The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by n_pimpan, 2022-09-23 09:39:59

แผนการจัดการเรียนรู้วิชาภาษาอังกฤษ ม.1 ภาคเรียนที่ 1

แผนเทอม1

1

2

คำนำ

แผนการจัดการเรียนรู้นี้ได้ออกแบบและพัฒนาองคค์ วามรูต้ ามมาตรฐานการเรียนรูแ้ ละตัวช้ีวัดรายปี
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาตา่ งประเทศ เพื่อใช้เปน็ สื่อการเรยี นการสอนในรายวชิ า ภาษาอังกฤษพืน้ ฐาน ภาค
เรียนที่ 1 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยมุ่งตอบสนองความต้องการของนักเรียน ว่าควรต้องมีความรู้ความ
เข้าใจเนื้อหาภาษาในเรื่องใดบ้าง และควรได้รับการฝึกฝนทักษะด้านใดที่จะช่วยให้ผู้เรียนบรรลุวัตถุประสงค์
ตามตัวชี้วัดของหลักสูตร และสามารถใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารได้อยา่ งคล่องแคลว่ จึงยึดหลักการสำคัญ
ตอ่ ไปน้ี

1. วเิ คราะหร์ ายละเอียดจากมาตรฐานตัวชีว้ ัด ทก่ี ำหนดไวใ้ นหลักสตู รฯ เพื่อจดั ทำขอบขา่ ยสาระ
การเรียนร้ทู ี่เหมาะสม

2. จัดทำหน่วยการเรียนรู้ เพื่อแบ่งปริมาณเนื้อหาสาระการเรียนรู้ ให้เหมาะสมกับรายวิชา
ภาษาอังกฤษพื้นฐาน สอดคล้องกับการนำไปใช้จริงในชีวิตประจำวัน เพื่อสร้างสรรค์
ประสบการณท์ างภาษาที่เป็นประโยชน์ตอ่ ผเู้ รยี นโดยตรง

3. ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ในแต่ละหน่วย โดยยึดหลักการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
ผู้เรียนได้ฝึกฝนภาษา สามารถใช้ภาษาอังกฤษในการแสวงหาความรู้ พัฒนากระบวนการคิด
และการสื่อสารทั้ง 4 ทักษะ โดยเน้นการเรียนรู้ด้วยการปฏิบัติจริง (Active Learning) และ
เรียนรู้ผ่านการทำงาน (Task-Based Learning) รวมทั้งเสริมสร้างเจตคติต่อการเรียน
ภาษาองั กฤษผา่ นการเรยี นรู้ท่นี ่าสนใจ

ผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิง่ ว่า แผนการจัดการเรียนรูน้ ี้ จะเป็นประโบชน์ต่อการจัดการเรียนการสอน
รายวิชาภาษาองั กฤษพ้ืนฐาน ระดับช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ 1 และสามารถพัฒนาผู้เรียนไปสูเ่ ป้าหมายตวั ช้ีวัดและ
มาตรฐานการเรียนรู้ได้

ผู้จดั ทำ

สารบญั 3

• คำนำ หนา้
• สารบัญ พเิ ศษ 1
• คำอธบิ ายรายวิชา พเิ ศษ 2
• โครงสร้างรายวชิ าภาษาอังกฤษพน้ื ฐาน พิเศษ 3
• Starter Unit พเิ ศษ 4
• Module 1 School days
• Module 2 My favourites! 1
• Module 3 My home, my castle 8
• Module 4 Strong ties 45
• Module 5 The animal kingdom 84
124
160

4

คำอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน

อ21101 ภาษาองั กฤษ กล่มุ สาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ

ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 1 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 120 ช่ัวโมง จำนวน 1.5 หนว่ ยกิต

ห ลัก สตู ร ส ถ า า ช ๒ ๕ ๖ ๒

หนา้ ๑๙ศกึ ษาและฝึกทกั ษะเกี่ยวกบั การปฏบิ ัตติ ามคำส่ัง คำขอร้อง คำแนะนำ และคำช้ีแจงงา่ ยๆ ทฟ่ี ังและ

อา่ น อา่ นออกเสียงขอ้ ความ นิทาน และบทร้อยกรองสั้นๆ ถูกต้องตาม หลักการอา่ น เลือกและระบุประโยค

และขอ้ ความให้สมั พนั ธ์กับสอ่ื ทีไ่ มใ่ ช่ความเรยี งที่อา่ น สนทนา ระบุหัวขอ้ เรื่อง ใจความสำคญั และตอบคำถาม

จากการฟงั และอ่าน บทสนทนา นทิ าน และเรื่องส้ัน สนทนาแลกเปลยี่ นข้อมลู เกยี่ วกบั ตนเอง กิจกรรม และ

สถานการณ์ต่างๆ ในชีวติ ประจำวนั ใช้คำขอรอ้ ง ให้คำแนะนำ และคำชี้แจง ตามสถานการณ์ พดู และเขยี นขอ

และให้ขอ้ มลู และแสดงความคิดเห็นเกีย่ วกับเรือ่ งทีฟ่ ังหรอื อ่านอย่างเหมาะสม พดู และเขยี นบรรยายเกี่ยวกับ

ตนเอง กิจวตั รประจำวัน ประสบการณ์ และสงิ่ แวดลอ้ ม ใกลต้ วั สรุปใจความสำคัญหรือแกน่ สาระท่ีได้จาก

การวิเคราะห์เร่อื งหรอื เหตุการณ์ท่ี อยู่ในความสนใจของสังคม พดู และเขียนแสดงความรู้สึก และความคิดเห็น

ของตนเองเก่ียวกบั เรอ่ื งต่างๆ ใกล้ตวั กิจกรรมต่างๆ พร้อมทงั้ ให้เหตผุ ลส้ันๆ ประกอบ ใชภ้ าษา น้ำเสยี ง และ

กริ ิยาท่าทางสุภาพเหมาะสม ตามมารยาทสงั คม และวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา บรรยายเกีย่ วกบั เทศกาล

วนั สำคญั ชีวติ ความเปน็ อยู่ และประเพณีของเจ้าของภาษา บอกความเหมือนและความแตกต่างระหว่างการ

ออกเสยี งประโยคชนดิ ตา่ งๆ การใช้เครื่องหมายวรรคตอน และการลำดับคำตามโครงสร้างประโยคของ

ภาษาตา่ งประเทศและภาษาไทย เปรยี บเทียบความเหมอื นและความแตกต่างระหวา่ งเทศกาล งานฉลอง วัน

สำคญั และชวี ิตความเปน็ อยู่ ของเจา้ ของภาษากับของไทย ใช้ภาษาสื่อสารในสถานการณ์จริงหรือสถานการณ์

จำลองท่ีเกิดขึ้นในห้องเรยี นและ สถานศึกษาโดยใชท้ กั ษะกระบวนการทางภาษา ทักษะการปฏิบัติ ทกั ษะ

กระบวนการคิด และการเขา้ ร่วมกจิ กรรมทางภาษาและวฒั นธรรมในการเรียนภาษา เพ่ือให้มีความรู้ ความ

เข้าใจ มที ักษะฟัง พูด อา่ น และเขียน รักการอา่ น มสี นุ ทรยี ภาพทางภาษา สามารถใช้ภาษาอังกฤษส่อื สารใน

สถานการณ์ต่าง ๆในชีวติ ประจำวนั ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง เหมาะสมกบั วยั มีเจตคติทีด่ ตี อ่ การเรียนรภู้ าษา

มาตรฐาน/ตวั ชี้วัด
ต 1.1 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3 ม.1/4
ต 1.2 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/4
ต 1.3 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3
ต 2.1 ม.1/1 ม.1/2
ต 2.2 ม.1/1 ม.1/2
ต 4.1 ม.1/1

รวมทงั้ หมด 15 ตัวชวี้ ัด

5

โครงสร้างรายวชิ าภาษาองั กฤษพ้ืนฐาน

ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 1

เวลา 120 ช่วั โมง คะแนนเก็บ 100 คะแนน

ลำดับ ช่ือหนว่ ยการเรยี นรู้ มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตวั ช้ีวัด เวลา นำ้ หนกั คะแนน
ท่ี (ชว่ั โมง) (100 คะแนน)

1. School days มฐ ต1.1 ม. 1/1 - 2 และ มฐ ต1.1 ม. 10 8

1/4

มฐ ต1.2 ม. 1/1 และ มฐ ต1.2 ม. 1/4

มฐ ต1.3 ม. 1/1

มฐ ต2.1 ม. 1/1

มฐ ต2.2 ม. 1/1 - 2

มฐ ต4.1 ม. 1/1

2. My favourites! มฐ ต1.1 ม. 1/2 - 4 12 8

มฐ ต1.2 ม. 1/1 และ มฐ ต1.2 ม. 1/4

มฐ ต1.3 ม. 1/1

มฐ ต2.1 ม. 1/1

มฐ ต2.2 ม. 1/1 - 2

มฐ ต4.1 ม. 1/1

3. My home, มฐ ต1.1 ม. 1/1 - 4 12 8
my castle มฐ ต1.2 ม. 1/1 และ มฐ ต1.2 ม. 1/4
มฐ ต1.3 ม. 1/1
มฐ ต2.1 ม. 1/1
มฐ ต2.2 ม. 1/1
มฐ ต4.1 ม. 1/1

6

ลำดับ ชือ่ หน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ช้ีวดั เวลา นำ้ หนักคะแนน
ท่ี (ชั่วโมง) (100 คะแนน)

4. Strong ties มฐ ต1.1 ม. 1/2 - 4 12 8

มฐ ต1.2 ม. 1/1 และ มฐ ต1.2 ม. 1/4

มฐ ต1.3 ม. 1/1

มฐ ต2.1 ม. 1/1

มฐ ต4.1 ม. 1/1

5. The animal มฐ ต1.1 ม. 1/2 - 4 12 8
kingdom มฐ ต1.2 ม. 1/1 และ มฐ ต1.2 ม. 1/4
มฐ ต1.3 ม. 1/1
มฐ ต2.1 ม. 1/1
มฐ ต4.1 ม. 1/1

Mid-Year Examination มฐ ต1.1 ม. 1/2 - 4 2 10
6. In all weathers มฐ ต1.2 ม. 1/1 - 2 และ มฐ ต1.2 ม. 10 8
1/4
มฐ ต1.3 ม. 1/1 - 3 8
มฐ ต2.1 ม. 1/1 - 2
มฐ ต4.1 ม. 1/1

7. Glory days มฐ ต1.1 ม. 1/2 และ มฐ ต1.1 ม. 1/4 12
มฐ ต1.2 ม. 1/1 และ มฐ ต1.2 ม. 1/4
มฐ ต1.3 ม. 1/1
มฐ ต2.1 ม. 1/1
มฐ ต4.1 ม. 1/1

7

ลำดบั ชื่อหน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัวช้วี ัด เวลา น้ำหนักคะแนน
ท่ี (ชั่วโมง) (100 คะแนน)

8. Special days มฐ ต1.1 ม. 1/1 - 2 และ มฐ ต1.1 ม. 12 8

1/4

มฐ ต1.2 ม. 1/1 และ มฐ ต1.2 ม. 1/4

มฐ ต1.3 ม. 1/1

มฐ ต2.1 ม. 1/1 - 2

มฐ ต2.2 ม. 1/1

มฐ ต4.1 ม. 1/1

9. Modern living มฐ ต1.1 ม. 1/1 - 2 และ มฐ ต1.1 ม. 12 8
1/4
มฐ ต1.2 ม. 1/1 และ มฐ ต1.2 ม. 1/4 8
มฐ ต1.3 ม. 1/1 - 2
มฐ ต2.1 ม. 1/1 10
มฐ ต4.1 ม. 1/1 100

10. Holidays มฐ ต1.1 ม. 1/1 - 2 และ มฐ ต1.1 ม. 12
1/4
มฐ ต1.2 ม. 1/1 - 2
มฐ ต1.3 ม. 1/1 - 2
มฐ ต2.1 ม. 1/1
มฐ ต4.1 ม. 1/1

Final Examination 2
Total in year round 120

1

แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ 0 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1
รายวิชา ภาษาองั กฤษพ้นื ฐาน อ21101 เวลา 2 ชั่วโมง
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 0 Starter Unit เรอ่ื ง Starter Unit โรงเรยี นบ้านแขโ่ พนเมอื ง
ผสู้ อน นางสาวพมิ พพ์ รรณ ลีลา

1. มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตวั ช้ีวัด

มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเรอ่ื งที่ฟังและอา่ นจากสื่อประเภทตา่ งๆ และแสดงความคิดเหน็

อยา่ งมีเหตผุ ล

มาตรฐาน ต 1.2 มที ักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลีย่ นข้อมูลขา่ วสาร แสดงความรสู้ กึ และ

ความ คิดเห็นอยา่ งมปี ระสิทธิภาพ

มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอข้อมูลขา่ วสาร ความคิดรวบยอด และความคดิ เหน็ ในเรอ่ื งตา่ งๆ โดยการพูด

และการเขียน

มาตรฐาน ต 2.1 เขา้ ใจความสัมพันธ์ระหวา่ งภาษากับวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา และนำไปใช้ได้

อยา่ งเหมาะสมกบั กาลเทศะ

มาตรฐาน ต 4.1 ใชภ้ าษาตา่ งประเทศในสถานการณต์ ่างๆ ท้ังในสถานศึกษา ชุมชน และสงั คม

มาตรฐาน ต 4.2 ใช้ภาษาตา่ งประเทศเป็นเครอื่ งมือพน้ื ฐานในการศกึ ษาตอ่ การประกอบอาชีพ และ

การแลกเปลยี่ นเรียนรกู้ ับสังคมโลก

ตวั ช้วี ัด

ต 1.1 ขอ้ 1 ปฏิบัติตามคำสงั่ คำขอร้อง คำแนะนำ และคำชีแ้ จงง่ายๆ ที่ฟังและอ่าน

ต 1.1 ขอ้ 2 อ่านออกเสยี งข้อความ นิทาน และบทร้อยกรอง (poem) สน้ั ๆ ถูกตอ้ งตามหลกั การอา่ น ต

1.2 ข้อ 1 สนทนาแลกเปล่ียนข้อมูลเกย่ี วกบั ตนเอง กิจกรรม และสถานการณ์ตา่ งๆ

ในชวี ติ ประจำวัน

ต 1.3 ข้อ 3 พูด/เขยี นแสดงความคดิ เห็นเกย่ี วกับกจิ กรรม เร่ืองตา่ งๆ ใกล้ตัว พร้อมท้ังใหเ้ หตุผล

สน้ั ๆ ประกอบ

ต 2.1 ขอ้ 1 ใชภ้ าษา น้ำเสียง และกริ ิยาท่าทางสภุ าพ เหมาะสมตามมารยาทสังคมและวฒั นธรรม

ของเจ้าของภาษา

ต 4.1 ข้อ 1 ใชภ้ าษาสือ่ สารในสถานการณ์จริง/สถานการณจ์ ำลองท่เี กิดขน้ึ ในห้องเรียนและ

สถานศกึ ษา

ต 4.2 ข้อ 1 ใช้ภาษาต่างประเทศในการสบื คน้ /คน้ คว้า ความร้/ู ข้อมูลตา่ งๆ จากสอ่ื และ

แหลง่ การเรียนรตู้ า่ งๆในการศกึ ษาต่อ และประกอบอาชพี

2

2. สาระสำคญั
ทบทวนจำนวนนับ การบอกเวลา สี สำนวนภาษาทใี่ ช้ในชั้นเรียน หวั ข้อตา่ งๆ ในหนงั สอื เรียน และ

