเกื ี่ยวกับพระศาสนาในวัดบวรนิเวศวิหาร โดยมพระสงีฆ์เป็นผ้เรูียง พิมพ์ ช่างพิมพ์และเข้าเล่ม


138 นอกจากนี้ยังปรากฏหลักฐานว่าพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเมอทรงผนวช ื่ ทรงพยายามหาซื้อเคร ื่องพิมพ์สำหรับมาใช้ในการพิมพ์ของวัดบวรนิเวศวิหาร ดังปรากฏใน พระราชหัตถเลขาท ี่ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีไปถึงพระสหายท ี่นิวยอร์ก ได้แก่นายและนางเอ็ดดี เพ ื่อสั่งซื้อแท่นพิมพ์หินเข้ามาใช้ในพระราชหัตถเลขา ๒ ฉบับ ฉบับ ลงวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๓๙๒ มีความตอนหนึ่งว่า “...ดังนั้นขอให้ท่านช่วยให้สมประสงค์ข้าพเจ้าสักอย่างหนึ่งเถิด คือข้าพเจ้าต้องการ จะมีเครื่องพิมพ์หินสักเครื่องหนึ่ง (เครื่องสำหรับตีพิมพ์ด้วยแผ่นหิน) พร้อมทั้งเครื่องประกอบ ให้ครบชุด ขอท่านจงช่วยหาซื้อให้ข้าพเจ้าสักเครื่องหนึ่งจากประเทศของท่าน ท่านจงเขียนถึง ข้าพเจ้าโดยเร็วทางบก เพอใื่หท้ราบว่าเครือง่พิมพ์นั้นราคาเท่าไร ถ้าราคาต่ำกว่า ๒๐๐ เหรียญ แลว้ ข้าพเจ้าต้องขอใหท้ ่านออกเงินรองไปก่อน แลจัดส่งบรรทุกกำปั่นลำใดลำหนึง่ซงึ่ท่านทราบ ว่าจะมาแวะสิงคโปร์...โปรดเขียนตอบเรือง่ ที่ข้าพเจ้าวานนี้โดยเร็วที่สุด ข้าพเจ้าปรารถนาอย่าง ยงิ่ ที่จะได้เครือง่พิมพห์ ิน ซงได้ ึ่ยินว่าราคาถกกูว่าที่ขายกันในเมืองอังกฤษ... แลจงยินดในค ีวาม เมตตาแลความนับถือของข้าพเจ้าที่มีต่อท่าน ผู้แสดงมิตรจิตมายังข้าพเจ้าก่อน โดยประการที่ ส่งหมึกสำหรับพิมพ์มาให้...” ๑๐๓ จากข้อความดังกล่าวแสดงให้เห็นวา ในเว ่ลานันโรงพิมพ์วั ้ดบวรนิเวศวิหาร มการพิมพ์ ี หนังสือแล้ว นอกจากนี้ข้อความในพระราชหัตถเลขาลงวันที่ ๒๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๓๙๒ ที่ มี ไปถึงนายและนางเอ็ดดี มีการกล่าวถึงเรื่ องเคร ื่องพิมพ์เช่นเดียวกัน ดังข้อความบางตอนใน พระราชหัตถเลขาว่า “...ข้าพเจ้าขอบอกท่านว่า ข้าพเจ้ามคีวามร้อนใจแลปรารถนาอย่างยงิ่ ที่จะได้เครือง่พิมพ์ หินเครือง่หนึง ่หรือเครือง่พิมพ์ชนิดอืน่ซงคิด ึ่ทำขึ้นใหม่ๆ อาจพิมพ์ตัวอักษรได้เร็วกว่าเครือง่พิมพ์ แบบธรรมดา แม้ว่าตัวอักษรจะไม่ส้งามนักก็ไม่เป็นไร ถ้าเครืูอง่พิมพ์นั้นๆ ราคาต่ำกว่าเครือง่ละ ๒๐๐ เหรียญ ข้าพเจ้าจะยินดสัีงไป ่ยังเอเย่นต์ของข้าพเจ้าทางสิงคโปร์ แลถ้าท่านส่งเครือง่พิมพ์ มากับกำปั่นที่ไว้ใจได้ลำใดลำหนึง่ซงมาึ่ท่าสิงคโปร์ แลของนั้นมาถึงเอเย่นต์ของข้าพเจ้า เอเย่นต์ ๑๐๓ พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว, พระราชหััตถเลขา (กรุุงเทพฯ: มหามกุุฏราชวิิทยาลััย, ๒๕๒๑), หน้้า ๓๘ - ๔๐.


139 ของข้าพเจ้าก็จะใช้เงินค่าเครื่องพิมพ์นั้นทันที...” ๑๐๔ โรงพิมพ์วัดบวรนิเวศวิหารซึ่งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อทรงครองวัด บวรนิเวศวิหารได้ทรงตงขึ ั้นน้ ส ี้ วนใ ่หญพิมพ์ ่หนังสอทืเก ี่ ี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาโดยเฉพาะ หนังสือท ี่ใช้กันในวัดบวรนิเวศวิหาร เช่น พระปาฏิโมกข์บ้าง หนังสือสวดมนต์บ้าง แบบแผน อย่างอ ื่นบ้าง เป็นอักษรอริยกะ เพ ื่อใช้แทนหนังสือลาน๑๐๕ พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว ทรงเผยแผ่่ธรรมยุุติิกนิิกาย เมื่่�อพระบาทสมเด็็จพระนั่่�งเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััวโปรดเกล้้าฯ อาราธนาพระบาทสมเด็็จพระ จอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััวมาประทัับที่ ่� วััดบวรนิิเวศวิหิาร เมื่่�อปีี พ.ศ. ๒๓๗๙ พระบาทสมเด็็จพระจอม เกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว จึึงทรงพาพระศิิษย์์หลวงที่ ่� สำำนัักวััดมหาธาตุุซึ่�งรวม ่ ทั้้�งสมเด็็จพระมหาสมณเจ้้า กรมพระยาปวเรศวริยิาลงกรณ์์ให้ต้ามเสด็็จมาอยู่่�ที่วั ่� ดับวรนิิเวศวิหิารนี้้� แล้้วโปรดเกล้้าฯ ให้้เลิิก สำำนัักวััดมหาธาตุุนัับแต่่นั้้�น พระเถระธรรมยุต ๑๐ องค์ ที่ มาอยู่ท ี่วัดบวรนิเวศวิหาร๑๐๖ ในเวลานั้นได้แก่ ๑. พระวชิรญาณเถระ คือ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ๒. พระพรหมสรเถระ คือ พระญาณรักขิต (สุข) วัดบรมนิวาส ต่อมาลาสิกขา เข้ารับ ราชการได้เป็นที่ พระธรรมการบดี ๓. พระธัมมสิริเถระ คือ พระเทพโมลี (เอี่ยม) วัดเครือวัลย์ ๔. พระพุุทธสิิริิเถระ คืือ สมเด็็จพระวัันรัตั น (ทัับ) วััดโสมนััสวิิหาร ๕. พระปัญญาอัคคเถระ คอ สมเืด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ ๖. พระธัมมรักขิตเถระ คือ พระครูปลัด (ทัด) วัดบวรนิเวศวิหาร ต่อมาลาสิกขา เข้า รับราชการได้เป็นที่ พระศรีภูริปรีชา เจ้ากรมพระอาลักษณ์ ๗. พระโสภิตเถระ คือ พระศรีวิสุทธิวงศ์ (ฟัก) วัดบวรนิเวศวิหาร ต่อมาลาสิกขาเข้า รับราชการได้เป็นที่ พระยาศรีสุนทรโวหาร (ฟัก สาลักษณ์) เจ้ากรมพระอาลักษณ์ ๑๐๔ เรื่่�องเดีียวกันั, หน้้า ๔๔ - ๔๕.๑๐๕ ตำำนานวััดบวรนิิเวศวิิหาร (กรุุงเทพฯ: มหามกุุฏราชวิิทยาลััย, ๒๕๔๐), หน้้า ๒๐. ๑๐๖ เรื่่�องเดีียวกััน, หน้้า ๔๕ - ๔๖.


140 ๘. พระพุทธิสัณหเถระ คือ พระอมรโมลี (ลบ) วัดบุปผาราม ๙. พระปุสสเถระ คอ สมเืด็จพระสังฆราช (สา) วัดราชประดษิฐสถติมหาสมาราม ีภาย หลังลาสิกขา แล้วอุปสมบทใหม่มีนามฉายาว่า ปุสฺสเทโว ๑๐. พระสุวัฑฒนเถระ คือ พระปลัด (เรือง) วัดบวรนิเวศวิหาร ในเวลาต่อมาเม ื่ อมีผู้เลื่อมใสศรัทธาในธรรมยุติกนิกายมากขึ้น พระบาทสมเด็จ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อทรงพระผนวชได้ทรงส่งพระศิษย์หลวงไปตั้งสำนักเผยแผ่ธรรมยุติกนิกายเป็นสาขาขึ้นท ี่วัดอ ื่ นๆ อีกหลายแห่ง ๑๐๗ ดังนี้ วััดสมอราย หรืือ วััดราชาธิิวาส พระอริยมุิุนีี (พุทฺุ ฺธสิิริิ ทัับ) ต่่อมาได้้รัับสมณศัักดิ์์�เป็็น ที่่�สมเด็็จพระวัันรััตน เป็็นเจ้้าสำำนััก วััดบรมนิิวาส หรืือ วััดนอก พระญาณรัักขิิต (ธมฺฺมสิิริิ สุุข) เป็็นเจ้้าสำำนััก สำนักทังสองวั้ดน พระบาทสมเ ี้ ด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงตงขึ ั้น้ตงแั้ต่ยังประทับอยู่ ท ี่วัดสมอราย (วัดราชาธิวาส) ต่อมาเม ื่ อเสด็จมาประทับ ณ วัดบวรนิเวศวิหารแล้ว พระบาท สมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงตั้งสำนักเพิ่มเติมตามวัดอ ื่ นๆ อีก ได้แก่ วัดเครอืวลัย์ โปรดให้พระรัตนมุน (เอ ี ี่ยม) ต่อมาได้เลื่อนสมณศักดเิ์ป็นทพระเทพโม ี่ ลี ไปตั้งสำนัก วัดพิชยญาติการาม โปรดให้พระครูใบฎีกา (ถิน) ต่อมาได้เลื่อนสมณศักดิ์เป็นที่ พระ เมธาธรรมรส ไปตั้งสำนัก วัดบุปผาราม โปรดให้พระครวินัูยธร (ลบ) ต่อมาได้เลื่อนสมณศักดเิ์ป็นทพระอมรโม ี่ ลี ไปตั้งสำนัก สวนศิ ่ษยหล์วงทอ ี่ ยู่ประจำในสำนักวัดบวรนิเวศวิหารคอ สมเืด็จพระมหาสมณเจ้า กรม พระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ ตั้งแต่ยังไม่ได้ทรงกรม พระอมรโมลี (ปุสฺสเทโว สา) พระศรีวิสุทธิ วงศ์ (โสภิโต ฟัก) พระปลัดเรือง และพระปลัดทัด แต่ต่อมาพระอมรโมลีได้ลาสิกขา๑๐๘ ๑๐๗ ตำำนานวััดบวรนิิเวศวิิหาร (กรุุงเทพฯ: มหามกุุฏราชวิิทยาลััย, ๒๕๔๐), ๔๕ - ๔๖. ๑๐๘ เรื่่�องเดีียวกััน, หน้้า ๒๐.


141 ศิิลาจารึึกอัฐิัิท่่านธััมมรัักขิิต


142 จารึึกอััฐิิท่่านธััมมรัักขิิต อายสฺฺมาส(..), ธมฺฺมรกฺฺฺ�ขิิโต ๑. พุุทฺฺธสฺฺส ภควโต ๒๔๓๒ สาสนายุุกภููเตสุุ สงฺฺวจฺฺฉเรสุุ อติิกฺฺกนฺฺเตสุุ ผคุุณ, เดืือน ๕ ใน ปีี พ.ศ. ๒๔๓๒ (อัันเป็็นอายุุพระศาสนาของพระผู้้มีีพระภาคพุุทธเจ้้า ล่่วงเลยไป) ๒. ทุุะ วุุฏฺฺวาราย สุุริิยุุคฺฺคมนเวลาย ปสููติิยา ชาโต อนุุกฺฺฺ�กเมน วุุฑฺฺฒํํปตฺฺวา ๓๑ ๓. วสฺฺสายุุกฺฺกาลโต ปฏฺาฺย มาคธิิกํํภาสํํ อนุุสิิกฺฺขนฺฺโต สามเณรปพฺฺพชฺฺชาย ปพฺฺพ ตั้้�งแต่่เวลาที่ ่�ท่่านมีีอายุุ ๓๑ ปีี ก็็ได้้ศึึกษาภาษามคธ (บาลีี) บวชเป็็นสามเณร ๔. ชิิโต อิิมสฺฺมึึ ตถาคตปฺฺปเวทิิเต ธมฺฺมวิินเย อา-โต ติิสฺฺสทตฺฺตสฺฺสนาม อตฺฺตโน เชฏ ๕. ภาตุุโน อนุุวตฺฺติิตฺฺวา ปสาทํํปฏิิลภิิตฺฺวา อจิิรกาลกเต อตฺตฺ โน เชฏฺฺภาตริิ อิิมสฺฺ ๖. มึึ ธมฺฺมวิินเย อุุรํํ ทตฺฺวา พฺฺุ�.โต ๒๔๓๒-มฺฺหิิ เชฏฺฺ, โส มชฺฺฌนฺฺติิกโต ๗. ๕๒ นาทยาธิิกาสุุ จตููสุุ นาฬิิกาสุุ อติิกฺฺกนฺฺตาสุุ มหาธาตุุวิิหาเร ขณฺฺฑสีีมายํํอุุป ๘. สมฺฺปนฺฺโน สาธุุกํํพฺฺฺ�รหฺฺมจริิยํํ จริิตฺฺวา สตฺฺตวสฺฺสภาเค ธมฺยฺุ ุตฺฺติิกนิิกาเย ๙. ปวรนิิเวสวิหิาเร เถรสมฺฺมตฺฺติิยา สมฺฺมโต ภตฺฺตุุทฺฺเทสโก จ ผลภาชโก จ ๑๐. จีีวรภาชโก จ หุุตฺฺวา สาธุุกํํตาย ปฏิิปตฺฺติิยา คณาณุุคฺฺคหํํ กโรนฺฺโต อฏฺฺารสวสฺฺ ๑๑. สกาเล ขยโรเคน ปาณิิโต พุุ-โต ๒๔๓๒ มฺฺฺ�หิิ ผคุุณ, () โสรวาราย อฒรตฺฺติิสฺฺม ๑๒. เยเยว กาลกโต อโหสิิ ตสฺฺส อิิทานิิ สรีีเรกเทสา อิิธ นิิทฺฺฺ�เทสิิตา, สาธุุ ปสฺฺ ๑๓. สิิตาโร ตํํ อารพฺฺภ ปสาทญฺฺจ สํํเวคญฺฺจ ปฏิิลภนฺฺตุุ, ทุุกฺฺกรํํ วต โส อายสฺฺมา อกาสิิ ๑๔. โย เอวรููโป พฺฺรหมฺฺจารีี เอวรููปํํจ ปสาทาการํํพุุ-โต ภ-โต ปาวจเน อกาสิิ ๑๕. อถ ปน สพฺฺเพ สงฺฺขารา อนิิจฺฺจา ทุุกฺฺขา วิิปริิฌามธมฺฺมา อลเมว นิิพฺฺพิินฺฺทิิตุํํ ๑๖. ๛๛๛๛ อลเมว วิิรชฺฺชิิตุํํ ๛๛๛๛ อลเมว นิิพฺฺพิินฺฺทิิตุํํ ๛๛๛๛ ๑สามเณรปพฺพชฺชนฺติ ยุตฺตรํ ฯ


