The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

e-book อายุวัฒนมงคล ๘๑ ปี พระเดชพระคุณ พระพรมเวที

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ท่องเที่ยวราชบุรี, 2022-08-07 23:47:19

e-book อายุวัฒนมงคล ๘๑ ปี พระเดชพระคุณ พระพรมเวที

e-book อายุวัฒนมงคล ๘๑ ปี พระเดชพระคุณ พระพรมเวที

Keywords: e-book อายุวัฒนมงคล ๘๑ ปี พระเดชพระคุณ พระพรมเวที

49

พระเดชพระคุณ พระพรหมเวที

ค�ำแสดงมทุ ิตำจิต

ในวาระอายุวฒั นมงคลครบ ๘๐ ปี พระเดชพระคุณ พระพรหมเวที เจา้ อาวาส
วดั พระปฐมเจดยี ์ ราชวรมหาวหิ าร จงั หวดั นครปฐม ทราบจากประวตั กิ ารศกึ ษา สมณศกั ดิ�
เกียรติคุณการบ�าเพ็ญสาธารณประโยชน์ วัตรปฏิิบัติ และปฏิิปทาแล้วเห็นว่า
พระเดชพระคุณฯ เปน็ พระมหาเถระช้นั ผใู้ หญท่ ี่มีวตั รปฏิิบัติงดงาม เปี่ยมดว้ ยคุณธรรม
จริยธรรมและเมตตาธรรม ท้ังด้านผลงาน พระเดชพระคุณฯ ท่านได้สร้างคุณูปการ
ทัง้ ด้านการศาสนา การศกึ ษา และการสาธารณกศุ ล ทัง้ ในระดับจังหวัดและประเทศ
ชาติ เป็นท่ียอมรบั และศรัทธา เป็นทป่ี ระจักษแ์ กพ่ ทุ ธศาสนกิ ชนและมหาชนทั่วไป

กระผมในนามของศาลจังหวัดนครปฐม ขอแสดงความยินดีและขออาราธนา
คณุ พระศรรี ตั นตรยั องคพ์ ระปฐมเจดยี ์ บารมพี ระรว่ งโรจนฤทธิ� และสง่ิ ศกั ดสิ� ทิ ธทิ� ง้ั หลาย
ในสากลโลก โปรดดลบนั ดาลประทานพรให้ พระเดชพระคณุ พระพรหมเทวี มสี ขุ ภาพ
พลานามยั ทสี่ มบรู ณแ์ ขง็ แรง มมี หาโชคมกี า� ลงั เขม้ แขง็ อดทน มสี ริ อิ ายยุ นื ยาว เปน็ มงิ่ ขวญั
และหลักชัยแห่งธรรมในบวรพุทธศาสนา เป็นที่เคารพและศรัทธา และเป็นท่ีพ่ึง
อนั ประเสรฐิ ของมหาประชาชนชาวจงั หวดั นครปฐม จงั หวดั ใกลเ้ คยี ง และประเทศชาติ
สบื ไป ตราบนานเท่านาน

(ดร.กมล สุปรียสุนทร)
ผู้พิพากษาหวั หนา้ ศาลจงั หวัดนครปฐม

50

วุ ม ค

ค�ำแสดงมุทิตำจิต

นมสั การ ท่านเจ้าคณุ ผบู้ ุญหนกั
บรรดาศักด�ิ ไมธ่ รรมดา สงา่ ศรี
ทินนาม น่าชนื่ ชม “พระพรหมเวท”ี
เพราะทรงคณุ ความดี มีมากมาย

ทา่ นปกครอง ดแู ลพระ คณะสงฆ์์
ให้ดา� รง คุณธรรม ตามมงุ่ หมาย
ดแู ลวดั พัฒนา ใหไ้ ร้อบาย
สร้างเครอื ข่าย ให้ประพฤติ ยึดทางธรรม

ทา่ นด�ารง เกียรตปิ รากฏิ สงู ยศฐา
เจ้าคณะ ภาค ๑๕ คา่ งามขา�
พระเจดีย์ ทผี่ ุดผ่อง ราวทองคา�
เพราะท่านน�า กรรมวิธี ชา่ งฝมี ือ

พระปฐม เจดยี ์ ท่ีมองเห็น
งามโดดเดน่ ตรตู า นา่ นับถอื
มกี จิ กรรม ประจ�าปี ท่เี ล่อื งลอื
ทา่ นเป็นสื่อ ใหว้ ัดจดั เสรมิ ศรทั ธา

ในโอกาส คล้ายวันเกิด อนั เลิศล้า�
ขอน้อมนา� คุณความดี มีคุณค่า
ทท่ี า่ นได้ ปฏิิบตั ิ เครง่ ครัดมา
ถงึ ๘๐ พรรษา น่าชน่ื ชม

ให้สขุ ภาพ ทา่ นสดใส ไรท้ กุ ขโ์ ศก
อยูใ่ นโลก วิถีธรรม นา� สุขสม
เป็นทรี่ วม ความศรัทธา น่านยิ ม
ยัง่ ยนื คู่ พระปฐม - เจดีย์ เทอญ

นายนิวัฒน์ สมพงษ์
ผู้พพิ ากษาหวั หนา้ ศาลแขวงนครปฐม
และคณะข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลแขวงนครปฐม

51

พระเดชพระคณุ พระพรหมเวที

คำ� แสดงมทุ ติ ำจิต

กระผมเป็นลูกศิษย์คนหนึ่งของพระเดชพระคุณ หลวงพ่อพระพรหมเวที
เจ้าอาวาสวัดพระปฐมเจดีย์ ราชวรมหาวิหาร โดยกระผมจะมาร่วมกิจกรรมของวัด
อย่างสม่�าเสมอกับคุณพ่อ คือ ท่านสุนทร แก้วพิจิตร ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัด
นครปฐม เวลาพบกนั หลวงพอ่ จะใหค้ วามคนุ้ เคย สนทิ สนม ทกั ทายกระผมตง้ั แตย่ งั ไมไ่ ดร้ บั
การเลอื กตง้ั เปน็ สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎรจงั หวดั นครปฐม จนกระทงั่ ไดร้ บั เลอื ก และไมว่ า่
กาลเวลาจะเปลยี่ นแปลงอยา่ งไร แตค่ วามเมตตาทหี่ ลวงพอ่ มตี อ่ ครอบครวั กระผมไมเ่ คย
เปลี่ยนแปลง เมื่อกระผมได้ด�ารงต�าแหน่งนายกสมาคมรถบรรทุกจังหวัดนครปฐม
อกี ตา� แหนง่ หากสมาคมจดั กจิ กรรมใดๆ ในบรเิ วณองคพ์ ระปฐมเจดยี ์ หลวงพอ่ กจ็ ะเมตตา
ให้ใช้สถานที่มาตลอด ซึ่ง่ึ ท�าใหท้ างสมาคมรู้สึกซึ่าบซึ่ึ้งยง่ิ นกั ในพระคณุ ของทา่ น

ในโอกาสท่ีพระเดชพระคุณหลวงพ่อที่เคารพสิริอายุวัฒนมงคลครบ ๘๐ ปี
กระผมขอกราบอาราธนาส่ิงศักดิส� ทิ ธ�คิ บู่ า้ นคูเ่ มอื งนครปฐม อนั ไดแ้ กพ่ ระรว่ งโรจนฤทธ�ิ
หลวงพ่อวัดไร่ขิงและพระศรีศากยะทศพลญาณประธานพุทธมณฑ์ลสุทรรศน์ ได้โปรด
บนั ดาลใหห้ ลวงพอ่ มสี ขุ ภาพพลานามยั สมบรู ณ์ แขง็ แรง เปน็ ทพ่ี งึ่ ของชาวนครปฐม ตลอด
กาลนาน

พนั โท
(สนิ ธพ แกว้ พจิ ิตร)

สมาชกิ สภาผู้แทนราษฎรจงั หวดั นครปฐม เขต ๑

52

วุ ม ค

ค�ำแสดงมุทิตำจติ

พระเดชพระคุณ พระพรหมเวที (สุเทพ ผสุ สฺ ธมโม) เจ้าอาวาสวัดพระปฐมเจดีย์
ราชวรมหาวหิ าร นบั เปน็ บคุ คลหนงึ่ ทเี่ ปน็ แบบอยา่ ง เปน็ ทเี่ คารพศรทั ธาของชาวนครปฐม
พระคุณเจ้าเป็นผู้ทรงภูมิปัญญา ล้�าเลิศในทางโลก โดยได้รับการถวายเกียรติคุณ
จาก หนว่ ยงานตา่ ง ๆ จนนบั ไมถ่ ว้ น เปน็ ผมู้ ผี ลงานประจกั ษใ์ นทางธรรม กลา่ วคอื ในดา้ น
การศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกบาลี ได้แก่ โรงเรียนสหศึกษาบาลี ด้านการเผยแผ่
พระพุทธศาสนา คือการแสดงตนเป็นพุทธมามกะ การน้อมนา� ศีลห้ามาสู่การปฏิิบัติ
ดา้ นสาธารณปู การ คอื การกอ่ สรา้ งถาวรวตั ถุ การปฏิิสังขรณ์พระอาราม ด้านสาธารณ-
สงเคราะห์ คือการช่วยเหลือผู้ประสบภัยธรรมชาติ ด้านการศึกษาสงเคราะห์ คือ
การใหท้ นุ การศกึ ษาแกน่ กั เรยี นทขี่ าดแคลนทนุ ทรพั ยท์ งั้ จงั หวดั และทวั่ ประเทศ นอกจากนี้
ในฐานะบุตร พระคณุ เจา้ ยงั เป็นผู้มคี วามกตญั ญกู ตเวทอี ยา่ งสูงสดุ ต่อบุพการี

กระผมได้รู้จักกับพระเดชพระคุณ พระพรหมเวที มาเป็นเวลานาน ตั้งแต่
สมัยพระคุณเจ้ายังมิได้ด�ารงต�าแหน่งเจ้าอาวาส ตลอดเวลาที่ผ่านมา กระผมได้รับ
ความเมตตา จากพระคุณเจ้ามาโดยตลอด และเมื่อกระผมได้รับการเลือกต้ังให้
ดา� รงต�าแหนง่ ประธานสภาวัฒนธรรมจงั หวดั นครปฐม พระคณุ เจา้ กไ็ ดก้ รุณาอนญุ าต
ให้ใช้สถานที่องค์พระปฐมเจดีย์ในการจัดงานมหาธีรราชเจ้ารา� ลึก มหกรรมวัฒนธรรม
จังหวัดนครปฐม ต้ังแต่ปีพุทธศักราช ๒๕๔๘ เป็นต้นมา นอกจากน้ี ยังสนับสนุน
การจัดงานวันแม่แห่งชาติของสภาวัฒนธรรมจังหวัดนครปฐม ตลอดจนอนุเคราะห์
ส่ิงต่างๆ เป็นประจ�าทุกปี ซึ่ึ่งกระผมและกรรมการทุกคนต่างซึ่าบซึ่้ึงในความเมตตา
เป็นที่สดุ

ในโอกาสที่พระคุณเจ้าอายุวัฒนมงคลครบ ๘๐ ปี กระผมขอกราบอาราธนา
คณุ พระศรรี ตั นตรยั และสงิ่ ศกั ดส�ิ ทิ ธท�ิ ง้ั หลายในสากลโลก โปรดดลบนั ดาลใหพ้ ระเดชพระคณุ
พระพรหมเวที มีสุขภาพพลานามัยท่ีสมบูรณ์แข็งแรง เป็นก�าลังส�าคัญในการเผยแผ่
พระพุทธศาสนาสืบไป

(นายสนุ ทร แกว้ พิจิตร)
ประธานสภาวฒั นธรรมจังหวดั นครปฐม

53

พระเดชพระคณุ พระพรหมเวที

ค�ำแสดงมุทติ ำจิต

พระเดชพระคณุ พระพรหมเวที เจ้าอาวาสวัดพระปฐมเจดีย์ ราชวรมหาวิหาร
อดีตเจ้าคณะภาค ๑๕ เป็นพระมหาเถระที่ถึงพร้อมด้วยวิชาและจรณะ มีเมตตาธรรม
ทเ่ี พยี บพรอ้ ม สรา้ งคณุ ูปการแก่สงั คมมากมาย เหน็ ได้จากผลงานของพระเดชพระคณุ
ทงั้ การมอบทนุ การศกึ ษาตง้ั แตร่ ะดบั ชนั้ อนบุ าลจนถงึ ระดบั ปรญิ ญาเอก ใหแ้ กเ่ ดก็ นกั เรยี น
นกั ศกึ ษาทวั่ ประเทศไทย การสรา้ งอาคารเรยี น อาคารมหาวทิ ยาลยั อาคารโรงพยาบาล
และสถานทร่ี าชการต่างๆ นบั ไมถ่ ้วน พระเดชพระคุณไดพ้ ัฒนาโรงเรียนสหศกึ ษาบาลี
ซึ่งึ่ เปน็ โรงเรยี นบาลปี ระจา� จงั หวดั นครปฐม ดว้ ยการตงั้ กองทนุ เพอื่ สง่ เสรมิ และสนบั สนนุ
การศกึ ษาภาษาบาลแี กพ่ ระภิกษุ สามเณร เป็นการส่งเสริมการศกึ ษาพระบาลี ให้เจรญิ
กา้ วหนา้ ในสว่ นการพฒั นาพระอารามนน้ั พระเดชพระคณุ มงุ่ เนน้ ใหว้ ดั เปน็ รมณยี สถาน
เป็นสถานท่ีสัปปายะเหมาะแก่การปฏิิบัติศาสนกิจของพระภิกษุ สามเณร และ
ศรัทธาสาธุชน มุ่งม่ันรักษาองค์พระปฐมเจดีย์ให้เป็นศรีสง่า เป็นศูนย์รวมจิตใจ
ของพทุ ธศาสนกิ ชนชาวนครปฐม สมกบั เป็นสุวรรณภูมิ แดนปฐมแห่งพระพุทธศาสนา
ส่วนเรื่องการเผยแผ่พระพุทธศาสนา พระเดชพระคุณเป็นพระนักเทศน์ นักปาฐกถา
มีน้�าเสียงไพเราะ เป็นเอกลักษณ์ ไม่มีผู้ใดเหมือน ชวนฟังและชวนติดตาม ปัจจุบัน
เผยแพร่อยใู่ นโซึ่เชยี ลมากมาย

คุณูปการที่พระเดชพระคุณได้ด�าเนินและสั่งสมมาเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน
เปน็ ทป่ี ระจักษ์ ได้รับการสรรเสริญยกยอ่ งท้งั ในส่วนของวงการคณะสงฆ์แ์ ละบา้ นเมอื ง
เห็นได้จากพระเดชพระคุณได้รับพระราชทานโปรดเกล้าฯ เป็นพระราชาคณะสูงสุด
ณ ปัจจุบนั เป็นเจ้าคณะรอง สว่ นฝา่ ยบา้ นเมอื งนนั้ พระเดชพระคณุ ไดร้ ับการถวาย
รางวัลและเกียรติคุณ รวมถึงปริญญาดุษฎีบัณฑ์ิตจากมหาวิทยาลัยต่างๆ มากมาย
นบั ไมถ่ ้วน จงึ กลา่ วไดว้ ่า พระเดชพระคณุ เป็นพระสงฆ์์ทีเ่ ปน็ แบบอยา่ งและเปน็ ผนู้ า�
ด้านการคณะสงฆ์์ทั้ง ๖ ด้าน กล่าวคือ ด้านการปกครอง การศาสนศึกษา
การศึกษาสงเคราะห์ การเผยแผ่ การสาธารณูปการ และการสาธารณสงเคราะห์

54

วุ ม ค

ในโอกาสอันเป็นมงคลท่ีพระเดชพระคุณเจริญอายุวัฒนมงคล ๘๐ ปี กระผม
ขออาราธนาคุณพระศรีรตั นตรยั อ�านวยใหพ้ ระเดชพระคุณปราศจากทกุ ข์ โศก โรค ภยั
และเจริญด้วยจตุรพิธพรชัย เป็นมิ่งขวัญและร่มโพธิ�ร่มไทรให้ปวงเหล่าศิษยานุศิษย์
ได้พ่ึงพิง อาศยั ตลอดไป เทอญ

(นายบญุ เชิด กติ ตธิ รางกูร)
ผ้อู า� นวยการส�านกั งานพระพทุ ธศาสนาจงั หวดั นครปฐม

