The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ร่วมกับภาคีเครือข่าย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by puthita sumanon, 2022-05-15 04:33:39

Active Learning Cookbook

การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ร่วมกับภาคีเครือข่าย

ข้อ้ สัังเกต
สำหรัับคุณุ ครูู / โรงเรีียน
• สามารถนำสื่�อ คู่่�มืือ และชุุดกิิจกรรมต้้นแบบจาก สอร. ไปใช้้ในห้อ้ งเรียี นได้้ โดย

ดาวน์์โหลดตามรายละเอีียดในหััวข้้อถัดั ไป (ข้อ้ มููลเพิ่่�มเติิม)
• การไปแหล่่งเรีียนรู้้�นอกชั้�นเรีียน สามารถแจ้้งวััตถุุประสงค์์กัับแหล่่งเรีียนรู้้�เพื่่�อ

ร่่วมกัันออกแบบการเรีียนรู้ใ�้ ห้ต้ อบโจทย์์ยิ่ง่� ขึ้�น
สำหรัับภาคีีเครือื ข่่าย
• ความท้้าทายของภาคีีเครืือข่่ายเมื่่�อต้้องทำงานกัับโรงเรีียนคืือทำอย่่างไรจะช่่วย

ลดภาระและทำให้้ครููนำไปใช้้ได้้สะดวกที่่�สุุด ซึ่่�งจำเป็็นต้้องเกิิดจากการคิิดและ
ออกแบบอย่า่ งดีี

151

ข้้อมููลเพิ่่�มเติิม

www.tkpark.or.th
เว็็บไซต์์สถาบันั อุทุ ยานการเรีียนรู้� TK park
สามารถยืืมหนัังสืือได้้ทั้้ง� เล่่มหนัังสืือ และหนัังสืือดิิจิิทััล
แถมยังั มีีของเล่่น และบอร์์ดเกมให้้ยืืม และสามารถใช้บ้ ริิการ
Delivery ผ่่านเวปไซต์ไ์ ด้ท้ ัันทีี

นอกจากนี้้ย� ังั มีแี หล่ง่ ความรู้้�อื่น� ๆ เช่่น งานวิิจััย สื่่�อสิ่่�งพิิมพ์ ์ พอดแคสต์์ วีดี ีีโอ
ฯลฯ มีขี ่่าวสาร กิิจกรรม นิิทรรศการ โครงการต่า่ ง ๆ รวมถึึงฐานข้้อมููลภาคีีเครืือข่า่ ย
แหล่่งเรีียนรู้้�ทั้ง� ระดับั จัังหวััดและแหล่่งเรียี นรู้�้ขนาดเล็็กใกล้้บ้า้ น

152

โครงการอบรมและประกวดออกแบบบอร์ด์ เกม Print and
Play เล่น่ เรีียนรู้� ไร้้พรมแดน
รู้�้ จัักโครงการ และบอร์์ดเกมในโครงการทั้้�ง 9 เกม ดาวน์์โหลด แล้ว้ ปริ้้น� ท์์มา
เล่่นได้้ทันั ทีี

คลิิปแนะนำการใช้บ้ อร์ด์ เกม Print and Play เล่น่ เรีียนรู้�
ไร้้พรมแดน ทั้้�ง 9 เกม

ชุดุ นิทิ รรศการ MORE THAN WORDs
นิิทรรศการที่่จ� ัดั ทำขึ้น� ด้ว้ ยวัตั ถุปุ ระสงค์์ “อยากให้้การ
ใช้้ภาษาเป็็นเรื่�องสนุุก และน่่าสนใจ” มีีทั้้�งภาษาไทยและ
ภาษาอัังกฤษในชีีวิิตประจำวันั พัฒั นาทัักษะทั้้�ง ฟังั พููด อ่า่ น
เขียี น บางหััวข้อ้ ยังั แถมทักั ษะการเคลื่่อ� นไหวร่า่ งกาย การคิิด
วิิเคราะห์์ แยกแยะ เข้า้ ไปด้้วย ในชุุดนิิทรรศการประกอบไป
ด้ว้ ย 5 กิิจกรรมให้เ้ ลืือกใช้้-ต่อ่ ยอด มีสีื่�อประกอบที่่ส� ามารถ
ดาวน์์โหลดแล้ว้ นำไปใช้ไ้ ด้้เลย พร้อ้ มคู่�มือการใช้ง้ าน

ขอบคุุณข้อ้ มููลจาก: คุณุ อััศริินทร์์ นนทิิหทััย ผู้อ้� ำนวยการฝ่่ายกิิจกรรมการเรียี นรู้�้ สถาบันั อุทุ ยาน
การเรีียนรู้�้ TK Park

153

4
เมื่่อ� มีีพาร์์ทเนอร์์
1 + 1 กลายเป็น็ ผลลัพั ธ์ม์ หาศาล

154

แหล่่งเรีียนรู้้�กับั Active Learning
ในความหมายของผม active learning คืือการที่่เ� ราได้ม้ าเรียี นรู้�้ รับั รู้้� แล้้วเกิิด
ความรู้�้ สึึกที่่�อยากจะเรียี นรู้ต�้ ่อ่ ในฐานะของแหล่่งเรีียนรู้้� หน้า้ ที่่ข� องเราคืือ การวางความ
รู้้�ของเราเป็็นรากฐาน แล้ว้ จุดุ ประกายให้้ผู้เ�้ ข้้ามาอยากเรียี นรู้้�ต่อ่ อย่า่ งเช่่น ผมพาลููกไป
พิิพิิธภััณฑ์์วิิทยาศาสตร์ไ์ ปเรียี นรู้เ�้ รื่อ� งสััตว์ป์ ่่า เรื่�องธรรมชาติิ พอกลับั มาลููกเรียี กร้อ้ งให้้
พ่อ่ เปิิด Discover Channel อยากดููสััตว์์แบบนั้้น� แบบนี้้ต� ่่อ นี่่ค� ืือการจุุดประกายการ
เรีียนรู้้�
เรามีีองค์ค์ วามรู้�อ้ ยู่่�ทุกุ ภาคส่่วน ที่่�ชัดั เจนและแตกต่่างกันั ไป สิ่่ง� ที่่เ� ราอยากจะ
เผยแพร่่นั้้น� สามารถเอามาควบรวมกับั ภาคีแี ล้ว้ ทำให้เ้ กิิดประโยชน์ส์ ููงสุดุ ได้้ เช่น่ การ
ไฟฟ้า้ ฝ่า่ ยผลิิตเราเชี่�ยวชาญเรื่�องพลังั งานไฟฟ้า้ และการผลิิตไฟฟ้้า แต่ส่ ิ่�ง่ ที่่� กฟผ. ตั้้ง� ใจ
จะเล่่าจริิง ๆ คืือ มนุษุ ย์์จะมีีชีวี ิิตอยู่่�กัับสิ่ง�่ แวดล้อ้ มอย่่างไรให้้ยั่�งยืืน จะมีลี มหายใจที่่�
บริิสุทุ ธิ์ต� ่อ่ ไปอีีก 100 ปีีได้อ้ ย่่างไร
ภาคีีเครืือข่่ายสำคััญอย่่างไรต่่อแหล่่งเรีียนรู้� ?
ภาคีหี รืือพาร์ท์ เนอร์์ (partner) เป็น็ สิ่�ง่ สำคััญ ถ้้าเรามีพี าร์ท์ เนอร์ ์ จะทำให้เ้ รา
แข็ง็ แกร่่ง ใช้้เงินน้้อยลง แต่่ขยายกลุ่�มเป้้าหมายได้้กว้้างขึ้�น ต่อ่ ยอดองค์ก์ รให้เ้ กิิดผลได้้
อย่า่ งมหาศาล เช่่นที่่�ศููนย์์การเรียี นรู้้� กฟผ. ก่อ่ นหน้้านี้้เ� ราไม่่เคยมีแี หล่ง่ เรียี นรู้้�ของตััว
เอง เราเชี่�ยวชาญในการผลิิตไฟฟ้า้ แต่พ่ อมาทำศููนย์ก์ ารเรียี นรู้�้ ตัวั เราเหลืือนิิดเดีียว ไม่ร่ ู้้�
อะไรเลย แต่ท่ ำได้เ้ พราะมีีพาร์ท์ เนอร์ ์ คืือ อพวช. ซึ่ง�่ เป็็นผู้เ้� ชี่ย� วชาญในการสร้้าง
พิิพิิธภััณฑ์ ์ สร้้างแหล่่งเรียี นรู้้� เขาเข้า้ มาช่ว่ ยหมดทุกุ เรื่�อง ทั้้ง� ระบบ การบริิหาร การ
ตลาด การประชาสััมพัันธ์ ์ สอนและจัับมืือทำไปด้้วยกันั เราปรึกึ ษาเขาได้ต้ ลอด พอผ่่าน
ไป 1 ปีี เราเริ่�่มตั้ง� ตััวได้้ก็เ็ ริ่่ม� ค่่อย ๆ ทำเอง ดังั นั้้�น ในปีแี รกที่่�เรายังั ไม่ร่ ู้้�อะไรเลย เราก็็
ร่่วมกับั พาร์์ทเนอร์ท์ ี่่�เป็น็ เส้้นทางเดียี วกันั

155

พอปีตี ่่อ ๆ มาเราเริ่่ม� ขยายพาร์์ทเนอร์น์ อกวงการ ทั้้ง� วงการบัันเทิิง สถานทููต
สายการศึึกษา ล่่าสุุดได้้พาร์ท์ เนอร์์เป็น็ บริิษัทั รถยนต์์ เขาอยากขายรถที่่�อนุุรัักษ์์
ธรรมชาติิ 100% เราเองก็ม็ ีีจุดุ ยืืนเดียี วกันั ที่่�จะผลิิตไฟฟ้า้ เพื่่อ� ลมหายใจที่่�บริิสุทุ ธิ์ข� อง
คนไทย 100% เมื่่�อจุดุ ยืืนเดีียวกัันมาร่่วมกัันก็็ขยายกลุ่�มเป้้าหมาย ขยายธุุรกิิจได้ก้ ว้า้ ง
ขึ้ �นไปอีกี
นอกจากนี้้� เมื่่อ� โลกเปลี่่ย� น มีเี ทคโนโลยีี มีโี ซเชียี ลมีีเดียี เข้้ามา จากแต่่ก่อ่ นผม
ไปออกบููธให้้ความรู้้� คนมาหลัักสิิบ หลักั ร้อ้ ยต่่อวััน พอมาสมััยนี้้�นอกจากออกบููธเรายังั
ถ่า่ ยทอดผ่า่ น ZOOM ผ่า่ น Facebook ผ่่านเว็บ็ ไซต์ ์ ผ่า่ นโซเชียี ลมีีเดียี ต่่าง ๆ ได้อ้ ีกี
ภายในวัันเดีียวสร้้างการรัับรู้้ไ� ด้ห้ ลายหมื่่น� คนอาจจะไปที่่บ� ููธ 3,000 คน แชร์ต์ ่อ่ ในโซ
เชีียลไปอีีก 7,000 กดไลค์์ กดแชร์ก์ ันั ต่อ่ เช็ค็ ยอดกลับั มาได้้ 2-3 หมื่่น� นี่่�คืือเทคโนโลยีี
มีีผลมาก สร้้างการรัับรู้ไ�้ ด้ม้ าก และลดค่่าใช้จ้ ่า่ ยลงอย่่างมาก
ดัังนั้้�น ยืืนยัันได้้ว่า่ พาร์ท์ เนอร์์สำคััญมาก เราใช้เ้ งินน้้อยลงมาก แต่่ขยายความรู้้�
ออกไปได้้มหาศาล สำหรัับผมความสำเร็็จของโครงการสมััยนี้้� 25% คืือ ทุุน อีีก 25%
คืือสมองที่่เ� ราคิิดงาน และอีกี 50% คืือพาร์์ทเนอร์์
มีีหลักั ในการทำงานร่่วมกับั พาร์์ทเนอร์อ์ ย่่างไร ?
หลักั สำคััญคืือคุยุ กััน แลกเปลี่่�ยนกััน เอาความต้อ้ งการและสิ่ง�่ ที่่ต� นมีีมาคุยุ
มาระดมสมองกันั แล้้วร่ว่ มกันั ทำ แชร์ท์ รัพั ยากรที่่�มีี เติิมเต็็มกันั แล้้วโครงการที่่�ทำร่ว่ ม
กันั จะเกิิดผลมาก
นโยบายของศููนย์ก์ ารเรียี นรู้ข�้ องเรา คืือการทำพาร์ท์ เนอร์ร์ ่ว่ มกับั หน่ว่ ยงานต่า่ ง ๆ
ที่่�ต้อ้ งการทำ CSR CSV เราดึึงเขามาใช้พ้ ื้น�้ ที่่ข� องเราก่่อน ซึ่ง�่ พื้น�้ ที่่�ของเราพร้้อมมาก มีี
พิิพิิธภัณั ฑ์์ทั้้�งในสถานที่่จ� ริิง และพิิพิิธภััณฑ์เ์ สมืือน คนที่่ห� ่่างไกลสามารถดููผ่่านจอได้้
เรามีหี ้อ้ งประชุมุ มีที ี่่�รัับประทานอาหาร มีพี ื้�้นที่่�ริิมน้้ำ ชวนเขามาใช้้พื้�้นที่่�ของเรา แล้ว้
เราจัดั กิิจกรรม CSR ให้้ เอากลุ่�มเป้ห้ มายและวัตั ถุุประสงค์ท์ ี่่�เขาอยากทำ CSR มาคุยุ กััน
เราให้้ในส่ว่ นที่่�เราอยากมอบให้ ้ ส่ว่ นเขาอยากได้้อะไรก็็บอกเรา

