29 แลว้ให้เบิกเสืออ่อนต่อชา่วพระคลังราชการไปแต่งที่ๆ เกยๆ ละ ๒ ผืน แลว้ให้เอาพรม ไปแต่งที่เกยๆ ละ ๒ ผืน ทั้ง ๘ เกย อนึ่ง ให้ชาวพระคลังราชการเอาเสื่อลวดไปปูในพระอุโบสถ เมื่อวันทรงผนวชให้เต็ม แล้วให้จ่ายเสื่ออ่อนให้สนมพลเรือนปูเกย ทั้ง ๘ เกยๆ ละ ๒ ผืน เสื่อ ๑๖ ผืน อนึ่ง ให้ชาวพระราชยานจัดเสลี่ยงงาหามพระเจ้าลูกเธอ พระเจ้าหลานเธอ ๘ เสลี่ยง แล้วให้รับเลกต่อพันพุฒ พันเทพราช มาหามเสลี่ยง ให้ครบทั้ง ๘ เสลี่ยง ทั้ง ๒ วัน อนึ่ง ให้ฆ้องไชย มโหรี ปี่พาทย์ กลองแขก แตร สังข์ ไปคอยประโคมเมื่อวันเวียนพระ เทียน วันทรงผนวช ทั้ง ๒ วัน แล้วให้เอานาฬิกาไปตั้งด้วย อนึ่ง ให้ตำรวจหลัง ตำรวจวัง ยกสำรับคาวหวานถวายพระสงฆ์เพลาเพล ๓๐ รูป อนึ่ง ให้ล้อมวังสานกระจาดก้นกว้าง ๑ คืบ ๕ นิ้ว ปากกว้างสมควร ๓๘ ใบ เข้าขอบ ผูกหวายบิดกระดาษ มีคานหามจงทุกใบ แล้วให้เหลาไม้กลัดเย็บกระทงเจิม กำละ ๔๐ อัน ทั้ง ๖๐ กำ ให้เร่งเอากระจาดไม้กลัดเข้าไปส่ง ณ ทิมดาบชาววัง แต่ ณ วันเดือน ๘ ขึ้น ๘ ค่ำ แล้ว ให้ตักนำ้ใส่อ่างจนีที่คลังในไปตั้งหน้าพระอุโบสถ สำหรับถวายพระสงฆ์ แลว้ให้คอยตักเพม อิ่ย่า ให้น้ำขัดสนได้ อนึง ใ ่ห้กรมพระนครบาลทำสังเวียนฟางข้าว ไปวางที่ตนบันได ีพระอุโบสถ สำหรับเช็ด เท้าพระสงฆ์คู่หนึ่ง อนึ่ง ให้ชาวพระบรรทมจัดเขนย จัดเสื่ออ่อน ถวายจงทุกพระองค์ แล้วให้เอาเข้าไปตั้ง สมโภชเวียนพระเทียน อนึ่ง ให้กรมนาจ่ายข้าวสารให้แก่วิเสท สำหรับใส่กระจาดๆ ละ ๕ ทะนาน ข้าว ๓๘ กระจาด ข้าว ๙ ถัง ๑๐ ทะนาน ให้เร่งจ่ายแต่ ณ วันเดือน ๘ ขึ้น ๘ ค่ำ อนึ่ง ให้ครูพิธีชีพ่อพราหมณ์ เข้าไปเจิมแว่นเวียนพระเทียนพระเจ้าลูกเธอ หลานเธอ ณ วันเดือน ๘ ขึ้น ๙ ค่ำ เพลาบ่ายโมงครึ่ง อนึง ใ ่ห้ข้าพระแก้วมรกตจัดแจง ปัดแผ้วในพระอุโบสถ อย่าให้เป็นผงเป็นละอองอยู่ได้ อนึง ใ ่หหลว้งราชฤทธานนท์ หลวงนนทเสน เกณฑ์เลกประตไปถางูหญ้าที่เกย อย่าให้รกอยู่ได้
30 จะได้โปรยเงิน แล้วให้ยกสำรับคาวสำรับหวาน แต่โรงวิเสทเข้าไป ณ พระอุโบสถ ณ วันเดือน ๘ ขึ้น ๑๐ ค่ำ เพลคาว ๔๗ สำรับ หวาน ๔๗ สำรับ อนึ่ง ให้ข้าทูลละอองผู้ใหญ่ผู้น้อย ฝ่ายทหารพลเรือนทุกหมู่ทุกกรม ให้เข้าไปรับแว่น เวียนพระเทียน ณ พระที่นั่งจักรพรรดิพิมานให้พร้อมกัน ณ วันเดือน ๘ ขึ้น ๙ ค่ำ เพลาบ่าย โมงครึ่ง อย่าให้ขาดได้ อนึ่่�ง ให้้สัังฆการีีนิิมนต์์พระสงฆ์์ อุุปััชฌาย์์ พระสงฆ์์คู่่สวด พระสงฆ์์นั่่�งหััตถบาส ๕๐ รููป รัับพระราชทานฉัันเพล แล้้วให้้รัับเภสััชอัังคาสต่่อวิิเสทถวายพระสงฆ์์ เช้้า ๕๐ ซอง เพล ๕๘ ซอง อนึ่ง ให้พระพี่เลี้ยง นายเวร ปลัดเวร ในพระเจ้าลูกเธอ หลานเธอ ซึ่งจะทรงผนวชนั้น จัดแจงที่ในกรมไปแต่งถวายเมื่อสมโภชเวียนพระเทียน แล้วให้แต่งที่ในพระอุโบสถด้วย แล้วเสด็จไปบรรทมแรมอยู่ ณ หอพระมณเฑียรธรรม แต่ ณ วันเดือน ๘ ขึ้น ๙ ค่ำ เพลาค่ำ ครั้นรุ่งขึ้น ณ วันเดือน ๘ ขึ้น ๑๐ ค่ำ ให้จัดมหาดเล็กกำกับสนมพลเรือน รับเอาเครื่อง คาวหวานต่อวิเสทต้น ไปถวายพระเจ้าลูกเธอ หลานเธอ เพลาเช้าที่หอพระมณเฑียรธรรม เพลาเพลในพระอุโบสถ อนึ่ง ให้ พันพุฒ พันเทพราช จ่ายเลกให้พันเงินชาวพระราชยาน หามเสลี่ยงพระเจ้า ลูกเธอ หลานเธอ ซึ่งทรงผนวช ณ วันเดือน ๘ ขึ้น ๙ ค่ำ วันสมโภช ขึ้น ๑๐ ค่ำ วันทรงผนวช ให้เร่งส่งเลกให้ครบทั้ง ๘ เสลี่ยง ณ วันเดือน ๘ ขึ้น ๙ ค่ำ เพลาเช้า แล้วให้จัดเลกมาส่ง ณ ทิมดาบชาววัง ยกสำรับยกกระจาดถวายพระสงฆ์ ณ วันเดือน ๘ ขึ้น ๑๐ ค่ำ เพลาเช้า สำรับคาว ๕๐ สำรับ หวาน ๕๐ สำรับ กระจาด ๕๒ กระจาด อนึง ใ ่หท้ ่านพนักงานข้างในแต่งเครืองนมัสการเครื่อง่ทองใหญ่ ส่งให้สนมพลเรือนเชิญ ไปตั้งในพระอุโบสถ เมื่อทรงผนวช ณ วันเดือน ๘ ขึ้น ๑๐ ค่ำ เพลาเช้าสำรับหนึ่ง ให้มีพุ่มข้าว ตอก พุ่มดอกไม้ ธูปเทียน สำหรับเครื่องให้พร้อม แล้วให้ส่งเทียนให้วิเสทนอกสำหรับแว่น เล่มละ ๑ บาท ๒ สลึง ๓๖ เล่ม สำหรับยอด บายศรีเล่มละ ๑ บาท ๓ เล่ม สำหรับชนวนเล่มละ ๒ สลึง ๓ เล่ม อนึง ใ ่หว้ิเสทต้นแต่งเครืองเส่วยคาวหวาน ส่งให้แก่สนมพลเรือน เชิญไปถวายพระองค์
31 เจ้า เจ้าหลาน ซึ่งทรงผนวช ณ วันเดือน ๘ ขึ้น ๙ ค่ำ บ่าย ที่หอพระมณเฑียรธรรม คาว ๘ สำรับ หวาน ๘ สำรับ ขึ้น ๑๐ ค่ำ เช้า ที่หอพระมณเฑียรธรรม คาว ๘ สำรับ หวาน ๘ สำรับ เพลในพระอุโบสถ คาว ๘ สำรับ หวาน ๘ สำรับ อนึ่ง ให้วิเสทกลางคาวหวาน แต่งสำรับถวายพระสงฆ์ ณ วันเดือน ๘ ขึ้น ๑๐ ค่ำ เพลาเพล คาว ๔๗ สำรับ หวาน ๔๗ สำรับ คาว ๑ สลึง ๑ เฟื้อง สำรับหวาน ๑ เฟื้อง ให้มี ขนมจีนน้ำยา สำรับข้าวพระด้วย แลว้ให้จัดกระจาดถวายเป็นเครืองไ ่ทยทานใบละ ๑ บาท ๕๒ ใบ เบิกข้าวสารต่อกรมนา ใส่กระจาดๆ ละ ๕ ทะนาน ข้าว ๙ ถัง ๑๐ ทะนาน หุงถวายพระสงฆ์ ๖ ถัง รวม ๑๒ ถัง ๑๐ ทะนาน อนึ่ง ให้วิเสทนอกแต่งบายศรีแก้ว บายศรีทอง บายศรีเงิน ๓ สำรับ ให้มีข้าว ขันเชิง พาน พานรองนำว้ัก แว่นเวียนเทียน เทียนติดแว่น เทียนติดยอดบายศร มะีพร้าวแก้ว แป้งหอม น้ำมันหอม และเครื่องบายศรีให้พร้อม ยกเข้าไปตั้งในพระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน ณ วันเดือน ๘ ขึ้น ๙ ค่ำ เพลาบ่ายโมงหนึ่ง แล้วให้รับเทียนต่อท่านพนักงานข้างใน เทียนแว่นเล่มละ ๑ บาท ๒ สลึง ๙ แว่น ๔ สำรับ ๓๖ เล่ม เทียนยอดบายศรีเล่มละ ๑ บาท ๓ เล่ม เทียนชนวนเล่มละ ๒ สลึง ๓ เล่ม อนึ่่�ง ให้้วิิเสทหมากพลูู แต่่งเภสััชอัังคาสส่่งให้้สัังฆการีีถวายพระสงฆ์์ ณ วัันเดืือน ๘ ขึ้้น ๑๐ ค่ำ ำ� เช้้า ๕๐ ซอง เพล ๕๐ ซอง แล้้วให้้แต่่งกรวยเอกองค์์หนึ่่�ง พระ เมี่ ่� ยง ๕ กรวย หมาก ๕ กรวย เณร เมี่ย ่� ง ๓ กรวย หมาก ๓ กรวย ส่่งให้้ชาวคลัังวิิเสท ณ วัันเดืือน ๘ ขึ้้น ๙ ค่ำ ำ� เป็็นกรวยเมี่ ่� ยง ๒๘ กรวย หมาก ๒๘ กรวย แล้วให้เจ้าพนักงานผู้ต้องสั่งทั้งนี้ จัดแจงการในการพระราชพิธีทรงผนวชให้พร้อม เหมือนอย่างทุกครั้ง อย่าให้ขาดแต่สิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ตามรับสั่ง เวร นายฤทธ ิ์ เวร นายรัต...” ๙ ๙ คัดจากหมายรับสั่ง รัชกาลที่ ๒ จ.ศ. ๑๑๘๖ เลขที่ ๒๒ สมุดไทยดำ
32 หมายรัับสั่่�งเรื่่�องทรงพระกรุุณาโปรดเกล้้าฯ ให้้นิิมนต์์พระสงฆ์์เพิ่่�มขึ้้�นอีีก ในการพระราชพิิธีีทรงผนวช สมเด็็จพระเจ้้าลููกเธอ พระเจ้้าลููกเธอ พระเจ้้าหลานเธอ จ.ศ. ๑๑๘๖ ปีีวอก ฉศก นอกจากหมายรัับสั่่�งเรื่่�องพระราชพิธีีิทรงพระผนวชสมเด็็จพระเจ้้าลููกเธอ เจ้้าฟ้้าพระองค์์ ใหญ่่ และพระเจ้้าลููกเธอ พระเจ้้าหลานเธอ จ.ศ. ๑๑๘๖ ปีีวอก ฉศก แล้้ว ในเวลาต่่อมาพระบาท สมเด็็จพระพุุทธเลิิศหล้้านภาลัยั ทรงเห็็นว่่า จำำ นวนพระสงฆ์์อุปัุัชฌาย์์ พระสงฆ์์คู่่�สวด พระสงฆ์์ นั่่�งหััตถบาสในการพระราชพิธีีิ มีีจำำนวนน้้อยเพีียง ๓๐ รููปเท่่านั้้�น พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยจึงทรงรับสั่งให้สังฆการีนิมนต์พระสงฆ์เพิ่ม เติมรวมทั้งหมดเป็นจำนวน ๕๐ รูป และทรงมีรับสั่งให้จัดเตรียมสิ่งของต่างๆ สำหรับการพระ ราชพิธีครั้งน ี้เพิ่มเติมขึ้นด้วย ดังปรากฏหลักฐานในหมายรับสั่งดังนี้ “...ด้้วยเจ้้าพระยาธรรมา รัับพระบรมราชโองการใส่่เกล้้าฯ ทรงพระกรุุณาโปรดเกล้้าฯ สั่่�งว่่า ซึ่่�งสั่่�งมาแต่่ก่่อน จะได้้ทรงผนวชในวััดพระศรีีรััตนศาสดาราม สมเด็็จพระเจ้้าลููกเธอ ทููลกระหม่่อมฟ้้าพระองค์์ใหญ่่ และพระเจ้้าลููกเธอ พระเจ้้าหลานเธอ ๘ พระองค์์ ณ วัันเดืือน ๘ ขึ้้น ๑๐ ค่ำ ำ�นั้้น แจ้้งมาในข้้อรัับสั่่�ง ซึ่่�งสั่่�งมาแต่่ก่่อนนั้้นแล้้ว และพระสงฆ์อุปัชฌาย์ พระสงฆ์ค่สูวด พระสงฆ์นัง่หัตถบาสนั้น แต่ ๓๐ รปนั้นน้อูย ให้ สังฆการีนิมนต์พระสงฆ์บรรจบขึ้นอีก เข้ากันเก่าใหม่ ๕๐ รูป แล้วให้รับเภสัชอังคาสต่อวิเสท หมากพลูถวายพระสงฆ์เช้า ๕๐ ซอง เพล ๕๒ ซอง อนึ่ง ให้ล้อมวังสานกระจาดเกณฑ์เก่า ๓๘ ใบ เกณฑ์ขึ้นอีก ๑๔ ใบ รวม ๕๒ ใบ ให้เอา มาส่ง ณ ทิมดาบชาววัง ตามหมายแต่ก่อน อนึ่ง ให้กรมนา จ่ายข้าวสารซ้อมให้แก่วิเสทกลาง หุงถวายพระสงฆ์เก่า ๓๐ รูป ใหม่ ๒๐ รูป ๆ ละ ๒ ทะนาน ๕๐ รูป ข้าว ๖ ถัง ให้เร่งจ่ายตามหมายแต่ก่อน อนึ่ง ให้ชาวพระคลังศุภรัต พระคลังมหาสมบัติ เอาอาสนะไปแต่งที่ เอากระโถนขันน้ำ ไปตั้ง ถวายพระสงฆ์ ๕๐ รูป แล้วให้ชาวพระคลังศุภรัตจัดผ้าสบงถวายพระสงฆ์ ๕๒ ผืน อนึ่่�ง ให้้ตำำรวจหลััง ตำำรวจวััง ไปยกสำำรัับคาวหวานถวายพระสงฆ์์เก่่า คาว ๓๐ สำำรัับ หวาน ๓๐ สำำรัับ ใหม่่ คาว ๒๐ สำำรัับ หวาน ๒๐ สำำรัับ รวม คาว ๕๐ สำำรัับ หวาน ๕๐ สำำรัับ