55

พระเดชพระคณุ พระพรหมเวที

คำ� แสดงมทุ ิตำจิต

ดิฉัันย้ายมารับราชการท่ีส�านักงานศึกษาธิการจังหวัดนครปฐม เมื่อประมาณ
ปลายปีพทุ ธศักราช ๒๕๓๖ จา� ได้ว่า พีจ่ ิตระการ พรหมเรขา หวั หน้าฝ่ายบริหารงาน
ท่ัวไป ณ ขณะนั้น ได้พาดิฉัันไปกราบรายงานตัวกับหลวงพ่อ ว่าเป็นคนที่ปฏิิบัติงาน
ศาสนา สนองงานคณะสงฆ์์ ซึ่งึ่ หลวงพอ่ ไดเ้ มตตาตอ้ นรบั เปน็ อยา่ งดี ทา� ใหด้ ฉิ ันั ซึ่งึ่ ยงั ใหม่
ต่อการทา� งาน และยังไม่ค้นุ ชินกบั งานศาสนา ร้สู ึกมกี �าลงั ใจในการท�างานข้ึนอยา่ งมาก
หลังจากนั้นเป็นต้นมา ก็ได้มีโอกาสสนองงานหลวงพ่อทุกสิ่งตามที่ท่านมอบหมาย
หลวงพอ่ ใหค้ วามเมตตาดฉิ ันั มาตลอด ไมว่ า่ จะดา� รงตา� แหนง่ ใด แมก้ ระทงั่ เปลยี่ นหนว่ ยงาน
มาเปน็ ส�านักงานวัฒนธรรมนครปฐม ซึ่ึง่ มภี ารกจิ ด้านคณะสงฆ์น์ ้อยลง แต่ถึงกระนั้น
หลวงพอ่ กย็ งั ไวเ้ นอ้ื เชอ่ื ใจมอบหมายงานสา� คญั คอื ทนุ นธิ อิ งคพ์ ระปฐมเจดยี ์ ซึ่ง่ึ มกี ารมอบทนุ
ปลี ะหลายลา้ นบาทใหร้ บั ผดิ ชอบเสมอมา สรา้ งความปลม้ื ปติ แิ ละประทบั ใจตอ่ ดฉิ ันั เปน็ อยา่ งยงิ่

สง่ิ ทปี่ ระทบั ใจมากอกี เรอื่ งหนง่ึ คอื การทดี่ ฉิ ันั จะเปน็ ผปู้ ระสานงานนา� ผวู้ า่ ราชการ
จังหวัดนครปฐมทุกท่านท่ีย้ายมาใหม่ ไปถวายมุทิตาสักการะหลวงพ่อตั้งแต่ดิฉััน
ยังเป็นข้าราชการช้นั ผูน้ ้อย จนกระทั่งด�ารงต�าแหนง่ วัฒนธรรมจังหวดั ก่อนทที่ า่ นผวู้ ่าฯ
ทุกท่านจะลากลับ หลวงพ่อจะพูดเสมอว่า “ท่านผู้ว่าฯ มีอะไรจะให้วัดช่วยเหลือ
ไมต่ อ้ งมาเอง บอกใหเ้ จบ๊ ซึ่มี่ าไดเ้ ลย” คา� พดู นเ้ี ปน็ เครดติ ทดี่ ที ส่ี ดุ สา� หรบั ดฉิ ันั ทา� ใหด้ ฉิ ันั
ทราบวา่ หลวงพอ่ มเี มตตาและไวเ้ นอ้ื เชอ่ื ใจดฉิ ันั อยา่ งแทจ้ รงิ ปจั จบุ นั น้ี แมด้ ฉิ ันั จะยา้ ยไป
ดา� รงต�าแหน่งวัฒนธรรมจงั หวดั ชัยนาท แตด่ ิฉัันกย็ งั เปน็ ลกู ศิษย์ของ หลวงพอ่ และ
พรอ้ มทจ่ี ะรับใช้เสมอหากมีสงิ่ หนึ่งประการใดทจี่ ะท�าได้

ในโอกาสท่ี พระเดชพระคณุ หลวงพอ่ พระพรหมเวที เจรญิ อายวุ ฒั นมงคล ๘๐ ปี
ดิฉัันขออ�านาจแห่งองค์พระร่วงโรจนฤทธิ�ฯ ได้โปรดดลบันดาลประทานพรให้หลวงพ่อ
เจริญด้วยพลานามัยท่ีสมบูรณ์แข็งแรง เป็นท่ีพึ่งของพุทธศาสนิกชนชาวนครปฐมและ
ทัว่ ประเทศตลอดไป

(นางฐิตริ ตั น์ เรืองสงั ข์)
วัฒนธรรมจงั หวัดชยั นาท

56

วุ ม ค

คำ� แสดงมทุ ิตำจติ

เมอื่ วันท่ี ๑๒ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ นบั เปน็ สิริมงคลสา� หรับชวี ิตดฉิ ัันที่มโี อกาส
ไดเ้ ข้ากราบนมัสการ พระเดชพระคุณ พระพรหมเวที (สเุ ทพ ผสุ สฺ ธมโฺ ม, ป.ธ.๙, ดร.)
ผรู้ กั ษาการแทนเจา้ คณะภาค ๑๕ เจา้ อาวาสวดั พระปฐมเจดยี ์ ราชวรมหาวหิ าร ในโอกาส
มาด�ารงต�าแหนง่ วัฒนธรรมจังหวดั นครปฐม พระเดชพระคุณแสดงออกถงึ ความเมตตา
ทม่ี ตี อ่ ขา้ ราชการและบคุ ลากรในส�านกั งานวฒั นธรรมจงั หวดั นครปฐม และตั้งแตว่ นั นัน้
ดิฉัันก็ได้รับความเมตตาและความไว้วางใจในการขับเคลื่อนสนองงานต่าง ๆ
ของวัดพระปฐมเจดีย์ โดยเฉัพาะในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ
ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID – 19) เชน่ งานทุนนธิ อิ งคพ์ ระปฐมเจดยี ์ ประจา� ปี ๒๕๖๔
เพอ่ื มอบทนุ การศกึ ษาใหแ้ กน่ กั เรยี น นสิ ติ นกั ศกึ ษาทง้ั ในจงั หวดั นครปฐมและทกุ จงั หวดั
ทั่วประเทศ การบันทึกเทปคติธรรมเน่ืองในวันมาฆ์บูชา เพ่ือเผยแพร่สู่เด็ก เยาวชน
และประชาชน ผ่านระบบออนไลน์งานโรงทานโดยจัดท�าข้าวกล่องเพ่ือช่วยเหลือ
บุคลากรทางการแพทย์ ตลอดจนเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการ
แพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-๑๙ จนกวา่ สถานการณจ์ ะคล่ีคลาย เปน็ ต้น

พระเดชพระคุณ เป็นบุคคลท่ีมีความต้ังใจใฝ่เรียนรู้ท้ังทางโลกและทางธรรม
จนส�าเร็จการศกึ ษาปรญิ ญาโท (พธ.ม.) จากมหาวิทยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั
นักธรรมเอก และเปรียญธรรม ๙ ประโยค จากสา� นกั เรยี นวดั พระปฐมเจดีย์ และไดร้ ับ
การถวายปริญญาพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑ์ิตกิตติมศักด�ิ (พธ.ด.) จากมหาวิทยาลัยต่างๆ
อกี ทง้ั สง่ เสรมิ การศกึ ษาบาลสี �าหรบั ภกิ ษุ สามเณร และประชาชน เปน็ ผนู้ อ้ มน�าหลกั ธรรม
คา� สอนขององคส์ มเดจ็ พระสมั มาสมั พทุ ธเจา้ มาเปน็ ขอ้ วตั รปฏิบิ ตั ิ เปน็ แบบอยา่ งแกห่ มสู่ งฆ์์
ส่งเสริมให้มีการปฏิิบัติธรรมแก่เด็ก เยาวชน และประชาชน มาโดยตลอด
ท่านมีความเมตตาช่วยเหลือแก่ผู้ประสบความทุกข์ ทั้งบรรพชิตและฆ์ราวาส
เป็น นักปกครองดูแลอุปถัมภ์กิจการคณะสงฆ์์ ท้ังวัดพระปฐมเจดีย์ ราชวรมหาวิหาร

57

พระเดชพระคุณ พระพรหมเวที

และคณะสงฆ์์ภาค ๑๕ (จังหวัดราชบุรี เพชรบุรี สมุทรสงคราม ประจวบคีรีขันธ์)
ตลอดจนให้ค�าแนะน�าแก่วัดอ่ืนๆ เสริมสร้างความปรองดองสมานฉัันท์แก่หมู่สงฆ์์
และส่งถึงพุทธศาสนิกชน วัดมีความมั่นคงแข็งแรง มีภูมิทัศน์ท่ีร่มร่ืนและสวยงาม
เปน็ ศูนยก์ ลางในการจดั กจิ กรรมของจงั หวดั นครปฐม ทง้ั หนว่ ยงานภาครฐั ภาคเอกชน
ขออนญุ าตใชบ้ รเิ วณรอบองคพ์ ระปฐมเจดยี เ์ ปน็ สถานทจี่ ดั กจิ กรรม ทงั้ ดา้ นศาสนา ศลิ ปะ
และวัฒนธรรม อยา่ งตอ่ เนื่อง จนเป็นทร่ี ู้จักอย่างกวา้ งขวาง

นับเวลาได้เจ็ดเดือนที่ดิฉัันได้สนองงานคณะสงฆ์์ โดยมี พระเดชพระคุณ
พระพรหมเวที เปน็ ประธาน ดฉิ ันั รสู้ กึ ประทบั ใจ จะนอ้ มนา� หลกั ๕ ป. ปรยิ ตั ิ ปฏิบิ ตั ิ ปฏิเิ วธ
ปกครอง ปฏิสิ งั ขรณ์ ตลอดจนยดึ หลกั ความกตญั ญกู ตเวที จากคา� พดู ทว่ี า่ “แมพ่ าลกู เขา้ วดั
ลกู พาแมเ่ ขา้ วัง” ของพระเดชพระคุณ มาเป็นต้นแบบในการด�าเนินงานและดา� รงชวี ิต
ตอ่ ไป

ในวันท่ี ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๖๔ พระเดชพระคุณ เจรญิ อายวุ ัฒนมงคล ๘๐ ปี
ดฉิ ันั ขออา� นาจคณุ พระศรรี ตั นตรยั บารมขี องหลวงพอ่ พระรว่ งโรจนฤทธฯ�ิ ไดโ้ ปรดอภบิ าล
บนั ดาลประทานพรให้ พระเดชพระคณุ พระพรหมเวที หลวงพอ่ ผู้เมตตา เจริญยง่ิ
ในพระพุทธธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นก�าลังส�าคัญในการรักษา
และเผยแผพ่ ระพทุ ธศาสนาสบื ไป

(ดร.สดุ ารัตน์ พงศ์อมั พรไกวลั )
วัฒนธรรมจงั หวดั นครปฐม

58

ุว ม ค

ค�ำแสดงมทุ ติ ำจิต

ในโอกาสอันเป็นมงคล วันท่ี ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๔ ซึ่ึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิด
ของ พระเดชพระคุณ พระพรหมเวที เจ้าอาวาสวัดพระปฐมเจดีย์ ราชวรมหาวิหาร
จังหวัดนครปฐม โดยเฉัพาะอยา่ งยง่ิ ในปีน้ี พระเดชพระคุณอายคุ รบ ๘๐ ปี คณะศษิ ย์
ต่างมีจติ กุศลถวายมุทติ าสักการะ

คนเราเกดิ มาถา้ มกี ายท่สี งา่ งาม วาจาท่ีไพเราะ ใจทม่ี ีเมตตา ยอ่ มเป็นที่เคารพ
เปน็ ทีร่ กั ใคร่ของบคุ คลที่พบเหน็ ดจุ ดัง่ เชน่ พระเดชพระคณุ พระพรหมเวที ทา่ นมที ั้ง
๓ ประการอยู่ในตัวทา่ น ด้วยรูปกายทดี่ ูดี วาจาท่ีไพเราะ เสียงทก่ี งั วานชดั เจน ทา� ให้
การแสดงธรรมหรอื การสนทนาของทา่ นเปน็ ทป่ี ระทบั ใจแกค่ นทวั่ ไป และดว้ ยจติ ทเ่ี ปย่ี ม
ดว้ ยความเมตตาของทา่ นทมี่ ตี อ่ พทุ ธศาสนกิ ชนคนดอ้ ยโอกาสทกุ คน โดยไมเ่ ลอื กปฏิบิ ตั ิ
ยงิ่ เสรมิ ความเปน็ พระเถระชัน้ ผู้ใหญ่ทีน่ า่ เคารพนับถือของคนท่ัวไปเป็นอย่างย่ิง

นับตั้งแต่วันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๐๔ ท่ีท่านได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุสงฆ์์
และได้มาจ�าพรรษาที่วัดพระปฐมเจดีย์ เม่ือปี พ.ศ. ๒๕๐๘ จวบจนมาถึงปัจจุบัน
ท่านเป็นพระนักพัฒนา ไม่ว่าในด้านการพัฒนาตนเอง พัฒนาคน พัฒนาสิ่งแวดล้อม
สถานที่ปรากฏิให้เห็นการพัฒนาขึ้นตามล�าดับ องค์ความรู้ที่ท่านพัฒนาตนเอง
คุณความดีท่ี ท่านได้สร้างสมกระท�ามา ท่านพัฒนาตนเองจากพระลูกวัดจนมาเป็น
เจ้าอาวาสเม่อื ปี พ.ศ. ๒๕๓๖ และดา� รงตา� แหน่งเจ้าคณะภาค ๑๕ เม่ือปี พ.ศ. ๒๕๔๔
กล็ ว้ นแตค่ ณุ งามความดขี องทา่ นทีท่ า่ นได้กระทา� มาท้งั ส้ิน

ดิฉัันในฐานะพุทธศาสนิกชนคนหนึ่ง ท่ีได้รับความเมตตาจากพระเดชพระคุณ
ของหลวงพอ่ หลายๆ ครง้ั หลายๆ กจิ กรรม ทท่ี า่ นเมตตาเปน็ ธรุ ะดา� เนนิ การให้ เปน็ การยาก
แก่การบรรยายความรู้สึกของดิฉััน ซึ่ึ่งดิฉัันถือว่าท่านเป็นผู้มีพระคุณท่ีสุดอย่างหาสิ่งใด
มาเปรยี บมไิ ด้

59

พระเดชพระคุณ พระพรหมเวที

ในโอกาสอันเป็นมงคลยิ่งท่ีพระเดชพระคุณ พระพรหมเวที มีอายุวัฒนมงคล
ครบ ๘๐ ปี ดิฉัันขอกราบอาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย อานุภาพแห่งหลวงพ่อ
พระร่วงโรจนฤทธ�ิ และส่ิงศักด�ิสิทธ�ิท้ังหลายในสากลโลก ตลอดจนคุณงามความดี
ท่ีท่านได้สร้างสมกระท�ามา ไว้โปรดประทานพรคุ้มครองให้ท่านมีสุขภาพพลานามัย
สมบูรณ์ แข็งแรง แคล้วคลาดจากภัยท้ังปวง มีอายุยั่งยืนนาน เป็นร่มโพธ�ิร่มไทร
ของพุทธศาสนกิ ชนตลอดนานเทา่ นาน

