94
- พูดแสดงความคิดเหน็ เก่ยี วกบั เรื่องทฟี่ ัง
- วาดภาพและเขยี นบรรยายเก่ียวกับบ้านของตนเอง
- เข้ารว่ มกจิ กรรมทางภาษาตามความสนใจ
- ใช้ภาษาสอื่ สารในสถานการณจ์ ริง/สถานการณ์จำลองทเี่ กดิ ขน้ึ ในห้องเรียน
4. สาระการเรียนรู้
สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง
- การออกเสยี งเนน้ หนกั -เบา ในคำ และการใชพ้ จนานุกรม
- การจบั ใจความสำคญั คำถามเกย่ี วกบั ใจความสำคญั เช่น Yes/No Questions Wh-Questions
- ประโยคและขอ้ ความทใี่ ช้ในการขอและใหข้ ้อมูล
- คำศัพท์ และประโยคทใ่ี ช้ในการแสดงความคิดเห็นเกยี่ วกับเรอ่ื งทฟี่ ัง
- ประโยคและขอ้ ความท่ีใช้บรรยายเกยี่ วกบั ตนเอง สงิ่ แวดล้อมใกล้ตัว
- กจิ กรรมทางภาษาและวัฒนธรรม เช่น การเล่นเกม
- การใชภ้ าษาส่ือสารในสถานการณ์จรงิ /สถานการณ์จำลองที่เกิดข้นึ ในหอ้ งเรยี น
- Possessive adjectives
- การใช้ some / any
5. ทักษะ/กระบวนการ
- ฟงั พดู อ่านและเขียนเกยี่ วกับบทสนทนา โฆษณา การบรรยายเก่ยี วกับบ้าน สิง่ ของเครื่องใช้ในบ้าน และ
การแสดงความคิดเห็น พร้อมทัง้ ใหเ้ หตุผลประกอบ
6. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
ความสามารถในการส่ือสาร
ความสามารถในการคิด
- การคิดวิเคราะห์
7. คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
- มีวินัย
- มงุ่ ม่นั ในการทำงาน
8. กิจกรรมการเรียนรู้
ขน้ั ที่ 1 (ขั้นนำ) Warm up
1. นำเขา้ สู่บทเรียนดว้ ยการช้แี จงใหน้ ักเรียนทราบวา่ ใน Unit 3b นกั เรยี นจะไดเ้ รยี นร้คู ำศัพท์
เกี่ยวกับเคร่อื งเรอื นและเครอื่ งใช้ การใช้ some / any และคำคณุ ศัพท์แสดงความเปน็ เจ้าของ
95
2. ครใู ห้นกั เรยี นอา่ นชอ่ื หน่วยการเรียนรู้ยอ่ ย Unit 3b และดูภาพ ในหนังสอื เรียน หนา้ 30 แล้ว
อธิบายความหมายของชือ่ หน่วยการเรียนรู้ (We ask this question in order for someone to describe
something to us)
ขน้ั ท่ี 2 (ข้นั นำเสนอ) Presentation
1. นกั เรียนฝกึ ออกเสยี งคำศัพท์ ในหนังสือเรยี น หนา้ 30 Ex. 1 (To learn vocabulary
associated with household furniture and appliances) โดยฟัง CD 1 / Track 26 และออกเสยี งตามพรอ้ ม
กนั หรือทีละคน แล้วชว่ ยกันบอกความหมายของคำศัพท์ จากน้นั ครเู ปดิ CD ใหน้ กั เรียนฟงั อีกคร้ัง และหยุด CD
หลงั คำศัพท์แตล่ ะคำ เพอื่ ให้นกั เรียนดภู าพและชี้ภาพตามคำศพั ท์
2. นักเรียนศกึ ษาหัวขอ้ Learning to learn ในหนังสือเรียน หนา้ 30 แล้วครูอธิบายว่า การจดั
คำศัพท์เปน็ หมวดหมจู่ ะชว่ ยให้จดจำคำศพั ทใ์ หมไ่ ดง้ า่ ย
3. นักเรียนจัดคำศพั ท์ในหนังสอื เรยี น หนา้ 30 Ex. 2 (To learn new words through
association) ให้ตรงตามหมวดหม่ทู ่กี ำหนด แล้วครูเฉลยคำตอบบนกระดาน
Key Bedroom : bed, desk, wardrobe
Bathroom : washbasin, toilet, towel
Living room : sofa, armchair, coffee table
Kitchen : sink, fridges.
ขนั้ ท่ี 3 ( ข้นั ฝกึ ) Practice
1. นกั เรยี นดภู าพหอ้ งต่างๆ ในหนงั สอื เรียน หน้า 30 ครูเรียกนกั เรียน 1 คน อ่านตัวอย่าง
จากน้นั ให้นกั เรียนจับคู่ผลัดกนั บอกวา่ ในแต่ละห้องมีเครื่องเรอื นเครือ่ งใชอ้ ะไรบา้ ง (To consolidate
vocabulary and revise there is, there are)
Suggested Answer Key
A : What is there in the bedroom?
B : There’s a window, a bed, a desk, a lamp and a bookcase.
There are books in the bedroom.
A : What is there in the bathroom?
B : There’s a washbasin, a toilet and a towel.
A : What is there in the living room?
B : There’s a window, a sofa, an armchair, and a coffee table.
There are paintings and cushions in the living room.
A : What is there in the kitchen?
B : There’s a cooker, a fridge, a sink and a table.
There are cupboards and two chairs in the kitchen.
96
2. นกั เรียนเลน่ เกมเปน็ กลุม่ โดยนกั เรยี นกล่มุ ท่หี นึ่งบอกตัวอกั ษรภาษาอังกฤษมา 1 ตวั ให้
นักเรยี นอีกกลุ่มหนึง่ บอกคำศพั ทท์ ข่ี ้ึนตน้ ด้วยตวั อกั ษรตวั น้นั ซง่ึ จะตอ้ งเกีย่ วกบั houses / rooms / furniture /
appliance ถา้ ไมส่ ามารถบอกคำศพั ทไ์ ดภ้ ายในเวลา 5 วนิ าที ตอ้ งผลัดใหอ้ ีกกลุม่ หนึง่ เปน็ ผู้ตอบ ถ้าตอบได้
ถกู ตอ้ งจะได้ 1 คะแนน กลุ่มท่ไี ด้คะแนนมากทีส่ ุดเปน็ ผู้ชนะ เชน่
Team AS1: P
Team BS1: Pillow
3. ครูอธบิ ายสถานการณข์ องบทสนทนา ในหนังสอื เรยี น หน้า 31 Ex. 4 (To read for specific
information) ให้นักเรยี นฟังว่า Olga สนทนากับ Sandyเกี่ยวกับแฟลตใหม่ของพีส่ าว Olga จากน้นั ใหน้ ักเรียน
อ่านคำถาม แลว้ ฟงั บทสนทนาจาก CD 1 / Track 27 เพอื่ หาคำตอบ และตรวจคำตอบพรอ้ มกนั
Key 1. (There are) four rooms (in the flat).
2. Living room: sofa, armchair
Bedroom: bed & desk
Kitchen: cooker, fridge, table
4. นกั เรยี นเรียนรูก้ ารใช้ some / any โดยครชู กู ระเปา๋ ที่มีหนังสืออยใู่ นน้ันหลายเลม่ พร้อมพดู
ว่า There are some books in the bag. และเขียนประโยคทพี่ ูดบนกระดาน จากน้นั หยบิ หนงั สือท้ังหมดออก
จากกระเปา๋ แลว้ ถามนักเรยี นว่า
T: Are there any books in the bag?
Ss: No.
T: That’s right. There aren’t any books in the bag.
ครเู ขียนประโยคคำถามและประโยคปฏเิ สธทีพ่ ดู บนกระดาน และขีดเส้นใต้คำว่า any ท้งั 2 ประโยค จากนน้ั ให้
นกั เรยี นอา่ นประโยคตัวอย่าง 3 ประโยค ในหนงั สอื เรียน หนา้ 31 Ex. 5 (To learn the use of some / any)
แลว้ เตมิ กฎการใช้ some / any และเฉลยคำตอบพร้อมกนั
Key 1. some 2. any 3. Any
ขน้ั ที่ 4 (ขน้ั นำไปใช)้ Production
1. ใหน้ ักเรียนเตมิ ประโยคในหนังสอื เรียน หนา้ 31 Ex. 6 (To practise some / any) ใหส้ มบูรณ์
แล้วครูใหน้ กั เรียนอ่านประโยคทลี ะคน เพื่อตรวจคำตอบ
Key 1. any 2. any 3. any 4. some
2. นักเรยี นเรยี นรู้เก่ียวกับคำแสดงความเป็นเจา้ ของที่มีคำนามต่อท้าย (Possessive adjectives)
โดยครูให้นักเรียนปิดหนังสือ แล้วชี้ทตี่ วั เองและพูดว่า I am a teacher. แลว้ เขยี นประโยคดงั กลา่ วบนกระดาน
และขดี เส้นใต้คำวา่ Iจากน้ันพูดวา่ This is my pen. และเขยี นประโยคบนกระดาน พร้อมขีดเสน้ ใตค้ ำวา่ my
แล้วอธิบายว่า my เป็นคำแสดงความเป็นเจา้ ของทีเ่ รียกวา่ possessive adjective โดยจะวางไว้หนา้ คำนาม
เพ่ือแสดงความเปน็ เจ้าของ จากนัน้ ครูชไี้ ปท่นี กั เรียนชายคนหนึ่ง และพดู ว่า You are Bill. แลว้ เขียนประโยคนี้
บนกระดาน และขีดเสน้ ใต้คำว่า You แลว้ ครูชี้ไปที่ดินสอของ Bill พร้อมพดู ว่า This is your pencil. และ
97
เขียนประโยคบนกระดาน แล้วขีดเส้นใต้คำวา่ your ครูใช้วธิ กี ารเดียวกันน้ีในการอธบิ ายคำแสดงความเป็น
เจา้ ของคำอืน่
3. นักเรยี นเปดิ หนงั สือเรยี น หน้า 31 แลว้ อา่ นตารางใน Ex. 7 (To learn the use of
possessive adjectives) เพือ่ สรา้ งความเขา้ ใจเกี่ยวกับการใช้ Possessive adjectives และแปล Possessive
adjectives เหลา่ น้เี ป็นภาษาไทย เพอ่ื ตรวจสอบว่านักเรยี นเข้าใจความหมายหรือไม่ จากนน้ั ครูฝกึ นกั เรียนโดย
เขียนประโยค This is my notebook. บนกระดาน แลว้ ให้นักเรยี นหาคำแสดงความเป็นเจา้ ของทเ่ี หมาะสมมา
แทนคำว่า my ดว้ ยวธิ กี ารต่อไปนี้
T : ครชู ้ไี ปท่นี กั เรียนชายคนหนง่ึ
S1 : This is his notebook.
T : ครชู ี้ไปทน่ี กั เรยี นหญิงคนหน่ึง
S2 : This is her notebook. etc
4. นักเรยี นทำ Ex. 8 (To practise using possessive adjectives) ในหนงั สือเรียน หน้า 31 แล้ว
เฉลยคำตอบพรอ้ มกนั
Key 1. their 2. her 3. our 4. your 5. his 6. my
5. นกั เรยี นอ่านขอ้ ความในหนงั สอื เรียน หนา้ 31 Ex. 9(To listen for specific information
and to distinguish between text types) แล้วครูบอกว่า ข้อมลู ท่หี ายไปอาจจะเป็นคำหรอื ตัวเลขก็ได้
จากน้นั ใหน้ ักเรียนฟงั CD 1 / Track 28 แล้วเติมข้อมูลทห่ี ายไป เสร็จแลว้ ตรวจคำตอบ และอ่านข้อความที่
สมบรู ณ์แล้วพร้อมกนั และตอบคำถามว่าข้อความนี้เปน็ email หรอื โฆษณา พร้อมกบั อธบิ ายว่าทำไมจึงตอบ
เช่นนน้ั เช่น It has a price, there is a picture, it looks like an advert, it does not look like an
email. An email starts with Dear etc …
Key 1. 5 2. bathrooms 3. 15 4. garden 5. Pedro
The text is an advert.
ข้ันที่ 5 (ขั้นสรปุ ) Wrap up
1. นักเรยี นดูภาพบา้ นในหนงั สอื เรียน หน้า 30 แล้ววาดภาพของตนเองในลกั ษณะน้ี พรอ้ มระบายสีให้
สวยงาม แล้วนำเสนอหนา้ ชัน้ เรียน จากนั้นเขยี นประโยคบรรยายสงิ่ ที่มใี นแต่ละห้อง โดยใช้ there is / there
are, some / any(To practise vocabulary and grammar presented in this unit)
Suggested Answer Key
There are two bedrooms in my house. There is a big living room, a kitchen and
a bathroom.
There is a bed, a desk, and a wardrobe in each bedroom.
There is a sofa and a coffee table in the living room. There are also two armchairs
and some paintings.
There is a cooker, a sink, a fridge and a table with four chairs in the kitchen.
98
There is a washbasin and a toilet in the bathroom. There is also a mat and some
towels.
2. นักเรียนทำแบบฝึกหดั Unit 3b ใน Workbook หน้า 18 Exs. 1- 4 เปน็ การบ้าน
3. ครูใหน้ กั เรยี นทำแบบฝึกหัดเพ่ิมเตมิ ใน Teacher’s Resource Pack & Tests (Module 3)
หน้า 17
9. สื่อ/แหลง่ การเรยี นรู้
1. หนงั สือเรียน Access ม. 1
2. แบบฝึกหัด Access ม. 1
3. Access Class Audio CDs ม. 1(ประกอบหนงั สอื เรยี น Access ม. 1)
4. CD หนงั สอื Teacher’s Resource Pack & Tests ม. 1-2-3
10. การวัดและประเมินผล เคร่อื งมือ เกณฑ์
วิธกี ารวดั เกณฑ์การประเมินช้นิ งาน ร้อยละ 50 ผา่ นเกณฑ์
แบบประเมินการฟัง ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจแบบฝึกหัด แบบประเมินการพูดโตต้ อบ ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ประเมินการฟงั แบบประเมินการเขยี น ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ประเมินการพดู แบบประเมนิ การอา่ นออกเสยี ง ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ประเมินการเขียน แบบประเมินสมรรถนะ ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ประเมนิ การออกเสียง แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ด้านทักษะ/สมรรถนะ
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1. ประเมนิ การทำแบบฝกึ หัด
2. สังเกตพฤตกิ รรมการเรียนร้ใู นช่วงการทำกจิ กรรม
3. ประเมินคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
4. ประเมนิ ผลการวาดภาพและเขยี นบรรยายเกีย่ วกับหอ้ งต่างๆ ภายในบา้ น
99
บนั ทึกหลังสอน
1. ผลการสอน
สอนไดต้ ามแผนการจดั การเรียนรู้ มจี ดุ ประสงค์ K P A
มีการบรู ณาการ คุณธรรม / การตา้ นการทจุ รติ / หลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
สอนไมไ่ ดต้ ามแผนการจัดการเรยี นรู้ เน่ืองจาก .........................................................................
.......................................................................................................................................................
2. ผลการเรียนของนักเรยี น
จำนวนนักเรียนที่ผา่ นการประเมิน .......................... คน คดิ เป็นรอ้ ยละ .................................
จำนวนนักเรียนทไ่ี มผ่ ่านการประเมิน ...................... คน คิดเป็นร้อยละ .................................
อ่ืน ๆ .............................................................................................................................................
3. ปัญหาและอปุ สรรค
กิจกรรมการจัดการเรียนรู้ ไม่เหมาะสมกับเวลา
มนี กั เรียนทำใบงาน/ใบกิจกรรมไมท่ นั ตามกำหนดเวลา
มีนกั เรียนทีไ่ มส่ นใจเรียน
อืน่ ๆ .............................................................................................................................................
4. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
ควรนำแผนไปปรบั ปรุง เร่อื ง ....................................................................................................
.......................................................................................................................................................
แนวทางแกไ้ ขนักเรียนทไี่ ม่ผ่านการประเมิน/ไม่สนใจเรยี น .............................................................
.......................................................................................................................................................
ไมม่ ีขอ้ เสนอแนะ
ลงช่ือ ........................................... ผู้บนั ทึก
( นางสาวพมิ พ์พรรณ ลลี า )
ครผู สู้ อน
______________________________________________________________________________
บันทกึ หลังการสอน ตามแผนการจดั การเรียนรู้ฉบับนี้ ได้รบั การพิจารณาจากหัวหนา้ กลุ่มสาระการ
เรยี นรู้และฝา่ ยวิชาการ แลว้
ลงชอื่ ........................................... ลงช่ือ ..................................................
( นางสาวพมิ พ์พรรณ ลลี า ) ( นางสาวิตรี แดงมีสี )
หัวหน้ากลุม่ สาระการเรยี นรู้
หัวหนา้ ฝา่ ยบรหิ ารงานวิชาการ
ลงชอื่ ...........................................................
