The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ร่วมกับภาคีเครือข่าย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by puthita sumanon, 2022-05-15 04:33:39

Active Learning Cookbook

การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ร่วมกับภาคีเครือข่าย

ขั้น� ตอนที่่� 1 แบ่ง่ กลุ่�มพื้น�้ ที่่ห� รืือแบ่ง่ กลุ่�มประเด็็น
การแบ่่งพื้�้นที่่�ที่่�ว่่านี้้�ไม่่ใช่่การแบ่่งห้้องเรีียนหรืือสนามหญ้้าใน
โรงเรีียนหรอกนะ ขั้้น� ตอนนี้้ค� ืือการจััดประเภทประเด็็นต่า่ ง ๆ ที่่เ� ราเอง
ต้้องการสำรวจ ขั้้�นตอนนี้้ผ� ู้บ�้ ริิหารโรงเรียี นในฐานะที่่เ� ป็็นผู้ม�้ องเห็น็ ภาพ
รวมกิิจกรรมทั้้�งหมดของโรงเรีียนอาจมีีส่่วนช่่วยในการจััดแบ่่งให้้ก็็ได้้
แต่่หากโรงเรีียนต้้องการสร้้างการมีีส่่วนร่่วมของบุุคลากรในโรงเรีียน
และต้้องการมองเห็็นรายละเอีียดต่่าง ๆ ในแต่่ละส่่วนกิิจกรรมของ
โรงเรีียนด้้วย ก็็อาจทำได้้โดยการจััดประชุุมหารืือร่่วมกัันระหว่่างผู้้�
บริิหารและครููก็ย็ ่่อมทำได้ ้ หััวประเด็น็ ที่่�แบ่ง่ ได้้อาจมีคี วามหลากหลาย
เช่น่ การจัดั การภายใน ความสััมพัันธ์์กับั ผู้้�ปกครอง ประสิิทธิิภาพในการ
สอนของครูู สมรรถนะของนักั เรียี น เป็น็ ต้้น
ขั้�นตอนที่่� 2 พัฒั นาระบบให้ค้ ะแนน
ระบบการให้้คะแนนเป็็นส่่วนสำคััญในการประเมิินสถานภาพ
ของโรงเรียี นอย่่างมาก เพราะหากคำถามและวิิธีกี ารให้ค้ ะแนนนั้้น� ไม่่
สอดคล้้องกัันก็็จะทำให้้ผลการประเมิินตนเองไม่่ตรงตามความเป็็นจริิง
ระบบการให้้คะแนนต้้องค่อ่ ย ๆ คิิด ค่่อย ๆ ทำไปทีลี ะกลุ่�มประเด็น็ (ที่่�
ได้แ้ บ่ง่ กลุ่�มไปแล้้วในขั้�นตอนที่่� 1) เช่่น บางกลุ่�มประเด็น็ ที่่ต� ้อ้ งการให้้
เกิิดการต่่อยอดและเผยข้้อมููลจากการได้้ร่่วมรัับฟัังจากกัันและกัันอาจ
ใช้้วิิธีีการพููดคุุยแลกเปลี่่�ยนร่่วมกััน บางกลุ่�มประเด็็นที่่�เเกี่�ยวกัับข้้อมููล
ส่่วนตััวและครููจะไม่่สะดวกใจหากต้้องแบ่่งปัันในที่่�สาธารณะอาจใช้้วิิธีี
การพููดคุุยแบบหนึ่่�งต่่อหนึ่่�ง และบางกลุ่�มประเด็็นที่่�ต้้องการความรู้้�สึึก
เป็็นความลัับมาก ๆ หรืือต้้องการสำรวจภาพรวมของกลุ่�มบุุคลากร
จำนวนมากอาจใช้แ้ บบสอบถามเป็น็ ตััวช่ว่ ยในการประหยัดั เวลาได้้

51

ขั้น� ตอนที่่� 3 การประเมิิน
ในระหว่า่ งที่่�การประเมิินเกิิดขึ้้น� จริิง โรงเรียี นอาจต้อ้ งสร้า้ ง
บรรยากาศที่่�จะทำให้้ครููและบุุคลากรที่่�ให้้ข้้อมููลรู้้�สึึกผ่่อนคลายและ
สบายใจในการสื่�อสารอย่า่ งเต็ม็ ที่่� โดยต้้องทำให้้ทุุกคนรัับรู้้�ว่่าการแสดง
จุุดยืืนของตนเองนั้้�นเป็็นสิ่่�งที่่�สามารถทำได้้ในทุุกรููปแบบโดยจะไม่่มีีผล
ต่อ่ การตััดสิินในงานหรืือการตััดสิินส่่วนบุคุ คลในอนาคต

ขั้น� ตอนที่่� 4 การสรุุปผล
หลัังจากข้้อมููลทั้้�งหมดได้้ถููกจััดเก็็บจากผู้�้ให้้ข้้อมููลเรีียบร้้อยแล้้ว
การสรุุปผลจะเป็็นการนำเสนอข้้อมููลที่่�ได้้ออกมาในรููปแบบที่่�เข้้าใจได้้
ง่่าย การแปลงข้อ้ มููลให้อ้ ยู่�ในรููปแบบที่่�เข้้าใจได้ง้ ่า่ ยนี้้�มีีความสำคััญมาก
เพราะจะทำให้้ทุุกคนในโรงเรีียนได้้เข้้าใจสถานการณ์์ของโรงเรีียนอย่่าง
ถููกต้้องตรงกััน และประโยชน์์อีกี อย่า่ งหนึ่่ง� คืือการทำให้้ทุกุ คนได้้เห็็นว่า่
ข้้อมููลที่่�ได้้จััดเก็็บจากทุุกคนก่่อนหน้้านี้้�เป็็นประโยชน์์ต่่อการพััฒนา
โรงเรีียน ทำให้้ครููและบุุคลากรทุุกคนในโรงเรีียนเห็็นความสำคััญของ
การมีสี ่่วนร่่วมและรู้�้ สึึกเป็็นส่ว่ นหนึ่่�งของโรงเรียี น

การจัดั การเงินิ ทุุน การระดมทุนุ การจััดการทรััพยากรบุคุ คล
5
4
3
2
1
0

การควบคุมุ และประเมินิ ผล การจัดั การโครงการ

ตััวอย่่างการนำเสนอผลการประเมิินตนเองด้ว้ ยกราฟรููปใยแมงมุุม

52

ใบงานสำหรับั การแบ่่งกลุ่�มประเด็็น (ขั้้น� ตอนที่่� 1)
ข้้อมููลที่่ไ� ด้้รัับจากการพููดคุุยแลกเปลี่่ย� นเกี่�ยวกัับประเด็น็ ที่่�สนใจ
________________________________________________________
________________________________________________________
________________________________________________________
________________________________________________________
________________________________________________________
________________________________________________________
________________________________________________________
________________________________________________________
________________________________________________________

กลุ่�มประเด็น็ ที่่� 1 กลุ่�มประเด็็นที่่� 2

กลุ่�มประเด็็นที่่� 3 กลุ่�มประเด็็นที่่� 4

53

ใบงานสำหรัับการพัฒั นาระบบให้ค้ ะแนน (ขั้้�นตอนที่่� 2)

กลุ่�มประเด็น็ ที่่� 1 กลุ่�มประเด็น็ ที่่� 2

วิิธีกี ารประเมิินที่่�เลืือกใช้้ วิิธีกี ารประเมิินที่่�เลืือกใช้้

วิิธีีการประเมิินที่่เ� ลืือกใช้้ วิิธีกี ารประเมิินที่่�เลืือกใช้้

กลุ่�มประเด็น็ ที่่� 3 กลุ่�มประเด็น็ ที่่� 4

54

ใบงานสำหรัับการสรุปุ ผล (ขั้้�นตอนที่่� 4)
ผลการประเมินิ

กลุ่�มประเด็น็ ที่่� 1

กลุ่�มประเด็น็ ที่่� ... กลุ่�มประเด็น็ ที่่� 2

กลุ่�มประเด็็นที่่� 4 กลุ่�มประเด็็นที่่� 3

55

(Situation Analysis)

(Needs Assessment) You Are Here.
คุุณกำลัังอยู่ต่� รงนี้�้

(Self Assessment)

56

(Goal Setting & Planning)

(Engagement)

57

เริ่่ม� ที่น่� ี่�่ !