143 เรีียงเป็็ นประโยค อายสฺฺมาส(..), ธมฺฺมรกฺฺฺ�ขิิโต พุุทฺฺธสฺฺส ภควโต ๒๔๓๒ สาสนายุุกภููเตสุุ สงฺฺวจฺฺฉเรสุุ อติิกฺฺกนฺฺเตสุุ ผคุุณ, โส วุุฏฺฺวาราย สุุริิยุุคฺฺคมนเวลาย ปสููติิยา ชาโต อนุุกฺฺฺ�กเมน วุุฑฺฺฑํํ ปตฺฺวา ๓๑ วสฺฺสายุุกฺฺกาลโต ปฏฺฺาย มาคธิกํํ ิ ภาสํํ อนุุสิิกฺฺขนฺฺโต สามเณรปพฺฺพชฺฺชา ปพฺฺพชิิโต อิิมสฺฺมึึ ตถาคตปฺฺปเวทิิเต ธมฺฺวิินเย อายสฺฺมโต ติิสฺฺสทตฺฺตสฺฺส นาม อตฺฺตโน เชฏภาตุุโน อนุุวตฺฺติิตฺฺวา ปสาทํํ ปฏิิลภิิตฺฺวา อจิิรกาลกเต อตฺฺตโน เชฏฺฺภาตริิ อิิมสฺมึฺึ ธมฺฺมวิินเย อุรํํุ ทตฺฺวา พุุ.โต ๒๔๓๒ มฺหิฺ ิ เชฏฺ, ฺสุุ มชฺฺฌนฺฺติิกต ๕๒ นาทยาธิิกาสุุ จตููสุุ นาฬิิกาสุุ อติิกฺฺกนฺฺตาสุุ มหาธาตุวิุิหาเร ขณฺฑสีีฺมายํํอุุปสมฺฺปนฺฺโน สาธุกํํุพฺฺรหฺฺมจริยํํ ิ จริตฺิฺวา สตฺฺตวสฺฺสภาเค ธมฺฺยุุตฺฺติิกนิิกาเย ปวรนิิเวสวิิหาเร เถรสมฺฺมตฺฺติิยา สมฺฺมโต ภตฺฺตุุทฺฺเทสโก จ ผลภาชโก จ จีีวรภาชโก จ หุุตฺฺวา สาธุกํํุตาย ปฏิิปตฺฺติิยา คณาณุคฺุ ฺคหํํ กโรนฺฺโต อฏฺารสวฺสฺฺ สกาเล ขยโรเคน ปาณิิโต พุุ.โต ๒๔๓๒ มฺฺหิิ ผคุุณ, โสรวาราย อฑฺฺฒรตฺฺติิสฺฺมเยเยว กาลกโต อโหสิิ ตสฺฺส อิิทานิิ สรีีเรกเทสา อิิธ นิิทฺฺฺ�เทสิิตา, สาธุุ ปสฺฺสิิตาโร ตํํ อารพฺภฺปสาทญฺฺจ สํํเวคญฺฺจ ปฏิิลภนฺฺตุุ, ทุกฺุ ฺกรํํ วต โส อายสฺฺมา อกาสิิ โย เอวรููโป พฺฺรหมฺฺจารีี เอวรููปํํ จ ปสาทาการํํพุุ.โต ภ. โต1 ปาวจเน อกาสิิ อถ ปน สพฺฺเพ สงฺฺขารา อนิจฺิฺจา ทุุกฺฺขา วิิปริิฌามธมฺฺมา อลเมว นิิพฺฺพิินฺฺทิิตุํํ ๛๛๛๛ อลเมว วิิรชฺฺชิิตุํํ ๛๛๛๛ อลเมว นิิพฺฺพิินฺฺทิิตุํํ ๛๛๛๛ ท่่านธััมมรัักขิิต (แปลใหม่่) เมื่่�อเดืือน ๕ พ.ศ. ๒๔๓๒ ล่่วงไปแล้้ว, ท่่านพระธรรมรัักขิติ ได้ถืื้อกำำเนิดิในเวลาเช้้าวัันพุุธ ใช้ชีีวิ้ตติามลำดัำ ับมา จนกระทั่่�ง อายุุได้้ ๓๑ ปีี บวชเป็็นสามเณรศึึกษาภาษามคธติิดตามพระพี่่�ชาย ของตนนามว่่า ท่่านติิสสทัตตั ะ ได้้ความเลื่่�อมใสในพระธรรมวินัิยที่ั ่�พระสุุคตเจ้้าทรงประกาศแล้้วนี้้� เมื่่�อพระพี่่�ชายมรณภาพได้้ไม่่นาน ก็็บวชถวายอก เมื่่�อเจริิญวัยขึ้้ ั �น ก็อุ็ปุสมบทภายในขััณฑสีีมา


144 จารึึกพระอาลัักษณ์์ทััด


145 ณ วััดมหาธาตุุ ในเวลา บ่่าย ๔ โมง ๕๒ นาทีีประพฤติิพรหมจรรย์์ ได้้เป็็นภััตตุุเทศก์์ เป็็นผู้้แจกผลไม้้ และเป็็นผู้้แจกจีีวรที่่�พระเถระในวัดับวรนิิเวศวิหิาร ธรรมยุุติิกนิิกาย สมมติิแล้้ว ในพรรษาที่่� ๗ กระทำำการอนุุเคราะห์์คณะด้้วยการปฏิบัิัติินั้้�นอย่่างดีี ในพรรษาที่่� ๑๘ ก็สิ้้็�นลมหายใจด้้วยโรคอัันทำำ ให้สิ้้้�นชีีวิติ ได้้มรณภาพ กลางคืืนในวัันเสาร์์ เดืิิอน ๕ พ.ศ. ๒๔๓๒ บััดนี้้� ส่่วนหนึ่่�งของสรีีระท่่าน ศิิษยานุุศิิษย์์ได้้ระบุุไว้้ในที่ ่�นี้้� สาธุุชนผู้้เห็็นปรารภส่่วน สรีีระท่่านนั้้�น จงได้้ความเลื่่�อมใสและความสัังเวชเถิิด ท่่านผู้้ซึ่่�งประพฤติิพรหมจรรย์์เห็็น ปานนั้้�น ออกบวชอย่่างเลื่่�อมใสเห็็นปานนี้้� ได้้กระทำำตามคำำสอนของพระผู้้มีีพระภาคเจ้้า ได้้ทำำสิ่่�งที่ ่� ยากแท้้หนอ ก็็เมื่่�อเป็็นเช่่นนี้้� สัังขารทั้้�งหลายทั้้�งปวงไม่่เที่ ่� ยง เป็็นทุุกข์์ มีีความผัันแปรไปเป็็น ธรรมดา ควรเพื่่�อเบื่่�อ ควรเพื่่�อคลายกำำหนััด ควรเพื่่�อหน่่าย ฯ จารึึกพระอาลัักษณ์์ทััด (พระศรีีภููริิปรีีชา (ทััด)) อัักษรขอม ภาษาบาลีี คำำ ปริิวรรค ๑ ๏ อิิมสฺมึฺึ ธมฺฺมยุตฺุ ฺติิกนิิกาเย คณปาโมกฺฺขพหุุสฺฺสุุตสฺฺส ธมฺฺมทตฺตฺเถรสฺฺส ๒ นามิทํํ ิ อฏฺฺิิธาตุุฏฺาฺนํํฯ โสหิิปณฺฺณารสวสฺฺสานิิ ภิิกฺฺขุุภาเวฏฺฺฐฺฺตฺฺวา สิิกฺฺขํํปจฺฺจกฺฺขาย ๓ หิีีนายาวตฺฺติิตฺฺวา ราชโปริิสตฺฺตํํอุุปาคมฺฺมสิิริิภููริิปฺฺรีีชาเสนาปตีีสฺฺรีีสาลกฺฺป ๔ านนฺฺตเร ปฏิิฐฺฺาปิิโต สนฺฺโต ตีีหิิปชาปติิ หิิตโยปุุตฺฺเตลภิิตฺฺวา เทฺฺววสฺฺสา ๕ นิิ คิิหิิภาเวฐฺฺตฺฺวา สตฺฺตตึึสวสฺฺสายุุกกาเล จุทฺุ ฺทสุุตฺฺตรทิิสตาธิิกสหสฺฺส ๖ สกฺฺเกสงวจฺฺฉเร จิิตฺฺตมาสกาฬ ปกฺฺขจตุตฺุ ฺถิิยํํ จนฺฺทวาราย กาลกโตอโห


146 ๗ สิิฯ น สนฺฺติิ ปุุตฺฺตาตาณายนปิิตา นปิิ พนฺฺธวา อนฺฺตเกนาธิิปนฺฺนสฺฺส นตฺฺถิิ ๘ ญฺฺาตีีสุตุาณตา ฯ อโห อนิิจฺฺจา สงฺฺขารา เตกาลิิกา อสณฺิฺิตา สกาลา กา ๙ ลิิกา สพฺฺเพ หุุตฺฺวา หุุตฺฺวา น โหนฺฺติิ เต ตสฺฺมาหิิ ปณฺฺฑิิโต โปโส สมฺปสฺฺสํํอตฺฺถมตฺฺต ๑๐ โน นิิพฺฺพานคมนํํ มคฺฺคํํ ขิิปฺฺปเมว วิิโสธเย สพฺฺเพสงฺฺขาราอนิิจฺฺจาติิ ยทา ปญฺฺญฺฺาย ปสฺฺสติิ อถ ๑๑ นิิพฺฺพิินฺฺทติิ ทุุกฺฺเข เอสมคฺฺโควิิสุุทฺฺธิิยา ๚ ๚๛ คำำอ่่าน ๏ อิิมสฺฺมึึ ธมฺฺมยุุตฺฺติิกนิิกาเย คณปาโมกฺฺขพหุุสฺฺสุุตสฺฺส ธมฺฺมทตฺฺตเถรสฺฺส นามิิทํํ อฏฺฺิิธาตุุฏฺฺานํํฯ โสหิิปณฺฺณารสวสฺฺสานิิ ภิิกฺฺขุุภาเวฏฺฺฐฺฺตฺฺวา สิิกฺฺขํํ ปจฺฺจกฺฺขาย หีีนายาวตฺฺติิตฺฺวา ราชโปริิสตฺฺตํํ อุุปาคมฺฺม สิิริิภููริิปฺฺรีีชา เสนาปตีีสฺฺรีีสาลกฺฺสานนฺฺตเร ปฏิิฐฺฺาปิิโต สนฺฺโต ตีีหิิ ปชาปติิหิิ ตโย ปุุตฺฺเต ลภิิตฺฺวา เทฺฺววสฺฺสานิิ คิิหิิภาเว ฐฺฺตฺฺวา สตฺฺตตึึสวสฺฺสายุุกกาเล จุุทฺฺทสุุตฺฺตรทฺฺวิิสตาธิิกสหสฺฺสสกฺฺเก สงวจฺฺฉเร จิิตฺฺตมาส กาฬปกฺฺขจตุตฺุ ฺถิิยํํ จนฺฺทวาราย กาลกโต อโหสิิฯ น สนฺฺติิ ปุตฺุ ฺตา ตาณาย นปิิตา นปิิ พนฺฺธวา อนฺฺตเกนาธิิปนฺฺนสฺฺส นตฺฺถิิ าตีีสุุ ตาณตาฯ อโห อนิิจฺฺจา สงฺฺขารา เตกาลิิกา อสณฺฺิิตา สกาลา กาลิิกา สพฺฺเพ หุตฺุ ฺวา หุุตฺฺวา น โหนฺฺติิ เต ตสฺฺมาหิิ ปณฺฑิฺิโต โปโส สมฺฺปสฺฺสํํ อตฺฺถมตฺฺตโน นิิพฺฺพานคมนํํ มคฺฺคํํ ขิปฺิฺปเมว วิิโสธเย สพฺฺเพ สงฺฺขารา อนิิจฺฺจาติิ ยทา ปญฺญฺฺาย ปสฺฺสติิ อถ นิิพฺฺพิินฺฺทติิ ทุกฺุ ฺเข เอสมคฺฺโค วิิสุุทฺฺธิิยา ๚ ๚๛


147 คำำ แปล สถานที่่�บรรจุุอััฐิิธาตุุนี้้�ของท่่านธััมมทััตตเถระ ผู้้เป็็นพหููสููตในหััวหน้้าคณะในธรรม ยุุตตนิิกายนี้้� ก็็ท่่านผู้้นั้้�นดำำ รงในภิิกขุภุาวะ ๑๕ ปีี เป็็นไปแล้้วสู่่�เพศเลว (คืือคฤหััสถ์์) ในการ บอกคืืนซึ่่�งสิิกขา เข้้ามาถึึงแล้้วสู่่�การเป็็นข้้าราชบริิพาร พระเจ้้าแผ่่นดิินพระราชทานฐานัันดร ที่่� พระศรีีภููริิปรีีชาเสนาบดีีศรีีสาลัักษณ์์ เป็็นผู้้สงบแล้้ว ได้้บุุตร ๓ คน จากภรรยา ๓ คน ดำำ รงแล้้วในสภาพของคฤหััสถ์์ ๒ ปีี กระทำำซึ่่�งกาละ เมื่่�อวัันจัันทร์์ แรม ๔ ค่ำ ำ� เดืือนสี่่� ปีีศัักราช ๑๑๗๕ อายุุ ๓๗ ปีี บััณฑิตพึิ ึงทราบเนื้้�อความนี้้ว่่ �า บุตุรทั้้�งหลายไม่่มีีเพื่่�อต้้านทานความตาย บิดิาและพวก เขาทั้้�งหลายก็็ไม่่มีีเพื่่�อต้้านทานตาย เมื่่�อบุุคคลถููกความตายครอบงำแล้้ว ความต้้านทานความ ตายในญาติิทั้้�งหลายย่่อมไม่่มีี สัังขารทั้้�งหลายเป็็นสิ่่�งไม่่เที่ ่� ยง เป็็นไปชั่่�วกาล ไม่่ตั้้�งอยู่่�ได้้ สัังขารเหล่่านั้้�นทั้้�งหมด ประกอบด้้วยกาล เป็็นไปชั่่�วคราว มีีแล้้ว เป็็นแล้้ว ก็็ไม่่มีี ไม่่เป็็น เพราะฉะนั้้�น บุุคคลผู้้เป็็นบััณฑิติ ผู้้พิิจารณาประโยชน์์ของตน พึึงชำำ ระทางเป็็นไปเพื่่�อ พระนิิพพานให้้หมดจด โดยพลัันทีีเดีียว เมื่่�อใด บุุคคลย่่อมเห็็นด้้วยปััญญาว่่า สัังขารทั้้�งหลายทั้้�งปวงเป็็นสิ่่�งไม่่เที่ ่� ยง ในครั้้�งนั้้�น เขาย่่อมเบื่่�อหน่่ายในทุุกข์์ หนทางนั่่�น ย่่อมเป็็นหนทางอัันหมดจด พระศรีีภููริิปรีีชาเสนาบดีีศรีีสาลัักษณ์์ (ทััด) ได้้ถึึงแก่่กรรมเมื่่�อวัันจัันทร์์ แรม ๔ ค่ำ ำ� เดืือน ๕ จุุลศัักราช ๑๒๑๔ วัันจัันทร์์ที่่� ๒๘ มีีนาคม พ.ศ. ๒๓๙๖ ปีีฉลูู) พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว ทรงเป็็นพระอุุปััชฌาย์์ ในระหว่่างที่่�พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าอยู่่�หััวทรงครองวัดับวรนิิเวศวิหิารนั้้�น พระองค์์ ได้้ทรงเป็็นพระอุปัุัชฌาย์์ โดยโปรดให้้พระศิษย์ิ ์หลวงเดิิมผู้้รู้้ปริยัิัติิธรรมสวดกรรมวาจา สุดุแล้้ว แต่่จะตรััสสั่่�งให้้พระรููปใดรููปหนึ่่�งสวด ทรงถืืออำำ นาจในสัังฆกรรม เจ้้าภาพไม่่อาจเลืือกนิิมนต์์ ตามความพอใจรวมทั้้�งยัังทรงแก้้ไขคำำขอบรรพชาและกรรมวาจาอุปุสมบท ใช้้ระบุชืุ่่�ออุปสัุัมปทา


148 เปกขะ และชื่่�ออุปัุัชฌายะให้ต้รงตามพระบาลีี รวมทั้้�งเพิ่่�มคำนำำและส่่งท้้ายของอนุุศาสน์อีี์กด้้วย สำหรับพระบรมวงศานุวงศ์ที่ ทรงผนวชเสด็จอยู่วัดน ี้ มีแต่พระองค์เจ้าปราโมช กรมขุน วรจักรธรานุภาพ กรมหม ื่ นมเหศวรศิววิลาศ กรมหม ื่นวิษณุนาถนิภาธร สองพระองค์หลังเป็น พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวตงแั้ต่ยังไมไ่ด้ทรงผนวช และหมอมเจ้า ่ โสภณ ในสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมขุนอิศรานุรักษ์ และหม่อมเจ้าอิศรญาณ นอกจากนี้ยังทรงกำหนดว่าเม ื่ อออกพรรษาแล้ว ถึงวันแรม ๑๓ ค่ำ เดือน ๑๑ เดือน อ้าย เดือน ๓ เดือน ๕ ตีกลองสัญญาณ ภิกษุสามเณรรูปใดปรารถนาจะลาสิกขา ให้ทูลลาตาม วันเวลานั้นเพ ื่ อลาสิกขาในเดือนเป็นลำดับ ไม่ทรงรับทูลลาสิกขาพร่ำเพร ื่ อ๑๐๙ พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว ปลายแผ่่นดิินพระบาทสมเด็็จพระนั่่�งเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว ต่่อมาใน พ.ศ. ๒๓๙๓ พระบาทสมเด็็จพระนั่่�งเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว ทรงพระประชวร ได้้ทรงมีี พระราชกระแสรัับสั่่�งกัับสมเด็็จเจ้้าพระยาบรมมหาศรีีสุริุยิวงศ์์ (ช่่วง บุุนนาค) เมื่่�อยัังเป็็นพระยา ศรีีสุริุยิวงศ์์ ดัังปรากฏความในพระราชพงศาวดารกรุุงรัตันโกสิินทร์์ รััชกาลที่่� ๓ ฉบัับเจ้้าพระยา ทิิพากรวงศ์์ (ขำำบุุนนาค) ว่่า “...เมื่่�อ ณ วัันอาทิิตย์์ เดืือน ๓ ขึ้้น ๘ ค่ำ ำ� ปีีจอโทศก มีีพระราชโองการโปรดเกล้้าโปรด กระหม่่อม ให้ห้าขุุนนางที่่�ทรงใช้้สอยสนิทิเข้้าไปเฝ้้าทููลละอองธุลีีพุระบาท คืือพระยาราชสุุภาวดีี พระยาพิิพััฒน์์ (บุุญศรีี) ในที่่�พระบรรทมพระมหามณเฑีียร แล้วมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมดำรัสว่า ทรงพระประชวรครั้งนี้ พระอาการมาก เห็นจะเป็นพระโรคใหญ่เหลือกำลังแพทย์จะเยียวยา แล้้วทรงพระราชดำำริิมีีพระราชดำำรััสว่่า กรุุงเทพมหานครศรีีอยุุธยา ขอบขััณฑเสมา อาณาจัักรกว้้างขวาง พระเกีียรติิยศก็็ปรากฏไปทั่่�วนานาประเทศ ถ้้าทรงพระมหากรุุณาพระ ราชทานอิิสริิยยศมอบให้้พระบรมวงศานุุวงศ์์พระองค์์ใดพระองค์์หนึ่่�งซึ่่�งพอพระทััย ให้้ขึ้้น ๑๐๙ เรื่่�องเดีียวกััน, หน้้า ๒๐ - ๒๑.