33 ณ วัันเดืือน ๘ ขึ้้น ๑๐ ค่ำ ำ� เพลาเพล ตามรัับสั่่�ง เวร นายรัต เวร นายจำำเนีียร.....” ๑๐ หมายรัับสั่่�งเรื่่�องการจััดให้้มีีการละเล่่นสมโภชในพระราชพิธีิีทรงผนวช สมเด็็จพระเจ้้าลููกเธอ และพระเจ้้าลููกเธอ พระเจ้้าหลานเธอ จ.ศ. ๑๑๘๖ ปีีวอก ฉศก นอกจากการเพิ่่�มจำำ นวนพระสงฆ์์ในพระราชพิธีีิทรงผนวชในวัดัพระศรีีรัตันศาสดาราม สมเด็็จพระเจ้้าลููกเธอ ทููลกระหม่่อมฟ้้าพระองค์์ใหญ่่ และพระเจ้้าลููกเธอ พระเจ้้าหลานเธอ ๘ พระองค์์ แล้้ว พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลยยั ังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มการีละเล่น สมโภช ณ วันเดือน ๘ ขึ้น ๑๐ ค่ำนั้นด้วย โดยให้พันจันทนุมาศจัดเคร ื่ องเล่น แต่จะเป็นสิ่งใด มากน้อยเท่าใด ให้ไปทูลถามพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหม ื่นรักษรณเรศก่อน แล้วจึงเข้าไปเล่น ตามหมายมาน ี้ ดังความในหมายรับสั่งว่า “ด้้วย เจ้้าพระยาธรรมา รัับพระบรมราชโองการใส่่เกล้้าฯ ทรงพระกรุุณาโปรดเกล้้า ฯ สั่่�งว่่าซึ่่�งสั่่�งมาแต่่ก่่อน จะได้้ทรงผนวชในวััดพระศรีีรััตนศาสดาราม สมเด็็จพระเจ้้าลููกเธอ ทููลกระหม่่อมฟ้้าพระองค์์ใหญ่่ และพระเจ้้าลููกเธอ พระเจ้้าหลานเธอ ๘ พระองค์์ ณ วัันเดืือน ๘ ขึ้้น ๑๐ ค่ำ ำ� นั้้นแจ้้งมาในข้้อรัับสั่่�ง ซึ่่�งส่่งมาแต่่ก่่อนนั้้นแล้้วๆ จะได้้มีีการละเล่่นสมโภช ณ วัันเดืือน ๘ ขึ้้น ๑๐ ค่ำ ำ�นั้้นด้้วยนั้้น ให้้พัันจัันท์์จััดเครื่่�องเล่่น จะเป็็นสิ่่�งใดมากน้้อยเท่่าใด ให้้ไปทููลถามพระเจ้้าน้้องยาเธอ กรมหมื่่�นรัักษรณเรศก่่อน แล้้วจึึงเข้้าไปเล่่นตามหมายมานี้้ อย่่าให้้ขาดได้้ตามรัับสั่่�ง เวร นายแกว่่น......” ๑๑ ๑๐ คัดจากหมายรับสั่ง รัชกาลที่ ๒ จ.ศ. ๑๑๔๖ เลขที่ ๒๒ สมุดไทยดำ ๑๑ คัดจากหมายรับสั่ง รัชกาลที่ ๒ จ.ศ. ๑๑๘๖ เลขที่ ๒๒ สมุดไทยดำ
34 นอกจากนี้้�รายละเอีียดเกี่ ่� ยวกัับการทรงพระผนวช ยัังปรากฏความในจดหมายเหตุุ รััชกาลที่่� ๔ เรื่่�อง “เรื่่�องต้น้แรกทรงผนวช” พระนิิพน์์สมเด็็จพระมหาสมณเจ้้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ ความว่า “ถวายความแรกทรงผนวช ดังได้รับพระราชทานทราบมาดังนี้ เมื่อพุทธสาศนกาล ล่วงแล้วนับโดยปีได้ ๒๓๖๗ พรรษา จุลศักราชที่สังเกตใช้มาในประเทษนี้เปนปีที่ ๑๑๘๖ ปีวอก ฉศก พระบาทสมเดจพระจอมเกล้าเจ้าสยามเสดจออกทรงผนวด ประทับแรมอยู่ในวัดมหาธาตุ สามวัน ทรงประฏิบัติอุปัชฌายวัดตามควรแก่วินัยนิยมแล้ว จึ่งเสดจขึ้นไปจำพรรษา ณ วัด สมอราย...” ๑๒ ๑๒ เรื่องต้นแรกทรงผนวช,” หอสมุดแห่งชาติ, สมุดไทยดำ, ม.ป.ป., เลขที่ ๒๒๔, หมวดจดหมายเหตุรัชกาลที่ ๔. ไม่ปรากฏชอผืู่้แต่ง ผู้เขียนสันนิษฐานวาน่าจะเ่ ป็นพระนิพนธ์สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ เนองจากื่ มเนีอความบางส ื้ วนค่ล้ายกับ “พระราชประวัติในรัชกาลท ๔ ี่ตงแั้ต่แรกทรงผนวชตลอดสวรรคาลยัโดยความพิศดาร” (อภินิหาร การประจักษ์) แต่เน ื้ อความตอนท้ายสั้นกว่าและมีเน ื้ อความต่างกัน เอกสารเรื่องน ี้ น่าจะยังไม่เคยมีการตีพิมพ์เผยแพร่ ในที่น ี้ ผู้เขียนปริวรรตจากสมุดไทยดำ เส้นดินสอขาว โดยคงอักขรวิธีไว้ตามต้นฉบับ
35 พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่หััว เมื่่�อทรงพระผนวชที่่�วััดพระศรีีรััตนศาสดาราม แล้้วได้้เสด็็จมาประทัับที่่�วััดมหาธาตุยุุวราชรัังสฤษฎิ์์ราชวรมหาวิิหาร
36 หน้้าปกสมุุดไทย เรื่่�องต้้นแรกทรงพระผนวช
37 ตััวอย่่างสมุุดไทย เรื่่�องต้้นแรกทรงพระผนวช ซึ่่�งกล่่าวดัังเหตุุการณ์์เมื่่�อพระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่หััว ทรงพระผนวช
38 ตััวอย่่างสมุุดไทย เรื่่�องต้้นแรกทรงพระผนวช ซึ่่�งกล่่าวดัังเหตุุการณ์์เมื่่�อพระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่หััว ทรงพระผนวช
39 ตััวอย่่างสมุุดไทย เรื่่�องต้้นแรกทรงพระผนวช ซึ่่�งกล่่าวดัังเหตุุการณ์์เมื่่�อพระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่หััว ทรงพระผนวช
40 ตััวอย่่างสมุุดไทย เรื่่�องต้้นแรกทรงพระผนวช ซึ่่�งกล่่าวดัังเหตุุการณ์์เมื่่�อพระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่หััว ทรงพระผนวช
41 บทที่่� ๓ พระราชกรณีียกิิจในพระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว เมื่่�อทรงพระผนวช ในระหว่่างที่่�พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััวทรงพระผนวชนั้้�น พระบาทสมเด็็จ พระพุุทธเลิิศหล้้านภาลัยปัระชวรและเสด็็จสวรรคต เมื่่�อวัันพุุธ เดืือน ๘ แรม ๑๑ ค่ำ ำ� ปีีวอก พ.ศ. ๒๓๖๗ พระเจ้้าลููกยาเธอ กรมหมื่่�นเจษฎาบดิินทร์์ ได้้เสด็็จเถลิิงถวัลยัราชสมบััติิเป็็นพระบาท สมเด็็จพระนั่่�งเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว๑๓ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงตดัสินพระทัยผนวชต่อมา แล้วเสด็จเข้ามา ประทับ ณ วัดมหาธาตุเพ ื่อทรงศึกษาพระปริยัติธรรม ทรงศึกษาภาษาบาลีและได้ทรงเข้าแปล พระปริยัติธรรมหน้าพระที่นั่งจนได้เปรียญ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทาน พัดยศสำหรับเปรียญเอก ๙ ประโยค ๑๔ กำำเนิิดธรรมยุุติิกนิิกาย ครั้้�นพระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััวเสด็็จกลัับไปประทัับ ณ วััดสมอราย (วััด ราชาธิวาส) เมื่ อปีฉลู พ.ศ. ๒๓๗๒ ในเวลานั้นได้มีพระภิกษุถวายตัวเป็นศิษย์ศึกษาอยู่กับ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงเริมเกิ่ดคณะสงฆ์ทไี่ ด้นามภายหลังวา ่ “ธรรมยุตกิ- นิกาย” ดังปรากฏความในจดหมายเหตุ “เรื่ องต้นแรกทรงผนวช” ว่า “...จึงได้เสดจกลับลงมาประทับอยู่ที่วัดมหาธาตุ ปราถนาจะทรงเล่าเรียนพุทธวจนะ พระไตรปิฎก ครั้นทรงไต่ถามศึกษาถึงข้อประฏิบัติต่างๆ ที่ได้มีมาแต่บูราณ ก็ได้ทราบว่า สาศนวงษ์นั้นอันตระธานมาแต่กรุงเก่าแล้ว ๑๓ เจ้าพระยาทิพากรวงศมหาโกษาธิบดี (ขำ บุนนาค), พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที ๓่ (กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร, ๒๕๓๘), หน้า ๑.๑๔ สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ, ประวัติบุคคลสำ คัญ (กรุงเทพฯ: บรรณาคาร, ๒๕๑๗), หน้า ๒๒.