กราบนมสั การด้วยความเคารพอย่างสูง
(ดร.ทศั นยี ์ ไผทฉันั ท)์

60

ุว ม ค

คำ� แสดงมทุ ติ ำจติ

พระพรหมเวัทีี
“คอื นักปราชญ ์ คอื ครูผู้เจันจับ”
พระเดชพระคุณ พระพรหมเวที (สเุ ทพ ผุสฺสธมโฺ ม) เจา้ อาวาสวดั พระปฐมเจดีย์
ราชวรมหาวหิ าร เปน็ พระเถระผใู้ หญท่ ม่ี ศี ลี าจารวตั รงดงามยง่ิ เปน็ บรรพชติ ทป่ี ฏิบิ ตั หิ นา้ ท่ี
ตามพุทธบัญญัติว่าบรรพชิตต้องมีหน้าท่ีศึกษาพระธรรมวินัยถ่องแท้ เป็นผู้ปฏิิบัติตน
ตามพระธรรมวินัยและเผยแผ่ธรรมะด้วยวิธีการสอนคน โดยกลยุทธ์ที่หลากหลาย
ใครก็ตามท่ีมีโอกาสเข้าคารวะ เสวนาธรรม ขอค�าปรึกษา ขอความช่วยเหลือฯลฯ
จะรบั รเู้ ปน็ เอกฉัันท์วา่ พระเดชพระคณุ ฯ มีความรแู้ ตกฉัานลกึ ซึ่้งึ ในพระธรรมคา� สอน
ของพระพุทธเจ้า และรอบรู้ในวิชาการหลากหลายมีวิสัยทัศน์กว้างไกล มีเมตตาธรรม
สูงส่ง เป็นผู้ให้โดยไม่มีเงื่อนไข เริ่มจากผู้ท�างานใกล้ชิดรอบตัวพระเดชพระคุณฯ
ทุกคน พร้อมลูกหลาน เหลน อยู่ดีมีสุข ได้รับการศึกษาดีถ้วนหน้าตามศักยภาพ
ท�าให้บุคลากรในปกครองมีก�าลังใจปฏิิบัติหน้าท่ีสุดก�าลัง ส่งผลให้ท�างานได้ดี
ตามระบบศาสนสถานสะอาด เป็นระเบยี บเรยี บร้อยและสมประโยชน์ ซึ่งึ่ มาพรอ้ มกบั
ความสภุ าพเรยี บรอ้ ย ออ่ นนอ้ มถอ่ มตนและความมนี า�้ ใจของบคุ ลากร ดว้ ยพระเดชพระคณุ ฯ
ไดป้ ฏิบิ ตั ิตนเปน็ ตน้ แบบ
สา� หรบั บคุ คล องคก์ รตา่ งๆ ทง้ั ภาครฐั และเอกชน มโี ครงการใดๆ ทส่ี มประโยชน์
พระเดชพระคณุ ฯ ใหก้ ารสนบั สนนุ ตามควรทกุ เรอื่ ง โดยเฉัพาะดา้ นการศกึ ษา ในแตล่ ะปี
ท่านได้เก้ือหนุนเด็กและเยาวชนท่ีเป็นคนดี ต้ังใจศึกษาเล่าเรียนแต่ขาดทุนทรัพย์
เปน็ จา� นวนมากเหลอื คณานบั จากคณุ ลกั ษณะดงั กลา่ ว พระเดชพระคณุ จงึ ไดร้ บั การเคารพ
ศรทั ธาอยา่ งกวา้ งขวาง และไดร้ บั การยกยอ่ งวา่ เปน็ พระนกั การศกึ ษา นกั บญุ นกั พฒั นา
นักบรรยาย นักเทศน์ แห่งลุ่มน้�าท่าจีนจรดสายน�้าแม่กลอง ทุ่มเทอุทิศเวลาในการ
เผยแผ่พุทธศาสนาอยา่ งตอ่ เนือ่ ง เป็นวิทยากรบรรยายธรรมในสถานศึกษา หน่วยงาน
ท้ังภาครัฐและเอกชน ทางสถานีวิทยุ โทรทัศน์ งานพระราชพิธี รัฐพิธีต่างๆ ฯลฯ
ตั้งแต่เป็นบรรพชิตในวัยหนุ่ม จนจะถึงวาระอายุวัฒนะมงคลครบ ๘๐ ปี ในวันที่
๓๐ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔ นี้แล้ว แต่ยังไม่เห็นสักวัน ที่พระเดชพระคุณฯ
วา่ งเวน้ จากภารกจิ ดงั กลา่ ว จงึ นบั วา่ ผใู้ ดมโี อกาสเขา้ คารวะ เสวนาธรรม ฯลฯ เปน็ ผโู้ ชคดี
เพราะจะกลบั ออกมาดว้ ยความอมิ่ อกอม่ิ ใจเปน็ สขุ สมหวงั ถว้ นหนา้ และดฉิ ันั กเ็ ปน็ คนหนง่ึ

61

พระเดชพระคุณ พระพรหมเวที

ที่เป็นผู้โชคดีนั้น ดิฉัันมารับต�าแหน่งผู้อ�านวยการโรงเรียนราชินีบูรณะ เมื่อวันท่ี ๒๐
ธนั วาคม พทุ ธศกั ราช ๒๕๒๓ ไดพ้ ยายามหาโอกาสไปคารวะพระเดซึ่พระคณุ ฯ เสมอมา
จนถึงปัจจุบัน ตลอดเวลาต่อเนื่องยาวนานได้ซึ่ึมซึ่ับคุณลักษณะ ไม่ว่าจะเป็นท่วงท่ี
กิริยา วาจา และน�้าใจ ซึ่่ึงเป็นปัจจัยส�าคัญยิ่งที่ช่วยเสริมสร้างให้ดิฉัันด�ารงชีวิต
อยา่ งองอาจ และมคี วามสขุ ยิง่

ในความทรงจ�าของดิฉััน คงจะไม่เป็นการทึกทักเอาเองว่า พระเดชพระคุณฯ
มองดฉิ ัันในแง่ดี ให้เกียรตยิ กย่องเสมอ เร่ิมทพ่ี ระเดชพระคุณ ฯ สร้างพระปฐมเจดีย์
จ�าลอง มอบแก่พุทธศาสนิกชนผู้มีศรัทธาในการบ�ารุงพระพุทธศาสนา รุ่นแรก
พระเดชพระคุณฯ จัดมอบให้เพียง ๙ องค์ ผู้ได้รับล้วนเป็นข้าราชการช้ันผู้ใหญ่
ระดับอธิบดี ผู้ว่าราชการจังหวัด ฯลฯ แต่ดิฉัันได้มีโอกาสเป็นหนึ่งใน ๙ ทั้งท่ี
เกษียณราชการแล้ว ดิฉัันเข้าไปกราบคารวะท่าน ด้วยส�านึกในพระคุณอย่างสูง
ด้วยดวงตาที่ฉังน พระเดชพระคุณตอบดิฉัันว่า “ความดีท่ีอาจารย์ได้ท�ามา
โดยตลอดเวลายาวนาน คนอื่นอาจจะลมื แตอ่ ย่ใู นใจอาตมาตลอด” ดิฉัันกลบั ออกมา
ดว้ ยกา� ลงั ใจเปย่ี มลน้ ทเี่ กดิ จากความรสู้ กึ ดๆี ทพี่ ระเดชพระคณุ ฯ มอบให้ พรอ้ มคา� นงึ ตอ่
ดว้ ยศรัทธาวา่ พระเถระผูใ้ หญร่ ูปนี้มสี มานัตตะตาธรรม พระเดชพระคณุ ฯ ดา� รงตน
เป็นผมู้ ีความเสมอต้นเสมอปลายอย่างนา่ เล่อื มใส

เรอ่ื งหน่ึงท่ีอยากจะเลา่ สู่กนั ฟัง พระเดชพระคณุ เคยถามดฉิ ัันวา่ จากพระปฐม
บรมราชโองการ “เราจะครองแผน่ ดนิ โดยธรรม เพอ่ื ประโยชนส์ ขุ แหง่ มหาชนชาวสยาม”
อาจารย์วา่ “ธรรมหมายถึงอะไร ?” ดฉิ ัันหนั ไปมองหน้าเพอ่ื นเชิงขอค�าปรึกษา เพราะ
ถา้ ตอบ ว่า “ทศพธิ ราชธรรม” ท่านคงไมถ่ ามเราแน่ พระเดชพระคุณเฉัลยว่า “ธรรม
คอื ความรกั ความเมตตา น่าอศั จรรย์จรงิ ๗๐ ปี แห่งการครองสริ ริ าชสมบัติ ยังไมเ่ คย
ไดย้ นิ ใครพดู เชน่ น้ี ทงั้ ๆ ทพ่ี ระราชกรณยี กจิ ทท่ี รงบา� เพญ็ ลว้ นบง่ บอกชดั เจนถงึ ความรกั
ความเมตตาต่อ พสกนิกรของพระองค์ ดิฉัันได้อานิสงส์จากความคิดอัจฉัริยะน้ีไป
ขยายผลประกอบคา� บรรยายในทตี่ า่ งๆ หลายครง้ั ซึ่งึ่ ทกุ ครงั้ เปน็ ทป่ี ระทบั ใจ เพราะไมเ่ คย
มใี ครคดิ เชน่ นมี้ ากอ่ น มอี กี หลายเรอ่ื งราวทด่ี ฉิ ันั ไดร้ บั จากพระเดชพระคณุ ฯ ในดา้ นความรู้
ความคิด ประสบการณ์ ความเมตตา ฯลฯ ซึ่่ึงได้เก็บเกี่ยวเป็นสมบัติตนและได้น�าไป
ขยายผลตามโอกาส เท่ากับได้อาศัยพระเดชพระคุณฯ เป็นสะพานบุญร่วมสร้างคนดี
เพื่อสงั คมไทยไดส้ ขุ สันตม์ น่ั คง

62

วุ ม ค

ดิฉัันมคี วามมัน่ ใจอยา่ งยิ่งวา่ ผูใ้ ดไดเ้ ข้าคารวะ เสวนาธรรมกบั พระเดชพระคณุ
จะไดเ้ ก็บเกี่ยวความรู้ ความคิด ความดี ไปเปน็ สมบตั ติ น และร่วมกนั สรา้ งสรรคส์ งั คม
ใหส้ ขุ สนั ตไิ ด้จริง

ในวาระอนั เปน็ มงคลที่ พระเดชพระคณุ พระพรหมเวที เจรญิ อายวุ ฒั นะครบ ๘๐ ปี
ในวันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๖๔ ขออ�านาจคุณพระรัตนตรัย กอปรด้วยกุศลกรรม
ที่พระเดชพระคุณได้บ�าเพ็ญมาโดยตลอด รวมกับพลังจิตแห่งความรักและศรัทธา
ที่ศิษยานุศิษย์พุทธศาสนิกชนและทุกๆ คนมอบถวาย จงรวมเป็นพลวปัจจัยน�าพาให้
พระเดชพระคุณเจริญด้วยจตุรพิธพรชัย มีกา� ลังกาย ก�าลังใจ ในการเผยแผ่ธรรมะ
มีความสุข เจริญรงุ่ เรอื งยิง่ ในบวรพุทธศาสนาตราบนานเท่านาน

“คือนกั ปราชญ์ คือครู ผเู้ จนจบ
ควรเคารพ ประกาศเกียรติ ใหเ้ กรกิ ก้อง
จริยาวตั ร งามล้า� ตามครรลอง
ให้ปวงผอง สาธุชน ได้บชู า

ขอน้อมจติ กตญั ญตุ า ศรัทธารกั
ดว้ ยประจักษ์ เมตตาธรรม อันลา�้ ค่า
พระไตรรัตน์ แพรว้ พิสิฐ เลศิ ฤทธา
ไดน้ า� พา ทา่ นสขุ สันต์ นิรันดรเ์ ทอญ”

นมัสการดว้ ยความเคารพอยา่ งสูง

(ดร.ยุพนิ ดษุ ยิ ามี)
ผูร้ บั ใบอนุญาตโรงเรียนอนุบาลเสรมิ ปญั ญา
ประธานชมรมคนรักในหลวง และมลู นธิ ิปนั สขุ จังหวดั นครปฐม

63

พระเดชพระคุณ พระพรหมเวที

ค�ำแสดงมุทติ ำจิต

กระผมนายจริ วฒั น์สะสมทรพั ย์ นายกองคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวดั นครปฐม ขอนอ้ ม
กราบนมัสการแสดงมทุ ติ าจติ แด่ พระเดชพระคณุ พระพรหมเวที เน่ืองในวาระอายุ
วฒั นมงคลครบ ๘๐ ปี ในวันท่ี ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๖๔ พระเดชพระคณุ เปน็ ศนู ย์รวม
แห่งความดีงาม เป็นท่ีพ่ึงทางใจแก่ประชาชนในจังหวัดนครปฐมและจังหวัดใกล้เคียง
ทา่ นนา� มาซึ่ง่ึ ความรกั ความเลอ่ื มใสศรทั ธา ความรว่ มมอื รว่ มใจ จากประชาชนและสถาบนั
ต่าง ๆ ทา่ นเป็นต้นแบบและแสดงใหเ้ หน็ ถึงความส�าคัญของคา� วา่ “บวัร” นน้ั คอื บา้ น
วัด โรงเรียน ท่านได้รวมทงั้ ๓ สว่ นเขา้ ดว้ ยกนั ท�าใหส้ งั คมอยรู่ ่วมกนั อยา่ งเปน็ สุข

ค�าสอนธรรมะของท่านที่เด่นชัด คือ สอนส่ิงที่ยากให้เป็นธรรมะภาคปฏิิบัติที่
งา่ ยตอ่ การเขา้ ใจ มรี ะบบปฏิบิ ตั ติ ามไดจ้ รงิ และเกดิ ผลดี สอนใหเ้ จรญิ สติ ใหร้ สู้ กึ ตวั พรอ้ ม
อยู่เสมอในทุกอิริยาบถ และไม่ประมาทในการใช้ชีวิต นอกจากการอบรมสั่งสอน
พทุ ธศาสนกิ ชนแล้ว พระเดชพระคณุ ฯ ยงั ใหค้ วามอนุเคราะห์แก่ผทู้ ม่ี ีสมั มาปฏิบิ ัติในอีก
หลายๆ ดา้ น ทง้ั การมอบทนุ การศกึ ษา โดยมอบทนุ การศกึ ษาเปน็ ประจา� ทกุ ปี การแจกถงุ
ยงั ชพี แกผ่ ยู้ ากไร้ โดยไมจ่ า� กดั ภมู ลิ �าเนา ในชว่ งสถานการณ์ Covid - 19 ไดแ้ จกอาหารกลอ่ ง
ทุกวันแกผ่ ไู้ ด้รบั ผลกระทบจากสถานการณ์ Covid - 19 และรว่ มกับวฒั นธรรมจงั หวดั
นครปฐมในการท�าอาหารใหก้ บั บคุ ลากรทางการแพทย์ รวมทั้งจัดกิจกรรมเพอื่ สาธารณ
ประโยชนต์ า่ ง ๆ ทง้ั ในจงั หวดั นครปฐมและจงั หวดั อนื่ ๆ ทงั้ ประเทศ บา� เพญ็ ทง้ั ธรรม ทาน
และอามสิ ทานอยา่ งสมา�่ เสมอ พวกเราชาวจงั หวดั นครปฐมมคี วามภาคภมู ใิ จใน พระเดช
พระคณุ ทา่ นเปน็ อยา่ งยง่ิ และขอนอ้ มนา� เอาวตั รปฏิบิ ตั มิ าเปน็ แบบอยา่ งทด่ี ใี นการดา� เนนิ
ชีวติ และเปน็ หลกั ในการประพฤติปฏิบิ ตั ติ อ่ ไป

ในโอกาสวาระอายุวฒั นมงคลครบ ๘๐ ปี ของ พระเดชพระคุณ พระพรหมเวที
กระผม นายจริ วฒั น์ สะสมทรพั ย์ นายกองคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวดั นครปฐม ขออาราธนา
คุณพระศรีรัตนตรัยและบารมีองค์หลวงพ่อพระร่วงโรจนฤทธิ� ตลอดจนสิ่งศักดิ�สิทธิ�
ท้ังหลาย โปรดดลบันดาลให้สุขภาพพลานามัยของพระเดชพระคุณหลวงพ่อแข็งแรง
สมบรู ณ์ สถิตเปน็ รม่ โพธิ�รม่ ไทร เปน็ ศูนยร์ วมใจใหช้ าวนครปฐมไปตราบนานเทา่ นาน

(นายจริ วัฒน์ สะสมทรัพย)์
นายกองคก์ ารบริหารสว่ นจังหวัดนครปฐม

64

วุ ม ค

คำ� แสดงมุทิตำจิต

เกลา้ กระผม นายเสรนิ ทร์ แก้วพิจิตร นายกเทศมนตรนี ครนครปฐม น้อมกราบ
นมสั การแสดงมทุ ติ าสกั การะในโอกาสอนั เปน็ มงคลยงิ่ ทพ่ี ระเดชพระคณุ พระพรหมเวที
(สเุ ทพผสุ สฺ ธมโฺ มป.ธ.๙,พธ.ด.)เจา้ อาวาสวดั พระปฐมเจดยี ์ราชวรมหาวหิ าร จงั หวดั นครปฐม
ได้เจริญอายุวฒั นมงคลครบ ๘๐ ปี

ด้วยพระเดชพระคุณหลวงพ่อ เป็นผู้บ�าเพ็ญคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา
สงั คม และประเทศชาติ เปน็ ทเี่ คารพรัก ศรทั ธา ของพุทธศาสนิกชน ทา่ นมคี วามมุ่งมนั่
ในการอบรมส่งั สอนพทุ ธศาสนิกชนเพอื่ พัฒนาจติ ใจให้เปน็ กศุ ล อนั ชว่ ยส่งผลใหบ้ ังเกิด
ความสุขโดยส่วนตัวของผู้ปฏิิบัติ และเกิดความเรียบร้อยแก่สังคมโดยส่วนรวมอย่าง
สม่า� เสมอตลอดมา

นอกจากนี้ พระเดชพระคณุ หลวงพอ่ ยงั เปน็ ศนู ยร์ วมแหง่ ความดขี องชาวจงั หวดั
นครปฐม นา� มาซึ่งึ่ ความเลอื่ มใสศรทั ธา ความรว่ มมอื รว่ มใจจากประชาชน และหนว่ ยงาน
ท้ังภาครัฐและเอกชน รวมถึงการให้ความอนุเคราะห์แก่ผู้ท่ีมีสัมมาปฏิิบัติในอีกหลายๆ
ด้าน ที่เป็นกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์ท้ังในจังหวัดนครปฐมและจังหวัดอื่นๆ
ทัว่ ประเทศ อนั เปน็ การบ�าเพญ็ ทั้งธรรมทานและอามิสทานอย่างสม่�าเสมอ ซึ่ึ่งเทศบาล
นครนครปฐมเองก็ได้รับอามิสทานและธรรมทานจากพระเดชพระคุณหลวงพ่ออย่างดี
เสมอมา