( นายภานรินทร์ แผ่นศิลา )
ผ้อู ำนวยการโรงเรียนบ้านแข่โพนเมอื ง
100
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 15
รายวิชา ภาษาอังกฤษพ้ืนฐาน อ21101 ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 1
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 3 My home, my castle เรอ่ื ง My bedroom เวลา 2 ช่ัวโมง
ผู้สอน นางสาวพมิ พพ์ รรณ ลลี า โรงเรยี นบา้ นแข่โพนเมือง
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวช้วี ดั
มาตรฐาน ต 1.2 มีทกั ษะการสอ่ื สารทางภาษาในการแลกเปล่ยี นข้อมูลขา่ วสาร แสดงความรสู้ กึ และ
ความ คิดเห็นอยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ
มาตรฐาน ต 2.1 เข้าใจความสัมพนั ธร์ ะหว่างภาษากับวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา และนำไปใชไ้ ด้
อยา่ งเหมาะสมกบั กาลเทศะ
มาตรฐาน ต 3.1 ใช้ภาษาตา่ งประเทศในการเชอ่ื มโยงความรู้กบั กลุ่มสาระการเรยี นร้อู นื่ และเป็น
พ้ืนฐาน
ในการพฒั นา แสวงหาความรู้ และเปิดโลกทัศน์ของตน
มาตรฐาน ต 4.2 ใชภ้ าษาตา่ งประเทศเป็นเคร่ืองมือพื้นฐานในการศกึ ษาต่อ การประกอบอาชีพ และ
การแลกเปลีย่ นเรยี นรกู้ ับสังคมโลก
ตัวช้ีวัด
ต 1.2 ข้อ 4 พดู และเขยี นเพือ่ ขอและให้ขอ้ มูล และแสดงความคดิ เหน็ เกี่ยวกับเรอื่ งที่ฟังหรืออ่าน
อยา่ งเหมาะสม
ต 2.1 ข้อ 1 ใชภ้ าษา นำ้ เสยี ง และกริ ยิ าท่าทางสุภาพ เหมาะสมตามมารยาทสังคมและ
วฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา
ต 2.1 ขอ้ 3 เข้ารว่ ม/จดั กิจกรรมทางภาษาและวฒั นธรรมตามความสนใจ
ต 3.1 ข้อ 1 คน้ คว้า รวบรวม และสรุปข้อมลู /ขอ้ เทจ็ จริงที่เก่ยี วขอ้ งกบั กลมุ่ สาระการเรียนรอู้ ่ืน
จากแหล่งเรยี นรแู้ ละนำเสนอดว้ ยการพดู /การเขยี น
ต 4.2 ขอ้ 1 ใชภ้ าษาต่างประเทศในการสบื คน้ /ค้นคว้า ความรู้/ข้อมลู ต่างๆ จากสือ่ และ
แหลง่ การเรียนรูต้ ่างๆ ในการศกึ ษาตอ่ และประกอบอาชพี
2. สาระสำคัญ
การถามหาสถานทต่ี ั้งของสิง่ ของ การบรรยายห้องนอน การถา่ ยโอนขอ้ มลู จากขอ้ ความเปน็ ภาพวาด
และการอ่านเพือ่ หาข้อมูลเฉพาะ
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
- อ่านออกเสยี งบทอา่ น
- ตอบคำถามจากการอา่ นบทอ่าน
- วาดภาพให้สมั พนั ธ์กบั บทอ่าน
101
- สนทนา แลกเปลย่ี นขอ้ มลู เก่ยี วกบั ตนเอง
- พดู เพอ่ื ขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกบั ตำแหน่งของสิ่งของ
- เขยี นบรรยายเก่ยี วกบั หอ้ งนอนของตนเอง
- ใช้ภาษา นำ้ เสียง และกิรยิ าท่าทางสุภาพ เหมาะสมตามมารยาทสังคมและวฒั นธรรมของเจ้าของภาษา
- ใชภ้ าษาสอื่ สารในสถานการณจ์ รงิ /สถานการณ์จำลองท่ีเกดิ ขน้ึ ในหอ้ งเรียน
4. สาระการเรียนรู้
สาระการเรียนรู้แกนกลาง
- การแบ่งวรรคตอนในการอา่ น
- การจับใจความสำคัญ เช่น ใจความสำคัญ รายละเอยี ดสนับสนนุ คำถามเกย่ี วกับใจความสำคญั เช่น
Yes/No Questions, Wh-Questions
- การถา่ ยโอนข้อมลู ใหส้ ัมพนั ธ์กับภาพ
- ภาษาที่ใช้ในการส่อื สารระหวา่ งบคุ คล เช่น การแลกเปลยี่ นขอ้ มูลเกี่ยวกับตนเอง
- ประโยคและข้อความทีใ่ ชใ้ นการขอและใหข้ ้อมูล
- ประโยคและขอ้ ความท่ีใช้ในการบรรยายเกีย่ วกับตนเอง สิ่งแวดลอ้ มใกล้ตวั
- การใช้ภาษา น้ำเสยี ง และกิริยาท่าทางในการสนทนา ตามมารยาทสังคมและวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา
เช่น การแสดงอาการตอบรบั หรอื ปฏิเสธ
- การใชภ้ าษาสอ่ื สารในสถานการณ์จรงิ /สถานการณจ์ ำลองที่เกิดขึ้นในหอ้ งเรียน
- Prepositions of place
5. ทักษะ/กระบวนการ
- ฟัง พูด อ่านและเขยี นเกยี่ วกบั การถามหาสถานที่ต้งั ของสงิ่ ของ การบรรยายห้องนอน การถา่ ยโอนข้อมูล
จากข้อความเปน็ ภาพวาด และการอา่ นเพื่อหาข้อมูลเฉพาะ
6. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น
ความสามารถในการส่ือสาร
ความสามารถในการคิด
- การคิดวิเคราะห์
7. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
- มวี ินัย
- ใฝ่เรียนรู้
- มุ่งมน่ั ในการทำงาน
102
8. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ข้ันท่ี 1 (ข้นั นำ) Warm up
1. ครชู ีแ้ จงใหน้ ักเรยี นทราบว่า ใน Unit 1c น้นี กั เรยี นจะได้เรยี นรู้เกีย่ วกับการพูดถงึ หอ้ งนอนของ
ตนเอง และคำบพุ บทบอกสถานท่ี
2. นกั เรียนดภู าพในหนงั สอื เรยี น หนา้ 32 แลว้ บอกส่งิ ท่ีมีในห้องนอนของนกั เรยี น
ขน้ั ท่ี 2 (ข้นั นำเสนอ) Presentation
1. ครสู อนคำบุพบทบอกสถานท่ี โดยวางหนังสอื ไวบ้ นโต๊ะ แลว้ ถามและตอบคำถามดว้ ยตนเอง
วา่ Where’s my book? It’s on the desk. จากนน้ั วางหนังสอื ไวใ้ นกระเป๋า แล้วถามและตอบคำถามว่า
Where’s my book? It’s in my desk. ครูสอนคำบพุ บทบอกสถานท่ีคำอืน่ ดว้ ยวิธกี ารเดียวกัน
2. นกั เรียนดภู าพกลอ่ งและลูกบอล ในหนังสือเรยี น หน้า 32 Ex. 1(To present prepositions
of place) แล้วครอู า่ นตัวอย่างให้นกั เรยี นฟงั จากนัน้ นักเรียนจับคู่ถามและตอบตำแหนง่ ของลูกบอล ครูให้
นกั เรยี นอาสาสมัครออกมาเขียนประโยคบอกตำแหนง่ ของลกู บอล เพอื่ ตรวจคำตอบ
Key The ball is on the box.
The ball is under the box.
The ball is behind the box.
The ball is next to the box.
The ball is in front of the box.
The red ball is between the blue balls.
ขั้นท่ี 3 ( ข้ันฝกึ ) Practice
1. นกั เรียนดูภาพห้องนอนของ Peter ในหนงั สือเรียน หนา้ 32 และช่วยกันบอกส่ิงทีม่ ใี น
ห้องนอนของ Peter โดยครูเขียนคำศัพท์ทีน่ กั เรยี นไมร่ ู้บนกระดาน เช่น stereo, speaker, computer, lamp,
bed, desk, chair, bookshelf, bookcase, magazines, poster etc จากนนั้ นกั เรยี นจบั ค่กู นั อ่านตวั อย่าง ใน
Ex. 2 (To practise using prepositions of place) และฝึกถามตอบตำแหน่งของสงิ่ ของต่างๆ ในหอ้ งนอนของ
Peter ครูเดนิ สงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรยี น
Suggested Answer Key
A : Where are his trainers?
B : They’re under his bed.
A : Where is the stereo?
B : It’s in the bookcase. Etc
2. นกั เรียนจบั คกู่ ับเพือ่ น ฝกึ ถามตอบเก่ยี วกบั ห้องนอนของตนเอง (To practise asking
questions about location and answering using prepositions of place) แลว้ ครูส่มุ เรยี กนกั เรยี นออกมา
พูดถามตอบหนา้ ช้ันเรยี น
Suggested Answer Key
103
A : Is there a TV in your room?
B : Yes, there is.
A : Where exactly is it?
B : It is in the bookcase.
A : Is there a computer in your bedroom?
B : Yes, there is.
A : Where exactly is it?
B : It is on the desk. Etc
ขัน้ ที่ 4 (ข้ันนำไปใช)้ Production
1. นักเรยี นอา่ นบทอา่ นในหนังสอื เรยี น หน้า 32 Ex. 4 (To read for specific information) แลว้
ตอบคำถามวา่ มีส่ิงของอะไรในห้องนอนของ Ann บ้าง
Key furniture, bed, desk, chair, wardrobe, bookcase, poster, computer,
lamp, books, CD player
2. นักเรยี นอ่านบทอ่านใน Ex. 4 อีกครงั้ แล้วครูถามคำถามเก่ยี วกบั ตำแหน่งของส่ิงของตา่ งๆ ใน
ห้องนอนของ Ann เชน่
T : Where is Ann’s bed?
S1 : Her bed is next to the wardrobe.
T : Where is Ann’s desk?
S1 : Her desk is under the window.
จากน้นั ให้นักเรยี นวาดภาพหอ้ งนอนของ Ann ตามทอ่ี ่านจากบทอา่ น แลว้ นำภาพวาดของตนเองมา
เปรยี บเทยี บกบั เพอื่ น
ขนั้ ท่ี 5 (ข้ันสรุป) Wrap up
1. นักเรียนทำแบบฝึกหดั Unit 3c ใน Workbook หน้า 20 Ex. 3 โดยฟงั Access Workbook
Audio CD ม. 1 / Track 6 แลว้ เลอื กคำตอบที่ถกู ตอ้ ง จากน้ันเฉลยคำตอบพรอ้ มกนั
2. ครูสมุ่ เรียกนักเรยี นตอบคำถามในหนังสือเรยี น หนา้ 32 Ex. 5 (To practise vocabulary and
grammar presented in this unit by writing a descriptive paragraph) จากนนั้ ใหน้ กั เรียนเขียนบรรยาย
หอ้ งนอนของตนเอง โดยใชค้ ำบพุ บทบอกสถานที่และบทอ่านใน Ex. 4 เป็นแบบในการเขียน ครูสนบั สนนุ ให้
นักเรยี นใช้คำคุณศัพท์ เชน่ big, small, great, round etc ในกรณที ่ีนกั เรยี นทำงานไม่เสรจ็ ในชัน้ ครอู าจ
มอบหมายใหน้ ักเรียนทำเป็นการบา้ น
Suggested Answer Key
My bedroom is great! It’s very big and there is a lotof furniture in it.
Everything is blue in my bedroomand I call it ‘the blue room’. I’ve got
a bed, a desk,a chair, a wardrobe and a bookcase. Behind the bedthere are
104
two windows. There is a wardrobe next to the bed. My desk is quite modern.
There’s acomputer on it and I’ve got books in the bookcasenext to my desk.
There are also some pictures anda poster on the walls. There’s a TV under
theposter. I like my bedroom very much.
3. นกั เรียนทำแบบฝกึ หัด Unit 3c ใน Workbook หนา้ 19 Exs. 1-2 เปน็ การบ้าน
9. สอื่ /แหล่งการเรียนรู้
1. หนงั สอื เรยี น Access ม. 1
2. แบบฝึกหัด Access ม. 1
3. Access Class Audio CDs ม. 1 (ประกอบหนงั สือเรยี น Access ม. 1)
4. Access Workbook Audio CD ม. 1 (ประกอบแบบฝึกหัด Access ม. 1 และ Teacher’s Resource
Pack)
10. การวัดและประเมนิ ผล เครอื่ งมอื เกณฑ์
วธิ กี ารวดั เกณฑ์การประเมนิ ชน้ิ งาน รอ้ ยละ 50 ผ่านเกณฑ์
แบบประเมินการฟัง ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจแบบฝึกหัด แบบประเมนิ การพดู โตต้ อบ ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ประเมนิ การฟงั แบบประเมินการเขียน ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ประเมนิ การพูด แบบประเมินการอ่านออกเสียง ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ประเมนิ การเขยี น แบบประเมนิ สมรรถนะ ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ประเมินการออกเสียง แบบประเมนิ คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ดา้ นทักษะ/สมรรถนะ
คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
1. ประเมนิ การทำแบบฝึกหัด
2. สงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนร้ใู นช่วงการทำกิจกรรม
3. ประเมินคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
4. ประเมินผลการวาดภาพให้สมั พันธ์กบั บทอ่าน
5. ประเมนิ ผลการเขียนบรรยายหอ้ งนอนของตนเอง
105
บนั ทึกหลงั สอน
1. ผลการสอน
สอนได้ตามแผนการจดั การเรยี นรู้ มจี ุดประสงค์ K P A
มกี ารบูรณาการ คุณธรรม / การตา้ นการทจุ รติ / หลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
สอนไมไ่ ด้ตามแผนการจัดการเรยี นรู้ เนื่องจาก .........................................................................
.......................................................................................................................................................
2. ผลการเรียนของนักเรยี น
จำนวนนักเรียนทผ่ี า่ นการประเมิน .......................... คน คดิ เปน็ ร้อยละ .................................
จำนวนนักเรียนทีไ่ ม่ผ่านการประเมนิ ...................... คน คิดเป็นร้อยละ .................................
อนื่ ๆ .............................................................................................................................................
3. ปัญหาและอปุ สรรค
กจิ กรรมการจัดการเรียนรู้ ไม่เหมาะสมกับเวลา
มีนกั เรยี นทำใบงาน/ใบกจิ กรรมไม่ทันตามกำหนดเวลา
มนี กั เรียนทีไ่ ม่สนใจเรยี น
อื่น ๆ .............................................................................................................................................
4. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
ควรนำแผนไปปรับปรงุ เรอื่ ง ....................................................................................................
.......................................................................................................................................................
แนวทางแกไ้ ขนกั เรียนทีไ่ มผ่ ่านการประเมิน/ไมส่ นใจเรียน .............................................................
.......................................................................................................................................................
ไมม่ ีขอ้ เสนอแนะ
ลงชือ่ ........................................... ผู้บนั ทกึ
( นางสาวพิมพ์พรรณ ลลี า )
ครูผู้สอน
______________________________________________________________________________
บันทกึ หลังการสอน ตามแผนการจดั การเรยี นรู้ฉบบั น้ี ไดร้ บั การพิจารณาจากหัวหนา้ กล่มุ สาระการ
เรียนรู้และฝา่ ยวชิ าการ แล้ว
ลงชอ่ื ........................................... ลงช่ือ ..................................................
( นางสาวพมิ พ์พรรณ ลลี า ) ( นางสาวติ รี แดงมีสี )
หัวหน้ากล่มุ สาระการเรียนรู้
หัวหน้าฝา่ ยบริหารงานวชิ าการ
ลงชื่อ ...........................................................