พระศรีีสรรเพชญ์์ พระประธานในพระอุุโบสถวััดมหาธาตุุ ภาพจากหอจดหมายเหตุุแห่่งชาติิ
43 กับได้ทรงเหนอาจาระวิบัติฃองสมณเหล่านั้น ไม่นำมาซึ่งความเลื่อมใส จึ่งได้ทรง พระปรารพสังเวศพระไทยด้วยการสาศนา คือวงษ์บรรพชาอุปสมบท เหนว่าเปนฃองมีรากเง่า อันเน่าผุ ไม่มีมูลที่จะเปนที่ตั้งแห่งความเลื่อมไส สลดพระไทยในการที่ทรงเพศเปนบรรพชิด เหนว่าจะเปนอันหลอกลวงเฃาเลี้ยงชีวิตดูไม่สมควร ครั้นเพลากลางวันวันหนึง เสดจเฃ้าไปบัน ่ทมกลางวันอยู่ในอุโบสถวัดมหาธาตุ ทรงตั้ง สัจจะกิริยาธิษฐาน บูชาแด่สาศนารักขเทพยดา ด้วยธูบเทียนมาลาทั้งสี่ทิศแปดทิศ ว่าฃ้าพเจ้า นี้อุทิษต่อพระผู้มีพระภาคย์ออกบวชด้วยความเชื่อความเลื่อมใส มีได้เภ่งต่ออามิศสิ่งหนึ่งสิ่ง ใด มีลาภยศความสรเสืญเปนต้น ถ้าวงษ์บรรพชาอุปสมบทที่เนื่องมาแต่พระสุคดทศพล ยังมี อยู่เหลืออยู่ ณ ประเทศใดทิศใด ฃอให้ได้ประสบ ฤๅให้ได้ยินฃ่าวให้ได้ในสามวันเจดวัน ถ้าไม่ เปนดังนั้นฃ้าพเจ้าก็จะเฃ้าใจว่าสาศนวงษ์นั้นสิ้นแล้ว ก็จศึกเปนฆราวาศไปรักษาศีลห้าศีลแปด ตามสมควร ครั้นล่วงไปประมาณสองวันฤๅสามวัน ครั้งนั้นมีพระรามัญเถรองค์หนึ่ง เปนผู้ฉลาดใน วินัยร้พูทธวุจนะชำนานในอักขรุจจารณวิธีมากล่าวสาศนวงษ์แสดงชี้ให้เกืดความเลอมใส ื่ท่าน จึ่งได้รับเอาวินัยวงษ์นั้นไว้เปนข้อปฏิบัติสืบมาในธรรมยุติกา ในศัักราช ๑๑๘๗ ปีีรกา สััปตศก แล้้วเสดจอยู่่ ณ ที่่�นั้้นทรงเล่่าเรีียนศึึกษาพุุทธวจน ปริยัิัตติธิรรม์์แตกฉาน จนเหนว่่าสิ้้นวิิชาที่่�อาจาริย์ิ์จะพึึงแสดงแล้ว้ แต่นั้้ ่นทรงอนุุเคราะห์สั่่์�งสอน กุลบุุตรผู้้มีีสัทธั าให้้เล่่าเรีียนศึึกษาทั้้งกลางคืืนและกลางวัันมีีได้้ย่่อหย่่อน ทรงสั่่�งสอนในข้้อวินัิยั วััตรและสุุตัันตะประฏิิบััติิต่่างๆใหถููกต้้องสมอ้้างกัับธรรมวิินััยเปนมหััศจรรครั้้งนั้้นกุุลบุุตรที่่�มีี สััทธาก็็เกืืดความเลื่่�อมใส เฃ้้ามาบวชบรรพชาประพฤติ์์ตามมีีขึ้้นเปนหลายองค์์ ครั้้นศัักราช ๑๑๙๑ ปีีฉลูู เอกศก ทรงพระตำหริำ ิเหนว่่าในที่่�นั้้นไม่่เปนที่่�สบาย เพราะเจืือ ปนรคนไปด้วย้อะลััชชีี ไม่่เปนที่่�ควรจะประพฤติ์์พรหมจริย์ิ์ จึ่่�งเสดจกลัับขึ้้นไปยัังวััดสมอราย ตั้้ง คณะนิิกายให้้บรรพชาอุุปสมบทแก่กุ่ลบุุตรที่่�มีีสัทธัา สงเคราะห์์แก่่คฤหััษฐด้วยธ้รรมกถาอนุุสาศโน วาท ในธรรมสวนะกาล ประดิิษฐานธรรมยุุตติิกะนิิกาย ให้รุ่่ ้งเรืืองแผ่หล่ายขึ้้นในครั้้งนั้้น...” ๑๕ ๑๕ “เรื่องแรกต้นทรงผนวช,” หอสมุดแห่งชาติ, สมุดไทยดำ, ม.ป.ป., เลขที่ ๒๒๔, หมวดจดหมายเหตุรัชกาลที่ ๔.
44 ภาพสัันนิิษฐานวััดสมอราย (วััดราชาธิวิาส) เมื่่�อครั้้งพระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่หััว เสด็็จประทัับ
พระตำำหนัักประทัับ ณ วััดสมอราย เมื่่�อพระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่หััว ทรงพระผนวช
46 พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว ทรงเป็็นพระราชาคณะ ในเวลาที่่�พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััวประทัับจำำพรรษา ณ วััดมหาธาตุุนั้้�น ปรากฏว่่ามีีพระภิิกษุุไปถวายตััวเป็็นศิิษย์์มาก และมีีคฤหััสถ์์พากัันเลื่่�อมใสมากขึ้้�น พระบาท สมเด็็จพระนั่่�งเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััวจึึงทรงตั้้�งพระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััวเป็็นพระราชาคณะ เสด็็จอยู่่�วััดมหาธาตุุ โดยมีีฐานานุุศัักดิ์์�เสมอพระราชาคณะสามััญ แต่่ยัังไม่่ได้้ทรงครองวััด ดังทสมเ ี่ ด็จพระสังฆราช (สา) วัดราชประดษิฐสถติมหาสมาราม เี ล่าวา วัน ่หนึงพระบาท่ สมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จเข้าไปถวายเทศน์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ตรััสว่่า “ชีีต้้นบวชมานานแล้้ว ควรเป็็นราชาคณะได้้” แล้้วพระราชทานพัดัแฉกพื้้�นตาดให้้ทรง ถืือเป็็นพััดยศต่่อมา ๑๖ ดัังที่่�พระเจ้้าบรมวงศ์์เธอ กรมพระนราธิิปประพัันธ์์พงศ์์ ทรงนิิพนธ์์ไว้้ใน “โคลงลิิลิิตมหามกุุฏราชคุุณานุุสรณ์์” ภายหลัังว่่า ๏ ไผทโกรมโสมนัสะน้อม สถาปนา ฟ้ามกุฏเป็นราชา คณะตั้ง ฉลูศกหกพรรษา สมณะศักดิ์ สมแฮ ดีเด่นเป็นปเรียญทั้ง ทั่วผู้บูชา ฯ ๑๗ พระตำำหนัักประทัับ ณ วััดสมอราย เมื่่�อพระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััวทรงผนวชประทัับอยู่่� ณ วััดราชาธิิวาสนั้้�น ทรงศึึกษาพระปริิยััติิธรรมและปฏิิบััติิธรรม ทั้้�งยัังทรงติิดต่่อกัับบาทหลวงและพระสหายชาว ต่่างประเทศ ซึ่่�งพำำนัักอยู่่�ใกล้้พระอารามนั้้�น สำำหรัับที่ ่�ประทัับ ณ วััดราชาธิิวาสนั้้�น ปรากฏหลัักฐานว่่า สมเด็็จพระบวรราชเจ้้ามหา ศัักดิิพลเสพได้้ทรงทรงสร้้างพระตำหนัำ ัก ณ วัดัสมอรายสำหรัำ ับเป็็นที่ป่� ระทัับ ณ วัดัสมอราย ดััง ความลายพระหััตถ์์ของสมเด็็จพระมหาสมณเจ้้า กรมพระยาวชิิรญาณวโรรสลงวัันที่่� ๑ เมษายน ร.ศ.๑๒๗ (๒๔๕๒) ว่่า ๑๖ สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ, ประวัติบุคคลสำ คัญ (กรุงเทพฯ: บรรณาคาร, ๒๕๑๗), หน้า ๒๗. ๑๗กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์, โคลงลิลิตมหามกุฏราชคุณานุสรณ์ (กรุงเทพฯ: สำ นักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย, ๒๕๔๗), หน้า ๗๒.
47 “เสด็็จ (สมเด็็จพระมหาสมณเจ้้า กรมพระยาปวเรศวริิยาลงกรณ์์) ท่่านตรััสยกย่่อง กรมพระราชวัังพระองค์นั้้ ์ น (สมเด็็จพระบวรราชเจ้้ามหาศัักดิพลิเสพ) อยู่ว่่่าทรงเห็็นแก่ทููลหม่่ ่อม (พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่หัั่ว) ในเวลานั้้นทรงสร้้างพระตำหนัำ ักที่่�วััดราชาธิวิาสถวาย”
48 พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว เสด็็จพระราชดำำเนิินธุุดงค์์ไปยัังหััวเมืือง ในระหว่่างที่่�พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััวทรงผนวชและประทัับอยู่่� ณ วััด มหาธาตุุ และวัดัสมอรายนั้้�น พระองค์์ได้้เสด็็จพระราชดำำเนิินธุดุงค์์ไปยัังหััวเมืืองต่่างๆ จึึงได้้ทอด พระเนตรเห็็นชีีวิติ ความเป็็นอยู่่�ของประชาชนในเวลานั้้�น รวมทั้้�งได้้ทอดพระเนตรโบราณสถาน ต่่างๆ ในหััวเมืืองโบราณของไทย เช่่น สุุโขทััย พิิษณุุโลก พระนครศรีีอยุุธยา ถ้ำ ำ� วิิมานจัักรีี พระพุุทธบาท สระบุุรีี และพระปฐมเจดีีย์์ นครปฐม เป็็นต้้น และได้้ทรงค้้นพบศิิลาจารึึกและ โบราณวััตถุุสำำคััญต่่างๆ เช่่น ศิิลาจารึึกหลัักที่่� ๑ (จารึึกพ่่อขุุนรามคำำแหงมหาราช) ทั้้�งยัังทรง ศึึกษาจนสามารถอ่่านศิิลาจารึึกหลัักที่่� ๑ ได้้เป็็นพระองค์์แรก หลักฐานที่ เกี่ยวข้องกับการเสด็จพระราชดำเนินธุดงค์หัวเมืองต่างๆ เหล่าน ี้ ปรากฏ หลักฐานทั้งในเอกสารสารต่างๆ เช่น ศิลาจารึก จดหมายเหตุ ประกาศ ฯลฯ ได้แก่ ใน พ.ศ. ๒๓๖๘ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินยังถ้ำ ประทุน ปรากฏหลักฐานในประกาศเร ื่ องพระพุทธรูปที่ถ้ำประทุน ประกาศเร ื่ องพระสถูปเจดีย์ ศิลาท ี่ ทรงสถาปนาขึ้นไว้ ณ ถ้ำประทุนและประกาศเร ื่ อง พระเจดีย์ที่ถ้ำปทุน ต่อมาใน พ.ศ. ๒๓๗๐ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนิน ถ้ำวิมานจักรีปรากฏหลักฐานในศิลาจารึกถ้ำวิมานจักรี และประกาศเร ื่ องถ้ำวิมานจักรี ครั้นถึง พ.ศ. ๒๓๗๒ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนิน นมัสการพระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม ปรากฏหลักฐานในพระนิพนธ์สมเด็จพระมหาสมณ เจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ ต่่อมาใน พ.ศ. ๒๓๗๖ พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััวได้้เสด็็จพระราชดำำเนิิน ประพาสหััวเมืืองเหนืือ ปรากฏหลัักฐานสำำคััญ คืือ พระราชนิิพนธ์์ภาษาบาลีี เรื่่�อง “อุุตฺฺตร ทิิสาคมนมคฺฺโค” หรืือ “ระยะทางเสด็็จประพาสเมืืองเหนืือ” เป็็นบัันทึึกระยะทางการเสด็็จพระ ราชดำำเนิินไว้้ รวมทั้้�งปรากฏในพระนิิพนธ์์เรื่่�อง “อภิินิหิารการประจัักษ์์” สมเด็็จพระมหาสมณเจ้้า กรมพระยาปวเรศวริิยาลงกรณ์์ ดังจะได้นำเอกสารทเ ี่ ป็นจารึก จดหมายเหตตุ่ างๆ ทเก ี่ ี่ยวข้องกับการเสด็จพระราชดำเนิน ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มานำเสนอตามลำดับ