156

เคยทำกิิจกรรมร่่วมกับั ช่อ่ ง 3 เขาเห็น็ พื้�้นที่่�ของเราแล้้วอยากทำ CSR กัับเด็ก็ ใน
สลััม อายุุ 13-18 ปีี อ่่านหนังั สืือไม่่ออก ไม่่ได้เ้ รีียนหนังั สืือ อยากให้้เด็็กได้้ซึมึ ซับั ได้้จุดุ
ประกายว่่าการเรีียนรู้�้ มีีอยู่่�ทุุกที่่�เราก็็พาเด็็กมาทำกิิจกรรมร่่วมกัันที่่�ศููนย์์การเรีียนรู้้�
กฟผ. 1 วันั มีนี ักั แสดงของช่่อง 3 มาช่ว่ ยจุดุ ประกายให้เ้ ด็็ก ๆ กฟผ. ก็็ถ่่ายทอดความรู้้�
เรื่อ� งพลังั งาน เรื่อ� งไฟในบ้้านที่่ใ� ช้้กันั อยู่่�มีที ี่่ม� าอย่า่ งไร เอาคนมาสร้้างการเรีียนรู้ใ�้ ห้้กัับ
เด็ก็ ๆ
นอกจากนี้้� เราคุุยกัันกับั ช่่อง 3 ว่่าอยากให้้เขาได้ล้ งมืือทำด้้วย วันั เดียี วเราพาไป
ปลููกป่า่ ไม่ไ่ ด้้ แต่่ที่่ศ� ููนย์ป์ ลููกป่า่ บางปะกง สามารถปลููกลงกระบอกไม้้ไผ่่แล้ว้ ส่่งไปได้้
เอามาปลููกกัันที่่ห� น้า้ งาน ที่่�ศููนย์ก์ ารเรีียนรู้้�ของเราเลย เด็ก็ ๆ ได้เ้ ล่่นโคลน ได้้ลงมืือปลููก
ป่่า ได้้สนุกุ ได้ท้ ำสิ่่�งที่่ห� าทำที่่�บ้้านเขาไม่่ได้้ แล้ว้ เราก็็ต่่อยอดให้เ้ ขารู้้�สึึกว่่าสิ่ง่� ที่่เ� ขาทำยิ่่ง�
ใหญ่่ โดยเอาต้น้ กล้้าโกงกางที่่�เด็ก็ ๆ ปลููกเสร็จ็ ไปปลููกที่่�บางปะกงให้้เขา ถ่า่ ยทอด
รายการผ่่านช่อ่ ง 3

ข้้อสังั เกต
สำหรัับคุุณครูู / โรงเรีียน
• การพููดคุยุ ความต้้องการและร่่วมกัันออกแบบการเรีียนรู้�้ ร่ว่ มกัับแหล่่งเรียี นรู้้� เป็น็

สิ่�่งสำคััญ นอกจากจะช่่วยให้้ได้เ้ กิิดผลลััพธ์ก์ ัับเด็ก็ จริิงตามวััตถุุประสงค์แ์ ล้ว้ แหล่ง่
เรีียนรู้้�เองอาจมีีทรััพยากรและภาคีีเครืือข่่ายที่่�ช่่วยขยายการเรีียนรู้้�ได้้ มากกว่่าที่่�
เราคิิด
สำหรัับภาคีีเครือื ข่่าย
• แหล่ง่ เรียี นรู้เ�้ องก็ม็ ีภี าคีเี ครืือข่า่ ยที่่ช� ่ว่ ยส่ง่ เสริิมสนับั สนุนุ กันั การเลืือกภาคีเี ครืือข่า่ ยที่่�
เหมาะกับั ตนเองจะช่่วยขยายโอกาสได้้มาก ด้้วยต้น้ ทุนุ ที่่น� ้อ้ ยลง
• เทคโนโลยี ี ช่ว่ ยขยายการรัับรู้้�ของผู้�้ คน และช่ว่ ยลดค่่าใช้จ้ ่่าย

157

ข้้อมููลเพิ่่ม� เติิม

www.egat.co.th/learningcenter
เว็บ็ ไซต์์ศููนย์์การเรีียนรู้�้ กฟผ. หรืือ EGAT Learning Center
ซึ่่ง� มีอี ยู่� 8 แห่่งทั่่ว� ประเทศ เปิิดบริิการแล้้ว 6 แห่่ง
ข่่าว พาน้อ้ งเรีียนรู้เ�้ สมืือนจริิงนอกห้้องเรีียน ในกิิจกรรม
“ช่อ่ ง 3 อาสาทำดีี เพาะบ่ม่ ต้้นกล้้ารู้�้ รัักษ์์พลังั งาน”

ขอบคุณุ ข้้อมููลจาก: คุณุ อััศวิิน ชิิดสิิน หััวหน้า้ ส่่วนงานการตลาดและประชาสััมพันั ธ์ ์ ศููนย์ก์ ารเรีียน
รู้้� กฟผ. สำนักั งานกลาง

158

ส่่วนที่�่ 6

ภาคผนวก
(หลักั การ เครื่่อ� งมืืออื่�น ๆ และแหล่ง่ เรีียนรู้้เ� พิ่�่มเติมิ )

159

หลักั การเพิ่่�มเติมิ

160

การจัดั การเรีียนรู้�แ้ บบ Active Learning
การจััดการเรีียนรู้�แบบ Active Learning กัับศตวรรษที่่� 21
สิ่่ง� ที่่ส� ำคััญกัับการศึึกษาที่่�เปลี่่�ยนแปลงนี้้� นำไปสู่่�การปรับั ตัวั ของกลุ่�มบุคุ คลทุกุ
กลุ่�ม ไม่่ใช่่เพียี งนักั เรียี นในอนาคตที่่�ต้อ้ งปรัับตััวฝึกึ ทัักษะใหม่่ ๆ แต่ย่ ัังรวมถึงึ กลุ่�มที่่�
เป็็นบุุคลากรทางการศึึกษาที่่�ต้้องเตรีียมพร้้อมกัับการรัับมืือกัับสิ่�่งใหม่่ ๆ ที่่�
ไม่่คาดคิิด ทั้้ง� นี้้เ� ป้า้ หมายเพื่่�อสร้า้ งเยาวชนรุ่�นใหม่่เป็็นกำลังั สำคััญของชาติิ
ความท้้าทายกัับการศึึกษาของประเทศไทยคืือการสร้้างผู้�้เรีียนที่่�เหมาะสมกัับ
ทิิศทางการพััฒนาประเทศไทยในศตวรรษที่่� 21 บุุคคลากรทางการศึึกษาจึึงต้้องมีีความ
พร้้อมในการจัดั การเรีียนรู้้�เพื่่�อให้้ผู้้เ� รียี นไม่่ได้้แค่เ่ พีียงมีคี วามรู้�แ้ ต่ย่ ัังมีีทักั ษะต่า่ ง ๆ
สำหรับั ลงมืือปฏิิบัตั ิิ ทำงานเป็็นกลุ่�มร่่วมมืือกันั และเป็็นกำลัังให้้กัับสัังคมไทยในอนาคต
ที่่�ยากที่่จ� ะคาดเดาถึึงความชัดั เจน สำหรัับทักั ษะการเรีียนรู้�้ (Learning Skill) ที่่ส� ำคัญั
สำหรับั ผู้เ�้ รียี น การบอกอธิิบายเนื้อ้� หาเพียี งอย่า่ งเดียี วจะไม่พ่ ออีกี ต่อ่ ไป การจัดั การเรียี น
รู้�แ้ บบ Active Learning เป็็นวิิธีกี ารจััดการสอนที่่�สนัับสนุุนให้้เด็็กเรียี นรู้�้และเพิ่�ม่ พููน
ความสามารถโดยเน้้นการลงมืือปฏิิบััติิด้้วยตนเอง
การเรีียนรู้�แ้ ห่ง่ อนาคตอาจไม่ไ่ ด้้อยู่�ในโรงเรียี นหรืืออยู่�บนหนัังสืืออย่่างเดียี ว รููป
แบบการเรีียนรู้้�สามารถถููกออกแบบปรัับเปลี่่�ยนให้้หลากหลาย แต่่ขึ้�นกัับความเหมาะ
สมของกลุ่�มเป้า้ หมาย เนื้้อ� หาในรายวิิชา เป็็นความรู้�ห้ รืือความสามารถที่่�ต้อ้ งฝึกึ ฝน จน
ตััวผู้้�สอนเองนั้้�นอาจต้้องลองสร้า้ งสรรค์์ในรููปแบบที่่แ� ม้แ้ ต่ต่ ััวเราก็็ไม่เ่ คยสัมั ผััสมาก่่อน

161

“The illiterate of 21st century will not be those who cannot read
and write, but those cannot learn unlearn and relearn.” กล่า่ วโดย Alvin
Toffler
การปรับั ตัวั เพื่อ่� อนาคตไม่ใ่ ช่เ่ น้น้ เพียี งแค่่ อ่า่ นหนังั สือื ออก พูดู เขียี นสื่อ่� สารได้้ แต่่
ต้อ้ งการการเตรียี มพร้อ้ มรัับกับั การเรียี นรู้�ใหม่่ ๆ ซึ่ง�่ ล้ว้ นแต่่อาจจำเป็น็ ต้้องวางทักั ษะที่่�
เคยมีีไว้ก้ ่อ่ นและเรียี นรู้�สิ่�งใหม่่ที่่�อยู่�นอกกรอบ

“The best way to predict the future is to design it”
กล่า่ วโดย Buckminster Fuller

สิ่�่งที่่�ดีที ี่่ส� ุดุ สำหรัับการพร้้อมรัับมืือกับั การศึึกษาในอนาคต จะไม่่ได้้เป็็นเพีียงแค่่
เราจะต้อ้ งทำอะไรในอนาคต แต่ใ่ ห้ม้ องว่า่ เรามองออกแบบอนาคตเราอย่า่ งไร

162

การจััดการเรีียนรู้�แ้ บบ Active Learning คือื อะไร
การจััดการเรีียนรู้แ้� บบเชิิงรุกุ (Active Learning) ส่ง่ ผลต่อ่ การพัฒั นาผู้เ้� รีียนให้้
เหมาะสมกัับศตวรรษที่่� 21 รููปแบบของการเรียี นรู้ภ�้ ายในชั้น� เรีียนเกิิดความหลากหลาย
ที่่ม� ากกว่า่ การเป็น็ เพีียงการบรรยาย (Lecture-based Learning) ซึ่�่งการออกแบบกิิ
จรรมการจััดกระบวนการเรีียนรู้�้แบบเชิิงรุุกเป็็นเครื่่�องมืือที่่�ยืืดหยุ่ �นสามารถนำพาผู้้�
เรีียนให้้เกิิดการสร้้างองค์์ความรู้�้ด้้วยตนเองได้้โดยผู้�้ สอนทำหน้้าที่่�เป็็นผู้้�อำนวยการ
เรีียนรู้�้ (Facilitator) และผู้เ�้ รีียนจะไม่ไ่ ด้เ้ ป็็นผู้้ร� อรัับอย่่างเดีียวอีกี ต่่อไป ทั้้�งทักั ษะการ
คิิดวิิเคราะห์์ การสื่อ� สาร รวมไปถึงึ การทำงานเป็็นทีมี จะสามารถเกิิดขึ้้น� จากภายในตััวผู้้�
เรียี นเอง
การเรีียนรู้้�ในรููปแบบที่่�เน้้นให้้ผู้�้เรีียนได้้มีีโอกาสได้้พููดหรืือลงมืือปฏิิบััติิเพื่่�อ
แสดงความคิิดของตนเองเพื่่�อเพิ่�่มการมีีส่่วนร่่วม (Active Learning) ของผู้้�เรีียนที่่�มา
กกว่่าการนั่่ง� ฟังั และเป็็นฝ่า่ ยรับั ความรู้�้ (Passive Learning) อย่า่ งเดียี ว ทำให้้ผู้้�เรียี นรัับ
ผลการเรีียนรู้้�และอยู่่�คงทนได้้นานกว่่า เพราะกระบวนการเรีียนรู้้�แบบ Active
Learning เป็็นการจำลองส่่วนหนึ่่ง� ของการทำงานจริิง ส่ง่ ผลให้ข้ องสมองที่่�เกี่�ยวข้้อง
สามารถเก็็บและจำสิ่�่งที่่�ผู้้�เรีียนเรีียนรู้้� และเก็็บบนระบบความจำระยะยาว (Long
Term Memory) ทำให้ผ้ ลการเรียี นรู้้�ยัังคงอยู่�ได้ใ้ นปริิมาณที่่�มากกว่่า ระยะยาวกว่า่
เรีียกว่า่ เป็็นการเรีียนที่่แ� ท้้จริิงที่่�เหมาะสม

