The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

e-book อายุวัฒนมงคล ๘๑ ปี พระเดชพระคุณ พระพรมเวที

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ท่องเที่ยวราชบุรี, 2022-08-07 23:47:19

e-book อายุวัฒนมงคล ๘๑ ปี พระเดชพระคุณ พระพรมเวที

e-book อายุวัฒนมงคล ๘๑ ปี พระเดชพระคุณ พระพรมเวที

Keywords: e-book อายุวัฒนมงคล ๘๑ ปี พระเดชพระคุณ พระพรมเวที

199

พระเดชพระคณุ พระพรหมเวที

๒. ตง้ั จาคะคอื ความเสยี สละไว้ เพอื่ ปอ้ งกนั ความโลภในใจวา่ เราจะไมห่ ยบิ ฉัวยสง่ิ
ของทเี่ จา้ ของเขายงั ไมใ่ ห้ เราหวงแหนสมบตั ขิ องเราฉันั ใด ผอู้ น่ื กย็ อ่ มจะรกั ในทรพั ยส์ นิ ของ
เขาฉันั นนั้ การไมล่ ว่ งละเมดิ ศลี ขอ้ ท่ี ๒ นี้ จะทา� ใหเ้ ราไมเ่ ปน็ ทห่ี วาดระแวง สรา้ งความไว้
วางใจใหแ้ กผ่ ใู้ กลช้ ดิ สนทิ สนมและบคุ คลทว่ั ไป

๓. ตั้งสันโดษคือความพอใจในคนรักของตนไว้ เพ่ือป้องกันการประพฤติผิด
ในค่รู กั ของผอู้ นื่ วา่ เราจะไม่ประพฤตผิ ดิ ในกาม ไมล่ ะเมดิ สทิ ธิในครอบครวั ของผู้อ่ืน
ชายหนมุ่ หญงิ สาวเปน็ ดวงใจของพอ่ แม่ สามภี รรยาคอื สมบตั อิ นั เลอคา่ ของกนั และกนั
การไม่ล่วงละเมิดศีลข้อที่ ๓ นี้ จะท�าให้ครอบครัวของเราเกิดความอบอุ่น ปิดประตู
แหง่ ความหวาดระแวงและความหงึ หวงในกนั และกนั

๔. ต้ังสัจจะคือความสัจจริงไว้ เพ่ือป้องกันความโลเลในใจเสมอว่า เราจะไม่
พดู เทจ็ ไมว่ า่ เรอื่ งใดๆ เราไมช่ อบทผ่ี อู้ นื่ มาโกหกฉันั ใด ผอู้ นื่ กไ็ มช่ อบทเ่ี ราไปหลอกลวง
ฉันั นน้ั การไมล่ ว่ งละเมดิ ศลี ขอ้ ท่ี ๔ น้ี จะทา� ใหเ้ ราเปน็ ผมู้ สี จั จะ มคี า� พดู ทห่ี นกั แนน่ ควร
คา่ แกก่ ารยกยอ่ ง เหมาะสมแกค่ วามนบั ถอื

๕. ต้ังสังวรคือส�ารวมจากการด่ืมน�้าเมาไว้ เพื่อป้องกันความเผลอไผลของสติ
วา่ เราจะงดเวน้ จากการดมื่ สรุ าเมรยั และสารเสพยต์ ดิ ตา่ งๆ อนั เปน็ เหตแุ หง่ ความประมาท
ความประมาทคือหนทางแห่งความตาย การไม่ล่วงละเมิดศีลข้อที่ ๕ น้ี จะท�าให้เรา
เป็นผู้มีสติสัมปชัญญะม่ันคง ไม่เกิดความผิดพลาด สามารถสกัดกั้นความโชคร้าย
ไมใ่ หก้ ลา�้ กรายมาแผว้ ผา่ น

หลกั การดา� เนนิ ชวี ติ ประการท่ี ๒ คอื การทา� กศุ ลความดใี หถ้ งึ พรอ้ ม ทา่ นสาธชุ น
ทงั้ หลาย ไมม่ แี มน่ า้� สายใดเลย จะชมุ่ เยน็ ไดเ้ ทยี มเทา่ สายนา�้ แหง่ บญุ กศุ ล ไมม่ สี ายใยใด
จะผกู มดั จติ ใจของผอู้ น่ื ไวไ้ ดม้ นั่ คง เทา่ กบั สายใยแหง่ ความดี จงสรา้ งความดดี ว้ ยการเสยี สละ
หยบิ ยน่ื แบง่ ปนั กนั การใหน้ ม้ี ี ๓ ระดบั คอื ๑. การใหว้ ตั ถสุ งิ่ ของ ๒. การใหอ้ ภยั และ
๓. การใหธ้ รรมะ

การให้ข้อท่ี ๑ คือการเสียสละแบ่งปันส่ิงของ ให้โดยไม่ได้หวังส่ิงใดตอบแทน
มคี วามหวงั ดตี อ่ ผรู้ บั เปน็ ทตี่ ง้ั การใหใ้ นลกั ษณะเชน่ นจี้ ะเปน็ บอ่ เกดิ แหง่ ความซึ่าบซึ่ง้ึ ใหค้ ดิ ถงึ
ความดขี องผใู้ ห้ เปน็ ทม่ี าแหง่ ความเหน็ อกเหน็ ใจ สรา้ งความรกั ความผกู พนั ธใ์ หแ้ กก่ นั

200

วุ ม ค

และกนั ดงั ธรรมภาษติ วา่ “ททมาโน ปโิ ย โหติ ผใู้ หย้ อ่ มเปน็ ทรี่ กั ” เพราะการเสยี สละ
ของพระเวสสนั ดรโพธสิ ตั วห์ นอ่ เนอื้ พทุ ธงั กรู จงึ ทา� ใหส้ มั มาสมั โพธญิ าณเตม็ บรบิ รู ณก์ อ่
เกดิ ความสงบสขุ แกเ่ วไนยสตั วเ์ ปน็ เอนกอนนั ตจ์ นทกุ วนั น้ี เพราะการเสยี สละขา้ วปลา
อาหารของญาตโิ ยม จงึ ทา� ใหพ้ ระสงฆ์ส์ ามเณรมชี วี ติ ดา� รงอยศู่ กึ ษาพระธรรมวนิ ยั สบื ทอด
ลมหายใจของพระพทุ ธศาสนา เพราะการเสยี สละทรพั ยส์ นิ ของญาตโิ ยม ศาสนวตั ถุ ศาสน
สถาน อนั เปน็ แหลง่ สถาปตั ยกรรมทว่ี จิ ติ รงดงาม จงึ ยงั ยนื ยงคงอยู่ ชาวตา่ งชาตแิ มจ้ ะอยู่
แสนไกล ยงั โบยบนิ ขา้ มนา้� ขา้ มทะเลมาเทย่ี วชม เปน็ การประกาศเอก- ลกั ษณอ์ นั โดดเดน่
ของชาตไิ ทยใหช้ าวโลกไดป้ ระจกั ษ์

การใหข้ อ้ ที่ ๒ คอื การใหอ้ ภยั การใหอ้ ภยั น้ี ไมต่ อ้ งเสยี สละวตั ถสุ ง่ิ ของไมต่ อ้ ง
เสยี เงนิ เสยี ทอง ดคู ลา้ ยกบั จะเปน็ การใหท้ ไ่ี มย่ ากเยน็ แตใ่ นความเปน็ จรงิ แลว้ กลบั ยากยง่ิ
กวา่ การใหว้ ตั ถสุ งิ่ ของเสยี อกี เพราะการใหอ้ ภยั นน้ั ตอ้ งยกจติ ใหอ้ ยเู่ หนอื ความผดิ ของผอู้ น่ื
ใชเ้ มตตาขม่ ความโกรธไมใ่ หเ้ กดิ ขนึ้ ในจติ ใจ การใหล้ กั ษณะนี้ สามารถสรา้ งความศรทั ธา
แกผ่ รู้ บั ไดล้ กึ ซึ่งึ้ กวา่ การใหส้ ง่ิ ของ เพราะสวุ รรณสามดาบสนอ้ ยใหอ้ ภยั ตอ่ พระเจา้ กบลิ ยกั ษ์
ผทู้ า� รา้ ยตนดว้ ยลกู ศรอาบยาพษิ จงึ ทา� ใหก้ ษตั รยิ ผ์ เู้ กรยี งไกรเหนอื คนทง้ั แผน่ ดนิ ตอ้ งยอม
ศโิ รราบกราบไหวด้ าบสนอ้ ยคราวลกู คราวหลาน เพราะการใหอ้ ภยั ของทฆี ์าวกุ มุ าร ตอ่
พระเจา้ พรหมทตั ผปู้ ลงพระชนมแ์ ละแยง่ ชงิ ราชสมบตั ขิ องพระราชบดิ า จงึ ทา� ใหเ้ วรภยั
สงบระงบั ไดร้ บั ราชสมบตั กิ ลบั คนื โดยไมเ่ สยี เลอื ดเนอื้

การใหท้ งั้ ๓ อยา่ งน้ี จงึ เปน็ วธิ กี ารสรา้ งความรกั ความอบอนุ่ ในสงั คมมนษุ ยไ์ ด้
อยา่ งนา่ อศั จรรย์ เพราะการใหช้ วี ติ และการเลยี้ งดู จงึ ทา� ใหล้ กู เกดิ ความรกั เคารพเทดิ ทนู
พระคณุ พอ่ แม่ เพราะการใหว้ ชิ าความรจู้ งึ ทา� ใหศ้ ษิ ยส์ า� นกึ รกั เทดิ ทนู บชู าครบู าอาจารย์
เพราะการใหแ้ สงแหง่ พระธรรม จงึ ทา� ใหพ้ ทุ ธศาสนกิ ชนเกดิ ความศรทั ธา จงึ รว่ มใจกนั
มาบชู าเคารพนบนอบตอ่ องคส์ มเดจ็ พระสมั มาในวนั มาฆ์บชู าเชน่ นี้

หลกั การดา� เนนิ ชวี ติ ประการท่ี๓ คอื การทา� จติ ของตนใหห้ มดจดผอ่ งแผว้ ดว้ ยการใช้
ปญั ญาในการดา� เนนิ ชวี ติ ไมย่ ดึ ตดิ กบั ลาภสกั การะ ไมม่ วั เมาในยศฐาบรรดาศกั ดิ� สงิ่ เหลา่ น้ี
หากจะไดม้ ากใ็ หไ้ ดม้ าเพราะเหตปุ จั จยั หากจะเสยี ไปกเ็ พราะถงึ คราวอนั เหมาะสม ไมด่ ใี จ
เมอ่ื ไดม้ า ไมเ่ สยี ใจเมอ่ื เสยี ไป รจู้ กั รกั รจู้ กั ใหอ้ ภยั รจู้ กั มองคนอน่ื ในแงด่ ี กระจกทใี่ ส
สะอาดย่อมท�าให้เห็นเงาของผู้ส่องได้แจ่มชัด จิตใจที่ผ่องแผ้วย่อมจะท�าให้มองเห็น

201

พระเดชพระคณุ พระพรหมเวที

จุดเด่นจุดด้อยของตนเองได้ถ่องแท้ เมื่อมองเห็นเล้วก็เสริมจุดเด่นด้วยการท�าความดี
ลดจดุ ดอ้ ยดว้ ยการไมท่ า� ความชวั่ ชวี ติ ของเรากจ็ ะมแี ตค่ วามสขุ ราบรนื่ นค่ี อื ผลของการทา�
จิตใจให้ผ่องใสในระดับสังคม การท�าจิตของตนให้ผ่องแผ้วขั้นสูง คือการท�าจิตใจให้
สะอาดปราศจากนิวรณ์ คอื เคร่อื งปิดก้นั จติ ใจไม่ให้เขา้ ถงึ ความสงบ เมื่อจติ ผ่องใสย่อม
ส่องเห็นสภาวะที่เป็นจริงของทุกสรรพสิ่ง ความจริงของทุกส่ิงก็คือมีความเกิดขึ้นต้ังอยู่
และดบั ไปตลอดเวลา ไมม่ สี ง่ิ ใดจะจรี งั ยงั่ ยนื คงอยแู่ มเ้ พยี งชว่ั ครชู่ วั่ ยาม ไมม่ สี งิ่ ใดทคี่ วร ยดึ
ตดิ ถอื มนั่ ยดึ เมอ่ื ใดทกุ ขเ์ มอ่ื นนั้ จติ ใจจะเรม่ิ เรยี นรแู้ ละคลายความยดึ มน่ั ลง เมอ่ื ทา� จติ ใจ
ใหผ้ อ่ งแผว้ ความสขุ อนั เกดิ จากความสงบจะคอ่ ยๆเพม่ิ ขน้ึ ความทกุ ขอ์ นั เกดิ จากความวนุ่ วาย
จะคอ่ ยๆ ผอ่ นเบาทเุ ลาลง จนเขา้ ถงึ ซึ่ง่ึ ทสี่ ดุ แหง่ ทกุ ขน์ น่ั คอื พระนพิ พาน อนั เปน็ เปา้ หมาย
สงู สดุ ในการเดนิ อยบู่ นหนทางแหง่ สงั สารวฏั ิอนั แสนยาวไกล

ทา่ นสาธชุ นทง้ั หลาย วนั เพญ็ กลางเดอื น ๓ เมอื่ สองพนั กวา่ ปที แ่ี ลว้ เบอ้ื งบน
มีดวงจันทร์สาดแสงอยู่กลางฟ้ากว้าง เบ้ืองล่างมีแสงพระธรรมส่องสว่างอยู่กลางใจ
มวลมนษุ ยห์ ลกั คา� สอนอนั เปน็ หวั ใจแหง่ พระพทุ ธศาสนา มรดกธรรมอนั ลา�้ คา่ น้ี ไดถ้ กู เปดิ เผย
จา� แนกแจกแจง สอ่ งแสงมาถงึ พวกเราเหลา่ อนชุ นคนรนุ่ หลงั ขอจงไดต้ ระหนกั สา� เหนยี ก
ศกึ ษาและนอ้ มนา� มาปฏิบิ ตั ิ ฝกหดั ใหเ้ ปน็ ปฏิบิ ตั บิ ชู า ดว้ ยการงดบาปกรรม ทา� แตค่ วามดี
ยงั จติ ใจของตนนใ้ี หส้ ะอาดหมดจด ความเบยี ดเบยี นจะไกลหา่ ง ความบาดหมางจะจางหาย
ความสงบสขุ จะมาเยย่ี ม สนั ตภิ าพจะมาเยอื น ดงั พระธรรมเทศนาทไี่ ดย้ กเปน็ อทุ เทสบท
ณ เบอ้ื งตน้ นนั้ วา่ สพพฺ ปาปสสฺ อกรณ� กสุ ลสสฺ ปู สมปฺ ทา สจติ ตฺ ปรโิ ยทปน� เอต� พทุ ธฺ าน
สาสน� แปลวา่ การไมท่ า� บาปทงั้ ปวง ๑ การทา� กศุ ลใหถ้ งึ พรอ้ ม ๑ การทา� จติ ของตน
ใหผ้ อ่ งแผว้ ๑ หลกั การทงั้ ๓ อยา่ งนี้ เปน็ คา� สง่ั สอนของพระพทุ ธเจา้ ทง้ั หลาย

เทสนาปรโิ ยสาเน ในกาลอนั เปน็ ทสี่ ดุ ลงแหง่ พระธรรมเทสนานี้ ขออานสิ งสแ์ หง่
การเคารพนบนอบกราบไหวบ้ ชู า ระลกึ นกึ ถงึ พระคณุ อนั ลา�้ คา่ แหง่ พระรตั นตรยั อนั เปน็
ธงชยั สงู สดุ ในชวี ติ ใหท้ กุ ทา่ นจงสมั ฤทธสิ� มปรารถนา แสดงพระธรรมเทสนามา กเ็ หน็ สมควร
แกเ่ วลาสน้ิ สดุ จงึ ขอสมมตุ ยิ ตุ ลิ งคงไวแ้ ตเ่ พยี งเทา่ นเี้ อว� กม็ ดี ว้ ยประการฉัะน้ี ฯ

202

วุ ม ค

¾ÃиÃÃÁà·È¹Ò
àÃÍ×è § “ÇÊÔ Ò¢ºªÙ Ò”

นะโม ตสั สะ ภะคะวะโต อะระหะโต สมั มาสมั พทุ ธสั สะ
นะโม ตสั สะ ภะคะวะโต อะระหะโต สมั มาสมั พทุ ธสั สะ
นะโม ตสั สะ ภะคะวะโต อะระหะโต สมั มาสมั พทุ ธสั สะ

อคโฺ คหมสมฺ ิ โลกสสฺ
อนตุ ตฺ ร� สมมฺ าสมโฺ พธึ อภสิ มพฺ ทุ โฺ ธ ปจจฺ ญญฺ าสึ

อปปฺ มาเทน สมปฺ าเทถาติ ฯ
บัดนี้ อาตมภาพจักแสดงพระธรรมเทศนา พรรณนาธรรมะขององค์สมเด็จ
พระสมั มาสมั พทุ ธเจา้ ในวสิ าขปชู ากถา เพอ่ื เปน็ การประคบั ประคองฉัลองศรทั ธา ประดบั
สตปิ ญั ญาบารมขี องทา่ นพทุ ธศาสนกิ ชนทงั้ หลาย ทไ่ี ดน้ อ้ มกายใจเขา้ มาประพฤตปิ ฏิบิ ตั ิ
ธรรมะในพระพทุ ธศาสนา ธรรมะนย้ี งั ดา� รงคงอยดู่ ว้ ยดตี ลอดมาถงึ ทกุ วนั น้ี นบั วา่ เปน็ บญุ ราศี
อนั ดงี ามตอ่ ผทู้ ไ่ี ดเ้ ขา้ มาประพฤตปิ ฏิบิ ตั ธิ รรมะทพี่ ระพทุ ธองคท์ รงสงั่ สอนไว้ ตามนยั แหง่
พระสตู ร พระวนิ ยั และพระอภธิ รรมปฎิ ก
ฉัะนนั้ จะขอหยบิ ยกธรรมะขององคส์ มเดจ็ พระสมั มาสมั พทุ ธเจา้ มาแสดงชแ้ี จง เปน็
ลา� ดบั สบื ไป ดงั มใี จความตามพระบาลที ยี่ กเปน็ อทุ เทศบทวา่ อคโฺ คหมสมฺ ิ โลกสสฺ , อนตุ ตฺ ร�
สมมฺ าสมโฺ พธึ อภสิ มพฺ ทุ โฺ ธ ปจจฺ ญญฺ าส,ึ อปปฺ มาเทน สมปฺ าเทถ ฯ แปลเปน็ ใจความตาม
ภาษาไทยวา่ เราเปน็ ผเู้ ลศิ แหง่ โลก เราจงึ ไดป้ ฏิญิ าณตนวา่ เปน็ ผตู้ รสั รแู้ ลว้ ซึ่งึ่ พระอนตุ ตร-
สมั มาสมั โพธญิ าณ เธอทงั้ หลาย จงยงั ประโยชนต์ นและประโยชนผ์ อู้ นื่ ใหถ้ งึ พรอ้ ม ดว้ ยความ
ไมป่ ระมาท ดงั นี้
ทา่ นสาธชุ นทง้ั หลาย เมอ่ื เทศกาลวนั วสิ าขบชู าเขา้ มาถงึ พระประวตั อิ นั งดงาม
และความศกั ดสิ� ทิ ธขิ� องพระพทุ ธเจา้ กจ็ ะคอ่ ยๆ ปรากฏิขน้ึ มาในความทรงจา� ไมเ่ คยมปี ระวตั ิ
ความเป็นไปของมนุษย์เทวดาหรือพระพรหมองค์ใด จะมีความมหัศจรรย์อันน่าศรัทธา
ได้เสมอเหมือนพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าของพวกเรา พระองค์ผู้ทรงเลิศล�้า
สงู สดุ ในความสขุ มุ คมั ภรี ภาพทางดา้ นภมู สิ ตปิ ญั ญา ประเสรฐิ สดุ ในความบรสิ ทุ ธผ�ิ ดุ ผอ่ ง

203

พระเดชพระคณุ พระพรหมเวที

แหง่ พระหฤทยั ยงิ่ ใหญใ่ นความกรณุ า นคี่ อื เหตใุ หเ้ กดิ ศรทั ธาแกพ่ ทุ ธศาสนกิ ชน พากนั ทา�
อาหารใสบ่ าตรในภาคเชา้ ผแู้ กผ่ เู้ ฒา่ เขา้ วดั รกั ษาศลี พอ่ บา้ นแมบ่ า้ นพาลกู หลานไป ไหว้
พระขอพร ตกคา�่ พากนั สญั จรเขา้ วดั ฟงั พระธรรมเทศนา เสรมิ สตใิ หค้ มกลา้ เพม่ิ ปญั ญา
ใหแ้ จม่ ใส มอื ประนมถอื ธปู เทยี นและดอกไม้ เพอ่ื ใชเ้ ปน็ เครอื่ งสกั การะเดนิ เวยี นประทกั ษณิ
บชู าองคพ์ ระพทุ ธปฏิมิ าและพระเจดยี ์

กา� เนดิ วนั วสิ าขบชู า เกดิ ขน้ึ เมอ่ื ๒,๖๔๒ ปที แ่ี ลว้ มา วนั หนงึ่ พระนางสริ มิ หามายา
พระอคั รมเหสขี องสมเดจ็ พระเจา้ สทุ โธทนมหาราช บรมกษตั รยิ แ์ หง่ กรงุ กบลิ พสั ด์ุ พระนาง
ทรงพระครรภถ์ ว้ นทศมาส ไดเ้ สดจ็ ยรุ ยาตรสเู่ ทวทหะพระนครหลวงของปวงพระประยรุ ญาติ
ชาวโกลิยวงศ์ ด้วยพระประสงค์จะเสด็จนิวัติเยี่ยมสถานถ่ินเคยเนา เมื่อเสด็จเข้าถึงป่า
ลมุ พนิ วี นั อนั ตง้ั อยกู่ งึ่ กลางระหวา่ งกรงุ กบลิ พสั ดแ์ุ ละเมอื งเทวทหะ มดี อกสาละกา� ลงั เบง่ บาน
นา่ รน่ื รมย์ พระนางประสงคจ์ ะชน่ื ชมจงึ หยดุ พกั ขณะนน้ั พระครรภก์ เ็ กดิ จลนาการ มี
อนั ใหท้ ราบวา่ ประสตู กิ าลจะบงั เกดิ ในบดั เดยี วนี้ เจา้ หนา้ ทพ่ี ระสนมนางในจงึ รว่ มใจกนั
กางกน้ั มา่ นผา้ เมอื่ ถงึ เวลามงคลกาล พระราชกมุ ารองคโ์ พธสิ ตั วก์ ไ็ ดเ้ สดจ็ ออกจากพระครรภ์
พระมารดา เสดจ็ ดา� เนนิ ๗ กา้ ว มปี ทมุ ชาตริ องรบั ฝา่ พระบาท ๗ ดอก แลว้ จงึ ทรงเปลง่
อาสภิวาจา คือพระวาจากล้าหาญองอาจเด็ดเด่ียว ประกาศอิสรภาพแห่งจิตวิญญาณ
มใี จความวา่ อคโฺ คหมสมฺ ิ โลกสสฺ , เชฏิโ หมสมฺ ิ โลกสสฺ , เสฏิโ หมสมฺ ิ โลกสสฺ , อยมนตฺ มิ า เม
ชาติ นตถฺ ทิ านิ ปนุ พภฺ โวต”ิ แปลความวา่ “เราเปน็ ผเู้ ลศิ แหง่ โลก เราเปน็ ผเู้ จรญิ สงู สดุ แหง่ โลก
เราเป็นผู้ประเสริฐสุดแห่งโลก ความเกิดของเราน้ี เป็นคร้ังสุดท้าย บัดน้ีชาติภพใหม่
ไมม่ แี กเ่ รา”

อบุ ตั กิ ารณน์ ้ี สง่ ผลใหม้ เี หตอุ ศั จรรยท์ พี่ ระอรรถกถาจารยไ์ ดพ้ รรณาไวใ้ นโพธสิ ตั ต
ธมั มตาวรรณา อรรถกถาทฆี ์นกิ ายมหาวรรค เปน็ ตน้ วา่ หมน่ื โลกธาตเุ กดิ สะเทอื นสะทา้ น
หวนั่ ไหว เหลา่ เทพไทใ้ นหมนื่ จกั รวาลกระทา� การสนั นบิ าต คนวปิ ลาสกพ็ ลนั ไดส้ ตริ ะลกึ รู้
คนพกิ ารทางตาทางหกู พ็ ลนั มองเหน็ รปู ไดย้ นิ เสยี ง ดงั นี้ นนั่ เปน็ บรุ พนมิ ติ แหง่ การเสดจ็ อบุ ตั ิ
ของพระโพธสิ ตั วห์ นอ่ เนอ้ื พทุ ธงั กรู ผทู้ รงสมบรู ณด์ ว้ ยพระบารมี ผจู้ ะยงั โลกนแี้ ละเทวโลก
ใหห้ ายโศกคลายเศรา้ ใหบ้ รรเทาความลมุ่ หลงมดื มน ใหท้ วั่ ทกุ สกลสวา่ งแจง้ ดว้ ยสาดแสง
แหง่ พระอนตุ ตรสมั มาสมั โพธญิ าณ นค่ี อื เหตกุ ารณอ์ ศั จรรยค์ รงั้ ทห่ี นงึ่ ซึ่งึ่ เกดิ ในวนั ขนึ้ ๑๕
คา่� เดอื น ๖

204

ุว ม ค

เวลาลว่ งเลยจากนน้ั มา ๒๙ ปี พระบรมโพธสิ ตั วเ์ สดจ็ ออกมหาวเิ นษกรมณส์ ปู่ า่
เพื่อเสาะแสวงหาซึ่ึ่งโมกขธรรม ได้ท่องเท่ียวตรากตร�าคล�าหาเส้นทางสู่ความหลุดพ้น
เฝา้ คดิ คน้ ศกึ ษาทดลอง ในสา� นกั อาจารยท์ งั้ ๒ คอื อาราฬดาบส กาลามโคตร และอทุ กดาบส
รามบตุ ร จนสน้ิ สดุ ขอบเขตวชิ าของทา่ นผเู้ ปน็ ครู ทรงตระหนกั รวู้ า่ นกี่ ย็ งั ไมใ่ ชห่ นทางสู่
ความพน้ ทกุ ข์ จงึ ดนั้ ดน้ เสดจ็ จารกิ ตอ่ ไปเพอื่ แสวงหามตุ ติ ไดม้ าหยดุ พกั เขา้ จา� กระทา�
ความพากเพยี รเรยี นรอู้ ยู่ ณ อรุ เุ วลาเสนานคิ ม เขตแควน้ มคธ ไดท้ รงบา� เพญ็ ทกุ กรกริ ยิ า
ดว้ ยวธิ ตี า่ ง ๆ แตใ่ นทสี่ ดุ กท็ รงมน่ั พระทยั นมี่ ใิ ชห่ นทางอยา่ งทท่ี รงประสงค์ จงึ หยดุ
การทรมานพระวรกาย หนั มาเฝา้ ดคู วามเปน็ ไปของกายและจติ ดา� เนนิ ชวี ติ อยา่ งเรยี บงา่ ย
บรรทมเหนอื พน้ื หนิ ดนิ ทราย มรี ากไมต้ า่ งพระเนย ไมป่ ลอ่ ยจติ ใหไ้ หลไปอยา่ งทเี่ คย จนเวลา
ลว่ งเลยถงึ ๖ ปี

เชา้ วนั หนง่ึ หลงั จากเสวยมธปุ ายาส อนั สชุ าดาอนงคน์ าถใสถ่ าดถวาย จงึ เสดจ็ ไป
อธษิ ฐานลอยถาดทอง ณ ทอ้ งธารเนรญั ชรามหานที หากตวั เรานจี้ กั บรรลถุ งึ ซึ่งึ่ พระอนตุ ตร
สมั มาสมั โพธญิ าณ ขอสายธารอยา่ ไดพ้ ดั พาถาดทองนไ้ี หลลง ขอใหม้ งุ่ ตรงยอ้ นทวนสายนา้�
พลนั นน้ั เหตอุ ศั จรรยก์ ป็ รากฏิ ถาดทองมไิ ดล้ ว่ งลดไหลลง กลบั มงุ่ ตรงทวนสายธาร พระทยั
พลนั อาจหาญเบกิ บานโสมนสั จงึ ไดน้ วิ ตั เิ สดจ็ กลบั มาประทบั นง่ั เหนอื บลั ลงั ก์ ๑๔ ศอก
ทรงกระทา� ลา� ตน้ แหง่ พระศรมี หาโพธไ�ิ วเ้ บอื้ งพระปฤษฎางค์ หนั พระพกั ตรไ์ ปทางทศิ บรู พา
ทรงอธษิ ฐานพระทยั วา่ ถา้ ไมบ่ รรลพุ ระอนตุ ตรสมั มาสมั โพธญิ าณ เราจะไมล่ กุ ขนึ้

ในทส่ี ดุ พระองคก์ ไ็ ดบ้ รรลถุ งึ ซึ่ง่ึ สจั จะอนั ประเสรฐิ ๔ ประการ คอื ตรสั รอู้ รยิ สจั ๔
ประกอบดว้ ย ๑. ทกุ ข์ คอื ความบบี คน้ั ทางกายทางใจ ทรงรชู้ ดั วา่ ทกุ ขน์ เ้ี ปน็ สง่ิ ทต่ี อ้ งกา� หนดรู้
และพระองคก์ ท็ รงกา� หนดรแู้ ลว้ ๒. สมทุ ยั คอื สาเหตแุ หง่ ความเกดิ ทกุ ข์ อนั ไดแ้ กต่ ณั หา
ทรงรชู้ ดั วา่ ตณั หานเ้ี ปน็ สง่ิ ทตี่ อ้ งละ และพระองคก์ ท็ รงละแลว้ ๓. นโิ รธ คอื ความดบั
ทกุ ข์ ทรงรชู้ ดั วา่ นโิ รธนเี้ ปน็ สงิ่ ทต่ี อ้ งกระทา� ใหแ้ จง้ และพระองคก์ ท็ รงกระทา� ใหแ้ จง้ แลว้
๔. มรรค คอื หนทางใหถ้ งึ ความดบั ทกุ ข์ ทรงรชู้ ดั วา่ มรรคนเ้ี ปน็ สงิ่ ทต่ี อ้ งเจรญิ และพระองค์
กไ็ ดเ้ จรญิ แลว้ เมอื่ ทรงรชู้ ดั ดงั นแี้ ลว้ พระพทุ ธองคจ์ งึ ไดป้ ฏิญิ าณประกาศตน ปรากฏิอยู่
ในธมั มจกั กปั ปวตั ตนสตู รอนั เปน็ ปฐมเทศนาวา่ อะนตุ ตะรงั สมั มาสมั โพธงิ อะภสิ มั พทุ โธ
ปจั จญั ญาสงิ แปลวา่ เราจงึ ไดป้ ฏิญิ าณตนวา่ เปน็ ผตู้ รสั รแู้ ลว้ ซึ่งึ่ พระอนตุ ตรสมั มาสมั โพธญิ าณ

