The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ร่วมกับภาคีเครือข่าย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by puthita sumanon, 2022-05-15 04:33:39

Active Learning Cookbook

การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ร่วมกับภาคีเครือข่าย

1

(Situation Analysis)
(Needs Assessment)
(Self Assessment)

2

(Goal Setting & Planning)

(Engagement)

3

คำำ�นำำ�

การพััฒนาทรััพยากรมนุุษย์์เป็็นสิ่่�งสำคััญต่่อการพััฒนาประเทศ จึึงได้้กำหนด
ให้้การพััฒนาและเสริิมสร้้างศัักยภาพทรััพยากรมนุุษย์์เป็็นหนึ่่�งในยุุทธศาสตร์์สำคััญ
ของยุุทธศาสตร์์ชาติิระยะ 20 ปีี (พ.ศ. 2560 – 2579) ซึ่ง่� เป็น็ แผนแม่บ่ ทในการพััฒนา
ประเทศระยะยาว โดยมุ่�งเน้น้ การพััฒนาคนในทุกุ มิิติิและทุกุ ช่ว่ งวัยั ให้้เป็น็ คนดีเี ก่ง่ และ
มีคี ุณุ ภาพ มีคี วามพร้อ้ มทั้้ง� กาย ใจ สติิปัญั ญา มีพี ัฒั นาการที่่ด� ีรี อบด้า้ นและมีสี ุขุ ภาวะที่่ด� ีี
ทุุกช่่วงวัยั
สำนักั งานคณะกรรมการการศึกึ ษาขั้น� พื้น�้ ฐาน (สพฐ.) โดยสำนักั พัฒั นานวััตกรรม
การจััดการศึึกษา (สนก.) ได้้เล็็งเห็็นถึึงความสำคััญของการวางรากฐานให้้แก่่เด็็กและ
เยาวชนไทยตั้ �งแต่่ระดัับขั้ �นพื้�้นฐานจึึงได้้ดำเนิินโครงการวิิจััยและพััฒนานวััตกรรมการ
เรียี นรู้�้ Active Learning ร่่วมกัับภาคีเี ครืือข่่าย เพื่่�อส่ง่ เสริิมให้ผ้ ู้�เ้ รียี นทุุกคนในสัังกัดั
สพฐ. ได้ร้ ัับการพััฒนาทักั ษะในศตวรรษที่่� 21 ผ่า่ นกิิจกรรมการเรียี นรู้้�แบบ Active
Learning รวมถึงึ พััฒนานวััตกรรมการเรียี นรู้�้ Active Learning ที่่ส� นับั สนุุนให้้โรงเรียี น
สามารถวิิเคราะห์์และเลืือกใช้้นวััตกรรมได้้ตามความต้้องการและเหมาะสมกัับบริิบท
พร้้อมทั้้�งเชื่�อมโยงสื่�อ นวััตกรรม ทรััพยากร และองค์์ความรู้้�จากภาคีีเครืือข่่ายไป
ประยุุกต์์ใช้้ตามบริิบทพื้�้นที่่�ด้้วยรููปแบบและระบบที่่�เข้้าถึึงสะดวกและมีีคุุณภาพ
ตอบสนองต่อ่ ทิิศทางการพััฒนาคุณุ ภาพการศึึกษาและทิิศทางการพัฒั นาประเทศ
คู่�มือการจัดั การเรียี นรู้�้ Active Learning ร่่วมกับั ภาคีเี ครืือข่า่ ย เป็็นนวัตั กรรม
การเรีียนรู้้� Active Learning ร่่วมกัับภาคีีเครืือข่่าย ที่่�จะช่่วยให้้การดำเนิินงานการ
จัดั การเรียี นรู้�้ Active Learning ร่ว่ มกัับภาคีีเครืือข่่าย เป็น็ ไปอย่า่ งมีปี ระสิิทธิิภาพ โดย
มุ่�งให้้ผู้�้ที่�เกี่�ยวข้้อง โดยเฉพาะอย่า่ งยิ่ง�่ ครููและภาคีเี ครืือข่า่ ย ได้เ้ ข้้าใจบทบาทหน้า้ ที่่แ� ละ
มีีแนวทางปฏิิบััติิในการขัับเคลื่่�อนการจััดการเรียี นรู้้� Active Learning ให้ป้ ระสบความ

4

สำเร็จ็ ตามเป้้าหมายที่่ค� าดหวัังไว้้
ขอขอบคุุณผู้�้ทรงคุุณวุุฒิิและคณะทำงานที่่�เกี่�ยวข้้องทุุกท่่านที่่�ช่่วยตรวจสอบ
ให้้ข้อ้ มููล และจัดั ทำคู่�มือเล่ม่ นี้้จ� นเสร็็จสมบููรณ์์ และหวัังเป็น็ อย่า่ งยิ่�่งว่่า จะเกิิดประโยชน์์
ต่่อการจััดการเรีียนรู้แ�้ ละพััฒนาผู้้เ� รีียนให้เ้ ป็น็ พลเมืืองที่่ม� ีคี วามคิิดสร้้างสรรค์์ มีที ักั ษะที่่�
จำเป็็นในศตวรรษที่่� 20 เพื่่�อก้้าวเข้้ามาเป็็นกำลัังหลัักในการพััฒนาสัังคมอย่่างยั่�งยืืน
สืืบไป

สำนัักพััฒนานวััตกรรมการจัดั การศึกึ ษา
สำนักั งานคณะกรรมการการศึึกษาขั้น� พื้้น� ฐาน

5

สารบัญั 11
13
ส่ว่ นที่�่ 1 : เกี่ย�่ วกัับคู่ม�่ ือื เล่่มนี้้� 14
16
ความเป็็นมาของคู่ �มื อเล่่มนี้้� 16
วััตถุปุ ระสงค์ข์ องการจััดทำคู่�มือเล่่มนี้้� 17
ความสำคััญของคู่ �มื อเล่่มนี้้�
การใช้ป้ ระโยชน์จ์ ากคู่�มือเล่ม่ นี้้�
เป้้าหมายความสำเร็จ็ ของครูู/โรงเรียี นในการใช้คู้่�มือเล่ม่ นี้้�
การใช้ง้ านคู่�มือเล่ม่ นี้้�

ส่ว่ นที่�่ 2 : เกี่�ย่ วกับั การจััดการเรีียนรู้้แ� บบ Active Learning ร่่วมกับั
ภาคีีเครืือข่า่ ย

การเปลี่่�ยนแปลงในศตวรรษที่่� 21: สาเหตุุและความจำเป็น็ ของ Active Learning 21
การจััดการเรีียนรู้�้แบบ Active Learning เป็็นอย่า่ งไร 23
การจัดั การเรีียนรู้้แ� บบ Active Learning ร่่วมกับั ภาคีเี ครืือข่่าย เป็็นอย่่างไร 26

ส่ว่ นที่่� 3 : รู้้จ� ักั ตนเอง 29

การประเมิินความพร้้อมของตนเอง 36
39
ส่่วนที่่� 4 : แผนที่่ช� ่่วยปรุงุ และ ลงมืือ !

แผนที่่ช� ่ว่ ยปรุุง
วิิธีีใช้้แผนที่่ช� ่่วยปรุงุ ในการออกแบบกระบวนการเรียี นรู้้�

6

ลงมืือกันั เลย ! 48
50
การสำรวจทรัพั ยากร 58
• เครื่่�องมืือประเมิินตนเอง (Self Assessment) 62
• เครื่่�องมืือสำรวจความต้้องการ (Needs Assessment) 66
68
การสำรวจสถานการณ์แ์ ละเครืือข่า่ ย (Situation Analysis) 72
การสร้า้ งการมีีส่่วนร่ว่ ม (Engagement) 73
78
• เครื่่�องมืือสำหรัับช่่วยสร้้างการมีีส่่วนร่่วม 82
• การคััดสรรภาคีีเครืือข่่าย 85
การระบุเุ ป้้าหมายร่่วมและวางแผนกระบวนการ (Goal Setting & Planning)
การลงมืือสร้า้ งการเรีียนรู้�้ (Learning in Action)
เครื่่�องมืือช่ว่ ยออกแบบกระบวนการเรียี นรู้้�
การติิดตามและประเมิินผล

7

ส่่วนที่�่ 5 : Case Study เรื่่อ� งเล่่าเติมิ ไอเดีีย 89
133
เรื่อ� งเล่า่ จากโรงเรีียน 160
เรื่�องเล่า่ จากภาคีีเครืือข่า่ ย 174
207
ส่่วนที่่� 6 : ภาคผนวก

