44
บนั ทึกหลังสอน
1. ผลการสอน
สอนไดต้ ามแผนการจดั การเรียนรู้ มจี ดุ ประสงค์ K P A
มีการบรู ณาการ คุณธรรม / การตา้ นการทจุ รติ / หลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
สอนไมไ่ ดต้ ามแผนการจัดการเรยี นรู้ เน่ืองจาก .........................................................................
.......................................................................................................................................................
2. ผลการเรียนของนักเรยี น
จำนวนนักเรียนที่ผา่ นการประเมิน .......................... คน คดิ เป็นรอ้ ยละ .................................
จำนวนนักเรียนทไ่ี มผ่ ่านการประเมิน ...................... คน คิดเป็นร้อยละ .................................
อ่ืน ๆ .............................................................................................................................................
3. ปัญหาและอปุ สรรค
กิจกรรมการจัดการเรียนรู้ ไม่เหมาะสมกับเวลา
มนี กั เรียนทำใบงาน/ใบกิจกรรมไมท่ นั ตามกำหนดเวลา
มีนกั เรียนทีไ่ มส่ นใจเรียน
อืน่ ๆ .............................................................................................................................................
4. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
ควรนำแผนไปปรบั ปรุง เร่อื ง ....................................................................................................
.......................................................................................................................................................
แนวทางแกไ้ ขนักเรียนทไี่ ม่ผ่านการประเมิน/ไม่สนใจเรยี น .............................................................
.......................................................................................................................................................
ไมม่ ีขอ้ เสนอแนะ
ลงช่ือ ........................................... ผู้บนั ทึก
( นางสาวพมิ พ์พรรณ ลลี า )
ครผู สู้ อน
______________________________________________________________________________
บันทกึ หลังการสอน ตามแผนการจดั การเรียนรู้ฉบับนี้ ได้รบั การพิจารณาจากหัวหนา้ กลุ่มสาระการ
เรยี นรู้และฝา่ ยวิชาการ แลว้
ลงชอื่ ........................................... ลงช่ือ ..................................................
( นางสาวพมิ พ์พรรณ ลลี า ) ( นางสาวิตรี แดงมีสี )
หัวหน้ากลุม่ สาระการเรยี นรู้
หัวหนา้ ฝา่ ยบรหิ ารงานวิชาการ
ลงชอื่ ...........................................................
( นายภานรินทร์ แผ่นศิลา )
ผ้อู ำนวยการโรงเรียนบ้านแข่โพนเมอื ง
แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ 7 45
รายวชิ า ภาษาอังกฤษพนื้ ฐาน อ21101
หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 2 My favorites! เร่อื ง Favorite characters ช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ 1
ผสู้ อน นางสาวพิมพพ์ รรณ ลีลา เวลา 2 ชว่ั โมง
โรงเรียนบา้ นแข่โพนเมือง
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชีว้ ดั
มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคดิ รวบยอด และความคดิ เห็นในเรอ่ื งต่างๆ โดยการพดู
และการเขยี น
มาตรฐาน ต 2.1 เข้าใจความสมั พันธร์ ะหวา่ งภาษากบั วัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา และนำไปใชไ้ ด้
อย่างเหมาะสมกบั กาลเทศะ
มาตรฐาน ต 2.2 เขา้ ใจความเหมอื นและความแตกต่างระหวา่ งภาษาและวฒั นธรรมของเจ้าของภาษา
กับภาษาและวัฒนธรรมไทย และนำมาใช้อยา่ งถกู ตอ้ งและเหมาะสม
มาตรฐาน ต 3.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในการเชอ่ื มโยงความรกู้ ับกลุ่มสาระการเรยี นรอู้ ืน่ และเปน็
พ้ืนฐาน
ในการพฒั นา แสวงหาความรู้ และเปดิ โลกทัศน์ของตน
มาตรฐาน ต 4.1 ใช้ภาษาต่างประเทศเป็นเคร่ืองมือพ้ืนฐานในการศกึ ษาตอ่ การประกอบอาชพี และ
การแลกเปลีย่ นเรียนรู้กบั สงั คมโลก
ตวั ช้วี ัด
ต 1.3 ข้อ 1 พูดและเขยี นบรรยายเกี่ยวกบั ตนเอง กจิ วัตรประจำวนั ประสบการณ์ และส่งิ แวดลอ้ ม
ใกล้ตวั
ต 2.1 ข้อ 3 เข้ารว่ ม/จัดกจิ กรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามความสนใจ
ต 2.2 ข้อ 1 บอกความเหมอื นและความแตกต่างระหว่างการออกเสยี งประโยคชนิดตา่ งๆ
การใชเ้ ครอ่ื งหมายวรรคตอน และการลำดบั คำตามโครงสรา้ งประโยคของภาษาตา่ งประเทศ
และภาษาไทย
ต 3.1 ข้อ 1 ค้นคว้า รวบรวม และสรปุ ข้อมลู /ข้อเทจ็ จริงท่เี กย่ี วข้องกับกลมุ่ สาระการเรียนรอู้ ื่น
จากแหล่งเรียนรู้และนำเสนอดว้ ยการพดู /การเขียน
ต 4.1 ขอ้ 1 ใช้ภาษาสอื่ สารในสถานการณจ์ ริง/สถานการณ์จำลองที่เกิดขน้ึ ในหอ้ งเรียนและ
สถานศกึ ษา
2. สาระสำคญั
บทวจิ ารณ์ การบรรยายบคุ ลิกลักษณะของบคุ คล และตวั การ์ตูนที่ชน่ื ชอบ
3. จุดประสงค์การเรยี นรู้
- อา่ นออกเสียงคำศพั ทเ์ ก่ยี วกบั ส่วนต่างๆ ของร่างกาย ประโยค และบอกความหมาย
46
- ระบุประโยคใหส้ มั พันธก์ ับภาพตวั การต์ ูน
- ตอบคำถามจากการฟังและอ่านบทวิจารณ์
- สนทนาแลกเปล่ยี นข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง และตัวการต์ นู
- เขยี นบรรยายเกย่ี วกบั ตวั การต์ นู ที่ชื่นชอบ
- ใช้ภาษา นำ้ เสยี ง และกริ ยิ าทา่ ทาง เหมาะสมตามมารยาทสังคมและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา
- ใช้ภาษาสอ่ื สารในสถานการณจ์ ริง/สถานการณ์จำลองทเ่ี กดิ ข้นึ ในหอ้ งเรยี น
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
- คำศพั ท์ ขอ้ ความ และการใช้พจนานุกรม
- การตคี วาม/ถ่ายโอนข้อมูลให้สมั พันธ์กบั ภาพ
- คำถามเกีย่ วกบั ใจความสำคญั เช่น Yes/No Questions, Wh-Questions
- ภาษาทใี่ ช้ในการสอ่ื สารระหวา่ งบคุ คล เช่น การแลกเปลีย่ นขอ้ มูลเก่ียวกบั ตนเอง บคุ คลและสงิ่ แวดลอ้ มใกล้
ตวั
- ประโยคที่ใชใ้ นการบรรยายเกย่ี วกบั ตนเอง และส่ิงแวดลอ้ มใกล้ตัว
- การใชภ้ าษา นำ้ เสียง และกริ ยิ าท่าทางในการสนทนา ตามมารยาทสังคมและวฒั นธรรมของเจ้าของภาษา
เช่น การแสดงสีหนา้ ท่าทาง การแสดงท่าทางประกอบ
- การใช้ภาษาส่ือสารในสถานการณจ์ ริง/สถานการณจ์ ำลองท่ีเกิดข้ึนในหอ้ งเรยี น
- The verb ‘have got’
5. ทกั ษะ/กระบวนการ
- ฟัง พดู อ่านและเขียนเกี่ยวกับบทวจิ ารณ์ การบรรยายบคุ ลกิ ลกั ษณะของบคุ คล และตัวการต์ ูนทช่ี นื่ ชอบ
6. สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รยี น
- ความสามารถในการส่อื สาร
7. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
- มวี นิ ัย
- มงุ่ มัน่ ในการทำงาน
8. กจิ กรรมการเรียนรู้
ขัน้ ท่ี 1 (ขัน้ นำ) Warm up
1. นกั เรยี นทำแบบทดสอบความรูก้ ่อนเรยี น โดยใช้ Self Check ในหนังสือเรยี น หนา้ 26
2. นำเข้าสู่บทเรยี นดว้ ยการช้ีแจงใหน้ กั เรียนทราบวา่ หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 2: My favorites! น้ี
นกั เรยี นจะได้เรยี นรู้เก่ียวกบั
47
· Parts of the body · The verb have got
· Countries & Nationalities · Plurals
· Personal things · This - That / These - Those
· Continents & Capital cities
เพ่ือใหบ้ รรลมุ าตรฐานการเรียนรตู้ ามตวั ช้วี ัดชนั้ ปี ท่ีมงุ่ เนน้ การอา่ นออกเสยี งใหถ้ ูกตอ้ งตามหลักการอา่ น การ
ระบุหัวข้อเรือ่ ง (Topic) ใจความสำคัญ (Main idea) และตอบคำถามจากการฟังและอา่ นเร่อื งส้ัน การพดู และ
เขยี นบรรยาย พร้อมทัง้ ให้เหตุผลประกอบสั้นๆ รวมทงั้ การค้นควา้ รวบรวมสรปุ ขอ้ มูล/ขอ้ เทจ็ จริงและการ
นำเสนอด้วยการพดู /การเขยี น ที่เกี่ยวข้องกับกลมุ่ สาระการเรยี นรู้อน่ื (สงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม)
ตลอดจนการสื่อสารภาษาอังกฤษดว้ ยการใช้ email ในสถานการณ์จริง
ข้ันที่ 2 (ขนั้ นำเสนอ) Presentation
1. ครูสอบถามความรูพ้ น้ื ฐาน กระตุน้ และดึงความสนใจของนกั เรยี น โดยอาจใช้คำถามตอ่ ไปน้ี
· Have you ever watched “A Spider-Man”? Can you imagine if the Spider-Man has parts of
the body like us? Could you tell which parts of the body that we have the same and different?
· Do you have any souvenirs at home? What are they and how do they look like?
· Do you have any ideas about singular and plural nouns? What are the differences
between these two types of nouns? Could you explain rules of plural nouns?
· Could you list the names of the continents, the countries in Europe, America, and Asia?
Give the examples of the countries and their capitals. And among those countries, which one
you like the best? Why do you like it, please give the reasons?
2. นกั เรยี นดูชือ่ หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 2 (My favourites!) แล้วช่วยกนั แสดงความคดิ เห็นว่าหนว่ ย
การเรยี นรนู้ น้ี ่าจะเปน็ การเรยี นรเู้ กี่ยวกบั เรือ่ งใด โดยครูใหน้ ักเรียนสำรวจดูเน้อื หาในหน่วยการเรยี นรู้
Suggested Answer Key
The title refers to the things I like, such as my favourite cartoon characters and
my personal things. We will also learn about countries and nationalities.
3. นักเรยี นดูภาพ 3 ภาพ ในหนังสอื เรยี น หน้า 17 ครกู ระตนุ้ ใหน้ ักเรียนอภิปรายแสดงความ
คิดเหน็ และดึงความสนใจของนกั เรียนเขา้ สูห่ นว่ ยการเรยี นรู้ โดยการถามว่า ภาพแต่ละภาพปรากฏอยู่ในหนงั สอื
เรียนหนา้ ใด และนักเรียนเห็นอะไรเพ่ิมเติมในหนงั สอื เรยี นหนา้ นั้นบา้ ง
Suggested Answer Key
T : What page is pic. 1 from?
S1 : It’s from p. 19.
T : What can you see in pic. 1?
S2 : Asterix, a cartoon character.
T : What else can you see on p. 19?
S3 : I can see other cartoon characters.
48
T : What page is pic. 2 from? (p. 22) How do you think the picture is related to
the title of the unit? What else can you see on that page?
T : What page is pic. 3 from? (p. 20) What can you see in the picture?
What else can you see? How are they related to the title of the unit?
Do you have similar objects?
ขัน้ ท่ี 3 ( ขั้นฝกึ ) Practice
1. นักเรยี นชว่ ยกนั หาว่า an article about UK souvenirs และ a film review ปรากฏอยู่ใน
หนา้ ใดของหนังสือเรียน จากนน้ั เฉลยคำตอบพร้อมกนั โดยครถู ามคำถามเกยี่ วกบั ภาพแต่ละภาพ เพือ่ ตรวจสอบ
ความเขา้ ใจของนกั เรียน
Key - An article about UK souvenirs (p. 23)
What is a souvenir? What does UK stand for? Have you been there?
What are some souvenirs from your country?
- A film review (p. 18)
What is a film review? What is this film about? Do you think it will be a positive
or negative review? Would you like to see this film?
2. นกั เรียนดคู ำศัพทส์ ่วนต่างๆ ของร่างกาย (Parts of the body) ในหนงั สอื เรียน หนา้ 17
แล้วฟงั CD 1 / Track 12 และฝึกออกเสยี งตาม โดยฝึกพรอ้ มกันทั้งชน้ั และฝกึ เปน็ รายบคุ คล จากนั้นให้นกั เรียน
บอกความหมายคำศพั ท์เหล่านเ้ี ป็นภาษาไทย ครูอาจใหน้ ักเรียนเปดิ ดูคำศัพท์ใน dictionary ประกอบ
3. นกั เรียนดูภาพ ในหนังสือเรยี น หนา้ 18 และช่วยกนั แสดงความคดิ เหน็ วา่ ใน Unit 2a
นกั เรียนจะได้เรียนรเู้ กยี่ วกับเรือ่ งอะไร (Cartoon characters)
4. นกั เรียนดูภาพ Spider-Man แล้วบอกขอ้ มลู เก่ียวกับ Spider-Man ครชู ว่ ยเหลือโดยการถาม
คำถาม เชน่
· Have you seen the film?
· What is Spider-Man’s real name?
· What do you know about him?
· Who is his enemy?
5. ครใู ห้เวลานักเรียน 2 นาที อ่านบทอ่าน Amazing Spidey ในหนังสือเรยี น หนา้ 18 ในใจ
แลว้ ตอบคำถามใน Ex.1 (To read or listen for gist) จากนน้ั ครเู ปดิ CD 1 / Track 13 ให้นักเรยี นฟังเพ่ือตรวจ
คำตอบ
Key Peter Parker is Spider-Man.
Aunt May is Peter Parker’s aunt.
Mary Jane is Peter Parker’s best friend.
The Green Goblin is Spider-Man’s enemy.
It is a review.
49
ข้ันที่ 4 (ข้ันนำไปใช)้ Production
1. นกั เรยี นอ่านบทอา่ น ในหนงั สือเรียน หน้า 18 อกี ครง้ั แลว้ ตอบคำถามใน Ex. 2 (To read for
specific information) แล้วตรวจคำตอบ
Key 1. He’s from New York City.
2. He lives with his Aunt May.
3. His best friend is Mary Jane.
4. A spider bites him in a science lab.
5. He can climb walls just like a spider.
6. His enemy is the Green Goblin.
2. นกั เรียนอ่านประโยคทกี่ ำหนดให้ ใน หนังสอื เรียน หน้า 18 Ex. 3 (To consolidate new
vocabulary through translation) แล้วช่วยกันแปลเป็นภาษาไทย ครูเน้นวา่ นักเรยี นควรแปลเป็นถ้อยคำที่
ใช้ในภาษาไทยมากกวา่ การแปลตรงตัว
Suggested Answer Key
Students’ own answers
3. ครใู ห้นกั เรยี นดูคำศัพทท์ ี่พิมพต์ ัวหนา ในหนังสือเรยี น หนา้ 18 Ex. 4(To learn adjectives
related to appearance) แลว้ บอกความหมายของคำศพั ท์ใหมโ่ ดยการใบ้คำ เชน่ พูดว่า “I’m short.” และ
ทำท่ายอ่ ตวั ลงใหเ้ ตย้ี จากน้ันใหน้ กั เรียนดูภาพตัวการ์ตูนในหน้า 19 แล้วจบั คู่กบั เพื่อนทำ Ex. 4 เสร็จแลว้
ช่วยกันเฉลยคำตอบ
Key 1. Mickey Mouse 5. Wilma Flintstone
2. Fred Flintstone 6. Goofy
3. Obelix 7. Esmeralda
4. Asterix 8. Quasimodo
4. ครสู อนการใช้ verb ‘have got’ ในประโยคบอกเลา่ ปฏิเสธ คำถาม และการตอบคำถามแบบ
สั้น ครใู ห้นักเรียนอา่ นตาราง ในหนงั สือเรียน หนา้ 19 Ex. 5 (To learn the verb ‘have got’) แล้วดภู าพตวั
การ์ตนู อกี ครง้ั และพดู บรรยายลกั ษณะ เชน่
T : Can you tell me something Mickey Mouse has got?
S1 : He has got big feet.
T : What else?
S2 : He has got big ears.
T : What about Fred Flintstone?
S3 : He has got a big nose. etc
จากนัน้ ใหน้ ักเรียนหาตวั อยา่ งประโยคทใี่ ช้ verb ‘have got’ ในบทอา่ น หนา้ 18 แลว้ ตรวจคำตอบ
Key Peter hasn’t got many friends.