205

พระเดชพระคุณ พระพรหมเวที

โลกทเี่ คยมดื มนอนธการ อยใู่ นขอบขา่ ยของมารแตก่ าลกอ่ น บดั นี้ ไดถ้ กู เพกิ ถอน
ด้วยพระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ ขององค์สมเด็จพระชนิ มารสมั มาสมั พทุ ธเจา้ เหลา่
ทวยเทพและมวลมหาพรหม ได้ชื่นชมสาธุการแซึ่่ซึ่้อง จนหมื่นห้องจักรวาลสะท้าน
หวนั่ ไหว นคี่ อื เหตเุ ปน็ ทน่ี า่ อศั จรรยใ์ จคา� รบ ๒ ทอี่ บุ ตั บิ งั เกดิ ในวนั ขนึ้ ๑๕ คา�่ เดอื น ๖

เมอ่ื ทรงบรรลพุ ระอนตุ ตรสมั มาสมั โพธญิ าณ ณ สถานควงตน้ พระศรมี หาโพธแิ� ลว้
ไดเ้ สดจ็ จารกิ แสดงพระธรรมโปรดเวไนยสตั วอ์ ยเู่ ปน็ เวลา ๔๕ ปี บดั น้ี มพี ระสาวกพทุ ธบรษิ ทั
ผไู้ ดส้ ดบั พระธรรมจนสงบระงบั ดบั เยน็ เปน็ จา� นวนมาก พระสาวกเหลา่ นน้ั มคี วามสามารถ
อาจหาญในการแสดงธรรมแกผ่ อู้ น่ื ได้ พระองคจ์ งึ ทรงวางพระทยั ถงึ กาลสมยั ทจ่ี ะเสดจ็
ดบั ขนั ธปรนิ พิ พาน จงึ ทรงคมนาการออกจากหมบู่ า้ นเวฬคุ าม เมอื งกาสี แวน่ แควน้ วชั ชี
เสดจ็ ตามวถิ สี เู่ มอื งกสุ นิ ารา ครน้ั แลว้ จงึ เสดจ็ เขา้ ปา่ สาลวโนทยาน อนั เปน็ รมณยี สถาน
ของเหลา่ เจา้ มลั ลกษตั รยิ ์ ขนึ้ ประทบั เหนอื แทน่ พระบรรทม ทรงสา� เรจ็ อนฏุ ิฐานไสยาสน์
คอื การประทบั บรรทมโดยไมม่ กี ารเสดจ็ ลกุ ขนึ้ อกี เหลา่ เทวดาไดโ้ ปรยปรายดอกไมแ้ ละ
ของหอมอนั เปน็ ทพิ ย์ หอมอบอวลถว้ นทว่ั สาลวโนทยาน ดอกสาละกเ็ บง่ บานพราวสะพรง่ั
เสมือนดัง่ กา� ลงั บูชาพระตถาคตเจ้าอยา่ งโอฬาร องค์พระชนิ มารจงึ ทรงเปลง่ พระปจั ฉัมิ
โอวาทวา่ หนทฺ ทานิ ภกิ ขฺ เว อามนตฺ ยามิ โว วยธมมฺ า สงขฺ ารา อปปฺ มาเทน สมปฺ าเทถ
แปลวา่ ดกู อ่ นทา่ นผเู้ หน็ ภยั ในวฏั ิฏิะทง้ั หลาย บดั น้ี เราขอเตอื นเธอทง้ั หลายวา่ สงั ขาร
ทงั้ หลายมคี วามเสอ่ื มสลายไปเปน็ ธรรมดา เธอทง้ั หลายจงทา� ประโยชนต์ นและประโยชน์
ผอู้ นื่ ใหถ้ งึ พรอ้ มดว้ ยความไมป่ ระมาท” พระโอวาทครง้ั สดุ ทา้ ยทท่ี รงประทานกอ่ นทจี่ ะเสดจ็
สหู่ ว้ งอมตมหาปรนิ พิ พานบทน้ี นบั เปน็ มรดกธรรมอนั ลา�้ คา่ สงู ยงิ่ กวา่ รตั นชาตทิ กุ อยา่ ง
บรรดามี ปฐพกี เ็ กดิ หวน่ั ไหวสะเทอื นสะทา้ น นเี่ ปน็ ปรากฏิการณส์ า� คญั คา� รบท่ี ๓ อนั บงั เกดิ
ในวนั ขน้ึ ๑๕ คา่� เดอื น ๖

เพราะความอศั จรรย์ ๓ ประการดงั กลา่ วมา เกดิ ขนึ้ ในวนั เดยี วกนั คือวันเพ็ญ
กลางเดอื นหก พทุ ธบรษิ ทั จงึ ยอยกเชดิ ชบู ชู าพระรตั นตรยั อยา่ งยงิ่ ใหญ่ และเรยี กวนั นวี้ า่
“วนั วสิ าขบชู า” รฐั บาลไดป้ ระกาศใหเ้ ปน็ วนั หยดุ ราชการ และเมอ่ื ปพี ทุ ธศกั ราช ๒๕๔๒
ในการประชุมสมัชชาใหญ่ขององค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่ง
สหประชาชาติ หรอื องคก์ ารยเู นสโก ไดม้ มี ตใิ หว้ นั วสิ าขบชู าเปน็ วนั สา� คญั สากลของโลก
เรยี กอยา่ งเปน็ ทางการวา่ “วนั สนั ตภิ าพโลก”

206

วุ ม ค

ท่านสาธุชนทั้งหลาย พระพุทธองค์ทรงแสดงไว้ในเร่ืองเจดีย์ทองค�าปรากฏิ
อยใู่ นอรรถกถาขทุ ทกนกิ าย คาถาธรรมบท มใี จความโดยสรปุ วา่ การบชู าบคุ คลผคู้ วรบชู า
คอื พระพทุ ธเจา้ และเหลา่ พระอรหนั ตสาวกเปน็ ตน้ ดว้ ยอามสิ คอื เครอื่ งสกั การะ มดี อกไม้
ธปู เทยี นเปน็ ตน้ เปน็ เหตใุ หไ้ ดบ้ ญุ มากมายเกนิ กวา่ ทใ่ี ครจะคณานบั กจ็ รงิ อยู่ แตน่ น่ั เปน็ บญุ
เฉัพาะบคุ คล เปน็ กศุ ลเฉัพาะสว่ นตวั สว่ นในมหาปรนิ พิ พานสตู ร พระองคท์ รงแสดงวา่ หาก
พทุ ธบรษิ ทั กระทา� การบชู าดว้ ยอามสิ เพยี งอยา่ งเดยี ว ไมฝ่ กั ใฝใ่ นพระธรรม พระพทุ ธศาสนา
จะไมส่ ามารถดา� รงคงอยู่ แตห่ ากพทุ ธบรษิ ทั ยงั ศกึ ษาพระธรรม แสดงพระธรรม สาธยาย
พระธรรม ตรึกตรองพระธรรม และน้อมน�าพระธรรมมาประพฤติปฏิิบัติอยู่ตราบใด
พระพทุ ธ-ศาสนายงั ชอื่ วา่ ดา� รงคงอยตู่ ราบนน้ั

ดงั นนั้ พวกเราเหลา่ พทุ ธบรษิ ทั เมอื่ ไดท้ า� บญุ ดว้ ยการบชู าในวนั วสิ าขบชู า อนั เปน็
อามสิ บชู าอยา่ งนแ้ี ลว้ จงึ ควรบา� เพญ็ กศุ ลทส่ี งู ขน้ึ ดว้ ยการปฏิบิ ตั ติ ามอธษิ ฐานธรรม คอื
ธรรมะเปน็ เครอ่ื งตง้ั มน่ั ประดษิ ฐานตน เพอ่ื ใหส้ ามารถบรรลผุ ลเปา้ หมายสงู สดุ ๔ ประการ
ประกอบดว้ ย

๑. ปญั ญา คอื ความหยง่ั รใู้ นเหตผุ ล พจิ ารณาใหเ้ ขา้ ใจสภาวะของสง่ิ ทง้ั หลายจน
เขา้ ถงึ ความจรงิ ของสง่ิ นน้ั ๆ

๒. สจั จะ คอื ความตง้ั มนั่ อยใู่ นความจรงิ ทก่ี ลน่ั กรองจนรชู้ ดั ดว้ ยปญั ญาแลว้
๓. จาคะ คอื สละสง่ิ ทที่ า� ใหเ้ กดิ ขอ้ ผดิ พลาดคลาดเคลอ่ื นจากความจรงิ นบั ตง้ั แต่
สละสงิ่ ของจนถงึ การสละกเิ ลส
๔. อปุ สมะคอื การระงบั ความวนุ่ วายอนั เกดิ จากกเิ ลส ทา� จติ ใจใหส้ งบเยน็ หลกี เรน้
จากความขนุ่ มวั
ท่านสาธุชนท้ังหลาย ขอให้พวกเราพิจารณาดูพระพุทธเจ้าเป็นแบบอย่าง
หลงั จากเสดจ็ ออกจากพระครรภข์ องพระมารดา พระองคต์ งั้ ปณธิ านอนั ยงิ่ ใหญเ่ พอื่ พฒั นา
พระองคเ์ องกอ่ น ดว้ ยการปลดเปลอ้ื งพนั ธนาการในชวี ติ สรา้ งอสิ รภาพแหง่ จติ วญิ ญาณ
ดว้ ยการฝกฝนจนบรรลเุ ปน็ พระสมั มาสมั พทุ ธเจา้ แลว้ จงึ ชว่ ยเหลอื หมมู่ วลเวไนยสตั ว์ นค่ี อื
การต้ังเป้าหมายชีวิตด้วยปัญญา เป็นอธิษฐานธรรมข้อที่ ๑ เม่ือพระองค์ทรงมี
พระสพั พญั ญตุ ญาณเปน็ เปา้ หมายทช่ี ดั เจนแลว้ จงึ ใชส้ จั จะความจรงิ ใจในการฝกฝน ยอมตน
เป็นลูกศิษย์ของผู้อ่ืน เมื่อยังไม่บรรลุผลตามที่หวัง พระองค์ก็ไม่ทรงหยุดย้ังล้มเลิก

207

พระเดชพระคณุ พระพรหมเวที

ทรงหันไปเริ่มบุกเบิกทรมานตนตามที่ผู้คนเชื่อกันมานาน เมื่อยังไม่ถึงซึ่ึ่งเป้าหมาย
ทท่ี รงตอ้ งการ พระองคก์ ย็ งั ไมท่ รงรา� คาญเหนอื่ ยหนา่ ยทอ้ แท้ แตค่ อ่ ย ๆ พจิ ารณา พอมน่ั
พระทยั แลว้ วา่ นค่ี อื หนทางทแ่ี ทจ้ รงิ จงึ ตง้ั สจั จะครง้ั สา� คญั วา่ แมเ้ นอ้ื และเลอื ดเหอื ดแหง้
หายไป เหลอื แตห่ นงั เอน็ กระดกู ไวก้ ต็ ามที ถา้ เรานย้ี งั ไมบ่ รรลถุ งึ ซึ่งึ่ พระสมั มาสมั โพธญิ าณ
จะไมท่ งิ้ หลกั การหลบหนี นค่ี อื การตงั้ สจั จะ เปน็ อธษิ ฐานธรรมขอ้ ท่ี ๒

ในการบม่ บา� เพญ็ มาตงั้ แตต่ น้ พระองคท์ รงเสยี สละมาหลายอยา่ ง สละความนมุ่ นวล
บนพระแทน่ อนั นา่ รนื่ รมย์ มาบรรทมบนพนื้ ดนิ ทแ่ี ขง็ กระดา้ ง สละความรนื่ เรงิ ในหมญู่ าติ
มาจาริกด้วยสองพระบาทเพียงล�าพัง สละพระกระยาหารอันเลิศรส พอใจกับอาหาร
บณิ ฑ์บาตตามแตจ่ ะได้ สละผา้ ไหมแพรพรรณอนั เลศิ หรู ยนิ ดอี ยกู่ บั ผา้ บงั สกุ ลุ ทเี่ ปอื นฝนุ่
ดนิ โคลน เมอ่ื ไดบ้ รรลพุ ระอนตุ ตรสมั มาสมั โพธญิ าณแลว้ ถอื วา่ เปา้ หมายสา� เรจ็ ครงึ่ หนงึ่
อกี ครงึ่ หนงึ่ คอื การแสดงธรรมสงั่ สอนเวไนยสตั ว์ พระองคส์ ละวมิ ตุ ตสิ ขุ ในนโิ รธสมาบตั ิ
วหิ ารธรรมเพยี งลา� พงั เทยี่ วแสดงพระธรรมแกม่ หาชนทกุ ขณั ฑ์เ์ ขต ไมเ่ ลอื กเพศชนชน้ั วรรณะ
นคี่ อื ความเสยี สละอนั เปน็ จาคะ อธษิ ฐานธรรมขอ้ ท่ี ๓

หากเราพจิ ารณาใหช้ ดั เจน จะเหน็ เปา้ หมายทพ่ี ระพทุ ธองคท์ รงตง้ั ไว้ ทงั้ ทเี่ ปน็
สว่ นของพระองคเ์ อง และทท่ี รงมงุ่ หวงั ตง้ั ไวเ้ พอ่ื หมเู่ วไนยสตั ว์ นน่ั คอื ความสงบสงดั จาก
กเิ ลสในจติ ใจ พระองคใ์ ชห้ ลกั ธรรมสอ่ งนา� ทาง อนั วา่ พระธรรมทพ่ี ระองคท์ รงแสดง แจม่ แจง้
และชดั เจน สงบเยน็ และงดงาม งามในเบอื้ งตน้ งามทา่ มกลาง งามในทส่ี ดุ เปน็ ธรรมรตั นะ
ที่สูงค่า ประเสริฐกว่าแก้วมณีใด ๆ ในโลก เป็นประทีปส่องน�าทาง แก่คนผู้วนเวียน
อยูใ่ นความมดื มิดแหง่ อวชิ ชา ปานประหน่งึ วา่ น้า� อมฤตรสสคุ นธ์ อันมผี ลใหผ้ ไู้ ด้ ด�า่ ดืม่
ปลาบปล้ืมประโลมจิต เป็นโอสถถอนพิษคลายรุ่มร้อน ช่วยบั่นทอนความยึดมั่น
ในสนั ดาน นค่ี อื การบา� เพญ็ อปุ สมะ อนั เปน็ อธษิ ฐานธรรมขอ้ ที่ ๔

สา� หรบั พวกเราเหลา่ พทุ ธบรษิ ทั เมอื่ จะปฏิบิ ตั ติ ามหลกั อธษิ ฐานธรรมในเบอื้ งตน้
เราควรตง้ั เปา้ หมายชวี ติ ไวใ้ หม้ น่ั คง ชวี ติ คอื รา่ งกายกบั จติ ใจ การตงั้ เปา้ หมายชวี ติ คอื
การตงั้ เป้าหมายของรา่ งกายและเป้าหมายของจติ ใจ เป้าหมายของรา่ งกายสงู สดุ อยู่ท่ี
ความแขง็ แรง ไมม่ โี รคภยั เบยี ดเบยี น หรอื มกี ใ็ หน้ อ้ ยทส่ี ดุ ดงั พระบาลที วี่ า่ อาโรคยฺ ปรมา
ลาภา แปลวา่ ความไมม่ โี รคเปน็ ลาภอนั ประเสรฐิ เปา้ หมายของจติ ใจสงู สดุ อยทู่ ค่ี วามสขุ
อนั เกดิ จากความสงบดงั พระบาลวี า่ นตถฺ ิสนตฺ ปิ ร�สขุ �แปลวา่ ความสขุ อน่ื ยงิ่ กวา่ ความสงบไมม่ ี

208

ุว ม ค

รา่ งกายนนั้ ตอ้ งหมน่ั ออกกา� ลงั กาย ไมร่ บั ประทานแตเ่ ฉัพาะอาหารทม่ี รี สอรอ่ ย แตต่ อ้ งเปน็
อาหารทมี่ ปี ระโยชนต์ อ่ รา่ งกาย รบั ประทานใหพ้ อดี ไมม่ ากไมน่ อ้ ยเกนิ ไป พกั ผอ่ นหลบั นอน
ให้เพียงพอ จึงจะแข็งแรง ไม่มีโรคไม่มีภัย ส่วนจิตใจ ต้องหม่ันฝกฝนให้จิตใจน่ิง ๆ
พจิ ารณาใหเ้ หน็ ความจรงิ ของทกุ สงิ่ ทจี่ ติ สมั ผสั รบั รู้ นน่ั คอื ๑. ไมเ่ ปน็ ไปตามทเ่ี ราตอ้ งการ
หากแตจ่ ะเปน็ ไปตามเหตปุ จั จยั ๒. สง่ิ ทจ่ี ติ รบั รู้ไมว่ า่ ดหี รอื รา้ ย มนั จะตงั้ อยไู่ ดไ้ มน่ าน ผา่ นมา
แลว้ จะผา่ นไป เมอ่ื ฝกฝนจติ ใจพจิ ารณาเชน่ นเี้ นอื ง ๆ จงึ จะพบกบั ความสขุ อนั เปน็ เปา้ หมาย
สงู สดุ ตามทหี่ วงั

ขนั้ ตอ่ ไปคอื การใชส้ จั จะ อนั ไดแ้ กค่ วามจรงิ ใจไมท่ อดธรุ ะในการฝกฝน อนั จะนา� ไป
สผู่ ลเปา้ หมายทไี่ ดต้ ง้ั ไว้ จรงิ ใจทจี่ ะออกกา� ลงั กาย แมว้ า่ จะเหนด็ เหนอ่ื ยในตอนแรก จรงิ ใจ
ในการทจี่ ะมน่ั บา� เพญ็ จติ ภาวนา ฝกใหใ้ จสงบนงิ่ แลว้ นา� รา่ งกายทแ่ี ขง็ แรง ความนงิ่ ของจติ ใจ
ทไี่ ดจ้ ากการฝก มาใชใ้ นชวี ติ ประจา� วนั ฝกความแขง็ แรงใหร้ า่ งกาย เสรมิ ความสงบสบาย
ใหจ้ ติ ใจ กายจะแขง็ แรงตอ้ งเคลอ่ื นไหว จติ จะผอ่ งใสตอ้ งสงบนงิ่

ข้ันต่อมาคือการพัฒนาจาคะในการต้ังเป้าหมายแล้วฝกฝน หากจะมีปัญหา
อปุ สรรคใดมาขดั ขวาง เราตอ้ งตง้ั มนั่ อยใู่ นการสละ เชน่ การชว่ ยเหลอื ผอู้ นื่ ดา้ นทรพั ยส์ นิ
เงนิ ทอง เราตอ้ งสละความตระหนย่ี ดึ มน่ั ในใจกอ่ น จงึ จะสามารถหยบิ ยน่ื แบง่ ปนั ในการออก
กา� ลงั กายหรอื การฝกสมาธิ เราตอ้ งสละความเกยี จครา้ น ยอมปวดเมอื่ ยในชว่ งแรก เครอื่ งบนิ
ตอนจะขน้ึ หรอื รถยนตต์ อนจะออกตวั ตอ้ งใชก้ า� ลงั เครอ่ื งยนตเ์ ปน็ อยา่ งมาก แตเ่ มอื่ บนิ ขนึ้ สู่
ฟากฟา้ หรอื วงิ่ ไปบนถนนแลว้ จะลดการใชพ้ ลงั งานลง การออกกา� ลงั กายหรอื การฝกสมาธิ
กเ็ หมอื นกนั เรม่ิ แรกอาจจะมอี าการเหนด็ เหนอ่ื ยเมอื่ ยขบ แตไ่ มน่ านกจ็ ะเคยชนิ ในการฝกฝน
สคู่ วามดงี าม เพอื่ ผลสา� เรจ็ แหง่ เปา้ หมายในชวี ติ

ขน้ั สดุ ทา้ ยคอื การใชอ้ ปุ สมะ อนั ไดแ้ กก่ ารตง้ั ความสงบไวเ้ ปน็ เปา้ หมายในชวี ติ
พระพทุ ธองคท์ รงสอนวา่ สงั ขารทง้ั หลายมคี วามเสอื่ มสลายไปเปน็ ธรรมดา อยา่ ไดป้ ระมาท
ในชวี ติ เปดิ ดวงตาแหง่ ปญั ญาดเู ถดิ ในความแขง็ แรงมคี วามเจบ็ ไขเ้ ปน็ ทสี่ ดุ สมบตั ิ
คอื ความสมบรู ณท์ กุ อยา่ ง มวี บิ ตั คิ อื ความพรอ่ งสญู สลายเปน็ ปลายทาง ชวี ติ ทงั้ หลายมี
ความตายรออยู่ แมแ้ ตพ่ ระบรมครพู ระสมั มาสมั พทุ ธเจา้ ไมม่ ผี เู้ ทยี มเทา่ ในภมู สิ ตปิ ญั ญา
บรสิ ทุ ธเ�ิ กนิ กวา่ ผใู้ ดในโลกหลา้ ทรงมพี ระมหากรณุ าไรผ้ เู้ ปรยี บปาน ยงั เสดจ็ สมู่ หาปรนิ พิ พาน
ในวันเพ็ญ ความจริงของสรรพสิ่งในโลกน้ี ล้วนมีแต่ความเปล่ียนไปและเคล่ือนไหว

209

พระเดชพระคุณ พระพรหมเวที

อยทู่ กุ เวลา เราจงึ ควรตงั้ ความสงบสยบความเคลอ่ื นไหว ตง้ั ความสงดั เงยี บในกายใจ
เพอ่ื ดคู วามเปน็ ไปอยา่ งตรงไปตรงมา

ทา่ นสาธชุ นทงั้ หลาย อธษิ ฐานธรรมทง้ั ๔ ประการนี้ มผี ลใหผ้ ปู้ ระพฤตปิ ฏิบิ ตั ิ
สมหวงั ไดต้ ามเปา้ หมายสงู สดุ ตามแบบอยา่ งทพ่ี ระพทุ ธเจา้ ไดบ้ า� เพญ็ มา เบอื้ งตน้ ทรงตง้ั
ความปรารถนาดว้ ยการประกาศอาสภวิ าจาอยา่ งอาจหาญ จนบรรลปุ ระจกั ษแ์ จง้ สรรพ
ปจั จยาการ จงึ ไดป้ ฏิญิ าณตอ่ หมชู่ น เมอื่ ทรงบรรลพุ ระอนตุ ตรสมั มาสมั โพธญิ าณแลว้ ไดเ้ สดจ็
จาริกสั่งสอนเวไนยนิกรให้รู้ตาม ตามภูมิช้ันแห่งสติปัญญาของแต่ละคน และสุดท้าย
ทรงสรปุ พระธรรมเทศนาทท่ี รงแสดงมาทง้ั หมด ลงในความไมป่ ระมาทเปน็ ปจั ฉัมิ โอวาท กอ่ นที่
จะเสดจ็ ยรุ ยาตรเขา้ สหู่ ว้ งอมตมหาปรนิ พิ พาน สมดงั พระบาลที ยี่ กเปน็ อทุ เทสบท ณ เบอื้ งตน้
นนั้ วา่ อคโฺ คหมสมฺ ิ โลกสสฺ , อนตุ ตฺ ร� สมมฺ าสมโฺ พธึ อภสิ มพฺ ทุ โฺ ธ ปจจฺ ญญฺ าส,ึ อปปฺ มาเทน
สมปฺ าเทถ ฯ แปลวา่ เราเปน็ ผเู้ ลศิ แหง่ โลก เราจงึ ปฏิญิ าณตนวา่ เปน็ ผตู้ รสั รแู้ ลว้ ซึ่งึ่ พระอนตุ ตร
สัมมาสัมโพธิญาณ เธอทั้งหลายจงยังประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่น ให้ถึงพร้อมด้วย
ความไมป่ ระมาทเถดิ ดงั น้ี ซึ่งึ่ การประกาศอาสภวิ าจาในวนั ประสตู ิ การปฏิญิ าณพระองค์
วา่ ไดร้ ชู้ ดั ตรสั รพู้ ระอนตุ ตรสมั มาสมั โพธญิ าณในวนั ทไ่ี ดต้ รสั รู้ และการตรสั ปจั ฉัมิ โอวาท
ในวนั เสดจ็ ดบั ขนั ธปรนิ พิ พาน ทง้ั ๓ ประการน้ี เกดิ ขน้ึ ในวนั เดยี วกนั นนั่ คอื วนั เพญ็ กลาง
เดอื น ๖ ทช่ี าวพทุ ธเรยี กวา่ วนั วสิ าขบชู า จงึ ไดเ้ กดิ ศรทั ธานอ้ มกายใจมาบา� เพญ็ บญุ

เทสนาวสาเน ในทสี่ ดุ ลงแหง่ พระธรรมเทศนาน้ี ขออานภุ าพแหง่ พระศรรี ตั นตรยั
อันเป็นท่ีตั้งแห่งความเลื่อมใสสุดล�้าเลิศ เป็นบ่อเกิดแห่งสิริมงคล และขอคุณบุญกุศล
ทพี่ ทุ ธบรษิ ทั ไดบ้ า� เพญ็ ปฏิบิ ตั ใิ นอภลิ กั ขติ กาลวสิ าขบชู า ดว้ ยศรทั ธาอนั มนั่ คง จงดลสง่ ให้
ทกุ ทา่ นปราศจากโรคาพาธ นริ าศอปุ ทั วนั ตราย สา� เรจ็ ตามความมงุ่ หมายจงทกุ ประการ
แสดงพระธรรมเทศนามากเ็ หน็ เวลาสมสมยั จงึ ขอสมมตุ ยิ ตุ ลิ งคงไว้ เอว� กม็ ดี ว้ ยประการฉัะนี้ฯ

210

วุ ม ค

¾ÃиÃÃÁà·È¹Ò
àÃèÍ× § “õ âµ”

นะโม ตสั สะ ภะคะวะโต อะระหะโต สมั มาสมั พทุ ธสั สะ
นะโม ตสั สะ ภะคะวะโต อะระหะโต สมั มาสมั พทุ ธสั สะ
นะโม ตสั สะ ภะคะวะโต อะระหะโต สมั มาสมั พทุ ธสั สะ

โตเสนโฺ ต วรธมเฺ มน โตสฏิ าเน สเิ ว วเร
โตส� อกาสิ ชนตฺ นู � โตสจติ ตฺ � นมามหิ นตฺ ิ ฯ
ณ บดั น้ี อาตมภาพจกั แสดงพระธรรมเทศนา พรรณนาธรรมะขององคส์ มเดจ็
พระสมั มาสมั พทุ ธเจา้ เพอ่ื เปน็ การประคบั ประคองฉัลองศรทั ธา ประดบั สตปิ ญั ญาบารมี
ของทา่ นพทุ ธศาสนกิ ชนทงั้ หลาย ทไ่ี ดน้ อ้ มกายใจเขา้ มาประพฤตปิ ฏิบิ ตั ธิ รรมะในพระพทุ ธ
ศาสนา ธรรมะนยี้ งั ดา� รงคงอยดู่ ว้ ยดตี ลอดมาถงึ ทกุ วนั นี้ นบั วา่ เปน็ บญุ ราศอี นั ดงี ามตอ่ ผทู้ ี่
ได้ เขา้ มาประพฤตปิ ฏิบิ ตั ธิ รรมะทพี่ ระพทุ ธองคท์ รงสงั่ สอนไว้ ตามนยั แหง่ พระสตู ร พระวนิ ยั
และพระอภธิ รรมปฎิ ก
ฉัะนนั้ จะขอหยบิ ยกธรรมะขององคส์ มเดจ็ พระสมั มาสมั พทุ ธเจา้ ขนึ้ มาแสดงชแี้ จง
เปน็ ลา� ดบั สบื ไป ดงั มใี จความตามบาลที ยี่ กเปน็ อเุ ทศบทวา่

โตเสนโฺ ต วรธมเฺ มน โตสฏิ าเน สเิ ว วเร
โตส� อกาสิ ชนตฺ นู � โตสจติ ตฺ � นมามหิ � ฯ
ซึ่ง่ึ แปลเปน็ ใจความตามภาษาไทยวา่ องคส์ มเดจ็ พระสมั มาสมั พทุ ธเจา้ ทรงแดง
ธรรมยงั เวไนยสตั วใ์ หย้ นิ ดอี ยู่ ดว้ ยธรรมเปน็ ทนี่ า่ ยนิ ดอี นั ประเสรฐิ ทรงแสดงธรรมยงั
เวไนยสตั วใ์ หย้ นิ ดอี ยู่ ในธรรมอนั เปน็ ทตี่ ง้ั แหง่ ความยนิ ดอี นั ประเสรฐิ ไดท้ รงแสดงธรรม คอื
ปญั ญาอนั เปน็ ทย่ี นิ ดอี ยา่ งประเสรฐิ แกเ่ วไนยสตั วท์ ง้ั หลาย ทรงแสดงธรรมยงั ไวเนยสตั ว์ ให้
ยนิ ดอี ยู่ ในพระนพิ พานเปน็ ธรรมอนั ประเสรฐิ ขา้ พเจา้ ขอนอบนอ้ มนมสั การพระพทุ ธเจา้
ผมู้ จี ติ ยนิ ดอี นั ประเสรฐิ ตลอดกาล ดงั นี้

211

พระเดชพระคุณ พระพรหมเวที

ทา่ นพทุ ธศาสนกิ ชนทง้ั หลาย เวลานเี้ ปน็ เวลาฟงั ธรรมและเปน็ เวลาประพฤตปิ ฏิบิ ตั ิ
ธรรมของพทุ ธศาสนกิ ชนทงั้ หลาย ในเบอื้ งตน้ ของการปฏิบิ ตั ธิ รรม ทา่ นพทุ ธศาสนกิ ชน
ทง้ั หลายไดบ้ า� เพญ็ กศุ ลดว้ ยการบรจิ าคทาน รกั ษาศลี เจรญิ ภาวนาตามลา� ดบั

การบริจาคทาน คือการให้เป็นการสละทรัพย์ การสละทรัพย์เป็นการก�าจัด
ความตระหนซ่ี ึ่งึ่ มอี ยใู่ นสว่ นลกึ ของหวั ใจใหเ้ บาบางลง เปน็ การขจดั ความละโมบโลภมาก
ใหล้ ดนอ้ ยลง และการบรจิ าคทานนี้ ชอื่ วา่ เปน็ การปฏิบิ ตั ธิ รรม ทานยอ่ มมอี านสิ งสแ์ ละ
มอี านภุ าพมากมาย อานสิ งสข์ องการบรจิ าคทานนนั้ ทา� ใหเ้ ปน็ คนรา่� รวยดว้ ยทรพั ยส์ มบตั ิ
มเี งนิ มที อง มขี า้ วของมากมาย