163

ความสามารถในการจดจำได้้ ACT IVE LE AR NI NG ผลการเรีียนรู้�ที่ค� าดหวััง

10% of what they read PASSIVE สามารถให้น้ ิิยามได้้
20% of what they hear LEARNING สามารถอธิบิ ายได้้
30% of what they see
50% of what they see and hear สามารถสาธิติ ได้้
70% of what they say and write สามารถปฏิิบััติเิ องได้้
90% of what they do สามารถวิเิ คราะห์ไ์ ด้้
สามารถตีีความได้้
สามารถสร้้างสรรค์์ใหม่่ได้้

จากภาพพีีรามิิดการเรีียนรู้�้ด้้านบนนี้้ � จะเห็็นได้ว้ ่่าการเรียี นรู้�้นี้ไ� ด้้แบ่ง่ เป็็น 2
แบบ คืือ กระบวนการเรียี นรู้้แ� บบตั้ง� รัับ (Passive Learning) และกระบวนการเรียี นรู้�้
เชิิงรุกุ (Active Learning)

164

การเรีียนรู้้�โดยการรัับฟัังและอ่่านท่่องจำที่่�บทบาทของผู้�้เรีียนเป็็นแบบตั้�งรัับ
(Passive Learning) ซึ่ง�่ รููปแบบนี้้�ผู้เ�้ รีียนจะจำได้ใ้ นสิ่ง่� ที่่�เรียี นรู้�ไ้ ด้น้ ้อ้ ยกว่่า 50% การ
เรียี นรู้แ�้ บบตั้ง� รับั นี้้ผ� ู้เ�้ รียี นมีโี อกาสได้ม้ ีสี ่ว่ นร่ว่ มในการเรียี นรู้�้ จำกัดั และเมื่่อ� เวลาผ่า่ นไป
การเรีียนรู้�้ที่�ผู้้เ� รีียนจำได้้จะค่่อย ๆ ลดและเลืือนหายไป ซึ่ง�่ การเรียี นรู้แ�้ บบ Passive
Learning นิิยมการสอนที่่ม� ีภี าพประกอบ การให้ด้ ููภาพยนตร์์ การสาธิิตจัดั นิิทรรศการ
รวมทั้้�งการนำผู้เ�้ รียี นไปทัศั นศึกึ ษาหรืือดููงาน ก็ท็ ำให้ผ้ ลการเรีียนรู้เ�้ พิ่�ม่ ขึ้น� และคงทนได้้
ดีขีึ้น� ระดับั นึงึ แต่ถ่ ้า้ ผู้เ�้ รียี นมีบี ทบาทในการแสวงหาความรู้แ�้ ละเรียี นรู้อ�้ ย่า่ งมีปี ฏิิสัมั พันั ธ์์
(Active Learning) จนเกิิดความเข้า้ ใจและนำไปประยุุกต์ใ์ ช้จ้ ริิงได้้ รวมถึงึ สามารถ
วิิเคราะห์ ์ สังั เคราะห์ ์ ร่ว่ มอภิิปราย ประเมิิน สร้้างสรรค์์ และพัฒั นาตนเองอย่า่ งเต็ม็
ความสามารถ รวมถึงึ การจัดั ประสบการณ์์การเรีียนรู้�ใ้ ห้้ได้ใ้ ห้ฝ้ ึึกทักั ษะการสื่�อสาร
การนำเสนอผล มีีการเชื่�อมโยงกับั สถานการณ์์ต่า่ ง ๆ กเรียี นรู้�ใ้ นสถานการณ์์จำลอง
และไปถึงึ การฝึกึ ปฏิิบัตั ิิในสภาพจริิง จะทำให้ผ้ ลการเรียี นรู้เ�้ กิิดขึ้้น� ถึงึ 90-100%
งานวิิจััยเกี่�ยวกัับการเรีียนการสอนแบบเชิิงรุุกถููกเผยแพร่่และแสดงให้้เห็็นถึึง
ผลสััมฤทธิ์�ของผู้้�เรีียนที่่�สููงขึ้�น ไม่่ว่่าจะเป็็นการเรีียนการสอนแบบเชิิงรุุกที่่�ส่่งเสริิม
บรรยากาศการเรียี นการสอนที่่ด� ีแี ละเพิ่ม่� แรงจููงใจให้ก้ ับั ผู้เ�้ รียี นมากขึ้น� (Morable, 2000)
ประยุกุ ต์ก์ ับั วิิชาวิิศวกรรมศาสตร์ท์ี่่ส� ่ง่ เสริิมให้ผ้ ู้เ�้ รียี นมีคี วามกระตืือรืืนร้น้ (Prince, 2004)
กระประยุุกต์ก์ ับั วิิทยาศาสตร์์ชุุมชน (Michael, 2006) การประยุุกต์์กับั วิิทยาศาสตร์์
ฟิิสิิกส์์เพื่่�อเพิ่่�มประสิิทธิิภาพการสอนและส่่งผลให้้ผู้�้เรีียนมีีดัับคะแนนที่่�พััฒนามากขึ้ �น
มากกว่า่ ร้้อยละ 50 (Hoellwarth & Moelter, 2011) จากผลลััพธ์เ์ หล่า่ นี้้�แสดงให้เ้ ห็็น
ถึงึ ส่ว่ นสำคัญั ต่อ่ การออกแบบการจัดั การเรีียนรู้�้ที่�มากกว่่าการบรรยายเนื้้�อหา ซึ่�่ง
ผลลััพธ์์จากงานวิิจััยเหล่่านี้้�ชี้ �ให้้เห็็นถึึงกระบวนทััศน์์ใหม่่ของนวััตกรรมการศึึกษาที่่�
ทำให้้ผู้�เ้ รีียนไม่เ่ ป็็นนักั คิิดที่่ห� ยุุดนิ่ง่� เมื่่อ� อยู่�ในบรรยากาศการสอนแบบเชิิงรุุก อ้้างอิิงใน
นนทลี ี พรธาดาวิิทย์์ (2559: 18)
“Instructional activities involving students in doing things and think-
ing about what they are doing” โดย Bonwell and Eison (1991) ได้้พููดถึึง

165

ลัักษณะสํําคััญของการเรียี นรู้เ�้ ชิิงรุกุ Active Learning ดังั นี้้�
1. เป็น็ การเรียี นรู้�้ที่เ� พิ่ม�่ ให้น้ ักั เรียี นลงมืือปฏิิบัตั ิิมากกว่า่ ฟังั บรรยาย เช่น่ ได้พ้ ููด ได้้
ถาม ได้ร้ ่่วมคิิด ร่่วมวิิเคราะห์์ ซึ่�่งล้้วนคืือเน้้นการพััฒนาการคิิดระดับั สููง
2. เป็็นการเรีียนรู้้�ที่�ลดการการสื่�อสารทางเดีียวกัับผู้้�เรีียน เช่่น จากที่่�เคย
บรรยาย 40 นาทีี ค่่อย ๆ ลดเนื้�อ้ หาและสรุปุ ให้ก้ ระชัับตรงประเด็็นมากขึ้�นหรืือเปลี่่ย� น
เป็็นการถามแทนการบอกเล่่า เป็น็ ต้้น
3. เป็น็ การเรีียนรู้้�ที่ส� ร้า้ งชั้�นเรีียนให้น้ ัักเรีียนมีีส่่วนร่่วม เช่่น กิิจกรรมนำเสนอ
กิิจกรรมร่่วมอภิิปราย
4. เป็น็ การเรีียนรู้�้ที่�เน้น้ การสํํารวจเจตคติิและคุุณค่่าที่่�มีอี ยู่�ในตัวั นักั เรียี นเพื่่อ� ให้้
นักั เรีียนเข้้าใจตัวั ตน และเข้้าใจความต่า่ งหลากหลายทางความคิิด
5. เป็น็ การเรีียนรู้�้ที่�มีกี ารวััดและประเมิินด้า้ นที่่�หลากหลายเพื่่อ� ตอบรับั การคิิด
ระดัับสููงที่่แ� ตกต่า่ งกััน
6. เป็็นการเรียี นรู้�้ที่�ทั้้�งครููและนัักเรียี นได้้รัับข้้อมููลย้อ้ นกลัับจากการสะท้อ้ น
ความคิิดซึ่�่งกัันและกััน
จากที่่�กล่่าวมาข้้างต้้นจะช่่วยให้้เข้้าใจลัักษณะสํําคััญของการเรีียนรู้้�เชิิงรุุก
Active Learning เบื้้�องต้้นที่่เ� น้น้ การมีสี ่ว่ นร่ว่ มของนักั เรียี นที่่ม� ากรููปแบบขึ้น� กว่า่
การตั้ง� รับั ในชั้น� เรียี น กิิจกรรมการเรียี นรู้�้ที่ห� ลากหลายช่ว่ ยให้น้ ักั เรียี นเกิิดการมีปี ฏิิสัมั พันั ธ์์
ทั้้�งระหว่า่ งผู้้เ� รียี นด้ว้ ยกััน และผู้้�เรียี นกัับผู้้�สอน โดยผู้้�สอนเป็น็ ผู้�้ อํํานวยความสะดวกใน
การเรีียนรู้�้ของผู้�้เรียี น ให้ผ้ ู้้เ� รีียนมีโี อกาสได้ใ้ ช้ท้ ัักษะการฟััง พููด อ่่าน คิิด และเขีียนใน
การลงมืือปฏิิบัตั ิิ กิิจกรรมด้ว้ ยตนเอง ได้พ้ ัฒั นาทักั ษะการสื่อ� สาร และทักั ษะการคิิดไปสู่่�
ระดับั ที่่ส� ููงขึ้น� ตลอดจนเกิิดเจตคติิที่่ด� ีตี ่อ่ วิิชาที่่เ� รียี นและเกิิดแรงจููงใจในการเรียี น

166

การพัฒั นาสมรรถนะครููด้า้ นการจัดั การเรีียนรู้�เชิงิ รุกุ ร่วมกับั ภาคีีเครือื ข่่าย
คุุณลักั ษณะของครููผู้�้ สอนแบบเชิิงรุุก (Active Teacher) จะไม่่ได้้เป็็นเพีียงผู้�้
เชี่ย� วชาญเฉพาะเนื้อ้� หาเท่า่ นั้้น� แต่จ่ ะต้อ้ งเป็น็ ผู้เ�้ ชี่ย� วชาญทั้้ง� ด้า้ นเนื้อ�้ หาและการจัดั การ
เรียี นการสอนแบบเชิิงรุุก การเรีียนการสอนในรููปแบบที่่�คุ้�นเคยเช่น่ การบรรยาย อาจ
ต้อ้ งมีีการสร้า้ งสรรค์์ปรัับเปลี่่ย� นเพื่่�อให้เ้ หมาะสมกัับผู้้เ� รียี นในศตวรรษที่่� 21 ไม่ว่ ่า่ จะ
เป็็นกิิจกรรม วิิธีกี าร ความเข้ม้ ข้น้ ของเนื้้�อหา รููปแบบการสอน หน้า้ ที่่�ของทั้้�งผู้้�เรียี นและ
ผู้�้ สอน ความสัมั พันั ธ์ร์ ะหว่า่ งผู้เ�้ รียี นและผู้�้ สอน ตลอดจนถึงึ การประเมิินการเรียี นรู้�้ จะต้้อง
พัฒั นาให้้มีคี วามสอดคล้อ้ งและเหมาะสมกัับวิิชาเรีียนต่่าง ๆ จะเห็น็ ได้ว้ ่า่ ผู้�้ สอนเป็น็
องค์์ประกอบสำคััญลำดัับต้้นที่่�จะสามารถทำให้้เกิิดการขัับเคลื่่�อนไปสู่่�การจััดการเรีียน
รู้้�แบบเชิิงรุุกที่่เ� หมาะสม
นนทลีี พรธาดาวิิทย์์ ได้้กล่า่ วถึงึ บทบาทที่่�สำคัญั ของครููผู้้�สอนแบบเชิิงรุกุ
(นนทลีี พรธาดาวิิทย์,์ 2559, 27-28) ไว้้ดังั นี้้�
1. ผู้�้ สอนเป็น็ ผู้ว�้ างเป้า้ หมายที่่ต� ้อ้ งการพัฒั นา และวางแผนกิิจกรรมที่่ส� ามารถนำ
ไปใช้ป้ ระโยชน์ไ์ ด้จ้ ริิง รวมถึงึ เปิดิ โอกาสให้ผ้ ู้เ�้ รียี นมีสี ่ว่ นร่ว่ มทั้้ง� การวางแผน และการ
กำหนดวิิธีกี ารเรีียนรู้ข้� องตนเอง
2. เป็็นคนสร้า้ งบรรยากาศการมีีส่่วนร่ว่ มในกิิจกรรมการเรียี นรู้�้ เพื่่�อส่ง่ เสริิมให้้
ผู้�เ้ รียี นมีีปฏิิสัมั พันั ธ์ท์ ี่่ด� ีี และแลกเปลี่่ย� นความรู้้�ซึ่�ง่ กันั และกัันระหว่่างผู้้�สอนและผู้เ�้ รียี น
เอง
3. จัดั กิิจกรรมที่่ส� ่ง่ เสริิมให้้ผู้้�เรีียนมีสี ่ว่ นร่ว่ ม รวมถึงึ กระตุ้�นให้ผ้ ู้เ้� รีียนประสบ
ความสำเร็็จในการเรีียน
4. จััดสภาพแวดล้้อมส่ง่ เสริิมให้เ้ กิิดการร่ว่ มมืือกันั ในกลุ่�มผู้�เ้ รีียน
5. จััดกิิจกรรมแบบบููรณการเนื้�อ้ หาสู่�การประยุุกต์์ใช้ใ้ นสถานการณ์์จริิง
6. จััดกิิจกรรมการเรียี นการสอนให้ท้ ้า้ ทายและหลากหลาย จัดั กิิจกรรมเสริิม
เช่น่ การอภิิปราย ในรายวิิชาที่่เ� น้น้ ทางด้า้ นการบรรยายทฤษฎีี
7. วางแผนตารางเวลาการสอนอย่า่ งชัดั เจน ทั้้ง� ในประเด็น็ เนื้อ้� หา และกิิจกรรมใน