49 พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว เสด็็จพระราชดำำเนิินถ้ำำ�ประทุุน พ.ศ. ๒๓๖๘ ใน พ.ศ. ๒๓๖๘ พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว เสด็็จพระราชดำำเนิินยัังถ้ำปำ� ระทุุน ปรากฏหลัักฐานในประกาศเรื่่�องพระพุุทธรููปที่ถ้ำ ่� ปำ� ระทุุน ประกาศเรื่่�องพระสถููปเจดีีย์์ศิลิาที่่�ทรง สถาปนาขึ้้�นไว้้ ณ ถ้ำปำ� ระทุุน และประกาศเรื่่�อง พระเจดีีย์์ที่ ่� ถ้ำ ำ�ปทุุน ดัังนี้้� “ประกาศ เรื่องพระพุทธรูปที่ถ�้ำประทุน ศุภมัศดุ ลุศักราช ๑๑๘๗ ปีรกา สัปตศก พทธุสาศนกาล ๒๓๖๘ พรรษา สมเด็จพระเจ้า น้องยาเธอ เจ้าฟ้ามงกุฎ สมมุติวงษ พงษ์อิศวรกระษัตร วรขัติยราชนิกโรดม บรมราชกุมาร เสด็จมานมัศการพระพุทธบาท ถึงที่ท่าเรือประทับ เสด็จพระราชดำเนินมาที่ถ้ำประทุน ทอด พระเนตรพระพุทธรูปชำรุดซุดโซมอยู่ จึึงมีีรัับสั่่�งให้้นายทองช่่างปั้้นมาจััดแจงปฏิสัิังขรณ์ซ่์่อมแปลงทำพำ ระประธานน่่าตััก ๔ ศอก พระองค์์หนึ่่�ง พระพุุทธรููปหน้้าตัักศอกเสศ ๒ พระองค์์ สาวก ๒ พระองค์์ พระเจดีีย์์องค์หนึ่่ ์ �ง อยู่ช่ง่่อนเขา แล้ว้ให้้นายจีีนนายเวรมหาดเล็็กขึ้้นมาสร้้างพระวิหิารไว้้ที่่�ปากถ้ำำเมื่่�อ ณ ปีีจอ อััฐศก ครั้้น ณ ปีีกุุญ นพศก เสด็็จพระราชดำำเนิินขึ้้นมาเชิิญพระพุุทธรููปหล่่อ มาแต่่ กรุุงเทพมหานคร มาประดิิษฐานไว้้ที่่�วิหิารถ้ำำ ประทุุนพระองค์หนึ่่ ์ �ง ครั้้นเดืือนสาม ขึ้้นสิิบสองค่ำ ำ� จึ่่�งเสร็็จการ ซึ่่�งทรงพระอุุสาหสร้้างไว้ทั้้ ้งนี้้ก็็เพราะจะให้ภิ้ ิกษุุสงฆ์์สามเณรสััปรุุษไปนมััศการ บัันดา คนทั้้งปวงอย่่าได้้สงไสยเลยว่่าเป็็นปฤศนาลายแทง ฝัังทรััพย์์สิ่่�งของทองเงิินลงไว้้นั้้นหามิิได้้ ใครสงไสยคิิดขุุดก็็จะบาปเสีียเปล่่า ทำำ ไว้ทั้้ ้งนี้้เพื่่�อจะให้้เป็็นส่ว่นกุุศลไปแก่่เทพยดามนุุษย์ทั้้ ์งปวง บัันดาที่่�ได้้มานมััศการ แลจะเป็็นที่่�ประดิิษฐานไว้้สำำหรัับพระพุุทธสาสนานั้้นต่่างหากจะได้้ฝััง ทองเงิินไว้้จนน้้อยหนึ่่�งหามิิได้้เลย เมื่่�อ ณ ปีีรกานั้้นก็็กลัับมาขุุดเสีียครั้้งหนึ่่�งแล้ว้จนต้้องทำำ ใหม่่ แต่นี้สืบไปเมื่อน่า ใครมาแล้วอย่าได้ทำลายเสียเป็นอันขาดทีเดียว เดชะผลกุศลที่ทรง สร้างพระพุทธรูปแลพระวิหารนี้ก็ดี เดชะผลกุศลที่บำเพ็ญแลทรงรักษาพระจตุปาริสุทธศิล แล เล่าเรียนบอกกล่าวพระปริยัติธรรมก็ดี
50 ส่่วนพระราชกุุศลทั้้งปวงนี้้ ทรงพระราชอุุทิิศพระราชทานให้้แก่่หมู่่พระภิิกษุุสงฆ์์ สามเณรอุุบาศกอุุบาศิิกา แลเทพยดาอสุุรปิิศาจสรรพสััตวทั้้งปวงอัันบัันดาที่่�ได้้มานมััศการใน พระวิิหารนี้้ ถ้้าผู้้ใดได้้เห็็นหนัังสืือรัับสั่่�งนี้้แล้้ว จงอนุุโมทนาเอาส่่วนพระราชกุุศล แล้้วจงเป็็น ศุุขศรีีสวััสดิ์์มงคลเจริิญทุุกคน ประกาศ เรื่องพระสถูปเจดีย์ศิลาที่ทรงสถาปนาขึ้นไว้ ณ ถ�้ำประทุน พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการให้ประกาศความจริง ความแท้ไว้แก่ท่านทั้งปวงที่มาถึงที่นี้ว่า พระสถูปเจดีย์ศิลาในถ้ำนี้ ทรงสถาปนาตั้งขึ้นไว้ตาม ที่พระเจดีย์เดิมของโบราณมีมา พระเจดีย์เดิมนั้นมีผู้ขุดค้นหาได้สิ่งหนึ่ง ซึ่งผู้ขุดสำคัญว่าจะมี ขุดค้นจนที่นั้นยับเยินแล้วกลาดเกลื่อนอยู่นาน ครั้งหนึ่งได้เสด็จมาทอดพระเนตรเห็น พบแต่องค์ระฆังพระเจดีย์เก่ายังเหลือทิ้งอยู่ใน ถ้ำ จึงได้เก็บงำไปซ่อมแซมใส่ยอดใส่ฐานหล่อด้วยทองเหลือง ครั้นทำสำเร็จแล้ว ลงรักปิดทอง แล้ว จึ่งได้บรรจุพระพุทธสารีริกบรมธาตุขนาดน้อยสีดอกพิกุล ๓ พระองค์ ในกล่องจันแดงชั้น ๑ จันขาวชั้น ๑ บัลลังกศิลาหอย ๑ เป็นสามชั้น ใส่ถุงตาด แล้วบรรจุใส่ในพระเจดีย์ศิลาลายกับใบพระมหาโพธิ ที่มีพืชพันธุ์สืบมาแต่ไม้พระมหา โพธิซึ่งเป็นที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสแก่พระโพธิญาณ ณ อุรุเวลาประเทศโพ้น แลพระพุทธเจ้ารูป ทองเหลืองหล่อพระองค์หนึง ่หน้าตักนิ้วหนึง กับแผ่นกระดาษน้อ่ยสองแผ่นมีลายพระราชหัตถ์ ทรงเขียนเส้นหมึกเป็นพระประชุมพทธวุจนแลปัจฉิมพทธวุจนแลโอวาทปาฏิโมกข์แลพระพทธุ คุณธรรมคุณสังเขป แลทรงพระอธิษฐานเดชคุณานุภาพพระรัตนตรัยขอให้มสีวัสดิเจริญแก่ผ้ได้มานมัสการู แลบชาบรรจุไ ูว้ด้วย แลว้เชิญพระเจดีย์ศิลาติดตั้งบนแท่นศิลา บชาดู้วยดอกไม้ทำด้วยกระดาษ ปิดทองคำเปลวแลว้ครอบด้วยลุ้งดบุก บรรจุีลงในพระเจดียท์องเหลืองนั้นกับทั้งใบลานจานพระ พทธวุจโนวาทต่างๆ มโอีวาทปาฏิโมกข์เป็นอาทิ ลายนั้นก็เป็นใบลานปกติ ลงรักปิดทองเท่านั้น ไม่ใช่แผ่นทองแผ่นเงิน แล้วจึงบรรจุใส่ไว้ข้างในพระสถูปเจดีย์ศิลานี้ แล้วปิดโดยรอบแน่นหนา เพื่อจะประดิษฐานไว้ในที่พระเจดีย์เก่า เป็นการปฏิสังขรณ์ขึ้นไว้
51 เพื่อจะให้เป็นที่ไหว้นมัสการบูชาของเทพยดามนุษยพ์ ระสงฆ์สามเณร สัปบุรุษซึ่งได้ ไปมาถึงที่นี้ เป็นบุญเขตเท่านั้น ก็เพราะทราบธรรมดาคนมักสงสัยขุดค้นหาของดีที่สำคัญว่า จะบรรจุใส่ไว้ในพระเจดีย์ ดังเช่นเป็นมาแต่หลังแล้ว จะได้บรรจุใส่สิ่งของดีมีราคาเป็นของคน ต้องการคือเงินทองเพชรพลอยอย่างใดอย่างหนึ่งยิ่งไปกว่าของที่ว่ามาแล้วนั้นหามิได้เลย โดยถ้าผู้ใดจะมาขุดทำลายออกหาทองเงิน ก็จะพบแต่ทองคำเปลวที่ปิดพระเจดีย์ ทองเหลืองนั้นอยู่ โดยจะลอกเอาไปผสม ก็จะเป็นทองไม่ถึงเฟื้อง กับเศษตาดซงเป็นถุงใส่ก ึ่ล่อง พระบรมธาตุ ข้างขลิบท่อนผ้าทรงพระเจดีย์บ้าง ห่อใบลานจานพระพทธวุจนะนั้นบ้าง ถ้าจะเอา ตาดนั้นมาหลอมไล่เอาเงินก็จะไม่ถึงสองไพ หรือกึ่งเฟื้อง บอกไว้นี้เป็นความจริง เพราะการที่สร้างพระเจดีย์นี้ เป็นการทำบุญไม่โป้ปดอะไรไว้ ดอก ขอเสียเถิด ใครอย่าได้ขุด ได้ทำลายเสียเลย ถึงขุดทำลายออก ก็คงไม่ได้ของดีมีราคา อะไร เหนื่อยเปล่าเป็นแท้ พระเจดีีย์์ที่่�ได้้บรรจุปูู ุชนีียวััตถุดัุังกล่่าวมาแล้ว้ ในวััน ค่ำ ำ� ปีีวอก โทศก ศัักราช ๑๒๒๒ พระพุุทธศาสนกาล ๒๔๐๓ พรรษา เป็็นวัันที่่� ๓๕๗๔ แห่่งจตุุตถรััชกาลนี้้พระชนมายุุ พระเจ้้าแผ่่นดิิน ๒๐๕๘๒ วััน พระราชทานนามว่่า พระธรรมยุุตติิก์์เลนเจดีีย์์ ถึึงพระบรมธาตุุที่่� บรรจุุไว้นั้้ ้น ก็็เป็็นพระบรมธาตุพุระพุทธุเจ้้าเป็็นที่่�นมััสการได้้เกิิดกุุศลอย่่างใหญ่่อย่่างสููงเท่่านั้้น ดอก มิิใช่พ่ระธาตุพุระสิิมพลีีที่่�หากัันว่่าขลััง ให้ล้าภให้้ผล ถึึงจะขุุดเอาไปขายซื้้อ ก็็จะไม่่ได้้ดอกฯ ซึ่่�งเชิิญมาบรรจุุไว้้ในที่่�นี้้นั้้น ก็ด้็วยท้รงพระเมตตาพระกรุุณาแก่่ชนไปมาทั้้งปวง จะให้้ได้บุ้ ุญได้้ กุุศลทั่่วหน้� ้าไปไม่ว่่ ่าใคร ถ้้าใครขุุดเอาไปไว้้เป็็นของตัวัเสีียผู้้เดีียว กุุศลของมหาชนเป็็นอัันมาก การนั้้นก็็จะหาเป็็นบุุญเป็็นกุุศลไม่่ จะกลัับเป็็นบาปไปเสีีย จงให้้อยู่่ในที่่�นี้้ ไว้้นมััสการบููชาด้้วย กัันกัับชนทั้้งปวงเถิิดฯ ประกาศเรื่อง พระเจดีย์ที่ถ�้ำปทุน มีีพระบรมราชโองการให้้ประกาศแก่ท่่ ่านทั้้งหลายทั้้งปวงผู้้ได้อ่้่านคำำ ประกาศนี้้ว่่า พระบาท สมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่หัั่ว เมื่่�อปีีรกาสััปตศก ศัักราช ได้้เสด็็จพระราชดำำเนิินมาที่่�ถ้ำำ ปทุุนนี้้ ได้้ทอดพระเนตรเห็็นพระเจดีีย์ท์องเหลืืองของโบราณชำำรุุด มีีแต่่องค์์ระฆัังทิ้้งอยู่่ในถ้ำำนี้้