Now he’s got special powers!
He’s got an enemy.
50
5. นกั เรียนทำแบบฝกึ หดั ในหนงั สือเรยี น หน้า 19 Ex. 6 (To practise the affirmative form of
the verb ‘have got’) โดยเตมิ have / has got ลงในประโยคให้ถูกตอ้ ง แลว้ ตรวจคำตอบ
Key 1. has got 4. has got
2. have got 5. have got
3. has got
6. นักเรยี นจบั คกู่ บั เพอื่ นทำแบบฝกึ หดั ในหนงั สอื เรียน หนา้ 19 Ex. 7 (To practise the
interrogative form of the verb‘have got’ as well as short answers) โดยเติม have / has ลงใน
ประโยคคำถามใหถ้ กู ตอ้ ง พรอ้ มตอบคำถาม เสร็จแลว้ ถามตอบกับเพอ่ื น ครเู ดนิ รอบๆ ช้ันเรียนเพือ่ สงั เกต
คำตอบของนักเรยี น แล้วครูเฉลยคำตอบกระดาน
1. Has – Yes, he has. 4. Has – No, he hasn’t.
2. Has – No, she hasn’t. 5. Has – No, he hasn’t.
3. Have – No, they haven’t.
7. ครูใหน้ กั เรียนเลอื กตัวการ์ตูนในหนงั สอื เรยี น หน้า 19 มา 1 ตัว แลว้ จับคู่กับเพือ่ นฝึกถามตอบ
เกย่ี วกบั ลักษณะตัวการต์ ูนทน่ี ักเรยี นเลอื ก โดยใช้คำถาม Yes / No Questions 5 คำถาม และให้เพอ่ื นทายวา่
คือตวั การต์ นู ตัวใด กอ่ นทำกิจกรรมครเู รียกนักเรียน 2 คน อ่านตัวอยา่ งใน Ex. 8(Topractise asking and
answering questions about a person’s appearance) แล้วใหน้ กั เรียนจบั คูฝ่ กึ ตามตัวอยา่ งครูส่มุ นักเรยี น
2 คน จากแต่ละคู่ ออกมาถามตอบหนา้ ช้นั เรียน
Suggested Answer Key
A: Is she beautiful?
B: Yes, she is.
A: Has she got black hair?
B: Yes, she has. etc
8. นักเรยี นทำแบบฝกึ หดั Unit 2a ใน Workbook หน้า 10 Exs. 1-4 เสร็จแล้วเฉลยคำตอบ
ร่วมกนั
ข้ันท่ี 5 (ขน้ั สรปุ ) Wrap up
1. ครใู หน้ กั เรียนตอบคำถาม ในหนังสอื เรยี น หน้า 19 Ex. 9 (To write about your favourite
cartoon character) เก่ียวกบั ตัวการต์ ูนทชี่ ื่นชอบ จากน้ันใหน้ ักเรียนเขียนบรรยายเก่ียวกับตวั การ์ตนู ตวั นน้ั
โดยใช้คำศพั ท์ใน Unit 2a และ verb ‘have got’ พร้อมติดภาพตวั การ์ตูนในผลงานของนกั เรียนดว้ ย
Suggested Answer Key
This is Popeye the sailor man.
He’s from the USA.
He’s tall and thin. He’s got small ears, a big nose and big feet.
สำหรบั นักเรียนทีเ่ รยี นอ่อน ครใู ห้นกั เรยี นจับคูก่ บั เพ่อื น เขียนประโยคบรรยายลกั ษณะคู่ของตน 5 ประโยค
โดยใชค้ ำคุณศัพท์ (adjectives) ใน Ex. 4
51
Suggested Answer Key
John has got blue eyes. He has got short hair.
He has got a small nose. He has got big ears.
2. นักเรียนทำแบบฝกึ หดั เพ่ิมเติมใน Teacher’s Resource Pack & Tests Exs. 1-2 หนา้ 11,Ex.
5 หนา้ 12 และ Pairwork Activities หน้า 13-14
9. สือ่ /แหลง่ การเรยี นรู้
1. หนังสือเรยี น Access ม. 1
2. แบบฝกึ หัด Access ม. 1
3. Access Class Audio CDs ม. 1(ประกอบหนังสอื เรยี น Access ม. 1)
4. CD หนงั สอื Teacher’s Resource Pack & Tests ม. 1-2-3
5. พจนานุกรมภาษาองั กฤษ
10. การวัดและประเมินผล เครอื่ งมือ เกณฑ์
วิธกี ารวดั เกณฑก์ ารประเมินช้นิ งาน รอ้ ยละ 50 ผ่านเกณฑ์
แบบประเมนิ การฟัง ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ตรวจแบบฝกึ หัด แบบประเมนิ การพดู โต้ตอบ ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ประเมินการฟัง แบบประเมนิ การเขยี น ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ประเมินการพูด แบบประเมนิ การอา่ นออกเสยี ง ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ประเมินการเขียน แบบประเมินสมรรถนะ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ประเมนิ การออกเสียง แบบประเมินคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ด้านทักษะ/สมรรถนะ
คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1. ประเมนิ การทำแบบทดสอบก่อนเรียน
2. ประเมินการทำแบบฝึกหัด
3. สงั เกตพฤติกรรมการเรยี นรูใ้ นช่วงการทำกจิ กรรม
4. ประเมินคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
5. ประเมนิ ผลการพูดและเขียนบรรยายให้ขอ้ มลู เกยี่ วกับบุคลกิ ลักษณะของตัวการต์ นู ทน่ี กั เรยี นชื่นชอบ
52
บนั ทึกหลังสอน
1. ผลการสอน
สอนไดต้ ามแผนการจดั การเรียนรู้ มจี ดุ ประสงค์ K P A
มีการบรู ณาการ คุณธรรม / การตา้ นการทจุ รติ / หลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
สอนไมไ่ ดต้ ามแผนการจัดการเรยี นรู้ เน่ืองจาก .........................................................................
.......................................................................................................................................................
2. ผลการเรียนของนักเรยี น
จำนวนนักเรียนที่ผา่ นการประเมิน .......................... คน คดิ เป็นรอ้ ยละ .................................
จำนวนนักเรียนทไ่ี มผ่ ่านการประเมิน ...................... คน คิดเป็นร้อยละ .................................
อ่ืน ๆ .............................................................................................................................................
3. ปัญหาและอปุ สรรค
กิจกรรมการจัดการเรียนรู้ ไม่เหมาะสมกับเวลา
มนี กั เรียนทำใบงาน/ใบกิจกรรมไมท่ นั ตามกำหนดเวลา
มีนกั เรียนทีไ่ มส่ นใจเรียน
อืน่ ๆ .............................................................................................................................................
4. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
ควรนำแผนไปปรบั ปรุง เร่อื ง ....................................................................................................
.......................................................................................................................................................
แนวทางแกไ้ ขนักเรียนทไี่ ม่ผ่านการประเมิน/ไม่สนใจเรยี น .............................................................
.......................................................................................................................................................
ไมม่ ีขอ้ เสนอแนะ
ลงช่ือ ........................................... ผู้บนั ทึก
( นางสาวพมิ พ์พรรณ ลลี า )
ครผู สู้ อน
______________________________________________________________________________
บันทกึ หลังการสอน ตามแผนการจดั การเรียนรู้ฉบับนี้ ได้รบั การพิจารณาจากหัวหนา้ กลุ่มสาระการ
เรยี นรู้และฝา่ ยวิชาการ แลว้
ลงชอื่ ........................................... ลงช่ือ ..................................................
( นางสาวพมิ พ์พรรณ ลลี า ) ( นางสาวิตรี แดงมีสี )
หัวหน้ากลุม่ สาระการเรยี นรู้
หัวหนา้ ฝา่ ยบรหิ ารงานวิชาการ
ลงชอื่ ...........................................................
( นายภานรินทร์ แผ่นศิลา )
ผ้อู ำนวยการโรงเรียนบ้านแข่โพนเมอื ง
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 8 53
รายวชิ า ภาษาองั กฤษพ้ืนฐาน อ21101
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 2 My favorites! เรือ่ ง My things ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1
ผ้สู อน นางสาวพมิ พพ์ รรณ ลลี า เวลา 2 ชวั่ โมง
โรงเรยี นบ้านแขโ่ พนเมือง
1. มาตรฐานการเรยี นรู/้ ตัวช้ีวดั
มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตคี วามเรือ่ งท่ฟี ังและอ่านจากสือ่ ประเภทต่างๆ และแสดงความคิดเห็น
อยา่ งมเี หตุผล
มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอขอ้ มูลข่าวสาร ความคดิ รวบยอด และความคิดเหน็ ในเรื่องต่างๆ โดยการพดู
และการเขียน
มาตรฐาน ต 2.2 เขา้ ใจความเหมือนและความแตกต่างระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา
กับภาษาและวัฒนธรรมไทย และนำมาใช้อยา่ งถูกตอ้ งและเหมาะสม
มาตรฐาน ต 4.1 ใชภ้ าษาต่างประเทศเปน็ เคร่อื งมือพนื้ ฐานในการศึกษาต่อ การประกอบอาชพี และ
การแลกเปลยี่ นเรยี นรกู้ บั สงั คมโลก
ตวั ชี้วัด
ต 1.1 ข้อ 2 อา่ นออกเสียงขอ้ ความ นิทาน และบทร้อยกรอง (poem) สน้ั ๆ ถกู ตอ้ งตามหลกั การอา่ น
ต 1.1 ขอ้ 3 เลือก/ระบุ ประโยคและขอ้ ความให้สัมพนั ธก์ ับสือ่ ทไ่ี มใ่ ช่ความเรยี ง (non-text
information) ท่อี ่าน
ต 1.1 ข้อ 4 ระบุหวั ขอ้ เรือ่ ง (topic) ใจความสำคญั (main idea) และตอบคำถามจากการฟังและ
อ่านบทสนทนา นิทาน และเรอื่ งสัน้
ต 1.3 ขอ้ 1 พดู และเขยี นบรรยายเกีย่ วกับตนเอง กิจวตั รประจำวนั ประสบการณ์ และสง่ิ แวดล้อม
ใกล้ตัว
ต 2.2 ข้อ 1 บอกความเหมือนและความแตกตา่ งระหว่างการออกเสียงประโยคชนิดต่างๆ
การใชเ้ ครอื่ งหมายวรรคตอน และการลำดับคำตามโครงสรา้ งประโยคของภาษาต่างประเทศ
และภาษาไทย
ต 4.1 ขอ้ 1 ใช้ภาษาสือ่ สารในสถานการณจ์ รงิ /สถานการณจ์ ำลองท่ีเกดิ ขึน้ ในห้องเรยี นและ
สถานศกึ ษา
2. สาระสำคญั
บทสนทนา การบรรยายเกย่ี วกับสิง่ ของ ประสบการณ์ ตลอดจนสถานการณต์ า่ งๆ ในชีวิตประจำวัน
3. จุดประสงค์การเรยี นรู้
- อา่ นออกเสียงคำศัพทเ์ ก่ียวกับส่ิงของ บอกความหมาย และอา่ นบทสนทนา
- ตอบคำถามจากการอ่านบทสนทนา
54
- สนทนาแลกเปล่ียนขอ้ มูลเกย่ี วกับตนเอง กิจกรรม และสถานการณ์ต่างๆ ในชวี ิตประจำวัน
- พดู และเขียนบรรยายเกีย่ วกบั ตนเอง และสงิ่ แวดล้อมใกล้ตวั
- ใชภ้ าษา น้ำเสยี ง และกิริยาทา่ ทาง เหมาะสมตามมารยาทสังคมและวฒั นธรรมของเจ้าของภาษา
- เข้ารว่ มกิจกรรมทางภาษาตามความสนใจ
- เปรียบเทยี บความเหมือนระหว่างการออกเสยี งคำศพั ท์เก่ียวกับสงิ่ ของต่างๆ ของภาษาตา่ งประเทศและ
ภาษาไทย
- ใชภ้ าษาส่ือสารในสถานการณ์จริง/สถานการณ์จำลองที่เกิดขึ้นในห้องเรียน
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
- การออกเสยี งสูง-ต่ำ ในประโยค
- การจับใจความสำคัญ คำถามเก่ยี วกบั ใจความสำคัญ เชน่ Wh-Questions
- ภาษาที่ใช้ในการสือ่ สารระหวา่ งบุคคล เชน่ การแลกเปลีย่ นขอ้ มูลเกยี่ วกับตนเอง กิจกรรมและสถานการณ์
ต่างๆ ในชวี ติ ประจำวัน
- ประโยคและขอ้ ความทใ่ี ช้ในการบรรยายเก่ยี วกับตนเอง ประสบการณ์ และส่ิงแวดล้อมใกล้ตัว
- การใชภ้ าษา น้ำเสียง และกริ ยิ าท่าทางในการสนทนา ตามมารยาทสงั คมและวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา
เช่น การแสดงสีหน้าท่าทาง
- กจิ กรรมทางภาษาและวฒั นธรรม เชน่ การเล่นเกม
- ความเหมอื นระหว่างการออกเสียงคำศัพทข์ องเจา้ ของภาษากบั ของไทย
- การใช้ภาษาสื่อสารในสถานการณ์จรงิ /สถานการณจ์ ำลองทเ่ี กิดขึน้ ในห้องเรียน
- Plurals, This / These - That / Those
5. ทักษะ/กระบวนการ
- ฟัง พดู อ่านและเขียนเกย่ี วกับบทสนทนา การบรรยายเก่ียวกับสงิ่ ของ ประสบการณ์ ตลอดจน
สถานการณ์ต่างๆ ในชีวิตประจำวนั
6. สมรรถนะสำคัญของผ้เู รยี น
ความสามารถในการสื่อสาร
ความสามารถในการคดิ
- การคิดสังเคราะห์
7. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
- มวี นิ ัย
- มุ่งมนั่ ในการทำงาน
55
8. กจิ กรรมการเรียนรู้
ขัน้ ที่ 1 (ขน้ั นำ) Warm up
1. นกั เรยี นดชู ่อื หนว่ ยการเรยี นรู้ Unit 2b และภาพในหนงั สือเรียน หนา้ 20 แล้วบอกว่าบคุ คลใน
ภาพมีสิง่ ของอะไรบ้าง จากน้ันใหจ้ ับคู่สนทนากันวา่ นกั เรยี นแตล่ ะคนมีสิง่ ของสว่ นตวั อะไรบา้ ง และสง่ิ ของท่ี
นักเรยี นมนี น้ั เหมือนหรือแตกตา่ งจากสง่ิ ของท่เี ห็นในภาพ
2. ครูแจ้งจุดประสงค์การเรยี นรู้ว่า ใน Unit 2b นักเรียนจะไดเ้ รยี นรู้เกย่ี วกับส่งิ ของเครอื่ งใช้
ส่วนตวั ตา่ ง ๆ (personal objects) การใชค้ ำนามพหูพจน์ (plurals) และการใช้ This/These - That/Those
3. นกั เรียนและครูศกึ ษาหัวขอ้ Learning to learn ในหนงั สือเรยี น หน้า 20 ดว้ ยกนั และสรปุ ว่า
การเรยี นรคู้ ำและการออกเสียงคำภาษาองั กฤษบางคำสามารถทำได้ โดยเทยี บเคียงกับคำหรือเสียงในภาษาแม่
(ภาษาไทย) จะช่วยใหน้ กั เรียนสามารถเรยี นรแู้ ละจดจำคำในภาษาอังกฤษไดร้ วดเร็วยิง่ ขนึ้
ขั้นที่ 2 (ขนั้ นำเสนอ) Presentation
1. ครใู ห้นักเรยี นฟงั การออกเสยี งคำศพั ท์เกี่ยวกับส่งิ ของส่วนตวั ในหนังสอื เรียน หนา้ 20 Ex. 1
(To learn new vocabulary associated with personal objects and practise pronunciation) จาก CD
1 / Track 14แล้วฝึกออกเสียงตาม และเทียบเคียงวา่ มคี ำศพั ทใ์ ดทอี่ อกเสยี งคลา้ ยคลงึ กับคำในภาษาไทยบ้าง
จากนน้ั นักเรียนช่วยกนั แปลความหมายของคำศพั ท์ แล้วจดบนั ทกึ คำศพั ท์พรอ้ มคำแปลลงในสมุด
Suggested Answer Key
Students’ own answers
2. ครใู หเ้ วลา 2 นาที ใหน้ ักเรียนอ่านบทสนทนาในใจ ในหนังสอื เรียน หน้า 20 Ex. 2a (To
listen or read for gist) เพ่อื หาคำตอบของคำถาม What is Amy’s present? จากน้ันใหน้ ักเรียนฟงั บทสนทนา
จาก CD 1 / Track 15 เพ่อื ตรวจคำตอบ
Key Amy’s present isa digital camera.