167

การเรียี น
8. ใจกว้า้ ง ยอมรับั ความคิิดเห็น็ ของผู้เ�้ รียี นและความสามารถในการแสดงออก

ภาคีีเครืือข่่าย (Networking)
ภาคีีเครือื ข่า่ ยคืืออะไร
แนวคิิดเรื่อ� งของภาคีเี ครืือข่า่ ย (Networking) เป็น็ พื้้น� ฐานของทฤษฎีกี ารแลก
เปลี่่ย� น (Exchange Theory) โดย Richard Emerson โดยมีีฐานคิิดในเครืือข่่ายสังั คม
ที่่ป� ระกอบไปด้้วย บุคุ คล และมีคี วามสัมั พัันธ์์ระหว่า่ งบุุคคล ซึ่ง่� ตามบทบาทหน้า้ ที่่ท�ี่่�
แต่ล่ ะคนได้ร้ ับั และต้อ้ งปฏิิบัตั ิิจะเกี่ย� วพันั กับั ความสัมั พันั ธ์ร์ ะหว่า่ งบุคุ คลอื่น� ๆ ในสัังคม
เพราะบทบาทหน้้าที่่�เกิิดขึ้้�นจากกระทำนั้้�นมีีผลมาจากการตััดสิินใจ และ
สิ่�่งนี้้ค� ืือการแลกเปลี่่ย� นเบื้้อ� งต้น้ ของความคิิดเห็็นโดยส่่งผ่า่ นการกระทำ
ในปััจจุุบัันสถานภาพองค์์ความรู้�้ของแนวคิิดนี้้�ได้้ถููกใช้้ในการศึึกษาวิิจััยเกี่�ยวกัับ
การวิิเคราะห์์เครืือข่า่ ยทางสังั คม (Social Network Analysis) และการสร้า้ งตัวั ตนของ
เครืือข่า่ ยการแลกเปลี่่ย� นเชิิงบููรณาการการสร้า้ งเครืือข่า่ ยทางสังั คม (Social Network
Construct)
ภาคีีเครือื ข่่ายรููปแบบต่่างๆ
วิิธีีการจำแนกประเภทของภาคีเี ครืือข่า่ ยโดยวิิชาการนฤมล นิิราทร (2543: 18-
21) ได้ก้ ล่่าวไว้้ 4 ดังั นี้้�
1. จำแนกตามพื้น้� ที่่�ดำเนิินการ เช่่น เครืือข่า่ ยระดัับหมููบ้า้ น ตำบล อำเภอ
จัังหวััด ภาค และประเทศ
2. จำแนกตามกิิจกรรมหรืือประเด็็นปัญั หา เช่น่ เครืือข่า่ ยที่่�ทำงานด้า้ นเด็ก็
สตรี ี สาธารณสุุข เศรษฐกิิจ พััฒนาชุมุ ชน สิิทธิิมนุุษยชน สิ่่ง� แวดล้อ้ ม
3. จำแนกตามอาชีีพหรืือสถานภาพทางสัังคม เช่่น เครืือข่่ายด้้านแรงงาน

168

เครืือข่า่ ยกลุ่�มพระสหธรรม เครืือข่า่ ยครููพิิทัักษสิิทธิิเด็็ก เครืือข่่ายสารวััตรนักั เรีียน
4. จำแนกตามรููปแบบโครงสร้้างหรืือความสััมพัันธ์์ ซึ่่�งสามารถแบ่่งเป็็น
ลัักษณะย่่อยได้้ 2 แบบ
4.1 เครืือข่า่ ยตามแนวตั้�ง คืือ เครืือข่า่ ยที่่�มีีโครงสร้า้ งเป็น็ ช่่วงชั้�น ทำให้้ความ
สัมั พัันธ์ร์ ะหว่า่ งองค์์กรภายในเครืือข่่ายไม่่เท่า่ กััน
4.2 เครืือข่่ายตามแนวนอน เป็็นเครืือข่่ายที่่�ความสััมพัันธ์์ระหว่่างองค์ก์ ร
ภายในเครืือข่่ายเท่า่ เทียี มกันั

การจัดั การเรีียนรู้�แ้ บบ Active Learning และภาคีีเครือื ข่า่ ย
ลัักษณะของเครืือข่า่ ยกัับ active learning มีีทั้้ง� หมด 5 แบบ ได้แ้ ก่่
1. ภาคีเี ครืือข่่ายสนัับสนุุนแหล่ง่ เรีียนรู้้�ภายนอก เช่่น พิิพิิธภััณฑ์์ โรงงาน
2. ภาคีเี ครืือข่า่ ยสนับั สนุนุ บุคุ ลากรผู้เ�้ ชี่ย� วชาญ เช่น่ ครูู/อาจารย์ ์ ผู้�้ มีปี ระสบการณ์์
จากสายงานต่า่ ง ๆ จากต่่างสถานบันั ภายนอกองค์์กร หรืือจากต่่างประเทศ
3. ภาคีีเครืือข่า่ ยสนัับสนุุนสื่อ� การเรีียนรู้้� เช่่น หนัังสืือ สื่่�อสิ่ง่� พิิมพ์ ์ สื่่�อวีีดีโี อ
บอร์ด์ เกม
4. ภาคีเี ครืือข่่ายสนัับสนุุนงบประมาณ
5. ภาคีเี ครืือข่า่ ยสนัับสนุนุ แบบผสมผสาน
เพื่่�อให้ก้ ารดำเนิินงานประสบผลสำเร็็จตามพัันธกิิจ วิิสัยั ทััศน์์ และกลยุุทธ์ข์ อง
โครงการ และสร้า้ งแนวทางในการขัับเคลื่่�อนกลยุทุ ธ์์สู่�การปฏิิบัตั ิิอย่่างเป็็นรููปธรรม จึึง
จำเป็น็ ต้้องกำหนดมุมุ มองของผลสำเร็จ็ ครอบคลุุมทั้้ง� 4 ด้า้ น ผ่่านแนวคิิดการกำหนด
ผลสำเร็จ็ อย่่างสมดุุลรอบด้า้ น (balanced scorecard) ตามแผนภาพ 3 ได้แ้ ก่่

169

(1) มุมุ มองด้า้ นนักั เรีียน เป็น็ การพิิจารณาคุณุ ลักั ษณะของนักั เรียี นที่่ค� าดหวังั
(2) มุุมมองด้้านกระบวนการจัดั การศึึกษาภายใน เป็น็ การพิิจารณาผลสำเร็็จ
และแนวทางในการพััฒนาคุุณภาพของกระบวนการจััดการศึึกษาและการบริิหาร
จััดการ
(3) มุมุ มองด้า้ นการเรีียนรู้�และการพัฒั นา เป็น็ การพิิจารณาปัจั จัยั ที่่ข� ับั เคลื่่อ� นให้้
นัักเรียี นได้ร้ ับั การพััฒนาคุุณภาพตามภาพความสำเร็็จ ได้้แก่่ พัฒั นาโรงเรียี นเป็น็
องค์ก์ รแห่ง่ การเรีียนรู้้� พัฒั นาศักั ยภาพและทักั ษะของบุคุ ลากร เพิ่�ม่ สมรรถนะของ
โรงเรีียนด้า้ นนวััตกรรม เทคโนโลยีสี ารสนเทศ และการสื่�อสารเพื่่�อการพััฒนา
(4) มุมุ มองด้า้ นงบประมาณและทรัพั ยากร เป็น็ การพิิจารณาถึงึ แหล่ง่ สนับั สนุนุ ค่่า
ใช้้จ่่าย อััตรากำลััง และประสิิทธิิภาพในการใช้ง้ บประมาณและทรััพยากร เพื่่�อให้ก้ าร
ดำเนิินงานบรรลุภุ าพความสำเร็จ็

มุุมมองความสำเร็จ็ อย่่างรอบด้้าน
170

การกำหนดผลสำเร็จ็ อย่่างสมดุลุ รอบด้้าน (balanced scorecard) ผ่า่ นมุมุ
มองผลสำเร็จ็ อย่า่ งสมดุลุ รอบด้า้ น เป็น็ การกำหนดเป้า้ หมายเชิิงกลยุทุ ธ์โ์ ดยใช้แ้ ผนที่่�
กลยุทุ ธ์เ์ ป็น็ เส้น้ ทางการดำเนิินงานของโครงการ เกิิดเป็็นภาพความสำเร็จ็ ทั้้ง� ระบบ ตาม
แผนภาพ

ความสำเร็จ็ ตามกลยุุทธ์์
171

จากแผนภาพข้า้ งต้น้ จะเห็น็ ได้ว้ ่า่ แผนที่่ก� ลยุทุ ธ์ข์ องโรงเรียี นในฝันั ได้ก้ ำหนดเป้า้
หมายด้า้ นปัจั จััยนำเข้า้ ได้แ้ ก่่ งบประมาณและทรัพั ยากร ที่่ต� ้อ้ งถููกใช้้อย่า่ งมีี
ประสิิทธิิภาพและเกิิดประสิิทธิิผล รวมถึงึ มีกี ารอุปุ ถัมั ภ์์จากภาคีเี ครืือข่่าย ไม่่ว่า่ จะเป็น็
ผู้้เ� ชี่�ยวชาญ ศึกึ ษานิิเทศก์์ หรืือชุุมชน ส่่วนด้า้ นกระบวนแบ่ง่ เป็น็ 2 กระบวนการ ได้้แก่่
การเรีียนรู้้�พััฒนาทั้้�งบุุคลากรให้้เป็็นมืืออาชีีพและโรงเรีียนให้้เป็็นโรงเรีียนอิิเลคทรอ
นิิคส์์ เสริิมศักั ยภาพด้า้ นเทคโนโลยีสี ารสนเทศ และกระบวนการจัดั การศึกึ ษาในโรงเรียี น
กล่า่ วคืือ มีกี ารบููรณาการเรียี นรู้�แ้ ละดำรงชีีวิิต บริิหารจัดั การแบบธรรมาภิิบาล มีกี าร
ประกันั คุุณภาพได้้มาตรฐาน ตลอดจนสร้้างโอกาสดููแลช่่วยเหลืือนัักเรีียนครอบคลุุม
กลุ่�มเป้า้ หมายตามอนุสุ ัญั ญาว่า่ ด้ว้ ยสิิทธิิเด็ก็ โดยภาพความสำเร็จ็ ของผู้เ�้ รียี นจะเป็น็
บุคุ คลแห่ง่ การเรียี นรู้�้ สามารถคิิดวิิเคราะห์์ ใฝ่รู่้ด�้ ้ว้ ยตนเอง มีคี ุณุ ธรรม ความมั่่น� ใจและ
ทักั ษะดำรงชีวี ิิต รวมถึงึ ความเป็็นไทย

172

จากแผนที่่�กลยุุทธ์์ดัังกล่่าว ปััจจััยที่่�ส่่งผลต่่อการพััฒนาโรงเรีียนในฝัันให้้
ประสบผลสำเร็จ็ อย่า่ งยั่ง� ยืืนจำเป็็นต้้องมีี 3 ตัวั ช่่วย และ 1 ตัวั เชื่�อม นั่่�นคืือต้อ้ งมีีการใช้้
ระบบเทคโนโลยีสี ารสนเทศและการสื่�อสาร (ICT) เป็น็ ตััวเชื่�อมโดยใช้โ้ รงเรียี นเป็็นฐาน
(SBM) เพื่่�อช่่วยบริิหารจััดการตััวช่่วยทั้้�ง 3 ตััวช่่วย อัันได้้แก่่ ตััวช่่วยที่่� 1 ศููนย์ก์ ลาง
แหล่่งความรู้้� ประกอบด้้วยทีีมที่่ป� รึึกษา ทีีมติิดตามประเมิินผล และแหล่่งการเรียี นรู้้�
ตััวช่ว่ ยที่่� 2 พี่่�เลี้ย� งทางวิิชาการ ทั้้ง� จากสถาบันั อุุดมศึกึ ษา โรงเรียี นชั้�นนำ ตลอดจนผู้�้
บริิหารจากสำนักั งานเขตพื้้น� ที่่�การศึกึ ษาอาสาพััฒนาในลัักษณะทีมี เคลื่่อ� นที่่�เร็็ว และตััว
ช่ว่ ยที่่� 3 ภาคีีเครืือข่า่ ยอุุปถัมั ภ์์ ที่่ใ� ห้้การสนัับสนุุนทั้้�งทางด้้านพลังั กาย พลังั ปััญญา และ
พลังั ทรััพย์ ์ ตามความจำเป็น็ ของแต่่ละโรงเรียี น โดยมีีส่่วนร่่วมตั้ง� แต่่ร่่วมคิิด ร่่วมทำ
จนถึึงร่่วมชื่�นชมความสำ เร็็จ โดย 3 ตััวช่่วย และ 1 ตััวเชื่�อมนั้้�น จะช่่วยให้้โครงการ
ประสบผลสำเร็็จตามแผนกลยุทุ ธ์์ที่่ว� างไว้อ้ ย่า่ งยั่�งยืืน