149 เสวยราชสมบััติิแทนพระองค์์ต่่อไป แต่่ตามชอบอััธยาศััยในสมเด็็จพระเจ้้าอยู่่หััวองค์์เดีียวนั้้น เกลืือกเสีียสามััคคีีรสร้้าวฉาน ไม่่ชอบใจไพร่ฟ้่ ้าประชาชนและคนมีีบรรดาศัักดิ์์ผู้้ทำำราชกิิจทุุก พนัักงานก็็จะเกิิดการอุุปััทวภยัันตรายเดืือดร้้อน แด่่พระบรมวงศานุุวงศ์์และข้้าราชการผู้้ใหญ่่ ผู้้น้้อยสมณชีีพราหมณ์์อาณาประชาราษฎรจะได้้ความลำำบาก เพราะมิิได้้พร้้อมใจกััน ด้วยกำลังทรงพระมหากรุณาเมตตากับไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินเป็นอันมาก ทรงพระกรุณา ดำรัสให้จดหมายกระแสพระราชโองการปฏิญาณยกพระนามพระรัตนตรัยสรณคมน์ อันอุดม เป็นประธานพะยานอันยิ่ง ให้เห็นจริงในพระราชหฤทัยแล้ว ทรงพระราชดำำรััสยอมอนุุญาตให้้เจ้้าพระยาพระคลััง ซึ่่�งว่่าที่่�สมุหพุระกลาโหม พระยา ศรีีพิิพััฒนรััตนราชโกษา พระยาราชสุุภาวดีีว่่าที่่�สมุุหนายกกัับขุุนนางผู้้น้้อยทั้้งปวง จงมีี ความสโมสรสามััคคีีรสปรึึกษาพร้้อมกััน เมื่่�อเห็็นว่่าพระบรมวงศานุุวงศ์์ พระองค์์ใดที่่�มีีวััยวุุฒิิ ปรีีชารอบรู้้ราชานุุวััตร เป็็นศาสนููปถััมภกยกพระบวรพุุทธศาสนา และปกป้้องไพร่่ฟ้้าอาณา ประชาราษฎร รัักษาแผ่่นดิินให้้เป็็นสุุขสวััสดิ์์โดยยิ่่�ง เป็็นที่่�ยิินดีีแก่่มหาชนทั้้งปวงได้้ ก็็สุุดแท้้ แต่่จะเห็็นดีี ปราณีีประนอมพร้้อมใจกัันยกพระบรมวงศ์์องค์์นั้้นขึ้้นเสวยมไหสวรรยาธิิปััตย์์ ถวััลยราช สืืบสัันตติิวงศ์์ดำำ รงราชประเพณีีต่่อไปเถิิด อย่่าได้้กริ่่�งเกรงพระราชอััธยาศััยเลย เอาแต่่ให้้ได้้เป็็นสุุขทั่่�วหน้้า อย่่าให้้เกิิดการรบราฆ่่าฟัันกัันให้้ได้้ความทุุกข์ร้์้อนแก่่ราษฎร จดหมายกระแสพระราชโองการนี้ ได้พระราชทานให้นำออกมาส่งแก่เสนาบดี แต่ ณ วันจันทร์เดือน ๓ ขึ้น ๙ ค่ำ ครั้น ณ วันอังคารเดือน ๓ ขึ้น ๑๐ ค่ำ เวลาบ่าย ๕ โมง รับสั่งให้หาท่านพระยาศรีสุริย วงศ์ จางวางมหาดเล็กเข้าไปเฝ้าในที่ มีพระราชโองการถามว่า พระยาพิพัฒน์ได้เอาจดหมาย ที่ทรงอนุญาตนั้นออกไปปรึกษาหารือเสนาบดีแล้วหรือเขาว่ากระไรบ้าง ท่านพระยาศรสุริ ียวงศ์กราบทูลว่า ได้ทราบเกล้าทราบกระหม่อมทุกคนพากันเศร้าโศก และเห็นว่าโปรดดังนี้เป็นพระเดชพระคุณที่สุดแล้ว ปรึกษากันว่าพระโรคนั้นยังไม่ถึงตัดรอน แพทย์หมอยังพอฉลองพระเดชพระคุณได้อยู่ ซึ่งจะยกย่องพระวงศานุวงศ์พระองค์ใดพระองค์ หนึ่งขึ้นก็ยังไม่สมควร จะช่วยกันฉลองพระเดชพระคุณว่าราชการแผ่นดิน มิให้มีเหตุการณ์ภัย อันตรายขึ้นได้


150 จึงรับสั่ งใ่หท้ ่านพระยาศรสุริ ียวงศ์ขยับเข้าไปให้ชิดพระองค์ ใหลู้บดูพระองค์ทั่วทั้งพระ สรีรกาย แล้วดำรัสว่า ร่างกายทรุดโทรมถึงเพียงนี้แล้ว หมอเขาว่ายังจะหายอยู่ไม่เห็นด้วยเลย การแผ่นดินไปข้างหน้า ไม่เห็นผู้ใดที่จะรักษาแผ่นดินได้ กรมขุนเดช เล่า ท่านก็เป็นคนพระกรรณเบา ใครจะพูดอะไรท่านก็เชื่อง่ายๆ จะเป็น ใหญ่โตไปไม่ได้ กรมขุนพิพิธ เล่าก็ไม่รู้จักการงาน ปัญญาก็ไม่สอดส่องไปได้ คิดแต่จะเล่นอย่างเดียว ที่สติปัญญาพอจะรักษาแผ่นดินได้อยู่ ก็็เห็็นแต่ท่่ ่านฟ้้าใหญ่่ * ท่่านฟ้้าน้้อย ๒ พระองค์์ ก็ท็รงรัังเกีียจอยู่ว่่่า ท่่านฟ้้าใหญ่ถื่ ืออย่่าง มอญ ถ้้าเป็็นเจ้้าแผ่่นดิินขึ้้น ก็็จะให้้พระสงฆ์์ห่่มผ้้าอย่่างมอญเสีียหมดทั้้งแผ่่นดิินดอกกระมััง ท่านฟ้าน้อยเล่า ก็มสติปัญญาร ีวู้ิชาการช่างและการทหารต่างๆ อยู่ แต่ไม่พอใจทำราชการ รักแต่การเล่นสนุกเท่านั้น เพราะฉะนั้นจึ่งมิได้ทรงอนุญาต กลัวเจ้านายข้าราชการเขาจะไม่ชอบใจเพียงนี้ จึ่งได้ โปรดอนุญาตให้ตามใจคนทั้งปวงสุดแท้แต่เห็นพร้อมเพรียงกัน การต่อไปภายหน้าเห็นแต่เอง ที่จะรับราชการเป็นอธิบดีผู้ใหญ่ต่อไป การศึกสงครามข้างญวนข้างพะม่าก็เห็นจะไม่มีแล้ว จะมีอยู่ก็แต่ข้างพวกฝรั่ง ให้ระวัง ให้ดอีย่าให้เสียทีแก่เขาได้ การงานสิงใดของเขา ่ ที่คิดควรจะเรียนเอาไว้ก็ให้เอาอย่างเขา แต่อย่า ให้นับถือเลื่อมใสไปทีเดียว ทุกวันนี้คิดสละห่วงใหญ่ได้หมด อาลัยอยู่แต่วัด สร้างไว้ใหญ่โตหลายวัด ที่ยังค้างอยู่ก็ มี ถ้าชำรุดทรุดโทรมไป จะไม่มีผู้ช่วยทะนุบำรุง เงินในพระคลังที่เหลือจับจ่ายใช้การแผ่นดินมี อยู่สี่หมื่นชั่ง ขอสักหมื่น ๑ เถิด ถ้าผู้ใดเป็นเจ้าแผ่นดินแล้ว ให้ช่วยบอกแก่เขาขอเงินรายนี้ให้ ช่วยทะนุบำรุงวัดที่ชำรุดและการวัดที่ยังค้างอยู่นั้นเสียให้แล้วด้วย ท่่านพระยาศรีีสุริุิยวงศ์์ รัับพระราชโองการแล้วก็้ ็ร้้องไห้้ถอยออกมาจากที่่�เฝ้้า และการ ซึ่่�งสมเด็็จพระพุทธุเจ้้าอยู่หัั่วทรงพระราชดำริำ ิอนุุญาตให้จั้ัดแจงเจ้้านายผู้้จะดำำรงทรงแผ่่นดิินใน * ท่่านฟ้้าใหญ่่ คืือ พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว


151 พระราชอาณาจัักรแทนพระองค์์ต่่อไป โดยตามน้ำำ ใจพระบรมวงศานุุวงศ์์เสนาบดีีข้้าทููลละออง ธุุลีีพระบาท และจนถึึงความนิยิมชมชื่่�นแห่่งอาณาประชาราษฎรทั้้งปวงจะมีีจิิตต์จำ์ำ นงปลงเห็็น พร้้อมกััน ไม่่เอาแต่่ตามพระราชอััธยาศััย อนึ่่�ง มิิได้้ว่่าไว้้ให้้เนิ่่�นช้้าจนเวลาพระอาการหนัักลง ไม่ท่รงดำริำ ิได้้โดยปกตินั้้ ิน ก็็เป็็นการมหััศจรรย์์ยิ่่�งนััก ยากที่่�พระมหากษััตริย์ิพ์ระองค์์อื่่�นจะทรง ได้้ เพราะพระบรมราชวิสัิยัเป็็นอุุดมบััณฑิิตมหาสาธุสัุัปบุรุุษผู้้ประเสริิฐ มีีพระมหากรุุณาแก่นิ่ ิกร มหาชนหาที่่�สุุดมิิได้้ ฝ่ายสมเด็จพระอนุชาธิราช เจ้าฟ้ามงกุฎ ได้ทราบพระกระแสดังนั้นแลว้ ก็รับสังใ่หพ้ระ สงฆ์ธรรมยุตติกาและพระองค์ทรงครองผ้าเสียใหม่อย่างพระสงฆ์มหานิกาย มิให้ขัดพระราช อัธยาศัย และใหพ้ ระสงฆ์เข้าไปอธิษฐานในพระอุโบสถวัดพระศรรัตนศาสดาราม ขอใ ีหพ้ ระโรค หายให้ทรงพระชนมายุยืนยิ่งนาน ครั้้น ณ วัันจัันทร์์เดืือน ๓ แรม ๘ ค่ำ ำ� โปรดเกล้้าโปรดกระหม่่อมให้พ้ระเจ้้าลููกยาเธอ พระองค์์เจ้้าอรณพซึ่่�งได้้ว่่าพระสงฆ์์ เบิิกเงิินพระคลัังในพระคลัังนอกมาถวายพระสงฆ์์ที่่�พระ อารามหลวงทั้้งในกรุุงและหััวเมืืองเป็็นค่่าจตุุปััจจััยเจ้้าพระ ๗ พระราชาคณะ ๗๓ พระเปรีียญ ๑๐๐ สามเณรเปรีียญ ๓๒ พระครููฐานาอัันดัับ ๗,๑๔๗ รููป รวม ๗,๓๕๙ รููป ถวายองค์์ละ ๕ ตำลึง สิ้นพระราชทรัพย์ ๑,๘๓๙ ชั่ง ๑๕ ตำลึง...” ต่่อมาบรรดาเสนาบดีีมีีเจ้้าพระยาพระคลััง (ดิิศ บุุนนาค) เป็็นประธานได้ปรึ้ ึกษากัันแล้้ว เห็็นควรถวายราชสมบััติิแด่่พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว จึึงได้้ให้้จมื่่�นราชามาตย์์ ต่่อมาคืือ เจ้้าพระยาทิิพากรวงศ์์ (ขำำบุุนนาค) ไปกราบทููลอััญเชิิญให้้ทรงรัับราชสมบััติิ ดััง ปรากฏหลัักฐานในพระราชพงศาวดารกรุุงรัตันโกสิินทร์์ รััชกาลที่่� ๓ ฉบัับเจ้้าพระยาทิิพากรวงศ์์ (ขำำบุุนนาค) ว่่า “ครั้้นมาถึึง ณ วัันพุธุเดืือน ๔ แรม ๘ ค่ำ ำ� ท่่านเจ้้าพระยาพระคลััง ว่่าที่่�สมุหพุระกลาโหม ให้้จมื่่�นราชามาตยพลขัันธ์์ไปเฝ้้าสมเด็็จพระอนุุชาธิิราช เจ้้าฟ้้ามงกุุฎสมมติิเทววงศ์์ พงศ์์อดิิศร กษััตริิย์์ที่่�วััดบวรนิิเวศวิิหาร กราบทููลว่่าจะเชิิญเสด็็จครองสิิริิราชสมบััติิ จะโปรดรัับหรืือมิิโปรด ขอให้้ทราบด้้วย จึ่่�งมีีรัับสั่่�งว่่า ท่่านผู้้หลัักผู้้ใหญ่่พร้้อมใจกัันอััญเชิิญแล้้วก็็จะต้้องรัับ


152 เจ้าพระยาพระคลังได้ทราบกระแสรับสั่งแล้ว จึ่งสั่งขุนอักษรสมบัติ เสมียนตรากรมท่า คุมทหารปืนปากน้ำ นาย ๑ พระนนทบุรี คุมเลขทหารปืนปากน้ำ นาย ๑ พระอินทรอาษา คุม ลาวเมืองพนัศนิคม นาย ๑ รวม ๓ นาย ไปตั้งกองจุกช่องล้อมวงนั่งยามตามเพลิงรักษาอยู่รอบ วัด มิให้ผู้คนแปลกปลอมเข้าไปได้” ต่่อมาครั้้�น ณ วัันพุุธ เดืือน ๕ ขึ้้�น ๑ ค่ำ ำ� เวลา ๘ นาฟิิกา ๕ บาทเศษ พระบาทสมเด็็จ พระนั่่�งเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััวเสด็็จสวรรคต ดัังความในพระราชพงศาวดารกรุุงรััตนโกสิินทร์์ รััชกาล ที่่� ๓ ฉบัับเจ้้าพระยาทิิพากรวงศ์์ (ขำำบุุนนาค) ว่่า “ครั้น ณ วันพุธ เดือน ๕ ขึ้น ๑ ค่ำ เวลา ๘ นาฟิกา ๕ บาทเศษเสด็จสวรรคต พระบาท สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัว เมื่อประสูติวันจันทร์ เดือน ๔ แรม ๑๐ ค่ำ ศักราช ๑๑๕๙ ปีมะแม นพศก ได้ราชสมบัติพระชนม์ได้ ๓๗ พรรษา อยู่ในราชสมบัติ ๒๗ พรรษา สิริพระชนม์ได้ ๖๔ พรรษา คิดอายุโหราได้ ๖๓ ปีกับ ๑๑ วัน”


153 ๑๑๐ เรื่่�องต้้นแรกทรงผนวช,” หอสมุุดแห่่งชาติิ, สมุุดไทยดำำ, ม.ป.ป., เลขที่่� ๒๒๔, หมวดจดหมายเหตุุรััชกาลที่่� ๔.๑๑๑ เจ้้าพระยาทิิพากรวงศ์์ (ขำำบุุนนาค), พระราชพงศาวดารกรุุงรัตนั โกสินิทร์์ รััชกาลที่่� ๔ (กรุุงเทพฯ: บริิษััทพิิมพ์ดีี์, ๒๕๔๗), หน้้า ๑. บทที่่� ๖ พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว เสด็็จเถลิิงถวััลยราชสมบัติัิ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงครองวัดบวรนิเวศวิหารจนถึงปี พ.ศ. ๒๓๙๓ ปรากฏว่าในปีนั้นพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระประชวร ครั้นถึงคืนวันที่ ๒ เมษายน พ.ศ. ๒๓๙๔ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสวรรคต พระบรมวงศานุวงศ์ เสนาบดี มุขมนตรีปรึกษาพร้อมกันกราบทูลอัญเชิญพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ เป็นพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลท ี่ ๔ แห่งกรุง รัตนโกสินทร์ ดังปรากฏความในจดหมายเหตุรัชกาลท ี่ ๔ “เร ื่ องต้นแรกทรงผนวช” ว่า “...ครั้น ณ วันพฤหัสบดี เดือน ๕ ขึ้น ๒ ค่ำ ปีกุน แต่ยังอยู่ในโทศก ศักราชยังเปน ๑๒๑๒ เพลาเช้าสองโมงเสศ ท่านเสนาบดีให้มาเชืนเสดจไปเสวยราชสมบัติ์ คิดกาลที่ได้เสดจ อยู่ในวัดบวรนิเวศ ๑๔ ปี กับ ๘๖ วัน อนึ่งถ้าจกระจายให้เลอียดเปนโมงวัน ได้ ๕๑๙๖ วัน กับ ๒๒ โมง ด้วยประการดังนี้ ๚” ๑๑๐ นอกจากนี้ยังปรากฏความในพระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลท ี่ ๔ ของ เจ้าพระยาทิพากรวงศ์ (ขำ บุนนาค) ว่า “...ครั้นรุ่งขึ้นวันพฤหัสบดี เดือนห้า ขึ้นสองค่ำ เวลาเช้า เจ้าพระยาพระคลังว่าที่สมุห พระกลาโหม พระยาราชสุภาวดีว่าที่สมุหนายก กับฃ้าราชการผู้ใหญ่ ผู้น้อย พร้อมกันเป็นอัน มาก พากันออกไปเชิญเสดจพระบาทสมเด็จพระอนุชาธิราช เจ้าฟ้ามงกุฎสมมุติเทวาวงษ์พงษ อิศรกระษัตริย์ ซึ่งสถิตย ณ วัดบวรนิเวศน์วรวิหารพระอารามหลวง...” ๑๑๑