การใช้อินเทอรเ์ น็ตในการค้นคว้าข้อมูล

3. จุดประสงค์การเรยี นรู้
- ปฏบิ ัตติ ามคำแนะนำในการใชอ้ นิ เทอรเ์ นต็ ค้นคว้าขอ้ มูลเพือ่ ทำโครงงาน
- อา่ นออกเสยี งจำนวนนับ คำศพั ทเ์ ก่ียวกบั สี
- อ่านออกเสียงสำนวนภาษาทใ่ี ช้ในหอ้ งเรียน
- สนทนา แลกเปลีย่ นข้อมลู เกยี่ วกับเวลา และส่งิ ตา่ งๆ ใกล้ตัว
- พูดแสดงความคิดเหน็ เก่ยี วกบั การใชอ้ นิ เทอร์เน็ต พร้อมให้เหตผุ ลสน้ั ๆ ประกอบ
- ใชภ้ าษา นำ้ เสยี ง และกริ ิยาท่าทาง เหมาะสมตามมารยาทสงั คมและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา
- ใช้ภาษาส่ือสารในสถานการณ์จริง/สถานการณจ์ ำลองทเ่ี กิดขน้ึ ในห้องเรียน
- ใช้ภาษาตา่ งประเทศในการสืบคน้ /ค้นควา้ ความรู้/ขอ้ มูลตา่ งๆ จากสอ่ื และแหล่งการเรียนรู้ตา่ งๆ

4. สาระการเรียนรู้
สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง
- คำแนะนำในการใชอ้ นิ เทอร์เนต็ ค้นคว้าข้อมูลเพื่อทำโครงงาน
- การออกเสียงเน้นหนกั -เบา ในคำ
- การออกเสียงตามระดับเสยี งสงู -ต่ำ ในประโยค
- ภาษาท่ีใช้ในการสอื่ สารระหว่างบุคคล เช่น การแลกเปล่ียนขอ้ มูลเกีย่ วกับสถานการณ์ตา่ งๆ ใน
ชวี ติ ประจำวัน
- ภาษาทีใ่ ช้ในการแสดงความคดิ เหน็ และให้เหตุผลประกอบ เชน่ I think…, I agree/disagree…
- การใช้ภาษา น้ำเสยี ง และกิรยิ าท่าทางในการสนทนา ตามมารยาทสังคมและวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา
เชน่ การใช้ท่าทางประกอบ
- การใชภ้ าษาส่ือสารในสถานการณ์จรงิ /สถานการณ์จำลองท่ีเกิดข้นึ ในห้องเรยี น
- การใช้ภาษาต่างประเทศในการสบื ค้น/การคน้ ควา้ ความร/ู้ ข้อมลู ต่างๆ จากสือ่ และแหลง่ การเรียนรตู้ า่ งๆ

5. ทกั ษะ/กระบวนการ
- ฟัง พูด อ่านและเขียนเกยี่ วกบั จำนวนนบั การบอกเวลา สี สำนวนภาษาท่ีใช้ในชน้ั เรียน

6. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
- ความสามารถในการส่อื สาร
- ความสามารถในการคดิ (การคิดอย่างเปน็ ระบบ)

3

- ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

7. คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
- มีวนิ ัย
- ใฝ่เรียนรู้
- มงุ่ ม่ันในการทำงาน

8. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขัน้ ที่ 1 (ขัน้ นำ) Warm up
1. นำเข้าสู่บทเรยี นดว้ ยการชีแ้ จงให้นกั เรยี นทราบว่า ใน Starter Unit น้ี นักเรยี นจะได้เรียนรู้

เกี่ยวกับ
- Numbers
- Telling the time
- Colors
- Classroom language
- Textbook language
- Internet Research

2. นักเรยี นดตู ัวเลขในหนังสอื เรยี น หนา้ 4Ex. 1(To present numbers; to practice
pronunciation) แล้วฟัง CD 1 / Track 2 และออกเสียงตามจากนน้ั ครใู ห้นกั เรียนนบั เลข 1-20 และ 20-100
แล้วนบั ถอยหลงั จาก 100 มาถึง 1

3. นกั เรียนดหู นา้ ปดั นาฬกิ าในหนังสือเรียน หนา้ 4Ex. 2a (To learn phrases used for telling
the time; to check students’ understanding through translation) แล้วครอู ่านวลใี นกรอบใหน้ กั เรียน
อา่ นตามพรอ้ มกัน และฝกึ อ่านทีละคน จากนนั้ ให้นกั เรยี นแปลวลเี หล่าน้เี ปน็ ภาษาไทย

ข้นั ท่ี 2 (ขั้นนำเสนอ) Presentation
1. ครสู มุ่ นักเรยี น 2 คน อา่ นตวั อย่างในหนงั สอื เรียน หน้า 4Ex. 2b (To practise asking /

telling the time) แลว้ นกั เรียนจบั คกู่ บั เพ่ือนฝึกสนทนาถามตอบเวลา โดยใช้ขอ้ มูลจากภาพนาฬกิ าและวลีใน
ตาราง ครสู ุ่มเรียกนักเรยี นบางคู่ลกุ ขึน้ พูดสนทนาเพื่อเฉลยคำตอบ

Key 1. A: What time is it, please?
B: It’s quarter past 6.

2. A: What time is it, please?
B: It’s quarter to 8.

3. A: What time is it, please?

4

B: It’s half past 8.
4. A: What time is it, please?

B: It’s 3 o’clock.
5. A: What time is it, please?

B: It’s half past 9.

ขน้ั ท่ี 3 ( ข้นั ฝกึ ) Practice
1. นกั เรียนฟังการออกเสยี งคำศพั ท์ชอ่ื สี ในหนังสือเรยี น หน้า 5 Ex. 3a (To present the colours)
จาก CD 1 / Track 3 แลว้ ออกเสียงตามพร้อมกนั
2. ครูช้สี ่ิงของในช้นั เรียนและถามว่า What colour is it? ให้นกั เรียนพดู ตอบครูพร้อมกนั เช่น

T: (Points to the door.) What colour is it?
Ss: It’s brown. จากนัน้ ครใู ห้นักเรียนจับค่ผู ลดั กนั ถามและตอบ
3. ครูใหน้ ักเรียนดภู าพ 2 ภาพ ในหนังสือเรียน หน้า 2 Ex. 4 (To learn common phrases used
in the classroom; to check understanding through translation) แล้วครูอธิบายวา่ ประโยคทางด้าน
ซ้ายมือคอื คำสั่งท่ีครูพดู และประโยคทางด้านขวามือคือ ประโยคทน่ี กั เรียนใชพ้ ดู ในสถานการณ์ต่างๆ จากน้ัน
ให้นักเรียนฟังการออกเสียงประโยคตา่ งๆ จาก CD 1 / Track 4 และฝกึ ออกเสยี งตาม แลว้ ครูให้นักเรยี นแปล
ประโยคเหล่านีเ้ ปน็ ภาษาไทย

ข้นั ท่ี 4 (ข้นั นำไปใช)้ Production
1. นกั เรียนคน้ หาหวั ข้อ / สัญลกั ษณท์ ่ีปรากฏในหนังสือเรียน หน้า 5 Ex. 5 (To familiarise
students with textbook language; to check understanding through translation) ในหนังสือเรยี น
หน้าอ่นื ๆ แลว้ นกั เรยี นจับคู่ชว่ ยกนั อธิบายว่า หวั ขอ้ / สญั ลกั ษณ์เหลา่ นี้หมายความว่าอย่างไร จากนัน้ แปลเปน็
ภาษาไทย
Key In Pronunciation we say words correctly.
In Writing we write text in English.
In Vocabulary we learn new words.
In Listening we listen to people speaking English.
In ICT we do projects using the Internet. (ICT = Information and Communication
Technology)
In Grammar we read theory boxes concerning the grammar points

of every module and do grammar exercises.
In the Word List we see how to pronounce the words from every unit

as well as their meanings in our L1.

5

In Learning to learn we learn how to deal with tasks.
In Reading we read texts in English.
In Songsheets we listen to songs related to the theme of every module.
In Grammar Reference we can revise the grammar points presented in

every module.
In Now I can we revise what we have learnt in every module.
In Speaking we speak in English.
In Self Check we do revision exercises.
In Project we do tasks related to the theme of each unit.

ข้ันที่ 5 (ข้นั สรุป) Wrap up
1. ครูให้นกั เรียนทำกจิ กรรมในหนงั สือเรยี น หนา้ 6 Ex. 6a โดยให้นักเรียนดหู นงั สอื เรยี น หน้า 25 Ex.
4 แล้วตอบคำถามว่า นกั เรยี นจะค้นหาข้อมูลเพอื่ ทำโครงงานไดจ้ ากท่ีใด: สารานุกรม อินเทอรเ์ น็ต หรอื จาก
แหล่งเรียนรู้อื่น
Key I look up information for projects in books / magazine /
encyclopaedias / on the Internet.
2. ครใู ห้นักเรียนร่วมกนั อภปิ รายการใชอ้ นิ เทอร์เนต็ โดยกระต้นุ ถามนกั เรียนวา่ นกั เรียนใช้
อินเทอร์เนต็ บอ่ ยแคไ่ หน แล้วอภิปรายแสดงความคิดเหน็ ว่า ใชอ้ ินเทอรเ์ น็ตทำอะไร ใชเ้ พ่อื จุดประสงค์ใน
การศกึ ษาค้นควา้ หรือไม่ และมีปัญหาในการใชอ้ ินเทอร์เน็ตหรอื ไม่ ถ้ามี คอื อะไร
3. ครูอธิบายคำศัพทใ์ หม่ในหนงั สอื เรียน หนา้ 6 เชน่ relevant, valid, website จากนั้นให้นักเรยี นจบั ค่กู ัน
แล้วเรยี งลำดบั ภาพ A-F ตามขั้นตอนการใชอ้ นิ เทอรเ์ น็ตในการทำโครงงาน เสร็จแลว้ เฉลยคำตอบพร้อม
กัน
Key 1. D 3. F 5. B
2. E 4. C 6. A

9. สอื่ /แหลง่ การเรียนรู้
1. หนงั สือเรียน Access ม. 1
2. Access Class Audio CDs ม. 1 (ประกอบหนงั สอื เรียน Access ม. 1)
3. อนิ เทอรเ์ น็ต

10. การวัดและประเมินผล เคร่อื งมือ เกณฑ์
วธิ ีการวดั เกณฑก์ ารประเมินชิ้นงาน รอ้ ยละ 50 ผ่านเกณฑ์

ตรวจแบบฝกึ หัด

6

วธิ ีการวัด เครอื่ งมือ เกณฑ์
ประเมินการฟัง แบบประเมนิ การฟงั ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ประเมินการพูด แบบประเมินการพูดโตต้ อบ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ประเมนิ การเขยี น แบบประเมนิ การเขียน ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ประเมนิ การออกเสียง แบบประเมนิ การอ่านออกเสยี ง ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ดา้ นทกั ษะ/สมรรถนะ แบบประเมนิ สมรรถนะ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ แบบประเมินคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์

1. ประเมินการทำแบบฝกึ หัด
2. สังเกตพฤติกรรมการเรียนรูใ้ นชว่ งการทำกจิ กรรม
3. ประเมินคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
4. ประเมนิ ผลการพดู สนทนา แลกเปลี่ยนข้อมูลเกย่ี วกับเวลา และส่งิ ตา่ งๆ ใกล้ตัว
5. ประเมินผลการพูดแสดงความคดิ เหน็ พร้อมใหเ้ หตุผลประกอบสน้ั ๆ เกี่ยวกับกจิ กรรมหรอื เร่ืองตา่ งๆ ใกล้
ตัว เช่น การใชอ้ ินเทอรเ์ นต็

7

บันทกึ หลังสอน
1. ผลการสอน

 สอนได้ตามแผนการจัดการเรียนรู้ มจี ุดประสงค์ K P A
 มีการบูรณาการ คุณธรรม / การต้านการทจุ ริต / หลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
 สอนไมไ่ ดต้ ามแผนการจัดการเรยี นรู้ เนอื่ งจาก .........................................................................
 .......................................................................................................................................................
2. ผลการเรียนของนกั เรียน
 จำนวนนกั เรยี นทผ่ี า่ นการประเมิน .......................... คน คิดเปน็ ร้อยละ .................................
 จำนวนนักเรียนท่ไี ม่ผ่านการประเมิน ...................... คน คิดเป็นร้อยละ .................................
 อนื่ ๆ .............................................................................................................................................
3. ปญั หาและอปุ สรรค
 กิจกรรมการจัดการเรียนรู้ ไมเ่ หมาะสมกับเวลา
 มีนกั เรียนทำใบงาน/ใบกิจกรรมไมท่ ันตามกำหนดเวลา
 มีนกั เรยี นที่ไมส่ นใจเรยี น
 อ่นื ๆ .............................................................................................................................................
4. ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
 ควรนำแผนไปปรบั ปรุง เร่อื ง ....................................................................................................
 .......................................................................................................................................................
 แนวทางแกไ้ ขนักเรียนทีไ่ มผ่ ่านการประเมิน/ไม่สนใจเรียน .............................................................
 .......................................................................................................................................................
 ไม่มขี อ้ เสนอแนะ

ลงชือ่ ........................................... ผู้บนั ทกึ
( นางสาวพิมพ์พรรณ ลลี า )
ครผู ู้สอน

______________________________________________________________________________
บันทึกหลังการสอน ตามแผนการจดั การเรียนร้ฉู บับน้ี ได้รับการพจิ ารณาจากหวั หน้ากลุ่มสาระการ

เรียนรู้และฝา่ ยวชิ าการ แลว้

ลงชื่อ ........................................... ลงช่ือ ..................................................
( นางสาวพมิ พพ์ รรณ ลีลา ) ( นางสาวิตรี แดงมีสี )
หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้
หัวหน้าฝ่ายบริหารงานวิชาการ

ลงชื่อ ...........................................................
( นายภานรนิ ทร์ แผน่ ศิลา )

ผู้อำนวยการโรงเรียนบา้ นแขโ่ พนเมอื ง

8

แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 1

รายวิชา ภาษาองั กฤษพื้นฐาน อ21101 ช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ 1

หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 1 School days เรือ่ ง School เวลา 2 ช่วั โมง

ผสู้ อน นางสาวพิมพพ์ รรณ ลีลา โรงเรยี นบา้ นแข่โพนเมือง

1. มาตรฐานการเรียนรู/้ ตวั ชว้ี ัด

มาตรฐาน ต 1.1 เขา้ ใจและตคี วามเรอ่ื งท่ีฟังและอา่ นจากสื่อประเภทตา่ งๆ และแสดงความคิดเห็น

อยา่ งมีเหตผุ ล

มาตรฐาน ต 2.1 เข้าใจความสมั พันธ์ระหวา่ งภาษากบั วฒั นธรรมของเจ้าของภาษา และนำไปใช้ได้

อย่างเหมาะสมกบั กาลเทศะ

มาตรฐาน ต 2.2 เข้าใจความเหมอื นและความแตกต่างระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา

กบั ภาษาและวัฒนธรรมไทย และนำมาใช้อย่างถูกตอ้ งและเหมาะสม

มาตรฐาน ต 4.1 ใช้ภาษาต่างประเทศเปน็ เคร่อื งมอื พ้นื ฐานในการศึกษาตอ่ การประกอบอาชีพ และ

การแลกเปลี่ยนเรียนรู้กบั สังคมโลก

ตวั ช้ีวัด

ต 1.1 ขอ้ 1 ปฏิบัติตามคำสั่ง คำขอรอ้ ง คำแนะนำ และคำช้แี จงง่ายๆ ที่ฟงั และอ่าน

ต 1.1 ขอ้ 2 อ่านออกเสยี งขอ้ ความ นทิ าน และบทร้อยกรอง (poem) สน้ั ๆ ถกู ต้องตามหลกั การอา่ น