3. นักเรยี นจบั ค่กู ับเพอ่ื นอา่ นออกเสียงบทสนทนาใน Ex. 2a อกี ครัง้ ครูเดนิ รอบๆ ช้นั เรียน เพ่ือ
สังเกตการออกเสยี งและเสียงสูงต่ำของนักเรียน จากนั้นครเู ลอื กนักเรยี น 1 คู่ ออกมาพดู สนทนาหน้าช้ันเรียน (To
act out a dialogue)
ขัน้ ที่ 3 ( ขน้ั ฝึก ) Practice
1. นักเรยี นดภู าพในหนงั สือเรยี น หนา้ 20 Ex. 1 อีกครง้ั แล้วจบั คู่กบั เพอ่ื น บอกวา่ ส่งิ ของใดบ้างท่ี
นกั เรียนมี และมีสีอะไร ให้นกั เรียนดูตัวอย่างประโยคใน Ex. 3(To talk about personal things) ครเู ดิน
รอบๆ ช้ันเรียนเพอื่ คอยสงั เกตขณะนกั เรยี นทำกิจกรรม แล้วสุ่มเรียกนักเรยี นทลี ะคนพูดบอกส่ิงที่ตนเองมใี ห้
เพอ่ื นฟงั ครูอาจใหน้ กั เรียนบอกสิง่ ของที่นกั เรยี นมซี ่ึงไมไ่ ด้ปรากฏอยใู่ นภาพโดยใช้ dictionary ช่วยในการหา
คำศัพท์ท่ีนักเรยี นไมร่ ู้
Suggested Answer Key
I’ve got a cap and a scarf. My cap is brown and my scarf is green.
2. นกั เรียนจับคู่กบั เพอ่ื นฝกึ พูดบทสนทนา โดยสมมติสถานการณ์ว่าเพอื่ นของนักเรียนมีสเกตบอร์ดอัน
56
ใหม่ ให้นกั เรยี นใชบ้ ทสนทนาในหนงั สอื เรียน หนา้ 20 Ex. 2 เป็นแบบ ครชู ่วยเหลือนักเรยี นโดยการวาด
diagram แสดงวลที ่ีควรใช้บนกระดาน ดงั น้ี
ครูเดินรอบๆ ชน้ั เรยี นขณะนักเรยี นทำกิจกรรม เพื่อช่วยแกไ้ ขประโยคของนักเรียนให้ถูกต้อง จากน้นั ครูสุ่ม
เรียกนกั เรยี นจากแต่ละคู่ ออกมาจับคูส่ นทนาหนา้ ช้นั เรยี น แล้วให้นกั เรียนจดบันทึกบทสนทนาลงในสมดุ
Suggested Answer Key
A: Hi, Steve!
B: Hi, Bill. Is this your new skateboard?
A: Yes, it is.
B: Wow. It’s great.
A: Thanks.
3. ครเู ปิด CD 1 / Track 16 ให้นกั เรียนฟงั เพ่ือจับค่บู ุคคลกบั ของขวัญวนั เกดิ ในหนังสอื เรยี น หน้า
21 Ex. 5 (To listen for specific information) ครูเปดิ CD ให้นักเรียนฟงั 2 ครั้ง ถา้ จำเป็น แลว้ ตรวจ
คำตอบ
Key 1. G 2. B 3. E 4. D 5. A
4. ครูบอกนกั เรยี นว่า เมอ่ื เราพูดถงึ สิง่ ของมากกวา่ 1 ส่ิง โดยปกติเราจะเตมิ -s ที่คำนาม เชน่ desk -
desks จากนน้ั ครใู ห้นักเรียนอ่านกฎการเปลย่ี นคำนามใหเ้ ปน็ พหูพจนใ์ นหนงั สอื เรียน หนา้ 21 หัวขอ้
Grammar แล้วครพู ูดคำนามเอกพจน์ ใหน้ ักเรยี นเปลย่ี นเปน็ คำนามพหูพจน์ เชน่
T : one box Ss : two boxes
T : one knife Ss : two knives
T : one man Ss : two men
ครูใหเ้ วลานักเรยี น 2 นาที ทำ Ex. 6 (To form plurals) โดยเขียนคำนามพหพู จน์ของคำนามทกี่ ำหนดให้
แล้วครูตรวจคำตอบบนกระดาน
Key 2. feet 3. men 4. boxes 5. balls 6. boys 7. knives 8. watches
5. ครบู อกนักเรยี นวา่ -s ทเ่ี ตมิ ท้ายคำนามพหพู จนส์ ามารถออกเสยี งได้ 3 แบบ คอื /s/, /z/, /ɪz/
จากนัน้ ครูเปดิ CD 1 / Track 17 ใหน้ ักเรยี นฟัง แลว้ ทำเคร่ืองหมายPลงในตาราง ในหนังสอื เรียน หน้า 21 Ex.
7 (To listen and practise pronunciation of plural forms) เสรจ็ แลว้ ตรวจคำตอบ ครเู ปดิ CD ให้
นักเรยี นฟงั อีกคร้ัง โดยหยดุ CD หลังคำศัพท์ทกุ คำ เพอ่ื ให้นกั เรียนออกเสียงตามพร้อมกนั
Key
57
/s/ /z/ /Iz/ /s//z//Iz/
hats / cats /
ties / glasses /
flies / lamps /
ข้นั ที่ 4 (ขนั้ นำไปใช)้ Production
1. นักเรยี นอา่ นกฎการใช้ This / These - That / Those ในหนังสือเรยี น หน้า 21 Ex. 8a (To
use this / these - that / those) แล้วครอู ธิบายการใช้ This / These - That / Those โดยช้ีที่หนังสอื ใน
มอื ครแู ลว้ พดู This is a book. จากน้นั ช้ที ่ีหนงั สอื เรียนของนกั เรียนทอี่ ยู่ไกลตัวครู แลว้ พูด That is a book,
too. ครูเขยี นประโยคท้งั 2 บนกระดาน แล้วถามคำถามเพื่อตรวจสอบความเข้าใจของนกั เรยี นว่า What do
we use for thingsnear us? (This / These) What do we use for thingsfar away from us? (That /
Those)
จากนั้นครูให้นักเรยี นแบ่งกลมุ่ เล่นเกม โดยการช้ีไปทส่ี ิ่งตา่ งๆ ในช้นั เรยี น แล้วพูดประโยคโดยใช้ This /
These - That / Those ถา้ พดู ประโยคถูกตอ้ งจะได้ 1 คะแนน กลุ่มท่ไี ด้คะแนนมากทสี่ ดุ เป็นผชู้ นะ เช่น
T : (points to the board, standing next to it)
Team A : This is a board.
T : (points to the window far away from him / her)
Team B : That is a window. etc
2. นกั เรียนดูภาพในหนงั สือเรียน หน้า 21 Ex. 8b (To practise this / these – that / those)
ครูเรียกนักเรียน 1 คน อ่านประโยคตัวอยา่ ง จากนน้ั ใหน้ ักเรยี นแต่งประโยคจากภาพลงในสมุด โดยใช้ This /
These – That / Those ครูสมุ่ นักเรยี กอ่านออกเสียงประโยคท่ตี นเองแตง่ แล้วตรวจคำตอบพร้อมกนั
Key 2. This is a camera. 6. Those are gloves.
3. These are balls. 7. That is a skateboard.
4. These are watches. 8. That is a bicycle.
5. Those are trainers.
3. ครูให้นักเรียนฝกึ แต่งประโยคโดยใช้ This / These - That / Those โดยสมุ่ เรยี กนกั เรยี น
ออกมาสาธติ เปน็ ตัวอย่างตามหนังสือเรียน หน้า 21 Ex. 9 (To consolidate grammar) จากนัน้ ให้นักเรยี นใน
ช้ันปฏิบัตกิ จิ กรรมตามตัวอยา่ ง
Suggested Answer Key
A : (points to the desk near you)
B : This is a desk. (points to the window which is far from you)
A : That is a window.
4. นักเรยี นทำ Ex. 10 (To write a list of birthday presents) ในหนังสอื เรียน หน้า 21 โดย
คดิ ถึงส่งิ ทนี่ กั เรยี นอยากไดใ้ นวันเกดิ แลว้ เขยี นเป็นรายการ
58
Suggested Answer Key
trainers, a skateboard, jeans, a digital camera
ข้นั ท่ี 5 (ขัน้ สรปุ ) Wrap up
1. นักเรยี นจบั คูก่ ับเพื่อนศกึ ษาบทสนทนา ใน Ex. 2a แลว้ ปรึกษากันเลือกสง่ิ ของช้นิ ใดชิ้นหน่ึงที่เคย
ได้รับเปน็ ของขวัญวนั เกดิ แลว้ แต่งบทสนทนาเกยี่ วกับของขวญั ชิ้นนนั้ จากนน้ั ใหน้ กั เรยี นแตล่ ะค่ฝู ึกสนทนา
แล้วเขยี นบทสนทนาลงในสมุดของนักเรยี นแต่ละคน ครปู ระเมินทักษะการนำเสนอบทสนทนาของนักเรยี นแต่
ละคู่
2. นกั เรยี นทำแบบฝึกหดั Unit 2b Exs.1-4 ใน Workbook หนา้ 11
3. นักเรียนทำแบบฝึกหดั ทบทวนใน Teacher’s Resource Pack & Tests หน้า 11 และเลน่ เกมใน
หนา้ 16
9. ส่อื /แหลง่ การเรียนรู้
1. หนังสือเรียน Access ม. 1
2. แบบฝึกหัด Access ม. 1
3. Access Class Audio CDs ม. 1 (ประกอบหนงั สอื เรียน Access ม. 1)
4. CD หนงั สือ Teacher’s Resource Pack & Tests ม. 1-2-3
5. พจนานุกรมภาษาองั กฤษ
10. การวัดและประเมนิ ผล เครอ่ื งมอื เกณฑ์
วิธกี ารวัด เกณฑ์การประเมินช้ินงาน รอ้ ยละ 50 ผ่านเกณฑ์
แบบประเมนิ การฟงั ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ตรวจแบบฝกึ หัด แบบประเมนิ การพดู โตต้ อบ ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ประเมนิ การฟงั แบบประเมนิ การเขียน ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ประเมนิ การพูด แบบประเมินการอ่านออกเสียง ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ประเมนิ การเขียน แบบประเมินสมรรถนะ ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ประเมินการออกเสียง แบบประเมนิ คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ด้านทักษะ/สมรรถนะ
คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1. ประเมินการทำแบบฝึกหัด
2. สังเกตพฤติกรรมการเรยี นรูใ้ นช่วงการทำกิจกรรม
3. ประเมนิ คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
4. ประเมนิ ผลการพูดสนทนาเกีย่ วกับของขวัญวันเกดิ
59
บนั ทึกหลังสอน
1. ผลการสอน
สอนไดต้ ามแผนการจดั การเรียนรู้ มจี ดุ ประสงค์ K P A
มีการบรู ณาการ คุณธรรม / การตา้ นการทจุ รติ / หลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
สอนไมไ่ ดต้ ามแผนการจัดการเรยี นรู้ เน่ืองจาก .........................................................................
.......................................................................................................................................................
2. ผลการเรียนของนักเรยี น
จำนวนนักเรียนที่ผา่ นการประเมิน .......................... คน คดิ เป็นรอ้ ยละ .................................
จำนวนนักเรียนทไ่ี มผ่ ่านการประเมิน ...................... คน คิดเป็นร้อยละ .................................
อ่ืน ๆ .............................................................................................................................................
3. ปัญหาและอปุ สรรค
กิจกรรมการจัดการเรียนรู้ ไม่เหมาะสมกับเวลา
มนี กั เรียนทำใบงาน/ใบกิจกรรมไมท่ นั ตามกำหนดเวลา
มีนกั เรียนทีไ่ มส่ นใจเรียน
อืน่ ๆ .............................................................................................................................................
4. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
ควรนำแผนไปปรบั ปรุง เร่อื ง ....................................................................................................
.......................................................................................................................................................
แนวทางแกไ้ ขนักเรียนทไี่ ม่ผ่านการประเมิน/ไม่สนใจเรยี น .............................................................
.......................................................................................................................................................
ไมม่ ีขอ้ เสนอแนะ
ลงช่ือ ........................................... ผู้บนั ทึก
( นางสาวพมิ พ์พรรณ ลลี า )
ครผู สู้ อน
______________________________________________________________________________
บันทกึ หลังการสอน ตามแผนการจดั การเรียนรู้ฉบับนี้ ได้รบั การพิจารณาจากหัวหนา้ กลุ่มสาระการ
เรยี นรู้และฝา่ ยวิชาการ แลว้
ลงชอื่ ........................................... ลงช่ือ ..................................................
( นางสาวพมิ พ์พรรณ ลลี า ) ( นางสาวิตรี แดงมีสี )
หัวหน้ากลุม่ สาระการเรยี นรู้
หัวหนา้ ฝา่ ยบรหิ ารงานวิชาการ
ลงชอื่ ...........................................................
( นายภานรินทร์ แผ่นศิลา )
ผ้อู ำนวยการโรงเรียนบ้านแข่โพนเมอื ง
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 9 60
รายวชิ า ภาษาองั กฤษพนื้ ฐาน อ21101
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 2 My favorites! เร่ือง My collection ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1
ผ้สู อน นางสาวพมิ พพ์ รรณ ลีลา เวลา 2 ช่ัวโมง
โรงเรยี นบา้ นแขโ่ พนเมือง
1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชีว้ ดั
มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเรอ่ื งทฟี่ ังและอ่านจากสอ่ื ประเภทต่างๆ และแสดงความคิดเหน็
อยา่ งมเี หตผุ ล
มาตรฐาน ต 1.2 มที กั ษะการสอ่ื สารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนขอ้ มูลข่าวสาร แสดงความรสู้ ึกและ
ความ คิดเห็นอย่างมปี ระสิทธิภาพ
มาตรฐาน ต 2.1 เข้าใจความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งภาษากับวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา และนำไปใชไ้ ด้
อยา่ งเหมาะสมกับกาลเทศะ
มาตรฐาน ต 4.1 ใช้ภาษาต่างประเทศเป็นเครื่องมือพนื้ ฐานในการศกึ ษาต่อ การประกอบอาชพี และ
การแลกเปล่ยี นเรียนรู้กบั สังคมโลก
ตัวช้ีวัด
ต 1.1 ขอ้ 2 อา่ นออกเสียงขอ้ ความ นิทาน และบทร้อยกรอง (poem) สัน้ ๆ ถูกต้องตามหลักการอ่าน
ต 1.1 ข้อ 4 ระบหุ ัวข้อเร่อื ง (topic) ใจความสำคญั (main idea) และตอบคำถามจากการฟงั และ
อ่านบทสนทนา นทิ าน และเร่อื ง
ต 1.2 ขอ้ 4 พูดและเขียนเพอื่ ขอและให้ขอ้ มลู และแสดงความคดิ เห็นเกย่ี วกบั เร่ืองทฟี่ งั หรืออา่ น
อย่างเหมาะสม
ต 2.1 ข้อ 1 ใช้ภาษา นำ้ เสยี ง และกิริยาท่าทางสภุ าพ เหมาะสมตามมารยาทสงั คมและ
วฒั นธรรมของเจ้าของภาษา
ต 4.1 ข้อ 1 ใช้ภาษาสือ่ สารในสถานการณจ์ รงิ /สถานการณ์จำลองทเ่ี กดิ ขึน้ ในห้องเรียนและ
สถานศึกษา
2. สาระสำคัญ
ขอ้ ความ การบรรยายเกี่ยวกับของสะสมทช่ี อบ ตลอดจนความรู้เกี่ยวกับสิง่ ของทรี่ ะลกึ ช่ือประเทศ
และสัญชาติ
3. จุดประสงค์การเรยี นรู้
- อ่านออกเสยี งคำศพั ทช์ ่ือประเทศ สัญชาติ ของที่ระลกึ
- สนทนาแลกเปลย่ี นข้อมูลเก่ียวกบั ของทร่ี ะลกึ
- พูดแสดงความคิดเหน็ เกย่ี วกบั เรอื่ งทอี่ า่ น
- เขียน email แสดงความรู้สึกเกยี่ วกับของที่ระลึกทสี่ ะสม พรอ้ มให้เหตผุ ลส้ันๆ ประกอบ
- การใช้เคร่อื งหมายตา่ งๆ เชน่ full stop, exclamation mark, comma, question mark
61
- ใช้ภาษาส่ือสารในสถานการณ์จริง/สถานการณ์จำลองทเ่ี กดิ ข้นึ ในห้องเรยี น
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
- การออกเสียงเน้นหนัก-เบา ในคำและกล่มุ คำ
- ภาษาที่ใช้ในการส่อื สารระหว่างบคุ คล เช่น การแลกเปลยี่ นขอ้ มูลเก่ียวกบั เรอื่ งใกล้ตัว
- คำศัพทแ์ ละประโยคท่ีใช้ในการแสดงความคิดเห็นเกีย่ วกับเรอื่ งทอี่ า่ น
- ภาษาทใ่ี ช้ในการแสดงความรู้สึก และใหเ้ หตุผลประกอบ เชน่ ชอบ ไมช่ อบ I like… because…, I love…
because…
- การใช้เครอ่ื งหมายวรรคตอน
- การใช้ภาษาสอ่ื สารในสถานการณจ์ ริง/สถานการณจ์ ำลองท่ีเกิดขึน้ ในหอ้ งเรียน
5. ทกั ษะ/กระบวนการ
- ฟัง พูด อ่านและเขียนเกยี่ วกับขอ้ ความ การบรรยายเกย่ี วกบั ของสะสมท่ชี อบ ตลอดจนความรู้เกยี่ วกับ
สิ่งของทร่ี ะลึก ชือ่ ประเทศ และสัญชาติ
6. สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รียน
- ความสามารถในการสอ่ื สาร
7. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
- มีวินัย
- ใฝ่เรยี นรู้
- มุง่ มน่ั ในการทำงาน
8. กิจกรรมการเรียนรู้
ข้นั ท่ี 1 (ขน้ั นำ) Warm up
1. นักเรียนอ่านชอื่ เร่อื ง Unit 2c และดภู าพทอ่ี ย่ใู นกรอบ email ในหนงั สือเรียน หนา้ 22 แลว้
รว่ มกันแสดงความคิดเหน็ ว่าหน่วยการเรียนรยู้ อ่ ยนีน้ ่าจะเกี่ยวกับอะไร (Collections)
2. ครชู ี้แจงใหน้ ักเรยี นทราบว่าใน Unit 2c นกั เรยี นจะได้เรยี นรเู้ กีย่ วกบั Countries &
nationalities การอา่ นเพ่ือหาขอ้ มลู เฉพาะ (Reading for specific information) และการใช้ Punctuation
3. นำเข้าสู่บทเรียนด้วยการถามคำถามเพ่ือตรวจสอบความร้พู ืน้ ฐานของนักเรียนเก่ยี วกับชื่อ
ประเทศ เชอ้ื ชาติ และเมืองหลวงของประเทศ ดงั ตอ่ ไปน้ี
· What is the name of your country?