52 ได้ทรงพระราชดำริหว์่า ที่นี้ ถ้าแม้นได้สร้างพระเจดีย์บันจุพระบรมพทธุสารริกีธาตุขึ้น ไว้อย่างเดิม ได้เป็นที่ประชุมชนทั้งปวงให้มศรั ีทธาไปมานมัศการ จะเป็นเหตุให้เจริญบุญราษศิริ ี ศุภผลเป็นอันมาก จึ่งมีพระราชดำรัสให้นายจีนนายเวรมหาดเลก เป็นนายงานสร้างวิหารไว้ที่ ปากถ้ำแลปฏิสังขรณ์พระเจดีย์เชิญประดิษฐานไว้ มีผู้มาขุดทำลายพระเจดีย์อีกครั้งหนึ่ง จึ่งมีพระราชดำรัสให้เชิญขึ้นประดิษฐานไว้บนยอดเขา เพราะฉะนั้น ครั้นได้เสด็จเถลิง ถวัลราชสมบัติบรมราชาภิเศกแล้ว จึ่งมีพระบรมราชโองการดำรัสสั่งให้พระเจ้าราชวรวงษเธอ กรมหมื่นราชสีหวิกรม เป็นนายช่างเริ่มการสฐาปนาพระเจดีย์ศิลาองค์นี้ขึ้นเสร็จแล้ว ครั้้น ณ วััน ฯ ๓ ค่ำ ำ� ปีวีอก โทศก ศัักราช ๑๒๒๒ จึ่่�งเสด็็จพระราชดำำเนิินมาพร้้อมด้วยพ้ระ บรมราชวงษานุวุงษฝ่่ายน่่าฝ่่ายใน แลข้้าทููลลอองธุลีีพุระบาท ผู้้ใหญ่ผู้้น้่ ้อยเป็็นอัันมาก ให้้เชิิญ พระบรมสารีีริิกธาตุุซึ่่�งบัันจุุในพระเจดีีย์ศิ์ลิาองค์์เล็็กกัับแผ่่นศิลิาจาฤกพระธรรม ประดิิษฐานไว้้ ณ ภายในพระเจดีีย์์ศิิลาองค์์นี้้ ทรงพระราชอุทิศส่วนพระราชกุศลพระราชทานแก่เทพยดา มนุษย์ แลภิกษุสงฆ์ สามเณร สัปรุษชายหญิงทั้งปวง จงได้รับพระราชทานอนุโมทนา ผู้ใดๆ อย่าได้สงไสยเลยว่า เป็นปฤศนาฝังทรัพย์สิ่งของทองเงินลงไว้นั้นหามิได้ ใครสงสัยคิดขุดก็จะบาปเสียเปล่า ทำไว้ เป็นประโยชน์จะให้เป็นส่วนกุศลไปแก่เทพยดามนุษยท์ ั้งปวง บรรดาที่ได้มานมัศการ แลจะเป็น ที่ประดิษฐานไว้สำหรับพระพทธุศาสนานั้นต่างหาก จะได้ฝังทองเงินไว้จนหน่อยหนึง่หามิได้เลย ขออำำนาจพระบรมราชกุุศลจริิยาซึ่่�งได้้ทรงบำำเพญในพระพุุทธาทิิศรีีรััตนไตรยเป็็น นิิรติิสััยบุุญเขตรวิิเสศนี้้ แลอานุุภาพเทพยดาซึ่�งไ่ด้้รัับพระราชทานส่่วนพระราชกุุศล จงสำำเร็็จ เป็็นธรรมิิคารัักขกิิจรัักษาพระพุุทธศาสนา แลคุ้้มครองป้้องกัันพระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่หัั่ว ทั้้งพระบรมราชวงษานุวุงษ ฝ่่ายน่่าฝ่่ายใน แลข้้าทููลลอองธุุลีีพระบาท แลสมณพราหมณาจาริิย ราษฎรข้้าแผ่่นดิินทั่่�วทั้้ง พระราชอาณาเขตร ให้พ้้ ้นโรคพิบัิติัอุิปัุทัวัันตราย เป็็นศุุขเกษมสำำราญ อนึ่่�ง ทรงอำำนวยประทาน พรไว้้ ว่่าขอให้ท่้ ่านทั้้งปวงทุุกคนจงเจริิญอายุุ พรรณ ศุุข พล ปฏิิภาณ ทุุกประการ เทอญ...” ๑๘ ๑๘ คัดจากสมุดไทย เรื่องจดหมายเหตุ รัชกาลที่ ๔ เลขที่ ๔๔ ข้อ ๒ ๑๐
53 พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว เสด็็จพระราชดำำเนิินถ้ำำ�วิิมานจัักรีี พ.ศ. ๒๓๗๐ ต่่อมาใน พ.ศ. ๒๓๗๐ พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว เสด็็จพระราชดำำเนิิน ถ้ำ ำ� วิิมานจัักรีีปรากฏหลัักฐานในศิิลาจารึึกถ้ำ ำ� วิิมานจัักรีี และประกาศเรื่่�องถ้ำ ำ� วิิมานจัักรีีดััง ปรากฏหลัักฐานต่่อไปนี้้� จารึึกถ้ำำ� วิิมานจัักรีี อ.พระพุุทธบาท จ.สระบุรีุี ศิลิาจารึึกถ้ำวิ ำ� ิมานจัักรีี (พิิมานจัักรีี) เป็็นจารึึกซึ่่�งพระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว เมื่่�อทรงผนวช ได้้เสด็็จพระราชดำำเนิินไปทอดพระเนตรและพระราชทานพระพุุทธรููปประดิษิฐาน ไว้้ที่ ่� ถ้ำ ำ� วิิมานจัักรีี และโปรดให้้จารึึกศิลิาจารึึกเมื่่�อ พ.ศ. ๒๓๗๐ หลัังจากที่่�ทรงผนวชได้้ ๓ ปีี จารึึกหลัักนี้้�ปััจจุุบัันอยู่่�ในถ้ำ ำ� วิิมานจัักรีีอำำเภอพระพุุทธบาท จัังหวััดสระบุุรีีดัังมีีเนื้้�อความ ต่่อไปนี้้� คำำ ปริิวรรต ๑. ๏ วััน ๕ ฯ๑ ๓ ค่ำ ำ� (๑) ปีีกุุนนัักสััตวนพศก (๒) สมเดจ์์พระเจ้้าน้้องยาเธอ เจ้้าฟ้้ามง ๒. กุุฎ สมมุุติิวรพงษดิิศวรกระษััตร ขััติิยราชกุุมาร ทรงพระราชสััธาอุุษาหะ ๓. เชิญเอาพระพุทธรูปมาแต่กรุงเทพพระมหานครมาประดิฐสถารอยู่ ๔. ที่ถ้ำพิมานจักรีน ี้ และเปนที่ประชุมช ื่ นและประชาชาวชลบททังปวงไป ๕. มาเปนนิจหมิได้ขาดตาม (เทศกาล) ด้วยทรงพระราชสัธา ๖. เมตาแกพระภิกษุสงฆสามเณรสัปรุษแลเทพบุตอันสถิตอยู่ ๗. ในหวยล่หาร (๔) หินแลพริกสาสินทังปวงสิ้นจะได้ไปนมัสการอะนุ ๘. โมทนาส่วนกุสํนแต่น ี้ สืบไปเม ื่ อหน้าสัปะรุต (๕) ทังปวงเทยีว ๙. เล่นถ้ำก็ตังใจอุษาหะไปนะมัศการพระพุทธรูปเสียกอร ต่อพาย ๑๐. หลังจึ่งคอยไปเทยีวตาม (อัทยาไสยก็จะ) ได้ผลานิสํงษอะเนก ๑๑. อะนันตนักจะนับมากกว่ามากท่าจะไปก็จนยางท้าว ๑๒. ก้าวไปกุสลก็ได้ทุกๆ ก้าวกว่าจนจะถึงเข้านะมัศการอา
54 ๑๓. นิสงษเปนยอดยิ่งวิเสตประเสริฐนักนิแลพระภิขุสงฆสาม ๑๔. เณรแลสัปรุตทังปวงอย่าได้คิดสงไสเลยว่าฝังทรัพยสิ่ง ๑๕. ของทองเงินลงไว้เปนปริฐนาลายแทงนั้นหาหมิได้ ๑๖. ดอกโดยท ี่ สุดสักเฝือง (๖) หนึ่งก็ไม่มีเลยถ้าสงใสคิด ๑๗. จะขุดก็ตกนะรกเสียเปล่าเปนมั่นคํงท ี่เชิญเอาพระ ๑๘. พุทธรูปมาไว้ครั้งนี้หวังให้เปนท ี่ บูชาแกเทพยุดา ๑๙. มะนุุศสััปะรุุษแลพระภิิกษุุสงฆสามะเณรสัปัะรุุษทัังปวงสิ้้�นถ้้า ๒๐. และพระภิกษุสงฆสามะเณรสัปะรุษทังปวงรู้หนังสือรับสั่งน ี้ แล้ว ๒๑. จึงได้อุษาหะนะมัศการเถิดทุกๆ คนแล้วทรงพระอุทิศส่วนกุศล ๒๒. ให้แกเทพยุดาแลมะนุษสัปะรุตทังปวงจํงรับกุศล ๒๓. เถิิดทุุกคลจํํงอายุุวัันโนสุุกขัังพะลััง ๚ ๛ คำอ่าน ๏ วััน ค่ำ ำ� (พฤหััสบดีีขึ้้น ๑ ค่ำ ำ� เดืือน ๓) ปีีกุุนนัักษััตร นพศก สมเด็็จพระเจ้้า น้้องยาเธอ เจ้้าฟ้้ามงกุุฎ สมมุุติิวรพงษดิิศวรกระษััตร ขััติิยราชกุุมาร ทรงพระราชศรััทธา อุุตสาหะเชิิญเอาพระพุุทธรููปมาแต่่กรุุงเทพพระมหานครมาประดิิษฐานอยู่่ที่่�ถ้ำำพิิมานจัักรีีนี้้ และเปนที่่�ประชุุมชื่่�นและประชาชาวชนบททั้้งปวงไปมาเปนนิิจมิิได้้ขาดตามเทศกาล ด้้วยทรง พระราชศรัทธัาเมตาแก่พ่ระภิิกษุุสงฆ์์สามเณรสััปบุรุุษแลเทพบุุตรอัันสถิิตอยู่ใน่ห้วยล้ะหานหิิน แลพฤกษาสิินทั้้งปวงสิ้้นจะได้้ไปนมััสการอนุุโมทนาส่่วนกุุศล แต่นี้สืบไปเมื่อหน้าสัปบุรุษทั้งปวงเที่ยวเล่นถ้ำก็ตั้งใจอุตสาหะไปนมัสการพระพุทธ รูปเสียก่อน ต่อภายหลังจึ่งคอยไปเที่ยวตามอัธยาศรัยก็จะได้ผลานิสงส์อเนกอนันต์นักจะนับ มากกว่ามาก ถ้าจะไปก็จนย่างเท้าก้าวไป กุศลก็ได้ทุกๆ ก้าวกว่าจนจะถึงเข้านมัสการอานิสงส์ เป็นยอดยิ่งวิเศษประเสริฐนัก แลพระภิกขุสงฆ์สามเณรแลสัปบุรุษทั้งปวงอย่าได้คิดสงสัยเลยว่าฝังทรัพย์สิงของ่ทอง เงินลงไว้เป็นปริศนาลายแทงนั้นหามิได้ดอก โดยที่สุดสักเฟื้องหนึงก็ไม่ม ่เีลย ถ้าสงสัยคิดจะขุด
55 ก็ตกนรกเสียเปล่าเป็นมั่นคง ที่่�เชิิญเอาพระพุุทธรููปมาไว้้ครั้้งนี้้หวัังให้้เปนที่่�บููชาแกเทพยดา มนุุษย์์สััปบุุรุุษแลพระ ภิิกษุุสงฆ์์สามเณรสััปบุรุุษทั้้งปวงสิ้้นถ้้า และพระภิิกษุุสงฆ์์สามเณรสััปบุรุุษทั้้งปวงรู้้หนัังสืือรัับสั่่�ง นี้้แล้้ว จึึงได้อุุ้ตสาหะนมััสการเถิิดทุุกๆ คนแล้วท้รงพระอุทิุิศส่่วนกุุศลให้้แกเทพยุุดาแลมะนุุษย์์ สััปบุุรุุษทั้้งปวงจงรัับกุุศลเถิิดทุุกคน จงอายุุ วััณโณ สุุขััง พลััง ๚ ๛ ประกาศเรื่องประดิษฐานพระพุทธรูปในถ้ำวิมานจักรี ต่อมาเม ื่ อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติแล้ว ได้ทรงประกาศเร ื่ องประดิษฐานพระพุทธรูปในถ้ำวิมานจักรี ไว้เมื่อ พ.ศ. ๒๔๐๓ โดยกล่าวถึง เหตุการณ์เมื่อครั้งท ี่ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินมายังถ้ำ วิมานจักรีเม ื่ อ พ.ศ. ๒๓๗๐ และประดิษฐานพระพุทธรูปไว้ด้วย แล้วจึงทรงประกาศเร ื่ องราว ต่อมาใน พ.ศ. ๒๔๐๓ ดังมีเน ื้ อความต่อไปน ี้ “ศุุภมััศดุุ ลุุศัักราช ๑๑๘๙ พระพุุทธสาสนกาล ๒๓๗๐ พรรษา วััน ค่ำ ำ� ปีีกุุน นัักษััตร นพศก สมเด็็จพระเจ้้าน้้องยาเธอ เจ้้าฟ้้ามงกุุฎ สมมุติุิเทพยพงษ์์ วงศาดิิศวรกระษััตริยิ วรขััตริิยราชนิิกโรดม บรมราชกุุมาร ทรงพระศรัทธัาอุุสาหเชิิญเอาพระพุทธรูู ุปยืืนยกพระหััถข้้างหนึ่่�ง มีีท่่อไขน้ำำสรงในภาน รอง เปนของโบราณ เดิิมตั้้งอยู่่ในถ้ำำอัันหนึ่่�ง ในภููเขาหนึ่่�งแขวงเมืืองอุุไทยธานีีมีีข้้าในกรม ผู้หนึ่งไปด้วยการในกรม ได้เหนว่างามชอบกล จึงได้เชิญลงมาทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย ได้้ทรงรัับไว้้ แล้้วมีีรัับสั่่�งให้้ช่่างลงรัักขััดสีีดีีแล้้วทรงปิิดทอง ตั้้งไว้้นมััศการอยู่่ในกรุุง ช้้านานมา พระองค์์นี้้นั้้นขึ้้นมาแต่่กรุุงเทพฯ มหานครอมรรััตนโกสิินทร มหิินทรายุุทธยาบรม ราชธานีี แล้้วประดิิษฐานไว้้ในถ้ำำวิิมานจัักรีีนี้้ เพราะทรงเหนว่่าเป็็นที่่�ประชุุมชื่่�นแห่่งประชาชาวชนบททั้้งปวง ไปมาเป็็นนิิจนิิรัันดร ทุุกปีีมิิได้้ขาดตามเทศกาลเวลานมััศการเจดีีย์์สฐาน ที่่�เรีียกว่่าพระพุุทธบาท ด้้วยทรงพระเมตา ภิิธยาไสยในพระภิิกษุุสงฆ์์สามเณร แลคฤหััฐ สััปรุุษชายหญิิงทัังปวงสิ้้น บัันดาที่่�จะได้้ไปมา นมััศการพระพุุทธปฏิิมานี้้แล้้ว จะได้้อนุุโมทนาส่ว่นกุุศล