กลุ่่�มที่่� 3 Perfect Coordinator

เครื่่อ� งมืือสำ�ำ รวจความต้้องการ (Needs Assessment)
เมื่�อโรงเรีียนได้้สำรวจสถานะในปััจจุุบัันของตนเองเป็็นที่่�เรีียบร้้อยแล้้ว โดย
ปกติิจะสามารถนำมาสู่ �การค้้นหาคำตอบเกี่ �ยวกัับความต้้องการหรืือความจำเป็็นที่่�
บุุคลากรในโรงเรีียนต้้องการได้้ไม่่ยากนักั การสำรวจความต้้องการเป็็นขั้น� ตอนสำคัญั ที่่�
จะทำให้้โรงเรีียนสามารถระบุุได้้ว่่ามีีสิ่�่งใดที่่�โรงเรีียนยัังขาดความพร้้อม ทั้้�งนี้้�เพื่่�อให้้
โรงเรีียนสามารถเตรีียมตััวพััฒนาสิ่่�งเหล่่านั้้�นให้้ดีีก่่อนสร้้างความร่่วมมืือกัับเครืือข่่าย
หรืือในทางกลับั กััน ประเด็น็ ต่า่ ง ๆ ที่่�พบจากการสำรวจความต้อ้ งการนี้้�อาจนำไปสู่่�การ
เชื่อ� มความสััมพัันธ์์กัับเครืือข่่ายโดยให้้เครืือข่่ายเป็็นผู้้�สนัับสนุุนในด้้านต่่าง ๆ ที่่�
โรงเรีียนยัังขาดนั้้�นก็็สามารถทำได้้
เครื่่�องมืือชิ้�นที่่�เราอยากชวนให้้ได้้รู้�้ จัักนี้้�ถููกพััฒนาโดยกลุ่�มโรงเรีียนในประเทศ
บังั กลาเทศ ภายใต้้การดููแลของ Education Cluster Bangladesh มีตี ัวั อย่า่ งที่่น� ่่า
สนใจจำนวนมาก การใช้้แบบสำรวจความต้อ้ งการนี้้น� อกจากจะสามารถทำให้ม้ องเห็็น
ความต้้องการหรืือจุุดบกพร่่องที่่�โรงเรีียนมีีอยู่่�ก็็ยัังช่่วยให้้โรงเรีียนได้้เข้้าใจบริิบทและ
สถานการณ์์ที่่�เกิิดขึ้้�นในโรงเรียี นได้้ดีีมากยิ่ง�่ ขึ้น�

ดููเครื่่�องมืือสำรวจความต้อ้ งการนี้้ไ� ด้จ้ าก
QR code นี้้� (ภาษาอังั กฤษ)

58

No. Questions Response Categories

1. Acess and learning environment 1.Yes 2. No

1.1 Type of educational institutions available in area [____] # of schools
a. Preschool/early childhood development
b. Primary [____] # of schools
c. Secondary
d. Non-formal Boys Girls
e. Other (Specify) ..................     1. (0-25%)     1. (0-25%)
    2. (26-50%)     2. (26-50%)
1.2 Number of functioning educational istitutions in     3. (51-75%)     3. (51-75%)
the area before the disaster     4. (76-100%)     4. (76-100%)
list the top three
1.3 Number of functioning aducational institutions in 1. _____________
the area presently, after the disaster 2. _____________
3. _____________
1.4 Since the disaster, proportion students are still
attending schools 1.Yes 2. No

1.5 Groups of children and young people are not 1.Yes 2. No
participating in education activities in the area?
Presently Worse since disaster
1.6 Safe for the children and teachers to travel to and
from the schools in this area [____] # of schools
a. Boy students [____] # of schools
b. Girl students
c. Children with disability
d. Female teachers
e. Male teachers
f. Teachers with disability

1.7 Safe for the children and teachers while at the
schools in this area
a. Boy students
b. Girl students
c. Female teachers
d. Male teachers

1.8 Risks for children while at school
a. Health risks from unsanitary conditions
b. Unsafe building Ze.g. after an earthquake)
c. Veing sexually abused or expicited
d. Other (specify) ....................

1.9 Numbers of schools were damage due to the
disaster
a. school building damaged fully
b. school building damaged partially

ตััวอย่่างเครื่่�องมืือจาก Global Education Cluster (Bangladesh) เพื่่�อสำรวจความ
ต้อ้ งการในประเด็น็ ด้้าน5สิ9่ง่� แวดล้้อมในการเรียี นรู้�้

You Are Here.
คุุณกำลัังอยู่่ต� รงนี้้�

(Situation Analysis)

(Needs Assessment)
(Self Assessment)

60

(Goal Setting & Planning)

(Engagement)

61

เริ่่ม� ที่น�่ ี่่� !

กลุ่่�มที่�่ 2 Active Teacher

การสำ�ำ รวจสถานการณ์์และเครืือข่่าย (Situation Analysis)
การสำรวจสถานการณ์เ์ ป็น็ ก้า้ วสำคัญั ที่่จ� ะทำให้โ้ รงเรียี นได้ท้ ราบว่า่ มีปี ัจั จัยั ใดบ้า้ งที่่�
กำลังั เกื้อ�้ หนุนุ หรืือเป็น็ อุปุ สรรคต่อ่ การจัดั การเรียี นรู้�้ พร้อ้ มกันั นั้้น� ก็ท็ ำให้ร้ ับั รู้�้ สถานการณ์์
ขององค์ก์ รหรืือเครืือข่า่ ยแต่ล่ ะภาคส่ว่ นที่่โ� รงเรียี นกำลังั จะต้อ้ งมีคี วามเกี่ย� วข้อ้ งว่า่ เขาเหล่า่
นั้้น� กำลังั มีบี ทบาทภายใต้บ้ ริิบทที่่โ� รงเรียี นกำลังั เผชิิญอยู่�นั้น� อย่า่ งไร

เครื่่อ� งมืือ SWOT Analysis เป็น็ เครื่่อ� งมืือพื้น้� ฐานที่่ม� ีโี ครงสร้า้ งในการสำรวจที่่ค� ่อ่ น
ข้า้ งสมบููรณ์์ในตัวั เอง สามารถนำไปใช้้ในการวิิเคราะห์ส์ ถานการณ์ข์ ององค์ก์ รภายนอก
พร้อ้ มกันั นั้้น� ก็ช็ ่ว่ ยอธิิบายว่า่ แต่ล่ ะปัจั จัยั นั้้น� มีอี ิิทธิิพลต่อ่ องค์ก์ รในลักั ษณะใด ประกอบด้ว้ ย
1) จุดุ แข็ง็ ขององค์ก์ ร (strengths) 2) จุดุ อ่อ่ นขององค์ก์ ร (weaknesses) 3) โอกาสที่่เ� อื้อ้� ให้้
บรรลุเุ ป้า้ หมาย (opportunities) และ 4) อุปุ สรรคที่่ข� ัดั ขวางการบรรลุเุ ป้า้ หมาย (threats)

S WWeaknesses O T hreats

Strengths ข้้อจำ�ำ กัดั การพัฒั นา ปัญั หาภายนอก
สิ่่ง� ที่�่ขาด ผลประกอบการ อุปุ สรรค
ความได้้เปรีียบ ปััญหา พฤติิกรรมคนอื่่�น คู่่�แข่ง่
ความแตกต่า่ ง จุุดด้้วย ปัจั จัยั อื่่น� ๆ เทรนด์ด์ ้้านลบ
จุดุ ขาย ปัจั จััยอื่่น� ๆ ปัจั จััยอื่่�น ๆ
ทักั ษะต่่าง ๆ
ปััจจััยอื่่น� ๆ W T

องค์ป์ ระกอบใน SWOT Analysis

62

ใบงานสำหรัับการสำรวจสถานการณ์์และเครืือข่่าย

หน่ว่ ยงาน Strengths Weaknesses Opportunities Threats

สรุปุ ผลเกี่�ยวกับั สถานการณ์์

________________________________________________________
63

(Situation Analysis)
(Needs Assessment)
(Self Assessment)

64

You Are Here. (Goal Setting & Planning)
คุุณกำลังั อยู่่ต� รงนี้้�

(Engagement)

65

การสร้้างการมีีส่่วนร่่วม (Engagement)
คำถามที่่�คุุณจะตอบได้้จากการใช้้งานเนื้้อ� หาส่่วนนี้�้
• การมีสี ่ว่ นร่่วมสามารถทำแบบใดได้บ้ ้า้ ง ?
• ฉันั จะกระชัับความสััมพันั ธ์์ในหน่ว่ ยงานและระหว่า่ งหน่ว่ ยงานได้้อย่่างไร ?
• ฉันั ควรสร้า้ งการเรีียนรู้้�ร่่วมกัับภาคีเี ครืือข่า่ ยใดบ้า้ ง ?
การสร้า้ งการมีสี ่ว่ นร่ว่ มนั้้น� มีคี วามสำคัญั ไม่น่ ้อ้ ย เพราะหากคุณุ กำลังั จะสร้า้ งการ
เรีียนรู้�้ ร่ว่ มกัับภาคีเี ครืือข่า่ ย ทุุกคนอาจต้้องให้ค้ วามร่่วมมืือและเดิินไปด้้วยกัันในระยะ
ยาว ดังั นั้้น� นี่่จ� ึงึ เป็น็ กิิจกรรมแรกที่่ต� ้อ้ งทำให้ไ้ ด้ม้ั่่น� คงหลังั การสำรวจตนเองและสถานการณ์์
รอบข้า้ ง เพื่่�อที่่จ� ะทำให้ก้ ารสร้า้ งการเรีียนรู้้แ� บบ Active Learning ร่ว่ มกับั ภาคีเี ครืือ
ข่า่ ยประสบความสำเร็จ็ ได้้ ในเนื้�้อหาส่่วนนี้้เ� รามีีเครื่่อ� งมืือในการสร้า้ งการมีีส่ว่ นร่่วมทั้้ง�
ภายในองค์์กรและระหว่่างองค์์กร เพื่่�อการกระชัับความสััมพัันธ์์ทั้้�งในระดัับบุุคคล
ส่่วนงาน และหน่่วยงาน เช่น่ ERP toolkit เครื่่�องมืือแลกเปลี่่ย� นเรีียนรู้้� World Café
การสร้้างชุุมชนนัักปฏิิบััติิ (Community of Practice) และวิิธีีการจััดการกัับภาคีี
เครืือข่่ายที่่�มีีทััศนคติิแต่่ละรููปแบบเพื่่�อนำไปสู่่�การคััดกรองหรืือคััดเลืือกเครืือข่่าย
เพื่่�อการประสานความร่่วมมืืออย่่างเหมาะสม
กระบวนการมีีส่่วนร่่วมดัังกล่า่ วอาจทำได้้ 3 รููปแบบ ได้้แก่่
1. การร่ว่ มออกแบบ (Co-design) ซึ่่ง� ประชาชนหรืือคนในพื้�้นที่่�จะมีีโอกาสใน
การริิเริ่�่มพััฒนานโยบายและบริิการต่า่ งๆ โดยการรวมตัวั กันั ของประชาชนรายคนและ
กลุ่ �มประชาชน
2. การร่่วมสร้้าง (Co-production) โดยประชาชนและกลุ่�มประชาชนเป็น็ ผู้้�
สร้า้ งการบริิการเพื่่�อให้้ถููกนำไปใช้ร้ ่่วมกันั หรืือนำไปใช้ก้ ัับผู้�้อื่�น
3. การร่่วมส่่งต่่อ (Co-delivery) ด้้วยการนำงานบริิการหรืือนโยบายนั้้�นมาสู่�
การปฏิิบััติิร่ว่ มกััน