154 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงผนวชตั้งแต่รัชกาลท ี่ ๒ จนสิ้นรัชกาลท ี่ ๓ ทรงจำพรรษาได้ ๒๗ พรรษา รวมเวลาท ี่ทรงครองวัดบวรนิเวศวิหารเป็นเวลา ๑๔ ปี ๘๖ วัน สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ทรงพระนิพนธ์ไว้ใน “โคลง พระราชประวัติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว” ว่า ๏ สิบสี่ปีแต่ตั้ง ปฏิบัติ สงเคราะห์สอนบริษัท ทั่วหน้า อาวาสวิหารจัด แปลงทุก ปีเอย การกิจบให้ช้า แปลกขึ้นทุกปี ฯ ๏ ปีจอพอสุดสิ้น สุรทิน พระนั่งเกล้าภูมินทร์ ล่วงแล้ว เสนายิ่งใหญ่ผิน พูดปฤก ษาเอย ทูลกระหม่อมพระเกล้า ผนวชสร้างครองถวัลย์ ฯ ๑๑๒ นอกจากนี้ยังปรากฏหลักฐานรายละเอียดในพระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลท ี่ ๔ ของเจ้าพระยาทิพากรวงศ์ (ขำ บุนนาค) ว่า “...ลุุศัักราช ๑๒๑๓ ปีีกุุน ตรีีศก เป็็นปีีที่่� ๑ ครั้้นรุ่่งขึ้้นวัันพฤหััสบดีี เดืือน ๕ ขึ้้น ๒ ค่ำ ำ� เวลาเช้้า เจ้้าพระยาพระคลััง ว่่าที่่�สมุุหพระกลาโหม ๑ พระยาราชสุุภาวดีีว่่าที่่�สมุุหนายก กัับ ข้้าราชการผู้้ใหญ่ผู้้น้่ ้อยพร้้อมกัันเป็็นอัันมาก พากัันออกไปเชิิญเสด็็จพระบาทสมเด็็จพระอนุุชา ธิิราช เจ้้าฟ้้ามงกุุฎสมมุติุิเทวาวงศ์์ พงศอิิศรกษััตริย์ิ์ ซึ่่�งสถิิต ณ วััดบวรนิิเวศวิหิารพระอารามหลวง แต่่บรรดาราษฎรทั้้งปวงก็นิ็ยิมชมชื่่�นรื่่�นเริิงร้้องอวยไชยถวายพระพร ตั้้งเครื่่�องสัักการบููชา เก็็บ ดอกไม้้ไปเรี่ ่� ยรายไว้้ตามสถลมารคเป็็นอัันมาก ข้้าราชการผู้้ใหญ่ผู้้น้่ ้อย หมู่องค่รัักษ์์แห่ห้่ ้อมล้้อมด้วย้สรรพศััตราวุธุแห่่มา หมู่พ่ราหมณ์์ ทั้้งหลายมิิได้บั้ ัตรหมายพากัันไปโปรยเข้้าตอกดอกไม้้ ตีีไม้้ บััณเฑาะว์์ เป่่าสัังข์์ นำำเสด็็จมาจนถึึง ๑๑๒ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์, พระราชประวัติในรัชกาลที่ ๔, หน้า ๕.


155 เรืือพระที่่�นั่่�ง เสด็็จทรงเรืือพระที่่�นั่่�งกราบประจำำทวีีปยาว ๑๘ วา ๒ ศอก โดยทางชลมารค มีี เรืือพระที่่�นั่่�งรอง เรืือข้้าราชการนำำตาม จุุกช่่องคลองใหญ่่น้้อยทั่่วทุ�ุกพนัักงาน เรืือพระที่่�นั่่�งออก ปากคลองบางลำำภููล่่องลงมาประทัับ ณ พระตำำหนัักน้ำำ พระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อย ซึ่งอยู่เป็นพนักงานรักษาพระราชนิเวศน์ ก็พร้อมกันไปคอยรับเสด็จอยู่ที่พระตำหนักน้ำหน้าพระราชวัง พระบาทสมเด็จพระอนุชาธิราช เสด็จทรงพระราชยาน ข้าราชการแห่ห้อมพร้อมตามเป็นกระบวนถ้วนทุกพนักงาน เสด็จเข้าสู่ พระราชวังสถาน ประทับศาลาหน้าพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ ผู้ใหญ่ผู้น้อย โดยเสด็จพระราชดำเนินเข้าไปสรงน้ำพระบรมศพ แล้้วเจ้้าพนัักงานทรงพระเครื่่�องต้้นตามขััตติิยราชประเพณีี เชิิญพระบรมศพเข้้าสู่่พระ โกษฐทองคำำจำำหลัักลายกุุดั่่�น ประดัับพลอยเนาวรััตน์์ ตั้้งกระบวนแห่่ออกประตููสนามราชกิิจ ไปประดิิษฐานไว้้ ณ พระที่่�นั่่�งดุุสิิตมหาปราสาทตามบุุราณราชประเพณีี แล้้วพระบรมวงศานุุวงศ์์ และข้้าราชการผู้้ใหญ่่ผู้้น้้อย เชิิญเสด็็จพระบาทสมเด็็จ พระอนุุชาธิิราช เจ้้าฟ้้ามงกุุฎสมมุุติิเทวาวงศ์์ พงศอิิศรกษััตริิย์์ ประทัับ ณ พระอุุโบสถวััด พระศรีีรััตนศาสดาราม ตั้้งกองล้้อมวงรอบวััด ชั้้นในองครัักษ์์ ๘ หมู่่อยู่่พิิทัักษ์์รัักษา แล้้วเชิิญ เสด็็จพระอนุุชาธิิราช เจ้้าฟ้้ากรมขุุนอิิศเรศรรัังสรรค์์ เสด็็จ ณ พลัับพลาหน้้าคลัังที่่�ไว้ปื้ ืนใหญ่่ใน พระราชนิิเวศน์์มหาสถาน ตั้้งกองป้้องกัันล้้อมวงองครัักษ์พิ์ ิทัักษ์์รัักษาอยู่่เหมืือนกััน ครั้้น ณ เวลาย่ำค่ำ ำ� พร้ ำ� ้อมด้วยพ้ระสงฆ์์ราชาคณะที่่�เป็็นประธานในพระพุทธุศาสนา และ พระบรมวงศานุุวงศ์์ผู้้ใหญ่่ผู้้น้้อย ข้้าราชการฝ่่ายทหารพลเรืือน บรรดาผู้้ใหญ่่ที่่�เป็็นประธาน พร้้อมใจในการปรึึกษา เรีียงคำำกราบทููลอััญเชิิญตามใจข้้าราชการทั้้งปวงเสร็็จแล้้ว จึึงนำำคำำ ปรึึกษาเข้้ามาในที่่�ประชุุมพร้้อมกััน เฝ้้าทููลละอองธุุลีีพระบาทสมเด็็จพระอนุุชาธิิราชเจ้้าทั้้ง ๒ พระองค์์ ในพระอุุโบสถวััดพระศรีีรััตนศาสดาราม พระยาพิพัฒนโกษาเป็นผู้อ่านคำปรึกษากราบบังคมทูลว่า กรมหมื่นนุชิตชิโนรส ศรี สุคตขัตติยวงศ์ ๑ พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าฤกษ์ ๑ พระพิมลธรรม (อู่) ๑ พระพุฒาจารย์ (สน) ๑ พระธรรมอุดม (เซ่ง) ๑ พระพรหมมุนี (ถึก) ๑ พระธรรมไตรโลก (จี่) ๑ พระโพธิวงศ์ ๑ พระเทพโมฬี ๑ พระเทพมุนี (กัน) ๑ พระเทพกวี (รอด) ๑ พระญาณรักขิต ๑ พระศรีวิสุทธิ


156 วงศ์ (ฟัก) ๑ พระอริยมุนี (ทับ) ๑ แลพระราชาคณะคามวาสีอรัญวาสี กับพระครูและพระสงฆ์ ฐานานุกรมเปรียญทั้งปวง ฝ่ายข้างพุทธจักรฝ่าย ๑ และฝ่่ายข้้างอาณาจัักรนั้้น กรมขุุนรามอิิศเรศร ๑ กรมหมื่่�นสวััสดิิวิิไชย ๑ กรมขุุนเดช อดิิศร ๑ กรมขุุนพิพิิธภููเบนทร์์ ๑ กรมหมื่่�นพิิทัักษเทเวศร ๑ กรมหมื่่�นวงศาสนิิท ๑ กรมหมื่่�น อมเรนทรบดิินทร์์ ๑ กรมหมื่่�นนรานุุชิิต ๑ กรมหมื่่�นธิิเบศรบวร ๑ กรมหมื่่�นอมรมนตรีี ๑ พระราชวงศานุุวงศ์์ผู้้ใหญ่่ผู้้น้้อยต่่างกรมและมิิได้้เป็็นกรม ฝ่่ายหน้้าฝ่่ายใน กัับข้้าทููลละอองธุุลีีพระบาท ท่่านเจ้้าพระยาพระคลััง ว่่าที่่�สมุุหพระกลาโหม ๑ ท่่าน พระยาศรีีพิิพััฒนรััตนราชโกษา ๑ ท่่านพระยาราชสุุภาวดีีว่่าที่่�สมุุหนายก ๑ ท่่านพระยาศรีี สุุริิยวงศ์์ จางวางมหาดเล็็ก ๑ และข้้าราชการผู้้ใหญ่่ผู้้น้้อยฝ่่ายทหารพลเรืือน ทั้้งพุุทธจัักรและ อาณาจัักร ปรึึกษาพร้้อมกัันว่่า สมเด็็จพระอนุุชาธิิบดีี เจ้้าฟ้้ามงกุุฎสมมุุติิเทวาวงศ์์ พงศอิิศร กษััตริิย์์ แลสมเด็็จพระเจ้้าน้้องยาเธอ เจ้้าฟ้้ากรมขุุนอิิศรเรศรรัังสรรค์์ ทรงพระปรีีชารอบรู้้ราช ประเพณีีผู้้ประเสริิฐล้ำำเลิิศในพระบรมราชวงศ์์ จึึงพร้้อมกัันขออััญเชิิญเสด็็จเถลิิงถวััลยราชย์์ มไหศวริิยสืืบมหัันตมหิิศรราชวงศ์์ ดำำรงสิิริิราชสมบััติิขััตติิยราชประเพณีีพระมหากษััตราธิิราช เจ้้าลำำดัับต่่อไป แล้วจึงพระบรมวงศานุวงศ์เสนาบดีข้าทูลละอองธุลีพระบาท ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บรรดามา ประชุมในขณะนั้น มีใจชื่นชมยินดียอมพร้อมกันได้กระทำสัตยานุสัตย์สาบานถวายตัวหน้า พระที่นัง่ทั้ง ๒ พระองค์ โดยความสุจริตทุกคน เป็นผ้บริสุ ูทธซ ิ์อสัต ื่ย์ต่อพระเดชพระคุณเที่ยงแท้ แลวท้รงพระราชดำริเห็นว่าพระวงศานุวงศ์มุขอำมาตย์ พร้อมใจกันเชิญเสด็จโดยความ ซื่อสัตย์สุจริต ครั้นจะไม่รับคำปรึกษาอัญเชิญขึ้นครอบครองสิริราชสมบัติ ก็จะเกิดการอุปัทว ภยันตรายกับพระบรมวงศานุวงศ์ เสนาบดี ไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินเดือดร้อนต่างๆ โดยกำลังทรง พระมหากรุณาเมตตาแก่คนทั้งปวงยิ่งนัก จึงทรงรับคำปรึกษาที่อัญเชิญขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ ทำนุบำรุงพระบวรพุทธศาสนา เสนาบดี ข้าทูลละอองธุลีพระบาท แลอาณาประชาราษฎรสืบต่อไป จึงตั้งการพิธีลาพระผนวช เจ้าพนักงานจัดพระแท่นไปตั้งข้างทักษิณทิศข้างพระอุโบสถเป็นที่สรงน้ำ มีเพดานราชวัติฉัตร ผ้าขาวล้อมรอบ เสนาบดก็เร่งรัดกันกระ ี ทำพลับพลาที่รับเสด็จประทับอยู่ก่อนในระหว่างโรงแสง


157 ต้น สำหรับจะได้ทรงว่าราชการแผ่นดิน กว่าจะถึงวันกำหนดพระฤกษ์พระบรมราชาภิเศก ครั้้น ณ วัันศุุกร์์ เดืือน ๕ ขึ้้น ๓ ค่ำ ำ� ได้้พระฤกษ์์ไชยมงคลในเวลา ๗ ทุ่่ม ทรงลาผนวช เสด็็จไปสรงน้ำำพระพุุทธปริิตรเสร็็จแล้้ว เสด็็จมาประทัับว่่าราชการอยู่่ที่่�พลัับพลาพััก” ๑๑๓ ต่่อมาเมื่่�อมีีการพระราชพิธีีิบรมราชาภิิเษกแล้้ว พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว โปรดเกล้้าฯ ให้จั้ดัการเสด็็จเลีียบพระนครทางชลมารคและได้้เสด็็จมายัังวัดับวรนิิเวศวิหิาร เพื่่�อ ทรงนมััสการพระชิินสีีห์์ดัังปรากฏความในพระราชพงศาวดารกรุุงรััตนโกสิินทร์์ รััชกาลที่่� ๔ ฉบัับเจ้้าพระยาทิิพากรวงศ์์ (ขำำบุุนนาค) ว่่า “...รุ่่งขึ้้น ณ วัันพุุธ เดืือน ๖ แรม ๖ ค่ำ ำ� เสด็็จออกเลีียบพระนครทางชลมารค พวก ข้้าทููลละอองผู้้ใหญ่่ผู้้น้้อย ราษฎรไพร่่บ้้านพลเมืืองไทยจีีน ที่่�อยู่่แพอยู่่เรืือนริิมน้ำำชวนกััน ตั้้งโต๊๊ะเครื่่�องบููชาอย่่างไทยจีีน จุุดประทีีปธููปเทีียนกระทำำสัักการบููชารัับเสด็็จรอบพระนคร มีีความชื่่�นชมโสมนััสยิินดีียิ่่�งนััก กระบวนพยหยุาตราทางชลมารคในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยูห่วั กระบวนเรือ เตรียมแห่รับเสด็จมีเรือแง่ทรายนำเสด็จไปหน้า ๖ ลำ ยาว ๑๐ วา มีธงหน้าธงท้าย มีปืนเปรียม นำเรือลำละบอก เจ้ากรมทหารปืนปากน้ำเป็นนายลำแต่งตัวนุ่งปูม สวมเสื้อเข้มขาบ โพกขลิบ ทอง พลแจวแต่งตัวสวมเสื้อแดง กางเกงขาว หมวกฝาชีลำละ ๖๐ คน มีเรือประตูแห่กระบวน หน้า เรือกัญญาพระเทพผลูนายลำซ้าย พระราชรองเมืองนายลำขวา แต่งตัวนุ่งปูมสวมเสื้อ เข้มขาบ โพกขลิบทอง ฝีพายสวมเสื้อแดงหมวกแดงลำละ ๒๕ คน เรือเหราลายกำมะลอมีกูบ จตุรมุขมีปืนใหญ่หน้าเรือบอก ๑ ฝรั่งแม่นปืนลำละ ๔ คน หลวงเสน่ห์สรชิตเป็นนายลำนุ่งปูม สวมเสื้อเข้มขาบ โพกขลิบทอง ฝีพายสวมเสื้อแดงหมวกแดงลำละ ๔๑ คน เรือแซคชรำบาญ ขวา เรือแซคชสารสินธุ์ซ้าย พระยารัตนจักร พระยาภักดีสงครามเป็นนายลำ เรือแซตลุมละเวง ขวา เรือแซตะเลงละวลซ้าย พระยาสีหราชา พระยาฤทธิคำรณภพเป็นนายลำ เรือแซวรวารขีวา เรือแซศรีปัทมสมุทรซ้าย พระยากำแหงหาญณรงค์ขวา พระยาจงใจหาญซ้ายเป็นนายลำ เรือ แซจรเข้คำรามร้องขวา เรือแซจระเข้คะนองซ้าย พระยาจัตุรงฤทธิ พระยาอัครศิริเป็นนายลำ เรือ ๑๑๓ เจ้าพระยาทิพากรวงศ์ (ขำ บุนนาค), พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที ๑ - ๔ เ่ล่ม ๒ (นนทบุร: ี ศรีปัญญา, ๒๕๕๕), หน้า ๑๕๑๑.