( นายภานรินทร์ แผน่ ศิลา )
ผอู้ ำนวยการโรงเรียนบ้านแข่โพนเมือง
106
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 16
รายวชิ า ภาษาองั กฤษพืน้ ฐาน อ21101 ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 1
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 3 My home, my castle เรื่อง Culture corner เวลา 2 ชัว่ โมง
ผู้สอน นางสาวพมิ พพ์ รรณ ลีลา โรงเรียนบ้านแขโ่ พนเมอื ง
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ชวี้ ดั
มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตคี วามเรอ่ื งทฟี่ งั และอ่านจากสือ่ ประเภทตา่ งๆ และแสดงความคิดเห็น
อย่างมีเหตุผล
มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสอื่ สารทางภาษาในการแลกเปลย่ี นขอ้ มลู ขา่ วสาร แสดงความรู้สกึ และ
ความ คดิ เหน็ อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ
มาตรฐาน ต 2.1 เข้าใจความสัมพันธ์ระหวา่ งภาษากบั วฒั นธรรมของเจ้าของภาษา และนำไปใชไ้ ด้
อย่างเหมาะสมกับกาลเทศะ
มาตรฐาน ต 4.1 ใช้ภาษาตา่ งประเทศเปน็ เคร่อื งมอื พน้ื ฐานในการศกึ ษาต่อ การประกอบอาชพี และ
การแลกเปลยี่ นเรยี นรกู้ บั สงั คมโลก
ตัวชีว้ ัด
ต 1.1 ขอ้ 1 ปฏบิ ัติตามคำส่ัง คำขอร้อง คำแนะนำ และคำชแี้ จงง่ายๆ ทีฟ่ งั และอา่ น
ต 1.2 ข้อ 4 พูดและเขยี นเพอ่ื ขอและให้ขอ้ มลู และแสดงความคิดเห็นเกย่ี วกับเรือ่ งทฟ่ี งั หรืออ่าน
อย่างเหมาะสม
ต 2.1 ขอ้ 1 ใช้ภาษา น้ำเสยี ง และกิรยิ าทา่ ทางสภุ าพ เหมาะสมตามมารยาทสงั คมและ
วัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา
ต 4.1 ข้อ 1 ใช้ภาษาส่อื สารในสถานการณจ์ รงิ /สถานการณ์จำลองที่เกิดข้นึ ในห้องเรยี นและ
สถานศึกษา
2. สาระสำคญั
การฟังจบั ใจความสำคัญ การอ่านเพอ่ื หาขอ้ มูลเฉพาะ และการค้นควา้ รวบรวมขอ้ มูลเกย่ี วกับ
ปราสาท / พระราชวงั และสถานทท่ี ่องเทีย่ วในประเทศไทย
3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
- แสดงความคดิ เหน็ เก่ยี วกบั เสียงทีไ่ ด้ฟงั
- ตอบคำถามจากการอา่ นบทอ่าน
- พูดและเขยี นบรรยายเกยี่ วกับปราสาท / พระราชวังในประเทศไทย
- ใช้ภาษา น้ำเสียง และกริ ิยาท่าทางสภุ าพ เหมาะสมตามมารยาทสังคมและวฒั นธรรมของเจ้าของภาษา
- คน้ คว้า รวบรวมข้อมลู เก่ยี วกบั ปราสาท / พระราชวงั แหล่งทอ่ งเทย่ี วในประเทศไทย จากแหลง่ เรยี นรู้
- ใชภ้ าษาสื่อสารในสถานการณ์จริง/สถานการณ์จำลองทเ่ี กิดข้นึ ในห้องเรียน
107
- ใชภ้ าษาต่างประเทศในการสืบค้น/ค้นคว้า ความร้/ู ข้อมลู จากส่ือและแหลง่ การเรียนร้ตู ่างๆ
4. สาระการเรียนรู้
สาระการเรยี นร้แู กนกลาง
- คำศัพทแ์ ละข้อความที่ใชใ้ นการแสดงความคดิ เห็นเก่ียวกบั เสยี งทีไ่ ดฟ้ ัง
- คำถามเก่ียวกับใจความสำคญั ของเรอื่ ง เช่น Yes/No Questions, Wh-Questions
- ประโยคและข้อความทีใ่ ช้ในการบรรยายเกย่ี วกับประสบการณ์ สงิ่ แวดล้อมใกล้ตวั เชน่ การท่องเท่ยี ว
- การใชภ้ าษา นำ้ เสยี ง และกิรยิ าท่าทางในการสนทนา ตามมารยาทสงั คมและวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา
เช่น การแสดงสีหนา้ และท่าทางประกอบ
- การคน้ ควา้ การรวบรวม และการนำเสนอข้อมูลท่เี ก่ยี วขอ้ งกับกลุม่ สาระการเรยี นร้อู นื่ (สงั คมศึกษาฯ)
- การใช้ภาษาสื่อสารในสถานการณจ์ รงิ /สถานการณ์จำลองทีเ่ กิดขึน้ ในห้องเรียน
- การใชภ้ าษาต่างประเทศในการสืบค้น/การค้นคว้า ความร้/ู ขอ้ มูลตา่ งๆ จากส่ือและแหลง่ การเรยี นรูต้ ่างๆ
5. ทกั ษะ/กระบวนการ
- ฟัง พูด อา่ นและเขียนเก่ียวกบั การฟังจบั ใจความสำคัญ การอา่ นเพื่อหาข้อมลู เฉพาะ และการคน้ คว้า
รวบรวมขอ้ มูลเกย่ี วกบั ปราสาท / พระราชวัง และสถานทท่ี อ่ งเท่ียวในประเทศไทย
6. สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รยี น
ความสามารถในการสอ่ื สาร
ความสามารถในการคดิ
- การคดิ วิเคราะห์
- การคดิ สังเคราะห์
- การคิดอย่างสร้างสรรค์
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
7. คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
- มวี นิ ัย
- ใฝ่เรยี นรู้
- มุง่ มน่ั ในการทำงาน
- รักความเปน็ ไทย
8. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขน้ั ท่ี 1 (ขั้นนำ) Warm up
1. ครชู ีแ้ จงให้นกั เรยี นทราบวา่ ใน Unit 3d น้ี นกั เรียนจะได้เรยี นร้เู กย่ี วกับการอา่ นเพื่อหาขอ้ มลู
เฉพาะ
108
2. ครูถามนักเรียนว่า รู้จักผไี หม และรจู้ กั เร่อื งเล่าเกย่ี วกบั ผีบา้ งหรอื ไม่
ข้ันท่ี 2 (ขัน้ นำเสนอ) Presentation
1. นักเรียนดคู ำศพั ท์ในหนงั สือเรยี น หน้า 33 Ex. 1 (To listen for gist) แล้วครูอธิบายคำศพั ท์
ที่นกั เรียนไมร่ ูค้ วามหมาย จากน้นั เปดิ CD 1 / Track 30 ให้นกั เรยี นฟังและชว่ ยกันเดาว่าคือเสียงอะไร แลว้
วงรอบคำศพั ท์ทตี่ รงกับเสยี งท่ไี ด้ยนิ และตรวจคำตอบพรอ้ มกนั
Key - heavy doors opening and closing
- battle drums
- pipes
- strange noises
ข้ันท่ี 3 ( ขนั้ ฝกึ ) Practice
1. นกั เรยี นอ่านบทอา่ น “Haunted castles of Britain” ในหนังสอื เรียน หนา้ 33 พรอ้ มกัน
แลว้ ตอบคำถามใน Ex. 2 (To read for specific information) แล้วครูตรวจคำตอบ และอธบิ ายคำศัพท์ท่ี
นกั เรยี นไมร่ ู้
Key Edinburgh Castle is in Edinburgh,Scotland. There is a ghost without a head.
He plays the battle drum at night. There is also the ghost of the Tunnel Piper.
He plays the pipes but you can’t see him.
Cardiff Castle is in Cardiff,Wales. It has got a ghost that can pass through walls.
Dover Castle is in Kent,England. There are two ghosts. One is a woman in a long
red dress on the stairs and the other is a man in the king’s bedroom.
2. นกั เรยี นทำแบบฝึกหัด Unit 3d ใน Workbook หน้า 21-22 Exs. 1-4
ขั้นที่ 4 (ขั้นนำไปใช)้ Production
1. ครถู ามนักเรียนวา่ นกั เรียนร้จู ักปราสาท / พระราชวงั ทีม่ ีในประเทศไทยหรอื ไม่ จากน้นั ให้
นักเรยี นแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน สืบคน้ ข้อมูลเกี่ยวกับปราสาท / พระราชวงั ในประเทศไทยจากอนิ เทอร์เนต็
สารานุกรม หนงั สอื เรียน หรือแหลง่ เรียนรูอ้ น่ื ๆ แล้วจัดทำเป็นโปสเตอร์ พรอ้ มตดิ ภาพประกอบเพ่ือเพ่ิมความ
น่าสนใจ แลว้ นำเสนอขอ้ มูลหนา้ ชนั้ เรียน นักเรยี นอาจสบื คน้ ข้อมลู ได้จากเว็บไซต์ www.castles.org/castles/
Suggested Answer Key
Pena Palace is a beautiful castle in Costa de Lisbon,Portugal. It is very big
with very tall walls and towers. It has also got a dome and beautiful tiled terraces.
St George’s Castle is a big castle in Lisbon,Portugal. It dates from the
14th century and it has got twelve gateways and eighteen towers.
It is popular with tourists and there is a fantastic view of the city from the top.
109
ข้นั ที่ 5 (ข้ันสรปุ ) Wrap up
1. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กล่มุ ละ 5-6 คน คน้ หาแหลง่ ทอ่ งเทยี่ วในประเทศไทยหรอื ตา่ งประเทศทม่ี ตี ำนาน
ความล้ลี ับอยู่ และนำเสนอโดยการแสดงบทบาทสมมตเิ ปน็ มคั คุเทศก์ในการบรรยายเก่ยี วกับสถานท่ีแหง่ นน้ั
และใช้ภาพและทำเสยี ง Sound effect ประกอบการนำเสนอเพอ่ื ใหเ้ กิดความน่าสนใจมากข้ึน นักเรียน
สามารถค้นคว้าขอ้ มูลได้จาก
- www.trueghosttales.com
- www.thailandlife.com/thai-culture/nang-nak-a-thai-ghost-story.html - 27k –
- paranormalstories.blogspot.com/
Suggested Answer Key
Pee Ta Khon
Pee Ta Khon (the Ghost Festival) is the most common name for a group offestivals
held in Dan Sai, Loei province, Isan, Thailand. The events take place over three days
some time between March and July, the dates being selected annually by the
town’smediums.
The whole event is called Bun Luang. It is composed of a number of individual
festivals: Pee Ta Khon, the Ghost Festival; the Rocket Festival; and Bun Pra Wate,
a merit-making ceremony normally held in March.
The first day is the Ghost Festival itself; it is also called Wan Ruam (assembly day).
The town’s residents invite protection from Phra U-pakut, the spirit of theMun river.
They then hold a series of games and take part in a procession wearing masks made
ofrice husks or
coconutleaves with hats made from rice steamers, plus patchwork clothing.
They also wear bells and wave wooden phalluses. The origins of this part of the festival
are traditionally
ascribed to aJataka story in which the Buddha made a long journey and was presumed
dead. The
celebrations on his return were so raucous as to wake the dead.
The second day of the festival incorporates elements of the Rocket Festival, plus
various costume and dance contests and more parades.
On the third and final day, the villagers listen to sermons.
9. ส่อื /แหลง่ การเรยี นรู้
1. หนงั สอื เรียน Access ม. 1
110
2. แบบฝกึ หัด Access ม. 1
3. Access Class Audio CDs ม. 1(ประกอบหนังสอื เรยี น Access ม. 1)
4. อินเทอรเ์ น็ต หรือสารานกุ รม
10. การวัดและประเมนิ ผล เครอ่ื งมือ เกณฑ์
วิธกี ารวดั เกณฑ์การประเมินชน้ิ งาน ร้อยละ 50 ผ่านเกณฑ์
แบบประเมนิ การฟัง ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ตรวจแบบฝกึ หัด แบบประเมินการพดู โต้ตอบ ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ประเมินการฟัง แบบประเมนิ การเขียน ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ประเมนิ การพูด แบบประเมนิ การอา่ นออกเสยี ง ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ประเมนิ การเขยี น แบบประเมนิ สมรรถนะ ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ประเมนิ การออกเสยี ง แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ด้านทักษะ/สมรรถนะ
คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
1. ประเมนิ การทำแบบฝกึ หัด
2. สังเกตพฤติกรรมการเรยี นรู้ในช่วงการทำกิจกรรม
3. ประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
4. ประเมินผลการจัดทำโปสเตอรเ์ กี่ยวกับปราสาท / พระราชวงั ในประเทศไทย
5. ประเมนิ ผลการแสดงบทบาทสมมติในการบรรยายสถานท่ีทอ่ งเทีย่ วในประเทศไทยหรอื ต่างประเทศท่ีมี
ตำนานความลี้ลับ
111
บนั ทึกหลงั สอน
1. ผลการสอน
สอนได้ตามแผนการจดั การเรยี นรู้ มจี ุดประสงค์ K P A
มกี ารบูรณาการ คุณธรรม / การตา้ นการทจุ รติ / หลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
สอนไมไ่ ด้ตามแผนการจัดการเรยี นรู้ เนื่องจาก .........................................................................
.......................................................................................................................................................
2. ผลการเรียนของนักเรยี น
จำนวนนักเรียนทผ่ี า่ นการประเมิน .......................... คน คดิ เปน็ ร้อยละ .................................
จำนวนนักเรียนทีไ่ ม่ผ่านการประเมนิ ...................... คน คิดเป็นร้อยละ .................................
อนื่ ๆ .............................................................................................................................................
3. ปัญหาและอปุ สรรค
กจิ กรรมการจัดการเรียนรู้ ไม่เหมาะสมกับเวลา
มีนกั เรยี นทำใบงาน/ใบกจิ กรรมไม่ทันตามกำหนดเวลา
มนี กั เรียนทีไ่ ม่สนใจเรยี น
อื่น ๆ .............................................................................................................................................
4. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
ควรนำแผนไปปรับปรงุ เรอื่ ง ....................................................................................................
.......................................................................................................................................................
แนวทางแกไ้ ขนกั เรียนทีไ่ มผ่ ่านการประเมิน/ไมส่ นใจเรียน .............................................................
.......................................................................................................................................................
ไมม่ ีขอ้ เสนอแนะ
ลงชือ่ ........................................... ผู้บนั ทกึ
( นางสาวพิมพ์พรรณ ลลี า )
ครูผู้สอน
______________________________________________________________________________
บันทกึ หลังการสอน ตามแผนการจดั การเรยี นรู้ฉบบั น้ี ไดร้ บั การพิจารณาจากหัวหนา้ กล่มุ สาระการ
เรียนรู้และฝา่ ยวชิ าการ แล้ว
ลงชอ่ื ........................................... ลงช่ือ ..................................................
( นางสาวพมิ พ์พรรณ ลลี า ) ( นางสาวติ รี แดงมีสี )
หัวหน้ากล่มุ สาระการเรียนรู้
หัวหน้าฝา่ ยบริหารงานวชิ าการ
ลงชื่อ ...........................................................