หลักั การเพิ่ม�่ เติิม
เครื่่�องมืือเพิ่่�มเติิม
แหล่่งเรียี นรู้�เ้ พิ่�่มเติิม

8

ส่่วนที่�่ 1

เกี่�่ยวกับั คู่ม�่ ืือเล่่มนี้้�

9

10

คู่�มือการจัดั การเรียี นรู้�้ Active Learning ร่ว่ มกับั ภาคีี
เครืือข่่าย เป็็นนวััตกรรมหนึ่่�งที่่�สามารถตอบโจทย์์ความ
ต้อ้ งการของโรงเรียี นในการจัดั การเรียี นรู้�้ Active Learning
ร่ว่ มกับั ภาคีเี ครืือข่่าย ให้้บรรลุุถึึงเป้้าหมาย
ความเป็น็ มาของคู่่�มือื เล่ม่ นี้้�

ประเทศไทยได้้ตระหนัักถึึงความสำคััญของการพััฒนา
ทรััพยากรมนุุษย์์เพื่่�อเพิ่่�มขีีดความสามารถทางการแข่่งขัันกัับ
ประเทศอื่น� ๆ จึงึ ได้ก้ ำหนดยุุทธศาสตร์์ชาติิระยะ 20 ปีี (พ.ศ.
2560 – 2579) เป็น็ แผนแม่บ่ ทในการพััฒนาประเทศระยะยาว
และกำหนดให้้การพััฒนาและเสริิมสร้้างศัักยภาพทรััพยากร
มนุุษย์์เป็็นหนึ่่�งในยุทุ ธศาสตร์์ที่่ส� ำคััญของชาติิ โดยมุ่�งเน้้นการ
พััฒนาคนในทุุกมิิติิและทุุกช่่วงวััยให้้เป็็นคนดีี เก่่ง และมีี
คุณุ ภาพ มีคี วามพร้อ้ มทั้้ง� กาย ใจ สติิปัญั ญา มีพี ััฒนาที่่�ดีีรอบ
ด้า้ นและมีีสุขุ ภาวะที่่�ดีีทุกุ ช่ว่ งวััย เพื่่อ� ก้้าวมาเป็น็ กำลัังหลักั ใน
การขับั เคลื่่�อนประเทศไทยสู่่�ยุุค 4.0 (Thailand 4.0) หรืือยุุค
แห่่งการขัับเคลื่่�อนเศรษฐกิิจด้้วยนวััตกรรม ส่่งเสริิมให้้คนใน
ประเทศใช้้ความคิิดสร้้างสรรค์์มาแปรเปลี่่�ยนเป็็นนวััตกรรมขัับ
เคลื่่�อนให้เ้ ศรษฐกิิจเติิบโต และมีกี ารพัฒั นาอย่่างยั่�งยืืน
นวัตั กรรมการเรียี นรู้�้ Active Learning ร่ว่ มกับั ภาคีี
เครืือข่่าย จึงึ ได้เ้ กิิดขึ้้�น โดยสำนักั พััฒนานวัตั กรรมการจััดการ
ศึึกษา (สนก.) สำนัักงานคณะกรรมการการศึึกษาขั้�นพื้�น้ ฐาน
(สพฐ.) เพื่่อ� ส่่งเสริิมให้ผ้ ู้เ้� รีียนทุุกคนในสังั กััด สพฐ. ได้ร้ ับั การ

11

พัฒั นาทัักษะในศตวรรษที่่� 21 ผ่า่ นกิิจกรรมการเรียี นรู้แ้� บบ Active Learning รวมถึงึ
พััฒนานวััตกรรมการเรีียนรู้้� Active Learning ที่่�สนัับสนุุนให้้โรงเรีียน
สามารถวิิเคราะห์์และเลืือกใช้้นวััตกรรมได้้ตามความต้้องการและ
เหมาะสมกับั บริิบท พร้อ้ มทั้้ง� เชื่อ� มโยงสื่อ� นวัตั กรรมทรัพั ยากร
และองค์์ความรู้�้ จากภาคีีเครืือข่่ายไปประยุุกต์์ใช้้ตาม
บริิบทพื้�้นที่่�ด้้วยรููปแบบและระบบที่่�เข้้าถึึงสะดวกและ
มีีคุุณภาพ ตอบสนองต่่อทิิศทางการพััฒนาคุุณภาพ
การศึึกษาและทิิศทางการพัฒั นาประเทศ
คู่�มือการจัดั การเรีียนรู้�้ Active Learning
ร่่วมกัับภาคีีเครืือข่่าย เป็็นนวััตกรรมสำคััญในการ
จัดั การเรียี นรู้�้ Active Learning ร่่วมกัับภาคีีเครืือข่า่ ย
ที่่�สำคััญที่่�ช่่วยให้้การดำเนิินงานการจััดการเรีียนรู้้�
Active Learning ร่่วมกัับภาคีีเครืือข่่าย เป็็นไปอย่า่ งมีี

12

ประสิิทธิิภาพ โดยมุ่�งให้ผ้ ู้�้ที่�เกี่ย� วข้อ้ ง โดยเฉพาะอย่า่ งยิ่่�งครููและภาคีีเครืือข่่ายได้้เข้า้ ใจ
บทบาทหน้า้ ที่่แ� ละมีแี นวทางปฏิิบัตั ิิในการขับั เคลื่่อ� นการจัดั การเรียี นรู้�้ Active Learning
ให้้ประสบความสำเร็จ็ ตามเป้า้ หมายที่่�คาดหวัังไว้้

วััตถุปุ ระสงค์ข์ องการจัดั ทำคู่่�มือื เล่ม่ นี้�้

การจััดทำคู่�มือการจัดั การเรียี นรู้้� Active Learning ร่ว่ มกัับภาคีีเครืือข่า่ ย มีี
วััตถุปุ ระสงค์ส์ ำคัญั คืือให้้เป็น็ คู่�มือสำหรับั ครูู โรงเรีียน และภาคีีเครืือข่า่ ย ใช้เ้ ป็น็
แนวทางในการจััดการเรีียนรู้�้ Active Learning ร่่วมกับั ภาคีเี ครืือข่า่ ย โดยให้้
สามารถศึึกษา เรีียนรู้้� และประยุกุ ต์์ใช้้ในการปฏิิบััติิงานได้้ตามเหมาะสมกัับ
บริิบทของตนเอง

13

ความสำคััญของคู่�่มือื เล่่มนี้้�

คู่�มือการจัดั การเรีียนรู้�้ Active Learning ร่ว่ มกับั ภาคีี
เครืือข่่ายเป็็นเอกสารแนวทางในการดำเนิินงานจััดการเรีียนรู้้�
Active Learning ร่่วมกัับภาคีเี ครืือข่า่ ย โดยประกอบด้้วยเนื้อ้� หา
สาระสำคััญครอบคลุมุ ทั้้ง� ทฤษฎีีและหลัักการของการจััดการเรียี น
รู้้� วิิธีกี ารและเครื่่อ� งมืือสำคัญั เทคนิิคและเคล็็ดลัับต่่าง ๆ รวมทั้้�ง
ตัวั อย่่างหรืือกรณีีศึกึ ษาที่่�เป็็นแหล่ง่ เรียี นรู้้�ในการปฏิิบััติิงาน
คู่�มือการจััดการเรียี นรู้�้ Active Learning ร่ว่ มกัับภาคีี
เครืือข่่ายมีีความสำคััญอย่่างยิ่�่งต่่อการดำเนิินงานการจััดการเรีียน
รู้�้ Active Learning ร่ว่ มกัับภาคีีเครืือข่่าย เนื่่อ� งจากเป็็นเสมืือน
คู่�มือการปรุงุ อาหารของผู้�้ ประกอบอาหาร คู่่�มืือนี้้ช� ่ว่ ยให้ผ้ ู้เ�้ กี่�ยวข้้อง
กัับการจััดการเรียี นรู้้� Active Learning ร่่วมกัับภาคีีเครืือข่า่ ย ทั้้ง�
ครูู โรงเรียี น และภาคีีเครืือข่า่ ย มีีคู่�มือในการปฏิิบััติิงานไปใน
ทิิศทางเดีียวกันั ทำให้้การดำเนิินงานเป็น็ ไปอย่า่ งมีีประสิิทธิิภาพ
โดยคู่�มือนี้้�มุ่�งให้้เกิิด “7 ข้อ้ รู้�ไ้ ด้้ด้ว้ ยนวัตั กรรม Active Learning
Cookbook” ดัังแผนภาพ

14

7 ข้้อ
รู้้�ได้้ด้้วยนวััตกรรม
Active Learning Cookbook

1. รู้้�ตน โรงเรีียนสามารถประเมิินตนเองได้้

ดีี พััฒนาอย่า่ งต่อ่ เนื่่อ� ง ไม่่ดีี หาวิิธีแี ก้้ปัญั หา

2. รู้เ้� ป้า้ โรงเรีียนมีีเป้า้ หมาย

เป้้าหมายชัดั เจน ตรงตามความต้้องการ
และบริิบทพื้�้นที่่�

3. รู้ถ�้ ึงึ ความพร้้อมของโรงเรีียน

ศัักยภาพของโรงเรียี น

4. รู้จ�้ ััก ภาคีีเครืือข่่าย กระบวนการพัฒั นา
กลุ่ �มเป้้าหมาย
เป้า้ หมายของภาคี ี
ประเภทของภาคี ี