ส่วนอานุภาพของทาน เป็นสภาพทรงฟ้าทรงดิน คือป้องกันแผ่นดินไม่ให้ไหว
ปอ้ งกนั นา้� ไมใ่ หท้ ว่ ม ปอ้ งกนั ไฟไมใ่ หไ้ หม้ ปอ้ งกนั พายไุ มใ่ หพ้ ดั รนุ แรง อานภุ าพของทาน
ทา� ใหแ้ ผน่ ดนิ เปน็ ปกติ ใหน้ า้� เปน็ ปกติ ใหไ้ ฟเปน็ ปกติ ใหล้ มเปน็ ปกติ อานสิ งสแ์ ละอานภุ าพ
ของทานเปน็ อยา่ งน้ี

การรกั ษาศลี คอื การสา� รวมกาย วาจา ใหเ้ รยี บรอ้ ย ศลี คอื การไมเ่ บยี ดเบยี นกนั
ศลี คอื การใหอ้ ภยั ซึ่งึ่ กนั และกนั เปน็ อภยั ทาน ศลี สามารถกา� จดั ความโกรธ ความอาฆ์าต
ความพยาบาทได้ ศลี คอื ความซึ่อ่ื สตั ยส์ จุ รติ ศลี คอื ทรพั ย์ โยมขอศลี เทา่ กบั ขอทรพั ย์ พระ
ใหศ้ ลี เทา่ กบั ใหท้ รพั ย์ โยมรบั ศลี เทา่ กบั รบั ทรพั ย์ รบั แลว้ มศี ลี เทา่ กบั มที รพั ย์ มศี ลี แลว้ รกั ษา
ศลี เทา่ กบั รกั ษาทรพั ย์

ดงั นนั้ การรกั ษาศลี ชอื่ วา่ ปฏิบิ ตั ธิ รรม ศลี เมอื่ รบั และรกั ษาไวย้ อ่ มมอี านสิ งสแ์ ละ
อานภุ าพ อานสิ งสข์ องศลี ตามทพ่ี ระทา่ นสรปุ ไวว้ า่ “สเี ลน สคุ ตึ ยนตฺ ,ิ สเี ลน โภคสมปฺ ทา, สเี ลน
นพิ พฺ ตุ ึ ยนตฺ ,ิ ตสมฺ า สลี � วโิ สธเย” ไปสคุ ตไิ ดเ้ พราะศลี มโี ภคทรพั ยไ์ ดเ้ พราะศลี ไปนพิ พาน
ไดเ้ พราะศลี เพราะฉัะนน้ั ควรรกั ษาศลี ใหห้ มดจด สว่ นอานภุ าพของศลี ปอ้ งกนั ไมใ่ หเ้ จบ็ ปว่ ย
จงึ ขอเชญิ ชวนทา่ นพทุ ธศาสนกิ ชนทง้ั หลายมารกั ษาศลี กนั ชอื่ วา่ ปฏิบิ ตั ธิ รรม

การเจรญิ ภาวนา ภาวนาคอื การทา� ใจใหเ้ จรญิ ดว้ ยสตปิ ญั ญาโดยประการตา่ ง ๆ
เจรญิ ดว้ ยการฟงั ธรรม เจรญิ ดว้ ยการทา� สมาธิ เจรญิ ดว้ ยการรอบรใู้ นกองสงั ขาร เจรญิ
ดว้ ยการใหธ้ รรมเปน็ ทาน ยอ่ มชนะการใหท้ ง้ั ปวง การเจรญิ ภาวนา เปน็ การขจดั ความมดื
คอื โมหะของผแู้ สดงและผฟู้ งั ใหเ้ บาบางลง การทา� ใจใหส้ งบดว้ ยการเจรญิ ภาวนาโดยใช้

212

ุว ม ค

สติปัญญาพิจารณารอบรู้ในกองสังขาร ท�าอย่างนี้ช่ือว่าปฏิิบัติธรรม การเจริญภาวนา
กม็ อี านสิ งสแ์ ละอานภุ าพเชน่ กนั อานสิ งสข์ องการเจรญิ ภาวนาทา� ใหผ้ ปู้ ฏิบิ ตั เิ ปน็ คนฉัลาด
สว่ นอานภุ าพของภาวนานนั้ ปอ้ งกนั ไมใ่ หเ้ กดิ อบุ ตั เิ หตุ อบุ ตั เิ หตเุ ปน็ ภยั ทน่ี า่ กลวั ชนดิ หนง่ึ
ภาวนาทเ่ี ราไดเ้ จรญิ นนั้ สามารถปอ้ งกนั ไมใ่ หอ้ บุ ตั เิ หตเุ กดิ ขนึ้ ดงั นนั้ การเจรญิ ภาวนาจงึ ชอื่ วา่
ปฏิบิ ตั ธิ รรม การบรจิ าคทานกด็ ี การรกั ษาศลี กด็ ี การเจรญิ ภาวนากด็ ี ชอื่ วา่ ปฏิบิ ตั ธิ รรม

การแสดงพระธรรมเทศนาในวนั นี้ อาตมภาพไดน้ า� เรอื่ งพทุ ธคณุ ๕๖ ทนี่ กั ปราชญ์
ไดป้ ระพนั ธเ์ ปน็ คา� ฉันั ท์ ชอ่ื คาถารตั นมาลา มี ๕๖ คาถา มจี า� นวน ๑,๗๙๒ คา� ในพทุ ธคณุ
ท่ี ๔ มคี า� วา่ “สคุ โต” นกั ประพนั ธไ์ ดน้ า� เอาคา� วา่ “โต” คา� เดยี ว มาแตง่ สรรเสรญิ พระพทุ ธเจา้
เปน็ ๔ บาท ๑ คาถา เปน็ บทหวั ขอ้ เทศนม์ คี า� วา่ “โต” อยู่ ๕ โต ดงั นี้

โตเสนโฺ ต วรธมเฺ มน โตสฏิ าเน สเิ ว วเร
โตส� อกาสิ ชนตฺ นู � โตสจติ ตฺ � นมามหิ � ฯ
มีเนื้อความตามที่แปลไว้แล้วในเบ้ืองต้นว่า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ทรง แสดงธรรม ยงั เวไนยสตั วใ์ หย้ นิ ดอี ยู่ ดว้ ยธรรมเปน็ ทนี่ า่ ยนิ ดอี นั ประเสรฐิ ทรงแสดงธรรม
ยงั เวไนยสตั วใ์ หย้ นิ ดอี ยู่ ในธรรมอนั เปน็ ทตี่ งั้ แหง่ ความยนิ ดอี นั ประเสรฐิ ไดท้ รงแสดงธรรม
คอื ปญั ญาอนั เปน็ ทยี่ นิ ดอี ยา่ งประเสรฐิ แกเ่ วไนยสตั วท์ งั้ หลาย ทรงแสดงธรรมยงั เวไนยสตั ว์
ใหย้ นิ ดอี ยใู่ นพระนพิ พานเปน็ ธรรมอนั ประเสรฐิ ขา้ พเจา้ ขอนอบนอ้ มนมสั การพระพทุ ธเจา้
ผู้มีจิตยินดีอันประเสริฐตลอดกาลฯ เนื้อหาสาระธรรมในคาถาน้ันมีธรรมท่ีควรน�าไป
เปน็ ขอ้ ปฏิบิ ตั ิ ดงั นี้
ถอดความจากคา� แปลมาแลว้ มคี วามหมายอยใู่ นหลกั ๕ โต ดว้ ยกนั
โต ที่ ๑ แปลได้ความว่า พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรม ยังเวไนยสัตว์ให้ยินดี
อยดู่ ว้ ยธรรมเปน็ ทน่ี า่ ยนิ ดอี นั ประเสรฐิ คอื ศลี
โต ที่ ๒ แปลได้ความว่า พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรม ยังเวไนยสัตว์ให้ยินดี
อยใู่ นธรรมอนั เปน็ ทตี่ งั้ แหง่ ความยนิ ดอี นั ประเสรฐิ คอื สมาธิ
โต ที่ ๓ แปลไดค้ วามวา่ พระพทุ ธเจา้ ทรงแสดงธรรม อนั เปน็ ทย่ี นิ ดอี ยา่ งประเสรฐิ
แกเ่ วไนยสตั วท์ ง้ั หลาย คอื ปญั ญา
โต ท่ี ๔ แปลไดค้ วามวา่ พระพทุ ธเจา้ ทรงแสดงธรรมยงั เวไนยสตั วใ์ หย้ นิ ดอี ยใู่ น
พระนพิ พานเปน็ ธรรมอนั ประเสรฐิ สดุ คอื นพิ พาน

213

พระเดชพระคณุ พระพรหมเวที

โต ที่ ๕ แปลไดค้ วามวา่ ขา้ พเจา้ ขอนอบนอ้ มนมสั การพระพทุ ธเจา้ ผมู้ จี ติ ยนิ ดี
อนั ประเสรฐิ ตลอดกาล การนอบนอ้ มของขา้ พเจา้ คอื คารวธรรม

ในโตทง้ั ๕ นน้ั มอี รรถาธบิ ายเปน็ ขอ้ ปฏิบิ ตั โิ ดยสงั เขปดงั ตอ่ ไปนี้
โต ท่ี ๑ ดว้ ยธรรมเปน็ ทน่ี า่ ยนิ ดอี นั ประเสรฐิ คอื ศลี ศลี เปน็ ขอ้ ปฏิบิ ตั ใิ นเบอ้ื งตน้
สมดว้ ยพระบาลวี า่

อาทิ สลี � ปตฏิ ิ า จ กลยฺ าณานญจฺ มาตกุ �
ปมขุ � สพพฺ ธมมฺ าน� ตสมฺ า สลี � วโิ สธเย ฯ
แปลความว่า “ศีลเป็นเบ้ืองต้นแห่งความดีทั้งหลาย ศีลเป็นที่ตั้งแห่งความดี
ทง้ั หลาย ศลี เปน็ มารดาแหง่ ความดที ง้ั หลาย และศลี เปน็ ประมขุ แหง่ ธรรมทงั้ ปวง ฉัะนน้ั
พงึ ชา� ระศลี ใหห้ มดจด”
ศลี เปน็ สง่ิ ทย่ี อดเยยี่ ม สมดว้ ยพระบาลวี า่ “สลี � โลเก อนตุ ตฺ ร”� ศลี เปน็ สงิ่ ทยี่ อดเยย่ี ม
ในโลก จงึ ขอแนะนา� ทา่ นทง้ั หลายไวใ้ นทนี่ วี้ า่ ใหแ้ สวงหาสงิ่ ทยี่ อดเยย่ี มมาไวใ้ นตวั สงิ่ ท่ี
ยอดเยยี่ มในโลกนม้ี มี ากดว้ ยกนั แตอ่ งคส์ มเดจ็ พระสมั มาสมั พทุ ธเจา้ ทรงตรสั วา่ “ศลี เปน็ สง่ิ
ทยี่ อดเยย่ี มในโลก”
เมอื่ ทา่ นทง้ั หลายไดฟ้ งั พระธรรมเทศนากณั ฑ์น์ แี้ ลว้ กจ็ ะทราบวา่ สง่ิ ทย่ี อดเยย่ี ม
ในโลกนค้ี อื ศลี นน่ั เอง จงึ ขอเชญิ ชวนทา่ นทงั้ หลายมาสมาทานศลี กนั เถดิ มารกั ษาศลี กนั
เถดิ มาปฏิบิ ตั ศิ ลี กนั เถดิ เมอื่ ทกุ ทา่ นมศี ลี อยทู่ ก่ี าย วาจา แลว้ ชอ่ื วา่ มสี ง่ิ ยอดเยยี่ มอยใู่ นตวั
ความเปน็ มงคลและสงิ่ ทเ่ี ปน็ มงคลกจ็ ะอยใู่ นตวั ของทา่ นตลอดไป
โตท่ี๒ในธรรมอนั เปน็ ทต่ี งั้ แหง่ ความยนิ ดอี นั ประเสรฐิ คอื สมาธิ สมาธเิ ปน็ ขอ้ ปฏิบิ ตั ิ
ในทา่ มกลาง สมดว้ ยบาลวี า่ “สลี ปรภิ าวโิ ตสมาธิมหปผฺ โลโหติมหานสิ โ� ส”แปลความวา่ สมาธิ
อนั อบรมแลว้ ดว้ ยศลี ยอ่ มมผี ลมาก มอี านสิ งสม์ าก การเจรญิ สมาธกิ เ็ ปน็ สงิ่ สา� คญั มากเชน่ กนั
จติ เมอื่ ขาดสมาธจิ ะเปน็ จติ ทฟ่ี งุ้ ซึ่า่ น ทา� งานใดกไ็ มป่ ระสบความสา� เรจ็ แตถ่ า้ จติ ทฝ่ี กแลว้
อบรมแลว้ เปน็ จติ ทเ่ี ปน็ สมาธแิ ลว้ ทา� งานทกุ อยา่ งยอ่ มสา� เรจ็ ไดโ้ ดยประการทงั้ ปวง ดงั นน้ั
สมาธเิ มอ่ื ไดอ้ บรมแลว้ ดว้ ยศลี จงึ มผี ลมาก มอี านสิ งสม์ าก

214

ุว ม ค

โตท่ี๓ทรงแสดงธรรมคอื ปญั ญาอนั เปน็ ทยี่ นิ ดอี ยา่ งประเสรฐิ แกเ่ วไนยสตั ว์ทงั้ หลาย
ในโลกสนั นวิ าสน้ี จะมแี สงสวา่ งไดเ้ พราะแสงอาทติ ยห์ รอื แสงไฟ แสงอาทติ ยแ์ ละแสงไฟนนั้
เปน็ แสงสว่างภายนอก ชว่ ยใหเ้ หลา่ สัตว์ท้ังหลายด�ารงชวี ติ อยไู่ ด้ องคส์ มเดจ็ พระสมั มา
สมั พทุ ธเจา้ ทรงแสดงธรรมคอื ปญั ญาอนั เปน็ แสงสวา่ งภายใน เปน็ แสงสวา่ งท่ี ใชด้ า� เนนิ
ชวี ติ ได้ เปน็ แสงสวา่ งทส่ี ามารถใหบ้ รรลธุ รรมได้ สมดว้ ยพทุ ธภาษติ ทว่ี า่ “ปญญฺ า โลกสฺ
มิ ปชโฺ ชโต” ปญั ญาเปน็ แสงสวา่ งในโลกฯ ธรรมคอื ปญั ญา เปน็ ธรรมทยี่ อดเยยี่ มในโลก
ตามพระบาลวี า่ “ธมโฺ ม โลเก อนตุ ตฺ โร” พระธรรมเปน็ สง่ิ ทยี่ อดเยยี่ มในโลก ดงั นนั้ ขอให้
พทุ ธศาสนกิ ชนทงั้ หลายเจรญิ ปญั ญาอยเู่ นอื งนติ ยเ์ ถดิ

โต ที่ ๔ พระองคท์ รงแสดงธรรมยงั เวไนยสตั วใ์ หย้ นิ ดอี ยใู่ นพระนพิ พาน เปน็ ธรรม
อนั ประเสรฐิ สดุ นพิ พานเปน็ ธรรมทสี่ งู สดุ สงู กวา่ นพิ พานไมม่ ี นพิ พานเปน็ สขุ อยา่ งยงิ่ สมดว้ ย
พระบาลวี า่ “นพิ พฺ าน�ปรม�สขุ ”� นพิ พานเปน็ สขุ อยา่ งยงิ่ การทจี่ ะปฏิบิ ตั ใิ หเ้ ขา้ ถงึ นพิ พานไดน้ นั้
เปน็ ของยาก แตก่ ารทจ่ี ะปฏิบิ ตั ธิ รรมใหอ้ ยใู่ กลพ้ ระนพิ พานนนั้ ไมย่ ากเลย พระพทุ ธเจา้
ตรสั ไวใ้ นอปั ปมาทสตู รในจตตุ ถวรรค ปฐมปณั ณาสก์ ในสตั ตกนบิ าต องั คตุ ตรนกิ ายวา่

สตถฺ คุ รุ ธมมฺ ครุ สงเฺ ฆ์ จ ตพิ พฺ คารโว
สมาธคิ รุ อาตาปี สกิ ขฺ าย ตพิ พฺ คารโว
อปปฺ มาทครุ ภกิ ขฺ ุ ปฏิสิ ณฺ ารคารโว
อภพโฺ พ ปรหิ านาย นพิ พฺ านสเฺ สว สนตฺ เิ ก ฯ

แปลความว่า “ผู้ใดมีความเคารพในพระศาสดา มีความเคารพในพระธรรม
มคี วามเคารพในพระสงฆ์์ มคี วามเคารพในสมาธิ มคี วามเคารพในสกิ ขา มคี วามเคารพ
ในความไม่ประมาท มีความเคารพในปฏิิสัณฐาน ผู้นั้นจะไม่เสื่อมจากมรรค ผล ช่ือว่า
อยใู่ กลพ้ ระนพิ พาน”

โต ท่ี ๕ เปน็ โตทเ่ี คารพนบั ถอื ของพวกเรา แปลไดค้ วามวา่ ขา้ พเจา้ ขอนอบนอ้ ม
นมสั การพระพทุ ธเจา้ ผมู้ จี ติ ยนิ ดอี นั ประเสรฐิ ตลอดกาล การเคารพนอบนอ้ มกราบไหว้
นมสั การ เปน็ หนา้ ทข่ี องเราผเู้ คารพนบั ถอื เราเคารพนบั ถอื สง่ิ ใดกย็ กสง่ิ นน้ั ไวเ้ หนอื เกลา้ เหนอื
กระหมอ่ ม โตท่ี๑,โตท่ี๒,โตที่๓,โตที่๔,เปน็ เรอ่ื งของพระพทุ ธเจา้ ผแู้ สดงธรรม โตท่ี๕เปน็
เรอื่ งของเราผนู้ บั ถอื เราจะตอ้ งกราบไหวบ้ ชู าเปน็ ประจา� การกราบไหวบ้ ชู าเปน็ คารวธรรม
ทเี่ ราทง้ั หลายจะตอ้ งปฏิบิ ตั ติ ามคณุ ธรรมทเี่ ปน็ ขอ้ ปฏิบิ ตั ิ ในคาถาน้ี มอี ยู่ ๕ ประการ คอื

215

พระเดชพระคุณ พระพรหมเวที

๑. มศี ลี เปน็ ขอ้ ปฏิบิ ตั ิ ๒. มสี มาธเิ ปน็ ขอ้ ปฏิบิ ตั ิ ๓. มปี ญั ญาเปน็ ขอ้ ปฏิบิ ตั ิ ๔. มนี พิ พาน
เปน็ ขอ้ ปฏิบิ ตั ิ ๕. มคี ารวธรรมเปน็ ขอ้ ปฏิบิ ตั ิ

ศลี สมาธิ ปญั ญา เปน็ ขอ้ ปฏิบิ ตั เิ ปน็ ประจา� ของสาธชุ นทง้ั หลายอยแู่ ลว้ ทท่ี ราบกนั
ในขอ้ ธรรมทว่ี า่ “ไตรสกิ ขา” ซึ่งึ่ มคี วามหมายวา่ การศกึ ษา ๓ อยา่ ง หรอื ขอ้ ปฏิบิ ตั ิ ๓ อยา่ ง
มคี วามหมายวา่ การรกั ษากาย วาจา ใหเ้ รยี บรอ้ ย ชอื่ วา่ ศลี การดา� รงจติ ใหม้ น่ั ชอ่ื วา่ สมาธิ
การรอบรใู้ นกองสงั ขาร ชอื่ วา่ ปญั ญา เมอ่ื รกั ษาศลี เจรญิ สมาธิ เจรญิ ปญั ญา อยเู่ สมอแลว้
และมคี ารวธรรมทง้ั ๗ ขอ้ ไวเ้ ปน็ ขอ้ ปฏิบิ ตั ิ คอื เคารพในพระพทุ ธเจา้ เคารพในพระธรรม
เคารพในพระสงฆ์์ เคารพในสมาธิ เคารพในไตรสกิ ขา เคารพในความไมป่ ระมาท เคารพใน
ปฏิสิ นั ถาร ชอื่ วา่ ดา� รงอยใู่ นทใี่ กลแ้ หง่ พระนพิ พาน

ในคา� วา่ โต ทง้ั ๕ นนั้ ยงั มคี วามหมายเปน็ อยา่ งอนื่ ไดอ้ กี เชน่
โต ท่ี ๑ แปลวา่ ใหญ่ หมายถงึ เปน็ ใหญเ่ ปน็ โต มยี ศฐาบรรดาศกั ดิ�
โต ท่ี ๒ แปลวา่ เตบิ โต หมายถงึ เจรญิ วยั รา่ งกายเจรญิ เตบิ โตแขง็ แรง
โต ท่ี ๓ แปลวา่ เจรญิ หมายถงึ เจรญิ รงุ่ เรอื ง เจรญิ กา้ วหนา้ มอี าชพี กา้ วหนา้
มนั่ คงถาวร
โต ท่ี ๔ แปลวา่ รงุ่ เรอื ง หมายถงึ รงุ่ เรอื งสวา่ งไสวชวี ติ สดใสอดุ มสมบรู ณ์
โต ที่ ๕ แปลว่า นอบน้อม หมายถึง อ่อนน้อมถ่อมตน นอบน้อมนมัสการ
พระพทุ ธเจา้
เมอื่ ทา่ นสาธชุ นทง้ั หลายทไี่ ดฟ้ งั ถงึ คา� วา่ โตทงั้ ๕แลว้ ในคา� วา่ โตนน้ั ยงั มคี วามหมาย
เปน็ อยา่ งอน่ื ไดอ้ กี ๕ อยา่ ง คอื ๑. อายโุ ต ๒. วณณฺ โต ๓. สขุ โต ๔. พลโต ๕. สมบตั โิ ต
๑. อายโุ ต ไดใ้ นคา� บาลวี า่ “อายวุ ฑ์ฒฺ โก” มอี ายยุ นื นาน
๒. วณณฺ โต ไดใ้ นคา� บาลวี า่ “วณณฺ วฑ์ฒฺ โก” เจรญิ ดว้ ยวรรณะมผี วิ พรรณงดงาม
๓. สขุ โต ไดใ้ นคา� บาลวี า่ “สขุ วฑ์ฒฺ โก” เจรญิ ดว้ ยความสขุ
๔. พลโต ไดใ้ นคา� บาลวี า่ “พลวฑ์ฒฺ โก” เจรญิ ดว้ ยกา� ลงั มกี า� ลงั แขง็ แรง
๕. สมบตั โิ ต ไดใ้ นคา� บาลวี า่ “มหทธฺ โนมหาโภโค” มที รพั ยม์ ากมโี ภคะมาก

216

วุ ม ค

โตทงั้ ๕ทก่ี ลา่ วมาทกุ อยา่ ง จะเกดิ มไี ดเ้ พราะอาศยั การสรา้ งเหตทุ ด่ี มี าไดป้ ฏิบิ ตั ธิ รรม
ไดร้ กั ษาศลี ไดเ้ จรญิ สมาธิ ไดเ้ จรญิ ปญั ญา ไดส้ ง่ั สมคารวธรรม ๗ ประการมาอยา่ งสมา่� เสมอ
ผลทจี่ ะพงึ ไดร้ บั ชอื่ วา่ จะเปน็ บคุ คลทอ่ี ยใู่ นทใ่ี กลแ้ หง่ พระนพิ พาน สมดว้ ยบาลที ย่ี กไวเ้ ปน็
อเุ ทศบทวา่

โตเสนโฺ ต วรธมเฺ มน โตสฏิ าเน สเิ ว วเร
โตส� อกาสิ ชนตฺ นู � โตสจติ ตฺ � นมามหิ � ฯ
“องคส์ มเดจ็ พระสมั มาสมั พทุ ธเจา้ ทรงแสดงธรรมยงั เวไนยสตั วใ์ หย้ นิ ดอี ยู่ ดว้ ย
ธรรมเปน็ ทน่ี า่ ยนิ ดอี นั ประเสรฐิ ทรงแสดงธรรมยงั เวไนยสตั วใ์ หย้ นิ ดอี ยู่ ในธรรมอนั เปน็ ที่
ตงั้ แหง่ ความยนิ ดอี นั ประเสรฐิ ไดท้ รงแสดงธรรมคอื ปญั ญา อนั เปน็ ทยี่ นิ ดอี ยา่ งประเสรฐิ
แกเ่ วไนยสตั วท์ ง้ั หลาย ทรงแสดงธรรมยงั เวไนยสตั วใ์ หย้ นิ ดอี ยู่ ในพระนพิ พานเปน็ ธรรม
อนั ประเสรฐิ ขา้ พเจา้ ขอนอบนอ้ มนมสั การพระพทุ ธเจา้ ผมู้ จี ติ ยนิ ดอี นั ประเสรฐิ ตลอดกาล”
พระธรรมเทศนาในเรอ่ื ง ๕ โต ตามทอ่ี าตมภาพไดแ้ สดงมา พอสมควรแกเ่ วลา
จงึ ขอยตุ พิ ระธรรมเทศนาลงดว้ ยเวลาเพยี งเทา่ นี้ เอว� กม็ ดี ว้ ยประการฉัะน้ี ฯ

217

พระเดชพระคุณ พระพรหมเวที

¾ÃиÃÃÁà·È¹Ò
àÃè×ͧ “õ ».”

นะโม ตสั สะ ภะคะวะโต อะระหะโต สมั มาสมั พทุ ธสั สะ
นะโม ตสั สะ ภะคะวะโต อะระหะโต สมั มาสมั พทุ ธสั สะ
นะโม ตสั สะ ภะคะวะโต อะระหะโต สมั มาสมั พทุ ธสั สะ

ปรยิ ตตฺ ธิ มโฺ ม จ ปฏิปิ ตตฺ ธิ มโฺ ม จ
ปฏิเิ วธธมโฺ ม จ ปรหิ ารธมโฺ ม จ ปฏิสิ งขฺ ารธมโฺ ม จาติ ฯ
ณ บดั นอ้ี าตมภาพ จกั แสดงพระธรรมเทศนา พรรณนาธรรมะขององคส์ มเดจ็
พระสมั มาสมั พทุ ธเจา้ เพอื่ เปน็ การประคบั ประคองฉัลองศรทั ธา ประดบั สตปิ ญั ญาบารมี
ของทา่ นพทุ ธศาสนกิ ชนทง้ั หลาย ทไี่ ดน้ อ้ มกายใจเขา้ มาประพฤตปิ ฏิบิ ตั ธิ รรมะในพระพทุ ธ-
ศาสนา ธรรมะนยี้ งั ดา� รงคงอยดู่ ว้ ยดตี ลอดมาถงึ ทกุ วนั น้ี นบั วา่ เปน็ บญุ ราศรอี นั ดงี ามตอ่ ผทู้ ไ่ี ด้
เขา้ มาประพฤตปิ ฏิบิ ตั ธิ รรมะ ทพ่ี ระพทุ ธองคท์ รงสงั่ สอนไว้ ตามนยั แหง่ พระสตู ร พระวนิ ยั
และพระอภธิ รรมปฎิ ก ฉัะนนั้ จะขอหยบิ ยกธรรมะขององคส์ มเดจ็ พระสมั มาสมั พทุ ธเจา้
ขน้ึ มาแสดงชแ้ี จงเปน็ ลา� ดบั สบื ไปดงั มใี จความตามระบาลที ย่ี กเปน็ อเุ ทศบทวา่ ปรยิ ตตฺ ธิ มโฺ มจ
ปฏิปิ ตตฺ ธิ มโฺ ม จ ปฏิเิ วธธมโฺ ม จ ปรหิ ารธมโฺ ม จ ปฏิสิ งขฺ ารธมโฺ ม จ ซึ่งึ่ แปลเปน็ ใจความ
ตามภาษาไทยวา่ การศกึ ษาเลา่ เรยี น ๑, การปฏิบิ ตั ธิ รรม ๑, การไดบ้ รรลธุ รรมและผลของ
การปฏิบิ ตั ธิ รรม ๑, การปกครองโดยธรรม,๑ และการปฏิสิ งั ขรณด์ ว้ ยธรรม ๑, ดงั น้ี
ทา่ นพทุ ธศาสนกิ ชนทง้ั หลาย เวลานเี้ ปน็ เวลาฟงั ธรรม และเปน็ เวลาประพฤติ
ปฏิิบัติ ธรรมของพุทธศาสนิกชนท้ังหลาย ในเบื้องต้นของการปฏิิบัติธรรม ท่าน
พทุ ธศาสนกิ ชนได้ บา� เพญ็ กศุ ลดว้ ยการบรจิ าคทาน รกั ษาศลี เจรญิ ภาวนา ตามลา� ดบั
การบริจาคทานคือการให้ เป็นการสละทรัพย์ การสละทรัพย์เป็นการก�าจัด
ความตระหนซ่ี ึ่ง่ึ มอี ยใู่ นสว่ นลกึ ของหวั ใจ ใหเ้ บาบางลง เปน็ การขจดั ความละโมบโลภมาก
ใหล้ ดนอ้ ยลง และการบรจิ าคทานนช้ี อ่ื วา่ เปน็ การปฏิบิ ตั ธิ รรม ทานยอ่ มมอี านสิ งสแ์ ละมี
อานภุ าพมากมาย อานสิ งสข์ องการบรจิ าคทานนน้ั ทา� ใหเ้ ปน็ คนรา�่ รวยดว้ ยทรพั ยส์ มบตั ิ
มเี งนิ มที อง มขี า้ วมขี องมากมาย

218

ุว ม ค

ส่วนอานุภาพของทานเป็นสภาพทรงฟ้าทรงดิน คือป้องกันแผ่นดินไม่ให้ไหว
ปอ้ งกนั นา�้ ไมใ่ หท้ ว่ ม ปอ้ งกนั ไฟไมใ่ หไ้ หม้ ปอ้ งกนั พายไุ มใ่ หพ้ ดั รนุ แรง อานภุ าพของทาน
ทา� ใหแ้ ผน่ ดนิ เปน็ ปกติ ใหน้ า้� เปน็ ปกติ ใหไ้ ฟเปน็ ปกติ ใหล้ มเปน็ ปกตอิ านสิ งสแ์ ละอานภุ าพ
ของทานเปน็ อยา่ งนี้