( นายภานรินทร์ แผน่ ศิลา )
ผอู้ ำนวยการโรงเรียนบ้านแข่โพนเมือง
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี 17 112
รายวชิ า ภาษาองั กฤษพน้ื ฐาน อ21101
หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 My home, my castle เร่ือง Let’s go in ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี 1
ผู้สอน นางสาวพมิ พพ์ รรณ ลลี า เวลา 2 ช่วั โมง
โรงเรยี นบ้านแขโ่ พนเมือง
1. มาตรฐานการเรียนรู/้ ตวั ชว้ี ัด
มาตรฐาน ต 1.1 เขา้ ใจและตคี วามเรอ่ื งท่ีฟงั และอ่านจากสือ่ ประเภทต่างๆ และแสดงความคิดเหน็
อยา่ งมีเหตผุ ล
มาตรฐาน ต 1.2 มที กั ษะการสือ่ สารทางภาษาในการแลกเปลีย่ นข้อมูลขา่ วสาร แสดงความรู้สึกและ
ความ คดิ เห็นอยา่ งมีประสทิ ธิภาพ
มาตรฐาน ต 4.1 ใช้ภาษาต่างประเทศเป็นเครือ่ งมอื พืน้ ฐานในการศึกษาตอ่ การประกอบอาชีพ และ
การแลกเปล่ยี นเรียนรูก้ บั สังคมโลก
ตัวชว้ี ัด
ต 1.1 ขอ้ 1 ปฏิบัติตามคำสั่ง คำขอร้อง คำแนะนำ และคำชี้แจงงา่ ยๆ ที่ฟังและอ่าน
ต 1.1 ขอ้ 4 ระบุหวั ขอ้ เรอื่ ง (topic) ใจความสำคญั (main idea) และตอบคำถามจากการฟังและ
อา่ นบทสนทนา นทิ าน และเรือ่ งสัน้
ต 1.2 ขอ้ 1 สนทนา แลกเปล่ยี นข้อมูลเกยี่ วกบั ตนเอง กจิ กรรม และสถานการณต์ ่างๆ ในชีวติ ประจำวัน
ต 4.1 ข้อ 1 ใชภ้ าษาส่ือสารในสถานการณ์จรงิ /สถานการณจ์ ำลองทเี่ กดิ ข้นึ ในห้องเรยี นและ
สถานศึกษา
2. สาระสำคัญ
ประโยค บทสนทนา ทเี่ กย่ี วข้องกับการบรรยายลักษณะบา้ น และการแสดงความคิดเหน็ พรอ้ มทงั้
ให้เหตุผลประกอบ
3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
- อ่านออกเสียงสำนวนภาษาท่ีใชพ้ ูดเกีย่ วกบั บ้าน
- ระบภุ าพให้สมั พนั ธ์กบั บทสนทนาทอ่ี า่ น
- สนทนา แลกเปลี่ยนข้อมูลเกีย่ วกบั สถานการณ์ต่างๆ ในชีวิตประจำวัน
- พดู แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคำตอบของตนเอง พรอ้ มท้ังให้เหตผุ ลส้ันๆ ประกอบ
- ระบผุ ู้พูดประโยคแต่ละประโยคในบทสนทนา
- ใชภ้ าษาสอ่ื สารในสถานการณ์จริง/สถานการณ์จำลองท่เี กิดขึน้ ในห้องเรียน
4. สาระการเรียนรู้
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
- การออกเสยี งตามระดบั เสียงสูง-ตำ่ ในประโยค
113
- ประโยคหรอื ขอ้ ความ การตคี วาม/ถ่ายโอนข้อมูลใหส้ มั พันธ์กับสอื่ ท่ีไม่ใช่ความเรยี ง เช่น ภาพสัตว์ ส่ิงของ
บคุ คล สถานท่ี
- ภาษาที่ใชใ้ นการสื่อสารระหว่างบคุ คล เช่น การชมเชย การชกั ชวน การแลกเปลี่ยนขอ้ มูลเกีย่ วกับ
สถานการณต์ ่างๆ ในชวี ิตประจำวัน
- ภาษาท่ใี ช้ในการแสดงความคิดเหน็ และให้เหตุผลประกอบ เช่น I feel… because…, I think…
- การวิเคราะหป์ ระโยค
- การใช้ภาษาสอ่ื สารในสถานการณ์จรงิ /สถานการณจ์ ำลองทเี่ กิดขึ้นในหอ้ งเรยี น
- Pronunciation: /q/,/ð/
5. ทกั ษะ/กระบวนการ
- ฟงั พดู อ่านและเขยี นเกีย่ วกับประโยค บทสนทนา ที่เกยี่ วข้องกับการบรรยายลกั ษณะบา้ น และการ
แสดงความคิดเหน็ พรอ้ มทง้ั ให้เหตผุ ลประกอบ
6. สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รยี น
ความสามารถในการส่ือสาร
ความสามารถในการคดิ
- การคดิ วิเคราะห์
7. คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
- มวี นิ ยั
- มงุ่ มัน่ ในการทำงาน
8. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ข้ันท่ี 1 (ขนั้ นำ) Warm up
1. ครชู แี้ จงใหน้ กั เรียนทราบวา่ ใน Unit 3e น้ี นกั เรยี นจะได้เรียนรูเ้ ก่ยี วกบั สำนวนที่ใชใ้ นการพูด
ถึงบา้ นใหม่ และการอ่านเพื่อหาขอ้ มูลเฉพาะ
2. นักเรียนดูชื่อหนว่ ยการเรยี นรยู้ อ่ ย และภาพ ในหนงั สอื เรียน หน้า 34 แล้วชว่ ยกันคิดวา่ Unit
3e น้ี จะเกยี่ วกบั เร่ืองอะไร (possibly people who have bought a new house or are moving into a
new house)
ข้นั ที่ 2 (ขัน้ นำเสนอ) Presentation
1. นักเรยี นฟงั CD 1 / Track 31 และฝกึ ออกเสยี งสำนวนภาษาท่ีใชพ้ ูดเก่ียวกบั บ้านหลังใหม่
ในหนงั สือเรยี น หนา้ 34 Ex. 1a (To practise pronunciation)
114
2. ครอู ธบิ ายวา่ ประโยคทน่ี กั เรยี นจะได้ฟงั น้ีมาจากบทสนทนาระหว่างพอ่ กบั ลกู ชาย แลว้ ครูเปิด
CD 1 / Track 32 ใหน้ กั เรยี นฟงั แลว้ บอกว่าใครเป็นผู้พดู แตล่ ะประโยค (To identify register and speakers)
จากน้ันนกั เรียนฟงั CD อกี ครั้งเพ่ือตรวจคำตอบ
Key Which house is it, Dad? (son)
This one. Here we are. (father)
Let’s go in. (father)
The living room is very big. (son)
Let’s go upstairs. (father)
Which is my bedroom? (son)
It’s great, Dad! (son)
ขนั้ ท่ี 3 ( ขั้นฝึก ) Practice
1. นักเรียนอ่านประโยค1-3 ในหนงั สอื เรยี น หน้า 34 Ex. 2a (To read for specific
information) แลว้ เดาวา่ คำท่ีพิมพส์ ีฟา้ อ้างถึงอะไร จากน้นั อ่านบทสนทนา และหาคำท่ีอย่ใู นบทสนทนามาแทนที่
คำทพี่ ิมพ์สีฟ้าในประโยค แลว้ ตรวจคำตอบ
Key 2. It is upstairs. (The bedroom)
3. This is his favourite colour. (Blue)
2. นกั เรียนดภู าพบา้ น A และ B ในหนงั สือเรยี น หนา้ 34 แลว้ ตอบคำถามว่า บ้านหลงั ใดเป็น
บ้านของ Ryan และพ่อ ตามบทสนทนาใน Ex. 2a พรอ้ มใหเ้ หตผุ ลว่าทำไมจึงตอบเช่นนน้ั
Key House A because it has two floors. (Key word: upstairs)
3. ครูให้นกั เรียนสมมติสถานการณ์วา่ พ่อแมข่ องนกั เรียนตอ้ งการย้ายไปอยูบ่ า้ นหลงั ใหม่ และ
พวกเขาได้พานักเรียนไปดบู า้ น จากนนั้ ให้นกั เรยี นจบั ค่แู ตง่ บทสนทนาและแสดงบทบาทสมมตริ ะหวา่ งนักเรยี นกับ
พ่อหรอื แม่ (To practise role-playing) โดยใช้บทสนทนาในหนังสอื เรยี น หน้า 34 Ex. 2a เป็นแบบ ครู
ช่วยเหลือนักเรยี นโดยเขียน diagram แสดงวลีท่เี หมาะสมบนกระดาน
115
ครเู ดินสงั เกตรอบๆ ชัน้ เรยี น แลว้ ให้นักเรยี นบางคู่ออกมาแสดงบทบาทสมมติหนา้ ช้นั เรยี น
Suggested Answer Key
A: Which house is it?
B: This one. Here we are. Let’s go in.
A: This is nice. The chicken is big. Let’s go upstairs.
B: Yes and the living room is huge.
A: Which is my bedroom?
B: This one.
A: It’s great.
ข้นั ที่ 4 (ข้ันนำไปใช)้ Production
1. ครูอธิบายใหน้ ักเรียนฟังวา่ ‘th’ สามารถออกเสยี งได้ 2 แบบ คอื /q/ และ /ð/ จากนั้นให้
นกั เรียนฟงั CD 1 / Track 33 และฝึกออกเสียง /q/ และ /ð/ ในหนงั สือเรียน หน้า 34 Ex. 4(To present
/q/,/ð/) แล้วครูอธบิ ายเพม่ิ เตมิ วา่ คำท่ลี งทา้ ยด้วย ‘th’ ให้ออกเสยี ง /q/ เสมอ และคำสรรพนาม (pronouns)
ทข่ี น้ึ ต้นดว้ ย‘th’ ใหอ้ า่ นออกเสยี ง/ð/
หมายเหต:ุ คำนาม คำคณุ ศัพท์ และคำกริยา ที่ขนึ้ ตน้ ด้วย‘th’ ใหอ้ ่านออกเสียง /q/ เชน่
- nouns: thought, thimble etc
- adjectives: thirsty, thatched etc
- verbs: think, thrive etc
2. ครใู ห้นกั เรยี นอ่านออกเสียงประโยคใน Ex. 4 เพื่อตรวจสอบการออกเสยี ง แล้วให้นักเรยี น
ยกตวั อยา่ งคำศพั ทท์ ่ีออกเสยี ง /q/ และ /ð/
Suggested Answer Key
/q/ : think, through, bathroom
/ð/ : they, themselves, there
ขน้ั ท่ี 5 (ขั้นสรปุ ) Wrap up
1. นักเรียนทำแบบฝึกหัด Unit 3e ใน Workbook หน้า 23-24 Exs. 1-4 เสรจ็ แล้วเฉลยคำตอบพร้อม
กัน
2. นักเรียนทำแบบฝกึ หัด Unit 3e ใน Workbook หน้า 24 Ex. 5 เปน็ การบา้ น
9. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
1. หนงั สือเรียน Access ม. 1
2. แบบฝึกหัด Access ม. 1
3. Access Class Audio CDs ม. 1(ประกอบหนงั สือเรยี น Access ม. 1)
10. การวัดและประเมนิ ผล เครอื่ งมอื 116
วธิ ีการวดั เกณฑก์ ารประเมนิ ชิ้นงาน
แบบประเมินการฟัง เกณฑ์
ตรวจแบบฝกึ หัด แบบประเมนิ การพดู โตต้ อบ รอ้ ยละ 50 ผา่ นเกณฑ์
ประเมินการฟงั แบบประเมินการเขียน ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ประเมินการพูด แบบประเมนิ การอ่านออกเสยี ง ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ประเมินการเขยี น แบบประเมินสมรรถนะ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ประเมนิ การออกเสียง แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ดา้ นทักษะ/สมรรถนะ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
1. ประเมินการทำแบบฝึกหัด
2. สังเกตพฤติกรรมการเรยี นรู้ในชว่ งการทำกิจกรรม
3. ประเมินคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
4. ประเมินผลการแสดงบทบาทสมมตเิ กีย่ วกับการย้ายไปอยบู่ า้ นหลังใหม่
117
บนั ทึกหลงั สอน
1. ผลการสอน
สอนได้ตามแผนการจดั การเรยี นรู้ มจี ุดประสงค์ K P A
มกี ารบูรณาการ คุณธรรม / การตา้ นการทจุ รติ / หลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
สอนไมไ่ ด้ตามแผนการจัดการเรยี นรู้ เนื่องจาก .........................................................................
.......................................................................................................................................................
2. ผลการเรียนของนักเรยี น
จำนวนนักเรียนทผ่ี า่ นการประเมิน .......................... คน คดิ เปน็ ร้อยละ .................................
จำนวนนักเรียนทีไ่ ม่ผ่านการประเมนิ ...................... คน คิดเป็นร้อยละ .................................
อนื่ ๆ .............................................................................................................................................
3. ปัญหาและอปุ สรรค
กจิ กรรมการจัดการเรียนรู้ ไม่เหมาะสมกับเวลา
มีนกั เรยี นทำใบงาน/ใบกจิ กรรมไม่ทันตามกำหนดเวลา
มนี กั เรียนทีไ่ ม่สนใจเรยี น
อื่น ๆ .............................................................................................................................................
4. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
ควรนำแผนไปปรับปรงุ เรอื่ ง ....................................................................................................
.......................................................................................................................................................
แนวทางแกไ้ ขนกั เรียนทีไ่ มผ่ ่านการประเมิน/ไมส่ นใจเรียน .............................................................
.......................................................................................................................................................
ไมม่ ีขอ้ เสนอแนะ
ลงชือ่ ........................................... ผู้บนั ทกึ
( นางสาวพิมพ์พรรณ ลลี า )
ครูผู้สอน
______________________________________________________________________________
บันทกึ หลังการสอน ตามแผนการจดั การเรยี นรู้ฉบบั น้ี ไดร้ บั การพิจารณาจากหัวหนา้ กล่มุ สาระการ
เรียนรู้และฝา่ ยวชิ าการ แล้ว
ลงชอ่ื ........................................... ลงช่ือ ..................................................
( นางสาวพมิ พ์พรรณ ลลี า ) ( นางสาวติ รี แดงมีสี )
หัวหน้ากล่มุ สาระการเรียนรู้
หัวหน้าฝา่ ยบริหารงานวชิ าการ
ลงชื่อ ...........................................................
( นายภานรินทร์ แผน่ ศิลา )
ผอู้ ำนวยการโรงเรียนบ้านแข่โพนเมือง
118
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ี่ 18
รายวชิ า ภาษาองั กฤษพนื้ ฐาน อ21101 ชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ 1
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 3 My home, my castle เร่อื ง Curricular Cut เวลา 2 ชัว่ โมง
ผูส้ อน นางสาวพิมพพ์ รรณ ลลี า โรงเรียนบา้ นแขโ่ พนเมอื ง
1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัวช้ีวดั
มาตรฐาน ต 1.1 เขา้ ใจและตคี วามเรื่องท่ีฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่างๆ และแสดงความคิดเหน็
อยา่ งมเี หตุผล
มาตรฐาน ต 1.2 มที กั ษะการส่ือสารทางภาษาในการแลกเปล่ียนขอ้ มูลขา่ วสาร แสดงความรูส้ ึกและ
ความ คดิ เหน็ อยา่ งมปี ระสิทธิภาพ
มาตรฐาน ต 4.1 ใชภ้ าษาต่างประเทศเปน็ เครอื่ งมอื พ้ืนฐานในการศึกษาตอ่ การประกอบอาชีพ และ
การแลกเปล่ียนเรียนร้กู ับสังคมโลก
ตวั ชี้วัด
ต 1.1 ข้อ 1 ปฏบิ ัตติ ามคำส่ัง คำขอร้อง คำแนะนำ และคำชแ้ี จงง่ายๆ ทีฟ่ งั และอา่ น
ต 1.1 ขอ้ 4 ระบหุ ัวข้อเรือ่ ง (topic) ใจความสำคัญ (main idea) และตอบคำถามจากการฟงั และ
อา่ นบทสนทนา นทิ าน และเรื่องส้ัน
ต 1.2 ข้อ 1 สนทนา แลกเปลย่ี นขอ้ มูลเกย่ี วกับตนเอง กิจกรรม และสถานการณ์ต่างๆ ในชีวติ ประจำวัน
ต 4.1 ขอ้ 1 ใช้ภาษาสอ่ื สารในสถานการณ์จริง/สถานการณจ์ ำลองที่เกดิ ขน้ึ ในห้องเรียนและ
สถานศกึ ษา
2. สาระสำคัญ
การอ่านเพ่ือหาขอ้ มลู เฉพาะเกี่ยวกบั Taj Mahal ตลอดจนการคน้ คว้า รวบรวมขอ้ มลู เก่ียวกับ
สถานทีท่ ่องเทยี่ วทีเ่ ปน็ ส่งิ มหศั จรรย์ของโลก
3. จุดประสงค์การเรยี นรู้
- ปฏบิ ตั ิตามคำแนะนำในการคน้ คว้าขอ้ มูล
- ตอบคำถามจากการอา่ นบทอ่าน
- พดู บรรยายเกย่ี วกบั Taj Mahal
- ค้นคว้า รวบรวมขอ้ มลู เก่ยี วกบั สถานทท่ี ีเ่ ป็น 7 สิง่ มหศั จรรย์ของโลก จากแหล่งเรียนรู้
- ใชภ้ าษาสื่อสารในสถานการณจ์ ริง/สถานการณ์จำลองทเ่ี กดิ ขน้ึ ในห้องเรียน
- ใชภ้ าษาต่างประเทศในการสืบค้น/คน้ ควา้ ความรู้/ขอ้ มูล จากสอ่ื และแหลง่ การเรียนรู้ต่างๆ
4. สาระการเรียนรู้
สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง
119
- คำแนะนำเกยี่ วกบั สถานท่ตี ่างๆ ท่ีจะนำไปค้นคว้าขอ้ มูล
- คำถามเกยี่ วกับใจความสำคญั เชน่ Yes/No Questions, Wh-Questions
- ประโยคและข้อความทีใ่ ช้ในการบรรยายเกยี่ วกับประสบการณ์ สงิ่ แวดล้อมใกลต้ วั เช่น สถานท่ี การ
ท่องเที่ยว
- การคน้ คว้า การรวบรวม และการนำเสนอขอ้ มูลทเ่ี ก่ยี วขอ้ งกบั กลุ่มสาระการเรยี นรู้อนื่ (สงั คมศึกษาฯ)
- การใชภ้ าษาส่ือสารในสถานการณจ์ ริง/สถานการณจ์ ำลองทเี่ กิดข้ึนในหอ้ งเรียน
- การใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบค้น/การค้นคว้า ความร/ู้ ข้อมูลตา่ งๆ จากส่อื และแหลง่ การเรยี นรู้ต่างๆ
5. ทกั ษะ/กระบวนการ
- ฟัง พดู อา่ นและเขยี นเกี่ยวกับการอ่านเพ่ือหาขอ้ มูลเฉพาะเกี่ยวกบั Taj Mahal ตลอดจนการคน้ คว้า
รวบรวมขอ้ มูลเก่ียวกบั สถานท่ีทอ่ งเทยี่ วทีเ่ ปน็ สิ่งมหศั จรรย์ของโลก
6. สมรรถนะสำคัญของผ้เู รียน
ความสามารถในการส่อื สาร
ความสามารถในการคดิ
- การคดิ สงั เคราะห์
- การคิดอย่างสร้างสรรค์
7. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
- มีวินยั
- ใฝเ่ รียนรู้
- มงุ่ มั่นในการทำงาน
8. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขัน้ ที่ 1 (ข้ันนำ) Warm up
1. นกั เรียนดูชื่อเรอ่ื งและภาพในหนังสอื เรยี น หนา้ 35 แลว้ คิดวา่ ใน Unit 3fนี้ นกั เรียนจะได้เรียนรู้
เกีย่ วกับเรื่องอะไร (Art & Design, Taj Mahal)
2. ครนู ำเขา้ สู่บทเรยี นดว้ ยการถามคำถาม เพ่ือกระตุ้นใหน้ กั เรยี นคิดเกี่ยวกบั Taj Mahal ว่า Do
you know Taj Mahal? And would you like to see it?