66

การร่่วมส่่งต่่อ
(Co-delivery)
การร่่วมสร้า้ ง
(Co-production)
การร่่วมออกแบบ
(Co-design)
67

เครื่่�องมือื สำ�ำ หรับั ช่่วยสร้้างการมีีส่่วนร่ว่ ม
EnHgaiggheemstent

EngLaogweemstent Conversation

Core Action

Interest

Content Consumption, Social
Actions, Browsing, Searching

& Key Feature Interactions

Acknowledgment

App Open, Push/Email Interactions

องค์ป์ ระกอบต่า่ ง ๆ ใน A-I-C

กระบวนการ A-I-C เป็็นการประชุุมเพื่่�อแลกเปลี่่�ยนเรีียนรู้้�ที่�ก่่อให้้เกิิดการ
ทำงานร่่วมกััน ทำให้้เกิิดความเข้้าใจถึึงสภาพปััญหา ความต้้องการข้้อจำกััด และ
ศักั ยภาพของผู้�้ที่เ� กี่ย� วข้อ้ ง มีขีั้น� ตอน 3 ขั้้น� คืือ 1) สร้า้ งความรับั รู้�้ (acknowledge ment)
2) แบ่่งปัันความสนใจและผลผลิิตที่่�สนใจ (interest) 3) แบ่่งปัันแนวทางการปฏิิบััติิ
(conversion)

68

ใบงานสำหรัับการสร้า้ งการมีีส่่วนร่่วม

Conversion : แนวทางการปฏิิบัตั ิิ

แนวทาง แนวทาง
ของโรงเรีียน ของภาคีเี ครืือข่่าย

การเติิมเต็็มกันั และกััน __________________________

Interest : ความสนใจ ความสนใจ
ความสนใจ ของภาคีีเครืือข่า่ ย
ของโรงเรีียน

การเติิมเต็็มกันั และกััน ____________________________________

Acknowledgement : ทรััพยากรและจุดุ แข็็ง ทรัพั ยากรและจุดุ แข็็ง
ทรัพั ยากรและจุุดแข็ง็ ของภาคีีเครืือข่่าย
ของโรงเรียี น

การเติิมเต็็มกันั และกันั _____________________________________________

69

(Situation Analysis)
(Needs Assessment)
(Self Assessm7e0nt)

You Are Here.
คุณุ กำลัังอยู่่ต� รงนี้้�

(Goal Setting & Planning)

(Engagement)

71

การคัดั สรรภาคีีเครืือข่า่ ย
หากโรงเรีียนได้้ดำเนิินการสำรวจภาคีีเครืือข่่ายด้้วยเครื่่�องมืือต่่าง ๆ ที่่�ได้้นำ
เสนอไปข้้างต้้นแล้้ว โรงเรีียนอาจพบว่่ามีีเครืือข่่ายบางส่่วนที่่�มีีความน่่าสนใจหรืือ
มีีศักั ยภาพในการสร้้างความร่่วมมืือร่่วมกััน การคัดั สรรภาคีีเครืือข่า่ ยจะเกิิดขึ้้�นได้โ้ ดย
อัตั โนมััติิผ่่านกระบวนการข้้างต้น้ แต่่การดำเนิินงานร่ว่ มกัับภาคีเี ครืือข่่ายอาจต้อ้ งการ
วิิธีกี ารที่่ม� ีีลำดับั ขั้น� ตอนซึ่�ง่ อาจทำหน้า้ ที่่� “คัดั เลืือก” เครืือข่่ายที่่เ� หมาะสมซึ่ง�่ จะดำเนิิน
งานร่่วมกับั โรงเรียี นได้จ้ ริิงในระยะยาวต่่อไป เครื่่อ� งมืือที่่เ� ราแนะนำให้้ใช้้งานเพื่่อ� เป็น็
โครงสร้า้ งในการดำเนิินงานหลังั จากนี้้�พัฒั นาโดย Carlenton University ประกอบ
ด้ว้ ย 4 ขั้้น� ตอน

1. ระบุเุ ครืือข่่ายที่่ต� ้้องการ (Identifying partnerships) โดยใช้เ้ ครื่่อ� งมืือในการ
สำรวจเครืือข่า่ ยดัังได้้นำเสนอไปแล้้วก่อ่ นหน้้านี้้�
2. ติดิ ต่่อทาบทามเครืือข่่าย (Approaching partnerships) โดยดำเนิินการผ่่าน
ช่อ่ งทางที่่เ� หมาะสม
3. สร้้างการมีีส่่วนร่่วมกับั เครือื ข่่าย (Engaging partners) โดยใช้้เครื่่�องมืือในการ
สร้้างการมีสี ่่วนร่่วมดังั ได้้นำเสนอไปแล้ว้ ก่่อนหน้้านี้้�
4. บำรุุงรัักษาภาคีีเครือื ข่่าย (Maintaining partners) โดยอาศัยั การสร้า้ งความ
เป็็นชุมุ ชนดังั ได้น้ ำเสนอไปแล้ว้ ก่่อนหน้้านี้้�

72

เริ่่ม� ที่น่� ี่�่ !

กลุ่่�มที่�่ 1 Super Star

การระบุุเป้า้ หมายร่่วมและวางแผนกระบวนการ
(Goal Setting & Planning)
คำถามที่่ค� ุุณจะตอบได้จ้ ากการใช้ง้ านเนื้้อ� หาส่่วนนี้�้
• การเรีียนรู้�้ที่�ฉัันกำลัังสร้า้ งขึ้�นควรกำหนดเป้า้ หมายอย่่างไร ?
• ฉันั จะทำอย่่างไรได้้บ้า้ งเพื่่อ� ให้้พบเป้้าหมายร่ว่ มระหว่า่ งฉัันและเครืือข่า่ ย ?
• ฉันั ควรใช้ก้ ลยุทุ ธ์ใ์ ดในการสร้า้ งการเรียี นรู้แ�้ บบ Active Learning ร่ว่ มกับั ภาคีี
เครืือข่า่ ย ?
• ฉัันและเครืือข่่ายควรมีีแผนการดำเนิินงานร่่วมกัันอย่่างไร?

เนื้�้อหาในส่่วนนี้้�จะบอกเล่่าให้้คุุณเข้้าใจเกี่�ยวกัับวิิธีีการและขั้�นตอนในการ
วางแผนปฏิิบัตั ิิการเรีียนรู้้�แบบ Active Learning ร่ว่ มกัับภาคีีเครืือข่่าย โดยกล่า่ วถึึง
การระบุุเป้า้ หมายร่ว่ มกัันระหว่า่ งภาคีีเครืือข่า่ ยกับั โรงเรียี น

หลัักการ SMART เป็็นหลัักเกณฑ์์การกำหนดเป้้าหมายที่่�ช่่วยเพิ่่�มโอกาสของ
สมาชิิกในทีีมให้้บรรลุเุ ป้า้ หมายของตนเองได้้ การช่ว่ ยสมาชิิกในทีมี กำหนดและไปให้้ถึึง
เป้้าหมายเป็็นวิิธีีที่่�ดีีที่่�สุุดวิิธีีหนึ่่�งในการรัักษาแรงจููงใจให้้อยู่�ในระดัับสููง การเชื่�อมโยง
ภาระงานของแต่่ละคนเข้้ากัับวััตถุุประสงค์์ขององค์์กร การตั้�งเป้้าหมายในรููปแบบ

73

SMART จะต้้องมีีลัักษณะ ดัังนี้้� 1) มีีความเจาะจง (Specific) 2) สามารถวััดค่่าได้้
(Measurable) 3. พอจะมีีแนวทางในการทำได้้ (Achievable) 4. สามารถเป็็นไป
ได้้จริิง (Realistic) 5. มีีขอบเขตเวลาที่่�ชััดเจน (Time-bound)

ตััวอย่่างการใช้้ SMART
74

ใบงานสำหรัับการตั้้ง� เป้า้ หมาย

Specific

Measurable

Achievable

Realistic

Time-bound
สรุุปเป้า้ หมายที่่ต� ้้องการ คืือ

________________________________________________________
75

(Situation Analysis)
(Needs Assessment)
(Self Assessment)

76

(Goal Setting & Planning)

(Engagement)

You Are Here.
คุณุ กำลัังอยู่่ต� รงนี้้�

77

การลงมืือสร้้างการเรีียนรู้�้ (Learning in Action) และ
การติิดตามและประเมิินผล (Monitoring & Formative
Assessement)

คำถามที่่�คุุณจะตอบได้จ้ ากการใช้ง้ านเนื้้�อหาส่่วนนี้้�
• ฉัันควรมีบี ทบาทอย่่างไรในฐานะผู้�้ สร้า้ งการเรีียนรู้�้ ?
• กระบวนการเรีียนรู้�้ ควรมีีลำดัับขั้น� ตอนอย่า่ งไรบ้า้ ง ?
• การสร้า้ งการเรีียนรู้�้ ร่ว่ มกับั ภาคีเี ครืือข่่ายของฉันั จำเป็็นต้้องมีีโครงสร้้างใด
มารองรับั บ้า้ ง ?