5. รู้�เ้ ห็็น กรณีศี ึกึ ษา

รวบรวมตัวั อย่า่ งของโรงเรียี น
ที่่ป� ระสบผลสำเร็็จในการจััดการเรีียนรู้้�
Active Learning ร่ว่ มกัับภาคีเี ครืือข่า่ ย

6. รู้้�ไว้้ ข้้อจำำ�กััด

ถ้า้ เรารู้�้ จุุดแข็ง็ และจุดุ อ่่อนของแต่่ละภาคีี
ก็็จะไม่เ่ กิิดอุุปสรรคระหว่่างทาง

7. รู้เ�้ ขา รู้�เ้ รา

โรงเรียี นและภาคีีมีเี ป้้าหมายและความต้อ้ งการ
ตรงกััน จะทำให้้เกิิดการพัฒั นาอย่่างต่่อเนื่่อ� ง
และเกิิดผล1สั5ัมฤทธิ์ไ� ด้้เร็ว็

การใช้้ประโยชน์์จากคู่ม่� ืือเล่่มนี้้�

ครูู โรงเรีียน และภาคีเี ครืือข่่าย สามารถใช้้ประโยชน์จ์ ากคู่�มือการจัดั การเรียี นรู้้�
Active Learning ร่ว่ มกับั ภาคีเี ครืือข่า่ ยได้อ้ ย่า่ งเต็ม็ ที่่� โดยศึกึ ษาคู่�มือและใช้เ้ ป็น็ แนวทาง
ในการจััดการเรียี นรู้้� Active Learning ร่่วมกับั ภาคีีเครืือข่า่ ย ทั้้ง� นี้้ส� ามารถประยุกุ ต์์
แนวทางที่่�ให้้ไว้้ในการปฏิิบััติิงานให้เ้ หมาะสมกัับความต้อ้ งการและบริิบทของตนเอง

เป้า้ หมายความสำเร็จ็ ของครูู/โรงเรีียนจากการใช้้คู่�่มืือเล่่มนี้�้

คู่�มือการจัดั การเรียี นรู้�้ Active Learning ร่ว่ มกับั ภาคีเี ครืือข่า่ ย เป็น็ คู่�มือหรืือ
แนวทางในการดำเนิินงาน ความสำเร็จ็ จะเกิิดขึ้้น� ได้จ้ ริิงจากการที่่ค� รูู โรงเรียี น และภาคีี
เครืือข่า่ ย ได้ล้ งมืือปฏิิบัตั ิิ และพัฒั นางานอย่า่ งต่อ่ เนื่่อ� ง ซึ่ง่� คาดหวังั ว่า่ การใช้คู้่�มือนี้้จ� ะนำไปสู่่�
ความสำเร็จ็ ดังั นี้้�
• ครูู โรงเรียี น และภาคีีเครืือข่า่ ย มีคี วามรู้�้ ความเข้้าใจ และมีีความสามารถใน
การจััดการเรียี นรู้�้ Active Learning ร่ว่ มกัับภาคีเี ครืือข่่าย
• นักั เรีียนได้เ้ รียี นรู้้�ผ่่านการจัดั การเรียี นรู้้� Active Learning อย่า่ งมีคี ุุณภาพ

16

การใช้ง้ านคู่ม�่ ือื เล่ม่ นี้�้

การใช้ง้ านคู่�มือการจััดการเรีียนรู้้� Active Learning ร่ว่ มกัับภาคีเี ครืือข่า่ ย ควร
ดำเนิินการดัังนี้้�

หลักั การ ความสำ�ำ คััญ

ทำความเข้า้ ใจแนวคิิดการจััดการเรียี นรู้�้ แนวคิิดที่่�สำคััญเกี่ �ยวกัับการจััดการเรีียน
Active Learning ร่่วมกัับภาคีเี ครืือข่่าย รู้�้ Active Learning ร่่วมกับั ภาคีเี ครืือ
ข่่ายจะกล่่าวต่่อไปในส่่วนที่่� 2 แนวคิิด
เหล่่านี้้�จำเป็็นต้้องยึึดไว้้ให้้แม่่นยำเพื่่�อ
ให้้การจัดั การเรีียนรู้�้ Active Learning
ร่่วมกัับภาคีเี ครืือข่่าย เป็็นไปตามทิิศทาง
ที่่�ควรจะเป็็นและบรรลุุในเป้้าหมายที่่�พึึง
ปรารถนา

17

หลักั การ ความสำำ�คััญ
ศึึกษาและทำความเข้้าใจแนวคิิดและ
วิิธีีการในคู่�มือการจัดั การเรีียนรู้�้ Active เพื่่�อให้้สามารถดำเนิินงานได้้อย่่างมีี
Learning ร่ว่ มกับั ภาคีเี ครืือข่า่ ย ประสิิทธิิภาพ เนื้้อ� หาที่่�นำมาเขีียนไว้้ใน
คู่่�มืือนี้้�เป็็นสาระสำคััญที่่�มีีประโยชน์์
มีีความยืืดหยุ่�นในการใช้ง้ าน การใช้้งานคู่่�มืือโดยการศึึกษาคู่่�มืือก่่อน
สามารถดำเนิินการตามขั้น� ตอนที่่� จะทำให้้ประหยััดเวลาและพลัังงานใน
กำหนด หรืือเลืือกหยิิบประเด็น็ ที่่� การลองถููกลองผิิด และช่่วยให้้การ
เกี่�ยวข้อ้ งไปใช้้ได้้ จัดั การเรีียนรู้้� Active Learning ร่ว่ ม
กัับภาคีีเครืือข่่ายบรรลุุผลได้้อย่่าง
รวดเร็็ว
การจัดั การเรียี นรู้�้ Active Learning
ร่่วมกัับภาคีีเครืือข่่ายเป็็นการดำเนิิน
งานตามสภาพและความพร้้อมของ
ตนเอง จุุดเริ่ม�่ ต้้นและการเดิินทางของ
แต่่ละคน แต่่ละกลุ่�ม แต่่ละพื้�้นที่่�ไม่่
จำเป็็นต้้องเหมืือนกััน คู่่�มืือนี้้�จึึงไม่่ได้้
จััดทำโดยบัังคัับให้้ผู้�้ ปฏิิบััติิงานต้้อง
ดำเนิินการตามลำดัับขั้ �นตอนตายตััว
แต่่เปิิดโอกาสให้้สามารถดำเนิินงานได้้
อย่่างยืืดหยุ่ �น

18

หลัักการ ความสำำ�คัญั
เน้น้ ความเหมาะสมสอดคล้อ้ งกัับความ คู่�มือการจัดั การเรีียนรู้�้ Active Learning
ต้้องการและบริิบทของตนเอง ร่่วมกัับภาคีีเครืือข่่ายเป็็นเอกสารที่่�มีี
ความเป็็นกลาง กล่่าวคืือจััดทำขึ้�นมาให้้
ครููและโรงเรีียนทั่่�วประเทศใช้้ได้้ หลักั การ
และวิิธีกี ารต่า่ ง ๆ จึงึ มีลี ักั ษณะที่่เ� ป็น็ กลาง
ไม่่ได้้ยึึดติิดกัับบริิบทใดบริิบทหนึ่่�งโดย
เฉพาะและนั่่น� หมายความว่า่ ครูู โรงเรีียน
แ ล ะ ภ า คีี เ ครืื อ ข่่ า ย ใ น แ ต่่ ล ะ พื้�้ น ที่่� ที่่� มีี
ลัักษณะเฉพาะสามารถปรัับให้้เหมาะสม
กับั บริิบทของตนเองได้้ และเชื่อ� ว่า่ จะทำให้้
การดำเนิินงานมีีประสิิทธิิภาพยิ่�่งขึ้ �น

ทำงานร่ว่ มกัันในลักั ษณะความร่ว่ มมืือ เป็็นหลัักการสำคััญของการจััดการเรีียนรู้้�
ตั้�งแต่เ่ ริ่ม�่ แรก Active Learning ร่่วมกัับภาคีเี ครืือข่า่ ย
และคู่�มือนี้้�ได้เ้ น้น้ ย้้ำอยู่�เสมอ การทำงาน
ร่่วมมืือกัันควรดำเนิินการตั้ �งแต่่เริ่�่มแรก
และตลอดแนว จะทำให้้ภาคีีเครืือข่่ายมีี
ความเป็็นเจ้า้ ของ และไม่่รู้้�สึกึ ว่า่ เป็็นเพีียง
ผู้้�สนัับสนุุนเท่่านั้้�น จะทำให้้การจััดการ
เรีียนรู้้� Active Learning ร่่วมกัับภาคีี
เครืือข่่ายประสบความสำเร็จ็ และยั่ง� ยืืน

19

ส่ว่ นที่�่ 2

เกี่�่ยวกับั การจัดั การเรีียนรู้้แ� บบ Active Learning
ร่่วมกับั ภาคีีเครือื ข่า่ ย