· How do you spell it?
· What is the capital city of your country?
· What is your nationality?
62
ขน้ั ท่ี 2 (ข้ันนำเสนอ) Presentation
1. นักเรยี นสำรวจชอ่ื ประเทศ (Countries) ทีป่ รากฏในหนงั สอื เรยี น หน้า 22 Ex. 1 (To
match the names of countries to the nationalities) แล้วบอกชอ่ื ประเทศที่ไม่รู้จัก จากน้ันครูถามนักเรยี น
วา่ ช่อื ประเทศของนักเรียนและสญั ชาตใิ นภาษาอังกฤษคืออะไร แลว้ ครูเขียนช่ือประเทศและสญั ชาตบิ นกระดาน
และเปิด CD 1 / Track 18 ใหน้ ักเรียนฟัง แล้วจับคชู่ ่ือประเทศและสญั ชาตใิ ห้ถูกต้อง พร้อมทั้งตอบคำถาม What
nationality are you? เสร็จแลว้ ครูเฉลยคำตอบบนกระดาน
Key 1. c 2. a 3. e 4. b 5. d 6. f 7. g
Suggested Answer Key
I’m Spanish.
ข้ันที่ 3 ( ขัน้ ฝกึ ) Practice
1. ครูให้นกั เรยี นอาสาสมัคร 2 คน อา่ นตัวอยา่ ง ในหนงั สอื เรยี น หนา้ 22 Ex. 2 (To practise
asking and answering questions about the origin of things (i.e. nationality)) แล้วครูอธบิ ายคำศพั ทท์ ี่
นกั เรยี นไมร่ คู้ วามหมาย จากน้ันนกั เรยี นจบั คู่ถามและตอบเก่ียวกบั สงิ่ ของในภาพ ในขณะทีน่ กั เรียนฝึกพดู ครูเดนิ
สังเกตรอบๆ ชน้ั เรยี น
Key 2. A: What’s this? 4. A: What’s this?
B: It’s a mask. B: It’s a fan.
A: Where is it from? A: Where is it from?
B: It’s from Japan. It’s Japanese. B: It’s from Spain. It’s Spanish.
3. A: What’s this?
B: It’s a Matryoshka.
A: Where is it from?
B: It’s from Russia. It’s Russian.
2. ใหน้ กั เรียนจับคแู่ ตง่ บทสนทนาเชน่ เดยี วกับที่ไดฝ้ กึ ไปแลว้ โดยใช้สิง่ ของทีร่ ะลึกอน่ื ๆ
นอกเหนือจากในภาพ จำนวน 3 ชิน้ จาก 3 ประเทศ โดยเขยี นบทสนทนาลงในสมุด และสง่ ให้ครตู รวจประเมนิ
3. นักเรียนอา่ นออกเสยี งชือ่ เรอ่ื ง “I Love Stuffed Animals” ในหนังสอื เรียน หน้า 22 พรอ้ ม
กนั แล้วครูถามนักเรยี นวา่ สัญลักษณร์ ูปหวั ใจที่ปรากฏในชือ่ เร่ืองหมายความว่าอยา่ งไร (= love) จากนน้ั ให้
นักเรียนดูภาพส่งิ ของตา่ งๆ แล้วชว่ ยกันบอกว่าภาพแต่ละภาพคอื อะไร แลว้ ครอู ่านออกเสียงคำศพั ท์ประกอบภาพ
ให้นักเรียนอ่านตาม
4. นักเรียนช่วยกนั แสดงความคดิ เห็นวา่ บทอ่านในหนงั สือเรียน หนา้ 22 มาจากทใ่ี ด (an
Internet site)จากน้ันใหน้ ักเรยี นอ่านประโยคใน Ex. 3 (To read for specific information) และบอกวา่ ขอ้ มูล
ประเภทใดท่หี ายไป (e.g. age, name of a country, number etc) แล้วนกั เรียนอา่ นบทอ่านและเตมิ คำลงใน
ประโยคให้ถูกตอ้ ง เสรจ็ แลว้ ตรวจคำตอบ พร้อมทงั้ อธิบายคำศพั ท์ทไี่ ม่ร้คู วามหมาย
Key 1. eleven 2. Australia 3. twenty-two
4. China, France, Australia, Canada and Spain
63
ขน้ั ที่ 4 (ข้นั นำไปใช)้ Production
1. นักเรยี นศึกษาเคร่อื งหมายตา่ งๆ ในหนังสอื เรยี น หนา้ 22 หัวขอ้ Learning to learn แลว้ หา
ตัวอย่าง เครอื่ งหมายเหล่านีใ้ นบทอ่าน ใน Ex. 3 และรว่ มกนั อภปิ รายวา่ ทำไมเครือ่ งหมายเหล่าน้ีจงึ ถูกใช้ใน
ประโยค โดยครถู ามคำถามต่อไปนี้ในการสร้างความเขา้ ใจให้กับนักเรยี น
· Why is there a full stop after Ann in the first sentence? (It is the end of the sentence.)
· Why is there an exclamation mark after collection in the second sentence? (She’s
happy about her collection.)
· Why is there a comma between the countries? (There is a list of countries and the
comma separate these words.)
จากน้นั ใหน้ ักเรียนเติมกฎการใชเ้ ครอื่ งหมายต่างๆ ในกรอบ Learning to learn ให้สมบูรณ์ แล้วเฉลย
คำตอบ
Key 1. full stop 3. comma
2. question mark 4. exclamation mark
ขัน้ ที่ 5 (ข้นั สรปุ ) Wrap up
1. นกั เรียนตอบคำถามในหนังสอื เรียน หนา้ 22 Ex. 4 (To write an email about your
collection) แลว้ นำคำตอบมาเขียน email เกยี่ วกบั การสะสมของทร่ี ะลกึ ของตนเอง ความยาวประมาณ 40-
50 คำ โดยใช้บทอ่านใน Ex. 3 เป็นแบบในการเขียน ครเู น้นว่าควรเช่อื มประโยคดว้ ย and และการแสดง
ความคิดจะให้เหตุผลโดยใช้ because
Suggested Answer Key
Hi! My name’s Sharon. I’m ten years old and I’m South African. I’ve got a great
stamp collection! I’ve got two hundred stamps. They are from Britain, Portugal,
China, Germany and Chile. I like stamps because they show interesting pictures.
I’m proud of my collection! It makes me happy. What about you? What’s your
favourite hobby?
สำหรบั นกั เรียนทเี่ รียนอ่อน ครูเขียนข้อความตอ่ ไปนี้บนกระดาน ให้นักเรยี นคดั ลอกลงสมุด แล้วเตมิ
ขอ้ ความให้สมบรู ณ์
Hello! My name’s … . I’m from … . I’ve got a … .
I’m proud of … .
2. นกั เรียนทำแบบฝกึ หดั Unit 2c ใน WorkbookExs. 1-3 หน้า 12-13
3. นกั เรยี นทำแบบฝกึ หดั เพมิ่ เตมิ ใน Teacher’s Resource Pack & Tests หนา้ 12 Ex. 4
และ Ex. 6
9. ส่ือ/แหล่งการเรยี นรู้
1. หนงั สอื เรียน Access ม. 1
64
2. แบบฝกึ หัด Access ม. 1
3. Access Class Audio CDs ม. 1(ประกอบหนงั สอื เรียน Access ม. 1)
4. CD หนงั สอื Teacher’s Resource Pack & Tests ม. 1-2-3
10. การวัดและประเมนิ ผล เครื่องมือ เกณฑ์
วธิ ีการวัด เกณฑก์ ารประเมินชิน้ งาน รอ้ ยละ 50 ผ่านเกณฑ์
แบบประเมินการฟัง ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจแบบฝกึ หัด แบบประเมนิ การพูดโต้ตอบ ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ประเมินการฟัง แบบประเมินการเขียน ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ประเมินการพูด แบบประเมนิ การอา่ นออกเสียง ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ประเมนิ การเขยี น แบบประเมนิ สมรรถนะ ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ประเมินการออกเสยี ง แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ดา้ นทักษะ/สมรรถนะ
คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
1. ประเมินการทำแบบฝกึ หัด
2. สงั เกตพฤติกรรมการเรียนร้ใู นช่วงการทำกิจกรรม
3. ประเมินคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
4. ประเมนิ ผลงานเขยี น email แสดงความรู้สกึ เก่ียวกับของทร่ี ะลกึ ทส่ี ะสม พรอ้ มให้เหตผุ ลส้นั ๆ ประกอบ
65
บนั ทึกหลังสอน
1. ผลการสอน
สอนไดต้ ามแผนการจดั การเรียนรู้ มจี ดุ ประสงค์ K P A
มีการบรู ณาการ คุณธรรม / การตา้ นการทจุ รติ / หลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
สอนไมไ่ ดต้ ามแผนการจัดการเรยี นรู้ เน่ืองจาก .........................................................................
.......................................................................................................................................................
2. ผลการเรียนของนักเรยี น
จำนวนนักเรียนที่ผา่ นการประเมิน .......................... คน คดิ เป็นรอ้ ยละ .................................
จำนวนนักเรียนทไ่ี มผ่ ่านการประเมิน ...................... คน คิดเป็นร้อยละ .................................
อ่ืน ๆ .............................................................................................................................................
3. ปัญหาและอปุ สรรค
กิจกรรมการจัดการเรียนรู้ ไม่เหมาะสมกับเวลา
มนี กั เรียนทำใบงาน/ใบกิจกรรมไมท่ นั ตามกำหนดเวลา
มีนกั เรียนทีไ่ มส่ นใจเรียน
อืน่ ๆ .............................................................................................................................................
4. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
ควรนำแผนไปปรบั ปรุง เร่อื ง ....................................................................................................
.......................................................................................................................................................
แนวทางแกไ้ ขนักเรียนทไี่ ม่ผ่านการประเมิน/ไม่สนใจเรยี น .............................................................
.......................................................................................................................................................
ไมม่ ีขอ้ เสนอแนะ
ลงช่ือ ........................................... ผู้บนั ทึก
( นางสาวพมิ พ์พรรณ ลลี า )
ครผู สู้ อน
______________________________________________________________________________
บันทกึ หลังการสอน ตามแผนการจดั การเรียนรู้ฉบับนี้ ได้รบั การพิจารณาจากหัวหนา้ กลุ่มสาระการ
เรยี นรู้และฝา่ ยวิชาการ แลว้
ลงชอื่ ........................................... ลงช่ือ ..................................................
( นางสาวพมิ พ์พรรณ ลลี า ) ( นางสาวิตรี แดงมีสี )
หัวหน้ากลุม่ สาระการเรยี นรู้
หัวหนา้ ฝา่ ยบรหิ ารงานวิชาการ
ลงชอื่ ...........................................................
( นายภานรินทร์ แผ่นศิลา )
ผ้อู ำนวยการโรงเรียนบ้านแข่โพนเมอื ง
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 10 66
รายวชิ า ภาษาองั กฤษพน้ื ฐาน อ21101
หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 2 My favorites! เรือ่ ง Culture corner ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 1
ผูส้ อน นางสาวพมิ พพ์ รรณ ลลี า เวลา 2 ช่ัวโมง
โรงเรยี นบ้านแข่โพนเมือง
1. มาตรฐานการเรียนร้/ู ตวั ช้วี ดั
มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเรอื่ งท่ีฟังและอา่ นจากสอ่ื ประเภทตา่ งๆ และแสดงความคิดเหน็
อย่างมีเหตุผล
มาตรฐาน ต 1.2 มที ักษะการส่ือสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนขอ้ มลู ขา่ วสาร แสดงความรูส้ กึ และ
ความ คิดเห็นอย่างมีประสิทธภิ าพ
มาตรฐาน ต 2.1 เขา้ ใจความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งภาษากับวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา และนำไปใช้ได้
อยา่ งเหมาะสมกบั กาลเทศะ
ตัวชี้วัด
ต 1.1 ข้อ 2 อ่านออกเสยี งขอ้ ความ นทิ าน และบทรอ้ ยกรอง (poem) สนั้ ๆ ถูกตอ้ งตามหลักการอ่าน
ต 1.1 ขอ้ 4 ระบุหัวขอ้ เรื่อง (topic) ใจความสำคัญ (main idea) และตอบคำถามจากการฟงั และ
อ่านบทสนทนา นิทาน และเร่ือง
ต 1.2 ข้อ 4 พูดและเขียนเพ่ือขอและให้ขอ้ มูล และแสดงความคิดเห็นเกยี่ วกบั เรือ่ งท่ฟี งั หรอื อ่าน
อย่างเหมาะสม
ต 2.1 ขอ้ 1 ใช้ภาษา นำ้ เสยี ง และกิริยาท่าทางสภุ าพ เหมาะสมตามมารยาทสังคมและ
วัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา
2. สาระสำคัญ
ขอ้ ความ การบรรยายเกีย่ วกับของท่ีระลึกทง้ั ของต่างประเทศและของไทย ตลอดจนความรู้เกี่ยวกบั
ชอ่ื ประเทศ และสญั ชาติ
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
- ตอบคำถามจากการฟงั และอา่ นบทอา่ นเก่ยี วกบั ของทีร่ ะลกึ จากสหราชอาณาจกั ร
- พูดแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั เร่ืองทีอ่ ่าน
- เขยี นบรรยายเกย่ี วกับของทร่ี ะลกึ ในแต่ละภมู ภิ าคของไทย
- เปรยี บเทยี บของทีร่ ะลึกของประเทศองั กฤษกบั ของไทย
- ค้นคว้า รวบรวมข้อมลู เกี่ยวกบั ของท่รี ะลึกในแต่ละภูมภิ าคของไทยจากแหลง่ เรียนรตู้ ่างๆ และนำเสนอดว้ ย
การพดู /การเขียน
- ใชภ้ าษาสื่อสารในสถานการณ์จรงิ /สถานการณ์จำลองท่ีเกิดขนึ้ ในห้องเรียน
4. สาระการเรียนรู้
67
สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
- คำถามเกย่ี วกบั ใจความสำคัญ เชน่ Yes/No Questions, Wh-Questions
- ประโยคและขอ้ ความทใ่ี ชใ้ นการแสดงความคิดเหน็ เกี่ยวกับเร่อื งท่ีอา่ น
- ประโยคและขอ้ ความทีใ่ ช้ในการบรรยายเกีย่ วกับประสบการณ์ ส่งิ แวดล้อมใกลต้ ัว เชน่ การเดินทาง การ
ท่องเทยี่ ว
- ความเหมอื นและความแตกต่างระหวา่ งของที่ระลกึ ของประเทศองั กฤษกับของไทย
- การค้นควา้ การรวบรวม และการนำเสนอข้อมูลทเ่ี กีย่ วขอ้ งกบั กลมุ่ สาระการเรียนรูอ้ น่ื (สงั คมศกึ ษาฯ)
- การใช้ภาษาสอ่ื สารในสถานการณจ์ รงิ /สถานการณ์จำลองท่ีเกิดข้นึ ในห้องเรียน
5. ทกั ษะ/กระบวนการ
- ฟัง พูด อ่านและเขยี นเกี่ยวกับข้อความ การบรรยายเก่ียวกับของสะสมท่ีชอบ ตลอดจนความรู้เกีย่ วกบั
สิง่ ของท่รี ะลกึ ช่ือประเทศ และสญั ชาติ
6. สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รยี น
ความสามารถในการสอ่ื สาร
ความสามารถในการคิด
- การคิดสงั เคราะห์
7. คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
- มวี ินยั
- ใฝเ่ รยี นรู้
- มุ่งมั่นในการทำงาน
- รักความเป็นไทย
8. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ข้นั ที่ 1 (ขั้นนำ) Warm up
1. นกั เรียนดูบทอา่ นในหนังสอื เรียน หนา้ 23 แล้วช่วยกนั พจิ ารณาว่า บทอ่านน้ีน่าจะเก่ียวข้องกบั
เรือ่ งอะไร
Suggested Answer Key
I think the text is about holidays in the UK and what souvenirs I can buy
while I am there on holidays.