การรกั ษาศลี คอื การสา� รวมกาย วาจา ใหเ้ รยี บรอ้ ย ศลี คอื การไมเ่ บยี ดเบยี นกนั
ศลี คอื การใหอ้ ภยั ซึ่ง่ึ กนั และกนั เปน็ อภยั ทานศลี สามารถกา� จดั ความโกรธความอาฆ์าต
ความพยาบาทได้ ศลี คอื ความซึ่อื่ สตั ยส์ จุ รติ ศลี คอื ทรพั ย์ โยมขอศลี เทา่ กบั ขอทรพั ย์
พระใหศ้ ลี เทา่ กบั ใหท้ รพั ย์ โยมรบั ศลี เทา่ กบั รบั ทรพั ย์ รบั แลว้ มศี ลี เทา่ กบั มที รพั ย์ มศี ลี แลว้
รกั ษาศลี เทา่ กบั รกั ษาทรพั ย์

ดงั นนั้ การรกั ษาศลี ชอ่ื วา่ ปฏิบิ ตั ธิ รรม ศลี เมอ่ื รบั และรกั ษาไวแ้ ลว้ ยอ่ มมอี านสิ งส์
และอานภุ าพ อานสิ งสข์ องศลี ตามทพ่ี ระทา่ นสรปุ ไวว้ า่ “สเี ลน สคุ ตึ ยนตฺ ,ิ สเี ลน โภคสมปฺ ทา,
สเี ลน นพิ พฺ ตุ ึ ยนตฺ ,ิ ตสมฺ า สลี � วโิ สธเย” ไปสคุ ตไิ ดเ้ พราะศลี มโี ภคทรพั ยไ์ ดเ้ พราะศลี
ไปนพิ พานไดเ้ พราะศลี เพราะฉัะนน้ั ควรรกั ษาศลี ใหห้ มดจด สว่ นอานภุ าพของศลี ปอ้ งกนั
ไมใ่ หเ้ จบ็ ปว่ ย จงึ ขอเชญิ ชวนทา่ นพทุ ธศาสนกิ ชนทง้ั หลายมารกั ษาศลี กนั การรกั ษาศลี
ชอ่ื วา่ ปฏิบิ ตั ธิ รรม

การเจรญิ ภาวนาภาวนาคอื การทา� ใจใหเ้ จรญิ ดว้ ยสตปิ ญั ญาโดยประการตา่ ง ๆ
เจรญิ ดว้ ยการฟงั ธรรม เจรญิ ดว้ ยการทา� สมาธิ เจรญิ ดว้ ยการรอบรใู้ นกองสงั ขาร เจรญิ ดว้ ย
การใหธ้ รรมเปน็ ทาน ยอ่ มชนะการใหท้ ง้ั ปวง การเจรญิ ภาวนาเปน็ การขจดั ความมดื คอื โมหะ
ของผแู้ สดงและผฟู้ งั ใหเ้ บาบางลง การทา� ใจใหส้ งบดว้ ยการเจรญิ ภาวนา โดยใชส้ ตปิ ญั ญา
พจิ ารณารอบรใู้ นกองสงั ขาร ทา� อยา่ งนช้ี อื่ วา่ ปฏิบิ ตั ธิ รรม การเจรญิ ภาวนากม็ อี านสิ งสแ์ ละ
อานภุ าพเชน่ กนั อานสิ งสข์ องการเจรญิ ภาวนา ทา� ใหผ้ ปู้ ฏิบิ ตั เิ ปน็ คนฉัลาด

สว่ นอานภุ าพของภาวนานนั้ ปอ้ งกนั ไมใ่ หเ้ กดิ อบุ ตั เิ หตอุ บุ ตั เิ หตเุ ปน็ ภยั ทน่ี า่ กลวั
ชนดิ หนงึ่ ภาวนาทเ่ี ราไดเ้ จรญิ นน้ั สามารถปอ้ งกนั ไมใ่ หอ้ บุ ตั เิ หตเุ กดิ ขนึ้ ได้ ดงั นนั้ การเจรญิ
ภาวนาจงึ ชอ่ื วา่ ปฏิบิ ตั ธิ รรม การบรจิ าคทานกด็ ี การรกั ษาศลี กด็ ี การเจรญิ ภาวนากด็ ี ชอ่ื วา่
ปฏิบิ ตั ธิ รรม

219

พระเดชพระคุณ พระพรหมเวที

การแสดงพระธรรมเทศนาในวันน้ี อาตมภาพได้น�าเรื่อง ๕ ป. คือ ป.ปริยัติ,
ป.ปฏิบิ ตั ,ิ ป.ปฏิเิ วธ, ป.ปกครอง, ป.ปฏิสิ งั ขรณท์ พี่ ระพทุ ธองคไ์ ดต้ รสั ไวใ้ นพระสทั ธรรม ๓
เปน็ บทหวั ขอ้ เทศนม์ คี า� วา่ ป. อยู่ ๕ ป. ดงั น้ี

ปรยิ ตตฺ ธิ มโฺ ม จ ปฏิปิ ตตฺ ธิ มโฺ ม จ
ปฏิเิ วธธมโฺ ม จ ปรหิ ารธมโฺ ม จ ปฏิสิ งขฺ ารธมโฺ ม จ
แปลความวา่ การศกึ ษาเลา่ เรยี น ชอ่ื วา่ ป.ปรยิ ตั ิ การปฏิบิ ตั อิ ยใู่ นศลี สมาธปิ ญั ญา
และการปฏิบิ ตั ธิ รรมอยใู่ นทานศลี ภาวนาชอื่ วา่ ป.ปฏิบิ ตั ิ การบรรลธุ รรมและผลของความดี
ทเี่ กดิ จากการปฏิบิ ตั ธิ รรมชอ่ื วา่ ป.ปฏิเิ วธ การทา� หนา้ ทปี่ กครองครองตนครองคน ครอง
งาน ชอ่ื วา่ ป.ปกครอง การกอ่ สรา้ งทกุ ชนดิ หรอื การซึ่อ่ มแซึ่มปรบั ปรงุ เสนาสนะตา่ ง ๆ ชอ่ื
วา่ ป.ปฏิสิ งั ขรณ์ สรปุ ความจากคา� แปลแลว้ ไดค้ วามหมายของหลกั ๕ ป. ดงั น้ี
ป.ที่ ๑ ป.ปรยิ ตั ิ หมายถงึ การศกึ ษาเลา่ เรยี นซึ่ง่ึ พระปรยิ ตั ธิ รรม ไมว่ า่ จะเปน็ ความรู้
ในนกั ธรรม ธรรมศกึ ษา ในพระบาลี ในพระอภธิ รรม หรอื ในวชิ าสามญั ทว่ั ไป ป.ท่ี๒ป.ปฏิบิ ตั ิ
หมายถงึ การนา� ความรทู้ ไี่ ดจ้ ากปรยิ ตั มิ าลงมอื ปฏิบิ ตั ดิ ว้ ยกาย วาจา ใจ โดยการปฏิบิ ตั ิ
ตามหลกั ธรรมในขอ้ ปฏิบิ ตั ศิ ลี สมาธิ ปญั ญา และในขอ้ ปฏิบิ ตั ทิ าน ศลี ภาวนา
ป. ท่ี ๓ ป.ปฏิเิ วธ หมายถงึ การประสพกบั คณุ งามความดที เ่ี กดิ จากการปฏิบิ ตั ิ
นับตั้งแต่ความเป็นผู้เห็นความส�าคัญในการท�างาน ท�างานด้วยใจรัก ด้วยความขยัน
ดว้ ยความเอาใจใสด่ ว้ ยความพจิ ารณา ทดสอบอยา่ งรอบครอบ ความสา� เรจ็ ในกจิ การงาน
หนา้ ที่ ความเปน็ คนใจดมี เี มตตา รวมไปถงึ การบรรลธุ รรมระดบั โลกตุ ตระ อนั เกดิ จาก
การเจรญิ ภาวนา คอื มรรค ผล นพิ พาน
ป. ท่ี ๔ ป.ปกครอง หมายถงึ การดแู ล คมุ้ ครอง ปอ้ งกนั รกั ษาไวซ้ ึ่งึ่ บคุ คล หนว่ ยงาน
องคก์ ร สถาบนั รวมถงึ การบรหิ ารงานในหนา้ ทที่ กุ ชนดิ ใหม้ คี วามเปน็ ระเบยี บเรยี บรอ้ ย
มพี ฒั นาการตามสมควร แกฐ่ านานรุ ปู
ป. ท่ี ๕ ป.ปฏิสิ งั ขรณ์ หมายถงึ การกอ่ สรา้ งทกุ ชนดิ การซึ่อ่ มแซึ่มเสนาสนะตา่ ง ๆ
รวมถงึ การปรบั ปรงุ แกไ้ ขวธิ กี าร หลกั การ และเปา้ หมาย ของปรยิ ตั คิ อื การเรยี น ของปฏิบิ ตั ิ
คอื ลงมอื ทา� ของปฏิเิ วธคอื ผลสมั ฤทธ�ิ จากการปฏิบิ ตั แิ ละปกครอง คอื การบรหิ ารงานใน
หนา้ ท่ี สว่ น ป.ปฏิสิ งั ขรณน์ น้ั เปน็ ประดจุ หางเสอื ทคี่ อยแกไ้ ขปรบั ปรงุ ประคบั ประคอง ป.
ทง้ั ๔ ขา้ งตน้ ใหพ้ ฒั นาไปในทศิ ทางทเ่ี หมาะสมดงี าม ใน ป. ทงั้ ๕ นน้ั มอี รรถาธบิ ายเปน็
ขอ้ ปฏิบิ ตั โิ ดยสงั เขป ดงั ตอ่ ไปน้ี

220

ุว ม ค

ป. ท่ี ๑ ป.ปรยิ ตั ิ หมายถงึ การศกึ ษาเลา่ เรยี น เรมิ่ ตงั้ แตเ่ รยี นชนั้ ประถมศกึ ษา เรยี น
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาเรยี นนกั ธรรมเรยี นบาลีเรยี นในมหาวทิ ยาลยั เรยี นแลว้ เกดิ ความรคู้ วามเขา้ ใจ
ทกุ ระดบั เรยี นแลว้ ทา� ใหเ้ ปน็ คนฉัลาด เรยี นแลว้ สามารถอา่ นออกเขยี นได้ ไดค้ วามรคู้ วามเขา้ ใจ
ในการศกึ ษาทกุ ชนั้ ทกุ ระดบั เรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาทา� ใหอ้ า่ นออกเขยี นได้ บวกลบคณู หาร
ได้ เรยี นชน้ั มธั ยมศกึ ษาทา� ใหม้ คี วามรมู้ ากขนึ้ ทา� วชิ าเลขไดส้ งู ขนึ้ รจู้ กั สตู ร รจู้ กั สมการและ
วชิ าอนื่ ๆเพมิ่ ขนึ้ เรยี นนกั ธรรมทา� ใหร้ ธู้ รรมคา� สอนของพระพทุ ธเจา้ เรยี นบาลที า� ใหร้ รู้ ากฐาน
ทมี่ าของภาษาและคณุ ธรรมทล่ี กึ ซึ่ง้ึ ทางพระพทุ ธศาสนา เรยี นในมหาวทิ ยาลยั ทา� ใหม้ คี วามรู้
ทง้ั ทางโลกและทางธรรมไดก้ วา้ งขวางออกไป

ป.ท่ี ๒ ป.ปฏิิบัติ พระสงฆ์์และญาติโยมทั้งหลายมี ป.ปฏิิบัติอยู่ในไตรสิกขา
ไตรสกิ ขาของพระสงฆ์ค์ อื “ศลี สมาธิ ปญั ญา” ไตรสกิ ขาของญาตโิ ยม คอื “ทาน ศลี ภาวนา”
ไตรสกิ ขาของพระ คอื การสา� รวมกาย วาจา ใหเ้ รยี บรอ้ ย ชอื่ วา่ ศลี การทา� จติ ใหต้ งั้ มนั่ ชอ่ื วา่
สมาธกิ าร รอบรใู้ นกองสงั ขาร ชอ่ื วา่ ปญั ญา ไตรสกิ ขาของโยม คอื ทาน ศลี ภาวนา ทาน คอื
การใหม้ ี๓อยา่ งคอื ๑.วตั ถทุ าน๒.อภยั ทาน๓.ธรรมทาน ในทานทงั้ ๓นนั้ การใหว้ ตั ถสุ ง่ิ ของ
ทกุ ชนดิ เรยี กวา่ วตั ถทุ าน วตั ถทุ านมอี านสิ งสแ์ ละอานภุ าพมากมาย คา� วา่ อานสิ งสแ์ ปลวา่
ผลแหง่ ความดที จี่ ะไดร้ บั คา� วา่ อานภุ าพแปลวา่ พลงั อา� นาจความยง่ิ ใหญท่ จี่ ะพงึ มี อานสิ งส์
ของวตั ถทุ านคอื ทา� ใหเ้ กดิ ความรา่� รวยตามทก่ี ลา่ วแลว้ อานภุ าพของวตั ถทุ านทา� ใหท้ รง
ฟา้ ทรงดนิ ทา� ใหด้ นิ เปน็ ปกติ ทา� ใหน้ า้� เปน็ ปกติ ทา� ใหไ้ ฟเปน็ ปกติ ทา� ใหล้ มเปน็ ปกติ
อภยั ทาน คอื การใหอ้ ภยั ซึ่ง่ึ กนั และกนั ภยั เปน็ สง่ิ ทนี่ า่ กลวั เมอื่ ใหอ้ ภยั กนั แลว้ กจ็ ะไมน่ า่ กลวั
อภยั ทานมอี านสิ งสแ์ ละอานภุ าพดงั น้ี อานสิ งสข์ องอภยั ทานจะไดม้ ติ รภาพ ไดเ้ พอื่ น ไดม้ ติ ร
ไดบ้ รวิ ารมาก ดงั นน้ั ขอใหญ้ าตโิ ยมทง้ั หลายจงใหอ้ ภยั กนั เถดิ สว่ นอานภุ าพของอภยั ทาน
นน้ั คอื จะไมม่ ภี ยั ใด ๆ มาแผว้ พานผใู้ หอ้ ภยั ทงั้ สน้ิ ธรรมทานคอื ใหธ้ รรมเปน็ ทาน ใหค้ วามรู้
ใหค้ า� แนะนา� ใหค้ า� สง่ั้ สอน ใหส้ ติ ใหป้ ญั ญา ใหด้ วงตา ใหแ้ สงสวา่ ง เปน็ ธรรมทานทง้ั สน้ิ
สา� หรบั ธรรมทานนก้ี ม็ อี านสิ งสแ์ ละมอี านภุ าพมากมายเชน่ กนั อานสิ งสข์ องธรรมทานคอื
จะไดส้ ตมิ ปี ญั ญา สตคิ อื ดวงตา ปญั ญาคอื แสงสวา่ ง หากมที ง้ั สองอยา่ งยอ่ มเสรมิ สรา้ ง
ความเจรญิ สว่ นอานภุ าพของธรรมทานนน้ั มผี ลทา� ใหส้ ตไิ มห่ ลงในเวลาสน้ิ ใจ

ป. ท่ี ๓ ป.ปฏิเิ วธ ผลของการบรรลธุ รรม คอื มรรค ๔ ผล ๔ นพิ พาน ๑ และผล
ของการศกึ ษาไดค้ วามรู้ ผลของการปฏิบิ ตั ไิ ดส้ า� เรจ็ เรยี กวา่ ปฏิเิ วธ การทจี่ ะบรรลุ มรรคผล
นิพพานได้น้ัน ผู้ปฏิิบัติจะต้องเจริญวิปัสสนากรรมฐาน เม่ือได้มีการปฏิิบัติวิปัสสนา

221

พระเดชพระคณุ พระพรหมเวที

กรรมฐานอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง การบรรลมุ รรค ผล นพิ พาน ทเ่ี รยี กวา่ ปฏิเิ วธ จงึ จะมขี น้ึ ได้ สว่ นของ
การศกึ ษาเลา่ เรยี นทกุ ระดบั จะสอบไดเ้ ปน็ ผลสา� เรจ็ และผลของการปฏิบิ ตั ทิ าน ศลี ภาวนา
มผี ลบงั เกดิ ขน้ึ กเ็ รยี กวา่ ปฏิเิ วธโดยปรยิ าย หรอื เรยี กวา่ ปฏิเิ วธโดยออ้ ม

ป. ที่ ๔ ป.ปกครอง ปกครองคอื การดแู ลคมุ้ ครองปอ้ งกนั รกั ษา มกี ารรบั ผดิ ชอบ
ในหนา้ ทก่ี ารงานของตน การปกครองกม็ มี ากมาย แตใ่ นทน่ี ขี้ อกลา่ วไป ๓ อยา่ ง คอื ครองตน
ครองคน และครองงาน การครองตนนนั้ จะเกดิ ผลานสิ งสไ์ ดก้ เ็ พราะศกึ ษาและปฏิบิ ตั ิ
ตามหลกั การในพทุ ธศาสนา มพี ระบาลวี า่ อตตฺ า หิ อตตฺ โน นาโถ ตนแลเปน็ ทพี่ ง่ึ ของตน
คา� วา่ “ตน” กค็ อื สงั ขารรา่ งกายและจติ ใจของตนทไี่ ดถ้ อื กา� เนดิ เกดิ มาจากมารดา ตงั้ แตท่ เ่ี รา
เกดิ มากพ็ งึ่ กรรมดขี องตนทเ่ี กดิ มาเปน็ คน เจรญิ เตบิ โตขนึ้ กพ็ ง่ึ สงั ขารรา่ งกายของตน พง่ึ บญุ
ของตน พง่ึ ปญั ญาของตน พง่ึ ความสามารถของตน จงึ สรปุ ไดว้ า่ ตนแลเปน็ ทพี่ งึ่ ของตน
ส่วนธรรมะในการครองตนน้ัน ใช้พระบรมราโชวาท ๔ อย่าง มาเป็นหลักครองตนได้
คอื สจั จะ ทะมะ ขนั ติ จาคะ แปลเปน็ ภาษาไทยวา่ ซึ่อ่ื สตั ย์ ขยนั อดทน เสยี สละ ธรรมะ
ในการครองตนทั้ง ๔ อย่างนั้น ขออัญเชิญพระบรมราโชวาทท่ีพระองค์ล้นเกล้าฯ
รัชกาลที่ ๙ ตรัสไว้เม่ือวันท่ี ๕ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๒๕ ณ ท้องสนามหลวงว่า
“..คณุ ธรรมทค่ี วรนอ้ มนา� มาปลกู ฝงั และนา� มาประพฤตปิ ฏิบิ ตั มิ อี ยู่๔ประการคอื ๑.การรกั ษา
ความสจั ความจรงิ ใจตอ่ ตนเอง ทจี่ ะประพฤตปิ ฏิบิ ตั แิ ตส่ งิ่ ทเี่ ปน็ ประโยชนแ์ ละเปน็ ธรรม
๒. การรู้จักข่มใจตนเอง ฝกใจตนเอง ให้ประพฤติปฏิิบัติอยู่ในความสัจความดีน้ัน
๓. การอดทน อดกลนั้ และอดออม ทจ่ี ะไมป่ ระพฤตลิ ว่ งความสจั สจุ รติ ไมว่ า่ จะดว้ ยเหตุ
ประการใด ๔. การรจู้ กั ละวางความชัว่ ความทจุ รติ และรู้จักสละประโยชนส์ ่วนนอ้ ย
ของตน เพอ่ื ประโยชนส์ ว่ นใหญข่ องบา้ นเมอื ง..” นค้ี อื ธรรมะครองตน

ครองคน การครองคนนน้ั ใชห้ ลกั สงั คหวตั ถธุ รรม คอื ทาน ปยิ ะวาจา อตั ถะจะรยิ า
สะมานตั ตะตา คณุ ธรรม ๔ อยา่ งน้ี มรี ากเหงา้ เกดิ มาจากเมตตาคอื ความรกั รกั คนอนื่
อยากเห็นผู้อ่ืนมีความสุข คนส่วนใหญ่จะมีความสุข ก็เพราะได้รับสิ่งท่ีตนปรารถนา
ได้รับค�ายกย่องชมเชย ได้รับความช่วยเหลือในคราวท่ีต้องการความร่วมมือ และได้รับ
ความสนทิ สนมทเ่ี หมาะสมแกฐ่ านะ ใครทส่ี ามารถปฏิบิ ตั อิ ยใู่ นธรรมะ ๔ อยา่ งนไี้ ด้ จะเปน็ ทรี่ กั
เปน็ ทพี่ อใจของคนทวั่ ไปทา� ใหผ้ ไู้ ดร้ บั เกดิ ความรกั และความคดิ ถงึ ผใู้ หอ้ ยเู่ นอื งนจิ ครองอยใู่ นหวั ใจ
ของผคู้ น ใหท้ านยอ่ มเปน็ ทร่ี กั ของคนทว่ั ไป ตามความในพระบาลวี า่ ทะทะมาโน ปโิ ย โหติ
ผใู้ หย้ อ่ มเปน็ ทรี่ กั ของผรู้ บั ตลอดกาล ปยิ ะวาจา กลา่ ววาจาไพเราะออ่ นหวานอนั เปน็ ทรี่ กั

222

วุ ม ค

ของคนทั่วไป วาจาอ่อนหวาน ย่อมเป็นที่รักเป็นท่ีชอบใจของคนท่ัวไป ปิยะวาจาจึงมี
ปฏิิบัติอยู่ในหลัก ๓ อ่อนคือ กายอ่อนน้อม วาจาอ่อนหวาน จิตใจอ่อนโยน เม่ือผู้ใด
ปฏิิบัติอยู่ในหลัก ๓ อ่อน ย่อมเป็นท่ีรักของคนทั่วไปอย่างย่ังยืน อัตถะจะริยา ท�า
ตน ให้เป็นประโยชน์ ประโยชน์โลกนีป้ ระโยชน์โลกหนา้ ประโยชนอ์ ยา่ งยิ่งคอื นิพพาน
สะมานตั ตะตา ทา� ตนใหส้ มา่� เสมอ ไมถ่ อื ตวั ทง้ั ประการทกี่ ลา่ วมานคี้ อื สงั คหวตั ถธุ รรม ๔
เปน็ เครอื่ งครองคน

ครองงาน การทจี่ ะครองงานไดน้ นั้ ตอ้ งใชอ้ ทิ ธบิ าทธรรม คอื ฉันั ทะ วริ ยิ ะ จติ ตะ
วมิ งั สา ทกุ คนเกดิ มาตอ้ งมงี านทา� การงานเปน็ หนา้ ทข่ี องคนเราทกุ คน งานทกุ อยา่ งจะ
สา� เรจ็ ไดต้ อ้ งใชอ้ ทิ ธบิ าทธรรม คอื คณุ ธรรมอนั เปน็ เหตใุ หถ้ งึ ซึ่งึ่ ความสา� เรจ็ เบอ้ื งตน้ ตอ้ งมี
ฉันั ทะ คอื ความพอใจในงาน เหน็ คณุ คา่ ของงาน จงึ จะผลกั ดนั ใหเ้ กดิ วริ ยิ ะคอื ความพากเพยี ร
พยายาม ไมห่ วาดหวนั่ ตอ่ อปุ สรรคปญั หาใด ๆ อนั เกดิ จากการทา� งาน มจี ติ ตะคอื ตง้ั ใจ
ประคอง จติ ใหห้ นกั แนน่ ไมป่ ลอ่ ยวางเสยี กลางคนั ขยนั ใสใ่ จ วมิ งั สา คอื การรจู้ กั ใชส้ ติ
ปญั ญา พจิ ารณางานทท่ี า� คอยแกไ้ ขตน้ เหตขุ องปญั หา คอยพฒั นาในสว่ นทด่ี อี ยแู่ ลว้ ใหด้ ี
ยง่ิ ๆ ขน้ึ ไป คณุ ธรรม ๔ ประการน้ี จงึ มผี ลใหเ้ กดิ ความสา� เรจ็ ในการครองงาน

ป.ท่ี๕ป.ปฏิสิ งั ขรณค์ อื การกอ่ สรา้ งซึ่อ่ มแซึ่มแกไ้ ขปรบั ปรงุ เสนาสนะและสง่ิ ตา่ งๆ
ป.ท่ี ๕ ป.ปฏิสิ งั ขรณน์ ก้ี ส็ า� คญั มาก ปฏิสิ งั ขรณค์ อื การกอ่ สรา้ งเสนาสนะตา่ ง ๆ ทอ่ี ยอู่ าศยั
ก่อสร้างท่ีท�างาน ก่อสร้างส่ิงท่ีเป็นหลักชัยทางพระพุทธศาสนา มีอุโบสถ วิหาร เจดีย์
เปน็ ตน้ กอ่ สรา้ งวดั วาอารามเปน็ หลกั ฐาน กอ่ สรา้ งการคมนาคม กอ่ สรา้ งทอ่ี ยอู่ าศยั ของ
ตน เมอ่ื กอ่ สรา้ งแลว้ กต็ อ้ งซึ่อ่ มแซึ่มบรู ณปฏิสิ งั ขรณใ์ หค้ งอยถู่ าวรตลอดไป

ป.ท่ี๑,ป.ท่ี๒,ป.ท่ี๓เปน็ เรอื่ งของพระสทั ธรรม๓คอื ปรยิ ตั สิ ทั ธรรมปฏิบิ ตั สิ ทั ธรรม
ปฏิเิ วธสทั ธรรม ป.ท่ี ๔ เปน็ เรอื่ งของการปกครอง ซึ่ง่ึ ทกุ คนจะตอ้ งมกี ารปกครองใหอ้ ยู่
ร่วมกันด้วยดีมีความสุข ป.ที่ ๕ เป็น ป.ปฏิิสังขรณ์ ซึ่่ึงจะต้องมีอยู่คู่กับการก่อสร้าง
ทกุ กาลเวลา

ดงั นนั้ ปรยิ ตั ิ ปฏิบิ ตั ิ ปฏิเิ วธ จงึ เปน็ พระสทั ธรรมทค่ี วรนา� ไปปฏิบิ ตั ติ ลอดกาล
สว่ นการปกครองและปฏิสิ งั ขรณ์ กต็ อ้ งนา� ไปปฏิบิ ตั เิ ปน็ นจิ ตลอดกาลเชน่ เดยี วกนั

ใน ป. ท้ัง ๕ ท่ีกล่าวมาทุกอย่าง จะเกิดมีได้เพราะอาศัยการสร้างเหตุท่ีดีมา

223

พระเดชพระคณุ พระพรหมเวที

ไดป้ ฏิบิ ตั ธิ รรมอยา่ งตอ่ เนอื่ ง ไดร้ กั ษาศลี เปน็ ปกติ ไดเ้ จรญิ สมาธอิ ยเู่ สมอ ไดเ้ จรญิ ปญั ญา
อยตู่ ลอดกาล ไดส้ ง่ั สมธรรมในสว่ นอน่ื ๆอยา่ งสมา�่ เสมอ ผลทจ่ี ะพงึ ไดร้ บั ชอื่ วา่ จะเปน็ บคุ คล
ท่ีอยู่ในที่ใกล้ชิดพระสัทธรรม ๓ ประการ และอยู่ใกล้ชิดกับหลักปกครองและหลัก
ปฏิสิ งั ขรณต์ ลอดกาล สมดว้ ยบาลที ย่ี กไวเ้ ปน็ อเุ ทศบทวา่

ปรยิ ตตฺ ธิ มโฺ ม จ ปฏิปิ ตตฺ ธิ มโฺ ม จ
ปฏิเิ วธธมโฺ ม จ ปรหิ ารธมโฺ ม จ ปฏิสิ งขฺ ารธมโฺ ม จ
ปรยิ ตั ธิ รรม ปฏิบิ ตั ธิ รรม ปฏิเิ วธธรรม ปกครองโดยธรรมปฏิสิ งั ขรณด์ ว้ ยธรรม
ตามทแ่ี สดงมาควรนา� ไปปฏิบิ ตั ติ ลอดกาล
พระธรรมเทศนาในเรอื่ ง ๕ ป. ตามทอี่ าตมภาพไดแ้ สดงมาพอสมควรแกเ่ วลา จงึ ขอ
ยตุ พิ ระธรรมเทศนาลง ดว้ ยเวลาเพยี งเทา่ นเี้ อว� กม็ ดี ว้ ยประการฉัะน้ี ฯ - ยถา ฯ ล ฯ

224 จ

ุว ม ค

¾ÃиÃÃÁà·È¹Ò
ร ง สักกัต ำ ระคำถำ งกั รค ั

นโม ตสสฺ ภควโต อรหโต สมมฺ าสมพฺ ทุ ธฺ สสฺ
นโม ตสสฺ ภควโต อรหโต สมมฺ าสมพฺ ทุ ธฺ สสฺ
นโม ตสสฺ ภควโต อรหโต สมมฺ าสมพฺ ทุ ธฺ สสฺ

สกกฺ ตวฺ์ า พทุ ธฺ รตน� โอสถ� อตุ ตฺ ม� วร�
หติ � เทวมนสุ สฺ าน� พทุ ธฺ เตเชน โสตถฺ นิ า
นสสฺ นตฺ ปุ ททฺ วา สพเฺ พ ทกุ ขฺ า วปู สเมนตฺ ุ เต ฯ
สกกฺ ตวฺ์ า ธมมฺ รตน� โอสถ� อตุ ตฺ ม� วร�

ปรฬิ าหปู สมน� ธมมฺ เตเชน โสตถฺ นิ า
นสสฺ นตฺ ปุ ททฺ วา สพเฺ พ ภยา วปู สเมนตฺ ุ เต ฯ

สกกฺ ตวฺ์ า สงฆฺ ์รตน� โอสถ� อตุ ตฺ ม� วร�
อาหเุ นยยฺ � ปาหเุ นยยฺ � สงฆฺ ์เตเชน โสตถฺ นิ า
นสสฺ นตฺ ปุ ททฺ วา สพเฺ พ โรคา วปู สเมนตฺ ุ เต ฯ
บัดนี้ อาตมภาพ จักแสดงพระธรรมเทศนา พรรณนาธรรมะขององค์สมเด็จ
พระสมั มาสมั พทุ ธเจา้ ในโรคนวิ ารณกถา เพอื่ เปน็ การประคบั ประคองฉัลองศรทั ธา ประดบั
สตปิ ญั ญาบารมขี องทา่ นพทุ ธศาสนกิ ชนทงั้ หลาย ทไ่ี ดน้ อ้ มกายใจเขา้ มาประพฤตปิ ฏิบิ ตั ิ
ธรรมะในพระพทุ ธศาสนา ธรรมะนยี้ งั ดา� รงคงอยดู่ ว้ ยดตี ลอดมาถงึ ทกุ วนั นี้ นบั วา่ เปน็ บญุ ราศี
อนั ดงี ามตอ่ ผทู้ ไ่ี ดเ้ ขา้ มาประพฤตปิ ฏิบิ ตั ธิ รรมะทพี่ ระพทุ ธองคท์ รงสง่ั สอนไว้ ตามนยั แหง่
พระสตู ร พระวนิ ยั และพระอภธิ รรมปฎิ ก
ฉัะนนั้ จะขอหยบิ ยกธรรมะขององคส์ มเดจ็ พระสมั มาสมั พทุ ธเจา้ มาแสดงชแี้ จง
เปน็ ลา� ดบั สบื ไป ดงั มใี จความตามพระบาลที ย่ี กเปน็ อทุ เทศบทวา่ สกกฺ ตวฺ์ า พทุ ธฺ รตน,� โอสถ�
อตุ ตฺ ม� วร,� หติ � เทวมนสุ สฺ าน,� พทุ ธฺ เตเชน โสตถฺ นิ า, นสสฺ นตฺ ปุ ททฺ วา สพเฺ พ, ทกุ ขฺ า วปู สเมนตฺ ุ
เต ฯ สกกฺ ตวฺ์ า ธมมฺ รตน,� โอสถ� อตุ ตฺ ม� วร,� ปรฬิ าหปู สมน,� ธมมฺ เตเชน โสตถฺ นิ า, นสสฺ นตฺ ปุ ททฺ วา
สพเฺ พ,ภยาวปู สเมนตฺ ุเตฯสกกฺ ตวฺ์ าสงฆฺ ์รตน,� โอสถ�อตุ ตฺ ม�วร,� อาหเุ นยยฺ �ปาหเุ นยยฺ ,� สงฆฺ ์เตเชน
โสตถฺ นิ า, นสสฺ นตฺ ปุ ททฺ วา สพเฺ พ, โรคาวปู สเมนตฺ ุ เต ฯ