158 แซชิงไชเยศขวา เรือแซเพ็ชรปมคามูซ้าย พระยาแผลงศัตรูพระยาปราบปัจจามิตร เป็นนายลำ มีธงท้ายผูกปืนหน้าเรือ ฝรั่งแม่นปืนลำละ ๒ คน นายลำแต่งตัวเป็นรามัญ คนตีกรรเชียงแต่ง ตัวโพกผ้าเป็นรามัญ สวมเสื้อสีคราม เรือ ๑๐ ลำๆ ละ ๕๒ คนหมู่ ๑ ที่ ๒ เรือพาลีรั้งทวีปมีปืนหน้าเรือ ธงหักทองขวางหน้าเรือท้ายเรือเจ้าพระยาพระคลัง ว่าที่สมุหพระกลาโหม ซงโปรดฯ ใ ึ่ห้เรียกว่าเจ้าพระยาอัครอุดมบรมเสนาบดเป็นนา ี ยลำ แต่งตัว สวมมาลาสวมเสื้อตาดอย่างน้อย มีทนายแต่งตัวสวมเสื้ออัตลัดโพกแพรสีหมอบหน้าฝีพาย สวมกางเกงมัศลู่ ๖๐ คน เรือกัญญา พระยาเทพอรชุนเป็นนายลำขวา พระยาราชนิกูลเป็นนาย ลำซ้าย นุ่มปูมสวมเสื้อทรงประพาสหมวกตุ้มปี่ ฝีพายลำละ ๔๐ คน มีเรือสารวัตรตรวจ ๒ ลำ ขุนนางเป็นนายลำฝีพายลำละ ๒๓ คน เรือเอกไชยพื้นดำ มีธงหน้าธงท้าย กลางทรงพระไชย มีฉัตร ๕ ชั้น ปักเคียงมณฑป ตำรวจใหญ่ซ้ายเป็นนายลำ ฝีพาย ๕๘ คน เรือกัญญากลองนำ เสด็จ พระยาวิชิตรณรงค์ก็เป็นนายลำ แต่งตัวสวมเสื้อทรงประพาสหมวกตุ้มปี่ ตกีลองไปหว่าง กลาง ฝีพาย ๒๕ คน เรือกิ่งชลพิมานไชยขวา ไกรศรมารถซ้าย มีธงปักหน้าปักท้าย มีมณฑป กลางตั้งพระมหากฐิน วางผ้าทรงพระพทธุรปมูฉัตร ๕ ชั้นปัก ีซ้ายขวาข้างมณฑป เจ้าพนักงาน เป็นนายลำ ฝีพายลำละ ๕๒ คนหมู่ ๑ ที่ ๓ เรือกระบี่ ราญรอนราพณ์ขวา เรือกระบี่ปราบเมืองมารซ้าย มีธงหน้าเรือ มีคน กระทุ้งเส้า พระอนุรักษโยธา พระมหาสงครามเป็นนายลำ นุ่งปูมสวมเสื้อเข้มขาบโพกขลิบ ทอง ฝีพายลำละ ๓๕ คน เรือเสือทยานชลขวา เรือเสือคำรณสินธุ์ซ้าย มีคนกระทุ้งเส้า หลวง เดชสำแดง หลวงแสงสรสิทธิ์ เจ้ากรมทหารปืนปากน้ำเป็นนายลำ นุ่งปูมสวมเสื้อเข้มขาบโพก ขลิบทอง ฝีพายลำละ ๓๘ คน เรือโตขมังคลื่นขวา เรือโตฝืนสมุทรซ้าย มีคนกระทุ้งเส้า หลวง วิจารณโกษา หลวงโยธาภักดิร เจ้ากรมไพร่หลวงกรมสินค้าเป็นนายลำ นุ่งปมสูวมเสื้อเข้มขาบ โพกขลิบทอง ฝีพายลำละ ๓๐ คน เรือสางกำแหงหาญขวา เรือสางชาญชลสินธซุ์ ้าย มคนกระีทุ้ง เส้า หลวงพิทักษโยธา หลวงนราเรืองเดช เจ้ากรมไพร่หลวงอาสาใหม่ กรมท่าเป็นนายลำ นุ่ง ปูมสวมเสื้อเข้มขาบโพกขลิบทอง ฝีพายลำละ ๓๐ คน เรือเหราล่องลอยสินธุ์ขวา เรือเหราลีลา สมุทรซ้าย มคนกระีทุ้งเส้า หลวงวิเชียรไพชยนต์ หลวงสกลพิมาน เจ้ากรมไพร่หลวงกรมวังเป็น นายลำ นุ่งปูมสวมเสื้อเข้มขาบโพกขลิบทอง ฝีพายลำละ ๓๐ คน เรือกิเลนประลองเชิงขวา เรือ


159 กิเลนละเลิงชลซ้าย คนกระทุ้งเส้า หลวงเทพเดช หลวงสุรินเดช เจ้ากรมทำลุเป็นนายลำ นุ่งปมู สวมเสื้อเข้มขาบโพกขลิบทอง ฝีพายลำละ ๓๐ คน เรือมังกรจำแลงอาสาขวา เรือมังกรแผลงฤทธิ อาสาซ้าย มีธงหน้าเรือ มีคนกระทุ้งเส้า หลวงรามเดช หลวงเพ็ชรกำแหงเจ้ากรมอาสา ๖ เหล่า ซ้ายขวาเป็นนายลำ นุ่งปูมสวมเสื้อเข้มขาบโพกขลิบทอง ฝีพายลำละ ๓๐ คนหมู่ ๑ ที่ ๔ เรืออสุรวายุภักษ์ เรืออสุรปักษีหลวงศรสำแดงฤทธิ หลวงจงพยุห ปลัดเขนทอง ซ้ายขวาเป็นนายลำ นุ่งปมสูวมเสื้อเข้มขาบโพกขลิบทอง ฝีพายลำละ ๔๐ คน เรือครุฑเหินระเห็จ เรือครุฑเตร็จไตรจักร หลวงไชยเดชะ หลวงจัตุรงควิไชย ปลัดกรมเป็นนายลำ นุ่งปูมสวมเสื้อ เข้มขาบโพกขลิบทอง ฝีพายลำละ ๔๐ คน เรือสุวรรณเหราเรือเหราข้ามสมุทร นักสารดถือธง หักทองขวางหน้าเรือท้ายเรือมกีลองชนะทำด้วยเงิน ลำละ ๕ คน เจ้าพนักงานเป็นนายกำกับลำ นุ่งปมสูวมเสื้อเข้มขาบโพกขลิบทอง ฝีพายลำ ๔๘ คน มเรือก ีลองนำไปหว่างกลาง พระยาพิไชย รณฤทธิเป็นนายลำ นุ่งปูมสวมเสื้อทรงประพาส สวมหมวกตุ้มปี่ ฝีพายลำละ ๒๕ คน เรือมงคล สุบรรณ เรือศรสุีพรรณหงศ์ นักสารดถือธงหักทองขวางหน้าเรือท้ายเรือ มกีลองชนะทำด้วยเงิน ลำละ ๕ คน เจ้าพนักงานเป็นนายกำกับลำ นุ่งปูมสวมเสื้อเข้มขาบโพกขลิบทอง ฝีพายรวม ลำละ ๖๕ คน เรือกิงศร่ สมรรถไช ีย เรือกิงไกรแก้ ่วจักรรัตน์ มนักสารดถือ ีธงหน้าธงท้าย มมณฑป ี ตั้งพระเจดีย์เงิน พระสุพรรณบัฏ มีสังข์แตรงอนแตรฝรั่งลำละ ๑๗ คน เจ้าพนักงานเป็นนายลำ นุ่งปูมสวมเสื้อเข้มขาบโพกขลิบทอง ฝีพายลำละ ๖๕ คน เรือกิ่งศรีสุนทรไชย เรือกิ่งไกรสรจักร มีนักสารดถือธงหน้าธงท้าย มีคชาธารปักฉัตร ๗ ชั้น หมื่นสิทธิโสรม หมื่นภักดีศวร ตำรวจใน เป็นนายลำ นุ่งปูมสวมเสื้อเข้มขาบโพกขลิบทอง ฝีพายลำละ ๕๖ คน เรือกระโห้อาสาจามซ้าย ขวา หลวงลักษมนา หลวงสุรินทรภักดีเป็นนายลำ นุ่งปูมสวมเสื้อเข้มขาบโพกขลิบทอง ฝีพาย ลำละ ๓๕ คน เรือกระโห้อาสาจามซ้ายขวา หลวงศรเสน ขุนีวิชิตสงครามเป็นนายลำ นุ่งปมสูวม เสื้อเข้มขาบ โพกขลิบทอง ฝีพายลำละ ๓๕ คนหมู่ ๑ ที่ ๕ เรือดั้งซ้ายเรือกันขวา เรือดั้งกองกลางซ้ายขวา เรือดั้งตำรวจสนมซ้ายขวา เรือดั้ง ตำรวจนอกซ้ายขวา เรือดั้งตำรวจใหญ่ซ้ายขวา เรือดั้งตำรวจซ้ายขวา เรือดั้งล้อมวังซ้ายขวา เรือดั้งเกนหัดซ้ายขวา เรือดั้งอาสาวิเศษซ้ายขวา เรือดั้งนำหน้าฉานซ้ายขวา เรือดั้งผลาญสมุทร ซ้ายขวา เรือดั้งทองขวานฟ้าซ้าย เรือดั้งบ้าบิ่นขวา เรือ ๒๒ ลำมีนายกำกับลำถือปืนคาบศิลา


160 ลำละ ๔ คน นุ่งปูมสวมเสื้อเข้มขาบโพกขลิบทอง มีคนกระทุ้งเส้าลำละ ๒ คน ฝีพายลำละ ๔๕ คน มีเรือกัญญาสารวัตรไปกลางแถวลำ ๑ จมื่นสมุหพิมานเป็นนายลำ นุ่งปูมสวมเสื้อเข้มขาบ โพกขลิบทอง ฝีพาย ๓๕ คน ที่ ๖ เรือเอกไชยเหิรหาวซ้าย เรือเอกไชยหลาวทองขวา นักสารดถือธงหักทองขวางหน้า เรือท้ายเรือ มกีลองมะโหระทึกประโคมไปลำละ ๕ คน เจ้าพนักงานกำกับลำ นุ่งปมเสื้อเข้มขาบู โพกขลิบทอง ฝีพายลำละ ๔๕ คน มีเรือกลองนำเสด็จ พระยาพิไชยสงครามเป็นนายลำ นุ่งปูม สวมเสื้อทรงประพาสหมวกตุ้มปี่ ฝีพาย ๒๕ คน เรือในกระบวนหน้า ฝีพายสวมเสื้อแดง หมวก แดง กางเกงแดงทั้งสิ้น เรือกิงศร่ ประภัศรไช ี ยลำพระที่นัง่ทรง เรือกิงไกรสรมุข ่พระที่นังรอง ม่นักี สารดถือธงหักทองขวางหน้าท้าย มีมณฑปยอดเป็นพระที่นั่งประดับพลอยสีต่างๆ มีเศวตฉัตร ขาวลายทอง ๗ ชั้น ปักเคียงพระมณฑปซ้ายขวาเครืองส่งอภิรุมชุมสา ูยตั้งรายไปตามเรือ ฝีพาย สวมเสื้อสวมหมวกสวมกางเกงสักหลาดขลิบโหมด ๑๐๐ คน เรือกราบมีกัญญาผ้าหน้าโขนหัก ทองขวาง จางวางเจ้ากรม ปลัด ตำรวจหน้า ตำรวจหลัง ทหารในรักษาพระองค์กรมวังแสงต้น มหาดเล็กเป็นนายลำตามเสด็จ นุ่งปูมสวมเสื้อทรงประพาส หมวกตุ้มปี่ สวมเสื้อเข้มขาบโพก ขลิบทอง พายไป ๔ แถวๆ ละ ๖ ลำ เรือ ๒๔ ลำ เรือตาร้ายเกณฑ์หัดแสงปืนประทุนแดง ๔ ลำ พระอัคเนศร พระศรสำแดง จมื่นกงศิลป จมื่นก่งศร เป็นนายลำ แต่งตัวนุ่งปูมสวมเสื้อเข้ม ขาบโพกขลิบทอง บรรทุกปืนเครื่องอาวุธเตรียมไป ฝีพายสวมเสื้อแดงหมวกแดงกางเกงแดง ลำละ ๒๕ คน ถัดเรือตาร้ายลงมาอีกหมู่ ๑ เรือศรีประกอบเขียนลายทอง เรือสวัสดิ์ชิงไชย เรือ วิไลเลขา เรือรังษีทิพยรัตน์ เรือจักรพรรดิภิรมย์ เรือทินกรส่องศรี เรือมณีจักรพรรดิม่านทอง แย่ง เป็นเรือพระประเทียบ ๖ ลำ กรมฝ่ายในตามเสด็จ ฝีพายสวมเสื้อแดง หมวกแดง กางเกง แดง ลำละ ๕๐ คน อีกหมู่ ๑ เรือแซหมูชลจร เรือแซสุกรกำเลาะ เรือแซวิภัชนชล เรือแซอนนตสมุทร ๔ ลำ มีธง มีทวนปักท้าย พระยาเกียรติ์ พระยาพระราม พระยาปราบปัจจามิตร พระยาแผลงศัตรู เป็นนายลำ นุ่งปูมสวมเสื้อทรงประพาส หมวกตุ้มปี่ พลกรรเชียงแต่งตัวโพกศีร์ษะสวมเสื้อเป็น รามัญลำละ ๓๕ คน เรือกราบมีกัญญาประตูหลัง พระนรินทรเสนีพระราชเสนา (แทนพระศรี สหเทพ) เป็นนายลำ นุ่งปูมสวมเสื้อเข้มขาบโพกขลิบทอง ฝีพายลำละ ๓๕ คน หมู่ ๑


161 เรือกัญญาผกผ้าูหน้าโขนหักทองขวาง ผกู พู่ ผกดาูวลว้นเรือพระเจ้าน้องยาเธอ พระเจ้า ลูกยาเธอ พระเจ้าหลานเธอ พระเจ้าราชวรวงศเธอ แต่งพระองค์ทรงเครื่องฉลองพระองค์จีบ เอว สวมพระมหามาลาเส้าสูงปักขนนกตามเสด็จ ๒๓ ลำ ฝีพายลำละ ๕๐ คน ถัดลงมาถึงเรือ สุครีพครองเมือง ท่านพระยาศรีพพิ ัฒนรัตนราชโกษา ซงโปรดฯ ใ ึ่ห้เรียกว่าเจ้าพระยาบรมมหา พิชัยญาติ เสนาบดผี้ใูหญ่เป็นนายลำ แต่งตัวสวมมาลาเสื้อตาดอย่างน้อย มีธงหักทองขวางปัก หน้าปักท้ายเรือ ทนายแต่งตัวสวมเสื้ออัตลัดโพกแพรสีหมอบหน้า ฝีพายสวมกางเกงมัศลู่ ๖๐ คน เรือกราบมีกัญญาหมู่มุขมาตยาผู้ใหญ่ผู้น้อย ที่มิได้เข้ากระบวนเป็นนายลำ มีผ้าหน้าโขน ตาดเข้มขาบ ผูกดาว แต่งตัวนุ่งปูมสวมเสื้อทรงประพาส หมวกตุ้มปี่ ๓๖ ลำ ฝีพายสวมกางเกง ต่างๆ ลำละ ๔๐ คนบ้าง ๓๐ คนบ้าง หมู่ ๑ เรือเก๋งพั้ง ขุนนางจีนเจ้าภาษี แต่งตัวอย่างขุนนาง เมืองจีนตามเสด็จไปเบื้องหลัง ๒๐ ลำ ฝีพายสวมกางเกง เสื้อกั๊ก หมวกจีโบ ขุนนางน้อยๆ ซึ่ง มิได้เข้ากระบวนแห่ ขี่เรือสำปั้นยาว ๖ วา ๗ วา ๘ วา ฝีพายลำละ ๑๔ คน ๑๕ คน ๒๐ คนบ้าง คอยตามเสด็จไปเบื้องหลังเป็นอันมาก เจ้าพนักงานจัดเรือกระบวนใหญ่น้อยพร้อมแลว้เป็นพล พาย ๑๐,๐๐๐ เศษ เป็นเรือกระบวน ๒๖๙ ลำ เรือนอกกระบวนประมาณ ๕๐ ลำเศษ จึงเลื่อน เรือพระที่นังมาประ่ทับคอยรับเสด็จที่พระตำหนักท่าราชวรดิตถ์ เรือกระบวนหน้าหลังก็ออกเป็น คู่ๆ ลำดับกันไป ครั้นได้มหาพิไชยฤกษ์เสด็จสรงสนานทรงเครื่องต้นสำหรับพระมหากษัตราธิราชเสร็จ แล้ว เสด็จพระราชดำเนินลงมาเรือพระที่นั่งกระบวนหน้าฝรั่งนายทหารแม่นปืนยิงสลุตลำละ ๓ นัด ทหารปืนในเรือกำปั่นหลวง ชื่อพุทธอำนาจก็ยิงปืนรับ ๒๑ นัด กำปั่นขุนนาง เรือจีน ลูกค้าก็ยิงปืนคำนับลำละ ๓ นัดทุกลำ แล้วเคลื่อนพยุหยาตราโดยทักษิณรอบพระนคร ถึงพระ อารามวัดบวรนิเวศน์วรวิหาร เสด็จจากเรือพระที่นั่งขึ้นทรงพระราชยานเสด็จทางสถลมารค เข้าไปในพระอุโบสถ ทรงจุดธูปเทียนบชานมัสการูพระพทธุชินสีห์ ถวายไทยธรรมแก่พระสงฆ์ ราชาคณะอันดับเสร็จแล้วเสด็จกลับ ให้เคลื่อนพยุหกระบวนแห่ยาตราเรือพระที่นั่งไปถึงวัด อรุณราชวรารามหยุดประทับเรือพระที่นั่ง เสด็จเข้าไปในพระอุโบสถทรงจุดธูปเทียนบูชาพระ รัตนตรัย นมัสการถวายไทยธรรมแก่พระสงฆ์ราชาคณะอันดับเสร็จแล้ว เสด็จกลับมาประทับ เรือพระที่นั่งอยู่ที่พระตำหนักท่าราชวรดิตถ์ พระบรมวงศานุวงศ์ผู้ใหญ่ข้างหน้าข้างในซึ่งมิได้


162 ตามเสด็จ พร้อมกันมาคอยรับเสด็จเข้าในพระราชวัง แลเมือเสด็จ่พระราชดำเนินเลียบพระนคร ทางชลมารคนั้น โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เจ้าพนักงานกลึงไม้เป็นรปผูลกัลปพฤกษ์ทาแดง ทาเขียว มเงินอ ียู่ข้างในไว้มากกว่าหมืน ่ทรงโปรยตามกระแสชลพระราชทานให้ไพร่ฟ้าประชากร ซึ่งมาคอยสรรเสริญถวายพรเชยชมพระบรมโพธิสมภารรอบพระนคร สิ้นพระราชทรัพย์ เป็นอันมาก เสร็จการพระราชพิธีบรมราชาภิเศกและการเลียบพระนคร ในพระบาทสมเด็จฯ พระจอมเกล้าเจ้าอยูห่วัแลว้ และธรรมเนียมในการอุปราชาภิเศกตำแหน่งกรมพระราชวังบวรแต่ ก่อนๆ มา มีธรรมเนียมลดหย่อนน้อยกว่าพระราชวังหลวงหลายอย่าง มิได้มีแห่เลียบพระนคร และสรงพระกระยาสนานน้ำมุรธาภิเศก แต่ครั้งนี้ พระบาทสมเด็จฯ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงพระคุณธรรมอันมหาประเสริฐ ทรงพระราชดำริเห็นว่า สมเด็จพระอนุชาธิราชเจ้าก็ทรง พระปรชารอบรี ้การในูพระนครและการต่างประเทศ และขนบธรรมเนียมต่างๆ และศิลปศาสตร์ ในการณรงคสงครามเป็นอันมาก พระบรมราชวงศานุวงศ์และเสนาบดข้าีทูลละอองธลีพุระบาท ผ้ใูหญ่ผ้น้อูยก็นิยมยินดนับถือมาก เมื ีอกระ่ทำสัตย์สาบานถวายก็ได้ออกพระนามทั้ง ๒ พระองค์ พระบาทสมเด็จฯ พระจอมเกล้าเจ้าอยูห่วัมีพระทยัสนิทเสน่หายงนัก ม ิ่การณรงคสงครามคับขัน ี มาประการใด จะได้ให้เสด็จไปเป็นจอมพยุหโยธาทหารทั้งปวง ปราบปรามปัจจามิตรข้าศึก ศัตร มูีพระเดชานุภาพจะได้เหมือนพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยูห่วัเสด็จพระราชดำเนิน เหมือนกัน เพราะดังนั้น จึงหาได้จัดการพระราชพิธีอุปราชาภิเศกอย่างกรมพระราชวังบวร สถานมงคลแต่ก่อนๆ ไม่ จึงโปรดฯ พระราชทานให้มียศใหญ่กว่าแต่ก่อน ก็ได้จารึกพระนาม ประดิษฐานไว้ในแผ่นพระสุพรรณบัฏ มีพระนามอันวิเศษคล้ายกับพระนามพระบาทสมเด็จฯ พระจอมเกล้าเจ้าอยูห่วัพระบรมวงศานุวงศ์เสนาบดข้าีทูลละอองธลีพุระบาทผ้ใูหญ่ผ้น้อูย ก็ได้ ออกพระนามว่า พระบาทสมเด็จฯ พระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว รับพระราชโองการทั้ง ๒ พระองค์ ก็ ผิดกันแต่คำนำหน้าที่ว่ารับพระบรมราชโองการและรับพระบวรราชโองการเท่านั้น และซึ่งจะ กระทำการพระราชพธีิบวรราชาภิเศกนั้น ก็แม้นๆ กันกับการพระราชพธีิบรมราชาภิเศก...” ๑๑๔ ๑๑๔ เจ้าพระยาทิพากรวงศ์ (ขำ บุนนาค), พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที ๑ – ๔ เ่ล่ม ๒ (นนทบุร: ี ศรีปัญญา, ๒๕๕๕), หน้า ๑๕๓๙.