2. ครชู ้แี จงให้นักเรียนทราบวา่ ใน Unit 2d นกั เรียนจะได้เรยี นรู้เก่ยี วกับการใชท้ กั ษะการพูด
เก่ียวกับวันหยดุ พกั ผอ่ นในประเทศองั กฤษและการแนะนำประเทศตา่ งๆ ท่ีรวมกนั เปน็ สหราชอาณาจักร
68
3.นักเรยี นสำรวจของที่ระลกึ ในหนงั สือเรียน หนา้ 23 ว่ามีอะไรบา้ ง และมาจากประเทศใดของ
สหราชอาณาจกั ร จากนั้นแลกเปลีย่ นความคิดเห็นกันว่า ถ้ามโี อกาสได้ไปเยอื นประเทศดงั กลา่ ว ของที่ระลกึ ช้นิ
ใดที่นา่ จะมีเกบ็ สะสมไว้ และเหตุใดจึงเลือกของชิ้นนน้ั
ขัน้ ท่ี 2 (ขน้ั นำเสนอ) Presentation
1. นกั เรยี นเดาความหมายของคำศพั ท์ในหนงั สือเรยี น หนา้ 23 และครเู พิ่มเตมิ คำอธบิ ายที่
จำเปน็ ในการเรียนรูค้ ำศัพท์ใหม่ เชน่ คำวา่ Scotland, Northern Ireland, Wales, popular, England,
souvenir, symbol, stuffed toy, double-decker bus, a Union Jack, a mug, a dragon etc แล้ว
นักเรียนเขยี นคำศพั ท์และความหมายลงในสมุด
2. นักเรียนดแู ผนท่สี หราชอาณาจกั รท่ีปรากฏในหนังสือเรยี น หนา้ 23 แลว้ ครูอธิบายวา่ สหราช
อาณาจักรประกอบไปด้วยประเทศ 4 ประเทศ ได้แก่ องั กฤษ สกอตแลนด์ เวลส์ และไอรแ์ ลนด์เหนือ และใช้
ภาษาอังกฤษในการสือ่ สาร แต่จะมสี ำเนยี งแตกตา่ งกันไปตามแต่ละประเทศ จากนน้ั ครูใหน้ ักเรียนจับคูช่ ่อื ประเทศ
กบั สัญชาติ ใน Ex. 1 (To learn the countries which make up the United Kingdom and the
corresponding nationalities) แลว้ ครูเฉลยคำตอบ
Key 1. e 2. d 3. b 4. a 5. c
3. นกั เรียนเข้ากลุม่ กลุม่ ละ 5-6 คน อา่ นบทอ่าน Holidays in the UKและทำความเขา้ ใจ
รว่ มกนั จากนน้ั ครูใชค้ ำถามชว่ ยในการซกั ถามความเขา้ ใจในการอ่านของนักเรียน เช่น
· What does the word “the UK” stand for? (The United Kingdom.)
· What are the popular souvenirs in the UK? (The shamrock hat, scarf, stuffed toy, mug,
toy bus, and the Union Jack pin.)
· What is the Union Jack? (The Union Jack is the flag of the UK.)
· What is on the flag of Wales? (A Welsh dragon.)
· What is the symbol of Northern Ireland? (The shamrock.) etc
ขน้ั ที่ 3 ( ขนั้ ฝึก ) Practice
1. ครใู หน้ กั เรียนดแู ผนท่ี แลว้ ต้ังคำถามว่าของทรี่ ะลึกแต่ละชิน้ มาจากประเทศใดบ้าง จากนน้ั ให้
นักเรยี นฟงั CD 1 / Track 19 และอ่านบทอา่ นตามไปด้วยเพือ่ หาคำตอบ เมอ่ื ฟงั จบครูถามคำถามเดมิ กบั นักเรยี น
ทีละคน และใหน้ กั เรยี นตอบคำถามตามตวั อยา่ งใน Ex. 2 (To practise speaking skills) เช่น
T : Where is the scarf from?
S1: It’s from Scotland. The scarf is Scottish.
T : Where is the stuffed toy from?
S2: It’s from Scotland. The stuffed toy is Scottish.
T : Where is the toy buses from?
S3: They are from England. The toy buses are English.
ครูดำเนินกจิ กรรมเชน่ เดียวกันนก้ี ับของทีร่ ะลึกชน้ิ อื่นๆ
69
2. ครูให้นักเรียนใช้ความคดิ โดยถามว่าของท่รี ะลึกอะไรทีส่ ามารถซ้อื ได้ในสหราชอาณาจกั ร
(To consolidate new vocabulary introduced in this lesson) นกั เรียนสามารถใช้แนวคดิ จากบทอ่านได้
จากนั้นครเู ลือกนักเรียน 1 คน พูดให้เพือ่ นในชั้นฟงั
Key In the UK, you can buy lots of souvenirs. In Wales, you can buy mugs.
In England, you can buy pins and toy buses. In Scotland, you can buy scarves
and stuffed toys. In Northern Ireland, you can buy hats with shamrocks.
ขนั้ ที่ 4 (ขน้ั นำไปใช)้ Production
1. นกั เรียนรว่ มกนั อภิปรายเปรียบเทยี บความเหมือนและความต่างระหวา่ งของทร่ี ะลึกจากประเทศ
อังกฤษกับของประเทศไทย แล้วให้นักเรียนจบั คู่ผลัดกันแสดงความคิดเห็นวา่ ชอบของทรี่ ะลกึ จากประเทศใด
มากกว่ากนั พรอ้ มให้เหตผุ ลประกอบ (คำศพั ท์ภาษาองั กฤษคำใดทีน่ กั เรยี นไมร่ ู้ สามารถใชภ้ าษาไทย
ประกอบการแสดงความคิดเห็นในบางตอนได)้ เช่น
I think the souvenir from Thailand is cheaper than those from England.
The souvenirs in Thailand are more beautiful and colorful.
ข้ันที่ 5 (ขน้ั สรปุ ) Wrap up
1. นักเรยี นเขา้ กลุม่ คน้ ควา้ หรอื วาดภาพแผนท่ปี ระเทศไทย แลว้ ติดภาพของทรี่ ะลึกทีเ่ ปน็ ทรี่ ูจ้ ัก
สามารถหาซอ้ื ได้ในแต่ละภูมิภาคลงในแผนท่ี จากน้นั ระดมความคิดเพอ่ื เขยี นบรรยายของทีร่ ะลึกแตล่ ะชิน้ โดย
ดูตัวอยา่ งจากบทอ่านในหนังสอื เรียน หน้า 23 เสรจ็ แล้วนำเสนอหนา้ ชัน้ เรยี น (To make a presentation
about souvenirs from your country)
2. นักเรียนทำแบบฝกึ หดั Unit 2d ในWorkbook หน้า 14 Exs. 1-5
9. สื่อ/แหลง่ การเรยี นรู้
1. หนงั สอื เรยี น Access ม. 1
2. แบบฝึกหัด Access ม. 1
3. Access Class Audio CDs ม. 1(ประกอบหนงั สอื เรียน Access ม. 1)
10. การวัดและประเมนิ ผล เคร่ืองมอื เกณฑ์
วธิ ีการวดั เกณฑ์การประเมินช้นิ งาน ร้อยละ 50 ผ่านเกณฑ์
แบบประเมินการฟัง ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ตรวจแบบฝึกหัด แบบประเมินการพดู โตต้ อบ ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ประเมนิ การฟัง แบบประเมินการเขียน ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ประเมินการพดู แบบประเมนิ การอ่านออกเสียง ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ประเมินการเขียน แบบประเมินสมรรถนะ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ประเมินการออกเสยี ง
ด้านทกั ษะ/สมรรถนะ
วธิ ีการวดั เครอื่ งมือ 70
คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
เกณฑ์
ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
1. ประเมนิ การทำแบบฝกึ หัด
2. สงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนร้ใู นชว่ งการทำกจิ กรรม
3. ประเมินคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
4. ประเมนิ ผลการเขียนบรรยายเกยี่ วกับของที่ระลกึ ในแตล่ ะภมู ภิ าคของประเทศไทย
71
บนั ทึกหลังสอน
1. ผลการสอน
สอนไดต้ ามแผนการจดั การเรียนรู้ มจี ดุ ประสงค์ K P A
มีการบรู ณาการ คุณธรรม / การตา้ นการทจุ รติ / หลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
สอนไมไ่ ดต้ ามแผนการจัดการเรยี นรู้ เน่ืองจาก .........................................................................
.......................................................................................................................................................
2. ผลการเรียนของนักเรยี น
จำนวนนักเรียนที่ผา่ นการประเมิน .......................... คน คดิ เป็นรอ้ ยละ .................................
จำนวนนักเรียนทไ่ี มผ่ ่านการประเมิน ...................... คน คิดเป็นร้อยละ .................................
อ่ืน ๆ .............................................................................................................................................
3. ปัญหาและอปุ สรรค
กิจกรรมการจัดการเรียนรู้ ไม่เหมาะสมกับเวลา
มนี กั เรียนทำใบงาน/ใบกิจกรรมไมท่ นั ตามกำหนดเวลา
มีนกั เรียนทีไ่ มส่ นใจเรียน
อืน่ ๆ .............................................................................................................................................
4. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
ควรนำแผนไปปรบั ปรุง เร่อื ง ....................................................................................................
.......................................................................................................................................................
แนวทางแกไ้ ขนักเรียนทไี่ ม่ผ่านการประเมิน/ไม่สนใจเรยี น .............................................................
.......................................................................................................................................................
ไมม่ ีขอ้ เสนอแนะ
ลงช่ือ ........................................... ผู้บนั ทึก
( นางสาวพมิ พ์พรรณ ลลี า )
ครผู สู้ อน
______________________________________________________________________________
บันทกึ หลังการสอน ตามแผนการจดั การเรียนรู้ฉบับนี้ ได้รบั การพิจารณาจากหัวหนา้ กลุ่มสาระการ
เรยี นรู้และฝา่ ยวิชาการ แลว้
ลงชอื่ ........................................... ลงช่ือ ..................................................
( นางสาวพมิ พ์พรรณ ลลี า ) ( นางสาวิตรี แดงมีสี )
หัวหน้ากลุม่ สาระการเรยี นรู้
หัวหนา้ ฝา่ ยบรหิ ารงานวิชาการ
ลงชอื่ ...........................................................
( นายภานรินทร์ แผ่นศิลา )
ผ้อู ำนวยการโรงเรียนบ้านแข่โพนเมอื ง
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 11 72
รายวิชา ภาษาองั กฤษพืน้ ฐาน อ21101
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 2 My favorites! เรือ่ ง Here you are! ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1
ผู้สอน นางสาวพมิ พพ์ รรณ ลีลา เวลา 2 ชั่วโมง
โรงเรยี นบา้ นแข่โพนเมอื ง
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ช้ีวัด
มาตรฐาน ต 1.1 เขา้ ใจและตคี วามเร่ืองทฟ่ี งั และอา่ นจากสื่อประเภทตา่ งๆ และแสดงความคิดเหน็
อย่างมเี หตผุ ล
มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอขอ้ มลู ข่าวสาร ความคดิ รวบยอด และความคิดเหน็ ในเรอื่ งตา่ งๆ โดยการพูด
และการเขียน
มาตรฐาน ต 2.2 เขา้ ใจความเหมือนและความแตกต่างระหวา่ งภาษาและวฒั นธรรมของเจ้าของภาษา
กบั ภาษาและวฒั นธรรมไทย และนำมาใชอ้ ย่างถูกตอ้ งและเหมาะสม
มาตรฐาน ต 3.1 ใชภ้ าษาต่างประเทศในการเช่อื มโยงความรู้กับกลุ่มสาระการเรียนรูอ้ น่ื และเป็น
พนื้ ฐาน
ในการพัฒนา แสวงหาความรู้ และเปดิ โลกทัศน์ของตน
มาตรฐาน ต 4.2 ใช้ภาษาตา่ งประเทศเป็นเครื่องมอื พ้ืนฐานในการศึกษาตอ่ การประกอบอาชพี และ
การแลกเปล่ียนเรียนรกู้ ับสงั คมโลก
ตัวชว้ี ัด
ต 1.1 ข้อ 4 ระบุหัวข้อเร่ือง (topic) ใจความสำคัญ (main idea) และตอบคำถามจากการฟังและ
อ่านบทสนทนา นิทาน และเรอื่ ง
ต 1.3 ขอ้ 1 พูดและเขียนบรรยายเกย่ี วกับตนเอง กิจวัตรประจำวัน ประสบการณ์ และส่ิงแวดล้อม
ใกล้ตัว
ต 2.2 ขอ้ 1 บอกความเหมือนและความแตกต่างระหวา่ งการออกเสยี งประโยคชนดิ ตา่ งๆ
การใชเ้ คร่อื งหมายวรรคตอน และการลำดับคำตามโครงสร้างประโยคของภาษาต่างประเทศ
และภาษาไทย
ต 2.2 ข้อ 2 เปรียบเทยี บความเหมอื นและความแตกต่างระหวา่ งเทศกาล งานฉลอง วนั สำคญั
และชวี ิตความเป็นอยู่ของเจ้าของภาษากับของไทย
ต 3.1 ขอ้ 1 ค้นควา้ รวบรวม และสรุปข้อมลู /ข้อเท็จจริงท่เี กีย่ วขอ้ งกบั กลมุ่ สาระการเรยี นรู้อื่น
จากแหล่งเรยี นรูแ้ ละนำเสนอดว้ ยการพูด/การเขยี น
ต 4.2 ข้อ 1 ใชภ้ าษาตา่ งประเทศในการสืบคน้ /คน้ คว้า ความรู/้ ข้อมลู ต่างๆ จากสื่อและ
แหล่งการเรยี นรู้ตา่ งๆ ในการศึกษาตอ่ และประกอบอาชีพ
2. สาระสำคัญ
สำนวนในการซอื้ ของ บทสนทนา การออกเสยี งคำศพั ท์ ตลอดจนการสนทนาเกี่ยวกบั ของที่ระลึก
จากประเทศต่างๆ
73
3. จุดประสงค์การเรียนรู้
- อ่านออกเสยี งสำนวนทใ่ี ช้ในการซือ้ ของ
- อา่ นออกเสยี งคำศัพทท์ ีอ่ อกเสียง /u:/, /Λ/
- จับใจความสำคญั และตอบคำถามจากการอ่านบทสนทนา
- สนทนา แลกเปลีย่ นขอ้ มูลเกย่ี วกับของที่ระลกึ
- ใชภ้ าษา นำ้ เสยี ง และกิรยิ าทา่ ทาง เหมาะสมตามมารยาทสงั คมและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา
- ใชภ้ าษาสอ่ื สารในสถานการณ์จรงิ /สถานการณ์จำลองทีเ่ กดิ ขนึ้ ในหอ้ งเรยี น
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นร้แู กนกลาง
- การออกเสยี งตามระดับเสยี งสงู -ตำ่ ในประโยค
- การออกเสยี งสระ /u:/, /Λ/
- การจบั ใจความสำคญั ของบทสนทนา คำถามเก่ียวกับใจความสำคัญ เช่น Wh-Questions
- ภาษาทใ่ี ช้ในการสอื่ สารระหว่างบคุ คล เช่น การแลกเปล่ียนข้อมูลเก่ยี วกบั สถานการณ์ต่างๆ ใน
ชวี ติ ประจำวัน
- การใชภ้ าษา น้ำเสยี ง และกิรยิ าท่าทางในการสนทนา ตามมารยาทสงั คมและวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา
เชน่ การแสดงสีหน้าทา่ ทาง
- การใช้ภาษาส่อื สารในสถานการณ์จรงิ /สถานการณจ์ ำลองทเ่ี กิดข้ึนในหอ้ งเรียน
5. ทักษะ/กระบวนการ
- ฟงั พูด อา่ นและเขยี นเกย่ี วกับสำนวนในการซื้อของ บทสนทนา การออกเสียงคำศัพท์ ตลอดจนการ
สนทนาเกีย่ วกับของท่ีระลึกจากประเทศตา่ งๆ
6. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน
- ความสามารถในการสอ่ื สาร
7. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
- มวี ินัย
- มงุ่ มั่นในการทำงาน
8. กิจกรรมการเรียนรู้
ขั้นท่ี 1 (ขั้นนำ) Warm up
1. นักเรียนดูชื่อ Unit 2e Here you are! ในหนงั สอื เรียน หนา้ 24 แล้วช่วยกันพิจารณาวา่ หน่วย
การเรยี นรูย้ ่อยนนี้ า่ จะเก่ียวข้องกับอะไร (shopping)
74
2. นักเรยี นสำรวจภาพทป่ี รากฏในหนังสือเรียน หน้า 24 ว่ามีภาพอะไรบา้ ง และอา่ นออกเสียง
คำศพั ท์ส่ิงของเหลา่ น้ี ไดแ้ ก่ key rings, doll, umbrella, bell, thermos flask, T-shirt, teddy bear และ
scarf จากนั้นบอกความหมายของคำศพั ท์แลว้ จดลงในสมุด
ขนั้ ท่ี 2 (ขัน้ นำเสนอ) Presentation
1. นักเรยี นฟงั การออกเสยี งสำนวนทใี่ ชใ้ นการซ้ือของ ในหนังสือเรยี น หนา้ 24 Ex. 1a (To
practise pronunciation & intonation) จาก CD 1 /Track 20 แล้วฝกึ ออกเสยี งตาม โดยให้ความสำคัญกบั
พยางคท์ ่เี นน้ เสยี ง
2. นักเรยี นทำกจิ กรรมในหนงั สือเรยี น หน้า 24 Ex. 1b (To recognise language in a given
situation)โดยครูอธิบายใหน้ ักเรยี นฟังว่า บทสนทนาท่จี ะไดฟ้ ังนี้เปน็ สถานการณ์ที่เกย่ี วข้องกับพนกั งานขายของ
กับลูกคา้ จากน้ันใหน้ กั เรียนฟัง CD 1 /Track 21 แลว้ ชว่ ยกันพจิ ารณาวา่ ใครเปน็ ผพู้ ูดประโยค 1-6 ใน Ex. 1a
Key 1. shop assistant 2. customer 3. shop assistant
4. customer 5. shop assistant 6. customer
3. นกั เรียนอา่ นออกเสียงบทสนทนา ในหนังสอื เรยี น หน้า 24 Ex. 2a (To read for specific
information) สนทนาให้เสยี งพร้อมกนั แลว้ หาคำตอบว่า What is Marta buying?