225

พระเดชพระคณุ พระพรหมเวที

แปลเปน็ ใจความตามภาษาไทยวา่ เพราะทา� ความเคารพพระพทุ ธรตั นะ ซึ่งึ่ เปน็
ดงั โอสถอนั ประเสรฐิ ยอดเยย่ี ม เปน็ ประโยชนเ์ กอ้ื กลู แกเ่ ทพยดาและมนษุ ยท์ งั้ หลาย ขออปุ ทั วะ
ทงั้ ปวงจงพนิ าศไป ขอทกุ ขท์ งั้ หลายของทา่ นจงสงบไปโดยดี ดว้ ยเดชแหง่ พระพทุ ธเจา้ ฯ
เพราะทา� ความเคารพพระธรรมรตั นะ ซึ่ง่ึ เปน็ ดงั โอสถอนั ประเสรฐิ ยอดเยยี่ ม สามารถระงบั
ความเรา่ รอ้ นกระวนกระวาย ขออปุ ทั วะทงั ปวงจงพนิ าศไป ขอภยั ทงั หลายของทา่ นจงสงบ
ไปโดยดี ดว้ ยเดชแหง่ พระธรรมฯ เพราะทา� ความเคารพพระสงั ฆ์รตั นะ ซึ่ง่ึ เปน็ ดงั โอสถ
อนั ประเสรฐิ ยอดเยยี่ ม ผคู้ วรซึ่งึ่ สกั การะบชู า ผคู้ วรซึ่งึ่ สกั การะตอ้ นรบั ขออปุ ทั วะทงั้ ปวง
จงพนิ าศ ไปขอโรคทงั หลายของทา่ นจงสงบไปโดยดี ดว้ ยเดชแหง่ พระสงฆ์์ ดงั น้ี

ทา่ นสาธชุ นทง้ั หลาย ปจั จบุ นั ประชาชนบนโลกของเรากา� ลงั ประสบวกิ ฤตกิ ารณ์
เพราะมเี ชอื้ ไวรสั กา� ลงั ระบาดไปทวั่ เกอื บทกุ ประเทศ นนั่ คอื โรคโควดิ -๑๙ ประเทศไทย
ของ เรากไ็ มไ่ ดร้ อดพน้ จากสถานการณค์ รงั้ นี้ รฐั บาลไทยไดร้ ว่ มมอื กบั คณะแพทยผ์ เู้ สยี สละ
ออกมาตรการปอ้ งกนั ในหลายรปู แบบ ไมว่ า่ จะเปน็ การใหป้ ระชาชนใสห่ นา้ กากอนามยั
การรกั ษาระยะหา่ งในเวลาทตี่ อ้ งพบปะกนั การประกาศพระราชกา� หนดการบรหิ ารราชการ
ในสถานการณฉ์ ักุ เฉันิ หา้ มออกนอกบา้ นในเวลาทกี่ า� หนด เปน็ ตน้ พวกเราประชาชนคนไทย
ควรจะวางทา่ ทที างจติ ใจ รวมไปถงึ การปฏิบิ ตั ติ นอยา่ งไรในสถานการณเ์ ชน่ นี้

เบอื้ งตน้ ขอใหท้ กุ ทา่ นไดต้ งั สตไิ วใ้ หม้ นั่ คง รบั รวู้ า่ นค่ี อื สง่ิ หนงึ่ ทเี่ กดิ ขนึ้ มาแลว้
ในสงั คมของพวกเรา มนั เปน็ เพยี งเหตกุ ารณห์ นง่ึ ทเ่ี มอื่ มเี กดิ ขน้ึ มา ในทส่ี ดุ มนั กจ็ ะหายไป
สว่ นจะหายไปเรว็ หรอื ชา้ กข็ น้ึ อยกู่ บั เหตปุ จั จยั ของมนั เหตปุ จั จยั สา� คญั กค็ อื การปฏิบิ ตั ติ น
ของพลเมอื งบนโลก เพราะเรอ่ื งราวเชน่ นเ้ี คยมมี าเปน็ ครง้ั คราวตลอดหนา้ ประวตั ศิ าสตร์
ของมนษุ ย์ ท้ังปญั หาในระดับส่วนตวั ของแต่ละคน ปญั หาในระดบั ชุมชน จนถึงปญั หา
ในระดบั สงั คมโลก

สมเดจ็ พระบรมศาสดาสมั มาสมั พทุ ธเจา้ ของพวกเรา พระองคผ์ ทู้ รงมภี มู ปิ ญั ญา
สุขุมลุ่มลึก มีสายพระเนตรกว้างขวางและยาวไกล มีพระมหากรุณายิ่งใหญ่ไพศาล ได้
ทรงประทานหลักการรับมือกับปัญหาเหล่าน้ีไว้ตังแต่สองพันกว่าปีที่แล้วมา ทรงสอน
ใหร้ กู้ อ่ นเอาไวก้ นั รทู้ นั เอาไวแ้ ก้ ไมว่ า่ จะเปน็ ปญั หาของเทพบตุ รนามวา่ สปุ ตฏิ ิฐติ ะ ทต่ี อ้ ง
ละอัตภาพส้ินอายุขัยไปจากสรวงสวรรค์ แล้วไปรับโทษทัณฑ์์ในแดนนรก หรือปัญหา
โรคร้ายแพร่ระบาดในเมืองไพสาลี รวมถึงภัยจากอมนุษย์ท่ีคอยกลั่นแกล้งในเวลาท่ี

226

ุว ม ค

พทุ ธบรษิ ทั ปฏิบิ ตั ธิ รรม องคพ์ ระสมั มาผเู้ ลศิ ลา้� ไดท้ รงสอนใหเ้ หลา่ สาวกรา�่ เรยี น สาธยาย
และนอ้ มนา� หลกั ธรรมในพระคาถาปอ้ งกนั โรคภยั ไปประพฤตปิ ฏิบิ ตั ิ นน่ั คอื พระคาถาบท
“สกั กตั วา”ซึ่ง่ึ มนตห์ รอื พระปรติ รบท“สกั กตั วา”นี้มปี รากฏิอยชู่ ว่ งทา้ ยของอาฏิานาฏิยิ ปรติ ร
อนั ทา้ วจตโุ ลกบาลรว่ มกนั ประพนั ธน์ อ้ มถวายแดพ่ ระองค์ เพอ่ื ใหเ้ หลา่ ภกิ ษภุ กิ ษณุ อี บุ าสก
และอบุ าสกิ า ไดเ้ รยี นไวส้ า� หรบั สวดสาธยาย จะไดแ้ คลว้ คลาดปลอดภยั ปราศจากโรคภยั
อปุ ทั ทวนั ตรายทง้ั หลายปวง สง่ ผลใหอ้ มนษุ ยไ์ มว่ า่ จะเปน็ ยกั ษ์ นาค คนธรรพ์ ภตู ผปี ศี าจ
ทเี่ คยมใี จคดิ รา้ ยหมายมน่ั ใหก้ ลบั มามใี จสมคั รรกั กนั คอยปกปกั รกั ษาคมุ้ กนั ภยั ทส่ี า� คญั
คอื ปอ้ งกนั โรครา้ ยไดอ้ ยา่ งยอดเยยี่ ม

นอกจากน้ี พระคาถาบท“สกั กตั วา” นี้ เปน็ พระคาถาทอ่ี งคส์ มเดจ็ พระสมั มา
สมั พทุ ธเจา้ ทรงแสดงแกส่ ปุ ตฏิ ิฐติ เทพบตุ ร ซึ่ง่ึ ฟงั พระธรรมเทศนาอณุ หสิ วชิ ยั อยบู่ นสวรรค์
ชนั้ ดาวดงึ ษ์ ใหท้ อ่ งพระคาถาบท“สกั กตั วา” เปน็ ประจา� ทกุ วนั จงึ ไดม้ อี ายยุ นื นานตอ่ ไปอกี
ดว้ ยวา่ เมอ่ื ครงั้ ทส่ี ปุ ตฏิ ิฐติ เทพบตุ รยงั เปน็ มนษุ ยไ์ ดท้ า� ความดหี ลายอยา่ ง แตไ่ มบ่ รสิ ทุ ธบิ� รบิ รู ณ์
ครบถว้ น เลย้ี งดพู อ่ แมเ่ ปน็ ความดี แตม่ กั ดดุ า่ เวลาพอ่ แมท่ า� อาหารหกหลน่ เพราะมอื สนั่
ใสบ่ าตรพระสงฆ์เ์ ปน็ สง่ิ ทด่ี ี แตบ่ างทกี ใ็ สบ่ าตรดว้ ยความไมเ่ คารพ ตา� หนพิ ระวา่ เดนิ ไมส่ า� รวม
เชญิ ชวนคนไปวดั ฟงั เทศนเ์ ปน็ ความดี แตเ่ วลาพระสงฆ์เ์ รม่ิ เทศนเ์ ขากช็ วนคนขา้ ง ๆ คยุ เสยี ง
ดงั ไมต่ งั ใจฟงั ธรรม และเมอื่ ใกลจ้ ะสนิ้ ใจ โชคดที จ่ี ติ ไปนอ้ มนกึ ถงึ คณุ พระรตั นตรยั จงึ เปน็
ปจั จยั ใหไ้ ดไ้ ปเกดิ บนสวรรค์ แตค่ รน้ั บญุ ใหเ้ กดิ ในสวรรคห์ มดลง บาปกรรมในอบายภมู ิ
รอใหผ้ ล จงึ รอ้ นรนหาวธิ แี กไ้ ข แมแ้ ตเ่ ทพผยู้ ง่ิ ใหญอ่ งคอ์ มรนิ ทราธริ าช ผอู้ งอาจเหนอื เทพ
แดนดาวดงึ ษ์ ยงั รไู้ มถ่ งึ ซึ่งึ่ วธิ กี ารยบั ยง้ั เหลา่ ทวยเทพจงึ พากนั เขา้ เฝา้ องสมเดจ็ พระบรม
ชินสีห์สัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ผู้ทรงมีพระมหากรุณาไร้ท่ีสิ้นสุดจึงได้ประทานพระ
คาถาอณุ หสิ วชิ ยั ใหส้ มาคมแหง่ เทพนา� ไปสาธยาย และนอ้ มนา� หลกั ธรรมในพระคาถานนั้
ไปปฏิบิ ตั ิ กจ็ ะระงบั การจตุ เิ คลอื่ นไปในเวลาอนั ยงั ไมส่ มควร ทา� ใหม้ อี ายยุ นื ยาวนาน

เน้ือความ แห่งพระคาถาอุณหิสวิชัยโดยสรุปว่า มีพระธรรมอันยอดเย่ียม
เหนือใดในโลก ซึ่่งึ สามารถเอาชนะปญั หาทร่ี ้อนรุม่ ให้หลบรอดหลกี เว้นจากภยันตราย
ไมว่ า่ ภยั จากพวกอมนษุ ย์ ไฟปา่ เสอื นาค ยาพษิ ภตู ผปี ศี าจรา้ ย แมแ้ ตจ่ ากความตาย
ในเวลาอันยังไม่สมควร นั่นคือให้สมาทานรักษาศีลให้บริสุทธ�ิและปฏิิบัติธรรมให้สุจริต
หมดจด การจดจารกึ พระธรรม รวมถงึ การทา� บญุ สรา้ งหนงั สอื อนั เกย่ี วขอ้ งดว้ ยพระธรรม

227

พระเดชพระคณุ พระพรหมเวที

การศกึ ษาพจิ ารณาพระธรรม การบชู าพระธรรม การจดจา� พระธรรมไวไ้ ดก้ ารบอกอธบิ าย
พระธรรมแกผ่ อู้ น่ื การสวดสาธยายพระธรรม และการฟงั พระธรรมทผี่ อู้ นื่ แสดง ผปู้ ฏิบิ ตั ิ
บา� เพญ็ ไดเ้ ชน่ นี้ จะเปน็ ผโู้ ชคดมี อี ายยุ นื ยาวนาน

และเพื่อแสดงเหตุแห่งความตังม่ันของคุณธรรม และบุญกุศลอันเกิดจากการ
ปฏิบิ ตั ติ ามหลกั การทก่ี ลา่ วมา ใหบ้ ญุ กศุ ลทเ่ี กดิ ขน้ึ มาแลว้ ดา� รงคงอยแู่ ละเพมิ่ พนู มากยง่ิ ขนึ้
พระองคจ์ งึ ตรัสพระคาถาบท“สกั กตั วา”ตอ่ จากบทอณุ หิสวิชัย น่นั หมายความวา่ หาก
ไมม่ คี วามศรทั ธาเชอ่ื มนั่ ในพระคณุ แหง่ พระรตั นตรยั หรอื มเี พยี งเบาบาง ถงึ จะทา� ความดี
บา� เพญ็ กศุ ลอนั ใด กท็ า� ดว้ ยความไมม่ น่ั ใจ ทา� ไมต่ ดิ ตอ่ ทา� ไมจ่ รงิ จงั บญุ กศุ ลกเ็ กดิ ยาก
แม้บุญเล็กน้อยเกิดแล้วก็ไม่เพ่ิมพูน เหมือนกับการสร้างตึกรามบ้านช่อง หากรากฐาน
ไมแ่ ขง็ แรงหนกั แนน่ มนั่ คง จะสรา้ งบา้ นเรอื นใหส้ งู ใหญก่ ล็ า� บาก ทสี่ รา้ งไปแลว้ กไ็ มม่ นั่ คง

ดงั นน้ั พระคาถาบท “สกั กตั วา” นี้ จงึ เปน็ สว่ นสา� คญั ทส่ี ดุ ในชวี ติ ชวี ติ ทม่ี กี าย
กบั จติ ทบี่ ณั ฑ์ติ ทา่ นเรยี กวา่ รปู กบั นาม ตงั แตเ่ กดิ มายงั เดก็ พอ่ แมจ่ ะพาไปวดั แสดงตน
เปน็ พทุ ธมามกะ ยอมรบั นบั ถอื เทดิ ทนู พระคณุ แหง่ พระรตั นตรยั วา่ เปน็ ทพี่ ง่ึ พาอาศยั สงู สดุ
ปฐมบทแหง่ พธิ บี ญุ ทกุ อยา่ ง ตอ้ งเรมิ่ ดว้ ยการบชู าพระรตั นตรยั เมอ่ื เปน็ ชายมอี ายคุ รบยส่ี บิ ปี
บรบิ รู ณ์ ไดเ้ ขา้ มาบวชในรม่ เงาแหง่ พระธรรมวนิ ยั เบอื้ งตน้ แหง่ คา� ขอบวชกค็ อื การเขา้ ถงึ
พระรตั นตรยั บวชแลว้ กป็ ฏิบิ ตั ติ นตามพระธรรมวนิ ยั ทพ่ี ระพทุ ธเจา้ ตรสั ไว้ ตามทพ่ี ระสงฆ์์
ครบู าอาจารยน์ า� พาแสดงบอกกลา่ ว เปา้ หมายสงู สดุ ในชวี ติ กค็ อื การเขา้ ถงึ ซึ่งึ่ พระนพิ พาน
การเข้าถึงพระนิพพานก็คอื การเขา้ ถงึ หลักอรยิ สจั อนั ไดแ้ กค่ วามจรงิ อนั ประเสริฐ เปน็
พระธรรมทที่ า� ให้บคุ คลผู้เขา้ ถึงเป็นผูป้ ระเสริฐ ตง้ั แต่เบ้อื งตน้ จนถึงเบอ้ื งปลายแหง่ ชีวติ
พระรตั นตรยั จงึ เปน็ ธงชยั อนั สา� คญั ทสี่ ดุ

ทา่ นพทุ ธศาสนกิ ชนทง้ั หลาย ปญั หาในชวี ติ ภาษาธรรมทา่ นเรยี กวา่ ทกุ ข์ ทกุ ขน์ ้ี
เป็นความจริงที่มีอยู่คู่กับการด�าเนินชีวิต เป็นหน่ึงในอริยสัจ เช่นสถานการณ์โรค
โควติ -๑๙ ทก่ี า� ลงั ระบาดในปจั จบุ นั ปญั หาสงั คมครงั้ นี้ ไมใ่ ชแ่ คเ่ พยี งความทกุ ขท์ างกาย
ของคนทเ่ี ปน็ ไขเ้ พราะโรคภยั เทา่ นน้ั แตร่ วมไปถงึ ความไมส่ ะดวกในการใชช้ วี ติ ประจา� วนั
หา้ งรา้ นบางสว่ นถกู สงั่ ใหป้ ดิ ชว่ั คราว การคา้ การขายกเ็ บาบางลง ไหนจะกงั วลใจกบั รายได้
ท่ีถดถอย ไหนจะกลัวต่อความเส่ียงที่จะได้รับการแพร่เชื้อ แต่ขอให้ท่านท้ังหลายได้
มนั่ ใจวา่ ปญั หาทกุ อยา่ งยอ่ มมที างแกไ้ ข เบอื้ งตน้ เราตอ้ งคน้ หาสาเหตขุ องปญั หาใหพ้ บเสยี กอ่ น

228

ุว ม ค

เหตปุ จั จัยของปญั หานี้ ภาษาธรรมท่านเรียกว่าสมทุ ัย สาเหตขุ องความทุกขใ์ นครัง้ นี้
สว่ นหนงึ่ เปน็ เพราะจติ ใจของเรายงั เขา้ ถงึ พระรตั นตรยั ไดไ้ มล่ กึ ซึ่งึ้ อาจจะมกี ารกราบไหว้
พระรตั นตรยั กอ่ นนอนบา้ ง แตย่ งั ไมซ่ ึ่าบซึ่งึ้ ดมื่ ดา่� ในพระคาถาอณุ หสิ วชิ ยั กบ็ ง่ ไวแ้ ลว้ วา่
การประพฤตธิ รรมตอ้ งใหส้ จุ รติ ศรทั ธาเชอ่ื มนั่ อยา่ งลกึ ซึ่งึ้ ปฏิบิ ตั ใิ หจ้ รงิ จงั

ดงั นน้ั ในสถานการณว์ กิ ฤตโรคโควติ - ๑๙ ครงั้ น้ี ขอเชญิ ชวนทา่ นพทุ ธศาสนกิ ชน
มารว่ มกนั สวดพระคาถาบท “สกั กตั วา” สาธยายพระคณุ แหง่ พระรตั นตรยั ดว้ ยความเชอ่ื มนั่
เพราะพระพทุ ธองคไ์ ดท้ รงชบี้ อกแลว้ วา่ พระพทุ ธ พระธรรม พระสงฆ์์ คอื โอสถอนั ประเสรฐิ
สามารถบ�าบัดทุกข์ก�าจัดภัย ขับไล่โรคร้าย อีกทังยังสามารถท�าให้อุปัทวเหตุเภทภัย
พนิ าศหายไป ประสบแตโ่ ชคดมี ชี ยั สวสั ดี ขอเพยี งพวกเราศกึ ษาใหเ้ ขา้ ใจถงึ วธิ กี ารและนา�
ไปประพฤตปิ ฏิบิ ตั ิ จนสามารถกา� จดั โรคภยั ไดพ้ ระรตั นตรยั จงึ เปน็ โอสถอนั สงู สดุ

ค�าว่า “โอสถ” เป็นชื่อของยารักษาโรค มีหลายประเภท ในท่ีนี้ขอกล่าวไว้
๔ ประเภท คอื ๑. ธรรมโอสถ คอื ยาซึ่ง่ึ เปน็ คา� สงั่ สอนของพระพทุ ธเจา้ ๒. ทพิ ยโอสถคอื
ยาทิพย์ของเทวดา ๓. สมนุ ไพรโอสถ คือยาสมุนไพร อนั ได้แก่ต้นไม้น้อยใหญท่ ี่เป็นยา
๔. เภสชั โอสถ คอื ยาแผนปจั จบุ นั ทน่ี กั วทิ ยาศาสตรส์ กดั ไดจ้ ากธรรมชาตนิ า� มาใชเ้ ปน็ ยา
รกั ษาโรคตา่ ง ๆ ซึ่งึ่ โอสถแตล่ ะอยา่ ง เหมาะสมสา� หรบั ปอ้ งกนั และรกั ษาโรคแตล่ ะชนดิ
โรคภยั เปน็ สง่ิ ทที่ กุ คนไมป่ รารถนา ความมสี ขุ ภาพดี สน้ิ โรคไรภ้ ยั เปน็ สง่ิ ทที่ กุ คนตอ้ งการ
ดงั พระบาลวี า่ “อาโรคยฺ ปรมา ลาภา” แปลวา่ ความไมม่ โี รค เปน็ ลาภอนั ประเสรฐิ

อนั วา่ โรคภยั ของมนษุ ยม์ อี ยู่ ๒ ชนดิ ไดแ้ กโ่ รคทางกายและโรคทางใจ ปถุ ชุ น
จะมโี รคทงั้ ๒ ชนดิ สว่ นพระพทุ ธองคแ์ ละพระสงฆ์ส์ าวกซึ่งึ่ เปน็ พระอรหนั ต์ ทา่ นจะมแี ต่
เฉัพาะโรคทางกายเทา่ นน้ั สมมตุ ฐิ านของโรคทางกายมหี ลายสาเหตุ เชน่ เกดิ จากเชอ้ื โรค
เกดิ จากการบรหิ ารรา่ งกายไมเ่ หมาะสม เกดิ จากกรรมเกา่ เปน็ ตน้ สว่ นสมมตุ ฐิ านของโรค
ทางใจเกดิ จากอวชิ ชา มกี เิ ลสตณั หาประเภทตา่ ง ๆ เปน็ ดงั ตาขา่ ยใหป้ ถุ ชุ นยดึ ตดิ ถอื มนั่ อนั
เปน็ สาเหตสุ า� คญั ของทกุ ขค์ อื โรคทางใจ

วิธีการรักษาและป้องกันโรคทางกาย นอกจากกระบวนทางการแพทย์และ
การบรหิ ารรา่ งกายใหเ้ หมาะสมแลว้ การสาธยายพระคาถาบท “สกั กตั วา” เปน็ วธิ กี าร
อนั พระผมู้ พี ระภาคเจา้ ไดท้ รงสอนไว้ วธิ กี ารสวดสาธยายทจี่ ะใหเ้ กดิ พลงั จนสามารถปอ้ งกนั
แกไ้ ขโรคภยั ใหช้ ะงดั ไดน้ น้ั ตอ้ งมเี งอื่ นไขสา� คญั ๓ ประการ คอื ๑. ตอ้ งมจี ติ เปน็ สมาธติ ง้ั มน่ั

229

พระเดชพระคณุ พระพรหมเวที

ตง้ั ใจสวด ไมส่ กั แตว่ า่ สวดหรอื สวดตามความเคยชนิ เทา่ นนั้ ๒. ตอ้ งสวดใหถ้ กู ตามอกั ขระ
วรรคตอนมใิ หผ้ ดิ เพย้ี น เพอ่ื ไมใ่ หค้ วามหมายคลาดเคลอ่ื นและ ๓. ตอ้ งเขา้ ใจและซึ่าบซึ่งึ้
ในเนอื้ หาแหง่ พระคาถาทกี่ า� ลงั สวด สวดใหไ้ ดอ้ ยา่ งนอ้ ยวนั ละ ๒ ครง้ั ครงั้ แรกสวดสาธยาย
หลงั จากตน่ื นอน กอ่ นจะไปทา� กจิ วตั รประจา� วนั ครงั้ ทส่ี องสวดหลงั จากไหวพ้ ระสวดมนต์
กอ่ นนอน

สว่ นวธิ กี ารรกั ษาและปอ้ งกนั โรคทางใจ คอื การฝกฝนจติ ใจใหภ้ าวนาถงึ พระคณุ
แหง่ พระรตั นตรยั เรยี กตามภาษาวชิ าการวา่ พทุ ธานสุ สตกิ รรมฐาน หากบา� เพญ็ ไดจ้ น
ชา� นาญ จะเปน็ ปราการปอ้ งกนั และกา� จดั โรคทางใจ อนั ไดแ้ กก่ เิ ลสตณั หาตา่ ง ๆ ใหส้ งดั เงยี บ
พทุ ธานสุ สตนิ เี้ ปน็ กรรมฐานขอ้ หนง่ึ ในอารกั ขกรรมฐานทงั้ ๔ อารกั ขกรรมฐานคอื กรรม-
ฐานทเ่ี ปน็ พน้ื ฐานของวปิ สั สนา วธิ กี ารปฏิบิ ตั ใิ หเ้ รม่ิ ดว้ ยการเรยี นรพู้ ระคณุ ของพระรตั นตรยั
อยา่ งลกึ ซึ่งึ้ เบอื้ งตน้ ใหร้ ะลกึ ถงึ พระคณุ ของพระพทุ ธเจา้ กอ่ น เมอื่ ฝกไดพ้ อชา� นาญแลว้ คอ่ ย
ฝกธมั มานสุ สตแิ ละสงั ฆ์านสุ สตติ อ่ ไป

ทา่ นพทุ ธศาสนกิ ชนทงั้ หลาย พระพทุ ธคอื ผรู้ ู้ ผตู้ นื่ ผเู้ บกิ บาน พระธรรมคอื
สง่ิ ทร่ี กั ษาผปู้ ฏิบิ ตั ไิ มใ่ หต้ กไปในทางชวั่ พระสงฆ์ค์ อื ผปู้ ฏิบิ ตั ดิ ี ปฏิบิ ตั ติ รง ปฏิบิ ตั เิ พอ่ื รู้ และ
ปฏิบิ ตั ชิ อบ ในโลกนไ้ี มม่ แี กว้ ดวงใดจะมคี า่ เทา่ กบั แกว้ อนั ประเสรฐิ ๓ ดวง ไมม่ อี านภุ าพ
ใดจะเทยี บเทา่ อานภุ าพแหง่ พระรตั นตรยั ไมม่ ที พ่ี ง่ึ ใดจะรม่ เยน็ ปานรม่ แหง่ ไตรสรณคมน์
ขอพวกเราหมน่ั สวดสาธยายพระคาถาบท “สกั กตั วา” พากเพยี รในการภาวนาถงึ พระคณุ
แหง่ พระรตั นตรยั โรคทางใจจะหา่ งหาย โรคทางรา่ งกายจะหา่ งไกล ประสบโชคดมี ชี ยั
ด้วยอานุภาพพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ และพระสังฆ์คุณ สมดังพระบาลีท่ีได้ยกเป็น
อทุ เทศบท ณ เบอ้ื งตน้ วา่ สกกฺ ตว์ฺ า พทุ ธฺ รตน,� โอสถ� อตุ ตฺ ม� วร,� หติ � เทวมนสุ สฺ าน,� พทุ ธฺ
เตเชน โสตถฺ นิ า, นสสฺ นตฺ ปุ ททฺ วา สพเฺ พ, ทกุ ขฺ า วปู สเมนตฺ ุ เต ฯ สกกฺ ตว์ฺ า ธมมฺ รตน,� โอสถ�
อตุ ตฺ ม� วร,� ปรฬิ าหปู สมน,� ธมมฺ เตเชน โสตถฺ นิ า, นสสฺ นตฺ ปุ ททฺ วา สพเฺ พ, ภยา วปู สเมนตฺ ุ เต ฯ
สกกฺ ตวฺ์ า สงฆฺ ์รตน,� โอสถ� อตุ ตฺ ม� วร,� อาหเุ นยยฺ � ปาหเุ นยยฺ ,� สงฆฺ ์เตเชน โสตถฺ นิ า, นสสฺ นฺ
ตปุ ททฺ วา สพเฺ พ, โรคา วปู สเมนตฺ ุ เต ฯ

แปลความวา่ เพราะทา� ความเคารพพระพทุ ธรตั นะ ซึ่ง่ึ เปน็ ดงั โอสถอนั ประเสรฐิ
ยอดเยยี่ ม เปน็ ประโยชนเ์ กอ้ื กลู แกเ่ ทพยดาและมนษุ ยท์ ง้ั หลาย ขออปุ ทั วะทงั ปวงจงพนิ าศไป
ขอทกุ ขท์ งั้ หลายของทา่ นจงสงบไปโดยดี ดว้ ยเดชแหง่ พระพทุ ธเจา้ ฯ เพราะทา� ความเคารพ

230

ุว ม ค

พระธรรมรตั นะ ซึ่งึ่ เปน็ ดงั โอสถอนั ประเสรฐิ ยอดเยย่ี ม จงสามารถระงบั ความเรา่ รอ้ นกระวน
กระวาย ขออปุ ทั วะทง้ั ปวงจงพนิ าศไป ขอภยั ทงั้ หลายของทา่ น จงสงบไปโดยดดี ว้ ยเดช
แหง่ พระธรรม ฯ เพราะทา� ความเคารพพระสงั ฆ์รตั นะซึ่งึ่ เปน็ ดงั โอสถอนั ประเสรฐิ ยอดเยย่ี ม
ผู้ควรซึ่ึ่งสักการะบูชา ผู้ควรซึ่ึ่งสักการะต้อนรับ ขออุปัทวะทั้งปวงจงพินาศไป ขอโรค
ทง้ั หลายของทา่ นจงสงบไปโดยดี ดว้ ยเดชแหง่ พระสงฆ์์ ดงั นี้