ต 2.1 ขอ้ 1 ใช้ภาษา นำ้ เสียง และกริ ิยาท่าทางสภุ าพ เหมาะสมตามมารยาทสงั คมและ

วฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา

ต 2.2 ข้อ 2 เปรียบเทยี บความเหมอื นและความแตกต่างระหวา่ งเทศกาล งานฉลอง วันสำคัญ

และชีวติ ความเป็นอย่ขู องเจา้ ของภาษากับของไทย

ต 4.1 ขอ้ 1 ใช้ภาษาสอ่ื สารในสถานการณจ์ ริง/สถานการณ์จำลองทเ่ี กดิ ขึน้ ในหอ้ งเรยี นและ

สถานศึกษา

2. สาระสำคญั
ขอ้ มูลเก่ียวกับตนเอง กิจวัตรประจำวนั กิจกรรม และสถานการณ์ต่างๆ ในชีวติ ประจำวัน

ประสบการณแ์ ละสิง่ แวดลอ้ มใกล้ตัว

3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
- อา่ นออกเสียงคำศพั ท์ชอ่ื วชิ า ชือ่ วันในสปั ดาห์ และส่งิ ของต่างๆ ในโรงเรียน
- อ่านออกเสียงขอ้ ความในป้ายประกาศ
- ตอบคำถามจากการอา่ นขอ้ ความในป้ายประกาศ
- สนทนา แลกเปลีย่ นขอ้ มูลเกยี่ วกับตนเอง กิจกรรม และสถานการณ์ต่างๆ ในชวี ิตประจำวนั
- พดู แสดงความรสู้ กึ ของตนเองเก่ยี วกบั วิชาที่ชอบเรียน พรอ้ มให้เหตุผลส้ันๆ ประกอบ
- ใช้ภาษา นำ้ เสยี ง และกิรยิ าท่าทางเหมาะสม ตามมารยาทสังคมและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา

9

- ใชภ้ าษาสือ่ สารในสถานการณจ์ ริง/สถานการณจ์ ำลองที่เกิดขนึ้ ในห้องเรยี น
4. สาระการเรียนรู้
สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง

- การออกเสียงเน้นหนกั - เบา ในคำ
- การแบง่ วรรคตอนในการอ่าน
- คำถามเกย่ี วกับใจความสำคญั เช่น Yes/No Questions, Wh-Questions
- ภาษาที่ใช้ในการสือ่ สารระหว่างบุคคล เช่น การแลกเปล่ยี นขอ้ มลู เก่ยี วกบั ตนเอง กิจกรรมและส่งิ ตา่ งๆ
ใกล้ตวั
- ภาษาทีใ่ ชใ้ นการแสดงความรู้สึก และใหเ้ หตุผลประกอบ เชน่ ชอบ ไม่ชอบ ดี ไม่ดี เช่น I like…
because…, I think…
- การใชภ้ าษา น้ำเสยี ง และกิริยาท่าทางในการสนทนา ตามมารยาทสังคมและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา
เชน่ การแสดงสีหนา้ ท่าทางประกอบ การแสดงความรู้สึกชอบ/ไมช่ อบ
- กจิ กรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามความสนใจ เชน่ การร้องเพลง
- การใชภ้ าษาสื่อสารในสถานการณจ์ รงิ /สถานการณจ์ ำลองที่เกดิ ข้นึ ในหอ้ งเรียน

5. ทกั ษะ/กระบวนการ
- ฟัง พูด อ่านและเขียนเกยี่ วกบั ตนเอง กจิ วตั รประจำวัน กิจกรรม และสถานการณ์ต่างๆ ในชีวิตประจำวนั

6. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน
- ความสามารถในการสอ่ื สาร
- ความสามารถในการคิด
- การคดิ วเิ คราะห์
- การคิดสังเคราะห์
- การคิดอยา่ งสรา้ งสรรค์

7. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์

- มีวินัย

- มุง่ มน่ั ในการทำงาน

8. กจิ กรรมการเรียนรู้

ขนั้ ท่ี 1 (ขั้นนำ) Warm up

1. นกั เรยี นทำแบบทดสอบความรูก้ ่อนเรียน โดยครใู ช้ Self Check ในหนังสือเรยี น หน้า 16

2. นำเขา้ สู่บทเรียนดว้ ยการชีแ้ จงใหน้ กั เรียนทราบวา่ หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1: School days น้ี

นกั เรยี นจะไดเ้ รียนรูเ้ ก่ียวกับ

- School subjects - Articles a, an

- Days of the week - Verb to ‘be’

10

- Introducing yourself - Subject / Object pronouns

- Objects & numbers

เพอ่ื ให้บรรลมุ าตรฐานการเรียนรตู้ ามตวั ชี้วดั ช้นั ปี ทมี่ ุ่งเน้นการสนทนาแลกเปลย่ี นข้อมูลเกยี่ วกบั ตวั เอง

กจิ กรรมและสถานการณ์ตา่ งๆ ในชวี ิตประจำวันในโรงเรียน การพูดและเขียนบรรยายเกี่ยวกับตนเอง กจิ วัตร

ประจำวนั ประสบการณ์ และสิ่งแวดล้อมใกล้ตัวในโรงเรยี น รวมทง้ั การพูดหรอื เขียนแสดงความคิดเห็นเกย่ี วกบั

กจิ กรรมหรือเร่ืองตา่ งๆ ใกล้ตัวในโรงเรียน พรอ้ มท้ังให้เหตุผลประกอบสั้นๆ

ข้นั ที่ 2 (ขั้นนำเสนอ) Presentation
1. ครูสอบถามความร้พู ้ืนฐาน กระต้นุ และดงึ ความสนใจของนกั เรยี น โดยใช้คำถามตอ่ ไปนี้

- If you meet a new friend on your first day at school, do you know how to greet and
introduce yourself to her/him; and ask for some personal information?

- What kind of information should you ask in order to make friends with others?
Do you need to make polite questions? Why?
- Do you think self-introduction is important for someone who doesn’t know each other
before? Why is it important? Can you introduce yourself to your friends? If so, please do it.
- Could you list the objects that you’ve seen in your classroom? And among those objects,
which are the most three important things for teaching and learning process? Why do you
think so, please give the reasons?

2. นกั เรยี นดชู ื่อของหนว่ ยการเรยี นรู้ (School days) แลว้ ช่วยกนั แสดงความคิดเหน็ วา่ หน่วย
การเรียนรู้นน้ี ่าจะเกยี่ วกบั เร่ืองใด โดยครูให้นกั เรียนอา่ นผา่ นๆ ในแต่ละหนว่ ยการเรียนร้ยู ่อย

Suggested Answer Key
“The title refers to our school days. I think we will learn about schools in England.”

ขั้นที่ 3 ( ข้นั ฝึก ) Practice
1. นักเรยี นดูภาพ 1-3 ในหนังสอื เรียน หน้า 7 หัวข้อ Vocabulary จากนนั้ ครูกระตุ้นใหน้ กั เรยี น
อภปิ ราย และดึงความสนใจของนกั เรยี นเขา้ สหู่ นว่ ยการเรียนรู้ ครถู ามคำถามวา่ ภาพที่นักเรียนเหน็ แต่ละภาพ
มาจากหนังสือเรียนหน้าใด ภาพน้นั ๆ แสดงให้เห็นอะไร และนักเรยี นเหน็ อะไรบา้ งในหนงั สอื เรยี นหนา้ ดังกลา่ ว
Suggested Answer Key
T : What page is pic. 1 from?
S1 : It’s from p. 8.
T : What can you see in pic. 1?
S2 : A map of a school.
T : What else can you see on p. 8?
S3 : A girl walking to school, a timetable, etc
T : What page is pic. 2 from? (p. 13) What can you see in the picture?

11

How are the other pictures on the page related? etc

T : What page is pic. 3 from? (p. 11) What can you see in

pic.3?

What else can you see on p. 11?

2. นกั เรียนช่วยกนั หาวา่ ภาพ a school timetable, a noticeboard, และ an email to a pen pal

ปรากฏอยู่ในหนังสอื เรยี นหนา้ ใด จากน้ันเฉลยคำตอบพรอ้ มกัน โดยครถู ามคำถามเกีย่ วกบั ภาพแต่ละภาพ

เพิม่ เตมิ เพือ่ ตรวจสอบความเข้าใจของนกั เรยี น

Key > A school timetable (p. 8)

- What is a school timetable? - What information does it contain?

- What is your school timetable like? - Do lessons start and finish at the

same time each day?

> A noticeboard (p. 9)

- Where do we see noticeboards? - What information do we see on

noticeboards?

- Does your school have a noticeboard?

> An email to a pen pal (p. 12)

- What is an email? - Do you have an email address?

- What is a pen pal? - Do you have a pen pal?

3. นกั เรยี นดูภาพ 1 ในหนงั สือเรยี น หนา้ 7 หวั ข้อ Vocabulary ซง่ึ เปน็ ภาพแผนผงั โรงเรยี น แลว้ ฟัง

CD 1 / Track 5 เพื่อฝึกออกเสียงคำศัพทช์ ่อื วชิ า (School subjects) จากนนั้ ช่วยกนั บอกความหมายของช่อื

วชิ าดังกลา่ วเป็นภาษาไทย

ขัน้ ที่ 4 (ขัน้ นำไปใช)้ Production

1. นกั เรยี นอา่ นชือ่ Unit 1a และดภู าพ ในหนังสอื เรียน หน้า 8-9 แลว้ ครบู อกนักเรียนว่า ในบทน้ี

นักเรยี นจะได้เรียนเกี่ยวกับ School

2. นกั เรียนดูภาพ a school map(GreenSchool) ในหนงั สอื เรยี น หน้า 8 หวั ข้อ Vocabulary

Ex.1 (To learn school subjects and get students to talk about their favourite subject) แล้วครู

ถามว่า วชิ าที่นักเรยี นชอบเรยี นมากทสี่ ุดคือวิชาอะไร Key My favourite school subject is

Maths.

3. นกั เรียนใช้ประโยคโครงสรา้ งดังกลา่ วผลัดกันสอบถามขอ้ มลู จากเพอื่ นแต่ละคนให้ไดจ้ ำนวนมาก

ที่สดุ เทา่ ที่จะทำไดภ้ ายในเวลา 5 นาที จากน้ันใหน้ ักเรยี นท่ีสามารถสอบถามขอ้ มูลจากเพ่อื นไดม้ ากที่สุดและ

นอ้ ยที่สดุ มารายงานหนา้ ชั้นว่า ข้อมูลของเพอ่ื นๆ ท่ีสำรวจมาไดน้ ้ัน แต่ละคนชอบเรยี นวชิ าอะไร พรอ้ มทงั้ ให้

เหตุผลประกอบวา่ ทำไมจึงสามารถสำรวจขอ้ มูลไดม้ าก และทำไมจึงสำรวจขอ้ มลู ไดน้ อ้ ย ครูใชข้ อ้ มูลส่วนนี้

ประกอบการพัฒนากจิ กรรมการเรยี นรเู้ พอื่ ช่วยเหลอื นกั เรยี นทม่ี ีความสามารถดอ้ ยกวา่ คนอน่ื

4. นกั เรียนดูภาพ a school map(GreenSchool) และ Timetable ในหนังสอื เรยี น หน้า 8

12

หวั ขอ้ Vocabulary Ex. 1 อกี คร้งั ใหน้ ักเรยี นดทู ่ีสแี ต่ละสีท่เี ป็นสญั ลักษณ์ของชื่อวิชา แล้วครูสมุ่ นักเรียนสอง

คนอ่านตวั อยา่ งประโยคสนทนาใน Ex. 2

A : Where’s the Maths lesson?

B : In Room D.

นกั เรยี นจับค่กู นั ฝกึ ใช้ประโยคสนทนาใน Ex. 2(To understand timetables and be able to ask and

answerWhere?Questions) โดยเปลย่ี นช่อื วชิ าใหค้ รบทั้ง 8 วชิ า ครคู อยสังเกตและบันทกึ พฤตกิ รรมการ

เรยี นรู้ของนกั เรียน และเฉลยคำตอบบนกระดาน

Key 1. A : Where’s the English lesson? B : In Room C.

2. A : Where’s the Science lesson? B : In Room A.

3. A : Where’s the History lesson? B : In Room E.

4. A : Where’s the Art lesson? B : In Room F.

5. A : Where’s the Geography lesson? B: In Room G.

6. A : Where’s the Music lesson? B : In Room H.

7. A : Where’s the IT lesson? B : In Room I.

8. A : Where’s the PE lesson? B : In Room B.

5. นักเรียนฟงั การออกเสียงชอื่ วันต่างๆ (Days of the week) ในหนงั สือเรยี น หนา้ 8Ex. 3 (To

learn the days of the week and practise pronunciation) จาก CD 1 / Track 6 และฝกึ ออกเสยี งตาม

โดยฝึกพรอ้ มกันทั้งหอ้ งและฝึกเปน็ รายบคุ คล จากนั้นใหน้ กั เรียนบอกชอื่ วนั ต่างๆ เปน็ ภาษาไทย ครอู าจถาม

คำถามนักเรยี นเพม่ิ เติม เช่น

- Which is the first day of the week?

- Which day is in the middle of the week?

- Could you say days of the week from the last to the first?

- Could you say days of the week in the correct order?

6. นักเรียนดภู าพด้านบนสดุ ในหนังสอื เรียน หน้า 9 และช่วยกนั แสดงความคิดเห็นว่าคอื ภาพอะไร

จนไดข้ อ้ สรุปว่าเป็น noticeboard(กระดานสำหรับติดป้ายประกาศ) ซงึ่ นกั เรียนจะพบเห็นไดท้ โี่ รงเรียน (at a

school) และที่ชมรม (at a club) จากนนั้ ให้นักเรียนอา่ นปา้ ยประกาศต่างๆ ทต่ี ดิ อยูบ่ นกระดาน และค้นหา

ชื่อวิชา 5 วิชา (school subjects) และวัน 5 วนั (days of the week) ทอี่ ย่ใู นป้ายประกาศต่างๆ ทีน่ ักเรยี น

อ่าน (To read for gist)

Key School subjects: History, English, Geography, Maths, PE

Days of the week: Monday, Wednesday, Tuesday, Thursday, Friday

7. นักเรียนตอบคำถามเกย่ี วกับป้ายประกาศต่างๆ ทอ่ี ่าน ในหนังสอื เรียน หน้า 9 Ex. 4b(To read

for specific information) และขีดเส้นใต้หรือวงรอบคำตอบทอ่ี ย่ใู นป้ายประกาศ แล้วนักเรยี นตรวจคำตอบ

Key 1. No. The History class is in Room D.

2. Mr Brown is the English teacher.

3. You can find information about the school, the teachers and what the students

13

do each day.

4. It is on Thursday, 5th.

8. นักเรียนอา่ นกฎการใช้ Articles - a/an ในหนงั สอื เรยี น หน้า 9 หวั ข้อ Grammar(To learn

rules for using a/an) โดยครูใหน้ ักเรยี นเดาความหมายของคำว่า consonant และ vowel จากนั้นให้

นักเรียนยกตัวอยา่ งคำศัพท์ทใ่ี ช้กบั Articles - a/an มาอย่างละ 10 คำ นกั เรียนสามารถดคู ำอธิบายเพ่มิ เตมิ

เกย่ี วกับการใช้ Articles - a/an ไดใ้ นหนงั สอื เรียน หนา้ 110 หวั ขอ้ Grammar Reference Section

9. นกั เรียนฝกึ การใช้ Articles - a/an ในหนังสอื เรยี น หน้า 9 Ex. 6 (To practise a/an) โดย

เขียนลงในสมดุ แล้วตรวจคำตอบ

Key 1. a pencil 3. an atlas 5. an eraser

2. a ruler 4. a notebook 6. a pen

10. นกั เรยี นอา่ นออกเสยี งคำศพั ท์เกี่ยวกบั สง่ิ ของในโรงเรียน ในหนงั สอื เรยี น หน้า 9 Ex. 7(To

learn objects we use at school) พร้อมกันและทีละคน จากน้ันครูใหอ้ าสาสมัคร 2 คน อ่านตัวอย่าง

ประโยคสนทนาของ A และ B แล้วนักเรียนจบั คู่ผลดั กนั ถามและตอบเกี่ยวกบั สงิ่ ของในภาพ Ex. 7

Key 2. A : What’s this in English? B : It’s a notepad.