163 ๑๑๕ ประชุุมพระราชนิิพนธ์์ภาษาไทยในพระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว (กรุุงเทพฯ: โรงพิิมพ์์สำำนัักงานพระ พุุทธศาสนาแห่่งชาติิ, ๒๕๔๘). หน้้า ๓๘. พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััวประชวรเสด็็จสวรรคตวัันที่่� ๑ ตุลุาคม พ.ศ. ๒๔๑๑ สิิริิพระชนม์์ นัับพระชนมายุุเรีียงปีีได้้ ๖๕ พระพรรษา ๑๑๕ นัับพระชนมายุุโหราตามจัันทรคติิได้้ ๖๔ พระพรรษา


165 บรรณานุุกรม คณะกรรมการจัดพิมพ์เอกสารทางประวัติศาสตร์ สำนักนายกรัฐมนตร, ีประชุมศิลาจารึกภาค ที่ ๖ ตอนที่ ๑. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์สำนักทำเนียบนายกรัฐมนตรี, ๒๕๑๗. จดหมายเหตุ รัชกาลท ี่ ๔ เลขท ี่ ๔๔ ข้อ ๒ จดหมายเหตุ รัชกาลท ี่ ๔ เลขท ี่ ๑๓ ข้อ ๖ จอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว, พระบาทสมเด็็จพระ. ประชุุมพระราชนิิพนธ์์ภาษาบาลีีในรััชกาลที่่� ๔. พระนคร: มหามกุุฏราชวิิทยาลััย, ๒๕๑๕. จอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ. พระราชหัตถเลขา. กรุงเทพฯ: มหามกุฏราชวิทยาลยั, ๒๕๒๑. จอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ. อุโบสถศีลกถา พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้า อยหัู่ ว ทรงพระราชนพนธิ ์แต่ยังทรงผนวช ถวายพระบาทสมเด็จพระนงเั่กล้าเจ้า อยู่หัว. พระนคร: โรงพิมพ์ไทย, ๒๔๕๙. จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ. พระราชวิจารณ์ในพระบาทสมเด็จพระ จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เร ื่ องจดหมายเหตุความทรงจำของพระเจ้าไปยิกาเธอ กรมหลวงนรินทรเทวี (เจ้าครอกวัดโพธิ์). นนทบุรี: ศรีปัญญา, ๒๕๕๒. จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ. “เรองพระราช ื่ ประวัติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว,” ในเร ื่ องพระราชประวัติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว. กรุงเทพฯ: มหามกุฏราชวิทยาลัย, ๒๕๔๗. ดำรงราชานุภาพ, สมเด็จฯ กรมพระยา. ประวตัิบุคคลสำคัญ. กรุงเทพฯ: บรรณาคาร, ๒๕๑๗. ดำรงราชานุภาพ, สมเด็จฯ กรมพระยา. “พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมอก ื่ อนเสว่ย ราชย์ พ.ศ. ๒๓๔๗ - ๒๓๙๔,” ใน เรอง ื่ พระราชประวตัพิระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว. กรุงเทพฯ: มหามกุฏราชวิทยาลัย, ๒๕๔๗.


166 ตำนานวัดบวรนิเวศวิหาร. กรุงเทพฯ: มหามกุฏราชวิทยาลัย, ๒๕๔๐. ทิพากรวงศ์ (ขำ บุนนาค), เจ้าพระยา. พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที ๑ – ๔ ่ เล่ม ๑. นนทบุรี: ศรีปัญญา, ๒๕๕๕. ทิพากรวงศ์ (ขำ บุนนาค), เจ้าพระยา. พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที ๑ - ๔ ่ เล่ม ๒. (นนทบุรี: ศรีปัญญา, ๒๕๕๕. ทิพากรวงศ์ (ขำ บุนนาค), เจ้าพระยา. พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ ๔. กรุงเทพฯ: บริษัทพิมพ์ดี, ๒๕๔๗. ทิพากรวงศมหาโกษาธิบดี (ขำ บุนนาค), เจ้าพระยา. พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ ๓. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร, ๒๕๓๘. นราธิปปิระพัันธ์์พงศ์์, กรมพระ. โคลงลิิลิิตมหามกุุฏราชคุุณานุุสรณ์์. กรุุงเทพฯ: สำนัำ ักพิิมพ์์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ๒๕๔๗. นริิศรานุุวััดติิวงศ์์ และสมเด็็จฯ กรมพระยาดำำรงราชานุุภาพ, สมเด็็จฯ เจ้้าฟ้้ากรมพระยา. สาส์์นสมเด็ ็ จ เล่่ม ๒๒. พระนคร: คุุรุุสภา, ๒๕๐๕. ประชุุมพระราชนิิพนธ์์ภาษาบาลีีในพระบาทสมเด็ ็ จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว. กรุุงเทพฯ: โรงพิิมพ์สำ์ ำนัักงานพระพุุทธศาสนาแห่่งชาติิ, ๒๕๔๗. ประชุุมพระราชนิิพนธ์์ภาษาไทยในพระบาทสมเด็ ็ จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว. กรุุงเทพฯ: โรงพิิมพ์สำ์ ำนัักงานพระพุุทธศาสนาแห่่งชาติิ, ๒๕๔๗. ประชุุมหมายรัับสั่่�งภาค ๔ ตอนที่่� ๑ สมััยกรุุงรัตนั โกสินิทร์์ รััชกาลพระบาทสมเด็จพ ็ ระนั่่�ง เกล้้าเจ้้าอยู่หั่� วัจ.ศ. ๑๑๘๖ – ๑๒๐๓. กรุุงเทพฯ: คณะกรรมการชำำระประวััติิศาสตร์์ไทย และจััดพิิมพ์์เอกสารทางประวััติิศาสตร์์และโบราณคดีีสำำนัักเลขาธิิการนายกรััฐมนตรีี, ๒๕๓๖. ปวเรศวริยาลงกรณ์, สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยา. พระราชประวัติในรัชกาลที่ ๔. กรุงเทพฯ: มหามกุฏราชวิทยาลัย, ๒๕๔๗. ปวเรศวริยาลงกรณ์, สมเด็จฯ กรมพระยา. ลิลิตพงศาวดารเหนือ. พระนคร: โรงพิมพ์ท่า พระจันทร์, ๒๕๑๐.


167 พงศาวดารเหนอ เรื องเชิญพระชินศร ื่ มาวั ีดบวรนิเวศน์และ ฯลฯ, หอสมุดแห่งชาติ, จ.ศ. ๑๒๑๗, เลขท ี่ ๑๒๙, หมวดจดหมายเหตุรัชกาลท ี่ ๔. เรอง ื่ ต้นแรกทรงผนวช, หอสมุดแห่งชาติ, สมุดไทยดำ, ม.ป.ป., เลขท ๒๒๔, ี่ หมวดจดหมายเหตุ รัชกาลท ี่ ๔. ศิลปากร, กรม. เรอง ื่ พระปฐมเจดีย์ กรมศิลปากรตรวจสอบชำระใหม.่ กรุงเทพฯ: ศิวพร, ๒๕๐๖. สมณศาสน พระเถระธรรมยุติกา มีไปยังลังกาทวีป พระบาทสมเด็จฯ พระจอมเกล้า เจ้าอยหัู่ ว ทรงพระราชนพนธิ ์เปนภาษามคธ เมอยังทรงผ ื่ นวช. พระนคร: โรงพิมพ์ บำรุงนุกูลกิจ, ๒๔๖๘. สวดมนต์ฉบับหลวง ของ สมเด็จพระสังฆราช (ปุสฺสเทว). กรุงเทพฯ: มหามกุฏราชวิทยาลยั, ๒๕๕๓. หมายรับสั่ง รัชกาลท ี่ ๒ จ.ศ. ๑๑๘๖ เลขท ี่ ๒๒ สมุดไทยดำ หมายรับสั่ง รัชกาลท ี่ ๒ จ.ศ. ๑๑๔๖ เลขท ี่ ๒๒ สมุดไทยดำ หมายรับสั่ง รัชกาลท ี่ ๒ จ.ศ. ๑๑๘๖ เลขท ี่ ๒๒ สมุดไทยดำ หมายรับสั่ง ปีมะโรง จ.ศ. ๑๒๐๖ (พ.ศ. ๒๓๘๗)


169 ภาคผนวกที่่� ๑ หมายรัับสั่่�งรััชกาลที่่� ๔ เกี่่�ยวกัับวััดบวรนิิเวศวิิหาร เสด็จพระราชดำเนินถวายพระตำหนัก วัดบวรนิเวศน์ ทางสถลมารค วััน ฯ๑๒ ๘ ค่ำ ำ� ปีีกุุญตรีีนิิศก ด้้วยพระยารัักษ์์มณเฑีียรรัับพระบรมราชโองการใส่่เกล้้าฯ ทรงพระกรุุณาโปรดเกล้้าฯ สั่่�งว่่า ณ วััน ฯ๑๓ ๘ ค่ำ ำ� เพลาเช้้า จะเสด็็จพระราชดำำเนิินทางสถลมารค ออกประตููวิิเศษไชยศรีี เลี้้ย�วป้้อมเผด็็จดัษักรตรงไปเข้้าถนนโรงม้้าข้้ามตะพานช้้างตรงไปถนน สี่ ่�กั๊๊�ก เลี้้�ยวขึ้้�นไปถนนบ้้านตะนาวข้้ามตะพานช้้างบ้้านพระยาอนุุชิิตราชาตรงไปวััดบวรนิิเวศน์์ ครั้้�นถวายตำหนัำ ักแล้้วเสด็็จกลัับมาทางเสด็็จฯ เดิินเข้้าพระบรมมหาราชวัังนั้้�น ให้้เกณฑ์์ เจ้้ากรม ปลััดกรม ขุุนหมื่่�น ตั้้�งกองจุุกช่่องรายทางนั้้�น เกณฑ์์แลให้ผู้้ ้ซึ่่�งต้้องเกณฑ์์ทั้้�งนี้้�ให้้เร่่งไปตั้้�งกอง แต่่ ณ วััน ฯ ๘ ค่ำ ำ� เพลาย่ำ ำ� ฆ้้องรุ่่�งให้้ทัันรัับเสด็็จฯ ให้้เจ้้ากรม ปลัดักรม คอยหมอบรัับเสด็็จฯ จงทุุกกองอย่่าให้้ขาดได้้ตามรัับสั่่�งฯ อาษาวิเศษซ้าย ตงอั้ยู่ถนนนาวังเจ้า ่ ฟ้าพระองค์กลาง หลวงพลอาไศรย์ ๑ ขุนหมน ๑๐ ื่ รวม ๑๑ ตั้้�งอยู่่�ถนนริิมโรงช้้างไปวััดมหาธาตุุ ขุุนรามรณฤทธิ์์� ๑ ขุุนหมื่่�น ๑๐ รวม ๑๑ ตั้้�งอยู่่�ถนนน่่าหอพระสััศดีีหลวงจตุุรงคโยธา ๑ ขุุนพิิไชยชาญยุุทธ ๑ ขุุนหมื่่�นซ้้ายขวา ๑๐ รวม ๑๒ ตงอั้ยู่ถนนตรอกบางกรมขุนราม อาษาวิเศษขวา หลวงเสนานนท์ ๑ ขุนหมน ๑๐ รวม ๑๑ ื่ ตงอั้ยู่ถนนนาเ่ตาฟืนทางลงไปวัดพระเชตุพน กรมวัง หลวงพิมานไพชยนต์ ๑ ขุนหมน ื่ ๑๐ รวม ๑๑ ตงอั้ยู่ถนนตรอกตึกดินริมตะพานช้างโรงส กองกีลางซ้าย ขุนจงใจหาญ ๑ ขุนหมน ๑๐ ื่ รวม ๑๑


170 ตงอั้ยู่ถนนโรงสไีปวังกรมหมนไกรสรวิชิ ื่ ต อาษาใหม กรมวัง ่หลวงสกลพิมาน ๑ ขุนหมน ื่ ๑๐ รวม ๑๑ ตั้งอยู่ถนนตรอกศาลเจ้าครุฑ กองกลางขวา ขุนผลาญไพริน ๑ ขุนหม ื่ น ๑๐ รวม ๑๑ ตั้งอยู่ถนนศรีดัดด้านใต้ หลวงไกรนารายน์ ๑ หลวงไชยเดชะ ๑ ขุนหม ื่ น ๑๐ รวม ๑๒ ตงอั้ยู่ถนนศิริตดัไปวัดสุทัศน์ หลวงจัตุรงค์วิไชย ๑ หลวงไกรเทพ ๑ ปลดักรม ๒ ขุนหมน ื่ ๑๐ รวม ๑๔ ตั้งอยู่ถนนน่าวัดใหม่บ้านตะนาว อาษาซ้าย หลวงรามสรเดช ๑ หลวงรามเตชะ ๑ ปลัดกรม ๒ ขุนหม ื่ น ๑๐ รวม ๑๒ ตงอั้ยู่ตีนตะพานช้างบ้านตะนาวด้านเหนอ อาืษาขวา หลวงเพชรกำแหงปลดั ๑ ขุนหมน ื่ ๖ รวม ๗ ตั้งอยู่ตีนตะพานช้างบ้านตะนาวด้านใต้ เขนทองขวา หลวงศรสำแดงฤทธิ์หลวงสิทธิ์ สำแดงรณ ปลัดกรม ๒ ขุนหม ื่ น ๑๐ รวม ๑๒ ตงอั้ยู่ที่ถนนทจะไ ี่ ปวัดชะนะสงครามตึกดิน เขนทองซ้าย หลวงนรารณฤทธิ์หลวงวิชิต สรพล ปลัด ๒ ขุนหม ื่ น ๑๐ รวม ๑๒ ตั้งอยู่ถนนวัดรังษรีต่อวัดบรมนิเวศ บ้านใหม่ ขุนฤทธิ์พิไชยปลัด ๑ ขุนหม ื่น ๕ โพเรียง ขุนตระชาพลปลัด ๑ ขุนหม ื่น ๕ รวม ๑๒ ตั้งอยู่น่าป้อมยุคนธร เขนทองซ้าย พระยาวิชิตณรงค์ เจ้ากรม ๑ ขุนหม ื่น ๑๕ รวม ๑๖ เกณฑ์ขนกระเบ ื้ องเคลือบเปลี่ยนพระอุโบสถ พระวิหาร วัดบวรนิเวศน์ ด้้วยมีีรัับสั่่�งพระเจ้้าพี่ย ่� าเธอ กรมหมื่่�นอิินทรอััมเรศ โปรดเกล้้าฯ สั่่�งว่่า จะให้้ขนกระเบื้้�อง เคลืือบเปลี่่� ยนพระอุุโบสถ พระวิิหาร วััดบวรนิิเวศน์์นั้้�น ให้้ชัักเลขการเลขกองประจำำ การใน หมู่่�ให้้ได้้ ๑๐ คนนั้้�น เกณฑ์์แลให้ผู้้ ้ซึ่่�งต้้องเกณฑ์์ทั้้�งนี้้�เอาตััวเลขมาส่่ง ณ ศาลาลููกขุุน แต่่ ณ วััน ฯ ๓ ๘ ค่ำ ำ� เพลาเช้้า ตามรัับสั่่�งฯ ช่วงล่าง ๒ สามพระคลัง ๓ เวนสนม ๑ หลวงนเรนทร์ ๒ กองหม ื่ นราม ๑