การสื่่อ� สารและประสานงาน ทรััพยากร

บุุคคล

โรงเรีียน

เครืือข่่าย

ปัจั จัยั ส่่งผลต่อ่ ความสำเร็็จ

173

เครื่่อ� งมืือเพิ่่�มเติมิ

174

เครื่่อ� งมือื ประเมินิ ตนเอง (Self-Assessment)

กำ�ำ หนดความคาดหวััง

ประเมิินและวััดค่่า

Components
of

Performance
Appraisals

บันั ทึกึ สรุปุ พููดคุุยแบ่ง่ ปััน
ข้้อมููลที่ส่� ำำ�คัญั

องค์์ประกอบของ PA
เครื่อ� งมือื เพิ่่�มเติมิ ชิ้้�นที่่� 1
อีีกหนึ่่ง� เครื่่�องมืือที่่�เราคิิดว่า่ น่่าสนใจคืือ Performance Appraisal (PA) ซึ่ง่� มีี
พื้น้� ฐานมาจากการประเมิินการปฏิิบััติิงานของคนในองค์์กรคล้้ายคลึึงกัับ OA แม้้
ประเด็็นในการประเมิินในตััวอย่่างนี้้�อาจเน้้นเรื่ �องความสามารถในการทำงานและ
ศัักยภาพของบุคุ ลากรที่่�ช่ว่ ยให้้องค์ก์ รประสบความสำเร็็จ แต่ใ่ นการประยุุกต์์ใช้้กัับการ
ประเมิินตนเองของโรงเรีียนนั้้�นก็็สามารถปรัับประเด็็นในการประเมิินให้้มีีความ
สอดคล้้องกับั บริิบทของโรงเรีียนได้้ ส่่วนที่่�เป็น็ จุุดแข็ง็ ของ PA ที่่�เสริิมให้้เหนืือกว่า่ OA
คืือหลักั การสำคััญที่่�ใส่่ใจกัับการมีีส่ว่ นร่ว่ มของทุกุ คนในองค์์กร โดยก่อ่ นการประเมิิน
ทุกุ คนในทีมี จะต้อ้ ง รับั รู้�้ รับั ทราบ มีีการแลกเปลี่่ย� นพููดคุุย และยอมรัับเกณฑ์ใ์ นการ
ประเมิินที่่�เห็น็ ตรงกัันก่่อน เกณฑ์ใ์ นการประเมิินแบบ PA นั้้น� จึึงมีีความสอดคล้อ้ งกัับ
เป้า้ หมายขององค์์กรและความต้อ้ งการชองทุกุ คนโดยอัตั โนมััติิ

175

รายงานการทำำ�งาน ผู้บ�้ ริหิ าร

ผู้ถ�้ ููกประเมิิน หรืือ
ประเด็น็ ที่่�ถููกประเมิิน

เพื่่อ� นร่ว่ มงาน ผู้้ท� ี่ร่� ัับการดููแล เช่่น นักั เรีียน
ผู้้ป� กครอง คนในชุมุ ชน

ลักั ษณะของการประเมิินแบบ 360 องศา

เครื่อ� งมืือเพิ่่ม� เติิม ชิ้้�นที่่� 2
จากโครงสร้้างการประเมิินตนเองที่่�เห็็นไปข้้างต้้น หากโรงเรีียนสามารถ
ประเมิินตนเองโดยมีีผู้�้ให้้ข้้อมููลจากหลากหลายแผนกจะช่่วยให้้ผลข้้อมููลจากการ
ประเมิินนั้้น� ตรงตามความเป็น็ จริิงได้ม้ ากขึ้�น การประเมิินการทำงานของครููในครั้้�งหนึ่่�ง
ๆ อาจผ่า่ นการสำรวจความคิิดเห็็นจากครููผู้้�ร่่วมงานในแผนกเดียี วกััน ครููต่่างแผนก ผู้�้
บริิหารระดัับต่่าง ๆ เจ้้าหน้า้ ที่่ใ� นโรงเรีียน นักั เรีียน ผู้�้ ปกครองของนักั เรีียน เครืือข่่าย
ของโรงเรียี น คนในชุมุ ชน และอาจรวมไปถึงึ ญาติิหรืือคนใกล้้ชิิดของครููด้้วย ลัักษณะ
การประเมิินแบบนี้้�เรีียกว่่า “การประเมิินแบบ 360 องศา” (360-Degree Feedback)
ซึ่ง่� จะช่่วยให้้ข้อ้ มููลการทำงาน (performance feedback) นั้้�นมีีความสมบููรณ์์รอบด้้าน
เพราะถููกมองจากหลากหลายมุุมมองและหลากหลายน้้ำหนััก ข้้อดีีที่่�สำคััญอีีกอย่่าง

176

หนึ่่�งคืือเครื่่�องมืือนี้้�ยัังเปิิดโอกาสให้้ผู้�้ถู กประเมิินมีีอำนาจในการสำรวจและประเมิิน
ตนเองด้ว้ ย เนื่่�องจากข้อ้ มููลที่่ร� อบด้้านนั้้น� จะไม่เ่ พียี งแต่่มาจากผู้�้อื่�นเท่่านั้้�น แต่่ผู้�้ถูก
ประเมิินจะมีีส่ว่ นในการให้้คะแนนตนเองด้ว้ ยเช่น่ กันั

KEY PERFORMANCE INDICATOR

เครื่อ� งมือื เพิ่่ม� เติิม ชิ้้�นที่่� 3
เครื่่�องมืือหนึ่่�งที่่�กำลัังได้้รัับความสนใจและสร้้างความคล่่องตััวให้้แก่่การบริิหาร
จััดการอย่า่ งมากคืือ Key Performance Indicator หรืือ KPI ซึ่่�งใช้ก้ ารวััดประเมิินการ
ทำงานของโรงเรีียนพร้้อมกัับการเปรีียบเทีียบกัับเป้้าหมายและวััตถุุประสงค์์ของ
โรงเรีียน อย่า่ งไรก็็ตามคุณุ ค่่าหลักั ของ KPI นั้้�นมากไปกว่่าการวัดั ผลเพียี งอย่่างเดียี ว แต่่
สิ่�่งสำคััญคืือการเปิิดพื้�้นที่่�ให้้เกิิดการสนทนาด้้านประสิิทธิิภาพของโรงเรีียนและ
ประสิิทธิิภาพการทำงานของบุคุ ลากรแต่ล่ ะคนอย่า่ งสม่่ำเสมอ การจัดั การสำรวจตนเอง
ด้ว้ ย KPI นั้้�นจะแบ่ง่ เป้า้ หมายและวัตั ถุุประสงค์์ให้ม้ ีีขนาดเล็ก็ และมีีการติิดตามประเมิิน
ผลที่่ค� ่อ่ นข้้างถี่� จึงึ ทำการขับั เคลื่่อ� นการทำงานนั้้น� อยู่�บนฐานของข้อ้ มููลตลอดเวลาและ
ช่ว่ ยให้้การตัดั สิินใจเปลี่่�ยนแปลงการทำงานต่่าง ๆ สามารถเกิิดขึ้้น� ได้อ้ ย่่างรวดเร็ว็ ตอบ
สนองกัับสถานการณ์ท์ ี่่�ต้อ้ งการการรับั มืืออย่า่ งฉัับไวได้ด้ ีี
หากโรงเรีียนจะใช้ว้ ิิธีกี าร KPI เป็น็ หลัักในการสำรวจตนเอง บุุคลากรในโรงเรีียน
จำเป็็นต้้องร่ว่ มมืือกันั ในการกำหนดตััวชี้�วัดั (indicator) ที่่ส� ำคััญเพื่่อ� ใช้้ในการบ่ง่ ชี้�

177

ประสิิทธิิภาพ (performance) ที่่ส� อดคล้้องกับั จุดุ หลักั (key) หรืือเป้้าหมายของ
โรงเรียี น KPI โดยตัวั ของมันั เองไม่ไ่ ด้้มีีหลัักการที่่�ตายตัวั ในการดำเนิินงาน แต่ส่ ิ่�ง่ สำคััญ
คืือการกำหนดตัวั ชี้ว� ััดที่่ส� ามารถสะท้้อนประสิิทธิิภาพการทำงานได้้จริิง และต้อ้ งอย่่า
ลืืมว่่าการกำหนดตััวชี้ �วััดเหล่่านั้้�นจะต้้องเกิิดขึ้้�นผ่่านการแลกเปลี่่�ยนเรีียนรู้้�อย่่าง
เป็็นกลาง ปราศจากอคติิในการตีีตราบุคุ ลากร และมีกี ารสำรวจสถานะของบุุคลากร
แต่่ละคนในการดำเนิินงานภายใต้้ตััวชี้ �วััดที่่�ได้้กำหนดไว้้อย่่างสม่่ำเสมอ ทั้้�งนี้้�เพื่่�อให้้
โรงเรีียนสามารถให้ก้ ารสนัับสนุนุ การทำงานของบุุคลากรได้ใ้ นทันั ทีี

เตรีียมการด้า้ น ดำเนินิ การ พัฒั นาแผน รายงานชี้แ้� จง สำรวจความ ดำเนินิ การ ติิดตามผล
ความเข้า้ ใจ ประเมิิน ปฏิบิ ัตั ิกิ าร วิิธีีการปฏิบิ ัตั ิิ ต้อ้ งการและ
ทรััพยากร
ที่่ต� ้อ้ งใช้้

กระบวนการประเมิินแบบ OCAT

เครื่อ� งมือื เพิ่่ม� เติมิ ชิ้้น� ที่่� 4
เครื่่�องมืือชิ้�นนี้้�มีีชื่�อว่า่ The Organizational Capacity Assessment Tool
(OCAT) เกิิดขึ้้น� จากความร่่วมมืือระหว่่าง United States Agency International
Development (USAID) ร่่วมกับั United States President’s Emergency Plan
for AIDS Relief และ Management Sciences for Health (MSH) สามารถใช้ใ้ นการ
ประเมิินความสามารถขององค์ก์ รขั้�นพื้�น้ ฐานและทำได้เ้ ป็น็ ระยะ ๆ ซึ่�่งช่ว่ ยให้ผ้ ู้ใ้� ช้้
สามารถวัดั การเปลี่่�ยนแปลงของความสามารถขององค์์กรเมื่อ� เวลาผ่่านไป โดยมีกี าร
ผสานขั้น� ตอนของการวางแผนเข้า้ กับั การประเมิินผลและติิดตามผล จึึงมีคี วามละเอีียด
ซับั ซ้อ้ นมากขึ้�นและอาศััยระยะเวลาในการดำเนิินงานมากขึ้�น

178

OCAT ประกอบด้ว้ ยการเตรียี มความพร้อ้ มของคนในองค์ก์ รให้ม้ ีีความเข้า้ ใจ
และความเห็็นตรงกัันในการใช้ง้ านเครื่่�องมืือ จากนั้้�นจึึงจะทำการประเมิินได้้ การปฏิิบัตั ิิ
การโดยใช้้ OCAT ไม่่ได้้สิ้�นสุุดที่่�ขั้�นตอนการประเมิินและสรุุปผลการประเมิินเท่่านั้้�น
แต่่ยัังเดิินหน้้าต่่อเนื่่�องด้้วยการนำผลการประเมิินนั้้�นมาพััฒนาเป็็นแผนปฏิิบััติิการ
(action plan) จากนั้้�นจึงึ ส่่งรายงานการพััฒนาแผนนั้้�นไปใช้ง้ านควบคู่่�กัับการสำรวจ
ข้้อมููลความต้้องการและทรััพยากรของบุุคลากร ระหว่่างที่่�มีีการใช้้งานนั้้�นองค์์กร
(โรงเรียี น) จะต้อ้ งมีกี ารให้ก้ ารช่ว่ ยเหลืือและติิดตามผลเพื่่�อให้้ทราบว่า่ แผนปฏิิบัตั ิิการ
ที่่ไ� ด้ว้ างไว้น้ ั้้�นได้ถ้ ููกนำไปใช้้งานได้ด้ ีเี พียี งใด