3. A : What’s this in English? B : It’s an eraser.

4. A : What’s this in English? B : It’s a ruler.

5. A : What’s this in English? B : It’s a pencil.

6. A : What’s this in English? B : It’s an atlas.

7. A : What’s this in English? B : It’s a bag.

11. นักเรยี นทำแบบฝกึ หัดเสริมใน Teacher’s Resource Pack & Tests หน้า 5-6

12. นักเรยี นทำแบบฝึกหดั Unit 1a ใน Workbook หน้า 4 Exs.1-3

13. นกั เรียนทำแบบฝกึ หัด ใน Workbook หน้า 4 Ex.4 โดยฟงั Access Workbook Audio CD

ม. 1/Track 1 แลว้ ใส่เครือ่ งหมายถูก / ลงในช่องคำตอบทถี่ ูกต้อง

ข้ันท่ี 5 (ข้นั สรุป) Wrap up
1. นักเรียนฟังเพลง Time for School จาก CD 2 / Track 51 ในหนังสอื เรยี น หน้า 107 หัวขอ้
Songsheets (Module 1) และฝึกรอ้ งเพลงร่วมกัน ในขณะที่นกั เรียนฟังเพลงให้จดบนั ทึกคำศัพท์เกย่ี วกับ
School objects และSchool subjects ท่นี กั เรยี นไดย้ ินในเพลงไปดว้ ย เมอื่ นักเรียนฟังเพลงจบแลว้ ใหท้ ำ
Exs. 1-3 เสรจ็ แลว้ ตรวจความถูกต้อง
Key Ex. 1 first day of school

Ex. 2 (students’ own answers)
Ex. 3 crayons, fountain pen, ruler, pencil, eraser, sharpener, markers, notebook
2. ให้นักเรยี นฝกึ ทักษะการคดิ ด้วยการสำรวจส่งิ ของทม่ี อี ยู่ในชนั้ เรยี น (School objects) รวมทัง้ วชิ า
ตา่ งๆ (School subjects) ทนี่ กั เรยี นได้เรียนรู้ แลว้ ตอบคำถามสำคญั ดงั ต่อไปนี้
- What are the most three important things in our classroom which are necessary for our

14

teaching and learning? Why do you think so? Please give the reasons and write down
in your notebook.
- What is/are your favourite school subject(s)? Why do you like it/them?

3. ใหน้ กั เรียนจบั กลุ่ม กลุ่มละ 5-6 คน จากน้นั แต่ละคนผลดั กันสรุปขอ้ คดิ เห็นของตนเองให้เพ่อื นใน
กล่มุ ฟงั

4. นกั เรยี นเข้ากล่มุ เดิม แล้ววางแผนทำตารางเรียน (Timetable) ในวันจันทร์ของนกั เรียน (To
write your school timetable) โดยดูตัวอยา่ งในหนังสอื เรยี น หน้า 8 Ex. 2 เป็นแนวทาง แลว้ ครูถามคำถาม
เกยี่ วกบั สิง่ ที่นักเรียนจะเขยี นลงในตารางเรียน เช่น When do you first lesson start? What time do you
have your first break? How long does it late? etc ครอู าจมอบหมายให้นักเรยี นทำเป็นการบ้าน และ
อนญุ าตใหน้ กั เรียนใชก้ ระดาษสี และสตก๊ิ เกอรต์ กแตง่ ตารางเรยี นใหน้ ่าสนใจ แลว้ ใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ นำเสนอผลงาน
หน้าช้ันเรียน

9. ส่ือ/แหลง่ การเรียนรู้
1. หนังสอื เรียน Access ม. 1
2. แบบฝกึ หัด Access ม. 1
3. Access Class Audio CDs ม. 1 (ประกอบหนังสอื เรยี น Access ม. 1)
4. Access Workbook Audio CD ม. 1 (ประกอบแบบฝกึ หัด Access ม. 1 และ Teacher’s Resource

Pack)
5. CD หนังสือ Teacher’s Resource Pack & Tests ม. 1-2-3

10. การวัดและประเมนิ ผล เครอื่ งมือ เกณฑ์
วธิ กี ารวัด เกณฑ์การประเมนิ ชิน้ งาน ร้อยละ 50 ผ่านเกณฑ์
แบบประเมินการฟงั ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจแบบฝกึ หัด แบบประเมนิ การพดู โต้ตอบ ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ประเมินการฟงั แบบประเมนิ การเขยี น ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ประเมนิ การพดู แบบประเมินการอ่านออกเสียง ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ประเมนิ การเขียน แบบประเมินสมรรถนะ ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ประเมนิ การออกเสียง แบบประเมินคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ด้านทกั ษะ/สมรรถนะ
คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์

15

1. ประเมินการทำแบบทดสอบกอ่ นเรียน
2. ประเมนิ การทำแบบฝกึ หดั
3. สงั เกตพฤตกิ รรมการเรยี นรูใ้ นชว่ งการทำกิจกรรม
4. ประเมินคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
5. ประเมินผลตารางเรียน (Timetable) ของนกั เรียน
6. ประเมินผลการพดู สนทนา แลกเปลีย่ นข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง กจิ กรรม และสถานการณต์ ่างๆ ใน
ชีวิตประจำวัน

16

แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ 2

รายวิชา ภาษาองั กฤษพ้ืนฐาน อ21101 ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 1

หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 1 School days เร่ือง First day! เวลา 2 ช่วั โมง

ผู้สอน นางสาวพมิ พพ์ รรณ ลลี า โรงเรียนบ้านแขโ่ พนเมอื ง

1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวช้วี ัด

มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทตา่ งๆ และแสดงความคิดเหน็

อยา่ งมีเหตุผล

มาตรฐาน ต 1.2 มที ักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปล่ียนขอ้ มลู ข่าวสาร แสดงความร้สู ึกและ

ความ คิดเห็นอยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ

มาตรฐาน ต 2.1 เข้าใจความสมั พนั ธ์ระหว่างภาษากับวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และนำไปใชไ้ ด้

อย่างเหมาะสมกับกาลเทศะ

มาตรฐาน ต 4.1 ใช้ภาษาต่างประเทศเป็นเครือ่ งมอื พืน้ ฐานในการศึกษาตอ่ การประกอบอาชพี และ

การแลกเปลยี่ นเรยี นร้กู ับสงั คมโลก

ตัวชว้ี ัด

ต 1.1 ขอ้ 1 ปฏบิ ัตติ ามคำส่ัง คำขอรอ้ ง คำแนะนำ และคำชแี้ จงงา่ ยๆ ทฟ่ี ังและอ่าน

ต 1.2 ขอ้ 4 พูดและเขียนเพอ่ื ขอและให้ข้อมลู และแสดงความคดิ เหน็ เก่ียวกบั เรอื่ งท่ฟี ังหรืออ่าน

อย่างเหมาะสม

ต 2.1 ข้อ 1 ใชภ้ าษา นำ้ เสียง และกริ ยิ าท่าทางสุภาพ เหมาะสมตามมารยาทสังคมและ

วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา

ต 4.1 ข้อ 1 ใชภ้ าษาสื่อสารในสถานการณจ์ รงิ /สถานการณ์จำลองท่ีเกิดข้ึนในห้องเรยี นและ

สถานศกึ ษา

2. สาระสำคัญ
ขอ้ มูลเกยี่ วกับตนเอง กจิ วตั รประจำวัน กิจกรรม สถานการณต์ ่างๆ ในชวี ิตประจำวัน และส่งิ แวดล้อมใกลต้ วั

3. จุดประสงค์การเรยี นรู้
- อา่ นออกเสยี งบทสนทนา
- ตอบคำถามจากการฟังและอ่านบทสนทนา
- สนทนา แลกเปลี่ยนขอ้ มูลเก่ยี วกับตนเอง กจิ กรรม และสถานการณต์ ่างๆ ในชวี ติ ประจำวัน
- เขยี นบรรยายเก่ยี วกบั ตนเอง
- ใชภ้ าษา นำ้ เสียง และกิริยาทา่ ทางเหมาะสม ตามมารยาทสังคมและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา
- ใช้ภาษาสือ่ สารในสถานการณ์จรงิ /สถานการณ์จำลองทเี่ กิดขนึ้ ในห้องเรียน

4. สาระการเรียนรู้

17

สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง
- การออกเสยี งตามระดบั เสียงสงู -ตำ่ ในประโยค
- คำถามเกี่ยวกับใจความสำคญั เช่น Yes/No Questions, Wh-Questions
- ภาษาที่ใช้ในการสอ่ื สารระหวา่ งบุคคล เช่น การทกั ทาย การแลกเปลีย่ นข้อมลู เกี่ยวกบั ตนเอง และกจิ กรรม
ต่างๆ
- ประโยคและข้อความที่ใช้ในการบรรยายเกีย่ วกับตนเอง และกิจวัตรประจำวนั
- การใชภ้ าษา นำ้ เสียง และกิรยิ าท่าทางในการสนทนา ตามมารยาทสังคมและวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา
เชน่ การแสดงสีหน้าทา่ ทางประกอบการพูดแนะนำตนเอง การสัมผัสมอื
- การใช้ภาษาสื่อสารในสถานการณจ์ รงิ /สถานการณจ์ ำลองทเี่ กิดข้นึ ในห้องเรยี น
- Subject / Object pronouns
- The verb ‘to be’

5. ทกั ษะ/กระบวนการ
- ฟงั พดู อา่ นและเขียนเกีย่ วกบั ตนเอง กิจวตั รประจำวนั กจิ กรรม และสถานการณ์ตา่ งๆ ในชวี ิตประจำวนั

6. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน
- ความสามารถในการสื่อสาร

7. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
- มวี ินัย
- มุ่งมั่นในการทำงาน

8. กจิ กรรมการเรียนรู้
ขั้นที่ 1 (ข้นั นำ) Warm up
1. ครบู อกจุดประสงค์การเรียนรูข้ อง Unit 1b ให้นกั เรียนทราบวา่ เป็นการฝกึ ใช้ภาษาในการ

แนะนำตนเอง (Introducing yourself)
2. นักเรียนดูภาพในหนังสือเรยี น หนา้ 10Ex. 1 (To learn how to introduce yourself) และ

ครูสุ่มนกั เรียน 2 คน อ่านบทสนทนา จากนั้นครถู ามว่าคูส่ นทนา คอื Bob และ Susan มคี วามเก่ยี วข้องกัน
อย่างไร และนกั เรยี นรไู้ ดอ้ ยา่ งไร

Key Bob and Susan are strangers.
Suggested approach
T : Do they know each other?
Ss: No, they are strangers.
T : How do you know?
Ss: They are introducing themselves. (Bob says “My name’s Bob.”)

18

ขั้นที่ 2 (ขั้นนำเสนอ) Presentation

1. นักเรียนจบั คูฝ่ ึกใช้บทสนทนาดังกลา่ ว ซ่งึ เป็นการใช้ภาษาเพือ่ ทำความรู้จักกนั ในการพบปะ

กนั เปน็ คร้ังแรก โดยใชช้ ่ือของนกั เรียนเอง ครูเดนิ รอบช้นั เรยี นเพ่ือสงั เกตการพูดบทสนทนาของนกั เรียน จากนัน้

เลอื กนักเรียน 3-4 คู่ ออกมาพูดบทสนทนาหนา้ ช้ันเรียน

Suggested Answer Key

A : Hello. My name is John, John Smith.

B : Hi! I am Jenny Burton.

A : Nice to meet you, Jenny.

B : Nice to meet you, too.

2. นกั เรียนอ่านออกเสียงบทสนทนาในหนังสือเรียน หน้า 10 Ex. 2a (To read and listen for

gist)พร้อมกัน จากนั้นฟงั บทสนทนาดังกลา่ วจาก CD 1 / Track 7 และตอบคำถามจากบทสนทนา แล้วตรวจ

คำตอบ

Key - Where are the two boys? (They are at school.)

- Are they friends? (No, they are not friends.)

3. นักเรยี นอ่านบทสนทนาอีกครงั้ แลว้ อา่ นประโยค 1-4 ในหนังสือเรยี น หนา้ 10 Ex.2b(To

read for specific information) และบอกว่าประโยค 1-4 นั้น T (True) หรือ F (False) จากนนั้ ตรวจคำตอบ

และแกไ้ ขประโยคที่ผิดให้ถกู ต้องดว้ ย

Key 1. F (The Science lesson is in Room D.) 3. T

2. T 4. F (They are in the same class.)

ขนั้ ที่ 3 ( ขน้ั ฝกึ ) Practice
1. นักเรยี นปิดหนังสือเรียน แล้วครูสอน Subject pronouns โดยปฏิบัตดิ ังนี้

- ช้ีทตี่ ัวเองแล้วพูด ‘I’ พรอ้ มเขยี น I บนกระดาน
- ชี้ที่นกั เรยี น 1 คน แล้วพูด ‘you’ พรอ้ มเขยี น you บนกระดาน
- ชี้ที่นกั เรียนชาย 1 คน แลว้ พูด ‘he’ พรอ้ มเขยี น he บนกระดาน แลว้ อธิบายว่า เราใช้ he
กบั เด็กผูช้ าย 1 คน หรือ ผู้ชาย 1 คน
- ช้ีที่นกั เรยี น 1 คน แล้วพูด ‘she’ พร้อมเขียน she บนกระดาน แล้วอธิบายว่า เราใช้ she
กบั เด็กผหู้ ญงิ 1 คน หรือ ผู้หญงิ 1 คน
- ช้ีทส่ี มดุ ของนกั เรียน 1 เลม่ แล้วพูด ‘it’ พร้อมเขยี น it บนกระดาน แล้วอธิบายว่า เราใช้
it กับสิง่ ของ 1 สิง่
- เดินไปใกลๆ้ กับกลมุ่ นกั เรยี น แลว้ ช้ีที่นกั เรยี นและตนเอง แล้วพูด ‘we’ พรอ้ มเขยี น we
บนกระดาน
- ชี้ท่ีกลมุ่ นักเรยี นที่อยตู่ รงข้ามกบั ตวั เอง แล้วพูด ‘you’ พร้อมเขียน you บนกระดาน
- ช้ไี ปทีก่ ลุ่มนกั เรยี นที่อยู่ไกลๆ แลว้ พดู ‘they’ พรอ้ มเขียน they บนกระดาน

19

จากนนั้ ครูพดู พรอ้ มเขยี นประโยค I am a teacher. Look at me. บนกระดาน แลว้ ขีดเสน้ ใต้คำว่า I และ me
แลว้ อธิบายวา่ me เปน็ Object pronoun และสอน Object pronoun ตัวอนื่ เช่น Look at him. He’s a
student. Look at her. She’s a student. Look at it. It’s a desk.