171 หลวงเพชลูเสนี ๒ ทำทางเข้า ๑ ๑๐ คน ทำศาลาลูกขุน ๒ แห่พระสุพรรณบัตรกรมหมื่นบวรรังสีสุริยพันธุ์แต่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ไปวัดบวรนิเวศน์ วััน ฯ ๘ ๙ ค่ำ ำ� ปีีกุุญ ตรีีนิิศก ด้้วยเจ้้าพระยาเสนาบดีีผู้้ใหญ่่ในกรมวัังรัับพระบรมราช โองการใส่่เกล้้าฯ ทรงพระกรุุณาโปรดเกล้้าฯ สั่่�งว่่า พระบวรวงษ์์เธอ พระองค์์เจ้้าฤกษ์์ จะได้้ เลื่่�อนขึ้้�นเป็็นกรมหมื่่�นบวรรัังษรีีสุริุยพัิ ันธุ์์ จะได้้แห่่พระสุุพรรณบัตัร ณ วัดัพระศรีีรัตันศาสดาราม ออกประตููวิิเศษไชยศรีี ไปเลี้้�ยวสี่ ่�กั๊๊�กตรงขึ้้�นไปวััดบวรนิิเวศบรมเชฐทาราม แต่่ ณ วััน ฯ ๘ ๙ ค่ำ ำ� เพลาเช้้า ให้้เกณฑ์์ยกเอาเลขนายการนายกองประจำำ การในหมู่่� ถืือธง ตีีกลองชะนะ เชิิญจนเครื่่�องสููง หามราชยาน เป็็นอัันมากนั้้�น เกณฑ์์แลให้้ผู้้ซึ่่�งต้้องเกณฑ์์ทั้้�งนี้้�เอาเลขส่่งให้้ แก่่เจ้้าพนัักงาน แต่่ ณ วััน ฯ ๘ ๙ ค่ำ ำ� เพลาเช้้า ให้้ทัันกำำหนดตามรัับสั่่�งฯ ถือธงมังกร ในหมู่ ๒ ตำรวจ ๓๐ ล้อมวังทำตำหนัก ๓๐ รวม ๖๐ ตีกลองชะนะ ฝีพาย ๒๐ หามปี่พาทย์นายประตูซ้ายขวา ๘ เชิญเครื่ องสูง ในหมู่ ๑๓ ล้อมวังทำตำหนัก ๕ รวม ๑๘ หามพระราชยาน กงในหมู่ ๘ ล้อมวังทำตำหนัก ๔ รวม ๑๒ หล่อ ช้าง, ม้า, สิงห์โต, นกอินทรี วัดบวรนิเวศน์ อนึง เพ่ลาบา่ย ๓ โมง นายขำตำรวจวังมาสัง ่ด้วยขุนอินทรพนิจบรรจงเจ้ากรมชาง่ หล่อ รับสังพระเจ้าพ่ ี่ยาเธอ กรมหลวงมหิศวรินทรรามเรศ ใสเก่ล้าฯ สังว่ า ใ ่ห้ชาง่ หล่อๆ ช้าง ม้า สิงโต นกอินทร ที โรง ี่ หล่อในพระบรมมหาราชวัง อนึง ใ ่ห้พระศรสีหเทพ จา่ยอิฐขนาดกลางให้กับรอง งาน ๔ ตำรวจ ๒๐๐๐ แผ่น สำหรับจะได้ก่อเตาหล่อช้าง ม้า สิงโต นกอินทรี อนึ่ง ให้รองงาน ๔ ตำรวจไปเบิกอิฐขนาดกลางต่อพระศรีสหเทพ ๒๐๐๐ แผ่น แล้วให้รองงาน ๔ ตำรวจขนอิฐ ๒๐๐๐ แผ่นขึ้นมาส่งท ี่โรงหล่อในพระบรมมหาราชวัง แต่ ณ วัน ฯ ๙ ค่ำ เพลาเช้า ตามรับสั่งฯ


172 เสด็จถวายผ้าไตรพระสงฆ์วัดบวรนิเวศน์ แลห่มผ้าพระพุทธรูปวัดบวรนิเวศน์ ทางสถลมารค ให้จุกช่องล้อมวง วััน ฯ๙ ๔ ค่ำ ำ� ปีีฉลููเบญจศก มีีหมายเวนนายแกว่่นมาว่่า ด้้วยเจ้้าพระยาธรรมาธิิกรณ์์ รัับพระบรมราชโองการใส่่เกล้้าฯ ทรงพระกรุุณาโปรดเกล้้าฯ สั่่�งว่่า ณ วััน ฯ๑๐ ๔ ค่ำ ำ� เพลาบ่่าย เสด็็จพระราชดำำเนิินทางสถลมารคออกประตููวิิเศษไชยศรีีไปทางโรงม้้าเลี้้�ยวถนนศิิริิตััดบ้้าน ตะนาวไปวััดบวรนิิเวศน์์ ประทัับทรงถวายผ้้าไตรเสร็็จแล้้วจะเสด็็จทางริิมกำำแพงตรงออก ประตููฤทธิิบาทข้้ามตะพาน วััดปริินายกไปวััดบรมนิิวาศ ทรงห่่มผ้้าพระพุุทธรููปแล้้ว เสด็็จฯ กลัับทางวัดัเทพธิดิามาถนนเสาชิิงช้้า ให้้เกณฑ์์เจ้้ากรม ปลัดักรม สมุหุ บาญชีีตั้้�งกองรายทางรัับ เสด็็จฯ นั้้�นเกณฑ์์ แลให้ผู้้ ้ซึ่่�งต้้องเกณฑ์์ทั้้�งนี้้�ให้้ไปเบิิกหอกปลายปืืนหอกคู่่� ต่่อเจ้้าพนัักงานแล้้ว ให้้มีีหวายมีีฆ้้องสำำหรัับกองจงทุุกกอง ให้้เร่่งไปตั้้�งกอง แต่่ ณ วััน ฯ๑๐ ๔ ค่ำ ำ� เพลาเที่ ่� ยง แต่่ นี้้�สืืบไปให้้ผู้้นั่่�งกองบัังคัับบ้้านตามริิมทางให้้ออกมาหมอบรัับเสด็็จฯ น่่าบ้้านจงทุุกบ้้าน ที่่�เป็็น โรงเช่่าแลเรืือนกะท่่อมเล็็กน้้อยนั้้�น ให้ผู้้นั่่ ้ �งกองตรวจตราค้้นคว้้าให้ทั่่้ �วน่่าบ้้านหลัังบ้้าน อย่่าให้มีี้ อ้้ายคนร้้ายเข้้าไปแอบแฝงอยู่่�ได้้ ถ้้าเกิิดเหตุุขึ้้�นในน่่าที่ ่�ผู้้นั่่�งกองๆ ใด จะมีีโทษกัับเจ้้าน่่าที่ ่� ตาม โทษานุุโทษ อย่่าให้้มีีใจประมาทแต่่ครั้้�งหนึ่่�งได้้เป็็นอัันขาด ตามรัับสั่่�งฯ เสด็จถวายไตรพระสงฆ์ ๑๒๐ รป ทีู่วัดบวรนิเวศน์แลว้ประทับพลับพลาใหมริม่ กำแพงวัด อนึ่่�ง เพลาทุ่่�มเศษ นายสัังตำำรวจวัังมาสั่่�งว่่า เมื่่�อพระยารัักษ์์มณเฑีียรรัับพระราชโองการ ใส่่เกล้้าฯ ทรงพระกรุุณาโปรดเกล้้าฯ สั่่�งว่่า ณ วัันที่่� ฯ๑๐ ๔ ค่ำ ำ� เพลาบ่่าย จะเสด็็จพระราชดำำเนิิน ทางสถลมารคไปทรงถวายไตรพระสงฆ์์ ๑๒๐ รููป ณ วััดบวรนิิเวศน์์ แล้้วจะเสด็็จประทัับที่ ่� พลัับพลาปลููกใหม่่ริิมกำำแพงวััด นั้้�นให้้กรมพระนครบาลจััดนัักโทษไปกวาดยัักเยื่่�อแลคุุมฝอย แลปราบมููลดิินที่น่่� าพลัับพลาให้้ราบเตีียนอย่่าให้้เปนลุ่่�มดอนอยู่่�ได้้ ให้้เร่่งไปทำำแต่่ ณ วัันที่่� ฯ๙ ๔ ค่ำ ำ� ให้้แล้้วอย่่าให้้ค้้างอยู่่�ได้้เป็็นอัันขาดทีีเดีียวตามรัับสั่่�งฯ


173 เสด็จทางสถลมารค ทรงจุดเทียนพรรษาวัดบวรนิเวศน์ วััน ๔ ฯ๑๕ ๘๘ ค่ำ ำ� ปีีฉลููเบญจศก มีีหมายเกณฑ์์นายควรมาว่่า ด้้วยพระยาบำำเรอภัักดิ์์� รัับพระราชโองการใส่่เกล้้าฯ ทรงพระกรุุณาโปรดเกล้้าฯ สั่่�งว่่า ณ วัันที่่� ฯ ๒ ๘๘ ค่ำ ำ� เพลาบ่่ายโมง หนึ่่�ง จะเสด็็จฯ ทางสถลมารค ไปวััดบวรนิิเวศน์์ เข้้าคลองบางลำำภูู เมื่่�อเสด็็จกลัับๆ ทาง คลองป้้อมบางลำำภูู ให้้เกณฑ์์ยกเอาเลขนายด้้านนายกองประจำำ การในหมู่่�พายเรืือดั้้�งเรืือ กลองนำำ เสด็็จฯ เปนอัันมากนั้้�นเกณฑ์์ แลให้้ผู้้ซึ่่�งต้้องเกณฑ์์ทั้้�งนี้้�เอาเลขส่่งให้้แก่่นายเรืือ เจ้้าพนัักงานแต่่ ณ วััน ฯ ๑ ๘๘ ค่ำ ำ� จะได้้ยกเรืือลง ครั้้�นรุ่่�งขึ้้�น ณ วััน ฯ ๒ ๘๘ ค่ำ ำ� เพลาบ่่าย จะได้้พายเรืือนำำ เสด็็จฯ อย่่าให้้ขาดได้้ตามรัับสั่่�งฯ พายเรือดั้งคู่ชักซ้าย กองหลวงราชโยธาเทพ ทำเก๋งทำตำหนัก ๑๗ กองหลวงสุเรนทร์ วิชิต ๗ กองหลวงอาษาสำแดง ๗ กองหลวงโยธานุรักษ์ ๗ กลองหลวงนราภักดี ๗ รวม ๔๕ ฯ พายเรืือตั้้�งคู่ชั่� ักขวา กองหลวงอภััยพิิทัักษ์์ ๕ กองหลวงพิิมานไพชยนต์์ ๕ กลองหลวง วิิสููตรโยธามาตย์์ ๑๕ กลองหลวงอภััยรณฤทธิ์์� ๑๕ กองพระหฤไทย ๕ รวม ๔๕ ฯ พายเรือกลอง กองพระยาสีหราชเดโชไชย ทำพุทธรัตนสถานทำมูลมณเฑียร ๒๕ ฯ ส่งดินเหนียวหล่อฐานพระชินศรี อนึ่่�ง เพลาบ่่าย ๔ โมงเศษ นายศุุขตำำรวจวัังมาสั่่�งว่่า ด้้วยขุุนอิินทรพิิจิิตรบรรจง เจ้้ากรมช่่างหล่่อ รัับสั่่�งพระเจ้้าพี่ย ่� าเธอ กรมหลวงมหิิศวริินทร์์รามเรศใส่่เกล้้าฯ สั่่�งว่่า ดิินเหนีียว ที่่�จะประสมทรายเข้้าฐานพระชิินศรีีทั้้�งจะปั้้�นองค์์พระเจดีีย์์หล่่อด้้วยทองสููง ๕ วานั้้�น หาพอ จะใช้้การไม่่ จึึงมีีรัับสั่่�งให้้เกณฑ์์ดิินเหนีียวบางขวดก้้อนใหญ่่รอบ ๓ กำำ ๒๐๐๐ ก้้อน ให้้ท่่าน ผู้้รัักษาเมืืองกรมการกรุุงเก่่าเห็็นกัับราชการ อย่่านอนใจอย่่าให้้เนิ่่�นช้้า เร่่งรัดจััดแจงแต่่งคนแล เรืือบรรทุุกดิินเหนีียวลงมาส่่ง ณ กรุุงเทพฯ แต่่ในเดืือนแปดอุตุราสาธแรม ๑๕ ค่ำ ำ� ปีีฉลููเบญจศก ส่่งให้กั้ ับเจ้้าพนัักงานที่่�โรงหล่่อในพระบรมมหาราชวัังตามรัับสั่่�งฯ


174 หล่อฐานพระชินศรี อนึ่่�ง เพลาเช้้า ๓ โมง นายมีีตำำรวจวัังมาสั่่�งว่่า ด้้วยขุุนอิินทรพิิจิิตรบรรจง เจ้้ากรม ช่่างหล่่อ รัับสั่่�งพระเจ้้าพี่ ่� ยาเธอ กรมหลวงมหิิศวริินทรรามเรศร์์ โปรดเกล้้าฯ สั่่�งว่่า กำำหนด หล่่อฐานพระชิินศรีีที่่�โรงหล่่อในพระบรมมหาราชวััง ณ วัันที่่� ฯ๗ ๖ ค่ำ ำ� เพลาเช้้า ๒ โมงนั้้�น ให้้เจ้้าพนัักงานกรมสรรพากรจัดัเอาอ่่างขนาดใหญ่่ ๑๐ ใบ หม้้อทนนรองขี้้�ผึ้้�ง ๑๐ ใบ กำำหนด ให้้เอามาส่่งที่่�โรงหล่่อ ณ วััน ฯ๑ ๖ ค่ำ ำ� เปนการเร็็ว อย่่าให้้ขาดได้้ตามรัับสั่่�งฯ หล่อฐานพระชินศรี อนึ่่�ง เพลาบ่่าย ๓ โมงเศษ นายพิิมานนายเวรกรมวัังมาสั่่�งว่่า ด้้วยขุุนอิินทรพิิจิิตร บรรจง เจ้้ากรมช่่างหล่่อ รัับสั่่�งพระเจ้้าพี่ย ่� าเธอ กรมหลวงมหิิศวริินทร์์รามเรศร์์ใส่่เกล้้าฯ สั่่�งว่่า จะเสด็็จออกทรงหล่่อฐานพระชิินศรีีที่่�โรงหล่่อในพระบรมมหาราชวััง ณ วััน ฯ๑๓ ๗ ค่ำ ำ� เพลาเช้้า โมง ๑ อนึ่่�ง ให้้ล้้อมพระบรมมหาราชวััง เกณฑ์์คนตัักน้ำ ำ�ให้้เต็็มทั้้�ง ๘ อ่่าง แต่่ ณ วััน ฯ๑๒ ๗ ค่ำ ำ� เพลาเช้้าโมง ๑ อนึ่่�ง ให้้ชาวพระคลัังราชการ เอาเสื่่�อลวดมาปููรัับให้้พอทางเสด็็จ พอเจ้้าเฝ้้า พอขุุนนางเฝ้้า แต่่ ณ วััน ฯ ๑๓ ๗ ค่ำ ำ� เพลาเช้้าโมง ๑ อนึ่่�ง หมายบอกข้้าราชการผู้้ใหญ่่ผู้้น้้อย ฝ่่ายทหารพลเรืือนเข้้าเฝ้้าให้ทั้ ันเสด็็จออกทรงหล่่อ อนึ่่�ง ให้้เจ้้าพนัักงานในกระบวนนำำกระบวน ตามเสด็็จทุุกพนัักงานให้้พร้้อมกััน อนึ่่�ง ให้้เทวาทิิศพิินิิจอัันตรา เอานาฬิิกา เอาฆ้้องไชยมา เตรีียมประโคมให้้ทัันทรงหล่่อ อนึ่่�ง ให้หมื่้ ่�นไฉนไพเราะห์์ หมื่่�นราชาราช จััดปี่่�พาทย์์สำำรัับ ๑ เข้้ามาเตรีียมประโคมให้้ทัันส่่งหล่่อ ณ วััน ฯ๑๓ ๗ ค่ำ ำ� เพลาเช้้าโมง ๑ อนึ่่�ง ให้้ในนายแควน นายคลัังสวนนายระวางจััดเอาสิ่่�งของเข้้ามาทููลเกล้้าฯ ถวาย ณ วััน ฯ ๑๓ ๗ ค่ำ ำ� เพลาเช้้าโมง ๑ อนึ่่�ง ให้้กำำนัันตลาดกรุุงเทพฯ เอาเข้้าหอ ๑๓๐๐ ห่่อกัับสิ่่�งของทููลเกล้้าฯ ถวายเอามาส่่งกัับ เจ้้าพนัักงานที่่�โรงหล่่อในพระบรมมหาราชวััง ณ วััน ฯ ๑๓ ๗ ค่ำ ำ� เพลาเช้้าโมง ๑ อนึ่่�ง ให้้ชาว พระคลัังในขวาจ่่ายผ้้าขาววงษาล ๔ แขน ปููศาล ๒ แขน จ่่ายให้้กัับชาวหล่่อแต่่ ณ วััน ฯ ๗ ค่ำ ำ� เพลาเช้้าโมง ๑ อนึ่่�ง ให้้กรมนาจ่่ายเข้้าสารนาสวนให้้กัับวิิเศษกลาง ๒ ถััง แต่่ ณ วััน ฯ ๑๒ ๗ ค่ำ ำ� เพลาค่ำ ำ� เผาพิิมพ์์ ครั้้�นรุ่่�งขึ้้�น ณ วััน ฯ ๑๓ ๗ ค่ำ ำ� เพลาเช้้าหล่่อ ให้้วิิเศษกลางต้้มเข้้าต้้มแลแต่่ง สำำรัับเข้้าต้้ม ๕ สำำรัับ แต่่ ณ วััน ฯ ๑๒ ๗ ค่ำ ำ� เพลาค่ำ ำ� มาเลี้้�ยงช่่างเพลา ๒ ทุ่่�มตามรัับสั่่�งฯ