เทสนาวสาเน ในอวสานแหง่ พระธรรมเทศนานี้ ขออานภุ าพแหง่ พระรตั นตรยั
ทที่ า่ นทง้ั หลายไดฝ้ กหดั ปฏิบิ ตั เิ ขา้ ถงึ จงเปน็ ทพี่ ง่ึ พาอาศยั อนั ปลอดภยั และมน่ั คง มผี ลดล
สง่ ใหส้ ขุ ภาพแขง็ แรง จติ ใจเบกิ บานสดใส ครอบครวั อบอนุ่ อายมุ นั่ ขวญั ยนื สมประสงค์
ในสงิ่ ทปี่ รารถนา แสดงพระธรรมเทศนาในโรคนวิ ารณกถา กเ็ หน็ สมควรเปน็ เวลาสนิ้ สดุ
จงึ ขอสมมตุ ยิ ตุ ลิ งคงไวแ้ ตเ่ พยี งเทา่ นี้ เอวงั กม็ ดี ว้ ยประการฉัะน้ี ฯ

231

พระเดชพระคณุ พระพรหมเวที

¾ÃиÃÃÁà·È¹Ò
àÃ×èͧ “ÊÁÁÚ Ò ÍÃË”í

นโม ตสสฺ ภควโต อรหโต สมมฺ าสมพฺ ทุ ธฺ สสฺ
นโม ตสสฺ ภควโต อรหโต สมมฺ าสมพฺ ทุ ธฺ สสฺ
นโม ตสสฺ ภควโต อรหโต สมมฺ าสมพฺ ทุ ธฺ สสฺ
สมมฺ า อรห� สมมฺ า อรห� สมมฺ า อรหนตฺ ิ ฯ
บัดน้ี อาตมภาพ จักแสดงพระธรรมเทศนา พรรณนาธรรมะขององค์สมเด็จ
พระสมั มาสมั พทุ ธเจา้ เพอื่ เปน็ การประคบั ประคองฉัลองศรทั ธา ประดบั สตปิ ญั ญาบารมี
ของคณะทา่ นเจา้ ภาพ และทา่ นพทุ ธศาสนกิ ชนทง้ั หลาย ทไ่ี ดน้ อ้ มกายใจเขา้ มาประพฤติ
ปฏิบิ ตั ธิ รรมะในพระพทุ ธศาสนา ธรรมะนี้ ยงั ดา� รงคงอยดู่ ว้ ยดตี ลอดมาถงึ ทกุ วนั น้ี นบั วา่
เปน็ บญุ ราศอี นั ดงี ามตอ่ ผทู้ ไี่ ดเ้ ขา้ มาประพฤตปิ ฏิบิ ตธิ รรมะทพี่ ระพทุ ธองคท์ รงสงั่ สอนไว้
ตามนยั แหง่ พระสตู ร พระวนิ ยั และพระอภธิ รรมปฎิ ก
ฉัะนนั้ จะขอหยบิ ยกธรรมะขององคส์ มเดจ็ พระสมั มาสมั พทุ ธเจา้ ขน้ึ มาแสดง
ชแี้ จง เปน็ ลา� ดบั สบื ไป ดงั มใี จความตามพระบาลที ย่ี กเปน็ อทุ เทศบทวา่

สมมฺ า อรห� สมมฺ า อรห� สมมฺ า อรห� ฯ
ซึ่งึ่ แปลเปน็ ใจความตามภาษาไทยวา่ สาวกผเู้ ปน็ พระอรหนั ตโ์ ดยชอบ สาวกผเู้ ปน็
พระอรหนั ตโ์ ดยชอบ สาวกผเู้ ปน็ พระอรหนั ตโ์ ดยชอบ ดงั น้ี ฯ
ทา่ นพทุ ธศาสนกิ ชนทง้ั หลาย วนั นท้ี ว่ี ดั ปากนา�้ ภาษเี จรญิ แหง่ น้ี ไดจ้ ดั ใหม้ กี ารบา� เพญ็
กศุ ลในคลา้ ยวนั มรณภาพ ของพระเดชพระคณุ พระมงคลเทพมนุ ี (หลวงพอ่ สด จนทฺ สโร)
ซึ่งึ่ ไดม้ รณภาพในวนั ที่ ๓ กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. ๒๕๐๒ เวลา ๑๕.๐๕ น. ตงั้ แตท่ ห่ี ลวงพอ่ ได้
มรณภาพมานน้ั ศษิ ยานศุ ษิ ยข์ องวดั ปากนา�้ ซึ่งึ่ มเี จา้ อาวาสวดั ปากนา�้ เปน็ ประธาน ตง้ั แต่
พ.ศ. ๒๕๐๒ จนกระทง่ั ถงึ ปจั จบุ นั นี้ กเ็ ปน็ เวลา ๕๓ ปี และปปี จั จบุ นั น้ี พ.ศ. ๒๕๕๕
คณะศษิ ยานศุ ษิ ยก์ ไ็ ดป้ ฏิบิ ตั ใิ นการบา� เพญ็ กศุ ลเหมอื นทเี่ คยปฏิบิ ตั มิ า มที า่ นเจา้ ประคณุ
สมเดจ็ พระมหารชั มงั คลาจารย์ เปน็ ลกู ศษิ ยเ์ อกของหลวงพอ่ ทม่ี รณภาพไปเปน็ ประธาน

232

ุว ม ค

พรอ้ มดว้ ยคณะศษิ ยานศุ ษิ ย์ ไวยาวจั กร และญาตโิ ยมทงั้ หลายทเ่ี ปน็ ลกู ศษิ ยข์ องหลวงพอ่
วดั ปากนา้� ไดม้ ารว่ มกนั บา� เพญ็ กศุ ลในครง้ั นี้ โดยยดึ เอาความกตญั ญกู ตเวทเี ปน็ หลกั เปน็ ทต่ี งั้
ตามทพ่ี ระพทุ ธเจา้ ตรสั ไวว้ า่ บคุ คลทหี่ าไดอ้ ยากมอี ยู่ ๒นน่ั กค็ อื บพุ พการชี นและกตญั ญกู ตเวที
บุคคล ในที่น้ีเราก็ยกพระเดชพระคุณ ท่านเจ้าคุณพระมงคลเทพมุนี เป็นบุพพการีชน
ของบรรดาเราท้ังหลาย และเราทั้งหลายที่อยู่ในสมาคมนี้ มีท่าน เจ้าประคุณสมเด็จ
พระมหารชั มงั คลาจารย์ เปน็ ประธาน ในฐานะเปน็ กตญั ญกตเวทบี คุ คล เมอื่ ทงั้ สองประการ
มาประจบคบกนั นน้ั การบา� เพญ็ กศุ ลกเ็ ปน็ ไป ตามทเ่ี ราทา่ นทง้ั หลายไดต้ งั้ ใจปฏิบิ ตั ิ และได้
ตง้ั ใจทา� การจดั บา� เพญ็ กศุ ลนน้ั กจ็ ดั ใหม้ ถี วายภตั ตาหาร มพี ระสงฆ์ม์ าเจรญิ มนต์ จา� นวน
๑๕ รปู จดั ถวายภตั ตาหารซึ่ง่ึ เปน็ บญุ สว่ นหนงึ่ ตง้ั ใจอทุ ศิ ถวายพระเดชพระคณุ ทา่ นเจา้ คณุ
พระมงคลเทพมนุ ี และในเวลา ๑๔.๐๐ น. จดั ใหม้ กี ารแสดงพระธรรมเทศนา ๑ กณั ฑ์์

การแสดงพระธรรมเทศนานน้ั เพอื่ เปน็ การเผยแผธ่ รรมะ ไดน้ มิ นต์ พระธรรม
ปริยัติเวที เจ้าคณะภาค ๑๕ มาเป็นองค์แสดงธรรม ต้ังแต่ได้รับฎีกา อาตมภาพก็ได้
พจิ ารณาวา่ มาเทศนท์ ว่ี ดั ปากนา้� น้ี กถ็ อื วา่ เปน็ สถานทเี่ ทศนอ์ นั สดุ ยอดสถานทหี่ นง่ึ เมอ่ื เรา
ไดส้ ถานทส่ี ดุ ยอดแลว้ และในการแสดงธรรมนน้ั ควรจะเอาธรรมะอะไรทส่ี ดุ ยอด เอามาแสดง
ใหบ้ รรดาญาตโิ ยมทงั้ หลาย ทวี่ ดั ปากนา�้ น้ี มหี ลวงพอ่ สดซึ่ง่ึ เปน็ ทเ่ี คารพนบั ถอื ของพวกเรา
นน้ั ถา้ จะเรยี กวา่ เปน็ ตน้ แบบหรอื ใหแ้ บบการปฏิบิ ตั ธิ รรมในรปู แบบของสมั มาอะระหงั ไว้

ปจั จบุ นั นี้ สา� นกั ปฏิบิ ตั ธิ รรมทว่ั ประเทศมเี ปน็ พนั ๆ สา� นกั แลว้ กผ็ ทู้ ไี่ ดม้ ารว่ มกนั
ปฏิบิ ตั นิ นั้ กไ็ ดส้ รปุ หลกั ปฏิบิ ตั ทิ เี่ รยี กกนั วา่ กมั มฏั ิฐาน แบง่ ออกเปน็ ๕ สาย ใน ๕ สายนนั้
มดี งั น้ี

สายที่ ๑ สาย “พทุ โธ” ซึ่ง่ึ มหี ลวงปมู่ น่ั เปน็ ตน้ แบบ ใหก้ ารสง่ั สอนมศี ษิ ยานศุ ษิ ย์
มากมาย

สายที่ ๒ สาย “อานาปานสั สต”ิ กม็ หี ลวงพอ่ พทุ ธทาสเปน็ เจา้ ของตน้ สาย แลว้ กม็ ี
ผปู้ ฏิบิ ตั มิ ศี ษิ ยานศุ ษิ ยเ์ ปน็ จา� นวนมาก

สายที่ ๓ สาย “สมั มา อะระหงั ” เปน็ ของหลวงพอ่ สดวดั ปากนา�้ กค็ อื พระเดช
พระคณุ พระมงคลเทพมนุ ี เปน็ ผใู้ หก้ ารอบรมและสงั่ สอน เรยี กวา่ เปน็ เจา้ ของสาย

สายท่ี ๔ สาย “รปู -นาม” รปู -นาม ตน้ ตา� รบั กอ็ ยวู่ ดั มหาธาตุ รปู -นาม หนอ
นง่ั หนอ ยนื หนอ พองหนอ ยบุ หนอ ทเี่ ราไดเ้ คยใหฟ้ งั กนั เปน็ หลกั ปฏิบิ ตั เิ รยี กวา่ กรรมฐาน

233

พระเดชพระคณุ พระพรหมเวที

สายที่ ๕ สาย “รปู -นาม” ไมม่ หี นอ ตน้ แบบไปจากวดั ระฆ์งั โฆ์สติ ารามกรงุ เทพ
กา� หนดรปู -นามเอามารวมแลว้ กค็ อื ไดก้ มั มฏั ิฐานของสายปฏิบิ ตั ิ ๕ สายดว้ ยกนั แตอ่ าตมา
ผเู้ ทศนก์ ม็ าคา� นวณเรยี กวา่ วเิ คราะห์ ในบรรดา ๕ สายน้ี ทด่ี งั ทส่ี ดุ กค็ อื สมั มาอะระหงั
ไปทว่ั โลก ไปทปี่ ระเทศไหนกม็ หี ลวงพอ่ สดวดั ปากนา�้ เจา้ ของกรรมฐาน สมั มาอะระหงั
ญาตโิ ยมทง้ั หลายทเี่ ขา้ วดั ปากนา้� กป็ ฏิบิ ตั สิ มั มาอะระหงั ญาตโิ ยมทไี่ ปวดั พระธรรมกาย
จงั หวดั ปทมุ ธานี กไ็ ปปฏิบิ ตั สิ มั มาอะระหงั ญาตโิ ยมสว่ นหนงึ่ ไปปฏิบิ ตั ทิ วี่ ดั หลวงพอ่ สด
ธรรมกายาราม ก็ปฏิิบัติสัมมาอะระหัง ญาติโยมอีกส่วนหน่ึงไปปฏิิบัติที่ส�านักปฏิิบัติ
ธรรมสวนแก้ว อ�าเภอจอมบึง ก็มีญาติโยมไปปฏิิบัติกันมาก ก็ปฏิิบัติสัมมาอะระหัง
และอาตมภาพกไ็ ดส้ มั ผสั ทกุ สา� นกั วา่ สมั มาอะระหงั ทพ่ี ระเดชพระคณุ พระมงคลเทพมนุ ี
ได้ให้ค�าสั่งสอน ให้หลักปฏิิบัติไว้น้ันเผยแผ่ไปทั่วโลก ไปต่างประเทศก็พบ ไปท่ีญ่ีปุ่น
ก็มีวัดปากน�้าญี่ปุ่น สัมมาอะระหัง ไปท่ีอินเดียพระวัดปากน้�าอินเดีย สัมมาอะระหัง
ไปประเทศใดกต็ ามถา้ มวี ดั ปากนา้� กจ็ ะตอ้ งมี สมั มาอะระหงั ไปทนี่ น่ั นแ้ี สดงใหเ้ หน็ วา่ กรรม
ฐานสมั มาอะระหงั ทญี่ าตโิ ยมไดป้ ฏิบิ ตั นิ น้ั มคี วามสา� คญั

จรงิ ๆ แลว้ นี้ ธรรมะทง้ั หมด ขอ้ ปฏิบิ ตั ทิ งั้ หมด เปน็ ของพระพทุ ธเจา้ หลวงพอ่
มงคลเทพมนุ กี เ็ ปน็ ลกู พระพทุ ธเจา้ หลวงพอ่ สมเดจ็ พระมหารชั มงั คลาจารย์ กเ็ ปน็ ลกู ของ
พระพทุ ธเจา้ อาตมากเ็ ปน็ ลกู ของพระพทุ ธเจา้ ญาตโิ ยมทงั้ หลายกเ็ ปน็ ลกู ของพระพทุ ธเจา้
พระพทุ ธเจา้ ใหธ้ รรมะไว้๘๔,๐๐๐พระธรรมขนั ธ์ พวกเราไดน้ า� มาปฏิบิ ตั กิ นั แตท่ จ่ี ะใหช้ ดั เจน
เราจะตอ้ งมคี รมู อี าจารย์ เราทง้ั หลายกป็ ฏิบิ ตั ติ ามครตู ามอาจารย์ ครบู าอาจารยข์ องเราได้
สง่ั สอนอยา่ งไรเรากป็ ฏิบิ ตั ติ าม ในทน่ี กี้ ม็ วี ดั ปากนา�้ พระเดชพระคณุ พระมงคลเทพมนุ ี
ไดส้ อนหลกั ปฏิบิ ตั สิ มั มาอะระหงั เรยี กกนั วา่ วชิ ชาธรรมกาย ญาตโิ ยม วชิ ชาธรรมกายน้ี
เปน็ วชิ าของพระพทุ ธเจา้ คา� วา่ ธรรมกายแปลวา่ ธรรมะทม่ี อี ยใู่ นรา่ งกาย หรอื ธรรมะทมี่ อี ยู่
ในกายของเราเรยี กวา่ ธรรมกาย ทา่ นทง้ั หลายทมี่ าปฏิบิ ตั กิ ป็ ฏิบิ ตั ธิ รรมะทม่ี อี ยใู่ นกายของเรา
มีอยู่ด้วยกันทุกคน แต่ถ้าเราไม่ปฏิิบัติ ธรรมกายในตัวเรามันก็ไม่ผุดข้ึน ไม่เกิดข้ึน
เราตอ้ งมาปฏิบิ ตั ิ ธรรมกายในตวั เราจงึ จะผดุ ขนึ้ เกดิ ขน้ึ อปุ มาเหมอื นกบั ไฟทม่ี อี ยใู่ นไมไ้ ผ่
แหง้ ๆ โยมวา่ ไมไ้ ผแ่ หง้ มไี ฟไหม ทกุ คนกจ็ ะตอ้ งตอบวา่ มี แลว้ เราจะทา� ยงั ไงใหไ้ ฟในไมไ้ ผ่
เกิดข้ึน เราก็จะต้องเอาไม้ไฝ่ ๒ อันมาสีกัน สีเบ้ืองต้นก็จะเกิดความร้อน ลักษณะ
ใหเ้ หน็ ชดั เลยวา่ นน้ั คอื ไฟ ความรอ้ นคอื ไฟ แตถ่ า้ เรานา� มาสกี นั มากเขา้ ๆ มาก ๆ เขา้ นานเขา้
มันก็จะปรากฏิเป็นแสงไฟเอามาใช้ได้ เอามาหุงต้มได้ ถามว่าไฟอยู่ท่ีไหน? อยู่ในไม้ไผ่

234

วุ ม ค

ถา้ เราไมท่ า� เอามาสกี นั ไฟมนั กไ็ มเ่ กดิ ขน้ึ ฉันั ใด ในตวั ของเรานม้ี ธี รรมกายอยู่ แตถ่ า้ เรา
ไมป่ ฏิบิ ตั ิ ธรรมกายมนั กไ็ มเ่ กดิ เราปฏิบิ ตั เิ รากจ็ งึ เขา้ ถงึ ธรรมกาย ถามวา่ ธรรมกาย ในท่ี
นคี้ อื อะไร ?

ท่านทั้งหลาย กว่าจะเข้าถึงธรรมกายได้น้ี เขาก็มีเป็นขั้นเป็นตอน ธรรมกาย
ขน้ั สดุ ทา้ ยคอื โลกตุ ตรธรรม โลกตุ ตรธรรมในทน่ี ก้ี ค็ อื มรรค ๔ ผล ๔ นพิ พาน ๑ นนั่ คอื
สดุ ยอดของธรรมกาย ซึ่งึ่ มอี ยใู่ นตวั เรา เราตอ้ งปฏิบิ ตั จิ งึ จะเกดิ แตถ่ า้ เราปฏิบิ ตั ยิ งั ไมถ่ งึ
เขากม็ ผี า่ นเปน็ ขน้ั เปน็ ตอน ปฏิบิ ตั เิ ปน็ ขน้ั เปน็ ตอนอยา่ งไร เมอื่ เราปฏิบิ ตั ติ ามขนั้ ตอนแลว้
อนั ดบั แรกทา่ นบอกวา่ จะรเู้ หน็ มี ๔ ประการ กค็ อื เหน็ จา� คดิ รู้ เปน็ แกว้ สารพดั นกึ ขนึ้ มา
แลว้ เหน็ นกึ ขนึ้ มาแลว้ จา� นกึ ขนึ้ มาแลว้ คดิ นกึ ขน้ึ มาแลว้ รู้ เหน็ จา� คดิ รนู้ เ้ี รยี กกนั วา่ เรากา� ลงั
จะปฏิบิ ตั วิ ชิ าธรรมกายอยตู่ รงนี้ ถา้ เรายงั ไมถ่ งึ โลกตุ ตระ เรากจ็ ะผา่ น ทา่ นบอกวา่ จะผา่ น
กายมนษุ ยห์ ยาบ จะเหน็ กายมนษุ ยห์ ยาบ จากหยาบกจ็ ะเหน็ กายมนษุ ยล์ ะเอยี ด จากนน้ั
ไปกจ็ ะเหน็ กายเทวดาหยาบ และกจ็ ะเหน็ กายเทวดาละเอยี ด จากนน้ั กจ็ ะเหน็ กายพระพรหม
หยาบ กายพระพรหมละเอยี ด ตอ่ จากนน้ั ไปจงึ ถงึ สงู สดุ กค็ อื โลกตุ ตระ นคี้ อื ธรรมกาย

เมอื่ เราทราบธรรมกายแลว้ แลว้ อะไรจะทา� ใหถ้ งึ ธรรมกายได้ พระเดชพระคณุ
พระมงคลเทพมนุ ี กส็ อน กอ่ นจะสอน พระเดชพระคณุ กป็ ฏิบิ ตั กิ อ่ น ปฏิบิ ตั ใิ นทนี่ แี้ ปลวา่ เขา้
ถงึ หรอื จะแปลวา่ บรรลกุ ไ็ ด้ แปลวา่ เขา้ ถงึ ธรรมกาย เมอ่ื พระเดชพระคณุ เขา้ ถงึ ธรรมกาย
กเ็ อาวชิ ชาธรรมกายมาสอนมศี ษิ ยานศุ ษิ ยม์ ากมายทม่ี าเรยี นวชิ าธรรมกาย และกเ็ ขา้ ถงึ
ธรรมกายกนั โดยลา� ดบั อะไรทจ่ี ะทา� ใหเ้ ขา้ ถงึ ธรรมกาย นน่ั กค็ อื สมั มาอะระหงั

สัมมาอะระหัง อุปมาก็เหมือนกับเป็นทางเดินเข้าไปสู่วิชาธรรมธรรมกาย
โยมอยา่ ลมื วา่ ธรรมกายมอี ยใู่ นตวั เรา ธรรมะในกาย สว่ น สมั มาอะระหงั เปน็ หนทาง
ที่จะเดินเข้าไป หลวงพ่อสอนวิชชาธรรมกายท่ีจะเข้าถึงธรรมกาย ต้องผ่านจุด ๗ จุด
ด้วยกัน ญาติโยมก็ได้ศึกษาเล่าเรียนตามวิชาของหลวงพ่อ อาตมาก็จะกล่าวตามวิชา
ของหลวงพอ่ เรม่ิ ตงั้ แตท่ จ่ี มกู หญงิ ซึ่า้ ย ชายขวา กา� หนดใหม้ ดี วงแกว้ ขน้ึ ทจ่ี มกู หญงิ ซึ่า้ ย
ชายขวา กา� หนดไดแ้ ลว้ กต็ อ้ งสมั มาอะระหงั ๆ ตอ้ งภาวนาตลอด ถามวา่ สมั มาอะระหงั
ทา� ไม? ตอบวา่ เพอ่ื จะเขา้ ถงึ ธรรมกาย ถา้ ไมส่ มั มาอะระหงั เขา้ ไมถ่ งึ ธรรมกาย

จดุ ท่ี ๒ ขนึ้ ไปกอ็ ยทู่ ข่ี อบตา หญงิ ซึ่า้ ย ชายขวา และกต็ อ้ งสมั มาอะระหงั ๆ จดุ ท่ี
๓ ขน้ึ ไปทก่ี ระหมอ่ ม ขน้ึ ไปตรงนน้ั แลว้ กภ็ าวนา สมั มาอะระหงั ๆ แลว้ กม็ าลงทเี่ พดาน

235

พระเดชพระคณุ พระพรหมเวที

จดุ ท่ี ๔ แลว้ กต็ อ้ งสมั มาอะระหงั ๆ ตลอดเรอ่ื ย ๆ ถามวา่ สมั มาอะระหงั ทา� ไม? เพอ่ื จะเขา้ ถงึ
ธรรมกาย แลว้ กล็ งมาทคี่ อตรงลกู กะเดอื ก แลว้ กต็ อ้ งสมั มาอะระหงั ๆ ทโ่ี ยมปฏิบิ ตั กิ นั อยทู่ นี่ ่ี
แลว้ กไ็ ปฐานท่ี ๖ ไปทส่ี ะดอื จดุ ศนู ยก์ ลางอยตู่ รงนนั้ แลว้ กต็ อ้ งสมั มาอะระหงั ๆ เสรจ็ แลว้
กเ็ หนอื สะดอื ขน้ึ มา ๒ นว้ิ ดวงแกว้ ขนึ้ มาดว้ ยแลว้ กต็ อ้ งสมั มาอะระหงั ๆ สมั มาอะระหงั ๆ
ตลอดไป ปฏิบิ ตั อิ ยตู่ ลอดเรยี กวา่ วชิ ชาธรรมกาย คา� วา่ วชิ ากม็ อี ยู่ ๒ คา� วชิ ชา ทมี่ ตี วั ชอชา้ ง
๒ ตวั ทา่ นบอกวา่ ความรทู้ เี่ กดิ ขน้ึ จากการปฏิบิ ตั ิ เชน่ โยมปฏิบิ ตั สิ มั มาอะระหงั ๆ เรยี กวา่
ปฏิบิ ตั ิ นคี่ อื วชิ ชาทเ่ี กดิ ขน้ึ จากการปฏิบิ ตั ิ สว่ นวชิ าทม่ี ี ชอชา้ ง ตวั เดยี ว กแ็ ปลวา่ ความรู้
เหมอื นกนั แตค่ วามรตู้ รงนท้ี า่ นบอกวา่ ความรทู้ เี่ กดิ ขน้ึ จากการศกึ ษาเลา่ เรยี น แสดงใหเ้ หน็
วา่ โยมตอ้ งผา่ นวชิ าทงั้ ๒ ขน้ั ตอน อนั ดบั แรกกผ็ า่ นวชิ าทศ่ี กึ ษาเลา่ เรยี นจากครบู าอาจารย์
กอ่ น หรอื ผา่ นจากการสอนของหลวงพอ่ กอ่ น เมอื่ ผา่ นจากการสอนของหลวงพอ่ แลว้ โยม
กน็ า� มาปฏิบิ ตั ิการปฏิบิ ตั แิ ลว้ ไดว้ ชิ าความรขู้ น้ึ มาเรยี กวา่ ไดจ้ ากการปฏิบิ ตั เิ ปน็ ขนั้ เปน็ ตอนดงั
ทไ่ี ดก้ ลา่ วทง้ั ๗ จดุ นค้ี อื หลกั ปฏิบิ ตั ใิ นเรอ่ื งของวชิ ชาธรรมกาย

เมอื่ เราทงั้ หลายไดม้ าปฏิบิ ตั อิ ยา่ งนแ้ี ลว้ ธรรมะกจ็ ะเกดิ ขนึ้ ธรรมะทเ่ี ราปฏิบิ ตั นิ ี้
เรยี กวา่ วชิ ชาธรรมกาย หลกั ปฏิบิ ตั นิ มี้ ธี รรมะทปี่ ระกอบตามหลกั ทอี่ ยใู่ นมหาสตปิ ฏั ิฐาน
สตู รวา่

“กาเย กายานปุ สั สี วหิ ะระต,ิ อาตาปี สมั ปะชาโน สะตมิ า, วเิ นยยะ โลเก อภชิ ฌา โท
มะนสั สงั ” โยมภาวนาวา่ สมั มาอะระหงั ๆ ตลอดไป จะมธี รรมะ ๓ ประการนค้ี วบคอู่ ยตู่ ลอด
นนั่ กค็ อื อาตาปี แปลวา่ ความเพยี ร เหมอื นกบั ทอ่ี าตมาอปุ มาเหมอื นกบั โยมเอาไมไ้ ผ่ ๒ อนั
มาสีกัน ต้องใช้ความเพียรมาก ถ้าไม่มีความเพียรไม่ส�าเร็จ มีความเพียรแล้วยังมี
สัมปชาโน คือมีความรู้ตัวควบคู่กันไป ถ้าไม่มีสัมปชาโนก็ไม่ส�าเร็จ แล้วก็ต้องมีสติมา
คือมีสติอยู่ตลอด การปฏิิบัติสัมมาอะระหังน้ี ต้องมีสติอยู่ตลอด ถ้าไม่มีสติอยู่ตลอด
กไ็ มส่ า� เรจ็ เชน่ เดยี วกนั เมอ่ื ปฏิบิ ตั อิ ยอู่ ยา่ งนี้ พระพทุ ธเจา้ ตรวั ไวว้ า่ วเิ นยยะ โลเก อภชิ ฌา
โทมะนสั สงั ปฏิบิ ตั อิ ยไู่ ดอ้ ยา่ งนน้ั ทา่ นบอกวา่ พงึ กา� จดั อภชิ ฌาและโทมนสั กค็ อื ความโลภ
และความโกรธใหส้ นิ้ ไป ความโลภและความโกรธในโลกนใี้ หส้ น้ิ ไป

ค�าว่า “โลเก” ในโลกนี้ ให้โยมทั้งหลายได้ทราบว่า หมายถึงตัวเรา โลกคือ
ตวั เรา โลกคอื หมสู่ ตั วเ์ พราะฉัะนน้ั การปฏิบิ ตั ธิ รรมโยมอยา่ ไปนกึ ทอี่ น่ื ตอ้ งนกึ อยทู่ ตี่ วั เรา
วา่ ธรรมกายอยใู่ นตวั เรา การปฏิบิ ตั กิ ต็ อ้ งอยใู่ นตวั เรา ตวั เราเองตอ้ งปฏิบิ ตั ิ แตก่ อ่ นจะปฏิบิ ตั ิ

236

ุว ม ค

ไดก้ ต็ อ้ งไดร้ บั คา� สอนจากครบู าอาจารย์ ในทน่ี เ้ี รามพี ระเดชพระคณุ พระมงคลเทพมนุ ี
เปน็ อาจารยส์ อน แลว้ กป็ ฏิบิ ตั ไิ ปทว่ั โลก

วชิ าธรรมกายน้ี กลา่ วอกี อยา่ งหนงึ่ เหมอื นวา่ แกว้ สารพดั นกึ หรอื วา่ เปน็ วชิ าสมบตั ิ
ของพระเจา้ จกั รพรรดิ พระเจา้ จกั รพรรดนิ เี้ ปน็ ผทู้ คี่ รอบครองโลก เรากจ็ ะเหน็ ไดว้ า่ สมั มา
อะระหงั จะครอบครองโลกได้ คนจะปฏิบิ ตั กิ นั ทวั่ โลกเพราะสมั มาอะระหงั

ญาตโิ ยมทง้ั หลาย หลวงพอ่ ทา่ นไดใ้ หค้ า� สอน สมั มาอะระหงั ไว้ เหมอื นกบั วา่
หลวงพ่ออาตมาสมมติว่า ให้ท่านเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ พระเจ้าจักรพรรดิก็จะต้อง
มสี มบตั ทิ สี่ า� คญั ๗ ประการ คอื มจี กั รแกว้ มชี า้ งแกว้ มมี า้ แกว้ มแี กว้ มณี มนี างแกว้
มขี นุ คลงั แกว้ มขี นุ พลแกว้ ทงั้ หมด ๗ ประการ หลวงพอ่ ทา่ นมคี รบในสมบตั ขิ องพระเจา้
จกั รพรรดิ ๗ ประการ แลว้ ทา่ นกม็ รณภาพไป เมอื่ วนั ท่ี ๓ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๐๒ กไ็ ดท้ งิ้ สมบตั ิ
จกั รพรรดไิ วใ้ หม้ พี ระเจา้ จกั รพรรดติ อ่ จกั รพรรดใิ นทนี่ ้ี กข็ อสมมตทิ า่ นเจา้ ประคณุ สมเดจ็
พระมหารชั มงั คลาจารย์ เปน็ พระเจา้ จกั รพรรดยิ งิ่ ใหญไ่ ปทวั่ โลก แลว้ กม็ สี มบตั จิ กั รพรรดิ
๗ ประการ อา� นวยความสะดวกกบั ทา่ นเจา้ ประคณุ สมเดจ็ ฯ