20

การเปลี่่�ยนแปลงในศตวรรษที่่� 21 :
สาเหตุุและความจำเป็น็ ของ Active Learning


ความท้้าทายในการศึึกษาของ
ประเทศไทยคืือการสร้้างผู้�้เรีียนที่่�
เหมาะสมกัับทิิศทางการพััฒนา
ประเทศไทยในศตวรรษที่่� 21
บุุคคลากรทางการศึึกษาจึึง
ต้้องมีีความพร้้อมในการ
จัั ด ก า ร เ รีี ย น รู้�้ เ พื่่� อ ใ ห้้ ผู้�้
เ รีี ย น ไ ม่่ ไ ด้้ แ ค่่ เ พีี ย ง มีี
ความรู้้� แต่่ยัังมีีทัักษะ
ต่่าง ๆ สำหรัับลงมืือ
ปฏิิบััติิ ทำงานเป็็น
ก ลุ่� ม ร่่ ว ม มืื อ กัั น
และเป็็นกำลัังให้้
กัั บ สัังคมไทย

21

ในอนาคตที่่�ยากจะคาดคาดเดาถึึง
ความชัดั เจน สำหรับั ทัักษะการเรียี น
รู้้� (Learning Skill) ที่่�สำคััญสำหรัับ
ผู้เ้� รียี น การบอกอธิิบายเนื้้�อหาเพีียง
อย่่างเดีียวจะไม่่พออีีกต่่อไป การจััด
การเรีียนรู้้�แบบ Active Learning
เป็็นวิิธีีการจััดการสอนที่่�สนัับสนุุนให้้
เด็็กเรีียนรู้้�และเพิ่่�มพููนความสามารถ
โดยเน้น้ การลงมืือปฏิิบัตั ิิด้้วยตนเอง
การเรีียนรู้�้แห่่งอนาคตอาจไม่่
ไ ด้้ เ กิิดขึ้้� น ใ น โ ร ง เ รีี ย น ห รืื อ อ ยู่ � บ น
หนัังสืืออย่่างเดีียว แต่่รููปแบบการ
เรีียนรู้�้ สามารถถููกออกแบบปรัับ
เปลี่่�ยนให้้อยู่ �ในรููปแบบที่่�หลากหลาย
ล้้วนแต่่ขึ้ �นกัับความเหมาะสมของ
กลุ่�มเป้้าหมาย เนื้้�อหาในรายวิิชา
ความรู้�้ หรืือความสามารถที่่�ต้้อง
ฝึกึ ฝน
“We learn when we engage our emotions. We learn with and from
each other, not just from the teacher. we learn from doing trying
new things”

Deschooling, Stanford University

22

สิ่�่งที่่�ดีีที่่�สุุดสำหรัับการพร้้อมรัับมืือกัับ
การศึกึ ษาในอนาคต จะไม่ไ่ ด้้เป็็นเพีียงแค่ว่ ่า่ เรา
จะต้้องทำอะไรในอนาคต แต่่ให้้มองว่่าเราจะ
ออกแบบอนาคตของเราอย่่างไร
การจัดั การเรียี นรู้เ�้ ชิิงรุกุ (Active Learning)
ได้้รัับความสนใจจากครููและผู้�้ออกแบบการสอน
โดยเฉพาะเพื่่�อพััฒนาผู้้�เรีียนให้้เหมาะสมกัับ
ศตวรรษที่่� 21 รููปแบบการเรีียนรู้้�แบบ Active
Learning จะช่ว่ ยเปลี่่�ยนแปลงภายในชั้น� เรียี น
ให้้มีีการปฏิิบััติิการที่่�ก้้าวข้้ามข้้อจำกััดเดิิมที่่�พบ
ในการสอนแบบบรรยาย (Lecture-based
Learning) ทำให้้ชั้�นเรีียนมีีความยืืดหยุ่�น
สามารถนำพาผู้้�เรีียนให้้สร้้างองค์์ความรู้�้ด้้วย
ตนเองได้้ โดยผู้้�สอนทำหน้้าที่่�เป็็นผู้้�อำนวยการ
เรีียนรู้้� (Facilitator) และผู้้เ� รีียนจะไม่ไ่ ด้เ้ ป็น็ ผู้ร้� อ
รัับความรู้้�อย่่างเดีียวอีีกต่่อไป ทำให้้เกิิดทัักษะ
การคิิดวิิเคราะห์์ การสื่�อสาร รวมไปถึึงการ
ทำงานเป็็นทีมี

การจัดั การเรีียนรู้�แบบ Active Learning เป็น็ อย่่างไร

การจััดการเรีียนรู้�แบบ Active Learning เน้้นให้ผ้ ู้�เ้ รีียนได้ม้ ีีโอกาสคิดิ พููด
หรือื ลงมือื ปฏิบิ ััติิเพื่่�อแสดงความคิดิ ของตนเอง เพื่่�อเพิ่่ม� การมีีส่่วนร่่วมของผู้้เ� รีียนที่่�
เหนืือไปกว่่าการนั่่�งฟัังและเป็็นฝ่่ายรัับความรู้� (Passive Learning) ทำให้้ผู้้�เรีียน
รัับผลการเรีียนรู้้�และอยู่่�คงทนได้้นานกว่่า เพราะกระบวนการเรีียนรู้้�แบบ Active
Learning เป็็นการจำลองส่ว่ นหนึ่่ง� ของการทำงานจริิง ส่่งผลให้ส้ มองสามารถจำสิ่ง�่ ที่่�
เรีียนรู้�้ในรููปแบบความจำระยะยาว (Long Term Memory)

23

People generally remember ... ACT IVE LE AR NI NG People are able to...
(learning activities) (learning outcomes)
PASSIVE
10% of what they read LEARNING Demonstrate
20% of what they hear Apply
30% of what they see Practice
50% of what they see and hear
70% of what they say and write
90% of what they do

จากภาพพีรี ะมิิดการเรียี นรู้�ด้ ้้านบนนี้้ � จะเห็็นได้ว้ ่า่ การเรียี นรู้แ้� บ่่งเป็็น 2 แบบ
คืือ กระบวนการเรีียนรู้�แ้ บบตั้�งรับั (Passive Learning) และ กระบวนการเรียี นรู้�เ้ ชิิงรุุก
(Active Learning)
การเรียี นรู้้�โดยการรับั ฟััง อ่า่ น ท่อ่ งจำ เน้น้ ที่่�บทบาทของผู้เ้� รีียนเป็น็ แบบตั้�งรับั
(Passive Learning) ซึ่่�งรููปแบบนี้้ผ� ู้�เ้ รีียนจะจำได้ใ้ นสิ่�ง่ ที่่�เรียี นรู้ไ�้ ด้้น้อ้ ยกว่า่ 50% การ
เรียี นรู้แ�้ บบตั้ง� รับั นี้้�ผู้เ้� รียี นมีโี อกาสได้ม้ ีีส่ว่ นร่ว่ มในการเรียี นรู้้�จำกััด และเมื่่อ� เวลาผ่่านไป
การเรียี นรู้�้ที่ผ� ู้เ�้ รียี นจำได้จ้ ะค่อ่ ย ๆ ลดและเลืือนหายไป การเรียี นรู้แ�้ บบ Passive Learning
ที่่�มีีภาพประกอบ การให้้ดููภาพยนตร์์ การสาธิิตจัดั นิิทรรศการ รวมทั้้ง� การนำผู้้เ� รียี นไป
ทััศนศึกึ ษาหรืือดููงาน ก็็ทำให้้ผลการเรียี นรู้เ�้ พิ่ม�่ ขึ้�น และคงทนขึ้�น แต่่ถ้้าผู้้เ� รีียนมีบี ทบาท
ในการแสวงหาความรู้แ้� ละเรียี นรู้อ�้ ย่่างมีปี ฏิิสัมั พันั ธ์์ (Active Learning) จนเกิิดความ
เข้้าใจและนำไปประยุุกต์์ใช้้จริิงได้้ รวมถึึงสามารถวิิเคราะห์์ สัังเคราะห์์ ร่่วมอภิิปราย
ประเมิิน สร้้างสรรค์์ และพััฒนาตนเองอย่่างเต็็มความสามารถ จััดประสบการณ์์

24

การเรีียนรู้้ใ� ห้ไ้ ด้ใ้ ห้ฝ้ ึึกทัักษะการสื่�อสาร มีีการนำเสนอผล มีกี ารเชื่อ� มโยงกัับสถานการณ์์
ต่่างๆ มีกี ารเรีียนรู้้ใ� นสถานการณ์จ์ ำลอง และฝึึกปฏิิบัตั ิิในสภาพจริิง จะทำให้้ผลการ
เรีียนรู้�เ้ กิิดขึ้้�นถึงึ 90-100%

หากจะนิิยามให้้เป็น็ รููปธรรม การเรีียนรู้�แบบ Active Learning มักั มีี
ลัักษณะ ดังั นี้�้