56 จึ่งโปรดประกาศเตือนสติไว้ว่า ตั้งแต่นี้สืบไปเมื่อน่า พระภิกษุสงฆ์สามเณรแลสัปรุษ ชายหญิงทั้งปวงผู้ใดๆ ได้มาเที่ยวเล่นถ้ำนี้ ก็จงตั้งใจอุสาหนมัศการพระพุทธรูปนี้เสียก่อน ต่อ ภายหลังจึ่งค่อยไปเที่ยวตามอัธยาไสยก็จะได้ผลานิสงษแต่กองบุญอันสำเร็จในเขตรอันพิเศศ เป็นอเนกอนันต์นัก จะนับจะประมาณมิได้ ตั้งแต่คิดว่าจะไปแล้วย่างท้าวก้าวไป กุศลก็จะได้ ทุกๆ ก้าว เจริญขึ้นจนจะถึงเข้านมัศการ เมื่อได้บูชานมัศการแล้ว ผลอานิสงษแห่งกุศลก็จะ เป็นยอดยิ่งวิเสศประเสริฐนัก อนึ่ง ทรงปฏิญญาความจึ่งไว้ให้รู้เปนแน่ให้แจ้งแก่พระภิกษุสงฆ์สามเณรแลสัปรุษทั้ง ปวง ใครใครอย่าได้คิดสงไสยเลย ว่าฝังทรัพย์สิ่งของทองเงินไว้เป็นปริศนาลายแทงต่างๆ ดัง ลัดธิชนเป็นอันมากถือกันอยู่นั้น การจะเปนดังนี้หามิได้เลยทีเดียว โดยที่สุดสักเฟื้องหนึ่งก็ไม่ ได้ฝังส้อนไว้ในที่นี้เลย ถ้าสงไสยคิดจะขุดก็จะเหนื่อยแรงเสีย บาปเสียเปล่าเปนมั่นคง ซงเชิญเอา ึ่พระพทธุรปไูวที่ ้นี้ ครั้งนหวี้ังพระหฤทยัจะให้เป็นที่บชาแก่เูทพยดาแลมนุษย์ แลพระภิกษุสงฆ์สามเณรสัปรุษทั้งปวง ให้เกิดกุศลในอนุตตรบุญเขตร ไม่ให้เสื่อมเสียแรงที่ เดินมาไม่เป็นกุศลนั้นเท่านั้นดอก เป็นความประสงค์ ถ้าแลพระภิกษุสงฆ์สามเณรสัปรุษทั้ง ปวงรู้ความตามประกาศนี้แล้ว จงมีศรัทธาอุสาหนมัศการเถิดทุกๆ คน ในการพระกุศลนี้ทรง พระอุทิศส่วนพระกุศลให้แก่เทพยดาแลมนุษย์สัปรุษทั้งปวง ขอท่านผู้อ่านจาฤกนี้จงรับส่วน กุศลเถิด ทรงอำนวยประทานพรไว้ว่า ขอให้ท่านทั้งปวงทุกตน จงเจริญอายุ พรรณ ศุข พล ประฏิภาณ ทุกประการ เทอญ อนึ่่�ง ท่่านทั้้งปวงที่่�ได้้มานมััศการพระพุทธุปฏิิมารููปนี้้แล้้ว จงอุทิุิศส่่วนพระกุุศลถวาย ฉลองพระเดชพระคุุณด้้วยเทอญ ได้้ทรงตั้้งปณิิธานไว้้ว่่า ด้้วยอำำนาจพระกุุศลในพระสัันดาน แลกุุศลในสัันดานท่่านผู้้อื่่�น ซึ่�งอาไส ่ยกัันเจริิญขึ้้นได้้โดยกุุศโลบายวิถีีนี้้ ิ ขอสัังสารทุุกข คืือชาติิ ชรา มรณะ โสกปริิเทวทุุกข โทรมนััศอรปายาศต่่างๆ ซึ่�งร่วมอยู่่ในเบญจุุปาทานขัันธ อัันเปน สกะสัันดานปรสัันดาน จงได้้ถึึงวิิราคนิิโรธนฤพาน โดยง่่ายโดยเร็็ว เทอญ สิิทธิิรััศดุุ ศุภมัศดุ ลุศักราช ๑๒๒๒ พระพทธุสาศนกาล ๒๔๐๓ พรรษา จึงได้มจาฤกเีพมเติมเข้า ิ่ อิก ในบันทัดทั้งหลายต่อนี้ไปเป็นคำประกาศว่า สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ามงกุฎ สมมุติ เทพยพงษ วงษาดิศวรกระษัตริย วรขัตติยราชนิกโรดม บรมราชกุมาร ซึ่งออกพระนามไว้ใน
57 ข้างต้นนั้น ครั้นภายหลังนับแต่ปีกุน นพศก ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว มาได้ ๒๔ ปี เมือ่ลว่ งแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนังเก่ล้าเจ้าอยูห่วัแลว้ ได้เสด็จเถลิงถวลยั ราชสมบัติ บรมราชาภิเศกเป็นพระเจ้าแผ่นดินที่ ๔ ในพระบรมราชวงษซึ่งเป็นไปอยู่นี้ เพราะเป็็นสมเด็็จพระบรมราชนััดดาธิิราช ในพระบาทสมเด็็จพระพุทธยุอดฟ้้าจุุฬาโลก ซึ่่�งเป็็นพระเจ้้าแผ่่นดิิน เป็็นประฐมในพระบรมราชวงษนี้้ แลเป็็นสมเด็็จพระบรมโอรสาธิิราชใน พระบาทสมเด็็จพระพุุทธเลิิศหล้้านภาลััย ซึ่่�งพระเจ้้าแผ่่นดิินที่่� ๒ ในพระบรมราชวงษนี้้ โดย ลำำดัับรััชกาลมา แลเป็็นสมเด็็จพระบรมกณิิฐาธิิราชในพระบาทสมเด็็จพระนั่่�งเกล้้าเจ้้าอยู่่หััวซึ่่�ง เป็็นพระเจ้้าแผ่่นดิินที่่� ๓ ในพระบรมราชวงษนี้้ โดยลำำดัับกาลต่่อมา ได้ทรงพระนามในพระราชสุพรรณบัตรว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหามกุฎ สุทธ สมมุติเทพยพงษ์ วงษาดิศวรกระษัตริย วรขัตริยราชนิกโรดม จาตุรันตบรมมหาจักรพรรดิราช สังกาษ บรมธรรมิกมหาราธิราช บรมนารถบพิตร พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้้ครองแผ่่นดิินมาแต่่วััน ค่ำ ำ� ปีีกุุน ตรีีศก ศัักราช ๑๒๑๓ ทรงทำำนุุบำำรุุง แผ่่นดิินมาได้้ ๑๐ ปีีแล้้ว ได้้ทรงสร้้างแลซ่่อมแซมที่่�ต่่างๆ เปนการพระนคร แลการใน พระราชวัังในกรุุงเทพมหานคร แลที่่�ประทัับประภาศ แลป้้อมค่่ายคููศาลาในหััวเมืืองนั้้นๆ แลเรืือรบเรืือกลไฟเป็็นอัันมาก เป็็นราชการสำรัำ ับแผ่่นดิิน แลได้ทรงพระราชศรัทธาปฏิสังขรณแลสฐาปนาการพระอาราม พระมหาสถูปเจดีย พระพุทธรูปในที่นั้นๆ เป็นอันมากหลายตำบลทั้งในกรุงนอกกรุง เป็นการราชกุศลต่างๆ จึ่งได้ ทรงรฦกถึงสฐานที่นี้ว่ายังจะคงประดิษฐานอยู่ฤๅจะชำรุดซุดโทรมทำลายหายหักไปเสียแล้ว ประการใด จึงมีพระบรมราชโองการดำรัศสังใ่หพ้ ระเจ้าราชวรวงษ์เธอ กรมหมืนราชส่ีหวิกรม เสด็จ ไปตรวจดแูลว้ได้ทราบว่ายังปรกติอยู่ตามเดิม ก็ทรงพระโสมนัศ แลวท้รงพระราชดำริหว์่า การ ครั้งก่อนได้ทำด้วยรบร้อนใ ีห้แลว้ในวันเดียว จึงได้ ่ทำไว้เป็นแต่แท่นปนไม่สู้งามดู แีลจะไม่ถาวร ยั่งยืนนาน ครั้้งนี้้จึ่่�งมีีพระบรมราชโองการดำำรััศสั่่�งพระเจ้้าราชวรวงษ์์เธอ กรมหมื่่�นราชสีีหวิิกรม ให้้สร้้างทำำแท่่นสิิลาไปประดัับใส่่แทนแท่่นปููนณที่่�นั้้น แท่่นนี้้ได้้ทำำ มาใส่่แต่่ ณ วัันที่่� ๕ ฯ๘ ๓ ค่ำ ำ� ๑
58 ปีีมเมีีย สััมฤทธิิศก แล้้วทรงพระราชดำำริิห์์ว่่า ครั้้นจะประดัับประดาให้้ประณีีตมากไป ก็็เป็็น ของอยู่่ไกล อยู่เป่ลี่ ่� ยวนััก ไม่มีีผู้้ ่ ใดรัักษา ครั้้น ณ วััน ค่ำ ำ� ปีีวอก โทศก ๑๐ศัักราช ๑๒๒๒ เป็็น วัันที่่� ๒๓ ในรััชกาลประจุุบัันนี้้จึ่่�งเสด็็จพระราชดำำเนิินมาทรงปิิดอีีกครั้้งหนึ่่�ง” ๑๙ พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว เสด็็จพระราชดำำเนิินพระปฐมเจดีย์ี์ ในรััชกาลพระบาทสมเด็็จพระนั่่�งเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว เมื่่�อพระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้า อยู่่�หััวยัังทรงพระผนวชนั้้�น ในฤดููแล้้ง พ.ศ. ๒๓๗๒ พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััวเมื่่�อ ทรงพระผนวชได้้เสด็็จไปนมััสการพระปฐมเจดีีย์์ ดัังปรากฏหลัักฐานในพระนิิพนธ์์สมเด็็จพระ มหาสมณเจ้้า กรมพระยาปวเรศวริยิาลงกรณ์์ ว่่า “...ครั้นฤดูแล้งเสด็จไปนมัสการพระปฐมเจดีย์ พระสงฆ์ได้ตามเสด็จไปด้วยหลายรูป ครั้นเวลาค่ำเสด็จขึ้นไปสวดมนต์บนลานพระ ครั้นสวดจบแลว้จึง่ทรงอธิษฐานด้วยภาษามคธความว่า ที่เจดียสถานนี้ข้าพเจ้ามคีวาม เชือค่วามเลอมใส ื่ว่า คงเป็นของเก่าเป็นแท้ในเขตแดนสยามนี้ ไม่มีที่ไหนที่จะเป็นของบราณ ูยงิ่ ขึ้นไปกว่าองค์นี้ไม่มแีลว้ เพราะลวดลายนั้นก็ประหลาดผิดกันกับของทุกวันนี้ จนคนเห็นเข้าไม่รู้ จักว่าพระเจดีย์ อีกประการหนึ่งผู้ที่เขาได้ก่อสร้างลงไว้ เห็นจะได้ปูชนียวัตถุของปณีตอุดมดีที่ควรจะ เชื่อจะเลื่อมใส เขาจึ่งบริจาคทรัพย์เป็นอันมาก ก่อสร้างลงไว้ให้เป็นของถาวรโตใหญ่มั่นคงตั้ง อยู่สิ้นกาลนาน ถ้าพระธาตุพระผู้มีพระภาคหากจะยังประดิษฐานเหลืออยู่ในโลก ก็คงจะมีอยู่ ในที่เช่นนี้เป็นแน่ไม่สงสัย ถ้าในมหาเจดียสถานนี้มีพระธาตุบรรจุไว้ภายใน ขออารักษ์เทพยดาผู้รักษาจงได้แบ่ง ให้สักสององค์ จะเอาไปบรรจุในพระพุทธรูปที่หล่อใหม่นั้นองค์หนึ่ง ในพระเจดีย์เงินองค์หนึ่ง ไว้เป็นที่ไหว้ที่บูชาในกรุงเทพฯ ให้สมควร เพราะว่าในที่นี้เดี๋ยวนี้ก็เป็นป่าไปเสียแล้ว ไม่ควร จะเป็นที่ไปมาบูชาแห่งมหาชนเป็นอันมาก ขอเทพยเจ้าจงได้แบ่งพระสารีริกธาตุให้สององค์ เถิด...” ๒๐ ๑๙ คัดจากสมุดไทย เรื่องจดหมายเหตุ รัชกาลที่ ๔ เลขที่ ๑๓ ข้อ ๖ ๒๐ กรมศิลปากร, เร ื่ องพระปฐมเจดีย์ กรมศิลปากรตรวจสอบชำ ระใหม่ (กรุงเทพฯ: ศิวพร, ๒๕๐๖), หน้า ๗๒.