2. นกั เรยี นเปดิ หนงั สือเรียน หน้า 10 Ex. 3a (To introduce subject / object pronouns) และ
อา่ นข้อความในกรอบสนี ้ำเงนิ และหา subject / object pronouns ท่ีปรากฏอย่ใู นขอ้ ความนั้น เสร็จแลว้
ตรวจคำตอบ ครใู ห้นักเรียนสังเกตวา่ Subject pronouns จะอย่กู ่อนคำกรยิ า และ Object pronounsจะ
ตามหลังคำกรยิ า

Key Subject pronouns: I, He, We
Object pronouns: him, me

ขน้ั ท่ี 4 (ขนั้ นำไปใช)้ Production

1. นกั เรยี นทำแบบฝึกหดั ในหนงั สือเรียน หน้า 10 Ex. 3b(To practise subject / object

pronouns) แล้วเฉลยคำตอบร่วมกัน

Key 1. She 2. them, They 3. They 4. We 5. him, He

2. นกั เรียนปิดหนงั สอื ครูสอนรปู ยอ่ ของ Verb ‘to be’ ในประโยคบอกเลา่ ทเ่ี ป็น Present

simple โดยพูดและเขยี นประโยค I’m Helen. บนกระดาน แลว้ ชไ้ี ปท่ีนักเรยี นชาย 1 คน ที่อยู่แถวสดุ ท้าย

และพดู He’s John. จากนน้ั เขียนบนกระดาน แล้วช้ีท่นี ักเรียนหญงิ 1 คน และพูด She’s Mary. พร้อมเขียน

บนกระดาน ครูดำเนินกิจกรรมไปเร่ือยๆ จนครบ Subject pronouns ทกุ ตวั จากน้ันครสู อนรูปย่อของ Verb

‘to be’ ในประโยคปฏิเสธทเี่ ปน็ Present simple โดยเขียนประโยค I’m a teacher. I’m not a doctor.

บนกระดาน แลว้ ขดี เสน้ ใต้คำว่า I’mnot ครูทำกิจกรรมเหมอื นกนั ทงั้ ในรปู เอกพจนแ์ ละพหพู จน์

สดุ ทา้ ยครสู อนรูปประโยคคำถามของ Verb ‘to be’ โดยครพู ดู พรอ้ มเขียนประโยค Am I a teacher? บน

กระดาน และขีดเสน้ ใต้คำวา่ Am I แลว้ อธบิ ายว่า เราสรา้ งรูปประโยคคำถามของ Verb ‘to be’ โดยการวาง

Verb ‘to be’ไวห้ นา้ Subject pronouns จากนั้นครูเขียนประโยคคำตอบบนกระดานวา่ Yes, I am.และ

อธบิ ายวา่ เป็นคำตอบยนื ยนั แบบสนั้ ซึง่ เราสามารถสรา้ งประโยคดว้ ย Yes, + สรรพนามแทนตัวบุคคล + Verb

‘to be’ ในรูปบอกเล่า. แล้วเขียนประโยค Am I a doctor? No, I’m not. และอธิบายว่า เป็นคำตอบปฏเิ สธ

แบบส้นั สามารถสรา้ งประโยคด้วย No, + สรรพนามแทนตวั บุคคล + Verb ‘to be’ ในรปู ปฏิเสธ.

3. นักเรยี นเปิดหนงั สอื เรียน หนา้ 11 Ex. 4a(To learn the verb ‘to be’) อ่านประโยคในกรอบ

แลว้ หา verb ‘to be’ ในบทสนทนา หนา้ 10

Key Where is, It’s, Are you, I am, My name’s, That’s, It’s, are you,

I’m, Are you, I am

4. นกั เรยี นทำแบบฝกึ หดั ในหนังสอื เรยี น หน้า 11 Ex. 4b (To practice the affirmative form

of the verb ‘to be’) โดยเติมคำลงในประโยคให้ถูกตอ้ ง เสรจ็ แลว้ ตรวจคำตอบ

Key 1. ’s 2. ’m 3. ’re 4. ’s 5. ’re

20

5. นกั เรยี นอ่านประโยคตัวอย่างในหนงั สอื เรยี น หน้า 11 Ex. 5 (To practise the negative

form of the verb ‘to be’) แลว้ เปล่ยี นประโยคใน Ex.4b ให้เปน็ ประโยคปฏิเสธ นักเรียนทำลงในสมุดเสร็จ

แลว้ ครูตรวจคำตอบบนกระดาน

Key 2. I’m not 13 years old. 4. He isn’t my best friend.

3. They aren’t in Room E. 5. You aren’t in Year 7.

6. นักเรยี นทำแบบฝึกหัด ในหนงั สือเรียน หน้า 11 Ex. 6 (To practise the interrogative form

of the verb ‘to be’)

Key 1. Are, they are 2. Are, I’m not 3. Is, it is

4. Are, we aren’t 5. Is, he isn’t

11. นกั เรยี นดภู าพ 2 ภาพ ในหนงั สือเรียน หน้า 11 Ex. 7 (To practise asking questions and

giving short answers) ให้นักเรยี นดทู ่ีชอ่ื บคุ คลและอายุ จากน้นั ครูเรียกนักเรยี น 2 คน อ่านตัวอยา่ ง แล้ว

นักเรียนจบั คู่ถามและตอบโดยใช้คำที่กำหนดให้

Key A: Is Mark 14? B: No, he isn’t. He’s 19.

A: Is Sue 16? B: No, she isn’t. She’s 17.

A: Is Mary 20? B: No, she isn’t. She’s 17.

A: Is Rita 11? B: No, she isn’t. She’s 17.

A: Is John 26? B: No, he isn’t. He’s 16.

A: Is Jill 11? B: No, she isn’t. She’s 12.

7. นักเรยี นทำแบบฝกึ หดั ในหนังสือเรยี น หน้า 11 Ex. 8 (To practise asking questions) เสรจ็

แล้วตรวจคำตอบพรอ้ มกนั

Key 2. Is it an eraser 4. Are they pencils

3. Are you twelve 5. Are you in Year 7

8. ครใู หน้ ักเรยี น 1 คู่ อ่านประโยคสนทนาตวั อย่าง ในหนังสอื เรยี น หน้า 11 Ex. 9a (To practise

speaking about yourself) แล้วนกั เรียนจับคกู่ ันถามและตอบคำถามที่กำหนดให้ โดยครเู ดนิ รอบชั้นเรียน

เพือ่ คอยควบคุมและสังเกตการพูดของนักเรียน

9. นกั เรยี นแปลคำถามใน Ex. 9a เป็นภาษาไทย (To consolidate new vocabulary through

translation)ครูเน้นว่าควรแปลเป็นคำถามในภาษาไทยมากกวา่ การแปลตรงตวั

Suggested Answer Key

Students’ own answers

ขนั้ ที่ 5 (ขนั้ สรุป) Wrap up
1. นักเรยี นเขียนประโยคเก่ียวกับตนเองให้สมบรู ณ์ ในหนังสอื เรยี น หนา้ 11 Ex.10 (Practise
language and grammar presented in this unit) ครอู าจมอบหมายใหน้ ักเรียนทำเปน็ การบา้ น
Suggested Answer Key
I’m Fiona. I’m 15 years old. My favorite subject is History.

21

2. นกั เรียนทำแบบฝึกหดั Unit 1b ใน Workbook หนา้ 5 Exs.1-4

9. สอื่ /แหล่งการเรียนรู้
1. หนงั สอื เรยี น Access ม. 1
2. แบบฝกึ หัด Access ม. 1
3. Access Class Audio CDs ม. 1 (ประกอบหนังสอื เรยี น Access ม. 1)

10. การวัดและประเมนิ ผล เครือ่ งมอื เกณฑ์
วธิ ีการวัด เกณฑก์ ารประเมินชิน้ งาน รอ้ ยละ 50 ผา่ นเกณฑ์
แบบประเมินการฟัง ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ตรวจแบบฝึกหัด แบบประเมนิ การพดู โต้ตอบ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ประเมนิ การฟัง แบบประเมนิ การเขียน ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ประเมินการพูด แบบประเมนิ การอ่านออกเสยี ง ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ประเมินการเขยี น แบบประเมนิ สมรรถนะ ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ประเมินการออกเสยี ง แบบประเมินคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ด้านทกั ษะ/สมรรถนะ
คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์

1. ประเมินการทำแบบฝกึ หดั
2. สังเกตพฤติกรรมการเรียนรใู้ นช่วงการทำกิจกรรม
3. ประเมนิ คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
4. ประเมนิ ผลการพูดสนทนา แลกเปลี่ยนขอ้ มูลเก่ยี วกบั ตนเอง กจิ กรรม และสถานการณต์ า่ งๆ ใน
ชีวติ ประจำวนั

22

บนั ทึกหลังสอน
1. ผลการสอน

 สอนไดต้ ามแผนการจดั การเรียนรู้ มจี ดุ ประสงค์ K P A
 มีการบรู ณาการ คุณธรรม / การตา้ นการทจุ รติ / หลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
 สอนไมไ่ ดต้ ามแผนการจัดการเรยี นรู้ เน่ืองจาก .........................................................................
 .......................................................................................................................................................
2. ผลการเรียนของนักเรยี น
 จำนวนนักเรียนที่ผา่ นการประเมิน .......................... คน คดิ เป็นรอ้ ยละ .................................
 จำนวนนักเรียนทไ่ี มผ่ ่านการประเมิน ...................... คน คิดเป็นร้อยละ .................................
 อ่ืน ๆ .............................................................................................................................................
3. ปัญหาและอปุ สรรค
 กิจกรรมการจัดการเรียนรู้ ไม่เหมาะสมกับเวลา
 มนี กั เรียนทำใบงาน/ใบกิจกรรมไมท่ นั ตามกำหนดเวลา
 มีนกั เรียนทีไ่ มส่ นใจเรียน
 อืน่ ๆ .............................................................................................................................................
4. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
 ควรนำแผนไปปรบั ปรุง เร่อื ง ....................................................................................................
 .......................................................................................................................................................
 แนวทางแกไ้ ขนักเรียนทไี่ ม่ผ่านการประเมิน/ไม่สนใจเรยี น .............................................................
 .......................................................................................................................................................
 ไมม่ ีขอ้ เสนอแนะ

ลงช่ือ ........................................... ผู้บนั ทึก
( นางสาวพมิ พ์พรรณ ลลี า )
ครผู สู้ อน

______________________________________________________________________________
บันทกึ หลังการสอน ตามแผนการจดั การเรียนรู้ฉบับนี้ ได้รบั การพิจารณาจากหัวหนา้ กลุ่มสาระการ

เรยี นรู้และฝา่ ยวิชาการ แลว้

ลงชอื่ ........................................... ลงช่ือ ..................................................
( นางสาวพมิ พ์พรรณ ลลี า ) ( นางสาวิตรี แดงมีสี )
หัวหน้ากลุม่ สาระการเรยี นรู้
หัวหนา้ ฝา่ ยบรหิ ารงานวิชาการ

ลงชอื่ ...........................................................
( นายภานรินทร์ แผ่นศิลา )

ผ้อู ำนวยการโรงเรียนบ้านแข่โพนเมอื ง

แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 3 23
รายวชิ า ภาษาอังกฤษพืน้ ฐาน อ21101
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 1 School days เรื่อง Write soon ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1
ผู้สอน นางสาวพมิ พพ์ รรณ ลีลา เวลา 2 ช่ัวโมง

โรงเรยี นบ้านแขโ่ พนเมือง

1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชวี้ ัด
มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตคี วามเร่ืองท่ฟี ังและอา่ นจากส่อื ประเภทตา่ งๆ และแสดงความคิดเหน็

อย่างมเี หตุผล
มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสอื่ สารทางภาษาในการแลกเปล่ยี นขอ้ มลู ขา่ วสาร แสดงความรสู้ ึกและ
ความ คดิ เห็นอย่างมปี ระสทิ ธิภาพ
มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอขอ้ มลู ขา่ วสาร ความคิดรวบยอด และความคดิ เหน็ ในเร่อื งต่างๆ โดยการพดู

และการเขยี น
ตัวชี้วัด
ต 1.1 ข้อ 1 ปฏบิ ัตติ ามคำสั่ง คำขอรอ้ ง คำแนะนำ และคำช้แี จงง่ายๆ ที่ฟังและอ่าน
ต 1.1 ขอ้ 4 ระบุหวั ข้อเรื่อง (topic) ใจความสำคญั (main idea) และตอบคำถามจากการฟงั และ

อา่ นบทสนทนา นทิ าน และเรื่องสั้น
ต 1.3 ข้อ 1 พูดและเขยี นบรรยายเกีย่ วกับตนเอง กิจวัตรประจำวัน ประสบการณ์ และสง่ิ แวดลอ้ ม

ใกลต้ วั

2. สาระสำคัญ
การสนทนา การเขยี นจดหมาย เพอ่ื บอกขอ้ มูลเก่ียวกบั ตนเอง กิจวตั รประจำวัน ส่งิ แวดลอ้ มใกล้ตวั

และสถานการณต์ ่างๆ ในชีวติ ประจำวัน

3. จุดประสงค์การเรียนรู้
- จับใจความสำคัญ (main idea) จากการอา่ น email
- สนทนา แลกเปล่ยี นข้อมลู เกย่ี วกับตนเอง กิจกรรม และสถานการณต์ ่างๆ ในชวี ิตประจำวัน
- เขียน email เพือ่ บอกข้อมลู เก่ยี วกับตนเอง ตอบเพ่ือนทางจดหมาย (pen pal)
- เปรียบเทยี บโครงสร้างประโยคของภาษาองั กฤษและภาษาไทย
- ใช้ภาษา นำ้ เสียง และกริ ยิ าทา่ ทางสภุ าพ เหมาะสมตามมารยาทสังคมและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา
- เข้ารว่ มกจิ กรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามความสนใจ
- ใชภ้ าษาสือ่ สารในสถานการณจ์ รงิ /สถานการณ์จำลองทเ่ี กิดขึน้ ในหอ้ งเรียน

4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรียนร้แู กนกลาง

24

- ข้อความจากส่อื ประเภทตา่ งๆ เว็บไซต์ การจับใจความสำคัญ เช่น ใจความสำคัญ รายละเอยี ดสนับสนนุ
- ภาษาทใี่ ชใ้ นการส่ือสารระหวา่ งบคุ คล เชน่ การทกั ทาย การแลกเปล่ยี นขอ้ มูลเก่ยี วกบั ตนเอง กจิ กรรม และ
สถานการณ์ต่างๆ ในชวี ติ ประจำวนั
- ประโยคและขอ้ ความทใี่ ชใ้ นการบรรยายเกีย่ วกับตนเอง และสิ่งแวดลอ้ มใกล้ตัว เช่น การเรียน การฟงั เพลง
- ความเหมอื น/ความแตกตา่ งระหวา่ งการลำดบั คำตามโครงสรา้ งประโยคของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย
- การใช้ภาษา นำ้ เสียง และกิรยิ าท่าทางในการสนทนา ตามมารยาทสงั คมและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา
เชน่ การแสดงท่าทางประกอบการพดู แนะนำตนเอง
- กจิ กรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามความสนใจ เชน่ การเล่นเกม
- การใช้ภาษาสอ่ื สารในสถานการณ์จริง/สถานการณ์จำลองทเี่ กิดข้ึนในห้องเรียน
5. ทักษะ/กระบวนการ

- ฟงั พูด อา่ นและเขียนเกยี่ วกับการเขยี นจดหมาย เพือ่ บอกขอ้ มลู เกีย่ วกบั ตนเอง กจิ วัตรประจำวนั
สง่ิ แวดล้อมใกล้ตวั และสถานการณ์ต่างๆ ในชีวติ ประจำวัน

6. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
- ความสามารถในการสือ่ สาร
- ความสามารถในการคิด
- การคดิ สงั เคราะห์
- ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

7. คุณลักษณะอันพึงประสงค์
- มีวนิ ัย
- ใฝเ่ รยี นรู้
- มงุ่ มัน่ ในการทำงาน

8. กจิ กรรมการเรียนรู้
ขั้นที่ 1 (ขนั้ นำ) Warm up
1. ครูบอกจุดประสงคก์ ารเรียนรใู้ น Unit 1c ว่านักเรียนจะไดเ้ รยี นรเู้ กย่ี วกบั การอ่านเพ่อื หาขอ้ มลู

เฉพาะ (Reading for specific information)
2. ครนู ำเขา้ สบู่ ทเรยี นดว้ ยการใหน้ กั เรยี นดูช่อื หน่วยการเรยี นรยู้ ่อย แลว้ ถามนกั เรยี นว่า นักเรียนจะพบประโยค
น้ไี ด้ที่ไหน (In a letter, email, a postcard etc.)