1. เป็น็ การเรียี นรู้�้ที่เ� พิ่ม่� ให้น้ ักั เรียี นลงมือื ปฏิบิ ัตั ิมิ ากกว่่าฟังั บรรยาย เช่น่ ได้พ้ ููด ได้ถ้ าม
ได้้ร่่วมคิิด ร่่วมวิิเคราะห์์ ซึ่่�งล้ว้ นคืือเน้้นการพัฒั นาการคิิดระดัับสููง
2. เป็็นการเรียี นรู้�้ที่เ� พิ่่�มการสื่�อสารสองทางกับั ผู้้เ� รีียน เช่น่ จากที่่เ� คยบรรยาย 40 นาทีี
ค่่อย ๆ ลดเนื้�้อหาและสรุุปให้้กระชัับตรงประเด็็นมากขึ้�นหรืือเปลี่่�ยนเป็็นการถาม
แทนการบอกเล่่า เป็็นต้น้
3. เป็็นการเรียี นรู้�้ที่�สร้า้ งชั้�นเรียี นให้้นัักเรีียนมีีส่่วนร่่วม เช่่น กิิจกรรมนำเสนอ กิิจกรรม
ร่ว่ มอภิิปราย
4. เป็็นการเรีียนรู้้�ที่�เน้้นการสํํารวจเจตคติิและคุุณค่่าที่่�มีีอยู่่�ในตััว เพื่่�อให้้นัักเรีียน
เข้้าใจตััวตน และเข้้าใจความต่่างหลากหลายทางความคิิด
5. เป็็นการเรีียนรู้้�ที่�มีีการวััดและประเมิินด้้านที่่�หลากหลายเพื่่�อตอบรัับการคิิดระดัับ
สููงที่่แ� ตกต่่างกันั
6. เป็น็ การเรียี นรู้�้ที่ท�ั้้ง� ครููและนักั เรีียนได้ร้ ับั ข้อ้ มููลย้อ้ นกลับั จากการสะท้อ้ นความคิิดซึ่ง�่ กันั
และกันั

25

การจััดการเรีียนรู้�แบบ Active Learning ร่่วมกับั ภาคีีเครือื ข่่าย
เป็็นอย่่างไร


แนวคิิดเรื่�องของภาคีีเครืือข่่าย (Networking) มีีพื้�้นฐานมาจากทฤษฎีีการ
แลกเปลี่่ย� น (Exchange Theory) ของ Richard Emerson มีฐี านคิิดที่่�มองว่า่ เครืือข่่าย
แต่่ละรููปแบบประกอบไปด้้วย บุคุ คล และ ความสัมั พัันธ์ร์ ะหว่่างบุคุ คล
การจัดั การเรียี นรู้แ�้ บบ Active Learning โดยทั่่ว� ไปมักั เกิิดขึ้้น� ในพื้น�้ ที่่ก� ารเรียี นรู้�้
หรืือในสถานศึึกษา เช่่น โรงเรีียน มหาวิิทยาลัยั หรืือสถานดููแลเด็็ก แต่่ด้้วยข้อ้ จำกัดั
ของทรัพั ยากรของสถานศึกึ ษาและข้อ้ จำกัดั ด้า้ นบุคุ ลากร การจัดั การเรียี นรู้�้ ร่ว่ มกับั ภาคีี
เครืือข่่ายจึึงสามารถช่่วยทลายข้อ้ จำกััดเดิิมที่่ส� ถานศึึกษามีี โดยทั่่ว� ไปการจััดการเรียี นรู้�้
แบบ Active Learning ร่่วมกัับภาคีีเครืือข่่ายสามารถเกิิดขึ้้�นได้้ทั้้�งหมด 5 รููปแบบ
ตามลัักษณะการได้้รับั การสนัับสนุนุ จากภาคีีเครืือข่่าย ได้แ้ ก่่
1. ภาคีีเครืือข่่ายสนัับสนุุนแหล่่งเรีียนรู้�ภายนอกห้้องเรีียน เช่่น พิิพิิธภััณฑ์์ โรงงาน
( ดููฐานข้้อมููลพิิพิิธภััณฑ์์และแหล่่งเรีียนรู้�้ ได้ท้ ี่่� http://mlic.okmd.or.th )
2. ภาคีีเครืือข่่ายสนัับสนุุนบุุคลากรผู้้�เชี่�ยวชาญทั้้�งภาคเอกชนและองค์์กรต่่าง ๆ เช่่น
ครูู/อาจารย์ ์ ผู้�้ มีปี ระสบการณ์์จากสายงานต่า่ ง ๆ
3. ภาคีีเครืือข่่ายสนัับสนุุนสื่�อการเรีียนรู้� สามารถเป็็นได้้หลากหลายรููปแบบ เช่่น
หนังั สืือ สืือสิ่�่งพิิมพ์ ์ สื่่�อวีดี ีโี อ บอร์์ดเกม
4. ภาคีีเครืือข่่ายสนับั สนุุนงบประมาณ รวมไปถึึงสิ่�่งของและปััจจััยอื่น� ๆ ด้ว้ ย
5. ภาคีีเครืือข่า่ ยสนัับสนุุนแบบผสมผสาน คืือ หน่่วยงานที่่ม� ีคี วามพร้้อมด้า้ นต่่าง ๆ
สามารถช่่วยเหลืือได้ม้ ากกว่า่ หนึ่่ง� ทาง

26

สื่่�อการเรีียนรู้�้

หนังั สือื , สื่่อ� สิ่่ง� พิิมพ์์,
บอร์์ดเกม, สื่่�อวิดิ ีีโอ

แหล่่งเรีียนรู้�้ภายนอก บุุคลากรผู้�เ้ ชี่ย่� วชาญ

พิพิ ิธิ ภัณั ฑ์,์ โรงงาน ครูู/อาจารย์์ผู้้�มีีประสบการณ์์
จากสายงานต่่างๆ จากต่่าง
สถาบัันภายนอกองค์์กร หรืือ
จากต่่างประเทศ

แบบผสมผสาน งบประมาณ

การจัดั การเรีียนรู้�แบบ Active Learning ร่่วมกัับภาคีีเครือื ข่่าย คืือ การ

จััดการเรีียนรู้้�ที่�เน้้นให้้ผู้้�เรีียนได้้มีีโอกาสคิิด พููด หรืือลงมืือปฏิิบััติิเพื่่�อแสดงความคิิด
ของตนเองและให้้ผู้้�เรีียนมีีส่่วนร่่วมในการสร้้างสรรค์์องค์์ความรู้้�ได้้ด้้วยตนเอง โดย
กิิจกรรมที่่�เกิิดขึ้้�นนั้้�นได้้รัับความช่่วยเหลืือหรืือได้้รัับความร่่วมมืือจากบุุคคลภายนอก
สถานศึึกษาโดยความร่่วมมืือนั้้�นอาจเป็็นลัักษณะการสนัับสนุุนด้้านแหล่่งเรีียนรู้้�
บุุคลากร สื่่อ� การเรียี นรู้�้ งบประมาณ หรืือทรัพั ยากรอื่�น ๆ ร่ว่ มกันั แบบผสมผสาน

27

ส่ว่ นที่่� 3

รู้จ� ักั ตนเอง

28

หลังั จากที่่ไ� ด้รู้้�้ จักั การจัดั การเรียี นรู้แ�้ บบ Active learning ร่ว่ มกับั ภาคีเี ครืือข่า่ ย
แล้ว้ ก่่อนที่่�จะเริ่่ม� ดำเนิินการจััดการเรียี นรู้้�ร่ว่ มกับั ภาคีเี ครืือข่่าย ครููหรืือโรงเรียี นควร
ประเมิินตนเองกันั ก่อ่ น เพื่่อ� ให้รู้้�้ สถานะความพร้อ้ มในปัจั จุบุ ันั และรู้�้ จุดุ เน้น้ ในการพัฒั นา
ของตนเอง

การประเมินิ ความพร้้อมของตนเอง

ขั้้น� ตอนที่่� 1 ประเมิินตนเอง
พิิจารณาเกณฑ์์การประเมิินด้้านล่่าง และเลืือกว่่าสภาพปััจจุุบัันของตนเอง
ตกอยู่�ในระดับั ใด

ระดับั คะแนน การดำ�ำ เนินิ งานร่ว่ มกัับภาคีเี ครือื ข่า่ ย (แกน Y)
1 ไม่ม่ ีีภาคีเี ครืือข่า่ ยที่่เ� ข้้ามาร่่วมดำเนิินการกับั โรงเรีียน
2 มีีภาคีีเครืือข่า่ ยสนัับสนุนุ การดำเนิินงานของโรงเรีียนแต่่ยัังไม่่
เกี่�ยวข้้องกับั การจััดการเรีียนรู้�้
3 มีีภาคีีเครืือข่่ายสนับั สนุนุ การจััดการเรีียนรู้�้โดยทั่่�วไป
4 มีภี าคีเี ครืือข่า่ ยเข้า้ มาร่ว่ มส่ง่ เสริิมการจัดั การเรียี นรู้�้ Active Learning
โดยตรง
5 มีภี าคีเี ครืือข่า่ ยเข้า้ มาร่ว่ มส่ง่ เสริิมการจัดั การเรียี นรู้�้ Active Learning
หลายเครืือข่่าย/หลายด้้าน
6 มีภี าคีเี ครืือข่า่ ยเข้า้ มาร่ว่ มส่ง่ เสริิมการจัดั การเรียี นรู้�้ Active Learning
หลายเครืือข่า่ ย/หลายด้้านอย่า่ งเข้้มแข็็งและต่่อเนื่่�อง