ขนั้ ที่ 2 (ขน้ั นำเสนอ) Presentation
1. ครบู อกความหมายของหวั ข้อ Art & Design ในหนังสอื เรียน หนา้ 35 โดยอธิบายให้
นักเรียนฟงั วา่ สิ่งกอ่ สรา้ งบางอย่างได้รับพิจารณาว่าเปน็ งานศิลปะ เพราะการออกแบบท่ไี มธ่ รรมดาของมนั
จากนนั้ ถามนักเรียนวา่ รู้ขอ้ มลู อะไรเกย่ี วกบั Taj Mahal บา้ ง ครูกระตุ้นให้นักเรียนบอกขอ้ มูลโดยการถามคำถาม
120
และเขียนลงบนกระดาน เชน่ Where is it located?What is it made of? What colour is it? How many
floors has it got? How many rooms has it got? Is there a garden? etc
ขนั้ ที่ 3 ( ข้ันฝึก ) Practice
1. นกั เรียนฟงั CD 1 / Track 34 และอา่ นบทอ่านเรือ่ ง Taj Mahal ในหนงั สอื เรยี น หน้า 35
Ex. 1 (To read for specific information)เพ่ือหาคำตอบของคำถามทคี่ รูเขียนไว้บนกระดาน จากนน้ั ครูอธิบาย
คำศพั ท์ที่นกั เรยี นไม่รคู้ วามหมาย
2. ครใู ห้นกั เรยี นอ่านประโยคข้อ 1 ในหนงั สอื เรียน หน้า 35 Ex. 2 (To read for specific
information) แลว้ ถามว่าข้อมูลชนิดใดท่ีหายไป ตวั อย่างเชน่ location, number, noun etc จากนน้ั ให้นักเรียน
อา่ นบทอ่านอกี ครงั้ แล้วเตมิ คำในประโยคใน Ex. 2 ให้สมบูรณ์ แลว้ ครเู รียกนักเรยี นอ่านประโยคทลี ะคนเพ่อื ตรวจ
คำตอบ
Key 1. Agra, India
2. white marble and precious stones
3. 16
4. minarets
5. four pools
3. นกั เรียนดูภาพ Taj Mahal ในหนังสือเรยี น หนา้ 35 แล้วบรรยายลักษณะ Taj Mahal (To
consolidate and practise the vocabulary we use to describe building) และจับค่พู ดู บรรยายใหเ้ พอื่ น
ฟงั
Suggested Answer Key
It is a large building with two floors and big windows. There are four minarets and a
huge
dome in the centre that looks like a ball. Outside there is a large garden and a pool.
4. นกั เรยี นทำแบบฝึกหดั Unit 3fใน Workbook หน้า 25 Exs. 1-3 และฟัง Access
Workbook Audio CD ม. 1/ Track 7 เพื่อทำ Ex. 4 เสรจ็ แล้วเฉลยคำตอบพร้อมกัน
ขั้นที่ 4 (ขั้นนำไปใช)้ Production
1. นักเรยี นแบ่งกลุ่ม กล่มุ ละ 4-5 คน คน้ คว้า รวบรวมข้อมูลเกยี่ วกับสถานที่ทเี่ ป็น 7 สิง่
มหศั จรรยข์ องโลก โดยครูอาจแนะนำวา่ มสี ถานทีใ่ ดบ้าง เชน่ Pyramid of Giza (Egypt), The Great Wall of
China (China), The Taj Mahal (India), Sarengeti Migration (savanna in Tanzania & Kenya), The
Galapagos Islands (islands in the Pacific Ocean), Grand Canyon (Arizona, USA), Machu Picchu
(Inca ruin in Peru) นักเรียนสามารถคน้ ควา้ รวบรวมข้อมลู จากสารานกุ รม หนังสอื เรียน นิตยสาร และแหล่ง
เรียนรอู้ นื่ ๆ
2. นักเรยี นเลอื กสถานทม่ี า กลุ่มละ 1 แหง่ และตอบคำถามในหนงั สอื เรยี น หน้า 35 Ex. 4 (To
gather information about a famous tourist travel wonder and present it to the class) แล้วนำข้อมูล
121
ท่รี วบรวมไดม้ าเขยี น โดยจดั ทำเปน็ โปสเตอร์ พรอ้ มตกแต่งดว้ ยภาพประกอบ จากน้ันนำเสนอผลงานหน้าช้ันเรียน
Suggested Answer Key
ขน้ั ท่ี 5 (ข้ันสรุป) Wrap up
1. นกั เรยี นทำแบบทดสอบความรู้หลงั เรยี น โดยใช้ Test 3 (Module 3) จาก Teacher’s Resource
Pack & Tests หน้า 73-76
2. นกั เรียนประเมนิ ความสามารถในการเรียนรขู้ องตนเองตามตารางทกี่ ำหนด (Now I can…)
9. สื่อ/แหลง่ การเรยี นรู้
1. หนังสอื เรยี น Access ม. 1
2. แบบฝกึ หัด Access ม. 1
3. Access Class Audio CDs ม. 1(ประกอบหนงั สอื เรยี น Access ม. 1)
4. Access Workbook Audio CD ม. 1(ประกอบแบบฝึกหัด Access ม. 1 และ Teacher’s Resource
Pack)
5. CD หนงั สือ Teacher’s Resource Pack & Tests ม. 1-2-3
6. อินเทอรเ์ นต็ สารานกุ รม หรือนิตยสาร
10. การวัดและประเมินผล เครือ่ งมอื เกณฑ์
วธิ ีการวัด เกณฑ์การประเมินชิน้ งาน ร้อยละ 50 ผ่านเกณฑ์
แบบประเมนิ การฟงั ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ตรวจแบบฝกึ หัด แบบประเมินการพดู โต้ตอบ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ประเมินการฟงั แบบประเมินการเขียน ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ประเมินการพดู แบบประเมนิ การอา่ นออกเสยี ง ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ประเมนิ การเขยี น แบบประเมินสมรรถนะ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ประเมนิ การออกเสยี ง แบบประเมนิ คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ดา้ นทกั ษะ/สมรรถนะ
คุณลักษณะอันพึงประสงค์
122
1. ประเมนิ การทำแบบฝกึ หัด
2. สังเกตพฤติกรรมการเรยี นรู้ในช่วงการทำกิจกรรม
3. ประเมินการทำแบบทดสอบหลังเรยี น
4. ประเมนิ คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
5. ประเมินผลการพดู บรรยายเก่ียวกับ Taj Mahal
6. ประเมินผลการค้นควา้ รวบรวมข้อมูลเกย่ี วกับสถานท่ีใดสถานที่หนึ่ง ท่ีเปน็ 7 สิ่งมหัศจรรยข์ องโลก แล้ว
จดั ทำเปน็ โปสเตอร์
123
บนั ทึกหลงั สอน
1. ผลการสอน
สอนได้ตามแผนการจดั การเรยี นรู้ มจี ุดประสงค์ K P A
มกี ารบูรณาการ คุณธรรม / การตา้ นการทจุ รติ / หลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
สอนไมไ่ ด้ตามแผนการจัดการเรยี นรู้ เนื่องจาก .........................................................................
.......................................................................................................................................................
2. ผลการเรียนของนักเรยี น
จำนวนนักเรียนทผ่ี า่ นการประเมิน .......................... คน คดิ เปน็ ร้อยละ .................................
จำนวนนักเรียนทีไ่ ม่ผ่านการประเมนิ ...................... คน คิดเป็นร้อยละ .................................
อนื่ ๆ .............................................................................................................................................
3. ปัญหาและอปุ สรรค
กจิ กรรมการจัดการเรียนรู้ ไม่เหมาะสมกับเวลา
มีนกั เรยี นทำใบงาน/ใบกจิ กรรมไม่ทันตามกำหนดเวลา
มนี กั เรียนทีไ่ ม่สนใจเรยี น
อื่น ๆ .............................................................................................................................................
4. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
ควรนำแผนไปปรับปรงุ เรอื่ ง ....................................................................................................
.......................................................................................................................................................
แนวทางแกไ้ ขนกั เรียนทีไ่ มผ่ ่านการประเมิน/ไมส่ นใจเรียน .............................................................
.......................................................................................................................................................
ไมม่ ีขอ้ เสนอแนะ
ลงชือ่ ........................................... ผู้บนั ทกึ
( นางสาวพิมพ์พรรณ ลลี า )
ครูผู้สอน
______________________________________________________________________________
บันทกึ หลังการสอน ตามแผนการจดั การเรยี นรู้ฉบบั น้ี ไดร้ บั การพิจารณาจากหัวหนา้ กล่มุ สาระการ
เรียนรู้และฝา่ ยวชิ าการ แล้ว
ลงชอ่ื ........................................... ลงช่ือ ..................................................
( นางสาวพมิ พ์พรรณ ลลี า ) ( นางสาวติ รี แดงมีสี )
หัวหน้ากล่มุ สาระการเรียนรู้
หัวหน้าฝา่ ยบริหารงานวชิ าการ
ลงชื่อ ...........................................................
( นายภานรินทร์ แผน่ ศิลา )
ผอู้ ำนวยการโรงเรียนบ้านแข่โพนเมือง
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 19 124
รายวิชา ภาษาองั กฤษพ้นื ฐาน อ21101
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 4 Strong ties เรอ่ื ง My family ช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ 1
ผูส้ อน นางสาวพิมพพ์ รรณ ลีลา เวลา 2 ชว่ั โมง
โรงเรยี นบา้ นแข่โพนเมอื ง
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวชี้วดั
มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอขอ้ มลู ข่าวสาร ความคดิ รวบยอด และความคิดเหน็ ในเรื่องตา่ งๆ โดยการพดู
และการเขยี น
มาตรฐาน ต 2.1 เข้าใจความสัมพนั ธ์ระหวา่ งภาษากบั วัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา และนำไปใช้ได้
อย่างเหมาะสมกบั กาลเทศะ
มาตรฐาน ต 2.2 เข้าใจความเหมอื นและความแตกต่างระหว่างภาษาและวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา
กับภาษาและวัฒนธรรมไทย และนำมาใชอ้ ยา่ งถูกต้องและเหมาะสม
มาตรฐาน ต 3.1 ใชภ้ าษาต่างประเทศในการเชอ่ื มโยงความรกู้ ับกลุ่มสาระการเรียนรู้อน่ื และเปน็
พืน้ ฐาน
ในการพฒั นา แสวงหาความรู้ และเปดิ โลกทศั น์ของตน
มาตรฐาน ต 4.1 ใชภ้ าษาต่างประเทศเปน็ เครื่องมือพน้ื ฐานในการศึกษาตอ่ การประกอบอาชีพ และ
การแลกเปลีย่ นเรยี นร้กู ับสงั คมโลก
ตวั ช้ีวัด
ต 1.3 ข้อ 1 พูดและเขยี นบรรยายเกย่ี วกบั ตนเอง กิจวัตรประจำวัน ประสบการณ์ และสิ่งแวดล้อม
ใกล้ตัว
ต 2.1 ข้อ 3 เข้ารว่ ม/จัดกจิ กรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามความสนใจ
ต 2.2 ขอ้ 1 บอกความเหมอื นและความแตกต่างระหวา่ งการออกเสียงประโยคชนดิ ต่างๆ
การใช้เครอื่ งหมายวรรคตอน และการลำดบั คำตามโครงสรา้ งประโยคของภาษาตา่ งประเทศ
และภาษาไทย
ต 3.1 ข้อ 1 คน้ คว้า รวบรวม และสรุปข้อมลู /ขอ้ เทจ็ จรงิ ทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั กลุ่มสาระการเรียนรอู้ น่ื
จากแหล่งเรยี นรู้และนำเสนอด้วยการพดู /การเขยี น
ต 4.1 ข้อ 1 ใช้ภาษาสือ่ สารในสถานการณจ์ รงิ /สถานการณ์จำลองท่เี กิดข้ึนในห้องเรียนและ
สถานศกึ ษา
2. สาระสำคัญ
การพดู สนทนาให้ข้อมูลเกย่ี วกบั ตนเอง การเขยี น diary บรรยายเก่ยี วกบั สมาชิกในครอบครัว
3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
- อ่านออกเสียงคำศพั ท์เก่ียวกบั สมาชิกในครอบครัว บอกความหมาย และอา่ นออกเสียงบทอ่าน
125
- ตอบคำถามจากการอ่านบทอ่าน
- สนทนา แลกเปลย่ี นขอ้ มลู เก่ยี วกบั ตนเอง
- เขยี นบรรยายเกยี่ วกับตนเอง โดยใช้ can, can’t
- เขียน diary เกี่ยวกับตนเอง และสมาชิกในครอบครวั
- ใช้ภาษาสอ่ื สารในสถานการณ์จริง/สถานการณ์จำลองทเ่ี กดิ ขึ้นในห้องเรยี น
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรียนรู้แกนกลาง
- การออกเสียงเน้นหนกั -เบา ในคำ การออกเสยี งตามระดับเสยี งสงู -ต่ำ ในประโยค
- คำถามเก่ยี วกบั ใจความสำคญั เชน่ Yes/No Questions, Wh-Questions
- ภาษาทใี่ ช้ในการส่อื สารระหวา่ งบุคคล เช่น การแลกเปลย่ี นข้อมูลเก่ียวกบั ตนเอง และบุคคลใกล้ตัว
- ประโยคและขอ้ ความท่ีใช้บรรยายเกยี่ วกบั ตนเอง ประสบการณ์ ส่ิงแวดล้อมใกลต้ ัว
- การใชภ้ าษาสื่อสารในสถานการณ์จรงิ /สถานการณจ์ ำลองท่เี กิดขน้ึ ในหอ้ งเรียน
5. ทกั ษะ/กระบวนการ
- ฟงั พดู อา่ นและเขียนเก่ียวกบั การพูดสนทนาใหข้ ้อมูลเก่ยี วกับตนเอง การเขยี น diary บรรยายเกย่ี วกับ
สมาชิกในครอบครวั
6. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
ความสามารถในการส่ือสาร
ความสามารถในการคิด
- การคิดอย่างสรา้ งสรรค์
7. คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
- มีวนิ ัย
- ใฝ่เรียนรู้
- มุ่งม่ันในการทำงาน
8. กจิ กรรมการเรียนรู้
ขัน้ ท่ี 1 (ขนั้ นำ) Warm up
1. นักเรียนทำแบบทดสอบความรกู้ อ่ นเรยี น โดยใช้ Self Check ในหนงั สือเรียน หน้า 46
2. นำเขา้ สู่บทเรยี นด้วยการชแ้ี จงให้นักเรยี นทราบว่า หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 4 : Strong ties นกั เรยี น
จะไดเ้ รียนร้เู กีย่ วกบั
- your family
- your daily routine
126
- describing people
- can (ability)
- ’s genitive, whose
- Present simple
- preposition of time
- linkers (and,but)
เพื่อให้บรรลมุ าตรฐานการเรียนรู้ตามตัวชว้ี ดั ช้นั ปี ทมี่ ุ่งเน้นการสนทนาแลกเปล่ยี นข้อมูลเกี่ยวกับ
ตนเอง กจิ กรรมและสถานการณต์ า่ งๆ ในชวี ิตประจำวัน การพูด และการเขียนบรรยายเก่ยี วกับตนเอง กิจวัตร
ประจำวนั ประสบการณ์ และสิง่ แวดลอ้ มใกล้ตวั ในครอบครัว รวมท้งั การพดู หรือเขยี นแสดงความคิดเหน็
เกี่ยวกบั กจิ กรรมหรือเรอ่ื งตา่ งๆ ใกลต้ ัวในครอบครัว พรอ้ มทง้ั ใหเ้ หตผุ ลประกอบสัน้ ๆ
ข้ันที่ 2 (ขน้ั นำเสนอ) Presentation
1. ครูสอบถามความร้พู ้ืนฐาน และกระตนุ้ ความสนใจของนักเรียนโดยอาจใช้คำถามตอ่ ไปน้ี
- Could you list the adjectives describing people in your family? Which are the interesting
adjectives for describing them? Why do you think so?
- Do you know any famous footballers? Who are they? What are their teams? Why do you
like them, please give the reasons?
2. นกั เรยี นดูช่ือหน่วยการเรยี นรู้ (Strong ties) แล้วช่วยกันแสดงความคิดเหน็ วา่ หน่วยการ
เรียนรนู้ นี้ า่ จะเปน็ การเรยี นรูเ้ ก่ียวกับเรอ่ื งใด พร้อมใหเ้ หตุผลว่าทำไมจึงคิดเช่นนน้ั จากน้นั สรุปรว่ มกนั วา่ “The
title refers to the strong relationships I think we will learn about family members.”