Key Marta is buying 2 key rings.
ขัน้ ที่ 3 ( ขัน้ ฝกึ ) Practice
1. ครใู หน้ กั เรียนฟงั บทสนทนาจาก CD 1 /Track 21 อีกครั้ง แล้วจับคฝู่ ึกอ่านบทสนทนาใน
หนงั สือเรียน หนา้ 24Ex. 2a ครูเดินสังเกตและตรวจสอบการออกเสยี งสูงต่ำของนกั เรยี น จากน้ันสมุ่ เรียกนกั เรียน
บางคู่อ่านบทสนทนาให้ฟัง
2. ครใู ห้นกั เรียนสร้างสถานการณ์สมมติว่า นกั เรียนอยู่ในร้านขายของทร่ี ะลกึ ในสหราช
อาณาจกั ร ให้นักเรียนจบั คแู่ ต่งบทสนทนาเหมอื นในหนังสือเรียน หนา้ 24 Ex. 2a โดยใช้ประโยคใน Ex. 1a และ
ใช้ของทร่ี ะลกึ จากภาพท่ีเหน็ ใน Ex. 3 (To act out a dialogue) ครชู ่วยเหลอื นกั เรยี นโดยการวาด diagram
แสดงวลีท่ีควรใชบ้ นกระดาน ดังน้ี
ในขณะทนี่ กั เรียนปฏิบตั กิ ิจกรรม ครเู ดินสงั เกตและชว่ ยเหลอื การอ่านบทสนทนาของนักเรียนให้ถกู ต้อง แล้ว
สุ่มเรียกบางคอู่ อกมาพดู สนทนาหน้าช้ันเรียน
Suggested Answer Key
A: Good morning. How can I help you?
B: Good morning. I want to buy a souvenir.
A: How about this T-shirt?
B: That’s a good idea. How much is it?
A: It’s £8.00.
B: Can I have two, please?
A: Sure. That’s £16.00.
75
B: Here you are.
ขั้นที่ 4 (ขนั้ นำไปใช)้ Production
1. ครูสุ่มเรยี กนักเรียนแปลประโยคในหนังสือเรียน หน้า 24 Ex. 1 เปน็ ภาษาไทย (To
consolidate the meaning of new vocabulary through translation) ครเู นน้ วา่ ควรแปลเป็นถอ้ ยคำท่ี
เทียบเทา่ กับภาษาไทยมากกว่าจะแปลตรงตัว
Suggested Answer Key
Students’ own answers
2. นักเรียนฟงั การออกเสียง /u:/, /Λ/ จาก CD 1 /Track 22 แลว้ ฝึกออกเสียงตาม จากน้ันช่วยกนั
คิดว่ามีคำศพั ท์ที่ออกเสียง /u:/, /Λ/ อีกหรือไม่ ใหน้ กั เรียนยกตัวอยา่ งมา 10 คำ แลว้ บันทกึ ลงสมุด
Suggested Answer Key
/u:/ = you, souvenir, two
/Λ/ = umbrella, mug, bus
ขนั้ ที่ 5 (ข้นั สรปุ ) Wrap up
1. นักเรียนฟงั Access Workbook Audio CD ม. 1 / Track 4 แล้วทำแบบฝึกหดั ใน Workbook
หน้า 15 Ex. 1 แล้วเฉลยคำตอบพรอ้ มกนั
2. นกั เรียนทำแบบฝึกหัด Unit 2e ใน Workbook หนา้ 15 Exs.2-5 เปน็ การบ้าน
9. สื่อ/แหลง่ การเรียนรู้
1. หนังสอื เรียน Access ม. 1
2. แบบฝกึ หัด Access ม. 1
3. Access Class Audio CDs ม. 1(ประกอบหนังสือเรียน Access ม. 1)
4. Access Workbook Audio CD ม. 1(ประกอบแบบฝึกหัด Access ม. 1 และ Teacher’s Resource
Pack)
10. การวัดและประเมินผล เครือ่ งมือ เกณฑ์
วธิ กี ารวัด เกณฑ์การประเมนิ ช้ินงาน รอ้ ยละ 50 ผ่านเกณฑ์
แบบประเมินการฟงั ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจแบบฝึกหัด แบบประเมนิ การพูดโต้ตอบ ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ประเมนิ การฟงั แบบประเมนิ การเขยี น ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ประเมนิ การพูด แบบประเมนิ การอา่ นออกเสยี ง ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ประเมนิ การเขยี น แบบประเมนิ สมรรถนะ ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ประเมินการออกเสยี ง แบบประเมนิ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ด้านทักษะ/สมรรถนะ
คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
76
1. ประเมนิ การทำแบบฝึกหัด
2. สงั เกตพฤติกรรมการเรยี นรู้ในชว่ งการทำกิจกรรม
3. ประเมินคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
4. ประเมินผลการพดู สนทนาแลกเปล่ยี นขอ้ มูลเกี่ยวกับของทร่ี ะลึก
77
บนั ทึกหลังสอน
1. ผลการสอน
สอนไดต้ ามแผนการจดั การเรียนรู้ มจี ดุ ประสงค์ K P A
มีการบรู ณาการ คุณธรรม / การตา้ นการทจุ รติ / หลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
สอนไมไ่ ดต้ ามแผนการจัดการเรยี นรู้ เน่ืองจาก .........................................................................
.......................................................................................................................................................
2. ผลการเรียนของนักเรยี น
จำนวนนักเรียนที่ผา่ นการประเมิน .......................... คน คดิ เป็นรอ้ ยละ .................................
จำนวนนักเรียนทไ่ี มผ่ ่านการประเมิน ...................... คน คิดเป็นร้อยละ .................................
อ่ืน ๆ .............................................................................................................................................
3. ปัญหาและอปุ สรรค
กิจกรรมการจัดการเรียนรู้ ไม่เหมาะสมกับเวลา
มนี กั เรียนทำใบงาน/ใบกิจกรรมไมท่ นั ตามกำหนดเวลา
มีนกั เรียนทีไ่ มส่ นใจเรียน
อืน่ ๆ .............................................................................................................................................
4. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
ควรนำแผนไปปรบั ปรุง เร่อื ง ....................................................................................................
.......................................................................................................................................................
แนวทางแกไ้ ขนักเรียนทไี่ ม่ผ่านการประเมิน/ไม่สนใจเรยี น .............................................................
.......................................................................................................................................................
ไมม่ ีขอ้ เสนอแนะ
ลงช่ือ ........................................... ผู้บนั ทึก
( นางสาวพมิ พ์พรรณ ลลี า )
ครผู สู้ อน
______________________________________________________________________________
บันทกึ หลังการสอน ตามแผนการจดั การเรียนรู้ฉบับนี้ ได้รบั การพิจารณาจากหัวหนา้ กลุ่มสาระการ
เรยี นรู้และฝา่ ยวิชาการ แลว้
ลงชอื่ ........................................... ลงช่ือ ..................................................
( นางสาวพมิ พ์พรรณ ลลี า ) ( นางสาวิตรี แดงมีสี )
หัวหน้ากลุม่ สาระการเรยี นรู้
หัวหนา้ ฝา่ ยบรหิ ารงานวิชาการ
ลงชอื่ ...........................................................
( นายภานรินทร์ แผ่นศิลา )
ผ้อู ำนวยการโรงเรียนบ้านแข่โพนเมอื ง
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 12 78
รายวชิ า ภาษาองั กฤษพืน้ ฐาน อ21101
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 2 My favorites! เร่อื ง Curricular Cut ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 1
ผู้สอน นางสาวพมิ พพ์ รรณ ลลี า เวลา 2 ช่วั โมง
โรงเรยี นบา้ นแขโ่ พนเมือง
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวช้ีวัด
มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสือ่ สารทางภาษาในการแลกเปล่ยี นขอ้ มลู ขา่ วสาร แสดงความรู้สกึ และ
ความ คิดเห็นอยา่ งมีประสิทธิภาพ
มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอขอ้ มูลขา่ วสาร ความคิดรวบยอด และความคดิ เหน็ ในเรื่องตา่ งๆ โดยการพดู
และการเขียน
มาตรฐาน ต 2.1 เขา้ ใจความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และนำไปใช้ได้
อย่างเหมาะสมกับกาลเทศะ
มาตรฐาน ต 3.1 ใชภ้ าษาต่างประเทศในการเชอ่ื มโยงความรกู้ ับกลุ่มสาระการเรียนร้อู ่นื และเป็น
พนื้ ฐาน
ในการพัฒนา แสวงหาความรู้ และเปดิ โลกทศั น์ของตน
มาตรฐาน ต 4.2 ใชภ้ าษาต่างประเทศเปน็ เครอ่ื งมือพ้นื ฐานในการศกึ ษาต่อ การประกอบอาชีพ และ
การแลกเปลีย่ นเรียนรกู้ ับสงั คมโลก
ตวั ชว้ี ัด
ต 1.2 ขอ้ 1 สนทนา แลกเปลี่ยนขอ้ มูลเกย่ี วกับตนเอง กิจกรรม และสถานการณต์ ่างๆ ในชีวติ ประจำวนั
ต 1.2 ขอ้ 4 พูดและเขียนเพ่อื ขอและให้ข้อมลู และแสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั เรอ่ื งทฟ่ี งั หรอื อา่ น
อยา่ งเหมาะสม
ต 1.2 ข้อ 5 พดู และเขยี นแสดงความรู้สึกและความคิดเห็นของตนเองเก่ียวกับเร่อื งตา่ งๆ ใกล้ตวั
กิจกรรมตา่ งๆ พรอ้ มทงั้ ให้เหตุผลสน้ั ๆ ประกอบอย่างเหมาะสม
ต 1.3 ขอ้ 1 พดู และเขยี นบรรยายเกีย่ วกบั ตนเอง กจิ วตั รประจำวัน ประสบการณ์ และส่ิงแวดล้อม
ใกล้ตัว
ต 2.1 ขอ้ 1 ใชภ้ าษา นำ้ เสยี ง และกริ ิยาท่าทางสภุ าพ เหมาะสมตามมารยาทสงั คมและ
วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา
ต 2.1 ขอ้ 3 เขา้ ร่วม/จัดกิจกรรมทางภาษาและวฒั นธรรมตามความสนใจ
ต 3.1 ขอ้ 1 ค้นคว้า รวบรวม และสรุปข้อมลู /ข้อเท็จจรงิ ท่ีเก่ยี วขอ้ งกับกลมุ่ สาระการเรียนรอู้ ื่น
จากแหลง่ เรียนร้แู ละนำเสนอดว้ ยการพดู /การเขยี น
ต 4.2 ข้อ 1 ใชภ้ าษาต่างประเทศในการสืบคน้ /คน้ คว้า ความร/ู้ ข้อมูลต่างๆ จากสื่อและ
แหลง่ การเรียนรตู้ า่ งๆ ในการศกึ ษาต่อ และประกอบอาชีพ
79
2. สาระสำคญั
คำศพั ท์ชือ่ ทวีป ประเทศ เมอื งหลวง สญั ชาติ การบรรยายเกย่ี วกบั ประเทศและเมอื งหลวง ตลอดจน
การคน้ คว้าความรู้/ข้อมูลเก่ยี วกบั เมืองหลวงของประเทศต่างๆ
3. จุดประสงค์การเรยี นรู้
- อ่านออกเสยี งคำศพั ท์ช่ือทวปี ชือ่ เมืองหลวง และบอกความหมาย
- พดู และเขียนเพ่อื ขอและใหข้ อ้ มูลเกี่ยวกบั เมืองหลวงของแตล่ ะประเทศ และสญั ชาติ
- เขียนบรรยายเก่ยี วกับประเทศใดประเทศหน่งึ ท่ีใชภ้ าษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ (ภาษาที่ 1)
- ค้นควา้ รวบรวมขอ้ มลู เกย่ี วกับชอ่ื เมอื งหลวงของประเทศในทวปี ยโุ รป จากแหลง่ เรียนรู้ และนำเสนอด้วย
การจัดทำเปน็ แบบทดสอบ
- ใชภ้ าษาส่อื สารในสถานการณ์จรงิ /สถานการณ์จำลองท่เี กดิ ขึน้ ในห้องเรียน
- ใช้ภาษาต่างประเทศในการค้นควา้ รวบรวมความร/ู้ ขอ้ มลู จากส่อื และแหล่งการเรยี นรตู้ ่างๆ
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรียนรู้แกนกลาง
- การออกเสยี งเนน้ หนัก-เบา ในคำ
- คำศพั ท์ สำนวน และประโยคท่ีใชใ้ นการขอและให้ขอ้ มลู
- ประโยคและขอ้ ความท่ใี ชบ้ รรยายเกีย่ วกับประสบการณ์ และสิ่งแวดลอ้ มใกล้ตวั
- การค้นควา้ การรวบรวม และการนำเสนอขอ้ มูลท่ีเกยี่ วข้องกบั กลุ่มสาระการเรยี นรู้อื่น (สงั คมศกึ ษาฯ)
- การใชภ้ าษาสื่อสารในสถานการณ์จรงิ /สถานการณจ์ ำลองทเ่ี กิดขึ้นในหอ้ งเรยี น
- การใช้ภาษาต่างประเทศในการค้นคว้า ความรู้/ข้อมลู ต่างๆ จากสือ่ และแหลง่ การเรียนรู้ตา่ งๆ
5. ทักษะ/กระบวนการ
- ฟัง พูด อา่ นและเขียนเก่ยี วกบั คำศพั ท์ช่ือทวีป ประเทศ เมอื งหลวง สญั ชาติ การบรรยายเก่ียวกบั ประเทศ
และเมืองหลวง ตลอดจนการค้นคว้าความรู้/ข้อมูลเกี่ยวกบั เมืองหลวงของประเทศตา่ งๆ
6. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น
ความสามารถในการสือ่ สาร
ความสามารถในการคิด
- การคดิ สงั เคราะห์
- การคิดอย่างสร้างสรรค์
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
7. คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
- ซ่อื สตั ยส์ ุจริต
80
- มวี นิ ัย
- ใฝ่เรียนรู้
- ม่งุ มัน่ ในการทำงาน
8. กจิ กรรมการเรียนรู้
ข้ันท่ี 1 (ข้นั นำ) Warm up
1. นำเขา้ สู่บทเรยี นด้วยการช้ีแจงให้นกั เรียนทราบว่า ใน Unit 2fน้ีนักเรียนจะได้เรยี นรเู้ ก่ียวกบั การ
แนะนำประเทศทสี่ อ่ื สารโดยใช้ภาษาองั กฤษ (To introduce English-speaking countries)
2. นกั เรียนดภู าพแผนท่ใี นหนงั สอื เรยี น หน้า 25 และครถู ามนกั เรยี นวา่ มที วปี และประเทศ
อะไรบ้าง
ขน้ั ท่ี 2 (ขั้นนำเสนอ) Presentation
1. นักเรียนอ่านออกเสียงคำศพั ท์ชอ่ื ทวีป (Continent) และชอ่ื เมอื งหลวง (Capital city) ท่ี
ปรากฏในหนงั สอื เรยี น หน้า 25 พร้อมกัน แล้วช่วยกนั บอกความหมาย จากนัน้ จดบันทกึ คำศพั ท์และความหมาย
ลงในสมุด
2. นกั เรยี นศึกษาหัวขอ้ Learning to learn ในหนงั สือเรียน หนา้ 25 เก่ยี วกบั เทคนคิ การจดจำ
ชื่อทวปี และประเทศ โดยดูสถานที่ต้ังจากแผนที่
3. ครูให้นักเรียนดูช่ือเมอื งหลวงท่ปี รากฏในแผนที่ ในหนังสอื เรียน หน้า 25 Ex. 1 (To analyse
a map) และตอบคำถามวา่ เมอื งหลวงแต่ละแหง่ อย่ใู นทวีปใด โดยครเู รยี กนกั เรยี น 1 คน อา่ นประโยคตัวอย่างให้
เพื่อนฟงั เสรจ็ แล้วครตู รวจคำตอบโดยเรยี กนกั เรียนพูดประโยคทีละคน
Key Ottawa is in North America.