วััดพระปฐมเจดีีย์์
60 จารึึกพระราชนิิพนธ์์ ร.๔ พระปฐมเจดีีย์์
61 พระปฐมเจดีีย์์
62 นอกจากนี้้ยั�ังปรากฏในพระราชพงศาวดารกรุุงรัตันโกสิินทร์์ รััชกาลที่่� ๔ ฉบัับเจ้้าพระยา ทิิพากรวงศ์์ (ขำำบุุนนาค) ว่่า “...ที่เมืองนครไชยศรนั้น ีทรงพระราชดำริว่ามีพระเจดีย์ใหญ่องค์ ๑ เป็นพระเจดียย์อด ปรางค์ตอน ๑ ฐานล่างกลมเป็นรประฆังตอน ๑ ูพิเคราะห์ดเูห็นจะทำมาหลายคราว ราษฎรเรียก ว่าพระปฐม ด้วยความประสงค์ของท่านทั้งหลายว่าพระพทธุเจ้าเสด็จมาบรรทมอยูที่ ่ นั้น แต่เห็น ว่าจะไม่ถูก ด้วยได้ทอดพระเนตรเห็นหนังสือเก่าๆ เห็นเขียนว่าปฐมเจดีย์ เมื่อแต่ก่อนยังไม่ได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติได้เสด็จไปนมัสการหลายครั้ง เป็นมหาเจดีย์ใหญ่กว่าพระเจดีย์ในประเทศสยามทุกๆ แห่ง สืบดูทั้งพระราชอาณาจักร ฝ่ายเหนือตั้งแต่เชียงแสนเชียงใหม่ ตลอดลงมาฝ่ายใต้จนถึงเมืองนครศรีธรรมราช และ เมืองลาว เมืองเขมรฝ่ายตะวันออก พระสถูปเจดีย์ซึ่งจะโตใหญ่กว่าพระปฐมเจดีย์ไม่มี พิเคราะห์ดูเห็นจะเป็นของเก่ามาช้านานก่อนพระเจดีย์ในประเทศสยาม จึงได้เรียกว่า พระปฐมเจดีย์ ทอดพระเนตรดฝีมือูทำอิฐและก่อ เห็นจะเป็นของทำแลว้เก่าแก่มาหลายครั้งหลายคราว ที่เนินใหญ่เป็นกองอิฐหักลงมา ได้ชันสูตรขุดลงไปดูลึก ๒ ศอก ๓ ศอกบ้าง พบอิฐยาว ๑ ศอก หน้าใหญ่ ๑๒ นิ้ว หน้าน้อย ๖ นิ้ว ก่อเป็นพื้นอยู่ พิเคราะห์ดูเห็นว่าจะเป็นองค์พระเจดีย์เดิมจะ หักพังลงมา มีผู้ศรัทธามาเกลี่ยอิฐให้เป็นเกาะขึ้น แล้วมาก่อเป็นพระเจดีย์กลมขึ้นอีกคราว ๑ เหมือนอย่างพระเจดีย์ในเกาะลังกา ครั้นนานมายอดจะหักลงมาอีก จะมีผู้ศรัทธาปฏิสังขรณ์ขึ้นอีกคราว ๑ จะเห็นว่าพระ เจดีย์ยอดแหลม จะไม่ถาวรมั่นคงจึงเกลี่ยที่ให้เสมอเพียงไหล่ที่ก่อองค์ปรางค์ต่อตั้งขึ้นไปแทน ยอด ที่ริมขอบเวทีก่อกำแพงแก้วไว้เป็นที่ทักษิณ ก่อบันไดลงมาถึงพื้นเนินเก่า พิเคราะห์ดบันไดู ก่อทับปะคอระฆังเข้าไว้ เห็นจะเป็นของทำทีหลัง แต่วหิารอยู่ด้านตะวันออกบนเนินเรียงกันอยูท่ ั้ง ๔ วหิาร วหิารพระนาคปรกวหิาร ๑ อยู่ ข้างทิศตะวันออกเฉียงใต้ ถัดมาถึงวิหารพระไสยาศน์วิหาร ๑ วิหารไว้พระพุทธรูปต่างๆ วิหาร ๑ วิหารพระป่าเลไลยที่สุดด้านตะวันออก แล้วมีพระเจดีย์เฉียงเหนือเป็นแถวกันมา ย่อมๆ อีก หลายองค์ไม่เป็นฝีมือในหลวงสร้าง เป็นฝีมือราษฎรชาวบ้านทำเล็กๆ ใหญ่ๆ เป็นของทำทีหลัง แน่ทีเดียว
63 ที่ของเดิมแท้ๆ วิหารหลวงพระอุโบสถอยู่ที่พื้นแผ่นดิน พิหารอยู่ตรงเก๋งจีนและ พลับพลาทรงโปรยลงไป ด้วยเสาศิลาแลงมปรากฏอ ียูหล่ายต้น พระอุโบสถนั้นก็ตรงพระอุโบสถ เดยวี๋นลี้งไป กุฏิสงฆ์อยูห่ น้ากะเปาะข้างทิศใต้ ด้วยได้เห็นของสำคัญหลายอย่าง คือ สระนำ้และ ถนนอิฐปูเป็นพื้น ที่จอมปลวกใหญ่ก็รื้อได้พระพุทธรูปในนั้นยังปรากฏอยู่ในวัดเดี๋ยวนี้ ที่พระสงฆ์อยู่เป็นของย้ายมาทีหลังเมือแผ่นดิน่พระบาทสมเด็จพระพทธุเลิศหล้านภาลยั แต่องค์พระปรางค์เห็นจะเป็นของหลวง ได้โปรดใหว้ัดองค์พระปรางค์ตั้งแต่แผ่นดินขึ้นไปถึงหลัง เกาะสูง ๔ วาบ้าง ๕ วาบ้าง ด้วยแผ่นดินไม่เสมอกัน ตั้งแต่หลังเกาะขึ้นไปเป็นองค์พระเจดีย์ กลม สูง ๑๔ วา ๒ ศอก องค์ปรางค์สูง ๒๐ วา ยอดนภศูลขึ้นไป ๘ ศอก รวมตั้งแต่หลังเกาะ ขึ้นไปตลอดยอดนภศูลคิดได้ ๔๐ วา ๒ ศอก พระปฐมเจดีย์นี้ จะมีกษัตริย์แต่โบราณตั้งเป็น เมืองหลวงอยู่ที่นั้นสร้างขึ้นก่อนพระเจดีย์ทั้งปวงในประเทศสยาม จึงสืบได้ความในหนังสือเก่าๆ ว่าสร้างเมือ่พระพทธุศักราชลว่ งได้ ๕๖๙ ปีบ้าง สร้างเมือ่ พระพุทธศักราชล่วงได้ ๑๐๐๐ ปีบ้าง สร้างเมื่อพระพุทธศักราชล่วงได้ ๑๐๘๕ ปีบ้าง สร้างเมื่อ พระพุทธศักราชล่วงได้ ๑๒๖๔ ปีบ้าง สร้างเมื่อพระพุทธศักราชล่วงได้ ๑๖๓๓ ปีบ้าง ไม่ถูกกัน มีกำหนดนับว่าสูง ๔๕ วาศอก ว่าเป็นที่พระแท่นพระพุทธเจ้าเสด็จมาบรรทมอยู่ที่นั้น และได้ บรรจุพระทันตธาตุคือพระเขยวี้แก้วองค์ ๑ ครั้ง ๑ บรรจุพระบรมธาตุอกีทะนาน ๑ อกครั้งบรรจุ ี พระบรมธาตุ ๑๐๐ องค์ ได้ความไม่ถูกกัน จะคิดเอาเป็นที่แน่นอนทีเดียวก็ยังสงสัยอยู่ แต่เห็นว่าจะสร้างเมื่อครั้งกษัตริย์ศรีธรรมาโศกราช แจกพระบรมธาตุไปในประเทศทั้ง ปวงที่นับถือพระพุทธศาสนาเหมือนกัน ในครั้งนั้นพระพุทธศักราชล่วงมาได้ ๒๑๘ ปี ภายหลัง เห็นว่าจะมีผู้สถาปนาเพิ่มเติมมาอีกหลายครั้งหลายคราวมาแล้ว และเป็นสถานที่ใหญ่กว่าที่ อื่น คงจะมีพระบรมธาตุบรรจุไว้เป็นแน่ ไม่เป็นที่สงสัยเลย พระปฐมเจดีย์มีหนังสือเก่าๆ ว่ามี ปรากฏก่อนที่คนได้พบพระพุทธบาทพระฉายกว่า ๑,๐๐๐ ปี ไม่ควรที่จะทิ้งให้รกร้างอยู่ จึงได้ถวายพระพรพระบรมเชษฐาธิราช พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงทราบแล้ว ดำรัสว่า เป็นของอยู่ในป่ารกถึงจะกระทำขึ้นก็ไม่เป็นประโยชน์สิ่งไรนัก ครั้นได้ทรงสดับพระกระแสว่าไม่โปรดแล้ว ก็ทรงพระจินตนาไว้ว่า ถ้าได้สิริราชสมบัติ แล้วจะทรงสถาปนาปฏิสังขรณ์ขึ้นไว้ให้จงได้ ก็ครั้งนี้ได้เถลิงถวัลยราชสมบัติแล้ว ควรจะทำ ตามพระราชประสงค์ไว้แต่เดิม...”
วััดธรรมาราม จัังหวััดพระนครศรีีอยุุธยา
65 วััดพระศรีีรััตนมหาธาตุุ จัังหวััดพิิษณุุโลก
66 พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว เสด็็จประพาสเมืืองเหนืือ พ.ศ. ๒๓๗๖ ต่่อมาใน พ.ศ. ๒๓๗๖ พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่�หััว ได้้เสด็็จพระราชดำำเนิิน ประพาสหััวเมืืองเหนืือ ปรากฏหลัักฐานสำคัำ ัญ คืือ พระราชนิิพนธ์์ภาษาบาลีี เรื่่�อง “อุุตฺฺตรทิสาคมนมคฺโค” หรือ “ระยะทางเสด็จประพาสเมืองเหนือ” เป็นบันทึกระยะทางการเสด็จ พระราชดำเนินไว้ ระยะทางเสด็จประพาสเมืองเหนือ หรือ อุตฺตรทิสาคมนมคฺโค เป็นพระราช นิพนธ์ภาษาบาลีในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อทรงผนวชได้ ๙ พรรษา ในปี พ.ศ. ๒๓๗๖ ในครังท้เส ี่ ด็จพระราชดำเนินประพาสหัวเมองื ฝ่ายเหนอ ืดังทสมเ ี่ ด็จฯ กรมพระยา ดำรงราชานุภาพ ทรงพระนิพนธ์อธิบายไว้ว่า “...เมื่่�อพระบาทสมเด็็จฯ พระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่หััวทรงผนวชได้้ ๙ พรรษา ในปีีมะเส็็ง จ.ศ. ๑๑๙๕ ตรง พ.ศ. ๒๓๗๖ ได้้เสด็็จประพาสหััวเมืืองเหนืือ แล้้วทรงพระนิิพนธ์์ระยะทางไว้้ เป็็นภาษามคธ (เรีียกว่่า อุตฺุ ฺตรทิิสาคมนมคฺฺโค) หอพระสมุุด ฯ ได้ต้้ ้นฉบัับไปจากวััดบวรนิิเวศ... ...เรือง่ ที่พระบาทสมเด็จฯ พระจอมเกล้าเจ้าอยูห่วัเสด็จธุดงค์ไปทางเมืองเหนือเมือ่ทรง ผนวช สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ได้ทรงเรียบเรียงเป็นเรืองรา่วไว้ แต่ในพระนิพนธ์นั้นปรากฏรายวันที่เสด็จไปถึงที่ไหนเมือ่วันใด แต่บางแห่งรายวันและตำบลทั้ง ปวงซึ่งได้เสด็จไปถึง พึ่งปรากฏบริบูรณ์ในพระราชนิพนธ์ฉบับนี้...” ในที่ น ี้ ผู้เขียนได้นำมาเสนอไว้เฉพาะคำแปลภาษาไทย และได้จัดทำเชิงอรรถอธิบาย สถานท ี่เพิ่มเติม ดังต่อไปน ี้ ระยะทางเสด็จประพาสเมืองเหนือ ๑. ณ วัันเสาร์์ ๔ ค่ำ ำ� ในปัักษ์์ที่่� ๒ กล่่าวคืือข้้างขึ้้�น เดืือนยี่่� ปีีมะเส็็ง ศก ๑๑๙๕ เราฉััน อาหารครั้้�งที่่� ๒ (คืือเพล) แล้้วพอล่่วงเที่ย ่� งวัันตะวัันชาย ก็็ออกจากวิหิารของตนไปทางทิิศเหนืือ ๒. ขึ้น ๕ ค่ำ เพลาเช้าถึงกรุงอยุธยาเก่า พักรับภิกษาหารท ี่วัดธรรมา๒๑ ๒๑ วััดธรรมาราม เป็็นวัดัโบราณตั้้�งแต่่สมััยอยุุธยา ตั้้�งอยู่่�ริิมแม่่น้ำำ� เจ้้าพระยา ตรงข้้ามกัับวััดสบสวรรค์์ วััดนี้้�เป็็นวัดั ที่่�พระอุุบาลีีจำำพรรษาในสมัยัสมเด็็จพระเจ้้าอยู่่�หััวบรมโกศส่่งสมณทููตไปตั้้�งสยามวงศ์์ในลัังกา