3. นกั เรียนดูภาพ 1-3 ในหนังสือเรยี น หน้า 37 ครกู ระตุ้นให้นกั เรยี นอภิปรายแสดงความ
คิดเหน็ เพอ่ื ดึงความสนใจของนกั เรียนเข้าสหู่ นว่ ยการเรยี นร้โู ดยการถามคำถาม
Suggested Answer Key
T : What page is pic. 1 from?
S1 : It’s from p. 39.
T : What can you see in pic. 1?
S2 : A family treewith pictures of each family member.
T : How many members are there in this family?
S3 : There are 7 people.
T : What about your family?
S4 : There are 5 people in my family.
T : What about pic. 2? (p. 43) What can you see in the picture?
How is it related to the title of the unit? Do you watch this show?
Do you know about any other famous TV families?
T : What page is pic. 3? (p. 41) How is it related to the title of the unit?
127
What else can you see on p. 41? What time do you get up in the morning?
ข้นั ท่ี 3 ( ข้ันฝกึ ) Practice
1. นกั เรยี นช่วยกันหาภาพวา่ a diary, a poem และ a famous footballer อยู่ในหน้าใดของ
หนังสือเรยี น จากน้นั เฉลยคำตอบพรอ้ มกัน แลว้ ครูถามคำถามเกีย่ วกบั แต่ละภาพ เพอ่ื ตรวจสอบความเข้าใจของ
นักเรียน
Key - A diary (p. 38) What is a diary? Whose diary is this?
How are the pictures related to the title of the unit? etc
- A poem (p. 45) What is a poem? How can you tell it is a poem?
Do you know any poems or rhymes? etc
- A famous footballer (p. 40) Who is he? Which team does he play for?
Do you know any other footballers in the same team?
What is your favourite English football team?
2. นักเรียนดูภาพท่ี 1 ในหนังสอื เรยี น หน้า 37 หวั ขอ้ Vocabulary แล้วฟัง CD 1 / Track 35
เพอ่ื ฝกึ ออกเสียงคำศพั ท์ จากนน้ั ชว่ ยกนั บอกความหมายเปน็ ภาษาไทย
3. นักเรยี นดูชอื่ หน่วยการเรียนร้ยู อ่ ย Unit 4a และบทอ่าน diary ในหนงั สือเรยี น หนา้ 38 แลว้
บอกครวู ่านักเรียนคดิ วา่ ใน Unit 4a นี้ จะไดเ้ รียนเกี่ยวกบั เร่อื งอะไร (family)
4. นกั เรียนดู diary และภาพในหนงั สอื เรียน หน้า 38 แล้วครถู ามคำถาม
- Who’s diary is it? (Kate’s)
- How old is she? (12)
- Who are the people in the pictures? (A: her mum, B: her dad etc)
จากนน้ั ใหน้ ักเรียนอ่าน diary ในใจ แล้วตอบคำถามใน Ex. 1 หน้า 39 (To read a diary for specific
information) และตรวจคำตอบ แลว้ ครใู หน้ ักเรียนอา่ นออกเสียงคนละย่อหนา้ ครูคอยช่วยเหลอื นกั เรียนในการ
ออกเสียงสูง-ต่ำ และอธิบายคำศพั ท์ที่ไมร่ คู้ วามหมาย
Key 1. Kate has got a father, mother, grandfather, grandmother, brother and a baby sister.
2. Father’s name: David, Mother’s name: Jane, Grandfather’s name: Ben,
Grandmother’s name: Helen, Brother’s name: Tom, Sister’s name: Emma
3. Father: 42, Mother: 35, Grandfather: 72, Grandmother: 70, Brother: 8, Sister: baby
4. Her father is very cool.
5. Her mother can play the guitar.
5. นกั เรยี นศึกษาหวั ขอ้ Learning to learn เกย่ี วกบั การใช้ dictionary ในหนังสอื เรยี น หนา้
39 ครูใหน้ กั เรยี นดตู วั อยา่ งคำวา่ cool ในกรอบ แล้วอธบิ ายวา่ ใน dictionary จะบอกการออกเสยี ง /ku:l/,
ประเภทของคำ(adj), ความหมายfashionable และตวั อยา่ งประโยคแสดงการใช้คำในความหมายนัน้
6. นักเรียนหาความหมายของคำคุณศัพทท์ กี่ ำหนดให้ ในหนงั สอื เรยี น หน้า 39 Ex. 2 (To
present adjectives describing character and to practise using a dictionary) จาก dictionary แล้ว
128
เขียนความหมายลงในสมดุ ถ้านกั เรยี นใช้ dictionary อังกฤษ-อังกฤษ ให้บอกความหมายเปน็ ภาษาไทยดว้ ย เพอ่ื
ตรวจสอบความเขา้ ใจในแต่ละคำ แล้วครูสุ่มเรยี กนักเรียนบอกความหมายทลี ะคำ จากนัน้ นักเรียนอา่ นออกเสียง
คำคุณศัพทพ์ ร้อมกนั แล้วตอบคำถามว่าสมาชกิ ในครอบครัวของ Kate มบี คุ ลกิ อย่างไร โดยใช้คำคุณศพั ทท์ ี่
กำหนด ครูใหน้ ักเรียนออกมาเขียนคำตอบบนกระดาน แล้วครูตรวจคำตอบ
Key 2. kind = nice, caring 6. noisy = loud, notquiet
3. sweet = lovable, cute 7. funny = amusing, comical
4. clever = smart, intelligent 8. naughty = bad, badly behaved
5. friendly = sociable, pleasant 9. caring = kind, thoughtful
Her mother is clever.
Her grandma is kind and friendly.
Her grandpa is funny.
Her brother is naughty but caring.
Her sister is sweet but noisy.
7. ครูเรยี กนักเรียน 1 คู่ อ่านตวั อยา่ งในหนังสอื เรยี น หน้า 39 Ex. 3 (To practise using new
vocabulary) แลว้ ใหน้ ักเรยี นจับคู่ฝึกถามและตอบเกี่ยวกบั สมาชกิ ในครอบครวั ครเู ดนิ สังเกตพฤติกรรมการทำ
กิจกรรมของนกั เรยี นรอบชัน้ เรยี น จากนนั้ สมุ่ เรยี กนักเรยี นออกมาพดู ถามตอบหน้าชั้นเรียน
Suggested Answer Key
A: What’s your brother like?
B: He’s funny but noisy.
A: What’s your mum like?
B: She’s kind and friendly. Etc
ข้ันท่ี 4 (ขน้ั นำไปใช)้ Production
1. นักเรียนปดิ หนังสือ ครทู ำทา่ เขียน พรอ้ มพูดประโยค I can write. และเขยี นประโยคบน
กระดานแลว้ ชที้ ่ีนักเรียน 1 คน และพดู วา่ You can write. พรอ้ มเขยี นประโยคบนกระดาน แล้วอ่านออกเสยี งทั้ง
2 ประโยค และสรปุ ว่า can ใช้ได้ท้ังประธานเอกพจนแ์ ละพหพู จน์
ครูสอนประโยคปฏิเสธ โดยพดู วา่ I can’t drive. และเขยี นประโยคบนกระดาน แล้วชีท้ นี่ ักเรยี น 1 คน และพดู
วา่ You can’t drive. แลว้ เขยี นประโยคบนกระดาน ครอู ่านออกเสียงทั้ง 2 ประโยค แล้วสรปุ วา่ can’t ใช้ได้ทงั้
ประธานเอกพจน์และพหูพจน์ และบอกวา่ รปู เตม็ ของ can’t คอื cannot
จากน้นั ครสู อนประโยคคำถามและการตอบคำถามแบบสัน้ โดยเขียนคำถามและคำตอบบนกระดาน ดังน้ี Can
I drive? No, you can’t. Can I talk? Yes, you can. แลว้ อ่านประโยคให้นกั เรียนฟงั และสรุปรปู แบบการตอบ
คำถามแบบสนั้ วา่ No, + ประธานสรรพนาม + can’t. หรอื Yes, + ประธานสรรพนาม + can.
2. นกั เรียนเปิดหนงั สือเรยี น หนา้ 39 แล้วอา่ นตารางใน Ex. 4 (To present the verb can
when used for ability) จากนนั้ หาประโยคที่ใช้ can ท้ังประโยคบอกเล่าและปฏเิ สธ ใน diary หน้า 38
Key She can play the guitar. She can make biscuits.
129
He can speak French. She can’t walk.
3. นกั เรียนอ่าน diary ในหนังสอื เรยี น หนา้ 38 แลว้ เตมิ ประโยคใน Ex. 5 หน้า39 (Practise
the use of can) ให้สมบูรณด์ ้วย can หรอื can’t เสร็จแล้วตรวจคำตอบ จากน้ันให้นกั เรียนเขยี นประโยค
เกย่ี วกบั ตนเอง โดยใช้ can และ can’t
Key 1. can 2. can’t 3. can 4. can’t 5. can
Suggested answer: I can sing but I can’t dance.
4. นกั เรียนปดิ หนงั สอื ครูช้ไี ปท่นี ักเรยี นหญงิ คนหน่ึงและพูด This is her pencil. – It’s the
girl’s pencil. แล้วครชู ีท้ ่นี ักเรียนชายคนหนึ่งและพูด This is his schoolbag. – It’s the boy’s schoolbag.
ครูเขียนประโยคเหลา่ น้ีบนกระดาน และขีดเสน้ ใต้ ’s ครูชท้ี ่ีนกั เรียนหญงิ หลายคน และพดู These are their
books. – They are the girls’ books. พรอ้ มเขยี นบนกระดาน ครูเขียนประโยคThese are the men’s
pens. เพ่มิ บนกระดาน และให้นกั เรียนสงั เกตตำแหน่งของ apostrophe(’) ครเู ขียนประโยคคำถาม Whose
pen is this? บนกระดาน แลว้ อธบิ ายว่า การใช้คำถามท่ขี ึน้ ต้นดว้ ย Whose จะใชเ้ มื่อถามวา่ ใครเป็นเจา้ ของบาง
ส่งิ
5. นักเรียนเปดิ หนังสือเรยี น หน้า 39 แลว้ อ่านตารางใน Ex. 6(To present and practise
Possessive /whose) นกั เรยี นอาจศกึ ษารายละเอยี ดเพ่มิ เตมิ จาก Grammar Reference Section หน้า 112
ครใู หน้ กั เรยี นดู Family tree แล้วจบั ค่อู า่ นตัวอย่าง จากนน้ั ถามตอบเก่ยี วกบั George, Kevin, Sarah, Sally,
Joe และ Kate โดยใช้คำถามคล้ายกับตัวอยา่ ง ครเู ดินสงั เกตการทำกิจกรรมของนักเรียน แลว้ สุ่มเรียกนกั เรยี น
หลายๆ คู่ ออกมาถามตอบเกย่ี วกบั สมาชกิ ในครอบครวั หน้าชน้ั เรียน
Suggested Answer Key
Who’s George? He is Kevin’s father.
Who’s Kevin? He is Sally, Joe and Kate’s father.
Who is Sarah?She is Sally, Joe and Kate’s mother.
Who is Sally? She is Joe and Kate’s sister.
Who is Joe?He is Sally and Kate’s brother.
Who is Kate?She is Sally and Joe’s sister.
Whose brother is Joe? He is Sally and Kate’s brother. Etc
ข้นั ที่ 5 (ขั้นสรปุ ) Wrap up
1. ครูให้นกั เรยี นเขียน diary(To write a diary about your family using vocabulary and
grammar presented in this unit) โดยก่อนเขียนครถู ามนกั เรยี นวา่ diary ควรมีลักษณะอยา่ งไร (colourful,
interesting, with pictures etc) รูปแบบภาษาควรเปน็ แบบใด (friendly) นกั เรยี นควรเขยี นเกยี่ วกบั อะไรบ้าง
(family members, their names, ages what they can do / can’t do) ใหน้ กั เรยี นใช้ diary ในหนงั สอื
เรียน หน้า 38 เป็นแบบ ครชู แ้ี นะวา่ นักเรียนควรวางแผนการเขยี น diary โดยเขยี นรายชือ่ สมาชกิ ในครอบครวั
อายุ บุคลิก และสง่ิ ท่ีพวกเขาทำได้ / ทำไม่ได้ และครเู ดนิ สงั เกตการทำงานของนักเรียน
Suggested Answer Key
130
My mum’s name is Isabel. She’s 37 and an English teacher.
She can play the piano. She’s very kind.
This is my dad, Diego. He’s 45 and he’s a doctor.
He can speak Italian. He’s very cool.
Carlos is my baby brother. He’s sweet, but very noisy!
He can’t talk or walk yet.
Evita is my grandma. She’s 70 years old. She’s friendly.
She can cook really well.
Juan is my grandpa. He’s 74. He’s really funny.
He can make people laugh.
สำหรับนักเรียนทเ่ี รยี นออ่ น ครใู ห้นักเรยี นเตรียมภาพครอบครวั ของตนเองมานำเสนอในช้นั
2. นกั เรยี นทำแบบฝึกหดั เพ่ิมเตมิ ใน Teacher’s Resource Pack & Tests Module 4 หนา้
23
3. นักเรยี นทำแบบฝกึ หดั Unit 4a ในWorkbook หน้า 26-27 Exs. 1-4
9. สื่อ/แหล่งการเรยี นรู้
1. หนงั สอื เรยี น Access ม. 1
2. แบบฝึกหัด Access ม. 1
3. Access Class Audio CDs ม. 1(ประกอบหนงั สือเรยี น Access ม. 1)
4. CD หนังสอื Teacher’s Resource Pack & Te
10. การวัดและประเมนิ ผล เคร่ืองมอื เกณฑ์
วธิ ีการวัด เกณฑก์ ารประเมนิ ชน้ิ งาน รอ้ ยละ 50 ผา่ นเกณฑ์
แบบประเมนิ การฟัง ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจแบบฝกึ หัด แบบประเมินการพดู โต้ตอบ ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ประเมินการฟัง แบบประเมินการเขียน ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ประเมนิ การพดู แบบประเมินการอ่านออกเสียง ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ประเมนิ การเขยี น แบบประเมนิ สมรรถนะ ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ประเมนิ การออกเสียง แบบประเมินคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ดา้ นทกั ษะ/สมรรถนะ
คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
1. ประเมินการทำแบบทดสอบก่อนเรยี น
2. ประเมนิ การทำแบบฝึกหัด
3. สงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนรู้ในช่วงการทำกจิ กรรม
4. ประเมนิ คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
5. ประเมนิ ผลการเขยี น diary บรรยายเกย่ี วกบั ตนเอง และสมาชิกในครอบครัว
131
บนั ทึกหลงั สอน
1. ผลการสอน
สอนได้ตามแผนการจดั การเรยี นรู้ มจี ุดประสงค์ K P A
มกี ารบูรณาการ คุณธรรม / การตา้ นการทจุ รติ / หลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
สอนไมไ่ ด้ตามแผนการจัดการเรยี นรู้ เนื่องจาก .........................................................................
.......................................................................................................................................................
2. ผลการเรียนของนักเรยี น
จำนวนนักเรียนทผ่ี า่ นการประเมิน .......................... คน คดิ เปน็ ร้อยละ .................................
จำนวนนักเรียนทีไ่ ม่ผ่านการประเมนิ ...................... คน คิดเป็นร้อยละ .................................
อนื่ ๆ .............................................................................................................................................
3. ปัญหาและอปุ สรรค
กจิ กรรมการจัดการเรียนรู้ ไม่เหมาะสมกับเวลา
มีนกั เรยี นทำใบงาน/ใบกจิ กรรมไม่ทันตามกำหนดเวลา
มนี กั เรียนทีไ่ ม่สนใจเรยี น
อื่น ๆ .............................................................................................................................................
4. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
ควรนำแผนไปปรับปรงุ เรอื่ ง ....................................................................................................
.......................................................................................................................................................
แนวทางแกไ้ ขนกั เรียนทีไ่ มผ่ ่านการประเมิน/ไมส่ นใจเรียน .............................................................
.......................................................................................................................................................
ไมม่ ีขอ้ เสนอแนะ
ลงชือ่ ........................................... ผู้บนั ทกึ
( นางสาวพิมพ์พรรณ ลลี า )
ครูผู้สอน
______________________________________________________________________________
บันทกึ หลังการสอน ตามแผนการจดั การเรยี นรู้ฉบบั น้ี ไดร้ บั การพิจารณาจากหัวหนา้ กล่มุ สาระการ
เรียนรู้และฝา่ ยวชิ าการ แล้ว
ลงชอ่ื ........................................... ลงช่ือ ..................................................
( นางสาวพมิ พ์พรรณ ลลี า ) ( นางสาวติ รี แดงมีสี )
หัวหน้ากล่มุ สาระการเรียนรู้
หัวหน้าฝา่ ยบริหารงานวชิ าการ
ลงชื่อ ...........................................................