WashingtonDC is in North America.
Canberra is in Australia.
ข้ันท่ี 3 ( ขนั้ ฝกึ ) Practice
1. ครอู า่ นประโยคตวั อย่างในหนังสือเรยี น หน้า 25 Ex. 2(To match capital cities to
countries) ให้นักเรยี นฟัง แล้วให้นกั เรียนจับคู่ชอื่ เมืองหลวงในแผนท่ีกับชือ่ ประเทศท่กี ำหนดให้ และเขียนเป็น
ประโยคเหมือนตวั อยา่ งลงในสมดุ เสร็จแลว้ ตรวจคำตอบพรอ้ มกัน
Key WashingtonDC is the capital of the USA.
Canberra is the capital of Australia.
Wellington is the capital of New Zealand.
Ottawa is the capital of Canada.
2. นักเรียนฝึกถามและตอบเกย่ี วกบั ประเทศ เมืองหลวง และสัญชาติ โดยใชค้ ำท่ีกำหนดใหใ้ น
หนงั สอื เรยี น หน้า 25 Ex. 3(To consolidate new vocabulary) โดยครูเรยี กนักเรียน 2 คน อา่ นตัวอยา่ งให้
81
เพือ่ นฟงั ก่อน จากนัน้ นักเรียนจบั คู่ฝกึ ถามตอบ ครูเดินสังเกตรอบๆ ช้ันเรยี น แล้วเรยี กนกั เรยี นออกมาสนทนา
ถามตอบหน้าชัน้ เรยี นทีละคู่
Key 2. A: Where’s Tom from?
B: He’s from Australia.
A: What’s the capital of Australia?
B: Canberra.
A: What nationality is he?
B: He’s Australian.
* ขอ้ 3-6 ใช้รปู แบบการสนทนาเหมือนขอ้ 1
3. UK, London, British
4. USA, WashingtonDC, American
5. Canada, Ottawa, Canadian
6. Spain, Madrid, Spanish
3. ครูให้นักเรียนฟงั Access Workbook Audio CD ม. 1 / Track 5 แลว้ เขียนสง่ิ ท่ไี ด้ยินจาก
CD ลงใน Workbook หน้า 16 Ex.4
ข้นั ที่ 4 (ขน้ั นำไปใช)้ Production
1. นักเรียนทำแบบฝกึ หดั Unit 2fใน Workbook หนา้ 16 Exs. 1-3
2. ครูทดสอบความรนู้ กั เรยี นเก่ียวกบั ชอื่ เมอื งหลวงของประเทศในทวปี ยโุ รป โดยให้นักเรียน
แบ่งกลมุ่ รวบรวมข้อมลู ช่ือเมืองหลวงในประเทศต่างๆ ในทวีปยโุ รป เพอ่ื นำมาทำเปน็ แบบทดสอบ (To write a
quiz using the Internet) นกั เรียนสามารถคน้ ควา้ รวบรวมขอ้ มูลไดจ้ าก http://www.nationsonline.org/
แล้วเลอื กที่ Europeจากนั้นครเู ขยี นหัวข้อและตัวอย่างแบบทดสอบบนกระดาน ให้นกั เรยี นใชต้ วั อย่างนเ้ี ป็น
แบบในการทำแบบทดสอบความรู้ของนักเรยี น
European Capitals
1. Spain
A. Madrid B. Rome
2. German
A. London B. Berlin
ให้นกั เรยี นตกแตง่ แบบทดสอบดว้ ยการติดภาพเมืองหลวงของประเทศต่างๆ ทรี่ วบรวมไดจ้ ากนิตยสาร หรือ
อนิ เทอร์เน็ต หรอื อาจตดิ ภาพสถานท่ีท่ีเปน็ จุดสงั เกตของเมอื งนน้ั ๆ เช่น Big Ben
ขนั้ ท่ี 5 (ขนั้ สรุป) Wrap up
1. นกั เรยี นค้นคว้าข้อมลู เก่ยี วกบั ประเทศใดประเทศหนงึ่ ท่ใี ชภ้ าษาองั กฤษเปน็ ภาษาแม่จาก
อินเทอร์เนต็ จากน้ันเขยี นเปน็ บทความแนะนำประเทศนน้ั ๆ
2. นักเรียนทำแบบทดสอบความรหู้ ลงั เรียน โดยใช้ Test 2 (Module 2) จาก Teacher’s
Resources Pack & Tests หน้า 69-72
82
3. นกั เรียนประเมินความสามารถในการเรียนรขู้ องตนเองตามตารางท่กี ำหนด (Now I can…)
9. ส่ือ/แหล่งการเรยี นรู้
1. หนังสือเรยี น Access ม. 1
2. แบบฝึกหัด Access ม. 1
3. Access Class Audio CDs ม. 1 (ประกอบหนังสอื เรยี น Access ม. 1)
4. Access Workbook Audio CD ม. 1 (ประกอบแบบฝกึ หัด Access ม. 1 และ Teacher’s Resource
Pack)
5. CD หนงั สอื Teacher’s Resource Pack & Tests ม. 1-2-3
6. อินเทอรเ์ น็ต
10. การวัดและประเมนิ ผล เครอ่ื งมอื เกณฑ์
วิธีการวัด เกณฑก์ ารประเมนิ ช้นิ งาน ร้อยละ 50 ผา่ นเกณฑ์
แบบประเมินการฟัง ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ตรวจแบบฝกึ หัด แบบประเมินการพูดโต้ตอบ ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ประเมินการฟัง แบบประเมนิ การเขยี น ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ประเมินการพูด แบบประเมนิ การอ่านออกเสียง ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ประเมินการเขียน แบบประเมินสมรรถนะ ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ประเมนิ การออกเสียง แบบประเมนิ คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ด้านทกั ษะ/สมรรถนะ
คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
1. ประเมินการทำแบบฝกึ หัด
2. สงั เกตพฤติกรรมการเรยี นรใู้ นช่วงการทำกิจกรรม
3. ประเมินการทำแบบทดสอบหลงั เรียน
4. ประเมินคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
5. ประเมนิ ผลการจัดทำแบบทดสอบความรูเ้ กยี่ วกบั ชือ่ เมอื งหลวงในประเทศตา่ งๆ ในทวปี ยโุ รป
6. ประเมินผลการเขียนบทความเก่ียวกับประเทศทใ่ี ชภ้ าษาอังกฤษเปน็ ภาษาแม่
83
บนั ทึกหลังสอน
1. ผลการสอน
สอนไดต้ ามแผนการจดั การเรียนรู้ มจี ดุ ประสงค์ K P A
มีการบรู ณาการ คุณธรรม / การตา้ นการทจุ รติ / หลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
สอนไมไ่ ดต้ ามแผนการจัดการเรยี นรู้ เน่ืองจาก .........................................................................
.......................................................................................................................................................
2. ผลการเรียนของนักเรยี น
จำนวนนักเรียนที่ผา่ นการประเมิน .......................... คน คดิ เป็นรอ้ ยละ .................................
จำนวนนักเรียนทไ่ี มผ่ ่านการประเมิน ...................... คน คิดเป็นร้อยละ .................................
อ่ืน ๆ .............................................................................................................................................
3. ปัญหาและอปุ สรรค
กิจกรรมการจัดการเรียนรู้ ไม่เหมาะสมกับเวลา
มนี กั เรียนทำใบงาน/ใบกิจกรรมไมท่ นั ตามกำหนดเวลา
มีนกั เรียนทีไ่ มส่ นใจเรียน
อืน่ ๆ .............................................................................................................................................
4. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
ควรนำแผนไปปรบั ปรุง เร่อื ง ....................................................................................................
.......................................................................................................................................................
แนวทางแกไ้ ขนักเรียนทไี่ ม่ผ่านการประเมิน/ไม่สนใจเรยี น .............................................................
.......................................................................................................................................................
ไมม่ ีขอ้ เสนอแนะ
ลงช่ือ ........................................... ผู้บนั ทึก
( นางสาวพมิ พ์พรรณ ลลี า )
ครผู สู้ อน
______________________________________________________________________________
บันทกึ หลังการสอน ตามแผนการจดั การเรียนรู้ฉบับนี้ ได้รบั การพิจารณาจากหัวหนา้ กลุ่มสาระการ
เรยี นรู้และฝา่ ยวิชาการ แลว้
ลงชอื่ ........................................... ลงช่ือ ..................................................
( นางสาวพมิ พ์พรรณ ลลี า ) ( นางสาวิตรี แดงมีสี )
หัวหน้ากลุม่ สาระการเรยี นรู้
หัวหนา้ ฝา่ ยบรหิ ารงานวิชาการ
ลงชอื่ ...........................................................
( นายภานรินทร์ แผ่นศิลา )
ผ้อู ำนวยการโรงเรียนบ้านแข่โพนเมอื ง
84
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 13
รายวชิ า ภาษาองั กฤษพืน้ ฐาน อ21101 ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1
หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 My home, my castle เรอื่ ง At home in English เวลา 2 ช่วั โมง
ผู้สอน นางสาวพมิ พพ์ รรณ ลลี า โรงเรียนบ้านแข่โพนเมือง
1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ชวี้ ัด
มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสือ่ สารทางภาษาในการแลกเปลยี่ นขอ้ มลู ขา่ วสาร แสดงความรู้สึกและ
ความ คดิ เห็นอย่างมปี ระสทิ ธิภาพ
มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอขอ้ มลู ขา่ วสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรอ่ื งต่างๆ โดยการพดู
และการเขียน
มาตรฐาน ต 2.1 เขา้ ใจความสัมพันธ์ระหว่างภาษากบั วัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา และนำไปใชไ้ ด้
อยา่ งเหมาะสมกบั กาลเทศะ
มาตรฐาน ต 3.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในการเชอ่ื มโยงความรกู้ ับกลุ่มสาระการเรยี นรูอ้ ื่น และเปน็
พ้นื ฐาน
ในการพฒั นา แสวงหาความรู้ และเปิดโลกทัศน์ของตน
มาตรฐาน ต 4.2 ใชภ้ าษาตา่ งประเทศเป็นเครอื่ งมอื พ้ืนฐานในการศกึ ษาตอ่ การประกอบอาชพี และ
การแลกเปล่ียนเรียนรู้กบั สงั คมโลก
ตัวชี้วัด
ต 1.2 ข้อ 4 พูดและเขียนเพอ่ื ขอและให้ขอ้ มูล และแสดงความคิดเหน็ เก่ยี วกับเรื่องที่ฟงั หรืออ่าน
อยา่ งเหมาะสม
ต 1.3 ขอ้ 1 พูดและเขียนบรรยายเกย่ี วกับตนเอง กจิ วัตรประจำวนั ประสบการณ์ และสิ่งแวดลอ้ ม
ใกล้ตวั
ต 2.1 ขอ้ 1 ใช้ภาษา น้ำเสียง และกิรยิ าทา่ ทางสุภาพ เหมาะสมตามมารยาทสงั คมและ
วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา
ต 2.1 ขอ้ 3 เขา้ ร่วม/จดั กิจกรรมทางภาษาและวฒั นธรรมตามความสนใจ
ต 3.1 ข้อ 1 คน้ คว้า รวบรวม และสรุปข้อมูล/ข้อเทจ็ จริงทีเ่ กี่ยวขอ้ งกบั กลมุ่ สาระการเรยี นรอู้ ่ืน
จากแหล่งเรยี นรูแ้ ละนำเสนอด้วยการพดู /การเขียน
ต 4.2 ขอ้ 1 ใชภ้ าษาต่างประเทศในการสืบค้น/คน้ คว้า ความรู้/ขอ้ มลู ตา่ งๆ จากสอ่ื และ
แหลง่ การเรียนรู้ตา่ งๆ ในการศึกษาต่อ และประกอบอาชีพ
2. สาระสำคญั
เลขลำดบั ท่ี บทความเกยี่ วกบั ลกั ษณะบ้านในประเทศอังกฤษ และการบรรยายลกั ษณะบ้าน
85
3. จุดประสงค์การเรยี นรู้
- อา่ นออกเสียง สะกดคำ และบอกความหมาย คำศพั ท์เกย่ี วกบั หอ้ งตา่ งๆ ภายในบ้าน เลขลำดับที่
- อ่านบทอ่าน
- เลือกขอ้ ความใหส้ ัมพนั ธ์กบั ภาพ
- ตอบคำถามจากการอ่านบทอ่าน
- พูดขอและใหข้ ้อมูลเกี่ยวกบั บุคคล
- พดู สรปุ รูปแบบบ้านทมี่ ใี นประเทศองั กฤษจากบทอา่ น
- เขียนบรรยายเก่ยี วกบั บ้านของตนเอง
- การลำดบั คำในประโยคบอกเล่า และปฏิเสธ ของภาษาอังกฤษ
- ใชภ้ าษาสอื่ สารในสถานการณ์จริง/สถานการณ์จำลองท่เี กิดข้นึ ในห้องเรยี น
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง
- การออกเสยี งเนน้ หนัก-เบา ในคำ
- การแบง่ วรรคตอนในการอา่ น
- ขอ้ ความที่สัมพนั ธ์กับสอื่ ทีไ่ ม่ใช่ความเรียง เช่น ภาพสัตว์ สงิ่ ของ บุคคล สถานที่
- คำถามเกยี่ วกบั ใจความสำคัญ เช่น Yes/No Questions, Wh-Questions
- คำศัพท์ สำนวน และประโยคท่ใี ชใ้ นการขอและให้ขอ้ มูล
- การวิเคราะหบ์ ทอ่าน
- ประโยคและขอ้ ความทใ่ี ช้บรรยายเก่ียวกบั ตนเอง ส่ิงแวดลอ้ มใกล้ตัว
- การลำดบั คำตามโครงสร้างประโยคของภาษาต่างประเทศ
- การใชภ้ าษาสื่อสารในสถานการณจ์ ริง/สถานการณ์จำลองที่เกิดขึ้นในห้องเรียน
- There is / There are
5. ทักษะ/กระบวนการ
- ฟัง พดู อา่ นและเขียนเกี่ยวกบั เลขลำดับที่ บทความเกย่ี วกบั ลกั ษณะบ้านในประเทศอังกฤษ และการ
บรรยายลักษณะบา้ น
6. สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รยี น
ความสามารถในการส่อื สาร
ความสามารถในการคดิ
- การคดิ วิเคราะห์
86
7. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
- มีวินัย
- มุ่งมน่ั ในการทำงาน
8. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขน้ั ที่ 1 (ขัน้ นำ) Warm up
1. นักเรียนทำแบบทดสอบความรกู้ ่อนเรยี น โดยใช้ Self Check ในหนังสอื เรียน หน้า 36
2. นำเข้าสู่บทเรยี นดว้ ยการช้ีแจงให้นักเรียนทราบวา่ หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 3: My home, my
castle นี้ นักเรยี นจะไดเ้ รยี นรเู้ กยี่ วกับ
- Rooms, furniture & appliances
- Ordinal numbers (1st-20th)
- There is / There are
- Some, any
- Possessive adjectives
- Prepositions of place
- Describing your house or flat
จากนั้นถามนักเรยี นว่าเคยไดย้ ินสภุ าษิต (Proverb) “My home, my castle” หรือไม่ ครเู ปดิ
โอกาสให้นักเรยี นเดาความหมาย จากนัน้ อธบิ ายวา่ “My home, my castle is an English proverb which
means that the English people consider their house to be very special.”
ขั้นที่ 2 (ข้นั นำเสนอ) Presentation
1. นกั เรยี นดูภาพ 1-3 ในหนังสือเรยี น หน้า 27 ครูดงึ ความสนใจของนักเรียนโดยถามคำถาม
เพอ่ื กระตุ้นการอภปิ รายเกี่ยวกบั ชื่อหน่วยการเรียนรู้ว่า ครอบคลุมเร่ืองอะไรบ้าง
Suggested Answer Key
T : What page is pic. 1 from?
Ss : It’s from p. 30.
T : What can you see in pic. 1?
Ss : The inside of a house.
T : Which house do you think is the same as pic. 1, the house in pic. 2 or
the house in pic. 3?
Ss : The house in pic. 3.
T : What about pic. 2? (p. 33) What can you see in the picture?
What is this building called? Which country do you think it is in?
Do you have buildings like this your country?
87
T : What page pic. 3 is from? (p. 28) What can you see in the picture?
What else can you see on p. 28? What about you? Where do you live?