เกล้ากระผมมีความปลื้มปีติยินดีและภาคภูมิใจในพระเดชพระคุณหลวงพ่อ
เปน็ อยา่ งยง่ิ ทง้ั น้ี เกลา้ กระผมจะขอนอ้ มหลกั คา� สอน นา� เอาวตั รปฏิบิ ตั มิ าเปน็ แนวทาง
ในการประพฤติปฏิิบัติตน และขอปวารณาตนเป็นสื่อกลางในการเผยแผ่แนวทางใน
การบา� เพญ็ คุณประโยชนข์ องพระเดชพระคุณฯ ให้ปรากฏิเกยี รติแก่อนุชนสืบตอ่ ไป

(นายเสรนิ ทร์ แกว้ พจิ ติ ร)
นายกเทศมนตรนี ครปฐม

65

พระเดชพระคณุ พระพรหมเวที

66

วุ ม ค

งค ระ ม จด

พระประธม หรือ พระปฐมเจัดีย์์ เป็นปูชนียสถานที่ส�าคัญท่ีสุดแห่งหนึ่ง
ของประเทศไทยด้วยเป็นสถานท่ีที่องค์พระมหากษัตริย์ เจ้านายชั้นสูง และ
ประชาชนทั่วไป ให้ความเคารพนับถือกันมาตั้งแต่ครั้งอดีตจวบจนถึงปัจจุบัน โดย
ไดม้ ีการซึ่อ่ มสรา้ งและบูรณะสืบต่อกนั มาตามลา� ดับหลายครงั้ หลายหน

โดยนักวิชาการได้ตั้งข้อสันนิษฐานสรุปไว้ว่า เจดีย์องค์เดิม (ที่อยู่ภายใน)
ได้สรา้ งไว้เป็น ๒ แนวทาง ดงั นี้

แนวทางแรก เจดีย์ภายใน สร้างข้ึนต้ังแต่ครั้งสมัยท่ีพระโสณะเถระ และ
พระอุตตระเถระได้มาเผยแผ่พุทธศาสนา เม่ือราวพุทธศตวรรษที่ ๓ ตามท่ีปรากฏิ
ความในคัมภีร์มหาวงศ์ของลังกาท่ีเล่าย้อนไปถึงว่า เมื่อคร้ังสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช
(ของอินเดีย) ได้ส่งสมณทูตเดินทางเข้ามาเพ่ือเผยแผ่พระพุทธศาสนายังดินแดน
สุวรรณภูมิ

แนวทางที่สอง เจดีย์องค์เดิมน่าจะเป็นเจดีย์ท่ีสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี
ราวพทุ ธศตวรรษท่ี ๑๒-๑๕ โดยเปน็ มหาธาตเุ จดยี ส์ า� คญั ทอ่ี ยนู่ อกเมอื งโบราณนครชยั ศรี
(ซึ่่ึงมพี ระเจดีย์เปน็ มหาธาตเุ จดียส์ า� คญั ทอี่ ยู่กลางเมือง)

เมื่อเจดีย์องค์เดิมได้ทรุดพังทลายลง จนกลายเป็นเนินดิน ก็ได้มีการซึ่่อมสร้าง
และบูรณะต่อกันมา ดังเช่นหลักฐานจากศิลาจารึกหลักที่ ๒ สมัยสุโขทัยท่ีกล่าวถึง
เมื่อปี พ.ศ. ๑๙๑๒ พระมหาเถรศรีศรัทธา ราชจุฬามณีศรีรัตลังกามหาสามีเป็นเจ้า
ได้มาบูรณะพระธาตุท่ีรกร้างอยู่ในป่าซึ่ึ่งในจารึกกล่าวถึงเจดีย์องค์นี้ว่า “ขอมเรียกว่า
พระธม”

ส่วนต�านานเรื่องพระยากง-พระยาพานกับยายหอมนั้น สมเด็จกรมพระยา-
ด�ารงราชานุภาพ รับสั่งว่าให้ยึดม่ันเป็นหลักในการสร้างคุณงามความดี เพราะเป็น
สจั ธรรมท่ไี มม่ ผี ้ใู ดปฏิเิ สธได้ ในเรอื่ งของความกตัญญรู คู้ ณุ บุพการี กบั เรื่องของบาปบุญ
คุณโทษ

ลุถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ครั้งแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
(รัชกาลท่ี ๓ ในปี พ.ศ. ๒๓๗๔ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
เม่ือคร้ังทรงผนวชเป็นพระวชิรญาณภิกขุ ได้เสด็จจาริกไปนมัสการพระเจดีย์

67

พระเดชพระคุณ พระพรหมเวที

(ซึ่่ึงชาวบ้านเรียกกันว่าพระประธม) แขวงเมืองนครไชยศรี พร้อมด้วยพระสงฆ์์
และผู้ตดิ ตามเสดจ็ หลายคน ทรงมีความเล่อื มใสศรทั ธาในองคพ์ ระเจดยี ์ จึงกราบทลู ตอ่
สมเดจ็ พระนง่ั เกลา้ เจา้ อยหู่ วั ใหป้ ฏิสิ งั ขรณข์ น้ึ ใหม่ แตไ่ มโ่ ปรด อยา่ งไรกต็ าม พระวชริ ญาณภกิ ขุ
กม็ ไิ ด้ลม้ เลิกพระทยั ทจ่ี ะบูรณปฏิิสังขรณเ์ จดีย์ดงั กล่าว แต่เนือ่ งจากขณะน้ัน ยังไมท่ รง
อยใู่ นฐานะท่จี ะท�าการใดได้ จงึ ทรงรอให้ถงึ เวลาทเ่ี หมาะสมอกี ครง้ั หนึ่ง

คร้ันถึงปี พ.ศ. ๒๓๙๖ เมื่อเสวยราชสมบัติได้สองปี พระบาทสมเด็จ
พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ จึงได้มีรับสั่งให้เสนาบดีท่ีมีบรรดาศักดิ�ใหญ่
ออกไป การที่จะก่อสร้างปฏิิสังขรณ์พระเจดีย์ โดยให้ช่างทหารในคิดท�าตัวอย่างถวาย
เป็นรูปของพระเจดีย์กลม และโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์
(ดษิ บนุ นาค) สมเดจ็ เจา้ พระยาองคใ์ หญ่ เปน็ แมก่ องงาน และมพี ระศรสี มบตั ิ หลวงพทิ กั ษ์
โยธาหลวงนราเรอื งเดช และหลวงโยธาไพจติ ร เปน็ นายงานด�าเนินการก่อสรา้ ง แต่มา
ปี พ.ศ. ๒๓๙๘ สมเดจ็ เจา้ พระยาองคใ์ หญ่ ถงึ แกพ่ ริ าลยั จงึ โปรดเกลา้ ฯ ใหเ้ จา้ พระยารววิ งศ์
(ข�า บุนนาค) ภายหลังเป็นเจ้าพระยาทิพากรวงศ์ มหาเกษาธิบดี เสนาบดีกรมท่า
เป็นแม่กองเจ้าของการด�าเนินงานต่อ โดยพระองค์เสด็จทรงก่อพระฤกษ์ ในวันที่
๒๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๐๐

และพระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั ทรงมพี ระราชดา� รวิ า่ พระเจดยี อ์ งคน์ ้ี
(องค์เดิม) เปน็ มหาเจดีย์ทใี่ หญก่ ว่าทกุ แห่งในสยามประเทศ และสรา้ งขน้ึ กอ่ นพระเจดีย์
ทง้ั ปวง จึงโปรดเกล้าฯ ใหเ้ รียกว่า “พระปฐมเจัดีย์์”

การสร้างพระปฐมเจดีย์ครั้งแรกพังทลาย ด้วยต่อมาในวันท่ี ๒-๓ กรกฎาคม
พ.ศ. ๒๔๐๓ เกิดฝนตกหนักท้ังกลางวันกลางคืน ท�าให้องค์พระเจดีย์ที่ก่ออิฐข้ึนไปได้
จนสงู ๑๗ วา ๒ ศอก ชมุ่ นา�้ หนกั ตวั ทรดุ ทลายพงั ลงมา จงึ โปรดเกลา้ ฯ ใหพ้ ระวรวงศเ์ ธอ
กรมหมื่นบวรรังสีสุริยพันธุ์ ปิยพรหมจรรย์ธรรมวรยุติ และกรมขุนราชสีหวิกรม
คิดท�าตัวอย่างถวายใหม่ เม่ือแบบอย่างลงตัวแล้วก็โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระเจดีย์ใหม่
ตามท่มี พี ระราชดา� รไิ ว้ ด้วยพระวริ ยิ ะอุตสาหะ

การก่อสร้างพระปฐมเจดีย์ที่ออกแบบใหม่นี้ เจ้าพระยาทิพากรวงศ์
ไดเ้ ลา่ ไว้ในหนังสอื “เรอื่ งพระปฐมเจดีย์ ฉับบั เจา้ พระยาทพิ ากรวงศ”์

ในช่วังที้าย์ของสูมัย์รัชกาลทีี่ ๔ การก่อสูร้างในสู่วันของโครงสูร้างองค์เจัดีย์์
สู�าเร็จัลงคงเหลือเพีย์งการฉาบผิวัอิฐด้านนอก จังทีรงมีพระราชด�าริให้หล่อย์อด
นภศูลกาไหล่ทีอง เพื่อน�าไปประดิษฐานไวั้บนย์อดพระปฐมเจัดีย์์ แต่ย์ังไม่ทีันได้
ย์กย์อด พระองค์ทีรงประชวัร และเสูด็จัสูวัรรคตเสูยี ์กอ่ น ในป พ.ศ. ๒๔๑๑

68

อายุวัฒนมงคล ๘๑ ปี

ภาพจติ รกรรมฝาผนงั พระปฐมเจดีย์
พระบาทสมเด็จพระจอมเกลา้ เจ้าอยู่หวั รัชกาลที่ ๔ เสด็จพระราชด�ำเนินทรงก่อพระฤกษ์
ปฏิสงั ขรณ์องคพ์ ระปฐมเจดยี ์ ณ วนั ศุกรท์ ี่ ๒๖ มีนาคม ปีพุทธศกั ราช ๒๔๐๐ มีการฉลองสมโภช
แล้วโปรดเกลา้ ฯ ให้เรียกว่า “พระปฐมเจดยี ”์ โดยทรงควบคุมการกอ่ สร้างด้วยพระองค์เอง

69

พระเดชพระคณุ พระพรหมเวที

70

ุว ม ค

ระร ง รจ ท ิ

เม่ือราวัพุทีธศักราช ๑ ๓ ป พระเจ้าแผ่นดินสยามซึ่ึ่งครองราชสมบัติ
คร้ังกรงุ สโุ ขทยั เปน็ ราชธานี มปี รากฏิพระนาม ๖ พระองค์ คือ

๑. ขุนศรีอินทราทิตย์ ๒. ขุนบาลเมือง ๓. พ่อขุนรามค�าแหง ๔. พระยาเลอไท
๕. พระเจ้าลิไท ๖. พระสุริยพงษ์รามมหาธรรมกิ ราชาธริ าช

ทั้งหมดเป็นพระมหากษัตริย์ราชวงศ์พระร่วงทุกพระองค์ปกครองบ้านเมือง
ตามครองธรรม ทรงยกย่องพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจ�าชาติ ทรงเผยแผ่
พระพุทธศาสนาท้ังในด้านรูปธรรมและนามธรรม ในด้านนามธรรม ทรงใช้
พระธรรมเป็นหลักปกครองบ้านเมืองให้ปวงพสกนิกรของพระองค์ตั้งอยู่ในธรรม
เชื่อหลักกฎแห่งกรรม ท�าดีได้ดี ท�าชั่วได้ช่ัว โดยเฉัพาะเจ้าลิไท กษัตริย์แห่งราชวงศ์
พระร่วงองค์ท่ี ๕ ทรงพระราชนิพนธ์วิทยานิพนธ์เร่ือง “ไตรภูมิพระร่วัง” ประเทศ
ในราชวงศข์ องพระองคเ์ ปน็ ราชวงศพ์ ระรว่ ง ทรงสรา้ งพระพทุ ธรปู อนั เปน็ สง่ิ เคารพสงู สดุ
ของชาวพุทธไว้เป็นจ�านวนมาก และพระพุทธรูปปางต่างๆ ท่ีสร้างข้ึนจะมีค�าว่า
“พระร่วัง” ปรากฏิในช่อื พระพทุ ธรปู น้นั เสมอ

ค�าว่า “ร่วัง” หมายถึง ความศักด�ิสิทธิ� เช่น วาจาพระร่วงเป็นวาจาท่ีศักด�ิสิทธ�ิ
พูดให้เป็นอย่างไรก็จะเป็นไปอย่างน้ัน เป็นต้น และพระพุทธรูปในสมัยราชวงศ์
พระร่วงน้ันแต่ละองค์ล้วนมีพุทธลักษณะที่งดงามอย่างย่ิงแต่เมื่อกาลเวลาล่วงเลย
ไปประมาณ ๖๒๐ ปีเศษพระพุทธรูปท่ีถูกสร้างไว้อย่างวิจิตรบรรจงต่างก็ช�ารุด
ทรุดโทรมไปตามสภาพของอนิจจตา

ลถุ งึ ปี พ.ศ. ๒๔๕๑ เมอื่ ครงั้ ทพี่ ระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั รชั กาลท่ี ๖
ยังทรงพระอิสริยยศเป็นสมด็จพระยุพราช ได้เสด็จตรวจค้นโบราณสถานในมณฑ์ล
ฝ่ายเหนือได้ทอดพระเนตรพระพุทธรูปโบราณเป็นอันมาก และมีพระพุทธรูป
องค์หน่ึงท่ีเมืองศรีสัชนาลัยกอปรด้วยพระพักตร์ลักษณ์งามเป็นที่ต้องพระหฤทัย
แต่ช�ารุดมาก คงเหลือแต่พระเศียรกับพระหัตถ์ข้างหน่ึง และพระบาทเท่านั้น
ท่ีสภาพดีอยู่ ซึ่่ึงสันนิษฐานได้แน่ว่าเป็นพระพุทธรูปยืนจึงโปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญลงมา
ทีก่ รุงเทพฯ

คร้ันเม่ือไดเ้ สด็จเถลงิ ถวลั ยราชสมบัตแิ ลว้ โปรดเกล้ฯ ให้กรมหลวงนเรศน์วรฤทธิ�
(พระองค์เจ้ากฤษฎาภินิหาร) เสนาบดีกระทรวงโยธาธิการ ปันหุ่นสถาปนาให้บริบูรณ์
เต็มองค์มีขนาดความสูงจากพระเกศถึงพระบาท ๑๒ ศอก ๔ น้ิว ก�าหนดการ

71

พระเดชพระคุณ พระพรหมเวที

พระราชพิธีเททองหล่อ ณ มณฑ์ลพิธีวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธ�ิ)
วันที่ ๓๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๕๖ ด้วยพุทธลักษณะยืนปางห้ามญาติ
หล่อด้วยโลหะทองเหลืองหนัก ๑๐๐ หาบ คร้ันตบแต่งแล้วเสร็จได้อัญเชิญ
โดยขบวนรถไฟหลวงออกจากกรงุ เทพฯ เมือ่ เดอื นกรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๕๗ ประดิษฐาน
ไว้ในซึ่มุ้ เรือนแกว้ พระวิหารด้านทศิ เหนือ ณ องคพ์ ระปฐมเจดีย์ มเี จา้ พนกั งานจดั การ
ประกอบแตง่ องคล์ งรกั ปดิ ทองจนแลว้ เสรจ็ สมบรู ณ์ ณ วันั ที ี่ ๒ พ ศจักิ าย์น พ.ศ. ๒๔๕

จากน้ัน เมื่อวันที่ ๑๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๖๖ โปรดเกล้าฯ ให้ประกาศกระแส
พระบรมราชโองการพระราชทานพระนามพระพทุ ธปฏิิมานี้ว่า