( นายภานรินทร์ แผน่ ศิลา )
ผอู้ ำนวยการโรงเรียนบ้านแข่โพนเมือง
132
แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี 20 ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 1
รายวชิ า ภาษาอังกฤษพน้ื ฐาน อ21101 เวลา 2 ชวั่ โมง
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 4 Strong ties เรือ่ ง Day in, day out
ผู้สอน นางสาวพมิ พพ์ รรณ ลลี า โรงเรียนบา้ นแขโ่ พนเมอื ง
1. มาตรฐานการเรยี นรู/้ ตัวชวี้ ดั
มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอขอ้ มูลข่าวสาร ความคดิ รวบยอด และความคดิ เห็นในเรอื่ งตา่ งๆ โดยการพูด
และการเขียน
มาตรฐาน ต 2.1 เขา้ ใจความสมั พันธ์ระหว่างภาษากับวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา และนำไปใชไ้ ด้
อย่างเหมาะสมกับกาลเทศะ
มาตรฐาน ต 2.2 เขา้ ใจความเหมือนและความแตกต่างระหวา่ งภาษาและวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา
กบั ภาษาและวัฒนธรรมไทย และนำมาใชอ้ ย่างถกู ตอ้ งและเหมาะสม
มาตรฐาน ต 4.1 ใช้ภาษาตา่ งประเทศเป็นเคร่อื งมอื พืน้ ฐานในการศึกษาตอ่ การประกอบอาชพี และ
การแลกเปลย่ี นเรยี นรู้กับสังคมโลก
ตวั ชว้ี ัด
ต 1.3 ขอ้ 1 พดู และเขยี นบรรยายเกยี่ วกบั ตนเอง กจิ วตั รประจำวนั ประสบการณ์ และสิ่งแวดลอ้ ม
ใกล้ตวั
ต 2.1 ขอ้ 3 เขา้ ร่วม/จดั กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามความสนใจ
ต 2.2 ข้อ 1 บอกความเหมอื นและความแตกต่างระหว่างการออกเสียงประโยคชนิดต่างๆ
การใชเ้ คร่อื งหมายวรรคตอน และการลำดบั คำตามโครงสรา้ งประโยคของภาษาตา่ งประเทศ
และภาษาไทย
ต 4.1 ขอ้ 1 ใช้ภาษาสื่อสารในสถานการณ์จรงิ /สถานการณจ์ ำลองท่ีเกดิ ข้นึ ในหอ้ งเรยี นและ
สถานศึกษา
2. สาระสำคญั
การพูดและเขยี นเพ่ือให้ข้อมูลเกย่ี วกับตนเอง บคุ คลอืน่ กิจวัตรประจำวัน สง่ิ แวดล้อมใกล้ตวั และ
สถานการณต์ ่างๆ ในชวี ิตประจำวัน
3. จุดประสงค์การเรยี นรู้
- อ่านออกเสียงบทอ่าน
- จับใจความสำคัญ (main idea) และตอบคำถามจากการอ่านบทอ่าน
- สนทนา แลกเปลี่ยนขอ้ มูลเก่ียวกับตนเอง และสถานการณ์ต่างๆ ในชวี ติ ประจำวนั
- เขียนบรรยายเกีย่ วกับตนเอง กิจวตั รประจำวนั และสิ่งแวดล้อมใกล้ตัว โดยใช้คำบุพบทบอกเวลา
- เข้าร่วมกจิ กรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามความสนใจ
- ใช้ภาษาส่ือสารในสถานการณ์จริง/สถานการณ์จำลองทเ่ี กิดขนึ้ ในห้องเรียน
133
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
- การออกเสียงตามระดับเสยี งสูง-ตำ่ ในประโยค และการใชพ้ จนานุกรม
- การจับใจความสำคญั เชน่ ใจความสำคัญ รายละเอียดสนับสนนุ คำถามเกย่ี วกับใจความสำคัญ เชน่
Yes/No Questions, Wh-Questions
- ภาษาที่ใช้ในการส่อื สารระหวา่ งบุคคล เช่น การแลกเปลี่ยนข้อมูลเก่ยี วกับตนเอง บุคคลอนื่ และสถานการณ์
ต่างๆ ในชวี ิตประจำวนั
- ประโยคและข้อความทใี่ ช้บรรยายเก่ยี วกับตนเอง กิจวตั รประจำวัน ส่ิงแวดล้อมใกลต้ ัว เช่น การรับประทาน
อาหาร การเรยี น
- กจิ กรรมทางภาษาและวฒั นธรรม เช่น การเล่นเกม
- การใชภ้ าษาส่ือสารในสถานการณจ์ รงิ /สถานการณ์จำลองท่เี กิดขน้ึ ในหอ้ งเรยี น
- Present simple (affirmative)
- Prepositions of time
5. ทักษะ/กระบวนการ
- ฟัง พดู อ่านและเขียนเก่ยี วกับการพูดและเขยี นเพอื่ ใหข้ ้อมูลเก่ยี วกับตนเอง บุคคลอ่นื กจิ วัตรประจำวัน
ส่ิงแวดลอ้ มใกล้ตวั และสถานการณต์ ่างๆ ในชีวติ ประจำวัน
6. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
ความสามารถในการส่ือสาร
7. คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
- มีวินยั
- ใฝ่เรียนรู้
- มุ่งมนั่ ในการทำงาน
8. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ข้ันท่ี 1 (ขัน้ นำ) Warm up
1. ครบู อกจุดประสงค์การเรียนรู้ของ Unit 4b ว่านกั เรยี นจะไดเ้ รยี นรู้เกีย่ วกับการอา่ นและการฟงั
เพอ่ื หารายละเอยี ด (Reading and listening for detailed information)
2. ครใู ห้นักเรยี นดูภาพบุคคล ในหนงั สือเรียน หนา้ 40 แลว้ ตอบคำถามใน Ex. 1 (To infer
information from a picture) จากนนั้ ครูถามนักเรยี นว่า รูจ้ ักนักฟุตบอลที่มีช่ือเสยี งคนอื่นอีกหรอื ไม่ ทมี
ฟตุ บอลที่พวกเขาชน่ื ชอบคอื ทีมอะไร
Key The man in the picture is Steven Gerrard. He is a famous footballer.
134
ขน้ั ที่ 2 (ข้นั นำเสนอ) Presentation
1. นักเรียนอา่ นคำถามในหนังสือเรียน หน้า 40 Ex. 2 (To read and listen for detailed
information) แล้วครอู ธบิ ายความหมายของคำศัพท์ที่นักเรียนไมร่ ู้จากน้ันดงึ ความสนใจของนกั เรยี นมาท่ีกรอบ
Fact file และอธบิ ายวา่ เปน็ ขอ้ ความสัน้ ๆ ที่ให้ข้อมลู พ้ืนฐานเก่ียวกับบางคนหรือบางสิง่ แล้วให้เวลานกั เรียน 2
นาที อา่ นบทอ่านในใจ และตอบคำถาม แล้วครูเปิด CD 1 / Track 36 ใหน้ กั เรียนฟงั เพือ่ ตรวจคำตอบ จากนั้น
ใหน้ ักเรียนอ่านออกเสยี งบทอา่ นทลี ะคน
Key 1. Stevie G or Stevie Wonder 4. With a big breakfast
2. May 30th 5. His dad
3. Roy Keane & Patrick Vieira 6. He goes to the fans to thank them
2. นกั เรยี นปดิ หนังสอื ครูสอนรปู ประโยค Present simple โดยพูดว่า I live in Barcelona.
และเขยี นประโยคบนกระดาน แลว้ ขีดเสน้ ใตค้ ำว่า live และอธิบายว่าคำนี้เป็นคำกริยาในประโยค Present
simple จากนนั้ ครชู ี้ไปทน่ี ักเรียนคนหน่งึ แล้วพูดว่า You live in Barcelona. และเขยี นบนประโยคบนกระดาน
พร้อมขีดเสน้ ใต้คำว่า live แล้วครูชี้ท่นี กั เรยี นชายคนหนึ่ง พรอ้ มพดู ว่าHe lives in Barcelona. แลว้ เขียนบน
กระดาน และขดี เส้นใต้คำว่า lives แลว้ อธิบายว่าถ้าประธานเปน็ เอกพจน์บุรุษท่ี 3 คำกรยิ าใหเ้ ตมิ -s ครูนำเสนอ
ประธานสรรพนามคำอน่ื ๆ ในแบบเดียวกัน
ข้นั ที่ 3 ( ข้ันฝึก ) Practice
1. ครอู ธิบายกฎการเตมิ -s หลงั คำกรยิ าเมือ่ ประธานเป็นเอกพจนบ์ ุรุษที่ 3 โดยเขยี นคำกริยา
miss, finish, watch, mix, go, cry บนกระดาน ครูเน้นให้นกั เรียนสังเกตความแตกต่างระหว่างการเตมิ -s ใน
คำวา่ play และ cry แล้วใหน้ กั เรียนเล่นเกมเพื่อเปน็ การฝกึ โดยแบง่ นกั เรียนเป็นกลุ่ม แลว้ ครูพูดประธาน
เอกพจน์บรุ ุษท่ี 1 + คำกริยา ให้แตล่ ะกลมุ่ เปล่ยี นเปน็ ประธานเอกพจน์บรุ ุษที่3+คำกริยา ประโยคท่ีถกู ต้องจะได้
1 คะแนน กลมุ่ ที่ไดค้ ะแนนมากทีส่ ดุ เป็นผูช้ นะ
T : I brush.
Team A S1 : He brushes. (B - R - U - S - H - E - S)
T : I fix.
Team B S1 : He fixes. (F - I - X - E - S) etc
2. นักเรยี นเปดิ หนังสอื เรยี น หน้า 41 แล้วอ่านตารางใน Ex. 3 (To present the present simple and
understand its use for routines/habits, repeated actions and permanent states) ครใู ห้นกั เรียน
สงั เกตการใช้ Tense (for repeated actions, permanent states and habits) จากน้ันให้นักเรยี นหาตัวอยา่ ง
ประโยคในบทอ่าน หนา้ 40 และแบ่งประโยคตามการใช้ Tense
Suggested Answer Key
Habits: Steven always starts his day with a big breakfast. He always kisses
his daughters. He always checks his football boots.
Repeated actions: He tries his best and never gives up. His dad goes to
every match. Steven goes to the fans to thank them.
135
Permanent states: He loves egg on toast. Steven works hard. His fans love him.
“Our fans are the best.”
3. นักเรยี นทำ Ex. 4 (To consolidate the spelling rules of the third person singular
in the present simple) ในหนงั สือเรยี นหน้า 41 โดยเปล่ียนประธานเอกพจนบ์ ุรุษที่ 1 ใหเ้ ปน็ ประธานเอกพจน์
บุรษุ ที่3ก่อนทำนกั เรยี นชว่ ยกันบอกคำกริยาทไ่ี มท่ ราบความหมาย โดยคน้ จาก dictionary แล้วครใู หเ้ วลา
นักเรยี น 2-3 นาที ทำ Ex. 4 เสร็จแล้วตรวจคำตอบบนกระดาน สำหรบั นักเรียนทีเ่ รยี นเกง่ ครูให้นักเรียนจับคกู่ ับ
เพอ่ื น เขยี นประโยค 5 ประโยค เกย่ี วกบั คู่ของตนโดยใช้คำกริยาใน Ex. 4 และให้นักเรยี นเขยี นประโยคด้วย
คำกรยิ ากบั ประธานเอกพจน์บรุ ุษที่ 3 เชน่ He kisses his mother good night. She washes her hair. He
watches TV. etc
Key 1. loves 3. kisses 5. says 7. goes
2. leaves 4. puts 6. works 8. washes
4. นกั เรียนศึกษาการใช้คำบพุ บทบอกเวลา (Prepositions of time) ในหนังสือเรียนหน้า 41
Ex. 5 (To learn the use of prepositions of time) ครูอธิบายคำศัพท์ท่นี ักเรียนไม่ทราบความหมาย จากน้ัน
ใหน้ ักเรยี นเติมคำบุพบทลงในข้อ 1-6 ให้ถูกตอ้ ง และครูตรวจคำตอบ แล้วให้นักเรยี นแต่งประโยคโดยใช้วลีในข้อ
1-6 แลว้ ครูสมุ่ เรยี กนักเรยี นอา่ นประโยคทลี ะคน
Key 1. at 2. in 3. in 4. at 5. in 6. on
Suggested Answer Key
I have lunch at 3 o’clock.
I get up at 7 o’clock in the morning.
We go skiing in the winter.
I have lunch at midday.
I watch TV in the evening.
I have a piano lesson on Monday.
ขน้ั ท่ี 4 (ข้นั นำไปใช)้ Production
1. ครูให้นกั เรยี นเล่นเกม โดยแบง่ นักเรยี นเป็น 2 กลมุ่ แลว้ ครูพูดวลี ให้นกั เรียนพดู คำบพุ บท at,
in หรอื on ที่ใช้กับวลีท่ีครพู ดู ใหถ้ กู ตอ้ ง ถ้าพูดคำบุพบทไดถ้ ูกตอ้ งจะได้ 1 คะแนน กลุ่มทไ่ี ด้คะแนนมากท่สี ุดเปน็
ผชู้ นะ
T : 6 o’clock
Team A S1 : at 6 o’clock
T : the morning
Team B S1 : in the morning etc
2. นักเรยี นดูภาพในหนงั สอื เรียน หนา้ 41 Ex. 6 (To practise using the present simple to
talk about daily routine) แล้วบอกว่าแต่ละภาพคอื กจิ กรรมอะไร จากน้ันครูเขยี นMorning, Afternoon,
136
Evening บนกระดาน และใหน้ ักเรยี นตอบคำถามเกีย่ วกับกจิ วัตรประจำวนั ของ Laura โดยใช้ Present simple
แลว้ ครูเฉลยคำตอบบนกระดาน โดยเขียนคำตอบไว้ใตห้ วั ข้อ Morning, Afternoon, Evening
Key T: What does Laura do in the morning / afternoon / evening?
Ss: Laura gets up / goes jogging / has breakfast / goes to school
in the morning.
Laura has lunch / does her homework / has a cup of tea /
works on her computer in the afternoon.
Laura does the shopping / has dinner / watches a DVD /
goes to bed in the evening.
ขัน้ ท่ี 5 (ขั้นสรปุ ) Wrap up
1. นกั เรยี นเขียนบทความสนั้ ๆ เกยี่ วกบั กิจวตั รประจำวันของตนเอง เพอ่ื ลงในวารสารโรงเรยี น (To
consolidate the use of the present simple and prepositions of time by writing an article about
your daily routine) ภายใต้หัวข้อใน Ex. 6(Morning, Afternoon, Evening) และให้นกั เรยี นใชบ้ ทอา่ นใน
หนงั สือเรียน หน้า40 เปน็ แบบ ครใู ห้นกั เรยี นทำงานในชัน้ หรอื อาจมอบหมายใหเ้ ปน็ การบ้าน
Suggested Answer Key
- In the morning
I get up at 7:30 in the morning. Then, I have breakfast.
At 8:30 I go to school.
- In the afternoon
In the afternoon I do my homework and work on my computer.
- In the evening
At eight o’clock I have dinner and then I watch a DVD.
I go to bed at 10:00.
2. นักเรยี นทำแบบฝกึ เพ่ิมเตมิ ใน Teacher’s Resource Pack & Tests Module 4 หน้า 25-26
3. นักเรียนฟงั Access Workbook Audio CD ม. 1 / Track 8 แล้วทำ Ex. 5 ใน Workbook หน้า 29
4. นักเรยี นทำแบบฝกึ หดั Unit 4b ใน Workbook หน้า 28-29 Exs.1-4 เป็นการบา้ น
9. ส่ือ/แหลง่ การเรียนรู้
1. หนังสือเรยี น Access ม. 1
2. แบบฝกึ หัด Access ม. 1
3. Access Class Audio CDs ม. 1(ประกอบหนังสือเรยี น Access ม. 1)
4. Access Workbook Audio CD ม. 1(ประกอบแบบฝึกหัด Access ม. 1 และ Teacher’s Resource
Pack)
5. CD หนังสอื Teacher’s Resource Pack & Tests ม. 1-2-3
10. การวัดและประเมินผล เครื่องมือ 137
วิธีการวัด เกณฑ์การประเมนิ ช้นิ งาน
แบบประเมินการฟงั เกณฑ์
ตรวจแบบฝกึ หัด แบบประเมนิ การพดู โต้ตอบ รอ้ ยละ 50 ผา่ นเกณฑ์
ประเมินการฟงั แบบประเมนิ การเขียน ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ประเมินการพดู แบบประเมนิ การอา่ นออกเสียง ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ประเมินการเขยี น แบบประเมนิ สมรรถนะ ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ประเมนิ การออกเสยี ง แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ดา้ นทักษะ/สมรรถนะ ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
1. ประเมินการทำแบบฝึกหัด
2. สังเกตพฤติกรรมการเรียนรใู้ นช่วงการทำกจิ กรรม
3. ประเมินคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
4. ประเมินผลการเขียนบทความสน้ั ๆ เกี่ยวกับกิจวัตรประจำวันของตนเอง
138
บนั ทึกหลงั สอน
1. ผลการสอน
สอนได้ตามแผนการจดั การเรยี นรู้ มจี ุดประสงค์ K P A
มกี ารบูรณาการ คุณธรรม / การตา้ นการทจุ รติ / หลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
สอนไมไ่ ด้ตามแผนการจัดการเรยี นรู้ เนื่องจาก .........................................................................