175 หล่่อฐานพระชิินศรีี ณ วััน ฯ ๑๓ ๗ ค่ำ ำ� อนึ่่�ง เพลาเช้้า ๔ โมง นายศรีีตำำรวจวัังมาสั่่�งว่่า ด้้วยขุุนอิินทรพิิจิิตร เจ้้ากรมช่่างหล่่อ รัับสั่่�งพระเจ้้าพี่ ่� ยาเธอ กรมหลวงมหิิศวริินทร์์รามเรศร์์ใส่่เกล้้าฯ สั่่�งว่่า กำำหนดจะหล่่อฐาน พระชิินศรีีที่่�โรงหล่่อในพระบรมมหาราชวััง ณ วััน ฯ ๑๓ ค่ำ ำ� เพลาเช้้าโมง ๑ อ่่างหม้้อรองขี้้�ผึ้้�งหา พอจะใช้้ไม่่นั้้�น เจ้้าพนัักงานพระคลัังสรรพากรจัดัเอาหม้้อทนนรองขี้้�ผึ้้�ง ๒๐ ใบ อ่่างใส่่ดิินฉาบ ๒๐ ใบ ให้้เร่่งมาส่่งที่่�โรงหล่่อในพระบรมมหาราชวัังแต่่ ณ วััน ฯ ๗ ค่ำ ำ� เพลาเช้้าโมง ๑ เป็็นการ เร็็วตามรัับสั่่�งฯ ให้้งดการหล่่อฐานพระชินิ ศรีีในวััน ฯ ๗ ๗ ค่ำ ำ�ก่่อน แน่่เมื่่�อใดจึึงจะสั่่�งอิิก อนึ่่�ง เพลาบ่่าย ๓ โมง นายตำำรวจวัังมาสั่่�งว่่า ด้้วยขุุนอิินทรพิจิติรบรรจง เจ้้ากรมช่่างหล่่อ รัับสั่่�งพระเจ้้าพี่ ่� ยาเธอ กรมหลวงมหิิศวริินทร์์รามเรศร์์ใส่่เกล้้าฯ สั่่�งว่่า จะเสด็็จฯ ทรงหล่่อ ฐานพระชิินศรีีที่่�โรงหล่่อในพระบรมมหาราชวััง ณ วััน ฯ๗ ๗ ค่ำ ำ� เพลาบ่่ายโมง ๑ นั้้�น ให้้เจ้้า พนัักงานจััดแจงในการหล่่อฐานพระชิินศรีีนั้้�น ให้้งดเสีียก่่อน เปนแน่่เมื่่�อใดจึึงจะสั่่�งมาครั้้�ง หลัังนั้้�น ให้้มหาดไทย กลาโหม พระศััสดีีหมายบอกให้้รู้้จงทั่่�วทุุกหมู่ทุ่� ุกกลุ่่�มทุุกพนัักงาน ตาม รับสั่งฯ แห่ฉลากภัตรไปวัดบวรนิเวศน์ มีลครฉลองน่าพระอุโบสถ อนึ่่�ง เพลาบ่่าย ๔ โมง นายทองตำำรวจวัังมาสั่่�งว่่า ด้้วยพระยาอภัยัรณฤทธิ์์� รัับพระบรม ราชโองการใส่่เกล้้าฯ ทรงพระกรุุณาโปรดเกล้้าฯ สั่่�งว่่า กำำหนดจะได้้แห่่ฉลากภััตรไปวััดบวร นิิเวศมีีละครฉลองน่่าพระอุุโบสถ ณ วััน ฯ ๙ ๘ ค่ำ ำ� เพลาเช้้าโมง ๑ นั้้�น ให้้ชาวพระคลัังราชการ จััดเสื่่�อสาดไปปููตามพระระเบีียงตามศาลา ปููที่่� ลครจะเล่่นให้้พอ เร่่งไปปููแต่่ ณ วััน ฯ ๘ ๘ ค่ำ ำ� เพลาบ่่าย อนึ่่�ง ให้้สนมพลเรืือนไปผููกม่่านแต่่งที่ที่ ่� ่�เจ้้าจอม, ที่่�เจ้้า, หม่่อมข้้างในตามศาลาให้้พอ อนึ่่�ง ให้้ชาวพระคลัังศุภรัุตัน พระคลัังมหาสมบััติิจัดัอาศนกระโถนขัันน้ำ ำ�ไปแต่่งตั้้�งถวายพระสงฆ์์ ให้้พอ เจ้้าพนัักงานซึ่่�งสั่่�งมาทั้้�งนี้้�ไม่่แจ้้งว่่าจะไปปููไปแต่่งไปผููก ก็็ให้้ไปเรีียนถามต่่อผู้้รัับสั่่�ง อย่่าให้้ ขาดได้้ตามรัับสั่่�งฯ


176 จัดกระดานกระจกเหรียญแขวนเสาพระอุโบสถวัดบวรนิเวศน์ อนึ่่�ง เพลาบ่่าย ๒ โมงเศษ นายหอมตำำรวจวางเวรนายสุุวรรณมาสั่่�งว่่า ด้้วยพระยา บำำเรอภัักดิ์์� รัับพระบรมราชโองการใส่่เกล้้าฯ ทรงพระกรุุณาโปรดเกล้้าฯ สั่่�งว่่า ให้้พระเจ้้า น้้องยาเธอ กรมขุุนสถิิตย์์สถาพรกำำกัับช่่างทำำกระดานกระจกเหรีียญแขวนเสาพระอุุโบสถ วััดบวรนิิเวศน์์ การไปทำำเสร็็จแล้้วจะได้้ลงสีีลาดเขีียนให้้งามดีีนั้้�นให้้หมื่่�นนิิตสมุุห์์บาญชีีช่่าง สิิบหมู่จั่� ัดช่่างเขีียนซ้้าย ๒ ขวา ๒ คน ไปส่่งถวายกรมขุุนสถิิตสถาพรที่ ่� วััง แล้้วให้ทำ้ ำหมายนี้้� ตีีตราประทัับต่่อผู้้รัับสั่่�งแล้้ว ทููลพระเจ้้าน้้องยาเธอ กรมหลวงเทเวศวััชริินทร์์ให้้ทราบเร่่งจััด ช่่างมาส่่งแต่่ ณ วััน ฯ ๑๐ ๙ ค่ำ ำ� ปีีขาลฉศก อย่่าให้้ขาดได้้ตามรัับสั่่�งฯ ข้างในทำขนมเบ ื้อง ให้จ่ายฟืนแสม ๖๐๐ อนึ่่�ง เพลาบ่่าย ๓ โมง นายมงตำำรวจวัังสั่่�งว่่า ด้้วยพระยารัักษ์์มณเฑีียร รัับพระบรม ราชโองการใส่่เกล้้าฯ ทรงพระกรุุณาโปรดเกล้้าฯ สั่่�งว่่า ซึ่่�งสั่่�งมาแต่่ก่่อนท่่านพนัักงานข้้างใน จะไปให้้ไฟทำำขนมเบื้้�อง ขนมครก กัับสิ่่�งของถวายพระสงฆ์์ ณ วััดบวรนิิเวศน์์ ณ วััน ฯ๑๔๑ ค่ำ ำ� เพลาเช้้า สั่่�งมาครั้้�งก่่อนนั้้�นให้้จ่่ายฟืืนแสม ๒๐๐๐ มััดให้้ยกเสีีย ให้จ่่ ้ายฟืืนแสมรอนขนาดกลาง ๖๐๐ ดุ้้น อย่่าให้้ขาดได้้ตามรัับสั่่�งฯ อนึ่่�ง เพลา ๓ ทุ่่�มเศษ นายชงตำำรวจวัังสั่่�งว่่า ด้้วยพระยารัักษ์์มณเฑีียร รัับพระบรม ราชโองการใส่่เกล้้าฯ ทรงพระกรุุณาโปรดเกล้้าฯ สั่่�งว่่า ณ วััน ฯ๑๔๑ ค่ำ ำ� เพลาเช้้า เจ้้าจอม มารดางิ้้�วกัับท่่านข้้างในจะไปทำำขนมเบื้้�องแลสำำรัับคาวหวานเลี้้�ยงพระสงฆ์์ วััดบวรนิิเวศน์์ สิ้้�นทั้้�งพระอารามนั้้�น ให้้สนมพลเรืือนจััดเสื่่�ออ่่อน เสื่่�อรวด ม่่าน ไปแต่่งสำำหรัับข้้างในให้้พร้้อม อนึ่่�ง ให้้ชาวพระคลัังราชการจัดัเสื่่�อรวดไปปููสำหรัำ ับข้้าราชการที่่�ไปช่่วยปรนนิบัิัติิพระสงฆ์์ให้้พอ อนึ่่�ง ให้้ตำำรวจวัังทนายเลืือกไปยกสำำรัับคาวหวานขนมเบื้้�อง ถวายพระสงฆ์์ให้ทั้ ันเพลา อนึ่่�ง ให้้ชาวพระคลัังมหาสมบััติิจากกะโถนขัันน้ำ ำ� ๕๐ สำำรัับ คลัังศุุภรััตนจััดอาศนไปแต่่งให้้พอ ให้้ เจ้้าพนัักงานทั้้�งนี้้�ไปที่่� วััดบวรนิิเวศน์์ แต่่ ณ วััน ฯ๑๔๑ ค่ำ ำ� เพลาเช้้าโมง ๑ ตามรัับสั่่�งฯ


177 ข้างในทำขนมเบ ื้ องเลี้ยงพระวัดบวรนิเวศน์ อนึ่่�ง เพลาบ่่าย ๓ โมงเศษ นายพิิบุุญมาสั่่�งว่่า ด้้วยพญารัักษ์์มณเฑีียร รัับพระบรม ราชโองการใส่่เกล้้าฯ ทรงพระกรุุณาโปรดเกล้้าฯ สั่่�งว่่า ณ วััน ฯ๑๔๑ ค่ำ ำ� เพลาเช้้า ท่่านข้้างใน จะออกไปทำำขนมเบื้้�องเลี้้�ยงพระสงฆ์์ ณ วััดบวรนิิเวศน์สิ้้์ �นพระสงฆ์์ทั้้�งพระอารามนั้้�น ให้้หลวง อิินทรโกษาทำำตั๋๋�วให้้เจ้้าภาษีีฟืืนมััดให้้ขุุนหมื่่�นวัังนอก ๒๐๐๐ มััด จะได้้ส่่งให้ท่่ ้านข้้างในใส่่ไฟ ขนมเบื้้�องที่ ่� วััดบวรนิิเวศน์์ เร่่งจ่่ายให้้แต่่ ณ วััน ฯ ๑๓ ๑ ค่ำ ำ� เพลาบ่่าย ให้้ครบจำำนวน อนึ่่�ง ให้้ ขุุนหมื่่�นวัังนอกรัับตั๋๋�วต่่อหลวงอิินทรโกษาเบิิกฟืืน ๒๐๐๐ มััด ต่่อเจ้้าภาษีีไปส่่งให้้ท่่านข้้างใน จะได้ทำ้ ำขนมเบื้้�องที่วั ่� ดับวรนิิเวศน์์แต่่ ณ วััน ฯ๑๔๑ ค่ำ ำ� เพลาย่ำฆ้ ำ� ้องรุ่่�ง อย่่าให้้ขาดได้ต้ามรัับสั่่�งฯ ยกฐานพระชินศรีที่วัดบวรนิเวศให้ไปคอยประโคม อนึ่่�ง เพลงเช้้าโมง ๑ นายชงตำำรวจวัังมาสั่่�งว่่า ด้้วยนายพิิไนยราชกิิจ มหาดเล็็ก รัับ พระบรมราชโองการใส่่เกล้้าฯ ทรงพระกรุุณาโปรดเกล้้าฯ สั่่�งว่่า ณ วัันขึ้้�น ๖ ค่ำ ำ� เดืือน ๘ เพลาบ่่าย พระสงฆ์์ ๑๐ รููปจะได้้สวดพระพุุทธมนต์์ ครั้้�นรุ่่�งขึ้้�น ณ วัันเดืือน ๘ ขึ้้�น ๗ ค่ำ ำ� เพลาเช้้า พระสงฆ์จะได้รับพระราชทานฉัน แล้วจะได้ยกฐานพระชินศรีท ี่วัดบวรนิเวศน์นั้น ให้หม ื่ น ราชาราช หม ื่ นฉลาดกลองชวา หม ื่ นเสน่หราชา หม ื่ นปรีดาราช หม ื่นไฉนไพเราะ หม ื่ นเทวา ทิศ จัดปี่พาทย์ กลองแขก ฆ้องไชย แตรงอน แตรฝรั่ง สังข์ สำหรับสั่งให้ไปเตรียมประโคมที่ วัดบวรนิเวศน์ อนึ่ง ให้ชาวพระคลังศุภรัตน พระคลังมหาสมบัติ จัดอาศนกะโถนขันน้ำไปด้วย เตรียมตงแั้ต่งทวัี่ ดบวรนิเวศน์ทัง ๒ เพ้ลา เจ้าพนักงานซงสั ึ่งมาทั่งน้เร ี้ งเอาไ ่ ปตงแั้ต่คอยเตรียม ให้ทันเพลา อย่าให้ขาดได้ตามรับสั่งฯ จ่ายเคร ื่ องมือให้เมืองราชบุรีไปทำศิลาแดง เขาเนินหินลับ มาทำเขื่อนวัดบวรนิเวศน์ อนึง เพ่ลาเช้า ๓ โมงเศษ นาย...มาสังว่า ่ด้วยเจ้าพระยาศรสุริ ียวงษ์ สมุหพระกลาโหม รับพระบรมราชโองการใส่เกล้าฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สั่งว่า พระยาราชบุรีบอกหนังสือ แต่งให้หม ื่นรักษ์โยธาเข้ามารับพระราชทานเหล็กเครื่ องมือออกไปทำศิลาแดง เขาเนินหินลับ


178 แขวงเมองราชบุรื เข้ามาท ี ำเขอนวั ื่ ดบวรนิเวศน์เป็นอันมาก โปรดเกล้าให้พระราชทานเอาเหล็ก เครองม ื่ อออกไ ื ปให้พระยาราชบุรีตามบอกเข้ามานัน ใ ้ห้เจ้าพนักงานชาวพระคลังในขวาจา่ยเอา เหล็กเครื่ องมือพเนิน ๕๐ พลา ๑๐๐ ลิ่ม ๒๐๐ ค้อน ๑๕๐ เหล็กดี ๒ ถัง ให้กับหม ื่นรักษ์โยธา กรมการ ให้เร่งจ่ายแต่ ณ วัน ฯ ๑ ค่ำ ตามรับสั่งฯ ชักพระพุทธรูป แต่วัดสุทัศน์ไปวัดบวรนิเวศน์ ปีชวด จ.ศ. ๑๒๒๖ รัชกาลที่ ๔ อนึ่ง เพลา ๓ โมงเศษ นายอิน นายรอง เสมียนตรากรมวังมาสั่งว่า ด้้วยพระยาบำำเรอภัักดิ์์� รัับพระบรมราชโองการใส่่เกล้้าฯ ทรงพระกรุุณาโปรดเกล้้าฯ สั่่�งว่่า จะได้้ชัักพระพุุทธรููปแต่่วััดสุุทััศน์์เทพวรารามไปวััดบวรนิิเวศน์์ แล้้วจะได้้สดัับปกรณ์์ พระอััฐิิ พระเจ้้าลููกเธอ กรมหมื่่�นวิิศณุุนารถนิิภาธร สมเด็็จพระเจ้้าลููกเธอ เจ้้าฟ้้าจัันทรมณฑล โสภณภควดีี ณ วััน ฯ ๗ ๕ ค่ำ ำ� พระสงฆ์์ ๑๐ รููปจะได้้สวดพระพุุทธมนต์์ที่่�ศาลาวััดสุุทััศน์์เทพ วราราม ณ วัันรุ่่�งขึ้้�น ณ วััน ฯ ๘ ๕ ค่ำ ำ� เวลาเช้้า พระสงฆ์์จะได้้รัับพระราชทานฉััน ครั้้�นเวลาบ่่าย พระสงฆ์์ ๕๐ รููปจะได้้สวดพระพุุทธมนต์ที่์วั ่� ดับวรนิิเวศน์์ รุ่่�งขึ้้�น ณ วััน ฯ ๙ ๕ ค่ำ ำ� เวลาเช้้า พระสงฆ์์ ๕๐ รููป จะได้รั้ับพระราชทานฉัันนั้้�น ให้้กรมล้้อมพระราชวัังสานกระจาดก้้นกว้้างศอกคืืบ ๒๐ ใบ กรมพระนครบาลสานกระจาดก้้นกว้้างศอกคืืบ ๔๐ ใบ เบิิกไม้้เบิิกหวายต่่อชาวพระคลัังราชการ มาสานให้้พอ แล้้วให้้เอามาส่่ง ณ วััน ฯ๖๕ ค่ำ ำ� เช้้า ที่ ่� ทิิมสงฆ์์ แล้้วให้้เบิิกกระดาษต่่อชาวพระ คลัังในซ้้ายมาปิิดให้้พอ อนึ่่�ง ให้้ชาวพระคลัังราชการจ่่ายไม้้จ่่ายหวายให้้กรมล้้อมพระราชวััง กรมพระนครบาลสานกระจาดให้้พอ ๖๐ ใบ อนึ่่�ง ให้้ชาวพระคลัังในซ้้ายจ่่ายกระดาษสีีให้้กรม ล้้อมพระราชวััง กรมพระนครบาลปิิดกระจาดให้้พอ ๖๐ ใบ อย่่าให้้ขาดได้ต้ามรัับสั่่�งฯ


Click to View FlipBook Version