“พระร่วังโรจัน ทีธิ ศรีอินทีราทีติ ย์ธ์ รรโมภาสู มหาวัชิราวัุธราชปูชนยี ์บพิตร”
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงผูกพันกับพระปฐมเจดีย์
เป็นอย่างยิ่งนับเวลาแต่ครั้งยังทรงพระเยาว์มาโดยตลอดรัชกาล แม้ในวาระสุดท้าย
แห่งพระชนม์ชีพ พระองค์ทรงได้ระบุไว้ในพระราชพินัยกรรมข้อ ๑๗ ไว้ว่า
“พระอังคาร” ขอให้บรรจุใต้ฐานพระพุทธชินสีห์วัดบวรนิเวศวิหารส่วนหนึ่ง
อีกส่วนหนึง่ ให้กนั เอาไวบ้ รรจใุ ต้ฐานพระร่วงโรจนฤทธ�ิ ที่พระปฐมเจดีย์
นบั แตร่ ชั กาลที่๖ไดท้ รงนา� พระพทุ ธปฏิมิ านาม “พระรว่ ังโรจัน ทีธ”ิ มาประดษิ ฐาน
ณ พระวหิ ารดา้ นทศิ เหนอื ขององคพ์ ระปฐมเจดยี ์ จนถงึ ปจั จบุ นั เปน็ เวลา ๑๐๕ ปี และเมอื่ ปี
พ.ศ.๒๕๓๘หลวงพอ่ พระรว่ งครบ๘๐ปีทางคณะสงฆ์ว์ ดั พระปฐมเจดยี ์และคณะกรรมการ
ได้จัดเครื่องสักการบูชาข้ึนเป็นพิเศษ จากนั้นมาในวันที่ ๒ พฤศจิกายนของทุกปี
ไดจ้ ดั เครอ่ื งสกั การบชู าเปน็ พเิ ศษทกุ ปี ดว้ ยปรากฏิเปน็ ทเี่ ลอื่ มใสศรทั ธา เปน็ ทก่ี ราบไหว้
บูชาของพุทธศาสนิกชนเนืองนิตย์เป็นสัญลักษณ์ศูนย์รวมจิตใจแห่งความร่มเย็นเป็นสุข
ของประชาชนท่ัวไป

72

อายุวฒั นมงคล ๘๑ ปี

73

พระเดชพระคุณ พระพรหมเวที

ดั ระ ม จด รำ รม ำ ิ ำร

วัดั พระปฐมเจัดยี ์ ์ ตง้ั อยเู่ ลขท่ี ๒๗ ถนนขวาพระ ตา� บลพระปฐมเจดยี ์ อา� เภอเมอื ง
จังหวัดนครปฐม สังกัดมหานิกาย ในหัวเมือง เขตการปกครองคณะสงฆ์์ต�าบล
พระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม ภาค ๑๔ นับเป็นวัดท่ีใหญ่โตท่ีสุดวัดหนึ่ง
ในประเทศไทย โดยเป็น ๑ ใน ๖ วัดพระอารามหลวงชั้นเอกซึ่่ึงมีสร้อยลงท้ายว่า
“ราชวัรมหาวัิหาร” จึงมีช่ือเต็มเป็นทางการว่า วััดพระปฐมเจัดีย์์ ราชวัรมหาวัิหาร
แตท่ กุ วนั นค้ี นนครปฐมยงั มกั เรยี กสนั้ ๆ กนั วา่ “วัดั ใหญ”่ ดว้ ยสภาพและสถานทตี่ งั้ ของวดั

วดั พระปฐมเจดยี ์ เป็นวดั เก่าแกส่ รา้ งมาแต่โบราณ เป็นที่รู้จักของพทุ ธศาสนิกชน
โดยทั่วไป เพราะวัดนี้เป็นที่ต้ังขององค์พระสถูปแบบมหาสถูปสาญจี ซึ่่ึงเป็นพระเจดีย์
องคแ์ รกทส่ี รา้ งขน้ึ ในภมู ภิ าคนี้ สมยั นนั้ พระเจา้ อโศกมหาราช แหง่ ประเทศอนิ เดยี โบราณ
ทรงจัดส่งพระอรหันต์สองรูป คือ พระโสณเถระ และพระอุตตรเถระ เป็นศาสนทูต
มีพระภิกษุร่วมคณะครบสงฆ์์ท่ีจะให้อุปสมบทมาประกาศพระพุทธศาสนาในแหลม
สุวรรณภูมิ ซึ่่ึงนักปราชญ์ในทางโบราณคดีต่างเห็นพ้องกันว่าจุดแรกท่ีคณะศาสนทูต
มาประกาศพระพุทธศาสนา คือ จังหวัดนครปฐม เพราะยุคสมัยน้ันเมืองอันเป็น
ท่ีตั้งของจังหวัดนครปฐมยังอยู่ใกล้ทะเลมากกว่าปัจจุบัน จึงสะดวกในการติดต่อ
กับตา่ งประเทศทางทะเลในแผนท่โี บราณเรียกทะเลบริเวณอา่ วไทยว่า “ทะเลหน้าใน”

จากข้อความในแผนที่ชมพูทวีป แสดงพุทธสถานส�าคัญในสมัยพุทธกาล
ของพระมหาอุดมพุฒเกิดพันธุ์ ความว่า “พระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศไทย ยุคที่ ๑
นิกายเถรวาท เข้ามาในสมัยพระเจ้าอโศก นับเป็นสายท่ี ๘ ซึ่่ึงมีพระโสณะกับพระ
อตุ ตระ เขา้ มาเผยแผ่ยงั ดินแดนสวุ รรณภูมิ คอื ตั้งแต่ถิน่ อนั เป็นท่ีตง้ั ประเทศไทยเดยี วนี้
ยังเป็นของชนชาตลิ ะวา้ มเี มอื งนครปฐมเปน็ ราชธานี”

ดังน้ันจึงเชื่อได้แน่นอนว่า นครปฐมน้ีเป็นท่ีตั้งพระเจดีย์องค์แรกที่มีผู้สร้าง
ข้ึนก่อนพระเจดีย์ทั้งปวงในสยาม และมีพระบรมสารีริกธาตุขององค์สมเด็จ
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าบรรจุอยู่อย่างไม่ต้องสงสัย เพราะพระเจ้าอโศกมหาราชได้
ทรงมอบพระบรมสารรี ิกธาตุให้ศาสนทตู เมือ่ ไปประกาศพระพทุ ธศาสนา ณ ที่ใด เปน็ ที่
มั่นคงแล้ว จะต้องหาทางสร้างพระสถูปเจดีย์เพ่ือบรรจุพระบรมสารีริกธาตุนั้นไว้
เป็นหลักฐาน เป็นท่ีกราบไหว้สักการบูชา เช่นท่ีได้ทรงกระท�าไว้เป็นแบบอย่าง
ในชมพทู วปี

74

อายวุ ฒั นมงคล ๘๑ ปี

บรู ณะปฏสิ ังขรณ์ กุฏิสงฆว์ ดั พระปฐมเจดยี ์

75

พระเดชพระคณุ พระพรหมเวที

76

อายวุ ฒั นมงคล ๘๑ ปี

พระเดชพระคุณ พระพรหมเวที เจา้ คณะภาค ๑๕

ทำ� บญุ ฉลองอาคารรบั รอง “พระพรหมเวท”ี

บริจาคสร้างไว้ ณ พทุ ธมณฑล เมอื่ ปี พ.ศ. ๒๕๖๒

เป็นจำ� นวนเงนิ ๑๐ ล้านบาท

77

พระเดชพระคณุ พระพรหมเวที

78

วุ ม ค

ระ ตั ิสัง ระ ร ม ท

(สเุ ทพ ผสุ สฺ ธมฺโม ป.ธ.๙ ดร., พธ.ม., ศศ.บ., พธ.ด.)
เจ้าอาวาสวัดพระปฐมเจดีย์ ราชวรมหาวิหาร

สถำ ะ ดิม

ช่ือ สูุเทีพ บษุ บก เกดิ วันท่ี ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๘๔ ตา� บลบา้ นปราโมทย์
อา� เภอบางคนที จงั หวัดสมุทรสงคราม

กำร ก ำ งต

เมอื่ ปฐมวยั อายุได้ ๗ ขวบ มารดาไดน้ �าไปเข้าโรงเรยี นวดั ปราโมทย์ (พิศสะอาด
ราษฎร์อ�ารุง) อ�าเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม เม่ือปี พ.ศ. ๒๔๙๐ และได้จบ
ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๔ เม่อื ปี พ.ศ. ๒๔๙๕

ุ สม ท

เมอื่ วนั ที่ ๒๗ มถิ นุ ายน พ.ศ. ๒๕๐๔ ณ วดั ปราโมทย์ จงั หวดั สมทุ รสงคราม จา� พรรษา
ณ วัดปราสาททอง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นเวลา ๔ พรรษา สอบได้นักธรรมชั้นตรี
และนกั ธรรมชน้ั โท พรอ้ มกนั นไ้ี ดศ้ กึ ษาพระอภธิ รรม จนสอบไดถ้ งึ ชนั้ อภธิ รรม มกถกิ ะโท
ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๐๘ ไดย้ ้ายมาอยวู่ ดั พระปฐมเจดยี ์ จงั หวดั นครปฐม

กำร ก ำ

พ.ศ. ๒๕๐๙ สอบนกั ธรรมไดน้ ักธรรมชน้ั เอก
พ.ศ. ๒๕๒๕ สอบบาลไี ดป้ ระโยค ป.ธ.๙
พ.ศ. ๒๕๓๗ ส�าเร็จการศึกษา เป็นพุทธศาสตรมหาบัณฑ์ิต (พธ.ม.) จากมหาวิทยาลัย

มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั

ต�ำแ ง ำท ำะ ำงส

พ.ศ. ๒๕๖๓ เป็นผู้อา� นวยการโรงเรยี นสหศึกษาบาลี
พ.ศ. ๒๕๓๐ เปน็ พระอปุ ัชฌาย์
พ.ศ. ๒๕๓๖ เปน็ เจา้ อาวาสวดั พระปฐมเจดยี ์ ราชวรมหาวิหาร
พ.ศ. ๒๕๓๖ เป็นผู้อุปถัมภ์โรงเรียนเทศบาล ๕ วัดพระปฐมเจดีย์ ต�าบลห้วยจรเข้

79

พระเดชพระคุณ พระพรหมเวที

อ�าเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม โดยอนุญาตให้ใช้ที่ธรณีสงฆ์์
ของวัดเป็นสถานท่ีต้ังของโรงเรียน (ให้เช่าท่ีธรณีสงฆ์์ซึ่ึ่งเจ้าพระยาศรีพิพัฒน์ฯ
อุทิศถวาย) และไดม้ อบเงนิ ส่วนหนึง่ อปุ ถัมภ์โรงเรยี นเป็นประจา� ทกุ ปี

พ.ศ. ๒๕๓๗ เป็นผู้ก่อตั้งและเป็นผู้อ�านวยการศูนย์การศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์
วดั พระปฐมเจดีย์

พ.ศ. ๒๕๓๙ เป็นผู้อุปถัมภ์ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กวัดพระปฐมเจดีย์ หมู่บ้านปฐมทอง (ศูนย์พัฒนา
เด็กเล็กประจ�าต�าบลห้วยจรเข้) ต.ห้วยจรเข้ อ.เมือง จ.นครปฐม โดยอนุญาต
ใหใ้ ชท้ ธี่ รณสี งฆ์ข์ องวดั เปน็ สถานทตี่ งั้ ของศนู ยฯ์ และดา� เนนิ การกอ่ สรา้ งศนู ยพ์ ฒั นาเดก็ เลก็
จนแล้วเสร็จ และไดม้ อบใหแ้ ก่ทางราชการรบั ไปดา� เนินการต่อไป

พ.ศ. ๒๕๔๑ ไดร้ บั แตง่ ตง้ั จากมหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั ใหเ้ ปน็ ประธาน
สภาวทิ ยาเขตบาฬศี กึ ษาพทุ ธโฆ์ส อ.สามพราน จ.นครปฐม

พ.ศ. ๒๕๔๒ เป็นผู้ก่อต้ังและเป็นประธานศูนยอ์ บรมเดก็ กอ่ นเกณฑ์์ วัดพระปฐมเจดยี ์
พ.ศ. ๒๕๔๓-๒๕๔๔ ได้รับแต่งตั้งให้เป็นคณะกรรมการด�าเนินการจัดงานปฏิิบัติธรรม

เฉัลมิ พระเกยี รตฯิ เนอื่ งในวโรกาสวนั เฉัลมิ พระชนมพรรษา ระหวา่ งวนั ท่ี ๓-๗
ธนั วาคม ณ พทุ ธมณฑ์ล อา� เภอพทุ ธมณฑ์ล จงั หวดั นครปฐม และไดร้ บั แตง่ ตง้ั
ให้เป็นประธานกรรมการฝ่ายรับบริจาคและฝ่ายประชาสัมพันธ์มีหน้าที่
ด�าเนินการร่วมกันกับส�านักงานพุทธมณฑ์ล ในการรับบริจาคจัดผ้าป่า
สามัคคีและท�าหน้าท่ีโฆ์ษกตามค�าสั่งมหาเถรสมาคม เร่ืองแต่งต้ัง
คณะกรรมการจัดงานปฏิบิ ัตธิ รรมเฉัลมิ พระเกยี รติ
พ.ศ. ๒๕๔๔ เป็นรองเจ้าคณะภาค ๑๕ และเปน็ ผู้รักษาการแทนเจ้าคณะภาค ๑๕
พ.ศ. ๒๕๔๔ เป็นเจา้ คณะภาค ๑๕ ปกครองคณะสงฆ์ใ์ นเขตจังหวดั ราชบรุ ี สมทุ รสงคราม
เพชรบรุ ี และประจวบคีรขี นั ธ์ พ.ศ. ๒๕๔๕ ไดร้ ับแตง่ ต้งั เป็นคณะกรรมการ
ช่วยเหลือผู้ประสบภัยธรรมชาติและอุบัติภัยตามค�าส่ังมหาเถรสมาคม
ที่ ๙ ๒๕๔๕ (๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๔๕) ให้มีหน้าท่ีจัดหาเงินเข้ากองทุน
“ทุนวัดช่วยวัด” และพิจารณาให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยธรรมชาติ
และอุบัติภัยพร้อมท้ังรวบรวมข้อมูลเสนอเจ้าคณะใหญ่เพ่ือน�าเสนอ
มหาเถรสมาคม
พ.ศ. ๒๕๔๕ ได้รับแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการฝ่ายการศึกษาสงเคราะห์ของมหาเถรสมาคม
ตามค�าส่งั มหาเถรสมาคมที่ ๖ ๒๕๔๕ (๖ กรกฎาคม ๒๕๔๕) ใหม้ หี นา้ ท่ี
ช่วยงานด้านการศึกษาสงเคราะห์ของมหาเถรสมาคมให้เป็นไปด้วยความ
เรยี บร้อย ถกู ตอ้ ง แลว้ นา� เสนอมหาเถรสมาคมตอ่ ไป

80

อายุวฒั นมงคล ๘๑ ปี

81

พระเดชพระคณุ พระพรหมเวที

พ.ศ. ๒๕๔๖ ไดร้ บั แตง่ ตงั้ เปน็ คณะกรรมการฝา่ ยการสาธารณสงเคราะหข์ องมหาเถรสมาคม
ตามคา� สัง่ มหาเถรสมาคมท่ี ๒ ๒๕๔๖ (๑๒ กรกฎาคม ๒๕๔๖) ใหม้ หี น้าท่ี
ชว่ ยงานการสาธารณสงเคราะหข์ องมหาเถรสมาคมใหเ้ ปน็ ไปดว้ ยความเรยี บรอ้ ย
ถูกตอ้ ง แล้วน�าเสนอมหาเถรสมาคมตอ่ ไป

พ.ศ. ๒๕๔๗ ไดร้ บั แตง่ ตงั้ เปน็ “คณะกรรมการสถาบนั สง่ เสรมิ และเผยแพร่ การพระศาสนา
แห่งประเทศไทย” ตามประกาศกระทรวงวฒั นธรรม ลงวนั ที่ ๒๐ กนั ยายน
๒๕๔๗ ลงนามโดย ม.ร.ว. จกั รรถ จิตรพงศ์ ปลัดกระทรวงวฒั นธรรมการ
พฒั นาวัด

พ.ศ. ๒๕๓๕ - ๒๕๔๓ ไดด้ า� เนนิ การบรู ณะปฏิสิ งั ขรณ์ กอ่ สรา้ งถาวรวตั ถุ และพฒั นาปรบั ปรงุ
พน้ื ทใี่ นบรเิ วณวดั พระปฐมเจดยี ์ สนิ้ คา่ ใชจ้ า่ ยทงั้ สน้ิ เปน็ เงนิ ๑๒๐,๓๑๒,๖๖๓
บาท (หน่ึงร้อยยี่สิบล้านสามแสนหนึ่งหมื่นสองพันหกร้อยหกสิบสาม
บาทถว้ น)

พ.ศ. ๒๕๔๔ ได้ดา� เนนิ การบูรณะปฏิิสังขรณก์ อ่ สรา้ งถาวรวตั ถุ และพฒั นาปรับปรงุ พน้ื ท่ี
ในบรเิ วณวดั พระปฐมเจดยี ส์ นิ้ ค่าใช้จ่ายท้งั ส้นิ เปน็ เงนิ ๑๕,๔๒๗,๙๗๙ บาท
(สิบหา้ ลา้ นสแี่ สนสองหม่นื เจ็ดพันเกา้ ร้อยเจ็ดสิบเกา้ บาท)