29

ระดับั คะแนน การจััดการเรีียนรู้�้ (แกน X)

1 ยังั ไม่่พบการใช้้ Active Learning
2 มีีการใช้้ Active Learning เป็็นส่ว่ นน้อ้ ย (น้อ้ ยกว่่า 40 %)

3 มีกี ารใช้้ Active Learning ระดัับปานกลาง (40-60 %)
4 มีีการใช้้ Active Learning ค่่อนข้้างมาก (60-80 %)
5 มีกี ารใช้้ Active Learning เป็็นส่ว่ นมาก (80-99 %)

6 มีกี ารใช้้ Active Learning ทั้้ง� ระบบโรงเรีียน (ครบ 100 %)

จากนั้้น� นำคะแนนที่่�ได้้ไประบุตุ ำแหน่่งบนแกน X และแกน Y ในกราฟนี้้�

ความพร้้อมของเครืือข่่ายสููง
6

กลุ่่�มที่�่ 3 5 กลุ่่�มที่�่ 1
Perfect Coordinator Super Star

โรงเรีียน G 4 โรงเรีียนของฉันั
ณ ปััจจุบุ ันั

Passive 2 3 4 5 โรงเรีียน C 6 Active
3 โรงเรีียน D
1 โรงเรีียน H

กลุ่่�มที่�่ 4 2 โรงเรีียน F กลุ่่�มที่�่ 2
Newborn Star Active Teacher
1

ความพร้้อมของเครืือข่า่ ยต่ำ�ำ�

30

ขั้้�นตอนที่่� 2 อ่า่ นผลการประเมิิน
เมื่่�อระบุุตำแหน่่งของตนเองในกราฟได้้
แล้้ว จะทำให้เ้ รารู้้�ว่า่ อยู่�ในกลุ่�มใด หากผลการ
ประเมิินตนเองของเราตกอยู่ �ในกลุ่ �มใดตามกราฟ
ด้้านล่า่ ง ให้้อ่า่ นความหมายของกลุ่�มนั้้น� ตามคำ
อธิิบายด้า้ นล่า่ ง
คำอธิิบายกลุ่ �ม
• กลุ่�มที่่� 1 (ด้้านบนขวา) มีีความพร้้อมด้้านการ
จัดั การเรียี นรู้�้แบบ Active Learning สููง และมีี
ความพร้อ้ มด้้านเครืือข่่ายสููง
• กลุ่�มที่่� 2 (ด้้านล่่างขวา) มีีความพร้้อมด้้านการ
จััดการเรียี นรู้้�แบบ Active Learning สููง และมีี
ความพร้้อมด้้านเครืือข่า่ ยไม่ม่ ากนััก
• กลุ่�มที่่� 3 (ด้้านบนซ้้าย) มีีความพร้้อมด้้านการ
จััดการเรียี นรู้แ�้ บบ Active Learning ไม่ม่ ากนััก
และมีีความพร้้อมด้้านเครืือข่่ายสููง
• กลุ่�มที่่� 4 (ด้้านล่่างซ้้าย) มีีความพร้้อมด้้านการ
จััดการเรีียนรู้้�แบบ Active Learning ไม่่มากนักั
และมีคี วามพร้อ้ มด้้านเครืือข่่ายไม่่มากนักั


ขั้้น� ตอนที่่� 3 รู้�้ จุุดเน้น้ ในการพัฒั นา
เมื่่�ออ่า่ นผลการประเมิินแล้ว้ ก็็จะรู้้�ว่า่ เรา
จะพััฒนาการจัดั การเรีียนรู้้�แบบ Active Learning
ร่่วมกัับภาคีีเครืือข่่ายให้เ้ ข้ม้ แข็็งขึ้�นได้อ้ ย่า่ งไรต่อ่ ไป

31

• กลุ่�มที่่� 1 Super Star : กลุ่�มนี้้�มีจี ุุดแข็ง็ ที่่�
สมดุุลระหว่่างความสามารถสร้้างการเรีียนรู้้�แบบ
Active Learning และการสร้้างความร่่วมมืือกัับ
เครืือข่่าย มีีความพร้้อมในการจััดการเรีียนรู้้�แบบ
Active Learning ร่่วมกัับภาคีีเครืือข่่ายอยู่�แล้้ว
สามารถกำหนดเป้้าหมายในการพััฒนาการจััดการ
เรียี นรู้แ�้ บบ Active Learning ร่ว่ มกัับภาคีเี ครืือข่า่ ย
ให้้โดดเด่่นได้้เลย
• กลุ่�มที่่� 2 Active Teacher : กลุ่�มนี้้ม� ีจี ุดุ
แข็็งในด้้านการออกแบบการเรีียนรู้้�แบบ Active
Learning มีีความรู้�้และประสบการณ์์เกี่ย� วกับั การ
จััดการเรีียนรู้้แ� บบ active learning อยู่�แล้้ว แต่่ยัังมีี
จุุดอ่่อนในด้้านการสร้้างความร่่วมมืือกัับเครืือข่่าย
จึึงควรเริ่�่มประสานเครืือข่่ายเพื่่�อร่่วมดำเนิินการ
สร้า้ งความเข้ม้ แข็ง็ ให้ม้ ากขึ้น� ได้้
• กลุ่�มที่่� 3 Perfect Coordinator : กลุ่�มนี้้�
มีีจุุดแข็็งในด้้านการประสานเครืือข่่ายในการทำงาน
มีีพื้้�นที่่�ในการพััฒนาการจััดการเรีียนรู้้�ร่่วมกัับภาคีี
เครืือข่า่ ยได้เ้ ยอะ แต่ย่ ังั มีจี ุดุ อ่อ่ นในด้า้ นการออกแบบ
การเรีียนรู้้�แบบ Active Learning จึงึ ควรมุ่�งเน้น้
การจััดการเรีียนรู้แ�้ บบ Active Learning ให้ม้ ากขึ้�น
โดยใช้้เครืือข่า่ ยที่่�มีีอยู่�ให้้เป็็นประโยชน์์

32

• กลุ่�มที่่� 4 Newborn Star : กลุ่�มนี้้�มีจี ุุดที่่�น่า่ สนใจในด้า้ นการ
ให้ค้ วามสำคัญั กัับการปรับั ปรุงุ เปลี่่�ยนแปลงตนเอง แต่่ยัังมีีจุดุ อ่่อนซึ่ง่�
เป็็นช่่องว่่างที่่�ยัังสามารถเรีียนรู้้�และพััฒนาการจััดการเรีียนรู้�้แบบ
Active Learning ร่่วมกัับภาคีีเครืือข่่ายได้้อีีกเยอะ จึึงควร
ศึึกษาเกี่�ยวกัับการจััดการเรีียนรู้้�แบบ Active Learning
และประสานเครืือข่่ายมาร่่วมดำเนิินการ เพื่่�อให้้การ
จััดการเรียี นรู้แ้� บบ Active Learning ร่ว่ มกับั ภาคีี
เครืือข่่ายเริ่�่มก่่อร่่างขึ้ �นและกลายเป็็นความเข้้ม
แข็็งของโรงเรีียนต่่อไป

33

ส่ว่ นที่�่ 4

แผนที่�่ช่ว่ ยปรุุง
และ ลงมืือ !