ข้้อมููลในส่ว่ นนี้้ไ� ด้้รัับการอนุเุ คราะห์จ์ ากผลการศึึกษาวิิจััยของ อััครา เมธาสุุข และ อักั ษรา ศิิลป์์สุขุ
เรื่อ� ง “การอำนวยกระบวนการเรียี นรู้�้เพื่่�อการเปลี่่�ยนแปลง สำหรับั การพัฒั นาชุมุ ชนและเมืืองแบบสอด
ประสาน” ตีพี ิิมพ์์ในวารสารการวิิจััยเพื่่อ� พัฒั นาชุมุ ชน (มนุุษยศาสตร์์และสัังคมศาสตร์)์ ฉบัับที่่� 14 เล่ม่ ที่่� 3 ปีี
พ.ศ. 2564

78

ผู้�น้ ำการเปลี่่ย� นแปลง : การเป็น็ กระบวนกร
โค้้ช และพี่่�เลี้�ยง

ในโลกที่่�มีีข้้อมููลจำนวนมากและมีีการ
เปลี่่�ยนแปลงอย่่างฉับั พลัันอยู่่�ตลอดเวลา การเรีียนรู้้�
ผ่่านผู้้�อำนวยการเรีียนรู้้�มีีความสำคััญในการจััดการ
ความรู้้�และการสร้้างประสบการณ์์การเรีียนรู้้�ให้้
สามารถนำความรู้้�มาใช้้ในการจััดการกัับสถานการณ์์
ที่่�แตกต่่างกัันได้้ ปััจจุุบัันมีีการนิิยามผู้้�อำนวยการ
เรีียนรู้�้ไว้้ในหลากหลายรููปแบบซึ่�่งมีีบทบาทหน้้าที่่�ใน
การนำพาให้้เกิิดการเรียี นรู้�้ แตกต่า่ งจาก “ครูู” หรืือ
ผู้้�สอนในรููปแบบเดิิมที่่�มัักมุ่ �งเน้้นที่่�การถ่่ายทอดความ
รู้�้ (knowledge transfer) จากคนหนึ่่ง� ไปสู่่�อีกี คนหนึ่่ง�
คำที่่�เรามัักนำมาใช้้ในการจำกััดความของผู้้�อำนวย
การเรีียนรู้้�อาจมีคี วามแตกต่า่ งกันั ไป ดัังนี้้�
กระบวนกร (facilitator) เป็็นผู้น้� ำพาให้้
เกิิดการขัับเคลื่่�อนของกระบวนการซึ่�่งทำให้้กลุ่ �มคน
หรืือองค์์กรได้้ขบคิิดหรืือดำเนิินการเข้้าสู่ �การบรรลุุ
เป้้าหมายและการทำงานที่่ม� ีีประสิิทธิิภาพ บทบาทที่่�
สำคัญั ของกระบวนกรจึงึ เป็น็ การโค้้ชกลุ่�มหรืือการโค้้ช
ทีีม (team coaching) การจััดกระบวนการโดย
กระบวนกรเป็็นพื้้�นฐานที่่�สำคััญรููปแบบหนึ่่�งของการ
ทำให้้เกิิดการเรีียนรู้้�ด้้วยตนเองของกลุ่ �มหรืือการ
ทำให้เ้ กิิดการเรีียนรู้แ�้ บบมีีส่่วนร่่วม

79

โค้ช้ (coach) เป็น็ ผู้ใ�้ ช้ก้ ระบวนการสนทนาในการนำพาให้้ผู้้�ที่ไ� ด้ร้ ัับการโค้ช้
(coachee) ได้ร้ ัับผลลััพธ์์ที่่ต� ้้องการ การโค้ช้ ส่่วนใหญ่มุ่่�งเน้้นที่่ก� ารถามคำถามโดยไม่่
ชี้น� ำคำตอบหรืือทางออก ผู้ไ�้ ด้ร้ ับั การโค้ช้ จะถููกนำพาผ่า่ นคำถามต่า่ ง ๆ จนได้ร้ ับั คำตอบที่่�
ช่ว่ ยทำให้เ้ ขาเข้า้ ใกล้ผ้ ลลัพั ธ์ท์ี่่ต�ั้ง� ไว้ไ้ ด้เ้ อง การทำให้ผ้ ู้ไ�้ ด้ร้ ับั การโค้ช้ เป็น็ ผู้ร�้ ะบุทุ างแก้ห้ รืือ
ทางออกของปััญหาได้้ด้้วยตนเองจะช่่วยเพิ่�่มความรู้้�สึึกเป็็นเจ้้าของและมีีส่่วนร่่วมที่่�จะ
ทำผลลัพั ธ์ใ์ ห้ส้ ำเร็จ็ ต่อ่ เนื่่�องด้ว้ ยตนเอง สิ่่ง� ที่่โ� ค้้ชทำเป็น็ เพียี งการสร้้างพื้น�้ ที่่�ปลอดภััยที่่�
เหมาะสมต่อ่ การสะท้้อนประสบการณ์แ์ ละการเรียี นรู้�้ ทำให้้ผู้�้ได้ร้ ับั การโค้้ชตระหนัักรู้�้
ความคิิด ความรู้้�สึกึ และพฤติิกรรมของตนเอง จนทำให้เ้ กิิดการเปลี่่ย� นแปลงความเชื่อ�
และกรอบความคิิดของตนเองและนำไปสู่่�การปฏิิบัตั ิิและความสำเร็็จ สิ่�ง่ สำคััญของการ
โค้้ชคืือการทำให้้ผู้้�ได้้รัับการโค้้ชสามารถใช้้ศัักยภาพที่่�ปรากฏและศัักยภาพที่่�ซ่่อนอยู่ �
ของตนเองได้้อย่า่ งเต็ม็ กำลังั โดยไม่มุ่่�งเน้น้ เปลี่่�ยนแปลงตััวตนของผู้�้ได้้รับั การโค้ช้

80

พี่่เ� ลี้ย�้ ง (mentor) เป็็นบุุคคลที่่ม� ักั มีที ัักษะ ประสบการณ์์ และความ
รู้้ม� าก ซึ่ง�่ สามารถถ่า่ ยทอดวิิธีคี ิิด องค์ค์ วามรู้�้ และเทคนิิคในการจัดั การปัญั หาไปสู่่�
ผู้�้ที่ม� ีปี ระสบการณ์แ์ ละความรู้้�น้อ้ ยกว่่า (mentee) รููปแบบความสััมพัันธ์์จะเป็น็
ลักั ษณะหนึ่่ง� ต่อ่ หนึ่่ง� และเครื่่อ� งมืือต่า่ งๆ ที่่พ� ี่่เ� ลี้ย� งใช้ใ้ นการดููแลคนนั้้น� อาจมีคี วาม
คล้้ายคลึึงกัับเครื่่�องมืือของโค้้ช อย่่างไรก็็ตาม พี่่�เลี้�ยงมัักให้้คำแนะนำและ
เสนอแนะแนวทางที่่�เหมาะสมให้้แก่่ผู้้�ได้้รัับการดููแลทั้้�งโดยทางตรงและ
ทางอ้้อม ผู้้�ให้้คำปรึึกษา (consultant) เป็็นลัักษณะหนึ่่�งของพี่่�เลี้�ยง ถููก
พััฒนาขึ้�นในเชิิงวิิชาชีีพ เพียี งแต่่อาจมีีการถ่า่ ยทอดทักั ษะไปสู่่�ผู้ไ�้ ด้ร้ ับั การดููแล
ไม่ม่ ากนักั โดยมักั ให้ค้ ำปรึกึ ษาในด้า้ นวิิธีคี ิิดและวิิธีปี ฏิิบัตั ิิเท่า่ นั้้น�

81

เครื่่อ� งมืือช่่วยออกแบบกระบวนการเรีียนรู้�้
เครื่่�องมืือนี้้�มีีหลัักฐานการพััฒนาและปรัับปรุุงขึ้�นโดยมููลนิิธิิ
สื่อ� ชาวบ้า้ น (มะขามป้อ้ ม) โดยเรียี กเครื่่อ� งมืือนี้้ว� ่า่ “Learning Curve”
ซึ่�่งสามารถใช้้เป็็นโครงสร้้างสำหรัับการออกแบบกระบวนการให้้มีี
อย่่างน้อ้ ย 5 ขั้้น� ตอนซึ่ง�่ เรียี งร้อ้ ยกันั เป็น็ ลำดับั ประกอบด้้วย
1. ช่ว่ งแนะนำการเรียี นรู้�้ (Introduction) เป็น็ การแนะนำ
ประเด็น็ ที่่�จะเรียี นรู้�้และเตรีียมความพร้้อมผู้้เ� รียี น
2. ช่ว่ งกระตุ้�นให้ต้ื่น� ตัวั (Stimulation) เป็น็ การเชื่อ� มโยงผู้เ�้ รีียน
เข้า้ กัับบริิบทที่่�จะเรียี นรู้แ้� ละสร้้างสภาวะที่่เ� หมาะสมในการเรียี นรู้�้
3. ช่ว่ งสร้้างประสบการณ์์ใหม่่ (New experience) เป็น็ ช่ว่ ง
การเปิดิ ประสบการณ์แ์ ละสร้้างการรับั รู้้�ใหม่่ อาจมีกี ารแบ่ง่ ปัันเนื้้�อหา
ทัักษะ และทััศนคติิใหม่่ในช่ว่ งเวลานี้้�
4. ช่ว่ งสรุุปบทเรียี น (Conclusion) เป็็นการตกตะกอนความ
คิิดของผู้เ้� รียี นและนำมาสู่่�ข้อ้ สรุุปของตนเอง
5. ช่่วงการต่อ่ ยอดนำไปใช้้ (Application) เป็็นการเชื่�อมโยง
ประเด็็นการเรีียนรู้�้เข้้ากัับชีีวิิตของตนเองเพื่่�อให้้เกิิดการนำไปใช้้งาน
ได้ใ้ นชีีวิิตประจำวััน

82

Stimulate New Experiece Conclusion
New Knowledge

Intro Apply

ลักั ษณะ Learning Curve ที่่ใ� ช้้เป็็นโครงในการออกแบบกระบวนการเรียี นรู้�้

Stimulate New Experiece Conclusion
New Knowledge

Intro Apply

ตัวั อย่่างกิิจกรรมที่่�ใช้้ตามหลักั การ Learning Curve
83

บทบาทของเครืือข่่าย รายละเอียี ดกิิจกรรมในช่ว่ ง Intro Intro

บทบาทของเครืือข่า่ ย รายละเอีียดกิิจกรรมในช่ว่ ง Stimulate Stimulate ใบงานสำหรัับการออกแบบกระบวนการเรีียนรู้�

บทบาทของเครืือข่่าย รายละเอีียดกิิจกรรมในช่่วง New Experience New Experiece
New Knowledge
84

บทบาทของเครืือข่่าย รายละเอีียดกิิจกรรมในช่่วง Conclusion Conclusion

บทบาทของเครืือข่า่ ย รายละเอีียดกิิจกรรมในช่ว่ ง Apply Apply

การติดิ ตามและการประเมินิ ผล
(Monitoring and Formative Assessment)
แนวคิิดการติิดตามและประเมินิ ผล
การติิดตามและประเมิินผลมีีเป้า้ หมายเพื่่�อการพัฒั นาเป็น็ หลััก เพื่่อ� ให้เ้ กิิดการ
ปรับั ปรุงุ พัฒั นางานอย่า่ งต่อ่ เนื่่อ� ง การติิดตามและประเมิินผลมีบี ทบาทในการหนุนุ เสริิม
การขับั เคลื่่อ� นการทำงานมากกว่่าการตััดสิินผลสำเร็จ็ ของการดำเนิินงาน

ประเด็น็ การติิดตามและประเมินิ ผล
การติิดตามและประเมิินผลมีปี ระเด็็นดัังนี้้�

ประเด็น็ การติดิ ตาม การประเมิินผล

กระบวนการ • กิิจกรรมการดำเนิินงาน • ความสััมพันั ธ์ข์ องครููและเครืือ
• การทำงานร่่วมกัันของครููและ ข่่าย
เครืือข่า่ ย • ทรัพั ยากรที่่ไ� ด้้รับั จากการทำงาน
• ปััญหาอุุปสรรคในการดำเนิิน ร่ว่ มกัันของครููและเครืือข่า่ ย
กิิจกรรม • ปััญหาอุปุ สรรคในการดำเนิินงาน
ในภาพรวม
• ปััจจัยั เงื่อ� นไขที่่�เกี่�ยวข้อ้ งกับั
ความสำเร็จ็

ผลลััพธ์์ • ผลที่่เ� กิิดขึ้้น� จากกิิจกรรม • ผลการเรียี นรู้ข�้ องผู้�้เรีียน
• ความพึึงพอใจของผู้เ�้ รีียน ครูู • ความพึึงพอใจของผู้�้เรียี น ครูู
และภาคีเี ครืือข่่ายต่่อกิิจกรรม และภาคีเี ครืือข่่าย
• ผลกระทบและความคุ้�มค่า่ ของ
85 การดำเนิินงาน

แนวทางและวิิธีีการติดิ ตามและประเมิินผล
การติิดตามและประเมิินผลมีแี นวทางและวิิธีกี ารดัังนี้้�

รายการ ประเด็็นย่่อย ผลที่เ่� กิิดขึ้้�น

การติิดตาม • ติิดตามระหว่่างการดำเนิินงาน • ใช้้แบบติิดตามและรายงานผลการ
• ติิดตามการดำเนิินกิิจกรรม ดำเนิินงาน
• รายงานผลการดำเนิินงานเป็็น • ใช้้การประชุมุ ร่ว่ มกันั ระหว่า่ งโรงเรีียน
ระยะ และเครืือข่่ายเพื่่�อติิดตามผลเป็็นระยะ

ประเมินิ ผล • ประเมิินปลายทาง • ใช้้แบบประเมิินผล
• ใช้้ข้้อมููลเพื่่อ� การพััฒนา • ใช้ก้ ารประชุุมหรืือถอดบทเรียี นการ
ทำงานร่่วมกััน

ตัวั อย่่างแบบติิดตามและรายงานผลการดำเนิินงาน

รายการ ประเด็น็ ย่อ่ ย ผลที่่�เกิิดขึ้้น�

ผลที่่เ� กิิดขึ้น�้ จากกิิจกรรม กิิจกรรม 1 .......

86

ตััวอย่่างการประเมิินผลการดำเนิินงาน

รายการ ประเด็น็ ย่่อย ผลที่เ่� กิิดขึ้้น�

ผลการเรีียนรู้�ของผู้เ�้ รีียน ด้้าน 1 .......

ความพึึงพอใจของผู้้เ� รีียน ด้า้ น 1 .......
ครููและภาคีีเครือื ข่่าย

ผลกระทบและความคุ้ �ม ด้้าน 1 .......
ค่่าของการดำเนินิ งาน

87

ส่ว่ นที่่� 5

Case Study
เรื่อ� งเล่า่ เติมิ ไอเดีีย

88

เรื่่อ� งเล่า่ จากโรงเรีียน
เรื่อ� งเล่า่ จากครููและผู้้บ� ริหิ ารโรงเรีียน
ที่�่ตั้้ง� ใจปรับั เปลี่�ย่ นห้้องเรีียนให้้มีีความหมาย

และตอบโจทย์ผ์ู้้เ� รีียนอย่่างแท้้จริงิ


89

1
Local สู่่�เลอค่่า วิิถีีล้้านนา

อาหารพื้้�นถิ่่�นเมืืองแพร่่
Active Learning ร่่วมกับั ภาคีีเครืือข่า่ ย

ที่่บ� ููรณาการทุุกกลุ่�มสาระ

90

ชื่่อ� โครงการ: Local สู่�เลอค่่าวิิถีีล้้านนา อาหารพื้น�้ ถิ่่�นเมืืองแพร่่

กลุ่�มสาระการเรีียนรู้�: การงานอาชีีพและเทคโนโลยีี ภาคีีเครือื ข่่าย:
และบููรณาการทุุกกลุ่ �มสาระ - วิิทยาลัยั ชุมุ ชนและโรงเรียี นในเครืือข่า่ ย
สมรรถนะ: บููรณาการสมรรถนะหลัักทั้้ง� 6 ด้า้ น - ปราชญ์ช์ าวบ้้าน / ผู้เ�้ ชี่ย� วชาญในชุุมชน

รููปแบบกิิจกรรม:
- รู้�้ จักั เมนููอาหารพื้น้� บ้้าน และความสำคัญั ของอาหารท้้องถิ่่�น
- รู้้�จักั อาหารฟิวิ ชั่น� อาหารรููปแบบใหม่ท่ ี่่ร� วมอาหารจากสองวัฒั นธรรมขึ้�นไป
และการสร้า้ งมููลค่า่
- คิิดค้้นเมนููอาหารฟิวิ ชั่�นของตนเอง ตกแต่่งและนำเสนอเมนููอาหาร

ดำเนินิ การโดย: โรงเรียี นถิ่�่นโอภาสวิิทยา โดยการสนัับสนุุนจากวิิทยาลััยชุมุ ชนแพร่่