พ.ศ. ๒๕๔๕ ไดด้ า� เนนิ การบรู ณะปฏิสิ งั ขรณ์ กอ่ สรา้ งถาวรวตั ถุ และพฒั นาปรบั ปรงุ พนื้ ท่ี
ในบรเิ วณวดั พระปฐมเจดยี ์ สนิ้ คา่ ใชจ้ า่ ยทง้ั สนิ้ เปน็ เงนิ ๒๖,๓๘๑,๙๗๗ บาท
(ย่ีสิบหกล้านสามแสนแปดหมืน่ หน่ึงพนั เก้ารอ้ ยเจ็ดสิบเจ็ดบาท)

พ.ศ. ๒๕๔๖ ไดด้ �าเนนิ การบูรณะปฏิสิ งั ขรณก์ อ่ สร้างถาวรวตั ถุ และพฒั นาปรับปรงุ พนื้ ท่ี
ในบรเิ วณวดั พระปฐมเจดยี ์ สน้ิ คา่ ใชจ้ า่ ยทง้ั สน้ิ เปน็ เงนิ ๒๓,๗๙๘,๑๔๗ บาท
(ย่สี บิ สามลา้ นเจ็ดแสนเกา้ หม่นื แปดพันหนงึ่ รอ้ ยส่สี ิบเจ็ดบาท)

พ.ศ. ๒๕๔๗ ได้ดา� เนินการบูรณะปฏิสิ ังขรณก์ ่อสรา้ งถาวรวตั ถุ และพฒั นาปรับปรุงพ้ืนท่ี
ในบรเิ วณวดั พระปฐมเจดยี ์ สนิ้ คา่ ใชจ้ า่ ยทง้ั สนิ้ เปน็ เงนิ ๒๗,๘๔๒,๖๒๒ บาท
(ย่ีสิบเจ็ดล้านแปดแสนสี่หมื่นสองพันหกร้อยย่ีสิบสองบาท) การบ�าเพ็ญ
สาธารณประโยชน์

พ.ศ. ๒๕๓๕ - ๒๕๔๓ ได้บริจาคทรัพย์เป็นทุนการศึกษาสงเคราะห์ให้การช่วยเหลือ
การกศุ ลและสาธารณประโยชนต์ า่ งๆ แกน่ กั เรยี น นกั ศกึ ษาแกส่ ว่ นวดั วาอาราม
ส่วนราชการ โรงเรียน สถานศึกษา องค์กรกุศลและผู้ท่ีประสบทุกข์ภัย
เป็นเงินรวม ๙๖,๔๒๘,๑๓๒ บาท (เก้าสิบหกล้านสี่แสนสองหม่ืนแปดพัน
หนึง่ รอ้ ยสามสบิ สองบาท)

82

วุ ม ค

พ.ศ. ๒๕๔๔ ไดใ้ หก้ ารชว่ ยเหลอื การกศุ ลและสาธารณประโยชนต์ า่ งๆ แกส่ ว่ นวดั วาอาราม
ส่วนราชการ โรงเรียน สถานศึกษา องค์กรกุศล และผู้ท่ีประสบทุกข์ภัย
เป็นเงิน ๑๐,๐๑๐,๔๗๙ บาท (สิบลา้ นหนงึ่ หม่นื สี่ร้อยเจด็ สิบเกา้ บาท)

พ.ศ. ๒๕๔๕ ไดใ้ หก้ ารชว่ ยเหลอื การกศุ ลและสาธารณประโยชนต์ า่ งๆ แกส่ ว่ นวดั วาอาราม
ส่วนราชการ โรงเรียน สถานศึกษา องค์กรกุศล และผู้ที่ประสบทุกข์ภัย
เป็นเงิน ๑๒,๒๖๗,๑๐๕ บาท (สิบสองล้านสองแสนหกหม่ืนเจ็ดพัน
หนึ่งร้อยห้าบาท)

พ.ศ. ๒๕๔๖ ไดใ้ หก้ ารชว่ ยเหลอื การกศุ ลและสาธารณประโยชนต์ า่ งๆ แกส่ ว่ นวดั วาอาราม
ส่วนราชการ โรงเรียน สถานศึกษา องค์กรกุศล และผู้ที่ประสบทุกข์ภัย
เปน็ เงนิ ๑๒,๖๐๒,๐๓๘ บาท (สบิ สองลา้ นหกแสนสองพนั สามสบิ แปดบาท)

พ.ศ. ๒๕๔๗ ไดใ้ หก้ ารชว่ ยเหลอื การกศุ ลและสาธารณประโยชนต์ า่ งๆ แกส่ ว่ นวดั วาอาราม
ส่วนราชการ โรงเรียน สถานศึกษา องค์กรกุศล และผู้ที่ประสบทุกข์ภัย
เป็นเงิน ๓๘,๒๕๕,๗๘๔ บาท (สามสิบแปดล้านสองแสนห้าหม่ืนห้าพัน
เจ็ดร้อยแปดสบิ สี่บาท)

กำรม ทุ กำร ก ำสง ครำะ

พ.ศ. ๒๕๓๗-๔๑ มอบทนุ การศกึ ษาสงเคราะห์ แก่นักเรยี น นักศกึ ษา จ�านวน ๑,๒๐๒ ทนุ
เปน็ เงิน ๒,๖๕๒,๙๐๐ บาท (สองล้านหกแสนหา้ หมื่นสองพนั เก้ารอ้ ยบาท)

พ.ศ. ๒๕๔๒ มอบทุนการศึกษาสงเคราะห์ แก่นักเรียน นักศึกษา จ�านวน ๓๙๔ ทุน
เปน็ เงนิ ๖๕๖,๔๐๐ บาท (หกแสนห้าหมืน่ หกพันส่ีรอ้ ยบาท)

พ.ศ. ๒๕๔๓ มอบทุนการศึกษาสงเคราะห์ แก่นักเรียน นักศึกษา จ�านวน ๔๔๗ ทุน
เป็นเงิน ๖๕๘,๘๐๐ บาท (หกแสนหา้ หม่นื แปดพันแปดร้อยบาท)

พ.ศ. ๒๕๔๔ มอบทุนการศึกษาสงเคราะห์ แก่นักเรียน นักศึกษา จ�านวน ๕๕๒ ทุน
เป็นเงนิ ๒,๐๐๒,๕๐๐ บาท (สองล้านสองพนั หา้ ร้อยบาท)

พ.ศ. ๒๕๔๕ มอบทุนการศึกษาสงเคราะห์ แก่นักเรียน นักศึกษา จ�านวน ๗๒๗ ทุน
เปน็ เงนิ ๒,๘๓๓,,๓๐๐ บาท (สองลา้ นแปดแสนสามหมนื่ สามพนั สามรอ้ ยบาท)

พ.ศ. ๒๕๔๖ มอบทุนการศึกษาสงเคราะห์แก่นักเรียนนักศึกษา จ�านวน ๗๒๗ ทุน
เปน็ เงนิ ๑,๔๙๔,๗๗๐ บาท (หนง่ึ ลา้ นสแี่ สนเกา้ หมนื่ สพี่ นั เจด็ รอ้ ยเจด็ สบิ บาท)

พ.ศ. ๒๕๔๗ มอบทุนการศึกษาสงเคราะห์แก่นักเรียน นักศึกษา จ�านวน ๗๒๗ ทุน
เป็นเงิน ๑,๙๙๓,๒๕๕ บาท (หนึ่งล้านเก้าแสนเก้าหมื่นสามพันสองร้อย
ห้าสบิ หา้ บาท)

83

พระเดชพระคุณ พระพรหมเวที

ก รติคุ ิ ท ดรั ำะ ำงส

พ.ศ. ๒๕๓๗-ปัจจุบัน ได้รับถวายพัดเกียรติคุณส�านักนายกรัฐมนตรี ช้ันท่ี ๑ จากทาง
ราชการเป็นหลายคร้งั ในฐานะผูบ้ า� เพญ็ คณุ ประโยชน์ฝ่ายสงฆ์์

พ.ศ. ๒๕๓๗ ได้รายงานผลการพัฒนาวัด และได้รับเลือกจากกรมการศาสนาให้เป็น
วดั พฒั นาตวั อยา่ ง ปี ๒๕๓๗

พ.ศ. ๒๕๓๘ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีพระราชทานเสา
เสมาธรรมจกั รและเกยี รตบิ ตั ร รางวลั ผทู้ า� คณุ ประโยชนต์ อ่ พระพทุ ธศาสนา
ประเภทส่งเสริมการศกึ ษาพระพุทธศาสนา

พ.ศ. ๒๕๓๙ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ภูมิพลอดุลยเดชมหาราช พระราชทานโล่
และเขม็ เครอ่ื งหมาย ในฐานะผสู้ รา้ งคณุ ประโยชนฯ์ มลู นธิ ริ าชประชานเุ คราะห์
เป็นกรรมการท่ีปรึกษามูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจ�าจังหวัดนครปฐม
ตามค�าเชญิ ของมลู นิธิฯ (สมยั ท่ี ๑)

พ.ศ. ๒๕๓๙ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต�ิ พระบรมราชินีนาถ สภานายิกาสภากาชาดไทย
พระราชทานพัดกาชาดสมนาคุณ ชน้ั ที่ ๑

พ.ศ. ๒๕๓๙ เป็นกรรมการโรงเรียนวัดพระปฐมเจดีย์ฯ ตามประกาศของส�านักงาน
การประถมศึกษาอา� เภอเมอื งนครปฐม

พ.ศ. ๒๕๔๐ ได้รบั ถวายปรญิ ญาบตั ร ศลิ ปศาสตรบณั ฑ์ิตกิตตมิ ศกั ด�ิ สาขาพัฒนาชุมชน
จากสถาบนั ราชภัฏินครปฐม

พ.ศ. ๒๕๔๐ ไดร้ บั เชิญเป็นผูท้ รงคุณวฒุ แิ ละอาจารย์พิเศษ ในสถาบันราชภัฏินครปฐม
พ.ศ. ๒๕๔๑ ไดร้ บั ถวายปรญิ ญาบตั รพทุ ธศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑ์ติ กติ ตมิ ศกั ด�ิสาขาสงั คมศาสตร์

จากมหาวทิ ยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั
พ.ศ. ๒๕๔๑ ได้รายงานผลการพัฒนาวัด และได้รับเลือกจากกรมการศาสนา ให้เป็น

วัดพฒั นาตัวอย่างทม่ี ีผลงานดเี ดน่ ปี ๒๕๔๑
พ.ศ. ๒๕๔๒ ไดร้ บั แต่งตัง้ เป็นกรรมการฝา่ ยการศกึ ษาสงเคราะหข์ องมหาเถรสมาคม
พ.ศ.๒๕๔๒ ได้รับถวายใบประกาศสดุดีเกียรติคุณ และรับถวายเคร่ืองหมาย “กิตติ-

กรรมประกาศ” จากคณะสงฆ์์ประเทศศรีลังกา
พ.ศ. ๒๕๔๒ เป็นกรรมการท่ีปรึกษามูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจ�าจังหวัดนครปฐม

ตามคา� เชิญของมลู นิธิฯ (สมัยท่ี ๒)
พ.ศ. ๒๕๔๓ ได้รับอาราธนาเป็นคณะกรรมการสถานศึกษา ต�าแหน่งประธานกรรมการ

ทป่ี รกึ ษาในวิทยาลัยอาชีวศึกษานครปฐม อ.เมอื ง จ.นครปฐม
พ.ศ. ๒๕๔๓ ได้รบั อาราธนาเป็นคณะกรรมการสถานศกึ ษาข้นั พื้นฐาน เปน็ ผู้ทรงคณุ วุฒิ

ในโรงเรียนสริ ินราชวทิ ยาลยั ฯ อ.เมือง จ.นครปฐม

84

ุว ม ค

พ.ศ. ๒๕๔๓ ได้รับใบประกาศ “กิตติบัตรจากสมเด็จพระสังฆ์ราช และนายกรัฐมนตรี”
ในฐานะท่ีได้สนับสนุนงานปฏิิบัติธรรมเฉัลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอย่หู วั ฯ ณ พุทธมณฑ์ลจังหวัดนครปฐม ลงวันที่ ๗ ธนั วาคม ๒๕๔๓

พ.ศ. ๒๕๔๓ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ภูมิพลอดุลยเดชมหาราช พระราชทานโล่
และเขม็ เครอื่ งหมายในฐานะผสู้ รา้ งคณุ ประโยชนฯ์ มลู นธิ ริ าชประชานเุ คราะห์

พ.ศ. ๒๕๔๔ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ
ทรงถวายโลร่ างวลั พระราชทาน “มหดิ ลวรานสุ รณ”์ ของสภาสงั คมสงเคราะห์
แห่งประเทศไทย ปี ๒๕๔๓

พ.ศ. ๒๕๔๕ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ภูมิพลอดุลยเดชมหาราช พระราชทานโล่
และเขม็ เครอื่ งหมายในฐานะผสู้ รา้ งคณุ ประโยชนฯ์ มลู นธิ ริ าชประชานเุ คราะห์
เป็นกรรมการที่ปรึกษามูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ประจ�าจังหวัดนครปฐม
ตามคา� เชญิ ของมลู นิธฯิ (สมัยท่ี ๓)

พ.ศ. ๒๕๔๕ ได้รับแต่งต้ังเป็นกรรมการฝ่ายการศึกษาสงเคราะห์ ของมหาเถรสมาคม
(สมัยที่ ๒)

พ.ศ. ๒๕๔๕ ได้รับโล่เกียรติคุณ เน่ืองในโอกาสท่ีวัดพระปฐมเจดีย์ ได้รับการคัดเลือก
ให้เป็นองค์กรดีเด่นด้านการสนับสนุนคนพิการ ของคณะกรรมการฟืนฟู
สมรรถภาพคนพิการจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคม และ
ความมน่ั คงของมนษุ ย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการฟนื ฟสู มรรถภาพคนพกิ าร

พ.ศ. ๒๕๔๗ เป็นกรรมการที่ปรึกษามูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ประจ�าจังหวัดนครปฐม
ตามคา� เชิญของมูลนธิ ิฯ (สมัยที่ ๔)

พ.ศ. ๒๕๔๗ ได้รับแต่งตั้งจากมูลนิธิมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (พระเทพโสภณ)
ให้เป็นท่ีปรึกษาในคณะกรรมการจัดงานวันมูลนิธิมหาจุฬาลงกรณราช
วทิ ยาลยั ตามหนงั สอื คา� สงั่ มลู นธิ ฯิ ท่ี ๓ ๒๕๔๗ ลงวนั ที่ ๑๒ ตลุ าคม ๒๕๔๗

สม กั ดิ

พ.ศ. ๒๕๒๖ ไดร้ บั พระราชทานต้งั สมณศกั ดเิ� ปน็ “พระศรีสธุ รรมเมธี”
พ.ศ. ๒๕๓๗ ไดร้ ับพระราชทานเลอ่ื นสมณศกั ดิเ� ป็น “พระราชสธุ รรมเมธ”ี
พ.ศ. ๒๕๔๒ ไดร้ บั พระราชทานเล่ือนสมณศกั ดเ�ิ ปน็ “พระเทพปริยัติมุน”ี
พ.ศ. ๒๕๔๗ ไดร้ บั พระราชทานเล่ือนสมณศกั ด�ิเป็น “พระธรรมปริยัตเิ วท”ี
พ.ศ. ๒๕๕๗ ได้รับสถาปนาสมณศักดิ� เป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรองชั้นหิรัญบัฏิ

ในราชทนิ นามท่ี “พระพรหมเวท”ี

85

พระเดชพระคณุ พระพรหมเวที

ขึน้ ปด ทองยอดนพศลู
สุดยอดองคพระปฐมเจดีย

พ.ศ. ๒๕๑๗

ปณิธานอนั แน่วแน่ว่าชวี ติ นี้
จะมอบถวายเปนพุทธบชู า

86

อายวุ ฒั นมงคล ๘๑ ป

เปรียญธรรม

87

พระเดชพระคุณ พระพรหมเวที

สมณศักด์ิ

ไดร้ บั พระราชทานตั้งสมณศกั ดิ์
เปนพระราชาคณะช้นั สามัญ ท่ี

พระศรีสธุ รรมเมธี

๕ ธนั วาคม ๒๕๒๖

ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักด์ิ
เปนพระราชาคณะช้ันราช ที่