ข้นั ที่ 2 (ขัน้ นำเสนอ) Presentation
1. นักเรยี นสำรวจบทอา่ น ในหนังสือเรียน หน้า 12 Ex.1 (To readfor specific information)

แล้วครูอธิบายวา่ email คืออะไร และถามนักเรียนวา่ มีคอมพิวเตอรท์ บ่ี ้านหรอื ไม่ นักเรยี นใชอ้ ินเทอรเ์ น็ตหรอื ไม่
จากน้ันอธบิ ายความหมายของคำว่า From (person who sends the email), To (person who is going to
read the email and an email address), Subject (what the email will be about) แล้วให้เวลานกั เรยี น

25

2-3 นาที อา่ นบทอ่านและเตมิ ข้อมูลในกรอบให้สมบรู ณ์ เสร็จแลว้ ครูตรวจคำตอบบนกระดาน

Key 1. 12 years old 2. Merton Secondary School

3. English and History 4. Enrique Iglesias

2. ครอู ธิบายการเรยี งลำดบั คำ ในหนงั สือเรยี น หน้า 12 หัวข้อ Learning to learn โดยเขียน

ประโยค Ann is a student. บนกระดาน และขดี เสน้ ใต้คำวา่ Ann และ is แล้วถามนักเรยี นบอกวา่ Which

of the two words is a verb? (is) แล้วอธบิ ายวา่ Ann เป็นประธานของประโยค (subject) เพราะเปน็

ผกู้ ระทำกริยา จากนนั้ ครูถามนกั เรยี นว่า Where do we use the subject, before or after a

verb? (before) จากน้ันใหน้ ักเรยี นเปรยี บเทียบกับโครงสรา้ งประโยคในภาษาไทยว่าเหมอื นหรือแตกตา่ งกนั

อย่างไร

3. นกั เรยี นจบั คกู่ บั เพ่อื นเรยี งลำดบั คำ ในหนังสอื เรียน หนา้ 12 Ex. 2 (To learn word

order (subject + verb)) ให้ถกู ต้อง แลว้ ตรวจคำตอบ

Key 1. Ann is 12 years old. 2. He is a student.

3. Shakira is a singer. 4. They are 13 years old.

ขน้ั ท่ี 3 ( ขนั้ ฝกึ ) Practice
1. นักเรยี นศกึ ษาการใช้ Capital letters ในหนงั สอื เรียน หนา้ 12 หัวข้อ Learning to learn

จากน้นั ชว่ ยกันสรปุ วิธกี ารใช้ ซ่งึ มีหลักการใช้ดังต่อไปนี้
- ใช้ขึ้นตน้ ประโยคใหม่ หรอื ใช้หลังเคร่อื งหมาย Full stop
- ใช้กับชอ่ื นามสกลุ ของคน เช่น John
- ใชก้ ับชือ่ วชิ า เชน่ Maths
- ใช้กับสรรพนาม “I”
- ใช้กับช่อื วนั และเดอื น เชน่ Monday, April
- ใช้กับชอ่ื ประเทศต่างๆ เช่นSpain
จากน้นั นักเรยี นหาและขีดเสน้ ใต้คำท่ีใช้ Capital letters ในอา่ นบทอ่าน ในหนงั สอื เรยี น หนา้ 12 Ex.1
2. นักเรียนทำแบบฝึกหัด ในหนงั สือเรียน หนา้ 12 Ex.3 (To practise capital letters in

English) เสร็จแลว้ ตรวจคำตอบ
Key 1. Ann is 12. She’s in my class.
2. They are Claire and SteveSmith.
3. Nora and Phil are from England.
4. The Art class is in Room D on Tuesdays and Thursdays.

ขัน้ ที่ 4 (ขนั้ นำไปใช)้ Production
1. นกั เรียนเขียน email ตอบ Patricia ในหนงั สอื เรยี น หนา้ 12 Ex. 5 (To write an email to a
pen pal) โดยครอู ธิบายให้นกั เรยี นฟงั ว่า a pen pal คืออะไร (a friend you write to and receive letters
/ emails from though you may not have met in person) แลว้ ใหน้ กั เรียนใช้คำตอบจาก Ex. 4 และ

26

รูปแบบ email (From: To: Subject:) จากบทอ่านใน Ex. 1 เป็นขอ้ มูลในการเขยี น เสร็จแล้วสง่ email
ดงั กล่าว ถงึ ครเู พ่ือตรวจให้คะแนน

Suggested Answer Key
From: Sandra
To: Patricia
Subject: Hi!

Hi! My name’s Sandra. I’m 14 years old and I’m a student at Fenway
Secondary

School. My favourite school subjects are IT and PE. My favourite singer is
Robbie Williams. He’s great! Please write soon.
Sandra Wells
สำหรับนักเรียนที่เรียนอ่อน ครูอาจคัดลอกข้อความน้ลี งบนกระดาน แล้วใหน้ ักเรยี นเตมิ คำที่หายไปใหส้ มบูรณ์

ข้ันท่ี 5 (ขัน้ สรปุ ) Wrap up
1. นักเรยี นทำแบบฝึกหัด Unit 1c ใน Workbook หน้า 6 Exs.1-3 จากนั้นใชข้ อ้ มลู ใน Ex.1 และ
Ex.3 เขยี นขอ้ มูลเก่ียวกับตนเองและโรงเรียนลงใน Ex.4 เพอ่ื เตรียมลงเผยแพร่ใน homepage ต่อไป
2. ครใู หน้ กั เรียนเลน่ เกมใน Teacher’s Resource Pack & Tests หนา้ 10

9. สือ่ /แหลง่ การเรียนรู้
1. หนงั สือเรยี น Access ม. 1
2. แบบฝกึ หัด Access ม. 1
3. CD หนังสอื Teacher’s Resource Pack & Tests ม. 1-2-3

10. การวัดและประเมนิ ผล

วิธีการวดั เคร่ืองมือ เกณฑ์
ตรวจแบบฝึกหัด เกณฑ์การประเมินช้นิ งาน รอ้ ยละ 50 ผา่ นเกณฑ์
ประเมินการฟงั แบบประเมินการฟงั ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ประเมนิ การพูด แบบประเมินการพดู โตต้ อบ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ประเมนิ การเขียน แบบประเมนิ การเขียน ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ประเมนิ การออกเสยี ง แบบประเมินการอา่ นออกเสียง ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ด้านทักษะ/สมรรถนะ แบบประเมินสมรรถนะ ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์

วิธีการวดั เครื่องมือ 27
คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ แบบประเมินคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
เกณฑ์
ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์

1. ประเมินการทำแบบฝึกหัด
2. สังเกตพฤติกรรมการเรยี นรู้ในช่วงการทำกิจกรรม
3. ประเมินคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
4. ประเมินผลการพูดสนทนา แลกเปลย่ี นขอ้ มลู เก่ียวกบั ตนเอง กจิ กรรม และสถานการณ์ต่างๆ ใน
ชวี ิตประจำวัน
5. ประเมินผลการเขยี น email เพอ่ื บอกข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง ตอบเพือ่ นทางจดหมาย (pen pal)

28

บนั ทึกหลังสอน
1. ผลการสอน

 สอนไดต้ ามแผนการจดั การเรียนรู้ มจี ดุ ประสงค์ K P A
 มีการบรู ณาการ คุณธรรม / การตา้ นการทจุ รติ / หลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
 สอนไมไ่ ดต้ ามแผนการจัดการเรยี นรู้ เน่ืองจาก .........................................................................
 .......................................................................................................................................................
2. ผลการเรียนของนักเรยี น
 จำนวนนักเรียนที่ผา่ นการประเมิน .......................... คน คดิ เป็นรอ้ ยละ .................................
 จำนวนนักเรียนทไ่ี มผ่ ่านการประเมิน ...................... คน คิดเป็นร้อยละ .................................
 อ่ืน ๆ .............................................................................................................................................
3. ปัญหาและอปุ สรรค
 กิจกรรมการจัดการเรียนรู้ ไม่เหมาะสมกับเวลา
 มนี กั เรียนทำใบงาน/ใบกิจกรรมไมท่ นั ตามกำหนดเวลา
 มีนกั เรียนทีไ่ มส่ นใจเรียน
 อืน่ ๆ .............................................................................................................................................
4. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
 ควรนำแผนไปปรบั ปรุง เร่อื ง ....................................................................................................
 .......................................................................................................................................................
 แนวทางแกไ้ ขนักเรียนทไี่ ม่ผ่านการประเมิน/ไม่สนใจเรยี น .............................................................
 .......................................................................................................................................................
 ไมม่ ีขอ้ เสนอแนะ

ลงช่ือ ........................................... ผู้บนั ทึก
( นางสาวพมิ พ์พรรณ ลลี า )
ครผู สู้ อน

______________________________________________________________________________
บันทกึ หลังการสอน ตามแผนการจดั การเรียนรู้ฉบับนี้ ได้รบั การพิจารณาจากหัวหนา้ กลุ่มสาระการ

เรยี นรู้และฝา่ ยวิชาการ แลว้

ลงชอื่ ........................................... ลงช่ือ ..................................................
( นางสาวพมิ พ์พรรณ ลลี า ) ( นางสาวิตรี แดงมีสี )
หัวหน้ากลุม่ สาระการเรยี นรู้
หัวหนา้ ฝา่ ยบรหิ ารงานวิชาการ

ลงชอื่ ...........................................................
( นายภานรินทร์ แผ่นศิลา )

ผ้อู ำนวยการโรงเรียนบ้านแข่โพนเมอื ง

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 29
รายวิชา ภาษาอังกฤษพืน้ ฐาน อ21101
หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 1 School days เรอ่ื ง Culture corner ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 1
ผูส้ อน นางสาวพิมพพ์ รรณ ลีลา เวลา 1 ช่ัวโมง

โรงเรียนบ้านแข่โพนเมอื ง

1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ช้วี ัด

มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตคี วามเรอื่ งที่ฟังและอ่านจากส่อื ประเภทตา่ งๆ และแสดงความคิดเห็น

อยา่ งมเี หตุผล

มาตรฐาน ต 1.2 มที ักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปล่ียนข้อมลู ขา่ วสาร แสดงความรูส้ กึ และ

ความ คดิ เห็นอย่างมปี ระสิทธภิ าพ

มาตรฐาน ต 4.1 ใช้ภาษาต่างประเทศเปน็ เครอ่ื งมอื พ้ืนฐานในการศึกษาตอ่ การประกอบอาชพี และ

การแลกเปล่ยี นเรียนรกู้ บั สงั คมโลก

ตวั ชว้ี ัด

ต 1.1 ขอ้ 1 ปฏบิ ตั ิตามคำส่งั คำขอร้อง คำแนะนำ และคำช้แี จงง่ายๆ ที่ฟงั และอา่ น

ต 1.1 ข้อ 4 ระบุหัวขอ้ เรือ่ ง (topic) ใจความสำคญั (main idea) และตอบคำถามจากการฟงั และ

อ่านบทสนทนา นทิ าน และเร่อื งสัน้

ต 1.2 ข้อ 1 สนทนา แลกเปลย่ี นขอ้ มลู เกยี่ วกับตนเอง กิจกรรม และสถานการณ์ต่างๆ ในชวี ิตประจำวัน

ต 4.1 ข้อ 1 ใชภ้ าษาส่อื สารในสถานการณ์จริง/สถานการณจ์ ำลองท่ีเกิดข้ึนในห้องเรียนและ

สถานศึกษา

2. สาระสำคัญ
แผนภาพแสดงระบบการศึกษาของประเทศองั กฤษ การใหข้ ้อมลู เกย่ี วกบั บคุ คล และการเขยี น

บรรยายเปรยี บเทียบระบบการศกึ ษา

3. จุดประสงค์การเรียนรู้
- สนทนา แลกเปลี่ยนข้อมูลเก่ียวกับบุคคล และสิ่งแวดล้อมใกล้ตัว
- พดู แสดงความคิดเหน็ เกยี่ วกับแผนภาพแสดงระบบการศกึ ษาของไทย พร้อมใหเ้ หตุผลสั้นๆ ประกอบ
- เขียนบรรยายเกีย่ วกับบุคคล และระบบการศกึ ษา
- สรปุ ระบบการศึกษาของไทย โดยการเขียนเป็นแผนภาพ (diagram)
- เปรยี บเทียบระบบการศึกษาของประเทศองั กฤษกับของไทย
- ใช้ภาษา นำ้ เสียง และกิรยิ าทา่ ทางเหมาะสม ตามมารยาทสังคมและวฒั นธรรมของเจ้าของภาษา
- ใช้ภาษาสื่อสารในสถานการณจ์ รงิ /สถานการณ์จำลองทเ่ี กดิ ข้นึ ในห้องเรยี น

30

4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นร้แู กนกลาง
- ภาษาที่ใชใ้ นการสอ่ื สารระหวา่ งบคุ คล เชน่ การแลกเปลีย่ นข้อมูลเก่ยี วกบั บุคคลและสง่ิ แวดลอ้ มใกลต้ ัว
- ภาษาทีใ่ ชใ้ นการแสดงความคิดเหน็ และให้เหตุผลประกอบ เช่น ชอบ ไมช่ อบ ดี ไม่ดี เชน่ I think…, I
agree/disagree…
- ประโยคและข้อความทใ่ี ช้ในการบรรยายเกีย่ วกับตนเอง สง่ิ แวดล้อมใกล้ตวั เช่น การเรียน
- การวเิ คราะห์ระบบการศกึ ษาของไทย
- ความเหมอื น/ความแตกตา่ งระหว่างชวี ิตความเป็นอย่ขู องเจา้ ของภาษากบั ของไทย
- การใช้ภาษา นำ้ เสียง และกริ ยิ าท่าทางในการสนทนา ตามมารยาทสงั คมและวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา
เชน่ การแสดงสีหนา้ ทา่ ทาง การแสดงความรู้สึกชอบ/ไม่ชอบ
- การใช้ภาษาส่อื สารในสถานการณจ์ รงิ /สถานการณ์จำลองทเ่ี กิดข้ึนในหอ้ งเรยี น
5. ทักษะ/กระบวนการ

- ฟัง พูด อา่ นและเขียนเกีย่ วกบั แผนภาพแสดงระบบการศึกษาของประเทศองั กฤษ การใหข้ ้อมูลเกย่ี วกับ
บคุ คล และการเขยี นบรรยายเปรยี บเทยี บระบบการศกึ ษา

6. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น
- ความสามารถในการส่ือสาร
- ความสามารถในการคดิ
- การคิดวิเคราะห์
- การคดิ สังเคราะห์

7. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
- มีวนิ ยั
- ใฝเ่ รียนรู้
- มุง่ มั่นในการทำงาน

8. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ข้ันท่ี 1 (ขน้ั นำ) Warm up
1. นำเข้าสู่บทเรียนดว้ ยการชีแ้ จงให้นกั เรียนทราบวา่ ใน Unit 1d น้ี นกั เรยี นจะไดเ้ รียนรเู้ กี่ยวกบั

การอ่านและทำความเข้าใจแผนภาพ (diagram)
2. นักเรยี นดูแผนภาพ ในหนงั สอื เรยี น หน้า 13 Ex. 1 (To read and understand a diagram)

แลว้ อา่ นระดบั การศกึ ษาแต่ละระดับพรอ้ มกัน ครอู ธบิ ายคำศพั ท์ทนี่ ักเรยี นไม่รู้ แล้วนักเรียนแสดงความคิดเห็น
วา่ เป็นแผนภาพเกย่ี วกับอะไร

Key The diagram is about the education system in England and how old students
are at each level.

31

ข้ันที่ 2 (ขนั้ นำเสนอ) Presentation
1. นักเรยี นดูภาพ Laura ในหนังสอื เรยี น หนา้ 13 แลว้ ครูถามคำถาม ดงั นี้
T : What’s her name?
S1 : Laura.
T : How old is she?
S2 : She is 17.
T : What school level is she at?
S3 : She is at sixth form.