รู้�จัักโรงเรีียนเจ้้าของเรื่อ� งกันั ก่่อน
โรงเรีียนถิ่�่นโอภาสวิิทยา เป็็นโรงเรีียนมััธยมขนาดเล็็ก มีีครููทั้้�งหมด 16 ท่่าน
รวมผู้้�อำนวยการโรงเรีียน ที่่น� ่า่ ทึ่่ง� คืืออายุเุ ฉลี่�ยของครููที่่น� ี่่�คืือ 53 ปีี อายุนุ ้อ้ ยสุุด 40 ปีี
แต่ค่ รููทุุกคนสอนออนไลน์์ได้ท้ ั้้�งหมด ไม่่ว่่าจะเป็น็ ZOOM, Google Meet, Microsoft
Team และ LINE บางท่่านใช้้ Kahoot Menti ฯลฯ ได้อ้ ีกี ด้้วย เพราะคุณุ ครููเปิดิ ใจ
อะไร ๆ จึึงไม่เ่ ป็็นอุุปสรรค
ความท้้าทายของโรงเรีียนขนาดเล็็ก คืือ นัักเรีียนจะได้้เรีียนกัับครููคนเดิิม ๆ
บางวิิชาเจอครููคนเดียี วตลอด 6 ปี ี ดัังนั้้น� ถ้า้ ครููสอนแบบเดิิม ๆ ไม่ป่ รัับวิิธีีการสอน เด็ก็
ก็จ็ ะไม่อ่ ยากเรียี น เป็น็ ความท้า้ ทายสำหรับั ครููมาก ครููต้อ้ งแอ็ค็ ทีีฟตลอด ทางโรงเรียี น
จึึงมีกี ลุ่�ม LINE ครูู ม.ต้น้ และ ม.ปลาย พููดคุุยเรื่อ� งการเรียี นการสอน รายงาน อััปเดต
คอยแบ่ง่ ปัันกัันตลอด ผอ. ก็็หมั่่น� เดิินดููการจััดการเรีียนการสอนและคอยแนะนำ เอา
ข้้อมููลมาช่่วยกัันปรัับ ช่่วยกัันพัฒั นา หรืือถ้า้ ครููคนไหนยัังไม่่ถนััดก็จ็ ะจับั คู่่�กัันทำก่อ่ น

91

โครงการ Local สู่่เ� ลอค่่า วิถิ ีีล้้านนา อาหารถิ่น� เมืืองแพร่่ นี้ม�้ ีีที่่ม� าอย่่างไร ?
โรงเรีียนได้้ทำ MOU กับั วิิทยาลัยั ชุุมชนแพร่ ่ ตั้้ง� แต่ป่ ีีการศึึกษา 2563 จัดั การ
เรีียนการสอนแบบ Active Learning โดยใช้แ้ นวคิิด Design Thinking ร่่วมกับั โรงเรียี น
เครืือข่า่ ยทั้้�งสิ้�น 15 แห่่ง โดยมีีสถาบัันอุุดมศึกึ ษาคืือวิิทยาลััยชุมุ ชนแพร่่เป็น็ พี่่�เลี้�ยง
จัดั การเรียี นรู้�้ จากการนำอาหารพื้้น� บ้า้ นยอดนิิยมมาสร้า้ งมููลค่่าเพิ่�ม่ ให้ค้ นเห็็นคุุณค่่า
แนวคิิด Design thinking จะเน้้นกระบวนการ เข้้าใจปัญั หา ระดมความคิิด
แล้ว้ ลงมืือแก้ป้ ัญั หา เราจัดั การเรียี นรู้แ�้ บบ Active Learning ด้ว้ ยแนวคิิดนี้้ผ� ่า่ นโครงการ
Local สู่่�เลอค่า่ ฯ โดยครููทุุกคนผ่า่ นการอบรมจากวิิทยาลัยั ชุุมชนและเขตตามที่่ � สพฐ.
กำหนด แล้ว้ นำมาจัดั การเรีียนรู้้�ในห้อ้ งเรียี น ให้น้ ักั เรีียนได้้ทดลอง ลงมืือปฏิิบัตั ิิ และ
ต่่อยอดให้้เป็็นนวััตกรรมเน้้นให้้นัักเรีียนมีีกระบวนการแก้้ปััญหาและประยุุกต์์ใช้้ได้้
อย่่างหลากหลาย กระบวนการ Active Learning ทำให้เ้ ด็ก็ มีสี ่ว่ นร่ว่ ม โดยครููเป็น็ โค้ช้
เป็็นผู้�้แนะนำ อำนวยการเรียี นรู้้� จนเด็็กเกิิดความคิิด เกิิดทัักษะด้ว้ ยตัวั เอง
การดำเนินิ กิิจกรรมร่่วมกับั ภาคีีเครืือข่่ายทำอย่่างไรบ้า้ ง ?
วิิทยาลัยั ชุุมชนเป็็นผู้้�ให้้ความรู้�แ้ ละจัดั อบรมครููเป็น็ หลััก ส่่วนในโรงเรีียนครููเป็น็
ผู้้�ดำเนิินการด้ว้ ยตนเอง โดยวิิทยาลััยชุุมชนมาติิดตามดูู คอยช่่วยแนะนำ ส่ง่ เสริิม การ
ดำเนิินงานเริ่่ม� จากประชุมุ กัับเครืือข่่าย คืือวิิทยาลััยชุุมชนแพร่แ่ ละอีกี 15 โรงเรียี น
แล้้วมาประชุมุ ชี้แ� จงขยายผลในโรงเรีียน ลงสู่่�ฝ่า่ ยวิิชาการ ลงสู่่�ครูู และนักั เรีียน เมื่อ� ทำ
แล้้วก็็นำผลงานไปเสนอในวงแลกเปลี่่�ยนเรีียนรู้�้ของจัังหวััดเพื่่�อต่่อยอดพััฒนาโครงการ
มีขีั้น� ตอนการดำเนิินงาน ดังั นี้้�
1) ผู้้�บริิหารไปประชุมุ รัับทราบ สร้้างความตระหนััก ทำความรู้�้ จักั โครงการ
วางแผน ร่ว่ มกันั กัับโรงเรีียนเครืือข่่าย 15 โรงเรียี น และวิิทยาลัยั ชุุมชนแพร่่
2) ฝ่า่ ยวิิชาการและตัวั แทนครูู 5-6 ท่่าน ไปอบรมกัับวิิทยาลัยั ชุุมชนแพร่่ เรื่อ� ง
การจััดการเรีียนการสอน โดยใช้้หลักั สููตรการตกแต่ง่ อาหารพื้้�นถิ่่น� เพื่่อ� สร้้างมููลค่่าเพิ่ม่�
ให้้กัับชุมุ ชน

92

3) ตััวแทนครููกลุ่�มแรกนำมาขยายผลสู่่�ครููในโรงเรีียน
4) ครููในโรงเรีียนเรียี นรู้ห�้ ลักั สููตรการตกแต่ง่ อาหารพื้�น้ ถิ่น�่ แบบออนไลน์ผ์ ่า่ น
google classroom
5) ครููนำไปจัดั การเรีียนการสอนกับั นักั เรีียนในโรงเรียี น
6) ตัวั แทนครููนำเสนอผลงาน โดยใช้ก้ ระบวนการ PLC (ชุมุ ชนการเรียี นรู้�้ทาง
วิิชาชีีพ Professional Learning Community) อาจารย์์จากวิิทยาลัยั ชุุมชนเป็น็ พี่่�
เลี้�ยง ติิดตาม และให้้คำแนะนำ ตัวั แทนครููให้ค้ ำสะท้้อนกลับั จากการปฏิิบัตั ิิในโรงเรีียน
การดำเนิินงานจะทำเป็็นวงจรแบบนี้้ซ� ้้ำในทุุกปีีโดยพัฒั นาต่อ่ ยอดจากปีีก่อ่ นหน้้า
เมื่่�อนำมาจััดในโรงเรีียน โครงการ เลอค่่าฯ บููรณาการกัับวิิชาใดบ้า้ ง ?
บููรณาการได้ท้ ุุกกลุ่�มสาระ เราไม่ไ่ ด้เ้ ริ่ม�่ จากการกำหนดว่่าจะต้้องเป็น็ วิิชาไหน
สาระไหน แต่ม่ าคุุยกันั ในโรงเรียี นก่่อนว่่าจะทำโครงการนี้้� จะเอาไปใช้ใ้ นวิิชาไหนได้้
บ้า้ ง พอมาคุยุ กันั ก็เ็ ห็น็ เลยว่่าทำได้ท้ ุกุ กลุ่�มสาระ ทั้้ง� การงานอาชีพี คณิิตศาสตร์์ ศิิลปะ-
ออกแบบแพ็ค็ เกจ ฯลฯ จึงึ มาร่่วมกันั บููรณาการทุกุ กลุ่�มสาระ
การจััดการเรีียนรู้�ในชั้้น� เรีียนผ่่านโครงการ Local สู่�่เลอค่่าฯ ทำอย่่างไรบ้า้ ง ?
หลักั ของโครงการนี้้ค� ืือการจัดั การเรียี นการสอนแบบ Active Learning โดยใช้้
กระบวนการคิิดแบบ Design Thinking
เริ่ม่� จากครููแจ้ง้ จุุดประสงค์์การเรียี นรู้้�ตามแผนการจัดั การเรียี นรู้้� คืือ เมื่่อ� เรียี น
จบแล้ว้ นักั เรีียนจะต้้องสามารถคิิดค้น้ เมนููอาหารฟิิวชั่น� (Fusion Food) และตกแต่ง่
อาหารได้้ แล้้วให้น้ ักั เรียี นทำแบบทดสอบก่่อนเรียี นใน google ฟอร์ม์ จากนั้้�นให้้
นักั เรียี นชม VTR1 งานวิิจััยเรื่อ� งการจััดการองค์์ความรู้�้ อาหารพื้น้� บ้้านยอดนิิยมเพื่่�อ
เสริิมสร้้างสุุขภาพของผู้�้สูงอายุเุ ขตภาคเหนืือตอนบน
1. ขั้้�นนำเข้า้ สู่่�บทเรีียน นักั เรีียนชม VTR2 เมนููอาหารพื้้�นบ้า้ นยอดนิิยม 10