179

เครื่่อ� งมือื สำำ�รวจความต้้องการ (Needs Assessment)
เครื่อ� งมืือเพิ่่�มเติิม ชิ้้น� ที่่� 5
จากเครื่่�องมืือการสำรวจความต้้องการข้้างต้้นแม้้จะมีีตััวอย่่างที่่�โรงเรีียนอาจนำ
มาประยุุกต์์ใช้้ได้้ง่่ายในทัันทีีแต่่ยัังขาดกลไกซึ่�่งเป็็นแนวคิิดเบื้�้องหลัังสำหรัับการ
ประเมิินความต้้องการ ครููหรืือบุุคลากรในโรงเรียี นอาจเกิิดคำถามว่า่ เครื่่อ� งมืือเหล่า่ นั้้�น
จะต้อ้ งนำไปใช้เ้ มื่่�อใด และเมื่่อ� สำรวจความต้อ้ งการแล้้วโรงเรียี นควรทำอย่า่ งไรต่่อไป
คำถามเหล่่านี้้�จะได้้รัับคำตอบเมื่่�อนำมาใช้้ร่่วมกัับเครื่่�องมืือสำรวจความต้้องการของ
Bow Valley College จากรายงานที่่ช�ื่�อว่า่ “Learning for LIFE: An ESL Literacy
Curriculum Framework CLASSROOM NEEDS ASSESSMENT TOOL” โดยมุ่�งเน้้น
การนำมาใช้้สำรวจความต้้องการของโรงเรีียนเพื่่�อนำไปสู่่�การพััฒนาหลัักสููตรของ
โรงเรียี นต่่อไป ประกอบด้้วย 5 ขั้้�นตอนที่่ส� ำคััญ ได้แ้ ก่่ 1) การทำความเข้า้ ใจความ
ต้อ้ งการ 2) การกำหนดโฟกััสสำหรัับการพััฒนา 3) การกำหนดผลลัพั ธ์ก์ ารเรีียนรู้�้ที่�
ต้้องการ 4) การบููรณาการการประเมิิน และ 5) การลงมืือทำ
จากโครงสร้้างการใช้้งานจะเห็น็ ได้ว้ ่า่ เมื่่�อสำรวจความต้้องการได้้แล้ว้ ข้้อมููลที่่�
ได้้รัับนั้้�นจะนำมาสู่ �การกำหนดโฟกััสซึ่่�งเป็็นประเด็็นสำคััญที่่�โรงเรีียนต้้องการพััฒนา
จากนั้้น� จึงึ กำหนดผลลัพั ธ์ก์ ารเรียี นรู้�้ที่ต� ้อ้ งการให้เ้ กิิดขึ้้น� จากการพัฒั นา แล้ว้ จึงึ ออกแบบ
การประเมิินและนำไปสู่่�การลงมืือปฏิิบััติิการเพื่่�อตอบสนองความต้้องการและอุุดช่่อง
โหว่่ที่่�พบจากการสำรวจนั้้น�

180

Factors to consider Classroom Needs Assessment
Name

First language

First language literacy
skills

Educational
Background

Goals

Supports

Barriers

Other factors that may
influence learning

ตััวอย่า่ งเครื่่อ� งมืือในการสำรวจความต้้องการของ Bow Valley College

181

เครื่อ� งมือื เพิ่่ม� เติมิ ชิ้้น� ที่่� 6
เครื่่อ� งมืือชิ้�นนี้้จ� ากธนาคารโลก (World Bank Group) มีวี ิิธีคี ิิดที่่แ� ตกต่่างออก
ไปโดยเป็น็ การค้น้ หาความต้้องการในรููปแบบย้้อนกลัับ (backward) โดยเริ่่�มต้้นจาก
การกำหนดเป้้าหมายเสียี ก่อ่ น จากนั้้�นจึงึ ค่อ่ ยย้้อนการสำรวจกลับั มาที่่ป� ััจจัยั นำเข้้าที่่�
ต้้องการ เครื่่�องมืือนี้้�มีชีื่อ� ว่า่ Results Chains (Logic Model) โดยมีขีั้�นตอนการสำรวจ
5 ขั้้น� ตอน ได้แ้ ก่่ 1) สำรวจผลกระทบที่่ต� ้อ้ งการ (impacts) 2) สำรวจผลลัพั ธ์ท์ ี่่ต� ้อ้ งการ
(outcomes) 3) สำรวจผลผลิิตที่่ต� ้อ้ งการ (outputs) 4) สำรวจกิิจกรรมที่่�ต้้องการ
(activities) 5) สำรวจปัจั จััยนำเข้า้ ที่่�ต้อ้ งการ (inputs)

ผลกระทบ If these benefits to stakeholders are achieved,
ผลลัพั ธ์์ then certain changes in society, organizations,
ผลผลิติ communities, or systems might be expected to occur.

If you accomplish your plannes activities to the extent
you intended, then your benefitciaries/stakeholders/organization
will benefit in cetain ways.

If you accomplish your planned activities,
then you will hopefully deliver the amount of product
and/or service that you intended.

กิิจกรรม If you have access to them, then youcan use inputs to
accomplish your planned activities.

ปัจั จััยนำ�ำ เข้้า Certain inputs (resources) are needed tooperate your program

แผนภาพการทำงานของ Results Chain จาก World Bank Group

182

Mo

ผลกระทบ Plan }การสำำ�รวจความต้้องการ

Measure ผลลัพั ธ์์ Plan Your
intended
results

Measure ผลผลิติ Plan

การติดิ ตามและประเมิินผล Measure กิจิ กรรม Plan }Your
planned
Measure ปััจจััยนำ�ำ เข้้า work

สถานะปััจจุุบััน สถานะที่ค�่ าดหวััง

The Results We The Results We Should Be
Are Accomplishing Accomplishing

ผลกระทบ GAP ผลกระทบ

ผลลัพั ธ์์ GAP ผลลััพธ์์

ผลผลิติ GAP ผลผลิติ

กิจิ กรรม GAP กิิจกรรม

ปัจั จัยั นำ�ำ เข้้า GAP ปัจั จััยนำ�ำ เข้้า

แผนภาพการทำงานของ Results Chain จาก World Bank Group

183

การสำรวจความต้้องการแบบย้้อนกลัับนี้้�อาจช่่วยให้้โรงเรีียนสามารถระบุุความ
ต้อ้ งการได้้โดยสอดคล้อ้ งกับั เป้้าหมายที่่โ� รงเรีียนต้อ้ งการ เป็็นการสำรวจที่่�มีที ิิศทางการ
พััฒนาที่่ช� ัดั เจน ดังั นั้้น� จึึงมีีความเหมาะสมเป็็นอย่า่ งยิ่�่งสำหรัับโรงเรีียนที่่ไ� ด้้ระบุเุ ป้้า
หมายการพััฒนาของตนเองไว้อ้ ย่่างดีแี ล้้ว
เครื่อ� งมืือเพิ่่�มเติิม ชิ้้�นที่่� 7
เครื่่�องมืือนี้้�จะช่่วยให้้เราได้้เห็็นบทบาทของการสำรวจความต้้องการในการ
พััฒนาโรงเรีียนได้ม้ ากขึ้น� เครื่่อ� งมืือนี้้ม� ีีจุุดเริ่ม่� ต้้นในการใช้้งานที่่ห� ่า่ งไกลจากบริิบทของ
โรงเรีียนพอสมควร แต่ด่ ้ว้ ยความน่่าสนใจของวิิธีคี ิิดและการมองอย่า่ งรอบด้้านตั้ง� แต่่
ต้น้ ทางถึงึ ปลายทางทำให้เ้ ราอดไม่ไ่ ด้ท้ ี่่จ� ะนำเครื่่�องนี้้ม� านำเสนอให้โ้ รงเรีียนต่า่ ง ๆ ได้้
พิิจารณาในการนำไปใช้้งาน เครื่่อ� งมืือนี้้พ� ััฒนาโดยหน่่วยงานหนึ่่�งของสหประชาชาติิ
(United Nations หรืือ UN) คืือ United Nations High Commissioner for Refu-
gees (UNHCR) โดยแบ่่งการสำรวจความต้อ้ งการออกเป็็น 5 ขั้้น� ตอน ได้แ้ ก่่ 1) การ
ทำความเข้า้ ใจสถานการณ์์ 2) การวางแผนการสำรวจ 3) เก็บ็ รวบรวมข้อ้ มููล 4) สรุปุ ผล
และ 5) นำข้้อมููลไปใช้ง้ าน
จากโครงสร้า้ งการสำรวจความต้อ้ งการของ UNHCR จะเห็็นว่า่ ขั้�นตอนที่่� 1
(การทำความเข้้าใจสถานการณ์)์ มีลี ัักษณะคล้า้ ยคลึึงกับั “การสำรวจตนเอง (Self-As-
sessment) ซึ่่ง� เราได้้นำเสนอเครื่่�องมืือไปแล้้วในตอนต้น้ เมื่�อได้ร้ ับั ทราบสถานการณ์์
ของตนเองแล้ว้ จึงึ ค่อ่ ยวางแผนการสำรวจ เก็็บรวบรวมข้อ้ มููล สรุุปผลการสำรวจและ
นำข้้อมููลนั้้น� ไปใช้้งาน ในขั้น� ตอนที่่� 2 - 3 ของ UNHCR นี้้�โรงเรียี นอาจใช้้เครื่่�องมืืออื่น� ๆ
ที่่�เราได้น้ ำเสนอไปในส่ว่ นของการสำรวจความต้้องการ (Needs Assessment) (เครื่่�อง
มืือชิ้น� ที่่� 1 – 2) ประกอบกันั เพื่่�อทำให้้การสำรวจความต้้องการของโรงเรียี นมีคี วาม
สมบููรณ์์

184

Type DEFINITION OUTPUT IMPLEMENTATION
aAathgnesaeinalnyggcslriieeseseroedofprnionoertreetgdrrapesnprebirzteyaaststeiioeonnvntesinar.gnadl rmACdcpfEpciaanienoosgrrsogotesaosedtalrcrnlaottceeeerihluednibunetscteomiciugraicsotsdctoiwcsteemionhiooentosnimtelnstaanohtthfnihaotngctrmjopteooolrgioleaoyiuusr,nnisnrelgluacrsttttseniaphnee-aieceonnpdrrnwapnorrdcoasgrmhsgrlrcluead.ytioncohdtnsatniahhniziiitnsnztaeeicitgtaogoodto,otnrmipoibnonomegfosotln
JAosisnet ssNmeeendts pDaoftuhosgrlaaregeemtnaasntnnhaacciinmezioesgalesislgtea.iamolcmeAnntedliepslotharndtionoog,ecvodeaseollnnisogslcvd.gsneieyaadfsonmailaannloolndynwdsgis pAminogduprlietcuipealaltewotiroinstnhewecpidllaalsrbstnaseiesfuisrcsseaesotdsinomnaweschnraiotcn.shds
UUOsNpeeHrtCahtReioIdnAaaStlaCDsaCttaoanmsdematsrod1ns4. and
JOINT Scrhoasrse-anneaeldysseasresseuslstsm. ents to

Smimengtlefoarmssess-
Smientghleodology

Single report

HANsaesremedssosnmizeendt sdgDatschhenoaraeapamdttaparaumesahrscedanieocottanssealoll,tylelfaoyisscn,knpittsceaadeiolydnaraunahdrrid,ndteeaiipodnsrrcinrdigncsooasguacngl.ctedetohosuorssc-aitnsaegnd,d jMerboedeiupn,lcottairrpanotsnldseasonul-ryeassdeenidasda.tslayfoabsresasadsee,sssahsgatmhgraeeretdngctosaartn-
HarwiaMnmsidutsohliectnicpsaizoslteeommdrsemnotsn

aSptapnrdoaarcdhized
Joint analysis

AUsnsceososrmdineanttesd abDnlaeat,alyassneidsts.raerseulntsotcianntenrootpbeera- bcrs‘tOeiisoetcuvkmnhesaemnrtfa-iiioaqutnsnsnudsfieuotehissersaisoinsrn.mumgdAtsleioivvnnntiodehtei’ddualotaetafohlasbtuidhsoatsewvnteedtow.igoh agaanMDsssoeuussstopleeetbgliipsssecrsssalaeammmptvedheeeadiinnncsiltttcoasgirorb.neanrlTfpepeonhosdrefemroucitmnrsnatedadtntidhiotaesiacnnettr.tdiombnsrueateyiodonsr.

UNCOORDINATED

MAsuslteipslsements
MMeultthipoldeologles

RMeupltoiprltes

องค์์ประกอบและความสััมพัันธ์ข์ ององค์์ประกอบต่่าง ๆ
ที่่�ต้อ้ งประเมิินตามแบบของ UNHCR
185

การประเมินิ

การวางแผน

การแสดงค่่า Operations การลงมือื ทำ�ำ
การรัับฟััง Management การติิดตาม

cycle

การรายงานผล

วงจรการประเมิินตามแบบของ UNHCR

186

เครื่่อ� งมือื สำ�ำ รวจสถานการณ์์และเครืือข่า่ ย
(Situation Analysis)

P E S T E L

POLITICAL ECONOMIC SOCIAL TECHNOLOGY EVIRONMENT LEGAL

องค์์ประกอบใน PESTLE Analysis
เครื่�องมือื เพิ่่ม� เติมิ ชิ้้น� ที่่� 8
การสำรวจสถานการณ์์และเครืือข่่ายในบางครั้้�งอาจต้้องการมุ่�งเน้้นเฉพาะ
ประเด็็นเพื่่�อให้้การดำเนิินงานสามารถครอบคลุุมการเชื่ �อมต่่อกัับเครืือข่่ายที่่�เฉพาะ
เจาะจง เครื่่อ� งมืือ PESTEL Analysis เป็็นการใช้เ้ ทคนิิคการสำรวจสถานการณ์อ์ ีกี วิิธีี
หนึ่่ง� ที่่ช� ่ว่ ยให้้เข้า้ ใจสถานการณ์์ภายนอกขององค์์กรจากหลากหลายมุุมมอง โดยเน้้นที่่�
ปัจั จัยั ต่่าง ๆ ที่่น� ำมาสู่่�ตัวั อักั ษรย่่อ 6 ตััว P.E.S.T.E.L. ดังั นี้้�
การเมืือง (political) – ผลกระทบของนโยบายรัฐั บาล นโยบายการค้า้ หรืือการ
เลืือกตั้ �ง