.......................................................................................................................................................
2. ผลการเรียนของนักเรยี น
จำนวนนักเรียนทผ่ี า่ นการประเมิน .......................... คน คดิ เปน็ ร้อยละ .................................
จำนวนนักเรียนทีไ่ ม่ผ่านการประเมนิ ...................... คน คิดเป็นร้อยละ .................................
อนื่ ๆ .............................................................................................................................................
3. ปัญหาและอปุ สรรค
กจิ กรรมการจัดการเรียนรู้ ไม่เหมาะสมกับเวลา
มีนกั เรยี นทำใบงาน/ใบกจิ กรรมไม่ทันตามกำหนดเวลา
มนี กั เรียนทีไ่ ม่สนใจเรยี น
อื่น ๆ .............................................................................................................................................
4. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
ควรนำแผนไปปรับปรงุ เรอื่ ง ....................................................................................................
.......................................................................................................................................................
แนวทางแกไ้ ขนกั เรียนทีไ่ มผ่ ่านการประเมิน/ไมส่ นใจเรียน .............................................................
.......................................................................................................................................................
ไมม่ ีขอ้ เสนอแนะ
ลงชือ่ ........................................... ผู้บนั ทกึ
( นางสาวพิมพ์พรรณ ลลี า )
ครูผู้สอน
______________________________________________________________________________
บันทกึ หลังการสอน ตามแผนการจดั การเรยี นรู้ฉบบั น้ี ไดร้ บั การพิจารณาจากหัวหนา้ กล่มุ สาระการ
เรียนรู้และฝา่ ยวชิ าการ แล้ว
ลงชอ่ื ........................................... ลงช่ือ ..................................................
( นางสาวพมิ พ์พรรณ ลลี า ) ( นางสาวติ รี แดงมีสี )
หัวหน้ากล่มุ สาระการเรียนรู้
หัวหน้าฝา่ ยบริหารงานวชิ าการ
ลงชื่อ ...........................................................
( นายภานรินทร์ แผน่ ศิลา )
ผอู้ ำนวยการโรงเรียนบ้านแข่โพนเมือง
139
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 21 ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1
รายวิชา ภาษาอังกฤษพ้นื ฐาน อ21101 เวลา 2 ชัว่ โมง
หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 4 Strong ties เร่อื ง Famous people
ผสู้ อน นางสาวพิมพพ์ รรณ ลลี า โรงเรียนบ้านแข่โพนเมอื ง
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชีว้ ัด
มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคดิ รวบยอด และความคิดเห็นในเรอ่ื งต่างๆ โดยการพูด
และการเขียน
มาตรฐาน ต 2.1 เข้าใจความสมั พันธร์ ะหวา่ งภาษากับวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา และนำไปใช้ได้
อย่างเหมาะสมกับกาลเทศะ
มาตรฐาน ต 2.2 เขา้ ใจความเหมอื นและความแตกต่างระหว่างภาษาและวฒั นธรรมของเจ้าของภาษา
กับภาษาและวฒั นธรรมไทย และนำมาใชอ้ ยา่ งถูกตอ้ งและเหมาะสม
มาตรฐาน ต 4.1 ใช้ภาษาตา่ งประเทศเป็นเครือ่ งมือพ้ืนฐานในการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ และ
การแลกเปลี่ยนเรียนรกู้ ับสังคมโลก
ตวั ช้วี ัด
ต 1.3 ข้อ 1 พดู และเขยี นบรรยายเกี่ยวกับตนเอง กจิ วัตรประจำวัน ประสบการณ์ และสง่ิ แวดล้อม
ใกลต้ ัว
ต 2.1 ข้อ 3 เข้ารว่ ม/จดั กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามความสนใจ
ต 2.2 ขอ้ 1 บอกความเหมือนและความแตกตา่ งระหว่างการออกเสยี งประโยคชนิดตา่ งๆ
การใชเ้ คร่ืองหมายวรรคตอน และการลำดบั คำตามโครงสรา้ งประโยคของภาษาตา่ งประเทศ
และภาษาไทย
ต 4.1 ขอ้ 1 ใชภ้ าษาสอ่ื สารในสถานการณจ์ รงิ /สถานการณจ์ ำลองทเ่ี กิดข้ึนในหอ้ งเรียนและ
สถานศกึ ษา
2. สาระสำคญั
การพูดให้ขอ้ มูลเกย่ี วกบั ตนเอง กจิ กรรม สถานการณต์ ่างๆ ในชวี ิตประจำวนั และการเขียนบรรยาย
เก่ียวกบั นักแสดงท่ชี นื่ ชอบ
3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
- ตอบคำถามจากการฟังและอ่านบทอา่ น
- สนทนา แลกเปลย่ี นข้อมูลเก่ยี วกบั ตนเอง กจิ กรรม และสถานการณต์ ่างๆ ในชีวติ ประจำวนั
- เขยี นบรรยายเกยี่ วกบั นักแสดงที่ชืน่ ชอบ
- ใช้ภาษา นำ้ เสยี ง และกริ ยิ าทา่ ทางเหมาะสม ตามมารยาทสงั คมและวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา
- ใช้ภาษาส่อื สารในสถานการณจ์ รงิ /สถานการณ์จำลองทีเ่ กดิ ขึน้ ในหอ้ งเรียน
- ใชภ้ าษาต่างประเทศในการสืบค้น/ค้นคว้า ขอ้ มูลต่างๆ จากส่อื และแหลง่ การเรยี นรู้ตา่ งๆ
140
4. สาระการเรียนรู้
สาระการเรียนร้แู กนกลาง
- การจับใจความสำคัญ คำถามเก่ียวกับใจความสำคัญ เชน่ Yes/No Questions, Wh-Questions
- ภาษาท่ีใช้ในการสอ่ื สารระหวา่ งบคุ คล เช่น การแลกเปล่ียนข้อมูลเกย่ี วกับตนเอง กิจกรรม และสถานการณ์
ตา่ งๆ ในชวี ิตประจำวัน
- ประโยคและขอ้ ความทใ่ี ชใ้ นการบรรยายเกยี่ วกับตนเอง ประสบการณ์ ส่งิ แวดลอ้ มใกล้ตัว
- การใช้ภาษา น้ำเสียง และกริ ิยาท่าทางในการสนทนา ตามมารยาทสงั คมและวฒั นธรรมของเจ้าของภาษา
เช่น การแสดงสีหน้าท่าทางประกอบ การแสดงอาการตอบรับหรอื ปฏเิ สธ
- การใชภ้ าษาสื่อสารในสถานการณ์จริง/สถานการณ์จำลองทเ่ี กิดข้ึนในห้องเรยี น
- การใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบค้น/การค้นคว้า ความรู้/ข้อมูลตา่ งๆ จากสอ่ื และแหล่งการเรียนรตู้ า่ งๆ
- Present simple (negative & interrogative)
5. ทักษะ/กระบวนการ
- ฟัง พดู อา่ นและเขยี นเกย่ี วกบั การพดู ให้ข้อมูลเก่ียวกบั ตนเอง กิจกรรม สถานการณ์ตา่ งๆ ใน
ชวี ิตประจำวนั และการเขียนบรรยายเกย่ี วกับนักแสดงท่ชี ่นื ชอบ
6. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น
- ความสามารถในการสื่อสาร
- ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
7. คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
- มวี ินัย
- ใฝเ่ รียนรู้
- มงุ่ มน่ั ในการทำงาน
8. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขนั้ ที่ 1 (ขัน้ นำ) Warm up
1. ครูบอกจุดประสงค์การเรียนรใู้ น Unit 4c วา่ นักเรยี นจะได้เรียนรู้เกยี่ วกับการอา่ นและการฟัง
เพอ่ื หาขอ้ มูลเฉพาะ และการเขยี นบทความเกยี่ วกับบคุ คลทม่ี ีช่ือเสียง
2. ครนู ำเขา้ สู่บทเรยี นโดยให้นกั เรียนอา่ นชื่อหน่วยการเรียนรู้ย่อย Unit 4c แลว้ บอกความหมาย
(People who everyone knows about)
ขั้นที่ 2 (ขน้ั นำเสนอ) Presentation
1. นักเรยี นดภู าพและชื่อหนว่ ยการเรยี นรู้ยอ่ ย Unit 4c ในหนังสอื เรยี น หนา้ 42 และบอก
ขอ้ มลู เก่ยี วกับ Shakira ท่นี กั เรยี นทราบ ครูให้นักเรยี นบอกช่ือบุคคลทมี่ ีช่อื เสยี งทน่ี ักเรยี นรูจ้ ัก แล้วถามนักเรียน
141
ว่าข้อมูลชนดิ ใดที่นักเรยี นคดิ วา่ จะพบในบทอ่านนี้ (e.g. her full name, where and when she was born,
what her family is like, what she likes / dislikes etc) และบอกนักเรยี นวา่ ขอ้ มูลแบบนเ้ี รยี กวา่ ประวตั ิโดย
ยอ่ (profile)
2. นักเรียนอ่านคำถามในหนงั สอื เรยี น หน้า 42 Ex. 1 (To read or listen to a profile for
specific information)แลว้ ครูให้เวลา 2 นาที อ่านบทอา่ นในใจ หรือครูเปดิ CD1 / Track 37 ให้นักเรยี นฟงั และ
อ่านตาม แลว้ ตอบคำถาม จากนนั้ ครูตรวจคำตอบและอธิบายคำศพั ทท์ ีน่ ักเรียนไมร่ ้คู วามหมาย แลว้ สุ่มเรียก
นักเรียนอ่านออกเสียงบทอ่าน
Key 1. Shakira Isabel Mebarak Ripoll.
2. Barranquilla, Colombia.
3. 2nd February.
4. Four brothers and four sisters.
5. She can speak five languages and she dances and sings well.
6. Painting and listening to jazz music.
ขน้ั ที่ 3 ( ขัน้ ฝกึ ) Practice
1. นกั เรียนปดิ หนังสอื แลว้ ครูเขียนประโยค I don’t like jazz.และ She doesn’t like rock.
บนกระดาน และขดี เส้นใต้ I don’t ในประโยคแรก และ She doesn’t ในประโยคที่ 2 และอธบิ ายว่าเราใช้ I /
you / we / they กบั do not / don’t และใช้ he / she / it กบั does not / doesn’t ในประโยคปฏเิ สธรปู
Present simple ครูชี้ให้นักเรียนเหน็ วา่ คำกริยาหลักจะมีรปู เหมอื นกันเม่ือใชก้ ับประธานทุกตวั จากนน้ั ครเู ขยี น
ประโยค Do I like jazz? - No, I don’t. และ Does she like rock? - No, she doesn’t. แลว้ อธิบายว่า เราใช้
Do กับ I / you / we / they และใช้ Does กับ he / she / it ในประโยคคำถามรูป Present simple ครูให้
นักเรียนสงั เกตตำแหนง่ ของ do / does จะวางไวห้ นา้ คำสรรพนามแทนบุคคลครบู อกนักเรียนวา่ เราตอบคำถาม
แบบส้นั ด้วยรูปแบบ Yes / No, + I / you / we / they + do / don’t. และ Yes / No, + he / she / it +
does / doesn’t. แลว้ ครถู ามคำถามนกั เรยี นเพื่อตรวจสอบความเข้าใจ ดงั นี้
T : Do you like painting?
S1 : No, I don’t. / Yes, I do.
T : Does your mother sing?
S2 : No, she doesn’t. / Yes, she does.
T : Do we live in Spain?
S3 : Yes, we do. etc
นกั เรยี นเปดิ หนังสอื เรียน หนา้ 42 และอ่านกฎ Present simpleในตาราง Ex. 2 (To Present the present
simple (negative & interrogative) แลว้ ให้นกั เรยี นหาตวั อย่างประโยคในบทอา่ น เสร็จแลว้ ตรวจคำตอบ
Key She doesn’t like hip hop. Do you like her?
142
2. นักเรยี นทำ Ex. 3 (To practise using the present simple in the negative and
interrogative forms) ในหนังสือเรียน หนา้ 42 โดยเติม do, does, don’t หรือ doesn’t ลงในประโยคให้
ถกู ต้อง แล้วครูตรวจคำตอบโดยเรยี กนักเรียนอา่ นคำตอบทีละคน
Key 1. Do, do 3. Does, doesn’t
2. Do, don’t 4. Does, does
ขั้นท่ี 4 (ข้นั นำไปใช)้ Production
1. นกั เรียนจับคูฝ่ ึกสนทนาถามตอบ ในหนงั สอื เรียน หน้า42Ex. 4 (To consolidate
students’ understanding of the present simple (negative & interrogative) through dialogue
practise) กอ่ นทำกิจกรรมครเู รยี กนักเรียน 1 คู่ อา่ นตัวอย่างในขอ้ 1 และครเู ดินรอบๆ ชน้ั เรยี นเพ่ือสงั เกตการทำ
กิจกรรมของนักเรยี น แล้วส่มุ นักเรยี นหลายๆ คู่ ออกมาสนทนาหนา้ ชนั้ เรียน
Key 2. Does, Yes, she does. / No, she doesn’t.
3. Does, Yes, he / she does. / No, he / she doesn’t.
4. Do, Yes, I do. / No, I don’t.
5. Do, Yes, I do. / No, I don’t.
6. Does, Yes, he does. / No, he doesn’t
2. นักเรยี นทำแบบฝึกหดั Unit 4c ใน Workbook หนา้ 30 Exs. 1-4
ขน้ั ที่ 5 (ขน้ั สรุป) Wrap up
1. นกั เรียนเขียนบทความสนั้ ๆ เกี่ยวกับนักแสดงชาย / หญงิ ทต่ี นเองช่นื ชอบ เพ่ือลงวารสารโรงเรียนครู
ให้เวลานักเรียนเตรยี มคำตอบสำหรบั คำถามข้อ1-5 ในหนงั สอื เรยี น หน้า 42Ex. 5 (To write an article about
a famous person) แลว้ นำคำตอบทีไ่ ดม้ าเขียนบทความ ครมู อบหมายให้นักเรียนทำเปน็ การบ้าน และสนับสนนุ
ให้ใชอ้ นิ เทอร์เนต็ ค้นหาข้อมูลที่ต้องการเพ่ือนำมาเขยี นบทความ
Suggested Answer Key
Penelope Cruz is from Madrid, Spain. Her birthday is on 28th April. She’s got a
brother
and a sister. Penelope can speak four languages. She can dance really well.
‘Captain Corelli’s Mandolin’, ‘Vanilla Sky’ and ‘Volver’ are her most famous films.
สำหรบั นักเรยี นที่เรียนออ่ น ครูเขยี นข้อความใน Suggested Answer Key โดยเวน้ ช่องวา่ งให้นกั เรยี น
เตมิ คำทีห่ ายไป แล้วครใู หร้ ายการคำที่นกั เรยี นตอ้ งใชเ้ ตมิ ในช่องว่าง เชน่ from, birthday, sister, four, dance,
films (โดยไมเ่ รียงลำดบั )
2. นักเรียนทำแบบฝึกหดั เพม่ิ เตมิ ใน Teacher’s Resource Pack & Tests Module 4 หนา้ 24
9. สอ่ื /แหลง่ การเรยี นรู้
1. หนังสอื เรียน Access ม. 1
143
2. แบบฝึกหัด Access ม. 1
3. Access Class Audio CDs ม. 1(ประกอบหนงั สือเรียน Access ม. 1)
4. CD หนงั สอื Teacher’s Resource Pack & Tests ม. 1-2-3
5. อินเทอรเ์ น็ต
10. การวัดและประเมนิ ผล เครอื่ งมือ เกณฑ์
วธิ กี ารวัด เกณฑ์การประเมนิ ชิน้ งาน รอ้ ยละ 50 ผ่านเกณฑ์
แบบประเมนิ การฟงั ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจแบบฝกึ หัด แบบประเมินการพดู โต้ตอบ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ประเมนิ การฟัง แบบประเมินการเขียน ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ประเมนิ การพูด แบบประเมนิ การอ่านออกเสียง ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ประเมนิ การเขียน แบบประเมินสมรรถนะ ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ประเมินการออกเสียง แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ด้านทักษะ/สมรรถนะ
คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1. ประเมินการทำแบบฝึกหัด
2. สังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ในชว่ งการทำกิจกรรม
3. ประเมินคุณลักษณะอนั พึงประสงค์
4. ประเมินผลการพูดสนทนาเกย่ี วกับตนเอง กิจกรรม และสถานการณต์ ่างๆ ในชีวติ ประจำวนั
5. ประเมินผลการเขียนบทความส้ันๆ เกย่ี วกบั นกั แสดงทีช่ ื่นชอบ