2. นกั เรียนชว่ ยกันหาว่า an advert for villa และ a ghost อย่ใู นหนงั สอื เรียนหนา้ ใด จากนน้ั ครูถามคำถามเพือ่
ตรวจสอบความเขา้ ใจของนักเรยี นเก่ียวกบั หัวขอ้ ดงั กล่าว
Key - An advert for a villa (p. 31)
What is an advert? What information do you see in adverts?
Where can you see them?
- A ghost (p.33)
What is a ghost? Do you know any ghost stories?
ขนั้ ที่ 3 ( ขัน้ ฝึก ) Practice
1. นักเรยี นฟังและฝกึ ออกเสียงคำศัพท์เกยี่ วกับห้องต่างๆ ภายในบ้าน จาก CD 1 / Track 23
ในหนงั สือเรยี น หนา้ 27 หัวขอ้ Vocabulary จากน้ันช่วยกันแปลเปน็ ภาษาไทย
2. นกั เรียนดชู ื่อหน่วยการเรยี นร้ยู ่อย Unit 3a และภาพประกอบ ในหนงั สอื เรียน หน้า 28 แล้ว
ครถู ามว่าหน่วยการเรียนร้ยู อ่ ยนนี้ ่าจะเกย่ี วข้องกบั เรอ่ื งอะไร (English home)
3. นกั เรียนศึกษาหัวข้อ Learning to learn ในหนงั สอื เรยี น หนา้ 28 แลว้ ครอู ธิบายว่า
นอกเหนอื จากเนอ้ื หาท่ีชว่ ยทำใหน้ กั เรยี นเข้าใจบทอา่ นแล้ว ภาพประกอบกส็ ามารถชว่ ยทำให้นกั เรียนเดาเนอ้ื หา
ของบทอ่านได้
4. นักเรียนดภู าพประกอบและชอื่ เร่ืองของบทอา่ น ในหนงั สอื เรยี น หน้า 28 Ex. 1 (To predict
the content of an article from picture and its title) และตอบคำถามว่าบทอ่านนีเ้ ก่ียวขอ้ งกับอะไร
Key The article is about different types of houses in England.
5. ครูใหน้ ักเรยี นฟัง CD 1 / Track 24 พร้อมอา่ นบทอ่าน ในหนงั สือเรยี น หนา้ 28 แลว้ จับคู่
ขอ้ ความ A-E กบั ภาพ 1-5 จากน้นั นกั เรยี นจบั คกู่ บั เพ่ือนอา่ นประโยค 1-5 ใน Ex. 2 หนา้ 29 (To listen and
read for specific information) แลว้ บอกว่าประโยคนัน้ ถกู หรือผดิ เสร็จแล้วตรวจคำตอบ
Key T : Which text is pic. 1 from?
S1: Text A.
T : How do you know?
S2: There are no houses next to it.
T : What else does the text say about the house?
S3 : It has a garage.
T : Well done!
- Which text is pic. 2 from? (E) How do you know? (It is semi-detached.)
What else does the text say about this house? (large garden, lovely flowers)
- Which text is pic. 3 from? (D) How do you know? (flat, fourth floor, nice view)
88
- Which text is pic. 4 from? (C) How do you know? (number 10, famous, policeman in
front)
- Which text is pic. 5 from? (B) How do you know? (cottage, countryside, lovely flowers)
1. F (There is a back garden.)
2. F (She has a small kitchen.)
3. T (This terraced house is …)
4. F (It’s got three bedrooms, …a bathroom)
5. T (There is also a garden...)
ขัน้ ท่ี 4 (ข้ันนำไปใช)้ Production
1. นักเรียนเรียนรู้เลขลำดับท่ี (Ordinal numbers) 1st-20thในหนังสือเรียน หน้า 29 Ex. 3a (To
learn ordinal numbers and practise pronunciation) โดยครเู ปิด CD 1 / Track 25 ให้นักเรียนฟังและ
ฝกึ ออกเสยี ง ครเู ปิด CD ให้นักเรียนฟัง 2 คร้งั โดยหยดุ CD หลงั การออกเสยี งตวั เลขแต่ละตัว เพื่อใหน้ กั เรยี น
ฟังและฝึกออกเสียงตามสำหรบั นักเรียนทีเ่ รยี นออ่ น ครใู หน้ ักเรยี นจบั คูผ่ ลดั กนั สะกดเลขลำดบั ท่ี โดยนักเรียน
คนแรกสะกดคำอีกคนหนงึ่ ตรวจความถูกต้อง
2. นักเรียนดูภาพ ในหนงั สือเรยี น หน้า 29 Ex. 3b (To practise asking and answering
questions using ordinal numbers) แล้วครเู รียกนักเรยี น 2 คน อ่านตวั อย่างใหเ้ พอ่ื นฟงั จากนนั้ ใหน้ กั เรยี น
จบั คู่ฝกึ ถามตอบว่าใครอย่ชู น้ั ไหนบ้าง ครเู ดินสังเกตการออกเสยี งของนักเรียน แลว้ สุม่ เรยี กนักเรยี นยนื ข้ึนถาม
ตอบ
Key A : Which floor is Tony on?
B : He is on the 8th floor.
A : Which floor are Mary & Helen on?
B : They are on the 6th floor.
A : Which floor is Linda on?
B : She is on the 4th floor.
A : Which floor is Steve on?
B : He is on the 2nd floor.
A : Which floor are John & Bob on?
B : They are on the 7th floor.
A : Which floor is Billy on?
B : He is on the 5th floor.
A : Which floor are Lucy & Peter on?
B : They are on the 1st floor.
3. นกั เรยี นศึกษาหวั ข้อ Learning to learn ในหนงั สือเรียน หนา้ 29 เกี่ยวกับการเรียงลำดบั คำใน
ประโยคแล้วครอู ธบิ ายว่า ทั้งประโยคบอกเล่าและประโยคปฏเิ สธจะขึ้นตน้ ประโยคด้วยประธาน
89
4. ครูให้นกั เรียนทำ Ex. 4 (To practise word order) ในหนังสอื เรยี น หน้า 29 โดยเรียงลำดบั คำ
ในประโยคให้ถกู ต้อง แล้วตรวจคำตอบ
Key 1. Anne has got a nice flat.
2. Laura’s house is semi-detached.
3. The house hasn’t got a garden.
5. นกั เรียนปิดหนงั สอื เรยี น แล้วครอู ธิบายการใช้ There is / There are โดยชี้ไปที่กระดานพรอ้ ม
พดู วา่ There is a board in the classroom. แลว้ เขียนประโยคดังกล่าวบนกระดาน และขดี เสน้ ใต้คำวา่
there is จากนั้นครูพูดวา่ There isn’t a computer in the classroom. แล้วเขียนประโยคบนกระดานและ
ขีดเสน้ ใต้คำว่า There isn’t แล้วถามนกั เรียนว่า Is there a window in the classroom? พร้อมเขียน
ประโยคบนกระดาน ครูพดู ต่อไปวา่ There are eight desks in the classroom. There aren’t any
flowers in the classroom.Are there computers in the classroom? แล้วเขียนประโยคเหล่านีบ้ น
กระดาน และขีดเสน้ ใต้คำวา่ There areและบอกนกั เรียนวา่ There are เปน็ รูปพหพู จนข์ องThere is
6. นกั เรียนอ่านตารางในหนงั สือเรยี น หนา้ 29 Ex. 5 (To use there is / there are) แล้วเติมกฎ
การใชใ้ ห้สมบรู ณ์ จากน้ันหาประโยคตวั อยา่ ง There is / There are ในบทอ่าน หน้า 28
Key 1. there is 2. there are 3. Is there / Are there?
Text A: There are no houses …
There is a living …
… there are three …
There is a …
There is also …
Text B: There are two …
There are lovely flowers …
Text C: … there is a garden
Text E: There are lovely flowers …
ข้นั ที่ 5 (ขั้นสรุป) Wrap up
1. นกั เรียนใช้ตารางในหนงั สอื เรยี น หน้า 29 Ex. 5 เปน็ แนวทางในการเขยี นประโยคเก่ยี วกับบา้ นของ
Rosa รว่ มกับคำท่ีกำหนดให้ ใน Ex. 6 (To practise there is / there are) ให้นกั เรียนเขียนลงในสมดุ แล้ว
ครตู รวจคำตอบโดยสมุ่ เรยี กนกั เรยี นออกมาเขยี นประโยคบนกระดาน
Key 2. There is one living room downstairs.
3. There is a small kitchen downstairs.
4. There are two bathrooms upstairs.
5. There isn’t a garden.
6. There isn’t a garage.
สำหรับนกั เรียนที่เรียนออ่ น ครูให้นกั เรียนเขยี นประโยคโดยใช้ ‘have got’
90
Key 1. It’s got three bedrooms upstairs.
2. It’s got one living room downstairs.
3. It’s got one small kitchen downstairs.
4. It’s got two bathrooms upstairs.
5. It hasn’t got a garden.
6. It hasn’t got a garage.
2. ครูใหน้ ักเรยี นดบู ทอ่านในหนังสอื เรียน หนา้ 28 แล้วจบั ค่พู ูดบอกเพ่อื นว่า บา้ นแบบใดท่มี ีใน
ประเทศองั กฤษ (To consolidate vocabulary and grammar used in this unit) โดยใช้ There are
Suggested Answer Key
There are beautiful cottages in the countryside.
There are terraced houses in England.
There are lots of block of flats. Etc
3. นักเรยี นเขยี นประโยคเก่ียวกบั บ้านของตนเอง 4 ประโยค (To write sentences about your
house using vocabulary and grammar used in the unit) โดยใชป้ ระโยคบอกเล่าและปฏเิ สธ There is
/ There are
Suggested Answer Key
There are two bedrooms in my house.
There is a big living room.
There is a small kitchen and a bathroom.
There isn’t a garden.
4. นกั เรยี นทำแบบฝึกหดั Unit 3a ใน Workbook หน้า 17 Exs. 1-4 เปน็ การบ้าน
9. สื่อ/แหล่งการเรยี นรู้
1. หนังสอื เรียน Access ม. 1
2. แบบฝึกหัด Access ม. 1
3. Access Class Audio CDs ม. 1(ประกอบหนงั สอื เรียน Access ม. 1)
10. การวัดและประเมนิ ผล เครื่องมือ เกณฑ์
วธิ กี ารวดั เกณฑก์ ารประเมนิ ช้ินงาน รอ้ ยละ 50 ผ่านเกณฑ์
แบบประเมนิ การฟัง ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจแบบฝึกหัด แบบประเมินการพูดโตต้ อบ ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ประเมนิ การฟงั แบบประเมนิ การเขยี น ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ประเมนิ การพูด แบบประเมินการอา่ นออกเสียง ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ประเมนิ การเขยี น แบบประเมินสมรรถนะ ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ประเมนิ การออกเสยี ง
ด้านทกั ษะ/สมรรถนะ
วธิ ีการวัด เคร่อื งมือ 91
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ แบบประเมินคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
เกณฑ์
ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
1. ประเมินการทำแบบทดสอบก่อนเรียน
2. ประเมินการทำแบบฝึกหัด
3. สงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนร้ใู นชว่ งการทำกิจกรรม
4. ประเมินคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
5. ประเมนิ ผลการเขยี นบรรยายเก่ยี วกบั บา้ นของตนเอง
92
บนั ทึกหลังสอน
1. ผลการสอน
สอนไดต้ ามแผนการจดั การเรียนรู้ มจี ดุ ประสงค์ K P A
มีการบรู ณาการ คุณธรรม / การตา้ นการทจุ รติ / หลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
สอนไมไ่ ดต้ ามแผนการจัดการเรยี นรู้ เน่ืองจาก .........................................................................
.......................................................................................................................................................
2. ผลการเรียนของนักเรยี น
จำนวนนักเรียนที่ผา่ นการประเมิน .......................... คน คดิ เป็นรอ้ ยละ .................................
จำนวนนักเรียนทไ่ี มผ่ ่านการประเมิน ...................... คน คิดเป็นร้อยละ .................................
อ่ืน ๆ .............................................................................................................................................
3. ปัญหาและอปุ สรรค
กิจกรรมการจัดการเรียนรู้ ไม่เหมาะสมกับเวลา
มนี กั เรียนทำใบงาน/ใบกิจกรรมไมท่ นั ตามกำหนดเวลา
มีนกั เรียนทีไ่ มส่ นใจเรียน
อืน่ ๆ .............................................................................................................................................
4. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
ควรนำแผนไปปรบั ปรุง เร่อื ง ....................................................................................................
.......................................................................................................................................................
แนวทางแกไ้ ขนักเรียนทไี่ ม่ผ่านการประเมิน/ไม่สนใจเรยี น .............................................................
.......................................................................................................................................................
ไมม่ ีขอ้ เสนอแนะ
ลงช่ือ ........................................... ผู้บนั ทึก
( นางสาวพมิ พ์พรรณ ลลี า )
ครผู สู้ อน
______________________________________________________________________________
บันทกึ หลังการสอน ตามแผนการจดั การเรียนรู้ฉบับนี้ ได้รบั การพิจารณาจากหัวหนา้ กลุ่มสาระการ
เรยี นรู้และฝา่ ยวิชาการ แลว้
ลงชอื่ ........................................... ลงช่ือ ..................................................
( นางสาวพมิ พ์พรรณ ลลี า ) ( นางสาวิตรี แดงมีสี )
หัวหน้ากลุม่ สาระการเรยี นรู้
หัวหนา้ ฝา่ ยบรหิ ารงานวิชาการ
ลงชอื่ ...........................................................
( นายภานรินทร์ แผ่นศิลา )
ผ้อู ำนวยการโรงเรียนบ้านแข่โพนเมอื ง
93
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 14
รายวชิ า ภาษาองั กฤษพ้นื ฐาน อ21101 ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ 1
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 3 My home, my castle เรือ่ ง What’s it like? เวลา 2 ชัว่ โมง
ผสู้ อน นางสาวพมิ พพ์ รรณ ลลี า โรงเรยี นบา้ นแข่โพนเมือง
1. มาตรฐานการเรียนรู/้ ตวั ชี้วัด
มาตรฐาน ต 1.2 มที กั ษะการส่อื สารทางภาษาในการแลกเปล่ียนขอ้ มูลข่าวสาร แสดงความร้สู กึ และ
ความ คิดเหน็ อย่างมีประสิทธภิ าพ
มาตรฐาน ต 2.1 เขา้ ใจความสมั พนั ธ์ระหวา่ งภาษากบั วฒั นธรรมของเจ้าของภาษา และนำไปใชไ้ ด้
อย่างเหมาะสมกับกาลเทศะ
มาตรฐาน ต 3.1 ใชภ้ าษาต่างประเทศในการเชือ่ มโยงความรู้กบั กลุ่มสาระการเรียนรู้อนื่ และเป็น
พนื้ ฐาน
ในการพฒั นา แสวงหาความรู้ และเปิดโลกทัศน์ของตน
มาตรฐาน ต 4.2 ใชภ้ าษาตา่ งประเทศเปน็ เครื่องมอื พ้ืนฐานในการศกึ ษาตอ่ การประกอบอาชพี และ
การแลกเปล่ียนเรียนรกู้ ับสังคมโลก
ตัวชี้วัด
ต 1.2 ขอ้ 4 พูดและเขยี นเพื่อขอและให้ข้อมลู และแสดงความคิดเหน็ เกี่ยวกบั เร่อื งท่ฟี งั หรืออ่าน
อยา่ งเหมาะสม
ต 2.1 ขอ้ 1 ใช้ภาษา น้ำเสียง และกริ ยิ าท่าทางสุภาพ เหมาะสมตามมารยาทสังคมและ
วฒั นธรรมของเจ้าของภาษา
ต 2.1 ขอ้ 3 เขา้ ร่วม/จดั กจิ กรรมทางภาษาและวฒั นธรรมตามความสนใจ
ต 3.1 ข้อ 1 ค้นควา้ รวบรวม และสรุปข้อมูล/ขอ้ เท็จจรงิ ทเ่ี กย่ี วข้องกับกลมุ่ สาระการเรยี นร้อู ืน่
จากแหลง่ เรียนรแู้ ละนำเสนอด้วยการพดู /การเขยี น
ต 4.2 ขอ้ 1 ใช้ภาษาตา่ งประเทศในการสืบค้น/คน้ คว้า ความร/ู้ ข้อมลู ต่างๆ จากสอื่ และ
แหลง่ การเรียนรู้ตา่ งๆ ในการศกึ ษาตอ่ และประกอบอาชพี
2. สาระสำคญั
บทสนทนา โฆษณา การบรรยายเกี่ยวกับบ้าน สง่ิ ของเคร่อื งใชใ้ นบ้าน และการแสดงความคิดเห็น
พร้อมทงั้ ใหเ้ หตุผลประกอบ
3. จุดประสงค์การเรยี นรู้
- อา่ นออกเสียงคำศัพทเ์ กย่ี วกบั เคร่อื งเรือนเครอื่ งใช้ และบอกความหมาย
- จบั ใจความสำคัญ (main idea) และตอบคำถามจากการอ่านบทสนทนา
- พดู และเขียนเพอื่ ขอและให้ขอ้ มูลเกีย่ วกับภาพหอ้ งตา่ งๆ ภายในบา้ น