ขัน้ ท่ี 3 ( ขั้นฝึก ) Practice
1. นักเรยี นจบั คู่บคุ คลในภาพ ในหนังสอื เรยี น หนา้ 13 กับประเภทของโรงเรยี นใน Ex. 1 ท่ี

เหมาะสมกับอายุของพวกเขา แลว้ แต่งประโยคตามตวั อย่างใน Ex. 2 (To talk about people and types of
schools) แล้วตรวจคำตอบ

Key Jim is 19 years old. He’s at university.
Fiona is 13 years old. She’s at secondary school.
Tim is 9 years old. He’s at primary school.
2. ครถู ามคำถามเพอื่ กระตุ้นใหน้ ักเรียนคิดเกี่ยวกบั ระบบการศึกษาของประเทศไทย เช่น

- What age do students in your country start school?
- What is the first level called?
- When do students leave? etc

ข้นั ท่ี 4 (ขัน้ นำไปใช)้ Production
1. นักเรียนจับกลุ่ม และนำคำตอบมาเขยี นแผนภาพเก่ยี วกบั ระบบการศกึ ษาของประเทศไทย แลว้
ครูสุ่มนกั เรียน 1 คน ออกมาเขียนแผนภาพบนกระดาน ครูถามนักเรยี นในช้ันวา่ เหน็ ด้วยกับแผนภาพทีเ่ พ่ือน
เขยี นหรือไม่ จากนั้นใหน้ ักเรยี นอภิปรายเก่ียวกับความเหมอื นและความแตกตา่ งระหว่างระบบการศกึ ษาของ
ประเทศอังกฤษกบั ประเทศไทย
2. นักเรยี นนำขอ้ มูลที่ได้ไปเขยี นเป็นความเรียง แบง่ เนอ้ื หาเปน็ สามยอ่ หน้า ย่อหนา้ แรกเปน็ ระบบ
การศกึ ษาของประเทศอังกฤษ ยอ่ หน้าที่สองเปน็ ระบบการศกึ ษาของประเทศไทย และยอ่ หนา้ ท่สี ามเขียน
ประโยคระบกุ ารเปรยี บเทยี บระบบการศกึ ษาของประเทศอังกฤษกับประเทศไทย
Suggested Answer Key
Primary school: 6-12 years old
Junior High School: 12-14 years old
Senior High School: 15-18 years old
University / Higher Education: 18+ years old
The education system in my country is different from the English system.

32

It does not have a sixth form but three years of junior high school and three years
of senior high school.

ขนั้ ที่ 5 (ข้นั สรุป) Wrap up
1. นักเรียนทำแบบฝึกหดั เพ่ิมเติม ใน Teacher’s Resource Pack & Tests หนา้ 7-9
2. นกั เรยี นทำแบบฝึกหดั Unit 1d ในWorkbook หนา้ 7 Exs. 1-4 เป็นการบ้าน

9. สือ่ /แหล่งการเรยี นรู้
1. หนงั สอื เรยี น Access ม. 1
2. แบบฝึกหัด Access ม. 1
3. CD หนงั สอื Teacher’s Resource Pack & Tests ม. 1-2-3

10. การวัดและประเมินผล เครอ่ื งมอื เกณฑ์
วธิ ีการวดั เกณฑ์การประเมินชนิ้ งาน ร้อยละ 50 ผา่ นเกณฑ์
แบบประเมนิ การฟงั ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจแบบฝกึ หัด แบบประเมนิ การพูดโต้ตอบ ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ประเมนิ การฟงั แบบประเมินการเขียน ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ประเมนิ การพดู แบบประเมินการอา่ นออกเสียง ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ประเมินการเขียน แบบประเมนิ สมรรถนะ ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ประเมินการออกเสียง แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ดา้ นทกั ษะ/สมรรถนะ
คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์

1. ประเมนิ การทำแบบฝึกหัด
2. สงั เกตพฤติกรรมการเรยี นรูใ้ นชว่ งการทำกจิ กรรม
3. ประเมินคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
4. ประเมนิ ผลงานเขยี นบรรยายเปรียบเทียบเกี่ยวกบั ระบบการศกึ ษาของประเทศอังกฤษกบั ของไทย พรอ้ มให้
เหตผุ ลส้ันๆ ประกอบ

33

บนั ทึกหลังสอน
1. ผลการสอน

 สอนไดต้ ามแผนการจดั การเรียนรู้ มจี ดุ ประสงค์ K P A
 มีการบรู ณาการ คุณธรรม / การตา้ นการทจุ รติ / หลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
 สอนไมไ่ ดต้ ามแผนการจัดการเรยี นรู้ เน่ืองจาก .........................................................................
 .......................................................................................................................................................
2. ผลการเรียนของนักเรยี น
 จำนวนนักเรียนที่ผา่ นการประเมิน .......................... คน คดิ เป็นรอ้ ยละ .................................
 จำนวนนักเรียนทไ่ี มผ่ ่านการประเมิน ...................... คน คิดเป็นร้อยละ .................................
 อ่ืน ๆ .............................................................................................................................................
3. ปัญหาและอปุ สรรค
 กิจกรรมการจัดการเรียนรู้ ไม่เหมาะสมกับเวลา
 มนี กั เรียนทำใบงาน/ใบกิจกรรมไมท่ นั ตามกำหนดเวลา
 มีนกั เรียนทีไ่ มส่ นใจเรียน
 อืน่ ๆ .............................................................................................................................................
4. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
 ควรนำแผนไปปรบั ปรุง เร่อื ง ....................................................................................................
 .......................................................................................................................................................
 แนวทางแกไ้ ขนักเรียนทไี่ ม่ผ่านการประเมิน/ไม่สนใจเรยี น .............................................................
 .......................................................................................................................................................
 ไมม่ ีขอ้ เสนอแนะ

ลงช่ือ ........................................... ผู้บนั ทึก
( นางสาวพมิ พ์พรรณ ลลี า )
ครผู สู้ อน

______________________________________________________________________________
บันทกึ หลังการสอน ตามแผนการจดั การเรียนรู้ฉบับนี้ ได้รบั การพิจารณาจากหัวหนา้ กลุ่มสาระการ

เรยี นรู้และฝา่ ยวิชาการ แลว้

ลงชอื่ ........................................... ลงช่ือ ..................................................
( นางสาวพมิ พ์พรรณ ลลี า ) ( นางสาวิตรี แดงมีสี )
หัวหน้ากลุม่ สาระการเรยี นรู้
หัวหนา้ ฝา่ ยบรหิ ารงานวิชาการ

ลงชอื่ ...........................................................
( นายภานรินทร์ แผ่นศิลา )

ผ้อู ำนวยการโรงเรียนบ้านแข่โพนเมอื ง

แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 5 34
รายวิชา ภาษาอังกฤษพืน้ ฐาน อ21101
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 1 School days เรื่อง Hello! ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 1
ผสู้ อน นางสาวพิมพพ์ รรณ ลลี า เวลา 1 ชั่วโมง

โรงเรยี นบ้านแขโ่ พนเมอื ง

1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ช้ีวัด

มาตรฐาน ต 1.2 มที ักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลีย่ นขอ้ มลู ขา่ วสาร แสดงความรู้สกึ และ

ความ คิดเหน็ อย่างมีประสิทธิภาพ

มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอขอ้ มลู ข่าวสาร ความคดิ รวบยอด และความคิดเห็นในเรอ่ื งตา่ งๆ โดยการพดู

และการเขยี น

มาตรฐาน ต 2.1 เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างภาษากบั วฒั นธรรมของเจ้าของภาษา และนำไปใช้ได้

ตัวชวี้ ัด

ต 1.2 ข้อ 4 พดู และเขยี นเพอื่ ขอและให้ข้อมูล และแสดงความคดิ เห็นเกย่ี วกบั เร่อื งที่ฟังหรอื อ่าน

อยา่ งเหมาะสม

ต 1.3 ขอ้ 1 พูดและเขยี นบรรยายเกย่ี วกับตนเอง กจิ วตั รประจำวัน ประสบการณ์ และส่ิงแวดล้อม

ใกลต้ ัว

ต 2.1 ข้อ 1 ใชภ้ าษา น้ำเสียง และกิริยาท่าทางสภุ าพ เหมาะสมตามมารยาทสงั คมและ

วฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา

2. สาระสำคญั
บทสนทนา การทักทาย และการแสดงบทบาทสมมตใิ นสถานการณต์ ่างๆ ในชวี ิตประจำวัน

3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
- อ่านออกเสียงคำกลา่ วทักทาย และบอกความหมาย
- จับใจความสำคัญ (main idea) และตอบคำถามจากการฟงั และอา่ นบทสนทนา
- เลือกบทสนทนาใหส้ มั พันธ์กบั ภาพ
- สนทนา แลกเปลย่ี นข้อมูลเกีย่ วกบั ตนเอง
- ใชภ้ าษา น้ำเสียง และกิริยาทา่ ทางเหมาะสมตามมารยาทสงั คมและวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา
- ใชภ้ าษาสือ่ สารในสถานการณจ์ ริง/สถานการณ์จำลองที่เกิดขนึ้ ในหอ้ งเรยี น

4. สาระการเรียนรู้
สาระการเรียนรู้แกนกลาง
- การออกเสยี งเน้นหนัก-เบา ในคำและกล่มุ คำ
- การจบั ใจความสำคญั เช่น ใจความสำคัญ รายละเอียดสนับสนนุ คำถามเกยี่ วกับใจความสำคญั เช่น
Yes/No Questions, Wh-Questions

35

- การตคี วาม/ถา่ ยโอนข้อมลู ให้สมั พนั ธก์ บั สอ่ื ที่ไม่ใชค่ วามเรยี ง เช่น ภาพสิ่งของ บุคคล สถานท่ี
- ภาษาที่ใชใ้ นการสือ่ สารระหวา่ งบคุ คล เชน่ การทกั ทาย การแลกเปล่ียนขอ้ มูลเกย่ี วกบั ตนเอง
- การใชภ้ าษา น้ำเสียง และกริ ยิ าท่าทางในการสนทนา ตามมารยาทสังคมและวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา
เชน่ การแสดงท่าทางประกอบการพูดขณะแนะนำตนเอง การโบกมอื
- การใชภ้ าษาส่อื สารในสถานการณ์จรงิ /สถานการณ์จำลองทเ่ี กิดข้นึ ในหอ้ งเรียน
- Pronunciation: /eІ/, /æ/

5. ทักษะ/กระบวนการ
- ฟงั พดู อ่านและเขียนเกี่ยวกบั บทสนทนา การทักทาย และการแสดงบทบาทสมมติในสถานการณต์ า่ งๆ

ในชวี ิตประจำวัน

6. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
- ความสามารถในการส่ือสาร

7. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
- มีวนิ ัย
- มงุ่ มัน่ ในการทำงาน

8. กิจกรรมการเรียนรู้
ข้ันท่ี 1 (ข้นั นำ) Warm up
1. ครูนำเข้าสบู่ ทเรียนด้วยการชแี้ จงให้นักเรียนทราบวา่ ใน Unit 1e นี้ นกั เรยี นจะได้เรยี นรู้

เกย่ี วกบั การทักทาย (Greetings)
2. นกั เรยี นดูภาพและคำทใี่ ชก้ ล่าวทักทาย ในหนังสือเรียน หน้า 14 Ex. 1 ไดแ้ กค่ ำว่า Hello!,

Good morning!, Good afternoon!, Good evening!, Good night!, Goodbye!

ข้ันที่ 2 (ข้นั นำเสนอ) Presentation
1. นกั เรียนฟงั การออกเสียงคำกลา่ วทักทาย ในหนงั สือเรียน หนา้ 14 Ex. 1(To learn how to

greet people in English)จาก CD 1/Track 8 แลว้ ฝึกออกเสยี งตาม จากนั้นครูใหน้ ักเรียนดูเวลาในแตล่ ะภาพ
และเนน้ ใหน้ กั เรียนใช้คำกลา่ วทักทายให้เหมาะสมกับเวลา จากนน้ั ให้นกั เรียนบอกความหมายของคำกลา่ วทกั ทาย
แตล่ ะคำเปน็ ภาษาไทย

สำหรับนักเรียนท่เี รียนอ่อน ครูเขียนเวลาตา่ งๆ บนกระดาน และให้นกั เรียนพูดคำกลา่ วทกั ทายทใ่ี ชก้ ับเวลา
นั้นๆ

T : At 10:30 am what do we say?
S1 : Good morning.
T : At 4:00 pm what do we say?

36

S2 : Good afternoon.
T : At 7:00 pm what do we say?
S3 : Good evening.
T : When you go to bed what do you say?
S4 : Good night.

ขนั้ ท่ี 3 ( ขั้นฝึก ) Practice
1. นกั เรียนดูภาพ A และ B ในหนงั สือเรียน หน้า 14 แลว้ บอกเก่ยี วกับเหตุการณใ์ นภาพ (A:

two friends talking, B: a mum kissing her children goodbye and going to work.) ครูอธิบาย
ความหมายของคำว่าrelatives (members of your family) จากน้นั นักเรียนฟงั บทสนทนาจาก CD 1 / Track
9 ในหนังสือเรยี น หนา้ 14 Ex. 2 (To listen for gist) แลว้ จบั คูบ่ ทสนทนากบั ภาพ และตอบคำถาม Who are
friends? Who are relatives? เสร็จแลว้ ตรวจคำตอบ และจบั คู่อ่านบทสนทนา

Key Dialogue 1 = PictureA : Jane and Paul are friends.
Dialogue 2 = Picture B : Liz and Mrs Brown are relatives.

2. ใหน้ กั เรยี นจินตนาการวา่ พบเพอ่ื นทส่ี วนสาธารณะ แลว้ จบั คแู่ สดงบทบาทสมมติ (To practise
greetings through role-play) ครูช่วยเหลือนักเรยี นโดยเขียน diagram บนกระดาน ดังน้ี

ครเู ดินรอบๆ ชั้นเรียนขณะนกั เรยี นทำกจิ กรรม และเรียกนกั เรยี น 2-3 คู่ ออกมาแสดงบทบาทสมมติหน้าช้นั เรยี น
Suggested Answer Key
A : Good morning, Ann.
B : Hello, Pete.
A : How are you?
B : I’m fine, thanks. And you?
A : Not bad. See you later.
B : OK! Goodbye.
A : Goodbye, Tony!
B : Goodbye, Liz. See you later.
A : See you!