67 ๒๒ วััดพระบรมธาตุุ จัังหวััดชััยนาท เป็็นวัดัโบราณตั้้�งแต่่สมััยอยุุธยา ๒๓ ปััจจุุบัันคืืออำำเภอพยุหคีีรีีุจัังหวััดนครสวรรค์์๒๔ ปััจจุุบัันคืือ อำำเภอโกรกพระ จัังหวััดนครสวรรค์์๒๕ ปััจจุุบัันอยู่่�ในอำำเภอเมืืองนครสวรรค์์ จัังหวััดนครสวรรค์์๒๖ เขาลููกช้้าง จัังหวัดพิั ิจิิตร๒๗ อำำเภอเมืืองพิิษณุุโลก จัังหวััดพิิษณุุโลก๒๘ ปากคลองพิิง อำำเภอเมืือง จัังหวัดพิัษณุิ ุโลก เป็็นคลองลัดัจากแม่่น้ำน่่ ำ� านไปแม่่น้ำย ำ� ม และเป็็นจุดยุุทธศาสตร์์สงคราม ไทย - พม่่าหลายครั้้�ง๒๙ บางโพ อำำเภอเมืืองอุุตรดิิตถ์์ จัังหวััดอุุตรดิิตถ์์ ๓. ออกจากวััดธรรมาไปพัักแรมที่ ่� บ้้านนางแมวในวัันขึ้้�น ๕ ค่ำ ำ� นั้้�นเอง ๔. ออกแต่่วัันใหม่่ ขึ้้�น ๖ ค่ำ ำ� พัักแรมที่บ้ ่� ้านสมััค ๕. วัันรุ่่�งขึ้้�น ๗ ค่ำ ำ� พัักแรมที่ ่�ท่่าวัดัมหาธาตุุ เมืืองไชยนาท๒๒ ๖. ขึ้้�น ๘ ค่ำ ำ� พัักนอนที่ ่� บ้้านชีีดัักขนน ๗. ขึ้้�น ๙ ค่ำ ำ� พัักแรมที่ ่� บ้้านใกล้้เขาพยุุแด่่น ๒๓ ๘. ขึ้้�น ๑๐ ค่ำ ำ� พัักแรมที่ ่� บ้้านโกรกพระ๒๔ ๙. ขึ้้�น ๑๑ ค่ำ ำ� พัักแรมที่ ่�ท่่าหาดสููง เมืืองนครสวรรค์์ ๒๕ ๑๐. ขึ้้�น ๑๒ ค่ำ ำ� พัักแรมที่ ่� หมู่่�บ้้านเกอยไชย ๑๑. ขึ้้�น ๑๓ ค่ำ ำ� พัักแรมที่ ่� บ้้านร้้าย ๑๒. ขึ้้�น ๑๔ ค่ำ ำ� พัักแรมที่่�เขาลููกช้้าง๒๖ ๑๓. ขึ้้�น ๑๕ ค่ำ ำ� พัักแรมที่ ่� บ้้านกะมััง ๑๔. วัันพฤหััสบดีี เดืือนยี่่� แรมค่ำ ำ� ๑ พัักแรมที่บ้ ่� ้านสนามเคล้้ ๑๕. แรม ๒ ค่ำ ำ� ถึึงเมืืองพิิษณุุโลก ๒๗พัักอยู่่�ที่่�เมืืองนั้้�น ๖ วััน เที่ ่� ยวดููสถานที่ ่�ต่่างๆ แล้้ว ถึึงวัันที่่� ๗ จึึงออกจากเมืืองพิิษณุุโลก ในวัันแรม ๙ ค่ำ ำ� ไปพัักแรมที่ ่� หาดทราย ที่่�เรีียกกัันว่่า หาดกรวด ๑๖. แรม ๑๐ ค่ำ ำ� ไปพัักแรมอยู่่�ที่ ่� หากทรายบ้้านปากพิิงค์์ ๒๘ ๑๗. แรม ๑๑ ค่ำ ำ� พัักแรมบ้้านแก่่ง ๑๘. แรม ๑๒ ค่ำ ำ� พัักแรมบ้้านบางโพ๒๙
68 ๑๙. ส่่วนวัันแรม ๑๓ ค่ำ ำ� ขึ้้�นจากเรืือเดิินทางไปไหว้้พระแท่่นศิิลาอาสน์์ ๓๐ แล้้วกลัับใน วัันนั้้�น ๒๐. แรม ๑๔ ค่ำ ำ� ฉัันเช้้าแล้้วเดิินทางไปเมืืองสวางคบุุรีี๓๑ ไม่่ทัันเย็็นก็็ถึึง พัักแรมอยู่่�ที่ ่� เมืืองสวางคบุุรีีคืืน ๑ รุ่่�งขึ้้�นวัันแรม ๑๕ ค่ำ ำ� เวลาบ่่ายก็็กลัับมาพัักแรมที่ ่�ท่่าบ้้านบางโพ ๒๑. เดืือน ๓ ขึ้้�นค่ำ ำ� ๑ คิิดจะไปเมืืองสวรรคโลก ๓๒จึึงออกจากบ้้านบางโพ ไปไหว้้พระ แท่่นศิลิาอาสน์อีี์กครั้้�งหนึ่่�ง พัักหน่่อยหนึ่่�งแล้้วก็็ออกจากที่นั้้่� �นไปถึึงศาลาด่่านแม่่ระมัันกลางคืืน พัักแรมที่่�ศาลานั้้�นคืืน ๑ ๒๒. ขึ้้�น ๒ ค่ำ ำ� ถึึงเมืืองสวรรคโลก พัักแรมที่ ่� วััดเชิิงเขา๓๓ ๒๓. ขึ้้�น ๓ ค่ำ ำ� อยู่่�ที่ ่� วััดมหาธาตุุ ๓๔ภายในเมืือง พัักอยู่่� ๔ วััน ถึึงวัันขึ้้�น ๖ ค่ำ ำ� จึึงลงเรืือ มาวััดทุ่่�งคา พัักแรมที่วั ่� ัดทุ่่�งคานั้้�น ๒๔. ขึ้้�น ๗ ค่ำ ำ� เวลาเที่ ่� ยงวัันก็็ถึึงท่่าเมืืองธานีี ๓๕ จึึงขึ้้�นจากเรืือเดิินทางไปเมืือง สุุโขทััย ๓๖ ถึึงเย็็นทีีเดีียว พัักอยู่่�ที่ ่�นั่่�น ๒ วััน พอวัันที่่� ๓ ก็็ออกเดิินทางแต่่เช้้า กลัับจากเมืืองสุุโขทัยั มาพัักแรมที่่�ศาลาท่่าน้ำ ำ� เมืืองธานีี ๒๕. ขึ้้�น ๑๐ ค่ำ ำ� ออกจากท่่าเมืืองธานีี มาพัักแรมวััดบ้้านชุุมแสง ๒๖. ขึ้้�น ๑๑ ค่ำ ำ� ออกจากบ้้านชุุมแสงมาพัักแรมที่บ้ ่� ้านปากพิิงค์์ ๒๗. ขึ้้�น ๑๒ ค่ำ ำ� พัักแรมที่ ่� หาดทรายชื่่�อว่่า หาดขี้้�ควาย ๒๘. ขึ้้�น ๑๓ ค่ำ ำ� ถึึงบ้้านกะมััง พัักอยู่่�ที่ ่�นั้้�น ๔ วััน เมื่่�อเสร็็จการฉลองวิหิารวัดัเชิิงเขา ลููกช้้าง๓๗ แล้้ว ก็็ออกจากบ้้านกะมััง ไปเมืืองกำำแพงเพชรในเดืือน ๓ แรม ๒ ค่ำ ำ� พัักแรมที่บ้ ่� ้านเชิิงไกร ๒๙. แรม ๓ ค่ำ ำ� พัักแรมที่ ่� หาดบ้้านท่่ามะเกลืือ ๓๐. แรม ๔ ค่ำ ำ� พัักแรมที่ ่� บ้้านงิ้้�ว ๓๐ วััดพระแท่่นศิิลาอาสน์์ อำำเภอลัับแล จัังหวััดอุุตรดิิตถ์์ เป็็นสถานที่่�จารึึกแสวงบุุญที่สำ่� ำคััญอีีกแห่่งหนึ่่�ง มีีตำำนาน เกี่่�ยวกัับพระพุุทธเจ้้าเสด็็จประทัับที่่�นี่่�๓๑ ปััจจุุบัันคืือสวางคบุุรีีจัังหวััดอุุตรดิิตถ์์ มีีโบราณสถานสำำคััญ คืือ วััดพระบรมธาตุุ เมืืองสวางคบุุรีี๓๒ ปััจจุุบัันคืืออำำเภอสวรรคโลก จัังหวััดสุุโขทััย๓๓ วััดเชิิงคีีรีีอำำเภอสวรรคโลก จัังหวััดสุุโขทััย๓๔ วััดพระศรีีรัตันมหาธาตุุเชลีียง อำำเภอศรีีสััชนาลัยัจัังหวััดสุุโขทััย๓๕ บ้้านธานีีปััจจุบัุันคืือตััวจัังหวััดสุุโขทััย๓๖ เมืืองเก่่าสุุโขทัยั ปััจจุุบัันคืือ อุุทยานประวััติิศาสตร์์สุุโขทััย๓๗ วััดเขาลููกช้้าง จัังหวัดพิั ิจิิตร
69 วััดพระแท่่นศิลิาอาสน์์
พระแท่่นศิิลาอาสน์์
วััดพระบรมธาตุุ เมืืองสวางคบุุรีี
72 วััดพระศรีีรััตนมหาธาตุุ เชลีียง
73 เนิินปราสาท เมืืองสุุโขทััย
จารึึกหลัักที่่� ๑ ซึ่�ง่รััชกาลที่่� ๔ ทรงได้้มาจากเนิินปราสาท
75 ๓๑. แรม ๕ ค่ำ ำ� พัักแรมที่ ่� บ้้านแสนตอ ๓๒. แรม ๖ ค่ำ ำ� พัักแรมที่ ่� บ้้านเกาะหมูู ๓๓. แรม ๗ ค่ำ ำ� พัักแรมที่วั ่� ดัมหาธาตุุ ๓๘อัันประดัับด้้วยต้้นตาลมีียอดน้้อมลงมา ในเมืือง ไตรตรึึงส์์ อัันเป็็นที่ป่� ระทัับของพระเจ้้าแสนปม ๓๔. แรม ๘ ค่ำ ำ� ถึึงเมืืองกำำแพงเพชร เที่ ่� ยวดููทั้้�งในเมืืองและนอกเมืือง๓๙พัักอยู่่� ๓ วััน พอถึึงวัันแรม ๑ ค่ำ ำ� ก็็กลัับจากเมืืองกำำแพงเพชร มาพัักแรมที่ท่่� าบ้้านตราสััง กล่่าวคืือ บางพุุทรา ๓๕. แรม ๑๒ ค่ำ ำ� พัักแรมที่ ่� บ้้านสิิม คืือ บ้้านแดน ๔๐ ๓๖. แรม ๑๓ ค่ำ ำ� พัักแรมที่ ่� บ้้านอัันได้้ชื่่�อว่่าหััวดง ๓๗. แรม ๑๔ ค่ำ ำ� พัักแรมที่ ่� หาดทราย ท้้ายเมืืองนครสวรรค์์ ๓๘. ครั้้�นเดืือน ๔ ขึ้้�น ค่ำ ำ� ๑ พัักแรมที่บ้ ่� ้านคุ้้งสำำเภา ๔๑ ๓๙. ขึ้้�น ๒ ค่ำ ำ� เราพัักแรมที่ ่�ปากน้ำ ำ� บ้้านตราสััง กล่่าวคืือบางพุุทรา ในเวลากลางคืืน พระเถระท่่านให้้โอกาส รุ่่�งขึ้้�นฉัันอาหารแต่่เช้้าแล้้ว จึึงอำำลาพระเถระไปดููพระนอนที่่�เมืือง จัักรศรีี๔๒ และพระเมตไตรยที่ ่� วิิหารวััดไลย์์ ๔๓บ้้านบางขาม ๔๐. กลัับจากวััดไลย์์แล้้วล่่องลงมา ขึ้้�น ๓ ค่ำ ำ� ถึึงที่่�ๆ เรีียกว่่า หาดกรวด พัักแรมที่ ่�นั่่�น คืืน ๑ ๔๑. ครั้้�นขึ้้�น ๔ ค่ำ ำ� ฉัันเช้้าเสร็็จแล้้ว ไปวััดอิินทประมููล๔๔ ไหว้้พระนอนใหญ่่แล้้ว เวลา เที่ ่� ยงก็็กลัับล่่องลงมา ได้้อรุุณที่ ่� วััดตลาดเนื้้�อ หมู่่�บ้้านมอญใหม่่ ๔๒. เดืือน ๔ ขึ้้�น ๕ ค่ำ ำ� ก็็กลัับมาถึึงวััดของตน คืือวััดมหาธาตุุ ๔๕ สิ้้�นระยะทางที่่�ไปเมืืองเหนืือเท่่านี้้� ๔๖ ๓๘ วััดพระบรมธาตุุ เมืืองไตรตรึึงส์์ จัังหวัดกำั ำแพงเพชร๓๙ โบราณสถานภายในเมืืองและในเขตอรััญญิิก อุุทยานประวััติิศาสตร์กำ์ ำแพงเพชร จัังหวััดกำำแพงเพชร๔๐ บ้้านแดน เป็็นรอยต่่อระหว่่างจัังหวััดกำำแพงเพชรกัับนครสวรรค์์๔๑ เมืืองโบราณอู่่�ตะเภา อำำเภอมโนรมย์์ จัังหวััดชััยนาท๔๒ วััดพระนอนจัักรสีีห์์วรวิหิาร อำำเภอเมืืองสิิงห์์บุุรีีจัังหวััดสิิงห์บุ์ุรีี๔๓ พระศรีีอาริิยเมตไตรย วัดัไลย์์ อำำเภอท่่าวุ้้ง จัังหวััดลพบุุรีี๔๔ วััดขุุนอิินทประมููล อำำเภอโพธิ์์�ทอง จัังหวัดอ่่ ัางทอง๔๕ วััดมหาธาตุุ กรุุงเทพ๔๖ ประชุุมพระนิิพนธ์ภ์าษาบาลีีในพระบาทสมเด็จพ็ระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่หั่� วั (กรุุงเทพฯ: โรงพิิมพ์สำ์นัำ ักงานพระพุุทธ ศาสนาแห่่งชาติิ, ๒๕๔๗), หน้้า ๑๒๓ - ๑๒๗.
76 พระศรีีอาริิยเมตไตย วััดไลย์์ อ.ท่่าวุ้้ง จ.ลพบุุรีี
77 วััดขุุนอิินทประมููล
78 วััดพระแก้้ว เมืืองกำำแพงเพชร