อนั ดบั แรก มจี กั รแกว้ จกั รแกว้ ในทนี่ ก้ี ค็ อื อา� นาจ จกั รคอื อา� นาจ พระเจา้ จกั รพรรดิ
ทา่ นมอี า� นาจปกครองทวั่ โลก มจี กั รแกว้ ปกครองทวั่ โลก

หลวงพอ่ ทา่ นกม็ อี า� นาจ มจี กั รอยใู่ นมอื ปกครองทว่ั โลก จกั รคอื อา� นาจ อา� นาจ
อันดับ แรกเป็นเจ้าอาวาสวัดปากน้�า มีอ�านาจเต็มวัด อ�านาจท่ี ๒ เป็นเจ้าคณะใหญ่
หนเหนอื มอี า� นาจเตม็ หนเหนอื อา� นาจท่ี ๓ เปน็ แมก่ องบาลสี นามหลวง มอี า� นาจทว่ั ประเทศ
อา� นาจ ท่ี ๔ เปน็ กรรมการมหาเถรสมาคม สง่ั งานพระสงฆ์์ไดท้ วั่ ประเทศ นี่คอื อา� นาจ
สิ่งเหล่าน้ี เปน็ จักรแก้วอยู่ในอ�านาจของท่านเจ้าประคณุ สมเดจ็ ฯ

อนั ดบั ท่ี๒กม็ ชี า้ งแกว้ เปน็ พาหนะของพระเจา้ จกั รพรรดิ ปจั จบุ นั น้ี ทา่ นเจา้ ประคณุ
สมเดจ็ ฯ จะไปไหน มชี า้ งแกว้ นา� หนา้ กค็ อื รถยนตอ์ ยา่ งดี แลว้ กย็ งั มสี ารถนี า� หนา้ กค็ อื
รถทางหลวง มตี า� รวจอา� นวยความสะดวกให้ ไปเรว็ กลบั เรว็ สะดวกสบาย นลี่ กั ษณะของ
ชา้ งแกว้ ซึ่งึ่ เปน็ พาหนะของพระเจา้ จกั รพรรดิ

237

พระเดชพระคณุ พระพรหมเวที

อนั ดบั ท่ี ๓ กค็ อื มา้ แกว้ มา้ แกว้ นยี้ ง่ิ เรว็ กวา่ ชา้ ง พระเดชพระคณุ ฯ จะไปประเทศ
ญปี่ นุ่ กต็ าม จะไปประเทศอเมรกิ ากต็ าม ไปประเทศอนิ เดยี กต็ าม ไปโดยมา้ แกว้ อยใู่ นมอื
ทา่ นเจา้ ประคณุ สมเดจ็ ฯ ไปสะดวกมาสะดวก เรยี กวา่ เครอื่ งอา� นวยความสะดวก สมบตั ิ
ของพระเจา้ จกั รพรรดิ

อนั ดบั ท่ี ๔ กค็ อื แกว้ มณี ทวี่ ดั ปากนา�้ น้ี หลวงพอ่ ทา่ นใหป้ ฏิบิ ตั มิ ดี วงแกว้ ดวงแกว้
นั้นก็คือแก้วสารพัดนึก ท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯ จะนึกอะไรส�าเร็จหมด นึกเป็นอะไร
สา� เรจ็ หมด นกึ เจดยี ส์ รา้ งเจดยี ส์ า� เรจ็ นกึ จะสรา้ งอะไรกส็ า� เรจ็ หมด นเ่ี ขาเรยี กวา่ มแี กว้
สารพดั นกึ อยเู่ ปน็ สมบตั จิ กั รพรรดิ

อันดับท่ี ๕ นางแก้ว ญาติโยมท้ังหลาย รู้ตัวหรือเปล่าว่า โยมเป็นนางแก้ว
เปน็ บรวิ ารเปน็ ผรู้ บั ใชข้ องพระเจา้ จกั รพรรดิ ถามวา่ โยมมาทวี่ ดั วนั นม้ี าทา� อะไรกนั กม็ ารบั ใช้
ทา่ นเจา้ ประคณุ สมเดจ็ ฯ ทา่ นเปน็ พระเจา้ จกั รพรรดิ เราเปน็ นางแกว้ ตอ้ งเปน็ ผรู้ บั ใชอ้ า� นวย
ความสะดวก ใหโ้ ยมมคี วามรวู้ า่ โยมเปน็ นางแกว้

อนั ดบั ท่ี ๖ สา� คญั กค็ อื ขนุ คลงั แกว้ คณุ ดา� เกงิ ไวยาวจั กรวดั มหี นา้ ทดี่ แู ลสมบตั ิ
ของวดั ปากนา้� ถา้ ทรพั ยไ์ มเ่ กดิ คณุ ดา� เกงิ เปน็ ขนุ คลงั แกว้ สามารถหาทรพั ยใ์ หว้ ดั ปากนา�้ ได้
แล้วทา่ นทงั้ หลายท่เี ปน็ ผชู้ ายทั้งหมด ที่เอาปัจจยั มาถวายท�าบุญ หรือถวายแดห่ ลวงพอ่
สมเดจ็ ฯ กใ็ หน้ กึ วา่ เราเปน็ ขนุ คลงั แกว้ ขนุ คลงั ไมม่ จี น นเี้ รยี กวา่ เปน็ บรวิ ารของหลวงพอ่

อันดับที่ ๗ ขุนพลแก้ว ในท่ีน้ีต้องอปโลกน์ หลวงพ่อเคยเป็นขุนพลแก้วของ
หลวงพอ่ มงคลเทพมนุ ี บดั นี้ หลวงพอ่ มงคลเทพมนุ มี รณภาพแลว้ หลวงพอ่ สมเดจ็ ฯ กลายเปน็
พระเจา้ จกั รพรรดิ มขี นุ พลแกว้ ขนุ พลแกว้ นที้ า่ นกลา่ ววา่ เปน็ ลกู ของพระเจา้ จกั รพรรดิ
พระเจา้ จกั รพรรดจิ ะมลี กู พนั คน แตห่ ลวงพอ่ ทา่ นเจา้ ประคณุ สมเดจ็ ฯ นมี้ มี ากเกนิ เปน็ หมน่ื
เป็นแสนลูกของหลวงพ่อ แต่ในบรรดาลูกพันคนเหล่านั้นหนา ลูกคนโตนี้เฉัียบขาด
สามารถเปน็ มอื แทนพระเจา้ จกั รพรรดไิ ด้ ทา่ นทง้ั หลายดทู วี่ ดั ปากนา้� นี้ พระเดชพระคณุ
พระวสิ ทุ ธวิ งศาจารย์ นก่ี เ็ ปน็ ขนุ พลของวดั ปากนา้� ทา่ นเจา้ คณุ ฯ พระพรหมโมลี กเ็ ปน็
ขุนพลของวัดปากน�้า และก็พระเถระที่วัดปากน�้าอีกนับไม่ถ้วน เป็นพระราชาคณะ
ชนั้ ธรรม ชน้ั เทพ ชนั้ ราช ชนั้ สามญั เปน็ เปรยี ญธรรม ๙ ประโยค พระเถระเหลา่ นลี้ ว้ นแต่
เปน็ ขนุ พลแกว้ ทงั้ นนั้ ตายแทนพระเจา้ จกั รพรรดไิ ด้ ทา� งานแทนพระเจา้ จกั รพรรดไิ ด้

238

วุ ม ค

โดยเฉัพาะงานของบาลสี นามหลวง จะอยกู่ บั วดั ปากนา้� ไมต่ า�่ กวา่ ๓๐ ปหี รอื ๔๐ ปี
ตลอดไป เพราะมขี นุ พลแกว้ คอยปฏิบิ ตั งิ านใหต้ ลอด นก่ี ค็ อื เอามาเปรยี บเทยี บใหท้ า่ น
ทงั้ หลายไดท้ ราบวา่ เรามาทว่ี ดั ปากนา�้ เรามหี ลวงพอ่ เปน็ พระเจา้ จกั รพรรดิ แลว้ เรากจ็ ะ
เปน็ แกว้ มณดี วงใดดวงหนง่ึ ได้

หลวงพอ่ วดั ปากนา้� หลวงพอ่ สดหลวงพอ่ มงคลเทพมนุ ี ทา่ นใหค้ า� สอนสมั าอะระหงั
ซึ่งึ่ เปน็ สมบตั ขิ องพระเจา้ จกั รพรรดิ พระเดชพระคณุ ทา่ นเจา้ ประคณุ สมเดจ็ ฯ ไดใ้ หค้ า� สอน
ไวม้ ากมาย อาตมาจา� ไดข้ นึ้ ใจไว้ ๑ คา� สอน แลว้ นา� ไปปฏิบิ ตั ติ ลอด นนั่ กค็ อื คา� สอน “๓ ให”้
ทา่ นเจา้ ประคณุ ฯ จะไปใหโ้ อวาททใี่ ดกต็ าม จะฝาก ๓ ให้ ไวใ้ หพ้ ระสงฆ์์ เปน็ หลกั ปฏิบิ ตั ติ ลอด
และอาตมากน็ า� เอาไปถา่ ยทอดตลอด แลว้ กบ็ อกวา่ นเี้ ปน็ คา� สอนของทา่ นเจา้ คณุ สมเดจ็ ฯ
ใหเ้ ราทงั้ หลายนา� ไปปฏิบิ ตั ญิ าติ โยมมาทวี่ ดั ปากนา�้ กเ็ อา ๓ ใหข้ องหลวงพอ่ ไปปฏิบิ ตั ดิ ว้ ย

“ให”้ ทหี่ นง่ึ กค็ อื “ใหธ้ รรม” “ให”้ ทสี่ องกค็ อื “ใหท้ าง” “ให”้ ทส่ี ามกค็ อื “ใหว้ าง”
ถอื วา่ เปน็ สมบตั จิ กั รพรรดิ กเ็ อามาผสมผสานกบั สมั มาอะระหงั ของหลวงพอ่ พระมงคล-
เทพมุนี เอามาผสมผสานอย่างไร? ญาติโยมก็ปฏิิบัติสัมาอะระหังๆ นั้นคือให้ธรรม
ญาตโิ ยมไปรบั จากหลวงพอ่ แลว้ นน่ั คอื หลวงพอ่ ใหธ้ รรม สมั มาอะระหงั นนั่ คอื ใหธ้ รรม
แสดงวา่ สมบตั จิ กั รพรรดมิ าค่กู นั แลว้ สมั มาอะระหงั คือตวั ธรรม ญาตโิ ยมนา� ไปปฏิิบตั ิ
เรยี กวา่ ใหธ้ รรม เขา้ กบั ธรรมะของหลวงพอ่ สมเดจ็ ฯ ใหท้ ่ี ๒ คอื ใหท้ าง สมั มาอะระหงั
นั้นก็คือทาง ทางท่ีจะเดินไปสู่ธรรมกาย หรือไปถึงธรรมกาย ต้องสัมมาอะระหังๆ
ไดธ้ รรมมาแลว้ แลว้ กไ็ ดท้ างปฏิบิ ตั ิ

ใหท้ ่ี ๓ คอื “ใหว้ าง” อนั นสี้ า� คญั มากเลย วางอยา่ งไร ทา� อยา่ งไรจงึ จะวางได้
กป็ ฏิบิ ตั สิ มั มาอะระหงั นแ้ี หละวางได้ ทา่ นเจา้ ประคณุ ฯ บอกวา่ ใหว้ างความชวั่ สอนให้
วางความชวั่ ลดละเลกิ ในสงิ่ ทไี่ มด่ ี อาตามาไดน้ า� เอามากลา่ วในหลกั ปฏิบิ ตั สิ มั มาอะระหงั
วางในทนี่ ใี้ นทน่ี ค้ี อื วางโลภ วางโกรธ วางหลง กค็ อื ไมโ่ ลภ ไมโ่ กรธ ไมห่ ลง นนั่ เอง

เมอื่ ญาตโิ ยมปฏิบิ ตั ิ สมั มาอะระหงั ชอื่ วา่ วางความโลภ ความโกรธ ความหลง
โยมปฏิบิ ตั สิ มั มาอะระหงั ชอ่ื วา่ เอาธรรมมาปฏิบิ ตั ใิ หธ้ รรม โยมปฏิบิ ตั สิ มั มาอะระหงั ชอื่ วา่
ปฏิิบัติทางท่ีจะไปสู่ธรรมกาย เรียกว่าให้ทาง ญาติโยมปฏิิบัติ สัมมาอะระหัง ช่ือว่า
ใหว้ าง คอื วางโลภ วางโกรธ วางหลง โลภมนั อยากได้ ถา้ โยมวางโลภ วางโกรธ วางหลง

239

พระเดชพระคณุ พระพรหมเวที

เทา่ นน้ั มนั จะวางอะไรไดท้ กุ อยา่ งหมดเลย ซึ่งึ่ โยมแบกกนั ไวห้ นกั เหลอื เกนิ แตว่ า่ ถา้ วางโลภ
วางโกรธ วางหลงได้ มนั จะเบาบอกไมถ่ กู นก่ี ค็ อื ธรรมะของทา่ นเจา้ ประคณุ สมเดจ็ ฯ บวกกบั
ธรรมะของพระเดชพระคณุ พระมงคลเทพมนุ ี เอามาประสมประสานกนั เมอื่ วางโลภจะได้
อะไร?วางแลว้ ตอ้ งได้วางโลภจะไดล้ าภลาภกค็ อื สง่ิ ทเี่ ราไดจ้ ะเหน็ ไดว้ า่ ทว่ี ดั ปากนา้� นมี้ แี ตล่ าภ
เพม่ิ ขนึ้ จา� นวนเพม่ิ ขน้ึ เพราะอะไร เพราะพระเดชพระคณุ ฯ วางโลภกไ็ ดล้ าภ เตม็ หมด
เลย บางวนั ไมอ่ ยากลมื ตา หลบั ตาเพราะมลี าภเยอะเกนิ ตอ้ งหลบั ตาทม่ี พี ระปดิ ตานน้ั
เพราะมลี าภมาก วางโลภจะไดล้ าภ วางโกธรจะไดบ้ รวิ าร ญาตโิ ยมสงั เกตไดว้ า่ ถา้ ใคร
มคี วามโกรธโยมกจ็ ะไมเ่ ขา้ ใกล้ ญาตโิ ยมเขา้ มาหาหลวงพอ่ หลวงพอ่ ทา่ นไมโ่ กรธกม็ ากนั
มากมายเตม็ ไปหมด ถา้ ศาลาใหญก่ วา่ นกี้ น็ ง่ั กนั เตม็ ไปหมด เพราะหลวงพอ่ ทา่ นไมโ่ กรธ
จงึ ไดบ้ รวิ าร

ตรงนมี้ ขี อ้ คดิ นา� เอามาเลา่ สกั ๒ นาที เรอื่ งไมโ่ กรธ มพี ระรปู หนงึ่ ทา่ นชอื่ วา่
หลวงพอ่ ดี ทา่ นไมโ่ กรธ ใครไปถามอะไรจะบอกหลวงพอ่ วา่ ผมกอ็ ยวู่ ดั มานานแลว้ ผมอยาก
จะไปหาอาชพี ทา� มาคา้ ขายหลวงพอ่ วา่ ดไี หม? หลวงพอ่ ตอบวา่ ดจี า้ ลกู ศษิ ยก์ ด็ ใี จ หลวงพอ่
บอกวา่ ดจี า้ ลกู ศษิ ยก์ บ็ อกวา่ หลวงพอ่ ซึ่อ้ื รถน้ีผมตอ้ งเอาเงนิ สดไปจา่ ยเขานะ หลวงพอ่ บอกวา่
ดจี า้ หลวงพอ่ ทจี่ ะตอ้ งเอาเงนิ สดไปจา่ ยเงนิ ผมยงั ขาดอยอู่ กี หา้ แสนบาท ขอยมื หลวงพอ่
ไดไ้ หม ...... ไมด่ จี า้ หลวงพอ่ บอก ทา่ นไมโ่ กรธนะ วางโกรธจะไดบ้ รวิ าร

ประการที่ ๓ วางหลงจะไดค้ วามปลอดภยั โยมวางหลง วางหลงจะปลอดภยั ถา้ หลง
จะเปน็ ภยั สมมตวิ า่ โยมเดนิ หลงเขา้ ไปในปา่ กเ็ กดิ ความกลวั มากมาย แตถ่ า้ ไมห่ ลงกจ็ ะไมก่ ลวั
ฉัะนน้ั ความหลงทม่ี อี ยใู่ นใจเรานี้ เราตอ้ งวาง วางหลงไดแ้ ลว้ จะปลอดภยั ตลอด ไมม่ ภี ยั
ในทไ่ี หน ๆ เพราะคนวางความหลงไดก้ ถ็ งึ ความบรรลธุ รรมกาย

ฉัะน้ัน ให้ญาติโยมท้ังหลายท่ีมาท่ีวัดปากน�้า เป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อมงคล
เทพมุนี ซึ่่ึงเป็นต้นตระกูลของสัมมาอะระหัง วัดปากน้�าก็รักษาหลักปฏิิบัติน้ีเผยแผ่ไป
โดยตลอด

ปจั จบุ นั ทา่ นเจา้ ประคณุ สมเดจ็ พระมาหารชั มงั คลาจารย์ ซึ่ง่ึ ในฐานะเปน็ ลกู ศษิ ย์
ของหลวงพอ่ กไ็ ดด้ า� เนนิ การในการใหห้ ลกั ปฏิบิ ตั สิ มั มาอะระหงั ใหญ้ าตโิ ยมทง้ั หลายนา� ไป
ปฏิบิ ตั โิ ดยตลอด ญาตโิ ยม ถงึ โยมจะไมถ่ งึ ธรรมกายคอื โลกตุ รธรรม ปฏิบิ ตั แิ ลว้ ใหโ้ ยม
มีความรู้สึกว่าโยมมีสมบัติพระเจ้าจักรพรรดิอยู่ในตัว ถ้ามองไม่เห็นก็บริกรรมว่า

240

ุว ม ค

สมั มาอะระหงั สมั มาอะระหงั สมั มาอะระหงั สมั มาอะระหงั รอ้ ยครง้ั พนั ครง้ั สมั มา
อะระหงั ๆ บรกิ รรมเรอื่ ยไป นเ้ี รยี กวา่ สมบตั พิ ระเจา้ พระเจา้ จกั รพรรดิ ถา้ ญาตโิ ยมมสี มบตั ิ
พระเจา้ จกั รพรรดแิ ลว้ ปดิ ประตเู รอ่ื งจน สมบตั มิ นั จะเกดิ เอง ใหโ้ ยมนา� ไปปฏิบิ ตั ิ ถงึ จะไมถ่ งึ
ท่ีสุดแต่ว่าเข้าถึงกระแส มีกระแสเป็นพ้ืนฐาน ได้ปฏิิบัติสัมมาอะระหังไว้ เป็นกระแส
เปน็ พน้ื ฐานชอ่ื วา่ โยมไดม้ คี ณุ สมบตั หิ รอื วา่ สมบตั พิ ระเจา้ จกั รพรรดอิ ยใู่ นตวั ถา้ โยมสรา้ ง
บารมี บญุ บารมยี งิ่ ๆ ขน้ึ ไป โยมกจ็ ะถงึ ทสี่ ดุ

หลกั ปฏิบิ ตั ขิ องโยม โยมมหี ลกั ปฏิบิ ตั นิ นั่ กค็ อื ไตรสกิ ขา คอื ทาน ศลี ภาวนา
ไตรสิกขาของพระคือ ศีล สมาธิ ปัญญา อาศัยเพียงทานกับศีลโยมไปไม่ถึงธรรมกาย
แตว่ า่ เปน็ บาทฐานทา� ใหถ้ งึ ธรรมกายได้ โยมมที าน มศี ลี เปน็ บาทฐานแลว้ กเ็ จรญิ ภาวานา
เปน็ หลกั ปฏิบิ ตั ิ สมั มาอะระหงั สมั มาอะระหงั เรยี กวา่ ภาวนา เมอื่ โยมมที าน มศี ลี เปน็ บาท
และปฏิบิ ตั สิ มั มาอะระหงั เปน็ ภาวนา โยมกจ็ ะเขา้ ถงึ ธรรมกายได้ รธู้ รรมกายได้ สว่ นพระสงฆ์์
ทา่ นกม็ ศี ลี ศลี กไ็ มถ่ งึ ธรรมกาย ตอ้ งปฎบิ ตั ใิ หถ้ งึ สมาธิ ปญั ญา มศี ลี เปน็ บาทจงึ จะเขา้ ถงึ
ธรรมกาย ตามหลกั ทหี่ ลวงพอ่ พระมงคลเทพมนุ ไี ดส้ ง่ั สอนบรรดาเราทา่ นทง้ั หลายไว้

อาตมาไดน้ า� คา� บาลวี า่ สมั มาอะระหงั สมั มาอะระหงั สมั มาอะระหงั เปน็ ชอ่ื ที่
หลวงพอ่ มงคลเทพมนุ ี ทา่ นไดเ้ ขา้ ถงึ หรอื บรรลุ อาตมาจงึ แปลวา่ สมั มาอะระหงั นเ้ี ปน็ ของ
สาวก กห็ มายความวา่ หลวงพอ่ ทา่ นเปน็ พระอรหนั ตโ์ ดยชอบ สมั มาอะระหงั มอี ยทู่ นี่ ที่ เี่ ดยี ว
สว่ นในบทบชู าพระพทุ ธคณุ จะมคี า� วา่ อะระหงั สมั มาสมั พทุ โธ วชิ ชาจะระณะสมั ปนั โน
ฯลฯ นนั้ เปน็ ของพระพทุ ธเจา้ อะระหงั นนั้ เปน็ ของพระพทุ ธเจา้ หมายความวา่ พระพทุ ธเจา้
เปน็ พระอรหนั ต์ สมั มาสมั พทุ โธ พระพทุ ธเจา้ ตรสั รเู้ องโดยชอบ นนั้ ในบทพระพทุ ธคณุ

ฉัะนน้ั จงึ ใหท้ า่ นทง้ั หลายไดน้ า� ปฏิบิ ตั ิ เมอื่ ไดร้ วู้ า่ อะระหงั สมั มา นเ้ี ปน็ สง่ิ ทหี่ ลวง
พอ่ ไดเ้ ขา้ ถงึ หรอื บรรลมุ า เราไดน้ า� มาปฏิบิ ตั กิ เ็ พอื่ ทจี่ ะไดเ้ ปน็ สาวกพระพทุ ธเจา้ สบื ตอ่ ไป
เป็นการสร้างเสริมบารีให้เกิดข้ึน ถึงแม้ญาติโยมจะยังเข้าไม่ถึงแก่นแท้ทางธรรมกาย
แคเ่ พยี ง ไดป้ ฏิบิ ตั อิ ยา่ งจรงิ จงั กจ็ ะทา� ใหส้ ง่ิ ดี ๆ คลา้ ยกบั สมบตั ขิ องสมบตั พิ ระเจา้ จกั รพรรดิ
เกดิ ขน้ึ ไมว่ า่ จะเปน็ ลาภ ยศ ตา� แหนง่ สรรเสรญิ และความสขุ จะหลง่ั ไหลเขา้ มาในชวี ติ
และถา้ หาก โยมปฏิบิ ตั จิ นบารมเี ตมิ เตม็ บรบิ รู ณแ์ ลว้ โยมกจ็ ะเขา้ ถงึ ธรรมกาย เพราะอนภุ าพ
แหง่ บารมที ญ่ี าตโิ ยมไดส้ งั่ สมบม่ บา� เพญ็ มา

241

พระเดชพระคณุ พระพรหมเวที

พระธรรมเทศนา อาตมาภาพได้แสดงมาเห็นว่าพอสมควรแก่เวลา จึงขอยุติลง
คงไวแ้ ตเ่ พยี งเทา่ นเ้ี อว� กม็ ปี ระการฉัะน้ี ฯ

242

ุว ม ค

¾ÃиÃÃÁà·È¹Ò
àÃèÍ× § “Í¯Ñ °ÁºÕ ªÙ Ò¡¶Ò”

นะโม ตสั สะ ภะคะวะโต อะระหะโต สมั มาสมั พทุ ธสั สะ
นะโม ตสั สะ ภะคะวะโต อะระหะโต สมั มาสมั พทุ ธสั สะ
นะโม ตสั สะ ภะคะวะโต อะระหะโต สมั มาสมั พทุ ธสั สะ

อนจิ จฺ า วต สงขฺ ารา อปุ ปฺ าทวยธมมฺ โิ น
อปุ ปฺ ชชฺ ติ วฺ า นริ ชุ ฌฺ นตฺ ิ เตส� วปู สโม สโุ ขติ ฯ
บดั น้ี อาตมภาพ จกั แสดงพระสทั ธรรมเทศนา พรรณนาธรรมะขององคส์ มเดจ็
พระสมั มาสมั พทุ ธเจา้ ในอฐั มปี ชู ากถา เพอื่ เปน็ การประดบั ประคองฉัลองศรทั ธา ประดบั สติ
ปญั ญาบารมขี องทา่ นพทุ ธศาสนกิ ชนทง้ั หลาย ทไ่ี ดน้ อ้ มกายใจเขา้ มาประพฤตปิ ฏิบิ ตั ธิ รรมะ
ในพระพทุ ธศาสนา ธรรมะนย้ี งั ดา� รงคงอยดู่ ว้ ยดตี ลอดมาถงึ ทกุ วนั น้ี นบั วา่ เปน็ บญุ ราศอี นั
ดงี ามตอ่ ผทู้ ไี่ ดเ้ ขา้ มาประพฤตปิ ฏิบิ ตั ธิ รรมะทพ่ี ระพทุ ธองคท์ รงสง่ั สอนไว้ ตามนยั แหง่ พระ
สตู ร พระวนิ ยั และพระอภธิ รรมปฎิ ก
ฉัะนนั้ จะขอหยบิ ยกธรรมะขององคส์ มเดจ็ พระสมั มาสมั พทุ ธเจา้ มาแสดงชแ้ี จง
เป็นล�าดับสืบไป ดงั มใี จความตามพระบาลที ีย่ กเปน็ อทุ เทศบทว่า อนจิ จฺ า วต สงขฺ ารา
อปุ ปฺ าทวยธมมฺ โิ น อปุ ปฺ ชชฺ ติ วฺ า นริ ชุ ฌฺ นตฺ ิ เตส� วปู สโม สโุ ข ฯแปลเปน็ ใจความตามภาษาไทย
วา่ สงั ขารทงั้ หลายไมเ่ ทยี่ งหนอ มคี วามเกดิ ขนึ้ และเสอื่ มไปเปน็ ธรรมดา ครน้ั เกดิ ขน้ึ แลว้
ยอ่ มดบั ไป ความเขา้ ไปสงบระงบั สงั ขารเหลา่ นนั้ ได้ เปน็ สขุ ดงั น้ี
ทา่ นสาธชุ นทง้ั หลาย เมอื่ ผา่ นวนั วสิ าขบชู ามา ๘ วนั กเ็ ปน็ วนั แรม ๘ คา�่ เดอื น ๖
ไดม้ เี หตกุ ารณส์ า� คญั อกี ประการหนงึ่ ของพวกเราเหลา่ พทุ ธศาสนกิ ชนทง้ั หลาย เพราะเปน็
วนั ถวายพระเพลงิ พระบรมสรรี ะแหง่ พระบรมศาสดาสมั มาสมั พทุ ธเจา้ ลา� ดบั เหตกุ ารณ์
อนั สา� คญั น้ี เกดิ ขน้ึ ในปสี ดุ ทา้ ยแหง่ พระชนมช์ พี กอ่ นเรมิ่ นบั พทุ ธศกั ราช ๑ ปี ๓ เดอื น ขณะนน้ั
พระพทุ ธองคป์ ระทบั อยทู่ ป่ี าวาลเจดยี ์ เมอื งเวสาลี พระสงฆ์อ์ งคพ์ ทุ ธอปุ ฏั ิฐาก นามวา่
พระอานนท์ เหน็ ความสนั่ ไหวแหง่ เมทนดี ลจงึ เขา้ เฝา้ พระอานนทเ์ ถระเจา้ ทลู ถามถงึ สาเหตุ

243

พระเดชพระคณุ พระพรหมเวที

สมเดจ็ พระบรมโลกเชฏิฐจ์ งึ มพี ทุ ธบรรหาร แถลงการณอ์ นั เปน็ เหตใุ หภ้ มู พิ น้ื ธรณหี วน่ั ไหว
วา่ เปน็ ไปเพราะเหตุ ๘ ประการ คอื

๑. ลมกา� เรบิ ๒. ทา่ นผมู้ ฤี ทธดิ� ลบนั ดาล ๓. พระโพธสิ ตั วจ์ ลนาการลงสพู่ ระครรภ์
๔. พระโพธิสัตว์ประสูติจากพระครรภ์พระมารดา ๕. พระโพธิสัตว์ตรัสรู้พระสัมมา
สมั โพธญิ าณ ๖. พระบรมชนิ มารแสดงปฐมเทศนา ๗. พระบรมศาสดาปลงอายสุ งั ขาร
๘. พระตถาคตปรนิ พิ พานดว้ ยอนปุ าทเิ สสนพิ พานธาตุ สว่ นเหตทุ า� ใหแ้ ผน่ ดนิ กมั ปนาท
ในครั้งนี้ เป็นเพราะพระบรมชินสีห์ทรงปลงอายุสังขาร วางก�าหนดการที่จะเสด็จ
ปรนิ พิ พานในอกี ๓ เดอื นขา้ งหนา้ เมอื่ ไดฟ้ งั ดงั นนั้ พระอานนทเ์ ถระจงึ ไดก้ ราบทลู อาราธนา
ใหพ้ ระองคท์ รงมพี ระกรณุ าดา� รงอยเู่ พอื่ โปรดเวไนยสตั วใ์ หไ้ ดร้ ใู้ นสจั ธรรม องคพ์ ระตถาคต
ผเู้ ลศิ ลา้� จงึ มพี ระเมตตาตรสั สอนเหลา่ ภกิ ษุ ปรากฏิอยใู่ นพระสตุ ตปฏิ ิก ทฆี ์นกิ าย มหาวรรค
ความโดยสรุปว่า ดูก่อนภิกษุท้ังหลาย บัดนี้เราขอเตือนเธอท้ังหลายว่าสังขารทั้งหลาย
มคี วามเสอ่ื มไปเปน็ ธรรมดา เธอทงั้ หลายจงยงั ความไมป่ ระมาทใหถ้ งึ พรอ้ ม การปรนิ พิ พาน
แหง่ ตถาคตจกั มใี นไมช่ า้ อนั วา่ นรชนทงั้ หลาย ทง้ั เดก็ และผใู้ หญ่ ทงั้ พาลและบณั ฑ์ติ ทงั้ มงั่ มี
และขดั สน ลว้ นมคี วามตายเปน็ เบอ้ื งหนา้ ภาชนะดนิ ทนี่ ายชา่ งหมอ้ กระทา� แลว้ ทงั้ เลก็
และใหญ่ ท้ังสุกและดิบ ทุกชนิด มีความแตกเป็นท่ีสุดฉัันใด ชีวิตของสัตว์ทั้งหลาย
กม็ คี วามตายเปน็ ทสี่ ดุ ฉันั นน้ั ดงั น้ี