187

เศรษฐกิิจ (economic) – ผลกระทบของแนวโน้ม้ เศรษฐกิิจ ภาษีี หรืืออััตราส่ว่ น
การนำเข้้า/ส่ง่ ออก
สังั คม (social) – ผลกระทบของประชากร วิิถีชี ีีวิิต หรืือปััญหาชาติิพัันธุ์�
เทคโนโลยีี (technology) – ผลกระทบของการพััฒนาเทคโนโลยีีหรืือกฎหมาย
ด้้านเทคโนโลยีี
กฎหมาย (environment) – ผลกระทบของกฎหมายจ้้างงานหรืือข้้อบัังคัับ
ด้า้ นสุขุ ภาพและความปลอดภัยั
สิ่่�งแวดล้้อม (legal) – ผลกระทบของการเปลี่่�ยนแปลงสภาพภููมิิอากาศหรืือ
กฎหมายสิ่่ง� แวดล้อ้ ม
เครื่�องมืือเพิ่่ม� เติิม ชิ้้น� ที่่� 9
หากโรงเรีียนต้้องการสำรวจเครืือข่่ายโดยมุ่�งเน้้นด้้านทรััพยกรที่่�เครืือข่่ายมีี
เครื่่�องมืือที่่�จะมีคี วามเหมาะสมเป็น็ อย่า่ งยิ่ง�่ คืือ VRIO Analysis ซึ่�่งมุ่�งเน้้นการวิิเคราะห์์
สถานการณ์ท์ ี่่ช� ่ว่ ยการประเมิินทรััพยากรขององค์์กรนั้้น� สะดวกสบายมากขึ้น� ทั้้�งนี้้�เพื่่อ�
ให้้เข้้าใจความสามารถในการช่่วยเหลืือและความสามารถในการสร้้างประโยชน์์ที่่�เด่่น
ชัดั (competitive advantages) ของเครืือข่า่ ย มีีประเด็็นการสำรวจที่่ส� ำคััญ เช่น่
ทรััพยากรทางการเงิน ทรััพยากรบุุคคล เป็็นต้้น องค์์ประกอบในการสำรวจใน VRIO
Analysis ประกอบด้้วย 4 องค์ป์ ระกอบ ได้้แก่่
คุณุ ค่่า (value) – องค์์กรนั้้�นสร้้างคุณุ ค่า่ ต่อ่ สังั คมในด้้านใดและอย่่างไรบ้า้ ง
ความหาตัวั จัับยาก (rareness) – ทรัพั ยากรที่่�องค์ก์ รนั้้�นมีเี ป็็นสิ่�ง่ หายากมาก
เพียี งใด
การเลียี นแบบ (imitability) - ความเป็น็ องค์์กรนั้้�นสามารถเลีียนแบบได้ห้ รืือ
ไม่่ ทรัพั ยากรขององค์์กรนั้้�นสามารถทดแทนได้้หรืือไม่่

188

การจัดั การ (organization) – ทรัพั ยากรที่่อ� งค์ก์ รนั้้น� มีีได้ร้ ัับการสนัับสนุุนหรืือ
บริิหารจัดั การได้อ้ ย่่างเหมาะสมดีีเพียี งใด

VR I O

คุุณค่า่ ความหาตัวั จัับยาก การเลีียนแบบ การจัดั การ

องค์์ประกอบใน VRIO Analysis
เครื่�องมืือเพิ่่�มเติมิ ชิ้้น� ที่่� 10
หากการมุ่�งเน้้นประเด็็นด้้านทรััพยากรอาจเป็็นการเจาะลึึกในการเข้้าใช้้
ทรัพั ยากรของเครืือข่่ายมากจนเกิินไป เครื่่�องมืือนี้้เ� ราจึึงอยากชวนให้้โรงเรีียนได้ใ้ ช้ง้ าน
โดยถอยตััวเองออกมามองภาพรวมเกี่ �ยวกัับบทบาทของเครืือข่่ายที่่�มีีอิิทธิิพลต่่อ
สถานการณ์โ์ ดยมองพื้�้นที่่�หรืือบริิบทที่่�สนใจเป็น็ “ตลาด” (market) ในลักั ษณะเดีียวกันั
กัับการสร้้างเครืือข่า่ ยในทางธุรุ กิิจ เครื่่�องมืือที่่�เหมาะสมสำหรัับการมองเห็น็ ภาพรวม
ของอิิทธิิพลของเครืือข่่ายที่่�สนใจนี้้ค� งหนีีไม่่พ้้น Heptalysis ซึ่ง�่ ประกอบด้ว้ ย 6 องค์์
ประกอบ ซึ่่�งอาจนำมาเขีียนเป็น็ แผนภาพกราฟใยแมงมุมุ ได้้ ได้้แก่่
โอกาสในตลาด (market opportunity) – องค์ก์ รนั้้น� กำลัังจะเป็็นที่่�ต้อ้ งการ
มากเพีียงใด
ผลผลิิต (product/solution) – องค์ก์ รนั้้น� สร้า้ งประโยชน์ไ์ ด้ด้ ีหี รืือไม่่ และ
สร้้างขึ้น� ด้้วยผลิิตภััณฑ์ห์ รืือการบริิการใดบ้า้ ง

189

Margin of safety

82
51

Market Opportunity Potential Return

72 100
100 100

Solution Product Financial Engine

58 100
83 87

Education Plan Human Capital

100 71
100 89

SETUP HELP

Score: 83 Confidence: 87F itness: 73

ตััวอย่่างการใช้ง้ าน Heptalysis

วิิธีีการจัดั การ (execution plan) – องค์์กรนั้้�นมีีกลไกการสร้้างผลผลิิตที่่�ดีีหรืือ
ไม่่ และใช้้วิิธีกี ารใดบ้้าง
ความมั่�นคงทางด้า้ นเงินทุนุ (financial engine) - องค์์กรนั้้น� มีคี วามมั่�นคงทาง
ด้า้ นการเงินมากเพีียงใด
ทรัพั ยากรบุุคคล (human capital) – องค์์กรนั้้น� มีีบุคุ คลสำคัญั หรืือทีมี งานที่่�
เข้้มแข็ง็ หรืือไม่่ อย่่างไร
โอกาสในการสร้า้ งผลตอบรัับ (potential return) - องค์ก์ รนั้้�นจะสร้้างผลกระ
ทบได้้มากในระดัับใด
การจััดการความเสี่�ยง (margin of safety) - องค์ก์ รนั้้น� มีกี ารจััดการความ
เสี่ย� งที่่�ดีีหรืือไม่่ และการร่ว่ มมืือนั้้�นจะมีคี วามเสี่�ยงอย่่างไร

190

C ผู้�ใ้ ช้้งาน (customers) เช่่น นักั เรีียน ผู้้�ปกครอง ชุุมชน
Real Beneficiaries and consumers of the transformation

A ผู้้ล� งมืือสร้้างผลกระทบ (actors)
Persons responsible for making the transformational activities

T กระบวนการในการสร้้างผลกระทบ (transformation)
Brief mention of the high level business process

W ภาพลักั ษณ์ข์ ององค์์กร (worldview)
StakeholderÕs belief/view of the world which affects the business

O เจ้้าของ (owner)
Person with authority to direct the transformation activities

E สิ่่ง� แวดล้้อมในองค์ก์ ร (environment)
Conditions/rules under which the business operated

องค์ป์ ระกอบใน CATWOE

เครื่�องมืือเพิ่่�มเติมิ ชิ้้�นที่่� 11
เครื่่�องมืือชิ้�นนี้้�มุ่�งสำรวจมุุมมองของผู้้�มีีส่่วนได้้ส่่วนเสีียที่่�เกี่�ยวข้้องกัับองค์์กรนั้้�น
เป็็นการสำรวจสถานการณ์์ภาพลัักษณ์์ขององค์์กรและอิิทธิิพลขององค์์กรนั้้�นในการ
สร้า้ งการเปลี่่�ยนแปลงหรืือสร้้างผลกระทบต่่อผู้้�อื่�น เครื่่อ� งมืือนี้้ค� ่่อนข้า้ งมีปี ระโยชน์์มาก
หากภาพลัักษณ์์ขององค์์กรและผลกระทบขององค์์กรเครืือข่่ายจะมีีความสำคััญต่่อการ

191

ดำเนิินการด้า้ นการเรีียนรู้ข�้ องโรงเรีียน เครื่่�องมืือนี้้ม� ีชีื่�อว่่า CATWOE Analysis
ประกอบด้ว้ ยการสำรวจ 6 องค์ป์ ระกอบ ได้้แก่่
ผู้ใ้� ช้้งาน (customers) - ผู้้�มีีส่ว่ นได้้ส่่วนเสีียมองว่า่ องค์ก์ รนี้้ก� ำลังั ทำงานดููแล
ใครหรืือกลุ่�มเป้า้ หมายใด
ผู้ล�้ งมืือสร้า้ งผลกระทบ (actors) - ผู้�้ มีีส่่วนได้้ส่่วนเสียี มองว่่าองค์์กรนี้้�มีีใครหรืือ
ทีีมงานใดในการทำให้้งานสำเร็็จบ้า้ ง
กระบวนการในการสร้า้ งผลกระทบ (transformation process) - ผู้�้ มีสี ่่วนได้้
ส่่วนเสียี มองว่า่ องค์ก์ รนี้้�ใช้ก้ ระบวนการใดในการขัับเคลื่่อ� นผลกระทบ
ภาพลักั ษณ์์ขององค์ก์ ร (worldview) - ผู้�้ มีสี ่ว่ นได้้ส่่วนเสียี มีีความเชื่�อหรืือความ
รู้�้ สึึกเกี่ย� วกับั องค์ก์ รนี้้�อย่า่ งไร
เจ้้าของ (owner) - ผู้�้ มีสี ่่วนได้ส้ ่่วนเสียี มองว่่าใครเป็น็ ผู้�้ดูแลองค์์กรนี้้�
สิ่่ง� แวดล้้อมในองค์์กร (environment) - ผู้�้ มีสี ่่วนได้ส้ ่ว่ นเสีียมองว่า่ องค์์กรนี้้ม� ีี
บริิบทในการทำงานอย่่างไร เช่น่ กฎระเบียี บในองค์ก์ รเป็็นอย่่างไร มีนี โยบายเป็น็
อย่่างไร

192

ระบุปุ ัญั หา

ทำำ�ไมเรื่่�องนี้้�จึงึ เกิิดขึ้้น� ?

เพราะอะไรจึงึ เป็น็ อย่า่ งนั้้น� ?

เพราะอะไรจึงึ เป็น็ อย่า่ งนั้้น� ?

เพราะอะไรจึงึ เป็น็ อย่่างนั้้น� ?

เพราะอะไรจึึงเป็น็ อย่า่ งนั้้น� ?
Root Cause

การใช้้งาน 5 Why’s
เครื่อ� งมืือเพิ่่�มเติิม ชิ้้�นที่่� 12
หากการสำรวจองค์์กรในภาพรวมได้้ช่่วยให้้โรงเรีียนเข้้าใจเครืือข่่ายที่่�สนใจแล้้ว
การลงลึึกเกี่ �ยวกัับเหตุุผลที่่�องค์์กรเหล่่านั้้�นสามารถดำเนิินการได้้ดัังที่่�สำรวจนั้้�นอาจ
ทำให้้โรงเรีียนเข้า้ ใจสถานการณ์์ของเครืือข่า่ ยได้้ดีมี ากยิ่่�งขึ้�น เครื่่อ� งมืือชิ้�นนี้้�มีีชื่�อว่่า “5
Why’s” สามารถใช้ใ้ นการระบุตุ ้น้ ตอของสาเหตุโุ ดยการตั้�งคำถามว่า่ “ทำไม” เพื่่อ� ลง
ลึกึ กับั การค้้นหาเหตุุผลเบื้�อ้ งหลัังที่่ม� ากขึ้น� เรื่อ� ย ๆ อย่่างน้อ้ ย 5 ชั้้น� การค้้นหาเหตุผุ ลที่่�
อยู่�เบื้อ้� งลึกึ นี้้อ� าจทำให้โ้ รงเรีียนได้้เข้้าใจรากของเรื่�องราว (root cause) ที่่แ� ท้้จริิงที่่�
ทำงานอยู่�ภายใต้ป้ รากฏการณ์ข์ องเครืือข่า่ ย

193

การใช้อ้ งค์ป์ ระกอบต่่าง ๆ ใน MoSCoW เพื่่อ� สำรวจสิ่ง�่ ที่่�เครืือข่า่ ยให้ค้ วามสนใจ
เครื่�องมืือเพิ่่ม� เติิม ชิ้้�นที่่� 13
เมื่�อโรงเรีียนได้้เห็็นสถานการณ์์ของเครืือข่่ายแล้้วอาจต้้องการลงลึึกเกี่�ยวกัับวิิธีี
การปฏิิบััติิการของเครืือข่่ายมากยิ่�่งขึ้ �นเพื่่�อให้้เข้้าใจความต้้องการและกิิจกรรมที่่�เครืือ
ข่า่ ยนั้้น� กำลัังจะทำในอนาคต การเข้้าใจกิิจกรรมของเครืือข่่ายและความต้้องการของ
เครืือข่่ายนี้้�มีคี วามสำคััญมากที่่�จะช่่วยเขื่อ� มต่่อโรงเรีียนเข้า้ กัับเครืือข่า่ ย เนื่่อ� งจากเมื่�อ
ทรััพยากรของโรงเรีียนสามารถตอบสนองความต้้องการของเครืือข่่ายได้้จะช่่วยให้้
ความสััมพัันธ์์ระหว่า่ งโรงเรีียนกับั เครืือข่า่ ยนั้้น� เป็น็ ไปในลัักษณะพึ่่�งพาอาศััยกันั ซึ่่�งจะ