พระราชสธุ รรมเมธี

ตรปี ฎ กบัณฑิต มหาคณสิ สร
บวรสงั ฆาราม คามวาสี
๕ ธันวาคม ๒๕๓๗

88

อายวุ ฒั นมงคล ๘๑ ป

สมณศักด์ิ

ไดร้ ับพระราชทานเลอ่ื นสมณศกั ดิ์
เปน พระราชาคณะชัน้ เทพ ท่ี

พระเทพปรยิ ัติมุนี

พุทธมหาเจดยี ว รกิจดิลก ตรปี ฎกบัณฑิต
มหาคณสิ สร บวรสังฆาราม คามวาสี

๕ ธนั วาคม ๒๕๔๒

ได้รบั พระราชทานเลอื่ นสมณศกั ดิ์
เปนพระราชาคณะชั้นธรรม ท่ี

พระธรรมปริยตั เิ วที

ศีลาจารวิสทุ ธ์ิ พุทธมหาเจติยปูชิต
ตรีปฎ กบัณฑิต มหาคณิสสร
บวรสังฆาราม คามวาสี
๕ ธนั วาคม ๒๕๔๗

89

พระเดชพระคุณ พระพรหมเวที

สมณศักดิ์

โปรดเกลา้ ฯ สถาปนาสมณศักด์ิ เปน พระราชาคณะเจ้าคณะรอง

ช้ันหริ ณั ยบฏั ท่ี พระพรหมเวที

ศลี าจารโสภณ วมิ ลปรยิ ัติกิจประยุต พทุ ธมหาเจตยิ ปชู ิต
ตรปี ฎ กบัณฑิต มหาคณสิ สร บวรสงั ฆาราม คามวาสี

๕ ธันวาคม ๒๕๕๗

90

อายุวฒั นมงคล ๘๑ ปี

91

พระเดชพระคุณ พระพรหมเวที

ตำ� ำ ท งั ม ติ

ต�านาน คือเร่ืองราวเก่ียวกับบุคคล เหตุการณ์ หรือสถานที่ อันทรงคุณค่าเพียง
พอแก่การเล่าขานบอกต่อ ๆ กัน เพ่ือความซึ่าบซึ่้ึงจรรโลงใจ หรือเพ่ือเป็นอนุสรณ์
ให้หวนรา� ลึก ยึดถอื เป็นทิฏิฐานคุ ติ เปน็ เนตตแิ บบอยา่ งแก่อนุชนคนรนุ่ หลงั ตา� นาน
บางเร่ืองเกยี่ วข้องกบั ความดีงามสว่างไสว เช่น เรือ่ งราวความเสียสละของมฆ์ะมาณพ
ผู้อุทิศชีวิตเพื่อความสุขของปวงประชา คราเม่ือล่วงลับดับชีวาไปอุบัติบนสวรรค์ช้ันฟ้า
แดนดาวดึงส์ เป็นพระอนิ ทร์ป่นิ กษตั ริย์ขัตตยิ ราชผทู้ รงธรรม บางตา� นานกเ็ ลา่ ขานถงึ
ความชวั่ รา้ ยอนั มดื ดา� เชน่ เรอ่ื งราวของทรพผี ้ปู ระทษุ รา้ ยตอ่ บพุ การจี นวางวาย อยา่ ได้
เอาเป็นแบบอย่าง เพราะคุณค่าที่สูงส่ง ซึ่่ึงมีผลต่อความคงเส้นคงวาในการสืบสาน
ไม่เลอื นหายไปในเสน้ ทางของกาลเวลา ตา� นานสว่ นใหญ่จงึ เปน็ เรอื่ งของอดตี ชใี้ หเ้ ห็น
ความเปน็ ไปของเรื่องราวบางอย่าง

แต่ต�านานท่ีผู้เขียนต้ังใจอย่างแรงกล้าท่ีจะเล่าขานต่อไปนี้ เป็นเรื่องราวของ
พระเดชพระคุณฯ พระมหาเถระรูปหนึ่งซึ่่ึงท่านยังมีชีวิต เป็นชีวิตที่งดงามและแสน
มหัศจรรย์ ไม่ใช่เป็นเพียงเร่ืองราวที่น่าคิดบางอย่างหรือมีความดีในบางเรื่องดังเช่น
ต�านานทว่ั ไป หากแตเ่ ปน็ หน้าประวตั ศิ าสตรท์ ่ดี ารดาษไปดว้ ยความนา่ ท่ึง จนบางครง้ั
ผเู้ ขยี นยงั เคยเกดิ ความสงสยั นค่ี อื ผลงานชวี ติ ของคนผเู้ ดยี วจรงิ หรอื ความจรงิ ประวตั ิ
ของพระเดชพระคุณฯ ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบประวัติและผลงานที่ได้รับการตีพิมพ์ลง
ในหนังสือต่าง ๆ มีมาก แต่ผู้เขียนต้องการน�าเสนอในมุมมองของผู้สนองงานใกล้ชิด
ในความรู้สึกของผู้เป็นลูกศิษย์ที่เฝ้ามองด้วยความเคารพและชื่นชม โดยผู้เขียนได้
รับข้อมูลจากหลายแหล่ง จากหลวงพ่อเจ้าคณะจังหวัด พระเทพมหาเจติยาจารย์
พระนอ้ งชายบญุ ธรรมของพระเดชพระคณุ ฯ ผเู้ ปน็ เจา้ ของตา� นาน จากคณุ โยมยา่ ตยุ้ บา้ ง

92

วุ ม ค

จากคุณโยมน้าสุนทรบ้าง จากหนังสือบันทึกเร่ืองราวชีวิตของพระเดชพระคุณฯ บ้าง
และจากที่ไดส้ ัมผสั ใกลช้ ิดซึ่ึมซึ่ับรบั รขู้ องผู้เขียนเอง

แม้จะพยายามล�าดับเหตุการณ์ให้ด�าเนินไปตามก�าหนดกาลเวลา จากอดีต
สปู่ จั จบุ นั แตเ่ พราะประสงคจ์ ะบง่ บอกเปน็ ประเดน็ ๆ ชใี้ หเ้ หน็ วา่ คณุ ลกั ษณะอนั งดงาม
แบบนี้มีอยู่ในพระเดชพระคุณฯ ต้ังแต่อดีตเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ถึงกระน้ัน การเล่า
เร่อื งจงึ ดคู ลา้ ยกับย้อนไปโยกมา อีกประการหนึ่ง เหตกุ ารณอ์ นั ชวนใหช้ ื่นชมทม่ี ีในตัว
ของพระเดชพระคุณฯ ทผ่ี เู้ ขียนได้นา� เสนอน้นั เป็นเพียงบางส่วน หากจะพรรณนาสาธก
ยกมาสาธยายใหจ้ บครบถว้ นกระบวนความ นอกจากจะทา� ใหเ้ นอื้ หายดื ยาวแลว้ ยงั จะ
เป็นการนา� เสนอแบบซึ่้�าไปซึ่า้� มา ขอท่านผ้อู า่ นไดโ้ ปรดรเู้ ถดิ ว่า ความอศั จรรย์แบบนี้ ๆ
ยงั มอี ีกเกินกว่าคณานบั

มท

อมตะต�านานบทนี้ เร่ิมต้นข้ึนเม่ือ ๘๑ ปีท่ีแล้ว ณ บ้านเลขท่ี ๓๒ หมู่ท่ี ๕
ต�าบลบา้ นปราโมทย์ อ�าเภอบางคนที จงั หวัดสมุทรสงคราม วันน้นั เปน็ วนั พฤหสั บดี
ตรงกับวันท่ี ๓๐ เดือนกรกฎาคม พุทธศักราช ๒๔๘๔ ครอบครัวบุษบกได้ต้อนรับ
สมาชิกใหม่ บุตรชายคนท่ี ๑๐ ของคุณพ่อบัว คุณแม่ตุ้ย และคงไม่มีใครคาดคิดว่า
เดก็ คนนี้ทเ่ี กิดในครอบครัวชาวสวน จากตอนเดก็ ทไ่ี ม่ค่อยพดู ไม่คอ่ ยจา กม้ หน้าทา� งาน
ปีนตาลปีนพร้าว อนาคตภายภาคหน้าจะกลายเป็นพระมหาเถระผู้เมตตาแผ่บารมี
กว้างไกล เป็นผู้เผยแผ่พระธรรมค�าสอน ถึงขนาดได้ไปแสดงพระธรรมเทศนาถวาย
ต่อหน้าพระที่นั่ง พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช
บรมนาถบพิตร สมเดจ็ พระนางเจ้าสริ กิ ิติ� พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
และพระบรมวงศานุวงศ์อีกหลายพระองค์ในขัตติยสมาคมนัน้

แรกเริ่มเดิมที นามของพระเดชพระคุณฯ ที่โยมย่าตุ้ยตั้งให้ มีค�าว่า “เทพ”
พยางค์เดียว ตามคตินิยมในการต้ังช่ือคนไทยในสมัยนั้น แม้แต่น้องชายของท่าน
อดตี กา� นนั “ทนิ ” ก็มชี อื่ พยางค์เดียวเหมอื นกนั ภายหลังเม่อื บวชเปน็ พระภิกษจุ งึ มีชอ่ื

93

พระเดชพระคุณ พระพรหมเวที

เพิ่มขึน้ อกี หนงึ่ พยางค์ เป็นพระ “สุเทพ”
เด็กชายเทพ เกิดมาพร้อมกับหัวใจท่ีคล้ายกับหีบ

มหาสมบตั ิ หบี ใบนบี้ รรจไุ วซ้ ึ่ง่ึ สง่ิ อนั ลา�้ คา่ มากมาย เทา่ ทคี่ น
รอบขา้ งจะพอสัมผัสรบั รูไ้ ด้ เปน็ ตน้ วา่ ความกตญั ญกู ตเวที
ความขยนั อดทน ความรักพีร่ กั น้อง ความเป็นคนมรี ะเบยี บ
วนิ ยั ความรบั ผดิ ชอบและอกี หลายๆอยา่ ง พระเดชพระคณุ ฯ
จะมีศิลปะมีความประณีตในการท�างาน จะเห็นได้จาก
การเคี่ยวน้�าตาลเพื่อปิดหน้าปีบก่อนจะมีนายทุนมารับซึ่้ือ
หน่ึงในอาชีพของครอบครัวบุษบกก็คือการเคี่ยวน�้า
ท่ีได้จากงวงมะพร้าวให้กลายเป็นน�้าตาลแล้วบรรจุ
ใส่ปีบขาย น�้าตาลมะพร้าวบรรจุปีบยี่ห้อแม่ตุ้ยท่ีมี
ตราดอกโบตันเป็นสัญลักษณ์ จะมีความหอมหวาน สะอาด ไม่มีส่ิงปลอมปน
ภายในปีบบรรจุน้�าตาลท่ีมีคุณภาพ ส่วนน้�าตาลท่ีปิดหน้าปีบ นอกจากจะมี
คุณภาพแล้ว ต้องมีสีสันสวยงาม วิธีการเค่ียวจึงต้องพิเศษกว่าปกติ นั่นคือต้อง
คอยเฝ้าอยู่ตลอด คอยตักฟองอากาศและเศษส่ิงท่ีจะท�าให้สีไม่สวยออกอยู่ตลอดเวลา
ต้องให้คนที่ใจเย็นมีความอดทนเป็นคนรับหน้าท่ี เด็กชายเทพ (ต่อมาเป็นนายเทพ)
จะเป็นผู้รับผิดชอบงานส่วนนี้ บางคร้ัง ขณะก�าลังเคี่ยว น้องชายเอากล้วยบ้าง
หัวมันบ้าง ลงในกระทะเพ่ือให้กลายเป็นกล้วยเช่ือม มันเชื่อม รสชาติหอมหวาน
เปน็ เหตใุ หน้ า้� ตาลกระทะนนั้ เปน็ อนั ใชเ้ ทปดิ ปากปบี ไมไ่ ด้ แมจ้ ะไมพ่ อใจบา้ ง แตเ่ พราะ
ความรกั น้อง ทา่ นจะบน่ แคเ่ พียงครึง่ ค�าแล้วลงมือค่อย ๆ เค่ียวใหม่

พีน่ อ้ งทโี่ ตตามกันมา เปน็ ธรรมดาที่จะตอ้ งมีทะเลาะเบาะแว้งกนั แตท่ ุกคร้ังทีม่ ี
การกระทบกระท่งั ท่านจะเป็นฝา่ ยยอมใหน้ ้องตลอด และตลอดเสน้ ทางชวี ติ ทผี่ า่ นมา
ทา� ให้เห็นว่าท่านรกั น้องมาก โดยเฉัพาะกบั โยมน้าสนุ ทร นอ้ งชายคนเล็กสุดของท่าน
สมัยที่ท่านเป็นพระภิกษุ น้องชายเป็นสามเณรอยู่ด้วยกันที่วัดปราสาททอง จังหวัด
สุพรรณบุรี เม่ือน้องสามเณรมาขอปัจจัยเพื่อพาเพื่อน ๆ สามเณรไปแสวงบุญงาน
ปดิ ทองฝงั ลกู นมิ ติ วดั ใกลเ้ คยี ง ทงั้ ของเกา่ ทม่ี แี ละทไ่ี ปสวดมนตฉ์ ันั เพลไดม้ าเมอ่ื กลางวนั

94

วุ ม ค

ท่านเทย่ามให้น้องเณรไปหมด และเม่ือน้องชายลาสิกขาออกมาประกอบอาชีพ
ทนายความ ถกู แมห่ า้ มทา� อาชพี น้ี ทา่ นจงึ เรยี กตวั นอ้ งชายมาชว่ ยงานทว่ี ดั พระปฐมเจดยี ์
โดยเฉัพาะงานเกยี่ วกบั บญั ชมี ลู นธิ โิ รงเรยี นสหศกึ ษาบาลี ซึ่ง่ึ โยมนา้ สนุ ทรกป็ ฏิบิ ตั หิ นา้ ที่
ในสว่ นนีไ้ ด้อย่างดเี ยย่ี ม ผ้เู ขียนกเ็ ปน็ อกี คนหนึง่ ที่คอยรบั ใชส้ นองงานใกล้ชิด รบั รู้ถงึ
ปญั หาทอี่ ยรู่ ะหวา่ งรอยตอ่ ของงานทบ่ี คุ ลากรรนุ่ กอ่ นเหลอื ไว้ โยมนา้ สนุ ทรใชส้ ตปิ ญั ญา
และความพากเพยี รแกไ้ ขสา� เรจ็ ลลุ ว่ ง จนเปน็ ทไี่ วว้ างใจของ พระเดชพระคณุ ฯ จงึ แตง่ ตง้ั
ให้เป็นไวยาวัจกรของวัดพระปฐมเจดีย์ ย่ิงต่อมาโยมน้าสุนทรเป็นคนดูแลโยมย่าตุ้ย
ในชว่ งทา้ ยของชวี ติ ดเู หมอื นความรกั ทพี่ ม่ี ใี หน้ อ้ งจะยกกา� ลงั สองเทา่ สามเทา่ รถคนั เกา่
ขบั มาท�างานไม่สะดวก พระเดชพระคุณฯ ซึ่อ้ื ให้ใหม่ ขดั สนเร่อื งใดขอให้บอก แมไ้ ม่ได้
พดู ออกมา แตท่ ่าทแี ละการหยิบยื่นย่อมบ่งบอกได้ดกี วา่ คา� พดู ใด ๆ

เดก็ ชายเทพ ไม่ได้เกดิ มาพรอ้ มกบั จติ ใจที่ดงี ามเทา่ นนั้ แมท้ างกายภาพก็มีความ
โดดเด่นเหนือพ่ีน้องทุกคน สูงสง่าหน้าตาคมคาย บุคลิกสุขุมลุ่มลึก โยมย่าตุ้ยเคยให้
ค�าจา� กดั ความเกี่ยวกับนสิ ยั ของลกู ชายคนนว้ี ่า “พดู น้อยต่อยหนัก” “เสอื ยิม้ ยาก” และ
“ลงมอื ทา� มากกวา่ ใช้ปากพดู ” เพราะคณุ ลักษณะดังกล่าว ไม้เรยี วอาญาสิทธจ�ิ งึ แทบ
จะไม่เคยตกต้องลงท่ีก้น ค�าสรรเสริญเจริญพร
แบบเกรยี้ วกราดประดจุ สายฟา้ ฟาดจากองคเ์ ทพ
มารดร ท่านกไ็ มค่ ่อยจะได้รบั ซึ่ึ่งต่างจากพ่ีนอ้ ง
คนอืน่ ๆ

ปีพุทธศักราช ๒๔๙๐ พระเดชพระ
คณุ ฯ มีอายุ ๗ ขวบ คณุ โยมย่าตุย้ ไดน้ �าไปเขา้
โรงเรียนประชาบาลวัดปราโมทย์พิศสะอาด
ราษฎร์อ�ารุง (“อ�ารุง” จริง ๆ ไม่ได้พิมพ์ผิด)
อ�าเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม จนจบ
ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๔ ในปีพทุ ธศักราช ๒๔๙๕
(ปีการศึกษา ๒๔๙๔) ชั้นประถมศึกษาปีที่
๔ เป็นระดับสูงสุดท่ีเด็กชนบททั่วไปในยุคน้ัน