จากนนั้ จงึ ไดเ้ สดจ็ จารกิ พรอ้ มดว้ ยหมพู่ ระภกิ ษสุ งฆ์์ มงุ่ ตรงสเู่ มอื งกสุ นิ ารา แผว้ ผา่ น
ตามมรรคาทรงแสดงเทศนาโปรดเวไนย์ ตามนิคมน้อยใหญ่อันเป็นที่เสด็จผ่าน ได้ทรง
เพาะหวา่ นตนั สตปิ ลกู พชื พนั ธต์ุ น้ ปญั ญา เปดิ ดวงตาใหฝ้ งู ชน บา้ นแลว้ เมอื งเลา่ นบั จาก
ภณั ฑ์คุ าม หตั ถคี าม อมั พคาม ชมั พคุ าม เสดจ็ ไปตามชายขอบเมอื งโภคนคร ลดั เลาะสญั จร
สเู่ มอื งปาวา ครน้ั ลว่ งมาถงึ วนั ขน้ึ ๑๔ คา�่ เดอื น ๖ ไดเ้ สรจ็ เขา้ พกั ณ อมั พวนั สวนปา่ มะมว่ ง
ฝา่ ยนายจนุ ทะกมั มารบตุ รผเู้ ปน็ เจา้ ของสวน พอทราบวา่ มขี บวนพระภกิ ษสุ งฆ์์ อนั มอี งค์
พระสงั ฆ์ประมขุ คอื พระไตรโลกนาถยรุ ยาตรเสดจ็ มา จงึ ยนิ ดปี รดี าตามเขา้ เฝา้ เมอ่ื ไดฟ้ งั
พระธรรมเทศนา ไดด้ วงปญั ญาบรรลเุ ปน็ โสดาบนั จงึ กราบจา� นรรจท์ ลู นมิ นต์ อาราธนา
พระทศพลและมวลหมสู่ งฆ์์ รบั อาหารบณิ ฑ์บาตทบ่ี า้ นตนในวนั รงุ่ ขนึ้

เม่ือถึงเพลาเช้า พระตถาคตเจ้าพร้อมเหล่าภิกษุผู้ติดตาม ได้เข้าสู่เขตคาม
ตวั เมอื งปาวา อนั เปน็ ทส่ี ถติ เคหาของนายจนุ ทะ เมอื่ เสรจ็ จากเสวยอาหารบณิ ฑ์บาต จงึ เสดจ็

244

วุ ม ค

ยรุ ยาตรบา่ ยพระพกั ตรส์ กู่ สุ นิ ารานคร ขณะเสดจ็ ดา� เนนิ แรมรอน พระอาการบไ่ ดห้ อ่ นบรรเทา
ปักขันทิกาพาธรุมเร้าเป็นก�าลัง ขณะเดียวกัน พระรัศมีท่ีซึ่่านออกจากพระวรกาย ก็มี
ความสว่างไสวเพิ่มมากขึ้น พระองค์จึงตรัสว่า อาหารบิณฑ์บาตที่มีอานิสงส์มากท่ีสุด
๒ ครง้ั ครงั้ ท่ี ๑ มอ้ื กอ่ นตรสั รพู้ ระอนตุ ตรสมั มาสมั โพธญิ าณทนี่ างสชุ าดาไดน้ า� มธปุ ายาส
มาถวาย และครง้ั ที่ ๒ มอ้ื สดุ ทา้ ยกอ่ นปรนิ พิ าน ทน่ี ายจนุ ทะนอ้ มสกู รมทั ทวะมาใหเ้ สวย
เช่นเดียวกัน พระฉัวีวรรณขององค์อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าผ่องใส พระรัศมีสว่างไสว
มากทส่ี ดุ กม็ ี ๒ ครงั้ ครง้ั ท่ี ๑ ในวนั ทไี่ ดบ้ รรลพุ ระอนตุ ตรสมั มาสมั โพธญิ าณ ครง้ั ท่ี ๒
ในวันที่จะเสด็จดับขันธปรินิพพานลาจาก เมื่อเสด็จออกจจากเมืองปาวาก็ลุล่วง
เขา้ สกู่ สุ นิ ารานคร เมอ่ื เสดจ็ ขา้ มแมน่ า้� หริ ญั วดแี ลว้ สาลวโนทยานจงึ เปน็ สถานทปี่ ระทบั
แหง่ สดุ ทา้ ยในชนมช์ พี ประทบั บรรทมสหี ไสยาสน์ ผนิ พระเศยี รไปทางทศิ อดุ ร บนแทน่
พระบรรทมภายใต้คู่แห่งต้นสาละ โดยไม่มีพุทธประสงค์จะเสด็จลุกขึ้นอีก เพราะเป็น
ไสยาวสาน จงึ เรยี กขานการประทบั บรรทมครง้ั สดุ ทา้ ยนวี้ า่ อนฏุ ิฐานไสยาสน์

พลนั นน้ั เอง ตน้ สาละทงั้ คกู่ อ็ อกดอกนอกกาลฤดู บานสะพรงั่ พรา่ งพรลู งโปรยปราย
ดอกมณฑ์ารพกพ็ รา่ งพรายตกจากฟากฟา้ จนั ทนท์ พิ ยก์ ห็ อมซึ่า่ นลงมาจนอบอวล หมมู่ วล
เทพพากันบูชาองค์พระสัมมาจนท่ัวท้องจักรวาล พระพุทธองค์ทรงมีพุทธบรรหาร
กบั พระอานนทว์ า่ อานนทเ์ อย ตถาคตจะไดช้ อ่ื วา่ เปน็ ผอู้ นั บรษิ ทั สกั การะ เคารพ นบนอบ
นับถือ บูชา ด้วยเคร่ืองสักการะประมาณเท่าน้ีก็หามิได้ ผู้ใดแล จะเป็นภิกษุ ภิกษุณี
อบุ าสกหรอื อบุ าสกิ ากต็ าม เปน็ ผปู้ ฏิบิ ตั ธิ รรมสมควรแกธ่ รรม ปฏิบิ ตั ชิ อบ ปฏิบิ ตั ติ ามธรรม
อยู่ผู้นั้นย่อมเช่ือว่าสักการะ เคารพ นับถืออ่อนน้อมบูชาตถาคต ด้วยการบูชาอย่างยอด
เพราะเหตนุ น้ั พวกเธอพงึ สา� เหนยี กอยา่ งนว้ี า่ เราจกั เปน็ ผปู้ ฏิบิ ตั สิ มควรแกธ่ รรม ปฏิบิ ตั ชิ อบ
ประพฤตติ ามธรรมอยู่ ดงั นี้

ก่อนจะเสด็จดับขันธปรินิพพาน ได้ทรงโปรดปรานสุภัททะ เป็นปัจฉัิมะสาวก
สาธกการฝกจติ ใจทรี่ อ้ นรมุ่ ใหร้ ม่ เยน็ จนบรรลเุ ปน็ พระอรหนั ต์ และกอ่ นจะเสดจ็ ดบั ขนั ธ
ปรนิ พิ พาน ดว้ ยอนปุ าทเิ สสนพิ พานธาตุ ไดต้ รสั ปจั ฉัมิ โอวาทเปน็ ครง้ั สดุ ทา้ ยวา่ “ดกู อ่ นภกิ ษุ
ทงั้ หลาย บดั น้ี เราขอเตอื นทา่ นทง้ั หลายวา่ สงั ขารทงั้ หลายมคี วามเสอ่ื มสลายไปเปน็ ธรรมดา
เธอทง้ั หลายจงทา� ประโยชนต์ นและประโยชนผ์ อู้ นื่ ใหถ้ งึ พรอ้ ม ดว้ ยความไมป่ ระมาทเถดิ ”
จากนน้ั พระองคก์ ส็ งดั เงยี บอยใู่ นรปู ฌานและอรปู ฌาน แลว้ เสดจ็ สหู่ ว้ งอมตมหาปรนิ พิ พาน

245

พระเดชพระคณุ พระพรหมเวที

ในวิหารธรรมนั้น เหตุอัศจรรย์ก็พลันปรากฏิ พสุธาเหมือนก�าสรดจนสะท้านหวั่นไหว
ขนุ เขาปานจะพงั ทลาย แผน่ ดนิ ดจุ รา�่ ไห้ แผน่ ฟา้ ดงั่ ครา่� ครวญ

ทา่ มกลางบรรยากาศหมองหมน่ เกนิ ทส่ี าวกผปู้ ถุ ชุ นจะทนรบั ไหว ไดม้ เี ทพผยู้ ง่ิ ใหญ่
และพระมหาสาวกผู้สง่างาม รวม ๔ ท่าน ผลัดกันเอื้อนเอ่ยสังเวคกถา คือวาจาให้เกิด
ดวงปัญญา รู้ชัดในสัจธรรม ท่านท่ีหน่ึงได้แก่ท้าวสหัมบดีพรหม ผู้ร่ืนรมอยู่ในพรหมโลก
ชั้นอกนิฏิฐสุทธาวาส ได้ประกาศขึ้นว่า สรรพสัตว์ทั้งหลาย จักต้องทอดท้ิงร่างกายไว้ใน
โลก พระตถาคตเจา้ ผทู้ รงเปน็ พระศาสดา จะหาบคุ คลมาเปรยี บปานบอ่ มไี ด้ เปน็ พระสมั มา
สมั พทุ ธเจา้ ผทู้ รงเปย่ี มดว้ ยพระกา� ลงั ถงึ เพยี งนนั้ ยงั เสดจ็ ดบั ขนั ธปรนิ พิ พาน ดงั น้ี

ทา่ นทสี่ องไดแ้ กอ่ งคอ์ นิ ทรป์ น่ิ กษตั รยิ ข์ ตั ตยิ ราช ผอู้ งอาจเหนอื ทวยเทพชาวสรรรค์
ชนั้ ดาวดงึ ส์ พระองคจ์ งึ มวี จนาการขน้ึ วา่ สงั ขารทงั้ หลายไมเ่ ทยี่ งหนอ มคี วามเกดิ ขนึ้ และ
เส่อื มไปเปน็ ธรรมดา ครัน้ เกดิ ขึ้นแล้วย่อมดบั ไป ความเขา้ ไปสงบระงับสังขารเหลา่ นน้ั ได้
เปน็ สขุ ดงั น้ี

ทา่ นทส่ี ามไดแ้ กพ่ ระอนรุ ทุ ธะผอู้ เสขะอรหนั ต์ พระมหาสาวกองคส์ า� คญั ไดป้ ระพนั ธ์
เอย่ คา� ขนึ้ วา่ ลมอสั สาสะปสั สาสะมไิ ดม้ แี ลว้ แกพ่ ระมหามนุ ี ผมู้ พี ระทยั ตง้ั มน่ั ผคู้ งท่ี ไมห่ วน่ั
ไหว ทรงปรารภความสงบ ทรงไดพ้ บพระนพิ พาน พระองคท์ รงมพี ระทยั ไมห่ ดหู่ ทรงตน่ื รเู้ บกิ
บาน ทรงอาจหาญอดกลน้ั เวทนาได้ พระทยั ของพระองคไ์ ดม้ คี วามหลดุ พน้ แลว้ เหมอื นดวง
ประทปี แกว้ ดบั ไปแลว้ ฉันั นน้ั ดงั นี้

ทา่ นทสี่ ไี่ ดแ้ กพ่ ระอานนทอ์ งคพ์ ทุ ธปฏั ิฐาก หลงั จากสลายคลายโศกเศรา้ จงึ ไดก้ ลา่ ว
ขน้ึ วา่ ในคราวเมอ่ื พระสมั มาสมั พทุ ธเจา้ ผปู้ ระกอบดว้ ยอาการอนั ประเสรฐิ ทงั้ ปวง เสดจ็ ดบั
ขนั ธ์ ปรนิ พิ พานแลว้ นนั้ ไดเ้ กดิ เหตอุ ศั จรรยอ์ นั นา่ สะพรงึ กลวั และเกดิ ความขนพองสยองเกลา้
ดงั นี้

เพราะทา่ นผู้มคี วามส�าคัญ ๔ องค์ ประกอบดว้ ย ๒ ทา่ นพระมหาสาวกผใู้ หญ่
และ ๒ ทา่ นเทพไทจ้ ากสวรรคช์ นั้ ฟา้ มากลา่ วสงั เวคกถาเปน็ สาเหตุ ในวนั เปน็ ทเ่ี สดจ็ ดบั
ขันธปรินิพพาน แห่งองค์พระชินมารทศพล จึงมีผลให้งานศพในประเทศไทยเรา นิมนต์
พระคุณเจ้า ๔ รูป สาธยายพระอภิธรรม เพื่อบ�าเพ็ญเป็นทักษิณานุปทาน อุทิศให้ท่าน
ผวู้ ายชนมจ์ นถงึ ปจั จบุ นั

246

ุว ม ค

เมอื่ เหลา่ เจา้ มลั ลกษตั รยิ ก์ ระทา� การบชู าพระพทุ ธสรรี ะดว้ ยของหอมเครอ่ื งชะโลม
และดว้ ยการประโคมเครอื่ งคนตรี ครบ ๗ วนั พอวนั ที่ ๘ ตรงกบั วนั แรม ๘ คา่� เดอื น ๖
จงึ ไดท้ ลู อญั เชญิ พระพทุ ธสรรี ะเขา้ สเู่ มอื งกสุ นิ ารา ดว้ ยขบวนพยหุ ยาตราอนั ยง่ิ ใหญ่ เขา้ สู่
ประตชู ยั ดา้ นทศิ อดุ ร แลว้ จงึ จรออกทางประตทู ศิ บรู พา บา่ ยหนา้ ไปประดษิ ฐานไว้ ณ มกฎุ -
พนั ธนเจดยี ์ ไดป้ ฏิบิ ตั ติ อ่ พระพทุ ธสรรี ะ ตามนยั ยะอนั พระอานนทแ์ นะนา� ไว้ โดยการใชผ้ า้ ใหม่
หอ่ แลว้ ซึ่บั ดว้ ยสา� สี แลว้ ใชผ้ า้ ใหมห่ อ่ สา� ทบั อกี ที ทา� เชน่ นจ้ี นครบผา้ ๕๐๐ คู่ แลว้ อญั เชญิ
ประดิษฐานอยู่ในรางเหล็ก อันชะโลมไว้ด้วยน�้ามันหอม ช่างหล่อหลอมฝาเหล็กอีกอัน
บรรจงครอบปดิ แลว้ จงึ ผลติ จติ กาธาร งามตระการดว้ ยไมจ้ นั ทนอ์ นั มกี ลนิ่ หอม แปดพราหมณ์
พรกั พรอ้ มทลู อญั เชญิ พระพทุ ธสรรี ะขนึ้ ประดษิ ฐาน บนจติ กาธารอนั วจิ ติ ร แตเ่ มอื่ จดุ ไฟ
ไฟกลบั ไมต่ ดิ จติ กาธาร พระอนรุ ทุ ธะจงึ มเี ถรบรรหารถวายพระพรวา่ เหลา่ เทวดาประสงค์
จะให้รอพระมหากัสสปเถระพร้อมคณะบริวาร จึงบันดาลไม่ให้ไฟติด โดยมิเน่ินนาน
ทา่ นพระมหากสั สปเถราจารยพ์ รอ้ มบรวิ ารไดเ้ ดนิ ทางมา เขา้ กราบวนั ทาถวายบงั คมพระบรมศพ
จติ กาธารทตี่ ง้ั อยอู่ ยา่ งสงบ กต็ ดิ ไฟขน้ึ เองโดยไมม่ ผี จู้ ดุ เปลวไฟบรสิ ทุ ธกิ� ล็ กุ ทว่ มจติ กาธาร
โดยไมม่ เี ถา้ เขมา่ ควนั มแี ตเ่ ปลวไฟ เมอ่ื พระเพลงิ โหมไหมถ้ ว้ นทวั่ อยา่ งดี จงึ ไดห้ รแ่ี ละดบั ลงไป
เหลา่ เจา้ มลั ละยงิ่ มใี จเคารพนอบนอ้ ม นา� นา�้ หอมไปสรงสนาน แลว้ กราบกรานบชู าพระบรม
สารรี กิ ธาตุ นถี่ อื เปน็ การบชู าพระพทุ ธเจา้ ในวนั แรม ๘ คา่� เดอื น ๖ เปน็ ครง้ั แรก เรยี กวา่
วนั อฏั ิฐมบี ชู า ชาวพทุ ธไดถ้ อื เปน็ ธรรมเนยี มปฏิบิ ตั สิ บื ๆ กนั มา ลกั ษณะของพธิ กี ารกแ็ ตกตา่ ง
กนั ไป บางวดั มกี ารเชญิ ชวนญาตโิ ยมเขา้ วดั ปฏิบิ ตั ธิ รรม ฟงั พระธรรมเทศนา เดนิ เวยี นเทยี น
ประทกั ษณิ ศาสนสถานสา� คญั บางวดั มกี ารจา� ลองเหตกุ ารณถ์ วายพระเพลงิ พระบรมศพดว้ ย
วันอัฏิฐมีบูชานี้ ในประเทศไทยยังปฏิิบัติกันไม่มาก ดังน้ัน ในปีพุทธศักราช ๒๕๖๒
มหาเถรสมาคมจงึ มมี ตเิ หน็ ชอบใหท้ กุ วดั จดั กจิ กรรมในวนั อฏั ิฐมบี ชู าทวั่ สงั ฆ์มณฑ์ล

ทา่ นสาธชุ นทง้ั หลาย พระพทุ ธประวตั คิ อื ความเปน็ ไปในพระชนมช์ พี ของพระพทุ ธเจา้
เป็นเร่ืองราวมหามงคล ก่อเกิดบุญกุศลแก่ผู้ได้ศึกษา สร้างดวงปัญญาแก่ผู้เรียนรู้ ข้อคิด
สา� คญั ตง้ั แตต่ อนปลงอายสุ งั ขารจนอวสานถวายพระเพลงิ ทา� ใหไ้ ดเ้ หน็ ภาพแหง่ พระมหากรณุ า
อนั ยงิ่ ใหญ่ ไดเ้ ขา้ ใจสจั ธรรมความจรงิ วา่ ทกุ สง่ิ ทเี่ หตปุ จั จยั ปรงุ แตง่ เมอ่ื เกดิ ขน้ึ แลว้ กต็ อ้ งดบั ไป
ตามนยั แหง่ อทุ เทศบททไ่ี ดย้ กไวใ้ นเบอ้ื งตน้ วา่

อนจิ จฺ า วต สงขารา อปุ ปาทวยธมมฺ โิ น
อปุ ปฺ ชชฺ ติ วฺ า นริ ชุ ณฺ นตฺ ิ เตส� วปู สโม สโุ ขติ ฯ

247

พระเดชพระคณุ พระพรหมเวที

แปลความวา่ สงั ขารทงั้ หลายไมเ่ ทยี่ งหนอ มคี วามเกดิ ขนึ้ และเสอ่ื มไปเปน็ ธรรมดา
ครน้ั เกดิ ขน้ั แลว้ ยอ่ มดบั ไป ความเขา้ ไปสงบระงบั สงั ขารเหลา่ นน้ั ไดเ้ ปน็ สขุ ดงั น้ี

ธรรมภาษติ บทน้ีนอกจากทป่ี รากฏิตามทท่ี า้ วสกั กะเทวราช ผเู้ ปน็ จอมแหง่ ทวยเทพ
สวรรคช์ นั้ ดาวดงึ ส์ กลา่ วหลงั จากพระพทุ ธองคด์ บั ขนั ธปรนิ พิ พาน ในมหาปรนิ พิ พานสตู รน้ี
ยงั มปี รากฏิอยใู่ นทอี่ นื่ อกี บา้ ง เชน่ ในอรรถกถาธรรมบท เรอื่ งจลุ กาลมหากาล วา่ ดว้ ยเรอื่ ง
แห่งพระภิกษุนามว่ามหากาล บวชแล้วได้ศึกษาพระธรรมจากสมเด็จพระบรมศาสดา
จากนน้ั ไดเ้ ขา้ ปา่ ชา้ เพอื่ บา� เพญ็ สมณธรรม วนั หนงึ่ ไดพ้ จิ ารณาศพหญงิ สาวทเ่ี พงิ่ เสยี ชวี ติ
ไดไ้ มน่ าน เหน็ ความแตกตา่ งของรา่ งกายระหวา่ งทเี่ พงิ่ ตายกบั ทกี่ า� ลงั ถกู ไฟไหม้ จงึ ไดเ้ หน็ ความ
เปน็ ไปในสงั ขารวา่ ไมม่ คี วามเทย่ี งจรี งั ดงั ใจตอ้ งการ เกดิ ขนึ้ แลว้ กเ็ สอ่ื มอนั ตรธาน สลายไป
เพราะถกู ปจั จยั เบยี ดเบยี น จนเปลย่ี นแปลงตลอดเวลา จงึ ไดก้ ลา่ วพระคาถาบทนเ้ี พอื่ สอนตน
จนในทส่ี ดุ กไ็ ดบ้ รรลกุ จิ แหง่ พรหมจรรย์ เปน็ องคอ์ รหนั ตผ์ สู้ งบเยน็

นอกจากนี้ ยงั มปี รากฏิอยใู่ นมหาสทุ สั สนสตู ร เมอื่ ครงั้ ทพ่ี ระพทุ ธองคป์ ระทบั
เหนอื แทน่ พระบรรทม พระอานนทไ์ ดก้ ราบทลู วา่ อยา่ ไดเ้ สดจ็ ดบั ขนั ธปรนิ พิ พาน ณ เมอื ง
กสุ นิ ารานเี้ ลย เพราะเปน็ เมอื งเลก็ มอี าณาเขตไมก่ วา้ งขวาง พระพทุ ธองคไ์ ดท้ รงชแ้ี จงวา่
เมืองกุสินาราน้ี ในอดีตสมัยท่ีพระองค์ทรงเสวยพระชาติเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ
ทรงพระนามวา่ พระเจา้ มหาสทุ สั สนะ เมอื งกสุ นิ าราแหง่ นมี้ นี ามวา่ กสุ าวดี เปน็ ราชธานี
อนั ยง่ิ ใหญ่ มเี มอื งบรวิ ารมากมายถงึ แปดหมน่ื สพี่ นั แหง่ มน่ั คงและแขง็ แรงยง่ิ นกั พระเจา้
มหาสทุ สั สนะกม็ บี ารมสี ดุ ทจี่ ะพรรณนา ไมว่ า่ จะดา้ นสมบตั ทิ รพั ยส์ นิ เงนิ ทอง ไพรฟ่ า้ ขา้ ราช-
บรพิ าร ภมู สิ ตปิ ญั ญา สขุ ภาพพลานามยั ลว้ นเหนอื กวา่ ผใู้ ดในดนิ แดน แตพ่ ระเจา้ จกั รพรรด�ิ
ตอ่ ใหย้ งิ่ ใหญส่ กั ปานใด สดุ ทา้ ยแหง่ พระชนมช์ พี กย็ งั ตอ้ งสวรรคต พระองคไ์ ดท้ รงสรปุ ความ
แหง่ มหาสทุ สั สนสตู รลงดว้ ยพระคาถาน้ี

ในพระคาถานนั้ คา� วา่ สงั ขาร แปลตามรปู ศพั ทว์ า่ กระทา� พรอ้ มกนั กระทา� รว่ มกนั
คอื เปน็ สง่ิ ทเี่ หตปุ จั จยั กระทา� ขนึ้ ประกอบกนั ขน้ึ ปรงุ แตง่ ขน้ึ ถอื เอาการประชมุ กนั แหง่ เหตุ
ปจั จยั จงึ มขี น้ึ นี้ จงึ เรยี กวา่ สงั ขาร หากอยตู่ ามลา� พงั จะไมเ่ รยี กวา่ สงั ขาร แตเ่ รยี กวา่ ธรรม
หรอื ธาตุ หรอื สภาวะ แปลวา่ มเี อง เปน็ เอง ทรงตวั อยอู่ ยา่ งนน้ั ตอ่ เมอ่ื ธาตหุ รอื ธรรมหรอื
สภาวะนนั้ ๆ มาประชมุ พรอ้ มกนั ขนึ้ จงึ เรยี กวา่ สงั ขาร เหมอื นการเรยี กองคป์ ระกอบหลาย ๆ
อยา่ งวา่ รถ หากแยก ๆ กนั จะไมเ่ รยี กวา่ รถ จะเรยี กวา่ ลอ้ เรยี กวา่ เพลา เรยี กวา่ คชั ซึ่ี เปน็ ตน้

248

วุ ม ค

เมอ่ื มกี ารปรงุ แตง่ ไมว่ า่ จะเปน็ บคุ คลปรงุ แตง่ หรอื กรรมปรงุ แตง่ หรอื ธรรมชาติ
ปรงุ แตง่ กต็ าม ลว้ นเรยี กวา่ สงั ขารทง้ั สนิ้ สงั ขาร มี ๒ อยา่ ง คอื สงั ขารทเี่ ปน็ รปู ธรรมอยา่ งหนงึ่
สงั ขารทเี่ ปน็ นามธรรมอยา่ งหนง่ึ สงั ขารทเี่ ปน็ ฝา่ ยรปู ธรรมนน้ั มี ๒ ประเภท ไดแ้ กส่ งั ขาร
ทม่ี วี ญิ ญาณคอื มธี าตรุ บั รู้ เรยี กสงั ขารชนดิ นว้ี า่ อปุ าทนิ นกสงั ขาร หรอื สวญิ ญาณกสงั ขาร
แปลวา่ สงั ขารทม่ี วี ญิ ญาณครอง เชน่ มนษุ ย์ สตั ว์ สว่ นสงั ขารทป่ี ราศจากวญิ ญาณ มชี อ่ื
เรยี กวา่ อนปุ าทนิ นกสงั ขาร หรอื อวญิ ญาณาสงั ขาร แปลวา่ สงั ขารทไี่ มม่ วี ญิ ญาณครอง เชน่
ทอ่ นไม้ รถยนต์ ปากกา สงั ขารทง้ั ๒ ประเกทนจี้ ดั เปน็ รปู ธรรม

สงั ขารทเ่ี ปน็ ฝา่ ยนามธรรม ไดแ้ ก่ สงั ขารในขนั ธ์ ๕ ขนั ธ์ ๕ นน้ั ประกอบดว้ ย ขนั ธท์ ่ี
๑ คอื รปู ขนั ธท์ ่ี ๒ คอื เวทนา ขนั ธท์ ่ี ๓ คอื สญั ญา ขนั ธท์ ่ี ๔ คอื สงั ขาร ขนั ธท์ ี่ ๕ คอื วญิ ญาณ
สงั ขารทเ่ี ปน็ นามธรรม หมายถงึ ขนั ที่ ๔ นนั้ โดยสภาวะกค็ อื เจตสกิ ธรรม ๕๐ ดวง หรอื เรยี กชอ่ื
ตามสภาวะวา่ สงั ขารขนั ธ์

สงั ขารทงั้ ทเ่ี ปน็ รปู และทเ่ี ปน็ นาม รวมเรยี กวา่ สงั ขารธรรม คอื สภาวะทเี่ หตปุ จั จยั
ปรงุ แตง่ จงึ เกดิ มขี น้ึ และสงิ่ ทเี่ หตปุ จั จยั ปรงุ แตง่ ขน้ึ ทง้ั หมดน้ี ลว้ นแลว้ แตไ่ มม่ คี วามเทยี่ งแท้
มแี ตค่ วามเปลย่ี นแปลไปตามเหตปุ จั จยั เพราะสงิ่ ทเ่ี ปน็ เหตปุ จั จยั เองกไ็ มเ่ ทย่ี ง ดงั คา� ทมี่ า
ในอรรถกถาขทุ ทกนกิ าย คาถาธรรมบท มลวรรค วา่ สงขารา สสสฺ ตา นตถฺ ิ แปลวา่ สงิ่ ที่
เหตปุ จั จยั ปรงุ แตง่ ทง้ั หลาย ชอ่ื วา่ เทยี่ ง ยอ่ มไมม่ ี ดงั น้ี เมอื่ เกดิ ขน้ึ แลว้ กจ็ ะคอ่ ย ๆ เสอ่ื มไป
เปล่ียนไป คลายสลายจากสภาพเดิมไป ถึงแม้สภาวะเรื่องราวในชีวิตของมนุษย์จะมี
ความเปลย่ี นแปลงอยตู่ ลอดเวลา แตเ่ พราะคนเราไมต่ งั้ สตริ ะลกึ รู้ ไมเ่ พยี รใชป้ ญั ญาเพง่ พศิ ดู
มแี ตส่ รา้ งการปรงุ แตง่ ขนึ้ ในจติ ใจ มคี วามคาดหวงั วา่ สงิ่ นนั้ ตอ้ งเปน็ แบบนนั้ สง่ิ นต้ี อ้ งเปน็ แบบน้ี
จงึ จะถกู ใจเรา เราจงึ จะมคี วามสขุ เมอ่ื เหตกุ ารณส์ ภาวะเปน็ ไปตามเหตปุ จั จยั เปน็ ไปตามท่ี
มนั ควรจะเปน็ บางอยา่ งตรงกบั ความคาดหวงั ของเรา เรากป็ รงุ แตง่ วา่ มคี วามสขุ แตบ่ างเรอ่ื ง
ไมต่ รงกบั ความตอ้ งการ เรากป็ รงุ แตง่ วา่ มคี วามทกุ ขอ์ ดึ อดั ขดั แยง้ เพราะพระสาวกทย่ี งั ไมใ่ ช่
พระอรหนั ต์ คาดหวงั วา่ พระพทุ ธอ์ งคผ์ ทู้ รงเปน็ ศนู ยร์ วมแหง่ ความดี เปน็ ทป่ี รารถนาแหง่
ทวยเทพและมวลมนษุ ย์ อยากจะเขา้ เฝา้ เพอ่ื รบั ฟงั พระธรรมเทศนา พระองคต์ อ้ งยนื หยดั
อยตู่ ลอดกาล แตเ่ มอ่ื พระองคเ์ สดจ็ ดบั ขนั ธปรนิ พิ พานตามเหตปุ จั จยั จงึ นา� มาซึ่ง่ึ ความทกุ ข์
อนั ยง่ิ ใหญพ่ ไิ รรา� พนั สว่ นพระอรหนั ตท์ า่ นมปี ญั ญาจงึ เกดิ ธรรมสงั เวช คอื เกดิ ความรแู้ จง้ ชดั
ในสภาวธรรมดบั การปรงุ แตง่ หมดความคาดหวงั จงึ ไมเ่ ศรา้ โศกโศกาอาดรู ตามรใู้ นความเปน็ ไป


Click to View FlipBook Version