194

ทำให้ก้ ารจััดการเรีียนรู้�แ้ บบ active learning สามารถเกิิดขึ้้น� ได้อ้ ย่า่ งแนบแน่่น
เครื่่อ� งมืือ MoSCoW สามารถใช้เ้ พื่่�อสำรวจกิิจกรรมที่่อ� งค์ก์ รนั้้�นกำลังั ทำอยู่�และช่่วยจัดั
ลำดัับความสำคััญเพื่่�อชี้ �ให้้เห็็นว่่าสิ่�่งใดกำลัังเป็็นเรื่ �องที่่�องค์์กรนั้้�นกำลัังให้้ความสนใจ
หรืือกำลังั จะต้้องดำเนิินการในอนาคต ประกอบด้้วย
สิ่่ง� ที่่�องค์ก์ รต้้องมีี (must have) - องค์์กรนั้้น� กำลังั ต้อ้ งการอะไร และในอนาคต
จะต้้องมีอี ะไร
สิ่่ง� ที่่อ� งค์์กรควรมีี (should have) – องค์ก์ รนั้้น� หากมีอี ะไรแล้้วอาจช่ว่ ยส่่งเสริิม
ให้้องค์์กรนั้้�นแข็็งแรงขึ้น� (แต่่ไม่ถ่ ึึงกัับจำเป็น็ ต้อ้ งมีกี ็ไ็ ด้้)
สิ่่�งที่่�องค์ก์ รสามารถมีี (could have) – องค์์กรนั้้น� สามารถมีอี ะไรได้อ้ ีีก (ไม่่ได้ม้ ีี
ความจำเป็น็ อาจไม่่ได้้ก่อ่ ประโยชน์์มากนััก แต่ห่ ากมีกี ็ไ็ ม่ไ่ ด้้ส่ง่ ผลเสีียอะไร)
สิ่ง�่ ที่่อ� งค์ก์ รจะไม่ม่ ีี (won’t have) – องค์์กรนั้้น� ไม่่ได้้มีคี วามต้อ้ งการอะไรหรืือ
ไม่่ได้ส้ นใจในเรื่อ� งใดเลย

195

เครื่อ� งมืือสำหรับั ช่่วยสร้้างการมีีส่่วนร่่วม

เครื่�องมือื เพิ่่ม� เติิม ชิ้้น� ที่่� 14
เครื่่อ� งมืือ SST (Success Story Telling) เป็น็ เครื่่�องมืืออย่า่ งง่่ายในการจััดการ
ความรู้�แ้ ละสามารถสร้า้ งความรู้�้ สึกึ มีสี ่ว่ นร่่วมได้้โดยมีวี ิิธีกี ารที่่ไ� ม่ยุ่่�งยาก สามารถใช้ไ้ ด้้
กับั หลายกลุ่�มเป้้าหมาย โดยใช้้การเล่่าเรื่อ� งประสบการณ์์ในการทำงานของแต่่ละคน
(หรืือของแต่ล่ ะองค์์กร) ว่า่ มีีวิิธีีการทำอย่า่ งไรจึงึ ประสบความสำเร็็จ คล้า้ ยกับั การถอด
บทเรียี นโดยใช้เ้ รื่อ� งเล่่าเป็็นฐาน
การใช้้งานเครื่่�องมืือนี้้�สามารถทำได้้ด้้วยการเปิิดบทสนทนาที่่�เชื้้�อเชิิญให้้เกิิด
การเล่่าเรื่ �องราวความสำเร็็จของตนเองและชวนค้้นลึึกลงไปว่่าความสำเร็็จนั้้�นเกิิดขึ้้�นได้้
อย่า่ งไร
คำถามสำคัญั ใน SST ได้แ้ ก่่
“ในช่ว่ งเวลาที่่�ผ่า่ นมาคุุณภาคภููมิิใจกับั เรื่�องใดมากที่่�สุุด”
“คุณุ ให้้ความสำคััญกับั เรื่อ� งใด”
“คุณุ ทุ่�มเทเวลาให้้กับั สิ่่�งใด”
“อะไรทำให้้คุุณให้้ความใส่่ใจกับั สิ่่�งเหล่า่ นั้้�น”
“คุุณทำสิ่�่งเหล่า่ นั้้�นได้ด้ ้้วยวิิธีีการใด”
“อะไรคืือบทเรีียนสำคัญั ที่่ค� ุุณอยากบอกให้ค้ นอื่น� ได้้เรียี นรู้�้ จากคุุณ”

เครื่อ� งมือื เพิ่่�มเติิม ชิ้้น� ที่่� 15
เครื่่อ� งมืือการสัมั ภาษณ์์แบบ Panel Interview เป็น็ กระบวนการสััมภาษณ์์
กลุ่�มซึ่ง่� อาจเกิิดขึ้้น� พร้้อมกันั ทีลี ะหลายคนแบบเวียี นกันั แบ่่งปันั พููดคุยุ รููปแบบการตั้ง�
คำถามอาจเป็็นไปในลัักษณะที่่ไ� ม่่ต้อ้ งต่่อเนื่่�องก็็ได้้ โดยผู้้�สัมั ภาษณ์แ์ ละผู้ใ�้ ห้ส้ ััมภาษณ์์
อาจร่ว่ มกันั ตั้�งคำถามและแบ่่งปันั ร่่วมกันั โดยปกติิมีีขั้น� ตอนดังั นี้้�
1. กำหนดจัดั การประชุมุ แลกเปลี่่�ยนเรียี นรู้�้
2. เตรีียมชุุดคำถาม เพื่่�อให้เ้ ห็น็ ลัักษณะการทำงานอย่า่ งละเอียี ด พร้อ้ ม

196

จัับประเด็น็ ขึ้�นกระดาน
3. ขึ้้น� เวทีีพููดคุยุ ถึงึ ลัักษณะการทำงาน ปัญั หา และอุปุ สรรค พร้้อมกัับ
จับั ประเด็น็ ขึ้น� กระดาน
4. นำประเด็็นสำคััญมาชี้�ให้้เห็็นความเชื่�อมโยงของแต่่ละหน่่วยงาน
ระหว่า่ งโรงเรีียนกัับเครืือข่า่ ย
เครื่�องมือื เพิ่่�มเติมิ ชิ้้น� ที่่� 16
เครื่่อ� งมืือ World Café เป็็นการทำกิิจกรรมแลกเปลี่่ย� นเรียี นรู้้�ซึ่่�งเน้้นให้ผ้ ู้�้เข้า้
ร่่วมทุกุ คนได้ม้ ีสี ่ว่ นร่ว่ มในการแลกเปลี่่�ยนความรู้�้ ประสบการณ์์ และความคิิดเห็็น ใน
ประเด็น็ ที่่�ได้ก้ ำหนดไว้้ World Café คืือการสร้้างบรรยากาศที่่ท� ำให้้ผู้�เ้ ข้า้ ร่่วมกิิจกรรม
รู้้�สึึกเหมืือนกำลัังนั่่ง� คุยุ เรื่อ� งราวต่า่ ง ๆ กับั กลุ่�มเพื่่อ� นสนิิทในร้า้ นกาแฟ และให้้ผู้เ�้ ข้้าร่่วม
สามารถเดิินแลกเปลี่่�ยนความรู้้� ประสบการณ์์ และความคิิดเห็น็ รวมทั้้ง� ต่่อยอดความรู้�้
ตามหััวข้้อที่่ถ� ููกเปิดิ ประเด็น็ ไว้ก้ ับั เพื่่อ� นกลุ่�มอื่�น โดยมีเี จ้า้ ภาพ (host) ประจำตำแหน่ง่
ไว้พ้ ร้้อมต้้อนรับั ผู้้เ� ข้้าร่่วมกิิจกรรมที่่จ� ะหมุุนเวียี นมาจากตำแหน่ง่ อื่น� ๆ ด้ว้ ย
การจััดกิิจกรรมลัักษณะนี้้�จะช่่วยประหยััดเวลาและทำให้้โรงเรีียนได้้มีีโอกาส
แลกเปลี่่ย� นเรีียนรู้�้ ร่่วมกับั เครืือข่่ายที่่�หลากหลายได้้อย่า่ งเท่่าเทียี มกันั นอกจากนี้้เ� ครืือ
ข่า่ ยแต่่ละองค์ก์ รยัังสามารถแลกเปลี่่�ยนเรียี นรู้ร�้ ะหว่่างกันั ด้้วย กระบวนการนี้้จ� ึงึ มีีความ
เหมาะสมสำหรัับการเรีียนรู้้�ร่่วมกัันในกรณีีที่่�โรงเรีียนจััดการประชุุมที่่�มีีเครืือข่่ายมาเข้้า
ร่ว่ มพร้อ้ มกันั หลายองค์์กร

197

World Cafe 1 host per table
staying to facilitate
Method
discussions
1 question per table or
1 question per round

4 or 5 travelers
changing tables
after each round

Participants
writing, drawing, doodling

key ideas

กระบวนการ World Café

เครื่อ� งมืือเพิ่่ม� เติิม ชิ้้น� ที่่� 17
เครื่่�องมืือ Community of Practice (COPS) หมายถึงึ ชุุมชนนักั ปฏิิบััติิซึ่�่งเป็น็
หนึ่่�งในเครื่่�องมืือการจััดการความรู้้� (Knowledge Management หรืือ KM) สำหรัับดึึง
ความรู้เ�้ ชิิงลึึกจากแต่ล่ ะบุุคคลหรืือแต่่ละหน่่วยงาน โดยสามารถจัดั กลุ่�มเพื่่�อสร้้างชุุมชน
ได้ห้ ลายประเภท ได้้แก่่
ชุุมชนช่ว่ ยเหลืือ (Helping Communities) สำหรัับแก้ป้ ััญหาประจำวันั และ
แลกเปลี่่�ยนแนวคิิดในกลุ่�มสมาชิิกเพื่่�อจััดการกับั ปััญหา
ชุมุ ชนการปฏิิบัตั ิิที่่เ� ป็น็ เลิิศ (Best Practice Communities) เน้น้ การพััฒนา
ตรวจสอบและเผยแพร่่แนวปฏิิบัตั ิิที่่เ� ป็น็ เลิิศหรืือที่่�ประสบความสำเร็็จ เพื่่�อให้เ้ กิิดการ

198

เรีียนรู้้�ร่ว่ มกันั และแบ่ง่ ปันั วิิธีกี ารที่่�ดีีหรืือเหมาะสมให้้ได้ถ้ ููกใช้ง้ านมากขึ้�น
ชุุมชนนัักบริิการ (Knowledge-Stewarding Communities) เพื่่�อจัดั ระเบีียบ
ยกระดัับ และพััฒนาในการให้้การสนัับสนุนุ กันั และกันั
ชุุมชนนวััตกร (Innovation Communities) เพื่่อ� พััฒนาแนวคิิด โดยเน้น้ การ
ข้้ามขอบเขต เพื่่อ� ผสมผสานความรู้้�และนำไปสู่่�การต่อ่ ยอดไอเดียี ใหม่่ ๆ

199

การระบุุเป้า้ หมายร่ว่ มและวางแผนกระบวนการ
(Goal Setting & Planning)

เครื่อ� งมือื เพิ่่�มเติิม ชิ้้น� ที่่� 18
เครื่่�องมืือ Management by Objectives (MBO) เป็น็ รููปแบบการจััดการ
เชิิงกลยุุทธ์์ที่่�มุ่ �งปรัับปรุุงประสิิทธิิภาพขององค์์กรโดยกำหนดวััตถุุประสงค์์อย่่างชััดเจน
ตามที่่�ตกลงกัันจากทั้้�งผู้้�บริิหารและพนัักงาน เป็็นการขัับเคลื่่�อนการบริิหารจััดการ
โรงเรีียนโดยอาศััยเป้า้ หมายเป็็นตัวั ขัับเคลื่่อ� นตลอดทั้้ง� ระบบ ตามทฤษฎีีแล้ว้ การตั้�ง
เป้้าห มายและแผนปฏิิบััติิการจะ ส่่งเสริิมการ มีี ส่่ ว นร่่ ว ม และ ค ว า ม มุ่ � ง มั่่� นร ะ ห ว่่ า ง
พนัักงาน ตลอดจนทำให้ว้ ัตั ถุุประสงค์น์ ั้้�นเป็น็ ที่่�รัับรู้้�ได้ท้ ั่่ว� ทั้้ง� องค์์กร มีที ั้้ง� หมด 5 ขั้้�นตอน
คืือ
1. กำหนดวัตั ถุุประสงค์์ทั้้�งองค์์กร
2. แปลงวัตั ถุุประสงค์ข์ องบริิษััทให้้กัับพนังั งานทั้้�งองค์ก์ ร
3. กระตุ้�นการมีสี ่ว่ นร่ว่ มของพนัักงาน
4. ติิดตามความคืืบหน้้าของพนักั งาน
5. ประเมิินและให้ร้ างวัลั ความก้้าวหน้า้ กัับพนักั งาน

Performance Define Organization
Evaluation Goals

Performance Define Employee
Appraisal Objectives

Providing Continue Monitoring
Feedback Performance and Progress

200


Click to View FlipBook Version