34

ได้้เวลาปรุงุ การเรีียนรู้�้
แบบ Active Learning
ร่่วมกับั ภาคีีเครืือข่า่ ย

35

แผนที่ช�่ ่่วยปรุุง
การจััดการเรีียนรู้แ้� บบ Active Learning ร่่วมกัับภาคีเี ครืือข่า่ ย

2

Active Teacher
เริ่ม่� ที่่�หน้า้ 62

(Situation Analysis)

3

Perfect Coordinator
เริ่่�มที่่�หน้้า 58

(Needs Assessment)

(Self Assessment) 4

Newborn Star
เริ่�ม่ ที่่�หน้้า 48

36

1

Super Star
เริ่่ม� ที่่ห� น้า้ 73

(Goal Setting & Planning)

(Engagement)

หน้้า 66

หน้้า 78

37

38

วิิธีีใช้้ แผนที่่ช� ่่วยปรุงุ ในการออกแบบการเรีียนรู้�

เมื่่อ� ได้ส้ ำรวจตัวั เองจนพบแล้้วว่่าโรงเรียี นของเราอยู่�ในกลุ่�มใด
ก็็ถึงึ เวลาปรุุงการเรีียนรู้้�ตามขั้น� ตอนที่่�เหมาะสมกัับสิ่ง�่ ที่่�เรามีี
(ถ้า้ ยัังไม่่ได้้สำรวจ ให้ก้ ลัับไปสำรวจได้ท้ ี่่ห� น้า้ 29)

เราได้แ้ บ่ง่ ประเภทโรงเรียี นออกเป็น็ 4 กลุ่�มด้ว้ ยกันั แต่ล่ ะ
กลุ่ �มสามารถเริ่�่มต้้นปรุุงการเรีียนรู้้�ในรููปแบบของตนเองได้้
โดยสามารถใช้้แผนที่่�ช่่วยปรุุงที่่�เราได้้ออกแบบมาให้้เป็็น
แนวทาง เพื่่�อให้้การปรุุงการเรีียนรู้้�แบบ Active Learning ร่่วม
กัับภาคีีเครืือข่า่ ยสามารถทำได้ง้ ่่ายขึ้�น

หากคุุณคืือ กลุ่ม� ที่่� 1 Super Star

กลุ่�มนี้้�มีีความพร้้อมด้้านการจััดการเรีียนรู้้�แบบ Active
Learning สููง และมีีความพร้้อมด้้านเครืือข่่ายสููงมีีต้้นทุุนและ
ความพร้อ้ มในการจัดั การเรียี นรู้้�แบบ Active Learning ร่ว่ มกับั
ภาคีเี ครืือข่า่ ยอยู่�แล้ว้ สามารถกำหนดเป้า้ หมายในการพััฒนาการ
จััดการเรีียนรู้้�แบบ Active Learning ร่่วมกัับภาคีีเครืือข่่ายให้้
โดดเด่่นได้เ้ ลย
หากโรงเรีียนของคุณุ อยู่�ในกลุ่�มนี้้� เยี่ย� มมาก! คุณุ มีคี วาม
พร้อ้ มค่่อนข้า้ งมาก และสามารถเริ่ม่� ต้น้ การออกแบบการเรีียนรู้�้

39

ร่่วมกัับเครืือข่่ายได้้เลย ขั้้�นตอนที่่�สำคััญที่่�คุุณอาจต้้องดำเนิิน
การต่่อเพื่่อ� ให้้ไปถึงึ เป้้าหมาย ได้แ้ ก่่
การระบุุเป้้าหมายร่่วมและวางแผนกระบวนการ
(Goal Setting & Planning)
การลงมืือสร้้างการเรียี นรู้�้ (Learning in Action) และ
การติิดตาม/ประเมินิ ผล (Monitoring & Formative
Assessment)
ให้้เปิดิ ไปที่่�หน้้า 73 เพื่่�อเริ่�มต้้นจากจุุดนั้้�นได้้เลย

หากคุุณคืือ กลุ่ม� ที่่� 2 Active Teacher

กลุ่�มนี้้ม� ีคี วามพร้อ้ มด้า้ นการจัดั การเรียี นรู้แ�้ บบ Active
Learning สููง แม้ม้ ีคี วามพร้้อมด้้านเครืือข่่ายไม่่มากนััก มีี
ความรู้้�และประสบการณ์์เกี่ �ยวกัับการจััดการเรีียนรู้้�แบบ
Active Learning อยู่�แล้้ว สามารถประสานเครืือข่่ายมาร่่วม
ดำเนิินการเพื่่อ� สร้า้ งความเข้ม้ แข็ง็ ให้ม้ ากขึ้�นได้้
หากโรงเรีียนของคุุณอยู่�ในกลุ่�มนี้้� คุุณมีีความพร้้อม
ดีีมากในด้้านประสบการณ์์การจััดการเรีียนรู้้�แบบ Active
Learning สิ่่�งที่่�คุุณต้้องการคืือกลไกในการทำความเข้้าใจ
เครืือข่่ายและการเชื่�อมต่่อการเรีียนรู้�้ ร่่วมกัับเครืือข่่ายเท่่านั้้�น
ขั้ �นตอนที่่�สำคััญที่่�คุุณอาจต้้องดำเนิินการต่่อเพื่่�อให้้ไปถึึง

40

เป้้าหมาย ได้แ้ ก่่
การสำรวจสถานการณ์์และเครือื ข่่าย (Situation
Analysis)
การสร้า้ งการมีีส่ว่ นร่่วม (Engagement)
การระบุเุ ป้้าหมายร่่วมและวางแผนกระบวนการ
(Goal Setting & Planning)
การลงมืือสร้้างการเรีียนรู้้� (Learning in Action)
และ
การติดิ ตาม/ประเมิินผล (Monitoring & Forma-
tive Assessment)
ให้เ้ ปิิดไปที่่�หน้า้ 62 เพื่่�อเริ่ม� ต้้นจากจุุดนั้้�นได้เ้ ลย

หากคุุณคือื กลุ่ม� ที่่� 3 Perfect Coordinator

กลุ่�มนี้้�มีีความพร้้อมด้้านการจััดการเรีียนรู้้�แบบ
Active Learning ไม่ม่ ากนักั แต่ม่ ีคี วามพร้อ้ มด้า้ นเครืือข่า่ ยสููง
มีพี ื้น้� ที่่ใ� นการพัฒั นาการจัดั การเรียี นรู้แ�้ บบ Active Learning
ร่่วมกัับภาคีีเครืือข่่ายได้้เยอะ โดยสามารถมุ่่�งเน้้นการจััดการ
เรียี นรู้แ�้ บบ Active Learning ให้ม้ ากขึ้น� โดยใช้เ้ ครืือข่า่ ยที่่ม� ีอี ยู่�
ให้เ้ ป็็นประโยชน์์ได้เ้ ลย
หากโรงเรียี นของคุุณอยู่�ในกลุ่�มนี้้� คุุณมีีความพร้้อมดีี

41

มากในด้า้ นการประสานความร่ว่ มมืือกับั เครืือข่่าย สิ่�่งนี้้ไ� ม่่ง่่าย
เลยนะ แต่่คุณุ ก็ท็ ำได้้แล้้ว! สิ่ง�่ ที่่ค� ุณุ ต้อ้ งการมีเี พียี งกลไกในการ
ทำความเข้้าใจเกี่ �ยวกัับทรััพยากรที่่�คุุณมีีเพื่่�อออกแบบการ
เรีียนรู้�้ให้้มีีลักั ษณะเป็็น Active Learning มากขึ้น� ขั้้�นตอนที่่�
สำคัญั ที่่�คุุณอาจต้้องดำเนิินการต่่อเพื่่�อให้ไ้ ปถึึงเป้้าหมาย ได้้แก่่
การสำรวจความต้้องการ (Needs Assessment)
การระบุุเป้้าหมายร่่วมและวางแผนกระบวนการ
(Goal Setting & Planning)
การลงมืือสร้า้ งการเรีียนรู้้� (Learning in Action) และ
การติิดตาม/ประเมินิ ผล (Monitoring & Formative
Assessment)
ให้เ้ ปิดิ ไปที่่�หน้้า 58 เพื่่อ� เริ่ม� ต้น้ จากจุดุ นั้้�น

หากคุณุ คืือ กลุ่�มที่่� 4 Newborn Star

กลุ่�มนี้้ม� ีคี วามพร้อ้ มด้า้ นการจัดั การเรียี นรู้แ�้ บบ Active
Learning ไม่่มากนััก และมีีความพร้้อมด้้านเครืือข่่ายไม่่มาก
นััก มีีช่่องว่่างที่่ย� ังั สามารถเรีียนรู้�แ้ ละพัฒั นาการจััดการเรียี นรู้�้
แบบ Active Learning ร่่วมกัับภาคีีเครืือข่่ายได้้อีีกเยอะเลย
โดยทำการศึึกษาเกี่�ยวกัับการจััดการเรีียนรู้้�แบบ Active
Learning และประสานเครืือข่่ายมาร่ว่ มดำเนิินการ

42

หากโรงเรียี นของคุุณอยู่�ในกลุ่�มนี้้ � ความสดใหม่ข่ อง
คุณุ อาจช่ว่ ยให้ค้ ุณุ ออกแบบการเรียี นรู้ไ�้ ด้อ้ ย่า่ งอิิสระเสรีมี าก ๆ
สิ่�่งที่่�คุุณต้้องการคืือกลไกในการทำความเข้้าใจเกี่ �ยวกัับตััวเอง
พร้้อมกัับการสำรวจสถานการณ์์รอบข้้าง จากนั้้�นจึึงเริ่�่ม
เชื่อ� มต่่อกัับเครืือข่่ายเพื่่อ� สร้า้ งการเรีียนรู้้�ร่่วมกันั คุุณจะได้ใ้ ช้้
เครื่่�องมืือในคู่่�มืือเล่่มนี้้�อย่่างคุ้ �มค่่ามาก ขั้้�นตอนที่่�สำคััญที่่�คุุณ
อาจต้้องดำเนิินการต่่อเพื่่อ� ให้ไ้ ปถึึงเป้้าหมาย ได้แ้ ก่่
การประเมิินตนเอง (Self-Assessment)
การสำรวจความต้้องการ (Needs Assessment)
การสำรวจสถานการณ์์และเครืือข่่าย (Situation
Analysis)
การสร้า้ งการมีสี ่ว่ นร่่วม (Engagement)
การระบุเุ ป้้าหมายร่่วมและวางแผนกระบวนการ
(Goal Setting & Planning)
การลงมืือสร้้างการเรีียนรู้�้ (Learning in Action)
และ
การติิดตาม/ประเมิินผล (Monitoring & Forma-
tive Assessment)
ให้้เปิิดไปที่่ห� น้้า 48 เพื่่�อเริ่ม� ต้้นจากจุุดนั้้�นได้้เลย

43

ลงมืือกันั เลย !