93

เมนูู ให้น้ ัักเรียี นได้้เห็น็ ความสำคัญั ของอาหารท้้องถิ่�น่ ที่่�สามารถสร้า้ งมููลค่่าเพิ่่�มให้ก้ ัับ
ชุมุ ชนนั้้น� ๆ ได้แ้ ละเพื่่อ� เป็็นแรงจููงใจในการเรียี นเนื้�้อหาใหม่่ แล้ว้ ให้น้ ัักเรียี นแต่ล่ ะคน
ยกตััวอย่า่ งอาหารพื้น�้ บ้้านในท้้องถิ่�น่ ของนัักเรียี นตามที่่�ชอบหรืือรู้�้ จักั จากนั้้�นแบ่่งกลุ่�ม
ตามความสนใจในอาหารประเภทเดียี วกัันหรืือที่่ม� ีีลัักษณะคล้า้ ยกันั
2. ขั้้�นสอน
2.1 ขั้้�นทำความเข้้าใจ นักั เรีียนชม VTR3 การตกแต่ง่ อาหารท้อ้ งถิ่่�นเพื่่อ� สร้้าง
มููลค่่าเพิ่ม่� ภายใต้้แนวคิิด Local สู่่�เลอค่่าวิิถีลี ้า้ นนาอาหารพื้้น� ถิ่น่� เมืืองแพร่่ ทบทวน
ความเข้า้ ใจโดยการซักั ถามนักั เรีียน แล้้วให้้นัักเรีียนเล่น่ เกม Kahoot เพื่่อ� ทบทวนความ
เข้า้ ใจ มีรี างวัลั สำหรับั นัักเรีียนที่่ไ� ด้้ลำดับั ที่่� 1 – 3
2.2 ขั้้�นตีีความ ให้้สมาชิิกในกลุ่�มย่่อยเสนอเมนููอาหารฟิวิ ชันั (Fusion Food)
ที่่�คงความเป็น็ ท้อ้ งถิ่�น่ ของตนเองในกลุ่�มย่่อย ครููพยายามกระตุ้�นให้น้ ัักเรีียนแสดงความ
คิิดออกมา โดยเขียี นในกระดาษโพสอิิทแปะไว้ภ้ ายในกระดาษชาร์์ทของกลุ่�ม แลก
เปลี่่ย� นความคิิดเห็็นซึ่ง่� กัันและกััน จากนั้้น� ให้เ้ พื่่�อน ๆ ช่่วยกัันเลืือกเมนููอาหารฟิวิ ชัันที่่�
น่่าสนใจมา 1 เมนููเพื่่�อหาวิิธีีการปรัับเปลี่่�ยนให้้อาหารนั้้�นเป็็นอาหารฟิิวชััน (Fusion
Food) ที่่�เลอค่า่
2.3 ขั้้น� ระดมสมอง สมาชิิกในแต่่ละกลุ่�มย่่อยร่ว่ มกันั เสนอแนวทางจััดทำ
อาหารที่่�เลืือกมา มองความเป็็นไปได้้ว่า่ อาหารนั้้น� จะเป็น็ อาหารพื้น�้ บ้้านที่่�เป็น็ Local สู่�
เลอค่่า หรืือไม่่ ให้้เห็็นจริิงถึงึ ความสมเหตุุสมผล ประเมิินถึงึ ข้อ้ ดี-ี ข้้อจำกัดั และสรุปุ
แนวทางเลืือกทั้้ง� หมด โดยสามารถสืืบค้้นข้อ้ มููลจากอิินเตอร์เ์ น็็ต จากชุมุ ชน ฯลฯ
ในขั้น� นี้้� ครููจะรัับฟัังความเห็็นที่่�หลากหลายและการให้้เหตุผุ ลของนัักเรียี น ไม่่
ปฏิเิ สธคำตอบหรืือคำอธิิบายของนัักเรียี น ให้้โอกาสในทุุกคำตอบแม้จ้ ะคลาดเคลื่่อ� นไป
จากความคาดหวังั ของครูู และหากครููมีวี ิิธีกี ารอื่�น ๆ นอกเหนืือจากที่่�นักั เรียี นนำเสนอ
ครููสามารถนำเสนอเพิ่่ม� เติิมได้้
2.4 ขั้้น� สร้า้ งต้น้ แบบ ให้แ้ ต่ล่ ะกลุ่�มฝึึกปฏิิบััติิสร้า้ งต้้นแบบ ออกแบบ ทำแบบ
จำลอง (Prototype) โดยการวาด หรืือใช้้โปรแกรมอื่น� ๆ พิิจารณาถึงึ ความเหมาะสม

94

ความเป็น็ ไปได้ ้ พร้้อมทั้้�งให้แ้ ต่่ละกลุ่�มออกมานำเสนอ ร่ว่ มกัันอภิิปราย
3. ขั้้�นสรุุป นักั เรียี นร่่วมกันั สรุปุ หลักั การและกระบวนการแก้้ปัญั หา ในเรื่�องที่่�
เรีียนและครููช่่วยเสริิมแนวคิิดหลัักการความคิิดรวบยอดและกระบวนการแก้้ปััญหาให้้
ชััดเจนยิ่่ง� ขึ้�น
4. นำไปใช้ ้ นักั เรียี นในกลุ่�มช่ว่ ยกัันสร้้างสรรค์์เมนููตกแต่่งอาหารท้อ้ งถิ่�่นเพื่่�อ
สร้้างมููลค่่าเพิ่่�ม ภายใต้้แนวคิิดLocal สู่่�เลอค่่าวิิถีีล้้านนาอาหารพื้�้นถิ่�่นเมืืองแพร่่
นัักเรีียนแต่่ละคนอาจเลืือกใช้ว้ ิิธีกี ารที่่�แตกต่่างกันั ซึ่ง�่ การฝึึกทักั ษะจะช่่วยให้น้ ักั เรีียนมีี
ความคงทนในการจำและเกิิดความคล่อ่ งแคล่่ว แม่น่ ยำ รวดเร็็วและพััฒนาความคิิด
อย่า่ งมีเี หตุุผล
5. ขั้้�นประเมิินผล ประเมิินผลการทำชิ้�นงานจากหััวข้้อที่่ก� ำหนด ที่่น� ักั เรีียน
สร้้างขึ้น� นอกจากนั้้�นครููผู้้�สอนอาจใช้ก้ ารสังั เกตในการร่ว่ มกิิจกรรมในชั้น� เรียี น และ
แบบทดสอบหลัังเรีียน เพื่่�อเป็็นการตรวจสอบความรู้้�ความเข้้าใจและทัักษะของ
นักั เรียี น
จััดการเรีียนรู้�แบบ Active Learning ร่่วมกัับภาคีีเครือื ข่่ายแล้ว้ เกิดิ ผลดีีอย่่างไร
บ้า้ ง ?
เห็็นผลลัพั ธ์ท์ ี่่เ� กิิดขึ้้น� กัับตัวั นักั เรียี นได้ช้ ััดเจนว่่า เมื่่อ� ครููจัดั Active Learning
เด็ก็ จะกระตืือรืือร้น้ มากกว่า่ กล้า้ แสดงออก กล้้าคิิด กล้้าตอบ จากเดิิมที่่�ขี้�อาย กลัวั ที่่�
จะคิิด จะพููด แต่่ตอนนี้้�ไม่่มีปี ััญหาเลย ไม่่ว่่าใครจะมาดููตอนไหนก็็ได้้ ไม่ต่ ้้องเตี๊�ยม เป็น็
ธรรมชาติิ สีีหน้้าเด็ก็ ก็็เห็น็ ได้ช้ ััดเจน
นอกจากร่่วมมืือกับั ภาคีเี ครืือข่า่ ยด้า้ นวิิชาการแล้ว้ เราเน้น้ PIE Model คืือ
พลังั ครูู พลังั นัักเรียี น และพลังั ผู้�้ ปกครอง ต้้องช่ว่ ยกันั ทั้้�งหมด ครููแอ็็คทีีฟ นัักเรีียนร่ว่ ม
มืือแล้้ว ผู้้�ปกครองก็็ต้้องร่่วมมืือด้ว้ ย ยิ่ง�่ เรียี นออนไลน์์ถ้า้ ผู้�้ ปกครองไม่ช่ ่ว่ ยดููแลเอาใจใส่่
นี่่�ยากมาก การประชุุมผู้้�ปกครอง ผอ. จะจััดจนกว่่าผู้้�ปกครองจะมาครบ รอบแรกมาไม่่
ครบก็็จััดรอบสองให้้กัับผู้้�ปกครองที่่�ยัังไม่่มารอบสองยัังไม่่ครบก็็จััดรอบต่่อไปอีีกจน