37

ขั้นท่ี 4 (ข้นั นำไปใช)้ Production
1. นักเรียนฟงั การออกเสยี ง /eІ/ และ /æ/ จาก CD 1 / Track 10 ในหนังสือเรียน หน้า 14 Ex.
4 (To present and practise /eІ/, /æ/) และฝกึ ออกเสียงตามพรอ้ มกนั และทลี ะคน จากนน้ั ให้นกั เรียน
ชว่ ยกันคิดคำศพั ทท์ ่อี อกเสียง /eІ/ และ /æ/ เสยี งละ 10 คำ แลว้ บนั ทกึ ลงสมุด
Suggested Answer Key
/eІ/ : eraser, strange, day, face, lake, take, age, make, cake, Spain
/æ/ : notepad, can, diagram, Ann, apple, flat, lamp, black, actor, factor

ข้ันท่ี 5 (ขั้นสรปุ ) Wrap up
1. นักเรียนทำแบบฝึกหดั Unit 1e ใน Workbook หน้า 8 Exs. 1-3
2. นักเรียนฟงั Access Workbook Audio CD ม. 1 / Track 2 แล้วเตมิ ขอ้ มลู ทขี่ าดหายไปในตาราง
ใน Workbook หนา้ 8 Ex. 4
3. นกั เรยี นจับคู่ ฝึกแตง่ บทสนทนาท่ีคล้ายกับ Ex. 2 ใน Workbook หนา้ 14 แลว้ ออกมานำเสนอ
หนา้ ช้นั เรยี น

9. สอื่ /แหล่งการเรยี นรู้
1. หนังสือเรยี น Access ม. 1
2. แบบฝึกหัด Access ม. 1
3. Access Class Audio CDs ม. 1(ประกอบหนงั สอื เรยี น Access ม. 1)
4. Access Workbook Audio CD ม. 1(ประกอบแบบฝึกหัด Access ม. 1 และ Teacher’s Resource

Pack)

10. การวัดและประเมินผล

วธิ กี ารวดั เครอ่ื งมอื เกณฑ์
ตรวจแบบฝกึ หัด เกณฑ์การประเมนิ ชิน้ งาน ร้อยละ 50 ผา่ นเกณฑ์
ประเมนิ การฟัง แบบประเมินการฟัง ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ประเมนิ การพดู แบบประเมินการพูดโต้ตอบ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ประเมินการเขียน แบบประเมนิ การเขยี น ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ประเมนิ การออกเสยี ง แบบประเมินการอ่านออกเสยี ง ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ดา้ นทกั ษะ/สมรรถนะ แบบประเมินสมรรถนะ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ แบบประเมินคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์

38

1. ประเมนิ การทำแบบฝกึ หัด
2. สงั เกตพฤติกรรมการเรยี นรใู้ นชว่ งการทำกจิ กรรม
3. ประเมนิ คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
4. ประเมนิ ผลการแสดงบทบาทสมมตพิ ูดสนทนาใหข้ ้อมูลเกย่ี วกับตนเอง และสถานการณ์ตา่ งๆ ใน
ชวี ติ ประจำวันในโรงเรียน

39

บนั ทึกหลังสอน
1. ผลการสอน

 สอนไดต้ ามแผนการจดั การเรียนรู้ มจี ดุ ประสงค์ K P A
 มีการบรู ณาการ คุณธรรม / การตา้ นการทจุ รติ / หลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
 สอนไมไ่ ดต้ ามแผนการจัดการเรยี นรู้ เน่ืองจาก .........................................................................
 .......................................................................................................................................................
2. ผลการเรียนของนักเรยี น
 จำนวนนักเรียนที่ผา่ นการประเมิน .......................... คน คดิ เป็นรอ้ ยละ .................................
 จำนวนนักเรียนทไ่ี มผ่ ่านการประเมิน ...................... คน คิดเป็นร้อยละ .................................
 อ่ืน ๆ .............................................................................................................................................
3. ปัญหาและอปุ สรรค
 กิจกรรมการจัดการเรียนรู้ ไม่เหมาะสมกับเวลา
 มนี กั เรียนทำใบงาน/ใบกิจกรรมไมท่ นั ตามกำหนดเวลา
 มีนกั เรียนทีไ่ มส่ นใจเรียน
 อืน่ ๆ .............................................................................................................................................
4. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
 ควรนำแผนไปปรบั ปรุง เร่อื ง ....................................................................................................
 .......................................................................................................................................................
 แนวทางแกไ้ ขนักเรียนทไี่ ม่ผ่านการประเมิน/ไม่สนใจเรยี น .............................................................
 .......................................................................................................................................................
 ไมม่ ีขอ้ เสนอแนะ

ลงช่ือ ........................................... ผู้บนั ทึก
( นางสาวพมิ พ์พรรณ ลลี า )
ครผู สู้ อน

______________________________________________________________________________
บันทกึ หลังการสอน ตามแผนการจดั การเรียนรู้ฉบับนี้ ได้รบั การพิจารณาจากหัวหนา้ กลุ่มสาระการ

เรยี นรู้และฝา่ ยวิชาการ แลว้

ลงชอื่ ........................................... ลงช่ือ ..................................................
( นางสาวพมิ พ์พรรณ ลลี า ) ( นางสาวิตรี แดงมีสี )
หัวหน้ากลุม่ สาระการเรยี นรู้
หัวหนา้ ฝา่ ยบรหิ ารงานวิชาการ

ลงชอื่ ...........................................................
( นายภานรินทร์ แผ่นศิลา )

ผ้อู ำนวยการโรงเรียนบ้านแข่โพนเมอื ง

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 6 40
รายวิชา ภาษาองั กฤษพน้ื ฐาน อ21101
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 1 School days เรอ่ื ง Curricular Cut ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1
ผ้สู อน นางสาวพมิ พพ์ รรณ ลลี า เวลา 2 ช่ัวโมง

โรงเรยี นบา้ นแขโ่ พนเมือง

1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ช้ีวัด

มาตรฐาน ต 1.1 เขา้ ใจและตคี วามเร่ืองท่ฟี ังและอ่านจากส่ือประเภทตา่ งๆ และแสดงความคิดเห็น

อย่างมีเหตุผล

มาตรฐาน ต 1.2 มีทกั ษะการสอ่ื สารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนขอ้ มลู ข่าวสาร แสดงความรสู้ กึ และ

ความ คดิ เห็นอย่างมปี ระสิทธิภาพ

มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอข้อมลู ข่าวสาร ความคดิ รวบยอด และความคดิ เหน็ ในเรอ่ื งต่างๆ โดยการพูด

และการเขียน

ตัวช้ีวัด

ต 1.1 ขอ้ 1 ปฏิบัตติ ามคำสั่ง คำขอร้อง คำแนะนำ และคำช้แี จงง่ายๆ ทฟี่ ังและอา่ น

ต 1.1 ข้อ 2 อา่ นออกเสียงขอ้ ความ นิทาน และบทร้อยกรอง (poem) สัน้ ๆ ถูกต้องตามหลกั การอ่าน

ต 1.2 ขอ้ 1 สนทนา แลกเปลย่ี นขอ้ มลู เกย่ี วกับตนเอง กจิ กรรม และสถานการณ์ต่างๆ ในชีวิตประจำวนั

ต 1.2 ขอ้ 4 พูดและเขียนเพ่อื ขอและให้ขอ้ มูล และแสดงความคดิ เห็นเกี่ยวกบั เรอื่ งท่ฟี ังหรืออ่าน

อยา่ งเหมาะสม

ต 1.3 ขอ้ 1 พูดและเขยี นบรรยายเก่ียวกบั ตนเอง กิจวัตรประจำวนั ประสบการณ์ และสิ่งแวดลอ้ ม

ใกลต้ วั

2. สาระสำคัญ
การทำงานรูปแบบตา่ งๆ คำแนะนำในการทำงานรว่ มกนั และการแสดงความคดิ เห็นเกีย่ วกับการ

ทำงานรูปแบบต่างๆ

3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
- ปฏิบัติตามคำแนะนำท่ีฟงั และอา่ น
- จบั ใจความสำคัญ (main idea) จากการฟังและอ่านขอ้ ความในโปสเตอร์
- พูดแสดงความคิดเห็นเกยี่ วกบั คำแนะนำในโปสเตอร์
- พดู แสดงความรู้สกึ และความคิดเห็นเก่ยี วกับการทำงานรปู แบบตา่ งๆ พรอ้ มใหเ้ หตุผลสั้นๆ ประกอบ
- ใช้ภาษา นำ้ เสยี ง และกริ ิยาทา่ ทางเหมาะสม ตามมารยาทสังคมและวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา
- ใช้ภาษาสอ่ื สารในสถานการณจ์ รงิ /สถานการณ์จำลองทเ่ี กดิ ข้ึนในหอ้ งเรยี น

41

4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
- คำแนะนำในการทำงานร่วมกัน
- การจบั ใจความสำคญั เชน่ หวั ข้อเรือ่ ง ใจความสำคัญ รายละเอยี ดสนบั สนนุ
- คำศพั ท์ ประโยค และข้อความทใ่ี ชใ้ นการแสดงความคดิ เห็นเกย่ี วกับเรอ่ื งทฟี่ งั หรืออา่ น
- ภาษาทใี่ ชใ้ นการแสดงความรู้สกึ ความคิดเห็น และให้เหตุผลประกอบ เช่น ชอบ ไมช่ อบ ดี ไม่ดี เชน่ I like…
because…, I think…
- การใชภ้ าษา นำ้ เสียง และกิริยาท่าทางในการสนทนา ตามมารยาทสงั คมและวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา
เช่น การแสดงความรู้สึกชอบ/ไม่ชอบ
- การใชภ้ าษาสอ่ื สารในสถานการณ์จรงิ /สถานการณ์จำลองท่เี กิดขน้ึ ในหอ้ งเรยี น

5. ทกั ษะ/กระบวนการ
- ฟงั พดู อ่านและเขียนเกย่ี วกับการทำงานรปู แบบต่างๆ คำแนะนำในการทำงานร่วมกัน และการแสดง

ความคิดเห็นเกี่ยวกับการทำงานรปู แบบต่างๆ

6. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
- ความสามารถในการสื่อสาร
- ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต

7. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
- มีวินัย
- มงุ่ มน่ั ในการทำงาน
- มจี ติ สาธารณะ

8. กิจกรรมการเรียนรู้
ขัน้ ที่ 1 (ข้นั นำ) Warm up
1. นำเขา้ สู่บทเรียนด้วยการช้ีแจงให้นกั เรยี นทราบวา่ ใน Unit 1fนี้ นักเรยี นจะได้เรียนรู้เก่ยี วกบั

การฝกึ อภิปรายแสดงความคดิ เหน็ เก่ียวกบั การทำงานร่วมกนั การอ่านและฟงั เพ่ือจับใจความสำคัญ (Reading
and listening for gist)

2. ครูอธิบายใหน้ ักเรยี นฟังว่า Citizenship เปน็ วิชาหน่ึงทเ่ี ปิดการจัดการเรียนรใู้ นระดับ
มธั ยมศกึ ษาในประเทศองั กฤษ เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ และทกั ษะ ในการมสี ่วนร่วมในสังคมในฐานะ
พลเมืองท่ีมีความรับผิดชอบทางสงั คมและทางจรยิ ธรรม โดยมีเป้าหมายเพอื่ ให้ผ้เู รียนเกิดความม่ันใจและ
ศรัทธาวา่ พวกเขาสามารถมีปฏิสัมพนั ธร์ ่วมกับผอู้ ่นื มอี ทิ ธิพล และสามารถสรา้ งความแตกตา่ งใหเ้ กิดข้ึนใน
ชมุ ชนของตนเองได้

42

ขั้นที่ 2 (ขนั้ นำเสนอ) Presentation
1. นกั เรยี นดภู าพและอ่านคำศัพท์ประกอบภาพ ในหนังสอื เรียน หน้า 15 Ex. 1 (To

encourage class discussion about working in the classroom) แลว้ พิจารณาว่าตนเองชอบการทำงานท่ี
โรงเรียนแบบใด พรอ้ มท้ังให้เหตผุ ลประกอบ

Suggested Answer Key
I like working in pairs.
2. นักเรียนดหู วั เรือ่ งของโปสเตอร์ และภาพประกอบ ในหนงั สอื เรยี น หนา้ 15 Ex. 2 (To read

and listen for gist) แลว้ บอกวา่ หัวเรอ่ื ง Working together หมายความวา่ อยา่ งไร และนักเรียนคิดว่าโปสเตอร์
น้ีนา่ จะเกยี่ วกบั อะไร จากน้นั ครเู ปิด CD 1 / Track 11 ให้นักเรยี นฟัง พรอ้ มกบั อ่านเนือ้ หาในโปสเตอร์เพอ่ื ตรวจ
คำตอบ

Key The poster is about how we should behave when we work in pairs or
groups at school.

ขั้นท่ี 3 ( ขัน้ ฝึก ) Practice

1. ใหน้ ักเรียนนำตัวอักษรท่ีกำหนด ในหนงั สือเรยี น หนา้ 15 Ex. 3 (To develop vocabulary)

มาเรียงเป็นคำกริยาทีพ่ บในโปสเตอร์ให้ถกู ต้อง

Key 2. share 3. say 4. look 5. listen

2. นักเรยี นอา่ นโปสเตอร์ ในหนังสือเรยี น หน้า 15 อกี คร้ัง แลว้ ปดิ หนังสือเรยี น จากนน้ั ให้นักเรียนบอก

กฎ 3 ข้อ ที่นักเรยี นจำได้เก่ยี วกับการทำงานร่วมกนั (To memorise information)

Suggested Answer Key

Look at your partner.

Think up new ideas.

Be kind and smile.

ขน้ั ที่ 4 (ขนั้ นำไปใช)้ Production
1. นกั เรยี นทำแบบฝึกหัด Unit 1fใน Workbook หน้า 9 Exs. 1-3
2. นกั เรียนเขียนตามคำบอก ใน Workbook หน้า 9 Ex. 4 โดยฟงั Access Workbook Audio
CD ม. 1/Track 3 แลว้ เขียนประโยคทไ่ี ด้ยนิ โดยครเู ปิด CD ใหน้ ักเรยี นฟงั 3 รอบ รอบแรกให้ฟังเพียงอย่าง
เดียว รอบท่ีสองใหฟ้ งั และเขยี นตาม และรอบท่ีสามใหฟ้ งั เพื่อตรวจคำตอบ

ขั้นที่ 5 (ขน้ั สรปุ ) Wrap up
1. นกั เรยี นเข้ากลุ่ม กลมุ่ ละ 5-6 คน จากนน้ั อภปิ รายแสดงความคิดเหน็ วา่ ขอ้ แนะนำในโปสเตอร์เป็น
สง่ิ ทคี่ วรปฏบิ ัตมิ ากน้อยแคไ่ หน และนกั เรียนคิดวา่ เปน็ ประโยชน์มากน้อยเพียงใด ถา้ เราปฏบิ ัติตามขอ้ แนะนำ
ดงั กลา่ ว เสร็จแล้วให้ตัวแทนกลุ่มออกมานำเสนอความคิดเห็นหน้าชั้นเรยี น

43

2. นกั เรยี นทำแบบทดสอบความรหู้ ลงั เรียน โดยใช้ Test 1 (Module 1) จาก Teacher’s Resource
Pack & Tests หนา้ 65-68

3. นักเรยี นประเมินความสามารถในการเรียนรู้ของตนเองตามตารางทกี่ ำหนด (Now I can…)

9. สอ่ื /แหลง่ การเรยี นรู้
1. หนังสือเรยี น Access ม. 1
2. แบบฝึกหัด Access ม. 1
3. Access Class Audio CDs ม. 1(ประกอบหนงั สือเรยี น Access ม. 1)
4. Access Workbook Audio CD ม. 1 (ประกอบแบบฝกึ หัด Access ม. 1 และ Teacher’s Resource
Pack)
5. CD หนังสอื Teacher’s Resource Pack & Tests ม. 1-2-3

10. การวัดและประเมินผล เคร่ืองมอื เกณฑ์
วธิ ีการวัด เกณฑ์การประเมนิ ชน้ิ งาน ร้อยละ 50 ผ่านเกณฑ์
แบบประเมนิ การฟงั ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจแบบฝึกหัด แบบประเมนิ การพูดโตต้ อบ ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ประเมนิ การฟัง แบบประเมนิ การเขียน ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ประเมินการพูด แบบประเมนิ การอา่ นออกเสยี ง ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ประเมนิ การเขียน แบบประเมนิ สมรรถนะ ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ประเมินการออกเสยี ง แบบประเมินคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ด้านทักษะ/สมรรถนะ
คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์

1. ประเมนิ การทำแบบฝึกหัด
2. สังเกตพฤติกรรมการเรียนรูใ้ นช่วงการทำกจิ กรรม
3. ประเมินการทำแบบทดสอบหลงั เรียน
4. ประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
5. ประเมินผลการพดู แสดงความคิดเห็นเกยี่ วกับคำแนะนำในการทำงาน พร้อมให้เหตผุ ลสน้ั ๆ ประกอบ


Click to View FlipBook Version