95

พระเดชพระคณุ พระพรหมเวที

จะพึงได้รับ พระเดชพระคุณฯ เป็นคนรักการพัฒนา
ชีวิตมาตั้งแต่เกิด ท่านมองเห็นว่า การศึกษาคือหัวใจ
ของการพฒั นา หนทางการศกึ ษาเพ่ือพัฒนาชีวิตท่ีคน
รุ่นก่อนไดก้ ้าวเดินน�าพา นนั่ คอื การบวชเรียน เมอ่ื บวก
กับที่คุณโยมย่าตุ้ยมีศรัทธาอย่างลึกซึ่้ึงในบวรพระพุทธ
ศาสนา ท�าบุญอุปถัมภ์บ�ารุงวัดวาอาราม จัดงานบวช
ให้ลูกชายทุกคนท่ีมีอายุครบบวช พระเดชพระคุณฯ
เม่ือสมัยเป็นเด็กก็เคยไปอยู่วัด ได้ด�ารงต�าแหน่งเปน็
“เทมเพลิ เวทเธอรบ์ อย” ( i o ) ภาษาทาง
พระวนิ ยั คอื “อารามกิ ชน” หรือ “กัปปิยการกบุคคล”
สว่ นภาษาชาวบา้ นคือ “เดก็ วัด” เพอ่ื ปรนนิบตั ปิ ฏั ิฐาก
พระพี่ชาย เพราะความใกล้ชิดกับพระพุทธศาสนา
มากอ่ น และตอ้ งการทจี่ ะไดม้ โี อกาสศกึ ษาวชิ าการเพอื่ พฒั นาตนเอง ตงั้ แตบ่ ดั นน้ั ทศิ ทาง
ชีวติ จงึ ถูกก�าหนดขน้ึ “บวชเรยี น” คอื ค�าตอบสุดทา้ ย

เมอ่ื ปณธิ านไดป้ กั ธงชยั เปา้ หมายชวี ติ ลงแลว้ ความเปน็ คนรปู งามกไ็ มเ่ ปน็ อปุ สรรค
อีกต่อไป ท่านไม่เคยเปิดดวงตาของหัวใจเพ่ือมองสาวใดเป็นพิเศษ รักนวลสงวนตัว
รกั ษากายใจใหบ้ รสิ ทุ ธผิ� ดุ ผอ่ ง แมช้ วี ติ ในฆ์ราวาสวสิ ยั จะประสบกบั ความผกผนั บา้ ง เชน่
คราวครงั้ ทค่ี วามเจบ็ ไขไ้ ดป้ ว่ ยแวะเวยี นมาเยย่ี มเยอื นถามหา อาการหนกั ถงึ ขนาดยมบาล
หนั หนา้ มายกั ควิ้ หลว่ิ ตาใหก้ เ็ คยมี แตเ่ พราะบญุ ญาบารมที จี่ ะไดส้ รา้ งหติ ประโยชนใ์ นวนั
ขา้ งหนา้ พระเดชพระคณุ ฯ จงึ เลด็ ลอดจากเงอื้ มหตั ถพ์ ญามจั จรุ าชอยดู่ มี สี ขุ จนถงึ ทกุ วนั นี้

ุ สม ท

แล้วก็มาถึงวันท่ีจะได้เดินตามความฝัน วันท่ี ๑ เดือน
มิถุนายน ปีพุทธศักราช ๒๕๐๔ โยมย่าตุ้ยได้พาลูกชายคนท่ีสิบ
เข้ากราบมอบตัวเป็นนาค กับท่านพระครูสมุห์วรินทร์ เจ้าอาวาส
วัดปราโมทย์ เป็นนาคท่องขานนาคและปรนนิบัติปัฏิฐากรับใช้

96

ุว ม ค

พระสงฆ์อ์ งค์เณรอยู่ ๒๖ วนั พอถึงวันที่ ๒๗ เดือน
มถิ ุนายน พุทธศักราช ๒๕๐๔ ตรงกับวันองั คารข้ึน
๑๕ คา่� เดอื น ๘ (ปีนี้มี ๘ สองหน) ทา่ นจึงไดเ้ ข้าพธิ ี
สมณาภิเษกด้วยญัตติจตุตถกรรมวาจา ณ อุโบสถ
วัดปราโมทย์ โดยมี พระเดชพระคณุ พระวิกรมมนุ ี
(ผล อปุ ตสิ โฺ ส) วดั ปราสาททอง ตา� บลทา่ พเี่ ลยี้ ง อา� เภอ
เมอื งสพุ รรณบรุ ี จงั หวดั สพุ รรณบรุ ี เปน็ พระอปุ ชั ฌาย์
ผู้เป็นประธานในอุปสมบทกรรมครั้งนั้น ต�าแหน่ง
พระกรรมวาจาจารยเ์ ป็นหนา้ ทีข่ อง พระอาจารย์เลง้
ปทีโป วัดปราโมทย์ ซึ่ึ่งเป็นพระอาจารย์ท่ีโยมย่าตุ้ย
รับเป็นโยมอุปัฏิฐาก และได้เคยยกนาคเทพให้เป็น
บุตรบุญธรรมของทา่ น สว่ นตา� แหนง่ พระอนุสาวนาจารย์ หลวงพอ่ พระครสู มหุ ์วรินทร์
(สยุ อมโร) ท่านเจ้าอาวาสวัดปราโมทย์ เปน็ ผ้รู ับหน้าท่ี พระอปุ ัชฌายไ์ ด้ตงั้ ฉัายาวา่
“ผสุ สฺ ธมโฺ ม” มคี วามหมายวา่ “ผไู้ ดส้ มั ผสั พระธรรมแลว้ ” บดั นี้ ความปรารถนาอนั สงู สดุ
ในชวี ติ ลกู ผชู้ าย กไ็ ดป้ ระสบพบพานแลว้ ขอบวชเรยี นทดแทนพระคณุ คา่ นา้� นมอยา่ งนอ้ ย
๕ พรรษา หากบุญนา� พาวาสนาส่งใหไ้ ดส้ งัดเงียบภายใตร้ ม่ เงาผ้ากาสาวพัสตรต์ ลอดไป
ก็จะขอถวายชีวติ นีเ้ ป็นพทุ ธบชู า แดอ่ งคส์ มเด็จพระบรมศาสดาสมั มาสมั พุทธเจ้า

จร ท

เม่ือบวชเป็นพระภิกษุแล้ว พระลูกชายก็ออกบิณฑ์บาตโปรดโยมแม่และญาติ
พี่น้องอยู่เป็นเวลา ๗ วัน จากน้ัน โยมย่าตุ้ยก็ได้น�าพระลูกชายเดินทางสู่แดนดินถิ่น
นักร้องดังเมืองคลังทอง จังหวัดสุพรรณบุรี มหากาพย์แห่งการเดินทางในครั้งน้ี
เรมิ่ ตน้ ดว้ ยการลงเรือทท่ี า่ เรือวดั ปราโมทย์ไปข้ึนทีท่ ่าเรอื ราชบรุ ี จากนนั้ กน็ งั่ สามล้อไป
ยงั สถานรี ถไฟราชบรุ ี เมื่อได้เวลา รถไฟซึ่ง่ึ เปน็ พาหนะสา� คญั ในการสญั จรของคนไทย
ในยคุ นนั้ กไ็ ดบ้ รรทกุ ผโู้ ดยสารออกเดนิ ทางจากสถานรี าชบรุ มี งุ่ หนา้ สสู่ ถานงี ว้ิ ราย อา� เภอ
นครชยั ศรี จังหวัดนครปฐม ต่อจากนี้ เปน็ การเดินทางทมี่ รี ะยะยาวไกลทีส่ ดุ พระเดช
พระคณุ ฯ เลา่ ไวใ้ นหนงั สอื ทร่ี ะลกึ งานพระราชทานเพลงิ ศพโยมยา่ ตยุ้ วา่ จา� ไมไ่ ดเ้ รอื ลา� นนั้
มชี ่อื ว่าอะไร จ�าได้แคว่ า่ มชี ่อื แปลก ๆ

97

พระเดชพระคณุ พระพรหมเวที

เม่อื ไดเ้ วลาหกโมงเยน็ เรอื ใหญก่ ค็ ่อย ๆ ลอยล�าออกจากทา่ ง้ิวราย พาสองแม่ลูก
และผโู้ ดยสารอกี เตม็ ลา� ลอยลอ่ งไปตามทอ้ งสายธาร พงุ่ ทะยานผา่ นยา่ นรา้ นรวง เลยลว่ ง
แถบทงุ่ นาแนวเนนิ โขดเขนิ แดนดนิ ทง้ิ ถน่ิ งว้ิ รายไวข้ า้ งหลงั ปลอ่ ยสองฟากฝง่ั ใหเ้ ลอื นหาย
ไปกบั แสงตะวนั ขณะทค่ี วามมดื คอ่ ย ๆ คบื คลานเขา้ มาเยอื น หวั ใจพระลกู ชายของโยม
ยา่ ตยุ้ ทบี่ รรจไุ วซ้ ึ่งึ่ เมลด็ พนั ธแ์ุ หง่ ความมงุ่ มนั่ กค็ อ่ ย ๆ ทอแสงแหง่ ความหวงั ขน้ึ มาอยา่ ง
เงยี บ ๆ เฝ้ารอเพียงหยาดฝนแห่งการศึกษาพร่างพรมลงมา นั่นจะเปน็ เวลาทีต่ น้ กลา้
แหง่ การพัฒนางอกเงยจนงดงาม โดดเดน่ เกนิ กว่าทีใ่ ครจะคาดคิด

เขม็ นาฬิกาไมไ่ ด้สนใจคนน่งั หลับสปั หงก ไม่ไดห้ ันไปมองห่ิงหอ้ ยท่สี อ่ งแสงวิบวับ
อยตู่ ามรมิ ฝ่งั และไม่ได้หยดุ ฟงั เสียงครวญครางของเคร่อื งยนต์ท่กี �าลงั ดันเรือลา� ใหญ่ให้
แลน่ ลวิ่ ไปขา้ งหนา้ เวลากย็ งั คงทา� หนา้ ทหี่ มนุ เคลอ่ื นเลอื่ นไปอยา่ งเทย่ี งตรง โดยไมม่ กี าร
หยุดพักหรือหมนุ หวนทวนกลบั กว่าจะถงึ ท่าเรอื สุพรรณบรุ กี ็เป็นเวลาตีสามครึ่ง เกอื บ
เป็นเช้าของวนั ใหม่ ผเู้ ขียนลองเปิดกเู กลิ แมปส์ ( oo ) ดรู ะยะทางเริม่ จากวัด
ปราโมทย์ลุ่มน�า้ แม่กลอง ถึงวัดปราสาททองจังหวดั สุพรรณบรุ ี หา่ งกันประมาณ ๑๕๐
กโิ ลเมตร ถา้ เปน็ ปจั จบุ นั เดนิ ทางดว้ ยรถยนตส์ ว่ นตวั จะใชเ้ วลาประมาณสองชว่ั โมงครง่ึ
แต่ในสมัยนนั้ กลบั ใช้เวลาถงึ หนง่ึ กลางวันกบั อีกเกอื บหนง่ึ กลางคนื ทหี่ นักหนาสาหสั
กค็ ือ การเดนิ ทางครงั้ น้ี ไม่ใชก่ ารนั่งกินลมชมวิว ไมม่ เี บาะนุ่มเฟิร์สคลาสสา� หรับวีไอพี
ไหนจะเมือ่ ยก้น ไหนจะงว่ งนอน ไหนจะเมาเรือ เปน็ ทริปเดนิ ทางท่ที ลุ ักทุเลเกินจะ
บรรยาย และสดุ ทา้ ย สามลอ้ กไ็ ดท้ า� หนา้ ทเี่ ปน็ ประธานพธิ ปี ดิ การเดนิ ทางอนั แสนทรหด
ในครั้งน้ีอย่างเปน็ ทางการ โดยการนา� สองแมล่ กู เขา้ สูว่ ดั ปราสาททองอยา่ งปลอดภยั

*** เรอ่ื งเมา ๆ น้ี คุณโยมย่าตยุ้ เคยเลา่ ว่า สมัยกอ่ น พระเดชพระคุณฯ มีความ
สามารถพิเศษ ไม่ต้องดื่มเหล้าก็เมาได้ ตอนน้ัน ผู้เขียนกับท่านพระครูแจ้ (พระครู
อาทรเจตยิ ธาดา หวั หน้ากองงานเลขานกุ ารเจา้ คณะภาค ๑๕ อดตี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัด
พระปฐมเจดีย์) พากันไปซ่อมคอมพิวเตอร์ท่ีบ้านโยมน้าสุนทร อยู่แถวหนองแขม
กรุงเทพฯ โยมย่าเปน็ ผู้เล่า พวกเราเป็นผูฟ้ งั อยากรจู้ รงิ ๆ ว่าไมด่ ่มื เหลา้ แล้วจะเมาได้
อยา่ งไร พอโยมย่าเลา่ ต่อ “นง่ั รถกเ็ มารถ น่ังเรือกเ็ มาเรือ” เท่านนั้ แหละหนาความฮาก็

98

วุ ม ค

พลนั บงั เกิด สมาคมนน้ั ก็พลนั ถึงบางออ โดยไมต่ อ้ งรอนั่งเรือใหเ้ บื่อใหเ้ มา มีค�าทโี่ ยมยา่
มักใชห้ ยอกเยา้ เหลา่ ลกู หลานอยู่ชุดหนึ่ง ผเู้ ขียนจา� ไดข้ นึ้ ใจ “คุณสองรูปเน่ีย (หมายถึง
ผเู้ ขยี นกบั ทา่ นพระครแู จ)้ จะเทศนก์ ไ็ มม่ นี สิ ยั จะไปคา้ ไปขายกไ็ มม่ ตี น้ ทนุ จะพอประทงั
จะไปบงั สกลุ พอเปน็ ตน้ ทนุ ซอ้ื ใบชาฉนั ” นบั วา่ เปน็ วลยี อดฮติ เพราะโยมยา่ จะเออ้ื นเอย่
เกือบทุกครง้ั ท่ีได้พบเจอกนั ***

มั มสกิ ำ ท

กำ สมรรคำแ งกำร ร ร ทำง รรม

เมอ่ื ฤดูกาลเขา้ พรรษาแรกมาถงึ ความมุ่งม่ัน
ตั้งใจท่ีต้ังเค้ามาแต่ต้น ก็ได้ฤกษ์สาดสายโถมถั่ง
พระเดชพระคุณฯ ไม่เคยปล่อยเวลาให้ลอยนวล
ต้ังหน้าตั้งตามุ่งม่ันขยันเก็บเก่ียวสิ่งส�าคัญทุกอย่าง
ท่ีครูบาอาจารย์ประทานหยิบยื่น ภาคเช้าเรียน
นักธรรม ภาคบ่ายเรียนอภิธรรม ภาคค่�าไปถึง
กลางคืนเข้าปฏิิบัติวิปัสสนากรรมฐาน เม่ือสอบ
ผ่านก็ท�าหน้าที่เป็นครูสอน ช่วยเหลือกันแบบ
พ่ีสอนน้อง ไหนจะเรียนไหนจะสอน ไหนจะฝกพูด
ฝกบรรยาย ไหนจะหัดเทศน์หัดสั่งสอน หลังจาก
สอบไลป่ ระจา� ปแี ลว้ กอ่ นจะเรม่ิ ฤดกู ารเรยี นการสอน
ภาคต่อไป จะมีเวลาว่างอยู่ประมาณเดือนกว่า ๆ
พระเดชพระคุณฯ จะไปเข้าวิปัสสนากรรมฐานจนกว่าจะได้เวลาเร่ิมปีการศึกษาใหม่
ถึงจะกลับมาเรียนต่อ ช่องว่างของเวลาที่พอมี พระเดชพระคุณฯ จะขูดรีด
เอามาท่องพระปาฏิิโมกข์ (เพราะคุณสมบัติท่ีท่านมีเสียงดังฟังชัด ส�าเนียงมีเสน่ห์
ชวนฟัง ประกอบกับความต้ังใจสวดด้วยความเคารพในพระธรรม ท�าให้
การขึ้นสวดพระปาฏิิโมกข์แต่ละครั้งเป็นที่ประทับใจคณะสงฆ์์ท่ีได้เข้าร่วมสังฆ์กรรม
ถึงขนาดเคยได้รับค�าช่ืนชมจาก พระเดชพระคุณ พระธรรมสิริชัย อดีตเจ้าอาวาส
วัดพระปฐมเจดีย์ ว่าสวดได้ถูกต้องชัดเจนน่าฟัง ที่วงเล็บไว้ เพราะเป็นเหตุการณ์
ทจ่ี ะเกดิ ขนึ้ ในอนาคต นา� มาเล่าประกอบไว)้


Click to View FlipBook Version