95

ครบ เมื่่อ� ครููและผู้�้ ปกครองร่ว่ มมืือกันั ก็็เกิิดผลดีีกัับนัักเรียี น ส่ว่ นปัญั หาที่่ร� ุนุ แรงกว่า่ นั้้�น
ก็ด็ ึงึ ชุมุ ชนมาช่ว่ ยกันั ชวนผู้้ใ� หญ่่บ้้าน กำนัันมาช่ว่ ยกันั
การทำงานกับั ผู้�้ ปกครองต้้องชัดั เจน รวดเร็ว็ ผอ.ต้้องออกหน้า้ เอง ต้อ้ งสื่อ� สาร
และต้อ้ งรับั ฟัังด้้วย เมื่่�อใช้้เครืือข่า่ ย ใช้้กลุ่�มผู้้�ปกครองมาช่ว่ ย มีกี ระบวนการรองรัับ
ทำให้โ้ รงเรีียนเราไม่่มีกี ารร้อ้ งเรียี น หากเกิิดปัญั หาอะไรก็็เข้้ามาร่ว่ มมืือกััน
ที่่ส� ำคัญั สุุดคืือ ใจครููต้อ้ งมา ถ้า้ ใจไม่ม่ าอะไร ๆ ก็็เป็็นปัญั หา ทำอย่า่ งไรก็็ไม่่ได้้
ส่ว่ นเรื่อ� งอื่น� ไม่ว่ ่่าจะเป็น็ ความรู้�้ ทัักษะ ทรััพยากร ความไม่่ชัดั เจน หรืือปัญั หาอะไร
ก็ต็ าม ถ้า้ ใจมาครููจะพยายามจนได้้ ซึ่�ง่ เป็็นจุุดแข็ง็ ของโรงเรียี นเราที่่�ครููพร้้อมเปิดิ ใจ นี่่�
เป็น็ จุดุ ที่่ส� ำคัญั มาก
จุุดสัังเกต
• ผู้้�นำคืือผู้้�อำนวยการโรงเรีียนเข้า้ ใจ ออกหน้า้ ขับั เคลื่่อ� น - แก้ป้ ัญั หา ประสานงาน

และสื่อ� สารให้ท้ ุุกฝ่า่ ยเข้า้ ใจ และช่ว่ ยนิิเทศการสอนให้้กับั ครููเป็น็ ประจำ โดยใช้้การ
พููดคุยุ หาแนวทางร่ว่ มกันั ไม่่ใช่่การใช้ค้ ำสั่�ง
• ครููเปิิดใจ มีเี ครืือข่า่ ยครููในโรงเรียี น พููดคุุยกันั เรื่อ� งการจััดการเรีียนการสอน ช่ว่ ย
เหลืือ แบ่ง่ ปันั กััน มีีการจับั คู่่�กันั สอนเพื่่อ� ช่่วยครููที่่�ยังั ไม่่ถนััด
• ให้้ความสำคััญกัับเครืือข่่ายผู้้�ปกครอง และเครืือข่่ายในชุุมชนในการดููแลสนัับสนุนุ
นัักเรีียน
• การจัดั การเรียี นการสอนแบบ Active Learning ผ่า่ นโครงการ Local สู่่�เลอค่่า ฯ
บููรณาการทุกุ กลุ่�มสาระ โรงเรียี นดำเนิินการจััดการเรีียนการสอนเองโดยมีีวิิทยาลััย
ชุุมชนเป็็นพี่่�เลี้ �ยงให้้ความรู้�้และติิดตามแนะนำมีีการแบ่่งปัันผลการดำเนิินงานในวง
PLC ร่ว่ มกับั โรงเรียี นเครืือข่่ายทั้้�ง 15 แห่ง่ จัดั วนรอบซ้้ำทุุกปีี ไม่ใ่ ช่โ่ ครงการที่่ท� ำ
แล้้วจบ ทำให้้มีกี ารต่อ่ ยอดและพัฒั นาได้้

96

ข้้อมููลเพิ่่ม� เติมิ
VTR1 ที่่�มาของสููตรอาหารจากงานวิิจััย
VTR2 เมนููอาหารพื้น้� บ้า้ นยอดนิิยม

VTR3 การตกแต่ง่ อาหารท้อ้ งถิ่�น่ เพื่่�อสร้า้ งมููลค่่าเพิ่่�ม
คู่�มือการจััดกิิจกรรมเรีียนรู้�้ Design Thinking
โดยวิิทยาลัยั ชุมุ ชนแพร่่
ขอบคุุณข้้อมููลจาก: ผอ.เอกชัยั ใจก๋อ๋ งแก้้ว โรงเรียี นถิ่น่� โอภาสวิิทยา (ตำแหน่ง่ ณ วันั
สััมภาษณ์์)

97

2
JIGSAW model
สมองกล สร้้างผู้เ�้ รีียนให้้เป็็นนวัตั กร

98

ชื่่�อโครงการ: ระบบสมองกลฝัังตัวั JIGSAW Smart Education

กลุ่�มสาระการเรีียนรู้�: วิิทยาศาสตร์์ การงานอาชีีพ ภาคีีเครือื ข่่าย:
และเทคโนโลยีี และบููรณาการทุกุ กลุ่�มสาระ - สพฐ. และ สวทช. ภายใต้โ้ ครงการโรง
สมรรถนะ: บููรณาการสมรรถนะหลักั ทั้้�ง 6 ด้า้ น ประลองต้้นแบบทางวิิศวกรรม (Fablab)

รููปแบบกิิจกรรม:
- อบรมให้้ความรู้้�กัับนักั เรีียนที่่�สนใจ ในค่่ายยุุวนวััตกร เรื่อ� ง การประดิิษฐ์ห์ุ่�นยนต์์
- นักั เรียี นรวมกลุ่�มกััน กำหนดประเด็น็ ปัญั หา วิิเคราะห์์ปััญหาด้ว้ ย 5W1H
- คิิดแก้้ปััญหาด้้วยเทคโนโลยีสี มองกล
- ออกแบบและลงมืือสร้า้ งสิ่่�งประดิิษฐ์์
- ทดสอบ ปรัับปรุงุ แก้้ไข ประเมิินประสิิทธิิภาพสิ่�ง่ ประดิิษฐ์์

ดำเนินิ การโดย: โรงเรียี นวัดั เขาวััง (แสง ช่ว่ งสุวุ นิิช)

รู้�จักั โรงเรีียนเจ้้าของเรื่อ� งกัันก่่อน
โรงเรีียนวััดเขาวััง เป็็นโรงเรีียนขยายโอกาส ขนาดใหญ่พ่ ิิเศษ มีีนัักเรีียน 3 พััน
กว่า่ คน จัดั การเรียี นการสอนตั้�งแต่ช่ั้น� ปฐมวัยั ถึงึ มัธั ยมศึึกษาปีที ี่่� 3 ตั้้ง� อยู่�ในเขตอำเภอ
เมืือง มีกี ารแข่่งขัันสอบเข้า้ สููง รองจากโรงเรียี นประจำจัังหวัดั ผู้้�ปกครองส่ว่ นใหญ่่มีี
อาชีีพเกษตรกรรมและรับั จ้า้ งทั่่�วไป มีฐี านะยากจน ไม่่พร้้อมในการสนับั สนุนุ ด้า้ นการ
เรีียนให้ก้ ัับลููกหลาน นัักเรีียนร้้อยละ 89 นิิยมศึึกษาต่อ่ สายอาชีพี
โครงการระบบสมองกลฝัังตัวั JIGSAW Smart Education มีีที่่ม� าอย่่างไร ?
เริ่�่มจากผู้้�บริิหารเห็็นความสำคััญของการพััฒนาศัักยภาพของนัักเรีียน พร้้อม
ให้ก้ ารสนัับสนุุน ครููผู้�้ สอนมีคี วามรู้้�ความสามารถในเรื่�องคอมพิิวเตอร์์และการสร้า้ งหุ่�น
ยนต์์ ผู้�้ ปกครองและชุุมชนให้้การสนัับสนุุน จึึงจัดั กิิจกรรมส่ง่ เสริิมการพััฒนาทัักษะด้้าน
เทคโนโลยีี โดยเน้น้ พัฒั นานัักเรีียนในระดับั ชั้น� มัธั ยมศึกึ ษาปีที ี่่� 1-3

99

ครููใช้แ้ นวคิิดในการจัดั กิิจกรรมการเรียี นรู้แ�้ บบ Active Learning ผ่่านการจัดั
กิิจกรรมการเรียี นรู้แ�้ บบ Jigsaw Model โดยบููรณาการเข้า้ กับั กลุ่�มสาระต่า่ งๆ จัดั กิิจกรรม
เพื่่อ� สร้า้ งแรงบันั ดาลใจและฝึกึ ฝนทักั ษะเบื้อ้� งต้น้ ของการเป็น็ นักั นวัตั กร กล้า้ คิิด กล้า้ แสดง
ความคิิดเห็็นและกล้้าลงมืือทำ ภายใต้้โครงการระบบสมองกลฝัังตััว JIGSAW Smart
Education จัดั เป็น็ กิิจกรรมเสริิมหลักั สููตร “ค่า่ ยยุวุ นวัตั กร” เรื่อ� ง การประดิิษฐ์ห์ุ่�นยนต์์ :
Robotics (Lego และ Microbit)
ส่่งเสริิมศัักยภาพของนัักเรีียนตามความถนััดและความสนใจ ให้้นัักเรีียน
สร้้างสรรค์ผ์ ลงานได้ด้ ้ว้ ยตนเอง โดยมีคี รููเป็น็ ผู้แ�้ นะนำ ช่่วยเสนอแนวคิิด กระตุ้�นความ
คิิดสร้า้ งสรรค์ ์ จนเกิิดเป็็น Jigsaw ผลงานสิ่�่งประดิิษฐ์ค์ นรุ่�นใหม่่ขับั เคลื่่อ� นไทยสู่่�ยุคุ 4.0
เพื่่�อช่่วยแก้้ปััญหาการลืืมนัักเรีียนไว้้ในรถโรงเรีียน รวมถึึงสิ่�่งประดิิษฐ์์หุ่�นยนต์์แบบ
อื่�น ๆ อีกี มากมาย

กระบวนการ

J I G S AW M O D E L

Joyful
Integrated skills

Working JIGSAWMODEL Generating
together new ideas

Action Successful

100


Click to View FlipBook Version