เครื่่�องมืือพััฒนาการเรีียนรู้้�

44

แบบ Active Learning ร่่วมกับั ภาคีีเครือื ข่า่ ย

45

(Situation Analysis)

(Needs Assessment)

(Self Assessment) You Are Here.
คุุณกำลัังอยู่ต่� รงนี้�้
46

(Goal Setting & Planning)

(Engagement)

47

เริ่่ม� ที่น่� ี่�่ !

กลุ่่�มที่่� 4 Newborn Star

เนื้อ้� หาในบทนี้้เ� ป็น็ การให้ข้ ้อ้ มููลเกี่ย� วกับั วิิธีกี ารสร้า้ งการเรียี นรู้แ�้ บบ Active Learning
ร่ว่ มกัับภาคีีเครืือข่่าย โดยให้ค้ วามสำคััญกับั ขั้�นตอนต่่าง ๆ ที่่�อาจช่ว่ ยให้โ้ รงเรีียนและ
เครืือข่่ายสามารถจััดการเรียี นรู้้แ� บบ Active Learning ร่ว่ มกันั ให้้เกิิดขึ้้น� ได้จ้ ริิง

การสำำ�รวจทรัพั ยากร

คำถามที่่�คุณุ จะตอบได้้จากการใช้้งานเนื้้�อหาส่่วนนี้�้
• ชั้้น� เรีียนและโรงเรียี นของฉัันมีีจุุดแข็ง็ และจุดุ อ่่อนด้า้ นใดบ้า้ ง ?
• ชั้้น� เรียี นและโรงเรียี นของฉัันควรให้้ความสำคััญกัับเรื่�องอะไร ?
• สถานการณ์ต์ อนนี้้เ� หมาะกับั การจัดั การเรียี นการสอน Active Learning หรืือยังั ?
• ฉัันมีีเครืือข่า่ ยที่่พ� ร้อ้ มจะทำให้้การจััดการเรีียนรู้้�แบบ Active Learning
เกิิดขึ้้น� ได้้แล้ว้ หรืือยััง ?

48

เมื่่อ� อ่า่ นมาถึึงตรงนี้้ � คุุณคงอยากเริ่�ม่ ลงมืือจัดั การเรีียนรู้้แ� บบ Active Learning
ร่ว่ มกับั ภาคีเี ครืือข่า่ ยแล้ว้ แน่น่ อนว่า่ การจัดั การเรียี นรู้�้ ลักั ษณะนี้้อ� ันั ที่่จ� ริิงแล้ว้ ไม่ย่ ากเลย
แต่่การจะทำให้้ประสบความสำเร็็จอาจจะต้้องการเทคนิิคและวิิธีีการเพิ่่�มขึ้ �นอีีกสััก
เล็ก็ น้อ้ ย ลองมาเรีียนรู้แ้� ต่ล่ ะวิิธีีไปพร้อ้ มกันั
การจััดการเรีียนรู้้�ร่่วมกัับภาคีีเครืือข่่ายอาจเป็็นงานยากสำหรัับใครหลายคน
เพราะในการทำงานกัับคนที่่�มากขึ้�น แต่่ละคนย่่อมมีีความคิิดเห็็นที่่�แตกต่่างกััน ซึ่�่ง
หมายความว่่าคุุณเองก็็อาจจะต้้องพิิจารณาและคำนึึงถึึงปััจจััยแต่่ละอย่่างที่่�แต่่ละคน
หรืือแต่่ละองค์์กรให้้ความสำคััญด้้วย อาจฟัังดููเหนื่่�อย แต่่อย่่าเพิ่่�งหัันหลัังเลย เพราะ
การจัดั การเรียี นรู้�้ร่วมกับั ภาคีเี ครืือข่า่ ยนั้้น� มีเี รื่อ� งดีี ๆ รออยู่่�อีกี มาก ไม่ว่ ่า่ จะเป็น็ ทรัพั ยากร
ที่่ค� ุณุ จะสามารถแบ่ง่ ปัันร่ว่ มกัันได้้ ความรู้�้ ทักั ษะ และวิิทยากรที่่�จะหลั่ง� ไหลมาช่่วยกััน
สร้้างการเรีียนรู้้� และยัังอาจมีีเงิ นทุุนที่่�พร้้อมจะสนัับสนุุนและช่่วยแบ่่งเบาเรื่�องการ
จัดั หาทรัพั ยากรอีกี ด้ว้ ย เรียี กได้ว้ ่า่ หากคุณุ สามารถจัดั การเรียี นรู้แ�้ บบ Active Learning
ร่ว่ มกับั ภาคีีเครืือข่า่ ยได้้ ภาระของคุุณจะเบาลงกว่่าเดิิมมาก!

ก่อ่ นที่่จ� ะยื่น� มืือออกไปสะกิิดเครืือข่า่ ยรอบตัวั คุณุ หรืือโทรศัพั ท์ต์ ิิดต่อ่ ไปที่่เ� ครืือข่า่ ย
ที่่ค� ุณุ มีอี ยู่� สิ่ง่� สำคัญั เรื่อ� งแรกคืือการสำรวจสถานการณ์เ์ กี่ย� วกับั ตนเอง (ชั้น� เรียี น ครูู นักั เรียี น
และสถานศึกึ ษา) เพื่่อ� ให้ค้ ุณุ ได้ม้ องเห็น็ สิ่ง่� ที่่ม� ีไี ด้ช้ ัดั เจนมากขึ้น� และพอจะจิินตนาการได้้
ว่า่ เครืือข่่ายแบบไหนที่่�คุุณอาจต้้องการ ในครั้้�งนี้้�เรามีีเครื่่�องมืือมากมายให้้คุุณได้้
เลืือกใช้้ ลองดููตัวั อย่่างต่อ่ ไปหลังั จากนี้้�ได้้เลย

49

เครื่่�องมืือประเมินิ ตนเอง (Self-Assessment)
การประเมินิ ตนเองเป็น็ ขั้้น� ตอนแรกของกิจิ กรรมทุกุ อย่่างที่่จ� ะเกิดิ ขึ้น�้ หลังั จากนี้�้
แน่่นอนว่่าหากเราไม่รู้�ว่าตัวั เองตอนนี้เ้� ป็น็ อย่่างไรก็ย็ ่่อมเป็น็ เรื่อ� งยากที่่จ� ะมองเห็น็ ว่่าเรา
จะต้อ้ งทำอะไรบ้า้ งเพื่่อ� ให้ส้ ามารถไปถึึงฝันั ที่่ต�ั้้ง� ใจไว้้ เช่่นเดีียวกันั กับั การจัดั การเรีียนรู้�
สถานภาพของโรงเรีียน บุคุ ลากรในโรงเรีียน และวิธิีีการสอนต่่าง ๆ ของโรงเรีียนใน
ปัจั จุบุ ันั จะเป็น็ ปัจั จัยั สำคัญั ที่่ท� ำให้ก้ ารจัดั การเรีียนรู้�แบบเชิงิ รุกุ ร่่วมกับั ภาคีีเครือื ข่่ายนั้้น�
เกิดิ ขึ้น�้ ได้อ้ ย่่างเหมาะสม
เครื่่�องมืือประเมิินตนเองที่่�เราแนะนำให้้ใช้้นี้้�เป็็นการนำหลัักการในการประเมิิน
องค์์กร (Organizational Assessment) หรืือ OA มาใช้้ในบริิบทของโรงเรีียน มีี
ทั้้�งหมด 4 ขั้้น� ตอน

ขั้้น� ตอนที่่� 3 ขั้้น� ตอนที่่� 4
การประเมิิน การสรุุปผล

ขั้้น� ตอนที่่� 1 ขั้้�นตอนที่่� 2
แบ่่งกลุ่ม� พื้้น� ที่่�หรือื พััฒนาระบบให้้
แบ่่งกลุ่ม� ประเด็็น คะแนน

4 ขั้้น� ตอนในการประเมิินองค์ก์ ร
50


Click to View FlipBook Version